2.5 สภาพและปัญหาการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี- ของสถาบนั อดุ มศกึ ษาเฉพาะทาง 2.5.1 สภาพทัว่ ไป การศึกษาเฉพาะทางเป็นการศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะด้านวิชาชีพหรืออาชีพที่จัดขึ้นตามความต้องการของหนว่ ยงานหรอื องคก์ รโดยเฉพาะ เปน็ การศกึ ษาทม่ี งุ่ จดั ใหเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ ง-กบั ลกั ษณะความตอ้ งการของกลมุ่ เปา้ หมาย หนว่ ยงาน หรอื องคก์ ร และเปน็ การ-ศกึ ษาทไ่ี มอ่ าจดำเนนิ การไดโ้ ดยสถาบนั การศกึ ษาปกติ หรอื สถาบนั ปกตดิ ำเนนิ การ-ได้ แต่มีเหตุผลและความจำเป็นเฉพาะของหน่วยงาน หรือองค์กรที่ต้องผลิตเอง(อำพล และคณะ) ซึ่งในเรื่องนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542มาตรา 21 ระบวุ า่ \"กระทรวง ทบวง กรม รฐั วสิ าหกจิ และหนว่ ยงานอน่ื ของรฐัอาจจดั การศกึ ษาเฉพาะทางตามความตอ้ งการและความชำนาญของหนว่ ยงานนน้ั ได้โดยคำนึงถึงนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง\" ในปี พ.ศ. 2543 มีสถานศึกษาเฉพาะทางรวมทั้งสิ้น 110 แห่งมจี ำนวนนกั เรยี น นกั ศกึ ษา 40,134 คน มอี าจารยท์ ง้ั สน้ิ 6,549 คน สถานศกึ ษา-เหลา่ นส้ี งั กดั หนว่ ยงานรวม 9 หนว่ ยงานใน 7 กระทรวง ไดแ้ ก่ สำนกั งานตำรวจ-แห่งชาติ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและ-สหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละสง่ิ แวดลอ้ ม กบั อกี 2 หนว่ ยงาน คอื กรงุ เทพมหานครและสภากาชาดไทย หน่วยงานเหล่านี้บางแห่งมีกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบเกย่ี วกบั การจดั การศกึ ษาของหนว่ ยงานนน้ั ๆ มพี ระราชบญั ญตั กิ ำหนดวทิ ยฐานะ-ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถให้ปริญญาและมีพระราชกฤษฎีกากำหนดชื่อปริญญาไวช้ ดั เจน เชน่ กระทรวงกลาโหม แตม่ อี กี หลายหนว่ ยงานทไ่ี มส่ ามารถใหป้ รญิ ญา- ⌦⌫⌦⌫
ได้ ต้องไปสมทบกับสถาบันอื่น เช่น กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2544 : 1-2) ในจำนวนนี้เป็นสถานศึกษาเฉพาะทางทผ่ี ลติ กำลงั คนดา้ นอาชวี ศกึ ษาและเทคโนโลยี อาทิ โรงเรยี นวศิ วกรรม-รถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ปัจจุบันรับผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพมาเรยี นตามหลกั สตู ร 2 ปี ซง่ึ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารเทยี บใหเ้ ทา่ ระดบั ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สงู เปน็ ระดบั อดุ มศกึ ษาตำ่ กวา่ ปรญิ ญา โรงเรยี นชา่ งการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคกรมอู่ทหารเรือมีโรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ สถาบันการบินพลเรือน กระทรวง-คมนาคมเปิดสอนหลายหลักสูตรทั้งในระดับประกาศนียบัตรและเทียบเท่าอนปุ รญิ ญา เชน่ หลกั สตู รการบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งวดั ประกอบการบนิ หลกั สตู รการ-บำรงุ รกั ษาอากาศยาน หลกั สตู รการบำรงุ รกั ษาเครอ่ื งสอ่ื สาร และหลกั สตู รระดบั -ปริญญาตรี อาทิ หลักสูตรเทคโนโลยีการบินบัณฑิต สาขาการจัดการจราจรทาง-อากาศ สาขาวิชาการจัดการท่าอากาศยาน สาขาวิชาการจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ ซง่ึ ปจั จบุ นั สถาบนั การบนิ พลเรอื นไดเ้ ขา้ เปน็ สถาบนั สมทบกบั มหาวทิ ยาลยั -เทคโนโลยสี รุ นารี ซง่ึ เพม่ิ ศกั ยภาพใหส้ ถาบนั สามารถผลติ บณั ฑติ ระดบั ปรญิ ญาตรีได้ โดยทกุ วชิ าทกุ หลกั สตู รจดั การเรยี นการสอนเปน็ ภาษาองั กฤษ 2.5.2 ปัญหาการผลิตกำลังคน อำพล และคณะ (อ้างถึงใน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาต,ิ 2544 : 19-21) ไดส้ รปุ จดุ เดน่ จดุ ดอ้ ยของการศกึ ษาเฉพาะทาง เฉพาะจุดด้อยหรือจุดที่เป็นปัญหาสามารถสรุปได้ดังนี้ 1. ยังขาดเอกภาพในการกำหนดนโยบายและการบริหารการศึกษาในภาพรวม 2. บางหนว่ ยงานไมม่ กี ฎหมายรองรบั ไมค่ ลอ่ งตวั ในการจดั การศกึ ษาบางครั้งถูกระบุว่าทำงานผิดหน้าที่ 3. หลายหนว่ ยงานถอื วา่ การจดั การศกึ ษาเฉพาะทางไมใ่ ชห่ นา้ ทห่ี ลกั -ขององค์กร การได้รับการสนับสนุนไม่ดีพอ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ⌦⌫⌦⌫
และกระทรวงสาธารณสขุ เปน็ ตน้ 4. ในภาพรวมแล้วยังไม่มีการประกันคุณภาพที่เป็นระบบบางหน่วยงานจัดการศึกษาโดยไม่อิงระบบปกติ เช่น หลักสูตรวิศวกรรมรถไฟ-ของกระทรวงคมนาคม เปน็ ตน้ 5. หลายหน่วยงานการพัฒนาอาจารย์ขาดกลไกสนับสนุนจากระบบ-การศกึ ษาปกติ มคี วามเหลอ่ื มลำ้ กบั ระบบการศกึ ษาปกตมิ าก ทำใหร้ ะบบใหญไ่ ม-่เออ้ื ตอ่ การธำรงรกั ษาอาจารยท์ ม่ี คี วามรคู้ วามสามารถ และมปี ระสบการณส์ งู ไวไ้ ด้ 2.6 สภาพปัญหาการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี ทม่ี กี ารศกึ ษาวจิ ยั โดยองคก์ รตา่ ง ๆ 2.6.1 สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ จากการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ-สงั คมแหง่ ชาติ (2546 : 45-64) ตามโครงการศกึ ษาการพฒั นาขดี ความสามารถใน-การแข่งขันของไทย ได้วิเคราะห์คุณภาพของปัจจัยการผลิตด้านทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยแบ่งการวิเคราะห์ทรัพยากรมนุษย์เป็น 2 กลุ่ม คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถขน้ั พน้ื ฐาน (Basic Human Resources) ซง่ึ หมายถงึ ทรพั ยากรมนษุ ย-์โดยทั่วไป รวมทั้งแรงงานไร้ทักษะ (Unskilled Labour) หรือแรงงานกึ่งทักษะ(Semi-skilled Labour) และทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถเฉพาะชั้นสูง(Specialized/Advance Human Resources) ซึ่งหมายถึงบุคลากร/แรงงานที่มีการศึกษาและคุณภาพระดับสูง โดยเฉพาะแรงงานในด้านวิทยาศาสตร์และ-เทคโนโลยี ผลการวเิ คราะหส์ รปุ ไดด้ งั น้ี 1. ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถขั้นพื้นฐาน 1.1 ทรพั ยากรมนษุ ยข์ องไทยโดยทว่ั ไปยงั มรี ะดบั การศกึ ษาและ-คุณภาพต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวคือ ในภาพรวมแรงงานไทย ⌦⌫⌦⌫
มากกวา่ รอ้ ยละ 62 ของจำนวนแรงงานทง้ั หมดยงั มกี ารศกึ ษาทไ่ี มเ่ กนิ ระดบั ประถมศึกษา และเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ประชากรในช่วงอายุ 25-64 ปีซง่ึ เปน็ ประชากรทอ่ี ยใู่ นวยั ทเ่ี ปน็ กำลงั แรงงานของไทยทม่ี รี ะดบั การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา-ตอนปลายขน้ึ ไปในทกุ กลมุ่ อายุ ยงั มจี ำนวนนอ้ ยกวา่ ประเทศตา่ ง ๆ มาก 1.2 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยมีการลงทุนสูงแต่-ประสิทธิภาพต่ำ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาโดยตลอด ภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการพัฒนาการศึกษาใน-ระดบั ทส่ี งู เมอ่ื เทยี บกบั คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นอน่ื ๆ ของรฐั บาล นอกจากนน้ั การใชจ้ า่ ยของ-ภาครฐั ในดา้ นการศกึ ษาตอ่ GNP มอี ตั ราสงู กวา่ ของประเทศอน่ื ๆ แตเ่ มอ่ื พจิ ารณา-ในด้านประสิทธิภาพ พบว่า จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นจาก6.1 ปี ในปี พ.ศ. 2535 เปน็ 7.8 ปี ในปี พ.ศ. 2543 และอตั ราการเขา้ เรยี นตอ่ในทุกระดับการศึกษาของนักเรียน ซึ่งแม้จะสูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเพิ่มขึ้นเป็นรอ้ ยละ 73.5 ในปี พ.ศ. 2543 แตเ่ มอ่ื เทยี บกบั ประเทศเพอ่ื นบา้ นแลว้ จำนวนป-ีการศึกษาโดยเฉลี่ยและอัตราการเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาของคนไทยยังอยู่ในระดบั ตำ่ กวา่ หลาย ๆ ประเทศ เชน่ ญป่ี นุ่ เกาหลี และสงิ คโปร์ ทป่ี ระชาชนม-ีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยประมาณ 9-10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และมีอัตราการเขา้ เรยี นตอ่ ระดบั มธั ยมศกึ ษาของประชากรสงู กวา่ ไทยประมาณรอ้ ยละ 20 เมอ่ื พจิ ารณาในดา้ นคณุ ภาพการศกึ ษา โดยเฉพาะดา้ นวทิ ยาศาสตร-์และคณิตศาสตร์ ประเทศไทยยังด้อยกว่าอีกหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีเวียดนาม ซึ่งมีการลงทุนของภาครัฐด้านการศึกษาน้อยกว่าไทย แต่มีผลการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการของนักเรียนสูงกว่าไทย 2. ทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถเฉพาะหรือขั้นสูง 2.1 การผลติ ทรพั ยากรมนษุ ยใ์ นสาขาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยียังมีปริมาณน้อย แต่ปัจจุบันยังสามารถรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถรองรับการเติบโตของ- ⌦⌫⌦⌫
อุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศในอนาคตได้ แม้ว่าการผลิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยจะอยู่ในระดับที่เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด แต่เมื่อพิจารณาแยกตามสาขาวิชา พบว่า มีสัดส่วนของนักศึกษาในสายวิทยาศาสตร์ประมาณร้อยละ 33 เท่านั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้วยังด้อยกว่ามาก โดยจำนวนนักศึกษาที่เข้าใหม่และบัณฑิตที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยมีเพียงร้อยละ 27 และ29 ตามลำดบั ซง่ึ อยใู่ นระดบั ทต่ี ำ่ กวา่ จนี และสงิ คโปรเ์ กอื บ 1 เทา่ ตวั จากการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2545 พบว่า ปริมาณการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย ปัจจุบันยังคงสามารถรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้เนอ่ื งจากอตุ สาหกรรมของไทยสว่ นใหญย่ งั คงเปน็ อตุ สาหกรรมทใ่ี ชแ้ รงงานจำนวน-มากเพื่อผลิต และยังใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ทำให้มีความต้องการแรงงานระดับล่างมากกว่าแรงงานระดับสูง ที่ต้องใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ-เทคโนโลยี แต่ในปี พ.ศ. 2549 อุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะมีความต้องการกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งหากอัตราการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน จะก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบางสาขาอุตสาหกรรมได้ เช่นสาขาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ และสถิติ และกำลังคนที่มีการศึกษาสงู กวา่ ระดบั ปรญิ ญาตรี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หากมกี ารลงทนุ จากตา่ งประเทศ หรอื -มกี ารขยายตวั ของอตุ สาหกรรมทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยขี น้ั สงู มากขน้ึ การผลติ กำลงั คนดา้ น-วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอัตราที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ยิ่งจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม 2.2 การผลิตบุคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการของ-อุตสาหกรรม จากการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เห็นว่าคุณภาพของแรงงานยังอยู่ในระดับที่ ⌦⌫⌦⌫
ไมน่ า่ พงึ พอใจนกั โดยเฉพาะแรงงานในระดบั อาชวี ศกึ ษา และระดบั ทส่ี งู กวา่ ปรญิ ญา-ตรี ซง่ึ มคี ณุ ภาพและประสบการณไ์ มต่ รงกบั ความตอ้ งการของอตุ สาหกรรม และ-พบว่า คุณภาพโดยทั่วไปของแรงงานที่ขาด คือ ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศภาษาต่างประเทศ การวิจัยและพัฒนา การออกแบบ การควบคุมคุณภาพ และการตลาดระหวา่ งประเทศ 2.3 ความพยายามของภาครัฐในการผลิตกำลังคนให้ตรงกับ-ความต้องการของอุตสาหกรรมมีอยู่แต่ยังไม่เพียงพอและมีปัญหาหลายประการปญั หาสำคญั ของการผลติ กำลงั คนทไ่ี มส่ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของอตุ สาหกรรม-มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขาดการประสานงานที่ดีในการจัดหลักสูตรการศึกษาระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ 2.4 แรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมขาดโอกาสและแรงจูงใจในการ-พฒั นาตามสายอาชพี ของตนเอง ทำใหอ้ ตุ สาหกรรมขาดแรงงานทม่ี คี วามเชย่ี วชาญ-เฉพาะ ปัญหาหนึ่งของการพัฒนาแรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมแล้ว คือ แรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่างเทคนิคที่มีคุณวุฒิไม่สูง ไม่ได้มีการพัฒนาทักษะฝีมือของตนอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหนึ่งคือ การไม่มีมาตรฐาน-คุณวุฒิที่ชัดเจนเพื่อให้มีทางก้าวหน้าในสายวิชาชีพ ทำให้บุคลากรสายช่างเทคนิคที่ต้องการความก้าวหน้าเปลี่ยนสายโดยพยายามศึกษาต่อเพื่อเป็นวิศวกร เพื่อทจ่ี ะมโี อกาสเตบิ โตในสายบรหิ ารได้ ทำใหอ้ ตุ สาหกรรมขาดแรงงานชา่ งเทคนคิ ทม่ี -ีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างมาก 2.6.2 สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ คณะกรรมการอำนวยการปฏริ ปู การศกึ ษา สำนกั งานคณะกรรมการ-การศึกษาแห่งชาติ (2547 : 28-29) ได้สรุปสภาพปัจจุบันและปัญหาของการ-อาชีวศึกษา ในการจัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาเสนอต่อคณะ-รฐั มนตรี ดงั น้ี ⌦⌫⌦⌫
1. ขาดทิศทางและเป้าหมายการพัฒนากำลังคนโดยรวมของชาติมีผลทำให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามความพร้อมของสถานศึกษา ไม่สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของบคุ ลากร และประเทศชาติ 2. คุณภาพและสมรรถภาพของกำลังคนยังไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยอยู่ในอันดับค่อนข้างต่ำ ทั้งด้านผลติ ภาพของแรงงานโดยรวมและในภาคการผลติ ตา่ ง ๆ 3. ระบบการศึกษาและฝึกอบรมขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลไม่สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้หรือภาคประกอบการ และเน้นวุฒิบัตรมากกว่าที่จะคำนึงถึงสมรรถนะในการปฏิบัติงานได้จริง ภาคประกอบการต้องจัดฝึกอบรมให้ผู้เริ่มทำงาน กำลังแรงงานไทยยังมีความรู้และทักษะ รวมทั้ง-คุณลักษณะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานที่ค่อนข้างต่ำ 4. การดำเนินงานที่ผ่านมายังขาดการระดมทรัพยากรจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งรัฐและเอกชนอย่างจริงจัง ยังไม่มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี-สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาและฝึกอบรมให้กวา้ งขวาง และไดค้ ณุ ภาพมาตรฐาน 5. ขาดการวิจัยและพัฒนา ข้อมูลของกรมอาชีวศึกษา และผลการ-ประเมนิ ของ IMD ในปี พ.ศ. 2545 แสดงใหเ้ หน็ วา่ ประเทศไทยมคี า่ ใชจ้ า่ ยเพอ่ื การ-วจิ ยั และพฒั นา เพอ่ื การเรยี นการสอน และการพฒั นาเทคโนโลยเี พอ่ื สงั คมตำ่ มาก 6. ขาดการกำหนดมาตรฐานของชาติเกี่ยวกับอาชีพและวิชาชีพที่จะ-เป็นกรอบการพัฒนาสมรรถนะของคนไทยเข้าสู่มาตรฐานสากล และขาดกรอบแนวทางการจัดการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเป้าหมายการพัฒนาประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2543 : 126-130) ได้-วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของการจัดอาชีวศึกษาของประเทศไทยไว้ดังนี้ ⌦⌫⌦⌫
จดุ แขง็ 1. มีหน่วยงานหลายสังกัดที่จัดอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพแต่ละหน่วยงานจัดเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มวัยเรียนและวัยแรงงาน ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ โดยมีสถานศึกษาและศูนย์ฝึกอาชพี กระจายอยทู่ กุ ภมู ภิ าค ครอบคลมุ ทกุ จงั หวดั /อำเภอ 2. ภาคเอกชนมีความสนใจจะเข้ามาร่วมจัดการศึกษาทางด้านอาชีพ 3. สถาบันอุดมศึกษาด้านเทคโนโลยีมีศักยภาพ หลายสถาบันมี-ศักยภาพที่จะพัฒนาสู่มาตรฐานสากล จดุ อ่อน 1. ขาดเอกภาพในการดำเนนิ งาน ไมม่ แี ผนแมบ่ ทการพฒั นากำลงั คนที่จะช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ และกำหนดความต้องการกำลังคนทช่ี ดั เจน ไมม่ เี ปา้ หมายทแ่ี นน่ อนในเรอ่ื งการพฒั นากำลงั คน การจดั การศกึ ษาและ-ฝกึ อบรมสว่ นใหญเ่ นน้ ดา้ นอปุ ทาน (Supply Driven) หรอื ตามความพรอ้ มของ-หน่วยงานผู้จัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบ การพัฒนากำลังคนที่อยู่ต่างสังกัดยังขาดการประสานงานแบบร่วมแรงร่วมใจที่ยึดเป้าหมายการพัฒนากำลังคนให้กับ-ประเทศ ทำใหไ้ มส่ ามารถใชท้ รพั ยากรตา่ ง ๆ รว่ มกนั 2. กำลังคนด้อยคุณภาพ ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาจำนวนมากที่ด้อยคุณภาพ ไม่พร้อมจะทำงานในสถานประกอบการ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเนื้อหาหลักสูตรที่เรียนไม่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ อาจเป็นผลจากการจัดทำหลักสูตรขาดความยืดหยุ่นและคล่องตัวในระดับสถานศึกษาอุปกรณ์การฝึกล้าสมัยไม่ทันต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นอกจากนี้ การจัดการเรยี นการสอนสว่ นใหญย่ งั เนน้ ภาคทฤษฎี สว่ นการปฏบิ ตั เิ ปน็ การฝกึ ปฏบิ ตั ใิ น-สถานศึกษามากกว่าในสถานประกอบการ 3. ขาดความเสมอภาค ผทู้ เ่ี ขา้ เรยี นในสถานศกึ ษาประเภทอาชวี ศกึ ษา-ของรัฐและเอกชนมีภาระค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ⌦⌫⌦⌫
4. ขาดการวิจัยและพัฒนา มีการใช้งบประมาณด้านการวิจัยและ-พฒั นาในสดั สว่ นทต่ี ำ่ มาก ทำใหไ้ มส่ ามารถสรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ ๆ มาสรา้ งนวตั กรรม-เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนที่ทันสมัย ตลอดจนสร้างงานและอาชีพใหม่ ๆ ที่หลากหลายและสอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 5. ขาดแคลนคร-ู อาจารย์ อตั ราสว่ นนกั เรยี นตอ่ ครคู อ่ นขา้ งสงู 6. ขาดความรว่ มมอื กบั สถานประกอบการในการจดั การอาชวี ศกึ ษา-และการฝึกอาชีพ เนื่องจากทุนมีอยู่จำกัดและแรงจูงใจไม่เพียงพอ กฎระเบียบมากเกนิ ไป และไมม่ คี วามรว่ มมอื กนั ในการกำหนดนโยบายเกย่ี วกบั การฝกึ อบรม-ร่วมกัน2.7 สรุปปัญหาการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีของ-ประเทศไทย จากสภาพและปัญหาการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีของ-หน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย-เทคโนโลยีราชมงคล สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน สถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางบางแห่ง และผลการศึกษาขององค์กรต่าง ๆ ได้แก่คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสามารถสรปุ ปญั หาการผลติ กำลงั คนดา้ นอาชวี ศกึ ษาและเทคโนโลยขี องประเทศไทยได้ดังน้ี 1. ความพรอ้ มในการสนบั สนนุ ดา้ นกฎหมายยงั มขี อ้ จำกดั บางสถานศกึ ษา-กฎหมายอยใู่ นระหวา่ งกระบวนการทางนติ บิ ญั ญตั ซิ ง่ึ ใชเ้ วลานาน บางสถานศกึ ษา-โดยเฉพาะสถานศึกษาเฉพาะทางไม่มีกฎหมายรองรับเป็นการเฉพาะ 2. ทิศทางและเป้าหมายการพัฒนากำลังคนโดยรวมไม่ชัดเจน ทั้งนี้เนื่องมาจากขาดความพร้อมในการสนับสนุนด้านกฎหมาย ⌦⌫⌦⌫
3. มีการขยายสถานศึกษาเร็วเกินไป ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากรัฐ หรืองบประมาณที่ได้รับน้อยเกินไป ทำให้เป็นปัญหาในการบริหาร 4. คร-ู อาจารย์ บางสาขามจี ำนวนนอ้ ย แตบ่ างสาขามจี ำนวนมากเกนิ ทำให-้สดั สว่ นคร-ู อาจารยต์ อ่ นกั ศกึ ษาหลากหลายแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะสาขา 5. คุณภาพครูไม่สอดคล้องกับภารกิจที่ต้องการผู้มีความรู้ ทักษะ และ-ประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพของตน 6. อัตราการเข้า-ออกของครู-อาจารย์ ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสถานศึกษาเอกชน 7. การพฒั นาคร-ู อาจารย์ ยงั ขาดการสนบั สนนุ อยา่ งจรงิ จงั และตอ่ เนอ่ื ง 8. อัตรากำลังบุคลากรสายสนับสนุนการสอนขาดแคลน 9. ไม่สามารถเปิดหลักสูตรใหม่ที่เป็นความต้องการได้อย่างทันท่วงทีเพราะขาดความคล่องตัว 10. ผเู้ รยี นสว่ นหนง่ึ มพี น้ื ฐานความรตู้ ำ่ โดยเฉพาะสถานศกึ ษาเอกชน 11. ผู้สมัครเข้าศึกษาต่อมีแนวโน้มลดลง 12. เครื่องมือเครื่องจักร และอุปกรณ์การฝึกเก่า ล้าสมัย เสื่อมสภาพไมท่ นั กบั การพฒั นาทางเทคโนโลยี และมจี ำนวนนอ้ ยไมเ่ พยี งพอ 13. อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน ยังขาดแคลน ส่วนที่มีอยู่บ้างมีสภาพเก่าลา้ สมยั และเสอ่ื มสภาพ 14. บางสถานศกึ ษามงี บประมาณวสั ดฝุ กึ ตำ่ สง่ ผลตอ่ การเรยี นและฝกึ ทกั ษะ 15. ความรว่ มมอื กบั สถานประกอบการในการจดั การเรยี นการสอนยงั มจี ำกดั 16. การระดมทรัพยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งรัฐ และเอกชนไม่จริงจังและต่อเนื่อง 17. ไมม่ กี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเพอ่ื กระจายโอกาสทางการศกึ ษาและฝกึ อบรมใหก้ วา้ งขวาง และไดค้ ณุ ภาพมาตรฐาน ⌦⌫⌦⌫
18. ผู้จบอาชีวศึกษามีความรู้และทักษะรวมทั้งคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการ-ปฏบิ ตั งิ านคอ่ นขา้ งตำ่ ไมต่ รงตามความตอ้ งการของตลาดแรงงาน 19. อัตราผู้จบอาชีวศึกษาที่ออกไปทำงานยังต่ำ ทำให้ขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ 20. เน้นวุฒิบัตรมากกว่าที่จะคำนึงถึงสมรรถนะในการปฏิบัติงานจริง 21. ผลการวิจัยด้านการสนับสนุนการพัฒนาระบบการอาชีวศึกษายังมีน้อย 22. สถานศึกษาบางส่วนยังไม่ตระหนักในด้านการประกันคุณภาพการศึกษาไม่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องให้บรรลุผล 23. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดทำ และการใช้ข้อมูลเพื่อการบริหาร การเรียนการสอน และกิจกรรมนักศึกษายังมีในวงจำกัดเพียงเล็กน้อยเทา่ นน้ั 24. ไม่มีระบบรองรับการกำหนดมาตรฐานของชาติเกี่ยวกับอาชีพและวิชาชีพ ที่จะเป็นกรอบการพัฒนาสมรรถนะของคนไทยและการเทียบโอน เพื่อเขา้ สมู่ าตรฐานชาติ และมาตรฐานสากล ⌦⌫⌦⌫
........................................................ ประเทศต่าง ๆ ในโลกล้วนมีระบบการศึกษาเป็นของตนเอง เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่าการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งในระบบการศกึ ษาของประเทศนน้ั ๆ เพอ่ื ใหเ้ หน็ ภาพกวา้ งของเสน้ ทางการอาชวี ศกึ ษาและ-เทคโนโลยีของประเทศต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคของโลก ในที่นี้จะได้กล่าวถึงสภาพทว่ั ไป และการจดั การศกึ ษาของประเทศตา่ ง ๆ 7 ประเทศ ไดแ้ ก่ ประเทศ-ออสเตรเลีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นสาธารณรฐั เกาหลี และสาธารณรฐั สงิ คโปร์ ดงั น้ี 3.1 ประเทศออสเตรเลยี 3.1.1 สภาพทว่ั ไป ออสเตรเลยี เปน็ เกาะขนาดใหญ่ ตง้ั อยรู่ ะหวา่ งมหาสมทุ รอนิ เดยี และ-มหาสมุทรแปซิฟิค มีพื้นที่ประมาณ 7.7 ล้านตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 15เทา่ ของประเทศไทย ประมาณหนง่ึ ในสามของพน้ื ทท่ี ง้ั หมดเปน็ ทะเลทรายรอ้ นระอุประเทศออสเตรเลียปกครองด้วยระบบเสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตก แบ่งการปกครองเปน็ 8 รฐั ไดแ้ ก่ มณฑลตอนเหนอื (Northern Territory) ควนี สแลนด์(Queensland) นวิ เซาทเ์ วลส์ (New South Wales) มณฑลนครหลวงออสเตรเลยี ⌦⌫⌦⌫
(Australian Capital South Wales) วคิ ตอเรยี (Victoria) ทสั เมเนยี (Tasmania)ออสเตรเลยี ใต้ (South Australia) และออสเตรเลยี ตะวนั ตก (Western Australia)โครงสรา้ งประกอบดว้ ย 3 ระดบั คอื รฐั บาลสหพนั ธรฐั (รฐั บาลกลาง) รฐั บาลรฐัและรฐั บาลทอ้ งถน่ิ ซง่ึ มาจากการเลอื กตง้ั มปี ระชากรประมาณ 19 ลา้ นคน เปน็ -เชื้อชาติอังกฤษประมาณกว่าร้อยละ 90 นอกนั้นเป็นชาติอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงชาวเอเซีย ชนพื้นเมืองดั้งเดิมคือชาวอะบอริจิน ประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 61อาศัยอยู่ในชนบท ประมาณครึ่งหนึ่งมีงานทำ ร้อยละ 69 อยู่ในภาคบริการร้อยละ 21 อยู่ในภาคการผลิต เหมืองแร่ และก่อสร้าง และประมาณร้อยละ 5อยใู่ นภาคเกษตรกรรม ซง่ึ รอ้ ยละ 75 ของผลผลติ มาจากภาคบรกิ าร รัฐบาลสหพันธรัฐมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำ มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการและผลประโยชน์ของชาติในระดับประเทศ รัฐบาลรัฐรับผิดชอบเกี่ยวกับการศกึ ษา และอน่ื ๆ สว่ นรฐั บาลทอ้ งถน่ิ รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การวางผงั เมอื ง การกอ่ สรา้ ง และบำรงุ รกั ษาสง่ิ สาธารณปู โภค 3.1.2 การจดั การศกึ ษา การจัดการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในแต่ละรัฐ ดังนั้นระบบการ-ศึกษาในแต่ละรัฐของประเทศออสเตรเลีย จึงอาจมีมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่แตกตา่ งกนั ไปบา้ ง อยา่ งไรกต็ าม กระทรวงการมงี านทำ การศกึ ษา การฝกึ อบรมและกิจการเยาวชน (Department of Employment, Education, Trainingand Youth Affairs : DEETYA) ไมม่ หี นา้ ทจ่ี ดั การศกึ ษาโดยตรง แตม่ หี นา้ ท-่ีสนบั สนนุ งบประมาณการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน โดยผา่ นหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งซง่ึ ระบบการศกึ ษาของประเทศออสเตรเลยี แบง่ เปน็ 4 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดบั อนบุ าลระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษา และระดบั อดุ มศกึ ษา (แผนภมู ทิ ่ี 3.1) 1. ระดับอนุบาล เป็นการศึกษาชั้นปฐมวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งเป็นไปตามความสมคั รใจสำหรบั เดก็ อายกุ อ่ น 6 ปี โดยใชเ้ วลาเรยี น 1 ปสี ำหรบั เดก็ ทม่ี -ี ⌦⌫⌦⌫
อายคุ รบ 5 ปี เปน็ การเตรยี มความพรอ้ มใหก้ บั เดก็ เพอ่ื เขา้ ศกึ ษาในระดบั ประถม-ศึกษา การศึกษาระดับอนุบาลไม่ได้เรียนวิชาการต่าง ๆ แต่อย่างใด บางรัฐเรยี กวา่ \"ชน้ั อนบุ าล\" บางรฐั เรยี กวา่ \"ชน้ั เตรยี ม\" บางรฐั เรยี กวา่ \"ชน้ั แรกเขา้ \" 2. ระดบั ประถมศกึ ษา เป็นการศึกษาภาคบังคับสำหรับเยาวชน ตั้งแต่เกรด 1-6 ปกติใช้เวลา 6 หรือ 7 ปี ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ เช่น รัฐนิวเซาท์เวลส์รฐั ทสั เมเนยี มณฑลนครหลวงออสเตรเลยี ใชเ้ วลา 6 ปี ในขณะทร่ี ฐั ออสเตรเลยี -ใต้ มณฑลตอนเหนอื รฐั ควนี สแลนด์ และรฐั ออสเตรเลยี ตะวนั ตก ใชเ้ วลา 7 ปี 3. ระดบั มธั ยมศกึ ษา แบ่งการศึกษาเป็น 2 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นใชเ้ วลา 3 หรอื 4 ปี (เกรด 7 หรอื 8-10) การศกึ ษาในระดบั นอ้ี ยใู่ นชว่ งการศกึ ษา-ภาคบังคับของออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึง ชั้นปีที่ 10 (เกรด 1-10)หรือระหว่างอายุ 6-15 ปี สำหรับในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใช้เวลา 2 ปี(เกรด 11-12) แตไ่ มใ่ ชก่ ารศกึ ษาภาคบงั คบั แต่ละรัฐจะมีหน่วยการศึกษาที่ทำหน้าที่ดูแลการศึกษาระดับมธั ยมศกึ ษา โดยเรม่ิ จากการพฒั นาหลกั สตู ร จนกระทง่ั ถงึ การประเมนิ ผล โรงเรยี น-ต่าง ๆ สามารถเพิ่มเติมวิชาเรียนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกว้าง ๆ ที่กำหนดทกุ รฐั มมี าตรฐานหลกั สตู รทด่ี แี ละใกลเ้ คยี งกนั สำหรบั ประกาศนยี บตั รมธั ยมศกึ ษาตอนปลายจะมีการสอบตามมาตรฐาน มีทั้งโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนถา้ เปน็ โรงเรยี นรฐั บาลจะเปน็ โรงเรยี นไป-กลบั (Day School) แตถ่ า้ เปน็ โรงเรยี น-เอกชนจะมีทั้งโรงเรียนไป-กลับ และโรงเรียนประจำ (Boarding School) มีทั้งโรงเรยี นชายลว้ น หญงิ ลว้ น และแบบสหศกึ ษา โดยรฐั จะใหก้ ารอดุ หนนุ โรงเรยี น-เอกชนเหล่านี้ด้วย โรงเรยี นเอกชน แบง่ ไดเ้ ปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ 1) โรงเรียนเอกชนที่ดำเนินการโดยองค์กรทางศาสนา (Religious- ⌦⌫⌦⌫
based Schools) 2) โรงเรยี นเอกชนทไ่ี มไ่ ดม้ คี วามเชอ่ื ทางศาสนา (Non-DenominationSchools) 3) โรงเรยี นนานาชาติ (International Schools) เปน็ โรงเรยี นทจ่ี ดั การ-ศกึ ษาใหก้ บั นกั เรยี นนานาชาตโิ ดยเฉพาะ สำหรบั นกั เรยี นทม่ี าจากประเทศทไ่ี มไ่ ด-้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ 4. ระดับอาชวี ศึกษาและการศึกษาต่อเน่ือง การเรียนอาชีวศึกษาและการศึกษาต่อเนื่องในออสเตรเลีย ส่วน-ใหญด่ ำเนนิ การในวทิ ยาลยั เทคนคิ และการศกึ ษาตอ่ เนอ่ื งทเ่ี รยี กวา่ \"Technical andFurther Education : TAFE\" ซง่ึ เปน็ สถาบนั การศกึ ษาของรฐั จำนวนกวา่ 200แห่ง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นหน่วยงานการศึกษาและวิชาชีพที่ใหญ่ที่สุด การอาชีวศึกษาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นช่างอุตสาหกรรม พาณิชยกรรมศลิ ปกรรม คหกรรม เกษตรกรรม วทิ ยาศาสตรแ์ ละความรทู้ ว่ั ไป จะเปดิ สอนใน-วทิ ยาลยั เทคนคิ และการศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง (TAFE) หลกั สตู รทเ่ี ปดิ สอนมดี งั น้ี 1) ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (Certificate) เปน็ หลกั สตู รระยะสน้ัโดยทั่วไปประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี เป็นหลักสูตรวิชาชีพพื้นฐาน เน้นความรู้ทกั ษะในระดบั ปฏบิ ตั งิ าน 2) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (Advanced Certificate)ระยะเวลาหลักสูตรประมาณ 1 ปี แล้วแต่สาขาวิชาและคุณสมบัติของผู้เรียนเน้นความรู้วิชาเทคนิค 3) อนุปริญญา (Diploma) ระยะเวลาหลักสูตรประมาณ 2 ปีเปน็ หลกั สตู รครอบคลมุ ทง้ั ระดบั ปฏบิ ตั กิ ารและวางแผน เหมาะสำหรบั ผทู้ ต่ี อ้ งการ-กา้ วหน้าไปสูต่ ำแหนง่ หวั หน้างาน 4) อนุปริญญาชั้นสูง (Advanced Diploma) ระยะเวลาหลกั สตู รประมาณ 2-3 ปี ซง่ึ เปน็ หลกั สตู รชน้ั สงู สดุ ทเ่ี ปดิ สอนใน TAFE ⌦⌫⌦⌫
เนื่องจากวิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (TAFE) เป็น-สถาบันที่ผลิตบุคลากรระดับปฏิบัติการและระดับฝีมือใหักับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนในสาขาตา่ ง ๆ จงึ นบั วา่ เปน็ สถาบนั ทม่ี คี วามสำคญั มากทส่ี ดุ ในการผลติ -บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาชีพ สนองความต้องการตลาดแรงงานดงั นน้ั ในการเรยี นการสอน จงึ เนน้ ภาคปฏบิ ตั มิ ากกวา่ ภาคทฤษฎี ผู้ที่จบหลักสูตรอนุปริญญา และอนุปริญญาชั้นสูงที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย สามารถโอนหน่วยกิตไปศึกษาต่อได้ ขึ้นอยู่กับขอ้ ตกลงของ TAFE และมหาวทิ ยาลยั แตล่ ะแหง่ ทไ่ี ดท้ ำความตกลงกนั ไว้ นอกเหนอื จากน้ี วทิ ยาลยั เทคนคิ และการศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง (TAFE)ยังสามารถจัดหลักสูตรระยะสั้นตามความต้องการของหน่วยงาน รวมทั้งจัดการ-ศกึ ษาใหก้ บั ผใู้ หญใ่ นหลกั สตู รสามญั แบบเรง่ รดั ทเ่ี รยี กวา่ Matriculation ซง่ึ เปน็ -หลกั สตู ร 1 ปี จดั สำหรบั ผใู้ หญท่ ม่ี อี ายเุ กนิ 18 ปขี น้ึ ไปทย่ี งั ไมจ่ บระดบั มธั ยมศกึ ษา-ตอนปลาย และตอ้ งการสอบใหไ้ ดว้ ฒุ ดิ งั กลา่ ว เพอ่ื เรยี นตอ่ ระดบั อดุ มศกึ ษา เนื่องจากการจัดการศึกษาอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการมีงานทำ การศึกษา การฝึกอบรม และกิจการเยาวชน (DEETYA)การอาชวี ศกึ ษาและการฝกึ อบรมมกี องอาชวี ศกึ ษา เปน็ หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบ โดย-มีภารกิจสำคัญ 2 ด้าน คือการพัฒนากำลังแรงงานให้มีทักษะและความชำนาญงานสูง ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อีกด้านหนึ่ง คือ การพัฒนาระบบการศึกษาและการฝึกอบรมในระดับชาติ ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กร-อิสระที่มีชื่อว่า \"สำนักงานการฝึกอบรมแห่งชาติออสเตรเลีย\" หรือ \"ANTA\"(Australian National Training Authority) ซง่ึ เปน็ องคก์ รประสานงานนโยบาย-ด้านการศึกษาและการฝึกอบรมระหว่างรัฐให้มีเอกภาพ สำนักงานการฝึกอบรมแหง่ ชาตอิ อสเตรเลยี (ANTA) ทำหนา้ ทด่ี งั น้ี 1) จัดทำและพัฒนายุทธศาสตร์แห่งชาติ 2) พฒั นา บรกิ าร สง่ เสรมิ โครงสรา้ งการฝกึ อบรมแหง่ ชาติ ⌦⌫⌦⌫
3) ใหข้ อ้ เสนอแนะงบประมาณ การเงนิ และการวางแผน 4) นำเสนอขอ้ มลู สถติ ทิ ท่ี นั สมยั และจดั ทำรายงานประจำปี 5) ทบทวนนโยบาย ประสานงานแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ วิจัยและประเมนิ ผล 6) บรหิ ารโครงการระดบั ชาติ การจัดการศึกษาที่มีลักษณะโดดเด่น ฉีกแนวไปจากวิธีการตาม-ปกตอิ กี ประการหนง่ึ คอื การเรยี นแบบเปดิ (Open Learning Australia : OLA)เปน็ การจดั การศกึ ษาระดบั หลงั มธั ยมศกึ ษาใหแ้ กช่ าวออสเตรเลยี ทกุ คนอยา่ งแทจ้ รงิที่พัฒนามาจากการศึกษาทางไกล (Distance Education) เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนทุกคน ตามเวลา สถานที่ และวิธีการที่ต้องการ โดยมีคา่ ใชจ้ า่ ยตำ่ มคี วามยดื หยนุ่ ไดม้ าก และมกี ารใชน้ วตั กรรมตา่ ง ๆ มากขน้ึ ซง่ึ เปน็ -การจดั การศกึ ษาทด่ี ำเนนิ การรว่ มกนั ในลกั ษณะเหมอื นหนุ้ สว่ นของสถาบนั การศกึ ษา-ตา่ ง ๆ โดยเฉพาะวทิ ยาลยั เทคนคิ และการศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง (TAFE) และดำเนนิ การ-ในลักษณะนายหน้าสำหรับการจัดและขยายโปรแกรมการศึกษา การฝึกอบรมที่-หลากหลายใหก้ บั รฐั และตลาดแรงงาน ซง่ึ ผเู้ รยี นสามารถเรยี นรตู้ ามปกตหิ รอื เรยี น-แบบทางไกล หรอื วธิ กี ารทย่ี ดื หยนุ่ ได้ โดยอาศยั นวตั กรรมทางการศกึ ษา ผเู้ รยี น-สามารถเรยี น ณ ทใ่ี ดกไ็ ดต้ ามความสมคั รใจและเหมาะสมกบั สภาพแตล่ ะบคุ คล 5. ระดบั อดุ มศกึ ษา ออสเตรเลยี มมี หาวทิ ยาลยั สถาบนั การศกึ ษาเฉพาะทาง สถาบนั -เทคโนโลยี และวิทยาลัยรวม 38 แห่งทั่วประเทศ มีคุณภาพได้มาตรฐานเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นดีของสหราชอาณาจักร แคนาดา และอเมริกา มหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งเป็นของรัฐบาล จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปรญิ ญาเอก บางสถาบนั เปดิ สอนระดบั อนปุ รญิ ญาดว้ ย การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยไม่มีระบบการสอบเข้าที่เรียกว่า\"Entrance Examination\" การรบั นกั เรยี นจงึ กำหนดจากคะแนนเฉลย่ี ระหวา่ ง- ⌦⌫⌦⌫
แผนภมู ทิ ่ี 3.1 ระบบการศกึ ษาของประเทศออสเตรเลยี ⌦⌫⌦⌫
การสอบปลายภาคทจ่ี ดั ขน้ึ โดยคณะกรรมการการศกึ ษากลางของรฐั และคะแนน-ประเมนิ ผลจากโรงเรยี น การเลอื กอนั ดบั มหาวทิ ยาลยั และสาขาทต่ี อ้ งการเรยี นตอ่อาจดไู ดจ้ ากคะแนนเกรด 11 และเกรด 12 ของชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 3.1.3 การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา การดำเนินงานด้านการศึกษาและการฝึกอบรมในสถาบันการศึกษา-ทุกระดับและทุกประเภท จะมีระบบและกระบวนการประกันคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจในผลของการดำเนินงานเพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่งมีบางส่วนเกย่ี วขอ้ งกบั มาตรฐานสมรรถภาพแหง่ ชาติ (National Competency Standard: NCS) และกรอบคุณวุฒิทางการศึกษาและการฝึกอบรมของออสเตรเลีย (TheAustralian Qualification Framework : AQF) มาตรฐานสมรรถภาพแห่งชาติ (NCS) เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกำหนดความหมายของสมรรถภาพที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพในสถานที่ทำงาน และช่วยอธิบายลักษณะงานและทักษะจำเป็นที่ต้องใช้เพื่อให้ได้รับการจ้างงาน และเป็นพื้นฐานการรับรองการเรียนรู้ที่ผ่านมา (Recognition ofPrior Learning : RPL) รวมทง้ั สมรรถภาพปจั จบุ นั (Recognition of CurrentCompetency : RCC) ตลอดจนเปน็ พน้ื ฐานของระบบการอาชวี ศกึ ษาและฝกึ อบรม กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาและการฝึกอบรม (AQF) เป็นแนวทาง-กำหนดคณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาและฝกึ อบรม โดยมวี ตั ถปุ ระสงคด์ งั น้ี 1) ยอมรบั มาตรฐานของผลลพั ธท์ เ่ี กดิ จากผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษาทส่ี งู กวา่การศึกษาภาคบังคับ 2) ช่วยในการพัฒนาเส้นทางการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้-บุคคลสามารถเปลี่ยนระบบการศึกษาได้โดยสะดวก 3) ผสมผสานและศกึ ษาความตอ้ งการของผเู้ กย่ี วขอ้ ง คอื ผจู้ ดั การ-ศกึ ษาและฝกึ อบรม นายจา้ ง ลกู จา้ ง ฯลฯ ⌦⌫⌦⌫
4) จัดระบบที่ยืดหยุ่น เพื่อให้เหมาะสมกับเป้าหมายของการศึกษาและฝึกอบรม 5) กระตนุ้ ใหบ้ คุ คลพฒั นาตนเองผา่ นระดบั การศกึ ษาและฝกึ อบรม-ตา่ ง ๆ 6) กระตุ้นการจัดการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมที่มีคุณภาพสูงผ่าน-คุณวุฒิ 7) ส่งเสริมการยอมรับคุณวุฒิที่มีในออสเตรเลียระดับชาติ และระดบั นานาชาติ ประเทศออสเตรเลยี มกี ารปฏริ ปู การศกึ ษาของประเทศทง้ั ระบบในปีพ.ศ. 2530 โดยรวมงานด้านการมีงานทำ การศึกษา และการฝึกอบรม รวมทั้งกิจการเยาวชนเข้าไว้ด้วยกัน สาระสำคัญของการปฏิรูปทั้งในเชิงมหภาคและเชิงจลุ ภาค มดี งั น้ี (กาญจนา และประกอบ, 2540 : 5-6) 1) มีความมุ่งมั่นสูงสุดที่ชัดเจนต่อการปรับปรุง พัฒนา หรือปฏริ ปู งาน เพอ่ื ความมน่ั คงและรงุ่ เรอื งทางเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ 2) มีจุดประสงค์หลักหรือจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีงานทำมากขึ้น ลดอัตราการว่างงานลง ตลอดจนส่งเสริมทักษะและความเท่าเทียมกันในตลาดแรงงาน โดยการจัดให้ประชาชนมีงานทำ ได้รับการศึกษาและการฝกึ อบรมทด่ี ที ส่ี ดุ ตามวงเงนิ สนบั สนนุ ทม่ี อี ยู่ และยกระดบั การปฏบิ ตั งิ าน-ของกระทรวงใหส้ งู ขน้ึ 3) กระบวนการปฏริ ปู ครอบคลมุ ตง้ั แตร่ ะดบั มหภาค คอื ระบบและ-โครงสรา้ งของกระทรวง ลงมาจนถงึ การปฏริ ปู ระดบั จลุ ภาค ซง่ึ หมายถงึ การปฏริ ปู -งานในแต่ละด้านเป็นกรณีเฉพาะ ที่ครอบคลุมการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทอีกทั้งให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่ม โดยมีคณะกรรมการ-ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นผู้จัดทำข้อเสนอและตราเป็นกฎหมายแม่บทเพื่อถือปฏิบัติต่อไป ⌦⌫⌦⌫
4) มกี ารกระจายอำนาจการตดั สนิ ใจเกอื บทง้ั หมดใหก้ บั สถานศกึ ษา-แต่ละแห่ง ซึ่งรวมถึงอำนาจในการบริหารงานหลักสูตร (ตามมาตรฐานและหลักสูตร) บุคลากร ทรัพยากร และมาตรฐานการตรวจสอบ ยกเว้นเรื่องที่เป็นงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่น เช่น ระบบเครือข่ายสารสนเทศ และเงินอุดหนุนสำหรบั โครงการพเิ ศษทม่ี อี นั ดบั ความสำคญั สงู เปน็ กรณพี เิ ศษจากรฐั บาล กระทรวง 5) มีการจัดการศึกษาและการฝึกอบรมในเกือบทุกระดับทั้งประเทศที่เน้นไปในลักษณะเชิงธุรกิจค่อนข้างมาก มีการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างค่าใช้จ่ายกับผลที่ได้รับค่อนข้างชัดเจน มีการจัดอันดับความสำคัญของงาน และเสนอผลงานใหส้ าธารณชนทราบเปน็ ระยะ ๆ และถอื วา่ การศกึ ษาและการฝกึ อบรม-เป็นสินค้าส่งออกสำคัญประการหนึ่งของประเทศ 6) มีการประกันคุณภาพและมีความเป็นนานาชาติ กล่าวคือ มีการนำระบบการประกนั คณุ ภาพมาใชใ้ นการดำเนนิ งานทกุ สว่ นของกระทรวง นบั ตง้ั แต-่การบริหารงานส่วนกลางลงมาจนถึงสถาบันการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทเพื่อให้ออสเตรเลียเป็นผู้นำทางการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับโลก โดยเฉพาะการเปน็ ผนู้ ำประเทศตา่ ง ๆ ในแถบเอเซยี และแปซฟิ กิ 7) ให้ความสำคัญกับการมีงานทำ ซึ่งนับเป็นความพยายามสูงสุดทจ่ี ะใหป้ ระชาชนทกุ คนมคี วามพรอ้ มเพอ่ื การทำงานและมงี านทำ ตามปณธิ านทจ่ี ะ-ใหอ้ อสเตรเลยี เปน็ \"ประชาชาตแิ หง่ การทำงาน\" และใหก้ ารฝกึ อบรมรปู แบบตา่ ง ๆและการเรยี นรแู้ บบเปดิ (OLA) ตามอปุ สงคข์ องภาคธรุ กจิ อตุ สาหกรรม ดว้ ยเหตนุ ้ีวิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (TAFE) และสำนักงานการฝึกอบรมแหง่ ชาตอิ อสเตรเลยี (ANTA) จงึ มบี ทบาทสำคญั ตอ่ การสบื สานปณธิ านดงั กลา่ ว-ของชาติ 8) เปลี่ยนวิธีการพัฒนาครูจาก \"การฝึกอบรมระหว่างประจำการ\"ทเ่ี คยปฏบิ ตั อิ ยกู่ อ่ นแลว้ มาเปน็ \"การศกึ ษาระหวา่ งประจำการ\" และมกี ารพฒั นา-ความเป็นผู้นำที่เป็นเลิศให้กับครูใหญ่ ⌦⌫⌦⌫
9) ในปัจจุบันสถาบันแต่ละแห่งทุกระดับและทุกประเภท สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตกันได้ค่อนข้างมาก คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะถ่ายโอนได้เกือบทั้งหมด กล่าวคือได้มีการกำหนดมาตรฐานและหลักสูตรกลางของประเทศไว้ พร้อมกับกำหนดกรอบคุณวุฒิทางการศึกษาขึ้นมาใหม่ ให้เป็นระบบเดียวกันทง้ั ประเทศ ตง้ั แต่ ปี พ.ศ. 2538 เปน็ ตน้ มา 10) มีการจัดสรรงบประมาณตามแผนงาน โครงการ ในลักษณะของเงนิ อดุ หนนุ ทว่ั ไป โดยอาศยั หลกั สำคญั 5 ประการคอื เนน้ ความสำคญั ไปทผ่ี รู้ บั -บริการ ให้สถาบันการศึกษาหรือท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่และมีอิสระในการบริหารให้ผู้ปฏิบัติงานมีสมรรถภาพในการบริหารการเงิน ให้มีสภาพพร้อมเพื่อการตรวจสอบ และยอมรับในความแตกต่างเรื่องความต้องการและสภาวะแวดล้อมของชุมชน 3.1.4 สรปุ การอาชีวศึกษาและการศึกษาต่อเนื่องในออสเตรเลียส่วนใหญ่ดำเนินการโดย วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง (TAFE) ซึ่งเป็นสถาบันการศกึ ษาของรฐั จำนวนกวา่ 200 แหง่ กระจายอยทู่ ว่ั ทกุ รฐั และทกุ ภมู ภิ าคของ-ประเทศ หลักสูตรที่เปิดสอน ได้แก่ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชน้ั สงู อนปุ รญิ ญา และอนปุ รญิ ญาชน้ั สงู ซง่ึ เปน็ ชน้ั สงู สดุ ผทู้ จ่ี บหลกั สตู รอนปุ รญิ ญาและอนปุ รญิ ญาชน้ั สงู ทต่ี อ้ งการศกึ ษาตอ่ ในระดบั มหาวทิ ยาลยั สามารถ-โอนหนว่ ยกติ ไปศกึ ษาตอ่ ได้ ขน้ึ อยกู่ บั ขอ้ ตกลงของวทิ ยาลยั เทคนคิ และการศกึ ษา-ตอ่ เนอ่ื ง (TAFE) และมหาวทิ ยาลยั แตล่ ะแหง่ ตามทไ่ี ดต้ กลงกนั ไว้3.2 ประเทศสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี 3.2.1 สภาพทั่วไป ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าประเทศเยอรมนั ตง้ั อยกู่ ง่ึ กลางทวปี ยโุ รป มพี น้ื ทป่ี ระมาณ 357,000 ตารางกโิ ลเมตร ม-ีประชากรประมาณ 82 ล้านคน (พ.ศ. 2543) แบ่งการปกครองออกเป็น 16 รัฐ ⌦⌫⌦⌫
ในจำนวนนม้ี ี 5 รฐั ทเ่ี คยเปน็ เยอรมนั ตะวนั ออก แตล่ ะรฐั มกี ฎหมายรฐั ธรรมนญู -และมีรัฐบาลของตนเอง กฎหมายรัฐธรรมนูญสหพันธ์สาธารณรัฐกำหนดว่าแตล่ ะรฐั มสี ทิ ธปิ กครองตนเองในทกุ เรอ่ื งทร่ี ฐั ธรรมนญู สหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมน-ีมไิ ดก้ ำหนดไวว้ า่ เปน็ ของรฐั บาลกลาง ใน 16 รฐั นแ้ี บง่ เปน็ เขตปกครอง 29 แหง่543 อำเภอ และ 16,043 ตำบล การปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล เมืองหลวงของสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี คอื กรงุ เบอรล์ นิ จากสถติ ิ ปี พ.ศ. 2536 กำลงั -แรงงานของประเทศจำแนกเป็นเกษตรกรรมร้อยละ 3.2 อุตสาหกรรมร้อยละ36.8 บริการร้อยละ 60.0 และอัตราว่างงานร้อยละ 8.9 เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยพบว่าประเทศไทยมีขนาดใหญ่กว่า เพราะมีพื้นที่ประมาณ 514,000ตารางกิโลเมตร แต่มีพลเมืองเพียงประมาณ 61 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 3.2.2 การจดั การศกึ ษา เนื่องจากเยอรมันแบ่งการปกครองออกเป็น 16 รัฐ ดังนั้นแต่ละรัฐจึงรับผิดชอบจัดการศึกษาของตนเอง โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของแตล่ ะรฐั (หรอื อาจเรยี กชอ่ื อน่ื ) เปน็ ผบู้ รหิ าร ภายใตก้ รอบกวา้ ง ๆ ของรฐั บาลกลาง การศกึ ษาภาคบงั คบั โดยทว่ั ไป 9 ปี แตบ่ างรฐั 10 ปี จะเรม่ิ จากอายุ6 ถงึ 18 ปี (หรอื ตำ่ กวา่ ถา้ จบการฝกึ อาชพี สาขาใดสาขาหนง่ึ ) การศกึ ษาแบง่ เปน็4 ระดับ คือ ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ดังแผนภูมิที่ 3.2 การศึกษาทุกระบบเป็นการจัดโดยรัฐบาลเกือบทง้ั หมด ดงั นน้ั ผเู้ รยี นทกุ ระดบั จงึ ไมต่ อ้ งเสยี คา่ เลา่ เรยี นแตอ่ ยา่ งใด 1. ระดบั อนุบาล เป็นการศึกษาตามความสมัครใจ มิได้เป็นการศึกษาภาคบังคับโดยเริ่มจากเด็กอายุ 3-5 ปี นับวันจะมีผู้ส่งบุตรหลานตนเองเข้าเรียนในระดับอนบุ าลมากขน้ึ ซง่ึ เปน็ การเตรยี มความพรอ้ มดา้ นตา่ ง ๆ ใหก้ บั เดก็ มากกวา่ เปน็ -การให้การศึกษาทางวิชาการ ⌦⌫⌦⌫
2. ระดบั ประถมศกึ ษา เป็นส่วนแรกของการศึกษาภาคบังคับ เพราะเยาวชนทุกคนต้องเขา้ เรยี นระดบั ประถมศกึ ษาเมอ่ื อายุ 6 ปี การเรยี นระดบั นใ้ี ชเ้ วลา 4 ปี คอื เกรด1-4 วัตถุประสงค์ของการประถมศึกษา เพื่อให้เยาวชนอ่านออก เขียนได้ และรู้เลขคณิต วิชาที่สอน ได้แก่ วิชาภาษาเยอรมัน เลขคณิต และความรู้ต่าง ๆที่สอนประสมประสานกัน เช่น สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ฟิสิกส์เคมี ชวี วทิ ยา และวชิ าทเ่ี กย่ี วกบั ศลิ ปะ ดนตรี กฬี า ศาสนา 3. ระดบั มธั ยมศกึ ษา แบง่ เปน็ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ซง่ึ ใชเ้ วลา 5-6 ปี ไดแ้ ก่ เกรด 5-9บางรฐั อาจถงึ เกรด 10 และชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายสายสามญั อกี 3 ปี คอื เกรด11-13 การเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ แบง่ เปน็ 4 ประเภท ประเภทแรก คอืโรงเรียนมัธยมศึกษาสายทั่วไป (General Secondary Schools) ซึ่งใช้เวลา5 ปี (เกรด 5-9) แตบ่ างรฐั อาจใชเ้ วลา 6 ปี (เกรด 5-10) ประเภทท่ี 2 คอื โรงเรยี น-มัธยมศึกษาสายกลาง (Intermediate Secondary Schools) ใช้เวลา 6 ปี(เกรด 5-10) โรงเรียนประเภทนี้มีความเข้มข้นทางวิชาการมากกว่าประเภทแรกประเภทท่ี 3 คอื โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาสายสามญั (Secondary Schools) ใชเ้ วลา6 ปีเช่นกัน คือ เกรด 5-10 โรงเรียนประเภทนี้มีความเข้มข้นทางวิชาการมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อมหาวิทยาลัย และประเภทที่ 4 คือโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประสม (Comprehensive School) ซึ่งเป็นโรงเรียนทส่ี อนแบบประสมประสานจากโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาประเภทแรกถงึ มธั ยมประเภท-ทส่ี าม ทง้ั วชิ าชพี และวชิ าสามญั ใชเ้ วลา 6 ปี คอื เกรด 5-10 เชน่ กนั โรงเรยี นประเภทแรกมนี กั เรยี นมากทส่ี ดุ ประมาณเกอื บสามในส่ี และเรยี งตามลำดบั โดย-โรงเรียนมธั ยมศึกษาแบบประสมมนี ้อยที่สดุ และมีเพียงบางรัฐเท่านน้ั ที่เปดิ สอน-ประเภทนี้ เมื่อเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ถือว่าการศึกษาภาคบังคับสำหรับการเรียนในโรงเรียนสามัญแบบเต็มเวลาสิ้นสุดลง (ดูแผนภูมิที่ 3.2 ⌦⌫⌦⌫
ประกอบ) แต่เยาวชนจะยังเข้าทำงานแบบเต็มตัวไม่ได้จนกว่าจะอายุครบ 18 ปีหรือจนกว่าจะจบการฝึกอาชีพสาขาใดสาขาหนึ่ง (คล้ายกับนโยบายจัดการศึกษาแบบ 9+1 ทร่ี ฐั บาลไทยกำลงั ดำเนนิ การอยใู่ นขณะน)้ี การเลือกเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประเภทใดประเภทหนึ่งดังกล่าว เป็นการตัดสินใจของผู้ปกครองและเยาวชน โดยมีครูเป็นผู้ให้ข้อมูลสนบั สนนุ และแนะแนว เชน่ การเรยี นในโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาสายสามญั นกั เรยี น-ต้องเรียนทฤษฎีเป็นวิชาสามัญค่อนข้างมาก เพราะเป็นการเตรียมตัว เพื่อเข้าเรยี นตอ่ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายอกี 3 ปี คอื เกรด 11-13 (Upper SecondarySchools) แลว้ เขา้ ศกึ ษาตอ่ ในมหาวทิ ยาลยั หรอื สถาบนั อดุ มศกึ ษาอน่ื ตามตอ้ งการส่วนการเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสายกลาง ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเรียน 6 ปีเช่นเดียวกับสายสามัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเรียนด้านวิชาการเข้มข้นเหมือนสายสามัญ เพราะผู้ที่จบจากโรงเรียนมัธยมศึกษาสายกลาง ส่วนใหญ่จะเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ส่วนผู้ที่จบจากมธั ยมศกึ ษาสายทว่ั ไปทใ่ี ชเ้ วลา 5 หรอื 6 ปี (ขน้ึ อยกู่ บั แตล่ ะรฐั จะดำเนนิ การ) นน้ัผู้ที่เรียนในโรงเรียนนี้จะเรียนวิชาการไม่สูงนัก เพราะเป็นการเตรียมบุคลากรเพื่อเข้าสู่ด้านอาชีพ ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 75 จะเลือกเรียนโรงเรียนมธั ยมศกึ ษาประเภทน้ี อยา่ งไรกต็ าม แนวโนม้ ทน่ี กั เรยี นจะเลอื กเรยี นมธั ยมศกึ ษา-สายสามัญมีมากขึ้นจากเดิม ถึงแม้ว่าจะมีการแบ่งมัธยมศึกษาตอนต้นออกเป็น4 ประเภท แต่การเรียนในสองปีแรก จะเป็นการเรียนในลักษณะคล้ายกัน เพื่อเปน็ การใหน้ กั เรยี นไดเ้ ตรยี มตวั (Orientation) และปรบั พน้ื ฐาน กอ่ นทจ่ี ะแยกกนั -เรยี นอยา่ งเดด็ ขาดในโรงเรยี นประเภทใดประเภทหนง่ึ ในจำนวนสป่ี ระเภทดงั กลา่ วในเกรด 7 เปน็ ตน้ ไป 4. ระดับอาชีวศึกษา เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว ถ้าเป็นโรงเรียนมัธยม-ศึกษาสายทั่วไป นักเรียนประมาณสามในสี่จะเข้ารับการฝึกอาชีพในระบบทวิภาคี ⌦⌫⌦⌫
(Dual System) ซง่ึ เปน็ การฝกึ อาชพี ทน่ี ยิ มกนั มากในหมเู่ ยาวชน การฝกึ อาชพี ใน-ระบบนเ้ี ยาวชนตอ้ งไปสมคั รเปน็ ชา่ งฝกึ หดั (Trainee) ในสถานประกอบการ ซง่ึ อาจ-เปน็ สถานประกอบการขนาดใหญ่ หรอื ขนาดเลก็ ทเ่ี ปดิ รบั สมคั รชา่ งฝกึ หดั เมอ่ื มกี าร-ทำสัญญากันระหว่างผู้ปกครองและสถานประกอบการแล้ว การฝึกจึงจะเริ่มขึ้นโดยฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นสถานประกอบการนน้ั ๆ เปน็ หลกั ประมาณ 3-4 วนั ตอ่ สปั ดาห์สว่ นเวลาทเ่ี หลอื อกี 1-2 วนั สถานประกอบการจะสง่ ชา่ งฝกึ หดั นน้ั ไปเรยี นทฤษฎีในโรงเรียนอาชีวศึกษาที่อยู่ใกล้ การฝึกอาชีพลักษณะนี้กระทำโดยมีกฎหมายรองรับ เฉพาะการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการจะเป็นไปตามกฎหมายของรัฐบาลสหพันธ์ (รัฐบาลกลาง) ซึ่งทุกรัฐต้องปฏิบัติตาม ส่วนการเรียนทฤษฏีใน-โรงเรยี นอาชวี ศกึ ษาเปน็ ไปตามกฎหมายการศกึ ษาของแตล่ ะรฐั ซง่ึ อาจแตกตา่ งกนั -บา้ งในรายละเอยี ด การฝกึ อาชพี ระบบทวภิ าคใี ชเ้ วลาประมาณ 3-3 ปี ขน้ึ อยกู่ บัแต่ละสาขา ดังนั้นผู้จบการศึกษาจึงมีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งพ้นการศึกษาภาคบงั คบั และสามารถทำงานประกอบอาชพี ในสถานประกอบการไดต้ ามปกติ ผู้ที่จบจากมัธยมศึกษาสายกลาง ส่วนใหญ่จะเข้าศึกษาต่อใน-วิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งอาจเป็นแบบเรียนเต็มเวลาในโรงเรียน (Full TimeVocational Schools) หรอื เรยี นในโรงเรยี นอาชวี ศกึ ษาชน้ั สงู (Upper SecondaryVocational Schools) หรือที่ภาษาเยอรมันเรียกว่า \"Fachoberschule\" (FO)เพื่อออกไปประกอบอาชีพ หรือส่วนหนึ่งอาจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไปอย่างไรก็ตามเยาวชนส่วนหนึ่งที่จบจากมัธยมศึกษาสายกลาง อาจกลับเข้ารับการฝึกอาชีพระบบทวิภาคีก็ได้ ผทู้ จ่ี บจากมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ สายสามญั จะเขา้ เรยี นตอ่ ในระดบั -มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (Upper Secondary Schools) อกี 3 ปี (เกรด 11-13)นบั เปน็ การเรยี นทใ่ี ชเ้ วลารวม 13 ปี กอ่ นทจ่ี ะจบมธั ยมศกึ ษาตอนปลายสายสามญัซ่ึงแตกตา่ งจากประเทศอนื่ ๆ ทวั่ ไป ทใี่ ช้เวลา 12 ปี ผูท้ ่ีจบระดบั น้ีส่วนใหญ่จะเข้าสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรที่เรียกว่า \"Abitur\" เพื่อเตรียมตัวเข้าศึกษาใน ⌦⌫⌦⌫
สถาบนั อดุ มศกึ ษา ผทู้ จ่ี บระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายสายสามญั สว่ นหนง่ึ อาจกลบั -เข้ารับการฝึกอาชีพระบบทวิภาคีเช่นเดียวกับผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้นสายทั่วไป 5. ระดบั อดุ มศกึ ษา เป็นการศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ที่มี-ประกาศนยี บตั ร Abitur เทา่ นน้ั หรอื ศกึ ษาในสถาบนั อดุ มศกึ ษาเฉพาะทางอน่ื ๆเชน่ สถาบนั ฝกึ หดั ครู สถาบนั ศลิ ปะ หรอื สถาบนั ทเ่ี รยี กวา่ \"Berufsakademie\"ซง่ึ สว่ นใหญอ่ ยใู่ นรฐั บาเดนวอรท์ ทมึ แบรค (Badenwuertemberg) หรอื รฐั อน่ื ๆอกี 2-3 รฐั การเรยี นในมหาวทิ ยาลยั สว่ นใหญไ่ มต่ อ้ งมกี ารสอบเขา้ แตพ่ จิ ารณาจาก-ผลการเรยี น ผลการสอบทผ่ี า่ นมา การเรยี นใชเ้ วลาประมาณ 5-6 ปี ผทู้ จ่ี บการศกึ ษา-จะได้รับวุฒิ Diplom ซึ่งเทียบได้กับระดับประกาศนียบัตรชั้นสูงวิชาเฉพาะที่สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี แตต่ ำ่ กวา่ ปรญิ ญาโท ผทู้ จ่ี บจากมธั ยมศกึ ษาตอนปลายสายสามญั อกี สว่ นหนง่ึ อาจเขา้ -เรยี นในสถาบนั เทคโนโลยี (Polytechnic College and Integrated Universities)ทภ่ี าษาเยอรมนั เรยี กวา่ \"Fachhochschule\" สถาบนั ประเภทนเ้ี ทยี บเคยี งไดก้ บั -สถาบันเทคโนโลยีในประเทศไทยเพราะรับทั้งผู้ที่จบจากโรงเรียนอาชีวศึกษาชั้นสูง(Fachoberschule) และผทู้ จ่ี บจากมธั ยมศกึ ษาตอนปลายสายสามญั สำหรับผู้ที่เข้ารับการฝึกอาชีพระบบทวิภาคีนั้น ถ้าจบการฝึกซึ่งใช้เวลา 3-3 ปี (ขึ้นอยู่กับสาขาอาชีพ) แล้วจะสามารถเข้าทำงานในสถานประกอบการได้โดยตรง อาจเป็นสถานประกอบการที่ตนเองฝึกอาชีพมาหรือสถานประกอบการอื่น หลังจากที่มีประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงสาขาและมีวัยวุฒิไม่ต่ำกว่า 24 ปี อาจเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาที่เรียกว่า\"Mastercraftsman School\" ทภ่ี าษาเยอรมนั เรยี กวา่ \"Meister Schule\" อกี1-2 ปี เพื่อสอบรับประกาศนียบัตรหัวหน้าช่างผู้ชำนาญงาน (Meister) เพื่อทำงานในสายงานตอ่ ไป สำหรบั ผทู้ จ่ี บระบบทวภิ าคแี ตย่ งั ไมป่ ระสงคจ์ ะทำงาน อาจ-ศึกษาต่อในโรงเรียนเทคนิคชั้นสูง (Advanced Technical Schools) หรือ ⌦⌫⌦⌫
อาจเขา้ ศกึ ษาตอ่ ในโรงเรยี นอาชวี ศกึ ษาชน้ั สงู (Fachoberschule) เพอ่ื เตรยี มตวั -เขา้ ศกึ ษาในสถาบนั เทคโนโลยี (Fachhochschule) ตอ่ ไปเชน่ กนั ในปี พ.ศ. 2543 มีเยาวชนเยอรมันทั้งหญิงและชายกำลังศึกษาอยใู่ นสถาบนั อดุ มศกึ ษา 343 แหง่ ทว่ั ประเทศ รฐั บาลเยอรมนั มจี ดุ มงุ่ หมายทจ่ี ะ-พฒั นาสง่ เสรมิ สมรรถนะในสาขาเทคโนโลยชี วี ภาพ และเทคโนโลยสี ารสนเทศเปน็ -พิเศษเพื่อให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เป็นที่น่าสังเกตว่าสถานศึกษาที่จัดการศึกษาทุกระดับตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงปริญญาเอกเกือบทั้งหมดเป็นของรัฐผู้เรียนจึงไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนแต่อย่างใด 3.2.3 สรปุ อาชีวศึกษาในประเทศเยอรมันเริ่มเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับแบบเตม็ เวลาซง่ึ กค็ อื ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ผทู้ เ่ี ลอื กเรยี นสายอาชวี ศกึ ษาสว่ นใหญ-่เลือกที่จะเรียนในระบบทวิภาคี แต่ไม่ว่าจะจบการศึกษาระบบทวิภาคีหรือระบบอน่ื ๆ เยาวชนในประเทศเยอรมนั หลงั จากทจ่ี บการศกึ ษาแลว้ สว่ นใหญจ่ ะเขา้ ทำงาน-ในสาขาอาชีพที่ตนศึกษามา แต่อีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ต้องการทำงาน จะสามารถเขา้ เรยี นตอ่ ในหลกั สตู รทจ่ี ดั ไวเ้ ปน็ การเฉพาะเพอ่ื เตรยี มเยาวชนเหลา่ นน้ั ใหม้ คี วาม-รู้ทางวิชาทฤษฎีมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมเข้าศึกษาต่อในสถาบันเทคโนโลยีชั้นสูงหรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัยทั่วไป แต่จำนวนเยาวชนที่มีโอกาสเข้าศึกษาต่อจะไมม่ ากนกั เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ผเู้ รยี นสายตรงทพ่ี รอ้ มเขา้ ศกึ ษาระดบั อดุ มศกึ ษา 3.3 ประเทศสหราชอาณาจกั ร 3.3.1 สภาพทั่วไป สหราชอาณาจกั ร (United Kingdom) ทค่ี นไทยมกั เรยี กวา่ \"ประเทศ-องั กฤษ\" เปน็ ประเทศทต่ี ง้ั อยบู่ นเกาะใหญ่ 2 เกาะ และมเี กาะเลก็ อกี หลายเกาะ ม-ีทต่ี ง้ั อยทู่ างตะวนั ตกชายฝง่ั ทะเลของทวปี ยโุ รป ประกอบดว้ ย 4 รฐั คอื องิ แลนด์ ⌦⌫⌦⌫
แผนภมู ทิ ่ี 3.2 ระบบการศกึ ษาของประเทศสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี ⌦⌫⌦⌫
(England) เวลส์ (Wales) สกอ๊ ตแลนด์ (Scothland) ทง้ั สามรฐั ตง้ั อยบู่ นเกาะ-อังกฤษที่เรียกว่า \"Great Britain\" ส่วนรัฐไอร์แลนด์เหนือ (North Ireland)ตั้งอยู่บริเวณส่วนเหนือของเกาะไอร์แลนด์ (Ireland) มีพื้นที่รวมกันทั้ง 4 รัฐประมาณ 242,400 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศไทย พบว่ามีขนาดเลก็ กวา่ ประมาณเกอื บครง่ึ หนง่ึ สหราชอาณาจกั รปกครองดว้ ยระบอบประชาธปิ ไตย-แบบราชอาณาจกั รรฐั ธรรมนญู โดยมพี ระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ประมขุ ภายใตร้ ฐั ธรรมนญูมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล ประชากรรวมกันทั้งหมดประมาณ 59.5ล้านคน (พ.ศ. 2542) ซึ่งใกล้เคียงกับประเทศไทย ประชากรประมาณ 3 ใน 4อาศยั อยใู่ นรฐั องิ แลนด์ ในปี พ.ศ. 2539 มแี รงงาน 28.6 ลา้ นคน สว่ นใหญค่ อืรอ้ ยละ 71 อยใู่ นงานบรกิ าร รอ้ ยละ 19 ทำงานผลติ และรอ้ ยละ 2 อยใู่ นภาค-เกษตร ซง่ึ แมจ้ ะเปน็ ภาคเศรษฐกจิ เลก็ ทส่ี ดุ แตส่ ามารถผลติ อาหารไดถ้ งึ 2 ใน 3ของความต้องการภายในประเทศ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐอิงแลนด์ จึงกล่าวได้ว่ารัฐอิงแลนด์มีความสำคัญที่สุด การบริหารการศึกษาดำเนินการโดยกระทรวงการศกึ ษาและการจา้ งงาน (Department for Education and Employment :DFEE) ซึ่งได้กระจายอำนาจให้รัฐบาลท้องถิ่น โดยองค์การบริหารการศึกษาสว่ นทอ้ งถน่ิ (Local Education Authorities : LEA) มอี สิ ระในการบรหิ ารและ-จัดการศึกษา 3.3.2 การจดั การศกึ ษา การศึกษาของสหราชอาณาจักรมีมาตรฐานในระดับโลกมาโดยตลอดระบบการศกึ ษาภาคบงั คบั ใชอ้ ายขุ องผเู้ รยี นเปน็ เกณฑ์ กลา่ วคอื ผเู้ รยี นตอ้ งอยใู่ นโรงเรยี นตง้ั แตอ่ ายุ 4-5 ปี จนถงึ อายุ 16 ปี พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาปี พ.ศ. 2539ของสหราชอาณาจกั รกำหนดใหเ้ ยาวชนอาจเรยี นอยทู่ บ่ี า้ นได้ โดยผปู้ กครองมหี นา้ ท-่ีจัดให้เด็กได้รับการศึกษาเต็มเวลาที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับอายุ ความสามารถ และความถนดั การศกึ ษาจำแนกเปน็ การศกึ ษาระดบั กอ่ นวยั เรยี น ระดบั - ⌦⌫⌦⌫
การศกึ ษาภาคบงั คบั (ประถมศกึ ษา-มธั ยมศกึ ษา) และระดบั อดุ มศกึ ษา 1. ระดบั กอ่ นวยั เรยี น เปน็ การเรยี นในระดบั อนบุ าล ในองิ แลนด์ ประมาณครง่ึ หนง่ึ ของ-เด็กอายุ 3-4 ปี เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล ในเวลส์ประมาณร้อยละ 70 ของเดก็ อายุ 3 ปี และ 4 ปี เขา้ เรยี นในโรงเรยี นอนบุ าล แตใ่ นไอรแ์ ลนดเ์ หนอื มเี พยี ง-รอ้ ยละ 15.2 ทเ่ี ขา้ โรงเรยี นอนบุ าล เพราะในรฐั นก้ี ารศกึ ษาภาคบงั คบั เรม่ิ เมอ่ื เดก็ -อายุ 4 ปี อยา่ งไรกต็ าม การศกึ ษาระดบั อนบุ าลเปน็ การศกึ ษาตามความสมคั รใจจากแผนภมู ทิ ่ี 3.3 การศกึ ษาระดบั นอ้ี ยใู่ นระดบั 1 2. ระดบั การศกึ ษาภาคบงั คบั เป็นการเรียนสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 4-16 ปี การศึกษาชว่ ง 2 ปแี รกยงั อยใู่ นระดบั อนบุ าล สว่ นการศกึ ษาระดบั ตอ่ มา คอื ระดบั ประถม-ศกึ ษาใชเ้ วลา 5 ปี เยาวชนจะมอี ายรุ ะหวา่ ง 7-11 ปี ซง่ึ อยใู่ นระดบั 2 ตอ่ จากนน้ัจงึ เปน็ การเรยี นระดบั ท่ี 3 หรอื มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ใชเ้ วลาเรยี น 3 ปี อายรุ ะหวา่ ง12-14 ปี สว่ นมธั ยมศกึ ษาตอนกลางเปน็ การเรยี นระดบั 4 ซง่ึ ใชเ้ วลา 2 ปี เมอ่ืจบการศกึ ษานแ้ี ลว้ ผเู้ รยี นจะมอี ายุ 16 ปี ซง่ึ ครบเกณฑก์ ารศกึ ษาภาคบงั คบั นกั เรยี น-ที่เรียนชั้นมัธยมศึกษากว่าร้อยละ 90 ในอิงแลนด์ เวลส์ และสก๊อตแลนด์จะเลือกเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประสม (Comprehensive Schools)ประมาณรอ้ ยละ 4 เรยี นในโรงเรยี นสายตรง (Grammar Schools) ซง่ึ เปน็ โรงเรยี น-ทเ่ี นน้ วชิ าการโดยเฉพาะเพอ่ื เรยี นตอ่ ระดบั สงู ประมาณรอ้ ยละ 6 เรยี นในโรงเรยี น-มธั ยมแบบใหม่ (Secondary Modern Schools) ผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษาระดบั นต้ี อ้ ง-ผา่ นการทดสอบตามแบบประเมนิ กลางของประเทศทก่ี ำหนดไว้ คอื ประกาศนยี บตั ร-ระดบั มธั ยมศึกษา (The General Certificate of Secondary Education :GCSE) มีหน่วยงานอิสระทำหน้าที่ให้การดูแลการดำเนินการตามหลักสูตรและการวดั ผลของโรงเรยี น ในการสอบผเู้ รยี นจะเลอื กสอบประมาณ 8-12 วชิ า ผทู้ ส่ี อบ-ไดเ้ กรด C ขน้ึ ไปจงึ จะถอื วา่ สอบผา่ น ⌦⌫⌦⌫
หลังจากสอบ GCSE ผ่านอย่างน้อย 5 วิชาแล้ว หากต้องการศกึ ษาตอ่ ระดบั อดุ มศกึ ษาในมหาวทิ ยาลยั ตอ้ งศกึ ษาอกี 2 ปี แลว้ จงึ สอบ GCE(General Certificate of Education) \"A\" Level (Advanced Level) ซึ่งเปน็ การสอบอกี ประเภทหนง่ึ เพอ่ื วดั ความสามารถทางวชิ าการของผเู้ รยี นทม่ี อี าย-ุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เพราะคุณสมบัติขั้นต่ำของการศึกษาระดับอุดมศึกษาไดก้ ำหนดใหม้ ผี ลการสอบทง้ั สองระดบั ดงั น้ี 5 วชิ า ไดแ้ ก่ GCSE 3 วชิ า และ GCE \"A\" Level 2 วชิ า 4 วชิ า ไดแ้ ก่ GCSE 1 วชิ า และ GCE \"A\" Level 4 วชิ า การเรยี นหลงั จากทจ่ี บ GCSE และอายคุ รบ 16 ปแี ลว้ เปน็ การ-เรียนหลังจากการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งเยาวชนมีทางเลือกหลายทาง ประมาณร้อยละ 70 ยังอยู่ในระบบการศึกษา อาจอยู่ในวิทยาลัยฟอร์มหก (Sixth formCollege) หรอื วทิ ยาลยั การศกึ ษาตอ่ เนอ่ื ง (Further Education College) บางส่วนเข้าทำงานและบางส่วนเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพ แม้ว่าการศึกษาภาคบังคับ-กำหนดใหเ้ รยี นถงึ อายุ 16 ปี แตเ่ ยาวชนสว่ นใหญย่ งั คงศกึ ษาตอ่ 3. ระดับอาชวี ศกึ ษาและการศึกษาตอ่ เนื่อง นักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาอายุ 14 ปีขึ้นไป จะได้รับการปูพื้นฐานความรู้ด้านเทคโนโลยีและโลกของงาน โดยโรงเรียนจัดหลักสูตรเพื่อเพม่ิ พนู ทกั ษะดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภาษาทส่ี อดคลอ้ งกบั โลกแรงงานเชน่ จดั โครงการอาชวี ะและเทคนคิ ศกึ ษา (Technical and Vocational EducationInitiative) การสรา้ งประสบการณใ์ นการทำงาน (Work Experiences) หรอื จดั -แบบวทิ ยาลยั เทคโนโลยใี นเมอื ง (City Technology College) การอาชวี ศกึ ษาเรม่ิ -ดำเนนิ การอยา่ งจรงิ จงั และเปน็ ระบบภายหลงั จบการศกึ ษาภาคบงั คบั สำหรบั ผทู้ ม่ี -ีอายเุ กนิ 16 ปขี น้ึ ไปและไมป่ ระสงคจ์ ะศกึ ษาตอ่ ในระดบั มหาวทิ ยาลยั แตต่ อ้ งการ-จะมีวุฒิทางวิชาชีพ เช่น บริหารธุรกิจ ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมศิลปะ การท่องเที่ยว การโรงแรม ฯลฯ สามารถเข้าเรียนต่อได้ โดยวิทยาลัย ⌦⌫⌦⌫
เหล่านี้จะใช้ชื่อต่าง ๆ กัน เช่น วิทยาลัยการศึกษาต่อเนื่อง วิทยาลัยเทคนิควิทยาลัยศิลปะและการออกแบบ และวิทยาลัยเทคโนโลยี เป็นต้น สถานศึกษาเหลา่ นม้ี หี ลกั สตู รทเ่ี ปดิ สอนตา่ ง ๆ กนั เชน่ First Certificate / Diploma (FC/FD) ซง่ึ เปน็ การศกึ ษา-สำหรบั ผทู้ เ่ี พง่ิ จบการศกึ ษาจากโรงเรยี น โดยผา่ น GCSE เพยี งไมก่ ว่ี ชิ า หลกั สตู ร-นใ้ี ชร้ ะยะเวลา 1 ปี เมอ่ื จบแลว้ สามารถเรยี นตอ่ ในระดบั สงู ได้ National Certificate / Diploma (NC/ND) เปน็ การศกึ ษา-ในสายวิชาชีพที่สูงขึ้นจาก FC/FD ระยะเวลา 2 ปี (โดยหลักสูตรในปีแรก คือการเรยี นระดบั FC/FD ผทู้ จ่ี บระดบั นจ้ี ะเทยี บเทา่ กบั GCE \"A\" Level ซง่ึ หากได้คะแนนดีมากสามารถเรียนระดับปริญญาตรีได้ Higher National Certificate / Diploma (HNC/HND)เป็นระดับสูงสุด การศึกษาระดับนี้ใช้เวลาเรียน 2 ปี ผู้ที่จบการศึกษาระดับนี้หากต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีสามารถทำได้ โดยใช้เวลาอีก 2 ปี แต่ผลการเรยี นตอ้ งอยใู่ นระดบั ดี วฒุ กิ ารศกึ ษาของหลกั สตู รเหลา่ นจ้ี ะไดร้ บั จาก BTEC(Business and Technician Education Council) สว่ นในสกอ๊ ตแลนดไ์ ดค้ ณุ วฒุ -ิจาก SCOTVEC (Scottish Vocational Education Council) 4. ระดบั อดุ มศกึ ษา เป็นการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยการอุดมศึกษา(College of Higher Education) ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 80 แห่งเปน็ ของรฐั บาลทง้ั หมด ยกเวน้ เพยี งแหง่ เดยี ว คอื University of Buckinghamซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน สำหรับวิทยาลัยการอุดมศึกษามีประมาณ 243 แห่งสถาบนั อดุ มศกึ ษาในสหราชอาณาจกั รแบง่ ไดเ้ ปน็ 4 ประเภท ไดแ้ ก่ 4.1 มหาวิทยาลัย (Universities) มีทั้งที่เป็นสถาบันอิสระที่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล และเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐเอง จัดการเรียนการสอน-ตง้ั แตร่ ะดบั ปรญิ ญาตรขี น้ึ ไป รวมถงึ การศกึ ษาในระดบั บณั ฑติ ศกึ ษา ⌦⌫⌦⌫
4.2 สถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย (UniversitiesSector Colleges) สถาบนั เหลา่ นไ้ี มม่ สี ถานะเปน็ มหาวทิ ยาลยั แตส่ ามารถจดั การ-เรยี นการสอนในระดบั ปรญิ ญา โดยอาศยั ความเปน็ สถาบนั สมทบกบั มหาวทิ ยาลยั -หลักที่มีอยู่ 4.3 สถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศ (InternationalColleges and Universities) เปน็ สถาบนั จากตา่ งประเทศทม่ี าตง้ั วทิ ยาเขตใน-ประเทศองั กฤษ ในปจั จบุ นั มี 2 แหง่ ซง่ึ เปน็ มหาวทิ ยาลยั จากสหรฐั อเมรกิ า 4.4 สถาบนั อดุ มศกึ ษาในระดบั สอนวชิ าชพี เฉพาะ (Professionaland Postgraduate Institutions) จัดการเรียนการสอนในชั้นอุดมศึกษาในวชิ าชพี เฉพาะทาง เชน่ กฎหมาย การจดั การ ฯลฯ 3.3.3 คณุ ภาพมาตรฐาน การควบคุมดูแลคุณภาพมาตรฐานการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม-ประกอบด้วย 1. การกำหนดมาตรฐานการวิชาชีพ (Occupational Standard)เป็นการกำหนดมาตรฐานแต่ละวิชาชีพให้สอดคล้องกับการปฏิบัติในโลกของงานจริงอย่างต่อเนื่อง 2. คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี (National Vocational Qualification : NVQ)มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่ทำงานอยู่แล้วให้ได้รับการประเมินทักษะความสามารถตามระดับต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ หากไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดกจ็ ะไดร้ บั การฝกึ อบรมเพม่ิ เตมิ แบง่ เปน็ 5 ระดบั ตามลกั ษณะวชิ าชพี 3. คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี แหง่ ชาตทิ ว่ั ไป (General National VocationalQualifications: GNVQ) เป็นการเตรียมพื้นฐานความรู้ด้านวิชาชีพเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับพน้ื ฐาน (Foundation) ระดบั กลาง (Intermediate) และระดบั สงู (Advanced) ⌦⌫⌦⌫
แผนภมู ทิ ่ี 3.3 ระบบการศกึ ษาของประเทศสหราชอาณาจกั ร ⌦⌫⌦⌫
3.3.4 สรปุ การอาชีวศึกษาและฝึกอบรมอาชีพที่เป็นรูปแบบ จัดขึ้นสำหรับผู้จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เป็นการศึกษาวิชาชีพ (GeneralVocational Education) หรือการสร้างทักษะตามความต้องการของสถานประกอบการ แต่ละระดับมีการทดสอบเพื่อรับคุณวุฒิวิชาชีพทั่วไป (GeneralNational Vocational Qualifications : GNVQ) สามารถศึกษาต่อระดับ-ประกาศนยี บตั รชน้ั สงู และปรญิ ญาตรี หรอื เขา้ สตู่ ลาดแรงงาน ถา้ มปี ระสบการณ-์การทำงาน (Work Related) สามารถทดสอบเพื่อรับวุฒิวิชาชีพ (NationalVocational Qualifications : NVQ) 3.4 ประเทศสหรฐั อเมรกิ า 3.4.1 สภาพท่ัวไป ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ตง้ั อยใู่ นทวปี อเมรกิ าเหนอื ตอนใตข้ องประเทศ-แคนาดา มพี น้ื ทก่ี วา้ งใหญป่ ระมาณ 9,300,000 ตารางกโิ ลเมตร หรอื ประมาณ 16.5เท่าของพื้นที่ประเทศไทย แบ่งการปกครองเป็น 50 มลรัฐ มีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.(Washington D.C.) เปน็ เมอื งหลวง มปี ระชากรประมาณ 270.3 ลา้ นคน (พ.ศ.2541) ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้ารัฐบาลสินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ สินค้าทุน รถยนต์ สินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบสนิ คา้ บรโิ ภค และสนิ คา้ เกษตร 3.4.2 การจดั การศกึ ษา ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีระบบการศึกษาของชาติ เพราะแต่ละมลรัฐต่างมีเมืองหลวงของตนเอง มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละรัฐดังนั้นการจัดการศึกษาจึงเป็นหน้าที่ของแต่ละมลรัฐ กระทรวงศึกษาธิการไม่มีอำนาจที่จะจัดตั้งระบบการศึกษาในระดับชาติ คงทำหน้าที่เพียงประสานงานกับ ⌦⌫⌦⌫
มลรฐั ตา่ ง ๆ เทา่ นน้ั แต่ละมลรัฐมีกระทรวงศึกษาธิการและสภาการศึกษาเพื่อทำหน้าที่ควบคุมดูแล โดยมีรัฐมนตรี (Commissioner) ของมลรัฐทำหน้าที่บริหารงานในแตล่ ะมลรฐั มเี ขตการศกึ ษาหลายสบิ เขต แตล่ ะเขตมสี ภาหรอื คณะกรรมการการ-ศึกษาที่เรียกว่า \"School Board\" ทำหน้าที่บริหารจัดการร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตการบริหารจัดการในแต่ละมลรัฐมีความแตกต่างกันไป บางมลรัฐยังมีการรวบอำนาจการตัดสินใจไว้ที่สภาการศึกษาของมลรัฐ บางรัฐได้กระจายอำนาจการตัดสินใจให้เป็นภาระหน้าที่ของเขตการศึกษา การศึกษาภาคบังคับของสหรัฐอเมริกาเป็นการศึกษาในช่วงก่อนอดุ มศกึ ษา นน่ั กค็ อื การศกึ ษา 12 ปี ระหวา่ งอายุ 6-17 ปี โครงสรา้ งการศกึ ษาจะ-ประกอบดว้ ยระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา และอดุ มศกึ ษา 1. ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา เป็นการเรียนในโรงเรียนอนุบาลด้วยความสมัครใจ ลักษณะการเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนที่จะเข้าสู่การศึกษาภาคบังคับมากกว่าที่จะเป็นการเรียนทางวิชาการ คล้ายกับระดับก่อนประถมศึกษาในประเทศอื่น ๆทว่ั โลก โดยใชเ้ วลาเรยี น 2-3 ปี ในโรงเรยี นอนบุ าล โรงเรยี นเดก็ เลก็ โปรแกรมกอ่ น-ประถมศกึ ษา และในศนู ยร์ บั เลย้ี งเดก็ เดก็ ทเ่ี รยี นในระดบั นจ้ี ะมอี ายรุ ะหวา่ ง 4-6 ปี 2. ระดบั ประถมศกึ ษา การศึกษาระดับประถมศึกษาในสหรัฐอเมริกามีหลายรูปแบบแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะรฐั สามารถสรปุ ไดด้ งั แผนภมู ทิ ่ี 3.4 โปรแกรมแรกเป็นการศึกษา 6 ปี ตั้งแต่เกรด 1 ถึงเกรด 6ผู้เรียนจะมีอายุระหว่าง 6-11 ปี ผู้ที่จบระดับนี้อาจเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาที่เรยี กวา่ \"Combined Junior-Senior High Schools\" (ระบบ 6-6) หรอื เรยี นตอ่ -ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (Junior High Schools) อกี 3 ปี แลว้ ตอ่ ระดบั มธั ยม-ศกึ ษาตอนปลาย (Senior High Schools) อกี 3 ปี ทเ่ี รยี กวา่ ระบบ 6-3-3 ⌦⌫⌦⌫
โปรแกรมที่สองเป็นการศึกษาชั้นประถมศึกษา 8 ปี เริ่มจากเกรด 1 ถงึ 8 อายรุ ะหวา่ ง 6-13 ปี 3. ระดบั มธั ยมศกึ ษา การศึกษาระดับนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ และต่อเนื่องกับ-ระดบั ประถมศกึ ษา คอื รฐั ทจ่ี ดั ประถมศกึ ษาเปน็ เวลา 8 ปี โดยทน่ี กั เรยี นมอี ายุระหวา่ ง 6-13 ปี กจ็ ะเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายอกี 4 ปี ทเ่ี รยี กวา่ \"4-yearHigh Schools\" นกั เรยี นจะมอี ายรุ ะหวา่ ง 14-17 ปี สำหรบั รฐั ทจ่ี ดั การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา 6 ปี กอ็ าจเขา้ เรยี น-ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ทเ่ี รยี กวา่ \"Junior High Schools\" อกี 3 ปี (เกรด 7-9)ขณะนี้นักเรียนจะมีอายุ 12 ถึง 14 ปี และเมื่อจบเกรด 9 แล้ว จะเข้าเรียนต่อมธั ยมศกึ ษาตอนปลายทเ่ี รยี กวา่ \"Senior High Schools\" อกี 3 ปี (เกรด 10-12)นกั เรยี นจะมอี ายรุ ะหวา่ ง 15 ถงึ 17 ปี สำหรับรัฐที่จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา 6 ปี (เกรด 1-6)ก็อาจเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาควบทั้ง 6 ปี ที่เรียกว่า \"Combined Junior-Senior High Schools\" (เกรด 7-12) อายนุ กั เรยี นระหวา่ ง 12-17 ปี เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เยาวชนจะมีอายุ 17 ปี เป็นการจบการศกึ ษาภาคบงั คบั ซง่ึ จะไดร้ บั ประกาศนยี บตั รทเ่ี รยี กวา่ \"High SchoolsDiploma\" การเรยี นภาคบงั คบั น้ี ไมต่ อ้ งเสยี คา่ เลา่ เรยี นแตอ่ ยา่ งใด 4. การอาชีวศึกษาและการฝึกอาชีพ กระทำหลาย ๆ รปู แบบในชว่ งชน้ั แตกตา่ งกนั ไดแ้ ก่ 1) การจัดการศึกษาด้านอาชีพในประเทศสหรัฐอเมริกาดำเนินการอย่างเป็นระบบผนวกไว้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นอุดมศึกษา ในส่วนที่เรียกว่า \"อาชีพศึกษา\" (Career Education) ซึ่งแบ่งเนื้อหาไว้เป็น 4 ขั้นตอนได้แก่ ⌦⌫⌦⌫
(1.1) ชน้ั ตระหนกั ในอาชพี (Career Awareness) เรม่ิ ตง้ั แต-่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษา (1.2) ชน้ั แนะนำอาชพี และการแบง่ หนา้ ทข่ี องแรงงานในสงั คม(Career Orientation Systematization) เปน็ การจดั การในระดบั ประถมศกึ ษา-ตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้น (1.3) ชน้ั การสำรวจบทบาทอาชพี ทส่ี มั พนั ธก์ บั แนวคดิ ของตน(Career Experimentation) เป็นการจัดการในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (1.4) ชั้นเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ (Employability) เป็นการ-จัดการศึกษาในระดับช่วงท้ายของมัธยมศึกษาตอนปลายต่อเนื่องไปถึงระดับอุดมศึกษา 2) จัดไว้ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในแผนการเรียนที่เรียกว่า \"เตรียมเทคนิค\" (Technical Preparation) ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ 3) แผนการศึกษาอาชีพที่ผสมผสานในลักษณะแนวทางการเรยี นรคู้ กู่ ารทำงาน (School-to-work Transitions) 4) แผนการจัดอาชีวศึกษาในลักษณะสหกิจอาชีวศึกษา(Vocational Cooperative Education) สำหรับผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนต้นได้ผ่านการเตรียมความรู้ทางวิชาชีพมาระดับหนึ่ง แล้วเข้าเรียนในโปรแกรมนี้ในลักษณะเรียนทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการสลับกัน 5) การจัดอาชีวศึกษาในวิทยาลัยเทคนิคหรือในวิทยาลัยชุมชน 5. ระดบั อดุ มศกึ ษา การศึกษาระดับอุดมศึกษาของสหรัฐอเมริกามีหลากหลาย ทั้งที่จดั ในวทิ ยาลยั ชมุ ชน วทิ ยาลยั เทคนคิ และมหาวทิ ยาลยั รวมทง้ั สถาบนั การศกึ ษา-ชน้ั สงู เฉพาะทางอน่ื ๆ ถา้ เปน็ การศกึ ษาระดบั อนปุ รญิ ญาจะใชเ้ วลา 2 ปี ถา้ เปน็ ใน- ⌦⌫⌦⌫
ระดบั ปรญิ ญาจะใชเ้ วลา 4 ปี ซง่ึ ผเู้ รยี นมอี ายรุ ะหวา่ ง 18-21 ปี ผทู้ จ่ี บปรญิ ญาตร-ีแล้ว อาจเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกตามลำดับ ดังแสดงในแผนภมู ทิ ่ี 3.4 การศกึ ษาระดบั อดุ มศกึ ษา (Higher Education) ในสหรฐั อเมรกิ า-อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า \"การศึกษาหลังมัธยมศึกษา\" (Post-SecondaryEducation) โดยไม่เรียกว่ามหาวิทยาลัย เพราะเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่ใช่-มหาวทิ ยาลยั เชน่ เดยี วกบั ทห่ี ลาย ๆ ประเทศใชเ้ รยี กกนั อยู่ ในปจั จบุ นั มสี ถาบนั -อดุ มศกึ ษา 2,819 แหง่ ทเ่ี ปดิ สอนระดบั ปรญิ ญาตรแี ละสงู กวา่ จำนวน 2,657 แหง่ทเ่ี ปดิ สอนระดบั อนปุ รญิ ญา และจำนวน 4,927 แหง่ ทเ่ี ปดิ สอนหลกั สตู รระยะสน้ั 3.4.3 สรปุ การศึกษาด้านอาชีพในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นอดุ มศกึ ษา ในลกั ษณะทเ่ี หมาะสมกบั วยั และการเรยี นการสอนในแตล่ ะระดบั สำหรบั -ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจะมโี ปรแกรมการเรยี นใหเ้ ลอื กเรยี น ทง้ั สายสามญั เพอ่ื -มงุ่ สมู่ หาวทิ ยาลยั หรอื สายประสมประสานกบั อาชพี ในลกั ษณะตา่ ง ๆ ในระดบั -มัธยมศึกษาตอนปลาย และอีกระดับหนึ่งคือ อาชีวศึกษาที่จัดในระดับหลังชั้นมธั ยมศกึ ษา (Post-Secondary Education) ซง่ึ จะจดั การอาชวี ศกึ ษาและฝกึ อาชพี -ในวทิ ยาลยั ชมุ ชน สถาบนั เทคโนโลยเี ฉพาะทางตา่ ง ๆ ในระดบั อนปุ รญิ ญา นกั ศกึ ษา-ส่วนหนึ่งสามารถเทียบโอนหน่วยกิตไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ แต่ต้องมีข้อตกลงกนั ระหวา่ งวทิ ยาลยั นน้ั ๆ กบั มหาวทิ ยาลยั ทจ่ี ะรว่ มมอื ในโครงการ ⌦⌫⌦⌫
แผนภมู ทิ ่ี 3.4 ระบบการศกึ ษาของประเทศสหรฐั อเมรกิ า ⌦⌫⌦⌫
3.5 ประเทศญป่ี นุ่ 3.5.1 สภาพท่ัวไป ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่ประมาณ377,835 ตารางกโิ ลเมตร ซง่ึ เลก็ กวา่ ประเทศไทย ประกอบดว้ ยเกาะหลกั 4 เกาะคือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ คิวชิว และเกาะขนาดเล็กอีกจำนวนมาก แบ่งเขตการปกครองออกเปน็ 47 จงั หวดั มปี ระชากรประมาณ 127 ลา้ นคน ญป่ี นุ่ เปน็ -ประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจมั่งคั่งที่สุดประเทศหนึ่ง มีกำลังแรงงานประมาณ67.7 ลา้ นคน มอี ตั ราการวา่ งงานประมาณรอ้ ยละ 4.7 3.5.2 การจดั การศกึ ษา ประเทศญี่ปุ่นจัดการศึกษาภาคบังคับเป็นเวลา 9 ปี ซึ่งเป็นการศกึ ษาแบบใหเ้ ปลา่ เปน็ การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา 6 ปี และระดบั มธั ยมศกึ ษา-ตอนตน้ (Junior High School) 3 ปี โดยยดึ หลกั ความเทา่ เทยี มกนั ทางการศกึ ษาให้สามารถพัฒนาได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล และมีนโยบายกระจายอำนาจทางการศกึ ษาไปสสู่ ว่ นภมู ภิ าค ใหแ้ ตล่ ะทอ้ งถน่ิ สามารถจดั การศกึ ษาไดต้ ามความ-ตอ้ งการและความพรอ้ มของทอ้ งถน่ิ ญป่ี นุ่ ใหค้ วามสำคญั กบั การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติมกี ารกำหนดระยะเวลาสำเรจ็ หลกั สตู รทย่ี ดื หยนุ่ ตามความสะดวกของผเู้ รยี น และ-ใหม้ รี ะบบการเทยี บโอนหนว่ ยกติ การจดั การศกึ ษาในระบบโรงเรยี นของประเทศ-ญป่ี นุ่ จดั ระดบั การศกึ ษาออกเปน็ ระดบั ตา่ ง ๆ ดงั แสดงในแผนภมู ทิ ่ี 3.5 1. ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาไม่เป็นการศึกษาภาคบังคับเป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพื่อพัฒนาเด็กด้านร่างกาย และความคิด และให้รู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัว และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนระดับประถมศึกษา การจัดการศึกษาระดับนี้ดำเนินการใน-โรงเรียนอนุบาล ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ และสถาน ⌦⌫⌦⌫
รบั เลย้ี งเดก็ ซง่ึ อยภู่ ายใตก้ ารดแู ลของกระทรวงสาธารณสขุ และสวสั ดกิ าร 2. ระดบั ประถมศกึ ษา การศึกษาระดับประถมศึกษาเป็นการศึกษาภาคบังคับ ใช้เวลาเรียน 6 ปี เป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาทั้งด้านร่างกาย และจิตใจของเด็ก 3. ระดบั มธั ยมศกึ ษา การศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาแบง่ เปน็ 2 ระดบั คอื มธั ยมศกึ ษา-ตอนตน้ และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 3.1 มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (Junior High School) การศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เปน็ การศกึ ษาภาคบงั คบัใช้เวลาเรียน 3 ปี นอกจากนั้น ยังมีการจัดสอบเทียบความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สำหรับผู้ที่เรียนไม่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือไม่ได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้ที่ผ่านการสอบสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ 3.2 มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (Senior High School) การศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มที ง้ั การจดั การศกึ ษา-สายสามัญ และสายอาชีพ และหลักสูตรประสม การศึกษาสายสามัญ แบ่งออกเปน็ มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สว่ นสายอาชพี -จะมกี ารจดั สอนวชิ าชพี ตา่ ง ๆ เชน่ เกษตรกรรม อตุ สาหกรรม พาณชิ ยกรรม การประมง คหกรรม และการพยาบาล เป็นต้น การจัดการศึกษาในระดับนี้ มีทั้งการจดั การศกึ ษาในเวลา ใชเ้ วลาเรยี น 3 ปี การจดั การศกึ ษานอกเวลาในตอนเยน็ใชเ้ วลาเรยี น 4 ปี และการศกึ ษาทางไกล สำหรบั ผทู้ ท่ี ำงานแลว้ ทต่ี อ้ งการไดร้ บั -ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ⌦⌫⌦⌫
4. ระดับหลงั มธั ยมศึกษา การจัดการศึกษาระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายของญี่ปุ่นแบง่ ตามประเภทของสถาบนั อดุ มศกึ ษา ไดด้ งั น้ี 4.1 มหาวทิ ยาลยั การจัดการศึกษาในมหาวิทยาลัยเน้นการจัดการศึกษาสาขา-วชิ าทางศลิ ปศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ การศกึ ษาในระดบั ปรญิ ญาตรใี ชเ้ วลาเรยี น4 ปี ยกเว้นคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี การศึกษาในมหาวิทยาลัยมีทั้งหลักสูตรเต็มเวลา และหลกั สตู รนอกเวลา เรยี นในภาคคำ่ สำหรบั ผทู้ ท่ี ำงานในเวลากลางวนั ใชเ้ วลาศกึ ษา5 ปี นอกจากนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ยังมีการจัดการศึกษาทางไกลผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ โดยใชค้ วามกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ ทง้ั ในระดบั -ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท และหลกั สตู รทไ่ี มร่ บั ปรญิ ญา (หลกั สตู ร 1 ภาคการศกึ ษาหรือ 1 ปีการศึกษา) ส่วนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษามีการจัดการศึกษาในหลักสูตรปริญญาโท ปริญญาเอก และระดับหลังปริญญาเอก (ProfessionalDegree) 4.2 วทิ ยาลยั ชน้ั ตน้ (Junior College) จัดการศึกษาระดับอนุปริญญา สำหรับผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้เวลาเรียน 2-3 ปี มีการสอนในสาขาวิชาทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เช่น คหกรรม บริหารธุรกิจ การบัญชี และการออกแบบ เป็นต้น ผู้ที่ศึกษาในวิทยาลัยชั้นต้นสามารถเปลี่ยนไปศึกษาใน-มหาวิทยาลัยได้ วิทยาลัยชั้นต้นส่วนใหญ่เป็นวิทยาลัยสำหรับผู้หญิง และเป็นของเอกชน 4.3 วทิ ยาลยั เทคนคิ (Technical College) เปน็ การจดั การศกึ ษาใหผ้ สู้ ำเรจ็ การศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษา-ตอนต้น จัดการศึกษาด้านเทคโนโลยี เพื่อเตรียมคนให้มีความรู้ความสามารถที่ ⌦⌫⌦⌫
จำเป็นแก่อาชีพทางสายช่างเทคนิค เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี แต่ในสาขาพาณชิ ยน์ าวี (Mercantile Marine) ใชเ้ วลาเรยี น 5 ปี 6 เดอื น สว่ นใหญเ่ ปน็ -วทิ ยาลยั เทคนคิ ทางสายวศิ วกรรมศาสตร์ และสาขาทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา-จะได้รับวุฒิอนุปริญญา ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค และมีคุณสมบัติตามทก่ี ำหนดสามารถศกึ ษาตอ่ ในระดบั สงู ขน้ึ ได้ และบางวทิ ยาลยั ไดร้ บั อนมุ ตั ใิ ห-้จัดการศึกษาได้ถึงระดับปริญญาตรี 4.4 วทิ ยาลยั ฝกึ อาชพี เฉพาะทาง (Special Training Collegeหรอื Professional Training College) เป็นการจัดการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพสำหรับผู้จบการ-ศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือสูงกว่า เพื่อฝึกอาชีพเฉพาะทาง เช่นการพยาบาล ภาษาตา่ งประเทศ ศลิ ปะ ดนตรี เกษตรกรรม การบญั ชี การแสดงและการจัดการสารสนเทศ เป็นต้น มีระยะเวลาเรียนและฝึกอบรม 1-3 ปีส่วนใหญ่เป็นวิทยาลัยของเอกชน 4.5 โรงเรยี นฝกึ อบรมวชิ าชพี (Miscellaneous School) เปน็ การจดั การฝกึ อบรมวชิ าชพี ทง้ั ระยะสน้ั และระยะยาว ม-ีความยดื หยนุ่ ตามความตอ้ งการของผเู้ รยี น โรงเรยี นเหลา่ น้ี ไดแ้ ก่ โรงเรยี นสอน-ตดั เสอ้ื โรงเรยี นสอนการฝมี อื โรงเรยี นสอนการประกอบอาหาร เปน็ ตน้ ใชเ้ วลา-ฝกึ อบรม 1 ปี หรอื มากกวา่ แตบ่ างหลกั สตู รใชเ้ วลาเพยี ง 3 เดอื น สว่ นใหญเ่ ปน็ -โรงเรียนของเอกชน 5. การจดั อาชวี ศกึ ษาของประเทศญป่ี นุ่ การอาชีวศึกษาของประเทศญี่ปุ่นเริ่มในระดับมัธยมศึกษาตอน-ปลาย โดยมีการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่เลือกเรียนหลักสูตรสายอาชีพ หรือเรียนในหลักสูตรมัธยมแบบประสม ซึ่งมีการจัดสอนสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การประมง คหกรรมการพยาบาล เป็นต้น โดยมีการจัดการเรียนการสอนทั้งในเวลา นอกเวลา และ ⌦⌫⌦⌫
การศึกษาทางไกล ส่วนในระดับหลังมัธยมศึกษามีการจัดการศึกษาวิชาชีพในวิทยาลัยชั้นต้น รับผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้เวลาเรียน2-3 ปี และวิทยาลัยเทคนิครับผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้เวลาเรยี น 5 ปี สำหรบั การศกึ ษาวชิ าชพี เฉพาะทาง มกี ารจดั ในวทิ ยาลยั ฝกึ อาชพี -เฉพาะทาง โดยรับผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือสูงกว่านอกจากนน้ั ยงั มกี ารจดั ฝกึ อบรมวชิ าชพี ทง้ั ระยะสน้ั และระยะยาวตามความสนใจของผู้เรียนในโรงเรียนฝึกอบรมวิชาชีพ ประเทศญป่ี นุ่ ยงั มกี ระทรวงแรงงานเปน็ หนว่ ยงานหลกั อกี แหง่ หนง่ึทด่ี ำเนนิ การฝกึ อบรมวชิ าชพี ใหก้ บั แรงงาน โดยมี 1) การฝกึ อบรมขน้ั พน้ื ฐาน เปน็ -การให้ความรู้และฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน 2) การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถในการปฏิบัติงานสำหรับการทำงานของช่างฝีมือที่มีความสามารถสูงขึ้น 3) การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้น เพื่อให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน และ 4) การฝึกอบรมสำหรับผู้ว่างงานหรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ การฝึกอบรมเหล่านี้จัดในศูนย์การฝึกอบรมอาชีพ ศูนย์พฒั นาทกั ษะ และสถานฝกึ อบรมวชิ าชพี ภาคเอกชนหรอื สถานประกอบการในประเทศญป่ี นุ่ ใหค้ วามสำคญักับการจัดการศึกษาและฝึกอบรมสำหรับพนักงานตั้งแต่แรกเข้าจนตลอดการ-ประกอบอาชพี สถานประกอบการขนาดใหญจ่ ะมศี นู ยฝ์ กึ อบรมของตนเอง สว่ น-สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเลก็ จะอาศยั ศนู ยฝ์ กึ ทกั ษะ และวทิ ยาลยั -เทคนิคเป็นแหล่งในการฝึกอบรมพนักงาน ซึ่งแต่ละแห่งจะมีการจัดหลักสูตรความร่วมมือกับสถานประกอบการ การจัดการฝึกอบรมในสถานประกอบการมีทั้งที่เป็นการสร้างและเพิ่มพูนทักษะเฉพาะเพื่อการปฏิบัติงาน และการฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนหรือเลื่อนระดับตำแหน่ง เช่น การฝึกอบรมสำหรับพนักงานใหม่ผบู้ รหิ ารระดบั ตน้ ผบู้ รหิ ารระดบั กลาง และผบู้ รหิ ารระดบั สงู เปน็ ตน้ ⌦⌫⌦⌫
แผนภมู ทิ ่ี 3.5 ระบบการศกึ ษาของประเทศญป่ี นุ่ ⌦⌫⌦⌫
3.5.3 สรปุ การอาชีวศึกษาในประเทศญี่ปุ่นเริ่มในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายซง่ึ อาจเปน็ วทิ ยาลยั เทคนคิ หรอื สถานศกึ ษาเฉพาะทาง บางวทิ ยาลยั ไดร้ บั อนญุ าต-ใหจ้ ดั การศกึ ษาไดถ้ งึ ระดบั ปรญิ ญาตรี รวมทง้ั มกี ารฝกึ อบรมวชิ าชพี ทง้ั หลกั สตู ร-ระยะสั้นและหลักสูตรระยะยาว ผู้จบจากระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอาจเข้าเรียนวิชาชีพในวิทยาลัยชั้นต้น ซึ่งเป็นการศึกษาเฉพาะทาง นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงแรงงานที่จัดฝึกอบรมวิชาชีพทั้งหลักสูตรเตรียมเข้าทำงานและหลักสูตรยกระดบั ฝมี อื สถานประกอบการเอกชนยงั จดั การฝกึ อบรมวชิ าชพี ใหก้ บั พนกั งาน-ของตนอีกด้วย 3.6 ประเทศสาธารณรฐั เกาหลี 3.6.1 สภาพทั่วไป ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี มีพื้นที่ประมาณ 98,480 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเล็กกว่าประเทศญี่ปุ่นเกือบสี่เท่า หรือเล็กกวา่ ประเทศไทยประมาณเกอื บหกเทา่ มปี ระชากรประมาณ 47 ลา้ นคน แบง่ พน้ื ท-่ีการปกครองโดยแยกอำนาจการบรหิ ารเปน็ รฐั บาลทอ้ งถน่ิ จำนวน 16 แหง่ มกี ำลงั -แรงงานประมาณ 22 ลา้ นคน และมอี ตั ราการวา่ งงานประมาณรอ้ ยละ 6.3 3.6.2 การจดั การศกึ ษา ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีได้มีการเตรียมตัวเพื่อรับกระแสการเปลย่ี นแปลงของโลกในยคุ ศตวรรศท่ี 21 โดยมแี นวความคดิ ในการปฏริ ปู ประเทศ-ตามแผนที่ชื่อว่า SEGYEHWA Plan ซึ่งเป็นแผนการปฏิรูปให้เป็นไปตามโลกอันมีความหมายเดียวกับคำว่า โลกาภิวัตน์ (Globalization) แนวคิดของแผนนี้เน้นการปฏิรูปการศึกษาเป็นกลไกสำคัญของการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม โดยในปี พ.ศ. 2537 สาธารณรัฐเกาหลีได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ⌦⌫⌦⌫
ทำหนา้ ทก่ี ำหนดแนวทางและกำกบั การปฏริ ปู การศกึ ษา เรยี กวา่ คณะกรรมาธกิ าร-แหง่ ประธานาธบิ ดเี พอ่ื การปฏริ ปู การศกึ ษา (The Presidential Commission onEducation Reform : PCER) PCER ไดป้ ระกาศแผนการปฏริ ปู การศกึ ษาเพอ่ื -สร้างระบบการศึกษาใหม่ เพื่อมุ่งสู่ยุคสารสนเทศและโลกาภิวัตน์ โดยมีพื้นฐานความคิดอยู่ที่การสร้าง \"สังคมการศึกษาแบบเปิดและตลอดชีวิต\" ต่อมา PCERไดน้ ำเสนอแนวทางการปฏริ ปู การศกึ ษาโดยมงุ่ เนน้ การปรบั โครงสรา้ งระบบการศกึ ษา-ระดบั อาชวี ศกึ ษาใหเ้ ปน็ การจดั การอาชวี ศกึ ษาตลอดชวี ติ โดย PCER ไดก้ ำหนด-เป้าหมายสูงสุดของระบบการศึกษาภายใต้ความคิดที่เรียกว่า \"Edutopia\"(a Utopia of Education) ซง่ึ หมายความวา่ เปน็ รฐั สวสั ดกิ ารทางการศกึ ษา โดยระบบการศกึ ษาตอ้ งเปน็ ระบบเปดิ และเปน็ การศกึ ษาตลอดชวี ติ ทช่ี าวเกาหลที กุ คน-สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากการศึกษาได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเงื่อนไขการทำงาน เงื่อนไขการดำรงชีวิต หรือข้อจำกัดทั้งปวง เพื่อให้คนเกาหลีมีความรู้ ความสามารถ มีความทันสมัย และมีจริยธรรม พัฒนาให้บคุ คลทเ่ี ปน็ ผลผลติ ของการศกึ ษามลี กั ษณะเดน่ 4 ประการ คอื เปน็ บคุ คลทพ่ี รอ้ ม-ทจ่ี ะรว่ มมอื กบั ผอู้ น่ื มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มจี ติ ใจทเ่ี ปดิ กวา้ ง และใหค้ วามสำคญัแกก่ ารทำงาน และมจี รยิ ธรรม ประเทศสาธารณรฐั เกาหลจี ดั การศกึ ษาภาคบงั คบั 6 ปี โดยยดึ หลกั -ความเทา่ เทยี มกนั ของโอกาสทางการศกึ ษา และการศกึ ษาตลอดชวี ติ การจดั การ-ศึกษาในระบบโรงเรียนของเกาหลีแบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ดังแสดงในแผนภูมิที่ 3.6 1. ระดบั กอ่ นประถมศกึ ษา การศกึ ษาระดบั กอ่ นประถมศกึ ษาของสาธารณรฐั เกาหลสี ว่ นใหญ่จดั ในโรงเรียนอนุบาล เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3-5 ปีโดยจดั สภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมในการใหก้ ารบรบิ าลเดก็ และการพฒั นาเดก็ โดย-ใช้กิจกรรมที่หลากหลายให้เกิดความสนุกสนาน เพื่อเตรียมเด็กให้มีความพร้อม ⌦⌫⌦⌫
ในการศึกษาในระดับต่อไป 2. ระดบั ประถมศกึ ษา การศึกษาระดับประถมศึกษาเป็นการศึกษาภาคบังคับ เป็นการ-ศึกษาแบบให้เปล่า ใช้เวลาเรียน 6 ปี สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-11 ปีการจัดการศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชวี ติ หลกั สตู รในระดบั นจ้ี ดั แบง่ วชิ าตา่ ง ๆ เปน็ 9 กลมุ่ วชิ าหลกั คอื ศลี ธรรมภาษาเกาหลี สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ พลศึกษาการดนตรี วจิ ติ รศลิ ป์ และศลิ ปะปฏบิ ตั ิ โดยในระดบั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 และ 2วชิ าตา่ ง ๆ จะจดั ในรปู แบบของการบรู ณาการ 3. ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (Middle School) การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นการศึกษาหลักสูตร3 ปี หลักสูตรการศึกษาประกอบด้วยวิชาพื้นฐาน วิชาเลือก และกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยมีวิชาด้านอาชีวศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเลือกเพื่อเชื่อมโยงระหว่างการศึกษากับอาชีพ 4. ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (High School) การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของสาธารณรัฐเกาหลี-เป็นการจัดการศึกษาในวิชาทั่วไปที่มีความซับซ้อนและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เป็นหลักสูตรที่ใช้เวลาในการศึกษา 3 ปี ผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในวิทยาลัยชั้นต้น (Junior College) วิทยาลัย(College) หรือมหาวิทยาลัยได้ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของสาธารณรัฐ-เกาหลมี ี 2 ประเภท คอื โรงเรยี นทจ่ี ดั การเรยี นการสอนสายสามญั และโรงเรยี นที่จัดการเรียนการสอนสายอาชีพ เช่น เกษตรกรรม พาณิชยกรรม การประมงและอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีโรงเรียนบางแห่งที่จัดการเรยี นการสอนทง้ั สายสามญั และสายอาชพี นอกจากนน้ั ยงั มโี รงเรยี นมธั ยม-ศึกษาตอนปลายที่จัดการเรียนการสอนที่เน้นเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือ- ⌦⌫⌦⌫
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179