๑๔๑ พื้นฐานคนมอญมีความเช่ือเร่ืองผี บรรพบุรุษ ผีเจ้าพ่อเจ้าแม่ก็จะเป็นผีประจ้าหมู่บ้าน เช่น บา้ นแซ่กจ็ ะมีเจ้าพ่อหน่มุ ฯลฯ จะร้าช่วงก่อนสงกรานต์หรือหลังสงกรานต์ ร้าเพ่ือเส่ียงทายแต่ละปีว่า จะเปน็ ยังไง และเปน็ การบชู าดว้ ย ๑๑. ประเพณเี ลย้ี งผี ทุกบ้านก็จะมีผีที่นับถือ เช่น ผีเตา ผีข้าวเหนียว ผีมะพร้าว ผีงู ผีข้าวหลาม ฯลฯ ซ่ึงแต่ละ บ้านก็จะมีความเชื่อแตกต่างกันไป เช่นท่ีบ้าน นับถือผีมะพร้าว ช่วงสงกรานต์ก็จะท้าการเปลี่ยนลูก มะพร้าวที่เคยแขวนนบั ถอื ไว้ที่เสาเอกของบ้าน และคอยดูแลไมใ่ หล้ ูกมะพร้าวแก่ ตกลงพื้น หรือเชือก ขาด เพราะผจี ะโกรธและจะเกิดอาเพศ ผลที่ได้รับ ผู้แทนวัฒนธรรมชุมชน ผู้น้าชุมชน ผู้น้าท้องถ่ิน ตัวแทนเยาวชน ซึ่งเป็นเจ้าของ มรดกภูมปิ ัญญาประเพณีสงกรานต์พระประแดงรับทราบและให้การสนับสนุนและแสดงความต้องการ ทีจ่ ะเขา้ เป็นสว่ นหนึ่งและร่วมในกระบวนการจัดเกบ็ และรวบรวมข้อมลู มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเพณีสงกรานต์พระประแดง ท้ังแสดงความยินยอมในใบแสดงความยินยอมท่ีจะให้ประเพณี สงกรานต์ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติและมนุษยชาติด้วย โดยเห็นว่าแนวทางการถ่ายทอดมรดก ภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมสู่คนอื่น ๆ ในชุมชนเป็นการปฏิบัติร่วมกันในครอบครัวและเล่าขานเร่ืองราว ถงึ ประเพณีสงกรานตพ์ ระประแดงและประเพณที เี่ กีย่ วขอ้ งสบื ตอ่ กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นปู่ย่าตายาย ทีเ่ ปน็ เชอื้ สายมอญเดมิ ถ่ายทอดมาสรู่ นุ่ พ่อแม่และปฏิบตั ิสบื ต่อกันมาสู่รนุ่ ลกู หลาน ดา้ นปจั จยั คุกคามทมี่ ีผลตอ่ ความอยู่รอดของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมภายในชุมชนต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง พบวา่ ๑. เยาวชนไม่ได้สนใจในการสืบสานวัฒนธรรมและไม่สนใจประเพณีมอญ สนใจแต่ความ ทันสมัย ท้าให้ประเพณีบางอย่างเลือนหายและผิดเพ้ียนไปจากใจความส้าคัญและวัตถุประสงค์ของ ประเพณีเดิม ๒. การย้ายถ่ินฐานของคนไทยเชื้อสายมอญออกจากอ้าเภอพระประแดง และการสร้าง ครอบครวั กับคนตา่ งเชอื้ สาย ท้าใหค้ วามเขม้ ขน้ ทางวัฒนธรรมน้อยลงไป ๓. การพัฒนาพ้นื ทเ่ี ป็นเมืองอตุ สาหกรรม มีโรงงานมากข้ึน และมีการเข้ามาของแรงงานจาก ต่างถิ่น ซ่ึงเปล่ียนแปลงไปจากพ้ืนที่เดิมที่เป็นแบบเกษตรกรรม ซ่ึงแรงงานที่เข้ามาไม่ได้เข้าใจถึงแก่น แท้ของวฒั นธรรมทอ้ งถิน่ ๔. การปรับเปล่ียนรูปแบบการจัดงาน จากเดิมที่ชาวไทยเชื้อสายมอญร่วมกันจัดงาน สงกรานตพ์ ระประแดงเป็นหลัก เปลีย่ นแปลงเป็นส่วนราชการเข้ามาด้าเนินการ จึงเกิดการผสมผสาน กันในทางความคิดและแนวปฏิบัติเพื่อให้งานดูย่ิงใหญ่และมีความน่าสนใจมากข้ึน ซ่ึงเกิดความ แต กต่ า งใ น ก า ร จั ดง า น ร ะห ว่ าง อดี ต แล ะปั จ จุ บั น จึ ง ท้า ให้ วั ฒ น ธ ร ร มป ร ะ เ พณี ขอ ง มอ ญเ กิ ดก า ร เปลย่ี นแปลงไปจากเดิม ส่วนปัจจัยคุกคามท่ีมีผลต่อความย่ังยืนในการเข้าถึง การใช้ทรัพยากรและองค์ประกอบที่จับ ต้องได้ซงึ่ เกย่ี วข้องกับมรดกภูมปิ ัญญาทางวฒั นธรรม พบว่า ๑. ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ประเพณีเปล่ียนไปเป็นเชิงธุรกิจมากข้ึน เม่ือมีบริษัทหรือห้างร้าน ต่างๆ เขา้ มามสี ว่ นรว่ มมากขึ้น ก็หวังผลก้าไร หวังรายได้จากการเข้ามาร่วมกิจกรรมของนักท่องเที่ยว
๑๔๒ โดย มีการจัดสาวๆ เต้นโชว์ มีคอนเสิร์ต ท้าให้รูปแบบการจัดงานเปล่ียนไป ซึ่งสมัยก่อนเป็นการท้า ดว้ ยการรว่ มแรงรว่ มใจของชุมชนบนพืน้ ฐานของวัฒนธรรม แตเ่ ม่อื เปน็ เชิงธุรกิจมีผลประโยชน์ โดยไม่ ค้านึงถึงรายละเอียด เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ถึงแม้จะช่วยสืบสานวัฒนธรรมก็ตาม เช่น การละเล่นสะบ้า ซ่ึงตอนนี้ก็เป็นท่ีนิยมมาก เทศบาลก็เข้ามาสนับสนุน ให้งบประมาณ แต่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ วฒั นธรรมหายไป รวมไปถึงค่าครองชีพในการด้าเนินชีวิตท้าให้ประเพณีบางอย่าง เช่น ประเพณีส่งข้าว สงกรานต์ที่เม่ือก่อนในหมู่บ้านจะมีหลายบ้านที่ท้าข้าวสงกรานต์ไปส่งตามวัดต่างๆ ในชุมชน แต่ ปัจจุบันด้วยค่าใช้จ่ายก็เหลือเพียงไม่กี่บ้านหรือในหลายหมู่บ้านก็ไม่มี และก็ท้าบุญกันแต่วัดที่ใกล้ หมู่บ้าน ประเพณีกวนกะละแม เดิมเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันในการกวนกะละแม กวนกันหลายวัน วันละหลายกระทะ แต่ตอนนี้ด้วยต้นทุนวัตถุดิบท่ีสูงข้ึนก็ท้าให้หลายบ้านไม่ท้ากัน เปล่ียนเป็นการซื้อ ส้าเร็จแทน ๒. เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร ท้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านของผู้ร่วมงาน มีการประ สัมพันธ์ได้งานและรวดเร็วมากขึ้น เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภายนอกจ้านวนมากในการมาเข้า ร่วมงาน ซง่ึ กท็ ้าใหก้ ารควบคุมทง้ั ในเร่ืองของขนบธรรมเนียมประเพณี การปฏิบัติ และวัฒนธรรมรวม ไปถึงความปลอดภัยเป็นไปได้ยากมากขึ้นและท้าให้ประเพณีเปลี่ยนไป เช่น ท้าให้การกล้าแสดงออก ของหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน ท้าให้แนวคิดการเล่นสะบ้า ท่ีว่าเป็นกิจกรรมที่เมื่อก่อนหนุ่มสาวไม่เคยเห็น หน้า ไม่รจู้ ักกนั เปิดโอกาสให้ ไดท้ ้าความรจู้ กั กันนน้ั ค่อยๆ จางหายไป ความอยู่รอดของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอ่ืน ๆ เกี่ยวพันกับมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมท่มี กี ารจดั เก็บรวบรวมข้อมลู พบวา่ ประเพณีส่งข้าวสงกรานต์ มีน้อยคนจริงๆ จะร่วมกิจกรรม เมื่อก่อนทุกบ้านจะท้าข้าวไปส่งที่ วัด แตต่ อนนี้เปน็ แค่หมบู่ ้านละชุด หมูบ่ ้านละวดั ประเพณีกวนกะละแม เม่ือก่อนก็กวนกันแทบทุกบ้าน กวนกันหลายวันก่อนวันสงกรานต์ วนั ละหลายๆ กระทะ ตอนนีก้ ็น้อยลง หรือเป็นการขายมากกวา่ การกวนเพ่อื แจกกนั ในวนั สงกรานต์ ประเพณีแห่หงษ์ธงตะขาบ เปล่ียนแปลงไปโดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมน้อยลง ส่วนมากต้อง ขอแรงเดก็ นักเรียนมารว่ มงาน ซ่ึงน่าเปน็ ห่วงมาก ส่วนมากก็จะมายืนดมู ากกว่าเข้าร่วม ประเพณีร้าเจ้าพ่อเจ้าแม่ มีการปฏิบัติพิธีกรรมน้ีน้อยลง และเยาวชนรุ่นใหม่ไม่ได้ให้ความ สนใจและส้าคญั มองเปน็ เรื่องงมงาย ประเพณีเล้ียงผี มีแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ปฏิบัติและให้ความส้าคัญสืบกันอยู่ นับวันก็ย่ิงเลือนหาย อาจเพราะข้อจ้ากดั ของคนสืบทอด หรืออปุ กรณ์ไมม่ ี ภาษามอญ ถูกใชน้ อ้ ยลงในการด้าเนนิ ชวี ิตประจ้าวันและในพธิ กี รรม เหลือแค่ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือ ตามป้ายโฆษณาในประเพณสี งกรานต์ หรือตามวดั ต่างๆ เท่าน้ัน ซึ่งอ้าเภอพระประแดงถือเป็นถ่ินชาว ไทยเช้ือสายมอญอย่างชัดเจน อย่างเช่นค้าขวัญแต่ก็ไม่ค่อยได้เห็นการใช้ภาษามอญในส่วนงานต่างๆ นอกจากทีอ่ ยู่ในวดั การปกป้องคุ้มครองหรือมาตรการอื่น ๆ ที่มีอยู่ ซ่ึงให้ความใส่ใจแก้ปัญหาปัจจัยคุกคาม เหลา่ นี้และส่งเสรมิ ให้มกี ารถอื ปฏิบตั ิหรือการสืบทอดมรดกภมู ิปญั ญาทางวฒั นธรรมในอนาคต;
๑๔๓ เทศบาลเมืองพระประแดง เป็นแม่งานช่วยในการสืบสานจัดงานสงกรานต์พระประแดง ซ่ึง รูปแบบการจัดงานกค็ งไว้ซึ่งประเพณีหลกั ๆ ของประเพณสี งกรานต์พระประแดงดั้งเดิม การท่องเท่ียวแห่งประเทศไทยช่วยในการประชาสัมพันธ์งานประเพณีสงกรานต์ให้เป็นที่รู้จัก ของประเทศและนานาชาติ สภาวัฒนธรรมอ้าเภอพระประแดงช่วยสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนเพื่อสืบสานกิจกรรมใน งานประเพณีสงกรานต์พระประแดงในรูปแบบด้ังเดิม รวมไปถึงการระดมทุนในการด้าเนินกิจกรรม ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีหรือวิถีชีวิตของชาวไทยเช้ือสายมอญ เช่น การจัดงานหรรษารามัญ เป็นประจ้าทกุ ปี เยาวชนไทยเช้อื สายมอญ บา้ งกช็ ่วยในการเอาเร่ืองราวหรือประเพณีต่างๆ ของชีวิตชาวมอญ ไปใช้ในการเรียนในมหาวิทยาลัยของตนเอง บ้างก็เขียนหนังสือบ้างเพ่ือที่ถ้ามีโอกาสก็จะเผยแพร่ให้ หลายๆ คนได้อ่านร่วมไปถึงการสร้างเว็บไซต์ ส้าหรับแนวทางการสงวนรักษาประเพณีสงกรานต์พระประแดงโดยชุมชน ต้องเร่ิมจาก ชุมชนต้องเริ่มสืบสานโดยการสืบทอดจากรุ่นปู่ย่าตายาย สู่รุ่นพ่อรุ่นแม่และปฏิบัติสืบต่อการจนรุ่นลูก รุ่นหลาน แม้จะไมม่ ีหลักสูตรหรอื ต้ารา แตก่ ารสืบทอดอาจเริ่มจากการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันเพ่ือเป็น แบบอยา่ งและเพ่อื ใหต้ ระหนกั ถึงเนื้อหาและคุณค่าของวฒั นธรรม เยาวชนในอ้าเภอพระประแดง ต้องตระหนักถึงช่ือเสียง ความส้าคัญ และความ เป็น เอกลกั ษณ์ของท้องถน่ิ เพ่อื ด้ารงไว้ซึ่งประเพณีสงกรานต์พระประแดงดง้ั เดมิ สา้ หรบั แนวทางการปกปอ้ งคุ้มครองโดยหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าภาพใน การจัดงานต้องให้ความส้าคัญในการศึกษาและอนุรักษ์แก่นแท้ของประเพณีสงกรานต์พระประแดง แบบดงั้ เดมิ และสอดแทรกในรูปแบบการจัดงานอย่างเหมาะสม ร่วมถึงการสร้างความร่วมมือและการ มีส่วนร่วมของชุมชนในการออกแบบรูปแบบการจัดงาน การประชาสัมพันธ์ และงบประมาณในการ จัดงานแก่ชุมชน หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานสงกรานต์ต้องส่งเสริมให้มีกระบวนการการมีส่วนร่วม ของชมุ ชนใหม้ ากขน้ึ สถาบันการศึกษาในชุมชนต้องเข้ามาส่วนร่วมในกิจกรรมขบวนแห่หรือสอดแทรกใน เนื้อหาวชิ าเรียนทอ้ งถ่นิ ให้มากขนึ้ ครั้งที่ ๓ เมื่อวนั ท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ เม่ือวันท่ี ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ ทีมวิจัยชุมชน ได้แก่ ผศ.ดร. กรกนก ทิพรส นางสาวนฤมล ขนุ ไกรทา้ หน้าที่นักวิจัยชุมชน ได้เปิดเวทีชุมชนด้วยการประชุมกลุ่ม เพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน การวางแผน ค้นหาปัญหา อุปสรรคการสืบสาน ปกป้อง คุ้มครองประเพณีสงกรานต์ โดยการจัดเวที การเสวนาแบบการสนทนากลุ่ม (focus group) การให้ความยินยอม การร่วมวิเคราะห์ สังเคราะห์ สภาพปัญหา การด้ารงอยู่ และการอยู่รอดของประเพณีสงกรานต์ โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีเสวนา ประกอบด้วย ผู้แทนสภาวัฒนธรรมอ้าเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวง วัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธกิ าร การทอ่ งเทย่ี วแห่งประเทศไทย เทศบาล องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ดงั น้ี
๑๔๔ ๑. ผศ.ดร.ราชันย์ นลิ วรรณภา นกั วิชาการดา้ นวฒั นธรรมท้องถน่ิ ๒. นายประสาสน์ รัตนะปญั ญา ปราชญช์ าวบ้าน ๓. นายมน่ั เบ้าสภุ ี ไวยาวจั กรวัด ๔. นางทองเลย่ี ม เวียงแก้ว ปราชญช์ าวบ้าน ๕. นายบรรจง ไชยศักดิ์ พ่อจ้าประจา้ ชมุ ชนเครือวลั ย์ ๖. นายพรชยั ศรีสารคาม ประธานสภาวฒั นธรรมจงั หวดั มหาสารคาม ๗. นางส้าราญ ดจี ันทร์ ประธานสภาวัฒนธรรมอ้าเภอ ๘. นายบุญเลิศ สดสชุ าติ ประธานชมรมภมู ิปญั ญาอสี าน ๙. นางอมั พวัน พรรณขรรค์ กรรมการชมรมภมู ปิ ัญญาอีสาน ๑๐. พระมหา ดร.ทองจนั ทร์ ทิพย์วฒั น์ รองเจา้ อาวาสวัดทา่ สะแบง ๑๑. นายค้าใบ กางสา้ โรง ประธานชุมชนศรสี วสั ด์ิ ๑๒. นางสวุ นั นะ บญุ พระ ชุมชนชาวชนบท ๑๓. นางสาวศริ ิพร โคตะวนิ นท์ นกั วิจัยทอ้ งถ่ิน ๑๔. นายอนันต์ รกั ษาโคตร ประธานชมุ ชนเครือวัลย์ ๑๕. นายถาวร ปะทะมา กา้ นัน ต้าบลโพธใิ์ หญ่ ๑๖. นางทองสขุ ธรรมโหร ครูเกษยี ณราชการ ๑๗. นายสวิส กลุ ชยั ตวั แทนเยาวชน ๑๘. นายเสฎฐวฒุ ิ วงษด์ ี ตวั แทนเยาวชน ๑๙. นายสงา่ พลิ าทา ครูชา้ นาญการพิเศษ ๒๐. นายทนงศกั ดิ์ เขม็ แกว้ ชุมชนชาวเชียงคาน ๒๑. นายกมล คงป่ิน อดีตนายกเทศบาลตา้ บลเชียงคาน ๒๒. นางพัฒนา อินกลาง ชาวบ้านคมุ้ มหาชัย การเสวนาในเวทีชุมชน สรุปได้ว่า งานประเพณีสงกรานต์หรืองานบุญข้ึนปีใหม่ ซึ่งตรงกับ วันข้ึน ๑๕ ค่้า เดือนห้า เป็นประเพณีที่มีน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ มีการสรงน้าพระพุทธรูป สรงน้า พระสงฆ์ รดนา้ ขอพรจากผ้เู ฒ่า ผแู้ กแ่ ละผทู้ เี่ ราเคารพนบั ถอื สรงน้าอฐั ขิ องบรรพบุรุษ /ญาติที่ล่วงลับ การจัดกิจกรรมต่างๆ ส่วนมากจะจัด ๓ วัน ระหว่างวันท่ี ๑๓-๑๕ เมษายน ของทุกปี โดยชาวบ้านจะมี การเตรียมงานล่วงหน้า ๒-๓ วัน กล่าวคือ ชาวบ้านจะต้องออกหาฟืน หาอาหารและเสบียงอาหาร ต้า ขา้ วไวส้ า้ หรบั การรบั ประทาน ในช่วงวันสงกรานต์ อย่างน้อย ๕-๗ วัน ตักน้าใส่ตุ่มให้เต็ม เก็บกวาด บา้ นเรอื นใหเ้ รียบร้อย เน่ืองจากเม่ือเร่ิมวันสงกรานต์หรือภาษาอีสานเรียกว่า วันเนา ชาวบ้านจะไม่ท้า อะไร หยุดท้างานที่เป็นปกติของตนเอง ไม่ให้ท้างานอะไรเลยเป็นเวลา ๕ - ๗ วัน ซ่ึงผู้เฒ่าผู้แก่กล่าว ว่า หากใครท้างานในช่วงเวลาน้ีจะท้าให้หูหนวก ตาบอด ท้าให้ชาวบ้านต้องมีการเตรียมการต่างๆไว้ ล่วงหน้า นอกจากน้ันยังมีภารกิจที่จะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ อาทิ การแห่พระ การแห่ ดอกไม้ การละเล่นต่างๆท่ีต้องมีการเตรียมไว้ให้พร้อม มีการขนทรายเข้าวัดก่อน บางชุมชนมีการ จัดหาเทพีนางสงกรานต์ และตกแต่งยานพาหนะที่จะน้าไปแห่ในวันสงกรานต์ นอกจากน้ี ในระหว่าง
๑๔๕ ชว่ งสงกรานต์ จะไม่มีการดดุ า่ ว่ากลา่ วกัน ไมม่ ีเสยี งต้าขา้ วจากครกกระเดื่อง หรือออกหาฟืน แต่จะมี การท้าบุญ ถวายภัตตาหารพระสงฆ์ การปลอ่ ยนก ปลา เตา่ หอย เป็นต้น วันเร่ิมงานวันแรก (วันท่ี ๑๓ ) ถือเป็นวันสังขานต์ล่อง เป็นวันท่ีราศีเก่าเข้าสู่ราศีใหม่ มี กจิ กรรมตา่ งๆตามประเพณี ได้แก่ การนิมนต์พระพุทธรูปลงจากโบสถ์มาสรงน้า มีการจัดขบวนแห่นาง สงกรานต์ ขบวนแห่พระพุทธรูปท่ีตกแต่งสวยงาม ขบวนฟ้อนร้า โดยแห่ไปรอบ ๆ ชุมชน เพ่ือให้ ชาวบา้ นได้มโี อกาสสรงน้าพระพุทธรูป บางชุมชนจะมีการแห่ขบวนดอกไม้ไปรอบ ๆ ชุมชน เนื่องจาก ในฤดูนี้ต้นไม้จะออกดอกบานสะพรั่งกันมาก เช่น คูณ ทองหลาง ตะแบก ทองกวาว ดอกไม้ดังกล่าว จะน้ามาบูชาพระและน้ามาตกแต่งซุ้มพิธีที่ใช้เป็นท่ีสรงน้าพระพุทธรูป ก่อนสงกรานต์ชาวบ้านใน ชุมชนจะมาช่วยกันสร้างผาม (ซุ้มพิธีที่จัดเตรียมไว้) อย่างสวยงามเพ่ือนิมนต์พระพุทธรูปมา ประดิษฐานช่ัวคราวให้ชาวบ้านได้มีโอกาสสรงน้าพระพุทธรูป ในสมัยก่อน น้าที่ใช้สรงน้าพระเป็นน้า ขม้ิน (ใช้ขม้ินสดขูดลงไปในน้าสะอาด) แต่ปัจจุบันเปล่ียนแปลงมาเป็นน้าผสมกับน้าอบน้าหอมที่มี วางขายทั่วไป มีการถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์ นอกจากน้ี จะมีพิธีกรรมในการบังสุกุลบรรพบุรุษท่ี ลว่ งลบั ไปแลว้ เป็นการบังสกุ ลรวม โดยชาวบ้านจะนา้ เอาอัฐขิ องบรรพบรุ ุษที่เกบ็ ไว้ทีบ่ า้ น มารวมกันท่ี ศาลาวัด และท้าพิธีทางศาสนา หากครอบครัวใดเอาอัฐิไว้ท่ีธาตุ (ที่บรรจุอัฐิ) ก็จะท้าพิธีบังสุกุลท่ีธาตุ แต่การบังสกุ ุลน้ี บางชมุ ชนจะทา้ ในวันท่ี ๑๔ เมษายน วันท่ี ๑๔ เมษายน เป็นวันครอบครัว ญาติพี่น้องจะมาพบปะ รับประทานอาหารร่วมกัน มี การผูกแขน เพื่อเป็นสิริมงคล และญาติผู้ใหญ่ให้พรแก่ลูก ๆ หลาน ๆ วันน้ีเรียกว่าวันเนา (วันที่ไม่มี การท้างานใด ๆ มีแต่การจัดกิจกรรมท่ีสนุกสนาน เป็นวันพักผ่อน) เพื่อหยุดพักผ่อน บางคนจะมี สิ่งของมามอบให้ผู้ใหญ่เรียกว่า เครื่องสมมา เช่นผ้าขาวม้า ผ้าถุง หลังจากนั้นก็จะมีการละเล่น พ้นื บา้ น เชน่ ตีจ่ บั ข่มี ้าทรงเมอื ง งูกินหาง หมากเก็บ หมากหึง้ บักหมาหนังโปก บักอี๋ ดึงหนัง (ชักกะ เย่อ) เป็นต้น ซึ่งการละเล่นพื้นบ้านนี้ บางชุมชนจะจัดทุกวันในระหว่างสงกรานต์ โดยจะจัดหลังจาก รับประทานอาหารเย็น ในวนั นี้ยังเป็นวันท่ีหนุ่มสาวเล่นสาดน้าอย่างสนุกสนาน จะปล่อยอิสระ สามารถ มาพบปะพดู คุย เลน่ น้าสงกรานต์ด้วยกันได้ ในสมัยกอ่ น ชาวบ้านจะสามารถเล่นน้าร่วมกับพระสงฆ์ได้ โดยมกี ารขอขมาพระสงฆ์ในวันก่อนและหลังวันสงกรานต์ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีการเล่นน้าร่วมกันระหว่าง พระภิกษุและชาวบ้าน แต่จะเป็นการสรงน้าพระสงฆ์ วันน้ี บางชุมชนจะมีการท้าบุญให้แก่บรรพบุรุษ สรงน้ากระดูก นิมนต์พระสงฆ์สวดมาติกา อุทิศบุญกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่บางชุมชนจะท้า กันในวนั ที่ ๑๓ เมษายน และ ไปท้าพธิ ที ่ีวัด พระสงฆเ์ จริญพระพุทธมนตเ์ ยน็ วันท่ี ๑๕ เมษายน เป็นวนั เถลิงศก เป็นวันข้ึนปีใหม่ของไทยสมัยโบราณ วันน้ีเป็นวันท้าบุญ รวมของทกุ คนในชุมชน และอุทิศบญุ กุศลให้แกญ่ าติผลู้ ่วงลับ ทุกครอบครัวจะน้าอาหารมาถวายพระ รับประทานอาหารร่วมกัน และมีการรดน้าด้าหัวให้แก่พระภิกษุสามเณรและผู้สูงอายุ ท้าน้าพระพุทธ มนต์ พระสงฆเ์ จริญพระพทุ ธมนต์ ประพรมน้าพระพุทธมนต์และให้พรแก่ญาติโยม เพ่ือให้อยู่เย็นเป็น สุขตลอดไป นอกจากน้ี มีการก่อเจดีย์ทราย ที่วัด ซ่ึงประดับด้วยดอกไม้ และธงสีต่าง ๆ เน่ืองจาก ชาวบ้านมีความเช่ือว่า เม่ือเราเข้าวัด เราเหยียบดินทรายออกจากวัด จึงจ้าเป็นจะต้องมีการขนทราย เข้าวัดเพื่อเป็นการน้ากลับไปไว้ท่ีวัดเหมือนเดิม บางชุมชนจะก่อเจดีย์ทราย (ภาษาอีสานเรียกว่าก่อ ประทาย) ในวันที่ ๑๖ เมษายน โดยบางชุมชนจะก่อเป็นรูปจระเข้และรูปเต่าอย่างละ ตัว เพราะเชื่อ วา่ จะมีอายยุ ืน
๑๔๖ ชว่ งหลงั จากวนั สงกรานต์ บางชุมชนในจังหวัดต่างๆ เช่น อุบลราชธานี มหาสารคาม จะมีการ จัดกิจกรรมต่อเน่ือง คือ ประเพณีการรักษาบ้าน โดยมีความเช่ือว่า เม่ือข้ึนปีใหม่ไทย จะต้องท้า ประเพณีการรักษาบ้าน เพื่อเป็นการคุ้มครองปกปักษ์รักษาบ้านเรือน ให้ทุกคนในบ้านมีแต่ความสุข ปลอดภัย ประสบความส้าเร็จ ซึ่งได้มาปฏิบัติกันมาเป็นประจ้าทุกปีและสืบทอดกันมานาน เช่น ชุมชนคุ้มเครือวัลย์ จังหวัดมหาสารคาม ชาวบ้านทุกครัวเรือน จะจัดเตรียมอาหารถวายพระสงฆ์ ที่ ศาลากลางบา้ น พระสงฆเ์ จริญพระพุทธมนต์ เมือ่ เสร็จพธิ ีทางพทุ ธศาสนาแล้ว จะมีพิธีการบูชา ศาลปู่ ตา ซึ่งเป็นทเ่ี คารพของชาวบ้าน ผนู้ ้าในการท้าพิธีน้ีเรียกว่า พ่อจ้า ซ่ึงได้รับการคัดเลือกโดยการเข้าทรง ว่าใครจะได้เป็นผู้น้าในการท้าพิธีกรรมต่างๆตาม ที่ได้ปฏิบัติมาตั้งแต่ปู่ย่า ตายาย ชุมชนในจังหวัด อุบลราชธานี ประเพณีการรักษาบ้าน ก็มีพิธีกรรมที่คล้ายกัน แต่จะมีการเส่ียงทายโดยใช้ไก่ เพื่อจะได้ ทราบว่าในปีนจ้ี ะชมุ ชนจะมคี วามอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพยี งใด สา้ หรับ ชาวอ้าเภอเชียงคาน จังหวัดเลย นบั จากวนั ที่ ๑๓ เมษายน ไปอีก ๙ วัน ในเวลาประมาณ ๒๑ –๒๒ น. ทุกชุมชน มีการแห่ข้าวพันก้อน รว่ มกนั โดยแหร่ อบๆไปตามถนน สายหลกั จากนั้นก็น้าข้าวพันก้อนไปบูชาพระพุทธ พระประธานใน อุโบสถจนครบทุกวดั ในเขตเทศบาลต้าบลเชยี งคาน ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีท่ีได้อนุรักษ์และสืบสานมาถึงในปัจจุบัน โดยในช่วงเวลา ๓ วันจะมีพิธีกรรมต่างๆ เช่น การแห่พระพุทธรูป สรงน้าพระสงฆ์ การอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษผู้ ล่วงลับ การสรงน้า ขอพรจากผู้สูงอายุ ก่อเจดีย์ทราย ซ่ึงเป็นแบบแผน เป็นกระบวนการ และเป็น แก่นของการแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณ มีการปฏิบัติตามรูปแบบเดิม เริ่มจากครอบครัว ซึ่งถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันรวมญาติ จะต้องกลับมาบ้าน กลับมาหาครอบครัว พ่อ แม่ พ่ีน้อง เพื่อ สร้างความรัก ความสามัคคีในครอบครัว ท้าให้รักกันมากข้ึน ได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ มพี ระคณุ การท้าบงั สุกลุ ให้กับบรรพบรุ ุษทลี่ ว่ งลบั ไปแล้ว การท้าบุญตักบาตร สรงน้าพระ ท้าให้จิตใจ เบิกบาน แตป่ ัจจุบันมกี ารเปลย่ี นแปลงจากเดิมทเี่ คยสรงน้าพระท่ีวัด ปจั จุบันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ร้านสะดวกซ้ือ ห้างสรรพสินค้าท่ัวไป ก็จัดซุ้มพระพุทธรูปไว้เพื่อให้คนมาใช้ บริการได้รดน้า พระพทุ ธรูป และสว่ นมากหน่วยงานราชการจะจดั กิจกรรมตา่ งๆพิธีกรรมต่างๆ ก่อนวันสงกรานต์ เช่น จัดในวันท่ี ๙ – ๑๑ เมษายน เพื่อใหข้ ้าราชการและพนกั งานในหน่วยงานได้กลับภูมิล้าเนาของตนเอง เป็นการสนบั สนนุ การรกั ษาประเพณสี งกรานตไ์ ดอ้ กี ทางหนงึ่ ผลที่ได้รับ พระภิกษุสงฆ์ ปราชญ์ชาวบ้าน วัฒนธรรมต้าบล ผู้น้าชุมชน ผู้น้าท้องถิ่น ชุมชน ภาครัฐและเอกชนทเี่ กี่ยวข้อง เยาวชน ซึ่งเป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ในพ้ืนท่ีภาค อีสานรับทราบและให้การสนับสนุนและแสดงความต้องการท่ีจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งและร่วมใน กระบวนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ภาคอีสาน ทั้งแสดงความยินยอมในใบแสดงความยินยอมที่จะให้ประเพณีสงกรานต์ภาคอีสานให้เป็นมรดกภูมิ ปัญญาของชาติและมนุษยชาติด้วย โดยเห็นว่า ประเพณีสงกรานต์ มีความส้าคัญในด้านความเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่ชุมชนสามารถสืบทอดมาได้จนถึงปัจจุบันน้ี เป็นประเพณีที่มีคุณค่าทางจิตใจ ที่ทุกคนได้มาร่วมกันท้าบุญ ท้าให้เกิดความยืดเหนี่ยวทางจิตใจ เป็นการรวมตัวของคนในครอบครัว และคนในชุมชนเพื่อมาท้ากิจกรรมร่วมกัน เกิดความสามัคคี เป็นการสร้างสายใยความผูกพันของคน ในครอบครัว และเป็นการรักษาประเพณีของไทย บรรพบุรุษได้สร้างหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ ซึ่ง
๑๔๗ ผสมผสานระหว่างความเช่ือและเหตุผลที่อธิบายได้ หลอมรวมมาเป็นประเพณีสงกรานต์ อาทิ การ ไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว การอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ พระสงฆ์ เทศนาสั่งสอนเรื่อง ศีลธรรม ความดงี าม ประเพณีสงกรานต์ มีความส้าคัญอันแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของชุมชน และเป็นแบบอย่าง ของภูมิปัญญาบรรพบรุ ุษที่ได้ร่วมกันสรา้ งให้กับชมุ ชนบนพนื้ ฐานของความร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือซ่ึง กันและกัน สร้างกิจกรรมให้ได้อยู่ร่วมกัน ให้ได้มีโอกาสได้ร่วมท้าบุญกุศลร่วมกัน สร้างความ สนุกสนาน และช่วยเหลือกัน มีการละเล่นท่ีท้าให้เกิดความสนุกสนาน เป็นการผ่อนคลายจากการ ทา้ งาน มีความเชอื่ ว่า หากผู้ใดท้างานอ่ืนใดในช่วงนี้ จะถือว่าผิดประเพณี จะท้าให้ไม่เจริญก้าวหน้า ซ่ึงเปน็ กิจกรรมท่ที วีความงอกงามขนึ้ ทางด้านจิตใจที่ยึดถือร่วมกันในสังคม เป็นความเช่ือในพิธีกรรม ตา่ งๆในการทา้ บุญตามประเพณี เปน็ การยดื เหนีย่ วจติ ใจของคนในครอบครวั และในชุมชน/สังคม และ ชาวบา้ นทกุ ชมุ ชนกย็ ังคงสืบทอดประเพณนี ีต้ อ่ ไป ส้าหรับแนวปฏิบัติตามจารีตในการเข้าถึง การใช้และการมีส่วนร่วมในมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ได้แก่ ๑. การสรงน้าพระพุทธรูป จากสมยั กอ่ นใช้รางรด เพอื่ สรงน้าพระ แต่ปัจจุบันการใช้รางรดได้ หายไป ๒. คา่ นยิ มการแตง่ กาย จากสมยั ก่อนมีการแต่งชุดผ้าไทย รักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทย แต่ ปัจจุบนั เปน็ การแต่งกายทวี่ าบหววิ ตามแฟชน่ั ทไ่ี ดร้ บั อิทธพิ ลจากต่างชาติ ๓. ค่านิยมการเล่นน้า จากสมัยก่อนจะเร่ิมเล่นน้ากันหลังจากการสรงน้าพระเรียบร้อยแล้ว แตป่ ัจจุบนั เล่นน้ากนั ต้งั แตเ่ ชา้ หรอื กอ่ นถึงวนั สงกรานต์ โดยไม่คา้ นงึ ถงึ การสรงน้าพระ และการเล่นน้า สมัยก่อนสามารถเล่นร่วมกันได้ระหว่างพระภิกษุและชาวบ้าน แต่ปัจจุบัน สังคมมองว่าการเล่นน้า รว่ มกนั เป็นการแสดงความไม่สุภาพ ๔. การสร้างฐานะของครอบครวั ตา่ งภูมิล้าเนา จากสมัยก่อนท่ีลูก ๆ หลาน ๆ จะกลับบ้านใน วันสงกรานต์ แต่ปัจจุบันบางครอบครัวมีความจ้าเป็นจะต้องท้างานในวันสงกรานต์เพ่ือได้ค่าแรงท่ีสูง กว่าวนั ปกติ ๕. เทคโนโลยีที่ทันสมัย ในอดีต ช่วงสงกรานต์ จะได้พบปะญาติพี่น้องกันและเพ่ือนๆ แต่ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถสื่อสารกันได้สะดวก พบปะเจอหน้ากันผ่านหน้าจอโทรศัพท์/ คอมพวิ เตอร์ ส้าหรับผู้ท่ไี ม่ได้มารว่ มงานสงกรานตใ์ นภูมลิ า้ เนาของตนเอง ๖. การปลกู ฝงั จากครอบครัว จากสมยั ก่อนจะต้องไม่ท้างานใด ๆ ในช่วงวันสงกรานต์ จึงได้มี เวลาเข้าวัด ท้าบุญและท้ากิจกรรมตามประเพณี แต่ปัจจุบันไม่เคร่งครัดมากนัก อีกทั้ง พ่อแม่ ผปู้ กครอง หรือผใู้ หญ่ ไมป่ ลูกฝงั ใหล้ ูกหลานเข้าวดั การเขา้ วัดท้าบุญของเด็กจงึ ลดนอ้ ยลง ๗. การรดน้าขอพรจากผู้ใหญ่ สมัยก่อน การรดน้าขอพรผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่จะเป็นผู้ให้พรแก่ ลกู หลานที่มารดนา้ แตป่ ัจจุบัน กลายมาเป็นลูกหลานมารดน้าอวยพรให้ผู้ใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง อายุ มัน่ ขวญั ยืน ซ่ึงผดิ แผกจากประเพณเี ดมิ อยา่ งสิ้นเชิง ๘. การก่อนเจดีย์ทราย สมัยก่อนชาวบ้านจะต้องเป็นผู้ขนทรายจากแม่น้าใกล้หมู่บ้าน/ ชุมชน/ริมฝ่ังโขงเข้าวัด เป็นการร่วมแรงร่วมใจกัน แต่ปัจจุบัน มีธุรกิจขายทราย ท้าให้เกิดการส่ัง ทรายจากร้านค้า โดยรถบรกิ ารของทางร้านมาส่งใหถ้ ึงในวัดและลงขันกันจา่ ยคา่ ทราย
๑๔๘ ดา้ นแนวทางการถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสูค่ นอื่น ๆ ในชุมชน; ๑. ครอบครัว พอ่ แม่ ป่ยู ่า ตายาย และชมุ ชนควรใหค้ วามสา้ คัญกับประเพณีสงกรานต์และมี การปลูกฝังความรู้ ประสบการณ์เก่ียวกับความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ท่ีถูกต้อง ให้กับสมาชิก ในครอบครัว ลูกหลานเกิดความตระหนักเห็นคุณค่าเกิดความหวงแหนท่ีจะรักษาประเพณีสงกรานต์ ใหค้ งอยูต่ ลอดไป ๒. กระทรวงศกึ ษาธิการ ควรกา้ หนดให้มีหลักสูตรท้องถ่ินหรือท้าสารคดีหรือเป็นบทเรียนส้ัน ๆ เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ เพ่ือให้นักเรียนได้รับความรู้ ข้อมูลที่ถูกต้อง มองเห็นความส้าคัญของ ประเพณีที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน และเป็นการสร้างจิตส้านึกในการสืบสาน ซ่ึงเช่ือว่าผู้ทรง ความรู้ในทอ้ งถน่ิ พรอ้ มที่จะถา่ ยทอดประสบการณแ์ ละความรทู้ ่สี ะสมมาแตเ่ ดมิ ให้ด้วยความเต็มใจ ๓. กระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรมประเพณีต่าง ๆ ใหส้ อดคล้องกบั หลกั สูตรทอ้ งถน่ิ ข้ึนทกุ ปี เพือ่ ให้เด็กได้เห็นและสัมผัสกับประเพณีท่ีแท้จริง นอกเหนือ จากการศกึ ษาจากในต้าราเรียนของหลกั สูตรท้องถ่นิ ๔. ผู้น้าชมุ ชนให้ความส้าคัญในการสบื สานตามประเพณี มีการประชาสัมพันธ์ การขอความ รว่ มมอื ในการจัดกิจกรรมตา่ ง ๆ ๕. ควรส่งเสริมในวงกว้างโดยให้คนในสังคมได้รับรู้รับทราบประเพณีสงกรานต์ของชาวไทย โดยท่ัวกัน ซ่ึงจะต้องให้ภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เข้ามาช่วยกัน สง่ เสริมให้แพร่หลายไปทุกส่วนของสังคมท้ังในประเทศและนอกประเทศ ผลที่ตามมาคือ จะท้าให้ทุก ฝ่ายเกดิ ความตระหนกั เห็นความสา้ คญั และชว่ ยกนั อนุรักษ์และสบื ทอดประเพณนี ต้ี อ่ ไป ๖. ในระดับจังหวัดควรมีนโยบายและก้าหนดยุทธศาสตร์โดยใช้ประเพณีสงกรานต์เป็น กิจกรรมหน่ึงทจี่ ะชว่ ยกนั ส่งเสริมให้เกิดการสืบทอดและช่วยในการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างถิ่มาเที่ยว จะทา้ ให้เกดิ รายไดใ้ ห้แก่ชาวบ้านและจงั หวดั อกี ทางหนึ่ง สภาวะของมรดกภมู ปิ ัญญาทางวัฒนธรรม: ความอยรู่ อด ปัจจัยคุกคามที่มผี ลต่อความอยรู่ อดของมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวัฒนธรรมภายในชุมชนต่าง ๆ ท่ี เกี่ยวขอ้ ง ไดแ้ ก่ ๑. ชุมชนขาดจิตส้านึกในการสืบสาน อนุรักษ์ ไม่พยายามสืบสาน สืบทอดประเพณี ไม่ให้ ความส้าคญั ท้าก็ได้ไมท่ ้าก็ได้ ๒. คนรุ่นใหม่ (ผู้ท่ีจะเป็นคนสืบสานประเพณี) ไม่สนใจและไม่เห็นความส้าคัญ สนใจแต่การ เล่นทีท่ า้ ให้เกดิ ความสนุกสนานอยา่ งเดยี ว ๓. การจดั กิจกรรมเน้นการสนุกสานอย่างเดียว ให้ความส้าคัญกับการประกวดเทพีสงกรานต์ และประกวดขบวนแห่ ไม่ค่อยให้ความส้าคัญกับการสรงน้าพระพุทธรูป การสรงน้าพระสงฆ์ การรด น้าขอพรจากผใู้ หญ่ การละเล่นพ้นื บา้ น และการกอ่ เจดยี ท์ ราย ๔. ขาดภมู ปิ ัญญาหรือผูร้ ู้ ทจ่ี ะช่วยถา่ ยทอดวิถีประเพณที ่ีถูกต้องให้ชมุ ชนไดร้ บั ทราบ ๕. ครอบครวั พอ่ แม่ หรอื ผปู้ กครอง และญาตผิ ูใ้ หญ่ ไม่มีการชแี้ นะ บอกเลา่ เรอ่ื งราย ประวัติ ความเป็นมาเกยี่ วกับประเพณสี งกรานต์ให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ไดท้ ราบ ๖. ขาดการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชนอย่างแท้จริง ทา้ ใหส้ ายใยวัฒนธรรมชุมชนเร่ิมขาดหายไป
๑๔๙ ส้าหรับปัจจัยคุกคามที่มีผลต่อความย่ังยืนในการเข้าถึง การใช้ทรัพยากรและองค์ประกอบที่ จับต้องได้ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั มรดกภูมปิ ญั ญาทางวัฒนธรรม พบวา่ ๑. การเปล่ียนแปลงนโยบายในการสืบสานประเพณีสงกรานต์ของหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น เช่น การก้าหนดขอบเขตการเล่นในถนนต่าง ๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น จะจัดกิจกรรมท่ีถนน ขา้ วเหนียว จงั หวัดมหาสารคามจดั กจิ กรรมท่ีถนนข้าวเมา่ ซึ่งคาดวา่ ต้นแบบการเลน่ สงกรานต์บนถนน น่าจะมาจากกรุงเทพฯ ท่ีถนนข้าวสาร เนื่องจากมีชาวต่างชาติมาพักอาศัยอยู่มาก เพราะมีท่ีพักราคา ถูก ใกล้แหล่งชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว ดังน้ัน วัตถุประสงค์ที่แอบแฝงในการเล่นสงกรานต์ท่ีถนน ข้าวสารอาจเป็นเร่ืองการมุ่งเน้นเศรษฐกิจ การท้ารายได้จากการให้บริการ เช่น ที่อยู่อาศัย อาหาร อุปกรณ์การเลน่ ปืนฉดี น้า ฯลฯ การเล่นในลักษณะนี้เป็นการสร้างภาพลักษณ์ท่ีไม่ถูกต้องในประเพณี สงกรานต์ และการบริหารจัดการในการเล่นบนถนนยังไม่มีระบบดี เช่นมีด่ืมเครื่องด่ืมที่มีแอลกอฮอล์ ท้าให้ควบคมุ สติไม่ได้ เกดิ การทะเลาะวิวาทกนั เป็นต้น หากเกิดปัญหาก็จะแก้ไขเปน็ กรณีไป ๒. การเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคมเป็นลักษณะตัวใครตัวมัน การรวมตัวในการท้ากิจกรรมก็ น้อยลง ๓. ความจ้าเป็นของครอบครัวที่ต้องไปอยู่ห่างไกลกันมากอาจจะไม่สามารถเดินทางกลับ มารว่ มทา้ บุญตามประเพณไี ด้ ๔. การปรับเปลยี่ นวิถกี ารดา้ รงชีวติ ดว้ ยการมีเทคโนโลยีเขา้ มาชว่ ย เช่น โทรศัพท์ ก็จะใช้การ โทรศัพทก์ ลบั มาขอพรจากพอ่ แมใ่ นวนั สงกรานต์แทนการกลับบ้าน ความอยู่รอดของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอื่น ๆ เกี่ยวพันกับมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมท่ีมกี ารจดั เก็บรวบรวมข้อมูล; การท้าบุญตามประเพณี ชาวอีสานจะมีการท้าบุญตามประเพณีประจ้าในแต่ละเดือนท่ี เรียกว่า ฮีตสบิ สอง แนวทางการปกป้องคุ้มครองหรือมาตรการอ่ืน ๆ ที่มีอยู่ ซ่ึงให้ความใส่ใจแก้ปัญหาปัจจัย คกุ คามเหล่าน้ีและส่งเสริมใหม้ ีการถอื ปฏิบตั ิหรอื การสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในอนาคต มีแนวทาง ดังน้ี ๑. เริ่มจากหัวหน้าครอบครัวท่ีต้องมีความรู้ ความเข้าใจในประเพณีสงกรานต์ ชุมชนต้องมี ขอ้ มูลท่ถี กู ต้อง ท่จี ะถา่ ยทอดไปยังบคุ คลอ่ืน ๒. การดา้ เนนิ งานของภาครัฐและหนว่ ยงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง อาจจะดา้ เนินการสืบสาน ถ่าย ทอด ในรูปแบบของหลักสูตรท้องถิ่น หรือการท้าสารคดี หรือเป็นบทเรียนสั้น ๆ เก่ียวกับประเพณี สงกรานต์ส้าหรับนักเรียนในโรงเรียน เพ่ือให้นักเรียนได้รับความรู้ ข้อมูลท่ีถูกต้อง มองเห็น ความส้าคัญของประเพณีที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน และเป็นการสร้างจิตส้านึกในการสืบสาน ถ้า เป็นระดับเด็กเล็ก อาจจะถ่ายทอดในรูปแบบการเล่านิทาน ส้าหรับระดับอุดมศึกษา การสืบทอดโดย ผ่านกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับประเพณี มีการประกวดการละเล่นพ้ืนบ้าน เพ่ือเป็นการอนุรักษ์และสืบ สานตอ่ ไป ๓. ควรกระตุ้นให้เกิดระดับการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนตามบริบทอนั แท้จริงของมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม โดยใช้จัดกิจกรรมในประเพณีสงกรานต์ให้เน้นในเชิงกระบวนการจัดกิจกรรม เพ่ือ กระตุ้นให้สมาชิกในชุมชน ได้ตระหนักใส่ใจร่วมกันแก้ปัญหาปัจจัยคุกคามที่เกิดข้ึน และส่งเสริมให้มี
๑๕๐ การถอื ปฏบิ ัติหรอื การสบื ทอดมรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรมในอนาคต เช่น มีส่วนร่วมในการวางแผน สร้างสรรค์กิจกรรม การให้การติดสินใจ ให้ความเห็นชอบ ร่วมแลกเปล่ียนข้อมูล และร่วมในการวาง แนวทาง การปกปอ้ งค้มุ ครอง ๔. ควรมีการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของบุคคล กลุ่มบุคคล รวมถึงชุมชนในการสืบ ทอด และปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้สืบทอดต่อไปอย่างไม่ขาดสายและสร้าง ความย่ังยืน เพื่อสืบสานพัฒนา และสืบทอดอนุรักษ์ทั้งประวัติและคติวิธีการ ไว้เป็นมรดกวัฒนธรรม ทอ้ งถิ่น ชุมชน และประเทศชาติ และยาวนานไปจนกระทงั่ ถงึ ความเปน็ มรดกวัฒนธรรมโลกสืบตอ่ ไป ครั้งท่ี ๔ เมอ่ื วนั ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เมื่อวันท่ี ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ดร. สมจินตนา คุ้มภัย และนางสาวสมฤทัย ใจกล้า ได้จัด เวทชี มุ ชน ประกอบด้วย ผ้นู า้ ทอ้ งถน่ิ ผูส้ งู อายแุ ละนกั วชิ าการในพนื้ ทีจ่ ังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีผู้ ร่วมใหข้ อ้ มูล ดงั น้ี ๑. นางจาย สามารถ ผู้สูงอายุ หมทู่ ี่ 1 ตา้ บลกระหรอ อา้ เภอนบพติ า้ จังหวัด นครศรีธรรมราช ๒. นางจิรนยั ศรสิทธ์ิ ผู้ใหญ่บ้าน บา้ นในโคร๊ะ หมทู่ ่ี 1 ต้าบลกระหรอ อา้ เภอนบพิต้า จงั หวดั นครศรีธรรมราช ๓. นายสมพงส์ สามารถ สมาชกิ องค์การบรหิ ารส่วนตา้ บลกระหรอ อา้ เภอนบพิต้า จงั หวดั นครศรีธรรมราช ๔. รองศาสตราจารย์ ดร.สบื พงศ์ ธรรมชาติ ผู้อ้านวยการอาศรมวฒั นธรรม มหาวิทยาลยั วลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรธี รรมราช ๕. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. นิพนธ์ ทพิ ยศ์ รีนมิ ิต รองคณบดีสา้ นกั วิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั วลยั ลกั ษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ๖. อาจารย์สุนทร บญุ แก้ว อาจารย์ประจา้ หลกั สูตรการจดั การการทอ่ งเทย่ี วและบริการ สา้ นกั วชิ าการจัดการ มหาวิทยาลยั วลยั ลักษณ์ จังหวดั นครศรีธรรมราช ผลการเวทีชุมชนในรูปแบบการประชุมกลุ่ม สรุปได้ดังนี้ ภาคใต้ได้รับอิทธิพลจากศาสนา พราหมณห์ รือฮนิ ดูผสมผสานกบั ศาสนาพทุ ธประชาชนจึงเชื่อว่าวันสงกรานต์เป็นช่วงเวลาผลัดเปล่ียน เทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง จึงถือวันแรกของสงกรานต์ คือ วันท่ี ๑๓ เมษายน เป็น \"วันส่งเจ้า เมืองเก่า\" หรือ \"วันเจ้าเมืองเก่า\" เจ้าเมือง หรือเทพยดาประจ้าปีผู้ท้าหน้าท่ีรักษาดวงชะตาของ บ้านเมือง จ้าเป็นต้องละท้ิงบ้านเมืองที่ตนรักษาไปชุมนุมกันบนสวรรค์ ชาวบ้านจึงท้าความสะอาด บา้ นเรือน เครือ่ งใช้ เครอ่ื งแตง่ กาย เครื่องประดับและร่างกาย บางคนก็ท้าพิธีสะเดาะเคราะห์ โดยท้า พิธีลอยเคราะห์ลงในแม่น้า เพ่ือฝากเคราะห์กรรมซึ่งตนประสบไปกับเจ้าเมืองเก่าและอธิษฐานขอให้ ประสบโชคดตี ลอดปใี หม่ ก่อนวันสงกรานต์ชาวใต้จะจัดเตรียมอาหารคาวหวานเพ่ือน้าไปท้าบุญ เช่น ขนมค่อมญวน หรอื ขนมสอดไส้ ขนมเทียน เปน็ ตน้ วนั ท่ี ๑๔ เมษายน ชาวใต้เรียกวา่ \"วนั ว่าง\" จะไปทา้ บุญตกั บาตรทว่ี ัด และสรงน้าพระพุทธรูป ที่เรียกวา่ \"วนั ว่าง\" เพราะเช่ือกันวา่ วนั นเ้ี จ้าเมืองก็ยังสถิตอยู่บนสวรรค์ ในเมืองจึงไม่มีเจ้าเมืองประจ้า
๑๕๑ อยู่ ชาวบ้านจึงต้องหยุดกิจการงานอาชีพทุกอย่าง เพราะเกรงว่าหากประกอบกิจการจะก่อให้เกิด ความเสียหายขึ้น เนื่องจากไม่มีเจ้าเมืองคุ้มครองรักษา ส่ิงของเครื่องใช้ต่าง ๆ จึงถูกเก็บไว้ มิได้ น้ามาใช้เป็นการชั่วคราวประมาณสามวัน ประชาชนส่วนใหญ่พากันไปท้าบุญ เม่ือท้าบุญแล้วก็น้า อาหารและเครื่องบูชา ไปเคารพผู้อาวุโส และพระสงฆ์ที่เคารพ โดยถือโอกาสขอพรรดน้า เพื่อ แสดงออกถงึ ความเคารพความกตัญญูดว้ ย เมื่อท้าบุญที่วัดและรดน้าผู้อาวุโสแล้ว ชาวบ้านต่างมาชุมนุมกัน เพ่ือเล่นการละเล่นต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน เรียกว่า \"เล่นว่าง\" ซึ่งมหรสพและการละเล่นท่ีนิยมกันมากคือ มโนห์รา หนัง ตะลุง มอญซ่อนผ้า อุบลูกไก่ ชักเย่อ สะบ้า จระเข้ฟากหาง (หรือบางแห่งเรียกว่าฟาดทิง) ยับ สาก เตย ปิดตา ลกั ซอ่ น ววั ชนและเช้ือยาหงส์ เป็นต้น และวันสุดท้าย คือ วันท่ี ๑๕ เมษายน เป็นวัน \"เจ้าเมืองใหม่\" หรือ \"วันรับเจ้าเมืองใหม่\" เชื่อ วา่ วันนเ้ี จ้าเมอื ง ซ่ึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้คุ้มครองเมืองต่าง ๆ อันอาจจะไม่ใช่เมืองที่ตนเคยประจ้า อยู่แต่เดิมในปีท่ีแล้ว จะลงมาประจ้าเมือง ซึ่งต้องท้าหน้าที่คุ้มครองตลอดปีใหม่ ชาวเมืองจึง เตรยี มการต้อนรับเทวดาเจา้ เมอื งคนใหม่ด้วยความยินดี โดยผู้คนก็จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อ น้าอาหารไปถวายพระที่วัด จากน้ันก็ไปรดน้าผู้อาวุโสท่ียังตกค้างไม่ได้ไปรดน้าใน \"วันว่าง\" ส้าหรับใน บางตระกูลทีม่ ีญาตพิ ี่นอ้ งจ้านวนมาก แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีประเพณีสงกรานต์ที่เป็นเอกลักษณ์นอกเหนือจากประเพณี สงกรานต์ในจังหวัดอนื่ ๆ ในภาคใต้ ดงั นี้ ๑. ประเพณีแหแ่ ละสรงน้าพระพทุ ธสหิ งิ ค์ ซ่ึงเปน็ พระพุทธรูปทชี่ าวนครศรธี รรมราชให้ ความเลอ่ื มใส ศรัทธา โดยในวันสงกรานต์ท่ี ๑๓ เมษายนของทกุ ปี ทางการจะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ออกมาประดิษฐานช่ัวคราวท่ีสนามหน้าเมือง ให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนท่ัวไปสรงน้า เพื่อเป็น สิรมิ งคลแก่ชวี ติ เนอ่ื งในวาระขน้ึ ปใี หม่ของไทย เพราะเป็นพระพุทธรูปส้าคญั คเู่ มืองนครศรีธรรมราช ๒. พิธแี หน่ างดาน เปน็ ประเพณขี องศาสนาพราหมณ์ ซง่ึ ปฏิบตั กิ นั มาตง้ั แตค่ รงั้ มชี ุมชน พราหมณ์เกดิ ขึ้นในนครศรธี รรมราช ราว พ.ศ. ๑๒๐๐ คา้ วา่ นางดานหรือนางกระดาน หมายถึง แผ่น ไมก้ ระดานขนาดกว้างหนึ่งศอกสงู สศ่ี อก ซึ่งวาดหรอื แกะสลักรูปเทพบรวิ ารในคติพราหมณ์ จ้านวน ๓ องค์ แผ่นแรก คือ พระอาทิตย์และพระจันทร์ แผ่นที่สองคือแม่พระธรณี แผ่นที่สามคือพระแม่คง คา เพ่อื ใชใ้ นขบวนแห่เพ่อื รอรับเสดจ็ พระอศิ วรทเี่ สดจ็ มาเย่ียมมนุษย์โลก ณ เสาชงิ ชา้ ประเพณีแห่นางกระดานหรอื แห่นางดานเป็นสว่ นหนงึ่ ของประเพณีตรยี ัมปวายหรือประเพณี โล้ชิงช้า ที่พราหมณ์ในนครศรีธรรมราชสมัยโบราณท่ีนับถือพระอิศวรเป็นเจ้าปฏิบัติกันมาในช่วง เดอื นยหี่ รอื เดอื นบษุ ยมาสของทุกปี ซึ่งยกเลิกไปเม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๓ แก่นแท้หรือหัวใจของประเพณีแห่ นางกระดาน คือ การอัญเชิญเทพช้ันรองสามองค์มารอรับเสด็จพระอิศวรท่ีจะเสด็จลงมาเยี่ยม มนุษยโลกในชว่ งวนั ข้นึ ๗ ค่้า ถึงวันแรมค่้าเดือนยี่ รวมเวลาเสด็จมาเย่ียม ๑๐ ราตรี เทพช้ันรองสาม องค์ที่พราหมณ์ในนครศรีธรรมราชอัญเชิญมารับเสด็จนี้ คือ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระธรณี และ พระคงคา เทพดังกล่าวน้จี ารกึ หรือแกะสลักลงบนแผน่ ไม้ขนาดกว้างหน่งึ ศอก สงู สี่ศอก ชาวนครเรียก ไม้แกะสลักดังกล่าวนี้ว่า “นางกระดาน” เมื่อถึงวันพิธีการพราหมณ์ก็อัญเชิญนางกระดานทั้งสามน้ี มายงั เสาชิงชา้ ในหอพระอศิ วร เพ่ือรอรับพระอศิ วรทจ่ี ะเสด็จเย่ียมโลกมาทเ่ี สาชงิ ช้าดงั กล่าว พธิ กี ารแห่นางกระดานแตเ่ ดิม พราหมณใ์ นนครศรธี รรมราชจะอญั เชิญเทพนางกระดานท้ังสาม
๑๕๒ ไปประดิษฐานบนเสล่ียง หามกนั มายังจุดนัดหมายทีส่ ะดวกแก่การชมุ นมุ ส่วนมากนิยมจัดขบวนกันที่ ฐานพระสยมบริเวณตลาดท่าชีปัจจุบัน ในเวลาโพล้เพล้ ขบวนแห่ประกอบด้วยเครื่องประโคมดนตรี อันมีป่ีนอก กลองแขกหรือกลองสองหน้าและฆ้อง ถัดมาเป็นเคร่ืองสูง ซ่ึงประกอบด้วยฉัตร พัดโบก บงั แทรก บงั สรู ย์ มพี ระราชครแู ละปลดั หลวงเดินน้าหนา้ เสลีย่ งละคน มีพราหมณ์ถือสังข์เดินตาม ปิด ท้ายดว้ ยนางละครหรอื นางอปั สรและ ผู้ถือโคมบัว เม่ือถึงหอพระอิศวร ขบวนก็เคล่ือนเข้ามาตั้งแต่ที่บริเวณทิศใต้ของหอแล้วจึงเวียนรอบเสา ชิงช้า สามรอบ จากนั้นพระราชครูจะอ่านโองการเชิญเทพ เร่ิมต้นด้วยบทสัคเด ... จบด้วยบท บวงสรวงเทพยดา แล้วจงึ อญั เชญิ นางดานทั้งสามมาประจ้าในมณฑลพิธีท่ีจัดไว้ทางด้านทิศเหนือของ เสาชิงช้า รอเวลาท่ีพระอิศวรจะเสด็จลงมาทางเสาชิงช้าในช่วงไม่กี่นาทีข้างหน้า ก่อนถึงเวลาที่พระ อศิ วรเสด็จลงมา นางอัปสร ๑๒ นางจะร้าบูชาพระอิศวร เรียกว่า “ร้าบูชิตอิศรา” จบแล้วพระยายืน ชิงช้าซึ่งรับสมมตุ ิเปน็ พระอศิ วรก็จะเดนิ เข้ามาประจา้ ทีช่ มรมหรอื ปะรา้ พธิ ี ถอื กันว่าพระอิศวรได้เสด็จ ลงมาเยยี่ มโลกแล้ว เมอ่ื พระอิศวรเสด็จมาถึงกจ็ ะโล้ชิงชา้ ถวาย การพธิ ชี ่วงนี้จะมีพระยายืนชิงช้าซ่ึงรับสมบัติเป็น พระอิศวรเข้ามาประจ้าที่โรงปะร้าพิธี พระยานั่งยกเท้าขวาพาดเข่าซ้าย เท้าซ้ายยันพื้น ท้าเสมือน พระอิศวรหย่อนพระบาทลงมายังโลกมนุษย์ จากนั้นนาลิวัน ๑๒ คน ซึ่งแต่งกายด้วยสนับเพลาและ ผ้านุ่งโจมทับ สวมเส้ือขาว คาดผ้าเก้ียว ศีรษะสวมหัวนาค มือถือเสนง (เขาควาย) ก็จะขึ้นน่ังที่ไม้ กระดานชิงช้าคราวละ ๔ ตน (เรียกว่า 'หน่ึงกระดาน') ผลัดกันไกวชิงช้าให้ขึ้นสูงที่สุดเท่าที่จะท้าได้ เปน็ เสมอื นการทดสอบความแข็งแรงของแผ่นดินและภูเขาว่ายังมั่นคงอยู่ดีหรือไม่ ระยะหลังมีการโล้ และเอ้ือมไปหยิบถุงเงินที่แขวนไว้ท่ีปลายไม้ไผ่ ซ่ึงเป็นเงินรางวัลแก่นาลิวันด้วย เม่ือโล้ชิงช้าครบท้ัง สามกระดานแลว้ นาลวิ นั ทง้ั ๑๒ คนก็พากันออกมาร้าเสนงและวกั น้าเทพมนต์จากขันสาคร ซึ่งสมมติ เป็นนา้ จากห้วงมหรรณพ ถอื เปน็ การประสาทพร และเป็นการเล่นสนุกสนาน ก่อนจะเสร็จพิธีการแต่ ละวนั การอัญเชิญพระอิศวรให้เสด็จมาเชื่อกันว่าเพื่อประสารพรให้มีความสุขสบาย คุ้มครอง บา้ นเมอื งให้ปลอดภยั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในฐานะเป็นเมืองเกษตรกรรม ย่อมต้องการที่จะให้พระองค์ บันดาลความอุดมสมบูรณ์แก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร เช่น ให้น้าท่าบริบูรณ์ ฝนตกต้องตามฤดูกาล เม่ือ บวงสรวงแล้วก็จะประสาทพรโดยให้เทพบริวารทั้งหลาย มีพระอาทิตย์ พระจันทร์ พระธรณี และ พระคงคา เป็นต้น ชาวเมืองเช่ือกันว่าพระอิศวรเสด็จมาเยี่ยมมนุษย์โลกเพื่อประสาทพรให้เกิดความสงบสุข ท้า ให้เกิดนา้ ทา่ อดุ มสมบรู ณ์ และชว่ ยคมุ้ ครองมนุษย์โลกให้ปลอดภยั ซึ่งตามความเชอ่ื การเสด็จลงมาของ พระอิศวรจะต้องเสด็จลงมาในเดือนอ้าย ซ่ึงเป็นปีใหม่ของชาวพราหมณ์ฮินดู เพ่ือให้ประเพณีแห่นาง ดานเป็นท่ีรู้จักและคงไว้ซึ่งประเพณีเก่าแก่ของเมืองนครศรีธรรมราชและก้าเนิดข้ึนเป็นแห่งแรกใน เมอื งไทย ปัจจุบัน ประเพณีแห่นางดาน จัดขึ้นในวันที่ ๑๔ เมษายน ของทุกปี โดยมีขบวนแห่นางดาน จากสนามหน้าเมอื งมายังหอพระอศิ วร การแสดงแสง สี เสียง ต้านานนางดานและเทพเจ้าที่เกี่ยวข้อง การจา้ ลองพธิ แี หน่ างดาน และการโล้ชิงชา้ ซ่ึงเป็นการโลช้ ิงชา้ นอกเขตเมอื งหลวงแห่งเดียวของไทยใน ปัจจุบัน โดยเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเป็นผู้รับผิดชอบ และถือเป็นกิจกรรมส้าคัญในปฏิทินการ
๑๕๓ ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย โดยจัดขึ้น ณ สวนศรีธรรมา โศกราช สนามหน้าเมือง หอพระอิศวร จังหวัดนครศรีธรรมราช จะมี \"สงกรานต์นางดาน\" หรือ \"เทศกาลมหาสงกรานต์เมืองนครศรีธรรมราช\" จัดข้ึนทุกปี ส้าหรับกิจกรรมภายในเทศกาลสงกรานต์ เมืองนครนี้ จะมีมหกรรมขนมพ้ืนบ้าน อาหารพ้ืนเมือง กิจกรรมนั่งรถชมเมือง เล่าเร่ืองลิกอร์ น่ังสาม ลอ้ โบราณชมเมืองเก่า พิธพี ุทธาภิเษกน้าศักดิส์ ิทธิจ์ าก ๖ แหล่ง เป็นต้น สาเหตทุ ีเ่ มอื งนครศรธี รรมราชจัดประเพณีแห่นางดานในช่วงวันสงกรานต์เพื่อสนับสนุนและ ส่งเสริมให้คนตระหนักถึงสิ่งที่มีพระคุณต่อการประกอบอาชีพการเกษตร เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แผ่นดินและแม่น้า จึงน้ามาผนวกเข้ากับประเพณีสงกรานต์ ร่วมทั้งเพื่อเพิ่มกิจกรรมในวันสงกรานต์ และส่งเสรมิ การทอ่ งเทย่ี วอกี ดว้ ย ประเพณีอาบน้าคนแก่หรือรดน้าขอพรผู้ใหญ่ เป็นประเพณีเกี่ยวเน่ืองมาจากประเพณี สงกรานตช์ าวนครศรธี รรมราชที่เชอ่ื ว่าในวันที่ ๑๔ เมษายน เทวดาที่เฝ้ารักษาเมืองท้ังหลายจะพากัน ข้ึนไปเมืองสวรรค์กันหมด ทั้งเมืองจึงปราศจากเทวดา วันน้ีจึงเรียกว่า “ วันว่าง “ คือเป็นวันท่ีทุกส่ิง ทุกอย่างว่างเทวดาคุ้มครอง ชาวบ้านจะหยุดท้ากิจการงานทุกอย่างเก็บสิ่งของเคร่ืองใช้ต่าง ๆ ชาวบ้านจะน้าภัตตาหารและเคร่อื งนมัสการต่าง ๆไปท้าบุญท่ีวัดใกล้บ้าน เสร็จแล้วจึงไปสักการะและ สรงนา้ พระพุทธสหิ ิงคท์ ี่สนามหน้าเมือง และนิยมรองรับน้าจากการสรงน้าพระพุทธสิหิงค์ เพื่อน้าไปไว้ ใชใ้ นงานมงคลทีบ่ ้านของตนอกี ด้วย เม่ือสรงน้าพระพทุ ธสหิ งิ คเ์ สรจ็ แลว้ ชาวนครศรีธรรมราชจะน้าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ ไปให้ญาติคนแก่ท่ีตนเคารพนับถือแล้วขออาบน้าให้ท่านด้วย เพ่ือความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและ ครอบครัวประเพณอี าบน้าคนแก่ อย่ใู นชว่ งระยะเวลาของวนั ที่ ๑๓ – ๑๕ เดือนห้า (เมษายน) ของทุก ปี ซึง่ จะเลอื กเอาวนั ไหนก็ได้ จังหวดั นครศรธี รรมราชมพี ระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคบู่ า้ นคู่เมอื งที่ประชาชนศรัทธาเล่ือมใส ภาคภูมิใจ โดยมีประวัติความเป็นมาท่ียาวนาน มีพื้นที่สนามหน้าเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรม ส้าคัญของจังหวัด เพื่อใช้ส้าหรับประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ให้ชาวนครศรีธรรมราชหรือผู้เลื่อมใสมา รดน้าขอพรเพอ่ื ความเป็นสิรมิ งคลแกช่ ีวติ นอกจากนี้ ยังมีหอพระศิวะ หอพระอิศวรที่สถิตของไม้กระดานท้ัง ๓ แผ่น รวมทั้งเสาชิงช้า ส้าหรับพิธโี ล้ชงิ ช้า ในประเพณีแหน่ างดาน ผลท่ีได้รับ ผู้น้าท้องถ่ิน ผู้สูงอายุและนักวิชาการในพ้ืนท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็น เจ้าของมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ในพื้นท่ีภาคใต้รับทราบและให้การสนับสนุนและแสดง ความต้องการท่ีจะเข้าเป็นส่วนหนงึ่ และร่วมในกระบวนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ภาคใต้ ท้ังแสดงความยินยอมในใบแสดงความยินยอมท่ีจะให้ ประเพณสี งกรานตใ์ ห้เป็นมรดกภมู ิปญั ญาของชาตแิ ละมนุษยชาติดว้ ย โดยเห็นว่า การถือปฏิบัติหรือสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พบว่า ภาคใต้มีประวัติศาสตร์การ ต้ังถิ่นฐานที่ยาวนานกว่าภาคอื่น ๆ โดยมีชาวอินเดียน้าเอาวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ เข้ามา รวมทั้ง ประเพณีสงกรานต์ ท้าให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู เกิดการ ผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธที่มีอยู่แต่เดิมกับพราหมณ์ แล้วมีการสืบทอดปฏิบัติจากชาติหน่ึงสู่อีก
๑๕๔ ชาติหน่ึงจากการแต่งงานกันระหว่างคนสองชนชาติพันธ์ุ ท้าให้ประเพณีเหล่านี้คงอยู่ และคนไทยก็ ยึดถือน้ามาปฏิบัตสิ บื ทอดกนั มาตราบทกุ วนั นี้ ประเพณสี งกรานตจ์ งึ เปน็ การแสดงถึงอัตลักษณ์ความ เปน็ พทุ ธและพราหมณ์ ชาวใต้มีความเช่ือว่าวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ประกอบกับมีความเส่ือมใสใน พุทธศาสนาจึงให้ความส้าคัญแก่การท้าบุญตักบาตรในวันสงกรานต์ สรงน้าพระ ปล่อยนกปล่อยปลา เพอื่ ใหช้ ีวติ มคี วามสขุ ตลอดปใี หม่ ชาวใต้ให้ความเคารพผู้ใหญ่และรักพวกพ้อง เห็นได้จากการกลับมาพบปะกันในหมู่เครือ ญาติ ไต่ถามทุกข์สุขและท้ากิจกรรมร่วมกัน ได้แก่ การอาบน้าคนแก่หรือรดน้าผู้ใหญ่ เพ่ือแสดงถึง การควบคุมคนในสังคมให้วางตนให้เหมาะสมตามฐานะของตน คือ เมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ให้คนเคารพนับถือ ส่วนผู้น้อยก็ต้องแสดงความเคารพและกตัญญูต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ เป็นการ แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ อันได้แก่ คนแก่ในตระกูล บิดา มารดา ตลอดจนผู้ท่ีตน เคารพนับถือ เพ่ือพบปะกันระหว่างญาติพี่น้อง ซ่ึงก่อให้เกิดความผูกพันกันในเครือญาติ สร้างความ สนิทสนมกลมเกลียวรักใคร่กันในตระกูลมากย่ิงข้ึน สร้างความอบอุ่นปลาบปลื้มใจให้กับคนแก่ของ ตระกลู ทีไ่ ด้เห็นความเปน็ ปึกแผ่นของลูกหลาน และ ทา้ ให้บตุ รหลานเกิดความสุข อิ่มเอิบใจ ที่ท้าบุญ ตามประเพณอี าบน้าคนแก่ การจดั กจิ กรรมในวนั สงกรานต์ เชน่ การเล่นเพลงบอก การเล่นลากต้อ ร้าวง แสดงให้เห็นว่า ชาวใตน้ ยิ มความร่ืนเริงสนุกสนาน ด้านแนวปฏิบัติตามจารีตในการเข้าถึง การใช้และการมีส่วนร่วมในมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ไดแ้ ก่ มีการแจ้งเกี่ยวกับงานสงกรานต์ให้คนในชุมชนได้รับทราบในรูปของเพลงบอกหรือข่าวสาร จากหน่วยงานราชการ ชาวชุมชนจัดเตรียมท้าอาหารคาวหวานเพ่ือน้าไปท้าบุญ ถวายพระและ แบ่งปนั ต่อกัน หลังจากทา้ บญุ มีการสรงน้าพระพุทธสิหิงค์ หรือพระพุทธรูป และพระสงฆ์ เพ่ือให้เกิด ส่ิงดีงามในชีวิตและครอบครัว แล้วรดน้าขอพรผู้ใหญ่ เพื่อแสดงถึงความกตัญญู และร่วมกิจกรรมที่ ชมุ ชนจัดขนึ้ เพ่ือความสนกุ สนานร่นื เริง ส้าหรับแนวทางการถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสู่คนอื่น ๆ ในชุมชน ควรมีการ ด้าเนนิ การดังต่อไปนี้ ๑. ท้าให้เป็นวิถีชีวิตของชาวใต้โดยอัตโนมัติ คือ วันสงกรานต์จะเป็นวันที่หลายคนรอคอย เพื่อพบปะเพื่อน พ่ีน้อง ครอบครัว ได้สังสรรค์ ได้แสดงความกตัญญู มีการท้าบุญ ตักบาตร มี การละเล่นร่ืนเริง เช่น หนังตะลุง มโนราห์ เพ่ือร่วมเฉลิมฉลองในวันขึ้นปีใหม่ จนส่ิงเหล่านี้กลายเป็น วถิ ีชีวิตของคนไทย ๒. สอดแทรกในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ประถมศึกษา เพื่อเรียนรู้เป้าหมาย ความ เปน็ มาดั้งเดิม หรอื จัดนิทรรศการเพ่ือให้เกิดความรูค้ วามเขา้ ใจตอ่ ประเพณีดงั้ เดิม ๓. องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน วัด ชาวชุมชน ตลอดจนหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชน รว่ มมือกันจดั กิจกรรมอยา่ งตอ่ เน่อื งเปน็ ประจ้าทกุ ปี ตามรปู แบบของแตล่ ะชุมชน ๔. ชาวชุมชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เป็นแบบอย่างและกระตุ้นให้บุตรหลานกลับมาร่วมท้าบุญ รดนา้ ขอพรพระสงฆแ์ ละผ้ใู หญ่ ตลอดจนร่วมกิจกรรมท่ีชมุ ชนจดั ขึ้น
๑๕๕ ดา้ นสภาวะของมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรม: ความอยู่รอด เหน็ ว่า ปัจจยั คกุ คามทม่ี ผี ลตอ่ ความอยรู่ อดของมรดกภมู ปิ ัญญาทางวัฒนธรรมภายในชุมชนต่าง ๆ ท่ี เกีย่ วขอ้ ง ; การจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวหรือความสนุกสนานรื่นเริงมากกว่าให้ความส้าคัญแก่แก่นแท้ของวันสงกรานต์ เชน่ ความเชื่อ ศาสนา วิถชี วี ติ เป็นตน้ ปัจจัยคุกคามท่ีมีผลต่อความยั่งยืนในการเข้าถึง การใช้ทรัพยากรและองค์ประกอบที่จับต้อง ได้ซึง่ เกยี่ วขอ้ งกับมรดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรม เหน็ วา่ ชาวชุมชนสมัยใหม่ร่วมงานสงกรานต์โดยมุ่งเน้นความสนุกสนานมากกว่าความเข้าใจแนวคิด ค่านยิ มท่ีแทจ้ รงิ ของประเพณีสงกรานต์ จะเห็นได้จากการให้ความส้าคัญแก่การสาดน้า ปัจจุบันมีการ สาดน้าท่ีรุนแรง ปะแป้ง สาดน้าสีแก่บุคคลที่ผ่านไปมา การจัดกิจกรรมของชุมชนมุ่งเน้นการแข่งขัน หรือพนันขันต่อ การแพ้-ชนะกันมากว่าการร่วมมือสามัคคีกัน การจัดงานซ้าซ้อนกันหลายแห่ง เช่น การรดน้าผ้สู งู อายุ ทา้ ให้ผ้เู ขา้ ร่วมงานแต่ละแห่งมจี ้านวนน้อย พธิ ีการจงึ ขาดความศกั ด์ิสิทธิ์ ส้าหรับแนวทางการปกป้องคุ้มครองหรือมาตรการอื่น ๆ ท่ีมีอยู่ ซึ่งให้ความใส่ใจแก้ปัญหา ปัจจัยคุกคามเหล่าน้ีและส่งเสริมให้มีการถือปฏิบัติหรือการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมใน อนาคต เห็นว่า ถึงแม้การจัดงานวันสงกรานต์จะเป็นหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. ซึ่งแสดงถึงการกระจายอ้านาจแก่ชุมชนมากข้ึน แต่การจัดงานสงกรานต์ควรให้ชาว ชุมชนตระหนักถึง แนวคิด วัตถุประสงค์ของงานสงกรานต์ ว่าแสดงถึงวิถีชีวิตของคนไทยท่ีเป็นสังคม เกษตรกรรม ต้องแสดงความเคารพต่อธรรมชาติ เช่น พระอาทิตย์ แผ่นดิน แม่น้า วันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่ของไทย ควรด้าเนินกิจกรรมท่ีสร้างความสุขความเจริญให้แก่ตนเองและครอบครัว เช่น ท้าบุญตักบาตร สรงน้าพระ รดน้าขอพรผู้ใหญ่ สังคมไทยเป็นสังคมเครือญาติเมื่อถึงวันปีใหม่ควร ท้าบุญหรือสิ่งดีงามร่วมกัน เพ่ือแสดงถึงความรักใคร่สามัคคีซ่ึงกันและกัน และควรอนุรักษ์ การละเล่นพ้ืนบ้านแบบดั้งเดิมท่ีแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวชุมชนมากกว่ากิจกรรมท่ีส่งเสริมการเล่นการ พนัน เชน่ การว่าเพลงบอก โดยจดั กิจกรรมแข่งขันการว่าเพลงบอก ๓. การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเร่ือง ประเพณีสงกรานต์ มรดกภูมิปัญญาทาง วฒั นธรรม เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ส้านักหอสมุด วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ได้ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเร่ือง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณี สงกรานต์ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรมให้ทีมวิจัยของชุมชน และทีมวิจัยของวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกเพื่อให้ เข้าใจเคร่ืองมือ ข้อค้าถาม และระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และระเบียบวิธีการ วิจยั เชงิ คณุ ภาพเม่ือลงพ้ืนท่เี กบ็ รวบรวมข้อมลู ผลท่ีได้รับ ทีมวิจัยของชุมชน และทีมวิจัยของวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกได้เข้าใจเครื่องมือ ข้อค้าถาม และระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ
๑๕๖ เม่ือลงพื้นท่ีเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดี และได้มีการก้าหนดวันเวลา นักวิจัยและกลุ่มเป้าหมายใน พ้นื ที่โดยแบง่ กลุ่มเป้าหมายท่เี ป็นชุมชนให้นกั วิจยั แต่ละคนรบั ผดิ ชอบในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล ในภาคสนามดว้ ย ๔. การจัดประชุมเชงิ ปฏิบตั กิ ารเพื่อการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารท่ีเก่ยี วขอ้ ง เม่อื วันที่ ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ส้านักหอสมุด สืบเนื่องจากการประชุมทีมวิจัย ชุมชนและทีมวจิ ยั ของวิทยาลัย เมื่อครั้งที่ ๑ นักวิจัยได้รับมอบให้ค้นคว้าและเก็บรวบรวมวรรณกรรม และเอกสารท่ีเก่ียวข้องกับประเพณีสงกรานต์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกเหนือจากวรรณกรรมและ เอกสารที่เกี่ยวข้องท่ีทีมวิจัยของวิทยาลัยได้รวบรวมมาแล้วก่อนหน้าน้ี ท้ังนี้เพื่อให้ทีมวิจัยชุมชนได้มี ส่วนร่วมและกระตุ้นให้เกิดความสนใจและตระหนักถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ ทอ้ งถ่ินเอง และให้น้ามารวบรวมและแลกเปลีย่ นกนั ในการประชุมครั้งหน้าน้นั ผลทีไ่ ด้รบั นักวจิ ัยแต่ละคนไดค้ ้นคว้าและเกบ็ รวบรวมวรรณกรรมและเอกสารท่ีเกี่ยวข้องกับ ประเพณีสงกรานต์ท้ังในอดีตและปัจจุบันทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ นอกเหนือจากวรรณกรรมและเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง และน้ามาแลกเปล่ียนกันในที่ประชุมเพื่อเป็นข้อมูล ในการวางแผนการลงภาคสนามเพ่ือจดั เกบ็ ขอ้ มูลตอ่ ไป ๕. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากพ้ืนที่ภาคสนาม เมื่อวนั ที่ ๑ – ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ ทีมวิจัยชุมชนร่วมกับทีมวิจัยวิทยาลัย ได้ร่วมกันลงพื้นที่ จัดงานประเพณสี งกรานต์ เพ่ือจดั เก็บขอ้ มลู โดยการสัมภาษณ์ชาวชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ ซง่ึ เปน็ เจา้ ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ผลท่ีได้รับ นักวิจัยของชุมชนได้ท้าสัมภาษณ์ชาวชุมชน ตามแนวค้าถามหลัก จ้านวนกว่า ๑๕๐ ราย ในระหว่างวันที่ ๑ – ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีจัดงานประเพณีสงกรานต์ โดยทุก รายได้ให้ข้อมูลและตอบค้าถามตามแนวค้าถามหลัก และได้ให้ข้อมูลและลงลายมือชื่อในใบแสดง ความยินยอมครบทุกราย ทีมนักวิจัยได้เข้าสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและสังเกตการณ์ไม่มีส่วนร่วม ในงานประเพณีสงกรานต์ชุมชนในพ้ืนที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ ประจ้าปี ๒๕๕๗ นักวิจัยเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน และเป็นการกระตุ้นจิตส้านึกเกี่ยวกับความส้าคัญของ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้กับชุมชน ชุมชนได้ตระหนักและเห็นความส้าคัญของมรดกภูมิ ปญั ญาทางวฒั นธรรมประเพณีสงกรานต์ และเกิดความรักและหวนแหน นอกจากนี้ทีมวิจัย โดย ผศ.ดร.อ้าพล นววงศ์เสถียร หัวหน้าโครงการจัดเก็บและรวบรวม ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ร่วมกับวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ได้เป็น เ จ้ า ภ า พ ห ลั ก ใ น ก า ร จั ด ง า น สื บ ส า น ค ว า ม เ ป็ น ม า ป ร ะ เ พ ณี ส ง ก ร า น ต์ ขึ้ น ใ น ชุ ม ช น บ า ง น า กรงุ เทพมหานคร ผลลพั ธท์ ไี่ ด้คือทา้ ให้เยาวชนในชมุ ชนไดต้ ระหนักและเหน็ คุณคา่ มรดกภูมิปัญญาทาง
๑๕๗ วัฒนธรรมของตนเอง และเกิดความรักหวนแหน ต่ืนตัวที่จะเรียนรู้อัตลักษณ์ ความเป็นมา และสืบ สานคมุ้ ครองมรดกภมู ิปญั ญาทางวฒั นธรรมของบรรพชนของตนเอง ๖. การสัมภาษณ์เชิงลกึ (depth interview) ในระหว่างวันที่ ๑ เมษายน– ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทีมวิจัยของวิทยาลัยและทีมวิจัย ชุมชนไดล้ งพืน้ ทช่ี ุมชน อาทิ ชุมชน วดั โรงเรียน อ้าเภอ สถาบันการศึกษา องค์การบริหารส่วนต้าบล ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ เพื่อท้าการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยใช้วิธการ สัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ และให้ข้อค้าถามที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ง่าย แต่ให้เป็นไปตามกรอบ แนวคา้ ถามหลัก โดยใช้วธิ กี ารพูดคุยกันอยา่ งเปน็ กนั เอง เพอ่ื ให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และมี ความเป็นกันเอง และใช้ข้อค้าถามท่ีเข้าใจง่ายโดยการใช้ทีมวิจัยของชุมชนเป็นผู้สัมภาษณ์และจด บันทกึ ขอ้ มูล ทง้ั นเี้ พ่อื ใหช้ มุ ชนเกดิ กระบวนการเรียนรวู้ ฒั นธรรมของตนเองจากปราชญ์ชุมชน ผู้เฒ่าผู้ แก่ พระสงฆ์ นักประวัติศาสตร์ของท้องถ่ิน ผู้น้าชุมชนและชุมชน เป็นการกระตุ้นของเจ้าของ วฒั นธรรมเกดิ ความรกั ความหวงแหนและความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาที่บรรพชนมอบไว้ให้ตน และชุมชนของตน เพ่ือน้าไปสู่การเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติและมนุษยชาติ โดยมี รายละเอยี ดผู้ให้การสัมภาษณแ์ ละลงชอื่ ในใบแสดงความยินยอมให้น้าประเพณีสงกรานต์ไปสู่การเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติและมนุษยชาติ โดยมีรายชื่อ และสถานภาพปรากฏในแบบ บนั ทึกข้อมูลมรดกภูมิปญั ญาทางวฒั นธรรมตามแบบของกรมสง่ เสริมวัฒนธรรมจา้ นวน ๔๐ รายการ ๗. การจัดเวทีแสดงความคดิ เห็นร่วมกบั ชุมชน ในระหว่างวันท่ี ๑ เมษายน– ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทีมวิจัยร่วมกับ พระภิกษุสงฆ์ ปราชญ์ชุมชน ผู้น้าชุมชน นักวิชาการ และเยาวชน ในพ้ืนท่ีภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและ ภาคใต้ ได้มีการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ได้จัดเวทีเพ่ือระดมความคิดเห็น ซึ่ง เวทีประกอบด้วยพระภิกษุสงฆ์ ปราชญ์ชุมชน นักวิชาการ ผู้น้าชุมชน ผู้น้าท้องถ่ิน ชุมชน สภา วัฒนธรรม และเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ชุมชนได้ทราบและเข้าใจความเป็นมา ความส้าคัญของ การด้าเนินการของโครงการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณี สงกรานต์ และชี้แจงกระบวนการในการจัดเกบ็ และรวบรวมข้อมูลโดยเน้นการมีสว่ นร่วมของชุมชนทุก ภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้แสดงความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมเพื่อการสืบสาน อนุรักษ์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การแสดงความคิดเห็นเพ่ือเป็นแนวทางการร่วมกันเก็บข้อมูล และ พิจารณาร่วมกันว่าข้อมูลส้าคัญของประเพณีสงกรานต์ท่ีจะต้องจัดเก็บและรวบรวมบันทึกไว้มิให้สูญ หายไปมีอะไรบ้าง และกิจกรรมทีค่ วรจัดเพอื่ สืบสาน ปกป้อง และคุ้มครองประเพณีสงกรานต์ควรจะมี อะไรบ้าง ในท่ีประชุมได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นร่วมกัน และขณะเดียวกัน โดยคนในชุมชนเป็นผู้ ตั้งค้าถาม เป็นผู้จัดเวที โดยให้ทีมวิจัยชุมชน เป็นผู้ต้ังประเด็นค้าถามเอง เพ่ือกระตุ้นให้ชุมชนเห็น ความส้าคัญของปัญหา อุปสรรคในการสืบสาน ปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาของชุมชนเอง โดย ชมุ ชนได้เห็นปัญหาเอง และรว่ มกนั เสนอแนวทางการแกป้ ัญหากันเอง
๑๕๘ ผลท่ีได้รับ พระภิกษุสงฆ์ ปราชญ์ชุมชน ผู้น้าชุมชน นักวิชาการ และเยาวชน ในพ้ืนท่ี ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ รับทราบและให้การสนับสนุนและแสดงความต้องการท่ี จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งและร่วมในกระบวนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเพณสี งกรานต์ ทั้งแสดงความยนิ ยอมในใบแสดงความยนิ ยอมทจี่ ะให้ประเพณีสงกรานต์เป็นมรดก ภูมิปัญญาของชาติและมนุษยชาติด้วย ผลการจัดเวทีชุมชน ชุมชนได้มีแนวทางและข้อเสนอแนะใน การสืบสาน อนรุ กั ษ์ ประเพณีสงกรานต์ และไดเ้ สนอแนะขอ้ มลู สา้ คัญของประเพณีสงกรานต์ท่ีจะต้อง จัดเก็บและรวบรวมบันทึกไว้มิให้สูญหายไป รวมถึงเห็นว่าควรมีกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในงานประเพณี สงกรานต์ เพ่อื สืบสาน อนุรกั ษ์ ปกป้อง และคมุ้ ครองประเพณีสงกรานต์สืบตอ่ ไป ๘. การเขา้ ฝงั ตวั ในชุมชนโดยใชว้ ธิ ีการสังเกตแบบมีส่วนรว่ ม และไม่มีส่วนร่วม ในระหว่างวันท่ี ๑๓ – ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ ณ บริเวณพ้ืนที่ซ่ึงเป็นพื้นท่ีจัดงานประเพณี สงกรานต์ในพ้ืนท่ีภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและภาคใต้ ทีมวิจัยของชุมชนและทีมวิจัยของ วิทยาลัยได้เข้าฝังตัวในชุมชนโดยวิธีการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมโดยเข้าไปในพ้ืนที่จัดงานประเพณี สงกรานต์ประจ้าปี ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บข้อมูลประเพณีสงกรานต์และเพื่อให้ทีม นักวิจัยเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน และเป็นการกระตุ้นจิตส้านึกเก่ียวกับความส้าคัญของ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้กับชุมชน ชุมชนได้ตระหนักและเห็นความส้าคัญของมรดกภูมิ ปัญญาทางวฒั นธรรมประเพณีสงกรานต์และเกดิ ความรักและหวนแหน ผลท่ีได้รบั ทมี นกั วจิ ัยไดเ้ ขา้ สงั เกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและสังเกตการณ์ไม่มีส่วนร่วมในงาน ประเพณีสงกรานต์ ประจ้าปี ๒๕๕๗ นักวิจัยได้รับข้อมูลส้าคัญที่จ้าเป็นต้องท้าการเก็บรวบรวมไว้ อย่างเร่งด่วน ได้แก่ เรื่องการสืบทอดประเพณีสงกรานต์ขาดการให้ความส้าคัญกับอัตลักษณ์ดั้งเดิม ของบรรพชน ชุมชนในระดับชาวบ้านขาดการมีส่วนร่วม เยาวชนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับประเพณี สงกรานต์ในเชิงเท่ียวงานเพื่อความรื่นเริงสนุกสนาน ไม่เข้าใจความส้าคัญ ที่มา หรือไม่เกิดความรู้สึก หวนแหนหรือเกดิ ความตระหนักในการปกปอ้ งค้มุ ครอง นักวจิ ยั ในชุมชนและนักวิจัยของวิทยาลัย เกิด กระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน และเป็นการกระตุ้นจิตส้านึกให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ให้เห็นคุณค่า ความสา้ คญั อตั ลกั ษณ์ทางวัฒนธรรมของมรดกภมู ปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมของบรรพบุรุษของตนเอง คน ในชุมชนได้ตระหนักและเห็นความส้าคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ และ เกิดความรักและหวนแหน ต้องการสืบสาน ปกป้อง คุ้มครองในฐานะเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทาง วฒั นธรรม ๙.การใช้แนวคิดเชิงนิเวศวิทยาวัฒนธรรมด้วยวิธีการจาแนกข้อมูล (typological analysis)
๑๕๙ ภายหลังการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาแล้ว ข้อมูลท่ีได้รับ จ้าเป็นต้องได้รับการจ้าแนก สังเคราะห์ และวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากภาคสนามมาเป็นข้อมูลตาม แนวคิดเชิงนิเวศวิทยาวัฒนธรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล มรดกภูมปิ ญั ญาทางวฒั นธรรมเพอ่ื ใช้จดั ทา้ เป็นข้อมูลรายงานตอ่ ไป ๑๐. การ จัดเวทีวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) การวิเคราะห์เอกสาร (documentary analysis) การวิเคราะห์แบบกรณีศึกษา (case study) เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ทีมวิจัยท้ังหมดได้ ร่วมกันวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา การวิเคราะห์เอกสาร การวิเคราะห์ แบบกรณีศกึ ษา โดยมีข้อค้าถามในประเด็น “แนวทางในการสงวนรักษา ปกป้องคุ้มครอง อนุรักษ์สืบ สานประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและของมนุษยชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือแลกเปลี่ยนและเสนอแนะความคิดเห็นร่วมกันท้ังชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญา โดยให้ทีมวิจัย ชุมชนเป็นผดู้ ้าเนินการเวทขี องชมุ ชนด้วยชุมชนเอง เพื่อชมุ ชนเอง ๑๑. การวเิ คราะหแ์ ละสรุปผลข้อมูล เม่ือวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ภายหลังทีมวิจัย ท้ังหมดได้เก็บรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว ทีมวิจัยของวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอกและทีมวิจัยชุมชน จะร่วมกันตรวจสอบความเชื่อถือของข้อมูลท่ีได้มาด้วยวิธีการแบบสามเส้า โดยทีมวิจัยจะท้าการน้า ข้อมูลท่ีได้มาจากท้ังการสัมภาษณ์เชิงลึก การจัดเวทีชุมชน การจัดเวทีผู้น้าชุมชนน้ามาวิเคราะห์ ตรวจสอบความเชื่อถือของข้อมูลที่ได้มาด้วยวิธีการแบบสามเส้า ทั้งน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือ ได้มากที่สุด เพื่อน้าไปสู่การรายงานในรายงานการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทาง วฒั นธรรมประเพณีสงกรานต์ตอ่ ไป ๑๒. การนาเสนอรายงานในรูปแบบการพรรณนาความ (descriptive) เป็นขั้นตอน สดุ ทา้ ยในการเขียนรายงานผลการทา้ วิจัยจากการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญา ทางวฒั นธรรมประเพณีสงกรานต์ ซ่ึงปรากฏรายเอยี ดในหัวขอ้ ถดั จากน้ไี ป ๑๓. การจัดเวทีเพื่อคืนผลการศกึ ษาสู่ชมุ ชน ระหว่างวันที่ ๑-๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ ทีมนักวิจัยโครงการฯ และทีมนักวิจัยชุมชนได้ลง พ้ืนท่ีในชุมชนในกลุ่มย่อย เพ่ือน้าเสนอผลการศึกษาเพื่อคืนให้ชุมชนให้ความเห็น และข้อเสนอแนะ ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์และสังเคราะห์จากรายงานการวิจัย จากการจัดเก็บ และรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ เป็นข้ันตอนสุดท้ายก่อนการ เขียนรายงานผลการท้าวิจัยจากการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
๑๖๐ ประเพณีสงกรานต์ โดยใช้วิธีลงพื้นท่ีชุมชนในส่วนย่อยและใช้วิธีการสนทนาในกลุ่มเพื่อร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลจากรายงานการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเพณสี งกรานต์ ผลที่ได้รับ ชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้ความเห็น และข้อเสนอแนะ ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับโดยนักวิจัยชุมชนที่เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเพณีสงกรานต์ได้บันทึกข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอเพิ่มเติมลงในแบบบันทึกรายการมรดกภูมิ ปัญญาทางวัฒนธรรมตามแบบของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ซึ่งรายละเอียดปรากฏอยู่ในแบบบันทึก รายการมรดกภูมิปญั ญาทางวฒั นธรรมดังกล่าวแลว้ ๗. การเขยี นรายงานผลการศกึ ษา ภายหลังจากการด้าเนินการตามระเบียบวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และกระบวนการจัดเก็บ ขอ้ มลู โดยใช้วธิ ีการวิจยั เชงิ ปฏิบัตกิ ารแบบมสี ว่ นร่วม (Participatory Action Research - PAR) การจัดเวทชี ้ีแจงการด้าเนินการของ การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ประเพณีสงกรานต์ มรดก ภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม การทบทวนวรรณกรรมและเอกสารที่เก่ียวข้อง การเก็บรวบรวมข้อมูลจาก พ้ืนท่ีภาคสนาม วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Methodology) โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (depth interview) อย่างไม่เป็น การเปิดเวทีร่วมกับ “ชุมชน” เพ่ือระดมความคิด (focus group) โดยการเปิดเวทีชุมชนท้ังในระดับชุมชน ผู้น้าชุมชน การเข้าฝังตัวในชุมชนโดยใช้วิธีการสังเกตแบบมี ส่วนร่วม (participatory observation) และไม่มีส่วนร่วม การใช้แนวคิดเชิงนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ด้วยวิธีการจ้าแนกข้อมูล (typological analysis) เพื่อจ้าแนก สังเคราะห์ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ จากภาคสนามมาเป็นข้อมูลตามแนวคิดเชิงนิเวศวิทยาวัฒนธรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ โครงการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล จัดเวทีวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) การวิเคราะห์เอกสาร (documentary analysis) การวิเคราะห์แบบกรณีศึกษา (case study) โดยมีข้อค้าถามในประเด็น “แนวทางในการสงวนรักษา ปกป้องคุ้มครอง อนุรักษ์สืบ สานประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและของมนุษยชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือแลกเปลี่ยนและเสนอแนะความคิดเห็นร่วมกันท้ังชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญา โดยให้ทีมวิจัย ชุมชนเป็นผู้ด้าเนินการเวทีของชุมชนด้วยชุมชนเอง เพ่ือชุมชนเอง การวิเคราะห์และสรุปผลข้อมูล เมื่อมีการเก็บรวบรวมข้อมูลครบถ้วนแล้ว ข้ันตอนต่อไปเป็นการน้าเสนอรายงานในรูปแบบการ พรรณนาความ (descriptive) เป็นข้ันตอนสุดท้ายในการเขียนรายงานผลการท้าวิจัยการจัดเก็บ รวบรวมขอ้ มลู มรดกภมู ปิ ญั ญาทางวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ เอกสารอา้ งอิง กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์,พระบรมวงศ์เธอ. (๒๔๖๖). ตาราราชพิธเี ก่า.โรงพิมพโ์ สภณพิพรรฒธนา กร.
๑๖๑ กรมศลิ ปากร. (๒๓๗๐). พระราชพงศาวดารกรุงรตั นโกสนิ ทร์. รชั กาลที่ ๓. ฉบับพระยาทพิ ากรวงศ์ กรมศลิ ปากร. (๒๕๐๔). ประวตั ิเมอื งนครเขอ่ื นขันธ์ และประเพณีเก่ียวกับชีวติ ในพระราช พงศาวดาร. รชั กาลที่ ๓ เลม่ ๑ หนา้ จัดพมิ พแ์ จกในงานพระราชทานเพลิงศพ นายพนั ต้ารวจเอกหลวง ไวยวิชิต (ประสงค์ โกมลกนก). ๙๔ โรงพมิ พ์คุรสุ ภา. นายก้าจรสถริ กุล ผู้ พิมพผ์ ู้โฆษณา ๕ ธนั วาคม ๒๕๐๔ (หน้า ๑๓, ๑๘๑) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๕๔). มรดกภมู ปิ ัญญาทางวัฒนธรรมของชาติประจาปีพุทธศักราช ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ : กรมส่งเสรมิ วัฒนธรรม. กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม. (๒๕๕๔). อนุสัญญาวา่ ดว้ ยการสงวนรกั ษามรดกทางวัฒนธรรมท่จี บั ต้อง ไม่ได้. กรุงเทพฯ : กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม.กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๗. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (ม.ป.ป.). ประเพณสี งกรานต์ชมุ ชนมอญพระประแดง. สบื ค้นจาก http://www.culture.go.th/cday/index.php?option=com_content&view=article&i d=๖๘๖%๓A๒๐๑๑-๐๓-๒๘-๑๕-๑๓-๓๕&catid=๔๓%๓A๐๔๐๔&Itemid= ๗๖&limitstart=๓. สบื ค้นเมื่อ ๑๔ กรมสง่ เสริมวัฒนธรรม (๒๕๕๔). ประเพณีสงกรานต์. กรุงเทพฯ : กรมส่งเสริมวฒั นธรรม. กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม. (๒๕๕๔). มรดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรมของชาติ. ประจา้ ปีพทุ ธศักราช ๒๕๕๔. (เอกสารพมิ พแ์ จกในงานสยามไทยมุง มรดกวัฒนธรรม ระหวา่ งวนั ที่ ๒ - ๔ กันยายน ๒๕๕๔). กรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม. (๒๕๕๕). ๙ สงิ่ ควรรู้กับ “มรดกภมู ปิ ญั ญาทาวัฒนธรรม” วารสาร วฒั นธรรม. สา้ นกั นวัตกรรมทางวฒั นธรรม กรมสง่ เสรมิ วัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม หนา้ ๖๘-๖๙ กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม. (๒๕๕๕). มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. ขนึ้ พิธีประกาศขน้ึ ทะเบียนมรดกภมู ปิ ัญญาทางวฒั นธรรมของชาติ ประจ้าปีพุทธศักราช ๒๕๕๕. วันศุกรท์ ี่ ๑๔ ธนั วาคม ๒๕๕๕ ณ หอประชุมเล็ก ศนู ย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย. กรมส่งเสริมวฒั นธรรม. กระทรวงวฒั นธรรม. กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม. (๒๕๕๕). อนสุ ญั ญาว่าด้วยการสงวนรกั ษามรดกทางวัฒนธรรมทีจ่ บั ต้อง ไม่ได้. (เอกสารแปล).กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๕. ขนบธรรมเนยี มประเพณีท้องถนิ่ : งาน ประเพณีรบั บัว.ค้นจาก http://webhost.m-ulture.go.th/province/samutprakan/ PDF/๑๑๐๓๒๕.pdf. เมอ่ื วันท่ี ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕. ก่องแก้ว วรี ะประจักษ์. (๒๕๕๒). สงกรานต์. ค้นจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/Ebook/BOOK35/pdf/book35_2.pdf เม่อื วนั ที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๗ กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๔๖). ตกั ศิลามหาสารคาม : สะดอื อีสาน. กระทรวงศึกษาธิการ. กลุม่ คลงั ข้อมูลมรดกภูมิปัญญา. (๒๕๕๔). คู่มอื การจัดทาขอ้ เสนอโครงการในการรวบรวมและ จัดเกบ็ ข้อมูลมรดกภมู ิปญั ญาทางวัฒนธรรม. โดย กล่มุ คลงั ขอ้ มลู มรดกภมู ปิ ญั ญา. สถาบัน วฒั นธรรมศึกษา (ส้านกั มรดกภูมิปญั ญาทางวฒั นธรรม) กรมส่งเสริมวฒั นธรรม กระทรวง วัฒนธรรม.
๑๖๒ กองอนุศาสนาจารย์ กรมยทุ ธศึกษาทหารบก (๒๕๕๕). คุณค่าประเพณีสงกรานต์. นิตยสารยุทธโทษ. ปที ี่ ๑๒๐ ฉบบั ท่ี ๓ ประจา้ เดือนเมษายน - มิถนุ ายน ๒๕๕๕ กอ้ นแก้ว อภยั . (๒๕๑๕). ประเพณีพ้นื เมืองฉบับโบราณ.เชียงใหม่: แสงชยั การพมิ พ์. เกริก อัครชโิ นเรศ และคณะ. (๒๕๔๖). สานกั งานรายงานการวิจยั การชาระปฏิทินและหนังสือปี ใหม่เมืองลา้ นนา (ประกาศสงกรานต์). กรงุ เทพฯ: กองทนุ สนบั สนุนการวิจยั . คณะสงฆว์ ัดพระเชตุพน. (๒๕๕๑). สงกรานต์. จดั พมิ พใ์ นงานสงกรานต์ นมัสการพระพุทธไสยาส. วนั ท่ี ๑๑-๑๕ เมษายน ๒๕๕๑. จารุบุตร เรืองสุวรรณ. (๒๕๒๐). ของดอี ีสาน. กรงุ เทพมหานคร: โรงพพิ ์กรมศาสนา. จารบุ ตุ ร เรืองสุวรรณ. (๒๕๔๖). ฮีตสบิ สองคองสิบส.่ี กรงุ เทพมหานคร: จารุวรรณ ธรรมวตั ร. (๒๕๔๓). คตชิ าวอสี าน. พิมพ์ครั้งท่ี ๒. กรงุ เทพมหานคร: อกั ษรวัฒนา. จุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั , พระบาทสมเดจ็ . พระราชพิธีสบิ สองเดือน. (กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์พระจันทร์, ๒๔๙๖), น. ๓๓๑. (พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้พมิ พ์ พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงพระศพ พลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมน่ื จันทรบรุ ี สุรนาท ณ พระเมรุวดั เบญจมบพิตร วนั ท่ี ๗ มิถนุ ายน ๒๔๙๖). จฬุ าลกั ษณ์ สีดาคุณ. (๒๕๔๗). ประเพณีไทย. ค้นจาก http://personal.swu.ac.th/students/ hm๔๗๑๐๑๐๑๓๐/web/index.htm อ้างองิ ในwww.prapayneethai.com เมอ่ื วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕. เจา้ พระยาทิพากรวงศ์. พระราชพงศาวดาร. รัชกาลท่ี ๓ เลม่ ๑ (หน้า ๘๙-๙๓). โรงพิมพ์คุรสุ ภา นายก้าจร สถิรกุล ผพู้ มิ พผ์ โู้ ฆษณา ๔ ธนั วาคม ๒๕๐๔ โชติ ศรสี ุวรรณ. (๒๕๕๑). ประเพณสี บิ สองเดือน. กรงุ เทพฯ : สถาพรบุค๊ ส์. ญาณรงั สี. (๒๕๓๐). ตาราแผนโบราณพ้ืนเมือง.เชยี งใหม่: ประเทืองวทิ ยา. ญาณสมปฺ นฺโน, ภกิ ขุ. (๒๕๓๘). ของดีจากป๊ับสา. (พิมพ์คร้ังที่ ๒ ปรบั ปรงุ แก้ไข). ลา้ พนู : รา้ นภญิ โญ. ญาณสมปฺ นโฺ น, ภกิ ขุ. (๒๕๓๘). ตาราพธิ กี รรมโบราณ. ลา้ พูน: ร้านภิญโญ. ดาวรตั น์ ชทู รพั ย์. (๒๕๔๕). หม่นื รอ้ ยพันผสาน เล่ม ๑ : บันทึกส่ิงดีวัฒนธรรมประเพณีวถิ ีไทย. กรุงเทพฯ: กรมศลิ ปากร. ตรีรตั น์ แม่รมิ . (๒๕๓๐). ตาราพิธสี ง่ เคราะห์แผนโบราณ. เชยี งใหม่: ประเทอื งวทิ ยา. ถวลิ อรัญเวศ. (๒๕๕๗). ความเป็นมาของประเพณวี ันสงกรานตใ์ นประเทศไทย. ท. เลยี งพิบูลย์. (๒๕๑๘). สงกรานต์ ๒๕๑๘. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พร์ งุ่ เรอื งธรรม. ทวี เข่อื นแก้ว. (๒๕๔๑). ประเพณเี ดิม. ล้าปาง: โรงพมิ พเ์ ลี่ยงเชยี ง. ธรรมพน้ื เมืองเรื่องต้านานอานิ สงค์ปีใหม่พื้นเมือง. ลา้ พนู : รา้ นภญิ โญ. ทศั นี อทุ การ. (๒๕๕๗). องค์ความรเู้ รอื่ งวนั สงกรานต์. ส้านกั วัฒนธรรมจงั หวัดร้อยเอ็ด. เทศบาลเมืองพระประแดง. (๒๕๕๗). สงกรานตพ์ ระประแดง ประเพณอี นั ยง่ิ ใหญข่ องชาวรามญั ๑๘ - ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗. สมทุ รปราการ: เทศบาลฯ. ธเนศวร์ เจรญิ เมือง. (๒๕๓๘). มาจากลา้ นนา. กรุงเทพฯ : ม่งิ เมือง. ธวชั รตั นมนตรี. (๒๕๔๖). วนั สงกรานต์. วารสารศูนยบ์ ริการวิชาการ. ปีท่ี ๑๑ ฉบับที่ ๑ ประจา้ เดอื นมกราคม-มีนาคม ๒๕๔๖.
๑๖๓ นภสั นันท์ พมุ่ สโุ ข, บรรณาธิการ.(๒๕๔๘). เรื่องเลา่ ลา้ นนา. กรุงเทพฯ: บา้ นหนังสอื . นิยะดา เหลา่ สนุ ทร. (๒๕๕๖). นิทานเรื่องต้านานสงกรานต์ท่ีไม่ได้มาจากมอญ. วารสาร ศิลปะวัฒนธรรม. ปที ี่ ๓๔ ฉบบั ท่ี ๖. เลขหนา้ : ๘๒-๙๓ ปี พ.ศ. : ๒๕๕๖. บุญเกิด พิมพ์วรเมธากุล. (๒๕๔๔). ประเพณีอีสานและเกรด็ โบราณคดไี ทอีสาน. บรษิ ัท ขอนแกน่ คลงั นานาธรรม. ปภัสรา เรืองรัมย์. (๒๕๕๕). วฒั นธรรมภาคกลาง. ค้นจาก www.lerners.in.th/blog/papatsara ๑๙๐๕/๔๖๐๗๗๕ เม่อื วนั ที่ ๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๕. ประคอง นิมมานเหมินท์ (๒๕๕๔). ประเพณสี งกรานต์. กรุงเทพฯ : กลุ่มสง่ เสริมการถ่ายทอด วัฒนธรรมสา้ นกั สง่ เสริมและเผยแพรว่ ฒั นธรรม. กรมสง่ เสริมวฒั นธรรม. ประชุมจารกึ วัดพระเชตุพน, กรุงเทพฯ : อมรินทร์พรน้ิ ต้งิ แอนด์พบั ลชิ ช่ิง จ้ากดั , ๒๕๕๔. ประชมุ ปกรณัมภาคท่ี ๑ - ๕. กรงุ เทพฯ : กรมศลิ ปากร, ๒๕๕๓ ประเพณเี กา่ เชยี งใหม่ ๗๐๐ ป.ี (๒๕๓๙). เชยี งใหม่: ชมรมอนุรกั ษ์วัฒนธรรมประเพณีเชียงใหม่. ประเพณสี งกรานต์ (ภาคใต้). (๒๕๕๖). คน้ จาก https://sites.google.com/site/sitecsw๖๒no ๐๖/prapheni-sngkrant-phakh-ti เม่อื วนั ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๗. ประเพณแี หน่ างดาน. (๒๕๕๔). คน้ จากhttp://www.nakhontoday.com/detail_news.php? n_id=๘๗๒ เมือ่ วนั ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๗. ประสงค์ แสงงาม. (๒๕๕๒). ประเพณีล้านนาประจาโครงการและคณะทางานโครงการหอ้ งสมุดท่ี มชี ีวติ (Living Library) เพ่อื พฒั นาสงั คมการเรียนรู้. สว่ นกิจกรรมเผยแพรข่ ้อมูล ภาคเหนือจากสา้ นักหอสมุดและสา้ นักบรกิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศ. กรกฎาคม ๒๕๕๒ ประสาสน์ รัตนะปัญญา. (มปป). มหาสารคามเมืองพุทธมณฑลอีสาน. ชมรมภมู ิปญั ญาอสี าน มหาสารคาม. ปริศนา พงษ์ทัดศริ ิกลุ . (๒๕๕๔). ค่มู ือการจดั ทาข้อเสนอโครงการในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล มรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรม. โดย กลุ่มคลังขอ้ มูลมรดกภูมปิ ัญญา. สถาบันวัฒนธรรม ศกึ ษา (ส้านกั มรดกภมู ิปญั ญาทางวฒั นธรรม) กรมสง่ เสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. ปา๋ เวณีปใ๋ี หม่เมือง: จะเยียะจะใดดี : เอกสารประกอบการสมั มนา วนั ท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ณ โรงละครเลก็ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่. เชยี งใหม่: ส้านักส่งเสริม ศลิ ปวัฒนธรรม มหาวิทยาลยั เชียงใหม่. ปิยะนารถ ชนิ ตุ. (๒๕๕๔). ประเพณสี งกรานตช์ าวมอญ : กรณีศกึ ษา อาเภอพระประแดง จงั หวัด สมทุ รปราการ. สารนพิ นธศ์ ลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ (ไทยศึกษา) มหาวิทยาลัยรามค้าแหง. แปลก สนธริ ักษ์. (๒๕๓๑). เทศกาลสงกรานต์. กรงุ เทพฯ : องค์การค้าครุ ุสภา. ผจู้ ดั การรายวนั . (๒๕๕๔). สงกรานต์ ปใี หม่ไทย แตกตา่ งในความเหมือน. คน้ จาก http://www.manager.co.th/daily/ViewNews.aspx?NewsID=๙๕๔๐๐๐๐๐๔๕๙๒๘ เมื่อวนั ที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๗. ฝอยทอง สมวถา. (๒๕๔๖). เลา่ ขานตานานเมอื งแจม๋ . เชยี งใหม่: นพบรุ กี ารพิมพ์. พระครูสทิ ธวิ รเวช (สงิ หค์ า้ กญจโณ). (๒๕๓๖). ศาสนพธิ พี ื้นเมือง: อนุสรณ์งาน
๑๖๔ พระครอู ดุลสีลกิตต์ิ (ฐานวุฑโฒ). (๒๕๔๓). ฮตี กองของบเ่ กา่ . (พิมพ์ครัง้ ที่ ๓). เชยี งใหม่: ดาวคอมพวิ กราฟิก. พระครอู ดลุ สลี กิตต์ิ (ฐานวุฑโฒ). (๒๕๕๑). ปฎิทินล้านนา. ล้าพนู : ณฐั พลการพิมพ์. พระมหาปรีชา ปริญญโน. (๒๕๒๕). ประเพณไี ทยโบราณ. พมิ พ์คร้งั ท่ี ๕. อุบลราชธานี : ศริ ธิ รรม. พระยาอนมุ านราชธน. (๒๔๙๖). พธิ สี มโภชเดือนประเพณีทาบุญตกั บาตร และเร่ืองสงกรานต์. พระ นคร : สภาวัฒนธรรมแหง่ ชาติ. พระยาอนุมานราชธน. (๒๕๒๐). ประเพณไี ทยเกีย่ วกับเทศกาลสงกรานต์. กรงุ เทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชทานเพลงิ ศพ. พระครูสทิ ธิวรเวช. เชียงใหม่: ส.ทรพั ยก์ ารพิมพ์ ไพฑูรย์ ดอกแกว้ . (๒๕๔๖). ประเพณสี งกรานต์: ความเชื่อด้งั เดิมและการเปลย่ี นแปลง. เชียงใหม่: สถาบันวจิ ัยสังคม มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่. ไพโรจน์ เสรีรักษ์. (๒๕๔๗). วัฒนธรรมพทุ ธศาสนและสังคมคดไี ทย ชดุ สงกรานตป์ ใี หมไ่ ทย. เอกสารเผยแพร่เนอ่ื งเทศกาลในมหกรรมสงกรานต์. ๒๕๔๗. ส้านักงานเทศบาลเมืองพังงา มณี พยอมยงค์ และศริ ริ ตั น์ อาศนะ. (๒๕๔๙). เครอ่ื งสักการะในลา้ นนาไทย. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี ๒). เชียงใหม่: ธนาคารไทยทนุ. มณี พยอมยงค์. (๒๕๔๗). ประเพณีสบิ สองเดือนล้านนาไทย. (พิมพ์ครั้งที่ ๕ ฉบับปรบั ปรงุ เพ่ิมเติม). เชยี งใหม่: ส. ทรพั ย์การพิมพ์. มรดกโลก มรดกรว่ ม : การนา้ เสนอ คุณค่า และการจดั การ. (๒๐๑๐). Proceedings ICOMOS Thailand International Conference ๒๐๐๙-๒๐๑๐ “World Heritage-Shared ยทุ ธนา นาคสุข. (๒๕๔๖). รายงานการวิจัย การชาระปฏิทินและหนงั สอื ปีใหมเ่ มอื งล้านนา. (ประกาศสงกรานต์). กรงุ เทพฯ: ส้านกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ัย. ยพุ า ทววี ัฒนะกิจบวร. (๒๕๕๒). สงกรานต์สานใจไทย. กรุงเทพฯ : สา้ นักงานคณะกรรมการ วฒั นธรรมแห่งชาติ. รังสรรค์ จันตะ๊ และวิลักษณ์ ศรีป่าซาง. (๒๕๔๘). เอกสารประกอบการสัมมนา เรอ่ื งปา๋ เวณีปใ๋ี หม่: จะเยียะจะใดดี. เชียงใหม่: สา้ นกั สง่ เสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่. ราชบณั ฑิตยสถาน. (๒๕๑๖). สารานกุ รมไทยฉบับบัณฑติ ยสถาน เล่ม ๑๓ ตวั สงกรานต์ – ทะนาน. กรงุ เทพฯ: ราชบณั ฑติ ยสถาน. ลนั นา เจรญิ สทิ ธิชยั . (๒๕๕๔). ประเพณีไทยอสี าน. นนทบุรี : โป๊ยเซียน. วัดพระเชตุพน. (๒๕๕๑) งานสงกรานต์ นมสั การพระพุทธไสยาส วดั พระเชตุพน ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะสงฆ์วัด วิมล ด้าศรี. (๒๕๔๙). แนวปฏบิ ตั ิประเพณสี งกรานต์ ภาคใต้. สารนครศรธี รรมราช. มหาวทิ ยาลัยราช ภฏั นครศรีธรรมราช. หน้า ๒๕- ๓๑ ศรีจนั ทร์. (๒๕๔๘). เร่อื งเลา่ ล้านนา. กรงุ เทพฯ: บ้านหนงั สือ ๑๙. ศักดิ์ รัตนชยั . (๒๕๓๒). ตุง ชอ่ พญายอ เจ๋ดยี ์ทรายปใี๋ หมเ่ มือง. ลาปาง: โรงพมิ พล์ า้ ปางการพิมพ์. ส. พลายนอ้ ย. (๒๕๔๗). ตรุษสงกรานต์ : ประมวลความเป็นมาของปีใหม่ไทยในสมยั ตา่ งๆ. กรงุ เทพฯ : มติชน.
๑๖๕ สงวน โชตสิ ขุ รัตน์. (๒๕๑๑). ประเพณีไทย ภาคเหนอื . เชยี งใหม่: สงวนการพิมพ์. สงวน โชตสิ ขุ รัตน์. (๒๕๑๙). ประเพณีไทยภาคเหนือ. เชยี งใหม่ : สงวนการพมิ พ์. สนน่ั ธรรมธิ และยทุ ธพร นาคสุข. (๒๕๔๕). หนงั สือปใี หม่เมอื งและปฏทิ นิ ลา้ นนา. ประจ้าปีจุล ศกั ราช ๒๕๔๕ - ๒๕๔๖ ปเี ตา่ สง้า. ม.ป.ท: ม.ป.พ. สนน่ั ธรรมธิ. (๒๕๔๘, ๑๑ เมษายน). ด้าหัวปใี หมเ่ มือง ความหมายของคนลา้ นนา. ประชาไท. ค้น เมือ่ วันท่ี ๖ เมษายน ๒๕๕๒ จาก http://www.prachatai.com/journal/๒๐๐๕/๐๔/ ๓๕๘๗ สน่ัน ธรรมธิ. หนังสือปีใหมเ่ มอื ง พ.ศ. ๒๕๔๖. (โปสเตอร์). สน่ัน ธรรมธิ. หนงั สือปใี หม่เมอื ง พ.ศ. ๒๕๔๘. (โปสเตอร์). สนั่น ธรรมธิ. หนงั สอื ปีใหมเ่ มือง พ.ศ. ๒๕๔๙. (โปสเตอร์). สมบัติ พลายนอ้ ย. (๒๕๔๗). ตรุษสงกรานต์. กรุงเทพฯ: มติชน. สวงิ บุญเจิม. (๒๕๔๙). ตารามรดกอีสานหรือมูลมังอีสาน. อบุ ลราชธานี. สาร สาระทัศนานนั ท์. (๒๕๓๑). ฮตี สบิ สองคองสบิ ส.ี่ พิมพค์ รงั ที่ ๔: เลย. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเลย. สาวติ รี สุวรรณสถิต. ความเป็นมาของอนสุ ญั ญาวา่ ด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมทจ่ี ับต้อง ไมไ่ ด้. เอกสารประกอบการประชุมเชงิ ปฏบิ ัติการ เรอื่ ง การเขา้ รว่ มเป็นภาคอี นสุ ญั ญาว่าดว้ ย การสงวนรกั ษามรดกทางวัฒนธรรมท่ีจบั ต้องไม่ได้. วันท่ี ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ หอ้ ง ประชมุ ชน้ั ๑ กรมสง่ เสริมวัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม. สา้ นักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ. (๒๕๒๗). เทศกาลและประเพณไี ทย. กรุงเทพฯ : สา้ นักงานฯ. สา้ นกั งานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ. (๒๕๓๓). สงกรานต์. กรงุ เทพฯ : ส้านักงานฯ. ส้านักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ. (๒๕๓๘). ชวี ติ ไทยชุดบรรพบุรุษของเรา. รวบรวม ขนบธรรมเนยี มประเพณี พิธีกรรม ความเชื่อ ศาสนาและชีวิตความเปน็ อยู่ของชาวไทยภาค กลาง จา้ นวน ๓๐ เรอ่ื ง. พิมพ์ครัง้ ท่ี ๒. กรงุ เทพมหานคร. สลี า วีระวงศ์. (๒๕๒๙). ฮีตสิบสอง. กรมการฝกึ หดั ครู. ศนู ยศ์ ลิ ปวัฒนธรรมวทิ ยาลัยครูอุบลราชธานี. สือ่ วดี ทิ ศั น์ ประเพณสี งกรานต์ ที่สืบสานประเพณีด้งั เดิม อาทกิ ารแห่ดอกไม้ การแห่พระพทุ ธรูป สอ่ื วีดทิ ัศน์ ประเพณสี งกรานต์ ทส่ี บื สานประเพณีในปัจจุบัน แถบบันทกึ เสยี งการสมั ภาษณ์ สจุ ิตต์ วงษ์เทศ. (๒๕๕๐). สงกรานต์ : ข้นึ ฤดกู าลใหม่ (ปใี หม่) ของพราหมณ์สุวรรณภูมิ. กรุงเทพฯ : ส้านกั วัฒนธรรมกีฬาและการทอ่ งเทย่ี ว กรุงเทพมหานคร. สนุ ทรภู่ : ชวี ิตและงานของสนุ ทรภู่. กรุงเทพฯ : คลังวทิ ยา, ๒๕๐๖. สุภาษติ สามอยา่ ง. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ศุภพากยว์ ิภัชน์, ๒๔๗๒. (พมิ พเ์ ปน็ ท่ีระลกึ ในการพระราชทาน เพลิงศพ ทา่ นตาล ภริยาพระยาเพ็ชรรตั น (โมรา ไกร.ฤกษ์) ณ สสุ านหลวง วัดเทพศิรนิ ทรา วาส วันท่ี๑ กรกฎาคม ๒๔๗๒). เสฐียรโกเศศ. (๒๕๐๗). เทศกาลสงกรานต์. พระนคร : โรงพิมพ์มติ รเจริญ. เสถยี รโกเศศ. (๒๕๑๐). ชวี ิตชาวไทยสมยั กอ่ น. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑติ ยสถาน.
๑๖๖ หทัยรัตน์ มาประณตี , เบ็ญจรัศม์ มาประณตี . (๒๕๕๔). การมีสว่ นร่วมของผนู้ าท้องถ่นิ ในการ ปกปอ้ งคมุ้ ครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. การประชมุ ทางวิชาการของ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. คร้ังท่ี ๔๙. วันท่ี ๑-๔ กุมภาพนั ธ์. กรุงเทพมหานคร. หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั . (๒๕๔๒). วัฒนธรรม พัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภมู ิปญั ญา จังหวดั สมุทรปราการ. คณะกรรมการฝา่ ย ประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. พิมพค์ รัง้ ที่ ๑. หลวงวิจิตรวาทการ. ประวัติศาสตรเ์ ศรษฐกิจของไทย. บริษทั สรา้ งสรรค์บคุ ส์ จา้ กดั . กรงุ เทพฯ. หอมหวน บวั ระภา. ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ ในการจดั การวัฒนธรรมของชาวอสี าน : กรณีศึกษาบญุ ผะ เหวด. คน้ จาก http://www.la.ubu.ac.th/uboncult. เม่ือวันท่ี ๑๒ มิถนุ ายน ๒๕๕๕. อภินันท์ โปษยานนท์. (๒๕๕๔). ประเพณีสงกรานต์. กรงุ เทพฯ : กล่มุ ส่งเสริมการถา่ ยทอดวัฒนธรรม สา้ นักสง่ เสริมและเผยแพร่วัฒนธรรม. กรมส่งเสริมวฒั นธรรม. อารีย์ อศั วปราการกลุ . (๒๕๒๘). วันสงกรานต์. กรงุ เทพฯ : วัฒนาพานชิ . ออ้ มใจ วงษม์ ณฑา. (๒๕๕๒). กวา่ จะเป็น...วนั ปีใหม่ไทย. สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลาณวิ ฒั นา มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี อุดม เชยกีวงศ์. (๒๕๔๕). ประเพณพี ธิ ีกรรมท้องถิ่น. กรุงเทพฯ : สขุ ภาพใจ. อดุ ม บวั ศรี. (๒๕๒๘). วฒั นธรรมอสี าน. ขอนแกน่ : คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ . อดุ ม รุง่ เรืองศรี. (๒๕๔๒). ปีใหม.่ สารานกุ รมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ. (เลม่ ๘, หน้า ๓๘๓๔- ๓๘๔๑). กรุงเทพฯ: มลู นิธสิ ารานกุ รมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. โฮงเฮียนสืบสานภมู ิปญั ญาล้านนา. (๒๕๔๒). สืบสานล้านนา สบื ต่อสมหายใจของแผ่นดิน. เชยี งใหม่: มงิ่ เมอื งนวรตั น์การพมิ พ์.www. http://library.cmu.ac.th/ntic/lannatradition /newsyear.php โฮงเฮยี นสบื สานภูมิปัญญาล้านนา. (๒๕๕๑). องคค์ วามรปู้ ระเพณีปใี หม่เมอื ง. เชยี งใหม่: โฮงเฮยี น สืบสานภูมิปัญญาล้านนา. Creswell, J.W. (๑๙๙๔). Research Design: Qualitative and Quantitative Approaches. London : Sage. Denzin, N. K. (๑๙๗๘). The Research Act: A theoretical Introduction to Sociological Methods. New York: McGraw-Hill. Identifying and inventory intangible Culture Heritage. Retrieved June ๑๔. ๒๐๑๒ from http://www.unesco.org/culture/ich/doc/src/๐๑๘๕๖-EN.pdf Identifying and inventory intangible Culture Heritage. Retrieved June ๑๔. ๒๐๑๒ from http://www.unesco.org/culture/ich/doc/src/๐๑๘๕๖-EN.pdf Intangible Culture Heritage Domains. Retrieved June ๑๔. ๒๐๑๒ from http://www.unesco.org/culture/ich/doc/src/๐๑๘๕๗-EN.pdf Intangible Culture Heritage Domains. Retrieved June ๑๔. ๒๐๑๒ from http://www.unesco.org/culture/ich/doc/src/๐๑๘๕๗-EN.pdf
๑๖๗ International Conference ๒๐๐๑-๒๐๑๐. World Heritage-Shared Heritage : Nomination, Values and Management. October ๑๕-๑๗, ๒๐๑๐, Songkhla, Thailand International Conference ๒๐๐๑-๒๐๑๐. World Heritage-Shared Heritage Nomination, Values and Management. October ๑๕-๑๗, ๒๐๑๐, Songkhla, Thailand. Inventories: identifying for safeguarding. Retrieved June ๑๔. ๒๐๑๒ from http://www.unesco.org/culture/ich/index.php?pg=๐๐๐๘๐ Inventories: identifying for safeguarding. Retrieved June ๑๔, ๒๐๑๒ from http://www.unesco.org/culture/ich/index.php?pg=๐๐๐๘๐ Kerlinger, F. N. (๑๙๗๓). Foundations of Behavioral Research. ๒nd ed. New York:Holt, Rinehart and Winston. Larsson, R. (๑๙๙๓). Case Study Methodology: Quantitative Analysis Patterns across Case Studies. Academy of Management Journal. ๓๖ (๖): ๑๕๑๕-๑๕๔๗. Quixley, Suzi. (๒๐๐๘). Participatory Action Research: An Outline of the Concept. Retrieved from http://www.suziqconsulting.com.au. when July ๙, ๒๐๑๓ Quixley, Suzi. Z. (๒๐๐๘). Participatory Action Research: An Outline of the Concept. Retrieved from http://www.suziqconsulting.com.au. when July ๙, ๒๐๑๓.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177