Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลฯ

องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลฯ

Published by สุภาวิตา ทองน้อย, 2019-09-18 05:12:18

Description: องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม้ผลฯ

Search

Read the Text Version

ข้อมลู สภาพแวดล้อมทเี่ หมาะสมตอ่ การเจรญิ เติบโตและใหผ้ ลผลิตของล้นิ จ่ี สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กดั 1.สภาพภมู ิอากาศ อณุ หภมู ทิ เ่ี หมาะแกก่ ารเจรญิ เตบิ โตอยรู่ ะหวา่ ง 20 - 30 องศาเซลเซยี ส หากอณุ หภมู สิ งู กวา่ 30 องศาเซลเซยี ส จะทำ� ให้ 2. สภาพพ้ืนท่ี และในช่วงออกดอกตอ้ งการอุณหภมู ิตำ�่ ประมาณ 10 - 20 องศา ลนิ้ จเี่ จรญิ เตบิ โตชา้ ไมอ่ อกดอก 3. สภาพดนิ เซลเซยี ส นานตดิ ตอ่ กนั อยา่ งนอ้ ย 4 สปั ดาห์ ขน้ึ อยกู่ บั ชนดิ ของพนั ธ์ุ และแหลง่ ปลกู เมอื่ ตดิ ผลแลว้ อณุ หภมู สิ งู ขนึ้ กไ็ มเ่ ปน็ ไร แตไ่ มค่ วร 4. ธาตุอาหาร เกนิ 40 องศาเซลเซยี ส เพราะจะทำ� ใหผ้ ลแตกเสียหายได้ 5. สภาพนำ้ � มีความลาดเอียงไมค่ วรเกนิ 15% - มกี ารระบายน้�ำดี ระดับน�้ำใตด้ ินลกึ กวา่ 1 เมตร ต้องการดินทม่ี ีความอุดมสมบรู ณส์ ูงหรอื ปานกลาง มกี าร - ระบายนำ้� ดเี ปน็ พเิ ศษ ดงั นนั้ จงึ ควรปลกู ลนิ้ จใี่ นพนื้ ทสี่ งู พอสมควร เพราะมกี ารระบายน�้ำท่ีดีกว่าในพ้นื ทีต่ ำ่� ดนิ ควรมีคา่ ความ เปน็ กรดและดา่ ง (pH) = 5.0-7.0 มอี นิ ทรียวตั ถมุ าก มแี หลง่ นำ้� สะอาดทไ่ี มม่ สี ารอนิ ทรยี แ์ ละอนนิ ทรยี ท์ เ่ี ปน็ พษิ ปนเปอ้ื น และมีปรมิ าณเพยี งพอทีจ่ ะใชไ้ ดต้ ลอดชว่ งฤดูแลง้

แนวทางการเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการผลติ และแหลง่ สืบคน้ ขอ้ มูลเพมิ่ เตมิ แนวทางการเพ่ิมประสิทธภิ าพการผลติ 1. การเตรยี มการพกั ตน้ และเตรียมการออกดอก 1.1 หลงั เกบ็ เกย่ี วลน้ิ จ่ี ทำ� การตดั แตง่ กงิ่ เพอื่ เปดิ กลางทรงพมุ่ เพอื่ ใหแ้ สงแดดสอ่ งผา่ นได ้ สว่ นกิง่ อื่นๆให้ตดั แต่งก่ิงแซม กง่ิ ไขว ้ กงิ่ กระโดง ก่งิ แหง้ กงิ่ ถูกโรคและแมลงทำ� ลาย 1.2 ให้ปุ๋ยสูตร 15–15–15 ผสม 6–6–0 อัตรา 1 : 1 เพื่อการแตกใบอ่อน และยอดอ่อนทีส่ มบูรณ์ 2. การเตรียมการออกดอก 2.1 ให้ปุ๋ยเพ่ือสร้างตาดอก สูตรกลางสูง สูตร 0–46–0 ผสม 0–0–60 อัตรา 1 : 1 ใหช้ ่วงใบแก่ ปลายฤดูฝน 2.2 ทำ� การรัดลวดเพ่อื ใหก้ ง่ิ สะสมอาหารมากขึน้ 2.3 ทำ� การคลายลวดหลังรดั แล้ว 30 – 45 วัน เพ่ือเตรียมในการออกดอกทจ่ี ะมาถงึ แหลง่ สบื ค้นขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ กรมวชิ าการเกษตร. 2542. เกษตรดที ี่เหมาะสมส�ำหรบั ล�ำไย. โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำ� กัด. กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2553. เอกสารยทุ ธศาสตรพ์ ฒั นาผลไมไ้ ทย ปี 2553 – 2557. สำ� นกั สง่ เสรมิ และจัดการสินคา้ เกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร. 80 หนา้ 46

มะม่วง ขนั้ ตอนการปลูกและการดแู ลรกั ษามะม่วง มะม่วงนอกฤดู ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. การเตรียมการ พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. มะมว่ งในฤดู การเตรยี มการ การเตรียมดนิ การเตรยี มตน้ การเตรยี ม ดแู ลระยะดอก-ผลแก่ ทด่ี อน - ตัดแต่งกิ่ง การออกดอก - ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคแมลงระยะแทงชอ่ - ไถดะปรบั พืน้ ที่ - ใสป่ ุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี สูตรเสมอ - ใสป่ ยุ๋ เพอื่ สะสมตาดอก ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลย้ี จักจ่นั - ไถพรวนพรอ้ มปรับ pH ดิน 15 -15 -15 หรือ 16 -16 -16 สตู ร 8-24-24 หรอื โรคราแปง้ ขาว โรคแอนแทรคโนส - ยกแปลงปลูกกว้าง 4 เมตร - ใชไ้ ทโอยูเรีย หรือ 25 - 7 - 7 12-24-12 หรอื 0-52-34 - ดแู ลผลออ่ นโดยใหน้ ำ�้ สมำ่� เสมอ ทลี่ มุ่ ยกรอ่ ง เพอื่ เร่งแตกใบอ่อนพรอ้ มกัน - กระตนุ้ ออกดอก ใสป่ ยุ๋ ขยายขนาด 16-16-16 - สนั รอ่ งกวา้ ง 4 – 6 เมตร ทอ้ งรอ่ ง - ปอ้ งกันกำ� จัดโรคแมลงระยะ ใหไ้ ทโอยเู รยี - ห่อผลทอี่ ายุ 60 วนั กว้าง 1 เมตร ลกึ 1.5 เมตร แตกใบอ่อน ได้แก่ เพลย้ี ไฟ - งดการใหน้ ำ้� ชว่ งกอ่ น - ใสป่ ยุ๋ พฒั นาคณุ ภาพ 13-13-21 การเกบ็ เกย่ี ว - ตากดนิ แมลงคอ่ มทอง ด้วงม้วนใบ ออกดอก 1 เดอื น เพอ่ื เพม่ิ ความหวาน - เกบ็ เกย่ี วมะมว่ งทค่ี วามสกุ แก่ 90-110 วนั - ฟื้นดนิ พรอ้ มปรบั pH ดนิ ดว้ งตดั ใบ โรคแอนแทรคโนส หรือความแก่ทีม่ ากกว่า 80% (ตามคา่ วิเคราะหด์ นิ ) - ทำ� นอกฤดู ราดสารพาโคลบวิ ทราโซล - ควรเก็บในตอนเชา้ หรอื เย็น และ ระยะปลูก 6 x 6 ขุดหลมุ ระมดั ระวงั ไมใ่ หผ้ ลบอบชำ้� เสยี หาย 50 x 50 x 50 เซนตเิ มตร การเตรยี มพันธุ์ ศตั รูที่สำ� คญั และการปอ้ งกันก�ำจดั การปฏบิ ตั ิหลังการเกบ็ เกยี่ ว 1.พนั ธก์ุ ารคา้ ทต่ี ลาดตอ้ งการทงั้ ภายในและสง่ ออก เพลย้ี ไฟ ปอ้ งกนั โดยการฉดี พน่ ดว้ ย สารแลมปด์ าไซฮาโลทรนิ เฟนโพรพาทรนิ คารบ์ ารลิ 1. ลดอณุ หภมู ิ โดยใชพ้ ดั ลมเปา่ 2.กล้าสมบูรณ์สูง 50 - 75 เซนติเมตร เพลย้ี จกั จนั่ ปอ้ งกนั โดยการฉดี พน่ ดว้ ย สารแลมปค์ าไซฮาโลทรนิ คารบ์ ารลิ อมิ ดิ าโคลพรดิ 2. ทำ� ความสะอาดผล และกำ� จดั ยาง ไดโนทฟี แู รน ไทอะมโี ทแซม การปลูก ดว้ งตดั ใบ ปอ้ งกนั โดยการฉดี พน่ ดว้ ยสารคารบ์ ารลิ โดยตวั ขวั้ ผลเหลอื 1 เซนตเิ มตร - ผสมดนิ หนา้ +ปยุ๋ คอกเกา่ 5 กก.+หนิ ฟอสเฟต 500 ก. โรคแอนแทรคโนส ปอ้ งกนั โดยการฉดี พน่ ดว้ ยสารแมนโคเซบ อะซอ็ คซสี ตรอบนิ 3. คดั คณุ ภาพ - ปลกู ตน้ มะมว่ งใหว้ สั ดปุ ลกู เดมิ สงู กวา่ ปากหลมุ เลก็ นอ้ ย โรคราแปง้ ขาว ปอ้ งกนั โดยการฉดี พน่ ดว้ ยสารไตรอาดมิ ฟิ อน คารเ์ บนดาซมิ 4. คดั ขนาดและรบั รองคณุ ภาพ - กลบดนิ ยึดตน้ ทำ� รม่ เงา ไมโคบวิ ทานลิ ไพราโซฟอส ไตรโฟรนี 5. บรรจหุ บี หอ่ และเกบ็ รกั ษาทอี่ ณุ หภมู ิ 12 - 13 องศาเซลเซยี ส

เทคนิคการปลกู และดแู ลรกั ษามะม่วง 1. การเตรียมการก่อนปลูก 1.1 การเตรียมดนิ ดนิ ท่เี หมาะสมคือ ดนิ ร่วน รว่ นเหนยี ว หรือรว่ นปนทราย มอี นิ ทรยี วัตถุมาก ระบายนำ�้ และถา่ ยเทอากาศดี 1.2 การเตรยี มพันธ์ุ พันธุม์ ะม่วงทีน่ ิยมปลูกนอกฤดูเปน็ การค้า ไดแ้ ก่ น�้ำดอกไม้เบอร์ 4 และน้�ำดอกไมส้ ีทอง อกร่อง เขยี วเสวย ฟา้ ลั่น เพชรบ้านลาด มนั เดือนเกา้ โชคอนันต์ 2. การปลกู ควรปลกู ตน้ ฤดฝู น หากมรี ะบบชลประทานปลกู ไดท้ ง้ั ปี 2.1 วิธปี ลกู 2.1.1 ระยะปลูก 6 x 6 เมตร หรอื 8 x 8 เมตร 2.1.2 จำ� นวนตน้ ต่อไร่ 45 ตน้ ตอ่ ไร่ หรอื 25 ตน้ ต่อไร่ ตามล�ำดับ 2.1.3 วัสดุปรบั ปรุงดนิ ไดแ้ ก่ ปยุ๋ หมักหรือปยุ๋ คอก ทส่ี ลายตัวดีแลว้ 5 - 10 กโิ ลกรมั หนิ ฟอสเฟต 0.5 กโิ ลกรัม ป๋ยุ เคมี 15-15-15 อตั รา 200 - 300 กรมั 2.1.4 การปลกู - ขดุ หลมุ ขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร - ผสมดนิ หนา้ กบั วสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ ขอ้ 2.1.3 ในหลมุ ใหม้ คี วามสงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ - ใชม้ ดี กรดี รอบก้นถุงออก ตัดปลายรากแก้วท่ีขดออก ยกถงุ ต้นกล้ามะม่วงวางกลาง หลมุ โดยให้ระดบั ดินในถงุ สูงกว่าระดบั ดินปากหลุมเลก็ นอ้ ย - กรดี ดา้ นขา้ งถงุ จากกน้ ขน้ึ ดา้ นบนทง้ั 2 ดา้ น ดงึ ถงุ พลาสตกิ ออก ควรจดั รากทขี่ ดใหข้ ยายออก - กลบดนิ ใหเ้ ตม็ หลมุ แตอ่ ยา่ ใหท้ ว่ มรอยแผลเสยี บยอดหรอื ทาบ เพราะเชอ้ื โรคอาจเขา้ แผล 48

- กดดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหแ้ นน่ แลว้ ปกั ไมย้ ดึ ลำ� ตน้ ผกู เชือกเพ่อื ป้องกนั ลมโยก - หาวสั ดุคลมุ โคน เชน่ ฟางขา้ ว หญ้าแห้ง หรอื ทำ� รม่ เงาเพอื่ ชว่ ยพรางแสงแดด แลว้ รดนำ้� ใหช้ มุ่ และตอ่ เนอ่ื ง หลงั 1 เดือน ใหน้ �้ำตามความเหมาะสม - หลังปลูก 1-2 เดือนกรีดพลาสติกที่พัน รอยทาบออก 2.2 การเตรียมดิน เตรียมดินโดยการผสมดินกบั วสั ดุปรับปรุงดิน เขา้ ดว้ ยกนั เพื่อรองกน้ หลุม และสำ� หรบั ใชก้ ลบหลุมปลูก 3. การดแู ลรักษา 3.1 การใส่ปยุ๋ 3.1.1 ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ (ปุย๋ คอก ปยุ๋ หมัก ปยุ๋ พชื สด) ชว่ ยบ�ำรุงดินและปรับโครงสร้างดนิ ให้มี สภาพดี ปรมิ าณ 10 - 15 กิโลกรมั ต่อตน้ 3.1.2 ปุ๋ยเคมี เป็นปุ๋ยที่พืชสามารถน�ำไปใช้ได้ทันที การใส่หลังจากตัดแต่งก่ิงและเพ่ือ บ�ำรุงใช้สูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 ส�ำหรับมะม่วงต้นเล็กอายุ 1 - 3 ปี ท่ียังไม่ให้ผล สำ� หรับมะม่วงทใ่ี ห้ผลแล้วใช้สตู ร 15-15-15, 16-16-16 เพอื่ บ�ำรงุ ตน้ สตู ร 12-24-12 หรือ 8-24-24 เพ่ือสร้างตาดอก สูตร 14-14-14 หรือ 16-16-16 เพ่ือขยายขนาดผล และสูตร 13-13-21 เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพผล ตามลำ� ดบั 3.2 การให้น้�ำ หลงั ปลกู ถ้าฝนไมต่ กควรรดน�้ำทุกวนั ช่วง 7 วันแรก และคอ่ ยๆ หา่ งขน้ึ 3 - 4 วันต่อครง้ั หรือ 10 วนั ตอ่ คร้งั แลว้ แตช่ นดิ ของดนิ การให้นำ้� มากหรือน้อยข้นึ กบั 1. ชว่ งเจริญเตบิ โตทางกิ่งและใบ 2. ชว่ งระยะตดิ ผลออ่ น ใหน้ ำ้� ทลี ะนอ้ ยและเพม่ิ มากขน้ึ เพอื่ เพม่ิ ขนาดผลและพฒั นาคณุ ภาพ ผลจนถึงชว่ งผลแก่ และหยุดการใหน้ ำ�้ ในชว่ งใกลเ้ กบ็ เก่ยี ว 4. การปอ้ งกันก�ำจดั ศตั รูพชื 4.1 แมลงศัตรมู ะม่วง แมลงคอ่ มทอง (Green weevil) การท�ำลาย กดั กินใบออ่ นใหใ้ บเว้าแหว่งหรือขาดวนิ่ หรือหมดทง้ั ใบ 49

ดว้ งตัดใบ (Mango leaf cutting weevil) การทำ� ลาย ดว้ งงวงจะวางไขช่ ว่ งใบออ่ นแลว้ ตดั ใบใหข้ าดลงพน้ื ดนิ ตวั ออ่ นจะกดั กนิ ใบที่ หลน่ มา 1 สัปดาหแ์ ละเข้าดักแด้อย่ใู นดิน เพลย้ี ไฟมะม่วง (Mango thrips) การทำ� ลาย ดดู กนิ นำ้� หวานและนำ้� เลย้ี งดอกออ่ นและผลออ่ น ทำ� ใหผ้ ลออ่ นเปน็ แผลแหง้ ตกสะเกด็ สนี ้�ำตาลเปน็ แผลขี้กลาก เพลี้ยจักจ่นั (Mango leaf hoppers) การทำ� ลาย ตวั ออ่ นและตวั แกด่ ดู กนิ นำ�้ เลยี้ งจากชอ่ ดอกและถา่ ยมลู ทำ� ใหเ้ กดิ ราดำ� และชอ่ แหง้ ติดผลน้อยหรอื ไม่ตดิ ผล เพลยี้ แปง้ (Mealy bug) การท�ำลาย ดูดน�้ำเลีย้ งจากใต้ใบ และผลในร่มหรือในถุงห่อ ทำ� ให้ผลเปน็ จดุ เหลืองซดี ด้วงหนวดยาวเจาะตน้ มะมว่ ง (Round headed borer) การทำ� ลาย หนอนจะเจาะกดั กนิ ใตเ้ ปลอื กแลว้ เขา้ ดกั แดใ้ นล�ำตน้ ออกจากรทู เ่ี จาะ ตน้ และกงิ่ มะมว่ งเหีย่ วแห้ง หรอื ไมเ่ จริญเติบโต แมลงวนั ทอง (Oriental fruit fly) การท�ำลาย หนอนแมลงวันจะกัดกินเนื้อมะม่วงในช่วงผลแก่และสุกท�ำให้มะม่วงเน่า และร่วงหลน่ เสียหาย 4.2 โรคมะม่วง โรคแอนแทรคโนส อาการ ใบเปน็ แผลแหง้ ยบุ ชอ่ ดอก ดอกแหง้ เปน็ แผล ผลออ่ นเปน็ แผลจดุ ยบุ ทำ� ใหต้ ดิ ผล นอ้ ย เชอื้ อาจฝงั ตัวบนผิวมะมว่ งและแสดงอาการเมื่อผลแก/่ สุก โรคราแป้ง อาการ ชอ่ ดอกมีฝ่นุ แป้งสขี าวปกคลุม บนแผ่นใบ และใต้ใบ โรคขั้วผลเน่า อาการ ผลมะมว่ งสกุ จะมีอาการเน่าดำ� เริ่มจากขวั้ ผลและลกุ ลามทัง้ ผล 5. การปฏบิ ัติก่อนและหลงั การเกบ็ เก่ยี ว 5.1 เตรยี มการเกบ็ เกย่ี ว ไดแ้ ก่ วสั ดุอุปกรณเ์ ก็บเกีย่ ว แรงงาน ภาชนะบรรจุ โรงคัด รถยนต์ พดั ลม ตรวจสอบสารพษิ ตกค้าง เปน็ ตน้ 5.2 ตรวจสอบความออ่ นแก่ ดงั นี้ 5.2.1 นับอายุหลังจากดอกบาน 50 เปอร์เซ็นต์จนถึงเก็บเก่ียวได้ ซึ่งจะแตกต่างกัน ในแต่ละพนั ธ์ุ เช่น 50

- นำ�้ ดอกไม ้ 110 วนั - เขยี วเสวย 120 วนั - ทองด�ำ 100 วนั เป็นตน้ การเกบ็ เก่ยี วมะมว่ งทถ่ี กู ตอ้ งเหมาะสม มขี อ้ ควรระวงั ดงั นี้ 1) ความสกุ แกต่ ามตลาดตอ้ งการ ดงั ดัชนีการเกบ็ เก่ียวมะมว่ งด้านลา่ งดังนี้ ดัชนกี ารเก็บเก่ียวมะมว่ งนำ�้ ดอกไมส้ ีทอง (Harvesting Index Nam-dok-mai-Sithong) อายุ 110 – 115 วนั หลังดอกบาน × ระยะทไ่ี ม่เหมาะสมส�ำหรบั เก็บเก่ยี ว ✓ ระยะเก็บเกี่ยวเพอ่ื การสง่ ออก ✳ ระยะเกบ็ เกยี่ วเพอ่ื จำ� หน่ายในประเทศ × × ✓ ✓ ✳ × × 60 70 80 90 100 สุก เปอร์เซน็ ต์ความแก่ 2) มะม่วงต้องไมม่ เี ชอื้ โรคและแมลงเข้าท�ำลาย และไม่มีสารพษิ ตกค้าง 3) มะมว่ งต้องมคี ุณภาพดี สมำ่� เสมอ ท้งั ภายนอกและภายใน 5.2.2 ทดสอบลอย/จมนำ�้ มะมว่ งแกจ่ ะจมนำ�้ ความแกป่ ระมาณ 80-85% 5.2.3 ดดี ฟังเสยี ง ดังแปก๊ 5.2.4 ผ่าดูเนอื้ เนอ้ื เหลืองมีมันแป้งตดิ เนอ้ื แขง็ กรอบ 5.2.5 ดดู ว้ ยสายตา มะมว่ งแกท่ รงผลกลมอว้ น ผวิ มสี นี วล สซี ดี ลงจากเดมิ บางชนดิ ออกเหลอื ง ส�ำหรับพันธ์ุตา่ งประเทศจะมีสีแดง มว่ ง สม้ เหลือง ปรากฏทผี่ วิ ด้วย และมีจดุ ปะบนผิว (Lentecel) ลกั ษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีเขียวออ่ นและแห้ง เปน็ ผลท่แี กจ่ ดั มากขน้ึ 5.3 วธิ เี กบ็ เกย่ี ว 5.3.1 เกบ็ ดว้ ยมอื หรอื ตะกรอ้ ตดิ ใบมดี ตดั ขว้ั ควรมขี วั้ ยาวไมน่ อ้ ยกวา่ 1 - 2 นว้ิ เพอื่ ปอ้ งกนั ยางไหล 5.3.2 ควรเก็บตอนบา่ ย เยน็ หรอื เช้า ไมค่ วรเก็บช่วงแสงแดดจดั 5.4 การปฏิบตั หิ ลงั การเก็บเกยี่ ว 5.4.1 ลดอณุ หภมู ิ โดยใชพ้ ดั ลมเปา่ ระบายความรอ้ นทนั ทหี ลงั จากเกบ็ เกย่ี ว เพอ่ื ยดื อายุ การเก็บรกั ษา 5.4.2 คัดคุณภาพ (sorting) คัดผลขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป ผลที่มีรูปทรงผิดปกติ ผวิ ไมส่ วย มีรอยตำ� หนิ หรอื ผวิ ท่ีถูกทำ� ลายดว้ ยโรคและแมลงออก 51

5.4.3 ตัดขั้วยาว 0.5 เซนติเมตร และท�ำความสะอาดผลมะม่วง เพื่อก�ำจัดยางและ สิ่งเปรอะเปื้อนบนผลด้วยน�้ำผสมโซเดียมไฮโปรคลอไรด์ NaClO หรือ แคลเซียมไฮโปรคลอไรด์ Ca (ClO2) 0.5 - 1.0% ใช้ผ้านุม่ เชด็ ทำ� ความสะอาด แลว้ เปา่ ดว้ ยพดั ลมให้แหง้ 5.4.4 ควบคุมโรคหลงั เก็บเกยี่ ว โรคท่สี ำ� คัญ คอื โรคแอนแทรคโนส วธิ ีท่ี 1 จมุ่ ในน�ำ้ ท่ผี สมสารไทอะเบนดาโซลหรือเบนโนมิล 0.05 - 0.1 เปอร์เซ็นต์ (500 - 1,000 ppm.) ในน้�ำอนุ่ อณุ หภูมิ 51 - 55 องศาเซลเซยี ส เวลานานประมาณ 5 นาที วธิ ีท่ี 2 จุ่มในน้�ำธรรมดาผสมโปรคลอราช ความเข้มขน้ 200 - 250 ppm. นาน 1 นาที 5.4.5 ก�ำจัดไข่แมลงวันทอง กรณีมะม่วงส่งออกไปประเทศญ่ีปุ่นโดยการอบไอน้�ำ ทีอ่ ุณหภมู ิ 47 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที ระดบั ความช้นื 96 เปอร์เซ็นต์ 5.4.6 คดั ขนาด ตามความตอ้ งการของตลาด เชน่ มะมว่ งนำ�้ ดอกไม้ แบง่ เปน็ ขนาดใหญ่ พเิ ศษ 500 กรมั ขนึ้ ไป ขนาดใหญ่ 360 - 420 กรมั ขนาดกลาง 301 - 359 กรัม และขนาดเลก็ 250 - 300 กรัม เป็นต้น 5.4.7 บรรจุหีบห่อ - บรรจตุ ะกร้าพลาสติกหเู หลก็ ขนาด 20 - 25 กโิ ลกรมั เพื่อส่งขายตลาดภายใน - บรรจกุ ล่องกระดาษลูกฟกู แข็ง กลอ่ งละ 10 กิโลกรมั สง่ จ�ำหนา่ ยตลาดกลางกรงุ เทพฯ - บรรจกุ ลอ่ งลกู ฟกู มตี าขา่ ยปดิ ชอ่ งดา้ นขา้ งสำ� หรบั สง่ ตลาดญป่ี นุ่ นำ้� หนกั บรรจุ 5 กโิ ลกรมั 5.4.8 การเก็บรกั ษาและขนส่ง ด้วยการใชอ้ ุณหภูมิต่�ำระหว่าง 12 - 13 องศาเซลเซียส ความช้นื สัมพัทธ์ 90 - 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถเก็บรักษาได้ 2 - 4 สปั ดาห์ 6. ข้อมลู อน่ื ๆ การหอ่ มะมว่ งดว้ ยถุงเคลือบคารบ์ อนชั้นในจะช่วยให้มะม่วงมีสผี ิวทสี่ วยงาม และเมื่อสุกแลว้ ทำ� ใหข้ น้ึ สเี หลอื งสมำ่� เสมอกนั ทงั้ ผล มะมว่ งนำ้� ดอกไมส้ ที อง เปลย่ี นเปน็ สมี ะปรางสกุ มะมว่ งนำ�้ ดอกไม้ เบอรส์ ี่ เปล่ียนเป็นเหลอื งอมเขียว มะม่วงหนังกลางวนั เป็นสเี หลืองอมเขยี ว ข้อด ี 1. ลูกค้าพึงพอใจกบั มะม่วงที่ห่อผลดว้ ยกระดาษคาร์บอนมาก เพราะสสี วย 2. ขนาดและนำ้� หนกั ผลเพิม่ ขึน้ 3. ป้องกันการเขา้ ทำ� ลายของแมลงวนั ทอง หรือแมลงวนั ผลไม้ 4. ลดการท�ำลายของโรคแอนแทรคโนส 52

ขอ้ มูลสภาพแวดลอ้ มทเี่ หมาะสมต่อการเจริญเตบิ โตและให้ผลผลิตของมะม่วง สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ข้อจำ� กัด 1. สภาพภูมิอากาศ 1.1 อณุ หภมู ิ - อณุ หภูมิที่เหมาะสมต่อการเจรญิ เตบิ โตอยู่ระหวา่ ง 20 - 34 - อณุ หภมู สิ งู มาก ทำ� ใหใ้ บไหม้ คายนำ�้ สงู ชอ่ ดอกแหง้ ตดิ ผลนอ้ ย องศาเซลเซียส - อณุ หภมู ติ ำ่� มาก ชะงกั และเจรญิ เตบิ โตชา้ การออกดอกตดิ ผลไมด่ ี - อณุ หภมู ทิ เี่ หมาะสมตอ่ การออกดอกอยรู่ ะหวา่ ง 15 - 20 องศาเซลเซยี ส เนอ่ื งจากเปอรเ์ ซน็ ตด์ อกเพศผมู้ ากกวา่ ดอกกะเทย ตอ่ เนอื่ งกนั นานประมาณ 2 สปั ดาห์ เพอื่ กระตนุ้ การสรา้ งตาดอก - อณุ หภมู ลิ ดลงถงึ 10 องศาเซลเซยี ส หรอื สงู เกนิ 42 องศาเซลเซยี ส มะมว่ งชะงกั การเจรญิ เตบิ โต - ทนทานตอ่ อากาศหนาวจดั ไดต้ ำ�่ กวา่ 8 องศาเซลเซยี ส และรอ้ นจดั ไมเ่ กนิ 45 องศาเซลเซยี ส 1.2 ความชืน้ สัมพัทธ์ - ความชนื้ สัมพัทธท์ ่เี หมาะสมสำ� หรบั การเจริญเตบิ โต 40-80% - ความชน้ื สมั พทั ธน์ อ้ ยกวา่ 15% ใบและผลออ่ นไดร้ บั อนั ตราย (RH) - ความช้นื สมั พัทธท์ ่ีเหมาะสมสำ� หรบั การผสมเกสร 57-70% - ความชน้ื สมั พทั ธม์ ากกวา่ 75% การผสมเกสรจะไมด่ ี เพราะอบั เรณู จะไมแ่ ตก จงึ ทำ� ใหไ้ มม่ กี ารผสมเกสรในชว่ งฤดฝู น ยกเวน้ พนั ธโ์ุ ชคอนนั ต์ 1.3 ความยาวช่วงแสง - ความยาวชว่ งแสงทม่ี ะมว่ งตอ้ งการ (ทวั่ ไป) แสงแดดจดั โดยเฉลยี่ - ถา้ แสงแดดนอ้ ย การเจรญิ เตบิ โตจะชา้ และไมม่ กี ารออกดอก 7 ชว่ั โมงตอ่ วัน เพราะอาหารสะสมไมเ่ พยี งพอ 1.4 ความเร็วลม - ความเรว็ ลม ปานกลาง - ลมสงบนงิ่ พชื คายนำ้� นอ้ ยลง ดดู นำ�้ และธาตอุ าหารจากดนิ ไดน้ อ้ ย (การเคลอ่ื นทีข่ องลม) - ลมแรง การผสมเกสรไมด่ ี โคน่ ลม้ กง่ิ หกั ผลผลติ เสยี หาย - นำ�้ ฝนนอ้ ย การเจรญิ เตบิ โตและการตดิ ผลไมด่ ี 1.5 ฝน - ปริมาณนำ้� ฝนเฉลี่ย 700 - 1,500 มิลลิเมตรตอ่ ปี - นำ้� ฝนมาก การเจรญิ ทางลำ� ตน้ สงู สรา้ งตาดอกนอ้ ยและผสมเกสร ไมด่ ี

ข้อมูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมตอ่ การเจริญเตบิ โตและให้ผลผลติ ของมะม่วง (ตอ่ ) สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ข้อจำ� กัด 2. สภาพพ้นื ที่ 3. สภาพดนิ - ทด่ี อนและทล่ี ุ่ม ไม่มนี ้�ำทว่ มขัง - ใกล้เสน้ ศนู ยส์ ูตร ฝนตกชกุ การออกดอกติดผลนอ้ ย - เขตรอ้ น (Tropical Climate) ชว่ งเสน้ รงุ้ 6 - 21 องศาเหนอื เปน็ ชว่ ง และการผสมเกสรไมด่ ี 4. ธาตอุ าหาร ทีเ่ หมาะสมตอ่ การเจริญเติบโตและออกดอกติดผลไม้ดี - ในทสี่ งู มากๆ อากาศเยน็ การเจรญิ เตบิ โตชา้ จำ� นวนดอก - ความสูงจากระดบั น้ำ� ทะเลปานกลางไม่เกิน 300 เมตร สมบรู ณเ์ พศนอ้ ยมกั ตดิ ผลเปน็ ผลกระเทยขนาดเลก็ - ความลาดเอยี งของพ้ืนที่ 12% - ทนี่ ำ�้ ทว่ มขงั จะทำ� ใหร้ ากมะมว่ งขาดอากาศ เจรญิ เตบิ โตชา้ 3.1 ลกั ษณะเนอื้ ดิน - ดนิ ทรายจดั ดนิ ลกู รงั หรอื ดนิ เหนยี วจดั มะมว่ งจะเจรญิ เตบิ โตชา้ - ดินรว่ นเหนียว ดนิ ร่วน หรือดินปนทราย ระบายน้�ำและ - ดนิ ทรายจะมคี วามอดุ มสมบรู ณต์ ำ�่ ดดู ซบั ธาตอุ าหารไวไ้ ดน้ อ้ ย ถา่ ยเทอากาศดี ซึง่ ระดับนำ�้ ใตด้ นิ ไมค่ วรเกนิ 2.5 เมตร - หนา้ ดนิ ตน้ื จะทำ� ใหเ้ จรญิ เตบิ โตชา้ และโคน่ ลม้ งา่ ย 3.2 ความลกึ หนา้ ดนิ ไมน่ ้อยกวา่ 70 เซนติเมตร - ทนความเปน็ กรด - ดา่ งสงู ไดไ้ มเ่ กนิ 8.0 ตำ่� สดุ ไมเ่ กนิ 5.0 3.3 ความเป็นกรด - ดา่ ง (pH) 5.5 - 7.5 - ดนิ เคม็ ทำ� ใหม้ ะมว่ งเจรญิ เตบิ โตชา้ แคระแกรน็ ใบเลก็ ใบไหม้ 3.4 คา่ การน�ำไฟฟ้า (EC) ระหว่าง 0 - 2 เดซซิ ีเมนตต์ อ่ เมตร ไมอ่ อกดอกตดิ ผล ถา้ หากความเคม็ สงู มากๆ กจ็ ะทำ� ใหม้ ะมว่ ง (มิลลโิ มหต์ อ่ เซนติเมตร) ตายได้ 3.5 ปรมิ าณอินทรียวตั ถุ ไม่ตำ่� กวา่ 1.5% - ขาดอนิ ทรยี วตั ถุ กจ็ ะทำ� ใหเ้ นอ้ื ดนิ เกาะตวั กนั แนน่ ไมร่ ว่ นพรนุ และไมช่ ว่ ยจบั ปุ๋ยเคมี - ธาตอุ าหารในดนิ ตอ้ งครบ 16 ธาตุ C O H N P K Ca Mg S B Cu - ธาตอุ าหารหลกั N P K ถา้ ขาดจะทำ� ใหช้ ะงกั การเจรญิ เตบิ โต Mo Fe Cl Mn Zn ไมม่ กี ารสรา้ งตาดอก ผลผลติ น้อยและคุณภาพต�ำ่ - ชว่ งเจรญิ เตบิ โตทางลำ� ตน้ กง่ิ กา้ นใบ ตอ้ งการปยุ๋ N P K ในสดั สว่ น - ธาตอุ าหารรอง Ca Mg S ถา้ ขาดจะทำ� ใหม้ ะมว่ งไมแ่ ขง็ แรง 1:1:1 อ่อนแอ เปน็ โรคง่าย - ชว่ งการสรา้ งตาดอก ตอ้ งการปยุ๋ N P K โดย P สงู ในสดั สว่ น - ธาตอุ าหารเสรมิ B Cu Mo Fe Cl Mn Zn เปน็ ธาตทุ มี่ ะมว่ ง 1 : 2 : 1 (12-24-12) หรือ 1 : 3 : 3 (8-24-24) ตอ้ งการในปรมิ าณน้อย แตถ่ า้ ขาดจะทำ� ให้มะม่วง - ชว่ งทพี่ ฒั นาคณุ ภาพผลควรเปน็ ปยุ๋ 13-13-21 หรอื 12-12-21 แสดงอาการผดิ ปกติในลกั ษณะต่างๆ - ธาตอุ าหารรองและอาหารเสรมิ ใหม้ อี ยคู่ รบ

ขอ้ มูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมต่อการเจริญเตบิ โตและใหผ้ ลผลิตของมะมว่ ง (ต่อ) สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ข้อจ�ำกดั 5. สภาพนำ้ � - ความเป็นกรด - ดา่ งของน้�ำ (pH) 6.0 - 7.5 - หากนำ�้ มสี ภาพคอ่ นขา้ งเปน็ กรด - ดา่ งกจ็ ะทำ� ใหธ้ าตอุ าหาร 5.1 คณุ ภาพนำ้� พชื บางชนดิ ถกู ตรงึ ทำ� ใหม้ ะมว่ งเจรญิ เตบิ โตชา้ หรอื ชะงกั การเจรญิ เตบิ โต 5.2 ปริมาณน้ำ� - ปรมิ าณน�้ำที่ต้องการแตล่ ะชว่ ง ระยะการเจริญเติบโต - ปรมิ าณการใชน้ ำ้� ของมะมว่ ง = 0.50 x Ep x D ลติ รตอ่ วนั : ชว่ งบำ� รงุ ตน้ ความตอ้ งการประมาณ 0.5 เทา่ ของอตั ราการระเหยนำ�้ Ep คอื คา่ การระเหยนำ้� ทไ่ี ดจ้ ากถาด (มลิ ลเิ มตรตอ่ วนั ) (ถา้ ทรงพุม่ เส้นผา่ ศนู ย์กลาง 3 เมตร ต้องใหน้ �้ำ ตน้ ละ 22.5 ลิตร D คอื เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางทรงพมุ่ (เมตร) ต่อวนั ) 0.5 คอื คา่ สมั ประสทิ ธใิ์ ชน้ ำ�้ ของมะมว่ งในระยะเจรญิ ทางใบ : หลงั ตดิ ผล ตอ้ งการนำ้� มากสดุ ประมาณ 0.7 - 0.8 เทา่ ของอตั รา 0.7 – 0.8 คอื คา่ สมั ประสทิ ธใิ์ ชน้ ำ�้ ของมะมว่ งในระยะเจรญิ การระเหยน�้ำ (เชน่ เส้นผ่าศนู ย์กลางทรงพุ่ม 5 เมตร ตอ้ งใช้นำ้� ของผล วนั ละ 87.5 - 100 ลิตรตอ่ ต้น) โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ช่วงการขยาย ขนาดผล - พฒั นาคณุ ภาพผล และความต้องการนำ�้ ลดลงในช่วง ใกลร้ ะยะเกบ็ เกยี่ ว มะมว่ งตน้ ใหญจ่ ะมคี วามตอ้ งการใชน้ ำ�้ มากกวา่ มะม่วงตน้ เลก็

แนวทางการเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการผลติ และแหล่งสืบคน้ ข้อมูลเพ่ิมเตมิ แนวทางการเพมิ่ ประสิทธิภาพการผลติ 1. การตดั แตง่ ก่งิ มะมว่ งทถี่ ูกต้องและเหมาะสม การจดั การทรงพมุ่ เพอื่ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ โดยการตดั แตง่ กงิ่ แบบเปดิ กลางทรงพมุ่ (open Center) คมุ ความสงู ในระยะทที่ ำ� งานสะดวก 2.5 - 3 เมตร ความกวา้ งทรงพมุ่ ประมาณ 4 เมตร การตัดแต่งก่ิงเพื่อเพ่ิมผลผลิตเน้นทรงพุ่มโปร่ง แสงส่องผ่านได้โดยตัดแต่งก่ิงที่แย่งอาหารและ ไมส่ ามารถใหผ้ ลไดอ้ อก เชน่ กง่ิ แหง้ กงิ่ ถกู โรคและแมลงทำ� ลาย กงิ่ แซม กง่ิ ซอ้ นทบั กงิ่ กระโดง กงิ่ ฉกี หกั 2. การจัดการดนิ ปุ๋ย และน�้ำทีเ่ หมาะสมกบั ความต้องการของมะมว่ ง 2.1 มะมว่ งอายนุ อ้ ยควรพรวนดนิ จากแนวชายพมุ่ ออกไปกวา้ ง 30 เซนตเิ มตร โดยรอบ เปน็ วงแหวนพรอ้ มใสป่ ยุ๋ คอกและปยุ๋ เคมเี พอ่ื ใหป้ ยุ๋ ถกู เกบ็ ไวใ้ นดนิ และรากพชื ดดู เอาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ 2.2 ใสป่ ๋ยุ คอกหรอื ปยุ๋ หมัก ปุ๋ยเคมี ใหต้ ามความเหมาะสมตามความตอ้ งการของพชื ทางทดี่ คี วรมกี ารวเิ คราะหด์ นิ และใบพชื ทกุ ปี (เฉพาะแปลงการคา้ ) โดยเนน้ ปยุ๋ เรง่ การเจรญิ เตบิ โต แตกใบอ่อน ขยายผล ใชส้ ตู รตวั หน้าสงู หรอื สูตรเสมอ เชน่ 25-7-7 หรือ 16-16-16 สร้างตาดอก สตู ร 12-24-12, 8-24-24 และช่วงพฒั นาผลใช้สูตร 13-13-21 2.3 การจดั การนำ้� ใหน้ ำ�้ ตามความตอ้ งการของพชื ชว่ งตอ้ งการนำ�้ มากคอื ชว่ งแตกใบออ่ น ชว่ งผลขยาย - ผลพัฒนา ช่วงต้องการน�้ำนอ้ ย คือ ชว่ งออกดอก และชว่ งก่อนเกบ็ เกี่ยว 3. การจดั การศตั รูพืช 3.1 การจดั การโรค โรคทส่ี �ำคญั ท่เี ปน็ ปญั หาต่อการผลิตมะม่วง คือ - โรคแอนแทรคโนส ซงึ่ จะเขา้ ทำ� ลายในชว่ งแตกใบออ่ น แทงชอ่ ผลออ่ น การเขา้ ทำ� ลาย บนใบทำ� ใหเ้ ปน็ จดุ ไหมแ้ หง้ ชอ่ ดอกแหง้ ไมต่ ดิ ผล ผลเปน็ จดุ ดำ� และลกุ ลาม หากทำ� ลายในชว่ งผลสกุ ทำ� ใหม้ ะมว่ งด้อยคุณภาพ - โรคขวั้ ผลเนา่ มักเกดิ ในระยะหลังเก็บเก่ียว ซง่ึ เชอ้ื จะเขา้ ท�ำลายจากขว้ั ผลและทำ� ให้ ผลเนา่ ลกุ ลามเขา้ ในเน้อื ของผล 3.2 การจัดการแมลง แมลงท่ีส�ำคญั ท่ีเปน็ ปัญหาตอ่ การผลติ มะมว่ ง คือ - เพลย้ี ไฟ ทำ� ลายชว่ งแตกใบออ่ น ชอ่ ดอก และดอกออ่ น โดยอาการทำ� ใหแ้ หง้ ไหม้ ใบหงิกงอ หรือใบร่วง ดอกอ่อนร่วง ผลอ่อนเป็นแผลสีน�้ำตาลและเป็นผลมะม่วงท่ีผิวสีน้�ำตาล หากอาการรนุ แรงผลจะแตก - เพลย้ี จักจน่ั เปน็ แมลงชนิดปากดูด ทำ� ลายชอ่ ดอกอ่อน ทำ� ให้ช่อดอกแหง้ ดอกรว่ ง ตดิ ผลน้อย ส่วนใหญจ่ ะระบาดในชว่ งเดอื น พฤศจิกายน – มกราคม 56

3.3 การห่อผล ช่วงอายุ 60 วัน หลงั ดอกบาน ปลดิ ผลมะมว่ งทไ่ี มไ่ ดค้ ณุ ภาพออกจำ� หนา่ ยกอ่ น และหอ่ ผลดว้ ยถงุ เคลอื บไขและคารบ์ อน กอ่ นห่อให้พน่ สารป้องกันก�ำจัดแมลงและโรครา 4. การจัดการหลังการเก็บเก่ยี ว หลงั เกบ็ เกยี่ วนำ� มะมว่ งเขา้ ทรี่ ม่ และทำ� การลดอณุ หภมู ิ ทำ� การคดั มะมว่ งไมม่ คี ณุ ภาพออก ทำ� ความสะอาด ควบคมุ โรคหลงั การเกบ็ เกย่ี ว คดั ขนาด แบง่ เปน็ ขนาด S M L แลว้ แตพ่ นั ธ์ุ รบั รองคณุ ภาพ บรรจุภัณฑ์ท่ีเหมาะสม 5. การผลิตมะม่วงนอกฤดเู ป็นการคา้ การผลติ มะมว่ งนอกฤดู อายตุ น้ มะมว่ งทจ่ี ะสามารถเรมิ่ ราดสารไดอ้ ยรู่ ะหวา่ ง 3 - 5 ปี มะมว่ ง แตกใบออ่ น 2 ครง้ั หลงั จากมะมว่ งแตกใบออ่ นจนถงึ ระยะใบพวง (ใบเพสลาดสมี ว่ ง) เตรยี มการราด สารพาโคลบวิ ทราโซลสำ� หรบั พนั ธเ์ุ บา อตั ราสว่ น 1 : 10 หมายถงึ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางทรงพมุ่ 1 เมตร ตอ้ งใชส้ าร 10 กรมั ถา้ เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางทรงพมุ่ 2 เมตร ตอ้ งใชส้ าร 20 กรมั เปน็ ตน้ และอตั ราสว่ น 1 : 15 ในพนั ธห์ุ นกั ผสมสารพาโคลบวิ ทราโซลลงในนำ้� สะอาด 1 ลติ ร แหวกโคนตน้ มะมว่ ง ราดสว่ นผสม ของสารพาโคลบวิ ทราโซลลงดนิ ชดิ โคนตน้ จนหมด ใหน้ ำ้� อยา่ งสมำ�่ เสมอประมาณ 20 วนั แลว้ ใหป้ ยุ๋ สะสมตาดอก 8-24-24 หรอื 12-24-12 เมอ่ื มะม่วงครบก�ำหนดเกิดตาดอก 60 - 90 วัน ฉดี พน่ โพแทสเซยี มไนเตรท 500 กรมั ตอ่ นำ�้ 20 ลติ ร หรอื ไทโอยเู รยี 100 กรมั ตอ่ นำ้� 20 ลติ ร ตาดอกจะแทง ชอ่ ภายใน 7 - 10 วนั แหล่งสบื ค้นขอ้ มูลเพ่มิ เติม กรมส่งเสริมการเกษตร. 2543. คู่มือพืชสวนเศรษฐกิจ. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แหง่ ประเทศไทย จ�ำกดั . กรมส่งเสริมการเกษตร. 2551. การผลิตมะม่วงคุณภาพดี.โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แหง่ ประเทศไทย จำ� กัด. มนู โปส้ มบรู ณ.์ 2542. คู่มือการผลิตมะมว่ งคณุ ภาพดี. กรงุ เทพฯ. 103 หน้า. มนู โปส้ มบรู ณ.์ 2544. คมู่ อื การผลติ มะมว่ งนอกฤด.ู โรงพมิ พช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำ� กดั . กรุงเทพฯ. 47 หนา้ . วทิ ย์ นามเรืองศร.ี 2544. ภาพบรรยายแมลงศัตรมู ะมว่ งและการปอ้ งกันกำ� จดั . กรุงเทพฯ. นพิ นธ์ วสิ ารทานนท.์ 2555. ภาพบรรยายโรคมะมว่ งและการปอ้ งกนั กำ� จดั ในการผลติ เชงิ ปรมิ าณ และคณุ ภาพผลมะมว่ งเพื่อการส่งออก. กรุงเทพฯ. ส�ำนักงานพฒั นาเศรษฐกิจจากฐานชวี ภาพ (องค์การมหาชน). โครงการสอื่ สารแลกเปลยี่ นข้อมูล ความหลากหลายทางชวี ภาพและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ . ภาพแมลงคอ่ มทอง. http://www.biogang.net. 6 กุมภาพันธ์ 2556. สถานวี ิทยาการหลงั การเกบ็ เก่ยี ว มหาวิทยาลยั เชียงใหม.่ บา้ นมะมว่ ง ภาพขั้วผลเน่า. http://www.phtnet.org. 6 กมุ ภาพันธ์ 2556. 57

มงั คดุ ข้ันตอนการปลูกและการดแู ลรกั ษามังคดุ (ภาคตะวันออก) การเตรยี มการ ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. การเตรียมดิน การตัดแตง่ กิ่ง การเตรียมแตกใบอ่อน - ออกดอก ดูแลระยะออกดอก ดแู ลระยะออกผล ทลี่ มุ่ ขุดรอ่ งยกแปลง - ตัดแตง่ กิ่ง 1. ชกั นำ� ใหแ้ ตกใบออ่ นโดยการพน่ ปยุ๋ ยเู รยี ใหท้ วั่ ทง้ั ตน้ 1. จดั การนำ้� เพอื่ ควบคมุ และบำ� รุงผล ข้ึนมาเพ่ือเป็นการ - ใสป่ ยุ๋ คอก ปยุ๋ เคมี 2. ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ โรคและแมลงมาทำ� ลายใบออ่ น ปรมิ าณดอก สปั ดาหท์ ี่ 1 1. ปอ้ งกนั กำ� จดั แมลง ระบายน้�ำ สูตรเสมอ เช่น โรคใบจดุ เพล้ียไฟ หลงั ออกดอก โดยใหน้ ำ้� ศตั รทู ำ� ลายผลมงั คดุ เชน่ ท่ีดอน ไถพรวน และ 15-15-15 3. จัดการปุ๋ยเพื่อบ�ำรุงต้นด้วยปุ๋ยเคมีทางใบ อย่างสมำ่� เสมอทุกวนั เพลย้ี ไฟ ปรบั พนื้ ทใ่ี หส้ มำ�่ เสมอ หรอื 16-16-16 สตู ร 15 - 30 - 15 หรอื 20 - 20 - 20 พน่ ใหท้ ว่ั ทรงพมุ่ 2. ป้องกันก�ำจัดแมลง 2. ควบคมุ ปรมิ าณผล การเตรยี มพันธ์ุ - จดั การปุย๋ เพอื่ 4. เตรยี มความพรอ้ มในการออกดอกชว่ งปลายฤดฝู นกอ่ น ศัตรูท�ำลายดอก เช่น ตอ่ ตน้ ใหเ้ หมาะสม - เลอื กตน้ พนั ธท์ุ แ่ี ขง็ แรง ชกั นำ� การออกดอก ออกดอก ประมาณ 1 เดอื น โดยใสป่ ยุ๋ เคมสี ตู ร 8 - 24 - 24 เพลย้ี ไฟ 3. จดั การปยุ๋ เพอ่ื สง่ เสรมิ การเกบ็ เกีย่ ว มอี ายไุ มน่ อ้ ยกวา่ 2 ปี - กำ� จดั วชั พชื หรอื 9 - 24 - 24 หรอื 13 - 13 - 21 หวา่ นใหท้ ว่ั ทรงพมุ่ 3. จัดการเพื่อส่งเสริม การพฒั นาการของผล เกบ็ เกยี่ วโดยใชต้ ะกรอ้ ผา้ ทำ� แบบ สงู ไมต่ ำ�่ กวา่ 30 คลมุ โคนดว้ ยเศษ 5. ชกั นำ� การออกดอกงดการใหน้ ้�ำ ปลอ่ ยใหต้ น้ มงั คดุ การพฒั นาของผลและเพมิ่ ใสป่ ยุ๋ เคมสี ตู ร 13-13-21 ฟนั ตง้ั และฟนั นอน เพอ่ื ปอ้ งกนั เซนตเิ มตร มกี าร ซากพชื ผา่ นชว่ งแลง้ จนกา้ นระหวา่ งขอ้ สดุ ทา้ ยของยอดแสดง ปรมิ าณผลผลติ คณุ ภาพ หรอื 12-12-17 + 2 ไม่ให้ผลมังคุดร่วงหล่นหรือ เปลย่ี นถงุ ใหเ้ หมาะสม อาการเหยี่ วอยา่ งชดั เจน ใบคสู่ ดุ ทา้ ยของยอดเรมิ่ มี 4. ใหน้ ำ้� สมำ�่ เสมอ หอ่ ผล กระแทกรนุ แรง เลอื กเกบ็ เฉพาะผล อาการใบตก ใหน้ ำ�้ ครัง้ แรกในปรมิ าณ 35 - 40 มม. ทอี่ ายุ 60 วนั สกุ แกใ่ นระยะสายเลอื ด ทุก 7 - 10 วัน ในปรมิ าณ 17.5 - 20 มม. จนกวา่ การปฏิบัตหิ ลงั การเก็บเกี่ยว การปลูก ต้นมังคุดจะออกดอกมากกว่าหรือเท่ากับ 15 % 1. หลงั เกบ็ เกย่ี วแลว้ เกบ็ ไวใ้ นทร่ี ม่ 1. ขุดหลุมปลูกกว้างและลึกประมาณ ของจ�ำนวนยอดทั้งหมด ทำ� ความสะอาดผล ขดู ยางทเ่ี ปลอื กออก 30 - 80 เซนตเิ มตร และคดั แยกคณุ ภาพกอ่ นจำ� หนา่ ย 2. ผสมดนิ ปุย๋ คอก 5 กิโลกรมั และปยุ๋ ศัตรูท่ีส�ำคัญและการปอ้ งกนั ก�ำจัด 2. เกบ็ ผลมงั คดุ ไวท้ อี่ ณุ หภมู ิ 25 - 30 ร็อคฟอสเฟต 1 กิโลกรัม รองก้นหลุม โรคใบจดุ เกดิ จากการทำ� ลายของเชอื้ รา เขา้ ทำ� ลายใบเกดิ เปน็ รอยแผลไหม้ ทำ� ใหใ้ บเสยี เนอื้ ทใ่ี นการ องศาเซลเซยี ส จะเกบ็ ไดน้ าน ประมาณ ดว้ ยหญา้ แหง้ หรอื ทรายหยาบสงู ประมาณ สงั เคราะหแ์ สง ความสมบรู ณข์ องตน้ ลดลง 7 - 14 วนั และอาจเกบ็ ไดน้ าน 3 - 4 6 นว้ิ แลว้ ใสด่ นิ ทผี่ สมลงไป โรคใบแหง้ และขอบใบแหง้ เกดิ จากสภาพแวดลอ้ มไมเ่ หมาะสม คอื แสงแดดจดั ความชน้ื ตำ�่ ทำ� ใหน้ ำ�้ สปั ดาห์ โดยตอ้ งเกบ็ เกยี่ วอยา่ งดี 3. ตัดแต่งรากโดยกรีดก้นถุงสูง 1 นิ้ว ระเหยออกจากขอบใบมาก จนกระทงั่ ขอบใบแหง้ ทำ� ใหม้ งั คดุ เจรญิ เตบิ โตชา้ ควรจะดแู ลใหต้ น้ มงั คดุ ไดร้ บั นำ�้ ขนย้ายอย่างพิถีพิถัน และบรรจุ ถา้ มีรากม้วนงอท่ีกน้ ถงุ ก็ให้ตัดออก อยา่ งสมำ่� เสมอและพอเพยี ง ในถุงพลาสติกเจาะรู เก็บไว้ที่ 4. ปักไม้หลกั กับต้นกล้า คลมุ ดินบรเิ วณ อาการเนอื้ แกว้ ยางไหล ตอ้ งมกี ารจดั การระบบนำ�้ ทดี่ ี อยา่ ใหท้ ว่ มขงั เมอื่ ฝนตกมาก และตอ้ งใหต้ น้ มงั คดุ อณุ หภมู ิ 13 องศาเซลเซยี ส โคนต้น ไดร้ บั นำ�้ สมำ�่ เสมอ อยา่ ใหข้ าดนำ�้ กส็ ามารถลดการเกดิ เนอ้ื แกว้ ยางไหลได้ 5. รดนำ้� ใหช้ มุ่ ทำ� ร่มเงาพรางแสงแดด เพลยี้ ไฟ จะระบาดในชว่ งทอ่ี ากาศแหง้ แลง้ ตดิ ตอ่ กนั นานๆ โดยทง้ั ตวั ออ่ นและตวั แกข่ องศตั รชู นดิ นจี้ ะดดู กนิ นำ้� เลย้ี ง จากยอดออ่ นดอกออ่ น และผลออ่ นของมงั คดุ นบั เปน็ ศตั รสู ำ� คญั ทม่ี ผี ลกระทบในการสง่ ออกมงั คดุ เปน็ อยา่ งมาก ไรแดง มกั อยรู่ วมเปน็ กลมุ่ และระบาดควบคไู่ ปกบั เพลยี้ ไฟ โดยไรแดงจะดดู กนิ นำ้� เลยี้ งทด่ี อกและผลออ่ น หนอนกนิ ใบออ่ นและหนอนชอนใบ หนอนชนดิ นจี้ ะทำ� ลายและกดั กนิ ใบออ่ นทำ� ใหม้ งั คดุ ขาดความสมบรู ณ์

มังคุด ขน้ั ตอนการปลูกและการดูแลรักษามังคดุ (ภาคใต)้ การเตรยี มการ ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. การเตรยี มดนิ การตดั แต่งกิ่ง การเตรียมแตกใบอ่อน - ออกดอก ดแู ลระยะออกดอก ดูแลระยะออกผล ทลี่ มุ่ ขดุ รอ่ งยกแปลงขนึ้ มา - ตดั แตง่ ก่งิ 1. ชกั นำ� ใหแ้ ตกใบออ่ นโดยการพน่ ปยุ๋ ยเู รยี ใหท้ วั่ ทงั้ ตน้ 1. จดั การนำ้� เพอื่ ควบคมุ และบ�ำรุงผล เพอื่ เปน็ การระบายนำ้� - ใสป่ ยุ๋ คอก ปยุ๋ เคมี 2. ปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ โรคและแมลงมาทำ� ลายใบออ่ น ปรมิ าณดอก สปั ดาหท์ ี่ 1 1. ปอ้ งกันกำ� จดั แมลง ทด่ี อน ไถพรวน และ สตู รเสมอ 15 -15 -15 เชน่ โรคใบจดุ เพลีย้ ไฟ หลงั ออกดอก โดยใหน้ ำ�้ ศัตรูท�ำลายผลมังคุด ปรบั พน้ื ทใ่ี หส้ มำ�่ เสมอ หรอื 16-16-16 3. จดั การปยุ๋ เพอื่ บำ� รงุ ตน้ ดว้ ยปยุ๋ เคมที างใบสตู ร 15 - 30 - 15 อยา่ งสมำ�่ เสมอทุกวัน เช่น เพลย้ี ไฟ การเตรยี มพันธุ์ - จัดการปุ๋ยเพือ่ หรือ 20-20-20 พน่ ให้ทว่ั ทรงพุ่ม 2. ปอ้ งกนั กำ� จดั แมลงศตั รู 2. ควบคมุ ปรมิ าณผล - เลอื กตน้ พนั ธท์ุ แ่ี ขง็ แรง ชกั นำ� การออกดอก 4. เตรยี มความพรอ้ มในการออกดอกชว่ งปลายฤดฝู น ทำ� ลายดอก เชน่ เพลยี้ ไฟ ตอ่ ตน้ ใหเ้ หมาะสม มอี ายไุ มน่ อ้ ยกวา่ 2 ปี - ก�ำจัดวัชพืช กอ่ นออกดอก ประมาณ 1 เดอื น โดยใสป่ ยุ๋ เคมสี ตู ร 8 - 24 - 24 3. จดั การเพอ่ื สง่ เสรมิ การ 3. จดั การปยุ๋ เพอ่ื สง่ เสรมิ สงู ไมต่ ำ�่ กวา่ 30 เซนตเิ มตร คลมุ โคนดว้ ยเศษ หรอื 9 - 24 - 24 หรอื 13 - 13 - 21 หวา่ นใหท้ วั่ ทรงพมุ่ พฒั นาของผลและเพมิ่ การพฒั นาการของผล มกี ารเปลยี่ นถงุ ใหเ้ หมาะสม ซากพืช 5. ชกั นำ� การออกดอกงดการใหน้ �้ำ ปลอ่ ยใหต้ น้ มงั คดุ ปรมิ าณผลผลติ คณุ ภาพ ใสป่ ยุ๋ เคมสี ตู ร 13-13-21 การเกบ็ เก่ยี ว ผา่ นชว่ งแลง้ จนกา้ นระหวา่ งขอ้ สดุ ทา้ ยของยอดแสดง หรือ 12-12-17+2 เกบ็ เกย่ี วโดยใช้ ตะกรอ้ ผา้ ทำ� แบบ อาการเหย่ี วอยา่ งชดั เจน ใบคสู่ ดุ ทา้ ยของยอดเรม่ิ มอี าการ 4. ให้น้�ำสม่�ำเสมอ ฟนั ตงั้ และฟนั นอน เพอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ การปลูก ใบตก ใหน้ ำ้� ครงั้ แรกในปรมิ าณ 35 - 40 มม. ทกุ 7 - 10 หอ่ ผลท่อี ายุ 60 วัน ผลมงั คดุ รว่ งหลน่ หรอื กระแทกรนุ แรง 1. ขดุ หลมุ ปลกู กวา้ งและลกึ ประมาณ วนั ในปรมิ าณ 17.5 - 20 มม. จนกวา่ ตน้ มงั คดุ จะออกดอก เลือกเก็บเฉพาะผลสุกแกใ่ นระยะ 30 - 80 เซนตเิ มตร มากกว่าหรือเทา่ กบั 15 % ของจำ� นวนยอดท้งั หมด สายเลอื ด 2. ผสมดนิ ปยุ๋ คอก 5 กโิ ลกรมั และ การปฏิบัตหิ ลงั การเก็บเกีย่ ว ปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟต 1 กโิ ลกรมั รองกน้ หลมุ 1. หลงั เกบ็ เกยี่ วแลว้ เกบ็ ไวใ้ นทรี่ ม่ ดว้ ยหญา้ แหง้ หรอื ทรายหยาบสงู ประมาณ ศัตรูท่สี ำ� คญั และการป้องกันกำ� จดั ทำ� ความสะอาดผล ขดู ยางทเี่ ปลอื กออก 6 นว้ิ แลว้ ใสด่ นิ ทผี่ สมลงไป โรคใบจดุ เกดิ จากการทำ� ลายของเชอ้ื รา เขา้ ทำ� ลายใบเกดิ เปน็ รอยแผลไหม้ ทำ� ใหใ้ บเสยี เนอื้ ทใี่ นการสงั เคราะห์ และคดั แยกคณุ ภาพกอ่ นจำ� หนา่ ย 3. ตดั แตง่ รากโดยกรดี กน้ ถงุ สงู 1 นว้ิ แสง ความสมบรู ณข์ องตน้ ลดลง 2. เกบ็ ผลมงั คดุ ไวท้ อ่ี ณุ หภมู ิ 25 - 30 ถา้ มรี ากมว้ นงอทกี่ น้ ถงุ กใ็ หต้ ดั ออก โรคใบแหง้ และขอบใบแหง้ เกดิ จากสภาพแวดลอ้ มไมเ่ หมาะสม คอื แสงแดดจดั ความชนื้ ตำ่� ทำ� ใหน้ ำ�้ ระเหยออกจาก องศาเซลเซยี ส จะเกบ็ ไดน้ าน ประมาณ 4. ปกั ไมห้ ลกั กบั ตน้ กลา้ คลมุ ดนิ บรเิ วณ ขอบใบมาก จนกระทง่ั ขอบใบแหง้ ทำ� ใหม้ งั คดุ เจรญิ เตบิ โตชา้ ควรจะดแู ลใหต้ น้ มงั คดุ ไดร้ บั นำ้� อยา่ งสมำ่� เสมอและพอเพยี ง 7 - 14 วนั และอาจเกบ็ ไดน้ าน 3 - 4 โคนตน้ อาการเนอื้ แกว้ ยางไหล ตอ้ งมกี ารจดั การระบบนำ�้ ทดี่ ี อยา่ ใหท้ ว่ มขงั เมอื่ ฝนตกมาก และตอ้ งใหต้ น้ มงั คดุ ไดร้ บั สปั ดาห์ โดยต้องเกบ็ เก่ียวอย่างดี 5. รดนำ้� ใหช้ มุ่ ทำ� รม่ เงาพรางแสงแดด นำ้� สมำ�่ เสมอ อยา่ ใหข้ าดนำ้� กส็ ามารถลดการเกดิ เนอื้ แกว้ ยางไหลได้ ขนย้ายอย่างพิถีพิถัน และบรรจุ เพลย้ี ไฟ จะระบาดในชว่ งทอ่ี ากาศแหง้ แลง้ ตดิ ตอ่ กนั นานๆ โดยทงั้ ตวั ออ่ นและตวั แกข่ องศตั รชู นดิ นี้ จะดดู กนิ นำ�้ เลย้ี ง ในถงุ พลาสตกิ เจาะรู เกบ็ ไวท้ อี่ ณุ หภมู ิ จากยอดอ่อนดอกอ่อน และผลอ่อนของมังคุด นับเป็นศัตรูส�ำคัญท่ีมีผลกระทบในการส่งออกมังคุดเป็นอย่างมาก 13 องศาเซลเซยี ส ไรแดง มกั อยรู่ วมเปน็ กลมุ่ และระบาดควบคไู่ ปกบั เพลย้ี ไฟ โดยไรแดงจะดดู กนิ นำ้� เลยี้ งทดี่ อกและผลออ่ น หนอนกนิ ใบออ่ นและหนอนชอนใบ หนอนชนดิ นจ้ี ะทำ� ลายและกดั กนิ ใบออ่ นทำ� ใหม้ งั คดุ ขาดความสมบรู ณ์

เทคนคิ การปลูก และดแู ลรักษามงั คุด 1. การเตรียมการกอ่ นปลูก 1.1 การเตรียมดิน พน้ื ทด่ี อน ใหท้ ำ� การไถพรวน เพอื่ ปรบั พน้ื ทใ่ี หเ้ รยี บและขดุ รอ่ งระบายนำ้� หากมปี ญั หานำ้� ทว่ มขงั พ้ืนทล่ี ุม่ เปน็ พ้ืนทีท่ ีม่ นี ้�ำท่วมขงั ไมม่ าก ใหน้ �ำดนิ มาเทกองตามผังปลูก ความสงู ประมาณ 1.0 ถงึ 1.5 เมตร แลว้ ปลูกมงั คดุ บนสันกลางของกองดิน (เนนิ หลงั เต่า) หากพ้ืนทมี่ ีน้�ำท่วมขงั มาก ทำ� การยกรอ่ งสวนใหม้ ขี นาดสนั รอ่ งกวา้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เมตร รอ่ งนำ�้ กวา้ ง 1.5 เมตร ลกึ 1 เมตร มรี ะบบ ระบายนำ้� เข้าและออกเปน็ อยา่ งดี ซ่ึงจะชว่ ยลดปัญหาเนอื้ แกว้ ยางไหลได้ ดงั เช่น มงั คดุ สวนนนท์ 1.2 การเตรียมพันธุ์ พนั ธุ์ มงั คุดทป่ี ลกู ในประเทศไทยมีเพียงพันธ์เุ ดยี ว เนื่องจากเกสรตวั ผขู้ องดอกมังคดุ เป็นหมัน เมลด็ จะเจริญจากเนอื้ เยื่อของตน้ แม่ โดยไมไ่ ด้รับการผสมเกสร การเลือกตน้ พนั ธุ์ เลอื กตน้ พนั ธท์ุ ไี่ ดจ้ ากการเพาะเมลด็ ทมี่ คี วามสมบรู ณแ์ ขง็ แรง อายไุ มน่ อ้ ยกวา่ 2 ปี หรอื มี ความสงู มากกว่า 30 เซนตเิ มตร มกี ารเปล่ยี นถุงตามการเจริญเตบิ โต โดยสงั เกตถงุ ยังใหม่ 2. การปลูก 2.1 วธิ ปี ลกู ทำ� การขดุ หลมุ ปลกู ซงึ่ เหมาะกบั พนื้ ทท่ี คี่ อ่ นขา้ งแหง้ แลง้ และยงั ไมม่ กี ารวางระบบนำ้� ไวก้ อ่ นปลกู วธิ นี ดี้ นิ ทอ่ี ยใู่ นหลมุ จะชว่ ยเกบ็ ความชนื้ ไดด้ ขี น้ึ สว่ นการปลกู โดยไมต่ อ้ งขดุ หลมุ (ปลกู แบบนง่ั แทน่ หรอื ยกโคก) เหมาะกบั พนื้ ทฝ่ี นตกชกุ วธิ นี ช้ี ว่ ยในการระบายนำ้� ไดด้ ี นำ้� ไมข่ งั โคนตน้ แตต่ อ้ งมกี ารวางระบบนำ้� ไว้ กอ่ นจะทำ� การปลกู ซงึ่ ตน้ มงั คดุ จะเจรญิ เตบิ โตเรว็ กวา่ การขดุ หลมุ ทง้ั นจี้ ดุ เนน้ ทส่ี ำ� คญั ในการปลกู มงั คดุ คอื ควรใชต้ น้ กลา้ ทมี่ รี ะบบรากดี ไมข่ ดงอในถงุ แตห่ ากจะใชต้ น้ กลา้ ขนาดใหญก่ ใ็ หต้ ดั ดนิ และรากทข่ี ด หรือพันตรงก้นถุงออก 60

2.2 ระยะปลกู เนื่องจากมังคุดเป็นไม้ผลท่ีมีทรงพุ่มขนาดใหญ่ เจริญเติบโตช้า ระยะปลูกท่ีแนะน�ำคือ 8 x 8 ถึง 10 x 10 เมตร สำ� หรับสวนทจ่ี ะใช้เครอ่ื งจกั รกลแทนแรงงานควรจะเว้นระยะระหวา่ งแถว ใหห้ า่ งพอท่เี คร่อื งจักรกลจะเขา้ ไปท�ำงานแต่ใหร้ ะยะระหว่างต้นชดิ ข้นึ 2.3 จ�ำนวนต้นต่อไร่ จำ� นวนตน้ ตอ่ ไรป่ ระมาณ 16 - 25 ตน้ ตอ่ ไร่ ถา้ ตน้ มงั คดุ โตขน้ึ และมกี ารบงั แสงกนั สามารถตดั ต้นเวน้ ต้นหรอื ตัดต้นในแนวทะแยงมุมเพอื่ ใหร้ ะยะปลูกกวา้ งขนึ้ ได้ 3. การดูแลรักษา 3.1 การใสป่ ุ๋ย การใสป่ ุ๋ยมงั คุดจะแบ่งใสต่ ามระยะพฒั นาของตน้ และการเกบ็ เกีย่ วเป็น 3 ระยะ ดงั น้ี 1) เพ่อื บำ� รุงต้นหลังการเกบ็ เกี่ยว • ปุย๋ อินทรีย์ 20 - 50 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ • ป๋ยุ เคมี สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ในปริมาณ 1 - 3 กโิ ลกรมั ตอ่ ต้น 2) เพอ่ื ส่งเสริมการออกดอก (ช่วงปลายฝน) • ปยุ๋ เคมีสูตร 8-24-24 หรือ 9-24-24 หรือ 12-24-12 ในปริมาณ 2 - 3 กิโลกรมั ตอ่ ตน้ 3) เพอื่ บำ� รงุ ผล (หลงั ตดิ ผล 3 - 4 สปั ดาห)์ ใหใ้ สป่ ยุ๋ เพอ่ื ขยายขนาดผลทำ� ใหม้ งั คดุ ผลใหญ่ ด้วยปยุ๋ สตู ร 16-16-16 ปรมิ าณ 2 - 3 กิโลกรัมต่อต้น ก่อนเก็บเก่ยี วผลผลติ 1 เดอื น ใหใ้ ส่ปุ๋ย พัฒนาคุณภาพผลผลิต • ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ในปริมาณ 2 - 3 กิโลกรมั ตอ่ ตน้ 3.2 การใหน้ �้ำ ต้องให้น้�ำอยา่ งสม�ำ่ เสมอช่วงการเจริญเติบโตทางใบ และงดให้น�้ำช่วงปลายฝน ต้นมงั คดุ ที่มีอายตุ ายอด 9 - 12 สปั ดาห์ และผ่านสภาพแล้ง 20 - 30 วัน เมอ่ื แสดงอาการใบตก ปลายใบบิด ก้านใบและก่ิงท่ีปลายยอดเร่ิมเป็นร่อง ให้กระตุ้นการออกดอกโดยการให้น้�ำอย่างเต็มที่ ครั้งที่ 1 ใหม้ ากถงึ 1,100 - 1,600 ลติ รตอ่ ต้น* จากน้ันใหห้ ยุดดอู าการ 7 - 10 วัน เมือ่ พบว่าก้านใบและกิง่ ท่ีปลายยอดเรม่ิ เตง่ ขนึ้ กใ็ หน้ ำ�้ ครง้ั ท่ี 2 ในปรมิ าณ 1/2 ของครง้ั แรก หลงั จากนน้ั 10 - 14 วนั ตาดอก จะผลอิ อกมาใหเ้ หน็ และควรมีการจัดการน�้ำเพื่อควบคุมให้มีปริมาณดอกเพียง ร้อยละ 35 - 50 ของยอดท้ังหมด เพ่ือให้ไดผ้ ลผลิตท่ีมีคุณภาพ โดยหลงั จากมังคดุ ออกดอกแล้ว 10 - 15 เปอร์เซ็นต์ ของตายอดท้ังหมด ควรให้น�้ำปริมาณมาก ถึง 220 - 280 ลิตรต่อต้น* ทุกวัน จนกระทั่งพบว่า ยอดที่ยังไมอ่ อกดอกเรม่ิ มียอดอ่อนแทนตาดอก จึงคอ่ ยใหน้ ำ้� ตามปกติ คือ 80 - 110 ลิตรต่อต้น และจะต้องให้น้�ำในปริมาณนี้อย่างสม�่ำเสมอต่อเนื่องทุกวัน เพื่อให้ผลมังคุดมีพัฒนาการท่ีด ี ( * เป็นปรมิ าณนำ้� สำ� หรับตน้ มงั คดุ ทม่ี ีเส้นผ่าศูนยก์ ลางทรงพ่มุ ประมาณ 6 เมตร ) 61

4. ศตั รพู ชื ทีส่ �ำคัญ 4.1 หนอนชอนใบ หนอนชนิดน้ีจะทำ� ลายเฉพาะใบอ่อนเทา่ นั้น รวมทั้งต้นกล้ามงั คดุ ทีอ่ ยใู่ น เรอื นเพาะชำ� กม็ ักจะพบการทำ� ลายของหนอนชอนใบด้วย 4.2 หนอนกนิ ใบ ตวั หนอนจะกดั กนิ แตใ่ บออ่ นเทา่ นน้ั ลกั ษณะการท�ำลายทำ� ใหใ้ บเวา้ ๆ แหวง่ ๆ เหลือแต่กา้ นใบท�ำใหม้ ังคดุ ขาดความสมบูรณ์ 4.3 เพลี้ยไฟ จะระบาดในช่วงท่ีอากาศแห้งแล้งติดต่อกันนานๆ โดยท้ังตัวอ่อนและตัวแก่ ของศตั รชู นดิ นจ้ี ะดดู กนิ นำ�้ เลย้ี งจากยอดออ่ น ดอกออ่ น และผลออ่ นของมงั คดุ หากเปน็ ยอดออ่ นจะทำ� ให้ ยอดแห้ง แต่หากเปน็ ดอกออ่ นและผลออ่ นจะทำ� ใหด้ อกร่วง และผลมีรอยสนี �้ำตาลกรา้ นมียางไหล และจะทำ� ใหผ้ ลรว่ งได้ ศตั รชู นดิ นนี้ บั เปน็ ศตั รสู ำ� คญั ทม่ี ผี ลกระทบในการสง่ ออกมงั คดุ เปน็ อยา่ งมาก 4.4 ไรแดง มักอยู่รวมเป็นกลุ่มและระบาดควบคู่ไปกับเพล้ียไฟ โดยไรแดงจะดูดกินน้�ำเล้ียง ทด่ี อกและผลออ่ น ทำ� ใหด้ อกและผลออ่ นแหง้ รว่ งหลน่ ไปหรอื ทำ� ใหผ้ ลไมเ่ จรญิ เปลอื กมผี วิ ตกกระ เปน็ ขยุ เปน็ อุปสรรคต่อการส่งออกเชน่ เดียวกันกบั เพลี้ยไฟ 4.5 โรคใบจดุ เกดิ จากการทำ� ลายของเชอ้ื รา เชอ้ื ราเขา้ ทำ� ลายใบเกดิ เปน็ รอยแผลไหมส้ นี ำ้� ตาล มขี อบแผลสเี หลอื ง รปู รา่ งของแผลไมแ่ นน่ อน ทำ� ใหใ้ บเสยี เนอ้ื ทใ่ี นการสงั เคราะหแ์ สง ความสมบรู ณ์ ของต้นลดลง และถ้าระบาดรุนแรงใบจะแห้งทั้งใบและร่วงหล่น ท�ำให้ผลมังคุดไม่มีใบปกคลุม ผวิ ของผลมงั คดุ จะกร้านแดดไม่สวย 4.6 โรคใบแหง้ และขอบใบแห้ง เกิดจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมคอื แสงแดดจดั ความชน้ื ตำ�่ ทำ� ใหน้ ำ�้ ระเหยออกจากขอบใบมาก จนกระทง่ั ขอบใบแหง้ ทำ� ใหม้ งั คดุ เจรญิ เตบิ โตชา้ ตน้ ขาดความ สมบูรณ์ใหผ้ ลผลติ นอ้ ย จงึ ควรหลกี เลย่ี งการปลกู มงั คดุ ในสภาพทมี่ ภี มู อิ ากาศไมเ่ หมาะสม และโดย ทว่ั ไปกม็ กั จะพบอาการใบไหมข้ อบใบแหง้ ในชว่ งฤดแู ลง้ ซง่ึ ตรงกบั ชว่ งทผ่ี ลมงั คดุ กำ� ลงั ออกดอก ตดิ ผลพอดี เมือ่ ใบมงั คุดขาดความสมบูรณ์จะท�ำให้ผลมงั คุดขาดความสมบูรณ์ตามไปด้วย 4.7 อาการยางไหลที่ผิว จะพบได้ท้ังระยะผลอ่อนและผลแก่ อาการยางไหลในระยะผลอ่อน เกดิ จากเพลย้ี ไฟดดู กนิ นำ้� เลย้ี งระยะผลออ่ น จะทำ� ใหเ้ กดิ ยางไหลออกมาจากผวิ เปลอื กเปน็ สเี หลอื ง ทำ� ใหผ้ ลมกี ารเจรญิ เตบิ โตชา้ การปอ้ งกนั กำ� จดั อาการยางไหลของผลออ่ น โดยการปอ้ งกนั กำ� จดั เพลยี้ ไฟ ตง้ั แตร่ ะยะทม่ี งั คดุ เรม่ิ ออกดอก สว่ นอาการยางไหลระยะผลขนาดใหญ่ จะพบยางไหลในขณะผลใกลแ้ ก่ แตย่ งั มสี เี ขยี วอยู่ ยงั ไมพ่ บสาเหตทุ แี่ นน่ อน สนั นษิ ฐานวา่ เกดิ จากมงั คดุ ไดร้ บั นำ�้ มากเกนิ ไป ทำ� ใหป้ รมิ าณ นำ้� ยางในผลมมี าก แลว้ ปะทอุ อกมาเอง หรอื อาจจะมแี มลงไปทำ� ใหเ้ กดิ บาดแผลทำ� ใหย้ างไหลออกมาได้ ซงึ่ ภายหลงั จากการเกบ็ เกย่ี ว กส็ ามารถขดู ยางเหลา่ นอ้ี อกได้ โดยผลมงั คดุ จะไมเ่ สยี หายแตจ่ ะสนิ้ เปลอื ง เวลาและแรงงาน 4.8 อาการเนอื้ แกว้ เปน็ อาการของเนอ้ื มงั คดุ ทมี่ สี ขี าวใสในบางกลบี โดยมากจะเปน็ กบั กลบี ทม่ี ี ขนาดใหญ่ ในบางครงั้ กเ็ ปน็ เนอื้ แกว้ ทงั้ ผล อาการเนอ้ื แกว้ นจ้ี ะสงั เกตไดจ้ ากลกั ษณะภายนอก โดยพบวา่ ผลทมี่ รี อยรา้ วอยทู่ ผ่ี วิ มกั จะมอี าการเนอ้ื แกว้ ดว้ ย แตใ่ นบางครง้ั ลกั ษณะภายนอกเปน็ ปกติ เมอื่ ผา่ ดู กอ็ าจพบอาการเนอื้ แกว้ ไดเ้ ชน่ กนั อาการยางไหลภายในผล จะพบยางสเี หลอื งอยตู่ รงกลางระหวา่ งกลบี ผล 62

มักจะพบคู่กบั อาการเน้อื แก้วหรอื อาจจะพบแตอ่ าการยางไหลเพยี งอย่างเดยี วกไ็ ด้ อาการเน้อื แก้ว และยางไหลภายในผลยงั ไมพ่ บสาเหตทุ แี่ นช่ ดั แตจ่ ะพบมากในมงั คดุ ทขี่ าดการดแู ลรกั ษา เชน่ การไดร้ บั นำ�้ ไมส่ มำ่� เสมอ หรอื ขาดนำ�้ เปน็ เวลานานๆ เมอ่ื ไดร้ บั นำ้� จากฝนทตี่ กชกุ ในชว่ งผลใกลแ้ ก่ ผลมงั คดุ ไดร้ บั นำ้� อยา่ งกะทันหนั ทำ� ใหเ้ ปลือกขยายตัวไมท่ นั เกิดรอยร้าว ท่อน้�ำยางภายในผลกไ็ ดร้ บั นำ้� มากเชน่ กัน เกดิ แรงดนั มากจงึ ปะทแุ ตก มนี ำ้� ยางไหลออกมา นอกจากนน้ั แล้วการบำ� รงุ รักษาที่ไมถ่ ูกต้องทำ� ให้ มงั คุดไดร้ ับธาตอุ าหารไมเ่ พยี งพอ อาจจะเปน็ สาเหตหุ น่งึ ทีท่ ำ� ให้มีการเจริญเติบโตผดิ ปกติเกิดเปน็ เนอื้ แกว้ ได้ การบรรเทาเนอื้ แกว้ ตอ้ งจดั การระบบนำ้� อยา่ ใหท้ ว่ มขงั เมอ่ื ฝนตกมาก และตอ้ งใหต้ น้ มงั คดุ ไดร้ บั น้ำ� สม่ำ� เสมอ อยา่ ใหข้ าดน�้ำถงึ แม้ฝนตกมากกส็ ามารถลดการเกดิ เน้อื แกว้ และยางไหลได้ 5. การปฏบิ ัตกิ ่อนและหลังการเก็บเกี่ยว โดยทว่ั ไปมงั คดุ เรมิ่ ออกดอกเมอื่ ปลกู ไปไดป้ ระมาณ 7 - 8 ปี และไดผ้ ลผลติ เตม็ ทเี่ มอ่ื มอี ายปุ ระมาณ 12 ปขี น้ึ ไป การออกดอกของมงั คดุ จะไมอ่ อกพรอ้ มกนั ในทเี ดยี ว แตจ่ ะทยอยออกอยนู่ านราว 40 วนั เป็นผลให้การเก็บเก่ียวมังคุดต้องทยอยเก็บเกี่ยวไปด้วยเช่นกันหลังจากมังคุดเริ่มติดผลประมาณ 11 - 12 สปั ดาห์ กจ็ ะทยอยเกบ็ เกย่ี วได้ วิธีเก็บเก่ยี ว การเกบ็ เกย่ี วอยา่ งถกู วธิ ี ดว้ ยตะกรอ้ ถงุ ผา้ แบบฟนั ตง้ั และฟนั นอน ยดึ หลกั ใหม้ งั คดุ ชำ�้ นอ้ ยทสี่ ดุ เท่าที่จะท�ำได้ จะช่วยรักษาคุณภาพไว้ได้มาก เพราะผลมังคุดหากได้รับความกระทบกระเทือน เชน่ ตกลงพน้ื ดว้ ยระยะเพยี ง 20 เซนตเิ มตร ในเวลาตอ่ มาผลจะแขง็ และทำ� ใหเ้ นอื้ เสยี จนบรโิ ภคไมไ่ ด้ หรอื ใชด้ ชั นกี ารเกบ็ เกยี่ วจากระดบั สขี องมงั คดุ เลอื กเกบ็ เฉพาะผลทส่ี กุ แกใ นระยะสายเลอื ด (ระดบั สที ี่ 1) ดัชนีการเก็บเก่ียวมังคุดของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ไดแ บง่ ระดบั สีของผลมังคดุ เมอ่ื เข้าระยะสกุ แก่ไว้ 7 ระดบั ดงั นี้ 63

ระดบั สที ี่ 0 ผลมสี ขี าวอมเหลอื งสมำ่� เสมอ หรอื มสี ขี าวอมเหลอื งแตม้ ดว้ ยสเี ขยี วออ่ น หรอื จดุ สเี ทา มียางสีเหลืองภายในเปลือกในระดับรุนแรงมาก เนื้อและเปลือกไมสามารถแยกออกจากกันได ผลท่ีเกบ็ เกีย่ วในระยะน้ี ถงึ แมว้ ่าจะเปลย่ี นสไี ปเป็นระดับสีที่ 6 กต็ าม แตผ่ ลทไ่ี ดจะมีรสชาติไมด ี ระดบั สที ่ี 1 ผลมสี เี หลอื งออ่ นอมเขยี ว มจี ดุ สชี มพกู ระจายอยใู่ นบางสว่ นของผล (ระยะสายเลอื ด) ยางภายในเปลือกยังคงมีอยู่ในระดับรุนแรง เน้ือและเปลือกยังไมสามารถแยกออกจากกันได ผลทเี่ ก็บเก่ียวในระยะน้ี ถงึ แมว้ ่าจะเปลย่ี นสไี ป เป็นระดับสที ี่ 6 ก็ตาม แต่ผลทไ่ี ดจะมีรสชาตไิ มด ี ระดับสที ี่ 2 ผลมีสีเหลืองอ่อนอมชมพู มีประสีชมพูกระจายไปท่ัวผล ยางภายในเปลือกอยู่ใน ระดบั ปานกลางการแยกตวั ระหวา่ งเนอื้ และเปลอื กท�ำไดย ากถงึ ปานกลาง เปน็ ระยะออ่ นทส่ี ดุ สำ� หรบั การเก็บเกี่ยวเพ่อื ใหไ้ ดผลที่ มีคณุ ภาพดี ระดบั สที ่ี 3 ผลมีสีชมพูสม่�ำเสมอ ประสีชมพูเร่ิมขยายมารวมกัน ไมแยกกันอย่างชัดเจน เชน่ ในระดบั สที ่ี 2 ยางภายใน เปลอื กยงั คงมอี ยนู่ อ้ ยถงึ นอ้ ยมาก การแยกตวั ระหวา่ งเนอื้ และเปลอื ก ปานกลาง เหมาะสำ� หรับส่งโรงอบไอนำ้� ระดับสีท่ี 4 ผลมีสีแดงหรือน�้ำตาลอมแดง บางครั้งมีแต้มสีม่วง ยางภายในเปลือกมีน้อยมาก จนถงึ ไมมีเลย การแยกตวั ระหวา่ งเนอื้ และเปลอื กดมี าก เป็นระยะเกือบจะรับประทานได ระดบั สที ่ี 5 ผลมีสมี ว่ งอมแดง ภายในเปลือกไมมยี างเหลืออยู่ เนอื้ และเปลือกสามารถแยกออก จากกันไดงา่ ยเปน็ ระยะทีร่ บั ประทานได ระดับสที ี่ 6 ผลมสี มี ว่ ง หรอื มว งจนถงึ สดี ำ� ซงึ่ บางครงั้ พบวา่ มสี มี ว่ งปนอยเู่ ลก็ นอ้ ย ภายในเปลอื ก ไมม ยี างเหลอื อยู่ เนอ้ื และเปลอื กสามารถแยกออกจากกนั ไดง า่ ย เปน็ ระยะทเ่ี หมาะแกก ารรบั ประทาน การจัดการหลังการเกบ็ เก่ียว หลงั จากเกบ็ เกย่ี วแลว้ ควรทำ� ความสะอาดโดยการลา้ งนำ้� ใหส้ ะอาด เพอ่ื ชำ� ระฝนุ่ ละอองและคราบตา่ งๆ ทตี่ ดิ มากบั ผล แลว้ นำ� ไปผง่ึ ใหแ้ หง้ หรอื เชด็ ผวิ เพอ่ื ใหผ้ ลสะอาด สำ� หรบั มงั คดุ ทจ่ี ะสง่ จำ� หนา่ ยตา่ งประเทศ ควรแชผ่ ลมงั คดุ ในสารละลายของเบนโนมลี (เบนเลท) ในอตั รา 1 กรมั ตอ่ นำ�้ 1 ลติ ร หรอื ไธอาเบนดาโซล (พรอนโต 40) อตั รา 1.25 กรมั ตอ่ นำ�้ 1 ลติ ร นานประมาณ 1 - 2 นาที แลว้ ผง่ึ ใหแ้ หง้ จะชว่ ยลดการ เนา่ เสยี ของผลมงั คดุ ทอ่ี าจจะเกดิ จากเชอื้ ราเขา้ ทำ� ลาย ทำ� การคดั เลอื กขนาดและบรรจลุ งในภาชนะ ทจี่ ะสง่ ไปจำ� หนา่ ย ผลมงั คุดจะเรม่ิ เปลย่ี นสไี ป จนมีสมี ่วงเข้ม หรือมว่ งด�ำ กนิ เวลาประมาณ 7 วนั และจะเกบ็ ผลมงั คดุ ไวใ้ นอณุ หภมู หิ อ้ งระหวา่ ง 25 - 30 องศาเซลเซยี ส ซงึ่ จะเกบ็ ไดน้ านประมาณ 7 วนั ผลมงั คดุ จะเร่ิมเสอ่ื มคณุ ภาพ การขนส่งและเก็บรกั ษาผลมังคดุ ในสภาพท่เี หมาะสม คอื ใชอ้ ณุ หภูมิ ประมาณ 13 องศาเซลเซียส และบรรจุผลมังคุดในถุงพลาสติกเจาะรู จะท�ำให้มังคุดคงสภาพดี อยไู่ ด้ประมาณ 4 สปั ดาห์ 64

ขอ้ มลู สภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตและใหผ้ ลผลติ ของมงั คุด สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กดั 1.สภาพภมู ิอากาศ - อุณหภมู เิ ฉลี่ย 25 - 35 องศาเซลเซยี ส - มงั คดุ จะเจรญิ เตบิ โตชา้ ถา้ อณุ หภมู ติ ำ่� กวา่ 20 องศาเซลเซยี ส 1.1 อณุ หภมู ิ และจะตายถา้ อณุ หภมู ติ ำ�่ กวา่ 5 องศาเซลเซยี ส 1.2 ความชื้นสมั พัทธ์ - มากกวา่ 30 % - ใบจะไหมถ้ า้ อณุ หภมู สิ งู เกนิ 35 องศาเซลเซยี ส 2. สภาพพืน้ ที่ 2.1 ความสงู จากระดบั - มคี วามสงู จากระดบั นำ�้ ทะเลปานกลางไมเ่ กิน 650 เมตร น�ำ้ ทะเล 2.2 ความลาดชนั ของพน้ื ที่ - มคี วามลาดเอยี งทเ่ี หมาะสมในระดบั 1 - 3 % แตไ่ มค่ วรเกนิ 15 % 3. สภาพดนิ 3.1 ลกั ษณะของเนอื้ ดนิ - ดนิ ร่วน อมุ้ น�้ำไดด้ ี มคี วามอดุ มสมบูรณส์ งู 3.2 ความเปน็ กรด - ดา่ ง - 5.5 – 6.5 ของดนิ 3.3 ปรมิ าณอนิ ทรยี วตั ถุ - อนิ ทรียวัตถุมาก 4. สภาพนำ�้ - ปรมิ าณนำ�้ ฝนมากกวา่ 2,000 มลิ ลลิ ติ รตอ่ ปี การกระจายตวั ของฝนดี

แนวทางการเพ่มิ ประสิทธภิ าพการผลิต และแหลง่ สบื คน้ ขอ้ มูลเพ่ิมเติม แนวทางการเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลติ 1. การพกั ตน้ และเตรียมความพรอ้ มของตน้ กอ่ นการออกดอกทเี่ หมาะสม - ตอ้ งตดั แตง่ กงิ่ และใหป้ ยุ๋ เพอ่ื ใหม้ งั คดุ แตกใบออ่ นครงั้ สดุ ทา้ ยภายในเดอื นสงิ หาคม - ใหป้ ยุ๋ สตู ร 8-24-24 หรอื 12-24-12 เพอ่ื สรา้ งตาดอกในชว่ งปลายฤดฝู นหลงั ใบแก่ 2. การชักน�ำให้ออกดอก ควรงดการให้น�้ำหลังหมดฤดูฝนจนใบสลัด และให้น�้ำเต็มที่ เป็นระยะจนกว่าจะเห็นดอก 35 - 50% ของยอดเพ่ือใหม้ งั คดุ มคี ุณภาพ 3. จดั การระบายนำ�้ ใหเ้ หมาะสม และจดั การใหน้ ำ้� สมำ�่ เสมอเพอ่ื ไมใ่ หม้ งั คดุ แสดงอาการสำ� ลกั นำ�้ เม่อื ฝนตกมากจนเกดิ เนื้อแก้วและยางไหล แหลง่ สบื ค้นข้อมูลเพิ่มเติม กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2543. คมู่ อื พืชสวนเศรษฐกิจ. กรงุ เทพฯ. กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2551. ค่มู อื นกั วิชาการสง่ เสรมิ การเกษตร มังคดุ . กรงุ เทพฯ. กรมส่งเสริมการเกษตร. 2553. เอกสารยุทธศาสตรพ์ ฒั นาผลไม้ไทย ปี 2553 - 2557. สำ� นักสง่ เสรมิ และจดั การสนิ คา้ เกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร. 80 หนา้ กรมส่งเสรมิ การเกษตร. 2551. การผลติ มังคดุ คุณภาพ. กรุงเทพฯ. www.doae.go.th 66

ส้มโอ ขั้นตอนการปลูกและการดแู ลรักษาส้มโอ ส้มโอ (ทะวาย) พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. การเตรียมการ ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ส้มโอปี (ในฤดูกาล) การเตรยี มการ การเตรียมดิน การเตรียมตน้ การเตรียมการ ดแู ลระยะดอก-ผลแก่ ทล่ี มุ่ ยกรอ่ งปลกู เพอ่ื ชว่ ยระบายนำ้� 1. ตดั แต่งกงิ่ และใช้สารกัน ออกดอก 1. ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคแมลงระยะแทงชอ่ ไดแ้ ก่ เพลย้ี ไฟ ไรแดง เชอ้ื ราหรอื ปนู กนิ หมากผสม 1. ใส่ปุ๋ย สะสมตาดอก ผเี สอื้ มวนหวาน โรคแคงเกอร์ โรคกรนี นง่ิ และโรคยางไหล และทำ� คนั กนั้ นำ้� ทว่ มรอบสวน น�้ำทาตรงรอยแผลท่ีตัดเพ่ือ สตู ร 8-24-24 2. ตดั แตง่ ผลทมี่ รี ปู รา่ งบดิ เบย้ี วผดิ ปกติ หรอื มโี รคและแมลงออก ทดี่ อน ไถพรวน 2 ครงั้ และปรบั พนื้ ท่ี กันแผลเน่า รวมทง้ั ผลทต่ี ดิ กนั เปน็ พวง ควรปลดิ เหลอื ชอ่ ละ 1 ผล 2. ใสป่ ยุ๋ คอก ปยุ๋ เคมี สตู รเสมอ หรือ 12-24-12 หรอื ไมเ่ กนิ 2 ผล ใหส้ มำ�่ เสมอ 15 -15 -15 หรอื 16 -16 -16 หรือ 0-52-34 1. ตากดนิ และปรบั pH ดนิ (ตามคา่ 3. รดน�้ำสม่�ำเสมอ 2. ช่วงก่อนออกดอก - ดูแลผลอ่อนโดยให้น้�ำสม่�ำเสมอ ใส่ปุ๋ยขยายขนาด วเิ คราะหด์ ิน) 4. ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคและแมลง ประมาณ 1 - 2 สปั ดาห์ สตู ร 16-16-16 หรอื 15-15-15 2. ระยะปลกู 7 x 7 หรอื 5 x 8 เมตร ในระยะแตกใบออ่ น ได้แก่ ลดอัตราการให้นำ้� - หอ่ ผลเมอื่ อายุ 75 วนั ขนึ้ ไป (ควรพน่ สารเคมปี อ้ งกนั กำ� จดั การเกบ็ เกีย่ ว ขดุ หลมุ 50 x 50 x 50 เซนติเมตร เพลยี้ ไฟ ไรแดง โรคแคงเกอร์ ศตั รพู ชื กอ่ นหอ่ 1 วนั ) - เกบ็ เกย่ี วสม้ โอทอ่ี ายผุ ล 210 - 240 วนั ผสมดนิ กบั ปยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั แลว้ กลบดนิ - ใสป่ ยุ๋ พฒั นาคณุ ภาพ เพอื่ เพม่ิ ความหวาน แลว้ แต่พันธ์ุ หรอื สงั เกตจากลกั ษณะ 20 - 30 วนั - เปดิ ถงุ หอ่ ผลออกกอ่ นวนั เกบ็ เกย่ี วประมาณ 7 - 10 วนั ที่ผิวเปลือกและกน้ ของผล การเตรยี มพนั ธุ์ เพอ่ื ใหผ้ ลไดร้ บั แสง - ควรเก็บในตอนเช้า หรือเย็น และ 1. พนั ธก์ุ ารคา้ หรอื พนั ธด์ุ ปี ระจำ� ทอ้ งถนิ่ ทตี่ ลาดตอ้ งการทงั้ ภายในและสง่ ออก ระมดั ระวังไมใ่ ห้ผลบอบช้�ำ 2. จดั หากง่ิ ตอนหรอื ตดิ ตาทม่ี คี วามสมบรู ณ์ การออกรากดแี ละรากอยใู่ น ศัตรทู ส่ี �ำคญั และการปอ้ งกนั ก�ำจัด ระยะพร้อมปลูก เพลย้ี ไฟ ปอ้ งกนั กำ� จดั ดว้ ย คารบ์ ารลี อะซเี ฟท ไซฮาโลทรนิ การปฏิบตั ิหลงั การเก็บเกย่ี ว เพนโพรพาทรนิ 1. ระวงั ไมใ่ หผ้ ลเกดิ แผล อยา่ วางผลสม้ โอกบั พน้ื ดนิ โดยตรง ไรแดง ปอ้ งกนั กำ� จดั ดว้ ย กำ� มะถนั ผง โปรปาไจท์ หรอื การปลูก เฮกซไี่ ธอาซอกซ์ 2. ทำ� ความสะอาด และคดั เกรด และเกบ็ ในทรี่ ม่ อากาศ 1. นำ� กง่ิ พนั ธส์ุ ม้ โอทเ่ี ตรยี มไวป้ ลกู ตรงกลางหลมุ กลบดนิ โดยใหร้ ะดบั ของดนิ ผเี สอ้ื มวนหวาน ปอ้ งกนั กำ� จดั ดว้ ย การรมควนั หรอื ใชส้ ารไลแ่ มลง ถา่ ยเทสะดวก อยเู่ หนอื ตมุ้ ของกง่ิ ตอนเลก็ นอ้ ย โรคแคงเกอร ์ ปอ้ งกนั กำ� จดั ดว้ ย สเตรปโตมยั ซนิ คอปเปอรอ์ อกซคี่ ลอไรด์ 3. คดั ขนาด 2. ทำ� หลกั ปกั มดั ตดิ กบั กง่ิ ตอนใหแ้ นน่ เพอื่ กนั ลมโยก โรคกรนี นง่ิ ปอ้ งกนั กำ� จดั ดว้ ย การทำ� ลายตน้ ทเ่ี ปน็ โรค 4. บรรจหุ บี หอ่ ภาชนะ และเกบ็ รกั ษาทอ่ี ณุ หภมู ิ 12 - 13 3. รดนำ้� ใหช้ มุ่ โรคโคนเนา่ ยางไหล ปอ้ งกนั กำ� จดั ดว้ ย ฟอสเอทธลี อลี องศาเซลเซยี ส

เทคนิคการปลูก และดแู ลรกั ษาสม้ โอ 1. การเตรยี มการก่อนปลกู 1.1 การเตรียมดิน 1) กรณปี ลกู สม้ โอในพน้ื ทรี่ าบลมุ่ สภาพดนิ เปน็ ดนิ เหนยี วและนำ้� ทว่ มถงึ ไดเ้ ชน่ ทร่ี าบลมุ่ ริมฝัง่ แมน่ �ำ้ ดินเหนยี วจดั ระบายน�้ำไดย้ าก มรี ะดับนำ้� ใตด้ นิ สงู สว่ นมากจะดัดแปลงมาจากทอ้ งนา หรือแปลงปลกู ผกั แล้วยกรอ่ งให้เปน็ แปลงข้นึ โดยขุดรอ่ งนำ้� กว้าง 1 - 1.5 เมตร ลึก 0.8 - 1 เมตร เพอื่ ให้ชว่ ยเร่อื งการระบายน�้ำในฤดูฝนได้ดี อีกทง้ั ท�ำใหร้ ากสม้ โอกระจายไดล้ กึ กวา่ ปกติ 2) กรณีปลูกส้มโอในพ้ืนท่ีดอนน�้ำท่วมไม่ถึง อาจไม่จ�ำเป็นต้องยกร่องก็ได้ เพียงแต่ไถ ปรับพื้นท่ีให้เรียบ โดยท�ำลายวัชพืชและไถกลบดินให้ลึกสัก ๒ คร้ัง แต่หากสภาพดินเป็นดินเก่า ควรมกี ารปรบั ปรงุ ดนิ ดว้ ยวธิ ปี ลกู พชื คลมุ ดนิ ประเภทถว่ั แลว้ ไถกลบ เพอื่ เปน็ การเพมิ่ ปยุ๋ สดใหก้ บั ดนิ 1.2 การเตรยี มพันธุ์ พนั ธส์ุ ม้ โอทมี่ อี ยตู่ ามภมู ภิ าคตา่ งๆ ในประเทศไทย มมี ากมาย บางพนั ธก์ุ ม็ ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งกนั แตป่ ลกู คนละพ้ืนทก่ี ัน จึงมีชอื่ เรียกแตกต่างกนั ไป ส่วนพนั ธุ์ส้มโอท่ีปลกู ในเชงิ การคา้ ทสี่ ำ� คญั ไดแ้ ก่ 1) พนั ธุก์ ารคา้ หลกั ไดแ้ ก่ ทองดี และขาวนำ้� ผ้งึ 2) พันธุ์การค้าเฉพาะท้องถิ่น ได้แก่ ขาวแตงกวา, ท่าข่อย, ปัตตาเวีย, ขาวใหญ่, หอมหาดใหญ่, เจา้ เสวย, กรนุ่ , และขาวแก้ว เป็นตน้ ส�ำหรับพนั ธ์ทุ ่ีไดร้ บั ความนยิ มปลกู กนั อยา่ งแพรห่ ลาย และเป็นทีต่ ้องการของตลาดมาก เน่ืองจากเป็นท่นี ิยมของผบู้ ริโภคส่วนใหญ่ คอื ขาวน�้ำผงึ้ , ทองด,ี ขาวแตงกวา และขาวใหญ่ 2. การปลกู ควรปลูกตน้ ฤดฝู น หากมีระบบชลประทานปลูกไดท้ ้ังปี 2.1 เตรียมการก่อนปลูก 2.1.1 ระยะปลูก 7 x 7 หรอื 5 x 8 เมตร 68

2.1.2 จำ� นวนตน้ ตอ่ ไร่ ประมาณ 45 ตน้ อาจมากหรอื นอ้ ยกวา่ ขนึ้ อยกู่ บั ความกวา้ งของรอ่ งนำ้� ดว้ ย 2.1.3 วัสดุปรับปรุงดิน ได้แก่ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ที่สลายตัวดีแล้ว 5 - 10 กิโลกรัม หินฟอสเฟต 0.5 กโิ ลกรมั ปยุ๋ เคมี 15-15-15 อตั รา 200 - 300 กรมั 2.1.4 ขุดหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนตเิ มตร ผสมดนิ กบั ปุย๋ คอก ปยุ๋ หมกั และวสั ดุ ตามข้อ 2.1.3 แลว้ กลบดินลงไปในหลมุ ใหเ้ ต็ม ตากหลมุ ทิง้ ไว้ 20 - 30 วนั 2.2 วิธกี ารปลูก 2.2.1 น�ำต้นกล้าพันธุ์ส้มโอท่ีเตรียมไว้ปลูกตรงกลางหลุม กลบดินโดยให้ระดับของดิน อยูเ่ หนือตมุ้ ของกงิ่ ตอนเลก็ นอ้ ย 2.1.2 ทำ� หลกั ปักมัดติดกบั กิ่งตอนใหแ้ นน่ เพื่อกนั ลมโยก 2.2.3 รดนำ้� ให้ชุ่ม และหาวสั ดทุ ำ� ร่มเงาพรางแสงแดด 3. การดูแลรกั ษา 3.1 การใสป่ ยุ๋ ปยุ๋ ทใ่ี สส่ ม้ โอ ควรใสป่ ยุ๋ คอกและปยุ๋ เคมสี ตู รตา่ ง ๆ ควบคกู่ นั ไป ตามชว่ งอายุ ของตน้ สม้ โอ และช่วงระยะเวลาการใหผ้ ลผลิต ดังนี้ 3.1.1 ระยะทีต่ น้ สม้ โออายุ 1 - 3 ปี หรือยงั ไมใ่ หผ้ ล ใหใ้ ส่ป๋ยุ อนิ ทรยี ์ผสมควบคู่กับปยุ๋ ทางดนิ สตู ร 15-15-15 หรอื 16-16-16 ผสมกบั 14-9-20 หรอื 13-13-21 ในอตั ราตามความเหมาะสม ของขนาดและอายตุ ้น จำ� นวนผล และตามคา่ วเิ คราะห์ดนิ โดยแบง่ ใส่ 3 - 4 คร้ังตอ่ ปี และควรเสริม ปุ๋ยทางใบสตู รเสมอเพ่ือใหต้ น้ ส้มโอสมบรู ณย์ ่ิงขึ้น 3.1.2 เมอ่ื ตน้ สม้ โอใหผ้ ลแลว้ การใสป่ ยุ๋ จะแตกตา่ งกนั ไปตามชว่ งระยะเวลาการใหผ้ ลผลติ ดงั นี้ 1) ชว่ งหลังจากการเกบ็ เกย่ี วผลแลว้ หลงั ตัดแตง่ ก่งิ และเร่ิมแตกใบใหม่ ใหป้ ๋ยุ อนิ ทรยี ์ ควบคกู่ บั ปยุ๋ สตู ร 15-15-15 อาจเพม่ิ ปยุ๋ สตู ร 46-0-0 ดว้ ย หากพบวา่ ใบสม้ ทแี่ ตกใหมเ่ รม่ิ มขี นาดเลก็ เพ่ือใหต้ น้ สม้ โอฟนื้ ตวั เร็วข้ึน 2) ช่วงใบเพสลาดจนถึงใบแก่จัด ให้ปุ๋ยทางใบสูตรที่มีตัวกลางสูง เช่น 15-30-15, 10-52-17 ในอัตราตามค�ำแนะนำ� ในฉลาก ทกุ 7 - 10 วนั 3) ชว่ งระยะออกดอกจนถงึ ระยะดอกบาน ใหป้ ยุ๋ ทางใบ สตู ร 46-0-0 หรอื 13-0-46 และหากสวนทเี่ คยพบอาการแผลเละแตกทกี่ ้นผลส้มโอ อาจผสมธาตุแคลเซียมไปดว้ ย 4) ระยะตดิ ผลออ่ น เพม่ิ ปยุ๋ ทางใบ สตู ร 13-0-46 เพอื่ ชว่ ยใหเ้ จรญิ เตบิ โตของผลดขี นึ้ และอาจเสริมสูตรธาตอุ าหารรอง เชน่ แมกนเี ซียม และแคลเซียม เพอ่ื ป้องกนั ก้นผลแตก 5) ระยะพัฒนาผล ใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ผสมกับ 0-0-60 หรือ 14-9-20 หรือ 13-13-21 อัตราข้ึนอยู่กับอายุต้น จ�ำนวนผลผลิต และค่าวิเคราะห์ดิน หรืออาจเสริมป๋ยุ ทางใบสูตรเสมอด้วย 6) ระยะผลแก่พร้อมเก็บเกี่ยว ให้ปุ๋ยทางใบสูตรท่ีมีตัวท้ายสูง (K) เช่น 0-0-60 เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ลมกี ารพฒั นาดา้ นคณุ ภาพของเนอ้ื ดขี น้ึ ในชว่ งนค้ี วรงดการใสป่ ยุ๋ คอกหรอื ปยุ๋ อนิ ทรยี โ์ ดยเดด็ ขาด 69

3.2 การใหน้ ้�ำ ส้มโอที่เรมิ่ ปลูกในระยะแรก หากฝนไม่ตกตามฤดูกาลจำ� เปน็ ต้องใหน้ ำ�้ ทุกวัน ประมาณ 15 วนั หรอื จนกวา่ จะตงั้ ตวั ได้ ตอ้ งรดนำ้� อยา่ งสม่�ำเสมอ เมอ่ื สม้ โอเจรญิ เตบิ โตดแี ลว้ จงึ เวน้ ชว่ งเวลาการรดน้�ำให้ห่างกว่าเดิม ช่วงระยะติดผลอ่อน ให้น้�ำทีละน้อยและเพ่ิมมากขึ้นเพื่อ เพมิ่ ขนาดผลและพัฒนาคุณภาพผลจนถงึ ช่วงผลแก่ และหยดุ การใหน้ ำ�้ ในชว่ งใกล้เกบ็ เก่ียว 4. การป้องกนั ก�ำจัดศัตรูพชื 4.1 แมลงศัตรูส้มโอ เพลย้ี ไฟ (Thrips) การท�ำลาย เข้าท�ำลายโดยดูดกินน้�ำเลี้ยงจากใบอ่อน ดอก และผลออ่ น บรเิ วณทถี่ กู เจาะทำ� ลายจะมรี อยเปน็ สะเกด็ สเี ทาๆ ไรแดง (Oriental red mite) การท�ำลาย เข้าท�ำลายโดยดูดกินน�้ำเล้ียงจากใบและผิว ของผลออ่ น บริเวณทถ่ี กู ท�ำลายนนั้ เหน็ เปน็ จดุ สีอ่อนๆ ซ่ึงตอ่ มา จะค่อยๆ ขยายตัวออกไปจนมีสีเทาหรอื สตี ะกว่ั ผเี สือ้ มวนหวาน (Fruit piercing moth) การท�ำลาย เข้าท�ำลายในส้มโอระยะผลก�ำลังเร่ิมแก่ โดยการดดู กนิ นำ�้ หวานจากผลสม้ เมอ่ื ใชป้ ากแทงเขา้ ไปภายในผลสม้ โอ ตรงบริเวณที่แทงจะเกดิ ผลเนา่ และรว่ งหล่น 4.2 โรคสม้ โอ โรคแคงเกอร์ อาการ เรมิ่ จากเปน็ จดุ ใสๆ เลก็ ตอ่ มาจะขยายนนู ขน้ึ ทง้ั ดา้ นบนและดา้ นลา่ งใบ แผลจะกลายเปน็ สเี หลอื ง ภายในแผลมลี กั ษณะขรขุ ระ ก่ิงจะเปน็ แผลตกสะเก็ดทเ่ี ปลือก ใบรว่ ง และก่งิ ตาย โรคโคนเน่ายางไหล อาการ สังเกตอาการจากมยี างสีน�้ำตาลไหลออกมามากหรือรอบกิง่ และล�ำต้น ใบส้มโอ จะเริม่ เหลอื งหลดุ รว่ ง ตน้ จะเร่มิ ทรดุ โทรมและตายในท่ีสุด โรคกรีนน่ิง อาการ ใบสม้ โอทเี่ ปน็ โรคจะมขี นาดเลก็ สเี หลอื ง เสน้ ใบมสี เี ขยี ว อาการคลา้ ยขาดธาตสุ งั กะสี นานๆ ไปกิง่ จะเรม่ิ แห้ง ตน้ โทรม 70

5. การปฏิบตั กิ ่อนและหลงั การเก็บเก่ียว 5.1 เตรยี มการเกบ็ เกี่ยว 5.1.1 เตรยี มจดั หาวสั ดอุ ปุ กรณใ์ นการเกบ็ เกย่ี ว แรงงาน ภาชนะบรรจุ โรงคดั รถยนต์ ฯลฯ 5.1.2 เก็บเกยี่ วสม้ โอท่อี ายุผล 210 - 240 วัน แลว้ แตพ่ ันธุ์ หรอื สังเกตจากต่อมนำ้� มัน ที่ผิวเปลอื กจางลงและช่องวา่ งมากกวา่ ตอนผลออ่ น ขนนวลบนผวิ เปลอื กน้อย และกน้ ผลบมุ๋ 5.2 วธิ เี ก็บเกีย่ ว 5.2.1 ใชอ้ ปุ กรณใ์ นการเกบ็ ผลสม้ โอทอ่ี ยใู่ นระดบั สงู และตำ�่ ใหถ้ กู ตอ้ ง คอื หากผลสม้ โอ อยรู่ ะดบั มอื จบั ได้ ควรใชก้ รรไกรตดั ขว้ั ถา้ ผลสม้ โออยสู่ งู กวา่ มอื เออ้ื มถงึ ควรใชอ้ ปุ กรณท์ เ่ี ปน็ เครอื่ งมอื ตดั โดยตรง มีด้ามยาว และมีเชือกกระตุกพร้อมถุงรองรับ ท�ำให้ผลไม่ร่วงหล่นลงดิน และยังช่วยให้ ผลส้มโอไมไ่ ด้รับความบอบช้�ำ 5.2.2 ควรเก็บตอนเชา้ หรอื เยน็ ไมค่ วรเก็บชว่ งแสงแดดจัด 5.3 การปฏบิ ตั ิหลังการเกบ็ เกี่ยว 5.3.1 ระวังไม่ใหผ้ ลเกิดแผล อยา่ วางผลสม้ โอกบั พ้ืนดินโดยตรง 5.3.2 ทำ� ความสะอาด คดั เกรด และเก็บในทรี่ ม่ อากาศถ่ายเทสะดวก 5.3.3 คดั ขนาด 5.3.4 บรรจุหบี หอ่ ภาชนะ และเกบ็ รกั ษาท่อี ุณหภมู ิ 12 - 13 องศาเซลเซยี ส 6. ขอ้ มลู อ่นื ๆ การหอ่ ผลสม้ โอ ควรหอ่ ดว้ ยถงุ เคลอื บไขขนาดไมต่ ำ่� กวา่ 14 x 16 นว้ิ เพอื่ ปอ้ งกนั การเขา้ ทำ� ลาย ของแมลงศตั รพู ชื โดยพน่ สารเคมปี อ้ งกนั กำ� จดั ศตั รพู ชื กอ่ นหอ่ 1 วนั และเปดิ ถงุ ทห่ี อ่ กอ่ นเกบ็ เกย่ี ว 7 - 10 วนั เพอื่ ใหผ้ ิวผลรบั แสงแดด 71

ข้อมูลสภาพแวดล้อมท่เี หมาะสมตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและให้ผลผลติ ของสม้ โอ สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ข้อจำ� กดั 1.สภาพภูมอิ ากาศ อณุ หภมู ทิ เ่ี หมาะแกก่ ารเจรญิ เตบิ โตอยรู่ ะหวา่ ง 25 – 30 องศาเซลเซยี ส - อณุ หภมู สิ งู กวา่ 40 ºC ทำ� ใหม้ กี ารคายนำ้� สงู ใบไหม้ ดอกแหง้ 2. สภาพพ้นื ท่ี การตดิ ผลนอ้ ย ผลรว่ ง - อณุ หภมู ติ ำ�่ กวา่ 10 ºC สม้ โอจะชะงกั และเจรญิ เตบิ โตชา้ 3. สภาพดิน ใบรว่ ง ออกดอกมาก แตต่ ดิ ผลไมด่ หี รอื แทบไมต่ ดิ ผลเลย 4. ธาตอุ าหาร 5. สภาพน้ำ� เจรญิ เตบิ โตไดด้ ีทง้ั ในทด่ี อนและทร่ี าบลมุ่ และพนื้ ทลี่ าดเอยี ง - กรณพี นื้ ทล่ี มุ่ ตอ้ งไมม่ นี ำ�้ ทว่ มขงั เพราะจะทำ� ใหร้ ากขาดอากาศ เจรญิ เตบิ โตชา้ หรอื ตายหากทว่ มขงั เปน็ เวลานาน - กรณีปลกู ในพนื้ ที่ลาดเอยี ง ควรค�ำนงึ ถงึ ความสะดวกของ การบรหิ ารจดั การในสวนสม้ โอ และการเกบ็ เกย่ี วและขนสง่ ผลผลติ ดว้ ย ดนิ รว่ นซยุ โปรง่ การระบายนำ้� ดี นำ�้ ไมข่ งั หรอื แฉะ ระดบั หนา้ ดนิ ลกึ - ดนิ ทรายจดั หรอื ดนิ เหนยี วจดั สม้ โอจะเจรญิ เตบิ โตชา้ อยา่ งนอ้ ย 1 เมตร มอี นิ ทรยี วตั ถมุ าก มคี า่ ความเปน็ กรดเปน็ ดา่ งปาน - หนา้ ดนิ ตน้ื จะทำ� ใหเ้ จรญิ เตบิ โตชา้ และตน้ โคน่ ลม้ งา่ ย กลาง ระหวา่ ง 5.5 – 6 - ทนความเปน็ กรด - ดา่ งสงู ไดไ้ มเ่ กนิ 8.0 ตำ�่ สดุ ไมเ่ กนิ 5.0 ควรมธี าตอุ าหารหลกั ( N P K) และธาตอุ าหารรอง (Ca Mg ) ใน - ธาตอุ าหารหลกั N P K ถา้ ขาดจะทำ� ใหช้ ะงกั การเจรญิ เตบิ โต ปรมิ าณทเ่ี พยี งพอ ตามชว่ งอายขุ องตน้ สม้ โอ และชว่ งฤดกู าลให้ - ธาตอุ าหารรอง Ca Mg ถา้ ขาดจะทำ� ใหต้ น้ สม้ โอออ่ นแอ ผลผลติ การตา้ นทานโรคตำ่� ปรมิ าณนำ�้ ฝนเฉลยี่ 1,500 – 2,000 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี - หากปรมิ าณนำ้� ไมเ่ พยี งพอตามความตอ้ งการ ทำ� ใหส้ ม้ โอชะงกั และมแี หลง่ นำ้� สำ� หรบั ใหต้ น้ สม้ โอไดอ้ ยา่ งสมำ่� เสมอ การเตบิ โต ดอกรว่ ง การตดิ ผลนอ้ ย ผลแคระแกรน็ - หากนำ�้ มสี ภาพเปน็ กรด - ดา่ งสงู หรอื ตำ�่ เกนิ ไป จะทำ� ใหธ้ าตอุ าหาร พชื บางชนดิ ถกู ตรงึ ไมส่ ามารถนำ� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ ทำ� ใหส้ ม้ โอ เตบิ โตชา้ หรอื ชะงกั การเจรญิ เตบิ โต

แนวทางการเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลิต และแหล่งสืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติม แนวทางการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการผลิต 1. การตัดแตง่ กิง่ สม้ โอทถ่ี กู ต้องและเหมาะสม ควรตดั แตง่ กงิ่ สม้ โอทขี่ น้ึ แขง่ กบั ลำ� ตน้ ใหห้ มด รวมทงั้ กง่ิ ทไ่ี มเ่ ปน็ ระเบยี บ กงิ่ ทมี่ โี รคและแมลง ทำ� ลายออกทง้ิ การตดั แตง่ กงิ่ ควรทำ� ดว้ ยความระมดั ระวงั อยา่ ใหก้ ง่ิ ฉกี หกั หลงั จากตดั แตง่ กง่ิ ควรใช้ สารกนั เชอื้ ราหรอื ปนู กนิ หมากผสมนำ้� ทาตรงรอยแผลทต่ี ดั เพอื่ กนั แผลเนา่ เศษกง่ิ ทต่ี ดั ทงิ้ จากการตดั แตง่ ควรน�ำไปท�ำลายนอกสวนหรือขุดหลุมเผา หลังจากเผาท�ำลายเสร็จแล้ว ให้ใช้น้�ำยาฆ่าเชื้อเทราด รอบบริเวณหลมุ ให้ทัว่ ประโยชนใ์ นการตัดแตง่ ก่งิ - ช่วยให้การออกดอกตดิ ผลดีขึน้ - ช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงศตั รพู ชื - ชว่ ยใหก้ ่งิ แย่งอาหารกนั ลดนอ้ ยลง - ชว่ ยทำ� ให้ผลส้มโอมขี นาดเทา่ เทยี มกัน 2. การจดั การดนิ และน้�ำทเ่ี หมาะสมกบั ความต้องการของส้มโอ 2.1 ปรบั สภาพดนิ ใหโ้ ปรง่ รว่ นซยุ ใสป่ ยุ๋ คอก ปยุ๋ หมกั ปยุ๋ เคมี ควรใสป่ ยุ๋ ตามคา่ วเิ คราะหด์ นิ เพือ่ ลดต้นทุน และตรงตามความตอ้ งการของส้มโอในแต่ละชว่ งอายุ 2.2 การจัดการน�้ำ ใหน้ ำ้� ตามความต้องการของส้มโอแต่ละชว่ งการผลติ เพอ่ื ใหต้ น้ เติบโต อยา่ งต่อเนือ่ ง ไมช่ ะงกั การเตบิ โต หรือกระทบตอ่ การออกดอก ตดิ ผล และการพัฒนาของผล 3. การจดั การศัตรูพืช 3.1 หม่ันป้องกันก�ำจัดแมลงศัตรพู ชื อย่างสม่�ำเสมอ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ เพลีย้ ไฟ ไรแดง และผเี สอ้ื มวนหวาน 3.2 หมนั่ ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคพชื อยา่ งเหมาะสม โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ โรคแคงเกอร์ โรคกรนี นงิ่ (โดยใช้พนั ธุต์ า้ นทานและกง่ิ พนั ธ์ปุ ลอดโรค) โรคโคนเนา่ ยางไหล 4. การหอ่ ผลสม้ โอ เพอื่ ปอ้ งกนั การทำ� ลายผลจากศตั รพู ชื ผลผลติ ปลอดภยั จากสารพษิ ตกคา้ ง อกี ทง้ั ทำ� ให้ผวิ ผลสวยตามความตอ้ งการของตลาดตา่ งประเทศ แหล่งสบื คน้ ข้อมูลเพิม่ เตมิ สถาบันวิจยั พืชสวน. 2541. เอกสารวิชาการท่ี 21 เร่ืองสม้ โอ. กรมวชิ าการเกษตร. โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย. กรุงเทพ. อำ� ไพวรรณ ภราดรน์ วุ ฒั น.์ 2555. เทคโนโลยกี ารปลกู สม้ โอเพอื่ การสง่ ออก. ภาควชิ าโรคพชื คณะเกษตร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ. 73

เงาะ ขน้ั ตอนการปลูกและการดแู ลรกั ษาเงาะ การเตรยี มการ ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. การเตรยี มดนิ การปลูก การเตรียมการออกดอก ดูแลระยะดอก - ผลแก่ ไถพรวน ปรับพื้นท่ีให้เรียบ - ขดุ หลมุ กวา้ ง ยาว ลกึ ประมาณ - การช่วยผสมเกสรเพื่อส่งเสริม - ชว่ งระยะการเจรญิ เตบิ โตของผล และขดุ รอ่ งระบายนำ�้ ในแปลง 50 X 50 X 50 เซนตเิ มตร ผสมดนิ การตดิ ผล โดยการเกบ็ ละอองเกสร ควรใหน้ ำ�้ อย่างสมำ่� เสมอ หากน้ำ� ปลกู ดว้ ยหนิ ฟอสเฟต 2 กโิ ลกรมั มาผสมนำ้� ฉดี พน่ ใหท้ ว่ั ทง้ั ตน้ ตวั เมยี ไม่เพียงพอจะท�ำให้ผลเล็กลีบ การเตรียมพันธ์ุ และปุ๋ยคอกแห้ง 10 กิโลกรัม หรอื การใชส้ ารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต เปลอื กหนา ตน้ พนั ธุ์ทีน่ �ำมาปลูกไดจ้ าก กลบลงในหลุมให้ระดับดิน - การจดั การปยุ๋ และนำ้� เพอื่ สง่ เสรมิ - ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ การตอนกง่ิ การทาบกงิ่ การตดิ ตา สงู กวา่ ระดบั เดมิ 20 - 25 เซนตเิ มตร การพฒั นาของดอก 16-16-16 อตั รา 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ทม่ี ีความสมบูรณแ์ ขง็ แรง - วางกิ่งพันธุ์ดีตรงกลางหลุม ต้น และก่อนเก็บเก่ียว 1 เดือน พนั ธ์ุทีน่ ิยมปลกู ได้แก่ สีทอง กลบดินให้สูงกว่าระดับดินเดิม ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-17 + 2 การเก็บเก่ยี ว โรงเรยี น และสชี มพู ไมเ่ กนิ 1 นว้ิ อยา่ ใหส้ งู ถงึ รอยแผล หรอื 13 - 13 - 21 หรอื 14 - 14 - 25 - เกบ็ เงาะเมอื่ เงาะเขา้ สแี ลว้ อายุ 130 - 150 วนั ทต่ี ดิ ตา ใชไ้ มเ้ ปน็ หลกั ผกู ยดึ กง่ิ เพอ่ื อตั รา 1 - 2 กโิ ลกรัมตอ่ ตน้ หวา่ น - กรณขี นสง่ ทางไกลใหเ้ กบ็ ระยะเงาะสามสี การเตรยี มต้น ปอ้ งกนั ตน้ ลม้ ใหท้ ่วั ทรงพุ่ม สเี ขยี ว เหลอื งสม้ แดง ขนสง่ ระยะใกล้ ตดั แต่งก่งิ ตดั แต่งกงิ่ กระโดง กส็ ามารถเกบ็ ระยะสกุ แกเ่ ตม็ ท่ี สแี ดงทงั้ ผล กง่ิ เป็นโรค และแมลงทำ� ลาย ก่ิงในทรงพมุ่ กง่ิ ไม่สมบูรณ์ ศตั รทู สี่ ำ� คญั และการปอ้ งกันก�ำจดั การปฏบิ ตั ิหลงั การเก็บเกย่ี ว เพ่ือมีการแตกยอดใหม่ 1 ชว่ งแตกใบออ่ น ไดแ้ ก่ หนอนคบื กนิ ใบ ควรฉดี พน่ ดว้ ย 1. รวบรวมชอ่ ผลเงาะใสต่ ะกรา้ พลาสตกิ หรอื เขง่ จากนน้ั ขนยา้ ยไปยงั โรงเรอื นภายในสวนหรอื ในทรี่ ม่ การใสป่ ยุ๋ เคมี สตู ร 15 - 15 - 15 คารบ์ ารลิ หรอื คารโ์ บซสั แฟน 2. ตดั แตง่ โดยตดั ขวั้ ผลใหม้ กี า้ นตดิ อยไู่ มเ่ กนิ 5 มลิ ลเิ มตร ในกรณจี ำ� หนา่ ยเปน็ ผลเดยี่ ว หรอื 16 - 16 - 16 อตั รา 1 - 3 2 ชว่ งออกดอกและตดิ ผล ไดแ้ ก่ ราแปง้ ตน้ ทเี่ รมิ่ พบใหใ้ ช้ 3. ตดั กา้ นชอ่ ผลใหย้ าวไมเ่ กนิ 20 เซนตเิ มตร เงาะแตล่ ะชอ่ ควรมผี ลตดิ อยไู่ มต่ ำ่� กวา่ 3 ผล กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ เพอ่ื เพม่ิ ความ กำ� มะถนั ผงฉดี พน่ ในชว่ งเชา้ หรอื เยน็ แตถ่ า้ มโี รคหนาแนน่ มาก มดั รวมกนั นำ�้ หนกั ประมาณ 1 กโิ ลกรมั ในกรณจี ำ� หนา่ ยเปน็ ชอ่ สมบูรณข์ องตน้ ใหพ้ น่ ดว้ ยสารเคมพี วกเบนดามลิ หรอื ไดโนแคป ระยะหา่ ง 4. คดั แยกผลเสยี หายหรอื ผลมตี ำ� หนอิ อก การกำ� จดั วชั พชื ทกุ ครงั้ กอ่ น 7 - 10 วนั ตอ่ ครง้ั การใสป่ ุ๋ย

เทคนคิ การปลกู และดูแลรกั ษาเงาะ 1. การเตรียมการกอ่ นปลูก การเตรียมดนิ ไถพรวน ปรับพ้ืนท่ีใหเ้ รียบและขดุ รอ่ งระบายนำ�้ ในแปลง การเตรยี มพนั ธุ์ ต้นพันธุ์ท่ีน�ำมาปลูกได้จากการตอนก่ิง การทาบกิ่ง การติดตา ท่ีมีความสมบูรณ์แข็งแรง พนั ธ์ทุ นี่ ิยมปลกู ไดแ้ ก่ พนั ธุ์โรงเรยี น พันธสุ์ ีชมพู และสีทอง 2. การปลูก 2.1 วิธกี ารปลูก 1) ควรปลกู ในช่วงตน้ ฤดูฝน 2) ขุดหลุมปลูกใหม้ ขี นาดกวา้ ง ยาว และลึก ประมาณดา้ นละ 50 เซนติเมตร 3) ผสมดนิ ปุ๋ยคอกจำ� นวน 5 กิโลกรมั ปุ๋ยรอ็ กฟอสเฟต จ�ำนวน 500 กรมั และปุ๋ยเคมี สตู ร 15-15-15 จ�ำนวน 20 กรัม เข้าดว้ ยกนั ให้สงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ 4) ยกถงุ กลา้ วางในหลุม โดยให้ระดบั ของดนิ ในถงุ สงู กว่าระดับดินปากหลมุ เล็กนอ้ ย 5) ใชม้ ดี ทีค่ มกรดี ถงุ จากก้นถงุ มาถงึ ปากถงุ ทง้ั 2 ดา้ น (ซา้ ยและขวา) ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวงั อย่าให้ดินแตก กลบดนิ ท่ีเหลอื ลงในหลุม กดดนิ บริเวณโคนใหแ้ น่น 6) หาวัสดคุ ลุมบรเิ วณต้น เช่น ฟางขา้ ว หญา้ แห้ง 7) รดนำ้� ให้ชุ่ม 8) ทำ� รม่ เงาเพอ่ื ชว่ ยพรางแสงแดด 2.2 ระยะปลูก ระยะปลกู ที่เหมาะสมคอื 6 x 8 - 6 x 8 เมตร 2.3 จำ� นวนต้นต่อไร่ ประมาณ 16 - 20 ตน้ 3. การดูแลรักษา 3.1 การใสป่ ยุ๋ 1) ตน้ ทย่ี งั ไมใ่ หผ้ ล (0 - 4 ป)ี แบง่ การใสป่ ยุ๋ ออกเปน็ 4 ครง้ั ครงั้ ละเทา่ ๆ กนั ทกุ ๆ 3 เดอื น ใสป่ ๋ยุ สูตร 15-15-15 อตั ราปลี ะ 1.5 - 1 กิโลกรัมต่อต้น และเพ่ิมขนึ้ อกี 1 เท่าในการใสปยุ๋ ครัง้ ท่ี 2 75

2) ตน้ ทใ่ี หผ้ ลผลติ แลว้ แบง่ ใสป่ ยุ๋ เปน็ 4 ครงั้ ครงั้ แรก หลงั เกบ็ เกยี่ วผลผลติ แลว้ ใสป่ ยุ๋ สตู ร 15-15-15 อัตรา 2 - 5 กิโลกรัมต่อต้น ครั้งที่ 2 หลังเก็บเก่ียวแล้ว 3 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 อตั รา 2 - 5 กโิ ลกรัมตอ่ ต้น ครง้ั ท่ี 3 เมอื่ เงาะเร่มิ ออกดอก ใสป่ ยุ๋ สูตร 14-14-21 อตั รา 2 - 5 กิโลกรัม ต่อตน้ ครั้งที่ 4 เมือ่ เงาะตดิ ผลใสป่ ุย๋ สตู ร 14-14-21 อตั รา 2 - 5 กิโลกรมั ตอ่ ต้น 3) ใส่ปุ๋ยอินทรยี ์ เช่น มลู ไก่ อตั รา 30 - 50 กิโลกรัมตอ่ ต้น ใสห่ ลังเก็บเกี่ยวผลผลติ แล้ว 3.2 การใหน้ ำ้� ระยะหลงั ปลกู ตอ้ งใหน้ ำ้� อยา่ งสมำ�่ เสมอจนกวา่ เงาะจะตง้ั ตวั ได้ หลงั จากนน้ั ควรใหน้ ำ�้ ทกุ ๆ 7 - 10 วนั ตอ่ ครงั้ สำ� หรบั ตน้ ทใ่ี หผ้ ลแลว้ งดใหน้ ำ้� ชว่ งปลายฝน ตน้ เงาะทมี่ ใี บแกแ่ ละสมบรู ณท์ ง้ั ตน้ และผา่ นสภาพแหง้ แลง้ ตดิ ตอ่ กนั นาน 21 - 30 วนั จะแสดงอาการขาดนำ้� (ใบหอ่ ) ใหก้ ระตนุ้ การออกดอก โดยการใหน้ ำ้� ในปรมิ าณมากเตม็ ท่ี จากนน้ั หยดุ ใหน้ ำ�้ 7 - 10 วนั เมอ่ื พบวา่ ตายอดเรมิ่ พฒั นาเปน็ ตาดอก (สขี องตายอดจะเปลยี่ นจากนำ้� ตาลดำ� เปน็ นำ้� ตาลทอง) กเ็ รม่ิ ใหน้ ำ�้ อกี ครงั้ ในปรมิ าณเทา่ เดมิ เพอื่ เรง่ การพฒั นา ของตาดอก แตถ่ า้ หลงั จากใหน้ ำ้� ครง้ั ท่ี 1 แลว้ พบวา่ ตายอดเปลยี่ นสเี ปน็ นำ้� ตาลอมเขยี วแสดงวา่ ใหน้ ำ�้ มากเกนิ ไป ตายอดพฒั นาเปน็ ตาใบแทน ตอ้ งหยดุ ใหน้ ำ�้ และปลอ่ ยใหเ้ งาะกระทบแลง้ อกี ครง้ั จนเหน็ วา่ มสี เี ขยี วนำ้� ตาล ของตายอดเปลยี่ นเปน็ สนี ำ�้ ตาลทอง กเ็ รม่ิ ใหน้ ำ�้ อกี ครงั้ หนงึ่ ในปรมิ าณครง่ึ หนง่ึ ของครงั้ แรก จากนน้ั เมอ่ื แทงชอ่ ดอก และตดิ ผลแลว้ ควรให้น้ำ� อย่างสม่�ำเสมอ เพอ่ื เรง่ พัฒนาการของดอกและผลใหข้ นึ้ ลูกไดเ้ ร็วและผลโต 3.3 การปฏิบัติงานอนื่ ๆ 1) การตัดแต่งก่ิง ให้ตัดแต่งก่ิงก่อนการใส่ปุ๋ย (หลังการเก็บเกี่ยว) โดยตัดกิ่งที่ต�่ำระดิน กิ่งแหง้ ตายออกใหห้ มด รวมทงั้ กง่ิ ทีอ่ ย่ใู นทรงพ่มุ เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง 2) การช่วยใหเ้ งาะผสมเกสรทดี่ ีข้ึน 2.1) เลยี้ งผง้ึ หรอื ตดิ ตอ่ ผเู้ ลยี้ งผง้ึ ใหน้ ำ� ผงึ้ มาเลย้ี งในสวนระยะดอกบาน 2.2) การเพม่ิ ปรมิ าณเกสรตวั ผู้ เชน่ พน่ ฮอรโ์ มนพชื เมอื่ ชอ่ ดอกสว่ นใหญข่ องตน้ บานไดร้ อ้ ยละ 5 ใหฉ้ ดี พน่ ชอ่ ดอกบรเิ วณสว่ นบนของทรงพมุ่ ดว้ ยฮอรโ์ มน NAA อตั รา 2 ซซี ตี อ่ นำ้� 20 ลติ ร ปรมิ าณ 4 - 5 จดุ 4. การปอ้ งกันก�ำจดั ศัตรพู ชื 4.1 ช่วงแตกใบออ่ น ไดแ้ ก่ หนอนคืบกินใบ ควรฉีดพน่ ดว้ ยคารบ์ าริล หรอื คารโ์ บซลั แฟน 4.2 ชว่ งออกดอกและตดิ ผล ไดแ้ ก่ ราแปง้ ตน้ ทเ่ี รมิ่ พบใหใ้ ชก้ ำ� มะถนั ผงฉดี พน่ ในชว่ งเชา้ หรอื เยน็ แตถ่ า้ มีโรคหนาแนน่ มากใหพ้ น่ ด้วยสารเคมพี วกเบนดามลิ หรอื ไดโนแคป ระยะห่าง 7 - 10 วันตอ่ ครัง้ 5. การเกบ็ เก่ยี วและการปฏิบัติหลงั การเกบ็ เกี่ยว 5.1 เกบ็ เงาะเมื่อเงาะเขา้ สีแล้ว อายุ 130 - 150 วัน กรณีขนส่งทางไกลใหเ้ ก็บระยะเงาะสามสี สเี ขียว เหลือง ส้ม แดง การส่งระยะใกล้กส็ ามารถเก็บระยะสกุ แกเ่ ต็มที่ สแี ดงทงั้ ผล 5.2 การเก็บอาจจะเลอื กเกบ็ ผลทีแ่ ก่กอ่ น กไ็ ดห้ รอื ตัดเป็นชอ่ 5.3 หลงั เกบ็ เกยี่ วเงาะจากตน้ แลว้ ใหร้ บี นำ� ไปไวท้ รี่ ม่ โดยเรว็ และตดั แตง่ ชอ่ เงาะใหเ้ ปน็ ผลเดย่ี วๆ โดยตดั กา้ นให้ชิดผล คัดผลที่มลี ักษณะไมด่ ี เช่น เจรญิ เติบโตไม่เต็มท่ี มรี อยช�ำ้ รอยแตก หรือรอยแผล และรอยตำ� หนจิ ากการท�ำลายของโรคและแมลงออกใหห้ มด แล้วบรรจภุ าชนะเพือ่ จ�ำหนา่ ยต่อไป 76

ข้อมูลสภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมต่อการเจริญเตบิ โตและใหผ้ ลผลิตของเงาะ สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ข้อจ�ำกัด 1.สภาพภมู อิ ากาศ 1.1 อุณหภมู ิ - การเจริญเติบโตที่อุณหภมู ิประจ�ำวนั เฉลี่ย 22 - 33 องศาเซลเซียส - พน้ื ทท่ี ม่ี นี ำ้� คา้ งแขง็ ไมส่ ามารถปลกู เงาะได้ (อณุ หภมู ทิ เี่ หมาะสมตอ่ การสงั เคราะหแ์ สงคอื 30 - 35 องศาเซลเซยี ส) - อณุ หภมู ทิ ต่ี ำ่� กวา่ 10 องศาเซลเซยี ส และสงู กวา่ 46 องศาเซลเซยี ส 1.2 ความชื้นสมั พัทธ์ 1.3 ความตอ้ งการนำ�้ จะทำ� ใหใ้ บรว่ ง มผี ลตอ่ ประสทิ ธภิ าพการสงั เคราะหแ์ สง และการเจรญิ เตบิ โตของเงาะ มากกว่า 80% - ความชนื้ ตำ่� ทำ� ใหใ้ บไหม้ เปน็ อปุ สรรคตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ของตน้ และผลของเงาะ ควรใหน้ ำ้� วนั ละ 2.2 - 2.7 มลิ ลเิ มตรตอ่ ตน้ หรอื คดิ เปน็ ปรมิ าตรนำ�้ ประมาณ - เงาะมคี วามตอ้ งการนำ้� แตกตา่ งกนั ในแตล่ ะชว่ งการพฒั นาการ วนั ละ 60 - 75 ลติ รตอ่ ตน้ ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางทรงพมุ่ 6 เมตร ตน้ เงาะทผี่ า่ นสภาพแลง้ ตดิ ตอ่ กนั นาน 21 – 30 วนั จะแสดง (เงาะเปน็ ไมผ้ ลทตี่ อ้ งการปรมิ าณนำ้� ฝนสมำ่� เสมอโดยเฉลย่ี 1,800 - 3,000 อาการขาดนำ้� (ใบหอ่ ) มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี - ชว่ งแสดงอาการพรอ้ มทจ่ี ะออกดอก (จะแสดงอาการใบแก่ ทอี่ ยปู่ ลายชอ่ ตง้ั ชนั ขน้ึ พรอ้ มกบั มอี าการใบหอ่ ตลอดทงั้ กลางวนั และกลางคนื ซง่ึ เปน็ อาการของการขาดนำ�้ ควรใหน้ ำ�้ เงาะใน ปรมิ าณ 35 มลิ ลเิ มตร หรอื ประมาณ 1,000 ลติ รตอ่ ถงั ขนาด เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางทรงพมุ่ 5 เมตร เพยี ง 1 ครงั้ แลว้ หยดุ - ระยะทต่ี ายอด สขี องตายอด เปลยี่ นจากสีนำ�้ ตาลเป็น สนี ำ�้ ตาลทองใหน้ ำ้� อกี ครงั้ ในปรมิ าณ 35 มลิ ลเิ มตรตอ่ ตน้ - ถา้ มลี มพดั แรง ควรเพม่ิ ปรมิ าณการใหน้ ำ�้ ขน้ึ เลก็ นอ้ ย มฉิ ะนนั้ จะทำ� ใหต้ น้ เงาะแสดงอาการขาดนำ�้ และมใี บรว่ งได้ - หากพบวา่ ตายอดมกี ารพฒั นาและเปลยี่ นเปน็ สนี ำ้� ตาล ปนเขยี ว หรอื สเี ขยี วอมนำ�้ ตาล แสดงวา่ ใหน้ ำ้� มากเกนิ ไป

ข้อมูลสภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมตอ่ การเจรญิ เตบิ โตและใหผ้ ลผลิตของเงาะ (ต่อ) สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กดั 1.3 ความตอ้ งการนำ�้ (ตอ่ ) - สำ� หรบั กระตนุ้ การพฒั นาการของตาดอก จงึ ทำ� ใหต้ ายอด พฒั นาเปน็ ตาใบแทน ตอ้ งหยดุ การใหน้ ำ�้ และปลอ่ ยใหต้ น้ เงาะ 1.4 ลม กระทบแลง้ อกี ครง้ั หนงึ่ - ชว่ งตายอดเรม่ิ พฒั นาเปน็ ตาดอก ใหน้ ำ�้ ในปรมิ าณ 3.0 - 3.9 มลิ ลเิ มตร หรอื เปน็ ปรมิ าณนำ�้ ประมาณวนั ละ 85 – 110 ลติ ร ตอ่ ตน้ ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางทรงพมุ่ 6 เมตร ควรปลูกพืชบังลมท่ีมีคุณสมบัติเป็นไม้รากลึก ทรงต้นแข็งแรง ลมแรงเสย่ี งตอ่ การทำ� ใหก้ ง่ิ ฉกี หรอื หกั ตน้ โคน่ ลม้ โดยเฉพาะ ล�ำต้นเหนียว ก่ิงไม่เปราะหรือหักง่าย เป็นไม้ท่ีปลูกง่าย โตเร็ว ตน้ อยา่ งยงิ่ ในชว่ งทเ่ี งาะก�ำลงั ตดิ ผล มีพมุ่ ใบหนาตลอดล�ำต้นและไม่ควรเปน็ ไม้ผลดั ใบในฤดูแล้ง 2. สภาพพืน้ ที่ - 2.1 ความสงู จากระดบั ไมเ่ กนิ 300 เมตร - ไมเ่ หมาะสมในพนื้ ทล่ี าดชนั สงู น�้ำทะเล 2.2 ความลาดชนั เปน็ พน้ื ทร่ี าบหรอื พน้ื ทมี่ คี วามลาดเอยี งระดบั 1 - 3 % ของพนื้ ที่ 3. สภาพดิน - เงาะออ่ นแอตอ่ สภาพนำ�้ ทว่ มขงั 3.1 ลกั ษณะของเนอ้ื ดนิ สามารถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นดนิ ทกุ ชนดิ มกี ารระบายนำ้� ดี 3.2 ความลกึ ของหนา้ ดนิ หนา้ ดนิ ลกึ มากกวา่ 100 เซนตเิ มตร - 3.3 ความเปน็ กรด - ดา่ ง อยรู่ ะหวา่ ง 5.5 – 7.0 ถา้ ความเปน็ กรด - ดา่ ง สงู หรอื ตำ�่ เกนิ ไป ธาตอุ าหารพชื ของดนิ ในดนิ จะอยใู่ นรปู ทพี่ ชื ไมส่ ามารถใชป้ ระโยชนไ์ ด้

แนวทางการเพิม่ ประสิทธิภาพการผลิต และแหลง่ สบื ค้นข้อมลู เพม่ิ เติม แนวทางการเพม่ิ ประสิทธภิ าพการผลติ 1. การบรหิ ารจดั การนำ้� เพอ่ื การออกดอกทเี่ หมาะสม หลงั ฝนทงิ้ ชว่ งและผา่ นสภาพแหง้ แลง้ หากใบหอ่ กใ็ หน้ ำ้� เตม็ ที่ รอไว ้ 7 - 10 วนั เพอื่ เงาะแทงตาดอกซง่ึ จะเปลยี่ นจากตาดอกทเ่ี ปน็ สนี ำ้� ตาลดำ� เป็นสนี ้�ำตาลทองและเบ่งบาน 2. การชักนำ� ดอกตวั ผู้ จะตอ้ งทำ� ให้ถกู ช่วงและฉดี พ่นในตำ� แหน่งท่เี หมาะสม 3. การจัดการปุ๋ย เพ่ือขยายผลด้วยปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 และให้ปุ๋ยพัฒนาคุณภาพ 13-13-21 ชว่ งกอ่ นเกบ็ เกี่ยว 1 เดอื น 4. สง่ เสริมใหม้ ีการตรวจสอบวิเคราะหด์ นิ และให้มกี ารใสป่ ๋ยุ ตามคา่ ผลการวิเคราะห์ดิน แหล่งสืบคน้ ข้อมลู เพ่ิมเติม กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. 2547. คู่มือพืชเศรษฐกจิ . กรุงเทพฯ ส�ำนกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แหง่ ชาต.ิ 2555. 52 สปั ดาห์รู้แล้วรวย. กรุงเทพฯ กลมุ่ เกษตรสญั จร. 2534. การปลกู เงาะ. โรงพิมพม์ ิตรสยาม 79

นอ้ ยหน่า ขัน้ ตอนการปลกู และการดแู ลรักษานอ้ ยหน่า การเตรยี มการ ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. การเตรียมดนิ การเตรียมตน้ ดแู ลระยะตดิ ผล - ผลพฒั นา การเกบ็ เกี่ยว ดแู ลระยะแตกใบใหม่ - แทงชอ่ ดอก - เลอื กเกบ็ ผลทไ่ี ดข้ นาดและอายุ - ตดั แตง่ กง่ิ หลงั เกบ็ เกยี่ ว ท่ีลุ่ม ขุดร่องยกแปลงข้ึนมา - บำ� รงุ ตน้ ใสป่ ยุ๋ สตู ร 15 - 15 - 15 - ระยะปรบั ปรงุ คณุ ภาพ ใสป่ ยุ๋ ใกลเ้ คยี งกนั ประมาณ 110 - 120 วนั - ใสป่ ยุ๋ อนิ ทรยี ์ 10 - 20 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ เพอื่ เปน็ การระบายนำ้� หลงั รอ่ ง ประมาณ 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ สตู ร 13 -13 -21 ประมาณ 1 - 2 - ใชก้ รรไกรตดั ขวั้ ผลใหช้ ดิ กบั ไหลผ่ ล และสตู ร 15 -15 -15 ผสม 46 - 0 - 0 กวา้ ง 4 เมตร - ให้น�ำ้ อย่างสม�่ำเสมอ ดูแล กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ หรือใช้มือปลิดผลติดข้ัว ถ้าอยู่ สดั สว่ น 1 : 1 อตั รา 1 - 2 กโิ ลกรมั ทด่ี อน ไถพรวน และปรบั พน้ื ที่ ระยะออกดอก - กอ่ นเกบ็ เกยี่ ว 30 วนั ใสป่ ยุ๋ สูงจะใช้ไม้ง่ามสอยลงมา น�ำผล ตอ่ ตน้ ให้สม่�ำเสมอ ระยะปลูก - ระยะสรา้ งตาดอก ใสป่ ยุ๋ สตู ร เคมี 0 - 0 - 60 หรอื 13 -13 -21 ใสใ่ นภาชนะบรรจทุ ส่ี ะอาดปอ้ งกนั - ชว่ งพกั ตวั 3 x 3 เมตร 8 - 24 - 24 ประมาณ 1 - 2 ประมาณ 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ การบอบชำ้� แลว้ เกบ็ ไวใ้ นทร่ี ม่ อยา่ - ตดั แตง่ กง่ิ รดู ใบใหห้ มด กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ การเตรยี มพันธ์ุ ใหโ้ ดนแดดกอ่ นการคดั แยกหรอื - กำ� จดั วชั พชื คดั เกรด - ใสป่ ยุ๋ สตู ร 8 - 24 - 24 ประมาณ - คดั เลอื กกลา้ สมบรู ณส์ งู ศัตรูท่ีสำ� คัญและการป้องกนั กำ� จดั 1 - 2 กโิ ลกรมั ตอ่ ตน้ - พนั ธท์ุ สี่ ง่ เสรมิ เชน่ - เรมิ่ ใหน้ ำ�้ นอ้ ยหนา่ หนงั นอ้ ยหนา่ ฝา้ ย - โรคมมั มี่ (เนา่ แหง้ ) พบในฤดฝู น เกดิ กบั ผลของนอ้ ยหนา่ ตง้ั แตผ่ ลเลก็ จนถงึ ผลใหญ่ โดยเรม่ิ แรกมจี ดุ เลก็ สนี ำ�้ ตาลดำ� การปฏบิ ัติหลังการเกบ็ เก่ียว การปลูก บรเิ วณผวิ ผล จะเขา้ ทำ� ลายทผี่ ล ทำ� ใหผ้ ลเนา่ แหง้ แขง็ เปน็ สดี ำ� - โรคราผลเนา่ ระบาดในฤดฝู น โดยเชอ้ื ราเขา้ ทำ� ลายรอ่ งผล - คดั ขนาดคณุ ภาพนอ้ ยหนา่ ตามความตอ้ งการของตลาด - ตดั ยอดออกเลก็ นอ้ ย เพอื่ เรง่ จะเกดิ เนา่ เปน็ สมี ว่ งจนมว่ งคลำ้� ดำ� - บรรจลุ งภาชนะทแ่ี ขง็ แรงรองดว้ ยกระดาษหนงั สอื พมิ พ์ ใหแ้ ตกพมุ่ ใหม่ และลดการคายนำ้� - เพลย้ี แปง้ ระบาดไดท้ กุ ฤดกู าล เขา้ ทำ� ลายโดยกนิ นำ�้ เลยี้ งทใ่ี บ ซอ้ นกนั หลาย ๆ ชนั้ กอ่ นการบรรจผุ ลลงไปโดยตอ้ งให้ - ถอนตน้ กลา้ ออกจากภาชนะ และผล ตงั้ แตผ่ ลยงั เลก็ อยจู่ นกระทงั่ ผลแก่ ความระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษเชน่ อาจหอ่ ดว้ ยโฟมตาขา่ ย ตง้ั ตน้ ใหต้ รง ปกั ไมค้ ำ�้ ยนั กลบดนิ - ดว้ งกนิ ใบ ระบาดเกอื บตลอดปี โดยจะกดั กนิ ใบออ่ นและใบแก่ - เกบ็ รกั ษาควรเกบ็ ในอณุ หภมู ริ ะหวา่ ง 15 - 20 องศา ใหแ้ นน่ ใชฟ้ าง แกลบ เศษหญา้ แหง้ เซลเซยี ส ปรมิ าณออกซเิ จนตำ่� คารบ์ อนไดออกไซด์ 10 คลมุ หนา้ ดนิ แลว้ รดนำ�้ ใหช้ มุ่ เปอรเ์ ซน็ ต์ และความชน้ื สมั พทั ธ์ 85 - 90 เปอรเ์ ซน็ ต์ - ควรปลกู ในชว่ งฤดฝู น จะสามารถเกบ็ นอ้ ยหนา่ ไวไ้ ดน้ านถงึ 13 วนั และควร เพราะจะทำ� ใหต้ น้ นอ้ ยหนา่ ขนสง่ ใหถ้ งึ มอื ผบู้ รโิ ภคใหเ้ รว็ ทสี่ ดุ เจรญิ เตบิ โตและตง้ั ตวั ไดเ้ รว็

เทคนิคการปลูก และดแู ลรกั ษาน้อยหน่า 1. การเตรยี มการกอ่ นปลูก 1.1 การเตรียมดนิ นอ้ ยหนา่ ปลกู ไดท้ ง้ั ในทล่ี มุ่ และทด่ี อน การปลกู ในทล่ี มุ่ นำ�้ ทว่ มถงึ ตอ้ งยกรอ่ งสนั รอ่ งกวา้ ง 4 - 6 เมตร รอ่ งกวา้ ง 1 - 1.5 เมตร เพอื่ ใหร้ ะบายนำ้� ไดด้ ี นอ้ ยหนา่ ชอบขนึ้ ทด่ี อนมากกวา่ เนอ่ื งจาก เปน็ พืชทไี่ ม่ชอบอากาศชืน้ มากอยูแ่ ลว้ 1.2 การเตรยี มพันธุ์ ควรเลอื กปลกู พนั ธุ์ท่มี ีลกั ษณะตรงตามพนั ธแ์ุ ละตลาดตอ้ งการ เชน่ น้อยหน่าหนงั เขียว และฝ้ายเขียวทผี่ ่านการคัดพันธแ์ุ ลว้ และนอ้ ยหนา่ ลกู ผสม เชน่ พันธเุ์ พชรปากช่อง 2. การปลกู ควรปลูกในช่วงฤดฝู น 2.1 วธิ ีปลูก 2.1.1 ระยะปลูก 4 x 4 เมตร หรอื 3 x 3 เมตร 2.1.2 จำ� นวนตน้ ตอ่ ไร ่ 100 - 150 ต้น 2.1.3 วสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ ไดแ้ ก่ ปยุ๋ หมกั และปยุ๋ คอก ทสี่ ลายตวั ดแี ลว้ 5 กโิ ลกรมั หนิ ฟอสเฟต 0.5 กโิ ลกรมั 2.1.4 การปลูก - ขุดหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนตเิ มตร - ผสมดนิ หนา้ กบั วสั ดปุ รบั ปรงุ ดนิ ขอ้ 2.1.3 ในหลมุ ใหม้ คี วามสงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ 81

- ใชม้ ีดกรีดรอบกน้ ถงุ ออก ยกถงุ กล้าวางกลางหลมุ โดยให้ระดบั ดินในถุงสงู กวา่ ระดบั ดนิ ปากหลมุ เล็กนอ้ ย - กรีดด้านข้างถุงจากกน้ ขึน้ ดา้ นบนทงั้ 2 ดา้ น ดงึ ถงุ พลาสติกออก - กลบดนิ ให้เตม็ หลมุ - กดดนิ บริเวณโคนต้นใหแ้ น่น แล้วปกั ไม้ยึดลำ� ต้น ผกู เชอื กเพอ่ื ป้องกันลมโยก - หาวสั ดคุ ลมุ โคน เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แหง้ หรอื ทำ� รม่ เงาเพอื่ ชว่ ยพรางแสงแดด แลว้ รดนำ�้ ใหช้ มุ่ 3. การดแู ลรกั ษา 3.1 การใสป่ ุ๋ย 3.1.1 ปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด) ช่วยบ�ำรุงดินและปรับโครงสร้างดิน ใหม้ ีสภาพดี ปรมิ าณ 10 - 15 กโิ ลกรัมต่อต้น 3.1.2 ปุย๋ เคมี เปน็ ป๋ยุ ทพ่ี ชื สามารถนำ� ไปใชไ้ ดท้ ันที ส�ำหรับต้นทย่ี ังไม่ให้ผล ใชส้ ูตรเสมอ 15-15-15 ส�ำหรับมะม่วงที่ให้ผลแล้วใช้สูตร 15-15-15 เพื่อบ�ำรุงต้น สูตร 8-24-24 เพือ่ สรา้ งตาดอก สูตร 15-15-15 เพ่อื ขยายขนาดผล ตามลำ� ดับ 3.2 การให้น�ำ้ หลงั ปลกู ถา้ ฝนไมต่ กควรรดนำ�้ สมำ่� เสมอ จะชว่ ยใหน้ อ้ ยหนา่ เจรญิ เตบิ โตไดเ้ รว็ จำ� นวนรอดตายสงู และเมอ่ื นอ้ ยหนา่ เรม่ิ ตดิ ผลในปที ี่ 2 การใหน้ ำ้� อยา่ งเพยี งพอจะชว่ ยใหผ้ ลเจรญิ เตบิ โตดี ขนาดของผล มคี วามสม�ำ่ เสมอ คุณภาพผลดี และเก็บเกยี่ วผลไดเ้ รว็ กว่าปกติ 3.3 การตดั แต่งกิง่ นอ้ ยหนา่ ทใ่ี หผ้ ลในระยะ 2 – 3 ปแี รก ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งตดั แตง่ กงิ่ เพราะยงั ใหผ้ ลขนาดใหญอ่ ยู่ แตท่ งั้ นใี้ หต้ ดั แตง่ กง่ิ ทเี่ ปน็ กง่ิ ยอดสงู เกนิ ไป กง่ิ ฉกี หกั กง่ิ แก่ กงิ่ ไมส่ มบรู ณ์ สว่ นการตดั แตง่ กง่ิ ครง้ั ใหญ่ จะเริ่มตัดแตง่ กิ่งเม่อื น้อยหนา่ มีอายุประมาณ 4 – 8 ปี ต้นจะเร่ิมเสื่อมโทรม ผลเล็ก รูปรา่ งไม่ดี ทั้งนี้ ขน้ึ อยู่กับความสมบูรณ์ของต้นและการบ�ำรงุ ดแู ลรกั ษา 4. การปอ้ งกนั ก�ำจัดศตั รพู ืช 4.1 แมลงศตั รนู อ้ ยหนา่ เพลีย้ แป้ง การท�ำลาย กินน้ำ� เลี้ยงที่ใบ และผล ตั้งแตผ่ ลยงั เลก็ อยู่จนกระทง่ั ผลแก่ ด้วงกินใบ การท�ำลาย กัดกนิ ใบออ่ นและใบแก่ ทำ� ใหแ้ หวง่ โดยเฉพาะขอบ ๆ ใบ 82

4.2 โรคน้อยหนา่ โรคมมั ม่ี (เนา่ แห้ง) อาการ เกดิ กบั ผลของน้อยหน่าตัง้ แตผ่ ลเลก็ จนถึงผลใหญ่ โดยเริม่ แรกมีจดุ เลก็ สีน้�ำตาล ดำ� บรเิ วณผิวผล จะเขา้ ทำ� ลายทีผ่ ล ทำ� ใหผ้ ลเน่าแหง้ แข็งเปน็ สีดำ� โรคราผลเนา่ อาการ เช้ือราเข้าทำ� ลายรอ่ งผล ทำ� ใหเ้ กดิ การเนา่ เป็นสีม่วงจนม่วงคลำ้� ดำ� 5. การปฏบิ ตั ิกอ่ นและหลงั การเก็บเก่ยี ว 5.1 วธิ เี ก็บเกี่ยว 5.1.1 ควรเลือกเก็บผลท่ีได้ขนาดและอายุใกล้เคียงกัน ประมาณ 110 - 120 วัน โดยใชก้ รรไกรตัดขัว้ ผลใหช้ ิดกบั ไหล่ผล 5.1.2 รวบรวมผลผลิตใส่ในภาชนะบรรจทุ ี่สะอาดปอ้ งกนั การบอบชำ้� แล้วเกบ็ ไว้ในทรี่ ม่ อยา่ ใหโ้ ดนแดดก่อนการคัดแยกหรือคดั เกรด 5.2 การปฏิบัตหิ ลงั การเก็บเกย่ี ว 5.2.1 คัดขนาดคุณภาพน้อยหนา่ ตามความต้องการของตลาด บรรจลุ งภาชนะทีแ่ ขง็ แรง รองดว้ ยกระดาษหนงั สอื พมิ พซ์ อ้ นกนั หลายๆ ชน้ั กอ่ นการบรรจผุ ลลงไป โดยตอ้ งใหค้ วามระมดั ระวงั เป็นพิเศษ เช่น อาจห่อด้วยโฟมตาข่าย 5.2.2 การเก็บรักษาควรเก็บในอุณหภูมิระหว่าง 15 - 20 องศาเซลเซียส ปริมาณ ออกซิเจนต่�ำ คาร์บอนไดออกไซด์ 10 เปอร์เซ็นต์ และความช้ืนสัมพัทธ์ 85 - 90 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถเกบ็ น้อยหนา่ ไว้ไดน้ านถึง 13 วนั และควรขนส่งให้ถงึ มือผูบ้ รโิ ภคใหเ้ ร็วทสี่ ดุ 83

ขอ้ มลู สภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมตอ่ การเจริญเตบิ โตและใหผ้ ลผลิตของน้อยหนา่ สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กัด 1.สภาพภูมอิ ากาศ น้อยหนา่ ชอบอากาศร้อนแห้งไมห่ นาวจัด อุณหภมู ิ 15 - 40 องศาเซลเซยี ส อณุ หภมู ไิ มค่ วรตำ่� กวา่ 15 องศาเซลเซยี ส 2. สภาพพ้ืนท่ี ปลกู ไดท้ งั้ ทรี่ าบ และทต่ี ามปา่ เขา แตท่ ด่ี อนจะเหมาะสมมากกวา่ ทรี่ าบลมุ่ ตามรมิ ฝง่ั ไมค่ วรปลกู นอ้ ยหนา่ ในทร่ี าบลมุ่ นำ้� ทว่ มขงั 3. สภาพดนิ แมน่ ำ้� ตา่ งๆ หรือพ้นื ที่สูงจากระดับนำ้� ทะเลไปจนถึงที่ระดบั ความสงู 1,000 เมตร 4. ธาตุอาหาร หนา้ ดนิ ลกึ ตงั้ แต่ 40 เซนตเิ มตรขนึ้ ไป ชอบดนิ รว่ นทราย หรอื ดนิ รว่ นเหนยี ว มกี ารระบาย - นำ้� ดไี มม่ นี ำ้� ทว่ มขงั คา่ ความเปน็ กรดเปน็ ดา่ งของดนิ ระหวา่ ง 5.5 - 7.4 อนิ ทรยี วตั ถมุ าก - 5. สภาพน้ำ� ปรมิ าณนำ้� ฝน 800 – 1,300 มลิ ลเิ มตรตอ่ ปี และมแี หลง่ นำ�้ เพยี งพอสำ� หรบั ใชต้ ลอดฤดกู าล - หรอื ในชว่ งฝนทง้ิ ชว่ ง สะอาดปราศจากสารพษิ ปนเปอ้ื น

แนวทางการเพิ่มประสทิ ธภิ าพการผลิต และแหลง่ สบื ค้นข้อมลู เพิม่ เตมิ แนวทางการเพม่ิ ประสิทธิภาพการผลติ 1. การเตรียมความพรอ้ มต้น และการเตรียมต้นเพอ่ื การออกดอก - ก่อนเข้าฤดูแล้งควรมีการใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 12-24-12 เพื่อให้ต้นน้อยหน่า เตรียมการสรา้ งตาดอก - เม่ือถึงช่วงน้อยหน่าเร่ิมท้ิงใบ ให้ตัดแต่งกิ่ง ตัดกิ่งที่มีขนาดเล็ก กิ่งแซม กิ่งน้�ำค้าง กงิ่ ท่ถี กู โรคและแมลงทำ� ลาย กง่ิ แห้ง การตดั ก่งิ ท้งิ ควรตัดลึกเข้าหาทรงพุ่มหรือไวต้ าประมาณ 5 ตา 2. ควรมกี ารวเิ คราะห์ดนิ เพอ่ื บรหิ ารจัดการปุย๋ ได้ตรงตามความตอ้ งการของพชื แหล่งสบื คน้ ขอ้ มูลเพิ่มเติม กรมส่งเสรมิ การเกษตร. 2549. นอ้ ยหน่า. http://www.doae.go.th. แหล่งท่มี า: http://www.doae.go.th/data/kasetF.htm, 4 พฤษภาคม 2549. 85

มะขามหวาน ข้นั ตอนการปลูกและการดแู ลรักษามะขามหวาน การเตรยี มการ มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. การเตรยี มดิน การตัดแตง่ กงิ่ ออกดอก ติดผลและผลพัฒนา กอ่ นเกบ็ เกย่ี ว ทล่ี มุ่ ขุดรอ่ งยกแปลงขน้ึ มา - ตดั แตง่ กงิ่ หลงั เกบ็ เกยี่ ว - ฉดี พน่ สารเคมี 1. ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร - ใสป่ ยุ๋ เคมสี ตู ร 13 -13 -21 เพอ่ื เป็นการระบายน้ำ� โดยตดั กง่ิ กลาง กงิ่ ทบั ซอ้ น ป้องกันก�ำจดั โรค 15 - 15 - 15 อัตราครัง้ ละ 2 – 3 อตั ราครง้ั ละ 2 – 3 กก. ทด่ี อน ไถพรวน และปรบั พนื้ ที่ กิง่ แหง้ ตาย หรือโรค แมลง ด้วงปกี แข็ง กก.ต่อต้น ส�ำหรับต้นมะขาม ตอ่ ตน้ สำ� หรบั ตน้ มะขาม ใหส้ มำ่� เสมอ – แมลงท�ำลาย หนอนกัดกินดอก อายุ 8 – 10 ปี และเพมิ่ ปรมิ าณปยุ๋ อายุ 8 – 10 ปี และเพมิ่ เตรยี มพันธุ์ - ใสป่ ุ๋ยเพ่ิมชว่ งพกั ต้น โรคราแหง้ และราดำ� มากขึน้ ตามอายุ และขนาดทรง ปรมิ าณปยุ๋ มากขนึ้ ตามอายุ - ตน้ พนั ธุจ์ ากการทาบก่งิ สตู ร 16 - 16 - 16 - ใหน้ ำ้� อยา่ งสมำ�่ เสมอ พมุ่ และขนาดทรงพ่มุ - ตรวจสอบการเชอ่ื มติด หลังจากใบเรม่ิ แก่ให้ใส่ 2. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำ� จดั - งดการให้น้�ำ ของรอยแผลใหส้ มบูรณ์ ปยุ๋ สูตร 8 - 24 - 24 โรคแมลง - ฉีดพน่ สารเคมี - ตน้ พนั ธใ์ุ หม่ ไมค่ า้ ง มสี ภาพตน้ เพื่อสร้างตาดอก - โรคราดำ� ปอ้ งกนั กำ� จดั โรคแมลง - หนอนเจาะผกั สมบูรณ์ 3. ให้น�้ำอยา่ งสมำ�่ เสมอ การเก็บเก่ยี ว 1. การสกุ ของฝัก จะขึน้ อยู่กับพนั ธุ์ พ้นื ทป่ี ลกู และ การปลกู ในแตล่ ะต้นจะสุกไมพ่ รอ้ มกัน จะทยอยสกุ เปน็ ร่นุ ๆ - ควรปลูกในช่วงฤดูฝน 2. เปลอื กฝกั เปลยี่ นเปน็ สนี ำ�้ ตาลหรอื สนี วล หรอื สที อง - ขดุ หลุมปลูกใหม้ ีขนาด 50 x 50 เซนติเมตร มนี ำ้� หนกั เบา เมอื่ เคาะเบาๆ จะรสู้ กึ วา่ ขา้ งในมเี สยี งกลวง ผสมดนิ กบั ปยุ๋ คอก 5 กโิ ลกรมั และรอ็ คฟอสเฟต 500 กรมั ให้สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม - ปกั ไมห้ ลกั และผกู เชอื กยดึ เพอ่ื ปอ้ งกนั ลมพดั โยก ศตั รทู ส่ี ำ� คญั และการปอ้ งกนั กำ� จดั การปฏบิ ัตหิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว - หาวสั ดุคลุมดนิ บรเิ วณโคนตน้ เชน่ ฟางขา้ ว ระยะแตกใบอ่อน ให้ปอ้ งกันโรคราแป้ง 1. การเกบ็ เกยี่ ว จะใชก้ รรไกรเกบ็ ทลี ะฝกั โดยการเลอื กฟงั เสยี ง ฝกั ทแ่ี กจ่ ะมเี สยี งโปรง่ หญ้าแห้ง และป้องกันแมลงกินใบ เชน่ ดว้ งปกี แขง็ หรือสงั เกตจากสผี ิวเปลือกนวลและแหง้ - รดน�้ำใหช้ ่มุ ทำ� รม่ เงาพรางแสงแดด หนอนบุ้ง หนอนกระทู้ หนอนมังกร 2. การปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เก่ียว หลงั จากเก็บฝกั มาแล้วจะท�ำการอบไอน�้ำหรอื นึ่งเพ่ือ - แกะผ้าพลาสติกทพี่ นั รอยทาบออก เมอ่ื ระยะติดฝัก ให้ป้องกนั ราดำ� และ ฆา่ เชอื้ โดยนงึ่ ในไอนำ้� เดอื ดนานประมาณ 5 - 10 นาที หรอื อบแหง้ ทอี่ ณุ หภมู ปิ ระมาณ ปลูกไปแล้วประมาณ 1 - 2 เดอื น ปอ้ งกนั หนอนเจาะฝกั 80 องศาเซลเซียส นานประมาณ 2 ช่ัวโมง หรอื อบไมโครเวฟ 3. อายกุ ารเกบ็ เกย่ี ว โดยการอบไอนำ�้ หรอื อบแหง้ สามารถเกบ็ รกั ษาไวไ้ ดน้ านประมาณ 1 ปี

เทคนิคการปลกู และดูแลรักษามะขามหวาน 1. การเตรียมการก่อนปลูก 1.1 เตรยี มดิน ท่ีลุ่ม ขดุ รอ่ งยกแปลงข้ึนมาเพ่ือเป็นการระบายน้ำ� ทด่ี อน ไถพรวน และปรบั พ้นื ทใ่ี ห้สม�่ำเสมอ 1.2 เตรียมพันธุ์ ต้นพันธุ์จากการทาบกิ่ง ตรวจสอบการเชื่อมติดของรอยแผลให้สมบูรณ์ ตน้ พนั ธใ์ุ หม่ ไมค่ า้ งปี มีสภาพตน้ สมบรู ณ์ 2. การปลกู 2.1. ใช้ตน้ พนั ธ์มุ ะขามหวานทาบกิง่ 2.2 ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน 2.3 ควรขุดหลุมปลกู ให้มีขนาด 50 x 50 เซนตเิ มตร 2.4 ผสมดนิ ปยุ๋ คอก จำ� นวน 5 กโิ ลกรมั และปยุ๋ รอ็ คฟอสเฟต จำ� นวน 500 กรมั เขา้ ดว้ ยกนั ใน หลมุ สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ 2.5 ยกถงุ กลา้ ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดบั ของดนิ ในถงุ สูงกวา่ ระดับดนิ ปากหลุมเลก็ น้อย 2.6 ใช้มดี ทีค่ มกรีดถงุ จากกน้ ถุงขน้ึ มาถงึ ปากถุงทง้ั 2 ด้าน ดึงถุงพลาสติกออก ระวงั อยา่ ให้ ดินแตก 2.7 กลบดนิ ท่เี หลอื ลงไปในหลุม อยา่ กลบดินให้สูงถึงรอยเสยี บยอดหรือรอยทาบ 2.8 กดดินบรเิ วณโคนต้นใหแ้ น่น 2.9 ปกั ไมห้ ลักและผกู เชอื กยดึ เพอ่ื ปอ้ งกนั ลมพดั โยก 2.10 หาวัสดุคลุมดนิ บริเวณโคนต้น เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แห้ง 2.11 รดน้�ำใหช้ ่มุ 2.12 ท�ำรม่ เงา เพ่อื ชว่ ยพรางแสงแดด 2.13 แกะผา้ พลาสติกทีพ่ ันรอยเสียบยอดหรือรอยทาบ เมอื่ ปลกู ไปแลว้ ประมาณ 1 - 2 เดอื น 87

3. การดแู ลรกั ษา 3.1 การใสป่ ยุ๋ ต้นท่ใี หผ้ ลผลิตแลว้ แบง่ การใส่ปุ๋ยดงั น้ี - บ�ำรงุ ตน้ ใช้ปุ๋ยเคมสี ูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 - สรา้ งตาดอก ใชป้ ุย๋ เคมีสูตร 12-24-12 หรอื 8-24-24 - บำ� รุงผล ใช้ปยุ๋ เคมสี ูตร 15-15-15 - ปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ใชป้ ยุ๋ เคมีสูตร 13-13-21 ส่วนปรมิ าณการใสป่ ุ๋ยประมาณคร้ังละ 2 - 3 กิโลกรัมต่อตน้ ส�ำหรับตน้ อายุ 8 - 10 ปี และเพ่มิ ปรมิ าณมากขึน้ ตามการเปล่ยี นแปลงของอายุ และทรงพุ่ม 3.2 การใหน้ ำ้� ปกตแิ ลว้ มะขามหวานเปน็ พชื ทที่ นแลง้ ไดด้ ี แตจ่ ะใชน้ ำ้� มากในชว่ งออกดอกและตดิ ฝกั เพราะถา้ ขาดนำ้� จะทำ� ใหฝ้ กั ไมม่ คี ณุ ภาพ ในระยะปลกู ใหมค่ วรใชน้ ำ้� อยา่ งสมำ่� เสมอ เมอ่ื มอี ายมุ ากขน้ึ การใหน้ ำ้� อาจมชี ว่ งหา่ งมากขน้ึ หลงั จากตดิ ฝกั แลว้ หากฝนทง้ิ ชว่ งจะตอ้ งมกี ารใหน้ ำ�้ อยา่ งสมำ่� เสมอ ฝกั จะเจรญิ เตบิ โตอยา่ งเตม็ ทแ่ี ละมคี ณุ ภาพดหี ลงั จากหมดฤดฝู นแลว้ จะงดการใหน้ ำ้� ฝกั มะขามหวาน จะเร่มิ แก่ และสุกในช่วงปลายปพี อดี 3.3 การปฏบิ ตั งิ านอน่ื ๆ การตดั แตง่ กงิ่ ตน้ มะขามหวานมไี มม่ ากนกั ถา้ ตน้ ยงั เลก็ อยจู่ ะปลอ่ ยให้ เจรญิ เตบิ โตอยา่ งเตม็ ที่ จะทำ� ใหก้ ารตดั แตง่ กง่ิ ทโ่ี คนตน้ เพยี งเลก็ นอ้ ยเทา่ นนั้ นยิ มตดั ใหม้ ลี ำ� ตน้ โคนเดยี ว โดยทวั่ ไปจะนยิ มไวโ้ คนตน้ สงู ประมาณ 50 เซนตเิ มตร แลว้ ใหแ้ ตกกงิ่ แขนง 4 กง่ิ และบงั คบั กงิ่ แขนงแตก เปน็ แขนงย่อยไปเรอ่ื ยๆ จนได้พ่มุ เตีย้ เมือ่ มะขามหวานให้ผลแล้วการตัดแต่งกงิ่ ก็ทำ� ไมม่ ากเช่นกัน สว่ นมากแลว้ จะตดั แตง่ กงิ่ ทแี่ หง้ ตาย กง่ิ ทถ่ี กู โรคแมลงทำ� ลาย กง่ิ ฉกี หกั กงิ่ ทแี่ ตกออกไขวก้ นั จนแนน่ ทบึ การตดั แตง่ กงิ่ ใหท้ รงพมุ่ โปรง่ จะชว่ ยใหอ้ อกดอกตดิ ฝกั กระจายทว่ั ถงึ ชว่ ยใหม้ คี ณุ ภาพดี และลดปญั หา เรอื่ งการหักของก่งิ เมือ่ ฝกั โตมากขึ้น 4. การปอ้ งกนั ก�ำจดั ศตั รูพชื 4.1 ระยะแตกใบออ่ น ใหป้ อ้ งกนั โรคราแปง้ และปอ้ งกนั แมลงกนิ ใบ เชน่ ดว้ งปกี แขง็ หนอนบงุ้ หนอนกระทู้ หนอนมงั กร 4.2 ระยะติดฝัก ให้ปอ้ งกนั ราด�ำ และป้องกันหนอนเจาะฝกั 5. การปฏบิ ัติหลงั การเกบ็ เก่ียว 5.1 การเก็บเกี่ยว จะใช้กรรไกรเก็บทีละฝัก โดยการเลือกฟังเสียง ฝักที่แก่จะมีเสียงโปร่ง หรือสังเกตจากสผี ิวเปลอื กนวลและแห้ง 5.2 การปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว หลงั จากเกบ็ ฝกั มาแลว้ จะทำ� การอบไอนำ้� หรอื นงึ่ เพอ่ื ฆา่ เชอื้ โดยนงึ่ ในไอน้ำ� เดอื ดนานประมาณ 5 - 10 นาที หรืออบแห้งท่อี ุณหภมู ิประมาณ 80 องศาเซลเซยี ส นานประมาณ 2 ชว่ั โมง หรืออบไมโครเวฟ 5.3 อายุการเกบ็ เกีย่ ว โดยการอบไอนำ�้ หรืออบแหง้ สามารถเกบ็ รกั ษาไวไ้ ด้นานประมาณ 1 ปี 88

ข้อมลู สภาพแวดลอ้ มทีเ่ หมาะสมตอ่ การเจริญเตบิ โตและใหผ้ ลผลติ ของมะขามหวาน สภาพแวดลอ้ ม ความเหมาะสม ขอ้ จำ� กัด 1.สภาพภูมอิ ากาศ - ปลกู ได้ดใี นสภาพพ้นื ท่ีฝนตกไม่ชุกมากนัก - ปริมาณน้ำ� ฝนเฉลยี่ ต่อปี 1,200 – 1,800 มลิ ลิเมตร - 2. สภาพพ้นื ท่ี - เปน็ ทส่ี งู นำ้� ไมท่ ว่ มขงั โปรง่ มแี สงแดดจดั สอ่ งทว่ั ถงึ ทงั้ ตน้ ไมช่ อบนำ้� ทว่ มขงั 3. สภาพดิน - ดนิ คอ่ นขา้ งเหนยี ว มอี นิ ทรยี วตั ถพุ อประมาณ - 4. สภาพน�ำ้ - ความเปน็ กรดเปน็ ดา่ งอยรู่ ะหวา่ ง 5.5 - 6.5 - ปรมิ าณนำ�้ ในชว่ งทมี่ ะขามใหผ้ ลผลติ จะตอ้ งมเี พยี งพอ จะขาดนำ้� ในชว่ งนไ้ี มไ่ ด้ เพราะ - จะทำ� ใหค้ ณุ ภาพฝกั ไมด่ ี

แนวทางการเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลิต และแหลง่ สบื คน้ ขอ้ มลู เพิ่มเติม แนวทางการเพิม่ ประสิทธิภาพการผลิต 1. การพักตัวและการเตรียมต้นเพื่อการออกดอกหลังเก็บฝักแล้ว ควรเร่งตัดแต่งกิ่งท่ีถูก โรคและแมลงเข้าทำ� ลาย ก่งิ แซม กงิ่ ซอ้ นทบั ก่ิงน้�ำคา้ ง ท�ำความสะอาดโคนต้นแลว้ ใสป่ ุ๋ยคอกต้นละ 30 - 50 กิโลกรัม พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 เพ่ือให้มีการแตกใบอ่อนอย่างรวดเร็ว และเมอ่ื ใบเรมิ่ แกใ่ นเดอื นเมษายน - พฤษภาคม ใหใ้ สป่ ยุ๋ เพอ่ื สรา้ งตาดอกสตู ร 8-24-24 หรอื 12-21-12 แหล่งสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม กรมสง่ เสริมการเกษตร. 2547. ค่มู อื พืชเศรษฐกจิ . กรงุ เทพฯ สำ� นกั งานคณะกรรมการวิจยั แหง่ ชาติ. 2555. 52 สปั ดาหร์ ้แู ลว้ รวย. กรงุ เทพฯ 90

มะปราง ข้ันตอนการปลูกและการดูแลรักษามะปราง การเตรียมการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เตรียมดิน ติดผล ตัดแตง่ กง่ิ แตกใบออ่ น บ�ำรงุ ต้น ออกดอก ทลี่ มุ่ ขดุ รอ่ งยกแปลงขน้ึ มา - ใหน้ ำ�้ อยา่ ง ตดั แตง่ กงิ่ ฉดี พน่ สารเคมปี อ้ งกนั กำ� จดั โรค 1. ใสป่ ยุ๋ เคมี ฉดี พน่ สารเคมปี อ้ งกนั กำ� จดั เพอ่ื เปน็ การระบายนำ�้ สมำ่� เสมอ ใสป่ ยุ๋ คอก และแมลง สตู ร 15-15-15 โรคและแมลง เชน่ เพลยี้ ทดี่ อน ไถพรวน และปรบั พนื้ ท่ี - ใส่ปุ๋ยเคมี และปยุ๋ เคมี - เพลยี้ ไฟ หรอื 8-24-24 ไฟ โรคแอนแทรคโนส ใหส้ มำ่� เสมอ สตู ร 15 -15 -15 สตู ร 15-15-15 - แมลงคอ่ มทอง 2. ฉดี พน่ สารเคมปี อ้ งกนั เตรยี มพนั ธ์ุ เพ่อื ขยาย - ดว้ งตดั ใบ กำ� จดั โรคและแมลง - ตน้ พนั ธค์ุ วรมลี กั ษณะแขง็ แรง ขนาดผล - โรคแอนแทรคโนส 3. งดการใหน้ ำ้� สมบรู ณ ไมม โี รคและแมลงทำ� ลาย - หนอนเจาะผกั 4. ใสป่ ยุ๋ สตู ร 8 -24 -24 และมกี ารชาํ อยใู นถงุ พลาสตกิ สดี าํ หรอื อยใู่ นวสั ดเุ พาะชาํ อยา งนอ ย การเกบ็ เกี่ยว 2 - 3 เดอื น กอ่ นเกบ็ เกย่ี วใสป่ ยุ๋ เคมี สตู ร 13 - 13 - 21 เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพผล การปฏบิ ัตหิ ลังการเกบ็ เกย่ี ว - ไมเ่ ปน็ ตน้ คา้ งปี จะสงั เกตจากเปลอื กผลมสี เี หลอื ง และใชก้ รรไกรตดั แตง่ กง่ิ ทข่ี ว้ั ผล 1. การเกบ็ เกยี่ ว จะสงั เกตจากเปลอื กผลมสี เี หลอื ง และใชก้ รรไกร ตดั แตง่ กงิ่ ทข่ี วั้ ผล นำ� มะปรางมาใสต่ ะกรา้ หรอื ภาชนะทจี่ ดั เตรยี มไว้ แตถ่ า้ ผลอยสู่ งู เกนิ ไป ควรใชบ้ นั ไดขน้ึ ไปเกบ็ หรอื ใชต้ ะกรอ้ สอยมะปราง การปลกู โรคศัตรูทสี่ ำ� คัญ 2. นำ� ผลมะปรางทเ่ี กบ็ มาแลว้ ไปคดั ขนาด และเปลอื กผลทม่ี บี าดแผล เลอื กใชต้ น้ พนั ธม์ุ ะปรางทไี่ ดจ้ ากการทาบกง่ิ หรอื เสยี บยอด ควรปลกู ในชว่ งตน้ ฤดฝู น - แมลงศตั รทู สี่ ำ� คญั คอื มจี ดุ ดำ� หรอื มอี าการเนา่ เสยี ออกไวต้ า่ งหาก ขดุ หลมุ ปลกู ใหม้ ขี นาด 50 x 50 เซนตเิ มตร ผสมดนิ ปยุ๋ คอก 5 กโิ ลกรมั และรอ็ คฟอสเฟต เพลยี้ ไฟ แมลงคอ่ มทอง 3. การบรรจุหีบหอ ให้ห่อผลมะปรางดวยทิชชูหรือตาข่ายโฟม ประมาณ 500 กรัม เข้าด้วยกันในหลุม สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ยกถุง ดว้ งตดั ใบ บรรจกุ ลอ งกระดาษ 1 - 2 กโิ ลกรมั ตน้ พนั ธม์ุ ะปรางวางในหลมุ โดยใหร้ ะดบั ของดนิ ในถงุ สงู กวา่ ระดบั ดนิ ปากหลมุ เลก็ นอ้ ย - โรคทส่ี ำ� คญั คอื 4. การเก็บรักษาผลผลิต ในอุณหภูมิปกติสามารถเก็บรักษาได้ ใชม้ ดี ทคี่ มกรดี ถงุ จากกน้ ถงุ ขนึ้ มาถงึ ปากถงุ ทง้ั 2 ดา้ น (ซา้ ยและขวา) ดงึ ถงุ พลาสตกิ ออก โรคแอนแทรคโนส 3 – 5 วนั ถา้ เกบ็ ในอณุ หภมู ิ 15 – 17 ºC จะเกบ็ ได้ 10 – 15 วนั ระวงั อยา่ ใหด้ นิ แตก กลบดนิ ทเ่ี หลอื ลงไปในหลมุ อยา่ กลบดนิ ใหส้ งู ถงึ รอยเสยี บหรอื รอยทาบ โรคราแปง้ และการเก็บรักษาเพ่ือการส่งออก เก็บที่อุณหภูมิ 3 – 5 ºC กดดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหแ้ นน่ ปกั ไมห้ ลกั และผกู เชอื กยดึ เพอื่ ปอ้ งกนั ลมโยก หาวสั ดคุ ลมุ ดนิ จะเกบ็ ไดป้ ระมาณ 30 วนั บรเิ วณโคนตน้ เชน่ ฟางขา้ ว หญา้ แหง้ รดนำ้� ใหช้ มุ่ ทำ� รม่ เงาเพอื่ ชว่ ยพรางแสงแดด แกะผา้ พลาสตกิ ทพี่ นั รอยเสยี บยอด หรอื รอยทาบ เมอ่ื ปลกู ไปแลว้ ประมาณ 1 เดอื น

เทคนคิ การปลูก และดแู ลรักษามะปราง 1. การเตรียมการก่อนปลูก 1.1 การเตรียมดนิ ท่ลี ุ่ม ขดุ รอ่ งยกแปลงขน้ึ มาเพ่อื ช่วยระบายนำ้� ในฤดฝู น ทีด่ อน ไถพรวน และปรับพ้นื ท่ีใหส้ มำ่� เสมอ 1.2 การเตรยี มพนั ธ์ุ ตน้ พนั ธคุ วรมลี กั ษณะแขง็ แรง สมบรู ณ ไมม โี รคและแมลงรบกวน และมกี ารชาํ อยใู นถงุ พลาสติกสดี าํ หรืออยใู่ นวสั ดเุ พาะชาํ อยา งนอ ย 2 - 3 เดอื น 1.3 การขยายพนั ธ์ุ ท�ำได้โดยวธิ กี ารทาบกิง่ และการเสียบยอด 2. การปลกู 2.1 วิธีปลูก เลือกใช้ต้นพันธุ์มะปรางท่ีได้จากการทาบก่ิงหรือเสียบยอด ควรปลูกในช่วงต้น ฤดูฝน ขดุ หลมุ ปลกู ให้มีขนาด 50 x 50 เซนตเิ มตร ผสมดิน ปยุ๋ คอก 5 กิโลกรัม และร็อคฟอสเฟต ประมาณ 500 กรมั เขา้ ดว้ ยกนั ในหลมุ สงู ประมาณ 2 ใน 3 ของหลมุ ยกถงุ ตน้ พนั ธม์ุ ะปรางวางในหลมุ โดยใหร้ ะดบั ของดนิ ในถงุ สงู กวา่ ระดบั ดนิ ปากหลมุ เลก็ นอ้ ย ใชม้ ดี ทค่ี มกรดี ถงุ จากกน้ ถงุ ขนึ้ มาถงึ ปากถงุ ทั้ง 2 ด้าน (ซ้ายและขวา) ดึงถุงพลาสติกออก ระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงไปในหลุม อยา่ กลบดนิ ใหส้ งู ถงึ รอยเสยี บหรอื รอยทาบ กดดนิ บรเิ วณโคนตน้ ใหแ้ นน่ ปกั ไมห้ ลกั และผกู เชอื กยดึ เพ่อื ป้องกนั ลมโยก หาวัสดคุ ลุมดินบริเวณโคนต้น เชน่ ฟางข้าว หญ้าแหง้ รดนำ�้ ใหช้ ุ่ม ทำ� รม่ เงา เพอ่ื ชว่ ยพรางแสงแดด แกะผา้ พลาสตกิ ทพี่ นั รอยเสยี บยอด หรอื รอยทาบ เมอ่ื ปลกู ไปแลว้ ประมาณ 1 เดอื น 2.2 ระยะปลูก ท่ีดอน 8 x 8 เมตร หรอื 6 x 6 เมตร ทลี่ ุ่ม 6 x 6 เมตร 2.3 จ�ำนวนตน้ ตอ่ ไร่ ท่ีดอน : 25 ต้นต่อไร่ (8 x 8 เมตร) และ 45 ต้นตอ่ ไร่ (6 x 6 เมตร) ที่ลุ่ม : 45 ต้นตอ่ ไร่ 92

3. การดูแลรกั ษา 3.1 การใส่ปุ๋ย 1) ใส่ปยุ๋ คอกและป๋ยุ หมักเป็นหลกั 2) ปุย๋ เคมี - ระยะบ�ำรุงตน้ ใสป่ ุ๋ยสูตร 15-15-15 หรอื 16-16-16 - ระยะสรา้ งตาดอก ใสป่ ุย๋ สตู ร 12-24-12 หรอื 8-24-24 - ระยะบ�ำรงุ ผล ใส่ป๋ยุ สตู ร 15-15-15 หรอื 16-16-16 - ระยะปรบั ปรงุ คณุ ภาพ ใส่ป๋ยุ สตู ร 13-13-21 หรอื 12-17-2 หมายเหตุ ปริมาณการใสป่ ุ๋ยครงั้ ละประมาณ 1 – 2 กโิ ลกรัมต่อตน้ ส�ำหรับตน้ มะปราง อายุ 8 ปี และเพม่ิ ปรมิ าณมากขน้ึ ตามอายุและทรงพุ่ม 3.2 การให้น้�ำ ในระยะแรกท่ีเริม่ ปลูก ควรใหน้ ้�ำตน้ มะปรางให้ช่มุ อยูเ่ สมอ 3 – 5 วันต่อครั้ง เม่ืออายุ 3 – 6 เดือน ใหน้ ้ำ� 7 – 10 วันต่อครงั้ และเมือ่ มะปรางแตกใบอ่อนใหม่ หลังตดิ ดอก ควรมกี ารใหน้ ำ้� อยา่ งสม่�ำเสมอ 3.3 การตดั แตง่ กง่ิ มะปรางเป็นไม้ผลท่มี ีการออกยอด แตกก่งิ กา้ นสาขามาก และมใี บมาก ทรงต้นค่อนข้างทึบ มีกิ่งที่สมบูรณ์แข็งแรงและกิ่งอ่อนแอปะปนกัน จึงควรมีการตัดก่ิงแขนงออก ต้ังแตป่ ระมาณต้นยงั เลก็ เม่ือตน้ มีขนาดใหญ่ข้ึนจะท�ำให้มะปรางมกี ารออกดอกตดิ ผลกระจายทัว่ ท้งั ต้นอย่างสม�่ำเสมอ 4. ศตั รพู ชื ท่ีส�ำคัญ 4.1 แมลงศัตรทู ่สี ำ� คัญ คอื เพลีย้ ไฟ แมลงคอ่ มทอง ดว้ งตัดใบ 4.2 โรคท่ีสำ� คญั คอื โรคแอนแทรคโนส โรคราแปง้ 5. การปฏิบัติก่อนและหลงั การเก็บเกยี่ ว 5.1 การเกบ็ เกยี่ ว จะสงั เกตจากเปลอื กผลมสี เี หลอื ง และใชก้ รรไกรตดั แตง่ กง่ิ ทขี่ วั้ ผล นำ� มะปราง มาใสต่ ะกรา้ หรอื ภาชนะทจี่ ดั เตรยี มไว้ แตถ่ า้ ผลอยสู่ งู เกนิ ไป ควรใชบ้ นั ไดขน้ึ ไปเกบ็ หรอื ใชต้ ะกรอ้ สอยมะปราง 5.2 นำ� ผลมะปรางทเี่ กบ็ มาแลว้ ไปคดั ขนาด เปลอื กผลทม่ี บี าดแผลมจี ดุ ดำ� หรอื มอี าการเนา่ เสยี แยกออกไว้ตา่ งหาก 5.3 การบรรจหุ บี หอ ใหห้ อ่ ผลมะปรางดว ยทชิ ชหู รอื ตาขา่ ยโฟม บรรจกุ ลอ งกระดาษ 1 - 2 กโิ ลกรมั 5.4 การเกบ็ รกั ษาผลผลิต ในอุณหภมู ิปกตสิ ามารถเกบ็ รกั ษาได้ 3 – 5 วนั ถา้ เกบ็ ในอุณหภูมิ 15 – 17 ºC จะเกบ็ ได้ 10 – 15 วันและการเก็บรักษาเพอื่ การส่งออก เก็บท่ีอุณหภูมิ 3 – 5 ºC จะเก็บไดป้ ระมาณ 30 วัน 93

ขอ้ มลู สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตและใหผ้ ลผลติ ของมะปราง สภาพแวดล้อม ความเหมาะสม ขอ้ จ�ำกดั 1.สภาพภูมิอากาศ 2. สภาพพนื้ ท่ี แหล่งปลูกควรมีฤดูฝน รอ้ นสลบั หนาว อณุ หภูมเิ ฉลีย่ 20 – 30 องศา - เซลเซยี ส 3. สภาพดนิ 4. ธาตุอาหาร เจรญิ เติบโตได้ในความสูงต้งั แตร่ ะดับน�้ำทะเลไมเ่ กิน 1,000 เมตร ถา ระดบั พนื้ ทสี่ งู เกนิ 1,000 เมตร มะปรางจะไมอ อกดอก 5. สภาพน้ำ� แตท่ ่คี วามสูง 600 เมตร จะเป็นความสงู ทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ ใหผ ลผลติ ตา่ํ นอกจากนค้ี วามสงู ของพนื้ ทมี่ อี ทิ ธพิ ล ตอระยะเวลาการออกดอกของมะปราง คือทุกๆ ความสงู 130 เมตร มะปรางจะออกดอกชา ไป 4 วนั สามารถเจริญเตบิ โตไดใ้ นดนิ หลายชนิด แตจ่ ะเจริญได้ดีในดินร่วน - หรอื ดนิ เหนยี วร่วน ความเปน็ กรดเปน็ ดา่ ง (pH) อยรู่ ะหวา่ ง 5.5 – 7.5 มคี วามอดุ มสมบรู ณส์ งู ควรมีธาตอุ าหารหลัก N P K ในดนิ สมบรู ณ์ ควรเปน็ พนื้ ทที่ มี่ แี หลง่ นำ้� เพยี งพอตอ่ การเจรญิ เตบิ โต โดยเฉพาะชว่ งตดิ ผล - และนำ้� ทีใ่ ชร้ ดใหก บั ตน มะปราง ควรมคี า ความเป็นกรดเปน็ ดา่ ง (pH) 6.5 - 7.0 คือ ควรมสี ภาพเปน กลาง