Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 2-2563 (ฉบับสมบูรณ์)

หลักสูตรสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 2-2563 (ฉบับสมบูรณ์)

Published by 420st0000060, 2022-01-05 06:56:06

Description: หลักสูตรสถานศึกษา ภาคเรียนที่ 2-2563 (ฉบับสมบูรณ์)

Search

Read the Text Version

หลกั สตู รสถานศึกษา การศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2555) คำอธิบายรายวชิ า สาระการพัฒนาสังคม หมวดวชิ า สค32029 การเงนิ เพ่ือชีวติ 3 ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวนหน่วยกิต 3 หน่วยกิต (120 ช่ัวโมง) --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดบั มคี วามรู้ ความเข้าใจ ตระหนักเกี่ยวกบั ภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การ ปกครองในท้องถ่ิน ประเทศ นำมาปรับใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตและการประกอบอาชีพเพื่อความมั่นคงของชาติ ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเก่ียวกับเรือ่ งดังต่อไปน้ี 1. วา่ ด้วยเร่ืองของเงนิ ความหมายและประโยชน์ ประเภทของเงนิ เงนิ ฝากและการประกนั ภัย การลงทนุ การชำระ เงินทางอิเล็กทรอนกิ ส์ โครงสร้างระบบสถาบนั การเงินของประเทศไทย 2. การวางแผนการเงนิ การรจู้ กั ฐานะการเงินของตนเอง บันทึกรายรับ-รายจา่ ย เป้าหมายการเงนิ ในชีวติ การออม 3. สินเชอื่ การประเมินความเหมาะสมก่อนตดั สินใจก่อหนี้ ลกั ษณะของสนิ เช่อื รายย่อย ประเภทและการ คำนวณดอกเบ้ยี เงินกู้ วธิ ีการปอ้ งกันปัญหาน้ี เครดติ บูโร วธิ ีการแกไ้ ขปัญหาน้ี หนว่ ยงานทีใ่ หค้ ำปรึกษาเร่ือง วิธแี กไ้ ขปญั หาหน้ี 4. สทิ ธแิ ละหน้าทีข่ องผูใ้ ช้บริการทางการเงิน สิทธิของผู้ใช้บริการทางการเงิน 4 ประการ หน้าทข่ี องผใู้ ชบ้ ริการทางการเงิน 5 ประการ รู้จกั ศูนยค์ ้มุ ครองผใู้ ชบ้ ริการทางการเงนิ (ศคง.) และหน่วยงานทีร่ บั เรอ่ื งร้องเรยี นอ่ืน ๆ การเขียนหนังสอื ร้องเรียนและ ขนั้ ตอนที่เกยี่ วข้อง 5. ภยั ทางการเงนิ ลักษณะ การป้องกันตนเอง และการแกป้ ัญหาภยั ทางการเงิน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 1. จดั กลมุ่ อภิปรายในเนื้อหาท่ีเก่ยี วข้อง 2. ศกึ ษาจากเอกสารและส่ือทกุ ประเภทท่เี กีย่ วข้อง เว็บไซต์ของธนาคารแหง่ ประเทศไทย และเวบ็ ไซต์ ของ ศคง. 3. จัดทำโครงการนิทรรศการฐานการเรียนรู้ 4. เชิญวิทยากรผูร้ มู้ าใหค้ วามรู้เก่ียวกับการก่อหนี้อยา่ งเหมาะสม และการวางแผนการเงินในชีวิต ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอพนสั นคิ ม หน้า 145 สำนักงาน กศน.จงั หวัดชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศึกษา การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) การวัดและประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรรมระหว่างการเรียนรู้ 2. วัดความรูจ้ ากการทำกิจกรรมในใบงาน 3. การวัดผลสมั ฤทธปิ์ ลายภาค ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หนา้ 146 สำนกั งาน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศกึ ษา การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) รายละเอยี ดคำอธบิ ายรายวิชา สค32029 การเงนิ เพ่อื ชีวิต 3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 หนว่ ยกิต (120 ช่ัวโมง) ****************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ มคี วามรู้ ความเข้าใจ ตระหนกั เก่ียวกบั ภูมิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมอื ง การปกครองในท้องถ่นิ ประเทศ นำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวติ และการประกอบอาชพี เพอ่ื ความมั่นคงของชาติ ที่ หวั เรือ่ ง ตัวชีว้ ัด เน้ือหา จำนวน ชวั่ โมง 1 วา่ ดว้ ยเรื่องของเงิน 24 1.5 ความหมายและ 1. บอกความหมายและ 1. ความหมายและประโยชน์ของเงิน ประโยชน์ ประโยชนข์ องเงิน 2. ความหมายของการให้เงนิ และการ 2. บอกความหมายและ ใหย้ ืมเงนิ ความแตกต่างของการให้ เงนิ และการใหย้ ืมเงนิ 3. บอกความหมายของเงนิ 3. ความหมายของเงินเฟอ้ และเงินฝดื เฟอ้ และเงินฝดื 1.6 ประเภทของเงิน 1. อธบิ ายวธิ ีการตรวจสอบ 1. เงนิ ไทย ธนบตั ร - ธนบตั ร - เหรยี ญกษาปณ์ 2. คำนวณอัตราแลกเปลย่ี น 2. เงินตราต่างประเทศ เงนิ ตราต่างประเทศ - สกลุ เงนิ ของต่างประเทศที่ 3. บอกชอ่ งทางการ สำคัญ แลกเปลี่ยนเงินตรา - อัตราการแลกเปลยี่ นและ ต่างประเทศ วิธกี ารคำนวณเงนิ ตราตา่ งประเทศ - ช่องทางการแลกเปล่ยี นเงนิ ตรา ต่างประเทศ 4. อธิบายเงินเสมือน 3. เงินเสมือน (virtual currency) 1.3 เงนิ ฝาก และการ 1. เลอื กประเภทเงินฝากที่ 1. ประเภท ลกั ษณะ ประโยชนแ์ ละ ประกันภัย เหมาะสมกับตนเอง ขอ้ จำกัดของการฝากเงิน - บัญชีเงนิ ฝากออมทรัพย์ - บญั ชเี งนิ ฝากประจำ ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หน้า 147 สำนักงาน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี

หลักสตู รสถานศึกษา การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2555) ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชว้ี ดั เนอ้ื หา จำนวน ชวั่ โมง - บัญชีเงินฝากประจำรายเดือน ปลอดภาษี - บญั ชเี งินฝากแบบขน้ั บันได - สลากออมทรัพย์/สลากออมสิน 2. คำนวณดอกเบีย้ เงนิ ฝาก - ขอ้ แนะนำในการตัดสนิ ใจเลือก แบบทบตน้ ประเภทเงนิ ฝาก 3. อธิบายการคุม้ ครองเงนิ 2. ความหมายและวธิ ีการคำนวณ ฝาก ดอกเบย้ี เงนิ ฝากแบบทบต้น 4. บอกลักษณะการ 3. การคุ้มครองเงินฝาก ประกนั ภยั แตล่ ะประเภท 5. บอกลักษณะการลงทุน 4. การประกนั ภยั และการลงทุน แตล่ ะประเภท 6. วิเคราะหค์ วามแตกต่าง ของเงนิ ฝาก การ ประกนั ภัยและการลงทนุ 1.4 การชำระเงินทาง 1. บอกความหมายและ อิเลก็ ทรอนิกส์ ประโยชน์ของการชำระเงิน ทางอเิ ล็กทรอนิกส์ 1. ความหมายและประโยชน์ของการ 2. บอกลกั ษณะของบัตร ชำระเงนิ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ATM บตั รเดบติ บัตร เครดติ Internet Banking 2. ลกั ษณะของบตั ร ATM บัตรเดบิต และ Mobile Banking บัตรเครดติ Internet Banking 3. บอกกฎหมายที่ และ Mobile Banking เกี่ยวขอ้ งกบั ระบบการชำระ เงินทางอิเลก็ ทรอสนิกส์ 3. กฎหมายพนื้ ฐานที่เก่ียวข้องกับ ระบบการชำระเงนิ ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ 4. การใชบ้ รกิ ารทางการเงนิ ผา่ น Smart Phone/Application ของ ธนาคารต่าง ๆ ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอพนสั นคิ ม หนา้ 148 สำนกั งาน กศน.จังหวัดชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศึกษา การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2555) ที่ หัวเรื่อง ตัวชว้ี ดั เนอ้ื หา จำนวน ชั่วโมง 1.5 โครงสร้างระบบ 1. บอกโครงสร้างของ 1. โครงสรา้ งระบบสถาบนั การเงิน สถาบนั การเงนิ ของ ระบบสถาบัการเงนิ ของ ของประเทศไทย ประเทศไทย ประเทศไทย 2. สถาบนั การเงนิ และหน่วยงานอนื่ 2. บอกบทบาทหน้าที่ของ ภายใตก้ ารกำกับของธนาคารแหง่ สถาบนั การเงนิ และหน่วยงาน ประเทศไทย อื่นภายใต้การกำกับของ 3. ผใู้ หบ้ ริการภายใต้การกำกับดแู ล ธนาคารแหง่ ประเทศไทย ของหนว่ ยงานอน่ื ๆ 3. บอกบทบาทหนา้ ที่ของผู้ ให้บริการภายใต้การกำกบั ดูแลของหนว่ ยงานอืน่ ๆ 2 การวางแผนการเงิน 30 2.1 ประเมนิ ฐานะ 1. อธิบายหลักการประเมนิ 1. หลกั การประเมินฐานะทางการเงิน การเงนิ ของตนเอง ฐานะการเงิน ของตนเองโดยคำนวณจำนวนและ 2. คำนวณฐานะทางการเงิน อตั ราส่วนดังน้ี ของตนเอง - ความมั่งค่งั สุทธิ - อตั ราส่วนภาระหน้ีสินตอ่ รายได้ (ต่อเดือน) - จำนวนเงินออมเผ่ือฉุกเฉิน - อตั ราส่วนเงนิ ออมต่อรายได้ (ต่อเดือน) 3. อธบิ ายลกั ษณะของการมี 2. การมีสุขภาพการเงินทดี่ ี สขุ ภาพการเงนิ ทดี่ ี - ความหมาย 4. ประเมนิ สขุ ภาพการเงิน - ลกั ษณะการมสี ุขภาพการเงนิ ที่ ของตนเอง ดี ไดแ้ ก่ - มภี าระชำระหนี้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายไดต้ ่อเดือน - ออมอย่างนำ้ 1 ใน 4 ของ รายไดต้ อ่ เดอื น - มเี งินออมเผือ่ ฉุกเฉนิ ประมาณ 6 เท่าของรายจา่ ยจำเปน็ ต่อเดือน ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอพนสั นคิ ม หนา้ 149 สำนักงาน กศน.จงั หวัดชลบรุ ี

หลักสตู รสถานศกึ ษา การศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2555) ท่ี หวั เรือ่ ง ตัวช้ีวัด เนอ้ื หา จำนวน ชั่วโมง 2.2 บนั ทึกรายรับ- 1. วเิ คราะห์ความแตกต่าง 1. ความแตกตา่ งของความจำเปน็ และ รายจ่าย ของ “ความจำเป็น” และ ความต้องการ “ความต้องการ” 2. จัดลำดับความสำคญั ของ 2. การจดั ลำดับความสำคัญของ รายจ่าย รายจา่ ย 3. บอกลกั ษณะของบนั ทึก รายรับ-รายจา่ ย 4. บอกประโยชน์ของการ 3. ลกั ษณะและประโยชน์ของการ บนั ทกึ รายรับ-รายจ่าย บันทกึ รายรับ-รายจา่ ย 5. จดบันทึกรายรบั -รายจา่ ย 4. วิธบี ันทกึ รายรบั -รายจา่ ย 6. วิเคราะหบ์ ันทกึ รายรับ- รายจา่ ย 2.3 เป้าหมายการเงิน 1. บอกประโยชนข์ องการมี 1. ประโยชน์ของการมเี ป้าหมาย ในชีวิต เปา้ หมายการเงนิ ในชวี ติ การเงินในชีวติ 2. บอกเปา้ หมายการเงนิ ที่ 2. เป้าหมายการเงินทีค่ วรมีในชวี ิต ควรมีในชวี ติ 3. สามารถตง้ั เป้าหมาย 3. ประเภทของเป้าหมายการเงนิ การเงนิ ระยะส้ัน ระยะ - ระยะสั้น (ไมเ่ กนิ 1 ปี) กลางและระยะยาว ตาม - ระยะกลาง (1-3 ปี) หลัก SMART ทเ่ี หมาะสม - ระยะยาว (มากกวา่ 3 ปี) กบั ตนเอง 4. วิธีการต้งั เป้าหมายการเงิน ตาม หลกั SMART 4. วางแผนการเงินตาม 5. การวางแผนการเงินใหเ้ ป็นไปตาม เป้าหมายท่ตี ้ังไว้ เป้าหมายท่ีตง้ั ไว้ 2.4 การออม 1. อธิบายความหมายและ 1. ความหมายและประโยชนข์ องการ ประโยชน์ของการออม ออม 2. ตง้ั เป้าหมายการออมท่ี 2. เป้าหมายการออม เชน่ เหมาะสมกับตนเอง - ออมอย่างน้ำย 1 ใน 4 ของ รายได้ต่อเดอื น - ควรออมเพือ่ อะไรบ้าง ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หน้า 150 สำนักงาน กศน.จงั หวัดชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศึกษา การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชว้ี ดั เนือ้ หา จำนวน ชวั่ โมง 3. สินเชื่อ 3. อธิบายหลกั การออมให้ 3. หลกั การออมใหส้ ำเร็จ สำเร็จ 36 4 สทิ ธแิ ละหน้าทขี่ อง 4. บอกบทบาทหนา้ ทแ่ี ละ 4. ความรู้เบอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั กองทนุ การ ผ้ใู ชบ้ รกิ ารทาง หลักการของกองทนุ การ ออมแหง่ ชาติ (กอช.) และกองทนุ การเงนิ ออมแห่งชาติ (กอช.) สำรองเลี้ยงชพี 5. บอกความหมายและ หลักการของกองทนุ สำรอง 1. การประเมนิ ความเหมาะสมกอ่ น เลย้ี งชีพ ตดั สนิ ใจก่อหนี้ 1. บอกลักษณะสำคัญของ 2. ลักษณะของสนิ เชื่อรายยอ่ ยและ สนิ เชอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ การคำนวณดอกเบ้ยี 3. เครดติ บโู ร 2. บอกความหมาย บทบาทหน้าที่ และข้อมลู 4. วธิ ีการปอ้ งกนั ปญั หาหนี้ ตา่ ง ๆ ทส่ี ำคัญเก่ยี วกับ เครดติ บูโร 5. วธิ กี ารแก้ไขปัญหาหนี้ 3. บอกวิธีการปอ้ งกันปัญหา หน้ี 6. หน่วยงานทใ่ี ห้คำปรึกษาเกี่ยวกบั 4. บอกวธิ ีการแก้ไขปัญหา การแก้ไขปญั หาหน้ี หน้ี 5. บอกช่องทางในการให้ 1. สิทธิของใช้บรกิ ารทางการเงนิ คำปรกึ ษาเรอ่ื งวิธีการแก้ไข - ไดร้ ับขอ้ มลู ทถ่ี ูกต้อง ปัญหาหน้ี - เลือกใช้ผลติ ภัณฑแ์ ละบริการได้ 1. บอกสิทธิของผู้ใช้บรกิ าร ทางการเงนิ อยา่ งอสิ ระ - รอ้ งเรยี นเพือ่ ความเป็นธรรม - ได้รบั การพิจารณาค่าชดเชย หากเกิดความเสยี หาย ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หน้า 151 สำนักงาน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศึกษา การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2555) ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวช้วี ดั เน้อื หา จำนวน 5 ภัยการเงิน ชว่ั โมง 2. บอกหนา้ ท่ีของ 2. หนา้ ทขี่ องผู้ใชบ้ ริการทางการเงิน ผใู้ ชบ้ ริการทางการเงิน - วางแผนการเงิน 20 - ติดตามข้อมูลขา่ วสารทาง 3. บอกบทบาทหน้าที่ของ ศนู ยค์ ้มุ ครองผใู้ ช้บริการ การเงนิ อย่างสมำ่ เสมอ ทางการเงนิ (ศคง.) และ - เข้าใจรายละเอียดและเปรยี บ หน่วยงานทีร่ ับร้องเรียนอน่ื ๆ เทียมข้อมูลก่อนเลือกใช้ 4. บอกขัน้ ตอนการ - ตรวจทานความถกู ต้องของ รอ้ งเรยี น 5. บอกหลกั การเขยี น ธรุ กรรมทางการเงนิ ทุกคร้งั หนงั สือรอ้ งเรยี น - เม่ือเป็นหน้ีตอ้ งชำระหนี้ 1. บอกประเภทและ ลักษณะของภัยทางการเงนิ 3. บทบาทของศูนย์ค้มุ ครอง และยกตัวอย่างภัยทางการ ผูใ้ ช้บรกิ ารทางการเงนิ (ศคง.) และ เงินท่ีมใี นชมุ ชน หนว่ ยงานที่รบั เร่ืองร้องเรยี นอน่ื ๆ 2. บอกวิธปี อ้ งกันตนเอง จากภยั ทางการเงิน 4. ข้ันตอนการร้องเรยี นและการเขยี น 3. บอกวิธีแกป้ ญั หาท่เี กดิ หนังสือร้องเรียน จากภัยทางการเงิน 1. ประเภท ลักษณะ การป้องกัน ตนเองและการแก้ไขปญั หาของภยั ทางการเงนิ - หนน้ี อกระบบ - แชรล์ ูกโซ่ - ภัยใกลต้ ัว เชน่ การหลอกลวง ใหจ้ ่ายเบย้ี ประกันงวดสดุ ทา้ ย/ตก ทอง/ล็อตเตอรีป่ ลอม - ภยั ออนไลน์ - ภัยธนาคารออนไลน์ - ภยั บัตรอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หน้า 152 สำนักงาน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี

หลักสตู รสถานศกึ ษา การศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2555) แนวทางการดำเนนิ งานหลักสูตรสถานศึกษา การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2555) วธิ ีการจดั การเรียนรู้ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน มวี ธิ ีการจดั การเรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย ไดแ้ ก่ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นวธิ กี ารจดั การเรียนร้ทู ี่ผเู้ รียนกำหนดแผนการเรียนรู้ของตนเองตามรายวิชา ทีล่ งทะเบยี นเรยี น โดยมีครเู ป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการศกึ ษาหาความรู้ดว้ ยตนเอง จากภมู ิปัญญา ผู้รู้ และส่ือตา่ ง ๆ 2. การเรยี นรู้แบบพบกลุ่ม เป็นวิธกี ารจดั การเรียนรทู้ ่ีกำหนดใหผ้ ู้เรยี นมาพบกนั โดยมีครเู ปน็ ผดู้ ำเนินการใหเ้ กดกิ ระบวนการกลุ่ม เพ่ือใหม้ ีการอภปิ รายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาข้อสรุปร่วมกัน 3. การเรียนรู้แบบทางไกล เป็นวธิ ีการจัดการเรยี นรจู้ ากส่ือตา่ ง ๆ โดยทผ่ี ้เู รียนและครสู ่ือสารกันทางส่ือ อเิ ล็กทรอนิกส์เปน็ สว่ นใหญ่ หรอื ถา้ มีความจำเปน็ อาจพบกนั เปน็ ครั้งคราว 4. การเรยี นรู้แบบช้นั เรียน เป็นวิธีการจัดการเรยี นรู้ที่สถานศึกษากำหนดรายวิชา เวลาเรียน และ สถานที่ ท่ีชดั เจน ซ่ึงวิธีการจัดการเรยี นรูน้ เ้ี หมาะสำหรบั ผู้เรียนที่มีเวลามาเข้าชนั้ เรยี น 5. การเรียนรตู้ ามอธั ยาศยั เปน็ วิธีการจัดการเรยี นรู้ท่ีผู้เรียนสามารถเรยี นรไู้ ด้ตามความตอ้ งการ และ ความสนใจ จากสือ่ เอกสาร ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ หรือจากการฝึกปฏิบัติตามแหล่งเรยี นรูต้ ่าง ๆ แล้วนำความรู้และ ประสบการณ์มาเทยี บโอนเขา้ สหู่ ลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบ ระดับการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 6. การเรียนรจู้ ากการทำโครงงาน เป็นวธิ กี ารจัดการเรียนรู้ทผ่ี เู้ รยี นกำหนดเร่อื งโดยสมคั รใจ ตามความ สนใจ ความตอ้ งการ หรอื สภาพปัญหา ที่จะนำไปสู่การศึกษาคน้ ควา้ ทดลอง ลงมอื ปฏบิ ตั ิจริง และมีผลการสรปุ ผล การดำเนนิ งานตามโครงงาน โดยมีครเู ป็นผ้ใู หค้ ำปรกึ ษา แนะนำ อำนวยความสะดวกในการเรยี นรู้ และกระตุน้ เสรมิ แรงใหเ้ กิดการเรียนรู้ 7. การเรยี นรแู้ บบอ่นื ๆ สถานศึกษาสามารถออกแบบวธิ ีการจดั การเรียนรใู้ นรูปแบบอ่ืน ๆ ไดต้ ามความ ตอ้ งการของผู้เรียน วธิ กี ารจดั การเรียนร้ดู งั กล่าวข้างต้น สถานศึกษาและผูเ้ รียนร่วมกันกำหนดวิธีเรียนโดยเลอื กวธิ ใี ด วิธีหน่งึ หรือหลายวิธกี ไ็ ด้ ขน้ึ อยู่กับความยากง่ายของเน้ือหา และสอดคล้องกบั วถิ ีชวี ติ และการทำงานของผเู้ รียน โดย ขณะเดยี วกนั สถานศกึ ษาสามารถจัดให้มีการสอนเสรมิ ได้ทุกวิธีเรียน เพื่อเตมิ เตม็ ความรูใ้ ห้บรรลมุ าตรฐานการ เรียนรู้ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หนา้ 153 สำนักงาน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศกึ ษา การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) การจัดกระบวนการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรยี นรูต้ ามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) มุ่งพฒั นาใหผ้ ้เู รยี นมีความสามารถในการเรยี นรู้ ตามปรัชญาพืน้ ฐานของ การศกึ ษานอกโรงเรยี น “คิดเปน็ ” โดยเนน้ พฒั นาทักษะการแสวงหาความรู้ ประยุกต์ใช้ความรู้ และสรา้ งองค์ ความรูส้ ำหรบั ตนเอง และชมุ ชน สงั คม ซึง่ กำหนดรปู แบบการจัดการเรยี นรู้ กศน. หรือ ONIE MODEL ซ่งึ เป็น กระบวนการจัดการเรยี นรู้ที่จัดข้นึ อย่างเปน็ ระบบตามปรชั ญา “คิดเปน็ ” ประกอบดว้ ย 4 ข้ันตอน ดงั นี้ 1. ขน้ั กำหนดกำหนดสภาพปญั หาความตอ้ งการในการเรยี นรู้ (O : Orientation) เปน็ การเรยี นร้จู ากสภาพปัญหา หรือความต้องการของผูเ้ รยี น และชมุ ชน สังคม โดยให้เชอ่ื โยงกบั ประสบการณเ์ ดมิ และสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร ข้ันตอนการเรียนรู้ 1. ครู และผเู้ รยี นรว่ มกันกำหนดสภาพปญั หา ความต้องการในการเรียนรู้ ซ่ึงอาจจะได้มาจากสถานการณ์ ในขณะน้นั หรือเปน็ เร่ืองทีเ่ กิดขึน้ จรงิ ในชีวิตจริง หรอื เป็นประเดน็ ท่ีกำลังขัดแยง้ และกำลังอยูใ่ นความสนใจของ ชมุ ชน ซง่ึ จะชว่ ยกระตนุ้ ให้ผู้เรยี นกระตือรอื รน้ ท่คี ดิ จะหาทางออกของปญั หา หรือความต้องการนั้น ๆ 2. ทำความเข้าใจกบั สภาพ ปัญหา ความต้องการในส่ิงทตี่ อ้ งการเรยี นรู้ โดยดงึ ความรู้ และประสบการณ์ เดมิ ของผ้เู รียน เน้นการมสี ว่ นรว่ ม มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้สะท้อนความคิดและอภปิ ราย โดยใหเ้ ชอ่ื มโยงกบั ความรู้ ใหม่ 3. วางแผนการเรยี นรทู้ ีเ่ หมาะสม โดยกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ีกำหนด สามารถเห็นแนวทางในการคน้ พบ ความรู้ หรือคำตอบไดด้ ว้ ยตนเอง 2. ขน้ั แสวงแสวงหาขอ้ มลู และจัดการเรยี นรู้ (N : New way of learning) การแสวงหาความรูแ้ ละจัดการเรียนรู้ โดยศกึ ษาค้นคว้าหาความรู้ และรวบรวมข้อมลู ของตนเอง ข้อมลู ของชุมชน สังคม และข้อมูลทางวชิ าการ จากสื่อและแหล่งความรู้ท่หี ลากหลาย มีการระดมความคิดเหน็ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล และสรุปเป็นความรู้ ข้ันตอนการเรียนรู้ 1. ผเู้ รยี นแสวงหาความรตู้ ามแผนการเรียนร้ทู ีก่ ำหนดไว้ โดยการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง การเรียนรู้ผา่ น ประสบการณ์ กระบวนการกล่มุ ศึกษาจากผ้รู ู/้ ภูมปิ ัญญา และวิธอี น่ื ๆ ท่เี หมาะสม 2. ครแู ละผ้เู รยี นรว่ มกนั แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และสรุปความรู้เบื้องต้น โดยใชค้ ำถามปลายเปิดในการชวนคดิ ชวนคุย เป็นเครือ่ งมือ ดว้ ยกระบวนการระดมสมอง สะท้อนความคดิ และอภิปราย ซึ่งจะได้รับความรใู้ หม่ เพื่อใช้ ปฏิบัติและนำไปประยุกตใ์ ช้ 3. ผู้เรียนนำความรู้ทีไ่ ด้ไปตรวจสอบความถูกตอ้ ง เพื่อประเมินความเป็นไปได้โดยวธิ ีตา่ ง ๆ เช่น การ ทดลอง การทดสอบ การตรวจสอบกบั ผรู้ ู้ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอพนสั นคิ ม หนา้ 154 สำนกั งาน กศน.จังหวดั ชลบรุ ี

หลกั สตู รสถานศกึ ษา การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) 3. ขน้ั ปฏิบัตแิ ละนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) นำความร้ทู ไ่ี ดไ้ ปปฏบิ ตั ิ และประยุกตใ์ ชใ้ หส้ อดคล้องกับสถานการณ์ เหมาะสมกับวฒั นธรรมและสงั คม ขน้ั ตอนการเรียนรู้ 1. ผเู้ รยี นนำความรู้ไปปฏิบัตใิ หส้ อดคลอ้ งกับวิถีชวี ติ โดยสังเกตปรากฏการณ์ จดบันทึกผลการนำไปใช้ 2. ปฏิบัตกิ ารแกไ้ ขข้อบกพร่อง สรุป จัดทำรายงานและรวบรวมไว้ในแฟ้มสะสมผลงาน 4. ขั้นทีป่ ระเมนิ ผลการเรียนรู้ (E : Evaluation) ประเมิน ทบทวน แก้ไขข้อบกพรอ่ ง ผลจากการนำความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้แลว้ สรุปเป็นความรใู้ หมพ่ ร้อมกบั เผยแพรผ่ ลงาน ข้ันตอนการเรยี นรู้ 1. ครู และผู้เรยี นนำแฟ้มสะสมผลงาน และผลงานที่ไดจ้ ากการปฏิบัตมิ าสรปุ เป็นองค์ความรู้ ใชเ้ ปน็ สารสนเทศ เพ่ือเสนอต่อสาธารณชน โดยประเมินคุณภาพการเรยี นรู้ ได้แก่ ประเมินผลการเรียนรู้ กระบวนการ ปฏิบัตงิ าน แหล่งเรียนรู้ และสารสนเทศทีน่ ำมาใช้ 2. ครู และผู้เรียนรว่ มกันสร้างเกณฑ์การประเมนิ คุณภาพการเรียนรู้ 3. ครู ผเู้ รียน และผเู้ กย่ี วข้องรว่ มกนั ประเมนิ พัฒนาการเรียนรใู้ ห้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพการเรยี นรู้ ทั้ง 4 ขนั้ ตอนดงั กลา่ วข้างตน้ เป็นวงจรของกระบวนการเรียนรตู้ ามปรชั ญาคิดเป็น ซงึ่ สถานศกึ ษาสามารถ นำหลักการ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ท้งั 4 ขั้นตอน ใช้เปน็ หลักในการจัดทำแผนการเรียนรู้โดยปรับใชข้ นั้ ตอน การเรยี นรู้ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพของรายวชิ า หรือเงื่อนไขอนื่ ๆ ตามความต้องการของผ้เู รียน ส่ือการเรยี นรู้ ในการจดั การเรยี นรเู้ น้นให้ผู้เรยี น แสวงหาความรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง โดยการใชส้ อื่ การเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย ได้แก่ สอื่ สิ่งพมิ พ์ ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ สอื่ บุคคล ภูมปิ ญั ญา แหล่งเรยี นร้ทู มี่ ีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ อืน่ ๆ ผเู้ รยี น ครู สามารถพฒั นาสอ่ื การเรียนร้ขู ้ึนเอง หรือนำสื่อตา่ ง ๆ ทมี่ ีอยใู่ กล้ตวั และขอ้ มลู สารสนเทศที่ เกยี่ วขอ้ งมาใชใ้ นการเรียนรู้ โดยใช้วจิ ารณญาณในการเลือกใช้สือ่ ต่าง ๆ ซ่ึงจะช่วยสง่ เสริมใหเ้ รยี นการเรยี นรู้ เปน็ ไปอยา่ งมีคุณค่า น่าสนใจ ชวนคดิ ชวนติดตาม เข้าใจง่าย เป็นการกระตุ้นให้ผเู้ รยี นรู้จกั วิธีการแสวงหาความรู้ เกิดการเรยี นรู้อย่างกว้างขวาง ลึกซ้งึ และต่อเน่ืองตลอดเวลา การเทียบโอน สถานศกึ ษาต้องจดั ให้มีการเทียบโอนผลการเรียน หรือเทียบโอนความรูแ้ ละประสบการณ์ของผู้เรียน ให้ เป็นสว่ นหนึ่งของผลการเรียน ตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) โดยสถานศกึ ษาต้องจดั ทำระเบียบ หรอื แนวปฏบิ ตั กิ ารเทยี บโอน ให้สอดคล้องกับแนว ทางการเทียบโอน ท่ีสำนักงาน กศน.กำหนด ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หน้า 155 สำนักงาน กศน.จงั หวดั ชลบรุ ี

หลักสตู รสถานศึกษา การศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2555) การวดั และประเมินผลการเรยี น การวดั และประเมินผลการเรียน เป็นกระบวนทใ่ี ห้ไดม้ าซึง่ ขอ้ มูลสารสนเทศทแี่ สดงถึงการพัฒนา ความกา้ วหนา้ ความสำเรจ็ ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของผู้เรียน และขอ้ มูลที่จะเป็นประโยชน์ตอ่ การสง่ เสรมิ ให้ ผู้เรยี นเกดิ การพัฒนาและเรียนร้ใู หเ้ ต็มศักยภาพ เกดิ ทักษะและกระบวนการ และคา่ นยิ มที่พงึ ประสงค์ ซง่ึ สถานศึกษาในฐานะเป็นผรู้ ับผิดชอบการจัดการศกึ ษา จะต้องจัดทำระเบยี บและแนวปฏิบัติในการวัด และ ประเมินผลการเรยี นของสถานศึกษา เพอ่ื ใหบ้ คุ ลากรที่เกีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ยถือปฏิบตั ริ ่วมกนั และเปน็ ไปในมาตรฐาน เดียวกัน 1. การวดั และประเมินผลรายวิชา เป็นการประเมนิ ผลการเรยี นรายวิชา สถานศกึ ษาต้องดำเนินการ ควบคไู่ ปกบั การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ของผ้เู รียน เพอ่ื ให้ทราบวา่ ผู้เรียนมีความกา้ วหน้าทางดา้ นความรู้ ทกั ษะ กระบวนการ คุณธรรม และค่านิยมอันพงึ ประสงค์ อันเป็นผลเนอ่ื งมาจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้เพยี งใด และ ตอ้ งมีการประเมนิ ผลรวมเพ่ือทราบวา่ ผู้เรยี นมีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรหู้ รอื ไม่ อยา่ งไร ดังนั้น การวัดและประเมินผลจึงต้อง ใช้เครอ่ื งมือ และวธิ ที ่ีหลากหลาย ให้สอดคล้องกบั สาระและ มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั 2. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ เป็นการประเมินส่งิ ท่ผี ูเ้ รียนปฏิบัติ เพื่อการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สังคม โดยพิจารณาท้ังเวลา การเข้าร่วมกิจกรรม การปฏบิ ตั ิกิจกรรม และผลจากการปฏบิ ัติ กิจกรรมของผู้เรียน ตามเกณฑท์ ีส่ ถานศึกษากำหนด 3. การประเมนิ คณุ ธรรม เป็นการประเมินสง่ิ ทตี่ ้องการ การปลกู ฝังในตัวผู้เรยี น โดยประเมินจากกิจกรรม การเรยี นรทู้ างด้านการพฒั นาตน การพฒั นางาน การอยู่รว่ มกันในสังคมอย่างมีความสขุ การพฒั นาคุณภาพชวี ิต การเข้าร่วมกจิ กรรม การเรยี นรู้ในรายวชิ าตา่ ง ๆ และกจิ กรรมในลกั ษณะอ่ืน ๆ ทีส่ ถานศกึ ษาจัดขึ้น เพ่ือเสรมิ สรา้ ง คุณธรรมให้เกิดข้ึนกับผู้เรยี น 4. การประเมนิ คุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สถานศึกษาตอ้ งจัดใหผ้ ู้เรียนเขา้ รบั การประเมิน คณุ ภาพการศึกษานอกระบบระดบั ชาติ ในภาคเรยี นสุดทา้ ยของทุกระดบั การศกึ ษาในสาระการเรียนร้ทู ่ี สำนักงาน กศน.กำหนดการประเมนิ คุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือทราบผลการเรยี นของผู้เรียน สำหรบั นำไปใช้ ในการวางแผนปรับปรุงและพฒั นาคุณภาพการศึกษานอกระบบตอ่ ไป การประเมนิ ดงั กล่าวไม่มีผล ตอ่ การได้หรอื ตกของผู้เรยี น ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หนา้ 156 สำนกั งาน กศน.จังหวัดชลบรุ ี

หลักสตู รสถานศกึ ษา การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2555) การจบหลักสตู ร ผู้จบการศึกษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรบั ปรุง พ.ศ. 2555) ในแต่ละระดับการศึกษา ต้องผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตร ดงั น้ี 1. ผา่ นการประเมิน และได้รับการตดั สนิ ผลการเรยี นตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด ท้ัง 5 สาระการ เรียนรู้ และได้ตามจำนวนหนว่ ยกิตทีก่ ำหนดตามโครงสรา้ งหลักสูตร 2. ผา่ นกระบวนการประเมินกิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต ไม่น้อยกวา่ 200 ชว่ั โมง 3. ผ่านกระบวนการประเมินคุณธรรม 4. เขา้ รับการประเมนิ คุณภาพการศกึ ษานอกระบบระดับชาติ เอกสารหลักฐานการศกึ ษา เอกสารหลักฐานการศึกษาให้เป็นไปตามทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนด สถานศกึ ษาทุกแห่งตอ้ งใช้เอกสาร หลักฐานการศกึ ษาเหมือนกนั เพอื่ ประโยชน์ในการสือ่ ความเข้าใจท่ตี รงกันและการสง่ ต่อ ได้แก่ 1.ระเบยี นแสดงผลการเรยี น 2. หลกั ฐานแสดงวุฒกิ ารศึกษา (ประกาศนียบัตร) 3. แบบรายงานผู้สำเรจ็ การศึกษา เอกสารหลกั ฐานการศึกษาอืน่ ๆ สถานศกึ ษาต้องพจิ ารณาจัดทำ เพื่อใช้ประกอบการจัดการศกึ ษาตาม หลักสตู รนอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2555) ตามท่ีเหน็ สมควร เชน่ แบบประเมนิ ผลกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชวี ิต ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หนา้ 157 สำนกั งาน กศน.จงั หวดั ชลบรุ ี

หลักสตู รสถานศึกษา การศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2555) ภาคผนวก ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอพนัสนคิ ม หน้า 158 สำนกั งาน กศน.จงั หวดั ชลบรุ ี








Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook