สานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาชลบุรี เขต ๒ สานกั งานคณะกรรมการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โรงเรยี นบา้ นสามแยก สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต ๒ สานกั งานคณะกรรมการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
ประกาศโรงเรียนบ้านสามแยก เรือ่ ง ให้ใช้หลักสตู รโรงเรยี นบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ****************** เพื่อให๎การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนบ๎านสามแยก สานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต ๒ สอดคล๎องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมสภาพแวดล๎อม และความร๎ูทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเทคโนโลยีท่ี เจริญก๎าวหน๎าอยํางรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร๎างศักยภาพคนของชาติ ให๎สามารถเพิ่มขีด ความสามารถในการแขํงขันของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนร๎ูให๎มีคุณภาพ และมาตรฐานระดับสากล สอดคล๎องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกในศตวรรษท่ี ๒๑ และทัดเทียมกับ นานาชาติ ผู๎เรียนมีศักยภาพในการแขํงขันและดารงชีวิตอยํางสร๎างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ดังน้นั โรงเรยี นบา๎ นสามแยก จึงได๎ดาเนินการเพื่อให๎เป็นไปตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรอ่ื ง ใหใ๎ ช๎มาตรฐานการเรียนร๎ูและตัวชี้วัด กลุํมสาระการเรียนรู๎คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตร์ในกลํุมสาระการเรียนรู๎สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เมื่อวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาสั่งให๎เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู๎และตัวช้ีวัด กลํุมสาระการเรียนร๎ูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตร์ในกลํุมสาระการเรียนรู๎ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ รวมทั้งประกาศ เรื่องการบริหารจัดการหลักสูตร สถานศึกษากลุํมสาระการเรียนรู๎คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุํมสาระการเรียนร๎ู สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๘ มกราคม ๒๕๖๑ และคาส่ังสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ท่ี ๙๒๑/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เร่ืองยกเลิกมาตรฐาน การเรียนร๎ูและตัวช้ีวัด สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในกลํุมสาระการเรียนร๎ูการงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ ลงวันท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การปรับปรุงโครงสร๎างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และบรู ณาการการปูองกันการทุจริต เป็นที่เรียบรอ๎ ย ทั้งนี้หลักสูตรโรงเรียนบ๎านสามแยก ได๎รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พน้ื ฐาน เมอ่ื วันท่ี ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ จึงประกาศใหใ๎ ช๎หลกั สตู รโรงเรยี นตัง้ แตบํ ัดน้ีเป็นตน๎ ไป ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ (ลงช่ือ) (นางสาวสวติ ตา ประเสรฐิ สาร) ผ๎ูอานวยการโรงเรียนบา๎ นสามแยก หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
คานา กระทรวงศึกษาธิการได๎ประกาศใช๎มาตรฐานการเรียนร๎ูและตัวชี้วัด กลํุมสาระการเรียนรู๎ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตร์ในกลุํมสาระการเรียนรู๎สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ คาส่ังสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให๎เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู๎และตัวช้ีวัด กลํุมสาระการเรียนรู๎คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุงพ.ศ.๒๕๖๐) และคาสั่งสานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐานท่ี ๙๒๑/๒๕๖๑ลงวันที่ ๓พฤษภาคม๒๕๖๑เรื่องยกเลกิ มาตรฐานการเรียนรแ๎ู ละ ตัวช้ีวัด สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และสาระท่ี ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุํมสาระ การเรียนรู๎การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปล่ียนชื่อกลุํมสาระ การเรียนรู๎ และคาสั่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรอื่ งการปรบั ปรงุ โครงสรา๎ งเวลาเรียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑โดยมคี าสั่งให๎ โรงเรียนดาเนินการใช๎หลักสูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให๎ใช๎ในช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔ ต้ังแตํปีการศึกษา ๒๕๖๑เปน็ ตน๎ ไป โดยกาหนดจดุ หมายและมาตรฐานการเรียนรเ๎ู ป็นเปาู หมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพ ผเ๎ู รียนมีพัฒนาการเตม็ ตามศักยภาพมีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู๎ในศตวรรษที่ ๒๑เพ่ือให๎สอดคลอ๎ งกบั นโยบาย และเปูาหมายของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ๎านสามแยก สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชลบุรี เขต ๒ได๎ดาเนินการจัดทา หลักสตู รสถานศกึ ษาโดยปรบั ใชม๎ าตรฐานและตัวช้วี ดั ในกลมํุ สาระการเรียนร๎คู ณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระภูมิศาสตร์ในกลํุมสาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และสาระการเรียนรู๎การงานอาชีพ (ฉบับปรับปรุงพ.ศ.๒๕๖๐)ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ๖อกี ทงั้ จดั การบูรณาการตามหลักสูตรการปอู งกันการทุจรติ เพื่อเป็นแกนหลักในการจัดทาโครงสร๎างและสาระ หลักสูตรสถานศึกษาให๎สอดคล๎องกับบริบทของสถานศึกษา ซึ่งในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาครั้งนี้ อาศยั การมีสํวนรวํ มของนกั เรยี น คณะครู ผู๎ปกครองและชุมชนทง้ั นีเ้ พื่อให๎สามารถขับเคล่ือนไปสูํการจัดการเรียนรู๎ ที่สงํ ผลใหผ๎ เ๎ู รียนมคี ุณภาพดา๎ นความรแู๎ ละทกั ษะทีจ่ าเป็นในการดารงชวี ิตในสงั คมทม่ี กี ารเปลี่ยนแปลง และแสวงหา ความรู๎เพื่อพฒั นาตนเองอยาํ งตอํ เน่ืองตลอดชีวิต และเพ่ือให๎เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการจัดการศึกษาตามมาตรฐาน การศึกษา ท่กี าหนดในหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ อีกทง้ั เพือ่ เปน็ กรอบทิศทางใน การนาหลักสูตรไปใช๎อยํางมีประสิทธิภาพ เพ่ือให๎เกิดการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนให๎เป็นคนดีมีปัญญา มีคุณภาพชีวิตท่ีดี และมีขีดความสามารถในการปรับตัวให๎อยํูในสังคมได๎อยํางมีความสุขทั้งในสังคมไทยและสังคม โลกตํอไป ท้ังนี้โรงเรียนบ๎านสามแยก พร๎อมจัดการศึกษาตามหลักสูตรโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ในปีการศึกษา๒๕๖๔เป็นตน๎ ไป ขอขอบคุณผ๎ูมสี วํ นเก่ียวข๎องทกุ ฝาุ ยทใี่ ห๎ความรํวมมือและมีสํวนรํวมในการพัฒนาหลักสูตรฉบับน้ี ใหม๎ คี วามสมบรู ณแ์ ละเหมาะสมตอํ การจดั การศกึ ษาในโรงเรียนบ๎านสามแยกตั้งแตปํ ีการศกึ ษา๒๕๖๔เปน็ ตน๎ ไป (ลงช่ือ) (นางสาวสวิตตา ประเสริฐสาร) ผอ๎ู านวยการโรงเรยี นบ๎านสามแยก ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๑ สารบัญ เรื่อง หนา้ สวํ นนา ๑ ความนา ๑ ความสาคญั ๑ ลกั ษณะของหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา๎ นสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ๒ วสิ ัยทัศน์ ๓ พันธกจิ ๔ เปาู ประสงค์ ๔ หลกั การ ๕ จดุ หมาย ๕ สมรรถนะสาคัญของผ๎เู รียน และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ๖ โครงสร๎างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ๎านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ๗ โครงสร๎างเวลาเรียน ๙ คาอธบิ ายรายวิชา ๑๐ กลุํมสาระการเรียนรู๎ภาษาไทย รายวิชาพื้นฐาน (ป.๑ - ๖) ๑๐ กลมํุ สาระการเรยี นรู๎คณิตศาสตร์ รายวิชาพืน้ ฐาน (ป.๑ - ๖) ๑๗ กลมํุ สาระการเรียนรวู๎ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าพน้ื ฐาน (ป.๑ - ๖) ๒๕ กลมํุ สาระการเรยี นรส๎ู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาพ้นื ฐาน (ป.๑ - ๖) ๓๓ วิชาประวตั ิศาสตร์ รายวชิ าพื้นฐาน (ป.๑ - ๖) ๓๓ วชิ าหนา๎ ทพี่ ลเมือง รายวิชาเพ่ิมเติม(ป.๑ - ๖) ๕๓ กลมุํ สาระการเรยี นรสู๎ ขุ ศึกษาและพลศึกษา รายวชิ าพืน้ ฐาน (ป.๑ - ๖) ๖๒ กลุมํ สาระการเรียนรู๎ศลิ ปะ รายวิชาพ้นื ฐาน (ป.๑ - ๖) ๗๑ กลุํมสาระการเรยี นรก๎ู ารงานอาชพี รายวิชาพน้ื ฐาน (ป.๑ - ๖) ๘๑ กลํุมสาระการเรยี นรภ๎ู าษาตํางประเทศ รายวชิ าพ้นื ฐาน (ป.๑ - ๖) ๘๘ วิชาภาษาองั กฤษเพม่ิ เติม รายวชิ าเพมิ่ เตมิ (ป.๑ - ๖) ๙๕ กิจกรรมพัฒนาผูเ๎ รียน ๑๐๓ เกณฑ์การจบการศกึ ษา ๑๑๑ ภาคผนวก/คาสง่ั ท่ีเกี่ยวขอ๎ ง ๑๑๓ ***************************** หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๑ ๑. สว่ นนา ๑.๑ ความนา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เป็นแผนหรือแนวทางหรือ ข๎อกาหนดของการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ๎านสามแยก ท่ีจะใช๎ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อ พัฒนาผู๎เรียนให๎มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด มํุงพัฒนาผู๎เรียนให๎เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตํอ และประกอบอาชีพ โดยมุํงหวังให๎มีความสมบูรณ์ทั้งด๎านรํางกาย จิตใจ และสติปัญญา อีกทั้งมีความร๎ูและทักษะที่จาเป็นสาหรับการดารงชีวิต และมีคุณภาพได๎ มาตรฐานสากลเพื่อการแขํงขันในยุคปัจจุบัน ดังน้ันหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) จึงประกอบด๎วยสาระสาคัญของหลักสูตรแกนกลาง สาระความรู๎ที่ เกี่ยวข๎องกับชุมชนท๎องถิ่น และสาระสาคัญท่ีสถานศึกษาพัฒนาเพิ่มเติม โดยจัดเป็นสาระการเรียนร๎ู รายวิชาพื้นฐาน ตามมาตรฐานการเรียนร๎ู และตัวช้ีวัด และสาระการเรียนร๎ูรายวิชาเพ่ิมเติม จัด กิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนเป็นรายปี และกาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาตาม คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ความสาคัญ หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มีความสาคัญในการพัฒนา ผ๎ูเรียนให๎มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู๎ตัวช้ีวัดและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามท่ีกาหนดไว๎ เป็นแนวทางให๎ผ๎ูบริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ ตลอดจนผ๎ูเกี่ยวข๎องกับการจัดการศึกษาของ สถานศึกษาในการจัดมวลประสบการณ์ให๎แกํผู๎เรียนได๎พัฒนาให๎บรรลุถึงคุณภาพตามมาตรฐาน ใน การพัฒนาเยาวชนของชาตินอกเหนือจากการใช๎เป็นแนวทางหรือข๎อกาหนดในการจัดการศึกษาของ สถานศกึ ษาให๎บรรลุตามจุดหมายของการจัดการศึกษาแลว๎ หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ทีพ่ ฒั นาขึ้นยังเป็นหลักสูตรท่ีมีจุดมํุงหมายให๎ครอบครัว ชุมชน องค์กร ในท๎องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชนเข๎ารํวมจัดการศึกษาของสถานศึกษาโดยมีแนวทางสาคัญท่ี สถานศึกษากาหนดไวใ๎ นหลกั สูตรสถานศึกษา ดังน้ี ๑. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มํุงพัฒนาให๎ผ๎ูเรียนเกิดความสนุกสนาน และความเพลิดเพลินในการเรียนร๎ู เปรยี บเสมือนเปน็ วิธีสรา๎ งกาลงั ใจ และเร๎าให๎เกดิ ความก๎าวหน๎า แกํผู๎เรียนให๎มากที่สุด มีความร๎ูสูงสุด ผเู๎ รียนทกุ คนมคี วามเข๎มแขง็ ความสนใจ มปี ระสบการณ์ และความมนั่ ใจ เรียนและทางานอยํางเป็น อสิ ระและรํวมใจกัน มีทกั ษะในการอาํ นออกเขียนได๎ คิดเลขเป็น รู๎ข๎อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยี สอ่ื สาร สํงเสริมจติ ใจท่ีอยากร๎ู อยากเหน็ และมกี ระบวนการคดิ อยาํ งมีเหตุผล ๒. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) สํงเสริมการพัฒนา หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๒ ด๎านจิตวิญญาณ จริยธรรม สังคม และวัฒนธรรม พัฒนาหลักการในการจาแนกระหวํางถูกและผิด เขา๎ ใจและศรทั ธาในความเชอื่ ของตน ความเช่ือและวฒั นธรรมท่ีแตกตาํ งกัน พัฒนาหลักคุณธรรมและ ความอิสระของผ๎ูเรียน และชํวยให๎เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ สามารถชํวยพัฒนาสังคม ให๎เป็น ธรรมขึ้น มีความเสมอภาค พัฒนาความตระหนัก เข๎าใจ และยอมรับสภาพแวดล๎อมที่ตนดารงชีวิต อยํู ยดึ มั่นในขอ๎ ตกลงรวํ มกนั ตํอการพฒั นาทีย่ ั่งยืนทั้งในระดับสํวนตน ระดับท๎องถ่ิน ระดับชาติและ ระดับโลก สร๎างให๎ผ๎ูเรียนมีความพร๎อมในการเป็นผ๎ูบริโภคที่ตัดสินใจแบบมีข๎อมูล เป็นอิสระ และมี ความรับผดิ ชอบ ลักษณะของหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรที่สถานศึกษา ได๎พัฒนาขึ้นเพ่ือพัฒนาผู๎เรียนในระดับประถมศึกษา โดยยึดองค์ประกอบหลักสาคัญ ๓ สํวน คือ หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) สาระการ เรียนรูท๎ อ๎ งถ่นิ และสาระสาคัญท่ีสถานศึกษาพัฒนาเพิ่มเติม เป็นกรอบในการจัดทารายละเอียดเพื่อให๎ เป็นไปตามมาตรฐานการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานท่กี าหนด เหมาะสมกับสภาพชุมชนและท๎องถ่ินและจุดเน๎น ของสถานศึกษา โดยหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ท่ีพัฒนาข้ึนมี ลักษณะของหลักสูตร ดงั นี้ ๑. เป็นหลักสูตรเฉพาะของสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก สาหรับจัดการศึกษาใน หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานในระดบั ประถมศึกษา (ชั้นประถม ศึกษาปที ่ี ๑ – ๖) ๒. มีความเป็นเอกภาพ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เปน็ หลกั สตู รของสถานศกึ ษาสาหรบั ใหค๎ รูผ๎ูสอนนาไปจดั การเรียนร๎ูไดอ๎ ยํางหลากหลาย โดยกาหนดให๎ ๒.๑ มีสาระการเรียนรู๎ที่สถานศึกษาใช๎เป็นหลักเพ่ือสร๎างพ้ืนฐานการคิด การเรียนรู๎ และการแก๎ปัญหา ประกอบด๎วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และ วฒั นธรรม ๒.๒ มีสาระการเรียนรู๎ท่ีเสริมสร๎างความเป็นมนุษย์ ศักยภาพการคิดและการทางาน ประกอบดว๎ ย สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ศลิ ปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาอังกฤษ ๒.๓ มีสาระการเรียนร๎ูเพ่ิมเติม โดยจัดทาเป็นรายวิชาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและ สอดคล๎องกับโครงสร๎างเวลาเรียน สาระการเรียนร๎ูท๎องถ่ิน ความต๎องการของผ๎ูเรียน และบริบทของ สถานศกึ ษา ๒.๔ มีกิจกรรมพฒั นาผูเ๎ รียน เพอ่ื พฒั นาผู๎เรยี นทงั้ ด๎านราํ งกาย จติ ใจ สติปัญญา อารมณ์ และ สงั คม เสริมสร๎างการเรียนรน๎ู อกจากสาระการเรยี นร๎ู ๘ กลมํุ และการพฒั นาตนตามศักยภาพ ๒.๕ มีการกาหนดมาตรฐานของสถานศึกษาที่สอดคล๎องกับมาตรฐานระดับตําง ๆ เพ่ือเป็นเปูาหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จัดทารายละเอียดสาระ การเรียนรู๎ และจัดกระบวนการเรยี นรใ๎ู หส๎ อดคล๎องกบั สภาพในชมุ ชน สังคม และภูมิปัญญาท๎องถ่นิ ๓. มีมาตรฐานการเรียนรู๎เป็นเปูาหมายสาคัญของการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน หลักสูตร สถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรท่ีมีมาตรฐานเป็น หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๓ ตัวกาหนดเก่ียวกับคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผ๎ูเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการประกันคุณภาพ การศึกษา โดยมกี ารกาหนดมาตรฐานไว๎ดังน้ี ๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เปน็ มาตรฐานดา๎ นผูเ๎ รียนหรือผลผลิตของหลักสูตรสถานศึกษา อันเกิดจากการได๎รับการอบรมสั่งสอนตามโครงสร๎างของหลักสูตรทั้งหมดใช๎เป็นแนวทาง ในการตรวจสอบคุณภาพโดยรวมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับและสถานศึกษา ต๎องใช๎สาหรับการประเมินตนเองเพ่ือจัดทารายงานประจาปีตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติ การศึกษา นอกจากน้ียังเป็นแนวทางในการกาหนดแนวปฏิบัติในการสํงเสริม กากับ ติดตาม ดูแล และปรับปรงุ คุณภาพ เพอื่ ใหไ๎ ด๎ตามมาตรฐานท่ีกาหนด ๓.๒ มีตัวชี้วัดช้ันปีเป็นเปูาหมายระบุส่ิงที่นักเรียนพึงร๎ูและปฏิบัติได๎ รวมทั้งคุณลักษณะ ของผ๎ูเรียนในแตํละระดับช้ันซ่ึงสะท๎อนถึงมาตรฐานการเรียนรู๎ มีความเฉพาะเจาะจง และมีความเป็น รูปธรรม นาไปใช๎ในการกาหนดเน้ือหา จัดทาหนํวยการเรียนร๎ู จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์ สาคัญสาหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผ๎ูเรียน ตรวจสอบพัฒนาการผ๎ูเรียน ความร๎ู ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและคํานิยม อันพึงประสงค์ และเป็นหลักในการเทียบโอน ความร๎ูและประสบการณ์จากการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศยั ๓.๓ มีความเป็นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรสถานศึกษา คือ มํุงให๎ผู๎เรียนมี ความรู๎ ความสามารถในเรอ่ื งเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการส่ิงแวดล๎อม ภูมิปัญญา ท๎องถ่ิน มีคุณลักษณะที่จาเป็นในการอยูํในสังคมได๎แกํ ความซ่ือสัตย์ ความรับผิดชอบ การตรง ตํอเวลา การเสียสละ การเอื้อเฟื้อ โดยอยูํบนพ้ืนฐานของความพอดีระหวํางการเป็นผ๎ูนาและผู๎ตาม การทางานเป็นทีม และการทางานตามลาพังการแขํงขัน การร๎ูจักพอ และการรํวมมือกันเพื่อสังคม วิทยาการสมัยใหมํ และภูมิปัญญาท๎องถ่ิน การรับวัฒนธรรมตํางประเทศและการอนุรักษ์วัฒนธรรม ไทยการฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง และการบูรณาการในลกั ษณะที่เปน็ องคร์ วม ๔. มีความยืดหยํุน หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นหลักสตู รท่สี ถานศึกษาจัดทารายละเอียดตําง ๆ ขึ้นเอง โดยยึดโครงสร๎างหลักท่ีกาหนดไว๎ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เป็น ขอบขํายในการจัดทา จึงทาให๎หลักสูตรของสถานศึกษามีความยืดหยํุน หลากหลาย สอดคล๎องกับ สภาพปญั หา และความตอ๎ งการของท๎องถน่ิ โดยเฉพาะอยาํ งยง่ิ มคี วามเหมาะสมกับ ตวั ผูเ๎ รยี น ๕. การวัดและประเมินผลเน๎นหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพัฒนา ผู๎เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน โดยผ๎ูเรียนต๎องได๎รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให๎ บรรลุตามมาตรฐานการเรียนร๎ู สะท๎อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู๎เรียน เป็นเปูาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ในทุกระดับไมํวําจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับ สถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนร๎ู เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน และใช๎ผลการประเมินเป็นข๎อมูลและสารสนเทศท่ีแสดง พัฒนาการ ความก๎าวหน๎า และความสาเร็จทางการเรียนของผู๎เรียน ตลอดจนข๎อมูลที่เป็นประโยชน์ ตอํ การสงํ เสริมให๎ผเู๎ รียนเกดิ การพัฒนาและเรยี นร๎อู ยาํ งเต็มตามศักยภาพ วสิ ยั ทศั น์ หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๔ ภายในปีการศึกษา ๒๕๖๔ ผู๎เรียนมีทักษะการเรียนร๎ูในศตวรรษที่ 21 เป็นคนดีมีคุณธรรม ครูเป็นครูมืออาชีพ สถานศึกษาเป็นองค์กรแหํงการเรียนร๎ู สํงเสริมการมีสํวนรํวมของชุมชน บริหาร จัดการสถานศึกษาตามหลกั ธรรมาภบิ าลบนพืน้ ฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง พนั ธกจิ 1. จดั การศึกษาสอดคล๎องกับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 2. สํงเสรมิ สนับสนนุ พัฒนาการนักเรียนใหใ๎ ชเ๎ ทคโนโลยีอยํางกวา๎ งขวางและเหมาะสมกับวยั 3. สํงเสริมพัฒนาผ๎ูเรียนให๎ใช๎ทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์ และเห็นคุณคําของ สงิ่ แวดลอ๎ ม ศิลปวัฒนธรรมไทย 4. สงํ เสรมิ ใหน๎ ักเรียนมรี ะเบยี บวนิ ยั คุณธรรมจรยิ ธรรมและคาํ นยิ มท่ีดี และอยูํรํวมกับผ๎ูอ่ืน อยาํ งมีความสขุ 5. สงํ เสรมิ ดูแลสขุ ภาพอนามยั และการออกกาลงั กายของนักเรียน 6. สงํ เสริมสัมพันธภาพท่ดี แี ละการมสี วํ นรวํ มระหวํางบา๎ น โรงเรียน คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานและชมุ ชน 7. สํงเสรมิ และสนบั สนุนให๎ผ๎ูเรียนไดแ๎ สดงออกถึงความสามารถพิเศษตามศกั ยภาพของตน 8. สงํ เสริมพฒั นาบคุ ลากรให๎มีความรู๎ ตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความสามารถในการบริหาร การจดั การเรียนรู๎ ทเ่ี นน๎ ผเู๎ รยี นเปน็ สาคัญและมีทกั ษะในการใชเ๎ ทคโนโลยเี บ้อื งตน๎ 9. สํงเสริมพฒั นาบุคลากรใหม๎ ีชวี ติ ทีด่ ี มขี วญั กาลังใจในการปฏบิ ตั ิหนา๎ ท่ี 10. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาและการจัดการเรียนร๎ูให๎มีคุณภาพตามเกณฑ์ มาตรฐานคณุ ภาพการศึกษา 11. พัฒนาทรัพยากรด๎านการศึกษา แหลํงเรียนรู๎ให๎เพียงพอตํอการจัดการเรียนรู๎สํงเสริม การอนรุ ักษ์สงิ่ แวดล๎อม เปา้ ประสงค์ ๑. พัฒนาผเู๎ รยี นให๎มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน ผู๎เรียนได๎รับการศึกษาเต็ม ตามศักยภาพ ใฝุเรียนร๎ู มีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก๎ปัญหา การใช๎ทักษะชีวิตและ การใช๎เทคโนโลยี สํงผลให๎ผู๎เรียนประสบความสาเร็จในการเรียน เป็นบุคคลที่มีความเช่ือม่ันใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีจิตสาธารณะ และ รบั ผิดชอบตอํ สังคม ๒. พัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให๎สามารถปฏิบัติงานได๎อยํางมี ประสิทธิภาพ ๓. ประชากรวัยเรียนทุกคนได๎รับโอกาสในการศึกษาข้ันพื้นฐาน อยํางมีคุณภาพ และท่ัวถึง ๔. สํงเสริมสถานศึกษามีความเข๎มแข็งในการบริหารและการจัดการศึกษา สอดรับกับ แนวทางการกระจายอานาจทางการศึกษา โดยเน๎นการมีสํวนรํวมจากทุกภาคสํวนและความรํวมมือ กับองค์กรปกครองสํวนท๎องถ่ินในการสํงเสริมและสนับสนุนการศึกษา เพ่ือยกระดับคุณภาพตาม มาตรฐานอยาํ งมีธรรมาภิบาล ๕. สนองจุดเน๎นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และตามจุดเน๎นและ ความพรอ๎ มของสถานศกึ ษา หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๕ หลกั การ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มีหลักการท่ีสาคัญตาม หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มหี ลกั การทสี่ าคัญ ดังน้ี ๑. เปน็ หลักสตู รการศึกษาเพอ่ื ความเป็นเอกภาพของชาติ มจี ุดหมายและมาตรฐาน การเรยี นร๎ูเป็นเปูาหมายสาหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชนใหม๎ ีความรู๎ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพ้นื ฐานของความเปน็ ไทยควบคํกู บั ความเป็นสากล ๒. เปน็ หลักสตู รการศึกษาเพ่ือปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได๎รับการศึกษาอยาํ ง เสมอภาค และ มคี ณุ ภาพ ๓. เป็นหลกั สูตรการศึกษาท่สี นองการกระจายอานาจ ใหส๎ งั คมมสี ํวนรวํ มในการจดั การศกึ ษาให๎สอดคล๎องกบั สภาพและความต๎องการของท๎องถิ่น ๔. เปน็ หลักสตู รการศกึ ษาทม่ี ีโครงสร๎างยดื หยนุํ ท้ังดา๎ นสาระการเรียนร๎ู เวลาและการ จัดการเรยี นร๎ู ๕. เป็นหลักสูตรการศกึ ษาทเี่ นน๎ ผูเ๎ รยี นเป็นสาคัญ ๖. เปน็ หลกั สตู รการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศยั ครอบคลุมทกุ กลมํุ เปูาหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนร๎ู และประสบการณ์ ๗. เปน็ หลักสตู รการศกึ ษาทบ่ี ูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทุกกลํมุ สาระ ทุกชั้นเรียน ๘. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่บูรณาการการเรยี นรูป๎ ระชาคมอาเซยี น ทุกกลํมุ สาระ ๙. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาท่ีบูรณาการการเรียนรคู๎ าํ นยิ ม ๑๒ ประการ ทกุ กลมุํ สาระ และทุกชัน้ เรียน จุดหมาย หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มํุงพัฒนาผู๎เรียนให๎เป็นคนดี มีปญั ญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตํอ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพ่ือให๎ เกดิ กับผ๎ูเรยี น เมือ่ จบการศึกษาตามหลักสตู ร ดังน้ี ๑. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคาํ นิยมทีพ่ ึงประสงค์ เหน็ คุณคาํ ของตนเอง มีวนิ ัยและ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนับถือ ยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. มคี วามรู๎ ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด การแกป๎ ัญหา การใชเ๎ ทคโนโลยี และ มที กั ษะชีวติ ๓. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ทดี่ ี มีสขุ นสิ ยั และรักการออกกาลงั กาย ๔. มีความรกั ชาติ มีจติ สานึกในความเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ มั่นในวิถีชีวิตและ การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๖ ๕. มีจติ สานึกในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา สง่ิ แวดล๎อม มีจิตสาธารณะท่ีมํุงทาประโยชนแ์ ละสร๎างสิ่งท่ีดงี ามในสังคม และอยํูรวํ มกันในสงั คม อยาํ งมีความสุข สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ในการพัฒนาผ๎ูเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มงํุ เน๎นพฒั นาผ๎ูเรยี นใหม๎ ีคณุ ภาพตามมาตรฐานท่ีกาหนด ซ่ึงจะชํวยให๎ผู๎เรียนเกิดสมรรถนะสาคัญและ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดังน้ี สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พืน้ ฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มงํุ ใหผ๎ ๎เู รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดงั นี้ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและสํงสาร มีวัฒนธรรม ในการใช๎ภาษา ถํายทอดความคิดความรค๎ู วามเข๎าใจความร๎ูสกึ และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนข๎อมูลขําวสารและประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ตอํ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาตํอรองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย๎งตํางๆ การเลือกรับหรือไมํรับข๎อมูลขําวสารด๎วยหลักเหตุผลและความถูกต๎อง ตลอดจนการเลือกใช๎วิธีการส่ือสารที่มี ประสทิ ธภิ าพ โดยคานงึ ถึงผลกระทบท่ีมตี ํอตนเองและสงั คม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อยํางสร๎างสรรค์ การคิดอยํางมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสํูการสร๎างองค์ความรู๎หรือสารสนเทศ เพอื่ การตดั สินใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมได๎อยาํ งเหมาะสม ๓.ความสามารถในการแก้ปญั หา เปน็ ความสามารถในการแกป๎ ัญหาและอุปสรรคตํางๆ ทเ่ี ผชญิ ได๎อยําง ถูกตอ๎ งเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข๎อมูลสารสนเทศ เข๎าใจความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลง ของเหตุการณต์ ํางๆในสงั คมแสวงหาความร๎ู ประยุกตค์ วามร๎ูมาใช๎ในการปูองกันและแก๎ไขปัญหา และมีการตัดสินใจ ทมี่ ปี ระสิทธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบท่เี กดิ ข้ึนตอํ ตนเองสงั คมและสง่ิ แวดลอ๎ ม ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการตํางๆ ไปใช๎ในการดาเนิน ชวี ติ ประจาวัน การเรียนรู๎ด๎วยตนเอง การเรียนรู๎อยํางตํอเน่ือง การทางาน และการอยํูรํวมกันในสังคมด๎วยการสร๎าง เสรมิ ความสัมพันธ์อนั ดีระหวาํ งบุคคล การจดั การปัญหาและความขดั แย๎งตาํ งๆ อยํางเหมาะสม การปรับตัวให๎ทันกับ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ๎ มและการร๎จู กั หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมํพึงประสงค์ทสี่ งํ ผลกระทบตํอตนเอง และผ๎อู ืน่ ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช๎ เทคโนโลยี ด๎านตํางๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด๎านการเรียนร๎ู การส่ือสาร การทางาน การแกป๎ ัญหาอยาํ งสร๎างสรรค์ ถูกต๎องเหมาะสมและมีคุณธรรม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พ้ืนฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) มํุงพัฒนาผ๎ูเรียนให๎มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให๎ สามารถอยรูํ วํ มกบั ผอ๎ู ืน่ ในสังคมไดอ๎ ยาํ งมีความสุขในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลกดังน้ี ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๗ ๒. ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต ๓. มวี ินยั ๔. ใฝุเรยี นร๎ู ๕. อยํอู ยาํ งพอเพยี ง ๖. มงํุ ม่ันในการทางาน ๗. รักความเปน็ ไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ ๘. มีจติ สาธารณะ ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. 1. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ 2. ซ่อื สัตย์ เสยี สละ อดทน มีอดุ มการณ์ในสง่ิ ทดี่ งี ามเพื่อสวํ นรวม 3. กตัญญูตํอพอํ แมํ ผูป๎ กครอง ครูบาอาจารย์ 4. ใฝหุ าความรู๎ หมั่นศึกษาเลําเรียนทง้ั ทางตรง และทางอ๎อม 5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม 6. มีศีลธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดตี อํ ผ๎ูอืน่ เผ่อื แผํและแบํงปนั 7. เข๎าใจเรียนร๎กู ารเป็นประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุขที่ถูกต๎อง 8. มรี ะเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผู๎นอ๎ ยร๎ูจักการเคารพผใ๎ู หญํ 9. มสี ตริ ู๎ตวั รู๎คิด ร๎ูทา ร๎ปู ฏบิ ตั ติ ามพระราชดารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจา๎ อยูหํ วั 10. รจ๎ู ักดารงตนอยโูํ ดยใชห๎ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตามพระราชดารัสของ พระบาทสมเดจ็ พระเจ๎าอยหูํ วั รูจ๎ กั อดออมไว๎ใช๎เม่ือยามจาเป็น มไี วพ๎ อกนิ พอใช๎ ถา๎ เหลอื กแ็ จกจาํ ย จาหนําย และพร๎อมท่จี ะขยายกจิ การเม่ือมีความพร๎อม เม่ือมีภมู ิค๎ุมกนั ท่ีดี 11. มคี วามเข๎มแขง็ ทงั้ รํางกาย และจติ ใจ ไมํยอมแพ๎ตํออานาจฝุายตา่ หรอื กิเลส มีความ ละอายเกรงกลวั ตํอบาปตามหลักของศาสนา 12. คานึงถงึ ผลประโยชนข์ องสํวนรวม และของชาติมากกวาํ ผลประโยชนข์ องตนเอง ๒. โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ โครงสร๎างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ได๎กาหนด โครงสร๎างของหลักสตู รสถานศกึ ษา เพ่ือให๎ผู๎สอนและผ๎ูท่ีเกี่ยวข๎อง ในการจัดการเรียนรู๎ตามหลักสูตร ของสถานศกึ ษามแี นวปฏิบัติ ดงั นี้ ๑. ระดับการศึกษา กาหนดหลักสูตรตามโครงสร๎างของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และตามภารกิจหลักของการจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๖) ซ่ึงการศึกษาระดับนี้เป็นชํวงแรกของการศึกษาภาคบังคับ มํุงเน๎นทักษะพ้ืนฐานด๎านการอําน การเขียน การคิดคานวณ ทักษะการคิดพ้ืนฐาน การติดตํอสื่อสาร กระบวนการเรียนร๎ูทางสังคมและพ้ืนฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตอยํางสมบูรณ์และสมดุลท้ังในด๎านรํางกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคมและวัฒนธรรม โดยเน๎น จัดการเรยี นรแู๎ บบบูรณาการ ๒. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนร๎ูในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษา ขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๘ พ.ศ. ๒๕๖๐) ได๎กาหนดไว๎ในหลักสูตร ประกอบด๎วยองค์ความรู๎ ทักษะหรือกระบวนการเรียนร๎ูและ คณุ ลักษณะหรอื คาํ นิยม คุณธรรม จรยิ ธรรมของผู๎เรียน ๘ กลํมุ คอื ๒.๑ ภาษาไทย ๒.๒ คณติ ศาสตร์ ๒.๓ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒.๔ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒.๕ สุขศึกษาและพลศึกษา ๒.๖ ศลิ ปะ ๒.๗ การงานอาชพี ๒.๘ ภาษาอังกฤษ ๓. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู๎เรียน มุํงให๎ผู๎เรียนได๎พัฒนาตนเอง ตามศักยภาพ พัฒนาอยํางรอบด๎านเพ่ือความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังรํางกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร๎าง ให๎เป็นผู๎มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร๎างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจดั การตนเองได๎ และอยํูรวํ มกบั ผู๎อืน่ อยํางมีความสขุ แบํงเปน็ ๓ ลักษณะ ดงั น้ี ๓.๑ กจิ กรรมแนะแนว เปน็ กจิ กรรมทส่ี ํงเสรมิ และพฒั นาผู๎เรียนใหร๎ ูจ๎ ักตนเอง รู๎รักษ์ส่ิงแวดล๎อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก๎ปัญหา กาหนดเปูาหมาย วางแผนชีวิตทั้งด๎านการเรียน และอาชพี สามารถปรับตนได๎อยํางเหมาะสม นอกจากน้ียังชํวยให๎ครูร๎ูจักและเข๎าใจผู๎เรียน ท้ังยังเป็น กจิ กรรมท่ีชวํ ยเหลอื และใหค๎ าปรกึ ษาแกํผูป๎ กครองในการมสี วํ นรํวมพฒั นาผ๎เู รียน ๓.๒ กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมํุงพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผ๎ูนา ผ๎ูตามท่ีดี ความรบั ผดิ ชอบการทางานรํวมกนั การรู๎จักแกป๎ ัญหา การตดั สินใจทเี่ หมาะสมความมเี หตุผล การชํวยเหลอื แบํงปัน กัน เอื้ออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให๎สอดคล๎องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู๎เรียน ให๎ได๎ ปฏิบตั ดิ ๎วยตนเองในทกุ ขน้ั ตอนได๎แกํ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน๎นการทางานรํวมกันเป็นกลุํม ตามความเหมาะสมและสอดคล๎องกับวุฒิภาวะผู๎เรียน บริบทของสถานศึกษาและ ท๎องถน่ิ กจิ กรรมนักเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา๎ นสามแยกพุทธศักราช ๒๕๖๔ตามหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ประกอบดว๎ ย ๓.๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ๓.๒.๒ กจิ กรรมชมุ นุม ๓.๓ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีสํงเสริมให๎ผู๎เรียน บาเพ็ญตนให๎เป็นประโยชน์ตํอสังคม ชุมชน และท๎องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อ แสดงถงึ ความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตํอสงั คม มจี ิตสาธารณะ ๔. เวลาเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ได๎กาหนดกรอบโครงสร๎างเวลาเรียนขั้นต่า สาหรับกลํุมสาระการเรียนรู๎ ๘ กลุํม และกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียน ซ่ึงผ๎ูสอนสามารถเพ่ิมเติมได๎ตามความพร๎อมและ จดุ เนน๎ ของสถานศึกษา สามารถปรบั ให๎เหมาะสมตามบริบทของสถานศกึ ษาและสภาพของผเู๎ รยี น โดยให๎จดั เวลาเรียน เป็นรายปี โดยมีเวลาเรยี นวนั ละไมเํ กิน ๕ชว่ั โมง หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๙ โครงสรา้ งเวลาเรยี น หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ เวลาเรียน(ช่ัวโมง/ปี) ป. ๖ รายวิชา / กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๑๖๐ ๑๖๐ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ๑๒๐ ๘๐ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๔๐ ๔๐ คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๔๐ ๔๐ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๘๔๐ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒๐ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓๐ การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๐ ภาษาตํางประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ บูรณาการ รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ บรู ณาการ รายวิชาเพ่ิมเติม ๑,๐๔๐ หนา๎ ทพ่ี ลเมอื ง ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ภาษาองั กฤษเพ่ิมเติม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒. ลกู เสอื – เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓. ชุมนุม/ชมรม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๔. กิจกรรมเพือ่ สงั คมและ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ สาธารณประโยชน์ กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ บูรณาการ บูรณาการ บูรณาการ บรู ณาการ บูรณาการ หลักสตู รต้านทุจริตศึกษา บรู ณาการ บูรณาการ บูรณาการ บูรณาการ บูรณาการ รวมเวลาเรยี นท้ังหมด ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ ๑,๐๔๐ หมายเหตุ ๑. กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู๎ และหลกั สูตรต๎านทุจรติ ศกึ ษา บูรณาการ ๒. รายวิชาเพิ่มเตมิ หนา๎ ทีพ่ ลเมือง หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๐ ๓. คาอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ าพ้ืนฐานและเพิ่มเติมกลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชาพ้นื ฐาน รหสั ชอ่ื รายวิชา เวลาเรยี นรายปี ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี) ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี) ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๒๐๐/ปี) ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๔ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๑๖๐/ปี) ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๔ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๑๖๐/ปี) ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๔ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๑๖๐/ปี) หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๑ รายวชิ าพ้นื ฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง ฝึกอํานออกเสียงคา คาคล๎องจอง และข๎อความสั้น ๆ บอกความหมายของคาและ ข๎อความ ตอบคาถาม เลําเร่ืองยํอ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอํานหนังสือตามความสนใจอยําง สม่าเสมอ นาเสนอเร่ืองท่ีอําน บอกความหมายของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สาคัญท่ีมักพบเห็นใน ชีวติ ประจาวัน มีมารยาทในการอําน ฝกึ คดั ลายมือดว๎ ยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขียนสื่อสารด๎วยคาและประโยคงําย ๆ มีมารยาท การเขียน ฝกึ ทกั ษะในการฟัง ฟังคาแนะนา คาสั่งงํายๆและปฏิบัติตาม ตอบคาถาม เลําเร่ือง พูด แสดงความคิดเหน็ และความรู๎สกึ จากเร่ืองที่ฟังและดู พูดส่ือสารได๎ตามวัตถุประสงค์ เน๎นมารยาทใน การฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคา และบอก ความหมายของคา เรยี บเรียงคาเปน็ ประโยคงาํ ยๆ ตอํ คาคล๎องจองงาํ ยๆ บอกข๎อคิดท่ีได๎จากการอํานหรือการฟังวรรณกรรมร๎อยแก๎วและร๎อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกทอํ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร๎อยกรองตามความสนใจ โดยใช๎กระบวนการอาํ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความร๎ู กระบวนการกลุํม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะ การฟัง การดู และการพูด พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสรา๎ งความคิดรวบยอด เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สื่อสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการอนุรักษ์ภาษาไทยและ ตัวเลขไทย สามารถนาความรู๎ไปใช๎ใหเ๎ กดิ ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ไดอ๎ ยํางถูกต๎องเหมาะสม ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘ ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ (รวม ๒๒ ตัวชีว้ ดั ) หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๒ รายวิชาพ้ืนฐานกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ คาอธบิ ายรายวชิ า เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง ฝึกอํานออกเสียงคา คาคล๎องจอง ข๎อความ และบทร๎อยกรองงํายๆ อธิบายความหมาย ของคาและขอ๎ ความท่อี ําน ตั้งคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความ คิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอํานหนังสือตามความสนใจอยํางสม่าเสมอ และนาเสนอเรื่อง ทอ่ี ําน อํานขอ๎ เขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัตติ ามคาส่งั หรอื ขอ๎ แนะนา มีมารยาทในการอาํ น ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องส้ันๆ เก่ียวกับประสบการณ์ เขียน เรื่องสน้ั ๆ ตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝกึ ทกั ษะการฟัง ฟงั คาแนะนา คาส่ังทซี่ บั ซ๎อนและปฏบิ ัติตาม เลาํ เรอ่ื ง บอกสาระ สาคัญของเรอื่ ง ต้งั คาถาม ตอบคาถาม พดู แสดงความคิดเหน็ ความร๎สู ึก พูดสื่อสารได๎ชัดเจนตรง ตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอก ความหมายของคา เรียบเรียงคาเป็นประโยคได๎ตรงตามเจตนาของการส่ือสาร บอกลักษณะคา คล๎องจอง เลือกใช๎ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ได๎เหมาะสมกับกาลเทศะ ฝึกจับใจความสาคัญจากเร่ือง ระบุข๎อคิดที่ได๎จากการอํานหรือการฟังวรรณกรรม สาหรับ เด็ก เพ่ือนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน ร๎องบทร๎องเลํนสาหรับเด็กในท๎องถ่ิน ทํองจาบทอาขยานตามที่ กาหนดและบทรอ๎ ยกรองท่มี ีคุณคาํ ตามความสนใจ โดยใช๎กระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความร๎ู กระบวนการกลุํม กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการสือ่ ความ กระบวนการแกป๎ ญั หา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตัง้ คาถาม ตอบคาถาม ใชท๎ กั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการ สร๎างความคิดรวบยอด เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ ส่ือสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียน ภาษาไทย เห็นคุณคําของการอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิด ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ได๎อยาํ งถูกต๎องเหมาะสม ตัวชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗ ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ รวม ๒๗ ตวั ชี้วัด หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๑๓ รายวชิ าพน้ื ฐานกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง ฝึกอํานออกเสียงคา ข๎อความ เรื่องส้ัน ๆ และบทร๎อยกรองงําย ๆ อธิบายความหมาย ของคาและขอ๎ ความที่อําน ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตผุ ล ลาดบั เหตกุ ารณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู๎ ข๎อคิดจากเร่ืองที่อําน เพ่ือนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน เลือกอํานหนังสือตามความสนใจ อยํางสมา่ เสมอและนาเสนอเรือ่ งท่ีอําน อาํ นขอ๎ เขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาส่ังหรือข๎อแนะนา อธิบายความหมายของข๎อมลู จากแผนภาพ แผนที่ และแผนภมู ิ มมี ารยาทในการอําน ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียนเรื่อง ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียนฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เลํารายละเอียด บอก สาระสาคัญ ต้ังคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู๎สึก พูดส่ือสารได๎ชัดเจนตรง ตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูดฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคา และบอกความหมายของคา ระบุชนิด หน๎าท่ีของคา ใช๎พจนานุกรมค๎นหาความหมายของคา แตํงประโยคงํายๆ แตํงคาคล๎องจองและคาขวัญ เลือกใช๎ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได๎ เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข๎อคิดท่ีได๎จากการอํานวรรณกรรม เพ่ือนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน ร๎ูจัก เพลงพ้นื บ๎าน เพลงกลํอมเดก็ เพ่อื ปลูกฝงั ความช่นื ชมวัฒนธรรมท๎องถ่ิน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ วรรณคดที อี่ าํ น ทํองจาบทอาขยานตามทกี่ าหนดและบทร๎อยกรองทมี่ ีคุณคาํ ตามความสนใจ โดยใชก๎ ระบวนการอําน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู๎ กระบวนการกลุํม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก๎ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร๎างความคดิ รวบยอด เพ่ือใหเ๎ กดิ ความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ สื่อสารได๎ถูกต๎อง รักการ เรยี นภาษาไทย เหน็ คุณคําของการอนุรกั ษภ์ าษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิด ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันไดอ๎ ยาํ งถูกต๎องเหมาะสม ตวั ช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ รวม ๓๑ ตัวชี้วัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๑๔ รายวิชาพนื้ ฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ คาอธบิ ายรายวชิ า เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง ฝึกอํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและ สานวนจากเรื่องท่ีอําน อํานเรื่องส้ันๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรื่องท่ีอําน แยก ข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็นจากเรื่องที่อําน คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอําน โดยระบุเหตุผล ประกอบ สรุปความรู๎และข๎อคิดจากเร่ืองท่ีอําน เพื่อนาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน เลือกอํานหนังสือที่มี คุณคาํ ตามความสนใจอยาํ งสมา่ เสมอและแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรื่องท่ีอําน มีมารยาท ในการอําน ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนส่ือสารโดยใช๎คาได๎ถูกต๎อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช๎พัฒนางานเขียน เขียน ยํอความจากเร่ืองส้ัน ๆ เขียนจดหมายถึงเพ่ือนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจาก การศึกษาค๎นควา๎ เขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด จาแนกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็นเร่ืองที่ฟังและดู พูด สรุปจากการฟังและดู พดู แสดงความร๎ูความคิดเหน็ และความรู๎สึกเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังและดู ตั้งคาถาม และตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องท่ีฟังและดู พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาค๎นคว๎าจากการ ฟงั การดแู ละการสนทนา มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด ฝกึ เขยี นตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทตํางๆ ระบุ ชนิดและหน๎าที่ของคาในประโยค ใช๎พจนานุกรมค๎นหาความหมายของคา แตํงประโยคได๎ถูกต๎อง ตามหลักภาษา แตํงบทร๎อยกรองและคาขวัญ บอกความหมายของสานวน เปรียบเทียบภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถ่นิ ได๎ ระบุขอ๎ คิดจากนิทานพ้ืนบ๎านหรือนิทานคติธรรม อธิบายข๎อคิดจากการอํานเพื่อนาไปใช๎ใน ชีวิตจริง ร๎องเพลงพื้นบ๎าน ทํองจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร๎อยกรองท่ีมีคุณคําตามความ สนใจ โดยใชก๎ ระบวนการอาํ น กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความร๎ู กระบวนการกลํุม กระบวนการคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ กระบวนการคิดอยํางมีวิจารณญาณ กระบวนการ สื่อความ กระบวนการแกป๎ ัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร๎างความคิดรวบยอด เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สื่อสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการอนุรักษ์ ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ ในชีวิตประจาวันได๎อยํางถูกต๎อง เหมาะสม ตวั ช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖ ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวม ๓๓ ตัวช้ีวัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๕ รายวชิ าพ้ืนฐานกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ คาอธบิ ายรายวิชา เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง ฝึกอํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและ ขอ๎ ความท่เี ป็นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข๎อเท็จจริง ข๎อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น อาํ นงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง ข๎อแนะนาและปฏิบัติตาม เลือกอําน หนงั สือท่ีมคี ุณคําตามความสนใจ มมี ารยาทในการอาํ น ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครง เรอ่ื ง แผนภาพความคดิ เขียนยํอความ เขียนจดหมายถึงผู๎ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู๎สึก และความคดิ เห็น กรอกแบบรายการตําง ๆ เขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู๎ ความคิดเห็นและความร๎ูสึก ตัง้ คาถาม ตอบคาถาม วเิ คราะหค์ วาม พดู รายงาน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพดู ระบุชนิดและหน๎าท่ีของคาในประโยค จาแนกสํวนประกอบของประโยค เปรียบเทียบ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น ใช๎คาราชาศัพท์ บอกคาภาษาตํางประเทศในภาษาไทย แตงํ บท ร๎อยกรอง ใชส๎ านวนได๎ถกู ตอ๎ ง สรปุ เร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอาํ น ระบคุ วามรู๎ ขอ๎ คิดจากการอํานวรรณคดีและ วรรณกรรมท่ีสามารถนาไปใช๎ในชีวิตจริง อธิบายคุณคําของวรรณคดีและวรรณกรรม ทํองจาบท อาขยานตามที่กาหนดและบทร๎อยกรองทม่ี ีคณุ คาํ ตามความสนใจ โดยใชก๎ ระบวนการอําน กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความร๎ู กระบวนการกลุํม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยํางมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก๎ปัญหา การฝกึ ปฏบิ ัติ อธบิ าย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร๎างความคิดรวบยอด เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความคิด ความเข๎าใจ ส่ือสารได๎ถูกต๎อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคําของการอนุรักษ์ ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในชีวิตประจาวันได๎อยํางถูกต๎อง เหมาะสม ตัวช้วี ัด ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘ ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ รวม ๓๓ ตัวช้ีวัด หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๖ รายวิชาพนื้ ฐานกลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ คาอธบิ ายรายวิชา เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง ฝึกอํานออกเสียงบทร๎อยแก๎วและบทร๎อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและ ข๎อความที่เป็นโวหาร อํานเร่ืองส้ัน ๆอยํางหลากหลาย แยกข๎อเท็จจริงและข๎อคิดเห็นจากเร่ืองที่อําน วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีอํานเพื่อนาไปใช๎ในการดาเนินชีวิต อํานงานเขียนเชิง อธิบาย คาสั่ง ข๎อแนะนา และปฏิบัติตาม อธิบายความหมายของข๎อมูลจากการอํานแผนผัง แผนท่ี แผนภมู แิ ละกราฟ เลือกอํานหนังสือตามความสนใจและอธิบายคุณคาํ ที่ไดร๎ บั มีมารยาทในการอําน ฝึกคัดลายมือด๎วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช๎คาได๎ถูกต๎อง ชดั เจน และเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช๎พัฒนางานเขียน เขียน เรียงความ เขียนยํอความจากเรื่องอําน เขียนจดสํวนตัว กรอกแบบรายการตําง ๆ เขียนเรื่องตาม จินตนาการและสรา๎ งสรรค์ มมี ารยาทในการเขียน ฝกึ ทักษะการฟงั การดแู ละการพูด พูดแสดงความรู๎ ความเข๎าใจจุดประสงค์ของเรื่องท่ีฟัง และดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองท่ีฟังและดู วิเคราะห์ความนําเช่ือถือจากเรื่องที่ ฟังและดสู ือ่ โฆษณาอยํางมีเหตุผล พูดรายงานเรอ่ื งหรอื ประเด็นท่ศี กึ ษาคน๎ คว๎าจากการฟัง การดูและ การสนทนา พดู โน๎มน๎าวอยาํ งมเี หตผุ ลและนาํ เชือ่ ถอื มีมารยาทในการฟัง การดูและการพดู ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน๎าที่ของคาในประโยค ใช๎คาได๎เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและบอกความหมายของคาภาษาตํางประเทศท่ีใช๎ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แตํงบทร๎อยกรอง วิเคราะห์เปรียบเทียบสานวนทีเ่ ป็นคาพงั เพยและสุภาษิต ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อําน เลํานิทานพ้ืนบ๎านท๎องถ่ินตนเอง และนิทานพ้ืนบ๎านของท๎องถิ่นอ่ืน อธิบายคุณคําของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอํานและนาไป ประยุกตใ์ ชใ๎ นชีวิตจรงิ ทํองจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร๎อยกรองที่มีคณุ คาํ ตามความสนใจ โดยใชก๎ ระบวนการอําน กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความร๎ู กระบวนการกลํุม กระบวนการคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความ กระบวนการคิดอยํางมีวิจารณญาณ กระบวนการ สื่อความ กระบวนการแก๎ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข๎อเท็จจริง กระบวนการค๎นคว๎า กระบวนการใช๎เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช๎ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช๎ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร๎างความคดิ รวบยอด เพื่อใหเ๎ กดิ ความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สื่อสารได๎ถูกต๎อง รักการ เรยี นภาษาไทย เห็นคุณคาํ ของการอนุรกั ษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนาความรู๎ไปใช๎ให๎เกิด ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ๎ ยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสม ตัวช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๓๔ ตัวช้ีวัด หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๑๗ รายวิชาพ้นื ฐานกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ระดับชัน้ รหสั ชื่อรายวชิ า เวลาเรียนรายปี ชน้ั ป. ๑ ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๕ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี) ชน้ั ป. ๒ ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ ๕ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี) ช้นั ป. ๓ ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๕ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๒๐๐/ปี) ชน้ั ป. ๔ ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ ๔ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๑๖๐/ปี) ชั้น ป. ๕ ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๔ ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๑๖๐/ปี) ชั้น ป. ๖ ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๔ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๑๖๐/ปี) หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๘ รายวิชาพน้ื ฐานกลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคานวณ และฝึกการแก๎ปัญหาเกี่ยวกับความร๎ูนั้น ไปประยุกต์ใช๎ใน สาระการเรียนรู๎ จานวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ บอกจานวนของสิ่งตํางๆ แสดงส่ิงตํางๆ ตามจานวนที่ กาหนด อํานและเขียนตัวเลขฮินดู อารบิก ตัวเลขไทยแสดงจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจานวนนับไมํเกนิ ๑๐๐ และ ๐ โดยใชเ๎ คร่อื งหมาย = ≠ > < เรยี งลาดับจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ ต้ังแตํ ๓ ถึง ๕ จานวน การบวก การลบ จานวนนับ ๑ ถงึ ๑๐๐ และ ๐ หาคาํ ของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหา คาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบของจานวนนับไมเํ กิน ๑๐๐ และ ๐ แบบรูป ระบุจานวนท่ีหายไปในแบบรูปของจานวนที่เพ่ิมข้ึน หรือลดลงทีละ ๑ และทีละ ๑๐ และระบรุ ูปทีห่ ายไปในแบบรูปซา้ ของรูปเรขาคณติ และรปู อื่นๆ ทสี่ มาชิกในแตลํ ะชุดที่ซ้ามี ๒ รูป ความยาว วดั และเปรยี บเทียบ ความยาวเป็นเซนติเมตรเป็นเมตร นา้ หนัก วัดและเปรียบเทียบ นา้ หนกั เป็นกิโลกรัม เป็นขดี รูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ จาแนกรูปสามเหลี่ยม รูปส่ีเหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงส่เี หลย่ี มมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย การนาเสนอข๎อมูล ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เมื่อกาหนดรปู ๑ รูปแทน ๑ หนํวย โดยการจัดประสบการณ์ให๎ศึกษา ค๎นคว๎า ฝึกทักษะด๎วยการปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด การแก๎ปัญหา การให๎เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนา ประสบการณ์ที่ไดไ๎ ปใช๎ในการเรยี นร๎สู ่งิ ตาํ งๆ และใช๎ในชวี ิตประจาวัน เพ่ือให๎เห็นคุณคําและมีเจตคติที่ดีตํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานได๎อยํางเป็นระบบ มรี ะเบยี บ รอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมีความคิดรเิ ร่มิ สรา๎ งสรรค์ รหัสตวั ชี้วดั ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ค ๑.๒ ป.๑/๑ ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ค ๒.๒ ป.๑/๑ ค ๓.๑ ป.๑/๑ รวม ๑๐ ตัวชว้ี ัด หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๑๙ รายวชิ าพน้ื ฐานกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ คาอธบิ ายรายวชิ า เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคานวณ และฝึกการแก๎ปัญหาเกี่ยวกับความรู๎น้ัน ไปประยุกต์ใช๎ ในสาระการเรยี นรู๎ จานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ บอกจานวนของสิ่งตํางๆ แสดงส่ิงตํางๆ ตามจานวนท่ี กาหนด อํานและเขียนตัวเลข ฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย ตัวหนังสือแสดง จานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช๎เคร่ืองหมาย = ≠ > < เรียงลาดับ จานวนนับไมเํ กนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ ตัง้ แตํ ๓ ถึง ๕ จานวนจากสถานการณต์ าํ ง ๆ การบวก การลบ การคูณ การหารจานวนนับ ไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ หาคําของตัวไมํทราบ คําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับ จานวนไมํเกิน ๒ หลัก หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการหารที่ตัวตั้งไมํเกิน ๒ หลกั ตวั หาร ๑ หลัก โดยท่ีผลหารมี ๑ หลกั ทัง้ หารลงตัวและหารไมลํ งตัว หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนบั ไมํเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอน ของ จานวนนับไมเํ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐ เวลา แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับเวลาทม่ี หี นํวยเดย่ี วและเปน็ หนํวยเดียวกนั ความยาว วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร แสดงวิธีหาคาตอบของ โจทยป์ ัญหาการบวก การลบเกย่ี วกับความยาวทีม่ ีหนํวยเป็นเมตรและเซนติเมตร น้าหนัก วัดและเปรียบ เทียบน้าหนักเป็น กิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด แสดงวิธีหา คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับน้าหนักท่ีมีหนํวยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและ ขีด ปริมาตรและความจุ วดั และเปรียบเทยี บปริมาตรและความจเุ ปน็ ลติ ร รปู เรขาคณติ สองมติ ิ จาแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหลย่ี มและวงกลม การนาเสนอข๎อมูล ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ ในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเม่ือ กาหนดรปู ๑ รปู แทน ๒ หนํวย ๕ หนํวย หรือ ๑๐ หนํวย รหสั ตัวช้ีวดั ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖ ค ๒.๒ ป.๒/๑ ค ๓.๑ ป.๒/๑ รวม ๑๖ ตัวชี้วดั หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๒๐ รายวิชาพนื้ ฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง อํานและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือ แสดงจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบและเรียงลาดับจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จาก สถานการณ์ตําง ๆ บอก อําน และเขียนเศษสํวนท่ีแสดงปริมาณสิ่งตําง ๆ และแสดงส่ิงตําง ๆ ตาม เศษสํวนที่กาหนดเปรียบเทียบเศษสวํ นท่ีตัวเศษเทํากัน โดยท่ีตัวเศษน๎อยกวําหรือเทํากับตัวสํวนหาคํา ของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวนไมํ เกิน ๔ หลัก และจานวน ๒ หลักกับจานวน ๒ หลัก หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการหารท่ตี ัวตัง้ ไมเํ กิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลกั และหาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน และ แสดงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจานวนนับไมํเกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หา ผลบวกและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกของเศษสํวนท่ีมีตัวสํวนเทํากันและผลบวกไมํ เกิน ๑ และหาผลลบพร๎อมท้ังแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการลบของเศษสํวนท่ีมีตัวสํวน เทํากันระบุจานวนที่หายไปในแบบรูปของจานวนที่เพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละเทํา ๆ กัน แสดงวิธีหา คาตอบของโจทยป์ ญั หาเกี่ยวกับเงิน เวลา และระยะเวลา เลือกใช๎เครื่องมือความยาวท่ีเหมาะสม วัด และบอกความยาวของสิ่งตําง ๆ เป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร คาดคะเนความ ยาวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวระหวํางเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับ เซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ตําง ๆ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ความยาวท่ีมีหนํวยเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร เลือกใช๎ เคร่ืองชั่งทีเ่ หมาะสม วัดและบอกนา้ หนักเปน็ กิโลกรัมและขดี กิโลกรมั และกรัม คาดคะเนน้าหนักเป็น กโิ ลกรัมและเป็นขีด เปรียบเทียบน้าหนักและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้าหนักที่มี หนํวยเป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม จากสถานการณ์ตําง ๆ เลือกใช๎เคร่ืองตวงท่ี เหมาะสม วัดและเปรียบเทียบปริมาตรความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนปริมาตรและความจุ เป็นลิตรและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรและความจุที่มีหนํวยเป็นลิตรและ มิลลิเมตร ระบุรูปเรขาคณิตสองมิติท่ีมีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตรเขียนแผนภูมิรูปภาพ และใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเขียนตารางทางเดียวจากข๎อมูลท่ี เปน็ จานวนนับและใช๎ขอ๎ มูลจากตารางทางเดียวในการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา รหสั ตวั ชี้วดั ค๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป๓/๑๑ ค๑.๒ ป.๓/๑ ค๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ , ป.๓/๖, ป.๓/๗ , ป.๓/๘,ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐ ป๓/๑๑, ป๓/๑๒,ป๓/๑๓ ค๒.๒ ป.๓/๑ ค๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ รวมทั้งหมด ๒๘ ตวั ชวี้ ัด หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๒๑ รายวิชาพ้นื ฐานกลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ คาอธบิ ายรายวิชา เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคานวณ และฝึกการแก๎ปัญหาเกี่ยวกับความรู๎นั้น ไปประยุกต์ใช๎ ในสาระการเรยี นร๎ู จานวนนบั ทีม่ ากกวาํ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ อาํ นและเขยี นตวั เลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ ตัวหนังสือแสดงจานวนนับท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ เปรียบเทียบและเรียงลาดับจานวนนับท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณต์ าํ งๆ เศษสํวน บอก อํานและเขียนเศษสํวน จานวนคละแสดง ปริมาณสิ่งตํางๆ และแสดงสิ่ง ตํางๆ ตามเศษสํวน จานวนคละที่กาหนด เปรียบเทียบ เรียงลาดับเศษสํวน และจานวนคละท่ี ตวั สํวนตวั หน่ึงเปน็ พหุคณู ของอกี ตัวหนงึ่ ทศนิยม อํานและเขียนทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง แสดงปริมาณของสิ่งตํางๆ และแสดงส่ิง ตาํ งๆ ตามทศนิยมทีก่ าหนด เปรียบเทยี บและเรียงลาดับทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํงจากสถานการณต์ ํางๆ การบวก การลบ การคูณ การหารจานวนนับท่ีมากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ ประมาณ ผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหาร จากสถานการณต์ าํ งๆ อยํางสมเหตุสมผล หาคําของตัว ไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับที่ มากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาคําของตัวไมํทราบคําในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน หลายหลัก ๒ จานวนท่ีมีผลคูณไมํเกิน ๖ หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารที่ตัวตั้งไมํเกิน ๖ หลกั ตัวหารไมํเกิน ๒ หลัก หาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคนของจานวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหา คาตอบของโจทยป์ ญั หา ๒ ขนั้ ตอน ของจานวนนบั ที่มากกวํา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร๎างโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจานวนนบั และ ๐ พรอ๎ มท้งั หาคาตอบ การบวก การลบเศษสวํ น หาผลบวก ผลลบ ของเศษสํวนและจานวนคละท่ีตัว สํวนตัวหนึ่ง เป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบ เศษสํวนและจานวนคละทตี่ วั สวํ นตัวหนง่ึ เปน็ พหุคณู ของอีกตวั หน่ึง การบวก การลบทศนิยม หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง แสดงวิธีหา คาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ ๒ ขน้ั ตอนของทศนิยมไมเํ กนิ ๓ ตาแหนํง เวลา แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกบั เวลา การวัดและสร๎างมมุ วดั และสรา๎ งมุม โดยใชโ๎ พรแทรกเตอร์ รูปสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉาก แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ความยาวรอบรูปและพื้นท่ี ของรปู สเ่ี หล่ียมมุมฉาก รูปเรขาคณิต จาแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม สํวนประกอบ ของมุมและเขียนสัญลักษณ์ แสดงมุม สรา๎ งรูปสเี่ หลย่ี มมุมฉากเม่ือกาหนดความยาวของดา๎ น การนาเสนอขอ๎ มูล ใชข๎ อ๎ มูลจากแผนภมู ิแทํง ตารางสองทาง ในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา โดยการจัดประสบการณ์ให๎ศึกษา ค๎นคว๎า ฝึกทักษะด๎วยการปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด การแก๎ปัญหา การให๎เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนา ประสบการณ์ทีไ่ ด๎ไปใช๎ในการเรยี นรู๎สิ่งตํางๆ และใช๎ในชีวติ ประจาวัน หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๒๒ เพื่อให๎เห็นคุณคําและมีเจตคติที่ดีตํอคณิตศาสตร์ สามารถทางานได๎อยํางเป็นระบบ มี ระเบียบ รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณและมคี วามคิดรเิ ริ่มสรา๎ งสรรค์ รหสั ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖ ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ค ๓.๑ ป.๔/๑ รวมทั้งหมด ๒๒ ตัวชี้วดั หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๒๓ รายวิชาพ้ืนฐานกล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ คาอธบิ ายรายวิชา เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคานวณ และฝึกการแก๎ปัญหาเก่ียวกับความร๎ูนั้น ไปประยุกต์ใช๎ ในสาระการเรยี นรู๎ ทศนยิ มเขยี นเศษสวํ นที่มตี ัวสํวนเป็นตัวประกอบของ ๑๐หรอื ๑๐๐หรอื ๑,๐๐๐ ในรปู ทศนยิ ม จานวนนับและ ๐ การบวก การลบ การคูณ และการหาร แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ ปญั หาโดยใช๎บัญญตั ิไตรยางศ์ เศษสํวน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสํวน หาผลบวก ผลลบของเศษสํวน และจานวนคละ หาผลคูณ ผลหารของเศษสํวนและจานวนคละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา การบวก การลบ การคณู การหารเศษสวํ น ๒ ขัน้ ตอน การคณู การหารทศนยิ ม หาผลคูณของทศนิยมที่ผลคูณเป็นทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง หา ผลหารที่ตัวตั้งเป็นจานวนนับหรือทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง และตัวหารเป็นจานวนนับ ผลหารเป็น ทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนํง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร ทศนยิ ม ๒ ข้นั ตอน รอ๎ ยละ หรือเปอร์เซ็นต์ แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหารอ๎ ยละไมเํ กนิ ๒ ขน้ั ตอน ความยาว แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีการเปลี่ยนหนํวยและ เขยี นในรปู ทศนิยม น้าหนกั แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้าหนักที่มีการเปลี่ยนหนํวยและเขียน ในรปู ทศนิยม ปริมาตรและความจุ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยม มุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่เี หลีย่ มมุมฉาก รูปเรขาคณิต สร๎างเส๎นตรง หรอื สํวนของเสน๎ ตรงใหข๎ นานกบั เส๎นตรงหรือสํวนของเส๎นตรงที่ กาหนดให๎ รูปเรขาคณิตสองมิติ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูป ส่ีเหล่ียม และพื้นที่ของรูปส่ีเหลี่ยมด๎านขนาน และรูปสี่เหล่ียมขนมเปียกปูน จาแนกรูปสี่เหลี่ยมโดย พิจารณาจากสมบัติของรูป สร๎างรูปสี่เหล่ียมชนิดตํางๆ เมื่อกาหนดความยาวของด๎านและขนาดของ มุม หรือเม่อื กาหนด ความยาวของเสน๎ ทแยงมุม รูปเรขาคณิตสามมติ ิ บอกลักษณะของปรซิ มึ การนาเสนอข๎อมูล ใช๎ข๎อมูลจากกราฟเส๎นในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เขียนแผนภูมิ แทงํ จากข๎อมูลที่เป็นจานวนนับ รหสั ตวั ชี้วดั ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ รวม ๑๙ ตัวชี้วดั หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๒๔ รายวิชาพื้นฐานกลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง เปรียบเทียบ เรียงลาดับ เศษสํวนและจานวนคละจากสถานการณ์ตําง ๆ เขียนอัตราสํวน แสดงการเปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณ จากข๎อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแตํละปริมาณ เปน็ จานวนนบั หาอตั ราสวํ นท่เี ทาํ กบั อัตราสํวนท่ีกาหนดให๎ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจานวนับไมํ เกิน ๓ จานวน แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาโดยใช๎ความร๎ูเกี่ยวกับห.ร.ม.และค.ร.น. หาผลลัพธ์ ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสํวนและจานวนคละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เศษสวํ นและจานวนคละ ๒-๓ ขั้นตอน หาผลหารของทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไมํเกิน ๓ ตาแหนงํ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ข้ันตอน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราสํวนและโจทย์ปัญหาร๎อยละ ๒-๓ ข้ันตอน แสดงวิธีคิดและ หาคาตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูป เรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบด๎วยทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม จาแนกรูป สามเหล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร๎างรูปสามเหลี่ยมเมื่อกาหนดความยาวของด๎านและ ขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตําง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบ จากรูปคลี่ และระบุรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ใช๎ข๎อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมในการหาคาตอบ ของโจทยป์ ัญหา ในการจัดการเรียนร๎ูได๎กาหนดสถานการณ์เพื่อให๎ผู๎เรียนได๎ศึกษา ค๎นคว๎า ฝึกทักษะโดยการ ปฏิบัติจริง สรุปเนื้อหา มีเจตคติท่ีดีตํอคณิตศาสตร์ มีความคิดริเร่ิมสร๎างสรรค์ เพ่ือพัฒนาทักษะและ กระบวนการทางคณิตศาสตรข์ องผ๎ูเรียน และนาไปใชใ๎ นชวี ิตประจาวนั ได๎ รหสั ตัวช้ีวดั ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/๑๒ ค ๑.๒ ป.๖/๑ ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ ค ๓.๑ ป.๖/๑ รวม ๒๑ ตัวชี้วัด หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๒๕ รายวิชาพื้นฐานกลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชนั้ รหสั ช่อื รายวิชา เวลาเรียนรายปี ช้ัน ป. ๑ ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ๓ ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๑๒๐/ปี) ชัน้ ป. ๒ ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห์ (๑๒๐/ปี) ชั้น ป. ๓ ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๓ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ (๑๒๐/ปี) ชั้น ป. ๔ ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๑๒๐/ปี) ชั้น ป. ๕ ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๑๒๐/ปี) ชนั้ ป. ๖ ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๑๒๐/ปี) หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๒๖ รายวิชาพน้ื ฐานกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง ศึกษาพืชและสัตว์ท่ีอาศัยอยํูบริเวณตํางๆ จากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ บอกสภาพแวดล๎อมท่ี เหมาะสมกบั การดารงชวี ติ ของสตั ว์ในบริเวณที่อาศัยอยํู บรรยายลักษณะพืชและบอกหน๎าที่ของสํวน ตํางๆ ของรํางกายมนุษย์ สัตว์ และพืช รวมทั้งบรรยายการทาหน๎าที่รํวมกันของสํวนตํางๆ ของ ราํ งกายมนุษยใ์ นการทากิจกรรมตํางๆ ตระหนักถึงความสาคัญของสํวนตํางๆ ของรํางกายตนเอง โดย การดแู ลสวํ นตาํ งๆ อยาํ งถูกตอ๎ งให๎ปลอดภัย และรกั ษาความสะอาดอยํูเสมอ อธิบายสมบัติท่ีสังเกตได๎ ของวัสดุที่ใช๎ทาวัตถุซึ่งทาจากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกันโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ บอกชนิดของวัสดุและจัดกลุํมวัสดุตามสมบัติท่ีสังเกตได๎ บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการ เคล่ือนที่ของเสียงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุดาวท่ีปรากฏบนท๎องฟูาในเวลากลางวัน และ กลางคืนจากขอ๎ มูลทรี่ วบรวมได๎ อธบิ ายสาเหตุท่มี องไมํเห็นดาวสํวนใหญํในเวลากลางวันจากหลักฐาน เชงิ ประจักษ์ อธิบายลักษณะภายนอกของหนิ จากลกั ษณะเฉพาะตวั ทสี่ งั เกตได๎ โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แก๎ปัญหาอยํางงําย ใช๎การลองผิดลองถูก การ เปรียบเทียบ แสดงลาดับข้ันตอนการทางานหรือการแก๎ปัญหาอยํางงําย โดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ข๎อความ เขียนโปรแกรมอยํางงําย โดยใช๎ซอฟต์แวร์หรือส่ือ ใช๎เทคโนโลยีในการสร๎าง จัดเก็บ เรียกใช๎ ข๎อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช๎เทคโนโลยี สารสนเทศอยํางปลอดภัย ปฏิบัติตามข๎อตกลงในการใช๎ คอมพิวเตอรร์ ํวมกันดแู ลรักษาอปุ กรณเ์ บื้องต๎น ใช๎งานอยาํ งเหมาะสม เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ มีทักษะการคิด และมีสํวนรํวมในการเรียนรู๎ทุกขั้นตอน รวมทง้ั สํงเสริมให๎เกดิ จิตวทิ ยาศาสตรแ์ ละมีเจตคตทิ ี่ดตี อํ การเรียนวิทยาศาสตร์ รหัสตวั ช้ีวัด ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๒.๓ ป.๑/๑ ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๓.๒ ป.๑/๑ ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ รวมท้ังหมด ๑๕ ตัวช้ีวัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๒๗ รายวิชาพื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ คาอธบิ ายรายวิชา เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง ระบุวําพืชต๎องการแสงและน้าเพื่อการเจริญเติบโต โดยใช๎ข๎อมูลจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถงึ ความจาเป็นทพี่ ืชต๎องไดร๎ บั นา้ และแสงเพ่อื การเจริญเติบโต โดยดแู ลพชื ให๎ได๎รับส่ิงดังกลําว อยาํ งเหมาะสม สรา๎ งแบบจาลองทีบ่ รรยายวัฏจักรชีวิตของพืชดอก เปรียบเทียบลักษณะของสิ่งมีชีวิต และส่ิงไมํมีชีวิตจากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุโดยใช๎หลักฐานเชิง ประจักษ์ และระบุการนาสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุไปประยุกต์ใช๎ในการทาวัตถุในชีวิตประจาวัน อธิบายสมบัติท่ีสังเกตได๎ของวัสดุท่ีเกิดจากการนาวัสดุมาผสมกันโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทียบสมบัติที่สังเกตได๎ของวัสดุเพ่ือนามาทาเป็นวัตถุในการใช๎งานตามวัตถุประสงค์ และ อธิบายการนาวัสดุที่ใช๎แล๎วกลับมาใช๎ใหมํโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึงประโยชน์ของการ นาวัสดุที่ใช๎แล๎วกลับมาใช๎ใหมํ โดยการนาวัสดุท่ีใช๎แล๎วกลับมาใช๎ใหมํ บรรยายแนวการเคล่ือนท่ีของ แสงจากแหลํงกาเนิดแสง และอธิบายการมองเห็นวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักในคุณคํา ของความรู๎ของการมองเหน็ โดยเสนอแนะแนวทางการปูองกันอนั ตรายจากการมองวัตถุที่อยํูในบริเวณ ท่มี ีแสงสวํางไมํเหมาะสม ระบสุ ํวนประกอบของดิน และจาแนกชนดิ ของดินโดยใช๎ลักษณะเน้ือดินและ การจับตวั เปน็ เกณฑ์ อธบิ ายการใช๎ประโยชนจ์ ากดินจากข๎อมลู ที่รวบรวมได๎ แสดงลาดับขั้นตอนการทางานหรือการแก๎ปัญหาอยํางงํายโดยใช๎ภาพ สัญลักษณ์ หรือ ข๎อความ เขียนโปรแกรมอยํางงําย โดยใช๎ซอฟต์แวร์หรือส่ือ และตรวจหาข๎อผิดพลาดของโปรแกรม ใช๎เทคโนโลยีในการสร๎าง จัดหมวดหมูํ ค๎นหา จัดเก็บ เรียกใช๎ข๎อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช๎เทคโนโลยี สารสนเทศอยํางปลอดภัย ปฏิบัติตามข๎อตกลงในการใช๎คอมพิวเตอร์ รํวมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์ เบื้องต๎นใชง๎ านอยํางเหมาะสม รหัสตัวชี้วัด ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ ว ๑.๓ ป.๒/๑ ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ รวมทั้งหมด ๑๖ ตวั ชี้วัด หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๒๘ รายวิชาพ้ืนฐานกล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ คาอธบิ ายรายวชิ า เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง ศึกษาการเรียนร๎ูแบบนักวิทยาศาสตร์ ปัจจัยในการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์ และสัตว์ วัฏจักรชีวิตของสัตว์ วัตถุประกอบข้ึนจากชิ้นสํวนยํอยซึ่งสามารถแยกออกจากกันและ ประกอบกนั เป็นวตั ถุ ช้ินใหมไํ ด๎ การเปลีย่ นแปลงของวัสดุเม่ือทาให๎ร๎อนขึ้นหรือเย็นลง ผลของแรง ที่มีตํอการเปลี่ยนแปลง การ เคล่ือนท่ีของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไมํสัมผัส วัสดุท่ีแมํเหล็กดึงดูดได๎ แรงแมํเหล็ก ข้ัวแมํเหล็ก การเปลี่ยน พลังงานหน่ึงไปเป็นอีกพลังงานหน่ึง การทางานของเครื่อง กาเนิดไฟฟูา แหลํงพลังงานในการผลิตไฟฟูา การใช๎ ไฟฟูาอยํางประหยัดและปลอดภัย การเกิด กลางวัน กลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การกาหนด ทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์ สํวนประกอบของอากาศ ความสาคัญของอากาศ ผลกระทบของมลพิษ ทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม การแสดงข้นั ตอนการแกป๎ ญั หาโดยใช๎เหตุผลเชิงตรรกะ เบื้องต๎น การเขียน โปรแกรมแบบวนซ้าโดยใช๎บัตรคาส่งั และการตรวจหาข๎อผดิ พลาด การใช๎อินเทอร์เน็ต และข๎อตกลงใน การใช๎งาน การรวบรวมข๎อมลู การประมวลผลข๎อมลู เบือ้ งตน๎ การน าเสนอขอ๎ มูล เทคโนโลยี ในงาน ดา๎ นตาํ ง ๆ ข๎อดแี ละข๎อเสยี ในการใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ใช๎การสืบเสาะหาความรู๎ สังเกต รวบรวมข๎อมูล จัดกระทาและสื่อความหมายข๎อมูล สร๎าง แบบจาลอง และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให๎เกิดความร๎ูความเข๎าใจ มีทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ ข้ันพื้นฐานและมีทักษะการเรียนร๎ูในศตวรรษที่ ๒๑ ในด๎านการใช๎เทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ่ สาร เบื้องตน๎ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความคิดสร๎างสรรค์ สามารถทางาน รํวมกับผ๎ูอื่น แสดงข้ันตอนการ แก๎ปัญหา เขียนโปรแกรมแบบวนซ้าโดยใช๎บัตรคาส่ัง ใช๎อินเทอร์เน็ต ในการคน๎ หาความรู๎ รวบรวม ประมวลผล และนาเสนอข๎อมลู ตามวตั ถุประสงค์ ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช๎ความรู๎และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ตระหนัก ถึงการใช๎อินเทอร์เน็ตอยํางปลอดภัยและอยูํในการดูแลของครูหรือผู๎ปกครอง มีจิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคํานยิ มทเี่ หมาะสม รหสั ตวั ชี้วดั ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ รวมท้ังหมด ๒๕ ตวั ช้ีวัด หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๒๙ รายวิชาพ้ืนฐานกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ คาอธบิ ายรายวิชา เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง ศึกษาสํวนตาํ งๆของพืชดอก จาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไมํมีดอกโดยใช๎เกณฑ์การมี ดอกของพืช จากข๎อมูลท่ีรวบรวมได๎ จัดกลุํมของส่ิงมีชีวิตโดยอาศัยลักษณะความเหมือนและความ แตกตําง จาแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไมํมีกระดูกสันหลัง โดยใช๎การมีกระดูก สันหลังเป็นเกณฑ์ สามารถบรรยายลักษณะเฉพาะของสัตว์ท่ีสังเกตเห็นในกลุํมตํางๆ พร๎อมท้ัง ยกตัวอยํางส่ิงมีชีวิตในแตํละกลุํมได๎ เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของวัสดุโดยใช๎ผลการทดลอง และระบุการนาสมบัติไปใช๎ในชีวิตประจาวัน โดยการออกแบบช้ินงาน แลกเปล่ียนความคิดและ รํวมกันอภิปรายสมบัติตํางๆจากการทดลอง เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง ๓ สถานะ โดยใช๎ เคร่ืองมือ ระบุผลของแรงโน๎มถวํ งที่มีตํอวตั ถแุ ละบรรยายมวลของวัตถุท่ีมีผลตํอการเปล่ียนแปลงการ เคลื่อนท่ี จาแนกวัตถุท่ีเป็นตัวกลางชนิดตํางๆ โดยอาศัยลักษณะการมองเห็นผํานวัตถุนั้นเป็นเกณฑ์ อธิบายการข้ึนและตกของดวงจันทร์และสร๎างแบบจาลองอธิบายการเปล่ียนแปลง พร๎อมท้ังพยากรณ์ รูปรํางที่ปรากฏของดวงจันทร์ได๎ สร๎างแบบจาลองของระบบสุริยะและอธิบายเปรียบเทียบการโคจร ของดาวเคราะหต์ าํ งๆ จากแบบจาลอง สามารถแกป๎ ัญหาอยาํ งงํายโดยใชเ๎ หตุผลมาอธิบาย ออกแบบ และนาเทคโนโลยีท่ีหลากหลายมาใช๎แก๎ปัญหาในชีวิตประจาวันรวมถึงรวบรวมข๎อมูลส ารสนเทศเพื่อ ประเมินผลและนาเสนอเพ่ือแก๎ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถใช๎สารสนเทศได๎อยํางปลอดภัยและ เข๎าใจในสิทธิและหน๎าท่ขี องตนและผู๎อ่นื โดยใช๎กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความร๎ู การสารวจตรวจสอบ การ สืบคน๎ ขอ๎ มลู บันทกึ จัดกลุํมข๎อมลู และการอภปิ ราย ในการแก๎ปญั หาในชวี ติ ประจาวัน เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความคิด ความเข๎าใจ สามารถนาเสนอ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนร๎ู มี ความสามารถในการตัดสินใจ เหน็ คุณคําของการนาความร๎ูไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวันมีจิตวิทยา ศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคํานยิ มทเี่ หมาะสม รหสั ตัวช้ีวัด ว ๑.๒ ป.๔/๑ ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ว ๒.๓ ป.๔/๑ ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕ รวมท้ังหมด ๒๑ ตวั ชีว้ ดั หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๓๐ รายวิชาพืน้ ฐานกลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง บรรยายโครงสร๎างและลักษณะของส่ิงมีชีวิตท่ีเหมาะสมกับการดารงชีวิตซึ่งเป็นผลมาจาก การปรับตัวของส่ิงมีชีวิตในแตํละแหลํงที่อยูํ อธิบายความสัมพันธ์ระหวํางส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหวํางสิ่งมีชีวิตกับส่ิงไมํมีชีวิตเพื่อประโยชน์ตํอการดารงชีวิต เขียนโซํอาหารและระบุ บทบาทหนา๎ ท่ขี องสงิ่ มีชีวิตทเ่ี ปน็ ผผ๎ู ลิตและผ๎ูบริโภคในโซอํ าหาร ตระหนักในคุณคําของสิ่งแวดล๎อมท่ีมี ตํอการดารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตโดยมีสํวนรํวมในการดูแลรักษาส่ิงแวดล๎อม อธิบายลักษณะทาง พันธุกรรมท่ีมีการถํายทอดจากพํอแมํสูํลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ แสดงความอยากรู๎อยากเห็นโดย การถามคาถามเก่ียวกับลักษณะที่คล๎ายคลึงกันของตนเองกับพํอแมํ อธิบายการเปลี่ยนสถานะของ สสารเม่ือทาให๎สสารร๎อนข้ึนหรือเย็นลงโดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายการละลายของสารในน้า โดยใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมีโดย ใช๎หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และระบุการเปล่ียนแปลงที่ผันกลับได๎และการเปลี่ยนแปลงที่ผัน กลบั ไมํได๎ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธข์ องแรงหลายแรงในแนวเดียวกันทีก่ ระทาตํอวัตถุในกรณีที่วัตถุอยูํ น่ิงจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ีกระทาตํอวัตถุท่ีอยูํในแนวเดียวกันและแรง ลพั ธท์ ่ีกระทาตํอวตั ถุ ใช๎เคร่ืองช่ังสปริงในการวัดแรงที่กระทาตํอวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานท่ีมีตํอ การเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทาน และแรงท่ีอยํูในแนวเดียวกันท่ีกระทาตํอวัตถุ อธิบายการได๎ยินเสียงผํานตัวกลางจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ ระบุตัวแปร ทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่า ออกแบบการทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกิด เสียงดัง เสียงคํอย วัดระดับเสียงโดยใช๎เคร่ืองมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคณุ คําของความรเู๎ รอ่ื งระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเล่ียงและลดมลพิษทาง เสียง เปรียบเทียบความแตกตํางของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์จากแบบจาลอง ใช๎แผนท่ีดาวระบุ ตาแหนํงและเส๎นทาง การขึ้นและตกของกลํุมดาวฤกษ์บนท๎องฟูา และอธิบายแบบรูปเส๎นทางการข้ึน และตกของกลุํมดาวฤกษ์บนท๎องฟูาในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้าในแตํละแหลํงและระบุปริมาณ น้าท่ีมนษุ ย์สามารถนามาใช๎ประโยชน์ไดจ๎ ากข๎อมูลที่รวบรวมได๎ ตระหนักถึงคุณคําของน้าโดยนาเสนอ แนวทางการใช๎น้าอยํางประหยัดและการอนุรักษ์น้า สร๎างแบบจาลองท่ีอธิบายการหมุนเวียนของน้า ในวัฏจักรน้า เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค๎าง และน้าค๎างแข็งจากแบบจาลอง เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลกู เห็บจากข๎อมลู ที่รวบรวมได๎ ใชเ๎ หตุผลเชิงตรรกะในการแกป๎ ัญหา การอธิบาย การงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหา อยาํ งงาํ ย ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใช๎เหตุผลเชิงตรรกะอยํางงําย ตรวจหาข๎อผิดพลาดและ แกไ๎ ข ใชอ๎ ินเทอร์เนต็ ค๎นหาขอ๎ มูล ติดตํอสื่อสารและทางานรํวมกัน ประเมินความนําเช่ือถือของข๎อมูล รวบรวม ประเมิน นาเสนอข๎อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช๎ซอฟต์แวร์หรือบริการบน อินเทอร์เน็ตท่ีหลากหลายเพื่อแก๎ปัญหาในชีวิตประจาวัน ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศอยํางปลอดภัย มีมารยาท เข๎าใจสิทธิและหน๎าท่ีของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น แจ๎งผ๎ูเก่ียวข๎อง เม่ือพบข๎อมูลหรือ บคุ คลท่ไี มเํ หมาะสม หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๓๑ รหสั ตวั ชี้วดั ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ รวมทั้งหมด ๓๒ ตวั ชวี้ ัด หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๓๒ รายวิชาพืน้ ฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง ศึกษาการเรียนรู๎แบบนักวิทยาศาสตร์ สารอาหาร การเลือกรับประทานอาหารให๎ได๎ สารอาหาร ครบถ๎วนในสัดสํวนที่เหมาะสมและปลอดภัยตํอสุขภาพ ระบบยํอยอาหาร การแยกสาร ผสมโดยการหยิบออก การรํอน การใช๎แมํเหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน แรง ไฟฟูาซึ่งเกิดจากวัตถุท่ีผํานการ ขัดถู การตํอวงจรไฟฟูาอยํางงําย การตํอเซลล์ไฟฟูาแบบอนุกรมและ การนาไปใช๎ประโยชน์ การตํอหลอดไฟฟูา แบบอนุกรมและแบบขนานและการนาไปใช๎ประโยชน์ การเกิดเงามืดเงามัว ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา เทคโนโลยีอวกาศ กระบวนการเกิด หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และวัฏจักรหิน ลักษณะและสมบัติของหินและแรํ การใช๎ประโยชน์ ของหินและแรํ การเกิดซากดึกดาบรรพ์และสภาพแวดล๎อม ในอดีตของซากดึกดาบรรพ์ การเกิดลม บก ลมทะเล และมรสุม ผลของมรสุมตํอการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของน้า ทํวม การกัดเซาะชายฝ่ัง ดินถลํม แผํนดินไหว สึนามิ การเกิดและผลกระทบ ของปรากฏการณ์เรือน กระจก การใช๎เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการอธบิ ายและออกแบบวิธีการแก๎ปัญหา การ ออกแบบ การเขียน โปรแกรมและการตรวจหาข๎อผิดพลาด การค๎นหาข๎อมูลในอินเทอร์เน็ตอยํางมี ประสิทธิภาพ การใช๎ เทคโนโลยสี ารสนเทศในการทางานรวํ มกัน ใช๎การสืบเสาะหาความรู๎ สังเกต รวบรวมข๎อมูล จัดกระทาและส่ือความหมายข๎อมูล สร๎างแบบจาลอง และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให๎เกิดความร๎ูความเข๎าใจ มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้น พื้นฐานและทักษะการเรียนร๎ูในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด๎านการใช๎ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบื้องต๎น สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู๎ มีความคิดสร๎างสรรค์ สามารถทางานรํวมกับผู๎อื่น อธิบายและออกแบบวิธีการ แก๎ปัญหาโดยใช๎เหตุผลเชิงตรรกะ เขียนโปรแกรมอยํางงํายเพื่อแก๎ปัญหาและตรวจหาข๎อผิดพลาดของ โปรแกรม ค๎นหาข๎อมูลใน อนิ เทอร์เนต็ อยํางมปี ระสทิ ธภิ าพ ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศทางานรํวมกัน ตระหนักถงึ คุณคาํ ของความรท๎ู างวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใชค๎ วามรู๎และกระบวนทาง วิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศรํวมกันอยํางปลอดภัย เข๎าใจสิทธิและหน๎าที่ ของตน เคารพในสิทธิของผู๎อื่น มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม รหสั ตวั ช้ีวัด ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ว ๒.๑ ป.๖/๑ ว ๒.๒ ป.๖/๑ ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘ ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวมทั้งหมด ๓๐ ตัวชว้ี ดั หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๓๓ รายวชิ าพื้นฐานกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าพื้นฐาน ระดบั ชัน้ รหัส ช่ือรายวิชา เวลาเรยี นรายปี ชน้ั ป. ๑ ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ฯ ๑ ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) สังคมศึกษา ฯ ๒ ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) ชัน้ ป. ๒ ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ฯ ๓ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) สังคมศึกษา ฯ ๔ ๒ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ (๘๐/ปี) ชั้น ป. ๓ ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ฯ ๕ ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี) สังคมศึกษา ฯ ๖ ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห์ (๘๐/ปี) ชั้น ป. ๔ ส ๑๔๑๐๑ ชน้ั ป. ๕ ส ๑๕๑๐๑ ชน้ั ป. ๖ ส ๑๖๑๐๑ รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ ระดบั ชั้น รหสั ช่ือรายวชิ า เวลาเรยี นรายปี ชน้ั ป. ๑ ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) ชน้ั ป. ๒ ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๒ ๑ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) ช้นั ป. ๓ ส ๑๓๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๓ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) ชั้น ป. ๔ ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) ชั้น ป. ๕ ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) ชน้ั ป. ๖ ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) รายวชิ าเพม่ิ เติมหน้าทพี่ ลเมอื ง บูรณาการป้องกนั การทุจรติ ระดบั ชนั้ รหสั ชือ่ รายวชิ า เวลาเรยี นรายปี ชั้น ป. ๑ ส ๑๑๒๓๑ หน๎าทพ่ี ลเมือง ๑ ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) ชนั้ ป. ๒ ส ๑๒๒๓๒ หนา๎ ที่พลเมือง ๒ ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) ชน้ั ป. ๓ ส ๑๓๒๓๓ หนา๎ ทพี่ ลเมือง ๓ ๑ ชั่วโมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) ช้นั ป. ๔ ส ๑๔๒๓๔ หนา๎ ที่พลเมือง ๔ ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๔๐/ปี) ช้นั ป. ๕ ส ๑๕๒๓๕ หนา๎ ที่พลเมือง ๕ ๑ ช่วั โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) ช้ัน ป. ๖ ส ๑๖๒๓๖ หนา๎ ทพ่ี ลเมือง ๖ ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (๔๐/ปี) หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๓๔ รายวิชาพน้ื ฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ศึกษาเก่ียวกับพุทธประวัติหรือประวัติของศาสดาที่ตนนับถือ การดาเนินชีวิตและข๎อคิด จากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเลําและศาสนิกชนตัวอยําง ความสาคัญ และการเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เห็นคุณคําขอ การสวดมนต์ แผํเมตตา สติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา การพัฒนาจิตตามแนวทาง ของศาสนาท่ตี นนบั ถอื การบาเพญ็ ประโยชนต์ ํอวดั ศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือ การแสดงตน เป็นพุทธมามกะ การแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พธิ ีกรรม และวันสาคญั ทางศาสนา ศึกษา ระบุ ยกตัวอยํางประโยชน์และการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและ โรงเรียนการกระทาความดีของตนเองและผู๎อืน่ เก่ยี วกับผลจากการกระทาน้ัน โครงสร๎าง บทบาทและ หน๎าที่ของสมาชิกในครอบครัวและโรงเรียน บทบาท สิทธิ หน๎าที่ของตนเองในครอบครัวและ โรงเรียน การมีสํวนรํวมในการตัดสินใจ การทากิจกรรมในครอบครัวและโรงเรียนตามกระบวนการ ประชาธิปไตย ศึกษา ระบุ ยกตัวอยํางสินค๎าและบริการที่ใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน การใช๎จํายเงินใน ชีวิตประจาวันท่ีไมํเกินตัวและเห็นประโยชน์ของการออม การใช๎ทรัพยากรในชีวิตประจาวันอยําง ประหยัดตามความจาเป็นท่ีคนตอ๎ งทางานอยาํ งสจุ รติ จาแนกส่งิ ตํางๆ รอบตวั ท่ีเกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร๎างขึ้น ระบุความสัมพันธ์ของ ตาแหนํง ระยะ ทิศของสิ่งตํางๆ ใช๎แผนผังงํายๆ ในการแสดงตาแหนํงของส่ิงตํางๆ ในห๎องเรียน สังเกต และบอกการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในรอบวัน บอกส่ิงตํางๆ ที่เกิดตามธรรมชาติที่สํงผลตํอความเป็นอยํูของมนุษย์ สังเกตและเปรียบเทียบ การ เปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล๎อมที่อยูํรอบตัวเพ่ือการปฏิบัติตนอยํางเหมาะสม มีสํวนรํวมในการดูแล ส่ิงแวดล๎อมทบี่ ๎านและชน้ั เรียน โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนกลํุม กระบวน สบื ค๎น กระบวนการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางประชาธิปไตย เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณคําของการนา ความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชนใ์ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน มีความซื่อสัตย์สุจริต รักความเป็นไทยและมี จติ สาธารณะ รหสั ตัวชี้วัด ส ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ส ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ส ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ส ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ส ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ส ๓.๒ ป.๑/๑ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๓๕ ส ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ส ๕.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ รวมท้ังหมด ๒๓ ตัวชี้วัด หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๓๖ พืน้ ฐานกลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๔๐ ชัว่ โมง ศึกษา อธิบาย ระบุเกี่ยวกับ วัน เดือน ปี และการนับชํวงเวลาตามปฏิทินที่ใช๎ใน ชวี ิตประจาวัน เรียงลาดบั เหตกุ ารณ์ในชวี ิตประจาวนั ตามวันเวลาท่ีเกิดข้ึน ประวัติความเป็นมาของ ตนเองและครอบครัวโดยสอบถามผู๎เก่ียวข๎อง การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล๎อม สิ่งของ เคร่ืองใช๎ การดาเนินชีวิตของตนเองกับสมัยของพํอแมํ ปุูยํา ตายาย และเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในอดีต ที่มี ผลกระทบตํอตนเองในปัจจุบัน ความสาคัญของสัญลักษณ์และของชาติไทย การปฏิบัติตนได๎ถูกต๎อง เก่ียวกบั สถานที่สาคัญซึ่งเป็นแหลงํ วัฒนธรรมในชุมชน สง่ิ ทต่ี นรกั และภาคภูมใิ จในท๎องถ่นิ โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนกลํุม กระบวน สบื คน๎ กระบวนการทางประวัตศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางประชาธปิ ไตย เพ่ือให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณคําของการนา ความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีความซ่ือสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี จติ สาธารณะ รหสั ตวั ช้ีวัด ส ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ส ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ส ๔.๓ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ รวมท้ังหมด ๘ ตัวช้ีวัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
๓๗ รายวชิ าพนื้ ฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๔๐ ช่วั โมง ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือ พุทธ ประวัติตั้งแตํประสูติจนถึงการออกผนวช ประวัติศาสดาท่ีตนนับถือ การดาเนินชีวิตและข๎อคิดจาก ประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเลํา และศาสนิกชนตัวอยําง ความสาคัญและการเคารพพระรัตนตรัย ปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพทุ ธศาสนา และหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ ชื่นชมการทา ความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวและในโรงเรียน ตามหลักศาสนาเห็นคุณคําของการสวดมนต์ แผํเมตตา มีสติท่ีเป็นพื้นฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตน นับถือ ชื่อศาสนา ศาสดา และความสาคัญของคัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือและศาสนาอื่น ๆ การ ปฏิบัติตนอยํางเหมาะสมตํอสาวกของศาสนาที่ตนนับถือ และศาสนพิธี พิธีกรรม และวันสาคัญทาง ศาสนา ศกึ ษา อธบิ าย ระบุ ปฏิบัติตนตามข๎อตกลง กติกา กฎ ระเบียบและหน๎าที่ที่ต๎องปฏิบัติใน ชีวติ ประจาวนั มารยาทไทย การแสดงพฤตกิ รรมในการยอมรับความคิด ความเชือ่ และการปฏิบัติของ บุคคลอื่นที่แตกตํางกันโดยปราศจากอคติ การเคารพในสิทธิ เสรีภาพของผ๎ูอ่ืน ความสัมพันธ์ของ ตนเอง และสมาชิกในครอบครัวในฐานะเปน็ สํวนหน่ึงของชมุ ชน ผ๎ูมีบทบาทในการตัดสินใจในโรงเรียน และชมุ ชน ศึกษา อธิบาย ระบุทรัพยากรที่นามาผลิตสินค๎าและบริการท่ีใช๎ในชีวิตประจาวัน ท่ีมาของ รายได๎และรายจํายของตนเองและครอบครัว บันทึกรายรับรายจํายของตนเอง ผลดีของการใช๎จํายที่ เหมาะสมกับรายได๎และการออม การแลกเปลี่ยนสินค๎าและบริการโดยวิธีตําง ๆบอกความสัมพันธ์ ระหวํางผู๎ซ้อื และผ๎ขู าย ศึกษา อธิบาย ยกตัวอยําง ระบุเวลาท่ีแสดงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ลาดับ เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในครอบครัวหรือในชีวิตของตนเองโดยใช๎หลักฐานท่ีเก่ียวข๎อง สืบค๎นถึงการ เปล่ียนแปลงในวิถีชีวิตประจาวันของคนในชุมชน ของตนจากอดีตถึงปัจจุบัน เก่ียวกับผลกระทบของ การเปลี่ยนแปลง ท่ีมีตํอวิถีชีวิตของคนในชุมชน บุคคลที่ทาประโยชน์ตํอท๎องถิ่นหรือประเทศชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และภมู ปิ ญั ญาไทยท่ีภาคภูมใิ จและควรอนรุ กั ษไ์ ว๎ ระบุส่งิ แวดล๎อมทางธรรมชาตแิ ละท่มี นุษยส์ รา๎ งขนึ้ ซึง่ ปรากฏระหวํางโรงเรียนกับบ๎าน ระบุ ตาแหนํงและลกั ษณะทางกายภาพของสิ่งตาํ งๆ ทป่ี รากฏในแผนผัง แผนที่ รูปถําย และลูกโลก สังเกต และแสดงความสัมพันธ์ระหวํางโลก ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ท่ีทาให๎เกิดปรากฏการณ์ อธิบาย ความสาคญั ของสิ่งแวดลอ๎ มทางธรรมชาติและที่มนุษย์สรา๎ งขึ้น จาแนกและใช๎ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช๎ แล๎วไมํหมดไปและที่ใช๎แล๎วหมดไปได๎อยํางคุ๎มคํา อธิบายความสัมพันธ์ของฤดูกาลกับการดาเนินชีวิต ของมนษุ ย์ มีสํวนรวํ มในการจัดการสิ่งแวดลอ๎ มในโรงเรยี น โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลํุม กระบวนสืบค๎น กระบวนการทาง ประวตั ิศาสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางจรยิ ธรรม กระบวนการประชาธิปไตย เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณคําของการนา ความรูไ๎ ปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีความซ่ือสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี จติ สาธารณะ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๓๘ รหสั ตัวช้ีวัด ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗ ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๔.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ รวมทั้งหมด ๓๔ ตัวช้วี ัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔
๓๙ รายวิชาพนื้ ฐานกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๒ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ คาอธบิ ายรายวชิ า เวลา ๔๐ ช่วั โมง ศึกษา อธิบาย ยกตัวอยําง ระบุเวลาที่แสดงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ลาดับ เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในครอบครัวหรือในชีวิตของตนเองโดยใช๎หลักฐานที่เก่ียวข๎อง สืบค๎นถึงการ เปล่ียนแปลงในวิถีชีวิตประจาวันของคนในชุมชน ของตนจากอดีตถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับผลกระทบของ การเปล่ียนแปลง ท่ีมีตํอวิถีชีวิตของคนในชุมชน บุคคลที่ทาประโยชน์ตํอท๎องถิ่นหรือประเทศชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และภมู ปิ ัญญาไทยทภ่ี าคภมู ิใจและควรอนรุ กั ษไ์ ว๎ โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลํุม กระบวนสืบค๎น กระบวนการทาง ประวตั ศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางจรยิ ธรรม กระบวนการประชาธิปไตย เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณคําของการนา ความรู๎ไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีความซ่ือสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี จิตสาธารณะ รหสั ตัวช้ีวัด ส ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ส ๔.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ รวมทั้งหมด ๖ ตัวช้ีวดั หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นสามแยก พุทธศักราช ๒๕๖๔
๔๐ รายวิชาพนื้ ฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๓ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ คาอธบิ ายรายวชิ า เวลา ๔๐ ชวั่ โมง ศกึ ษาความสาคญั ของพระพุทธศาสนา และศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะท่ีเป็นรากฐานสาคัญ ของวฒั นธรรมไทย พทุ ธประวัติตง้ั แตํการบาเพ็ญเพยี รจนถึงปรินิพพาน ประวัติของศาสดาท่ีตนนับถือ การดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเลําและศาสนิกชนตัวอยําง ความสาคัญของ พระไตรปิฎก คัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือ พระรัตนตรัย การปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ ใน พระพทุ ธศาสนา หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื เห็นคุณคําของการสวดมนต์ แผเํ มตตา มีสติท่ีเป็น พ้ืนฐานของสมาธิในพระพทุ ธศาสนา การพัฒนาจิต ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ ความสาคัญ และการปฏิบัติตนไดอ๎ ยํางเหมาะสมตํอศาสนสถาน ศาสนวัตถุ ศาสนพิธีพิธีกรรม และวันสาคัญทาง ศาสนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และการแสดงตนเปน็ ศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือ ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย ยกตัวอยํางประโยชน์ของการปฏิบัติตนตามประเพณีและ วัฒนธรรมในครอบครัว ท๎องถ่ิน การดาเนินชีวิตของตนเอง และผ๎ูอื่นท่ีอยูํในกระแสวัฒนธรรมที่ หลากหลาย ความสาคัญของวันหยดุ ราชการทีส่ าคัญ บุคคลซึ่งมีผลงานที่เป็นประโยชน์แกํชุมชนและ ท๎องถิ่นของตน บทบาทหน๎าที่ของสมาชิกของชุมชนการมีสํวนรํวมในกิจกรรมตําง ๆ ตาม กระบวนการประชาธิปไตย ความแตกตํางของกระบวนการการตัดสินใจในชั้นเรียน/โรงเรียนและ ชุมชนโดยวิธีการออกเสียงโดยตรงและการเลือกตัวแทนออกเสียง การเปล่ียนแปลงในช้ันเรียน/ โรงเรยี นและชุมชนทเี่ ปน็ ผลจากการตดั สนิ ใจของบคุ คลและกลุํม ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธิบาย จาแนกความต๎องการและความจาเป็นในการใช๎สินค๎าและบริการ ในการดารงชีวิต การใช๎จํายของตนเอง และนาทรัพยากรที่มีอยูํจากัดมีผลตํอการผลิตและบริโภค สินค๎าและบริการของรัฐจัดหาและให๎บริการแกํประชาชน ความสาคัญของภาษีและบทบาทของ ประชาชนในการเสียภาษี การแขํงขันทางการคา๎ ทีม่ ผี ลทาใหร๎ าคาสินค๎าลดลง ศึกษา วเิ คราะห์ อธบิ าย เปรยี บเทยี บ ตระหนัก การใช๎แผนท่ี แผนผัง และภาพถํายในการ หาข๎อมูลทางภูมิศาสตร์ในชุมชนได๎อยํางมีประสิทธิภาพ การเขียนแผนผังงํายๆ แสดงตาแหนํงที่ตั้ง ของสถานท่ีสาคัญในบริเวณโรงเรียนและชุมชน ลักษณะกายภาพกับลักษณะทางสังคมของชุมชน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล๎อมในชมุ ชนจากอดตี ถงึ ปัจจุบัน การพ่งึ พาสิง่ แวดลอ๎ มและทรพั ยากร ธรรมชาติในการสนองความต๎องการพื้นฐานของมนุษย์และการประกอบอาชีพ มลพิษและการ กํอให๎เกิดมลพิษโดยมนุษย์ ความแตกตํางของเมืองและชนบท การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล๎อมใน ชุมชน โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น กระบวนการทาง ประวัติศาสตร์ กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการประชาธิปไตย เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณคําของการนา ความร๎ไู ปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีความซื่อสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี จติ สาธารณะ รหสั ตัวช้ีวัด ส ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗ ส ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๔๑ ส ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ส ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ส ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ส ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ส ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ส ๕.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวชี้วดั หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๔๒ รายวิชาพน้ื ฐานกลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ คาอธิบายรายวิชา เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ศึกษา อธบิ าย ระบุ เปรียบเทยี บศกั ราชท่ีสาคัญตามปฏิทินทใ่ี ช๎ในชีวติ ประจาวันแสดงลาดับ เหตกุ ารณ์สาคัญของโรงเรียนและชุมชนโดยใช๎หลักฐานและแหลํงข๎อมูลที่เกี่ยวข๎อง ปัจจัยท่ีมีอิทธิพล ตํอการต้ังถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชน ลักษณะสาคัญของขนบธรรมเนียมประเพณี และ วฒั นธรรมของชมุ ชน ตนเองกับชุมชนอ่นื ๆ พระนามและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยท่ี เป็นผ๎ูสถาปนาอาณาจักรไทย พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ในรัชกาล ปจั จุบนั และบรรพบรุ ุษไทยทม่ี สี ํวนปกปอู งประเทศชาติ โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น กระบวนการทาง ประวัติศาสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการประชาธิปไตย เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณคําของการนา ความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีความซื่อสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี จติ สาธารณะ รหัสตวั ช้ีวัด ส ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ส ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ส ๔.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ รวมทั้งหมด ๘ ตัวช้ีวัด หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๔๓ รายวิชาพ้ืนฐานกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๘๐ ช่วั โมง ศึกษา อธิบายความสาคัญของพระพุทธศาสนา ศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะเป็นศูนย์รวม จิตใจของศาสนิกชน พทุ ธประวตั ิตงั้ แตบํ รรลุธรรมจนถึงประกาศธรรม ประวัตขิ องศาสดาท่ีตน นับถือ เห็นคุณคําการปฏิบัติตนตามแบบอยํางการดาเนินชีวิตและข๎อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/ศาสนิกชน ตัวอยําง พระรัตนตรัย การปฏิบัติตามไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนา หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ การทาความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ตามหลักศาสนา เห็นคุณคําของการสวดมนต์ แผํเมตตา การมีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิใน พระพุทธศาสนา และการพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ การปฏิบัติตามหลักธรรมของ ศาสนาท่ีตนนับถอื การอยํรู วํ มกันเป็นชาติได๎อยํางสมานฉันท์ ประวัติศาสดาของศาสนาอ่ืน ๆ การมี สํวนรํวมในการบารุงรักษาศาสนสถานของศาสนาท่ีตนนับถือ มรรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ีดี การปฏบิ ัตติ นในศาสนพิธี พธิ ีกรรมและวันสาคญั ทางศาสนา ศกึ ษา วิเคราะห์ อธิบาย การปฏิบตั ติ นเปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกท่ี ดีของชุมชน การเป็นผ๎ูนาและผู๎ตามที่ดี สิทธิพ้ืนฐานเด็ก ความแตกตํางทางวัฒนธรรมของกลุํมคนใน ทอ๎ งถ่ิน วธิ กี ารอยูํรํวมกันอยํางสันติสุขในชีวิตประจาวัน อานาจอธิปไตยและความสาคัญของระบอบ ประชาธิปไตย บทบาทหน๎าที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกต้ัง ความสาคัญของสถาบัน พระมหากษัตรยิ ์ตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข ศึกษา วิเคราะห์ ยกตัวอยําง อธิบาย ระบุปัจจัยท่ีมีผลตํอการเลือกซ้ือสินค๎าและบริการ สิทธิพ้ืนฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผ๎ูบริโภค หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและ นาไปใช๎ในชีวิตประจาวันของตนเอง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน หน๎าท่ีเบื้องต๎นของ เงนิ ในระบบเศรษฐกจิ สบื คน๎ และอธบิ ายข๎อมูลลักษณะทางกายภาพของจังหวัดตนเองด๎วยแผนท่ีและรูปถําย ระบุ แหลํงทรัพยากรและสถานที่สาคัญในจังหวัดของตนด๎วยแผนท่ีและรูปถําย อธิบาย ลักษณะทาง กายภาพท่ีสํงผลตํอแหลํงทรัพยากรและสถานที่สาคัญในจังหวัด วิเคราะห์สิ่งแวดล๎อมทางกายภาพที่ สงํ ผลตอํ การดาเนินชีวิตของคนในจังหวัด อธิบายการเปล่ียนแปลงสิ่งแวดล๎อมในจังหวัดและผลท่ีเกิด จากการเปล่ยี นแปลงนั้น นาเสนอแนวทางการจัดการส่งิ แวดล๎อมในจงั หวดั โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุํม กระบวนสืบค๎น กระบวนการทาง ประวตั ศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการทางจรยิ ธรรม กระบวนการประชาธปิ ไตย เพ่ือให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ ความสามารถในการสื่อสาร และเห็นคุณคําของการนา ความรไ๎ู ปใช๎ให๎เกิดประโยชนใ์ นการดาเนินชวี ิตประจาวัน มีความซ่ือสัตย์สุจริต รักความเป็นไทยและมี จิตสาธารณะ รหสั ตัวช้ีวดั ส ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ส ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ส ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕ หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๔๔ ส ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ส ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ส ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ส ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ส ๕.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ รวมทั้งหมด ๓๐ ตัวช้วี ัด หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
๔๕ รายวิชาพ้ืนฐานกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ คาอธิบายรายวชิ า เวลา ๔๐ ชัว่ โมง ศึกษา วิเคราะห์ ยกตัวอยําง อธิบาย แยกแยะ การนับชํวง เวลา เป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ ยุคสมัยในการศึกษาประวัตขิ องมนุษยชาติ หลักฐานที่ใชใ๎ นการศกึ ษาความเป็นมาของ ท๎องถ่ิน การต้ังหลักแหลํงและพัฒนาการของมนุษย์ยุคกํอนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีพบในท๎องถิ่นที่แสดงพัฒนาการของมนุษยชาติ อาณาจักรสุโขทัย ประวตั แิ ละผลงานของบุคคลสาคัญสมยั สุโขทัย ภมู ิปัญญาไทยทสี่ าคญั สมัยสุโขทัยท่ีนําภาคภูมิใจ และ ควรคําแกํการอนรุ กั ษ์ โดยใช๎กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลํุม กระบวนสืบค๎น กระบวนการทาง ประวัตศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการประชาธปิ ไตย เพื่อให๎เกิดความรู๎ ความเข๎าใจ ความสามารถในการสื่อสาร และเห็นคุณคําของการนา ความร๎ูไปใช๎ให๎เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีความซ่ือสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี จิตสาธารณะ รหัสตัวช้ีวัด ส ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ส ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ส ๔.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ รวมทั้งหมด ๙ ตัวชี้วดั หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านสามแยก พุทธศกั ราช ๒๕๖๔
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125