Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

Published by yaowaluck590, 2022-05-27 07:35:10

Description: ทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

Search

Read the Text Version

86 ตารางท่ี 5 งานวจิ ยั ในประเทศเก่ียวกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ต่อ) ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตัวแปรทศี่ ึกษา ผลการวจิ ัย ตวั อย่าง ตัวแปรอสิ ระ ตัวแปรตาม ภทั ริยา ผปู้ กครอง รูปแบบการเล้ียงดู การปลูกฝัง รูปแบบการอบรมเล้ียงดู จนั ทร์เพญ็ นกั เรียน 1. แบบรักสนบั สนุน การดาเนิน แบบรักสนบั สนุนและ (2552) จานวน 208 2. แบบใชเ้ หตุผล ชีวติ ตามหลกั แบบใชเ้ หตุผลมาก เป็น คน 3. แบบควบคุม ปรัชญา การปลูกฝังการดาเนิน เศรษฐกิจ ชีวติ ตามหลกั ปรัชญา พอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี งมากกวา่ แบบควบคุมหรือเขม้ งวด นรินทร์ วสิ าหกิจ 1. กระบวนการ ขอ้ เสนอเชิง กระบวนการเรียนรู้มีการ สังขร์ ักษา ชุมชน เรียนรู้กิจกรรม นโยบาย เพอ่ื ใชค้ วามรู้ตามเศรษฐกิจ (2553) จานวน 400 2. การปฏิบตั ิที่เป็น สงั คมอยเู่ ยน็ พอเพยี งแบบกา้ วหนา้ ดว้ ย คน เลิศ เป็นสุข 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ส่งผลให้ 3. ความรับผดิ ชอบ บทเรียนท่ีไดร้ ับ ความ ตอ่ สงั คม รับผดิ ชอบต่อสังคม และ ความอยเู่ ยน็ เป็ นสุข ร่วมกนั โดยรวมอยใู่ น ระดบั ดี ภูริปัญญา เจา้ หนา้ ที่ 1. ความรู้ปรัชญาฯ ความสาเร็จ ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลตอ่ เกิดศรี ผปู้ ฏิบตั ิงาน 2. การแลกเปล่ียน ในการ ความสาเร็จในการ (2553) ผนู้ าชุมชน ประสบการณ์ ประยกุ ตใ์ ช้ ประยกุ ตป์ รัชญาเศรษฐกิจ ผนู้ า 3. การประสานงาน ปรัชญา พอเพยี ง คือ ภาวะผนู้ า เกษตรกร 4. ภาวะผนู้ า เศรษฐกิจ ชุมชนและผนู้ าเกษตรกร และ 5. การสนบั สนุนจาก พอเพยี งใน และการสนบั สนุนจาก เกษตรกร รัฐ เขตปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐ จานวน 250 6. ปัจจยั ส่วนบุคคล ที่ดิน คน

87 ตารางท่ี 5 งานวจิ ยั ในประเทศเก่ียวกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ต่อ) ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตัวอย่าง ตวั แปรทศี่ ึกษา ผลการวจิ ัย ตัวแปรอสิ ระ ตวั แปรตาม อนุชา ทอง นกั ศึกษา 1. สถานภาพ พฤติกรรมการ นกั ศึกษามีความรู้และมี ทา (2553) จานวน 400 บุคคล ใชป้ รัชญา พฤติกรรมในการใชห้ ลกั คน 2. ความรู้ เศรษฐกิจ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน เกี่ยวกบั การ พอเพยี งเพ่อื ระดบั ท่ีเหมาะสมโดยเฉพาะ ใชป้ รัชญา การดาเนิน ในแง่ของความรักความ เศรษฐกิจ ชีวติ เคารพในสถาบนั ชาติ พอเพยี ง ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ กชกร นกั ศึกษา 1. ขอ้ มลู ส่วน การ นกั ศึกษามีการนาหลกั ชานาญกิตติ จานวน 315 บุคคล ประยกุ ตใ์ ช้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ชยั และคณะ คน 2. ความรู้และ หลกั ปรัชญา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนิน (2554) ความเขา้ ใจใน เศรษฐกิจ ชีวติ ท้งั ดา้ นความ ปรัชญา พอเพียง พอประมาณ การมีเหตุผล เศรษฐกิจ การมีภูมิคุม้ กนั ในตวั ควบคู่ พอเพยี ง กบั การใชค้ วามรู้และ คุณธรรม นฐั พงศ์ สุพร ประชาชนใน ปรัชญา การ องคป์ ระกอบเศรษฐกิจ (2554) ชุมชนจานวน เศรษฐกิจ ประยกุ ตใ์ ช้ พอเพียงเก้ือหนุนดา้ นชุมชน 500 คน พอเพียง ปรัชญา เขม้ แขง็ และดา้ นบทบาท เศรษฐกิจ ผนู้ า เป็นปัจจยั ท่ีมีอิทธิพล พอเพียงใน ต่อการพฒั นาทอ้ งถิ่น เขตปฏิรูป ท่ีดิน

88 ตารางที่ 5 งานวจิ ยั ในประเทศเก่ียวกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (ต่อ) ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตวั แปรทศี่ ึกษา ผลการวจิ ัย ตัวอย่าง ตวั แปรอสิ ระ ตัวแปรตาม นิศรา จนั ทร์ ประชาชน 1. การ ความสาเร็จใน ประชาชนมีความรู้ความ เจริญสุข และ จานวน แลกเปลี่ยน การ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ปรัชญา อุษามาศ 500 ประสบการณ์ ประยกุ ตใ์ ช้ เศรษฐกิจพอเพยี งอยา่ ง รัตนวงศ์ (2554) ครัวเรือน 2. ภาวะผนู้ า ปรัชญา ถูกตอ้ ง ดา้ นผนู้ าชุมชนกม็ ี 3. การ เศรษฐกิจ ความตระหนกั ถึง สนบั สนุนจาก พอเพยี งใน ความสาคญั ในเรื่องน้ีเป็น รัฐ เขตปฏิรูป อยา่ งดี ที่ดิน อฏั ฐวฒั น์ กิตติ พลเรือน ปรัชญา คุณภาพ แนวทางการประยกุ ตใ์ ช้ พลดีงาม (2554) จานวน เศรษฐกิจ ขา้ ราชการ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งใน 306 คน พอเพียง กองบิน 2 การแกป้ ัญหาหน้ีสิน คือ และ จงั หวดั ลพบุรี การพิจารณาเหตุผลและ ขา้ ราชการ อาศยั องคค์ วามรู้จาก จานวน 10 ประสบการณ์ควบคูก่ บั การ คน มีคุณธรรมที่ดีงาม ตารางท่ี 6 งานวจิ ยั ต่างประเทศเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวติ ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตวั แปรทศ่ี ึกษา ผลการวจิ ัย ตวั อย่าง ตวั แปรอสิ ระ ตัวแปรตาม เทอร์เนอร์ แมค ไมไ่ ดร้ ะบุ 1. ทกั ษะชีวติ หลกั สูตร การควบคุมตนเอง โดนลั และโซ 2. การคิดหา ป้ องกนั ปัญหา ความสามารถในการ เมอร์เซ็ท เหตุผล การพนนั เผชิญหนา้ กบั ปัญหา ความ (Turner 3. การคิดอยา่ ง ตระหนกั ในภยั ของการพนนั Macdonald and มีวจิ ารณญาณ รวมถึงการมีทกั ษะชีวติ ที่ดี Somerset, 2008) ทาใหเ้ ยาวชนมีพฒั นาการท่ี เหมาะสมในอนาคต

89 ตารางท่ี 6 งานวจิ ยั ตา่ งประเทศเก่ียวกบั ทกั ษะชีวติ (ตอ่ ) ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตวั แปรทศี่ ึกษา ผลการวจิ ัย ตัวอย่าง ตวั แปรอสิ ระ ตวั แปรตาม การมีทกั ษะชีวติ ที่ดี ทาให้ ศริคาระ และคิโชริ นกั เรียน โปรแกรม พฤติกรรม เยาวชนมีความนบั ถือตนเอง เพม่ิ ข้ึน มีการจดั การกบั (Srikara and จานวน สุขภาพจิต แสดงความมี ปัญหาเพียงพอ และมีการ ปรับตวั ทางดา้ นพฤติกรรมดี Krishori, 2010) 605 คน ศกั ยภาพดา้ น ข้ึน ภายหลงั การทดลอง กลุ่ม ทกั ษะชีวติ ตวั อยา่ งมีการปรับตวั จากใน การดารงชีวติ ดีข้ึน และควร เฮลฟิ ช ชาน และซา ผปู้ ่ วย โปรแกรม พฤติกรรม มีการดูแลอยา่ งใกลช้ ิด วยั รุ่นชนบทมีทกั ษะชีวติ โบล (Helfrich จานวน สุขภาพจิต แสดงความมี และทศั นคติในการใชช้ ีวติ ระดบั ต่ากวา่ วยั รุ่นอเมริกา Chan and Sabol, 38 คน ศกั ยภาพดา้ น เนื่องจากความเท่าเทียมกนั ของระดบั ชนช้นั ในสงั คม 2011) ทกั ษะชีวติ ระหวา่ งโคลมั เบียและ อเมริกาน้นั ตา่ งกนั เป็นอยา่ ง ไอฮาระ วอฟ เบรน ไมไ่ ด้ คุณภาพชีวติ พฤติกรรม มาก การฝึกอบรมทกั ษะทาง ไอจิน และไวท์ ระบุ 1. สถานท่ีพกั แสดงความมี สงั คม ช่วยลดความรุนแรง ดา้ นทศั นคติของผปู้ ่ วย อีก (Ihara Wolf- อาศยั ศกั ยภาพดา้ น ท้งั ยงั ช่วยลดภาวะซึมเศร้า พร้อมกบั เพ่มิ แรงจงู ใจ Brainigin and 2. รายได้ ทกั ษะชีวติ ความนบั ถือในตนเองและ ความพงึ พอใจในชีวติ White, 2012) 3. ทศั นคติ แกรนดฮ์ อม และ ผปู้ ่ วย โปรแกรมการ พฤติกรรม คนอื่นๆ (Granholm จานวน ฝึกอบรม และทศั นคติ and et.al, 2013) 79 คน ดา้ นทกั ษะ ชีวติ

90 ตารางที่ 6 งานวจิ ยั ต่างประเทศเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวติ (ตอ่ ) ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตวั แปรทศี่ ึกษา ผลการวจิ ัย ตัวอย่าง ตัวแปรอสิ ระ ตัวแปรตาม กิจกรรมการฝึกทกั ษะชีวติ อแนนด์ และคน วยั รุ่น โปรแกรมการ พฤติกรรม ท้งั ดา้ นความรู้ ทศั นคติ และ การปฏิบตั ิ สามารถช่วย อื่นๆ (Anand and อายุ 15- ฝึกอบรม และทศั นคติ ปรับปรุงพฤติกรรมการ บริโภคอาหารไปในทางท่ี et.al, 2013) 17 ปี ดา้ นทกั ษะ ถูกตอ้ งได้ การมีประสบการณ์ในดา้ น ชีวติ การอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืน รวมถึง การมีส่วนร่วมในชุมชน คีแนน และคนอื่นๆ ไมไ่ ด้ กิจกรรม พฤติกรรม เป็ นสิ่งจาเป็ นสาหรับการมี (Keenan and et.al, ระบุ เสริมสร้าง แสดงความมี ทกั ษะชีวติ ที่ดี 2013) ประสบการณ์ ศกั ยภาพดา้ น เยาวชนผตู้ ิดเช้ือเอชไอวจี ะมี ทกั ษะชีวติ อานาจควบคุมตนเองต่า ทา ใหม้ ีทกั ษะชีวติ ต่าไปดว้ ย เพียร์สเทน และคน เยาวชน โปรแกรม พฤติกรรม วยั รุ่นผตู้ ิดสารเสพติด มี อื่นๆ (Pearltein and จานวน สุขภาพจิต แสดงความมี ทกั ษะชีวติ ในดา้ นการ แกป้ ัญหาความขดั แยง้ et.al, 2013) 245 คน ศกั ยภาพดา้ น บกพร่อง รวมถึงสังคมไม่ ยอมรับ ทกั ษะชีวติ ลาย และคนอ่ืนๆ วยั รุ่น 1. ปัจจยั ดา้ น พฤติกรรม (Lai and et.al, จานวน จิตวทิ ยา แสดงความมี 2013) 714 คน 2. บรรทดั ฐาน ศกั ยภาพดา้ น ทางสงั คม ทกั ษะชีวติ

91 ตารางท่ี 7 งานวจิ ยั ตา่ งประเทศเกี่ยวกบั การจดั การตนเองและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ้วู จิ ัย กล่มุ ตัวแปรทศ่ี ึกษา ผลการวจิ ัย ตวั อย่าง ตัวแปรอสิ ระ ตวั แปรตาม เพนเทอร์ ออธนั การศึกษา พลงั ชุมชน พฤติกรรม ความเป็นทอ้ งถิ่นนิยมและ และแมคลอด ขอ้ มลู 1. ความมีส่วน ความเป็น การขบั เคลื่อนพลงั ชุมชน (Painter Orton and ทุติยภูมิ ร่วม ทอ้ งถ่ินนิยม เกิดจากคนภายในชุมชน Macleod, 2011) จาก 2. การ ส่วนรัฐบาลมีหนา้ ที่เพียง เอกสาร สนบั สนุนจาก ใหก้ ารสนบั สนุน เพ่ือ ภาครัฐ ส่งเสริมใหช้ ุมชนมีความ เขม้ แขง็ และยงั่ ยนื จูเลียนา (Juliana, การศึกษา พลงั ชุมชน พฤติกรรม การปฏิบตั ิตามเศรษฐกิจ 2010) ขอ้ มลู 1. ความมีส่วน ความเป็น กระแสทางเลือก ซ่ึงคือ ทุติยภมู ิ ร่วม ทอ้ งถ่ินนิยม เศรษฐกิจพอเพยี งบท จาก 2. การ พ้นื ฐานของศาสนา แทน เอกสาร สนบั สนุนจาก เศรษฐกิจกระแสหลกั จะ ภาครัฐ นามาซ่ึงความสงบสุข ความสมดุลระหวา่ งชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม และความ ยงั่ ยนื ทาโอไลน์ การศึกษา ปรัชญา พฤติกรรม เป้ าหมายการพฒั นาของ (Taolone, 2013) ขอ้ มลู เศรษฐกิจ การปฏิบตั ิ ประเทศไทยตามหลกั ทุติยภูมิ พอเพยี ง 3 ห่วง และผลของ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง จาก 2 เงื่อนไข การพฒั นา คือ การท่ีประชาชนมีความ เอกสาร เป็นอยทู่ ี่พอเพยี ง พอดีกบั ฐานะ มีสุขภาพจิตและกาย ท่ีแขง็ แรง ควบคูไ่ ปกบั การ มีความรู้และคุณธรรม

92 ตารางท่ี 8 สรุปตวั แปรในงานวจิ ยั ของในประเทศ ผ้วู จิ ัย การมที กั ษะ ความ การควบคุม การ การมสี ่วน ชีวติ ภาคภูมใิ จ ตนเอง สนับสนุน ร่วม ทางสังคม  ครรชิต ทองไทย    (2551)      เนตรทราย ปัญญ      ชุณห์ (2552)   มะไลวลั ย์ แพง    พดุ (2552)      วาสนา แดงเพง็      (2552)      อรัญญา ชุติมา      (2552)     กมลวรรณ วรรณ      ธนงั (2553)     นุจรี ใจประนบ      (2553)     เปลวเทียน เจษฎา   ชยั ยทุ ธ์ (2553)   วราภรณ์ บุรา นนท์ (2553) สุมาลี เทวฤทธ์ิ (2553) ศุภร ชินะเกตุ (2553) ธวชั ชยั เอกสนั ติ (2554) นวกานต์ แทง่ ทอง (2554)

93 ตารางท่ี 8 สรุปตวั แปรในงานวจิ ยั ของในประเทศ (ตอ่ ) ผ้วู จิ ัย การมที กั ษะ ความ การควบคุม การ การมีส่ วน ชีวติ ภาคภูมิใจ ตนเอง สนับสนุน ร่วม ทางสังคม  ศุภร ชินะเกตุ     (2553)    ธวชั ชยั เอกสนั ติ      (2554)    นวกานต์ แท่งทอง     (2554)  รักชนก ปวงจกั ร์ทา     (2554)  วรนุช อดิศยั ศกั ดา    (2554)  ปราณี บุญญา     (2555) พิริยา เสนะรัตน์   (2555) ศริยา ต้งั ฉโลก    (2555)

94 ตารางท่ี 9 สรุปตวั แปรในงานวจิ ยั ของตา่ งประเทศ การมี ความเป็ น ทกั ษะ ท้องถ่ิน ผ้วู จิ ัย ชีวติ ทด่ี ี นิยม เทอร์เนอร์ แมคโดนัล และโซเมอร์เซ็ท (Turner Macdonald and   Somerset, 2008) ศริคาระ และคิโชริ (Srikara and Krishori, 2010)   เฮลฟิ ช ชาน และซาโบล (Helfrich Chan and Sabol, 2011)   ไอฮารา วอฟ เบรนไอจิน และไวท์ (Ihara Wolf-Brainigin and White, 2012)   แกรนดฮ์ อม และคนอ่ืนๆ (Granholm and et.al, 2013) อแนนด์ และคนอ่ืนๆ (Anand and et.al, 2013)   คีแนน และคนอ่ืนๆ (Keenan and et.al, 2013)   เพียร์สเทน และคนอื่นๆ (Pearltein and et.al, 2013)   ลาย และคนอ่ืนๆ (Lai and et.al, 2013)   เพนเทอร์ ออธนั และแมคลอด (Painter Orton and Macleod, 2011)   จเู ลียนา (Juliana, 2010)  ทาโอไลน์ (Taolone, 2013)      กล่าวโดยสรุป จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ งกับทกั ษะชีวิต การ จดั การตนเอง และเศรษฐกิจพอเพียง ท้งั ในประเทศและต่างประเทศ ผูว้ ิจยั ไดว้ ิเคราะห์เป็ นกรอบ แนวคิดประกอบดว้ ยตวั แปรตน้ ไดแ้ ก่ เพศ ระดบั ช้นั ปี กลุ่มการเรียน และเกรดเฉล่ีย ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การมีส่วนร่วมทางสังคม และการ สนบั สนุนทางสงั คม ดงั แผนภาพท่ี 5

แผนภาพท่ี 5 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั 95 ตัวแปรอสิ ระ ตวั แปรตาม ปัจจยั ส่วนบุคคล ทัก ษ ะ ชี วิ ต เ พื่ อ ก า ร จัด ก า ร - เพศ ต น เ อ ง ต า ม ป รั ช ญ า ข อ ง - ระดบั ช้นั ปี เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง ข อ ง - กลุ่มการเรียน นัก ศึ ก ษ า ม ห า วิ ท ย า ลัย - เกรดเฉล่ีย ศิลปากร ประกอบดว้ ย ปัจจยั สนบั สนุน - ทกั ษะดา้ นการคิด - การเช่ืออานาจควบคุมตนเอง - ทกั ษะดา้ นเจตคติ - ความภาคภมู ิใจในตนเอง - ทกั ษะดา้ นการกระทา - การมีส่วนร่วมทางสงั คม - การสนบั สนุนทางสังคม แนวทางในการพฒั นาทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเอง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร

บทที่ 3 วธิ ีดำเนินกำรวจิ ัย การดาเนินการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ี เป็ นการวิจยั แบบผสมผสานวิธี (Mixed Method Research) ท้งั การวิจยั เชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจยั เชิงคุณภาพ (Qualitative Method) เพื่อ ศึกษาทกั ษะชีวติ เพอื่ การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร โดยผูว้ ิจยั ได้ใช้วิธีการศึกษาและวิเคราะห์เอกสารงานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ ง (Documentary Analysis) และไดก้ าหนดวธิ ีดาเนินการวจิ ยั ซ่ึงสามารถจาแนกรายละเอียดได้ ดงั น้ี ข้นั ตอนที่ 1 กำรวจิ ัยเชิงปริมำณ 1. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง 2. ตวั แปรท่ีใชใ้ นการวจิ ยั 3. เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั 4. การสร้างเครื่องมือและการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 5. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 6. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ข้นั ตอนที่ 2 กำรวจิ ัยเชิงคุณภำพ เป็ นการสัมภาษณ์ประชากรที่กาหนดจากผูใ้ ห้ขอ้ มูลหลัก ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) แบบก่ึงโครงสร้าง ซ่ึงเป็นคาถามปลายเปิ ด 1. ผใู้ หข้ อ้ มูลหลกั 2. เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั 3. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล 4. การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 96

97 ข้นั ตอนท่ี 1 กำรวจิ ัยเชิงปริมำณ 1. ประชำกรและกล่มุ ตวั อย่ำง 1. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง 1.1 ประชากร ประชากร (Population) ในการวิจยั คร้ังน้ี ผวู้ ิจยั ไดศ้ ึกษานกั ศึกษาในมหาวิทยาลยั ศิลปากร ปี การศึกษา 2556 รวม 22,716 คน (มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, 2556) 1.2 กลุ่มตวั อยา่ ง กลุ่มตวั อย่าง คือ นักศึกษาท่ีไดจ้ ากการสุ่มตวั อยา่ ง โดยการเปิ ดตารางเครซ่ีและ มอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) ไดข้ นาดกลุ่มตวั อยา่ ง 377 คน จากน้นั จึงจาแนกตามกลุ่ม การเรียน ได้แก่ กลุ่มศิลปะและการออกแบบ กลุ่มมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ และกลุ่ม วทิ ยาศาสตร์ ดว้ ยวธิ ีการสุ่มตวั อยา่ งแบบแบง่ ช้นั ภูมิ (Stratified Random Sampling) ตามสัดส่วน ตารางที่ 10 จานวนประชากร และจานวนกลุ่มตวั อยา่ งในการวจิ ยั คณะ กล่มุ ศิลปะ กล่มุ กล่มุ ประชำกร กล่มุ และกำร มนุษยศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ ตวั อย่ำง ออกแบบ 529 และ 9 สังคมศำสตร์ 483 966 8 คณะจิตรกรรมประติมากรรม 529 1,015 16 และภาพพมิ พ์ 1,170 17 2,831 19 คณะดุริยางคศาสตร์ 483 2,387 47 40 คณะโบราณคดี 966 5,005 83 คณะเภสัชศาสตร์ 1,015 1,606 2,670 27 คณะมณั ฑนศิลป์ 1,170 431 44 7 คณะวทิ ยาการจดั การ 2,831 คณะวทิ ยาศาสตร์ 2,387 คณะวศิ วกรรมศาสตร์และ 5,005 เทคโนโลยอี ุตสาหกรรม คณะศึกษาศาสตร์ 1,606 คณะอกั ษรศาสตร์ 2,670 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 431

98 ตารางที่ 10 จานวนประชากร และจานวนกลุ่มตวั อยา่ งในการวจิ ยั (ตอ่ ) คณะ กล่มุ ศิลปะ กล่มุ ประชำกร กล่มุ และกำร มนุษยศำสตร์ กล่มุ ตวั อย่ำง ออกแบบ และ วทิ ยำศำสตร์ สังคมศำสตร์ คณะสตั วศาสตร์และ 979 979 16 เทคโนโลยกี ารเกษตร คณะเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2,062 2,062 34 และการสื่อสาร วทิ ยาลยั นานาชาติ 582 582 10 รวม 2,613 8,655 11,448 รวมท้งั สิ้น 22,716 377 ท่ีมา : มหาวิทยาลยั ศิลปากร. รำยงำนจำนวนนักศึกษำท้งั หมดปี 2556 ภำคกำรศึกษำ 2/2556 (ฉบบั อิเลกทรอนิกส์, 2556). 2. ตวั แปรทศี่ ึกษำ 2.1 ตวั แปรตน้ (Independent Variables) 2.1.1 ปัจจยั ส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ เพศ ระดบั ช้ันปี กลุ่มการเรียน และเกรดเฉลี่ย ของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 2.1.2 ปัจจยั สนบั สนุน ไดแ้ ก่ 2.1.2.1 การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง 2.1.2.2 ความภาคภูมิใจในตนเอง 2.1.2.3 การมีส่วนร่วมทางสงั คม 2.1.2.4 การสนบั สนุนทางสังคม 2.2 ตวั แปรตาม (Dependent Variable) 2.2.1 ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ นกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ประกอบดว้ ยทกั ษะ 3 ดา้ น คือ ทกั ษะดา้ นการคิด ทกั ษะดา้ นเจตคติ และทกั ษะดา้ นการกระทา

99 3. เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในกำรวจิ ัย เครื่ องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสาหรับการวิจัยคร้ังน้ี เป็ นแบบสอบถาม (Questionnaire) โดยประยกุ ตจ์ ากงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ งดงั น้ี 1. แบบสอบถำม ส่วนที่ 1 แบบสอบถามลกั ษณะส่วนบุคคล คือ เพศ ระดบั ช้นั ปี กลุ่มการเรียน และเกรด เฉลี่ย เป็นแบบสอบถามลกั ษณะปลายปิ ดใหเ้ ลือกตอบตามรายการ (Check list) จานวน 5 ขอ้ ส่วนท่ี 2 แบบสอบถามเกี่ยวกบั ปัจจยั สนบั สนุนของทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเอง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไดแ้ ก่ การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การมีส่วนร่วมทางสังคม และการสนับสนุนทางสังคม ซ่ึงผวู้ ิจยั ได้ทบทวนวรรณกรรมและสร้าง แบบสอบถามข้ึนเอง โดยลกั ษณะของแบบสอบถามเป็ นปลายปิ ด มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั ขอ้ คาถาม 31 ขอ้ กาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี ระดบั 5 หมายถึง ปัจจยั ดา้ นน้นั เป็นจริงมากที่สุด ระดบั 4 หมายถึง ปัจจยั ดา้ นน้นั เป็นจริงมาก ระดบั 3 หมายถึง ปัจจยั ดา้ นน้นั เป็นจริงปานกลาง ระดบั 2 หมายถึง ปัจจยั ดา้ นน้นั เป็นจริงนอ้ ย ระดบั 1 หมายถึง ปัจจยั ดา้ นน้นั มีเป็นจริงนอ้ ยท่ีสุด การแปลความหมายคะแนน จะแปลจากคะแนนเฉล่ีย โดยกาหนดเป็ นเกณฑ์ประมาณ คา่ (Best & Kahn, 1998: 247) ค่ำคะแนนเฉลยี่ ระดับปัจจัยสนับสนุน 4.50 – 5.00 การมีปัจจยั สนบั สนุนระดบั มากท่ีสุด 3.50 – 4.49 การมีปัจจยั สนบั สนุนระดบั มาก 2.50 – 3.49 การมีปัจจยั สนบั สนุนระดบั ปานกลาง 1.50 – 2.49 การมีปัจจยั สนบั สนุนระดบั นอ้ ย 1.00 – 1.49 การมีปัจจยั สนบั สนุนระดบั นอ้ ยที่สุด ส่วนที่ 3 แบบสอบถามวดั ระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ซ่ึงผวู้ จิ ยั ไดใ้ ชแ้ นวคิดขององคก์ ารอนามยั โลก (WHO, 1997) โดยลกั ษณะของแบบสอบถามเป็ นปลายปิ ด มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั ขอ้ คาถาม 22 ขอ้ กาหนดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี ระดบั 5 หมายถึง พฤติกรรมดา้ นน้นั เป็นจริงมากท่ีสุด ระดบั 4 หมายถึง พฤติกรรมดา้ นน้นั พฤติกรรมเป็นจริงมาก

100 ระดบั 3 หมายถึง พฤติกรรมดา้ นน้นั พฤติกรรมเป็นจริงปานกลาง ระดบั 2 หมายถึง พฤติกรรมดา้ นน้นั เป็นจริงนอ้ ย ระดบั 1 หมายถึง พฤติกรรมดา้ นน้นั เป็นจริงนอ้ ยที่สุด การแปลความหมายคะแนน จะแปลจากคะแนนเฉล่ีย โดยกาหนดเป็ นเกณฑ์ประมาณ คา่ คือ (Best & Kahn, 1998:247) ค่ำคะแนนเฉลย่ี ระดับพฤตกิ รรม 4.50 – 5.00 พฤติกรรมระดบั มากที่สุด 3.50 – 4.49 พฤติกรรมระดบั มาก 2.50 – 3.49 พฤติกรรมระดบั ปานกลาง 1.50 – 2.49 พฤติกรรมระดบั นอ้ ย 1.00 – 1.49 พฤติกรรมระดบั นอ้ ยท่ีสุด ส่วนท่ี 4 แบบสอบถามปลายเปิ ด เพื่อให้ผตู้ อบแบบสอบถามเสนอปัญหา/อุปสรรค/ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทักษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ นกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 4. กำรสร้ำงเคร่ืองมอื และกำรตรวจสอบคุณภำพเคร่ืองมอื การสร้างเครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บขอ้ มูลในการวิจยั คร้ังน้ี ผูว้ ิจยั ไดด้ าเนินการสร้างและ พฒั นาเครื่องมือ ดงั น้ี 1. ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีจากเอกสารวรรณกรรมและงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือเป็ น แนวทางในการนามาประยกุ ตส์ ร้างแบบสอบถาม 2. แบบสอบถามท่ีผูว้ ิจยั ได้สร้างข้ึนมาน้ัน มีการตรวจสอบคุณภาพในด้านของความ เที่ยงตรงเชิงเน้ือหา (Content Validity) ก่อนนาไปใชใ้ นการเก็บขอ้ มูลจริงจากกลุ่มตวั อย่าง โดย วธิ ีการหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (Item Objective Congruence: IOC) ระหวา่ งขอ้ คาถามกบั เน้ือหา ในประเด็นที่ตอ้ งการวิจยั ไปให้ผูเ้ ช่ียวชาญท้งั 3 ท่าน (รายชื่อในภาคผนวก) ทาการพิจารณาลง ความเห็นและใหค้ ะแนน ดงั น้ี มีความเหมาะสมสอดคลอ้ ง ให้ +1 คะแนน ไม่แน่ใจ ให้ 0 คะแนน ไม่สอดคลอ้ ง ให้ -1 คะแนน หลงั จากน้นั ใหน้ าคะแนนท่ีไดใ้ นแต่ละขอ้ มาคานวณในสูตร ดงั น้ี

101 IOC= ∑R N เม่ือ IOC หมายถึง ดชั นีความสอดคลอ้ งของขอ้ คาถาม ∑R หมายถึง ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผเู้ ชี่ยวชาญ N หมายถึง จานวนผเู้ ช่ียวชาญ โดยผลการวเิ คราะห์แบบสอบถามการวจิ ยั ไดค้ ่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหวา่ ง 0.67 – 1.00 คาถามขอ้ น้นั กจ็ ะมีความสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาในประเด็นที่ตอ้ งการวจิ ยั 3. นาแบบสอบถามท่ีได้ไปทดลองใช้ (Try out) กับกลุ่มทดลองกับกลุ่มนักศึกษา มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครปฐม ท่ีไม่ใช่กลุ่มตวั อย่างจริง จานวน 30 คน แล้วนามาวิเคราะห์ความ เชื่อม่ัน (Reliability) ของแบบสอบถาม โดยหาค่าสัมประสิทธ์ิเอลฟาตามวิธีของครอนบาค (Cronbach’s alpha) โดยใช้สูตรหาค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟา (α coefficient) มีสูตรดังน้ี (ธีรศกั ด์ิ อุ่นอารมยเ์ ลิศ, 2548: 69-70) α= k [1- ∑sis2i2] k-1 เม่ือ α หมายถึง ค่าสมั ประสิทธ์ิแอลฟาของครอนบาค k หมายถึง จานวนขอ้ ในแบบสอบถาม si2 หมายถึง ความแปรปรวนของคะแนนแตล่ ะขอ้ ∑ si2 หมายถึง ความแปรปรวนของคะแนนผตู้ อบแบบสอบถามท้งั หมด จากการวเิ คราะห์ไดค้ ่าความเช่ือมนั่ ของแบบสอบถามในแตล่ ะตอน ดงั น้ี

102 ตารางที่ 11 การวเิ คราะห์คา่ ความเชื่อมนั่ ของแบบสอบถาม แบบสอบถาม ค่าความเช่ือมน่ั ดา้ นการเช่ืออานาจควบคุมตนเอง 0.755 ดา้ นความภาคภูมิใจในตนเอง 0.823 ดา้ นการมีส่วนร่วมทางสังคม 0.800 ดา้ นการสนบั สนุนทางสังคม 0.778 ทกั ษะดา้ นการคิด 0.861 ทกั ษะดา้ นเจตคติ 0.767 ทกั ษะดา้ นการกระทา 0.737 0.789 รวม 4. จากน้นั นาแบบสอบถามไปเก็บขอ้ มลู จริง จากนกั ศึกษามหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 5. กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ไดด้ าเนินตามข้นั ตอน ดงั น้ี 1. เตรียมแบบสอบถาม เร่ืองทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ท่ีผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ปรับปรุงและแกไ้ ขแลว้ โดยการสังเคราะห์จากเอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง เพื่อใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากกลุ่ม ตวั อยา่ ง 377 คน 2. ดาเนินการเก็บข้อมูล โดยการตอบแบบสอบถาม ตามกลุ่มการเรียนต่างๆของ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร จานวน 377 ฉบบั 3. นาแบบสอบถามท่ีไดม้ าตรวจทานความถูกตอ้ ง แลว้ นามาคานวณและวิเคราะห์ดว้ ยวธิ ี ทางสถิติตอ่ ไป 6. กำรวเิ ครำะห์ข้อมูลและสถิติทใ่ี ช้ในกำรวจิ ัย ในการทาวิจยั เรื่องทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ นกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ผวู้ ิจยั ไดจ้ าแนกการวเิ คราะห์โดยการเลือกใชส้ ถิติในการวเิ คราะห์ ดงั น้ี 1. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลปัจจยั ส่วนบุคคล ใชค้ ่าความถ่ีและร้อยละ

103 2. การวเิ คราะห์ระดบั ปัจจยั สนบั สนุนและระดบั ทกั ษะชีวติ ใชค้ ่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน 3. การเปรียบเทียบระดับทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร จาแนกตามเพศ ระดบั ช้นั ปี กลุ่มการเรียน และเกรด เฉล่ีย ใชก้ ารทดสอบคา่ ทีแบบอิสระตอ่ กนั (t-test) และการทดสอบคา่ เอฟ (F-test) 4. วิเคราะห์ปัจจยั สนบั สนุนที่มีผลต่อทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Stepwise Multiple Regression) ข้นั ตอนท่ี 2 กำรวจิ ัยเชิงคุณภำพ 1. ผใู้ หข้ อ้ มลู หลกั นกั ศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ปี การศึกษา 2556 โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selection) จานวน 10 คน ไดแ้ ก่ กลุ่มศิลปะและการออกแบบ จานวน 2 คน กลุ่มมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ จานวน 4 คน และนกั ศึกษากลุ่มวทิ ยาศาสตร์ จานวน 4 คนโดยมีคุณสมบตั ิคือ 1.1 จาแนกเพศชายและหญิงตามสดั ส่วนประชากรของแต่ละกลุ่ม 1.2 มีเกรดเฉล่ียต้งั แต่ 2.30 ข้ึนไป 2. เครื่องมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั ผวู้ จิ ยั ไดร้ ่างแนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบก่ึงโครงสร้าง (Semi – Structure) ที่มีประเด็น คาถามสอดคลอ้ งกบั ทกั ษะชีวติ เพอื่ การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดงั น้ี 1. สภาพทว่ั ไปในการใชช้ ีวติ ประจาวนั ของนกั ศึกษา (ในและนอกมหาวทิ ยาลยั ) 2. ทา่ นมีความเช่ือตอ่ สถานการณ์ต่อไปน้ีอยา่ งไร 3. ท่านมีความภาคภมู ิใจในตนเองอยา่ งไรบา้ ง 4. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการให้ความร่ วมมือกับส่วนรวม และท่านให้ ความสาคญั ตอ่ การมีส่วนร่วมอยา่ งไร 5. ท่านไดร้ ับการสนบั สนุนจากครอบครัว และคนรอบขา้ งอยา่ งไร 6. ท่านมีทกั ษะดา้ นต่างๆ เช่น กระบวนการคิด เจตคติต่อตนเองและผอู้ ่ืน การแสดงออก สัมพนั ธ์กบั การใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งอยา่ งไร 7. แนวทางในการพฒั นาทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ดา้ นนกั ศึกษา ครอบครัว มหาวทิ ยาลยั และชุมชน 8. ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะของระดบั ทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

104 การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ใช้การตรวจสอบแบบสามเส้า (triangulation) คือ การ ตรวจสอบสามเส้าดา้ นขอ้ มลู ดา้ นผใู้ หข้ อ้ มูล และดา้ นทฤษฎี 3. การรวบรวมขอ้ มลู ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการนดั สมั ภาษณ์นกั ศึกษามหาวทิ ยาลยั ศิลปากร มีข้นั ตอนดงั น้ี 3.1 ผวู้ จิ ยั ติดตอ่ กลุ่มตวั อยา่ งตามคุณสมบตั ิท่ีต้งั ไว้ เพอ่ื ทาการนดั เวลาและสถานท่ี 3.2 เตรียมประเดน็ การสัมภาษณ์ เครื่องบนั ทึกเสียง กระดาษและปากกา 3.3 ทาการสมั ภาษณ์กลุ่มตวั อยา่ ง โดยการใชเ้ ครื่องบนั ทึกเสียงและจดบนั ทึกการสัมภาษณ์ เมื่อไดข้ อ้ มูลครอบคลุมประเดน็ เร่ืองวจิ ยั แลว้ จึงยตุ ิการสัมภาษณ์ 4. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ผวู้ ิจยั ทาการวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) จากการสัมภาษณ์กลุ่มตวั อยา่ ง เพ่ือหา วธิ ีการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหาแนวทางใน การส่งเสริมทกั ษะชีวติ นกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร อนั จะทาใหน้ กั ศึกษามหาวทิ ยาลยั ศิลปากร พร้อมรับกบั การเปล่ียนแปลงในสังคมปัจจุบนั และดารงอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุขต่อไป

บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล การวิจยั เรื่องทกั ษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ นกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ผูว้ ิจยั ไดแ้ จกแบบสอบถามจานวนท้งั สิ้น 377 ฉบบั ไดร้ ับคืนเป็ น แบบสอบถามท่ีสมบรู ณ์ทุกฉบบั ซ่ึงผวู้ จิ ยั ไดแ้ บ่งการนาเสนอผลการวเิ คราะห์ออกเป็ น 6 ตอน ดงั น้ี 1. ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ปัจจยั บุคคลของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 2. ผลการวเิ คราะห์ปัจจยั สนบั สนุนของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 3. ผลการเปรียบเทียบระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 4. ผลการวเิ คราะห์ปัจจยั ที่มีผลต่อระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 5. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการใช้ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 6. ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพที่ไดจ้ ากการสัมภาษณ์นกั ศึกษาเร่ืองทกั ษะชีวิตเพ่ือ การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 1. การวเิ คราะห์ข้อมูลปัจจัยส่วนบุคคลของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ในการวิเคราะห์ปัจจยั ส่วนบุคคลของกลุ่มตวั อย่าง ผูต้ อบแบบสอบถามซ่ึงเป็ นกลุ่ม นกั ศึกษามหาวิทยาลยั ศิลปากร จานวน 377 คน ไดร้ ับแบบสอบถามกลบั คืนมาท้งั หมด คิดเป็ น ร้อยละ 100 โดยจาแนกตามเพศ ระดบั ช้ันปี กลุ่มการเรียน และเกรดเฉลี่ยของนักศึกษา ผูว้ ิจยั วิเคราะห์โดยใช้ค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage) มีผลวิเคราะห์ดงั ตารางที่ 12 ดงั น้ี 105

106 ตารางที่ 12 แสดงจานวนและร้อยละของปัจจยั ส่วนบุคคลของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ที่เป็ น กลุ่มตวั อยา่ ง (n = 377) ข้อมูลทวั่ ไป จำนวน ร้อยละ 1. เพศ ชาย 99 26.26 หญิง 278 73.74 2. ช้นั ปี ปี 1 211 55.97 ปี 2 112 29.71 ปี 3 29 7.69 ปี 4 24 6.63 3. กลุ่มการเรียน กลุ่มศิลปะและการออกแบบ 43 11.41 กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 178 47.21 กลุ่มวทิ ยาศาสตร์ 156 41.38 4. เกรดเฉลี่ย นอ้ ยกวา่ 2.00 16 4.24 2.01 – 3.00 236 62.59 3.01 – 4.00 125 33.16 จากตารางที่ 12 ขอ้ มลู ปัจจยั ส่วนบุคคลของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ผลการวเิ คราะห์ พบว่า ผูต้ อบแบสอบถามส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิงมากกวา่ เพศชาย โดยเพศหญิงจานวน 278 คน คิด เป็ นร้อยละ 73.74 เพศชายจานวน 99 คน คิดเป็ นร้อยละ 26.26 ดา้ นระดบั ช้นั ปี ที่ศึกษาพบวา่ ผตู้ อบ แบบสอบถามส่วนใหญ่อย่ชู ้นั ปี ท่ี 1 จานวน 211 คน คิดเป็ นร้อยละ 55.97 รองลงมา คือ ช้นั ปี ที่ 2 จานวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 29.71 ช้นั ปี ที่ 3 จานวน 29 คน ช้นั ปี ท่ี 4 จานวน 24 คน และช้นั ปี ที่ 5 จานวน 1 คน ดา้ นกลุ่มการเรียนพบว่า ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่กลุ่มมนุษยศาสตร์และ สงั คมศาสตร์ จานวน 178 คน คิดเป็นร้อยละ 47.21 รองลงมา คือ กลุ่มวิทยาศาสตร์ จานวน 156 คน คิดเป็ นร้อยละ 41.38 และกลุ่มศิลปะและการออกแบบ จานวน 43 คน คิดเป็ นร้อยละ 11.41 คน ใน ดา้ นเกรดเฉลี่ยพบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีเกรดเฉลี่ยระหวา่ ง 2.01 – 3.00 จานวน 236 คน คิดเป็ นร้อยละ 62.59 รองลงมาคือ เกรดเฉลี่ยระหวา่ ง 3.01 – 4.00 จานวน 125 คน คิดเป็ นร้อยละ 33.16 และเกรดเฉลี่ยนอ้ ยกวา่ 2.00 จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 4.24

107 2. การวิเคราะห์ปัจจัยสนับสนุนของทักษะชีวิตเพอื่ การจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ปั จ จัย ส นับ ส นุ น ข อ ง ท ัก ษ ะ ชี วิ ต เ พ่ื อ ก า ร จัดก า ร ต น เ อ ง ต า ม ป รั ช ญ า ข อ ง เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ไดแ้ ก่ การเช่ืออานาจควบคุมตนเอง ความ ภาคภมู ิใจในตนเอง การมีส่วนร่วมทางสงั คม และการสนบั สนุนทางสังคม โดยใช่ค่าเฉลี่ยและส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวเิ คราะห์ดงั ตารางที่ 13 – 21 ดงั น้ี ตารางที่ 13 แสดงผลรวมรายดา้ นของคา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าระดบั ปัจจยั สนบั สนุน ในภาพรวมของผตู้ อบแบบสอบถาม (n = 377) ปัจจัยสนับสนุน x S.D. ระดบั ลำดบั ที่ การเช่ืออานาจควบคุมตนเอง 3.46 0.48 ปานกลาง 4 ความภาคภูมิใจในตนเอง 4.00 0.47 มาก 1 การส่วนร่วมทางสังคม 3.70 0.55 มาก 3 การสนบั สนุนทางสังคม 3.90 0.52 มาก 2 ค่ำเฉลย่ี รวม 3.77 0.51 มำก จากตารางที่ 13 พบวา่ ปัจจยั สนบั สนุนโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( x = 3.77, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณารายดา้ นโดยเรียงลาดบั ตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ยไดด้ งั น้ี ดา้ นความภาคภูมิใจใน ตนเอง ( x = 4.00, S.D. = 0.47) ดา้ นการสนบั สนุนทางสังคม ( x = 3.90, S.D. = 0.52) ดา้ นการมี ส่วนร่วมทางสังคม ( x = 3.70, S.D. = 0.55) และดา้ นการเชื่ออานาจควบคุมตนเอง ( x = 3.46, S.D. = 0.48) ตามลาดบั ตารางท่ี 14 แสดงผลรวมรายดา้ นของค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าระดบั ทกั ษะชีวิตตาใน ภาพรวมของผตู้ อบแบบสอบถาม (n = 377) ระดับทกั ษะชีวติ x S.D. ระดบั ลำดับที่ ดา้ นการคิด 3.77 0.50 มาก 2 ดา้ นเจตคติ 3.83 0.47 มาก 1 ดา้ นการกระทา 3.63 0.51 มาก 3 ค่ำเฉลย่ี รวม 3.74 0.49 มำก

108 จากตารางที่ 14 พบวา่ ระดบั ทกั ษะชีวติ โดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( x = 3.74, S.D. = 0.49) เม่ือพิจารณารายดา้ นโดยเรียงลาดบั ตามค่าเฉล่ียจากมากไปหานอ้ ยไดด้ งั น้ี ดา้ นเจตคติ ( x = 3.83, S.D. = 0.47) ดา้ นการคิด ( x = 3.77, S.D. = 0.50) และดา้ นการกระทา ( x = 3.63, S.D. = 0.51) ตารางท่ี 15 แสดงคา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าระดบั ปัจจยั สนบั สนุนดา้ นการเชื่ออานาจ ควบคุมตนเอง (n = 377) การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง x S.D. ระดบั ลาดบั ท่ี มาก 4 1. ท่านรับรู้ถึงศักยภาพและความสามารถของ 3.88 0.61 ตนเอง 2. ท่านสามารถแกไ้ ขปัญหาให้ผา่ นพน้ ไปไดด้ ว้ ย 3.82 0.63 มาก 5 ตวั ของทา่ นเอง 3. ท่านเช่ือว่า ความเพียรพยายามเป็ นหนทางสู่ 4.16 0.70 มาก 1 ความสาเร็จ 4. การประสบความสาเร็จของท่าน เกิดจากการ 4.10 0.65 มาก 2 ทุ่มเทของตวั ท่านเองมากกวา่ สิ่งอื่น 5. ทา่ นสามารถทาในสิ่งที่ตอ้ งการดว้ ยตวั ของท่าน 3.95 0.66 มาก 3 เอง 6. ท่านเช่ือวา่ โชคชะตา เป็ นตวั กาหนดการดาเนิน 2.90 0.96 ปานกลาง 8 ชีวติ ของตนเอง 7. ท่านเชื่อว่า สิ่งศักด์ิสิทธ์ิมีส่วนทาให้งานของ 2.82 0.98 ปานกลาง 10 ทา่ นบรรลุเป้ าหมาย 8. ทา่ นชอบเส่ียงโชค ทานายดวงชะตา อยเู่ สมอ 2.87 1.94 ปานกลาง 9 9. ท่านเช่ือในคาทานายทายทกั ของหมอดู 2.98 1.07 ปานกลาง 7 10. ทา่ นมกั ใชว้ ธิ ีเสี่ยงทาย เพือ่ ช่วยในการตดั สินใจ 3.08 1.07 ปานกลาง 6 ค่าเฉลย่ี รวม 3.46 0.93 ปานกลาง จากตารางท่ี 15 พบว่า ปัจจยั สนับสนุนดา้ นการเชื่ออานาจควบคุมตนเองโดยรวมอยู่ใน ระดบั มาก ( x = 3.56, S.D. = 0.84) ขอ้ ที่มีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านเช่ือวา่ ความเพียร พยายามเป็นหนทางสู่ความสาเร็จ ( x = 4.16, S.D. = 0.70) รองลงมาคือ การประสบความสาเร็จของ

109 ท่าน เกิดจากการทุ่มเทของตวั ท่านเองมากกวา่ สิ่งอ่ืน ( x = 4.10, S.D. = 0.65) และท่านสามารถทา ในสิ่งที่ตอ้ งการดว้ ยตวั ของท่านเอง ( x = 3.95, S.D. = 0.66) ส่วนขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยนอ้ ยที่สุด คือ ท่าน เช่ือวา่ สิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิมีส่วนทาใหง้ านของทา่ นบรรลุเป้ าหมาย ( x = 2.82, S.D. = 0.98) ตารางที่ 16 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าระดับปัจจยั สนับสนุนด้านความ ภาคภมู ิใจในตนเอง (n = 377) ความภาคภูมิใจในตนเอง x S.D. ระดบั ลาดับที่ 0.64 มาก 5 1. ท่านมีความตระหนักและยอมรับในคุณค่าของ 4.00 ตนเองเป็นอยา่ งดี 2. ท่านบอกเล่าความสามารถและความดีงามท่ี 3.88 0.70 มาก 8 ตนเองภาคภมู ิใจใหผ้ อู้ ่ืนรับรู้ได้ 3. ท่านรู้สึ กว่าตนเองเป็ นท่ีรักและได้รับการ 3.98 0.69 มาก 6 ยอมรับจากครอบครัวและคนรอบขา้ งเสมอ 4. ท่านพงึ พอใจกบั สถานะความเป็ นอยขู่ องตนเอง 4.01 0.76 มาก 4 ในปัจจุบนั 5. ท่านมีความภูมิใจ เมื่อท่านไดใ้ ห้คาปรึกษาหรือ 4.05 0.67 มาก 2 คาแนะนากบั เพือ่ นหรือคนรอบขา้ งเสมอ 6. ท่านมีความภูมิใจกบั การได้เป็ นผูน้ าในการทา 3.88 0.77 มาก 7 กิจกรรมตา่ งๆ 7. ท่านชอบที่จะเสนอความคิดเห็นในการทา 4.02 0.71 มาก 3 กิจกรรมของส่วนรวม 8. ท่านรู้สึกภูมิใจเมื่อสามารถช่วยเหลือคนรอบ 4.15 0.70 มาก 1 ขา้ งหรือสังคมได้ ค่าเฉลย่ี รวม 4.00 0.70 มาก จากตารางที่ 16 พบวา่ ปัจจยั สนบั สนุนดา้ นความภาคภูมิใจในตนเองโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( x = 4.00, S.D. = 0.70) ขอ้ ที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านรู้สึกภูมิใจเม่ือสามารถ ช่วยเหลือคนรอบขา้ งหรือสังคมได้ ( x = 4.15, S.D. = 0.70) รองลงมาคือ ท่านมีความภูมิใจ เม่ือ ท่านไดใ้ ห้คาปรึกษาหรือคาแนะนากบั เพื่อนหรือคนรอบขา้ งเสมอ ( x = 4.05, S.D. = 0.67) และ ทา่ นชอบท่ีจะเสนอความคิดเห็นในการทากิจกรรมของส่วนรวม ( x = 4.02, S.D. = 0.71) ส่วนขอ้ ที่

110 มีค่าเฉล่ียนอ้ ยที่สุด คือ ท่านมีความภูมิใจกบั การไดเ้ ป็ นผูน้ าในการทากิจกรรมต่างๆ ( x = 3.88, S.D. = 0.77) และทา่ นบอกเล่าความสามารถและความดีงามที่ตนเองภาคภูมิใจใหผ้ อู้ ื่นรับรู้ได้ ( x = 3.88, S.D. = 0.70) ตารางที่ 17 แสดงค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าระดบั ปัจจยั สนบั สนุนดา้ นการมีส่วนร่วม ทางสังคม (n = 377) การมสี ่วนร่วมทางสังคม x S.D. ระดบั ลาดบั ที่ 0.92 มาก 4 1. ท่ า น มัก จ ะ พู ด คุ ย ห รื อ ป รึ ก ษ า ปั ญ ห า กับ 3.71 ครอบครัวสม่าเสมอ 2. ท่านมกั ใชเ้ วลาทากิจกรรมร่วมกนั กบั ครอบครัว 3.75 0.90 มาก 2 3. ท่านไปเย่ียมเยียนญาติผูใ้ หญ่ ในวาระโอกาส 3.80 0.78 มาก 1 สาคญั เสมอ 4. ท่านให้ความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็น 3.67 0.75 มาก 6 ต่อมหาวทิ ยาลยั และชุมชน 5. ท่ า น ใ ห้ ค ว า ม ร่ ว ม มื อ กับ กิ จ ก ร ร ม ข อ ง 3.67 0.78 มาก 5 มหาวทิ ยาลยั ดว้ ยความเตม็ ใจ 6. ท่านเขา้ ร่วมกิจกรรมที่เป็ นประโยชน์ต่อชุมชน 3.59 0.77 มาก 7 เช่น บาเพญ็ ประโยชน์ 7. ท่านมีจิตสานึกและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม 3.72 0.74 มาก 3 มากกวา่ ส่วนตน ค่าเฉลยี่ รวม 3.70 0.81 มาก จากตารางที่ 17 พบวา่ ปัจจยั สนบั สนุนดา้ นการมีส่วนร่วมทางสังคมโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( x = 3.70, S.D. = 0.81) ขอ้ ที่มีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านไปเยี่ยมเยยี นญาติ ผใู้ หญ่ ในวาระโอกาสสาคญั เสมอ ( x = 3.80, S.D. = 0.78) รองลงมาคือ ทา่ นมกั ใชเ้ วลาทากิจกรรม ร่วมกนั กบั ครอบครัว ( x = 3.75, S.D. = 0.90) และท่านมีจิตสานึกและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกวา่ ส่วนตน ( x = 4.0, S.D. = 0.71) ส่วนขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยนอ้ ยท่ีสุด คือ ท่านมีความภูมิใจกบั การ ไดเ้ ป็นผนู้ าในการทากิจกรรมต่างๆ ( x = 3.88, S.D. = 0.77) และทา่ นแสดงความสามารถและความ ดีงามท่ีตนเองภาคภูมิใจใหผ้ อู้ ่ืนรับรู้ได้ ( x = 3.88, S.D. = 0.70)

111 ตารางที่ 18 แสดงค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าระดบั ปัจจยั สนบั สนุนดา้ นการสนบั สนุน ทางสังคม (n = 377) การสนับสนุนทางสังคม x S.D. ระดับ ลาดบั ที่ 0.79 มาก 1 1. ท่านมีคนในครอบครัวให้กาลงั ใจและให้ความ 4.03 ช่วยเหลือเมื่อทา่ นประสบปัญหา 2. ท่านไดร้ ับความไวว้ างใจในการทากิจกรรมเพ่ือ 3.85 0.73 มาก 6 สงั คมจากคนรอบขา้ งเสมอ 3. ท่านได้รับการให้อภัย และโอกาสในการ 3.87 0.74 มาก 4 ปรับปรุงตวั เองเสมอ 4. ท่านสามารถปรึกษาปัญหาต่างๆกับเพื่อนได้ 3.89 0.77 มาก 2 เม่ือทา่ นตอ้ งการ 5. ท่านได้รับคาตักเตือนและช้ีแนะในเร่ืองการ 3.88 0.74 มาก 3 ประพฤติตวั เมื่อท่านทาไมถ่ ูกตอ้ ง 6. เมื่อท่านขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องใช้ท่ีจาเป็ น 3.86 0.80 มาก 5 ทา่ นสามารถยมื จากเพื่อนหรือคนใกลช้ ิดได้ ค่าเฉลย่ี รวม 3.90 0.76 มาก จากตารางท่ี 18 พบว่า ปัจจยั สนบั สนุนดา้ นการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมอยู่ในระดบั มาก ( x = 3.90, S.D. = 0.76) ขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านมีคนในครอบครัวให้ กาลงั ใจและใหค้ วามช่วยเหลือเมื่อท่านประสบปัญหา ( x = 4.03, S.D. = 0.79) รองลงมาคือ ท่าน สามารถปรึกษาปัญหาต่างๆกบั เพ่ือนได้ เมื่อท่านตอ้ งการ ( x = 3.89, S.D. = 0.77) และท่านไดร้ ับ คาตกั เตือนและช้ีแนะในเรื่องการประพฤติตวั เมื่อท่านทาไม่ถูกตอ้ ง ( x = 3.88, S.D. = 0.74) ส่วน ขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยนอ้ ยท่ีสุด คือ ท่านไดร้ ับความไวว้ างใจในการทากิจกรรมเพ่ือสังคมจากคนรอบขา้ ง เสมอ ( x = 3.85 , S.D. = 0.73)

112 ตารางที่ 19 แสดงคา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และคา่ ระดบั ทกั ษะชีวติ ดา้ นการคิด (n = 377) ทกั ษะด้านการคดิ x S.D. ระดบั ลาดับท่ี 1. ท่านมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และ 0.80 มาก 8 3.71 สังเคราะห์อย่างเป็ นระบบ เช่น การวางแผนใน 0.67 มาก 6 การใชจ้ า่ ย การทาบญั ชีรายรับรายจา่ ย 3.76 0.73 มาก 5 2. ท่านมีแนวคิดใหม่ๆในการแกไ้ ขปัญหาบนหลกั 3.79 0.70 มาก 4 ของความพอประมาณและมีเหตุผล 3.80 0.76 มาก 2 3. ท่านสามารถคิดอย่างมีเหตุผล โดยยึดหลกั ทาง 3.84 0.73 มาก 9 สายกลางในการดาเนินชีวติ 3.69 0.70 มาก 1 4. ท่านพิจารณาและแก้ไขปั ญหาด้วยความ 3.85 0.72 มาก 7 รอบคอบและระมดั ระวงั 3.72 0.77 มาก 3 5. ท่านมีการดาเนิ นชี วิตตามแผนการไปสู่ 3.80 0.73 มาก เป้ าหมายท่ีต้งั ไว้ 3.77 6. ท่านสนใจการอ่านและมีการค้นคว้า เพ่ือ เพม่ิ พนู ทกั ษะการคิดอยา่ งสม่าเสมอ 7. ท่านมีความสามารถในการสร้างความรู้ใหม่ ท่ี ไดจ้ ากประสบการณ์ตา่ งๆ ท่ีเกิดข้ึนกบั ตนเอง 8. ท่านมีการวางแผนในการใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั ตามฐานะของตนเอง 9. ท่าน ยึด หลัก คุ ณธ รร มแ ล ะ จริ ย ธ รร มใ น กระบวนการคิด ค่าเฉลย่ี รวม จากตารางท่ี 19 พบว่า ระดบั ทกั ษะชีวิตดา้ นการคิดโดยรวมอยู่ในระดบั มาก ( x = 3.77, S.D. = 0.73) ขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านมีความสามารถในการสร้างความรู้ใหม่ ท่ีไดจ้ ากประสบการณ์ต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนกบั ตนเอง ( x = 3.85, S.D. = 0.70) รองลงมาคือ ท่านมีการ ดาเนินชีวติ ตามแผนการไปสู่เป้ าหมายที่ต้งั ไว้ ( x = 3.84, S.D. = 0.76) และท่านยึดหลกั คุณธรรม และจริยธรรมในกระบวนการคิด ( x = 3.80, S.D. = 0.77) ส่วนขอ้ ท่ีมีค่าเฉลี่ยนอ้ ยท่ีสุด คือ ท่าน สนใจการอา่ นและมีการคน้ ควา้ เพ่ือเพิม่ พนู ทกั ษะการคิดอยา่ งสม่าเสมอ ( x = 3.69, S.D. = 0.73)

113 ตารางที่ 20 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และค่าระดบั ทกั ษะชีวติ ดา้ นเจตคติ (n = 377) ทกั ษะด้านเจตคติ x S.D. ระดับ ลาดบั ที่ 1. ท่านสามารถเขา้ ใจเหตุการณ์ต่างๆ ตามความ 0.69 มากท่ีสุด 1 4.81 เป็ นจริ ง 2. ท่านพึงพอใจและมีความสุ ขกับสถานภาพ 3.87 0.72 มาก 5 4 ปัจจุบนั ของตนเอง 3. ทา่ นยอมรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ่ืนเสมอ 3.89 0.72 มาก 4. ท่านใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการเผชิญกบั 3.73 0.73 มาก 6 เหตุการณ์ในชีวติ ประจาวนั 5. ท่านคานึงถึงความจาเป็ นและประโยชน์ใชส้ อย 3.65 0.71 มาก 7 เป็นหลกั ก่อนตดั สินใจซ้ือสินคา้ และบริการ 2 6. ทา่ นคิดวา่ การออม เป็นประโยชนส์ าหรับท่าน 3.96 0.75 มาก 7. ท่านช่ืนชมผู้ที่ประสบความสาเร็จ จากการ 3.92 0.73 มาก 3 ปฏิบตั ิตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ค่าเฉลยี่ รวม 3.98 0.72 มาก จากตารางท่ี 20 พบว่า ระดบั ทกั ษะชีวิตดา้ นเจตคติโดยรวมอยูใ่ นระดบั มาก ( x = 3.98, S.D. = 0.72) ขอ้ ที่มีค่าเฉล่ียมากที่สุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านสามารถเขา้ ใจเหตุการณ์ต่างๆ ตามความ เป็ นจริง ( x = 4.81, S.D. = 0.69) รองลงมาคือ ท่านคิดวา่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็ นประโยชน์ สาหรับท่าน ( x = 3.96, S.D. = 0.75) และท่านชื่นชมผทู้ ี่ปฏิบตั ิตามปรัชญาพอเพียง ( x = 3.92, S.D. = 0.73) ส่วนขอ้ ท่ีมีค่าเฉล่ียนอ้ ยท่ีสุด คือ ท่านคานึงถึงความจาเป็ นและประโยชน์ใชส้ อยเป็ น หลกั ก่อนตดั สินใจซ้ือสินคา้ และบริการ ( x = 3.65, S.D. = 0.71)

114 ตารางที่ 21 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และคา่ ระดบั ทกั ษะชีวติ ดา้ นการกระทา (n = 377) ทกั ษะด้านการกระทา x S.D. ระดับ ลาดบั ท่ี 0.72 มาก 5 1. ท่านใช้ทรัพยากรทุกประเภทอยา่ งคุม้ ค่าและ 3.72 ประหยดั 2. ท่านแสดงออกถึงความคิด ความรู้สึก และ 3.85 0.67 มาก 1 การกระทาของตนอยา่ งมีเหตุผล 3. ท่านสามารถสื่อสาร และแสดงความคิดเห็น 3.77 0.71 มาก 2 ในเร่ืองการออมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 4. ท่ า น ช่ ว ย เ ห ลื อ ค น ด้อ ย โ อ ก า ส ต า ม แ ต่ 3.75 0.74 มาก 4 สถานการณ์ 5. ท่านสามารถจดั การปัญหาและความขดั แยง้ 3.76 0.72 มาก 3 ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 6. ท่านใช้เวลาว่างในการทางานเสริม เพ่ือหา 2.95 1.03 ปานกลาง 6 รายไดพ้ ิเศษ ค่าเฉลยี่ รวม 3.90 0.76 มาก จากตารางที่ 21 พบวา่ ระดบั ทกั ษะชีวติ ดา้ นการกระทาโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( x = 3.90, S.D. = 0.76) ขอ้ ที่มีค่าเฉล่ียมากที่สุด 3 อนั ดบั แรก คือ ท่านแสดงออกถึงความคิด ความรู้สึก และ การกระทาของตนเองอยา่ งมีเหตุผล ( x = 3.85, S.D. = 0.67) รองลงมาคือ ทา่ นสามารถส่ือสาร และ แสดงความคิดเห็นในเรื่องการออมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ( x = 3.77, S.D. = 0.71) และท่านสามารถ จดั การปัญหาและความขดั แยง้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ( x = 3.76, S.D. = 0.72) ส่วนขอ้ ที่มีค่าเฉล่ียนอ้ ย ท่ีสุด คือ ท่านใชเ้ วลาวา่ งในการทางานเสริม เพ่ือหารายไดพ้ ิเศษ อยใู่ นระดบั ปานกลาง ( x = 2.95, S.D. = 1.03) 3. การวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ไดแ้ ก่ เพศ ระดบั ช้นั ปี กลุ่มการเรียน และเกรดเฉล่ีย

115 โดยใชก้ ารเปรียบเทียบค่าที (t-test) และการเปรียบเทียบค่าเอฟ (F-test) ผลการวเิ คราะห์ดงั ตารางที่ 22 - 25 ดงั น้ี ตารางที่ 22 แสดงการวเิ คราะห์ความแตกตา่ งของระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร จาแนกตามเพศ เพศ n x S.D. t p 0.41 ชาย 99 3.74 0.35 -0.82 หญิง 278 3.77 .036 *หมายถึง มีระดบั นยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระดบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ท่ีเป็ นกลุ่มตวั อย่าง จาแนกตามเพศ จาก ตารางที่ 22 พบวา่ นกั ศึกษามหาวทิ ยาลยั ศิลปากรที่เป็ นกลุ่มตวั อยา่ ง ท่ีมีเพศต่างกนั มีระดบั ทกั ษะ ชีวติ เพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่แตกตา่ งกนั ตารางท่ี 23 แสดงการวเิ คราะห์เปรียบเทียบระดบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร จาแนกตามระดบั ช้นั ปี ช้ันปี n x S.D. ลำดับท่ี F p 1 211 3.75 0.36 3 2 112 3.78 0.37 2 1.05 0.37 3 29 3.68 0.32 4 4 24 3.82 0.30 1 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เป็ นกลุ่มตัวอย่าง จาแนกตามระดับ ระดบั ช้นั ปี จากตารางที่ 23 พบวา่ นกั ศึกษาที่อยรู่ ะดบั ช้นั ปี ตา่ งกนั มีระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การ ตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต่างกนั โดยมีค่าเฉลี่ยของกลุ่มตวั อยา่ ง ดงั น้ี ช้นั ปี ที่ 4 มี ค่าเฉล่ียของระดบั ทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมากที่สุด ( x = 3.82, S.D. = 0.30) รองลงมาคือ ช้นั ปี ท่ี 2 ( x = 3.78, S.D. = 0.37) ช้นั ปี ที่ 1 ( x = 3.75, S.D. = 0.36) และช้นั ปี ท่ี 3 ( x = 3.68, S.D. = 0.32)

116 ตารางที่ 24 แสดงการวเิ คราะห์เปรียบเทียบระดบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร จาแนกตามกลุ่มการเรียน กล่มุ กำรเรียน n x S.D. ลำดับท่ี F p กลุ่มศิลปะและการ 43 3.77 0.39 1 ออกแบบ กลุ่มมนุษยศาสตร์ 178 3.73 0.37 3 0.29 0.75 และสังคมศาสตร์ กลุ่มวทิ ยาศาสตร์ 156 3.76 0.33 2 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ที่เป็ นกลุ่มตวั อยา่ ง จาแนกตามกลุ่มการเรียน ในตารางท่ี 24 พบวา่ นกั ศึกษาท่ีมีกลุ่มการเรียนตา่ งกนั มีระดบั ทกั ษะชีวติ ทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การ ตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต่างกนั โดยมีค่าเฉลี่ยของกลุ่มตวั อยา่ ง ดงั น้ี กลุ่มศิลปะ และการออกแบบมีค่าเฉล่ียของระดบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมากท่ีสุด ( x = 3.77, S.D. = 0.39) รองลงมาคือ กลุ่มวทิ ยาศาสตร์ ( x = 3.76, S.D. = 0.33) และกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ( x = 3.75, S.D. = 0.33) ตารางที่ 25 แสดงการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร จาแนกตามเกรดเฉลี่ย เกรดเฉลย่ี n x S.D. ลำดับที่ F p นอ้ ยกวา่ 2.00 16 3.67 0.47 3 2.01 – 3.00 236 3.74 0.35 2 0.75 0.47 3.01-4.00 125 3.81 0.34 1 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ที่เป็ นกลุ่มตวั อยา่ ง จาแนกตามเกรดเฉล่ีย ใน ตารางที่ 25 พบว่า นกั ศึกษาท่ีมีเกรดเฉลี่ยต่างกนั มีระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ต่างกนั โดยมีค่าเฉลี่ยของกลุ่มตวั อยา่ ง ดงั น้ี กลุ่มตวั อยา่ งที่มีเกรด เฉล่ียอยูร่ ะหวา่ ง 3.01 – 4.00 มีค่าเฉลี่ยของระดบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงมากท่ีสุด ( x = 3.81, S.D. = 0.34) รองลงมาคือ กลุ่มตวั อยา่ งท่ีมีเกรดเฉลี่ยอยู่

117 ระหวา่ ง 2.01 – 3.00 ( x = 3.74, S.D. = 0.35) และกลุ่มตวั อยา่ งที่มีเกรดเฉล่ียนอ้ ยกวา่ 2.00 ( x = 3.67, S.D. = 0.47) 4. การวิเคราะห์ปัจจัยท่ีมีผลต่อระดับทกั ษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ในการวิเคราะห์ปัจจยั สนบั สนุน ได้แก่ การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง ความภาคภูมิใจใน ตนเอง การมีส่วนร่วมทางสังคม และการสนบั สนุนทางสังคม สามารถร่วมทานายระดบั ทกั ษะชีวติ ใช้การถดถอยพหุคูณตามลาดับความสาคญั ของตัวแปรที่นาเข้าสมการ (Stepwise Multiple Regression Analysis) ดงั รายละเอียดตารางที่ 26 ตารางท่ี 26 แสดงการวิเคราะห์ปัจจยั ที่มีผลต่อทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ไดแ้ ก่ การเชื่ออานาจควบคุม ตนเอง (x1) ความภาคภูมิใจในตนเอง (x2) การมีส่วนร่วมทางสังคม (x3) และการ สนบั สนุนทางสังคม (x4) โดยใชก้ ารวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณตามลาดบั ความสาคญั ของตวั แปรท่ีนาเขา้ สมการ (Stepwise Multiple Regression Analysis) R ลาดบั ตวั แปร R R² Adj. R² Square b Beta t change ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ท า ง .602 .363 .361 .363 .691 .291 6.277* .690 .475 .473 สงั คม (x3) .706 .499 .495 .113 .743 .308 6.680* ค ว า ม ภ า ค ภู มิ ใ จ ใ น .719 .516 .511 S.E.= 3.349 .023 .314 .170 4.224* ตนเอง (x2) การเชื่ออานาจควบคุม .018 .471 .163 3.676* F = 123.776* ตนเอง (x1) การสนบั สนุนทางสงั คม (x4) a (Constant) = 18.880 * มีระดบั นยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 จากตารางที่ 26 พบว่า ตวั แปรท่ีมีประสิทธิภาพในการทานายทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การ ตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไดแ้ ก่ การมีส่วนร่วมทางสังคม (x3) ความภาคภูมิใจใน

118 ตนเอง (x2) การเช่ืออานาจควบคุมตนเอง (x1) และการสนบั สนุนทางสังคม (x4) โดยการมีส่วน ร่วมทางสงั คมเป็นตวั แปรท่ีไดร้ ับคดั เลือกเขา้ สมการเป็นอนั ดบั ที่ 1 สามารถทานายระดบั ทกั ษะชีวติ เพอ่ื การจดั การตนเองตามปรัชญาของบเศรษฐกิจพอเพยี ง ร้อยละ 36.3 ความภาคภูมิใจในตนเองเป็ นตวั แปรท่ีไดร้ ับคดั เลือกเขา้ สมการเป็ นอนั ดบั ที่ 2 สามารถ ทานายระดบั ทกั ษะชีวติ เพือ่ การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ิมข้ึนร้อยละ 11.2 โดยการมีส่วนร่วมทางสังคม และความภาคภูมิใจในตนเอง สามารถร่วมกนั ทานายระดบั ทกั ษะชีวิต เพ่อื การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไดร้ ้อยละ 47.5 การเช่ืออานาจควบคุมตนเองเป็ นตวั แปรที่ไดร้ ับคดั เลือกเขา้ สมการเป็ นอนั ดบั ที่ 3 สามารถ ทานายระดบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ิมข้ึนร้อยละ 2.2 โดยการมีส่วนร่วมทางสังคม ความภาคภูมิใจในตนเอง และการเช่ืออานาจควบคุมตนเอง สามารถ ร่วมกนั ทานายระดบั ทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเอง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไดร้ ้อยละ 49.5 การสนับสนุนทางสังคมเป็ นตวั แปรท่ีได้รับคดั เลือกเขา้ สมการเป็ นอนั ดบั ที่ 4 สามารถ ทานายระดบั ทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ิมข้ึนร้อยละ 1.6 โดยการมีส่วนร่วมทางสังคม ความภาคภูมิใจในตนเอง การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง และการ สนบั สนุนทางสังคม สามารถร่วมกนั ทานายระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ไดร้ ้อยละ 51.1 สามารถเขียนสมการการทานายในรูปคะแนนดิบไดด้ งั น้ี Y^ = 18.880 + 0.691(x3) + 0.743(x2) + 0.314(x1) + 0.471(x4) และสามารถเขียนเป็นสมการทานายในรูปคะแนนมาตรฐานไดด้ งั น้ี Z = 0.291(x3) + 0.308(x2) + 0.170(x1) + 0.163(x4) จากผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณตามลาดบั ความสาคญั ของตวั แปรท่ีนาเขา้ สมการ (Stepwise Multiple Regression Analysis) พบวา่ ปัจจยั ที่มีผลต่อทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเอง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร โดยเรียงลาดบั จากมากไปหา นอ้ ย ไดแ้ ก่ การมีส่วนร่วมทางสังคม ความภาคภูมิใจในตนเอง การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง และ การสนบั สนุนทางสงั คมตามลาดบั

119 5. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร การวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะทักษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร สามารถสรุปประเด็นไดด้ งั น้ี ตาราง 27 แสดงปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร (n = 71) ปัญหำ อุปสรรค ควำมถี่ ร้อยละ 1 การขาดความพอประมาณ ไม่รู้จกั ยบั ย้งั ชงั่ ใจ 36 50.70 2 ปัญหาขาดวนิ ยั จากการไม่รู้จกั ควบคุมตน 12 16.90 3 ปัญหาการไม่รู้จกั ตนเอง เพราะไม่รู้ถึงความตอ้ งการท่ีแทจ้ ริง 11 15.49 ของตนเอง 4 ปัญหาการจดั สรรเวลา เนื่องจากยงั ไม่สามารถบงั คบั ตนเอง 5 7.04 ใหท้ าในสิ่งท่ีถูกตอ้ งใหต้ รงกบั เวลาท่ีเหมาะสมได้ 5 ปัญหาการติดอบายมุข 3 4.23 6 ปัญหาดา้ นความเครียด มาจากความกดดนั ทางดา้ นการเรียน 2 2.82 หรือปัญหาตา่ งๆในชีวติ ประจาวนั 7 ปัญหาดา้ นความข้ีเกียจ ที่มาจากนิสยั ชอบทาตามใจตวั เอง 2 2.82 รวม 71 100 จากตาราง 27 พบว่า ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ที่ผตู้ อบแบบสอบถามคิดวา่ เป็นปัญหาท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงท่ีสุด คือ คือ การ ขาดความพอประมาณ ไม่รู้จกั ยบั ย้งั ชงั่ ใจ ทาใหย้ ากต่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง จานวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 50.70 รองลงมา คือ ปัญหาขาดวนิ ยั ในตนเอง จากการไม่รู้จกั ควบคุมตน จานวน 12 คน คิดเป็ นร้อยละ 16.90 ปัญหาการไม่รู้จกั ตนเอง เพราะไม่รู้ถึงความ ตอ้ งการท่ีแทจ้ ริงของตนเอง จานวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 15.49 ปัญหาการจดั สรรเวลา เนื่องจากยงั ไม่สามารถบงั คบั ตนเองให้ทาในสิ่งท่ีถูกตอ้ งให้ตรงกบั เวลาที่เหมาะสมได้ จานวน 5 คน คิดเป็ น ร้อยละ 7.04 ปัญหาการติดอบายมุข จานวน 3 คน คิดเป็ นร้อยละ 4.23 ปัญหาดา้ นความเครียด มา จากความกดดนั ทางดา้ นการเรียน หรือปัญหาต่างๆในชีวิตประจาวนั จานวน 2 คน คิดเป็ นร้อยละ

120 2.82 และปัญหาดา้ นความข้ีเกียจ ท่ีมาจากนิสัยชอบทาตามใจตวั เอง จานวน 2 คน คิดเป็ นร้อยละ 2.82 ตารางท่ี 28 แสดงขอ้ เสนอแนะเก่ียวกบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร (n = 98) ข้อเสนอแนะ ควำมถี่ ร้อยละ 1 การรู้จกั ความพอดี คือ การรู้จกั ควบคุมตนเองให้คิดและทา 35 35.71 สิ่งต่างๆอยา่ งพอประมาณ ไม่มากหรือนอ้ ยเกินไป 2 การจัดระเบียบให้กับชีวิตตนเอง เป็ นการรู้จกั หน้าท่ีและ 22 22.45 ความรับผดิ ชอบของตนเอง 3 เรี ยนรู้ ทักษะต่างๆในการใช้ชี วิต โดยการเรี ยนรู้ จาก 16 16.33 ประสบการณ์และการฝึ กฝน 4 การวางแผน โดยการทาตารางเวลา เพราะจะช่วยให้เรา 11 11.22 จดั สรรเวลาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 5 ทากิจกรรมที่เป็ นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะนอกจากจะ 8 8.16 เป็นการช่วยสงั คมแลว้ ยงั ทาใหเ้ กิดปฏิสมั พนั ธ์กบั ผอู้ ื่น 6 งดเวน้ อบายมุข เพราะอบายมุขเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทาให้เสียท้งั เงิน 5 5.10 ทอง ทรัพยส์ ิน เวลา และสุขภาพ 7 ฝึกสมาธิ โดยการสวดมนตแ์ ละนงั่ สมาธิ 1 1.02 รวม 98 100 จากตาราง 28 พบวา่ ขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ผูต้ อบแบบสอบถามเสนอแนะท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ การรู้จกั ความพอดี จานวน 35 คน คิดเป็ นร้อยละ 35.71 รองลงมา คือ การจดั ระเบียบให้กบั ชีวติ ตนเอง จานวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 22.45 การเรียนรู้ทกั ษะต่างๆในการใชช้ ีวติ จานวน 16 คน คิดเป็ นร้อยละ 16.33 การ วางแผน โดยการทาตารางเวลา จานวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 11.22 การทากิจกรรมท่ีเป็ นประโยชน์ ต่อส่วนรวม จานวน 8 คน การงดเวน้ อบายมุข จานวน 5 คน คิดเป็ นร้อยละ 5.10 และการฝึ กสมาธิ จานวน 1 คน คิดเป็ นร้อยละ 1.02 คน

121 6. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพท่ีได้จากการสัมภาษณ์ทักษะชีวิตเพ่ือการจัดการตนเอง ตาม ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) แบบก่ึงโครงสร้าง เรื่อง ทกั ษะชีวติ เพื่อการ จดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร โดยทาการ สมั ภาษณ์นกั ศึกษาจานวน 10 คน ประกอบดว้ ยนกั ศึกษากลุ่มศิลปะและการออกแบบ นกั ศึกษากลุ่ม มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และนกั ศึกษากลุ่มวทิ ยาศาสตร์ ผลการสัมภาษณ์มีการนามาสรุปเป็ น ประเดน็ ไดด้ งั น้ี 1. สภาพทว่ั ไปในการใช้ชีวติ ประจาวนั ของนักศึกษา จากการเกบ็ ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ ดว้ ยการสัมภาษณ์เชิงลึกนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร ในประเดน็ สภาพทว่ั ไปในการใชช้ ีวติ ประจาวนั พบวา่ นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีการจดั การตนเองไดเ้ ป็ น อยา่ งดี กล่าวคือ เม่ืออยใู่ นมหาวทิ ยาลยั นกั ศึกษาจะเขา้ ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในหอ้ งสมุด และ จะเขา้ ร่วมกิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลยั และเมื่ออยนู่ อกมหาวิทยาลยั นกั ศึกษาจะใชเ้ วลาอยูก่ บั ครอบครัว หรือทากิจกรรมนันทนาการต่างๆท่ีตนเองสนใจ ดังความเห็นของนักศึกษา คณะ เทคโนโลยแี ละการส่ือสาร ช้นั ปี 4 คนหน่ึงวา่ “ถ้าไม่มีเรียน ส่วนใหญ่ตนจะเข้าห้องสมุด เพ่ือไปหาความรู้และทาการบ้าน หรือทา กิจกรรมของมหาวิทยาลัย เพราะกิจกรรมเป็นตัวช่วยสร้ างความสามัคคีและการมีส่วนร่ วม ทั้งยังทา ให้มีเพื่อนเยอะอีกด้วย แต่ถ้าวันไหนไม่มีเรียน ส่วนใหญ่ จะทากิจกรรมต่างๆกับครอบครัว เช่น ชวนกนั ไปออกกาลงั กายท่ีสโมสรของหม่บู ้าน“ สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะสถาปัตยกรรม ช้นั ปี ที่ 1 คนหน่ึงวา่ “ โดยปกติจะเข้ามหาวิทยาลัยทุกวัน แม้วันที่ไม่มีเรียนก็ตาม เพราะที่มหาวิทยาลัย บรรยากาศดี เหมาะกับการพักผ่อน โดยการพักผ่อนของผม คือ การนั่งวาดรูปสบายๆกับเพื่อนๆ หรืออาจจะทาการบ้านที่อาจารย์ส่ังร่วมกบั เพื่อน เพราะการอย่หู ลายๆคน มนั จะทาให้ไม่เครียด “ 2. การจัดการตนเองของนักศึกษา จากการเกบ็ ขอ้ มลู เชิงคุณภาพ ดว้ ยการสัมภาษณ์เชิงลึกนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ในประเด็นการจดั การตนเองของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร พบวา่ นกั ศึกษามีการจดั การตนเอง ได้ดี โดยนักศึกษามีความเช่ือมนั่ ในการประสบความสาเร็จ เน่ืองจากมีเป้ าหมายที่ชดั เจน มีการ เตรียมรับกบั การแกป้ ัญหา ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะอกั ษรศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 2 คนหน่ึงวา่ “ ถ้าสมมตุ ิว่า ต้องเจอกับเหตกุ ารณ์สุดวิสัย มีบ้างท่ีตนจะหงุดหงิด แต่กท็ าอะไรไม่ได้ นอกจากท่ีจะต้องแก้ปัญหาตรงหน้า เพื่อให้มันผ่านไปด้วยดี และจะจาไว้ เพ่ือที่คราวหลัง ถ้าต้อง เจอเหตุการณ์ แบบนี้อีก เราจะได้เตรี ยมตัวเตรี ยมใจรับมือกับมันได้ทัน ส่ วนเร่ื องการประสบ

122 ความสาเร็จ ตนเชื่อเรื่องเวรกกรมว่า ใครทาอย่างไรกไ็ ด้อย่างน้ัน ถ้าเราคิดดี ทาดี มีความต้ังใจ ผล มนั กจ็ ะออกมาดี “ สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะสตั วศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ช้นั ปี ที่ 4 คนหน่ึงวา่ “ เม่ือต้องเผชิญกับเหตุการณ์ ไม่คาดคิด จะพยายามหาต้นเหตุของปัญหา เพื่อที่จะ แก้ไข โดยควรมีสติอยู่เสมอ และควรยึดหลักการท่ีว่า ความพยายามอยู่ท่ีไหน ความสาเร็จอย่ทู ี่นั้น ในการแก้ปัญหา เพราะทุกๆอย่างเกิดขึน้ จากความพยายามและความเช่ือมั่น หากมีท้ังสองอย่างนี้ เราจะประสบความสาเร็จแน่นอน เพราะการมีจุดหมายในการกระทาสิ่งใดส่ิงหน่ึง จะทาให้ประสบ ความสาเร็จได้ง่ายขึน้ “ ดา้ นความภาคภมู ิใจในตนเอง นกั ศึกษาตระหนกั ในคุณค่าของตนเอง มีความภูมิใจใน ครอบครัวของตนเอง รู้สึกเป็ นท่ียอมรับของเพื่อนๆและคนรอบขา้ ง เช่น การเห็นคุณค่าของตนเอง ความรู้สึกตอ่ ครอบครัวและฐานะทางสังคมของตน และสัมพนั ธภาพในหมู่เพ่ือน ดงั ความเห็นของ นกั ศึกษาคณะวทิ ยาศาสตร์ ช้นั ปี ที่ 2 คนหน่ึงวา่ “ ตนชอบเวลาท่ีได้ช่วยเหลือเพื่อนและคนรอบข้าง ท่ีสาคัญคือรู้สึกดีใจที่ได้เกิดเป็ น ลูกของพ่อและแม่ ท่ีได้รับความรักและการสนับสนุนในทุกๆด้านอย่างเตม็ ท่ี และรู้สึกเป็ นที่รักของ เพ่ือนๆ และดีใจท่ีสามารถช่ วยเหลือหรื อให้ คาปรึ กษาเพื่อนได้ เมื่อเพื่อนต้องการ เช่ น ความ ขยนั หมน่ั เพียร โดยการติวหนังสือก่อนสอบให้เพ่ือน “ สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ช้นั ปี ที่ 1 คนหน่ึงวา่ “ รู้สึกภูมิใจท่ีตนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ท่ีซ่ึงเป็ นมหาวิทยาเก่าแก่ ทางด้านศิลปะได้ และที่ดีใจย่ิงกว่านั้นคือ ทาให้พ่อและแม่ภูมิใจในตัวเรา ส่วนเร่ืองเพื่อนใหม่ท่ี มหาวิทยาลัย ก็เข้ากันได้ดี อาจจะเพราะตนเป็ นคนใจเยน็ ทาให้ไม่ค่อยมีปัญหากับใคร ดังนั้นๆ เพื่อนๆจึงชอบมาพดู คุย ชวนทางานกล่มุ อย่บู ่อยๆ “ ดา้ นการมีส่วนร่วมทางสงั คม ท้งั การมีส่วนร่วมในครอบครัว มหาวทิ ยาลยั และชุมชน โดยการมีส่วนร่วมเป็ นส่ิงที่ทุกคนในสังคมพึงปฏิบตั ิ เพ่ือให้สังคมมีความสงบสุข โดยเริ่มจาก สังคมใกล้ตวั ท่ีเรียกว่าครอบครัว ขยายสู่สังคมสถานศึกษา และสังคมชุมชน โดยนกั ศึกษาจะให้ ความสาคญั กบั กิจกรรมของครอบครัวเป็นหลกั รวมถึงถา้ มีเวลาวา่ งจากการเรียนจะเขา้ ร่วมกิจกรรม ของทางมหาวิทยาลยั อย่างเต็มใจ ส่วนกิจกรรมของชุมชน ยงั ไม่ได้รับความร่วมมือจากนกั ศึกษา เท่าท่ีควร เน่ืองจากเวลาและภาระหนา้ ที่ ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 2 คน หน่ึงวา่ “ ปกติตนจะพดู คุยกับคนในครอบครัวเสมอๆ ส่วนกิจกรรมของชุมชนกม็ ีเข้าร่ วมบ้าง ถ้ามีเวลา ส่วนกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัย ตนจะเข้าร่วมเฉพาะกิจกรรมที่จาเป็นเท่านั้น “ “

123 สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ ช้นั ปี 2 คนหน่ึงที่วา่ “ การมาเรียนท่ีมหาวิทยาลัยศิลปากร ตนต้องอยู่หอพัก เนื่องจากบ้านจริงๆนั้นอยู่ ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้เป็ นปัญหาอะไรกับครอบครัว เพราะตนจะพยายามหาเวลาโทรหาแม่ทุกวัน สาหรับกิจกรรมของทางมหาวิทยาลัย ตนจะให้ความร่ วมมืออย่างเตม็ ท่ี เพราะชอบการเข้าสังคมอยู่ แล้ว แต่ถ้าเป็ นกิจกรรมของชุมชน จะไม่ค่อยได้เข้าร่ วมนัก เนื่องจากไม่สะดวกในเร่ืองเวลาและ ภาระหน้าท่ีต่างๆ ส่วนปัญหาต่างๆที่เกิดขึน้ เพ่ือนมีส่วนช่วยมากในการแก้ไข ทั้งการให้ความ ช่วยเหลือในเรื่องเงิน การให้คาปรึกษา คาแนะนา และคาปลอบใจ “ ดา้ นการสนบั สนุนทางสังคม พบวา่ ครอบครัวเป็ นปัจจยั สาคญั ท่ีคอยสนบั สนุนและ ช่วยเหลือนกั ศึกษา ท้งั ดา้ นจิตใจและทรัพยส์ ิน อีกท้งั เพ่ือนยงั เป็ นอีกปัจจยั ท่ีคอยให้คาปรึกษา เม่ือ ตอ้ งเผชิญกบั ปัญหาต่างๆ ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะวทิ ยาการจดั การ ช้นั ปี ที่ 3 คนหน่ึงวา่ “ เม่ือมีปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจ สิ่งแรกท่ีนึกถึงคือ ครอบครัว เพราะพ่อและแม่ ท่านรักเรามาก และพร้ อมจะช่วยเหลือเราในทุกๆเรื่อง ทั้งเรื่องเรียน เร่ืองเพ่ือน เรื่องเงิน และอีก หลายๆเร่ือง โดยท่านจะให้คาแนะนา คอยให้คาปรึกษา และจะให้กาลังใจเราเสมอ เวลาเราต้องเจอ กบั ปัญหา “ สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 3 คนหน่ึงวา่ “ ถ้านอกจากครอบครัวที่ช่วยเหลือและดูแลเราในทุกเร่ืองแล้ว เพ่ือนก็เป็ นอีกคนที่ สาคัญ อย่างเช่น เวลาใกล้ๆสอบ ถ้าเราไม่เข้าใจเนือ้ หาการเรียนตรงไหน เพ่ือนๆคนที่เก่งกว่าจะช่วย สอนเรา หรือบางที ถ้ารุ่นพ่ีรู้จักว่างๆ เค้ากจ็ ะมาช่วยติวให้เรา “ 3. ความสัมพนั ธ์ของทกั ษะชีวติ กบั การใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากการเก็บขอ้ มูลเชิงคุณภาพ ดว้ ยการสัมภาษณ์เชิงลึกนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ในประเด็นการใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมีความสัมพนั ธ์กบั ทกั ษะชีวิต พบว่า นกั ศึกษามี การประยกุ ตใ์ ชท้ กั ษะชีวติ ที่ตนมีใหเ้ ขา้ กบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไดแ้ ก่ ความพอประมาณ การมี เหตุผล การมีภูมิคุ้มกันในตวั ท่ีดี เง่ือนไขความรู้และเง่ือนไขคุณธรรม เพ่ือจัดการตนเองต่อ เหตุการณ์ต่างๆไดเ้ ป็นอยา่ งดี กล่าวคือ การคานึงถึงความพอประมาณ รู้จกั ใชจ้ ่ายตามความจาเป็ น มี การใชเ้ หตุผลในการตดั สินใจในเร่ืองต่างๆ และเพื่อเตรียมพร้อมกบั สถานการณ์ท่ีอาจจะเกิดข้ึนใน อนาคต โดยอาศยั ความรู้ที่ได้รับมาจากประสบการณ์และการฝึ กฝน ควบคู่ไปกับการมีหลัก คุณธรรม จริยธรรม หนุนนาการกระทาไปในแนวทางที่ดี ดงั น้ี 3.1 ความพอประมาณ การคานึงถึงความพอดีในการตดั สินใจทาการใดๆก็ตาม ควร คิดถึงหลกั ความคุม้ คา่ และความจาเป็ น เช่น ควรบนั ทึกรายรับและรายจ่ายประจาวนั เพ่ือควบคุมค่า ใช่จ่ายให้อยู่ในเกณฑ์ท่ีเหมาะสม ไม่ตอ้ งเดือดร้อน และเพ่ือจะไดม้ ีเหลือเก็บไวใ้ ช้ยามจาเป็ น ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 3 คนหน่ึงวา่

124 “ ต้องรู้จักเรียนรู้ตนเอง รู้ถึงความต้องการของตนเอง มีความพอดีในการใช้จ่าย เพ่ือที่จะได้ซื้อของใช้ท่ีจาเป็ น ไม่ใช่จ่ายจนเกินตัว เพราะเรายังหาเงินเองไม่ได้ ยังต้องพ่ึงพ่อแม่อยู่ อะไรท่ีช่วยท่านประหยัดได้ กค็ วรทา ซ่ึงถ้าเราวางแผนการใช้จ่ายดีๆ จะทาให้เรามีเงินเหลือเกบ็ ไว้ ใช้ยามจาเป็นด้วย “ 3.2 ความมเี หตุผล การตดั สินใจต่างๆในชีวิตประจาวนั จาเป็ นจะตอ้ งอยบู่ นหลกั เหตุ และผลในแง่ของความเป็ นจริง โดยการอาศยั ประสบการณ์และการฝึ กหดั ในทกั ษะดา้ นน้นั ๆ ท้งั น้ี เพ่ือป้ องกนั ขอ้ ผิดพลาดที่อาจจะเกิดข้ึน ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 3 คน หน่ึงวา่ “ ตนจะใช้เหตุผลเข้าช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา และจะพยายามควบคุม ไม่ให้อารมณ์มาอย่เู หนือเหตุผล ดังน้ันเวลาทาอะไร จะต้องคิดก่อนเสมอว่า ถ้าทาแล้วจะมีผลอะไร ตามมา ถ้าเป็นผลเสียต่อตนเองหรือผ้อู ่ืน กจ็ ะไม่ทา “ 3.3 การมีภูมิคุ้มกัน ควรมีการคาดการณ์ล่วงหน้าเพ่ือเตรียมรับสถานการณ์ต่างๆที่ อาจจะเกิดข้ึนในอนาคต ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ช้นั ปี ที่ 1 คนหน่ึงวา่ “ ท่ีบ้านจะสอนเสมอว่า ในการใช้ชีวิต ควรมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อท่ีจะได้ ปรับตวั ได้ทันต่อการเปล่ียนแปลงต่างๆ แต่ทางที่ดี ควรท่ีจะคิดให้ดีก่อนท่ีจะตัดสินใจทาอะไร เพ่ือ ผลที่ออกมาจะได้ไม่เสียหาย และไม่ต้องตามแก้ไขทีหลัง “ 3.4 เงื่อนไขความรู้ การคน้ ควา้ หาความรู้เพิ่มเติมอยตู่ ลอดเวลา ทาให้เรามีความรอบรู้ ในสิ่งต่างๆ เพือ่ ใหก้ า้ วทนั กบั การเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบนั รวมถึงการใชค้ วามรู้ที่ไดม้ าในการ พิจารณาไตร่ตรองเหตุการณ์ต่างๆอยา่ งรอบคอบก่อนการตดั สินใจ และมีความระมดั ระวงั ในการ ตดั สินใจกระทาการน้นั ๆ ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยกี ารเกษตร ช้นั ปี ท่ี 4 คนหน่ึงวา่ “ ตนมกั จะใช้ความรู้ ท่ีได้จากการเรียน นามาใช้ให้เข้ากับชีวิตประจาวนั เช่น การ แก้ไขปัญหา ที่ควรคิดดูก่อนว่า สาเหตขุ องปัญหาคืออะไร ต่อมาจึงหาทางแก้ปัญหา โดยการปรึกษา พ่อแม่ หรือเพื่อนๆ และควรท่ีจะหาทางแก้ไว้หลายๆทาง เพ่ือจะได้มีทางเลือกในการตัดสินใจ และ เพื่อให้ไม่ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง “ 3.5 เงือ่ นไขคุณธรรม หลกั คาสอนทางพระพุทธศาสนา เป็ นคุณธรรมหลกั ท่ีนกั ศึกษา ใช้ประกอบในการคิดและตดั สินใจ เช่น ความขยนั หมน่ั เพียร ความซื่อสัตย์ ความกตญั ญู การ ช่วยเหลือส่วนรวม เป็นตน้ ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะวทิ ยาการจดั การ ช้นั ปี ที่ 3 คนหน่ึงวา่ “ คุณธรรมที่ตนยึดถือเป็ นหลัก คือ ความกตัญญู เน่ืองจากแม่จะสอนเสมอว่า การ รู้จักบญุ คุณคน จะทาให้มีแต่ความเจริญ ดูตัวอย่างได้จากคนรอบข้างใกล้ๆตัว หรือตามข่าวต่างๆ ถ้า เราไม่อยากเป็นเช่นน้ัน เราต้องรู้จักกตัญญู เม่ือมีโอกาส กค็ วรตอบแทนบญุ คุณ “

125 4. แนวทางการส่ งเสริมทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 4.1 การสร้างความเขา้ ใจความหมายของทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการศึกษาขอ้ มูลพบวา่ นกั ศึกษามีความเขา้ ใจในความหมายของทกั ษะชีวติ เพื่อ การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การมีความคิด เจตคติ และการกระทา อยู่ บนความพอประมาณ ใช้จ่ายอย่างประหยดั ใช้เหตุผลในการตดั สินใจแก้ไขปัญหา และมีการ เตรียมพร้อมเสมอกับสถานการณ์ท่ีอาจจะเกิดข้ึนในอนาคต โดยอาศัยความรู้ที่ได้รับมาจาก ประสบการณ์และการฝึ กฝน ควบคู่ไปกบั การมีหลกั คุณธรรม จริยธรรม หนุนนาการกระทาไปใน แนวทางท่ีดี กล่าวคือ นกั ศึกษาควรมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ ใฝ่ หาความรู้อยา่ งสม่าเสมอ เพื่อให้ กา้ วทนั ปัจจุบนั และสามารถคิดวเิ คราะห์อยา่ งเป็นเหตุและผล บนความรู้ ควบคู่กบั คุณธรรมท่ีดีงาม ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะสตั วศาสตร์และเทคโนโลยกี ารเกษตร ช้นั ปี ท่ี 4 คนหน่ึงวา่ “ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็ นหลักท่ีสามารถนามาใช้ในชีวิตประจาวันได้จริง ไม่ใช่มีเพียงแต่เกษตรกรเท่าน้ัน เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็ นเร่ื องเก่ียวกับความพอดี พอประมาณในการใช้จ่ายหรือการที่เราจะทาการใดๆก็ตาม ด้วยความมีเหตุผล ซึ่งเป็ นการนึกถึง ผลได้และผลเสียของสิ่งท่ีเราได้ทาลงไป และที่ลืมไม่ได้ คือ เราควรมีสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะได้ เตรียมตัวเตรียมใจได้ทัน เม่ือเราต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน“ สอดคลอ้ งกบั นกั ศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 3 คนหน่ึงท่ีวา่ “ การนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจาวัน จริงๆไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพียงแต่เราควรท่ีจะศึกษาอย่างจริงจัง อีกอย่างเศรษฐกิจพอเพียงกไ็ ม่ใช่เร่ืองท่ีไกลตัว เพราะทุกคน สามารถทาได้ เช่น การรู้จักความพอดี รู้จักกิน รู้จักใช้ ถ้ามีเหลือก็นามาเก็บออม เผื่อใช้ในยาม จาเป็ น รู้จักศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงเร่ือยๆ ไม่อย่างน้ัน เราจะ กลายเป็นคนที่ล้าหลัง ตามคนอ่ืนไม่ทัน รวมถึงการที่เราควรที่จะมีคุณธรรมประจาใจ เพื่อเป็ นส่ิงยึด เหน่ียวและนาทางให้เราทาแต่ความดี “ 4.2 การจดั กิจกรรมพฒั นาทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ผลการศึกษาขอ้ มูลพบว่า การเขา้ ร่วมกิจกรรมกบั ครอบครัว เป็ นสิ่งสาคญั ในการ พฒั นาทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท้งั ในแง่ของจิตใจและ พฤติกรรม โดยการท่ีครอบครัวให้ความสนใจในตวั นักศึกษาอยู่สม่าเสมอ พร้อมท้งั หมน่ั สร้าง สัมพนั ธภาพท่ีดี เช่น การพบปะพูดคุยเพื่อสานสัมพนั ธ์ การช่วยเหลือแบ่งเบางานภายในบา้ น เป็ น ตน้ ในส่วนของกิจกรรมของมหาวทิ ยาลยั ก็เป็นสิ่งจาเป็นในการสร้างเสริมความสามคั คีและการเขา้

126 สังคม เช่น การจดั ประกวดผลงานทางวิชาการ การมอบรางวลั เรียนดี เป็ นตน้ ดงั ความเห็นของ นกั ศึกษาคณะเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร ช้นั ปี ที่ 4 คนหน่ึงวา่ “ การที่มีครอบครัวอบอุ่น ทาให้ตนสามารถพูดคุยและปรึกษาปัญหาได้ทุกเร่ือง เพราะพ่อและแม่เป็นคนท่ีเข้าใจเรามากที่สุด อีกอย่างท่านกพ็ ร้อมท่ีจะช่วยเหลือเราในทุกเรื่อง ไม่ว่า จะเป็ นเรื่ องเงิน การเรี ยน หรื อเร่ืองไม่สบายใจต่างๆ นอกจากนี้ ตนก็เข้าร่ วมกิจกรรมของทาง มหาวิทยาลัยอยู่บ่อยๆ เพราะการร่ วมกิจกรรม ทาให้มีเพื่อนเยอะ ท่ีสาคัญยังเป็ นการพัฒนาบุคลิก และมนุษยสัมพันธ์ไปในตัว ทาให้เราสามารถเข้ากับคนอ่ืนได้ง่าย และสามารถอยู่ในสังคมได้ทุก รูปแบบ “ 4.3 แนวทางการส่งเสริมทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ผลการศึกษาขอ้ มูลพบว่า นกั ศึกษาควรไดร้ ับความรู้ที่ถูกตอ้ งเก่ียวกบั ทกั ษะชีวิต เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ควรมีแหล่งเรียนรู้เก่ียวกบั ทกั ษะชีวิต เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายในสถาบนั การศึกษา เช่น กิจกรรมหรือ ชมรม หรือมีการจดั อบรม สัมมนา เพื่อสร้างประสบการณ์ และควรมีการสอดแทรกเน้ือหาเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวิตที่จาเป็ นเขา้ ไปในบทเรียน เพ่ือฝึ กฝนให้นกั ศึกษาเกิดความเคยชินกบั ทกั ษะดา้ นน้ันๆ โดยสามารถอธิบายไดด้ งั น้ี 4.3.1 แนวทางการพฒั นาทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา คือ มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ ใฝ่ หาความรู้อยา่ งสม่าเสมอ เพื่อให้ กา้ วทนั ปัจจุบนั และสามารถคิดวเิ คราะห์อยา่ งเป็ นเหตุและผลโดยใชห้ ลกั ความรู้ควบคู่กบั คุณธรรม ที่ดีงาม ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยอี ุตสาหกรรม ช้นั ปี ท่ี 4 คน หน่ึงวา่ “ การที่เราจะเข้าใจอะไรสักอย่าง จาเป็นท่ีจะต้องศึกษาหาความรู้อย่ตู ลอดเวลา ซ่ึง การหาความรู้นีไ้ ม่จาเป็ นว่าต้องได้มาจากห้องเรียนเสมอไป ซึ่งอาจจะได้จากข่าวสารบ้านเมือง อินเตอร์ เน็ต หรือคนอื่นๆที่ไม่ใช่อาจารย์ท่ีสอนในห้องกไ็ ด้ เพ่ือท่ีจะได้นาไปใช้หรือปฏิบัติได้ใน ชีวิตประจาวนั อย่างเหมาะสม เพราะจะเห็นได้ว่าทุกวันนีม้ ีการเปล่ียนแปลงเกิดขึน้ อย่างรวดเร็ว ถ้า เราไม่ติดตามสิ่งที่เกิดขึน้ ในปัจจุบนั เราอาจจะกลายเป็นคนตกยคุ ทาให้ตามคนอื่นไม่ทัน ” สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะอกั ษรศาสตร์ช้นั ปี ที่ 2 คนหน่ึงวา่ “ การมีความรู้เป็ นสิ่งที่ดี เพราะมันสามารถทาให้เราทาอะไรต่างๆอย่างมีเหตุผล แต่เราต้องใช้ ความรู้นั้นไปในทางท่ีถูกต้องและเหมาะสม ซ่ึงตัวหนูเองจะยึดหลักศาสนาเป็ น คุณธรรมประจาใจ คอยเตือนตัวเองว่า การที่เราจะทาอะไรสักอย่างท่ีทาให้ตัวเองมีความสุข คนอ่ืน

127 จะต้องไม่เดือดร้ อน และถ้าสิ่งไหนเราสามารถช่วยเหลือคนอ่ืนได้ เราก็ควรจะช่วย เหมือนกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีอาจารย์เคยสอนว่า ให้ใช้ความรู้คู่กับคุณธรรม ” 4.3.2 แนวทางการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของครอบครัว คือ การท่ีครอบครัวให้ความสนใจในตวั นกั ศึกษาอยู่สม่าเสมอ พร้อมท้งั หมน่ั สร้างสัมพนั ธภาพท่ีดีตอ่ กนั ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะวทิ ยาศาสตร์ ช้นั ปี 2 คนหน่ึงที่วา่ “ เวลาตนเองมีปัญหาหรือเร่ืองไม่สบายใจ ส่วนใหญ่จะพูดคุยกบั พ่อแม่ เพราะตนพัก อยู่ท่ีบ้าน จึงทาให้สนิทกับครอบครัวมากกว่าเพ่ือนๆท่ีคณะ อีกอย่างพ่อและแม่ก็เป็ นผู้ใหญ่แล้ว พวกท่านสามารถให้คาแนะนาที่ดีและช่วยเราแก้ปัญหาได้ ส่วนเร่ืองการทากิจกรรมกับครอบครัว มี บ้างเหมือนกันท่ีครอบครัวจะพาไปต่างจังหวัด เพ่ือพักผ่อน เพราะการเปล่ียนบรรยากาศ จะทาให้ เราสบายใจขึน้ ” สอดคลอ้ งกบั นกั ศึกษาคณะดุริยางคศาสตร์ ช้นั ปี ที่ 2 คนหน่ึงท่ีวา่ “ การไปเยี่ยมญาติผ้ใู หญ่ตามโอกาส ทาให้ตนได้รู้จักสัมมาคารวะและรู้ว่าอะไรควร หรือไม่ควรในการปฏิบัติตัวต่อผ้ใู หญ่ เพราะถ้าส่ิงไหนท่ีไม่ควรทา พอกลับมาถึงท่ีบ้าน แม่จะเป็ น คนที่คอยสอนเรา และแนะนาส่ิงท่ีถกู ต้องให้เสมอ” 4.3.3 แนวทางการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของสถานศึกษา คือ ควรเพิ่มรายวิชาเกี่ยวกบั การนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป ประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั และจดั กิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะชีวิต เช่น ชมรม นิทรรศการ การ อบรมและสัมมนา เก่ียวกบั ทกั ษะดา้ นน้นั ๆ ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 3 คนหน่ึงที่วา่ “ ท่ีบ้านจะสอนเสมอเก่ียวกับความพอดี รู้จักกิน รู้จักใช้ ซ่ึงอาจารย์เองก็บอกว่า เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่มันเกี่ยวอะไร ยังไง ตนยงั ไม่เข้าใจเท่าไหร่ และเพราะแบบนี้ ตนเลยอยากให้ ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดอบรม สัมมนา เกี่ยวกับความรู้ หรื อการนาไปใช้ใน ชีวิตประจาวนั ในเร่ืองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ” สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ช้นั ปี ท่ี 3 คนหน่ึงท่ีวา่ “ ในเรื่องของการสอนในห้องเรียน มีบ้างที่อาจารย์จะแทรกเนือ้ หาเก่ียวกับเศรษฐกิจ พอเพียงเข้ามาในการสอน แต่คิดว่ายังไม่เตม็ ท่ีนัก เพราะตนกไ็ ม่ค่อยเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงเพียงมากเท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่าเป็นเร่ืองเก่ียวกับการใช้ชีวิตให้พอดี มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ด้วย ความรู้และคุณธรรมท่ีเรามี แต่ในทางปฏิบัติน้ัน ยังไม่รู้มากนัก จึงอยากให้มหาวิทยาลัยมีการเพ่ิม รายวิชาท่ีเป็ นการนาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจาได้จริง โดยอาจจะเป็ นวิชาเลือก ให้กับนักศึกษาที่สนใจได้เรียน หรือจะเป็ นการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือให้ นักศึกษาได้ เรี ยนร้ ู ”

128 และสอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร ช้นั ปี ที่ 4 คนหน่ึงท่ีวา่ “ เศรษฐกิจพอเพียงเป็ นเร่ืองที่เราต้องให้ความสนใจ ท้ังจากหนังสือ โทรทัศน์ หรือ โลกออนไลน์ และจะดีมาก ถ้ามหาวิทยาลัยได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรม ชมรม เพื่อให้ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะจะทาให้นักศึกษาหรือผู้ท่ีสนใจ ได้รู้จักหลกั เศรษฐกิจพอเพียงมากย่ิงขึน้ “ 4.3.4 แนวทางการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของชุมชน คือ จดั โครงการท่ีเป็ นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การเขา้ วดั ฟังเทศน์ฟังธรรม การ ร่วมกันดูแลความสะอาดชุมชน เป็ นต้น ดงั ความเห็นของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และ เทคโนโลยอี ุตสาหกรรม ช้นั ปี ท่ี 4 คนหน่ึงที่วา่ “ตอนเดก็ ตนเคยเข้าไปฟังเทศน์อย่บู ่อยๆ เพราะความที่บ้านอยู่ใกล้วดั เมื่อโตมา กย็ ังเข้าวัดไปทาบุญบ้างแล้วแต่โอกาส เพราะแม่บอกว่าการเข้าวัด เป็ นการสร้ างบุญ แถมยงั ทาให้ เรามีจิตใจที่เอื้อเฟื้ อเผ่ือแผ่อีกด้วย และส่ วนเร่ืองของชุมชนนั้น ตนก็ยังเห็นคนทิ้งขยะไม่ลงถัง สะดวกท่ีไหน ทิง้ ที่น่ัน ทาให้บางท่ีในชุมชนดูสกปรก จริงๆทางชุมชนควรจะมาดูแล อย่างเช่น จัด โครงการรวมเอาคนในชุมชนมาร่วมกันดูแลความสะอาดในชุมชน “ สอดคลอ้ งกบั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะวทิ ยาการจดั การ ช้นั ปี ที่ 3 คนหน่ึงที่วา่ “ ในชุมชนของตน กเ็ ห็นป้ ายห้ามทิง้ ขยะหรือกรุณาทิง้ ขยะให้ลงถงั อย่บู ่อยๆ แต่ กย็ ังมีบางคนท่ีไม่ทาตามน้ัน ซ่ึงตนคิดว่า จริงๆชุมชนน่าจะจัดโครงการท่ีให้ความรู้ความเข้าใจกับ คนในชุมชน เพ่ือความสะอาดและเป็นระเบียบกับชุมชน “ จากท่ีกล่าวมา ผวู้ ิจยั ไดว้ ิเคราะห์สภาพทวั่ ไป ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการ พฒั นาทกั ษะชีวติ เพอ่ื การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร สามารถสรุปดงั ตารางท่ี 29 และแผนภาพท่ี 6 ดงั น้ี

129 ตารางท่ี 29 สรุปประเด็นสาคญั ของสภาพทวั่ ไปและขอ้ มูลต่างๆเก่ียวกบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การ ตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ประเด็น ข้อมูล 1. การใชช้ ีวติ ประจาวนั ในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะเข้าไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมใน ห้องสมุด และจะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เมื่อมี โอกาส ส่วนนอกมหาวิทยาลยั นกั ศึกษาจะใชเ้ วลาอยกู่ บั ครอบครัว หรือทากิจกรรมนนั ทนาการต่างๆที่ตนเองสนใจ 2. การเชื่ออานาจควบคุม นักศึกษามีความเชื่อมั่นในการประสบความสาเร็จ เน่ืองจากมี ตนเอง เป้ าหมายท่ีชดั เจน มีการเตรียมรับกบั การแกป้ ัญหาเป็นอยา่ งดี 3. ความภาคภมู ิใจใน นกั ศึกษาตระหนกั ในคุณค่าของตนเอง มีความภูมิใจในครอบครัว ตนเอง ของตนเอง และรู้สึกเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆและคนรอบขา้ ง 4. การมีส่วนร่วมทาง นกั ศึกษาใหค้ วามสาคญั กบั กิจกรรมของครอบครัวเป็ นหลกั รวมถึง สงั คม ถา้ มีเวลาว่างจากการเรียนจะเขา้ ร่วมกิจกรรมของทางมหาวิทยาลยั อย่างเต็มใจ ส่วนกิจกรรมของชุมชน ยงั ไม่ไดร้ ับความร่วมมือจาก นกั ศึกษาเท่าท่ีควร เนื่องจากเวลาและภาระหนา้ ที่ 5. การสนบั สนุนทาง ครอบครัวเป็ นปัจจยั สาคญั ท่ีคอยสนบั สนุนและช่วยเหลือนกั ศึกษา สังคม ท้งั ด้านจิตใจและทรัพย์สิน อีกท้งั เพื่อนยงั เป็ นอีกปัจจยั ที่คอยให้ คาปรึกษา เม่ือตอ้ งเผชิญกบั ปัญหาต่างๆ 6. การมีทกั ษะชีวติ การคานึงถึงความพอประมาณ รู้จกั ใชจ้ ่ายตามความจาเป็ น มีการใช้ เหตุผลในการตัดสินใจในเร่ืองต่างๆ และเพ่ือเตรียมพร้อมกับ สถานการณ์ท่ีอาจจะเกิดข้ึนในอนาคต โดยอาศยั ความรู้ที่ไดร้ ับมา จากประสบการณ์และการฝึ กฝน ควบคู่ไปกบั การมีหลกั คุณธรรม จริยธรรม หนุนนาการกระทาไปในแนวทางท่ีดี

130 แผนภาพที่ 6 แสดงแนวทางในการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพอื่ การจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร การเชื่ออานาจ ทกั ษะชีวติ ความภาคภมู ิใจ ควบคุมตนเอง ในตนเอง การจดั การตนเอง การสนบั สนุน ตามปรัชญาของ การมีส่วนร่วม ทางสงั คม เศรษฐกิจพอเพยี ง ทางสังคม แนวทางในการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพอ่ื การจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง นกั ศึกษา มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ ใฝ่ หาความรู้อยา่ งสม่าเสมอ เพ่ือให้ กา้ วทนั ปัจจุบนั และสามารถคิดวเิ คราะห์อยา่ งเป็ นเหตุและผล บนความรู้ควบคู่กบั คุณธรรมที่ดีงาม ครอบครัว ใหค้ วามสนใจในตวั นกั ศึกษาอยสู่ ม่าเสมอ พร้อมท้งั หมน่ั สถานศึกษา สร้างสัมพนั ธภาพที่ดี เช่น การทากิจกรรมร่วมกนั การพดู คุย สื่อสาร เป็นตน้ ชุมชน เพ่มิ รายวชิ าเกี่ยวกบั การนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั และจดั กิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะชีวติ ตา่ งๆ เช่น ชมรม นิทรรศการ การอบรมและสมั มนา จดั โครงการท่ีเป็นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การเขา้ วดั ฟังเทศน์ ฟังธรรม การร่วมกนั ดูแลความสะอาดชุมชน เป็นตน้

บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะการวจิ ัย การวิจัยเรื่อง ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ นกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อ 1) ศึกษาระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเอง ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร 2) เปรียบเทียบระดบั ทกั ษะ ชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล 3) ศึกษาปัจจยั ท่ีมีผลต่อระดบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเอ ตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร และ 4) ศึกษาแนวทางในการ พฒั นาทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของนกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี เป็ นนกั ศึกษามหาวิทยาลยั ศิลปากร ปี การศึกษา 2556 รวมท้งั สิ้น 22,716 คน กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชศ้ ึกษาไดจ้ ากการเปิ ดตารางเครซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) ไดข้ นาดกลุ่มตวั อยา่ ง 377 คน จากน้นั จึงจาแนกตามกลุ่มการเรียน ไดแ้ ก่ กลุ่มศิลปะ และการออกแบบ กลุ่มมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ และกลุ่มวทิ ยาศาสตร์ ดว้ ยวธิ ีการสุ่มตวั อยา่ ง แบบแบ่งช้ันภูมิ (Stratified Random Sampling) เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจยั คร้ังน้ีมี 2 ส่วน คือ แบบสอบถามและแนวทางการสมั ภาษณ์แบบก่ึงโครงสร้าง วเิ คราะห์โดยการใชส้ ถิติ ไดแ้ ก่ การแจก แจงความถ่ี (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉล่ีย ( x ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การ ทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) และการวเิ คราะห์การถดถอยพหุคูณ (Stepwise Multiple Regression Analysis) และสัมภาษณ์นกั ศึกษากลุ่มตวั อย่าง จานวน 10 คน เพ่ือวิเคราะห์ เน้ือหา จากการวจิ ยั เร่ืองน้ี มีขอ้ คน้ พบ (Fact Finding) ที่สามารถสรุปไดด้ งั น้ี 131

132 สรุปผลการวจิ ัย จากการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ผวู้ จิ ยั สรุปประเดน็ ในการวจิ ยั คร้ังน้ีได้ ดงั น้ี 1. จากการวิเคราะห์ปัจจยั ส่วนบุคคลของกลุ่มตวั อยา่ ง ซ่ึงตอบแบบสอบถามท้งั สิ้น 377 คน พบวา่ กลุ่มตวั อยา่ งส่วนมากเป็ นเพศหญิง จานวน 278 คน คิดเป็ นร้อยละ 73.74 มีการศึกษาอยู่ ระดบั ช้นั ปี ท่ี 1 จานวน 211 คน คิดเป็ นร้อยละ 55.97 ศึกษาอยกู่ ลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จานวน 178 คน คิดเป็นร้อยละ 47.21 และมีเกรดเฉล่ียทางการเรียนระหวา่ ง 2.01 – 3.00 จานวน 236 คน คิดเป็นร้อยละ 62.59 2. การศึกษาระดบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ กลุ่มตวั อยา่ ง ระดบั ทกั ษะชีวิตโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก เมื่อพิจารณารายดา้ นพบวา่ อยใู่ นระดบั มาก ท้งั สามดา้ น คือ ดา้ นเจตคติ ดา้ นการคิด และดา้ นการกระทา ตามลาดบั 3. การเปรียบเทียบระดับทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งของกลุ่มตวั อยา่ งที่มีเพศ ระดบั ช้นั ปี กลุ่มการเรียน และเกรดเฉลี่ยท่ีต่างกนั พบวา่ นกั ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร มีระดบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน ภาพรวมไม่แตกต่างกนั 4. ปัจจยั ที่มีผลตอ่ ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ กลุ่มตวั อยา่ งพบวา่ การมีส่วนร่วมทางสงั คม ความภาคภมู ิใจในตนเอง การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง และการสนับสนุนทางสังคม สามารถร่วมกนั ทานายระดบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไดร้ ้อยละ 18.88 5. ปัญหา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะเก่ียวกบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี งที่ผตู้ อบแบบสอบถามคิดวา่ เป็ นปัญหาท่ีสาคญั คือ การขาดความพอประมาณ ไม่รู้จกั ยบั ย้งั ชงั่ ใจ ท้งั ในเร่ืองความคิด จิตใจ และการแสดงออก ทาให้เป็ นบ่อเกิดของปัญหาต่างๆ ตามมา ปัญหาขาดวินัย จากการไม่รู้จกั ควบคุมตน มีความรับผิดชอบในหน้าท่ีของตนเองไม่ดี เทา่ ที่ควร ปัญหาการไม่รู้จกั ตนเอง คือ ไม่รู้ถึงความตอ้ งการที่แทจ้ ริงของตนเองวา่ ตนเองเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมกบั สิ่งไหน ปัญหาการจดั สรรเวลา เนื่องจากยงั ไมส่ ามารถบงั คบั ตนเองให้ทาในสิ่ง ท่ีถูกต้องให้ตรงกับเวลาที่เหมาะสมได้ ปัญหาการติดอบายมุข เพราะการท่ีเล่นแล้วได้รับ ผลตอบแทน ก็จะเกิดความโลภ อยากได้ข้ึนเรื่อยๆ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากเล่นแล้วเสีย ผลประโยชน์ ก็ทาใหอ้ ยากท่ีจะเล่นเพ่มิ ข้ึน เพราะอยากไดส้ ิ่งที่เสียไปคืน ปัญหาดา้ นความเครียด ซ่ึง มาจากความกดดนั ทางดา้ นการเรียน หรือปัญหาต่างๆในชีวิตประจาวนั แลว้ ไม่รู้ว่าจะจดั การกบั ความเครียดน้นั อยา่ งไร และปัญหาดา้ นความข้ีเกียจ เนื่องจากนิสยั ชอบทาตามใจตวั เอง ไม่รู้จกั วา่ สิ่ง ในสาคญั และควรทาในทนั ที ณ ตอนน้นั

133 สาหรับขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวิตเพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงท่ีผตู้ อบแบบสอบถามเสนอแนะไว้ คือ การรู้จกั ความพอดี ที่เป็ นการรู้จกั ควบคุมตนเองให้ คิดและทาสิ่งต่างๆอยา่ งพอประมาณ ไม่มากหรือนอ้ ยเกินไป การจดั ระเบียบใหก้ บั ชีวติ ตนเอง เป็ น การรู้จกั หน้าท่ีและความรับผิดชอบของตนเองว่า สิ่งไหนควรทาก่อนหรือหลงั เพื่อให้ชีวิตไดท้ า ตามข้ันตอนอย่างที่ควรจะเป็ น การเรี ยนรู้ทักษะต่างๆในการใช้ชีวิต โดยการเรี ยนรู้จาก ประสบการณ์และการฝึ กฝน เช่น การทากิจกรรมของทางมหาวิทยาลยั การเขา้ ห้องสมุดเพ่ือหา ความรู้เพิ่มเติม เป็ นตน้ การวางแผน โดยการทาตารางเวลา เพราะจะช่วยใหเ้ ราจดั สรรเวลาไดอ้ ยา่ ง ถูกตอ้ ง และทาใหข้ อ้ ผดิ พลาดเกิดข้ึนนอ้ ยที่สุด การทากิจกรรมท่ีเป็ นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะ นอกจากจะเป็นการช่วยสงั คมแลว้ ยงั ทาให้เกิดปฏิสัมพนั ธ์กบั ผอู้ ่ืน ซ่ึงเป็ นการฝึ กนิสัยที่ดี เช่น การ มีน้าใจ การยอมรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น เป็นตน้ การงดเวน้ อบายมุข เพราะอบายมุขเป็ นสิ่งท่ีไม่ ดี ที่ทาใหเ้ สียท้งั เงินทอง ทรัพยส์ ิน เวลา และสุขภาพและเป็ นหนทางสู่ความเสื่อมท้งั หลาย และการ ฝึ กสมาธิ โดยการสวดมนตแ์ ละนง่ั สมาธิ เป็ นการกาหนดให้จิตใจจดจ่ออยูก่ บั สิ่งใดสิ่งหน่ึง ซ่ึงจะ ช่วยใหเ้ ราสามารถทาความเขา้ ใจบทเรียนง่ายข้ึน เมื่อเรามีสมาธิจดจ่ออยกู่ บั เน้ือหาการเรียน 6. ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์เกี่ยวกบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การ ตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนกั ศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร โดยมีกลุ่มเป้ าหมาย เป็ นนกั ศึกษา ไดผ้ ลการวิเคราะห์ คือ ปัจจยั ที่ส่งผลต่อระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบดว้ ยการมีส่วนร่วมทางสังคม เช่น การไปเย่ียมเยียนญาติ ผูใ้ หญ่ การทากิจกรรมร่วมกบั ครอบครัว การมีจิตสานึกที่ดีในการช่วยเหลือสังคม เป็ นตน้ ความ ภาคภมู ิใจในตนเอง เช่น การรู้สึกภูมิใจในการช่วยเหลือผอู้ ื่น ท้งั ในเร่ืองของการแสดงความคิดเห็น และการกระทา เป็ นตน้ การเชื่ออานาจควบคุมตนเอง เช่น การมีความเช่ือวา่ ความพยายามและการ ทุ่มเทของตน สามารถทาใหเ้ กิดความสาเร็จได้ เป็ นตน้ และการสนบั สนุนทางสังคม เช่น การไดร้ ับ กาลงั ใจและความช่วยเหลือจากครอบครัว การไดร้ ับคาปรึกษาจากเพื่อตนพอ้ ง การไดร้ ับคาตกั เตือน และช้ีแนะเม่ือปฏิบตั ิตวั ไมเ่ หมาะสม เป็นตน้ 7. แนวทางการพฒั นาทกั ษะชีวติ เพื่อการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มี ดงั น้ี นกั ศึกษา ควรมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ ใฝ่ หาความรู้อยา่ งสม่าเสมอ เพ่ือให้กา้ วทนั ปัจจุบนั และสามารถคิดวเิ คราะห์อยา่ งเป็ นเหตุและผล บนความรู้ควบคู่กบั คุณธรรมท่ีดีงาม ครอบครัวตอ้ ง ใหค้ วามสนใจในตวั นกั ศึกษาอยสู่ ม่าเสมอ พร้อมท้งั หมน่ั สร้างสัมพนั ธภาพท่ีดี เช่น การทากิจกรรม ร่วมกัน การพูดคุยส่ือสาร เป็ นตน้ สถานศึกษา ควรมีการเพ่ิมรายวิชาเกี่ยวกบั หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจาวนั และจดั กิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะชีวิตต่างๆ เช่น ชมรม

134 นิทรรศการ การอบรมและสัมมนา และชุมชน ควรจดั โครงการท่ีเป็ นประโยชน์ต่อชุมชน เช่น การ เขา้ วดั ฟังเทศน์ฟังธรรม การร่วมกนั ดูแลความสะอาดชุมชน เป็นตน้ อภิปรายผล จากสรุปผลการวจิ ยั สามารถนามาอภิปรายได้ ดงั น้ี 1. ระดับทกั ษะชีวิตเพอื่ การจัดการตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงของนักศึกษา มหาวทิ ยาลัยศิลปากร จากการศึกษาพบวา่ นกั ศึกษามหาวิทยาลยั ศิลปากรมีระดบั ทกั ษะชีวิตอยใู่ น ระดบั มาก ( x = 3.74, S.D. = 0.49) ท้งั น้ีเนื่องจากนกั ศึกษามีการจดั การตนเองไดด้ ี สอดคลอ้ งกบั ผล การศึกษาของเทอร์เนอร์ แมคโดนลั และโซเมอร์เซ็ท (Turner Macdonald and Somerset: 2008) ได้ ศึกษาทกั ษะชีวติ การคิดหาเหตุผลและการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ: หลกั สูตรเพ่ือการป้ องกนั ปัญหา การพนนั พบวา่ การควบคุมตนเอง ความสามารถในการเผชิญหนา้ กบั ปัญหา ความตระหนกั ในภยั ของการพนัน รวมถึงการมีทักษะชีวิตที่ดี ทาให้เยาวชนมีพฒั นาการที่เหมาะสมในอนาคต มะไลวลั ย์ แพงพุด (2552: บทคดั ย่อ) ไดศ้ ึกษาการเสริมสร้างทกั ษะชีวิตผตู้ ิดสารเสพติด โดยใช้ แนวคิดการสร้างแรงจูงใจร่วมกบั การปรับพฤติกรรมทางปัญญา ณ ศูนยพ์ ฒั นาวดั ป่ านาคา พบว่า ผเู้ ขา้ ร่วมอบรมมีแรงจูงในแง่ของคุณภาพชีวิต การปรับตวั เขา้ กบั สิ่งแวดลอ้ มได้ดีข้ึนและพฒั นา ความฉลาดทางอารมณ์ในด้านการควบคุมตนเอง มีการพฒั นาทกั ษะทางสังคม การวางแผน แกป้ ัญหาเพ่ิมมากข้ึน อแนนด์และคนอ่ืนๆ (Anand and et.al, 2013) ทาการศึกษาเรื่อง ผลของการ ฝึ กทกั ษะชีวิตต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของวยั รุ่นในโรงเรียน: การศึกษาเมืองนิวเดลี พบวา่ กิจกรรมการฝึกทกั ษะชีวิต ท้งั ดา้ นความรู้ ทศั นคติ และการปฏิบตั ิ สามารถช่วยปรับปรุงพฤติกรรม การบริโภคอาหารไปในทางที่ถูกตอ้ งได้ ดงั ความเห็นของนกั ศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ช้นั ปี ที่ 3 คน หน่ึงวา่ “ ทักษะชีวิตกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กเ็ หมือนกับการท่ีเราใช้ความรู้ความสามารถใน การทาส่ิงต่างๆอย่างพอดี คือ รู้ว่าอะไรควรทาหรือไม่ควรทา อย่างเช่น ถ้าเราต้องทางานกลุ่ม เราก็ ควรจะช่วยเพื่อนๆทา ไม่ใช่ว่าปล่อยให้เพ่ือนทา ส่วนเราไม่สนใจ ซ่ึงถ้าเราช่วยเพื่อนทางานกลุ่ม นอกจากจะเป็ นการรับผิดชอบในส่วนของตนแล้ว ยังเป็ นการฝึ กทักษะในการคิดและแก้ปัญหา เก่ียวกบั งานนั้นๆด้วย หรืออย่างเวลาเราอยากได้ของอะไรสักอย่าง เช่น iphone แบบนี้ เรากต็ ้องดูถึง ความจาเป็ นของเราด้วยว่า ซื้อมาแล้วจะใช้ประโยชน์อะไร ถ้าซื้อมาแค่รับสายกับโทรออก จะเป็ น ยี่ห้ออ่ืนกไ็ ด้ ท่ีมีสเป็ คคล้ายๆกัน แต่ราคาถูกกว่า เพราะเรายังเรียนอยู่ ที่สาคัญคือ ยังหาเงินใช้เอง ไม่ได้ ส่ิงไหนท่ีช่วยครอบครัวประหยัดได้กช็ ่วย “ จากความเห็นดงั กล่าวพบว่า มีความสอดคลอ้ ง กบั ผลการศึกษาเกี่ยวกบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

135 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับทักษะชีวิตเพื่อการจัดการตนเองตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จาแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ ระดบั ช้ันปี กลุ่มการเรียน และเกรดเฉลี่ย สามารถอภิปรายผลตามสมมติฐานขอ้ 1 ท่ีว่านักศึกษา มหาวิทยาลยั ศิลปากรท่ีมีปัจจยั ส่วนบุคคลต่างกนั มีระดบั ทกั ษะชีวิตเพื่อการจดั การตนเองตาม ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่างกนั ผลการศึกษาพบวา่ นกั ศึกษามหาวิทยาลยั ศิลปากรท่ีมีปัจจยั ส่วนบุคคลตา่ งกนั จะมีระดบั ทกั ษะชีวติ เพ่ือการจดั การตนเองตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ ต่างกนั ท้งั น้ีเนื่องจากปัจจุบนั สภาพสังคมไดม้ ีการเปลี่ยนแปลงเกิดข้ึนตลอดเวลา ทาใหก้ ารศึกษา ในหลักสูตรเป็ นเพียงส่วนหน่ึงของการดาเนินชีวิต ซ่ึงอีกส่วนที่สาคญั คือการเรียนรู้ท่ีได้จาก ประสบการณ์และการฝึ กฝนนอกหลกั สูตร คีแนน และคนอื่นๆ (Keenan and et.al: 2013) ทาการศึกษาเร่ือง ประสิทธิผลของการสร้างประสบการณ์ ในการฝึ กฝนทกั ษะชีวติ สาหรับเด็กและ เยาวชนผพู้ ิการ วตั ถุประสงคเ์ พ่ือศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมทกั ษะชีวติ ในการเตรียมเด็กและ เยาวชนผพู้ ิการ สู่ความเป็ นผูใ้ หญ่ที่มีประสิทธิภาพ โดยใชว้ ิธีการวจิ ยั ก่ึงทดลอง ผลการวิจยั พบว่า การมีประสบการณ์ในดา้ นการอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่น รวมถึงการมีส่วนร่วมในชุมชน เป็ นสิ่งจาเป็ นสาหรับ การมีทกั ษะชีวติ ที่ดี ดงั น้นั ผเู้ กี่ยวขอ้ งควรใหก้ ารสนบั สนุนประสบการณ์ดา้ นน้ีแก่เด็กและเยาวชนผู้ พิการ เพ่ือช่วยใหเ้ ดก็ และเยาวชนสามารถเตรียมรับกบั การเปลี่ยนแปลงในภายหนา้ ได้ ดงั น้นั การที่ บุคคลจะพร้อมรับกบั การเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวตั น์ไดน้ ้นั บุคคลจาเป็ นตอ้ งมีทกั ษะชีวิตท่ีดี เพราะทกั ษะชีวิตเป็ นความสามารถของบุคคลในการปรับความคิดและพฤติกรรมตามสถานการณ์ น้นั ๆไดอ้ ย่างเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงท่ีอาจจะเกิดข้ึนใน อนาคต แนวคิดของวนิดา ขาวมงคล เอกแสงศรี (2546: 3-4) ท่ีกล่าววา่ ทกั ษะชีวิตเป็ นสิ่งสาคญั และจาเป็ น เน่ืองจากมนุษย์ในยุคน้ี จาเป็ นจะต้องมีความสามารถท่ีจะดารงชีวิตให้อยู่ใน สิ่งแวดลอ้ มท่ีเป็นโลกาภิวตั น์ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและปลอดภยั จากความเส่ียงตา่ งๆ ที่อาจเกิดข้ึน ไดจ้ ากสาเหตุท่ีสังคมมนุษยเ์ ปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและสลบั ซบั ซ้อนยิ่งข้ึน ซ่ึงปัจจยั สาคญั สาหรับการท่ีบุคคลจะมีทกั ษะชีวิตท่ีดีน้นั คือ ครอบครัว สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาของสุมาลี เทวฤทธ์ิ (2553) ทาการศึกษาเรื่อง ปัจจยั เชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อทกั ษะชีวิตของนกั เรียนช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 5 ในจงั หวดั กาฬสินธุ์ พบว่า การอบรมเล้ียงดูแบบประชาธิปไตย บุคลิกภาพแบบ แสดงตวั การสนบั สนุนจากสังคม การเห็นคุณค่าในตนเอง และสุขภาพจิต เป็ นปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อ การมีทกั ษะชีวติ ท่ีดี หากบุคคลใดมีทกั ษะชีวิตแลว้ ก็จะสามารถปรับตวั และดารงชีวิตอยใู่ นสังคม ไดอ้ ยา่ งมีความสุข ศริยา ต้งั ฉโลก (2555) ทาการศึกษาเรื่อง การศึกษาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตน้ ทุน ชีวิตกบั ทกั ษะชีวิตและพฤติกรรทความรับผิดชอบของนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 4 ในจงั หวดั สมุทรปราการ ผลการศึกษาพบวา่ นกั เรียนตน้ ทุนชีวติ สูง ไดแ้ ก่ ตนเอง ครอบครัว เพื่อน และชุมชน