แผนการจัดการเรยี นรู้ วชิ า คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 3 (ค32201) ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง เวกเตอร์ นายคเณศ สมตระกลู ตาแหน่ง ครู คศ.1 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพติ ร สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษาเขต 1 สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู กลุม สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เตมิ 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 32201 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ช่ัวโมง หนวยการเรียนรทู ่ี 3 เรอื่ ง เวกเตอร โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชือ่ ครผู สู อน นายคเณศ สมตระกลู แผนการจัดการเรียนรูท ่ี 1 เรอื่ ง ทดสอบกอนเรียน เรอ่ื ง เวกเตอร 1. ผลการเรยี นร/ู มาตรฐานการเรียนรู 1) หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร การคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร หาผลคูณเชงิ สเกลาร และ ผลคณู เชงิ เวกเตอร 2) นำความรเู กี่ยวกบั เวกเตอรในสามมติ ิไปใชใ นการแกป ญ หา 2. สาระสำคญั การแกโ จทยป ญหา เรอื่ ง เวกเตอร 3. ผลการการเรียนรูท่คี าดหวงั 1) ดา นความรู (K) : นกั เรยี นสามารถ - แกโ จทยปญ หาที่กำหนดใหได 2) ดานทกั ษะ / กระบวนการ (P) : นักเรยี นสามารถ - แกโจทยป ญหาเรื่อง เวกเตอร ได - ใชเ หตผุ ลในการแกโจทยปญหา - เชื่อมโยงความรตู างๆ ของคณิตศาสตรไ ด 3) ดา นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค (A) : นักเรียน - มีความซ่ือสตั ย สจุ ริต - มรี ะเบยี บวินยั - มีความรับผดิ ชอบ 4. ดา นคุณลกั ษณะของผูเรียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล 1) เปนเลิศวชิ าการ 2) สอื่ สองภาษา 3) ลำ้ หนา ทางความคิด 4) ผลติ งานอยา งสรางสรรค
5. บรู ณาการตามหลักของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1) หลักความมีเหตผุ ล ปฏิบัติงานโดยใชค วามคดิ แกปญหาโดยใชป ญญา 2) เงื่อนไขความรู 3) เง่ือนไขคุณธรรม ปฏิบัติงานตามความสามารถที่ทำได อยางพอเหมาะพอควร 6. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน 1) ความสามารถในการคดิ 2) ความสามารถในการแกป ญ หา 7. ชน้ิ งาน / ภาระงาน 1) แบบทดสอบกอนเรียน เรือ่ ง เวกเตอร จำนวน 20 ขอ 8. การวดั และประเมนิ ผล ผลการเรียนรู วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) พิจารณาจากความ แบบทดสอบกอ นเรยี น นักเรยี นทำแบบฝกหัด 1. แกโจทยปญ หาที่ ถกู ตองของแบบทดสอบ ถกู ตองรอ ยละ 60 กำหนดใหได กอนเรยี น ขนึ้ ไป ถือวา ผานเกณฑ ท่กี ำหนด ดานทกั ษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดาน 1) แกโ จทยป ญหาเรื่อง การสังเกต ทักษะ/กระบวนการ นักเรยี นไดคะแนนระดบั เวกเตอร ได คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน ขึน้ ไป ถือวา ผาน 2) ใชเหตผุ ลในการ การสงั เกต แบบประเมนิ ผลดา น นักเรียนไดคะแนนระดบั แกโ จทยปญหา ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน ขึ้นไป ถือวาผา น 3) เชือ่ มโยงความรูตางๆ การสงั เกต แบบประเมินผลดาน นักเรยี นไดคะแนนระดับ ของคณติ ศาสตรได ทักษะ/กระบวนการ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน ข้ึนไป ถือวา ผา น
ผลการเรียนรู วิธกี ารวดั ผล เครอื่ งมอื วัดผล เกณฑการประเมนิ ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค (A) แบบประเมนิ นกั เรยี นไดคะแนนระดับ 1) ทำงานอยางเปน การสงั เกต คุณลกั ษณะอนั พึง คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ระบบรอบคอบ ประสงค ข้ึนไป ถือวา ผาน 2) มรี ะเบียบวนิ ยั การสังเกต แบบประเมนิ นักเรยี นไดคะแนนระดบั คุณลกั ษณะอันพึง คุณภาพต้ังแต 2 คะแนน 3) มคี วามรบั ผิดชอบ การสงั เกต ประสงค ขึ้นไป ถือวาผา น 4) มคี วามซ่ือสตั ย สจุ ริต การสังเกต แบบประเมนิ นกั เรียนไดคะแนนระดับ คณุ ลกั ษณะอันพงึ คุณภาพตั้งแต 2 คะแนน ประสงค ข้นึ ไป ถือวาผาน แบบประเมนิ นกั เรียนไดคะแนนระดบั คณุ ลักษณะอันพงึ คุณภาพตั้งแต 2 คะแนน ประสงค ขน้ึ ไป ถือวา ผา น 9. กจิ กรรมการเรยี นรู 1) ครูสนทนาทักทายกบั นกั เรียน แจง วตั ถุประสงคกบั เนื้อหาหลักสูตรท่จี ะเรยี น พรอ มแจง ระยะเวลาเรียนและชแี้ จงวธิ กี ารเรียนและวิธกี ารประเมินผลการเรียน 2) ใหน กั เรียนทำแบบทดสอบกอนเรยี นเรื่อง เวกเตอร เพ่ือวัดความรพู ืน้ ฐานของนักเรยี นเปนเวลา 45 นาที 3) ครูเฉลยคำตอบของงแบบทดสอบกอนเรียนเร่ือง เวกเตอร นักเรียนรวมคะแนน และครเู ช็ค คะแนนที่นกั เรียนทำได เพอ่ื นำขอ มลู ทีไ่ ดไปใชในการจัดการเรยี นการสอนในครง้ั ตอ ไป 10. ส่ือ อุปกรณ และแหลง เรียนรู 1) แบบทดสอบกอนเรียน เร่อื ง เวกเตอร จำนวน 20 ขอ
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร คณิตศาสตรเ พมิ่ เตมิ 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศกึ ษาปที่ 5 รหสั วชิ า ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ชั่วโมง หนวยการเรียนรทู ี่ 3 เรอ่ื ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครผู ูส อน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 2 เรอื่ ง ระบบพิกดั ฉากสามมติ ิ 1. ผลการเรียนร/ู มาตรฐานการเรียนรู 1) เขาใจระบบพิกัดฉากสามมิติ 2. สาระสำคัญ กำหนดเสนตรง XX′, YY′และ ZZ′ เปน เสนตรงทผ่ี า นจุด O และต้ังฉากซง่ึ กันและกนั ดังรูปที่ 1 ดงั นน้ั ถาใหเสน ตรงทั้งสามเสนเปนเสนจำนวน (real line) จะเรยี กเสน ตรง XX′, YY′และ ZZ′ วา แกนพิกดั X แกนพกิ ัด Y และแกนพกิ ัด Z หรือเรยี กสัน้ ๆ วา แกน X (X - axis) แกน Y (Y - axis) และ แกน Z (Z - axis) ตามลำดับ และเรยี กจดุ O ซ่งึ เปนจุดตัดของแกน X แกน Y และแกน Z วา จดุ กำเนดิ (origin) Z แกน Z O แกน Y Y แกน X X รปู ท่ี 1 เรียกรังสี OX, OY และ OZ วา แกน X ทางบวก (Positive X - axis) แกน Y ทางบวก (Positive Y - axis) และ แกน Z ทางบวก (Positive Z - axis) ตามลำดับ และเรยี กรงั สี OX′, OY′และ OZ′ วา แกน X ทางลบ (negative X - axis) แกน Y ทางลบ (negative Y - axis) และ แกน Z ทางลบ (negative Z - axis) ตามลำดบั โดยทั่วไปเมื่อเขียนรูปพิกัดในสามมิติ นิยมเขียนเฉพาะแกน X แกน Y และ แกน Z ทางบวก ซึ่งมี หัวลูกศรกำกับ ดงั รปู ที่ 2 และ 3 โดยละแกน X แกน Y และแกน Z ทางลบไวใ นฐานท่ีเขาใจ
ZZ OY OY XX รปู ท่ี 2 รูปท่ี 3 จากแกน X แกน Y และแกน Z จะกำหนดระนาบขึ้น 3 ระนาบ เรียกวา ระนาบอางอิง เรียก ระนาบที่กำหนดดวยแกน X และแกน Y วา ระนาบอางอิง XY เรียกระนาบที่กำหนดดวยแกน Y และแกน Z วา ระนาบอางอิง YZ และเรียกระนาบที่กำหนดดวยแกน X และแกน Z วา ระนาบอางอิง XZ หรือเรียกสั้นๆ วา ระนาบ XY ระนาบ YZ และ ระนาบ XZ ตามลำดบั ดังรูปที่ 4 ระนาบ XY ระนาบ YZ และระนาบ XZ ทั้งสามระนาบดังกลาวจะแบงระบบพิกัดฉากสามมิติ ออกเปน 8 บริเวณ คือ เหนือระนาบ XY จำนวน 4 บริเวณ และใตระนาบ XY จำนวน 4 บริเวณ เรียกแตละ บรเิ วณวา อฐั ภาค (Octant) รปู ที่ 4 รูปท่ี 5 เม่ือกำหนดจุด P เปนจุดใดๆ ในระบบพิกัดฉากสามมิติ จะสามารถระบุพกิ ัด (coordinate) ของจุด P โดยใชจ ำนวนจรงิ สามจำนวนเรยี งกนั ตามลำดบั หรือเรยี กวา สามสงิ่ อันดบั (ordered triple) ในรูป (x, y, z) เมอ่ื x เปน จำนวนจรงิ บวก แสดงวาจุด P อยูหา งจากระนาบ YZ ไปตามแนวแกน X ทางบวกเปน ระยะ x หนวย เมอื่ x เปน จำนวนจรงิ ลบ แสดงวา จดุ P อยูห างจากระนาบ YZ ไปตามแนวแกน X ทางลบ เปน ระยะ x หนว ย และเม่ือ x เปน 0 แสดงวาจุด P อยูใ นระนาบ YZ เมื่อ y เปนจำนวนจรงิ บวก แสดงวา จดุ P อยูหา งจากระนาบ XZ ไปตามแนวแกน Y ทางบวกเปน ระยะ y หนว ย เม่ือ y เปน จำนวนจริงลบ แสดงวา จุด P อยูห างจากระนาบ XZ ไปตามแนวแกน Y ทางลบ เปน ระยะ y หนวย และเม่ือ y เปน 0 แสดงวา จดุ P อยูบนระนาบ XZ เม่ือ z เปนจำนวนจรงิ บวก แสดงวา จดุ P อยหู า งจากระนาบ XY ไปตามแนวแกน Z ทางบวกเปน
ระยะ z หนว ย เมื่อ z เปน จำนวนจรงิ ลบ แสดงวา จดุ P อยูห า งจากระนาบ XY ไปตามแนวแกน Z ทางลบ เปน ระยะ z หนว ย และเมอ่ื z เปน 0 แสดงวา จุด P อยบู นระนาบ XY เรียก (x, y, z) วา พิกัด ของจดุ P และบางคร้งั จะเขียนจุดและพกิ ัดกำกับไวดว ยกนั เปน P(x, y, z) ดงั รปู ท่ี 5 ทฤษฎบี ท ระยะทางระหวา งจุด P(x1, y1, z1) และ Q(x2, y2, z2) คือ PQ = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 3. ผลการการเรียนรูทีค่ าดหวงั 1) ดา นความรู (K) : นักเรียนสามารถ - เขาใจระบบพิกัดฉากสามมติ ิ 2) ดานทกั ษะ / กระบวนการ (P) : นักเรยี นสามารถ - แกโ จทยป ญหาเร่ือง ระบบพิกัดฉากสามมติ ิ ได - ใชเ หตุผลในการแกปญหาระบบพิกดั ฉากสามมติ ิ ได - เชอื่ มโยงความรตู า งๆ ของคณิตศาสตรไ ด - สอ่ื สาร ส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปน ระบบ รอบคอบ - มีระเบยี บวนิ ัย - มคี วามรับผดิ ชอบ 4. ดานคุณลักษณะของผเู รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) เปน เลศิ วิชาการ 2) ส่อื สองภาษา 3) ล้ำหนาทางความคดิ 4) ผลิตงานอยางสรา งสรรค 5. บรู ณาการตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความมีเหตผุ ล ปฏบิ ตั ิงานโดยใชค วามคดิ แกป ญหาโดยใชปญญา 2) เงือ่ นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น 1) ความสามารถในการคิด 2) ความสามารถในการแกปญหา 7. ชิน้ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝกหดั ท่ี 1 เร่อื ง ระบบพิกดั ฉากสามมติ ิและระยะทางระหวา งจดุ สองจุด ขอ ที่ 1 - 3
8. การวัดและประเมนิ ผล ผลการเรยี นรู วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมอื วัดผล เกณฑก ารประเมนิ ดานความรู (K) แบบฝกหัดที่ 1 นกั เรยี นทำแบบฝกหัด 1. เขาใจระบบพิกดั ฉาก พิจารณาจากความ ขอ 1 -3 ถูกตองรอ ยละ 60 สามมิติ ถูกตองของแบบฝกหดั ข้ึนไป ถือวาผานเกณฑ ที่กำหนด ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดา น 1) แกโ จทยป ญ หาเรื่อง การสังเกต ทักษะ/กระบวนการ นักเรยี นไดคะแนนระดับ ระบบพิกดั ฉากสามมิติ คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ได แบบประเมินผลดาน ขน้ึ ไป ถือวา ผาน ทกั ษะ/กระบวนการ นักเรียนไดคะแนนระดับ 2) ใชเ หตผุ ลในการ การสงั เกต คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน แกปญหาระบบพิกดั ฉาก แบบประเมินผลดาน ขึ้นไป ถือวาผาน สามมิติ ได ทกั ษะ/กระบวนการ นักเรียนไดคะแนนระดบั คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน 3) เช่อื มโยงความรูตางๆ การสังเกต แบบประเมนิ ผลดาน ขึ้นไป ถือวา ผา น ของคณิตศาสตรไ ด ทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียนไดคะแนนระดบั คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน 4) สื่อสาร สอ่ื การสังเกต แบบประเมิน ขนึ้ ไป ถือวา ผาน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ความหมายทาง ประสงค นกั เรยี นไดคะแนนระดับ แบบประเมนิ คุณภาพตั้งแต 2 คะแนน คณติ ศาสตร และ คุณลกั ษณะอนั พงึ ขน้ึ ไป ถือวา ผาน ประสงค นักเรียนไดคะแนนระดับ นำเสนอขอมลู แบบประเมิน คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ขนึ้ ไป ถือวาผา น ดา นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค (A) ประสงค นกั เรียนไดคะแนนระดับ คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน 1) ทำงานอยา งเปน การสงั เกต ขน้ึ ไป ถือวา ผาน ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบียบวินัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผดิ ชอบ การสงั เกต
9. กจิ กรรมการเรียนรู ขัน้ นำ 1) ครูสนธนาทกั ทายนักเรยี น พูดคุยถึงหวั ขอท่ีจะเรียน 2) ครตู ้ังคำถามใหนักเรียนวา ระบบพิกัดฉากสามมิติคืออะไร แลวระบบพิกดั ฉากสามมติ ิมีลกั ษณะ เปน อยางไร ทำไมถึงเรียกวา ระบบพิกัดฉากสามมิติ 3) ครเู ปด โอกาสใหนักเรียนคดิ พิจารณา และเสนอความคิด ข้นั สอน 1) ครบู รรยายเกยี่ วกับ เรอื่ ง ระบบพิกัดฉากสามมิตแิ ละระยะทางระหวางจุดสองจุด พรอมตวั อยา ง ดังนี้ ระบบพิกดั ฉากสามมติ ิ กำหนดเสนตรง XX′, YY′และ ZZ′ เปนเสนตรงที่ผานจุด O และตั้งฉากซึ่งกันและกันดังรูปที่ 1 ดังนั้นถาใหเสนตรงทั้งสามเสนเปนเสนจำนวน (real line) จะเรียกเสนตรง XX′, YY′และ ZZ′ วา แกนพิกัด X แกนพิกัด Y และแกนพิกัด Z หรือเรียกสั้นๆ วา แกน X (X - axis) แกน Y (Y - axis) และ แกน Z (Z - axis) ตามลำดับ และเรียกจุด O ซึ่งเปนจุดตัดของแกน X แกน Y และแกน Z วา จุดกำเนิด (origin) Z แกน Z O แกน Y Y แกน X X รปู ที่ 1 เรียกรังสี OX, OY และ OZ วา แกน X ทางบวก (Positive X - axis) แกน Y ทางบวก (Positive Y - axis) และ แกน Z ทางบวก (Positive Z - axis) ตามลำดับ และเรียกรังสี OX′, OY′และ OZ′วา แกน X ทางลบ (negative X - axis) แกน Y ทางลบ (negative Y - axis) และ แกน Z ทางลบ (negative Z - axis) ตามลำดับ โดยทั่วไปเมื่อเขียนรูปพิกัดในสามมิติ นิยมเขียนเฉพาะแกน X แกน Y และ แกน Z ทางบวก ซึ่งมี หัวลกู ศรกำกบั ดงั รปู ท่ี 2 และ 3 โดยละแกน X แกน Y และแกน Z ทางลบไวในฐานที่เขา ใจ
ZZ OY OY XX รปู ท่ี 2 รูปท่ี 3 จากแกน X แกน Y และแกน Z จะกำหนดระนาบขึ้น 3 ระนาบ เรียกวา ระนาบอางอิง เรียก ระนาบที่กำหนดดวยแกน X และแกน Y วา ระนาบอางอิง XY เรียกระนาบที่กำหนดดวยแกน Y และแกน Z วา ระนาบอา งองิ YZ และเรียกระนาบท่กี ำหนดดวยแกน X และแกน Z วา ระนาบอางองิ XZ หรือเรยี กสั้นๆ วา ระนาบ XY ระนาบ YZ และ ระนาบ XZ ตามลำดับ ดังรปู ที่ 4 ระนาบ XY ระนาบ YZ และระนาบ XZ ทั้งสามระนาบดังกลาวจะแบงระบบพิกัดฉากสามมิติ ออกเปน 8 บริเวณ คือ เหนือระนาบ XY จำนวน 4 บริเวณ และใตระนาบ XY จำนวน 4 บริเวณ เรียกแตละ บริเวณวา อฐั ภาค (Octant) รปู ท่ี 4 รปู ที่ 5 เม่ือกำหนดจดุ P เปนจดุ ใดๆ ในระบบพกิ ัดฉากสามมิติ จะสามารถระบุพิกัด (coordinate) ของจุด P โดยใชจ ำนวนจรงิ สามจำนวนเรยี งกันตามลำดับหรือเรียกวา สามสงิ่ อันดับ (ordered triple) ในรูป (x, y, z) เมื่อ x เปนจำนวนจริงบวก แสดงวาจุด P อยูหางจากระนาบ YZ ไปตามแนวแกน X ทางบวกเปนระยะ x หนว ย เม่อื x เปนจำนวนจรงิ ลบ แสดงวาจุด P อยูหา งจากระนาบ YZ ไปตามแนวแกน X ทางลบ เปนระยะ x หนว ย และเมอ่ื x เปน 0 แสดงวา จุด P อยูใ นระนาบ YZ เมื่อ y เปนจำนวนจริงบวก แสดงวาจุด P อยูหางจากระนาบ XZ ไปตามแนวแกน Y ทางบวกเปน ระยะ y หนวย เมื่อ y เปนจำนวนจริงลบ แสดงวาจุด P อยูหางจากระนาบ XZ ไปตามแนวแกน Y ทางลบ เปน ระยะ y หนวย และเม่ือ y เปน 0 แสดงวา จดุ P อยบู นระนาบ XZ เมื่อ z เปนจำนวนจริงบวก แสดงวาจุด P อยูหางจากระนาบ XY ไปตามแนวแกน Z ทางบวกเปน
ระยะ z หนวย เมื่อ z เปนจำนวนจริงลบ แสดงวาจุด P อยูหางจากระนาบ XY ไปตามแนวแกน Z ทางลบ เปน ระยะ z หนว ย และเมื่อ z เปน 0 แสดงวา จดุ P อยูบ นระนาบ XY เรียก (x, y, z) วา พิกัด ของจุด P และบางครั้งจะเขียนจุดและพิกัดกำกับไวดวยกันเปน P(x, y, z) ดังรูปที่ 5 ตวั อยา งที่ 1 จากรปู จงหาพิกดั ของจุด B, C, D, E และ F เมอ่ื กำหนด A(2, 5, 3) วิธที ำ จุด B มีพกิ ัดเปน (0, 5, 3) จุด C มพี กิ ดั เปน (0, 0, 3) จุด D มีพิกดั เปน (2, 0, 3) จดุ E มพี ิกดั เปน (2, 0, 0) จุด F มีพิกดั เปน (2, 5, 0) จดุ G มีพกิ ดั เปน (0, 5, 0) ตวั อยา งที่ 2 จงเขียนจุด A (2, 2, -1), B(1, -3, 2) และ C(-1, 3, 3) ลงในระบบพิกัดฉากสามมิติ วิธีทำ ระยะทางระหวา งจุดสองจดุ ถาลากเสน ผา นจดุ P(x, y, z) ใหขนานกับแกน Z ไปตัดระนาบ XY จะไดจุดตัดมีพิกัด Q(x, y, 0) เรียกจุดนี้วาเปน รูปท่ี 6 ภาพฉาย (Projection) ของจดุ P บนระนาบ XY ในทำนองเดียวกันจะเรียกจุด R(0, y, z) วาเปนภาพฉาย ของจุด P บนระนาบ YZ และเรียกจุด S(x, 0, z) วาเปนภาพฉาย ของจุด P บนระนาบ XZ ดังรปู ท่ี 6 และเรียกจุด P′(x, 0, 0), P′′(0, y, 0) และ P′′′(0, 0, z) วา เปน ภาพฉายของจุด P บนแกน X แกน Y และแกน Zตามลำดบั
การหาระยะทางระหวางจุดสองจุดใดๆ ในระบบพกิ ัดฉากสามมติ ทิ ำไดโ ดยใชภาพฉายของจดุ ทั้งสอง ในระนาบ XY และใชทฤษฎบี ทพที าโกรัส ดงั น้ี ให P(x1, y1, z1) และ Q(x2, y2, z2) เปนจดุ ในระบบพกิ ัดฉากสามมติ ิ ใหจดุ A และ C เปน ภาพฉายของจดุ P และ Q ในระนาบ XY ตามลำดับ สรางทรงสเี่ หลยี่ มมุมฉาก ดงั รปู ที่ 7 จะได PQR เปนรปู สเ่ี หลี่ยมมุมฉาก โดยใชค วามรเู รื่องระยะทางระหวา งจดุ สองจุดในระนาบ XY จะได AC = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 รูปที่ 7 เน่ืองจาก PR = AC และ QR = z2 - z1 และ PQ2 = PR2 + QR2 ดังน้นั PQ2 = (x2 - x1)2 + (y2 - y1)2 + (z2 - z1)2 จะได PQ = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 นั่นคือ ระยะทางระหวา งจดุ P(x1, y1, z1) และ Q(x2, y2, z2) คอื (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 หนว ย ทฤษฎีบท 1 ระยะทางระหวางจุด P(x1, y1, z1) และ Q(x2, y2, z2) หรือ PQ = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 ตวั อยา งที่ 3 จงหาภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ XY, YZ และ XZ วิธีทำ จากรูป 1) ภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ XY คอื (2, 2, 0) 2) ภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ YZ คือ (0, 2, 3) 3) ภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ XZ คือ (2, 0, 3) ตวั อยา งที่ 4 จงหาระยะทางระหวา งจดุ A(1, 0, 3) และ B(-1, 3, 2) วธิ ีทำ จากสูตร PQ = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 จะได = (1 - (-1))2 + (3 - 0)2 + (2 - 3)2 = 4+9+1 = 14
ข้ันสรุป 1) นกั เรียนและครรู ว มกนั สรปุ ความรูเร่ือง ระบบพกิ ัดฉากสามมติ ิและระยะทางระหวางจดุ สองจดุ ท่ไี ดจ ากการเรยี น และเปด โอกาสใหน กั เรียนซักถามปญ หาหรือขอสงสยั 2) ครูใหนกั เรยี นทำแบบฝกหดั ท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบพิกดั ฉากสามมิตแิ ละระยะทางระหวา งจุดสองจดุ ขอ ที่ 1 - 3 ใหเ สรจ็ ในชวงโมง แตหากนักเรยี นทำไมเ สรจ็ ในช่วั โมง ใหน ักเรียนนำกลับไปทำเปนการบา นแลว รว มเฉลยในชั่วโมงถัดไป 3) ครแู นะนำใหนักเรียนคน ควา หาโจทยเ พิ่มเตมิ จากแหลง เรียนรูตางๆ 10. สื่อ อุปกรณ และแหลงเรียนรู 1) หนังสือเรยี นรายวิชาเพม่ิ เติมคณติ ศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง เวกเตอร
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร คณิตศาสตรเ พมิ่ เตมิ 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศกึ ษาปที่ 5 รหสั วชิ า ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ชั่วโมง หนวยการเรียนรทู ี่ 3 เรอ่ื ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครผู ูส อน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 3 เรอื่ ง ระบบพิกดั ฉากสามมติ ิ 1. ผลการเรียนร/ู มาตรฐานการเรียนรู 1) เขาใจระบบพิกัดฉากสามมิติ 2. สาระสำคัญ กำหนดเสนตรง XX′, YY′และ ZZ′ เปน เสนตรงทผ่ี า นจุด O และต้ังฉากซง่ึ กันและกนั ดังรูปที่ 1 ดงั นน้ั ถาใหเสน ตรงทั้งสามเสนเปนเสนจำนวน (real line) จะเรยี กเสน ตรง XX′, YY′และ ZZ′ วา แกนพิกดั X แกนพกิ ัด Y และแกนพกิ ัด Z หรือเรยี กสัน้ ๆ วา แกน X (X - axis) แกน Y (Y - axis) และ แกน Z (Z - axis) ตามลำดับ และเรยี กจดุ O ซ่งึ เปนจุดตัดของแกน X แกน Y และแกน Z วา จดุ กำเนดิ (origin) Z แกน Z O แกน Y Y แกน X X รปู ท่ี 1 เรียกรังสี OX, OY และ OZ วา แกน X ทางบวก (Positive X - axis) แกน Y ทางบวก (Positive Y - axis) และ แกน Z ทางบวก (Positive Z - axis) ตามลำดับ และเรยี กรงั สี OX′, OY′และ OZ′ วา แกน X ทางลบ (negative X - axis) แกน Y ทางลบ (negative Y - axis) และ แกน Z ทางลบ (negative Z - axis) ตามลำดบั โดยทั่วไปเมื่อเขียนรูปพิกัดในสามมิติ นิยมเขียนเฉพาะแกน X แกน Y และ แกน Z ทางบวก ซึ่งมี หัวลูกศรกำกับ ดงั รปู ที่ 2 และ 3 โดยละแกน X แกน Y และแกน Z ทางลบไวใ นฐานท่ีเขาใจ
ZZ OY OY XX รปู ท่ี 2 รูปท่ี 3 จากแกน X แกน Y และแกน Z จะกำหนดระนาบขึ้น 3 ระนาบ เรียกวา ระนาบอางอิง เรียก ระนาบที่กำหนดดวยแกน X และแกน Y วา ระนาบอางอิง XY เรียกระนาบที่กำหนดดวยแกน Y และแกน Z วา ระนาบอางอิง YZ และเรียกระนาบที่กำหนดดว ยแกน X และแกน Z วา ระนาบอางอิง XZ หรือเรียกสั้นๆ วา ระนาบ XY ระนาบ YZ และ ระนาบ XZ ตามลำดบั ดังรูปที่ 4 ระนาบ XY ระนาบ YZ และระนาบ XZ ทั้งสามระนาบดังกลาวจะแบงระบบพิกัดฉากสามมิติ ออกเปน 8 บริเวณ คือ เหนือระนาบ XY จำนวน 4 บริเวณ และใตระนาบ XY จำนวน 4 บริเวณ เรียกแตละ บรเิ วณวา อฐั ภาค (Octant) รปู ที่ 4 รูปท่ี 5 เม่ือกำหนดจุด P เปนจุดใดๆ ในระบบพิกัดฉากสามมิติ จะสามารถระบุพกิ ัด (coordinate) ของจุด P โดยใชจ ำนวนจรงิ สามจำนวนเรยี งกนั ตามลำดบั หรือเรยี กวา สามสงิ่ อันดบั (ordered triple) ในรูป (x, y, z) เมอ่ื x เปน จำนวนจรงิ บวก แสดงวาจุด P อยูหา งจากระนาบ YZ ไปตามแนวแกน X ทางบวกเปน ระยะ x หนวย เมอื่ x เปน จำนวนจรงิ ลบ แสดงวาจดุ P อยูห างจากระนาบ YZ ไปตามแนวแกน X ทางลบ เปน ระยะ x หนว ย และเม่ือ x เปน 0 แสดงวาจุด P อยูใ นระนาบ YZ เมื่อ y เปนจำนวนจรงิ บวก แสดงวา จดุ P อยูหา งจากระนาบ XZ ไปตามแนวแกน Y ทางบวกเปน ระยะ y หนว ย เม่ือ y เปน จำนวนจริงลบ แสดงวา จุด P อยูห างจากระนาบ XZ ไปตามแนวแกน Y ทางลบ เปน ระยะ y หนวย และเม่ือ y เปน 0 แสดงวา จดุ P อยูบนระนาบ XZ เม่ือ z เปนจำนวนจรงิ บวก แสดงวา จดุ P อยหู า งจากระนาบ XY ไปตามแนวแกน Z ทางบวกเปน
ระยะ z หนว ย เมื่อ z เปน จำนวนจรงิ ลบ แสดงวา จดุ P อยูห า งจากระนาบ XY ไปตามแนวแกน Z ทางลบ เปน ระยะ z หนว ย และเมอ่ื z เปน 0 แสดงวา จุด P อยบู นระนาบ XY เรียก (x, y, z) วา พิกัด ของจดุ P และบางคร้งั จะเขียนจุดและพกิ ัดกำกับไวดว ยกนั เปน P(x, y, z) ดงั รปู ท่ี 5 ทฤษฎบี ท ระยะทางระหวา งจุด P(x1, y1, z1) และ Q(x2, y2, z2) คือ PQ = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 3. ผลการการเรียนรูทีค่ าดหวัง 1) ดา นความรู (K) : นักเรียนสามารถ - เขาใจระบบพิกัดฉากสามมติ ิ 2) ดานทกั ษะ / กระบวนการ (P) : นักเรยี นสามารถ - แกโ จทยป ญหาเร่ือง ระบบพิกัดฉากสามมติ ิ ได - ใชเ หตุผลในการแกปญหาระบบพิกดั ฉากสามมติ ิ ได - เชอื่ มโยงความรตู า งๆ ของคณิตศาสตรไ ด - สอ่ื สาร ส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปน ระบบ รอบคอบ - มีระเบยี บวนิ ัย - มคี วามรับผดิ ชอบ 4. ดานคุณลักษณะของผเู รยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) เปน เลศิ วิชาการ 2) ส่อื สองภาษา 3) ลำ้ หนาทางความคดิ 4) ผลิตงานอยางสรา งสรรค 5. บรู ณาการตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความมีเหตผุ ล ปฏบิ ตั ิงานโดยใชค วามคดิ แกป ญหาโดยใชปญญา 2) เงือ่ นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น 1) ความสามารถในการคิด 2) ความสามารถในการแกปญหา 7. ชิน้ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝกหดั ท่ี 1 เร่อื ง ระบบพิกดั ฉากสามมติ ิและระยะทางระหวา งจดุ สองจุด ขอ ที่ 4 - 7
8. การวัดและประเมนิ ผล ผลการเรยี นรู วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วัดผล เกณฑก ารประเมนิ ดานความรู (K) แบบฝกหัดที่ 1 นกั เรยี นทำแบบฝกหดั 1. เขาใจระบบพิกดั ฉาก พิจารณาจากความ ขอ 4 - 7 ถูกตองรอ ยละ 60 สามมิติ ถูกตองของแบบฝกหดั ข้ึนไป ถือวาผานเกณฑ ที่กำหนด ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดา น 1) แกโ จทยป ญ หาเรื่อง การสังเกต ทกั ษะ/กระบวนการ นักเรยี นไดคะแนนระดบั ระบบพิกดั ฉากสามมิติ คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ได แบบประเมินผลดาน ขน้ึ ไป ถือวา ผาน ทักษะ/กระบวนการ นักเรียนไดคะแนนระดบั 2) ใชเ หตผุ ลในการ การสงั เกต คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน แกปญหาระบบพิกดั ฉาก แบบประเมินผลดาน ขึ้นไป ถือวา ผาน สามมิติ ได ทักษะ/กระบวนการ นักเรียนไดคะแนนระดับ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน 3) เช่อื มโยงความรูตางๆ การสังเกต แบบประเมินผลดาน ขึ้นไป ถือวา ผา น ของคณิตศาสตรไ ด ทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียนไดคะแนนระดับ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน 4) สื่อสาร สอ่ื การสังเกต แบบประเมิน ขนึ้ ไป ถือวา ผาน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ความหมายทาง ประสงค นกั เรยี นไดคะแนนระดบั แบบประเมนิ คุณภาพตั้งแต 2 คะแนน คณติ ศาสตร และ คุณลกั ษณะอนั พงึ ขน้ึ ไป ถือวา ผาน ประสงค นักเรียนไดคะแนนระดบั นำเสนอขอมลู แบบประเมิน คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ขนึ้ ไป ถือวาผา น ดา นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค (A) ประสงค นกั เรียนไดคะแนนระดบั คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน 1) ทำงานอยา งเปน การสงั เกต ขน้ึ ไป ถือวาผาน ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบียบวินัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผดิ ชอบ การสงั เกต
9. กิจกรรมการเรยี นรู ขน้ั นำ 1) ครสู นทนาทักทายนักเรียน แลวทบทวนความรูเรื่อง ระบบพิกดั ฉากสามมิตแิ ละระยะทาง ระหวางจุดสองจุด ตามตวั อยาง ดังนี้ ตวั อยา งที่ 1 จากรปู จงหาพิกัดของจุด B, C, D, E และ F เม่ือกำหนด A(2, 5, 3) วิธที ำ จดุ B มพี กิ ัดเปน (0, 5, 3) จดุ C มีพกิ ัดเปน (0, 0, 3) จดุ D มีพิกัดเปน (2, 0, 3) จุด E มีพกิ ัดเปน (2, 0, 0) จดุ F มพี ิกัดเปน (2, 5, 0) จุด G มีพิกัดเปน (0, 5, 0) ตัวอยา งที่ 2 จงเขียนจดุ A (2, 2, -1), B(1, -3, 2) และ C(-1, 3, 3) ลงในระบบพิกัดฉากสามมิติ วธิ ที ำ ตัวอยา งท่ี 3 จงหาภาพฉายของจดุ P(2, 2, 3) บนระนาบ XY, YZ และ XZ วิธีทำ จากรูป 1) ภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ XY คอื (2, 2, 0) 2) ภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ YZ คือ (0, 2, 3) 3) ภาพฉายของจุด P(2, 2, 3) บนระนาบ XZ คือ (2, 0, 3) ตวั อยางท่ี 4 จงหาระยะทางระหวางจดุ A(1, 0, 3) และ B(-1, 3, 2) วธิ ีทำ จากสตู ร PQ = (x2 - x1 )2 + (y2 - y1 )2 + (z2 - z1 )2 จะได = (1 - (-1))2 + (3 - 0)2 + (2 - 3)2 = 4+9+1 = 14
ขัน้ สอน 1) ครใู หนักเรียนชว ยกันทำแบบฝก หัดท่ี 1 เรื่อง ระบบพิกัดฉากสามมติ ิและระยะทางระหวางจดุ สองจุด ขอท่ี 4 - 7 2) ในระหวา งทน่ี ักเรยี นชว ยกันทำแบบฝกหดั ครูจะคอยใหคำแนะนำและเปด โอกาสใหน ักเรยี นได ถามขอสงสยั และเฉลยคำตอบในขอ ทีน่ กั เรยี นทำเสรจ็ แลว เพอ่ื ใหนักเรียนตรวจสอบความถูกตองของคำตอบ และเพื่อครจู ะสามารถตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนในระหวา งเรยี นได ขั้นสรุป 1) นกั เรยี นและครูรว มกันสรปุ ความรู เรอ่ื ง ระบบพกิ ดั ฉากสามมิตแิ ละระยะทางระหวางจดุ สองจุด ทไ่ี ดจากการเรยี น และครเู ปดโอกาสใหนักเรียนซักถามปญหาหรอื ขอสงสัยตางๆ 2) ครใู หนักเรยี นทำแบบฝกหดั ที่ 1 ขอที่ 4 - 7 หากนักเรยี นทำไมเสร็จในชั่วโมง จะใหนักเรียนนำ กลบั ไปทำเปนการบาน แลว ครูและนกั เรียนจะรว มกันเฉลยในชวงโมงถดั ไป 3) ครแู นะนำใหนักเรยี นคน ควาหาโจทยเ พ่มิ เติมจากแหลงเรียนรูต างๆ 10. สื่อ อุปกรณ และแหลง เรียนรู 1) หนังสอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติมคณิตศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง เวกเตอร
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ช่ัวโมง หนวยการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครูผูสอน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 4 เรอ่ื ง เวกเตอรแ ละสมบัติของเวกเตอร 1. ผลการเรยี นร/ู มาตรฐานการเรยี นรู 1) หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรด วยสเกลาร 2. สาระสำคญั ปรมิ าณที่มีแตขนาดเพยี งอยางเดยี ว เรยี กวา ปริมาณสเกลาร (scalar quantity) บทนยิ าม สuวนแปลระิมาvณทมทีี่มทีิศท้ังขานงเาดดียแวลกะันทกศิ ็ตทอางเมเ่อืรยี ถกาวแา ทปนรเวิมกาเณตอเวรกด เวตยอสรว (นvขeอctงoเสrนqตuรaงnทtม่ีitีy) บทนยิ าม ทศิ ทางแลว สวนของเสน ตรงท้ังสองขนานกันหรืออยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuัวลแูกลศะรไvปทมาีทงเศิ ดทียาวงกตนั รงกันขา ม ก็ตอเมื่อ ถาแทนเวกเตอรดวยสวนของเสน ตรงท่ีมี บทนิยาม ทศิ ทางแลวสว นของเสนตรงทั้งสองขนานกันหรอื อยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuวั ลแกู ลศะรตvรงขขนามานกกนั นั ก็ตอเมื่อ เวกเตอรท ั้งสองมีทศิ ทางเดียวกนั หรอื ทศิ ทาง บทนิยาม ตทเนจถใuuวหดุารเิิศกสจงเทกเเดกธuุดทตาับขียนัเอางรอวแขกขรนม่ิกงลาซอับเิตบัมะส่ึงงuน จมธvขุดuขvีจคอสอุดกืองนิ้งเสเ็ตปรญัสเอมิ่vนvวดุ ลเตกเมขวกันเเเื่อปอกตขษเงปนเอียณเตวรนจนอvนกทดุจแรเิเี่มเดุทตใสดดีขเนอธยีดๆนขดรวยี าทอวกผวดยง้ังับกลเสทบัจลuอuุดบาจงกสดุขม-เบัข้นิเอีขรvยีขสงน่ิมนนดุ าตนuแขาดนน่ัดทอเขทคดขงนออืวาอดงuกยงว ันuยuuvแแ-ลล-แuแหวะvลตทมะuม=าิศมยทีทีจ+uถิศาดุ ึงทงv+สเผาดน้ิ ง(ลียส-ตบvวดุรกว)เงปกันขขนา อมงกบั บทนยิ าม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถึง เวกเตอรท ี่มีขนาดเปนศนู ย หรือเวกเตอรทีม่ ี บทนิยาม จุดเริ่มตน และจดุ สุดทา ยเปน จุดเดยี วกนั บทนิยาม บทนยิ าม บทนิยาม
บทนยิ าม 13กผ2)))ำลหถถคถนาาาณู ดaaaขอa=<>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววบักสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaีขขี uเนนปาานเดดปเวน กaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรียววยยนแแแทลลนะะดมมวทีีทยิศศิ ททaาาuงงเตดโรดียงยวกทกนั ับ่ีขา uมกบั u 3. ผลการการเรียนรูท ี่คาดหวงั 1) ดา นความรู (K) : นักเรยี นสามารถ - หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร 2) ดา นทกั ษะ / กระบวนการ (P) : นักเรยี นสามารถ - แกโจทยปญหาเรื่อง เวกเตอรและสมบตั ิของเวกเตอร ได - ใชเหตุผลในการแกปญหาเวกเตอรแ ละสมบตั ิของเวกเตอร ได - เช่อื มโยงความรตู างๆ ของคณิตศาสตรไ ด - ส่ือสาร สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคุณลักษณะอนั พึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปนระบบ รอบคอบ - มรี ะเบียบวินัย - มคี วามรับผดิ ชอบ 4. ดานคุณลักษณะของผูเรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) เปนเลศิ วิชาการ 2) สอื่ สองภาษา 3) ล้ำหนาทางความคดิ 4) ผลติ งานอยา งสรา งสรรค 5. บรู ณาการตามหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1) หลกั ความมีเหตผุ ล ปฏบิ ัตงิ านโดยใชค วามคดิ แกปญหาโดยใชปญ ญา 2) เงอ่ื นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น 1) ความสามารถในการคดิ 2) ความสามารถในการแกป ญ หา 7. ช้นิ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝก หัดที่ 2 เร่ือง เวกเตอร ขอ ท่ี 1 - 3
8. การวดั และประเมินผล ผลการเรียนรู วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) แบบฝกหัดท่ี 2 นักเรียนทำแบบฝกหัด 1. หาผลลพั ธของการ พจิ ารณาจากความ ขอ 1 -3 ถกู ตองรอยละ 60 บวก การลบเวกเตอร ถูกตองของแบบฝกหัด ขน้ึ ไป ถือวา ผา นเกณฑ และการคูณเวกเตอร แบบประเมินผลดาน ทีก่ ำหนด ดวยสเกลาร ทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียนไดคะแนนระดับ ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมินผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน 1) แกโ จทยป ญหาเร่ือง การสงั เกต ทักษะ/กระบวนการ ขนึ้ ไป ถือวา ผาน เวกเตอรแ ละสมบตั ขิ อง นกั เรยี นไดคะแนนระดับ เวกเตอร ได แบบประเมนิ ผลดาน คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ทกั ษะ/กระบวนการ ขนึ้ ไป ถือวาผาน 2) ใชเหตผุ ลในการ การสังเกต นกั เรยี นไดคะแนนระดับ แกป ญหาเวกเตอรแ ละ คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน สมบตั ขิ องเวกเตอร ได ขน้ึ ไป ถือวา ผาน นกั เรยี นไดคะแนนระดบั 3) เช่ือมโยงความรูตา งๆ การสังเกต คุณภาพต้ังแต 3 คะแนน ของคณิตศาสตรได ขน้ึ ไป ถือวา ผา น 4) สอ่ื สาร สือ่ การสังเกต แบบประเมินผลดา น นักเรียนไดคะแนนระดับ ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ความหมายทาง ขน้ึ ไป ถือวา ผาน แบบประเมิน นกั เรยี นไดคะแนนระดับ คณติ ศาสตร และ คณุ ลักษณะอันพึง คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ประสงค ขึ้นไป ถือวาผา น นำเสนอขอมลู แบบประเมิน นักเรียนไดคะแนนระดบั คณุ ลักษณะอนั พงึ คณุ ภาพตั้งแต 2 คะแนน ดานคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (A) ประสงค ขึน้ ไป ถือวา ผา น แบบประเมนิ 1) ทำงานอยางเปน การสงั เกต คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบยี บวนิ ัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผิดชอบ การสงั เกต
9. กิจกรรมการเรยี นรู ขัน้ นำ 1) ครูสนธนาทกั ทายนักเรยี น พูดคุยถึงหวั ขอ ท่ีจะเรยี น 2) ครตู ้ังคำถามใหนักเรยี นวา เวกเตอร มคี วามหมายวาอยางไร และมสี มบตั ทิ ีส่ ำคัญอยางไรบา ง เพ่ือตรวจสอบความรูของนักเรยี น 3) ครเู ปดโอกาสใหนักเรยี นคิดพิจารณา และเสนอความคิด ขนั้ สอน 1) ครูบรรยายเก่ยี วกับ เรือ่ ง เวกเตอรแ ละสมบตั ขิ องเวกเตอร พรอมตวั อยางดงั นี้ เวกเตอร บทนิยาม 1 ปริมาณท่ีมีแตขนาดเพยี งอยางเดียว เรียกวา ปริมาณสเกลาร (scalar quantity) สว นปรมิ าณที่ มีท้ังขนาดและทิศทาง เรียกวา ปรมิ าณเวกเตอร (vector quantity) สวนของเสนตรงทบี่ งบอกทศิ ทาง แทนปริมาณเวกเตอร โดยทวั่ ไปความยาวของสวนของเสนตรง จะบง บอกถึงขนาด และหัวลูกศรจะบงบอกทิศทาง สรปุ ไดดงั นี้ B จ1)ากสรญั ปู ลทกั ี่ 8ษณจะ ไAดB หรือ AB คอื สวนของเสนตรงที่ บงบอกทศิ ทางจาก A ไป B เรียกสน้ั ๆ วา เวกเตอรจ าก A ไป B A รปู ท่ี 8 2) เราเรยี ก A วา จดุ เรม่ิ ตน (initian point) และ 3) ขเใรนนยี ทากน่ีดB้ี AAวBBา จดุ สิน้ สดุ (terminal point) AB ใชส ัญลักษณ AB 4) อานวา เวกเตอร เอ บี คอื ความยาวของสว นของเสน ตรง ในกรณีท่ีตองการกลา วถึงเวกเตอรใดๆ โดยท่ีไมตองการ รuuะ,,บvvจุ ,,ดุ wwเรมิ่ จเตปะน นเแขตลียนะนจดแุดทงั สรนปู้ินดทสว ดุี่ ย9ขอแuงลเะ,วขกvนเตา,อดรขwจอะงใเชวสกัญเตลอกัรษ ณ รปู ท่ี 9 การกำหนดทิศทางของเวกเตอร จะกำหนดดวยคาของมุมที่เริ่มวัดจากแกนทิศเหนือไปในทิศทาง ตามเข็มนาิกาจนถึงเวกเตอร ซึ่งคาของมุมนี้จะมีคาระหวาง 0o ถึง 360o และถาคาของมุมต่ำกวา 100o จะตองเขียน “0” นำหนา เพื่อใหไดตัวเลขครบ 3 ตัวทุกครั้ง ระบบการเขียนตัวเลขแบบนี้เรียกวาระบบ Three figure system ดงั รูปท่ี 10
รูปท่ี 10 ตัวอยางท่ี 5 นกตัวหนง่ึ บนิ หาอาหารโดยเริ่มบนิ ไปทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื เปนระยะทาง 2 กิโลเมตร บนิ ตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเปน ระยะทาง 2 กโิ ลเมตร อยากทราบวานกตัวน้ีอยูหาง จากจุดเร่มิ ตนเปนระยะทางเทาใด และอยูใ นทิศใดของจดุ เร่ิมตน วิธที ำ เนือ่ งจาก นกตัวนเี้ ร่มิ เดนิ ทางจากจุด A ไปทางทิศตะวนั ตกเฉยี งเหนือ ถงึ จุด B เปนระยะทาง 2 กิโลเมตร แลว บินตอ ไปถึงจุด C เปนระยะทาง 2 กิโลเมตร ในทางทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือ จากรูป ABC เปนรปู สามเหล่ียมมุมฉาก มีมุม B เปน มุมฉาก จากทฤษฎีบทพีทาโกรัส จะไดว า AC2 = AB2 + BC2 = 22 + 22 = 4+4 =8 AC = 2 2 ดงั นั้น นกตวั นี้อยหู า งจากจดุ เริม่ ตนเปนระยะทาง 2 2 กโิ ลเมตร ในทิศเหนือของจุดเริ่มตน บทนิยาม 2 u และ v มที ิศทางเดียวกัน ก็ตอเมื่อ ถา แทนเวกเตอรดวยสวนของเสนตรงทมี่ ีทิศทางแลว สว นของเสน ตรงทั้งสองขนานกันหรืออยใู นแนวเสน ตรงเดยี วกัน และมีหวั ลูกศรไปทางเดียวกนั จากรูป จะไดวา u , v , CD และ AB มีทิศทางเดยี วกัน
บทนิยาม 3 u และ v มที ิศทางตรงกันขา ม ก็ตอ เมื่อ ถาแทนเวกเตอรดว ยสว นของเสนตรงท่ีมที ิศทางแลว สวนของเสน ตรงทง้ั สองขนานกันหรืออยใู นแนวเสนตรงเดยี วกัน และมีหวั ลกู ศรตรงขา มกัน จากรูป u กับ v มีทิศทางตรงขามกัน และ CD กับ AB มที ิศทางตรงกนั ขา ม บทนิยาม 4 u และ v ขนานกนั ก็ตอ เม่ือ เวกเตอรทง้ั สองมีทศิ ทางเดยี วกันหรือทศิ ทางตรงกนั ขา ม บทนยิ าม 5 u เทากบั v กต็ อ เม่ือ เวกเตอรทั้งสองมีขนาดเทา กนั และทศิ ทางเดียวกัน บทนยิ าม 6 สนัญเิ สลธกั ขษอณง น uเิ สคธอืขอเงวกuเตอเขรียทนี่มแขี ทนนาดดเว ทยาก-uับขนาดของ u แตม ที ิศทางตรงขามกบั ทิศทางของ u ตัวอยางท่ี 6 กำหนดรปู หกเหลย่ี มดานเทามุมเทา ABCDEF ดังรูป จงหาเวกเตอรตอไปน้ี เวกเตอรท ี่มที ิศทางเดียวกัน ทศิ ทางตรงขามกัน เวกเตอรท ี่เทากนั และเวกเตอรท ี่เปน นิเสธกนั และเวกเตอรท ีข่ นานกัน E FD A C วิธที ำ 1) เDAวEกBเตกกอบัับรท่ีมEBีทDAศิ ทางเดียวกนั EBFCคือกกับบั B FCAD DACF CFBE กบั กบั 2) เEAวDกBเตกกอับับรท่ีมDBีทAEิศทางตรงขา มFBกECัน คือ CEBF CADF DFAC กบั กับ กับ กบั 3) เDAวEกBเตกกอับบั รท ี่เBEทDAา กนั EBFC กับ CFBE FCAD กับ DACF กบั กับ
4) เEAวDกBเตกกอัับบรท ่ีเDBปAEนนิเสธของกันFBแECละกกกับันับ CEBF CADF กบั DFAC กับ 5C)DเA,วกBAเ,FตEอ,DรFทA,ี่ขEนแDาลนะแกลDนั ะC BA BC , FE , EF และ CB ขั้นสรุป 1) นกั เรยี นและครูรว มกนั สรุปความรูเรอ่ื ง เวกเตอรและสมบัติของเวกเตอร ท่ีไดจ ากการเรียน และ เปดโอกาสใหนักเรยี นซกั ถามปญ หาหรือขอสงสยั 2) ครใู หน กั เรยี นทำแบบฝกหดั ท่ี 2 เรือ่ ง เวกเตอร ขอท่ี 1 - 3 ใหเสร็จในชวงโมง แตหากนกั เรยี น ทำไมเ สร็จในชั่วโมง ใหนักเรียนนำกลับไปทำเปน การบานแลว รวมเฉลยในช่วั โมงถัดไป 3) ครแู นะนำใหนักเรยี นคนควา หาโจทยเ พ่มิ เติมจากแหลงเรียนรูตา งๆ 10. สื่อ อุปกรณ และแหลง เรยี นรู 1) หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเติมคณิตศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรียน เร่ือง เวกเตอร
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ช่ัวโมง หนวยการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครูผูสอน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 5 เรอ่ื ง เวกเตอรแ ละสมบัติของเวกเตอร 1. ผลการเรยี นร/ู มาตรฐานการเรยี นรู 1) หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรด วยสเกลาร 2. สาระสำคญั ปรมิ าณที่มีแตขนาดเพยี งอยางเดยี ว เรยี กวา ปริมาณสเกลาร (scalar quantity) บทนยิ าม สuวนแปลระิมาvณทมทีี่มทีิศท้ังขานงเาดดียแวลกะันทกศิ ็ตทอางเมเ่อืรยี ถกาวแา ทปนรเวิมกาเณตอเวรกด เวตยอสรว (นvขeอctงoเสrนqตuรaงnทtม่ีitีy) บทนยิ าม ทศิ ทางแลว สวนของเสน ตรงท้ังสองขนานกันหรืออยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuัวลแูกลศะรไvปทมาีทงเศิ ดทียาวงกตนั รงกันขา ม ก็ตอเมื่อ ถาแทนเวกเตอรดวยสวนของเสน ตรงท่ีมี บทนิยาม ทศิ ทางแลวสว นของเสนตรงทั้งสองขนานกันหรอื อยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuวั ลแกู ลศะรตvรงขขนามานกกนั นั ก็ตอเมื่อ เวกเตอรท ั้งสองมีทศิ ทางเดียวกนั หรอื ทศิ ทาง บทนิยาม ตทเนจถใuuวหดุารเิิศกสจงเทกเเดกธuุดทตาับขียนัเอางรอวแขกขรนม่ิกงลาซอับเิตบัมะส่ึงงuน จมธvขุดuขvีจคอสอุดกืองนิ้งเสเ็ตปรญัสเอมิ่vนvวดุ ลเตกเมขวกันเเเื่อปอกตขษเงปนเอียณเตวรนจนอvนกทดุจแรเิเี่มเดุทตใสดดีขเนอธยีดๆนขดรวยี าทอวกผวดยง้ังับกลเสทบัจลuอuุดบาจงกสดุขม-เบัข้นิเอีขรvยีขสงน่ิมนนดุ าตนuแขาดนน่ัดทอเขทคดขงนออืวาอดงuกยงว ันuยuuvแแ-ลล-แuแหวะvลตทมะuม=าิศมยทีทีจ+uถิศาดุ ึงทงv+สเผาดน้ิ ง(ลียส-ตบvวดุรกว)เงปกันขขนา อมงกบั บทนยิ าม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถึง เวกเตอรท ี่มีขนาดเปนศนู ย หรือเวกเตอรทีม่ ี บทนิยาม จุดเริ่มตน และจดุ สุดทา ยเปน จุดเดยี วกนั บทนิยาม บทนยิ าม บทนิยาม
บทนยิ าม 13กผ2)))ำลหถถคถนาาาณู ดaaaขอa=<>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววบักสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaีขขี uเนนปาานเดดปเวน กaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรียววยยนแแแทลลนะะดมมวทีีทยิศศิ ททaาาuงงเตดโรดียงยวกทกนั ับ่ีขา uมกบั u 3. ผลการการเรียนรูท ี่คาดหวงั 1) ดา นความรู (K) : นักเรยี นสามารถ - หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร 2) ดา นทกั ษะ / กระบวนการ (P) : นักเรยี นสามารถ - แกโจทยปญหาเรื่อง เวกเตอรและสมบตั ิของเวกเตอร ได - ใชเหตุผลในการแกปญหาเวกเตอรแ ละสมบตั ิของเวกเตอร ได - เช่อื มโยงความรตู างๆ ของคณิตศาสตรไ ด - ส่ือสาร สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคุณลักษณะอนั พึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปนระบบ รอบคอบ - มรี ะเบียบวินัย - มคี วามรับผดิ ชอบ 4. ดานคุณลักษณะของผูเรยี นตามหลักสูตรมาตรฐานสากล 1) เปนเลศิ วิชาการ 2) สอื่ สองภาษา 3) ล้ำหนาทางความคดิ 4) ผลติ งานอยา งสรา งสรรค 5. บรู ณาการตามหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1) หลกั ความมีเหตผุ ล ปฏบิ ัตงิ านโดยใชค วามคดิ แกปญหาโดยใชปญ ญา 2) เงอ่ื นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น 1) ความสามารถในการคดิ 2) ความสามารถในการแกป ญ หา 7. ช้นิ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝก หัดที่ 2 เร่ือง เวกเตอร ขอ ท่ี 4 - 6
8. การวดั และประเมินผล ผลการเรียนรู วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) แบบฝกหดั ท่ี 2 นักเรียนทำแบบฝกหัด 1. หาผลลพั ธของการ พจิ ารณาจากความ ขอ 4 - 6 ถกู ตองรอยละ 60 บวก การลบเวกเตอร ถูกตองของแบบฝกหัด ขน้ึ ไป ถือวาผา นเกณฑ และการคูณเวกเตอร แบบประเมนิ ผลดาน ทีก่ ำหนด ดวยสเกลาร ทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียนไดคะแนนระดับ ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน 1) แกโ จทยป ญหาเร่ือง การสงั เกต ทกั ษะ/กระบวนการ ขน้ึ ไป ถือวา ผา น เวกเตอรแ ละสมบตั ขิ อง นกั เรียนไดคะแนนระดบั เวกเตอร ได แบบประเมนิ ผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน ทักษะ/กระบวนการ ขนึ้ ไป ถือวาผา น 2) ใชเหตผุ ลในการ การสังเกต นกั เรยี นไดคะแนนระดับ แกป ญหาเวกเตอรแ ละ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน สมบตั ขิ องเวกเตอร ได ขึ้นไป ถือวา ผา น นกั เรยี นไดคะแนนระดับ 3) เช่ือมโยงความรูตา งๆ การสังเกต คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ของคณิตศาสตรได ขึ้นไป ถือวาผาน 4) สอ่ื สาร สือ่ การสังเกต แบบประเมนิ ผลดา น นกั เรียนไดคะแนนระดับ ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ภาพตั้งแต 2 คะแนน ความหมายทาง ขึ้นไป ถือวา ผาน แบบประเมนิ นกั เรยี นไดคะแนนระดับ คณติ ศาสตร และ คุณลกั ษณะอันพงึ คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ประสงค ขึ้นไป ถือวา ผา น นำเสนอขอมลู แบบประเมนิ นักเรียนไดคะแนนระดบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ คุณภาพต้ังแต 2 คะแนน ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) ประสงค ขนึ้ ไป ถือวา ผา น แบบประเมิน 1) ทำงานอยางเปน การสงั เกต คุณลกั ษณะอันพึง ประสงค ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบยี บวนิ ัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผิดชอบ การสงั เกต
9. กิจกรรมการเรียนรู ข้นั นำ 1) ครูสนทนาทกั ทายนกั เรยี น แลว ทบทวนความรูเร่อื ง เวกเตอรและสมบัติของเวกเตอร ตาม ตัวอยาง ดงั นี้ ตวั อยา งท่ี 6 กำหนดรปู หกเหลี่ยมดานเทา มุมเทา ABCDEF ดงั รูป จงหาเวกเตอรต อไปนี้ เวกเตอรท่ีมีทิศทางเดยี วกนั ทศิ ทางตรงขา มกนั เวกเตอรที่เทา กัน และเวกเตอรทเี่ ปนนิเสธกนั และเวกเตอรท ่ีขนานกัน E FD AC วธิ ีทำ 1) เDAวEกBเตกกอับับรท่ีมEBทีDAิศทางเดียวกันEBFCคือกกบั ับ B FCAD DACF CFBE กบั กบั 2) เEAวDกBเตกกอับบั รที่มBDีทAEศิ ทางตรงขามFBกECัน คือ CEBF CADF DFAC กับ กับ กับ กับ 3) เDAวEกBเตกกอับบั รทเ่ีEBทDAากัน EBFC กับ CFBE FCAD กบั DACF กับ กับ 4) เEAวDกBเตกกอับับรท เี่BDปAEน นิเสธของกันFBแECละกกกบันั บั CEBF CADF กบั DFAC กบั 5) เCAวDกBเ,,ตEAอDรFท,,่ีขFEนADานแแกลลันะะ DBCA BC , FE , EF และ CB
ขัน้ สอน 1) ครใู หนกั เรยี นชวยกนั ทำแบบฝก หดั ที่ 2 เรื่อง เวกเตอร ขอท่ี 4 - 6 2) ในระหวางทนี่ ักเรยี นชว ยกนั ทำแบบฝกหัด ครจู ะคอยใหค ำแนะนำและเปดโอกาสใหน กั เรยี นได ถามขอสงสยั และเฉลยคำตอบในขอท่ีนักเรยี นทำเสรจ็ แลว เพ่อื ใหน ักเรียนตรวจสอบความถกู ตองของคำตอบ และเพ่ือครจู ะสามารถตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นในระหวา งเรียนได ขัน้ สรุป 1) นกั เรยี นและครรู ว มกนั สรุปความรู เรือ่ ง เวกเตอรและสมบัติของเวกเตอร ที่ไดจ ากการเรียน และครเู ปด โอกาสใหน ักเรยี นซกั ถามปญ หาหรือขอ สงสัยตางๆ 2) ครูใหนักเรยี นทำแบบฝก หดั ท่ี 2 ขอ ท่ี 4 - 6 หากนักเรยี นทำไมเสร็จในชั่วโมง จะใหน ักเรียนนำ กลับไปทำเปน การบาน แลวครูและนักเรียนจะรว มกนั เฉลยในชว งโมงถดั ไป 3) ครแู นะนำใหน ักเรียนคน ควา หาโจทยเ พ่ิมเตมิ จากแหลงเรียนรตู า งๆ 10. สื่อ อุปกรณ และแหลง เรยี นรู 1) หนังสอื เรียนรายวิชาเพม่ิ เติมคณติ ศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง เวกเตอร
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ช่ัวโมง หนวยการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครูผูสอน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 6 เรอ่ื ง เวกเตอรแ ละสมบัติของเวกเตอร 1. ผลการเรยี นร/ู มาตรฐานการเรยี นรู 1) หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรด วยสเกลาร 2. สาระสำคญั ปรมิ าณที่มีแตขนาดเพยี งอยางเดยี ว เรยี กวา ปริมาณสเกลาร (scalar quantity) บทนยิ าม สuวนแปลระิมาvณทมทีี่มทีิศท้ังขานงเาดดียแวลกะันทกศิ ็ตทอางเมเ่อืรยี ถกาวแา ทปนรเวิมกาเณตอเวรกด เวตยอสรว (นvขeอctงoเสrนqตuรaงnทtม่ีitีy) บทนยิ าม ทศิ ทางแลว สวนของเสน ตรงท้ังสองขนานกันหรืออยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuัวลแูกลศะรไvปทมาีทงเศิ ดทียาวงกตนั รงกันขา ม ก็ตอเมื่อ ถาแทนเวกเตอรดวยสวนของเสน ตรงท่ีมี บทนิยาม ทศิ ทางแลวสว นของเสนตรงทั้งสองขนานกันหรอื อยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuวั ลแกู ลศะรตvรงขขนามานกกนั นั ก็ตอเมื่อ เวกเตอรท ั้งสองมีทศิ ทางเดียวกนั หรอื ทศิ ทาง บทนิยาม ตทเนจถใuuวหดุารเิิศกสจงเทกเเดกธuุดทตาับขียนัเอางรอวแขกขรนม่ิกงลาซอับเิตบัมะส่ึงงuน จมธvขุดuขvีจคอสอุดกืองนิ้งเสเ็ตปรญัสเอมิ่vนvวดุ ลเตกเมขวกันเเเื่อปอกตขษเงปนเอียณเตวรนจนอvนกทดุจแรเิเี่มเดุทตใสดดีขเนอธยีดๆนขดรวยี าทอวกผวดยง้ังับกลเสทบัจลuอuุดบาจงกสดุขม-เบัข้นิเอีขรvยีขสงน่ิมนนดุ าตนuแขาดนน่ัดทอเขทคดขงนออืวาอดงuกยงว ันuยuuvแแ-ลล-แuแหวะvลตทมะuม=าิศมยทีทีจ+uถิศาดุ ึงทงv+สเผาดน้ิ ง(ลียส-ตบvวดุรกว)เงปกันขขนา อมงกบั บทนยิ าม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถึง เวกเตอรท ี่มีขนาดเปนศนู ย หรือเวกเตอรทีม่ ี บทนิยาม จุดเริ่มตน และจดุ สุดทา ยเปน จุดเดยี วกนั บทนิยาม บทนยิ าม บทนิยาม
บทนยิ าม 13กผ2)))ำลหถถคถนาาาูณดaaaขอa=<>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววบักสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaีีขขuเนนปาานเดดปเวน กaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรยีววยยนแแแทลลนะะดมมวีีททยศิิศททaาาuงงเตดโรดยี งยวกทกนั ับี่ขา uมกับ u 3. ผลการการเรยี นรูทค่ี าดหวัง 1) ดานความรู (K) : นักเรยี นสามารถ - หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร 2) ดานทักษะ / กระบวนการ (P) : นกั เรียนสามารถ - แกโจทยปญ หาเรื่อง เวกเตอรและสมบตั ิของเวกเตอร ได - ใชเหตุผลในการแกปญหาเวกเตอรแ ละสมบัตขิ องเวกเตอร ได - เชื่อมโยงความรตู า งๆ ของคณิตศาสตรไ ด - สอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปนระบบ รอบคอบ - มรี ะเบียบวนิ ัย - มคี วามรบั ผิดชอบ 4. ดา นคณุ ลกั ษณะของผูเรยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล 1) เปน เลิศวชิ าการ 2) สือ่ สองภาษา 3) ล้ำหนา ทางความคิด 4) ผลติ งานอยางสรางสรรค 5. บรู ณาการตามหลักของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 1) หลกั ความมเี หตุผล ปฏบิ ตั งิ านโดยใชค วามคิด แกป ญหาโดยใชป ญญา 2) เงอื่ นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน 1) ความสามารถในการคิด 2) ความสามารถในการแกป ญ หา 7. ชน้ิ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝกหดั ที่ 3 เร่ือง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคณู เวกเตอรด ว ยสเกลาร ขอ ท่ี 1 - 3
8. การวดั และประเมินผล ผลการเรียนรู วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวัดผล เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) แบบฝก หดั ท่ี 3 นกั เรยี นทำแบบฝกหัด 1. หาผลลพั ธของการ พจิ ารณาจากความ ขอ 1 - 3 ถูกตองรอยละ 60 บวก การลบเวกเตอร ถูกตองของแบบฝกหัด ข้ึนไป ถือวา ผา นเกณฑ และการคูณเวกเตอร แบบประเมินผลดาน ทก่ี ำหนด ดวยสเกลาร ทกั ษะ/กระบวนการ นักเรียนไดคะแนนระดับ ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดาน คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน 1) แกโ จทยป ญหาเร่ือง การสงั เกต ทกั ษะ/กระบวนการ ขึ้นไป ถือวาผาน เวกเตอรแ ละสมบตั ขิ อง นกั เรียนไดคะแนนระดับ เวกเตอร ได แบบประเมินผลดาน คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ทักษะ/กระบวนการ ขนึ้ ไป ถือวาผา น 2) ใชเหตผุ ลในการ การสังเกต นกั เรียนไดคะแนนระดับ แกป ญหาเวกเตอรแ ละ คุณภาพต้ังแต 3 คะแนน สมบตั ขิ องเวกเตอร ได ข้นึ ไป ถือวาผาน นกั เรยี นไดคะแนนระดบั 3) เช่ือมโยงความรูตา งๆ การสังเกต คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ของคณิตศาสตรได ขน้ึ ไป ถือวาผาน 4) สอ่ื สาร สือ่ การสังเกต แบบประเมินผลดาน นักเรยี นไดคะแนนระดับ ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ความหมายทาง ขึน้ ไป ถือวา ผาน แบบประเมนิ นกั เรยี นไดคะแนนระดับ คณติ ศาสตร และ คุณลกั ษณะอันพึง คณุ ภาพตั้งแต 2 คะแนน ประสงค ขน้ึ ไป ถือวา ผา น นำเสนอขอมลู แบบประเมนิ นักเรียนไดคะแนนระดบั คณุ ลกั ษณะอันพึง คุณภาพตั้งแต 2 คะแนน ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) ประสงค ขนึ้ ไป ถือวาผา น แบบประเมิน 1) ทำงานอยางเปน การสงั เกต คุณลกั ษณะอนั พึง ประสงค ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบยี บวนิ ัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผิดชอบ การสงั เกต
9. กจิ กรรมการเรียนรู ขน้ั นำ 1) ครูสนทนาทกั ทายนกั เรยี น แลวทบทวนความรูเรอ่ื ง เวกเตอรและสมบัตขิ องเวกเตอร ดงั นี้ บทนิยาม ปรมิ าณที่มแี ตข นาดเพียงอยา งเดียว เรยี กวา ปรมิ าณสเกลาร (scalar quantity) บทนิยาม สว นปรมิ าณท่ีมที ั้งขนาดและทิศทาง เรยี กวา ปรมิ าณเวกเตอร (vector quantity) บทนิยาม u และ v มที ิศทางเดียวกนั ก็ตอเมือ่ ถา แทนเวกเตอรดวยสว นของเสน ตรงทีม่ ี บทนิยาม ทิศทางแลว สว นของเสนตรงท้ังสองขนานกนั หรืออยูในแนวเสนตรงเดียวกนั และมี บทนยิ าม บทนยิ าม หวั ลกู ศรไปทางเดยี วกนั u และ v มที ศิ ทางตรงกันขา ม ก็ตอ เม่ือ ถา แทนเวกเตอรดวยสวนของเสนตรงท่ีมี ทศิ ทางแลว สวนของเสนตรงท้ังสองขนานกันหรืออยใู นแนวเสน ตรงเดียวกัน และมี หัวลูกศรตรงขา มกัน u และ v ขนานกัน ก็ตอ เมื่อ เวกเตอรทงั้ สองมีทิศทางเดยี วกนั หรือทศิ ทางตรงกนั ขาม u เทา กับ v กต็ อ เมื่อ เวกเตอรท ั้งสองมีขนาดเทา กนั และทศิ ทางเดยี วกนั นเิ สธของ u uคอื สัญเวลกกั เตษอณรนทเิ่ีมสขี ธนขาอดงเทuากเับขยีขนนแาดทขนอดงว ยu ทศิ ทางของ -uแตม ที ิศทางตรงขา มกบั บทนิยาม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถงึ เวกเตอรทมี่ ีขนาดเปนศนู ย หรือเวกเตอรท่ีมี จุดเร่ิมตนและจดุ สดุ ทายเปนจดุ เดียวกัน ขน้ั สอน 1) ครูบรรยายเกี่ยวกับ เรื่อง เวกเตอรและสมบัตขิ องเวกเตอร พรอ มตวั อยา งดงั นี้ การบวกเวกเตอร บทนิยาม 7 ถาจดุ เริ่มตน ของ v เปน จุดเดียวกับจดุ สนิ้ สดุ ของ u uแลแวละuมี+จดุ vส้นิ สดุ เปน จุดเดียวกบั จดุ สน้ิ สดุ เขวอกงเตvอรซ ่ึงมีจดุ เริ่มตนเปนจดุ เดียวกบั จดุ เรม่ิ ตนของ
การลบเวกเตอร บทนยิ าม 8 ให u และ vu เกปบั น เนวเิกสเธตขออรงใ ดvๆ ผเขลยีลนบแขทอนงดuวยดuว ย- vv หนมั่นาคยือถงึ u v u (-v) ผลบวกของ - = + หรือ เวกเตอรศ นู ย (zero vector) บทนยิ าม 9 เวกเตอรศ ูนย (zero vector) หมายถงึ เวกเตอรท ่ีมีขนาดเปนศนู ย หรอื เวกเตอรทม่ี จี ดุ เริ่มตน และจดุ สดุ ทายเปน จดุ เดยี วกัน ตัวอยางที่ 7 ใกนำรหปู นขดอรงูปสuี่เหแลลี่ยะมดvานขนาน ABCD ให u = AB และ v = AD จงเขียน AC, BD และ DB วธิ ีทำ D C จ1)ากเขuยี น=AACB A v = uADแAละC v B และ uAB++v BC ในรปู ของ จะได B--uAAB+++vAADD = 2) เขียน BD ในรปู ของ u แลBะD v = จะได = = =
3) เขยี น DB ในรูปของ u แลDะB v จะได D--vAAD+++uAABB = = = ตัวอยา งท่ี 8 กในำรหูปนขดอรงูปสuเี่ หแลล่ียะมดvา นขนาน ABCD ให u = AB และ v = AD จงเขยี น BC, CD และ CA วธิ ีทำ D C จ321)))ากเเเขขขuียยียี นนน=BCCACADBใใในนนแลรรรปููปปูะAขขขvออองงง=uuuADแแแลลละะะ B vvv จะได BCCCBD = BA-AADB===-vB-uC - AB = -v - u จะได = จะได + การคณู เวกเตอรดวยสเกลาร 3ผ1ก2...ลำหคถถถนณูาาา ดขaaaอa<=>งเป000uน แแแสกลลลเบัวววกสลaaaเาuกuuรล =แาจจลระะ0ะมมaีขีขuเนนปาานเดดปเวนกaaเเวตกuuอเตรอหหเขรนนียววนยยแแแทลลนะะดมมวทีีทยศิศิ ททauาางงเตโดรดยี งยวกทกัน่ีบั ขา uมกบั u บทนยิ าม 10 ทฤษฎบี ท 2 ก1342....ำห1a((นaau(ubด+=)ua+b,u)=vbu)aเ==ป(bน aauสuu)เก=++ลbbาaร(vva แuล)ะ u, v เปนเวกเตอร ทฤษฎบี ท 3 กกuำาหรขขนนนดาานนuกก≠บั นั 0ขvอแงกลเ็ตวะอกเvเมต≠่ืออมร0ีจ ำนวนจริง m ซึ่ง u = mv
ทฤษฎีบท 4 ถกาำหmนดu u ≠nv0 ,=v0≠แ0ล,วจuะไไดมว ข า นmานก=ับ0 v และ m,n∈ + และ n =0 จเนงอื่หงาจคาวกามสัมพันธร ะ22หuuวา +-ง5wuu-3กuบั w 2u 22w+www-+=w5u2w 5u ตวั อยางที่ 9 เม่ือ + วธิ ที ำ = = = -1313ww u = จะไดวา u = ดงั น้ัน u จะมีขนาด 1 w หนว ย และมที ิศทางตรงกันขามกับ w 3 ตัวอยา งที่ 10 จงแสดงวาสวนของเสนตรงที่เชอื่ มจุดกงึ่ กลางของดานสองดานของรูปสามเหลยี่ มใดๆ ยาวเปนครึง่ หนึง่ ของความยาวของดานทีส่ าม และขนานกับดานท่สี าม วธิ ีทำ ให ABC เปน รูปสามเหลี่ยมที่มี M และ N เปนจุดกง่ึ กลางของดาน AB และ BC ตามลำดับ ดงั รูป จะแสดงวา สว นของเสนตรง MN ยาวเปนครงึ่ หนึ่งของความยาวของดาน AC และ ขนานกบั ดาน AC B MN ให u = AB และAv = BC C จะได AC = u + v, MB M=N21 u และ BNM=B12+vBN เนอื่ งจาก = (uu++12vv) = 1 = 2 AC = 1 2 1 2
ดงั นัน้ MN = 1 AC และ MN มที ิศทางเดยี วกับ AC 2 นัน่ คอื สว นของเสนตรง MN ยาวเปนคร่งึ หนง่ึ ของความยาวของดาน AC และขนานกบั ดาน AC ตัวอยางท่ี 11 จงแสดงวาเสน ทแยงมุมของรูปส่ีเหลี่ยมดา นขนานแบง ครึ่งซงึ่ กนั และกนั วธิ ีทำ ให ABCD เปน รปู สเ่ี หลยี่ มดานขนาน และจุด E เปนจุดก่งึ กลางของเสนทแยงมมุ AC DE DB ดงั รูป จะแสดงวา = 1 2 D C E AB AC AB + BC AE = A21EA-CAD จากรปู จะได = DE และ เนอื่ งจาก = จ1212ะ(AไดABBB+C+12=BBCCA)D--AADD เน่อื งจาก ABCD = = เปนรูปสเี่ หล่ยี มดา นขนาน DE = AB + 12AADD) AD ดงั น้ัน = 1 - = 2 (AB - 1 2 DB 1 2 นัน่ คือ เสนทแยงมมุ ของรปู ส่ีเหลย่ี มดา นขนานแบงครง่ึ ซ่ึงกันและกัน
ขนั้ สรุป 1) นกั เรียนและครูรวมกนั สรุปความรูเรือ่ ง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคณู เวกเตอร ดว ยสเกลาร ท่ีไดจากการเรยี น และเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามปญหาหรือขอ สงสัย 2) ครูใหน กั เรียนทำแบบฝกหัดท่ี 3 เรื่อง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอร ดวยสเกลาร ขอที่ 1 - 3 ใหเสร็จในชวั่ โมง แตหากนักเรยี นทำไมเ สรจ็ ในช่วั โมง ใหนักเรียนนำกลับไปทำเปน การบานแลว รวมเฉลยในช่วั โมงถัดไป 3) ครแู นะนำใหนักเรยี นคนควาหาโจทยเพ่มิ เติมจากแหลง เรียนรูตางๆ 10. สื่อ อุปกรณ และแหลง เรียนรู 1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติมคณติ ศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง เวกเตอร
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ช่ัวโมง หนวยการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครูผูสอน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 7 เรอ่ื ง เวกเตอรแ ละสมบัติของเวกเตอร 1. ผลการเรยี นร/ู มาตรฐานการเรยี นรู 1) หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรด วยสเกลาร 2. สาระสำคญั ปรมิ าณที่มีแตขนาดเพยี งอยางเดยี ว เรยี กวา ปริมาณสเกลาร (scalar quantity) บทนยิ าม สuวนแปลระิมาvณทมทีี่มทีิศท้ังขานงเาดดียแวลกะันทกศิ ็ตทอางเมเ่อืรยี ถกาวแา ทปนรเวิมกาเณตอเวรกด เวตยอสรว (นvขeอctงoเสrนqตuรaงnทtม่ีitีy) บทนยิ าม ทศิ ทางแลว สวนของเสน ตรงท้ังสองขนานกันหรืออยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuัวลแูกลศะรไvปทมาีทงเศิ ดทียาวงกตนั รงกันขา ม ก็ตอเมื่อ ถาแทนเวกเตอรดวยสวนของเสน ตรงท่ีมี บทนิยาม ทศิ ทางแลวสว นของเสนตรงทั้งสองขนานกันหรอื อยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuวั ลแกู ลศะรตvรงขขนามานกกนั นั ก็ตอเมื่อ เวกเตอรท ั้งสองมีทศิ ทางเดียวกนั หรอื ทศิ ทาง บทนิยาม ตทเนจถใuuวหดุารเิิศกสจงเทกเเดกธuุดทตาับขียนัเอางรอวแขกขรนม่ิกงลาซอับเิตบัมะส่ึงงuน จมธvขุดuขvีจคอสอุดกืองนิ้งเสเ็ตปรญัสเอมิ่vนvวดุ ลเตกเมขวกันเเเื่อปอกตขษเงปนเอียณเตวรนจนอvนกทดุจแรเิเี่มเดุทตใสดดีขเนอธยีดๆนขดรวยี าทอวกผวดยง้ังับกลเสทบัจลuอuุดบาจงกสดุขม-เบัข้นิเอีขรvยีขสงน่ิมนนดุ าตนuแขาดนน่ัดทอเขทคดขงนออืวาอดงuกยงว ันuยuuvแแ-ลล-แuแหวะvลตทมะuม=าิศมยทีทีจ+uถิศาดุ ึงทงv+สเผาดน้ิ ง(ลียส-ตบvวดุรกว)เงปกันขขนา อมงกบั บทนยิ าม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถึง เวกเตอรท ี่มีขนาดเปนศนู ย หรือเวกเตอรทีม่ ี บทนิยาม จุดเริ่มตน และจดุ สุดทา ยเปน จุดเดยี วกนั บทนิยาม บทนยิ าม บทนิยาม
บทนยิ าม 13กผ2)))ำลหถถคถนาาาูณดaaaขอa=<>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววบักสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaีีขขuเนนปาานเดดปเวน กaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรยีววยยนแแแทลลนะะดมมวีีททยศิิศททaาาuงงเตดโรดยี งยวกทกนั ับี่ขา uมกับ u 3. ผลการการเรยี นรูทค่ี าดหวัง 1) ดานความรู (K) : นักเรยี นสามารถ - หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร 2) ดานทักษะ / กระบวนการ (P) : นกั เรียนสามารถ - แกโจทยปญ หาเรื่อง เวกเตอรและสมบตั ิของเวกเตอร ได - ใชเหตุผลในการแกปญหาเวกเตอรแ ละสมบัตขิ องเวกเตอร ได - เชื่อมโยงความรตู า งๆ ของคณิตศาสตรไ ด - สอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปนระบบ รอบคอบ - มรี ะเบียบวนิ ัย - มคี วามรบั ผิดชอบ 4. ดา นคณุ ลกั ษณะของผูเรยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล 1) เปน เลิศวชิ าการ 2) สือ่ สองภาษา 3) ล้ำหนา ทางความคิด 4) ผลติ งานอยางสรางสรรค 5. บรู ณาการตามหลักของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 1) หลกั ความมเี หตุผล ปฏบิ ตั งิ านโดยใชค วามคิด แกป ญหาโดยใชป ญญา 2) เงอื่ นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน 1) ความสามารถในการคิด 2) ความสามารถในการแกป ญ หา 7. ชน้ิ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝกหดั ที่ 3 เร่ือง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคณู เวกเตอรด ว ยสเกลาร ขอ ท่ี 4 - 6
8. การวดั และประเมินผล ผลการเรียนรู วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) แบบฝกหดั ท่ี 3 นักเรียนทำแบบฝกหัด 1. หาผลลพั ธของการ พจิ ารณาจากความ ขอ 4 - 6 ถกู ตองรอยละ 60 บวก การลบเวกเตอร ถูกตองของแบบฝกหัด ขน้ึ ไป ถือวาผา นเกณฑ และการคูณเวกเตอร แบบประเมนิ ผลดาน ทีก่ ำหนด ดวยสเกลาร ทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียนไดคะแนนระดับ ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน 1) แกโ จทยป ญหาเร่ือง การสงั เกต ทกั ษะ/กระบวนการ ขน้ึ ไป ถือวา ผา น เวกเตอรแ ละสมบตั ขิ อง นกั เรยี นไดคะแนนระดบั เวกเตอร ได แบบประเมนิ ผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน ทักษะ/กระบวนการ ขนึ้ ไป ถือวาผา น 2) ใชเหตผุ ลในการ การสังเกต นกั เรยี นไดคะแนนระดับ แกป ญหาเวกเตอรแ ละ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน สมบตั ขิ องเวกเตอร ได ขึ้นไป ถือวา ผา น นกั เรียนไดคะแนนระดบั 3) เช่ือมโยงความรูตา งๆ การสังเกต คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ของคณิตศาสตรได ขึ้นไป ถือวาผาน 4) สอ่ื สาร สือ่ การสังเกต แบบประเมนิ ผลดา น นกั เรียนไดคะแนนระดับ ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ภาพตั้งแต 2 คะแนน ความหมายทาง ขึ้นไป ถือวา ผาน แบบประเมนิ นกั เรยี นไดคะแนนระดับ คณติ ศาสตร และ คุณลกั ษณะอันพงึ คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ประสงค ขึ้นไป ถือวา ผา น นำเสนอขอมลู แบบประเมนิ นักเรียนไดคะแนนระดบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ คุณภาพต้ังแต 2 คะแนน ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) ประสงค ขนึ้ ไป ถือวา ผา น แบบประเมิน 1) ทำงานอยางเปน การสงั เกต คุณลกั ษณะอันพึง ประสงค ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบยี บวนิ ัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผิดชอบ การสงั เกต
9. กิจกรรมการเรียนรู ขน้ั นำ 1) ครสู นทนาทักทายนักเรยี น แลว ทบทวนความรูเร่อื ง เวกเตอรและสมบัติของเวกเตอร ดงั น้ี ถาจดุ เร่มิ ตนของ v เปน จดุ เดียวกบั จดุ สนิ้ สดุ ของ u uแลแวละuมี+จุดvส้นิ สดุ เปน บทนิยาม เจวดุ กเเดตยี อวรกซับง่ึ จมดุีจสดุ น้ิเรส่ิมดุ ตขนอเงปนvจดุ เดยี วกบั จุดเร่มิ ตนของ บทนิยาม ใuห u แนลิเะสธขvองเปนvเวเกขเียตนอแรทใ ดนๆดวผยลลuบข-อvง นu่นั คดือวยuv- หvม=ายuถึง+ผ(ล-บvว) กของ กับ บทนิยาม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถงึ เวกเตอรท ม่ี ีขนาดเปนศูนย หรือเวกเตอรท่มี ี บทนิยาม จุดเริ่มตนและจดุ สุดทายเปนจุดเดยี วกัน 31ผก2)))ลำหถถคถนาาาณู ดaaaขอa<=>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววับกสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaขีีขuเนนปาานเดดปเวน กaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรยีววยยนแแแทลลนะะดมมวทีที ยศศิิ ททaาาuงงเตดโรดียงยวกทกันับ่ีขา uมกบั u ข้ันสอน 1) ครใู หนกั เรยี นชวยกันทำแบบฝกหัดที่ 3 เรอ่ื ง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคณู เวกเตอรดว ยสเกลาร ขอที่ 4 - 6 2) ในระหวางท่นี ักเรยี นชว ยกนั ทำแบบฝกหดั ครูจะคอยใหค ำแนะนำและเปด โอกาสใหน กั เรียนได ถามขอสงสยั และเฉลยคำตอบในขอทีน่ ักเรียนทำเสร็จแลว เพอื่ ใหนักเรียนตรวจสอบความถูกตองของคำตอบ และเพื่อครจู ะสามารถตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นในระหวางเรียนได ข้นั สรปุ 1) นักเรยี นและครรู วมกันสรุปความรู เรื่อง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอร ดว ยสเกลาร ทไ่ี ดจากการเรียน และครเู ปด โอกาสใหน ักเรียนซกั ถามปญ หาหรือขอ สงสัยตางๆ 2) ครูใหนักเรียนทำแบบฝก หดั ท่ี 3 ขอที่ 4 - 6 หากนักเรยี นทำไมเ สร็จในช่วั โมง จะใหนักเรียนนำ กลับไปทำเปนการบา น แลวครูและนกั เรียนจะรวมกนั เฉลยในชวงโมงถัดไป 10. ส่ือ อุปกรณ และแหลงเรยี นรู 1) หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพิม่ เติมคณิตศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรยี น เร่ือง เวกเตอร
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มัธยมศึกษาปท่ี 5 รหัสวิชา ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 เวลา 1 ช่ัวโมง หนวยการเรียนรูท่ี 3 เรือ่ ง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ชอื่ ครูผูสอน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 8 เรอ่ื ง เวกเตอรแ ละสมบัติของเวกเตอร 1. ผลการเรยี นร/ู มาตรฐานการเรยี นรู 1) หาผลลพั ธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรด วยสเกลาร 2. สาระสำคญั ปรมิ าณที่มีแตขนาดเพยี งอยางเดยี ว เรยี กวา ปริมาณสเกลาร (scalar quantity) บทนยิ าม สuวนแปลระิมาvณทมทีี่มทีิศท้ังขานงเาดดียแวลกะันทกศิ ็ตทอางเมเ่อืรยี ถกาวแา ทปนรเวิมกาเณตอเวรกด เวตยอสรว (นvขeอctงoเสrนqตuรaงnทtม่ีitีy) บทนยิ าม ทศิ ทางแลว สวนของเสน ตรงท้ังสองขนานกันหรืออยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuัวลแูกลศะรไvปทมาีทงเศิ ดทียาวงกตนั รงกันขา ม ก็ตอเมื่อ ถาแทนเวกเตอรดวยสวนของเสน ตรงท่ีมี บทนิยาม ทศิ ทางแลวสว นของเสนตรงทั้งสองขนานกันหรอื อยูในแนวเสนตรงเดยี วกัน และมี หuวั ลแกู ลศะรตvรงขขนามานกกนั นั ก็ตอเมื่อ เวกเตอรท ั้งสองมีทศิ ทางเดียวกนั หรอื ทศิ ทาง บทนิยาม ตทเนจถใuuวหดุารเิิศกสจงเทกเเดกธuุดทตาับขียนัเอางรอวแขกขรนม่ิกงลาซอับเิตบัมะส่ึงงuน จมธvขุดuขvีจคอสอุดกืองนิ้งเสเ็ตปรญัสเอมิ่vนvวดุ ลเตกเมขวกันเเเื่อปอกตขษเงปนเอียณเตวรนจนอvนกทดุจแรเิเี่มเดุทตใสดดีขเนอธยีดๆนขดรวยี าทอวกผวดยง้ังับกลเสทบัจลuอuุดบาจงกสดุขม-เบัข้นิเอีขรvยีขสงน่ิมนนดุ าตนuแขาดนน่ัดทอเขทคดขงนออืวาอดงuกยงว ันuยuuvแแ-ลล-แuแหวะvลตทมะuม=าิศมยทีทีจ+uถิศาดุ ึงทงv+สเผาดน้ิ ง(ลียส-ตบvวดุรกว)เงปกันขขนา อมงกบั บทนยิ าม เวกเตอรศนู ย (zero vector) หมายถึง เวกเตอรท ี่มีขนาดเปนศนู ย หรือเวกเตอรทีม่ ี บทนิยาม จุดเริ่มตน และจดุ สุดทา ยเปน จุดเดยี วกนั บทนิยาม บทนยิ าม บทนิยาม
บทนยิ าม 13กผ2)))ำลหถถคถนาาาูณดaaaขอa=<>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววบักสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaีีขขuเนนปาานเดดปเวน กaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรยีววยยนแแแทลลนะะดมมวีีททยศิิศททaาาuงงเตดโรดยี งยวกทกนั ับี่ขา uมกับ u 3. ผลการการเรยี นรูทค่ี าดหวัง 1) ดานความรู (K) : นักเรยี นสามารถ - หาผลลัพธข องการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรดว ยสเกลาร 2) ดานทักษะ / กระบวนการ (P) : นกั เรียนสามารถ - แกโจทยปญ หาเรื่อง เวกเตอรและสมบตั ิของเวกเตอร ได - ใชเหตุผลในการแกปญหาเวกเตอรแ ละสมบัตขิ องเวกเตอร ได - เชื่อมโยงความรตู า งๆ ของคณิตศาสตรไ ด - สอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร และนำเสนอขอมูล 3) ดา นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค (A) : นักเรียน - ทำงานเปนระบบ รอบคอบ - มรี ะเบียบวนิ ัย - มคี วามรบั ผิดชอบ 4. ดา นคณุ ลกั ษณะของผูเรยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล 1) เปน เลิศวชิ าการ 2) สือ่ สองภาษา 3) ล้ำหนา ทางความคิด 4) ผลติ งานอยางสรางสรรค 5. บรู ณาการตามหลักของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 1) หลกั ความมเี หตุผล ปฏบิ ตั งิ านโดยใชค วามคิด แกป ญหาโดยใชป ญญา 2) เงอื่ นไขความรู 6. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน 1) ความสามารถในการคิด 2) ความสามารถในการแกป ญ หา 7. ชน้ิ งาน / ภาระงาน 1) แบบฝกหดั ที่ 3 เร่ือง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคณู เวกเตอรด ว ยสเกลาร ขอ ท่ี 7 - 8
8. การวดั และประเมินผล ผลการเรียนรู วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือวดั ผล เกณฑก ารประเมิน ดา นความรู (K) แบบฝกหดั ท่ี 3 นักเรียนทำแบบฝกหัด 1. หาผลลพั ธของการ พจิ ารณาจากความ ขอ 7 - 8 ถกู ตองรอยละ 60 บวก การลบเวกเตอร ถูกตองของแบบฝกหัด ขน้ึ ไป ถือวาผา นเกณฑ และการคูณเวกเตอร แบบประเมนิ ผลดาน ทีก่ ำหนด ดวยสเกลาร ทกั ษะ/กระบวนการ นกั เรียนไดคะแนนระดับ ดา นทักษะ / กระบวนการ (P) แบบประเมนิ ผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน 1) แกโ จทยป ญหาเร่ือง การสงั เกต ทกั ษะ/กระบวนการ ขน้ึ ไป ถือวา ผา น เวกเตอรแ ละสมบตั ขิ อง นกั เรยี นไดคะแนนระดบั เวกเตอร ได แบบประเมนิ ผลดา น คณุ ภาพตั้งแต 3 คะแนน ทักษะ/กระบวนการ ขนึ้ ไป ถือวาผา น 2) ใชเหตผุ ลในการ การสังเกต นกั เรยี นไดคะแนนระดับ แกป ญหาเวกเตอรแ ละ คณุ ภาพต้ังแต 3 คะแนน สมบตั ขิ องเวกเตอร ได ขึ้นไป ถือวา ผา น นกั เรียนไดคะแนนระดบั 3) เช่ือมโยงความรูตา งๆ การสังเกต คุณภาพตั้งแต 3 คะแนน ของคณิตศาสตรได ขึ้นไป ถือวาผาน 4) สอ่ื สาร สือ่ การสังเกต แบบประเมนิ ผลดา น นกั เรียนไดคะแนนระดับ ทกั ษะ/กระบวนการ คณุ ภาพตั้งแต 2 คะแนน ความหมายทาง ขึ้นไป ถือวา ผาน แบบประเมนิ นกั เรยี นไดคะแนนระดับ คณติ ศาสตร และ คุณลกั ษณะอันพงึ คณุ ภาพต้ังแต 2 คะแนน ประสงค ขึ้นไป ถือวา ผา น นำเสนอขอมลู แบบประเมนิ นักเรียนไดคะแนนระดบั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ คุณภาพต้ังแต 2 คะแนน ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) ประสงค ขนึ้ ไป ถือวา ผา น แบบประเมิน 1) ทำงานอยางเปน การสงั เกต คุณลกั ษณะอันพึง ประสงค ระบบรอบคอบ 2) มรี ะเบยี บวนิ ัย การสังเกต 3) มคี วามรบั ผิดชอบ การสงั เกต
9. กิจกรรมการเรียนรู ขน้ั นำ 1) ครูสนทนาทักทายนักเรียน แลวทบทวนความรูเ รอ่ื ง เวกเตอรแ ละสมบัตขิ องเวกเตอร ดังนี้ บทนยิ าม ปรมิ าณท่ีมีแตขนาดเพียงอยา งเดียว เรยี กวา ปรมิ าณสเกลาร (scalar quantity) บทนยิ าม สวนปริมาณทีม่ ีทั้งขนาดและทิศทาง เรียกวา ปรมิ าณเวกเตอร (vector quantity) u และ v มีทิศทางเดียวกนั ก็ตอเมอ่ื ถาแทนเวกเตอรดว ยสวนของเสนตรงท่มี ี บทนิยาม ทศิ ทางแลว สว นของเสน ตรงทั้งสองขนานกนั หรืออยูในแนวเสนตรงเดียวกนั และมี บทนยิ าม หวั ลูกศรไปทางเดยี วกนั บทนยิ าม u และ v มที ศิ ทางตรงกนั ขาม ก็ตอเม่ือ ถาแทนเวกเตอรด วยสว นของเสนตรงที่มี บทนิยาม ทศิ ทางแลวสว นของเสนตรงท้ังสองขนานกันหรืออยูใ นแนวเสน ตรงเดียวกนั และมี บทนยิ าม หัวลูกศรตรงขา มกัน บทนยิ าม u และ v ขนานกัน ก็ตอเม่อื เวกเตอรท ั้งสองมีทศิ ทางเดียวกันหรือทศิ ทางตรงกันขา ม u เทากับ v กต็ อ เม่ือ เวกเตอรท ั้งสองมีขนาดเทากันและทศิ ทางเดยี วกัน นขอเิ สงธขuองสญั uลกัคษอื ณเวนกเิ เสตธอขรอทงี่มขีuนเาขดียเทนาแกทบั นขดนว ายดข-uอง u แตม ที ิศทางตรงขา มกบั ทิศทาง เถปา นจจดุ ดุเรเิม่ดตยี นวกขบัอจงดุ vเร่ิมเปตนนขจอดุ งเดียuวกแบั ลจะดุมสีจิ้นุดสสดุิน้ ขสอดุ งเปuน จแุดลเดวยี วuก+บั จvดุ สเิน้วกสเดุ ตขออรงซ งึ่ vมีจดุ เริ่มตน ใvห เuขยี แนลแะทนvดวเยปนuเวก- เvตอนรในั่ ดคๆอื ผuลล-บvขอ=ง uu +ดว(-ยv)v หมายถงึ ผลบวกของ u กบั นิเสธของ บทนยิ าม เวกเตอรศูนย (zero vector) หมายถึง เวกเตอรที่มีขนาดเปนศูนย หรอื เวกเตอรทม่ี ีจดุ เร่ิมตน บทนยิ าม และจดุ สดุ ทายเปน จดุ เดียวกัน 31ผ2ก)))ลำหถถคถนาาาูณดaaaขอa<=>งเ000ปuนแแแสลลลกเวววับกสลaaaเาuuuกรล=แจจาลระะ0มมะaขีขี uเนนปาานเดดปเวนกaaเเวตกuuอเตรหหอเนนขรียววยยนแแแทลลนะะดมมวทีที ยศิศิ ททaาาuงงเตดโรดียงยวกทกันับ่ีขา uมกบั u
ขัน้ สอน 1) ครใู หนักเรียนชว ยกันทำแบบฝก หดั ท่ี 3 เรือ่ ง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคณู เวกเตอรดวยสเกลาร ขอที่ 7 - 8 2) ในระหวา งทนี่ ักเรยี นชว ยกันทำแบบฝกหัด ครจู ะคอยใหค ำแนะนำและเปดโอกาสใหน กั เรยี นได ถามขอสงสัย และเฉลยคำตอบในขอ ท่ีนกั เรยี นทำเสร็จแลว เพ่ือใหนักเรียนตรวจสอบความถูกตองของคำตอบ และเพื่อครูจะสามารถตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นในระหวางเรียนได ขั้นสรุป 1) นกั เรยี นและครรู ว มกนั สรุปความรู เรอ่ื ง การบวกเวกเตอร การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอร ดว ยสเกลาร ทีไ่ ดจากการเรียน และครเู ปดโอกาสใหนักเรยี นซักถามปญ หาหรอื ขอ สงสัยตา งๆ 2) ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดท่ี 3 ขอ ท่ี 7 - 8 หากนักเรียนทำไมเสรจ็ ในชั่วโมง จะใหนักเรียนนำ กลบั ไปทำเปน การบา น แลว ครแู ละนกั เรียนจะรวมกันเฉลยในชวงโมงถดั ไป 3) ครแู นะนำใหน ักเรยี นคน ควา หาโจทยเพม่ิ เติมจากแหลงเรียนรูต า งๆ 10. ส่ือ อุปกรณ และแหลงเรียนรู 1) หนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่มิ เติมคณิตศาสตร เลม 1 ม.5 2) เอกสารประกอบการเรยี น เรื่อง เวกเตอร
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร คณิตศาสตรเ พม่ิ เตมิ 3 ชว งชน้ั ที่ 3 มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 รหสั วิชา ค 32201 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2563 เวลา 1 ชั่วโมง หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เรื่อง เวกเตอร โรงเรยี นมัธยมวัดเบญจมบพิตร ช่อื ครผู ูสอน นายคเณศ สมตระกูล แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 9 เร่อื ง เวกเตอรใ นระบบพิกดั ฉาก 1. ผลการเรียนรู/ มาตรฐานการเรียนรู 1) หาผลลัพธของการบวก การลบเวกเตอร และการคูณเวกเตอรด ว ยสเกลาร 2. สาระสำคญั เถวากเAตBอรมในจี รุดะเรบ่มิ บตพน กิ ทดั ่ี ฉAา(xก1,2yม1)ติ แิ ละจุดสิน้ สุดท่ี B(x2, y2) บทนยิ าม เขียนแทน AB ดว ย x2 - x1 และถา x2 - x1 = a และ y2 - y1 = b บทนิยาม y2 - y1 แลว จะเขยี นแทน AB ดวย a b ให a, b, c เปนจำนวนจริง เวกเตอรใ นระบบพกิ ัดฉากสามมิตทิ มี่ จี ดุ เร่ิมตนที่ a b จุดกำเนิดและจุดสนิ้ สดุ ท่ี P(a, b, c) เขียนแทนดว ยสัญลกั ษณ c บทนิยาม การเทา กนั ของเวกเตอรใ นระบบพกิ ดั ฉาก กำหนด a, b, c, d, e และ f เปน จำนวนจริงใดๆ 1) a = c ก็ตอ เมอื่ a = c และ b = d b d a d 2) b = e ก็ตอเมื่อ a = d, b = e และ c = f c f
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132