ก คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ33102 ได้จัดทำขึ้นมา เพื่อใช้ เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ซึ่งเป็นรายวิชาที่กำหนดให้ เรียนตามหลักสูตร รายละเอียดต่าง ๆ ได้จัดทำครบตามขั้นตอนของกระบวนการจัดทำแผนการ เรียนรู้แบบมุ่งเน้น ให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะทางภาษา และทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารใน ชีวิตประจำวัน และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไม่ว่าเป็นสาระสำคัญ มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์รายวิชา เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนการ วดั ผลและประเมินผล เปน็ ตน้ ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้มีจำนวน 4 หน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 Leisure หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 Crime and punishmentหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 Learning และหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 Health and the Environment ทั้งนี้เมื่อผู้สอนได้ทำการ บันทึกหลงั สอนไวห้ ลังแผนการจัดการเรยี นรู้ไวด้ ้วยแล้ว ผจู้ ดั ทำหวงั เปน็ อยา่ งยิ่งว่าแผนการสอนฉบับนีค้ งจะเกดิ ประโยชนแ์ ก่ผูศ้ ึกษาและสามมาร ถนำไปจัดการเรียนการสอนไดท้ ันที
สารบญั ข เร่อื ง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข คำอธบิ ายรายวชิ า 1 กำหนดการสอน 2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรือ่ ง Future tense 14 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง My sight and sound Blog 29 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง A portrait of the Artist as a young man 40 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 เรื่อง Passive voice 49 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง Oliver Twist 67 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรอ่ื ง Reported speech 76 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง Are you good at math? 88 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 เรื่อง Mood Food 98 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 9 เร่ือง inversion and Adverb of degree แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เร่ือง prefix and suffix 106 114
1 คำอธบิ ายรายวิชา (Course Description) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รหัสวิชา อ 33102 ชือ่ วิชา ภาษาองั กฤษ 6 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 นำ้ หนัก 1.0 หน่วยกติ ครูผ้สู อน นายรุสลาน สาแม โรงเรียนคณะราษฎรบำรงุ จังหวดั ยะลา สังกดั สพม.ยะลา ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- รายวิชาภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ33102 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นรายวิชาที่มุ่งให้ผู้เรียน ศึกษา ภาษาเพื่อการสื่อสาร เข้าใจน้ำเสียง ความรู้สึกของผู้พูด ความแตกต่างด้านภาษา วัฒนธรรมและประเพณี ศึกษาบทอา่ น อา่ นออกเสียงบทอ่านไดถ้ ูกต้องตามหลักการออกเสยี ง ใชน้ ้ำเสยี ง ลีลาเหมาะสมกบั เน้ือหาท่ีอ่าน ตคี วามวิเคราะห์ข้อความ ข้อมลู ข่าวสาร บทความ สารคดี บนั เทงิ คดี ส่ือท่ีเปน็ ความเรยี งและไม่ใช่ความเรียง ในรูปแบบตา่ ง ๆ จากสื่อหนังสือพิมพ์หรอื สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ ฝึกการใช้ภาษาตามมารยาทสงั คม ปฏิสัมพันธก์ บั บุคคลอื่น แสดงความคิดเห็น ความต้องการ อธิบายแลกเปลี่ยนความรู้ และให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องในปัจจบุ ัน อดีตและอนาคต สามารถนำเสนอข้อมูล ความคิดรวบยอด ความคิดเห็น การเจรจา การโน้มน้าว และการ ต่อรองด้วยวิธีหลากหลาย สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ จัดและเข้าร่วมกิจกรรมโดยนำความรู้ด้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี กระบวนการคิดไปใช้อย่างมีวิจารณญาณ เห็นประโยชน์และคุณค่าของภาษาอังกฤษใน การแสวงหาความรู้ เพ่ือขยายโลกทศั น์ เพื่อเตรียมตวั เข้าสสู่ ังคมและโลกอาชีพในอนาคต โดยใช้กระบวนการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่เหมาะสมจากการค้นคว้า สืบค้น สรุปและแสดงความคดิ เห็นจากสื่อและแหล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ ควบคู่กับการบูรณาการเน้ือหากับกลุม่ สาระ การเรียนร้อู น่ื ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมใน การนำเสนอความคิดและเห็นประโยชน์ โดยตระหนักในคุณค่าของภาษา วัฒนธรรม คุณธรรมและจริยธรรม อย่างมวี ิจารณญาณ และมเี จตคติทีด่ ตี ่อการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ รหสั ตัวช้ีวัด ต. 1.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ต. 1.2 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ต. 1.3 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ต. 2.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ต. 2.2 ม.6/1 ม.6/2 ต. 3.1 ม.6/1 ต. 4.1 ม.6/1 ต. 4.2 ม.6/1 ม.6/2 รวม 21 ตวั ช้วี ดั
2 กำหนดการสอน (Course Syllabus) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ รหสั วิชา อ 33102 ชอ่ื วชิ า ภาษาอังกฤษ 6 นำ้ หนกั 1.0 หน่วยกิต ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 สังกัด สพม.ยะลา ครผู ู้สอน นายรุสลาน สาแม โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา การประเมนิ ผล ช่วั โมงท่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั ชนั้ ปี กระบวนการสอน Evaluation คะแนน Score Period Unit Year/level Activity Multiple Choices criteria Indicators 1. ป ร ะ เ ม ิ น ต า ม - จดุ ประสงค์ 1 Pre-test ทดสอบก่อนเรียน 1.1 ป ร ะ เ ม ิ น ก า ร ฟั ง 15 จ า ก จ ำ น ว น ค ำ ต อ บ ท่ี 2–11 Leisure มฐ. ต 1.1 ม.4 - 1. ฟังและอา่ นบทอา่ นเรื่อง My Sight ถูกต้อง โดยใช้เกณฑ์ ผา่ นร้อยละ 70 6/2, & Sound Blog ได้ 1.2 ประเมินการพูดโดย ใช้แบบประเมินการพูด ต 1.1 ม.4 - 2. พดู ถาม-ตอบเกย่ี วกับ My Sight & เกณฑ์ผ่านระดับพอใช้- ดี 6/3, Sound Blog ได้ 1.3 ประเมินก า ร พู ด แสดงความคิดเห็นโดย ต 1.1 ม.4-6/4, 3. เขียนประโยคโดยใช้โครงสรา้ ง ใช้แบบประเมินการ อภิปราย เกณฑ์ผา่ น ต 1.2 ม.4-6/1, ไวยากรณ์ be going to and will for ระดับพอใช้-ดี 1.4 ประเมินการอ่าน ต 1.2 ม.4-6/3, future ได้ บทความสั้นๆ จาก จำนวนคำตอบที่ถูกต้อง ต 1.2 ม.4-6/4, 4. ฟังบทพูดในหัวข้อ The โดยใช้เกณฑ์ผา่ น รอ้ ยละ 70 ต 1.2 ม.4-6/5, Tottenham Arts Festival แลว้ ตอบ ต 1.3 ม.4-6/1, คำถามได้ ต 1.3 ม.4-6/2, 5. เขียนประโยคโดยใชโ้ ครงสร้าง ต 1.3 ม.4-6/3 ไวยากรณ์ future perfect tense ได้ มฐ. ต 2.1 ม.4-6/1, 6. เขียนประโยคโดยใช้ compound ต 2.1 ม.4-6/3, nouns ได้ ต 2.2 ม.4-6/1, 7. แตง่ ประโยคโดยใช้ phrasal verbs ต 2.2 ม.4-6/2 ได้ มฐ. ต 3.1 ม.4-6/1 8. เขียนประโยคโดยใชโ้ ครงสรา้ ง มฐ. ต 4.1 ม.4-6/1 ไวยากรณ์ present simple and present continuous for future,
3 ช่วั โมงที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั ชัน้ ปี กระบวนการสอน การประเมินผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria future continuous tense และ 1.5 ประเมินการอ่าน future perfect tense ได้ แล้วบอกใจความสำคัญ 9. อ่านบทอ่านและพูดถามตอบ และรายละเอียด จาก เกี่ยวกับ A Portrait of the Artist as จำนวนคำตอบทถี่ ูกตอ้ ง a Young Man ได้ โดยใช้เกณฑผ์ ่านร้อยละ 10. ฟังบทความเรอ่ื ง A Portrait of 70 the Artist as a Young Man แลว้ 1.6 ประเมนิ การเขียน สรุปใจความสำคัญได้ ประโยคได้ถกู ต้องตาม 11. เขียนประโยคและแสดงความ หลกั ไวยากรณ์ จาก คิดเหน็ เก่ยี วกบั A Portrait of the จำนวนประโยคที่ Artist as a Young Man ได้ ถูกต้องโดยใช้เกณฑ์ผ่าน 12. เขยี นจดหมายสมัครงานโดยใช้ ร้อยละ 70 โครงสร้างประโยค present simple 1.7 ประเมนิ การเขียน tense, present continuous tense, อเี มลโดยใชแ้ บบ be going to and will for future, ประเมนิ การเขียน future continuous tense และ จดหมาย/อีเมลเกณฑ์ future perfect tense ได้ ผ่านระดับพอใช้-ดี Topic: leisure time activities and 2. ประเมินผลการทำ entertainment. แ บ บ ฝ ึ ก ห ั ด โ ด ย ใช้ Grammar: be going to and will เกณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 70 for future; Future continuous; 3. ประเมินการเรียนรู้ Present simple and continuous หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 for future; Future perfect. โดยใช้แบบทดสอบ Vocabulary: entertainment. ประจำหน่วยท่ี 3 โดยใช้ Functions: talking about plans เกณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 70 and intentions.
4 ช่ัวโมงท่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั ชัน้ ปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria Use of English: get; compound 4. ประเมนิ การทำ 10 nouns; phrasal verbs with down. แบบทดสอบ O-NET Reading: read a blog entry หนว่ ยท่ี 3 โดยใช้เกณฑ์ about entertainment activities; a ผา่ นร้อยละ 70 passage from the book A Portrait of the Artist as a Young Man. Listening: listen to extract from an arts festival programme; listen to an extract from the book A Portrait of the Artist as a Young Man. Speaking: talk about your dreams for the future. Writing: respond to a friend’s email; write a personal statement in a letter of application. Critical thinking: think about and discuss topics related to entertainment. Language development: so; compound nouns: entertainment. 12–21 Crime and มฐ. ต 1.1 ม.4-6/1, 1. ฟังและอา่ นบทอ่านเร่ือง Breaking 1. ประเมนิ ตาม Punishment ต 1.1 ม.4-6/2 , the Law ได้ จดุ ประสงค์
5 ช่วั โมงที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ช้วี ดั ชั้นปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria 2. พดู ถาม ตอบ เกี่ยวกบั เร่ือง 1.1 ประเมินผลการฟงั ต 1.1 ม.4-6/3, ต 1.1 ม.4-6/4, Breaking the Law ได้ จากจำนวนคำตอบท่ี ต 1.2 ม.4-6/1, 3. เขียนประโยคโดยใชไ้ วยากรณ์ ถกู ต้องโดยใชเ้ กณฑ์ผ่าน ต 1.2 ม.4-6/2, present and past passive และ ร้อยละ 70 ต 1.2 ม.4-6/4, impersonal passive structure ได้ 1.2 ประเมินผลการพูด ต 1.2 ม.4-6/5, 4. พดู แลกเปลย่ี นความคิดเห็นเกี่ยวกับ โดยใชแ้ บบประเมนิ การ ต 1.3 ม.4-6/1, วธิ ีการลงโทษในสถานการณ์ต่างๆ ได้ พูดเกณฑผ์ า่ นระดบั ต 1.3 ม.4-6/2, 5. พดู ถาม-ตอบ เกี่ยวกับแรงจงู ใจใน พอใช้-ดี ต 1.3 ม.4-6/3 การก่ออาชญากรรมในเร่ือง The 1.3 ประเมินผลการพูด มฐ. ต 2.1 ม.4-6/2, perfect murder ได้ อภิปราย โดยใชแ้ บบ ต 2.2 ม.4-6/2 6. ฟังรายงานขา่ วเร่ือง The perfect ประเมนิ การอภิปราย มฐ. ต 3.1 ม.4-6/1 murder แลว้ ตอบคำถามได้ เกณฑผ์ า่ นระดับ พอใช้- มฐ. ต 4.1 ม.4-6/1, 7. เขยี นข่าวสนั้ ท่เี พื่อนเลา่ โดยใช้ศพั ท์ ดี ต 4.2 ม.4-6/1 สำนวนภาษาและรปู ประโยค passives 1.4 ประเมินผลการอา่ น ได้ บทความสนั้ ๆ จาก 8. อา่ นบทอ่านเรือ่ ง Rock Singer จำนวนคำตอบที่ถูกต้อง Charged แลว้ ตอบคำถามได้ โดยใช้เกณฑผ์ า่ น รอ้ ย 9. แตง่ ประโยคโดยใชโ้ ครงสร้าง ละ 70 impersonal passive ได้ 1.5 ประเมินผลการอา่ น 10. อ่านบทอา่ นหัวข้อ Domestic แล้วบอกใจความสำคัญ violence แล้วตอบคำถามได้ และรายละเอียดจาก 11. พดู แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับคำ จำนวนคำตอบท่ีถกู ต้อง ตดั สนิ อาชญากรรมเดก็ ได้ โดยใชเ้ กณฑผ์ า่ นร้อยละ 12. อ่านบทอา่ นเรือ่ ง Oliver Twist 70 แล้วตอบคำถามได้ 1.6 ประเมินผลการ เขียนประโยคได้ถูกต้อง
6 ชั่วโมงท่ี หน่วยการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั ชัน้ ปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria 13. เขียนบทวิจารณ์หนังสือ (book ตามหลักไวยากรณจ์ าก review) ที่อา่ นได้ จำนวนประโยคที่ Topic: Crime and Punishment ถกู ต้องโดยใชเ้ กณฑผ์ ่าน Grammar: Passives, Impersonal รอ้ ยละ 70 passive structures, Causatives. 1.7 ประเมินผลการ Vocabulary: Crime, Trials. เขียนบทความโดยใช้ Functions: Describing a crime แบบประเมนิ การเขียน scene. เกณฑผ์ า่ นระดบั พอใช้- Use of English: Collocation: ดี crime and trials, Multiple-choice cloze. Reading: read a blog entry about Breaking the law, a passage from the book Olive Twist. Listening: listen to extract from the newspaper articles; listen to extract from the book Breaking the law, Oliver Twist. Speaking: talk about how to report to the police. Writing: A book review; write a book review that interesting. Critical thinking: Discuss about The criminal justice system.
7 ชว่ั โมงที่ หนว่ ยการเรยี นรู้ ตัวชี้วัดชนั้ ปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria Language development: 20 confusing words: Crime Informal 15 English/Slang 22 Mid-term สอบระหว่างภาค ขอ้ สอบ 50 ขอ้ Test 23–31 Learning มฐ. ต 1.1 ม.4-6/1, 1. ฟงั และอา่ นบทความเร่ือง 1. ป ร ะ เ ม ิ น ต า ม ต 1.1 ม.4-6/2, ความสามารถทางดา้ นภาษา (literacy) จุดประสงค์ ต 1.1 ม.4-6/3, และความสามารถด้านคณติ ศาสตร์ 1.1 ประเมินผลการฟัง ต 1.1 ม.4-6/4, (numeracy) ในประเทศองั กฤษได้ จากจำนวนคำตอบที่ ต 1.2 ม.4-6/1, 2. พูด ถาม-ตอบ เกีย่ วกับวชิ า ถูกตอ้ งโดยใช้เกณฑ์ผ่าน ต 1.2 ม.4-6/2, คณิตศาสตร์ได้ รอ้ ยละ 70 ต 1.2 ม.4-6/3, 3. เขียนประโยค reported speech 1.2 ป ร ะ เ ม ิ น ผ ล ก า ร ต 1.2 ม.4-6/4, ได้ เขียนประโยคได้ถูกต้อง ต 1.2 ม.4-6/5, 4. พูดและเขยี นประโยค reporting ตามหลักไวยากรณ์ จาก ต 1.3 ม.4-6/1, commands/requests ได้ จ ำ น ว น ป ร ะ โ ย ค ท่ี ต 1.3 ม.4-6/2, 5. ฟงั บทสนทนาเร่ืองการศกึ ษาของ ถูกต้อง โดยใช้เกณฑ์ ต 1.3 ม.4-6/3 บุคคล 4 คน แลว้ ตอบคำถามได้ ผ่านร้อยละ 70 มฐ. ต 2.1 ม.4-6/1, 6. แต่งประโยคโดยใชไ้ วยากรณ์ 1.3 ประเมินผลการอ่าน ต 2.1 ม.4-6/2, prepositions followed by -ing บทความสั้นๆหนังสือ ต 2.1 ม.4-6/3, verb ได้ ข่าวจากจำนวนคำตอบ ต 2.2 ม.4-6/2 7. อ่านข้อความที่ Thomas Brown ที่ถูกต้องโดยใช้เกณฑ์ มฐ. ต 3.1 ม.4-6/1 กลา่ วในรายการวิทยุแล้วตอบคำถามได้ ผา่ นร้อยละ 70 มฐ. ต 4.1 ม.4-6/1, 8. เขียนบทความแสดงความคดิ เห็น 1.4 ประเมินการเขยี น ต 4.2ม.4-6/1, เกีย่ วกบั การศึกษาได้ คำทมี่ ี negative ต 4.2 ม.4-6/2 9. เขยี น collocations โดยใช้คำท่ี prefixes ตา่ งๆจาก กำหนดได้
8 ชั่วโมงท่ี หน่วยการเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั ชัน้ ปี กระบวนการสอน การประเมินผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria 10. เขียนคำท่ีมี negative prefixes จำนวนคำทถี่ ูกตอ้ งโดย ต่างๆ ได้ ใชเ้ กณฑ์ผ่านร้อยละ 70 11. อา่ นบทอ่านเร่ือง Top 1.5 ประเมินการอ่าน Universities แลว้ สรปุ ใจความสำคญั บทอ่านเรื่อง Top ได้ Universities แลว้ สรปุ 12. เขยี นรายงานเรอื่ ง Education in ใจความสำคญั จาก my country todayได้ จำนวนประโยคที่ 13. พดู นำเสนอข้อมลู เร่ือง Education ถกู ต้องโดยใช้เกณฑผ์ ่าน in my country todayได้ ร้อยละ 70 Topic: Learning 1.6 ประเมินผลการ Grammar: Reported statements, นำเสนอเรือ่ ง Reporting verbs, Reporting Education in my commands and requests, country today โดยใช้ Prepositions followed by gerund. แบบประเมินการ Vocabulary: Education, Formal นำเสนอ เกณฑ์ผา่ น vs informal words. ระดับพอใช้-ดี Functions: Reporting commands 1.7 ประเมนิ ผลการ and requests. เขยี นรายงานเรื่อง Use of English: Collocation: get Education in my or have, Common Phrasal verb country today โดยใช้ collocation, Negative prefixes, แบบประเมนิ การเขยี น Word formation. เกณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้- Reading: Read the article about ดี literacy and numeracy in UK; 2. ประเมนิ ผลการทำ Read the article about Are you แบบฝึกหัดในหนงั สือ เรยี นและแบบฝึกหัด
9 ชว่ั โมงท่ี หน่วยการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั ชั้นปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria good at maths?, Interview with จากจำนวนคำตอบท่ี 10 top university students. ถูกต้องโดยใชเ้ กณฑ์ผา่ น Listening: Listen the article ร้อยละ 70 about literacy and numeracy in 3. ประเมนิ การเรียนรู้ UK; Listen the article about Are หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 you good at maths?, Interview โดยใชแ้ บบทดสอบ with top university students. ประจำหน่วยท่ี 7ใช้ Speaking: Ask and answer เกณฑ์ผา่ นร้อยละ 70 questions about your education 4. ประเมินการทำ so far. แบบทดสอบ O-NET Writing: Writing a report; A หนว่ ยที่ 7 โดยใช้เกณฑ์ report about education in your ผา่ นร้อยละ70 country. Critical thinking: Write a paragraph about the connection between class size and educational success at school Language development: Introducing facts. 32–39 Health and มฐ. ต 1.1 ม.4-6/1, 1. พดู และเขียนประโยค inversionsได้ 1. ประเมนิ ตาม the ต 1.1 ม.4-6/2, ถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์ จดุ ประสงค์ Environment ต 1.1 ม.4-6/3, 2. เขยี นแยกหมวดหมู่ของอาหารได้ 1.1 ประเมินการเขียน ต 1.1 ม.4-6/4, ถูกต้อง ประโยค inversions ต 1.2 ม.4-6/1, 3. อ่านบทความเกย่ี วกบั อาหารและ จากจำนวนคำตอบที่ ต 1.2 ม.4-6/3, อารมณ์แล้วสรุปใจความสำคัญและ ถกู ต้องโดยใชเ้ กณฑ์ผ่าน ต 1.2 ม.4-6/4, บอกรายละเอียดได้ รอ้ ยละ 70
10 ชวั่ โมงที่ หน่วยการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัดช้นั ปี กระบวนการสอน การประเมินผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria 4. พูดแสดงความคดิ เหน็ เปรียบเทยี บ 1.2 ประเมนิ การอา่ น ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1, อาหารการกินสมยั ก่อนกับสมัยปัจจุบนั บทความเก่ยี วกบั อาหาร ต 1.3 ม.4-6/3 ได้ และอารมณ์แลว้ สรุป มฐ. ต 2.1 ม.4-6/1, 5. ฟังและอา่ นเรื่องเก่ยี วกบั ปัญหา ใจความสำคัญและบอก ต 2.1 ม.4-6/2, มลภาวะทางเสยี งแล้วตอบคำถามได้ รายละเอียดได้จา ก ต 2.2 ม.4-6/1, 6. พดู และเขยี นบทความเชิงวิเคราะห์ จำนวนคำตอบที่ถูกต้อง ต 2.2 ม.4-6/2 เกยี่ วกับส่ิงแวดลอ้ มและแนวทางในการ โดยใชเ้ กณฑ์ผา่ นร้อยละ มฐ. ต 3.1 ม.4-6/1, แกป้ ญั หาได้ 70 มฐ. ต 4.1 ม.4-6/1, 7. เขียน compound nouns จากคำ 1.3 ประเมินการฟงั ทีก่ ำหนดให้ได้ เร่อื งราวเกย่ี วกบั ปัญหา 8. เปรียบเทียบ food idioms สำนวน มลภาวะทางเสียงจาก ภาษาอังกฤษกบั ภาษาไทยได้ จำนวนคำตอบท่ีถกู ต้อง 9. เขียนคำศัพท์ใหมท่ ี่เกิดจากการเติม โดยใชเ้ กณฑผ์ ่านร้อยละ prefix และ suffix ได้ 70 10. อา่ นเรือ่ งย่อ Eat, Pray, Love 1.4 ประเมนิ การพูด และ The secret diary of Adrian แสดงความคดิ เหน็ Mole aged 13¾ แล้วเติม เกี่ยวกบั สง่ิ แวดลอ้ มและ ข้อความได้ แนวทางในการ 11. ฟังการสนทนาของบุคคล 5 คน แก้ปญั หาโดยใชแ้ บบ เกี่ยวกบั หนงั สอื เล่มโปรดแลว้ ตอบ ประเมินการอภปิ ราย คำถามได้ เกณฑ์ผ่านระดับพอใช้- 12. พดู ถาม-ตอบ และแสดงความ ดี คดิ เหน็ เก่ียวกบั หนงั สือเลม่ โปรดได้ 1.5 ประเมินการเขยี น 13. เขยี นเร่ืองส้นั ตามความสนใจได้ compound nouns Topic: Health and the จากจำนวนคำตอบที่ Environment. ถกู ต้องโดยใช้เกณฑ์ผ่าน
11 ชวั่ โมงที่ หน่วยการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั ชั้นปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria Grammar: Inversions, such, so… รอ้ ยละ70 (that), too, very, quite, enough. 1.6 ประเมนิ การพูด Vocabulary: Food and health, เปรียบเทียบ Food The environment. idioms สำนวน Functions: Talking about ภาษาอังกฤษกับ problems, Criticising. ภาษาไทยจากจำนวน Use of English: Compound คำตอบที่ถูกตอ้ งโดยใช้ nouns, Word building: -ful and – เกณฑ์ผ่านร้อยละ 70 less, Word building, Suffixes, 1.7 ประเมนิ การฟังการ Word formation, Open cloze. สนทนาเกีย่ วกับหนงั สือ Reading: Read the article about เล่มโปรดจากจำนวน human migration, Read a คำตอบที่ถูกต้องโดยใช้ magazine about what we eat เกณฑ์ผ่านร้อยละ 70 and how we feel. 1.8 ประเมินการเขียน Listening: Listen to a lecture เรื่องสั้นโดยใช้แบบ about noise pollution, Listen ประเมินการเขียนเกณฑ์ about people talking about why ผา่ นระดบั พอใช้-ดี they liked a book. 2. ประเมินผลการทำ Speaking: Talking about books แบบฝึกหัดในหนังสือ you liked. เ ร ี ย น แ ล ะ แ บ บ ฝ ึ ก หั ด Writing: Writing a story จากจำนวนคำตอบ Critical thinking: Write a short ที่ถูกต้อง โดยใช้เกณฑ์ text about the problems of the ผ่านร้อยละ 70 environment. 3. ประเมนิ การเรยี นรู้ Language development: Food หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 idioms. โดยใชแ้ บบทดสอบ
12 ชว่ั โมงที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัดชัน้ ปี กระบวนการสอน การประเมนิ ผล คะแนน Period Unit Year/level Activity Evaluation Score Indicators criteria ประจำหนว่ ยท่ี 9 ด้วย 40 Final Test สอบปลายภาคเรยี น เกณฑผ์ ่านร้อยละ 70 30 รวมตลอดภาคเรียน 4. ประเมนิ การทำ 100 แบบทดสอบ O-NET หนว่ ยท่ี 9โดยใช้เกณฑ์ ผา่ นร้อยละ 70 จำนวนข้อสอบ 60 ขอ้
13 กาหนดการสอน ภาคเรียนท่ี 2 ปีการ ก า 2564 รายวชิ าภา าอังก 6 (อ33102) ช้นั มธั ยม ก าปที ี่ 6 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ า าตา่ งประเท ท่ี ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชัว่ โมง) หมายเหตุ 1 Leisure ออน ลน ปกติ 10 2 Crime and Punishment 10 3 Learning 55 10 4 Health and the Environment 10 55 40 รวมตลอดภาคเรยี น 55 55 20 20 ลงช่ือ......................................................... ลงชือ่ ......................................................... (นายรสุ ลาน สาแม) (นายรุสลาน สาแม) ครูผู้สอน หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ลงช่อื ......................................................... (นางสาวเพรศิ พิศ คหู ามขุ ) รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ หมายเหตุ : เวลาท่ีใช้ในการสอนให้กำหนดเป็นออนไลน 20% และสอนปกตใิ นชนั้ เรยี น 80% ของเวลาเรยี นท้ังหมด
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 14 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาองั กฤษ 6 รหัสวิชา อ33102 สพม.ยะลา หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 Leisure เรื่อง Future tense ชน้ั มัธยม ก าที่ 6 เวลาเรียน 1 คาบ ครผู ูส้ อน ครรู ุสลาน สาแม โรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจังหวัดยะลา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 : ภาษาเพ่ือการสื่อสาร มฐ. ต 1.2 ม.4-6/4 สาระที่ 2 : ภาษาและวฒั นธรรม มฐ. ต 2.2 ม.4-6/1 สาระท่ี 4 : ภาษากบั ความสัมพันธ์กบั ชมุ ชนและโลก มฐ. ต 4.1 ม.4-6/1 2. ตัวช้ีวดั ต 1.2 ม.4-6/4 พูดและเขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมลู บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทียบ และแสดงความ คดิ เห็นเกีย่ วกับเร่ือง/ประเดน็ /ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ที่ฟงั และอา่ นอย่างเหมาะสม ต 2.2 ม.4-6/1 อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกตา่ งระหว่างโครงสรา้ งประโยค ข้อความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต และบทกลอนของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย ต 4.1 ม.4-6/1 ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองท่เี กิดขน้ึ ในห้องเรียน สถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม 3. จุดเนน้ การพฒั นาการเรยี นรู้ 1. ใช้เทคโนโลยีเพือ่ การเรยี นรู้ 2. ทักษะการคิดชนั้ สูง 3. ใช้ทักษะชีวิตอย่างมีความสุข ฝึกการทำงานเป็นคูส่ ามารถใช้ภาษาองั กฤษเป็นภาษาในการส่ือสาร 4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสรา้ งของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทยได้ และใช้ ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จำลองท่ีเกดิ ขน้ึ ในห้องเรยี นได้ เพ่ือเป็นประโยชนต์ ่อนักเรียนในการนำความรู้ไปใช้ ในการติดต่อส่ือสารและเหตกุ ารณใ์ นชีวิตจรงิ ไดเ้ ป็นอย่างดี
15 5. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. เขียนประโยคโดยใช้โครงสร้างไวยากรณ์ Future simple tense, Future continuous tense, Future perfect tense และ Future perfect continuous tense 2. เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของโครงสรา้ งไวยากรณ์ Future simple tense, Future continuous tense, Future perfect tense และ Future perfect continuous tense 6. สาระการเรยี นรู้ ความรู้ความสามารถ (K) โครงสร้างประโยค / วยากรณ์ (Structure and Grammar) - be going to and will for future is/am/are going to v.1 subject will (infinitive without to) - Future simple tense subject + will + v.inf - Future continuous tense subject + will be + v-ing - Future perfect tense suject + will have + v.3 - Future perfect continuous tense suject + will have+ been + v.ing ทกั ะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการเขยี น 2. ทักษะการทำงาน คณุ ลกั ณะอนั พงประสงค์ (A) 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. ม่งุ มันในการทำงาน 3. มีวินัย 4. มจี ติ สาธารณะ
16 7. สมรรถนะสำคัญ - ความสามารถในการคิด - ความสามารถในการเขียน 8. บูรณาการ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง อาเซียน ทอ้ งถิ่น 9. สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สอื FLASH M.6 STUDENT’S BOOK 2. แอพลิเคชนั canva เรอ่ื ง Future tense 3. แบบทดสอบ เรือ่ ง Present tense 10. การวัดและประเมนิ ผล 1. ประเมินการทำกจิ กรรมในหนังสอื เรยี น 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นร้ใู นชว่ งการทำกิจกรรม เครือ่ งมอื วัดผล 1. แบบฝกึ หัดในหนงั สือเรียนและเอกสารประกอบการเรียน 2. แบบประเมนิ ทกั ษะทางภาษา 3. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เกณฑ์การวดั สิ่งท่ตี ้องการวดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารวัด 10 คะแนน ดีมาก 1. ความรู้ความสามารถ (K) - แบบทดสอบหลังเรยี น เรอื่ ง 7-9 คะแนน ดี 4-6 คะแนน พอใช้ 1.1 โครงสร้างประโยค Future tense 0-3 คะแนน ปรบั ปรุง 2. ทกั ะกระบวนการ (P) - แบบฝึกหัดใน canva เรอ่ื ง ระดับ 3 ดมี าก 2.1 กระบวนการเขยี น Future tense ระดบั 2 ดี ระดบั 1 ตอ้ งปรบั ปรุง 3. คุณลกั ณะอนั พงประสงค์ -แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึง ระดบั 3 ดมี าก (A) ประสงค์ ระดับ 2 ดี 3.1 ใฝ่เรยี นรู้ ระดบั 1 ต้องปรบั ปรงุ 3.2 มุ่งมนั ในการทำงาน 3.3 มีวินยั 3.4 มีจิตสาธารณะ
17 10. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นกระต้นุ ใหท้ ำ (Stimulation) 1. ครทู ักทายนกั เรียนโดยการถามนกั เรยี นวา่ “What do you want to do in the future?” และ “What is your plan of tomorrow?” 2. ครใู หน้ กั เรยี นวางแผนงา่ ยๆวา่ วนั นตี้ อ้ งทำอะไรบ้าง โดยใช้หวั ข้อ “To do list” ข้ันนำเสนอใหค้ ิด (Presentation) 3. ครูแจกเอกสารประกอบการเรยี นเรอื่ ง Future tense ให้กบั นกั เรยี น และใหน้ ักเรยี นเรยี นรู้เนื้อหา ก่อนเรมิ่ บทเรียน ซ่ึงมเี นื้อหาดังนี้ Future Simple Tense Future Simple Tense เป็น Tense ท่ีพูดถงึ เรื่องราวที่จะเกิดขึน้ ในอนาคตอนั ใกล้ เช่น ฉนั จะทำน่ัน ฉนั จะทำนี่ โครงสรา้ งของ Future Simple Tense ประโยคบอกเลา่ : Subject + will + Verb Infinitive + Object NOTE: Verb infinitive คือ คำกริยาที่อยูใ่ นรูปปกติ ไม่มีการผนั และไม่มกี ารเตมิ สิง่ ใดต่อท้าย ตัวอย่างเช่น talk, swim, go ประโยคปฏิเสธ : Subject + will not (won't) + Verb Infinitive + Object ประโยคคำถาม : Will/Shall + Subject + Verb Infinitive? หลักการใช้ Future Simple Tense 1. ใช้กับเหตกุ ารณ์ทคี่ าดวา่ จะเกดิ หรอื มโี อกาสทจี่ ะขนึ้ ในอนาคต โดยท่ีเหตกุ ารณน์ ้ันจะเกดิ ขน้ึ หรือไม่เกดิ ขน้ึ ก็ ได้ Ex. They say it will rain all week. พวกเขาบอกว่าฝนจะตกตลอดทัง้ สปั ดาหเ์ ลย (ซ่ึงความจริงแลว้ ฝนอาจจะไม่ตกก็ได)้ Ex. Jane will come to the party. เจนจะไปงานเล้ยี ง (ซึ่งความจรงิ แลว้ เจนอาจจะไมไ่ ปงานเลย้ี งก็ได้)
18 2. ใชใ้ นโครงสร้าง If-clause แบบที่ 1 แสดงถึงเหตุการณ์ท่ีมีแนวโน้มจะเกดิ ขึน้ เม่ือมีอกี เหตุการณ์หนง่ึ เกดิ ขึ้นมากอ่ น Ex. If Patrick comes, I will go. ถา้ แพทรคิ มา ฉนั จะไป Ex. All the students will be kept in detention if they misbehave. นักเรียนทงั้ หมดจะถูกลงโทษโดยการกักตวั ถา้ พวกเขาประพฤตติ ัวไม่ดี 3. ใช้กับการให้สญั ญา หรือการเสนอสง่ิ ๆ หนึ่งให้ผอู้ ื่น Ex. I will give you a lift to the university if you want to. ฉันจะไปส่งเธอทมี่ หาวทิ ยาลยั เองถ้าเธอต้องการ Ex. Will you have some more juice? คุณจะรบั นำ้ ผลไมเ้ พิ่มหน่อยไหม 4. ใช้กบั เหตุการณ์ท่ีเพิ่งคดิ ได้วา่ จะทำเดย๋ี วนัน้ ไม่มีการเตรียมตวั มาก่อนลว่ งหน้าวา่ จะทำ Ex. Kate: Can we go to the department store? เราไปห้างสรรพสินคา้ กันดีไหม Carl: We’ll see. ขอฉนั คดิ ดูก่อนนะ NOTE: เราสามารถใช้ shall แทน will ได้ในกรณที ี่ต้องการแสดงความจรงิ ใจ ต้ังใจหรอื แสดงความหนักแนน่ จรงิ จังของการกระทำ Ex. Mary shall be glad to see Ken. แมรี่คงต้องดีใจทีจ่ ะไดพ้ บเคน Ex. I shall be disappointed if she isn’t happy. ฉันคงตอ้ งผิดหวงั ถา้ เธอไม่มีความสุข Ex. Tonight, you shall sleep outside. คืนนี้แกจะตอ้ งนอนข้างนอก Future continuous tense การใชป้ ระโยคแบบ Future continuous tense ใช้ได้กับเหตุการณ์ 2 แบบ คือ มเี หตกุ ารณห์ นึ่งเดยี วทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต โดยมีการระบเุ วลาในอนาคตไว้ค่อนข้างชัดเจน ดว้ ย เชน่ My brother will be watching a football match tomorrow at 9 am. พชี่ ายของฉนั คงกำลงั ดกู ารแข่งขนั ฟตุ บอล ในวนั พรงุ่ นี้ เวลา 9 โมง
19 โครงสร้างประโยค Future continuous tense ประโยคบอกเลา่ Subject + will + be + V.ing I will be studying English at 10 o’clock tomorrow. ประโยคปฏิเสธ Subject + will not be + V.ing I will not be studying English at 10 o’clock tomorrow. ประโยคคำถาม Will + Subject + be + V.ing Will I be studying English at 10 o’clock tomorrow? ตัวอย่างประโยค - My friend will be doing his homework tonight. (เพอื่ นฉนั คงกำลงั ทำการบา้ นอยใู่ นคืนน้ี) - The first train will be arriving tomorrow at 6 o’clock. (รถไฟขบวนแรกจะมาถงึ พรงุ่ น้ี เวลา 6 โมง) - At 7 o’clock, I will be eating dinner with my family. (เวลา 1 ทมุ่ ฉันคงกำลังกินอาหารมอื้ ค่ำกับครอบครัวอยู)่ - I will be having a test at 9 a.m. tomorrow. (ฉนั คงกำลงั สอบอยู่ตอนพร่งุ นี้9 โมง) - I will be seeing the doctor on Friday afternoon. (ฉนั คงกำลงั ไปหาหมอ ในวันศกุ ร์ชว่ งบา่ ย) - Next Monday, you will be working in your new job. (วันจันทรห์ นา้ นี้ คณุ ก็คงกำลังทำงานในท่ใี หม่) มี 2 เหตกุ ารณ์ท่ีคาดว่ากำลังจะเกิดขน้ึ ในอนาคต แตเ่ กดิ ขึ้นไม่พร้อมกัน เชน่ I will be sleeping when my mom gets home tonight. (ฉันคงกำลงั หลบั อยตู่ อนที่แม่มาถึงบ้านคนื น)้ี การใชโ้ ครงสร้างประโยคของ 2 เหตกุ ารณ์ เหตกุ ารณ์ ท่ี 1 ใช้ Future S. + will + be + I will be sleeping (เกดิ ก่อน) Continuous V.ing เหตุการณ์ ท่ี 2 ใช้ Present Simple S + V.1 my mom gets home (เกดิ หลัง) ตัวอย่างประโยค - I’ll be preparing the dinner when you come tomorrow evening. (ฉนั คงกำลงั เตรยี มอาหารคำ่ อยตู่ อนที่คุณกลับมาพรุ่งน้ีเย็น)
20 เพ่ิมเติม: I’ll เป็นรูปยอ่ ของ I will สว่ น I will not ใช้รูปยอ่ เปน็ I won’t - My boss will be meeting when I arrive tomorrow morning. (เจา้ นายของฉันคงกำลังประชุมอยู่ ตอนที่ฉันไปถงึ พรงุ่ นี้เชา้ ) - The children will be sleeping when I cook breakfast tomorrow morning. (เดก็ ๆ คงกำลงั หลบั อยู่ตอนทฉ่ี ันทำอาหารเช้าวันพรุ่งน้ี) ข้อสังเกต : การใช้ Future continuous tense มคี วามใกลเ้ คียงกับ Future simple tense เพราะว่าเปน็ การบอกถงึ เหตุการณ์ทก่ี ำลังจะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตข้างหนา้ เหมือนกนั แต่แตกตา่ งกนั ตรงท่ี Future continuous tense จะเหน็ ภาพเหตุการณช์ ัดเจนกวา่ มีความแน่นอนทจ่ี ะเกิดขน้ึ มากกวา่ ลองดู 2 ประโยค ขา้ งลา่ งนี้เปรยี บเทียบกนั - I will see the doctor tomorrow morning. ฉันจะไปหาหมอวนั พรุ่งนี้ตอนเชา้ (Future simple) - I will be seeing the doctor tomorrow morning. ฉนั คงกำลงั พบหมออยู่ในวนั พรุ่งนตี้ อนเช้า(Future continuous) ประโยคแรกบอกเพยี งวา่ จะไปพบหมอ ซง่ึ สุดทา้ ยแลว้ กอ็ าจจะไปจรงิ หรือไม่ไปกไ็ ด้ ส่วนประโยคทีส่ องน่คี ือ พรงุ่ นีต้ อนเช้าจะต้องกำลังพบหมออยู่แน่ ๆ คือเหน็ ภาพกำลังตรวจกบั หมออยู่เลย ถ้ามาหากเ็ จอแนน่ อน Future perfect tense การใช้ Future Perfect Tenseสามารถนำไปใชไ้ ดก้ ับเหตุการณ์ 2 แบบ คือ 1. มีเหตุการณ์หน่งึ เหตุการณ์ท่ีคาดวา่ จะสิ้นสุดลงแล้วในอนาคต เชน่ I will have finished my report by tomorrow. (ฉันคงจะทำรายงานของฉันเสรจ็ ในวนั พรุ่งน)้ี โครงสรา้ งและตัวอย่างประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + will + have + V.3 I will have finished my report by tomorrow. ประโยคปฏเิ สธ Subject + will + not + have + V.3 I will not have finished my report by tomorrow. ประโยคคำถาม Will + Subject + have + V.3 Will I have finished my report by tomorrow? ตัวอยา่ งการใช้ Future Perfect Tense - I will have seen the dentist Friday evening. (ฉันคงจะหาหมอฟนั เสรจ็ แลว้ ตอนเย็นวนั ศกุ ร์)
21 - We will have eaten dinner at 6 o’clock tomorrow. (พวกเราคงจะกินอาหารม้อื ค่ำกันเสรจ็ ตอน 6 โมงเยน็ พรงุ่ น)ี้ - I will have watching movie tomorrow evening. (ฉนั คงจะดหู นังเสรจ็ ตอนเยน็ วันพรุ่งน้)ี - I will have been here for one year next month. (ในเดอื นหน้า ฉันกจ็ ะอยู่ทน่ี ่ีมาไดค้ รบ 1 ปแี ลว้ ) 2. มี 2 เหตกุ ารณ์ โดยในอนาคตจะมเี หตุการณ์หน่ึงดำเนินมาจนจบสนิ้ ลงพอดกี บั อกี เหตุการณ์หนง่ึ เกดิ ขึน้ เชน่ I will have eaten when you pick me up. (ฉันคงจะทานขา้ วเสร็จแล้วตอนท่คี ุณมารบั ) โครงสร้างและตวั อย่างประโยคของ 2 เหตุการณ์ เหตกุ ารณ์ ที่ 1 ใช้ Future S. + will + have + V.3 I will have eaten (เกิดก่อน) Perfect เหตกุ ารณ์ ที่ 2 ใช้ Present S + V.1 you pick me up (เกดิ หลัง) Simple ตวั อย่างประโยค - The train will have left when we get the station. (รถไฟคงจะออกไปแล้ว ตอนทีพ่ วกเราไปถงึ สถาน)ี - By the time you read this letter, I will have left. (ขณะทค่ี ุณอ่านจดหมายนี้ ฉนั คงไปแล้วนะ) - The kids will have woken up when we come. (เดก็ ๆ คงจะตนื่ กนั แลว้ ตอนเรากลบั มา) - She will have dressed when he picks her up. (เธอคงจะแตง่ ตวั เสรจ็ แลว้ ตอนทเ่ี ขามารับ) - He will have washed his car when I get home. (เขาคงจะล้างรถเสร็จแล้วตอนท่ีฉันถึงบ้าน) Future perfect continuous tense Future Perfect Continuous Tense ใชก้ ล่าวถงึ เหตุการณ์ในอนาคตได้ 2 แบบ 1. พูดถงึ เหตุการณ์หน่ึงเหตุการณท์ เี่ กดิ ขึ้นในอนาคต ซ่ึงได้ดำเนินตอ่ เน่ืองมาแลว้ เปน็ ระยะเวลาหน่งึ และในเวลาอนาคตที่อ้างอิงนั้นก็ดำเนินไปต่ออีกสักพัก มีการระบุระยะเวลาอยา่ งชัดเจนวา่ ได้ดำเนินมาแลว้ นานเพยี งใด เช่น for five minutes, for one hour, for two weeks
22 Ex. I will have been studying Chinese for two years next month. (ฉันคงจะไดเ้ รยี นภาษาจนี มาครบ 2 ปเี ต็มแล้ว ในเดือนหน้า กค็ อื ถ้านบั ถึงแคเ่ ดอื นนีจ้ ะยังไม่ครบ 2 ปีและไดเ้ รียนต่อเน่อื งมาไดร้ ะยะหน่ึงแล้ว ซงึ่ กจ็ ะยังคงนา่ จะ เรยี นตอ่ ไปอีก) โครงสร้างและตวั อย่างประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + will + have + been + V.ing I will have been studying Chinese for two years next month. ประโยคปฏเิ สธ Subject + will not + have + been + V.ing I will not have been studying Chinese for two years next month. ประโยคคำถาม Will + Subject + have + been + V.ing Will I not have been studying Chinese for two years next month? ตัวอยา่ งเพม่ิ เติม - I will have been eating lunch for 30 minutes at 12 o’clock tomorrow. (ฉันคงจะกำลังกนิ อาหารเทยี่ งมาได้ 30 นาทีแลว้ ในตอนเที่ยงวนั พรุ่งน้)ี - I will have been working here for ten years by this September. (ฉนั คงจะได้ทำงานทีน่ ่ีมาเป็นเวลา 10 ปแี ล้ว ในเดือนกนั ยายนท่จี ะถงึ น)้ี - At 9 a.m. tomorrow, we will have been working for 12 hours. (ในเวลา 9.00 น. ของวนั พร่งุ น้ี พวกเราคงจะทำงานครบ 12 ชั่วโมงพอดี) 2. ใช้พูดถงึ สองเหตกุ ารณใ์ นอนาคต โดยมขี ้อสังเกตวา่ ในประโยคจะระบุอยา่ งชัดเจนวา่ เหตกุ ารณ์ แรกเกดิ ขน้ึ มานานเพียงใดแล้ว จากน้นั จึงเกิดเหตุการณท์ ่ี 2 ตามมา Ex. My friend will have been reading for three hours by the time I get library. (เพ่ือนของฉันคงจะไดก้ ำลังอา่ นหนังสอื เป็นเวลา 3 ช่วั โมงแล้ว ตอนทฉี่ ันมาถงึ หอ้ งสมุด) โครงสรา้ งและตัวอยา่ งประโยคของสองเหตุการณ์ เหตุการณ์ ท่ี 1 ใช้ Future Perfect S. + will + have been + My friend will have (เกดิ ก่อนและระบดุ ว้ ยว่า Continuous V.ing been reading for เกิดข้นมานานแค่ หนแล้ว) three hours. เหตกุ ารณ์ ท่ี 2 ใช้ Present Simple S + V.1 I get library. (เกิดหลัง)
23 ตวั อยา่ งประโยค - The train will have been leaving for 15 minutes when we get the station. (รถไฟคงจะออกไปแล้ว 15 นาที ตอนท่ีพวกเราไปถงึ สถานี) - They will have been fighting for over an hour by the time the police come. (พวกเขาคงจะทะเลาะกนั นานกว่า 1 ชั่วโมงแลว้ ตอนที่ตำรวจมาถงึ ) - They will have been waiting for more than 3 hours when the brand new shopping mall opens. (พวกเขาคงจะรอมานานกวา่ 3 ชั่วโมงแล้ว ตอนที่หา้ งสรรพสินค้าแห่งใหม่เปิดให้บริการ) - I won’t have been waiting for you for 30 minutes when you arrive. (ฉันไม่ได้รอคณุ มาแลว้ 30 นาทนี ะ ตอนท่คี ุณมาถึงนะ่ (อาจจะรอมาแลว้ 3 ชวั่ โมง)) 4. ครูเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการเปิดแอพลเิ คชัน Canva เร่ือง Future tense โดยครูอธิบายหลกั การใชแ้ ต่ ละ tense บอกโครงสรา้ ง ยกตัวอย่างการใชง้ าน และคำสำคญั หรอื Key words ในใช้ในการจำเวลาใช้จริง
24 ข้นั สาธติ ให้ดู (Demonstration) 5. ครูทดสอบนกั เรียนเพ่ือทบทวน และเชค็ ความเขา้ ใจของนกั เรยี น โดยการใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั ใน Canva นกั เรยี นตอ้ งตอบคำถามโดยเลือกข้อท่ีถกู ทส่ี ุด
25 6. ครูเฉลยคำตอบให้กับนักเรียนและอธบิ ายคำตอบ ทำไมถึงตอ้ งตอบข้อต่อไปน้ีให้นกั เรียนเขา้ ใจ ข้นั เรียนรู้จาการประเมิน (Self-Assessment) 7. ครทู บทวนความเข้าใจในการใช้ไวยากรณ์ be going to และ will for future โดยการใหน้ ักเรยี น เขียนประโยคโดยใช้ be going to และ will อยา่ งละ 2 ประโยคแลว้ แลกกับเพื่อนเพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ครสู ุ่มใหน้ ักเรียน 3-4 คน ออกมาอ่านประโยคของตนเอง 8. ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหดั ข้อ 7 ในหนงั สอื FLASH M.6 STUDENT’S BOOK หนา้ 27 โดยให้ นักเรยี นจับคูค่ ยุ กับเพ่ือนพดู ถึงแผนในอนาคตวา่ อยากเป็นอะไรหรืออยากทำอะไรโดยพยายามให้นกั เรยี นฝึกใช้ ทั้ง be going to และ will จากน้ันครูอาจจะขออาสาสมคั รหรือสมุ่ เลอื กนักเรียนเพอ่ื ออกมาพดู หนา้ ห้อง เก่ียวกับแผนในอนาคตของเพื่อน เช่น She/He is going to be _______. และ She/He will be ________. เปน็ ตน้ เพื่อเปน็ การหลีกเลีย่ งการใชค้ ำซำ้ ในประโยค be going to ที่มคี ำว่า go เป็นคำกริยาหลักเราสามารถ ใช้ประโยค present continuous tense แทนได้ เชน่ แทนท่จี ะถามว่า When are you going to go? ซง่ึ มคี ำซ้ำคำวา่ go 2 รอบ เราสามารถถามเป็น When are you going? แทนได้
26 ขน้ั เพลดิ เพลนิ กับการนำ ปใช้ (Production) 9. ครูสรปุ การใช้ Future tense อกี คร้ัง เก่ียวกบั โครงสร้าง ละหลักการใชต้ า่ งๆ 10. ให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เปน็ การบ้าน ในหนังสือ FLASH M.6 STUDENT’S BOOK หน้า 27 แบบฝึกหดั ข้อ 8 เขยี นประโยคท่ีใช้ future continuous tense ใชค้ ำกำกบั ท่ใี ห้มาช่วยในการเขยี น
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง Future t ห้อง ผลการจัดการเรียนรู้ ความรู้ความสามารถ (K) ทักษะกระบวนการ (P) นักเรยี นทำแบบฝึกหดั เรอื่ ง นักเรียนร้อยละ 100 สามารถตอบ นกั 6/1 Future tense จากโปรแกรม คำถามจากเร่ืองท่เี รยี น และนำมาเติม ผา่ Google form ผ่านเกณฑ์ระดับดี ชอ่ งวา่ งในประโยคให้สมบรู ณ์ได้ ระ มาก 17 คน ระดบั ดี 1 คน ถกู ต้อง 5 ข้อ ในจำนวนเต็ม 5 ขอ้ คว นกั เรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง นกั เรียนรอ้ ยละ 100 สามารถตอบ นกั 6/2 Future tense จากโปรแกรม คำถามจากเรื่องทเ่ี รยี น และนำมาเติม ผา่ Google form ผ่านเกณฑร์ ะดับดี ช่องวา่ งในประโยคให้สมบูรณ์ได้ ระ มาก 23 คน ระดับดี 4 คน ถูกต้อง 5 ข้อ ในจำนวนเต็ม 5 ขอ้ คว นักเรียนทำแบบฝึกหดั เร่ือง นักเรยี นร้อยละ 100 สามารถตอบ นัก Future tense จากโปรแกรม คำถามจากเรื่องที่เรียน และนำมาเตมิ ผา่ 6/3 Google form ผ่านเกณฑ์ระดับดี ชอ่ งว่างในประโยคใหส้ มบูรณ์ได้ ระ มาก 17 คน ระดบั ดี 3 คน ระดบั ถกู ต้อง 5 ข้อ ในจำนวนเตม็ 5 ข้อ คว พอใช้ 1 คน 6/4 นักเรียนทำแบบฝึกหดั เรื่อง นกั เรียนรอ้ ยละ 100 สามารถตอบ นัก Future tense จากโปรแกรม คำถามจากเรื่องท่เี รยี น และนำมาเตมิ ผ่า
บนั ทึกหลังสอน จำนวน 1 คาบ 27 tense ข้อเสนอแนะ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ปญั หา/อุปสรรค - กเรียนมีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ มนี กั เรียน 4 คน ท่ีไม่ - - านเกณฑ์ ได้รบั คะแนนเฉลย่ี อยใู่ น สามารถประเมินได้ - ะดับ ดี อยู่อยา่ งพอเพยี งและรัก เนื่องจากไม่ทำ วามเป็นไทย แบบทดสอบหลงั เรียน กเรียนมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มนี ักเรยี น 4 คน ที่ไม่ านเกณฑ์ ได้รับคะแนนเฉลี่ยอยใู่ น สามารถประเมนิ ได้ ะดับ ดี อยู่อย่างพอเพยี งและรัก เนื่องจากไม่ทำ วามเป็นไทย แบบทดสอบหลงั เรียน กเรียนมคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ มีนกั เรียน 6 คน ท่ีไม่ านเกณฑ์ ได้รบั คะแนนเฉลี่ยอย่ใู น สามารถประเมินได้ ะดบั ดี อยู่อย่างพอเพยี งและรกั เน่ืองจากไม่ทำ วามเปน็ ไทย แบบทดสอบหลงั เรียน กเรียนมีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ มนี กั เรียน 2 คน ท่ีไม่ านเกณฑ์ ได้รับคะแนนเฉลยี่ อยู่ใน สามารถประเมนิ ได้
ห้อง ผลการจดั การเรยี นรู้ ความร้คู วามสามารถ (K) ทักษะกระบวนการ (P) Google form ผา่ นเกณฑ์ระดับดี ช่องวา่ งในประโยคให้สมบรู ณ์ได้ ระ มาก 23 คน ระดบั ดี 11 คน ถูกต้อง 5 ข้อ ในจำนวนเตม็ 5 ขอ้ คว ระดบั ปรบั ปรุง 1 คน นักเรยี นทำแบบฝึกหดั เรอ่ื ง นกั เรียนร้อยละ 100 สามารถตอบ นกั Future tense จากโปรแกรม คำถามจากเรื่องที่เรียน และนำมาเตมิ ผา่ 6/6 Google form ผ่านเกณฑร์ ะดับดี ชอ่ งว่างในประโยคให้สมบรู ณ์ได้ ระ มาก 24 คน ระดับดี 5 คน ระดบั ถกู ต้อง 5 ข้อ ในจำนวนเตม็ 5 ข้อ คว พอใช้ 1 คน นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั เรอ่ื ง นกั เรียนร้อยละ 100 สามารถตอบ นัก Future tense จากโปรแกรม คำถามจากเรื่องท่ีเรียน และนำมาเติม ผา่ 6/8 Google form ผา่ นเกณฑ์ระดับดี ช่องว่างในประโยคให้สมบูรณ์ได้ ระ มาก 6 คน ระดบั ดี 17 คน ระดบั ถูกต้อง 5 ข้อ ในจำนวนเต็ม 5 ขอ้ คว ปรับปรุง 1 คน ลงช่อื .......................................... ครูผู้สอน (นายรุสลาน สาแม) .....12..... /...พ.ย......... /...2564.......
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ปัญหา/อปุ สรรค 28 ะดบั ดี อยู่อย่างพอเพียงและรัก วามเป็นไทย เนื่องจากไม่ทำ ข้อเสนอแนะ แบบทดสอบหลังเรียน กเรียนมคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ มนี ักเรียน 6 คน ที่ไม่ านเกณฑ์ ไดร้ บั คะแนนเฉลีย่ อยใู่ น สามารถประเมนิ ได้ ะดับ ดี อยู่อยา่ งพอเพยี งและรัก เนอ่ื งจากไม่ทำ วามเปน็ ไทย แบบทดสอบหลงั เรยี น กเรียนมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มีนักเรียน 6 คน ท่ีไม่ านเกณฑ์ ไดร้ ับคะแนนเฉลี่ยอยใู่ น สามารถประเมนิ ได้ ะดบั ดี อยู่อยา่ งพอเพยี งและรกั เนอ่ื งจากไม่ทำ วามเป็นไทย แบบทดสอบหลังเรียน ลงชือ่ .......................................... (นางสาวเพริศพิศ คหู ามุข) .......... /........... /..........
29 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวชิ า อ33102 สพม.ยะลา หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 Leisure เรอ่ื ง My sight and sound Blog ชน้ั มัธยม ก าท่ี 6 เวลาเรยี น 1 คาบ ครูผูส้ อน ครรู สุ ลาน สาแม โรงเรียนคณะราษฎรบำรุงจงั หวดั ยะลา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 : ภาษาเพ่ือการสื่อสาร มฐ. ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1,ต 1.3 ม.4-6/3 2. ตัวชี้วดั ต 1.1 ม.4-6/2 อา่ นออกเสียงขอ้ ความ ขา่ ว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกตอ้ งตามหลักการอ่าน ต 1.1 ม.4-6/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วามสรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการ ฟงั และอา่ นเรื่องทเ่ี ปน็ สารคดีและบนั เทงิ คดี พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ ต 1.2 ม.4-6/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมูลเก่ียวกบั ตนเองและเรื่องต่างๆใกล้ตวั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/เหตุการณป์ ระเด็นท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม และสอ่ื สารอย่าง ต่อเนื่องและเหมาะสม ต 1.3 ม.4-6/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั กิจกรรม ประสบการณ์ และเหตุการณ์ ทั้ง ในท้องถิน่ สังคม และโลก พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ งประกอบ 3. จดุ เน้นการพัฒนาการเรยี นรู้ 1. ใชท้ กั ษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ 2. ใช้เทคโนโลยเี พอ่ื การเรยี นรู้ 3. ทักษะการคิดชั้นสูง 4. ใชท้ ักษะชวี ติ อยา่ งมคี วามสุข สามารถใชภ้ าษาอังกฤษเปน็ ภาษาในการสื่อสาร 4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงสื่อบันเทิงในอนาคต นำประยุกต์ใช้กับการ ดำเนินชวี ติ ประจำวันได้ สามารถถาม-ตอบคำถามเกีย่ วกับเน้ือหาเรื่อง My Sight & Sound Blog ได้ และ สามารถอ่านจับใจความสำคัญเพ่อื เป็นประโยชน์ต่อนกั เรยี นในการนำความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ จริงไดเ้ ปน็ อย่างดี
30 5. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ฟงั และอา่ นบทอ่านเรอ่ื ง My Sight & Sound Blog ได้ 2. พดู ถาม-ตอบเกย่ี วกับ My Sight & Sound Blog ได้ 6. สาระการเรยี นรู้ ความรู้ (Knowledge) คำ ัพท์ (Vocabulary) คำ ัพท์ คำแปลภา าองั ก คำแปลภา า ทย auditorium (n.) the part of a theatre, concert hall, or หอประชุม other public building in which the audience sits blog (n.) a regularly updated website or web เว็บไซตท์ ่ีเขยี นเรื่องราวของ page, typically one run by an ตนเอง individual or small group, that is written in an informal or conversational style capture (v.) take into one’s possession or control by จับกุม force catch (v.) intercept and hold (something which จับ has been thrown, propelled, or dropped) compose(v.) write or create (a work of art, เขยี นหรอื แต่ง especially music or poetry) composition a creative work, especially a poem or งานเขยี น (n.) piece of music conductor (n.) a person who directs the performance วาทยกร of an orchestra or choir constructive having or intended to have a useful or สร้างสรรค์ (adj.) beneficial purpose creative (adj.) relating to or involving the use of the เป็นประโชน์ disappear (v.) imagination or original ideas to create หายไป something cease to be visible
31 คำ พั ท์ คำแปลภา าองั ก คำแปลภา า ทย edition (n.) a particular form or version of a ฉบับ published text enthusiastic having or showing intense and eager กระตือรอื รน้ (adj.) enjoyment, interest, or approval exhibition (n.) a public display of works of art or นทิ รรศการ items of interest, held in an art gallery or museum or at a trade fair fade (n.) the process of becoming less bright ข้ันตอนท่ีค่อยๆจางหายไป fizzle (v.) make a feeble hissing or spluttering ทำเสียงฟู่ sound gimmick (n.) a trick or device intended to attract เคลด็ ลบั attention, publicity, or trade immersion (n.) the action of immersing someone or การแช่จมุ่ something in a liquid instrument (n.) a tool or implement, especially one อุปกรณ์ for precision work keen (adj.) having or showing eagerness or กระตือรือร้น enthusiasm meaningless having no meaning or significance ไมม่ ีความหมาย (adj.) novelist (n.) a writer of novels นักแต่งนยิ าย old hat (n.) something tediously familiar or ล้าหลงั ล้าสมัย outdated palette (n.) a thin board or slab on which an artist จานสี lays and mixes colors
32 คำ ัพท์ คำแปลภา าอังก คำแปลภา า ทย passive (adj.) accepting or allowing what happens or ไมโ่ ตต้ อบ ไม่มปี ฏิกริ ิยาตอบรับ what others do, without active ใดๆ response or resistance poetry (n.) literary work in which the expression กวีนิพนธ์ of feelings and ideas is given intensity by the use of distinctive style and rhythm; poems collectively or as a genre of literature ความร้คู วามสามารถ (K) ท้องถิน่ หน้าทีภ่ า า (Functions) - Talking about plans and intentions - Discussing about entertainment activities - Talking about dreams for the future ทัก ะกระบวนการ (P) 1. ทักษะการพดู 2. ทกั ษะการฟงั 3. ทักษะการคิด คุณลกั ณะอันพงประสงค์ (A) 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มงุ่ มนั ในการทำงาน 3. มีวนิ ัย 4. มจี ติ สาธารณะ 7. สมรรถนะสำคญั - ความสามารถในการสื่อสาร - ความสามารถในการคิด 8. บูรณาการ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง อาเซียน
33 9. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื FLASH M.6 STUDENT’S BOOK 2. แอพลเิ คชัน canva เรอ่ื ง My sight & sound blog 3. แอพลเิ คชนั wordwall เรือ่ ง My sight & sound blog 4. Pedled ชัน้ เรียน 10. การวดั และประเมนิ ผล 1. ประเมินการทำกิจกรรมในหนังสอื เรยี น 2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทำกจิ กรรม 3. สังเกต/ประเมินจากการทำกิจกรรมเด่ียว – งานคู่ เครอื่ งมอื วัดผล 1. แบบฝึกหดั ในหนังสอื เรียนและเอกสารประกอบการเรียน 2. แบบประเมินทักษะทางภาษา 3. แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เกณฑ์การวดั สิ่งที่ต้องการวดั เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารวัด 1. ความรู้ความสามารถ (K) 13-15 คะแนน ดีมาก 9-12 คะแนน ดี 1.1 คำศพั ท์ - แอพลเิ คชัน Wordwall เรอ่ื ง 5-8 คะแนน พอใช้ 0-4 คะแนน ปรับปรุง คำศัพทท์ ี่เกย่ี วข้องในเนื้อเรอ่ื ง 5 คะแนน ดี 3-4 คะแนน พอใช้ - แบบฝกึ หดั ในหนังสือ FLASH 0-2 คะแนน ปรับปรงุ M.6 STUDENT’S BOOK ระดับ 3 ดีมาก ระดับ 2 พอใช้ 2. ทัก ะกระบวนการ (P) - แบบประเมินทักษะทางภาษา ระดับ 1 ปรบั ปรงุ 2.1 กระบวนการทำงาน (ทักษะการฟงั -อา่ น) ระดบั 3 ดมี าก - แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ระดับ 2 พอใช้ 3. คุณลัก ณะอนั พงประสงค์ ประสงค์ ระดับ 1 ต้องปรับปรุง (A) 3.1 ใฝ่เรยี นรู้ 3.2 มงุ่ มนั ในการทำงาน 3.3 มวี ินัย 3.4 มีจติ สาธารณะ
34 11. กจิ กรมการจดั การเรียนรู้ ขัน้ กระตุ้นให้ทำ (Stimulation) 1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกบั กิจกรรมท่คี รทู ำในเวลาว่างเช่น When I have free time, I like to go shopping, see the movie with my daughter and watch TV. 2. ใหน้ กั เรียนบอกข้อมลู เกี่ยวกบั กิจกรรมท่ีนกั เรยี นชอบทำในเวลาว่างของแตล่ ะคนว่าทำ อะไรบ้าง Teacher: How much leisure time do you have? Student: (Possible answer: One hour a day, etc.) Teacher: What do you like to do when you have free time? Student: (The answer will vary.) Teacher: Where do you like to go if you have leisure time? Student: (The answer will vary.) Teacher: What kind of leisure activities do you like to do? (ให้นกั เรยี นออกมาเขียนกิจกรรมตา่ งๆที่ทำบนกระดาน) Student: (The answer will vary.) 3. นักเรียนอ่านกิจกรรมต่างๆที่เพื่อนเขียนแล้วอ่านคำคุณศัพท์ (adjectives) ที่ครูเขียน บนกระดาน จากนน้ั นำกิจกรรมไปใส่ในช่องแล้วชว่ ยกันอภปิ ราย ถงึ กจิ กรรมทีน่ ำไปใส่ในช่องนัน้ ๆ เชน่ Constructive Meaningless Creative Passive Educational Amusing Art work Play an Rock Surf the Internet See the movie Readbooks Listen to music instrument Play cards Study Sleep Watch TV Go to concert 4 4. ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันคิดรายช่ือกจิ กรรมอืน่ ๆ เพมิ่ เติมที่เหมาะสมกับคำคุณศพั ท์ทีค่ รเู ขยี นไว้บนกระดาน (ใน ข้ันน้คี รูสามารถเพมิ่ คำคุณศัพท์อ่ืน เช่น entertaining, fun, relaxing หรอื interesting เพือ่ เพิ่มความหลากหลาย) ขน้ั นำเสนอใหค้ ดิ (Presentation) 5. ครูเปิดแอพลิเคชัน wordwall เรื่อง My Sight & Sound Blog เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์ สำคญั ก่อนเริม่ เรยี น 6. ครูให้นักเรียนจับคู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษให้สัมพันธ์กับความหมายภาษาอังกฤษ โดยให้นักเรียนใน ชน้ั เรียนทกุ คนรว่ มกนั ตอบ และจะสามารถผา่ นข้อแต่ละข้อได้จนกว่าจะตอบถูก
35 7. ครูจับกลุ่มนักเรียน 6 กลุ่ม ให้นักเรยี นร่วมกันอ่านบทความและทำความเข้าใจกับเนื้อหาคร่าวๆใน หนังสือ (ให้นักเรียนสามารถจับประเด็นในเรื่องที่อ่านได้ ครูอาจจะให้นักเรียนใช้เทคนิคการอ่านแบบ Skimming ในการอ่าน) ขน้ั สาธติ ให้ดู (Demonstration) 8. ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดข้อท่ี 4 โดยนักเรียนอ่านบทความเรือ่ ง “My sight & sound blog” ในหนงั สือ FLASH M.6 STUDENT’S BOOK หนา้ 26 แลว้ ตอบคำถามให้ถูกต้อง 9. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเทยี บคำตอบคำเพ่ือนกลมุ่ อ่นื ๆ และครใู ห้อาสาสมัครเฉลยคำตอบเปน็ รายบุคคล พร้อมตรวจสอบความถกู ต้อง
36 ขั้นเรียนร้จู าการประเมิน (Self-Assessment) 10. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดข้อ 6 ในหนังสือ FLASH M.6 STUDENT’S BOOK หน้า 27 โดย แยกประเภทคำศัพท์ตามหมวดหมู่ที่ให้มา ให้นักเรียนฝึกฝนเพิ่มเติม โดยนำคำศัพท์จากแบบฝึกหัดข้อ 6 มา แตง่ ประโยคโดยเขียนลงสมดุ 5 ประโยคดงั ตัวอยา่ ง - A composer composes music. - A conductor conducts an orchestra. - A musician plays a musical instrument. - A novelist writes novels. - A poet writes poetry/poetic verses. ครูเขียนคำศัพท์ compound noun เพิ่มเติมให้นักเรียนบนกระดานเพื่อเป็นแนวในการเขียน เช่น concert hall, film director, art exhibition, art gallery, piano concert, etc. 11. ใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบว่าคำศพั ทท์ ใี่ หม้ านน้ั ควรอยู่ในหมวดหมใู่ ด (ในข้นั นี้ครอู าจจะ เขียนตารางแบง่ หมวดหมูบ่ นกระดานและใหน้ ักเรยี นอาสาออกมาเขียนคำตอบ) ครูชว่ ยนกั เรยี นเฉลย หรือใหค้ ำแนะนำว่า คำศพั ท์ทีน่ ักเรยี นแยกหมวดหมไู่ วน้ ั้นถูกตอ้ งหรือไม่ ขน้ั เพลิดเพลนิ กบั การนำ ปใช้ (Production) 12. ครูสรปุ เรือ่ งที่อา่ นโดยให้นักเรียนตอบคำถามเก่ียวกับบทอา่ นดงั นี้ 1) When first records came out, does someone think it is going to be the end of television? (Yes, he/she does.) 2) What is Mark keen on? (listening to music) 3) What is installed onto a computer when you compose music? (musical composition software) 4) What will a composer do when he gets bored? (click a ‘compose’ button andcreate new music) 5) Can people create their own movies by digital technology? (Yes, they can.) 6) What is ‘Stratosphere’? (It’s a three-dimensional ‘immersion’ cinema.) 7) Can the audience interact with the film when they see the movie in Satosphere dome? (Yes, they can.) 8) Dothe audience have to wear special glasses when seeing a movie in Satosphere dome? (No, they don’t.)
37 9) Two viewers, standing back to back, will see and hear the same things. True or false? (false) 10) What else can the audience do when they watch the film? (play games) ในขณะที่ครูอ่านคำถามนกั เรียนสามารถเปดิ บทอ่านและตอบพร้อมกนั ครูสรุปคำตอบที่ถกู ต้อง อีกครั้งหน่งึ
บนั ทึกหลังส แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง My sight and soun หอ้ ง ผลการจดั การเรียนรู้ ความรคู้ วามสามารถ (K) ทกั ษะกระบวนการ (P) นักเรียนทำแบบฝึกหัด จากเร่ือง นักเรียนรอ้ ยละ 80 สามารถอ่าน และ นกั 6/1 My sight and sound blog ผา่ น เข้าใจเนอ้ื หาทีเ่ รยี นได้ ผา่ เกณฑ์ระดบั ดีมาก 9 คน ระดับดี ระ 9 คน คว นักเรยี นทำแบบฝึกหัด จากเรื่อง นกั เรยี นร้อยละ 70 สามารถอ่าน และ นัก 6/2 My sight and sound blog ผา่ น เขา้ ใจเน้ือหาทเ่ี รียนได้ ผา่ เกณฑ์ระดับดีมาก 20 คน ระ คว นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด จากเรื่อง นักเรียนร้อยละ 70 สามารถอ่าน และ นัก 6/3 My sight and sound blog ผ่าน เข้าใจเนื้อหาท่ีเรยี นได้ ผ่า เกณฑร์ ะดบั ดีมาก 22 คน ระ คว นักเรียนทำแบบฝึกหดั จากเร่ือง นักเรียนร้อยละ 80 สามารถอ่าน และ นกั 6/4 My sight and sound blog ผ่าน เข้าใจเนือ้ หาทเ่ี รยี นได้ ผ่า เกณฑร์ ะดับดีมาก 19 คน ระดับดี ระ 9 คน คว
38 สอน จำนวน 1 คาบ nd blog คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) ปญั หา/อุปสรรค ข้อเสนอแนะ กเรียนมีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ านเกณฑ์ ได้รับคะแนนเฉล่ียอยใู่ น มีนกั เรียน 5 คน ท่ีไม่ - ะดับ ดี อยู่อย่างพอเพียงและรกั สามารถประเมินได้ - วามเปน็ ไทย เนอ่ื งจากไม่ทำ - กเรยี นมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบทดสอบหลงั เรียน - านเกณฑ์ ได้รับคะแนนเฉลย่ี อยู่ใน มนี ักเรียน 11 คน ทไี่ ม่ ะดับ ดี อยู่อยา่ งพอเพียงและรัก สามารถประเมนิ ได้ วามเปน็ ไทย เนอ่ื งจากไม่ทำ กเรียนมคี ุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ แบบทดสอบหลงั เรยี น านเกณฑ์ ได้รับคะแนนเฉลย่ี อยใู่ น มีนักเรยี น 5 คน ท่ีไม่ ะดับ ดี อยู่อย่างพอเพยี งและรัก สามารถประเมินได้ วามเปน็ ไทย เน่ืองจากไม่ทำ กเรียนมคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ แบบทดสอบหลงั เรียน านเกณฑ์ ไดร้ บั คะแนนเฉลย่ี อยใู่ น มนี ักเรียน 9 คน ที่ไม่ ะดับ ดี อยู่อย่างพอเพียงและรกั สามารถประเมินได้ วามเปน็ ไทย เนอื่ งจากไม่ทำ แบบทดสอบหลังเรยี น
ห้อง ผลการจัดการเรียนรู้ ความรู้ความสามารถ (K) ทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั จากเร่ือง นกั เรียนร้อยละ 80 สามารถอ่าน และ นัก 6/6 My sight and sound blog ผา่ น เขา้ ใจเน้ือหาทเ่ี รียนได้ ผา่ เกณฑร์ ะดบั ดีมาก 18 คน ระ คว นักเรยี นทำแบบฝึกหัด จากเร่ือง นกั เรียนร้อยละ 60 สามารถอ่าน และ นัก 6/8 My sight and sound blog ผ่าน เข้าใจเนือ้ หาท่ีเรียนได้ ผ่า เกณฑร์ ะดบั ดีมาก 13 คน ระ คว ลงชื่อ .......................................... ครูผสู้ อน (นายรุสลาน สาแม) .....26..... /..พ.ย....... /...2564.....
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) ปัญหา/อปุ สรรค 39 กเรยี นมีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ มนี กั เรยี น 18 คน ทไ่ี ม่ ขอ้ เสนอแนะ านเกณฑ์ ได้รับคะแนนเฉลย่ี อยใู่ น สามารถประเมินได้ - ะดับ ดี อยู่อย่างพอเพียงและรัก เนือ่ งจากไม่ทำ - วามเป็นไทย แบบทดสอบหลงั เรยี น กเรยี นมีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ มนี กั เรยี น 17 คน ท่ไี ม่ านเกณฑ์ ไดร้ บั คะแนนเฉล่ียอยู่ใน สามารถประเมินได้ ะดับ ดี อยู่อยา่ งพอเพยี งและรัก เนอ่ื งจากไม่ทำ วามเป็นไทย แบบทดสอบหลังเรียน ลงช่ือ .......................................... (นางสาวเพรศิ พิศ คหู ามขุ ) .......... /........... /..........
40 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ 6 รหัสวิชา อ33101 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 Leisure เรอ่ื ง A portrait of the Artist as a young man ช้นั มัธยม ก าที่ 6 เวลาเรียน 1 คาบ ครผู ูส้ อน ครรู ุสลาน สาแม โรงเรยี นคณะราษฎรบำรงุ จังหวดั ยะลา สพม.ยะลา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 1 : ภาษาเพอ่ื การส่อื สาร มฐ. ต 1.1 ม.4-6/2, ต 1.1 ม.4-6/4, ต 1.2 ม.4-6/1, ต 1.2 ม.4-6/5, ต 1.3 ม.4-6/1 2. ตัวช้ีวดั ต 1.1 ม.4/2 ปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือการใชง้ านตา่ งๆ คำช้ีแจง คำอธบิ าย และคำบรรยายท่ฟี ัง และอา่ น ต 1.1 ม.4/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วามสรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากการ ฟงั และอ่านเรื่องทเ่ี ป็นสารคดีและบันเทงิ คดี พรอ้ มทั้งให้เหตผุ ลและยกตวั อย่าง ประกอบ ต 1.2 ม.4/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเรื่องต่าง ๆ ใกลต้ วั ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ ประเดน็ ท่ีอยู่ในความสนใจของสงั คม และส่ือสาร อยา่ งตอ่ เนื่องและเหมาะสม ต 1.2 ม.4/5 พดู และเขียนบรรยายความรสู้ ึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกบั เรื่องตา่ งๆ กจิ กรรม ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณอ์ ย่างมเี หตผุ ล ต 1.3 ม.4/1 พดู และเขยี นนำเสนอข้อมลู เก่ยี วกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เร่อื งและ ประเด็นตา่ งๆ ตามความสนใจของสงั คม 3. จุดเน้นการพัฒนาการเรยี นรู้ 1. ใช้ทักษะการสอื่ สารอย่างสร้างสรรค์ 2. ใช้เทคโนโลยีเพือ่ การเรยี นรู้ 3. ทักษะการคิดช้นั สงู 4. ใชท้ กั ษะชีวติ อยา่ งมีความสุข ฝึกการทำงานเป็นคูส่ ามารถใช้ภาษาองั กฤษเป็นภาษาในการสือ่ สาร 4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด การเรียนรู้เกี่ยวกับชีวประวัติของ James Joyce และเนื้อความในหนังสือ A portrait of the artist as a young man สามารถพูดคุยแลกเปลย่ี นความแตกต่างของวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาได้ ผ่านเรื่องทอ่ี า่ น เพื่อเป็นประโยชน์ตอ่ นกั เรียนในการนำความรไู้ ปใช้ในการตดิ ต่อส่ือสารและเหตุการณใ์ นชวี ิตจริงไดเ้ ปน็ อย่างดี
41 5. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ถาม-ตอบเก่ียวกบั บทสนทนาเร่อื ง A portrait of the artist as a young man ได้ 2. แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับบนความในหนังสอื เรอ่ื ง A portrait of the artist as a young man ได้ 6. สาระการเรียนรู้ ความรู้ความสามารถ (K) บทเรียนย่อยที่ 4 (A portrait of the artist as a young man) คำ ัพท์ คำแปลภา าองั ก คำแปลภา า ทย appreciation (n.) recognition and enjoyment of the good ความประทับใจ qualities of someone or something autobiographical (of a written work) dealing with the อตั ชีวประวตั ิ (adj.) writer’s own life faint (v.) lose consciousness for a short time เป็นลม because of a temporarily insufficient supply of oxygen to the brain gaze (v.) look steadily and intently, especially in จ้องมอง admiration, surprise, or thought groan (v.) to make a long deep sound because you ร้องโหยหวน are annoyed, upset or in pain, or with pleasure nasty (adj.) very bad or unpleasant น่าคล่นื ไส้ ไมน่ า่ พอใจ struggle (v.) make forceful or violent efforts to get ต่อสู้ ดิ้นรนให้หลุดพน้ tremble (v.) free of restraint or constriction ตัวส่ัน shake involuntarily, typically as a result of anxiety, excitement, or frailty
42 ทัก ะกระบวนการ (P) 1. ทกั ษะการพูด 2. ทักษะการอา่ น 3. ทกั ษะการทำงานเป็นคู่ คุณลกั ณะอนั พงประสงค์ (A) 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มงุ่ มันในการทำงาน 3. มีวนิ ยั 4. มีจติ สาธารณะ 7. สมรรถนะสำคญั - ความสามารถในการสอ่ื สาร - ความสามารถในการคิด 8. บรู ณาการ อาเซยี น ทอ้ งถน่ิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 9. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื FLASH M.6 STUDENT’S BOOK 2. แอพลิเคชนั canva เรือ่ ง A portrait of the artist as a young man 10. การวัดและประเมินผล 1. ประเมนิ การทำกจิ กรรมในหนงั สอื เรียน 2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทำกจิ กรรม 3. สังเกต/ประเมินจากการทำกิจกรรมเด่ียว - งานคู่ เครื่องมอื วัดผล 1. แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี นและเอกสารประกอบการเรียน 2. แบบประเมินทักษะทางภาษา 3. แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
43 เกณฑ์การวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารวัด สิ่งทต่ี ้องการวัด 1. ความรคู้ วามสามารถ (K) - แบบฝึกหดั ในเอกสาร ระดับ 3 ดี 1.1 คำศัพท์ ประกอบการเรยี น ระดบั 2 พอใจ ระดับ 1 ตอ้ งปรับปรงุ 2. ทัก ะกระบวนการ (P) 2.1 กระบวนการทำงาน - แบบประเมนิ ทักษะทางภาษา ระดับ 3 ดี (ทักษะการอ่าน) ระดบั 2 พอใจ 3. คณุ ลกั ณะอันพงประสงค์ ระดบั 1 ต้องปรับปรุง (A) 3.1 ใฝ่เรียนรู้ -แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ระดบั 3 ดี 3.2 มงุ่ มันในการทำงาน ประสงค์ ระดบั 2 พอใจ 3.3 มีวนิ ัย ระดับ 1 ต้องปรบั ปรงุ 3.4 มีจติ สาธารณะ 11. กจิ กรมการจัดการเรียนรู้ ข้ันกระตุ้นให้ทำ (Stimulation) 1. ครูเรม่ิ บทสนทนาด้วยการตั้งคำถามว่านักเรียนคนไหนที่อยากเป็นนักเขยี นบ้าง? เช่น “who want to be novelist in the future?” 2. ครูถามนกั เรยี นถึงนักเขยี นที่นักเรียนชื่อชอบ พร้อมเหตุผล เช่น “Who is your favorite novelist? And why?” ขน้ั นำเสนอใหค้ ิด (Presentation) 3. ครูเปิดแอพลิเคชัน canva เร่ือง A portrait of the artist as a young man 4. ครเู ปิดรปู ใน canva และให้นักเรยี นในช้ันเรียนทายวา่ คนในรปู ภาพคือใคร (คำตอบคือ Jame Joyce)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145