Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ

นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ

Published by Joon Aum, 2016-03-07 02:52:14

Description: คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ตระหนักถึงความจำเป็นที่สถาบันอุดมศึกษาควรแสดงบทบาททางวิชาการต่อสังคมในการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ

Keywords: นโยบายสาธารณะ, พัฒนาการเศรษฐกิจ, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, เศรษฐศาสตร์

Search

Read the Text Version

192 ประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการจดั สรรงบประมาณการศกึ ษาเพือ่ การอดุ มศึกษา วิกฤตหิ น้กี ับกรอบความยงั่ ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย เอกสารอา้ งองิ ผศ. ดร.ศาสตรา สุดสวาสด์ิดิลกะ ลัทธพพิ ัฒน์ (2553) ความเหล่ือมล�ำ้ ของโอกาสทางการศึกษากบั แนวโน้มของคา่ ผศ. ดร.ประสพโชค ม่ังสวัสดิ์ จา้ งในประเทศไทย การสัมมนาประจ�ำ ปี สถาบนั วิจัยเพือ่ การพฒั นาประเทศไทย กรงุ เทพฯ: สถาบนั วจิ ัยเพ่ือการพฒั นาประเทศไทยตรี ณ พงศม์ ฆพฒั น์ (2553) ปญั หาทศิ ทางตลาดอดุ มศกึ ษา มตชิ นรายวนั , 19 พฤศจกิ ายน 2553บญุ เจรญิ ศริ เิ นาวกลุ (2551) การเงนิ อดุ มศกึ ษา: แนวคดิ ทต่ี อ้ งเปลย่ี นหลกั คดิ มตชิ นรายวนั , 27 มกราคม 2551ศุภชัย ศรีสุชาติ (2553) การวิเคราะห์ช่องว่างของนโยบาย (Policy Gap) ด้านการศึกษา และสวสั ดิการแรงงาน กรงุ เทพธุรกจิ , 6 มิถุนายน 2553สำ�นักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (2550) รายงานประจำ�ปี 2549 กรุงเทพฯ: สำ�นกั งานกองทุนเงินใหก้ ยู้ มื เพอื่ การศกึ ษาสำ�นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา (2553ก) การวิจัยและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากรเพอ่ื การอุดมศกึ ษาผา่ นหนว่ ยงานกลาง กรงุ เทพฯ: ส�ำ นักงานเลขาธกิ าร สภาการศึกษาส�ำ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา (2553ข) การศึกษาความต้องการก�ำ ลงั คนเพอื่ วางแผน การผลติ และพฒั นาก�ำ ลงั คนของประเทศ กรงุ เทพฯ: ส�ำ นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษาKim, S., & Lee, J-H. (2006). Changing facets of Korean higher education: Market competition and the role of state. Higher Education, 52, 557-587.Patrinos, H. A., & Ariasingam, D. L. (1997). Decentralization of education: Demand-side financing. Washington, D.C: World Bank.Patrinos, H. A. (2002). A review of demand-side financing initiatives in education (Working Paper No. 26959). Washington, DC: World Bank.

194 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความย่ังยืนทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ 195 บทคัดยอ่ กรอบความยัง่ ยนื ทางการคลังท่กี ำ�หนดใหส้ ัดส่วนหนส้ี าธารณะคงคา้ งตอ่ GDP อยู่ ในระดับไมเ่ กินร้อยละ 60 น้ันเป็นระดบั ทเ่ี หมาะสมและสมควรใชใ้ นการก�ำ กบั เศรษฐกิจของ ประเทศไทยไดอ้ ย่างแท้จริงหรอื ไม่ โดยเฉพาะต่อการลดความเสี่ยงของการเกิดวิกฤติหนี้ งานศึกษานี้พบว่ายังมีปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคอื่น ๆ นอกเหนือจากปัจจัยสัดส่วนหนี้ สาธารณะต่อ GDP ทม่ี ีผลตอ่ การเกิดวิกฤติหน้ี อยา่ งไรกต็ าม หากใชร้ ะดบั เศรษฐกิจมหภาค ของประเทศไทยในปี ค.ศ. 2008 เป็นเกณฑ์ ผลจากการศึกษาช้วี ่า ระดับหนีส้ าธารณะข้นั สูง ทีไ่ ม่กอ่ ให้เกดิ วกิ ฤตหิ นขี้ องประเทศไทยจะอยทู่ ีร่ ะดบั ไม่เกนิ ร้อยละ 80-90 ของ GDP และ หากอตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกจิ เกดิ การหดตัวลงอย่างรนุ แรง ระดับหนสี้ าธารณะขัน้ สูง ท่ไี มก่ อ่ ใหเ้ กิดวิกฤติหน้ีของประเทศไทยจะถูกปรบั ระดับลงมาที่ไมเ่ กนิ ร้อยละ 60-70 ของ GDPแตท่ งั้ น้ีงานศกึ ษานไี้ ดเ้ สนอใหก้ รอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั กำ�หนดระดบั หนส้ี าธารณะ ไว้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของระดับหนี้ขั้นสูงที่ไม่ก่อให้เกิดวิกฤติ เน่ืองจากจากลักษณะวิกฤตหิ นี้ ในอดตี ที่มกั เกดิ ข้ึนพร้อมวกิ ฤติทางการเงินอื่น ๆ ท่ีส่งผลใหย้ อดหน้ีสาธารณะของประเทศ เพิ่มขึ้นเปน็ เกอื บสองเทา่ ภายในชว่ งระยะเวลาอันสัน้ จากการเข้าแบกรบั ภาระหนี้จากภาค เอกชนและภาครัฐวิสาหกจิ ของประเทศ

196 วกิ ฤติหน้ีกบั กรอบความยงั่ ยนื ทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกจิ 197 วกิ ฤตหิ น้ีกบั กรอบความยง่ั ยืนทางการคลังของประเทศไทย ดังนนั้ ขอ้ กำ�หนดทค่ี วรใชเ้ พอ่ื ปอ้ งกันไมใ่ ห้ประเทศประสบปัญหาวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ วิกฤติหนี้ (Debt crisis) จึงอาจมีความแตกต่างกนั ในแต่ละประเทศ ซ่ึง ศาสตรา สุดสวาสด*์ิ และ ประสพโชค มง่ั สวสั ด*์ิ * อาจมีขอบเขตเกินกวา่ ขอ้ กำ�หนดทางนโยบายการคลงั โดยอาจรวมขอ้ ก�ำ หนดทางนโยบายบทน�ำ การเงินไว้ด้วย นอกจากน้ี วิกฤติหนย้ี ังแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 ประเภทหลัก คือ วกิ ฤตหิ นที้ ี่เกดิ ข้ึน โดยการผิดนัดช�ำ ระหนห้ี รือพกั ชำ�ระหนี้ภายในประเทศ (Domestic debt default) และ วกิ ฤติหนย้ี ุโรปท่เี กิดขนึ้ ในปี ค.ศ. 2009-2010 ไดก้ ่อให้เกดิ คำ�ถามตดิ ตาม วกิ ฤติหน้ีท่เี กิดขน้ึ โดยการผดิ นัดชำ�ระหน้หี รอื พักชำ�ระหนภ้ี ายนอกประเทศ (Externalมากมายโดยเฉพาะในเร่ืองข้อกำ�หนดทางเศรษฐกิจท่ีสหภาพยุโรปได้กำ�หนดให้แก่ประเทศ debt default) นอกจากน้ี ยงั มวี กิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ทปี่ ระเทศเขา้ รบั ความชว่ ยเหลอื ทางการเงินสมาชิกปฏิบตั ติ ามทั้งในเรอ่ื งการบงั คบั ใช้และในเร่ืองตวั ข้อกำ�หนดทตี่ ง้ั ไว้ เชน่ ข้อกำ�หนด จากโครงการของ IMF (Memorandum item on IMF program) ซงึ่ ขอ้ ก�ำ หนดทีใ่ ช้ในการให้ประเทศสมาชกิ มีระดับการขาดดลุ งบประมาณไมเ่ กนิ ร้อยละ 3 ของผลผลิตมวลรวม ปอ้ งกนั มใิ ห้วิกฤติหน้หี รอื วกิ ฤติเศรษฐกิจในแตล่ ะประเภทอาจมคี วามแตกตา่ งกันอยา่ งมากประชาชาติ (GDP) และมีระดับหนีส้ าธารณะของประเทศไมเ่ กินร้อยละ 60 ของ GDP ในส่วนของประเทศไทย รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550 หมวด 8เป็นต้น เม่ือพจิ ารณาถงึ ระดับหน้ีสาธารณะของกลมุ่ ประเทศหลกั ที่เกิดวกิ ฤตหิ นใ้ี นคร้งั น้ี ซง่ึ การเงิน การคลงั และงบประมาณ มาตรา 167 วรรคสาม ได้ “ก�ำ หนดให้มีกฎหมายการคอื กลุ่มประเทศ PIIGS (Portugal, Ireland, Italy, Greece and Spain) เปน็ ทน่ี ่าสงั เกตว่า เงนิ การคลังของรฐั เพ่อื กำ�หนดกรอบวินัยการเงนิ การคลัง ซึง่ รวมถงึ หลกั เกณฑเ์ กย่ี วกับประเทศสเปนมีระดับหน้ี (ในปี ค.ศ. 2009) อยใู่ นระดับทต่ี ำ่�กว่ารอ้ ยละ 60 ต่อ GDP ซง่ึ เป็น การวางแผนการเงินระยะปานกลาง การจดั หารายได้ การก�ำ หนดแนวทางในการจัดทำ�งบระดับต�่ำ กว่าทสี่ หภาพยุโรปได้กำ�หนดไว้ แต่ยงั เปน็ ประเทศท่ีเกิดปญั หาวกิ ฤติหนี้ได้ ในขณะ ประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน...ตามหลักการรักษาเสถียรภาพพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างเดียวกัน หลาย ๆ ประเทศในสหภาพยุโรปมรี ะดับหน้ีเกินร้อยละ 60 ตอ่ GDP แตก่ ลับไม่ ยงั่ ยนื และความเป็นธรรมในสงั คม” ซึง่ แสดงใหเ้ ห็นว่า รฐั ธรรมนูญของไทยฉบบั ปัจจบุ นั ได้ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกจิ แตอ่ ยา่ งใด ให้ความสำ�คัญเป็นอย่างมากกับการกำ�หนดกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศในการ Reinhart et al. (2003) ได้ช้วี า่ ระดับหนข้ี องประเทศที่ถอื ว่าอยใู่ นระดับ รักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ ของประเทศปลอดภัยท่ีจะไม่เกดิ วิกฤติหน้ี ข้นึ อย่กู ับประวัตกิ ารหยุดพกั ช�ำ ระหน้ี (Default) ท่ีผ่านมา กระทรวงการคลงั ได้มกี ารจดั ท�ำ กรอบความย่ังยืนทางการคลัง ซ่งึ เป็นกฎเกณฑ์และอตั ราเงนิ เฟ้อของประเทศเป็นสำ�คัญ ในบางประเทศระดับหน้ภี ายนอกประเทศตอ่ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การจดั ท�ำ งบประมาณและระดับหนี้สาธารณะของประเทศ นบั ตง้ั แตป่ ีGNP ที่ปลอดภัยนนั้ ไม่ควรเกนิ ร้อยละ 15 Manasse & Roubini (2009) พบวา่ นอกจาก พ.ศ. 2544 โดยตัวช้วี ดั ความย่งั ยืนทางการคลงั ทีใ่ ช้ในปัจจบุ นั ได้แก่ หนึ่ง สัดสว่ นยอดหน้ีระดบั หนีส้ าธารณะทีเ่ หมาะสมแลว้ ปัจจยั ทางเศรษฐกิจมหภาคอ่นื ๆ เช่น ระดบั ยอดหนร้ี วม สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไม่เกนิ รอ้ ยละ 60 สอง ภาระหนตี้ ่องบประมาณไม่เกนิ รอ้ ยละ 15ตา่ งประเทศ ระดบั ยอดหน้ีระยะสน้ั ระดบั การขยายตัวทางเศรษฐกิจ อตั ราเงินเฟอ้ และ สาม การจดั ทำ�งบประมาณสมดุล ซ่ึงกระทรวงการคลังมีเป้าหมายในการจัดทำ�งบประมาณปจั จัยอ่ืน ๆ อีกมากมาย ลว้ นมีผลตอ่ การเกิดวกิ ฤติหนี้ ซงึ่ Manasse & Roubini ไดช้ วี้ า่ สมดลุ โดยไมน่ ับรวมการจัดสรรภาระดอกเบยี้ และเงนิ ตน้ ในปี พ.ศ. 2557 และสี่ สัดสว่ นการตง้ั ข้อกำ�หนดทปี่ ราศจากเง่อื นไข (Unconditional thresholds) เชน่ ระดบั ภาระหน้ี รายจ่ายลงทุนต่องบประมาณไม่ต�่ำ กวา่ รอ้ ยละ 25 แต่ทง้ั นีเ้ ปน็ ทส่ี งสัยว่าข้อก�ำ หนดท่ีระบไุ ว้รวมตอ่ GDP แทบไม่มีคณุ ค่าในการประเมนิ ถงึ โอกาสของประเทศทจี่ ะเกดิ วิกฤตหิ นไี้ ด้เลย ในกรอบความยง่ั ยืนทางการคลงั โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในสว่ นของขอ้ ก�ำ หนดทว่ี า่ ดว้ ยสัดส่วน ยอดหน้สี าธารณะคงค้างตอ่ GDP ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 60 นัน้ เปน็ ระดบั ที่เหมาะสมและสมควรใช้*ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกิจ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ [email protected] ในการกำ�กบั เศรษฐกิจของประเทศไทยอยา่ งแท้จรงิ หรือไม่ โดยเฉพาะตอ่ การลดความเสยี่ ง**ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ของการเกดิ วิกฤติหนี้ เหตกุ ารณ์วกิ ฤติหนย้ี โุ รปท่เี กิดข้ึนได้แสดงให้เหน็ แลว้ วา่ การก�ำ หนด[email protected] ระดบั สัดสว่ นยอดหน้สี าธารณะคงค้างตอ่ GDP ไม่ไดเ้ ปน็ เงื่อนไขทเ่ี พียงพอทีจ่ ะปอ้ งกันไมใ่ ห้ ประเทศในกลุม่ PIIGS ประสบปญั หาวกิ ฤติเศรษฐกิจแต่อย่างใด

198 วิกฤติหนก้ี บั กรอบความยั่งยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 199 งานศึกษาชน้ิ นีจ้ งึ มีจดุ มงุ่ หมายส�ำ คัญในการศึกษาเพื่อประเมินขอ้ กำ�หนดทว่ี ่าดว้ ย ทุนระหวา่ งประเทศมากข้นึ และประเทศเศรษฐกจิ เกดิ ใหมไ่ ดอ้ อกพนั ธบัตรเพ่อื การกยู้ ืมในยอดหนีส้ าธารณะคงค้างต่อ GDP ทถ่ี กู ระบไุ วใ้ นกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ประเทศไทย ตลาดน้เี พม่ิ ขนึ้ มากใช้ในปัจจุบันว่ามีความเหมาะสมและช่วยป้องกันไม่ให้ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติหนี้ ลักษณะของการเกดิ วิกฤติหนท้ี ีพ่ บบ่อยคร้ังดงั ท่ี Reinhart & Rogoff (2010) ช้ีในอนาคตหรือไม่ โดยผลของการศกึ ษาทไ่ี ดจ้ ะเปน็ ข้อมลู สำ�คัญที่สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงความ ให้เห็นคือการเกดิ วกิ ฤตสิ ถาบันการเงิน (Banking crisis) ก่อนแล้วน�ำ ไปสู่วิกฤติหนห้ี รอื เกดิเหมาะสมของกรอบความยัง่ ยืนทางการคลังในปัจจบุ นั ซึ่งผู้ก�ำ หนดนโยบายสามารถน�ำ ผล ขนึ้ พร้อม ๆ กนั ของวกิ ฤติทงั้ สอง โดยพบว่าหนเี้ อกชนมักเพ่ิมขน้ึ อย่างสงู ซึ่งมักเกดิ พร้อมของการศึกษาท่ีได้ไปใช้ในการกำ�หนดกรอบความย่ังยืนทางการคลังให้มีความเหมาะสมย่ิง กบั การเปดิ เสรที างการเงินและการเคลือ่ นย้ายเงินทนุ สงู ซง่ึ Reinhart & Reinhart (2009)ขนึ้ และชว่ ยลดความเสีย่ งในการเกดิ วกิ ฤตหิ น้ขี องประเทศไทยต่อไปในอนาคต เรียกว่า “capital flow bonanza” (อา้ งใน Reinhart & Rogoff (2009)) ซ่งึ การเคล่อื น โดยสรปุ แล้ว วัตถุประสงคข์ องการศกึ ษามดี ังน้ี คือ หน่ึง เพ่อื ศึกษาถงึ สถานะ ย้ายเงินทุนนีเ้ พม่ิ โอกาสของการเกดิ วกิ ฤติสถาบนั การเงิน และเมอื่ วิกฤตสิ ถาบันการเงนิทางการคลังและนโยบายรายจา่ ยภาครฐั ซง่ึ อาจน�ำ ไปส่กู ารก่อหนส้ี าธารณะในระยะยาว เกิดขนึ้ แล้ววิกฤติหนม้ี ักเกดิ ตามมา เนอ่ื งจากภาครฐั มกั เข้าอ้มุ (bail out) สถาบันการเงินและส่งผลต่อการเกดิ วกิ ฤติหนข้ี องประเทศไทยในอนาคต สอง เพ่อื ศกึ ษาถงึ ความสมั พนั ธ์ พร้อมท้ังต้องใช้งบในการกระตนุ้ เศรษฐกจิ ประกอบกับรายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลงสง่เชิงประจักษ์ระหว่างสดั สว่ นยอดหนีส้ าธารณะคงค้างต่อ GDP กบั โอกาสของการวกิ ฤตหิ น้ี ผลให้รฐั บาลขาดดุลงบประมาณมากข้นึ นอกจากนีเ้ นอื่ งจากภาครัฐมกั มีหนีท้ ม่ี ิไดเ้ ปดิ เผยสาม เพอื่ ประเมินถึงความสามารถของข้อก�ำ หนดทวี่ า่ ดว้ ยยอดหนสี้ าธารณะคงค้างตอ่ GDP (hidden debt) ตา่ ง ๆ ดงั นัน้ เมื่อเกดิ วิกฤติ ยอดหนส้ี าธารณะจะพงุ่ ข้นึ สูงมาก Reinhartที่ถกู ระบไุ วใ้ นกรอบความยั่งยนื ทางการคลงั ในการป้องกันการเกดิ วิกฤตหิ น้ีของประเทศไทย & Rogoff (2009) พบว่าโดยเฉลย่ี ยอดหน้สี าธารณะจะเพม่ิ ขนึ้ ถงึ รอ้ ยละ 86 สามปหี ลงั เกิดและส่ี เพอื่ น�ำ เสนอขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบายทเ่ี กี่ยวข้องกับกรอบความยงั่ ยนื ทางการคลัง วกิ ฤติสถาบนั การเงนิ นอกจากนี้ De Paoli et al. รายงานวา่ จากขอ้ มูลปี 1970 – 2000ของประเทศไทย การเกิดวกิ ฤตหิ น้ีเพียงอยา่ งเดียวน้นั มีโอกาสเกิดข้นึ น้อยมาก วิกฤตหิ นท้ี ่เี กิดขึน้ มกั เกิด ควบคู่ (twin crisis) กับวิกฤตสิ ถาบนั การเงิน หรอื พรอ้ มกบั วิกฤติอัตราแลกเปลี่ยน และท่ีวกิ ฤตหิ นแ้ี ละหน้สี าธารณะของประเทศไทย พบบอ่ ยทส่ี ุดประมาณครง่ึ หนึ่งของขอ้ มลู คือไตรวิกฤติ (triple crises) คอื การเกิดวกิ ฤติทงั้ สามประเภทในเวลาเดียวกนั ค�ำ จ�ำ กัดความของ “วกิ ฤติหน้ี” นน้ั มหี ลากหลาย ซ่ึงค�ำ จำ�กัดความท่ีกว้างทีส่ ดุ คอื สำ�หรับผลท่ีเกิดต่อประเทศจากวิกฤติหน้ีหรืออีกนัยหนึ่งผลของการหยุดชำ�ระหนี้สถานการณท์ ่ีประเทศไมส่ ามารถชำ�ระหนไี้ ดต้ ามก�ำ หนด Reinhart & Rogoff (2009) ได้ให้ น้นั ไดแ้ ก่ ผลกระทบตอ่ ต้นทนุ ทางการเงินที่เพม่ิ สงู ขน้ึ ความยากในการหาแหลง่ เงนิ ทนุ ในค�ำ จ�ำ กดั ความของวิกฤติหน้ีไวว้ ่า วกิ ฤติหนี้ภายนอกประเทศคือสถานการณ์ทป่ี ระเทศหยดุ อนาคตปญั หาทอ่ี าจเกิดในดา้ นการคา้ ระหวา่ งประเทศ (เน่อื งจากขาดสภาพคล่องหรือเงินชำ�ระหน้ี (default) ไม่สามารถชำ�ระหน้ไี ด้ (เงินต้นหรอื ดอกเบี้ย) ภายในระยะเวลาท่ีกำ�หนด ทนุ หมนุ เวยี นในการจัดการ) และอาจเกิดปญั หาการลงทนุ จากตา่ งประเทศ (เนอื่ งจากความการเลอ่ื นชำ�ระและการปรบั โครงสร้างหน้ี วกิ ฤติหนี้ภายในประเทศคือสถานการณเ์ ดียวกัน ไม่มั่นใจ) นอกจากนี้ Cohen (1992) ยังพบวา่ วิกฤตหิ นี้ส่งผลตอ่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจกับวกิ ฤตภิ ายนอกประเทศ และรวมถงึ การยดึ เงินฝากของสถาบนั การเงินนอกจากน้ี Rein- โดยในช่วงทศวรรษที่ 80 ซึง่ เปน็ ชว่ งทห่ี ลายประเทศมปี ญั หาวกิ ฤติหน้ี อัตราการขยายตวัhart (2010) ยงั เพิ่มสถานการณท์ ป่ี ระเทศเข้ารับความช่วยเหลอื ทางการเงนิ จากโครงการ ทางเศรษฐกจิ เมอ่ื เปรียบเทยี บกบั สองทศวรรษกอ่ นหนา้ ประเทศเหล่านี้โดยเฉลีย่ มอี ตั ราของ IMF (Memorandum item on IMF program) ในคำ�จ�ำ กัดความดว้ ย ส�ำ หรับค�ำ การขยายตัวทางเศรษฐกจิ ต�ำ่ ลงรอ้ ยละ 4.9 ซึง่ กวา่ คร่ึงหนึ่งของทล่ี ดลงเปน็ ปรากฏการณ์ทว่ัจำ�กัดความท่ีละเอยี ดมากขน้ึ เชน่ การมียอดชำ�ระคงค้างของเงินตน้ และดอกเบ้ยี มากกวา่ โลก ในขณะที่รอ้ ยละ 0.8 เกดิ จาก term of trade ทีล่ ดลง รอ้ ยละ 0.5 เป็นการลดลงของรอ้ ยละ 5 ของยอดทง้ั หมดและการปรบั โครงสร้างหน้ขี อง Detragiache & Spilimbergo การลงทนุ และร้อยละ 0.9 เปน็ ส่วนทีไ่ ม่ทราบสาเหตหุ รือเป็นการลดลงของผลิตผล (pro-(2001) หรอื แยกเป็นยอดเงินตน้ ค้างชำ�ระมากกวา่ รอ้ ยละ 15 และดอกเบย้ี ร้อยละ 5 และ ductivity) นอกจากนีห้ ากวัดเป็นความสญู เสยี ของผลผลติ (output loss) เม่ือเทียบกบั ค่าการปรบั โครงสรา้ งหน้ขี อง De Paoli et al. (2006) นอกจากนี้ Pescatori & Sy (2004) แนวโนม้ (Hodrick Prescott filter) ของประเทศในชว่ งทม่ี วี กิ ฤตหิ น1้ี De Paoli et al. (2006)กลา่ วว่าค�ำ จำ�กัดความท่พี ิจารณาเพียงปญั หาในการจา่ ยหนีน้ ้ันแคบเกนิ ไป ควรรวมความถงึbond spread ของประเทศที่สงู ข้นึ ถงึ ระดบั หน่ึง(1,000 basis points) ซง่ึ bond spread 1ชวำ�ิกรฤะดตอิหกนเี้ใบนี้ยงรา้อนยศลึกะษา5ขแอลงะDกeารเPลaื่อoนliกำ�eหt นaดl.กาหรมชาำ�ยรถะึงหกนาี้รมียอดค้างชำ�ระเงินต้นร้อยละ 15 ยอดค้างนเ้ี ปน็ ตวั บ่งชีท้ ดี่ ถี ึงปญั หาวิกฤติหนี้ทจี่ ะเกิดขึ้น ทัง้ นเี้ นอื่ งจากในปัจจุบัน มกี ารพัฒนาตลาด

200 วกิ ฤตหิ นกี้ บั กรอบความยงั่ ยนื ทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพ่อื พัฒนาการเศรษฐกิจ 201ซง่ึ ใชข้ อ้ มลู ปี 1970 – 2000 พบวา่ คา่ เฉลี่ยมธั ยฐานของความสูญเสยี อย่ทู ่ีร้อยละ 7 ต่อ 1995 สหรฐั ฯ มีเศรษฐกิจทีแ่ ข็งแกรง่ ในขณะท่ีเศรษฐกจิ ญ่ปี ุน่ ซบเซา คา่ เงินดอลลาร์จึงปี และหากวิกฤตหิ นเี้ กิดข้ึนพร้อมกบั วิกฤตสิ ถาบันการเงนิ ความสญู เสียจะเกิดมากข้นึ เปน็ เพิ่มคา่ เมอื่ เทยี บกับเงินเยน เงนิ บาทซึ่งผกู คา่ เงินไวก้ ับดอลลารส์ หรัฐฯ จึง over value เมือ่ร้อยละ 10.8 ต่อปี และความสญู เสยี จะรนุ แรงทส่ี ดุ หากเปน็ ไตรวิกฤติที่ระดบั ร้อยละ 22.1 เทียบกบั เงินเยนและเงินตราสกุลอืน่ ๆ นอกจากนี้ประเทศไทยกม็ ปี ัญหาขาดดลุ บัญชเี ดินตอ่ ปี สะพัดมาเปน็ เวลานาน (ซ่งึ การขาดดลุ บัญชีเดินสะพดั เป็นเวลานานน้ีไดร้ บั การชดเชยด้วย สาเหตุที่ไตรวิกฤติที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดได้ก่อความสูญเสียต่อผลผลิตมากนั้น De อตั ราการขยายตวั ท่สี ูง) โดยในปี 1996 ขาดดุลถงึ ร้อยละ 8.5 ของ GDP ประกอบกับอัตราPaoli et al. ไดอ้ ธบิ ายว่า (รปู ท่ี 1) ประเทศเศรษฐกิจเกดิ ใหม่มักกูย้ ืมเงนิ จากสถาบันการเงิน การขยายตัวทางเศรษฐกิจปรบั ตัวลดลงเหลอื รอ้ ยละ 5.9 ซ่งึ ลดลงจากค่าเฉลย่ี ทีป่ ระมาณในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ดังนน้ั หากรฐั บาลปรบั โครงสร้างหน้ีหรือหยดุ ชำ�ระหนีต้ ่อธนาคาร ร้อยละ 9.5 ต่อปใี นช่วงสบิ ปที ี่ผา่ นมา ดงั นนั้ ในปี 1997 จงึ เกดิ วกิ ฤติอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลเหล่านี้ย่อมเป็นการสร้างปัญหาให้กับธนาคาร อาจก่อให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง หาก ให้ต้องลอยตัวค่าเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงนิ บาทไดป้ รับตวั ลดลงอย่างมาก จากวิกฤติสถาบันไมล่ ม้ ละลายก็อาจตอ้ งเพิม่ ทนุ และไม่สามารถเปน็ ตวั กลางทางการเงนิ ให้กบั ระบบเศรษฐกิจ การเงินประกอบกบั วิกฤตอิ ตั ราแลกเปลย่ี น ส่งผลให้ยอดหน้ีสาธารณะเพิม่ ขึน้ มากกว่าเทา่ตอ่ ได้ ย่อมสง่ ผลตอ่ ภาคการผลติ และบริโภค ซึง่ วิกฤติสถาบันการเงินนจ้ี ะกลับยิง่ ส่งผลให้ ตัวจากการรบั หนภี้ าคเอกชน และคา่ เงินบาททป่ี รับตัวลง โดยในปี 1997 ยอดหนค้ี งคา้ งต่อวกิ ฤติหน้สี าธารณะย�ำ่ แย่ลง โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หากประเทศนน้ั ไมส่ ามารถหาแหล่งเงนิ ทุน GDP ขน้ึ ไปอยู่ทร่ี ้อยละ 40.2 เพมิ่ ขนึ้ จากร้อยละ 14.9 ในปีก่อนหน้า และปรับตัวเพม่ิ ข้ึนตอ่จากภายนอกได้หรอื ไดด้ ว้ ยต้นทนุ ท่แี พงซง่ึ เม่ือวิกฤตสิ ถาบันการเงินเกดิ ขึน้ ในขณะท่สี ถานะ เน่อื งจนไปสู่ระดบั สูงสดุ ท่ีรอ้ ยละ 57.2 ในปี 2001 ดงั แสดงในรปู ท่ี 3 หนที้ ีเ่ กดิ ข้ึนน้นั ส่วนทางการคลังอ่อนแอ รัฐบาลย่อมไม่มเี คร่ืองมอื ในการจัดการวกิ ฤติ สง่ ผลใหว้ ิกฤติลุกลาม ใหญเ่ ปน็ หนร้ี ะยะสน้ั ประกอบกับเงนิ คงคลังทลี่ ดลงอย่างมาก มีปัญหาในการช�ำ ระหน้ี ในปีและรุนแรงมากขึ้นกว่าการเกดิ วกิ ฤติหนเ้ี พยี งอยา่ งเดยี ว ในขณะเดียวกนั หากประเทศ 1997 และ ปี 1998 จึงต้องขอรบั ความชว่ ยเหลือจาก IMF จากไตรวกิ ฤตทิ ี่เกดิ ขนึ้ นีส้ ง่ ผลมวี ิกฤติหนภ้ี ายนอกประเทศดว้ ย จะก่อให้เกดิ ขอ้ สงสยั วา่ ประเทศมีเงินตราตา่ งประเทศ ให้ไทยมีอัตราการหดตวั ทางเศรษฐกิจอยา่ งรุนแรงทสี่ ุดในประวัตกิ ารณถ์ งึ ร้อยละ 10.5 ในปีสำ�รองเพียงพอท่ีจะสามารถตอ่ สเู้ พอื่ อัตราแลกเปลยี่ นได้หรือไม่ ดังนน้ั หากเกดิ specula- 1998tive attack และอัตราแลกเปลย่ี นออ่ นตัวลง ย่อมส่งผลให้ยอดหนีแ้ ละตน้ ทุนในการชำ�ระ จะเห็นได้ว่าจากอดีตท่ีผ่านมาประเทศไทยมิได้มีสัดส่วนหน้ีสาธารณะในอัตราที่หนีเ้ พม่ิ ข้นึ และหากประเทศใช้นโยบายทางการเงินตรึงตัวเพอ่ื ชว่ ยพยงุ อตั ราแลกเปลย่ี น สงู นกั เมอ่ื เทียบกับ GDP โดยคา่ เฉลี่ยในชว่ งปี 1970 – 1996 อย่ทู ีป่ ระมาณร้อยละ 28.1กย็ ่อมสง่ ผลกระทบต่อสภาพคล่องในระบบการเงนิ และอปุ สงคร์ วมของประเทศให้ลดลง แต่ประเทศก็ประสบปญั หาวิกฤตหิ น้ี โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ประเทศไทยเกิดวิกฤติหนใ้ี นขณะอย่างไรก็ตาม อตั ราแลกเปล่ียนทอี่ ่อนตัวลงมีส่วนช่วยในด้านการค้าระหว่างประเทศในการ ที่สดั สว่ นหน้มี เี พยี งร้อยละ 14.9 ในปี 1996 และหลงั จากวิกฤตคิ ่าเฉล่ียของสัดส่วนหน้ีต่อเพมิ่ ความสามารถในการแขง่ ขันให้ดีข้นึ ซงึ่ ตอ้ งใช้ระยะเวลาหนง่ึ จึงจะช่วยบรรเทาผลผลิตที่ GDP อย่ทู ร่ี ะดับร้อยละ 47.6 ซึ่งปรับตัวสูงข้ึนมากจากช่วงกอ่ นหน้าวกิ ฤติ แตย่ งั อยู่ภายใต้ลดลงน้นั กรอบความยง่ั ยืนทางการคลงั ทร่ี ะดับร้อยละ 60 จากการประมาณการสัดสว่ นหนี้ต่อ GDP ส�ำ หรับประเทศไทย จากขอ้ มลู และภายใต้คำ�จำ�กดั ความวกิ ฤตหิ น้ขี อง Reinhart ในปี 2011 -2019 ของสำ�นกั งานบริหารหนี้สาธารณะพบว่า สดั ส่วนหนี้จะคอ่ ย ๆ ปรับตัว(2010) ในช่วงปี 1970 – 2009 ประเทศไทยประสบปญั หาวิกฤตหิ นีห้ กครง้ั โดยเปน็ การ เพ่ิมขนึ้ จาก ณ พฤศจกิ ายน 2010 ที่รอ้ ยละ 41.4 เปน็ 44.8 ในปี 2011 และสู่จดุ สงู สดุ ท่ีเข้าโครงการ IMF ห้าครัง้ ในปี 1978 1981 1982 1985 และ 1997 และเปน็ ปัญหาวิกฤติ ร้อยละ 48.4 ในปี 2015 และค่อย ๆ ปรับตัวลดลงไปอยูท่ ่ีร้อยละ 44.6 ในปี 20152 ดงั แสดงหน้ีต่างประเทศทต่ี อ้ งปรบั โครงสรา้ งหนีใ้ นปี 1997 และ 1998 แตไ่ ม่เคยปรากฏวกิ ฤติหนี้ ในรปู ที่ 4 ซ่ึงเปน็ การประมาณการทีย่ งั อยูภ่ ายใตก้ รอบท่รี ้อยละ 60 อยา่ งไรกต็ าม กม็ ีความในประเทศ (รปู ท่ี 2) ส�ำ หรับวกิ ฤตหิ นท้ี ส่ี ่งผลกระทบอย่างมากสำ�หรบั ประเทศไทยน้ันได้แก่ เป็นไปได้ทสี่ ัดส่วนหน้ีจะมากกว่ากรอบความยัง่ ยืนทร่ี อ้ ยละ 60 ดงั ท่ี สรุ จิต ลกั ษณะสุต และวิกฤติหนป้ี ี 1997 และ 1998 ซึ่งเป็นไตรวิกฤติ โดยเกดิ วกิ ฤติธนาคารในปี 1996 หลังจาก คณะ (2010) ได้แสดงใหเ้ ห็น (รปู ที่ 5) ซึง่ สาเหตุสำ�คัญทอี่ าจก่อใหย้ อดหนี้สูงกว่าร้อยละ 60การเปดิ เสรีทางการเงนิ และมีการไหลเขา้ ของเงินทนุ อย่างสูง เกิดภาวะฟองสบใู่ นตลาดอสังหาริมทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ หนภี้ าคเอกชนปรบั ตวั สูงมาก ซึง่ เม่ือเงินทุนไหลออก 2ภายใต้การประมาณการ GDP และข้อมูลการขาดดุลงบประมาณจากสำ�นักงานเศรษฐกิจการคลังตลาด crash ก่อให้เกิดวิกฤติสถาบนั การเงิน ภาครัฐต้องเขา้ รับภาระหนีเ้ อกชนจากธนาคาร (nominal GDP growth rate ปี 2011 ที่ร้อยละ 7 ปี 2012 ที่ร้อยละ 8 ปี 2013 - 2019 ที่ร้อยละ 7.5และสถาบันการเงินที่มีปัญหา ในขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาค่าเงินบาท เนื่องจากในช่วงปี ต่อปี) ข้อสมมุติการกู้เพื่อการลงทุนสุทธิของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไปให้ขยายตัว เท่า nominal GDP growth rate และกำ�หนดให้งบชำ�ระเงินต้นเป็นร้อยละ 3 ของงบประมาณรายจ่าย

202 วิกฤติหน้ีกับกรอบความย่งั ยืนทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พฒั นาการเศรษฐกิจ 203ไดค้ อื ความสามารถในการเพ่ิมรายไดข้ องภาครฐั ท่ียังมีข้อจ�ำ กัด ในขณะทรี่ ายจ่ายประจำ�ที่ = 1 ถ้าประเทศ i มวี ิกฤตหิ น้ีทเี่ กิดขนึ้ โดยการผดิ นดั มีภาระผูกพนั มแี นวโนม้ สงู ขนึ้ มาก ดงั แสดงในรปู ท่ี 6 ซึง่ รายจา่ ยประจำ�ที่มภี าระผูกพนั ที่ ช�ำ ระหนีห้ รอื การพกั ชำ�ระหนภี้ ายนอกประเทศสำ�คัญคอื รายจ่ายดา้ นการศกึ ษา (นโยบายเรียนฟรี 15 ปี กองทุนเงนิ ให้กูย้ ืมเพือ่ การศึกษา (External debt crisis) ในปี tการสนับสนุนสถานศกึ ษาของรฐั ) รายจ่ายดา้ นสาธารณสขุ (กองทุนหลักประกันสุขภาพ = 0 ถ้ามิฉะนัน้ถว้ นหนา้ กองทุนประกันสังคม คา่ ใช้จา่ ยในการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ลกู จ้างและ  = 1 ถา้ ประเทศ i มวี ิกฤตหิ น้ที ี่เกดิ ขึน้ โดยการผดิ นัด พนักงานของรัฐ) ซึ่งจะเปน็ ภาระมากขึน้ จากการเขา้ สู่สงั คมคนชราของประเทศ และรายจา่ ย ช�ำ ระหนห้ี รือการพักช�ำ ระหนีภ้ ายในประเทศดา้ นอื่น ๆ ท่ีส�ำ คญั เช่น เงนิ เบีย้ หวดั บำ�เหนจ็ บ�ำ นาญข้าราชการ โครงการเบยี้ ผสู้ ูงอายุ และ (Domestic debt crisis) ในปี tกองทนุ การออมแหง่ ชาติ ทอ่ี าจเปน็ ภาระส�ำ คญั ตอ่ ไปในอนาคต นอกจากนย้ี งั มนี โยบายอน่ื ๆ เพอ่ื = 0 ถ้ามฉิ ะน้นัเพม่ิ สวสั ดกิ าร และชว่ ยเหลอื ผดู้ อ้ ยโอกาสทางเศรษฐกจิ และสงั คม เชน่ โครงการประชาภวิ ฒั น์ นอกจากน้ี คณะผู้วิจยั ยงั ได้พจิ ารณาเติมตวั แปรหุ่นของประเทศที่เกดิ วกิ ฤติเศรษฐกิจและได้ซงึ่ บางแผนงานของโครงการอาจกอ่ ใหเ้ กิดรายจา่ ยผูกพันในอนาคตทีส่ งู ได้ เช่น แผนส่งเสรมิ รบั ความช่วยเหลือทางการเงินในโครงการของกองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ IMFใหแ้ รงงานนอกระบบเข้าถงึ สินเชือ่ สถาบันการเงิน เปน็ ตน้  3 = 1 ถา้ ประเทศ i อยใู่ นโครงการชว่ ยเหลอื ทางการเงนิ จากท่ีกล่าวมาภาครัฐยังมีความท้าทายทางการคลังซ่ึงอาจเป็นตัวสร้างความอ่อน จาก IMF (Memorandum item on IMFไหวตอ่ วิกฤติ ดังนน้ั จงึ จ�ำ เปน็ อยา่ งยงิ่ ทีจ่ ักตอ้ งทบทวนกรอบทางการคลังทีก่ �ำ หนดไวเ้ พอ่ื ให้ program) ในปี tมั่นใจไดว้ ่าจะสามารถทนทานตอ่ วกิ ฤตทิ ่อี าจจะเกิดขน้ึ ในอนาคต = 0 ถ้ามฉิ ะนน้ั ส�ำ หรบั Xคอื เซตของตวั แปรทางเศรษฐกจิ มหภาค(Macroeconomicvariables) ที่วิธีการศกึ ษา เคยถกู ระบใุ นงานศกึ ษาอน่ื ๆ ที่ผ่านมาวา่ เปน็ ปัจจัยสำ�คญั ท่ีใชใ้ นการกำ�หนดโอกาสของการ เกดิ วกิ ฤติหนี้ ซงึ่ ไดแ้ ก่ ตวั แปรสัดสว่ นดลุ บัญชเี ดินสะพัดต่อ GDP (Current account แบบจ�ำ ลองวกิ ฤตหิ น้ี balance in percent of GDP, CA) ตัวแปรอตั ราดอกเบย้ี ระยะสัน้ ของสหรฐั อเมริกา การศึกษาถึงความสัมพันธ์เชิงประจักษ์ระหว่างโอกาสของการเกิดวิกฤติหน้ีกับ (US Treasury bill rate, US T-Bill) เพอื่ ใช้วดั สภาพความตงึ ตัวของสภาพคลอ่ งทางการเงนิสดั ส่วนยอดหนสี้ าธารณะตอ่ GDP ซง่ึ เป็นตวั แปรทส่ี นใจของการศกึ ษาน้ี แบบจ�ำ ลองทาง ในระดับโลก นอกจากน้ี คณะผู้วจิ ยั ไดเ้ พิ่มตวั แปรอตั ราดอกเบีย้ ท่แี ท้จริงในประเทศ (Realเศรษฐมติ ิทใี่ ช้ได้ดดั แปลงมาจากแบบจำ�ลองวิกฤติหนี้ท่ใี ช้ในงานศกึ ษาของ Manasse & interest rate, Interest) เพือ่ ใช้วดั สภาพความตึงตัวของสภาพคลอ่ งทางการเงนิ ในประเทศRoubini (2009) และ Manesse et al. (2003) แต่มีการเพิ่มเตมิ ตัวแปรหนุ่ สัดสว่ นยอดหนี้ ตัวแปรอิสระอื่น ๆ ยังประกอบไปด้วย ตัวแปรอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสาธารณะในระดบั ตา่ งๆเพื่อจับระดบั หนส้ี าธารณะที่อาจมีผลต่อการเปลีย่ นแปลงโครงสรา้ ง (Real GDP growth, GDPG) ตัวแปรสัดสว่ นมูลค่าการลงทนุ ทางตรงจากต่างประเทศสทุ ธิความน่าจะเป็นของการเกิดวิกฤติหนี้ได้ โดยแบบจำ�ลองวกิ ฤติหนีท้ ่ีใชม้ ีลกั ษณะดังน้ี ต่อ GDP (FDI net inflows in percent of GDP, FDI) และตัวแปรที่ใชว้ ัดระดับการเปิด ประเทศ (Openness) ซงึ่ ปกติแล้วจะคำ�นวณจากสดั สว่ นรวมมูลค่าสง่ ออกและนำ�เข้าตอ่ GDP แตเ่ น่ืองจากคณะผ้วู จิ ยั มสี มมตฐิ านว่า ลกั ษณะเศรษฐกจิ ที่ข้ึนอย่กู บั ประเทศอื่น ๆ ใน คือ คา่ สัมประสิทธ์ิคงที่ท่ีประมาณได้ (Estimated coefficient) คอื ดา้ นการส่งออกและในดา้ นการน�ำ เข้า อาจมีผลตอ่ โอกาสของการเกิดวกิ ฤตหิ นีท้ ่ีแตกต่างกนัค่าความคลาดเคลอ่ื น (Error term) คณะผู้วิจัยจึงได้แบ่งตัวแปรระดับการเปิดประเทศออกเป็นตัวแปรสัดส่วนการนำ�เข้า ตวั แปรตามหรือตวั แปรวิกฤตหิ นี้  คือเซตของตัวแปรหนุ่ ของการเกดิ ตอ่ GDP (Import in percent of GDP, IMP) และตวั แปรสดั ส่วนการสง่ ออกต่อ GDPวิกฤติหนี้ ซ่งึ ประกอบด้วย (Export in percent of GDP, EXP) คณะผู้วิจยั ยงั ได้น�ำ ตัวแปรสดั ส่วนทนุ ส�ำ รองระหวา่ ง

204 วิกฤตหิ น้กี ับกรอบความยงั่ ยืนทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพ่อื พัฒนาการเศรษฐกิจ 205ประเทศรวมท้งั หมดตอ่ GDP (Total reserve in percent of GDP, Reserve) และตวั แปรท่ี Development Finance ท่ีมขี ้อมลู จ�ำ กัดเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ก�ำ ลังพฒั นาเทา่ นัน้ใชว้ ัดความผันผวนของอัตราเงนิ เฟอ้ (Inflation Volatility, STDINF) ซึ่งวดั จากคา่ สว่ นเบ่ียง (Abbas et al., 2010) ส�ำ หรับแหล่งขอ้ มูลของตัวแปรอนื่ ๆ มาจากฐานข้อมูลของ Worldเบนมาตรฐานของอตั ราเงินเฟ้อทีป่ ระมาณการได้ นอกจากน้ี คณะผู้วิจยั ยงั ได้น�ำ ตวั แปรแนว Bank ได้แก่ Word Development Indicators และ Global Development Financeโนม้ ชว่ งเวลา (Time trend, Trend) เพือ่ วดั ผลของแนวโน้มช่วงเวลาทมี่ ตี อ่ โอกาสในการ และฐานขอ้ มูลของ IMF ได้แก่ International Financial Statisticsเกดิ วกิ ฤติหนีเ้ ข้าไวใ้ นแบบจ�ำ ลองอกี ด้วย ถึงแม้ว่าฐานข้อมูลของตัวแปรตามหรือตัวแปรการเกิดวิกฤติหน้ีจะมาจากฐาน ตัวแปรทส่ี นใจของการศกึ ษาน้ี ไดแ้ ก ่  คือตัวแปรสดั ส่วนหน้สี าธารณะตอ่ GDP ข้อมูลของ Reinhart ท่คี รอบคลุมถงึ 70 ประเทศด้วยกนั แตผ่ ลท่ไี ดจ้ ากการประมาณการ(Public debt in percent of GDP, PDEBT) และ Trigger Y คือเซตของตัวแปรหุน่ แบบจ�ำ ลองวิกฤตหิ นี้ที่ได้พบว่า มเี พยี ง 66 ประเทศทีม่ ขี ้อมลู เพียงพอในการประมาณการระดับ Trigger level ของสัดส่วนหนี้สาธารณะตอ่ GDP ท่อี าจกอ่ ให้เกิดการเปล่ยี นแปลง ได้ ส�ำ หรับช่วงเวลาท่ใี ชใ้ นการศกึ ษาครอบคลมุ ตัง้ แต่ปี ค.ศ.1970-2009 และฐานขอ้ มูลท่ีใช้โครงสร้างของโอกาสในการเกิดวิกฤติหนี้ โดยหากมีระดับหนี้สาธารณะที่ก่อให้เกิดการ เป็น Unbalance panel ตามลักษณะของข้อมลู ทมี่ ีในแตล่ ะประเทศเปลีย่ นแปลงของโอกาสในการเกดิ วกิ ฤติหนท้ี ีน่ อกเหนือจากแนวโน้มโดยปกตแิ ลว้ ตวั แปร สำ�หรับวิธีการประมาณการแบบจำ�ลอง งานศกึ ษานเ้ี ริม่ ตน้ โดยใชว้ ธิ ีการประมาณหุ่นจะแสดงทิศทางและนัยส�ำ คญั ทางสถติ ิ โดยประกอบด้วยตวั แปรหุ่นระดับสดั สว่ นยอดหน้ี การแบบจำ�ลองดว้ ยวธิ ี OLS ซึ่งไดเ้ พ่มิ ตวั แปรห่นุ ของแต่ประเทศเพ่ือจับผลของลักษณะสาธารณะทเ่ี รม่ิ ตน้ จากระดบั ยอดหนส้ี าธารณะตอ่ GDP ขน้ั ต�ำ่ มากกวา่ 10% (DPDEBT>10) ประเทศที่แตกต่างกนั นอกจากนี้ งานศกึ ษานีย้ ังได้ใช้วธิ กี ารประมาณการแบบจำ�ลอง(ซงึ่ จะมคี ่าเทา่ กับ 1 ถา้ มฉิ ะน้ันจะมคี ่าเทา่ กับ 0) ตวั แปรหนุ่ ระดับสดั ส่วนยอดหน้สี าธารณะ ดว้ ยLogit model ซง่ึ จะมีความเหมาะสมกว่าแบบจำ�ลอง Probit ในกรณีท่ีตวั แปรตามตตวัอ่ แGปDรPหนุ่มราะกดกบั วสา่ ดั 2ส0ว่ %นย(DอดPหDนEBส้ี าTธ>า2ร0ณ)ะ(โตดอ่ ยปGรDับPเพขน้ัิม่ ตค�ำ่า่ มตาวั กแกปวรา่ ห1นุ่ 2ข0้นึ %คร(ั้งDลPะD1E0B%T>)1ไป20จ)นถงึ มีลักษณะการกระจายตวั ของความนา่ จะเป็นท่มี ีลักษณะไม่ปกติมากกวา่ นอกจากน้คี ณะ คณะผู้วจิ ยั ได้ประมาณการแบบจำ�ลองวิกฤตหิ นี้ออกเป็น 3 ลกั ษณะ คือ หนง่ึ แบบ ผู้วจิ ยั ได้ประมาณการแบบจ�ำ ลองวิกฤตหิ นี้ โดยใชข้ ้อมูลรวมของทุกประเทศและแยกจ�ำ ลองวกิ ฤตหิ น้ที ี่เปน็ พืน้ ฐาน (Base model) ที่ไม่ได้มีการนำ�ตวั แปรหนุ่ Trigger Y เข้าไว้ ประมาณเฉพาะกลุ่มประเทศท่กี �ำ ลงั พฒั นา เพอ่ื เปรียบเทียบผลทีไ่ ดซ้ งึ่ อาจมีความแตกตา่ งในแบบจำ�ลอง สอง แบบจ�ำ ลองพนื้ ฐานทีน่ �ำ ชุดตวั แปรหุ่นสัดสว่ นยอดหนี้สาธารณะตอ่ GDP กัน นอกจากนีค้ ณะผวู้ ิจัยได้ใช้วิธกี ารประมาณการแบบ Robust variance estimator เพื่อในระดบั ตำ่� ไม่เกินร้อยละ 60 (DPDEBT>10,...,DPDEBT>60) เขา้ ไว้ในแบบจ�ำ ลอง (Base ควบคุมปญั หา Heterogeneity ท่อี าจเกิดขน้ึ ระหวา่ งประเทศท่อี าจมไี ด4้ ส�ำ หรบั ตวั แปรmodel with low debt dummies) และสาม แบบจ�ำ ลองพืน้ ฐานท่ีน�ำ ชุดตัวแปรหุน่ สดั ส่วน อิสระท่ใี ชใ้ นแบบจ�ำ ลองทง้ั หมดยอดหนีส้ าธารณะต่อ GDP ในระดับสงู ท่ีเกนิ รอ้ ยละ 60 (DPDEBT>70,...,DPDEBT>120)เขา้ ไวใ้ นแบบจำ�ลอง (Base model with high debt dummies) เพอ่ื เปรยี บเทยี บความ วิกฤติหน้ที ปี่ รากฏสามารถในการคาดการณ์วกิ ฤติหนท้ี ีผ่ า่ นมา ข้อมลู และประเดน็ ทางเศรษฐมิติ ตารางท่ี 1 แสดงสถติ ิเชงิ พรรณา (Descriptive statistics) ของสดั สว่ นยอดหน้ี ข้อมูลของตัวแปรหุ่นของการเกิดวิกฤติหนี้ทั้งสามประเภทมาจาก Reinhart สาธารณะต่อ GDP ของกลมุ่ ประเทศทเ่ี กิดวิกฤติหนี้ (Crisis countries) และกลุ่มประเทศท่ีขอ้ มลู ระดบั สดั สว่ นยอดหนส้ี าธารณะตอ่ GDP มาจากขอ้ มลู ทพ่ี ง่ึ ถกู รวบรวมโดย IMF’s FiscalMonitor ในเดอื นธนั วาคม 20103 ซง่ึ เป็นฐานข้อมูลหนี้สาธารณะทมี่ ีความ ครอบคลุม 4คณะผู้วิจัยได้ทดลองประมาณการแบบจำ�ลองโดยใช้ตัวแปรอิสระที่มีค่าย้อนหลัง 1 ปี (One-ประเทศต่าง ๆ มากถงึ 164 ประเทศ ครอบคลุมทง้ั ประเทศทพี่ ฒั นาแลว้ และประเทศทีก่ ำ�ลงั year lagged period) เพ่ือหลีกเลี่ยงปญั หา Endogeneity ที่อาจมไี ด้ แตท่ ั้งนผ้ี ลการศกึ ษาท่ไี ด้พฒั นา ข้อมูลของ IMF’s Fiscal Monitor มคี วามครบถว้ นสมบรู ณ์มากกว่าฐานข้อมลู หน้ีที่ มีความใกล้เคียงกันกับผลที่ได้จากแบบจำ�ลองที่ได้มีการกำ�หนดตัวแปรอิสระท่ีมีค่าในปีปัจจุบันนยิ มถกู ใช้ในงานศกึ ษาอน่ื ๆ ท่ีผา่ นมา ซึ่งส่วนใหญ่มาจากฐานขอ้ มูล World Bank’s Global แต่ทั้งนี้เม่ือพิจารณามีความแม่นยำ�ในการคาดการณ์โอกาสของการเกิดวิกฤติหนี้ที่ผ่านมาของ ประเทศไทย ผลท่ีไดจ้ ากแบบจำ�ลองทใ่ี ช้คา่ ตัวแปรอิสระในปปี ัจจบุ นั มีความแม่นยำ�กวา่ ดังนน้ั3สามารถดึงข้อมูลได้จาก http://www.imf.org/external/ns/cs.aspx?id=262 คณะผู้วิจัยจึงตัดสินใจใช้แบบจำ�ลองที่ใช้ตัวแปรอิสระในปีปัจจุบันในการประมาณการโอกาสของ การเกดิ วิกฤตหิ น้ี

206 วิกฤติหนี้กับกรอบความย่งั ยืนทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พฒั นาการเศรษฐกิจ 207ไมเ่ กดิ วกิ ฤติหน้ี (Non-crisis countries) ในช่วงปี ค.ศ. 1970-2009 เม่ือพจิ ารณาขอ้ มลู รวม ทก่ี �ำ ลงั พฒั นาพบวา่ เกดิ ขน้ึ รอ้ ยละ 19.9 ของขอ้ มลู ทง้ั หมด โดยประเทศทเ่ี กดิ วกิ ฤตหิ นท้ี พ่ี บของทุกประเทศพบว่า วกิ ฤติหนท้ี ี่เกิดโดยการผิดนดั ช�ำ ระหน้หี รือการพกั ชำ�ระหนี้ภายนอก สดั สว่ นยอดหนส้ี าธารณะตอ่ GDP ต�ำ่ สดุ อยทู่ ร่ี อ้ ยละ 2.7 (ประเทศโรมาเนยี ในปี ค.ศ. 1991)ประเทศ (External debt crisis) เกดิ ขึ้นร้อยละ 16.2 ของข้อมูลท้ังหมด โดยสดั สว่ นหนี้ ข้อมลู ในตารางท่ี 2 แสดงให้เหน็ ถึงคา่ สหสมั พันธ์ (Correlation) ระหว่างวิกฤติต่อ GDP ท่ตี ่�ำ สดุ ของกลมุ่ ประเทศที่เกิดวิกฤติหนีอ้ ยทู่ ่รี อ้ ยละ 9.96 (ประเทศเกาหลีใตใ้ นปี หนท้ี ง้ั สามประเภท วิกฤตหิ น้ีท่ีเกิดขน้ึ โดยการผดิ นัดช�ำ ระหน้หี รือการพกั ชำ�ระหนี้ภายนอกค.ศ. 1997) ในขณะท่สี ัดส่วนหนีต้ อ่ GDP สงู สุดของประเทศทไี่ มเ่ กดิ วิกฤตหิ นีอ้ ยทู่ ่ีร้อยละ ประเทศมีความสัมพันธ์ที่มีนัยสำ�คัญในทิศทางบวกกับวิกฤติหน้ีท่ีเกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระ244.52 (ประเทศแซมเบียในปี ค.ศ. 1998) ในขณะเดียวกนั วิกฤตหิ นี้ที่เกิดโดยการผดิ นดั หนี้หรือการพักชำ�ระหนี้ภายในประเทศและวิกฤติเศรษฐกิจท่ีประเทศได้เข้ารับความช่วยชำ�ระหน้ีหรือการพกั ชำ�ระหนี้ภายในประเทศ (Domestic debt crisis) เกดิ ขนึ้ ร้อยละ 3.6 เหลอื ทางการเงนิ ของโครงการกองทุนการเงนิ ระหวา่ งประเทศ IMF น่ันคือประเทศทีป่ ระสบซ่ึงเป็นสัดส่วนท่ีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤติหน้ีท่ีเกิดโดยการผิดนัดชำ�ระหนี้หรือการ ปัญหาวกิ ฤตหิ นท้ี เี่ กดิ ข้ึนโดยการผิดนัดชำ�ระหน้หี รอื การพักชำ�ระหนภ้ี ายนอกประเทศ มีพกั ช�ำ ระหน้ภี ายนอกประเทศ โดยสัดสว่ นหน้สี าธารณะต่�ำ สุดของประเทศทเ่ี กิดวกิ ฤตหิ น้ที ี่ โอกาสท่ีจะประสบปัญหาจากวกิ ฤตหิ นอี้ กี สองประเภทที่เหลอื พร้อมกันด้วย แต่ในขณะเกิดโดยการผดิ นดั ชำ�ระหน้หี รือการพักช�ำ ระหน้ีภายในประเทศอย่ทู ่รี อ้ ยละ 5.04 (ประเทศ เดียวกัน กลับไมพ่ บความสมั พันธ์ทีม่ นี ยั สำ�คัญทางสถติ ิระหว่างวิกฤตหิ น้ีท่เี กดิ ข้ึนโดยการกานาในปี ค.ศ. 1982) สำ�หรับวกิ ฤติเศรษฐกิจทป่ี ระเทศไดเ้ ขา้ รบั ความชว่ ยเหลือทางการ ผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการพักชำ�ระหนี้ภายในประเทศกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ประเทศได้เข้ารับเงนิ ของโครงการกองทุนการเงินระหวา่ งประเทศ IMF เกิดขนึ้ รอ้ ยละ 13.7 ของขอ้ มูล ความชว่ ยเหลือทางการเงินของโครงการกองทุนการเงนิ ระหวา่ งประเทศ IMF แต่อย่างใดทงั้ หมด โดยประเทศท่เี กิดวกิ ฤติหนท้ี ่มี ีสดั สว่ นยอดหนส้ี าธารณะต�ำ่ สุดอย่ทู ่ีร้อยละ 1.98 ดงั น้ันข้อมลู วกิ ฤติหนที้ ีป่ รากฏสามารถสรุปไดด้ ังนี้ โอกาสของการเกิดวกิ ฤตหิ นี้(ประเทศฟินแลนด์ในปี ค.ศ. 1975) ประเภทต่าง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกลุ่ม เมื่อพิจารณาข้อมลู เฉพาะในส่วนของกล่มุ ประเทศท่ีพฒั นาแลว้ พบวา่ วกิ ฤตหิ นี้ ประเทศทก่ี ำ�ลังพฒั นา โดยวิกฤติหน้ที ่ีเกิดข้ึนส่วนใหญเ่ กิดขนึ้ ในกล่มุ ประเทศที่ก�ำ ลังพฒั นาที่เกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการพักชำ�ระหนี้ภายนอกประเทศเกิดขึ้นเพียงร้อย แต่ทงั้ น้สี ัดส่วนยอดหนส้ี าธารณะต่อ GDP ต่ำ�สดุ ของกลุ่มประเทศท่ีเกิดวกิ ฤตหิ น้ีในกลมุ่ ของละ 0.5% หรือเกดิ ขึ้นเพียง 5 ข้อมูลจากข้อมูลท่มี ที ัง้ หมด 935 ข้อมูล นอกจากน้ใี นกลุ่ม ประเทศกำ�ลงั พัฒนาที่พบอย่ใู นระดบั ท่ีสงู กว่าในกลุ่มประเทศทพ่ี ัฒนาแล้ว ดงั นน้ั สัดสว่ นหนี้ประเทศที่พฒั นาแลว้ ไมพ่ บว่ามีวกิ ฤติหนที้ ่เี กดิ ขึน้ โดยการผดิ นัดชำ�ระหน้ีหรอื การพักช�ำ ระ สาธารณะตอ่ GDP ท่เี หมาะสมในการปอ้ งกนั มิใหว้ ิกฤติหนี้เกิดขน้ึ จึงอาจมคี วามแตกต่างหนี้ภายในประเทศเกดิ ขน้ึ ส�ำ หรบั วิกฤติเศรษฐกิจท่ปี ระเทศได้เข้าในโครงการช่วยเหลือ กันระหว่างกลุ่มประเทศที่พฒั นาแลว้ และกล่มุ ประเทศทีก่ ำ�ลังพฒั นา นอกจากน้ี ประเทศทางการเงนิ ของกองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ IMF พบว่า เกิดข้ึนเพียงรอ้ ยละ 2.9 ของ ที่ประสบปัญหาวิกฤติหนี้ท่ีเกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการพักชำ�ระหน้ีภายนอกขอ้ มลู ทง้ั หมด ซ่ึงนับว่าน้อยมากเมือ่ เปรียบเทยี บกบั ขอ้ มูลของกล่มุ ประเทศทก่ี ำ�ลงั พฒั นา ประเทศมีแนวโน้มที่จะประสบวิกฤติหนี้ท่ีเกิดข้ึนโดยการผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการพักชำ�ระ ส�ำ หรบั ประเทศทีก่ �ำ ลังพัฒนาพบวา่ วกิ ฤตหิ นท้ี เี่ กิดขึน้ โดยการผดิ นัดช�ำ ระหนี้ หนี้ภายในประเทศกับวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติเศรษฐกิจท่ีประเทศได้เข้ารับความช่วยหรอื การพักช�ำ ระหนภี้ ายนอกประเทศสงู ถงึ รอ้ ยละ 25.3 ของขอ้ มลู ทัง้ หมด โดยประเทศ เหลอื ทางการเงนิ ของโครงการกองทนุ การเงินระหวา่ งประเทศ IMF ไปพรอ้ มกนัท่ีเกดิ วิกฤติหนที้ ่ีพบสัดส่วนยอดหนส้ี าธารณะตอ่ GDP ต�ำ่ สุดอยู่ท่รี อ้ ยละ 19.61 (ประเทศกานาในปี ค.ศ. 1982) ซ่งึ เป็นระดับท่สี ูงกว่าระดบั ต่ำ�สดุ ของประเทศที่เกดิ วิกฤติในกลมุ่ ผลการศึกษาประเทศทพี่ ัฒนาแล้วอยา่ งมาก สำ�หรบั วกิ ฤตหิ นีท้ เ่ี กดิ ข้ึนโดยการผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการพักช�ำ ระหน้ภี ายในประเทศเกิดขึ้นร้อยละ 5.6 โดยสัดสว่ นหน้สี าธารณะต่�ำ สดุ ของประเทศท่ี ผลการประมาณการแบบจำ�ลองท่ไี ดด้ ว้ ยวธิ ีการ OLS ถกู แสดงในตารางท่ี 3-5เกดิ วกิ ฤตหิ นีอ้ ยทู่ ี่ร้อยละ 5.04 (ประเทศกานาในปี ค.ศ. 1982) และเปน็ ท่ีสงั เกตว่า มเี พยี ง และผลการประมาณการทไ่ี ด้ด้วยแบบจ�ำ ลอง Logit ถูกแสดงในตารางที่ 6-8 โดยสามารถกลุ่มประเทศท่ีกำ�ลังพัฒนาเท่าน้ันท่ีพบวิกฤติหนี้ท่ีเกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการ สรุปตามประเภทวกิ ฤติหนไี้ ด้ดังน้ีพกั ช�ำ ระหนภ้ี ายในประเทศเกิดขึ้น สุดท้าย วกิ ฤติเศรษฐกจิ ทีป่ ระเทศได้เข้ารับความช่วยเหลอื ทางการเงนิ ของโครงการกองทนุ การเงินระหวา่ งประเทศ IMF ส�ำ หรับกลมุ่ ประเทศ

208 วิกฤติหน้ีกับกรอบความยงั่ ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพ่อื พฒั นาการเศรษฐกจิ 209 สนใจของการศึกษา สัดส่วนหน้สี าธารณะตอ่ GDP พบว่ามีความสมั พนั ธท์ ่มี ีนัยสำ�คัญทาง วกิ ฤตหิ นท้ี เ่ี กดิ ขน้ึ โดยการผดิ นดั ช�ำ ระหนห้ี รอื การพกั ช�ำ ระหนภ้ี ายนอกประเทศ สถิติในทิศทางบวกกับความน่าจะเป็นของการเกิดวิกฤติหนี้ สุดทา้ ยสำ�หรบั ชดุ ตวั แปร เมอ่ื ใชข้ ้อมลู รวมของทกุ ประเทศ ผลทไ่ี ด้ด้วยวิธกี าร OLS ชว้ี า่ การเพ่ิมขน้ึ ของ หุ่นสดั สว่ นหน้สี าธารณะต่อ GDP เม่อื ใชข้ อ้ มูลรวมของทกุ ประเทศ ไมพ่ บคา่ สัมประสิทธ์ิหนา้อตั ราการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ (GDPG) และสดั สว่ นทุนสำ�รองระหวา่ งประเทศรวมทั้งหมด ตัวแปรหนุ่ ใด ๆ ที่มีนัยส�ำ คญั ทางสถติ ิ แตเ่ ม่ือใช้ขอ้ มูลเฉพาะของประเทศกำ�ลงั พฒั นา พบว่าต่อ GDP (Reserve) มผี ลชว่ ยลดความนา่ จะเปน็ ของประเทศทจี่ ะเกิดวกิ ฤตหิ นี้ แต่เป็นท่ี ทร่ี ะดับสดั สว่ นหนส้ี าธารณะต่อ GDP ร้อยละ 50 มีผลท�ำ ใหโ้ อกาสของการเกิดวิกฤติหนเี้ พ่ิมน่าแปลกใจทก่ี ารเพ่ิมข้นึ ของสดั ส่วนการส่งออกต่อ GDP (EXP) กลบั มผี ลท�ำ ใหป้ ระเทศมี ขึ้นได้อยา่ งมีนัยสำ�คัญโอกาสทจี่ ะเกิดวกิ ฤติหนีเ้ พมิ่ ขึ้น (แตค่ วามสมั พนั ธไ์ ม่แข็งแกรง่ นักโดยเมอ่ื เปล่ียนชุดข้อมูล วิกฤตหิ นี้ที่เกิดขึน้ โดยการผิดนดั ชำ�ระหนห้ี รอื การพักช�ำ ระหนี้ภายในประเทศเป็นขอ้ มลู เฉพาะประเทศก�ำ ลังพฒั นาหรอื ใชว้ ิธีการประมาณดว้ ยแบบจ�ำ ลอง Logit ตัวแปร เมอ่ื พจิ ารณาผลการประมาณการด้วยวิธกี าร OLS ทั้งในข้อมูลรวมของทุกสดั ส่วนการส่งออกตอ่ GDP กลบั ไม่พบความสัมพนั ธท์ ีม่ ีนยั ส�ำ คัญทางสถิติ) สำ�หรับตัวแปร ประเทศและในข้อมลู เฉพาะของประเทศกำ�ลังพัฒนาพบวา่ เซตของตัวแปรทางเศรษฐกิจแนวโน้มช่วงเวลาพบว่า มแี นวโนม้ ของการเกดิ วิกฤติหนี้ที่เกดิ ข้นึ โดยการผิดนดั ช�ำ ระหน้หี รอื มหภาคมีเพยี งตวั แปรอตั ราดอกเบ้ียท่ีแท้จริงในประเทศ (Real interest rate, Interest)การพกั ช�ำ ระหนภ้ี ายนอกประเทศลดลงอยา่ งมนี ยั ส�ำ คญั ส�ำ หรบั ตวั แปรอน่ื ๆ ในเซตของตวั แปร และตวั แปรทนุ สำ�รองระหว่างประเทศรวมทัง้ หมดต่อ GDP (Reserve) ทม่ี ีความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ มหภาคไม่พบว่ามนี ยั สำ�คัญทางสถิติกับความน่าจะเปน็ ของการเกดิ วิกฤตหิ น้ี ทางสถติ ิกับความนา่ จะเปน็ ของการเกดิ วิกฤติหน้ี โดยหากอตั ราดอกเบ้ียทแี่ ท้จรงิ ภายนอก สัดสว่ นหนี้สาธารณะต่อ GDP (PDEBT) พบวา่ มคี วามสัมพันธ์ท่ีมนี ัยส�ำ คญั ทาง ประเทศเพิม่ ขึน้ จะช่วยลดโอกาสของการเกิดวิกฤตหิ นท้ี ่เี กิดขนึ้ โดยการผิดนัดชำ�ระหนีห้ รือสถติ ิกับความน่าจะเป็นของประเทศทจี่ ะเกดิ วกิ ฤติหนี้ โดยหากสัดสว่ นยอดหนส้ี าธารณะ การพักชำ�ระหน้ภี ายในประเทศ โดยอาจเปน็ เพราะการขึ้นดอกเบ้ยี ช่วยลดโอกาสของการเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จะส่งผลให้โอกาสของการเกิดวิกฤติหนี้ที่เกิดโดยการผิดนัดชำ�ระหนี้ เกดิ ปญั หาฟองสบใู่ นสนิ ทรัพย์ และเช่นเดยี วกนั หากประเทศมีระดับทนุ ส�ำ รองระหวา่ งหรือการพกั ชำ�ระหนภ้ี ายนอกประเทศเพิ่มข้นึ รอ้ ยละ 0.0039 เม่อื พจิ ารณาชุดตัวแปรหุ่น ประเทศเพิม่ ขนึ้ จะช่วยลดโอกาสของการเกดิ วิกฤตหิ น้ีได้สดั สว่ นหน้สี าธารณะต่อ GDP พบวา่ ระดบั สัดสว่ นหนส้ี าธารณะต่อ GDP ทสี่ ่งผลใหเ้ กิดการ สำ�หรับตัวแปรแนวโนม้ ชว่ งเวลา ความน่าจะเป็นของการเกิดวกิ ฤติหน้ีทเ่ี กดิ ขน้ึเปล่ยี นแปลงโครงสร้าง (เพิ่มขน้ึ ) ของโอกาสในการเกดิ วกิ ฤติหนี้อยู่ท่รี ะดบั ร้อยละ 50 (ใน โดยการผิดนัดชำ�ระหน้ีหรือการพักชำ�ระหนี้ภายในประเทศพบว่ามีแนวโน้มที่ลดลงอย่างมีแบบจ�ำ ลองพ้นื ฐานที่น�ำ ชดุ ตัวแปรห่นุ สดั สว่ นยอดหน้ีสาธารณะตอ่ GDP ในระดับตำ่�) และที่ นัยส�ำ คัญ นอกจากน้ี สดั สว่ นหน้สี าธารณะตอ่ GDP (PDEBT) พบว่า มคี วามสัมพนั ธท์ างสถติ ิระดับร้อยละ 70 (ในแบบจำ�ลองพื้นฐานที่นำ�ชุดตัวแปรหุ่นสัดส่วนยอดหนี้สาธารณะต่อ กับความน่าจะเปน็ ของประเทศทจ่ี ะเกิดวิกฤติหน้ี โดยหากประเทศมีสดั ส่วนหนส้ี าธารณะGDP ในระดับสูง) ตอ่ GDP เพ่ิมข้นึ จะมสี ่วนเพ่ิมโอกาสของการเกดิ วกิ ฤตหิ น้ีของประเทศท่ีพจิ ารณา สุดท้าย ผลที่ได้จากการประมาณการเม่ือใช้ข้อมูลเฉพาะของประเทศกำ�ลังพัฒนาพบว่า เมอ่ื พจิ ารณาชดุ ตัวแปรหุ่นสัดสว่ นหนส้ี าธารณะตอ่ GDP พบวา่ สว่ นใหญแ่ ล้วไม่มนี ยั สำ�คญัมคี วามใกล้เคียงกับผลทไ่ี ดเ้ ม่ือใชข้ ้อมูลรวมของทกุ ประเทศ โดยความแตกต่างสำ�คัญที่พบ ทางสถิติท่กี ่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงโครงสร้างของความนา่ จะเป็นของการเกดิ วิกฤตหิ น้ีไดแ้ ก่ ตัวแปรสดั สว่ นการสง่ ออกต่อ GDP และตวั แปรสัดส่วนทนุ สำ�รองระหวา่ งประเทศรวม เมอ่ื พจิ ารณาผลท่ปี ระมาณการไดด้ ว้ ยแบบจ�ำ ลอง Logit ผลทไ่ี ด้มคี วามใกลเ้ คียงทัง้ หมดต่อ GDP ไมพ่ บความสมั พนั ธ์ที่มีนยั ส�ำ คญั ทางสถติ ิกับโอกาสของการเกดิ วิกฤติหน้ี กัน ยกเวน้ ปจั จยั อตั ราดอกเบย้ี ที่แทจ้ ริงในประเทศและปจั จัยแนวโน้มช่วงเวลา กลับไม่พบโดยสรุปแล้ว สำ�หรบั ประเทศก�ำ ลังพัฒนา ปจั จัยที่มผี ลตอ่ การเกดิ วกิ ฤติหน้ีคือ ปจั จัยอัตรา ความสัมพนั ธท์ ีม่ ีนยั สำ�คญั ทางสถิติกับโอกาสของการเกิดวิกฤตหิ นท้ี ีเ่ กิดข้นึ นอกจากนี้ เม่อืการขยายตัวทางเศรษฐกจิ (-) และปจั จัยสดั สว่ นระดบั หน้สี าธารณะตอ่ GDP (+) และแนว พิจารณาผลจากแบบจำ�ลองทรี่ วมชุดตวั แปรห่นุ สัดส่วนยอดหน้ีสาธารณะตอ่ GDP ในระดบัโน้มช่วงเวลา (-) สูงพบว่า ที่ระดับสดั สว่ นหนี้สาธารณะตอ่ GDP ร้อยละ 80 จะเป็นระดับทมี่ นี ยั สำ�คญั ทีเ่ พมิ่ ถัดมาเม่อื พิจารณาผลท่ีประมาณการไดด้ ้วยแบบจ�ำ ลอง Logit ความแตกตา่ ง โอกาสในการเกดิ วกิ ฤติหน้ีส�ำ คญั ทพ่ี บได้แก่ ไม่พบปัจจัยในเซตของตวั แปรทางเศรษฐกิจมหภาคใด ๆ ท่ีมีความสัมพันธ์ วิกฤติเศรษฐกจิ ที่ประเทศได้รบั ความชว่ ยเหลือทางการเงนิ จาก IMFทางสถติ กิ บั ความนา่ จะเปน็ ของการเกดิ วกิ ฤตหิ น้ี ยกเวน้ เพยี งตวั แปรแนวโนม้ ชว่ งเวลาเทา่ นน้ั เมื่อพจิ ารณาผลการประมาณการท่ไี ดด้ ว้ ยวิธีการ OLS พบวา่ ปจั จยั ทางเศรษฐกจิทยี่ งั พบความสัมพันธใ์ นเชิงลบกับความนา่ จะเปน็ ของการเกิดวกิ ฤตหิ นี้ สำ�หรับตวั แปรท่ี มหภาคที่มีผลต่อการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำ�คัญทางสถิติ ไดแ้ ก่ สดั ส่วนดุลบญั ชีเดนิ สะพัดต่อ GDP อตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สัดสว่ นการนำ�เข้าตอ่

210 วกิ ฤติหน้ีกับกรอบความยัง่ ยนื ทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 211GDP (พบเฉพาะในข้อมูลของประเทศกำ�ลังพฒั นา) สดั ส่วนทนุ สำ�รองระหวา่ งประเทศรวม ความสามารถในการคาดการณ์วิกฤติหนี้ท่ผี ่านมาทัง้ หมดต่อ GDP (พบเฉพาะในข้อมลู รวมของทุกประเทศ) และปัจจัยความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อ จากขอ้ มูลวกิ ฤติหนขี้ องประเทศไทยในชว่ งปี ค.ศ. 1976 – 2008 พบว่า วกิ ฤติ หากสัดสว่ นดลุ บญั ชีเดนิ สะพดั ตอ่ GDP เพิ่มข้ึน จะเพม่ิ โอกาสของประเทศทจี่ ะ หน้ีที่เกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหนี้หรือการพักชำ�ระหน้ีภายนอกประเทศที่เกิดข้ึนในเกดิ วิกฤติเศรษฐกิจและเข้ารับความชว่ ยเหลอื ทางการเงนิ จาก IMF5 ทั้งนอ้ี าจเนื่องจาก เมือ่ ประเทศไทยมี 2 คร้ัง คอื ปี ค.ศ. 1997-1998 โดยที่ผา่ นมา ประเทศไทยยังไมเ่ คยประสบประเทศประสบปญั หาเศรษฐกิจและเข้ารับความชว่ ยเหลือทางการเงินจาก IMF จะทำ�ให้ ปัญหาวิกฤตหิ นที้ ่เี กิดขนึ้ โดยการผดิ นัดช�ำ ระหน้หี รือการพักชำ�ระหน้ภี ายในประเทศ สำ�หรบัไดร้ บั เงินกยู้ มื ซ่ึงสง่ ผลให้ตวั เลขดลุ บัญชเี ดินสะพัดในปนี ้นั แสดงตวั เลขทเ่ี พ่ิมขึน้ อัตราการ วิกฤตเิ ศรษฐกจิ ทีป่ ระเทศไทยไดเ้ ข้ารบั ความชว่ ยเหลอื ทางการเงินจาก IMF พบวา่ เกิดข้ึน 5ขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มข้ึนจะช่วยลดโอกาสของประเทศท่ีจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น ครั้ง ในปี ค.ศ. 1978 1981 1982 1985 และ 1997สำ�หรบั ปจั จยั การน�ำ เข้าสนิ คา้ ต่อ GDP น้ัน การนำ�เข้าที่เพิ่มขึ้น จะท�ำ ให้ประเทศมีความ สำ�หรับวิธีการพิจารณาว่าความสามารถของแบบจำ�ลองในการคาดการณ์วิกฤติต้องการใช้เงินตราต่างประเทศในการชำ�ระคา่ สินค้าทีเ่ พ่มิ ขึ้น และอาจส่งผลให้โอกาสของ หนท้ี ่ผี า่ นมา คณะผ้วู จิ ัยไดน้ ำ�ค่าคาดการณ์ (Predicted value) ท่ีได้ของคา่ ความนา่ จะการเกิดวิกฤตเิ ศรษฐกิจของประเทศเพิ่มข้นึ ในทางกลับกัน หากประเทศมที นุ ส�ำ รองระหวา่ ง เป็นในการเกิดเหตุการณ์ โดยหากค่าคาดการณ์ท่ไี ด้สงู กว่าหรือเทา่ กบั ค่าเฉลี่ยของค่าความประเทศมากขึ้น ก็จะมีส่วนสำ�คัญในการลดโอกาสของประเทศที่จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ นา่ จะเป็นของการเกิดวกิ ฤติหนที้ ผ่ี า่ นมาในกรณขี องประเทศที่กำ�ลังพัฒนา ผลทไ่ี ดจ้ ะคาดสำ�หรบั ปัจจัยความผนั ผวนของอตั ราเงินเฟอ้ ผลทไ่ี ด้ค่อนข้างนา่ แปลกใจทีพ่ บความสัมพันธ์ การณว์ ่าประเทศไทยมวี ิกฤติหนเี้ กดิ ข้ึน ในขณะเดียวกัน หากคา่ คาดการณท์ ่ไี ดอ้ ยูใ่ นระดบั ท่ีในเชงิ ลบกบั โอกาสของการเกิดวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจ แต่ท้งั น้เี มื่อพจิ ารณาผลท่ีไดจ้ ากแบบจำ�ลอง ต�ำ่ กวา่ คา่ เฉลี่ยของคา่ ความนา่ จะเปน็ ของการเกดิ วิกฤตหิ นที้ ่ีเกิดขึน้ ผลทไี่ ด้จะคาดการณ์วา่Logit ความผันผวนของอตั ราเงินเฟอ้ กลบั ไมพ่ บความสมั พันธ์ท่มี นี ยั ส�ำ คญั ทางสถติ ิ ประเทศไทยไมม่ วี กิ ฤติหนีเ้ กดิ ข้นึ ค่าสมั ประสทิ ธหิ์ น้าตัวแปรแนวโนม้ ชว่ งเวลาช้วี ่า ความนา่ จะเปน็ ของการเกดิ สำ�หรบั คา่ ความนา่ จะเปน็ ของการเกดิ วกิ ฤติหนีท้ ผ่ี า่ นมาในช่วงปี ค.ศ. 1970-วกิ ฤติเศรษฐกิจ ที่ประเทศจะเข้ารับความชว่ ยเหลอื ทางการเงินจาก IMF มแี นวโนม้ ลดลง 2009 (ตารางท่ี 1) ดังทไี่ ด้กลา่ วแลว้ สำ�หรับประเทศที่กำ�ลังพฒั นา ความน่าจะเป็นของอยา่ งมนี ยั สำ�คญั ส�ำ หรบั ตวั แปรสัดส่วนหน้ีสาธารณะต่อ GDP และชดุ ตัวแปรหุน่ สัดส่วน การเกิดวิกฤติหน้ีที่เกิดข้ึนโดยการผิดนัดช�ำ ระหน้ีหรือการพักช�ำ ระหนี้ภายนอกประเทศอยู่ที่ยอดหน้ีสาธารณะตอ่ GDP ท่รี ะดบั ต่าง ๆ ผลที่ประมาณการส่วนใหญท่ ่ไี ด้ ไม่พบความ ร้อยละ 25.3 (พบ 409 ข้อมูล จากท้งั หมด 1,618 ขอ้ มูล) ความน่าจะเปน็ ของการเกิดวกิ ฤติสมั พนั ธ์ท่มี นี ัยส�ำ คัญทางสถิติกบั โอกาสของการเกดิ วิกฤตเิ ศรษฐกิจของประเทศ หนี้ที่เกดิ ขึ้นโดยการผิดนัดช�ำ ระหนีห้ รอื การพกั ช�ำ ระหน้ภี ายในประเทศอยู่ทรี่ อ้ ยละ 5.6 เม่ือพจิ ารณาผลท่ีประมาณการไดจ้ ากแบบจ�ำ ลอง Logit ผลทีไ่ ดม้ คี วามสอดคล้อง (พบ 91 ขอ้ มลู จากทัง้ หมด 1,618 ข้อมูล) และวิกฤติเศรษฐกิจทป่ี ระเทศเข้ารบั ความช่วยกับผลทป่ี ระมาณการไดด้ ้วยวธิ ีการ OLS ความแตกต่างทีพ่ บไดแ้ ก่ การเพม่ิ ข้ึนของสัดสว่ น เหลอื ทางการเงนิ จาก IMF อยู่ทรี่ อ้ ยละ 19.9 (พบ 322 ข้อมลู จากท้งั หมด 1,617 ขอ้ มูล) ซงึ่การส่งออกต่อ GDP พบวา่ มผี ลช่วยลดโอกาสของการเกิดวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจของประเทศได้ ใน คา่ ความน่าจะเป็นเหล่าน้ีจะถกู ใชเ้ ปน็ ระดบั ความน่าจะเป็นของการเกดิ วกิ ฤติหนี้ (Crisis P)ขณะทปี่ ัจจัยสดั สว่ นทนุ สำ�รองระหว่างประเทศรวมท้ังหมดตอ่ GDP และความผันผวนของ รูปที่ 7 ถึงรปู ท่ี 9 แสดงให้เหน็ ถงึ ค่าความน่าจะเป็นของการเกดิ วิกฤตหิ นี้ทผ่ี า่ นอัตราเงนิ เฟ้อทไ่ี ด้ กลับไมพ่ บความสัมพันธ์ทางสถติ ิกับโอกาสของการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ มาของประเทศ โดยเปรียบเทียบระหว่างคา่ ทเ่ี กดิ ขนึ้ จริง (คา่ ความน่าจะเปน็ มคี ่าเท่ากบั 1 ถา้ ประเทศไทยในปนี นั้ เกิดวิกฤติหนี้เกิดขนึ้ และมคี ่าเทา่ กับ 0 ถา้ ประเทศไทยในปีน้นั ไมเ่ กดิ5คณะผ้วู จิ ยั ไดล้ องทดสอบปัญหา Multicollinearity ท่อี าจเกดิ ขนึ้ ระหวา่ งตัวแปรดุลบัญชเี ดนิ วิกฤตหิ น้เี กิดขน้ึ ) กบั คา่ ท่ปี ระมาณการไดจ้ ากวธิ ีการ OLS และจากแบบจำ�ลอง Logit ซึ่งสพะบพวดั่ากคบั ่าตสวั หแสปัมรพกานั รธส์ทง่ ไี่อดอย้ กงั แอลยะ่ใู นตรวั ะแดปับรกตาำ�่ รน(0ำ�.เ3ข)า้ จากการพิจารณาค่าสหสมั พนั ธ์ (Correlation) ผลท่ีได้สามารถน�ำ มาเขียนสรุปถึงความแม่นย�ำ ในการคาดการณ์วิกฤติหน้ีของประเทศไทยท่ี นอกจากนี้ คณะผู้วิจยั ได้ลองถอดตัวแปรการสง่ ผา่ นมาในตารางที่ 9 และตารางท่ี 10ออก และตัวแปรการน�ำ เขา้ ออกจากแบบจำ�ลอง ผลการประมาณการทไี่ ด้ยงั มลี ักษณะเหมอื นเดมิท่ีค่าสัมประสทิ ธิห์ น้าตวั แปรดุลบญั ชีเดนิ สะพัดยังมเี ครื่องหมายบวกและมนี ัยสำ�คัญทางสถิติ

212 วิกฤติหน้ีกับกรอบความยัง่ ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 213 เม่ือพิจารณาถึงความสามารถในการคาดการณ์วิกฤติหน้ีท่ผี ่านมาได้อย่างถูกต้อง สำ�หรับวิธีการประเมินว่าแบบจำ�ลองใดที่มีความสามารถในการคาดการณ์วิกฤติในกรณีของวิกฤติหน้ที ่เี กิดข้นึ โดยการผิดนัดชำ�ระหน้หี รือการพักชำ�ระหน้ภี ายนอกประเทศท่ี หน้ีทผี่ า่ นมาไดด้ ที ีส่ ุดน้นั เพอ่ื ใชใ้ นการกำ�หนดระดับหนส้ี าธารณะข้นั สูงของประเทศไทยเกดิ ขน้ึ 2 ครง้ั ผลจากแบบจ�ำ ลอง OLS ในกรณที ไ่ี มร่ วมชดุ ตวั แปรหนุ่ ระดบั หนส้ี าธารณะตอ่ ที่ไม่ก่อใหเ้ กดิ วกิ ฤตหิ น้ีในสว่ นตอ่ ไป คณะผวู้ จิ ัยจะพจิ ารณาจากแบบจ�ำ ลองที่ใหค้ วามผิดGDP และในกรณที ร่ี วมชดุ ตวั แปรหนุ่ ระดบั หนส้ี าธารณะตอ่ GDP ในระดบั สงู ไมส่ ามารถคาด พลาดน้อยท่ีสุดของการไม่สามารถคาดการณ์วิกฤติหน้ีท่ีผ่านมาได้ทั้งท่ีเกิดเหตุการณ์เกิดข้ึนการณเ์ หตกุ ารณว์ กิ ฤตหิ นไ้ี ด้ แตผ่ ลจากแบบจ�ำ ลอง OLS ในกรณที ร่ี วมชดุ ตวั แปรหนุ่ ระดบั หน้ี ซ่ึงคือความผดิ พลาดทางสถติ ิประเภทที่ 1 หรือ Type I error ทางสถติ ิ แลว้ จงึ เลอื กแบบสาธารณะตอ่ GDP ในระดบั ต�ำ่ และผลจากแบบจ�ำ ลอง Logit สามารถคาดการณว์ กิ ฤตหิ นท้ี ่ี จ�ำ ลองทีใ่ หค้ วามผดิ พลาดน้อยท่สี ดุ ของการคาดการณว์ ่าเกดิ วกิ ฤติหนี้ข้นึ ทัง้ ท่ไี ม่มเี หตุการณ์เกดิ ขน้ึ ในปี ค.ศ. 1998 ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง แตไ่ มส่ ามารถคาดการณว์ กิ ฤตหิ นท้ี เ่ี กดิ ขน้ึ ในปี ค.ศ. เกดิ ข้ึน ซึง่ คอื ความผดิ พลาดทางสถติ ปิ ระเภทที่ 2 หรอื Type II error ทางสถิติ ซ่ึงคณะ1997 ได้ ดงั นน้ั ความแมน่ ย�ำ ของการคาดการณท์ ไ่ี ดอ้ ยทู่ ร่ี ะดบั รอ้ ยละ 50 ผู้วจิ ัยพิจารณาวา่ ความผิดพลาดทางสถิตปิ ระเภทที่ 1 มีความรุนแรงมากกว่าความผดิ พลาด สำ�หรับความสามารถในการคาดการณ์วิกฤติหนี้ที่เกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหน้ี ทางสถิตปิ ระเภทท่ี 2 ซึ่งผลจากการประเมนิ ขา้ งต้นช้วี า่ ในกรณขี องประเทศไทย ผลจากหรือการพักช�ำ ระหนีภ้ ายในประเทศ เนือ่ งจากประเทศไทยยังไม่เคยเกิดวกิ ฤติหนีป้ ระเภท แบบจ�ำ ลอง Logit ที่รวมชุดตัวแปรหนุ่ ระดับหน้ีสาธารณะต่อ GDP ในระดบั ต�่ำ ให้ผลการดงั กลา่ ว จึงไม่สามารถประเมินความสามารถของแบบจำ�ลองในการคาดการณ์วิกฤตหิ นีท้ ่ี คาดการณ์วิกฤติหนท้ี ่ดี ที ่สี ดุผ่านมาได้ ในกรณีของวกิ ฤติเศรษฐกจิ ทีป่ ระเทศไทยเขา้ รบั ความช่วยเหลอื ทางการเงนิ จากIMF ซงึ่ มีทัง้ สนิ้ 5 คร้ัง ผลจากแบบจ�ำ ลองที่ได้ทัง้ จากวิธกี าร OLS และแบบจ�ำ ลอง Logit ระดบั หน้สี าธารณะขั้นสงู ท่ีไม่ก่อให้เกดิ วิกฤตหิ นขี้ องประเทศไทยสามารถคาดการณ์ไดถ้ ูกต้อง 4 คร้งั (ความแมน่ ยำ�ของการคาดการณอ์ ยทู่ รี่ ะดับร้อยละ 80)โดยมีเพียงวกิ ฤติที่เกดิ ขน้ึ ในปี ค.ศ. 1997 เทา่ นน้ั ที่ผลจากแบบจ�ำ ลองไมส่ ามารถคาดการณ์ ผลจากแบบจ�ำ ลองทพ่ี บแสดงให้เห็นว่า ปจั จยั ทสี่ ง่ ผลต่อการเกิดวกิ ฤตหิ นขี้ องได้ ท้ังน้อี าจเป็นเพราะวิกฤติหนท้ี ี่เกดิ ขึ้นในปี ค.ศ. 1997 ไดเ้ ร่ิมตน้ จากวิกฤติทางการเงิน ประเทศนนั้ ไมไ่ ดม้ ีเพยี งปจั จยั สัดส่วนหนีส้ าธารณะต่อ GDP เท่านนั้ แต่ยังมปี ัจจัยเศรษฐกิจ(Financial crisis) ก่อน แล้วจึงลกุ ลามจนมาเป็นวิกฤติหนี้ ซึง่ แบบจ�ำ ลองทใี่ ช้ในงานศกึ ษานี้ มหภาคอน่ื ๆ เช่น อตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลต่อความนา่ จะเป็นของการเกดิเป็นแบบจำ�ลองวิกฤตหิ น้ี ซึ่งไม่ได้รวมปจั จัยเสี่ยงของวกิ ฤติทางการเงินไว้ จงึ ไมส่ ามารถคาด วิกฤติหนี้ นอกจากน้ี ปัจจัยที่สง่ ผลตอ่ การเกดิ วกิ ฤตหิ นย้ี ังขนึ้ อยู่กบั ประเภทวิกฤติหน้ที ี่การณ์วกิ ฤติเศรษฐกิจทีเ่ กดิ ขนึ้ ในปี ค.ศ. 1997 ได้อยา่ งถูกตอ้ ง พิจารณาอีกดว้ ย ดงั นั้นในเบื้องต้นผลจากงานศึกษาชน้ิ นี้จงึ ช้ีวา่ ไม่มกี ฎเกณฑท์ ีต่ ายตัวของ เม่ือพิจารณาถึงความสามารถในการคาดการณ์เหตุการณ์ท่ีไม่เกิดวิกฤติหนี้ท่ีผ่าน ระดับหนี้สาธารณะข้ันสูงท่ีผู้กำ�หนดนโยบายสามารถใช้กำ�หนดเพ่ือป้องกันไม่ให้ประเทศมาได้อย่างถกู ตอ้ ง ในกรณีของวิกฤติหนีท้ ่เี กิดขน้ึ โดยการผิดนัดช�ำ ระหนีห้ รือการพักชำ�ระ เกิดวกิ ฤติหนเ้ี กิดขน้ึ เน่ืองจากยงั มีปจั จัยอืน่ ๆ ทส่ี ามารถมผี ลตอ่ โอกาสของการเกดิ วิกฤติหน้ีภายนอกประเทศพบวา่ ผลจากการประมาณการแบบจ�ำ ลองโดยวธิ กี าร OLS ใหค้ วาม หนี้ของประเทศแมน่ ย�ำ มากกว่าผลจากแบบจ�ำ ลอง Logit แต่ในกรณีของวิกฤตหิ น้ที ่ีเกดิ ข้นึ โดยการผดิ นัด คณะผู้วจิ ัยไดล้ องก�ำ หนดสถานการณ์ของการศึกษาไว้ 2 สถานการณ์ เพ่อื แสดงช�ำ ระหนห้ี รอื การพักช�ำ ระหนภ้ี ายในประเทศ และในกรณีของวกิ ฤติเศรษฐกจิ ท่ปี ระเทศไทย ให้เห็นถึงระดับหน้ีสาธารณะขั้นสูงท่ีไม่ก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ของประเทศไทยท่ีสามารถเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF ผลท่ีไดก้ ลับพบวา่ ความแม่นย�ำ ของผลจากแบบ เปลย่ี นแปลงไปตามลกั ษณะเศรษฐกจิ มหภาคของประเทศ โดยสถานการณท์ ี่ 1 ไดก้ ำ�หนดจำ�ลอง Logit มมี ากกวา่ ผลจากวิธกี าร OLS นอกจากน้ี เมือ่ พิจารณาถึงค่าเฉลีย่ ของความ ให้ใช้การประมาณการแบบจ�ำ ลอง โดยอา้ งอิงข้อมลู เศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยในแมน่ ยำ�ในการคาดการณเ์ หตกุ ารณท์ ไ่ี ม่เกดิ วกิ ฤติหนี้ท่ีผ่านมาไดอ้ ย่างถูกต้องพบวา่ แบบ ปี ค.ศ. 2008 ซึง่ มอี ัตราการขยายตัวของ GDP อย่ทู ่ี 2.46% แลว้ จึงทดลองเปลย่ี นระดบัจ�ำ ลองทีใ่ หค้ วามแม่นย�ำ สงู สดุ 3 อันดับแรก ได้แก่ แบบจ�ำ ลอง OLS ทร่ี วมชุดตัวแปรหนุ่ สดั ส่วนหนีส้ าธารณะต่อ GDP ในช่วงรอ้ ยละ 0 ถึงรอ้ ยละ 120 เพ่ือหาระดบั หนสี้ าธารณะระดบั หนสี้ าธารณะตอ่ GDP ในระดับสงู แบบจ�ำ ลอง OLS ทีไ่ มร่ วมชุดตัวแปรหุ่นระดบั หน้ี ต�ำ่ สดุ ทีผ่ ลจากแบบจ�ำ ลองคาดการณว์ า่ เกดิ วกิ ฤตหิ นี้ขึน้ และในสถานการณท์ ่ี 2 คณะผู้วจิ ัยสาธารณะต่อ GDP และแบบจำ�ลอง Logit ท่รี วมชุดตัวแปรหุน่ ระดับหนีส้ าธารณะตอ่ GDP ได้ก�ำ หนดใหก้ ารประมาณการแบบจำ�ลอง โดยอ้างองิ ข้อมลู ในปี ค.ศ. 2008 เชน่ เดียวกนั กบัในระดบั ตำ�่ ตามล�ำ ดับ ในสถานการณท์ ่ี 1 ยกเว้นแตอ่ ตั ราการขยายตวั ของ GDP ถกู กำ�หนดให้อยู่ในระดบั -5% ซ่งึ เป็นระดบั ประมาณค่าเฉลย่ี ของอตั ราการขยายตัวของ GDP ท่ีเกิดขึน้ กับประเทศไทยใน ปี ค.ศ. 1997-1998 ผลทีไ่ ด้ทัง้ สองสถานการณ์ได้ถูกแสดงในรปู ที่ 10 ถงึ รปู ท่ี 15 และค่า

214 วกิ ฤตหิ น้ีกบั กรอบความย่ังยนื ทางการคลังของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพ่ือพฒั นาการเศรษฐกิจ 215ระดับหนส้ี าธารณะตำ�่ สดุ ที่คาดการณ์วา่ เกดิ วิกฤตหิ น้ีเกิดขึ้นได้ถูกรวบรวมไวใ้ นตารางที่ 11 ประเภทท่ี 2 เกิดขึน้ นอ้ ยที่สดุ ซ่ึงคอื ผลจากแบบจำ�ลอง Logit ที่รวมชดุ ตัวแปรหุ่นระดับและตารางท่ี 12 ซงึ่ สามารถสรุปได้ดงั นี้ หนสี้ าธารณะตอ่ GDP ในระดับต�ำ่ (ดังทีไ่ ด้กล่าวแล้วขา้ งต้น) ผลจากแบบจ�ำ ลองไมส่ ามารถ คณะผู้วิจัยได้เริ่มต้นจากการพิจารณาผลจากแบบจำ�ลองที่คาดการณ์วิกฤติหน้ีที่ ระบรุ ะดับหนี้สาธารณะตอ่ GDP ทก่ี ่อให้เกิดวิกฤติหนีท้ ีเ่ กดิ ขึน้ โดยการผิดนดั ช�ำ ระหนี้หรอืเคยเกิดขึน้ ในประเทศไทยและให้ความผดิ พลาดทางสถติ ปิ ระเภทที่ 1 เกิดข้ึนนอ้ ยท่ีสดุ ผล การพกั ชำ�ระหน้ีภายในประเทศ และวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ท่ปี ระเทศตอ้ งเขา้ รบั ความชว่ ยเหลือจากแบบจำ�ลองทป่ี ระมาณการดว้ ยวิธกี าร OLS พจิ ารณาเฉพาะในกรณีทร่ี วมชุดตัวแปร ทางการเงนิ จาก IMF ได้ แต่ส�ำ หรับวกิ ฤตหิ น้ีทีเ่ กิดขึ้นโดยการผดิ นดั ชำ�ระหน้ีหรือการพักหนุ่ ระดบั หน้สี าธารณะต่อ GDP ในระดับต่ำ� ผลจากแบบจ�ำ ลอง Logit ในกรณีท่ไี มร่ วมชดุ ช�ำ ระหนีภ้ ายนอกประเทศ ผลจากแบบจำ�ลองชว้ี ่าระดับหน้ีสาธารณะข้นั สูงท่ีไมก่ ่อให้เกดิตัวแปรหุ่นระดับหน้สี าธารณะตอ่ GDP และในกรณที ่รี วมชุดตัวแปรหุ่นระดับหน้ีสาธารณะ วกิ ฤติหนีข้ องประเทศไทยในกรณที เ่ี ศรษฐกจิ ขยายตัวเป็นไปอยา่ งปกตอิ ยทู่ ร่ี ะดับไม่เกนิ รอ้ ยตอ่ GDP ในระดบั ต�่ำ และในระดบั สงู ทสี่ ุด ท่ใี หค้ วามแมน่ ยำ�ของการคาดการณร์ ะดบั หน้ี ละ 80-90 ของ GDP ในขณะที่หากเศรษฐกิจของประเทศไทยหดตวั ลงอยา่ งรนุ แรง ระดับสาธารณะทีผ่ ่านมาได้เท่ากนั หน้ีสาธารณะข้ันสูงท่ีไม่ก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ของประเทศไทยจะถูกปรับระดับลงมาอยู่ที่ระดับ สำ�หรับวิกฤติหนี้ที่เกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหนี้หรือการพักชำ�ระหน้ีภายนอก ไมเ่ กนิ ร้อยละ 60-70 ของ GDPประเทศพบวา่ ระดับหนสี้ าธารณะต่อ GDP ข้นั สงู ของประเทศไทยในสถานการณท์ ่ี 1 ควรอย่ใู นระดบั ทีไ่ ม่เกนิ รอ้ ยละ 60-70 เม่ือใชว้ ิธีการ OLS และไม่เกินรอ้ ยละ 70-80 เม่อื ใช้ บทสรปุแบบจ�ำ ลอง Logit และเมื่อน�ำ ผลท่ีได้ไปเปรยี บเทียบกบั สถานการณท์ ี่ 2 พบวา่ ระดบั หน้ีสาธารณะต่อ GDP ข้ันสูงของประเทศไทยท่ไี ม่ก่อให้เกิดวิกฤติหน้ใี นแบบจ�ำ ลอง Logit ถูก งานศึกษาชิ้นนี้ได้ศึกษาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคท่ีมีผลต่อการเกิดวิกฤติหน้ีปรบั ระดบั ลงมาอยใู่ นระดับท่ีไมเ่ กนิ ร้อยละ 60-70 ซึง่ เปน็ ระดับเดยี วกันกบั ผลทไ่ี ด้จากวธิ ี โดยผลการศกึ ษาทไี่ ด้พบวา่ ไมเ่ พียงปจั จัยสดั สว่ นหน้ีสาธารณะตอ่ GDP เท่าน้ันท่มี ีผลต่อการประมาณด้วยวิธกี าร OLS การเกิดวิกฤติหน้ีท่ีเกิดข้ึนโดยการผิดนัดชำ�ระหนี้หรือการพักชำ�ระหนี้ภายนอกประเทศและ สำ�หรับวิกฤติหน้ีท่ีเกิดขึ้นโดยการผิดนัดชำ�ระหนี้หรือการพักชำ�ระหน้ีภายใน วิกฤตหิ น้ีทเี่ กิดข้นึ โดยการผดิ นดั ชำ�ระหน้ีหรอื การพักช�ำ ระหนีภ้ ายในประเทศ แต่ยังมีปัจจัยประเทศ ผลในสถานการณ์ท่ี 1 ทไี่ ดด้ ้วยวธิ กี าร OLS ชี้ว่า ระดบั หน้สี าธารณะตอ่ GDP ทางเศรษฐกิจมหภาคอ่นื ๆ ทส่ี ่งผลตอ่ โอกาสของการเกิดวิกฤตหิ นข้ี องประเทศ แต่เป็นที่ข้ันสงู ของประเทศไทยท่ีไมก่ ่อให้เกดิ วกิ ฤติหนีค้ วรอยู่ท่รี ะดบั ไมเ่ กนิ ร้อยละ 60 ในขณะที่ สังเกตวา่ ปัจจยั สัดสว่ นหนส้ี าธารณะตอ่ GDP กลบั ไม่ใช่ปัจจยั ทมี่ ีนัยสำ�คัญตอ่ การเกดิ วิกฤติผลจากแบบจำ�ลอง Logit ไม่สามารถระบรุ ะดับหนี้ท่ีกอ่ ให้เกิดวกิ ฤตหิ น้ไี ด้ สำ�หรบั ผลท่ี เศรษฐกิจทีป่ ระเทศตอ้ งเขา้ รบั ความช่วยเหลือทางการเงนิ จาก IMF แตอ่ ยา่ งใด นอกจากไดใ้ นสถานการณท์ ่ี 2 ในกรณีทีใ่ ช้วธิ กี าร OLS พบว่าระดับหน้สี าธารณะตอ่ GDP ขั้นสูง นี้ ปัจจัยและโอกาสของการเกิดวกิ ฤติหนี้พบว่ามีความแตกต่างกนั ระหวา่ งประเทศทพี่ ฒั นาของประเทศไทยท่ีไม่ก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ได้ลดระดับลงเล็กน้อยมาอยู่ท่ีระดับไม่เกินร้อย แล้วและประเทศทกี่ ำ�ลังพฒั นา ดงั นน้ั งานศึกษานจี้ ึงไม่สามารถระบใุ นเบ้อื งตน้ ไดว้ า่ ระดับละ 50-60 แตท่ ง้ั นี้ เน่อื งจากประเทศไทยยังไม่เคยเกดิ วกิ ฤติหน้ใี นลักษณะนี้เกดิ ข้นึ ระดับ หน้ีสาธารณะท่ีเหมาะสมและตายตัวของประเทศไทยท่ีสามารถใช้กำ�หนดเพ่ือป้องกันไม่ให้หน้ีสาธารณะท่ีระบุได้ในส่วนนี้อาจเป็นระดับที่คาดการณ์ว่าเกิดวิกฤติหน้ีท้ังท่ีไม่ได้เกิด เกิดวิกฤติหนไ้ี ด้ เนือ่ งจากยังมีปจั จัยเศรษฐกิจอ่นื ๆ ที่มผี ลตอ่ โอกาสของการเกดิ วกิ ฤตหิ นี้เหตุการณข์ ึน้ ในกรณขี องวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ที่ประเทศไทยเขา้ รบั ความชว่ ยเหลอื ทางการเงนิ ของประเทศได้จาก IMF เน่อื งจากผลจากแบบจ�ำ ลองท่ีพบช้ีวา่ สัดสว่ นหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่ใชป่ จั จัย หากใชร้ ะดบั เศรษฐกจิ มหภาคของประเทศไทยในปี ค.ศ. 2008 เปน็ เกณฑ์ ผลหลกั ทม่ี นี ยั สำ�คญั ในการก่อให้เกิดวกิ ฤติเศรษฐกิจขึน้ ดังนั้นผลจากแบบจ�ำ ลองที่ได้จึงไม่ จากการศกึ ษาชว้ี า่ ระดบั หนส้ี าธารณะขน้ั สงู ทไ่ี มก่ อ่ ใหเ้ กดิ วกิ ฤตหิ นข้ี องประเทศไทยในกรณีสามารถระบรุ ะดบั หน้ที ่ีกอ่ ใหเ้ กิดวกิ ฤติหน้ีได้ ทเ่ี ศรษฐกจิ ขยายตวั เปน็ ไปอยา่ งปกตจิ ะอยทู่ ร่ี ะดบั ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 80-90 ของ GDP ในขณะท่ี ต่อมา คณะผูว้ ิจยั ได้พิจารณาผลจากแบบจำ�ลองทีค่ าดการณ์วิกฤติหน้ที ่เี คยเกดิ หากอตั ราการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ ของประเทศไทยเกดิ การหดตวั ลงอยา่ งรนุ แรง ระดบั หน้ีขึน้ ในประเทศไทยท่ใี หค้ วามผดิ พลาดทางสถิตปิ ระเภทท่ี 1 และความผดิ พลาดทางสถิติ สาธารณะขั้นสูงที่ไม่ก่อให้เกิดวิกฤติหนี้ของประเทศไทย จะถูกปรับระดับลงมาที่ไม่เกิน รอ้ ยละ 60-70 ของ GDP ซง่ึ เปน็ ระดบั ทใ่ี กลเ้ คยี งกนั กบั ระดบั สดั สว่ นยอดหนส้ี าธารณะคงคา้ ง

216 วกิ ฤตหิ นกี้ ับกรอบความย่ังยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกจิ 217ตอ่ GDP ทก่ี �ำ หนดไวใ้ นกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ในปจั จบุ นั ทก่ี �ำ หนดไวไ้ มเ่ กนิ รอ้ ยละ 60 แตท่ งั้ น้ี เม่ือพิจารณาถึงลกั ษณะวิกฤติหน้ีท่เี คยเกดิ ข้ึนในอดตี วกิ ฤตหิ นีม้ กั เกิดข้นึ พร้อมวิกฤติทางการเงนิ อื่น ๆ ท่สี ง่ ผลให้ยอดหนีส้ าธารณะของประเทศเพ่ิมข้ึนเป็นเกอื บสองเท่าภายในช่วงระยะเวลาอันสัน้ จากการเขา้ แบกรับภาระหนี้จากภาคเอกชนและภาครัฐวิสาหกิจของประเทศ ดังน้นั งานศึกษานีจ้ งึ เสนอให้กรอบความยงั่ ยืนทางการคลงั ก�ำ หนดระดบั หนสี้ าธารณะไว้ไม่เกินคร่ึงหน่ึงของระดบั หน้ีข้นั สูงท่ไี ม่กอ่ ให้เกดิ วกิ ฤติ หรอื สดั ส่วนหนคี้ วรอยไู่ ม่เกนิ ร้อยละ 40-45 ของ GDP ในกรณที ี่เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวอยา่ งปกติ และไม่เกินร้อยละ 30-35 ของ GDP ในกรณที ่ีเศรษฐกิจของประเทศเกดิ การหดตัวอย่างรนุ แรง

218 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 219

220 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 221

222 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 223

224 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 225

226 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 227

228 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 229

230 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 231

232 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 233

234 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 235

236 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 237

238 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 239

240 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 241

242 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 243

244 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 245

246 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 247

248 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 249

250 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 251

252 วิกฤติหนก้ี ับกรอบความยง่ั ยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 253

254 วิกฤติหนี้กบั กรอบความย่ังยนื ทางการคลงั ของประเทศไทย นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกจิ 255 เอกสารอา้ งองิ สุรจิต ลักษณะสุต พิสิทธิ์ พัวพันธ์ จารุพรรณ วานิชธนันกูล คธาฤทธิ์ สิทธิกูล อทุ มุ พร จิตสุทธกิ ลู และจงกล ค�ำ ไล้ (2553) ความทา้ ทายของนโยบายการคลงั : ส ู่ความยง่ั ยนื และการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ ระยะยาว สมั มนาวชิ าการประจ�ำ ปี 2553 ธนาคารแหง่ ประเทศไทย

พลวตั ของความเชือ่ มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก ผศ. ดร.สนั ติ ชยั ศรสี วสั ดิส์ ุข ผศ. ดร.วิศิษฎ์ ชัยศรสี วสั ดิ์สขุ

258 พลวัตของความเช่อื มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ 259 บทคดั ยอ่ การรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปล่ียนเป็นเป้าหมายหลักที่มีความสำ�คัญของ การดำ�เนนิ นโยบายอัตราแลกเปลย่ี นของประเทศ สำ�หรบั เศรษฐกิจเปิดขนาดเลก็ ที่บทบาท ของภาคการค้าและการเงินระหว่างประเทศมีอทิ ธิพลตอ่ การเจรญิ เติบโตและการพฒั นาทาง เศรษฐกจิ ของประเทศอย่างมาก เช่นในกรณีของประเทศไทย การดูแลคา่ เงินให้มเี สถยี รภาพ ภายใตร้ ะบบอัตราแลกเปลีย่ นลอยตวั โดยอาศัยการแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางเมอ่ื เหน็ วา่ อัตราแลกเปล่ียนมคี วามผันผวนมากกวา่ ปกติ จึงเปน็ ภาระและเปน็ ตน้ ทนุ ที่หนัก โดย เปรียบเทียบท้ังในแง่ของการคาดเดาทิศทางและขนาดของความผันผวนท่ีเหมาะสมต่อการ เขา้ แทรกแซง หรือแมก้ ระทัง่ การก�ำ หนดค่าของอตั ราแลกเปลยี่ นเปา้ หมายสำ�หรับการเข้า แทรกแซง กเ็ ป็นการดำ�เนินนโยบายทีอ่ าจกอ่ ให้เกิดผลเสยี หายไดโ้ ดยง่ายเพราะการกำ�หนด อัตราแลกเปล่ยี นท่ีเหมาะสม (หรืออตั ราแลกเปล่ียนเปา้ หมาย) นน้ั เป็นเรือ่ งทที่ ำ�ได้ยาก การดำ�เนินนโยบายในการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนโดยการแทรกแซงราคา อาจมีประสิทธิภาพน้อยกว่า หรือมีตน้ ทนุ ทีส่ ูงกว่าการใช้นโยบายในการควบคุม หรอื ดูแล อปุ สงค์และอุปทานของเงนิ สกุลต่างประเทศจากการเคลอ่ื นยา้ ยเขา้ ออกของเงนิ ทนุ ทั้งใน รปู ของการลงทุนผ่านตราสารทางการเงนิ และการลงทนุ ทางตรงทเ่ี ปน็ ตน้ เหตสุ �ำ คญั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และมผี ลกระทบต่อเน่อื งไปถึงเศรษฐกจิ ในภาค การผลติ จรงิ (Real Sector) โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การเคลอ่ื นย้ายของเงินทุนในระยะสัน้ ดงั นัน้ นโยบายในการกำ�กบั ดูแล และควบคมุ การไหลเข้าออกของเงนิ ทุนอาจเปน็ นโยบายทาง เลือก (Policy Options) ท่ีจ�ำ เปน็ สำ�หรับการดำ�เนนิ นโยบายเพอื่ รกั ษาเสถียรภาพของอัตรา แลกเปลยี่ น ซ่ึงจะครอบคลุมถึงมาตรการที่มีผลกระทบรุนแรงจนถงึ มาตรการท่ีมีผลกระทบ น้อยกวา่ ได้แก่ การจำ�กัดปริมาณการเคลอื่ นยา้ ยของเงินทุน การกำ�หนดปริมาณเงนิ ส�ำ รอง ในสัดส่วนที่สูงข้ึนส�ำ หรับเงินลงทุนในระยะส้ันและยืดหยุ่นมากขึ้นส�ำ หรับเงินลงทุนในระยะ ยาว การใช้มาตรการทางภาษีส�ำ หรับผลตอบแทนจากการปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศ เป็นตน้

260 พลวตั ของความเชอ่ื มโยงระหวา่ งเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกิจโลก นโยบายสาธารณะเพ่อื พัฒนาการเศรษฐกจิ 261พลวตั ของความเชอ่ื มโยงระหว่างเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก การขยายตัวของภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศโดยเฉพาะการส่งออกนอกจากจะ เปน็ การยกระดบั รายไดข้ องประเทศแลว้ ยังเปน็ ส่วนสำ�คญั ในกระบวนการพัฒนาโดยการ สันติ ชัยศรีสวสั ดสิ์ ุข* และ วศิ ิษฎ์ ชยั ศรสี วสั ดส์ิ ขุ ** เพมิ่ การจา้ งงาน การใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรการผลติ ภายในประเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพบทนำ� ในภาคเศรษฐกจิ ทมี่ คี วามได้เปรียบโดยเปรยี บเทียบ และการรับถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารผลิต ทที่ นั สมยั ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมกี ารพัฒนา ระดบั รายได้ขยับสูงข้นึ อย่างต่อเน่อื ง อยา่ งไร ภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการส่งออกเป็นภาค กต็ าม ในชว่ งเวลาที่เศรษฐกจิ ไทยมรี ะดับของการเป็นเศรษฐกิจเปิดมากขน้ึ มคี วามเช่อื มโยงเศรษฐกิจที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำ�คัญต่อกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยนับต้ังแต่ กับเศรษฐกจิ โลกมากข้ึนผา่ นระบบการค้าและการลงทนุ ระหวา่ งประเทศ ปัจจบุ ันการคา้กอ่ นวกิ ฤติการณท์ างเศรษฐกจิ ในปี พ.ศ. 2540 การดำ�เนินนโยบายทางเศรษฐกิจระหว่าง ระหว่างประเทศ (ส่งออกและนำ�เข้า) คดิ เป็นสัดส่วนถึงกว่ารอ้ ยละ 130 ของผลิตภณั ฑม์ วลประเทศมที ศิ ทางทค่ี อ่ นข้างชดั เจนในภาพรวม คือ สนับสนุนแนวทางให้เกดิ การขยายตัว รวมประชาชาติ การลงทนุ ทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) เป็นความจำ�เปน็ และสนบั สนุนทางการคา้ และการลงทุน โดยในแตล่ ะช่วงเวลาจะมแี นวนโยบายที่มุง่ เน้นให้เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ การขยายตัวทางเศรษฐกจิ ปัจจัยเสย่ี งทางเศรษฐกิจท้ังจากภายในประเทศเองและในตา่ งทีแ่ ตกต่างกัน ซึง่ สามารถแบ่งชว่ งเวลาการด�ำ เนนิ นโยบายทางการคา้ ระหว่างประเทศของ ประเทศกอ่ ให้เกิดปัญหาทางดา้ นเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ ของไทย โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงผลไทยโดยสังเขปเป็น 3 ช่วงเวลา ไดแ้ ก่ ช่วงแรกเปน็ การดำ�เนนิ นโยบายทางการค้าเพ่ือลด กระทบที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ ประกอบกับประเทศไทยได้การน�ำ เข้า (กอ่ นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ 7) ส่งเสริมให้เกดิ การขยาย เปลย่ี นแปลงระบบอตั ราแลกเปลย่ี นจากระบบตะกรา้ เงนิ (Pegging Exchange Rate System)ตัวด้านการส่งออกรวมถึงมาตรการในการลดข้อจำ�กัดในการเคล่ือนย้ายเงินทุนระหว่าง ไปเปน็ ระบบอตั ราแลกเปลย่ี นลอยตวั แบบจดั การได้ (Managed Float Exchange Rate System)ประเทศเพอื่ รองรบั การลงทนุ ทางตรงจากต่างประเทศ การขยายตัวทางเศรษฐกิจทำ�ให้ ภายหลงั วกิ ฤติเศรษฐกจิ ในปี พ.ศ. 2540 ท�ำ ให้ภาคเศรษฐกจิ ของไทยทงั้ ภายในและระหวา่ งเกิดความตอ้ งการเงนิ ทุนจากตา่ งประเทศเพมิ่ มากขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ ทำ�ใหไ้ ทยตอ้ งด�ำ เนนิ ประเทศต้องหันมาให้ความสำ�คัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจท่ีอาจเปลี่ยนแปลงไปจากนโยบายเปิดกวา้ งมากข้นึ ส�ำ หรับการยอมรบั การไหลเข้าของเงนิ ทุนระหว่างประเทศ ดัง การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยน การเปลยี่ นแปลงทีร่ วดเร็วและรนุ แรงจะเหน็ ได้จากการยอมรบั มาตรการขอ้ 8 ของกองทนุ การเงินระหวา่ งประเทศ (IMF) ทีเ่ ปิด ประกอบกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ขาดสมดุลระหว่างภาคเศรษฐกิจภายในประเทศและชอ่ งให้ภาคเอกชนสามารถระดมเงินทนุ จากต่างประเทศได้งา่ ยข้ึน ชว่ งที่สองเปน็ การด�ำ เนนิ ภาคเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ จนเป็นต้นเหตขุ องความผันผวนในระบบเศรษฐกิจของไทยนโยบายเพอ่ื สนบั สนุนการสง่ ออกโดยการเปิดเสรีทางการคา้ และการลงทุน (ภายหลังวิกฤติ และจำ�เป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องได้รับการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อการกำ�หนดแนวนโยบายท่ีเศรษฐกจิ ในปี พ.ศ. 2540 ถึงช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 9) ท�ำ ให้เกดิ การขยายตัวของการ เหมาะสมต่อไปท�ำ ความตกลงเขตการค้าเสรที ้งั ในระดับภมู ิภาค และระดบั ทวิภาคี ในช่วงสุดทา้ ย (ปลาย บทบาทของภาคการเงินระหว่างประเทศท่ีมีอิทธิพลเพิ่มมากข้ึนจากการเปิดเสรีแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 10) เป็นแนวทางการดำ�เนนิ นโยบายมุ่งเนน้ ใหค้ วามส�ำ คัญกับการ การเคลื่อนย้ายการลงทนุ ของไทย และของโลก ทำ�ให้ความเชอ่ื มโยงทางเศรษฐกิจระหว่างพัฒนาขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน (Improving Competitiveness) การสรา้ งมูลค่า ประเทศมรี ะดับความเข้มข้นมากขนึ้ การศึกษานี้พยายามชใี้ หเ้ หน็ ถึงความเชือ่ มโยงของเพิ่ม (Value added) ในภาคการผลิต รวมทงั้ การให้ความส�ำ คัญกับการพฒั นา เศรษฐกจิ ภาคการเงินระหวา่ งประเทศตอ่ ภาคการคา้ การเปลย่ี นแปลงท่ีเกดิ ขนึ้ จากการเคล่ือนย้ายสร้างสรรค์ (Creative Economy) และให้ความส�ำ คญั กบั ภาคลงทนุ ระหว่างประเทศมากขน้ึ ของเงนิ ทนุ ระยะยาวและระยะสน้ั ทง้ั ในรปู แบบของการลงทนุ ทางตรง (Direct investment) และการลงทุนทางออ้ ม (Portfolio investment) รวมทัง้ การเปล่ยี นแปลงของอัตราแลก*ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกจิ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ [email protected] เปล่ยี น มคี วามสัมพันธต์ อ่ ภาคการค้าระหวา่ งประเทศและขดี ความสามารถในการแข่งขนั**ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกจิ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ [email protected] ของภาคการส่งออกอยา่ งหลกี เลีย่ งไม่ได้ โดยในสว่ นแรกจะเป็นการทบทวนและวิเคราะห์ ลักษณะการเคลอ่ื นยา้ ยเงนิ ทนุ ระหวา่ งประเทศของไทยภายหลงั การเปลย่ี นแปลงระบบอตั รา

262 พลวัตของความเชื่อมโยงระหวา่ งเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกิจโลก นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกจิ 263 ปริมาณการเคล่ือนย้ายเงินทุนสุทธิของไทยมีค่าเป็นบวกอย่างต่อเน่ืองในช่วงปีแลกเปลย่ี น ส่วนทสี่ องเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มความผนั ผวนของอตั ราแลกเปล่ียนและการ พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา แสดงให้เหน็ ว่าประเทศไทยไดร้ บั เงินทุนไหลเขา้ สุทธิตลอดชว่ งระยะเคลือ่ นยา้ ยเงนิ ทุนระหวา่ งประเทศ สว่ นถัดไปเปน็ การวิเคราะหค์ วามเช่อื มโยงทางเศรษฐกิจ เวลาทผี่ ่านมา โดยมแี นวโน้ม (Trend) การปรับเพมิ่ ขึ้นเล็กนอ้ ยตามการฟื้นตัวและการระหว่างภาคการเงินระหว่างประเทศและเศรษฐกิจในภาคการผลิตโดยเฉพาะอย่างย่ิงการ ขยายตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศ ซง่ึ แสดงถงึ ความจ�ำ เปน็ ของการพฒั นาเศรษฐกิจของสง่ ออกและน�ำ เขา้ สนิ คา้ โดยใชแ้ บบจำ�ลองอนกุ รมเวลา ประกอบด้วยการวิเคราะห์องค์ ไทยท่ยี งั คงต้องพง่ึ พงิ ทนุ จากตา่ งประเทศ (International Saving) รวมทงั้ บทบาทของทนุประกอบของความผันผวน (Variance Decomposition) และการวเิ คราะห์การตอบสนอง ต่างชาตทิ ม่ี แี นวโนม้ เชอ่ื มโยงกบั การพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ ดงั นน้ั ความผนั ผวน หรอืหรอื การปรับตวั ต่อการเปลย่ี นแปลงทีร่ ุนแรงและอยูน่ อกเหนอื การคาดหมาย (Impulse การเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั การเคลอ่ื นยา้ ยของเงนิ ทนุ ระหวา่ งประเทศยอ่ มสง่ ผลกระทบตอ่Response Analysis) และส่วนสดุ ท้ายเป็นบทสรุปและขอ้ เสนอแนะสำ�หรับการด�ำ เนิน การพฒั นาโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ตอ่ ภาคการผลติ ทแ่ี ทจ้ รงิ (Real sectors)นโยบายสาธารณะดา้ นเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศที่สำ�คัญ และเมอื่ พจิ ารณาจากการเปล่ยี นแปลงของการเคลอื่ นย้ายเงนิ ทนุ สุทธิ พบว่า มกี ารแกว่ง ตัวมากขน้ึ อยา่ งเหน็ ได้ชดั ในช่วงปี พ.ศ. 2550 เปน็ ตน้ มา ความผันผวนทีเ่ พมิ่ มากขนึ้ ท�ำ ให้วตั ถปุ ระสงค์ การพฒั นาของเศรษฐกจิ ไทยตอ้ งเผชญิ กบั ปญั หาทางด้านเสถยี รภาพ (Stability) ซ่งึ มีความ สำ�คัญไม่น้อยกว่าการดำ�เนินนโยบายทางเศรษฐกิจเพื่อก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การศึกษาน้มี ีวตั ถปุ ระสงค์หลัก 2 ประการ ประการแรก เพือ่ ให้เกิดความเขา้ ใจที่ (Economic growth) ที่ชัดเจน ไดแ้ ก่ ความผนั ผวนทเี่ กิดขน้ึ กับอัตราแลกเปลีย่ นและมผี ลมากขน้ึ เกีย่ วกบั ปจั จยั ทีม่ บี ทบาทตอ่ การเปล่ียนแปลงของอัตราแลกเปลีย่ น ถ้าความผันผวน สบื เน่ืองใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อการพัฒนาของภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกจิ การของอัตราแลกเปลี่ยนสามารถอธิบาย หรือบอกได้ว่าเกิดขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจใด ดำ�เนินนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนจึงมีประเด็นต้องพิจารณาในแนวทางในการดำ�เนินนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปล่ียนจะมีทางเลือก หลายประการ ได้แก่ การดำ�เนนิ นโยบายเพ่ือรักษาเสถียรภาพของอตั ราแลกเปลย่ี นมีมากกว่าการใช้มาตรการในการเขา้ แทรกแซงค่าเงนิ เพยี งอย่างเดียว ซึ่งมาตรการในการ ประสทิ ธภิ าพมากน้อยเพยี งใด ต้นทนุ ของการดำ�เนินนโยบายเปน็ อย่างไร เครอ่ื งมอื หรือแทรกแซงค่าเงินจะมีสภาพไม่แตกต่างจากการเข้าแทรกแซงกลไกทางด้านราคาของตลาด มาตรการท่ีเป็นทางเลือกสำ�หรับการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนมีอย่างจำ�กัดโดยภาครฐั การแทรกแซงในลกั ษณะดังกล่าวอาจกอ่ ให้เกิดผลกระทบในวงกวา้ ง และอาจมีต้นทุนของการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปล่ียนและประสิทธิภาพของการดำ�เนินมาตรการทแ่ี ตกตา่ งจากมาตรการทางเลอื กอน่ื ๆ ประการทส่ี อง เปน็ การวเิ คราะหถ์ งึ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อตัวแปรทางเศรษฐกิจเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากขึ้น รวมทงั้การวิเคราะห์ถึงความอ่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนในการตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงที่รุนแรงและไม่ได้รับการคาดหมายล่วงหน้าของตัวเปลี่ยนทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้แก่ การเคลอ่ื นย้ายของเงนิ ทนุ ระหว่างประเทศ (การลงทุนในหลักทรพั ย์ และการลงทนุ ทางตรง)การส่งออกสทุ ธิ เปน็ ต้น

264 พลวัตของความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกิจ 265หรอื การใชม้ าตรการแต่ละประเภทจะมผี ลกระทบทีแ่ ตกตา่ งกนั อย่างไร หลกั ในการเลอื กใช้มาตรการทางเลือกต่าง ๆ ควรจะตอ้ งค�ำ นึงถึงผลกระทบในดา้ นตา่ ง ๆ อย่างไร รวมทงั้ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งนโยบายทางเศรษฐกิจอ่นื ๆ กับนโยบายอัตราแลกเปล่ียน เป็นต้น เหล่านี้ลว้ นเป็นค�ำ ถามท่ีเกิดข้ึน และมนี ำ้�หนกั มากขึ้นตามขนาดของความผนั ผวนของการเคลอ่ื นยา้ ยของเงนิ ทุนระหว่างประเทศทเ่ี พมิ่ มากขึน้ การเคลื่อนไหวของเงินทนุ โดยตรงจากตา่ งประเทศ และเงนิ ลงทุนในหลักทรพั ย์ เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการเคล่ือนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศและสทุ ธขิ องไทยมคี วามผันผวนเพ่มิ มากข้นึ อย่างเหน็ ได้ชัดในช่วงปี พ.ศ. 2547 เปน็ ตน้ มา ความ การเคลอ่ื นไหวของมลู คา่ การสง่ ออก รปู ท่ี 3 แสดงวา่ มูลคา่ การสง่ ออกของไทยมีแนวโนม้ผันผวนท่ีปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความผันผวนของอัตราแลกเปล่ียนในช่วงเวลาเดียวกัน ปรับตวั เพม่ิ ขึน้ อย่างตอ่ เนอ่ื งในช่วงปี พ.ศ. 2543-2552 อตั ราการขยายตวั ของการส่งออกนอกจากน้ี พบวา่ เงินลงทุนในหลักทรัพย์สทุ ธิมกี ารเปล่ยี นแปลงมากกว่าการเปล่ยี นแปลง ในสินค้าอุตสาหกรรมสูงกว่าอัตราการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรของการเคลอ่ื นย้ายเงินทุนโดยตรงดว้ ย โดยประเทศไทยมเี งินทุนทางตรงจากต่างประเทศ และสนิ ค้าเกษตรอยา่ งเหน็ ไดช้ ัด นอกจากน้ี มูลค่าการส่งออกสนิ ค้าอตุ สาหกรรมยงั มคี วามสทุ ธเิ ปน็ บวกตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นตน้ มา และมแี นวโน้มการปรับเพิ่มข้นึ ไมม่ ากนัก ใน ผนั ผวนมากกว่ามลู ค่าการส่งออกสนิ ค้าเกษตร และอตุ สาหกรรมเกษตร ความผันผวนของขณะทเ่ี งนิ ลงทนุ ในหลักทรพั ย์สุทธมิ กี ารเปลย่ี นแปลงไม่มากในช่วงกอ่ นปี พ.ศ. 2541 และมี มูลค่าการส่งออกมแี นวโนม้ เพ่มิ ข้ึนสอดคล้องกบั ความผนั ผวนของอตั ราแลกเปลย่ี น และการแกวง่ ตัวอยา่ งรนุ แรงหลังจากนัน้ ความผนั ผวนของการเคลอ่ื นยา้ ยเงนิ ทนุ ระหวา่ งประเทศทเ่ี พม่ิ มากขน้ึ ภายหลงั ปี พ.ศ. 2548 ใน ช่วงปี พ.ศ. 2552 มลู ค่าการสง่ ออกลดลงอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าอตุ สาหกรรม เนือ่ งจากวกิ ฤตเิ ศรษฐกิจท่เี กดิ ข้นึ ในสหรฐั ฯ และยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงความเชอื่ มโยงของ เศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกจิ ในภูมิภาคอืน่ ของโลก ความผันผวนของอตั ราแลกเปลี่ยน ภายหลังการเปล่ียนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระบบลอยตัวแบบจัดการได้ ในปี พ.ศ. 2540 ค่าเงินบาทออ่ นค่าลงตามอุปสงคแ์ ละอปุ ทานของเงนิ บาทจนมคี ่าต่ำ�สุดท่ี ระดับกว่า 50 บาทตอ่ ดอลลาร์สหรัฐฯ และคอ่ ย ๆ ปรับเขา้ ส่ดู ลุ ยภาพของอัตราแลกเปล่ยี น ในช่วงเวลาถัดมา ในช่วงปี พ.ศ. 2543-2548 อัตราแลกเปล่ยี นมเี สถยี รภาพมากขนึ้ โดยมคี ่า เฉลยี่ ประมาณ40บาทตอ่ ดอลลารส์ หรฐั ฯอยา่ งไรก็ตามในชว่ งปีพ.ศ.2549เปน็ ตน้ มาพบวา่

266 พลวัตของความเชอื่ มโยงระหว่างเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 267อัตราแลกเปลี่ยนมีการผันผวนมากข้ึนตามการเคล่ือนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศท่ีมี GARCH(1,1) ซ่งึ เป็นแบบจำ�ลองท่นี ยิ มใชเ้ พ่อื การประมาณการคา่ ความผนั ผวนของตัวแปรการเปลีย่ นแปลงมากขึน้ ตามล�ำ ดับ โดยคา่ เงนิ บาทมแี นวโนม้ แข็งคา่ ขึน้ อยา่ งต่อเนือ่ ง และ ทางเศรษฐศาสตร์มหภาค พบวา่ การประมาณการคา่ ความผันผวนโดยแบบจ�ำ ลองอนุกรมแขง็ ค่าขน้ึ รวดเรว็ มากขึ้นตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2549 เป็นตน้ มา (ในช่วงดงั กลา่ ว อัตราแลกเปลี่ยน เวลาท่ีเลือกใช้มีความแตกต่างจากค่าความแปรปรวนของอัตราแลกเปล่ียนท่ีเกิดข้ึนจริงมากอา้ งอิงมีแนวโน้มการปรับลดลง และอตั ราแลกเปลี่ยนที่แทจ้ รงิ มีแนวโนม้ การปรบั เพม่ิ ข้นึ โดยการพยากรณ์ค่าความผันผวนของอัตราแลกเปล่ียนมีแนวโน้มท่ีจะประมาณการค่าของอยา่ งชัดเจนมากขน้ึ ) ความผันผวนต่�ำ กวา่ ความเป็นจรงิ อย่มู าก การปรับเปลี่ยนรูปแบบของแบบจ�ำ ลองอนกุ รม เวลาเพือ่ การพยากรณ์คา่ ความผนั ผวนของอตั ราแลกเปลย่ี นสามารถทำ�ได้ แต่เมอื่ ได้ทดลอง เม่อื พจิ ารณาการเคลอื่ นไหวของอัตราแลกเปล่ยี นอ้างองิ รายไตรมาสในช่วงปี พ.ศ. ปรับเปล่ยี นรปู แบบของแบบจ�ำ ลองแลว้ ยงั คงพบวา่ การประมาณการค่าความผันผวนของ2541 ถงึ ไตรมาสสองของปี พ.ศ. 2553 พบว่า อตั ราแลกเปลีย่ นเคล่อื นไหวโดยมีคา่ สูงสุดที่ อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเร่ืองที่ทำ�ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำ�หรับค่าเงินสกุลเล็กของเศรษฐกิจที่47.1481 และเงินบาทแขง็ คา่ มากทีส่ ดุ ทร่ี ะดับ 32.3026 สอดคลอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงของ มสี ่วนเปดิ ต่อภาคเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศในระดบั สูงเช่นคา่ เงนิ บาท ปรากฏการณท์ ี่เกิดอัตราแลกเปล่ียนอ้างองิ อตั ราแลกเปลี่ยนท่ีแทจ้ รงิ (REER) ซึ่งสะทอ้ นถงึ ศักยภาพในการ ขึ้นเป็นหลักฐานที่สำ�คัญสำ�หรับหน่วยงานที่ทำ�หน้าที่ในการดูแลค่าเงินควรจะได้มีบทบาทแขง่ ขนั ของประเทศ มีการเคลื่อนไหวในกรอบทีใ่ กลเ้ คยี งกัน และมีเคร่ืองมือท่ีมีประสิทธิภาพมากเพียงพอในการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อศึกษาพฤติกรรมความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สำ�หรับการศึกษา หรืออาจกล่าวได้ว่าความมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปล่ียนมีสถานภาพเป็นสินค้าสาธารณะน้ีคำ�นวณค่าความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนโดยอาศัยการคำ�นวณค่าความผันผวน “Public Good” ซึง่ ภาครัฐโดยธนาคารกลางของประเทศนั้น ๆ จะต้องมีสว่ นในการสรา้ ง(Variance) ของอัตราแลกเปลย่ี นโดยตรง และการประมาณคา่ ความผนั ผวนของอตั รา หรอื ท�ำ ใหอ้ ตั ราแลกเปล่ยี นมีเสถยี รภาพแลกเปลยี่ นดว้ ยแบบจ�ำ ลองอนุกรมเวลา GARCH(1,1)1 ซง่ึ การคำ�นวณด้วยแบบจำ�ลองอนกุ รมเวลาจะเป็นประโยชนใ์ นการคาดการณค์ วามผนั ผวนของอัตราแลกเปลย่ี นด้วย รูปที่ 5 เป็นการเปรยี บเทียบค่าความผนั ผวนของอัตราแลกเปล่ียน บาทตอ่ ดอลลารส์ หรัฐฯเป็นรายเดือนในช่วงปี พ.ศ. 2543-2553 ทเ่ี กดิ ขนึ้ จริงคำ�นวณจากคา่ ความแปรปรวนของข้อมูลรายวันกับค่าความแปรปรวนของอัตราแลกเปล่ียนท่ีประมาณการได้โดยแบบจำ�ลอง1หมายถงึ Generalized Autoregressive Conditional Heteroscedastic Model

268 พลวัตของความเชอ่ื มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกจิ 269วิธกี ารศึกษา โดยท่ี Xt เปน็ matrix ของตัวแปรภายในของระบบสมการ ได้แก่ ความผันผวน ของอัตราแลกเปล่ียน (VEXC) อตั ราการเปลย่ี นแปลงของเงินลงทนุ สทุ ธใิ น แบบจ�ำ ลองส�ำ หรบั การศึกษา หลักทรัพย์ (DSI) อัตราการเปลี่ยนแปลงของเงินลงทุนทางตรงจากต่าง ในการวิเคราะห์เพ่ือบ่งช้ีปัจจัยท่ีมีบทบาทสำ�คัญต่อความผันผวนของอัตรา ประเทศ (DFDI) และอัตราการเปลี่ยนแปลงของการส่งออก (DEXPT) แลกเปลย่ี นสำ�หรบั การศึกษาน้ี อาศยั แบบจำ�ลองอนุกรมเวลา Vector Autoregressive และ i เป็นความยาว lag ทเี่ หมาะสมเน่ืองจากปัจจัยท่ีอาจจะมีผลกระทบต่อการเปล่ียนแปลงของอัตราแลกเปล่ียนมีหลายปัจจัย แบบจำ�ลองในส่วนแรกจะเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบของความผันผวนของทำ�ให้การวิเคราะห์โดยแบบจำ�ลองทางเศรษฐมิติมีความเสี่ยงมากต่อการเกิดปัญหาการ อัตราแลกเปลี่ยนโดยพิจารณาว่าค่าความผันผวนของอัตราแลกเปล่ียนสามารถอธิบายได้ก�ำ หนดตวั แปรอิสระผิดพลาด (Misspecification of independent variables)2 ซง่ึ จะ ด้วยความผันผวนของตัวแปรใดในสดั ส่วนมากน้อยแตกตา่ งกนั อยา่ งไร และในสว่ นทสี่ องทำ�ให้การประมาณค่าความสมั พันธจ์ ากสมการถดถอยมอี คติ (Biased) และค่าสมั ประสทิ ธ์ิ เปน็ การวิเคราะห์การตอบสนองของตวั แปรต่าง ๆ ในแบบจ�ำ ลองเมื่อเกดิ การเปลย่ี นแปลงทปี่ ระมาณการอาจไม่ถกู ตอ้ งได้ การใช้แบบจำ�ลองอนกุ รมเวลายังมขี ้อดีในการเปดิ โอกาส ทไี่ มค่ าดหมายต่อตัวแปรตวั ใดตัวหนึ่งในแบบจำ�ลอง เช่น ถ้าเป็นกระแสการไหลเขา้ ของเงินให้ตวั แปรทุกตวั ที่บรรจใุ นแบบจำ�ลองเปน็ ตวั แปรภายใน (Endogenous Variable) หมาย ทนุ จำ�นวนมากอย่างรวดเรว็ ลงทุนในหลกั ทรัพย์ของประเทศไทย อตั ราแลกเปลี่ยนจะมกี ารถงึ ตัวแปรทุกตวั มีผลกระทบเชิงเหตุผล (Causality) ต่อตัวแปรตวั อ่นื ไดท้ ั้งสองทิศทาง ตอบสนองอย่างไร และผลของการเปล่ียนแปลงทเ่ี กิดขนึ้ จะส่งผลกระทบเปน็ ระยะเวลามาก(สามารถเกิด Feedback effect ได้) เชน่ การเปลี่ยนแปลงของการเคลือ่ นย้ายเงนิ ทนุ น้อยเพียงใด ดงั น้นั การวิเคราะห์ในส่วนน้จี ึงเปน็ การวเิ คราะห์ถึงความอ่อนไหวของตวั แปรสุทธิจะมีผลทำ�ให้อตั ราแลกเปลีย่ นเปลีย่ นแปลงไปได้ ในขณะเดยี วกัน การเปล่ียนแปลง ต่อการเปลย่ี นแปลงของตวั แปรอน่ื ในแบบจ�ำ ลองของอัตราแลกเปล่ยี น ก็มผี ลท�ำ ให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงของการเคลอ่ื นย้ายเงินทนุ สทุ ธไิ ด้ ข้อมูลที่ใช้สำ�หรับการศึกษาเป็นข้อมูลรายเดือนในช่วงปี พ.ศ. 2545-2553เช่นกัน ดงั นน้ั แบบจ�ำ ลอง Autoregressive สำ�หรบั การวเิ คราะหอ์ งค์ประกอบของความ รวบรวมจากฐานขอ้ มูลของธนาคารแหง่ ประเทศไทย ชุดข้อมลู ความผนั ผวนของอตั ราแลกผันผวน(Variance decomposition) ทใี่ ช้ในการศึกษาน้ีเป็นดงั ตอ่ ไปนี้ เปลีย่ นค�ำ นวณจากค่าความแปรปรวนของอัตราแลกเปลย่ี นอ้างองิ รายวัน Xt = A0 + ΣAiXt-i + et ผลการศกึ ษาและข้อวจิ ารณ์ โดยท่ ี Xt เป็น matrix ของตัวแปรภายในของระบบสมการ ได้แก่ อัตราแลก เปลี่ยน (EXC) เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (SI) เงินลงทุนทางตรงจาก การศึกษาน้ีใช้แบบจำ�ลองอนุกรมเวลาเพ่ือการวิเคราะห์องค์ประกอบของความ ตา่ งประเทศ (FDI) และการสง่ ออกสทุ ธิ (NEX) และ i เปน็ ความยาว lag ผันผวนของตัวแปรท่ีส�ำ คัญได้อธิบายความผันผวนของอตั ราแลกเปล่ยี น โดยจะแสดงใหเ้ ห็น ทเ่ี หมาะสม ว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลาของการศึกษาสามารถอธิบายได้ด้วย A0 และ Ai เป็น matrix ของค่าสัมประสิทธิ์ที่ได้จากการ ประมาณค่า การเปลี่ยนแปลงของตวั แปรใดบา้ งในแบบจ�ำ ลอง ทป่ี ระกอบด้วยตวั แปรเงนิ ลงทนุ สทุ ธิใน ระบบสมการ หลักทรัพย์ การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ และการสง่ ออกสุทธิ ซง่ึ เปน็ กลมุ่ ของตวั แปร ทม่ี คี วามส�ำ คัญตอ่ การเปลี่ยนแปลงของอตั ราแลกเปลีย่ น โดยการเปล่ยี นแปลงของตวั แปร สำ�หรับการวิเคราะห์การตอบสนองต่อการเปลีย่ นแปลง (Impulse Response เหลา่ นีจ้ ะมีผลกระทบตอ่ อปุ สงคแ์ ละอุปทานของเงินสกุลตา่ งประเทศ ท�ำ ให้อัตราแลกAnalysis) สร้างเปน็ แบบจำ�ลองอนกุ รมเวลา ดังนี้ เปล่ียนที่เป็นราคาของเงินสกุลต่างประเทศในรูปของเงินสกุลภายในประเทศเปล่ียนแปลง ด้วย ในเบอ้ื งต้น จะเปน็ การทดสอบความเปน็ Stationary ของตัวแปรทกุ ตัวท่ีจะใชใ้ นแบบ Xt = A0 + ΣAiXt-i + et จำ�ลองส�ำ หรบั การศึกษา ดงั ต่อไปน้ี2โดยปกตกิ ารใชแ้ บบจ�ำ ลองทางเศรษฐมติ คิ วรจะตอ้ งมกี รอบแนวคดิ ทางทฤษฎรี องรบั เพอ่ื ใหแ้ นใ่ จไดว้ า่ การก�ำ หนดตวั แปรอสิ ระในแบบจ�ำ ลองมคี วามถกู ตอ้ ง ครบถว้ นสมบรู ณ์

270 พลวัตของความเชอ่ื มโยงระหวา่ งเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกจิ 271 การทดสอบความเปน็ Stationary ของตวั แปร จากการทดสอบพบว่าตัวแปรส่วนใหญ่ยกเว้นอัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวแปรท่ีมี เป็นการทดสอบเพ่ือให้ทราบว่าตัวแปรในแบบจำ�ลองเป็นตัวแปรประเภท คณุ สมบัตเิ ป็นตัวแปร Stationary โดยตวั แปรอตั ราแลกเปลย่ี นเปน็ ตัวแปรทีต่ อ้ งหาผลตา่ งใด มีความเหมาะสมทจ่ี ะใชใ้ นแบบจ�ำ ลองทจ่ี ะศกึ ษาอยา่ งไร ตวั แปร Stationary หรอื ตวั แปร ลำ�ดับที่ 1 เพ่อื ใหม้ ีคุณสมบัติเปน็ ตวั แปร Stationary ดังนน้ั ตวั แปรทกุ ตัวสามารถน�ำ มาใช้I(0)3 หมายถงึ ตวั แปรทม่ี คี า่ เฉลย่ี (Mean) คงท่ี คา่ ความแปรปรวนคงท่ี (Constant Varance) ในการประมาณคา่ ในระบบสมการของแบบจ�ำ ลอง Vector Autoregressive ตามทีก่ ำ�หนดและมีคา่ ความแปรปรวนรว่ ม (Covariance) ท่ขี ้ึนอย่กู ับช่วงหา่ งของคาบเวลา แตเ่ ปน็ ไว้เพอื่ การวิเคราะหอ์ งค์ประกอบของความผันผวน และการวิเคราะหก์ ารตอบสนองของอิสระจากเวลา (Independent of time) และตัวแปร I(1)4 หมายถงึ ตัวแปร non- ตัวแปรต่อไปstationary ท่ีผลต่างลำ�ดบั ท่ี 1 ของตัวแปรเป็นตัวแปร stationary ผลการทดสอบคุณสมบัติ การวิเคราะห์ดว้ ย Variance Decompositionของตวั แปรส�ำ หรับการศึกษานีป้ รากฏดังตารางตอ่ ไปนี้ การวิเคราะห์องค์ประกอบของความผันผวนของอัตราแลกเปล่ียนโดยใช้แบบ จำ�ลอง VAR เมื่อแยกพิจารณาเป็นชว่ งเวลา 1, 6 และ 12 เดอื น ปรากฏวา่ ความผนั ผวนของ ตัวแปรที่มีผลต่อความแปรปรวนของอัตราแลกเปลี่ยนมีความแตกต่างกันตามกรอบระยะ เวลาที่พจิ ารณา โดยการเปลยี่ นแปลงของการคาดการณ์คา่ อตั ราแลกเปลีย่ น (Exchange rate expectation) หรอื พฤติกรรมการเกง็ ก�ำ ไรในอัตราแลกเปล่ียน ซงึ่ มผี ลท�ำ ให้คา่ ความ ผันผวนของอัตราแลกเปล่ียนเป็นปัจจัยที่มีความสำ�คัญมากท่ีสุดต่อการเปล่ียนแปลงระดับ ความผนั ผวนของอัตราแลกเปลย่ี น ดังน้ัน การรกั ษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลีย่ นใน ระยะสนั้ เช่นระยะเวลาไม่เกิน 1 เดอื น โดยการใช้มาตรการแทรกแซงคา่ อัตราแลกเปล่ยี น และดูแลไม่ให้อัตราแลกเปล่ียนมีการแกว่งตัวมากเกินไปจึงน่าจะเป็นมาตรการท่ีเหมาะ สม และสอดคลอ้ งกับสาเหตทุ ีก่ อ่ ใหเ้ กิดความผันผวนในอตั ราแลกเปลี่ยน อยา่ งไรก็ตาม เมื่อระยะเวลาในการพิจารณาเพ่ิมขนึ้ โครงสร้างของความแปรปรวนของอัตราแลกเปลยี่ น ถูกกำ�หนดโดยปัจจยั อน่ื ทแ่ี ตกตา่ งไป กลา่ วคอื ปจั จยั อื่น ๆ เรม่ิ มีบทบาทมากข้นึ ตอ่ การ เปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปล่ยี น ทม่ี า: จากการค�ำ นวณ หมายเหต:ุ ADF หมายถงึ Augmented Dickey-Fuller Test และ PP หมายถงึ Phillips-Perron Test3 Integrated variable order 04 Integrated variable order 1

272 พลวัตของความเช่อื มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพอื่ พัฒนาการเศรษฐกจิ 273 แปรปรวนของอตั ราแลกเปลย่ี นโดยมีสดั ส่วนคดิ เปน็ ร้อยละ 18.5 เทียบกบั รอ้ ยละ 5.49 ใน ตารางที่ 2 แสดงผลการวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบของความผันผวนของอตั ราแลก กรอบระยะเวลา 1 เดือนเปลย่ี น พบวา่ ระดับความผันผวนของคา่ เงนิ บาท/ดอลลารส์ หรฐั ฯ เปน็ 0.46, 1.70 และ ในกรอบระยะเวลา 12 เดอื น พบวา่ การเปลี่ยนแปลงของการเคลอื่ นย้ายเงินลงทุน2.58 ส�ำ หรบั กรอบเวลา 1, 6 และ 12 เดอื น ตามลำ�ดับ ระยะเวลาในการพิจารณาทย่ี าว สุทธใิ นหลักทรัพย์เป็นตัวแปรส�ำ คัญทที่ �ำ ให้เกดิ ความผันผวนของอัตราแลกเปลีย่ น คิดเปน็ข้นึ ทำ�ใหอ้ ัตราแลกเปล่ียนสามารถเคลื่อนไหวไดใ้ นกรอบที่กวา้ งข้นึ ในระยะสน้ั (1 เดือน) สัดสว่ นถึงรอ้ ยละ 41.71 รอ้ ยละ 17.81 และ 22.35 เป็นความผันผวนของอัตราแลกเปลย่ี นปรากฏว่า ความผนั ผวนของอัตราแลกเปลี่ยนรอ้ ยละ 69.43 ข้ึนจากปจั จัยทมี่ ผี ลโดยตรงตอ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการเคลอ่ื นยา้ ยของเงนิ ลงทนุ ทางตรงจากตา่ งประเทศ และการเปลย่ี นแปลงมลู คา่การเปลย่ี นแปลงคา่ เงนิ บาทและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เชน่ การเปล่ียนแปลงการคาดการณค์ ่า การสง่ ออก ตามล�ำ ดบั จะเหน็ ไดว้ า่ ปจั จยั ทางดา้ นการลงทนุ ทางตรงและการสง่ ออกเปน็ ปจั จยัเงิน การเกง็ กำ�ไรในตลาดปรวิ รรตเงินตราระหวา่ งประเทศ ฯลฯ การรักษาเสถยี รภาพโดย ทจ่ี ะมผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงของอตั ราแลกเปลย่ี นในระยะยาวมากกวา่ ในระยะสน้ัการแทรกแซงค่าเงินในระยะส้นั จึงสามารถควบคุมใหอ้ ัตราแลกเปลยี่ นมีเสถียรภาพได้ การวิเคราะหด์ ว้ ย Impulse Response Function เมือ่ พจิ ารณาในกรอบระยะเวลา 6 เดอื น จะเหน็ วา่ ปจั จยั ทางดา้ นการเคลือ่ น ในส่วนน้ีจะเป็นการวิเคราะห์การตอบสนองของตัวแปรต่อการเปลี่ยนแปลงท่ีเกดิย้ายเงนิ ทุนทั้งท่เี ปน็ การเคล่ือนยา้ ยของเงนิ ลงทุนสทุ ธใิ นหลกั ทรพั ย์ และการเคลื่อนยา้ ย ขน้ึ ในตวั แปรแตล่ ะตวั ในแบบจ�ำ ลอง ประกอบดว้ ย ความแปรปรวนของอตั ราแลกเปลย่ี น อตั ราเงนิ ลงทนุ ทางตรงระหวา่ งประเทศ มีบทบาทเพิม่ มากขน้ึ เปรยี บเทียบกับกรอบระยะเวลา การเปล่ียนแปลงของการเคล่อื นย้ายเงินลงทนุ สทุ ธิในหลักทรพั ย์ อัตราการเปลยี่ นแปลงของ1 เดือน โดยการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนสุทธใิ นหลกั ทรัพย์ และการเคลื่อนย้ายเงินลงทนุ ทาง การเคลือ่ นย้ายเงินลงทนุ ทางตรงจากตา่ งประเทศ และอัตราการเปลย่ี นแปลงของมูลค่าการตรงจากตา่ งประเทศทำ�ให้เกิดความผันผวนของอตั ราแลกเปล่ียนคิดเปน็ ร้อยละ 22.16 และ ส่งออก พบวา่ การเปล่ยี นแปลงที่ไมไ่ ด้คาดหมาย (Shock) ท่ีเกิดขน้ึ จากการเคล่อื นยา้ ยเงนิ27.92 ตามลำ�ดบั เชน่ เดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของการส่งออกก็มีอิทธิพลมากขึ้นตอ่ ความ ลงทนุ สทุ ธิในหลกั ทรัพย์ การเคลื่อนย้ายของเงินลงทนุ ทางตรงจากต่างประเทศ และการ ส่งออกไมไ่ ด้มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงระดบั ความผนั ผวนของอัตราแลกเปล่ยี น เช่น เดียวกนั ความผนั ผวนของอตั ราแลกเปลี่ยน อัตราการเปล่ียนแปลงของเงินลงทนุ ทางตรง จากต่างประเทศ และอตั ราการเปลี่ยนแปลงของมลู คา่ การส่งออก ไมต่ อบสนองต่อการเพ่ิม ขน้ึ หรอื ลดลงของอัตราการเปล่ียนแปลงของการเคล่อื นย้ายเงนิ ลงทนุ สทุ ธใิ นหลักทรัพย์ ทม่ี า: จากการค�ำ นวณ หมายเหตุ: ค่าในวงเลบ็ เป็นระยะเวลาการตอบสนอง

274 พลวัตของความเช่อื มโยงระหวา่ งเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพอ่ื พฒั นาการเศรษฐกิจ 275 ตารางท่ี 3 แสดงใหเ้ ห็นถึงการตอบสนองของอตั ราการเปลย่ี นแปลงของมูลค่าการ การใช้มาตรการทางภาษสี ำ�หรับผลตอบแทนจากการปริวรรตเงินตราระหวา่ งประเทศ ฯลฯส่งออกต่อการเพ่ิมข้ึนหรือลดลงอย่างไม่คาดหมายของอัตราการเปลี่ยนแปลงของการลงทุน จะเป็นนโยบายทางเลือกที่สำ�คัญเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพของการดำ�เนินนโยบายอัตราแลกทางตรงจากตา่ งประเทศ โดยการตอบสนองจะเปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกนั คอื การเพมิ่ ข้นึ ของ เปลี่ยนในการรกั ษาเสถียรภาพของอตั ราแลกเปลี่ยนอัตราการเปลี่ยนแปลงของการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศทำ�ให้อัตราการเปล่ียนแปลง ในส่วนของการวิเคราะหก์ ารตอบสนองของตวั แปรทางเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ การของมูลค่าการสง่ ออกเพ่ิมข้ึน โดยการเพ่มิ ข้ึนจะเกดิ ขน้ึ เพยี ง 1 คาบเวลา (1 เดือน) นอกจาก เคลือ่ นย้ายเงินลงทุนสทุ ธใิ นหลกั ทรัพย์ การเคล่อื นยา้ ยเงนิ ลงทนุ ทางตรงจากตา่ งประเทศนี้ พบว่า Shock ทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั การเปลีย่ นแปลงของมูลค่าการส่งออกจะมผี ลกระทบต่อเนื่อง และการส่งออก ต่อการเปล่ยี นแปลงของความผันผวนของอัตราแลกเปลยี่ น พบว่า ความ2 คาบเวลา (2 เดอื น) โดยท่ตี ัวแปรอ่ืน ๆ จะไม่ตอบสนองตอ่ อตั ราการเปลี่ยนแปลงของ ผันผวนของอตั ราแลกเปลย่ี นท่เี พ่ิมขนึ้ ไมท่ �ำ ให้เกิดการเปลยี่ นแปลงในตวั แปรต่าง ๆ ในแบบมลู คา่ การสง่ ออก จ�ำ ลองมาก ส่วนใหญ่การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดหมายมักจะเป็นการ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรเดียวกัน คือ เมือ่ มี Shock ต่อความผันผวนของบทสรุป อัตราแลกเปลีย่ น ทำ�ใหอ้ ตั ราแลกเปลี่ยนมีความผนั ผวนมากขึ้น ความผนั ผวนของอัตราแลก เปลย่ี นทเ่ี พม่ิ มากขน้ึ นน้ั ไมท่ ำ�ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงของการเคลอ่ื นยา้ ยเงนิ ลงทนุ สทุ ธใิ นหลกั ภาคการเงินระหว่างประเทศของโลกและของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะต้อง ทรพั ย์ การเคลอ่ื นยา้ ยของเงนิ ลงทนุ ทางตรงจากตา่ งประเทศ หรอื การสง่ ออก เชน่ เดยี วกนั การเผชิญความผันผวนที่มากขน้ึ ทั้งในรูปของการเปลีย่ นแปลงของอัตราแลกเปลย่ี น และขนาด เคลอ่ื นยา้ ยของเงนิ ทนุ ทเ่ี พม่ิ มากขน้ึ ไมท่ �ำ ใหอ้ ตั ราแลกเปลย่ี นมคี วามผนั ผวนมากขน้ึและความรวดเรว็ ของการเคล่อื นย้ายเงินทุนระหวา่ งประเทศ การวเิ คราะห์องคป์ ระกอบของความผันผวนของอัตราแลกเปลย่ี นชใ้ี หเ้ ห็นวา่ การเคลอ่ื นย้ายของเงนิ ลงทนุ สทุ ธใิ นหลักทรัพย์เป็นปัจจัยที่มีความสำ�คัญต่อการก่อให้เกิดความผันผวนในอัตราแลกเปล่ียนโดยเฉพาะเม่ือพจิ ารณาในกรอบระยะเวลา 1 ปี โดยการเปลยี่ นแปลงของการเคลือ่ นยา้ ยเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์อธิบายการเปล่ียนแปลงของอัตราแลกเปล่ียนได้ถึงกว่าร้อยละ 40 ในกรอบระยะเวลาทีส่ ้ันลง พบว่า ความแปรปรวนของอตั ราแลกเปลยี่ นเกิดข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงของปจั จัยท่ีสง่ ผลกระทบโดยตรงต่อคา่ เงนิ เช่น การปรับเปลย่ี นการคาดการณ์เกีย่ วกับค่าเงนิ พฤติกรรมการเกง็ กำ�ไรจากอตั ราแลกเปลยี่ น ฯลฯ นอกจากนี้ การเปลยี่ นแปลงของการเคล่ือนยา้ ยเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ และการส่งออกสทุ ธิเป็นปัจจัยทีม่ นี ำ้�หนกั ตอ่ ความผนั ผวนของอัตราแลกเปลยี่ นด้วย โดยเม่ือพิจารณาในกรอบระยะเวลา 1 ปี ปัจจัยทัง้ สองรวมกนั จะมีอทิ ธพิ ลตอ่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนถึงกวา่ ร้อยละ 40 แม้ว่าในกรอบระยะเวลาการพิจารณาทีส่ ้นั ลง ปจั จัยทั้งสองจะมีบทบาทต่อความผนั ผวนของอตั ราแลกเปลีย่ นน้อยกวา่ ดงั น้ัน มาตรการแทรกแซงค่าเงินในระยะสั้นเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนจึงดูเหมือนจะยังคงเป็นมาตรการที่มีความจ�ำ เปน็ อย่างไรก็ตาม เมอ่ื พจิ ารณาถึงการรกั ษาเสถยี รภาพของอัตราแลกเปลี่ยนในกรอบระยะเวลาทย่ี าวขึ้น มาตรการหรือเครอ่ื งมอื ทางด้านนโยบายอน่ื ๆ เช่น มาตรการในการจ�ำ กดั การเคลอื่ นย้ายของเงนิ ลงทนุ ในหลักทรพั ย์ การกำ�หนดปริมาณเงนิ สำ�รองในสัดส่วนที่สูงขึ้นสำ�หรับเงินลงทุนในระยะสั้นและยืดหยุ่นมากขึ้นสำ�หรับเงินลงทุนในระยะยาว

276 พลวตั ของความเช่อื มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกจิ 277 เอกสารอ้างอิง ภาคผนวกกรมสง่ เสรมิ การสง่ ออก http://www2.ops3.moc.go.thธนาคารแหง่ ประเทศไทย Data and Statistics. http://www.bot.or.thInternational Monetary Fund. (2010). United States: Publication of financial sector assessment program documentation-Financial system stability assessment (IMF Country Report No. 10/247). Washington, DC: International Monetary Fund.Kenc, T., & Dibooglu, S. (2010). The 2007-2009 financial crisis, global imbalances, and capital flows: Implications for reform. Economic Systems, 34(1), 3-21.Mussa, M. (2009, April). World Recession and Recovery: A V or an L?. Paper presented at the fifteenth semiannual meeting on Global Economic Prospect.Salvatore, D. (2010). Globalization, international competitiveness and growth: Advanced and emerging markets, large and small countries. Journal of International Commerce, Economics and Policy, 1(1), 21-32.Tsangarides, C. (2010). Crisis and recovery: Role of the exchange rate regime in emerging market countries (IMF Working Papers WP/10/242). Washington, DC: International Monetary Fund.

278 พลวัตของความเชอ่ื มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกิจโลก นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกิจ 279

280 พลวัตของความเชอ่ื มโยงระหว่างเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกิจโลก นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกิจ 281

282 พลวัตของความเช่ือมโยงระหวา่ งเศรษฐกจิ ไทยและเศรษฐกจิ โลก แนวโนม้ เศรษฐกิจมหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ผศ. ดร.ยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ รศ. ดร.ราเชนทร์ ชินทยารงั สรรค์

นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ 285 บทคัดยอ่ การศึกษาใชต้ ัวแบบเศรษฐกิจมหภาค NIDA’s Quarterly MacroeconomicModel (NIDAQMM) ในการวิเคราะหแ์ นวโน้มเศรษฐกิจในปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของแนวนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของรัฐบาล ผลการพยากรณ์พบโดยสรุปวา่ อัตราการเตบิ โตของผลติ ภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะอยทู่ ี่ร้อยละ 4.1 เท่ากันในปี 2554 และ 2555 ถงึ แมว้ ่าจะลดลงกวา่ อตั ราการขยายตัวในปี 2553 แตย่ ังแสดงถึงการฟืน้ ตัวท่ีต่อเนือ่ งกนั มา อตั ราเงินเฟ้อในปี 2554-2555 จะมแี นวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากปี2553 โดยเฉพาะในสว่ นของอตั ราเงินเฟอ้ พื้นฐาน โดยคา่ พยากรณอ์ ตั ราเงนิ เฟ้อพืน้ ฐานในปี2554–2555 อยู่ ณ ระดบั รอ้ ยละ 2.6 และ 2.2 ส่วนค่าพยากรณ์อตั ราเงินเฟอ้ ทัว่ ไปอยู่ที่ร้อยละ 3.4 และ 2.7 ในปี 2554 และ 2555 ตามลำ�ดับ ผลการพยากรณอ์ ตั ราเงนิ เฟอ้ พืน้ฐานนี้แสดงถึงการเรง่ ตวั ของอตั ราเงินเฟอ้ อย่างชัดเจน สว่ นแนวโนม้ ของอัตราแลกเปลย่ี นเงนิ ตราตา่ งประเทศพบวา่ จากทชี่ ว่ งห่างของอตั ราดอกเบ้ยี ระหวา่ งประเทศเพ่มิ สูงขึ้น ท�ำ ให้คา่ เงินมีแนวโน้มแขง็ ค่าเงินในปี 2554 โดยผลของคา่ เงนิ ท่ีแข็งขน้ึ นส้ี ่วนหนง่ึ จะมาจากการเคล่ือนย้ายเงนิ ลงทุนระหว่างประเทศตามช่องห่างของอตั ราดอกเบีย้ ระหวา่ งประเทศ ซ่ึงการพยากรณ์โดยตัวแบบพบว่าค่าเงินบาทเฉล่ียทั้งปี 2554 และ 2555 จะอยู่ ณ ระดบั 29.9และ 27.8 บาทตอ่ ดอลลารส์ หรฐั ฯ (อตั รา ณ ส้ินปีอยู่ ณ 29.0 และ 27.3 บาทต่อดอลลาร์สหรฐั ฯ ณ สิ้นปี 2554 และ 2555 ตามล�ำ ดบั ) การพยากรณจ์ ึงช้วี า่ ปญั หาส�ำ คญั ของเศรษฐกิจไทยในปี 2554 ไดแ้ ก่ ผลจากการเร่งตัวของปัญหาเงินเฟ้อโดยเฉพาะในหมวดดัชนีผู้บริโภคพ้ืนฐานซึ่งมีนัยยะเชิงนโยบายส่วนในดา้ นของอตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกจิ ถงึ แม้วา่ จะมีระดับทต่ี �ำ่ กวา่ ปี 2553 และต่ำ�กวา่ ค่าแนวโนม้ การขยายตวั ของศักยภาพการผลิตในระยะยาว แต่ยงั คงถือว่าอยใู่ นระดบั ที่ฟ้ืนตวั ตอ่ เน่ืองจากภาวะวกิ ฤติการเงินโลกในปี 2551–2552 ภายใต้แรงกดดนั ของการปรบัอตั ราดอกเบีย้ นโยบายการเงินและการแข็งค่าของอัตราแลกเปลยี่ นฯ ซ่ึงคาดว่าจะเกิดขึน้ตามมาจะเปน็ ปัจจัยท่สี ง่ ผลตอ่ การเตบิ โตทางเศรษฐกิจ ดงั นน้ั อัตราการขยายตวั ของ GDPณ ระดบั ประมาณรอ้ ยละ 4.1 ในปี 2554 จงึ อยใู่ นระดบั ทน่ี า่ พอใจหากพจิ ารณาปจั จยั ตา่ ง ๆขา้ งตน้ การศึกษายังได้วิเคราะห์ความอ่อนไหวกรณีที่ตัวแปรภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงไปจากข้อสมมตุ ิ ผลจากสถานการณท์ ่รี าคาน้ำ�มันดิบในตลาดโลกเพ่มิ สงู ข้ึนเร็วและแรงกว่าท่ีคาดการณ์จะกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมอย่างชัดเจน โดยสง่ ผลให้เศรษฐกิจ

286 แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ 287ชะลอตัวลง ซึง่ การลดลงนีเ้ ป็นผลจากการปรับเพมิ่ ของการน�ำ เขา้ การปรบั ลดลงของการบรโิ ภคและการลงทุนภาคเอกชน แสดงถึงความอ่อนไหวของเศรษฐกจิ ไทยตอ่ การเพ่ิมข้นึ ประเด็นทางนโยบายจากการศกึ ษาคือของราคาน�้ำ มัน ถงึ แมว้ า่ ผลตอ่ การลดลงของอตั ราการขยายตัวของ GDP มปี ระมาณรอ้ ย 1. จากการทภ่ี าวะเศรษฐกจิ ไทยเรม่ิ คลค่ี ลายในทางท่ดี ีขึ้นมากในปี 2553 จากที่ละ 1 แต่ผลต่ออัตราเงินเฟอ้ จะนา่ เป็นห่วง โดยอตั ราเงนิ เฟอ้ พ้นื ฐานจะอยู่ ณ ระดับเกนิ เคยถดถอยในปี 2552 และโอกาสในการถดถอยซ้�ำ ในลกั ษณะ double dip มโี อกาสเป็นไปกรอบเปา้ หมายเงินเฟอ้ ทั้งในปี 2554 และ 2555 ซ่ึงจะเป็นประเดน็ ท่ีควรจับตาในการ ไดน้ ้อยมาก ท�ำ ใหค้ วามจำ�เป็นในการกระตนุ้ เศรษฐกจิ โดยนโยบายการคลงั ผา่ นการใช้จา่ ยก�ำ หนดกรอบของนโยบายการเงนิ ขณะท่ีผลการจ�ำ ลองสถานการณ์การปรบั เพมิ่ อัตรา เพ่อื การบริโภคลดความจ�ำ เปน็ ลง ดังนั้นนโยบายการคลังควรหันมาเนน้ ในดา้ นการใชจ้ ่ายดอกเบี้ยนโยบายอย่างช้า ๆ จะชว่ ยเสรมิ การขยายตวั ของ GDP ให้ดีข้นึ ในปี 2555 อย่าง เพ่อื การลงทุนมากข้ึน ซึ่งจะมีผลต่อศกั ยภาพการผลิตระยะยาว และการรกั ษาเสถยี รภาพชดั เจน และมผี ลใหค้ ่าเงินบาทไม่แขง็ คา่ ขึ้นมากนกั ในปี 2555 โดยผลตอ่ อตั ราเงนิ เฟอ้ จะมี ด้านการคลังในระยะยาวการเพมิ่ ขึน้ เล็กน้อยในปี 2554 และ 2555 แต่ข้อควรระวังท่สี ำ�คญั คอื หากพิจารณาแนวโน้ม 2. จากภาวะเงินเฟ้อท่ีเพิม่ ขน้ึ จึงเปน็ ไปได้ทจี่ ะมีการปรับอตั ราดอกเบี้ยนโยบายอตั ราเงินเฟ้อพนื้ ฐานในลกั ษณะรายไตรมาส อตั ราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโนม้ ปรับตัวเกนิ ร้อย การเงนิ ท่ีรวดเรว็ และต่อเนือ่ งตลอดปี 2554 เน่ืองจากธนาคารแหง่ ประเทศไทยมแี นวโน้มละ 3.0 ซ่ึงเป็นขอบบนของกรอบเปา้ หมายเงนิ เฟ้อ 3 ไตรมาสติดกันระหวา่ งช่วงไตรมาสที่ จะตอบสนองต่ออตั ราเงนิ เฟอ้ ทีร่ นุ แรง จงึ เปน็ ปจั จยั ทีค่ วรระมดั ระวงั ทัง้ ในดา้ นผลกระทบ3 ปี 2554 ถึงชว่ งไตรมาสที่ 1 ปี 2555 ซึง่ ผลการจ�ำ ลองสถานการณใ์ นกรณนี จี้ ะแสดงให้ ตอ่ ตน้ ทนุ การเงิน และผลกระทบตอ่ อัตราแลกเปล่ยี นเงินตราตา่ งประเทศเหน็ ถงึ การตัดสินใจเชงิ นโยบายการเงิน นอกจากนี้ ผลจากแบบจำ�ลองสถานการณค์ ่าเงนิ 3. อตั ราแลกเปล่ียนเงินตราต่างประเทศมแี นวโน้มแขง็ ค่าขึ้น ในชว่ งครงึ่ หลงั ปีบาทปรบั ตวั อ่อนคา่ ลง พบวา่ การสง่ ออกเปน็ ตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคหลักที่ออ่ นไหวกบั 2554 ดังนนั้ ผูท้ ี่เกยี่ วข้องควรมกี ารเตรยี มตัวเพือ่ รบั มอื ล่วงหน้า ทั้งในด้านมาตรการดแู ลการออ่ นคา่ ของเงนิ บาทมากที่สุดและมกี ารตอบสนองเรว็ ท่สี ุด โดยผลการปรับตัวจะสังเกต เงนิ ลงทนุ ระหวา่ งประเทศ (โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตร) มาตรการสง่ เสรมิ การลงทุนในตา่ งไดใ้ นปี 2554 ในขณะทีต่ ัวแปรอนื่ ๆ การปรบั ตวั จะสงั เกตได้ล่าชา้ กว่าคือจะมีผลทช่ี ดั เจน ประเทศทั้งในลักษณะการลงทนุ โดยตรง และการลงทุนในหลกั ทรัพย์ หรือการท�ำ ประกนัในปี 2555 ซ่ึงการออ่ นค่าของเงินบาทมีผลด้านลบตอ่ การลงทุนภาคเอกชน ซึง่ อาจมาจาก ความเส่ยี งอัตราแลกเปลยี่ นฯ ของผูส้ ง่ ออกการท่โี ครงการลงทนุ สว่ นใหญ่มกี ารอาศยั เงินก้ยู ืม หรอื การนำ�เข้าเครือ่ งจกั ร อุปกรณจ์ ากตา่ งประเทศ นอกจากนี้ ผลจากการปรับเพิ่มของอัตราดอกเบ้ยี นโยบายการเงินตามการเพ่ิมข้ึนของอัตราเงนิ เฟอ้ ก็เป็นอีกปัจจัยทสี่ ง่ ผลตอ่ การขยายตัวทางเศรษฐกจิ โดยพยากรณว์ ่าหากเงนิ บาทอ่อนคา่ ลง อัตราดอกเบีย้ นโยบายการเงิน ณ สนิ้ ปี 2555 จะอยู่ ณ อัตราร้อยละ 4.80 สว่ นอตั ราเงินเฟ้อจะปรบั ตัวเพิ่มขน้ึ เปน็ รอ้ ยละ 3.8 และ 3.1 ในปี 2555 สำ�หรับอตั ราเงนิ เฟ้อท่วั ไป และอตั ราเงินเฟอ้ พ้ืนฐาน ตามลำ�ดับ โดยการปรับเพิม่ ขนึ้ นจี้ ะสง่ ผลให้อตั ราเงนิ เฟ้อพ้นื ฐานจะสงู กวา่ กรอบเปา้ หมายเงินเฟ้อในทั้งปี 2555 ซงึ่ จะเป็นผลกระทบเชิงนโยบายทค่ี วรจับตามอง ถึงแมว้ ่าในด้านเสถียรภาพดา้ นระดับราคาสนิ คา้ จะเป็นปจั จยั ท่ีได้รับผลกระทบทางลบจากการออ่ นคา่ ของเงนิ บาท แตก่ ารอ่อนคา่ ของเงนิ บาทจะช่วยเกอ้ืหนนุ การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ มหภาคไทยทีส่ ำ�คญั ซง่ึ นโยบายอตั ราแลกเปล่ียนเงินตราตา่ งประเทศควรใหน้ ้�ำ หนกั ผลกระทบในสองด้านนอ้ี ย่างระมัดระวัง

288 แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกิจ 289 ตารางที่ 1 ผลการพยากรณ์เศรษฐกิจมหภาคของไทยจากหน่วยงานภาครัฐทเ่ี กี่ยวข้อง และปรแะเนมวนิ โนค้มวาเศมรเหษมฐากะจิ สมมหขภอางคนไทโยยบปาี ย2เ5ศ5ร4ษ-2ฐ5ก5จิ 5มหภาค และจากตัวแบบเศรษฐกิจมหภาคของสถาบันบัณฑติ พฒั นบริหารศาสตร์ (NIDAQMM) ยทุ ธนา เศรษฐปราโมทย์* และ ราเชนทร์ ชินทยารงั สรรค์**ความสำ�คัญของปัญหา ในปี 2553 เศรษฐกิจไทยสามารถฟืน้ ตัวจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจท่เี กดิ ขน้ึในปี 2552 โดยการขยายตวั ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสท่ี 1ถึง4 (เทยี บกบั ชว่ งเดียวกันของปที ่ีผา่ นมา) อย่ใู นระดบั รอ้ ยละ 11.9, 9.0, 6.7 และ 3.8 ตามลำ�ดบั รวมท้ังปคี ดิ เป็นอตั ราการขยายตวั รอ้ ยละ 7.8 ในขณะที่ปี 2554 ผลการพยากรณ์ล่าสุดโดยหน่วยงานต่าง ๆ ประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ประมาณร้อยละ3.0–5.0 (ดตู ารางที่ 1 ส�ำ หรับรายละเอียดการพยากรณล์ า่ สดุ ของหนว่ ยงานทีส่ �ำ คัญ) ถงึ แมว้ า่ ผลการพยากรณอ์ ตั ราการขยายตวั ทางเศรษฐกิจในปี 2554 จะต่ำ�กวา่ในปี 2553 แต่ปจั จัยทส่ี ำ�คญั ทม่ี ีอิทธพิ ลต่ออตั ราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2553 คือเศรษฐกจิ ในปี 2552 ทอี่ ยู่ในช่วงถดถอย (เศรษฐกิจหดตวั ร้อยละ -2.3) ซึ่งนอกจากจะมีผลตอ่ การคำ�นวณในลกั ษณะของปฐี านการคำ�นวณอัตราการขยายตัวแลว้ ยังมีผลในแง่ของการปรบั ระดับเพอ่ื เข้าส่ดู ุลยภาพระยะยาวด้วย นอกจากนี้ ปัจจยั ภายนอกไดแ้ ก่การฟน้ืตวั ของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะกล่มุ ประเทศเอเชยี ตะวันออก และปัจจัยภายในไดแ้ ก่ การด�ำ เนนิ นโยบายการเงินและการคลงั ในปี 2552 ซึง่ มีผลต่อเนอื่ งมายังปี 2553 ล้วนแต่มีผลสนับสนนุ การขยายตวั ทงั้ สน้ิ อย่างไรกด็ สี ภาพแวดลอ้ มและแนวโนม้ เศรษฐกจิ ท่อี าจเปลย่ี นแปลงไปในปี 2554 ทำ�ให้แนวนโยบายเศรษฐกิจมหภาคจ�ำ เป็นตอ้ งมกี ารปรับตวั ให้เข้ากบั สภาพแวดลอ้ มทีเ่ ปล่ยี นแปลงไป เชน่ นโยบายการเงนิ ในช่วงครึง่ หลงั ปี 2553 เรม่ิ มีการปรบั ตัวเพิ่มข้นึ และมแี นวโน้มท่จี ะปรับเพิ่มขนึ้ ต่อเนื่องในปี 2554 เพื่อรบั มอื กับแนวโนม้เงินเฟ้อ เปน็ ตน้*ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกจิ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ [email protected]**รองศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกจิ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ [email protected]

290 แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค นโยบายสาธารณะเพอื่ พัฒนาการเศรษฐกิจ 291 หมายเหต:ุ ธนั วาคม 2553 และมนี าคม 2554 และไดม้ ีการนำ�เสนอผลการประมาณค่าผา่ นสอ่ื มวลชน - ผลการพยากรณเ์ ศรษฐกจิ มหภาคของธนาคารแหง่ ประเทศไทย (BOT) รวบรวมจาก ไดแ้ ก่ รายงาน econ focus ทางสถานีโทรทศั น์ Money Channel หรอื คอลัมนพ์ เิ คราะห์ รายงานแนวโนม้ เงนิ เฟอ้ รายไตรมาส ประจ�ำ ไตรมาสท่ี 1/2554 เผยแพรใ่ นเดอื นมกราคม เศรษฐกิจ ทางหนงั สือพมิ พ์ Post Today ซ่ึงตัวแบบ NIDAQMM1 นส้ี ามารถนำ�มาเป็น 2554 เครื่องมอื ในการวเิ คราะหแ์ นวโน้มเศรษฐกิจในปี 2554–2555 และประเมนิ ความเหมาะสม - ผลการพยากรณเ์ ศรษฐกจิ มหภาคของส�ำ นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และ ของแนวนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่ึงจะให้ข้อมูลที่เป็น สงั คมแหง่ ชาติ (NESDB) รวบรวมจากรายงานภาวะเศรษฐกจิ ไทยไตรมาสท่ี 4 ทง้ั ปี 2553 ประโยชนต์ ่อสาธารณชนมากกว่าการใหค้ า่ พยากรณท์ ่เี ปน็ ตัวเลขพยากรณ์เพยี งอย่างเดยี ว และแนวโนม้ ปี 2554 เผยแพรใ่ นเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2554 - ผลการพยากรณเ์ ศรษฐกจิ มหภาคของส�ำ นกั งานเศรษฐกจิ การคลงั (FPO) รวบรวมจาก วัตถปุ ระสงคก์ ารศึกษา รายงานประมาณการเศรษฐกจิ ไทยปี 2553 และ 2554 เผยแพรใ่ นเดอื นธนั วาคม 2553 - ผลการพยากรณเ์ ศรษฐกจิ มหภาคของส�ำ นกั วจิ ยั สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ (NIDA) 1) พยากรณต์ วั แปรทางเศรษฐกิจมหภาคทสี่ ำ�คัญในปี 2554-2555 ได้แก่ อัตราการ จดั ท�ำ โดยผเู้ ขยี นโดยใชต้ วั แบบ NIDAQMM ในเดอื นมนี าคม 2554 เตบิ โตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟอ้ อตั ราแลกเปล่ียนเงินตราตา่ งประเทศเปน็ ต้น 2) วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2554 ได้แก่ แม้ว่า การพยากรณ์เศรษฐกจิ มหภาคโดยหน่วยงานตา่ ง ๆ จะสามารถพบเห็นได้ ราคาน้ำ�มันดิบในตลาดโลกแนวโน้มนโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ท่ัวไป ดงั ที่กลา่ วถงึ ขา้ งตน้ แต่การพยากรณ์ท่จี ดั ทำ�ข้นึ ในแต่ละหนว่ ยงานมขี ้อจำ�กัดเฉพาะ ตราต่างประเทศของตน เชน่ กรณธี นาคารแห่งประเทศไทยทีม่ ีหนา้ ท่ีดแู ลนโยบายการเงนิ การพยากรณท์ ่ี 3) เสนอแนะแนวนโยบายเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2554 ได้จะมนี ัยยะต่อการกำ�หนดนโยบายการเงนิ ในอนาคต ทำ�ให้มีขอ้ จำ�กัดในการก�ำ หนดข้อ ไดแ้ ก่ นโยบายการคลังนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลีย่ น เงินตรา สมมตุ ิประกอบการพยากรณ์ เช่น ข้อสมมตุ เิ กี่ยวกบั อัตราดอกเบี้ยนโยบายท่ีคงที่ตลอด ต่างประเทศช่วงพยากรณ์ หรอื มขี ้อจ�ำ กดั ในการเผยแพรผ่ ลการพยากรณ์อตั ราแลกเปลีย่ นเงนิ ตราต่างประเทศ หรือกระทรวงการคลงั มีข้อจำ�กัดทก่ี ารจัดทำ�ข้อสมมตุ ิเกี่ยวกับการใชจ้ ่ายของภาค ตัวแบบเพอ่ื การพยากรณเ์ ศรษฐกิจมหภาครัฐทต่ี อ้ งสอดคล้องกบั นโยบายของรฐั บาล จากเหตุผลข้างต้นทำ�ให้สถาบันการศึกษาที่ไม่ถูกจำ�กัดด้วยบทบาทหน้าท่ีหลัก ตวั แบบหลกั ที่ใชใ้ นการศกึ ษาน้ี ได้แก่ ตวั แบบเศรษฐกจิ มหภาคของสถาบันบัณฑติของหนว่ ยงานและผลกระทบเชิงนโยบายทเี่ กย่ี วขอ้ ง มีบทบาทในการนำ�เสนอผลการ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ (NIDA’s Quarterly Macroeconometric Model: NIDAQMM) ซึ่งพยากรณเ์ ศรษฐกจิ มหภาคที่สอดคลอ้ งกับขอ้ สมมตุ ทิ เี่ หมาะสม นอกจากนย้ี ังสามารถให้ พัฒนาต่อเนอ่ื งมาต้ังแต่ปี 2550 ถงึ ปจั จบุ ันโดยลกั ษณะพ้ืนฐานและจดุ เด่นของตวั แบบแสดงความเหน็ เก่ยี วกับแนวนโยบายเศรษฐกจิ มหภาคทค่ี วรจะเปน็ ในปี 2554 รวมถึงวิเคราะห์ ได้ดังน้ีผลที่จะเกดิ ขนึ้ จากผลกระทบภายนอก เชน่ แนวโนม้ ของราคาน�้ำ มันดบิ ในตลาดโลก และ ลกั ษณะโครงสรา้ งของตัวแบบ NIDAQMMทิศทางอัตราแลกเปลยี่ นเงินตราตา่ งประเทศ ซ่งึ จะใหข้ อ้ มลู ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ สาธารณชน ตวั แบบ NIDAQMM มลี กั ษณะผสมผสานระหวา่ งการใช้แนวทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์นอกเหนอื จากการน�ำ เสนอตัวเลขพยากรณเ์ พยี งอยา่ งเดียว มหภาคในการก�ำ หนดโครงสรา้ งตวั แบบ และการวิเคราะหข์ ้อมลู เชงิ ประจกั ษ์โดยอาศัยหลกั ที่ผ่านมาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้มีการพัฒนาตัวแบบเศรษฐกิจ การทางสถติ โิ ดยทฤษฎีเศรษฐศาสตรม์ หภาคจะใช้ในการกำ�หนดโครงสร้างตัวแบบ และมหภาค (NIDAQMM) อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ทำ�ใหส้ ามารถน�ำ มาใชเ้ พ่ือการพยากรณ์เศรษฐกิจและ ความสมั พนั ธ์ระหว่างภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น สมการการบริโภค การลงทนุ การน�ำ เขา้ -ประเมินแนวนโยบายเศรษฐกจิ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งไดอ้ ยา่ งเหมาะสมโดยในเดอื นกรกฎาคม 2553 สง่ ออกเปน็ ต้นส่วนหลกั การทางสถิติจะนำ�มาใช้อธิบายกลไกการปรบั ตวั ในระยะส้นั รวมถึงได้มีการเผยแพร่ผลการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคในงานสัมมนาทิศทางเศรษฐกิจและการลงทนุ ในครึง่ หลังของปี 2553 และไดม้ ีการปรับปรงุ คา่ พยากรณ์ในเดอื นกันยายน 2553 1การน�ำ เสนอผลการพยากรณเ์ ศรษฐกจิ ปี 2554 โดยตวั แบบ NIDAQMM ตอ่ สาธารณชนทผ่ี า่ นมาลา่ สดุ มี การน�ำ เสนอในรายการ econ focus ทางสถานโี ทรทศั น์ Money Channel ในวนั ท่ี 29 ธนั วาคม 2553 และ วนั ท่ี 13 มกราคม 2554 และน�ำ เสนอในคอลมั น์ พเิ คราะหเ์ ศรษฐกจิ หนงั สอื พมิ พ์ Post Today ในวนั ท่ี 14 กมุ ภาพนั ธ์ 2554


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook