Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลฯ

องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลฯ

Published by สุภาวิตา ทองน้อย, 2019-09-18 05:12:18

Description: องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลฯ

Search

Read the Text Version

2. การปลูก 2.1 วธิ ปี ลกู ปลกู ชว่ งตน้ ฤดฝู นประมาณเดอื นพฤษภาคม – มถิ นุ ายน ควรปลกู เมอื่ ฝนเรม่ิ ตกแลว้ โดยน�ำถุงพลาสติกออกจากต้นปาล์มน�้ำมันอย่างระมัดระวังอย่าให้ก้อนดินแตกโดยเด็ดขาด ใสด่ นิ ชนั้ บนลงกน้ หลมุ แลว้ จงึ ใสด่ นิ ชน้ั ลา่ งตามลงไป วางตน้ กลา้ ลงในหลมุ อดั ดนิ ใหแ้ นน่ ใหโ้ คนตน้ กลา้ จะอยใู่ นระดบั เดยี วกบั ระดับดินเดิม และควรปลูกซ่อมต้นที่เสียหายจากการตาย โรคแมลงท�ำลาย หรอื ต้นที่มีลกั ษณะผดิ ปกตใิ ห้เร็วทส่ี ุด 2.2 การเตรยี มดนิ ขดุ หลมุ ขนาด กว้าง x ยาว x ลึก = 45 x 45 x 35 เซนติเมตร เปน็ รูปตวั ยู ขดุ ดนิ ชน้ั บนและชน้ั ลา่ งแยกกนั ควรตากหลมุ ไวป้ ระมาณ 10 วนั กอ่ นนำ� ตน้ กลา้ มาปลกู รองกน้ หลมุ ดว้ ยรอ็ คฟอสเฟต อัตรา 500 กรมั ตอ่ หลมุ โดยคลกุ เคลา้ ดินกบั ปุ๋ย เพื่อป้องกันการสมั ผสั ของราก โดยตรง 2.3 ระยะปลกู 9 x 9 x 9 เมตร (ปลูกแบบสามเหลี่ยมดา้ นเทา่ ) แถวหลกั เปน็ ฐานอย่ใู นแนว ทศิ เหนอื -ใต้ 2.4 จำ� นวนตน้ ต่อไร่ 22 ต้นต่อไร่ 3. การดูแลรักษา 3.1 การใส่ปุ๋ย ใส่ในช่วงที่ปาล์มน้�ำมันต้องการ และใส่บริเวณท่ีรากปาล์มน้�ำมันดูดไปใช้ ได้มากทสี่ ดุ ควรใส่ปยุ๋ เมือ่ ดินมคี วามชืน้ เพียงพอ ใส่ปุ๋ยตามคำ� แนะน�ำ ดังน้ี อายุ ปุย๋ (กิโลกรัม/ต้น) โบแรกซ์ (ปี) 21-0-0 0-3-0 0-0-60 กลเี ซอร์ไรท์ 1 ปี 1.2 0.03 2 ปี 3.5 1.3 0.5 0.1 0.06 3 ปี 5.0 3.0 2.5 0.5 0.09 4 ปี 5.0 3.0 3.0 1.0 0.10 5 ปี 5.0 3.0 3.0 1.0 0.10 6 ปี 5.0 3.0 4.0 1.0 0.10 3.0 4.0 1.0 * การใสป่ ยุ๋ ตงั้ แตป่ ที ่ี 6 เปน็ ตน้ ไป ควรมกี ารวเิ คราะห์ ดนิ - ใบปาลม์ นำ�้ มนั เพอ่ื ใหส้ ามารถใสป่ ยุ๋ ไดต้ รงตามความต้องการของปาลม์ น้�ำมัน 3.2 การใหน้ ำ้� พนื้ ที่ทนี่ �้ำฝนน้อยกว่า 1,800 มลิ ลเิ มตรต่อปี และมีฤดแู ลง้ ยาวนาน 3 – 5 เดือน ควรมีการให้น้�ำเพ่ือเพ่ิมผลผลิตทะลายให้สูงข้ึน ซ่ึงอาจใช้ระบบน�้ำแบบน้�ำหยด (Drip Irrigation) หรือระบบนำ้� แบบโปรยน้�ำ (Mini Sprinkler) ตามความเหมาะสม 145

4. การป้องกนั ก�ำจดั ศัตรูพชื โรคปาล์มนำ้� มนั 1. โรคทางใบบิด (Crown disease) เกดิ จากการผิดปกตทิ างพนั ธุกรรม มีอาการใบยอด เกิดแผลสีน�้ำตาลแดง ลักษณะฉ่�ำน�้ำบนกลางทางยอด เม่ือแผลขยายตัวท�ำให้ใบย่อยที่ยังไม่คล่ี เกดิ อาการเนา่ ทางยอด (spear) มีลักษณะโคง้ งอลง เมือ่ ทางยอดคลอี่ อกใบยอ่ ยบรเิ วณกลางทาง จะเป็นแผล หรือฉกี ขาดเหลือแต่เส้นกลางใบ การปอ้ งกัน - เลือกสายพนั ธุ์ท่ีไมม่ โี รคน้ี - ใชส้ ารเคมปี อ้ งกนั กำ� จดั โรคพชื แคปแทน 0.2% หรอื ไทอะเบน็ ดาโซน 0.1% และสาร กำ� จดั แมลง trichlophon 0.1% ฉีดป้องกันการเข้าท�ำลายซ้�ำของโรคและแมลง ที่บริเวณรอยแผล ที่เกิดจากการโค้งงอ 2. โรคยอดเนา่ (spear rot.) ไมท่ ราบสาเหตขุ องโรคแนช่ ดั เชอื้ จลุ นิ ทรยี ส์ าเหตทุ พ่ี บสว่ นใหญ่ ไดแ้ ก่ เช้ือรา Fusarium spp. และเชอ้ื แบคทเี รีย Erwinia sp. อาการเกดิ บริเวณโคนยอดท่ียังไม่คลี่ โดยขอบแผลมลี กั ษณะฉำ่� นำ�้ ในปาลม์ ทม่ี อี ายนุ อ้ ยจะมอี าการเนา่ ดำ� เรมิ่ จากปลายใบยอ่ ยทยี่ งั ไมค่ ลี่ แผลเนา่ ด�ำจะขยาย ทำ� ให้ใบยอดทัง้ ใบเนา่ แห้ง เป็นสีนำ้� ตาลแดง สามารถดงึ หลดุ ออกมาไดง้ า่ ย การป้องกนั - หากพบแมลงกัดกินยอด ให้ใช้สารคารโ์ บฟแู รน อตั รา 50 กรมั ต่อตน้ - ตัดสว่ นที่เป็นโรคออก แลว้ ใชไ้ ทแรมอตั รา 130 กรัมตอ่ น�้ำ 20 ลติ ร หรือ แมนโคเซม อัตรา 150 กรัมตอ่ นำ�้ 20 ลิตร ฉีด 5 - 7 วัน 3. โรคทะลายเน่า (Marasmius bunch rot.) เกดิ จากเชื้อ Marasmius palmivorus การป้องกนั ก�ำจัด - ป้องกันไมใ่ ห้มีแหล่งเช้อื อยใู่ นสวนปาล์ม - ท�ำลายทะลายในช่วงแรก โดยตดั ช่อดอกทิง้ ในช่วง 30 เดือนแรก หลงั จากปลกู - ตดั แตง่ กา้ นทางใบใหส้ น้ั ลงเพอื่ ลดความชน้ื บรเิ วณโคนทาง แลว้ ฉดี พน่ โดยยากำ� จดั เชอื้ รา แมลงศตั รปู าล์มนำ�้ มัน 1. หนอนหนา้ แมว ทำ� ลายใบในช่วงเปน็ ตัวหนอน หนอนจะมสี ขี าวใส มสี นี �้ำตาลอยู่กลาง ลำ� ตวั จะกัดแทะผิวใบ เม่อื เจริญเตบิ โตเตม็ ที่ ลำ� ตวั ยาว 15 - 17 มลิ ลเิ มตร กวา้ ง 5 - 6 มลิ ลิเมตร ตัวเตม็ วยั เป็นผีเสือ้ กลางคืนขนาดเล็ก การป้องกนั - ส�ำรวจการระบาดโดยส�ำรวจปรมิ าณตัวเตม็ วัย และดกั แดบ้ รเิ วณโคนทางใบ - ไม่ท�ำลายศัตรทู างธรรมชาตขิ องหนอนหน้าแมว เช่น ตวั หำ้� ตัวเบยี นในธรรมชาติ การกำ� จดั - ใช้กบั ดกั ตัวเตม็ วัยทเ่ี ป็นผเี ส้ือ 146

- ใชส้ ารฆา่ แมลงฉดี พน่ ในระยะทหี่ นอนยงั เลก็ เชน่ Cypermethrin อตั รา 5 - 10 มลิ ลเิ มตร ตอ่ น�้ำ 20 ลติ ร Cyfluthrin อตั รา 5 - 10 มิลลิเมตรต่อนำ�้ 20 ลิตร - เจาะล�ำตน้ ใสส่ ารฆ่าแมลงประเภทดดู ซึม (กรณีทตี ้นสงู ไมส่ ามารถฉีดพน่ ยาได)้ - ใชเ้ ช้อื Bacillus thuringiensis ฉีดพ่นท�ำลายระยะวางไข่ หรอื ระยะตวั หนอน 2. ด้วงกุหลาบ ท�ำลายในช่วงเป็นตัวเต็มวัยโดยกัดกินใบปาล์มในระยะที่เพิ่งปลูกใหม่ โดยท�ำลายในชว่ งกลางคนื ส่วนช่วงกลางวันจะอยบู่ รเิ วณโคนล�ำตน้ หรือใต้ดนิ การก�ำจัด - ใชส้ ารเคมปี ระเภท Carbaryl (Sevin 85%WP) อัตรา 40 กรมั ตอ่ น�้ำ 20 ลิตร - Carbosulfan (Passe 20%EC) อัตรา 40 มิลลลิ ิตรตอ่ น�้ำ 20 ลติ ร - การฉดี พน่ ควรทำ� ในชว่ งตอนเยน็ หรอื คำ่� โดยฉดี บรเิ วณใบ กาบใบลา่ ง และบรเิ วณโคนลำ� ตน้ 3. ดว้ งแรด ตัวเตม็ วยั จะเจาะโคนทางใบ และกดั ท�ำลายยอดอ่อนทำ� ใหท้ างใบทเ่ี กิดใหม่ ไมส่ มบรู ณ์ มรี อยขาดแหวง่ เปน็ รปู สามเหลยี่ ม ทง้ั นี้ รอยแผลทดี่ ว้ งแรดกดั ทำ� ลาย อาจทำ� ใหด้ ว้ งงวง มะพร้าวมาวางไขห่ รืออาจทำ� ให้ยอดเน่าได้ การก�ำจัด - ท�ำลายแหล่งวางไข่ เช่น บริเวณซากต้นปาล์ม กองปุ๋ยหมัก โดยใช้สารเคมีฆ่าแมลง Cabofuran (Furadan 3%G) อตั รา 200 กรัมต่อตน้ ใสบ่ รเิ วณยอดออ่ นหรอื ซอกทางใบใตย้ อดอ่อน ใช้ Sevin 85% WP ผสมกับขีเ้ ลือ่ ย (อัตรา 1:30) ใส่รอบยอดออ่ นหรือทางใบ เดือนละ 1 ครง้ั ใช้ลูกเหมน็ (Naphthalene ball) ใส่บรเิ วณซอกโคนทางใบเพื่อไล่ด้วงแรด - ใช้ราเขยี ว (Metarrhizium anisopliae) และเช้ือไวรัส (Baculovirus) ทำ� ลายด้วงแรด โดย โรยเชือ้ ในบรเิ วณที่มกี ารวางไข่ เช่น กองปยุ๋ หมัก หรอื กองซากพืช - ใชก้ บั ดกั ลอ่ ตวั เตม็ วยั มาทำ� ลาย โดยใชฮ้ อรโ์ มนเพศเปน็ ตวั ลอ่ โดยแขวนกบั ดกั ทกุ ๆ 15 ไรต่ อ่ ชดุ สัตว์ศัตรูปาลม์ นำ�้ มนั สัตวศ์ ัตรทู สี่ ำ� คัญ เช่น หนพู ุกใหญ่ หนทู ้องขาว เมน่ กระแต นกเอย้ี ง นกขนุ ทอง หมู่ปา่ อีเหน็ หนู หนจู ะทำ� ลายปาลม์ ตง้ั แตร่ ะยะเรม่ิ ปลกู โดยกดั ทำ� ลายตน้ กลา้ จนกระทง่ั การกดั ทำ� ลาย ดอก และทะลายปาลม์ การป้องกันก�ำจดั - ในปาลม์ ขนาดเลก็ หรอื ปาลม์ ทเ่ี พงิ่ ปลกู ใหม่ ควรใชต้ าขา่ ยหมุ้ รอบโคนปาลม์ เพอ่ื ขดั ขวาง การเขา้ ทำ� ลายของหน/ู ทำ� ความสะอาดรอบโคนตน้ และในแปลงเพอ่ื ทำ� ลายทีพ่ กั พิงของหนู - ใช้กบั ดัก - ใช้วิธีธรรมชาติ โดยไมท่ ำ� ลายสตั วท์ เี่ ปน็ ศัตรธู รรมชาติของหนู เช่น งู นกเคา้ แมว ฯลฯ - ใชส้ ารเคมี ไดแ้ ก่ ซิงคฟ์ อสไฟด์ 147

5. การปฏบิ ตั ิก่อนและหลงั การเกบ็ เก่ียว 1. เกบ็ เกย่ี วทะลายผลปาลม์ สดในระยะทสี่ กุ พอดี คอื ระยะทผี่ ลปาลม์ มสี ผี วิ เปลอื กนอกเปน็ สสี ม้ สด และเร่มิ มผี ลร่วงหลน่ จากทะลายปาลม์ ทโี่ คนต้นไม่น้อยกว่า 10 ผลต่อทะลาย 2. รอบของการเกบ็ เกีย่ วในช่วงผลปาลม์ ออกชุก ควรจะอยู่ในชว่ ง 7 – 10 วนั ตอ่ รอบการเกบ็ เกีย่ วในชว่ งมีผลผลิตนอ้ ย ควรเก็บเกยี่ ว 14 – 21 วนั ต่อรอบ 3. ผลปาล์มรว่ งท่อี ยบู่ รเิ วณโคนปาล์มน้�ำมนั และท่ีคา้ งในกาบต้น ควรเกบ็ ออกมาใหห้ มด 4. กา้ นทะลายควรตัดให้ส้นั โดยต้องใหต้ ดิ กบั ทะลาย ไมเ่ กิน 2 นว้ิ หรอื 5 เซนตเิ มตร 5. ไม่มสี ่งิ สกปรกเจือปน เช่น ดิน หนิ ทราย ไม้กาบหุม้ ทะลาย เป็นตน้ 6. พยายามใหท้ ะลายปาลม์ บอบช�้ำนอ้ ยท่สี ดุ 7. ขนส่งผลผลิตทะลายปาลม์ สู่โรงงานภายใน 24 ชั่วโมง 6. ข้อมลู อน่ื ๆ การทำ� ลายตน้ ปาลม์ นำ้� มนั ทไ่ี มใ่ หผ้ ลผลติ ออกจากแปลง เกษตรกรควรสำ� รวจลกั ษณะการออกดอก ของตน้ ปาลม์ นำ�้ มนั ทกุ ๆ ตน้ เมอื่ อายุ 12 - 14 เดอื น หากตน้ ใดไมใ่ หช้ อ่ ดอกตวั เมยี ใหโ้ คน่ ปลกู ใหม่ เพราะจะทำ� ใหผ้ ลผลติ ลดลง 5% ทุกตน้ ทีต่ กคา้ งในสวน 148

ข้อมลู สภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลติ ของปาล์มน�้ำมนั สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกัด 1.สภาพภมู อิ ากาศ - อณุ หภมู ิ ควรอยใู่ นชว่ ง 22 - 32 องศาเซลเซยี ส - อณุ หภมู ทิ ต่ี ำ่� กวา่ 20 องศาเซลเซยี ส ทำ� ใหผ้ ลผลติ ลดลง - แสงแดด ควรไดร้ บั แสงแดดมากกวา่ 5 ชว่ั โมงตอ่ วนั - อณุ หภมู ทิ ส่ี งู กวา่ 33 องศาเซลเซยี ส ทำ� ใหเ้ กดิ ชอ่ ดอกตวั ผมู้ าก ขณะทชี่ อ่ ดอกตวั เมยี - ลม มลี มพดั โชยออ่ นๆ มแี ดดจดั ชว่ ยเสรมิ ใหต้ น้ ปาลม์ มอี ตั ราการ จะฝอ่ หายใจดขี นึ้ ไมค่ วรเปน็ พนื้ ทท่ี ม่ี ลี มพายพุ ดั ผา่ นเปน็ ประจำ� - ลมแรง ทำ� ใหใ้ บปาลม์ ฉกี ขาดทางใบหกั การสงั เคราะหแ์ สงลดลง - ความชน้ื สมั พทั ธข์ องอากาศสงู มอี ตั ราการคายนำ้� ลดลง - ความชน้ึ สมั พทั ธน์ อ้ ย (อากาศแหง้ ) จะทำ� ใหล้ ะอองเกสรและแมลงผสมเกสรมอี ายุ สนั้ ทำ� ใหอ้ ตั ราการผสมเกสรลดลง 2. สภาพพน้ื ท่ี - อยใู่ นระหว่างละตจิ ูดที่ 15 องศาเหนือ – 15 องศาใต้ - หากปลกู ในพนื้ ทที่ ส่ี งู จากระดบั นำ้� ทะเลมากเกนิ ไป อากาศจะเยน็ ฝนจะนอ้ ย แสงอาจ - มคี วามสงู จากระดับน�้ำทะเล ไมเ่ กิน 500 เมตร จะนอ้ ยหรอื มากกวา่ ความตอ้ งการ ทำ� ใหผ้ ลผลติ ลดลง - อย่ใู นสภาพภมู อิ ากาศแบบรอ้ นชืน้ - เปน็ พ้ืนทรี่ าบ ความลาดชันไมเ่ กิน 12 องศา 3. สภาพดนิ - เนอ้ื ดนิ เปน็ ดนิ รว่ นถงึ เหนยี ว - ดนิ ทมี่ ี pH ของดนิ ตำ�่ กวา่ 3.2 ทำ� ใหธ้ าตอุ าหารพชื ในดนิ อยใู่ นรปู ทป่ี าลม์ นำ�้ มนั - มคี วามลกึ ของชน้ั ดนิ หรอื ระดบั นำ�้ ใตด้ นิ มากกวา่ 75 เซนตเิ มตร ไมส่ ามารถนำ� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ตม็ ที่ - มคี วามเปน็ กรดเปน็ ดา่ งของดนิ (pH) ระหวา่ ง 4.0 - 6.0 - ดนิ ทมี่ รี ะดบั นำ�้ ใตด้ นิ ตน้ื (ตำ�่ กวา่ 40 เซนตเิ มตร) หรอื มคี วามหนาของชน้ั ดนิ อนิ ทรยี ์ - ความหนาของชนั้ ดนิ อนิ ทรยี อ์ ยรู่ ะหวา่ ง 0 - 0.6 เมตร ลกึ กวา่ 1.5 เมตร จะทำ� ใหป้ าลม์ นำ้� มนั โคน่ ลม้ ไดง้ า่ ย - มคี วามสามารถในการซมึ นำ�้ ของดนิ ปานกลาง การระบายนำ้� ปานกลางถงึ ดี ไมม่ กี ารทว่ มขงั ของนำ้� 4. ธาตอุ าหาร - ปาล์มน้�ำมนั ตอ้ งการธาตอุ าหารสูงมาก ควรใส่ปยุ๋ ใหเ้ พียงพอ - การใสป่ ยุ๋ ไมเ่ พยี งพอ ทำ� ใหป้ าลม์ นำ�้ มนั ขาดธาตอุ าหาร การเจรญิ เตบิ โตและ และสมำ่� เสมอ ผลผลติ ลดลง - ธาตุอาหารหลัก 5 ชนดิ ไดแ้ ก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั - สดั สว่ นธาตอุ าหารทไ่ี มส่ มดลุ ทำ� ใหผ้ ลผลติ ลดลง โพแทสเซียม แมกนีเซียม และโบรอน - สดั สว่ นความเหมาะสมของธาตอุ าหารแตล่ ะชนิดตอ้ งสมดลุ กนั 5. สภาพน้ำ� - ปรมิ าณนำ้� ฝน 2,500 - 3,000 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี และมกี ารกระจาย - พนื้ ทซ่ี งึ่ มปี รมิ าณนำ�้ ฝนตำ่� กวา่ 1,200 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี ปรมิ าณนำ�้ ฝนจะไมเ่ พยี งพอ ของนำ�้ ฝนในแตล่ ะเดอื นมากกวา่ 120 มลิ ลเิ มตร สำ� หรบั การเจรญิ เตบิ โต ทำ� ใหผ้ ลผลติ ตอ่ ไรต่ ำ�่ ลง

แนวทางการเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ และแหลง่ สบื คน้ ข้อมลู เพ่ิมเติม แนวทางการเพิ่มประสทิ ธิภาพการผลิต 1. การท�ำลายต้นปาล์มน้�ำมันท่ีไม่ให้ผลผลิตออกจากแปลง เกษตรกรควรส�ำรวจลักษณะ การออกดอกของต้นปาลม์ นำ้� มนั ทกุ ๆ ตน้ เม่ืออายุ 12 - 14 เดือน หากต้นใดไมใ่ ห้ชอ่ ดอกตวั เมยี ใหโ้ คน่ ปลูกใหม่ เพราะจะทำ� ใหผ้ ลผลิตลดลง 5% ทกุ ต้นท่ตี กค้างในสวน 2. การตัดแต่งทางใบปาล์มน�้ำมัน การตัดแต่งทางใบปาล์มช่วงอายุต่างๆ มีความจ�ำเป็นท่ี แตกตา่ งกัน โดยปาลม์ นำ้� มันในชว่ งกอ่ นให้ผลผลติ (แรกปลูก ถึง 3 ปี) เปน็ ช่วงท่ีปาลม์ นำ้� มนั ก�ำลงั เจรญิ เตบิ โต ไม่ควรตดั แต่งทางใบในช่วงนี้ เนอ่ื งจากจะเป็นการลดพื้นทใี่ นการสงั เคราะหแ์ สงทำ� ให้ มกี ารสรา้ งอาหารนอ้ ยลง ปาลม์ ชว่ ง 4 - 5 ปี ควรเกบ็ ทางใบทรี่ องทะลายไว้ 2 - 3 ทางใบ และปาลม์ ชว่ ง 6 ปีขึน้ ไป ควรเกบ็ ทางใบทรี่ องทะลายไว้ 1 - 2 ทางใบ 3. การใชป้ ยุ๋ ตามคา่ วเิ คราะหข์ องดนิ และใบ ปาลม์ นำ้� มนั มคี วามตอ้ งการใชป้ ยุ๋ ในปรมิ าณมาก เนอ่ื งจากจะสญู เสยี ธาตอุ าหารไปกบั ผลผลติ ถา้ หากมกี ารใชป้ ยุ๋ นอ้ ยกวา่ ความตอ้ งการจะทำ� ใหป้ าลม์ ขาดปยุ๋ ผลผลติ ตำ่� แตห่ ากมกี ารใหป้ ยุ๋ มากเกนิ ไป จะทำ� สน้ิ เปลอื ง เพม่ิ คา่ ใชจ้ า่ ย ดงั นน้ั การใชป้ ยุ๋ ตามผลการวเิ คราะหต์ วั อยา่ งดนิ และใบ เป็นการใช้ปยุ๋ ท่ีมปี ระสทิ ธิภาพมากที่สุด 4. การเกบ็ เกี่ยว 1. เกบ็ เก่ียวทะลายผลปาลม์ สดในระยะทส่ี ุกพอดี คอื ระยะทผ่ี ลปาล์มมสี ผี ิวเปลือกนอก เป็นสีส้มสดและเรมิ่ มีผลร่วงหล่นจากทะลายปาล์มท่ีโคนต้นไมน่ ้อยกว่า 10 ผลตอ่ ทะลาย 2. รอบของการเกบ็ เกยี่ วในชว่ งผลปาลม์ ออกชกุ ควรจะอยใู่ นชว่ ง 7 – 10 วนั ตอ่ รอบการเกบ็ เกยี่ วในช่วงมผี ลผลติ นอ้ ย ควรเก็บเกีย่ ว 14 – 21 วันตอ่ รอบ 3. ผลปาลม์ รว่ งทอ่ี ยบู่ รเิ วณโคนปาลม์ นำ้� มนั และทค่ี า้ งในกาบตน้ ควรเกบ็ ออกมาใหห้ มด 4. กา้ นทะลายควรตดั ใหส้ น้ั โดยตอ้ งให้ตดิ กบั ทะลาย (ไม่เกิน 2 นว้ิ หรอื 5 เซนตเิ มตร) 5. ไม่มสี ่ิงสกปรกเจอื ปน เช่น ดิน หนิ ทราย ไมก้ าบหมุ้ ทะลาย เป็นตน้ 6. พยายามใหท้ ะลายปาล์มบอบช�ำ้ นอ้ ยทีส่ ุด 7. ขนสง่ ผลผลติ ทะลายปาลม์ สโู่ รงงานภายใน 24 ชวั่ โมง แหลง่ สบื ค้นขอ้ มูลเพิม่ เตมิ กรมสง่ เสริมการเกษตร.2553. ปาล์มน้�ำมัน. เอกสารทางวชิ าการ กล่มุ ส่งเสรมิ การผลติ ยางพารา และปาลม์ นำ้� มนั สว่ นสง่ เสรมิ การผลติ ไมผ้ ลไมย้ นื ตน้ และยางพารา สำ� นกั สง่ เสรมิ และจดั การ สนิ คา้ เกษตร. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย. 127 หน้า ศูนย์วจิ ัยปาลม์ นำ�้ มนั สุราษฎรธ์ านี กรมวชิ าการเกษตร ศูนย์วจิ ยั และพัฒนาการผลติ ปาลม์ น�้ำมนั คณะทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 150

ภาคผนวก

ขอ้ มลู สภาพแวดลอ้ มท่ีเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและผลผลติ ของไมผ้ ล RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพืน้ ท่ี สภาพดนิ ธาตอุ าหาร สภาพนำ้� อุณหภมู ิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ลม ระดบั นำ�้ ทะเล ความ เนื้อดนิ อณุ หภมู ิ ปริมาณ ธาตุอาหาร ชนดิ ของพืช สมั พทั ธ์ CO2 ลาดเอยี ง ดนิ ธาตุอาหาร กล้วยไข่ อณุ หภูมิ ความช้ืน - -- - - รว่ นซยุ มีความ - - - ปริมาณน้�ำฝน ประมาณ สมั พทั ธ์ สมบรู ณส์ งู 1,000 มิลลิเมตรตอ่ ปี 20 องศา อย่างน้อย การระบายอากาศดี มีน้�ำสมำ�่ เสมอ จะชว่ ย เซลเซียส 60% มีความเป็นกรด ทำ� ใหผ้ ลผลิตสม่ำ� เสมอ มกี าร เปน็ ด่างระหวา่ ง หมุนเวียน 4.5 - 7 ของการกาศดี ขนุน - อากาศรอ้ นชนื้ - - - ระดับความสงู - ดนิ ท่ีมีหนา้ ดินลกึ - ดนิ มี - ตอ้ งการน�้ำจดื โดยให้มี โดยต้องการ ของพื้นที่ ดนิ ร่วนปนทราย อินทรียวตั ถุสงู ปรมิ าณน้�ำพอเพียงในช่วง ความช้ืน ไม่เกิน 1,200 เมตร ระบายนำ้� ไดด้ ี ฤดแู ล้ง หรอื ฝนทิง้ ชว่ ง ในอากาศ มคี า่ ความเป็น และชว่ งทต่ี น้ ขนนุ กำ� ลงั ตดิ ผล คอ่ นข้างสงู กรด - ด่าง (pH) ประมาณ 6.0 - 7.5 75 - 85 ไม่มนี ้�ำทว่ มขงั เปอร์เซนต์ เงาะ เฉลย่ี มากกวา่ - - - ไม่เกนิ 300 เมตร เปน็ พน้ื ท่ี สามารถ - - - ควรใหน้ �้ำวนั ละ 2.2 - 2.7 22 - 33 30% ราบ เจรญิ เติบโตได้ มิลลเิ มตรต่อตน้ หรอื คดิ องศา หรอื พน้ื ที่ ในดินทกุ ชนดิ เป็นปริมาตรน�้ำ ประมาณ เซลเซยี ส มคี วาม มกี ารระบายน�้ำดี 60 - 75 ลิตรตอ่ ต้นตอ่ วัน (อณุ หภมู ทิ ่ี ลาดเอยี ง หน้าดนิ ลึก ขนาดเสน้ ผ่านศูนย์กลาง เหมาะสม ระดับ มากกวา่ ทรงพุม่ 6 เมตร ตอ่ การ 1 - 3% 100 เซนติเมตร (เงาะเปน็ ไมผ้ ลท่ตี ้องการ สงั เคราะหแ์ สง pH อยรู่ ะหว่าง ปรมิ าณน้�ำฝนสม่ำ� เสมอ คอื 30 - 35 5.5 - 7.0 โดยเฉล่ีย 1,800 - 3,000 องศา มิลลเิ มตรต่อปี เซลเซยี ส)

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตและผลผลิตของไม้ผล (ตอ่ ) RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพืน้ ที่ สภาพดิน ธาตุอาหาร สภาพนำ�้ ชนิดของพืช อุณหภูมิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ลม ระดบั น้�ำทะเล ความ เน้ือดิน อณุ หภมู ิ ปรมิ าณ ธาตอุ าหาร ชมพู่ มกี าร สมั พทั ธ์ CO2 ลาดเอยี ง ดนิ ธาตุอาหาร ระบาย อากาศท่ดี ี - - -- - - สภาพดินร่วน - - - - และดนิ รว่ นเหนยี ว ความอดุ มสมบรู ณส์ งู หนา้ ดนิ ลกึ ไม่เกิน 30 เซนติเมตร pH 5.5 - 6.5 ทเุ รียน อุณหภูมิ - - - - ไมเ่ กนิ 650 เมตร เป็นพนื้ ท่ี เปน็ ดินร่วน 2-3% ทุเรียนต้องการน้�ำต่อปี น้อยหนา่ ไมต่ ำ่ �กว่า ราบ ปนทราย ประมาณ 850 - 900 ลติ ร 10 องศา หรือพนื้ ท่ี มคี วาม ตอ่ พนื้ ท่ี ไดท้ รงพมุ่ เซลเซยี ส มคี วาม อุดมสมบรู ณส์ ูง 1 ตารางเมตร หรือคิดเป็น และไมเ่ กนิ ลาดเอียง ระบายน�้ำดี 1,400 ลกู บาศกเ์ มตรตอ่ ไร่ 46 องศา ระดบั 1 - 3% พน้ื ท่ีสวนทเุ รียน 1 ไร่ เซลเซียส แตไ่ ม่ควร ควรมีแหลง่ นำ้� ไว้ประมาณ น้อยหน่า เกิน 15% 600 - 800 ลกู บาศกเ์ มตร ชอบ อากาศ - - - - ปลกู ได้ทัง้ ที่ราบ - หน้าดินลึกตง้ั แต่ อนิ ทรยี วตั ถุ - ปริมาณน้�ำฝน รอ้ นแห้ง และทีต่ ามป่าเขา 40 เซนติเมตร มาก 800 - 1,300 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี ไมห่ นาวจดั แต่ทีด่ อนจะเหมาะ ข้ึนไป ชอบดนิ และมแี หล่งนำ้� เพียงพอ อุณหภมู ิ สมกวา่ ทรี่ าบลุ่ม ทราย หรอื ดนิ สำ� หรบั ใชต้ ลอดฤดูกาล 10 - 40 ตามรมิ แมน่ �้ำตา่ งๆ ร่วนเหนียว หรอื ในช่วงฝนทงิ้ ชว่ ง องศา หรอื พนื้ ที่สูงจาก มกี ารระบายน�้ำดี สะอาดปราศจากสารพษิ เซลเซียส ระดบั น�้ำทะเลไป ไม่มีน้�ำท่วมขัง ปนเป้อื น จนถงึ ทร่ี ะดบั ความสงู คา่ ความเปน็ กรด 1,000 เมตร เป็นดา่ งของดิน ระหวา่ ง 5.5 - 7.5

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสมตอ่ การเจริญเตบิ โตและผลผลิตของไมผ้ ล (ตอ่ ) RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพนื้ ที่ สภาพดนิ ธาตุอาหาร สภาพนำ�้ อณุ หภมู ิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ลม ระดบั นำ�้ ทะเล ความ เนอื้ ดนิ ปริมาณ ธาตอุ าหาร ชนิดของพืช สมั พทั ธ์ CO2 ลาดเอยี ง ธาตอุ าหาร มะขามหวาน - - โปรง่ มี - - - - - เปน็ ดนิ รว่ นทม่ี คี วาม - - ปรมิ าณนำ�้ ฝนเฉลยี่ ตอ่ ปี แสงแดดจดั อดุ มสมบรู ณส์ งู 1,200 - 1,800 มลิ ลเิ มตร สอ่ ง - ความเปน็ กรด ปรมิ าณนำ้� ในชว่ งทม่ี ะขาม ทว่ั ถงึ เปน็ ดา่ ง อยรู่ ะหวา่ ง ใหผ้ ลผลติ จะตอ้ งมเี พยี งพอ ทง้ั ตน้ 5.5 - 6.5 จะขาดนำ�้ ในชว่ งนไี้ มไ่ ด้ เพราะจะทำ� ใหค้ ณุ ภาพฝกั ไมด่ ี มะปราง แหลง่ ปลกู - - - - เจรญิ เตบิ โตไดใ้ น - สามารถเจรญิ เตบิ โต - - ควรเปน็ พนื้ ทท่ี มี่ แี หลง่ นำ้� ควรมี ความสงู ตงั้ แต่ ไดใ้ นดนิ หลายชนดิ เพยี งพอตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ฤดฝู น ระดบั นำ้� ทะเลไมเ่ กนิ แตจ่ ะเจรญิ เตบิ โต โดยเฉพาะชว่ งตดิ ผล และ รอ้ นสลบั 1,000 เมตร แตท่ ี่ ไดด้ ี ในดนิ รว่ น นำ�้ ทใ่ี ชร้ ดใหก้ บั ตน้ มะปราง หนาว ความสงู 600 เมตร หรอื ดนิ เหนยี วรว่ น ควรมคี า่ ความเปน็ กรด อณุ หภมู ิ จะเปน็ ความสงู ที่ ความเปน็ กรด เปน็ ดา่ ง (pH) 6.5 - 7.0 เฉลย่ี เหมาะสมทสี่ ดุ เปน็ ดา่ ง (pH) คอื ควรมสี ภาพเปน็ กลาง 20 - 30 อยรู่ ะหวา่ ง 5.5 - 7.5 องศา เซลเซยี ส มะม่วง อุณหภมู ิท่ี ความชนื้ - - - ความสงู จาก ความ ดนิ รว่ นเหนยี ว ดนิ - - ปริมาณนำ�้ ฝนเฉลีย่ เหมาะสม สัมพัทธ์ ระดับน้�ำทะเล ลาดเอียง รว่ น หรือดินปน 700 - 1,500 ต่อการ ที่เหมาะสม ปานกลางไมเ่ กนิ ของพนื้ ท่ี ทราย ระบายน�้ำ มิลลิเมตรตอ่ ปี เจรญิ เตบิ โต สำ�หรับการ 300 เมตร 12% และถา่ ยเทอากาศดี อยรู่ ะหวา่ ง เจรญิ เตบิ โต ซ่ึงระดบั น�้ำใต้ดินไม่ 20 - 34 ºC 40 - 80% ควรเกิน 2.5 เมตร ความลกึ หนา้ ดนิ ไม่น้อยกวา่ 70 เซนตเิ มตร ความเปน็ กรด - ดา่ ง (pH) 5.5-7.5

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสมต่อการเจรญิ เตบิ โตและผลผลิตของไมผ้ ล (ต่อ) RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพืน้ ท่ี สภาพดิน ธาตุอาหาร สภาพนำ�้ ชนิดของพืช อุณหภูมิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ลม ระดบั น้�ำทะเล ความ เนอื้ ดิน ปรมิ าณ ธาตอุ าหาร สมั พทั ธ์ CO2 ลาดเอยี ง ธาตอุ าหาร มังคุด อุณหภมู ิ มากกวา่ - - - มคี วามสูงจาก มีความ ดินร่วน อุม้ น้�ำได้ดี 2 - 3 % - ปริมาณน้�ำฝนมากกวา่ เฉลี่ย 30 % ระดบั น้�ำทะเล ลาดเอียง มีความอุดม 2,000 มลิ ลิลติ รตอ่ ปี 25 - 35 ปานกลางไม่เกนิ ทเ่ี หมาะสม สมบูรณส์ ูง pH การกระจายตัวของฝนดี องศา 650 เมตร ในระดับ 5.5 – 6.5 เซลเซยี ส 1-3% แต่ไม่ควร เกิน 15 % ลองกอง รอ้ นชน้ื มีความชื้น โปร่ง มี - - นอ้ ยกวา่ 650 เมตร พน้ื ทีร่ าบ เปน็ ดนิ รว่ นปนทราย - - - ปริมาณน�้ำฝนประมาณ และ สัมพัทธ์ แสงแดดจดั หรือพน้ื ท่ี มอี ินทรียวัตถุ 2,000 - 3,000 มิลลิเมตร อุณหภมู ิ คอ่ นข้างสงู ส่อง มคี วาม คอ่ นขา้ งสงู ต่อปี จ�ำนวนวันทฝ่ี นตก ทเ่ี หมาะ ประมาณ ท่วั ถงึ ลาดเอียง มีการระบายน้�ำดี ประมาณ 150 - 200 วัน สม 70 - 80 % ทั้งต้น ประมาณ pH อยู่ระหว่าง ตอ่ ปี อยู่ระหวา่ ง 1 - 15 % 5.5 – 6.5 - ควรมฝี นตกกระจาย 20 - 35 อยา่ งสมำ�่ เสมอ ยกเวน้ ชว่ ง องศา กอ่ นออกดอก 1 - 2 เดือน เซลเซยี ส - มนี ำ้� เพยี งพอตลอด ช่วงฤดแู ลง้ ลำ�ไย อุณหภูมิ - --- ความสูงจาก ความ มีการระบายน�้ำดี - มอี นิ ทรยี วตั ถุ ปริมาณน�้ำฝนไมต่ ่�ำกว่า ท่ีเหมาะ ระดับน�้ำทะเล ลาดเอียง มคี า่ ความเป็นกรด มาก 1,000 มิลลเิ มตรต่อปี แกก่ าร 100 – 1,000 เมตร 10 – 15 % เป็นดา่ งระหว่าง และมีการกระจายของฝนดี เจรญิ 5.5 – 6.5 เติบโต อย่รู ะหวา่ ง 20 – 25 องศา เซลเซียส

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตและผลผลิตของไม้ผล (ตอ่ ) RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพื้นท่ี สภาพดิน ธาตุอาหาร สภาพนำ�้ ชนิดของพืช เนื้อดิน อุณหภมู ิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ลม ระดับน�้ำทะเล ความ สมั พทั ธ์ CO2 ลาดเอยี ง ลิ้นจี่ อุณหภูมิ - --- - มคี วาม ตอ้ งการดนิ ทมี่ คี วาม มีอนิ ทรยี วตั ถุมาก มีแหล่งน้�ำสะอาด ท่ีไม่มี ที่เหมาะ ลาดเอยี ง อดุ มสมบรู ณส์ งู หรอื สารอนิ ทรียแ์ ละอนินทรีย์ แก่การ ไม่ควรเกิน ปานกลาง มกี ารระบายนำ�้ ดี ทเ่ี ปน็ พิษปนเป้ือน และมี เจรญิ 15% เปน็ พเิ ศษ ดงั นน้ั จงึ ควร ปริมาณเพียงพอที่จะใช้ เตบิ โต ปลกู ลน้ิ จี่ ในพนื้ ทสี่ งู ได้ตลอดชว่ งฤดูแลง้ อยรู่ ะหว่าง พอสมควร เพราะมกี าร 20 - 30 ระบายนำ�้ ทดี่ กี วา่ ในพน้ื ทตี่ ำ�่ องศา ดนิ ควรมคี า่ ความเปน็ กรด เซลเซียส และดา่ ง (pH) = 5.0 - 7.0 สตรอเบอรี่ อุณหภูมิ - - - - สงู จากระดบั นำ้� ทะเล - ค่าความเปน็ กรด - มรี ะบบระบายน้�ำที่ดี 10 - 25 ไมต่ ำ่� กวา่ 800 เมตร เป็นดา่ ง องศา ระหวา่ ง 5.5 - 6.5 เซลเซียส (มอี ากาศ เยน็ ตลอดป)ี สม้ โอ อณุ หภูมิ - - - - เจริญเติบโตได้ดีท้ัง - ดนิ ร่วนซุย โปร่ง ควรมีธาตอุ าหารหลัก ปริมาณน�้ำฝนเฉลี่ย ทเี่ หมาะ ในทด่ี อนและทร่ี าบลมุ่ การระบายน�้ำดี ( N P K) 1,500 – 2,000 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี แกก่ าร น้ำ� ไม่ท่วมขงั หรือแฉะ และธาตอุ าหารรอง เจริญ ระดับหนา้ ดนิ ลกึ (Ca Mg ) เติบโต อยา่ งน้อย 1 เมตร ในปริมาณทเี่ พียงพอ อย่รู ะหว่าง มีอนิ ทรยี วตั ถมุ าก ตามช่วงอายุ 25 – 30 มคี า่ ความเปน็ กรด ของต้นส้มโอ และช่วง องศา เปน็ ด่างปานกลาง ฤดกู าลให้ผลผลติ เซลเซยี ส ระหวา่ ง 5.5 – 6

ข้อมูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตและผลผลติ ของไม้ผล (ต่อ) RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพนื้ ท่ี สภาพดนิ ธาตุอาหาร สภาพน�ำ้ เนอ้ื ดนิ ธาตอุ าหาร - ดินรว่ นซยุ ระบายน้�ำดี ชนิดของพชื อณุ หภมู ิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ระดบั น้�ำทะเล ความ ปริมาณ มีอินทรียวตั ถุเพยี งพอ องุ่น ไมอ่ ยูใ่ นท่ี สมั พทั ธ์ แสงแดด CO2 ลาดเอยี ง สามารถปลูกได้ในพืน้ ทส่ี งู ธาตอุ าหาร - - มหี นา้ ดินลึกสภาพ แออดั ควร เพยี งพอ - ต้งั แต่ระดบั น้ำ� ทะเลจนถึง ความเปน็ กรด - ด่าง (pH) มีลมพัด .- - - ระดับความสูง 6,000 ฟุต - - อยรู่ ะหวา่ ง 5.6 - 6.4 ผา่ นไดด้ ี แตแ่ หลง่ ปลูกองนุ่ ทีม่ ี เป็นดินร่วนปนทราย - คุณภาพดีมักอยใู่ นระดบั - มีความสมบรู ณส์ งู ระบายน้ำ� ดี มะละกอ อุณหภมู ิ -- ไม่เกนิ 1,500 เมตร มคี วาม ความสูงจากระดับน้�ำทะเล 25 - 32 ลาดเอยี ง ประมาณ 1,000 - 4,000 ฟตุ องศา ไม่ควรเกนิ เปน็ ดนิ รว่ นปนทราย มคี วาม เซลเซยี ส 15% สมบรู ณส์ งู ระบายนำ�้ ดี ฝร่ัง อุณหภมู ิ - - - ไม่ควรสงู เกิน - ดนิ ร่วนปนทรายทมี่ ีความ - - ปริมาณน�้ำฝนและแหล่งน้�ำ ไมต่ ำ�่ กวา่ 1,200 เมตร อดุ มสมบูรณ์สูง มีการ ควรมีแหลง่ น้ำ� เพยี งพอในชว่ ง 16 องศา จากระดบั น�้ำทะเล ระบายนำ�้ ดี สามารถปลูกได้ การออกดอกและการเจริญ เซลเซยี ส ในดินเกอื บทุกชนดิ ของผล หรือมีปรมิ าณน้ำ� ฝน - ทนตอ่ ความแหง้ แล้ง และ ประมาณ 1,000 - 2,000 สภาพน้�ำขงั มิลลิเมตรตอ่ ปี - ทนตอ่ ความเปน็ กรดเปน็ ดา่ ง ตง้ั แต่ 4.5 - 8.2

ข้อมลู สภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตและผลผลติ ของไม้ผล (ตอ่ ) RrquirCemroenpt สภาพอากาศ สภาพพ้นื ที่ สภาพดิน ธาตุอาหาร สภาพนำ�้ ธาตอุ าหาร ชนิดของพชื อณุ หภมู ิ ความชน้ื แสง ปรมิ าณ ลม ระดับน้ำ� ทะเล ความ เนื้อดนิ อณุ หภมู ิ ปริมาณ 1,500 มลิ ลิเมตรต่อปี มะพรา้ ว 20 - 27 ºC สมั พทั ธ์ ไม่น้อย CO2 ไม่เกิน 100 เมตร ลาดเอยี ง ดนิ ธาตอุ าหาร - ไมต่ �่ำกว่า กวา่ - ลมพดั N = 9 - 14 1,140 - 1,270 มิลลเิ มตร 80% 5 ขวั่ โมง - ดนิ รว่ นดนิ เหนียว - P=4-6 - ต่อปีหรอื 5,680 ลิตร ผา่ น ดินทราย K = 13 - 20 ตอ่ ไรต่ อ่ วัน ไมแ่ รง pH 6.4 - 7.0 กิโลกรัมตอ่ ไร่ ต้องการ ไมต่ ำ่� กวา่ 1,500 มลิ ลเิ มตร มากนัก อินทรียวตั ถุสูง โปตสั เซียมสงู ตอ่ ปี และมีการกระจายตวั ชา 25 - 30 ºC มากกวา่ 3-4 - ลมไมแ่ รง ระดับนำ้� ทะเลถงึ น้อยกวา่ ดนิ รว่ นระบายนำ�้ ดี 25 ºC (หนา้ ดนิ ) ชว่ งใหผ้ ลผลิต ของฝน 7 - 8 เดอื น 80% ชว่ั โมง สงู กว่า 1,000 เมตร 45 องศา หนา้ ดนิ ลึก N P K Al สูง - ลมไมแ่ รง เหนอื ระดบั pH 4.5 - 6.0 ต้องการ - ไมต่ ำ�่ กวา่ 1,200 มลิ ลเิ มตร นำ้� ทะเล ธาตอุ าหารสูง ตอ่ ปแี ละมกี ารกระจายตวั - ตอ้ งการสงู มาก ของฝนดี ฝนตก 120 - 150 กาแฟ อาราบกิ า้ มากกว่า - มากกวา่ 700 เมตร นอ้ ยกวา่ ร่วน ระบายน้�ำดี - NPK วนั ตอ่ ปี ชว่ งแลง้ ไมเ่ กนิ 4 เดอื น 15 - 21 ºC 60% - ลมไมแ่ รง สำ�หรบั 35 องศา Ca Mg Mn 2,500 - 3,000 มม.ตอ่ ปี โรบสั ตา้ กาแฟอาราบิก้า Fe Zn Cu B และมกี ารกระจายตวั ของฝน 25 - 32 ºC ไม่เกนิ 700 เมตร NPK มากกวา่ 120 มม.ตอ่ เดอื น สำ�หรบั โรบสั ตา้ Mg Bo ชว่ งแลง้ ไมเ่ กนิ 3 เดอื น ยางพารา 26 - 30 ºC 65 - 90% - 200 - 600 เมตร นอ้ ยกว่า ดนิ รว่ นเหนียว - 35 องศา ร่วนทราย ไมม่ ชี ัน้ - หนิ ดินดาน ปาล์มน้�ำมนั 22 - 32 ºC มากกวา่ มากกวา่ ไมเกนิ 500 เมตร น้อยกว่า pH 4.5 - 5.5 80% 5 ชม.ตอ่ วนั 12 องศา ดนิ ร่วน-เหนยี ว pH 4.0 - 6.0

ทีป่ รึกษา นางพรรณพมิ ล ชญั ญานวุ ตั ร อธิบดกี รมสง่ เสริมการเกษตร นายน�ำชัย พรหมมีชยั รองอธิบดกี รมสง่ เสริมการเกษตร นายวิทยา อธิปอนนั ต์ รองอธิบดกี รมสง่ เสริมการเกษตร นายสรุ พล จารุพงศ์ รองอธบิ ดีกรมส่งเสรมิ การเกษตร นายพรชัย พีระบูล ผูอ้ �ำนวยการสำ� นักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี นายสงกรานต์ ภักดคี ง ผู้อ�ำนวยการส�ำนักสง่ เสรมิ และจดั การสินค้าเกษตร นางอรสา ดสิ ถาพร ผ้เู ช่ยี วชาญดา้ นสง่ เสรมิ และจดั การการผลิตไมด้ อกไม้ประดับ และพชื สมุนไพร สำ� นักสง่ เสรมิ และจดั การสินคา้ เกษตร นางนดิ า สักกทัตตยิ กุล ผอู้ ำ� นวยการส่วนสง่ เสริมและเผยแพร่ ผู้ประสานงาน นางสาวภัทรมาศ พานพมุ่ ส�ำนกั สง่ เสรมิ และจัดการสินค้าเกษตร เรยี บเรยี ง สว่ นสง่ เสริมการผลติ ไม้ผล ไม้ยืนตน้ และยางพารา นายมนู โป้สมบรู ณ์ ผ้อู �ำนวยการส่วนส่งเสรมิ การผลิตไม้ผล ไมย้ นื ตน้ และยางพารา กลมุ่ ส่งเสรมิ การผลติ ไม้ผล ผ้อู ำ� นวยการกลุม่ ส่งเสริมการผลิตไมผ้ ล นายสุเทพ โสมภรี ์ นกั วชิ าการเกษตรช�ำนาญการพเิ ศษ นางสาวเพ็ญระพี ทองอินทร์ นกั วชิ าการเกษตรชำ� นาญการ นายกิตติ สระแก้ว นกั วิชาการเกษตรช�ำนาญการ นางสาวทัศนา คิดสรา้ ง นักวชิ าการเกษตรปฏบิ ัตกิ าร นางสาวธันย์ชนก โต๊ะถม นักวิชาการเกษตรปฏบิ ตั กิ าร นายเกยี รตกิ �ำจร อินตานิ นกั วชิ าการเกษตร นายจริ พันธ์ พงศาปาน นกั วิชาการเกษตร นางสาวอรสา แซเ่ ฮ้ง นักวิชาการเกษตร นางสาวกาญจนา นิลชาต นักวชิ าการเกษตร นายเผดจ็ ศึก สพุ รรณรัตน์ นกั วชิ าการเกษตร นางสาวสริ นิ าฏ เทพหริ ัญโญ นกั วชิ าการเกษตร นางสาวชลนภา จินดานภาพร กล่มุ สง่ เสริมการผลิตไมย้ นื ต้น ผู้อำ� นวยการกลุม่ ส่งเสรมิ การผลิตไม้ยนื ตน้ นางอรวรรณ วชิ ัยลักษณ์ นักวิชาการเกษตรชำ� นาญการพเิ ศษ นางพสิ มยั พึง่ วิกรยั นักวิชาการเกษตรปฏบิ ัตกิ าร นางสาวณฐั ธิดา ห้าวหาญ กลุ่มส่งเสรมิ การผลติ ยางพาราและปาล์มน้�ำมนั นางสาวนภิ า สงฤทธิ์ นกั วชิ าการเกษตรช�ำนาญการพเิ ศษ ว่าทีร่ ้อยตรีพริ ัฐ สทุ ธิโยค นกั วิชาการเกษตรปฏบิ ตั กิ าร

จัดท�ำ นางอมรทพิ ย์ ภริ มยบ์ รู ณ์ นางสาวอจั ฉรา สขุ สมบรู ณ์ นายพงษเ์ พชร วงศโ์ สภา นางสาวอำ� ไพพงษ์ เกาะเทยี น นางสาวรฐั ฐา ศรญี าณลกั ษณ์ กลมุ่ สอ่ื สง่ เสรมิ การเกษตร สว่ นสง่ เสรมิ และเผยแพร่ สำ� นกั พฒั นาการถา่ ยทอดเทคโนโลยี กรมสง่ เสรมิ การเกษตร รายช่ือคณะท�ำงานจัดท�ำคู่มอื การเพิ่มประสิทธภิ าพการผลติ พืช 1. นางอรสา ดิสถาพร ผู้เชย่ี วชาญด้านส่งเสรมิ และจัดการการผลิตพชื ผกั ประธานคณะทำ� งาน ไมด้ อกไมป้ ระดับและพืชสมนุ ไพร สำ� นักสง่ เสริมและจัดการสินคา้ เกษตร 2. นายมนู โปส้ มบรู ณ ์ ผอู้ ำ� นวยการสว่ นสง่ เสรมิ การผลติ ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้ และยางพารา คณะทำ� งาน สำ� นักสง่ เสรมิ และจัดการสินคา้ เกษตร 3. ดร.เศรษฐพงศ์ เลขะวฒั นะ ผอู้ ำ� นวยการสว่ นสง่ เสรมิ การผลติ ผกั ไมด้ อกไมป้ ระดบั คณะทำ� งาน และพชื สมนุ ไพร สำ� นกั สง่ เสรมิ และจดั การสินค้าเกษตร 4. นางวลิ าวัลย์ วงษเ์ กษม ผู้อำ� นวยการกล่มุ พชื เสน้ ใยและพชื หัว คณะท�ำงาน สำ� นักส่งเสรมิ และจดั การสินคา้ เกษตร 5. นางสาวจิราภา จอมไธสง ผอู้ ำ� นวยการกลุ่มส่งเสรมิ การผลิตผัก คณะท�ำงาน ส�ำนกั สง่ เสริมและจัดการสินคา้ เกษตร 6. นางศรสี ุดา เตชะสาน ผู้อำ� นวยการกลุม่ ส่งเสริมการผลติ พชื น้�ำมันและพชื ตระกูลถั่ว คณะท�ำงาน สำ� นักส่งเสรมิ และจัดการสนิ คา้ เกษตร 7. นายธงชยั สทุ ธพิ งศเ์ กยี รต ์ิ หวั หนา้ ฝา่ ยพฒั นาการผลติ และควบคมุ ศตั รผู กั ผลไมเ้ พอื่ การสง่ ออก คณะทำ� งาน ส�ำนกั พฒั นาคณุ ภาพสนิ ค้าเกษตร 8. นางสาวแสนสขุ รัตนผล ผู้อ�ำนวยการกลมุ่ งานเพาะเลี้ยงเนือ้ เยื่อ คณะท�ำงาน สำ� นกั พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร 9. นายจุมพล ไทยสุชาติ ผอู้ ำ� นวยการกลมุ่ งานสง่ เสรมิ และพฒั นาการบรกิ ารอารกั ขาพชื คณะทำ� งาน ส�ำนกั พัฒนาคุณภาพสนิ คา้ เกษตร 10. นางชัญญา ทพิ านกุ ะ นกั วชิ าการเกษตรชำ� นาญการพเิ ศษ คณะทำ� งาน ส�ำนักส่งเสรมิ และจดั การสินคา้ เกษตร 11. นางสาวเพญ็ ระพี ทองอนิ ทร ์ นกั วิชาการเกษตรชำ� นาญการพเิ ศษ คณะท�ำงาน สำ� นักส่งเสรมิ และจัดการสินคา้ เกษตร 12. นางภัสรา ชวประดิษฐ์ นักวชิ าการเกษตรช�ำนาญการพิเศษ คณะทำ� งาน สำ� นกั สง่ เสริมและจดั การสินคา้ เกษตร 13. นายนเรศน์ รังสมิ ันตศริ ิ หัวหนา้ ฝา่ ยชา่ ง คณะท�ำงาน กองสง่ เสริมวศิ วกรรมเกษตร 14. นางสาวภทั รมาศ พานพมุ่ นกั วชิ าการเกษตรช�ำนาญการ เลขานกุ ารคณะท�ำงาน สำ� นกั ส่งเสริมและจัดการสินคา้ เกษตร 15. นางสาวสภุ ทั ธริ า โคตรศลิ ากลู นกั วิชาการเกษตรปฏบิ ัติการ ผชู้ ่วยเลขานุการคณะท�ำงาน สำ� นกั พัฒนาคณุ ภาพสินค้าเกษตร 16. นายพงษ์เพชร วงศโ์ สภา นักวิชาการเผยแพร่ชำ� นาญการ ผู้ช่วยเลขานกุ ารคณะทำ� งาน ส�ำนกั พฒั นาการถา่ ยทอดเทคโนโลยี