TIJ Journal : หลกั นิตธิ รรมกบั การพัฒนาที่ยง่ั ยืน จดั ท�ำโดย สถาบันเพ่ือการยตุ ิธรรมแห่งประเทศไทยอาคารจพี ีเอฟ วิทยุ ทาวเวอร์บี ชัน้ 15-16 ถนนวิทยุแขวงลมุ พินี เขตปทุมวนั กรุงเทพฯ 10330โทร. +66 (0) 2118 9400www.tijthailand.orgพิมพ์ครัง้ ท่ี 1 (พ.ศ. 2561)พิมพ์ท่ี บริษัท โรงพิมพ์อักษรสมั พันธ์ (1987) จำ� กดั18 ซอยประชาอุทศิ 33 แยก 25 แขวงบางมด เขตท่งุ ครุกรุงเทพฯ 10140เลขมาตรฐานประจำ� หนังสือ (ISBN) : 978-616-92398-3-3© สถาบนั เพ่ือการยตุ ธิ รรมแห่งประเทศไทย สงวนสทิ ธ์ติ ามพระราชบัญญตั ิลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
สารบัญ 6 คำ� นำ� 1226 บทน�ำ หลกั นติ ธิ รรมกับการพัฒนาที่ยง่ั ยืน4260 Special Section สบื สานพระราชปณิธาน : นิตธิ รรมตาม72 แนวทางพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร Special Section : ปาฐกถาพิเศษ พระเจา้ หลานเธอ พระองคเ์ จา้ พัชรกิติยาภา ในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมส�ำหรับ ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ บทที่ 1 TIJ และภารกิจทีเ่ กีย่ วกบั หลกั นติ ธิ รรม บทที่ 2 หลกั นติ ธิ รรม : กลไกการขบั เคลอ่ื นเพ่ือบรรลเุ ปา้ หมายความยง่ั ยนื
88 บทท่ี 398 การปฏริ ปู ระบบยตุ ธิ รรมทางอาญาในบรบิ ทการพัฒนาที่ยั่งยนื128158 บทท่ี 4160 3 มติ ขิ องหลักนิติธรรมเพื่อการพัฒนา 198 บทที่ 5 กรณศี กึ ษาวา่ ดว้ ยหลกั นิติธรรมเพื่อการพัฒนาทีย่ งั่ ยืน บทสรปุ ภาคผนวก อ้างอิง
คำ� นำ�
ในช่วงที่เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals : MDGs) ได้เดินทางมาถึงปลายทางของเป้าหมายการพัฒนาในพ.ศ. 2558 และปรากฏว่าเป้าหมายหลายๆ ประการยงั ไมป่ ระสบความส�ำ เร็จอยา่ งทค่ี วรจะเปน็ ไดน้ �ำ ไปสกู่ ารอภปิ รายคดิ หาเหตผุ ลเพอ่ื หาหนทางแกป้ ญั หารว่ มกนั ระหวา่ งผมู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ ง ซง่ึ ขอ้ คน้ พบรว่ มกนั บง่ ชว้ี า่ การทจี่ ะด�ำ เนนิ งานให้เป็นไปตามเป้าหมายได้น้ัน ยังมีสิ่งสำ�คัญอีกประการหนึ่งท่ียังไม่ได้ถูกหยิบยกข้ึนมาไว้เป็นส่วนหนึ่งของ MDGs น่ันคือ หลักนิติธรรม (the Ruleof Law)ดังนั้น ภายใต้ “วาระการพัฒนาที่ย่ังยืนแห่งสหประชาชาติ” (SustainableDevelopment Goals : SDGs) เป้าหมายใหม่แห่งการพัฒนา เม่ือเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 ประเทศภาคีสมาชิกท่ัวโลกจึงมีฉันทามติให้รวมเร่ืองหลกั นติ ธิ รรมเขา้ เปน็ เปา้ หมายหนงึ่ ของการพฒั นาทยี่ งั่ ยนื รวมทงั้ ตา่ งเหน็ พอ้ งต้องกนั วา่ หลกั นิติธรรมมคี วามส�ำคญั ในสองระดับ ระดับแรกเปน็ “เปา้ หมายของการพัฒนา” ในตัวเอง และในระดับที่สอง หลกั นิติธรรมยังมคี วามส�ำคัญในฐานะเปน็ “ปจั จยั เออื้ ” ตอ่ ความส�ำเรจ็ ของเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื แหง่สหประชาชาตใิ นภาพรวมอกี ดว้ ย ซง่ึ หากสงั คมไมม่ หี ลกั นติ ธิ รรม กย็ อ่ มเปน็ การยากท่ีจะสร้างรากฐานและความม่นั คงในด้านต่างๆ ได้การมีกฎหมายท่สี ง่ เสรมิ หลกั นิตธิ รรม ครอบคลุมถึงการมกี ฎหมายทส่ี ามารถถ่วงดุลอ�ำนาจให้ไม่อยู่ในองค์กรใดองค์กรหน่ึง มีการบริหารจัดการในการบังคับใช้กฎหมายท่ีเอื้อต่อทุกคน และครอบคลุมไปถึงการใช้กฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิ ชิ อบ ฯลฯ นอกจากน้ี ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมบนหลักนิติธรรมยังช่วยให้เราแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้�ำ เพราะเป็นการพัฒนาท่ีจะเดินไปบนพื้นฐานของการค�ำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (inclusive approach) ซ่ึงจะช่วยสนบั สนุนให้เกิดความชอบธรรมและเทา่ เทียมกันในสงั คม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย 7
ส�ำหรับประเทศส่วนใหญ่ การใช้ “หลักนิติธรรม” อาจยังเป็นเรื่องใหม่ โดยเฉพาะประเทศก�ำลงั พฒั นาสว่ นใหญท่ ร่ี ะบบยตุ ธิ รรมยงั ใช้ “กฎหมาย” น�ำ การท�ำความเขา้ ใจและแลกเปลย่ี นประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั บิ นหลกั นติ ธิ รรม อย่างลกึ ซง้ึ จงึ เปน็ เรอื่ งทจี่ �ำเป็น ในฐานะองค์กรที่มีภารกิจในการยกระดับและส่งเสริมกระบวนการยุติธรรม สถาบนั เพอื่ การยตุ ธิ รรมแหง่ ประเทศไทย (TIJ) ใหค้ วามส�ำคญั กบั การเผยแพร่ ความรู้และสนับสนุนการเชื่อมโยงหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ย่ังยืน ทั้งใน ประเทศไทย อาเซยี น และระดบั สากล ใน พ.ศ. 2560 TIJ ไดร้ เิ รม่ิ เวทสี าธารณะ ว่าด้วยหลักนิตธิ รรมและการพัฒนาท่ียง่ั ยนื (TIJ Public Forum on the Rule of Law and Sustainable Development) ขึน้ โดยมุ่งหวังจะสรา้ งพนื้ ทใี่ นการ แลกเปล่ียนองค์ความรู้และประสบการณ์เก่ียวกับหลักนิติธรรมไปใช้ในทาง ปฏิบัติในภาคส่วนต่างๆ และเพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการน�ำหลัก นิติธรรมไปปรับใช้กับประเด็นปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ซับซ้อน อันจะน�ำ ไปสกู่ ารแกไ้ ขปญั หาเชงิ ระบบแบบองคร์ วม และเปน็ ประโยชนก์ บั การออกแบบ นโยบายในอนาคต หนงั สอื “TIJ Journal : หลกั นิตธิ รรมกบั การพัฒนาทยี่ ั่งยืน” เลม่ นี้ นบั เป็นการ ตอกยำ้� ความตงั้ ใจ ซง่ึ รวบรวมเน้อื หาสาระจากการตกผลึกความร้คู วามเขา้ ใจ และการเช่อื มโยงองคาพยพต่างๆ โดยเนื้อหาภายในเล่มสว่ นใหญ่จะเป็นการ ถอดบทเรยี นจากเวทสี าธารณะวา่ ดว้ ยหลกั ธรรมและการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื 3 ครง้ั ในปี พ.ศ. 2560 รวมถงึ สรุปและรวบรวมเน้อื หาจากแหลง่ ขอ้ มูลส�ำคัญอนื่ ๆ ที่ TIJ ไดจ้ ดั ท�ำขน้ึ เชน่ แกน่ ความคดิ เกย่ี วกบั แนวทางการพฒั นาตามหลกั นติ ธิ รรม ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ต้นแบบ ในการพฒั นาบนฐานนติ ธิ รรม และเนอ้ื หาพเิ ศษในการถอดความจากปาฐกถา ของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในฐานะทตู สนั ถวไมตรดี า้ น หลกั นติ ธิ รรมส�ำหรบั ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของเวที สาธารณะว่าด้วยหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน คร้ังที่ 2 เม่ือเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 25608 TIJ Journal
สงิ่ ทบ่ี รรจอุ ยใู่ น TIJ Journal ครอบคลมุ ประเดน็ ของหลกั นติ ธิ รรมกบั การพฒั นาที่ย่งั ยนื ในระดับกว้าง ตั้งแตน่ ยิ าม ชดุ ความคดิ ในกรอบสากลและบริบทไทยตลอดจนตัวอย่างการแปลงความคิดสู่การปฏิบัติในกรณีศึกษาว่าด้วยหลักนิติธรรมของการพัฒนาเชิงพื้นที่ในประเทศไทย รวมไปถึงความท้าทายในการน�ำหลกั นติ ธิ รรมเขา้ ไปปรบั เปลย่ี นและรบั มอื กบั อนาคต อยา่ งเชน่ กรณกี ารจดั การเทคโนโลยแี บบกา้ วกระโดด (disruptive technology) และการจดั การหน้ีที่เป็นธรรม เป็นต้นสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ในฐานะผู้จัดท�ำ จึงหวังเป็นอยา่ งยง่ิ วา่ สงิ่ ทหี่ นงั สอื เลม่ นจ้ี ะใหม้ ากกวา่ องคค์ วามรคู้ อื การเปน็ แรงบนั ดาลใจและสรา้ งประโยชนใ์ หก้ บั การหาทางออกใหมๆ่ ในการแกป้ ญั หาสงั คมทนี่ บั วนัจะมคี วามซับซ้อนมากยิ่งขนึ้ และหวังวา่ บนเส้นทางสะพานเชอ่ื มแนวคดิ หลักนิติธรรมระหว่างไทยและสากล เราจะมองไปข้างหน้า สร้างพลังแห่งการเปล่ียนแปลง (the power of change) และก้าวเดินสอู่ นาคตที่ดีรว่ มกนัศาสตราจารยพ์ ิเศษ ดร.กติ ติพงษ์ กิตยารักษ์ผู้อำ� นวยการสถาบนั เพ่ือการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหง่ ประเทศไทย 9
สถาบนั เพื่อการยุตธิ รรมแหง่ ประเทศไทยThailand Institute of Justice (TIJ) สถาบันเพ่ือการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) จดั ตงั้ ขนึ้ เมอ่ื วนั ที่ 13 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2554 มวี ตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของประเทศไทยในกรอบความรว่ มมอื กบั สหประชาชาติ ว่าด้วยการปอ้ งกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา โดยม่งุ เน้นการ เช่ือมโยงแนวคิดตามหลักสากลสู่การปฏิบัติในระดับประเทศและในภูมิภาค อาเซียน มพี ระเจ้าหลานเธอ พระองคเ์ จา้ พัชรกติ ยิ าภา ทรงเป็นประธานคณะ ท่ีปรึกษาพิเศษ องค์กรมีวิสัยทัศน์ในการ “เป็นผู้ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง (promoter of change) ด้านการยกระดับกระบวนการยุติธรรมและเช่ือมโยงหลักนิติธรรม กบั การพฒั นาทีย่ ง่ั ยนื ในประเทศไทย อาเซยี น และระดบั สากล” ภารกิจส�ำคัญของ TIJ ประการหน่ึง คือการส่งเสริมให้เกิดการอนุวัติ “ขอ้ กำ� หนดกรงุ เทพ” หรอื ขอ้ กำ� หนดสหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยการปฏบิ ตั ติ อ่ ผู้ต้องขังหญิงและมาตรการท่ีไม่ใช่การคุมขังส�ำหรับผู้กระท�ำความผิด หญิง (UN Bangkok Rules) รวมถึงส่งเสริมมาตรฐานสหประชาชาติอื่นๆ ท่ีเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านเด็กและสตรีในกระบวนการยุติธรรม อีกท้ังยังท�ำ หน้าทขี่ ับเคล่ือนประเด็นส�ำคญั ตา่ งๆ ในเวทรี ะหวา่ งประเทศ เชน่ หลกั นติ ธิ รรม การพัฒนา สิทธิมนุษยชน สันติภาพ และความมั่นคง โดยเม่ือวันท่ี 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 TIJ ถอื เปน็ หน่วยงานไทยแห่งแรกของอาเซยี นทไ่ี ด้รับ การยอมรับจากสหประชาชาติร่วมเป็นสมาชิกของสถาบันเครือข่ายแผนงาน สหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Programme Network Institutes: PNIs)
TIJ มีกรอบแผนงานในการขบั เคล่อื นงานโดยใหค้ วามส�ำคัญในเรือ่ ง• งานดา้ นสตรแี ละเดก็ ในกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา โดยเนน้ การ สง่ เสรมิ การอนวุ ตั ขิ อ้ ก�ำหนดกรงุ เทพฯ (UN Bangkok Rules) และการขจดั ความรนุ แรงตอ่ เด็กและสตรีในกระบวนการยตุ ิธรรม• งานพัฒนาข้อมูลวิชาการเพ่ือการก�ำหนดนโยบาย TIJ เป็นตัวกลาง ในการน�ำหลักการ มาตรฐาน และบรรทดั ฐานสากลมาสู่การปฎิบัติ จึงม่งุ สนับสนุนให้การก�ำหนดนโยบายด้านการป้องกันอาชญากรรมและความ ยุติธรรมทางอาญาทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค ตั้งอยู่บนพ้ืนฐานของ ขอ้ มลู หลกั ฐานทางวชิ าการและสถติ ทิ มี่ คี ณุ ภาพ และสอดคลอ้ งกบั “หลกั นติ ธิ รรม”• กญุ แจสูก่ ารพฒั นาที่ย่งั ยนื ภายใต้ความตระหนักของ TIJ ทเี่ ชื่อว่าหลัก นติ ธิ รรม กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ และความเชอื่ มน่ั ของประชาชน เป็นปัจจัยเกี่ยวเน่ืองกันท่ีส�ำคัญต่อการพัฒนาท่ีย่ังยืนใน ภาพรวมจงึ ด�ำเนนิ งานเพอ่ื เสรมิ สรา้ งหลกั นติ ธิ รรมในสงั คมผา่ นกระบวนการ แลกเปลย่ี นประสบการณ์ พฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากร รวมไปถงึ กจิ กรรมเพอ่ื การเผยแพร่นโยบาย
บทนำ�หลกั นติ ิธรรมกับการพัฒนาทีย่ ่ังยนื
การประกาศเปา้ หมายการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื ของ องค์การสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ในเดือนกนั ยายน พ.ศ. 2558 น้ันถือเป็นปรากฏการณ์คร้ังสำ�คัญ ในการยอมรบั วาระใหมข่ องการพฒั นารว่ มกนั ของ 193 ประเทศภาคีสมาชิก รวมถงึ ประเทศไทย ทีไ่ ด้ ลงนามรบั รองเอกสาร “Transforming our world: the 2030 Agenda for Sustainable Develop- ment” วาระการพฒั นาใหม่ ซง่ึ ประกอบไปดว้ ย 17 เปา้ หมาย และ 169 เปา้ ประสงค์ ท่ีทุกคนหวังวา่ จะ บรรลุใหไ้ ด้ร่วมกันภายใน พ.ศ. 2573 กวา่ จะถงึ วนั นไ้ี มใ่ ชเ่ รอ่ื งงา่ ย องคก์ ารสหประชาชาติ ในฐานะผู้จัดท�ำเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนได้ใช้ เวลากว่า 4 ปีระหว่าง พ.ศ. 2555-2558 ในการ ท�ำงานกับกลุ่มคนทุกระดับ โดยใช้กระบวนการมี สว่ นรว่ มตง้ั แตร่ ะดบั รฐั ไปจนถงึ กลมุ่ คนทเี่ ปราะบาง กวา่ 8.5 ลา้ นคนทวั่ โลก กอ่ นทเ่ี ปา้ หมายการพฒั นา แหง่ สหสั วรรษ (Millennium Development Goals : MDGs) 8 ประการ ซ่ึงใช้มาในช่วง 15 ปี ระหวา่ ง พ.ศ. 2543-2558 จะสนิ้ สุดลง14 TIJ Journal
“เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ SDGs จึงมี การประชมุ เวที ด้วยการปรับบทบาทและกระบวนการมีส่วนร่วมความเฉพาะทแ่ี ตกตา่ งจากการขบั เคลอื่ นการพฒั นา สาธารณะวา่ ดว้ ย ของภาคสว่ นตา่ งๆ ตลอดจนการมตี วั ชวี้ ดั ทช่ี ดั เจนอนื่ ๆ ทผี่ า่ นมา โดยจะครอบคลมุ 5 ประเดน็ หลกั ทงั้ หลักนิติธรรมที่ เพอื่ ให้สามารถเหน็ สถานะและความกา้ วหนา้ ของในดา้ นทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั วกิ ฤตของมนษุ ยชาตแิ ละโลก ย่งั ยนื “หลกั แต่ละเร่ือง โดยใช้อดีตท่ีเรียนรู้จากการเดินหน้าทง้ั เรอ่ื ง คน สง่ิ แวดลอ้ ม ความมั่งคงั่ สนั ตภิ าพและ นติ ธิ รรมกับการ เปา้ หมายการพฒั นาแหง่ สหสั วรรษมาปรบั เปลย่ี นความร่วมมือ ปัญหาการแก้ปัญหาความยากจน พฒั นาระหวา่ งประเทศ ท้ังเป้าหมายและวิธีการในการขับเคลื่อนโลกให้การลดความเหลอื่ มลำ้� ไปจนการเตรยี มพรอ้ มรบั มอื สทิ ธมิ นษุ ยชน และ บรรลเุ ปา้ หมายใหมด่ ้านความย่งั ยนืกบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ การพัฒนาชมุ ชน” ในอดตี แมว้ า่ MDGs จะประสบความส�ำเรจ็ ในการSDGs ยังอาจถือได้ว่าเป็นความก้าวหน้าส�ำคัญ 22 กมุ ภาพันธ์ บรรลุเป้าหมายท่ีจะลดประชากรยากจนลงไปเกินนบั จากแนวคดิ เรอ่ื งการพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื ถกู กลา่ วถงึ 2560 ณ ส�ำนักงาน คร่ึงหน่ึง แต่ถ้าประเมินในรายละเอียดจะเห็นว่าให้เป็นส่วนหนึ่งในทิศทางการพัฒนาจากการ สหประชาชาติ จ�ำนวนความยากจนท่ีลดลงส่วนใหญ่เกิดข้ึนในประชมุ สหประชาชาติ ครง้ั ท่ี 2 ณ กรงุ รโี อเดจาเนโร ประจำ� ประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียท่ีเป็นผลจากเศรษฐกิจในเอเชียประเทศบราซลิ ใน พ.ศ. 2535 เตบิ โตขน้ึ มาก ในขณะทภี่ มู ภิ าคสว่ นทเี่ หลอื ของโลก สถาบนั เพื่อการยตุ ิธรรมแห่งประเทศไทย 15
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลักการของ Agenda 2030 และ Sustainable Development Goals (SDGs) คอื การขอความรว่ มมอื จากทวั่ โลกเพอ่ื ให้ ถอื เปา้ หมายนรี้ ว่ มกนั นจ่ี งึ เปน็ การเปลย่ี นกระบวน ทัศน์และก้าวท่ีส�ำคัญของการพัฒนาสู่การบรรลุ เป้าหมายใหม่ไมว่ า่ จะเป็นแอฟริกา อเมริกาใต้ ยุโรป เศรษฐกิจ พระเจ้าหลานเธอ บทบาทประเทศไทยกบั การผลักดันไม่ได้เติบโตเช่นในเอเชีย การบรรลุเป้าหมายการ พระองค์เจ้าพัชรกติ ิพฒั นาทผ่ี า่ นมาจงึ เปน็ ไปอยา่ งไมท่ ว่ั ถงึ และเทา่ เทยี ม ยาภา ในการประชมุ หลักนติ ิธรรมในเวทีโลก เวทสี าธารณะว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา องค์ศุภชัย พานิชภกั ด์ิ อดีตเลขาธกิ าร การประชุม ดว้ ยหลักนติ ธิ รรม ประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพ่ือการสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา และการพัฒนาที่ ยุติธรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะทูตสันถวไมตรี(United Nations Conference on Trade and ย่ังยนื ครั้งท่ี 2 ด้านหลักนิติธรรมส�ำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกDevelopment : UNCTAD) มองวา่ จดุ ส�ำคญั ทก่ี อ่ เฉยี งใต้ ประทานพระด�ำรสั แกผ่ เู้ ขา้ รว่ มการประชมุ เวทีสาธารณะว่าดว้ ยหลักนติ ธิ รรมและการพฒั นา ที่ยั่งยืนคร้ังท่ี 2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ความตอนหนึ่งวา่16 TIJ Journal
ประชาคมนานาชาติไดร้ ับบทเรยี นท่ดี ี หลายประการในการแสวงหาหนทาง เพ่ือให้เกดิ การพัฒนาท่ยี ัง่ ยืน เราได้เรียนรู้วา่ เป้าหมายการพัฒนาแหง่ สหัสวรรษคอื กรอบการท�ำงานท่มี ี ประสิทธิภาพ ทำ� ให้เราเห็นเป้าหมายท่ี ชัดเจนในการด�ำเนนิ ความพยายามเพ่ือ ต่อสกู้ ับปัญหาความยากจนแรน้ แคน้ ความหวิ โหยและโรคภัยไขเ้ จ็บ ในขณะท่ี พยายามรกั ษาความยงั่ ยนื ของสงิ่ แวดลอ้ ม เปา้ หมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษนัน้ บรรลุผลสำ� เร็จดว้ ยดีในหลายดา้ น แตก่ ็ ยงั มอี ุปสรรคอยู่บางประการ หลายคน ยงั เช่ือว่าเรานา่ จะบรรลุผลส�ำเร็จได้ มากกวา่ น้ี หากเราใหค้ วามสำ� คญั กบั ประเด็นเร่อื งความยตุ ิธรรมและ หลกั นติ ธิ รรมมากขน้ึ ในฐานะทเ่ี ปน็ รากฐาน อนั สำ� คญั ของการพัฒนาท่ียัง่ ยืนพระราโชวาทในพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกติ ิยาภาสถาบันเพื่อการยุตธิ รรมแห่งประเทศไทย 17
22-26 April 2013 15 November 2013 22-24 January 2014 8 February 2014 12-16 May 201422nd CCPCJ The Bangkok Asia Pacific 8th OWG- 23rd CCPCJ Dialogue on Regional SDGs the Rule of Preparatory Law Meeting for 13th Crime Congress18 TIJ Journal
ราว พ.ศ. 2556 ประเทศไทยโดยพระด�ำริของ พระเจ้าหลานเธอ พระองคเ์ จ้าพชั รกติ ิยาภา จงึ ได้ รเิ รมิ่ ผลกั ดนั หลกั นติ ธิ รรมใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นเปา้ หมาย ของการพัฒนา เริ่มจากการที่ได้จัดการอภิปราย The Bangkok Dialogue on the Rule of Law เพื่อ ผลักดันประเด็น “หลักนิติธรรม” ให้เป็นส่วนหน่ึง ของเป้าหมายการพัฒนา ซ่ึงในเวลาน้ันหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน รัสเซีย หรืออินเดีย ยัง ไม่ได้ถือว่าเป็นวาระที่ส�ำคัญ และในท่ีสุดความ พยายามของประเทศไทยก็บรรลุผล หลักนิติธรรม ไดถ้ กู บรรจไุ วใ้ นขอ้ ท่ี 16.3 ของเปา้ หมายการพฒั นา อยา่ งย่ังยนื ของสหประชาขาติ บนั คี มนุ อดตี เลขาธกิ ารองคก์ ารสหประชาชาติ ไดก้ ลา่ วถงึ เปา้ ประสงคน์ ไี้ วว้ า่ “ “หลกั นติ ธิ รรม” เปน็ เสมอื น The Golden Thread หรอื เสน้ ดา้ ยสำ� คญั ในการถกั ทอทกุ มติ ใิ หส้ ามารถบรรลเุ ปา้ หมาย ในภาพรวม นนั่ หมายถงึ ความสำ� คญั ของ “หลกั นติ ธิ รรม”ในฐานะทเ่ี ปน็ ทงั้ เปา้ หมายโดยตวั มนั เอง และวธิ กี ารทจ่ี ะขบั เคลอื่ นไปสกู่ ารบรรลเุ ปา้ หมาย การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื ” หลกั นติ ธิ รรมและการพฒั นา ท่ียง่ั ยืนจึงมีความเชอ่ื มโยงกนั อยา่ งมีนยั ส�ำคญั12-19 April 2015 4-5 June 2015 Resolution วา่ ดว้ ยกฎหมายและกฎของกฎหมาย adopted by แมว้ า่ ความหมายของหลกั นติ ธิ รรมยงั เปน็ ทถี่ กเถยี ง13th Crime AsianSIL the General กันอยู่ในเชิงวิชาการ แต่อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่าCongress Inter- Assembly หลักนิติธรรม คือ หลักการปกครองท่ีกฎหมาย Sessional เปน็ ใหญแ่ ละเปน็ ธรรม อำ� นวยความยตุ ธิ รรม Regional 25 September ใหค้ นในสงั คมอยา่ งเสมอภาค ดว้ ยความเคารพ Conference 2015 ในสทิ ธิและศักดิ์ศรคี วามเปน็ มนษุ ย์ 2015 หลกั นติ ธิ รรมนนั้ ครอบคลมุ หลกั กฎหมายและหลกั ทไี่ ม่ใชก่ ฎหมาย โดยในทางหลักการทางกฎหมาย นน้ั หมายถงึ สงั คมทป่ี กครองโดยกฎหมาย บงั คบั ใช้ กฎหมายอย่างเสมอภาค และการมีกระบวนการ ยตุ ธิ รรมทท่ี กุ คนสามารถเขา้ ถงึ ได้ รวมถงึ การมงุ่ ใช้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหง่ ประเทศไทย 19
กฎหมายในฐานะเครอื่ งมอื ในการลดความเหลอ่ื มลำ้� ใหม่ท่ีก�ำลังเผชิญภาวะกดดันทางประชาธิปไตยขณะเดียวกัน หลักนิติธรรมยังเป็นเคร่ืองมือท่ีรับ และความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยแี บบกา้ วกระโดดประกนั วา่ กระบวนการของการพฒั นานน้ั จะมคี วาม (disruptive technology) สงั คมทใี่ ชก้ ฎหมายเพยี งเปน็ ธรรมและเปน็ การพฒั นาทรี่ บั ผดิ ชอบตอ่ สาธารณะ อย่างเดียวไม่เพียงจะส่ันคลอนประชาธิปไตยและในทกุ ระดบั รวมทง้ั เปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนไดม้ สี ว่ นรว่ ม สทิ ธมิ นษุ ยชน หากยงั จะท�ำใหข้ าดความเปน็ ธรรมในกระบวนการตดั สินใจ นอกจากนี้ หลักนติ ธิ รรม และผู้คนเสียสิทธิในการเข้าถึงส่ิงที่ควรเป็น ในยงั หมายถงึ ความรบั ผดิ ชอบ (accountability) ของ ความหมายเชน่ นห้ี ลกั นติ ธิ รรมจงึ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วขอ้ งแต่คนทุกคนในสังคมอย่างเสมอกันในทางกฎหมาย กบั เฉพาะ“กระบวนการยตุ ธิ รรม”แตเ่ ปน็ ความหมายไมว่ า่ จะเปน็ ภาครฐั ภาคเอกชนหรอื ภาคประชาสงั คม ทกี่ วา้ งกวา่ และมคี วามครอบคลมุ ชวี ติ ของเราทกุ คนยอ้ นอดตี หลักนิตธิ รรม “กวา่ จะถงึ นิ ติ ธ ร ร ม ต า ม แ น ว ท า ง พ ร ะ บ า ทวนั นี”้ ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ป ร มิ น ท ร ม ห า ภู มิ พ ลย้อนกลบั ไปเมือ่ พ.ศ. 2454 ภาพอตุ สาหกรรมใน อดลุ ยเดช บรมนาถบพิตรกรงุ วอชงิ ตนั สหรฐั อเมรกิ าไดส้ ะทอ้ นใหเ้ หน็ โครงสรา้ ง หลายพน้ื ทใ่ี นโลกยงั คงแยกแยะหลกั นติ ธิ รรมและของสังคมท่ีเป็นลักษณะพีระมิด โดยฐานของ การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื กบั ประชาชนออกจากกนั การจะพีระมิดนั้นคือชนช้ันแรงงาน เป็นผู้ท�ำหน้าท่ีผลิต เชอ่ื มโยงทงั้ สองมติ นิ จ้ี �ำเปน็ จะตอ้ งใชท้ างสายกลางอาหารและบรกิ าร กลา่ วคอื เปน็ ผคู้ ำ�้ จนุ สงั คมในชนั้ ความมเี หตุมีผล และความสามารถในการจดั การทส่ี งู ขน้ึ มาคอื ผบู้ รโิ ภคถดั ขน้ึ มาคอื สถาบนั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง ความเสย่ี งไดม้ ากขนึ้ โดยจะตอ้ งเพม่ิ พนู องคค์ วามรู้กบั กระบวนการยตุ ธิ รรมและหลกั นติ ธิ รรม ทรี่ วมถงึ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมด้านคุณธรรม ตามหลักทหาร ต�ำรวจ นักการเมอื ง และยอดสูงของพรี ะมิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จคอื ก�ำไร การตีความดงั กล่าวเปน็ การตีความของ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ รองค์กรในสหรัฐอเมริกาที่ต้องการให้สอดคล้องกันระหวา่ งหลกั นติ ธิ รรมและการพฒั นา ซง่ึ สะทอ้ นให้ วิธีการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรเห็นว่าแนวคิดที่เช่ือมโยงกับหลักการดังกล่าวน้ีมี มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร แสดงใหเ้ หน็อยูก่ ่อนแล้วกวา่ ศตวรรษ การตีความในลักษณะ ถึงการประยุกต์ใช้หลักนิติธรรมกับการพัฒนาที่นี้ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการด�ำรงอยู่มานานนับ ยง่ั ยนื ในหลายๆดา้ นสะทอ้ นผา่ นพระบรมราชโองการศตวรรษของแนวคดิ “หลกั นติ ธิ รรมและการพฒั นา” “เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ แหง่ทวา่ สงิ่ ทย่ี ากและแตกตา่ งออกไปคอื ความทา้ ทาย มหาชนชาวสยาม” และทรงมีพระบรมราโชวาทสู่ของการใช้หลักนิติธรรมในโลกยุคใหม่ ซึ่งในเวลา ผ้ทู เี่ กยี่ วข้องในหลายโอกาสทผ่ี า่ นมา “หลกั นติ ธิ รรม” อาจจะถกู พดู ถงึ ในฐานะ“กฎของกฎหมาย” (rule of law) ที่เช่ือว่าในการ ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้สอบไล่ได้สร้างสังคมที่เป็นธรรมและการเข้าถึงกระบวนการ วชิ าความรชู้ ั้นเนตบิ ัณฑติ สมัยท่ี 33 ปีการศึกษายุติธรรมนั้น การมี “กฎหมาย” (rule by law) เพยี ง 2523 ณ อาคารใหม่ สวนอมั พร เมอื่ วนั พฤหสั บดที ่ีอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แม้ในทางวิชาการจะมี 29 ตลุ าคม พ.ศ. 2524 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรการพดู ถึงหลักนติ ธิ รรมในหลายระดบั ทว่าในโลก มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร พระราชทาน พระบรมราโชวาทไว้ ความวา่20 TIJ Journal
...กฎหมายนั้นไม่ใชต่ วั ความยตุ ธิ รรม เปน็ แตเ่ พียงเครอ่ื งมอื อยา่ งหนง่ึ สำ� หรบั ใชใ้ นการรักษาและอ�ำนวยความยุตธิ รรม เทา่ นัน้ การใชก้ ฎหมายจงึ ตอ้ งม่งุ หมาย ใช้เพ่ือรักษาความยุตธิ รรม ไม่ใช่เพ่ือ รกั ษาตัวกฎหมายเอง และการรกั ษา ความยตุ ธิ รรมในแผน่ ดนิ กไ็ มไ่ ดม้ วี งแคบ อยเู่ พียงขอบเขตของกฎหมาย หากตอ้ ง ขยายออกไปใหถ้ งึ ศีลธรรมจรรยา ตลอดจนเหตแุ ละผลตามความเปน็ จรงิ ดว้ ยพระบรมราโชวาทใน พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร พิธีพระราชทานประกาศนยี บัตร แกผ่ สู้ อบไลไ่ ดต้ ามหลกั สตู รของสำ� นกั อบรมศึกษากฎหมายแหง่ เนติบัณฑิตยสภา ณ อาคารใหม่สวนอมั พร 29 ตลุ าคม 2522สถาบันเพื่อการยตุ ธิ รรมแห่งประเทศไทย 21
นอกจากจะทรงด�ำรงพระองคเ์ ปน็ พระมหากษตั รยิ ์ รว่ มคดิ รว่ มท�ำ พลกิ ปญั หาสกู่ ารแกไ้ ขและเกดิ การที่อยู่ภายใต้หลักนิติธรรมแล้ว ยังทรงน�ำหลัก พัฒนาอยา่ งย่งั ยืนนิติธรรมมาใช้ในการสร้างประโยชน์สมู่ หาชน โดยการใชห้ ลกั นติ ธิ รรมเปน็ พนื้ ฐานในการครองแผน่ ดนิ พระองคท์ รงตระหนกั วา่ กฎหมายอนั เปน็ เครอ่ื งมอืและในการทรงงานกวา่ 4,300 โครงการ โดยไดท้ รง การปกครองนั้น หากน�ำมาใช้โดยไม่ค�ำนึงถึงใหค้ วามส�ำคญั กบั ความเทา่ เทยี ม และการกระจาย สถานภาพและความสามารถของผทู้ ไ่ี ดช้ อ่ื วา่ ท�ำผดิโอกาสเพอื่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาท่ีย่ังยืน กฎหมาย ท่มี าของการกระท�ำผิดและสถานการณ์วิธีการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร แวดล้อม ในกรณีที่ผู้กระท�ำผิดจ�ำเป็นต้องกระท�ำมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้สะท้อน ความผิดเพียงเพ่ือให้ชีวิตตนเองและครอบครัวใหเ้ หน็ ถงึ การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั นติ ธิ รรมกบั การพฒั นา อยรู่ อดนน้ั ยอ่ มไมเ่ ปน็ การสมควร พระองคท์ รงเลอื กที่ยั่งยืน ในพระราชกรณียกิจและหลากหลาย วธิ ที จี่ ะไมบ่ งั คบั ใชก้ ฎหมายแตท่ รงใหโ้ อกาสหยบิ ยนื่โครงการพัฒนาในพระราชด�ำริ จะมีเรื่องของการ “ทางเลอื ก” ใหเ้ ขาไดพ้ ฒั นาตนเองและกลบั ตวั โดยส่งเสริมสิทธิของผู้คนชายขอบและคนไร้สิทธิ ความยดื หยนุ่ นเ้ี กดิ จากการค�ำนงึ ถงึ ความเปน็ ธรรมและให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพ่ือ และเหตผุ ลตามความเปน็ จรงิ ซงึ่ นบั เปน็ การพฒั นาก�ำหนดความเป็นอยู่ของตน ตัวอย่างเช่น ความ ทางเลือก (alternative development) ท่ีช่วยแก้พยายามของพระองค์ในการใช้หลักนิติธรรมมา ปัญหาตา่ งๆ อยา่ งไดผ้ ลและยง่ั ยนื เป็นแบบอยา่ งแก้ไขปัญหาด้านความม่ันคง ปัญหาสังคม และ ของความส�ำเร็จ ท่ี “หลักนิตธิ รรม” สามารถน�ำไปปัญหาสิ่งแวดล้อม ในชว่ ง พ.ศ. 2508-2509 ท่พี บ สู่ “การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื ” อยา่ งเปน็ รปู ธรรมมากทส่ี ดุการปลกู ฝน่ิ ในลกั ษณะการท�ำไรเ่ ลอื่ นลอยมากกวา่100,000ไร่ทางภาคเหนอื แทนทจ่ี ะบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ทรงเลือกวิธที ่จี ะไมบ่ งั คบั ใช้กฎหมายในอยา่ งรนุ แรงด้วยการจับผกู้ ระท�ำผดิ ไปลงโทษ ทันทแี ต่ทรงใหโ้ อกาสหยบิ ย่นื “ทางเลือก”พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ให้เขาไดพ้ ัฒนาตนเองและกลบั ตวั กอ่ นบรมนาถบพติ ร ทรงเลง็ เหน็ วา่ ชาวเขายดึ อาชพี ปลกู ความยืดหยนุ่ น้เี กิดจากการคำ� นึงถงึพชื เสพตดิ เพราะขาดความรแู้ ละโอกาสในการท�ำมา ความเปน็ ธรรมและเหตุผลตามจริงหากิน โดยได้เงินจากการนี้เพียงเล็กน้อยและยังคงมีฐานะยากจน พระองค์จึงได้ทรงพระกรุณา บทพิสูจน์จากการทรงงานของพระองค์ จึงโปรดเกลา้ ฯ จดั ตง้ั โครงการหลวงขน้ึ เมอื่ พ.ศ. 2512 สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ แนวทางการใชห้ ลกั นติ ธิ รรมเพอ่ื สรา้ งทางเลอื กเปน็ อาชพี ใหมท่ ร่ี ายไดด้ แี ตไ่ มผ่ ดิ ที่มีประสิทธิภาพจะน�ำมาซึ่งปัจจัยแวดล้อมที่กฎหมายใหก้ บั ชาวเขา การสง่ เสรมิ ใหป้ ลกู ไมเ้ มอื ง ช่วยสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมน่ั ใจว่า การพัฒนาหนาวและสง่ ผลผลติ แปรรปู จ�ำหนา่ ย ท�ำใหป้ ญั หา ด้านสังคมและเศรษฐกิจนั้นครอบคลุมและยาเสพติดได้ลดลงเป็นล�ำดับ ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นธรรม และในทางกลับกัน การพัฒนาที่พ้ืนท่ีป่าก็ได้รับการฟื้นฟู ส่วนชาวบ้านก็สามารถ ครอบคลมุ และเปน็ ธรรมยงั กอ่ ใหเ้ กดิ วถิ คี วามหาเลี้ยงชีพอยู่ในชุมชนและปลดเปล้ืองความ เปน็ อยขู่ น้ั พน้ื ฐานทจี่ ะชว่ ยสง่ เสรมิ หลกั นติ ธิ รรมยากจนได้ ทสี่ �ำคญั จากผเู้ คยกระท�ำผดิ ชาวบา้ น ได้ในที่สดุกลายเป็นผู้ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการ22 TIJ Journal
→ BRIEFINGเปา้ หมายการพัฒนาที่ย่ังยืน2030 การพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื (Sustainable Development : SD) เรมิ่ ต้นจากการ ประชุมสหประชาชาติ ครั้งที่ 2 ณ กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในปี 1992 (พ.ศ. 2535) ประเทศสมาชกิ ตา่ งๆ ประชมุ รว่ มกันในหวั ขอ้ ว่าดว้ ย สง่ิ แวดลอ้ มและการพฒั นา (Environment and Development) และไดเ้ หน็ ชอบ ให้ประกาศหลักการแห่งส่ิงแวดล้อม และแผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21) ส�ำ หรบั ทศวรรษ 1991-1999 และศตวรรษที่ 21 เพอื่ เปน็ แผนแมบ่ ทของโลก สำ�หรับการดำ�เนินงานที่จะทำ�ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกจิ และสง่ิ แวดลอ้ มและในเวลาตอ่ มาไดม้ กี ารจดั ท�ำ เปา้ หมายการพฒั นา แหง่ สหสั วรรษ (Millennium Development Goals : MDGs) จ�ำ นวน 8 เปา้ หมาย ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี เช่น การขจัดความยากจนและความหิวโหย การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทสตรี และการรักษาและ จัดการสิ่งแวดลอ้ มอย่างยง่ั ยืน เป็นต้น ปจั จบุ นั MDGs ไดส้ น้ิ สดุ ลงแลว้ องคก์ ารสหประชาชาตจิ งึ ไดก้ �ำหนดเปา้ หมาย การพฒั นาขึน้ ใหม่โดยอาศยั กรอบความคิดทมี่ องการพัฒนาเป็นมิติ (dimen- sions)ทงั้ ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คมและสงิ่ แวดลอ้ มใหเ้ ชอ่ื มโยงกนั เรยี กวา่ เปา้ หมาย การพัฒนาทย่ี ั่งยนื หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ท้ังนี้ เมื่อเดือนกันยายน 2558 นายกรัฐมนตรีของไทยพร้อมคณะ เข้าร่วม ประชุมสมชั ชาสหประชาชาติสมยั สามญั ครง้ั ท่ี 70 พร้อมกับผูน้ �ำจากประเทศ สมาชกิ 193 ประเทศ หวั ข้อการประชมุ ในคร้งั นั้นคอื การพัฒนาท่ีย่งั ยนื พร้อม กันนี้ ผู้น�ำจากประเทศสมาชิกเหล่านี้ได้ร่วมรับรองร่างเอกสารเป้าหมายการ พัฒนาอยา่ งยง่ั ยนื หลังปี 2015 Sustainable Development Goals ทีเ่ รยี กวา่ Transforming Our World : the 2030 Agenda for Sustainable Development (การปรบั เปลย่ี นโลกของเรา : วาระ 2030 เพือ่ การพัฒนาท่ยี ัง่ ยืน) สถาบนั เพื่อการยตุ ิธรรมแห่งประเทศไทย 23
ทิศทางการพัฒนาของประชาคมโลก ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2558 ถึงเดือนสิงหาคม 2573 ครอบคลมุ ระยะเวลา 15 ปี โดยประกอบไปด้วย 17 เปา้ หมาย(Goals) 169 เปา้ ประสงค์ (Targets) โดยเป้าหมายตา่ งๆ ประกอบดว้ ย 1เป้าหมายที่ ขจัดความยากจนในทกุ รูปแบบ ทุกท่ี 2เป้าหมายที่ ขจดั ความหวิ โหย บรรลเุ ปา้ ความมนั่ คงทางอาหาร 3เป้าหมายท่ี ปรบั ปรงุ โภชนาการและสนบั สนนุ การท�ำเกษตรกรรม 4เป้าหมายท่ี สรา้ งหลกั ประกนั ใหค้ นมชี วี ติ ทมี่ คี ณุ ภาพและสง่ เสรมิ 5เป้าหมายที่ สขุ ภาวะที่ดีของคนทกุ เพศทุกวัย 6เป้าหมายท่ี สร้างหลักประกันให้การศึกษามีคุณภาพอย่าง 7เป้าหมายที่ เทา่ เทยี มและครอบคลมุ และสง่ เสรมิ โอกาสในการ 8เป้าหมายท่ี เรยี นรู้ตลอดชีวิตส�ำหรบั ทุกคน บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเสริมสร้าง ความเขม้ แข็งใหแ้ กส่ ตรแี ละเด็กหญิงทางชวี ภาพ สรา้ งหลกั ประกนั ใหม้ นี ำ้� ใช้ และมกี ารบรหิ ารจดั การ นำ�้ และการสขุ าภบิ าลอยา่ งย่งั ยนื ส�ำหรบั ทกุ คน สร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงาน สมัยใหม่ในราคาท่ียอ่ มเยาและยั่งยืน สง่ เสรมิ การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ทย่ี ง่ั ยนื และ ครอบคลมุ รวมทงั้ การจา้ งงานเตม็ อตั ราและงานที่ มีคณุ ค่าส�ำหรับทกุ คน24 TIJ Journal
9เป้าหมายที่ สร้างโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีมีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง10เป้าหมายที่ สง่ เสรมิ การพฒั นาอตุ สาหกรรมทคี่ รอบคลมุ และยงั่ ยนื และสง่ เสรมิ นวตั กรรม11เป้าหมายท่ี12เป้าหมายที่ ลดความไมเ่ ทา่ เทยี มทง้ั ภายในประเทศและระหวา่ งประเทศ13เป้าหมายที่ ท�ำใหเ้ มอื งและการตงั้ ถนิ่ ฐานของมนษุ ยม์ คี วามปลอดภยั ความตา้ นทาน และ14เป้าหมายท่ี ยดื หยุ่นตอ่ การเปลย่ี นแปลงอยา่ งครอบคลุมและยั่งยืน15เป้าหมายท่ี16เป้าหมายที่ สร้างหลกั ประกันให้มแี บบแผนการบริโภคและการผลติ ทยี่ ่ังยนื17เป้าหมายที่ ด�ำเนนิ การอยา่ งเร่งด่วนเพอ่ื ตอ่ สูก้ ับสภาวะการเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศ และผลกระทบ อนรุ กั ษ์และใชม้ หาสมทุ ร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอน่ื ๆ อยา่ งย่งั ยืนเพอ่ื การพัฒนาทย่ี ่งั ยนื ปกปอ้ ง ฟน้ื ฟู และสง่ เสรมิ การใชร้ ะบบนเิ วศบนบกอยา่ งยง่ั ยนื การบรหิ ารจดั การ ปา่ ไมท้ ย่ี ง่ั ยนื การตอ่ ตา้ นการแปรสภาพเปน็ ทะเลทราย หยดุ ยง้ั การเสอื่ มโทรม ของดินและฟนื้ ฟูสภาพดนิ และหยุดยงั้ การสูญเสยี ความหลากหลายชีวภาพ สนบั สนนุ สงั คมทสี่ งบสขุ และครอบคลมุ ส�ำหรบั การพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื จดั ใหม้ กี าร เข้าถงึ ความยุติธรรมส�ำหรับทุกคน และสรา้ งสถาบันท่ีมปี ระสิทธิภาพ มคี วาม รับผิดชอบ และมีความครอบคลมุ ในทุกระดบั เสรมิ สรา้ งความแขง็ แกรง่ ของกลไกการด�ำเนนิ งานและฟน้ื ฟหู นุ้ สว่ นความรว่ มมอื ระดับโลกเพอื่ การพัฒนาที่ยง่ั ยืน สถาบนั เพื่อการยตุ ธิ รรมแหง่ ประเทศไทย 25
Special Sectionสืบสานพระราชปณธิ าน :นติ ธิ รรมตามแนวทางพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชบรมนาถบพิตร
28 TIJ Journal
เราจะครอง แผ่นดนิ โดยธรรม เพื่อประโยชนส์ ขุ แห่ง มหาชนชาวสยามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระปฐมบรมราชโองการ ณ พระท่นี ั่งไพศาลทักษิณ 5 พฤษภาคม 2493สถาบนั เพื่อการยุตธิ รรมแหง่ ประเทศไทย 29
หลกั นติ ิธรรมพระทรงธรรม พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น “พระราชาผู้ทรงธรรม” ตลอดระยะเวลา 70 ปีแหง่ การครองสิริราชสมบตั ิ พระองค์ทรงแน่วแน่ในพระปณิธานตามหลัก “ทศพิธราชธรรม” อันเป็นหลักธรรมโบราณ ส�ำหรับพระมหากษัตริย์ และทรงงานด้วย “หลัก นิติธรรม” เพ่ือประโยชน์สุขของเหล่าอาณา ประชาราษฎรอ์ ยา่ งแท้จริง ทศพิธราชธรรมในระบอบ ประชาธิปไตย พระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจตลอด รัชสมัยแสดงให้เห็นแล้วว่า ทศพิธราชธรรมและ หลักนิติธรรมเป็นหลักสากลท่ียังคงใช้ได้ในยุค ปจั จบุ นั ทเ่ี ปน็ ยคุ โลกาภวิ ตั น์ ซง่ึ คา่ นยิ มทว่ั โลกเนน้ ประชาธปิ ไตยในการเมอื ง การปกครองบนรากฐาน ของธรรมาภบิ าล (good governance) หรอื การ ปกครองทถ่ี ูกตอ้ งและเป็นธรรม30 TIJ Journal
LLAAWW LLAAWW LLAAWW การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องแตล่ ะคน และในการประพฤติ ปฏิบัติในทางส่วนตัว ในฐานะพลเมืองที่ดี โดยศาสตราจารยก์ ติ ตคิ ณุ ดร.บวรศกั ด์ิ อวุ รรณโณ เฉพาะทรงเน้นความซ่ือสัตย์ สุจริต ความถูกต้องประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้าน ความมีศีลธรรม และจรยิ ธรรมกฎหมาย ได้เขียนบทความ “ทศพธิ ราชธรรม พระราชจรรยาดังกล่าว นอกจากจะสอดคล้องกับกบั พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย” ในหนงั สอื “สรรเสรญิ ทศพธิ ราชธรรมแล้ว ยังสอดคลอ้ งกับหลกั การของ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาพระบารม”ี จดั พมิ พโ์ ดยกระทรLวLงAยAตุ WธิWรรม เพอื่ กษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ แบบสมยั ใหม่ทกุ ประการเฉลมิ ฉลองในวโรกาสมหามงคล เฉลมิ พระชนม หลกั นติ ธิ รรม รากฐานพัฒนาประเทศพรรษา 80 พรรษา วนั ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชไว้วา่ บรมนาถบพติ ร ทรงเปน็ นกั นติ ศิ าสตร์ (Jurist) อยา่ ง แท้จริง แม้จะมิได้ทรงตัดสินคดีหรือว่าความด้วยตมหลาอภLดมูรLAัพชิ AสลWมอWดัยลุขยอเงดพชรบะรบมานทาสถมบเพดติ ็จรพทรระงปยรดึ มมินนั่ ทในร พระองคเ์ อง แตท่ รงเปน็ ผทู้ ใี่ ชศ้ าสตรแ์ ละความรใู้ น ดา้ นนเี้ พอ่ื ประโยชนใ์ นดา้ นอืน่ ๆ ทัง้ นี้ พระองค์ทรงหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี ให้ความส�ำคัญกับกฎหมาย โดยอา้ งจากพระบรมพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ตามแบบอยา่ งของ ราโชวาทพระราชทานแกค่ ณะกรรมการจดั งาน “วนัประเทศองั กฤษ ซงึ่ เปน็ ตน้ ฉบบั ประชาธปิ ไตยอยา่ ง รพี” ณ พระต�ำหนักจิตลดารโหฐาน วันพุธท่ี 27ดีเยี่ยม ไม่เคยเลยที่จะทรงล่วงล�้ำออกจากหลัก มถิ นุ ายน 2516ทว่ี า่ พระมหากษตั รยิ จ์ ะไมท่ รงตดั สนิ พระทยั ในการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ เอง แตท่ รงไวซ้ งึ่ พระราชสทิ ธิ “กฎหมายน้ีก็เป็นส่ิงที่ส�ำคัญมากส�ำหรับบ้านทจ่ี ะทรงแนะน�ำหรือตกั เตอื น (advisory power) เมอื ง เพราะวา่ เปน็ หลกั ของการเปน็ อยรู่ ว่ มกนั ในชาติบ้านเมอื ง เพอื่ ให้การเปน็ อยู่มรี ะเบียบพระองค์มิได้ “ทรงแนะน�ำ ทรงสนับสนุน และทรงตกั เตอื น” เฉพาะองคก์ รตา่ งๆ ตามรฐั ธรรมนญูเทา่ นน้ั แตท่ รงมพี ระมหากรณุ า “แนะน�ำ สนบั สนนุและตกั เตอื น” บคุ คลกลมุ่ ตา่ งๆ และประชาชนโดยท่ัวไปโดยผ่านพระบรมราโชวาท พระราชด�ำรัสที่ได้ช้ีแนะแนวทางที่ดีที่ควรปฏิบัติหรือละเว้นทั้งใน สถาบันเพื่อการยุตธิ รรมแห่งประเทศไทย 31
เรียบรอ้ ย และให้ทุกคนที่อยใู่ นชาติสามารถที่ โดยสามารถประมวลแนวพระราชด�ำริออกมาเป็นจะมชี วี ติ ทร่ี งุ่ เรอื ง” พระราชประสบการณ์ด้านนิติศาสตร์ได้ว่า ทรงใช้ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รอง หลักนติ ิธรรมผา่ นแนวคิด 3 ประการ ดงั ต่อไปน้ีนายกรฐั มนตรไี ดศ้ กึ ษาแนวพระราชด�ำรทิ างดา้ น กฎหมายซึ่งมีที่มาจากพระบรมราโชวาทและ ประการแรกคอื การใชก้ ฎหมายหรอื กฎระเบยี บพระราชด�ำรัสท่ีพระราชทานในวาระต่างๆ แล้ว เป็นใหญ่และเคารพกฎหมาย ถ้ามกี ฎหมาย ให้พบว่า แนวพระราชด�ำริทางด้านกฎหมายมีความ ถอื กฎหมายเปน็ ใหญ่ ใหเ้ คารพกฎหมาย (respectชัดเจนสม�่ำเสมอ และเป็นผลมาจากท่ีทรงแม่นย�ำ for law) การยึดกฎหมายถือเป็นหัวใจของหลักในหลักวิชาท่ีได้ทรงศึกษาจากการศึกษาในระบบ นติ ธิ รรม และเปน็ พระบรมราโชบายด้วยและการศกึ ษานอกระบบดว้ ยพระองคเ์ อง ประกอบ กบั ประสบการณท์ ไ่ี ดท้ รงพบเหน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ ในภาค ประการทีส่ อง ในการใช้กฎหมายเป็นใหญน่ นั้สนาม จากการที่ได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปทรง ต้องเข้าใจว่ากฎหมายน้ันต้องเป็นธรรม ไม่ใช่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดทั่วทั้งพระราช กฎหมายอะไรกไ็ ด้เพราะกฎหมายนนั้ มที ง้ั กฎหมายอาณาเขต ดี กฎหมายไม่ดี กฎหมายเลว กฎหมายเผด็จการ กฎหมายทรราชย์ เพราะฉะน้ันหลักคือต้องใช้ กฎหมายน้นั มที ง้ั กฎหมายดี กฎหมายท่ดี ี ทเี่ ปน็ ธรรม กล่าวคอื หัวใจของหลัก กฎหมายไมด่ ี กฎหมายเลว นติ ิธรรมนน้ั คอื ถ้าสิง่ หนึ่งยงั ไมเ่ ปน็ กฎหมาย หาก กฎหมายเผดจ็ การ กฎหมาย แก้ไขอะไรได้ก็ด�ำเนินการเสยี หากปอ้ งกันอะไรได้ ทรราชย์ เพราะฉะน้ันหลกั คือ ใหป้ อ้ งกนั เสยี แตถ่ า้ หากสงิ่ นน้ั กลายเปน็ กฎหมาย ตอ้ งใชก้ ฎหมายทด่ี ี ทเ่ี ปน็ ธรรม แล้วและพบว่าไม่เป็นธรรม ก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ กล่าวคือหวั ใจของหลกั หากเยียวยาได้ก็ให้เยียวยาเสีย และถ้าต่อไปใน นิตธิ รรมน้นั คือ ถ้าสิ่งหนง่ึ ยัง อนาคต มโี อกาสจะแกไ้ ขไดก้ ใ็ หแ้ กไ้ ขเสยี หรอื หาก ไมเ่ ปน็ กฎหมาย หากแกไ้ ขอะไร ยกเลิกได้ก็ยกเลิกเสีย น่ีเป็นข้อที่สองของหลัก ได้ก็ด�ำเนินการเสีย นิตธิ รรมทีท่ รงยดึ ถืออยา่ งแนว่ แนม่ ่นั คง 32 TIJ Journal ประการสดุ ทา้ ย การใชก้ ฎหมายอยา่ งเปน็ ธรรม ถอื วา่ เปน็ ปรชั ญาของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะ ในข้อท่ีว่าบางครั้งกฎหมายอาจขัดกับความเป็น ธรรมแลว้ จะเลอื กอะไรแนน่ อนวา่ ตอ้ งเลอื กกฎหมาย เพราะสง่ิ ท่เี ราคดิ ว่าเป็นธรรมน้ันเราอาจนกึ คดิ เอา เอง คนอ่ืนมิได้เห็นด้วย หากผู้พิพากษายึดความ เป็นธรรมโดยละเลยกฎหมาย คงเป็นเร่ืองยุ่งยาก เพราะความเปน็ ธรรมของศาลแตล่ ะชนั้ อาจตา่ งกนั ได้ แต่ถ้าใช้กฎหมาย กฎหมายนั้นย่อมเป็นฉบับ เดียวกัน รับส่ังว่าให้ใช้กฎหมาย แต่ในการใช้ กฎหมายนั้นก็ย่อมต้องใช้อย่างเป็นธรรม คือถ้า
กฎหมายเปิดโอกาสใหต้ ีความอยา่ งเป็นธรรมก็ท�ำ มคี วามเปน็ ไปไดท้ ่ีกฎหมายกบัเสีย หากสามารถก�ำหนดโทษให้เป็นธรรมได้ก็ ความเป็นธรรมไมส่ อดคลอ้ งกันก�ำหนดเสยี ทรงใชค้ �ำวา่ ก�ำหนดโทษอยา่ งพอเพยี ง ความยงุ่ ยากอย่างยง่ิ จะเกดิ ข้นึหากมชี อ่ งวา่ งของตวั กฎหมายใหส้ ามารถใสค่ วาม เม่อื ต้องตอบคำ� ถามว่าระหว่างเป็นธรรมและยดื หยุ่นไดก้ ็ควรท�ำ กฎหมายฝา่ ยหน่ึงกับความยุติธรรม อกี ฝา่ ยหน่งึ อะไรสำ� คัญกว่ากนั แนวพระราชด�ำริว่าด้วยกฎหมาย ในสว่ นของผใู้ ชก้ ฎหมายนน้ั จะทรงเตอื นผพู้ พิ ากษาและความยุตธิ รรม อยั การ ทนายความ เนตบิ ณั ฑติ และนสิ ติ นกั ศกึ ษาศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม ไดน้ �ำเสนอ วชิ ากฎหมายทกุ ครง้ั ทที่ รงมโี อกาสวา่ ผใู้ ชก้ ฎหมายสาระส�ำคญั จากพระบรมราโชวาทและพระราชด�ำรสั ต้องมี “ความเป็นกลาง” และ “ความสุจริต” เป็นที่เก่ียวขอ้ งกบั ความยตุ ิธรรม มสี าระโดยสังเขปวา่ หลกั ส�ำคญั ในการท�ำงาน และนอกจากนน้ั ยงั ตอ้ ง มคี วามสามารถในการใชก้ ฎหมายใหต้ รงตามความ1. ความยตุ ธิ รรมสำ� คญั อย่างไร ประสงค์ ทง้ั ตอ้ งระวงั ชอ่ งโหวข่ องกฎหมายอกี ดว้ ยพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชบรมนาถบพิตร ทรงตระหนักในความส�ำคัญของ เร่ืองส�ำคัญที่ทรงเน้นในหลายวาระและมีความความยตุ ธิ รรมเปน็ อยา่ งยงิ่ ทรงเหน็ วา่ ความยตุ ธิ รรม เสมอต้นเสมอปลายอย่างเห็นได้ชัดคือ พระบรมเป็นเงื่อนไขส�ำคัญย่ิงส�ำหรับการด�ำรงอยู่ของ ราโชวาทและพระราชด�ำรสั ทวี่ ่าประเทศชาติ “กฎหมายน้ันเป็นปัจจัยหรือเครื่องมือท่ีมีเพ่ือครงั้ หน่งึ ได้มพี ระราชด�ำรสั ในโอกาสทผี่ ู้พพิ ากษา รักษาความยุติธรรม หรือใช้เป็นแบบแผนประจ�ำกระทรวงเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน ความประพฤติของประชาชน และใช้เป็นเขา้ รบั หน้าท่ี ณ พระต�ำหนักจิตรลดารโหฐาน วัน แม่บทในการพิจารณาตัดสินความประพฤติพฤหสั บดที ี่ 16 ธนั วาคม 2525ว่า “ถ้าหากว่าขาด ของประชาชน ตัวกฎหมายเองจึงต้องมีความความยุติธรรม ประเทศก็จะอยู่ยาก มีเหมือน ยุติธรรมอยู่ด้วย ที่ส�ำคัญคือต้องตราขึ้นด้วยกนั ทเ่ี ขามกี ารปกครองอยา่ งไมม่ คี วามยตุ ธิ รรม วตั ถปุ ระสงคท์ จี่ ะรกั ษาความยตุ ธิ รรมในบา้ นเมอื งแต่ว่าประเทศไทยก็คงต้องมีความยุติธรรมมา ไม่ใช่กดข่ีข่มเหงประชาชนในบ้านเมืองตลอด ถงึ มคี วามเจรญิ ได้ มคี วามมน่ั คงไดอ้ ยา่ ง กฎหมายท่ีกดขี่ข่มเหงประชาชน หรือรังแกมหัศจรรย”์ ประชาชนทำ� ใหป้ ระชาชนในบา้ นเมอื งเดอื ดรอ้ น เป็นกฎหมายที่ไมย่ ตุ ิธรรม”2. ความยตุ ธิ รรมอยู่ทไี่ หนพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร พระราชทานพระบรมราชาธบิ ายไว้ในหลายวาระว่า ความยตุ ธิ รรมจะเกดิ ขึ้นได้ อยทู่ ่ีผใู้ ชก้ ฎหมายสว่ นหนงึ่ และมาจากตวั บทกฎหมายอกี ส่วนหนง่ึ สถาบนั เพื่อการยุตธิ รรมแห่งประเทศไทย 33
3. กฎหมายกบั ความยตุ ธิ รรมใครสำ� คญั กวา่ กนั ของกฎหมายแลว้ กท็ รงแนะน�ำดว้ ยเสมอวา่จากพระบรมราโชวาทและพระราชด�ำรัสข้างต้นย่อมท�ำให้เห็นได้ว่า มีความเป็นไปได้ที่กฎหมาย “ตอ้ งมกี ารวจิ ยั หรอื มกี ารแกไ้ ขกฎหมายบางสว่ น”กับความเป็นธรรมไม่สอดคล้องกัน ความยุ่งยาก “ชว่ ยทางสภานติ บิ ญั ญตั ิ ชท้ี างใหส้ ภานติ บิ ญั ญตั ิอย่างยิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อต้องตอบค�ำถามว่าระหว่าง วา่ ควรจะปรบั ปรุงกฎหมายท่ีตรงไหน”กฎหมายฝ่ายหน่ึง กับความยุติธรรมอีกฝ่ายหน่ึงอะไรส�ำคัญกว่ากัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทร “เสนอให้ประชาชนทราบ ใหท้ างผู้ใหญ่ทราบมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชพระราชทานพระบรมราโชวาท ใหท้ างสภานติ บิ ญั ญตั หิ รอื ทางกรมกฤษฎกี า...ในพธิ พี ระราชทานประกาศนยี บตั รแกน่ กั ศกึ ษาของ แลว้ กด็ ดั แปลงกฎเกณฑใ์ นกฎหมายใหเ้ ปน็ ผลส�ำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ส�ำเร็จ...มคี วามยตุ ิธรรมมากข้ึน”วนั ที่ 7 สงิ หาคม 2515 ในเรอ่ื งนี้วา่ หลกั นติ ธิ รรม คอื ธรรมะของกฎหมาย“โดยที่กฎหมายเป็นแต่เครื่องมือในการรักษา ศาสตราจารยพ์ เิ ศษ ดร.สรุ เกยี รติ์ เสถียรไทยความยุติธรรมดังกล่าว จึงไม่ควรจะถือว่ามี ประธานคณะมนตรีเพ่ือสันติภาพและความความส�ำคัญยิ่งไปกว่าความยุติธรรม หากควร ปรองดองแหง่ เอเชีย (APRC) กล่าวในปาฐกถาจะต้องถือว่าความยุติธรรมมาก่อนกฎหมาย ของการประชุมเวทีสาธารณะว่าดว้ ยหลกั นติ ิธรรมและอยู่เหนือกฎหมาย การพิจารณาพิพากษา และการพัฒนาที่ยั่งยืน “หลักนิติธรรมกับการอรรถคดีใดๆ โดยคำ� นงึ ถงึ แต่ความถกู ผิดตาม พัฒนาโดยศึกษาแนวพระราชด�ำริของพระบาทกฎหมายเทา่ นนั้ ดจู ะไมเ่ ปน็ การเพยี งพอ จำ� ตอ้ ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” ไว้วา่คำ� นงึ ถึงความยตุ ิธรรมซง่ึ เป็นจดุ ประสงค์ด้วยเสมอ การใชก้ ฎหมายจงึ จะมคี วามหมายและได้ “ส�ำหรับพระองค์ท่านน้ัน ‘กฎหมายแท้ คือผลทค่ี วรจะได”้ หลักนิติธรรม คือธรรมะของกฎหมาย’ โดยมี เคร่ืองพิสูจน์ที่เป็นท่ียอมรับกันว่าโครงการใน4. ถ้ากฎหมายไม่ยตุ ธิ รรมควรทำ� อยา่ งไร พระราชด�ำริที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนเมื่อทรงมีพระราชปรารภในเร่ืองความไม่ยุติธรรม เปน็ โครงการทแี่ ฝงไปดว้ ยหลกั นติ ธิ รรม ทส่ี รา้ ง ความเป็นธรรม ท่ีสร้างการยอมรับ และไม่กฎหมายนน้ั ตอ้ งใช้โดยค�ำนึงถงึ ละเลยต่อความเป็นกฎหมายหรือความเป็นเจตนารมณ์ท่แี ทจ้ รงิ และบรบิ ทของ สูงสุดของกฎหมาย แต่หากเป็นโครงการท่ีสังคม กล่าวคือ กฎหมายเปน็ แค่ เข้าใจว่าการจะน�ำกฎหมายมาใช้ให้เกิดความ“เคร่อื งมอื ” หรือ “มรรคา” ท่จี ะ เป็นธรรมและเป็นท่ียอมรับในสังคมได้น้ันนำ� พาสังคมไปสู่ความถูกตอ้ ง ตอ้ งมคี วามยดื หยนุ่ ซงึ่ ทรงใชค้ ำ� วา่ อะลมุ่ อลว่ ยและความยตุ ธิ รรม แตต่ อ้ งเปน็ ความอะลมุ่ อลว่ ยทตี่ งั้ อยบู่ นความ สุจริต จึงจะท�ำใหเ้ กิดการพัฒนาทย่ี ัง่ ยนื ”34 TIJ Journal การท่ีพระราชกรณีกิจของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
มีการสอดแทรกหลักนิติธรรม ความเป็นธรรมกับ ศาสตราจารยพ์ ิเศษ 2. ทรงเหน็ วา่ กระบวนการบงั คบั ใชก้ ฎหมายในการพัฒนาท่ียั่งยืนไว้ด้วยกัน เป็นเหตุผลส�ำคัญที่ ดร.สุรเกียรติ์ บางกรณีน้ันต้องใช้เวลา ส่ิงส�ำคัญคือการท�ำให้ท�ำให้โครงการพัฒนาต่างๆ ประสบผลส�ำเรจ็ และ เสถยี รไทย ประธาน คนเข้าใจกฎหมายและรู้ว่ากฎหมายคืออะไร มิใช่มผี ลใหพ้ ระราชกรณยี กจิ ของพระองคเ์ ปน็ ทยี่ อมรบั คณะมนตรเี พื่อ เขา้ ใจไปกอ่ นวา่ ประชาชนนนั้ รกู้ ฎหมายอยกู่ อ่ นแลว้ทั้งในประเทศ ระหว่างประเทศ และจากองค์การ สันตภิ าพและความ การท�ำให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายจึงเป็นความสหประชาชาติ ปรองดองแหง่ เป็นธรรมอย่างหน่งึ ภายใต้กฎหมาย เอเชีย (APRC)ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย 3. ทรงมหี ลกั ความเปน็ ธรรมของการใชก้ ฎหมายประมวลหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระ น่ันคือ หลักนิติธรรม หมายถึงการใช้กฎหมายนั้นปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรไว้ จะตอ้ งไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ การกดขี่ มคี วามยดื หยนุ่ วางอยู่มีสาระโดยสงั เขปคือ บนความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ มไิ ดว้ างอยบู่ นผลประโยชน์1. ทรงแยก เร่อื งของ นิติรัฐ (rule by law) ออก แอบแฝง ใช้กฎหมายอย่างอะลุ่มอล่วยถึงจะแก้จาก นติ ธิ รรม (rule of law) เพราะนติ ริ ฐั อยา่ งเดยี ว ปัญหาได้ และน�ำไปสูการแก้ปัญหาที่เป็นธรรมคงไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื ท�ำอยา่ งไรทจี่ ะใชก้ ฎหมายหากทว่าจ�ำเป็นที่จะต้องมีนิติธรรมด้วย ทรงเข้า เพ่ือใหเ้ กิดความสงบสขุ ไม่กดขี่พระทัยอย่างลึกซึ้งว่าการบังคับใช้กฎหมายนั้น 4. ทรงมิได้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องหากบังคับมากเกินไปย่อมจะก่อให้เกิดความไม่ ทำ� อยา่ งเตม็ ทตี่ ลอดเวลา นนั่ เพราะวา่ extremeเข้าใจกันและสรา้ งความเปน็ ศัตรรู ะหว่างกัน justice อาจจะเปน็ extreme injustice ได้ การบงั คบั สถาบนั เพื่อการยุตธิ รรมแห่งประเทศไทย 35
ใช้กฎหมายหรือความยุติธรรมอย่างตึงเกินไปอาจ ใหเ้ ทา่ ทนั กบั การเปลยี่ นแปลงเทคโนโลยี ลว้ นน�ำมาสู่ความไม่เป็นธรรมได้ ต้องมีความยืดหยุ่น มีความส�ำคัญต่อประเทศในอนาคต”มีความอะลุ่มอล่วย มีความเป็นนิติศาสตร์และรฐั ศาสตร์ “พอสมควร” ปัจจุบันในหลายประเทศทั่วโลกยอมรับว่าหลัก นิติธรรมเป็นรากฐานในการสร้างความสงบและหลกั นติ ธิ รรมกบั การพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื การจัดสรรที่ดิน ความเปน็ ธรรม หรอื peace and justice ซงึ่ ไมเ่ พยี งดร.ประสาร ไตรรตั นว์ รกลุ อดตี ผวู้ า่ การธนาคาร ทำ� กนิ แบบคนอยู่ เป็น 1 ใน 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแหง่ ประเทศไทย กลา่ ววา่ “พระบาทสมเดจ็ พระ กับป่าอย่างยง่ั ยนื หรอื Sustainable Development Goals (SDGs)ปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ของสหประชาชาติ แต่ยังเป็น “เครื่องมือ” หรือไม่เพียงมีความลึกซึ้งและแตกฉานในหลัก “enablingfactor”ทจ่ี ะชว่ ยใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายอน่ื ดว้ ยนติ ธิ รรม แตย่ งั สามารถประยกุ ตห์ ลกั นติ ธิ รรมกบั การพฒั นาใหโ้ ครงการในพระราชดำ� รติ า่ งๆ พระราชด�ำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรจนเกดิ ผลสมั ฤทธ์ิ และหลกั คดิ ของพระองคย์ งั มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ในหลายวาระคงทันสมัย สามารถน�ำมาประยุกต์ใช้กับการ มีลักษณะกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมปฏิรูปและแก้ปัญหาของประเทศในปัจจุบัน หลายประการท่ีจะน�ำไปสู่การพัฒนาท่ีย่ังยืนไว้ในไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทับซ้อนในที่ดินท�ำกิน ลกั ษณะตา่ งๆ โดยมปี ระเดน็ ตวั อยา่ งส�ำคญั 3 เรอ่ื งหนี้ที่ไม่เป็นธรรม และการปรับปรุงกฎหมาย ประกอบด้วย36 TIJ Journal
1. กฎหมายนนั้ ตอ้ งใชโ้ ดยคำ� นงึ ถงึ เจตนารมณ์ ตอนหนึ่งบนเวที รโหฐาน วันพุธ ท่ี 27 มิถุนายน 2516 ท่ีว่า “...ทแ่ี ทจ้ รงิ และบรบิ ทของสงั คม กลา่ วคอื กฎหมาย TIJ Forum เมือ่ วนั กฎหมายมีไว้ส�ำหรับให้มีความสงบสุขในเปน็ แค่ “เครอ่ื งมอื ” หรอื “มรรคา” ทจี่ ะน�ำพาสงั คม ที่ 17 กรกฎาคม บ้านเมือง มิใช่ว่า กฎหมายมีไว้ส�ำหรับบังคับไปสู่ความถูกต้องและความยตุ ิธรรม โดยพระองค์ 2560 ถอดบทเรยี น ประชาชน...” พระราชด�ำรสั และพระบรมราโชวาททรงยกตัวอย่างการวินิจฉัยกฎหมายตามหลัก “คนอยู่กับป่าอย่าง ดงั กลา่ ว เปน็ พระราชวนิ จิ ฉยั ชว่ ยชแี้ นะทางออกแก่นิติธรรมในพระบรมราโชวาทท่ีพระราชทานแก่ ยั่งยืนด้วยหลกั ผู้ที่เก่ียวข้องและช่วยให้ประชาชนท่ีสุจริตได้รับคณะกรรมการจัดงาน “วันรพี” เมื่อวันพุธท่ี 27 นติ ธิ รรม” ความเปน็ ธรรมมิถุนายน 2516 อันไดแ้ ก่ 2. กฎหมายต้องเท่าทันกับการเปล่ียนแปลง“...กฎหมายปา่ สงวนไปบังคบั คนที่อย่ใู นปา่ ... ของสังคมและเศรษฐกิจ ทรงมองกฎหมายกลายเปน็ ผทู้ ่ฝี า่ ฝนื กฎหมาย” หรอื “คนรุกป่า” อยา่ งมี “พลวตั ” หรอื “มชี วี ติ ” ดงั พระราชด�ำรสั พระราชทานแกค่ ณะกรรมการจดั งาน “วนั รพ”ี ณพระราชด�ำรัสพระราชทานแก่คณะกรรมการจัด พระต�ำหนกั จิตรลดารโหฐาน วันพุธท่ี 8 มีนาคมงาน “วันรพี” ณ พระต�ำหนกั จิตลดารโหฐาน วนั พุธ 2515 ทีว่ ่าที่ 8 มนี าคม 2515 วา่ “ปา่ สงวนนนั้ เราขดี เสน้ บนแผนที่ ... ราษฎรจะทราบได้อยา่ งไรวา่ ท่ีท่ีเขา “... ตามหลักของกฎหมายเอง กฎหมายก็จะมีเขา้ มาอาศยั อยเู่ ปน็ ปา่ สงวน ... เปน็ หนา้ ทข่ี อง ความเปลีย่ นแปลงได้ ไม่ใชว่ า่ เพราะชราภาพผรู้ กู้ ฎหมายทจี่ ะตอ้ งไปทำ� ความเขา้ ใจ ไมใ่ ชไ่ ป แตเ่ พราะวา่ คนทปี่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมายนน้ั เปลย่ี นกดขี่ใหใ้ ชก้ ฎหมายโดยเขม้ งวด ...” ไป และสงั คมของโลกเปล่ียนไป...”หรือในพระบรมราโชวาท ที่พระราชทานแก่คณะ “...กฎหมายที่ไม่เหมาะสมแก่เหตุการณ์ ก็จะกรรมการจัดงาน “วนั รพี” ณ พระต�ำหนกั จิตรลดา ตอ้ งพยายามทจ่ี ะศกึ ษาเพอื่ ทจี่ ะใหป้ รบั ปรงุ ใหด้ ี...” สถาบนั เพื่อการยุตธิ รรมแหง่ ประเทศไทย 37
“...เมือ่ มคี วามเปลยี่ นแปลงในสังคม กจ็ ะตอ้ ง อธบิ ายถงึ ความจ�ำเปน็ และผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ พรอ้ มเปลี่ยนค�ำ เปล่ียนกฎเกณฑ์บางอย่าง หรือ เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งสาธารณชน ประชาชนบทลงโทษ ... การลงโทษอาจไมส่ อดคลอ้ งกบั หรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้เข้ามาร่วมกันแสดงอาชญากรรมทไี่ ดป้ ระกอบขนึ้ มา...” ความคิดเห็น เมื่อประชาชนในพ้ืนท่ีเห็นด้วยแล้ว หนว่ ยราชการตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งและรว่ มด�ำเนนิ การ3. การตรากฎหมายตอ้ งคำ� นงึ ถงึ การมสี ว่ นรว่ ม มีความพร้อม จึงจะพระราชทานพระราชด�ำริให้ของคนในสงั คม (Stakeholders Participation) ด�ำเนนิ โครงการนนั้ ๆ ต่อไปเพราะเป็นกติกาส�ำหรับอยู่ร่วมกันของคนในชาติบ้านเมือง ดังพระราชด�ำรัสที่พระราชทาน พระองคย์ งั ทรงหว่ งใยในเรอื่ งการท�ำงานรว่ มกนั ของแก่คณะกรรมการจัดงานวัน “นิติศาสตร์จุฬาฯ” ณ คนในชาติ ทรงเคยมพี ระบรมราโชวาทพระราชทานพระต�ำหนักจิตรลดารโหฐาน วันพฤหัสบดีท่ี 13 แกข่ า้ ราชการพลเรอื น เนอื่ งในโอกาสวนั ขา้ ราชการมีนาคม 2512 ว่า พลเรอื น ณ พระต�ำหนกั ภูพงิ คราชนเิ วศน์ วนั ที่ 1 มนี าคม 2536 ในการแนะน�ำวิธที �ำงานร่วมกนั วา่“... สมัยโบราณจะใหท้ ราบเรือ่ งอนั ใดเขาตอ้ งตีกลอง มาสมัยผู้ใหญ่ลีก็ยังตีกลอง แต่วันน้ี “...ส�ำคัญท่ีสุดจะต้องหัด ท�ำใจให้กว้างขวางไมม่ ผี ใู้ หญล่ จี ะตกี ลอง ประกาศดว้ ยปากหนอ่ ย หนกั แนน่ รจู้ กั รบั ฟงั ความคดิ เหน็ แมก้ ระทงั่ คำ�เดยี วกเ็ หมอื นยงั ไม่มกี ฎหมาย จึงไม่ใช่เร่อื งท่ี วพิ ากษว์ จิ ารณจ์ ากผอู้ นื่ อยา่ งฉลาด เพราะการจะไปวา่ เขาวา่ ไมท่ ราบกฎหมาย ... และ ...ทำ� ให้ รู้จักรับฟังอย่างฉลาดน้ันแท้จริงคือการระดมเกดิ การปะทะกนั ระหวา่ งประชาชนกบั เจา้ หนา้ ที่ สตปิ ญั ญาและประสบการณอ์ นั หลากหลายมากฎหมายเพราะต่างคนต่างมีผิดมีถูกด้วยกัน อ�ำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความอยู่ ...” สำ� เรจ็ ที่สมบรู ณ์นน่ั เอง”พระองค์ยังพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลเนติบัณฑิตซึ่งส�ำเร็จการศึกษาทางกฎหมายจาก อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่เพียงมีความส�ำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ลึกซึ้งและแตกฉานในหลักนิติธรรม หากยังสมยั ท่ี 20 ณ พระต�ำหนกั จติ ลดารโหฐาน เมือ่ วัน สามารถประยุกต์หลักนิติธรรมกับการพัฒนาศุกรท์ ี่ 10 ตุลาคม 2512 ด้วยว่า “...ถ้ามอี ะไรท่นี ่า ใหก้ บั โครงการในพระราชดำ� รติ า่ งๆ จนเกดิ ผลจะแก้ไขได้ พิจารณาดูแลว้ กค็ ุยกนั ถกเถียงกัน สมั ฤทธแ์ิ ละหลกั คดิ ของพระองคย์ งั คงทนั สมยัแล้วอาจเสนอ...ให้ ‘ประชาชน’ ทราบ ใหท้ าง สามารถนำ� มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั การปฏริ ปู และแก้ผใู้ หญท่ ราบ ... ทา่ นกอ็ าจรบั เอาไวพ้ จิ ารณาเขา้ ปญั หาของประเทศในปจั จบุ นั ไมว่ า่ จะเปน็ ปญั หาสภานิติบัญญัติแล้วก็ดัดแปลงกฎเกณฑ์ใน การทับซ้อนในท่ีดินท�ำกิน หนี้ที่ไม่เป็นธรรมกฎหมายได้เป็นผลสำ� เรจ็ จะท�ำใหก้ ารดำ� เนิน และการปรับปรุงกฎหมายให้เท่าทันกับการคดีเรยี บร้อยขน้ึ มีความยตุ ิธรรมมากขึน้ ...” เปลย่ี นแปลงเทคโนโลยี ซง่ึ ลว้ นแลว้ แตม่ คี วาม ส�ำคัญต่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตนอกจากทรงให้ความส�ำคัญกับหลักนิติธรรมแล้วพระองคย์ งั ทรงน�ำหลกั “ประชาพจิ ารณ”์ มาใช้ ในการด�ำเนินโครงการพระราชด�ำริต่างๆ โดยจะทรง38 TIJ Journal
→ BRIEFINGนายมารต์ นิ ฮารท์ -ฮนั เซนรองผูแ้ ทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำ� ประเทศไทย นายมารต์ นิ ฮารท์ -ฮนั เซน รองผแู้ ทนโครงการพฒั นาแหง่ สหประชาชาติ ประจำ� ประเทศไทย ไดก้ ลา่ วในปาฐกถาพเิ ศษบนเวที TIJ Public Forum เมอ่ื วนั ที่ 17 กรกฎาคม 2560 ถงึ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตรกับแนวคิดในการพัฒนาว่า ด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นแห่ง พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ท่ีจะน�ำมา ซ่งึ การพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื ไดก้ ลายเปน็ แรงบันดาลใจในการท�ำงานดา้ นการพฒั นา ดงั ทเ่ี รามกั จะไดเ้ หน็ พระองคท์ า่ นทรงงานอยา่ งมเิ คยย่อท้อ เสด็จเยี่ยมราษฎร แม้ในพื้นท่ีห่างไกล เพ่ือท่ีจะทรงทราบว่าราษฎรของพระองค์ท่านยังมีส่ิงใด ขาดแคลน จึงเปน็ เหตผุ ลทพี่ ระองคท์ ่านไดร้ ับรางวัล UNDP Human Devel- opment Lifetime Achievement Award ใน พ.ศ. 2549 พระราชด�ำรขิ องพระองค์ มไิ ดเ้ พยี งแคช่ ว่ ยยกระดบั ความเปน็ อยขู่ องประชาชน ในหลายพ้ืนที่ของประเทศไทย แต่ยังเป็นส่วนส�ำคัญในการวางรากฐานสู่การ บรรลุตามเป้าหมายวาระการพัฒนาทย่ี ง่ั ยืน ผ่านการด�ำเนินงานของโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริกว่า 4,300 โครงการ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านการ จดั การแหลง่ น้�ำ ดา้ นการเกษตร และด้านสาธารณสขุ ในช่วงต้นรัชสมัย พระองค์ทรงให้ความส�ำคัญกับความรู้ด้านการพัฒนา เช่น การจดั การนำ�้ และเขอื่ น เชน่ เดยี วกบั ความสามารถการฟน้ื ฟสู ภาพหลงั ภยั พบิ ตั ิ ซึ่งในวันน้ีได้กลายเป็นประเด็นที่ท่ัวโลกให้ความส�ำคัญ ดังท่ีถูกบัญญัติไว้ใน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและกรอบการด�ำเนินงานลดความเสี่ยงจาก ภัยพบิ ัติ (Sendai Framework) อาจกล่าวได้ว่า แนวคดิ การพัฒนาทีย่ ั่งยืนนนั้ อยใู่ นสายเลือดของประชาชนชาวไทยเสมอมา สถาบันเพื่อการยตุ ธิ รรมแห่งประเทศไทย 39
40 TIJ Journal
วธิ กี ารทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ไดส้ ะท้อนให้เหน็ ถงึ การประยุกต์ใชห้ ลกั นิติธรรมกับการพัฒนาท่ีย่ังยืนในพระราชกรณียกิจและโครงการพัฒนาในพระราชด�ำริหลายโครงการจะมีเรอ่ื งของการส่งเสริมสทิ ธขิ องผู้คนชายขอบและคนไรส้ ทิ ธิ และใหป้ ระชาชนมีสว่ นร่วมในการตัดสนิ ใจเพื่อก�ำหนดความเป็นอยู่ของตนการพฒั นาจะไมป่ ระสบผลส�ำเรจ็ หากประชาชนในพน้ื ทนี่ นั้ ไมม่ สี ทิ ธแิ ละเสยี งในการแสดงความเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเร่ืองที่จะก่อให้เกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตของพวกเขา หากประชาชนไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของสังคมก็จะไม่สามารถพัฒนาอย่างย่ังยืนได้ นอกจากน้ี หลักนิติธรรมท่ีมีประสทิ ธภิ าพเปน็ องคป์ ระกอบส�ำคญั ทจี่ ะท�ำใหก้ ารพฒั นากา้ วหนา้ เพราะหลกันติ ธิ รรมท�ำใหป้ ระชาชนมคี วามเชอ่ื มน่ั ตอ่ สถาบนั ในการน�ำมาซงึ่ การพฒั นาท่ีเปน็ ธรรมและครอบคลมุทผี่ า่ นมาจวบจนถงึ ปจั จบุ นั รฐั บาลไทยไดแ้ สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมงุ่ มนั่ อยา่ งยง่ิท่จี ะสง่ เสรมิ วาระการพัฒนาท่ียงั่ ยนื ค.ศ. 2030 เห็นได้จากบทบาททเ่ี ข้มแข็งในการเจรจาในเวทีสหประชาชาติ น�ำมาซึ่งการประชุม UN SustainableDevelopment Summit 2015 ณ นครนิวยอร์ก และในช่วงวาระการเป็นประธานกลุ่ม 77 พ.ศ. 2560 ประเทศไทยได้ร่วมผลักดันการอนุวัติวาระการพฒั นาที่ยงั่ ยืน ผ่านหวั ขอ้ “หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเพื่อบรรลเุ ปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ่งั ยืน” (SEP for SDGs) ซึง่ เป็นแนวคิดทไ่ี ด้รับแรงบนั ดาลใจมาจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร อนั เปน็ แนวทางทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การพฒั นาที่ยงั่ ยนื ความจงรกั ภกั ดขี องประชาชนชาวไทยทม่ี ตี อ่ พระองคเ์ ปน็ แรงขบั เคลอื่ นส�ำคญั ของความม่งุ มั่นและความพยายามด้านการพัฒนาสถาบนั เพื่อการยตุ ธิ รรมแหง่ ประเทศไทย 41
Special Section :ปาฐกถาพิเศษ พระเจา้ หลานเธอพระองคเ์ จ้าพัชรกติ ิยาภา ในฐานะทตู สันถวไมตรดี ้านหลกั นิติธรรมส�ำหรบั ภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
พระปณธิ านของพระเจา้ หลานเธอ พระองคเ์ จา้ พัชรกิติยาภา ท่มี ุ่งใหห้ ลักนิติธรรมเปน็ หัวใจหลกั ของการพัฒนาทเ่ี ขม้ แขง็ และยงั่ ยนื สง่ ผลใหป้ ระเทศ ไทยเป็นผ้นู �ำและมีบทบาทส�ำคญั ในการผลักดัน ประเดน็ หลกั นติ ธิ รรมเพ่ือเปา้ หมายการพัฒนาท่ี ยงั่ ยนื โดย “หลกั นติ ธิ รรม การปอ้ งกนั อาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา” ไดร้ บั การบรรจุใน ระเบยี บวาระการพัฒนาของสหประชาชาตภิ ายหลงั ปี ค.ศ. 2015 และผ่านการพิจารณารบั รองจาก ท่ีประชุมใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยท่ี 68 เรยี บร้อยแล้ว พระเจา้ หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกติ ยิ าภา ทตู สนั ถวไมตรีดา้ นหลักนติ ธิ รรมส�ำหรับภูมิภาค เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตข้ อง UNODC ประทาน พระด�ำรัสแก่ผู้เข้ารว่ มการประชมุ เวทีสาธารณะ วา่ ด้วยหลักนิติธรรมและการพัฒนาทย่ี งั่ ยนื ครง้ั ท่ี 2 เมอ่ื เดอื นกมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ซ่ึงจดั โดยสถาบนั เพ่ือการยตุ ธิ รรมแห่งประเทศไทย ณ ศูนย์การ ประชมุ สหประชาชาตกิ รงุ เทพมหานคร44 TIJ Journal
สถาบันเพื่อการยตุ ธิ รรมแหง่ ประเทศไทย 45
หลักนติ ิธรรมน้ันไมไ่ ดเ้ พียงแต่เปน็ เป้าหมายการพัฒนาในตวั ของมนั เอง แต่ยังเปน็ ปจั จยั สนับสนุนเพ่ือใหเ้ รา สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอ่นื ๆ ได้ดอี ีกดว้ ย หลกั นิติธรรมท่ที �ำหนา้ ท่ไี ด้ อยา่ งมีประสทิ ธิผล จะช่วยสร้างความ เช่อื ม่ันในหลักประกนั อย่างชัดเจนวา่ การใช้อ�ำนาจบงั คบั ของรัฐกด็ ี การใช้ ประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติก็ดี รวมไปถงึ การส่งเสรมิ ให้เกิดการพัฒนา ทางเศรษฐกิจก็ดี จะเป็นไปเพ่ือ ประโยชนส์ ขุ ของสมาชกิ ทกุ คนในสงั คม พระเจา้ หลานเธอ พระองค์เจา้ พัชรกติ ิยาภา ประทานพระด�ำรสั แกผ่ ูเ้ ข้าร่วมการประชมุ เวทสี าธารณะวา่ ดว้ ยหลักนติ ิธรรม และการพัฒนาท่ยี ั่งยืนครัง้ ท่ี 2 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2560→ QUOTE46 TIJ Journal
ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งท่ีได้มาร่วมการประชุมเวทีสาธารณะ วา่ ดว้ ยหลกั นติ ธิ รรมกบั การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื การประชมุ ในวนั นท้ี งั้ มคี วามสำ�คัญและเหมาะแก่สมัยเพราะเราต่างกำ�ลังมุ่งม่ันดำ�เนินการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน นอกจากน้ียังเป็นโอกาสให้ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงความสำ�คญั ของหลักนติ ธิ รรมซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นสำ�คญั ได้แก่ หวั ขอ้ เรื่องการพัฒนาที่ย่ังยืน และได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในบทบาทใหม่ในฐานะทูตสันถวไมตรสี �ำ หรบั ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ตามทไ่ี ดร้ บั แตง่ ตง้ั จากส�ำ นกั งานวา่ ด้วยยาเสพตดิ และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาตดิ ว้ ยประชาคมนานาชาติได้รับบทเรียนที่ดีหลายประการในการแสวงหาหนทางเพื่อให้เกิดการพัฒนาท่ีย่ังยืน เราได้เรียนรู้ว่าเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหสั วรรษคอื กรอบการท�ำงานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ท�ำใหเ้ ราเหน็ เปา้ หมายทช่ี ดั เจนในการด�ำเนินความพยายามเพื่อต่อสู้กับปัญหาความยากจนแร้นแค้น ความหวิ โหย และโรคภยั ไขเ้ จบ็ ในขณะทพ่ี ยายามรกั ษาความยง่ั ยนื ของสง่ิ แวดลอ้ มเปา้ หมายการพฒั นาแห่งสหสั วรรษนัน้ บรรลผุ ลส�ำเร็จด้วยดใี นหลายด้าน แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่บางประการ หลายคนยังเช่ือว่าเราน่าจะบรรลุผลส�ำเร็จได้มากกว่านี้ หากเราให้ความส�ำคัญกับประเด็นเรื่องความยุติธรรมและหลักนติ ิธรรมมากข้ึนในฐานะทเี่ ปน็ รากฐานอนั ส�ำคัญของการพฒั นาทยี่ ่งั ยนืมาถึงวันนี้เมื่อเรามีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมาแทนที่แล้ว ประชาคมนานาชาตจิ งึ เหน็ พอ้ งกนั แลว้ วา่ เราจะตอ้ งใชแ้ นวทางทดี่ กี วา่ เดมิ เราไดต้ ระหนกัสถาบนั เพื่อการยุติธรรมแหง่ ประเทศไทย 47
แล้วว่าหลักนิติธรรม ความสงบสุข ความยุติธรรม และความมั่นคง เป็นส่วน หนง่ึ ของภารกจิ ของเราทกุ คนในการท�ำใหเ้ กดิ การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื หลกั นติ ธิ รรม ได้กลายมาเป็นเป้าหมายท่ีชัดเจนและช่วยก�ำหนดทิศทางให้เราด�ำเนินความ พยายามเพ่อื เปล่ยี นแปลงโลกของเราใหด้ ีขน้ึ หลกั นติ ธิ รรมนนั้ ไมไ่ ดเ้ พยี งแตเ่ ปน็ เปา้ หมายการพฒั นาในตวั ของมนั เอง แตย่ งั เป็นปัจจยั สนับสนุนเพือ่ ใหเ้ ราสามารถบรรลเุ ป้าหมายการพัฒนาอืน่ ๆ ได้ดอี ีก ด้วย หลักนิติธรรมท่ีท�ำหน้าท่ีได้อย่างมีประสิทธิผลจะช่วยสร้างความเชื่อม่ัน ในหลักประกันอย่างชัดเจนว่าการใช้อ�ำนาจบังคับของรัฐก็ดี การใช้ประโยชน์ จากทรพั ยากรธรรมชาตกิ ด็ ีรวมไปถงึ การสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การพฒั นาทางเศรษฐกจิ ก็ดี จะเป็นไปเพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของสมาชิกทกุ คนในสังคม หลักนิติธรรมในความหมายอย่างกว้างช่วยให้เกิดสภาพท่ีประชาชนพลเมือง ได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุน้ี หลัก นิติธรรมจึงเป็นองค์ประกอบส่วนส�ำคัญในความพยายามของเราทุกคนที่จะ ท�ำใหก้ ารพฒั นาทย่ี ง่ั ยืนบรรลุผล 48 TIJ Journal
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204