Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายวิชาพลังงานทดแทนกับการนำไปใช้ประโยชน์

รายวิชาพลังงานทดแทนกับการนำไปใช้ประโยชน์

Published by jarupha2000, 2022-03-07 08:32:01

Description: แผนการจัดการเรียนรู้

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่เี น้นผู้เรียนเป็นสาคญั รหัสวชิ า ว22202 รายวิชา พลังงานทดแทนฯ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 จัดทาโดย นางสาวจารภุ า นวลเพง็ ตาแหนง่ ครูผู้ช่วย กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ สงั กัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กลมุ่ บริหารงานวิชาการ โรงเรยี นเก้าเลี้ยววทิ ยา

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1 รายวชิ าพลังงานทดแทนกบั การใช้ประโยชน์ รหสั วชิ า ว 22202 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1บทนำพลงั งำนทดแทนกบั กำรใช้ประโยชน์ เรอื่ ง บทนำพลังงำนทดแทนกับกำรใชป้ ระโยชน์ เวลา 2 ชว่ั โมง ชอ่ื ผู้สอน นางสาวจารุภา นวลเพ็ง กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเกา้ เล้ียววทิ ยา ________________________________________________________________________________ ผลการเรยี นรู้ อธิบายความสำคัญของพลังงานทดแทน สาระการเรยี นรู้ ความสำคัญของพลงั งานทดแทน สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน และเป็นปัจจัยพื้นฐานของการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคมขนส่ง แหล่งพลังงานหลักในปัจจุบันท่ี นำมาใช้ผลิตไฟฟ้าและใช้ในการคมนาคมขนส่ง ได้แก่ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ซ่ึงแหล่งพลังงาน ดังกล่าวเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้เวลาในการเกิดหลายล้านปีและเป็นแหล่งพลังงานที่กำลังจะห มดไปในอนาคต ทำให้ทั้วโลกต้องมีการจัดหาและนำแหล่งพลังงานอื่นๆ ในธรรมชาติมาใช้ทดแทนแหล่งพลังงานหลักที่ใช้อยู่ใน ปัจจบุ ัน ท่กี ำลงั จะหมดไปหรือทป่ี ระสบปญั หาการขาดแคลน แหล่งพลังงานท่ีนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทน มีท้ังแหล่งพลังงานส้ินเปลือง เช่น เชื้อเพลิง นิวเคลียร์ และแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น น้ำ ลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล โดยมีการนำแหล่งพลังงานทดแทน ดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ท้ังการเปล่ียนเป็นพลังงานความร้อนและการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า ซ่ึงการเลือกใช้ ชนิดของแหลง่ พลังงานทดแทนในแต่ละพื้นทต่ี ้องคำนงึ ถงึ ความเหมาะสมในด้านต่างๆ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. นกั เรยี นสำมำรถบอกแหล่งพลงั งำนในธรรมชำติท่ีสำมำรถนำมำใช้เป็นแหล่งพลงั งำนทดแทนได้(k) 2. นักเรียนสามารถเขียนบรรยายความสำคัญของพลงั งาน และการนำแหลง่ พลงั งานทดแทนมาใช้ ประโยชน์(P) 3. นกั เรยี นมีควำมเข้ำใจบทเรียนและรับผิดชอบต่องำนท่ีได้รับมอบหมำย (A) สมรรถนะท่สี าคญั ของผเู้ รยี น 1. ควำมสำมำรถในกำรคิด 2. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชวี ิต 3.ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มุ่งมั่นในกำรทำงำน 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มวี นิ ัย

กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขน้ั สรา้ งความสนใจ 1. ครูกระตนุ้ ความสนใจนกั เรยี นโดยใช้คำถามต่อไปนี้ - ในความคิดของนักเรียน นักเรยี นคดิ วา่ พลงั งานสำคัญหรือไม่ (สำคญั ) - จากรูปนักเรียนคิดว่าเราใช้พลงั งานอะไรมากที่สดุ (พลงั งานไฟฟ้า) - แลว้ นกั เรียนคดิ วา่ พลังงานไฟฟ้าสามารถผลติ ได้จากอะไร (ปิโตเลยี มและถ่านหนิ ในการผลติ ไฟฟ้า มากท่สี ุดเมื่อเทียบกบั แหลง่ พลงั งานอืน่ ๆ) ขน้ั สำรวจและค้นหาขอ้ มลู 2. ให้นักเรียนสืบค้นนอกจากพลงั งานปิโตรเลียมและถา่ นหนิ แลว้ มีแหล่งพลังงานใดท่ีสามารถนำมาใช้ ประโยชนไ์ ด้ (พลงั งานนำ้ พลงั งานชวี ภาพ) ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป 3. ให้นกั เรยี นแต่ละคนเขยี นสิ่งทตี่ นเองสืบคน้ ไดล้ งสมุด 4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสง่ิ ทีต่ นเองไดส้ ืบคน้ มา ขั้นขยายความรู้ 5. ครูอธิบายเพิม่ เติม ดงั น้ี แหล่งพลังงานในธรรมชาติมีอยู่มากมาย จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ แหล่งพลังงานส้ินเปลืองและ แหลง่ พลงั งานหมุนเวยี น • แหล่งพลังงานสิ้นเปลือง เป็นแหล่งพลังงานที่มีปริมาณจำกัดในธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้แล้ว กระบวนการทางธรรมชาติจะไม่สามารถสร้างแหล่งพลังงานดังกล่าวขึ้นมาทดแทนได้ในเวลาอันรวดเร็ว และ ด้วยปริมาณการใชท้ ี่เพิ่มสูงข้ึน ทำให้แหลง่ พลังงานดงั กล่าวคอ่ ยๆ หมดลงตามปริมาณการใช้ประโยชน์ ตวั อย่าง แหล่งพลังงานส้นิ เปลือง เชน่ ปิโตรเลยี ม ถา่ นหิน หินนำ้ มนั เชื้อเพลงิ นวิ เคลียร์

• แหล่งพลังงานหมุนเวียน เป็นแหล่งพลังงานที่เกิดขึ้นหมุนเวียนในธรรมชาติ เมื่อนำมาใช้แล้ว กระบวนการทางธรรมชาติสามารถสร้างแหล่งพลังงานดังกล่าวข้ึนมาทดแทนได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือมีใช้ได้ อย่างต่อเนือ่ ง ตวั อยา่ งแหล่งพลังงานหมนุ เวียน เชน่ น้ำ ลม แสงอาทิตย์ ชวี มวล ไฮโดรเจน ความรอ้ นใต้พิภพ • นอกจากปิโตรเลียมและถ่านหินแล้ว ยังมีแหล่งพลังงานอื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถนำมาใช้ ประโยชน์ได้ เช่น การใชป้ ระโยชน์จากแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ น้ำ ลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล ไฮโดรเจน ความรอ้ นใต้พภิ พ เปน็ ต้น 6. ใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัดท่ี 1 ขนั้ ประเมนิ ผล 7. ครตู รวจแบบฝกึ หัดที่ 1 ของนักเรียน สอื่ การเรยี นรู้และแหล่งการเรยี นรู้ 1. Powerpoint เร่ือง บทนำพลงั งานทดแทนและการใชป้ ระโยชน์ 2. แบบฝกึ หดั ที่ 1 การวดั และกระประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผลการเรยี นรแู้ ละประเมินผลการเรยี นรู้ 1. การสงั เกตจากการเข้ารว่ มปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 2. การตอบคำถาม เครอื่ งมอื วัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1. ตารางบันทกึ ผลการสังเกต 2. แบบฝึกหัดท่ี 1

กจิ กรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................... ............................ ..................................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ..... ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................... บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู้ ............................................................................................................................. .................................................. ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ..... ................................................................................................................................ ............................................... ............................................................................................................................. .................... .............................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. .................... .......................................................................................................................................................................... ..... ............................................................................................................................. .................... ลงชื่อ.....................................................ผเู้ ขยี นแผนการจัดการเรียนรู้ .............../………………/…………. ลงช่ือ.....................................................ผู้ตรวจ .............../………………/………….

แบบฝกึ หัดที่ 1 ช่ือ....................................................นามสกลุ .......................................เลขท.ี่ ................ชั้น................... จงตอบคำถามต่อไปน้ี 1. ในทอ้ งถนิ่ ของนักเรยี นมแี หลง่ พลังงานชนดิ ใดบา้ ง ...................................................................................................................................................................... ......... .............................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. .................................................. ......................................................................................................................................................... ...................... ................................................................................................ ............................................................................... ............................................................................................................................................................................... 2. พลงั งานทดแทนมีความสำคัญแก่นักเรียนอย่างไรบ้าง ....................................................................................................................................................................... ........ ............................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ..... ............................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ..................... ............................................................................................................................................................................... 3. ปจั จุบนั ประเทศไทยมกี ารใช้ประโยชน์จากแหล่งพลงั งานทดแทนชนิดใดบ้าง ................................................................................................................................................................... ............. ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................... ............................. ................................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 รายวิชาพลังงานทดแทนกบั การใชป้ ระโยชน์ รหัสวชิ า ว 22202 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 พลงั งานนา้ เรื่อง พลังงานน้า เวลา 3 ช่ัวโมง ชื่อผู้สอนนางสาวจารภุ า นวลเพง็ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเก้าเล้ยี ววทิ ยา ________________________________________________________________________ ผลการเรียนรู้ อธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนำพลังงานแสงอาทติ ย์ พลงั งานลม พลังงานน้ำ พลังงาน ชวี มวลและพลงั งานนวิ เคลียร์ ไปใช้ประโยชน์ สาระการเรียนรู้ ทดลอง อภิปรายและเขยี นสรุปหลักการทางวิทยาศาสตร์ทเี่ ก่ยี วข้องกับพลงั งานนำ้ และผล ท่เี กิด จากพลังงานน้ำ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด น้ำไหลจากท่ีสงู ลงสูท่ ี่ต่ำกว่าเสมอ และเม่ือน้ำปะทะกับวัตถุใดๆ สามารถทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนท่หี รือ หมนุ ได้ มนุษย์ไดใ้ ชป้ ระโยชน์จากพลังงานนำ้ ในด้านต่างๆ ต้ังแตอ่ ดตี จนถงึ ปัจจบุ นั จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการไหลของน้าและการกระทาของพลังงานนา้ ในธรรมชาติได้(k) 2. นักเรียนสามารถทดลอง วิเคราะห์ อภิปรายและเขยี นสรุปเกี่ยวกบั พลังงานน้ำและผลทีเ่ กิดจาก พลงั งานนำ้ (P) 3. นักเรียนมคี วามเขา้ ใจบทเรียนและรับผดิ ชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย (A) สมรรถนะท่ีสาคัญของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 3.ความสามารถในการสอ่ื สาร คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มุ่งม่นั ในการทางาน 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มีวนิ ยั

กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขัน้ สรา้ งความสนใจ 1. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายภาพน้ำตก เกี่ยวกับการไหลของน้ำและการกระทำของพลังงานน้ำ หรือรว่ มกนั อภิปรายจากประสบการณ์เดิมของนกั เรียนท่ีอาจเคยไปเทยี่ วน้ำตก แมน่ ้ำ 2. จากการอภิปราย นักเรียนควรสรุปเกี่ยวกับการไหลของน้ำและการกระทำของพลังงานน้ำได้ว่า น้ำไหลจากท่ีสูงลงสู่ท่ีต่ำกว่าเสมอ และเม่ือน้ำปะทะกับวัตถุใดๆ สามารถทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่หรือหมุนได้ เช่น เม่ือน้ำตกไหลลงมากระทบกับก้อนหินท่ีอย่ดู ้านล่าง สามารถทำให้ก้อนหินเคล่ือนท่ีไปจากตำแหน่งเดิม ได้ หรือน้ำในแม่น้ำสามารถพัดพาวัตถุที่ขวางทางน้ำให้เคลื่อนที่ไปได้ หรือสามารถกัดเซาะถนนให้ขาดออก จากกัน หรือสามารถกัดเซาะร่ิมตล่ิงของแม่น้ำให้พังทลายลงได้ นอกจากน้ันมนุษย์ยงั มีการนำพลังงานน้ำไป ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในการดำรงชวี ิต เช่น นำไปใช้หมุนกังหันน้ำเพอ่ื ฉดุ ระหัดในการวิดน้ำ หรือใช้หมนุ กังหัน นำ้ เพือ่ ฉุดระหดั ในการตำข้าว เป็นต้น ข้ันสำรวจและค้นหา 3. ให้นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายเกยี่ วกบั น้ำบนผิวโลก โดยใช้ภาพดังต่อไปน้ี

4. จากการอภิปรายและตอบคำถาม นักเรียนควรสรุปได้ว่า น้ำบนผิวโลกมีการเปล่ียนสถานะ หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา และด้วยพลงั งานของนำ้ ทำใหเ้ ราสามารถนำมาพฒั นาการใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น 5. เพ่ือให้นักเรียนเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับพลังงานน้ำและผลที่เกิดจาก พลงั งานน้ำ มากย่งิ ขึ้น ให้นักเรียนทำกิจกรรมท่ี 1 มหัศจรรยพ์ ลังงานน้ำ ขนั้ อภิปรายและสรปุ ผล 6. จากการทำกิจรรมที่ 1 นักเรียนควรสรุปได้ว่า เมื่อน้ำไหลลงมาปะทะกับกังหัน ทำให้กังหันหมุน การหมุนของกังหนั ทำใหแ้ กนกังหนั หมุนตาม ทำให้เส้นด้ายท่ีผกู ตดิ อยกู่ ับแกนกังหัน หมุนพันรอบแกนกังหัน เม่ือเส้นดา้ ยหมุนพันรอบแกนไปเรื่อยๆ ทำให้คลิปหนบี กระดาษขนาดเลก็ ทผ่ี ูกตดิ เส้นดา้ ยไว้ เคลื่อนทเ่ี ปลีย่ น ตำแหน่งไป ระยะห่างตามแนวด่ิง ระหว่างตำแหน่งของน้ำท่ีปล่อยลงมากับตำแหน่งของกังหันมีผลต่อ อัตราเร็วการหมุนของกังหันและอัตราเรว็ ในการเคล่ือนท่ีของคลิปหนีบกระดาษ ข้นั ขยายความรู้ 7. จากนั้นให้ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เก่ียวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เก่ียวข้อง กับพลงั งานนำ้ และผลที่เกดิ จากพลังงานน้ำ จากกิจกรรมท่ี 1 ได้วา่ • น้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในถังที่ระดับเดียวกับกังหัน ถ้าเปลี่ยนตำแหน่งถังน้ำให้อยู่ในระดับสูงข้ึน พลังงานศักย์ของนำ้ ในถงั จะมากขึน้ • เม่ือปล่อยนำ้ ออกจากถังที่อยู่ระดับสูงกว่าลงมากระทบกังหันที่อยู่ระดับต่ำกว่า พลังงานศักย์ ของน้ำในถังจะถ่ายโอนให้กับกังหัน ทำให้กังหันเคลื่อนที่โดยการหมุนรอบแกน และทำให้ คลปิ หนีบกระดาษมกี ารเคล่อื นท่ีตามไปดว้ ย • ถ้าระยะห่างตามแนวดิ่งระหว่างตำแหน่งของน้ำกับกังหันมากขึ้น น้ำจะมีพลังงานศักย์มาก ขึ้น เมื่อปล่อยน้ำให้ไหลลงมาปะทะกับกังหัน จะทำให้กังหันหมุนเร็วขึ้น สังเกตได้จากคลิป หนีบกระดาษที่เคลอ่ื นท่ีเรว็ ข้ึนกวา่ เดมิ • กังหันจะหยุดหมุนเม่ือน้ำในถังหมด ซึ่งถ้าต้องการให้กังหันหมุนอย่างต่อเน่ือง ต้องมีปริมาณ นำ้ มากพอ ทจ่ี ะปล่อยให้ไหลลงมาปะทะกบั กังหันไดอ้ ย่างต่อเน่ือง ขั้นประเมินผล 8. ใหน้ ักเรียนทำใบกิจกรรม 9. ครปู ระเมินผลการเรยี นรจู้ ากการทำใบกจิ กรรม สื่อการเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้ 1. Powerpoint เรอ่ื ง พลงั งานน้ำ

2. ใบกิจกรรม 3. ใบความรู้ การวดั และกระประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผลการเรยี นร้แู ละประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. การสงั เกตจากการเขา้ รว่ มปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 2. การตอบคำถาม เครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. ตารางบันทึกผลการสงั เกต 2. ใบกิจกรรม

ใบกจิ กรรมท่ี 1 มหศั จรรยพ์ ลังงานน้ำ จดุ ประสงค์ ทดลอง สังเกต เปรียบเทียบ อภิปรายและเขียนสรุปเกี่ยวกับพลังงานน้ำและผลท่ีเกิดจากพลังงาน นำ้ รายการวสั ดุอุปกรณ์ ที่ รายการ จำนวนหรอื หมาย ปริมาณตอ่ กลุ่ม เหตุ 1 แผน่ ใสชนดิ เขยี น ขนาดกวา้ ง 12 เซนตเิ มตร และยาว 12 เซนตเิ มตร 1 แผ่น (ถา้ ใช้แผน่ พลาสติกชนิดอ่ืน ใหเ้ ลือกชนดิ ของพลาสติกที่มคี วามหนา ใกลเ้ คียงกับความหนาของแผ่นใสชนดิ เขียน เพ่อื ใหส้ ามารถพับงอโดย ไม่เสยี รปู ทรงได้) 2 กรรไกร 1 อัน 3 เทปกาว 1 ม้วน 4 เขม็ หมดุ 2 เลม่ 5 ไม้บรรทัด 1 อนั 6 คลปิ หนบี กระดาษขนาดเลก็ 1 อนั 7 หลอดพลาสติก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร และ 1 หลอด ความยาวประมาณ 23 เซนตเิ มตร 8 หลอดพลาสตกิ ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางประมาณ 1.2 เซนตเิ มตร และ 1 หลอด ความยาวประมาณ 15 เซนตเิ มตร 9 เส้นดา้ ย ความยาว 60 เซนตเิ มตร 1 เส้น 10 แก้วน้ำ 1 ใบ 11 นาฬกิ าจบั เวลา 1 อัน

วธิ ที ำกจิ กรรม 1. ประดษิ ฐ์กงั หนั และชดุ การทำกจิ กรรม ตามขน้ั ตอนดงั นี้ 1) ตัดและพบั แผ่นพลาสตกิ ตามแบบ และนำกระดาษกาวตดิ มุมพลาสตกิ ทัง้ 4 มุม ให้ติดอย่ดู ้วยกนั ดัง ภาพ ติดกระดาษกาวให้มุมพลาสติกทง้ั 4 มุม ตดิ อย่ดู ้วยกัน 2) เสียบเข็มหมุดที่บริเวณศูนย์กลางของกังหัน และกลัดปลายเข็มหมุดไปท่ีบริเวณปลายของหลอด พลาสติกขนาดเล็กให้แน่น ดงั ภาพ เสยี บเขม็ หมุดท่ีบริเวณศนู ย์กลางของกังหนั กลัดปลายเข็มหมดุ ทบี่ รเิ วณปลายหลอดพลาสตกิ 3) กำหนดให้หลอดพลาสติกขนาดเล็กในข้อที่ 2) เป็นแกนกังหัน จากนั้นให้สอดแกนกังหันเข้าไปด้านใน ของหลอดพลาสติกอีกอันหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ดังภาพ

3) เตรียมเส้นด้าย ความยาว 60 เซนติเมตร นำปลายด้านหนึ่งของเส้นด้ายไปผูกติดไว้กับคลิปหนีบ กระดาษขนาดเล็ก จำนวน 1 อัน และนำปลายอีกด้านหน่งึ ของเสน้ ดา้ ยไปผูกตดิ ไว้ที่ปลายแกนกงั หนั โดยผูก ให้มีระยะห่างจากปลายแกนกังหัน ประมาณ 4-5 cm และติดเทปกาวตรงบริเวณท่ีผูกเส้นดา้ ยกับแกนกงั หัน ไวใ้ ห้แน่น ดังภาพ นำปลายเส้นดา้ ยไปผูกตดิ ไวท้ ่ีปลายของแกนกังหัน ติดเทปกาวตรงบริเวณที่ผูกเส้นดา้ ย กับแกนกงั หัน 4) เพื่อไม่ให้แกนกังหันหลุดออกจากหลอดพลาสติกขนาดใหญ่ในขณะที่ทดสอบการหมนุ ใหน้ ำเขม็ หมุด อีกอันหนึ่งเสยี บไปทแ่ี กนกงั หนั ตามตำแหนง่ ดังภาพ เสยี บเข็มหมุดไปทีแ่ กนกังหนั

2. เตรียมแก้วน้ำ จำนวน 1 ใบ จากน้ันคว่ำแก้วน้ำลงและติดชุดกังหันที่ประดิษฐ์เสร็จแล้วไปท่ีบริเวณฐาน ของแก้วนำ้ ดว้ ยกระดาษกาว 3.เปิดน้ำใส่กังหันในปริมาตรท่ีเทา่ ๆกนั โดยให้ปลายกังหันตรงกบั น้ำ 4.ทำกจิ กรรมข้อท่ี 3. ซำ้ อีก 2 คร้งั และบนั ทึกผล 5.ทำกิจกรรมตามข้ันตอนในข้อที่ 3. แต่ใหเ้ ปลีย่ นระดับความสูงของน้ำที่ปล่อยลงมา ให้อยู่สงู กวา่ ระดับแกน กงั หนั 50 cm และทำกจิ กรรมขอ้ ท่ี 5. ซำ้ อกี 2 คร้งั

บันทกึ ผลการทำกจิ กรรม ตารางแสดงการเปลี่ยนแปลงของกังหนั และการเคล่ือนที่ของคลิปหนบี กระดาษ กำหนดให้ระยะห่างตามแนวด่ิงระหว่างตำแหน่งของน้ำท่ีปล่อยลงมา กับตำแหน่งของแกนกังหัน เทา่ กับ 15 เซนติเมตร ครัง้ ที่ การเปลีย่ นแปลงของกนั หนั ระยะเวลาทค่ี ลปิ หนีบกระดาษใช้ ในการเคลือ่ นที่ (วนิ าที) 1 2 3 คา่ เฉลี่ยระยะเวลาท่ีคลปิ หนบี กระดาษใชใ้ นการเคล่ือนท่ี ตารางแสดงการเปล่ียนแปลงของกงั หันและการเคลอ่ื นที่ของคลิปหนีบกระดาษ กำหนดให้ระยะห่างตามแนวดิ่งระหว่างตำแหน่งของน้ำที่ปล่อยลงมา กับตำแหน่งของแกนกังหัน เทา่ กับ 50 เซนติเมตร ครั้งท่ี การเปลี่ยนแปลงของกนั หนั ระยะเวลาที่คลปิ หนบี กระดาษใช้ ในการเคล่อื นท่ี (วินาที) 1 2 3 คา่ เฉล่ียระยะเวลาทคี่ ลิปหนีบกระดาษใชใ้ นการเคลื่อนที่ บนั ทกึ ผลการทดลอง ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ...................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................. .............. ................................................................................................................... .............................................

คำถามท้ายการทดลอง 1. คลิปหนีบกระดาษทีป่ ลายเส้นดา้ ย มกี ารเคล่อื นท่หี รือไม่ ถา้ มกี ารเคล่ือนที่ คิดว่าเป็นเพราะเหตใุ ด .............................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... 2. เม่อื เพ่ิมระยะห่างตามแนวดง่ิ ระหวา่ งตำแหน่งของนำ้ ที่ปลอ่ ยลงมากับตำแหนง่ ของแกนกังหันให้มี ระยะหา่ งมากข้นึ มผี ลต่อการหมุนของกังหันและการเคล่ือนทข่ี องคลปิ หนีบกระดาษหรอื ไม่ อยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... การนำพลังงานน้ำมาใช้หมนุ กังหนั ในกิจกรรมนี้ มีข้อจำกดั หรือไม่ อยา่ งไร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................................................. .................................. ............................................................................................... .................................................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 รายวิชาพลังงานทดแทนกับการใชป้ ระโยชน์ รหสั วิชา ว 22202 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 พลังงานนา้ เรื่อง การใชป้ ระโยชน์จากพลงั งานนา้ เวลา 2 ชัว่ โมง ช่ือผู้สอนนางสาวจารภุ า นวลเพ็ง กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเก้าเล้ยี ววิทยา ________________________________________________________________________ ผลการเรยี นรู้ อธบิ ายการใช้ประโยชน์ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวลและพลังงาน นวิ เคลยี ร์ ในประเทศไทย สาระการเรียนรู้ พลงั งานนำ้ เปน็ พลงั งานที่สะอาด นำมาใช้ผลติ ไฟฟ้าได้โดยใชห้ ลกั การเปลีย่ นพลงั งานนำ้ เป็น พลังงานไฟฟ้า ผ่านการทำงานของกังหนั และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด พลังงานน้ำสามารถทำให้วัตถุต่างๆ เคล่ือนท่ีหรือหมุนได้ จึงมีการนำพลังงานน้ำมาใช้ในการผลิต ไฟฟ้า โดยใช้หลักการถ่ายโอนพลังงานน้ำจากแหล่งกักเก็บไปยังกังหันของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าที่อยู่ในระดับ ตำ่ กว่า เพอ่ื เปลี่ยนพลังงานจลนก์ ารหมุนของแกนเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าเปน็ พลงั งานไฟฟา้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการเปลี่ยนพลังงานน้าเป็นพลังงานไฟฟ้า ได(้ k) 2. นกั เรียนเขียนสรุปหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการเปลี่ยนพลงั งานนำ้ เปน็ พลงั งานไฟฟ้า(P) 3. นักเรียนมีความเขา้ ใจบทเรียนและรับผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย (A) สมรรถนะทส่ี าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคดิ 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3.ความสามารถในการสอ่ื สาร คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ม่งุ ม่ันในการทางาน 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มีวินัย กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ข้นั สรา้ งความสนใจ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้ว่า พลังงานน้ำสามารถทำให้กังหันหมุนได้และระยะห่าง ตามแนวดง่ิ ระหว่างตำแหน่งของน้ำทปี่ ล่อยลงมากบั ตำแหน่งของกงั หัน มผี ลตอ่ อัตราเร็วการหมุนของกังหัน 2. จากน้ันกระตุ้นให้นักเรียนคิดต่อเกี่ยวกับการนำพลังงานน้ำไปใช้ประโยชน์ในด้านอ่ืนๆ โดยใช้ คำถามดังน้ี

 จากแนวคิดที่ได้จากกิจกรรม มหัศจรรย์พลังงานน้ำ นักเรียนสามารถนำพลังงานน้ำไปใช้ประโยชน์ ในด้านอื่นๆ ได้อีกหรือไม่ (นักเรียนอาจใช้ประสบการณ์เดิมตอบคำถามน้ีได้ว่า ถ้าเราศึกษา สังเกตและเก็บ ข้อมูลว่าบริเวณใดท่ีมีน้ำไหลอย่างต่อเนื่องหรือมากพอ เราสามารถพัฒนาเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ เพ่ือ นำพลงั งานนำ้ ไปใชป้ ระโยชน์ได้) 3. ครเู ช่ือมโยงเข้าสเู่ ร่อื งการเปล่ียนพลังงานน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้าว่า ปัจจุบันมีการสรา้ งเขื่อนหลาย แห่งในประเทศไทย ซึ่งมจี ุดประสงค์หลกั เพ่ือกกั เก็บนำ้ ไว้ใช้ในการเกษตร นอกจากนั้นก็มีจดุ ประสงคใ์ นด้าน อนื่ ๆ มากมาย และเพ่ือเปน็ การนำพลงั งานน้ำปริมาณมากจากการกกั เก็บน้ำไว้ในเขอ่ื นมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ ท่ีสำคัญอีกประการหนงึ่ คอื การนำพลังงานน้ำมาผลติ ไฟฟา้ ขั้นค้นหาและรวบรวมขอ้ มูล 4. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม โดยใหศ้ กึ ษาถึงการใช้ประโยชน์ของพลงั งานจากน้ำ ขน้ั อภิปรายและสรปุ ผล 5. จากน้ันให้ครูนำอภิปราย โดยให้นักเรียนศึกษาแผนภาพการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อ เชอ่ื มโยงเขา้ สเู่ รือ่ ง การผลติ ไฟฟา้ ในโรงไฟฟ้าพลงั นำ้ แผนภาพการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (ดัดแปลงภาพจาก Intermediate Energy Infobook, The NEED Project, www.NEED.org) จากการร่วมกันอภปิ รายเก่ยี วกับการผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลงั น้ำ นกั เรยี นควรจะสรปุ ได้วา่ หลักการผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ใช้หลักการปล่อยน้ำจากท่ีสูงไปยังกังหันและเคร่ืองกำเนิด ไฟฟา้ ทีอ่ ยู่ในระดบั ที่ตำ่ กว่า เพือ่ เปล่ยี นพลังงานน้ำเปน็ พลังงานไฟฟา้ แหล่งน้ำที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า จะใช้น้ำจากฝายกั้นน้ำหรือจากอ่างเก็บน้ำ โดยจะปล่อยน้ำไป ตามอุโมงคส์ ง่ นำ้ หรือท่อส่งน้ำ ไปยงั กงั หันและเครื่องกำเนดิ ไฟฟา้ เพือ่ ผลติ ไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าพลงั นำ้ ขนาดใหญ่ มีกำลงั ผลติ ไฟฟา้ มากกว่า 15 เมกะวตั ต์ โรงไฟฟ้าพลงั นำ้ ขนาดเลก็ มีกำลังผลิตไฟฟ้าตัง้ แต่ 200 กิโลวตั ต์ ถึง 15 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเลก็ ช่วยแกป้ ัญหาข้อจำกัดของโรงไฟฟา้ พลังนำ้ ขนาดใหญท่ ่ีตอ้ งใช้ขนาดพ้ืนที่ ในการกักเก็บนำ้ เป็นบรเิ วณกว้าง การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ช่วยทดแทนเช้ือเพลิงจากน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ในการผลิตไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ช่วยให้คนในท้องถิ่นมีพลังงานไฟฟ้าใช้ ซ่ึงเป็นการสร้างความ มั่นคงด้านพลังงานใหก้ ับประเทศ เข่ือนกักเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ มีประโยชน์ในด้านการเกษตรและการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ ช่วย กักเกบ็ นำ้ ในฤดฝู น ช่วยแก้ปญั หาดา้ นอทุ กภยั ช่วยแกป้ ัญหาภยั แล้ง รวมถงึ เปน็ สถานทพ่ี กั ผ่อนหยอ่ นใจ ข้ันขยายความรู้ 6. นักเรียนทำแบบฝกึ หัด 3 ขัน้ ประเมินผล 7. ครูประเมินผลการเรียนรูจ้ ากการทำแบบฝึกหดั ของนกั เรียน สอื่ การเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้ 1. Powerpoint เรือ่ ง พลังงานน้ำ 2. แบบฝกึ หดั ท่ี 3 3. ใบความรู้ การวัดและกระประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผลการเรียนรแู้ ละประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. การสงั เกตจากการเขา้ รว่ มปฏบิ ัตกิ ิจกรรม 2. การตอบคำถาม เครื่องมอื วดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 1. ตารางบันทึกผลการสังเกต 2. แบบฝึกหัดท่ี 3

แบบฝกึ หดั ท่ี 3 ชื่อ.................................................นามสกลุ .....................................เลขท.ี่ ......................ชนั้ .................. 1. หลกั การทำงานของการเปลย่ี นพลงั งานน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้าคืออะไร ............................................................................................................................................................ .............. .................................................................................................................... ...................................................... 2. หลักการผลติ ไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังงานนำ้ คืออะไร ............................................................................................................................. ............................................. ....................................................................................................................................................................... ... 3. ประโยชนข์ องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนำ้ ....................................................................................... ................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ................................................................................................................................ .......................................... ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... 4. จงวาดแผนภาพการทำงานของโรงไฟฟา้ พลงั งานน้ำ ใบความร้เู พ่ิมเติมสำหรบั ครู ตัวอยา่ งโรงไฟฟ้าพลงั นำ้ ขนาดเล็กของประเทศไทย

ตาราง แสดงตวั อย่างโรงไฟฟ้าพลงั นำ้ ขนาดเลก็ ของประเทศไทย ทีต่ ั้ง ก ำ ลั ง ผ ลิ ต ติ ด ต้ั ง แหล่งน้ำที่นำน้ำมาใช้ผลิต ลำดบั โครงการ (กโิ ลวัตต์) พลงั งานไฟฟา้ 850 น้ำแมฮ่ ่องสอน อำเภอ จงั หวดั 3,200 น้ำแม่กมื หลวง 860 ห้วยแม่ผง 1 แมฮ่ อ่ งสอน เมือง แม่ฮ่องสอน 200 น้ำไอกาเปาะ 1,250 นำ้ แมส่ ะเรยี ง 2 แมก่ มื หลวง แม่อาย เชยี งใหม่ 12,200 หว้ ยสะพานหนิ 5,040 น้ำแมส่ ะงา 3 ห้วยแมผ่ ง ดอกคำใต้ พะเยา 1,360 น้ำแมส่ าบ 200 ห้วยบ่อแกว้ 4 ไอกาเปาะ สคุ ิริน นราธิวาส 4,330 น้ำแม่มาว 1,182 คลองลำปลอก 5 แม่สะเรยี ง แมส่ ะเรยี ง แม่ฮอ่ งสอน 1,030 น้ำขะมึน 660 ห้วยแม่สอด 6 คริ ีธาร มะขาม จนั ทบุรี 818 น้ำแม่หาด 250 น้ำแมต่ ืน 7 แมส่ ะงา เมือง แม่ฮอ่ งสอน 680 คลองดุสน 4,500 ลำประทาว 8 แมส่ าบ สะเมิง เชยี งใหม่ 350 คลองชลประทานก่วิ ลม 985 ห้วยลำสนิ ธุ์ 9 บ่อแกว้ สะเมิง เชียงใหม่ 850 ลำพระเพลงิ 1,700 ห้วยนำ้ ข่นุ 10 แม่มาว ฝาง เชียงใหม่ 850 ห้วยยะโม่ 6,300 น้ำพงุ 11 คลองลำปลอก ปะเหลยี น ตรัง 9,000 แมง่ ดั 12 น้ำขะมนึ นครไทย พิษณุโลก 13 หว้ ยแมส่ อด แม่สอด ตาก 14 แม่หาด เวยี งแหง เชยี งใหม่ 15 แมต่ ืน อมกอ๋ ย เชยี งใหม่ 16 คลองดุสน ควนกาหลง สตลู 17 ห้วยประทาว แกง้ ครอ้ ชัยภูมิ 18 กว่ิ ลม เมอื ง ลำปาง 19 ห้วยลำสินธ์ุ กงหรา พทั ลงุ 20 ลำพระเพลิง ปกั ธงชยั นครราชสีมา 21 หว้ ยน้ำขุ่น แม่สรวย เชยี งราย 22 หว้ ยยะโม่ อ้มุ ผาง ตาก 23 นำ้ พุง กดุ นาก สกลนคร 24 แมง่ ดั แม่แตง เชยี งใหม่

ที่ตั้ง ก ำ ลั ง ผ ลิ ต ลำดบั โครงการ ติ ด ต้ั ง แหล่งน้ำที่นำน้ำมาใช้ผลิต อำเภอ จังหวดั (กิโลวตั ต์) พลังงานไฟฟา้ 25 หว้ ยกมุ่ คอนสอน ชยั ภูมิ 1,300 นำ้ พรม 26 บ้านสันติ บันนังสตาร์ ยะลา 1,275 คลองละแอ 27 บ้านยาง ฝาง เชียงใหม่ 124 ลำห้วยขาน 28 บ้านขนุ กลาง จอมทอง เชียงใหม่ 180 หว้ ยแม่กลาง 29 คลองช่องกล่ำ วฒั นานคร ปราจีนบุรี 16 คลองช่องกล่ำ 30 ห้วยกุยมง่ั ทองผาภูมิ กาญจนบุรี 100 หว้ ยกยุ มงั่ ข้อมูลจาก: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย

ใบความรูเ้ พิม่ เติมสำหรับครู โครงการไฟฟา้ พลังน้ำระดับหม่บู า้ นของประเทศไทย ตาราง แสดงโครงการไฟฟ้าพลังนำ้ ระดับหมู่บา้ นของประเทศไทย สถานท่ีตง้ั จำนวนครวั เรือน ลำดบั โครงการ ก ำ ลั งผ ลิ ต ปีทแี่ ลว้ เสรจ็ หนว่ ยงาน อำเภอ จงั หวดั (กโิ ลวตั ต์) 1 แม่กำปอง (1) สันกำแพง เชียงใหม่ 20 2526 115 2 แม่ตอนหลวง ดอยสะเกด็ เชียงใหม่ 35 2527 230 3 หว้ ยหมอ้ ดอยสะเก็ด เชยี งใหม่ 20 2528 88 4 ปางไฮ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่ 40 2530 192 5 แมก่ ำปอง (2) สันกำแพง เชยี งใหม่ 20 2531 57 6 น้ำกืน เวยี งปา่ เปา้ เชียงราย 25 2531 136 7 บา้ นป๊อก สนั กำแพง เชยี งใหม่ 20 2531 70 8 แจซ้ ้อน แจห้ ม่ ลำปาง 20 2531 102 9 บ้านเจา้ หวั หนา้ เวียงปา่ เปา้ เชยี งใหม่ 25 2532 70 10 ผาผ้งึ เมือง ตาก 20 2532 75 11 แมส่ รวยน้อย แมส่ รวย เชยี งราย 20 2533 55 12 แมม่ อน (1) เมืองปาน ลำปาง 60 4 มกราคม อทุ ยานแห่งชาติ 2535 13 หว้ ยขม้ิน ศรีสวสั ด์ิ กาญจนบรุ ี 30 2535 อุทยานแห่งชาติ 14 ปางฮ้าง เชียงดาว เชียงใหม่ 25 2535 70 15 แมก่ ำปอง (3) สันกำแพง เชียงใหม่ 40 2537 50 16 แมห่ ลวง เชียงใหม่ 35 22 มกราคม 135 2544 17 น้ำแม่โขง อมกอ๋ ย เชียงใหม่ 25 2538 115 18 บ้านพยุ แมแ่ จ่ม เชียงใหม่ 15 2537 80 19 หว้ ยแม่ซา้ ย เชียงดาว เชียงใหม่ 20 2538 90 20 นำ้ แมห่ าด เวียงแหง เชียงใหม่ 25 7 201

ลำดบั โครงการ สถานท่ีตัง้ จำนวนครวั เรอื น อำเภอ ก ำ ลั งผ ลิ ต ปีทีแ่ ลว้ เสร็จ หนว่ ยงาน จังหวดั (กโิ ลวัตต์) 21 นาป่ปู อ้ ม ปางมะผ้า 22 ห้วยชมภู แม่สรวย แม่ฮอ่ งสอน พฤษภาคม 23 แมต่ ะละ แมแ่ จ่ม เชยี งราย 2537 24 ขุนแมเ่ มิน เชียงดาว เชยี งใหม่ 20 2538 67 25 แมแ่ อบ แมแ่ จ่ม เชยี งใหม่ 30 2539 80 26 แมน่ าฮอ่ ง จอมทอง เชยี งใหม่ 25 2539 77 เชียงใหม่ 15 2539 41 27 แมม่ อน (2) เมอื งปาน 60 2540 95 ลำปาง 30 14 สิงหาคม 65 28 แมโ่ มงกลาง แมส่ รวย 2540 เชียงราย 60 30 ตุลาคม อทุ ยานแหง่ ชาติ 29 หลวงหว้ ยแกว้ ดอยสะเกด็ 2542 30 บ้านเปิง่ เคลง่ิ อุ้มผาง เชียงใหม่ 20 1 4 67 ตาก พฤษภาคม 31 หว้ ยหารเด็ด ปางมะผ้า 2545 32 บ้านสนั ติสขุ ปง แมฮ่ อ่ งสอน 20 2545 โครงการหลวง 33 บ้านแม่กลองน้อย อุ้มผาง พะเยา 50 1 3 380 ตาก พฤศจิกายน 34 บ้านแม่กลองใหญ่ อ้มุ ผาง 2545 ตาก 25 2546 77 35 หว้ ยแม่สอย เมอื งปาน 30 2546 150 ลำปาง 20 ธั น ว า ค ม 60 2546 40 ธั น ว า ค ม 162 2546 25 1 1 48

ลำดับ โครงการ สถานที่ตงั้ จำนวนครวั เรือน อำเภอ ก ำ ลั งผ ลิ ต ปีทแี่ ลว้ เสร็จ หน่วยงาน จังหวัด (กโิ ลวตั ต์) 36 ห้วยกา้ งปลา แมจ่ ัน 37 บ้านทงุ่ ตน้ ง้ิว อมก๋อย เชยี งราย พฤศจิกายน เชยี งใหม่ 2547 38 หว้ ยหมากราง เมอื ง 20 2547 รา้ นค้า อบต. แมฮ่ อ่ งสอน 35 ม ก ร า ค ม 94 39 พอนอคี เมอื ง 2548 แมฮ่ ่องสอน 25 ธั น ว า ค ม 105 40 บา้ นสามหมนื่ ทงุ่ แมส่ อด 2548 ตาก 20 ธั น ว า ค ม 62 41 บ้านมะโอโคะ๊ อมุ้ ผาง ตาก 2548 ตาก 60 2549 163 42 แม่น้ำคะ อุม้ ผาง 30 2550 152 60 2550 273 รวม 1,260 4,149 ขอ้ มลู จาก: กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนรุ กั ษพ์ ลงั งาน กระทรวงพลงั งาน

ใบความรเู้ พิม่ เติมสำหรับครู การผลติ พลงั งานไฟฟา้ พลงั นำ้ แบบสูบกลับ การผลติ พลงั งานไฟฟ้าพลงั น้ำแบบสบู กลับ การผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ เป็นการนำพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ในระบบจากโรงไฟฟ้าต่างๆ ในช่วงที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย คือ ช่วงเวลา 00.00-06.00 น. ไปใช้สบู น้ำในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยจะสบู นำ้ จากบริเวณอ่างเก็บน้ำตอนล่างกลับข้ึนไปบนอ่างเกบ็ น้ำตอนบน และในชว่ งท่ีมีความต้องการใช้ พลังงานไฟฟ้ามาก คือ ช่วงเวลา 09.00-22.00 น. ก็จะปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนบนลงมายังอ่างเก็บน้ำ ตอนล่าง ผ่านอุปกรณ์สูบน้ำตัวเดิมแต่เปล่ียนหน้าท่ีจากใช้สูบน้ำเป็นทำหน้าท่ีผลิตไฟฟ้าแทน และจ่าย พลงั งานไฟฟ้าเขา้ สรู่ ะบบ ตัวอย่างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับในประเทศไทย พบที่โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา และโรงไฟฟ้า เขอ่ื นศรนี ครินทร์ เฉพาะเครอื่ งที่ 4 และ 5 แผนภาพการทำงานของโรงไฟฟา้ พลงั น้ำแบบสูบกลบั ขอ้ มูลและภาพจาก: การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 รายวชิ าพลังงานทดแทนกบั การใช้ประโยชน์ รหสั วชิ า ว 22202 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 พลังงานน้า เรอื่ ง ข้อดี ข้อจากดั และแนวทางการพฒั นาในการนาพลังงานน้าไปใช้ ประโยชน์ เวลา 1 ชัว่ โมง ชื่อผสู้ อนนางสาวจารุภา นวลเพง็ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเก้าเลีย้ ววิทยา ________________________________________________________________________ ผลการเรยี นรู้ อธบิ ายข้อดีและขอ้ จำกดั เกีย่ วกบั การใช้ประโยชน์และแนวทางการพฒั นา ของพลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวลและพลงั งานนิวเคลียร์ สาระการเรียนรู้ คดิ วิเคราะห์ อภปิ รายและเขียนสรุป เกีย่ วกับความสำคญั ขอ้ ดี ข้อจำกัดและแนวทางการพฒั นาใน การนำพลงั งานน้ำไปใชป้ ระโยชน์ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การนำพลังงานน้ำมาใช้ประโยชน์ทำให้มีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่องเพราะน้ำในธรรมชาติเกิด หมุนเวียนเป็นวัฏจักร การนำพลังงานน้ำมาใช้ประโยชน์ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดลอ้ ม การ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ช่วยทดแทนเชื้อเพลิงต่างๆ ที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า ช่วยลดปัญหาการขาดแคลน พลงั งานไฟฟา้ สามารถผลิตไฟฟา้ ในช่วงท่ีมีความตอ้ งการใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ สงู สดุ ไดท้ ันที การนำพลังงานน้ำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมใน ด้านการใช้งาน ต้องมีการศึกษาข้อมูลและพิจารณาถึงปัจจัยในด้านต่างๆ ที่เก่ียวข้องอย่างเหมาะสมและ รอบคอบ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายข้อดี ข้อจากัด และแนวทางในการพัฒนาในการนาพลังงานน้าไปใช้ ประโยชน์ได(้ k) 2. นักเรียนสรปุ ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการพฒั นาในการนำพลังงานนำ้ ไปใชป้ ระโยชน์ ได(้ P) 3. นักเรียนมีความเข้าใจบทเรียนและรับผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย (A) สมรรถนะท่ีสาคัญของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการคดิ 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 3.ความสามารถในการส่ือสาร คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ม่งุ ม่ันในการทางาน 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มวี นิ ัย

กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขั้นสรา้ งความสนใจ 1. ครูถามคำถามเพือ่ กระต้นุ ความสนใจ โดยใชค้ ำถามตอ่ ไปน้ี - นักเรียนคิดว่านอกจากการนำน้ำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนแล้ว น้ำยังมีประโยชน์ด้านใด้อีกบ้าง (แนวคำตอบ การเกษตร อตุ สาหกรรม) ขนั้ คน้ หาและรวบรวมขอ้ มลู 2. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเรียนรู้ต่างๆ เก่ียวกับความสำคัญ ข้อดี ข้อจำกัดและแนวทางการพัฒนา ในการนำพลังน้ำไปใชป้ ระโยชน์ ข้นั อภิปรายและสรุปผล 3. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องความสำคัญข้อดี ขอ้ จำกัดและแนวทางการพัฒนาในการนำพลัง น้ำไปใช้ประโยชน์ จากการทำกิจกรรม นักเรียนควรได้ข้อสรุปว่า พลังงานน้ำมีความสำคัญและมีข้อดีหลาย ประการ เช่น • พลังงานน้ำสามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้ รวมถงึ นำมาใช้หมุนกงั หันน้ำเพือ่ ฉุดระหัดในการ วดิ น้ำ ตำขา้ ว • การนำพลังงานน้ำมาใช้ประโยชน์ ทำให้เรามีพลังงานใช้อย่างต่อเน่ือง เพราะน้ำใน ธรรมชาติจะเกิดหมุนเวียนเป็นวัฏจักร การนำพลังงานน้ำมาใช้ประโยชน์ ไม่มีต้นทุนค่าเช้ือเพลิง ไม่ต้อง ขนสง่ เช้อื เพลงิ ไม่กอ่ ใหเ้ กิดมลพษิ ตอ่ สงิ่ มชี ีวติ และสิง่ แวดลอ้ ม • การนำพลังงานน้ำมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า สามารถทดแทนเชื้อเพลิงจากน้ำมันดิบ ก๊าซ ธรรมชาติ และถ่านหิน ในการนำมาผลิตไฟฟา้ ได้ และช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพลงั งานไฟฟา้ ได้เปน็ อย่าง ดี • โรงไฟฟ้าพลังนำ้ สามารถผลิตไฟฟ้าในชว่ งทม่ี ีความต้องการใช้พลงั งานไฟฟ้าสงู สุดได้ทนั ที • โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ช่วยให้ชุมชนท่ีอยู่ห่างไกลจากระบบสายส่งไฟฟ้ามีพลังงาน ไฟฟา้ ใชใ้ นครวั เรือนได้ ทำให้มีคณุ ภาพชวี ติ ดขี ้ึน • นำ้ ท่ไี หลผ่านกังหนั ของเครือ่ งกำเนดิ ไฟฟา้ ในโรงไฟฟ้าพลังนำ้ ยงั สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในด้านอ่ืนๆ ต่อไปได้อีก เช่น ใช้ในการเกษตร ใช้ในการอุปโภค บริโภค และยังช่วยในการผลักดันน้ำเค็มใน ฤดูแล้ง การใชป้ ระโยชน์จากพลงั งานน้ำในปจั จุบันจงึ เป็นการใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพสงู สุด • โรงไฟฟา้ พลังนำ้ เปน็ แหลง่ เรียนรูเ้ กย่ี วกับพลังงานทดแทนได้ ข้อจำกัดและแนวทางการพฒั นาในการนำพลงั งานนำ้ ไปใช้ผลติ ไฟฟ้า • ปัจจุบันการผลิตไฟฟา้ จากพลงั งานน้ำยังมีข้อจำกัดเกีย่ วกบั ขนาดพื้นท่ใี นการกักเกบ็ นำ้ ของ โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ ท่ีต้องใช้ขนาดพ้ืนที่กักเก็บน้ำมาก ซึ่งแนวทางในการแก้ปัญหาเก่ียวกับขนาด พื้นที่ในการกักเก็บน้ำ อาจใช้วิธีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก ที่ใช้ขนาดพื้นท่ีในการกักเก็บน้ำไม่มาก เป็นการใชป้ ระโยชนจ์ ากพลังงานนำ้ ตามสภาพพ้นื ท่ี

• การนำพลังงานน้ำมาใช้ผลิตไฟฟ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ในด้านการใช้งาน ต้องมีการศึกษาข้อมูลและพิจารณาถึงปัจจัยในด้านต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องอย่างเหมาะสมและ รอบคอบ เช่น ด้านส่ิงแวดล้อม ลักษณะภูมิประเทศ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านสภาพอากาศ สภาพความ เปน็ อยขู่ องคนในท้องถ่ิน และด้านอ่นื ๆ ขน้ั ขยายความรู้ 4. ครูและนักเรียนรว่ มกันทบทวนความรู้เก่ียวกบั พลงั งานน้ำทเี่ รยี นมาท้ังหมด ขน้ั ประเมิน 5. ครูประเมนิ ผลการเรียนรู้ของนกั เรยี นจากการทำกิจกรรม สอ่ื การเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. Powerpoin เร่ือง พลังงานนำ้ การวดั และกระประเมินผล วิธกี ารวดั ผลการเรยี นรแู้ ละประเมินผลการเรยี นรู้ 1. การสงั เกตจากการเข้าร่วมปฏิบตั กิ จิ กรรม 2. การตอบคำถาม เครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 1. ตารางบนั ทึกผลการสงั เกต

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 5 รายวิชาพลังงานทดแทนกับการใช้ประโยชน์ รหัสวชิ า ว 22202 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 พลังงานลม เร่ือง พลงั งานลม เวลา 2 ช่ัวโมง ช่ือผู้สอนนางสาวจารภุ า นวลเพง็ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นเก้าเลยี้ ววทิ ยา ________________________________________________________________________ ผลการเรียนรู้ อธบิ ายหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในการนำพลงั งานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงาน ชวี มวลและพลังงานนวิ เคลียร์ ไปใชป้ ระโยชน์ สาระการเรยี นรู้ ลมเป็นอากาศที่เคล่อื นทีอ่ ยู่รอบตวั เรา เมอื่ ลมปะทะกบั วตั ถุใดๆ สามารถทำให้เคลื่อนที่หรือ เคลอ่ื นไหวได้ สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด พลังงานลมสามารถเปล่ียนเป็นพลังงานจลน์ได้ ลมเกิดจากการเคล่ือนท่ีของอากาศ เม่ือปะทะกับ วัตถใุ ดๆ จะถ่ายโอนพลังงานทำใหว้ ัตถนุ ั้นหมุนหรือเคล่ือนท่ีได้ มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานลมในด้าน ต่างๆ ตั้งแตอ่ ดตี จนถึงปจั จบุ ัน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. นักเรยี นสามารถอธบิ ายการกระทาของพลงั งานลมในธรรมชาติได้(k) 2. นกั เรยี นสามารถทดลอง และเขียนสรุปเกยี่ วกับพลังงานลมและผลท่ีเกิดจากพลังงานลมได(้ P) 3. นักเรยี นมคี วามเขา้ ใจบทเรียนและรบั ผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย (A) สมรรถนะทีส่ าคัญของผ้เู รยี น 1. ความสามารถในการคดิ 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3.ความสามารถในการสอื่ สาร คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มุง่ มั่นในการทางาน 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มีวินยั กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขั้นสรา้ งความสนใจ 1. ครูทบทวนเรือ่ งที่เรยี นผ่านมา 2. ให้นกั เรียนชมภาพ และให้นกั เรยี นทายวา่ คือส่ิงใด (รูปกังหัน) 3. จากนั้นถามคำถามนกั เรยี นดังน้ี - จากพลังงานน้ำ ใช้น้ำในการช่วยหมุนกังหัน แล้วกังหันนี้จะใช้อะไรช่วยหมุน (นักเรียนควรสรุป เกี่ยวกับการกระทำของพลังงานลมได้ว่า เม่ือลมเคลื่อนท่ีปะทะกับวัตถุ สามารถทำให้วัตถุเคลื่อนไหว หมุน หรือเคลื่อนทไี่ ด)้ 4. ใหน้ ักเรยี นชมวดี ิทัศน์ เก่ียวกบั การใชป้ ระโยชนจ์ ากพลังงานลม

ขน้ั สำรวจและรวบรวมข้อมลู 5. เพ่ือนักเรียนเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานลมและผลที่เกิดจากพลังงาน ลม จากประเดน็ คำถามดงั กล่าว ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ี 2 มหศั จรรยพ์ ลังงานลม ขนั้ อภิปรายและสรุปผล 6. ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมาอภิปรายผลที่ได้จากกิจกรรมที่ 2 (จากการทำ กิจรรม ท่ี 2 นักเรียนควรสรุปได้ว่า เมื่อลมมาปะทะกับกังหัน ทำให้กังหันหมุน การหมุนของกังหันทำให้แกนกังหัน หมุนตาม การหมุนของแกนกังหันทำให้เส้นดา้ ยท่ีผูกติดอยู่หมุนพันรอบแกนกังหัน เมื่อเสน้ ด้ายหมนุ พันรอบ แกนกังหันไปเรื่อยๆ ทำให้คลิปหนีบกระดาษขนาดเล็กที่ผูกติดเส้นด้ายไว้ เคล่ือนท่ีเปล่ียนตำแหน่งไปจาก เดิม จนกระท่ังเคลื่อนที่มาสิ้นสุดท่แี กนกงั หัน ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการหมุนของกงั หันและการเคลื่อนท่ีของคลิป หนีบกระดาษ ได้แก่ แรงลม ถ้าแรงลมน้อย กังหันจะหมุนได้จำนวนรอบน้อย ซ่ึงจะส่งผลทำให้คลิปหนีบ กระดาษเคล่อื นทีไ่ ด้ชา้ ) ขัน้ ขยายความรู้ 7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เก่ียวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับพลังงาน ลมและผลทเ่ี กิดจากพลังงานลม จากกจิ กรรมที่ 2 ได้ว่า พลังงานลมเป็นพลังงานจลน์ท่ีเกิดจากการเคลื่อนท่ี ของอากาศ เมอ่ื ปะทะกบั วัตถใุ ดๆ จะถา่ ยโอนพลงั งานทำให้วัตถุนนั้ หมุนหรอื เคลือ่ นท่ีได้ 8. ทำแบบฝึกหัด ขั้นประเมนิ ผล 9. ครูประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องนกั เรยี นจากใบกจิ กรรม และแบบฝึกหดั ส่ือการเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. Powerpoint เรอ่ื ง พลังงานลม 2. ใบความรู้ 3. ใบกิจกรรมที่ 2 4. แบบฝกึ หัด การวัดและกระประเมินผล วธิ ีการวัดผลการเรยี นรแู้ ละประเมินผลการเรยี นรู้ 1. การสงั เกตจากการเข้ารว่ มปฏบิ ตั ิกิจกรรม 2. การตอบคำถาม เครอ่ื งมือวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. ตารางบนั ทึกผลการสังเกต 2. ใบกิจกรรมท่ี 2 3. แบบฝึกหดั

ใบกิจกรรมที่ 2 มหัศจรรย์พลงั งานลม จุดประสงค์ ทดลอง สังเกต เปรียบเทียบ อภิปรายและเขียนสรุปเก่ียวกับพลังงานลมและผลที่เกิดจากพลังงาน ลม รายการวัสดอุ ุปกรณ์ รายการ จำนวนหรือปรมิ าณต่อ ท่ี กลมุ่ 1 กระดาษสี ขนาดกวา้ ง 12 เซนติเมตร และยาว 12 เซนติเมตร 1 แผ่น 2 กรรไกร 1 อนั 3 เทปกาว 1 ม้วน 4 เข็มหมดุ 2 เลม่ 5 ไมบ้ รรทัด 1 อนั 6 คลิปหนบี กระดาษขนาดเลก็ 1 อัน 7 หลอดพลาสติก ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร และ 1 หลอด ความยาวประมาณ 23 เซนตเิ มตร 1 หลอด 8 หลอดพลาสติก ขนาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางประมาณ 1.2 เซนติเมตร และ 1 เส้น ความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร 1 ใบ 9 เสน้ ด้าย ความยาว 60 เซนติเมตร 1 เคร่อื ง 10 แกว้ นำ้ 11 เครือ่ งเปา่ ผมหรือพดั ลมต้ังโต๊ะ

วธิ ที ำกจิ กรรม 1. ประดษิ ฐ์กังหันและชดุ การทำกิจกรรม ตามขน้ั ตอนดงั น้ี 1) ตัดและพับกระดาษตามแบบ จากนั้นติดมุมกระดาษท้ัง 4 มุม ให้ติดอยู่ด้วยกันด้วยกระดาษกาว ดัง ภาพ ติดมมุ กระดาษท้งั 4 มุม ให้ติดอยู่ดว้ ยกนั ดว้ ยกระดาษกาว 2) เสียบเข็มหมุดผ่านบริเวณศูนย์กลางของกังหัน และกลัดปลายเข็มหมุดไปท่ีบริเวณปลายหลอด พลาสตกิ ขนาดเลก็ ดงั ภาพ

เสยี บเขม็ หมดุ บริเวณศนู ย์กลางของกังหัน นำปลายเข็มหมดุ ไปกลดั ติดไว้ ที่ปลายหลอดพลาสติกขนาดเล็ก 3) กำหนดให้หลอดพลาสติกขนาดเล็กในข้อท่ี 2) เป็นแกนกังหัน ให้สอดแกนกังหันเข้าไปด้านในของ หลอดพลาสตกิ อีกอนั หนึง่ ทมี่ ีขนาดใหญ่กวา่ ดงั ภาพ 4) เตรียมเส้นด้าย ความยาว 60 cm และผกู ปลายด้านหนึ่งของเส้นด้ายเข้ากับคลิปหนบี กระดาษขนาด เล็ก จำนวน 1 อัน และผูกปลายด้านท่ีเหลือของเส้นด้ายเข้ากับแกนกังหัน โดยผูกให้มีระยะห่างจาก ปลายของแกนกังหัน ประมาณ 4-5 cm ดังภาพ และติดเทปกาวตรงบริเวณท่ีผูกเส้นด้ายกับแกน กังหนั ไว้ให้แนน่ ผกู ปลายเสน้ ดา้ ยเข้ากบั แกนกังหัน ตดิ เทปกาวตรงบรเิ วณท่ผี ูกเส้นดา้ ยกับแกนกงั หนั 5) ในขณะทำการทดสอบด้วยแรงลม เพ่ือไม่ให้แกนกังหันหลุดออกจากหลอดพลาสติกขนาดใหญ่ ให้ จดั เตรยี มเข็มหมดุ อกี อนั หนงึ่ และเสียบเขม็ หมุดไปทแ่ี กนกังหนั ตามตำแหนง่ ดงั ภาพ เสยี บเข็มหมุดไปทแ่ี กนกังหัน

2. เตรียมแก้วน้ำ จำนวน 1 ใบ ใหค้ วำ่ แก้วนำ้ ลงและตดิ ชดุ กังหันทีป่ ระดิษฐ์เสร็จแลว้ ไปท่ีบริเวณฐาน ของแก้วน้ำ และยึดด้วยเทปกาวให้แนน่ ดงั ภาพ 3. นำกังหันไปทดสอบการหมุนด้วยแรงลม สังเกตการหมุนของกังหันและการเคลื่อนที่ของคลิปหนีบ กระดาษ 4. ทำกิจกรรมข้อที่ 3. ซำ้ อกี 2 ครัง้ ก่อนทำกิจกรรม ให้คลายเสน้ ดา้ ยทพี่ นั รอบแกนกงั หันออกก่อนทุกคร้งั

บนั ทึกผลการทำกจิ กรรม คร้งั ที่ ระยะเวลาทแ่ี รงลมระดบั 1 ระยะเวลาที่แรงลมระดบั 2 1 2 3 รวม ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................................... ............ .............................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. ................................... คำถามทา้ ยกจิ กรรม 1. คลิปหนีบกระดาษท่ีปลายเส้นด้าย มีการเคลื่อนท่ีหรือไม่ ถ้ามีการเคลื่อนท่ี นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุ ใด ............................................................................................................................. ................................... ...................................................................................................................................................... .......... ................................................................................................ ................................................................ 2. แรงลม มีผลต่อการหมุนของกังหันและการเคล่ือนที่ของคลิปหนีบกระดาษหรือไม่ นักเรียนจะมีวิธีการ ทดสอบอย่างไร ...................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ 3. การนำพลงั งานลมมาใช้หมุนกงั หันในกจิ กรรมนี้ มีขอ้ จำกัดหรอื ไม่ อย่างไร ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................... .................................

แบบฝึกหัด ชื่อ.............................................นามสกุล.........................................เลขท.่ี ..................ชน้ั ............. ใหน้ ักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. พลังงานลมสามารถทำให้วัตถุเคล่อื นที่ได้อยา่ งไร ............................................................................................ .............................................................................. ............................................................................................................................. ............................................. ................................................................................................................................................................. ......... .............................................................................................. ............................................................................ ........................................................................................................................ 2. นกั เรยี นคิดว่าเราสามารถนำพลังงานลมไปใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างไร ....................................................................................................................................................... ................... .................................................................................... ...................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ......................................................................................................................................................... ................. ....................................................................................................................... 3. การใชพ้ ลังงานลมมขี ้อจำกัดในด้านใด ............................................................................................................................. ............................................. ........................................................................................................................................................................ .. ..................................................................................................... ..................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ........................................................................................................................ 4. ให้นกั เรยี นออกแบบกงั หันพลงั งานลมของตนเอง พร้อมระบายสีให้สวยงาม

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 6 รายวชิ าพลังงานทดแทนกับการใชป้ ระโยชน์ รหัสวิชา ว 22202 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 พลงั งานลม เร่ือง การใชป้ ระโยชนจ์ ากพลังงานลม เวลา 3 ชว่ั โมง ช่อื ผ้สู อนนางสาวจารภุ า นวลเพ็ง กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเกา้ เลยี้ ววิทยา ________________________________________________________________________ ผลการเรียนรู้ อธบิ ายการใชป้ ระโยชน์ พลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลงั งานน้ำ พลงั งานชีวมวลและพลงั งาน นวิ เคลยี ร์ ในประเทศไทย สาระการเรียนรู้ พลังงานลมสามารถนำมาผลติ ไฟฟา้ ได้ โดยพลงั งานลมเคลือ่ นที่มาปะทะกบั กังหัน ทำให้กังหนั หมนุ การหมนุ ของกังหนั ทำให้แกนของเครือ่ งกำเนิดไฟฟ้าท่ีติดอยกู่ บั กังหนั มีการหมนุ ตามเกิดการเปล่ียนพลังงาน จลนข์ องการหมนุ ของแกนเครื่องกำเนิดไฟฟา้ เปน็ พลงั งานไฟฟ้า สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด พลังงานลมเป็นพลังงานที่เกิดจากการเคลื่อนท่ีของอากาศ อากาศท่ีกำลังเคล่ือนท่ีมีพลังงานจลน์ เมื่อปะทะกับวัตถุใดๆ สามารถทำให้วัตถุนั้นเคล่ือนท่ีหรือหมุนได้ ปัจจุบันมีการนำพลังงานลมมาใช้เป็น พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า พลังงานลมเมื่อเคลือ่ นที่มาปะทะกับกงั หนั ทำใหก้ ังหันหมุน การหมุนของ กังหันทำให้แกนของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าที่ติดอยู่กับกังหัน มีการหมุนตาม เกิดการเปล่ียนพลังงานจลน์ของ การหมุนของแกนเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าเป็นพลงั งานไฟฟ้า จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการเปลี่ยนพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า ได(้ k) 2. นักเรียนสามารถเขียนสรุปหลักการทางวทิ ยาศาสตร์ในการเปลี่ยนพลงั งานลมเป็นพลงั งานไฟฟา้ ได(้ P) 3. นักเรยี นมคี วามเข้าใจบทเรียนและรบั ผิดชอบต่องานท่ีได้รบั มอบหมาย (A) สมรรถนะทส่ี าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต 3.ความสามารถในการสอ่ื สาร คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มวี นิ ยั

กระบวนการจัดการเรียนรู้ ข้ันสรา้ งความสนใจ 1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้ว่า พลังงานลมเป็นพลังงานท่ีเกิดจากการเคล่ือนท่ีของ อากาศ อากาศท่ีกำลังเคลื่อนที่มีพลังงานจลน์ เมื่อปะทะกับวัตถุใดๆ จะถ่ายโอนพลังงานทำให้วัตถุนั้นหมุน หรือเคลอื่ นทไ่ี ด้ ข้ันสำรวจและรวบรวมขอ้ มลู 2. จากที่นักเรียนได้ทำกิจกรรม มหัศจรรย์พลังงานลม นักเรียนคิดว่าสามารถนำพลังงานลมไปใช้ ประโยชน์อยา่ งไรได้บ้าง ขั้นอภิปรายและสรปุ ผล 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายว่าสามารถนำพลงั งานลมไปใช้ประโยชนด์ ้านใดบา้ ง 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า หลักการเปล่ียนพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า สามารถทำได้โดย เมื่อ ลมเคล่ือนทีป่ ะทะกังหัน ทำใหก้ ังหันหมุน และทำใหแ้ กนของเครอื่ งกำเนิดไฟฟ้าที่ติดอยู่กับกังหัน มีการหมุน ตามและมพี ลงั งานไฟฟา้ เกดิ ขนึ้ 5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้เกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการ เปล่ียนพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า ได้ว่า ลม คือ อากาศที่กำลังเคล่ือนที่ ซึ่งมีพลังงานจลน์ เม่ือ เคลื่อนที่ปะทะกับกังหัน จะถ่ายโอนพลังงานให้กังหัน ทำให้กงั หันหมุน เม่ือกังหันหมุน เกิดพลังงาน จลน์ของการหมุน และแกนของเครือ่ งกำเนิดไฟฟ้าที่ติดอยู่กับกงั หัน มีการหมุนตาม เกดิ การเปล่ียนพลังงาน จลน์ของการหมนุ ของแกนเครอื่ งกำเนิดไฟฟ้าเป็นพลงั งานไฟฟ้า ขนั้ ขยายผลการเรียนรู้ 6. ครูขยายความรู้โดยอธิบายเรื่อง ศักยภาพพลังงานลมกับการผลิตไฟฟ้า และความเร็วลมเฉลี่ย ของประเทศไทย ซึง่ สรุปได้ว่า • การนำพลังงานลมมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า ต้องพิจารณาถึงศักยภาพพลังงานลม ได้แก่ ความเร็วลม ความสม่ำเสมอของความเร็วลม และความยาวนานของการเกิดลม และต้องออกแบบลักษณะ ของกงั หันลมท่จี ะตดิ ต้ังให้มลี ักษณะท่สี อดคลอ้ งกับศักยภาพพลงั งานลมในพ้ืนทน่ี ั้นๆ • ประโยชน์ของแผนที่แสดงความเร็วลม ได้แก่ ใช้พิจารณากำหนดตำแหน่งสถานที่สำหรับ ติดต้ังกังหันลมเพ่ือผลิตไฟฟ้า ใช้ออกแบบกังหันลมให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ใช้ประเมินพลังงาน ไฟฟ้าท่ีกังหันลมจะสามารถผลิตได้ และนำมาใช้วิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานลม ให้มีความ เหมาะสมกับศักยภาพพลงั งานลม • ความเร็วลมของประเทศโดยเฉลี่ยมีค่าต่ำกว่า 4 เมตรต่อวินาที แต่มีบางพ้ืนท่ีของประเทศ ไทยทมี่ คี วามเรว็ ลมเฉล่ยี ต้ังแต่ 6 เมตรตอ่ วนิ าที ขนึ้ ไป ซ่ึงเป็นความเรว็ ลมเฉล่ยี คอ่ นขา้ งสูง

• บริเวณของประเทศไทย ที่มีความเร็วลมเฉลี่ยค่อนข้างสูง ได้แก่ บริเวณเทือกเขาสูงของ ภาคตะวันตกและภาคใต้ พ้ืนที่บางส่วนตรงบริเวณรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณรอยตอ่ ระหวา่ งภาคตะวันออกกับภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ และชายฝง่ั บางบรเิ วณของภาคใต้ 7. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกัน โดยใช้ภาพทุ่งกังหันลม เช่ือมโยงกับกิจกรรมที่ผ่านมา ซ่ึง ควรสรปุ ไดว้ า่ ในการผลติ ไฟฟา้ โดยใชก้ ังหนั ลมนิยมติดตั้งกังหนั ลมในบริเวณทีม่ ีศักยภาพพลังงานลมสูง และ เพื่อให้ได้ปริมาณไฟฟ้าท่ีมากพอ จึงมีการติดตั้งกังหันลมจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียงกัน เรียกบริเวณ ดังกลา่ ววา่ ทงุ่ กังหนั ลม (Wind Farm) ทุ่งกังหันลม ในโครงการชั่งหัวมนั ตามพระราชดำริ อำเภอท่ายาง จงั หวดั เพชรบุรี ขัน้ ประเมินผลการเรยี นรู้ 8. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดท่ี 4 9. ครตู รวจประเมินผลการเรียนรู้จากแบบฝึกหดั ท่ี 4 สื่อการเรยี นรู้และแหลง่ การเรียนรู้ 1. Powerpoint เร่อื ง พลังงานลม 2. แบบฝกึ หดั ที่ 4 3. ใบความรู้ การวดั และกระประเมินผล วิธีการวัดผลการเรยี นรู้และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. การสังเกตจากการเข้าร่วมปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

2. การตอบคำถาม เคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 1. ตารางบันทกึ ผลการสงั เกต 2. แบบฝกึ หัดที่ 4

แบบฝกึ หัดท่ี 4 ชือ่ ...............................................นามสกลุ .............................................เลขที่.....................ชั้น.............. 1. การนำพลงั งานลมมาใชใ้ นการผลิตไฟฟา้ ต้องพิจารณาถึงปัจจัยของพลงั งานลมในดา้ นใดบา้ ง .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. 2. ความเรว็ ลมในพนื้ ท่ีต่างๆ ของประเทศไทย มคี า่ แตกต่างหรอื ไม่ ............................................................................................................................. ............................................. ......................................................................................................................................................... ................. 3. ในทอ้ งถ่ินของนกั เรียนมีการติดตั้งกงั หนั ลมเพื่อผลิตไฟฟ้าหรือไม่ และสามารถผลติ ไฟฟา้ ได้มากน้อย เพียงใด ........................................................................................................................................ .................................. ................................................................................................. ......................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................... ................................ ................................................................................................... ....................................................................... .

ใบความร้เู พม่ิ เติมสำหรับครู ขนาดของกังหันลมและขนาดกำลงั ผลติ การพัฒนากังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า ได้มีการพัฒนาขนาดของกังหันลมให้มีความเหมาะสมกับการใช้ งาน ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งขนาดของกังหันลมกับขนาดกำลงั ผลติ แสดงดงั ตารางดา้ นลา่ ง ตาราง แสดงขนาดของกงั หนั ลมและขนาดกำลงั ผลติ ขนาดของ ความเร็วลมทใี่ ช้ ขนาดกำลัง ขนาดเส้นผ่าน การนำไปใช้ประโยชน์ กังหนั ลม (m/s) ผลิต (kw) ศูนยก์ ลางของ กังหนั (m) ขนาดจิ๋ว เร่ิมหมุน (cut in ) น้อยกว่า 1.5 น้อยกวา่ 3 เหมาะสำหรับผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ (Micro Wind 2 หา่ งไกลท่ีตอ้ งการใชพ้ ลังงานไฟฟา้ ไม่ Turbine) มากนกั เช่น ใช้กบั เคร่อื งมือส่ือสาร หรอื พ้ืนท่ีที่ตอ้ งการแสงสว่างในบาง ช่วง ขนาดเลก็ เริ่มหมนุ (cut in) 1.5-20 3-10 เหมาะสำหรับพืน้ ทหี่ ่างไกลเพื่อจัดเก็บ (Small Wind 2.5 พลงั งานไฟฟ้าเขา้ กับแบตเตอรี เหมาะ Turbine) กบั การใชใ้ นครัวเรือน ขนาดกลาง เริ่มหมุน (cut in) 20-200 10-25 เหมาะสำหรับผลิตไฟฟ้าในระบบ (Medium Wind 2.5 ผสมผสานกบั การผลิตไฟฟ้าจากแหลง่ Turbine) อ่นื เหมาะกบั การใช้ในชมุ ชนหา่ งไกลที่ ระบบสายสง่ ไฟฟ้าเขา้ ไปไม่ถึง ขนาดใหญ่ เรมิ่ หมนุ (cut in) 200-1,500 25-70 เหมาะสำหรบั ติดตั้งกังหันลมแบบทุ่ง (Large Wind 3 กังหนั ลมบนฝง่ั เพ่ือผลิตไฟฟ้าเช่อื มต่อ Turbine) กบั ระบบสายส่ง ขนาดใหญ่มาก เรม่ิ หมนุ (cut in) มากกว่า มากกวา่ 70 เหมาะสำหรบั ตดิ ตั้งกงั หนั ลมแบบทุง่ (Very Large 3.5 1,500 กงั หนั ลมบนฝงั่ และนอกชายฝง่ั เพ่ือ Wind Turbine) เช่อื มต่อกบั ระบบสายส่ง ข้อมูลจาก: กรมพฒั นาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

ใบความรู้เพิม่ เติมสำหรบั ครู ตัวอยา่ งสถานทต่ี ิดต้ังกังหนั ลมเพอื่ ผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ประเทศไทยมีการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าในหลายพ้ืนท่ี ตัวอย่างสถานที่ติดต้ังกังหันลมเพื่อ ผลิตไฟฟา้ ในประเทศไทยแสดงดงั ตารางด้านล่าง กังหันลมเพ่ือผลิตไฟฟา้ จะออกแบบให้มีขนาดกำลงั ผลิตไม่ เกิน 5 เมกะวัตต์ เพราะมีข้อจำกดั ดา้ นการออกแบบ ด้านวัสดทุ ี่จะนำมาผลิตใบพดั และข้อจำกดั ดา้ นความสูง ของเสากงั หันลม ตาราง แสดงตวั อยา่ งสถานท่ตี ดิ ตงั้ กังหันลมเพ่อื ผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย ชือ่ โรงไฟฟา้ และสถานท่ีต้ัง ขนาดกำลงั ผลติ และจำนวนชดุ ประโยชน์ทน่ี ำไปใช้ ผลิตไฟฟ้าในเชงิ พาณชิ ย์ กังหนั ลมขนาดใหญ่ บริเวณบ้านทะเลปัง ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ ผลติ ไฟฟ้าในเชิงพาณชิ ย์ ตำบลหัวไทร อำเภอหวั ไทร ผลติ ไฟฟ้าในเชงิ พาณิชย์ จงั หวดั นครศรธี รรมราช ผลิตไฟฟ้า กงั หนั ลมขนาดใหญ่ บริเวณอ่างเกบ็ น้ำ ขนาด 1.25 เมกะวัตต์ ผลติ ไฟฟ้า ตอนบนของโรงไฟฟา้ ลำตะคองชลภาวฒั นา จำนวน 2 ชุด ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีควิ้ จงั หวดั นครราชสีมา กังหนั ลมขนาดกลาง ขนาด 150 กิโลวัตต์ บรเิ วณแหลมพรหมเทพ จงั หวัดภเู กต็ กงั หันลมขนาดเล็ก ติดตงั้ ในลักษณะ ขนาด 1.5 เมกะวัตต์ จำนวน 1 ชดุ ทงุ่ กงั หันลม บรเิ วณบ้านทะเลปงั ขนาด 250 กิโลวัตต์ จำนวน 1 ชุด อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาด 5 กิโลวัตต์ จำนวน 5 ชดุ กังหนั ลมขนาดเล็กและขนาดจ๋ิว บรเิ วณ ขนาด 5 กโิ ลวัตต์ จำนวน 10 ตัว ดอยม่อนล้าน อำเภอพร้าว จังหวดั เชยี งใหม่ และขนาด 1 กโิ ลวัตต์ จำนวน 2 ตัว

ใบความรู้เพิ่มเติมสำหรบั ครู กงั หันลมเพ่ือผลิตไฟฟ้า บรเิ วณอ่างเกบ็ นำ้ ตอนบน ของโรงไฟฟา้ ลำตะคองชลภาวัฒนา จงั หวดั นครราชสีมา กังหันลมขนาดใหญ่ท่ีติดต้ังบริเวณอ่างเก็บน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา อำเภอสี คิ้ว จังหวดั นครราชสีมา ติดตงั้ ใชง้ านเมอื่ ปี พ.ศ. 2552 มีขนาดกำลังผลิต 1.25 เมกะวัตต์ มีจำนวน 3 ใบพัด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของกังหันลม 64 เมตร และมีความสูงของเสากังหัน 68 เมตร บริเวณท่ีติดต้ังมี ความเร็วลมเฉล่ียตอ่ ปสี งู กวา่ 6 เมตรต่อวนิ าที กังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า บริเวณอ่างเก็บนำ้ ตอนบนของ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวฒั นา จงั หวัดนครราชสมี า ขอ้ มูลจาก: การไฟฟา้ ฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย

ใบความรู้เพ่มิ เติมสำหรับครู ตวั อย่างสถานีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรว่ มกบั ระบบเซลล์แสงอาทติ ย์ การผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมในปจั จบุ ันยังมีความไมแ่ นน่ อนเน่ืองจากศกั ยภาพพลงั งานลมและปจั จัย ต่างๆ ปัจจุบันจึงมีการนำพลังงานไฟฟ้าท่ีผลิตได้จากกังหันลม ไปใช้ประโยชน์เป็นพลังงานเสริมร่วมกับ พลังงานอ่ืนๆ เช่น ที่สถานีพลังงานทดแทน แหลมพรหมเทพ จังหวดั ภูเก็ต เป็นสถานีผลิตไฟฟ้าจากพลงั งาน ลมร่วมกบั ระบบเซลล์แสงอาทติ ย์ สถานพี ลงั งานทดแทน แหลมพรหมเทพ จงั หวดั ภเู ก็ต (ภาพจาก http://www2.egat.co.th/re/egat_wind/egat_wind.htm)

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 รายวิชาพลังงานทดแทนกบั การใชป้ ระโยชน์ รหสั วิชา ว 22202 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 พลังงานลม เรื่อง ข้อดี ข้อจากดั และแนวทางการพัฒนา ในการนาพลงั งานลมไปใชป้ ระโยชน์ เวลา 1 ชว่ั โมง ช่ือผู้สอนนางสาวจารุภา นวลเพง็ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเก้าเลีย้ ววิทยา ________________________________________________________________________ ผลการเรยี นรู้ อธบิ ายขอ้ ดแี ละขอ้ จำกดั เก่ยี วกับการใช้ประโยชน์และแนวทางการพฒั นา ของพลงั งานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลังงานนำ้ พลังงานชีวมวลและพลงั งานนิวเคลียร์ สาระการเรียนรู้ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยเี กย่ี วกับการนำพลงั งานลมไปใชป้ ระโยชน์ให้มีประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ต้องมีการศึกษาศักยภาพพลงั งานลมในทุกๆ ด้าน และพจิ ารณาปจั จยั ในดา้ นตา่ งๆ ท่เี ก่ยี วข้องอย่าง รอบคอบ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด พลังงานลมเป็นพลังงานที่เกิดข้ึนหมุนเวียนในธรรมชาติ การนำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ไม่ ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมช่วยทดแทนเช้ือเพลิงต่างๆ ที่ นำมาใชผ้ ลติ ไฟฟา้ ชว่ ยลดปญั หาการขาดแคลนพลังงานไฟฟา้ ในบรเิ วณทีไ่ มม่ สี ายส่งไฟฟ้าได้ บริเวณท่ีมีความเหมาะสมในการนำพลงั งานลมไปใชผ้ ลิตไฟฟ้า ควรเปน็ บรเิ วณทีม่ ีศักยภาพพลงั งาน ลมที่ดี คือ เป็นบริเวณที่มีความเร็วลมสูง มีความเร็วลมสม่ำเสมอและลมที่เกิดขึ้นมีความต่อเนื่องยาวนาน และต้องออกแบบลักษณะของกังหันลมที่จะติดตั้งให้มีลักษณะที่สอดคล้องกับศักยภาพพลังงานลมในพื้นที่ แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการนำพลังงานลมไปใช้ประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องมี การศกึ ษาศักยภาพพลังงานลมในทุกๆ ดา้ น และพิจารณาปัจจัยในดา้ นตา่ งๆ ทีเ่ ก่ียวข้องอย่างรอบคอบ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ข้อดี ข้อจากัด และแนวทางการพัฒนาในการนาพลังงานลมไปใช้ ประโยชน์(k) 2. นักเรียนสามารถเขียนสรปุ ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการพัฒนาในการนำพลังงานลมไปใช้ ประโยชน์(P) 3. นกั เรยี นมคี วามเขา้ ใจบทเรียนและรับผดิ ชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมาย (A) สมรรถนะที่สาคญั ของผูเ้ รียน 1. ความสามารถในการคดิ 2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 3.ความสามารถในการสอ่ื สาร

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มุ่งมัน่ ในการทางาน 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มวี ินัย กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ขั้นสรา้ งความสนใจ 1. ครูกระต้นุ ความสนใจนกั เรียนโดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้ - นักเรียนคิดว่าพลังงานลมนอกจากจะมีประโยชน์แล้ว นักเรียนคิดว่าพลังงานลมจะมีข้อดี ข้อจำกัดอะไรบ้าง ข้ันสำรวจและคน้ หาข้อมูล 2. ใหน้ กั เรียนแบง่ กล่มุ ๆละเทา่ ๆกัน โดยคละความสามารถของนกั เรยี น 3. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลและอภิปรายร่วมกันจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เก่ียวกับความสำคัญ ข้อดี ข้อจำกัดและแนวทางการพัฒนาในการนำพลังลมไปใช้ประโยชน์ โดยจัดทำเป็นแผนผังความคิด พร้อม ตกแต่งใหส้ วยงาม ข้ันอภปิ รายและสรุปผล 4. ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอผลงานตนเอง พรอ้ มอภิบายส่งิ ท่ีสบื คน้ ได้ ข้ันขยายความรู้ 5. ครูนำนักเรียนอภิปรายและสรุปข้อดี ข้อจำกัดและแนวทางการพัฒนาในการนำพลังลมไปใช้ ประโยชน์ ผลการศกึ ษาจากการทำกจิ กรรม นกั เรียนควรไดข้ อ้ สรุปว่า พลงั งานลมมีความสำคัญและมขี ้อดีหลายประการ ดงั น้ี • พลังงานลมนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้ รวมถึงนำมาใช้หมุนกังหันลมเพ่ือฉุดระหัดในการวิดน้ำ สูบนำ้ ใช้แล่นเรือใบ • สามารถนำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ได้ต่อเน่ือง เพราะพลังงานลมเกิดขึ้นหมุนเวียนใน ธรรมชาติ การนำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ ไม่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ไม่ต้องขนส่งเชื้อเพลิง ไม่ก่อให้เกิด มลพษิ ตอ่ ส่ิงมีชวี ติ และสิ่งแวดล้อม • การนำพลังงานลมมาผลิตไฟฟ้า ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟา้ ในบริเวณที่ไมม่ ี สายส่งไฟฟา้ ได้ • แหล่งที่มีการติดต้ังกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า หรือแหล่งที่มีการใช้ประโยชน์จากพลังงานลม สามารถใช้เป็นแหล่งเรยี นร้เู กีย่ วกับพลงั งานทดแทนได้ ข้อจำกดั และแนวทางการพฒั นาในการนำพลงั งานลมไปใช้ผลติ ไฟฟ้า • การนำพลังงานลมมาใช้ผลิตไฟฟ้าต้องคำนึงถึงศักยภาพพลังงานลม ได้แก่ ความเร็วลม ความสม่ำเสมอของความเรว็ ลมและความยาวนานของการเกดิ ลม บริเวณท่ศี ักยภาพพลังงานลมไมด่ ี จะผลิต ไฟฟ้าได้น้อย

• การติดต้ังกังหันลมอาจบดบังทัศนียภาพและการยอมรับจากชุมชน และการทำงานของ กงั หันลมอาจทำใหเ้ กดิ มลภาวะทางเสียงทเี่ กิดจากการหมุนของใบพดั ได้ • แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการนำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพ สูงสุด ควรมีการศึกษาศักยภาพพลังงานลมในทุกๆ ด้าน และพิจารณาปัจจัยในด้านต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องอย่าง รอบคอบ เพ่ือนำข้อมูลต่างๆ มาใช้พิจารณากำหนดตำแหน่งสถานท่ีสำหรับติดต้ังกังหันลมเพ่ือผลิตไฟฟ้า และนำมาใช้ออกแบบกังหันลมให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด รวมถึงนำมาใช้วิเคราะห์และพัฒนา เทคโนโลยีพลังงานลมในดา้ นต่างๆ ใหม้ ีความเหมาะสมกบั ศักยภาพพลงั งานลม ข้ันประเมนิ 6. ให้นักเรียนทำแบบฝกึ หัดท่ี 5 7. ครูประเมินผลการเรียนร้ขู องนกั เรยี นจากแบบฝกึ หัดที่ 5 สอ่ื การเรียนรู้และแหลง่ การเรียนรู้ 1. Powerpoint เรือ่ ง พลงั งานลม 2. แบบฝึกหดั ท่ี 5 การวดั และกระประเมนิ ผล วิธีการวดั ผลการเรยี นรแู้ ละประเมินผลการเรียนรู้ 1. การสังเกตจากการเข้ารว่ มปฏิบตั กิ จิ กรรม 2. การตอบคำถาม เครื่องมือวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 1. ตารางบันทึกผลการสังเกต 2. แบบฝึกหัดท่ี 5

แบบฝกึ หัดท่ี 5 ชือ่ .................................................นามสกลุ .....................................เลขท่.ี ......................ชน้ั .................. 1. นกั เรยี นมีความคิดเหน็ อย่างไร ในการนำพลงั งานลมไปใชป้ ระโยชน์ในการผลิตไฟฟ้า ............................................................................................................................. ............................................. ....................................................................................................................................... ................................... ................................................................................................ ............................................ ............................................................................................................................. ............................................. ...................................................................................................................................................................... .... ............................................................................................................................. ............... 2. การนำพลังงานลมมาใชเ้ พือ่ ผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องคำนงึ ถงึ ความเหมาะสมด้านใดบ้าง ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. .................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ........................................................................................................................................................ .................. ................................................................................................................. ........................... 3. พลังงานลมมีความสำคัญแกน่ ักเรยี นอย่างไร ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................................. ............................. ...................................................................................................... ...................................... ............................................................................................................................. ............................................. .......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...............


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook