292 แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพ่อื พฒั นาการเศรษฐกิจ 293การวเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งระหว่างตวั แบบและขอ้ มูลเชงิ ประจกั ษ์ โครงสร้างพื้นฐานตัว จุดเด่นของตัวแบบ NIDAQMMแบบ NIDAQMM จะเน้นความสำ�คัญของอปุ สงค์มวลรวมในการก�ำ หนดผลิตภัณฑม์ วลรวม จดุ เดน่ ของตัวแบบ NIDAQMM ทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษานเ้ี มือ่ เปรียบเทียบกับตัวแบบภายในประเทศและมีสมการครอบคลุมตัวแปรเชิงเศรษฐกจิ มหภาคที่ส�ำ คัญ เช่น ผลติ ภณั ฑ์ อื่น ๆ ซึง่ เน้นความส�ำ คัญของอุปสงคม์ วลรวม คือ ตัวแบบ NIDAQMM จะสามารถใหข้ อ้ มลูมวลรวมประชาชาตแิ ละองคป์ ระกอบดา้ นอปุ สงคม์ วลรวม ดชั นรี าคาผบู้ รโิ ภคประเภทตา่ ง ๆ เก่ยี วกบั คา่ พยากรณ์ของตวั แปรในเชิงนโยบายได้ เชน่ ตัวแปรอัตราดอกเบ้ียซ้ือคืน พันธบตั รอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินและอัตราดอกเบ้ียในตลาดการเงินอ่ืน ๆ การใชจ้ า่ ยและราย ระยะเวลา 1 วัน ตวั แปรอัตราแลกเปลี่ยนเงนิ ตราตา่ งประเทศ และตัวแปรรายจ่าย-รายรับไดภ้ าครฐั เปน็ ต้น อยา่ งไรกต็ าม บทบาทของปจั จัยด้านอุปทานในสว่ นสมการการผลิตไม่ ภาครฐั บาล ซึง่ ตัวแบบ NIDAQMM จะมีการประมาณค่าตัวแปรเหลา่ นโ้ี ดยไมไ่ ด้ก�ำ หนดเปน็ได้น�ำ มาพจิ ารณาในตัวแบบน ี้ ซ่งึ ในตัวแบบ NIDAQMM จะใช้ตัวแปรระดบั ผลผลติ ตาม ขอ้ สมมตุ เิ กย่ี วกบั ปจั จยั ภายนอก ซง่ึ จะแตกตา่ งกบั ตวั แบบเศรษฐกจิ มหภาคของหนว่ ยงานอน่ื ๆศกั ยภาพ (Potential Output) เป็นตวั กำ�หนดช่องวา่ งการผลติ (Output Gap) ซง่ึ ระดับ ท�ำ ใหส้ ามารถวเิ คราะหแ์ งม่ มุ เชงิ นโยบายในรายละเอยี ดทเ่ี ชอ่ื มโยงกบั ตวั แปรอน่ื ๆ อย่างเป็นการผลิตตามศักยภาพจะคำ�นวณโดยใช้ระดับผลผลิตปรับด้วยวิธีการ Hodrik-Prescott ระบบไดด้ ี เนอ่ื งจากสถาบนั บณั ฑติ พฒั นบริหารศาสตรเ์ ปน็ สถาบันการศึกษา จึงสามารถให้Trend smoothing เปน็ ตัวแทน ซ่ึงระดบั ชอ่ งวา่ งผลผลติ จะเปน็ ตวั สะทอ้ นความสมั พันธ์ ความคดิ เห็นเกย่ี วกับตวั แปรเชิงนโยบายเหลา่ น้ีได้อย่างอิสระ แตกตา่ งกับหนว่ ยงานท่ีมกี ารระหวา่ งอุปสงคแ์ ละอปุ ทานในการกำ�หนดรายได้ประชาชาติ สร้างตัวแบบเศรษฐกิจมหภาคอ่นื ๆ ซง่ึ มกั จะเปน็ หนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้องกบั การตัดสินใจเชงิ ตวั แบบน้มี กี ารปรับปรุงและพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอื่ งตงั้ แตป่ ี 2550 ถึงปจั จบุ นั โดย นโยบายเศรษฐกจิ มหภาค ซง่ึ ต้องมคี วามระมัดระวังในการเผยแพร่ผลการพยากรณแ์ ละการองค์ประกอบของตัวแบบจะประกอบด้วยภาคเศรษฐกิจหลกั 6 ภาคได้แก่ ให้มมุ มองเกี่ยวกบั ตัวแปรทม่ี คี วามอ่อนไหวเชิงนโยบายเหล่าน้ี i) อปุ สงคม์ วลรวมภายในประเทศ ii) ระดบั ราคาและเสถยี รภาพด้านอัตราเงนิ เฟอ้ การพยากรณ์เศรษฐกจิ มหภาคของไทยในปี 2554 - 2555 iii) อัตราดอกเบีย้ และตลาดการเงนิ ภายในประเทศ iv) ตลาดการเงนิ ระหว่างประเทศ การพยากรณเ์ ศรษฐกิจโดยใช้ตัวแบบเศรษฐมิตมิ หภาค (NIDAQMM) จะเร่มิ จาก v) การใชจ้ า่ ยภาครัฐ ดลุ การคลัง และหนี้สาธารณะ การก�ำ หนดข้อสมมตุ เิ ก่ยี วกับแนวโน้มของตัวแปรภายนอกระบบทีส่ ำ�คญั ประกอบดว้ ย 1) vi) การคา้ ระหว่างประเทศและดุลบัญชเี ดินสะพัด มูลค่าการนำ�เข้ารวมของโลก ซ่งึ เปน็ ตวั แทนของอุปสงค์สินคา้ ส่งออกไทยจากตลาดโลก 2) ตวั แปรทงั้ หมดในตัวแบบ NIDAQMM ทใี่ ช้ในการศึกษาน้ปี ระกอบด้วยตวั แปร ราคาน้ำ�มันดิบดูไบซึ่งมีผลต่อการกำ�หนดราคาพลังงานในประเทศไทยและมีผลต่ออัตราภายใน (Endogenous Variables) จ�ำ นวน 64 ตวั แปร และตัวแปรภายนอก (Exogenous เงนิ เฟอ้ รวมถึงการน�ำ เขา้ สินค้ารวม 3) ราคาสินคา้ เกษตรที่ส�ำ คญั ซ่ึงมีอิทธิพลต่อราคาVariables) จ�ำ นวน 11 ตัวแปร ข้อมูลที่ใชม้ ลี กั ษณะเป็นขอ้ มูลรายไตรมาส โดยข้อมลู ส่วน อาหารสดและมีผลต่ออตั ราเงนิ เฟ้อ 4) อัตราดอกเบย้ี สหรฐั ฯ ท่สี ่งผลตอ่ อัตราแลกเปลย่ี นใหญ่เร่มิ ต้นต้งั แตไ่ ตรมาสท่ี 1 ปี 2536 ถงึ ไตรมาสที่ 4 ปี 2553 เพอื่ ใหส้ อดคล้องกบั การ และการเคลอื่ นย้ายเงินทนุ ระหว่างประเทศ 5) อัตราคา่ จา้ งแรงงานขนั้ ต่�ำ ซง่ึ มีผลต่อต้นทนุเผยแพรข่ อ้ มูลผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศ และขอ้ มลู อืน่ ๆ ในบญั ชรี ายไดป้ ระชาชาติ การผลติ สินค้าและอัตราเงินเฟ้อพ้ืนฐาน และ 6) นโยบายการใชจ้ ่ายรัฐบาลทัง้ ด้านการท่จี ัดท�ำ โดยสำ�นกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ โดยตัวแปรทใี่ ช้ บรโิ ภคและการลงทนุ ซง่ึ มผี ลต่อการกระตุ้นหรือรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ โดยขอ้และสมการต่าง ๆ แสดงในภาคผนวก2 สมมตุ ิท่ีสำ�คัญแสดงไดด้ ังตารางที่ 2 สว่ นผลการพยากรณ์แนวโนม้ ระหว่างปี 2554-2555 แสดงไดใ้ นตารางท่ี 32ดรู ายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ของตวั แบบเศรษฐมติ มิ หภาคของสถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ (NIDAQMM) ในราเชนทร์ ชนิ ทยรงั สรรค์ และคณะ (2550) และ วฒุ เิ ทพ อนิ ทปญั ญา และคณะ (2553
294 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค นโยบายสาธารณะเพือ่ พัฒนาการเศรษฐกจิ 295 ผลการพยากรณ์แนวโนม้ เศรษฐกจิ ในปี 2554 ถงึ 2555 พบวา่ อตั ราการเตบิ โต 2553 ซึ่งเศรษฐกจิ มีการฟืน้ ตัว นอกจากน้ี ปัจจัยด้านการปรับตวั เข้าส่รู ะดับดลุ ยภาพระยะของผลติ ภัณฑม์ วลรวมภายในประเทศ (GDP) จะอย่ทู ่ีรอ้ ยละ 4.1 เท่ากันในปี 2554 และ ยาว (Error-Correction Mechanism) มผี ลให้อตั ราการขยายตวั ในปี 2553 ปรับเพิม่ ข้นึ2555 ถึงแม้วา่ ผลการพยากรณน์ จี้ ะลดลงกวา่ อตั ราการขยายตัวในปี 2553 แต่ยังแสดงถึง มากกว่าปกติในปี 2553 ชดเชยส่วนท่ีชะลอตัวไปในปี 2552 เพอ่ื รกั ษาระดับดุลยภาพระยะการฟ้นื ตวั ท่ีต่อเนือ่ งกนั มาโดยการปรบั ตวั ลดลงของอัตราการขยายตวั ของ GDP เกดิ จากปี ยาว ซ่ึงเป็นอีกปจั จยั ที่มีผลต่ออตั ราการขยายตัวของ GDP ที่สามารถคำ�นวณไดจ้ ากสมการฐานท่เี ทียบเคียงปรบั ตัวขยบั สงู ขนึ้ เนือ่ งอัตราการขยายตัวในปี 2553 เกิดจากการเปรยี บ ท่ีมลี กั ษณะเปน็ Error-Correction Model โดยปัจจยั ดา้ นการปรับระดับเข้าสู่ดลุ ยภาพเทยี บกับขอ้ มลู ปี 2552 ซง่ึ เศรษฐกจิ อยใู่ นภาวะถดถอย3 แตใ่ นปี 2554 จะเปรยี บเทียบกบั ปี ระยะยาวจะพบในตัวแปรการบริโภคภาคเอกชนและการลงทนุ ภาคเอกชน ส่วนองค์ประกอบของ GDP ดา้ นอุปสงค์พบว่าการใชจ้ ่ายเพอ่ื การบรโิ ภคภาค3ผลจากการเปรยี บเทยี บกบั ปฐี านทส่ี งู ขน้ึ จะเหน็ ผลชดั เจนในไตรมาสท่ี 1/2554 ซง่ึ คาดวา่ GDP จะขยายตวั เอกชน และการลงทนุ ภาคเอกชนในปี 2554 - 2555 จะเริ่มชะลอตวั ลงจากปี 2553ประมาณรอ้ ยละ 2.8 เนอ่ื งจาก GDP ในไตรมาสท่ี 1/2553 มกี ารเตบิ โตทส่ี งู มาก (รอ้ ยละ 11.9) เน่ืองจากปัจจยั 2 ประการทีก่ ล่าวถงึ ข้างตน้ (ปีฐานทส่ี ูงข้ึน และการลดลงของผลการปรบั ตวั ในลักษณะ Error-Correction Mechanism) นอกจากนี้ ผลจากการปรับเพมิ่ ข้นึ ของอัตรา ดอกเบ้ยี นโยบายการเงินซง่ึ เร่มิ ปรับตัวเพิ่มข้ึนต่อเนือ่ งตงั้ แตช่ ่วงปลายปี 2553 จะเรมิ่ ส่ง ผา่ นยังภาคเศรษฐกจิ จริงโดยจะเหน็ ผลต่อ GDP ในคร่ึงหลังของปี 2554 และสง่ ผลกระทบ ต่ออตั ราเงนิ เฟอ้ พนื้ ฐานในปี 25554 ซงึ่ เป็นปจั จัยหนงึ่ ทท่ี ำ�ให้ระดบั การขยายตวั ของ GDP โดยรวมยังคงต่ำ�กว่าระดับการขยายตัวของผลผลิตตามศักยภาพในระยะยาวที่ควรจะเป็น ณ ระดับร้อยละ 5.5-6.1 หากการลงทุนสามารถขยายตัวได้อย่างเหมาะสม5 (ดอน นาครทรรพ และคณะ (2552)) ด้านเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ อตั ราเงนิ เฟอ้ ในปี 2554 - 2555 จะมีแนวโน้มปรบั ตัวสูงขนึ้ จากปี 2553 โดยเฉพาะในสว่ นของอัตราเงนิ เฟอ้ พน้ื ฐาน โดยในปี 2553 การเพม่ิ ขึ้นของอตั ราเงินเฟอ้ จะอยู่ในสนิ ค้ากลุม่ อาหารสด และกลุ่มสินคา้ พลงั งานเปน็ ส่วนใหญต่ าม การเพ่มิ ขนึ้ ของราคาน้�ำ มนั ดิบและราคาสนิ ค้าเกษตรในตลาดโลก แต่ในปี 2554 ผลจากการ เพ่มิ ข้นึ ของราคาสนิ คา้ พลงั งานและอาหารสด เรม่ิ มกี ารสง่ ผ่านยงั สินค้าทว่ั ไปอืน่ ๆ ท�ำ ให้ผล กระทบตอ่ อตั ราเงินเฟอ้ จะสังเกตเหน็ ชัดเจนในอตั ราเงนิ เฟ้อพ้ืนฐาน นอกจากน้ีการเพม่ิ ข้ึน ของราคาน�ำ้ มนั ดิบในปี 2553 ถงึ แม้วา่ จะมีการเพิ่มขนึ้ ในอัตราท่ีสงู แต่เปน็ ผลจากการลดลง ท่ีรวดเร็วในชว่ งปี2552และยังคงต่ำ�กวา่ ระดับสูงสุดในช่วงปี2550–2551ดังนน้ั ผลตอ่ ราคา สินค้าท่ัวไปจงึ ยงั ไมม่ ากนกั แต่ในปี 2554 ระดบั ราคาน�้ำ มันดบิ เร่ิมปรับตวั เพิ่มขึ้นใกล้เคียง กบั ระดับสงู สุดในปี 2551 ดังนั้น การเพม่ิ ขน้ึ ของราคาน้ำ�มนั ดิบในช่วงปี 2554 จงึ มีอทิ ธพิ ล ต่ออตั ราเงินเฟ้อพ้นื ฐานทมี่ ากกว่าในปี 2553 ที่ผา่ นมา โดยคา่ พยากรณ์อตั ราเงนิ เฟ้อพืน้ 4ดรู ายละเอยี ดของกลไกการสง่ ผา่ นของอตั ราดอกเบย้ี นโยบายการเงนิ ตอ่ ตวั แปรทางเศรษฐกจิ มหภาคใน วฒุ เิ ทพ อนิ ทปญั ญา และคณะ (2553) 5ดอน นาครทรรพ และคณะ (2552)
296 แนวโนม้ เศรษฐกิจมหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพ่อื พฒั นาการเศรษฐกจิ 297ฐานในปี 2554-2555 อยู่ ณ ระดบั รอ้ ยละ 2.6 และ 2.2 ตามล�ำ ดบั สว่ นค่าพยากรณอ์ ัตรา อย่ใู นระดบั ที่ฟื้นตัวตอ่ เนือ่ งจากภาวะวิกฤตกิ ารเงินโลกในปี 2551-2552 ภายใตแ้ รงกดดันเงินเฟ้อทวั่ ไปอยูท่ ่รี อ้ ยละ 3.4 และ 2.7 ในปี 2554 และ 2555 ตามลำ�ดบั ถึงแม้วา่ ผลการ ของการปรบั อัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงนิ และการแขง็ ค่าของอตั ราแลกเปลี่ยนฯ ซงึ่ คาดวา่พยากรณอ์ ตั ราเงนิ เฟอ้ ท่ัวไปจะอยใู่ นระดบั ไม่สูงกว่าปี 2553 ซง่ึ อตั ราเงนิ เฟอ้ อยู่ ณ ระดบั จะเกดิ ขึน้ ตามมาจะเป็นปจั จัยที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกจิ ดังนนั้ อัตราการขยายตัวรอ้ ยละ 3.3 มากนัก แตผ่ ลการพยากรณ์อตั ราเงินเฟ้อพ้ืนฐานแสดงถึงการเร่งตัวของอตั รา ของ GDP ณ ระดับประมาณรอ้ ยละ 4.1 ในปี 2554 จึงอยู่ในระดับทนี่ ่าพอใจหากพิจารณาเงินเฟอ้ อย่างชดั เจน ซง่ึ การเพิ่มขึ้นน้มี นี ยั ยะเชงิ นโยบายการเงินทีส่ �ำ คัญ เพราะอัตราเงินเฟอ้ ปัจจัยตา่ ง ๆ ขา้ งต้นพ้ืนฐานถูกอ้างอิงในกรอบการดำ�เนินนโยบายการเงินแบบเป้าหมายเงินเฟ้อในปัจจุบันแมว้ า่ อตั ราเฉลย่ี ของเงินเฟ้อพืน้ ฐานทั้งปี 2554 จะยังต่ำ�กว่ากรอบการด�ำ เนินนโยบายการ การวเิ คราะหส์ ถานการณ์เงนิ ซึง่ กำ�หนดไว้ในชว่ งระหว่างร้อยละ 0.5-3.0 แต่หากพจิ ารณาเปน็ รายไตรมาสจะพบวา่ การวิเคราะห์แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาค นอกจากจะทำ�โดยการพยากรณ์ในช่วงครึ่งหลังของปีอัตราเงินเฟ้อพ้ืนฐานจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงหรือเกินกรอบเป้าหมาย เศรษฐกิจภายใต้ข้อสมมุติหลักที่ประเมินว่าน่าจะเหมาะสมท่ีสุดตามข้อมูลสภาวะแวดล้อม(ผลการพยากรณ์อัตราเงินเฟอ้ พน้ื ฐานในไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 2554 อยู่ ณ ระดับรอ้ ยละ ในปัจจุบันแล้ว ประเดน็ สำ�คญั ทตี่ ้องให้ความสำ�คญั คือผลการพยากรณท์ ่ไี ด้จะต้งั อยบู่ นพ้นื2.9 และ 3.2 ตามลำ�ดับ ดูภาคผนวก สำ�หรับรายละเอยี ดของผลการพยากรณ)์ ซงึ่ ผลการ ฐานของข้อสมมุติหลักประกอบการพยากรณ์ท่ีตั้งไว้แต่หากข้อสมมุติท่ีใช้ในการพยากรณ์พยากรณ์น้ีมนี ัยยะเชิงนโยบายการเงินทสี่ �ำ คญั โดยคาดการณ์จากตัวแบบไดว้ า่ ในปี 2554 เกิดความคลาดเคล่ือน เชน่ หากอัตราดอกเบ้ยี นโยบายการเงินในประเทศไทย (RP1) มกี ารจะมกี ารปรับอัตราดอกเบ้ยี นโยบายการเงิน (อตั ราดอกเบ้ียซ้ือคืนพนั ธบัตรระยะเวลา 1 วัน ปรับตัวสูงหรือตำ�่ กว่าท่คี าดการณ์ หรอื อัตราแลกเปล่ียนเงนิ ตราตา่ งประเทศปรบั แข็งคา่ ข้ึน– RP1) อยา่ งต่อเน่อื งตลอดท้งั ปีเพอื่ ดูแลเงินเฟ้อ โดยผลการคำ�นวณสมการการตอบสนอง หรอื ออ่ นคา่ ลงกว่าทีค่ าดการณ์ ผลการพยากรณ์ทไ่ี ดจ้ ะเปลย่ี นแปลงไป ดังนั้นการวเิ คราะห์เชิงนโยบายการเงินต่อการเปล่ียนแปลงในอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานท่ีเพ่ิมขึ้นสูงกว่าเป้าหมาย สถานการณ์จะชว่ ยตอบค�ำ ถามท่เี กดิ ขึน้ เก่ยี วกบั ปัจจัยสำ�คญั เหล่านี้ โดยการวิเคราะห์(Reaction Function) พบว่าอตั ราดอกเบ้ยี RP1 มีโอกาสปรับตัวเป็นอตั ราร้อยละ 3.75- สถานการณ์จะคำ�นวณโดยการใชต้ วั แบบ NIDAQMM ภายใต้สมมตุ ฐิ านหลกั ทีเ่ ปลี่ยนแปลง4.00 ณ สิ้นปี 2554 ซึ่งเปน็ การปรับตัวทีม่ ากกว่าท่ีตลาดการเงินคาดการณอ์ ยู่ ณ ปจั จุบนั ไป ในรายงานการศกึ ษาน้ี สถานการณ์ที่จะท�ำ การประเมนิ ประกอบดว้ ย สว่ นแนวโน้มของอตั ราแลกเปลีย่ นเงินตราต่างประเทศพบว่า ผลจากการปรบั เพิม่ i) ผลการเปลีย่ นแปลงราคานำ�้ มนั ดบิ ในตลาดโลกทสี่ ูงกว่าท่ีคาดการณ์ของอตั ราดอกเบี้ย RP1 ในไทยในขณะทอ่ี ตั ราดอกเบ้ียในสหรัฐฯ ยังไม่มีแนวโนม้ ปรับเพม่ิ ii) ผลของการเปลี่ยนแปลงเชิงอตั ราดอกเบีย้ นโยบายการเงนิ ท่ีช้ากวา่ ทค่ี าดการณ์ขึน้ (คาดการณว์ ่าอัตราดอกเบ้ยี FED FUND RATE จะคงท่จี นถึงไตรมาสท่ี 4 ปี 2554 จาก iii) ผลการเปลี่ยนแปลงคา่ เงนิ บาทเปล่ียนทิศทางการเคลอ่ื นไหวเปน็ อ่อนตัวลงระดับ 0.00-0.25 ในปจั จบุ ันเปน็ ร้อยละ 0.50) ซ่งึ จะส่งผลใหช้ อ่ งห่างของอตั ราดอกเบีย้ สถานการณ์ราคานำ้�มันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับสถิติเดิมระหวา่ งประเทศเพม่ิ สงู ข้ึน และสง่ ผลตอ่ ค่าเงนิ มีแนวโน้มแขง็ คา่ เงนิ ในปี 2554 โดยผลของ (Peak Oil Scenario)ค่าเงินท่ีแข็งขึ้นน้ีส่วนหนึ่งจะมาจากการเคล่ือนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศตามช่องห่าง การวิเคราะห์สถานการณ์นี้จะประเมินความอ่อนไหวของเศรษฐกิจท่ีมีต่อการของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศซ่ึงการพยากรณ์โดยตัวแบบพบว่าค่าเงินบาทเฉล่ียท้ังปี ปรบั ตวั เพิ่มข้นึ อย่างรวดเร็วของราคาน�้ำ มนั ดบิ ในตลาดโลก โดยผลการพยากรณ์ในกรณีพนื้2554 และ 2555 จะอยู่ ณ ระดับ 29.9 และ 27.8 บาทต่อดอลลารส์ หรัฐฯ (อตั รา ณ ส้ินปี ฐานตัง้ อยบู่ นข้อสมมตุ ิว่าราคาน้ำ�มันดิบดไู บ ณ สน้ิ ปี 2554 และ 2555 อยู่ ณ ระดับ 91.9อยู่ ณ 29.0 และ 27.3 บาทต่อดอลลาร์สหรฐั ฯ ณ สิน้ ปี 2554 และ 2555 ตามล�ำ ดบั ) และ 101.1 เหรยี ญสหรัฐฯ ตอ่ บาร์เรล ซึ่งการเปล่ียนแปลงราคาน้ำ�มนั ในตลาดโลกจากตัว จากผลการพยากรณ์โดยสรุปพบว่าปัญหาสำ�คัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2554 แบบ NIDAQMM จะส่งผลตอ่ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอตั ราเงินเฟอ้ ผา่ นช่องทางไดแ้ ก่ ผลจากการเรง่ ตวั ของปญั หาเงนิ เฟอ้ โดยเฉพาะในหมวดดชั นผี บู้ รโิ ภคพน้ื ฐานซง่ึ มนี ยั ยะ ของดชั นีราคาผูบ้ รโิ ภคกลุม่ สินค้าพลงั งาน (ซงึ่ สง่ ผลตอ่ เน่อื งยังดชั นีราคาผ้บู ริโภคพ้นื ฐาน)เชิงนโยบายการเงินดังนั้นเราจะเห็นการนำ�เสนอประเด็นเก่ียวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นน้ี มูลค่าการนำ�เขา้ สินค้า (ซ่งึ มีผลต่อระดับรายได้ ดลุ บญั ชเี ดินสะพดั และอตั ราแลกเปล่ยี นเงินตลอดปี 2554 สว่ นในด้านของอตั ราการขยายตวั ทางเศรษฐกิจถงึ แมว้ ่าจะมีระดับทีต่ ่ำ�กวา่ ปี ตราตา่ งประเทศ ตามล�ำ ดบั ) และการตดั สนิ ใจด้านอัตราดอกเบยี้ นโยบายการเงนิ (ซ่งึ ส่งผล2553 และต่�ำ กว่าค่าแนวโน้มการขยายตัวของศักยภาพการผลิตในระยะยาว แตย่ ังคงถือว่า ต่ออปุ สงค์มวลรวม อัตราเงนิ เฟอ้ และคา่ เงนิ บาท)
298 แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค นโยบายสาธารณะเพ่อื พัฒนาการเศรษฐกจิ 299 การวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำ�มันในตลาดโลกน้ีจะทำ�ผ่านการกำ�หนดสมมตุ ฐิ านเกย่ี วกบั ราคาน�ำ้ มนั ดบิ ในตลาดโลก ซง่ึ เปน็ ตวั แปรภายนอกในตวั แบบ NIDAQMM ผลจากการวิเคราะห์สถานการณ์นี้แสดงถึงความอ่อนไหวของเศรษฐกิจไทยต่อโดยสถานการณ์ท่พี จิ ารณาเปน็ กรณีทีร่ าคานำ�้ มันดิบปรับตัวสงู ข้ึนอยา่ งรวดเร็วในปี 2554 การเพม่ิ ขน้ึ ของราคานำ้�มนั ถงึ แมว้ า่ ผลต่อการลดลงของอัตราการขยายตัวของ GDP มีและ 2555 ซึ่งอาจเกดิ จากการทเ่ี ศรษฐกจิ โลกมีการฟื้นตัวอย่างตอ่ เนอื่ งท�ำ ใหม้ ผี ลต่ออปุ สงค์ ประมาณรอ้ ยละ 1 แตผ่ ลตอ่ อัตราเงินเฟอ้ จะน่าเปน็ ห่วงโดยเฉพาะอตั ราเงินเฟอ้ พ้นื ฐานท่ีได้น�้ำ มันดิบทเี่ พิ่มข้ึนมากกวา่ ท่ีคาด และอุปทานของน้�ำ มนั อาจเกิดการติดขัดเป็นช่วง ๆ จาก รับแรงกดดันจากปจั จยั อน่ื ๆ ต ามท่ีกลา่ วมาข้างต้นในกรณพี ้นื ฐานโดยจะทำ�ให้อัตราเงนิ เฟ้อปัญหาการเมืองในประเทศผูผ้ ลิตนำ�้ มัน ดังนัน้ ขอ้ สมมตุ เิ ก่ียวกับราคาน�ำ้ มันดบิ ในตลาดโลก พื้นฐานอยูใ่ นระดับทีส่ ูงต่อเนื่องถงึ แม้ว่าจะมีการปรบั อัตราดอกเบ้ียนโยบายการเงนิ ให้อยใู่ นทีใ่ ชใ้ นการพยากรณจ์ ะปรับตวั สงู ข้นึ กวา่ ระดบั สถิติเดิม (Peak Oil Scenario) เปน็ ระดับ ระดบั สูงแล้วก็ตาม โดยอตั ราเงนิ เฟ้อพื้นฐานจะอยู่ ณ ระดบั เกนิ กรอบเปา้ หมายเงินเฟ้อท้ัง130 และ 150 เหรยี ญสหรฐั ฯ ตอ่ บาร์เรล ณ สิน้ ปี 2554 และ 2555 โดยผลการจ�ำ ลอง ในปี 2554 และ 2555 ซง่ึ จะเปน็ ประเด็นทค่ี วรจับตาในการก�ำ หนดกรอบของนโยบายการสถานการณแ์ สดงไดด้ งั ตารางที่ 4 ดงั ต่อไปนี้ เงนิ ทอ่ี าจตอ้ งมีการปรบั ปรุงในกรณีท่สี ถานการณ์เศรษฐกิจระหว่างประเทศเปลย่ี นแปลง เพราะหากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเกินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้ออย่างต่อเน่ืองจะมีผลกระ จากตารางท่ี 4 ผลจากสถานการณท์ ีร่ าคาน�้ำ มนั ดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นเร็วและ ทบต่อความนา่ เช่ือถอื (creditability) ของธนาคารกลางในการด�ำ เนินนโยบายการเงนิ และแรงกวา่ ทค่ี าดการณจ์ ะกระทบตอ่ เศรษฐกจิ มหภาคโดยรวมอยา่ งชดั เจน โดยสง่ ผลใหเ้ ศรษฐกจิ มผี ลตอ่ การคาดการณ์เงินเฟอ้ ของระบบเศรษฐกิจ อันจะส่งผลตอ่ การดแู ลอตั ราเงินเฟ้อในชะลอตวั ลงอตั ราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจจะลดลงเปน็ ร้อยละ 3.3 และ 3.1 ในปี 2554 และ ระยะยาวได้ โดยในกรณนี ีอ้ าจมีการพิจารณาปรับเปลยี่ นเป้าหมายของตวั แปรท่ีควบคุมใน2555 ตามลำ�ดบั ซ่งึ การลดลงนเ้ี ปน็ ผลจากการปรบั เพ่มิ ของการน�ำ เข้า การปรับลดลงของ การดำ�เนินนโยบาย หรอื ปรบั เปลีย่ นกรอบการเคล่อื นไหวของอตั ราเงนิ เฟ้อพน้ื ฐานใหส้ ูงข้นึการบริโภคและการลงทนุ ภาคเอกชน ส่วนอัตราเงินเฟอ้ ทั่วไป (อตั ราเงนิ เฟอ้ พนื้ ฐาน) จะ สถานการณ์การปรบั อตั ราดอกเบย้ี นโยบายการเงินท่ีชา้ กวา่ คาดการณ์เพมิ่ ข้ึนเป็นร้อยละ 4.7 (3.1) และ 5.1 (3.3) ในปี 2554 และ 2555 ในขณะท่กี ารเคลือ่ นไหว (Monetary Policy Scenario)ของอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คำ�นวณในกรณีพื้นฐาน ตามการ การจำ�ลองสถานการณ์น้ีเป็นการวิเคราะห์ผลของการตัดสินใจเชิงนโยบายการเงินปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน โดยคาดว่าจะปรับตัวเป็นร้อยละ 4.50 และร้อยละ โดยในตัวแบบ NIDAQMM การเคลอ่ื นไหวของอตั ราดอกเบี้ยนโยบาย (RP1) จะถูกกำ�หนด5.00–5.25 ณ สิ้นปี 2554 และ 2555 ตามลำ�ดับ ใหม้ ีการตอบสนองตอ่ ช่องห่างระหวา่ งอตั ราเงนิ เฟอ้ พ้นื ฐานในปจั จบุ ัน และเปา้ หมายของ อัตราเงนิ เฟ้อพนื้ ฐานของธนาคารแหง่ ประเทศไทย6ในลักษณะ Reaction Function ตาม สมการที่ (B.24) ในภาคผนวก โดยอัตราดอกเบยี้ ตามการคำ�นวณของตวั แบบในกรณพี ืน้ ฐานจะอยทู่ รี่ ะดับร้อยละ 3.75-4.00 ในปี 2554 และร้อยละ 4.00 ในปี 2555 แตก่ ารตดั สิน ใจเชิงนโยบายในหลายชว่ งเวลาจะมีการใหค้ วามส�ำ คัญกบั แตล่ ะปัจจัยแตกต่างกัน และ ความเสี่ยงทเ่ี กย่ี วข้องอาจมคี วามแตกต่างกนั ดงั นัน้ การจำ�ลองสถานการณ์การปรับลด อตั ราดอกเบี้ยนโยบายจงึ จดั ท�ำ ขึน้ โดยกำ�หนดใหอ้ ตั ราดอกเบี้ย RP1 เปน็ ตวั แปรภายนอก ระบบ และมีการปรบั ตัวเพ่ิมขึน้ อยา่ งชา้ ๆ ในชว่ งการพยากรณ์ (ปรับเพมิ่ เปน็ รอ้ ยละ 2.5 และ 3.0 ณ ส้นิ ปี 2554 และ 2555 ตามล�ำ ดบั ) โดยผลการจ�ำ ลองสถานการณน์ โยบายการ เงินแสดงในตารางท่ี 5 ดังต่อไปนี้ 6ปจั จบุ นั เปา้ หมายอตั ราเงนิ เฟอ้ พน้ื ฐานของธนาคารแหง่ ประเทศไทยมลี กั ษณะเปน็ ชว่ ง (Band Targeting) ระหวา่ งรอ้ ยละ 0.5–3.0 จากการค�ำ นวณโดย Luangaram and Sethapramote (2010) ระดบั อตั ราเงนิ เฟอ้ เปา้ หมาย (Point Targeting) ทธ่ี นาคารแหง่ ประเทศพยายามดแู ลจะอยใู่ นระดบั ประมาณรอ้ ยละ 2.0
300 แนวโนม้ เศรษฐกิจมหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพ่ือพฒั นาการเศรษฐกจิ 301 จากตารางที่ 5 การปรับเพ่ิมอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงนิ อย่างชา้ ๆ จะสง่ ผลให้เศรษฐกจิ ขยายตัวเพมิ่ ขึ้นเล็กน้อยในปี 2554 และจะเพม่ิ มากข้นึ ในปี 2555 โดยอตั ราการ ผลตอ่ อัตราเงินเฟอ้ พืน้ ฐานเลก็ น้อย) โดยในช่วงปีแรก ผลของนโยบายการเงินจะมีไมม่ ากคอืเติบโตทางเศรษฐกจิ จะเพิม่ ข้ึนเปน็ รอ้ ยละ 4.2 และ 4.6 ในปี 2554 และ 2555 ตามลำ�ดบั มีขนาดของผลกระทบสะสมเท่ากบั ร้อยละ 0.14 และ 0.10 ส�ำ หรบั อัตราเงินเฟอ้ ท่วั ไป และส่วนอัตราเงินเฟ้อทวั่ ไปจะเพิ่มข้นึ เป็นร้อยละ 3.5 และ 3.0 ในปี 2554 และ 2555 ตาม อัตราเงนิ เฟ้อพ้ืนฐานตามลำ�ดบั โดยผลสว่ นใหญ่จะเกดิ ขน้ึ ในปีสอง”ลำ�ดบั ในขณะท่ีอัตราเงนิ เฟ้อพ้นื ฐานปรบั ตวั ขนึ้ เปน็ ร้อยละ 2.7 และ 2.5 ในปี 2554 และ สว่ นผลตอ่ ค่าเงินบาทพบว่า การทยอยขน้ึ ดอกเบ้ียนโยบายการเงนิ อยา่ งชา้ ๆ จะ2555 ตามลำ�ดบั ซึ่งผลการคำ�นวณน้แี สดงถึงผลของอัตราดอกเบีย้ นโยบายการเงินซงึ่ จำ�เปน็ ท�ำ ให้ค่าเงนิ บาทแข็งคา่ ข้ึนไมม่ ากเม่ือเทียบกับกรณพี น้ื ฐาน โดยมีค่าเฉลย่ี ของคา่ เงินบาททั้งตอ้ งใชเ้ วลาในการสง่ ผา่ นไปยังตวั แปรทางเศรษฐกจิ มหภาค โดยผลกระทบตอ่ อตั ราการ ปอี ยู่ ณ ระดบั 30.1 และ 28.8 บาทตอ่ ดอลลาร์สหรฐั ฯ ในปี 2554 และ 2555เตบิ โตของ GDP ทค่ี ำ�นวณไดจ้ ะมากกว่าผลต่ออัตราเงินเฟ้อในปี 2554 และ 2555 ซ่ึงปัจจัย ดงั นัน้ ผลการจำ�ลองสถานการณจ์ ะเหน็ ไดว้ า่ การปรับเพิ่มอัตราดอกเบย้ี นโยบายสำ�คัญมาจากการท่ีผลจากการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบ้ียนโยบายการเงินจะใช้เวลาน้อยกว่า อยา่ งช้า ๆ จะชว่ ยเสรมิ การขยายตวั ของ GDP ให้ดขี ึ้นในปี 2555 อยา่ งชดั เจน และมีผลให้ในการสง่ ผ่านไปยังอัตราการขยายตัวของ GDP เมื่อเทียบกับผลท่มี ตี ่ออัตราเงนิ เฟ้อ โดย คา่ เงนิ บาทไม่แขง็ ค่าขึ้นมากนักในปี 2555 โดยผลต่ออัตราเงนิ เฟ้อจะมกี ารเพม่ิ ขน้ึ เล็กน้อยผลการศกึ ษาของ วฒุ ิเทพ อินทปญั ญา และคณะ (2553) ซึง่ ใชต้ วั แบบ NIDAQMM ในการ ในปี 2554 และ 2555 แตข่ ้อควรระวังท่ีส�ำ คัญคือ ถึงแม้ว่าอัตราเงนิ เฟ้อพืน้ ฐานเฉลี่ยทง้ั ปีศกึ ษาพบว่า “การเปล่ยี นแปลงอัตราดอกเบ้ีย RP1 ตอ่ อตั ราการขยายตวั ของ GDP จะใช้ ในปี 2554 และ 2555 มแี นวโนม้ เพม่ิ ขนึ้ จากกรณพี ืน้ ฐานประมาณร้อยละ 0.1 และ 0.3 ซึง่เวลาประมาณ 2-3 ไตรมาสในการเริ่มส่งผล โดยในสดั ส่วนรอ้ ยละ 20 ของผลกระทบสะสม ไม่มากนัก และอัตราเงนิ เฟอ้ ในปี 2555 ยังมีแนวโนม้ ลดลงจากปี 2554 แลว้ ก็ตาม แต่หากทีม่ ากทีส่ ดุ (Maximum Effect) จะแสดงในไตรมาสท่ี 2 และในไตรมาสท่ี 4 จะมผี ลกระทบ พิจารณาแนวโนม้ อตั ราเงนิ เฟ้อพืน้ ฐานในลกั ษณะรายไตรมาส ผลการพยากรณใ์ นรูปที่ 1สะสมรอ้ ยละ 54 ซ่ึงคิดเป็นอัตราการขยายตวั ของผลผลิตที่เพ่ิมขึน้ ร้อยละ 0.40 (เทยี บกบั แสดงใหเ้ หน็ ว่าอัตราเงนิ เฟอ้ พ้นื ฐานมีแนวโนม้ ปรับตวั เกินร้อยละ 3.0 ซึ่งเปน็ ขอบบนของผลของการลดอัตราดอกเบย้ี RP1 ลงรอ้ ยละ 1) ในขณะท่ีผลตอ่ อตั ราเงนิ เฟอ้ จะใช้เวลานาน กรอบเป้าหมายเงนิ เฟอ้ 3 ไตรมาสติดกนั ระหว่างช่วงไตรมาสท่ี 3 ปี 2554 ถึงชว่ งไตรมาสท่ีกวา่ ผลต่ออัตราการขยายตัวของผลผลติ (ผลของอตั ราเงนิ เฟอ้ ท่วั ไปจะเรว็ กว่าและแรงกว่า 1 ปี 2555 ซ่ึงการปรบั ตวั เกนิ เปา้ หมายเงินเฟอ้ ในระยะเวลาตดิ ตอ่ กันนี้จะมผี ลต่อความน่า เชือ่ ถอื ในการดแู ลเสถยี รภาพเศรษฐกจิ ของธนาคารกลางในระยะยาวได้ ดังนั้นจากผลการ จำ�ลองสถานการณ์ในกรณีน้ีจะแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจเชิงนโยบายการเงินซ่ึงต้องเลือก ระหว่างการดแู ลการเตบิ โตทางเศรษฐกิจและอตั ราแลกเปล่ียนฯ ใหอ้ ยใู่ นระดับเปา้ หมาย กับการดูแลอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเงินเฟ้อทุกช่วงเวลาเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของ ธนาคารกลาง
302 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ 303 พบว่าค่าเงินบาทมีแนวโนม้ จะแขง็ คา่ ขน้ึ ในช่วงคร่ึงหลังของปี 2554 ตอ่ เนอ่ื งยงั ปี 2555 แต่ สถานการณค์ า่ เงินบาทปรับตวั ออ่ นค่าลง (Weak Baht Scenario) ผลจากการฟื้นตัวของตลาดหลักทรัพยส์ หรฐั ฯ อาจมผี ลใหเ้ งนิ บาทปรับตวั อ่อนคา่ ลงตาม การพยากรณ์แนวโน้มเศรษฐกจิ ของตวั แบบ NIDAQMM การเคลอ่ื นไหวของ กระแสเงนิ ดอลลารใ์ นตลาดโลก ซ่งึ ผลจากการออ่ นค่าลงของอตั ราแลกเปล่ยี นฯ จะสง่ ผลอตั ราแลกเปล่ยี นฯ จะถกู ก�ำ หนดโดย อตั ราดอกเบี้ยโดยเปรียบเทียบระหวา่ งประเทศไทย ตอ่ อัตราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจและอัตราเงนิ เฟอ้ ผ่านมูลคา่ การน�ำ เข้าและสง่ ออกสินค้าและสหรฐั อเมรกิ า ตามสมการท่ี (B.29) ในภาคผนวกซงึ่ ผลการพยากรณแ์ นวโน้มเศรษฐกจิ และบริการ การลงทนุ ของภาคเอกชน การปรบั ตวั ของอัตราเงินเฟอ้ พืน้ ฐาน พลังงาน และมหภาคทไี่ ดใ้ นกรณีพ้ืนฐานจะอยู่ภายใต้พืน้ ฐานท่ีคา่ เงินบาทตอ่ เหรียญสหรัฐฯ ปรบั ตวั แขง็ อาหารสด เนือ่ งจากการเพมิ่ ขึน้ ของราคาสินค้านำ�เข้าเมอื่ คำ�นวณเป็นสกุลเงนิ บาทคา่ ขึ้นเป็น 29.0 และ 27.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ณ ส้ินปี 2554 และ 2555 ตามลำ�ดบั แต่ ดงั น้นั การจ�ำ ลองสถานการณ์การแขง็ คา่ ขน้ึ ของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตา่ งในหลายกรณี ทิศทางการเคล่ือนไหวของอัตราแลกเปลย่ี นเงนิ ตราต่างประเทศเกิดจากการ ประเทศ จงึ จดั ทำ�ข้ึนโดยการสมมตุ ิให้อตั ราแลกเปล่ียนระหวา่ งเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯคาดการณข์ องตลาดเกยี่ วกับแนวโน้มของอตั ราแลกเปลย่ี นฯ ในอนาคต โดยการคาดการณ์ เป็นตัวแปรภายนอกระบบ แทนทจี่ ะเป็นตัวแปรภายในท่กี �ำ หนดโดยสมการ B.29 ในภาคน้ีอาจเกิดจากปจั จยั ภายนอกอนื่ ๆ ซึง่ ไมไ่ ดร้ วมอยูใ่ นตัวแบบ เช่น แนวโน้มอตั ราแลกเปล่ยี น ผนวก และกำ�หนดใหอ้ ัตราแลกเปลีย่ นฯ มีการปรบั ตัวออ่ นคา่ ลงตอ่ เนือ่ งเปน็ 33.0 และของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค แนวโน้มของผลตอบแทนการลงทุนในต่างประเทศ หรอื 34.0 บาทตอ่ ดอลลารส์ หรฐั ฯ ณ สิน้ ปี 2554 และ 2555 ผลการพยากรณ์ภายใต้สถานการณ์แนวโนม้ ของตลาดหลักทรพั ยใ์ นต่างประเทศ ซ่ึงในชว่ งตน้ ปี 2554 ทผี่ ่านมาค่าเงินดอลลาร์ การอ่อนค่าของคา่ เงินบาทเทียบกบั ผลการพยากรณใ์ นกรณีพืน้ ฐานแสดงในตารางที่ 6 ดงัสหรฐั ฯ มแี นวโน้มแขง็ คา่ ขึน้ ตามการเคล่ือนย้ายเงินลงทนุ ระหวา่ งประเทศเขา้ มาลงทนุ ใน ต่อไปนี้ตลาดหลักทรัพยส์ หรฐั ฯ เนอ่ื งจากเศรษฐกจิ ของสหรฐั ฯ มีสัญญาณการฟนื้ ตวั เศรษฐกิจในชว่ งปลายปี 2553 อย่างตอ่ เนื่อง สง่ ผลให้คา่ เงนิ บาทเทยี บกบั ดอลลารส์ หรัฐฯ อ่อนตวั ลง จากตารางที่ 6 ผลจากการท่ีเงินบาทออ่ นลงตามสถานการณท์ ่ีกำ�หนดไว้ จะสง่ ผลเลก็ นอ้ ยในชว่ งไตรมาสที่ 1 ปี 2554 ถงึ แมว้ ่าผลการพยากรณ์จากตวั แบบ NIDAQMM จะ ใหอ้ ัตราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจในปี 2554 และ 2555 ปรบั ตวั เพ่มิ ขึ้นเปน็ รอ้ ยละ 4.6 และ 5.3 สำ�หรับปี 2554 และ 2555 ตามลำ�ดบั เพิม่ ขึ้นจากอตั ราร้อยละ 4.1 ในกรณีพน้ื ฐาน โดย ตัวแปรที่มกี ารตอบสนองตอ่ คา่ เงนิ บาททอ่ี ่อนค่ามากทส่ี ุดไดแ้ ก่ การสง่ ออก โดยปรมิ าณการ ส่งออกสนิ ค้า-บรกิ ารรวมจะเพ่มิ ขนึ้ จากร้อยละ 6.5 และ 7.2 ในปี 2554 และ 2555 เป็น 7.0 และ 9.2 ตามลำ�ดบั สว่ นการน�ำ เข้าจะมีการปรับลดลงในอัตราทนี่ อ้ ยกว่าการส่งออก
304 แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพ่อื พฒั นาการเศรษฐกิจ 305โดยลดลงจากรอ้ ยละ 8.4 ในกรณีพื้นฐานเปน็ รอ้ ยละ 8.0 ในปี 2555 ในขณะท่ีการบรโิ ภค คณะ (2551) แต่อยใู่ นระดบั ท่ีใกล้เคยี ง ภายใตเ้ งื่อนไขทเ่ี ศรษฐกิจในปี 2554-2555 มีความภาคเอกชนปรบั ตัวเพ่ิมขึ้นจากเดิมพยากรณ์ ณ ร้อยละ 4.0 เพม่ิ ขนึ้ เปน็ รอ้ ยละ 4.4 สว่ นการ เส่ียงดา้ นอตั ราเงนิ เฟ้อทีส่ งู ขน้ึ ท�ำ ให้ความจ�ำ เป็นในการกระต้นุ เศรษฐกจิ โดยนโยบายการลงทนุ ภาคเอกชนลดลงจากท่พี ยากรณร์ ้อยละ 7.4 เป็นรอ้ ยละ 3.8 คลงั ผ่านการใช้จ่ายเพ่อื การบรโิ ภคลดความจ�ำ เปน็ ลง ดงั น้ันนโยบายการคลงั ควรหนั มาเนน้ จากผลการวเิ คราะห์ขา้ งตน้ เห็นไดว้ า่ การสง่ ออกเปน็ ตัวแปรเศรษฐกจิ มหภาค ประเด็นต่อไปนี้หลกั ท่อี อ่ นไหวกับการออ่ นคา่ ของเงนิ บาทมากทีส่ ุดและมกี ารตอบสนองเรว็ ทสี่ ดุ โดยผลการ การใชจ้ า่ ยเพอ่ื การลงทุนมากขึ้นซ่งึ จะมผี ลตอ่ ศักยภาพการผลติ ระยะยาวปรับตัวจะสงั เกตไดใ้ นปี 2554 ในขณะทตี่ วั แปรอ่นื ๆ การปรบั ตัวจะสงั เกตได้ลา่ ช้ากว่าคือ หากพิจารณาการจัดสรรงบประมาณการใช้จ่ายภาครัฐตามประเภทการใช้จ่ายจะมีผลทช่ี ัดเจนในปี 2555 ซ่งึ การอ่อนค่าของเงนิ บาทมผี ลด้านลบต่อการลงทุนภาคเอกชน เป็นด้านการบรโิ ภคและด้านการลงทุนพบว่า จากตารางท่ี 7 ในช่วงระหว่างปี 2546-2553ซง่ึ อาจมาจากการที่โครงการลงทนุ สว่ นใหญม่ ีการอาศัยเงนิ กู้ยืม หรือการนำ�เข้าเครอื่ งจกั ร รัฐบาลมีการใชจ้ ่ายเพ่อื การบรโิ ภคเพ่ิมขึ้นมากกวา่ การใชจ้ ่ายเพ่ือการลงทุนมาก ซ่งึ ในช่วงอุปกรณจ์ ากตา่ งประเทศ นอกจากน้ผี ลจากการปรบั เพม่ิ ของอตั ราดอกเบ้ยี นโยบายการเงิน ท่เี กิดวิกฤติเศรษฐกิจ การใช้จา่ ยเพอ่ื การบริโภคมีความจำ�เป็นเพราะจะสามารถเบกิ จ่ายตามการเพิม่ ขึน้ ของอัตราเงินเฟอ้ กเ็ ปน็ อีกปัจจยั ท่สี ่งผลตอ่ การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ โดย ได้รวดเรว็ กว่าการใช้จา่ ยเพ่อื การลงทุน แตใ่ นช่วงปี 2554-2555 จากท่กี ลา่ วมาขา้ งตน้พยากรณว์ า่ หากเงินบาทอ่อนค่าลง อัตราดอกเบ้ียนโยบายการเงิน สิน้ ปี 2555 จะอยู่ ณ อัตรา ความจำ�เป็นในการกระตนุ้ เศรษฐกจิ ระยะส้ันมีลดนอ้ ยลง และความจำ�เปน็ ในการรักษารอ้ ยละ 4.80 ส่วนอตั ราเงนิ เฟ้อจะปรบั ตวั เพม่ิ ข้นึ เปน็ รอ้ ยละ 3.8 และ 3.1 ในปี 2555 ส�ำ หรับ เสถียรภาพเศรษฐกิจระยะยาวมีมากข้ึน ดงั นนั้ รฐั บาลจึงควรปรับแผนการใช้จา่ ยโดยเพิม่อตั ราเงนิ เฟ้อทว่ั ไป และอัตราเงนิ เฟ้อพ้นื ฐาน ตามลำ�ดับ โดยการปรับเพ่มิ ขนึ้ นจี้ ะส่งผลให้ บทบาทของการลงทนุ มากข้ึน ซึง่ จะส่งผลดตี อ่ การพฒั นาศักยภาพการผลิตในระยะยาวอตั ราเงินเฟ้อพนื้ ฐานจะสงู กว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในทง้ั ปี 2555 ซึ่งจะเป็นผลกระทบเชงิ นโยบายที่ควรจบั ตามอง ถงึ แม้ว่าในดา้ นเสถยี รภาพดา้ นระดบั ราคาสนิ คา้ จะเป็นปจั จยัที่ได้รับผลกระทบทางลบจากการอ่อนค่าของเงินบาทแต่การอ่อนค่าของเงินบาทจะช่วยเก้ือหนนุ การขยายตัวทางเศรษฐกจิ มหภาคไทยทสี่ ำ�คญั ซ่ึงนโยบายอตั ราแลกเปลีย่ นเงินตราตา่ งประเทศควรให้นำ้�หนกั ผลกระทบในสองด้านน้ีอย่างระมดั ระวงัการประเมินแนวนโยบายเศรษฐกิจมหภาคในปี 2554 จากผลการพยากรณ์เศรษฐกิจมหภาค การประเมินผลกระทบจากปจั จัยเสย่ี งผ่านการวเิ คราะห์สถานการณ์ และการประเมินแนวนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นำ�ไปสกู่ ารเสนอแนะเชงิ นโยบายเศรษฐกจิ มหภาคที่เหมาะสมของรัฐบาล รวมถงึ ผเู้ ก่ยี วขอ้ งอ่ืน ๆ ในปี 2554ซึง่ สามารถสรุปไดด้ งั ตอ่ ไปน้ี นโยบายการคลัง ผ่านการใช้จ่ายภาครฐั จากการทภ่ี าวะเศรษฐกจิ ไทยเร่มิ คล่ีคลายในทางทด่ี ขี ึน้ มากในปี 2553 จากทเี่ คยถดถอยในปี 2552 และโอกาสในการถดถอยซ�ำ้ ในลักษณะ double dip มีโอกาสเปน็ ไปได้น้อยมาก ซึ่งผลจากการพยากรณแ์ สดงใหเ้ ห็นแนวโน้มเศรษฐกิจที่เตบิ โตอย่างต่อเนอื่ งถึงแม้ว่าระดับการเติบโตจะต่ำ�กว่าแนวโน้มระยะยาวและต่ำ�กว่าระดับการขยายตัวของศกั ยภาพการผลติ ทป่ี ระมาณร้อยละ 5.2-6.1 ตามการศึกษาของ ดอน นาครทรรพ และ
306 แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพ่อื พฒั นาการเศรษฐกจิ 307 รักษาเสถยี รภาพด้านการคลังในระยะยาว จากแนวโนม้ ของการขยายตวั ของรายรับรายจา่ ยภาครฐั และการพยากรณแ์ นว ในเชิงการตดั สนิ ใจด้านนโยบายการเงิน แนวโนม้ ของอัตราเงนิ เฟ้อท่ีมเี พิม่ ขึ้นอย่างโนม้ ในช่วงปี 2554-2555 โดยตัวแบบ NIDAQMM ในตารางท่ี 8 พบวา่ แนวโน้มของค่าใชจ้ ่าย รวดเร็วโดยเฉพาะในกรณีของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานนี้จะเป็นจุดท่ีอ่อนไหวในเชิงนโยบายการภาครัฐมกี ารขยายตัวสูงกว่าการเพิม่ ขึ้นของรายรบั เนอ่ื งจากความจ�ำ เป็นของการเพิม่ การใช้ เงนิ โดยการปรบั ขึ้นของอตั ราดอกเบย้ี จะมคี วามจ�ำ เป็นเพ่อื การรกั ษาเสถียรภาพเศรษฐกิจจ่ายมลี ดลงดงั ท่กี ล่าวถงึ ข้างตน้ ดังนน้ั รฐั บาลจงึ ควรใหค้ วามส�ำ คญั กับการรกั ษาเสถียรภาพ แต่ผลขา้ งเคียงทตี่ ามมาจากต้นทนุ การเงนิ ทปี่ รับตวั สูงขึ้น และจากการแขง็ ค่าของเงินบาทดา้ นการคลงั ภาครัฐมากขนึ้ และสร้างความสมดุลให้เกิดข้นึ โดยเรว็ เพอ่ื ปอ้ งกันปัญหาวกิ ฤติ จะเป็นความท้าทายท่สี ำ�คญั ในการด�ำ เนนิ นโยบายการเงินในชว่ ง 2 ปขี า้ งหนา้ นี้ ถึงแมว้ า่เศรษฐกิจที่เกิดจากการขาดดุลการคลังภาครัฐและการเพิ่มข้ึนของหน้ีสาธารณะเหมือนใน แนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อพ้ืนฐานจะมีโอกาสที่แนวโน้มเกินเป้าหมายเงินเฟ้อได้สูงในช่วงกรณีกลุ่มประเทศยโุ รปใต้ในช่วงปี 2553-2554 ครงึ่ หลังของปี 2554 โดยเฉพาะหากราคาน�ำ้ มันดบิ ปรบั ตวั สงู ข้นึ กวา่ ที่คาดหมายหรอื ค่าเงิน บาทปรบั ตวั ออ่ นคา่ ลง ถงึ แมว้ ่าการเพม่ิ ข้ึนน้จี ะเกิดขน้ึ เพียงไม่กไ่ี ตรมาสก่อนทีจ่ ะปรบั ตวั ลด นโยบายการเงินผ่านการตัดสนิ ใจเชิงอัตราดอกเบยี้ นโยบาย ลงสู่ระดบั ปกติ แตก่ ารคาดการณอ์ ัตราเงนิ เฟอ้ ของสาธารณชนอาจเพ่ิมสงู ขน้ึ จนก่อใหเ้ กิด จากภาวะเงนิ เฟ้อท่ีเพ่มิ ขน้ึ เราจึงนา่ จะเห็นการปรบั อตั ราดอกเบย้ี นโยบายการ second-round effect ซึ่งจะทำ�ให้อตั ราเงินเฟ้อปรบั เพ่ิมสงู ข้ึนตอ่ เนื่องตามการเรียกร้องเงินทร่ี วดเรว็ และตอ่ เน่ืองตลอดปี 2554 เน่ืองจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มจะ คา่ แรงทสี่ งู มากขน้ึตอบสนองตอ่ อัตราเงนิ เฟ้อที่รนุ แรง จงึ เปน็ ปัจจัยท่คี วรระมัดระวงั ทงั้ ในด้านผลกระทบตอ่ ดังนน้ั ธนาคารแหง่ ประเทศไทยควรมกี ารสือ่ สารกับสาธารณชนเกี่ยวกบั ปัญหาต้นทุนการเงิน และผลกระทบตอ่ อตั ราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซง่ึ ผ้ทู เี่ ก่ยี วขอ้ งควร เงินเฟอ้ ท่จี ะเกิดข้นึ รวมถึงแสดงใหเ้ ห็นถึงความตั้งใจในการควบคุมอัตราเงินเฟอ้ และการใช้มคี วามระมดั ระวงั ท้ังในดา้ นตน้ ทุนการกยู้ ืมท่ีมแี นวโน้มสงู ขึ้นเร่อื ย ๆ ในปี 2554-2555 และ มาตรการทจ่ี �ำ เปน็ ในการดแู ลเงนิ เฟอ้ อยา่ งรวดเร็ว เพื่อลดการคาดการณอ์ ตั ราเงินเฟ้อ ซง่ึผลตอ่ การแข็งค่าของอัตราแลกเปลีย่ นเงินตราต่างประเทศท่จี ะตามมาจากการปรบั ขึ้นอตั รา จะมผี ลให้อัตราเงินเฟอ้ ปรบั ตวั เข้าสกู่ รอบเป้าหมายเงนิ เฟ้อไดใ้ นปี 2555ดอกเบีย้ นโยบายอัตราแลกเปลย่ี นเงินตราตา่ งประเทศ ในการดูแลค่าเงินใหเ้ คล่อื นไหว ในระดับทเ่ี หมาะสม จากผลการพยากรณแ์ นวโน้มเศรษฐกจิ ในปี 2554-2555 พบวา่ คา่ เงนิ บาทมแี นว โน้มปรบั ตัวแข็งคา่ ข้ึนตอ่ เน่อื ง ตามการปรบั เพิม่ ของอัตราดอกเบย้ี RP1 โดยที่อตั ราดอกเบี้ย ในสหรฐั ฯ ยังนา่ จะคงท่ีจนถงึ ไตรมาสท่ี 4 ปี 2554 ซึ่งจะทำ�ให้เกิดช่องหา่ งอัตราดอกเบี้ย ระหวา่ งประเทศทกี่ ว้างขึน้ โดยผลกระทบนจี้ ะสังเกตเห็นได้ชดั เจนมากข้ึนในช่วงครงึ่ หลงั ของปี 2554 เม่อื อัตราดอกเบีย้ RP1 ปรบั ตวั เทา่ กับหรอื มากกวา่ รอ้ ยละ 3.00 โดยผลการ พยากรณ์โดยตวั แบบพบว่าค่าเงินบาทเฉลย่ี ท้ังปี 2554 และ 2555 จะอยู่ ณ ระดับ 29.9 และ 27.8 บาทต่อดอลลารส์ หรฐั ฯ (อตั รา ณ ส้นิ ปอี ยู่ ณ 29.0 และ 27.3 บาทตอ่ ดอลลาร์ สหรฐั ฯ ณ สนิ้ ปี 2554 และ 2555 ตามล�ำ ดับ) จากแนวโนม้ ของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตา่ งประเทศทน่ี ่าจะแข็งคา่ ข้ึนในช่วงคร่ึงหลังของปี 2554 จึงเปน็ ประเด็นที่ผู้ทเ่ี กย่ี วข้องควร มกี ารเตรยี มตวั เพอ่ื รบั มือล่วงหน้าดังตอ่ ไปนี้
308 แนวโนม้ เศรษฐกิจมหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค นโยบายสาธารณะเพอื่ พัฒนาการเศรษฐกิจ 309 หน่วยงานก�ำ กับดแู ลเชิงนโยบาย เอกสารอา้ งองิ เน่ืองจากแนวโน้มของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศท่ีน่าจะมีการไหลเข้าท่ี ชัดเจนในช่วงครง่ึ หลงั ปี 2554 ซง่ึ จะสร้างแรงกดดันต่อคา่ เงินบาท โดยการเคลื่อนย้ายเงนิ ดอน นาครทรรพ และคณะ (2551) ความไมแ่ น่นอนของระดับศกั ยภาพการผลติ กบั ทุนนี้น่าจะมีเกิดข้ึนชัดเจนในตลาดพันธบัตรเนื่องจากช่องห่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่าง การดำ�เนินนโยบายการเงิน รายงานวิจัย นำ�เสนอในการสัมมนาวิชาการธนาคาร ประเทศทกี่ ว้างมากข้นึ การก�ำ กบั ดแู ลและการออกมาตรการเสริมจึงมคี วามจำ�เปน็ โดย แห่งประเทศไทยประจำ�ปี 2551หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการดูแลเงินทุนเคล่ือนย้าย ราเชนทร์ ชินทยรังสรรค์ และคณะ (2550) ตัวแบบเศรษฐมิตมิ หภาคของประเทศไทย ระหว่างประเทศ เพอ่ื ให้สามารถน�ำ มาใชไ้ ดใ้ นกรณที ี่จ�ำ เปน็ รายงานการวจิ ัย ส�ำ นักวจิ ัย สถาบนั บัณฑิตพฒั นบริหารศาสตร หน่วยงานท่ีเกีย่ วข้องกับการลงทุนระหวา่ งประเทศ วุฒเิ ทพ อินทปัญญา ราเชนทร์ ชินทยารังสรรค์ และยุทธนา เศรษฐปราโมทย์ (2553) การแข็งค่าข้ึนของเงินบาทส่งผลให้อำ�นาจซื้อของบุคคลและหน่วยธุรกิจของไทย ตัวแบบเศรษฐมิติมหภาคของประเทศไทยระยะท่ี 2 เพ่ือการพยากรณ์เศรษฐกิจ สงู ข้นึ ระหว่างประเทศ เน่อื งจากรายได้ทไี่ ด้รบั เป็นเงินบาทในจ�ำ นวนเท่าเดิมสามารถแลก มหภาค รายงานการวิจัย ส�ำ นักวิจยั สถาบนั บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์เปลยี่ นเปน็ เงินตราตา่ งประเทศในจ�ำ นวนมากขน้ึ ได ้ ท�ำ ให้ทุกครงั้ ที่มีการแขง็ ค่าของเงนิ Bank of Thailand. Inflation Report, Various Issues.บาทหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องมักจะมีการเสนอให้มีการผ่อนคลายเง่ือนไขในการลงทุนยังต่าง Luangaram,P., & Sethapramote, Y. (2010, August). An evaluation of inflation ประเทศท้ังในกรณีบคุ คลธรรมดาและกรณีของหนว่ ยธรุ กิจ และท้ังในด้านการลงทนุ ใน forecast targeting in Thailand. Paper presented at the Bank สินทรพั ยใ์ นตา่ งประเทศ (Foreign Portfolio Investment - FPI)และการลงทุนโดยตรง of Thailand Research Workshop.ระหวา่ งประเทศ (Foreign Direct Investment - FDI) และส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการลงทุนยัง Sethapramote, Y. (2010). The impact of the global financial crisis on Thailand: ต่างประเทศเพ่ือให้เกิดกระแสการไหลออกของเงนิ ทุนซง่ึ จะลดแรงกดดนั ตอ่ คา่ เงินบาท แต่ Transmission channels and policy responses. Paper presented at the การลงทุนยังต่างประเทศจะมีความเส่ียงที่สูงโดยเฉพาะในกรณีที่การศึกษาต้นทุนและผล International Conference on Tackling the Financial Crisis in East andตอบแทนท�ำ โดยเร่งดว่ น ดังนั้น ในปัจจบุ ันการศกึ ษาแนวทางในการลงทนุ ยงั ตา่ งประเทศจงึ Southeast Asia: Assessing Policies and Impacts, University of Hong Kong.มีความจ�ำ เป็นเพอื่ ทห่ี ากเกิดแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อเกิดขนึ้ ทางบคุ คลและหน่วยธุรกจิ ที่มีศักยภาพในการลงทุนยังต่างประเทศจะได้ใช้โอกาสท่ีกำ�ลังซ้ือปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการแข็งค่าของเงนิ บาทในการลงทุนและซ้อื สนิ ทรพั ย์ในตา่ งประเทศในราคาทีเ่ หมาะสมได้ ผู้สง่ ออก การแข็งค่าข้ึนของเงินบาทจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกเนื่องจากรายได้จากการขายสินค้าที่ได้รับเป็นเงินสกุลต่างประเทศจะสามารถแลกเปล่ียนเป็นเงินบาทได้นอ้ ยลง ย่ิงในธรุ กิจท่ีมกี ารใชว้ ตั ถดุ ิบในประเทศในสดั ส่วนทส่ี ูง (เช่น อุตสาหกรรมเกษตร)หรืออตุ สาหกรรมทใ่ี ช้แรงงานเข้มข้นในการผลิต ซ่ึงต้องมีต้นทุนในการผลิตหลักในรูปเงนิบาทจะไดร้ บั ผลกระทบมากท่สี ดุ ดงั นั้น เมอื่ คาดการณว์ ่าค่าเงนิ น่าจะแข็งคา่ ข้นึ อยา่ งตอ่เนื่องการทำ�ประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนฯ ของผู้ส่งออก จึงมีความจำ�เป็นในการป้องกนั ความเส่ยี งทจ่ี ะเกิดข้ึนนี้
310 แนวโนม้ เศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมนิ ความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกิจ 311 ภาคผนวก ตวั แบบเศรษฐมิตมิ หภาคของสถาบันบณั ฑติ พัฒนบริหารศาสตร์ (NIDAQMM)
312 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 313
314 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 315
316 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 317
318 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 319
320 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 321
322 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 323
324 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 325
326 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาค นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 327 โดยรายละเ ีอยดเ ่ีกยวกับ ัตวแปรภายในและ ัตวแปรภายนอกระบบ ่ทีใ ้ชในการ ำก�หนด ัตวแบบแสดงไ ้ดในตาราง ี่ท ผ1 และ ผ2 ัดง ่ตอไปน้ี
ตารางที่ ผ1 ตัวแปรภายใน (Endogenous Variables) ของตัวแบบ NIDAQMM 328 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกิจมหภาคตารางที่ ผ1 ตัวแปรภายใน (Endogenous Variables) ของตวั แบบ NIDAQMM (ตอ่ ) นโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกจิ 329
ตารางที่ ผ2 ัตวแปรภายใน (Endogenous Variables) ของ ัตวแบบ NIDAQMM330 แนวโน้มเศรษฐกจิ มหภาคไทยปี 2554-2555 และประเมินความเหมาะสมของนโยบายเศรษฐกจิ มหภาค ข้อเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพอ่ื พัฒนาการเศรษฐกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกจิ สถาบนั บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 15 มนี าคม 2554
นโยบายสาธารณะเพอื่ พัฒนาการเศรษฐกจิ 333รฐั ธรรมนูญก่อนและหลัง 2540: มุมมองเศรษฐศาสตรส์ าธารณะโดย ศ. ดร.ณฏั ฐพงศ์ ทองภักดี1. รัฐธรรมนูญ 2550 มีโครงสร้างที่ทำ�ให้ประชาชนมีอำ�นาจในการกำ�หนดนโยบาย สาธารณะน้อยลง ไม่ส่งเสริมการแข่งขันทางการเมือง การกำ�กับภาครัฐมีความ เชื่อมโยงกับประชาชนน้อยลง ควรมีการแก้ไข ใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ซ่ึงมาจากการปฏริ ูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นฐาน โดยปรบั ปรงุ สว่ นเก่ยี ว กับทมี่ าและความรบั ผิดขององคก์ รอิสระใหช้ ัดเจนขึ้น2. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคการเมืองควรแสดงจุดยืนทางนโยบายว่า จะมีการ แก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 หรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เห็นว่าพรรคมี แนวคดิ ตอ่ การก�ำ หนดนโยบายสาธารณะอย่างไรการตรวจสอบรายจ่ายภาครฐัโดย ศ. ดร.ดิเรก ปัทมสิรวิ ัฒน์1. ในส่วนของรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอให้มีการกระบวนการ ตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ใหม้ ตี วั แทนภาคประชาชนเปน็ กรรมการควบคู่ การปรับปรุง “งบประมาณแบบมสี ว่ นรว่ ม” (Participatory Budgeting)2. ในส่วนของบทบาทการตรวจสอบรายจ่ายของรัฐโดยรัฐสภา ให้คณะกรรมาธิการ งบประมาณแผ่นดิน (Budget Oversight Committee) มีหน้าที่รายงานผลการ ตรวจฯ ให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีรับทราบทุกปี งานวิจัยนี้ เสนอให้มีการ “เชื่อมโยง” ระหว่าง คณะกรรมาธิการงบประมาณฯ กับสำ�นักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน สำ�นักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แหง่ ชาต ิ สถาบนั วชิ าการ จัดกิจกรรมร่วมกันเป็นประจำ�ทุกปี เพ่ือเปน็ “ตวั ชว่ ย” ในการวิเคราะห์รายจ่ายรัฐ การจัดประชุมสัมมนาร่วมกันเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ การใช้จ่ายเงนิ ของภาครฐั ผ่านสอ่ื วทิ ยโุ ทรทศั น์ การทำ�จดั สมดุ ปกขาววเิ คราะห์กรณี ศกึ ษาการใชจ้ า่ ยของรฐั นอกจากน้ี ควรปรบั ปรงุ ขอ้ กฎหมายใหก้ รรมาธกิ ารงบประมาณ สามารถเข้าถงึ ข้อมลู ตามระบบ GFMIS เช่นเดียวกับฝ่ายรฐั บาล
334 ขอ้ เสนอแนะนโยบายสาธารณะเพอื่ พฒั นาการเศรษฐกจิ นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกิจ 335ความทา้ ทายและยง่ั ยนื ของกองทุนการออมแหง่ ชาติ วกิ ฤตหนก้ี บั กรอบความยัง่ ยืนทางการคลังของประเทศไทยโดย ผศ. ดร.อมรรัตน์ อภนิ นั ท์มหกลุ โดย ผศ. ดร.ศาสตรา สดุ สวาสด์ิ และ ผศ. ดร.ประสพโชค มง่ั สวสั ดิ์ 1. รัฐบาลควรปรับข้อกำ�หนดในเรื่องสัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ให้อยู่ใน 1. การศกึ ษานเี้ สนอวา่ รัฐควรเปลี่ยนอัตราการสมทบเปน็ 1:1 ทุกชว่ งอายุ และเพิม่ เงิน ระดับท่ปี ลอดภยั ทีร่ ะดับไม่เกินรอ้ ยละ 40-45 สมทบสูงสุดเปน็ ไม่เกิน 2,400 บาทต่อคนต่อปีเพื่อสร้างวินัยในการออมแก่แรงงาน 2. การจัดทำ�งบประมาณรายจ่ายภาครัฐ จำ�เป็นต้องพิจารณาถึงประมาณการระดับ โดยเป็นแรงจูงใจให้แรงงานมาเข้าร่วมกองทุนตั้งแต่อายุน้อย และเพิ่มเงินออมเมื่อ การก่อหนี้สาธารณะของประเทศที่เกิดขึ้นในระยะยาว ที่ต้องอยู่ภายใต้ระดับยอด รายได้เพม่ิ เพื่อให้มรี ายได้ท่ีเพยี งพอแกก่ ารครองชพี หลังการเกษยี ณอายใุ นทีส่ ดุ หนสี้ าธารณะคงค้างทกี่ ำ�หนดและสามารถตรวจสอบได ้ 2. การค้�ำ ประกนั อตั ราผลตอบแทนจากการลงทนุ ของกองทนุ การออมแห่งชาติท่ีไมต่ ่ำ� กวา่ อัตราดอกเบีย้ พนั ธบตั รรัฐบาลอายุ 1-5 ปโี ดยเฉลย่ี พลวตั ของความเช่ือมโยงระหว่างเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกจิ โลกประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณการศึกษาเพ่ือ โดย ผศ. ดร.สันติ ชัยศรสี วสั ดส์ิ ขุ และ ผศ. ดร.วิศษิ ฎ์ ชัยศรีสวสั ดส์ิ ุขการอดุ มศึกษา นโยบายในการก�ำ กบั ดูแล และควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทนุ อาจเป็นนโยบาย ทางเลอื ก (Policy Options) ท่จี �ำ เป็นส�ำ หรับการดำ�เนินนโยบายเพ่อื รกั ษาเสถยี รภาพของโดย ผศ. ดร.สุจิตรา ชำ�นิวิกย์กรณ์ และ รศ. ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อัตราแลกเปลีย่ น ซงึ่ จะครอบคลมุ ถงึ มาตรการท่มี ีผลกระทบรนุ แรงจนถงึ มาตรการทีม่ ีผล กระทบนอ้ ยกวา่ ไดแ้ ก่ การจ�ำ กัดปรมิ าณการเคลอ่ื นยา้ ยของเงินทนุ การก�ำ หนดปรมิ าณเงิน1. ให้เงินทนุ ใหเ้ ปลา่ แกน่ ักศกึ ษาที่มาจากครอบครวั ทด่ี ้อยโอกาสโดยเงนิ ทุนให้เปล่าไม่ ส�ำ รองในสดั สว่ นท่สี งู ขน้ึ สำ�หรับเงินลงทุนในระยะสน้ั และยดื หยุ่นมากขึน้ ส�ำ หรบั เงินลงทุน ควรต�ำ่ กว่าการสญู เสยี รายได้จากการท�ำ งาน ในระยะยาว การใช้มาตรการทางภาษีสำ�หรับผลตอบแทนจากการปริวรรตเงนิ ตราระหวา่ ง2. ขยายการใหเ้ งินกเู้ พอื่ การศกึ ษาโดยเน้นสาขาวชิ าท่เี ปน็ ท่ีต้องการของตลาดแรงงาน ประเทศ เป็นตน้3. กำ�หนดค่าธรรมเนียมการเรียนที่สะท้อนต้นทุนเต็มที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัย (Full Cost Pricing) เพ่อื ลดบทบาทจากการเป็นผจู้ ัดการศึกษาเปน็ หลัก มาเปน็ ผ ู้ ก�ำ กบั นโยบายการอดุ มศกึ ษา และดแู ลการด�ำ เนนิ งานของมหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ปน็ ไปตาม หลกั การของธรรมาภบิ าล
336 ขอ้ เสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ นโยบายสาธารณะเพือ่ พฒั นาการเศรษฐกจิ 337แแนละวปโนร้มะเเมศนิรษควฐกามิจเมหหมภาาะคสไมทขยอปงี น2โ5ย5บ4า-2ย5เศ5ร5ษฐกจิ มหภาค รายช่อื ผู้รว่ มประชมุ กลุ่มเฉพาะ โครงการศกึ ษานโยบายสาธารณะเพื่อพฒั นาการเศรษฐกิจโดย ผศ. ดร.ยทุ ธนา เศรษฐปราโมทย์ และ รศ. ดร.ราเชนทร์ ชนิ ทยารังสรรค์ คณุ จาตรุ นต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี1. จากการที่ภาวะเศรษฐกจิ ไทยเร่มิ คลี่คลายในทางที่ดขี ึ้นมากในปี 2553 จากท่เี คย สถาบันวิจยั เพือ่ การพฒั นาประเทศไทย ถดถอยในปี 2552 และโอกาสในการถดถอยซ้ำ�ในลักษณะ double dip มีโอกาส ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง อดตี อธกิ ารบดี สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์ เปน็ ไปได้น้อยมาก ทำ�ใหค้ วามจำ�เป็นในการกระตุ้นเศรษฐกจิ โดยนโยบายการคลัง ส�ำ นักบรหิ ารการนำ�เขา้ กรมการคา้ ต่างประเทศ ผา่ นการใช้จา่ ยเพื่อการบรโิ ภคลดความจำ�เปน็ ลง ดังนน้ั นโยบายการคลังควรหัน รศ. ดร.ปรชี า จรุงกิจอนันต ์ สำ�นักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค มาเน้นในด้าน i) การใช้จา่ ยเพื่อการลงทุนมากขน้ึ ซงึ่ จะมผี ลตอ่ ศักยภาพการผลิต ฝา่ ยวจิ ยั และวางแผน ธนาคารเกียรตินาคนิ ระยะยาว และ ii) รกั ษาเสถียรภาพดา้ นการคลงั ในระยะยาว ดร.กีรติ รัชโน มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์2. จากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น จึงน่าจะเห็นการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินที่ ส�ำ นักงานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปราม รวดเร็วและต่อเนื่องตลอดปี 2554 เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้ม คณุ ฤชา วราทร การทจุ ริตแหง่ ชาติ จะตอบสนองต่ออัตราเงินเฟ้อที่รุนแรง จึงเป็นปัจจัยที่ควรระมัดระวังทั้งในด้านผล สำ�นกั นโยบายและแผนการอดุ มศกึ ษา สกอ. กระทบต่อตน้ ทุนการเงนิ และผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดร.ปยิ ศกั ดิ์ มานะสนั ต์ ส�ำ นักนโยบายและแผนการอดุ มศกึ ษา สกอ.3. อตั ราแลกเปลย่ี นเงนิ ตราตา่ งประเทศมแี นวโนม้ แขง็ คา่ ขนึ้ ในชว่ งครง่ึ หลงั ป ี 2554 สำ�นักงานสง่ เสรมิ สังคมแหง่ การเรียนรแู้ ละคณุ ภาพ ดงั น้นั ผูท้ ีเ่ กีย่ วข้องควรมีการเตรียมตวั เพือ่ รับมือล่วงหน้า ทง้ั ในดา้ นมาตรการดแู ล ดร.บญุ ธรรม รจิตภญิ โญเลศิ เยาวชน (สสค.) เงนิ ลงทนุ ระหว่างประเทศ (โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตร) มาตรการสง่ เสริมการ สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบริหารศาสตร์ ลงทุนในต่างประเทศทั้งในลักษณะ FDI และ FPI หรือการทำ�ประกนั ความเส่ยี ง คณุ วรญั ไชย ธนั ธนาพรชัย สว่ นนโยบายระบบการออม อตั ราแลกเปลีย่ นฯ ของผ้สู ง่ ออก สำ�นกั นโยบายการออมและการลงทนุ สำ�นักงานเศรษฐกจิ การคลัง กระทรวงการคลัง ผลการพยากรณ์ตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคที่สำ�คัญในช่วงปี 2554-2555 สถาบันวิจัยเพ่อื การพฒั นาประเทศไทย คุณอาณัติ พงศ์สวุ รรณ สถาบนั พระปกเกล้า สถาบันพระปกเกล้า คุณสุจิตรา กิ่งสดี า สถาบันบัณฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร์ ธนาคารซไี อเอม็ บี ดร.ไกรยส ภทั ราวาท สถาบนั บณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร์ สถาบันพระปกเกล้า สถาบันพระปกเกลา้ ส�ำ นักงานเศรษฐกจิ การคลัง รศ. ดร.วิชติ หล่อจีระชณุ ห์กุล สถาบนั วจิ ยั นโยบายเศรษฐกิจการคลัง ส�ำ นกั งานบริหารหนส้ี าธารณะ กระทรวงการคลงั คุณสภุ าณี ผลวัฒนะ ธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.วรวรรณ ชาญดว้ ยวทิ ย ์ คุณสุพรรณี งามวฒุ กิ ุล คุณศราวธุ มขุ พานทอง ศ. ดร.อดุ ม ทุมโฆสิต ดร.บันลอื ศักด์ิ ปุสสะรังษ ี รศ. ดร.พลภทั ร บุราคม คณุ กาญจนา ศรีปดั ถา คณุ นนทิดา ขนั ติสทิ ธิ์ คณุ พิสิทธ์ิ พวั พนั ธ ์ ดร.อนันตโชค โอแสงธรรมนนท์ ดร.ฐิติเทพ สทิ ธยิ ศ คณุ ทิพย์ ตรงธรรมกิจ
338 ประวัตผิ ูเ้ ขียนบทความ นโยบายสาธารณะเพ่อื พัฒนาการเศรษฐกิจ 339 ประวัติผู้เขยี นบทความ ผศ. ดร.ประสพโชค มงั่ สวสั ด์ิศ. ดร.ณฏั ฐพงศ์ ทองภกั ดี ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกิจ ปัจจุบันดำ�รงต�ำ แหนง่ ผอู้ �ำ นวยการหลักสตู ร ศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกิจ และผู้อำ�นวยการศูนยศ์ กึ ษาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สถาบัน ปริญญาเอกของคณะฯ สำ�เรจ็ การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรีด้านการเงนิ การธนาคาร จากคณะพาณิชย์บัณฑติ พฒั นบริหารศาสตร์ อดตี เคยด�ำ รงต�ำ แหนง่ คณบดีของคณะฯ และรองอธกิ ารบดฝี ่ายวางแผนของ ศาสตรแ์ ละการบญั ชี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโท (เศรษฐศาสตร์) และระดบั ปริญญาเอกสถาบันฯ ส�ำ เร็จการศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรจี ากคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ และระดับ (เศรษฐศาสตร์) จาก University of Missouri-Columbia ประเทศสหรัฐอเมรกิ าปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร)์ จาก Boston University ประเทศสหรฐั อเมริกา (ทุนรฐั บาลไทย) ผศ. ดร.สนั ติ ชัยศรีสวัสด์สิ ุขศ. ดร.ดิเรก ปทั มสิริวัฒน์ ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกิจ ปัจจบุ นั ด�ำ รงตำ�แหน่งรองคณบดฝี ่ายวิชาการของ ศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกจิ อดีตเคยเป็นคณบดีของคณะวทิ ยาการจัดการและ คณะฯ และผู้อ�ำ นวยการศนู ยศ์ ึกษาเศรษฐศาสตร์ระหวา่ งประเทศและการพฒั นา สำ�เรจ็ การศึกษาระดับสารสนเทศศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร สำ�เร็จการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ ปริญญาตรีดา้ นการเงนิ การธนาคาร จากมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปรญิ ญาโท (เศรษฐศาสตร์) จากมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ระดับปรญิ ญาโท (เศรษฐศาสตร)์ จาก Louisiana State University ประเทศ Indiana State University ประเทศสหรฐั อเมริกา และระดับปริญญาเอก (เศรษฐศาสตร)์ จาก Southernสหรฐั อเมริกา และระดับปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก University of Georgia ประเทศสหรฐั อเมรกิ า Illinois University ประเทศสหรัฐอเมริกาผศ. ดร.อมรรตั น์ อภนิ ันท์มหกลุ ผศ. ดร.วศิ ษิ ฎ์ ชัยศรสี วสั ดิส์ ุข ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ ปัจจุบันดำ�รงตำ�แหน่งรองคณบดฝี า่ ยวางแผนและ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกจิ ปัจจบุ ันดำ�รงต�ำ แหนง่ ผู้อ�ำ นวยการภาคพิเศษของพัฒนาของคณะฯ สำ�เรจ็ การศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรีจากคณะรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ระดับ คณะฯ สำ�เร็จการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดบัปรญิ ญาโทจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก ปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก Florida State University ประเทศสหรฐั อเมรกิ าUniversity of Ottawa ประเทศแคนาดา (ทุนรัฐบาลแคนาดา--CIDA Scholarship) ผศ. ดร.ยทุ ธนา เศรษฐปราโมทย์ผศ. ดร.สจุ ิตรา ชำ�นวิ ิกย์กรณ์ ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกจิ ปัจจุบนั ดำ�รงต�ำ แหนง่ ผ้อู �ำ นวยการหลักสตู ร ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกจิ อดตี รองคณบดฝี า่ ยบริหารของคณะ ส�ำ เรจ็ การ เศรษฐศาสตร์การเงินของคณะฯ ส�ำ เร็จการศึกษาระดับปรญิ ญาตรจี ากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศึกษาระดบั ปริญญาตรี (เศรษฐศาสตร์) (เกยี รตินิยม) และระดับปริญญาโท (เศรษฐศาสตร)์ และระดับ ธรรมศาสตร์ และระดบั ปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก University of Warwick ประเทศอังกฤษ (ทนุปริญญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก University of Illinois at Chicago ประเทศสหรฐั อเมริกา รัฐบาล)รศ. ดร.อดศิ ร์ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา รศ. ดร.ราเชนทร์ ชินทยารังสรรค์ รองศาสตราจารย์ คณะพฒั นาการเศรษฐกจิ ปัจจุบันด�ำ รงต�ำ แหนง่ คณบดีของคณะฯ สำ�เรจ็ การ รองศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ อดตี เคยดำ�รงต�ำ แหน่งคณบดขี องคณะฯ สำ�เร็จการ ศึกษาระดับปริญญาตรจี ากคณะวศิ วกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ระดบั ปรญิ ญาโทจากคณะศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี (เศรษฐศาสตร)์ และระดบั ปรญิ ญาโท (เศรษฐศาสตร)์ จาก University of Canterbury เศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ และระดบั ปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร)์ จาก University of Hawaiiประเทศนิวซีแลนด์ และระดบั ปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก North Carolina State University ประเทศสหรัฐอเมรกิ าประเทศสหรัฐอเมริกา ผศ. ดร.ศาสตรา สดุ สวาสดิ์ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ คณะพัฒนาการเศรษฐกจิ ปจั จุบันด�ำ รงตำ�แหน่งรองคณบดฝี า่ ยบรหิ าร ของคณะฯ ส�ำ เรจ็ การศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดบัปริญญาโท (เศรษฐศาสตร)์ จาก University of Missouri-Saint Louis ประเทศสหรฐั อเมริกา และระดับปรญิ ญาเอก (เศรษฐศาสตร์) จาก Georgia State University ประเทศสหรฐั อเมริกา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174