เกณฑก์ ารประเมนิ ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 1 ด้าน 5432 ความรู้ (K) ประเมินระหว่างการจดั กจิ กรรม ทักษะ/กระบวนการ (P) การเรียนรู้ 1. หลักการทำงานของ ระบบคอมพิวเตอร์ 2. ขัน้ ตอนการ ทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ การนำเสนอผลงาน คณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ ม (A) พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล การแปลความหมาย ระดับ 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดีมาก ระดบั 5 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยี่ยม ระดับ 2 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพปานกลาง ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพพอใช้ 10. บันทึกผลหลงั การสอน 10.1 สรปุ ผลการเรียนการสอน 1. นักเรียนจำนวน........................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คิดเปน็ ร้อยละ................................. ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์............................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ................................. ไดแ้ ก่ 1. ........................................................................................... 2. ........................................................................................... นักเรียนท่ีมีความสามารถพิเศษได้แก่ 1. .......................................................................................... 2. .......................................................................................... 2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นกั เรียนมีความรูเ้ กิดทักษะ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรมจริยธรรม (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
10.2 ปัญหา/อุปสรรค (ผลการประเมินท่ไี ม่เปน็ ไปตามจดุ ประสงค์สู่ตวั ช้ีวัด คุณลกั ษณะหรอื สมรรถนะ ของผ้เู รยี น) ............................................................................................................................................. ............................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ 10.3 แนวทางแกไ้ ข /แนวทางการพัฒนา (แนวทางการแกป้ ัญหา/พฒั นานักเรียนใหไ้ ด้ ตามตัวชี้วดั คณุ ลกั ษณะ หรือสมรรถนะของผู้เรยี น) .......................................................................................... .................................................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ลงชอื่ . ( นายวิรตั น์ พิมพา ) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ความเหน็ ของหัวหนา้ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ ไดต้ รวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ...................................................................แลว้ มีความคิดเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง 2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป 3. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี นำไปใช้ได้จรงิ ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้ 4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ลงชอ่ื . ( นายชวลิต สจุ รติ ) หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี . ความคิดเห็นรองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................................... ( นางบณุ ฑริก ศรีบุญเรอื ง) รองผู้อำนวยการ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ
ความคิดเห็นผอู้ ำนวยการโรงเรียน ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ลงช่อื .......................................................... ( นางธราภรณ์ พรหมคช ) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษาพฒั นาการ นนทบรุ ี
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 12 . รายวิชา การออกแบบฯและวิทยการคำนวณ2 รหัสวิชา ว 22103 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565 . หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร จำนวน 2 คาบ ************************************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั มาตรฐานการเรยี นรู้ ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวติ จริงอย่างเปน็ ขนั้ ตอนและ เป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้การทำงาน และการแกป้ ัญหาได้ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทนั และมจี ริยธรรม ตัวชว้ี ัด ม. 2/3 อภปิ รายองค์ประกอบและหลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี การสอื่ สาร เพื่อประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปัญหาเบ้ืองต้น 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สตู่ วั ช้ีวัด 1. อธบิ ายองค์ประกอบของการสื่อสารได้ถูกต้อง (K) 2. อธิบายส่อื กลางในการส่ือสารข้อมูลไดถ้ ูกต้อง (K) 3. อธบิ ายทิศทางในการส่ือสารขอ้ มลู ได้ถูกต้อง (K) 4. สืบค้นขอ้ มูลเกีย่ วกบั เทคโนโลยกี ารสอื่ สารได้ถูกต้อง (P) 5. สนใจใฝเ่ รียนรใู้ นการศกึ ษา (A) 3. สาระสำคญั ปัจจุบันเทคโนโลยดี า้ นการส่อื สารไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทต่อการดำรงชวี ติ ของมนุษย์มากขึ้นซ่ึง องคป์ ระกอบของการส่อื สารข้อมลู จะประกอบไปดว้ ยข้อมลู ขา่ วสาร ผสู้ ่งสาร สอื่ กลาง ผู้รับสาร และ โปรโตคอล นอกจากน้นั สอ่ื กลางในการส่ือสารขอ้ มลู ผ่านระบบเครอื ข่ายจะแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ ส่ือกลางประเภทสายสัญญาณและสือ่ กลางประเภทไรส้ าย สำหรับระบบเครือขา่ ยในปัจจุบันจะแบ่งเป็น เครอื ข่ายส่วนบุคคล เครือขา่ ยทอ้ งถิน่ เครือข่ายระดับเมือง และเครือขา่ ยระดับประเทศ 4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน(ใหเ้ ลอื กเขียนเฉพาะหวั ขอ้ ทส่ี อดคล้องกบั กิจกรรมการเรียนในแตล่ ะหน่วย และตอ้ งประเมนิ ได้จรงิ ) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปญั หา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต 5. ทักษะนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการเรียนรแู้ ละนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ 6. การบูรณาการการเรยี นรู้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โรงเรยี นคุณธรรม สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โรงเรียนสจุ รติ /ต้านทจุ รติ อ่ืน ๆ (ระบ)ุ .......................................................................... ส่ิงแวดล้อม 7. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (ให้เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ด้วยวธิ ีการสอน เทคนิคการสอน กระบวนการสอนทีห่ ลากหลายเหมาะสมกบั รายวิชา) ขั้นนำ ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engagement) 1. ครูทบทวนเนอ้ื หาการเรยี นจากชว่ั โมงที่ผ่านมาเกีย่ วกับหลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ 2. ครทู บทวนความรู้ของนักเรยี นโดยตง้ั คำถามว่า“ปจั จุบันมีเทคโนโลยีใดท่เี ข้ามาชว่ ยเหลอื ใน การสอื่ สารบา้ ง” โดยครคู อยบนั ทกึ คำตอบของนักเรียนลงบนกระดานหนา้ ชนั้ เรียน (แนวตอบ : นักเรียนตอบตามประสบการณ์ของตนเอง โดยคำตอบข้ึนอยู่กับดลุ ยพนิ จิ ของ ครผู ู้สอน เช่น โทรศพั ท์ คอมพิวเตอร์ เปน็ ตน้ ) 3. ครถู ามคำถามประจำหวั ข้อวา่ “นักเรยี นรูห้ รือไมว่ า่ ข้อดีของการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ในการสอ่ื สารนั้นมีอะไรบา้ ง” (แนวตอบ : นกั เรยี นตอบตามความคิดเห็นของตนเอง โดยคำตอบขึ้นอยกู่ ับดลุ ยพนิ ิจของ ครผู ู้สอน เชน่ ทำใหไ้ ด้รบั รู้ข่าวสารตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างทนั ทว่ งที ประหยดั คา่ ใช้จ่ายในการส่อื สาร เปน็ ตน้ ) ข้ันสอน ขนั้ ที่ 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน หรือตามความเหมาะสม และให้แต่ละกลุม่ สืบคน้ ข้อมลู จากอินเทอรเ์ น็ตทเ่ี ครือ่ งคอมพิวเตอรข์ องตนเองเกี่ยวกบั องคป์ ระกอบของการส่ือสารข้อมูล โดยนกั เรียนสามารถศึกษาเน้ือหา เรอ่ื ง องค์ประกอบของการสอ่ื สารข้อมลู ได้จากหนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เร่ือง ระบบคอมพิวเตอร์ จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น พร้อมพดู คุย เพอ่ื แลกเปลี่ยนความคดิ เห็นกับเพ่ือนในชน้ั เรยี น
2. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมกับนกั เรยี นเก่ียวกับองค์ประกอบข้อมลู ข่าวสาร ซงึ่ เปน็ องค์ประกอบสำคญั ของการสื่อสารข้อมลู ว่า“ขอ้ มูลข่าวสารเป็นตัวเน้ือหาของข้อมูล ซ่ึงมีได้หลายรปู แบบดังน้ี 1. ขอ้ ความ (Text) เป็นขอ้ มูลท่ีอยใู่ นรูปอักขระหรือเอกสาร 2. เสยี ง (Voice) เป็นเสียงท่มี นษุ ย์หรอื อุปกรณ์บางอย่างเป็นตวั สร้างขนึ้ มา 3. รูปภาพ (Image) เปน็ ข้อมูลทเี่ ปน็ รูปภาพ เช่น การสแกนภาพเข้าคอมพิวเตอร์ ภาพถา่ ย เป็นต้น 4. สอื่ ผสม (Multimedia) เป็นขอ้ มูลทผี่ สมลักษณะของท้ังรปู ภาพ เสยี ง และ ขอ้ ความเข้าดว้ ยกนั โดยสามารถเคลือ่ นไหวได้” 3. นักเรยี นศกึ ษาพัฒนาการของการสือ่ สารข้อมลู ท่สี ามารถแบง่ ออกได้เป็น 3 ยุค จากหนงั สอื เรียน 4. ครสู ุ่มนกั เรยี น 3 คนออกมาอภิปรายหน้าช้ันเรียนเก่ยี วกับการสอื่ สารขอ้ มูลพร้อมยกตัวอยา่ ง การส่ือสารในแตล่ ะยุคได้อยา่ งเหมาะสม 5. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสยั โดยครใู ห้ความรู้เพม่ิ เตมิ ในส่วนน้ัน 6. นกั เรียนทำใบงานที่ 3.3.1 เร่อื ง องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล 7. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พร้อมกับอภิปรายร่วมกันภายใน หอ้ งเรียน ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 8. ครูทบทวนเนอ้ื หาการเรยี นจากชั่วโมงทีผ่ า่ นมาเก่ียวกบั องค์ประกอบของการสือ่ สารข้อมูล และพฒั นาการของการสื่อสารข้อมูล 9. นักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกบั ทศิ ทางการส่อื สารข้อมลู ทสี่ ่อื สารข้อมูลจากผสู้ ง่ สารไปยงั ผู้รบั สารโดยผา่ นตวั กลาง และสามารถจำแนกทิศทางการสอ่ื สารออกเป็น 3 รูปแบบ 10. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน ออกมาอธิบายเกยี่ วกบั ทิศทางการสื่อสารขอ้ มลู ทัง้ 3 รปู แบบ ตามทนี่ กั เรยี นได้ศึกษาจากหนังสอื เรียน ดังนี้ 1. การสอ่ื สารทิศทางเดยี ว 2. การสอื่ สารก่งึ สองทิศทาง 3. การส่ือสารสองทิศทาง 11. นักเรยี นทำใบงานท่ี 3.3.2 เรื่อง ทิศทางการส่ือสารข้อมูล 12. ครสู มุ่ นกั เรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรียน พรอ้ มกบั อภิปรายร่วมกันภายใน หอ้ งเรียน ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 13. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม (กลมุ่ เดิม) เพื่อศึกษาเนื้อหาเกยี่ วกบั สื่อกลางของการส่ือสารข้อมูลผา่ น ระบบเครอื ข่าย และพิจารณาถงึ ขอ้ ดี – ข้อเสยี ของประเภทสายสัญญาณในแต่ละแบบจาก หนังสือเรียนตามหัวขอ้ ดังต่อไปน้ี 1. สื่อกลางประเภทสายสญั ญาณ 1.1 สายคบู่ ิดเกลยี ว 1.2 สายโคแอกเชยี ล
1.3 สายไฟเบอรอ์ อปติก 2. ส่ือกลางประเภทไรส้ าย 2.1 อินฟราเรด 2.2 คลนื่ วทิ ยุ 2.3 ไมโครเวฟ 2.4 ดาวเทียมสือ่ สาร 14. ครอู ธบิ ายเพื่อเช่อื มโยงความรู้สู่ชวี ติ ประจำวนั (Com Sci in Real Life) ว่า“สายคบู่ ดิ เกลียว แบบ UTP ถูกผลิตขนึ้ มาใชง้ านก่อนแล้วจึงไดม้ ีการพัฒนาเป็น STP ซึ่งสาย UTP เรมิ่ แรก ถูกนำมาใชใ้ นระบบโทรศัพท์ แต่ปจั จบุ ันถกู นำมาใชเ้ ปน็ สัญญาณทเ่ี ช่ือมต่อในระบบเครือข่าย ทอ้ งถน่ิ (LAN) และมีการกำหนดมาตรฐานไว้ โดยสายท่ีมีมาตรฐานสงู จะสามารถส่งขอ้ มูล ขนาดใหญ่ได้ และมีความเรว็ ในการส่งสูง แตก่ ็จะมรี าคาแพงข้ึนตามลำดบั ” 15. นกั เรียนพิจารณาคณุ สมบตั แิ ละการนำไปใชง้ านของส่ือกลางประเภทสายสัญญาณ 16. นกั เรยี นศึกษาความร้เู สริมจากเน้ือหาเพ่อื ขยายความร้ขู องผ้เู รยี น (Com Sci Focus) เรอื่ ง หน่วยวัดความเร็วของคอมพิวเตอร์ ท่ีกลา่ วถึง Gbps ทยี่ อ่ มากจากคำว่า Gigabit per second และ Mbps ทย่ี ่อมาจากคำว่า Megabit per second ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 17. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ กบั นักเรยี นเกีย่ วกับส่อื กลางของการสอื่ สารข้อมลู ผา่ นระบบเครือขา่ ยว่า “สื่อกลางของการสื่อสารข้อมูลประกอบไปดว้ ย 2 ประเภท คือ 1) สอื่ กลางประเภทสายสัญญาณ เป็นสื่อที่อาศัยวสั ดุทีจ่ ับต้องได้เป็นตัวส่งผา่ น สัญญาณ เช่น สายทองแดง เป็นตน้ ซึง่ แบง่ ออกเปน็ สายคตู่ ีเกลียว (Twisted Pair) สายโคแอกเชยี ล (Coaxial Cable) และสายไฟเบอรอ์ อปติก (Fiber-Optic) 2) ส่ือกลางประเภทไร้สาย เป็นสอื่ กลางประเภทที่ไมใ่ ชว้ ัสดใุ ด ๆ ในการนำ สัญญาณซ่งึ จะไม่มกี ารกำหนดเส้นทางใหส้ ญั ญาณเดินทาง เชน่ คลื่นไมโครเวฟ คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า เปน็ ต้น ซึ่งแบง่ ออกเป็นคล่ืนวิทยุ ไมโครเวฟ และดาวเทียม สอ่ื สาร เปน็ ตน้ ” 18. นักเรยี นทำใบงานท่ี 3.3.3 เรอ่ื ง ส่ือกลางของการส่ือสารข้อมลู 19. ครสู มุ่ นกั เรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหน้าชน้ั เรียน พรอ้ มกบั อภปิ รายร่วมกนั ภายใน ห้องเรียน ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 20. นักเรียนศกึ ษาเนื้อหาเกี่ยวกับประเภทของระบบเครือข่ายจากหนงั สอื เรยี นตามหัวข้อ ดังตอ่ ไปนี้ 1. เครือข่ายส่วนบคุ คล 2. เครือขา่ ยส่วนท้องถิ่น 3. เครอื ขา่ ยระดบั เมือง 4. เครอื ข่ายระดบั ประเทศ
21. ครูสุม่ นกั เรยี น 3-4 คน ออกมาอธบิ ายประเภทของระบบเครือขา่ ย ตามทน่ี กั เรียนไดศ้ ึกษาจาก หนังสอื เรียน 22. ครอู ธิบายเพื่อเชอื่ มโยงความรู้สชู่ ีวิตประจำวนั (Com Sci in Real Life) เร่ือง ระบบเครือข่าย ในสถานศกึ ษาวา่ “ระบบเครือข่ายในสถานศกึ ษาทีม่ ีอาคารเรียนหลาย ๆ อาคาร ส่วนใหญ่ มกั จะมีระบบ MAN ไวค้ อยเช่อื มตอ่ กบั ระบบ LAN ของแต่ละอาคารเข้าด้วยกนั ” 23. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกบั เครือขา่ ย WAN ซึ่งเป็นประเภทหนง่ึ ของระบบเครอื ขา่ ยวา่ “เครือขา่ ย WAN” สามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. เครอื ข่ายส่วนตัว (Private Network) เป็นการจดั ต้ังระบบเครอื ข่ายซึ่งมีการใช้ งานเฉพาะองค์กร เช่น องค์กรท่ีมีสาขาอาจทำการสร้างระบบเครือข่าย เพื่อ เชื่อมต่อระหว่างสำนักงานใหญก่ ับสาขาที่มีอยู่ เปน็ ต้น 2. เครอื ข่ายสาธารณะ (PDN: Public Data Network) เป็นเครือข่ายจะมีองคก์ ร หนง่ึ เป็นผทู้ ำหนา้ ทีใ่ นการเดนิ ระบบเครือขา่ ย และให้บรกิ ารเชา่ ชอ่ งทางการ ส่ือสารใหก้ ับบรษิ ัทตา่ ง ๆ ที่ต้องการสร้างระบบเครือขา่ ย ซ่ึงจะนยิ มใช้กันมาก เนอื่ งจากมคี า่ ใชจ้ า่ ยตำ่ กวา่ การจดั ตงั้ เครอื ข่ายสว่ นตัว สามารถใชง้ านได้ทันที โดยไม่ต้องเสยี เวลาในการจัดตั้งเครอื ขา่ ยใหม่ รวมท้ังมบี ริการให้เลอื กอยา่ ง หลากหลาย” ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration) 24. นักเรียนทำใบงานที่ 3.3.4 เรอื่ ง ประเภทของระบบเครือขา่ ย 25. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พร้อมกับอภิปรายร่วมกันภายใน ห้องเรยี น Note วตั ถุประสงคข์ องกจิ กรรมเพือ่ ใหน้ ักเรยี น - มที ักษะการทำงานรว่ มกนั โดยใชก้ ระบวนการกลุ่มในการทำงานหรือการทำ กิจกรรมเพ่อื ให้เกดิ การสอ่ื สารและแลกเปลยี่ นข้อมลู รว่ มกันภายในกลุ่ม - มีทกั ษะการสืบค้นข้อมลู โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะคนสบื ค้นข้อมลู จากอินเทอร์เน็ต เพือ่ สืบเสาะหาความร้ตู ามหวั ขอ้ ที่ได้รบั มอบหมาย - มที ักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใหน้ ักเรยี นพิจารณาเนื้อหาจากการสบื ค้นหรือศึกษา ข้อมลู จากแหล่งข้อมลู ตา่ ง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต เปน็ ตน้ ขัน้ สรปุ ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครูประเมินผลนกั เรียนจากการสังเกตการตอบคำถาม การนำเสนอหน้าช้ันเรียน ความสนใจ ในการเรียน และการทำใบงาน 2. ครูตรวจสอบความถูกต้องของผลการทำใบงานท่ี 3.3.1, ใบงานท่ี 3.3.2, ใบงานที่ 3.3.3 และใบงานที่ 3.3.4
3. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ เก่ียวกับเทคโนโลยีการสื่อสารว่า“ในปัจจบุ นั เทคโนโลยเี ข้ามามี บทบาทสำคัญในการดำรงชีวติ ของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการสอื่ สาร ได้มีการพัฒนา อปุ กรณ์ต่าง ๆ เข้ามาชว่ ยเหลือในการส่ือสาร เช่น โทรศพั ท์ คอมพวิ เตอร์ เปน็ ตน้ ” 8. สื่อการเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เร่ือง ระบบคอมพวิ เตอร์ 2. ใบงานที่ 3.3.1 เร่ือง องค์ประกอบของการสอ่ื สารข้อมูล 3. ใบงานที่ 3.3.2 เรือ่ ง ทศิ ทางการสือ่ สารข้อมูล 4. ใบงานท่ี 3.3.3 เรื่อง ส่ือกลางของการส่ือสารข้อมูล 5. ใบงานท่ี 3.3.4 เร่ือง ประเภทของระบบเครือข่าย 6. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 9. การวัดและประเมินผล ด้าน วิธีการวดั ผลและการประเมินผล เครือ่ งมือวดั และประเมนิ ผล เกณฑ์การวัด ตรวจใบงานท่ี 3.3.1 ใบงานที่ 3.3.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 3.3.2 ใบงานท่ี 3.3.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.3.3 ใบงานท่ี 3.3.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานท่ี 3.3.4 ใบงานที่ 3.3.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ แบบประเมินการนำเสนอ ระดับคุณภาพ 2 ทักษะ/ ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ กระบวนการ (P) คุณธรรม จริยธรรม สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 และคา่ นิยม (A) รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ ดา้ น 54321 ความรู้ (K) ประเมินระหวา่ งการจัดกจิ กรรม การเรยี นรู้ 1. องคป์ ระกอบของ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) การสื่อสารข้อมลู 2. ทศิ ทางการ ส่ือสารข้อมลู 3. ส่ือกลางของการ สือ่ สารขอ้ มลู 4. ประเภทของ ระบบเครือขา่ ย การนำเสนอผลงาน คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
การแปลความหมาย ระดบั 4 หมายถงึ มีระดบั คุณภาพดีมาก ระดบั 5 หมายถึง มีระดบั คุณภาพดีเยี่ยม ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพปานกลาง ระดบั 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพพอใช้ 10. บนั ทึกผลหลังการสอน 10.1 สรุปผลการเรยี นการสอน 1. นักเรียนจำนวน........................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ................................. ไมผ่ ่านจุดประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ................................. ไดแ้ ก่ 1. .............................................................. 2. ..................................................................... นักเรียนท่ีมคี วามสามารถพเิ ศษไดแ้ ก่ 1. ............................................................... 2. ..................................................................... 2. นักเรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นกั เรียนมคี วามรเู้ กิดทักษะ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. นักเรยี นมเี จตคติ คา่ นิยม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 10.2 ปัญหา/อุปสรรค (ผลการประเมนิ ทีไ่ ม่เปน็ ไปตามจุดประสงค์สู่ตวั ชี้วดั คุณลกั ษณะหรือสมรรถนะ ของผูเ้ รยี น) ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ 10.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพัฒนา (แนวทางการแกป้ ัญหา/พฒั นานักเรียนให้ได้ ตามตวั ชว้ี ดั คณุ ลักษณะ หรือสมรรถนะของผู้เรียน) .......................................................................................... .................................................................................. ............................................................................................................................................................................ ลงชือ่ . ( นายวิรตั น์ พิมพา ) ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ชำนาญการพเิ ศษ
ความเหน็ ของหัวหนา้ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ได้ตรวจแผนการจดั การเรยี นรู้ของ...................................................................แล้วมีความคิดเหน็ ดังน้ี 1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ลงชื่อ . ( นายชวลติ สุจรติ ) หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี . ความคดิ เหน็ รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวชิ าการ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ลงชอื่ .......................................................... ( นางบณุ ฑริก ศรบี ญุ เรอื ง) รองผู้อำนวยการ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 13 . รายวชิ า การออกแบบฯและวทิ ยการคำนวณ2 รหสั วชิ า ว 22103 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 . หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เรอื่ ง ประยกุ ตใ์ ชง้ านและแกป้ ัญหาเบือ้ งต้น จำนวน 2 คาบ ************************************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด มาตรฐานการเรียนรู้ ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชวี ติ จริงอย่างเปน็ ขัน้ ตอนและ เปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทนั และมีจริยธรรม ตวั ชว้ี ัด ม. 2/3 อภปิ รายองคป์ ระกอบและหลกั การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสอ่ื สาร เพอ่ื ประยุกต์ใช้งานหรอื แก้ปญั หาเบื้องตน้ 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นร้สู ตู่ ัวชวี้ ดั 1. อธบิ ายประเภทของคอมพิวเตอร์ไดถ้ ูกต้อง (K) 2. แก้ไขปัญหาท่เี กิดจากการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ในเบื้องต้นได้ (P) 3. แกไ้ ขปัญหาทีเ่ กิดจากการใช้งานดา้ นซอฟตแ์ วร์ในเบ้ืองต้นได้ (P) 4. สนใจใฝ่เรยี นรใู้ นการศึกษาและประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (A) 3. สาระสำคญั ประเภทของคอมพิวเตอร์ในปัจจบุ ันแบง่ ได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่ Super Computer, Mainframe Computer, Personal Computer, Workstation Computer และ Wearable Computer สำหรับ การใช้งานคอมพวิ เตอร์น้ันผ้ใู ชค้ วรทราบถงึ ปญั หาและการแกไ้ ขปญั หาในการใชง้ านที่เกิดขนึ้ ซ่งึ ส่วนใหญ่ แล้วจะเปน็ ปญั หาทางด้านฮารด์ แวร์และซอฟตแ์ วร์ 4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน(ให้เลอื กเขียนเฉพาะหัวข้อท่สี อดคล้องกับกจิ กรรมการเรียนในแตล่ ะหน่วย และตอ้ งประเมนิ ไดจ้ รงิ ) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ทักษะนักเรียนในศตวรรษท่ี 21 ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทกั ษะด้านสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ 6. การบรู ณาการการเรยี นรู้ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรยี นคุณธรรม สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น โรงเรียนสุจรติ /ตา้ นทจุ รติ อื่น ๆ (ระบ)ุ .......................................................................... สิ่งแวดล้อม 7. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน (ใหเ้ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญด้วยวธิ ีการสอน เทคนิคการสอน กระบวนการสอนทห่ี ลากหลายเหมาะสมกับรายวิชา) ข้ันนำ ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement) 1. ครทู บทวนความรเู้ ดิมจากชว่ั โมงท่ีผา่ นมา 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) และให้คน้ หาว่าคอมพิวเตอร์แบง่ ออกเป็นกป่ี ระเภท และแต่ละ ประเภทเหมาะกบั การทำงานประเภทใด จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น พร้อมพดู คยุ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กบั เพ่ือนรว่ มชน้ั ข้ันสอน ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนศกึ ษาประเภทของคอมพิวเตอร์ท่แี บ่งออกเปน็ 5 ประเภท คือ 1. Super Computer 2. Mainframe Computer 3. Personal Computer 4. Workstation Computer 5. Wearable Computer จากหนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่อื ง ระบบคอมพิวเตอร์ หรือสืบค้นเพ่มิ เติมจากอินเทอรเ์ น็ต ทเี่ ครอ่ื งคอมพิวเตอรข์ องตนเองโดยให้นักเรยี นพจิ ารณาถงึ ลักษณะการทำงานและการใชง้ าน 2. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกบั การใช้งานระบบคอมพิวเตอร์วา่ “นอกจากจะมีการแบ่งประเภท ของคอมพวิ เตอร์ออกเป็น 5 ประเภทแล้ว ยังสามารถแบ่งประเภทคอมพวิ เตอร์ตาม วตั ถปุ ระสงค์ของการใชง้ านได้อกี คือ
1. คอมพิวเตอร์เพื่องานเฉพาะกิจ (Special Purpose Computer) หมายถงึ เครอ่ื งประมวลผลขอ้ มลู ทถ่ี ูกออกแบบตัวเครื่องและโปรแกรมควบคมุ ให้ทำงาน อย่างใดอย่างหนง่ึ เปน็ การเฉพาะ โดยทั่วไปมักใชใ้ นงานควบคมุ อตุ สาหกรรม ท่เี น้นการประมวลผลแบบรวดเรว็ เช่น เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ควบคุมสัญญาณไฟ จราจร คอมพิวเตอรค์ วบคมุ ลิฟต์ หรือคอมพวิ เตอร์ควบคุมระบบอัตโนมัติ ในรถยนต์ เป็นตน้ 2. คอมพิวเตอรเ์ พื่องานอเนกประสงค์ (General Purpose Computer) หมายถึง เครือ่ งประมวลผลขอ้ มูลท่ีมคี วามยดื หย่นุ ในการทำงาน โดยไดร้ บั การออกแบบให้ สามารถประยุกตใ์ ชใ้ นงานประเภทตา่ ง ๆ ได้ โดยระบบจะทำงานตามคำส่งั ใน โปรแกรมที่เขยี นข้นึ มา เชน่ ใชเ้ คร่อื งนีใ้ นงานประมวลผลคะแนนนกั เรยี น เกยี่ วกบั ระบบการตัดเกรด หรือสามารถใช้ในการคำนวณเงินเดอื นได้ เปน็ ตน้ ” 3. นักเรยี นทำใบงานท่ี 3.4.1 เร่ือง ประเภทของคอมพวิ เตอร์ 4. ครสู ุม่ นกั เรียน 2-3 คน ออกมานำเสนอหน้าช้ันเรยี น พร้อมกับอภปิ รายร่วมกันในห้องเรียน ขน้ั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 5. ครูทบทวนเนื้อหาการเรียนเมื่อชั่วโมงท่ีแล้วเก่ียวกบั การใชง้ านระบบคอมพวิ เตอร์ 6. ครูถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรียนว่า“ถ้าเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของนกั เรยี นเสยี หรือมีปญั หา นักเรยี นสามารถแก้ไขเองได้หรือไม่” (แนวตอบ : นักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ ตามประสบกาณณ์ของตนเอง) 7. นักเรียนศึกษาเนื้อหา เร่อื ง ปัญหาและการแก้ไขการใช้งานระบบคอมพวิ เตอร์ จากหนังสอื เรียนและสงั เกตปัญหาทเี่ กิดข้ึนและการแก้ปญั หาจากตวั อย่างในหนังสอื เรียน ขัน้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation) 8. ครสู ุม่ นกั เรยี น 3-4 คน ออกมาอธบิ ายถงึ ปญั หาทเ่ี กิดกับคอมพิวเตอร์และวธิ ีการแกป้ ัญหา คอมพิวเตอร์ทีน่ ักเรียนพบในเบอื้ งตน้ พร้อมกับอภิปรายรว่ มกนั ในช้ันเรยี น 9. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาและการแก้ไขการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ว่า“นอกจากจะมี ปัญหาด้านฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์แล้ว ยังมีปญั หาด้านไวรัสท่ีเกิดขึน้ กบั คอมพิวเตอร์ ดังน้ัน ถ้าพบว่าคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงกว่าปกติ คอมพิวเตอร์หยุดการตอบสนองหรือติดขดั บ่อยครงั้ คอมพวิ เตอรข์ ัดข้องแลว้ เริ่มใหม่ทุกสองสามนาที โปรแกรมประยกุ ตใ์ นคอมพวิ เตอร์ ทำงานไม่ถูกต้อง เป็นต้น ซง่ึ ปัญหาดังกล่าวนี้อาจเกดิ จากการมีไวรสั ทีฝ่ ังอย่ใู นคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงควรติดตงั้ โปรแกรมตรวจสอบไวรสั และหมั่นตรวจสอบอยเู่ สมอเพ่ือความปลอดภยั ของข้อมูล” ขั้นที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration) 10. นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ีสอดคล้องกบั เนื้อหา โดยการตอบคำถามเพ่อื พัฒนาความรู้และทักษะ การเรียนรู้ (Com Sci Activity) เกีย่ วกบั ระบบคอมพิวเตอร์ลงในสมดุ ประจำตัว 11. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.4.2 เรอื่ ง การแก้ปญั หาคอมพิวเตอร์
12. ครสู มุ่ นกั เรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหน้าชน้ั เรียน พร้อมกบั อภิปรายร่วมกันภายใน ห้องเรียน Note วัตถปุ ระสงค์ของกิจกรรมเพ่อื ให้นักเรียน - มีทักษะการทำงานรว่ มกนั โดยใช้กระบวนการกลมุ่ ในการทำงานหรอื การทำ กจิ กรรมเพ่อื ให้เกดิ การสอื่ สารและแลกเปลีย่ นขอ้ มูลร่วมกันภายในกลมุ่ - มีทกั ษะการสบื คน้ ข้อมลู โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะคนสืบค้นข้อมลู จากอินเทอรเ์ น็ต เพ่อื สืบเสาะหาความรู้ตามหวั ข้อที่ไดร้ บั มอบหมาย - มีทักษะการสังเกต โดยให้นักเรียนสังเกตปัญหาทเ่ี กิดขึ้นด้านฮาร์ดแวรแ์ ละดา้ น ซอฟต์แวรพ์ ร้อมวธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาจากหนังสือเรยี นเพื่อนำไปปรับใชใ้ นการเรียนได้อยา่ ง เหมาะสม - มที ักษะการคดิ วเิ คราะห์ โดยให้นกั เรียนพิจารณาเน้ือหาจากการสบื ค้นหรือศึกษา ข้อมลู จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ เชน่ หนงั สอื เรียน อินเทอร์เน็ต เป็นตน้ ข้ันสรุป ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครูประเมนิ ผลนกั เรยี นจากการสงั เกตการตอบคำถาม การนำเสนอหน้าชัน้ เรยี น และ การทำใบงาน 2. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งของผลการทำใบงานท่ี 3.4.1 และ ใบงานที่ 3.4.2 3. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกับการประยุกต์ใชง้ านและการแก้ปัญหาเบื้องต้น 4. นกั เรียนตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจด้วยตนเองจากหนังสือเรียน โดยพิจารณาข้อความวา่ ถูก หรือผิด หากนกั เรยี นพจิ ารณาขอ้ ความไมถ่ กู ตอ้ งให้นกั เรยี นกลับไปทบทวนเนือ้ หาตามหัวข้อที่ กำหนดให้ 5. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ประจำหน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 โดยใหบ้ นั ทกึ ลงในสมุดประจำตวั และ ทำชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรอื่ ง ระบบคอมพวิ เตอร์ เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจ และ นำมาสง่ ในช่วั โมงถัดไป 6. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง ระบบคอมพิวเตอร์ เพอ่ื วดั ความรู้ ทนี่ กั เรียนได้รับหลงั จากผ่านการเรียนรู้ 8. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้ 1. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง ระบบคอมพิวเตอร์ 2. ใบงานท่ี 3.4.1 เรือ่ ง ประเภทของคอมพิวเตอร์ 3. ใบงานที่ 3.4.2 เรอ่ื ง การแก้ปัญหาคอมพวิ เตอร์ 4. เครือ่ งคอมพิวเตอร์
9. การวดั และประเมินผล ดา้ น วธิ กี ารวัดผลและการประเมินผล เครอ่ื งมอื วดั และประเมินผล เกณฑ์การวัด ความรู้ (K) ตรวจใบงานที่ 3.4.1 ใบงานที่ 3.4.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.4.2 ใบงานที่ 3.4.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ แบบประเมินการนำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2 ทกั ษะ/ ประเมินการนำเสนอผลงาน ผลงาน ผ่านเกณฑ์ กระบวนการ (P) คุณธรรม จริยธรรม สังเกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 และคา่ นิยม (A) รายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ เกณฑ์การประเมนิ ด้าน ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 54321 ความรู้ (K) ประเมินระหว่างการจัดกจิ กรรม ทักษะ/กระบวนการ (P) การเรยี นรู้ 1. ประเภทของ คอมพวิ เตอร์ 2. การแกป้ ัญหา คอมพิวเตอร์ การนำเสนอผลงาน คุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ ม (A) พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล การแปลความหมาย ระดับ 4 หมายถงึ มีระดับคุณภาพดีมาก ระดบั 5 หมายถึง มรี ะดับคุณภาพดีเยย่ี ม ระดับ 2 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพปานกลาง ระดบั 3 หมายถงึ มรี ะดับคุณภาพดี ระดับ 1 หมายถงึ มรี ะดบั คุณภาพพอใช้ 10. บนั ทึกผลหลังการสอน 10.1 สรุปผลการเรยี นการสอน 1. นกั เรียนจำนวน........................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เป็นร้อยละ................................. ไม่ผ่านจดุ ประสงค์............................คน คดิ เปน็ ร้อยละ................................. ไดแ้ ก่ 1. .......................................................................... 2. ......................................................................... นักเรียนท่ีมคี วามสามารถพิเศษได้แก่ 1. ......................................................................... 2. .........................................................................
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. นกั เรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. นักเรียนมเี จตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 10.2 ปญั หา/อปุ สรรค (ผลการประเมนิ ทไี่ ม่เปน็ ไปตามจุดประสงค์สู่ตวั ช้ีวัด คุณลกั ษณะหรือสมรรถนะ ของผเู้ รียน) ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ 10.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพัฒนา (แนวทางการแกป้ ัญหา/พัฒนานักเรียนให้ได้ ตามตัวชว้ี ดั คุณลกั ษณะ หรือสมรรถนะของผู้เรียน) ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ลงชอื่ . ( นายวิรตั น์ พิมพา ) ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพเิ ศษ
ความเห็นของหัวหน้าของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ ได้ตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ของ...................................................................แลว้ มีความคิดเห็น ดงั น้ี 1. เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง 2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้ เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ยังไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป 3. เปน็ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้ 4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ลงชื่อ . ( นายชวลติ สจุ ริต ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี . ความคิดเหน็ รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.......................................................... ( นางบุณฑรกิ ศรีบญุ เรือง) รองผอู้ ำนวยการ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ
ใบงานท่ี 3.1.1 เรือ่ ง องคป์ ระกอบของฮาร์ดแวร์ คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นพจิ ารณาภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ จากนน้ั ให้เตมิ ชอื่ อุปกรณแ์ ละบอกหนา้ ที่ลงในตาราง ให้สมบรู ณต์ ามหมายเลขของอุปกรณ์ทก่ี ำหนดให้ 17 6 3 5 2 4 หมายเลข ช่ืออุปกรณ์ หนา้ ที่ 1 2 3 4 5 6 7
ใบงานท่ี 3.1.1 เฉลย เรือ่ ง องคป์ ระกอบของฮารด์ แวร์ คำชี้แจง : ให้นกั เรียนพิจารณาภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ จากนน้ั ให้เติมช่อื อุปกรณ์และบอกหนา้ ทีล่ งในตาราง ใหส้ มบูรณต์ ามหมายเลขของอุปกรณ์ทกี่ ำหนดให้ 17 6 3 หมายเลข 2 5 1 ช่อื อุปกรณ์ 4 2 ซดี ี/ดวี ีดี (CD/DVD) หนา้ ท่ี ปรินตเ์ ตอร์ (Printer) สำหรบั อา่ น/เขียนขอ้ มลู จากแผน่ ซีดี เปน็ อปุ กรณห์ น่วยแสดงผลโดยการพิมพ์ข้อมูลออกเปน็ 3 เคส (Case) ตัวอกั ษร ตวั เลขและรปู ภาพ เป็นสว่ นทบ่ี รรจอุ ุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ไว้ภายใน เชน่ 4 คยี บ์ อรด์ (Keyboard) ซพี ียู หน่วยความจำ และอปุ กรณ์บนั ทกึ ข้อมลู 5 เมาส์ (Mouse) สำหรับป้อนข้อมลู ตา่ ง ๆ เข้าสู่คอมพวิ เตอร์ เป็นอุปกรณ์สำหรบั ใช้ช้ตี ำแหนง่ และใช้เลือกไอคอน 6 ลำโพง (Speaker) ตา่ ง ๆ ท่อี ยู่บนหน้าจอภาพคอมพวิ เตอร์ 7 จอภาพ (Monitor) ใช้สง่ ข้อมูลท่ีอย่ใู นลักษณะของเสียงตา่ ง ๆ ให้ผ้ใู ช้งาน ได้ยิน เปน็ สว่ นทีใ่ ชแ้ สดงผลขอ้ มูลต่าง ๆ ให้ผ้ใู ช้มองเหน็ และ รับรู้ ขณะท่ีเครื่องคอมพิวเตอรท์ ำงาน
ใบงานท่ี 3.1.2 เรอ่ื ง ประเภทของซอฟตแ์ วร์ คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นสบื คน้ ข้อมูลจากอินเทอรเ์ นต็ เพ่อื อธบิ ายหน้าท่ีการทำงานและยกตวั อย่างซอฟต์แวร์ ตามประเภทที่กำหนดให้ ประเภท หนา้ ท่ีการทำงาน ตวั อย่างซอฟตแ์ วร์ 1. ระบบปฏบิ ัติการ 2. ซอฟตแ์ วร์ประมวลคำ 3. ซอฟตแ์ วรน์ ำเสนองาน 4. ซอฟตแ์ วรต์ ารางคำนวณ 5. ซอฟต์แวรจ์ ัดการฐานข้อมูล
ใบงานท่ี 3.1.2 เฉลย เรื่อง ประเภทของซอฟต์แวร์ คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นสบื คน้ ข้อมูลจากอนิ เทอรเ์ น็ต เพ่อื อธบิ ายหนา้ ท่ีการทำงานและยกตวั อยา่ งซอฟต์แวร์ ตามประเภททกี่ ำหนดให้ ประเภท หน้าที่การทำงาน ตัวอยา่ งซอฟต์แวร์ 1. ระบบปฏบิ ัติการ ควบคมุ การประสานงานระหวา่ งซอฟตแ์ วร์กบั - ระบบปฏบิ ตั กิ ารดอส อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ - ระบบปฏิบัติการวนิ โดวส์ - ระบบปฏิบตั ิการแมคอนิ ทอช - ระบบปฏบิ ัติการลนี กุ ซ์ - ระบบปฏบิ ัติการแอนดรอยด์ 2. ซอฟตแ์ วร์ประมวลคำ เปน็ ซอฟต์แวร์ที่ออกแบบสำหรบั การพิมพ์ - Microsoft Word เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และ - PageMaker จัดรูปแบบเอกสารได้อยา่ งดี เอกสารที่พิมพ์ และจดั เกบ็ ไฟล์ สามารถแกไ้ ข และพิมพ์ออก ทางเครื่องพิมพ์ได้ 3. ซอฟตแ์ วร์นำเสนองาน เปน็ ซอฟต์แวรท์ ี่ชว่ ยใหก้ ารนำเสนอทำไดง้ า่ ย - Microsoft PowerPoint สะดวกรวดเรว็ และมคี วามน่าสนใจมากยง่ิ ขนึ้ - Open Office สามารถสร้างสไลด์ที่ประกอบด้วย ตวั อกั ษร - Harvard Graphic รปู ภาพ กราฟ แผนภมู ิ ตาราง ภาพเคล่อื นไหว และเสียง สามารถตกแต่งและนำเสนอสไลด์ ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ได้ 4. ซอฟต์แวรต์ ารางคำนวณ เปน็ ซอฟตแ์ วร์ทช่ี ว่ ยในการคิดคำนวณ - Microsoft Excel สามารถสั่งให้คำนวณตามสตู รหรือเง่ือนไขท่ี - Pladao Office กำหนด หรอื สามารถสร้างคำสงั่ หรือสูตรเพ่ือ ใช้งานเฉพาะได้ 5. ซอฟต์แวรจ์ ัดการฐานขอ้ มลู ชว่ ยในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู การประมวลผล - Microsoft Access ข้อมลู การสร้างรายงานผล หรือสรปุ ผลของ - Obsolete ข้อมูลที่ผา่ นการประมวลแล้ว - SQL - Oracle
ใบงานที่ 3.2.1 เร่อื ง หลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ คำช้แี จง : ให้นักเรยี นนำบัตรคำท่กี ำหนดให้ไปเตมิ ลงในหน่วยต่าง ๆ ตามหลกั การทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์ แปน้ พมิ พ์ จอภาพ เมาส์ ลำโพง ปรินตเ์ ตอร์ เครือ่ งบนั ทึกเสียง แฟลชไดรฟ์ สแกนเนอร์ แรม ฮารด์ ดสิ ก์ รอม เมมโมรกี าร์ด แผน่ ซีดี ซีพียู ไมโครโฟน หน่วยรบั ขอ้ มูล หนว่ ยประมวลผลกลาง หน่วยแสดงผลข้อมูล ................................. ………………………… ................................... ................................. ……………………….... ................................... ................................. .................................... ................................. หนว่ ยเกบ็ ข้อมูล .................................... ................................. .................................... ................................. .................................... หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำสำรอง ................................. ................................. ................................. ................................. ................................. ................................. ................................. .................................
ใบงานที่ 3.2.1 เฉลย เร่อื ง หลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร์ คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นนำบตั รคำที่กำหนดให้ไปเตมิ ลงในหน่วยตา่ ง ๆ ตามหลกั การทำงานของระบบ คอมพวิ เตอร์ แป้นพิมพ์ จอภาพ เมาส์ ลำโพง ปรนิ ตเ์ ตอร์ เครื่องบนั ทกึ เสียง แฟลชไดรฟ์ สแกนเนอร์ แรม ฮารด์ ดิสก์ รอม เมมโมรกี าร์ด แผ่นซีดี ซพี ียู ไมโครโฟน หน่วยรับขอ้ มูล หนว่ ยประมวลผลกลาง หน่วยแสดงผลข้อมูล แป้นพิมพ์ ซพี ยี ู จอภาพ เมาส์ ลำโพง สแกนเนอร์ ปรินต์เตอร์ เคร่อื งบันทกึ เสยี ง ไมโครโฟน หน่วยเกบ็ ข้อมลู หนว่ ยความจำหลัก หนว่ ยความจำสำรอง แรม แฟลชไดรฟ์ รอม ฮารด์ ดิสก์ เมมโมรกี าร์ด แผ่นซดี ี
ใบงานที่ 3.2.2 เร่อื ง ข้ันตอนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ คำชีแ้ จง : ให้นกั เรียนบอกขน้ั ตอนการทำงานของระบบคอมพวิ เตอรต์ ามลำดับทีถ่ ูกต้อง และอธิบายหนา้ ท่ี การทำงานของแต่ละขนั้ ตอนโดยละเอียด 12 ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. 4 3 ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. ............................................................. .............................................................
ใบงานที่ 3.2.2 เฉลย เรือ่ ง ข้ันตอนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ คำชี้แจง : ให้นักเรียนบอกข้นั ตอนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ตามลำดับทถ่ี ูกต้อง และอธิบายหน้าที่ การทำงานของแตล่ ะข้นั ตอนโดยละเอยี ด 12 การรับข้อมูล คอมพิวเตอร์จะรับ การประมวลผลข้อมูล เป็นการนำ ข้อมูลและคำสั่งจากผู้ใช้เข้าสู่เคร่ือง ข้อมูลที่รับมาเก็บไว้ในหน่วยความจำ ค อ ม พิ ว เต อ ร์ โด ย ผ่ าน อุ ป ก รณ์ แล้วจึงนำข้อมูลมาประมวลผลตาม ฮาร์ดแวร์ต่างๆ เช่น แป้นพิมพ์ เมาส์ คำส่งั เปน็ ต้น 43 การแสดงผลข้อมูล เมื่อข้อมูลผ่าน การจัดเก็บข้อมูล เป็นการจัดเก็บ การประมวลผลเรียบร้อยแล้ว จะ ข้อมูลโดยขณะท่ีมีการประมวลข้อมูล แ ส ด ง ผ ล ลั พ ธ์ อ อ ก ม า ใน รู ป แ บ บ ท่ี นั้น จะใช้หน่วยความจำหลักในการ มนุษย์เข้าใจผ่านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ จัดเก็บ และเม่ือต้องการเก็บข้อมูลไว้ ต่างๆ เช่น จอภาพ เคร่ืองพิมพ์ เป็น ใช้งาน ในครั้งต่อไปจะจัดเก็บ ลง ตน้ หนว่ ยความจำสำรอง
ใบงานท่ี 3.3.1 เร่อื ง องคป์ ระกอบของการสือ่ สารข้อมูล คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นอธิบายความหมายองคป์ ระกอบของการสือ่ สารข้อมลู ท่ีกำหนดมาให้ถูกตอ้ ง Message …………………………………………………………………………………… Sender …………………………………………………………………………………… Medium …………………………………………………………………………………… Receiver …………………………………………………………………………………… Protocol …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………
ใบงานท่ี 3.3.1 เฉลย เร่ือง องค์ประกอบของการสื่อสารขอ้ มลู คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนอธบิ ายความหมายองค์ประกอบของการส่อื สารข้อมลู ที่กำหนดมาใหถ้ ูกตอ้ ง Message ข…อ้ …เท…จ็…จ…ร…ิงท…ีผ่ …ู้ส…่งต…อ้ …ง…กา…ร…ถ่า…ย…ท…อ…ดไ…ป…ย…ังผ…ู้ร…บั …ซ…งึ่ อ…า…จ…แส…ด…ง…… Sender อ…อ…ก…ม…าโ…ด…ยภ…า…ษ…า…หร…ือ…ส…ญั …ล…กั ษ…ณ…์ต…า่ …ง…ๆ…ท…ผี่ …ูส้ …่งแ…ล…ะ…ผ…้รู บั …เข…า้ …ใจ… Medium …………………………………………………………………………………… Receiver …………………………………………………………………………………… Protocol …………………………………………………………………………………… บ…คุ…ค…ล…ก…ล…ุม่ …บ…ุคค…ล…ห…ร…ือ…อ…ปุ ก…ร…ณ…์ท…ท่ี …ำ…หน…า้…ท…เี่ ป…น็ …แ…ห…ล…่งก…ำ…เน…ดิ … ข…อ…ง…ข้อ…ม…ูล…ข…่าว…ส…าร…ท…ต่ี …้อ…งก…า…รส…่ง…ไป…ย…งั …ผู้ร…บั …ส…าร……………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… ส…ิ่ง…ท…ีท่ …ำห…น…า้ …ท…เ่ี ป…็น…ต…ัวก…ล…า…งใ…น…กา…ร…น…ำข…อ้ …ม…ูลข…า่ …ว…สา…ร……………… จ…า…ก…ผู้ส…ง่ …ส…าร…ส…ง่ ไ…ป…ย…งั ผ…้รู …บั …สา…ร…………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… บ…คุ…ค…ล…ก…ล…่มุ …บ…ุคค…ล…ห…ร…ือ…อ…ปุ ก…ร…ณ…์ท…่ที …ำ…หน…า้…ท…เ่ี ป…น็ …ต…ัว…รับ…ข…้อ…ม…ูล… ท…ผ่ี…สู้ …ง่ …สา…ร…ส่ง…ม…า…ให…้ ………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… ก…ฎ…ห…ร…อื ข…้อ…ต…ก…ลง…ท…่ีใ…ชใ้…น…กา…ร…ส…ื่อส…า…ร…ข้อ…ม…ลู …ท…ี่จะ…ท…ำ…ให…้ผ…ู้ส…ง่ ส…า…ร… แ…ล…ะ…ผ…้รู ับ…ส…า…รม…คี …ว…าม…เ…ข้า…ใจ…ต…ร…งก…ัน……………………………………… …………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………
ใบงานท่ี 3.3.2 เรอ่ื ง ทิศทางการสื่อสารข้อมูล คำช้ีแจง : ให้นักเรียนพิจารณาการส่ือสารท่ีกำหนดให้ จากนั้นให้บอกว่าเป็นการส่ือสารแบบทิศทางใด และมี ลกั ษณะการส่ือสารอย่างไร ทิศทางการสื่อสาร ลักษณะการสอ่ื สาร ทิศทางการสอ่ื สาร ลกั ษณะการสื่อสาร ทศิ ทางการสอื่ สาร ลักษณะการสอ่ื สาร
ใบงานที่ 3.3.2 เฉลย เร่อื ง ทศิ ทางการสอ่ื สารข้อมูล คำช้ีแจง : ให้นักเรียนพิจารณาการสื่อสารที่กำหนดให้ จากน้ันให้บอกว่าเป็นการสื่อสารแบบทิศทางใด และมี ลักษณะการส่อื สารอย่างไร ทศิ ทางการส่อื สาร ลกั ษณะการส่ือสาร ทิศทางเดยี ว (Simplex) เปน็ ทิศทางการสื่อสารทีข่ ้อมูลจะส่งจากสถานทห่ี น่ึง ไปยงั อีกสถานที่หนง่ึ โดยทีข่ ้อมลู จะไม่สามารถ สง่ ยอ้ นกลับมาได้ ทิศทางการสอ่ื สาร ลกั ษณะการสื่อสาร สองทศิ ทาง (Full Duplex) เป็นทศิ ทางการสื่อสารทีส่ ามารถสง่ ข้อมูลสองทิศทาง พร้อมกนั ได้ ทิศทางการสื่อสาร ลักษณะการสอ่ื สาร กง่ึ สองทศิ ทาง (Half Duplex) เปน็ ทิศทางการสื่อสารที่สามารถส่งขอ้ มลู ไปและรับ สองทศิ ทางได้ แต่ไม่สามารถสง่ ข้อมูลในเวลาเดียวกัน ได้ ขณะท่เี คร่ืองหน่ึงเปน็ ผู้รับอีกเคร่ืองจะเปน็ ผู้สง่
ใบงานที่ 3.3.3 เร่อื ง สอ่ื กลางของการสื่อสารข้อมูล คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนใ้ี หถ้ กู ตอ้ ง 1. ใหน้ ักเรยี นบอกข้อดีและข้อเสยี ของส่ือกลางการสอ่ื สารข้อมูลดงั ต่อไปนี้ ส่อื กลาง ขอ้ ดี ขอ้ เสีย สายคบู่ ดิ เกลยี วแบบ STP สายโคแอกเชยี ล สายไฟเบอร์ออปติก 2. ถ้านกั เรียนตอ้ งการติดต้ังระบบเครอื ข่ายจากท่ีหนงึ่ ไปยังอีกที่หนง่ึ ซ่งึ มรี ะยะทางหา่ งกันประมาณ 10 กิโลเมตร นักเรียนคิดว่าควรเลอื กใชส้ ื่อกลางประเภทสายสญั ญาณใดในการสือ่ สารขอ้ มลู เพราะเหตใุ ด
ใบงานท่ี 3.3.3 เฉลย เร่อื ง สอ่ื กลางของการสอื่ สารขอ้ มลู คำชีแ้ จง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกตอ้ ง 1. ให้นกั เรยี นบอกข้อดีและข้อเสยี ของส่ือกลางการส่ือสารข้อมูลดังต่อไปนี้ สอ่ื กลาง ข้อดี ข้อเสยี ภาพสายคู่บดิ เกลียวแบบ STP - สง่ ข้อมูลดว้ ยความเร็วสงู กว่า - มีขนาดใหญก่ ว่าแบบไมม่ ีฉนวน สายคบู่ ดิ เกลยี วแบบ STP แบบไมม่ ีฉนวนหุม้ หมุ้ - สามารถปอ้ งกันสญั ญาณรบกวน - ไม่ยืดหย่นุ ดัดโคง้ งอได้ไม่มาก ไดด้ ี - ราคาแพงกวา่ แบบไม่มฉี นวนห้มุ - ราคาถูก - ถกู รบกวนจากสญั ญาณภายนอก - มีความยดื หยุ่นในการใช้งาน ได้ง่าย - ตดิ ตงั้ งา่ ยและมีน้ำหนักเบา - ใช้ได้ในระยะทางจำกัด สายโคแอกเชยี ล - สามารถบรรจุข้อมูลได้จำนวน - เส้นใยแกว้ นำแสงเปราะบาง มาก แตกหกั งา่ ย - มีขนาดเลก็ นำ้ หนักเบา - ไม่สามารถดดั โคง้ งอได้ - มีอายุการใช้งานนาน - ในการตดิ ตงั้ ต้องใช้เครื่องมือ พเิ ศษ สายไฟเบอรอ์ อปติก 2. ถ้านกั เรียนต้องการติดตง้ั ระบบเครอื ข่ายจากที่หนง่ึ ไปยงั อีกทห่ี นึ่งซงึ่ มีระยะทางห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร นกั เรยี นคดิ ว่าควรเลอื กใช้สื่อกลางประเภทสายสัญญาณใดในการสื่อสารขอ้ มูล เพราะเหตใุ ด ควรใชส้ ื่อกลางประเภทสายสญั ญาณ คอื สายไฟเบอร์ออปติก เนอื่ งจากเป็นสายสญั ญาณทม่ี ีความเร็วสงู สุด ถงึ 100 Gbps ใชเ้ ชอ่ื มต่อระยะทางมากกวา่ 2 กิโลเมตรได้ และใช้เป็นสายแกนหลกั ในการระบบเครือข่าย หรือใชส้ ำหรบั เชื่อมตอ่ ระหวา่ งเครอื ข่ายทีอ่ ยหู่ ่างไกลกนั ได้
ใบงานที่ 3.3.4 เรอ่ื ง ประเภทของระบบเครอื ข่าย คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง 1. จงจับคูร่ ะบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์กับความหมายท่ีถูกต้องท่ีสุด .......... LAN A. ระบบเครอื ข่ายเชื่อมตอ่ คอมพวิ เตอรก์ บั โทรศัพทม์ ือถือ .......... MAN B. เครอื ขา่ ยระยะใกล/้ ท้องถิ่น .......... WAN C. เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ทีม่ ีขนาดใหญท่ ี่สุด .......... PAN D. เครอื ขา่ ยระยะหา่ งไกล/ระดับประเทศ E. เครอื ขา่ ยขนาดกลางระดับจังหวดั 2. จงเรียงลำดบั ขนาดของเครือขา่ ยคอมพิวเตอรต์ อ่ ไปนี้ คอื MAN, LAN, WAN, PAN จากเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ท่ีมขี นาดเล็กทสี่ ุดไปหาเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ท่ีมีขนาดใหญ่ทสี่ ุด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ในกรณีท่ีโรงเรยี นของนกั เรยี นมอี าคารเรียนเพยี งอาคารเดยี ว ถ้าโรงเรยี นต้องการติดตั้งระบบเครือข่าย คอมพวิ เตอร์ นกั เรียนคิดวา่ ควรติดต้งั ระบบเครือขา่ ยแบบใดจงึ จะเหมาะสมทส่ี ุด และเครือข่ายน้นั มกี ารทำงานอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………
ใบงานท่ี 3.3.4 เฉลย เรอื่ ง ประเภทของระบบเครือข่าย คำช้ีแจง : ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ หถ้ ูกต้อง 1. จงจบั คูร่ ะบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์กับความหมายที่ถูกตอ้ งท่ีสุด ....B...... LAN A. ระบบเครอื ข่ายเชอื่ มต่อคอมพิวเตอรก์ บั โทรศพั ทม์ ือถือ ....C...... MAN B. เครอื ขา่ ยระยะใกล/้ ท้องถ่ิน ....D...... WAN C. เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญท่ ี่สดุ ....A...... PAN D. เครือขา่ ยระยะหา่ งไกล/ระดับประเทศ E. เครอื ข่ายขนาดกลางระดับจงั หวัด 2. จงเรยี งลำดบั ขนาดของเครอื ข่ายคอมพิวเตอรต์ อ่ ไปน้ี คอื MAN, LAN, WAN, PAN จากเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ท่ีมขี นาดเล็กทส่ี ดุ ไปหาเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุด PAN,….LAN,…..MAN,……WAN………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ในกรณีทโ่ี รงเรียนของนักเรียนมีอาคารเรียนเพียงอาคารเดยี ว ถ้าโรงเรยี นตอ้ งการติดตงั้ ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ นักเรยี นคิดวา่ ควรติดตั้งระบบเครอื ขา่ ยแบบใดจงึ จะเหมาะสมทีส่ ุด และเครือขา่ ยนน้ั มีการทำงานอย่างไร ควรติดตงั้ ระบบเครือข่ายท้องถน่ิ (Local Area Network: LAN) ซ่งึ เปน็ การเช่ือมต่อเครือข่ายระยะใกล้.......... เช่อื มโยงคอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณต์ า่ งๆ ที่อยใู่ นพื้นที่เดียวกันหรอื ใกล้เคียงกัน โดยใชส้ ายสัญญาณเป็นสอ่ื กลาง การสือ่ สารข้อมูล………………………………………………………………………………………………………………………………..…
ใบงานที่ 3.4.1 เรอ่ื ง ประเภทของคอมพิวเตอร์ คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ให้ถกู ตอ้ ง 1. คอมพิวเตอร์ที่ถูกนำไปใชใ้ นองค์กรขนาดใหญ่ คือ 2. คอมพวิ เตอร์ท่ีมีขนาดใหญ่ มีน้ำหนกั มาก และมรี าคาแพง คือ 3. คอมพิวเตอร์ท่เี หมาะสำหรับงานดา้ นกราฟกิ สถาปัตยกรรม วิศวกรรม คือ 4. คอมพวิ เตอร์ที่ทำงานเก่ียวข้องกับตวั จับการเคลื่อนไหว การหาตำแหน่ง คือ 5. คอมพวิ เตอรช์ นดิ ทีน่ ยิ มใช้ในสำนักงานมากท่สี ุด คือ
ใบงานท่ี 3.4.1 เฉลย เรื่อง ประเภทของคอมพิวเตอร์ คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปน้ใี หถ้ ูกต้อง 1. คอมพวิ เตอร์ที่ถกู นำไปใชใ้ นองค์กรขนาดใหญ่ คือ Mainframe Computer 2. คอมพิวเตอร์ท่ีมขี นาดใหญ่ มนี ้ำหนกั มาก และมรี าคาแพง คือ Super Computer 3. คอมพวิ เตอร์ทีเ่ หมาะสำหรบั งานด้านกราฟิก สถาปตั ยกรรม วศิ วกรรม คือ Workstation Computer 4. คอมพิวเตอร์ท่ที ำงานเก่ียวขอ้ งกับตัวจับการเคล่อื นไหว การหาตำแหนง่ คอื Wearable Computer 5. คอมพิวเตอรช์ นิดทนี่ ยิ มใช้ในสำนักงานมากทส่ี ุด คือ Personal Computer
ใบงานที่ 3.4.2 เรือ่ ง การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ คำชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ถา้ นักเรยี นเปดิ เครื่องคอมพิวเตอรแ์ ลว้ มีไฟเขา้ เครื่อง แต่หน้าจอไม่ติด นักเรยี นคิดว่าเปน็ เพราะสาเหตใุ ด และมีวิธีการแก้ไขอยา่ งไร สาเหตุ วธิ กี ารแกไ้ ข 2. ถ้านกั เรยี นเปิดเคร่ืองแลว้ หน้าจอไม่ตดิ และมเี สียงร้อง (Beep) หลายๆ คร้ัง นกั เรยี นคดิ วา่ เป็นเพราะ สาเหตใุ ด และมีวิธีการแกไ้ ขอย่างไร สาเหตุ วธิ ีการแก้ไข 3. ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมีอาการดังนี้ คือ ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมข้ึนมา ทำงาน ขนาดของโปรแกรมใหญ่ข้ึน เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ ไฟล์ข้อมูลหรือ โปรแกรมที่เคยใช้อยู่หายไป เครื่องทำงานช้าลง เคร่ืองรีสตาร์ทเองโดยไม่ได้ส่ัง หรือระบบหยุดทำงานโดย ไม่ทราบสาเหตุ นกั เรยี นคดิ วา่ เป็นเพราะสาเหตุใด และมวี ิธกี ารแก้ไขอย่างไร สาเหตุ วธิ กี ารแกไ้ ข
ใบงานท่ี 3.4.2 เฉลย เรอื่ ง การแก้ปญั หาคอมพิวเตอร์ คำช้แี จง : ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ใี หถ้ กู ต้อง 1. ถ้านกั เรยี นเปดิ เครอ่ื งคอมพิวเตอรแ์ ลว้ มีไฟเข้าเคร่ือง แต่หน้าจอไม่ติด นักเรยี นคดิ ว่าเปน็ เพราะสาเหตุใด และมีวิธีการแก้ไขอยา่ งไร สาเหตุ วิธีการแกไ้ ข ไม่ได้ต่อสายไฟระหว่างจอภาพกับตัวเครื่อง ตรวจสอบการต่อสายไฟระหว่างจอภาพกับตัวเคร่ือง หรือ หรือสายไฟของจอภาพหลวม ตรวจสอบสายไฟของจอภาพกับเต้าเสียบวา่ หลวมหรอื ไม่ 2. ถา้ นกั เรยี นเปดิ เครื่องแล้วหน้าจอไมต่ ดิ และมเี สยี งร้อง (Beep) หลายๆ คร้งั นักเรยี นคดิ ว่าเปน็ เพราะ สาเหตใุ ด และมีวธิ กี ารแก้ไขอย่างไร สาเหตุ วิธีการแกไ้ ข - การด์ จอภาพเสียบไมแ่ นน่ สกปรก หรือเสยี 1. เปิดตัวเคร่ืองคอมพิวเตอรด์ ึงการ์ดจอหรือ RAM ออกมา - RAM เสยี บไมแ่ นน่ สกปรก หรือเสยี ทำความสะอาดโดยใช้ยางลบถูคราบสกปรกบริเวณขา ทองแดงแลว้ ใสก่ ลับเข้าไปใหม่ 2. ในกรณีที่แก้ไขตามข้อ 1 แล้วยังใช้ไม่ได้ ควรติดต่อช่าง หรอื ผ้ทู ่สี ามารถแก้ไขปญั หาได้ 3. ถ้าเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมีอาการดังนี้ คือ ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมข้ึนมา ทำงาน ขนาดของโปรแกรมใหญ่ข้ึน เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ ไฟล์ข้อมูลหรือ โปรแกรมท่ีเคยใช้อยู่หายไป เคร่ืองทำงานช้าลง เคร่ืองรีสตาร์ทเองโดยไม่ได้สั่ง หรือระบบหยุดทำงานโดย ไม่ทราบสาเหตุ นกั เรยี นคดิ วา่ เป็นเพราะสาเหตุใด และมวี ิธีการแกไ้ ขอย่างไร สาเหตุ วธิ กี ารแก้ไข เครอื่ งติดไวรัส เรียกใช้โปรแกรมตรวจสอบไวรัส หรือถ้ายังไม่มีโปรแกรม ตรวจสอบไวรัส ควรติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัสใน เครือ่ ง และทำการตรวจสอบไวรสั อยู่เสมอ
ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์ คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปใหใ้ ห้ถูกต้อง 1. ใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างข้อมูลทส่ี ามารถนำมาใช้ในการสื่อสารข้อมลู ในชีวติ ประจำวันไดต้ ามลักษณะข้อมูล ในตารางตอ่ ไปน้ี ลกั ษณะของขอ้ มูล ตัวอย่างข้อมลู ตัวอกั ษร ตวั เลข เสียง รปู ภาพ ส่ือผสม 2. ให้นักเรียนพิจารณาบัตรคำที่กำหนดให้ จากน้ันนำบัตรคำไปเติมลงในตารางสื่อกลางในการส่ือสารข้อมูล ให้ถูกตอ้ งตามประเภทของสือ่ กลางนั้น ๆ อนิ ฟราเรด สายโคแอกเชยี ล คลืน่ วิทยุ สาย UTP คลื่นไมโครเวฟ สายใยแกว้ นำแสง สาย STP ดาวเทียม ส่อื กลางในการสอื่ สารขอ้ มลู สือ่ กลางประเภทสายสัญญาณ สอื่ กลางประเภทไร้สาย
3. จงนำตัวอกั ษรทางดา้ นขวามือ มาเตมิ ลงในชอ่ งว่างหน้าขอ้ ความดา้ นซ้ายมือท่สี ัมพนั ธ์กัน .......... 1. รบั ขอ้ มลู เขา้ สเู่ ครื่องคอมพวิ เตอร์ A. Microsoft Excel .......... 2. อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไว้ใช้ในภายหลงั B. Microsoft Access .......... 3. ประมวลผลข้อมูลท่ผี ใู้ ชป้ ้อนเขา้ มา C. Super Computer .......... 4. โปรแกรมที่ใช้ในการคำนวณ D. Mainframe Computer .......... 5. โปรแกรมที่ใช้สำหรับนำเสนอรายงาน E. Input Unit .......... 6. โปรแกรมที่ช่วยรักษาหน้าจอ F. Wearable Computer .......... 7. โปรแกรมจดั การไฟลใ์ นเคร่อื ง G. PageMaker .......... 8. โปรแกรมที่ช่วยจัดการฐานข้อมูล H. Screen Saver .......... 9. คอมพิวเตอรท์ ี่มีราคาแพงที่สดุ I. File Manager .......... 10. คอมพิวเตอรท์ ี่ใช้จบั เซ็นเซอร์ J. Secondary Storage K. Central Processing Unit L. Microsoft PowerPoint M. Workstation Computer
ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เฉลย เร่อื ง ระบบคอมพิวเตอร์ คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปใหใ้ ห้ถูกต้อง 1. ใหน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งข้อมลู ท่สี ามารถนำมาใช้ในการสอื่ สารขอ้ มลู ในชีวิตประจำวันไดต้ ามลกั ษณะข้อมูล ในตารางตอ่ ไปน้ี ลกั ษณะของขอ้ มูล ตัวอยา่ งข้อมลู ตัวอักษร หนังสอื เรียน ปา้ ยบอกรายการอาหารในโรงอาหาร ตวั เลข คะแนน ราคาอาหาร เสยี ง เสยี งประกาศ เสยี งเพลง รูปภาพ ภาพกิจกรรมของโรงเรยี น ภาพคุณครู สื่อผสม วดี ีโอแนะนำโรงเรียน มิวสคิ วดี ีโอ 2. ให้นักเรียนพิจารณาบัตรคำท่ีกำหนดให้ จากนั้นนำบัตรคำไปเติมลงในตารางสื่อกลางในการส่ือสารข้อมูล ให้ถกู ต้องตามประเภทของสอ่ื กลางน้ัน ๆ อินฟราเรด สายโคแอกเชยี ล คล่ืนวทิ ยุ สาย UTP คลื่นไมโครเวฟ สายใยแกว้ นำแสง สาย STP ดาวเทียม สอ่ื กลางในการสือ่ สารข้อมลู สอื่ กลางประเภทสายสัญญาณ สอ่ื กลางประเภทไรส้ าย สายโคแอกเชยี ล อนิ ฟราเรด สาย UTP คล่ืนวิทยุ สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวฟ สาย STP ดาวเทียม
3. จงนำตัวอักษรทางด้านขวามือ มาเติมลงในชอ่ งว่างหนา้ ข้อความด้านซา้ ยมือทสี่ ัมพนั ธก์ ัน .....E..... 1. รบั ข้อมูลเขา้ สเู่ คร่อื งคอมพวิ เตอร์ A. Microsoft Excel ......J.... 2. อุปกรณท์ เ่ี กบ็ ขอ้ มลู ไวใ้ ช้ในภายหลงั B. Microsoft Access ......K.... 3. ประมวลผลข้อมลู ทผ่ี ู้ใชป้ อ้ นเขา้ มา C. Super Computer .....A..... 4. โปรแกรมที่ใชใ้ นการคำนวณ D. Mainframe Computer ......L.... 5. โปรแกรมทใี่ ช้สำหรับนำเสนอรายงาน E. Input Unit ......H.... 6. โปรแกรมทชี่ ว่ ยรกั ษาหน้าจอ F. Wearable Computer ......I...... 7. โปรแกรมจดั การไฟลใ์ นเครอ่ื ง G. PageMaker ......B.... 8. โปรแกรมท่ีชว่ ยจดั การฐานขอ้ มูล H. Screen Saver .....C..... 9. คอมพวิ เตอรท์ ่มี ีราคาแพงท่ีสุด I. File Manager ......F..... 10. คอมพวิ เตอร์ที่ใช้จับเซน็ เซอร์ J. Secondary Storage K. Central Processing Unit L. Microsoft PowerPoint M. Workstation Computer
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชแี้ จง: ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา 2 ความคิดสรา้ งสรรค์ 3 วธิ ีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ ............/................./................... เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล คำช้ีแจง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 32 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อนื่ 3 การทำงานตามหนา้ ที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมนี ำ้ ใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เกณฑ์การให้คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/.................../................ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ คำช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมนี ้ำใจ การมี รวม ของนกั เรียน ความคดิ เหน็ ฟงั คนอน่ื ตามที่ไดร้ บั สว่ นร่วมใน 15 มอบหมาย การปรบั ปรุง คะแนน ผลงานกลมุ่ 321321321321321 ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กว่า 8 ปรับปรงุ
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คำชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ระดบั คะแนน คณุ ลักษณะ 32 1 อันพงึ ประสงคด์ า้ น รายการประเมิน 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาตไิ ด้ กษัตรยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมท่สี รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อ โรงเรยี น 1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนา 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเี่ กี่ยวกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามทโ่ี รงเรียนจดั ข้ึน 2. ซ่ือสัตย์ สจุ รติ 2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ต้องและเป็นจรงิ 2.2 ปฏิบัติในสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ ง 3. มีวินัย รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้ 4.2 ร้จู ักจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เช่ือฟงั คำสงั่ สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง 4.4 ตัง้ ใจเรยี น 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิง่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่ 5.3 ใชจ้ ่ายอย่างประหยดั และมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพือ่ ให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รู้จกั ชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน 8.2 รจู้ ักการดแู ลรกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของหอ้ งเรียนและ โรงเรียน ลงช่ือ..................................................ผปู้ ระเมนิ ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ชิ ดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 51–60 ดีมาก พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี พฤติกรรมที่ปฏิบัตบิ างคร้ัง 30–40 พอใช้ ตำ่ กวา่ 30 ปรับปรงุ
แบบประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) ว 4.2 ม.2/3 อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสื่อสาร เพ่ือประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปญั หาเบือ้ งต้น รายการ ดมี าก (4) เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ปรบั ปรุง (1) ระดับ ประเมิน คณุ ภาพ บอกขอ้ มลู ในการ ดี (3) พอใช้ (2) ไม่สามารถบอก 1. ข้อมลู ในการสอ่ื สาร สอ่ื สารไดถ้ กู ตอ้ งดี ข้อมูลทีใ่ ช้ในการ ดมี าก มาก บอกขอ้ มลู ในการ บอกขอ้ มลู ในการ สอื่ สารได้ถกู ต้อง สือ่ สารไดถ้ กู ตอ้ งดี ส่ือสารไดถ้ กู ต้อง พอใช้ 2. ส่อื กลางของขอ้ มลู แยกประเภทของ แยกประเภทของ แยกประเภทของ ไม่สามารถแยก ดี สื่อกลางของขอ้ มลู สื่อกลางของขอ้ มลู สอ่ื กลางของขอ้ มูล ประเภทของ พอใช้ 3. หน้าท่ีการทำงาน ไดด้ มี าก ได้ดี ไดพ้ อใช้ สอ่ื กลางของขอ้ มูล ปรับปรงุ ได้ 4. ความสมบรู ณข์ อง บอกหนา้ ทีก่ าร บอกหนา้ ท่กี าร บอกหนา้ ท่ีการ ผลงาน ทำงานได้ถูกต้องดี ทำงานไดถ้ ูกต้องดี ทำงานไดถ้ ูกตอ้ ง ไม่สามารถบอก 5. ส่งงานตรงเวลา มาก พอใช้ หนา้ ที่การทำงานได้ ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานมีความ ถูกตอ้ ง ครบถ้วน สมบรู ณด์ ี ครบถ้วน สมบรู ณ์ ครบถ้วน สมบรู ณด์ ี มาก คอ่ นข้างดี เป็นบางส่วน ผลงานมคี วาม ส่งภาระงานภายใน ส่งภาระงานช้ากวา่ ส่งภาระงานชา้ กว่า ครบถว้ น สมบรู ณ์ เวลา กำหนด 1 วัน กำหนด 2 วัน น้อย ทีก่ ำหนด ส่งภาระงานช้ากว่า กำหนดเกิน 3 วนั ข้นึ ไป เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 16 - 20 ดมี าก 12 - 15 ดี 6 - 11 พอใช้ 1 - 5 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 . รายวิชา การออกแบบฯและวิทยการคำนวณ2 รหัสวชิ า ว 22103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565 . หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอ่ื ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 2 คาบ ************************************************************************************************** 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั มาตรฐานการเรยี นรู้ ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชีวิตจรงิ อย่างเปน็ ขนั้ ตอนและ เปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม ตัวชว้ี ดั ม. 2/4 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั มีความรับผดิ ชอบ สร้างและแสดงสิทธใ์ิ น การเผยแพรผ่ ลงาน 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ู่ตัวช้ีวดั 1. อธบิ ายคุณประโยชนแ์ ละโทษจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศได้ถูกต้อง (K) 2. สืบคน้ ปญั หาที่เกิดจากเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ (P) 3. สนใจใฝเ่ รียนรู้ในการศกึ ษาและนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างเหมาะสม (A) 3. สาระสำคญั เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทกบั ชีวติ ของผู้คนในหลากหลายดา้ น และถือเป็น เคร่ืองมอื ที่มคี วามสำคญั อย่างยง่ิ ตอ่ การดำเนนิ ชวี ิตของคนในสังคมปัจจุบนั เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รบั การพฒั นาใหม้ ีรูปแบบท่ีมีความนา่ สนใจและอยู่ใกลช้ ดิ กบั มนุษย์มากขึน้ เทคโนโลยีจงึ สรา้ งท้งั คณุ ประโยชน์และโทษใหก้ บั ผู้ใช้ ท้ังโดยต้ังใจหรือไม่ตัง้ ใจ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน(ใหเ้ ลือกเขียนเฉพาะหวั ข้อท่สี อดคล้องกับกจิ กรรมการเรียนในแตล่ ะหนว่ ย และตอ้ งประเมนิ ได้จรงิ ) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ทักษะนักเรยี นในศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการเรยี นรแู้ ละนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ 6. การบรู ณาการการเรียนรู้ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โรงเรียนคุณธรรม สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน โรงเรียนสจุ ริต/ต้านทุจรติ อื่น ๆ (ระบ)ุ .......................................................................... สิง่ แวดลอ้ ม 7. การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน (ใหเ้ น้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ด้วยวิธีการสอน เทคนิคการสอน กระบวนการสอนท่หี ลากหลายเหมาะสมกับรายวิชา) ข้ันนำ ขน้ั ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement) 1. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 เรือ่ ง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ อย่างปลอดภยั เพือ่ วดั ความรู้เดมิ ของนกั เรียนก่อนเขา้ สูก่ ิจกรรม 2. ครถู ามคำถามกระต้นุ ความสนใจของนักเรียนว่า“นักเรียนคดิ วา่ ปัญหาท่ีเกดิ จากการใช้ เทคโนโลยีมีอะไรบา้ ง” (แนวตอบ : นักเรยี นตอบตามประสบการณ์ของตนเอง โดยคำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพนิ ิขของ ครูผ้สู อน เชน่ การละเมดิ ลิขสิทธ์ิ การนำข้อมลู ส่วนบคุ คลมาเผยแพร่ การนำผลงานของผู้อืน่ มาแอบอา้ งเป็นของตน เปน็ ตน้ ) 3. จากน้นั ครถู ามคำถามประจำหัวข้อว่า“นกั เรยี นรู้หรือไม่ว่าเราสามารถหลกี เล่ยี งปญั หาของ การถูกขโมยข้อมลู หรอื หลอกลวงใหห้ ลงเชือ่ จากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศได้อยา่ งไรบ้าง” (แนวตอบ : นกั เรยี นตอบตามประสบการณ์ของตนเอง โดยคำตอบข้ึนอยู่กบั ดลุ ยพนิ จิ ของ ครผู ู้สอน เช่น ใสเ่ ครดติ ท่ผี ลงานของตนเองเพ่ือปอ้ งกันการดัดแปลง แก้ไข หรือปลอมแปลง ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งมีสติไม่ใหข้ ้อมูลส่วนตวั กับหน่วยงานทีเ่ ช่ือถือไม่ได้ เป็นต้น ) ขั้นสอน ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Exploration) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน เพอ่ื ศกึ ษาและอภิปรายร่วมกันถึงประโยชน์จากการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศในหนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ คำนวณ) ม.2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย หรือ สบื ค้นขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ น็ตที่เคร่ืองคอมพิวเตอร์ของตนเอง จากนนั้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มมา นำเสนอเกี่ยวกับประโยชน์จากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมอภิปรายรว่ มกับเพอื่ นในชน้ั เรียนโดยครคู อยบันทึกคำตอบของนักเรยี นแต่ละกลมุ่ ลงบนกระดานหน้าช้ันเรียน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240