ตารางการวเิ คราะหผ์ ลการเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ผเู้ รยี นรู้อะไร/ สาร ทาอะไรได้ 1. ปฏิบตั ิตนเปน็ 1. คณุ ลักษณะ พลเมอื งดี ของพลเมืองดี ผู้เรียนรู้อะไร การเป็นพ 2. ความมีนา้ ใจและ คณุ ลกั ษณะของ ต้องเป็นผ ความเอ้อื อาทร พลเมืองดี เอ้ืออาทร อาสาสมัค ผู้เรยี นทาอะไรได้ ประโยชน 1.ปฏบิ ัติตนเป็นพลเมือง กศุ ล เห็นอ ดีด้วยความมนี ้าใจ เพอื่ บ้านเม และความเออ้ื อาทร การเปน็ พ 2.เขา้ ร่วมกิจกรรม เปน็ หน้าท ท่ีสง่ เสรมิ การเปน็ ครอบครัว พลเมอื งดี และสถาน มบี ทบาทส สง่ เสรมิ ให ทาหน้าท่ีเ
นรู้เพ่ือออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ 5 เป็นพลเมืองดี ระสาคัญ ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง ตัวอย่าง กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชิน้ งาน/ภาระงาน ช้ินงาน/ภาระงาน ระหว่างการจดั กจิ กรรม หนว่ ยการเรยี นรู้ พลเมืองดี 1. แบง่ กลมุ่ ทาผัง 1. ผงั ความคิด เรอ่ื ง บนั ทึกความดีการ ผ้มู นี า้ ใจ มคี วาม ความคดิ ลงใน บทบาทหนา้ ที่ของ ปฏิบตั ิกจิ กรรม ต้องทางาน กระดาษชาร์ทเร่ือง ครอบครัว จติ อาสา คร งานบาเพญ็ บทบาทหน้าที่ของ สถานศกึ ษา สถาน น์ งานสาธารณ ครอบครัว สถานศึกษา ประกอบการ อะไรท่ีจะทา สถานประกอบการ ในการส่งเสริมให้ทุก มืองได้ก็ต้องทา ในการส่งเสริมให้ทุก คนมโี อกาสทาหนา้ ที่ พลเมืองดี คนมโี อกาสทาหนา้ ที่ เปน็ พลเมืองดี ท่ขี องทุกคน เปน็ พลเมืองดี 2. บนั ทึกความดี ว สถานศึกษา 2. แต่ละกล่มุ นาเสนอ การปฏบิ ัติตน นประกอบการ ผลงานผงั ความคดิ เปน็ พลเมืองดขี อง สาคญั ในการ เรือ่ ง บทบาทหน้าท่ี ครอบครัว หท้ ุกคนมโี อกาส ของครอบครัว สถานศกึ ษา และ เป็นพลเมืองดี สถานศกึ ษา สถานประกอบการ สถานประกอบการ 3. แผนปฏิบัติกิจกรรม ในการส่งเสรมิ ให้ทุก จติ อาสา กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สพม.36 33
ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ ผเู้ รยี นรู้อะไร/ สาร ทาอะไรได้ 2. ไดร้ บั การสง่ เสริม 1. บทบาทของครอบครัว ให้เป็นพลเมอื งดี ในการสง่ เสริมให้เปน็ โดยการมีส่วนรว่ มของ พลเมืองดี ครอบครัว สถานศึกษา 2. บทบาทของ และสถานประกอบการ สถานศกึ ษา ในการสง่ เสริมใหเ้ ป็น พลเมอื งดี 3. บทบาทของ สถานประกอบการ ในการส่งเสรมิ ให้เปน็ พลเมืองดี 4. นักเรียนกับการปฏิบัติ ตนเปน็ พลเมืองดี
ระสาคญั ตวั อยา่ ง ตวั อยา่ ง ตัวอยา่ ง กิจกรรมการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน ระหวา่ งการจดั กิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ คนมโี อกาสทาหนา้ ที่ เป็นพลเมืองดี 3. นักเรียนและครู ร่วมกันสรุปบทบาท หน้าทข่ี องครอบครวั สถานศกึ ษา สถานประกอบการ ในการสง่ เสริมให้ทกุ คนมีโอกาสทาหนา้ ที่ เปน็ พลเมืองดี 4. นักเรียนดวู ีดทิ ศั น์ เกีย่ วกบั การปฏิบัติตน เปน็ พลเมืองดี 5. นกั เรียนและครู ร่วมกันอภิปราย เกยี่ วกับพฤติกรรม การแสดงออกถึงการ เปน็ พลเมืองดีจาก กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจดั การศึกษา สพม.36 34
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ ผู้เรียนรู้อะไร/ สาร ทาอะไรได้ 3. เปน็ สมาชิกจิตอาสา กิจกรรมจิตอาสา เช่น เ ราทาความดีดว้ ยหัวใจ 1. งานอาสาสมคั ร 2. งานบาเพ็ญประโยชน์ 3. งานสาธารณกศุ ล ฯลฯ
ระสาคญั ตัวอยา่ ง ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชน้ิ งาน/ภาระงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน ระหว่างการจัดกจิ กรรม หนว่ ยการเรยี นรู้ การดูวดี ิทศั น์และ สรุปถงึ การเป็น พลเมอื งดเี ป็นหน้าท่ี ของทกุ คน 6. ครูมอบหมายงาน ใหน้ กั เรียนบนั ทึก ความดีเป็นรายบคุ คล ลงในแบบบันทึก ความดเี กย่ี วกบั การปฏิบัติตน เป็นพลเมืองดี โดยครู กาหนดประเดน็ หัวข้อ การบนั ทกึ พร้อมท้ัง อธิบายรายละเอยี ด และวิธีการบนั ทึก 7. นักเรียนแบ่งกลมุ่ ตาม ความเหมาะสม และ ใหส้ มาชกิ แต่ละคน กลมุ่ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สพม.36 35
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ ผ้เู รยี นรูอ้ ะไร/ สาร ทาอะไรได้
ระสาคัญ ตวั อยา่ ง ตัวอยา่ ง ตัวอย่าง กจิ กรรมการเรยี นรู้ ชน้ิ งาน/ภาระงาน ชน้ิ งาน/ภาระงาน ระหวา่ งการจดั กจิ กรรม หนว่ ยการเรียนรู้ ภายในกลมุ่ นาผล การบนั ทึกความดีของ ตนเองจนครบทุกคน และช่วยกันสรปุ ความ ดที ไี่ ด้ปฏบิ ตั ิเปน็ ภาพรวมของกลมุ่ ลงในแบบสรุปบนั ทกึ ความดเี กย่ี วกับ การปฏบิ ัติตนเป็น พลเมอื งดขี องกลุ่ม 8. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นาเสนอ สรุปความดที ีไ่ ด้ ปฏบิ ัตเิ ป็นภาพรวม ของกลมุ่ หน้าชัน้ เรียน และครู เสนอแนะเพม่ิ เตมิ 9. นักเรียนศกึ ษา ใบความรูท้ ่ี 1 เรื่อง กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 36
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ ผ้เู รยี นรูอ้ ะไร/ สาร ทาอะไรได้
ระสาคญั ตัวอย่าง ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง กจิ กรรมการเรียนรู้ ช้ินงาน/ภาระงาน ช้ินงาน/ภาระงาน ระหว่างการจดั กจิ กรรม หน่วยการเรียนรู้ กระบวนการเรยี นรู้ 5 ขน้ั ตอน(5 STEPs) 10.นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ตามความเหมาะสม และให้แต่ละกลมุ่ เลอื กปฏบิ ัตกิ จิ กรรม จิตอาสา เชน่ งานอาสาสมัคร งานบาเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศลมา 1 กิจกรรม โดยใช้ กระบวนการเรยี นรู้ 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs) 11.นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม นาเสนอกจิ กรรม จิตอาสาท่ีกลมุ่ สนใจ กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 37
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ ผ้เู รยี นรูอ้ ะไร/ สาร ทาอะไรได้
ระสาคญั ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง ตัวอยา่ ง กจิ กรรมการเรยี นรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน ชนิ้ งาน/ภาระงาน ระหว่างการจัดกจิ กรรม หนว่ ยการเรียนรู้ 12.นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันจดั ทา แผนปฏบิ ตั กิ ิจกรรม จติ อาสา 13.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ แผนปฏิบตั ิ กิจกรรมจิตอาสา ให้ครูตรวจสอบ ความถูกต้อง 14.นักเรยี นแต่ละกลุ่ม ปฏบิ ัติตาม แผนปฏบิ ัตกิ ิจกรรม จติ อาสาและบันทกึ ขอ้ มลู ลงในแบบ บันทึกความดี การปฏิบัตกิ ิจกรรม จติ อาสา กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพม.36 38
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ ผ้เู รยี นรูอ้ ะไร/ สาร ทาอะไรได้
ระสาคัญ ตวั อยา่ ง ตวั อยา่ ง ตวั อย่าง กิจกรรมการเรยี นรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน ชิน้ งาน/ภาระงาน ระหว่างการจัดกจิ กรรม หน่วยการเรียนรู้ 15.นกั เรียนแต่ละกลุ่ม นาเสนอความรูจ้ าก กิจกรรมจติ อาสา โดยการ ใชส้ ือ่ ICT ประกอบการ นาเสนอ 16.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายเพ่ือ แลกเปลีย่ น องค์ความรู้และครู เสนอแนะเพ่ิมเติม 17. นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม สรา้ งเครือข่ายแกน นาจติ อาสาเพื่อตอบ แทนสังคม 18. นกั เรยี นและครู รว่ มกัน สรุปการมี สว่ นรว่ มใน กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 39
ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ ผู้เรยี นรอู้ ะไร/ สาร ทาอะไรได้ *** การเป็นพลเมืองดี หมายถงึ “เห็นอะไรทีจ่ ะทาเพื่อบา้ นเมอื งไดก้ ต็ ้องทา” เชน่ และความเอื้ออาทร
ระสาคัญ ตัวอยา่ ง ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง กิจกรรมการเรียนรู้ ชิน้ งาน/ภาระงาน ชน้ิ งาน/ภาระงาน ระหวา่ งการจดั กิจกรรม หนว่ ยการเรียนรู้ กิจกรรมงาน อาสาสมคั ร งานบาเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศล ดว้ ย ความมีนา้ ใจและ ความเอ้ืออาทร น งานอาสาสมัคร งานบาเพญ็ ประโยชน์ งานสาธารณกศุ ล ให้ทาด้วยความมีน้าใน กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพม.36 40
-ตวั อยา่ ง- คาอธิบายรายวชิ า รหสั วิชา............................... รายวิชาทาดีตามรอยพ่อ สานต่อพระราชปณธิ าน ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี.......................... เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ศึกษาพระราชประวัติ พระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจ หลักการทรงงาน ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ี 9 พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลง กรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง ยึดม่ันในศาสนา มั่นคงใน สถาบันพระมหากษัตริย์ ความเอ้ืออาทรต่อครอบครัวและชุมชน แยกแยะส่ิงท่ี ผิด ชอบ ช่ัว ดี สร้าง คนดีให้แก่บ้านเมือง พื้นฐานทักษะที่จาเป็นสาหรับการทางาน หน้าที่ของการเป็นพลเมืองโดย ครอบครัว สถานศกึ ษา สถานประกอบการ โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ กระบวนการสบื คน้ ความรู้ การจดั กิจกรรม การจดบันทึก การอภิปราย การเรียนรู้แบบโครงงาน ปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการมีส่วนร่วม การแสดงความคิดเห็น การวางแผน ประเมินผล การใช้เทคโนโลยี พัฒนาให้เกิดทักษะองค์ความรู้ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ เพ่ือให้เป็นผู้มีมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝุ เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รักความเปน็ มีจิตสานกึ สาธารณะ คุณธรรม จริยธรรม ตระหนักและเห็นคุณค่า บาเพญ็ ประโยชน์ จิตอาสา เป็นพลเมอื งท่ีดีด้วยความมีน้าใจ ความเอ้ืออาทร ผลการเรียนรู้ 1. ศึกษาพระราชประวตั ิ พระราชจริยวัตร และพระราชกรณยี กิจ ของพระบาทสมเด็จบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2. ศกึ ษาและ วิเคราะห์ หลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ บรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร 3. นอ้ มนาหลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ บรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรบั ใช้ในชีวติ ประจาวันอย่างเหมาะสม 4. มีความร้คู วามเข้าใจต่อชาติบา้ นเมือง 5. ยดึ มนั่ ในศาสนา 6. มน่ั คงในสถาบนั พระมหากษัตริย์ 7. มคี วามเอือ้ อาทรตอ่ ครอบครวั และชุมชนของตน กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 41
8. รู้จกั แยกแยะสง่ิ ที่ ผดิ ชอบ ชัว่ ดี 9. ปฏิบัติสง่ิ ทช่ี อบที่ดีงาม 10. ปฏเิ สธสิ่งท่ผี ิด ส่งิ ที่ชัว่ 11. ชว่ ยกนั สร้างคนดีให้แก่บ้านเมอื ง 12. วเิ คราะหห์ ลกั การทางาน หลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศี รสี ินทร มหาวชริ าลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กติ ิสริ ิสมบูรณอดลุ ยเดช สยามนิ ทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพติ ร พระวชริ เกล้าเจา้ อยู่หัว รชั กาลที่ 10 13. ใช้ทกั ษะพ้ืนฐานและทักษะทจ่ี าเป็นสาหรับการทางานได้อย่างเหมาะสม 14. ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดี 15. ได้รับการสง่ เสริมเป็นพลเมืองดี โดยการมีสว่ นร่วมของครอบครัว สถานศกึ ษา และ สถานประกอบการ 16. เปน็ สมาชิกจิตอาสา เราทาความดดี ว้ ยหัวใจ รวม 16 ผลการเรียนรู้ กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 42
-ตัวอย่าง- โครงสรา้ งรายวิชา รหัสวิชา............. รายวชิ า ทาดีตามรอยพอ่ สานต่อพระราชปณธิ าน ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาท่.ี .......... เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ หนว่ ย ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั ท่ี การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน 1 ตามรอยบาท 1.ศึกษาพระราชประวตั ิ พระบาทสมเดจ็ 6 10 ศาสตรพ์ ระราชา พระราชจริยวตั ร และ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ 2 มที ัศนคติที่ ถูกต้อง พระราชกรณียกิจ ของ พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ ตอ่ บ้านเมือง พระบาทสมเด็จบรม บพติ ร ชนกาธิเบศร มหาภมู ิพล มพี ระราชประวัติ อดุลยเดชมหาราช พระราชจริยวตั ร บรมนาถบพิตร พระราชกรณียกจิ และหลกั การ 2.ศกึ ษาและ วิเคราะห์ ทรงงานตามรอยบาท ศาสตร์ หลกั การทรงงานของ พระราชา ซึ่งพสกนิกรชาวไทย พระบาทสมเด็จ สามารถนาไปปรับใช้ บรมชนกาธเิ บศร เพ่ือพัฒนาตนเอง มหาภมู ิพลอดุลยเดช ครอบครัว ชมุ ชน สังคม มหาราช และประเทศชาติ บรมนาถบพิตร อย่างยั่งยนื 3. นอ้ มนาหลักการ ทรงงานของ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใชใ้ น ชีวิตประจาวนั อยา่ งเหมาะสม 1. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ชาตบิ า้ นเมืองมีคุณค่าและ 8 20 ต่อชาตบิ ้านเมอื ง ความสาคัญ คนไทยทกุ คนพงึ 2. ยดึ มั่นในศาสนา มีทัศนคตทิ ี่ถูกต้องต่อบา้ นเมอื ง มสี ว่ นร่วมในการจัดกิจกรรม กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 43
หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั ที่ การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน 3 มีพื้นฐานชวี ิต 3. มัน่ คงในสถาบนั และสนบั สนุนใหผ้ ูอ้ ่ืนแสดง ท่ีม่ันคง พระมหากษัตรยิ ์ ถงึ ความรักชาติ ยดึ ม่นั ใน 4 มงี านทา มีอาชีพ 4. มีความเอ้อื อาทรต่อ ศาสนา มน่ั คงในสถาบัน ครอบครัวและชุมชน พระมหากษัตรยิ ์ พรอ้ มทงั้ ของตน มคี วามเออื้ อาทรต่อ ครอบครวั และชุมชน ของตนเอง 1. รู้จักแยกแยะสงิ่ ท่ี การมพี ้นื ฐานชีวติ 10 25 ผดิ – ชอบ / ชัว่ – ดี ทม่ี ่ันคงดว้ ยการร้จู ักแยกแยะ 2. ปฏิบตั ิแต่สง่ิ ทชี่ อบ สิง่ ที่ผิด-ชอบ/ ท่ีดีงาม ชวั่ -ดี ปฏิบตั แิ ตส่ ง่ิ ที่ชอบ 3. ปฏิเสธส่ิงที่ผิดสิ่งที่ชั่ว ทดี่ ีงามและปฏเิ สธส่ิงท่ผี ิดท่ี 4. ช่วยกนั สรา้ งคนดใี ห้แก่ ชั่ว ยอ่ มนาไปสู่ บา้ นเมอื ง การเป็นพลเมืองดีของ สงั คมและประเทศชาติ 1. วเิ คราะหห์ ลักการ การมงี านทา มีอาชีพทด่ี ี 6 15 ทางาน หลกั การ จะต้องไดร้ ับการฝกึ ฝน ทรงงานของ อบรม เรยี นรู้ หลักการ พระบาทสมเด็จ ทางาน กระบวนการทางาน พระปรเมนทร การใชท้ ักษะพ้นื ฐานทักษะที่ รามาธบิ ดีศรีสนิ ทร จาเปน็ สาหรบั การทางาน มหาวชริ าลงกรณ รวมถึงการน้อมนาหลกั การ มหิศรภมู ิพลราชวรางกูร ทรงงาน กติ สิ ิริสมบรู ณอดลุ ยเดช ของพระบาทสมเด็จ สยามินทราธิเบศรราช พระปรเมนทรรามาธบิ ดี วโรดม บรมนาถบพติ ร ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หวั มหิศรภมู ิพลราชวรางกรู รชั กาลท่ี 10 กิตสิ ิรสิ มบูรณอดลุ ยเดช 2. ใช้ทกั ษะพน้ื ฐานและ สยามินทราธเิ บศรราช ทกั ษะทจ่ี าเป็นสาหรบั วโรดม บรมนาถบพิตร การทางานได้อยา่ ง พระวชริ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว รชั กาลที่ 10 เหมาะสม กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพม.36 44
หน่วย ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก ท่ี การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน 5 ปฏิบตั ติ นเป็น มาประยุกตใ์ ช้ในการทางาน พลเมอื งดี มคี วามรักในงานท่ที าสู้งาน ไม่ย่อท้อ ทางานจนประสบ ความสาเร็จ เกิดความ ภาคภูมใิ จ สามารถเลีย้ ง ตนเองและครอบครวั ได้ 1. ปฏิบตั ิเปน็ พลเมืองดี การเปน็ พลเมืองดี ต้องเป็น 8 20 2. ได้รบั การสง่ เสรมิ เป็น ผู้มีนา้ ใจ มคี วามเออ้ื อาทร พลเมืองดี โดยการมี ตอ้ งทางาน อาสาสมคั ร ส่วนรว่ มของครอบครัว งานบาเพ็ญประโยชน์ สถานศึกษา และ งานสาธารณกุศล เหน็ อะไร สถานประกอบการ ทีจ่ ะทาเพ่ือบา้ นเมือง ได้ก็ 3. เป็นสมาชิกจิตอาสาเรา ตอ้ งทา การเป็นพลเมอื งดี ทาความดีด้วยหวั ใจ เปน็ หน้าทขี่ องทุกคน ครอบครวั สถานศึกษา และ สถานประกอบการ มีบทบาทสาคัญในการ ส่งเสรมิ ให้ทุกคนมีโอกาส ทาหนา้ ท่เี ปน็ พลเมืองดี รวมระหว่างภาค 38 90 ปลายภาค 2 10 รวม 40 100 ***หมายเหตุ โครงสร้างเวลาเรียนสถานศกึ ษาสามารถปรบั ใช้ได้ตามความเหมาะสม กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 45
รหสั วิชา............. -ตวั อยา่ ง- ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาท.่ี .......... โครงสร้างการวดั และประเมินผล รายวิชา ทาดตี ามรอยพอ่ สานต่อพระราชปณิธาน เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ชอ่ื หน่วย เวลา คะแนน คะแนน ชนิ้ งาน/ วิธกี ารวดั เครื่องมือ การเรียนรู้ (ชวั่ โมง) กลางภาค ปลายภาค ภาระงาน เกณฑ์ประเมนิ 1. ตามรอยบาท ตรวจ/ สมุดบนั ทกึ ศาสตร์พระราชา 6 10 4 สมดุ บันทึก ประเมิน การปฏิบัติ การปฏิบัติ สมุดบนั ทกึ กจิ กรรม 2. ทัศนคตทิ ถี่ ูกต้อง 8 กิจกรรม การปฏิบตั ิ ต่อบ้านเมอื ง ตามรอยบาท กิจกรรม เกณฑ์ประเมนิ 10 ศาสตร์ จัดปา้ ยนิเทศ 3. มีพน้ื ฐานชีวติ พระราชา ตรวจ/ ท่ีมั่นคง ประเมิน เกณฑ์ประเมิน 20 2 จัดปา้ ยนเิ ทศ ผลงานจัด ออกแบบ ความรเู้ กย่ี วกับ ปาู ยนเิ ทศ โครงการม, สถาบนั ชาติ กจิ กรรม ศาสนา ตรวจ/ ประเมนิ พระมหากษตั รยิ ์ ออกแบบ โครงการ, 25 2 1.แผนโครงการ กจิ กรรม ช่วยสรา้ งคนดี ใหแ้ ก่บา้ นเมือง 2.กิจกรรม รณรงค์ต่อต้าน สิ่งทผ่ี ดิ ส่งิ ที่ช่วั 4. มีงานทา มีอาชีพ 6 15 - แผนโครงการ ประเมนิ แผน เกณฑป์ ระเมนิ อาชพี ของ โครงการ แผนโครงการ ตนเองและ ครอบครัว 5. เปน็ พลเมืองดี 8 20 2 บันทึกความดี ตรวจ/ เกณฑป์ ระเมิน การปฏิบตั ิ ประเมนิ สมดุ บันทกึ กิจกรรมจิต สมุดบนั ทึก ความดี อาสา ความดี รวม 38 90 10 ***หมายเหตุ โครงสร้างเวลาเรียนสถานศึกษาสามารถปรับใชไ้ ดต้ ามความเหมาะสม กลมุ่ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 46
-ตัวอยา่ ง- หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ตามรอยบาท ศาสตร์พระราชา รหัสวชิ า........... รายวชิ า ทาดตี ามรอยพ่อ สานตอ่ พระราชปณิธาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่.ี ... กลุ่มสาระการเรียนรู้............ปกี ารศกึ ษา....... ภาคเรยี นที่........เวลา 8 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ .................................................................................................................................................................... 1. ผลการเรียนรู้ 1) ศึกษาพระราชประวตั ิ พระราชจรยิ วตั ร และพระราชกรณยี กิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2) ศกึ ษาวเิ คราะหห์ ลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร 3) น้อมนาหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งเหมาะสม 2. สาระสาคญั พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชประวัติ พระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจ และหลักการทรงงานตามรอยบาท ศาสตร์พระราชา ซึ่งพสกนิกรชาวไทย สามารถนาไปปรบั ใช้เพอ่ื พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม และประเทศชาติอย่างยั่งยนื 3. สาระการเรยี นรู้ 1) พระราชประวตั ิของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2) พระราชจริยวัตรของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 3) พระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 4) หลักการทรงงานตามรอยบาท ศาสตรพ์ ระราชา - ระเบดิ จากขา้ งใน - ความซอื่ สตั ยส์ ุจริตจรงิ ใจต่อกนั - แก้ปญั หาจากจดุ เล็ก - ทาตามลาดับขัน้ - ขาดทุนคือกาไร - การพงึ่ พาตนเอง - เศรษฐกจิ พอเพยี ง - ทางานอยา่ งมคี วามสขุ - ความเพียร - รูร้ ักสามัคคี - ฯลฯ กล่มุ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 47
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น 1) ความสามารถในการส่ือสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) อยู่อย่างพอเพยี ง 3) มงุ่ มัน่ ในการทางาน 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 6.1) ช้นิ งาน/ภาระงาน ระหวา่ งจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1.1 ผงั ความคิด เร่อื ง พระราชประวตั ิ พระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 1.2 ใบงาน เร่อื ง หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 1.3 ผงั ความคดิ เร่ือง หลักการทรงงานท่ีไดน้ ามาปรับใช้ในการพฒั นาตนเอง แผน ส่งิ ทจี่ ะประเมนิ วิธีการวัดและ เครอ่ื งมอื วัดผล เกณฑ์ ที่ ประเมนิ ผล การประเมิน 1 ผังความคดิ เรือ่ ง พระราชประวัติ ประเมินผงั ความคดิ แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์ พระราชจริยวตั ร พระราชกรณยี กิจ ผงั ความคิด ระดับ 2 ข้นึ ไป ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบ ศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2 2.1 ใบงาน เร่อื ง หลักการทรงงาน 1. ประเมินใบงาน 2.1 แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์ระดับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร ใบงาน 2 ขึน้ ไป มหาภมู พิ ล อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2.2 ผงั ความคิด เร่ือง หลกั การ 2.2 ประเมนิ 2.2 แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์ ทรงงานท่ีได้นามาปรับใช้ในการ ผงั ความคดิ ผงั ความคดิ ระดับ 2 ข้ึนไป พัฒนาตนเอง กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สพม.36 48
6.2) ชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด 2.1 สมดุ บนั ทึกการปฏบิ ตั ิกิจกรรม ตามรอยบาท ศาสตรพ์ ระราชา เกณฑก์ ารประเมิน 1. เกณฑ์การประเมนิ ผงั ความคดิ ระดับคะแนน ลกั ษณะของงาน 3 (ด)ี - เน้ือหาถูกต้องตรงประเด็น 2 (ผ่าน) - มคี วามคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ - สรุปใจความไดส้ าระครอบคลุมเน้อื หา 1 (ปรบั ปรงุ ) - ทางานได้ตามกาหนดเวลา - นาไปใช้ประโยชนไ์ ด้ - เนื้อหาถูกต้องตรงตามประเด็น - มีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ - สรุปใจความไดส้ าระ แต่ยังไม่ครอบคลุมเน้อื หา - ทางานได้ตามกาหนดเวลา - นาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ - เน้ือหาไมต่ รงประเดน็ - ไม่มีความคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ - สรุปใจความไดส้ าระ แตย่ งั ไม่ครอบคลุมเนือ้ หา - ทางานไม่ทนั ตามเวลาท่กี าหนด - ไมส่ ามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 49
2. เกณฑ์การประเมิน ใบงาน ระดับคะแนน ลกั ษณะของงาน 3 (ดี) - เน้ือหาถูกตอ้ งตรงประเด็น 2 (ผ่าน) - ภาษาทใ่ี ช้ถกู ตอ้ งตามหลักไวยากรณ์ - สรปุ ใจความได้สาระ ครอบคลุมเนือ้ หา 1 (ปรบั ปรุง) - ทางานได้ตามกาหนดเวลา - นาไปใชป้ ระโยชน์ได้ - เนือ้ หาถูกต้องตรงตามประเด็น - ภาษาท่ใี ช้ทาให้ผู้อ่านเกิดความสับสน - สรปุ ใจความไดส้ าระ แต่ยังไม่ครอบคลุมเน้ือหา - ทางานได้ตามกาหนดเวลา - นาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ - เนอื้ หาไม่ตรงประเดน็ - ภาษาที่ใช้ทาให้ผู้อ่านเกิดความสบั สน - ไมส่ ามารถสรุปใจความได้ - ทางานไมท่ นั ตามเวลาทกี่ าหนด - ไม่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ 3. เกณฑก์ ารประเมนิ สมดุ บันทึกการปฏิบตั ิกจิ กรรม ตามรอยบาท ศาสตร์พระราชา ระดบั คะแนน ลกั ษณะของงาน 3 (ดี) - บนั ทกึ ไดต้ รงประเดน็ ที่กาหนด 2 (ผ่าน) - ภาษาทีใ่ ช้ถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์ - มีรปู ภาพประกอบกจิ กรรมครบถว้ น 1 (ปรับปรงุ ) - นาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้ตามความเปน็ จรงิ - บันทึกไดต้ รงประเด็นท่ีกาหนด - ภาษาที่ใชท้ าให้ผู้อา่ นเกิดความสับสน - มรี ปู ภาพประกอบกจิ กรรม - นาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ตามความเป็นจริง - บนั ทกึ ไดไ้ ม่ตรงประเด็น - ภาษาทใ่ี ชท้ าใหผ้ ู้อ่านเกิดความสับสน - ไมม่ ีรูปภาพประกอบกจิ กรรม - ไมส่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวันได้ กลุม่ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษา สพม.36 50
8. กิจกรรมการเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมใช้วธิ กี ารสอน แบบสบื เสาะหาความรู้ (๕Es Cycle Model) แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 1 (ชว่ั โมงท่ี 1 - 2) ขนั้ สรา้ งความสนใจ (engagement) 1. นักเรียนรับชมวีดีทัศน์/รูปภาพเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมสนทนาในประเด็นท่เี ก่ยี วขอ้ ง ขั้นสารวจและค้นหา (exploration) 2. แบง่ กลุ่มนักเรียนเพ่ือสบื คน้ ข้อมูล ตามหัวข้อท่ีกาหนด ดงั นี้ 1) พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร 2) พระราชจริยวตั รของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร 3) พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร ข้ันอธบิ ายและลงสรุป (explanation) 3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั จัดทาผังความคิดตามประเด็นที่ได้รับมอบหมาย 4. นกั เรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอองค์ความรใู้ นรปู แบบผังความคิดตามหวั ขอ้ ท่ีได้รับมอบหมาย พร้อม ร่วมกันสรุปความรูท้ ี่ได้และประเมนิ ผลการดาเนนิ กจิ กรรม แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 (ช่ัวโมงท่ี 3 - 6) 1. นักเรียนรบั ชมบทเพลง “ตามรอยพระราชา” จากส่ือ youtube พรอ้ มสนทนาในประเด็นที่ เกีย่ วขอ้ ง 2. นกั เรียนศกึ ษา ใบความรู้ เรือ่ ง หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 3. นกั เรยี นปฏบิ ัตกิ จิ กรรมใบงาน เร่อื ง หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมือ่ ดาเนินการเสร็จส้นิ ใหน้ กั เรยี นซักถามตาม ประเด็นทต่ี นเองสงสัย ขัน้ ขยายความรู้ (elaboration) 4. นักเรยี นวิเคราะห์การปฏบิ ตั ิตนในชวี ิตประจาวนั ท่สี อดคล้องกับหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ที่ได้นามาปรบั ใชใ้ นการพัฒนา ตนเอง โดยนาเสนอในรปู แบบผงั ความคดิ กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 51
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 (ชั่วโมงที่ 7 - 8) ๕. นกั เรียนน้อมนาหลกั การทรงงานไปปฏบิ ตั ิเพ่ือพัฒนาตนเอง โรงเรียน และชมุ ชน โดยบนั ทกึ ลงใน สมุดบนั ทึกการปฏบิ ัติกจิ กรรม ตามรอยบาท ศาสตร์พระราชา ข้นั ประเมนิ (evaluation) ๖. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั คัดเลือกสมดุ บันทึกการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามรอยบาท ศาสตร์พระราชาท่ี ครบถ้วนตามเกณฑ์ท่กี าหนดไว้ เพอื่ ยกย่องชมเชย 9. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 1) สอ่ื การเรยี นรู้ 1.1) วดี ที ัศน์/รปู ภาพเก่ียวกับพระราชประวตั ิของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 1.2) บทเพลง “ตามรอยพระราชา” จากสือ่ youtube 1.3) ใบความรู้ เรอื่ ง หลักการทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จาก http://www.ar.or.th/ImageData/ Magazine/10046/DL_10347.pdf?t=636732383126329489 1.4) ใบงาน เรือ่ ง หลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2.) แหลง่ การเรยี นรู้ 2.1 หอ้ งสมดุ 2.2 หอ้ งสืบค้นข้อมลู ผา่ นเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษา สพม.36 52
ใบความรู้ เร่อื ง หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 2. วิเคราะห์การปฏบิ ตั ติ นของนกั เรียนทสี่ อดคล้องกบั หลกั การทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร หลักการทรงงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่นอกจากจะ ทรงดว้ ยทศพิธราชธรรมแล้ว ยังทรงเปน็ พระราชา ที่เป็นแบบอย่างในการดาเนินชีวิต และการทางาน แก่พสก นิกรของพระองค์และนานาประเทศอีกด้วย ผู้คนต่างประจักษ์ถึง พระอัจฉริยภาพของพระองค์ และมีความ สานกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ซ่ึงแนวคิดหรือหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความน่าสนใจ ที่สมควรนามาประยุกต์ใช้กับชีวิตการทางานเป็นอย่างยิ่ง หากท่านใดต้องการปฏิบัติตามรอย เบ้อื งพระยคุ ลบาท ท่านสามารถนาหลกั การทรงงานของพระองค์ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ดังนี้ 1. จะทาอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ ทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบจากข้อมูล เบื้องต้น ทั้งเอกสาร แผนท่ี สอบถามจากเจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพ้ืนที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพอื่ นาขอ้ มูลเหลา่ นัน้ ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ริงอยา่ งถกู ต้อง รวดเร็ว และตรงตามเปูาหมาย 2. ระเบิดจากภายใน จะทาการใดๆ ต้องเร่ิมจากคนที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ต้องสร้างความเข้มแข็งจาก ภายในให้เกิดความเข้าใจและอยากทา ไม่ใช่การส่ังให้ทา คนไม่เข้าใจก็อาจจะไม่ทาก็เป็นได้ ในการทางานนั้น อาจจะต้องคุยหรือประชุมกบั ลกู นอ้ ง เพอ่ื นร่วมงาน หรือคนในทีมเสยี กอ่ น เพ่อื ให้ทราบถึงเปูาหมายและวิธีการ ต่อไป 3. แก้ปัญหาจากจุดเล็ก ควรมองปัญหาภาพรวมก่อนเสมอ แต่เม่ือจะลงมือแก้ปัญหานั้น ควรมองใน ส่ิงที่คนมักจะมองข้าม แล้วเร่ิมแก้ปัญหาจากจุดเล็ก ๆ เสียก่อน เมื่อสาเร็จแล้วจึงค่อยๆ ขยับขยายแก้ไปเร่ือย ๆ ทลี ะจุดเราสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับการทางานได้ โดยมองไปท่ีเปูาหมายใหญ่ของงานแต่ละช้ิน แล้วเริ่ม ลงมอื ทาจาก จดุ เล็กๆ ก่อน ค่อยๆ ทาค่อยๆ แก้ไปทีละจุด งานแต่ละชิ้นก็จะสาเร็จไปได้ตามเปูาหมายท่ีวางไว้ “ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก ก็ต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน มันไม่ได้แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปัญหาท่ีทาให้เรา ปวดหัวใหไ้ ด้เสียก่อน เพ่อื จะให้อยู่ในสภาพทด่ี ีได้…” 4. ทาตามลาดับข้ัน เริ่มต้นจากการลงมือทาในสิ่งท่ีจาเป็นก่อน เมื่อสาเร็จแล้วก็เริ่มลงมือส่ิงที่จาเป็น ลาดับต่อไป ดว้ ยความรอบคอบ และระมัดระวงั ถา้ ทาตามหลักนไ้ี ด้ งานทกุ ส่ิงก็จะสาเร็จได้ โดยง่าย… ในหลวง รัชกาลท่ี 9 ทรงเร่ิมต้นจากส่ิงท่ีจาเป็นท่ีสุดของประชาชนเสียก่อน ได้แก่ สุขภาพสาธารณสุข จากน้ันจึงเป็น เร่ืองสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน และสิ่งจาเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้าเพื่อการเกษตร การ อุปโภคบรโิ ภค เนน้ การ ปรับใช้ภมู ิปัญญาท้องถ่ินท่รี าษฎรสามารถนาไปปฏิบัติได้ และเกิดประโยชน์ สูงสุด “การพัฒนาประเทศจาเป็นต้องทาตามลาดับข้ัน ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของ ประชาชนสว่ นใหญเ่ ป็นเบื้องตน้ กอ่ นใชว้ ธิ ีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เม่ือได้พ้ืนฐานที่ มั่นคงพร้อมพอสมควร สามารถปฏิบัติได้แล้วจึงค่อย สร้างเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจข้ันท่ี สงู ข้ึนโดยลาดับต่อไป…” พระบรมราโชวาทของในหลวง รชั กาลท่ี 9 เม่ือวันท่ี 18 กรกฎาคม 2517 กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพม.36 53
5. ภูมิสงั คม ภมู ิศาสตร์ สงั คมศาสตร์ การพฒั นาใดๆ ตอ้ งคานงึ ถึงสภาพภูมปิ ระเทศของบริเวณน้ันว่า เป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเก่ียวกับลักษณะนิสัยใจคอคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นท่ีมี ความแตกตา่ งกัน “การพฒั นาจะต้องเป็นไปตามภูมปิ ระเทศทางภูมศิ าสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ ใน สังคมวิทยา คือ นิสัยใจคอของคนเรา จะไปบังคับให้คนอ่ืนคิดอย่างอ่ืนไม่ได้ เราต้องแนะนาเข้าไปดูว่าเขา ต้องการอะไรจริง ๆ แลว้ กอ็ ธิบายใหเ้ ขาเขา้ ใจหลักการของการพัฒนานี้กจ็ ะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง” 6. ทางานแบบองค์รวม ใช้วิธีคิดเพ่ือการทางานโดยวิธีคิดอย่างองค์รวม คือ การมองสิ่งต่างๆ ท่ีเกิด อยา่ งเปน็ ระบบครบวงจร ทุกสิ่งทุกอย่างมีมติ เิ ชื่อมตอ่ กัน มองสิง่ ท่เี กิดขน้ึ และแนวทางแกไ้ ขอยา่ งเชื่อมโยง 7. ไม่ติดตารา เม่ือเราจะทาการใดนั้นควรทางานอย่างยืดหยุ่นกับ สภาพและสถานการณ์น้ัน ๆ ไม่ใช่ การยึดติดอยู่กับแค่ในตาราวิชาการ เพราะบางที่ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดติดทฤษฎีมาก จนเกินไป จนทาอะไรไม่ได้เลย ส่ิงท่ีเราทาบางคร้ังต้องโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม สังคม และ จิตวทิ ยาด้วย 8. รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ในการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงใช้หลักในการแก้ปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทาได้เอง หาได้ในท้องถ่ินและ ประยุกต์ใช้ส่ิงที่มีอยู่ในภูมิภาคน้ันมาแก้ไข ปรับปรุง โดยไม่ต้องลงทุนสูง หรือใช้เทคโนโลยีท่ียุ่งยากมากนัก ดัง พระราชดารัสตอนหน่ึงว่า “…ให้ปลูกปุาโดยไม่ต้องปลูกโดยปล่อยให้ข้ึนเองตาม ธรรมชาติจะได้ประหยัด งบประมาณ…” 9. ทาใหง้ า่ ย ทรงคดิ ค้น ดัดแปลง ปรบั ปรุงและแก้ไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดาริไป ไดโ้ ดยง่าย ไม่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ นและทส่ี าคัญอย่างยง่ิ คือ สอดคลอ้ งกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและระบบ นิเวศโดยรวม “ทาใหง้ ่าย” 10. การมีสว่ นร่วม ทรงเปน็ นกั ประชาธปิ ไตย ทรงเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าท่ีทุก ระดับได้มาร่วมแสดงความคิดเห็น “สาคัญท่ีสุดจะต้องหัดทาใจให้กว้างขวาง หนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระท่ังความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อ่ืนอย่างฉลาดน้ัน แท้จริงคือ การระดมสติปัญญาละประสบการณ์อัน หลากหลายมาอานวยการปฏิบตั ิ บรหิ ารงานใหป้ ระสบผลสาเรจ็ ท่สี มบรู ณ์น่นั เอง” 11. ต้องยดึ ประโยชน์สว่ นรวม ในหลวงรชั กาลที่ 9 ทรงระลึกถึงประโยชนข์ องส่วนรวมเป็นสาคัญ ดัง พระราชดารัสตอนหน่ึงว่า “…ใครต่อใคร บอกว่า ขอให้เสียสละส่วนตัวเพ่ือส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบ่ือ อาจราคาญ ดว้ ยซ้าว่าใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่าให้ ๆ อยู่เรื่อยแล้ว ส่วนตัวจะ ได้อะไร ขอให้คิดว่าคนท่ีให้เป็นเพ่ือส่วนรวมนั้น มิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพ่ือตัวเองสามารถที่ จะมสี ่วนร่วมทจี่ ะอาศัยได้…” 12. บรกิ ารท่ีจดุ เดียว ทรงมีพระราชดาริมากว่า 20 ปีแลว้ ให้บริหารศูนย์ศึกษาการพัฒนาหลายแห่ง ทั่วประเทศโดยใช้หลักการ “การบริการรวมท่ีจุดเดียว : One Stop Service” โดยทรงเน้นเร่ืองรู้รักสามัคคี และการรว่ มมือรว่ มแรงรว่ มใจกันดว้ ยการปรับลดช่องว่างระหวา่ งหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วข้อง 13. ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 9 ทรงเข้าใจถึงธรรมชาติ และต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับทรัพยากรธรรมชาติ ทรงมองปัญหาธรรมชาติอย่างละเอียด โดยหากเรา ต้องการแกไ้ ขธรรมชาตจิ ะตอ้ งใชธ้ รรมชาติเขา้ ช่วยเหลอื เราดว้ ย กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพม.36 54
14. ใช้อธรรมปราบอธรรม ทรงนาความจริงในเรื่องธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็น หลักการแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา และปรับปรุงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่ปกติ เช่น การบาบัดน้า เนา่ เสียโดยใหผ้ ักตบชวา ซงึ่ มีตามธรรมชาตใิ หด้ ดู ซมึ สิ่งสกปรกปนเป้ือนในน้า 15. ปลูกปา่ ในใจคน การจะทาการใดสาเรจ็ ต้องปลกู จิตสานกึ ของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า เห็น ประโยชน์กับสิ่งที่จะทา…. “เจ้าหน้าที่ปุาไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อนแล้ว คนเหล่าน้ันก็จะพากัน ปลกู ต้นไม้ลงบนแผน่ ดนิ และจะรกั ษา ต้นไมด้ ้วยตนเอง” 16. ขาดทุนคอื กาไร หลักการในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 9 ท่ีมีต่อพสกนิกรไทย “การ ให้” และ “การเสยี สละ” เป็นการกระทาอนั มผี ลเปน็ กาไร คอื ความอยู่ดีมสี ขุ ของราษฎร 17. การพึ่งพาตนเอง การพัฒนาตามแนวพระราชดาริ เพื่อการแก้ไขปัญหาในเบ้ืองต้นด้วยการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้มีความแข็งแรงพอท่ีจะดารงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อมาก็คือ การพัฒนาให้ประชาชน สามารถอย่ใู นสังคมได้ตามสภาพแวดล้อม และสามารถพงึ่ ตนเองได้ในทีส่ ดุ 18. พออย่พู อกิน ให้ประชาชนสามารถอยอู่ ยา่ ง “พออยพู่ อกิน” ให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยขยับขยาย ใหม้ ี ขีดสมรรถนะทีก่ ้าวหนา้ ตอ่ ไป 19. เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาท่ีในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดารัสช้ีแนะแนวทาง การดาเนินชีวิต ให้ดาเนินไปบน “ทางสายกลาง” เพ่ือให้รอดพ้นและสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและย่ังยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซ่ึงปรัชญาน้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งระดับบุคคล องค์กร และชมุ ชน 20. ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน ผู้ท่ีมีความสุจริตและบริสุทธ์ิใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทา ประโยชน์ให้แกส่ ่วนรวมไดม้ ากกวา่ ผู้ทีม่ คี วามรูม้ าก แต่ไมม่ ีความสจุ รติ ไมม่ คี วามบริสุทธ์ใิ จ 21. ทางานอย่างมีความสุข ทางานต้องมีความสุขด้วย ถ้าเราทาอย่างไม่มีความสุขเราจะแพ้ แต่ถ้า เรามคี วามสขุ เราจะชนะ สนกุ กับการทางานเพียงเทา่ นั้น ถือว่าเราชนะแล้ว หรือจะทางานโดยคานึงถึงความสุข ที่เกิดจากการได้ทาประโยชน์ให้กับผู้อื่นก็สามารถทาได้ “…ทางานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมี ความสขุ รว่ มกัน ในการทาประโยชน์ใหก้ ับผอู้ ื่น…” 22. ความเพียร การเริ่มต้นทางานหรือทาสิ่งใดน้ันอาจจะไม่ได้มีความพร้อม ต้องอาศัยความอดทน และความมุ่งม่ัน ดังเช่น พระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” กษัตริย์ผู้เพียรพยายามแม้จะไม่เห็นฝั่งก็จะว่ายน้า ต่อไป เพราะถา้ ไมเ่ พยี รว่ายกจ็ ะตกเปน็ อาหารปู ปลา และไม่ได้พบกบั เทวดาทีช่ ่วยเหลอื มใิ หจ้ มน้า 23. รู้ รัก สามัคคี รู้ คือ รู้ปัญหาและรู้วิธีแก้ปัญหาน้ัน รัก คือ เมื่อเรารู้ถึงปัญหาและวิธีแก้แล้ว เรา ต้องมีความรักท่ีจะลงมือทา ลงมือแก้ไขปัญหานั้น สามัคคี คือ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่สามารถลงมือทาคน เดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมอื ร่วมใจกนั ที่มา : บทความ 9 ตามรอยบาท ศาสตรพ์ ระราชา ของ พลเอก เดชา ปุญญบาล http://www.ar.or.th/ImageData/Magazine/10046/DL_10347.pdf?t=636732383126329489 กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 55
ใบงาน เรือ่ ง หลกั การทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นศึกษาหลกั การทรงงานจากใบความรู้ และอธบิ ายข้อความท่ีกาหนดให้ 1. ระเบิดจากขา้ งใน …………………………………………………… 2. แก้ปญั หาจากจุดเล็ก …………………………………………………… 3. ทาตามลาดบั ขน้ั …………………………………………………… 4. ขาดทุนคือกาไร …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………………………………………… …………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… 5. การพง่ึ พาตนเอง ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… กลมุ่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สพม.36 56
6. เศรษฐกจิ พอเพยี ง ……………………………………………………… ……………………………………………………… 7. ความซ่ือสตั ยส์ จุ ริต ……………………………………………………… จรงิ ใจตอ่ กัน ……………………………………………………… ……………………………………………………… 8. ทางานอย่างมคี วามสุข ……………………………………………………… …… 9. ความเพยี ร ……………………………………………………… 10. รรู้ ักสามัคคี ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… ……………………………………………………… …… กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจดั การศกึ ษา สพม.36 57
-ตัวอย่าง- -หน้า 1 - สมดุ บันทกึ การปฏิบัติกิจกรรม ตามรอยบาท ศาสตรพ์ ระราชา ของ ด.ช./ด.ญ............................................................. ช้ัน...................../.................. รายวิชา.......................................................................... กลมุ่ สาระการเรยี นรู้.............................................................................. โรงเรียน........................................................................................... สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 36 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศกึ ษา สพม.36 58
-ตัวอย่าง- - หนา้ 2 - ในการพัฒนาประเทศน้ัน จาเป็นต้องทาตามลาดับข้ัน เร่ิมด้วย การสร้างพ้ืนฐาน คือ ความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน ด้วยวิธีการ ประหยัด ระมดั ระวงั แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เม่ือพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคง พอควรแล้ว การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพ และต้ังตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอ่ืนเป็นพื้นฐานนั้น เป็นส่ิงสาคัญ อย่างย่ิงยวด เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอท่ีจะพ่ึงตนเอง ย่อม สามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับท่ีสูงข้ึนต่อไปได้โดยแน่นอน ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นไปตามลาดับ ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพ่ือปูองกันความ ผิดพลาดล้มเหลง (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปรญิ ญาบัตรของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ : 19 กรกฎาคม 2517) กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 59
วัน/เดือน/ปี -ตัวอย่าง- - หนา้ 3-4 - ตารางการปฏิบตั ิกิจกรรม ตามรอยบาท ศาสตรพ์ ระราชา กิจกรรมที่ปฏบิ ัติ สถานที่ หลักการทรงงานท่นี ามาปรับใช้ กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 60
-ตวั อยา่ ง- - หนา้ 5-7 – รปู ภาพประกอบกจิ กรรม ตามรอยบาท ศาสตร์พระราชา พฒั นาตนเอง พฒั นาโรงเรียน พฒั นาชมุ ชน 1. กิจกรรม........................................................................................................................... 2. สถานท่ปี ฏิบตั ิกิจกรรม..................................................................................................... 3. หลักการทรงงานทนี่ ามาปรับใช้ 3.1 ............................................................................................................................. ... 3.2 ................................................................................................................................ 3.3 ............................................................................................................................. ... 4. ประโยชนท์ ่ีได้รบั 4.1 ............................................................................................................................. ... 4.2 ............................................................................................................................. ... กลุม่ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 61
-ตวั อย่าง- หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรื่อง ทัศนคตทิ ถี่ กู ต้องต่อบ้านเมือง รหัสวชิ า........... รายวิชา ทาดีตามรอยพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน ชน้ั มัธยมศึกษาปีท.่ี ... กลุ่มสาระการเรยี นรู้............ปกี ารศึกษา....... ภาคเรียนท.ี่ .......เวลา 8 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต .................................................................................................................................................................... 1.ผลการเรียนรู้ 1.) มีความรู้ ความเขา้ ใจตอ่ ชาติบ้านเมอื ง 2.) ยึดม่นั ในศาสนา 3.) มนั่ คงในสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ 4.) มีความเอื้ออาทรต่อครอบครวั และชุมชนของตน 2.สาระสาคญั ชาตบิ ้านเมืองมีคุณคา่ และความสาคัญ คนไทยทุกคนพึงมีทัศนคตทิ ี่ถกู ต้องต่อบ้านเมือง มสี ว่ นร่วมใน การจัดกจิ กรรมและสนบั สนนุ ใหผ้ อู้ ืน่ แสดงถึงความรักชาติ ยึดมัน่ ในศาสนา มน่ั คงในสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ พร้อมทัง้ มีความเออื้ อาทรต่อครอบครัวและชมุ ชนของตนเอง 3.สาระการเรียนรู้ 1.) ความสาคัญและกิจกรรมสาคญั เกยี่ วกับสถาบันชาติ 2.) หลักธรรมของศาสนาท่ตี นนบั ถอื 3.) คุณธรรมการอยู่ร่วมกันอยา่ งสงบสขุ 4.) กิจกรรมเกีย่ วกับประเพณีและวันสาคญั ของไทย 5.) ความสาคญั ของสถาบนั พระมหากษตั ริย์ 6.) การปฏบิ ตั ิตนทแ่ี สดงออกถงึ ความจงรักภกั ดตี ่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ 7.) ความเอ้อื อาทรตอ่ ครอบครัวและชมุ ชนของตน 8.) โครงการจิตอาสา “เราทาดี ด้วยหัวใจ” 4.สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 62
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2. ซอื่ สตั ย์ สุจริต 3. มีวนิ ยั ความรบั ผดิ ชอบ 4. ใฝุเรียนรู้ 5. อยู่อยา่ งพอเพียง 6. ม่งุ ม่นั ในการทางาน 7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มีจติ สาธารณะ มีความเอื้ออาทร 6. ชิ้นงาน/ภาระงาน 1) ชน้ิ งาน/ภาระงาน ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.1 การนาเสนอผลงาน 1.2 บันทึกผลการเข้าร่วมกิจกรรมสาคัญเก่ยี วกับสถาบนั ชาติ 1.3 รายงานผลการเข้าร่วมกิจกรรมตามศาสนาที่ตนนบั ถอื 1.4 บันทกึ ผลการเขา้ ร่วมกจิ กรรมสาคญั เกย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย์ 1.5 ผงั ความคิด เรื่อง ความเอ้อื อาทร 1.6 บนั ทกึ กจิ กรรมจิตอาสา “เราทาความดี ดว้ ยหัวใจ” 2) ชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด จัดปูายนเิ ทศความรู้เก่ียวกบั สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และความเอ้ืออาทรต่อ ครอบครวั และชมุ ชน 7. การวัดผลและประเมินผล วธิ ีการวดั เครื่องมือวัดผล เกณฑ์ และประเมินผล การประเมิน แผน สงิ่ ทจ่ี ะประเมิน 1. ประเมิน 1.แบบประเมนิ การ ระดบั คุณภาพ 2 ท่ี นาเสนอผลงาน การนาเสนอผลงาน 2.แบบประเมนิ การ (พอใช)้ ผ่านเกณฑ์ 1 ความรู้ความเข้าใจต่อ เขา้ รว่ มกจิ กรรม ชาติบ้านเมอื ง 2. ประเมินการเขา้ ร่วม สาคญั เกย่ี วกับ สถาบันชาติ กจิ กรรมสาคัญเก่ียวกบั สถาบันชาติ 3. ประเมินผลท่ีได้จาก การเข้ารว่ มกิจกรรม สาคญั ของสถาบันชาติ กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สพม.36 63
แผน สิ่งที่จะประเมิน วธิ กี ารวัด เครอื่ งมอื วดั ผล เกณฑ์ ท่ี และประเมนิ ผล การประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 2 ยดึ มั่นในศาสนา 1. ประเมนิ การนาเสนอ .แบบประเมินการ (พอใช)้ ผ่านเกณฑ์ ผลงาน นาเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 (พอใช้) ผา่ นเกณฑ์ 2. ประเมนิ การเข้าร่วม 2.แบบประเมนิ การ ระดบั คุณภาพ 2 กิจกรรมสาคัญของศาสนา เขา้ ร่วมกจิ กรรม (พอใช้) ผ่านเกณฑ์ สาคญั ของศาสนาที่ ท่ีตนนับถือ ตนนบั ถอื 3. ประเมินผลที่ได้จากการ เข้ารว่ มกิจกรรมสาคญั ของ ศาสนาทต่ี นนบั ถือ 3 มนั่ คงในสถาบัน 1. ประเมนิ การนาเสนอ 1.แบบประเมนิ พระมหากษัตริย์ ผลงาน การนาเสนอผลงาน 2. ประเมนิ การเข้าร่วม 2.แบบประเมิน กิจกรรมสาคัญของสถาบัน การเขา้ ร่วมกิจกรรม พระมหากษัตรยิ ์ สาคัญเกยี่ วกับ 3. ประเมนิ ผลที่ไดจ้ าก สถาบัน การเข้ารว่ มกิจกรรมสาคัญ พระมหากษัตรยิ ์ ของสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ 4 มคี วามเออื้ อาทรต่อ 1.ประเมินผงั ความคิด 1.แบบประเมนิ ครอบครัวและชุมชน เร่ือง ความเอื้ออาทร ผังความคิด ของตน 2.ประเมินกจิ กรรมจิต 2.แบบประเมิน อาสา “เราทาความดี กิจกรรมจติ อาสา ด้วยหัวใจ” “เราทาความดี ด้วย 3. ประเมนิ ปาู ยนเิ ทศ หวั ใจ” ความรูเ้ ก่ียวกับสถาบนั ชาติ 3. แบบประเมิน ศาสนา พระมหากษตั ริย์ การจดั ปูายนิเทศ และความเอ้ืออาทรต่อ ครอบครัวและชมุ ชน กล่มุ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สพม.36 64
แบบประเมนิ การเข้ารว่ มกจิ กรรมสาคญั เก่ยี วกบั สถาบนั ชาติ รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) การเข้าร่วมกจิ กรรม เขา้ รว่ มกิจกรรม เข้ารว่ มกิจกรรม เขา้ รว่ มกิจกรรม เขา้ ร่วมกิจกรรม สาคญั เก่ียวกบั สาคัญเกย่ี วกับ สาคัญเกีย่ วกับ สาคญั เก่ียวกบั สาคญั เกย่ี วกบั สถาบันชาตแิ ละ สถาบันชาตแิ ละ สถาบนั ชาติและ สถาบนั ชาตแิ ละ สถาบันชาติ ปฏิบัตติ นใน ปฏบิ ัติตนในการ ปฏิบตั ิตนใน ปฏบิ ตั ติ นใน การแสดงออกถึง แสดงออกถึง การแสดงออกถงึ การแสดงออกถึง ความรักชาติ โดย ความรักชาติ โดย ความรกั ชาติ โดย ความรักชาติ โดย แสดงความเคารพ แสดงความเคารพ แสดงความเคารพ แสดงความเคารพ ธงชาติ รอ้ งเพลงชาติ ธงชาติ รอ้ งเพลงชาติ ธงชาติ ร้องเพลงชาติ ธงชาติ รอ้ งเพลงชาติ และปฏิบตั ิตน และปฏบิ ตั ติ น และปฏบิ ตั ิตนอย่าง และปฏิบัติตนอย่าง อยา่ งเหมาะสมต่อ อยา่ งเหมาะสมต่อ เหมาะสมต่อสถาบนั เหมาะสมต่อสถาบัน สถาบันชาติและวัน สถาบันชาตแิ ละ ชาติและ ชาตแิ ละวนั สาคัญ สาคญั ของชาตไิ ด้ วันสาคญั ของชาติได้ วนั สาคัญของชาติได้ ของชาติ อย่างถูกต้อง อย่างถูกต้อง อย่างถูกต้อง เพยี งอย่างใด เหมาะสม สมา่ เสมอ เหมาะสม บ่อยคร้ัง เหมาะสม บางคร้งั อยา่ งหนงึ่ ได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม น้อยครั้ง คะแนนตดั สนิ ระดบั คุณภาพ คะแนน คุณภาพ 4 ดีมาก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ควรปรบั ปรุง กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 65
แบบประเมินการเขา้ ร่วมกจิ กรรมสาคญั ของศาสนาทตี่ นนับถอื รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) การเข้ารว่ มกจิ กรรม เขา้ ร่วมกิจกรรม เขา้ ร่วมกจิ กรรม เขา้ รว่ มกจิ กรรม เข้ารว่ มกจิ กรรม สาคัญของศาสนา สาคญั ของศาสนาที่ สาคัญของศาสนา สาคญั ของศาสนา สาคัญของศาสนา ตนนับถอื และ ท่ตี นนบั ถือ และ ทต่ี นนบั ถือ และ ทีต่ นนบั ถือ และ ท่ีตนนับถือ ปฏิบัตติ นในการ ปฏิบตั ิตนใน ปฏบิ ัตติ นใน ปฏิบัตติ นใน แสดงออกถึงการ การแสดงออกถึง การแสดงออกถึง การแสดงออกถึง ยึดมั่นในศาสนาโดย การยึดม่ันในศาสนา การยดึ มัน่ ในศาสนา การยึดมั่นในศาสนา เข้าร่วมกจิ กรรม โดยเข้ารว่ ม โดยเข้ารว่ ม โดยเข้าร่วม และปฏบิ ัติตน กจิ กรรม และ กิจกรรม และ กจิ กรรม และ ตามหลกั ศาสนาท่ี ปฏิบัตติ นตามหลัก ปฏิบัตติ นตามหลัก ปฏิบตั ติ นตามหลัก ตนนับถือไดถ้ ูกต้อง ศาสนาท่ีตนนับถือ ศาสนาท่ตี นนบั ถือ ศาสนาทีต่ นนบั ถือ อยา่ งสม่าเสมอ ได้ถูกตอ้ งอย่าง ได้ถูกต้องเป็น ไดอ้ ย่างใด บ่อยครง้ั บางครง้ั อย่างหนงึ่ ได้ถูกตอ้ ง เปน็ บางครง้ั คะแนนตัดสินระดับคุณภาพ คะแนน คุณภาพ 4 ดมี าก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ควรปรบั ปรงุ กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 66
แบบประเมินการเขา้ ร่วมกิจกรรมสาคญั เกีย่ วกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) การเข้าร่วมกจิ กรรม เขา้ ร่วมกจิ กรรม เขา้ ร่วมกิจกรรม เขา้ ร่วมกิจกรรม เข้าร่วมกจิ กรรม สาคญั เกีย่ วกับ สาคัญเกี่ยวกบั สถาบัน สาคัญเกีย่ วกับสถาบัน สาคัญเก่ียวกับสถาบัน สาคัญเกย่ี วกับสถาบัน สถาบัน พระมหากษัตริยแ์ ละ พระมหากษัตริย์และ พระมหากษัตริย์และ พระมหากษัตริย์และ พระมหากษัตรยิ ์ ปฏิบัตติ นใน ปฏบิ ตั ิตนใน ปฏิบตั ิตนใน ปฏิบัติตนใน การแสดงออกถงึ การ การแสดงออกถึงการ การแสดงออกถึงการ การแสดงออกถงึ จงรักภักดตี ่อสถาบัน จงรักภกั ดีต่อสถาบัน จงรกั ภักดตี ่อสถาบัน การจงรกั ภกั ดีต่อ พระมหากษัตริย์ โดย พระมหากษัตริย์ โดย พระมหากษัตริย์ โดย สถาบัน การแสดงความ การแสดงความ การแสดงความ พระมหากษัตริย์ เคารพและปฏิบัติตน เคารพและปฏิบัติตน เคารพและปฏบิ ตั ิตน โดยการแสดง อยา่ งเหมาะสมต่อ อย่างเหมาะสมต่อ อย่างเหมาะสมต่อ ความเคารพและ องค์พระมหากษตั ริย์ องค์พระมหากษัตริย์ องค์พระมหากษัตริย์ ปฏบิ ตั ิตน พระบรมวงศานวุ งศ์ พระบรมวงศานวุ งศ์ และพระบรม อย่างเหมาะสมต่อ และสัญลักษณ์ และสญั ลักษณ์ วงศานวุ งศ์และ องค์พระมหากษตั รยิ ์ เกีย่ วกบั สถาบัน เกีย่ วกบั สถาบัน สญั ลักษณเ์ กย่ี วกบั พระบรมวงศานุวงศ์ พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษตั ริย์ สถาบัน และสญั ลักษณ์ และเข้ารว่ มกิจกรรม และเข้ารว่ มกจิ กรรม พระมหากษตั รยิ ์ เกย่ี วกับสถาบัน สถาบัน สถาบัน และเข้ารว่ มกจิ กรรม พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษตั ริย์ พระมหากษัตรยิ ์ สถาบัน และเข้าร่วมกจิ กรรม อย่างถกู ตอ้ ง อยา่ งถูกตอ้ ง พระมหากษัตรยิ ์ สถาบัน เหมาะสม สม่าเสมอ เหมาะสม บอ่ ยครั้ง อย่างถูกต้อง พระมหากษัตรยิ ์ เหมาะสม เปน็ อย่างใดอยา่ งหนึง่ บางครั้ง เป็นบางครง้ั คะแนนตัดสนิ ระดับคุณภาพ คะแนน คณุ ภาพ 4 ดมี าก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ควรปรับปรงุ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 67
แบบประเมนิ กจิ กรรมจติ อาสา “เราทาดี ด้วยหัวใจ” รายการประเมนิ ดีมาก (4) ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรงุ (1) 6 ชั่วโมง ดี (3) พอใช้ (2) 0 – 1 ชวั่ โมง 1. ด้านเวลา 4-5 ชั่วโมง 2-3 ช่ัวโมง นักเรียนไม่ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม นักเรียนมีจติ อาสา ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 2.ดา้ นจิตอาสา ตั้งใจ มงุ่ ม่ัน และ นักเรยี นมจี ิตอาสา นักเรยี นมจี ิตอาสา - มจี ิตอาสา ปฏบิ ตั ิกิจกรรมให้ ต้งั ใจ มงุ่ มัน่ และ และปฏบิ ัติ นักเรียนไม่ - มคี วามตง้ั ใจ สาเรจ็ ตาม ปฏิบตั ิกจิ กรรมให้ กจิ กรรมตามท่ี ปฏิบตั ิกจิ กรรม - มีความมุ่งมน่ั วัตถปุ ระสงค์ สาเร็จแต่ไม่ กาหนด - ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ครบถว้ นตาม นกั เรียนไม่ นกั เรียนมีความคิด วัตถุประสงค์ ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ใหส้ าเร็จ สรา้ งสรรค์ในการ 3. ดา้ นความคดิ เสนอกจิ กรรมท่ี นกั เรียนมสี ว่ นร่วม นกั เรยี นใหค้ วาม สร้างสรรค์ แปลกใหมเ่ ปน็ ในการเสนอ รว่ มมอื ในการ ประโยชนต์ อ่ สังคม กิจกรรมที่เปน็ ปฏิบัตกิ จิ กรรม 4. ดา้ นคุณธรรม นักเรยี นมี ประโยชน์ตอ่ สังคม - มคี วาม คุณธรรมครบท้ัง รับผดิ ชอบ 3 ขอ้ นักเรยี นมี นกั เรียนมี - มีความเสยี สละ คุณธรรมอย่าง คณุ ธรรมอย่าง - มีความอดทน น้อย 2 ข้อ น้อย 1 ข้อ อดกล้นั คะแนนตัดสินระดบั คณุ ภาพ คะแนน คณุ ภาพ 14 - 16 ดีมาก 11 – 13 ดี 8 – 10 พอใช้ 5 – 7 ควรปรับปรุง กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพม.36 68
แบบประเมินผังความคดิ เรอ่ื ง ความเอื้ออาทร รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ 1. สรปุ ความรู้ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ไดถ้ ูกตอ้ ง สามารถสรปุ สรปุ ความรูไ้ ม่ ครบตรงประเด็น ความรูไ้ ด้ครบและ สามารถสรุป สรุปความรู้ไม่ครบ ถกู ต้อง ตรงประเด็นและ 2. การเชอ่ื มโยง ถูกต้องทุกหวั ขอ้ ความรไู้ ด้ครบ ทกุ ประเดน็ สามารถ ความร้ไู ด้ถูกต้อง เช่ือมโยงความรู้ ตามลาดบั ข้นั สามารถเช่ือมโยง ตรงประเดน็ และ ได้ แตไ่ มเ่ ป็นไป ความสมั พันธ์ ความร้ไู ด้ถูกต้อง ตามลาดับ ตามลาดบั มคี วามถูกตอ้ งเป็น ความสมั พนั ธ์ 3. มคี วามคิด ความสมั พันธ์ สามารถเขยี น สรา้ งสรรคใ์ น สว่ นใหญ่ ผังความคดิ ได้ การเขียน สามารถเขียน แตข่ าดรูปแบบ ผังความคดิ ผงั ความคดิ ได้ ใน สามารถเชือ่ มโยง สามารถเช่ือมโยง และความ รูปแบบทถี่ ูกต้อง สวยงาม และสวยงาม ความรู้ได้ และ ความรูแ้ ละลาดบั ลาดบั ความ ความสัมพนั ธ์ สมั พนั ธไ์ ด้ ไดบ้ ้าง คอ่ นข้างครบ สามารถเขียนผงั สามารถเขียน ความคิดไดถ้ ูกต้อง ผังความคดิ ได้ และมขี ้อบกพร่อง และมีข้อบกพร่อง เพยี งเลก็ น้อย เปน็ บางสว่ น คะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพ คะแนน คุณภาพ 10 - 12 ดมี าก 7 – 9 ดี 4 – 6 พอใช้ 1 – 3 ควรปรบั ปรงุ กลมุ่ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สพม.36 69
แบบประเมินผลการสืบคน้ รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ 1. การค้นควา้ แสวงหาคาตอบ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1) วางแผนเกบ็ 2. การใช้แหลง่ รวบรวม ข้อมลู วางแผนเก็บ วางแผนเกบ็ ไมม่ ีการวางแผน การ เรยี นร้/ู แหล่ง สืบคน้ ขอ้ มูล เก็บ รวบรวม อ้างองิ ใน ชดั เจนและปฏิบัติ รวบรวม ข้อมูล รวบรวม ขอ้ มลู ขอ้ มลู สืบคน้ การสบื คน้ ได้ ตามวิธกี าร ขอ้ มูลไมช่ ัดเจน รวบรวม/ สืบค้น สืบคน้ ข้อมลู สบื ค้นขอ้ มลู และ ปฏบิ ตั ิ 3. การบันทึก ข้อมูลเหมาะสม ไม่ได้ตามวิธีการ ขอ้ มลู ชัดเจนและปฏิบตั ิ ชดั เจนและปฏบิ ัติ รวบรวม/สบื คน้ ศึกษาคน้ ควา้ หา ข้อมลู 4. การ ความรู้ จากแหล่ง ได้ ตามวิธีการ ไมไ่ ด้ ตามวธิ กี าร ศกึ ษาค้นคว้าหา แลกเปลี่ยน ความ เรยี นรู/้ แหล่งอ้าง ความรู้ จาก คิดเหน็ หลากหลาย รวบรวม/ สบื ค้น รวบรวม/ สืบค้น แหลง่ เรยี นรู้/ ภายในกลุ่ม ครอบคลุม ทกุ แหลง่ อา้ ง ประเด็นคาตอบท่ี ขอ้ มูลค่อนขา้ ง ขอ้ มลู ไม่หลากหลาย 5. การสรุป คาดคะเน/ และไม่ องค์ความรู้ สมมตฐิ าน ทต่ี ้ังไว้ เหมาะสม ครอบคลุมทกุ ประเดน็ คาตอบ มีการบันทึกข้อมูล ศกึ ษาค้นคว้าหา ศกึ ษาค้นคว้าหา ท่ีคาดคะเน/ เหมาะสมและครบ สมมติฐานทตี่ ัง้ ทกุ ประเด็นตาม ความรู้ จากแหลง่ ความรู้ จากแหล่ง ไว้ เปาู หมาย มีการบนั ทึก มกี ารแลกเปล่ียน เรยี นร/ู้ แหล่งอา้ ง เรียนร/ู้ แหลง่ อ้าง ขอ้ มูลไมต่ รง ความ คิดเหน็ ประเด็นสาคัญ ภายในกลมุ่ โดยใช้ หลากหลาย ไมห่ ลากหลายแต่ ความรเู้ พื่อให้ได้ ไมม่ ีการ ข้อมลู ที่ครบถ้วน ครอบคลุม เกือบ ครอบคลุมเกือบ แลกเปลีย่ น ความคดิ เห็น สงั เคราะหแ์ ละ ทุกประเด็น ทกุ ประเด็น ภายในกลุม่ สรุปองค์ ความรู้ ขอ้ มูลไม่ คาตอบท่ี คาตอบท่ี ครบถ้วน สงั เคราะห์และ คาดคะเน/ คาดคะเน/ สรปุ องค์ความรู้ สมมตฐิ านทีต่ ั้งไว้ สมมตฐิ าน ทตี่ ั้งไว้ มกี ารบนั ทึกข้อมลู มกี ารบนั ทึกข้อมลู เหมาะสมเฉพาะ ได้ ข้อมลู ประเด็น ประเด็นสาคัญ สาคัญบางส่วน มีการแลกเปลยี่ น มกี ารแลกเปลยี่ น ความ คดิ เห็น ความ คิดเห็น ภายในกลมุ่ โดยใช้ ภายในกลุ่ม ความรเู้ พื่อให้ได้ ค่อนข้างนอ้ ย ขอ้ มูลค่อนขา้ ง ข้อมูล คอ่ นข้าง ครบถว้ น ครบถว้ น สงั เคราะห์และ สงั เคราะหแ์ ละ สรปุ องคค์ วามรู้ได้ สรุปองค์ความรูไ้ ด้ กล่มุ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 70
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) ไดอ้ ยา่ งชดั เจน ไดค้ ่อนข้าง ได้อย่างชัดเจนมี ได้ไม่ชดั เจนไม่มี มีการอภปิ รายผล สังเคราะห์และ ชัดเจนมี การอภิปรายผล การนา สรปุ องค์ ความรู้ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน มี การอภิปราย เปรียบเทียบ องค์ความรู้ไป การอภปิ รายผล เปรยี บเทียบ ผลเปรียบเทียบ เช่ือมโยง ความรู้ เสนอแนวคดิ เชือ่ มโยง ความรู้ เชื่อมโยงความรูน้ า ไม่ชดั เจน นา วิธีการ แกป้ ญั หา องคค์ วามรู้ที่ไดไ้ ป องค์ความร้ทู ไี่ ด้ไป เสนอ แนวคดิ เสนอแนวคิดวธิ ีการ วิธีการแก้ปัญหา แก้ปญั หาอย่างไม่ ค่อนขา้ งเป็นระบบ เป็น ระบบ คะแนนตัดสนิ ระดบั คุณภาพ คะแนน คณุ ภาพ 18-20 ดมี าก 15-17 ดี 10-14 พอใช้ ตา่ กวา่ 10 ปรับปรุง กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศกึ ษา สพม.36 71
แบบประเมินการจัดป้ายนเิ ทศ ชอ่ื กลุ่ม................................................................................................................................ ลาดับที่ เกณฑก์ ารประเมิน คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้ 1 10 ดา้ นรูปแบบและความคิดสร้างสรรค์ 10 2 - เนอื้ หาสอดคล้องเรือ่ งการจัดการ 10 ความรูแ้ ละหัวเรือ่ งของกล่มุ ความรู้ 3 - วิธีการสอ่ื สารเข้าใจง่าย 10 - ความคิดสร้างสรรค์ในการนาเสนอ 10 10 ผลงาน 20 ดา้ นเน้ือหา 20 - เป็นองคค์ วามรู้ท่ีเกดิ จากสมาชิก 100 ภายในกลุ่ม - เป็นองค์ความรู้ท่ีมสี มาชิกไดน้ าไป ปฏบิ ัติ - เปน็ องค์ความรู้ที่ไดร้ ับการยอมรบั จาก สมาชิกภายในกลุ่ม ดา้ นประโยชน์ทไี่ ดร้ ับ - เปน็ ความร้ทู ผ่ี ู้เย่ยี มชมสามารถ นาไป ประยุกต์ใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงาน - แสดงถึงประโยชนท์ ีจ่ ะไดร้ ับ รวม กลุ่มนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สพม.36 72
แบบประเมินการทากิจกรรมการทางานกล่มุ ชื่อกลุ่ม..................................... ชื่อสมาชิกในกลุ่ม1. ................................................. 2. .................................................... 3. ................................................. 4. ...................................................... 5. ................................................. 6. ...................................................... ลาดับ รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน ที่ 4321 1 มขี น้ั ตอนกระบวนการทางาน 2 ความรว่ มมือภายในกลมุ่ 3 การแก้ปัญหาในการทางาน 4 การรับฟังความคดิ เหน็ 5 การมนี า้ ใจ ชว่ ยเหลอื ซึ่งกันและกัน รวม ลงชอื่ .................................................ผู้ประเมิน ............./............./............ คะแนนตดั สินระดบั คณุ ภาพ คะแนน คณุ ภาพ 17-20 ดมี าก 13-16 9-12 ดี 5-8 พอใช้ ปรับปรงุ กลมุ่ นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สพม.36 73
แบบประเมินการนาเสนอผลงาน ลาดบั รายการประเมนิ คณุ ภาพการปฏิบตั ิ 1 ที่ 432 1 นาเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง ครบถ้วน 2 วธิ ีการนาเสนอมคี วามนา่ สนใจ 3 ความเหมาะสมกับเวลา 4 ความกล้าแสดงออก 5 บคุ ลกิ ภาพ น้าเสยี งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน = 4 คะแนน ปฏิบตั ิงานสมบรู ณ์ ชดั เจน = 3 คะแนน ปฏบิ ัตงิ านยังมขี ้อบกพร่องเล็กนอ้ ย = 2 คะแนน ปฏิบัติงานมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ = 1 คะแนน ปฏบิ ัตงิ านมขี ้อบกพรอ่ งมาก คะแนนตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 17 – 20 ดมี าก 13 – 16 ดี 9 – 12 พอใช้ 5 – 8 ปรบั ปรงุ กล่มุ นเิ ทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษา สพม.36 74
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187