Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การบริหารงานคุณภาพในองค์การ 3001-1001

การบริหารงานคุณภาพในองค์การ 3001-1001

Published by rungtiwamee2505, 2019-10-24 05:59:25

Description: การบริหารงานคุณภาพในองค์การ 3001-1001

Search

Read the Text Version

100 ไมวํ าํ จะเปน็ นายจา๎ ง ลกู จา๎ ง หวั หน๎างาน ผู๎บริหาร ข๎าราชการ ตลอดจนนักเรยี นนักศึกษา ซึ่งจะเขา๎ ตลาดแรงงานในวันข๎างหน๎าเพราะการปรงั ปรุงการเพ่ิมผลผลิตเปน็ เรือ่ งของทุกคนถ๎าทกุ คนเพม่ิ ความ พยายามเปน็ พเิ ศษในการปรับปรุงการเพ่ิมผลผลติ ในทกุ สถานท่ี ทกุ หนทหุ แหํง ทงั้ ท่ีทํางาน ท่โี รงเรียน และที่บ๎าน ประเทศชาติกจ็ ะก๎าวหนา๎ ทัง้ นข้ี อเน๎นวาํ ปจั จัยสําคัญท่ีสดุ ท่ีจะชํวยให๎เราคงรักษาความ เจริญกา๎ วหน๎าไวด๎ ี จาํ เป็นต๎องปรังปรุงการเพม่ิ ผลผลิต ตลอดเวลาอยาํ งตอํ เนอื่ ง ด๎วยเหตุน้ี การปรบั ปรงุ การเพิ่มผลผลิตจึงไมํใชเํ รอื่ งที่จะรณรงค์กันเป็นช่งั ครั้งชัว่ คราว แตเํ ป็นวถิ ชี ีวติ ของคนเราเลยทเี ดียว

101 4. คณุ ภาพ (Quality) หวั เรื่อง 1 ภาพรวมองค์ประกอบการเพ่ิมผลผลติ 2 ความหมายของคุณภาพ 3 ประเภทของคุณภาพ 4 ความสาํ คัญของคุณภาพ สาระสาํ คญั 1. คุณภาพหมายถงึ สิง่ ท่ีสามารถตอบสนองความต๎องการของลกู คา๎ และสร๎างความพอใจให๎ลูกคา๎ ได๎ 2. คุณภาพแบํงออกไดเ๎ ปน็ 1. ดา๎ นเทคนิค 2. ดา๎ นจติ วทิ ยา 3. ดา๎ นความผูกพันตํอเนื่องหลงั การขาย 4. ด๎านเวลา 5. ดา๎ นจริยธรรม 3. คณุ ภาพสรา๎ งความพอใจใหก๎ ับลกู คา๎ ชวํ ยลดตน๎ ทุน ชํวยยกระดับความต๎องการของลูกค๎า ชวํ ยสํง มอบไดต๎ ามกําหนด และชวํ ยใหค๎ ุณภาพชีวิตดขี นึ้ ในทสี ดุ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม 1. เข๎าใจความหมายของคุณภาพ 2. อธิบายถงึ คุณภาพท่เี กดิ จากความต๎องการและความพึงพอใจของลกู ค๎า 3. เห็นประโยชน์จากคุณภาพที่มีตํอการเพิม่ ผลผลติ 3 คณุ ภาพ (Quality) ภาพรวมองคป์ ระกอบการเพม่ิ ผลผลติ ในสภาวะการแขํงขันปจั จุบนั ธรุ กิจจะประสบความสําเร็จไดอ๎ ยาํ งยัง่ ยืนนั้น กต็ อํ เมอื่ สามารถสร๎างความ ได๎เปรียบในเชิงการแขงํ ขนั ด๎วยการมสี ินค๎าและการบริการ ที่สร๎างความพงึ พอใจให๎กับลูกคา๎ ด๎วยคณุ ภาพท่ี ดสี ม่าํ เสมอ ตน๎ ทนุ ต่ํา และสํงมอบไดท๎ นั เวลา สิ่งเหล๎านีจ้ ะเกิดขน้ึ ไดอ๎ ยํางตอํ เนื่องดว๎ ยความพยายามและ ความรวํ มมอื ของพนักงาน โดยธุรกิจจะตอ๎ งสรา๎ งสภาพแวดล๎อมการท่ีทาํ งานท่ปี ลอดภัยตลอดจนการสร๎าง ขวญั กําลังใจในการทาํ งานให๎กับพนักงานอยูอํ ยาํ งตอํ เนื่อง นอกจากน้นั การดําเนินธุรกจิ จะตอ๎ งแสดงความ รบั ผิดชอบตอํ สงั คมด๎วยการคํานงึ ถงึ สง่ิ แวดล๎อมและมจี รรยาบรรณ สรุปได๎วําการเพมิ่ ผลผลติ ท่ไี ดค๎ ุณธรรม

102 และยัง่ ยืนจะตอ๎ งมอี งค์ประกอบตาํ ง ๆ ข๎างตน๎ และสามารถแสดงดว๎ ยแผนภาพตํอไปน้ี ความหมายของคณุ ภาพ คาํ วํา “คุณภาพ” เดมิ นนั้ หมายถงึ การผลิตสินคา๎ ให๎ได๎ตรงตามขอ๎ กําหนด (Specification) ของสนิ คา๎ ซ่ึง ผูผ๎ ลิตเป็นผก๎ู าํ หนดขึ้นมาเอง แตํปจั จบุ นั นี้ คาํ วํา “คุณภาพ” มีความหมายทก่ี ว๎างขึน้ โดยครอบคลุมไปถงึ ส่ิงท่ีสามารถตอบสนองความตอ๎ งการของลูกค๎า และสรา๎ งความพึงพอใจให๎ลกู คา๎ ได๎ ด๎วยเหตนุ ้ี ความพึง พอใจของลกู ค๎าจึงเป็นเหตุผลสาํ คญั ที่ชํวยในการตดั สนิ ใจสําหรับการเลือกซอื้ สินค๎าหรือใช๎บรกิ าร ตัวอยาํ ง หากเราเข๎าไปรบั การตรวจสขุ ภาพในโรงพยาบาลแหํงหน่ึง สิ่งแรกทีเ่ ราพบคือ พยาบาล ท่หี นา๎ ตาบดู บึง้ ตอ๎ งรอควิ ทาํ บัตรเปน็ เวลานานกวาํ จะได๎พบแพทยเ์ พ่ือตรวจกเ็ สียเวลารอไปอีก เป็นชว่ั โมง ท้งั ๆท่ีคนไข๎ท่นี ่งั รอพบแพทย์มเี พียงไมกํ ่คี นหลังจากได๎รบั การตรวจเสร็จเรยี บร๎อยแล๎วหรอื ยงั ต๎องมารอคิวเพอ่ื ชาํ ระเงนิ คํา ตรวจอีกรวํ มครึง่ ช่ัวโมง และเมอ่ื เขาไปสอบถามจากพนกั งานกไ็ ดร๎ บั คําตอบดว๎ ยนํา้ เสยี งที่โกรธเคืองวาํ “ไมํ เหน็ หรืออยาํ งไร นี่กร็ ีบจนตัวเป็นเกลยี วอยูํแล๎วรอนิดรอหนํอยบา๎ งจะเป็นไร” เหตกุ ารณ์เชํนน้ีคงทาํ ให๎เรา ร๎ูสึกไมํพอใจและตัดสนิ ใจได๎วําจะไมไํ ปใช๎บริการจากโรงพยาบาลแหงํ นี้อีกตอํ ไป เนื่องจากให๎บรกิ ารโดยขาด คณุ ภาพ ประเภทของคณุ ภาพ คุณภาพท่ีเกิดจากความต๎องการและความพึงพอใจของลูกค๎าสามารถแบํงออกได๎เป็นประเภทใหญํ ๆ ดงั นี้ 1. คุณภาพด๎านเทคนคิ ได๎แกํลักษณะทางกายภาพและความสามารถในการใชง๎ านที่สํงผลตอํ คุณภาพของ สนิ คา๎ และบรกิ าร เชํน ความแข็งแรงของผลิตภณั ฑ์ ระบบปูองกนั ความปลอดภยั 2. คุณภาพดา๎ นจติ วทิ ยา ได๎แกํ คุณลักษณะทมี่ ีผลตํอจติ ใจของผ๎ูบรโิ ภค ในการตัดสินใจซ้ือสินคา๎ หรือใช๎ บริการ เชนํ ความสวยงามการออกแบบผลติ ภัณฑ์ ภาพลักษณข์ องสินค๎า 3. คณุ ภาพด๎านความผูกพันตํอเนือ่ งหลงั การขาย เชํน การใหบ๎ ริการหลังการขาย การรับประกนั สนิ ค๎า 4. คณุ ภาพด๎านเวลา เชํน อายุการใชง๎ านของผลติ ภณั ฑ์ความยากงาํ ยในการบํารุงรักษาความรวดเรว็ ในการ ใหบ๎ รกิ าร 5. คุณภาพดา๎ นจริยธรรม เชํน ความถกู ต๎องตรงตามมาตรฐานการผลติ ความจริงใจในการให๎บริการ ในการพิจารณาเลอื กซ้ือสินคา๎ หรอื ใชบ๎ รกิ ารลูกคา๎ จะพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจยั ควบคูํกันไปหรืออาจจะ พจิ ารณาวาํ คุณสมบตั ิหนึ่งสําคญั กวาํ อีกอยํางหน่งึ เชนํ การตดั สินใจเลือกซื้อรถยนต์คนั หนง่ึ ครอบครัว ขนาดใหญํอาจพจิ ารณาวําขนาดรถเปน็ ปัจจัยสําคญั ทสี่ ดุ เน่ืองจากเน๎นประโยชน์ใชส๎ อยสําหรับสมาชิกใน ครอบครัว ในขณะทบี่ างครอบครัวอาจมงุํ เนน๎ เรื่องสมรรถนะของ เครื่องยนต์ ระบบความปลอดภยั หรือ บริการหลงั การขาย เปน็ ต๎น

103 ความสําคญั ของคณุ ภาพ 1. สร๎างความพอใจให๎กบั ลูกค๎า ดังทีก่ ลาํ วมาแลว๎ วาํ ความพอใจของลกู ค๎า เปน็ เหตผุ ลหน่ึงท่ีทาํ ให๎ลูกคา๎ ตัดสินใจเลอื กซ้ือสนิ คา๎ หรือใช๎บรกิ าร ดังน้นั ผู๎ผลติ จาํ เป็นต๎องผลติ สนิ ค๎าหรือใหบ๎ รกิ ารตรงตามความ ต๎องการ ของลูกค๎าเพื่อใหส๎ นิ ค๎าหรอื บริการของตนไดร๎ ับการยอมรบั และเลือกซื้อ 2. ชวํ ยในการลดตน๎ ทุน หากผผ๎ู ลติ สินคา๎ หรอื บรกิ ารสามารถผลิตสนิ ค๎าหรอื ให๎บริการทมี่ ีคณุ ภาพโดยไมมํ ี จดุ บกพรํองหรือข๎อตําหนิใด ๆ การผลิตหรือใหบ๎ ริการน้นั ๆ กจ็ ะสามารถชวํ ยลดตน๎ ทนุ ท่ไี มจํ ําเปน็ ได๎อยาํ ง คาดไมถํ งึ ลองพจิ ารณาดูวําหากผลติ สินค๎าหรือบริการทขี่ าดคุณภาพแลว๎ จะเกดิ อะไรขึน้ บา๎ ง - ท้งิ เป็นการสูญเสยี ท่ีร๎ายแรงท่สี ดุ เนอื่ งจากเราต๎องสูญเสียเป็นปัจจัยการผลติ ทงั้ หมดไปโดยไมํเกิด ประโยชน์ ไมํวาํ จะเปน็ ตน๎ ทุนวตั ถดุ ิบ แรงงาน หรอื เวลาท่ีใชไ๎ ป ในขณะเดียวกันเราต๎องมาเรม่ิ ผลติ ใหมํ ซึ่ง ทําให๎สญู เสียปจั จัยการผลิตเพ่ิมขนึ้ - แก๎ไข ผลทต่ี ามมาก็คือ การเสยี เวลาแรงงาน และตน๎ ทนุ บางสํวนท้ังท่ีทาํ ไปแลว๎ และท่ีต๎องใชใ๎ นการแก๎ไข ซงึ่ ทําให๎เกดิ คําใชจ๎ าํ ยเพ่มิ ข้ึน - นําไปหมุนเวียนใช๎ใหมํ เชนํ การขึ้นรูปโลหะท่ีไมํไดร๎ ูปมาตรฐาน จึงต๎องนาํ โลหะชนิ้ นน้ั ไปหลอมใหมํ แลว๎ นาํ กลับมาเข๎ากระบวนการผลติ ใหมอํ ีกครัง้ จะเหน็ ได๎วําเสยี ทั้งแรงงานและเวลาทท่ี าํ ไป นอกจากน้นั การนํา กลบั มาเข๎ากระบวนการผลิตใหมํอกี ครง้ั อาจทําให๎ผลิตภัณฑท์ ่ไี ด๎มีคุณภาพด๎อยลงเนื่องจากวตั ถดุ บิ ไดถ๎ ูกใช๎ ไปแล๎วทําให๎ขาดคุณภาพ - นําไปขายเปน็ สนิ คา๎ มตี ําหนิ อาจไมํได๎ราคาตามท่คี าดไว๎ - เสยี คาํ ใชจ๎ าํ ย เสยี เวลา และแรงงาน ในการตรวจสอบ แทนท่ีจะให๎พนกั งานทท่ี ําหน๎าท่ีตรวจสอบไป ปฏบิ ตั งิ านอ่นื ๆ สาํ หรบั ผ๎ผู ลติ หรอื ผ๎ใู ช๎บรกิ ารแล๎ว การพบสินคา๎ ท่ีมีข๎อบกพรํองหรอื จุดตําหนเิ พยี ง 1 หรอื 2 ชิน้ ผผู๎ ลิต อาจจะรูส๎ ึกวํามปี ริมาณไมํมาก โดยถา๎ คดิ เปน็ เปอร์เซน็ ต์แล๎ว อาจเปน็ เพยี งไมํก่ีเปอรเ์ ซน็ ต์ แตใํ นมมุ มองของ ลกู ค๎าแล๎ว หากลูกค๎าได๎รับสินค๎าหรือบริการทมี่ ีข๎อบกพรํอง หรือจุดตาํ หนิเพยี ง 1 ชน้ิ หรอื 1 ครัง้ เทําน้ัน น่นั กค็ ือความผดิ พลาด 100% ทีล่ ูกคา๎ ได๎รับจากผ๎ูผลิตหรือผู๎ใหบ๎ ริการ 3. ยกระดับความตอ๎ งการของลกู ค๎า คงเคยไดย๎ ินคาํ พูดที่วาํ “ลกู คา๎ ยํอมจํายเพ่ือสง่ิ ท่ีดีกวาํ และพอใจกวาํ ” จึงเหน็ ไดว๎ าํ ปัจจัยทางด๎านราคาไมํไดม๎ ีอิทธิพลตอํ การตัดสินใจซอื้ สนิ คา๎ หรือใชบ๎ ริการเสมอไป - สนิ ค๎าราคาเทาํ กันลูกค๎าจะตัดสนิ ใจเลอื กสงิ่ ท่ีตอบสนองความต๎องการได๎มากกวํา เชํน นาฬกิ า 2 เรือน ราคาเทาํ กนั แตํตาํ งยีหอ๎ กันเรือนทม่ี ียหี ๎อเปน็ ท่ีรูจ๎ ักกนั ในทอ๎ งตลาดใช๎เปน็ นาฬิกาปลุกไมํได๎ในขณะที่อกี เรือนใช๎เปน็ นาฬิกาปลกุ ได๎และยีห๎อไมเํ ป็นทรี่ ูจ๎ ักแพรํหลายนกั ลกู ค๎ากลมํุ หน่ึงอาจจะตดั สนิ ใจเลือกซ้ือ นาฬิกาเรือนทีป่ ลุกได๎ เนื่องจากคํานึงถึงประโยชนใ์ ชส๎ อยมากกวาํ ทีจ่ ะคํานงึ ถงึ ย่ีห๎อผลติ ภัณฑ์ - สินคา๎ ที่ราคาแตกตํางกนั ไปในบางครงั้ ลูกค๎าจะไมรํ ส๎ู ึกวาํ สินคา๎ ท่รี าคาสูงกวํามีราคาแพงหากเขาเชอ่ื วาํ

104 สนิ ค๎าน้ันมคี ุณภาพดีกวํา เชนํ ปจั จุบนั กลํุมลูกคา๎ วัยรนํุ นยิ มซือ้ เสือ้ ผ๎าทีผ่ ลิตและเขาประทับตราตํางประเทศ ถึงแมว๎ ําราคา สินาคา๎ เหลํานัน้ จะแพงกวํามาก แตเํ นื่องจากพวกเขามีคาํ นิยมและเชื่อวาํ สนิ ค๎าที่ผลติ จาก ตํางประเทศยอํ มมีคณุ ภาพดกี วําใสํแล๎วโก๎หรูกวําสนิ ค๎าทผี่ ลิตในประเทศจึงไมรํ ู๎สกึ วําแพงเกินไปนัก 4. สงํ มอบไดต๎ ามกําหนด สนิ คา๎ หรอื บรกิ ารท่ีสงํ มอบถึงมือลูกคา๎ ได๎ทนั ตามท่ลี กู ค๎ากําหนด โดยมีคุณสมบตั ิ ครบถว๎ นยอมสร๎างความพึงพอใจใหก๎ ับลกู ค๎าเสมอ และเป็นเหตุผลสําคญั ทีท่ าํ ให๎ลูกค๎าตัดสินใจเลอื กซื้อ สินคา๎ หรือใช๎บริการในครัง้ ตํอ ๆ ไปด๎วย เพราะถ๎าเกิดการรอคอยอาจสงํ ผลเสียดงั นี้ 1. ลูกคา๎ เปล่ียนใจไปเลือกซอ้ื สนิ ค๎าหรอื บรกิ ารอน่ื 2. ลูกคา๎ ตัดสินใจเลิกใชส๎ นิ คา๎ หรอื บรกิ ารนั้น ๆ เลย 3. ขนั้ ตอนตํอไปตดิ ขัดซ่งึ อาจจะทาํ ให๎ขั้นตอนสดุ ทา๎ ยลําช๎าไปดว๎ ย ในทน่ี ี้ลูกค๎าทเี่ รากลําวถึงไมํได๎หมายถึงลกู ค๎าทซ่ี ้ือสินคา๎ หรือใช๎บรกิ ารเทาํ นน้ั (End Users) ตัวอยําง ทาํ นรูส๎ กึ หวิ มากจงึ เข๎าไปรบั ประทานอาหารในภัตตาคารแหํงหนง่ึ หลงั จากพนงั งานบริการรบั คําสงั่ รายการ อาหารดา๎ ยทาํ ทางท่อี ํอนน๎อมไปไมนํ าน อาหารก็ถูกยกมาบรกิ ารอยาํ งรวดเร็วและครบถ๎วน ซ่งึ ทําใหท๎ าํ น ร๎ูสกึ พงึ พอใจกบั บรกิ ารท่ีไดค๎ ุณภาพสมบรณู ์แบบของของภัตตาคารแหงํ นี้เปน็ อยาํ งมาก จะเหน็ ไดว๎ าํ ขน้ั ตอนตําง ๆ ต้งั แตกํ ารจัดซื้อถงึ ข้นั ตอนสุดทา๎ ยคือลกู คา๎ นัน้ จะต๎องดําเนินการไปอยํางตํอเนื่อง ถา๎ หากข้นั ตอนใดสะดุด กระบวนการผลิตหรือใหบ๎ ริการก็จะขาดตอนและชะงักลงซ่ึงสํงผลใหก๎ ระทบ กระบวนการอืน่ ๆ ติดขัดไปด๎วย และในท่สี ดุ ขั้นตอนสุดทา๎ ยก็คอื ลูกค๎ากจ็ ะไดร๎ ับสนิ คา๎ หรอื ใชบ๎ ริการที่ ลําช๎ากวาํ กาํ หนด จากกรณตี ัวอยําง เราจะพบวําลกู คา๎ ไมํไดห๎ มายถึงผ๎ูเข๎ามารับประทานอาหารในภตั ตาคารเทําน้นั แตํลกู ค๎า ในทนี่ ีย้ ังหมายถึง ผ๎ูที่จะไดร๎ บั ชวํ งสนิ คา๎ หรือใช๎บริการจากเราในข้นั ตอนถดั ไปดว๎ ย ทง้ั ผชู๎ ํวยพํอครัว พํอครวั พนักงานบริการ และลูกค๎า ตํางเป็นลูกค๎าของขั้นตอนกํอนหนา๎ น้ที ง้ั ส้ิน ดังนั้น ลกู คา๎ สามารถ แบงํ ออกได๎ เป็น 2 ประเภท คือลูกค๎าภายในและลกู คา๎ ภายนอก ก. ลูกคา๎ ภายใน (Internal Customer) คอื ผู๎ทีอ่ ยูภํ ายในหนวํ ยงานเดียว เชํน ผ๎ชู วํ ย พํอครวั พอํ ครวั พนักงานบริการ ข. ลูกค๎าภายนอก (External Customer) คอื ผู๎ที่อยภูํ ายนอกหนวํ ยงานท่ีซื้อสินค๎าหรือ ใชบ๎ ริการ ดงั น้นั ทุกหน๎าท่ีในกระบวนการผลิตสนิ คา๎ หรือใหบ๎ ริการจึงมคี วามสาํ คญั ท้งั ทางตรงและทางอ๎อมตํอ คณุ ภาพท้งั สิ้น การสรา๎ งคุณภาพจงึ เปน็ หน๎าท่ีของทกุ คน หากทกุ คนทํางานโดยคํานึงถึงคุณภาพของงานที่ รับผดิ ชอบ กจ็ ะทําใหล๎ กู ค๎าทง้ั ภายในและภายนอกไดร๎ บั สินค๎าหรอื บริการทีม่ ีคุณภาพและตรงตามเวลา ทาํ

105 ให๎เกดิ ความพึงพอใจของลกู ค๎า ซ่งึ สํงผลใหอ๎ งค์กรอยูรํ อดและเกดิ ความก๎าวหนา๎ ของกจิ การในทสี่ ดุ 5. คุณภาพทาํ ให๎ชวี ติ ที่ดขี ้นึ ในแงขํ องผผู๎ ลิต หากเราผลติ สินค๎าที่มีคุณภาพ ไมํมีของเสีย ไมํมปี ัญหาในการ ผลิตสงํ มอบสินคา๎ หรือบรกิ ารได๎ตรงตามเวลา พนักงานกจ็ ะมีความสุขกับการทํางาน มีกําลงั ใจในการ ทาํ งานท่ีดีเพราะไมํตอ๎ งถูกตําหนจิ ากหัวหนา๎ ไมตํ ๎องทํางานเพม่ิ เติม เนือ่ งจากต๎องปรบั ปรุง แกไ๎ ข หรอื ผลติ ใหมํ ในขณะเดียวกนั ผบ๎ู รโิ ภคก็จะไดบ๎ ริโภคสนิ ค๎าหรือบริการที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและวางใจได๎ คณุ ภาพของสนิ ค๎าหรือบริการเป็นส่งิ ลูกคา๎ ท้ังภายในและภายนอกต๎องการและพึงพอใจ โดยตอ๎ งไมํเป็นภยั ตอํ สงั คมและสงิ่ แวดล๎อม ซึ่งในการผลิตสนิ คา๎ หรอื ใหบ๎ ริการน้นั เราควรทําให๎ถูกต๎องต้ังแตคํ รั้งแรก นอกจากนี้แลว๎ การผลิตสนิ ค๎าหรือใหบ๎ รกิ ารทมี่ คี ุณภาพนั้นยังจะชวํ ยลดตน๎ ทุนการผลติ และสามารถสํงมอบ งานไดต๎ ามกําหนด 4. ตน๎ ทนุ (Cost) หวั เรอ่ื ง 1 ความหมายของต๎นทุน 2 ประเภทของตน๎ ทุน 3 แนวทางในการลดตน๎ ทุน สาระสาํ คญั 1 ความหมายของต๎นทนุ คาํ ใช๎จาํ ยตาํ งๆ ทีเ่ ราจํายไปเพื่อดําเนนิ การผลิตสนิ ค๎าหรอื ใหบ๎ ริการ 2 ประเภทของตน๎ ทนุ ต๎นทนุ ในท่นี ้เี ราจะหมายถงึ ตน๎ ทนุ การดาํ เนินการซง่ึ เกย่ี วขอ๎ งกบั ทุกๆ ขน้ั ตอนในการ ปฏิบัติงาน อนั ประกอบดว๎ ย. ตน๎ ทนุ วตั ถดุ บิ (Material Cost) ตน๎ ทนุ การทาํ งานของเครอ่ื งจักร (Machine Operating Cost) ต๎นทนุ ดา๎ นแรงงาน (Labor Cost) 3 แนวทางในการลดตน๎ ทนุ ในดา๎ น ตน๎ ทนุ วตั ถดุ บิ . ต๎นทนุ การทาํ งานของเครือ่ งจกั ร ตน๎ ทนุ ดา๎ น แรงงาน จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 4. เข๎าใจความหมายของตน๎ ทนุ และประโยชนท์ ี่ได๎รบั จากการลดต๎นทนุ 5. แบงํ ประเภทของต๎นทุนไดถ๎ ูกต๎อง 6. ประยุกต์ความรทู๎ ี่ได๎เพ่ือการลดตน๎ ทนุ ของหนํวยงาน

106 4. ตน๎ ทนุ (Cost) ความหมายของตน๎ ทนุ ต๎นทนุ หมายถึง คําใชจ๎ าํ ยตาํ งๆ ท่ีเราจาํ ยไปเพื่อดําเนินการผลติ สนิ ค๎าหรือให๎บริการ ตน๎ ทุนเกดิ ข้นึ ได๎ ทุกๆ ข้ันตอนของการทาํ งาน เชนํ เครือ่ งจักร อุปกรณส์ ํานักงาน คาํ จ๎างพนักงาน คาํ นา้ํ คาํ ไฟ คําซํอม บํารงุ หรอื คําใชจ๎ าํ ยเบ็ดเตลด็ อืน่ ๆ ฯลฯ ประเภทของตน๎ ทนุ ต๎นทนุ ในที่นเ้ี ราจะหมายถงึ ตน๎ ทุนการดาํ เนนิ การซงึ่ เก่ียวขอ๎ งกบั ทกุ ๆ ขั้นตอนในการปฏิบตั ิงาน อัน ประกอบด๎วย 1. ตน๎ ทนุ วตั ถดุ บิ (Material Cost) คอื คําวัสดทุ ซ่ี ้อื มาจากหนํวยงานภายนอก เพ่อื นําไปใชผ๎ ลติ เป็น สินคา๎ หรอื บรกิ าร ตลอดจนคําวสั ดตุ ํางๆ ทจ่ี ําเป็นต๎องใชใ๎ นการปฏิบตั ิงาน 2. ตน๎ ทนุ การทาํ งานของเครอื่ งจกั ร (Machine Operating Cost) คอื คําใชจ๎ าํ ยตาํ งๆ อันเก่ียวข๎องกับ เคร่ืองจักรซ่ึงใชใ๎ นการผลิตสนิ ค๎าโดยไมํคาํ นงึ วาํ เคร่ืองจักรนั้นกําลงั ทาํ งานอยูํหรือไมํ 3. ตน๎ ทนุ ดา๎ นแรงงาน (Labor Cost) คอื คําใชจ๎ ํายในการจ๎างบคุ ลากรเพื่อมาทาํ หน๎าทด่ี ๎านตํางๆ ใน หนวํ ยงาน แนวทางในการลดตน๎ ทนุ 1. ต๎นทนุ วัตถดุ ิบ ใชแ๎ นวทางดังนี้ 1.1 แนวทางการลดตน๎ ทนุ วตั ถดุ บิ โดยใชห๎ ลกั วศิ วกรรมคณุ คาํ (Value Engineering) คือ การ วเิ คราะห์ถึงคุณสมบัติของวสั ดทุ ี่จะนํามาผลติ เปน็ สินคา๎ โดยมํุงเน๎นทก่ี ารค๎นคว๎าหาวัสดุท่มี รี าคาถกู หางาํ ย และมคี ุณสมบัติที่สามารถใชท๎ ดแทนวัสดุท่ใี ชอ๎ ยํูในปจั จุบนั ได๎ และเม่ือนาํ ไปใช๎ในกระบวนการผลติ จะ สามารถลดความสญู เสียที่เกดิ ขึน้ ใหน๎ ๎อยลง ตลอดจนชํวยให๎การผลติ ดาํ เนินไปอยาํ งมีประสทิ ธภิ าพมากขึ้น 1.2 แนวทางการลดตน๎ ทนุ ดว๎ ยวธิ กี ารขจดั การสญู เสยี ของวตั ถดุ บิ โดยการพิจารณาดูวํากระบวนการ ผลติ สินค๎าหรอื บรกิ ารที่เราทาํ งานอยูํ เราสามารถชํวยลดต๎นทนุ วตั ถุดบิ ดว๎ ยวิธกี ารขจดั การสญู เสยี ได๎ อยํางไร โดยไมจํ าํ เปน็ ต๎องลดตน๎ ทนุ ให๎ได๎ปริมาณมากๆ เพียงแตํพยายามประหยัดและใชว๎ ัตถุดิบใหค๎ ๎ุมคํา และเกดิ ประโยชนส์ งู สุดกพ็ อ 2. ตน๎ ทนุ การทาํ งานของเครอื่ งจักร ใช๎แนวทางดังนี้ 2.1 ทําความสะอาดและบาํ รงุ รักษาเคร่ืองจกั รอยาํ งถกู ตอ๎ ง เพ่อื ให๎เครื่องจกั รอยใูํ นสภาพทีด่ พี ร๎อม ลด คําใช๎จํายในการซอํ มบํารงุ และสามารถผลติ สนิ ค๎าได๎ตรงตามแผนทีก่ ําหนด 2.2 เรยี นรแ๎ู ละปฏบิ ตั กิ บั เครอ่ื งจกั รอยํางถูกวธิ ี เพ่ือให๎เครื่องจักรมสี ภาพดีไมํซํอมบํอย และไมํเกิด

107 ขอ๎ ผดิ พลาดระหวํางการใชง๎ าน 2.3 ไมเํ ดนิ เคร่ืองจกั รโดยไมไํ ดท๎ าํ การผลติ เพ่อื ประหยัดคาํ ใชจ๎ ําย และเครอ่ื งจักรไมํสกึ หรอหรือ เสียกํอนเวลาอันควร 3. ต๎นทนุ ดา๎ นแรงงาน ใชแ๎ นวทางดงั น้ี 3.1 ปฏบิ ตั ิงานใหถ๎ กู ต๎องตัง้ แตคํ รง้ั แรก โดยการฝกึ อบรมและสอนงานให๎พนกั งานมีความรู๎ และมีทกั ษะ ในการทาํ งานอยาํ งถูกต๎อง ตลอดจนสรา๎ งจิตสํานกึ ใหม๎ ีความต้ังใจและเอาใจใสตํ ํองานทไ่ี ด๎รบั มอบหมาย 3.2 ปรบั ปรงุ วธิ กี ารทาํ งาน เพ่ือชวํ ยใหป๎ ฏบิ ัตงิ านไดง๎ าํ ยและบรรลุผลมากขึน้ 3.3 ฝกึ ให๎พนกั งานมที ักษะในงานหลายๆ ดา๎ น เพือ่ สามารถทํางานทดแทนกันได๎ 5. การสงํ มอบ (Delivery) หวั เรื่อง .1 ความหมายของการสํงมอบ .2 อปุ สรรคของการสงํ มอบ สาระสาํ คญั 1. การสํงมอบ หมายถึงการสงํ มอบสินค๎าหรือบริการให๎แกํหนํวยงานถัดไป ซ่งึ ถือวําเป็นลูกคา๎ ของเรา ได๎อยาํ งตรงเวลามีจาํ นวนครบถ๎วน และมคี ุณสมบตั ติ ามท่ลี ูกคา๎ ต๎องการ 2. อุปสรรคสําคัญตํอการสงํ มอบทีด่ ี ได๎แกํ วตั ถดุ ิบขาด ข๎อมลู ไมคํ รบถ๎วน กําลงั การผลติ ไมเํ พียงพอ เครอื่ งจักรเสยี ใชเ๎ วลาในการผลติ นาน วิธกี ารทํางานไมํถกู ตอ๎ ง วตั ถปุ ระสงค์เชงิ พฤตกิ รรม 1. อธิบายความหมายของการสงํ มอบได๎อยาํ งถูกตอ๎ ง 2. ประยุกต์ความร๎ทู ่ีไดใ๎ นการปรับปรงุ การสํงมอบภายในหนวํ ยงานของตนเอง 5. การสงํ มอบ (Delivery) ความหมายของการสงํ มอบ คณุ ลกั ษณะของสนิ คา๎ หรือบริการจดั วาํ มสี ํวนสาํ คญั ที่สร๎างความพงึ พอใจให๎ลูกคา๎ ได๎แคํอยํางไรก็ตามใน ภาวการณ์แขงํ ขันที่รุนแรงในปจั จบุ ันน้ี คุณลักษณะตํางๆ เหลําน้นั คงไมเํ พียงพออีกตอํ ไปเนื่องจากผผ๎ู ลิต และผใ๎ู ห๎บรกิ ารทุกรายได๎เรยี นรู๎ และพยายามปรับปรุงสนิ ค๎าและบริการของตนเองใหร๎ องรบั ความต๎องการ ของลกู ค๎าได๎อยํตู ลอดเวลา ดงั นน้ั สิ่งสําคญั อีก

108 อยํางหน่ึงทสี่ ร๎างความไดเ๎ ปรยี บใหก๎ บั บริษัทกค็ ือการผลิตสินคา๎ หรือใหบ๎ ริการได๎อยาํ งรวดเร็ง ถกู ต๎องและ ทันตามกําหนด เราเคยตั้งคําถามกับตัวเองไหมวาํ ทําไมปัจจบุ ันธรุ กิจอาหารจานดวํ นหรอื ฟาสฟูดท์ (FastFood)ประเภทสงํ ตรงถึงมือผู๎บริโภคภายในเวลาท่ีตอ๎ งการจึงได๎รบั ความนิยมมากข้นึ ในสังคมไทยทั้งๆ ทรี่ าคาของอาหารจาน ดวํ นก็คอํ นขา๎ งสงู กวาํ อาหารทั่งๆไป บางคนอาจให๎เหตุผลวาํ ต๎องการเลย่ี งรถตดิ หรือเลย่ี งการเสยี เวลาหา อาหารนอกบ๎านรบั ประทาน จึงเลือกสั่งอาหารมาทีบ่ า๎ นมจี ุดเดํนอยํางหน่งึ ก็คือเร่ืองของการสงํ มอบสนิ ค๎า ตามท่ลี กู คา๎ ตอ๎ งการตรงตามเวลา ถกู ต๎องและครบถ๎วนเหลาํ นน้ี บั วาํ สร๎างความพึงพอใจใหผ๎ ู๎บรโิ ภคไดอ๎ ยําง มาก คลังสินค๎า --- แผนกผลติ --- แผนกประกอบ --- แผนกบรรจภุ ณั ฑ์ --- แผนกจัดสงํ --- ลกู คา๎ จากแผนภาพการผลติ ขา๎ งตน๎ จะพบวาํ ในแตลํ ะสวํ นของการผลิตจนถึงการจดั สํงจะมลี ูกค๎าของตนเองซง่ึ เรยี กวาํ ลกู คา๎ ภายใน (ตามท่ีไดก๎ ลําวไว๎แลว๎ ในเร่อื งของคณุ ภาพ) ในขณะเดียวกันบริษัทก็มลี กู คา๎ ภายนอก ซ่ึงเปน็ ผ๎ูซื่อสินค๎า ดังนัน้ หากแผนกใดแผนกหน่ึงในกระยวนการผลิตเกิดปัญหาข้นึ กจ็ ะสํงผลใหก๎ ารสํง ชิน้ งานไปยังอีกแผนกลําช๎า ซึ่งความลาํ ช๎านั้นก็อาจจะมผี ลตํอกันไปเรอ่ื ยๆ ยงั แผนกอนื่ เป็นลกู โซํ จนกระทง่ั มีผลกระทบตํอการสงํ มอบในขนั้ ตอนสดุ ท๎ายซึง่ ก็คอื ลูกคา๎ ได๎รับสนิ ค๎าท่ลี าํ ชา๎ ไมํตรงตามกําหนด ผลกค็ ือ อาจทาํ ใหบ๎ ริษทั ต๎องเสยี ลูกคา๎ ไปในทส่ี ุด โดยท่ัวไปแลว๎ ความหมายของการสํงมอบสินคา๎ ก็คือ การสํงงานที่ผลติ เสรจ็ แลว๎ ในหนวํ ยงานหน่งึ ไปยังอีก หนวํ ยงานหน่ึง โดยผํานทางการจนย๎าย เชนํ ใชส๎ ายพานรถเข็น รถยก หรือให๎คนเคลื่อนย๎ายและสุดท๎ายสํง มอบให๎ลูกคา๎ ตํอไป แตใํ นแงํของการเพิม่ ผลผลติ แล๎ว การสํงมอบสินค๎าหมายถึง การสํงมอบสินคา๎ หรอื บริการใหแ๎ กํหนวํ ยงานถัดไป ซึ่งถือวาํ เป็นลูกคา๎ ของเราได๎อยาํ งตรงเวลามจี าํ นวนครบถว๎ น และมีคุณสมบัติ ตรงตามท่ลี กู ค๎ากําหนด วิธีการทีจ่ ะชวํ ยใหก๎ ารสงํ มอบตรงเวลา ถกู ตอ๎ งและครบถว๎ นนั้น ทําได๎โดยการปรับปรุงหารสํงมอบซง่ึ ตอ๎ ง เร่มิ ตง้ั แตหํ นํวยงานที่เล็กท่สี ุดกํอน คอื การสงํ มอบระหวาํ งหนํวยผลิตทต่ี ํอกนั เชํนการสงํ มอบจากพนักงาน คนหน่งึ ไปยงั พนักงานอีกคนหนงึ่ หรอื จากเครื่องจักรหนึง่ ไปยงั อีกเครือ่ งจักรหน่งึ โดยยึดแนวคิดท่วี ํา หนํวยงานถดั ไปคอื ลกู ค๎าของเรา ถา๎ ทุกๆ หนํวยงานมแี นวคิดเชนํ น้ีในการทํางานก็จะสํงมอบช้ินงานให๎ หนํวยงานถัดไป นอกจากที่หนวํ ยงานถัดไปจะไดร๎ ับช้ินงานทม่ี คี ุณภาพไปผลติ ตํออยํางตรงตํอเวลาแล๎ว และ เมอ่ื แตํละหนวํ ยงานผลิตสนิ ค๎าท่มี ีคุณสมบัตถิ ูกต๎องจาํ นวนถูกต๎อง สํงตรงตามเวลาแล๎ว กจ็ ะสงํ ผลถึงการสงํ มอบขั้นสุดทา๎ ย คอื การสงํ มอบให๎แกํลูกค๎าได๎ตรงตามท่กี ําหนดน่ันเอง อปุ สรรคของการสงํ มอบ ความสญู เสียจดั วาํ เป็นอปุ สรรคทส่ี ําคญั ตํอการสงํ มอบ ซงึ่ มีตวั อยํางความสูญเสยี ตํางๆ ตํอไปนี้ท่ีมี ผลกระทบตํอการสงํ มอบสนิ ค๎า 1. วตั ถดุ ิบขาดเนื่องจากฝุายจัดซ้ือไมสํ ามารถควบคมุ วัสดุคงคลังให๎พร๎อมตํอความต๎องการของฝุายผลิตได๎

109 2. การรอคอยข๎อมูลสําหรับใช๎ในการออกแบบสินคา๎ 3. กาํ ลังการผลิตไมํเพยี งพอ 4. เครอ่ื งจักรเสีย 5. ระยะเวลาที่พนักงานแตลํ ะคนใชใ๎ นการผลิตชนิ้ งานนานเกนิ ไป 6. วิธีการทาํ งานพนักงานไมํเหมาะสม จากตัวอยาํ งดังกลําวลว๎ นทําใหเ๎ กิดความสูญเสยี ซ่งึ สงํ ผลตํอการสํงมอบสินค๎าทัง้ สิ้นความพยายามทีจ่ ะลด ความสูญเสียจงึ เป็นความรวํ มมือกันของทกุ คนในหนํวยงาน เพือ่ ให๎ทกุ ขน้ั ตอนการผลติ หรือการให๎บริการ ตรงตามกําหนดอยาํ งตอํ เน่ือง การเราทกุ คนชวํ ยกนั ลดความสญู เสยี ในทดุ ขัน้ ตอนแลว๎ ก็จะสงํ ผลดีกับ หนวํ ยงานเอง คือ ประสทิ ธิภาพในการทํางานเปน็ ทมี 6. ความปลอดภยั (Safety) และขวญั กาํ ลงั ใจในการทาํ งาน (Morale) หวั เร่ือง 1. ความหมายของความปลอดภัย 2. แนวทางในการสรา๎ งความปลอดภัย หรือวิธีการปอู งกนั อุบัตเิ หตุ 3. ประโยชน์ของความปลอดภัย 4. การกระทําที่ไมํปลอดภัย 5. สภาพการณ์ท่ีไมํปลอดภยั 6. ความหมายของขวัญกาํ ลังใจในการทาํ งาน 7. ปจั จยั ที่มผี ลตอํ ขวญั กําลงั ใจของพนักงาน สาระสาํ คญั 1. ความปลอดภัยหมายถึงการปลอด (ปราศจาก) อุบัตภิ ัย (สง่ิ ร๎าย ๆ ตาํ ง ๆ ทเี่ กดิ ขึ้น) 2. แนวทางในการสรา๎ งความปลอดภัย ไดแ๎ กํ (1) การจดั หนวํ ยงานและบรกิ ารงานดา๎ นความปลอดภัย (2) การควบคุมอันตรายทว่ั ไป (3) การควบคมุ อันตรายในกระบวนการผลติ (4) การฝกึ อบรมการสื่อสาร และ การจูงใจ 3. ประโยชนข์ องความปลอดภัย (1) ผลิตผลเพิ่มขน้ึ (2) ตน๎ ทนุ การผลิตลดลง (3) กาํ ไรมากขน้ึ (4) สงวน ทรัพยากรมนุษย์แกปํ ระเทศชาติ (5) เป็นการจูงใจในการทํางาน 4. การกระทําท่ีไมปํ ลอดภยั คือ การกระทําท่ีทําให๎ตวั เอง/หรอื บุคคลอ่นื มโี อกาสทจี่ ะสมั ผัสกับแหลงํ อนั ตรายได๎งาํ ย 5. ขวญั และกาํ ลังใจในการทํางานหมายถงึ สภาพทางจิตใจของผูป๎ ฏบิ ัตงิ านท่มี ีตํอการปฏิบตั งิ าน 6. ปัจจัยที่มผี ลตอํ ขวญั กําลงั ใจของพนักงาน ไดแ๎ กํ สภาพแวดล๎อมทีเ่ ออื้ ตํอการปฏิบัตงิ าน และผู๎รํวมงานท่ี อยํูแวดลอ๎ มพนักงาน

110 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 1. อธบิ ายความหมายและความสําคัญของความปลอดภัยและขวัญกาํ ลงั ใจในการทาํ งาน 2. นาํ ความรท๎ู ไ่ี ด๎ไปประยุกตใ์ ชใ๎ นการสร๎างความปลอดภยั ในท่ที ํางาน และสร๎างขวญั กําลงั ใจทั้งตํอตนเอง และเพื่อนรํวมงาน 6 ความปลอดภยั (Safety) และขวญั กาํ ลงั ใจในการทาํ งาน (Morale) ความหมายของความปลอดภยั เหตกุ ารณ์โศกนาฏกรรมไฟไหมโ๎ รงแรมรอยลั จอมเทยี น พัทยา ซ่ึงมผี ูบ๎ าดเจบ็ และสูญเสียชีวิตจํานวนมาก ตัวอาคารรวมถึงอปุ กรณ์เคร่อื งใชต๎ ําง ๆ ก็ถูกเผามอดไหม๎ไปในกองเพลิงจากผลการสอบสวนพบวาํ สาเหตุ ของเพลงิ ไหมใ๎ นคร้ังนน้ั เกิดจากการเปดิ แก๏สในห๎องครัวทัง้ ไว๎ เมอื่ เกดิ ประกายไฟ ก็ทาํ ใหไ๎ ฟลุกตดิ ประกอบ กับวัสดทุ ใ่ี ช๎ในโรงแรมลว๎ นแล๎วแตเํ ป็นวสั ดทุ ี่งาํ ยตอํ การติดไฟทัง้ สนิ้ จากตัวอยํางนจี้ ะเหน็ ได๎วาํ การท่ีเกิดเหตุการณ์ไฟไหม๎ครั้งใหญํทีโ่ รงแรมรอยัลจอมเทยี นพัทยา น้นั ได๎ กํอให๎เกดิ การสูญเสียจํานวนมาก ซ่ึงเหตกุ ารณเ์ หลําน้ันอาจจะไมํเกดิ ขึน้ หากเราร๎จู กั วธิ ีสรา๎ งความปลอดภัย หรือวธิ ีปูองกันอุบัตเิ หตเุ สยี กํอนที่จะสายเกนิ แก๎ หรอื เกิดเหตุการณ์นาํ สะเทือนขวญั เชนํ น้ี ในแตํละวนั จะมีผไ๎ู ด๎รบั อุบัติเหตจุ ากการปฏบิ ตั ิงาน ในโรงงานจํานวนไมํน๎อยและมีมลู คาํ ความสูญเสียเปน็ จาํ นวนมาก จากการศึกษาอุบัตเิ หตทุ ี่เกิดขึน้ ทง้ั หมดพบวาํ มีสาเหตุหลกั ๆ ดงั น้ี - เกดิ จากการกระทําท่ีไมํปลอดภยั ของพนักงานในโรงงาน 69% - เกดิ จากสภาพการณ์ที่ไมํปลอดภัยหรือความบกพรอํ งของเครือ่ งจักรกล 3% - เกิดจากสาเหตุที่ไมํอาจปอู งกัน หรือคาดเดาได๎ 1% นอกจากการบาดเจ็บ การเสียขวัญกําลังใจ จนกระท่ังการสูญเสียชีวิตของพนักงานแลว๎ ยังมีความสูญเสยี อน่ื ๆ ทเ่ี ราไมํควรมองข๎าม กค็ ือ ความสญู เสียทางด๎านต๎นทุน ทั้งทางตรง เชํน คาํ รกั ษาพยาบาล เงนิ ทดแทน คาํ ทําขวัญ ทําศพ อาคารเสียหาย เครื่องมอื เครือ่ งใชเ๎ สียหายหรือทางอ๎อม ซ่งึ ได๎แกํ คาํ ใช๎จํายใน การหาพนักงานใหมํ การรอผลิต เป็นตน๎ ดงั นน้ั ในตอนน้ี เราจะมาศกึ ษาเร่อื งของความปลอดภัย แนวทาง ในการสรา๎ งความปลอดภัย และประโยชน์ของความปลอดภยั เพํอตัวเราเอง เพื่อคนทีเ่ รารกั และเพอ่ื ประเทศชาติของเราหรอื ความสญู เสยี หรอื อาจหมายถงึ การควบคุมความสญู เสียจากอบุ ัติเหตุ ซึ่งเก่ียวกบั การบาดเจบ็ เจบ็ ปุวย ทรัพย์สนิ เสียหายและความสญู เสียเน่ืองจากกระบวนการผลิต นอกจากนั้นแล๎ว การ ควบคุมจะรวมไปถึงการปูองกันไมใํ หเ๎ กดิ อบุ ัติเหตแุ ละการดําเนนิ การใหส๎ ูญเสียนอ๎ ยท่ีสุด เมือ่ เกิดอบุ ัติเหตุ ข้นึ แนวทางในการสรา๎ งความปลอดภยั หรอื วธิ กี ารปอู งกนั อบุ ตั เิ หตุ 1. การจัดหนํวยงานปละบรหิ ารงานด๎านความปลอดภยั เพื่อทําหนา๎ ท่คี วามรบั ผลิตชอบกฎเกณฑ์และ มาตรฐานดา๎ นความปลอดภัย รวมท้ังควบคมุ อบุ ัตเิ หตุและความเสียหายตามแผนท่ตี งั้ ไว๎ และท่ี

111 สาํ คญั ที่สดุ คือ ผบู๎ รหิ ารทกุ ระดบั ขน้ั ต๎องใหค๎ วามสําคัญตํอเร่ืองความปลอดภยั และอบุ ตั ิเหตุ 2.การควบคุมอนั ตรายทั่วๆ ไป อาทิ จัดระเบยี บและดแู ลรกั ษาโรงงาน เชนํ ใช๎ 5ส มาชวํ ยจดั ระเบียบโรงงาน 2.2 จดั สภาพแวดล๎อมในการทํางานให๎เหมาะสม เชํน มีแสงสวํางเพียงพอ ระดับเสยี งไมเํ กนิ มาตรฐาน 2.3 มีการออกแบบเครื่องปูองกันอันตรายของเคร่ืองจกั รอยํางถกู ต๎อง และจดั การให๎พอกับการความ ตอ๎ งการ 2.4 จัดหาอุปกรณป์ อู งกนั สวํ นบุคคลตามมาตรฐานท่ีกําหนดและฝกึ อบรมให๎ความร๎พู นักงานเพ่ือใหส๎ ามารถ ใช๎อุปกรณป์ ูองกันอันตรายเหลาํ นไ้ี ดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง 3. การควบคมุ อนั ตรายในกระบวนการผลติ 3.1 การปูองกนั อันตรายจากสารเคมี เชนํ ตดิ ฉลากคําอธิบายสารเคมีท่ีเป็นอันตรายใหเ๎ หน็ ชดั เจนแจง๎ รายละเอียดสารเคมีท่เี ปน็ อันตรายพรอ๎ งทงั้ วิธกี ารปฐมพยาบาลเบอื้ งตน๎ ให๎คนงานทรายกํอนปฏิบตั งิ าน จดั เก็บใหอ๎ ยูํในทที่ ่ีปลอดภัย 3.2 การปูองกันอัคคีภัย เชํน พนกั งานควรได๎รับการแนะนําและฝึกอบรมเกีย่ วกับการควบคุมและปอู งกนั อคั คีภยั อยํางเพียงพอและสม่ําเสมอ ควรจัดให๎มกี ารซ๎อมหนไี ฟอยาํ งน๎อยปลี ะ 1 ครงั้ เป็นต๎น 4. การฝกึ อบรม การส่ือสารและการจงู ใจด๎านความปลอดภัย อาทิ 4.1 จัดปกึ อบรมด๎านความปลอดภัยแกผํ ูบ๎ ริหารผค๎ู วบคุม และพนกั งาน 4.2 ปลูกฝึกทัศนคตดิ ๎านความปลอดภยั ใหก๎ ับพนักงานเข๎าใหมํ 4.3 ให๎มกี ารจดั ประชมุ ดา๎ นความปลอดภยั อยาํ งสม่ําเสมอ 4.4 จัดทาํ คํูมือมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน เป็นตน๎ ประโยชนข์ องความปลอดภยั การท่ีหนํวยงานมีสภาพการทํางานทป่ี ลอดภยั และพนักงานทกุ คนทํางานดว๎ ยความปลิดภัยแล๎วผลดีที่ เกดิ ขนึ้ ไดแ๎ กํ 1. ผลิตผลเพิ่มข้นึ การทาํ งานอยํางปลอดภยั โดยมสี ภาพแวดล๎อมทีด่ ี มีอุปกรณป์ ูองกนั อันตรายเหมาะสมจะทาํ ให๎พนกั งานมี ขวัญและกําลังใจในการทํางานสงู กวาํ สภาพการทงานที่อันตราย หรอื เสี่ยงตํอการบาดเจ็บ ความร๎สู ึก หวาดกลวั หรอื วิตกกังวลก็จะหมดไป ทาํ ใหท๎ าํ งานได๎อยํางเตม็ ที่ สํงผลใหผ๎ ลติ ผลเพิ่มขน้ึ 2. ต๎นทนุ การผลติ ลดลง ไดแ๎ กํ - ต๎นทนุ การผลิตเน่ืองจากความสญู เสยี ในระหวํางขนั้ ตอนการผลิต เชํน พื้นท่ีการปฏบิ ัติงาน ทข่ี าดความ เปน็ ระเบียบเรยี บร๎อย ขาดการรักษาความสะอาด อาจทาํ ใหเ๎ กดิ อุบัติเหตุในระหวํางการปฏิบตั ิงานได๎

112 - ต๎อนทนุ การผลติ ทีเ่ กิดจากคําใช๎จํายท่ีเกีย่ วข๎องกบั อบุ ตั เิ หตุ เชนํ คาํ รกั ษาพยาบาลเงนิ ทดแทนการ บาดเจบ็ ฯลฯ 3. กาํ ไรมากข้ึน การทํางานอยาํ งปลดิ ภัยชํวยใหผ๎ ลิตผลเพิ่มสงู ข้ึน และลดตน๎ ทุนการผลติ ใหต๎ ํา่ ลง ซ่งึ จะทําใหโ๎ อกาสท่ีสินค๎า ของโรงงานจะสามารถแขงํ ขัน ด๎านราคาในท๎องตลาดสูงขน้ึ สํงผลให๎บริษทั ได๎กาํ ไรมากขึ้นในท่ีสุด 4. สงวนทรัพยากรมนุษย์แกํประเทศชาติ การเกิดอบุ ัติเหตใุ นแตลํ ะครัง้ มักจะทาํ ให๎พนกั งานบาดเจ็บ พิการ ทุพลภาพหรือถงึ ขน้ั เสียชวี ติ ได๎ ซ่ึงถอื วํา เปน็ การสูญเสียทรพั ยากรทสี่ าํ คญั ของประเทศไป ดงั น้นั การทําให๎สภาพการทาํ งานมคี วามปลดิ ภัย จงึ เปน็ การสงวนไว๎ซึ่งทรัพยากรมนษุ ยท์ ีส่ าํ คัญ 5. เปน็ ปัจจยั ในการจูงใจ ความปลอดภยั ในการดาํ รงชีวติ และการทํางาน เป็นความต๎องการ พ้นื ฐานของมนุษย์ทกุ คน ดังนน้ั การจดั สภาพการทาํ งานใหป๎ ลอดภัย จงึ เปน็ การสรา๎ งแรงจูงใจใหพ๎ นักงานมีความต๎องการรู๎สกึ สนใจในการทํางาน มากยง่ิ ข้นึ การควบคุมอันตรายเพื่อลดอุบตั ิเหตุและสร๎างความปลดิ ภัยนั้น นอกจากจะเกดิ ผลดดี งั ที่กลําวข๎างต๎นแล๎ว กจิ กรรมด๎านความปลิดภยั จะสามารถชํวยใหห๎ นํวยงานมกี ารเพมิ่ ผลผลติ ทีส่ งู ขน้ึ ไดล๎ องพิจารณาดูแผนภาพ แสดงความสมั พนั ธ์ระหวาํ งความปลอดภยั กับการเพ่ิมผลผลิตดงั นี้ การกระทาํ ทไ่ี มปํ ลอดภยั (Unsafe Act) การกระทําที่ไมปํ ลอดภยั (Unsafe Act) คือ การกระทาํ ทท่ี ําใหต๎ วั เองหรอื บุคคลอ่ืนมีโอกาสท่จี ะสัมผัสกับ แหลงํ อันตรายไดง๎ ําย การกระทําที่ไมํปลดิ ภยั เกิดจาก 1. ปฏบิ ัติงานโดยไมํมหี นา๎ ทีร่ ับผิดชอบ 2. ปฏบิ ตั งิ านด๎วยความเร็วทไ่ี มปํ ลอดภัย - ลําเลียงหรือสงํ ของเรว็ เกนิ ไป - ว่งิ หรือกระโดด - ขับเคลื่อนควบคุมยานพาหนะ เครอื่ งจกั รดว๎ ยความเรว็ ท่ีไมปํ ลอดภัย 3. ใช๎อุปกรณห์ รือเครื่องมือชํารดุ (ทงั้ ๆ ท่ีรอู๎ ยูํแลว๎ วําชํารดุ หรอื เลิกใช๎แล๎ว) 4. ไมตํ ระเตรียมใหป๎ ลดิ ภัยไมํให๎สญั ญาณหรอื ใช๎สัญญาณผิด - ไมํปิดสวิทช์ ล็อค ปดิ วาวล์ ใหอ๎ ุปกรณ์มน่ั คงปลอดภัยจากการเคลอี่ นไหวกระแสไฟฟูา ไอนํา้ - ไมํไดห๎ ยดุ เคร่อื งมือเลิกใช๎งาน - ไมํตดิ เครื่องหมาย ปูายสัญญาณเตือน หรือใหส๎ ญั ญาณผิด - ปลอํ ยใหม๎ กี ารเคล่อื นที่ เชนํ เครนเริ่มผกโดยใหส๎ ญั ญาณไมํรดั กุม - เร่มิ หรอื หยดุ ภาชนะเคร่ืองจักรโดยไมํใหส๎ ญั ญาณ 5. ไมใํ ชอ๎ ุปกรณเ์ คร่ืองปูองกนั ภัยสวํ นบคุ คล

113 6. เกบ็ บรรจุ ผสม อยาํ งไมํปลอดภยั - ฉดี ผสม รวมสารแตลํ ะชนิดเขา๎ ด๎วยกันจนทาํ ให๎ระเบิด เพลิงไหม๎หรอื เกิดอนั ตรายอ่ืน ๆ - จัดเกบ็ วัสดุ สิ่งของอยํางไมํปลอดภยั 7. ดัดแปลง แกไ๎ ปอุปกรณค์ วามปลอดภยั - จัดผกู มัด ตัดตํอวงจร ฯลฯ ให๎อุปกรณค์ วามปลอดภยั ไมํทํางานหรือเอาออก - ปรบั เปลี่ยน อุปกรณ์ความปลอดภยั จนไมเํ หมาะสม สภาพการณท์ ไี่ มปํ ลอดภยั 1. อุปกรณ์ เครือ่ งจักร เคร่อื งมือชาํ รุด 2. แตงํ กายไมํเหมาะสม - ขาดอุปกรณป์ ูองกนั ภยั สํวนบคุ คลทีจ่ ําเป็น - เส้ือผ๎าท่สี วมใสํไมเํ หมาะสมปลอดภัย เชนํ รุํมราํ ม (เชํน เสื่อยาวเกินไป) 3. สภาพและส่ิงแวดลอ๎ มไมปํ ลอดภยั - มีปญั หาด๎วยสภาวะแวดล๎อม (ความร๎อน แสง เสียง ฝุน สารเคมี) - สภาพคบั แคบ - ปญั หาทางเขา๎ – ออก ทางเดนิ ทางจราจร 4. จดั เก็บวัสดุ เคร่อื งมือ เครอื่ งใช๎ไมถํ กู ต๎อง - กองไมํถูกวิธี เกะกะ - วางไมํถกู ตําแหนงํ - วางเก็บไมมํ น่ั คง 5. วธิ กี ารทํางานที่กําหนดใหไ๎ มํปลอดภัย - ใช๎วสั ดหุ รืออปุ กรณท์ ่ีมีอนั ตราย - ใช๎วธิ ที ่เี ป็นอันตราย - ไมมํ ีเครื่องมือที่เหมาะสม หรอื ไมํเพียงพอ - ขาดผ๎ูชํวยเหลือ - ใชค๎ นไมเํ หมาะกบั งาน 6. ขาดเครือ่ งกําบังหรือไมเํ หมาะสม - ไมมํ กี ารด์ ปูองกนั อันตรายจากเครื่องจกั ร - มีการ์ดที่ไมเํ พยี งพอ - ขาดฉนวนหรอื ไมมํ สี ายดิน - ขาดฉลากเตือนภัย (ของสารมพี ิษ) 7. เกิดจากสภาพภายนอกที่ควบคมุ ไมํได๎ - ธรรมชาติ (แผํนดินไหว น้าํ ทํวม)

114 - ส่งิ แวดล๎อมตาํ ง ๆ ทีค่ วบคุมไมไํ ด๎ ความหมายของขวญั และกําลังใจในการทํางาน การทหี่ นํวยงานจะประสบความสาํ เรจ็ ในธรุ กิจหรอื ไมนํ น้ั ไมํได๎ขึ้นอยํูกับการมีเครื่องจกั ที่มีประสิทธิภาพใน การผลติ หรือการมีเงนิ ทนุ สูงเพยี งพอเพํอใช๎ลงทนุ ในด๎านเทคโนโลยีเทาํ นนั้ แตํการมีพนกั งานท่ที ํางานได๎ อยํางมปี ระสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลนน้ั เป็นอกึ ปจั จัยหนงึ่ ที่สร๎างความได๎เปรยี บในการดําเนนิ ธรุ กิจ ขวญั และกําลังใจในการทาํ งาน หมายถงึ สภาพทางจติ ใจของผ๎ปู ฏิบัติงาน เชนํ ความร๎ูสึกนึกคดิ ที่ได๎รบั อิทธิพลจากแรงกดดันสง่ิ เรา๎ หรอื สภาพแวดลอ๎ มในหนํวยงานทอี่ ยํูรอบตวั โดยผูป๎ ฏบิ ัตงิ านน้นั จะมีปฏกิ ริ ยิ า โต๎กลบั ซึง่ กค็ ือพฤติกรรมในการทํางานทจี่ ะมผี ลโดยตรงตํอผลงานของบุคคลน้ัน ดังนั้นจึงเห็นไดช๎ ัดวาํ นอกจากทักษะ ความร๎ูความสามารถเฉพาะตวั ของแตํละบคุ คลแล๎วขวัญและกาํ ลังใจ ของพนักงานก็เปน็ สํวนหนง่ึ ท่ีชวํ ยใหพ๎ นกั งานปฏบิ ัตงิ านได๎อยํางเตม็ ความสามารถขวัญและกาํ ลงั ใจ จงึ มี ผลกระทบตํอความมงุํ มั่น และความเต็มใจในการทาํ งานของบุคคลนน้ั ตลอดจนความสัมพันธร์ ะหวาํ ง ผู๎ปฏิบตั ิงานภายในหนํวยงาน ในขณะทีข่ วัญและกําลงั ใจเป็นเร่ืองของทัศนคติทมี่ องไมเํ ห็นและวดั ได๎อยาก แตเํ ราก็สามารถรสู๎ ึกและสังเกตไดโ๎ ดยท่ขี วญั และกาํ ลงั ใจจะมีลกั ษณะทั้งใจเชิงบวกและลบและสามารถ เปลย่ี นแปลงไดต๎ ลอดเวลา ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอํ ขวญั กาํ ลงั ใจของพนกั งาน 1. สภาพแวดล๎อมในการทาํ งาน มีผลโดยตรงตํอการปฏิบตั ิงาน เชนํ พ้ืนที่ทาํ งานเหมาะสมแสดงสวาํ ง อปุ กรณ์เคร่อื งใช๎ในสาํ นักงานตําง ๆ เพียงพอ ระบบการบริหารงาน นโยบายของบริษัทระเบียบข๎อบังคับ ถกู ต๎องและถกู ต๎องและชดั เจน มคี วามกา๎ วหน๎าในสายงาน ฯลฯ ดงั น้ันการจัดสภาพแวดล๎อมภายใน หนวํ ยงานจงึ เป็นสงิ่ ท่ีจาํ เป็นต๎องทําให๎ถูกต๎อง ถูกสขุ ลกั ษณะเพ่ือให๎ผป๎ู ฏบิ ตั งิ านสามารถปฏิบัติงาน ตาํ ง ๆ ด๎วยความม่ันใจ สบายใจ และปลอดภยั ซึง่ จะทําให๎งานดําเนนิ ไปดว๎ ยความราบร่นื 2. บรรยากาศในการทาํ งาน เป็นเรอื่ ของความสัมพนั ธร์ ะหวาํ งบคุ คล หรอื กลุํมบคุ คลทเี่ กี่ยวข๎องกับการ ปฏิบตั งิ านท้ังภายในและภายนอกหนวํ ยงาน อาทิ ผบ๎ู ังคบั บญั ชา เพอ่ื นรํวมงานลูกค๎า ผ๎ูขายปจั จยั การผลติ เป็นตน๎ รวมไปถึงผ๎ูอน่ื ท่ีเกยี่ วข๎องกับการทาํ งาน สรปุ ในการทํางาน นอกเหนอื จากการใช๎ความร๎ู ความสามารถและทักษะในการปฏบิ ตั ิงานแล๎วขวญั และกาํ ลังใจ ในการทํางานกม็ ีอิทธิพลตอํ ความสําเร็จขอองงานไมมํ ากก็น๎อย ดงั น้ันผูบ๎ รหิ ารจงึ ต๎องตระหนักถึง ความสาํ คัญในเรื่องนี้โดยต๎องเอาใจใสํและพยายามรกั ษาขวัญและกําลงั ใจของพนักงานในหนํวยงานให๎อยํู ในสภาพทดี่ ี ในขณะเดยี วกนั กต็ ๎องหาวิธียกระดบั ขวัญและกําลงั ใจของสมาชกิ ในหนวํ ยงานให๎สูงข้นึ ดว๎ ย แนวทางหนงึ่ ที่สามารถชํวยยกระดับขวัญและกาํ ลังใจของสมาชิกในหนวํ ยงานไดด๎ ีก็คอื การดําเนนิ กจิ กรรม การเพ่ิมผลผลติ มาใช๎ และทุกคนรํวมมอื รวํ มใจกนั ก็จะมีผลใหส๎ ภาพท่ที าํ งานนําทาํ งานและสามารถทํางาน ได๎งํายขึน้ สะดวกสบายข้ึนปัญหาทเ่ี คยมเี รากม็ สี ํวนในการแก๎ไขปญั หาเราก็จะรสู๎ ึกมั่นใจ ภาคกมู ใิ จ และผล

115 ก็คือขวัญและกําลงั ใจในการทํางานสูงขึน้ น่ันเอง . 7.สง่ิ แวดล๎อมและจรรยาบรรณ หวั เรื่อง 1.ความหมายและความสาํ คัญของสง่ิ แวดล๎อม 2.การเพ่มิ ผลผลิตกบั สง่ิ แวดลอ๎ ม 3.ความหมายของจรรยาบรรณ 4.การดาํ เนินธุรกจิ อยํางมีจรรยาบรรณ สาระสาํ คญั 1.ความหมาย สง่ิ แวดลอ๎ ม คอื สงิ่ ตาํ งๆทอ่ี ยรูํ อบๆตวั เราทงั้ ทม่ี ชี วี ติ และไมมํ ชี วี ติ 2.การเพิ่มผลผลติ กับสง่ิ แวดลอ๎ มส่งิ แวดล๎อม คือ การผลิตท่ีคาํ นึงถงึ สงิ่ แวดลอ๎ มเพือ่ การพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื กลไกหนึ่งของอุตสาหกรรมที่คํานงึ ถึงสงิ่ แวดล๎อม คือ การใชเ๎ ทคโนโลยีทสี่ ะอาดในการผลติ และการจดั การ ระบบการจดั การส่งิ แวดล๎อมเพ่ือลดตน๎ ทุนและเพิ่มผลผลิต 3. ความหมายของจรรยาบรรณ ความเช่ือถือหรอื วนิ ัยของบุคคลซึ่ง เก่ยี วข๎องกับสิ่งท่ดี ีและเลว ถกู และ ผดิ หรอื หน๎าที่ด๎านศลี ธรรมและเงื่อนไขตํางๆ 4.การดาํ เนนิ ธุรกิจอยํางมีจรรยาบรรณการไมเํ อารดั เอาเปรียบผ๎ูอ่ืน มี 8 ประการ คือ ไมเํ อาเปรยี บ ลกู คา๎ ไมํเอาเปรยี บผจ๎ู ดั สงํ สินคา๎ ไมเํ อาเปรยี บพนักงาน ไมํเอาเปรียบผ๎ูถือหนุ๎ ไมํเอาเปรียบคํูแขํงขนั ไมเํ อาเปรยี บราชการ ไมเํ อาเปรียบสงั คมและ ไมํทาํ ลายส่ิงแวดลอ๎ ม จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู๎ 1.อธิบายความหมายและความสําคญั ของส่ิงแวดล๎อมได๎ 2.ทําการเพิ่มผลผลิตโดยคาํ นึงถึงส่ิงแวดล๎อม 3.อธบิ ายความหมายของจรรยาบรรณได๎ 4. ปฏิบตั ติ นเว๎นจากการเบยี ดเบยี นผู๎อ่นื 7. ส่งิ แวดลอ๎ มและจรรยาบรรณ ความหมายและความสาํ คญั ของสงิ่ แวดลอ๎ ม สงิ่ แวดลอ๎ ม คอื สง่ิ ตาํ งๆทอี่ ยรํู อบๆตวั เราทง้ั ทม่ี ชี ีวติ และไมมํ ชี วี ติ ปัญหาส่งิ แวดล๎อมเป็นปัญหาพื้นฐานที่มผี ลกระทบโดยตรงตํอคุณภาพของประชากร ภายในประเทศ โดยเฉพาะอยํางย่งิ ในยุคทอี่ ตุ สาหกรรมกําลังเขา๎ มามบี ทบาทตํอการดํารงชีวติ ของมนุษย์ มากขึ้น ประกอบกับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่ีเปน็ ไปอยาํ งไมเํ ปน็ ระบบ จึงกํอใหเ๎ กิดผลพวงท่ีตามมาจาก การประกอบการอุตสาหกรรมอยาํ งหลีกเลี่ยงไมํได๎ ซง่ึ กํอใหเ๎ กดิ ปญั หาสงิ่ แวดลอ๎ ม

116 การเพ่ิมผลผลิตกบั สงิ่ แวดล๎อมจงึ หมายถึง การผลิตทคี่ าํ นึงถึงส่ิงแวดล๎อมเพ่ือการพัฒนาท่ียงั่ ยืน กลไก หนึง่ ของอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงส่ิงแวดล๎อม คอื การใช๎เทคโนโลยีทสี่ ะอาดในการผลติ และการจัดการ ระบบการจัดการสิง่ แวดล๎อมเพ่อื ลดต๎นทนุ และเพิม่ ผลผลติ ซึง่ จะชํวยลดคําใช๎จํายสําหรบั การบําบัดของ เสยี ตํางๆ ทีเ่ กิดจากกระบวนการผลิต รวมทง้ั ใชว๎ ตั ถุดบิ อยํางค๎ุมคําท่ีจะทาํ ใหต๎ น๎ ทนุ การผลิตลดลงและมี กําไรมากข้นึ อันจะนาํ มาซึ่งการเพ่ิมผลผลิตของธุรกิจ สงั คม และประเทศชาตโิ ดยรวมตํอไป จรรยาบรรณในการดาํ เนนิ ธรุ กจิ (Ethics) ความหมาย ความเชอื่ ถือหรือวินัยของบคุ คลซึ่ง เกย่ี วข๎องกับส่งิ ทด่ี แี ละเลว ถกู และผิด หรือหนา๎ ทีด่ ๎าน ศีลธรรมและเงื่อนไขตํางๆ สถาบนั เพมิ่ ผลผลติ แหงํ ชาติ สงํ เสริมธรุ กจิ อุตสาหกรรมให๎ปรับปรงุ การเพิ่มผลผลิต เพอ่ื ลดต๎นทุนเพ่ิมขีด ความสามารถในการแขงํ ขนั ไมํทําลายส่ิงแวดลอ๎ ม และมีจรรยาบรรณในการดําเนนิ ธรุ กจิ โดยไมเํ อารัดเอา เปรียบผ๎อู ื่นจึงจะถอื วาํ เปน็ การเพิ่มผลผลติ ที่ดี การไมเํ อารดั เอาเปรียบผู๎อ่ืน มี 8 ประการ คือ 1. ไมเํ อาเปรียบลูกค๎า เชํน กักตุนสินค๎าเมื่อสินคา๎ ขาดแคลน สงํ ของราคาถกู แตไํ ร๎คุณภาพ 2. ไมํเอาเปรยี บผู๎จัดสงํ สินค๎า เชํน กดราคา ไมจํ ํายเงินให๎ตามกําหนดนดั 3. ไมเํ อาเปรยี บพนกั งาน เชนํ กดคําแรง ใชแ๎ รงงานเด็ก สภาพแวดล๎อมที่เปน็ อันตรายตํอการ ทาํ งาน 4. ไมเํ อาเปรยี บผู๎ถอื หนุ๎ เชํน ไมใํ หข๎ ๎อมูลทีแ่ ทจ๎ รงิ ไมจํ ํายเงนิ ปันผล 5. ไมํเอาเปรียบคูํแขํงขนั เชํน การปลํอยขําวลือที่ไมํดี หรือใหส๎ นิ บนเพื่อแยงํ ลูกค๎า 6. ไมเํ อาเปรยี บราชการ เชํน หลบเลีย่ งการจํายภาษี 7. ไมํเอาเปรียบสงั คม เชํน โฆษณาหลอกลวงผบ๎ู รโิ ภค 8. ไมํทาํ ลายส่งิ แวดล๎อม เชนํ ทําให๎นํา้ เสยี อากาศเป็นพิษ แหลํงข๎อมลู หลักการเพิ่มผลผลิต สถาบันเพ่ิมผลผลติ แหงํ ชาติ

117 หนวํ ยที่ 5 การจดั การความเสยี่ งขององคก์ รทวั่ ไป หัวข๎อ 1.การจดั การความเส่ยี งขององค์กรโดยทว่ั ไป 2.ระบบการควบคมุ ภายใน แนวคดิ 1.การจัดการความเสีย่ งขององค์กรโดยท่วั ไป การจดั การความเสี่ยงขององค์กร ได๎ถูกนํามาประยุกต์ในการกําหนดกลยุทธ์และกิจกรรมท้ังหมด ขององค์กร อันจะชํวยให๎ผู๎บริหารสามารถระบุ ประเมินและบริหารความเส่ียงเมื่อต๎องเผชิญอยํางคาดไมํ ถึง และสนับสนุนการสร๎างและรักษาคํานิยมขององค์กร การจัดการความเส่ียงขององค์กร จะเป็นตัว สนับสนุนความสามารถในการจัดการความเส่ียงและกลยุทธ์ให๎เป็นแนวทางเดียวกัน เช่ือมโยงความเสี่ยง กับความเติบโตและผลตอบแทน สํงเสริมการตัดสินใจตอบสนองตํอความเส่ียง ลดความต่ืนตระหนักและ ความสูญเสียในการปฏิบัติการ ระบุและบริหารความเสี่ยงระหวํางสถานประกอบได๎ สามารถตอบสนอง ความเสีย่ งทซี่ ับซอ๎ นอยํางบูรณาการได๎ สามารฉกฉวยโอกาสและมกี ารลงทนุ อยาํ งเหมาะสม การจัดการความเส่ียงขององค์กรทั่วไป จึงเป็นการสร๎างกรอบของงานเพื่อให๎ผู๎บริหารได๎จัดการ กับความไมํแนํนอน ความเสี่ยงและโอกาสเพื่อสํงเสริมความสามารถในการสร๎างคุณคําเพิ่มให๎กับองค์กร และผมู๎ ีผลประโยชนร์ ํวม การบรหิ ารความเส่ียงจะชวํ ยให๎แนํใจอยาํ งสมเหตุสมผลวํา องค์กรทั่วไปสามารถ บรรลุเปูาประสงคข์ ององคก์ รได๎ 2.ระบบการควบคุมภายใน การควบคุมภายใน ในแนวปฏิบตั ิ หมายถึงระบบการควบคุม กระบวนการในการปฏบิ ัติงานที่คณะผูบ๎ ริหารและบุคลากรรํวมกันกาํ หนดข้ึน เพ่ือสร๎างความม่ันใจใน ระดบั ที่สมเหตุสมผลวาํ การบริหารและการปฏบิ ตั ิงานจะสามารถบรรลเุ ปูาหมาย และเกดิ ผลลพั ธข์ องการ ดําเนินงานทีม่ ีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล ซงึ่ ครอบคลุมถงึ กระบวนการในการจดั การ วธิ กี ารหรอื เครอ่ื งมือตาํ งๆทเ่ี ก่ยี วขอ๎ งกับการจดั องคก์ ร องค์ประกอบของการควบคุมภายใน มี 5 องค์ประกอบดงั นี้ สภาพแวดลอ๎ มการควบคมุ การประเมนิ ความเสี่ยง กจิ กรรมการควบคุม สารสนเทศและการส่ือสาร การตดิ ตามและประเมนิ ผล จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม 1.อธบิ ายการจดั การความเสย่ี งขององคก์ รโดยทว่ั ไปได๎ 2.อธบิ ายระบบการควบคมุ ภายใน ในองค์กรได๎

118 3.นาํ ระบบการควบคุมภายในไปใชใ๎ นองคก์ รได๎ 1. การจัดการความเส่ยี งขององค์กรทวั่ ไป การจดั การความเสี่ยงขององค์กร ได๎ถูกนํามาประยุกต์ในการกําหนดกลยุทธ์และกิจกรรมท้ังหมด ขององค์กร อันจะชํวยให๎ผ๎ูบริหารสามารถระบุ ประเมินและบริหารความเสี่ยงเม่ือต๎องเผชิญอยํางคาดไมํ ถึง และสนับสนุนการสร๎างและรักษาคํานิยมขององค์กร การจัดการความเส่ียงขององค์กร จะเป็นตัว สนับสนุนความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและกลยุทธ์ให๎เป็นแนวทางเดียวกัน เช่ือมโยงความเสี่ยง กับความเติบโตและผลตอบแทน สํงเสริมการตัดสินใจตอบสนองตํอความเสี่ยง ลดความตื่นตระหนักและ ความสูญเสียในการปฏิบัติการ ระบุและบริหารความเส่ียงระหวํางสถานประกอบได๎ สามารถตอบสนอง ความเส่ียงทซ่ี บั ซ๎อนอยํางบรู ณาการได๎ สามารฉกฉวยโอกาสและมกี ารลงทุนอยาํ งเหมาะสม ทุกองค์กรต๎องเผชิญกับความไมํแนํนอน และความท๎าทายสําหรับฝุายบริหารขององค์กรทั่วไป ก็ คือการกําหนดระดับความไมํแนํนอนที่มีอยํูเพื่อเพ่ิมคุณคําให๎กับผู๎มีผลประโยชน์รํวม ความไมํแนํนอนท่ี เกิดขึ้นเป็นทั้งโอกาสและความเส่ียงตํอศักยภาพและบ่ันทอนหรือสํงเสริมคุณคํา การจัดการความเสี่ยง ขององค์กรท่ัวไป จึงเป็นการสร๎างกรอบของงานเพื่อให๎ผ๎ูบริหารได๎จัดการกับความไมํแนํนอน ความเสี่ยง และโอกาสเพื่อสํงเสริมความสามารถในการสร๎างคุณคําเพิ่มให๎กับองค์กรและผ๎ูมีผลประโยชน์รํวม การ บรหิ ารความเสีย่ งจะชวํ ยใหแ๎ นใํ จอยํางสมเหตุสมผลวํา องค์กรท่ัวไปสามารถบรรลุเปูาประสงค์ขององค์กร ได๎ ความไมแํ นนํ อน องค์กรท่ีดําเนินงานในสภาพแวดล๎อม ซ่ึงปัจจัยตําง ๆ เชํน โลกาภิวัฒน์ เทคโนโลยี กฎระเบียบ การปรับโครงสร๎างใหมํ การเปลี่ยนแปลงตลาด และการแขงํ ขนั ท่ีสรา๎ งความไมแํ นนํ อน ความไมํแนํนอนมัก ถูกแสดงออกมาและสร๎างข้นึ จากทางเลอื กเชิงกลยทุ ธ์ ตัวอยาํ งเชนํ องค์กรท่ีมกี ลยทุ ธส์ รา๎ งความเติบโตโดย มีพื้นฐานจากการขยายการดําเนินงานไปยังประเทศอื่น ทางเลือกเชิงกลยุทธ์นี้จะแสดงให๎เห็นความเสี่ยง และโอกาสของการมีสํวนรํวมกับความมีเสถียรภาพของสภาพแวดล๎อมทางการเมือง ทรัพยากร ตลาด ชํองทาง ความสามารถของแรงงาน และต๎นทุนของประเทศนัน้ ความไมแํ นํนอนนน้ั เป็นไปได๎ท้ังความเสี่ยงและโอกาส มีความเป็นไปได๎ท้ังท่ีจะลดหรือเพ่ิมคุณคํา ให๎กับองค์กร การจัดการความเสี่ยง (Enterprise Risk Management - ERM) เป็นกรอบความคิด ทางการบริหารเพื่อท่ีจะจัดการกับสภาวการณ์ท่ีไมํมีความแนํนอนอยํางมีประสิทธิภาพ และเพิ่ม ความสามารถในการสร๎างโอกาสและคุณคําให๎กับองค์กร สําหรับความไมํแนํนอนขององค์กรทั่วไป ก็คือ การทอ่ี งคก์ รไมํอาจจะบรรลุ พนั ธกจิ ตามแผนงานการบริหารงานทก่ี าํ หนดไวไ๎ ด๎

119 คณุ คาํ ของการบรหิ ารความเสย่ี ง 1. การบริหารความเสี่ยงอยํางมีประสิทธิผล สามารถชํวยบํงช้ีและประเมินความเสี่ยงในทุก ระดับขององค์กร และชํวยให๎การประเมินโอกาสเกิดและผลกระทบของความเสี่ยงท่ีมีคุณคําขององค์กรมี ความนําเชื่อถือมากข้ึน โดยการบริหารความเส่ียงที่มีประสิทธิภาพจะสามารถเพิ่มมูลคําให๎กับผู๎มี ผลประโยชนร์ ํวม 2. สามารถลดความสูญเสียและเพมิ่ โอกาสให๎กบั องคก์ ร 3. ชํวยจัดการกับความไมํแนํนอนท่ีอาจเกิดข้ึน และสามารถกําหนดแนวทางการบริหารความ เสี่ยงเพ่ือใหอ๎ งคก์ รสามารถบรรลวุ ตั ถุประสงค์ 4. ความสําเรจ็ ขององค์กร การบริหารความเส่ียงท่ีมีประสิทธิผล ควรตระหนักถึงคุณคําที่อาจเกิดขึ้น ซ่ึงได๎ถูกสร๎าง รักษา หรือซอํ นเรน๎ อยํภู ายในการดําเนนิ งานปัจจบุ นั และคุณคําซงึ่ ซํอนเรน๎ อยํูในการตัดสินใจในอนาคต คุณคําที่ ซํอนเรน๎ หมายถงึ คณุ คาํ ทอี่ าจเกดิ ข้นึ ไดจ๎ ากปจั จัยตาํ ง ๆ โดยองคก์ รไมไํ ด๎นําออกมาใช๎หรือกําลังหมดคําไป ในท่สี ุด องค์ประกอบของการกากับดูแลกิจการทด่ี ีกับการบริหารความเส่ียง เพื่อการ การบรหิ าร ยกระดับการ ความเสีย่ ง (RM) จดั การ การบรหิ าร การกากับดแู ลกิจการทดี่ ี การควบคุมภายใน IT Governance (Corporate Governance) (COSO) การตรวจสอบภายใน (RBIA)

120 ความหมายของความเสีย่ งในมมุ มองขององคก์ รทัว่ ไป ความเสีย่ ง (Risk) หมายถงึ เหตกุ ารณ์ / การกระทาํ ใด ๆ ท่มี ีความไมแํ นํนอน ซึง่ หากเกดิ ขึ้นจะมี ผลกระทบในเชิงลบ ตํอวัตถุประสงค์หรือเปูาหมายของ องค์กร หรือลดโอกาสที่จะบรรลุความสําเร็จตํอ การบรรลุเปูาหมายและวัตถุประสงค์ของแผนงาน/โครงการท่ีจะก๎าวสูํพันธกิจ และวิสัยทัศน์ ที่ได๎กําหนด ไว๎ โอกาส (Opportunity) หมายถงึ เหตุการณ์ที่มีความไมํแนํนอน ซ่ึงหากเกิดข้ึนจะมีผลกระทบใน เชิงบวก ตํอวัตถุประสงค์หรือเปูาหมายขององค์กร ซ่ึงผ๎ูบริหารและผู๎ท่ีเก่ียวข๎องควรจะได๎ทบทวนถึงกล ยุทธ์ท่ีเหมาะสม และแผนงานที่เหมาะสมใหมํ เพื่อสร๎างคุณคําเพ่ิม (Value Creation) ให๎กับองค์กร นอกเหนือจากแผนงานและโครงการทไี่ ดก๎ ําหนดไวแ๎ ลว๎ ความเสย่ี งเปน็ เร่อื งท่เี กิดขึ้นไดใ๎ นอนาคต ประกอบด๎วยปัจจัย 2 ประการ คือ ความเป็นไปได๎ของ โอกาสท่ีจะเกิดเหตุการณ์หรือความนําจะเกิดข้ึน และความรุนแรงของผลตรงข๎ามที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ นนั้ สิง่ สําคญั ต๎องทาํ ใหท๎ ง้ั 2 ประการได๎สมดลุ กนั ประเภทของความเสี่ยง 1. ความเสีย่ งที่เป็นอุปสรรคหรืออนั ตราย (Hazard) เหตุการณ์ในเชงิ ลบ/เหตุการณ์ไมดํ ีทห่ี ากเกดิ ขน้ึ แลว๎ อาจเป็นอนั ตรายหรือสร๎างความเสียหาย ตํอองคก์ ร เชํน ภาวะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การแขํงขันทางการตลาดทั้งสินค๎าและบริการ การ เปล่ียนแปลงนโยบาย กลยทุ ธ ศกั ยภาพ ความสามารถของผ๎บู ริหารและพนักงาน เป็นตน๎ 2. ความเสี่ยงทเี่ ป็นความไมแํ นํนอน (Uncertainly) เหตุการณ์ที่ทําให๎ผลท่ีองค์กรได๎รับจากเหตุการณ์ไมํเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว๎ หรือการไมํ สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ลํวงหน๎าได๎อยํางแมํนยํา อันเนื่องมาจากสาเหตุตําง ๆ กัน เชํน ต๎นทุนที่ เกิดข้ึนจริงสูงกวํางบประมาณท่กี าํ หนดไว๎ เป็นตน๎ 3. ความเสีย่ งทเ่ี ปน็ โอกาส (Opportunity) เหตุการณ์ที่ทําให๎องค์กรเสียโอกาสในการแขํงขันการดําเนินงานและการเพ่ิมมูลคําของ ผู๎มี ผลประโยชน์รํวม เชํน การไมํสํงเสริมหรือพัฒนาบุคคลากรให๎มีทักษะในการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับ ประสิทธภิ าพขององคก์ ร เปน็ ต๎น การจดั การความเสีย่ งขององคก์ ร (Enterprise Risk Management - ERM) 1 COSO (Committee of Sponsoring Organizations of Treadway Commission) ได๎เสนอ แนวทางใหมํท่ีเรียกวํา การจัดการความเส่ียงขององค์กร (Enterprise Risk Management - ERM) ซ่ึง เป็นกระบวนการที่ระบุและวิเคราะห์ความเส่ียงในมุมมองของภาพที่เป็นองค์รวมแบบบูรณาการทั่วท้ัง องค์กร 1 อา้ งอิงจาก Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO)

121 ทุกองค์กรไมํวําจะเป็นองค์กรท่ีหวังผลกําไร องค์กรทางการกุศล หรือ หนํวยงานของรัฐบาลที่ ต้ังขึ้นเพ่ือเพ่ิมคุณคําแกํผ๎ูมีสํวนได๎เสีย ทุกองค์กรนั้นต๎องเผชิญกับความไมํแนํนอนและความท๎าทาย ทางการบริหาร เพื่อที่จะกําหนดระดับของความไมํแนํนอนที่สามารถเตรียมพร๎อมในการยอมรับมัน ใน ความไมํแนํนอนนั้นเป็นได๎ท้ังความเส่ียงและโอกาส มีความเป็นไปได๎ทั้งท่ีจะลดหรือเพ่ิมคุณคํา ERM เปน็ กรอบความคิดทางการบริหารเพ่ือท่ีจะจัดการกับสภาวการณ์ที่ไมํมีความแนํนอนอยํางมีประสิทธิภาพ และเกยี่ วขอ๎ งกบั ความเสี่ยง โอกาสและการเพมิ่ ความสามารถในการสรา๎ งคุณคําได๎อยํางแท๎จริงในหลักการ ของการบริหารเชิงรุก หรือการบริหารความเสี่ยงภายใต๎หลักการการกํากับดูแลกิจการที่ดีในการสร๎าง คุณคําเพม่ิ ระยะยาวให๎กับองค์กรและสงั คม ประโยชน์ของการจดั การความเสยี่ งขององค์กร ไมํมีองค์กรใด ไมํวําภาครัฐหรือภาคเอกชนสามารถดําเนินการภายใต๎สภาพแวดล๎อมท่ีปราศจาก ความเสี่ยงได๎ องค์กรท่ีต๎องดําเนินการในสภาวะแวดล๎อมดังกลําว การจัดการความเสี่ยงจะชํวยให๎ฝุาย บริหารจัดการกบั สภาพแวดล๎อมให๎เหมาะสมกับความเส่ียงได๎เปน็ อยาํ งดี เพ่อื กา๎ วสํกู ารบรรลุวัตถุประสงค์ และเปูาหมายไดอ๎ ยาํ งสมเหตสุ มผล การจัดการความเสีย่ งขององคก์ ร เป็นการสํงเสรมิ ความสามารถในด๎าน - การปรบั ความเส่ยี งทอี่ งค์กรหรอื องค์กรยอมรบั ได๎ เปน็ การกาํ หนดกลยุทธ์ทเ่ี หมาะสมให๎เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับความเส่ียงที่องค์กรยอมรับ ได๎ คือระดับความเสี่ยงท่ีองค์กรเต็มใจท่ีจะยอมรับเพ่ือมํุงไปสํูเปูาหมายขององค์กร ซึ่งการบริหารความ เสยี่ งจะพิจารณาถึงความเส่ียงท่ีองค์กรยอมรับได๎เป็นอยํางแรก เพื่อประเมินทางเลือกและพัฒนากลไกใน การบรหิ ารความเส่ยี งท่ีเกยี่ วขอ๎ งตอํ ไป - ความเช่อื มโยงการเติบโต ความเสยี่ งและผลตอบแทน การบริหารความเสี่ยงชํวยในการระบุและประเมินความเสี่ยง รวมท้ังกําหนดระดับความเสี่ยง ท่ีสามารถยอมรับได๎ ท่ีสัมพันธ์กับการเติบโตและเปูาหมายของผลตอบแทนตามวัตถุประสงค์ท่ีองค์กร กาํ หนดไว๎ - สํงเสรมิ การตัดสนิ ใจในการตอบสนองความเสี่ยงทีเ่ กิดขึน้ การบริหารความเสย่ี งใชใ๎ นการระบุและเลอื กทางเลอื กในการตอบสนองความเส่ียงในรูปแบบ ตาํ ง ๆ ทัง้ ยงั ชวํ ยจดั หาวธิ ีการและเทคนิคสําหรับการตัดสินใจ เชํน การหลีกเล่ียงความเส่ียง การลดความ เสีย่ ง การกระจายความเสยี่ งและการยอมรบั ความเส่ยี ง - การลดความไมแํ นนํ อนและความสญู เสียในการปฏบิ ัติงานให๎น๎อยทส่ี ุด ชํวยให๎องค์กรสามารถระบุเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได๎ท่ีจะเกิดข้ึน ประเมินความเส่ียงและ จัดการตอบสนองตํอความเสี่ยงที่เกิดขึ้น รวมทั้งลดสิ่งไมํแนํนอนท่ีอาจเกิดข้ึน ตลอดจนความสัมพันธ์ของ ต๎นทุนและการสญู เสีย - การระบแุ ละบรหิ ารความเส่ียงภายในองค์กร

122 ทุก ๆ องค์กรเผชิญกับความเส่ียงมากมายหลายประเภทท่ีสํงผลตํอสํวนตําง ๆ ขององค์กรที่ แตกตํางกัน ฝาุ ยบริหารไมเํ พียงแตํตอ๎ งบริหารความเส่ียงเฉพาะบุคคล แตํต๎องเข๎าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ดว๎ ย - มกี ารตอบสนองแบบบูรณาการกับความเสีย่ งทีห่ ลากหลาย กระบวนการทางธุรกิจนํามาซ่ึงความเสี่ยงสืบเน่ืองหรือความเสี่ยงจากลักษณะธุรกิจในหลาย รปู แบบ และ ERM ทําใหเ๎ กิดการแก๎ปัญหาแบบบรู ณาการตํอการบริหารความเสี่ยง - การฉกฉวยโอกาส ฝุายบริหารพิจารณาเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได๎ท่ีจะเกิดข้ึนมากกวําพิจารณาเฉพาะความ เสีย่ ง โดยการพิจารณาทุกระดับของเหตุการณ์ - การจัดการกับทุนอยํางสมเหตสุ มผล ข๎อมลู ทถี่ ูกต๎องมีความหมายตอํ ความเส่ียงทั้งหมดขององค์กร สิ่งนี้จะทําให๎การบริหารเป็นไป อยํางมีประสิทธิภาพมากข้ึนในการเข๎าถึงความต๎องการและปรับปรุงการจัดสรรทรัพย์สินหรือทุน รวมถึง งบประมาณได๎อยํางเหมาะสม ERM หรอื การบรหิ ารความเส่ยี งทั่วทงั้ องคก์ รไมํใชจํ ุดสิ้นสดุ โดยตัวเอง แตํมีความหมายที่สําคัญใน การบรรลุวัตถุประสงค์ ที่ไมํสามารถปฏิบัติแยกออกจากองค์กรได๎ แตํจะเป็นตัวกลไก (enabler) ใน กระบวนการทางการบริหาร ERM เป็นส่ิงที่เกี่ยวข๎องกับความสัมพันธ์กับความรํวมมือของหนํวยการ จัดการตําง ๆ โดยจัดหาข๎อมูลให๎แกํคณะกรรมการบริหาร ได๎ทราบถึงความเส่ียงที่มีนัยสําคัญและการ บรหิ ารความเสยี่ งดังกลําว การปรบั เปลี่ยนความเสี่ยงโดยการควบคมุ ภายใน ซ่งึ เปน็ สวํ นหนึ่งของ ERM ERM ชํวยให๎องค์กรประสบความสําเร็จในผลประกอบการและบรรลุเปูาหมายการทํากําไร การ ปูองกันความสูญเสียของทรัพยากร ชํวยทําให๎มั่นใจถึงการรายงานที่มีประสิทธิภาพ การปฏิบัติที่ถูกต๎อง ตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ตําง ๆ การหลกี เลี่ยงความเสียช่ือเสียงและผลลัพธ์ที่ตามมาอื่น ๆ โดยรวมแล๎ว การจัดการความเสี่ยงขององค์กรจะชํวยให๎องค์กรทั่วไปดําเนินไปในทิศทางที่ต๎องการได๎อยํางเหมาะสม และสามารถบรรลวุ ัตถปุ ระสงคข์ ององค์กรที่กาํ หนดไว๎ไดเ๎ ปน็ อยาํ งดี คาํ จํากดั ความการจดั การความเสีย่ งขององค์กร (Enterprise Risk Management – ERM) การจดั การความเส่ียงขององคก์ ร เป็นกระบวนการที่คณะกรรมการบริหาร และพนักงานทุกคน/ผ๎ู ทีเ่ ก่ยี วข๎องขององค์กร ประยุกตใ์ ชใ๎ นการกําหนดกลยทุ ธ์ท่ีออกแบบมาเพ่ือจัดการกับเหตุการณ์ท่ีเป็นความ ไมํแนํนอนท่ีอาจสํงผลกระทบตํอองค์กรและบริหารความเส่ียงให๎อยํูในระดับที่ยอมรับได๎ อันเป็นการ ประกันการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคอ์ ยาํ งสมเหตุสมผลอยาํ งเปน็ ระบบตามหลักการบริหารงานยคุ ใหมํ คําจาํ กัดความดงั กลําวสะทอ๎ นให๎เหน็ แนวคดิ พืน้ ฐานของ ERM ดงั นี้

123 1. เป็นกระบวนการ มีเปูาหมายแตไํ มมํ ีจดุ สิน้ สดุ ในตัวเอง ไมํได๎เปน็ เพยี งเหตกุ ารณห์ รือสถานการณ์เพียงครั้งเดียว แตํมีลกั ษณะเปน็ ชุดของการกระทําทซ่ี มึ ซับเข๎าไปเปน็ กจิ กรรมขององค์กรในการดาํ เนินธรุ กจิ 2. สงํ ผลกระทบตํอบุคลากร ไมํได๎เป็นเพียงนโยบาย การสํารวจหรือรูปแบบ แตํเก่ียวเน่ืองกับคนทุกระดับขององค์กร ตั้งแตํคณะกรรมการบริหาร จนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ ผู๎บริหารและพนักงาน จะเป็นผู๎กําหนด วิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์และวัตถุประสงค์ขององค์กรและนําเอา ERM มาเป็นเคร่ืองมือในการทําให๎สิ่ง ตาํ ง ๆ เกิดขึน้ จรงิ และมีผลในทางปฏิบัติ 3. นาํ มาประยกุ ตใ์ ช๎กับการกําหนดกลยุทธ์ องค์กรจะกําหนดวสิ ัยทัศน์ หรอื ภารกจิ และกําหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และกลยุทธ์/ ยุทธศาสตรท์ ี่เกีย่ วเนื่องในการทาํ ใหบ๎ รรลุวตั ถปุ ระสงค์ขึน้ มา ERM จะถกู นาํ มาประยกุ ต์ใชใ๎ นการกําหนดกลยทุ ธโ์ ดยฝุายบริหารจะพิจารณาถึงความเส่ียงท่ี เกี่ยวข๎องกับกลยุทธ์ที่เป็นทางเลือก เชํน ทางเลือกท่ี 1 คือต๎องการให๎องค์กรมีสํวนแบํงทางการตลาด เพิ่มข้ึน ทางเลือกที่ 2 คือต๎องการตัดต๎นทุนคําใช๎จํายเพ่ือให๎ได๎กําไรมากข้ึน แตํละทางเลือกก็จะ ประกอบดว๎ ยความเส่ยี งจาํ นวนมาก ถ๎าฝุายบรหิ ารเลือกทางเลอื กที่ 1 โดยอาจขยายธรุ กจิ ไปสูํตลาดใหมํ ๆ ที่ไมํค๎ุนเคย อาจทําให๎องค์กรไมํสามารถแขํงขันกับคูํแขํงท่ีอยูํในตลาดเดิมอยํูแล๎วได๎อันจะทําให๎องค์กรไมํ สามารถนํากลยุทธ์น้ันไปปฏิบัติได๎ สําหรับทางเลือกที่ 2 ความเส่ียงที่เกิดขึ้นคือ การใช๎เทคโนโลยีและ suppliers ใหมํ ๆ หรือจากพันธมิตรตําง ๆ ที่เก่ียวข๎อง จึงต๎องมีการประยุกต์นํา ERM มาใช๎ในระดับน้ี เพ่อื กําหนดกลยทุ ธ/์ ยุทธศาสตรข์ ององค์กร 4. นํามาประยุกตใ์ ช๎ทุกระดับและทกุ หนวํ ยงาน การนํา ERM มาใช๎ให๎เกิดประโยชน์ ฝุายบริหารและผู๎ท่ีเกี่ยวข๎องของ องค์กร จะต๎อง พิจารณาขอบขํายของกิจกรรมทั้งหมดในทุกระดับขององค์กร ต้ังแตํกิจกรรมในระดับองค์กร เชํน การ วางแผนกลยุทธ์และการจัดสรรทรัพยากร ในระดับกิจกรรมของหนํวยธุรกิจ การตลาดและทรัพยากร มนุษย์ ในระดับกระบวนการทางธรุ กิจ เชนํ การผลติ และการตรวจสอบเครดิตลูกค๎าใหมํ ERM ยังสามารถ ประยุกต์ใชก๎ ับโครงการพเิ ศษและนวตั กรรมใหมํ ๆ ได๎ด๎วย ฝุายบรหิ ารตอ๎ งพิจารณาความเส่ียงที่เกี่ยวเน่ือง และบริหารจัดการให๎เหลือความเส่ียงท่ียอมรับได๎ท่ีมีผลตํอแผนงาน/โครงการตามพันธกิจและกลยุทธ์ที่ เกยี่ วข๎อง 5. ออกแบบมาเพื่อกําหนดเหตุการณ์ท่ีเป็นไปได๎ที่จะมีผลกระทบกับองค์กร และมีการบริหาร ความเส่ยี งให๎อยูํภายในความเส่ยี งทีย่ อมรับได๎

124 ความเสี่ยงที่ยอมรับได๎ คือ จํานวนความเสี่ยงที่องค์กรเต็มใจท่ีจะยอมรับ กลยุทธ์ท่ีแตกตําง กันยํอมทําให๎องค์กรต๎องเผชิญกับความเสี่ยงที่แตกตํางกัน ERM จะชํวยให๎ฝุายบริหารสามารถเลือกกล ยทุ ธ์ทีม่ คี วามเส่ยี งทย่ี อมรบั ไดใ๎ ห๎กับองค์กร ความเส่ียงที่ยอมรับได๎ขององค์กร จะเป็นแนวทางในการจัดสรรทรัพยากร ฝุายบริหารจะ จัดสรรทรัพยากรให๎กับหนํวยธุรกิจ โดยพิจารณาจากความเส่ียงท่ียอมรับได๎ของธุรกิจและกลยุทธ์ในการ สร๎างผลตอบแทนจากทรัพยากรท่ีลงทุนไปของแตลํ ะหนํวยธุรกิจ 6. สร๎างความเช่ือมน่ั อยาํ งสมเหตุสมผลตอํ การบรหิ ารขององค์กร และคณะกรรมการ การออกแบบและบริหาร ERM ที่ดีชํวยให๎คณะกรรมการบริหารเกิดความม่ันใจในการบรรลุ วัตถปุ ระสงค์ขององคก์ ร ในเรื่องดังน้ี - เข๎าใจขอบเขตในการบรรลวุ ตั ถุประสงค์เชงิ กลยทุ ธ์ขององคก์ ร - เขา๎ ใจขอบเขตของการบรรลวุ ัตถุประสงค์เชิงปฏบิ ัติการขององค์กร - รายงานขององคก์ รมคี วามเช่อื ถือได๎ - การปฏิบตั ิตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ตําง ๆ 7. เป็นเครอ่ื งมอื ในการบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ขององคก์ ร คําจํากัดความน้ีเป็นแนวคิดพ้ืนฐานวํา องค์กรทั่วไปจะบริหารความเส่ียงได๎อยํางไร โดยจะ มํงุ เนน๎ ถึงการบรรลวุ ตั ถุประสงค์หรือเปาู หมายรวมขององค์กร กรอบแนวคดิ น้แี สดงใหเ๎ หน็ วตั ถปุ ระสงค์ขององคก์ รในเรื่องตาํ ง ๆ ดังน้ี - กลยุทธ์ เก่ียวข๎องกับเปูาหมายในระดับสูง โดยการสร๎างความสอดคล๎องและสนับสนุน ภารกิจขององค์กร - การดําเนินงาน เก่ียวข๎องกับประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการใช๎ทรัพยากรของ องคก์ ร - การรายงาน เกี่ยวขอ๎ งกบั ความนาํ เชือ่ ถอื ของรายงานขององคก์ ร - การปฏบิ ัติตาม เกยี่ วข๎องกบั การปฏิบตั ติ ามกฎหมายและกฎเกณฑ์ตาํ ง ๆ กรอบการบริหารความเสี่ยง กรอบการบริหารความเส่ียงจะชํวยให๎ทุกหนํวยงานในองค์กรมีวิธีการในการระบุ ประเมิน และ จดั การความเส่ียงไปในทิศทางเดียวกนั อนั จะสํงผลให๎การบรหิ ารความเสี่ยงเกดิ ประสิทธิผลสูงสดุ กรอบการบริหารความเสย่ี งประกอบดว๎ ย 4 องคป์ ระกอบหลัก ดังน้ี 1. วัฒนธรรมองค์กร (Culture) ในการบริหารความเสี่ยงในทุก ๆ ระดับขององค์กร โดยผู๎บริหารระดับสูงกําหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงและระดับความเส่ียงที่องค์กรยอมรับได๎ และชี้แจงสิ่ง เหลํานี้ให๎ทุกคนในองคก์ รได๎รบั ทราบเพื่อจะได๎ตระหนักถึงความสาํ คัญของการบริหารความเสยี่ ง

125 2. โครงสร๎างการบริหารความเสยี่ ง (Structure) กําหนดโครงสร๎างการบริหารความเส่ียงที่เหมาะสม และระบุหน๎าท่ีและความรับผิดชอบตํอ การบรหิ ารความเสยี่ งอยํางชัดเจน โดยถือวําการบริหารความเส่ียงเป็นหน๎าท่ีและความรับผิดชอบของทุก คนในองค์กร ต้ังแตกํ รรมการผ๎ูบริหารระดับสงู ผ๎บู ริหาร และพนักงานทกุ คน 3. กระบวนการ (Process) ปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความ เสี่ยงอยํางเป็นระบบและตํอเนื่อง โดยมีการปรับปรุง กระบวนการให๎มีความเหมาะสมกบั การดาํ เนินธรุ กจิ อยูํเสมอ 4. ปจั จัยพื้นฐาน (Infrastructure) มีปัจจยั พ้นื ฐานทด่ี ี อันประกอบด๎วย - บุคลากรทม่ี คี วามสามารถ - วธิ กี ารวดั ผลการดําเนนิ งาน - การให๎ความรู๎และฝึกอบรม - ชํองทางในการสอ่ื สารทงั้ ภายในและภายนอกองคก์ ร - วิธีการสอบทานคุณภาพเพื่อทําให๎มั่นใจได๎วําองค์กรสามารถดําเนินการบริหารความ เสยี่ งไดอ๎ ยํางมปี ระสทิ ธิภาพ หลักการบรหิ ารความเสีย่ ง หลักการบริหารความเส่ียงประกอบด๎วยพื้นฐาน 2 ประการคือ หลักการ ORCA และปัจจัยท่ีทํา ให๎การนํากรอบการบริหารความเสี่ยงไปปฏิบตั ิประสบผลสาํ เร็จ หลกั การบรหิ ารความเสย่ี ง = หลักการ ORCA + ปจั จยั สาํ คญั ทที่ าํ ใหป๎ ระสบความสาํ เรจ็ หลักการ ORCA เป็นคํายํอของ Objectives – วัตถุประสงค์ / Risk – ความเส่ียง / Control – การควบคมุ ภายใน Alignment – ความสอดคลอ๎ งกนั ซึ่งเปน็ แนวทางทม่ี ีเหตผุ ลดงั น้ี 1. การกําหนดวตั ถปุ ระสงค์ทชี่ ดั เจนขององคก์ ร 2. การประเมนิ ความเส่ียงทีอ่ าจทาํ ให๎ไมํสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ การประเมินความเสี่ยงเป็น การบํงช้ีและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เก่ียวข๎องกับความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์และเป็ นแนวทาง พ้ืนฐานในการกําหนดการควบคุมภายในเพื่อใช๎สําหรับการจัดการความเสี่ยง เป็นกระบวนการตํอเนื่อง ทั้งน้ีเน่ืองจากภาวะทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม กฎ ระเบียบ และการปฏิบัติงานมีการเปล่ียนแปลงอยํู ตลอดเวลา 3. สร๎างการควบคุมภายในท่ีเหมาะสมเพื่อจัดการความเสี่ยงขององค์กร การควบคุมที่ไมํ เพียงพออาจทาํ ให๎องคก์ รไมํสามารถบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคไ์ ด๎ 4. ดําเนินการเพ่ือให๎ม่ันใจวํามีความสอดคล๎องกันระหวํางวัตถุประสงค์ ความเส่ียงและการ ควบคมุ ท่ัวทั้งองค์กร

126 ปัจจยั สาํ คัญตอํ ความสําเร็จในการบริหารความเสย่ี ง ปัจจัยสําคัญ 8 ประการ เพื่อชํวยให๎การปฏิบัติตามกรอบการบริหารความเสี่ยงประสบ ความสําเรจ็ มดี งั น้ี ปจั จัยที่ 1 : การสนับสนุนจากผู๎บริหารระดบั สงู การปฏิบัติตามกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร จะประสบความสําเร็จเพียงใดข้ึนอยํูกับ เจตนารมณ์ การสนบั สนนุ การมีสวํ นรํวม และความเปน็ ผูน๎ าํ ของผู๎บรหิ ารระดบั สูงในองคก์ ร คณะกรรมการ และผ๎บู รหิ ารระดบั สูงขององค์กรทั่วไป ต๎องให๎ความสําคัญและสนับสนุนให๎ทุกคน ในองค์กรเข๎าใจความสําคัญในคุณคําของการบริหารความเส่ียงตํอองค์กร มิฉะนั้นแล๎วการบริหารความ เสี่ยงไมํสามารถเกิดข้ึนได๎ การบริหารความเสี่ยงต๎องเริ่มต๎นจากการที่กรรมการผู๎จัดการ หรือผู๎นําสูงสุด ขององค์กร ต๎องการให๎ระบบน้ีเกิดข้ึน โดยกําหนดนโยบายให๎มีการปฏิบัติ รวมถึงการกําหนดให๎ผู๎บริหาร ต๎องใชข๎ ๎อมลู เก่ยี วกับความเสยี่ งในการตดั สินใจ และบรหิ ารงาน เป็นตน๎ ปจั จยั ที่ 2 : ความเขา๎ ใจความหมายความเสี่ยงตรงกัน การใช๎คํานิยามเกี่ยวกับความเส่ียงและการบริหารความเสี่ยงแบบเดียวกัน จะทําให๎เกิดความมี ประสิทธภิ าพในการกาํ หนดวัตถปุ ระสงค์ นโยบาย กระบวนการ เพ่ือใช๎ในการบํงชี้และประเมินความเส่ียง และกําหนดวิธีการจัดการความเสย่ี งท่ีเหมาะสม การจัดทํากรอบและนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีความชัดเจน จะทําให๎ผู๎บริหารและ พนกั งานทกุ คนใช๎ภาษาความเสี่ยงในแนวทางเดยี วกนั และมจี ุดหมายรวํ มกันในการบรหิ ารความเส่ียง ปจั จัยที่ 3 : กระบวนการบรหิ ารความเสี่ยง ดําเนนิ การอยํางตอํ เนอื่ ง การที่องค์กรทั่วไป จะประสบความสําเร็จในการปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเส่ียงได๎นั้น รปู แบบการบรหิ ารความเสีย่ งขององค์กรจะต๎องมีการกําหนดขึ้น และเป็นความรับผิดชอบของผู๎บริหารใน ทุกระดับที่จะนํากระบวนการบริหารความเสี่ยงมาปฏิบัติได๎อยํางทั่วถึงท้ังองค์กร และต๎องกระทําอยําง ตอํ เนื่อง สมา่ํ เสมอ. ปัจจยั ท่ี 4 : การบริหารการเปลย่ี นแปลง ตอ๎ งมกี ารชีแ้ จง ในการนาํ เอากระบวนการบริหารความเส่ยี งมาปฏบิ ัติ จําเปน็ ต๎องมีการปรับวัฒนธรรมการบริหาร ความเส่ียงขององค์กรให๎กับเข๎าทุกระดับขององค์กร และต๎องให๎ผู๎บริหารและพนักงานทุกคนได๎ทราบถึง การเปลย่ี นแปลงและผลทีอ่ งคก์ ร และแตลํ ะบคุ คลจะไดร๎ ับจากการเปลย่ี นแปลงนัน้ องคป์ ระกอบท่ีสําคญั ของการเปลย่ี นแปลง - กําหนดความคาดหวังท่เี ป็นไปได๎ในทางปฏิบตั ติ ้ังแตเํ ร่มิ ตน๎ โครงการ - กําหนดระยะเวลาของกระบวนการเปลี่ยนแปลงและสอื่ ให๎กับผู๎ทีเ่ กยี่ วขอ๎ งได๎รบั ทราบ - กําหนดลักษณะและระดับของความพยายามทีต่ ๎องการ - ดาํ เนินการเพอื่ ให๎ม่ันใจวาํ มกี ารสอื่ สารไปยงั ทกุ ฝาุ ยทีไ่ ดร๎ ับผลกระทบจากการเปลยี่ นแปลง - ระบุปัญหา อุปสรรคทต่ี ๎องดําเนนิ การแกไ๎ ขตง้ั แตเํ ร่มิ แรก

127 ปัจจัยท่ี 5 : การส่ือสารทมี่ ีคณุ ภาพเชือ่ มโยงกับกลยทุ ธ์ วตั ถุประสงคข์ องการสื่อสารอยํางมีประสทิ ธผิ ลนนั้ ต๎องให๎มนั่ ใจไดว๎ าํ - ผู๎บริหารได๎รับข๎อมูลเกยี่ วกบั ความเส่ยี งทถ่ี ูกตอ๎ งและทนั เวลา - ผู๎บริหารสามารถจัดการกับความเส่ียงตามลําดับความสําคัญ หรือตามการเปลี่ยนแปลงหรือ ความเส่ียงทเี่ กดิ ขนึ้ ใหมํได๎ทันทวํ งที - มีการตดิ ตามแผนการจดั การความเสี่ยงอยํางตอํ เน่อื ง เพือ่ นํามาใชป๎ รับปรงุ การบริหารองค์กร และจดั การความเสี่ยงตําง ๆ เพ่อื ใหอ๎ งค์กรมีโอกาสในการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ได๎มากทส่ี ุด การส่ือสารเก่ียวกับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง และวิธีปฏิบัติมีความสําคัญอยํางมาก เพราะ การสื่อสารจะเน๎นให๎เห็นถึงการเชื่อมโยง ระหวํางการบริหารความเส่ียงกับกลยุทธ์องค์กร การ ช้ีแจงทํา ความเข๎าใจตํอพนักงานทุกคนถึงความรับผิดชอบของแตํละบุคคลตํอกระบวนการบริหารความเสี่ยง จะ ชํวยให๎เกิดการยอมรับในกระบวนการ และนํามาซึ่งความสําเร็จในการพัฒนาการบริหารความเสี่ยง โดย ควรได๎รับการสนับสนุนทั้งทางวาจา และในทางปฏิบัติจากกรรมการผู๎จัดการและผ๎ูบริหารระดับสูงของ องค์กร ปจั จัยท่ี 6 : การวัดผลการบรหิ ารความเส่ียง ควบคํกู บั กระบวนการด๎านบุคลากร - การวัดความเส่ียงในรูปแบบของผลกระทบและโอกาสท่ีอาจเกิดข้ึน เพ่ือให๎ผ๎ูบริหารสามารถ ประเมินความเส่ียงที่เกิดขึ้นและดําเนินการให๎กระบวนการทั้งหมดเกิดความสอดคล๎องกัน อยํางมี ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล และเปน็ การลดความแตกตํางระหวํางความเสี่ยงท่ีเกิดขึ้น และความเสี่ยงที่ องค์กรยอมรบั - การวัดความสําเร็จของการบริหารความเสี่ยงโดยอาศัยดัชนีวัดผลการดําเนินงาน ซึ่งอาจ กําหนดเป็นระดับองค์กร ฝุายงาน หรือของแตํละบุคคล การใช๎ดัชนีวัดผลการดําเนินงานน้ีอาจปฏิบัติ รวํ มกบั กระบวนการด๎านทรัพยากรบคุ คล ปัจจัยท่ี 7 : การฝกึ อบรม ความร๎ู ความรบั ผดิ ชอบการบริหารความเสี่ยง กรรมการ ผ๎ูบริหาร และพนักงานทุกคนในองค์กร ควรต๎องได๎รับการฝึกอบรมเพื่อให๎เข๎าใจกรอบ การบริหารความเส่ียง และความรับผิดชอบของแตํละบุคคลในการจัดการความเส่ียง เพ่ือบรรลุ ความสําเร็จขององค์กร การส่ือสารข๎อมูลเกี่ยวกับความเส่ียง การฝึกอบรมในองค์กรควรต๎องคํานึงถึง ประเด็น ดงั ตํอไปน้ี - ความแตกตํางกนั ของระดับความรับผดิ ชอบ ในการบริหารความเสีย่ ง - ความรูเ๎ กย่ี วกับความเสีย่ ง และการบรหิ ารความเสี่ยงทมี่ ีอยูํแล๎วในองค์กร พนักงานใหมํทกุ คน ควรไดร๎ ับการฝกึ อบรม เพื่อให๎มีความเข๎าใจในความรับผิดชอบตํอความเสี่ยง และกระบวนการบริหารความเสี่ยงด๎วยเชนํ กัน

128 ระบบการประเมินผลการดําเนินงาน ถือเป็นเครื่องมือสําคัญท่ีใช๎ในการสํงเสริมความรับผิดชอบ ของแตํละบุคคล โดยความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ควรกําหนดรวมอยูํในงานท่ีแตํละ บคุ คลรบั ผดิ ชอบ และในคําอธิบายลักษณะงาน (Job Description) การประเมินผลการดําเนินงานสํวนท่ี เก่ยี วกบั การบริหารความเสย่ี ง มีประเดน็ ทคี่ วรประเมนิ ดงั ตํอไปน้ี - ความรับผิดชอบ และการสนับสนุนกระบวนการบริหารความเสี่ยง และกรอบการบริหาร ความเสี่ยงท่ีแตลํ ะบุคคลมตี ํอองคก์ ร - การวดั ระดับของความเสีย่ งท่ีบุคคลน้ัน เป็นผ๎ูรับผิดชอบ วําความเส่ียงได๎รับการจัดการอยําง มีประสิทธิผลเพียงใด ปัจจยั ท่ี 8 : การตดิ ตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง ขั้นตอนสุดท๎ายของปัจจัยสําคัญตํอความสําเร็จของการบริหารความเสี่ยง คือ การกําหนดวิธีท่ี เหมาะสมในการติดตามการบริหารความเส่ียง การติดตามกระบวนการบริหารความเสย่ี ง ควรพิจารณาประเด็นตอํ ไปน้ี - การรายงาน และสอบทานขั้นตอนตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง - ความชัดเจนและสม่าํ เสมอของการมีสวํ นรํวม และความมงํุ ม่ันของผบู๎ รหิ ารระดับสูง - บทบาทของผน๎ู าํ ในการสนับสนนุ และติดตามการบริหารความเสยี่ ง - การประยุกต์ใชเ๎ กณฑ์การประเมนิ ผลการดําเนนิ งานที่เก่ยี วกับการบรหิ ารความเสย่ี ง องค์ประกอบของ ERM Enterprise Risk Management – ERM ประกอบด๎วยสํวนประกอบหลกั ๆ 8 ประการ ได๎แกํ 1. สภาพแวดลอ๎ มภายใน – ฝุายบริหารต๎องกําหนดปรัชญาเกี่ยวกับความเส่ียงและความเสี่ยงที่ ยอมรับได๎ข้ึนมา สภาพแวดล๎อมภายในจะกําหนดพ้ืนฐานเพ่ือใช๎ในการวิธีการจัดการความเส่ียงและ ควบคุม หลกั สําคญั ขององคก์ รคือบุคลากรและสภาพแวดล๎อมการทํางาน เชํน โครงสร๎าง วัฒนธรรมการ ทาํ งาน เปน็ ต๎น 2. การกําหนดวัตถุประสงค์ – ต๎องมีการกําหนดวัตถุประสงค์กํอน ฝุายบริหารจึงจะสามารถ ระบุสถานการณ์ที่อาจทําให๎ไมํบรรลุผลสําเร็จได๎ ERM จะสร๎างความแนํใจให๎กับฝุายบริหารวํามี กระบวนการกําหนดวัตถุประสงค์และเลือกวัตถุประสงค์ที่สนับสนุน และสอดคล๎องกับภารกิจ /วิสัยทัศน์ และมีความเสยี่ งในระดบั ที่องคก์ รยอมรับได๎ 3. การระบุสถานการณ์ – ปัจจัยในการระบุสถานการณ์ประกอบด๎วย ปัจจัยท้ังภายในและ ภายนอกทสี่ งํ ผลตอํ การนํากลยุทธไ์ ปปฏิบัติและการบรรลุวัตถุประสงค์ 4. การประเมินความเสี่ยง – การระบุความเสี่ยงเป็นพ้ืนฐานนํามาวิเคราะห์วําจะจัดการกับ ความเสยี่ งอยาํ งไร

129 5. การตอบสนองความเสย่ี ง – ฝุายบริหารต๎องเลือกวิธีการจัดการกับความเส่ียงท่ีประเมินได๎ให๎ อยํูในระดับที่องค์กรยอมรับได๎ วิธีการจัดการกับความเส่ียงประกอบด๎วย การหลีกเล่ียง การยอมรับ การ ลดและการกระจายความเสยี่ ง 6. กิจกรรมการควบคุม – เป็นนโยบายและวิธีการที่สร๎างขึ้นมาและใช๎ในการชํวยให๎ฝุายบริหาร สามารถจัดการกบั ความเส่ยี งทีอ่ ยาํ งมน่ั ใจ 7. ข๎อมลู สารสนเทศและการสอ่ื สาร – มีการระบุ จัดการและส่ือสารข๎อมูลที่เกี่ยวข๎องในรูปแบบ และชํวงเวลาที่สามารถทําให๎บุคลากรปฏิบัติหน๎าท่ีความรับผิดชอบได๎ ข๎อมูลสารสนเทศเป็นส่ิงจําเป็นใน ทุกระดบั ขององคก์ รในการระบุ ประเมิน และตอบสนองความเส่ยี ง 8. การติดตาม – ต๎องมีการติดตามดูแลกระบวนการ ERM ขององค์กร และดัดแปลงเทําท่ี จําเป็น การติดตามดูแลต๎องทําเป็นกิจกรรมที่ตํอเนื่อง แยกออกมาจากการประเมินผลกระบวนการ ERM หรือผสมผสานทง้ั สองอยาํ งเขา๎ ดว๎ ยกนั ความมีประสทิ ธผิ ล ในขณะท่ี ERM หรือ การบริหารความเส่ียงท่ัวท้ังองค์กร เป็นกระบวนการ ดังน้ันความมี ประสิทธิผลของ ERM จึงข้ึนอยํูกับเง่ือนไขในแตํละชํวงเวลา และขึ้นอยูํกับผลของการประเมินจาก องค์ประกอบ 8 ประการ การทํา ERM จะบรรลุผลสําเร็จต๎องพิจารณาองค์ประกอบท้ัง 8 ประการ และมีการระบุหน๎าท่ีท่ี เกี่ยวข๎อง แตํไมํได๎หมายความวําจะต๎องระบุหน๎าที่ในแตํละองค์ประกอบหรือแมํแตํในระดับเดียวกัน และ อาจมีการสับเปลี่ยนระหวํางองค์ประกอบตําง ๆ เน่ืองจากเทคนิคด๎าน ERM สามารถแก๎ปัญหาใน วัตถุประสงค์ที่หลากหลาย การตอบสนองความเส่ียงจะมีระดับที่แตกตํางกันขึ้นอยํูกับการกําหนดความ เสีย่ ง แนวคิดที่กลําวถึงในที่นี้สามารถประยุกต์ใช๎ได๎ทั่วท้ังองค์กร แตํสําหรับองค์กรท่ีมีขนาดเล็กกวํา วธิ ีการสาํ หรับแตลํ ะองค์ประกอบควรมลี กั ษณะท่ีเป็นทางการและมีความเป็นโครงสรา๎ งให๎น๎อยทส่ี ดุ การควบคมุ ภายใน การควบคุมภายในเป็นสํวนประกอบที่สําคัญของ ERM โดยกรอบแนวคิด ERM เน๎นในเร่ืองการ ควบคุมภายใน การจดั รูปแบบแนวคิดท่ีเข๎มแขง็ มากขึน้ และเปน็ เคร่ืองมอื ในการบรหิ าร การควบคุมภายใน ถกู ให๎ความหมายและให๎คําอธบิ ายในกรอบแนวคดิ เชงิ บูรณาการเรือ่ งการควบคุมภายใน การควบคุมภายในได๎รับการออกแบบเพ่ือให๎ความม่ันใจในการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร เพื่อให๎เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน ความนําเชื่อถือของรายงานทางการเงิน และ การปฏบิ ตั ิตามกฎ ระเบียบท่ีเกยี่ วขอ๎ ง http://www.itgthailand.com/อ.เมธา สวุ รรณสาร

130 2.ระบบการควบคมุ ภายใน การควบคมุ ภายใน ในแนวปฏิบัติ หมายถงึ ระบบการควบคมุ กระบวนการในการปฏิบัติงานท่ีคณะ ผบ๎ู ริหารและบุคลากรรํวมกนั กาํ หนดขึน้ เพอ่ื สร๎างความมั่นใจในระดบั ทีส่ มเหตสุ มผลวํา การบรหิ ารและ การปฏิบัติงานจะสามารถบรรลเุ ปูาหมายและเกิดผลลพั ธข์ องการดาํ เนินงานทม่ี ีประสทิ ธิภาพและ ประสทิ ธผิ ล ซงึ่ ครอบคลมุ ถึงกระบวนการในการจัดการ วิธกี ารหรอื เคร่ืองมือตาํ งๆที่เก่ียวขอ๎ งกับการจดั องค์กร องค์ประกอบของการควบคมุ ภายใน มี 5 องค์ประกอบดงั นี้ 1.สภาพแวดลอ๎ มการควบคุม 2.การประเมนิ ความเส่ียง 3.กจิ กรรมการควบคุม 4.สารสนเทศและการส่ือสาร 5.การตดิ ตามและประเมินผล 1.สภาพแวดลอ๎ มการควบคุม หมายถงึ สภาวะหรือปัจจัยตาํ งๆ ท่สี งํ ผลให๎เกดิ ระบบการควบคุมใน หนํวยงาน ซึ่งมหี ลายปัจจัยทีส่ ํงผลให๎เกดิ มาตรการการควบคุมภายในข้ึนในหนํวยงาน ซ่ึงฝุายบริหารจะมี อิทธพิ ลสาํ คัญตํอการสร๎างบรรยากาศและสภาพแวดล๎อมการควบคมุ ภายในในหนํวยงาน เชํน  ปรัชญาและลกั ษณะการทํางานของผบ๎ู ริหาร  ความซอื่ สตั ย์และจรยิ ธรรมในการบรหิ ารและการปฏิบตั งิ าน  โครงสรา๎ งของหนํวยงาน  นโยบายการบริหารและการพัฒนาด๎านบคุ ลากร  การกาํ หนดอํานาจหนา๎ ที่ความรบั ผดิ ชอบ  คณะกรรมการตรวจสอบและการตรวจสอบภายใน 2. การประเมินความเส่ยี ง ความเสีย่ ง หมายถงึ เหตุการณ์ที่ไมํพงึ ประสงคห์ รอื การกระทาํ ใดๆ อนั จะ กํอใหเ๎ กดิ ผลลพั ธใ์ นดา๎ นลบหรือผลลัพธ์ ท่ไี มํต๎องการ ทาํ ให๎งานไมปํ ระสบความสาํ เร็จตามเปูาหมายท่ี กําหนดที่อาจเกดิ ไดด๎ ังนี้  ความเสย่ี งจากลกั ษณะงานหรือกจิ กรรมของหนวํ ยงาน  ความเสย่ี งจากการควบคุมภายใน  ความเสี่ยงจากการตรวจไมํพบข๎อผิดพลาด การประเมนิ ความเสย่ี ง หมายถงึ กระบวนการที่ใชใ๎ นการระบุความเสีย่ ง การวเิ คราะหค์ วามเส่ียงและ กําหนดแนวทางการควบคุม เพ่ือปูองกนั หรือลดความเส่ยี ง กระบวนการในการประเมนิ ความเส่ยี ง สามารถดาํ เนินการเปน็ 4 ขัน้ ตอน 1. ศึกษาวัตถุประสงค์และเปูาหมายของหนวํ ยงาน

131 2. ระบปุ จั จยั เสี่ยง เชนํ การเปล่ียนแปลงบุคลากรในตําแหนงํ ท่ีสําคัญบํอยครง้ั การเปล่ียนแปลง กฎหมายทเี่ ก่ยี วข๎อง 3. การวเิ คราะห์และจัดระดบั ความเสี่ยง 4. กําหนดวธิ กี ารควบคมุ ความเสี่ยง 3.กิจกรรมการควบคมุ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบการควบคมุ ภายในทห่ี นํวยงานต๎องจดั ให๎มี ขนึ้ เพื่อลดความเสย่ี งและทําให๎เกดิ ความค๎มุ คาํ ตลอดจนให๎ฝุายบรหิ ารเกดิ ความมั่นใจในประสทิ ธผิ ลของ ระบบการควบคมุ ภายในท่มี ีอยูํ ตัวอยาํ งกจิ กรรมการควบคุมที่ควรจัดใหม๎ ขี ้นึ ในข้ันตอนของการปฏบิ ตั ิงานไดแ๎ กํ  นโยบายและวิธีปฏิบัติ  การกระจายอํานาจความรบั ผิดชอบและการแบงํ แยกหนา๎ ที่  การสอบยนั และการกระทบยอด  การควบคมุ ระบบสารสนเทศและการประมวลผล  การควบคุมทรัพย์สนิ ท่ีมีตัวตนและเอกสารหลักฐาน  กําหนดดชั นวี ดั ผลการดําเนนิ งาน 4.สารสนเทศและการสอื่ สาร หมายถึงขาํ วสารขอ๎ มูลท่ีใชใ๎ นการบรหิ ารซง่ึ เป็นข๎อมูลเกี่ยวกับ การเงนิ และไมํใชํการเงนิ รวมท้งั ข๎อมูลขําวสารอืน่ ๆทัง้ จากแหลงํ ภายในและภายนอก สําหรบั การควบคมุ ภายในของระบบสารสนเทศ โดยท่ัวไปมกั จะเก่ียวข๎องกับการควบคมุ การนาํ ขอ๎ มูลเขา๎ สูรํ ะบบ การแบงํ แยกงาน การสอบทานความถูกต๎องในการประมวลผล การควบคมุ การรับสํง ข๎อมูลระหวาํ งระบบงานและการควบคมุ ทางดา๎ นผลผลิต เป็นต๎น 5.การติดตามและการประเมนิ ผล เป็นกระบวนการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ ระบบงานตาํ งๆของหนํวยงานซึง่ รวมถงึ การปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ระเบียบหรือข๎อบงั คับและการปฏิบัติงาน ตามภาระหนา๎ ที่ความรบั ผดิ ชอบของเจ๎าหนา๎ ทีฝ่ ุายตาํ งๆในหนวํ ยงาน การตดิ ตามประเมินผลจะไดผ๎ ลดคี วรมีการปฏบิ ตั ดิ งั นี้  มีการสอบทานและรายงานผลเกี่ยวกับประสทิ ธิผลของแตํละองค์ประกอบของการควบคุมในทุกๆ ด๎านอยํางสมาํ่ เสมอ  จาํ แนกเรือ่ งทีจ่ ะประเมินผล ซง่ึ จะเป็นประโยชน์ตอํ การควบคุมภายในเฉพาะจุด  รายงานผลตามข๎อเทจ็ จริงอยํางเปน็ อสิ ระ ไมํปิดบังสิง่ ผิดปกติ  สงั่ การใหม๎ ีการแก๎ไขและติดตามผลอยเูํ สมอ สําหรับการกาํ หนดรปู แบบการติดตามและประเมนิ ผล ควรมีอยํใู นทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงานและควร ทําอยํางตํอเน่ือง การตดิ ตามและประเมนิ ผลจะมปี ระสทิ ธิภาพมากขน้ึ หากมกี ารส่อื สารกบั บคุ ลากรทร่ี ับผิดชอบงาน นนั้ ๆ ในหนวํ ยงาน และกรณมี ีเร่ืองสาํ คัญควรรายงานตํอผ๎บู งั คับบัญชาระดบั สูงดว๎ ย นอกจากน้กี าร

132 ตดิ ตามประเมินผลในระบบควบคมุ ภายใน ควรหมายรวมถงึ การประผลนโยบาย กฏระเบยี บระบบงาน ตาํ งๆของหนํวยงานดว๎ ย ประโยชน์ทีห่ นํวยงานจะไดร๎ ับ จากการมรี ะบบการควบคุมภายในที่ ดี 1. การดําเนินงานของหนวํ ยงานบรรลวุ ัตถปุ ระสงคท์ ว่ี างไว๎อยํางมีประสิทธิภาพ 2. การใช๎ทรพั ยากรเปน็ ไปอยาํ งมปี ระสิทธภิ าพ ประหยดั และค๎มุ คํา 3. มีขอ๎ มูลและรายงานทางการเงินทถ่ี กู ต๎อง ครบถว๎ นและเช่ือถือได๎ สามารถนําไปใช๎ในการ ตัดสินใจ 4. การปฏบิ ัติในหนวํ ยงานเปน็ ไปอยาํ งมรี ะบบและอยํูในกรอบของกฎหมาย ระเบียบข๎อบงั คับที่วาง ไว๎ 5. เปน็ เครือ่ งมือชํวยผบ๎ู ริหารในการกาํ กับดแู ลการปฏบิ ัตงิ านได๎อยํางดยี ิง่ ข๎อมลู ระบบการควบคุมภายในของสวํ นราชการโดยทั่วไป

133 หนวํ ยที่ 6 กลยทุ ธก์ ารเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการทาํ งาน หัวขอ๎ 1. การบรหิ ารเชิงกลยุทธ์ 2. การบริหารการผลติ 3. การออกแบบประสิทธิภาพ 4. การปรบั ปรุงการผลติ ด๎วยวงจร PDCA 5. ขอ๎ เสนอแนะการปรบั ปรุงงาน 6. กจิ กรรม 5 ส 7. กจิ กรรมกลุํมคุณภาพ QCC 8. การบริหารคุณภาพท่วั ทง้ั องค์การ 9. ปัญหาการบรหิ ารการผลติ แนวคดิ กลยุทธ์ (Strategies) เป็นแผนปฏิบัติการที่อธิบายถึงการจัดสรรทรัพยากรและกิจกรรมให๎ เหมาะสม ชํวยให๎องค์การบรรลุเปูาหมายขององค์การ โดยเฉพาะการเพ่ิมประสิทธิภาพการทํางาน องค์การท่ีประสบความสําเร็จได๎นําเอาวิธีการตํางๆ มาใช๎ เชํน การออกแบบประสิทธิภาพ การปรับปรุง การผลิตด๎วย PDCA ข๎อเสนอแนะการปรับปรุงงาน กิจกรรม 5 ส กิจกรรมกลํุมคุณภาพ QCC และการ บริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์การ เป็นต๎น จะเห็นได๎วําเป็นวิธีการที่ให๎ความสําคัญตํอพนักงานทุกระดับและ ทุกฝุาย ซึ่งการให๎พนักงานได๎มีสํวนรํวมในการดําเนินการและรับร๎ูเปูาหมายขององค์การเป็นกลยุทธ์ การ เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการทํางานขององคก์ าร จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม 1. อธบิ ายหลักการบริหารเชงิ กลยุทธไ์ ด๎ 2. อธบิ ายการบรหิ ารการผลิตได๎ 3. อธิบายการออกแบบประสทิ ธิภาพได๎ 4. อธิบายการปรบั ปรุงการผลิตด๎วย PDCA ได๎ 5. อธบิ ายขอ๎ เสนอแนะการปรับปรงุ งานได๎ 6. อธบิ ายกิจกรรม 5 ส. ได๎ 7. อธบิ ายกจิ กรรมกลํุมคุณภาพ QCC. ได๎ 8. อธิบายการบริหารคุณภาพท่วั ทั้งองค์การได๎ 9. อธิบายปญั หาการบริหารการผลิตได๎ 10. เลอื กใช๎กลยุทธก์ ารเพิม่ ประสทิ ธิภาพการทํางานไดเ๎ หมาะสม

134 1.การบรหิ ารเชงิ กลยทุ ธ์ กลยทุ ธ์ (Strategie) เปน็ แผนการปฏิบัติการที่อธิบายถึง การจัดสรรทรัพยากรและกิจกรรมอ่ืนๆ ให๎เหมาะสมกับสิ่งแวดล๎อมและชํวยให๎องค์การบรรลุเปูาหมาย ดังน้ัน การบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) จึงหมายถึง กระบวนการสร๎างความมั่นใจวํา องค์การได๎รับผลประโยชน์จากการใช๎กล ยุทธ์ที่เหมาะสมนํามาใช๎ด๎านการตัดสินใจ และนําไปปฏิบัติซ่ึงกลยุทธ์จะเสนอความเป็นตํอในการแขํงขัน ระหวํางองค์การและสิ่งแวดล๎อมเพ่ือบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ แบํงกระบวนการบริหารออกเป็น 4 ข้นั ตอน คอื 1. การวิเคราะหส์ ถานการณ์ 2. การกําหนดกลยทุ ธ์ขององค์การ 3. การปฏิบัตติ ามกลยทุ ธ์ 4. การควบคมุ กลยุทธ์ การบริหารเชิงกลยุทธ์ สํวนวิเคราะห์สถานการณ์และการกําหนดกลยุทธ์ขององค์การ เป็น ขัน้ ตอนการกาํ หนดกลยุทธ์ ตามแผนภูมิดงั น้ี การปฏิบัตกิ ารตามกลยุทธ์ กาหนน กลยุทธ์ การวเิ คราะหน์ การกาหนน กล การปฏิบตั ิตาม การควบคมุ สถานการณ์ ยุทธ์ กลยุทธ์ กลยุทธ์  การกาหนน  กขลอยงอุทงธค์รก์ะารบั  การวางแผน ภารกจิ และ องคก์ าร  การจั องคก์ าร เปา้ หนมาย  การชกั นา  กลยทุ ธร์ ะ บั  การควบคุม  การประเมินสง่ิ หนน้าท่ี แว ล้อมภาย นอก  การวเิ คราะหน์ รปู แสดงกระบวนการจดั การเชิงกลยทุ ธ์ 4 ขนั้ ตอน

135 องค์การเป็นจํานวนมากได๎มีการกําหนดรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ข้ึน โดยพิจารณาความ สอดคล๎องกับลักษณะการดําเนินงาน องค์การโดยทั่วไปจะมีการกําหนดรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ ดงั นี้ 1. การประเมินสภาพการทํางาน (Assessing) เป็นกระบวนการศึกษาถึงภาพตํางๆ รวมท้ังข๎อมูลท่ีจําเป็นเพื่อจะนํามาเป็นตัวกําหนดถึง ความต๎องการขององคก์ าร และความเปน็ ไปได๎เพื่อกํอให๎เกิดการเปลี่ยนแปลง ซ่ึงประกอบด๎วยงานตํอไปน้ี คือ 1.1 วิเคราะห์ขอ๎ มูลโดยการศึกษา หรอื พจิ ารณาธรรมชาติและความสัมพนั ธข์ องส่งิ ตํางๆ 1.2 สงั เกตสิง่ ตาํ งๆ ดว๎ ยความรอบคอบ 1.3 วัดพฤติกรรมและ 1.4 เปรียบเทียบพฤติกรรมการทํางาน 2. จัดลาํ ดับความสาํ คญั ของงาน (Prioritizing) เป็นกระบวนการกําหนดเปูาหมาย จุดประสงค์ และกิจกรรมตํางๆ ขององค์การตามลําดับ ความสําคญั ประกอบดว๎ ยงานดงั น้ี 2.1 กาํ หนดเปาู หมาย 2.2 ระบุจุดประสงคใ์ นการทํางาน 2.3 กาํ หนดทางเลอื ก 2.4 จัดลําดับความสําคัญ 3. ออกแบบวธิ ีการทํางาน (Designing) เป็นกระบวนการวางแผนขั้นตอนวิธีการทํางานฝุายตํางๆ เพื่อกํอให๎เกิดการเปลี่ยนแปลง ประกอบดว๎ ยงานดงั นี้ 3.1 จัดสายงานใหส๎ วํ นประกอบตาํ งๆ ทงั้ ภายในภายนอกองค์การมคี วามสัมพนั ธ์กนั 3.2 หาวธิ กี ารทาํ งานเอาทฤษฎีหรือแนวคดิ ไปสกูํ ารปฏิบัติ 3.3 เตรยี มการตาํ งๆ ให๎พรอ๎ มที่จะทํางาน 3.4 จดั ระบบการทาํ งานท้ังสายงานการผลิต และการบริการ 3.5 กาํ หนดแผนการทาํ งาน ขนั้ ตอนวธิ ีการทํางานใหช๎ ัดเจน 4. จัดสรรทรพั ยากร (Allocation Resources) เป็นกระบวนการกําหนดทรัพยากรตํางๆ ให๎เกิดประโยชน์สูงสุดในการทํางาน ประกอบด๎วย งานดงั นี้ 4.1 กาํ หนดทรพั ยากรทตี่ ๎องใช๎ตามความต๎องการของหนวํ ยงาน 4.2 จดั สรรทรัพยากรทมี่ คี ณุ ภาพใหห๎ นํวยงานตาํ งๆ 4.3 กาํ หนดทรัพยากรท่จี าํ เปน็ จะตอ๎ งใชส๎ าํ หรับจดุ มํุงหมายขององค์การ 4.4 มอบหมายบคุ ลากรให๎ทาํ งานตามเปาู หมายขององค์การ

136 5. ประสานงาน (Coordinating) เป็นกระบวนการท่ีเก่ียวข๎องกับคน เวลา วัสดุอุปกรณ์ และส่ิงอํานวยความสะดวกตํางๆ เพื่อ จะทาํ ใหก๎ ารเปลย่ี นแปลงบรรลุผลสาํ เรจ็ การประสานงานมีดงั น้ี 5.1 ประสานการปฏิบัติงานฝุายตํางๆ ท้ังภายในภายนอกองค์การให๎ดําเนินการไปด๎วยกัน ด๎วยความราบรื่น 5.2 ปรับการทํางานในสํวนตาํ งๆ ใหม๎ ปี ระสิทธิภาพให๎มากท่ีสดุ 5.3 กาํ หนดเวลาการทาํ งานในแตลํ ะชวํ ง 5.4 สรา๎ งความสัมพันธอ์ ันดีให๎เกดิ ขนึ้ ท้ังภายในและภายนอกองค์การ 6. นําการทํางาน (Directing) เป็นกระบวนการที่มีอิทธิพลตํอการปฏิบัติของแตํละฝุายภายในองค์การ เพ่ือให๎เกิดสภาพท่ี เหมาะสม บรรลผุ ลแหํงการเปล่ยี นแปลงให๎มากท่สี ุดมีดังนี้ 6.1 การแตํงตั้งบุคลากรแตํละฝุาย 6.2 กาํ หนดแนวทางหรือกฎเกณฑ์การทาํ งานใหม๎ คี วามชดั เจน 6.3 กาํ หนดระเบยี บแบบแผนเกี่ยวกับเวลา ปรมิ าณหรอื อตั ราความเรว็ ในการทาํ งาน 6.4 แนะนําการปฏบิ ัตแิ ละชีแ้ จงกระบวนการทาํ งาน 6.5 ตดั สนิ ใจเกีย่ วกับทางเลือกในการปฏิบัตงิ าน 2.การบริหารการผลติ การบริหารการผลิต (Product Management) หมายถึง การสร๎าง การวิเคราะห์ การจัดการ การวางแผนการปฏิบัติตามแผน และการควบคุมผลิตภัณฑ์ขององค์การ เพื่อสนองความจําเป็นและความ ต๎องการของลูกค๎าให๎เกิดความพึงพอใจ ขณะเดียวกันก็ต๎องบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ ผู๎บริหาร จะตอ๎ งมคี วามร๎คู วามเข๎าใจ การดําเนินงานตามกระบวนการผลติ อยาํ งตอํ เนอ่ื ง ถ๎าผ๎ูบริหารขาดความสนใจ การเพิ่มผลผลิตอยํางตํอเนื่องตามกระบวนการแล๎วผลเสียจะเกิดข้ึน ดังน้ัน การบริการการผลิตท่ีสําคัญ คือ การบรหิ ารจัดการ ควบคุมการดาํ เนินงานใหส๎ อดคล๎องกบั กระบวนการผลิตเพ่ือการเพิ่มผลผลิตอยํางมี คุณภาพ การบรหิ ารการผลิตมีหลกั การทีส่ ําคัญ ได๎แกํ 1. การวางแผนและการควบคุมการผลิตจะต๎องเป็นส่ิงท่ีไมํซับซ๎อน และมีความเป็นสากล โดย ผ๎ูบริหารการผลิตจะตอ๎ งตง้ั คาํ ถามตามข้นั ตอนดังน้ี 1.1 ผลิตสินค๎าหรอื ใหบ๎ รกิ ารอะไร 1.2 ปัจจุบนั มที รพั ยากรอะไรบ๎าง 1.3 จะต๎องใช๎ทรพั ยากรอะไรบา๎ งในการผลิต 1.4 เวลาทเ่ี หมาะสมในการผลิตสินค๎าเมอ่ื ใด

137 1.5 มกี ารสั่งซ้ือหรือจดั หาวัตถดุ ิบ ทรัพยากรอะไรบา๎ ง 1.6 จะต๎องใช๎ทรพั ยากรอะไรอีกบ๎าง และจะใชเ๎ ม่ือใด 1.7 จะทําการผลติ จาํ นวนเทําใด คําถามตํางๆ เหลํานี้จะเก่ียวข๎องโดยตรงกับการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบจากผ๎ูสํงมอบเข๎าสํู กระบวนการผลิต เพ่ือผลติ สนิ ค๎า/ผลิตภัณฑ์สงํ ตํอไปยงั ลกู คา๎ 2. เวลาเป็นทรัพยากรท่มี ีคาํ ในการผลติ การสนิ้ เปลอื งเวลาไปโดยเปลําประโยชน์ขององค์การไมํ อาจหามาทดแทนได๎ เพื่อให๎ใช๎ทรัพยากรได๎ดขี นึ้ ผบู๎ รหิ ารสามารถทาํ ไดโ๎ ดย 2.1 ไมํปลอํ ยเวลาในกระบวนการผลิตให๎ผาํ นไปโดยเปลาํ ประโยชน์ 2.2 ปฏิเสธเหตุผลทจี่ ะเผื่อเวลา หรือมสี ินคา๎ คงคลงั เผ่ือสาํ รองไว๎ 2.3 ลดรอบเวลาในทกุ หนา๎ ท่ีงานท้ังด๎านงบประมาณและแผนดําเนนิ การ 2.4 จดั ลําดับความสาํ คญั ของงานแตลํ ะกลุํม แตลํ ะงานเพอ่ื ใชเ๎ วลาใหน๎ ๎อยลงกวาํ เดิม 3. องค์การใช๎เพียงระบบเดียวเทํานั้นสําหรับการผลิตทุกรูปแบบ โครงสร๎างของระบบการ วางแผนและการควบคุมการผลิตจะเหมือนกัน ในการผลิตทุกๆ รูปแบบ ไมํวําจะเป็นองค์การการผลิต ขนาดเล็กหรือใหญํ ตลอดจนองค์การที่มีความแตกตํางกันตามลักษณะการผลิต แตํองค์ประกอบและ ปัจจัยเบ้ืองต๎นตํางๆ ของกระบวนการผลิตจะเหมือนกัน จึงไมํมีความจําเป็นท่ีจะต๎องมีระบบการวางแผน และควบคมุ การผลิตหลายระบบหลายรปู แบบ 4. ไมํมีวิธีการที่ดีท่ีสุดในการควบคุมการผลิต ระบบการวางแผนและการควบคุมการผลิตจะ เหมือนกันในกรอบงาน หรือหน๎าท่ีพื้นฐาน ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ตํอการทําให๎องค์การบรรลุวัตถุประสงค์ ตํางๆ ได๎ ถึงแม๎วํากรอบงานหรือหน๎าท่ีพื้นฐานของระบบจะมีลักษณะเหมือนกัน แตํองค์การอาจมีปัจจัย รายละเอียดที่มีความสําคญั แตกตํางกนั ออกไป 3.การออกแบบประสิทธิภาพ การออกแบบ (Design) เป็นเทคนคิ วิธกี ารเพิ่มประสทิ ธภิ าพการทํางานอกี วิธกี ารหนง่ึ ซ่งึ จะ พิจารณาการทาํ งานรํวมกันระหวาํ งคนและเคร่ืองจักร จําเป็นอยาํ งย่งิ ท่ีองคก์ ารจะต๎องศึกษาปัจจัยที่ เกยี่ วข๎องกับการผลติ ท่สี าํ คัญ ได๎แกํ การทาํ งานของพนักงาน การทํางานของเคร่ืองจกั ร และการทํางาน ของพนกั งานทีต่ ๎องทํางานกบั เครือ่ งจักร คนงานและเคร่อื งจกั รตาํ งต๎องใชแ๎ รงทํางานได๎ แตํคนไมํสามารถใช๎แรงมากๆ และนานเหมือนกับ เคร่ืองจักรได๎ วิธีการที่สําคัญก็คือ การใช๎คนควบคุมการทํางานของเครื่องจักร โดยเฉพาะถ๎างานนั้นเป็น งานท่ีทํากันอยํูเป็นประจําก็ควรจะจัดให๎มีการปูอนโปรแกรมเข๎าไป เพื่อให๎เคร่ืองจักรสามารถทํางานได๎ โดยอัตโนมัติ งานหลายประเภทท่ีต๎องอาศัยกระบวนการผลิตซํ้าแบบเดิม การใช๎คนทํางานเหลําน้ีจึงเป็น การส้ินเปลืองการใช๎ทรัพยากรมนุษย์อยํางยิ่ง องค์การควรท่ีจะนําเคร่ืองจักรเข๎ามาชํวยในการทํางาน ซึ่ง จะทํางานได๎อยํางรวดเร็วและเป็นมาตรฐานกวํา จึงมักเกิดคําถามโดยท่ัวไปวํา “ทําไมโรงงานจึงจ๎าง พนกั งานทํางานมากกวําทจ่ี ะใช๎เครื่องจกั รทํางาน” คาํ ตอบจากองค์การสํวนมากคือ การจ๎างคนถูกกวําการ ซ้ือเครื่องจักรและงานท่ีต๎องอาศัยความคิด คนจะทําได๎ดีกวําเครื่องจักร แม๎แตํเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี

138 หนวํ ยความจําจํานวนมากก็ยังมีข๎อจํากัด เพราะไมํสามารถคิดเพิ่มเติมได๎ ดังนั้น งานท่ีต๎องอาศัยความคิด สํวนใหญํองค์การจึงยังต๎องอาศัยคน ทั้งนี้เป็นเพราะคนสามารถคิดและตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาท่ีพบได๎ อยํางมีเหตุผล แตเํ ครอ่ื งจกั รทาํ ไดเ๎ พยี งแคกํ ารตอบสนองตามกฎและข้ันตอนท่ีระบไุ ว๎เทํานนั้ อยํางไรก็ตาม แม๎วําคนจะมีความสามารถในการคิดดัดแปลงได๎ดีกวําเครื่องจักร แตํก็มีขอบเขต จํากัด ด๎วยเหตุน้ีองค์การจึงต๎องอาศัยเคร่ืองคอมพิวเตอร์มาชํวยในการจัดเก็บข๎อมูลท่ีมีจํานวนมาก และ ทําการประมวลผลได๎อยํางถูกต๎อง ชํวยให๎ผ๎ูบริหารสามารถตัดสินใจได๎อยํางมีประสิทธิภาพ องค์การท่ี เกี่ยวข๎องกับการผลิตหลายอยํางจําเป็นต๎องอาศัยความคิดสร๎างสรรค์ในการพัฒนารูปแบบ เชํน การ ออกแบบผลิตภัณฑ์ งานเหลําน้ีเครื่องจักรไมํอาจทํางานแทนคนได๎ องค์จึงต๎องอาศัยคนท่ีมีความรู๎ ความสามารถทางการสร๎างสรรค์งานในรปู แบบตํางๆ งานท่เี กี่ยวกับการตรวจสอบจาํ เปน็ ตอ๎ งใชท๎ ั้งคนและเครื่องจักรรํวมกัน การวัดคําและการควบคุม จงึ จะใหค๎ วามแมนํ ยําและความตอํ เนอื่ งของงานไดด๎ ี เชนํ การวิเคราะห์คณุ สมบัติทางโลหะทําได๎ทั้งคนและ เครื่องจักร เครื่องจักรสามารถกําหนดความแตกตํางเชิงปริมาณในรูปแบบของความแมํนยําอยํางมีแบบ แผน กําหนดความแตกตํางในลักษณะของมิติ แรงดัน อุณหภูมิ และการตอบสนองออกมาได๎เร็ว แตํคน ได๎เปรียบในแงํของการตัดสินใจ การเลือกสีและวัสดุ เป็นต๎น ดังน้ัน การออกแบบใดๆ องค์การจะต๎อง พิจารณากอํ นเสมอวาํ “ตอ๎ งการงานแบบใด คนและเครื่องจักรจะทํางานตํางๆ เหลํานั้นได๎ดีแคํไหน” ส่ิงท่ี สําคัญก็คือ องค์การจะต๎องรู๎ด๎วยวํางานประเภทใดที่เหมาะสมกับเคร่ืองจักร และงานประเภทใดที่เหมาะ กับคน ส่ิงสําคัญอีกอยํางก็คือ การประเมินผลได๎วําเครื่องจักรและคนสามารถทํางานรํวมกันอยํางมี ประสิทธิภาพมากน๎อยเพยี งใด การออกแบบให๎คนและเคร่ืองจักรทํางานรํวมกันอยํางมีประสิทธิภาพ จึงมีความสําคัญมากใน ปัจจุบัน ผู๎ออกแบบจําเป็นต๎องมีข๎อมูลพื้นฐานและมีการวิจัยท่ีจะกําหนดการทํางาน การเรียนร๎ูเก่ียวกับ การทํางานซงึ่ มีความสาํ คัญตํอการออกแบบเคร่ืองจักรเชํนเดียวกัน เพ่ือให๎พนักงานและเคร่ืองจักรทํางาน รวํ มกันไดอ๎ ยํางมีประสทิ ธภิ าพและปลอดภัย 4.การปรับปรงุ การผลติ ดว๎ ยวงจร PDCA องค์การผู๎ผลิตมีวิธีการเพ่ิมผลผลิตได๎หลายวิธี ทั้งแบบตะวันตกและแบบญี่ปุน ขึ้นอยํูกับลักษณะ ของการผลิต ถึงแม๎วําจะมีเครอ่ื งเทคโนโลยตี าํ งๆ เป็นปัจจัยสําคัญตํอการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต แตํก็ไมํ สามารถทําให๎เกิดคุณภาพและประสิทธภิ าพสูงสุดได๎ถ๎าปราศจากพนักงานท่ีมีคุณภาพและความรับผิดชอบ ดังนั้น เทคนิควิธีการปรับปรุงการเพ่ิมผลผลิตที่องค์การ การผลิต นิยมใช๎อยํางแพรํหลายก็คือ เทคนิค วิธีการท่ีทําให๎พนักงานได๎มีสํวนรํวม เป็นเทคนิควิธีการท่ีใช๎ในองค์การการผลิตของประเทศญ่ีปุน ซึ่ง องค์การการผลิตและบริการนํามาปรับใช๎ในการเพิ่มผลผลิต ญ่ีปุน เรียกวํา Kaizen Activity ที่รู๎จักกัน โดยทว่ั ไป ได๎แกํ วงจร PDCA, 5 ส, ระบบข๎อเสนอแนะ และกิจกรรมกลุมํ คณุ ภาพ เป็นตน๎

139 วงจร PDCA มีอีกช่ือเรียกวํา วงจรเดมมิง (Deming Cycle) หรือวงจรชิวฮาร์ท (Shewhart Circle) ชิวฮาร์ทเป็นผู๎คิดวงจรน้ีข้ึน โดยมีเดมมิงเป็นคนเผยแพรํให๎รู๎จักกันอยํางแพรํหลาย PDCA เป็น วงจรของการบรหิ ารจดั การ เพอื่ ให๎เกดิ การปรบั ปรงุ อยาํ งตอํ เนอื่ งทม่ี ีความสัมพันธ์และเกยี่ วข๎องกนั ดงั นี้ P = Plan หมายถึง การกําหนดวัตถุประสงค์ และการตั้งเปูาหมายขององค์การในการวาง แผนการผลิตวําจะผลติ อะไร และด๎วยวิธีการใด เป็นตน๎ D = Do หมายถงึ การลงมือปฏบิ ัตติ ามแผนที่ได๎กาํ หนดไว๎ C = Check หมายถึง การตรวจสอบความก๎าวหน๎าผลการปฏิบัติงาน และการทบทวน ข๎อบกพรํองตํางๆ วาํ ได๎ผลตามทีก่ ําหนดไว๎หรอื ไมํ A = Action หมายถึง หาแนวทางปรับปรุง แก๎ไข และจัดทํามาตรฐานในสํวนท่ีปฏิบัติ ไดผ๎ ลดี ตลอดจนการกาํ หนดแนวทางในการปรับปรุง การปฏิบัติงานทกุ ขั้นตอนของวงจร PDCA มีขอ๎ ควรพจิ ารณา คอื 1. วงจร PDCA เปน็ การริเรม่ิ สิ่งใหมํๆ โดยเริ่มในขอบขํายท่ีกําหนดกํอนที่จะนําไปปฏิบัติ ต๎องมี การทบทวน แกไ๎ ขข๎อผดิ พลาดจนกวาํ จะได๎ผลดีและเปน็ ทย่ี อมรับขององค์การมาตรฐาน 2. ต๎องมกี ารตดิ ตอํ สอ่ื สารอยํางใกล๎ชิด เพื่อจะได๎ร๎ูถึงข้ันตอนการดําเนินงาน โดยเฉพาะระหวําง ผู๎วางแผนกบั ผู๎ปฏบิ ตั ิ 3. กําหนดเปูาหมายท่ีเหมาะสม องค์การจะต๎องใช๎ข๎อมูลท่ีแท๎จริงในการกําหนดเปูาหมาย จากน้ันจึงเป็นมาตรฐานการดําเนินงาน ซึ่งจะทําให๎การปรับปรุงมีประสิทธิภาพและดําเนินการอยําง ตํอเนือ่ ง 4. การกําหนดเปาู หมายของแผนครั้งตํอไป ต๎องพิจารณาจากปัจจยั แวดลอ๎ มเปน็ สาํ คญั PDCA มีลักษณะไมถํ งึ กบั สลับซบั ซ๎อนมากนัก แตํในการปฏิบัติงานจริงองค์การมักจะลงมือปฏิบัติ โดยปราศจากการวางแผน และเมื่อลงมือปฏิบัติก็ไมํมีการตรวจสอบหรือประเมินผลการปฏิบัติงานท่ีผําน มา จึงทําให๎ไมํมีการปูองกันแก๎ไขหรือปรับปรุงการปฏิบัติงาน การดําเนินการ ถ๎าไมํมีขั้นตอนตรวจสอบก็ อาจจะต๎องเร่ิมต๎นใหมทํ กุ ครั้งไป การขับเคลื่อนวงจร PDCA องค์การไมํจําเป็นต๎องเร่ิมท่ี P เสมอไปก็ได๎ขึ้นอยูํกับลักษณะและการ ใช๎งานของแตํละขนั้ ตอน องค์การจะตอ๎ งวิเคราะห์วํา ควรเริม่ ทข่ี ัน้ ไหนจึงจะเหมาะสมกบั สถานการณ์

140 5.ขอ๎ เสนอแนะการปรบั ปรงุ งาน ข๎อเสนอแนะการปรับปรุงงาน (Suggestion) เป็นเทคนิควิธีการเพิ่มผลผลิตวิธีหนึ่งที่เปิดโอกาส ใหพ๎ นักงานไดม๎ ีสวํ นรํวมในการแสดงความคิดเห็นปรับปรุงงานที่ทําอยูํ ชํวยให๎การปฏิบัติงานในสํวนตํางๆ มกี ารพฒั นาและปรับปรุงให๎ดีขึ้น สํงผลให๎องค์การสามารถปรับปรุงงานและทํางานให๎มีประสิทธิภาพมาก ขนึ้ ขอ๎ เสนอแนะการปรับปรงุ งาน เปน็ การเปิดโอกาสให๎พนักงานในหนํวยงานได๎แสดงความคิดเห็นท่ี จะทํางานให๎ดีขึ้น และยังเป็นวิธีการหน่ึงของการจูงใจ (Motivation) ซ่ึงผ๎ูบริหารหรือหัวหน๎างานจะต๎อง ทําการโน๎มนา๎ วจติ ใจของพนกั งาน ให๎ประสานสามัคคีรํวมกันนําองค์การไปสํูเปูาหมายท่ีกําหนด การสร๎าง ความรู๎สึกให๎พนักงานเป็นสํวนหนึ่งขององค์การ จึงมีสํวนชํวยแก๎ไขและปรับปรุงการดําเนินงานของ องค์การ โดยถือเป็นหน๎าท่ีของพนักงานทุกคนท่ีจะต๎องรํวมมือกันปรับปรุงการเพ่ิมผลผลิตให๎สู งขึ้น เรียกวํา “ระบบบริหารแบบลํางขึ้นสํูบน” วิธีการน้ีเริ่มนํามาใช๎ในประเทศไทย ถือเป็นปัจจัยพ้ืนฐานอีก ประการหนึ่งของการเพิม่ ผลผลติ ซงึ่ เปน็ การระดมความคดิ เพ่อื การพัฒนาคุณภาพและการเพ่ิมผลผลิตโดย บุคคลและกลุํม จุดมํุงหมายของระบบขอ๎ เสนอแนะ มีดังน้ี 1. เพื่อให๎พนักงานไดม๎ สี วํ นรวํ มแสดงความคดิ เหน็ ในการปรบั ปรงุ การทาํ งาน 2. เพื่อสํงเสรมิ ใหพ๎ นักงานมีความคิดริเร่ิม การพัฒนาปรับปรุงให๎หนํวยงานได๎มีการเพิ่มผลผลิต สูงขึ้น 3. เพ่ือให๎พนักงานมีความพอใจในการทํางาน และแก๎ไขปัญหาการปรับปรุงงานของตนเองที่ ปฏิบัติอยูแํ ล๎วใหด๎ ขี ้ึน เชนํ 3.1 การปรบั ปรงุ วธิ ีการปฏิบตั งิ าน กระบวนการผลติ และลดเวลาการปฏบิ ตั งิ าน 3.2 การปรับปรุงการใชง๎ านของอุปกรณ์ เครือ่ งมือ เครื่องจักรตํางๆ 3.3 การประหยัดพสั ดุ และคําใช๎จํายตาํ งๆ ในการปรับปรุงคุณภาพ 3.4 การเพิ่มประสิทธภิ าพการดําเนินการทางธุรกิจ 3.5 การปรับปรงุ สภาพการทํางานด๎านความปลอดภัยและสิง่ แวดลอ๎ ม ข๎อเสนอแนะเหลํานี้อาจได๎รับการกรอกในแบบฟอร์ม และสํงมายังคณะกรรมการโดยผํานทาง หัวหนา๎ งาน ข๎อเสนอแนะทผ่ี ํานการพจิ ารณาตามหลกั เกณฑ์ดังกลาํ วจะถูกนาํ ไปปฏิบตั ิ

141 6.กิจกรรม 5 ส 5 ส เป็นแนวคดิ การจัดความเป็นระเบยี บเรยี บร๎อย ในสถานทที่ าํ งาน เพ่ือกอํ ให๎เกิดสภาพการ ทาํ งานทีด่ ี ปลอดภัย มรี ะเบยี บเรยี บรอ๎ ย อนั จะนําไปสูํการ เพม่ิ ผลผลติ และประสิทธภิ าพในการ ปฏบิ ัตงิ านทีส่ ูงขนึ้ และถือเป็นกจิ กรรมพืน้ ฐานท่ีสาํ คัญในการทําระบบคุณภาพในองคก์ ร 1.ส สะสาง คอื การแยกของท่ีจาํ เป็นออกจากของที่ไมจํ าํ เป็น และขจัดของทีไ่ มจํ าํ เป็นออกไป เทคนิคการปฏบิ ัติ ส สะสาง น้นั ผู๎ปฏิบัตจิ ะตอ๎ งเปน็ ผกู๎ ําหนดวําสิ่งของที่ใช๎ในงานประจําวนั น้ัน ของสง่ิ ใด จาํ เปน็ ของสิ่งใด ไมจํ ําเป็น โดยสิง่ ของจาํ เปน็ คือส่งิ ของทเ่ี กย่ี วข๎องกบั ผลสาํ เร็จของงาน เหตผุ ลทจี่ าํ เปน็ ตอ๎ งทาํ การสะสาง มขี องไมํจาํ เปน็ อยใํู นท่ที ํางาน โดยทั่วไปเมอื่ ปฏิบัตงิ านผํานไประยะหน่งึ อาจมีสิ่งของไมํจําเป็นสะสมอยูํในบรเิ วณพ้นื ทท่ี าํ งาน เชนํ เอกสารไมํใช๎แล๎ว เศษกระดาษ กลํองกระดาษ เมื่อไมํมีความจําเป็นต๎องใชแ๎ ล๎ว ก็ควรจะสะสางสิง่ ของตาํ ง ๆ เหลาํ นี้ออกจากพ้นื ทปี่ ฏบิ ตั ิงาน สูญเสยี พน้ื ท่ใี นการจดั เก็บ ถ๎าไมสํ ะสางส่ิงของที่ไมจํ ําเป็นในการทํางานออกไป ทาํ ใหต๎ ๎องหาพ้ืนท่ใี นการจัดเก็บจัดวาง เมือ่ มีสิ่งของ เหลาํ นว้ี างกองอยูํมาก ในพื้นที่ปฏบิ ัตงิ าน จะทาํ ให๎พนักงานไมสํ ามารถใชพ๎ ้นื ท่ขี องสํานักงานหรอื พ้นื ที่ โรงงานเพ่อื ปฏิบตั ิได๎อยาํ งเตม็ ประสิทธภิ าพ และมีความสญู เสยี เรอ่ื งการจัดเกบ็ สิ่งของเกิดข้นึ ของหายบํอย หาไมํเจอ เสียเวลาในการคน๎ หา บางคร้งั บุคลากรทีป่ ฏบิ ตั ิงานในสาํ นกั งานหรือพ้ืนทป่ี ฏบิ ัตงิ าน อาจหาของหรอื เอกสารบางอยํางไมํพบ เน่อื งจากขาดระบบการจัดเก็บทีด่ แี ละไมํมีการสะสางเอกสารและสง่ิ ของท่ีไมํได๎ใชง๎ านออกจากพน้ื ท่ี ทาํ งาน ย่งิ ถ๎าเปน็ สงิ่ ของหรือเอกสารสาํ คญั ที่มีความจําเป็นตอ๎ งหาให๎เจอทําใหต๎ ๎องเสียเวลาในการค๎นหา นนั้ ทําความสญู เสยี ด๎านเวลาจะเกิดขนึ้ สถานท่ที ํางานคับแคบ หนํวยงานหรือองค์กรบางแหํงมักกลําววําพน้ื ที่ปฏิบตั งิ านในหนวํ ยงานของตนเองคบั แคบ ความคับแคบ ทว่ี าํ น้ีเกิดจากการมีส่ิงของหรือเอกสารทไ่ี มจํ าํ เป็นในการทาํ งานวางอยูํในพืน้ ทีป่ ฏบิ ัติงาน ทําใหพ๎ น้ื ที่ สาํ หรบั การทํางานจรงิ ๆ คับแคบไมสํ ะดวกตํอการปฏิบัตงิ าน ซึ่งอาจมผี ลตํอความปลอดภยั ในการ ปฏิบัติงานด๎วย ด๎วยเหตุนี้การทาํ กิจกรรม 5ส จงึ เปน็ สิ่งจําเป็นโดยเฉพาะอยาํ งย่ิง ส.สะสางถอื เปน็ สิ่งที่ สาํ คญั และบคุ ลากรทุกคนในทุกพน้ื ทตี่ อ๎ งรวํ มกนั สะสางสงิ่ ของและเอกสารท่ีไมจํ าํ เปน็ ในการปฏบิ ตั ิงาน ออกนอกพน้ื ทท่ี าํ งานของตนเอง

142 ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ ส สะสาง เรมิ่ จากแยกสิง่ ของในพน้ื ท่ีปฏบิ ัตงิ านออกเปน็ 3 ประเภท ไดแ๎ กํ ของจําเปน็ ในการทาํ งาน ของไมจํ าํ เป็นในการทํางาน ของท่ตี อ๎ งรอการตดั สินใจ  ของจาํ เปน็ ในการทาํ งาน คือ สง่ิ ของ เอกสาร อุปกรณ์ เคร่ืองมือ ซ่ึงมสี วํ นตํอผลสําเร็จของงานทบี่ คุ ลากรปฏบิ ัตงิ านอยูํ และจําเปน็ ต๎องใช๎ในการปฏิบตั ิงาน อยํเู ปน็ ประจาํ จงึ ควรจัดเกบ็ จัดวางของเหลาํ นใ้ี นบรเิ วณพ้นื ท่ี ปฏบิ ัตงิ านหรอื พ้นื ท่ที ง่ี ํายตอํ การหยิบใช๎ โดยต๎องคํานงึ ถงึ องคป์ ระกอบ 3 ประการ คือ รายการปรมิ าณ และสถานที่ โดยรายการ คอื ส่ิงของทจี่ ําเป็นนน้ั มีอะไรบา๎ ง และแตํละรายการจําเป็นต๎องมใี นปรมิ าณมาก นอ๎ ย เพียงใด สามารถกําหนดจาํ นวนเปน็ มาตรฐานได๎ และสถานทใ่ี นการวางหรอื จดั เกบ็ ควรอยํู ณ ตําแหนงํ ใด  ของไมจํ าํ เป็นในการทาํ งาน คอื สิ่งของทไี่ มมํ ีความจําเป็นในการทํางานและสามารถสะสางได๎ทันที เชนํ เศษกระดาษ เอกสาร ท่ไี มจํ ําเปน็ ต๎องใชง๎ าน เป็นต๎น ในการสะสางสงิ่ ของตาํ ง ๆ เหลําน้ี สามารถแบํงวิธีการในการดําเนนิ การ ออกเป็น ของไมํจําเป็นในการทํางาน แตอํ าจใชไ๎ ด๎ในภายหลัง คือ ปัจจุบันไมํจําเป็นแตํในอนาคตอาจมี ประโยชน์ ส่งิ ของประเภทนไี้ มํจาํ เป็นตอ๎ งท้ิง แตํควรหาพน้ื ท่ีจดั เก็บเพ่อื จะได๎เก็บไว๎ใช๎ในอนาคต

143 ของไมจํ าํ เปน็ ในการทํางาน ไมํสามารถใช๎ไดใ๎ นอนาคต จาํ เป็นจะต๎องสะสางออกจากพ้นื ท่ี ปฏิบัติงานและหนวํ ยงาน ถ๎าเป็นสิง่ ของไมมํ ีคาํ ก็ควรสะสางทง้ิ แตถํ า๎ ส่ิงของนั้นยงั พอมีคําอยูํ เชํน เศษ กระดาษ ทีส่ ามารถขาดได๎ หรอื สิ่งของบางอยํางอาจเป็นประโยชนต์ ํอหนํวยงานอ่ืน เราสามารถนาํ ไป บรจิ าคได๎ เชนํ เครื่องคอมพิวเตอร์เกาํ ที่ไมใํ ชแ๎ ล๎วอาจนาํ ไปบรจิ าคได๎  ของทตี่ ๎องรอการตดั สนิ ใจ อาจเปน็ สิง่ ของ เอกสาร อุปกรณ์ เครื่องมอื ท่ีไมํจาํ เปน็ ต๎องใช๎อกี ตํอไป หรอื เคร่ืองมอื ท่ีเสียแลว๎ แตํสิ่งของดงั กลําวเดิมเปน็ สิ่งของ ท่ีมมี ูลคาํ สงู บุคลากรทีป่ ฏิบัตงิ านหรอื ใชง๎ านหรอื ใช๎งานจึงไมํมีอาํ นาจ ในการตดั สนิ ใจสะสางสง่ิ ของนนั้ ๆ ได๎ จาํ เป็นตอ๎ งใหผ๎ ๎บู รหิ าร ระดับกลางหรือผูบ๎ รหิ ารระดับสงู เปน็ ผู๎ ตัดสินใจในการสะสาง รวมถึงเอกสารสําคัญบางประเภทซึง่ ไมํจําเปน็ ต๎องใชง๎ านแลว๎ จําเป็นต๎อง ให๎ ผู๎บรหิ ารเป็นผูอ๎ นุมัติทําลาย เคร่ืองมอื ทชี่ วํ ยในการทาํ ส สะสาง Survey Form กรณที ่ตี ๎องการสะสางส่งิ ของใดในพนื้ ทีป่ ฏิบัติงาน แตยํ ังไมํสามารถสะสางได๎ทันทใี นเวลานั้น หรอื ตอ๎ งรอ การชวํ ยเหลือจากฝาุ ย ทเ่ี กี่ยวขอ๎ ง ให๎เขียนเรอ่ื งตําง ๆ ในแบบฟอร์มการสาํ รวจ (Survey Form) และทาํ การแจง๎ ให๎ฝุายทเ่ี กย่ี วข๎องทราบเพอื่ ดําเนินการแก๎ไข ปรบั ปรงุ ตํอไป จดุ ทค่ี วรใหค๎ วามสนใจในการทาํ ส สะสาง ต๎ูเกบ็ เอกสาร ควรตรวจสอบวํามีส่งิ ของอืน่ ๆ วางปะปนอยูํกบั เครื่องมือหรือไมํ ลิน้ ชกั เก็บของ ล้ินชักโตะ๏ ทํางาน อาจมีสิ่งของไมจํ าํ เป็นในการทํางานวางปะปนอยูํ ตู๎เกบ็ ของ ช้ันวางของ ในตเ๎ู ก็บของมสี ง่ิ ของหรือเอกสารท่ไี มจํ ําเปน็ ต๎องใช๎งานสะสมอยํูหรอื ไมํ หอ๎ งเกบ็ ของ สโตร์ คลังพสั ดุ พ้นื ทีน่ ีม้ ักมสี ิง่ ของจากหนํวยงานตาํ ง ๆ มาจัดเก็บเป็นจํานวน มาก ส่ิงของชนดิ ใดไมจํ าํ เปน็ ต๎องเก็บไว๎ ควรสะสางออกไป เอกสารตามต๎ตู าํ ง ๆ พนื้ มมุ อับของห๎อง มมุ อบั ตําง ๆ มกั เปน็ จุดสะสมสิ่งของท่ีไมจํ ําเปน็ จึงควรใหก๎ ารใสใํ จเป็น พิเศษ ภายในและภายนอกตัวอาคาร นอกจากภายในอาคารแลว๎ ภายนอกบริเวณรอบ ๆ อาคารควร ไดร๎ ับการดูแลเอาใจใสใํ นเรอ่ื งของกิจกรรม 5 ส หวั ใจของ ส สะสาง มแี ตขํ องทจ่ี าํ เปน็ เทาํ นน้ั ในสถานทท่ี าํ งาน บุคลากรควรระลึกเสมอวําในบรเิ วณพนื้ ที่ทํางานน้ันควรมีการดาํ เนินการ ส สะสาง อยาํ งสม่ําเสมอและ ตํอเนอ่ื ง เพ่ือใหม๎ ีแตสํ ิง่ ของเฉพาะทจ่ี าํ เปน็ ในการปฏิบตั งิ าน ของสิ่งใดไมํจาํ เป็นต๎องดาํ เนินการสะสางออก จากพนื้ ที่ปฏบิ ตั ิงาน

144 2.ส สะดวก คอื การจดั วางหรอื จัดเก็บสิ่งของตาํ ง ๆ ในสถานท่ที าํ งานอยาํ งเปน็ ระบบ เพอื่ ประสทิ ธิภาพ คุณภาพ และ ความปลอดภยั ในการทํางาน โดยมํงุ เนน๎ สํงเสริมใหเ๎ กิดประสทิ ธิภาพในการ ทํางาน ตง้ั แตกํ ารจดั หมวดหมูํสง่ิ ของใหเ๎ ปน็ ระบบ ระเบียบการประยุกตใ์ ชส๎ ญั ลักษณส์ ี การทาํ ปาู ยช้บี ํง การทาสตี ีเส๎นบรเิ วณพน้ื อาคารเพือ่ แบํงแยกพืน้ ท่ี ทัง้ ในการจัดวางของพื้นที่ จดั วางอปุ กรณ์ เคร่ืองมอื ถ๎า หนวํ ยงานหรือพื้นท่ีขาดการปฏบิ ัติตาม ส สะดวก ยํอมทําให๎ขาด ประสิทธิภาพ และประสิทธผิ ลในการ ทํางาน เชนํ เสียเวลาในการคน๎ หา ไมํกําหนดตําแหนํงวางทแี่ นํนอน วางปะปนกัน ไมํแบงํ หมวดหมํู ไมเํ ก็บเข๎าที่ ขาดความเป็นระเบียบในสถานที่ทํางาน การปฏบิ ตั ิ ส สะดวก นัน้ เม่ือไดด๎ าํ เนินการ ส สะดวก เปน็ ทเ่ี รียบร๎อยแล๎วพ้นื ทปี่ ฏิบัตงิ านจะเหลอื แตํ ของท่ีจาํ เป็นในการทาํ งานเทํานั้น จากนน้ั ควรวางแผนในการจัดวางสง่ิ ของ เอกสารตาํ ง ๆ เหลํานนั้ ใหเ๎ ป็น ระบบหมวดหมเูํ พอ่ื งาํ ยในการหยบิ ใช๎ ลดเวลาในการค๎นหา ซง่ึ การวางแผนในการจดั ความเปน็ ส่งิ สาํ คญั ท่ผี ู๎ ปฏบิ ัติ 5 ส ควรคํานงึ ถงึ การทจ่ี ะสรา๎ งให๎ ส สะดวก เกดิ ขึ้นกับสงิ่ ของ อปุ กรณเ์ ครอื่ งมอื เอกสารได๎นั้นมี ขน้ั ตอนในการดําเนนิ การ เพื่อใหเ๎ กินความสะดวก ดังน้นั 1. วางแผนการกําหนดท่ีวางของใหช๎ ัดเจน 2. จัดวางใหเ๎ ปน็ ระเบยี บ หมวดหมูํ 3. มีปูายช่อื แสดงทวี่ างของ 4. มีปูายชอ่ื ติดสง่ิ ของทจ่ี ะวาง 5. ทาํ ผงั แสดงตําแหนงํ วางของ 6. ตรวจเชค็ เปน็ ประจํา การปฏบิ ตั ิ ส สะดวก ตอ๎ งคาํ นงึ ถงึ หลักการสาํ คญั 3 ประการ คอื ประสทิ ธภิ าพ หมายถึง การปฏิบัติ ส สะดวก โดยการ ประยกุ ตใ์ ชป๎ าู ยชี้บงํ การทําสันแฟมู เอกสาร การใชส๎ ัญลักษณส์ ี การจัดสงิ่ ของเป็นระบบหมวดหมํูผู๎ปฏิบัตกิ ิจกรรม 5 ส ตอ๎ งคํานึงถึงเร่ืองประสทิ ธิภาพ ความเหมาะสมใน การใช๎งานสง่ิ ของนนั้ ทาํ ปูายชบ้ี งํ เพือ่ ให๎สะดวกในการค๎นหา การจดั เรียงเคร่ืองมือตามลาํ ดบั ข้ันตอนใน การใช๎งาน คณุ ภาพ หมายถึง การจดั เก็บสิ่งของ โดยคํานึงถึงหลักคุณภาพของสิ่งของนนั้ การจดั เกบ็ จําเปน็ ต๎องคํานึงถึงหลกั คุณภาพ นอกจากนน้ั การนําไปใชง๎ านต๎องคํานงึ ถึงหลกั การ FIFO : Fist In First Out คือ สิ่งของใดซื้อมา กอํ นจัดเก็บเขา๎ ไปในคลังสนิ ค๎ากอํ น ต๎องนําสิง่ ของน้นั ไปใช๎กอํ น เพือ่ ใหเ๎ กิดการหมุนเวยี น ความปลอดภยั หมายถงึ การจัดเกบ็ ส่ิงของ โดยคาํ นึงถึงหลักความปลอดภัย ทัง้ ในเร่ืองมาตรฐานการจดั วางความ ปลอดภยั ในการจัดเกบ็ รวมถงึ ความปลอดภยั ของผูจ๎ ดั เกบ็ สง่ิ ของเหลํานั้นด๎วย

145 หลกั การทาํ ส สะดวก ในบรเิ วณพนื้ ทสี่ าํ นกั งาน บรเิ วณพนื้ ท่ีสาํ นักงานมีการจัดวาง โตะ๏ เก๎าอี้ อปุ กรณเ์ คร่อื งใช๎สาํ นักงานอยํางเปน็ ระเบียบ เรยี บรอ๎ ย สะดวกในการทํางานและ มจี าํ นวนท่ีเหมาะสม โดยการจดั วางผงั สาํ นกั งาน (Layout) ควร คํานึงถงึ ประสิทธิภาพในการทํางาน ในสํานักงานมีผงั แสดงพน้ื ท่ที าํ งาน รวมถงึ ปูายแสดงห๎อง หนวํ ยงาน ช่อื ตาํ แหนํงของผู๎ทาํ งาน จดุ ที่ บุคคลภายนอกต๎องติดตํอ ต๎เู อกสารมีการจัดเกบ็ เอกสาร โดยแบํงหมวดหมํูเอกสาร และหน๎าตเ๎ู อกสารมีการจัดทาํ ปูายดชั นี แสดงวาํ ในตเู๎ ก็บมีเอกสารใดอยํูบา๎ ง แฟมู เอกสารมีการจดั ทําปูายช้บี ํงสันแฟูมแสดงชนดิ ของเอกสารและมี หมายเลขลําดับของแฟูมในตู๎ รวมถงึ อาจมีการใช๎สญั ลักษณ์สี แบํงประเภทแฟูมไดด๎ ว๎ ย แบบฟอร์ม มีการจดั ทาํ ปูายช่อื ชนดิ ของแบบฟอร์มติดอยทูํ ่หี น๎าชํองเก็บแบบฟอรม์ เอกสารสาํ คัญของสาํ นักงาน ควรมกี ารจดั เก็บในบริเวณพเิ ศษทเี่ หมาะสมนอกจากน้ันเอกสารทาง บญั ชีมีความจาํ เป็นต๎องเก็บ ไว๎เปน็ เวลานาน ควรมกี ารจัดเกบ็ ใหเ๎ ปน็ ระเบียบโดยจดั เกบ็ ลงในกลํองและท่ี กลํองมปี ูายติดแสดงรายละเอียด เชนํ ชนิดของเอกสาร ปที ี่จัดเก็บ ผร๎ู บั ผดิ ชอบ กญุ แจ หรอื วสั ดุตําง ๆ ควรมีหมายเลข หรอื เลขรหัสกํากบั และหาจดุ จัดวางทีเ่ หมาะสม เชนํ อาจ อยบํู นแผง หรอื กลอํ ง โดยมีปูาย บอกเลขลําดับ หรอื เลขรหัสติดไว๎ บอร์ดประกาศ ควรปรบั ปรงุ ขอ๎ มลู บนบอรด์ ในสํานักงาน หนํวยงาน ให๎ทันสมยั อยูํเสมอข๎อมลู ใด ทไี่ มตํ ๎องการแลว๎ ควรสะสาง ออกไปจากบอรด์ ประกาศนอกจากนั้นควรจดั บอร์ดประกาศใหส๎ วยงามนาํ อําน อปุ กรณ์ปูองกันอัคคีภยั ไดแ๎ กํ ถงั ดับเพลงิ ตเ๎ู กบ็ สายดับเพลิง ควรมีการตรวจสอบอยํางสมํ่าเสมอ วาํ อุปกรณ์ตํางๆ อยูํในสภาพ พร๎อมใช๎งาน ถงั ดบั เพลงิ ต๎องตรวจสอบความดันในถงั วาํ อยูํในระดับใช๎งาน อุปกรณเ์ ครอื่ งใช๎ในสํานักงานได๎รบั การเช็คทาํ ความสะอาดและตรวจสอบอยํางสม่ําเสมอ เชํน เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ เครอ่ื งถาํ ย เอกสาร โทรศัพท์ โทรสาร ควรดําเนนิ การ ส สะสาง และ ส สะดวก ข๎อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสะสางขอ๎ มลู ไฟล์ คอมพิวเตอร์ท่ไี มํจําเปน็ แลว๎ นอกจากน้ันควรจดั เก็บไฟล์คอมพวิ เตอร์เป็น Folder เพอื่ ทข่ี ๎อมลู ใน คอมพวิ เตอรจ์ ะได๎เปน็ ระบบระเบียบและใชง๎ านสะดวก หลกั การทาํ ส สะดวก ในบรเิ วณพนื้ ทอ่ี าคาร เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชง๎ านรํวมกนั วางแผนการจดั เก็บเครอื่ งมอื ใหเ๎ ปน็ หมวดหมํู เชนํ หมวดเครอื่ งมือโสตฯ หมวดอุปกรณส์ ํานักงาน กาํ หนดตาํ แหนงํ ของท่ีจัดเก็บเคร่ืองมือ และมกี ารใช๎เส๎น สี ปูายชีบ้ งํ แสดงพ้ืนทีว่ างเคร่อื งมอื จดั เก็บเครื่องมือ มีปาู ยชอ่ื ของผท๎ู ห่ี ยบิ ไปใช๎และวันทีผ่ ูห๎ ยบิ ยืมไปใช๎ กาํ หนดมาตรฐานให๎ผู๎ใชเ๎ ครื่องมือเกบ็ เครื่องมือเข๎าทีเ่ มื่อใช๎งานเสรจ็

146 ระบชุ ่ือผร๎ู บั ผิดชอบดแู ลเครอ่ื งมือ ไมวํ างสงิ่ ของอยํางอน่ื ในที่เก็บเคร่ืองมือ พสั ดคุ งคลงั มปี ูายแสดงตาํ แหนํงการวางของ มปี าู ยช้บี ํงพสั ดุ กาํ หนดระดับ ต่ําสดุ สงู สดุ ของการจดั เกบ็ ให๎เหน็ ไดง๎ ํายและชัดเจน การจัดเกบ็ และหยบิ ใชต๎ ๎องคํานึงถึงหลกั การ FIFO หวั ใจของ ส สะดวก มที สี่ าํ หรบั ของทกุ สง่ิ และของทกุ สิง่ ตอ๎ งอยูใํ นทข่ี องมนั 3.ส สะอาด เปน็ ส ท่ีคนสํวนใหญํมักคิดถึงเวลา กลําวถงึ 5 ส และทําให๎คนสํวนใหญํเขา๎ ใจผดิ วําการ ทํา 5 ส คือการทาํ ความสะอาด แตํทีถ่ ูกตอ๎ งแลว๎ สะอาดในความหมายของ 5 ส ไมํใชํแคเํ พยี งแตํการปัด กวาด เช็ด ถู แตจํ ะต๎องครอบคลุมไปถงึ การตรวจสอบด๎วย โดยความหมายของ ส สะอาด คือการทาํ ความ สะอาด (ปัด กวาด เชด็ ถ)ู และตรวจสอบเครื่องมือ อปุ กรณ์ รวมทง้ั บรเิ วณสถานทีท่ ํางาน การทาํ ความสะอาด มอี ยํู 3 ระดบั คอื 1. การทําความสะอาดประจําวัน 2. การทําความสะอาดแบบตรวจสอบ 3. การทาํ ความสะอาดแบบบํารงุ รักษา การทาํ ความสะอาดประจาํ วนั (Daily Cleanliness) โดยทาํ ใหก๎ ารทาํ ความสะอาดเปน็ สวํ นหนึง่ ในหน๎าที่ประจาํ วัน เปน็ การปัด กวาด เชด็ ถู พื้นที่ทว่ั ไป พนื้ ที่ การ ทํางาน ทางเดนิ อปุ กรณ์ ต๎ู ชั้น ซอกมุม จุดเล็ก ๆ เป็นประจาํ ทกุ วนั ซงึ่ จะทําใหท๎ ุกส่ิงดูสะอาด ปราศจากฝุน ผง นา้ํ มนั รวมถึงการทําความสะอาดใหญํประจําปี หน่ึงหรือสองครงั้ ตํอปี การทําเชนํ นี้ จะ ชํวยสรา๎ งความรสู๎ กึ การมสี ํวนรํวมและความเป็นเจา๎ ของให๎แกบํ ุคลากรได๎ การทาํ ความสะอาดแบบตรวจสอบ (Cleanliness Inspection) เมือ่ การทาํ ความสะอาดประจําวันกลายเปน็ เรอ่ื งปกตขิ องการทาํ งานแล๎ว กส็ ามารถรวมการทาํ ความ สะอาดแบบ ตรวจสอบเขา๎ กับการทาํ ความสะอาดประจําวันโดยใช๎ประสาทสมั ผสั ดงั นี้ การมองเหน็ ขณะทาํ ความสะอาด จะต๎องคอยสงั เกตสิ่งผดิ ปกตทิ เ่ี กิดข้ึนดว๎ ย เพื่อจะได๎ทาํ การซํอม แก๎ไขทันทวํ งที การไดย๎ ิน ในกรณีของครภุ ณั ฑ์ บางครั้งเมอื่ มสี ่ิงผิดปกติเกดิ ขึน้ มักจะมเี สยี งซึ่งเปรียบเสมือน สญั ญาณเตือน ให๎ทราบวํา เร่ิมมคี วามผดิ ปกตเิ กิดข้ึนแลว๎ ในขณะทาํ ความสะอาดจะต๎องคอยฟังเสยี งที่

147 เกิดขึ้นวําผิดเพีย้ นไปจากเดิมหรือไมํ หากพบวําเสยี งผดิ เพี้ยนไปจากเดิมจะต๎องตรวจสอบและแก๎ไขกอํ นที่ ปัญหานัน้ จะลุกลามเปน็ ปญั หาใหญตํ ํอไป การได๎กล่นิ สํวนตําง ๆ ของครุภณั ฑ์ไฟฟูา เครื่องยนต์ เมื่อการทาํ งานตดิ ขัด อาจจะทาํ ใหเ๎ กิดกลิ่น ไหม๎ได๎ หากปลอํ ยไว๎ นานอาจทาํ ให๎เคร่ืองจักรเสยี หายได๎ การสัมผสั บางคร้ังการสัมผสั กท็ าํ ให๎ทราบถงึ ความผดิ ปกตขิ องครุภัณฑไ์ ด๎ เชํน กรณีของการ สน่ั สะเทอื นทผ่ี ดิ ปกติ เมื่อใชม๎ ือสัมผัสกจ็ ะทาํ ใหท๎ ราบได๎ หรือในกรณขี องอุณหภูมทิ ผ่ี ิดปกติของครภุ ณั ฑ์ เชนํ รอ๎ นเกนิ ไป กจ็ ะทําให๎ทราบ ไดเ๎ ชํนกนั แตผํ ๎ูตรวจสอบต๎องระมัดระวงั ความร๎อนท่ีเกิดขน้ึ ด๎วย การทาํ ความสะอาดแบบบาํ รุงรกั ษา (Cleanliness Maintenance) ระหวาํ งการทาํ ความสะอาดแบบตรวจสอบ ถ๎าบคุ ลากรค๎นพบสง่ิ ผิดปกติ เลก็ ๆ น๎อย ๆ สามารถปรับปรงุ หรอื ปรับแตงํ แก๎ไขได๎ก็นับ เป็นสวํ นหน่ึงของการทาํ ความสะอาดแบบตรวจสอบ แตถํ า๎ บุคลากรไมสํ ามารถ แก๎ไขได๎เองก็ต๎องมีระบบทีด่ ีในการติดตํอฝุายซอํ มบาํ รุง มาดาํ เนนิ การอยํางรวดเร็ว และบุคลากรประจาํ เคร่ืองควรมีใบตรวจสอบและบนั ทึกประวตั ิการผดิ ปกติและการซอํ มเพื่อเปน็ ข๎อมูลท่ชี วํ ย ในการวางแผน ดูแลรักษาครุภณั ฑ์ ขน้ั ตอนการทาํ ความสะอาด 1. มอบหมายความเปน็ เจา๎ ของพ้ืนที่ กอํ นทีจ่ ะเรมิ่ ต๎นทําความสะอาด สง่ิ ที่สําคัญอันดับแรกกค็ ือการแบงํ ความรบั ผิดชอบในการทําความสะอาด ใหช๎ ดั เจน พ้ืนทีต่ ําง ๆ จะตอ๎ งมีผร๎ู ับผดิ ชอบหากการแบํงพนื้ ท่คี วามรบั ผดิ ชอบคลมุ เครืออาจทาํ ให๎ไมมํ ีผูใ๎ ด เขา๎ ไปทาํ ความสะอาดได๎ 2. ศึกษาวธิ ีการใชง๎ านอุปกรณ์ ในการทาํ ความสะอาดอปุ กรณ์ผู๎ทาํ ความสะอาดจะต๎องรแ๎ู ละเขา๎ ใจเก่ยี วกบั รายละเอยี ดของอปุ กรณเ์ ปน็ อยาํ งดี เนื่องจากอุปกรณบ์ างประเภทอาจมีกลไกหรือมชี นิ้ สวํ นที่เป็นอีเล็กทรอนกิ ส์อยูํหากทาํ ความ สะอาดโดยไมํมีความรู๎ในสิง่ ที่กลาํ วมา อาจทําให๎เกิดความเสียหายได๎ 3. กําหนดเวลาทําความสะอาด ควรกาํ หนดเวลาในการทาํ ความสะอาดใหเ๎ หมาะสมกับองค์กร เนื่องจากสภาพการทาํ งานของแตลํ ะองค์กร แตกตาํ งกนั การกําหนดเวลาทาํ ความสะอาดไมํเหมาะสมอาจทําให๎บุคลากรร๎ูสกึ วาํ การทําความสะอาด เปน็ ภาระ และกระทบตอํ งานปกตทิ ี่ทําอยูํ ซงึ่ จะทําให๎รู๎สึกตํอต๎านการทาํ ความสะอาดได๎ การกาํ หนดเวลา ในการทาํ ความสะอาดสวํ นใหญมํ ีหลายแบบ ดังน้ี กํอนและหลังการใชง๎ าน กํอนทํางานและหลังเลิกงาน 5 นาที 5ส ชั่วโมง 5ส ประจําวัน ประจาํ สปั ดาห์ ประจาํ เดอื น วนั 5ส ประจาํ สปั ดาห์ เชํน ศุกร์ 5ส วันทาํ ความสะอาดใหญํประจําปี

148 การกาํ หนดวนั ทําความสะอาดใหญปํ ระจาํ ปี จดุ มํุงหมายให๎พนกั งานไดท๎ ําความสะอาดในสวํ นท่เี วลาปกติ ไมํสามารถทาํ ความสะอาด ได๎และอาจต๎องใชเ๎ วลามาก คณะกรรมการ 5ส จะตอ๎ งส่อื สารให๎บคุ ลากรเข๎าใจ วัตถุประสงค์ ของการทําความสะอาดใหญํประจําปี ไมํเชนํ น้นั บุคลากรอาจจะคิดไปวาํ การทําความ สะอาดจะต๎องทําแคใํ นวันทําความ สะอาดใหญเํ ทําน้นั 4. กําหนดรายละเอยี ดของการทําความสะอาด ในการทาํ ความสะอาด ไมํควรปลอํ ยให๎บคุ ลากรทํากนั เองโดยไมมํ ีการแนะนาํ เน่ืองจากบุคลากรอาจจะ รเ๎ู ทาํ ไมํถงึ การณ์และ ทําให๎ อุปกรณ์ เสียหายได๎ จดุ ตําง ๆ ทีต่ ๎องทาํ ความสะอาดจะต๎องระบุไวอ๎ ยําง ชัดเจน เพื่อให๎บุคลากรทาํ ความสะอาดได๎อยาํ งครบถว๎ นและถูกตอ๎ ง 5. ใชอ๎ ปุ กรณแ์ ละวิธีการทําความสะอาดทีถ่ ูกตอ๎ ง หัวหน๎างาน หรือหัวหนา๎ พืน้ ท่ี จะต๎องสอนใหบ๎ ุคลากรใช๎อปุ กรณ์ในการทาํ ความสะอาดอยาํ งถกู ต๎อง เน่อื งจากอุปกรณ์ท่ีใชม๎ คี วาม แตกตํางกัน ทัง้ โครงสร๎างกลไก ระบบไฟฟูา บคุ ลากรจะต๎องทราบสงิ่ เหลํานี้ เพอื่ จะได๎ทาํ ความสะอาดได๎อยาํ งถูกต๎อง ระมัดระวังไมํให๎ถูกนํา้ เพราะอาจจะทําใหเ๎ กิดการชอ๏ ตได๎ หรอื การห๎ามใช๎นา้ํ ยาทาํ ความสะอาดในบริเวณท่ีใช๎ไมไํ ด๎ เชนํ ห๎ามใช๎ทินเนอร์ลบกระดานไวท์บอร์ด เป็นต๎น 6. ทําความสะอาดทุกวันจนเปน็ นิสัย หากบุคลากรทําความสะอาดอยทูํ ุกวัน แม๎วําในชํวงเริม่ ตน๎ อาจทําเพราะไดร๎ บั คําสงั่ จากหวั หนา๎ งาน แตํ หากมีการทําความสะอาด อยทํู กุ วนั แล๎ว บุคลากรก็จะเคยชินกับการทําความสะอาด จนในที่สุดบุคลากรก็ จะทําความสะอาดาจนเป็นนิสัย สงิ่ ทจ่ี ะไดร๎ บั จากการทาํ ส สะอาด มดี งั น้ี ทําใหส๎ ภาพแวดลอ๎ มในการทาํ งานดี บรรยากาศในการทํางานดี บุคลากรมคี วามกระตอื รือร๎นใน การทํางานมากขน้ึ หากเร่ิมมสี งิ่ ผดิ ปกตเิ กิดขึ้น ก็จะสามารถทราบได๎อยํางรวดเรว็ อายุการใชง๎ านของครุภณั ฑย์ าวนานข้ึน เนือ่ งจากเม่ือพบสงิ่ ผิดปกติเพยี งเล็กน๎อย จะแก๎ไขได๎ กอํ นท่จี ะลุกลามบานปลาย ประสทิ ธภิ าพของครุภณั ฑ์ดขี ึน้ บุคลากรรูส๎ ึกเปน็ เจา๎ ของหนํวยงาน ผ๎ูมารบั บรกิ ารทม่ี าเย่ยี มชม มคี วามเช่ือถือตอํ องค์กรเพม่ิ มากขึน้ หวั ใจของ ส สะอาด การทาํ ความสะอาดเปน็ การตรวจสอบ

149 4. ส. สขุ ลกั ษณะ ความหมายของสขุ ลักษณะ แบํงออกไดเ๎ ป็น 2 ความหมายหลัก ๆ คือ 1. การรกั ษามาตรฐานการปฏบิ ตั ิ 3 ส แรกทด่ี ไี ว๎ และยกระดบั มาตรฐานใหส๎ งู ขนึ้ ซึ่งในความหมายน้ีจะกอํ ให๎เกิดการปรับปรุงอยาํ งตํอเนอื่ ง การปรับปรุงอยํางตํอเนือ่ งจะเกดิ ขึน้ ไดจ๎ ะต๎อง เริม่ จากการมีมาตรฐานเพื่อใช๎ในการอ๎างอิงกํอนจากนนั้ ก็พัฒนาปรับปรมุ าตรฐานใหด๎ ีขึ้นเรอื่ ย ๆ มาตรฐานท่วี ําน้ี หมายความถึงมาตรฐานการปฏบิ ัติ 5 ส ของแตลํ ะพืน้ ที่ มาตรฐานดังกลาํ วเปน็ สิ่งจาํ เปน็ ท่ีจะต๎องมเี พือ่ ใหก๎ ารทาํ 5ส มแี บบแผนทีช่ ัดเจน การกาํ หนดมาตรฐานจะต๎องทําให๎เหมาะสมกบั แตํละ พนื้ ท่ี เพราะหากกาํ หนดมาตรฐานไมํเหมาะสมแล๎ว จะทาํ ให๎สมาชิกพ้นื ที่เกิดการตํอต๎านและไมํปฏิบัตติ าม ในท่สี ดุ 2. การปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ๎ มในการทํางานใหด๎ ขี นึ้ ความหมายของการปรบั ปรงุ สภาพแวดล๎อมในการทํางานให๎ดขี ้นึ เกดิ จากการท่ีได๎ทํา 3ส แรก อยาํ ง ตํอเนือ่ งจนทาํ ให๎สภาพแวดล๎อมในการทาํ งานดขี น้ึ อันจะนําไปสปํู ระสิทธภิ าพในการทํางานทีเ่ พม่ิ ขึน้ คณุ ภาพของงานทด่ี ีขนึ้ ตามลาํ ดับ ทาํ ไมต๎องทาํ สขุ ลักษณะ 1. เพ่ือรกั ษามาตรฐานของความเปน็ ระเบยี บ 2. ปอู งกนั ไมใํ ห๎กลบั ไปสสูํ ภาพทไี่ มดํ ี 3. ให๎เกิดความสร๎างสรรค์ในการปรบั ปรุงงาน 4. เพ่อื ความสมบูรณ์ท้ังสขุ ภาพรํางกายและจติ ใจของบคุ ลากร สง่ิ ทเ่ี ปน็ ตวั บงํ บอกวําองคก์ รยงั ดาํ เนนิ การไปไมถํ งึ ขนั้ สขุ ลกั ษณะคอื - การวางของลา้ํ เสน๎ ทางเดนิ โดยทว่ั ไปเม่ือมีการดําเนนิ กจิ กรรม 5ส แตํละพืน้ ทม่ี กั จะทําการทาสี ตีเส๎น บริเวณตาํ ง ๆ เชํน ทางเดิน บริเวณทว่ี างของ เป็นต๎น ในระยะแรกของการดาํ เนนิ กิจกรรม จะมีการวาง ส่ิงของตามท่ีได๎กาํ หนดไว๎ แตํเม่อื ดาํ เนนิ การไปสักระยะอาจจะพบวําไมไํ ดว๎ างของในบริเวณท่ีกําหนด มี การวางลา้ํ เส๎นออกมา ซ่ึงก็เป็นสิง่ ที่สามารถบํงบอกไดว๎ าํ การดําเนินกจิ กรรม 5 ส ยงั ไมํถึงข้ันสุขลักษณะ - การวางอุปกรณผ์ ดิ ตําแหนงํ ทกี่ ําหนด บริเวณท่ีเกบ็ อปุ กรณส์ ํวนใหญมํ ักไดร๎ ับการจดั การใหเ๎ ปน็ ระเบยี บ มีการกําหนดที่วางให๎กับอปุ กรณต์ าํ ง ๆ อยาํ งชัดเจน เชนํ การเขียนปูายระบุไว๎ตรงบริเวณทจี่ ัดวาง ซง่ึ หาก การดําเนินกิจกรรมไมํตํอเนื่อง กจ็ ะพบวําการวางอปุ กรณไ์ มํเป็นไปตามที่กําหนดไว๎ - เริ่มมกี ารสะสมส่งิ ของที่ไมํจําเปน็ ในการทํางาน การเรมิ่ ต๎นทํา 5ส โดยท่ัวไปมักจะทําการสะสางสงิ่ ของท่ี ไมํจาํ เป็นในการทํางานออกไป ซ่ึงในชํวงเร่ิมตน๎ หรือในวันทาํ ความสะอาดใหญจํ ะทาํ ได๎อยํางดี มกี ารสะสาง กนั ได๎มากมาย แตํเมื่อดําเนินการไปสกั ระยะ จะพบวาํ เรม่ิ มกี ารสะสมสงิ่ ของตําง ๆ เพิม่ ข้ึนแสดงวาํ ไมํได๎ นาํ หลกั การสะสางมาใชอ๎ ยํางตํอเน่ือง - ไมไํ ด๎ปฏิบัติตามมาตรฐาน 5 ส อยาํ งสมํ่าเสมอ การปฏบิ ตั ิตามมาตรฐาน 5ส อยาํ งสมา่ํ เสมอ จะทาํ ให๎ กา๎ วไปสขูํ ั้นสุขลักษณะได๎ แตํถ๎าไมํได๎ปฏบิ ตั ิอยํางสมํ่าเสมอ โอกาสท่ีจะก๎าวไปสํขู ั้นน้ีกท็ าํ ไดล๎ ําบาก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook