Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอน 30000-1404 วิชาแคลคูลัส 1 ภาคเรียน 64.1 (อ.ธีระ)

แผนการสอน 30000-1404 วิชาแคลคูลัส 1 ภาคเรียน 64.1 (อ.ธีระ)

Published by Theera Klomklao, 2021-10-29 06:27:16

Description: แผนการสอน 30000-1404 วิชาแคลคูลัส 1 ภาคเรียน 64.1 (อ.ธีระ)

Keywords: แผนการสอน วิชา แคลคูลัส,ธีระ

Search

Read the Text Version

50 แผนการจดั การเรยี นรูมุงเนน สมรรถนะ หนว ยที่ 3 สอนคร้ังที่6 ช่อื หนว ย อนพุ ันธข องฟงกชันตรโี กณมติ ิ ชัว่ โมงรวม 3 แผนการสอนท่ี 6 จาํ นวนชว่ั โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. สตู รการหาอนุพันธข องฟง กช ันตรโี กณมติ ิ 2. สตู รการหาอนุพนั ธฟง กชันผกผันของฟง กช ันตรีโกณมติ ิ สมรรถนะการเรียนรู เมอื่ ศึกษาจบหนว ยนแ้ี ลว นักศกึ ษาสามารถ 1. หาคาอนุพนั ธฟงกชนั ตรโี กณมติ โิ ดยใชส ูตรได 2. หาคา อนุพันธฟ งกชนั ผกผันของฟง กช นั ตรโี กณมติ ิโดยใชส ตู รได สาระสาํ คญั สรุปสตู รการหาอนพุ นั ธของฟงกชนั ตรีโกณมติ ิ ให u เปนฟง กช นั ของ x ท่หี าอนุพันธได 1. d sin u = cos u du dx dx 2. d cos u =  sin u du dx dx 3. d tan u = sec2 u du dx dx 4. d cot u =  cosec2 u du dx dx 5. d sec u = sec u tan u du dx dx 6. d cosec u =  cosec u cot u du dx dx สูตรการหาอนุพันธข องฟง กช ันผกผันของฟง กชันตรีโกณมติ ิ ให u เปน ฟง กช นั ของ x ท่หี าอนุพันธ ได 1. d sin 1u = 1  du 2. d cos 1u = 1  du dx 1 u2 dx dx 1 u2 dx 3. d tan 1u = 1  du 4. d cot 1u = 1  du dx 1 u2 dx dx 1 u2 dx 5. d sec1u = 1 du 6. d cosec 1u = u 1 1  du dx u u2 1  dx dx u2  dx

51 กิจกรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักศึกษา 1.1 ขัน้ นาํ เขา สบู ทเรยี น 1.1 ครูแจงจดุ ประสงคการเรียนรแู ละทดสอบ นกั ศกึ ษาทาํ แบบทดสอบกอนเรยี น หนวยที่ 3 หมด กอ นเรียน หนว ยท่ี 3 ใชเ วลา 15 นาที เวลานําสง ครู 1.2 ขน้ั สอน 1.2 1.2.1 ใหน ักศกึ ษาเขา เรยี นออนไลนค รเู ชิญลงิ คเขา 1.2.1 นกั ศกึ ษาเขากิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ เรยี นออนไลน Google Meet พรอ มท้ังสงั เกต ออนไลน ดว ย Google Meet พฤติกรรมการรว มกิจกรรมเขาชน้ั เรยี นดวยการบันทึก 1.2.2 นกั ศกึ ษาทกุ คนตง้ั สมาธริ ับความรจู ากบทเรยี น Google Meet Attendance ชว ยกันตอบคาํ ถามใหตรงประเด็นกบั เน้ือหาสงสัยไม เขา ใจใหถ ามครูผสู อน 1.2.2 ครนู ําเสนอเนือ้ หาโดยใชการแชรห นา จอคอมพิวเตอร พรอ มอธิบายประกอบ การถาม-ตอบ เกีย่ วกบั - สตู รการหาอนพุ ันธของฟงกชันตรโี กณมติ ิ - สูตรการหาอนพุ ันธฟง กช ันผกผันของฟง กช ัน ตรโี กณมติ ิ 1.3 ขนั้ สรุป 1.3 1.3.1 ใหนกั ศึกษาแตล ะกลมุ ชวยกนั สรุปเนอื้ หาทไ่ี ด 1.3.1 นักศึกษาแตละกลุม ชวยกันสรุปเนื้อหา เรยี นไป 1.3.2 ครูสรุปเนอ้ื หาทส่ี อนใหน กั ศกึ ษาไดรับความรทู ี่ 1.3.2 นักศึกษาชวยกันซกั ถามในสวนท่ีไมเ ขาใจ ถูกตอ งและเพ่ิมเตมิ ความรใู หมคี วามสมบรู ณย่ิงขนึ้ 1.3.3 ครูแจกแบบฝก หัดในหองเรียนหนวยที่ 3 กับ 1.3.3 นักศึกษาแตล ะคนรับแบบฝกหัดในหองเรยี น นกั ศึกษาใหท ําเปน การบาน หนวยที่ 3 ไปทาํ เปน การบา น แลวสง ในชว่ั โมงเรยี น ครงั้ ตอ ไป สอื่ การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคลู ัส 1 รหสั วชิ า 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรว มกจิ กรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอ นเรยี น พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวดั ผลและประเมนิ ผล การประเมนิ ผล การวดั ผล 1. นกั ศึกษามคี วามพรอม ความตัง้ ใจเรียน ตอบ 1. สังเกตจากความพรอมความตั้งใจเรยี น และการ คาํ ถามไดถ ูกตอ งประมาณ 80% ถามตอบ 2. นักศึกษาทาํ แบบฝกหัดในหอ งเรยี นหนวยท่ี 3 2. สังเกตจากการทําแบบฝก หดั ในหอ งเรียนหนวยท่ี ถูกตอ งประมาณ 80% 3ทีส่ งในคร้ังตอ ไป

52 หมายเหตุ การประเมินผล แบบฝกหัดในหอ งเรยี นหนวยที่ 3 1. ไดคะแนน 80% ขึ้นไปถือวาดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนตาํ่ กวา 60% ถอื วาควรปรบั ปรงุ แกไข และไดรับความเอาใจใสเปน พเิ ศษ บันทกึ ผลการนาํ ไปใชในการสอน จากการนําแผนการสอนแผนที่ 6 ไปใชจริงกบั นกั ศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นกั ศกึ ษาสามารถ 1. หาคาอนพุ ันธฟง กช ันตรโี กณมิตโิ ดยใชสูตรได 2. หาคาอนุพันธฟ งกช นั ผกผันของฟงกชันตรีโกณมติ โิ ดยใชส ตู รได ครใู ชก ารเรียนการสอนผา นสื่ออิเล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผา น Google Classroom มกี ารเชค็ ช่ือเขา เรียน และ On Line Streaming สอนสด หรอื บันทกึ วีดโี อ ผา น Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทกึ การเขาหองเรยี น Meet Attendance Collector เพอ่ื วดั และประเมนิ เพิ่มเติมจากรปู แบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญ หาท่ีพบ หากเปน On line อนิ เตอรเนต็ ไมเสถียรหรืออุปกรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สม ีปญหา ก็ จะทําใหการเรียนการสอนประสบความลาชา ตอ งแกไขดว ยการบันทึกกิจกรรมการเรยี นการสอนไวล ว งหนา

53 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธิภาพอยใู นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

54 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรงุ 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรยี น 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และสิง่ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏิบตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

55 แบบทดสอบกอ นเรียนหนว ยที่ 3 จงเลอื กคําตอบที่ถูกท่สี ุดเพียงขอเดยี ว 1. อนุพนั ธของ y  sin4x มคี าตรงกับขอใด ก. 4cos4x ข. cos4x ค.  cos4x ง.  4cos4x 2. อนุพันธของ y  cos2x2  มคี าตรงกบั ขอ ใด ก. 4sin2x2  ข. 4xsin2x2  ค.  4sin2x2  ง.  4xsin2x2  3. อนพุ นั ธข อง y  1 sin3x2 มคี า ตรงกบั ขอใด ก. 8cos3x1 sin3x ข. 6cos3x1 sin3x ค. 3cos3x1 sin3x ง. 2cos3x1 sin3x 4. อนุพนั ธของ y  cosx มีคา ตรงกับขอใด sinx ก.  cosec2x ข. cosec2x ค.  sec2x ง. sec2x 5. อนพุ ันธของ y  tan 3x มคี า ตรงกบั ขอใด ก. sec2 3x ข. 3sec2 3x 3x 3x ค. 2sec2 3x ง. 3sec2 3x 3 3x 2 3x 6. อนพุ ันธข อง y  1 tanx3 มคี า ตรงกบั ขอ ใด ก. 3secx1 tanx3 ข. 3sec2x1  tanx2 ค. 31 tanx2 ง. secx1 tanx2 7. อนุพนั ธข อง y  tan1 1 x2  มีคา ตรงกับขอใด ก. 1  2x x 4 ข. x x2  1 x2  x4 ค. 2x ง. x 2  2x2  x4 2  2x2  x4 8. อนุพันธของ y  sin1 3x2  มคี า ตรงกับขอ ใด ก. 3x ข. 3x 1  6x4 1  6x4 ค. 6x ง. 6x 1  9x4 1  9x4 9. อนุพันธข อง y  cos1 3x มคี า ตรงกับขอใด ก.  3 ข. 3 2 3x  9x2 2 3x  9x2

56 ค.  3 ง. 3 2 1  3x 2 1  3x 10. อนุพันธข อง y  sec13x มคี า ตรงกบั ขอ ใด ก. 3 ข. 1 x 3x2 1 x 9x2 1 ค.  3 ง. 1 x 3x2  1 x 9x2  1 *********************************************** เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี นหนว ยท่ี 3 1. ก 2. ง 3. ข 4. ก 5. ง 6. ข 7. ค 8. ค 9. ก 10. ข บันทึกการตรวจแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงช่อื .........................................รองผอู าํ นวยการฝา ยวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รับทราบ ลงชอ่ื .................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............

57 แผนการจดั การเรียนรมู ุงเนน สมรรถนะ หนวยที่ 3 สอนคร้ังท่ี7 ช่อื หนว ย อนพุ ันธข องฟง กชันตรโี กณมติ ิ (ตอ ) ชัว่ โมงรวม 3 แผนการสอนที่ 7 จํานวนชัว่ โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. สตู รการหาอนุพันธข องฟงกช ันตรโี กณมิติ 2. สตู รการหาอนุพันธฟงกช นั ผกผันของฟงกชนั ตรโี กณมิติ สมรรถนะการเรียนรู เม่อื ศึกษาจบหนว ยน้แี ลว นักศกึ ษาสามารถ 1. หาคาอนุพนั ธฟงกชนั ตรโี กณมติ โิ ดยใชสตู รได 2. หาคา อนุพนั ธฟงกช นั ผกผนั ของฟงกช ันตรีโกณมติ โิ ดยใชส ตู รได สาระสาํ คญั สรปุ สูตรการหาอนพุ นั ธของฟงกช นั ตรีโกณมิติ ให u เปนฟง กชนั ของ x ทห่ี าอนุพันธได 1. d sin u = cos u du 2. d cos u =  sin u du dx dx dx dx 3. d tan u = sec2 u du 4. d cot u =  cosec2 u du dx dx dx dx 5. d sec u = sec u tan u du 6. d cosec u =  cosec u cot u du dx dx dx dx สตู รการหาอนุพันธข องฟง กช ันผกผนั ของฟง กช นั ตรโี กณมติ ิ ให u เปน ฟง กช นั ของ x ทห่ี าอนพุ ันธ ได 1. d sin 1u = 1 du 2. d cos 1u = 1  du dx 1  u2  dx dx 1 u2 dx 3. d tan 1u = 1  du 4. d cot 1u = 1  du dx 1 u2 dx dx 1 u2 dx 5. d sec1u = u 1 1  du 6. d cosec 1u = u 1 1  du dx u2 dx dx u2  dx กิจกรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักศกึ ษา 1.1 ขน้ั นาํ เขาสูบทเรยี น 1.1 ครอู บรมสงั่ สอนคุณธรรม จริยธรรม ระเบยี บวินัย นกั ศกึ ษานําแบบฝกหัดในหองเรียนหนว ยที่ 3 สงครู เมื่อมคี วามพรอมแลว ครแู จงใหนักศึกษาแตล ะคนสง และชวยกันเฉลยบน Google Jam board แบบฝกหดั ในหองเรยี นหนวยที่ 3 ทใ่ี หไปทําเปน การบา น และเฉลย 1.2 ข้นั สอน 1.2 1.2.1 ใหน กั ศึกษาเขา เรยี นออนไลนครเู ชิญลงิ คเ ขา 1.2.1 นกั ศึกษาเขา กจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบ

58 เรียนออนไลน Google Meet พรอมทง้ั สังเกต ออนไลน ดวย Google Meet พฤติกรรมการรวมกิจกรรมเขาชนั้ เรยี นดวยการบันทกึ 1.2.2 นกั ศกึ ษาแตละกลมุ ชว ยกันทําโจทยเพิ่มเตมิ Google Meet Attendance หนวยท่ี 3 1.2.2 ครูนําโจทยเพม่ิ เติมหนว ยที่ 3มาใหนักศกึ ษาฝก ครูนาํ เสนอเน้ือหาโดยใชการแชรห นาจอคอมพวิ เตอร ใหนักศึกษาไดฝกไปพรอมกันทีละขอ พรอมท้ังเฉลย 1.3 ขั้นสรปุ 1.3 1.3.1 ใหน กั ศึกษาแตละกลุมชวยกนั สรุปบทเรยี นใน 1.3.1 นกั ศกึ ษาแตละกลมุ ชว ยกันสรุปบทเรยี นใน หนวยท3่ี ทั้งหมดท่ีไดเ รยี นในสองครงั้ หนวยท3่ี ท้งั หมดท่ีไดเรยี นในสองครง้ั 1.3.2 ครูสรปุ เนื้อหาทส่ี อนท้ังหมดใหนกั ศกึ ษาไดรบั 1.3.2 นกั ศกึ ษาชวยกนั ซักถามในสวนที่ยังไมเขา ใจ ความรูทถ่ี ูกตอ งและเพ่มิ เตมิ ความรใู หมีความสมบูรณ ยิ่งขึ้น 1.3.3 นักศึกษาแตล ะคนทําแบบทดสอบหลังเรียน 1.3.3 ครแู จกแบบทดสอบหลงั เรียนหนวยท่ี 3 ใหกับ หนว ยที่ 3 แลว สงครเู มอ่ื หมดเวลาตามท่คี รูกาํ หนด นักศึกษาทําในหอ ง โดยใชเวลา 15 นาที ส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคูลสั 1 รหัสวิชา 30000-1404 2. แบบสังเกตการรว มกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรียน พรอ มเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล การประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากความพรอมความตั้งใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามีความพรอม ความต้ังใจเรียน ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถ ูกตองประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทําโจทยเพ่ิมเตมิ หนวยท่ี 3 2. นกั ศึกษาทาํ โจทยเ พิ่มเติมหนวยท่ี 3 ไดถ ูกตอ ง ประมาณ 80% 3. สงั เกตจากการทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยที่ 3 3. นกั ศึกษาทําแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยที่ 3 ได ถูกตองประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมนิ ผล แบบทดสอบหลังเรียนหนว ยที่ 3 1. ไดคะแนน 80% ขนึ้ ไปถือวาดีมาก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดค ะแนนต่ํากวา 60% ถือวาควรปรับปรงุ แกไข และไดรับความเอาใจใสเปนพิเศษ

59 บันทกึ ผลการนําไปใชในการสอน จากการนาํ แผนการสอนแผนท่ี 7 ไปใชจ รงิ กบั นักศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นักศกึ ษาสามารถ 1. หาคา อนุพนั ธฟ ง กชันตรีโกณมติ ิ และอนุพนั ธฟ ง กช ันผกผนั ของฟง กช ันตรโี กณมิติโดยใชส ูตรได 2. ทําแบบทดสอบหลงั เรียนได คะแนนดีกวากอนเรยี น ครูใชการเรียนการสอนผา นสื่ออิเล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผา น Google Classroom มกี ารเชค็ ชอ่ื เขา เรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรอื บันทึกวดี โี อ ผา น Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทกึ การเขาหองเรียน Meet Attendance Collector เพ่อื วดั และประเมนิ เพิ่มเติมจากรูปแบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญหาท่ีพบ หากเปน On line อนิ เตอรเ น็ตไมเสถยี รหรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกสมปี ญ หา ก็ จะทาํ ใหการเรยี นการสอนประสบความลาชา ตอ งแกไขดว ยการบนั ทกึ กิจกรรมการเรยี นการสอนไวลว งหนา

60 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

61 เกณฑก ารใหคะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู ่ืนทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผูอ น่ื ทุกคร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทกุ คร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทุกคร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั ิงานที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชว ัสดถุ กู ตองพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

62 แบบทดสอบหลงั เรียนหนวยที่ 3 จงเลอื กคําตอบที่ถูกทสี่ ดุ เพียงขอเดยี ว sin1 3x2  มคี า ตรงกบั ขอ ใด 1. อนุพันธของ y  ก. 3x ข. 3x 1  6x4 1  6x4 ค. 6x ง. 6x 1  9x4 1  9x4 2. อนพุ ันธข อง y  cos1 3x มคี า ตรงกบั ขอ ใด ก.  3 ข. 3 2 3x  9x2 2 3x  9x2 ค.  3 ง. 3 2 1  3x 2 1  3x 3. อนุพนั ธของ y  ก. 3 sec13x มีคา ตรงกบั ขอใด x 3x2  1 ข. 1 ค.  3 x 9x2  1 x 3x2 1 ง. 1 4. อนพุ ันธของ y  x 9x2 1 cosx มคี า ตรงกับขอใด sinx ก.  cosec2x ข. cosec2x ค.  sec2x ง. sec2x 5. อนุพนั ธของ y  tan 3x มีคาตรงกบั ขอใด ก. sec2 3x ข. 3sec2 3x 3x 3x ค. 2sec2 3x ง. 3sec2 3x 3 3x 2 3x 6. อนุพันธของ y  1 tanx3 มีคา ตรงกบั ขอใด ก. 3secx1 tanx3 ข. 3sec2x1  tanx2 ค. 31 tanx2 ง. secx1 tanx2 7. อนุพันธของ y  tan1 1 x2  มีคา ตรงกบั ขอใด ก. 1  2x x 4 ข. x x2  1 x2  x4 ค. 2x ง. x 2  2x2  x4 2  2x2  x4 8. อนพุ นั ธข อง y  sin4x มคี าตรงกับขอใด  ก. 4cos4x ข. cos4x ค.  cos4x ง.  4cos4x cos2x2  มคี าตรงกับขอใด 9. อนุพันธข อง y

63 ก. 4sin2x2  ข. 4xsin2x2  ค.  4sin2x2  ง.  4xsin2x2  10. อนุพันธข อง y  1 sin3x2 มคี า ตรงกบั ขอ ใด ก. 8cos3x1 sin3x ข. 6cos3x1 sin3x ค. 3cos3x1 sin3x ง. 2cos3x1 sin3x *********************************************** เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยที่ 3 1. ค 2. ก 3. ข 4. ก 5. ง 6. ข 7. ค 8. ก 9. ง 10. ข บันทึกการตรวจแผนการจดั การเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงช่อื .........................................รองผูอํานวยการฝา ยวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงช่ือ.................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............

64 แผนการจัดการเรยี นรมู งุ เนน สมรรถนะ หนวยที่ 4 สอนครง้ั ท่ี8 ชอ่ื หนว ย อนุพันธของฟง กชันเอก็ ซโปเนนเชียล และ อนพุ ันธฟ งกชนั ลอการทิ มึ ชั่วโมงรวม 3 แผนการสอนที่ 8 จาํ นวนชวั่ โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. สตู รการหาอนุพนั ธของฟงกช ันเอก็ ซโ ปเนนเซียล 2. สูตรการหาอนุพนั ธฟง กชันลอการิทึม 3. การหาอนุพนั ธเ ชิงลอการิทมึ สมรรถนะการเรียนรู เมื่อศึกษาจบหนวยน้ีแลว นกั ศกึ ษาสามารถ 1. บอกรปู แบบของฟงกช ันเอ็กซโ ปเนนเซียลได 2. บอกรูปฟง กช ันลอการทิ ึมได 3. หาอนพุ นั ธของฟง กช ันเอก็ ซโ ปเนนเซียลได 4. หาอนพุ นั ธข องฟง กช ันลอการทิ ึมได สาระสาํ คญั สตู รการหาอนุพนั ธข องฟง กเ อก็ ซโปเนนเชยี ล ให u เปน ฟงกชนั ของ x ทห่ี าอนุพนั ธไ ด 1. d a u  a u lna du ; เม่ือ a  0 , a  1 dx dx 2. d eu  eu du dx dx สูตรการหาอนุพนั ธข องฟง กชันลอการิทึม ให u เปน ฟง กช นั ของ x ท่หี าอนุพันธไ ด 1. d lnu  1  du dx u dx 2. d loga u  1  logae  du ( a0,a 1 ) dx u dx การหาอนุพนั ธเ ชงิ ลอการิทึม การแกป ญหาอนุพนั ธของฟงกช ันที่อยูในรูปผลคณู ผลหาร เศษสว น หรือ ยกกําลัง สามารถจะทําใหงาย ข้นึ โดยใชลอการิทึมธรรมชาติเขามาชว ย กิจกรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนกั ศึกษา 1.1 ขน้ั นาํ เขาสูบ ทเรยี น 1.1 ครูแจงจดุ ประสงคก ารเรียนรูและทดสอบ นกั ศกึ ษาทําแบบทดสอบกอนเรียน หนว ยท่ี 4 หมด กอ นเรยี น หนว ยท่ี 4 ใชเ วลา 15 นาที เวลานําสง ครู 1.2 ข้นั สอน 1.2 1.2.1 ใหน ักศึกษาเขาเรยี นออนไลนค รเู ชิญลงิ คเขา 1.2.1 นกั ศึกษาเขา กิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ

65 เรียนออนไลน Google Meet พรอ มทัง้ สังเกต ออนไลน ดวย Google Meet พฤติกรรมการรว มกิจกรรมเขาช้นั เรยี นดว ยการบันทึก 1.2.2 นกั ศึกษาทกุ คนตัง้ สมาธิรับความรจู ากบทเรยี น Google Meet Attendance ชว ยกันตอบคาํ ถามใหต รงประเดน็ กับเนอื้ หาสงสัยไม 1.2.2 ครูนาํ เสนอเน้ือหาโดยใชการแชรหนา เขา ใจใหถ ามครผู สู อน จอคอมพิวเตอร พรอ มอธิบายประกอบ การถาม-ตอบ เกยี่ วกับ 1. สูตรการหาอนพุ นั ธของฟง กชนั เอก็ ซโ ปเนนเซียล 2. สูตรการหาอนุพันธฟ งกช นั ลอการิทมึ 3. การหาอนุพนั ธเ ชงิ ลอการิทมึ 1.3 ขั้นสรุป 1.3 1.3.1 ใหน ักศึกษาแตละกลมุ ชว ยกนั สรุปเน้อื หาที่ได 1.3.1 นักศกึ ษาแตละกลมุ ชว ยกันสรปุ เนอ้ื หา เรียนไป 1.3.2 ครสู รปุ เนื้อหาที่สอนใหน กั ศึกษาไดร บั ความรูท ี่ 1.3.2 นักศกึ ษาชวยกนั ซักถามในสว นท่ไี มเขา ใจ ถูกตอ งและเพ่มิ เตมิ ความรูใหมีความสมบรู ณย่ิงขึ้น 1.3.3 ครูแจกแบบฝกหดั ในหองเรยี นหนว ยท่ี 4 กบั 1.3.3 นกั ศกึ ษาแตล ะคนรบั แบบฝก หดั ในหองเรยี น นักศกึ ษาใหทําเปน การบา น หนว ยท่ี 4 ไปทาํ เปน การบาน แลว สงในชัว่ โมงเรยี น คร้ังตอไป ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคูลสั 1 รหัสวชิ า 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรว มกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอ นเรียน พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวัดผลและประเมินผล การวดั ผล การประเมนิ ผล 1. สังเกตจากความพรอมความต้งั ใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามคี วามพรอม ความต้งั ใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถ ูกตองประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทาํ แบบฝก หดั ในหอ งเรียนหนว ยท่ี 2. นกั ศึกษาทาํ แบบฝกหัดในหองเรยี นหนว ยที่ 4 4 ท่สี ง ในคร้งั ตอไป ถกู ตอ งประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมนิ ผล แบบฝก หดั ในหอ งเรยี นหนวยท่ี 4 1. ไดคะแนน 80% ขนึ้ ไปถือวา ดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดค ะแนนตํา่ กวา 60% ถือวาควรปรบั ปรุงแกไข และไดร ับความเอาใจใสเ ปนพิเศษ

66 บันทึกผลการนําไปใชในการสอน จากการนําแผนการสอนแผนท่ี 8 ไปใชจริงกบั นกั ศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นักศึกษาสามารถ 1. บอกรูปแบบของฟงกช ันเอ็กซโ ปเนนเซยี ลได 2. บอกรปู ฟง กช นั ลอการทิ มึ ได 3. หาอนพุ ันธของฟงกช ันเอ็กซโ ปเนนเซยี ลได 4. หาอนพุ นั ธของฟง กช นั ลอการิทมึ ได ครูใชการเรียนการสอนผา นสื่ออเิ ล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มกี ารเช็คชื่อเขา เรียน และ On Line Streaming สอนสด หรือบนั ทกึ วดี โี อ ผา น Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทกึ การเขาหองเรยี น Meet Attendance Collector เพอ่ื วัดและประเมินเพ่ิมเติมจากรูปแบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญหาที่พบ หากเปน On line อนิ เตอรเ น็ตไมเสถยี รหรอื อปุ กรณอ ิเล็กทรอนกิ สม ปี ญหา ก็ จะทําใหการเรียนการสอนประสบความลา ชา ตองแกไขดว ยการบนั ทกึ กจิ กรรมการเรยี นการสอนไวล วงหนา

67 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถงึ ดีมาก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถึงพอใช (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสิทธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอ ยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

68 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

69 แบบทดสอบหลงั เรียนหนว ยท่ี 4 จงหาคําตอบทถี่ ูกที่สุดเพยี งขอเดยี ว 1. อนพุ นั ธของ y  e8x มีคาตรงกบั ขอใด ก.  8e8x ข. 8e8x ค.  e8x ง. e8x 2. อนุพันธข อง y  e4x3 2 มคี าตรงกับขอใด ก. 6x 2e4x3 2 ข. 3x 2e4x3 2 ค. 12x 2e4x3 2 ง. 4x 2e4x3 2 3. อนุพนั ธข อง y  esin3x มคี า ตรงกับขอ ใด ก. 3esin3x ข. 3xesin3x ค. cos3x.e sin3x ง. 3cos3x.e sin3x 4. อนพุ นั ธของ y  ln3x5 มีคาตรงกับขอ ใด ก. 1 ln3x4 ข. 5 ln3x4 x x ค. xln3x4 ง. 5ln3x4 5. อนพุ ันธข อง y  lncos4x มีคาตรงกับขอ ใด ก.  4tan4x ข. 4tan4x ค. 1 ง.  1 cos4x cos4x 6. อนุพนั ธของ y  lnln2x มคี าตรงกับขอ ใด ก. 1 ข. 2 ln2x ln2x ค. 1 ง. 2 xln2x xln2x 7. อนุพันธข อง y  lnsec5x มคี า ตรงกับขอ ใด ก. tan5x ข. sec5xtan5x ข. 5sec5x ง. 5tan5x 8. อนุพนั ธของ y  ln3  secx มีคาตรงกับขอ ใด ก. secxtanx ข. sec2x 3  secx 3  secx ค. cosec2x ง. tan2x 3  secx 3  secx 9. อนพุ นั ธข อง y  cos 10  มคี า ตรงกับขอใด  lnx  ก. x  10 .sin 10  ข. 10 2 .sin 10   lnx   lnx  lnx2 xlnx ค. 1 2 .sin 10 ง. x 1 .sin 10   lnx  xlnx lnx lnx2 10. อนุพนั ธของ y  ln x  5 มคี าตรงกบั ขอใด

70 ก. 1 ข. 2 2 x  5 x  5 x ค. 1 ง. 1 2 x2  5x 5 x2  5x ************************************************** เฉลยแบบทดสอบกอ นเรยี นหนวยที่ 4 1. ก 2. ค 3. ง 4. ข 5. ก 6. ค 7. ง 8. ก 9. ข 10. ก บันทกึ การตรวจแผนการจดั การเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.........................................รองผอู ํานวยการฝา ยวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงชื่อ.................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............

71 แผนการจัดการเรียนรมู งุ เนน สมรรถนะ หนว ยท่ี 4 สอนคร้ังท่ี9 ช่อื หนวย อนพุ ันธข องฟง กชันเอ็กซโปเนนเชียล และ อนพุ นั ธฟงกช นั ลอการทิ มึ (ตอ ) ชั่วโมงรวม 2 แผนการสอนที่ 9 จาํ นวนชว่ั โมง 2 สาระการเรยี นรู 1. สตู รการหาอนุพันธของฟงกช ันเอ็กซโ ปเนนเซยี ล 2. สตู รการหาอนุพันธฟ ง กช ันลอการิทึม 3. การหาอนุพนั ธเ ชิงลอการิทมึ สมรรถนะการเรียนรู เมือ่ ศึกษาจบหนว ยนแ้ี ลว นักศกึ ษาสามารถ 1. บอกรปู แบบของฟงกชนั เอ็กซโ ปเนนเซียลได 2. บอกรูปฟง กช ันลอการิทึมได 3. หาอนพุ นั ธข องฟง กชนั เอก็ ซโ ปเนนเซียลได 4. หาอนุพนั ธของฟง กช ันลอการิทมึ ได สาระสาํ คัญ สตู รการหาอนุพนั ธข องฟง กเอก็ ซโปเนนเชยี ล ให u เปนฟง กช ันของ x ท่หี าอนุพนั ธได 1. d a u  a u lna du ; เมือ่ a  0 , a  1 dx dx 2. d eu  eu du dx dx สูตรการหาอนุพันธข องฟง กช ันลอการิทึม ให u เปนฟงกช นั ของ x ทห่ี าอนุพันธได 1. d lnu  1  du dx u dx 2. d loga u  1  loga e  du ( a0,a 1 ) dx u dx การหาอนุพนั ธเชงิ ลอการทิ มึ การแกปญหาอนุพนั ธข องฟงกชันที่อยใู นรปู ผลคณู ผลหาร เศษสว น หรอื ยกกาํ ลงั สามารถจะทําใหง า ย ขน้ึ โดยใชลอการทิ ึมธรรมชาตเิ ขามาชว ย กิจกรรมการเรียนการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักศกึ ษา 1.1 ขั้นนําเขา สูบทเรียน 1.1 ครอู บรมสง่ั สอนคุณธรรม จรยิ ธรรม ระเบียบวนิ ยั นกั ศกึ ษานาํ แบบฝก หดั ในหอ งเรียนหนว ยท่ี 4 สงครู เมื่อมีความพรอมแลว ครแู จง ใหน ักศึกษาแตล ะคนสง และชว ยกนั เฉลยบน Google Jam board แบบฝก หดั ในหองเรยี นหนว ยท่ี 4 ท่ีใหไปทาํ เปน การบา น และเฉลยบนกระดาน

72 1.2 ขัน้ สอน 1.2 1.2.1 ใหนกั ศึกษาเขา เรียนออนไลนครูเชิญลิงคเขา 1.2.1 นกั ศึกษาเขากิจกรรมการเรยี นการสอนแบบ เรยี นออนไลน Google Meet พรอ มทงั้ สงั เกต ออนไลน ดว ย Google Meet พฤติกรรมการรว มกจิ กรรมเขาชน้ั เรยี นดว ยการบันทึก 1.2.2 นักศกึ ษาแตละกลุมชว ยกันทาํ โจทยเพ่ิมเตมิ Google Meet Attendance หนว ยที่ 4 1.2.2 ครูนําโจทยเ พม่ิ เติมหนว ยท่ี 4 มาให ครู นาํ เสนอเนอื้ หาโดยใชการแชรหนาจอคอมพวิ เตอร ให นักศกึ ษาไดฝ ก ไปพรอมกันทีละขอ พรอมทัง้ เฉลย 1.3 ขนั้ สรุป 1.3 1.3.1 ใหนักศกึ ษาแตละกลุมชวยกันสรุปบทเรยี นใน 1.3.1 นกั ศกึ ษาแตล ะกลุมชว ยกันสรปุ บทเรียนใน หนวยท4ี่ ท้ังหมดท่ีไดเ รยี นในสองครั้ง หนว ยท4่ี ท้งั หมดที่ไดเ รยี นในสองครง้ั 1.3.2 ครูสรปุ เนอื้ หาทส่ี อนทั้งหมดใหนักศกึ ษาไดร ับ 1.3.2 นกั ศึกษาชว ยกันซกั ถามในสวนที่ยังไมเขา ใจ ความรูทถ่ี ูกตอ งและเพ่ิมเตมิ ความรใู หม ีความสมบูรณ ย่ิงขึ้น 1.3.3 ครูแจกแบบทดสอบหลังเรียนหนว ยท่ี 4 ใหกับ 1.3.3 นักศึกษาแตล ะคนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น นกั ศกึ ษา โดยใชเวลา 15 นาที หนวยที่ 4 แลวสง ครเู มื่อหมดเวลาตามท่ีครูกาํ หนด สื่อการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวิชาแคลคูลสั 1 รหัสวิชา 30000-1404 2. แบบสังเกตการรว มกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรยี น พรอ มเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวัดผลและประเมนิ ผล การวัดผล การประเมินผล 1. สังเกตจากความพรอมความตั้งใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามีความพรอม ความต้ังใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถกู ตองประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทําโจทยเพิ่มเติมหนวยท่ี 4 2. นักศึกษาทําโจทยเ พ่ิมเติมหนวยท่ี 4 ไดถกู ตอ ง ประมาณ 80% 3. สงั เกตจากการทําแบบทดสอบหลังเรยี นหนวยที่ 4 3. นักศกึ ษาทําแบบทดสอบหลงั เรียนหนวยท่ี 4 ได ถูกตอ งประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมนิ ผล แบบทดสอบหลังเรียนหนว ยที่ 4 1. ไดคะแนน 80% ขึน้ ไปถือวา ดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนต่ํากวา 60% ถือวาควรปรับปรุงแกไข และไดร ับความเอาใจใสเ ปน พิเศษ

73 บนั ทึกผลการนาํ ไปใชในการสอน จากการนาํ แผนการสอนแผนที่ 9 ไปใชจรงิ กับนกั ศกึ ษาหลายกลุม ปรากฏวา นักศกึ ษาสามารถ 1. บอกรปู แบบของฟงกชันเอ็กซโ ปเนนเซยี ลได 2. บอกรูปฟงกชนั ลอการิทมึ ได 3. หาอนพุ นั ธข องฟงกช นั เอ็กซโ ปเนนเซียลได 4. หาอนพุ ันธข องฟง กช ันลอการิทึมได 5. ทาํ แบบทดสอบหลังเรียนได คะแนนดีกวา กอนเรียน ครใู ชการเรยี นการสอนผา นส่ืออเิ ล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มกี ารเชค็ ชือ่ เขาเรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรอื บันทกึ วดี โี อ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบันทึกการเขาหอ งเรียน Meet Attendance Collector เพอ่ื วัดและประเมินเพ่ิมเติมจากรปู แบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญหาท่พี บ หากเปน On line อนิ เตอรเ นต็ ไมเสถยี รหรอื อุปกรณอิเล็กทรอนิกสมปี ญหา ก็ จะทาํ ใหการเรยี นการสอนประสบความลา ชา ตองแกไขดวยการบันทึกกิจกรรมการเรยี นการสอนไวลวงหนา

74 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

75 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

76 แบบทดสอบหลังเรียนหนว ยท่ี 4 จงหาคาํ ตอบท่ีถูกท่ีสุดเพียงขอเดียว 1. อนุพนั ธของ y  lnln2x มคี าตรงกับขอใด ก. 1 ข. 2 ln2x ln2x ค. 1 ง. 2 xln2x xln2x 2. อนพุ นั ธของ y  lnsec5x มคี า ตรงกับขอใด ก. tan5x ข. sec5xtan5x ค. 5sec5x ง. 5tan5x 3. จงหาอนพุ ันธของ y  ln3  secx มคี า ตรงกบั ขอใด ก. secxtanx ข. sec2x 3  secx 3  secx ค. cosec2x ง. tan2x 3  secx 3  secx 4. อนุพันธของ y  cos 10  มคี าตรงกับขอ ใด  lnx  ก. 10  sin 10  ข. 10  sin 10   lnx   lnx  xlnx2 xlnx2 ค. 1  sin 10 ง. 1  sin 10   lnx  xlnx2 lnx xlnx2 5. อนพุ นั ธข อง y  ln x  5 มคี า ตรงกับขอใด ก. 1 ข. 2 2 x  5 x  5 x ค. 1 ง. 1 2 x2  5x 5 x2  5x 6. อนุพันธของ y  e8x มีคา ตรงกับขอ ใด ก.  8e8x ข. 8e 8x ค.  e8x ง. e8x 7. อนุพนั ธของ y  e4x3 2 มีคา ตรงกับขอ ใด ก. 6x 2e4x3 2 ข. 3x 2e4x3 2 ค. 12x 2e4x3 2 ง. 4x 2e4x3 2 8. จงหาอนุพนั ธข อง y  esin3x มีคาตรงกับขอใด ก. 3esin3x ข. 3xesin3x ค. cos3x.e sin3x ง. 3cos3x.e sin3x 9. อนุพนั ธข อง y  ln3x5 มคี าตรงกับขอ ใด

77 ก. 1 ln3x4 ข. 5 ln3x4 x x ค. xln3x4 ง. 5ln3x4 10. อนุพนั ธของ y  lncos4x มคี าตรงกับขอใด ก.  4tan4x ข. 4tan4x ค. 1 ง.  1 cos4x cos4x ************************************************** เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยท่ี 4 1. ค 2. ง 3. ก 4. ข 5. ก 6. ก 7. ค 8. ง 9. ข 10. ก บนั ทึกการตรวจแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.........................................รองผูอํานวยการฝายวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงชื่อ.................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............

78 แผนการจดั การเรียนรูมงุ เนน สมรรถนะ หนว ยท่ี 5 สอนครงั้ ท่ี10 ช่อื หนว ย การประยกุ ตอ นุพันธ ช่ัวโมงรวม 3 แผนการสอนท่ี 10 จาํ นวนชั่วโมง 3 สาระการเรยี นรู 1. สมการเสน สมั ผสั เสนโคง 2. คาสงู สดุ สัมพัทธ และคา ต่ําสุดสัมพทั ธ 3. ความเรว็ และ ความเรง 4. อตั ราสมั พัทธ 5. คา เชงิ อนุพนั ธ และ การประมาณคา สมรรถนะการเรียนรู เมื่อศึกษาจบหนวยนี้แลว นกั ศกึ ษาสามารถ 1. หาสมการเสน สัมผัสเสน โคง ได 2. หาคาสงู สดุ สมั พัทธ และคา ตํ่าสดุ สัมพัทธของฟงกช ันและประยุกตใ ชได 3. อธบิ ายเกย่ี วกบั ความเรว็ ความเรง และประยุกตใชได 4. อธิบายเก่ยี วกบั อัตราสัมพัทธ และประยุกตใชไ ด 5. อธบิ ายเกย่ี วกบั คา เชงิ อนุพันธและหาคาโดยประมาณของจํานวนได สาระสาํ คัญ สมการเสนสัมผัสเสนโคง สมการเสน สมั ผัสเสน โคง y  y1  dy (x  x1 ) หรอื y  y1  m(x  x1) dx สมการเสน แนวต้ังฉาก y  y1  1 (x  x1 ) หรอื y  y1  1 (x  x1 ) dy dy dx dx คาตํา่ สุดสัมพัทธ ถา y  f(x) แลวฟง กช ัน่ f(x) มีคาตํา่ สุดสมั พัทธ ที่จุด x  b กต็ อเมือ่ คา ของ f(b) ทจี่ ุด x  b มคี า นอยกวาคา f(x) ใดๆ ทอ่ี ยูใกลเ คยี งกบั จุดที่ x  b : (f(b)  f(x) สําหรบั ทกุ ๆ x ท่มี ีคาใกลเคียง กับ b) คาสูงสดุ สัมพทั ธ ถา y  f(x) แลว ฟงกช น่ั f(x) มคี าสงู สุดสัมพทั ธ ที่จดุ x  a กต็ อ เม่ือ คา ของ f(a) ทจ่ี ุด x  a มีคามากกวา คา f(x) ใดๆ ทอ่ี ยใู กลเคียงกบั จดุ ที่ x  a : (f(a)  f(x) สําหรบั ทกุ ๆ x ทม่ี ีคา ใกลเคียง กับ a) ความเร็ว และความเรง vt = ds = f t st at = dv = d 2s = f t dt dt 2

79 อัตราสัมพทั ธ เปนการเปล่ียนแปลงของปรมิ าณตา งๆเทียบกับเวลา โดยอตั ราการเปล่ียนแปลงของปริมาณตางๆ มีความสัมพันธต อ กนั เชน กาํ หนดตัวแปร x และตัวแปร y ทีม่ ีความสัมพันธก ัน โดยกาํ หนดคา dx มาให dt แลว ใหหาคา dy dt คา เชิงอนุพนั ธ dy = f xdx เม่อื dx  0 การประมาณคา f x  Δx = f x  f xdx กิจกรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กิจกรรมนักศึกษา 1.1 ขั้นนําเขา สบู ทเรียน 1.1 ครูแจง จุดประสงคการเรยี นรูและทดสอบ นักศึกษาทําแบบทดสอบกอนเรยี น หนวยที่ 5 หมด กอนเรยี น หนวยท่ี 5 ใชเ วลา 15 นาที เวลานาํ สง ครู 1.2 ขน้ั สอน 1.2 1.2.1 ใหนกั ศกึ ษาเขา เรียนออนไลนครเู ชญิ ลิงคเ ขา 1.2.1 นกั ศึกษาเขา กจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบ เรียนออนไลน Google Meet พรอมทง้ั สังเกต ออนไลน ดวย Google Meet พฤติกรรมการรว มกิจกรรมเขาชั้นเรยี นดวยการบันทึก 1.2.2 นักศึกษาทุกคนตั้งสมาธริ บั ความรูจ ากบทเรียน Google Meet Attendance ชว ยกันตอบคาํ ถามใหตรงประเด็นกบั เนื้อหาสงสัยไม เขาใจใหถ ามครูผสู อน 1.2.2 ครนู ําเสนอเนอ้ื หาโดยใชการแชรหนา จอคอมพวิ เตอร พรอมอธบิ ายประกอบ การถาม-ตอบ เกีย่ วกบั 1. สมการเสน สมั ผสั เสนโคง 2. คาสงู สุดสัมพัทธ และคา ต่ําสุดสัมพัทธ 3. ความเรว็ และ ความเรง 4. อัตราสัมพัทธ 5. คาเชิงอนุพันธ และ การประมาณคา 1.3 ขน้ั สรปุ 1.3 1.3.1 ใหนักศกึ ษาแตละกลมุ ชวยกันสรุปเน้อื หาทไ่ี ด 1.3.1 นกั ศึกษาแตละกลมุ ชว ยกันสรุปเนอื้ หา เรยี นไป 1.3.2 ครสู รปุ เนื้อหาท่สี อนใหนักศกึ ษาไดรับความรูท ี่ 1.3.2 นกั ศึกษาชว ยกนั ซกั ถามในสว นท่ีไมเขา ใจ ถูกตองและเพม่ิ เตมิ ความรูใหมคี วามสมบูรณย่ิงขึ้น 1.3.3 ครูแจกแบบฝก หัดในหองเรียนหนว ยที่ 5 กับ 1.3.3 นักศกึ ษาแตล ะคนรบั แบบฝก หัดในหองเรยี น นักศึกษาใหทําเปน การบา น หนวยท่ี 5 ไปทาํ เปนการบาน แลว สง ในช่วั โมงเรยี น ครั้งตอไป

80 สอ่ื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคูลัส 1 รหสั วิชา 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรว มกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรียน พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผล การประเมินผล 1. สังเกตจากความพรอมความตัง้ ใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามีความพรอม ความตงั้ ใจเรียน ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถ กู ตองประมาณ 80% 2. สงั เกตจากการทาํ แบบฝก หัดในหองเรียนหนวยที่ 2. นกั ศึกษาทําแบบฝกหัดในหองเรยี นหนวยท่ี 5 5 ทส่ี ง ในคร้ังตอ ไป ถูกตองประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมินผล แบบฝก หัดในหอ งเรยี นหนวยท่ี 5 1. ไดค ะแนน 80% ขึ้นไปถือวา ดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถือวาพอใช-ดี 3. ไดค ะแนนตาํ่ กวา 60% ถอื วาควรปรับปรงุ แกไข และไดร ับความเอาใจใสเปนพิเศษ บันทึกผลการนาํ ไปใชในการสอน จากการนาํ แผนการสอนแผนที่ 10 ไปใชจ ริงกับนักศึกษาหลายกลมุ ปรากฏวา นักศึกษาสามารถ 1. หาสมการเสน สัมผสั เสนโคง ได 2. หาคา สูงสุดสมั พัทธ และคา ต่ําสุดสมั พัทธข องฟงกช นั และประยกุ ตใชได 3. อธิบายเก่ยี วกบั ความเรว็ ความเรง และประยกุ ตใ ชไ ด 4. อธิบายเกยี่ วกับอตั ราสัมพัทธ และประยุกตใ ชไ ด 5. อธิบายเกย่ี วกับคาเชงิ อนุพนั ธและหาคา โดยประมาณของจํานวนได ครใู ชการเรยี นการสอนผานสื่ออเิ ล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มีการเช็คชอื่ เขาเรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรือบันทึกวดี โี อ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทกึ การเขา หองเรยี น Meet Attendance Collector เพอื่ วัดและประเมนิ เพ่ิมเติมจากรปู แบบการเรียน การสอนแบบ On Site ปญหาทพี่ บ หากเปน On line อนิ เตอรเน็ตไมเสถยี รหรืออุปกรณอิเล็กทรอนกิ สมีปญหา ก็ จะทาํ ใหการเรยี นการสอนประสบความลาชา ตอ งแกไขดวยการบนั ทึกกิจกรรมการเรยี นการสอนไวล วงหนา

81 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

82 เกณฑก ารใหคะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู ่ืนทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผูอ น่ื ทุกคร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอบงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทกุ คร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยนั ) ต้ังใจทุกคร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั ิงานที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชว ัสดถุ กู ตองพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

83 แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยท่ี 5 จงเลือกคําตอบที่ถูกตองท่สี ดุ เพียงขอเดยี ว 1. ความชนั ของเสนโคง y  x2  2x  5 ที่จุด (2 , 5) มีคา ตรงกับขอใด ก. 1 ข. 2 ค. 0 ง. 1 2. จากโจทย ขอ 1 สมการสมั ผสั เสนโคง มคี า ตรงกับขอใด ก. 2x  y  1  0 ข. 2x  y 1  0 ค. 2x  y 1  0 ง. 2x  y  1  0 3. ความชันของเสน โคง x2  3y2  7 ทจี่ ุด (2,1) มีคา ตรงกับขอใด ก.  1 ข. 5 3 3 ค.  5 ง. 2 3 3 4. พน้ื ทท่ี ใี่ หญท่ีสดุ ของส่ีเหล่ียมผืนผา ทม่ี ีเสนรอบรปู ยาว 100 ฟุต มีคาตรงกบั ขอ ใด ก. 625 ตารางฟตุ ข. 526 ตารางฟุต ค. 256 ตารางฟตุ ง. 265 ตารางฟุต 5. วัตถุเคลอ่ื นทต่ี ามสมการ s  t3  4t2  3t ความเรว็ ขณะเวลา t  3 วินาที มคี าตรงกับขอใด ก. 9 m/s ข. 8 m/s ค. 0 m/s ง. 7 m/s 6. จากโจทย ขอ 5 ความเรงมคี า ตรงกับขอใด ก. 10 m/s2 ข. 15 m/s2 ค. 14 m/s2 ง. 11 m/s2 7. คาโดยประมาณของ 3 124 มีคา ตรงกบั ขอใด ก. 4.7967 ข. 4.8967 ค. 4.9767 ง. 4.9867 8. คา สงู สดุ ของ f(x)  x4  2x2 มีคา ตรงกบั ขอใด ก. 1 ข. 3 ค. 4 ง. 0 9. จากโจทย ขอ 8 คาตาํ่ สดุ มีคาตรงกับขอใด ก. 1 ข. 3 ค. 4 ง. 0 10. คาโดยประมาณของ 5 31 มีคาตรงกับขอ ใด ก. 1.7895 ข. 1.9875 ค. 1.8795 ง. 1.8975

84 ************************************************** เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียนหนวยที่ 5 1. ข 2. ง 3. ง 4. ก 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ก 10. ข บนั ทกึ การตรวจแผนการจัดการเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ.........................................รองผอู ํานวยการฝายวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงชอื่ .................................................ครผู ูสอน (…………….…………………………….) ............./................/..............

85 แผนการจัดการเรยี นรูมงุ เนน สมรรถนะ หนว ยท่ี 5 สอนครั้งท่ี11 ช่อื หนว ย การประยกุ ตอนพุ ันธ(ตอ) ชวั่ โมงรวม 3 แผนการสอนท่ี 11 จาํ นวนชั่วโมง 3 สาระการเรยี นรู 1. สมการเสน สัมผัสเสน โคง 2. คา สูงสุดสัมพัทธ และคา ตํ่าสดุ สมั พทั ธ 3. ความเรว็ และ ความเรง 4. อัตราสมั พัทธ 5. คา เชงิ อนพุ นั ธ และ การประมาณคา สมรรถนะการเรียนรู เมื่อศึกษาจบหนว ยนีแ้ ลว นักศกึ ษาสามารถ 1. หาสมการเสนสมั ผสั เสนโคง ได 2. หาคา สงู สุดสมั พัทธ และคาตํ่าสุดสัมพัทธของฟงกช นั และประยกุ ตใ ชได 3. อธบิ ายเกี่ยวกบั ความเรว็ ความเรง และประยกุ ตใชไ ด 4. อธบิ ายเกี่ยวกบั อัตราสมั พัทธ และประยุกตใ ชได 5. อธิบายเกย่ี วกบั คาเชงิ อนุพันธและหาคาโดยประมาณของจํานวนได สาระสาํ คญั สมการเสนสัมผัสเสนโคง สมการเสน สมั ผสั เสนโคง y  y1  dy (x  x1 ) หรือ y  y1  m(x  x1) dx สมการเสน แนวตงั้ ฉาก y  y1  1 (x  x1 ) หรอื y  y1  1 (x  x1 ) dy dy dx dx คา ตาํ่ สดุ สัมพัทธ ถา y  f(x) แลว ฟงกช่นั f(x) มีคาตํา่ สดุ สัมพัทธ ท่ีจุด x  b กต็ อเมอ่ื คา ของ f(b) ท่ีจดุ x  b มีคานอ ยกวาคา f(x) ใดๆ ท่อี ยูใกลเคยี งกบั จุดที่ x  b : (f(b)  f(x) สําหรบั ทกุ ๆ x ท่มี คี า ใกลเคยี ง กบั b) คา สงู สดุ สมั พัทธ ถา y  f(x) แลวฟง กชัน่ f(x) มคี าสงู สดุ สมั พทั ธ ทจี่ ุด x  a กต็ อเมอ่ื คา ของ f(a) ท่จี ดุ x  a มีคามากกวา คา f(x) ใดๆ ทอ่ี ยใู กลเ คยี งกบั จดุ ท่ี x  a : (f(a)  f(x) สําหรับทกุ ๆ x ทีม่ คี า ใกลเคยี ง กับ a) ความเร็ว และความเรง vt = ds = f t st at = dv = d 2s = f t dt dt 2

86 อตั ราสัมพัทธ เปน การเปลยี่ นแปลงของปรมิ าณตางๆเทียบกับเวลา โดยอตั ราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณตางๆ มคี วามสมั พันธต อ กนั เชน กาํ หนดตัวแปร x และตัวแปร y ทม่ี ีความสมั พันธกัน โดยกาํ หนดคา dx มาให dt แลวใหหาคา dy dt คาเชิงอนุพนั ธ dy = f xdx เมื่อ dx  0 การประมาณคา f x  Δx = f x  f xdx กจิ กรรมการเรียนการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักศึกษา 1.1 ขน้ั นําเขาสบู ทเรยี น 1.1 ครูอบรมส่งั สอนคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวนิ ัย นักศกึ ษานาํ แบบฝกหัดในหองเรียนหนว ยท่ี 5 สง ครู เมื่อมีความพรอ มแลว ครูแจงใหน ักศึกษาแตล ะคนสง และชวยกันเฉลยบน Google Jam board แบบฝกหัดในหองเรียนหนวยที่ 5 ทีใ่ หไ ปทาํ เปน การบาน และเฉลยบน Google Jam board 1.2 ขั้นสอน 1.2 1.2.1 ใหนกั ศึกษาเขา เรยี นออนไลนค รเู ชิญลงิ คเ ขา 1.2.1 นกั ศกึ ษาเขากิจกรรมการเรียนการสอนแบบ เรยี นออนไลน Google Meet พรอมท้งั สังเกต ออนไลน ดวย Google Meet พฤติกรรมการรว มกจิ กรรมเขาช้ันเรยี นดว ยการบันทกึ 1.2.2 นกั ศกึ ษาแตล ะกลมุ ชวยกันทาํ โจทยเพิ่มเตมิ Google Meet Attendance หนว ยท่ี 5 1.2.2 ครูนําโจทยเพ่มิ เติมหนว ยที่ 5 มาใหครูนําเสนอ เนอ้ื หาโดยใชการแชรหนา จอคอมพิวเตอร ให นักศึกษาไดฝ กไปพรอมกันทลี ะขอ พรอมทง้ั เฉลย 1.3 ข้ันสรปุ 1.3 1.3.1 ใหน กั ศกึ ษาแตละกลมุ ชวยกนั สรปุ บทเรียนใน 1.3.1 นกั ศึกษาแตละกลมุ ชว ยกันสรปุ บทเรยี นใน หนว ยท5ี่ ทั้งหมดที่ไดเรยี นในสองคร้งั หนว ยท5ี่ ท้งั หมดที่ไดเรยี นในสองครัง้ 1.3.2 ครสู รปุ เนื้อหาทีส่ อนท้ังหมดใหนกั ศกึ ษาไดรับ 1.3.2 นักศึกษาชวยกันซกั ถามในสวนทย่ี งั ไมเขา ใจ ความรทู ่ถี ูกตอ งและเพม่ิ เตมิ ความรใู หม คี วามสมบรู ณ ย่ิงข้นึ 1.3.3 ครูแจกแบบทดสอบหลังเรยี นหนว ยที่ 5 ใหกับ 1.3.3 นกั ศกึ ษาแตล ะคนทําแบบทดสอบหลังเรียน นกั ศกึ ษาทําในหอง โดยใชเ วลา 15 นาที หนว ยท่ี 5 แลว สงครูเมื่อหมดเวลาตามท่คี รูกาํ หนด ส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวิชาแคลคูลสั 1 รหสั วิชา 30000-1404 2. แบบสงั เกตการรวมกิจกรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอ นเรียน พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube

87 การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล การประเมินผล 1. สังเกตจากความพรอมความตง้ั ใจเรยี น และการ 1. นักศึกษามีความพรอ ม ความตงั้ ใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คาํ ถามไดถกู ตองประมาณ 80% 2. นกั ศึกษาทาํ โจทยเพ่ิมเติมหนวยที่ 5 ไดถกู ตอง 2. สังเกตจากการทําโจทยเ พ่ิมเตมิ หนวยท่ี 5 ประมาณ 80% 3. นกั ศกึ ษาทําแบบทดสอบหลังเรยี นหนว ยท่ี 5 ได 3. สังเกตจากการทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นหนว ยท่ี 5 ถูกตองประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมนิ ผล แบบทดสอบหลังเรียนหนวยท่ี 5 1. ไดคะแนน 80% ข้นึ ไปถือวาดมี าก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถือวาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนตํา่ กวา 60% ถอื วาควรปรบั ปรงุ แกไข และไดร ับความเอาใจใสเปน พเิ ศษ บนั ทกึ ผลการนําไปใชในการสอน จากการนาํ แผนการสอนแผนท่ี 11 ไปใชจริงกบั นักศึกษาหลายกลุม ปรากฏวา นกั ศกึ ษาสามารถ 1. หาสมการเสน สมั ผสั เสน โคง ได 2. หาคา สงู สดุ สัมพัทธ และคาตํ่าสุดสัมพทั ธของฟงกช ันและประยกุ ตใชได 3. อธิบายเกี่ยวกบั ความเรว็ ความเรง และประยกุ ตใ ชไ ด 4. อธิบายเก่ยี วกับอัตราสัมพทั ธ และประยุกตใ ชไ ด 5. อธิบายเก่ยี วกับคา เชงิ อนุพนั ธและหาคา โดยประมาณของจํานวนได 6. ทาํ แบบทดสอบหลังเรยี นได คะแนนดีกวากอนเรยี น ครใู ชก ารเรียนการสอนผานสื่ออเิ ล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มีการเช็คช่ือเขา เรียน และ On Line Streaming สอนสด หรอื บันทกึ วดี โี อ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบนั ทึกการเขาหอ งเรยี น Meet Attendance Collector เพอื่ วดั และประเมินเพิ่มเติมจากรูปแบบการเรยี น การสอนแบบ On Site ปญหาท่ีพบ หากเปน On line อนิ เตอรเนต็ ไมเสถียรหรืออุปกรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สม ปี ญหา ก็ จะทําใหการเรยี นการสอนประสบความลา ชา ตองแกไขดวยการบันทกึ กิจกรรมการเรยี นการสอนไวล ว งหนา

88 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดา นคณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสต ยสุจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

89 เกณฑก ารใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางครงั้ สภุ าพตอผอู ื่น 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมชวยเหลือผอู นื่ 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอ บังคับ ระเบยี บและขอ บงั คบั ทกุ ครัง้ ในบางคร้งั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอ เวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางคร้ัง เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดว ยความ (ขยนั ) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางคร้งั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัติงานท่ีไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ ริตในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชวัสดุถกู ตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพียงและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางครง้ั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรว มมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

90 แบบทดสอบหลงั เรยี นหนวยที่ 5 จงเลอื กคําตอบทีถ่ ูกตองที่สุดเพยี งขอเดยี ว 1. ความชันของเสนโคง x2  3y2  7 ที่จุด (2,1) มีคา ตรงกบั ขอใด ก.  1 ข. 5 3 3 ค.  5 ง. 2 3 3 2. พื้นที่ที่ใหญท่สี ุดของสี่เหลย่ี มผนื ผา ที่มีเสน รอบรปู ยาว 100 ฟตุ มีคาตรงกบั ขอ ใด ก. 625 ตารางฟตุ ข. 526 ตารางฟตุ ค. 256 ตารางฟตุ ง. 265 ตารางฟตุ 3. วัตถเุ คล่อื นทตี่ ามสมการ s  t3  4t2  3t ความเรว็ ขณะเวลา t  3 วินาที มคี า ตรงกับขอ ใด ก. 9 m/s ข. 8 m/s ค. 0 m/s ง. 7 m/s 4. จากโจทย ขอ 3 ความเรงมคี า ตรงกับขอใด ก. 10 m/s2 ข. 15 m/s2 ค. 14 m/s2 ง. 11 m/s2 5. ความชันของเสน โคง y  x2  2x  5 ที่จุด (2 , 5) มคี า ตรงกบั ขอใด ก. 1 ข. 2 ค. 0 ง. 1 6. จากโจทย ขอ 5 สมการสมั ผัสเสน โคง มคี า ตรงกับขอ ใด ก. 2x  y  1  0 ข. 2x  y 1  0 ค. 2x  y 1  0 ง. 2x  y  1  0 7. คาโดยประมาณของ 5 31 มคี า ตรงกับขอใด ก. 1.7895 ข. 1.9875 ค. 1.8795 ง. 1.8975 8. คา โดยประมาณของ 3 124 มีคาตรงกับขอใด ก. 4.7967 ข. 4.8967 ค. 4.9767 ง. 4.9867 9. คาสงู สุดของ f(x)  x4  2x2 มคี าตรงกับขอใด ข. 3 ข. 3 ก. 1 ค. 4 ง. 0 10. จากโจทย ขอ 9 คาตํ่าสุด มคี าตรงกับขอใด ก. 1 ค. 4 ง. 0

91 ************************************************** เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว ยที่ 5 1. ง 2. ก 3. ค 4. ก 5. ข 6. ง 7. ข 8. ง 9. ง 10. ก บันทึกการตรวจแผนการจดั การเรยี นรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.........................................รองผูอาํ นวยการฝายวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงช่อื .................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............

92 แผนการจัดการเรยี นรมู ุง เนน สมรรถนะ หนวยที่ 6 สอนครง้ั ท่ี12 ช่อื หนวย การอนิ ทเิ กรตไมจ ํากดั เขต ช่วั โมงรวม 3 แผนการสอนท่ี 12 จํานวนชว่ั โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. นยิ ามการอินทิเกรตไมจ าํ กดั เขต 2. สตู รการอินทเิ กรต สมรรถนะการเรียนรู เมือ่ ศึกษาจบหนว ยน้แี ลว นกั ศกึ ษาสามารถ 1. บอกนิยามการอนิ ทิเกรตได 2. บอกสูตรการอนิ ทเิ กรตพ้ืนฐานได 3. อนิ ทเิ กรตพีชคณิตพนื้ ฐานได สาระสาํ คญั ปฏยิ านพุ นั ธของฟงกชนั f(x) คือ F(x) ซง่ึ d(F(x)) = f(x)dx ปฏยิ านพุ ันธข องฟงกชนั f(x) เขยี นแทนดว ย  f(x)dx = F(x)  c ;c เปน คา คงท่ี สตู รการอินทเิ กรต ให uและ v เปนฟงกช นั ของ x ซึง่ สามารถหาอนุพนั ธไ ด และให c , k เปนคาคงตวั ใดๆ 1.  dx = xc 2.  kdx = k dx 3.  u  vdx =  udx   vdx 4.  du  dv =  du   dv 5.  xndx = x n 1  c ; เม่อื n  1 n 1 6.  undu = u n 1  c ; เมือ่ n  1 n 1

93 กิจกรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักศกึ ษา 1.1 ขัน้ นําเขาสูบ ทเรยี น 1.1 ครแู จง จุดประสงคก ารเรยี นรูแ ละทดสอบ นกั ศกึ ษาทําแบบทดสอบกอนเรียน หนว ยที่ 6 หมด กอนเรยี น หนวยท่ี 6 ใชเ วลา 15 นาที เวลานาํ สง ครู 1.2 ข้ันสอน 1.2 1.2.1 ใหน ักศกึ ษาเขาเรยี นออนไลนค รเู ชญิ ลิงคเ ขา 1.2.1 นักศึกษาเขา กจิ กรรมการเรียนการสอนแบบ เรียนออนไลน Google Meet พรอมทง้ั สงั เกต ออนไลน ดว ย Google Meet พฤติกรรมการรว มกิจกรรมเขาชนั้ เรยี นดว ยการบันทกึ 1.2.2 นักศึกษาทกุ คนตั้งสมาธริ ับความรูจากบทเรียน Google Meet Attendance ชว ยกันตอบคําถามใหตรงประเดน็ กับเนื้อหาสงสัยไม 1.2.2 ครนู ําเสนอเนอื้ หาโดยใชการแชรห นา เขา ใจใหถามครูผสู อน จอคอมพวิ เตอร พรอ มอธบิ ายประกอบ การถาม-ตอบ เก่ียวกับ - นิยามการอนิ ทิเกรตไมจาํ กัดเขต - สูตรการอนิ ทิเกรต 1.3 ขน้ั สรปุ 1.3 1.3.1 ใหน กั ศึกษาแตละกลุมชวยกันสรปุ เนื้อหาท่ีได 1.3.1 นกั ศึกษาแตละกลมุ ชว ยกันสรปุ เน้ือหา เรยี นไป 1.3.2 นักศกึ ษาชว ยกนั ซกั ถามในสว นท่ีไมเขาใจ 1.3.2 ครสู รุปเน้ือหาทีส่ อนใหนักศึกษาไดร บั ความรูท่ี ถูกตอ งและเพิ่มเตมิ ความรูใ หมคี วามสมบรู ณย ิ่งขน้ึ 1.3.3 นกั ศกึ ษาแตละคนรบั แบบฝกหัดในหองเรยี น 1.3.3 ครแู จกแบบฝก หัดในหองเรียนหนวยที่ 6 หนวยที่ 6 ไปทาํ เปน การบาน แลว สง ในชัว่ โมงเรยี น ใหกับนักศึกษาไปทาํ เปน การบาน ครัง้ ตอ ไป สอื่ การเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอนวชิ าแคลคลู สั 1 รหสั วชิ า 30000-1404 2. แบบสังเกตการรวมกจิ กรรม Google Meet Attendance 3. แบบทดสอบGoogle Form กอนเรยี น พรอมเฉลย 4. Google Meet , Line ,Google Classroom ,Youtube การวดั ผลและประเมนิ ผล การวดั ผล การประเมนิ ผล 1. สงั เกตจากความพรอมความตัง้ ใจเรยี น และการ 1. นกั ศึกษามีความพรอ ม ความตั้งใจเรยี น ตอบ ถามตอบ คําถามไดถ กู ตอ งประมาณ 80% 2. สังเกตจากการทาํ แบบฝก หดั ในหองเรียนหนวยท่ี 2. นกั ศึกษาทาํ แบบฝกหัดในหอ งเรยี นหนว ยที่ 6 6 ท่ใี หส ง ในครง้ั ตอ ไป ถูกตอ งประมาณ 80% หมายเหตุ การประเมินผล แบบฝกหัดในหอ งเรยี นหนว ยที่ 6 1. ไดคะแนน 80% ขน้ึ ไปถือวา ดีมาก 2. ไดคะแนน 60%-79% ถอื วาพอใช-ดี 3. ไดคะแนนตํา่ กวา 60% ถือวาควรปรบั ปรุงแกไข และไดรับความเอาใจใสเปนพิเศษ

94 บันทกึ ผลการนําไปใชในการสอน จากการนําแผนการสอนแผนที่ 12 ไปใชจ รงิ กบั นักศึกษาหลายกลมุ ปรากฏวา นักศึกษาสามารถ 1. บอกนิยามการอินทเิ กรตได 2. บอกสตู รการอนิ ทิเกรตพ้ืนฐานได 3. อนิ ทิเกรตพชี คณิตพืน้ ฐานได ครูใชการเรียนการสอนผานส่ืออเิ ล็กทรอนิกส แบบ On Demand ผาน Google Classroom มกี ารเช็คชอ่ื เขา เรยี น และ On Line Streaming สอนสด หรอื บนั ทึกวดี ีโอ ผาน Google Meet ,Zoom,Line และบันทกึ การเขาหอ งเรียน Meet Attendance Collector เพ่ือวดั และประเมินเพ่ิมเติมจากรปู แบบการเรยี น การสอนแบบ On Site ปญหาทพ่ี บ หากเปน On line อินเตอรเนต็ ไมเ สถียรหรืออุปกรณอ ิเล็กทรอนกิ สม ีปญหา จะทาํ ใหการเรียนการสอนประสบความลาชา ตอ งแกไขดวยการบันทึกกิจกรรมการเรยี นการสอนไวล ว งหนา

95 แบบสรุปการประเมินรายบคุ คลดา นจติ พิสยั /ดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดา นจติ พสิ ยั /ดานคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม ผลการ และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ประเมิน ีมมนุษย ัสมพันธ (สุภาพและมีน้ําใจ) ความมีวิ ันยและสะอาด ความ ัรบผิดชอบ (ขยัน) ความ ่ซือ ัสตย ุสจ ิรต การประหยัด เขารวมกิจกรรมช้ันเรียนออนไล น ลําดบั ที่/ชือ่ รวม คะแนน ผา น ไม ผา น (20) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) (2) เกณฑการประเมนิ คะแนน 18–20 คะแนน หมายถึงดมี าก (ประสทิ ธภิ าพอยูใ นเกณฑ รอ ยละ 90 ขน้ึ ไป) คะแนน 14 –17 คะแนน หมายถึงดี (ประสิทธภิ าพอยูในเกณฑ รอ ยละ 70 - 89) คะแนน 10–13 คะแนน หมายถงึ พอใช (ประสิทธิภาพอยูในเกณฑ รอ ยละ 50- 69 ) คะแนน 0 –9 คะแนน หมายถึงปรบั ปรุง (ประสทิ ธิภาพตํา่ กวา เกณฑ รอยละ 50 ) หมายเหตุ นักเรียนตอ งไดค ะแนนจากการประเมนิ อยางนอยรอ ยละ 60 ถอื วาผานเกณฑ

96 เกณฑการใหค ะแนนระดับคณุ ภาพพฤติกรรม รายการประเมนิ ระดับคุณภาพและคาํ อธิบายระดับคุณภาพ 2) ดี 1) พอใช 0) ปรับปรุง 1. มมี นษุ ยสมั พันธ 1.1 แสดงกรยิ าทาทางสุภาพ แสดงกรยิ าทา ทางสุภาพ ไมแสดงกริยาทาทาง (สุภาพและมนี ํา้ ใจ) ตอ ผอู นื่ ทุกครงั้ ตอ ผอู น่ื ในบางคร้งั สภุ าพตอผูอ ่ืน 1.2 ชวยเหลอื ผอู น่ื ทกุ คร้งั ชวยเหลอื ผูอ่นื ในบางครั้ง ไมช วยเหลือผอู ่นื 2. ความมีวินยั 2.1 แตง กายถกู ตองตาม แตงกายถูกตองตาม ไมแตงกายถูกตองตาม และสะอาด ระเบียบและขอ บงั คับ ระเบยี บและขอบังคับ ระเบยี บและขอบงั คับ ทกุ ครัง้ ในบางครง้ั 2.2 ตรงตอเวลาในการ ตรงตอ เวลาในการเขา ไมตรงตอเวลาในการ เขาเรียนทุกครั้ง เรยี นในบางครง้ั เขาเรียน 2.3 รกั ษาสาธารณสมบตั ิ รักษาสาธารณสมบตั แิ ละ ไมร กั ษาสาธารณสมบัติ และสงิ่ แวดลอ มทุกคร้ัง ส่งิ แวดลอ มในบางคร้งั และส่งิ แวดลอ ม 3. ความรบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติงานดวยความ ปฏิบตั ิงานดวยความตงั้ ใจ ไมปฏบิ ตั งิ านดวยความ (ขยัน) ต้ังใจทกุ คร้งั ในบางครง้ั ต้งั ใจ 3.2 ปฏิบตั งิ านที่ไดร บั ปฏบิ ตั ิงานที่ไดรบั ไมปฏิบัตงิ านที่ไดร ับ มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสร็จตาม มอบหมายเสรจ็ ตาม กาํ หนดทุกคร้ัง กาํ หนดในบางครงั้ กําหนด 4. ความซื่อสัตยสุจรติ 4.1 ไมท ุจริตในการสอบเลย ทุจรติ ในการสอบบางครั้ง ทจุ รติ ในการสอบ ทกุ ครง้ั 5. การประหยดั 5.1 ใชวัสดถุ กู ตอ งพอเพยี ง ใชว สั ดถุ ูกตอ งพอเพยี ง ไมใ ชว ัสดถุ ูกตอง และเหมาะสมกับงาน และเหมาะสมกบั งาน พอเพยี งและเหมาะสม ทกุ ครง้ั ในบางคร้งั กับงาน 6. เขารว มกิจกรรมชน้ั 6.1 รวมมือในการทํา รวมมอื ในการทํากิจกรรม ไมรวมมือในการทํา เรียนออนไลน กจิ กรรมทุกคร้งั บางครงั้ กิจกรรม

97 แบบทดสอบกอ นเรียนหนวยท่ี 6 จงเลือกคําตอบท่ีถกู ตองทส่ี ุดเพียงขอเดยี ว 2 1. คา ของ  6x3dx ตรงกบั ขอ ใด 1 2 ก. 12x3  c ข. 12x 3  c 1 2 ค. 18x3  c ค. 18x 3  c 2. คา ของ 3  5x32dx ตรงกับขอใด ก. 9x  15 x4  25 x7  c ข. 9x  15 x4  25 x7  c 4 7 2 7 ค. 9x  15x 4  25 x7  c ง. 9x  15x5  25 x7  c 7 7 3. คา ของ  x 1  3x 2 2 dx ตรงกับขอใด 3  ก. 1 5  ข.1 5  10 1 3x2 3 c 15 1  3x2 3 c  ค. 1 5  ค.1 5  6 1  3x2 3 c 8 1  3x2 3 c 4. คาของ  dx 53 ตรงกบั ขอ ใด 4x  ก. 3  c ข. 3 c 84x  52 84x  52 ค. 1  c ง. 1  c 84x  52 84x  52 5. คาของ  x 3  125dx ตรงกับขอใด x5 ก. x3  5x 2  25x  c ข. x3  5x 2  25x c 3 2 3 2 ค. x3  3x 2  25x  c ง. x3  3x 2  25x  c 3 2 3 2 6. คาของ 55 x dx ตรงกบั ขอใด 6 6 ก. 25x 5 c ข. 25x 5 c 6 3 6 6 ค. 25x 5  c ง. 35x 5  c 7. คาของ  3 4 dx ตรงกับขอ ใด x 2 2 ก.  3x 3 c ข. 12x 3  c 4

98 2 2 ค.  4x 3 c ง. 6x 3  c 3 8. คา ของ  x 6 x5 4 9 dx ตรงกับขอใด   ก. 48 1 4 8  c  ข.48 3 4 8  c x6  x6   ค. 48 1 4 10  c  ง.48 3 4 10  c x6  x6  9. คาของ  4  5x dx ตรงกบั ขอ ใด ก. 54  5x 3 c ข. 4  5x 3 c 2 2 12 12 ค. 44  5x32 c ง. 24  5x23 c 15 15 10. คาของ  6  7x 3 dx ตรงกับขอใด 4 ก.  36  7x47 c ข.  46  7x 7 c 4 49 49 ค. 36  7x 7 c ง. 46  7x 7 c 4 4 49 49 ************************************************** เฉลยแบบทดสอบกอ นเรียนหนว ยท่ี 6 1. ค 2. ข 3. ก 4. ง 5. ก 6. ก 7. ง 8. ก 9. ง 10. ข บนั ทกึ การตรวจแผนการจดั การเรียนรู .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.........................................รองผอู าํ นวยการฝายวิชาการ (.........................................) ............./................/.............. รบั ทราบ ลงช่อื .................................................ครผู สู อน (…………….…………………………….) ............./................/..............

99 แผนการจดั การเรียนรมู ุงเนน สมรรถนะ หนวยท่ี 6 สอนครัง้ ที่13 ช่อื หนวย การอนิ ทิเกรตไมจ ํากดั เขต(ตอ ) ช่วั โมงรวม 3 แผนการสอนท่ี 13 จาํ นวนชวั่ โมง 3 สาระการเรยี นรู 1. นยิ ามการอนิ ทเิ กรตไมจ าํ กดั เขต 2. สตู รการอนิ ทเิ กรต สมรรถนะการเรียนรู เมอื่ ศึกษาจบหนว ยน้แี ลว นักศกึ ษาสามารถ 1. บอกนิยามการอนิ ทเิ กรตได 2. บอกสูตรการอนิ ทิเกรตพ้ืนฐานได 3. อนิ ทิเกรตพชี คณิตพนื้ ฐานได สาระสาํ คญั ปฏยิ านพุ ันธข องฟงกชัน f(x) คอื F(x) ซง่ึ d(F(x)) = f(x)dx ปฏยิ านพุ ันธข องฟงกชนั f(x) เขยี นแทนดว ย  f(x)dx = F(x)  c ;c เปน คาคงท่ี สูตรการอนิ ทิเกรต ให uและ v เปน ฟง กชนั ของ x ซ่งึ สามารถหาอนุพนั ธไ ด และให c , k เปนคา คงตวั ใดๆ 1.  dx = xc 2.  kdx = k dx 3.  u  vdx =  udx   vdx 4.  du  dv =  du   dv 5.  xndx = x n 1  c ; เม่อื n  1 n 1 6.  undu = u n 1  c ; เม่ือ n  1 n 1 กจิ กรรมการเรยี นการสอน กจิ กรรมนกั ศกึ ษา 1.1 กจิ กรรมครู นกั ศกึ ษานําแบบฝกหดั ในหองเรียนหนว ยที่ 6 สง ครู และชวยกนั เฉลยบน Google Jam board 1.1 ข้ันนําเขาสูบ ทเรียน ครูอบรมสั่งสอนคุณธรรม จรยิ ธรรม ระเบยี บวินยั 1.2 เมอ่ื มีความพรอมแลว ครแู จงใหนกั ศึกษาแตล ะคนสง 1.2.1 นกั ศกึ ษาเขา กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ แบบฝกหดั ในหองเรยี นหนว ยท่ี 6 ทใ่ี หไปทําเปน การบา น และเฉลยบน Google Jam board 1.2 ขัน้ สอน 1.2.1 ใหน กั ศึกษาเขา เรยี นออนไลนครเู ชญิ ลงิ คเขา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook