Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน เทอม 2

วิจัยในชั้นเรียน เทอม 2

Published by haruthai chaiwut, 2022-03-19 17:04:49

Description: วิจัยในชั้นเรียน เทอม 2

Search

Read the Text Version

41 บทท่ี 3 วธิ ดี ำเนินการวิจัย การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ืองทักษะ ดา้ นสารสนเทศสอื่ และเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 มีวัตถปุ ระสงค์ 1) เพ่ือสรา้ งและหาประสิทธิภาพของ บทเรียนออนไลน์ 2) เพ่ือวดั ทักษะการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองของนักเรยี นทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรยี น ดว้ ยบทเรียนออนไลน์ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนท่เี รียนด้วยบทเรยี นออนไลน์ ผู้วิจัยได้ ดำเนนิ การรตามลำดับขัน้ ตอน มรี ายละเอยี ดดงั ต่อไปนี้ 1. แบบแผนทีใ่ ชใ้ นการวิจยั 2. ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง 3. ระเบยี บวิธีการวจิ ยั 4. การเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจยั 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถติ ทิ ี่ใชใ้ นการวจิ ยั 1. แบบแผนทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย การวิจยั ครั้งนีผ้ ู้วจิ ยั ใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest Design (กาญจนา วฒั ายุ ,2550) ซ่ึงมีรูปแบบการวจิ ยั ดงั น้ี ตารางท่ี 2 แสดงแบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest Design ทดสอบกอ่ นเรยี น ตวั แปรตน้ ทดสอบหลังเรียน (Pretest) (Treatment) (Posttest) X1 T X2 สญั ลกั ษณ์ท่ใี ช้ในรูปแบบการวจิ ยั X1 หมายถงึ ทดสอบกอ่ นเรยี นการจัดการเรียนรู้ T หมายถงึ การจดั การเรียนรโู้ ดยใช้บทเรียนออนไลน์ X2 หมายถงึ ทดสอบหลังเรยี นการจดั การเรียนรู้

42 2. กลมุ่ ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง 2.1 ประชากร ประชากรทีใ่ ช้ในการศกึ ษาคร้งั นค้ี อื นักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ทน่ี กั เรียนในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ศนู ยก์ ารเรียนรโู้ รงเรียนแมท่ ะวทิ ยา จำนวนทั้งหมด 42 คน 2.2 กลุม่ ตวั อยา่ ง กลุ่มตัวอย่างทใ่ี ชใ้ นการศึกษาครัง้ น้ี คอื นักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/1 ทน่ี กั เรียนในภาค เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนแม่ทะวิทยา จำนวนทั้งหมด 21 คนชาย 10 คน หญิง 11 คน 3. ระเบยี บวธิ ีวิจยั 3.1 เครื่องมอื ทีใช้ในการศกึ ษา 3.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ เร่อื งทกั ษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี จำนวน 3 แผน แผนท่ี 1 เรอ่ื ง เทคโนโลยใี นชวี ติ ประจำวัน แผนที่ 2 เร่อื ง ระบบทางเทคโนโลยี แผนที่ 3 เรอ่ื ง การจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ 3.1.2 บทเรียนออนไลน์ รายวิชาคอมพิวเตอร์ หน่วยการเรียนรู้ทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 3 เรื่องในบทเรียนออนไลน์ประกอบด้วย คำแนะนำ สำหรับนักเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรยี น จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ สถานการณป์ ญั หา ภารกจิ ฐาน ความช่วยเหลือ แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม เนื้อหา แบบฝึกหัดท้ายบท เฉลยแบบฝึกหัดท้ายบท แบบทดสอบหลังเรียน และเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่งบทเรียนออนไลน์ จำนวน 3 บท ประกอบด้วย บทท่ี 1 เรอ่ื ง เทคโนโลยีในชวี ิตประจำวัน บทท่ี 2 เรือ่ ง ระบบทางเทคโนโลยี บทท่ี 3 เรอ่ื ง การจัดการข้อมลู และสารสนเทศ 3.1.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบทดสอบที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นซึ่งเป็นข้อสอบ แบบปรนัยชนดิ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 20 ขอ้ 3.1.4 แบบประเมนิ ทกั ษะการเรยี นรทู้ างการเรียน เป็นแบบทดสอบผู้ท่ศี กึ ษาสรา้ งขน้ึ ซึง่ เป็นการ

43 ประเมนิ 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ 3.1.5 แบบประเมนิ ความพึงพอใจ เปน็ แบบทดสอบผู้ทีศ่ กึ ษาสรา้ งขึ้นซงึ่ เป็นการประเมนิ 5 ระดบั จำนวน 10 ขอ้ 3.2 การสร้างและหาประสิทธิภาพ การสร้างและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือผู้ศึกษาได้ประยุกต์ใช้รูปแบบของ ADDIE Model ตาม ขัน้ ตอนดังนี้ 2.1 ข้นั วิเคราะห์ (Analysis) 2.1.1 ศึกษาเอกสารแนวคดิ และทฤษฎีการเรียนรทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งกับการจัดการเรยี นรู้กลุ่มสาระการ เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ทกั ษะดา้ นสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 2.1.2 ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560 และคู่มือ การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนวิทยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 2.1.3 ศกึ ษาและวเิ คราะห์เนื้อหาหนว่ ยการเรียนรู้กับมาตรฐานการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ หนว่ ยการเรยี นรู้ทกั ษะดา้ นสารสนเทศส่อื และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 1 2.1.4 ศกึ ษาวธิ ีการเขยี นแผนการจดั การเรยี นรู้ จากตำรา เอกสาร และงานวิจัยท่ีเกยี่ วข้อง 2.1.5 ศกึ ษาวิธกี ารสรา้ งแบบประเมนิ ทักษะการแก้ปญั หา 2.1.6 ศึกษาวธิ ีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน 2.1.7 ศกึ ษาเอกสาร/งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง 2.2 ขัน้ ออกแบบ (Design) 2.2.1สรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ 1. ศึกษาหลักสตู รและค่มู ือหลกั สูตรแกนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตร์ พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงั พ.ศ.2560) 2. ศกึ ษาการสรา้ งโครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรแู้ ละแผนการเรียนรู้ 3. สรา้ งโครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้ จำนวน 1 โครงสรา้ ง 4. กำหนดขอบเขตและเน้อื หาท่ีต้อง โดยนำข้อมูลทจ่ี ากข้ันตอนการวิเคราะหม์ ามาใชก้ ำหนด

44 ขอบเขตเนือ้ หา ซ่งึ เนื้อหาทใี่ ช้ เรือ่ ง ทกั ษะดา้ นสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ประกอบดว้ ย บทท่ี 1 เร่อื ง เทคโนโลยีในชีวิตประจำวนั บทที่ 2 เรอ่ื ง ระบบทางเทคโนโลยี บทท่ี 3 เร่อื ง การจดั การขอ้ มลู และสารสนเทศ 5. สร้างแผนการจัดการเรยี นรู้ จำนวน 3 แผน มอี งคป์ ระกอบ คือ มาตรฐานสาระเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ กระบวนการวัดผลประเมินผล กิจกรรมเสนอแนะ รวมทั้งแบบ ประเมินในดา้ นตา่ ง ๆ 2.2.2 การสรา้ งบทเรยี นออนไลน์ 1. ศกึ ษาและคน้ คว้าข้อมลู งานวจิ ยั ท่เี กี่ยวขอ้ งกับการสรา้ งบทเรียนออนไลน์ 2. นำข้อมูลที่ได้จากศึกษาและค้นควา้ ข้อมูลงานวิจยั มาพัฒนาบทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้าน สารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี 3. สร้างบทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี จำนวน 3 เรื่องใช้จัด กิจกรรมประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ีสร้างข้นึ ซง่ึ บทเรียนออนไลน์ มอี งค์ประกอบดงั น้ี 1. คำแนะนำการใช้งาน เป็นรายละเอยี ดขอ้ เสนอแนะสำหรับนักเรยี นในการเรียนด้วย บทเรยี นออนไลน์ ผู้เรยี นตอ้ งปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนของกิจกรรม 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เพ่ือใหน้ กั เรยี นได้รู้วา่ เมือ่ เรยี นเร่อื งนัน้ ๆ จบแลว้ ผู้เรียน จะไดอ้ ะไรบ้างจากกจิ กรรมการเรยี นรู้ 3. สถานการณ์การเรยี นรูด้ ้วยตนเอง เปน็ สถานการณ์ตัวอย่างทสี่ ร้างขึ้นเพ่ือกระต้นุ ให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้สถานการณ์เพื่อให้เกิดการสร้างความรู้และกระบวนการการคิดอย่างเป็น ระบบ 4. แหลง่ การเรยี นรูเ้ พิม่ เตมิ เป็นเนื้อหาและวดิ โี อความรู้เพมิ่ เติมท่ีนอกเหนอื จาก บทเรยี นหรอื สาระการเรียนรเู้ พ่มิ เติมจากสงิ่ ท่มี ีอยใู่ นบทเรยี น 5. เน้อื หา เป็นเนื้อหาหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 1. เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ที่จำแนกเป็นหัวข้อย่อย ๆ ซึ่งบทเรียนออนไลน์ แต่ละบทจะมีเนื้อหาเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา เรยี นรดู้ ว้ ยตนเองไปตามลำดับข้นั ซ่งึ ในเนือ้ หาจะมีภาพกราฟิกวิดีโอและเน้ือหาท่ีกระชับเพ่ือ กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดความสนใจและช่วยใหผ้ ู้เรียนได้เช่ือมโยงความคดิ ของตนเอง

45 2.2.3 การสรา้ งแบบประเมินทักษะทางการเรียนรู้ แบบประเมนิ ทักษะทางการเรียนรู้ ซงึ่ มี 5 ระดบั มีขั้นตอนการสร้าง ดังนี้ 1) ศกึ ษาเทคนิค/วธิ ีการสร้างแบบประเมนิ ทักษะทางการเรยี นรู้ 2) สรา้ งแบบประเมินทักษะทางการเรยี นรู้ ซึง่ ประกอบด้วย 4 ด้าน ไดแ้ ก่ 1) ประเมนิ ความตอ้ งการของตนเอง 2) กำหนดจดุ มุ่งหมายการเรยี นนรดู้ ว้ ยตนเอง 3) การวางแผนการเรยี นรู้ 4) ดา้ นการดำเนินการตามแผน เพ่ือเตรยี มนำเสนอผู้เช่ียวชาญตรวจสอบความเหมาะสม สอดคลอ้ งในข้นั พัฒนาตอ่ ไปซ่ึงแบบประเมนิ การคิด อยา่ งเปน็ ระบบเป็นแบบมาตรประมาณคา่ 5 ระดับ มีเกณฑ์การให้คะแนนดังน้ี 5 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง และเหมาะสมเห็นด้วยในระดบั มากท่สี ุด 4 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง และเหมาะสมเห็นด้วยในระดับมาก 3 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง และเหมาะสมเห็นด้วยในระดบั ปานกลาง 2 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง และเหมาะสมเห็นด้วยในระดับนอ้ ย 1 หมายถงึ มคี วามสอดคล้อง และเหมาะสมเหน็ ดว้ ยในระดบั น้อยท่สี ดุ 2.2.4 การสรา้ งแบบทดสอบทางการเรียน นำข้อมลู ทไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะห์มาสร้างแบบทดสอบทางการเรยี น หนา่ วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง 1. เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน คือ เมื่อตอบถูกได้ 1 คะแนน เมื่อตอบผิดได้ 0 คะแนน เพื่อ เตรียมนำเสนอต่อผ้เู ชีย่ วชาญ 2.2.5 การสร้างแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ทม่ี ีตอ่ การจดั การเรยี นการ สอนด้วยบทเรยี นออนไลน์ เป็นแบบประเมินคา่ ระดับ 5 ระดบั มขี น้ั ตอนการสร้างดงั นี้ 1. ศกึ ษาเทคนคิ /วิธีการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจ จากหลักการและทฤษฎี เพอ่ื เป็น แนวทางในการร้างแบบประเมินความพงึ พอใจ 2. สร้างแบบประเมินความพงึ พอใจ จำนวน 10 ข้อ เพอ่ื เตรยี มนำมาเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบคุณภาพตอ่ ไป มีเกณฑก์ ารให้คะแนนดงั นี้

46 5 หมายถงึ นกั เรียนรู้สึกพึงพอใจมากท่ีสุด 4 หมายถงึ นกั เรียนรสู้ ึกพงึ พอใจมากทสี่ ุด 3 หมายถงึ นักเรยี นรู้สกึ พงึ พอใจปานกลาง 2 หมายถึง นักเรียนรู้สึกไม่พึงพอใจ 1 หมายถึง นกั เรยี นรสู้ กึ พึงไม่พอใจทสี่ ุด 2.3 ขั้นพฒั นา (Development) 2.3.1 แผนการจัดการเรยี นรู้ 1. นำแผนการจดั การเรยี นรู้ เสนอตอ่ ผเู้ ชียวชาญ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของเนื้อหา และพิจารณาให้ข้อคิดเห็น แล้วนำข้อบกพร่องมาปรับปรุง แก้ไข ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพมี จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ 1. ผศ.ชนันกาญจน์ สุวรรณเรือง 2. ผศ.มะยุรยี ์ พิทยาเสนยี 3. ผศ.ดร.กิตติยา ปลอดแกว้ เกณฑก์ ารประเมินความเหมาะสมสอดคล้องในองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรยี นรู้ ดงั น้ี ระดับการประเมิน 5 หมายถงึ มีความสอดคลอ้ ง/เช่ือมโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมมากทส่ี ุด ระดับการประเมิน 4 หมายถึง มีความสอดคลอ้ ง/เชือ่ มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมมาก ระดับการประเมนิ 3 หมายถงึ มีความสอดคลอ้ ง/เชื่อมโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมปานกลาง ระดับการประเมนิ 2 หมายถงึ มีความสอดคล้อง/เชือ่ มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมน้อย ระดบั การประเมิน 1 หมายถึง มคี วามสอดคลอ้ ง/เชื่อมโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมน้อยท่ีสดุ ผลการประเมินความเหมาะสมสอดคล้องในองค์ประกอบต่างๆของแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วย การเรยี นรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง 1. เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามความ คิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมสอดคล้อง อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.73 (รายละเอียดแสดงดังตารางท่ี 8 ในภาคผนวก ค)

47 2.3.2 บทเรยี นออนไลน์ 1. นำส่ือการเรียนการสอนบทเรยี นออนไลน์ เสนอตอ่ ผเู้ ชียวชาญตรวจสอบความ ถูกต้องของเนื้อหา และพิจารณาให้ข้อคิดเห็นแล้วนำข้อบกพร่องมาปรับปรุง แก้ไข ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบคุณภาพมี จำนวน 3 ทา่ น ได้แก่ 1. รศ.ดร.กนิษฐ์กานต์ ปนั แก้ว 2. ผศ.ชนนั กาญจน์ สุวรรณเรอื ง 3. ผศ.สมชาย เมอื งมลู เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพบทเรยี นมัลตมิ ีเดียเพ่ือการศึกษา ดังน้ี ระดบั การประเมนิ 5 หมายถึง มคี วามสอดคลอ้ ง/เชือ่ มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมมากทีส่ ดุ ระดับการประเมนิ 4 หมายถงึ มีความสอดคลอ้ ง/เชื่อมโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมมาก ระดบั การประเมิน 3 หมายถึง มีความสอดคลอ้ ง/เชือ่ มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมปานกลาง ระดับการประเมนิ 2 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมน้อย ระดบั การประเมนิ 1 หมายถงึ มีความสอดคล้อง/เชอื่ มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมปรับปรงุ ผลการประเมินคุณภาพของบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญโดยมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มี ค่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.66 (รายละเอยี ดแสดงดังตารางที่ 9 ในภาคผนวก ค) 2. นำสอื่ การเรียนการสอนบทเรียนออนไลนแ์ ละแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ผา่ น การตรวจสอบ ไปทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนแม่ทะวิทยา จำนวน 21 แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน โดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 3 ครงั้ ดังน้ี

48 บทเรียนออนไลน์ เรอื่ งทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี แบบหน่ึงต่อหน่ึงมีค่า ประสทิ ธภิ าพเทา่ กับ 80.83/80 (รายละเอียตามตารางท่ี 14 ในภาคผนวก ค ) ครั้งที่ 1 การทดลองแบบหน่ึงต่อหน่ึง (Small Group Testing) เป็นการทดลองใชเ้ พื่อหา ประสทิ ธิภาพกับกับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1/2 โรงเรียนแม่ทะวิทยา กบั นักเรียนจำนวน 3 คน โดยสุม่ เลอื กจากนักเรียนกลุ่มเกง่ ปานกลาง และอ่อน กลุม่ ละ 1 คน (ส่มุ อยา่ งง่ายโดยวิธีการจบั ฉลาก) เพื่อดูความ เหมาะสมของกิจกรรม และความเข้าใจของนักเรียน บทเรียนออนไลน์ เรอ่ื งทกั ษะดา้ นสารสนเทศสอื่ และเทคโนโลยี แบบกลุ่มเล็กมคี ่าประสทิ ธิภาพ เทา่ กับ 81.42/81.43 (รายละเอียตามตารางที่ 15 ในภาคผนวก ค ) ครงั้ ท่ี 2 การทดลองแบบกลุม่ เลก็ (Field Trial) เปน็ การทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพกับนกั เรยี น ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1/2 โรงเรียนแม่ทะวทิ ยา กับนักเรยี นจำนวน 7 คน โดยส่มุ เลือกจากนักเรียนจากกลุ่มเก่ง ปานกลาง และกลุม่ อ่อน กลุ่มละ 3 คน (สุ่มอย่างง่ายโดยวธิ กี ารจับฉลากโดยไมซ่ ้ำกบั นักเรยี นท่ที ดลองใน คร้งั ที่ 1) ทำการทดลองเพอ่ื ให้แนใ่ จวา่ บทเรยี นออนไลน์ ท่ีสร้างขึ้นชว่ ยให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจ และเรยี นรูไ้ ด้ โดยให้นักเรยี น เรียนดว้ ยบทเรยี นออนไลน์ท่ีปรับปรุงจากการทดลองครั้งท่ี 1 บทเรยี นออนไลน์ เรอ่ื งทกั ษะด้านสารสนเทศสือ่ และเทคโนโลยี แบบภาคสนามมคี ่า ประสทิ ธภิ าพเท่ากบั 82.5/81.36 (รายละเอียตามตารางที่ 16 ในภาคผนวก ค ) ครง้ั ที่ 3 การทดลองแบบภาคสนาม (Field Trial) เป็นการทดลองใชเ้ พ่ือหาประสิทธภิ าพกับ นักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1/2 โรงเรยี นแม่ทะวทิ ยา กบั นักเรียนจำนวน 11 คน ซึง่ เปน็ นกั เรยี นจากกลุ่ม เกง่ กลมุ่ ปานกลาง และกลมุ่ อ่อน กลมุ่ ละ 4 คน (สุม่ อย่างงา่ ยโดยวธิ ีการจับฉลากโดยไมซ่ ้ำกบั นกั เรยี นท่ี ทดลองในคร้งั ท่ี 1 และครงั้ ที่ 2) ทำการทดลองเพอ่ื ให้แน่ใจวา่ บทเรียนออนไลน์ ทส่ี ร้างขน้ึ พัฒนา กระบวนการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นใหม้ ผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นทสี่ งู ขึน้ ได้ โดยใหน้ กั เรียน เรียนดว้ ยบทเรียน ออนไลน์ทป่ี รบั ปรุงจากการทดลองครง้ั ที่ 2 3. นำไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนแม่ทะวิทยา ต่อไปนี้

49 2.3.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ 1. นำแบบทดสอบทส่ี รา้ งข้นึ เสนอผู้เช่ยี วชาญตรวจสอบด้านความตรงเชงิ เนอื้ หา (Content validity) และค่าความสอดคลอ้ ง (IOC) ของขอ้ คำถามและตวั เลอื กจากนั้นปรบั ปรงุ แก้ไขข้อบกพร่อง และพิจารณาให้ข้อคิดเห็นแล้วนำข้อบกพร่องมาปรับปรุง แก้ไข ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ คณุ ภาพมี จำนวน 3 ท่าน ไดแ้ ก่ 1. ผศ.ชนนั กาญจน์ สุวรรณเรอื ง 2. ผศ.สมชาย เมอื งมลู 3. ผศ.ดร.กติ ตยิ า ปลอดแกว้ โดยกำหนดระดบั คะแนนความคดิ เหน็ ดงั น้ี +1 หมายถึง เมื่อแนใ่ จว่าขอ้ คำถามสอดคลอ้ งกับจุดประสงค์ 0 หมายถึง เม่ือไม่แนใ่ จวา่ ข้อคำถามสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ -1 หมายถงึ เม่อื แน่ใจว่าข้อคำถามไม่มีความสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ 2. คดั เลือกขอ้ สอบท่ีดัชนีความสอดคล้องระหวา่ งข้อสอบจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (IOC) ตงั้ แต่ 0.5 ข้ึนไป (ไดข้ ้อสอบจำนวน 20 ขอ้ จาก 25 ขอ้ ) 3. จดั พมิ พข์ อ้ สอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หน่วย การเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 ข้อ เพ่ือ นำไปใช้จริงกบั กลุ่มตวั อย่าง 2.3.4 แบบประเมนิ ทักษะทางการเรยี นรู้ 1.นำแบบประเมินทักษะทางการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนอผู้เชียวชาญ ตรวจสอบความเหมาะสม ของแบบประเมิน ดงั นี้ 5 หมายถงึ มีความสอดคล้อง และเหมาะสมเหน็ ด้วยในระดบั มากทสี่ ุด 4 หมายถึง มีความสอดคลอ้ ง และเหมาะสมเหน็ ดว้ ยในระดับมาก 3 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง และเหมาะสมเหน็ ดว้ ยในระดบั ปานกลาง 2 หมายถงึ มคี วามสอดคล้อง และเหมาะสมเห็นดว้ ยในระดบั น้อย 1 หมายถึง มีความสอดคลอ้ ง และเหมาะสมเห็นดว้ ยในระดับน้อยท่สี ดุ

50 2. แกไ้ ขแบบประเมนิ ตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ช่ยี วชาญ 3. จัดพิมพ์แบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาฉบับจริง ซึ่งมีข้อคำถาม จำนวน 20 ข้อ เพ่ือ นำไปใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูลกบั กลุ่มตัวอย่างตอ่ ไป โดยมเี กณฑก์ ารให้คะแนนเฉลี่ย 5 ระดับ ดงั น้ี 4.51 – 5.00 หมายถึง มที กั ษะการคดิ อยา่ งเป็นระบบอยู่ในระดับมากท่ีสุด 3.51 – 4.50 หมายถึง มีทักษะการคดิ อย่างเปน็ ระบบอยู่ในระดับมาก 2.51 – 3.50 หมายถงึ มที ักษะการคดิ อย่างเปน็ ระบบอยู่ในระดบั ปานกลาง 1.51 – 2.50 หมายถงึ มีทกั ษะการคิดอยา่ งเป็นระบบอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีทกั ษะการคิดอย่างเป็นระบบอยู่ในระดบั น้อยทสี่ ดุ ผลการประเมินความเหมาะสมสอดคล้องของแบบประเมินทักษะการเรียนรู้ดว้ ยตนเองของนักเรียน ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ทดี่ ว้ ยบทเรยี นออนไลน์ เร่ืองทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ตามความคดิ เห็น ของผู้เชี่ยวชาญ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมสอดคล้อง อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 (รายละเอยี ดแสดงดงั ตารางที่ 11 ในภาคผนวก ค) 2.3.5 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ 1. นำแบบประเมินความพึงพอใจที่สร้างขึ้น เสนอต่อผู้เชียวชาญเพื่อพิจารณาความสอดคล้องของ เนื้อหา และพิจารณาให้ข้อคิดเห็นแล้วนำข้อบกพร่องมาปรับปรุง แก้ไข ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพมี จำนวน 3 ท่าน ไดแ้ ก่ 1. ผศ.ชนนั กาญจน์ สุวรรณเรอื ง 2. ผศ.สมชาย เมอื งมูล 3. ผศ.ดร.กิตติยา ปลอดแก้ว 2. ปรบั ปรงุ แก้ไขตามขอ้ เสนอของผู้เชี่ยวชาญ 3. จดั พมิ พ์แบบประเมินความพงึ พอใจฉบบั จรงิ จำนวน 10 ขอ้ 2.4 ขนั้ นำไปใช้ (Implementation) เป็นขั้นตอนที่ผู้วิจัยนำเครื่องมือทุกชนิด ประกอบด้วย สื่อการเรียนการสอนบทเรียน ออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี จำนวน 3 แผน แบบทดสอบก่อนเรียนแล

51 หลังเรียน แบบประเมินทักษะทางการเรียนรู้และแบบประเมินความพึงพอใจ ไปใช้จริงในกลุ่มตัวอย่าง คือ นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรียนแม่ทะวทิ ยา ภาคเรยี นที 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 21 คน ทั้งน้ี ข้อมูลที่ได้จากขั้นนำไปใช้นี้ คือ ข้อมูลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนละหลังเรียน และ ข้อมูลความพงึ พอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อการสอนบทเรียนอออนไลน์ ในขน้ั ผูว้ จิ ัยดำเนินการดังน้ี 1. ก่อนเร่มิ กิจกรรมการเรยี นการสอนผู้ศกึ ษาได้ทดสอบกอ่ นเรียนเพื่อวดั ความรู้พ้นื ฐานของ ผูเ้ รียน โดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 2. ดำเนินกจิ กรรมการเรยี นการสอนดว้ ยบทเรียนออนไลน์ โดยใหน้ ักเรยี นศึกษาสถานการณ์ ปัญหา ทำภารกิจ และศึกษาเนื้อหาบทเรียน จำนวน 3 บทเรยี น ตามหน่วยการเรยี นรู้ 3. เมอื่ ดำเนนิ กิจกรรมการเรยี นการสอนเสร็จส้นิ ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนหลงั เรยี น ทำแบบประเมินทกั ษะทางการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง และแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ 4. รวบรวมนำผลคะแนนทไ่ี ด้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนก่อนเรียนและ หลงั เรยี น แบบประเมินทักษะทางการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์และแปล ผลในรูปแบบตารางและบรรยายสรุปผล 2.5 ขนั้ การประเมนิ ผล (Evaluation) เป็นการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรยี นหลงั จากใช้บทเรียนออนไลน์ท่ีพฒั นาข้ึนวา่ บรรลุวัตถุประสงค์ ที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยนำคะแนนหลังเรียนท่ีได้จากการใช้จริงกับกลุ่มเป้าหมาย คือนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษา ปีที่ 1/1 โรงเรยี นแมท่ ะวทิ ยา จำนวน 21 คน มาประเมินทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองและผลสมั ฤทธ์ิทางการ เรยี นก่อนเรียนและหลังเรยี น เพือ่ ดวู า่ ผูเ้ รียนได้รบั ความรู้จกการเรียนด้วยบทเรยี นออนไลน์ เร่ืองทักษะด้าน สารสนเทศสือ่ และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 เปน็ ไปตามเกณฑ์ เพอ่ื ดูความกา้ วหน้าของการเรยี น และ นำผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ มาวิเคราะห์หาค่าเฉล่ีย ของความพึงพอใจ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ในการวจิ ยั ในการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยอาศัยเครื่องมือ 4 ประเภท ในการเก็บขอ้ มลู 1. บทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัตวิ ิสต์ กลุ่มสระการเรียนรู้ วิทยศาสตร์ เรื่อง การ

52 เรยี นรู้ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เพอ่ื ส่งเสรมิ ทกั ษะการเรยี นรู้ดว้ ย ตนเอง ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 43 เร่ือง ใช้ประกอบกับแผนการจัดการเรยี นรู้ จำนวน 3 แผน ใชเ้ กบ็ ข้อมูลระหว่างการดำเนินกิจกรรมต้ังแตต่ น้ จนจบกระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนดว้ ย บทเรยี นออนไลน์ 2. แบบดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น จำแนกเปน็ แบบทดสอบก่อนเรยี นใชก้ ารสอบความรู้ พ้ืนฐานของกลุ่มตวั อยา่ ง ก่อนจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน และแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้ หลงั เรยี นของกลุ่มตวั อย่าง โดยทดสอบหลังจากเรยี นด้วยบทเรยี นออนไลน์ท้งั 3 เร่อื ง เสรจ็ แลว้ จำนวน 20 ขอ้ โดยกบ็ ข้อมลู ตามข้นั ตอน ดงั น้ี 21 ก่อนเร่ิมกิจกรรมการเรียนกรสอนผูศ้ กึ ษได้ทดสอบก่อนเรยี น เพอื่ วัดความรู้พื้นฐานของ ผ้เู รียน โดยให้ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 22 ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยบทเรียนออนไลน์ โดยให้นักเรียนศึกษาสถานการณ์ และศึกษาเนื้อหาบทเรียน จำนวน 3 เรื่อง ตามหนว่ ยการเรียนรู้ 23 เมื่อดำเนินกจิ กรรมการเรียนการสอนตามที่กำหนดไว้ 24 เม่อื ดำเนินกิจกรรมจนครบเสร็จสน้ิ ผู้วิจัยไดใ้ ห้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน จำนวน 20 ขอ้ โดยใชแ้ บบทดสอบทผ่ี วู้ จิ ัยสรา้ งข้ึนพดุ เดมิ อีกคร้งั โดยใช้เวลา 30 นาทีแล้วนำมาตรวจให้ คะแนนและบันทึกผลเพ่ือใช้เปน็ คะแนนหลังเรยี น (Posttest) 2.5 รวบรวมข้อมูลท่ีได้ไปวเิ คราะห์ข้อมูลและสรปุ ผล 3. แบบประเมนิ ทักษการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง จำแนกเป็นการประเมิน 4 ประเดน็ โดยใช้ประเมิทักษะ การเรียนรูด้ ว้ ยตนเองของนักเรียนตามสถานการณ์การเรียนรู้ทีก่ ำหนดให้ในกจิ กรรมการเรยี นการสอน 4. แบบประเมินความพึงพอใจ เป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดบั จำนวน 15 ข้อ โดยให้นักเรยี น เปน็ ผ้ปู ระเมินหลังกระบวนการเรียนการสอนด้วยบทเรียนมัลตมิ ีเดีย การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 1. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการศึกษา เรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื งทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ตามเกณฑ์ 80/80 โดยใช้สูตร E1 / E2 (ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ ,2556)

53 2. วเิ คราะห์หาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยการหาค่าความเทยี่ งตรง (Validity) ของแบบสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ IOC (สมนึก ภทั ทยิ ธนี, 2556) 3.วเิ คราะหข์ ้อมลู เปรียบเทียบคะแนนท่ไี ดจ้ ากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอ่ นเรียน และหลงั เรยี น โดยใช้สถติ ิ t-test (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2553) 4. วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการตอบแบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาของ นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนมัลติมีเดียตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง การแสดงอัลกอริทึมในการทำงาน เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยหาคา่ เฉลยี่ ( X)̅ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.)และสถติ ิ t-test สถิตทิ ใี่ ชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมูล 1) วิเคราะหห์ าคา่ ประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยใช้สตู ร ������1/������2 (ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ ,2556) 1.1) การหาคา่ ������1 ∑ ������ ������1 = ������ × 100 ������ เมื่อ ������1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑ ������ แทน คะแนนของแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิหรืองานทท่ี ำระหวา่ งเรียน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกปฏบิ ตั ทิ ุกช้นิ รวมกัน N แทน จำนวนผู้เรยี น 1.2) การหาค่า ������2 ∑ ������ ������2 = ������ × 100 ������ เมอ่ื ������2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ∑ ������ แทน คะแนนรวมของผลลพั ธข์ องการประเมินหลังเรยี น B แทน คะแนนเต็มของการประเมินสดุ ทา้ ย N แทน จำนวนผู้เรยี น 2) วิเคราะหห์ าคณุ ภาพของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น

54 2.1) หาคา่ เท่ียงตรงของเนือ้ หา (Content Validity) ของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตรดัชนีความสอดคล้อง IOC (Index of Item Objective Congruence) (สมนึก ภทั ทยิ ธนี, 2556) IOC = ∑ ������ ������ เม่ือ IOC แทน ดัชนีความสอดคลอ้ งระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้กับเนอื้ หาหรือระหว่าง แบบทดสอบ กบั จดุ ประสงค์ การเรยี นรู้ ∑ ������ แทน ผลรวมคะแนนความคดิ เห็นของผ้เู ชยี่ วชาญท้งั หมด ������ แทน จำนวนผูเ้ ชี่ยวชาญ 3) วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน โดยใชส้ ถิติ t-test (บุญชม ศรีสะอาด, 2553) ∑ ������ ������ = √������ ∑ ������2−(∑ ������) ������ − 1 เมือ่ t แทน อตั ราส่วนวกิ ฤติ D แทน ความแตกตา่ งของคะแนนของแต่ละคน ∑ ������แทน ผลรวมของคะแนนความตา่ งของแตล่ ะคน N แทน จำนวนผู้เรียนทัง้ หมด 4) วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบคะแนนที่ได้จากการตอบแบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาของ นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนมัลติมีเดียตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง การแสดงอัลกอริทึมในการทำงาน เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา ของนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โดยหาคา่ เฉล่ีย ( X̅) สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.)และสถติ ิ t-test จากสตู ร ������̅ = ������������ ������ x̅ แทน คะแนนเฉลี่ย Σx แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N แทน จำนวนนกั เรยี นในกลุม่ ตัวอย่าง

55 จากสตู ร S.D. = √∑(������−���̅��� )2 ������−1 S.D. แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละจำนวน x̅ แทน ค่าเฉลีย่ คะแนนของกล่มุ ตวั อยา่ ง ∑(x − x̅)2 แทน ผลรวมของค่าเบี่ยงเบนคะแนนแต่ละตวั จากคา่ เฉลี่ย n แทน จำนวนนกั เรยี น จากสูตร t = ∑ ������ ; df = n-1 √������ ∑ ������2−(∑ ������)2 ������−1 t แทน คา่ สถติ ิทใ่ี ชใ้ นการพจิ ารณาใน t – distribution D แทน ความแตกต่างของคะแนนแตล่ ะคู่ N แทน จำนวนคู่ของคะแนนหรอื จำนวนนักเรยี น ∑ ������ แทน ผลรวมทง้ั หมดของผลตา่ งของคะแนนก่อนและหลงั เรยี น ∑ ������2 แทน ผลรวมของกำลังสองของผลตา่ งคะแนนก่อนและหลงั การเรียน

57 บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ หน่วยการ เรียนร้ทู ่ี 1 เร่อื งทกั ษะด้านสารสนเทศสอื่ และเทคโนโลยี ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 1ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียน ออนไลน์ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรือ่ งทักษะดา้ นสารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี ซง่ึ ผู้วจิ ัยได้นำเสนอผลการวิจัย ดงั ต่อไปน้ี 1. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้าน สารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 มปี ระสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 2. ผลการประเมินทักษะทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ท่ี เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียน ออนไลน์ หน่วยการเรยี น สัญลกั ษณใ์ นการวิเคราะหข์ อ้ มูล การวเิ คราะหข์ ้อมูล ผศู้ ึกษาไดก้ ำหนดความหมายของสญั ลักษณ์ตา่ งๆ ดังน้ี P แทน ค่าร้อยละ µ แทน คา่ คะแนนเฉล่ยี  แทน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน IOC แทน คา่ ดัชนีความสอดคล้อง E1 แทน คะแนนเฉล่ยี ท่นี ักเรยี นทำแบบฝึกหดั ได้ถกู ตอ้ งคิดเปน็ ร้อยละ E2 แทน คะแนนเฉล่ยี ท่ีนักเรยี นทำแบบทดสอบไดถ้ ูกต้องคิดเป็นรอ้ ยละ

58 ตอนที่ 1 ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะ ด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ดงั ตาราง 1.1 ผลการประเมนิ คณุ ภาพบทเรยี นออนไลน์ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื งทกั ษะด้านสารสนเทศ สอื่ และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 โดย ตารางที่ 3 แสดงผลการประเมิณคุณภาพของของบทเรียนออนไลน์ เรือ่ ง การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง ปลอดภยั เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ท่ขี องตน สำหรบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1โดยผูเ้ ชีย่ วชาญ ท่ี รายการประเมิน n=3 x S.D. แปลความ 1. ด้านเนื้อหา 1. เนือ้ หามีความถกู ต้องเหมาะสม 50 มากทส่ี ดุ 2. เนอ้ื หามคี วามสอดคล้องเหมาะสมกับจดุ ประสงค์ 4.33 0.58 มาก 3. ความเหมาะสมของภาษาท่ีใชใ้ นเนือ้ หา 50 4. ความสมบรู ณข์ องเน้ือหาและความสวยงาม 50 มากทส่ี ุด 5. ภาพประกอบมีความสอดคล้องกับเน้ือหา 50 มากท่ีสุด รวมเฉล่ีย 4.86 0.25 มากทส่ี ุด มากที่สดุ 2. ด้านการออกแบบบทเรียนออนไลน์ 1. ความเหมาะสมของรูปแบบตัวอักษร และพืน้ หลัง 50 มากท่ีสดุ 2. การจัดรปู แบบง่ายต่อการอ่าน และการใช้งาน 4.33 0.58 มาก 3.มีความถูกต้องในการเชื่อมโยงภายใน 50 4. มีความเร็วในการแสดงภาพ ตวั อกั ษร และขอ้ มูลต่างๆ 50 มากที่สดุ 5. ใชพ้ ้ืนท่ที ้ังหมดอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 4.33 0.58 มากที่สดุ รวมเฉล่ีย 4.53 0.31 มาก มากที่สุด

59 ตารางท่ี 3 (ต่อ) รายการประเมนิ n=3 ที่ x S.D. แปลความ 3. ดา้ นการประเมนิ ผล 3.67 0.58 มากที่สุด 1. บทเรียนมีความนา่ สนใจและดงึ ดดู ต่อการเรียนรู้ 4.33 0.58 มาก 2. แบบทดสอบมีความเหมาะสมกบั ช่วงชั้น 50 3. แบบทดสอบมีความสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ 50 มากที่สดุ 4. ความเหมาะสมของจำนวนขอ้ สอบ 50 มากทส่ี ุด 5. ความเหมาะสมกับช่วงเวลาในการเรยี นการสอน 4.6 0.31 มากทสี่ ุด รวมเฉลยี่ 4.66 0.34 มากท่สี ดุ รวม มากที่สุด จากตารางท่ี 3 พบวา่ ผเู้ ช่ยี วชาญมคี วามคิดเหน็ ในการตรวจสอบคุณภาพของบทเรยี นออนไลน์ เรื่อง ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของตน สำหรับชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1ตาม ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมสอดคล้องในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.66 เมื่อพิจารณาแต่ละดา้ น พบว่า ด้านที่มีความเหมาะสมระดับมากที่สุด คือ ด้านเนื้อหามีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 4.86 อยู่ในระดับมากท่สี ดุ รองลงมา คอื ดา้ นหลักการออกแบบ มีคา่ เฉล่ยี เทา่ กบั 4.53 อยู่ในระดบั มากท่ีสุด และด้านหลกั การนำเสนอ มีคา่ เฉลยี่ เท่ากับ 4.6 อยูใ่ นระดบั มากที่สดุ 1.2 ผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี ตามเกณฑ์ 80/80 จากการนำไปทดลองใช้กับนักเรียนโรงเรียนแม่ทะวิทยา ชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 3 คน (แบบหนึง่ ต่อหนงึ่ ) ผวู้ ิจยั ไดน้ ำบทเรยี นออนไลน์ เรอื่ งทักษะดา้ นสารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี สำหรบั ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ในปีการศกึ ษา 2564 ซึ่งได้คา่ ประสิทธภิ าพแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แบบกลุ่มเลก็ แบบภาคสนาม ดัง ตารางที่ 4 , 5 และ 6 ตามลำดบั

60 ตารางที่ 4 แสดงผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้าน สารสนเทศสอ่ื และเทคโนโลยี ตามเกณฑ์ 80/80 จากการนำไปทดลองใช้กับนักเรียนโรงเรียนแม่ ทะวิทยา) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 3 คน (แบบหนึ่งต่อ หน่งึ ) n ระหว่างเรียน หลงั เรียน คา่ ประสิทธิภาพ E1 / E2 A X E1 B Y E2 3 40 96 80.83 20 48 80 80.83/80 จากตารางท่ี 4 พบวา่ ผลการหาประสิทธิภาพของเกมการเรียนรตู้ ามแนวทฤษฎคี อนสตรัคติวสิ ต์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์ 80/80 จาก การนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 แบบหนึ่งต่อหนึ่ง (One-to-One Testing) จำนวน 3 คน มีคะแนนระหว่างเรียน ร้อยละ 80.33 และมีคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ 80 ซึง่ เกมคอมพวิ เตอรเ์ พอ่ื การศึกษามีประสิทธภิ าพ 80.33/80ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์ทก่ี ำหนด

61 ตารางที่ 5 แสดงผลการวิเคราะหผ์ ลต่างๆของคะแนนผลทกั ษะการเรียนรูด้ ว้ ยตนเองก่อนเรียนและหลงั เรียนดว้ ยบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ตามเกณฑ์ 80/80 จากการนำไปทดลองใช้กับนักเรียนโรงเรียนแม่ทะวิทยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 7 คน (แบบกลมุ่ เลก็ ) n ระหวา่ งเรยี น หลงั เรียน ค่าประสิทธิภาพ E1 / E2 A X E1 B Y E2 15 40 487 81.16 20 244 81.33 81.16/81.33 จากตารางที่ 5 พบวา่ ผลการหาประสิทธภิ าพของเกมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคตวิ ิสต์ เรอื่ ง ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เขา้ ใจสิทธแิ ละหน้าท่ีของตน สำหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ตามเกณฑ์ 80/80 จากการนำไปทดลองใช้กบั นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1/2 แบบหน่งึ ตอ่ หนง่ึ (One- to-One Testing) จำนวน 15 คน มีคะแนนระหว่างเรียน ร้อยละ 81.42 และมีคะแนนแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ 81.43 ซึ่ง เกมคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษามีประสิทธิภาพ 81.42/81.43 ถือว่า ผา่ นเกณฑท์ กี่ ำหนด

62 ตารางท่ี 6 แสดงผลการวิเคราะหผ์ ลต่างๆของคะแนนผลทกั ษะการเรียนรูด้ ว้ ยตนเองก่อนเรียนและหลงั เรียนดว้ ยบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ตามเกณฑ์ 80/80 จากการนำไปทดลองใชก้ บั นกั เรียนโรงเรยี นแม่ทะวิทยา ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 30 คน (แบบภาคสนาม) n ระหว่างเรียน หลงั เรียน ค่าประสทิ ธิภาพ E1 / E2 A X E1 B Y E2 30 40 987 82.25 20 281 80.16 82.25/80.16 จากตารางท่ี 6 พบว่า ผลการหาประสทิ ธิภาพของเกมการเรยี นรตู้ ามแนวทฤษฎคี อนสตรัคติวสิ ต์ เร่ือง ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เข้าใจสทิ ธิและหน้าท่ีของตน สำหรับนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 4 ตามเกณฑ์ 80/80 จากการนำไปทดลองใช้กบั นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1/2 แบบหน่งึ ต่อหนง่ึ (One- to-One Testing) จำนวน 30 คน มีคะแนนระหว่างเรียน ร้อยละ 82.5และมีคะแนนแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ 80.36ซึ่ง เกมคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษามีประสิทธิภาพ 82.5/80.36 ถือว่า ผา่ นเกณฑท์ ่กี ำหนด

63 2. ผลการเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี การเปรียบเทยี บทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1/1 โรงเรียน แมท่ ะวิทยา จำนวน 21 คน ทเี่ รยี นดว้ ยบทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎคี อนสตรคั ติวิสต์ เร่ือง ใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศอย่างปลอดภยั เข้าใจสทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องตน ผ้วู ิจัยของนำเสนอขอ้ มลู เกย่ี วกบั ผลการเปรียบเทียบ ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ที่เรียนด้วยบทเรียน ออนไลน์เพื่อการศึกษาและผลการวิเคราะห์ค่า t คำนวณและ t วิกฤตของ t (ตาราง) คะแนนทักษะการ เรยี นรูด้ ว้ ยตนเองนำเสนอดงั ตารางท่ี 7 กบั 8 ดงั นี้ ตารางที่ 7 ผลการเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษา ปีที่ 1/1 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติ เรื่องทักษะ ด้านสารสนเทศสอ่ื และเทคโนโลยี จำนวน 21 คน N = 40 ข้อ รายการประเมนิ ก่อนเรียน แปล หลงั เรียน แปล ���̅��� ������. ������. ความ ���̅��� ������. ������. ความ 1. ประเมินความต้องการของตนเอง 1.1 ขา้ พเจา้ สามารถประเมนิ ความต้องการของตนเอง 2.2 0.64 นอ้ ย 4.05 0.79 มาก อย่างเปน็ ลำดับขัน้ ตอน 1.2 ขา้ พเจา้ ผู้เรียนสามารถประเมนิ วธิ กี ารจดั การกบั 2.4 1.05 น้อย 4.23 0.70 มาก สถานการ์การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง ให้กบั ผ้อู ่นื เข้าใจได้ 1.3 ขา้ พเจ้าสามารถคน้ หาคำตอบในสงิ่ ทต่ี ้องการรูไ้ ดด้ ี 2 0.81 นอ้ ย 4.33 0.77 มาก เม่อื เทยี บกับผอู้ ่นื 1.4 ข้าพเจ้าสามารถประเมินการเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งมี 2.4 0.74 4.38 0.63 นอ้ ย มาก ประสิทธภิ าพ ทัง้ ในชัน้ เรียน และการเรยี นรดู้ ว้ ย ตนเอง 1.5 ขา้ พเจา้ สามารถประเมนิ การเตรยี มตวั และการศกึ ษา 2.52 1.08 ปานกลาง 4.28 0.64 มาก ดว้ ยตนเองได้ รวมเฉล่ยี 2.30 0.86 น้อย 4.25 0.70 มาก

64 ตารางท่ี 7 (ต่อ) N = 40 ขอ้ รายการประเมิน กอ่ นเรียน แปล หลังเรียน แปล ���̅��� ������. ������. ความ ���̅��� ������. ������. ความ 2. กำหนดจดุ มุ่งหมายการเรียนนรดู้ ว้ ยตนเอง 2.1 ขา้ พเจ้าสามารถกำหนดวธิ ีการเรียนรอู้ ย่างเปน็ ลำดับ 2.22 0.65 นอ้ ย 4.35 0.66 มาก ขน้ั ตอนดว้ ยตนเอง 2.2 ข้าพเจา้ สามารถกำหนดวธิ ีการจดั การกบั สถานการ์ 2.67 0.99 ปานกลาง 4.38 0.63 มาก การเรยี นรู้ด้วยตนเอง ให้กับผ้อู นื่ เขา้ ใจได้ 2.3 ข้าพเจา้ สามารถกำหนดการตัดสินใจเลือกการเรยี นได้ 1.9 0.74 นอ้ ย 4.20 0.69 มาก ดว้ ยตนเอง 2.4 ขา้ พเจ้าสามารถกำหนดจัดการกับการเรยี นรไู้ ดอ้ ย่าง 2.52 0.78 4.43 0.71 มปี ระสิทธภิ าพ ทัง้ ในชน้ั เรยี น และการเรียนรดู้ ว้ ย ปานกลาง มาก ตนเองตามที่ระบไุ วไ้ ด้ 2.5 ข้าพเจ้าสามารถกำหนดการเตรยี มตัวและการศึกษา 2.65 1.07 ปานกลาง 4.28 0.72 มาก ด้วยตนเองได้ รวมเฉล่ยี 2.39 0.84 นอ้ ย 4.32 0.68 มาก 3. การวางแผนการเรยี นรู้ 3.1 ขา้ พเจา้ ระบวุ ิธีการเรียนรู้ได้อยา่ งเป็นลำดับ 2.1 0.63 นอ้ ย 3.79 0.80 มาก ขั้นตอนชดั เจน 3.2 ข้าพเจ้าจัดเวลาทีจ่ ะเรียนรู้ส่ิงน้ันได้ไมว่ ่าจะมี 2.52 1.03 ปานกลาง 4.43 0.55 มาก ภารกิจมากมายเพยี งใดกต็ าม 3.3 ข้าพเจ้ารู้ถงึ วธิ กี ารเรยี นได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 2.17 0.87 น้อย 4.51 0.64 มาก ทง้ั ในชนั้ เรียน และการเรียนร้ดู ้วยตนเอง ทสี่ ุด 3.4 ขา้ พเจ้าเรียนรสู้ ง่ิ ใหมๆ่ หลายอยา่ งเพมิ่ เตมิ 2.75 0.83 ปานกลาง 4.35 0.58 มาก ด้วยตนเอง 3.5 ขา้ พเจ้าการวางแผนการเตรียมตัวและ 2.87 1.04 ปานกลาง 4.44 0.64 มาก การศึกษาดว้ ยตนเอง รวมเฉลี่ย 2.48 0.88 ปานกลาง 4.30 0.64 มาก

65 ตารางท่ี 7 (ต่อ) ก่อนเรียน N = 40 ���̅��� ������. ������. แปล หลังเรียน แปล ข้อ รายการประเมิน ความ ���̅��� ������. ������. ความ 4. ด้านการดำเนินการตามแผน 2.17 0.67 นอ้ ย 3.92 0.77 มาก 4.1 ข้าพเจา้ ดำเนนิ การเรียนรตู้ ามวธิ ีการอย่าง 2.4 1.10 น้อย 4.30 0.65 มาก 2.02 0.73 น้อย 4.28 0.72 มาก เป็นลำดับขัน้ ตอน 2.5 0.81 นอ้ ย 4.28 0.64 มาก 2.55 1.13 ปานกลาง 4.28 0.64 มาก 4.2 ข้าพเจ้าสามารถจดั การกบั สถานการณ์ 2.32 0.88 นอ้ ย 4.21 0.68 มาก 2.37 0.86 น้อย 4.27 0.67 มาก ระหวา่ งเรยี น 4.3 ขา้ พเจ้าเรียนรู้ไดท้ ั้งในห้องเรยี นและนอก หอ้ งเรียนด้วยตนเอง 4.4 ขา้ พเจ้าทำการเรยี นรู้ใหม้ ากยิง่ ขน้ึ เพือ่ ความ เจริญกา้ วหนา้ 4.5 ข้าพเจ้าดำเนินตามแผนการเตรยี มตวั และ การศึกษาด้วยตนเอง รวมเฉลีย่ รวมเฉลี่ยทกุ รายการ จากตารางที่ 7 ผลการเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/1 ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรยี นออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี จำนวน 21 คน โดยภาพรวมก่อนเรียนมีค่าเฉลย่ี เท่ากบั 2.37 และหลังเรียนมคี า่ เฉลย่ี เทา่ กับ 4.27 เมอื่ พจิ ารณาเปน็ รายด้าน พบว่า ด้านประเมินความต้องการของตนเองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.30 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.25 ด้าน กำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนนรู้ด้วยตนเองก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 2.39 หลังเรยี นมีคา่ เฉลีย่ เท่ากับ 4.32 ด้านการวางแผนการเรียนรู้ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.48 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 และด้านการ ดำเนินการตามแผนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.32 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 สรุปได้ว่านักเรียนมี ทกั ษะการแกป้ ญั หาหลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรียน ท้งั ภาพรวมและรายด้าน

66 ตารางที่ 8 ผลการวิเคราะห์ค่า t คำนวณและ t วิกฤตของ t (ตาราง) คะแนนทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1/1 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เร่ืองทกั ษะด้านสารสนเทศส่อื และเทคโนโลยี คะแนน จำนวนนักเรยี น คา่ เฉล่ยี (������̅) ส่วนเบ่ียงเบน ผลต่างคะแนน(D) t-test มาตราฐาน(S.D) ทกั ษะ (N) 47.25 85.46 กอ่ นเรียน 39 3.73 38.20 15.86 3.40 หลังเรยี น 39 t (.05,38) 1.6849 *มนี ยั สำคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 จากตารางที่ 8 พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนแม่ทะวิทยา ที่เรียนด้วยบทเรียน ออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี จากค่าวิกฤตของ t จาก การเปิดค่าวิกฤต t df = 38 ระดับ .05 เท่ากับ 1.6849 และค่า t ที่คำนวณไว้คือ 36.44 มีค่ามากกว่าค่า t วิกฤตของ t (ตาราง) ดังกล่าว สรุปได้ว่า นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติ วิสต์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี มีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองหลังเรียนสูงกว่าก่อนแล้ว อย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิทีร่ ะดับ .05

67 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ ตามแนว ทฤษฎคี อนสตรัคติวิสต์ เรอื่ งทักษะด้านสารสนเทศส่อื และเทคโนโลยี สำหรับนักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 จากที่ผู้วิจัยได้หาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่องทักษะ ด้านสารสนเทศสือ่ และเทคโนโลยี สำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากนั้นนำไปใชจ้ ริงกับกลุ่มตัวอยา่ ง คือ นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1/1 โรงเรยี นแม่ทะวทิ ยา ทเ่ี รยี นในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 21 คน แลว้ ทำการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่มี ีต่อบทเรียนออนไลน์ซ่งึ ได้นำเสนอผลดงั ตารางที่ 9 ตารางท่ี 9 แสดงผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ท่เี รยี นด้วยบทเรียนออนไลน์ เรอ่ื งทักษะดา้ นสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ท่ี รายการประเมิน N=29 ���̅��� S.D. แปลความ 1. ด้านสื่อการเรียนการสอน 1.1 บทเรียนมคี วามดึงดดู น่าสนใจ 4.61 0.59 มากท่ีสดุ 1.2 บทเรียนมคี วามเขา้ ใจงา่ ย และเหมาะสม 4.48 0.68 มาก 1.3 บทเรยี นมคี วามสัมพนั ธ์กบั เนื้อหา 4.51 0.68 มากที่สดุ รวมเฉล่ยี 4.53 0.65 มากทส่ี ดุ 2. ดา้ นทักษะการเรียนรดู้ ว้ ยส่ือ 2.1 มที กั ษะการเรียนรสู้ งิ่ ใหมๆ่ อยูเ่ สมอ 4.41 0.67 มาก 2.2 มที กั ษะการจดั การกบั สถานการณร์ ะหวา่ งเรยี น 4.56 0.68 มากทส่ี ุด 2.3 มที ักษะในค้นหาคำตอบในสิ่งทตี่ อ้ งการรไู้ ด้ 4.48 0.64 2.4 มีทักษะประเมินความตอ้ งการของตนเอง 4.48 0.60 มาก 4.48 0.64 มาก รวมเฉลี่ย มาก

68 ตารางท่ี 9 (ต่อ) 4.51 4.61 มากทส่ี ุด 3. ดา้ นเจตคติที่มตี ่อการใชส้ อื่ 4.69 4.60 มากท่ีสดุ 3.1 มีการเรียนรู้ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ 4.61 0.54 มากทีส่ ุด 3.2 นักเรยี นชอบบทเรียนท่ีใช้ในการเรยี นการสอน 4.60 0.55 มากทส่ี ุด 3.3 บทเรียนมคี วามสะดวกและปลอดภยั ในการใชง้ าน 4.54 0.61 มากที่สดุ รวมเฉลี่ย ค่าเฉลย่ี ความเหมาะสมสอดคล้องรวมท้ังหมด จากตารางที่ 9 แสดงให้เห็นวา่ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยบทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 อยู่ในระดับมากที่สุด และเม่ือ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่า พบว่าด้านที่มีความพึงพอใจสูงสุดคือด้านเจตคติที่มีต่อการใช้สื่อ มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.69 อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือด้านสื่อการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 อยู่ใน ระดับมากท่ีสุด และด้านทม่ี ีค่าเฉลี่ยต่ำท่ีสดุ คือดา้ นทักษะการเรยี นรดู้ ว้ ยส่ือ มีความเหมาะสมสอดคล้อง มี ค่าเฉลย่ี เทา่ กบั 4.56 อยใู่ นระดบั มากทสี่ ดุ

69 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาบทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ทักษะการเรียนรู้ด้วย ตนเองของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 การศึกษาครั้งนี้มีวตั ถุประสงค์เพื่อ 1)สร้างและหาประสิทธภิ พของ สอ่ื บทเรียนออนไลน์ เรอ่ื งทกั ษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ทกั ษะการเรยี นรูด้ ้วยตนเองของนักเรียน ชั้นประถศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 หลังเรียนด้วยสื่อบทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปี 4 ที่เรียนด้วยสื่อบทเรียนออนไลน์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนแม่ทะวิทยา จำนวน 21 คน โดยใชว้ ธิ ีการสมอยา่ งง่าย แบบแผนที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจยั ใช้แบบแผนการทดลองแบบ (One-shot case study) โดยทดสอบ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นก่อนเรียนและหลังเรยี น เนอ้ื หาที่ใช้เปน็ เน้อื หารายวิชาเทคโนโลย(ี วทิ ยาการคำนวณ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 5 อย่าง ประกอบด้วย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี 2) สื่อบทเรียนออนไลน์หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 4 ) แบบประเมินทักษะ การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ มี คุณภาพเทา่ กบั 4.27 อยใู่ นระดบั มาก และ 5) แบบประเมินความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อสื่อบทเรียนออนไลน์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ผู้วิจัยได้นำ สอื่ บทเรียนออนไลน์ไปทดลองใช้เพ่อื หาประสทิ ธภิ์ าพกับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 โดยผา่ นการทดลอง 3 ครั้ง ซึ่งได้ค่าประสิทธิภาพแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แบบกลุ่มเล็ก และแบบภาคสนาม เท่ากับ 80.33/80 81.42/81.43 และ82.5/80.36 ตามลำดับซึ่งเปน็ ไปตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด จากนน้ั จงึ ไดน้ ำสอื่ บทเรียนออนไลน์ ไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 21 คน โดยในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน หน่วยที่ 1 เรื่องทักษะ ด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ผู้วิจัยให้ผู้เรียนทำการสอบก่อนเรียนเพี่อวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียน

70 และทำแบบประเมินทักษะการแก้ปัญหาก่อนเรียน หลังจากนั้นดำเนินการสอนตามแผนกิจกรรมการเรียน การสอน ประกอบกับ บทเรียนออนไลน์ หน่วยที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี หลังจาก จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนเสร็จแลว้ จงึ ใหก้ ลมุ่ ตวั อย่างทำแบบทดสอบหลังเรยี น และแบบประเมินทักษะ การคิดวิเคราะห์หลังเรียน สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ดัชนีความสอดคล้อง IOC ประสิทธิภาพของบทเรียนมัลติมีเดีย (E1/E2) และสถิติที่ใช้ในการทดลอง สมติฐาน ได้แก่ t-test ซึ่งผู้วิจัยได้นำเสนอสรุปผล อภิปรายผล และ ข้อเสนอแนะตามลำดับดงั นี้ สรุปผลการวิจัย จากการศึกษาและนำสื่อบทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี เพื่อ ส่งเสรมิ ทักษะการเรียนรดู้ ้วยตนเอง ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ไปใช้สรปุ ผลไดด้ ังน้ี 1 สื่อบทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคุณภาพเท่ากับ 4.66 อยู่ในระดับมากที่สุด และมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.25/80.16 ซึ่งเปน็ ไปตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด 2 ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยสื่อบทเรียนออนไลน์ ตามแนวทฤษฎคี อนสตรัคตวิ สิ ต์ ก่อนเรยี นกอ่ นเรียน มีคา่ เฉลีย่ เท่ากับ 3.73 และหลงั เรยี น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.40 น้นั หมายความว่า นกั เรียนมีทักษะการเรยี นรู้ด้วยตนเองหลังเรยี นสูงกวา่ กอ่ นเรยี น 3 ความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยสื่อบทเรียนออนไลน์ตาม แนวทฤษฎคี อนสตรคั ตวิ ิสต์ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ รายวิชาเทคโนโลยี หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรื่อง ทกั ษะดา้ นสารสนเทศสอ่ื และเทคโนโลยี โดยภาพรวมมีค่าเฉล่ยี เท่ากับ 4.54 อยู่ในระดบั มากทีส่ ุด อภปิ รายผลการวิจัย ในการพัฒนาสื่อบทเรียนออนไลน์ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อ และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ผูว้ จิ ัยได้อภิปรายผลการศึกษาไว้ดังน้ี 1 การสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ เรอ่ื งทกั ษะดา้ นสารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ให้มีสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80

71 ผลของการสร้างสื่อบทเรียนออนไลน์ เร่ืองทักษะด้านสารสนเทศส่ือและเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ 1 จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญพบว่า สื่อบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน มีคุณภาพเท่ากับ 4.66 อยู่ในระดับมากที่สดุ นั้นเป็นเพราะบทเรยี น ออนไลน์ มีองค์ประกอบต่างๆ ทั้งเนื้อหาที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ มีภาพประกอบท่ี สอดคลอ้ งกับเนื้อหา มเี สียง มีสถานการณ์ตัวอยา่ งเปน็ แบบคลิปวิดโี อในการยกตัวอย่างใหเ้ ห็นภาพได้ชัดเจน ยิ่งขึ้น และยังมีการจัดเรียงเนื้อหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับความยากง่าย มีการออกแบบสื่อให้น่า ดึงดูด น่าสนใจเพื่อสร้างความอยากรู้อยากเรียนสำหรับเด็กนักเรียน อีกทั้งยังมีการนำเอาหลักการของ ADDIE Model มาใช้ในการออกแบบตังแต่การวิเคราะห์ การออกแบบและการสร้าง การตรวจสอบโดย ผู้เชี่ยวชาญ การประเมินผลและการนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สื่อมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ เมษา พูลสวัสด์ิ (2559) ได้ศึกษาวิจัยการพัฒนาบทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสื่อสารข้อมูลและ เครือข่ายคอมพิวเตอร์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาคมอำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี พบว่า การประเมินและหาคุณภาพของสื่อบทเรียนออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ มีคุณภาพอยู่ ในระดบั มาก มคี ่าเฉล่ีย 4.57 และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน 0.50 ผลการหาประสิทธิภาพบทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี ชั้น มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 มีประสิทธิภาพเทา่ กับ 82.5/80.16 ซึง่ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้วิจัยได้พฒั นาบทเรียน ออนไลน์ตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์เนื้อหา การออกแบบบทเรียนออนไลน์ที่มีความ น่าสนใจ เพื่อความอยากรู้อยากเรียนสำหรับเด็กนักเรียน ทำให้นักเรียนสามารถเรียนได้เป็นอย่างดีและ เข้าใจง่าย การสร้างเครื่องมือในการวัดประเมิน และนำเนื้อหาที่พัฒนาลงบนบทเรียนออนไลน์หลังจากน้ัน นำไปประเมนิ บทเรียนเพื่อตรวจสอบคุณภาพของบทเรียน ซึง่ กระบวนการวิจัยทกุ ข้ันตอนผา่ นการตรวจสอบ แก้ไข ปรับปรุง ข้อบกพร่อง ตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ มีผลทำให้ ได้บทเรียน ออนไลน์ เรื่อง ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสทิ ธิและหนา้ ทขี่ องตน ซง่ึ สอดคล้องกับงานวิจัย ของ วัชราภรณ์ เพ็งสุข (2559) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนาบทเรียนออนไลน์ วิชาคอมพิวเตอร์สำหรับ นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 การวิจัยในครงั้ น้ีมวี ัตถุประสงคเ์ พื่อพฒั นาบทเรียนออนไลน์วิชาคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรีภาค เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์วิชาคอมพิวเตอร์คู่มือการใช้บทเรียนออนไลน์วิชาคอมพิวเตอร์ แบบทดสอบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์และแบบสํารวจ ความคิดเห็นของนักเรียนต่อรูปแบบบทเรยี นออนไลนว์ ิชาคอมพวิ เตอร์ผลการศึกษาพบวา่ บทเรียนออนไลน์

72 ประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ เนื้อหาของบทเรียน ระบบบริหารการเรียนรู้การสื่อสาร การวัด ประเมินผล และการทำให้เกิดความสัมพันธ์และมีค่าประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์เท่ากับ 83.81/84.22 2 การเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ และหนา้ ทขี่ องตน ผลการเปรียบเทียบทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนช้ัน ประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิ และหน้าที่ของตน พบว่า นักเรียนมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน นั้นเป็นเพราะ บทเรยี นออนไลน์ เรอ่ื ง ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เข้าใจสทิ ธแิ ละหน้าท่ีของตน เป็นการจัดการ เรียนรู้ที่มุ่งให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ เริ่มตั้งแต่ 1) การประเมินความต้องการของ ตนเอง 2) การกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ด้วยตนเอง 3) การวางแผนการเรียนรู้ 4) การดำเนินการตาม แผน เป็นการเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และหาคำตอบจากความต้องการของตนเองใน ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นระบบมีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน จึงทำให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซ่ึง สอดคล้องกับงานวิจัยของ ศรัณย์ กระแสร์สินธ์ุ,อินทิรา รอบรู้ (2562) ศึกษาวิจัยเร่ืองการจดั การเรียนรู้ตาม ทฤษฎคี อนสตรัคตวิ ิสตโ์ ดยใชบ้ ทเรยี นออนไลน์ วชิ าคอมพิวเตอรก์ ราฟิกสำหรับนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นครุ ปุ ระชาสรรค์ อำเภอสรรคบุรี จังหวดั ชยั นาท พบว่า การจดั การเรยี นรู้ตามทฤษฎคี อนสตรัคติวิสต์ โดยใช้บทเรยี นออนไลน์ หลังเรียนสูงกว่ากอ่ นเรียนอยา่ งมีนยั สำคัญทางสถิติที่ระดบั 0.05 3 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เขา้ ใจสทิ ธิและหน้าทีข่ องตน ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 อยู่ในระดับมาก ที่สุด แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจหลังจากการใช้บทเรียนออนไลน์ เรื่อง ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง ปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน นั้นเป็นเพราะบทเรียนออนไลน์ ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมจากอาจารย์ที่ปรึกษา และผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้วิจัยได้ปรับปรุงแก้ไขตาม

73 ข้อเสนอแนะ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ศรัณย์ กระแสร์สินธุ์,อินทิรา รอบรู้ (2562) ศึกษาวิจัยเรื่องการ จัดการเรียนรตู้ ามทฤษฎคี อนสตรัคตวิ สิ ต์โดยใช้บทเรียนออนไลน์ วิชาคอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ สำหรบั นกั เรยี นช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนคุรุประชาสรรค์ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจ ต่อส่อื บทเรยี นออนไลน์ โดยภาพรวมมคี วามพงึ พอใจอยู่ ในระดบั มาก (X=3.80, S.D.=0.20) ขอ้ เสนอแนะ ข้อเสนอแนะการนำผลการวจิ ัยนำไปใช้ 1. การนำบทเรียนออนไลน์ไปใช้ นักเรียนควรมีครูผู้สอนดูแลควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยให้การเรียนมี ประสทิ ธิภาพมากข้ึน 2. ในการนำบทเรียนออนไลน์ไปใช้ระหว่างการดำเนนิ การควรให้นักเรียนตั้งใจฟงั เพ่ือให้นักเรียนมี สมาธิในการเรียนมากขึ้นจะได้ไมเ่ สียเวลาในการดำเนินการวจิ ยั ข้อเสนอแนะสำหรบั การทำวิจัยคร้งั ต่อไป 1.เนื่องจากระยะเวลาในการทำงานวิจัยที่สั้น ผู้วิจัยจึงไม่ได้นำแบบทดสอบไปหาค่าความยากง่าย และอำนาจจำแนก ดงั นน้ั ในการวจิ ัยนำไปใช้ในคร้ังต่อไปจึงควรดำเนนิ การในขนั้ ต่อไปด้วย 2.ควรมีการวางแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนดำเนินกิจกรรมการเรียนสอนให้เหมาะสมกับเวลาหรือ บรบิ ทของโรงเรยี นท่จี ะไปทำการวจิ ัยในครั้งตอ่ ไป เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถเรยี นร้ไู ดอ้ ย่างเตม็ ศักยภาพ

74 บรรณานกุ รม สำนักงานวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา.(2563). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน.[ออนไลน์]. สบื ค้นจาก : http://academic.obec.go.th/newsdetail.php?id=75. สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย(ี สสวท.).(2560). คมู่ ือการใชห้ ลกั สูตรสาระเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์.[ออนไลน์]. สบื ค้นจาก : http://www.scimath.org/e-books/8376/8376.pdf. ชน ชวนชม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา.(2561). การพัฒนาบทเรยี นออนไลน์ วิชาเทคโนโลยี สารสนเทศในชีวิตประจำวัน เรือ่ ง การใช้งานโปรแกรม Microsoft office สำหรับนสิ ติ ระดับ ปริญญาตรี ช้นั ปีที่ 1 มหาวิทยาลัยบรู พา.[ออนไลน์]. สืบคน้ จาก : https://tnsu-journal.com/wp- content/uploads/2018/08/18-0558195-20615.pdf. รศ.ดร.กนิษฐก์ านต์ ปนั แกว้ .(2561). วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรยี นรู้วิชาคอมพิวเตอร์. คณะ ครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลำปาง สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน.สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย. (พ.ศ. 2560). หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 และมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละ ตัวชวี้ ดั ฯ. (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560).[ออนไลน์]. สบื ค้นจาก : http://skn- peo.go.th/home/datas/file/1562129481.pdf ปญั จพัฒน์ พัฒน์ญานันท์.(2558). ผลการจัดการเรยี นรู้โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎกี ารสร้างองค์ความรดู้ ้วยตนเอง ประกอบการเรยี นออนไลน์.[ออนไลน์]. สบื คน้ จาก : http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/54920993.pdf

75 ภาคผนวก

76 ภาคผนวก ก - รายชอ่ื ผ้เู ชีย่ วชาญ - แบบตอบรับอาจารย์ทีป่ รึกษา

77 รายชอ่ื ผูเ้ ชี่ยวชาญตรวจสอบคณุ ภาพเครื่องมือทใี่ ช้ในการวิจัย รายช่ือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเหมาะสมสอดคล้องในองคป์ ระกอบต่างๆ ของสือ่ บทเรียน ออนไลน์ ตรวจสอบความสอดคลอ้ งระหวา่ งจดุ ประสงค์และขอ้ สอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนตรวจสอบ เหมาะสมของขอ้ คำถามในแบบประเมนิ ทักษะการเรยี นรูด้ ้วยตนเอง และตรวจสอบเหมาะสมของข้อ คำถามในแบบประเมนิ ความพึงพอใจจำนวน 3 ทา่ น ดังน้ี 1. ผศ.ชนันกาญจน์ สุวรรณเรือง ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตำแหน่งการบริหารงาน เลขานุการสาขาวชิ า 2. ผศ.สมชาย เมอื งมูล ตำแหนง่ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ฝา่ ยงานตำแหนง่ การบริหารงาน ประธาน สาขาวิชา 3. ผศ.ดร.กติ ตยิ า ปลอดแก้ว ตำแหนง่ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ รายช่ือผ้เู ช่ยี วชาญตรวจสอบความเหมาะสมสอดคล้องในองค์ประกอบต่างๆ ของแผนการจดั การ เรียนรู้ ตรวจสอบความสอดคลอ้ งระหว่างจุดประสงคจ์ ำนวน 3 ท่าน ดงั นี้ 1. ผศ.ชนันกาญจน์ สุวรรณเรือง ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตำแหน่งการบริหารงาน เลขานุการสาขาวชิ า 2. ผศ.มะยุรีย์ พิทยาเสนยี ์ ตำแหน่ง ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ 3. ผศ.ดร.กติ ติยา ปลอดแกว้ ตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์

78 แบบตอบรับอาจารย์ที่ปรกึ ษา

79 ภาคผนวก ข - แบบประเมินความเหมาะสมสอดคล้องในองคป์ ระกอบตา่ งๆ ของแผนการจดั การเรียนรู้ เรอ่ื งทักษะ ดา้ นสารสนเทศสอื่ และเทคโนโลยี สำหรับผู้เชี่ยวชาญ - แบบประเมินความเหมาะสมสอดคล้องในองคป์ ระกอบตา่ งๆ ของบทเรยี นออนไลน์ เร่ืองทกั ษะด้าน สารสนเทศส่อื และเทคโนโลยี สำหรบั ผเู้ ชย่ี วชาญ - แบบประเมนิ ความเหมาะสมสอดคล้องระหวา่ งขอ้ คำถามกับจุดประสงค์ ของแบบทดสอบวัดผล สมั ฤทธิท์ างการเรียนรู้ สำหรบั ผเู้ ชย่ี วชาญ - แบบประเมินความเหมาะสมสอดคล้องระหวา่ งขอ้ คำถามกบั ลักษณะทต่ี ้องการวัด ของแบบประเมนิ ทกั ษะการเรยี นรูด้ ว้ นตนเอง สำหรับผเู้ ชย่ี วชาญ - แบบประเมนิ ความเหมาะสมสอดคล้องระหว่างขอ้ คำถามกบั ลักษณะทต่ี ้องการวัด ของแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ - แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ทเี่ รียนด้วยบทเรียนออนไลน์ หน่วย การเรียนรู้เร่อื งทักษะดา้ นสารสนเทศสอื่ และเทคโนโลยี - ตวั อย่างแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

80 แบบประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา เทคโนโลยี หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ งทักษะด้านสารสนเทศสอื่ และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 สำหรบั ผู้เช่ยี วชาญ คำชี้แจง ขอความอนุเคราะห์ท่านผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา เทคโนโลยี หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและเทคโนโลยี โดยใส่เครือ่ งหมาย √ ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุง ตอ่ ไป เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั การประเมนิ 5 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง/เชือ่ มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมมากทส่ี ดุ ระดบั การประเมนิ 4 หมายถงึ มคี วามสอดคล้อง/เชอื่ มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมมาก ระดับการประเมิน 3 หมายถงึ มีความสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมปานกลาง ระดบั การประเมนิ 2 หมายถงึ มีความสอดคล้อง/เชือ่ มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมน้อย ระดับการประเมิน 1 หมายถงึ มคี วามสอดคล้อง/เชือ่ มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมน้อยท่ีสดุ ขอ้ รายการประเมนิ ระดับความเหมาะสม 54321 1. ดา้ นการจัดทำหน่วยการเรยี นรู้ และ แผนการจดั การเรยี นรู้ 1.1 โครง/หน่วยฯ/แผนฯ ชัดเจน กะทัดรดั ครอบคลุมเนื้อหาสาระ 1.2 แผนการจัดการเรียนรูส้ อดคล้องสัมพนั ธ์กบั หนว่ ยการเรยี นร้ทู ก่ี ำหนดไว้ 1.3 ความสอดคล้องเหมาะสมของ สาระสำคัญ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด 1.4 หน่วยการเรียนรู้มคี วามสมบูรณ์ เหมาะสมและมรี ายละเอยี ดทสี่ อดคล้อง สมั พนั ธก์ ับแผน 2. ดา้ นกิจกรรมการเรียนรู้ 2.1 กจิ กรรมการเรียนรูส้ อดคล้องกบั จดุ ประสงค์และระดับชัน้ ของนักเรียน 2.2 กจิ กรรมการเรยี นรู้ส่งเสรมิ ความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ 2.3 กจิ กรรมการเรยี นรมู้ ีความหลากหลาย สามารถปฏบิ ตั ิไดจ้ ริง 2.4 กจิ กรรมการเรียนรูเ้ ปน็ กิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดของนักเรยี น

81 3. ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล 3.1 ความเหมาะสมของวิธีการวัด และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 3.2 วัสดอุ ุปกรณ์ ส่อื และแหล่งเรยี นร้เู หมาะสมกบั เนอ้ื หาสาระ 3.3 ความเหมาะสมของเกณฑ์การวัด และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 3.4 วัสดอุ ุปกรณ์ สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้มีความหลากหลาย ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ........................................................ (…………………………………………………..) ผปู้ ระเมิน

82 แบบประเมินความเหมาะสมสอดคล้องระหวา่ งข้อคำถามกับจดุ ประสงค์ ของแบบทดสอบวดั ผล สัมฤทธิท์ างการเรยี นรู้ สำหรับผู้เชย่ี วชาญ คำช้ีแจง โปรดพิจารณาวา่ ข้อสอบแตล่ ะข้อตอ่ ไปน้ีตรงกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ท่ีระบไุ วห้ รือไม่ โดย ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ ง “ความคิดเห็นของผูเ้ ชียวชาญ” ตามความคดิ เห็นของท่านดงั นี้ +1 หมายถงึ เมือ่ แน่ใจว่าขอ้ สอบนนั้ วัดจุดประสงค์ที่ระบไุ ว้ได้ 0 หมายถึง เม่อื แน่ใจว่าข้อสอบนน้ั วัดจุดประสงคท์ ีร่ ะบุไว้ได้ -1 หมายถึง เมอ่ื แน่ใจวา่ ข้อสอบนน้ั วดั จุดประสงคท์ ีร่ ะบไุ ว้ได้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ รายการพจิ ารณา ความคดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะ ของผ้เู ชียวชาญ + 1 0 -1 1.อธิบายการใชง้ าน 1.ขอ้ ใดไม่ใช่การใชง้ านเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศอย่างเหมาะสมปลอดภัย อย่างเหมาะสม ก. ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ปลอดภัยได้ ข. ความรับผิดชอบตอ่ ครอบครวั ค. ความรับผดิ ชอบตอ่ ผู้อ่ืน ง. ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม 2. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเกย่ี วกบั เทคโนโลยี สารสนเทศ ก. ข้อมลู ข้อความทีส่ ง่ ต่อผา่ นทาง อินเทอรเ์ น็ต ข. การประยกุ ต์ใชค้ อมพิวเตอรแ์ ละ อุปกรณ์โทรคมนาคม เพ่ือจดั เก็บ คน้ หา ส่งผ่าน และประมวลผลขอ้ มลู ค. ความสามรถในการเขา้ ใชง้ าน เทคโนโลยี และสอ่ื ดจิ ทิ ัลเปน็ ประจำ อยา่ งสม่ำเสมอ และใช้งานได้อย่าง ปลอดภัย

83 2.นกั เรียนสามารถ ง. การควบคมุ การเขา้ ใช้อุปกรณ์ เลือกใชเ้ ทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ และสมารต์ โฟนให้มคี วาม สารสนเทศอยา่ ง เหมาะสม เพ่ือไมใ่ หเ้ กดิ การเสพตดิ การ เหมาะสมปลอดภยั ใช้งาน 3. ข้อใดเป็นฮารด์ แวรใ์ นหน่วยงาน ประมวลผลกลางทำหน้าที่อย่างไร ก. ใช้บันทกึ โปรแกรมหรือข้อมลู ข. รบั ขอ้ มูลเข้าสรู่ ะบบคอมพิวเตอร์ ค. แสดงผลทไ่ี ด้จากการประมวลผล ง. ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทุกส่วน 4. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยขี อง นกั เรียน คือข้อใด ก การใช้ e-learning ข การชำระภาษีออนไลน์ ค การทำธุรกิจอิเลก็ ทรอนิกส์ ง การคน้ หาตำแหน่งของเรือรบหลวง 1. หากตอ้ งการใช้คอมพิวเตอรใ์ นการ เผยแพร่ภาพ สิง่ ใดทนี่ กั เรยี นไมค่ วร กระทำ ก. เผยแพร่ข้อมูลที่ไมใ่ ช่ข้อเท็จจรงิ ข. เผยแพร่ภาพกีฬาสี ค. เผยแพรภ่ าพไปเท่ยี วลงในFacebook ง. เผยแพรภ่ าพอาหารท่ีกำลัง รบั ประทาน 2. ข้อใดไมใ่ ช่วิธกี ารทใ่ี ช้สำหรับการ ป้องกนั ภัยคุกคาม ก. ตรวจสอบจากสิง่ ท่ผี ู้ใช้รู้ ข. ตรวจสอบจากสง่ิ ทผ่ี ้ใู ชม้ ี ค. ตรวจสอบจากสิง่ ทีเ่ ป็นสว่ นหน่ึงของ ผใู้ ช้

84 ง. ตรวจสอบจากลายมือของผู้ใช้ 3. ขอ้ ใดเป็นสิ่งท่คี วรปฏบิ ตั ิในการ กำหนดรหสั ผ่านให้มีความปลอดภัย ก. ผสมผสานท้ังตัวเลข เคร่ืองหมาย ตัวอักษรใหญ่ และตวั อักษรเล็ก ข. ชอ่ื บุคคลรอบข้างหรือสัตว์เลย้ี ง ค. ใช้พาสเวริ ์ดเดยี วให้ครอบคลมุ ทุก เว็บไซต์ ง. เปลีย่ นรหสั ผา่ นทกุ ๆ 5 ปเี ป็นอย่างต่ำ 4. บุคคลใดปฏิบตั ถิ ูกตอ้ งเกย่ี วกับการใช้ อินเตอร์เน็ต ก. โป้งใช้อินเตอรเ์ นต็ ขายสนิ ค้าผิด กฎหมาย ข. กลางให้อนิ เตอรเ์ นต็ ติดต่อสื่อสารกบั เพ่ือน ค. นางใชอ้ ินเตอร์เนต็ โหลดเพลงมาขาย ง. ก้อยใช้อินเตอรเ์ น็ตล่อลวงบคุ คลอ่ืน 3. นักเรียนสามารถ 1. อาชญากรรมคอมพวิ เตอร์ทเี่ ป็นการ อธิบายปัญหาการใช้ ขโมยขอ้ มูลมีลกั ษณะอย่างไร เทคโนโลยสี ารสนเทศ ก. ขโมยขอ้ มูลจากร้านสะดวกซื้อ ได้ ข. ขโมยขอ้ มลู จากห้างสรรพสินค้า ค. ขโมยขอ้ มลู จากธนาคาร ง. ขโมยขอ้ มูลจากผใู้ ช้งานอนิ เทอรเ์ น็ต 2. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นอาการของเคร่ือง คอมพวิ เตอร์ทต่ี ดิ ไวรสั ก. เปิดคอมพวิ เตอร์ได้อยา่ งรวดเร็ว ข. คอมพวิ เตอร์ทำงานโดยไม่มกี ารคา้ ง ค. เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ทำงานได้ปกติ ง. มโี ปรแกรมบางตัวถูกติดตงั้ เอง ลบทง้ิ ก็ไม่ได้

85 3. การใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ในข้อใด ท่สี ามารถ นำไปสูป่ ญั หาการเกดิ อาชญากรรม คอมพิวเตอร์ ก. การเล่นเกมคอมพวิ เตอร์ออนไลน์ ข. การแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ลงใน โลกโซเซียล ค. การเปดิ เผยขอ้ มลู ส่วนตวั ลงในโลก โซเซียล ง. การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรม์ าช่วย ในการทำงาน 4. จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สง่ ผลเสยี ด้านใดมากทส่ี ุด ก. ค่านิยมและวฒั นธรรม ข. ระบบเศรษฐกิจ ค. ระบบการเมือง ง. ความปลอดภัย 4.นกั เรียนสามารถ 1. ขอ้ ใดเป็นความหมายของเทคโนโลยี ระบุความหมายและ สารสนเทศท่ีถูกตอ้ งมากท่ีสดุ ความสำคญั ของ ก. การนำความรู้มาประยุกตใ์ ช้จัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ กับสารสนเทศอย่างเปน็ ระบบ อยา่ งเหมาะสมได้ ข. การนำความรทู้ างวทิ ยาศาสตรม์ า ประยกุ ตใ์ ช้เพอื่ ใหเ้ ป็นระบบและรวดเร็ว ค. การนำวิทยาศาสตรม์ าประยกุ ต์ใช้เพ่ือ สรา้ งหรอื จดั การกบั สารสนเทศอยา่ งเปน็ ระบบ ง. การนำความร้ทู างด้านวิทยาศาสตรม์ า ประยกุ ต์ใช้เพอื่ สรา้ งหรอื จดั การกับ สารสนเทศอยา่ งเป็นระบบ 2. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะสำคญั ของ เทคโนโลยีสารสนเทศ ก.คมุ้ คา่ ประหยดั ข้อมลู

86 ข.เพิ่มผลผลติ ลดต้นทนุ เพ่ิม ประสิทธิภาพในการทำงาน ค.ลดเวลาการผลิต ลดกำลงั คน ลด ผลผลิต ง.บรหิ ารกระจายอำนาจผลผลติ เพ่ิมการ บริการ 3. การทำหนา้ ท่ีแสดงผลลพั ธห์ รือ สารสนเทศท่ีไดจ้ ากการประมวลผลในรปู ทม่ี นษุ ยส์ ามารถเขา้ ใจได้ คือขอ้ ใด ก. หนว่ ยประมวลผลกลาง ข. หนว่ ยสง่ ออก ค. หน่วยความจำหลกั ง. หนว่ ยรับเขา้ 5. นกั เรยี นสามารถ 1. วีว่ีเผยแพร่ขอ้ มลู ท่ีได้รบั มาทางแชต ยกตวั อย่างปัญหาการ เกยี่ วกับบ่อน้าศักดิ์สทิ ธิ์ท่ีพึ่งค้นพบ ใช้เทคโนโลยี สามารถรักษามะเรง็ ได้ โดยให้ผูป้ ว่ ยดม่ื สารสนเทศอย่าง และอาบทุกวัน การกระทำของวีว่ี เหมาะสมปลอดภยั ได้ เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ก.เหมาะสม เพราะเป็นการให้ความรแู้ ก่ บุคคลอน่ื ข. เหมาะสม เพราะไดช้ ่วยเหลอื ผู้ปว่ ยให้ หายขาดจากโรคมะเร็ง ค. ไม่เหมาะสม เพราะผู้ปว่ ยควรดื่ม อย่างเดยี วไม่ควรนำนำ้ มาอาบ ง. ไม่เหมาะสม เพราะข้อมลู ท่ีเผยแพร่ ไม่ได้รบั การกลนั่ กรองความ 2. บคุ คลใดต่อไปน้ีปฏิบตั ิตัวเป็นพลเมอื ง ดิจทิ ลั ไม่เหมาะสม ก. น้ำหวานใหท้ ่ีอยู่กบั นนท์ท่ีรู้จกั กนั ผา่ น เฟซบุ๊ก ซึ่งพดู คยุ กนั ได้ 3 เดือน โดยท่ี น้ำหวานยงั ไม่เคยเห็นหน้านนท์

87 ข. นอ้ ยหนา่ ใช้ภาษาสุภาพเสมอในการ สนทนาผ่านอินเทอร์เนต็ ค. ฟ้าใสสอบถามการบา้ นกบั หนูน่ิมผา่ น ทางไลน์ (Line) เนื่องจากฟ้าใสป่วยจงึ ไมไ่ ดไ้ ปโรงเรียน ง. นิดปรึกษาพ่อกับแมเ่ รื่องที่มบี ุคคลท่ี ไมร่ ูจ้ ักทกั แชตมาคุยดว้ ย 3. ข้อใดต่อไปน้ีไม่ใชพ่ ลเมืองดิจิทลั ก. ป้องกนั คอมพวิ เตอรจ์ ากภัยคุกคาม ตา่ ง ๆ เชน่ ไวรสั คอมพิวเตอร์ หรือผู้ไม่ หวงั ดี ข. เขียนโปรแกรมขน้ึ มาปอ้ นให้ คอมพวิ เตอร์ เพอ่ื ใหค้ อมพิวเตอรท์ ำงาน ตามคำสั่งต่าง ๆ ทก่ี ำหนด ค. เคารพสิทธิส่วนบคุ คล ปฏิบัติตามกฎ กตกิ า และมคี วามรับผิดชอบต่อ พฤติกรรมของตนเองในโลกออนไลน์ ง. ควบคุมการใช้อุปกรณ์คอมพวิ เตอรใ์ ห้ มคี วามเหมาะสม เพอื่ ไม่ให้เกิดการเสพ ติด และไมส่ ง่ ผลเสยี ตอ่ สุขภาพ 4. จากบทความต่อไปน้ี “ เป็ดตอ้ งการ ซ้อื รองเท้าคู่ใหม่ แต่มีเงนิ ไมพ่ อซนั จึง ชกั ชวนเป็ดเข้าไปเล่นพนันฟตุ บอลใน เว็บไซตห์ นึ่งต่อมาเปด็ เลน่ พนันชนะจึง นำเงนิ ไปซื้อรองเทา้ คู่ใหม่ ” การกระทำ ของเป็ดเปน็ อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ประเภทใด ก. การใช้คอมพิวเตอรเ์ ผยแพรภ่ าพ ข. การฟอกเงนิ ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ค. การละเมิดลิขสิทธแิ์ ละการปลอม แปลง

88 ง. อาชญากรรมที่ใช้การสื่อสารผา่ น เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ 6.นกั เรยี นสามารถ 1. การนำข้อมูลเขา้ สรู่ ะบบเทคโนโลยี เกบ็ รวบรวมข้อมลู ท่ี สารสนเทศเรยี กว่าอย่างไร เปน็ ประโยชน์การใช้ ก. การแสดงผล เทคโนโลยสี ารสนเทศ ข. การประมวลผล อย่างเหมาะสม ค. การสอ่ื สารและเครอื ข่าย ปลอดภยั ได้ ง. การบันทึกและจดั เกบ็ ข้อมูล 2. ขอ้ ใดเปน็ การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยสี ารสนเทศ ก. เล่นเกมพร้อมกนั ไดห้ ลายคน ข. ตัดตอ่ ภาพเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ค. ผลติ เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ความเร็วสงู ง. นำเสนอผลงานดว้ ยโปรแกรม Microsoft Power Point 3. ขอ้ ใดเปน็ ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการใช้ เทคโนโลยี ก.ช่วยประหยดั ตน้ ทุน แรงงาน เพ่มิ ผลตอบแทนให้มากข้ึน ข. ชว่ ยส่งเสริมด้านการตลาดของผลผลิต ยอดจำหน่ายสูงข้นึ ค. ชว่ ยให้การทำงานแต่ละขั้นตอนมี ความประณีตมากขึ้น ง. ชว่ ยส่งเสริมการผลิตให้มคี ุณภาพและ มาตรฐานมากขน้ึ 7.นกั เรยี นสามารถคดิ 1. ชุดคำสัง่ ในการทำงานข้อใดตา่ งจาก วเิ คราะห์การใช้ พวก เทคโนโลยีสารสนเทศ ก. การคดิ เกรดเฉล่ีย อย่างเหมาะสม ข. การประมวลและเครอื ขา่ ย ปลอดภยั ได้ ค. การทำบนั ทึกรายรับรายจ่าย ง. การคำนวณน้ำหนกั และส่วนสูง

89 2. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความสามารถในการจัดเก็บ สารสนเทศ ก. ขอ้ ความทเ่ี ป็นเสียง ข. ขอ้ ความทเ่ี ป็นตวั อักษรและตวั เลข ค. ขอ้ ความท่เี ป็นภาพนงิ่ และ ภาพเคล่อื นไหว ง. ขอ้ ความที่เปน็ สีสนั สวยงาม 8.นักเรียนสามารถ 1. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในกา อภิปรายวิธีการใช้ สอ่ื สารมีหลายกิจกรรม ยกเว้น ข้อใด เทคโนโลยีสารสนเทศ ก. การเรียนผา่ นดาวเทยี ม อย่างปลอดภยั ได้ ข. การใช้โทรศพั ท์เคลื่อนที่ ค. การเล่นเกมคอมพวิ เตอร์ ง. การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ขอ้ เสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ………………………………………..ผ้เู ชีย่ วชาญ () วันที่……………/………………………/………………….

90 แบบประเมินความเหมาะสมสอดคลอ้ งในองคป์ ระกอบตา่ งๆ ของบทเรยี นออนไลน์ เรอื่ งทกั ษะด้าน สารสนเทศสอ่ื และเทคโนโลยี สำหรับผู้เช่ียวชาญ คำชแี้ จง โปรดแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อ บทเรียนออนไลน์ เรื่องทักษะด้านสารสนเทศสื่อและ เทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใส่เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับความ คดิ เห็นของทา่ นพรอ้ มกบั ข้อเสนอแนะ ระดบั การประเมิน 5 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง/เช่อื มโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมมากทส่ี ุด ระดับการประเมนิ 4 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมมาก ระดบั การประเมนิ 3 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง/เชื่อมโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมปานกลาง ระดบั การประเมนิ 2 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/ครอบคลมุ /เหมาะสมน้อย ระดับการประเมิน 1 หมายถงึ มคี วามสอดคล้อง/เชื่อมโยง/ครอบคลุม/เหมาะสมปรบั ปรุง ประเด็นการประเมนิ ระดบั ความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะ 54321 ดา้ นเนอื้ หา 1.เนือ้ หามคี วามถูกต้องเหมาะสม 2.เน้อื หามคี วามสอดคล้องเหมาะสมกบั จุดประสงค์ 3ความเหมาะสมของภาษาท่ใี ช้ในเน้อื หา 4.ความสมบูรณข์ องเน้อื หาและความสวยงาม 5.ภาพประกอบมคี วามสอดคลอ้ งกับเนื้อหา ดา้ นการออกแบบ 1.ความเหมาะสมของรปู แบบตัวอกั ษร และพื้นหลัง 2.การจดั รปู แบบง่ายตอ่ การอา่ น และการใชง้ าน 3.มคี วามถกู ต้องในการเชื่อมโยงภายใน 4.มีความเร็วในการแสดงภาพ อักษร และข้อมูล ตา่ ง 5.ใชพ้ น้ื ทที่ งั้ หมดอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

91 ดา้ นการประเมนิ ผล 1.บทเรยี นมีความนา่ สนใจและดึงดดู ต่อการเรียนรู้ 2.แบบทดสอบมคี วามเหมาะสมกบั ช่วงช้ัน 3.แบบทดสอบมคี วามสอดคล้องกบั จุดประสงค์ 4.ความเหมาะสมของจำนวนข้อสอบ 5.ความเหมาะสมกับชว่ งเวลาในการเรยี นการสอน ขอ้ เสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอ่ื ………………………………………..ผเู้ ชีย่ วชาญ () วนั ท่ี……………/………………………/………………….


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook