โครงการการบรกิ ารวชิ าการมุง่ เปา้ ประจ�ำ ปงี บประมาณ พ.ศ.2560 “การส่งเสรมิ การเพาะเห็ดตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง” อาจารยบ์ ษุ บา ธระเสนา บทนำ� หลกั การและที่มาของการด�ำ เนินการ ปจั จบุ นั ประชากรผสู้ งู อายมุ แี นวโนม้ เพมิ่ ขน้ึ การสง่ เสรมิ โอกาสใหผ้ สู้ งู อายมุ สี ว่ นรว่ ม ในการคดิ ตดั สนิ ใจ การพฒั นาเชงิ กระบวนการทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื มากกวา่ ทเ่ี ปน็ อยู่ จะน�ำ ไปสคู่ วามส�ำ เรจ็ ในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุท่ีสามารถพัฒนาศักยภาพในการพ่ึงตนเองของชุมชนและมีความย่ังยืน ตอ่ ไป ความตอ้ งการทำ�อาชพี เสรมิ สำ�หรับผสู้ งู อายุจงึ เป็นแนวทางหนึ่งท่สี ามารถพัฒนาศักยภาพในการ พึง่ ตนเองเช่น การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ เช่น เหด็ นางฟา้ เห็ดฟาง เหด็ นางรม เห็ดขอนขาว และเห็ดโคน เปน็ ตน้ เนอื่ งจากเหด็ จดั เปน็ อาหารทมี่ รี สชาตดิ ชี นดิ หนง่ึ เปน็ ทน่ี ยิ มในการบรโิ ภคมรี ปู แบบในการบรโิ ภค หลายๆรปู แบบมคี ณุ คา่ ทางอาหารสงู โดยเฉพาะสารอาหารประเภทโปรตนี ซง่ึ สามารถใชท้ ดแทนโปรตนี จากเน้ือสัตว์ได้ มีแป้งและไขมันท่ีต่ำ�จึงเหมาะต่อการบริโภคของผู้ท่ีต้องการดูแลรักษาสุขภาพหรือผู้สูง อายุ นอกจากนยี้ งั มสี รรพคุณเปน็ ยารักษาโรคได้ ประเทศไทยเป็นประเทศท่ีมีความเหมาะสมในการเพาะเห็ดมาก เน่ืองจากมีสภาพแวดล้อมท่ี เหมาะสมต่อการเพาะเห็ดได้หลายชนิด มีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งใช้เป็นวัสดุเพาะมากมา โดย ท่ัวไปในการผลิตก้อนเช้ือเห็ดจะใช้วัสดุข้ีเล่ือยจากไม้ยางพารา ซ่ึงต้องส่ังซ้ือจากโรงเล่ือยทางภาคใต้ที่ ห่างใกล้จากท้องถิ่น ส่งผลให้ราคาต้นทุนในการผลิตก้อนเชื้อเห็ดสูง ในขณะเดียวกันการใช้วัสดุท่ีมีใน ท้องถนิ่ เชน่ ฟางขา้ ว ทเ่ี ปน็ วัสดเุ หลือทง้ิ ในทอ้ งถ่นิ มาใชเ้ ปน็ วสั ดทุ ดแทนขี้เลอื่ ยจากไม้ยางพาราในการ เพาะเชื้อเห็ดได้ และใหผ้ ลผลติ ทไี่ มแ่ ตกต่างกันมากนัก จะเปน็ การลดต้นทนุ ในการผลิตเห็ดได้สูงและได้ ก�ำ ไรมากขนึ้ แตอ่ ายกุ ารใชง้ านของถงุ กอ้ นเชอื้ จากฟางหมกั จะสน้ั กวา่ การใชข้ เ้ี ลอ่ื ยทงั้ นขี้ นึ้ อยกู่ บั การดแู ล รกั ษาถงุ กอ้ นเชอื้ ดว้ ยและทส่ี �ำ คญั การใชฟ้ างหมกั เปน็ วสั ดหุ ลกั ในการเพาะเหด็ ไมต่ อ้ งลงทนุ มากเหมอื นขี้ เลอื่ ย ดงั นน้ั โครงการเพาะเหด็ โดยใชว้ ัสดฟุ างข้าวจึงเปน็ อีกทางเลือกหนง่ึ ใหเ้ กษตรกรท่มี คี วามตอ้ งการ สรา้ งอาชพี ใหมแ่ ละเสรมิ รายไดจ้ ากศกั ยภาพในพน้ื ทที่ มี่ ฟี างขา้ วเศษวสั ดเุ หลอื ใชท้ างการเกษตรมากมาย สามารถน�ำ มาปรับสภาพ เพ่ือน�ำ มาใช้สำ�หรับการเพาะเหด็ ชนดิ ต่างๆได้ ในการใหค้ วามรแู้ กเ่ กษตรกรและผสู้ งู อายใุ นโรงเรยี นผสู้ งู อายุ และการดงึ เกษตรกร/ผสู้ งู อายใุ น ชมุ ชนเขา้ มามีสว่ นร่วมของในการเพาะเหด็ ในครงั้ นี้ นอกจากเกษตรกรจะไดร้ บั ประโยชน์แล้ว คณาจารย์ และนิสิตท่ีได้เข้าร่วมในโครงการยังมีโอกาสได้เรียนรู้สภาพความเป็นอยู่และสัมผัสกับปัญหาร่วมมือกัน ในชมุ ชน การเรยี นรกู้ ารมสี ว่ นรว่ มการใหบ้ รกิ ารแกส่ งั คม ซงึ่ นบั เปน็ การสง่ เสรมิ และปลกู ฝงั ใหค้ ณาจารย์
52 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ และนิสิตมีความมงุ่ มน่ั มีคุณธรรม และมีจิตอาสา 3. เพ่ือเป็นการเพ่ิมทางเลือกในการ ในการช่วยเหลือชุมชนและสังคม ซ่ึงเป็นแนวทาง ประกอบอาชพี แกเ่ กษตรกร ในการหล่อหลอมทำ�ให้นิสิตมีคุณลักษณะท่ีดี มตเตีคารมุณียกมภำ�พาหพรน้อตมด่อทกไปี่จรอะเบปม็นาปตรระฐชแชลุมาาะชนนนกิสกิตรคามรีคขเุณรวียาอนมมรวงู้กุ่งมาุปฒร่ันมรีสิมอ่วะีคนุณุดรเ่วธทมรมรกมศาศรแใอลหึกะ้บมยรีจิษกิต่าารอางแาสก่าสใังนคกมารซชน่ึง่วนยับเ้ันหเปลือ็นชกจุมารชะสน่งแเตลสะรกกิมส้อังแาาคลงมะรรปททดลซูกำ�ึ่งฝเ�ำี่จปังใ็ในเะหหแน้คนทณ้เวินทกาำ�จางางษใใรนยาห์ ตน้โรค- ก2ร- รงแกลาะรดผังู้สกูงลอ่าาวยยุใั่นงยพืนื้นไทด้ี่ การหล่อหลอมทาให้นิสติ มคี ุณลักษณะทด่ี ีตามกาหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา เตรยี มพร้อมที่จะ วัตถุประสงค์ มีแหล่งเรียนรู้เกิดข้ึนให้ได้ก่อน สามารถสร้างเป็นประชากรของประเทศอย่างมีคุณภาพต่อไป วตั ถุประสงค์ กิจกรรมหรือมีรายได้จนเกษตรกรและผู้สูงอายุใน เพาะเห็ด1โด. ยเพใช่ือ้ฟเปาง็นขก้าาวรใถห12่า..้แผเโพยลดกื่อผยทเลท่กปติ่วั็นไทอลกป่ีไาดซดรุ่ส้มง่ึถาส่ามเายผาทมทราถอู้สรนคดถาเนูงทมโาคาอไนบปโนรปาโโิโรลภะยยลคกีกใอนุายบรคอเรแพีกาวั ชาเลระีพาอืเหหนะรล็ดักโดหยรใือชอ้ฟาาชงีพใชขเห้าสมุวรใิมค้หช้แเป�ำกน็น่กแกลยาุ่มรนผเอสู้สะรูงมมิอรนาายรยุ �ำแไบั ดลแ้แะกปแกค่ รระลัวเ่ชเการะชือนนษทท่ีสตานใรงจ กภราเคมวอื่ ชิ เากฯดิ ตปอ้ ญั งเหปาน็ พทรป่ี อ้ รมกึ กษบั า ประชาชนที่สนใจโดยท่ัว3ไ. เปพื่อเปน็ ซกา่ึงรเพสิ่มทาางมเลือากในรกาถรปนระกำ�อบไอปาชพี แก่เกษตรคกรวามร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำ�บลเหล่า ประกอบอาชพี หลักหรืออากชารพีดาเเนสนิ งรานิม เปน็ การเสรมิ ดอกไม้ อ.ชื่นชม จังหวดั มหาสารคาม เขา้ ไปรว่ ม รายได้แก่ครวั เรอื น รบั รู้และแกป้ ัญหารว่ มด้วยการทจี่ ะทาให้โครงการดงั กล่าวยงั่ ยืนไดน้ ้นั จะต้องทาให้เกษตรกรและผู้สูงอายุในพ้นื ท่ีมีแหล่ง เรียนรู้เกิดขึน้ ให้ไดก้ ่อน สามารถสร้างกิจกรรมหรอื มีรายได้จนเกษตรกรและผู้สงู อายุในชุมชนยอมรบั 2. ผลผลิตท่ีได้สามารถนำ�มาบริโภคในและทางภาควิชาฯต้องเปน็ ท่ีปรกึ ษาให้คาแนะนาแก่เกษตรกรเมือ่ เกิดปญั หา พร้อมกบั ความร่วมมือของ ครัวเรอื น องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลเหล่าดอกไม้ อ.ชื่นชม จังหวดั มหาสารคาม เขา้ ไปรว่ มรบั รูแ้ ละแกป้ ญั หาร่วมด้วย กรอบแนวคดิ ข้อเสนอการเพาะเหด็ ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง สาหรบั องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล การเรียนรู้ด้านการเพาะเหด็ การลดมลภาวะ ชุมชนเกษตรกรและ ลดค่าใชจ้ ่ายดา้ น ในส่ิงแวดลอ้ ม ผ้สู ูงอายุ ต.เหล่าดอกไม้ อาหารบรโิ ภคใน ครัวเรือน การรว่ มกจิ กรรมและเรยี นร้แู บบ -3- มสี ว่ นร่วม การเพาะเห็ด 1 เดือน ฟางขา้ วแห้ง(ฟางอดั ก้อน) ข้ีเล่อื ย ราขา้ ว ดเี กลือ ปนู ขาว ยิปซัม กรอบแนวคผิดลในกกาารรดเพาเานะเินหกด็ าตรามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี งสาหรบั ชุมชนผู้สูงอายุ ต.เหลา่ ดอกไม้ อ.กันทรวชิ ัย จ.มหาสารคาม การบรรลุวัตถุประสงคก์ ารดาเนินงานการเพาะเห็ดโดยใชฟ้ างขา้ วตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง การเพาะเหด็ โดยใช้ฟางข้าวในถุงพลาสติกตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นการพฒั นาทักษะใน
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 53 ผลการดำ�เนินการ จ.มหาสารคาม ได้เข้ามาร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ จ�ำ นวน 70 คนในครั้งนด้ี ้วย รว่ มกับกลุ่มนกั เรยี น การบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคก์ ารด�ำ เนนิ งานการ ทส่ี นใจจากโรงเรยี นกระบากวทิ ยาคาร ในการแลก เพาะเห็ดโดยใช้ฟางข้าวตามหลักเศรษฐกิจ เปล่ียนเรยี นรู้ในการเพาะเหด็ โดยใชฟ้ างข้าว กลุ่ม พอเพยี ง ผูส้ ูงอายุ ต.เหล่าดอกไม้ มีความสนใจที่จะทำ�การ เพาะเห็ดโดยใช้ฟางข้าว เพื่อลดต้นทุนในการใช้ขี้ ก า ร เ พ า ะ เ ห็ ด โ ด ย ใ ช้ ฟ า ง ข้ า ว ใ น ถุ ง เลือ่ ยจากไม้ยางพารา โดยการเพาะเห็ดไว้บริโภค พลาสติกตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการ เองในครวั เรอื น ทง้ั นีจ้ ะได้ใชเ้ ปน็ แหล่งเรียนรูแ้ ละ พัฒนาทักษะในเร่ืองท่ีผู้สูงอายุ มีความสนใจ ซ่ึง จดุ ขยายผลให้กบั ผสู้ นใจในชุมชนต่อไป เป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตให้ ผลการดำ�เนินงาน : แก่เกษตรกร โดยการประยุกต์ใช้ประโยชน์จาก วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ินให้เกิดประโยชน์แบบพึ่ง โครงการฯ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการใน ตนเอง ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นท่ี ได้ประยุกต์ การรว่ มกนั เพาะเหด็ โดยใชฟ้ างขา้ วในถงุ พลาสตกิ ใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ินให้เหมาะกับสภาพพ้ืนท่ีของ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับเกษตรกรและ ตนเองในการเพาะเห็ดโดยใช้ฟางข้าวที่เป็นวัสดุ ผู้สูงอายุจากโรงเรียนผู้สูงอายุ ต.เหล่าดอกไม้ เหลือท้ิงในท้องถ่ินมาใช้เป็นวัสดุทดแทนขี้เล่ือย อ.ชื่นชม จ. มหาสารคาม เพื่อบรรยายให้ความ จากไม้ยางพารา ซ่ึงต้องส่ังซ้ือจากโรงเลื่อยทาง รู้ พร้อมสาธิตและฝึกปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วมให้ ภาคใตท้ หี่ า่ งไกลจากทอ้ งถน่ิ ซง่ึ ผลของการด�ำ เนนิ กับกลุ่มเกษตรกรและผู้สูงอายุ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ งานโครงการการเพาะเห็ดโดยใช้ฟางข้าวในถุง เพอ่ื ใหเ้ กษตรกรและผู้สงู อายุใน ต.เหลา่ ดอกไม้ มี พลาสติก จะเป็นการลดต้นทุนในการผลิตเห็ดได้ ความรู้ ความเข้าใจถึงวิธีการเพาะเห็ดโดยใช้ฟาง และเปน็ แนวทางหนงึ่ ของการท�ำ อาชพี เสรมิ ส�ำ หรบั ข้าวในถุงพลาสติกและสามารถนำ�ไปใช้ประโยชน์ ผู้สูงอายุท่ีจะสามารถพัฒนาศักยภาพในการพึ่ง อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ณ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บล ตนเอง เนอ่ื งจากลดตน้ ทนุ ในการเพาะเหด็ และลด เหล่าดอกไม้ อำ�เภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม คา่ ใช้จา่ ยในครวั เรอื น จากการเพาะเห็ดไวบ้ ริโภค กลมุ่ เกษตรกรและผสู้ งู อายุ ผเู้ ขา้ รว่ มอบรมจ�ำ นวน เองในครวั เรอื น แลว้ ผลกระทบของโครงการทเ่ี กดิ 70 คน ไดร้ ว่ มจดั ท�ำ แหลง่ เรยี นรู้ ณ คอื ชมุ ชนบา้ น ขนึ้ ทางดา้ นสังคมและส่ิงแวดล้อม คอื เปน็ การน�ำ เหล่าดอกไม้ บ้านส้มกบ บ้านผักแว่น และบ้าน วสั ดเุ หลอื ใชม้ าเปน็ วสั ดใุ นการเพาะเหด็ ซงึ่ จะชว่ ย กระบาก การอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการเพาะเหด็ โดยใช้ ให้ชุมชนลดปริมาณสิ่งเหลือใช้แล้ว ซ่ึงจะทำ�ให้ ฟางขา้ วในถงุ พลาสตกิ ดำ�เนนิ ไปอยา่ งราบรนื่ และ ชมุ ชนรจู้ กั การจดั การทเ่ี ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ มมาก ไดร้ บั การตอบรบั เปน็ อยา่ งดจี ากเกษตรกรและผสู้ งู ข้ึนโดยการมีส่วนรว่ มของชุมชน อายุ ในชุมชนตำ�บลเหล่าดอกไม้ และมีผลความ พึงพอใจในโครงการมากท่ีสุดอยู่ในเกณฑ์ท่ีดีมาก ผู้นำ�ชุมชนจึงได้ร่วมกับผู้ดำ�เนินโครงการ และสามารถนำ�ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมน้ีไป ในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติการ ใชป้ ระโยชนไ์ ดม้ ากที่สดุ เช่นกนั ติดตาม และร่วมเรียนรู้พร้อมนิสิตภาควิชา เทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีการเกษตรจัด อบรมเชิงปฏิบัติการ โดยมีเกษตรกรและผู้สูงอายุ จากโรงเรียนผู้สูงอายุ ต.เหล่าดอกไม้ อ.ชื่นชม
54 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ภาพกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพาะเห็ดโดยใช้ฟางข้าวในถุงพลาสติกตาม หลกั เศรษฐกจิ พอเพียง บทสรุปโครงการ โครงการบรกิ ารวชิ าการแบบมุ่งเปา้ เรอื่ ง การส่งเสริมการเพาะเห็ดตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง โดยหลักสูตรเทคโนโลยีชีวภาพ และ เทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี เป็น โครงการบรกิ ารวชิ าการซง่ึ ไดร้ บั การสนบั สนนุ จาก งบประมาณแผน่ ดนิ ประจำ�ปีงบประมาณ 2560 ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในโรงเรียนผู้สูง อายุพ้ืนท่ีชุมชนและหมู่บ้านในตำ�บลเหล่าดอกไม้ อำ�เภอช่ืนชม จังหวัดมหาสารคาม เป็นโครงการ ที่เผยแพร่ความรู้ และปฏิบัติการเพาะเห็ดโดยใช้ ฟางข้าวทเี่ ปน็ วัสดทุ ี่มีในท้องถิน่ ซง่ึ เป็นทางเลอื ก หน่ึงให้กับชุมชนท่ีมีเกษตรกรที่มีความต้องการ สร้างอาชีพใหม่และเสริมรายได้จากศักยภาพใน พ้ืนที่ท่ีมีฟางข้าวเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มากมาย นอกจากน้ียังเป็นการส่งเสริมโอกาสใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่สามารถ พัฒนาศักยภาพในการพ่ึงตนเอง เกษตรกร สามารถเพาะเหด็ และไดเ้ หด็ สดไว้บรโิ ภคภายใน ครวั เรือน และลดรายจ่ายในครวั เรือนได้ จากการ ประเมินผลการอบรม พบว่า เกษตรกรและผู้สูง อายุท่ีเข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจมากที่สุด สามารถน�ำ ความรไู้ ปใชป้ ระโยชนไ์ ดม้ ากทส่ี ดุ กลมุ่ ผเู้ ขา้ อบรมมีความพึงพอใจ ร้อยละ 96.40
โครงการสร้างสรรค์ภาพถ่ายเซรามิคแสดงภาพประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต ชุมชนพระยืน หลักสูตรศลิ ปกรรมศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะ ศลิ ปกรรมศาสตร์ ผชู้ ่วยศาสตราจารยป์ ระทีป สธุ าทองไทย ผูร้ ับผิดชอบโครงการ ความเป็นมาของปัญหา ชุมชนพระยืน ตำ�บลคันธารราษฎร์ อำ�เภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นชุมชนท่ีมี ประวัติศาสตร์ และตำ�นานความเป็นมาของเมือง ท่ีคนในชุมชนยังสืบทอดและยึดถือมาอย่างยาวนาน จากการศกึ ษาเชงิ วชิ าของนกั ประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี ท�ำ ใหท้ ราบวา่ พนื้ ทใ่ี นเขตต�ำ บลคนั ธารราษฎร์ เปน็ เมอื งโบราณทม่ี อี ายยุ อ้ นกลบั ไปไดถ้ งึ สมยั ทวารวดี เนอ่ื งจากมรี ะบบการสรา้ งคนู �้ำ คนั ดนิ เปน็ แนวเขต เมือง และพบแทง่ ศลิ าหรอื ใบเสมา ซึง่ เปน็ ลักษณะเฉพาะของการสร้างเมืองในวฒั นธรรมทวารวดี ตาม ท่ีปรากฏโดยทั่วไปในภาคอีสาน มีการขุดพบโบราณวัตถุท่ีแสดงถึงการเป็นเมืองในวัฒนธรรมทวารวดีท่ี สำ�คญั คอื พระพมิ พด์ ินเผา ในบรเิ วณเนนิ ดนิ ของวัดพุทธมงคล และแผน่ โลหะเงนิ ดนุ จากอุ่มญาคู ใน บรเิ วณวัดพระนอน และที่สำ�คัญท่ีสุดคือ การพบพระพุทธรูปขนาดใหญ่สององค์ ท่ีได้รับการซอ่ มบรู ณะ โดยชาวบ้านท่ีเข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณเมืองโบราณเมื่อประมาณ 100 ปี ท่ีผ่านมา คือ พระพุทธม่ิง เมอื ง ปจั จบุ นั ประดษิ ฐานท่วี ัดสวุ รรณาวาส และ พระพุทธมงคล ปจั จุบนั ประดษิ ฐานทเี่ นนิ ดินภายในวดั พทุ ธมงคล ซง่ึ เชอื่ วา่ เคยเปน็ บรเิ วณทตี่ งั้ ของสถปู เจดยี ์ ตามลกั ษณะการจดั แบง่ พน้ื ทแ่ี ละต�ำ แหนง่ ทต่ี ง้ั สง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธใิ์ นวฒั นธรรมทวารวดี เชน่ เดยี วกบั พระธาตยุ าคู ในเมอื งโบราณฟา้ แดดสงยาง จงั หวดั กาฬสนิ ธุ์ และเมอื งโบราณนครจำ�ปาศรี อ�ำ เภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ภาควิชาทศั นศลิ ป์ คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปน็ คณะวชิ าทีม่ ีพันธกจิ ในการสร้างสรรค์ศิลปกรรม เพื่อบริการวิชาการแก่ชุมชน และการทำ�นุบำ�รุงศิลปวัฒนธรรม โดยได้รับ ความร่วมมอื จากชุมชนพระยืน ตำ�บลคันธารราษฎร์ จังหวัดมหาสารคาม ทตี่ ระหนักถึงความสำ�คญั ของ ประวตั ศิ าสตรค์ วามเปน็ มาของชมุ ชนโบราณ ท�ำ ใหเ้ กดิ การสรา้ งสรรคผ์ ลงานจติ รกรรมและประตมิ ากรรม เปน็ สอื่ การเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ มุ ชน เพอ่ื ตดิ ตงั้ ภายในวดั พทุ ธมงคลมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพอื่ ใหพ้ นื้ ทภี่ ายใน วดั เป็นแหล่งเรยี นแก่ชุมชนและสาธารณชนผ่านสือ่ ศลิ ปะหลายรูปแบบ สอดคลอ้ งกับการจัดการรียนกา รสอนในหลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ท่ีมีการแบ่งเป็นกลุ่มวิชาเอกจำ�นวน 5 วิชาเอก ประกอบดว้ ย จิตรกรรม ประติมากรรม ศลิ ปะภาพพมิ พ์ ศิลปะไทย และศลิ ปะสอ่ื ประสม ภาค วิชาทศั นศิลป์ จึงเห็นสมควรใหก้ ลมุ่ วชิ าเอกศิลปะสือ่ ประสมเปน็ ผูร้ บั ผิดชอบในการด�ำ เนนิ การโครงการ บรกิ ารวชิ าการ หนง่ึ หลกั สตู รหนงึ่ ชมุ ชน ประจ�ำ ปงี บประมาณ 2560 ดว้ ยการสรา้ งสรรคผ์ ลงานภาพถา่ ย แสดงภาพการฟ้อนบูชาสงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธท์ิ อ่ี ยคู่ ูช่ ุมชน และเมืองกันทรวชิ ัยมาแต่โบราณ ดว้ ยเทคนคิ การพิมพ์
56 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ภาพลงแผน่ กระเบอ้ื งเซรามคิ เพอ่ื ตดิ ตง้ั ในพนื้ ทก่ี ง่ึ ต�ำ บลคันธารราษฎร์ เพอ่ื ปรบั ปรุงแก้ไขผลงานให้ กลางแจง้ เปน็ สอ่ื กลางในการเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของชมุ ชน ในวนั ที่ 29 ชมุ ชนแกเ่ ยาวชน ชมุ ชน และสาธารณชน อกี ทง้ั ยงั มิถนุ ายน 2560 ณ ศาลาวรวเิ ศษ วัดพทุ ธมงคล เปน็ การเสรมิ สรา้ งการทอ่ งเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรมของ ทอ้ งถนิ่ ในจังหวดั มหาสารคามอีกทางหนึง่ สร้างสรรค์ผลงานภาพถ่าย แสดงภาพ การฟอ้ นสกั การะบชู าพระพทุ ธมงคล สงิ่ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ วัตถุประสงค์โครงการ ทส่ี �ำ คญั ของชมุ ชน ดว้ ยเทคนคิ การพมิ พภ์ าพลงบน แผน่ กระเบอ้ื งเซรามิค ขนาด 20x20 เซนติเมตร เพ่ือศึกษาประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต จ�ำ นวน 150 แผน่ ดว้ ยคณุ สมบตั ขิ องวสั ดทุ ม่ี คี วาม ชุมชน และความความเลื่อมใส ศรัทธาของชุมชน คงทนต่อสภาพภูมิอากาศ ทำ�ให้สามารถติดตั้ง ทีม่ ีต่อพระพุทธรูปส�ำ คัญของเมืองกนั ทรวิชยั ภาพผลงานในบรเิ วณพนื้ ท่กี ง่ึ กลางแจง้ ได้ เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายเซรามิคที่แสดง ติดต้ังผลงานโดยช่างติดกระเบื้องของ แสดงภาพการฟ้อนบูชา พระพุทธมงคล อำ�เภอ ชมุ ชน และจดั พธิ มี อบผลงานสรา้ งสรรคภ์ าพถ่าย กนั ทรวชิ ยั เซรามคิ การฟอ้ นบูชาพระพุทธมงคล แกช่ ุมชนใน วันที่ 4 สงิ หาคม 2560 ณ วดั พทุ ธมงคล เพ่อื เผยแพรผ่ ลงานภาพถา่ ยเซรามิค ตดิ ตง้ั พน้ื ทก่ี ึ่งกลางแจง้ แสดงเร่ืองราวประวตั ศิ าสตร์ ประเมินและรายงานผลโครงการต่อกอง และวถิ ชี วี ติ ชมุ ชนพระยนื ทม่ี คี วามเลอ่ื มใสศรทั ธา ส่งเสริมการวจิ ยั และบรกิ ารวชิ าการ มหาวิทยาลัย ตอ่ พระพุทธมงคล แกส่ าธารณชน มหาสารคาม กระบวนการดำ�เนินงาน การบูรณาการกับภารกิจหลักด้านอื่นๆ ภาควิชาทัศนศิลป์ ประชุมวางแผนคณะ การบรู ณาการกบั การเรยี นการสอน รายวชิ า ผู้รับผิดชอบในการดำ�เนินการโครงการ กำ�หนด 0605203 ประวตั ศิ าสตรศ์ ิลปไ์ ทย บรู ณาการโดย รายวิชาท่ีสามารถบูรณาเนื้อหาร่วมกับโครงการ การใหน้ สิ ติ ในรายวชิ าประวตั ศิ าสตรศ์ ลิ ปไ์ ทย ลงพน้ื ได้ และวางแผนประสานงานลงพ้ืนท่ีสำ�รวจและ ที่ศึกษาข้อมูลของชุมชนที่เก่ียวกับประวัติศาสตร์ เก็บข้อมูลร่วมกับชุมชน และวัดพุทธมงคล โดย ชมุ ชน เปน็ กจิ กรรมใหน้ สิ ติ เรยี นรภู้ าคสนาม ควบคู่ ได้รับความร่วมมือในการประสานงานจาก อบต. กบั การเรยี นรวู้ ตั ปิ ระวตั ศิ าสตรช์ มุ ชนจากภาคเอกสาร คันธารราษฎร์ ควบคู่กนั ไป จากนน้ั ให้นิสิตไดป้ ฏิบัติจริง ด้วยการ สร้างสรรค์ภาพร่างประวัติศาสตร์ชุมชนโดยใช้ส่ือ ศึกษาและเก็บข้อมูลภาคเอกสาร และ ภาพถา่ ย การเรยี นรเู้ รอื่ งราวในอดตี ท�ำ ใหน้ สิ ติ มอง นำ�นิสิตที่ลงทะเบียนในรายวิชา 0605203 เหน็ สาเหตขุ องปญั หาในปจั จบุ นั และสามารถเลอื ก ประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลภาค ใชค้ วามรคู้ วามสามารถในการสรา้ งสรรคศ์ ลิ ปะแก้ สนาม เพื่อนำ�ไปใช้ในการสร้างแบบร่างผลงาน ปัญหาทีจ่ ะส่งผลถงึ อนาคตได้ การบรู ณาการโครง ภาพถ่าย การฯกบั การเรยี นการสอน เปน็ กจิ กรรมทส่ี ามารถ กระตนุ้ ใหน้ สิ ติ เกดิ การคดิ เชงิ สรา้ งสรรคท์ ต่ี ง้ั อยบู่ น นำ�ข้อมูลจากการลงพ้ืนท่ีศึกษาและ โจทยข์ องปญั หาทน่ี สิ ติ ไดเ้ รยี นรรู้ ว่ มกบั ชมุ ชนทเี่ ขา้ แบบร่างผลงานภาพท่ีได้สร้างข้ึน จัดกิจกรรม ร่วมโครงการ เป็นกรณีศกึ ษาที่นสิ ติ สามารถน�ำ ไป ประชาคมร่วมกับชุมชน หมู่ 2 และหมู่ 11
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 57 ประยุกต์ใช้ในกระบวนการศึกษาปัญหาและเก็บ บทสรุป ขอ้ มลู กอ่ นการสรา้ งสรรคผ์ ลงานของตนเองตอ่ ไปได้ โครงการหนงึ่ หลกั สตู รหนง่ึ ชมุ ชน ปงี บประมาณ บรู ณาการกบั การท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม 2560 ภายใต้ช่ือ “โครงการสร้างสรรค์ภาพถ่าย เปน็ การสง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนบา้ นพระยนื อ�ำ เภอ เซรามคิ แสดงภาพประวตั ศิ าสตรแ์ ละวถิ ชี วี ติ ชมุ ชน กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เกิดความซาบซึ้ง พระยนื ” หลกั สตู รศิลปกรรมศาสตรบณั ฑติ สาขา และเล็งเหน็ คณุ คา่ ของถิน่ ท่อี ยใู่ นแงข่ องความเปน็ วชิ าทศั นศลิ ป์ คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มาทบ่ี รรพบรุ ษุ ไดส้ รา้ งและพฒั นามาสลู่ กู หลานใน มหาสารคาม เป็นโครงการที่ดำ�เนินการร่วมกับ ชมุ ชนตลอดระยะเวลาทผี่ า่ นมาจนถงึ ปจั จบุ นั รวม ชุมชนพระยืน อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งท่ี 4 โดยใช้ ถงึ สงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธทิ์ เี่ ปน็ เครอื่ งยดึ เหนยี่ วทางจติ ใจของ กระบวนการสรา้ งสรรคศ์ ลิ ปะเปน็ สอื่ บอกเลา่ เรอ่ื ง คนในชุมชน เป็นกจิ กรรมท่ีท�ำ ให้เกิดการหวงแหน ราวประวตั ศิ าสตรแ์ ละความเปน็ มาของชมุ ชน โดย รักษา และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของท้องถ่ินได้ มีวัดเป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมที่สามารถ อยา่ งยง่ั ยนื นอกจากนยี้ งั เปน็ กจิ กรรมทเ่ี สรมิ สรา้ ง บรู ณาการกบั กจิ กรรมการเรยี นการสอน และเป็น ใหค้ นในชุมชนเกิดการยอมรบั และเข้าใจในคุณค่า พน้ื ทนี่ �ำ เสนอสอื่ การสรา้ งสรรคท์ เ่ี กดิ จากความรว่ ม ของงานศิลปะ ผา่ นผลงานศิลปะภาพถา่ ยที่แสดง มอื ระหวา่ งชมุ ชนกบั คณาจารย์และนสิ ติ สาขาวชิ า ถึงความศรัทธาที่คนในชุมชนมีต่อพระพุทธมงคล ทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ไดอ้ ย่างเป็นรปู ธรรม มหาสารคาม เกดิ เปน็ แนวทางตน้ แบบในการสรา้ งพนื้ ที่ เรยี นรใู้ นชมุ ชน ทท่ี �ำ ใหค้ นในชมุ ชนและสาธารณชน ผลลัพธ์จากการดำ�เนินโครงการ เกดิ ความตระหนกั ในคณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตรข์ อง ทอ้ งถนิ่ ซงึ่ สามารถขยายรปู แบบการจดั กจิ กรรมไป ข้อคน้ พบตามวตั ถุประสงค์ โครงการฯได้ ยงั ชมุ ชนทต่ี อ้ งการอนรุ กั ษแ์ ละสบื สานเรอ่ื งราวของ สร้างความตระหนักในคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ชุมชนให้คงอยอู่ ย่างย่ังยืน ของท้องถ่ิน ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและความ หวงแหนต่อศิลปวัฒนธรรมของท้องถ่ิน ด้วยกา รบูรณาการกิจกรรมที่ทำ�ร่วมกับชุมชนเข้ากับการ จัดการเรียนการสอน เพ่ือสร้างสรรค์ผลานทัศน ศลิ ป์เปน็ สอื่ เรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ชุมชน ขอ้ คน้ พบนอกเหนอื จากวตั ถปุ ระสงค์ ผล งานสร้างสรรค์ภาพถ่ายเซรามิคฯ ติดต้ังผลงาน บริเวณผนังด้านนอกศาลาวรวิเศษ สามารถทำ� หน้าที่เป็นจุดนำ�สายตา ให้ผู้แวะเวียนไปสักการะ พระพทุ ธมงคล เขา้ ไปเยยี่ มชมผลงานประตมิ ากรรม รปู นนู แสดงภาพประวตั ศิ าสตรช์ มุ ชนพระยนื ทภี่ าค วชิ าทัศนศิลป์ได้ดำ�เนินการสร้างสรรคผ์ ลงานร่วม กบั ชุมชนมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ให้เปน็ แหล่งเรยี นรู้เลา่ เรอ่ื งราวประวัติศาสตร์ของชุมชน ให้แกเ่ ยาวชนใน ชมุ ชนตลอดจนสาธารณชนผสู้ นใจทวั่ ไป ไดด้ ยี งิ่ ขน้ึ
58 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ บรรณานุกรม ฉัตรทิพย์ นาถสุภา (2532) “แนวคิดวัฒนธรรมชุมชน” ในสายธารแห่งความคิด. กรุงเทพฯ : คณะ กรรมการจดั กจิ กรรมทางวชิ าการฉลองครบ 60 ปี อาจารย์คุณวรณุ ยุพา สนทิ วงศ์ ณ อยุธยา. ชชั วาลย์ วงษป์ ระเสริฐ. (2532) ศลิ ปะการฟอ้ นอสี าน. มหาสารคาม : ส�ำ นกั วิทยบรกิ าร มหาวทิ ยาลัย ศรีนครินทรวโิ รฒ มหาสารคาม. ชลดู นิ่มเสมอ. (2553) องค์ประกอบของศิลปะ. นนทบรุ ี : อมรินทร์บคุ๊ เซ็นเตอร์ (พมิ พ์ครั้งที่ 7). ประมวญ ดคิ คนิ สัน. (2521) คตชิ นของชาวบ้าน การศึกษาในด้านมานษุ ยวิทยา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ แพรพ่ ทิ ยาอนิ เตอร์เนชน่ั เนล. สมชาติ มณีโชติ. (2550) “เมืองโบราณกันทรวิชัยกับสัญลักษณ์ของความเป็นพ้ืนที่ศักด์ิสิทธ์ิ” ใน มุฑิตาวิชชาการ #2. ขอนแก่น : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม.
นิสิตจิตอาสาพัฒนาพัฒนาสื่อการเรียนรู้สำ�หรับห้องเรียนออสทิสติก โรงเรยี นกาฬสินธ์ปุ ัญญานุกลู ดร.ประสงค์ สายหงษ์ 1 ผศ.ดร.สาคร อัฒจักร 2 อาจารย์เหมมิญช์ ธนปัทมม์ มี ณี 3 และอาจารยว์ ทิ ยา อรรถโยโค 4 บทนำ� บุคคลออทิสติก ได้แก่ บคุ คลท่มี คี วามผดิ ปกตขิ องระบบการทางานของสมองบางสว่ น ซ่ึงส่งผล ตอ่ ความบกพรอ่ งทางพัฒนาการด้านภาษา ด้านสงั คมและการปฏสิ มั พันธท์ างสงั คมและมขี อ้ จากดั ดา้ น พฤติกรรม หรือมีความสนใจจากัดเฉพาะเรื่องใดเร่ืองหน่ึง โดยความผิดปกติน้ันค้นพบได้ก่อนอายุ 30 เดือน (ค่มู ือการใชห้ ลักสตู รการให้บรกิ ารช่วยเหลอื ระยะแรกเร่มิ สาหรับเดก็ พิการ ศนู ย์การศกึ ษาพิเศษ พทุ ธศกั ราช 2556) ปจั จบุ นั นพี้ บมากขน้ึ มเี ดก็ ประเภทนเี้ พ่มิ มากข้นึ ในสังคมไทยซ่งึ มคี วามก้าวหนา้ ทางการแพทย์ และองคค์ วามรตู้ า่ งๆ เกย่ี วกบั เรอื่ งนพี้ อสมควรแตก่ ย็ งั อยใู่ นวงแคบเฉพาะในวงการแพทย์ และการศึกษาพเิ ศษในสหรัฐอเมริกามีตวั เลขที่เชอ่ื ถือไดว้ ่า ในช่วงไมก่ ป่ี ีทผ่ี า่ นมามีเดก็ ออทสิ ติกเพม่ิ ขน้ึ สันนิษฐานได้หลายประการด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเพราะการรับรู้ความเข้าใจของสังคมไทยที่เพิ่มมากข้ึน หรือแม้กระท่ังการเพิ่มจำ�นวนประชากรในวัยเด็กทำ�ให้จำ�นวนของออทิสติกมากขน้ึ ตามสถิติมาตรฐาน ประมาณ 10 คนในประชากร 10,000 คน (มลู นธิ เิ พอ่ื บคุ คลออทสิ ซมึ , ม.ป.ป. ) สว่ นใหญพ่ บในครอบครวั ท่มี ฐี านะทางเศรษฐกิจและสงั คมสงู บิดา มารดามกี ารศกึ ษาสูง ในกลุ่มแรงงานพบบ้างแตไ่ มม่ าก (ผดุง อารยะวิญญู, 2546) ภาวะเด็กออทิสติกประกอบดว้ ยลกั ษณะทแ่ี สดงถึงความผดิ ปกติทางพฤตกิ รรม 4 ดา้ น คือ ความผดิ ปกตดิ า้ นภาษาและการพดู ความผดิ ปกติทางด้านการเข้าสงั คมร่วมกับผอู้ ื่น มีพฤติกร รมแปลกๆ ซำ้�ๆ และอาการจะปรากฏตัง้ แตก่ อ่ นอายุ 30 เดือน (พิสมยั พงศาธิรัตน)์ อาการดงั กล่าวนัน้ เกดิ ขึน้ กับเด็กแต่ละคนไม่เหมอื นกัน บางคนมภี าวะออทสิ ติกมากกอ็ าจจะถึงข้นั ท�ำ ร้ายตนเองหรอื ว่าเด็ก ออทสิ ติก ระดับสูง (High function) กอ็ าจมีภาวะดังกล่าวมากน้อยแตกตา่ งกนั ไปบิดา มารดาทท่ี ราบว่า บตุ รเปน็ ออทสิ ตกิ จะรู้สึกตกใจ สบั สน เกิดความไม่แน่ใจ ไม่รวู้ ่าคืออะไร รักษาหายหรือไม่ และเมอ่ื รวู้ า่ เป็นโรคท่ีความหวังในเรื่องการหายมีน้อย ก็ย่ิงทุกข์ใจมากข้ึนมีความหนักใจในการเล้ียงดูเพราะเด็กพูด 1 หวั หน้าและผรู้ ับผิดชอบโครงการ 2 อาจารยป์ ระจ�ำ หลกั สตู ร การศกึ ษาบัณฑิต สังคมศึกษา 3 อาจารยป์ ระจำ�หลกั สตู ร การศกึ ษาบณั ฑิต สังคมศกึ ษา 4 อาจารยป์ ระจำ�หลกั สูตร การศึกษาบัณฑติ สงั คมศกึ ษา
60 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ไม่รูเ้ รอื่ ง ส่อื สารไม่เขา้ ใจ และยังมีปญั หากา้ วรา้ ว โ เป็นต้น จากการท่ีทางสาขาได้ร่วมทำ�กิจกรรม อีกด้วย (พิสมัย พงศาธิรัตน์, 2545; อ้างอิงจาก ท�ำ ใหเ้ ราไดเ้ หน็ แนวทางในการรว่ มพฒั นาหลกั สตู ร รจนา ทรรทรานนท,์ 2527) ทำ�ใหภ้ าวะเครียดใน และกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถช่วยเหลือสถาบัน การตอ้ งเลย้ี งดบู ตุ รทเี่ ปน็ ออทสิ ตกิ มมี ากขน้ึ มคี วาม เหลา่ นน้ั ใหเ้ กดิ ความผลตอ่ บคุ คลทมี่ คี วามบกพรอ่ ง วติ กกงั วลสว่ นบางคนกไ็ มย่ อมรบั ในภาวะทลี่ กู ของ ให้มากทส่ี ดุ ตนเอง ผู้ปกครองออทสิ ติกสว่ นใหญ่จะผ่านภาวะ ดังกล่าวข้นึ อยูก่ บั วา่ จะตัง้ สติละยอมรับภาวะท่ลี ูก ทางภาควิชาหลกั สตู รและการสอน คณะ ของตัวเองเป็นได้เร็วเพียงใดและเร่ิมท่ีจะแสวงหา ศึกษาศาสตร์ มมส จึงจัดโครงการนิสิตจิตอาสา แนวทาง วิธกี ารในการบำ�บดั รักษาต่อไป การช่วย พฒั นาพฒั นาสอื่ การเรยี นรสู้ �ำ หรบั หอ้ งเรยี นออสทิ เหลือต้งั แต่แรกเริม่ นัน้ จะทำ�ให้การพัฒนาเดก็ เป็น สติก โรงเรียนกาฬสนิ ธุ์ปญั ญานกุ ูล เปน็ โครงการ ไปไดเ้ รว็ ขนึ้ และสามารถแกไ้ ขไดผ้ ลดี ดงั นน้ั จงึ ควร รูปแบบการให้บรกิ ารทางวชิ าการ โดยการน�ำ นสิ ติ เรมิ่ กระตนุ้ พฒั นาการเตรยี มความพรอ้ มตงั้ แตแ่ รก วิชาเอกสงั คมศกึ ษา ช้นั ปีที่ 1 และ 2 จำ�นวน 140 ท่ีรู้ถึงความบกพร่องเด็กก็จะสามารถพัฒนาทาง คน เข้ารว่ ามกจิ กรรมออกแบบส่ือการเรยี นรู้ส�ำ รห ด้านต่างๆได้ดี ส่ิงสำ�คัญคือ แม้เด็กจะที่มีความ รบั บคุ คลออทสิ ตกิ จากนน้ั นสิ ติ จะไดน้ �ำ สอ่ื การสอน บกพร่องหลงเหลืออยู่แต่เด็กก็จะมีความสุขของ ไปรว่ มประกอบแบบแผนการจดั ท�ำ หลกั สตู รทด่ี ไี ป เขาได้ (มูลนิธิเพ่ือบุคคลออทิซึม, ม.ป.ป.) ดังน้ัน ปรับใช้ในสถานศึกษา โดยมีการให้บริการด้านตา่ ง จึงมีความจำ�เป็นท่ีต้องส่งเสริมความสามารถของ ๆ ตอ่ ไปน้ี การอบรมเชิงปฏบิ ัติการ การเกบ็ ขอ้ มลู นักเรียนออสทิสติกที่อยู่ในสถานศึกษา ทางคณะ บคุ คลออทสิ ตกิ การใหบ้ รกิ ารนอกสถานที่ และการ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงเล็ง ทดลองใชส้ อ่ื ประกอบการเรยี นการสอนทท่ี างคณะ เห็นความสำ�คญั ในการจดั โครงการกิจกรรมตา่ งๆ ผู้ร่วมโครงการร่วมกนั จดั ทำ�ขึ้น โครงการนมี้ ีความ เพอ่ื ชว่ ยเหลือและส่งเสริมนักเรยี นออทสิ ตกิ อย่าง คาดหวงั วา่ จะเปน็ รปู แบบในการพฒั นาบคุ คลออทิ เป็นรปู ธรรม สตกิ ตามสถานศกึ ษาตา่ ง ๆ ทน่ี �ำ การเรยี นรวมแบบ หอ้ งเรยี นคขู่ นาน และสามารถน�ำ ไปปรบั ใชใ้ หเ้ หมาะ ดว้ ยภาควชิ าหลักสตู รและการสอน คณะ สมกบั แต่ละสถานศกึ ษาได้ นอกจากนั้นนสิ ติ ยังได้ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ผลิต เข้าร่วมกจิ กรรมจติ อาสากับทางโรงเรยี นกาฬสนิ ธุ์ บัณฑิตทางวิชาชีพทางการสอนหลากหลายสาขา ปญั ญานกุ ลู ในการสอนและพานกั เรยี นท�ำ กจิ กรรม สงั คมศกึ ษา เปน็ สาขาหนง่ึ ทที่ างคณะใหค้ วามส�ำ คญั ตา่ ง ๆ อนั เปน็ การเนน้ เรอ่ื งจติ อาสากบั การพฒั นา ใหก้ ารสง่ เสรมิ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง และไดผ้ ลติ บณั ฑติ ทม่ี ี สงั คมของนิสิตในสาขาสงั คมอีกด้วย คุณภาพไปรบั ใช้สังคม ในดา้ นกระบวนการจัดการ เรยี นการสอน ทางสาขาไดจ้ ดั ประสบการณต์ า่ ง ๆ วิธีการดำ�เนินงาน ใหแ้ กน่ สิ ติ โดยเนน้ ไปทก่ี ารน�ำ ทฤษฎไี ปสภู่ าคปฏบิ ตั ิ ทางสาขาได้มีความร่วมมือกับหลายสถานศึกษา สถานท่ีด�ำ เนินการ ในการทำ�โครงการต่าง ๆ มาอย่างต่อเน่ือง เช่น ทางคณะกรรมการด�ำ เนนิ งานฯ ได้เลือก โครงการนิสิตจิตอาสาพัฒนาเด็กพิเศษโรงเรียน โรงกาฬสินธป์ุ ัญญานกุ ูล ซง่ึ มรี ายละเอียดโรงเรยี น กาฬสินธ์ุปัญญานุกูล โครงการทดลองสอนและ ดังต่อไปนี้ โรงเรียนกาฬสินธุ์ปัญญานุกูล ต้ังอยู่ท่ี กิจกรรมเสริมประสบการณ์ของนิสิตสังคมศึกษา
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 61 ต�ำ บลดอนสมบรู ณ์ อำ�เภอยางตลาด จ. กาฬสินธุ์ คณะกรรมการดำ�เนินงานมีข้ันตอนการ เปน็ โรงเรยี นการศกึ ษาพเิ ศษส�ำ หรบั บคุ คลทมี่ คี วาม ทำ�งานเพ่ือให้โครงการประสบความสำ�เร็จดัง บกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา ใหบ้ รกิ ารนกั เรยี นตง้ั ระดบั โดยได้ทำ�โครงการต่อไปนี้ ตามขบวนการ ในขั้น อนบุ าลถงึ มธั ยม มนี กั เรยี นประมาณ 591 คน แบบ เตรยี มการ ไดป้ ระชุมกับคณะกรรมการ เพ่ือช้ีแจง้ ประจ�ำ เมอ่ื ปกี ารศกึ ษา 2557 ทางโรงเรยี นไดเ้ ปดิ กรอบการทำ�งาน จากน้ันได้เชิญชวนนิสิตท่ีเรียน บรกิ ารหอ้ งเรยี นส�ำ หรบั บคุ คลออทสิ ตกิ ซง่ึ ทางความ ในรายวิชาการเรียนรวม และหลักการศึกษาและ บกพรอ่ งทางสตปิ ัญญายังไม่ได้รวมบริการส�ำ หรับ ปรัชญาเขา้ ร่วม นสิ ิตท่เี ข้ารว่ มมีทง้ั หมด 140 คน บุคคลออทสิ ตกิ ทางโรงเรยี นจงึ ได้จัดใหบ้ รกิ ารดัง โดยให้นิสิตที่เรียนวิชาหลักการศึกษาและปรัชญา กล่าว เพื่อให้การบริการให้แก่กลุ่มเด็กท่ีมีความ ในภาคเรียนที่ 1 ได้ลงพ้ืนท่ี และทำ�กิจกรรมจิต บกพร่องทางสติปัญญาอย่างครอบคลุม อย่างไร อาสาพัฒนาโรงเรียนกาฬสินธุ์ปัญญานุกูลในวันท่ี ก็ตาม จากการสำ�รวจความต้องการเกี่ยวกับการ 22 พฤศจิกายน 2559 จากนั้นได้รับสมัครนิสิต พฒั นาดา้ นการจดั กระบวนการใหก้ ารศกึ ษาแกบ่ คุ คล ที่ลงเรียนในรายวิชาการเรียนรวม ในภาคเรียนที่ ออตสิ ตกิ ของโรงเรยี นยงั ไมส่ ามารถใหบ้ รกิ ารไดอ้ ยา่ ง 2/2559 สมคั รและเข้าร่วมโครงการ เตม็ ความสามารถ เนอื่ งจากทางหอ้ งเรยี นพงี ไดร้ บั นโยบายมาจากทางหน่วยงานหลักคือสำ�นักงาน ในการตดิ ตอ่ ประสานงานกบั ทางโรงเรยี น บริหารกาศึกษาพิเศษให้จัดตั้งห้องเรยี นออทิสติก ได้มีผู้ประสานงานโรงเรียนกาฬสินธุ์ปัญญานุกูล ทางโรงเรียนจึงยังขาดกระบวนการสนับสนุนทาง คือ อาจารย์ สภุ คั ร ภจู รติ อาจารยส์ ภุ คั ร ได้ตดิ ต่อ ด้านการเรียนการสอน และต้องการหน่วยงานท่ี ประสานงาน จดั กจิ กรรมต่างๆ และใหค้ วามรแู้ ก่ มีความรคู้ วามสามารถมาพัฒนารปู แบบการเรียน นสิ ิตเปน็ อย่างดี โดยทา่ นไดเ้ ป็นวิทยากร กจิ กรรม การสอนใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากข้นึ ตา่ งๆ ทีไ่ ด้ปฏิบัตมิ ีดงั ตอ่ ไปนี้ วัตถุประสงค์ วนั ท่ี 2 ธนั วาคม 2557 กจิ กรรมจติ อาสา พัฒนาเด็กพิเศษและการศกึ ษาบรบิ ทของโรงเรียน โครงการนสิ ติ จติ อาสาพฒั นาพฒั นาสอ่ื การ กาฬสินธ์ปุ ัญญานกุ ลู เรยี นรสู้ �ำ หรบั หอ้ งเรยี นออสทสิ ตกิ โรงเรยี นกาฬสนิ ธุ์ ปัญญานุกูล มวี ตั ถปุ ระสงค์โครงการดงั ต่อไปนี้ วนั ท่ี 15 พฤษภาคม 2560 กิจกรรม นิสิตจิตอาสาพัฒนาพัฒนาสื่อการเรียนรู้สำ�หรับ 1. เพอ่ื พฒั นาสอ่ื การเรยี นการสอนส�ำ หรบั หอ้ งเรียนออทิสตกิ โรงเรียนกาฬสินธุ์ปัญญานุกลู บคุ คลออทสิ ตกิ ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สตู รสถานศกึ ษา เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม 2. เพอื่ พฒั นาครแู ละเจา้ หนา้ ทใี่ หส้ ามารถ กิจกรรมการพัฒนาห้องเรียนออทิสติก โรงเรียน ใชส้ อื่ การสอนแบบบตา่ งๆ ส�ำ หรบั บคุ คลออทสิ ตกิ กาฬสนิ ธุ์ปญั ญานกุ ลู ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทที่ างคณะกรรมการฯ ได้ • เพอ่ื พฒั นานสิ ติ สาขาสงั คมศกึ ษา มเี จตคติ จดั ในโครงการมดี งั ตอ่ ไปน้ี ทด่ี ตี ่อการสอนบุคคลออทิสติก 1. ขน้ั เตรยี มการ • เพ่ือบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ 1.1 รับสมัครนิสิตเข้าร่วมโครงการ จาก ทางคณะกรรมการไดจ้ ดั ด�ำ เนนิ กจิ กรรมดงั ตอ่ ไปนี้
1.ขน้ั เตรียมการ 1.1 รบั สมัครนสิ ิตเข้ารว่ มโครงการ จากนสิ ิตท่ลี งเรยี นวิชา การศึกษาแบบเรียนรวม 62 เอกสารประกอบการน1ำ�เ.ส2น.อผรลงบั านสกมารัคปรระชคุมณวิชะากคารรโูมรหางวเิทรยยีาลนัยมกหาาสฬารสคานิ มวธิจ์ปุ ัยัญครญั้งทาี่ น๑๓ุก:ูลสาขาบริการวิชาการ 1.3 ตดิ ตอ่ ประสานงานกับโรงเรยี นและพ้ืนท่ที ่ีต้องการศึกษา 2.ขั้นดาเนนิ การ นสิ ิตท่ีลงเรียนวิชา ก2า.1รศกกึ าษราอแบบรบมเสรัมยี มนนราวเมช งิ ป ฏิบตั กิ าร เรือ่ ง ความรู้เร่ืองบคุ คลออติสติกเบื้องตน้ และสื่อ สาหรบั 1บ.2คุ .ค ลรอับอสตมิสัคตรกิ คณะครโู รงเรียนกาฬสินธุ์ 3. ขั้นตดิ ตามและสรุปผล ปญั ญานกุ ลู 2.2 การสารวจความตอ้ งการการใช้ส่อื ของโร3ง.1เรียกนารกนา�ำฬสสื่อินกธาุป์ รญั สอญนาไนปกุ ใลู ช้ แแลละะกตาิดรตปารมะชุม พคว้ืนาทม่ทีรเู้ี่ตร้ออื่212งง...13คก3บข.ณาคุขก้นัตรคัน้าาศดิดลรจตกึ�ำตอาอิดเษ่อรบอนตย233าปรตนิา...เ์มร321สิมกกะสตแยี่ ากตกสมักิลวราาิดามกเะรรบตนนบัสผนาอ้ืงรากลามางุปเสาติตชปนรผอ่ืสงิน้รกนลกป่อืะับาแาทฏเโลโมรบิ่สีครสะนิ องรตั สอผเงดกิรนอื่กลคาียสไารลนปแ�ำร้อเลหใไแรชปงะลรอ่ื ก้ใกบัะแงชับาล้คกะวับตาผกใดิกมชาตลาตส้ ราร้อกอ่ืใมใชงชกากกส้ ้สาราาื่อรื่อรดร3ผสกกใข.ำ้เู�ชาอ2าขอเรส้นรา้นงสต่ือสรสโินอรอิดกว่�ำ งนงมนาตหเรขกาสรารสอยีมนบัาจิ องหนกปบนคแรรรุครขับรละคูอมะบเลมงบคุ อคินุคคอรผคลูตลลอิสออแตอตลิกตสิ ะิสตกติกำ�ิกกับ การ บคุ คลออติสตกิ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการนี้มีจำ�นวน ผลการ2ด.า2เนกินางราสนำ�รวจความต้องการการใช้ส่ือ มากกว่าท่ีตั้งเปา้ หมายไว้ โดยมจี ำ�นวน 313 คน ขตคอณอ้ คงงาวโกรจาางามรเรปรขย2ยีอร์เ.นะกผผง3สโกู้เีย่้เู รขขบากวงา้้าฬคกเารรรวบัสรว่ีย่วาผนิมกนมมลกาธแกสรุ์ปจิิตลจิานกญัสะเกำ�รรื่อบญรโ็จรครทุคมเามปรคี่สนใงน็นลอกุกโออลูดาคยอรครแ่าไตงลลงปกสิ ด้ะอใาตีชกงรเิก ้พากนรรับีม้ ปาจีคะราวะมนาชกี วมมุ านรมรา่วกมกซเคกพมา่ึงณวือรรน่าาะจับนทะศากัมวต่ีกึก่เา้ังกีหษรเมายีปลารีคนศาา้รวยหใาว่ นาภสมมมโตามารคปยรอืงส์ไเรจตรวว่ะายี้านกสโนมดหบกคตยลคารามาฬูวรีจยผาาสาภ้อู งมนินาาทสธวนคี่ นปุ์ำ�1สวเญัยว่ ร3นก็จญ1าเค3ารปรน็นูนคผกุ อักนอู้ลู เย�ำรนซ่านยี ึ่งสิงวนนดติยใบัีนว่ามี โรงเรียนกาฬสนิ ธป์ุ ัญญานุกูล นสิ ติ คณะศึกษาศาสตร์ ตามตารางที่ 1 ตารางท่ี 1. ผเู้ ข้ารว่ มโครงการ เพศ ลาดบั ประเภท ชาย หญิง รวม 1. คณาจารย์คณะศกึ ษาศาสตร์ มมส. 40 4 2. นิสิตวิชาเอกการศึกษา สาขาสังคมศึกษาปี 1 23 56 79 3. นิสิตวชิ าเอกการศกึ ษา สาขาสังคมศึกษาปี 2 21 50 71 4. นักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุป์ ัญญานุกลู 391เพศ 200 591 ลาดบั 5. คณาจารย์โรงเรียนปกราะฬเภสินทธ์ุปญั ญานกุ ูล ชาย 8 หญ15งิ รว2ม3 447 321 768 จานวนรวม การประเมินความสาเรจ็ ของการบูรณาการงานบริการทางวชิ าการสาหรับนิสิต ในการประเมินความสาเร็จของการบรู ณาการงารบริการวชิ าการมนี สิ ติ ิเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 150 คนดยไดใ้ ชแ้ บบสอบถามจากฝา่ ยวิจัย โดยสรปุ ผลตามตารางที่ 3. ตารางที่ 2. การบูรณาการงานบริการวชิ าการสาหรบั นิสิต ระดับความพึงพอใจ ลาดับ หัวข้อที่ประเมนิ
เพศ ลาดับ เอกสารประกอบกปารรนะำ�เเสภนทอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทชยาาลยัยมหาสารคามวหิจัญย งิครั้งที่ ๑๓ : สราขวามบริการวิชาการ 63 จานวนรวม 447 321 768 การประกเมาินรปควราะมเมสนิาเครจ็วขามองสกำ�าเรรบ็จูรขณองากกาารรงบาูรนณบราิกกาารรทงาางนวบชิ ารกกิ าารรสทาาหงรวับชิ นาสิ กติ ารส�ำ หรบั นสิ ติ ใในนกกาารรปปรระะเเมมินินคคววาามมสาสเำ�รเจ็ รข็จอขงอกงากรบาูรรณบรูากณาารกงาารรบงราิกราบรรวกิชิ าากรวาริชมานีกสิาติริเมขีน้ารสิ ว่ ิตมิเโขค้ารรง่วกมารโทคั้งรหงกมดาร1ท5ง้ั 0หมด 15ค0นดคยนไดดใ้ ยช้แไดบ้ใบชส้แอบบบถสามอจบาถกาฝม่ายจวาิจกัยฝโ่าดยยวสจิ รัยปุ ผโลดตยาสมรตุปาผราลงตทา่ี 3ม.ตารางที่ 3. ตารางท่ี 2. การบูรณาการงานบรกิ ารวชิ าการสาหรับนสิ ิต ระดับความพึงพอใจ ลาดบั หวั ข้อที่ประเมิน ���̅��������� SD % ดา้ นความรู้และประสบการณ์ทีได้รบั 4.41 0.49 88 1 กจิ กรรมมีความสอดคลอ้ งกับเนอื้ หาสาระท่ีเรียน 2 การร่วมกิจกรรม ทาให้มีความเข้าใจในเนื้อหาวิชาทีเ่ รียนมาก 4.22 0.42 84 ขนึ้ 3 ได้รับประสบการณ์ตรงหรือได้เรียนรูว้ ิถชี วี ติ ของผู้คน จากกรณี 4.75 0.43 95 ตวั อย่าง/การลงพน้ื ทด่ี าเนนิ การร่วมกบั อาจารย์ 4 ได้รับความรูแ้ ละประสบการณ์ท่เี ป็นประโยชน์ นอกเหนือจาก 4.58 0.49 91 ตาราและการเรียนในชนั้ เรยี น 4.65 0.47 93 ดา้ นประโยชน์ที่ได้รับ 4.40 0.64 88 5 สามารถนาความรู้และประสบการณท์ ี่ได้รับไปปรบั ใช้ 4.22 0.72 84 6 การรว่ มกิจกรรมทาใหเ้ รยี นรู้การทางานร่วมกับผู้อน่ื 7 การร่วมกิจกรรมชว่ ยให้เรียนรู้การทางานเป็นขน้ั ตอน จากการจใชา้แกบกบาสรใอชบแ้ ถบาบมกสาอรบบถรู าณมากเขา้ารกบับรู กณาราเรขียา้ นกบัถกามาถรึงเรคยี วนามถพาอมใจถขงึ อคงวนาิสมติ พทอ่ีเขใจ้ารขว่อมงโนคสิรงติ กทาเ่ีรขจา้ รากว่ ม7โคขร้องการ จานกสิ ิต7สขว่ อ้นในหญสิ ิต่ไดสแ้ ่วสนดใงหคญวา่ไมดพแ้ ึงสพดองใจคใวนากมาพรนึงาพคอวใาจมใรนู้ทกี่ไดา้รรับนจำ�าคกวโาคมรงรก้ทู า่ีไรดไป้รใับชจใ้ นากระโคดับรงดกีาถรึงไดปีมใาชกใ้ นในรขะ้อดทบั ่ีไดด้ ี ถงึ ลดะมี คคา่วา9เกาฉ5มลใพสีย่นงึ ค่วขพวน้ออาขทใมจ้อ่ไีพนดทงึ อ้ ้ค่ีนพยา่อิสทเใติฉ่สีนมดุลสอีคูง่ยี ยสวคู่ทุดาวคข่ีมาือ้อพมพข2งึ อ้พงึแพอล3ใะอนจขใสินน้อิตอ้ส7มยูงีคทสทวี่คุดีส่าา่มคุดเพฉอือลึงยพขยี่ ู่ท้ออ4ี่ขใ.จ3อ้2ค22นา่ คเสิฉแดิ ิตลลเป่ียมะน็ ีคข4รอ้ว.7้อา5ย7มลคพทะิดงึี่ค8เพปา่4น็อเฉรใ้อลจยคี่ยล่า4ะเฉ.29ล52่ยี สค4่วดิ น.7เขป5้อ็นทครีน่ อ้ิดสิ ยเิตปลมน็ ะี ร8้อ4ย การประเมนิ โครงการเชิงคณุ ภาพ คณะกรรมการด�ำ เนินงานฯ ไดจ้ ดั กจิ กรรมตามแผนงานตามแผนงาน 1) รบั สมัครนสิ ติ เขา้ ร่วม โครงการ จากนสิ ติ ทลี่ งเรยี นวิชา 0506101 หลกั และปรัชญาการศึกษา และ 0506202 การศกึ ษาแบบ เรียนรวม 2) รบั สมัครคณะครูโรงเรียนกาฬสินธปุ์ ญั ญานกุ ลู 3) ติดต่อประสานงานกบั โรงเรียนและพื้นที่ ท่ตี ้องการศึกษา 4) การอบรมสัมมนาเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร เรอ่ื ง ความรูเ้ รอ่ื งบุคคลออตสิ ติกเบื้องตน้ และส่ือ สำ�หรบั บุคคลออติสติก 5) การส�ำ รวจความต้องการการใชส้ ื่อของโรงเรยี นกาฬสินธุป์ ญั ญานกุ ูล และการ ประชุมคณาจารย์เก่ียวกับการนำ� โครงการไปใช้ 6) จัดโครงการนิสิตจิตอาสาพัฒนานักเรียนออทิสติก
คณะกรรมการดาเนนิ งานฯ ไดจ้ ัดกจิ กรรมตามแผนงานตามแผนงาน 1) รบั สมัครนิสติ เข้ารว่ ม โครงการ จากนิสติ ที่ลงเรียนวิชา 0506101 หลักและปรชั ญาการศึกษา และ 0506202 การศกึ ษาแบบเรียน รวม 2) รบั สมัครคณะครโู รงเรียนกาฬสินธุป์ ญั ญานุกูล 3) ตดิ ต่อประสานงานกับโรงเรยี นและพื้นที่ท่ีต้องการ 64ศกึ ษา 4เอ)กสการาปรรอะกบอรบมกาสรนมั ำ�มเสนนอาผเลชงิงานปกฏาริบปรัตะิกชุมาวริชาเกรารอ่ื งมหคาววิทายมาลรัยเู้ มรหื่อาสงาบรคุคามควลิจอัย อคตรั้งสิ ทตี่ ิก๑๓เบ: ือ้ สงาขตาบน้ ริกแารลวะิชสาก่ือารสาหรบั บุคคลออติ สติก 5) การสารวจความต้องการการใช้สอื่ ของโรงเรยี นกาฬสนิ ธ์ปุ ัญญานุกูล และการประชมุ คณาจารย์ เกีย่ วกับการนา โครงการไปใช้ 6) จัดโครงการนิสติ จติ อาสาพัฒนานักเรียนออทสิ ติก และ 7) การผลติ ส่อื ที่ ทแสลำ�อะใดหค7เ้ลก)อ้ ิดงกคกาับณุ รคผภวลาาติพมสตด้อ่ือังงทตกอ่่ีสาไอรปขดอนคงี้ ลโร้องงเรกยี บั นคแวลาะมบตุค้อคลงกออาตรขสิ อติงกโรจงาเกรกียจิ นกแรลรมะตบ่าุคงคๆลทอาอใตหิสเ้ กติดิกคุณจภากาพกดจิ ังกตร่อรไมปตน่า้ี ง ๆ การผลิตส่ือการสอนสาหรบั นักเรยี นออทสิ ติส และนักเรียนท่ีมีความพกพรอ่ งทางดา้ นสติปญั ญา นกสิ าิตรทผ่เี ลรียติ นสรอ่ื ากยาวรชิ สาอ0น5ส06�ำ 1ห0ร1บั นหลกั กัเรแยี ลนะอปอรชัทญสิ าตกสิ ารแศลกึ ะษนากั แเลรยีะน0ท5ม่ี06คี 2ว0า2มพกากรพศึกรอ่ษงาทแบางบดเรา้ ยี นนสรตวมปิ ญั ญา ได้รวมใจจนติ ิสอิตาสทา่ีเผรลียตินสร่อื ายตวาิชมาคมู่ 0ือ5รา0ย6ก1าร0ส1ิง่ อหานลวักยแคลวะาปมสระัชดญวากกสาื่อรศบึกรษิกาาร แแลละะค0วา5ม0ช6่ว2ยเ0ห2ลอื กอาืน่ รใศดึกทษางาแบบ เเกรหาียลรนศอื รึกอวษืน่ มาใดปไดรทร้ะาวจงมากปใาจกี รจาศริตศกึ อึกษาษสาาาป2ผร5ละ5ติ จ3สำ�ดื่อปังีกตตา่อารไมปศคนกึ มู่ี้ษือารา2ย5ก5า3รสดิง่ งั อต�ำ อ่ นไวปยนคี้ วามสะดวก สือ่ บริการ และความชว่ ย ตารางท่ี 3 รายชอ่ื ส่ือทต่ี ามท่ีโรงเรยี นต้องการ ลาดบั ช่ือสื่อ จานวน (ชดุ ) 1. รูปทรงหรรษา 1 1 2. รอ้ ยเชือกร้อยลกู ปัด 1 1 3. แบบฝกึ เขยี นตวั อักษรภาษาไทย 1 1 4. ไอติมหรรษา 1 1 5. หวั ใครเอ่ย 1 1 6. บลอ็ กรปู ทรงเรขาคณติ 1 1 7. shape 1 1 8. โดมโิ นรปู สตั ว์ สนกุ คดิ 1 1 9. กระดานต่อภาพ จานวน (ชดุ 1) 1 10. บตั รภาพผกั ผลไม้ติดบอรด์ 1 1 11. ฝกึ ผูกเชือกรองเท้า 1 1 12. แบบฝึกเขยี นพยญั ชนะ 1 1 13. แบบเกมประกอบภาพเคร่ืองแตง่ กาย 1 14. เกมส์คู่หูดโู อ้ 15. เกมส์แต่งตวั 16. ชุดแปง้ โดว์แมพ่ ิมพ์สัตว์ป่าและผองเพื่อน ลาด1ับ7. ชชุดือ่ บสัตื่อรภาพสัตว์แสนรู้และผองเพือ่ น ลูกกลมสวมหลกั เรียงเลข 18. 19. เลขหรรษา 20. จ๊ิกซอว์หรรษา 21. ตัวต่อลกู เตา๋ หรรษา 22. กลอ่ งตัวเลขหรรษา 23. จบั คตู่ วั เลข1-10จานวนนับ 24. ชุดฝึกแตง่ ตวั 25. S0 BLOCK
การผลิตสือ่ การสอนสาหรบั นกั เรียนออทิสติส และนักเรยี นท่มี ีความพกพร่องทางด้านสติปัญญา ลาดบั นิสติ ท่ีเรยี ชน่อื รสาย่ือวชิ า 0506101 หลักและปรชั ญาการศกึ ษา และ 0506202 การศึกษาแบบเรจียานนรววนม(ชุด) ไดร้ วมใ1จ8จ.ติ อาสาผลลูกติ กสล่ือมสตวามมหคมู่ลืกัอรเรายี ยงกเาลรขส่งิ อานวยความสะดวก สือ่ บรกิ าร และความชว่ ยเหลอื อนื่ ใด ทาง การศกึ 1ษ9า. ประจาปเลกี ขาเหอรกศรสรึกาษรษปาราะก2อ5บก5า3รนดำ�เสังนตอ่อผไลปงานนก้ี ารประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 1165 20. จก๊ิ ซอว์หรรษา 1 ตารางท2ี่13. รายช่อื ตส่ืวัอตท่อีต่ ลาูกมเทต่ีโ๋ารหงเรรรียษนาตอ้ งการ 1 ลาดบั 22. ชกือ่ ลสอ่ ่ืองตัวเลขหรรษา จานวน (ชดุ )1 11 12. 3. รจปู บัทครู่ตงหัวรเลรขษ1า-10จานวนนบั 11 22. 4. รช้อุดยฝเชกึ อื แกตรง่ ้อตยวั ลูกปดั 32. 5. แSบ0บฝBกึLOเขCียKนตัวอักษรภาษาไทย 11 42. 6. ไอบตัติมรหคารตรษ่อาภาพ สตั ว์โลกน่ารัก 11 52. 7. หกวั าใครต์รเนู อมย่ หาสนกุ 11 62. 8. บAลB็อCกรFปู ruทiรtงTเรhขaาiคณติ 11 72. 9. shกaระpดeานพาเพลิน 11 83. 0. โดคมณิโตินศรปูาสสตัตรว์ห์ สรนรษกุ คาิด 11 93. 1. กสรื่อะดกาานรอตา่่อนภผาันพวรรณยกุ ต์ 11 1302. . บEตั nรgภliาsพhผwกั ผeลcไaมn้ติดบอร์ด 11 1313. . ฝกกึ าผรกู ์ดเชช่วอื ยกจราองเท้า 11 1324. . แเบกบมฝสึกอี เะขไยีรนเอพ่ยยัญชนะ 11 1335. . แสบอ่ื บกเการมสปอรนะสกาอหบรภบั าเพดเ็กคบรกอื่ พงแรต่อ่งงกทาายงการมองเหน็ 11 1346. . เกสม่ือสพค์ ฒั ู่หนดู าูโกอล้ า้ มเน้ือมดั เลก็ :การใชน้ ้ิว 11 1357. . เกสมือ่ สก์แาตรบ่งตวัวกลบเลขคณิตเบ้ืองตน้ 11 1368. . ชเุดกแมปสง้ก์ โาดรวอ์แา่ มนพ่ เเมิ ลพะ์สสัตะวกป์ ดา่คแาละผองเพือ่ น 11 17. ชรุดวบมัตทรง้ั ภหามพดสตั วแ์ สนรแู้ ละผองเพ่อื น 138 นนสิิสิติตททีเ่ี่เขขา้ า้ รร่วว่ มมโคโครรงกงการาฯรฯไดไ้แดบ้แ่งบกง่ลกมุ่ ลก่มุ ลกุ่มล2ุ่ม-42ค-4น คไดนจ้ ไดั ดทจ้ าดั แทลำ�ะ จแัดลหะาจสดั ่อื หตาา่ สง ือ่ ๆตไา่ดง้ไดๆ้สื่อไดจา้ไนดว้สน่ือจ�ำ นวน ทจปกทปรญัั้งิตูลร้งัหญหะมหจมโาดดาัวดนหยหุก33ส้อน8ูลือ่ง8า้เ ตรชป า่ชยีดุโรงดนุดะชๆอยจึง่ชอสเไำ�่ึงพสด่ือหเทีย้ทตพ้องิสา่าียงพกตงเงอาิกรพรตๆยี ส่อนอ่งคไตอมดวออ่อา้ทบสมคำ�แตทวกก้อาสิ าท่งมตรกาตสกิาง้อ่งโร ร มชง งออก เรงบาียกรแนาชรกฯอใ่ทชโงาด้ใกนงยาโหตรรอ้ัวงใแงเชเรทร้ใียนนียนนรหบัฯอ้อมองโอสดเบตรยิสียคตตืนอวั ิกอแอขอทาอจสนงาโตรรรับิสยงเส์มตรภุยีอิกคันบขรกอคาภงือฬูจโสรรองินิตาเธรจหป์ุ ียาัวัญรนหยญนก์สา้าานภุ ฬุัคสรินภธู์ุ ไไดดแแ้เ้ใผผขชนนยี้สกกนื่อาาแรตร แศผจส่าผกึานงอกษๆนนกกจากนาาเาปรฉัการกศพรนรเกรสกึะสิาียาะกษอติ นรบอนนานอุคิสบเนอิสฉคติแทกัิตพลไผสิดเนาร(นต้จIะิสยีnัดิกกบิตdนหาiุคไอvราดคแiสอd้จลลอทuัดะนaิสผ(หlIนiตลnาzักติdeิกแสเdiลvรื่อะiียEdกผนduาลuรเaปสิcตliaz็นอสetนรื่อidoนากnยักEาaบเรรldุคสียPuนคอlcaอลนanอtน)iตทoักสาสิnาเมตaรหกิียlครนPู่มบันlอนือิสaกัอกติnเทท)ารรีเ่ียิสสขในต�ำ้าชอรหิก้หว่อรลมทนับักโิสิสคนสติตรักูติกงทเกรรโ่ีเกาดยีขรายน้าฯรไรอดใ่วไหอใ้ดมชท้บเ้ โส้ขสิครยี่อื ิกตรนตงาิก่ากรงชาโด่วรฯยย เหๆลปือรระะกยอะบแแรผกนเกร่ิมารสสำ�อหนรนับักเเดรียก็ นพเกิปา็นรราศยนู บยุค์กคาลรตศาึกมษคาู่มพือิเกศาษรใชพ้หทุ ลธักศสักูตรากชาร2ให5บ้ 5ร6กิ าโรดชย่วสยรเหปุ ลแือผรนะกยาะรแศรกึ เษริ่มาราย บคุ คลทเ่ี ขยี นได้ดงั ตอ่ ไปน้ ี
6ส6าหรบั เเอดกก็ สพาริปกราะกรอบศกนู ารยน์กำ�เสานรอศผกึลงษานากพาริเปศรษะชุมพวิชทุ ากธารศกัมหราาวชิทยา2ล5ัยม5ห6าสาโรดคยามสวิจรัยุปแครผั้งนที่ ก๑า๓ร:ศสกึ าขษาบารริกาารยวบิชาุคกาครลทีเ่ ขยี นได้ ดังต่อไปน้ี ตารางที่ 4. แผนการศึกษาเฉพาะบุคคลทน่ี สิ ิตได้จัดทาเพ่ือการเรียนการสอนนักเรียนออทิสติก ลาดับ ทกั ษะ สอ่ื ท่ีใช้ (ตามลาดบั ในตาราง จานวนแผนการสอน ที่ 3.) 1. ทักษะกล้ามเนอื้ มดั ใหญ่ 24 1 2. ทักษะกล้ามเนอ้ื มัดเล็ก 1, 2, 9, 11, 36 5 3. ทกั ษะการชว่ ยเหลอื ตนเองใน 2, 4,11, 13, 15, 24 5 ชวี ติ ประจาวนั 4. ทกั ษะการรบั รู้และแสดงออกทาง 3, 10, 12, 26, 28, 31, 33 6 ภาษา 5. ทกั ษะทางสังคม 5, 14, 16, 17, 27, 29, 37 5 6. ทักษะทางสตปิ ัญญาหรือการเตรียม 1, 3, 6, 7, 19, 23, 28, 30, 7 ความพร้อมทางวิชาการ 31, 32, 34, 37, 38 7. ทักษะจาเปน็ เฉพาะสาหรบั เด็กออ 2, 5, 11, 13, 15, 18, 20, 6 ทสิ ติก 26, 26, 27, 29, 34 รวมแผนการสอนท้ังหมด 35 สแอผนนเฉกพาราจสะจาบอกาุคกนกาคกเฉรลาทพรไน่ี ทดาิสะ้ที่นติ บง้ัิสไหคุดิตมค้ผไดลลดิต้ผ3ไแ5ลดลิตท้แะแผั้งจลหนัดะมหโจาดดัดสย่ือ3หแต5บา่าส่งงแอื่อผอๆตกน่าสเงปาโๆหด็นรย7สบัแำ�นบทหกั่งักเรอษรับอียะนกนตเักาอปมอเร็นคทีย่มู ิส7นือตอขิกทออักทงทศษาิสนูใะหตยตน้ิก์กาิสามทิตรคศสำ�ู่มึกใาหมือษา้นขารพอิสถงิเิตเศศขสษนูยี านยโมดแก์ ายผารนรถศกเขกึารียษนา แพผิเนศกษารโสดอยนทแผน่ี นสิ ิตกดาจรัดสทอานขท้ีน่ีนพิสัฒิตนดาจทัดักทษำ�ะขท้ีนางพสัฒติปนัญาทญักาษมมีะาทกาทง่ีสดุตคิปือัญ7ญแาผมนีมเานกื่อทงี่สจาุดกคกือาร7จัดแหผานสื่อเเนหื่อลง่าจนาี้มกี คกวาารมจสดั ะหดาวสกอ่ื แเลหะลง่าานม้ีต่อีคกวารมผสละิตดอวยก่าแงไลระกง็ตาานมตน่อสิ กติ าไรดผ้ผลลติ แอลยะา่จงดั ไหรากส็ต่ือาตม่างนๆิสิตพไฒั ดนผ้ าลทติ ักแษละะนจักดเหรียานสอ่ื อตทา่ ิง ๆ สสจพาตัดัฒมิกทาคนร�ำ บาตไททดจุก้ดััก1ดหษา้ าะแนไผนดเฉนักจ้ ลาเเนย่ีรกียดอ่ืสนา้่ิงงนแจอวลาอดะกทล5ิสส้อตม่อืแิกขผทอนคผ่ี งบลมโรทิตที งุกสกัแดาษรมม้าะนาทรเาฉตงลกจลดัี่ยา้ดหม้าาเนไนดลอื้ ้จะมาดั ก5ใสหแง่ิญแผเ่ วนทดา่ มลนอ้ั้นีทมทักี่จขษัดอะทงทโาราไงงดแก้ 1รลม้าแมผนเนเน้ืออ่ืมงัดจใาหกญส่เ่ือทท่า่ผี นลั้นิตท่ี กอไพอาดึงรกอ้ พปแออรบกะใบแจเใมสบนจก อินกบาาบคากรสถรวปนใอกาาน้อรบมรมกะยอทถพาเไก้งัามรึงปหแมพกินหบมทรอคาบดอัง้ใวมปหจก1าารใแม5มกนะบดพเตกมบจาาึง1นิปัดมรพ5คเกรตอขวะาตร้าใาเรอาจมรมามก่วใพงินนขตแมงึค้อสกาโพวครดมาอารางรูลใมงงเจจกกขพแใาาาา้นสงึ รกรรกพดปขว่ผางอรมอู้รระใก่วเงโจขเคคามมใ้ารรรกนินรปงู ว่จิกผนกรมกกู้าักะาโรรรเรคเรเอรมขขรียมกนิองา้ นขตกรงผแอ้าว่่าคู้กลมรมงรระูลโูคอๆนคกนณกสิรรักขดองะิตเก้อกกังรตารมขียรร้อ่อนูลมมไคกแกปูลณรลานอระ1ะี้ กด-นก 5าข1สิรเอ้ โรน)ติ ดมมนิ วยูลกงันคาา1วทนรา-ี่ดฯ5ม2ำ�พไโเดธดนงึ ้พันยนิ อวคงใาาวจคนามมฯ จ2า5ก5น7อ้ ยกไปิจหการมรามกจิตจัดอการสอากพขัฒ้อมนูลาจเดาก็กผพรู้ ิเว่ ศมษกแจิ ลกะรรกมาตรา่ศงึกๆษาดบงั ตร่อิบไทปขนอ้ี ง1โ)รงวเนั รทียี่น2กธาันฬวสาคินมธ์ุป2ัญ55ญ7ากนจิ ุกกูลรรม2จ)วิตัน อทาี่ส1า5พัฒพนฤาษเดภก็ าพคิเมศษ2แ5ล6ะก0า ร กศิจกึ ษกราบรมริบนทิสขิตอจงิตโรองาเสรียานพกฒั าฬนสาพินธฒั ปุ์ นญั าญสาอ่ื นกุกาลู รเ2ร)ียวนั รทสู้ ่ี 1ำ�5หรพบั ฤหษอ้ภงาเครมียน25อ6อ0ทสิ ติก กโิจรงกเรรรยี มนนกิสาติ ฬจสิตนิอาธสุ์ปาญั พัฒญนานาพุกฒัูลนาส่อื การเรียนรสู้ าหรับหอ้ งเรียนออทสิ ติก โรงเรียนกาฬสนิ ธ์ุปญั ญานกุ ูล และ 3) เดแือลนะพฤ3ษ)ภเดาคอื มนพถงึฤเดษอืภนากครมกฎถางึ คเดมือนกจิกกรรกรฎมากคามรพ ัฒกจินกาหรร้อมงเกราียรนพอัฒอทนสิ าตหกิ อ้ โงรเรงเยี รนยี อนอกาทฬิสสตนิ ิกธ์ุปโรญั งญเราียน นนจกิุสกำ�าติลูนฬโวส1ดน3นิย8มธ2ผีปุ์ ค3ู้กญันรคญอโนดกายแนนมบกุ ิสผี บลู ติลสโกดอ1ายบร3มถป8ผีารมกู้ะคทเรนมอั้งินหกโดดมแงัดยบตมบ1าีผรส6าล1องกบทคาถ่ีนร5าป.แมรบทะง่งั้ เเหมปมนิน็ ดคดรัง1โูต6ราง1รเราคียงนนทกแ่ี 5าบฬ.ง่ สเปนิ น็ธ์ปุคัญรโู ญรงาเนรยีกุ นูลกจาฬานสวนิ นธปุ์23ญั คญนานกุ ลู
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 67 ตารางท่ี 5. ความพึงพอใจในกาเขา้ ร่วมโครงการของครูและนสิ ิตทเี่ ข้าร่วมโครงการ ความพงึ พอใจ ลาดับ รายการประเมนิ ���̅��������� SD รอ้ ยละ 1. กระบวนการและข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม/โครงการ 1.1 ความสอดคล้องของเนื้อหาสาระกบั วตั ถุประสงค์ของการจดั 4.22 0.57 84.4 กิจกรรม/โครงการ 1.2 ระยะเวลาทใี่ ช้ในการจัดกจิ กรรม/โครงการมีความเหมาะสม 4.58 0.54 91.6 1.3 เอกสารประกอบกิจกรรม/โครงการมคี วามเหมาะสม 4.57 0.73 91 2. ผูใ้ หบ้ ริการ 2.1 มมี นษุ ยสัมพันธ์และจติ บริการ 4.60 0.54 94 2.2 ใหค้ าแนะนา และตอบข้อซักถามอย่างชดั เจน 4.42 0.66 88.4 2.3 การอานวยความสะดวกให้ผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรม/โครงการ 4.50 0.59 90 3. สง่ิ อานวยความสะดวก 3.1 สภาพแวดลอ้ มและสถานทใ่ี ห้บริการมคี วามเหมาะสม 4.47 0.54 89.4 4. คณุ ภาพการใหบ้ ริการ 4.1 การจัดกจิ กรรม/โครงการมปี ระโยชน์และตรงกับความต้องการ 4.45 0.54 89 4.2 ความคุ้มค่าของการเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ 4.52 0.54 90.4 4.3 สามารถนาความรู้ทไ่ี ด้รบั นาไปสกู่ ารปฏิบตั ิ 4.52 0.59 90.4 5. ความคิดเหน็ เกยี่ วกับผนู้ ากจิ กรรม 5.1 มีความรอบรู้ในเรอื่ งท่ีจัดเปน็ อย่างดี 4.51 0.55 90 5.2 มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ฟงั เขา้ ใจ 4.40 0.62 88 5.3 มีความสามารถในการตอบปัญหาได้อย่างชัดเจนและตรงประเดน็ 4.30 0.64 86 6. ท่านมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการในครั้งน้โี ดย ภาพรวม 4.55 0.54 91 จากการประเมินโครงการของผ้เู ขา้ ร่วมโครงการจานวน 161คน พบว่ามีความพอใจในระดับดี ถึงดี คโมถจบคา่าาึงรรเกดกกิฉงทกปีมลาุกาย่ีรารปรทะกเมรเชี่ทจะ4มคีงิ ุกาเ.ปนิ่า6ดกปเร0็นโฉกคมิรทคลาะารต่ีิดรณเง่ยี ้ดอปเกทปง็นพรากี่น็ ะทรบ4ารเเรว่ตี.้อชม6ร่าอ้ยิงนิ0ู้ ปลโคงโดะกรรคคยูิมาร9ิดนมราง1เักปีรกณปเรู้นราน็โะียอรดพเรนกขดย้อบจอ็นมยาวนงทปีลก่าผสิไี่ นะรดเู้ิตคะขน้ั้ค9รา้เแทา่ ดูร1เลกุนฉ็นว่ะปลักมนผทรย่ี เู้ปโอไี่ะรมคดกเกียาดรค้คกจนงน็ รา่ทาก ไอเ กดีส่าฉงนรุ้ดนรทลิสับจคัน้่ีเย่ี ขติกือ�ำ ทม้าานขรกุแรา้อว่วปลกปนม2ระทรโ.ะผะ1ค่ีส1เเมปู้รุด6มดงนิกค1ีมก็นคอืนาคใไนรรดุษขนมรอ้อร้ยะคีงับสพดวท2มักบบัาเ่ี.พาม1ขดวรันพ้าีา่มปมธรมึงาแ์ว่พรกีมคี ละมอนวจะเโใามษุาจจคมกินมติยรปพบางสรกใกรอัมนะกกิาใพเวรารจมา่ะรนัมในิ รดนธีคมอ้ ับร์แีวยะลดาดมะมี ับจพาิตดกงึ ี ลพะอ8ใจ0มตาากมกทว่ีได่าต้ร้อังเยกลณะฑ์ไ8ว0้ ตามท่ีได้ตั้งเกณฑไ์ ว้ การบรู ณาการและการเกดิ ประโยชน์และสรา้ งคุณคา่ ตอ่ สังคมและชุมชน
68 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ การบูรณาการและการเกิดประโยชน์และสร้างคณุ คา่ ต่อสังคมและชุมชน การบูรณาการภารกิจ ในการปฏิรปู การเรยี นการสอนด้วยการบูรณาการพนั ธกจิ ของมหาวิทยาลยั 4 ประเด็นคือ การ ผลติ บัณฑิต การวจิ ยั การบรกิ ารวิชาการ และการท�ำ นบุ ำ�รงุ ศิลปวฒั นธรรม มดี งั ต่อไปน้ี 1. การผลิตบัณฑิต นิสิตท่ีเข้าร่วมโครงการได้รับการฝึกอบรมการทำ�งานสำ�หรับนักเรียนออทิ สติกซึง่ ทำ�ให้นสิ ิตมีความรเู้ พ่มิ เติมเกี่ยวกบั การท�ำ งานส�ำ หรบั การศึกษาแบบเรยี นรวมในอนาคต 2. การวิจัย โครงการน้ีนอกจากจะเป็นโครงการบริการวิชาการสู่ชุมชนแล้ว ยังสามารถเก็บ ประเดน็ การวจิ ยั ได้หลายหวั ขอ้ เชน่ พฤติกรรมของเด็กออทสิ ติกโดยการใชส้ ่อื และเทคโนโลยีในการสอน ความพึงพอใจของนิสิตและความสามารถในการใช้สื่อส�ำ หรบั เดก็ ออทสิ ติก เปน็ ตน้ 3. การบรกิ ารวชิ าการ จดั โครงการนสิ ติ จติ อาสาพฒั นานกั เรยี นออทสิ ตกิ นสิ ติ ไดส้ �ำ รวจนกั เรยี น ทม่ี ภี าวะออทิสติก และนิสติ ไดท้ �ำ กิจกรรมทวั่ ไปส�ำ หรบั นักเรียนทม่ี คี วามบกพรอ่ งทางดา้ นสตปิ ญั ญา 4. การทำ�นบุ ำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม นสิ ติ ไดเ้ รยี นร้เู กย่ี วกบั หลกั สูตรทอ้ งถนิ่ ศกึ ษาของโรงเรยี นท่ีนำ� เอาปรชั ญาเศรฐกจิ พอเพียงและฮตี สบิ สองมาบรณู าการกับการเรียนการสอน ท�ำ ให้นสิ ติ ไดม้ อี งค์ความรู้ ในการท�ำ นบุ ำ�รงุ ศลิ ปะวฒั นธรรมจากโครงการน้ ี การบูรณาการเครอื ข่ายภายนอกทใี่ ห้การหนนุ เสรมิ หรือให้ความร่วมมอื ในการดำ�เนนิ โครงการ 1. โรงเรียนกาฬสินธ์ปุ ัญญานกุ ูล ต้งั อยู่ที่ ตำ�บลดอนสมบรู ณ์ อ�ำ เภอยางตลาด จ. กาฬสนิ ธ์ุ เป็น โรงเรยี นการศกึ ษาพเิ ศษส�ำ หรบั บคุ คลทม่ี คี วามบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา ใหบ้ รกิ ารนกั เรยี นตงั้ ระดบั อนบุ าล ถงึ มธั ยม มนี ักเรยี นประมาณ 591 คน แบบประจำ� 2. โรงเรียนให้การสนับสนุนทางคณะศึกษาศาสตร์ มมส. เป็นอย่างดี โดยให้การต้อนรับ จัด กิจกรรม และจัดอาหารสำ�หรับนิสติ ท่ีเขา้ ร่วมโครงการ บูรณาการเขา้ สกู่ ารเรยี นการสอนและการวจิ ยั การวิจยั ครัง้ นี้ไดน้ �ำ รายวชิ า 0506101 หลักและปรัชญาการศกึ ษา ในภาคเรยี นท่ี 1/2559 รายวิชา 0506202 การศึกษาแบบเรยี นรวม ในภาคเรียนท่ี 2/2559 โดยมีนิสิตท่เี ข้ารว่ มโครงการ 150 คน เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรม โดยคณะผวู้ จิ ยั ไดก้ �ำ หนดกจิ กรรมตา่ ง ๆ ลงในแผนการสอน มคอ. 3 และมคอ. 5 ตามรายละเอยี ดในภาคผนวก การรายวชิ าเขา้ มาบรู ณาการนท้ี �ำ ให้การเรยี นของนิสติ มีเปา้ หมายมากขนึ้ นิสติ มีการประสานงานกบั ทางโรงเรยี น นสิ ติ ได้มสี ่วนรว่ มในการออกแบบการสอน พรอ้ ม ท้ังได้ลงมือปฏิบัติจริง นิสิตเข้าร่วมโครงการฯ มีความพอพึงพอใจในระดับดีถึงดีมาก โดยนิสิตได้แสดง ความคิดเห็นตอ่ โครงการดังต่อไปน้ี
บรู ณาการเข้าสกู่ ารเรียนการสอนและการวจิ ัย การวจิ ัยคร้ังนี้ไดน้ ารายวิชา 0506101 หลกั และปรัชญาการศกึ ษา ในภาคเรียนท่ี 1/2559 รายวิชา 0506202 การศึกษาแบบเรียนรวม ในภาคเรียนที่ 2/2559 โดยมีนิสิตทเี่ ขา้ รว่ มโครงการ 150 คน เข้ามามี สว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรม โดยคณะผูว้ จิ ยั ได้กาหนดกจิ กรรมตา่ ง ๆ ลงในแผนการสอน มคอ. 3 และมคอ. 5 69 ตามรายละเอียดใเนอกภสาารคปผรนะกวอกบกการานรำ�รเสานยอวผิชลงาาเนขก้าารมปารบะชรู ุมณวิชาากกาารรนมหท้ี าาวิทใหยา้กลาัยมรหเราสยี านรคขามอวงิจนัยสิ คิตรมั้งีเทปี่ ้า๑๓หม: าสยาขมาบารกิกขารึ้นวิชนากิสาติรมี การประสานงานกับทางโรงเรยี น นสิ ิตไดม้ ีส่วนรว่ มในการออกแบบการสอน พรอ้ มท้งั ได้ลงมอื ปฏิบตั ิจริง นสิ ิต เข้าร่วมโครงการฯ มคี วามพอพึงพอใจในระดับดีถงึ ดมี าก โดยนสิ ิตได้แสดงความคดิ เห็นต่อโครงการดังตอ่ ไปน้ี ตารางท่ี 6. ตวั อย่างขอ้ คดิ เห็นและข้อเสนอแนะต่อการบูรณาการการเรียนการสอน การใชป้ ระโยชนจ์ าก ประสบการณท์ ีไ่ ด้รบั การทดลองใชส้ ื่อ กจิ กรรม ขอเสนอแนะอ่นื ๆ ได้รับประสบการณ์การ ได้เรียนรกู้ ารทางาน เปน็ การเรียนร้ใู นด้าน ดีมากเลยครับ อยากให้ สอนระหว่างเด็กปกติกบั รว่ มกนั ความสามัคคใี น กระบวนการจดั การเรียน อาจารยม์ ีกจิ กรรมดีๆ เด็กบกพร่องทาง กลมุ่ การช่วยเหลือระดม การสอนในสถานที่จรงิ แบบนี้เรอื่ ยๆมนั ทาให้คน สตปิ ัญญาวา่ ควรจีดการ ความคดิ ร่วมกัน การ ไดห้ ลกั แนวคิดท่ีเกิดจาก ท่อี ยากเรยี นครไู ดเ้ ข้ามา เรียนการสอยแบบใดถา้ แก้ปญั หาที่เกิดขึ้น ทาให้ ประสบการณจ์ ริง เห็นการทางานจรงิ ๆ เจอเด็กนักเรียนลกั ษณนั ้ี ทุกคนกล้าแสดงออก หลงั จากการเรยี นทฤษฎี มากยิง่ ข้ึน ภายในห้องเรยี น เกิด ความเข้าใจมากยิ่งข้ึน ได้รู้จกั ความเป็นอยู่ของ ไดร้ ้ถู งึ การตอบสนอง มีประโยชน์ ก็คือได้รับ อยากให้จดั กจิ กรรมแบบ พวกเขา วา่ พวกเขาก็ ระหว่างการเรียนการ ประสบการณ์ใหมๆ่ เขา้ นี้เรอื่ ยๆตลอดไป สามารถทาประโยชนไ์ ด้ สอนของผู้สอนกับ มาในชีวิตและได้เพ่ิมพูน มากมาย นักเรยี นวา่ ตรงตาม ความกลา้ ความท้าทาย วัตถุประสงค์มากน้อยแค่ เม่ือไปเจอกบั ปัญหาก็คือ ไหน ควรปรับปรงุ ต้องเข้าใจและยอมรับ อย่างไรใหเ้ ขา้ ดบั มนั ให้ได้อาจจะเหน่ือย นกั เรียนได้รู้วา่ เด็กบาง แตก่ ็มีความสขุ ดี คนกไ็ ม่เข้าใจอะไรง่ายๆ ได้แบบคนท่ัวไป กระบวนการจดั การเรียน ไดฝ้ ึกการทาใหเ้ ด็กสนใจ เปน็ แหลง่ เรียนรูข้ องจริง ควรเพ่มิ เวลาในการจัด การสอนค่ะ เราไดอ้ ย่างไร ได้ฝึกการ ทาให้ไดส้ ัมผสั และเขา้ ใจ กจิ กรรมตา่ งๆ แกป้ ญั หาเฉพาะหน้าใน ในสงิ่ ท่เี รยี นรู้ม่กข้ึน การสอนทักษะตา่ งๆ ได้ทราบถงึ ความ การเรยี นรขู้ องคนเราไม่ ได้เรียนรู้แผนการสอน มหาวทิ ยาลัยของเรา หลกั การของแต่ะ เท่ากัน จงเรยี นรจู้ าก ของแตล่ ะ่ โรงเรยี นและ น่าจะมีการทาฌสรษฐกิจ โรงเรียนทีใ่ ช้ในการ ผู้เรียนดว้ ยความเข้าใจ สามารถนามาปรบั ใชก้ ับ พอเพียงแบบโรงเรยี น จดั ระบบโรงเรยี นและ ซ่งึ กนั และกนั ทาให้รู้ การเรยี นของตนได้ กาฬสนิ ธปุ์ ญั ญานุกลู บ้าง นกั เรยี นท่มี ีความ จุดเดน่ จุดด้อยของตัว ไมม่ ากก็น้อย แตกต่างกนั ทางดา้ น เดก็ ค่ะ สตปิ ัญญา สรุปผลการดาเนินงาน สรปุ ผลการดาเนินการเปน็ ไปตามความมุ่งหมายดงั นี้
70 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ สรปุ ผลการดำ�เนินงาน 2. นักเรียนออทิสติกจะได้รับการพัฒนา สรุปผลการดำ�เนนิ การเปน็ ไปตามความ อย่างมีระบบและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัว มุง่ หมายดงั นี้ กับบิดา มารดา และญาตพิ ่ีนอ้ งตามปกติ มโี อกาส ความมุ่งหมาย ประพฤติปฏิบัติหน้าที่ในฐาน เป็นสมาชิกของ ครอบครัว โดยไม่เกิดความรู้สุกว่าถูกแยกออกไป 1. นิสิตได้ออกแบบและพัฒนาสื่อการ ด้วยเหตุแหง่ ความพิการ เรยี นการสอนส�ำ หรบั บคุ คลออทสิ ตกิ ใหส้ อดคลอ้ ง กบั หลกั สตู รสถานศกึ ษาจ�ำ นวน 38 ชดุ ตามหมวด 3. นักเรียนออทิสติกจะมีโอกาสเรียนรู้ หมตู่ า่ งๆ และไดผ้ ลติ แผนการสอนเฉพาะบคุ คลเพอื่ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ ซ่ึงนับว่า สอนนักเรียนออทสิ ตกิ จ�ำ นวน 35 แผน เป็นประสบการณ์ตรง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งใน การเรยี นรูต้ ามศักยภาพของแตล่ ะบุคคล 2. มกี ารพฒั นาครแู ละเจา้ หนา้ ทใี่ หส้ ามารถ ใชส้ อื่ การสอนแบบบตา่ งๆ ส�ำ หรบั บคุ คลออทสิ ตกิ 4. เป็นการลดภาระของรัฐบาล เพราะ ได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ การจัดตงั้ โรงเรยี นพเิ ศษเฉพาะใชง้ บประมาณมาก 3. พฒั นานสิ ติ สาขาสงั คมศกึ ษา มเี จตคติ 5. สังคมเข้าใจและยอมรับเด็กท่ีมีภาวะ ท่ีดีต่อการสอนบุคคลออทิสติกโดยการอบรมการ บกพร่องทางการเรียนรู้ว่า มีความสามารถเช่น สอนเดก็ ออทิสติกโดยผเู้ ชี่ยวชาญ เดียวกับ สรุปผล เด็กปกติ และช่วยให้เด็กพกิ ารอยู่รว่ มใน สังคมอย่างเป็นประโยชนไ์ ด้ การจัดการดำ�เนินโครงการจิตอาสา เป็นการพัฒนาทั้งนิสิตและนักเรียนท่ีรับบริการ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำ�ให้เห็นว่า การ โครงการฯ ควรจะได้รับการสนับสนุนการดำ�เนิน เรยี นของนักเรียนออทสิ ติกเป็นการจัดการศกึ ษาที่ ไปเรื่อยๆ เพราะจะทำ�ให้เราสามารถประเมินผล เหมาะสมและใหค้ วามเสมอภาคแกเ่ ดก็ ทม่ี ลี กั ษณะ และตดิ ตามการพฒั นาความกา้ วหนา้ ของโครงการ พเิ ศษ หรอื ผดิ ปกตทิ างรา่ งกาย สตปิ ญั ญาหรอื จติ ใจ และการพฒั นาการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นออทสิ ตกิ ตอ่ มีโอกาสเรียนได้มากท่ีสุด แต่ครั้งน้ีต้องคำ�นึงถึง ไป ซ่ึงประโยชน์ท่ีจะได้รับจากโครงการนี้ก็ส่งผล ความสามารถของแตล่ ะบคุ คลและมกี ารจี ดั บรกิ าร ท้ังด้านสังคมชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนออทิ พเิ ศษใหต้ ามความจ�ำ เปน็ เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ เหลา่ สติกด้วยว่าจะต้องพัฒนา ส่งเสริมในด้านใดบ้าง นี้ได้มีโอกาสเรียนรู้และดำ�รงชีวิตและดำ�รงชีวิตได้ ให้แก่เด็กบกพร่อง โดยมีผลลัพธ์หลายประการท่ี อย่างปกติสุข โดยได้รับความร่วมมือในการสอน ทำ�ให้โครงการตอ้ งเกดิ ความต่อเน่ืองเพ่ิมขนึ้ คือ การฟน้ื ฟสู มรรถภาพ การเรยี นวชิ าชพี จากบคุ คลใน สาขาการศกึ ษา การแพทยแ์ ละอน่ื ๆ จากหนว่ ยงาน 1. นกั เรยี นออทสิ ตกิ จะไดร้ บั การฝกึ หดั หรอื ภาครฐั และเอกชนแตก่ ารจดั การเรยี นรว่ มจะกระท�ำ ฟน้ื ฟสู มรรถภาพ เพอ่ื พฒั นาความรคู้ วามสามารถ ไดส้ �ำ เรจ็ จะตอ้ งไดร้ บั ความรว่ มมอื และการยอมรบั ทจ่ี ะด�ำ รงชวี ิตในส่ิงปกติให้ดที ีส่ ดุ ได้ ของครผู สู้ อนและผบู้ รหิ ารโรงเรยี นตา่ งๆ ตลอดจน ทกุ ฝา่ ยท่ีทำ�งานเกย่ี วข้องกบั เดก็ เหล่าน้ี
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 71 บรรณานุกรม คมู่ อื สง่ เสรมิ พฒั นาการเดก็ การทดสอบและฝกึ ทกั ษะ อายุ 1-5 ป.ี โรงพยาบาลราชานกุ ลู . กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข. กรงุ เทพฯ. 2543. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. พระราชบัญญตั ิการจดั การศกึ ษาส�ำ หรับคนพิการ พ.ศ.2551. กรงุ เทพฯ.2551. กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2545. โรงพมิ พอ์ งคก์ ารรบั สง่ สนิ คา้ และพสั ดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พจติ ตนิ นั ท์ เดชะคปุ ต.์ (2543). กระทรวงศึกษาธิการ. คู่มือการใช้หลักสูตรการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำ�หรับเด็กพิการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษ. กรงุ เทพฯ .2556. เพ็ญแข ลิ่มศลิ า. การวนิ จิ ฉัยโรคออทิสติก. สมทุ รปราการ : ช.แสงงามการพมิ พ์. 2540. ค่มู ือ รายการสิง่ อ�ำ นวยความสะดวก ส่ือ บริการ และความชว่ ยเหลอื อ่ืนใด ทางการศึกษา ประจ�ำ ปีการ ศกึ ษา 2553 คู่มือการขอรับส่ิงอำ�นวยความสะดวก ส่ือ บริการ และ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาสำ�นักงาน คณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ การเรยี นรว่ ม : แนวคดิ ใหมใ่ นการจดั การ ศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : อกั ษรไทย. 2545. ส�ำ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน. การสงั เคราะหง์ านดา้ นการจดั การเรยี นรว่ มสภู่ าคปฏบิ ตั ิ เพอ่ื น�ำ สนู่ โยบายการจดั การศกึ ษาอยา่ งมคี ณุ ภาพ ส�ำ หรบั เดก็ และ เยาวชนพกิ าร. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพอ์ งค์การรบั สง่ สินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).2548.
72 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ภาพกิจกรรม 1. วนั ที่ 2 ธันวาคม 2557 กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเดก็ พิเศษและการศึกษาบรบิ ทของโรงเรยี น กาฬสนิ ธป์ุ ญั ญานกุ ลู การส�ำ รวจความตอ้ งการการใชส้ อื่ ของโรงเรยี นกาฬสนิ ธป์ุ ญั ญานกุ ลู และการประชมุ คณาจารย์เกีย่ วกบั การนำ�โครงการไปใช้
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 73 2. วนั ที่ 15 พฤษภาคม 2560 กิจกรรมนิสิตจิตอาสาพฒั นาพฒั นาส่ือการเรยี นรสู้ าหรบั ห้องเรยี นออทิ สตกิ โรงเรียนกาฬสินธ์ปุ ญั ญานุกูล และการพัฒนาสอ่ื การเรียนการสอนสาหรบั บคุ คลออทิสติกให้ สอดคลอ้ งกับหลักสูตรสถานศึกษา
74 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 75
โครงการเผยแพรเ่ พื่ออนุรักษร์ ำ�โทนกันทรวิชัย ยสพรรณ พนั ธะศรี บทความน้ี เขียนจากการบริการวิชาการ โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน “การเผยแพร่เพื่อ อนุรกั ษร์ ำ�โทนกันทรวิชัย” ซง่ึ มาจากความคดิ ที่ว่า มหาวทิ ยาลยั เปน็ สถาบนั อดุ มศกึ ษาทมี่ วี ตั ถปุ ระสงค์ ให้การศกึ ษาในดา้ นวชิ าการและวชิ าชพี ช้ันสงู รวมทงั้ ดาํ เนินการวิจยั และให้บริการทางวิชาการแกส่ ังคม และทํานุบํารุงศลิ ปะและวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นบา้ นหลังที่สองของนสิ ติ อาจารย์และบุคลากร ผู้จดั โครงการมีความรู้สกึ ว่าตอ้ งการให้เพอื่ นบา้ นได้รบั ความสุข สนุกสนานควบคไู่ ปกับการไดร้ ับความร้จู าก ศลิ ปวฒั นธรรมดนตรีทค่ี วรคา่ อนุรักษ์ของอ�ำ เภอกนั ทรวชิ ัย จงึ ไดอ้ อกเดินทางส�ำ รวจความต้องการในทุก พน้ื ทที่ ว่ั อ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั พบวา่ พน้ื ทโี่ ดยรอบมหาวทิ ยาลยั ต�ำ บลทา่ ขอนยางใหค้ วามสนใจและตอ้ งการให้ มหาวิทยาลัยเข้ามาทำ�โครงการบรกิ ารวชิ าการด้านการฟ้อนร�ำ ประกอบดนตรี ผจู้ ดั โครงการตง้ั ขอ้ สงั เกตวา่ ชาวบา้ นในพน้ื ทโ่ี ดยรอบมหาวทิ ยาลยั โดยเฉพาะบา้ นทา่ ขอนยางซงึ่ มีวฒั นธรรมชาวไทญอ้ ที่เข้มแข็งคงอยู่แล้ว จะสามารเสพรบั วฒั นธรรมใหม่ไดจ้ ริงหรอื เม่ือท�ำ การสำ�รวจ พนื้ ทจี่ งึ พบว่าชมุ ชนท่าขอนยางมีกลุ่มผูส้ ูงอายจุ �ำ นวนมากทยี่ ังคงชืน่ ชอบการฟ้อนรำ�และต้องการให้ทาง มหาวทิ ยาลยั จัดบรกิ ารวิชาการดา้ นศิลปวฒั นธรรมเพ่อื นำ�มาประยกุ ต์กับวฒั นธรรมของชุมชนตนเอง จากการศึกษาเรอ่ื งราวชาวไทยญ้อ ต�ำ บลทา่ ขอนยาง อ.กนั ทรวชิ ัย พบวา่ ชาวไทยญอ้ มสี ถานที่ และสิง่ กอ่ สร้างสำ�คญั ประจ�ำ ชมุ ชนอนั ได้แก่ – วัด ประกอบไปด้วย วัดมหาผล (วัดเหนือ) วัดเจริญผล (วัดใต้) และวัดสว่างวารี แต่วัดที่มี ความสำ�คัญมากที่สุดของชุมชนชาวญ้อบ้านท่าขอนยาง คือ วัดเจริญผล เนื่องจากวัดเจริญผลเป็นวัดที่ เกา่ แก่ ท่ีกอ่ ตั้งมาพร้อมกับชมุ ชนและมีพระพุทธรูปเกา่ แกท่ ชี่ ุมชนชาวญอ้ บ้านทา่ ขอนยางอญั เชิญมาจาก ประเทศลาว ภายในวัดยังมีศาลาวัฒนธรรมท่ีเป็นที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างของวัฒนธรรมญ้อต้ังแต่อดีต จนถงึ ปจั จบุ นั ที่ก�ำ ลังด�ำ เนนิ การกอ่ สร้าง ผ้จู ดั โครงการเผยแพรเ่ พ่อื อนรุ ักษอ์ งคค์ วามรรู้ ำ�โทนกนั ทรวชิ ัยที่ จะจัดข้นึ โดยหลักสูตรดรุ ยิ างคศาสตรบณั ฑิตนัน้ มีความประสงคจ์ ะใช้สถานท่ที ่ถี ือเปน็ ศูนยร์ วมจิตใจใน ชมุ ชน ผจู้ ดั จงึ เลอื กจากประสบการณท์ เี่ คยไปท�ำ การบรกิ ารวชิ าการสอนรายวชิ าดนตรกี บั ความงามใหก้ บั โรงเรียนผสู้ ูงอายคุ ณะพยาบาลศาสตร์ ทำ�ใหเ้ ช่อื มโยงกบั วดั เจรญิ ผล ตำ�บลท่าขอนยาง อ�ำ เภอกันทรวิชยั จ.มหาสารคาม โดยอาราธนาพระคุณเจ้า เจ้าอาวาส พระครูอุดม วัฒนคุณ เจ้าคณะตำ�บลท่าขอนยาง เปิดแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมรำ�โทนให้กับชาวบ้านหมู่ที 1,2,3,4 ,11 และประชาชนที่สนใจ ได้มาใช้ สถานที่ภายในวัดสำ�หรับเพื่อเป็นการต่อยอดงานวิจัยโครงการอนุรักษ์รำ�โทน อำ�เภอกันทรวิชัย จังหวัด มหาสารคามของผศ.ดร.คมกริช การนิ ทร์ ทา่ นคณบดีวิทยาลัยดรุ ิยางคศลิ ป์ ซึ่งครัง้ นัน้ ไดร้ ับทนุ สนบั สนุน จากโครงการท�ำ นบุ ำ�รุงศิลปวัฒนธรรมแบบมงุ่ เป้า ประจ�ำ ปี 2559
78 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ วัตถุประสงค์ 1) เพือ่ ให้บริการวิชาการด้านดนตรี ต่อย อดผลงานวจิ ยั ร�ำ โทนกนั ทรวชิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม ใหก้ บั ชมุ ชนผสู้ งู อายวุ ดั เจรญิ ผล ต�ำ บลทา่ ขอนยาง อำ�เภอกันทรวิชัย 2) เพอ่ื สรา้ งความรว่ มมอื ทางวชิ าการกบั ชมุ ชนวดั เจรญิ ผล ต�ำ บลทา่ ขอนยาง อ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั โดยมีการบูรณาการโครงการกับรายวิชา ภาพท่ี 1 การแต่งกายชุดร�ำ โทนทา่ ขอนยาง กนั ทรวชิ ยั ดนตรพี นื้ บา้ นภาคกลาง กจิ กรรมการสอนดนตรี ซงึ (ทม่ี า : นายพัฒนะ พมิ พแ์ น่น ภาพข่าวบ้านเมือง) นิสติ จะได้มสี ่วนร่วมในการดำ�เนินกิจกรรมเพื่อส่ง เสริมการเรียนร้ใู นการพัฒนาทกั ษะดนตรพี นื้ บ้าน การบูรณาการกับการทำ�นุบำ�รุงศิลป ภาคกลาง ทกั ษะการท�ำ กิจกรรมของนิสติ พฒั นา วัฒนธรรม จติ ใจ ภาวะทางอารมณด์ ว้ ยดนตรี อกี ทง้ั ยงั พฒั นา ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม จติ อาสาของนิสติ ด้วย โดยสรุป จากการดำ�เนินงานโครงการใน ระยะเวลาทผี่ า่ นมาสามารถท่จี ะสะท้อนใหเ้ ห็นถงึ จากการดำ�เนินโครงการ พบว่าสามารถ การบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคโ์ ครงการ คอื เกดิ กระบวนการ ดำ�เนินการได้ตาม ที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นผลจากการร่วม ท�ำ งานทเี่ นน้ การมสี ว่ นรว่ มระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั กบั มือจากทุกฝ่ายที่ให้ความโดยต่อยอดจากงานวิจัย ชุมชน การบริการวิชาการแก่ชุมชนในด้านการส่ง เรอ่ื ง ร�ำ โทน อ.กนั ทรวชิ ยั ของทา่ นคณบดวี ทิ ยาลยั เสริมกระบวนการเรียนรู้ การค้นคว้าวิจัย การส่ง ดุริยางคศิลป์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.คมกริช การิ เสรมิ การเรยี นรใู้ นการเสรมิ สรา้ ง หรอื บรู ณาการใน นทร์ เมอื่ ปี พ.ศ. 2558 ซง่ึ การศกึ ษางานวจิ ยั พบวา่ การน�ำ ไปใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน การศกึ ษา เรียนรู้นอกพ้ืนที่ของนิสิต ซึ่งสามารถบูรณาการ 1. รำ�โทน ของชาวกันทรวชิ ัยนี้ ได้รบั การ เขา้ กบั การเรียนการสอนได้ ส่งเสรมิ การสรา้ งองค์ สืบทอดมาจากบรรพบุรษุ ทีอ่ พยพมาจากจังหวัด ความรู้ ประเดน็ การวจิ ยั ใหมๆ่ เพอ่ื สรา้ งสรรคง์ าน โคราช ซงึ่ ไมท่ ราบแนน่ อนวา่ ยา้ ยมาอยใู่ นชว่ งใด ใช้ วจิ ัยท่ีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม การท�ำ นุ เลน่ ในงานบุญประเพณีประจำ�ป ี ผทู้ ยี่ งั คงจดจำ� บำ�รงุ ศลิ ปวฒั นธรรมของชาตใิ นเชิงบูรณาการ การ ทำ�นองจังหวะและท่ารำ�ได้น้ัน เป็นผู้สูงวัย มีอายุ ส่งเสริมและการพัฒนาวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ตง้ั แต่ 50 ปี ขน้ึ ไป เกดิ การแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ ในการประพนั ธเ์ นอ้ื รอ้ ง ทำ�นอง ทา่ รำ�ใหม่ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับชมุ ชนทา่ ขอนยาง 2. นกั แสดงประกอบดว้ ยทง้ั ชายและหญงิ โดยใช้ชอื่ ว่า รำ�โทนชาวทา่ ขอนยาง ผแู้ สดงหญิง สวมเสื้อแขนยาว นุง่ โจงกระเบน หม่ สไบทดั ดอกไม้ ผแู้ สดงชายสวมเสอื้ คอกลมแขนสนั้ ข่ือเพลง : ร�ำ โทนชาวท่าขอนยาง นุ่งโสร่งสำ�เร็จ ใช้ผ้าขาวม้าคาดเอว เคร่ืองดนตรี ผู้ประพนั ธ์หลัก : ผศ.ดร.ปราโมทย์ ด่าน ประกอบด้วย โทน, ฉิง่ และ โหมง่ บทเพลงท่เี ป็น ประดิษฐ์ เพลงสมัยนิยม รปู แบบการแสดงร�ำ เปน็ วงกลม มี การไหว้ครกู ่อนการแสดง และโอกาสในการแสดง คืองานสงกรานต์ และงานประจำ�ปี
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 79 ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ�หลัก : อาจารย์ยุพิน 10. เพลงลา จะกล่าวถงึ ความผกู พันนัน่ เหลา่ ทอง คอื ความแนน่ แฟน้ ของความรสู้ กึ วา่ คนคนนเี้ ปน็ คน ทเี่ ราร้สู ึกอยากอยใู่ กล้ อยากเหน็ หน้าทุกวัน อยาก ร�ำ โทนชาวท่าขอนยาง รวมพลังรว่ มสรา้ ง พูดคุย จะขัดแย้งกันแรงมากขนาดไหนก็ไม่เสียใจ ความสขุ ไทยญอ้ ปราศจากความทกุ ข์ (2) มากเท่ากับการจากลา แต่ในเพลงน้ีผู้ประพันธ์ กล่าวถึงการรำ่�ลาเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดิน ได้พง่ึ พระ พทุ ธ ชนิ วร ประเพณีไหลเรือ ทางลาเฉพาะจบงานในวันน้ีและจะพบกันใหม่ใน ไฟ ลอยโคมไฟ ขึน้ ไปบนฟ้า โอกาสหน้า และจบลงด้วยช่ือเสียงกลองประเภท หน่ึงสําหรับตีขัดจังหวะ ขึงหนังด้านเดียวคล้าย ร่วมแรงรว่ มศรทั ธา (2) ได้ช่ือว่า ชาวทา่ กลองยาว แต่เล็กและสัน้ กว่า คือ โทน ขอนยาง เพลงที่ใช้ในโครงการมีเน้ือร้องถ่ายทอด ผลจากการด�ำ เนนิ งานโครงการสะทอ้ นให้ เก่ยี วกับส่ิงต่างๆ ของอำ�เภอกนั ทรวชิ ยั จำ�นวน 10 เหน็ ถงึ กระบวนการตอ่ ยอดงานวจิ ยั โครงการอนรุ กั ษ์ บทเพลง ได้แก่ ร�ำ โทน อ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั จังหวัดมหาสารคาม โดย วทิ ยาลยั ดรุ ยิ างคศลิ ป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ได้ 1. เพลงไหว้ครูเนื่องจากการไหว้ครูเป็น รบั ทนุ สนบั สนนุ จากโครงการท�ำ นบุ �ำ รงุ ศลิ ปวฒั นธรรม พิธีกรรมท่ีเป็นประเพณีของไทยที่นิยมปฏิบัติมา แบบมงุ่ เป้า ประจำ�ปี 2559 โครงการสง่ ผลให้เกดิ แตส่ มัยโบราณ การมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานที่เก่ียวข้องได้ เข้าร่วมในการดำ�เนินงานโครงการร่วมกันในการ 2. เพลงหลวงพ่อท่ีเป็นท่ีเคารพสักการะ พฒั นาโดยเรมิ่ จากพน้ื ฐานดา้ นศลิ ปวฒั นธรรมของ ของลูกชาวกันทรวิชัย หลวงพ่อพระพุทธมงคล ชุมชนและสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของสมาชิก และหลวงพอ่ พระพทุ ธมงิ่ เมือง ในชุมชนเป็นปัจจัยสำ�คัญ เกิดกระบวนการค้นหา และสร้างองค์ความรู้ในการวิจัย ประเด็นการวิจัย 3. เมอื งคนั ธา เปน็ การเลา่ ถึงความเปน็ สามารถเกดิ การขยายผลทีเ่ ปน็ รูปธรรมทส่ี ามารถ มาของอำ�เภอกันทรวชิ ัย ถา่ ยทอดองค์ความรจู้ ากงานวิจัยดังกลา่ วและเกิด ประโยชน์จริงกับชุมชนอีกทั้งเพ่ือสืบสานอนุรักษ์ 4. เพลงกันทรวิชัย (จังหวะออ็ ฟบิท) (ท่า การรำ�โทนใหย้ งั่ ยนื ในชุมชนต่อไป สอดสร้อย) ประเดน็ ทห่ี วั หนา้ โครงการสนใจตอ้ งการน�ำ ไปขยายผลคอื เรอ่ื ง เกยี่ วกบั สขุ ภาพ ทดลองจากชาว 5. เพลงบา้ นเราซงึ่ หมายถงึ อ�ำ เภอกนั ทรวชิ ยั บา้ นในชมุ ชนทา่ ขอนยางกลมุ่ ตวั อยา่ งระหวา่ งบคุ คล ทม่ี ขี องดปี ระจ�ำ ทอ้ งถน่ิ เอกลกั ษณแ์ ละอาชพี หลกั ที่ไม่เข้ารว่ มโครงการกับบุคคลท่เี ขา้ รว่ มอนรุ ักษร์ �ำ ของชาวกันทรวิชยั โทนอยา่ งตอ่ เนอื่ ง สนั นษิ ฐานวา่ ผลการทดลองงาน วจิ ยั นจ้ี ะพบวา่ ร�ำ โทนท�ำ ใหบ้ คุ คลทเี่ ขา้ รว่ มอนรุ กั ษ์ 6. เพลงเธอมาจากไหน เปน็ การแนะน�ำ ตวั ร�ำ โทนอยา่ งตอ่ เนอื่ งมสี ขุ ภาพจติ สขุ ภาพกายทสี่ ดใส เองและมมส.ในการสง่ เสรมิ ฟนื้ ฟวู ชิ าการดา้ นตา่ งๆ แข็งแรงปราศจากโรคภยั มากกว่าคนท่ไี ม่เขา้ ร่วม 7. เพลงยามเย็นมาจากความน่ารักของ การเกี้ยวพาราสี 8. เพลงรูปหล่อมาจากความน่ารักของ การเกี้ยวพาราสี 9. เพลงแสงจันทร์มาจากความน่ารกั ของ การเก้ียวพาราสี
80 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ (ทีม่ าของภาพ : นายพัฒนะ พิมพ์แนน่ ภาพข่าวบา้ นเมอื ง)
โฮมสเตย์ตน้ แบบบ้านหนองโนใต้ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม หลกั สูตรสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมติ ศิลป์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ผู้รับผิดชอบโครงการ อ.รชั นูพรรณ ค�ำ สงิ หศ์ รี ผ้รู ่วมเขียนบทสรุปโครงการ อ.รัชนูพรรณ ค�ำ สงิ หศ์ รี อ.เปรมยดุ า ชมพคู �ำ และ อ.ณฐั วฒั น์ จิตศีล ความเป็นมาโครงการ บ้านหนองโนใตเ้ ป็นชมุ ชนขนาดเล็ก ตง้ั อยทู่ างทิศเหนือของ พระธาตนุ าดูน หา่ งจากตวั อำ�เภอ นาดูน 6 กโิ ลเมตร บนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 4007 นาดูน-นาข่า-บรบือ เป็นชมุ ชนขนาดเลก็ ที่ ยังมีวถิ ชี ีวิตแบบชนบทอสี าน และมีภมู ิปญั ญาดง้ั เดิมทีถ่ ูกสบื สานจากรุ่นสู่รนุ่ ท้งั ฮตี เกา่ คลองเดมิ ตามวถิ ี ชีวติ แบบชนบทอสี าน เดมิ ทใ่ี นพน้ื ทน่ี มี้ ปี ญั หาเร่ืองการใช้เวลาว่างของเยาวชน ซง่ึ เปน็ ปญั หาสามารถพบ ได้ทั่วไปในกลุ่มวยั รุ่นทอ่ี าศัยอยู่ในพื้นทหี่ มู่บ้าน เชน่ การรวมกลมุ่ เพอ่ื สังสรรค์ การแข่งรถจกั รยานยนต์ ดังนั้นครูเซยี ง หรือ นายปรชี า การุณ อดตี นกั แสดงละครเวทีจึงได้กอ่ ต้ังคณะละครหนุ่ หมอลำ�ขึ้น เพอ่ื แก้ ปัญหาดังกล่าว ทำ�ใหเ้ ยาวชนในชุมชนมีกจิ กรรมท่ีมีประโยชน์ จนกระทง่ั สามารถกอ่ ต้งั โรงละครหมอลำ� หุ่นเพื่อชุมชน โฮม ทอง ศรี อุปถัมภ์ ขึ้นมาได้ ซึ่งโรงละครนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของชุมชนและ ความทุ่มเทในการพฒั นา หนุ่ กระตบ๊ิ กอ่ ใหเ้ กิดศกั ยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม อกี แหง่ หนง่ึ สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของอ�ำ เภอนาดนู ทเ่ี ปน็ ทตี่ ง้ั ของพระธาตนุ าดนู ซง่ึ เปน็ พทุ ธสถานทบ่ี รรจุ พระบรมสารีริกธาตุที่สำ�คัญของจังหวัดมหาสารคาม และเป็นเส้นทางท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์และ วฒั นธรรมทเี่ ชอ่ื มโยงกบั สมิ โบราณ ของ วดั โพธาราม และวดั ปา่ เรไร รวมถงึ กสู่ นั ตรนั ต์ และศาลหลกั เมอื ง บา้ นนาขา่ อกี ด้วย นอกจากการสบื สานวฒั นธรรมและประเพณแี ลว้ นน้ั ทางชมุ ชน ยงั มคี วามตอ้ งการในการพฒั นา พนื้ ทใ่ี หเ้ ปน็ หมบู่ า้ นโฮมสเตย์ เพอื่ รองรบั การเปดิ เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ วใหก้ บั นกั ทอ่ งเทยี่ วทส่ี นใจกจิ กรรม เชิงวิถีชีวิตและการศึกษาวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เนื่องจากปัจจุบันมีผู้สนใจมาศึกษาเรียน รู้วัฒนธรรมของหมู่บ้านจำ�นวนมากข้ึน แต่ในชุมชนเองยังขาดท่ีพักเพ่ือรองรับผู้สนใจเรียนรู้วัฒนธรรม และต่อเน่ืองมากกว่าการแวะเยี่ยมชม แต่ชุมชนยังไม่เข้าใจการริเร่ิมทำ�โฮมสเตย์และการปรับปรุงบ้าน พักอาศัยที่มีอยู่เป็นท่ีพักให้กับนักท่องเที่ยว สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ซ่ึงมีความเช่ียวชาญด้านการ ออกแบบการใชป้ ระโยชนพ์ นื้ ทแี่ ละอาคารจงึ มคี วามสนใจในการรว่ มพฒั นาปรบั เปลยี่ นพน้ื ทพี่ กั อาศยั เดมิ สูก่ ารต้อนรบั นกั ทอ่ งเทีย่ วแบบโฮมสเตย์ โดยการบรู ณาการรว่ มกบั ศาสตร์ทางดา้ นการออกแบบและการ จัดพ้นื ทใี่ ชส้ อยใหเ้ หมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ใชง้ าน การจัดสภาพแวดลอ้ ม การปรงั ปรุงภูมิทัศน์ โดยมี กระบวนการ การมสี ว่ นร่วมของคนในชมุ ชนเป็นกระบวนการสำ�คัญทจี่ ะท�ำ ให้โครงการยั่งยืน ชุมชนอยไู่ ด้ ดว้ ยตนเอง โครงการนซี้ ง่ึ มีความสอดคลอ้ งกับความเชย่ี วชาญของหลกั สตู ร และเปน็ ความต้องการทเี่ กดิ
82 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ขน้ึ จากโจทยข์ องชาวชุมชน เพ่ือปรบั ปรุงบ้านทมี่ อี ยู่ ให้กบั เจ้าของบ้านทมี่ ีความสนใจในการพัฒนาบา้ น ให้เกิดเป็นท่ีพกั ท่ีได้มาตรฐานการเป็นโฮมเสตยต์ ่อไป แผนผงั ที่ 1.1 แสดงความเป็นมาโครงการ การมีส่วนร่วมของชมุ ชนและนสิ ิต รปู ที่ 1.1 แสดงตำ�แหนง่ ท่ีตง้ั ของบ้านหนองโนใต้ หม่7ู อ.นาดนู จ.มหาสารคาม
พระธาตนุ าดูน รูปท่ี 1.1 แสดงตาแหน่งท่ีตงั้ ของบา้ นหนองโนใต้ หม่7ู อ.นาดูน จ.มหาสารคาม 2.วตั ถุประเอสกงสาครโ์ปคระรกงอบกกาารรนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 83 1. ออกแบบและปรับปรุงท่ีพักอาศัยเดิมให้สามารถเป็นโฮมสเตย์สาหรับรองรับนักท่องเท่ียวเชิง วัตถุประสงค์โว2คิถ. รชีสวีรงติ้ากงแกาลระระวบัฒวนนธกรารรมกไาดร้ทางานร่วมกับชุมชแนลนะสิงติบปแรละคมณาณาจทารี่เหย์มาะสม กำ�หนดวตั ถปุ ระสงค์ ใหส้ ามาร1ถ.เปอน็ อโกฮ3แ.มบสสรบเา้ตแงยคลส์ วะ�ำาปหมรรับูค้บั วปราอรมงุงเรทขบัา้ ี่พในจักกัใอหทา้กอ่ ศับงัยเเจทเา้ดย่ี ขิมวองบ้านกขใอรนะงกโบาครวรปนงรกบักบาาร้ารนเใพเหปื่อ้ชน็ วัดโาฮเงมจขสนอเตบยพเ์ ขรต้องมากนับแกลาะรอทอบกทแบวนบ ปชเบกกชุมล้าัญรงิ นชับกอปนขอพวะหนบอใอริถอั้นรนื้มนาอะบกกีชวทานแทบโกแเีวแี่เนยขลดพิสากบาติบ23จชตกงงัาระิตบแ่ือาบ..นงคต3จรปาคกลากอส์สกแาณท.าแรนรกวระรับกอลกรราลบัาอรแาาดว้าง้าทกะากจะะงบลบมาฒังงเา้ัรำง�ทบแาคะนขงคก้าตชรลร่ีเบนวาอีณยทนลน1วุมรย้อนงนอธบน่ี.สางะช์เไิาน1พงภกกปรพดมอแกนบจกแาารก้ืน้แท้ืดน็บนรราวยรบามลคาาู้คอททโบรอดนใรบไะฮกลตรยวบี่าเา่ีแเดกกดบา้รมอบ้จราเ์งล้รงัรนาาะ้ืงอามสาื้อตะทะรยกนิรยงนเเบวังกยบันวบะตขตกอวตภิ์แชาเคท้้านาำ�ยยวนล้รนาารใวโวเ์ลา่กจศพทะจยานงเาานใิมพลแื่ทใอำ�วแรหติตสบปงสรลใ่ือย้กิ้ตอห้รารบแอะ์โสะผงณับนช้สฮลบงกอู้รยบัดาเระมกถา่วจรบเะ่วปวรารจมสว้าเมัฒรรมถขนจโวขเะมคกอปตาดนลอมแรงัับมญงัยพธางาชงลตร์รกณหุมะาร้อาารกชทมมราแนรี่เอกงลหณเเวรลแทอโตวทิักบคดคสแมระลรมงอัวำ�ีศี่ังกดิราลรรรคพะาอ1อกงแึกน่ืณอาะงณปะว.บาิสยนื้สแร2ษกบงสารกนรูท่าดาซกบทามมูรามะณงรนงึ่บงททรณบส่ีรตือโใแรเรที่เยาน�ำปี่ส้แอมาใบกกซมดกวรชนแก็ลงนอ่ีแาย่ึงบนวทาังกนผาหกะเวลวดจรวแสรปานฤ์กิเชขนาะรรคนรขส�ำผน็ษ้ับรอารกดว่่วแียลรนั้ดังใลณวงมมวฎทรลวทนน้องเชิัตงณกกทกีทจัง้ะพ่ีหใแงพาถ1ับชรบันาดนศีื่ี่เอบกใลุป.รกุมื้นรง1รานงักอึแัมกับบารค่ียาโตชทอษหผยทสะจรยณควนากี่สวูนะาลทรตฤวขดรวแิชาทหางษรกัยชิอผา้อาังคจบายวสเี่ฎ์าโสงาังตมงก์ขาคฮ่าบวถคทีทจทตูเรงอย่ีาตอมิชพเาอ่ีเา่ีกยรคี่รงวมกาสป้อ1มร่ือ1าสโาไ์รขศยี่พเัคตยรง.ด่ืพองตใถ2.อ้วลิ1ิวลรกยหแ์ทท้งยขางวิเงปงกมลาต้ห์เก้อ�ปำี่เกพรพตืแรอร1ะอกงลาาัตะ้ืนรขลเอใอ่ืนร.รัาบกพ1หนยทม์เอเระอริสรมพพอ่ืกกี่สใวเ์ทวงออิตหพแา่ืใอ่ือาาร่าฒัชหบกเบล้ผรรกเรวอื่งพุมก้หแทวลนาามะู้รกกก่ือิดจบาชรงงว่วดธใาาานหบมนรรรรัง้ ตารางท่ี 1.1 แสดงกรอบการทบทวนวรรณกรรมและทฤษฎีท่เี ก่ยี วข้องกับโครงการเพื่อนาไปใชอ้ อกแบบ กระบวนการทางาน หัวข้อ วตั ถปุ ระสงคก์ ารศึกษา ใชอ้ อกแบบเครอ่ื งมอื ในการ ดาเนินงาน 1.โฮมสเตย์ (HOMESTAY) สร้างความเข้าใจทตี่ รงกันเกี่ยวกบั โฮมสเตย์ -องคค์ วามรเู้ รอ่ื งโฮมสเตย์ - ความหมาย ทงั้ อาจารย์ นิสติ และชมุ ชน -คมู่ อื สาหรับกอ่ ตั้งกร่มุ โฮม - ประเภทของโฮมสเตย์ เพอื่ ใหท้ ราบประเภทและใช้เป็นกรอบ กาหนดขอบเขตงานออกแบบดว้ ย กาหนดรปู แบบของตน้ แบบโฮมส รปู แบบของโฮมสเตย์ เตย์บ้านหนองโนใต้ - มาตรฐานโฮมสเตยไ์ ทย -เพื่อทราบมารฐานท่ีดขี องการเข้ารบั การ -คู่มือสาหรับกอ่ ต้ังกรุม่ โฮม พ.ศ. 2554 กรมการท่องเท่ยี ว ประเมินจากกรมการทอ่ งเทย่ี วในการจัดต้งั -เกณฑม์ าตรฐานขั้นต่าใช้กาหนด กลมุ่ โฮมเสตย์ ขอบเขตงานออกแบบ -ทราบกระบวนการจัดต้ังและดัชนที ่ใี ช้ -แบบสารวจความพร้อม ประเมินมาตรฐานโฮมสเตย์ - กฎระเบียบทเี่ กยี่ วข้อง -ให้นสิ ิตเรยี นรคู้ วามสาคญั ของการศกึ ษา -เพอื่ ทราบขอบเขตการทางานออกแบบ กบั กฎกระทรวง กฎหมายท่ีมีพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ อาคาร ให้เป็นไปอย่างถกู ตอ้ งและมามารฐานท่ี เป็นตวั กาหนดกอ่ นลงมอื ออกแบบ ชัดเจน -เปน็ แนวทางเบือ้ งตน้ ให้ชุมชนเขา้ ในการ -แบบสารวจความพร้อมเบือ้ งตน้ สาหรบั สร้างโฮมสเตยโ์ ดยมีกฎหมายเป็นตวั อา้ งอิง การปรับปรงุ บา้ นพกั อาศัยเดมิ เปน็ โฮมส ทัง้ ขอ้ กาหนด เตย์ -คมู่ อื สาหรบั กอ่ ตัง้ กรุ่มโฮม
-เปน็ แนวทางเบอื้ งต้นให้ชุมชนเข้าในการ -แบบสารวจความพรอ้ มเบอ้ื งตน้ สาหรับ สรา้ งโฮมสเตยโ์ ดยมีกฎหมายเปน็ ตัวอ้างองิ การปรบั ปรงุ บ้านพกั อาศัยเดมิ เปน็ โฮมส ทั้งข้อกาหนด เตย์ -คู่มือสาหรบั ก่อตงั้ กรุ่มโฮม 84 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ตารางท่ี 1.1 แสดงกรอบการทบทวนวรรณกรรมและทฤษฎีทีเ่ ก่ียวข้องกับโครงการเพื่อนาไปใช้ออกแบบ กระบวนการทางาน (ต่อ) หัวข้อ วตั ถปุ ระสงคก์ ารศึกษา ใชอ้ อกแบบเครอ่ื งมอื ในการ ดาเนินงาน - คุณสมบตั เิ บือ้ งตน้ ของ -สรา้ งความเข้าใจทตี่ รงกนั เก่ียวกบั โฮมสเตย์ -เกณฑ์การคัดกรองกรณีศกึ ษา โฮมสเตย์ 10 ประการ ท้งั อาจารย์ นสิ ติ และชุมชน -แบบเกบ็ ข้อมลู อาคารเดมิ (Existing)เบือ้ งต้นเพอื่ การออกแบบ - กรอบดชั นชี ว้ี ัดคุณภาพ -สร้างความเข้าใจทต่ี รงกันเกีย่ วกบั โฮมสเตย์ -แบบสารวจความพรอ้ มเบ้ืองต้นสาหรับ มาตรฐานการจดั การ Home ทัง้ อาจารย์ นิสิตและชุมชน การปรับปรุงบ้านพกั อาศยั เดมิ เป็นโฮมส Stay เตย์ -ลาดบั ขั้นตอนเพอ่ื เปน็ แนวทางในการ -คู่มอื สาหรับก่อต้ังกร่มุ โฮม 2.การรงั วัดและสารวจข้อมลู ปฏิบตั ิงานภาคสนามใหก้ ับนสิ ติ อาคาร -แบบเก็บข้อมลู อาคารเดมิ (Existing)เบอื้ งต้นเพ่อื การออกแบบ 3.กรณีศกึ ษาโครงการ -เพอื่ เรยี นรู้แนวทางการกอ่ ต้งั และบริหาร -คู่มอื สาหรับกอ่ ตงั้ กรุ่มโฮม ใกล้เคียง จดั การโฮมสเตยว์ ถิ ีธรรมชาติ วฒั นธรรม และวิถชี ีวิต -เรียนรอู้ งค์ประกอบของโฮมสเตยท์ ง้ั แนวคิด และกายภาพของการปรบั ปรงุ อาคาร ตัวอตยัว่าองยแ่าบงแบบสบำ�สราวรจวคจคววาามมพพร้อมเบบ้ือื้องงตต้น้นสสาหำ�รหับรกับากรปารปบั ปรับรุงปบร้าุงนบพ้าักนอพาศักัยอเดาิมศเัยปเ็นดโิมฮเมปส็นเตโยฮ์ทมี่สสาเมตายร์ทถ่ี เมสHพารo่ือกมmใาารรทหeรรัอบอ่ ป้สถงSรงรารรอเtทบัับaมับงีย่นyนปารวักักรอ(ร.กท2ถทงุง5่อร่รอน5มงองักเ4เกทงทท)รา่ยี ี่ย่อับรวแวทงไนลไดเดอ่ะักท้ ้คงทใ่ียอาเชทอว่อถ้สกไาย่ีงาดมแเวรทเบ้.วก2ใ่ียบจย่ีช5วตสว้ส5ไิางกำ�ดทร4ับรา้่ีม)ควงอีแแวตจอลาลาสกม้วมะิงแคแดคทลิดบัชำ�่ีมะเนบถหสีแีดา็นติ่งลชัมขทาน้วอเรี่ยกแชี งาังี้วลเยี่ขงจดั วตะา้าคกดสขาณุ ไบัมอ่ิงปภทงคดหบา่ียวัชรพ้าาังนือนมมขมีดาาคคีแัชตดวดิลรนาไ้เฐวมีชปหาแตี้วนหน็ต้อัดก่ครขงคาือวอกรุณรมงาจมรเีแัดภจีกมลกา้าารา้วขพรกรปแอามรตHรงาปับบo่คตรปm้าวับรนรรฐeปุงมาคเรSพีกนุงวtื่อาaกาใรyมาหปรต(้สกรจอ้ารับัดมงมปกกากรราาาถุงรรร ตารางที่ 1. 2 แบบสารวจความพรอ้ มเบื้องตน้ ดชั นชี ี้วดั คุณภาพมาตรฐานการจดั การ Home Stay มาตรฐานท่ี 1 ดา้ นท่พี ัก ปัจจยั สนับสนุน มี ไม่มี ระบสุ ภาพ/จานวน/สงิ่ ทค่ี วรปรับปรงุ พรอ้ มใช้ ปรับปรุง 1 ลักษณะบ้านพกั ที่เปน็ สดั ส่วน 2 ทพี่ ักท่ีนอนสะอาด และสบาย 3 มหี ้องอาบนา้ และห้องสว้ มท่ี สะอาดมดิ ชิด 4 มุมพักผ่อนภายในบ้าน
ตวั อย่างแบบสารวจความพร้อมเบ้ืองต้นสาหรับการปรับปรุงบ้านพักอาศัยเดิมเปน็ โฮมสเตย์ท่ีสามารถ รับรองนักท่องเท่ียวได้ ใช้สารวจสิงที่มีแล้วและส่ิงที่ยังขาดไปหรือมีแล้วแต่ควรมีการปรับปรุงเพ่ือให้สามารถ รองรับนักท่องเทยี่ วไเอดก้ สาอรอปรกะกแอบบบกาตรนาำ�รเสานงอตผาลมงาดนกัชานรปีดรชัะชนุมวชี ิชี้วากดั าครณุ มหภาวาิทพยมาลาัยตมหราฐสาารนคกามาวริจจัยัดคกรั้งาทรี่ ๑H๓o:mสาeขาSบรtิกaาyรว(ิชกากรามรการ 85 ทอ่ งเท่ียว.2554) และคาถามเก่ยี วกบั ความคิดเห็นของเจ้าของบา้ น ความต้องการมรการปรับปรุง ตารางที่ 1. 2 แบบสารวจความพรอ้ มเบื้องต้น ดชั นีช้ีวดั คณุ ภาพมาตรฐานการจัดการ Home Stay มาตรฐานที่ 1 ดา้ นทพี่ ัก ปัจจยั สนบั สนนุ มี ไมม่ ี ระบสุ ภาพ/จานวน/สงิ่ ทคี่ วรปรบั ปรุง พร้อมใช้ ปรบั ปรุง 1 ลกั ษณะบ้านพักทีเ่ ปน็ สดั ส่วน 2 ทพี่ กั ทนี่ อนสะอาด และสบาย 3 มีหอ้ งอาบน้า และห้องสว้ มท่ี สะอาดมดิ ชดิ 4 มุมพักผ่อนภายในบา้ น 5 มมุ พกั ผอ่ นภายในชมุ ชน แผนผงั ท่ี 1.1 แสดงขัน้ ตอนในการดำ�เนินโครงการ การออกแบบดำ�เนินโครงการน้ัน ทางคณาจารย์ได้คำ�นึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและนิสิต เปน็ หลกั โดยแตล่ ะภาคส่วนนนั้ จะมบี ทบาทและหน้าท่แี ตกต่างกันออกไป มกี ารลงพื้นทท่ี ำ�งานร่วมกับ
86 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ชาวชุมชนท้งั หมดจ�ำ นวน 7 ครัง้ และมีายละเอยี ด 7. นำ�ความต้องการและปัญหาท่ีได้ มา การดำ�เนนิ การตงั้ แตเ่ ดอื น ม.ค.-ก.ค.2560 ดงั นี้ รว่ มกนั ออกแบบปรบั ปรงั บา้ น จ�ำ นวน 3 หลงั ตาม 1. ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ ง มาตรฐานการเป็นกล่มุ โฮมสเตย์ กบั รายวชิ าและโจทยจ์ ากชุมชน 8. พัฒนาแบบร่าง และได้รับการตรวจ แบบจากเจา้ ของบา้ น 3 คร้งั 2. รบั สมัครนสิ ิตเข้ารว่ มโครงการ 9. น�ำ เสนอแบบจรงิ สรปุ ผลการออกแบบ 3. วางแผนการลงพนื้ ที่เก็บข้อมูลเพ่ือหา หนคโCแจล้นุสินoทะติเ้าmคยกแทใ์ยmลาเี่นแประuกดลเน็645nจา�ำะส..า้iร.เtคสเขนถyอข�ำวWอาา้ินอราขงปพวกโม119876้ึนบoคจน10))))บแเา้))แรขrกิผบเนทสนเพกนตWบลงจkป้านู้ชรา่าาาา้บัฒากไ้าoะใรปุงเคกนs็นมุขด�ำสนrๆเจพาาผวkปไอนชาhรท้ชเาดลsตรทง็นดูแอปวมhมุ้กทบน�ำ่ีมกบoแอ่ครoตลาาา้ชางลบบับp้รอนงยุโจสpาุ่มานคบรปงาคากHโา่กนัดนอจรเกฮงรoาบ2ังุเพรรเมรบลHรจงิmง่แวชสวอื่แอื่า้า้กมลถสเวeกมุลขนมoตะชกราsบาะอันไยชัุปนกtแ้ีโปดรง้ามma์ดนผบนจนั้รัญy โยลค1บัา้ดเ งมหเfพกนeกโยจวoวงุ่าาเดา้าทเrอื่คอาทตัรsนรบี่ยนองC่ีไสมตืน้นถ้าtดอิสoทรนรกaต้ปุกิวmตมทาา้น่ีจแเท้อyรราง้ังmพแบสิแราะคงบ3บ่วกหuื่ตอิสกวfบมไ้ปnนหขoทใกางจาiร้าลtปหัานับคมyทร�ำังrญักอป่ี์้เขเมปอหรจึ้นีคกุง็นาา้ วบเขแสเบาา้ปอบถมอื้ปไทเเแนง็บนาหทตปงบกร้ังปปเตใอ้ ้าวน็่ยีนพไ้บัรน้นงนลขเับ3กวิขกวรปาคาปป3ทเชออ้รือช2รรุมสีหญัคทงงัมงุิงารชรวีจ่บลเธะหบว้ังนันะๆจ111้าาบังใิถนารา้้าหสบ1201กณเีชนอเ้ขสจมบ.ก..ันคะบีวาาอิดีคืทอ้ืนรนใทสถติเกองนพวงวา�ำาดเรงแบน่ือมพตเรานกุปรลวลคพื่อา้้า3น้มับาวทัฒใะผอนฟแหหตราคนวสีลมงลังล้ปน้อาคะอืฒัตใังาิสกไหวรงช้อปธิตตารอ้บันากงพ้งมแาางะกรรามปคธานลราบ้อคมิดน้าะรรรณรมเาบเทรัดหงุจจๆปตะสม็้นาบกรจี่ัญเรขฐขลัน�ำ ิงะเ้าหาออรพือนนาใงงอโหอ่ืกดงโเ้รบนยกดบั �้ำ้ากิดยฟ นลแมกงัลุ่มางุ่ คเะเรนจนวหพ้าักาน้ อ้ฒับมทกง้คาน่อนานดิารง�ำ้ ปญั หาต่างๆ ทมี่12า)จทาดกลอเงจใชา้ ง้ ขานอจงรบิง ้าโดนยกเอลมุ่ งนักทอ่ งเที่ยวเชิงวถิ ีชีวิตและวฒั นธรรม รูปที่ 1.2 แสดงการลงพืน้ ทีแ่ ละการท�ำ งานร่วมกับเจ้าของบา้ น
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 87 การบูรณาการกับภารกิจด้านอื่นๆ หลกั สตู รหนง่ึ ชมุ ชนท�ำ ให้นสิ ติ ไดเ้ ห็นมิตขิ องสงั คม ทเ่ี ปน็ จรงิ มากกวา่ ในหอ้ งเรยี นนอกจากนกี้ ารไดน้ �ำ มกี ารบรู ณาการรว่ มกบั การเรยี นการสอน ความรทู้ ม่ี ลี งไปใชใ้ นชมุ ชนจรงิ จะท�ำ ใหน้ สิ ติ ตน่ื รวู้ า่ ใน 2 รายวิชา คือ รายวิชา 1101323 ศลิ ปะและ บางครง้ั สงิ่ ทคี่ ดิ วา่ รแู้ ลว้ ยงั ไมเ่ พยี งพอตอ่ การน�ำ มา วัฒนธรรมอสี าน ( art and culture of I-san ) และ ใช้จริง เป็นการกระตุ้นให้เห็นความส�ำ คญั ของการ รายวชิ า 1101 343 คอมพวิ เตอรเ์ พอื่ การออกแบบ เรียนรู้และเมื่อนิสิตได้ทำ�งานร่วมกับชุมชนจริงได้ และเขียนแบบ 2 (Computer for Design and เห็นอกี บทบาทของตนเองเกดิ ความภูมใิ จและเหน็ Drafting 2) โดยที่ 2 รายวชิ าน้ี มหี นา้ ทแี่ ละบทบาท คณุ ค่าของการทำ�งานเพื่อคนอนื่ มากข้นึ อีกด้วย ทสี่ อดคลอ้ งกนั อยู่ รายวิชา ศิลปะและวัฒนธรรม อีสาน ทำ�หน้าท่ีถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ สว่ นการปรับปรุงเนอื้ หารายวชิ านนั้ วิชา เก่ียวข้องกับประวัตศิ าสตร์สังคมวัฒนธรรมอสี าน ศลิ ปะและวัฒนธรรมอีสาน ( art and culture of ระหว่างช่วงก่อนยุคประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน I-san ) ซง่ึ รับผดิ ชอบโดย อ.ชโิ นรส พนั ทวี น้นั มี และรปู แบบทางวฒั นธรรมในจังหวดั มหาสารคาม ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ หลงั โครงการเสรจ็ สนิ้ คอื เพม่ิ รวมถงึ ปจั จยั แวดลอ้ มทสี่ ง่ ผลสรู่ ปู แบบทเ่ี กยี่ วเนอ่ื ง การลงพนื้ ที่ หรอื ทศั นศึกษาทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับวิถชี ีวติ กับวฒั นธรรมอสี านและความสมั พนั ธท์ เ่ี กยี่ วเนอื่ ง ความเป็นอยู่ ประเพณีและวัฒนธรรมอิสานลงไป ของวฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ ตนเองทโี่ ยงใยสวู่ ฒั นธรรม ในระหว่างภาคการศึกษาด้วย เน่ืองจากนิสิตขาด ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ประสบการณใ์ นการเรยี นร้จู ากกายภาพจริง ในขณะท่ีวิชา คอมพิวเตอร์เพื่อการ โครงการโฮมสเตยบ์ า้ นหนองโนใตเ้ ปน็ การ ออกแบบและเขียนแบบ 2 มีบทบาทและหน้าที่ ท�ำ ตน้ แบบเพอื่ ใหเ้ หน็ และเขา้ ใจโฮมสเตยม์ ากยงิ่ ขนึ้ ในการประยุกตใ์ ช้เครอ่ื งมอื ในการเขียนแบบทั้ง 2 และชใี้ หเ้ หน็ คณุ คา่ ของศลิ ปวฒั นธรรมทช่ี มุ ชนเปน็ มติ ิ และ 3 มติ ิ ในการน�ำ เสนอผลงานใหก้ บั เจา้ ของ เจา้ ของสามารถตอ่ ยอดและน�ำ ไปสกู่ ารสรา้ งรายได้ บ้านได้เขา้ ใจ โดยท่แี บบทั้งหมดนั้นมาจากการนำ� เสริมให้กับครัวเรือน เมื่อชุมชนเห็นศักยภาพของ ความตอ้ งการของเจ้าของบ้านมาเป็นโจทย์ในการ ตนเอง เห็นความสำ�คัญของทรัพยากรที่ตนเองมี ออกแบบ นิสิตได้เข้าใจเทคนิควิธีในการนำ�เสนอ จะเกิดการหวงแหนและรักษาเอาไว้ให้คงอยู่และ ผลงานต่อเวทีสาธารณะท่ีมีฐานเป็นชุมชน ดังน้ัน ลดการยา้ ยถ่ินฐานเพือ่ ไปทำ�งานในต่างจงั หวัด นสิ ติ จะได้ฝกึ วธิ ีการที่จะเขา้ หาชุมชน หรือเจา้ ของ บ้านในฐานะทเ่ี ป็นสถาปนิกชมุ ชน ผลลัพธ์จากการดำ�เนินโครงการ ทั้งสองรายวิชาน้ี ใช้สอนสำ�หรับนิสิตชั้น การปรบั ปรงุ บา้ นพกั อาศยั ใหไ้ ดม้ าตรฐาน ปีท่ี 3 เน่ืองจากว่า ใช้กลุ่มนิสิตชุดเดิม ที่มีความ การเปน็ โฮมสเตยน์ นั้ เปน็ สง่ิ ทก่ี ลมุ่ ชาวบา้ นจ�ำ นวน สนใจในการเขา้ รว่ ม Workshop โฮมสเตยบ์ า้ นนอง หนงึ่ มคี วามสนใจแตเ่ ดมิ อยแู่ ลว้ เพยี งแตม่ คี วามกงั วล โนใต้ การทเี่ ปดิ รบั นสิ ติ ทมี่ คี วามสมคั รใจและสนใจ ในการทีจ่ ะปรบั บ้านเพอื่ ต้อนรบั แขก เนอื่ งจากไม่ นัน้ มขี อ้ ดีคือ นิสติ สามารถร่วมโครงการตง้ั แตต่ น้ เคยท�ำ มากอ่ น ดงั นน้ั ในตอนแรก ทางโครงการจงึ ได้ จนจบโครงการได้ เห็นถึงกระบวนการตา่ งๆท่ีเกิด สอบถามความสมคั รใจในการเขา้ รว่ มโครงการ พบ ข้ึน สามารถเข้าใจโจทย์ที่มาจากการลงพื้นท่ีเพ่ือ ว่ามีบ้านท่ีสนใจจำ�นวน 5 หลัง แต่มีความพร้อม แกไ้ ขปญั หาตา่ งๆจรงิ สว่ นเรอ่ื งของการผลติ บณั ฑติ ในการปรบั ปรุงและเรียนรกู้ ารตอ้ นรับแขกท่ีมาพกั ดว้ ยการเรยี นการสอนทบ่ี รู ณาการกบั โครงการหนง่ึ น้ันจำ�นวน 3 หลงั เจ้าของบ้านทง้ั 3 หลงั นนี้ ้ันเคย
5 หลัง แต่มคี วามพร้อมในการปรบั ปรุงและเรียนรกู้ ารต้อนรบั แขกทม่ี าพักนั้นจานวน 3 หลัง เจ้าของบ้านท้ัง 3 หลังน้ีน้ันเคยได้เดินทางไปดูกรณีศึกษาการทาโฮมสเตย์ตามท่ีต่างๆมาบ้างแล้ว จึงพอเห็นภาพของโครงการที่ จะเกิดขึ้น เม่ือทางทีมงานเข้าไปสานต่อความคิดให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น จึงมีกลุ่มชาวบ้านที่สนใจเข้ามา 8ต8ิดต่อยเอังกเสจาร้าปขระอกองบบกา้ารนนำ�เทสน่ีเอคผลยงทานกดารลปอระงชุมปวริชาับกาบร ้ามหนาวเิทปย็านลัยโมฮหมาสสารเคตามยวิจ์มัยาคกรั้ง่อทนี่ ๑๓ด:ังสนาขั้นาบจริกึงาเรปวิช็นากการารสะท้อนผลให้เห็นอย่าง ชัดเจนในกลุ่มชาวบ้านหรือชาวชุมชนเอง ว่าโครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ หากชาวบ้านมีความสนใจจริง สามารถเรียนรู้กระบวนการการทาโฮมสเตย์ได้จาก บ้านตันแบบทั้ง 3 หลัง ซึ่ งในอนาคตจะมีการ ไดปเไเตปกก้วรดา่ ยยะิดิด้เงดังกชเๆขปพินนัาึ้นม็นสรทถาะัรมเงึาบมูปธพง5า้ื่อาธไันงปทตรภแธรดุนาลา์พมงูกคาว้ ื้นทมรดี จทไีมาณูนดงึกี่นงพดีศแ้ ขาี้ใ้ึวกกอนน้ึหย่ษเเ้เหขจกาโน็้าึงิดกดมไภเายปปกีารพส็นพลทื้านุ่มแขำ�นทโหอชฮตางี่บลม่อวโ่ง้าคบสคทนรา้เว่องหตนากงยนมทเา์ตทอครี่สา่ียทงิดนมโวจ่ีใในททหจะใี่ี่ส้ ตา้นค้ี ัญขนนมอฤฤขีภงมมอาTติิตงคCศศีเอDคลิลิ .3Cปรนปื.อ์า์ครโมขดคะณ่าหูนรหะงยาวกสเทวา่นาถทิ่ีงสร่ือาวยพนงปนัาจฒัใตัลทจายนัยี่เก1กขามม0หร้าหีศร-มนุ่ 1ามักกาส4ศยใราาชภะกรส้ตเารคปตบิ๊พกา็รนฎใมข์ นผพาองักค้ืนงเหามมทรลอืี่2เเกัรงป5ีแยส็น6ลตูนท0ะรราู้ศงึกผษ่านา ทเใมเแเอปขอหหนีคำ�้างน็้เโลวามหฮโวคา่งฮาน็มา่ทมตตมอสโส่อจิดค2134สยเงนะตตร....เ่า))))เตมงใยอ่งทจกยชีก์ไยโโTโนเ่ียจดคาม์คคคัดางัCฤวรรจ้รรารเเรรทDมนจิจงืงอาปกงงสิต่ีสCนา้กี้สกกกขอ่รขาศำ�าใาาะา่นารอนมบครลิมรรชยะกงากัญดา้ปพพาาสหบรนลลรงัส์ััฒขฒื่อวถ้ามนถา้ตมุ่ัมอ่าศนใเนหเน้นัันชรพหงงกิลทาาาาจียวแิดมันปวอ่ีเชวหึงันบนคขใ่ธทิบเว.ุมุ่นทฝบนรปนึ้ย์พัฒยาู้้ชกร่ี่ทาท็นไน1าื้นู้ขรนดดนรัง้ดกล0หะอท้ะูนจธลาัย-3หบรง่ีนต1ารรอมธอืาวเกรส๊ิ4บี้ใหนงนหกชนหมศะปลื่อาากชากข้เทชารควกงัสางราอสุม้อับชจวากาิดรซงตนชุมรบบราฎเกึ่งหปไรคนกชผ้าา้าใาท์ลคานน็นนนมลอครยัมกวีีสมพาสามา2ูตนนร5รกอจมมู้หชิ6เารีสนหขน0ยลกราษุา้ฤ์ยักฎนสยพม์สสาาศักเิตรคูตราขบัญคศมส54รา้ ้าิลตกพญ..2นมรปากักเา5แ์โรค์บลฮล6อคภรุ่้ามมะ0อณือักนสยสกขดโะงั้อเฮแ่าคตีสสมมบยมยุวถผสสบศ์รา้ารเรา่ือปบตจะณสศัตรยหาติกิลย์กวรอรากปส์่าะมารรงีธวหจหวรรั(ฒาวาันมSรร่าวนeมศทยงทิ rธชวา่ี์ปยv2ันสาราiรc2ตรตทละe-มิยัรจี่ 2ข2์รชำD�3ผอา2คุมeชังง-กณsช2ภเอiมรนg3ฎัะากือnฎง) แาขลคอะมง ศักยภาพในก2า5ร6เ0ป็นทางผ่านไปยังพระธาตุนาดูน 5ทด้ว่ีสภยนาใคโจดี เไย5ขดพ.้า)้แม้ืนกกแาท่ ใลล่ีบชะุ่ม้เ้าสยปนัง้อ็นหคมพมนผ้ืนศอ้าาทงจสโี่เานรตกียใรสตน์ ีธม้นรรหู้ศ้ีรมาึกมวีภษชทิ าาายคตดาีเิ้วคลขยรยัอกือรงันาขอช่าถายภจึงาัฎรมยห์สอมารยาสัญกู่เาสยญรมคิง่ าอขาึ้นมภซเพักึ่งสทดื่อว่ ้ังีสขนุวยโ5รคารยรภณงฐากาคนาอีนรากโจี้มาฮารีกมรเิจรสยกยีเ์ปตนรรยรระม์เู้รอจ่วตางม่ากคกง็ไณๆันดะก้ใรหม่วล้กนมุม่ วุษกน้ายันกั งศาสตร์ 1. โครงการกลา้ ใหมใ่ ฝร่ ู้ของธนาคารไทย ท่องเท่ียว หรือกลุ่มภาคีต่างๆที่เข้ามายังชุมชน พานิชย์ ซ่ึงทั้ง 5 ภาคีนี้มีกิจกรรมต่างๆร่วมกันอยู่เสมแอหง่ เนพี้ ื่มอาขทยดายลอฐางพนกั าทรดเรลียอนงร่วู้รม่วกมจิกกันรใรหม้กทว่จี ้าดั งโมดายกยิ่งข้ึน ส่วนโครง2ก.าโรคโรฮงมกสารเตพยฒั ์เนอางชกมุ็ไดชน้กจลาุ่มกนศักาทสต่อรงค์เทวี่ายมว หรือเจก้าลขุ่มอภงบา้าคนีตด่าว้งยๆที่เข้ามายังชุมชนแห่งน้ี มาทดลองพัก ทรดูห้ ลลอักงสรูต่วรมกกาิจรกอรอรกมแทบจ่ี บัดบโดริกยเาจรา้ (ขSอeงrบvi้าcนeดD้วeยsign) ภาพท่ี 4.6 แสดงการลงพ้นื ทีร่ ่วมกับกลุม่ TCDC ในการพฒั นาชุมชนจากศาสตรค์ วามรหู้ ลกั สตู รการออกแบบบริการ (Service Design) ระหว่างวันท่ี 10-14 กรกฎาคม 2560
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 89 กลา่ วโดยสรปุ แลว้ ชุมชนได้รับประโยชน์ บา่ ยจะเป็นการศึกษาปา่ ธรรมชาติ เขา้ ปา่ เกบ็ เห็ด และการสร้างคณุ คา่ ให้กบั ชาวชุมชนเอง เกดิ ความ หาวตั ถดุ บิ เพอื่ มายอ้ มผา้ จากธรรมชาติ เชน่ เปลอื ก ภาคภมู ใิ จในถน่ิ ฐาน จากการสมั ภาษณ์ผูเ้ ฒา่ ผู้แก่ ต้นไม้ ยางไม้ ดอกไม้ เป็นต้น ภายในชุมชนนน้ั ทา่ นให้ความเห็นวา่ มคี วามยินดี และรสู้ กึ ดใี จเปน็ อยา่ งมากเมอื่ มแี ขกบา้ นแขกเมอื ง ภาพท่ี 4.4 แสดงกลมุ่ ภาคเี ครือข่าย ใหค้ วามสำ�คัญกบั พนื้ ที่บ้านหนองใต้ ท�ำ ใหผ้ ู้เฒา่ ผู้ ภาพที่ 4.4สแ่ือสศดงิลกลปุ่มวภาฒั คีเนครธือรขา่รยมสื่อชศมุ ลิ ปชวนัฒอนธีสรารมนชมุ ชนอสี าน แกน่ นั้ มกี �ำ ลงั ใจและมคี วามสขุ ในการไดถ้ า่ ยทอดองค์ ท่ีมา : ภทามี่ พา :จภาาพกจาfกacfaecebbooookkสมุ สาลุมี สาวุ ลรรี ณสกวุ รรรณกร ความรเู้ ชงิ ปราชญใ์ หก้ บั เดก็ รนุ่ หลงั ๆ สงั เกตไดจ้ าก หากมนี สิ ติ หรอื แขกมาทบี่ า้ นหนองโนใต้ ทา่ นจะให้ ความรว่ มมอื เปน็ อยา่ งดใี นทกุ ๆครงั้ ซงึ่ ผสู้ งู อายถุ อื เปน็ ทรพั ยากรหนง่ึ ในการสอนตอ่ ภมู ปิ ญั ญาดงั้ เดมิ ที่ ถกู สะสมไว้ ยกตวั อยา่ งเชน่ การจกั สาน การทอผา้ การเลย้ี งหนอนไหม เปน็ ตน้ ซง่ึ การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ ตา่ งๆของชมุ ชนบา้ นหนองโนใตน้ น้ั ลว้ นมรี ากฐาน มาจากองคค์ วามรู้จากผ้สู งู อายุทัง้ สนิ้ บทสรุป ความส�ำ เรจ็ ของโครงการนนั้ สามารถชว้ี ดั ไดจ้ าก หลงั จากทที่ มี คณาจารยแ์ ละนสิ ติ ไดอ้ อกจาก พน้ื ทบี่ า้ นหนองโนใตแ้ ลว้ ชมุ ชนสามารถด�ำ เนนิ การ จดั การกจิ กรรมและบา้ นโฮมสเตยต์ อ่ ได้ โดยทม่ี ที มี คณาจารย์เปน็ ท่ีปรึกษา ผ่านการปรีกษาหาข้อมูล ตา่ งๆแล้วบอกตอ่ กับกลมุ่ โฮมสเตย์ทั้ง 3 หลงั ยก ตวั อยา่ งเชน่ การตอ้ นรบั แขกจากกลมุ่ เครอื ขา่ ยสอื่ ศลิ ปวัฒนธรรมชุมชนอีสาน ท่ไี ด้รบั การสนับสนุน จาก สำ�นักงานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพ (สสส.) เพ่อื มาทอ่ งเทีย่ วเชงิ ธรรมชาติ โดยมี กจิ กรรม 2 วนั 1 คืน รว่ มกบั เจา้ ของบ้านคอื การ ใส่บาตรพระสงฆ์ ณ วัดประชาสงเคราะห์(วดั บา้ น หนองโนใต)้ โดยเจา้ ของบา้ นจะเตรยี มผา้ ถงุ หรอื ผา้ ซ่ินเอาไว้ให้แขกที่มาพัก จากน้ันร่วมรับประทาน อาหารเช้าท่เี ป็นอาหารจากฝมี อื คนในชมุ ชน หลัง จากนัน้ เข้าเย่ยี มชมโรงละครหนุ่ โดยมคี รเู ซยี งเปน็ วทิ ยากร ถา่ ยทอดความรใู้ นการท�ำ หนุ่ จากกระตบ๊ิ ขา้ ว ชมการซ้อมละครของคณะหมอลำ�หุ่นเทวดา ช่วง
บทสรุปโครงการ ETC for all : การบูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อพัฒนา สือ่ การเรียนร้ดู า้ นสขุ ภาพสำ�หรับผู้รบั บริการในโรงพยาบาลมหาสารคาม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชนวี รรณ ตัง้ ภักด,ี ผ้ชู ่วยศาสตราจารยก์ อ่ เกยี รติ ขวัญสกุล, อาจารยช์ นยุตฏษ์ ช้างเพชร ความเป็นมาของปัญหา ปญั หาสขุ ภาพของประชาชน เปน็ ปญั หาทม่ี คี วามส�ำ คญั อยา่ งยงิ่ ในการพฒั นาประเทศ แตล่ ะปมี ปี ระชาชน เขา้ รบั บรกิ ารในสถานพยาบาลกวา่ ปลี ะ 48 ลา้ นคน รฐั บาลตอ้ งสญู เสยี งบประมาณเพอ่ื การรกั ษาไมต่ �ำ่ กวา่ ปลี ะ 1 แสนลา้ นบาท (ส�ำ นกั งานหลกั ประกนั สขุ ภาพ, 2560) โดยปญั หาสขุ ภาพอนั ดบั ตน้ ของสงั คมในขณะนี้ คอื โรคจากพฤตกิ รรมทางสขุ ภาพ การบาดเจบ็ จากอบุ ตั ภิ ยั โรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั โดยเฉพาะปญั หาสขุ ภาพทเี่ กดิ จาก พฤตกิ รรม วถิ ชี วี ติ ยงั มแี นวโนม้ เพม่ิ ขนึ้ เชน่ ภาวะอว้ น โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหติ สงู ทมี่ ผี ลแทรกซอ้ น ตอ่ อบุ ตั กิ ารณโ์ รคระบบหวั ใจและหลอดเลอื ดทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต ซง่ึ เปน็ ภาระของสงั คมและระบบบรกิ าร สขุ ภาพ การด�ำ เนนิ กลยทุ ธเ์ พอื่ ปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมในการปอ้ งกนั และลดภาระโรคเหลา่ นจ้ี งึ เปน็ ประเดน็ สำ�คญั (วชิ ยั เอกพลากร, 2557) ซงึ่ ในปจั จบุ นั บทบาทของสอ่ื มคี วามส�ำ คญั ในการสง่ เสรมิ และปอ้ งกนั การเกดิ โรคภยั ตา่ งๆกบั คนไทยเปน็ อยา่ งยง่ิ การสรา้ งความหลากหลายของสอื่ เพอื่ ใหค้ นไทยหนั มาดแู ลสขุ ภาพตนเองใหม้ ากขนึ้ จงึ เปน็ สง่ิ ส�ำ คญั มากส�ำ หรบั หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบตอ้ งผลติ สอื่ ออกมาเพอ่ื ทจี่ ะแขง่ ขนั กบั สอื่ โฆษณาทไ่ี มใ่ ห้ ความส�ำ คญั กบั สขุ ภาพของผบู้ รโิ ภค ฉะนนั้ การสรา้ งความหลากหลายในการเขา้ ถงึ สอ่ื จงึ เปน็ สง่ิ ส�ำ คญั ส�ำ หรบั หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบทต่ี อ้ งค�ำ นงึ ถงึ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ กลมุ่ เปา้ หมายทจี่ ะไดร้ บั รถู้ งึ เรอ่ื งราวในสอ่ื นนั้ ๆ และ ชอ่ งทางในการใหก้ ลมุ่ เปา้ หมายรบั รถู้ งึ สอื่ เพอื่ ดแู ลสขุ ภาพตนเอง นบั วา่ เปน็ สว่ นส�ำ คญั อกี อยา่ งหนงึ่ ทจี่ ะสรา้ ง ความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งเกย่ี วกบั การดแู ลรกั ษาสขุ ภาพตนเองของประชาชน (เตอื นใจ ภสู ระแกว้ , 2552) สอดคลอ้ ง กบั งานวจิ ยั ของ จงเจรญิ เมตตา และคณะ (2543) ทพี่ บวา่ หวั หนา้ งานและหวั หนา้ หนว่ ยงานในโรงพยาบาล ศรนี ครนิ ทรส์ ว่ นใหญม่ คี วามเหน็ วา่ การใชส้ อื่ มปี ระโยชนต์ อ่ ความรแู้ ละความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งของผมู้ ารบั บรกิ าร เป็นอย่างมากถงึ ร้อยละ 94.7 จากปญั หาและขอ้ มลู ขา้ งตน้ ภาควชิ าเทคโนโลยแี ละสอื่ สารการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม ซง่ึ มภี ารกจิ ในการผลติ บณั ฑติ ดา้ นเทคโนโลยกี ารศกึ ษาทจ่ี ะสามารถสรา้ งออกแบบผลติ สอ่ื รว่ มกบั การใชเ้ ทคโนโลยที ที่ นั สมยั มาสนบั สนนุ และสง่ เสรมิ การเรยี นรใู้ นการศกึ ษาทกุ ระดบั ทงั้ การศกึ ษาในระบบ การ ศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จดั ใหม้ กี ารเรยี นการสอนในภาคเรยี นท่ี 2 ของทกุ ปกี ารศกึ ษา ในรายวชิ า 0503 213 การออกแบบระบบการเรยี นการสอนเพอ่ื การผลติ สอ่ื การศกึ ษาของ หลกั สตู รการศกึ ษา บณั ฑติ สาขาเทคโนโลยกี ารศกึ ษาและคอมพวิ เตอรศ์ กึ ษาใหแ้ กน่ สิ ติ ชนั้ ปที ี่ 2 ซงึ่ ในกระบวนการจดั การเรยี น
92 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ การสอนในรายวชิ านี้ มงุ่ ใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั ความรแู้ ละ เนื้อหาและพฤติกรรมด้านสุขภาพที่เช่ียวชาญ มีประสบการณ์การฝึกปฏิบัติด้านการออกแบบ ท่ีสุดและศาสตร์ทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาท่ี ระบบการเรียนการสอนเพ่ือการผลิตส่ือการเรียน เป็นผู้รูแ้ ละผู้ออกแบบพฒั นาส่ือทจ่ี ะเป็นตัวกลาง รู้สำ�หรับหน่วยงานท่ีเป็นสถานศึกษา หน่วยงาน ในการถ่ายทอดข้อมูลเพิ่มกลยุทธ์ในการนำ�เสนอ ภาครัฐ หรือ เอกชน เพื่อให้ผู้เรียนได้ออกแบบ ให้ผู้รับสาร ซ่ึงก็คือผู้รับบริการในโรงพยาบาลมี และพัฒนาส่ืออย่างสร้างสรรค์เป็นระบบ มีเป้า ความรู้ความเข้าใจได้ง่ายท่ีสุด รวดเร็วที่สุด รวม หมายและเป็นประโยชน์ต่อสังคมท่ีจะนำ�ไปใช้ ถงึ พยาบาลทเ่ี ปน็ ผใู้ หค้ วามรกู้ จ็ ะสามารถถา่ ยทอด ได้จริง ซ่ึงในแต่ละปีการศึกษา จะมีการกำ�หนด ความรู้ได้ดีข้ึนเห็นรูปธรรมมากขึ้น อีกทั้งนิสิตที่ พื้นท่ีให้นิสิตได้ลงไปปฏิบัติการร่วมกับคนใน ได้เข้าร่วมโครงการจะได้ฝึกทักษะในการส่ือสาร ชุมชนเผชิญกับสภาพปัญหาของสังคมที่แท้จริง กับบุคคลหลากหลายรูปแบบ ท้ังเพศ วัย อาชีพ จากปัญหาด้านสุขภาพท่ีกล่าวมาข้างต้น ประ ระดบั การศกึ ษา ความเชอ่ื ทางสงั คมและวฒั นธรรม กอบกับคณาจรย์ท่ีร่วมโครงการมีประสบการณ์ รวมถึงความพร้อมทางสุขภาพท่ีแตกต่าง ได้ฝึก ในการออกแบบและพัฒนาส่ือการเรียนรู้ในสาย การคดิ วเิ คราะหท์ รี่ อบดา้ น ไดฝ้ กึ การออกแบบและ งานสาธารณสุข จึงได้กำ�หนดพ้ืนที่ปฏิบัติการ พฒั นาสอื่ โดยค�ำ นงึ ถงึ สภาพแวดลอ้ มทางการเรยี น เป็นหนว่ ยงานด้านสาธรณสุข รู้และบริบทในการใช้งานจรงิ ไดต้ ระหนกั ถงึ ความ ส�ำ คญั ของวชิ าชพี ทส่ี ามารถชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ และสงั คม โรงพยาบาลมหาสารคาม เปน็ หนว่ ยงานที่ ได้ อันจะเป็นการนำ�ความรู้ทักษะทางวิชาการมา ให้บริการการรักษาทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการ ช่วยกันพัฒนาทอ้ งถิน่ ให้ดียิ่งๆขึน้ ไป ให้ความรู้ในการส่งเสรมิ และป้องกนั สุขภาพใหแ้ ก่ ประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม อีกท้ังเป็นเครือ จึงเป็นท่ีมาของโครงการ ETC for all : ข่ายในการฝึกงานของนิสิตในภาควชิ ามายาวนาน การบูรณาการข้ามศาสตร์เพ่ือพัฒนาสื่อการเรียน ภาควชิ าไดร้ บั ทราบขอ้ มลู ปญั หาจากการสมั ภาษณ์ รู้ด้านสุขภาพสำ�หรับผู้รับบริการในโรงพยาบาล ผู้รับผิดชอบในการให้ความรู้ให้แก่ประชาชนผู้มา มหาสารคาม เป็นโครงการบริหารวชิ าการ ภายใต้ รับบริการในโรงพยาบาลมหาสารคาม พบว่า สื่อ ทนุ สนบั สนนุ จากโครงการหนงึ่ หลกั สตู รหนง่ึ ชมุ ชน ที่ผลิตขึ้นมีรูปแบบไม่น่าสนใจ เน้ือหามากเข้าใจ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ก่อให้เกิดดการ ไดย้ าก หรอื ใหค้ �ำ แนะน�ำ ทไ่ี มส่ อดคลอ้ งกบั วถิ ชี วี ติ ท�ำ งานร่วมกนั ระหวา่ งคณาจารย์ และ นิสติ ช้ันปที ่ี ของคนในพ้ืนท่ี เช่น การยกตัวอยา่ ง หรือ การให้ 2 ท่ลี งทะเบียนเรยี นในรายวชิ า 0503 213 การ ความรู้ท่ีเก่ียวกับการปรับเปล่ียนพฤติกรรมตาม ออกแบบระบบการเรียนการสอนเพื่อการผลิตส่ือ บรบิ ททอ้ งถิ่น เชน่ ประเภทอาหาร ลกั ษณะอาชีพ การศึกษา หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชา ประเพณีวัฒนธรรมท่ีส่งผลต่อสุขภาพและความ เทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์ศึกษา ภาค เข้าใจของประชาชน การออกแบบและพัฒนาสื่อ วิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษา ด้านสุขภาพสำ�หรับท้องถิ่นน้ี จึงเป็นสิ่งจำ�เป็น ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม จ�ำ นวน 15 คน โรงพยาบาลมหาสารคามจึงเป็นพ้ืนที่ท่ีมีความ พนื้ ทดี่ �ำ เนนิ โครงการ คอื โรงพยาบาลมหาสารคาม เหมาะสมและท้าทายท่ีจะเข้าไปดำ�เนินโครงการ กลุ่มเป้าหมายท่ีดำ�เนินการ ได้แก่ พยาบาลโรง และจะต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ท้ังสองศาสตร์ คือ พยาบาลมหาสารคาม จำ�นวน 7 แผนก ได้แก่ ศาสตร์ทางการแพทย์และพยาบาลท่ีเป็นผู้รู้ใน แผนกวิสัญญีวิทยา แผนกสูติกรรมสามัญ แผนก
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 93 ศลั ยกรรมทางเดนิ ปสั สาวะ แผนกหู คอ จมกู แผนก 2. เพ่ือให้นิสิตได้รับประสบการณ์ตรง อายรุ กรรม3 แผนกศลั ยกรรมทว่ั ไป และหอผปู้ ว่ ยตา ในการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรแู้ ละสรา้ งสรรคผ์ ลงานจาก หน่วยประสานงานในโรงพยาบาล คือ กลุ่มงาน การลงพน้ื ท่เี พ่อื พัฒนาชุมชนท้องถน่ิ สขุ ศกึ ษา โดยมรี ะยะเวลาด�ำ เนินโครงการในพ้นื ที่ ตัง้ แต่ 28 กมุ ภาพันธ์ - 30 มถิ ุนายน พ.ศ. 2560 3. เพอื่ สรา้ งเครอื ขา่ ยการบรู ณาการความรู้ ขา้ มศาสตรเ์ พอื่ สรา้ งนวตั กรรมของภาควชิ าเทคโนโลยี วัตถุประสงค์โครงการ และสื่อสารการศกึ ษากบั หนว่ ยงานภายนอก 1. เพอ่ื ใหพ้ ฒั นาสอ่ื การเรยี นรดู้ า้ นสขุ ภาพ กระบวนการด�ำ เนนิ งาน มี 5 ขนั้ ตอน ดงั นี้ สำ�หรบั ผรู้ ับบรกิ ารในโรงพยาบาลมหาสารคาม
94 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ การบูรณาการกับภารกิจหลักด้านอื่นๆ สื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” ทห่ี วั หนา้ โครงการไดอ้ อกแบบและพฒั นาขนึ้ ซงึ่ ได้ การบรู ณาการกบั การเรียนการสอน ผลการศกึ ษาเผยแพรผ่ ลเปน็ บทความวจิ ยั ชอื่ “ผล โครงการน้ี ได้การบูรณาการการบริการ ของการพัฒนาสมรรถนะการออกแบบการเรียน วชิ าการกบั การเรยี นการสอนในรายวชิ า 0503 213 การสอนเพ่ือการผลิตสื่อโดยใช้รูปแบบการสอน การออกแบบระบบการเรยี นการสอนเพอื่ แบบชมุ ชนเป็นฐานการเรยี นรู้รว่ มกับกระบวนการ การผลิตสอ่ื การศกึ ษา หลกั สตู รการศึกษาบัณฑิต คิดเชิงออกแบบในนิสิตระดับปริญญาตรี สาขา สาขาเทคโนโลยกี ารศึกษาและคอมพวิ เตอรศ์ กึ ษา เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัย ที่จัดการเรียนการสอนให้แก่นิสิตช้ันปีที่ 2 โดย มหาสารคาม” ซ่ึงอยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ คณาจารย์ได้มีการวางแผนการสอนในรายวิชา ในวารสาร Veridian E-Journal ในฐาน TCI ควบค่ไู ปกับการให้นสิ ิตลงพนื้ ทป่ี ฏิบัติงานรว่ มกับ กลุ่ม 1 และอยู่ระหว่างพัฒนาบทความที่จะนำ� พยาบาลแล้วกลับมาปรึกษา รายผลและตรวจ เสนอในส่วนรปู แบบเปน็ บทความถัดไป สอบคณุ ภาพผลงานกบั คณาจารย์อยา่ งเปน็ ระบบ มีการกำ�หนดวันเวลาและเป้าหมายการทำ�งานท่ี การบูรณาการกับการทำ�นุบำ�รุงศิลป ระบชุ ดั เจน ท�ำ ใหน้ ิสิตทราบล่วงหน้าวา่ จะดำ�เนิน วฒั นธรรม กิจกรรมอะไรอยา่ งไรบา้ ง อกี ทง้ั ยงั มชี อ่ งทางการ สือ่ สารออนไลนท์ ้ัง Group Facebook และ chat จากผลงานสอ่ื สขุ ภาพทผี่ ลติ ขนึ้ ในโครงการ ท่ีอำ�นวยความสะดวกให้นิสิตได้ติดต่อส่ือสารกับ นี้ ในอนาคตส่ือบางประเภทโดยเฉพาะ VDO อาจ อาจารยท์ ปี่ รึกษาได้สะดวกทกุ ที่ทุกเวลา เปน็ การ มกี ารปรบั ปรงุ เพม่ิ เตมิ เสยี งในเวอรช์ น่ั ภาษาถน่ิ เพอื่ จ�ำ ลองสภาพการท�ำ งานจรงิ ของนกั ผลติ สอื่ ทอิ าจเปน็ ใชส้ ื่อสารกบั ประชาชนในพน้ื ที่ชุมชนทอ่ี ยหู่ ่างไกล อาชพี ของนสิ ติ ในอนาคต การจดั การเรยี นการสอน ให้เกิดความเข้าใจไดง้ ่ายขน้ึ ในรปู แบบน้ี ท�ำ ใหน้ สิ ติ ไดน้ �ำ วชิ าความรใู้ นหอ้ งเรยี น มาสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ในสภาพจรงิ ไดส้ รา้ งความภาคภมู ใิ จ ผลลัพธ์จากการดำ�เนินงานโครงการ ในตนเองให้แกน่ ิสิต กอ่ ให้เกิดกระบวนการเรยี นรู้ อยา่ งมคี วามหมาย ท�ำ ใหไ้ ดร้ ปู แบบการจดั การเรยี น ขอ้ คน้ พบตามวัตถุประสงค์ การสอนแนวใหมท่ อ่ี อกแบบการเรยี นรคู้ วบคไู่ ปกบั ผลการดำ�เนินงาน คณาจารย์นิสิตและ การท�ำ ประโยชนใ์ ห้สงั คม ซง่ึ ผสู้ อนในทกุ สาขาวิชา พยาบาลได้ร่วมพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้านสุขภาพ สามารถมาศกึ ษาเปน็ ต้นแบบและน�ำ ไปใช้ได้ สำ�หรับ ผู้รับบริการในโรงพยาบาลมหาสารคาม การบรู ณาการกบั การวจิ ัย ได้จำ�นวนท้ังหมด 14 ผลงาน ดังนี้1) หนังสือ ผลจากการดำ�เนินโครงการน้ี เป็นส่วน คู่มือสำ�หรับผู้ป่วยโรคมะเร็งท่ีต้องรักษาด้วยยา หนง่ึ ของโครงการวิจยั หวั ข้อ “การพัฒนารูปแบบ เคมีบำ�บัด แผนกศัลยกรรมทั่วไป 2) วีดิทัศน์ การสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ร่วมกับ Motion Graphic เรื่อง อยู่อย่างไรให้เป็นสุข กระบวนการคดิ เชงิ ออกแบบเพอื่ พฒั นาสมรรถนะ เมอื่ ตอ้ งรับยาเคมีบ�ำ บดั แผนกศลั ยกรรมทั่วไป 3) การออกแบบการเรียนการสอนเพ่ือการผลิตสื่อ หนังสือคู่มือการให้ความรู้เก่ียวกับภาวะความดัน ของนิสิตระดับปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีและ โลหติ สงู ขณะตงั้ ครรภ์ แผนกสตู กิ รรมสามญั 4) วดี ิ
เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ 95 ทศั น์ Motion Graphic เร่อื ง ความรู้เก่ียวกบั ภาวะ สขุ ศกึ ษาประเมนิ นสิ ติ วา่ มสี มรรถนะการออกแบบ ความดนั โลหติ สงู ขณะตง้ั ครรภ์ แผนกสตู กิ รรมสามญั การเรยี นการสอนเพอื่ การผลติ สอื่ การศกึ ษา อยใู่ น 5) ชดุ โปสเตอร์ให้ความรผู้ ูป้ ว่ ย ญาตแิ ละคนท่วั ไป ระดับมากที่สดุ ( X = 4.56) นอกจากนี้ นิสิตยงั เก่ียวกับโรคพิษสุราเรื้อรัง แผนกอายุรกรรม3 6) ประเมินตนเองว่า มีสมรรถนะการออกแบบการ แผ่นพับให้ความรู้ผู้ป่วย ญาติและคนทั่วไปเกี่ยว เรยี นการสอนเพอ่ื การผลติ สอ่ื การศกึ ษา หลงั เขา้ รว่ ม กับโรคพิษสุราเร้ือรัง “แค่ไหนเรียกว่าติดเหล้า โครงการสงู กวา่ กอ่ นเขา้ รว่ มโครงการ รอ้ ยละ 100 ถ้าอยากหายอ่านตรงน้ี” แผนกอายุรกรรม 3 7) แผ่นพับ เรื่อง การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการเจาะ ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจตอ่ โครงการ คอเม่ือกลับบ้าน แผนกหู คอ จมูก 8) วีดิทัศน์ พบวา่ นสิ ติ ทเี่ ขา้ รว่ มโครงการมคี วามพงึ พอใจอยใู่ น Motion Graphic เรื่อง ความรแู้ ละข้อควรปฏบิ ตั ิ เกยี่ วกบั ผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั การเจาะคอ แผนกหู คอ จมกู ระดบั มากทสี่ ดุ ( X =4.78) สว่ นพยาบาล 9) หนงั สอื คมู่ อื สำ�หรบั ผปู้ ว่ ยโรคจอประสาทตาหลดุ และนกั วชิ าการสขุ ศกึ ษาทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการ มคี วาม ลอก หอผู้ปว่ ยตา 10) วีดทิ ัศน์ Motion Graphic พงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากทสี่ ดุ ( X =4.71) เชน่ กนั เรอ่ื ง การปฏบิ ตั ติ วั หลงั การผา่ ตดั จอประสาทตาหลดุ พยาบาลมคี วามตอ้ งการทจ่ี ะเขา้ รว่ มโครงการหาก ลอก หอผูป้ ว่ ยตา 11) หนังสือคู่มือส�ำ หรับผู้ป่วย มกี ารจดั ขน้ึ อกี รอ้ ยละ 100 และญาตเิ กย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ วั กอ่ นและหลงั การให้ ยาระงบั ความรสู้ กึ แผนกวสิ ญั ญวี ทิ ยา 12) วดี ทิ ศั น์ ขอ้ คน้ พบอนื่ ๆทน่ี อกเหนอื จากวตั ถปุ ระสงค์ Motion Graphic เร่ือง ส่ิงที่ต้องปฏิบัติก่อนและ (Impact) ในแต่ละระดบั เช่น ระดบั กลุ่มเปา้ หมาย หลังการให้ยาระงับความรู้สึก แผนกวิสัญญีวิทยา ตามโครงการ กล่มุ องคก์ รในชุมชน 13) ภาพพลกิ ความรเู้ บอ้ื งต้นเกี่ยวกับโรคต่อมลกู หมากโตและการปฏบิ ตั ติ วั เมอื่ ตอ้ งเขา้ รบั การผา่ ตดั นสิ ติ ทไี่ ดล้ งพน้ื ทที่ �ำ งานในสภาพจรงิ ในโรง ตอ่ มลูกหมากโตทางท่อปสั สาวะ แผนกศัลยกรรม พยาบาลไดฝ้ กึ และพฒั นาทกั ษะดา้ นการสอื่ สารกบั กลมุ่ คน ทางเดนิ ปสั สาวะ และ 14) แผน่ พบั ความรเู้ บอื้ งตน้ ทห่ี ลากหลายทง้ั อาชพี ระดบั การศกึ ษา รายได้ ความ เกย่ี วกบั โรคตอ่ มลกู หมากโตและการปฏบิ ตั ติ วั หลงั พรอ้ มดา้ นสขุ ภาพรา่ งกายและสขุ ภาพจติ ใจ ท�ำ ใหเ้ ขา้ ใจ การผ่าตดั ต่อมลูกหมากโตทางท่อปสั สาวะ แผนก ถงึ ความแตกตา่ งของความเปน็ มนษุ ยม์ ากขนึ้ ท�ำ ใหน้ สิ ติ ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ เกดิ ความตระหนกั ตอ่ ความรบั ผดิ ชอบในฐานะผผู้ ลติ สอ่ื มคี วามละเอยี ดรอบคอบ ทง้ั ในการเตรยี มเนอ้ื หาและการ ผลการประเมนิ การด�ำ เนนิ โครงการ มดี งั นี้ เลอื กวธิ กี ารน�ำ เสนอใหผ้ รู้ บั สารทเี่ ปน็ ประชาชนไดเ้ กดิ ผลการประเมนิ สมรรถนะการออกแบบการ การเรียนรู้ เขา้ ใจ และนำ�ไปปฏิบัตไิ ด้ ลดการเจ็บ เรยี นการสอนเพอื่ การผลติ สอ่ื การศกึ ษาของนสิ ติ เมอ่ื ป่วย ลดภาระของบคุ ลากรทางการแพทย์ และคา่ เสรจ็ สน้ิ โครงการแลว้ พบวา่ นสิ ติ ประเมนิ ตนเองวา่ ใชจ้ า่ ยทปี่ ระเทศตอ้ งสญู เสยี ไป เปน็ การทำ�ใหน้ สิ ติ มสี มรรถนะการออกแบบการเรยี นการสอนเพอ่ื การ ไดเ้ ขา้ ใจถงึ ความสำ�คัญของวชิ าชีพวา่ สามารถน�ำ ผลิตส่อื การศกึ ษา อยู่ในระดับมาก ( X = 3.85) วชิ าความรมู้ าชว่ ยเหลอื เพอ่ื นมนษุ ยไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ อาจารยป์ ระเมนิ นสิ ิตวา่ มสี มรรถนะการออกแบบ นอกจากนี้ ยังทำ�ให้พยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ การเรยี นการสอนเพอื่ การผลติ สอ่ื การศกึ ษา อยใู่ น ได้เรียนรู้และตระหนักที่จะทำ�หน้าที่ผู้เช่ียวชาญ ระดับมาก ( X = 3.90) พยาบาลและนกั วิชาการ ด้านเน้ือหา (SME: Subject Metter Expert) ว่า มีบทบาทสำ�คัญมากเพียงไรในการออกแบบและ พฒั นาสอื่ สว่ นประโยชนใ์ นภาพรวมโครงการนี้ คอื ท�ำ ใหห้ นว่ ยงานภายนอกเขา้ ใจถงึ ความจ�ำ เปน็ ของ
96 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ศาสตร์วิชาชีพ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของคณะและ บทสรุป มหาวิทยาลัยท่ีต้องการพัฒนาวิชาการควบคู่กับ การพฒั นาสังคมชุมชนทอ้ งถิ่น นอกจากความสำ�เร็จในการพัฒนาสื่อ การเรียนรู้ด้านสุขภาพสำ�หรับผู้รับบริการในโรง การขยายผลไปสหู่ นว่ ยงานอน่ื ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง พยาบาลมหาสารคาม ทั้ง 14 ผลงาน แล้ว คณะ จากการด�ำ เนนิ โครงการนี้ มโี รงพยาบาล ท�ำ งานโครงการยงั ไดร้ ว่ มกนั สรา้ งสรรคก์ ระบวนการ หลายแหง่ เชน่ โรงพยาบาลรอ้ ยเอด็ จงั หวดั รอ้ ยเอด็ จดั การเรยี นการสอนในรปู แบบใหม่ คอื การบรู ณา โรงพยาบาลสรรพสทิ ธปิ ระสงค์ จงั หวดั อบุ ลราชธานี การรายวชิ าสอนกบั งานบรกิ ารวชิ าการทจี่ ะเปน็ ตน้ เป็นต้น ได้ติดต่อมาเพ่ือจะร่วมเป็นภาคีเครือข่าย แบบหรือ ซ่งึ จะเปน็ จุดริเร่ิมใหแ้ ก่คณาจารยท์ ่สี อน ในการพัฒนาสือ่ การเรยี นรูด้ ้านสุขภาพ ตลอดจน ในรายวชิ าอน่ื ๆของภาควชิ าและคณะศกึ ษาศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพของบุคลาการทางการแพทย์ ตลอดจนคณะอนื่ ๆในมหาวทิ ยาลยั ไดน้ �ำ ไปใชเ้ ปน็ ในทุกระดบั ให้นำ�ความรแู้ ละทกั ษะในดา้ น ICT ไป แนวทางในการจัดการเรียนสอนท่ีสร้างความรู้ ใช้ประโยชนใ์ นการส่อื สารกบั ผรู้ บั บรกิ าร โดยมีจุด และประสบการณ์ให้นิสิตมากกว่าการสอนในชั้น มุ่งหมายเพ่ือให้ประชาชนคนไทยเจ็บป่วยน้อยลง เรยี น นอกจากน้ี เพอื่ เป็นการรับรองและเผยแพร่ ดูแลตนเองได้ดียิ่งข้ึน ซึ่งภาควิชาก็จะดำ�เนินการ กระบวนการบูรณาการการเรียนการสอนกับการ วางแผนการท�ำ งานรว่ มกนั กับหนว่ ยงาน และเปิด พฒั นาสงั คมแนวใหมน่ ้ี ในอนาคตคณาจารยใ์ นคณะ โอกาสใหน้ สิ ติ ไดเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการเรยี นรจู้ าก ท�ำ งานจะมกี ารทดลองน�ำ รปู แบบไปใช้ ในหนว่ ยงา การทำ�งานในพ้ืนตอ่ ไป นอ่ืนๆท่ีนอกเหนอื จากหนว่ ยงานดา้ นสาธารณสุข เช่น หน่วยงานด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรม บรรณานุกรม ด้านทหารตำ�รวจ หรือ ด้านกฎหมาย เป็นต้น อันจะช่วยสร้างประโยชน์ต่อแวดวงวิชาการและ พัฒนาสังคมในแวดวงทก่ี ว้างขวางมากข้ึนตอ่ ไป จงเจริญ เมตตา และคณะ. (2543). “การศกึ ษา การใช้ ปญั หา และความต้องการการใช้สอื่ ดา้ นข้อมูล ข่าวสารทั่วไปและด้านสุขภาพของหน่วยงานในโรงพยาบาลศรีนครินทร์.” ศรีนครินทร์เวชสาร 15, 3 (กรกฎาคม-กนั ยยายน): 152-165. เตือนใจ ภูสระแก้ว. (2559). สื่อเพื่อสุขภาพ. เข้าถึงเมื่อ 12 กรกฎาคม 2560. เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/293619 วชิ ยั เอกพลากร. (บก.). (2557). รายงานการส�ำ รวจสขุ ภาพประชาชนไทยโดยการตรวจรา่ งกาย ครงั้ ที่ 5 พ.ศ. 2557. นนทบุรี: สถาบันวจิ ัยระบบสาธารณสขุ . สำ�นักงานประกันหลักสุขภาพแห่งชาติ. (2560). รายงานการสร้างหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจ�ำ ปี งบประมาณ 2559. เขา้ ถึงเมอ่ื 20 เมษายน 2560. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www. nhso.go.th/FrontEnd/page-about_result.aspx
“โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเพาะเล้ียงกบตามหลักปฏิบัติท่ีดีในการเพาะ เลีย้ งสัตวน์ �ำ้ แกเ่ กษตรกร อ�ำ เภอพยัคฆภมู พิ สิ ัย จงั หวดั มหาสารคาม ปีท่ี 2” วภิ าวี ไทเมืองพล วัฒนะ ลลี าภัทร ภัททิรา เกษมศิริ เมธาวี รอตมงคลดี และสุปราณี วกิ รัยบรู ณ์ สาขาวชิ าประมง ภาควิชาเทคโนโลยกี ารเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สาขาวิชาประมง ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ เลง็ เหน็ ถงึ โอกาสในการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพและศกั ยภาพการผลติ ของชมุ ชน การสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ตลอดหว่ ง โซก่ ารผลติ การสรา้ งความมน่ั คงในการประกอบอาชพี และรายไดข้ องเกษตรกรภายใตร้ ะบบการผลติ ทไ่ี ด้ มาตรฐานอาหารปลอดภยั (Food Safety) โดยถา่ ยทอดองคค์ วามรเู้ ทคโนโลยแี ละสรา้ งเครอื ขา่ ยผปู้ ระกอบ การดา้ นการเพาะเลยี้ งสตั วน์ �้ำ เพอ่ื ยกระดบั การเพาะเลยี้ งกบเขา้ สมู่ าตรฐานการเพาะเลย้ี งสตั วน์ �้ำ ตามหลกั ปฏบิ ัติท่ีดี (GAP: Good Aquaculture Practices) และแนวคิดตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้แก่เกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านดงเย็น ตำ�บลราษฎร์เจริญ และบ้านสเ่ี หลี่ยม ตำ�บลหนองบัวแกว้ อ�ำ เภอพยัคฆภูมิพสิ ัย จงั หวัดมหาสารคาม ซงึ่ เป็นกล่มุ เกษตรกรท่ี มีการเพาะพันธกุ์ บมาอยา่ งต่อเน่อื ง และเป็นแหลง่ ผลติ ลูกกบและกบเนอื้ เพ่ือการจ�ำ หน่ายท่ีมขี นาดใหญ่ แหล่งหนึง่ ในพ้ืนท่ีภาคอสี าน โดยหวงั ใหเ้ กดิ การถา่ ยทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยตี า่ งๆ ด้านการเพาะ เล้ียงกบตามหลักปฏิบัติท่ีดีในการเพาะเล้ียงสัตว์น้ำ� เพื่อท่ีจะยกระดับเข้าสู่มาตรฐานอาหารปลอดภัย (Food Safety) ตามนโยบายของรัฐ เปน็ การสร้างโอกาสในการเพิม่ รายไดใ้ ห้แก่เกษตรกร สร้างความเช่อื มัน่ ใหแ้ ก่ผบู้ ริโภค รว่ มถึงเปน็ การเชอ่ื มความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสาขาวิชาประมงกับชุมชนผเู้ พาะเลี้ยงกบั ใน อ�ำ เภอพยคั ฆภมู พิ สิ ยั เพอื่ ทจ่ี ะพฒั นาการเพาะลย้ี งกบในชมุ ชนใหม้ คี วามเขม้ แขง็ มนั่ คง และยง่ั ยนื ตอ่ ไป ดงั นัน้ สาขาวชิ าประมง จงึ เห็นควรทจ่ี ะจัด “แลกเปลยี่ นเรียนรู้การเพาะเลี้ยงกบตามหลักปฏบิ ตั ิ ท่ดี ใี นการเพาะเลยี้ งสัตวน์ ้ำ�แกเ่ กษตรกร อ�ำ เภอพยคั ฆภูมิพิสัย จงั หวดั มหาสารคาม ปีท่ี 2” โดยโครงการ ได้รับงบประมาณสนับสนุนท้ังส้ิน 70,000 บาท ภายใต้โครงการบริการแก่สังคม “หน่ึงหลักสูตร หน่ึง ชมุ ชน” ประจ�ำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ของมหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม โดยมวี ัตถุประสงค์เพือ่ ถา่ ยทอด ความรู้และเทคโนโลยกี ารเพาะเล้ยี งกบตามหลกั ปฏบิ ตั ทิ ่ดี ีในการเพาะเลย้ี งสัตว์น้ำ�และแนวคดิ ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียงฯ แก่เกษตรกรสมาชิกกล่มุ วิสาหกจิ ชุมชนเพาะเลย้ี งกบบ้านดงเยน็ ต�ำ บลราษฎร์เจรญิ อ�ำ เภอพยัคฆภูมพิ สิ ัย จังหวดั มหาสารคาม และบา้ นสเี่ หล่ยี ม ตำ�บลหนองบวั แก้ว อ�ำ เภอพยคั ฆภูมิพสิ ัย จงั หวัดมหาสารคาม ซงึ่ บา้ นสเ่ี หลี่ยม เปน็ การตดิ ตามงานตอ่ เนือ่ งจากปที แี่ ลว้ เพือ่ สรา้ งให้เปน็ เกษตรกร ต้นแบบโดยเน้นการมีส่วนร่วมในชุมชนสำ�หรับใช้เป็นฐานในการเรียนรู้เพ่ือที่จะขยายผลไปยังเกษตรกร และชุมชนอ่ืนต่อไป นอกจานน้ันชุมชนยังถือเป็นฐานของการเรียนรู้สำ�หรับการบูรณาการด้านวิชาการ และด้านการเรียนการสอน เป็นการเปดิ โอกาสใหอ้ าจารย์ และนสิ ติ ไดเ้ รียนรู้ผ่านการปฏิบัติงานจริง ซ่ึง เปน็ การแลกเปล่ียนเรยี นรู้ระหวา่ งผรู้ ว่ มงานในทกุ ระดับ
98 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ การด�ำ เนนิ โครงการครง้ั นมี้ รี ะยะเวลาการ 9. ศึกษาดูงานฟาร์มกบที่มมี าตราฐาน ด�ำ เนนิ งานทงั้ สนิ้ 5 เดอื น ตง้ั แตว่ นั ท่ี 1 กมุ ภาพนั ธ์ จากการตดิ ตามวดั ผลส�ำ เรจ็ ของโครงการ พ.ศ. 2560 ถงึ วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ณ พบวา่ กลุม่ เปา้ หมายท่ีเปน็ เกษตรกรได้น�ำ ความรู้ ฟาร์มต้นแบบของบ้านดงเย็น ตำ�บลราษฎร์เจริญ ท่ีได้รับจากการอบรม และทัศนศึกษาดูงานตาม และบ้านสี่เหล่ียม ตำ�บลหนองบัวแก้ว อำ�เภอ โครงการ ไปใช้ในการเพาะเล้ียงแล้ว โดยได้มี พยคั ฆภมู พิ สิ ยั จงั หวดั มหาสารคาม โดยมผี เู้ ขา้ รว่ ม เกษตรกรทีท่ ดลองใช้สารเคมปี ลอดภัย เช่น โพรวิ ทัง้ สนิ้ คน โดยมีอาจารยส์ าขาวิชาประมง ภาควิชา ดีนไอโอดีน ในการจัดการน้ำ�เพ่ือเป็นอีกแนวทาง เทคโนโลยกี ารเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั หน่ึงในการป้องกันโรคกบ นอกจากน้ันเกษตรกร มหาสารคาม 6 ทา่ น บคุ ลากรสาขาวิชาประมงเข้า 4 ราย ได้ทดลองทำ�บอ่ PE ในการอนุบาลลกู อ๊อด ร่วม 1 คน นิสิตเข้าร่วมโครงท้ังสิน 40 คน และ กบ และพบวา่ การใช้สารเคมีในการจดั การน�ำ้ และ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการทั้งส้ิน 53 คน การ การเตรยี มบอ่ PE ในการอนุบาลลกู กบนัน้ ทำ�ให้ ด�ำ เนนิ โครงการประกอบไปดว้ ยขนั้ ตอนตา่ งๆ ดงั น้ี ไดล้ กู ออ๊ ดทมี่ จี �ำ นวนมากและมคี ณุ ภาพสงู มอี ตั รา การตายต่ำ� 1. ศกึ ษาบรบิ ทชมุ ชนของบา้ นดงเยน็ โดย การสมั ภาษณ์ การจดั เวทปี ระชานคิ มและการสงั เกต 2. ลงพ้ืนที่เก็บข้อมูลฐานความรู้และ ภูมิปญั ญาการเพาะเลย้ี งกบของชมุ ชน 3. น�ำ ขอ้ มลู มาประมวลและวเิ คราะหเ์ พอื่ จดั ท�ำ แนวทางการด�ำ เนนิ งานพฒั นาการเพาะเลยี้ ง กบตามหลักปฏบิ ัติท่ดี ขี องการเลีย้ งสัตวน์ ำ้� 4. ด�ำ เนนิ การพฒั นาสรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ บนพ้ืนฐานภูมิปัญญาความเดิมที่มีอยู่เพื่อสร้าง กระบวนการเรียนรใู้ ห้แกช่ ุมชน 5. จัดเวทีการแลกเปล่ียนเรียนรู้จาก ประสบการณ์ของสมาชิกในชุมชนผ่านเวทีเสวนา (Dialogue) 6. ถ่ายทอดความรู้ผ่านการฝึกอบรม (Training) เร่ือง การเพาะเล้ียงสัตว์นำ้�ตามหลัก ปฏบิ ัตทิ ี่ ดีการใช้ยาและสารเคมีในการป้องกัน รักษาโรคกบโดยใชช้ ุมชนนกั ปฏิบัติ (Community of Practices: CoP) 7. สาธิตและฝึกปฏิบตั ิการทำ�บ่อ PE 8. อบรมปฏิบัติการใช้สารเคมีปลอดภัย ในการเตรยี มบอ่ กอ่ นปลอ่ ยลกู กบและระหวา่ งการ อนบุ าลลูกกบ
โครงการเรียนรู้และถ่ายทอดระบบผลิตและจ่ายแก๊สชีวภาพจากฟาร์มสุกร ระดบั ชมุ ชน วุฒฺศาสตร์ โชคเกอ้ื ความเป็นมาของปัญหา จากการถอดบทเรียนประสบการณโ์ ครงการ 1 หลักสตู ร 1 ชมุ ชนทผ่ี า่ นมาตัง้ แต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 โครงการส่งเสริมชุมชนเพ่อื การเรยี นรผู้ ลกระทบจากการผลิตและจ่ายแกส๊ ชีวภาพจากฟารม์ สกุ ร บ้านค�ำ ปากดาว ต.ค�ำ แคน อ.มญั จาคีรี จ.ขอนแกน่ ในการศกึ ษาเรียนรู้การจัดการปญั หาสิ่งแวดลอ้ ม ในชุมชนโดยใช้เทคโนโลยกี ารผลิตก๊าซชวี ภาพ เพ่ือแกไ้ ขปญั หาทางด้านสงิ่ แวดลอ้ มและลดคา่ ใช้จ่ายทาง ด้านพลงั งานของชุมชน และวิจยั ผลกระทบทางด้านพลังงาน ดา้ นสงิ่ แวดล้อม ตลอดจนบริบทของชมุ ชน ที่เปล่ียนไป เพ่ือส่งเสริมให้ชุมชน/หมู่บ้าน เป็นต้นแบบในการนำ�วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปใช้ใน การประกอบอาชพี และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ให้ดขี ึน้ และสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งเทคโนโลยี มคี วาม ตระหนักและมีขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความ ปลอดภยั ระบบผลติ และจา่ ยกา๊ ซชวี ภาพจากฟารม์ สกุ รระดบั ชมุ ชนทเี่ หมาะสมมาใชใ้ นสภาพความเปน็ จรงิ ของการด�ำ เนินชวี ิต ก่อเกิดความรว่ มมือภายใตบ้ นั ทกึ ข้อตกลงภาคเี ครอื ขา่ ย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม บรษิ ัท ปตท.จำ�กดั (มหาชน) สำ�นกั งานพลงั งานจังหวัดขอนแกน่ และ องค์การบริหารส่วนตำ�บลคำ�แคน ในการขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรู้และการจัดการด้านพลังงานเพื่อการมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอ และค�ำ นึงถึงสงิ่ แวดลอ้ ม รวมถึงการสรา้ งจิตสำ�นกึ ใหใ้ ช้พลังงานอย่างมีประสทิ ธิภาพและย่งั ยนื ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นแนวทางท่ีก่อให้เกิดความย่ังยืนของชุมชน และการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ของประเทศ เพอ่ื รว่ มมอื สนับสนนุ กจิ การดา้ นพลงั งานซง่ึ กนั และกนั ในการเพม่ิ สมรรถนะดา้ นการบรหิ าร และจดั การดา้ นพลงั งาน เรยี นรแู้ ละถา่ ยทอดระบบผลติ และสง่ จา่ ยกา๊ ซชวี ภาพจากฟารม์ สกุ รระดบั ชมุ ชน เพ่ือให้เกิดการขยายผลเป็นรูปธรรมและแก้ไขปัญหาของฟาร์มปศุสัตว์ท่ีมีอยู่ในชุมชนอีก 10 ฟาร์ม และชุมชนใกล้เคียงหรือหน่วยงานท่ีสนใจในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศด้วยกระบวนการ ผลิตกา๊ ซชวี ภาพ ภาควิชาฟิสกิ สใ์ นนามของหลักสตู รฟิสกิ สป์ ระยกุ ต์(พลังงาน/อิเลก็ ทรอนิกส์) จงึ เสนอ โครงการเรียนรแู้ ละถา่ ยทอดระบบผลติ และสง่ จา่ ยก๊าซชวี ภาพจากฟาร์มสกุ รระดับชมุ ชน เพอ่ื เป็นการสง่ เสริมการเรียนรขู้ องนสิ ติ ในเรอ่ื งเทคโนโลยีการผลิตและส่งจ่ายกา๊ ซชวี ภาพ สู่การขยายผลจากกรณฟี ารม์ ตัวอย่างสู่ฟาร์มใกล้เคียงในชุมชน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหา มลพิษทางอากาศจากกรณฟี ารม์ ปศสุ ัตวใ์ กลเ้ คยี งชุมชน ควบคู่กับการถ่ายทอดความรจู้ ากการวิจัยสู่การ
100 เอกสารประกอบการนำ�เสนอผลงานการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคามวิจัย ครั้งที่ ๑๓ : สาขาบริการวิชาการ ประยกุ ตใ์ ชง้ านจรงิ เปน็ การพฒั นาสง่ เสรมิ ใหฟ้ ารม์ ระหวา่ งชมุ ชนกบั ผปู้ ระกอบการฟารม์ สกุ รฝากเลย้ี ง สุกรได้รับการยอมรับตามมาตรฐาน GMP เพื่อ โดยมเี นอื้ หา วตั ถปุ ระสงค์ และรายละเอยี ดวธิ กี าร ใหช้ มุ ชนอยูร่ ว่ มกันไดอ้ ย่างมคี วามสุขตามปรชั ญา ด�ำ เนินการดังตอ่ ไปนี้ เศรษฐกิจพอเพยี ง การถอดบทเรียน วางแผนเตรียมความ วัตถุประสงค์โครงการ พร้อมและช้แี จงทำ�ความเขา้ ใจชุมชน • เพอื่ เรยี นรผู้ ลกระทบจากการตดิ ตงั้ ระบบ วตั ถปุ ระสงค์ ผลิตและจ่ายก๊าซชวี ภาพจากฟาร์มสุกรในชุมชน • ถอดบทเรยี นประสบการณโ์ ครงการ 1 หลกั สตู ร 1 ชุมชนที่ผ่านมา • เพอื่ ถา่ ยทอดความรจู้ ากการงานวจิ ยั ทาง วธิ กี ารดำ�เนินงาน ดา้ นแกส๊ ชีวภาพสู่การประยุกตใ์ ชใ้ นชมุ ชน • ประสานงานหนว่ ยงานทเ่ี ขา้ รว่ มประกอบ ดว้ ย อบต.ค�ำ แคน ส�ำ นกั งานพลงั งานขอนแกน่ และ • เพอื่ เปน็ สถานเรยี นรนู้ อกหอ้ งเรยี น และ บรษิ ัท ปตท. จ�ำ กัด(มหาชน) บูรณาการกจิ กรรมของหน่วยงานตา่ งๆ • ระดมความคิดเห็น วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค์ ของระบบผลิตและส่งจ่ายก๊าซ กระบวนการดำ�เนินการ ชวี ภาพส�ำ หรับชมุ ชน การด�ำ เนนิ งานโครงการเรยี นรแู้ ละถา่ ยทอด จดั เกบ็ ขอ้ มลู เชงิ พนื้ ทแี่ ละบรบิ ทของชมุ ชน ระบบผลติ และจา่ ยแกส๊ ชวี ภาพจากฟารม์ สกุ รระดบั กรณี 10 ฟาร์มท่เี หลอื ชุมชน ต.ค�ำ แคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแกน่ เกิดจาก ความร้องขอจากทางองค์การบริหารส่วนตำ�บล วตั ถุประสงค์ คำ�แคนที่ยังคาดองค์ความรู้ทางด้านวิชาการและ • ศกึ ษาขอ้ มลู บรบิ ทของชมุ ชน วฒั นธรรม บคุ ลากรทมี่ คี วามเชยี่ วชาญ ในการศกึ ษาเรยี นรกู้ าร ความเช่อื และความเป็นอยู่ จัดการปัญหาส่ิงแวดล้อมชุมชนโดยใช้เทคโนโลยี • ศกึ ษามลู ปญั หาและอปุ สรรค์ การประกอบ การผลิตก๊าซชีวภาพและวิจัยผลกระทบทางด้าน อาชีพฟารม์ ฝากเลีย้ ง พลงั งาน ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ตลอดจนบรบิ ทของชมุ ชน • ศกึ ษาขอ้ มลู และอปุ สรรคการใชง้ านกา๊ ซ ทเี่ ปล่ียนไป เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหช้ ุมชน/หมู่บ้าน เป็นต้น ชีวภาพกรณีตวั อยา่ ง แบบในการน�ำ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ไปใชใ้ น การประกอบอาชพี และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ใหด้ ขี น้ึ วิธีการด�ำ เนนิ งาน และสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยี มีความ • จดั เก็บขอ้ มูลเชิงพน้ื ทบ่ี ริบทของชมุ ชน ตระหนกั และมขี ีดความสามารถด้านวทิ ยาศาสตร์ วัฒนธรรม ความเช่ือ และความเป็นอยู่ ปัญหา และเทคโนโลยี และอปุ สรรค์ การประกอบอาชพี ฟารม์ ฝากเลย้ี งใน ภายใตค้ วามรว่ มมอื ระหวา่ ง มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม บรษิ ทั ปตท.จ�ำ กดั (มหาชน) ส�ำ นกั งาน พลังงานจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วน ตำ�บลคำ�แคน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จากฟาร์มสกุ รภายในชุมชน กอ่ ก�ำ เนดิ ความย่งั ยนื
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176