คูม่ อื เร่ือง การเปน็ นกั นนั ทนาการ ส�ำนักนันทนาการ กรมพลศกึ ษา 1
คมู่ อื เร่อื ง การเปน็ นกั นนั ทนาการ จดั ทำ� โดย : สำ� นักนนั ทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการทอ่ งเทีย่ วและกฬี า เลขท่ี ๑๕๔ ถนนพระราม ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ โทรศพั ท์ ๐-๒๒๑๔-๐๑๒๐ โทรสาร ๐-๒๒๑๔-๑๕๐๗ เว็บไซต์ : www.dpe.go.th ISBN : 978-616-297-523-3 พิมพ์ครั้งท่ี ๑ : เดอื นมิถุนายน ๒๕๖๑ จ�ำนวนพิมพ์ : ๑,๑๐๐ เล่ม พิมพท์ ี ่ : บริษัท เพชรเกษมพรน้ิ ต้ิง กรุ๊ป จำ� กดั 2
คำ� นำ� นันทนาการเป็นศาสตร์สาขาหนึ่งที่ต้องศึกษา และเข้าถึงลักษณะ ขอบขา่ ยวธิ กี ารตลอดจนการฝกึ ทกั ษะ การนำ� ไปใชเ้ พอื่ การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาใหเ้ ด็ก เยาวชน และประชาชนไดม้ กี ารพฒั นาคุณภาพชีวิตทัง้ ทาง ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญา การที่เด็ก เยาวชน และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมน้ัน นอกจากจะมีความเป็นอยู่ท่ีดี มีการศึกษาที่ดี มีงานท�ำมีครอบครัวท่ีอบอุ่น และประสบความส�ำเร็จในชีวิต จะต้องอาศัยพ้ืนฐานการด�ำรงชีวิตท่ีมีความ สมดุลระหว่างการท�ำงานกับการพักผ่อน และกิจกรรมเพื่อชีวิตที่ทุกคน ช่ืนชอบคือ กิจกรรมนันทนาการ ซึ่งจะท�ำให้มีชีวิตที่ดีและมีความผาสุก ชวี ติ จงึ จะมีคา่ และมีความหมายมากขึ้น กรมพลศึกษา จึงได้มอบหมายให้ส�ำนักนันทนาการ โดยกลุ่มวิจัย และพัฒนา จัดท�ำคู่มือ เรื่อง “การเป็นนักนันทนาการ” ภายใต้โครงการ การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการบริหารจัดการศูนย์ การเรยี นรกู้ ฬี า นนั ทนาการ และวทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี า ในสงั กดั กรมพลศกึ ษา สรู่ ะดบั สากล เพอื่ เปน็ แนวทางใหเ้ กดิ การเรยี นรเู้ ทคนคิ และวธิ กี ารในการเปน็ ผูน้ �ำนนั ทนาการ การจัดกิจกรรมนันทนาการแก่เดก็ เยาวชน และประชาชน ใหม้ คี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี อนั จะสง่ ผลใหป้ ระเทศชาตเิ จรญิ กา้ วหนา้ ตอ่ ไป หวงั เปน็ อย่างย่ิงว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ส�ำหรับครู อาจารย์ นักนันทนาการ นกั ฝกึ อบรม ตลอดจนผู้สนใจท่ัวไป สำ� นักนันทนาการ กรมพลศกึ ษา 3
4
สารบัญ หนา้ บทท่ี ๑ บรบิ ทของนนั ทนาการ ๑ • ความหมายของเวลาวา่ ง การเล่น และนนั ทนาการ ๒ • ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเวลาวา่ ง การเล่น และนนั ทนาการ ๖ • ปรัชญานนั ทนาการ ๘ • ความสำ� คญั ของนนั ทนาการ ๙ • จุดมงุ่ หมายของนันทนาการ ๑๙ • ประโยชน์และคุณคา่ ของนนั ทนาการ ๒๒ บทท่ี ๒ ขอบข่ายของนนั ทนาการ ๒๖ • ขอบข่ายของนนั ทนาการ ๒๖ • การจดั บรกิ ารและสวสั ดิการทางสังคม ๒๖ • กจิ กรรมนนั ทนาการ ๒๙ • ทรัพยากรทางนนั ทนาการ ๕๒ บทที่ ๓ เทคนิคการจดั กลุ่มและรปู ขบวนแถว ๖๐ • เทคนิคการแบ่งกลมุ่ ๖๑ • ความปลอดภัยในการเลน่ เกม ๗๐ • สรุปเพ่ือความปลอดภยั ในการเล่นเกม ๗๔ 5
บทที่ ๔ จิตวทิ ยาประยุกต์สำ� หรับนักนันทนาการ ๗๕ • พัฒนาการของมนษุ ย์ ๗๖ • กฎของการเรยี นรู้ ๘๒ • การยอมรบั ธรรมชาติของคน ๘๓ • ทฤษฎคี วามต้องการของมนุษย ์ ๘๕ • การแบ่งชนดิ ของคน ๘๗ บทท่ี ๕ เทคนิคการสร้างสัมพันธภาพโดยใชเ้ กม ๘๙ • เกมสร้างสัมพันธภาพ ๘๙ • ทำ� ไมเราถงึ ตอ้ งมเี กมและกจิ กรรม ๙๔ • เกมแข่งขนั ระหว่างกลุ่ม ๙๘ บรรณานุกรม ๑๐๒ 6
บทท่ี ๑ บรบิ ทของนนั ทนาการ ในชีวิตประจ�ำวันของมนุษย์ทุกเพศทุกวัย จ�ำต้องเผชิญกับปัญหานานัปการที่คุกคาม สวัสดิภาพ ของตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ อาชญากรรม มลพิษทาง ส่ิงแวดล้อม การแข่งขันช่วงชิงเอาชนะกันในเกมชีวิต การงาน การเมือง การพยายามให้ได้มาหรือ สูญเสียไปของเงิน เกียรติยศศักด์ิศรี ความรัก เปน็ ตน้ การทม่ี นษุ ยย์ งั ตอ้ งดน้ิ รนเพอื่ ดำ� เนนิ ชวี ติ ต่อไปในสังคม โดยเฉพาะสังคมปัจจุบันท่ีมีการ เปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ท�ำให้เกิดความเครียดความวิตกกังวลในชีวิต ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตและสุขภาพกายท่ีนับวันจะทวีความรุนแรง มากขน้ึ กจิ กรรมนนั ทนาการถอื เปน็ เครอ่ื งมอื อนั สำ� คญั ทจ่ี ะชว่ ยบรรเทาปญั หา ดังกลา่ วไดเ้ ปน็ อยา่ งดี กิจกรรมนันทนาการเป็นวิถีแห่งความสุข และเป็นปัจจัยส�ำคัญยิ่ง ต่อการด�ำเนินชีวิตของมนุษย์ มาต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผลที่ได้รับจาก การประกอบกิจกรรมนันทนาการก็คือ พลังแห่งความสุขซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับ ความเครยี ด ความทกุ ข์ ความกงั วล ความเศรา้ หมองตา่ งๆ ถงึ แมว้ า่ คนไทยจะ 1คมู่ ือ เรอื่ ง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
มคี ุณลกั ษณะทางนนั ทนาการทด่ี ีเลศิ อย่แู ล้วก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงอยา่ ง รวดเร็วของสังคมในโลกยุคใหม่ ท�ำให้กระทบต่อรากฐานด้านนันทนาการ ของชีวิตคนไทยมากขึ้นอย่างน่าวิตก โดยเฉพาะการต่อสู้ระหว่างความทุกข์ กับความสขุ หรือระหว่างการทำ� สง่ิ ทดี่ ีกบั สง่ิ ทีช่ วั่ นั้น เป็นปัญหาความขดั แยง้ ของมนุษย์มาโดยตลอด การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักใช้ความสามารถ ทางนันทนาการที่ถูกต้อง จะเป็นพลังแห่งความสุขเพื่อลดความเคร่งเครียด หรือเป็นพลังใจเป็นรากฐานให้เด็กและเยาวชน สามารถด�ำเนินชีวิตต่อไปใน อนาคตได้อยา่ งมน่ั ใจ มคี วามสขุ และมคี ุณภาพชีวิตทด่ี ี ความหมายของ เวลาวา่ ง การเล่น และนนั ทนาการ เวลาว่าง (Leisure) ในหลักวิชาการทางการศึกษา และภาษาศาสตร์ ค�ำว่า เวลาว่าง มี ความหมายตรงกับภาษาอังกฤษ ค�ำว่า Leisure ซึ่งมีรากศัพท์มาจาก ภาษาละตนิ จากคำ� วา่ Licere แปลวา่ การได้รับอนุญาตให้มีอิสระจากการงาน และหน้าที่ การไม่มีธุระ นอกเหนือจาก งานประจำ� ทเ่ี ราจะตดั สนิ ใจกระทำ� อะไรกไ็ ด้ ตามใจชอบ 2 คู่มือ เร่อื ง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
เวลาว่างมี ๒ ลกั ษณะ คือ ๑. เวลาว่างที่แท้จริง (True Leisure) หมายถึง เวลาว่างท่ี เป็นเวลาอิสระโดยแท้จริงไม่ถูกบังคับหรืออยู่ภายใต้กฎข้อบังคับใด และ กจิ กรรมทกี่ ระท�ำทกุ อย่างเปน็ ไปโดยสมัครใจ ๒. เวลาวา่ งเชงิ บังคับ (Enforced Leisure) หมายถึง เวลาวา่ งท่ี ถูกจ�ำกัดไม่ให้กระท�ำกิจกรรมใดๆ ได้ตามใจชอบ หรือเป็นเวลาว่างที่มนุษย์ ไมป่ ระสงคจ์ ะให้มี เชน่ เวลาวา่ งขณะท่เี กิดเจบ็ ป่วย หรือเวลาวา่ งของบคุ คล ทอ่ี ยใู่ นภาวะตกงาน หรอื เวลาวา่ งของคนเกษยี ณอายจุ ากงานราชการ เปน็ ตน้ (อเนก ชา้ งน้อย. ๒๕๓๒ : ๓) การเล่น (Play) ค�ำว่า การเล่น (Play) มาจากภาษาแองโกลแซกชั่น (Anglo-Saxon) ค�ำว่า Plega ซึ่งหมายถึง เกมกีฬา การต่อสู้ และการสู้รบในสมรภูมิ ใน ภาษาละตินก็ใช้ค�ำว่า Plaga แปลว่า การชกต่อย การตบ ผลักไส รวมท้ัง อาการแสดงออกของการใชอ้ ุปกรณใ์ นการตลี กู บอลในภาษาเยอรมนั มคี ำ� วา่ Spielen และภาษาเนเธอรแ์ ลนด์ มคี ำ� วา่ Spelen หมายถึง การเลน่ เกมกีฬา และการแสดงดนตรีโดยการใชอ้ ุปกรณ์บางอยา่ ง (Kraus Richard. ๑๙๘๔ : ๒๖) 3คูม่ อื เรอื่ ง การเปน็ นกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
นนั ทนาการ (Recreation) นันทนาการ มาจากค�ำศัพท์ในภาษาละติน ว่า Recreatio ซึ่งมี ความหมายว่า ท�ำให้สดช่ืน และการได้กลับคืนมาดังเดิม ปกติแล้วค�ำว่า นันทนาการมักจะใช้กันในแง่ของกิจกรรมในช่วงเวลาต่างๆ ที่ไม่มีเร่ือง ของงานมาเก่ียวข้อง คนในยุคก่อนเข้าใจความหมายของนันทนาการว่าเป็น กิจกรรมท่ีมีผลให้ผู้เข้าร่วมเกิดความสุข ความพอใจ และช่วยเสริมสร้าง ร่างกายและจิตใจให้สดช่ืนแจ่มใส และมีพลังสามารถที่จะปฏิบัติภารกิจใหม่ ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ พีระพงศ์ บุญศิริ (๒๕๓๕ : ๒) ได้ให้ความหมายของนันทนาการไว้ว่า แต่แรกเริ่มการนันทนาการในเมืองไทย กระทรวงศึกษาธิการได้บัญญัติศัพท์ ค�ำว่า สันทนาการ ซ่ึงใช้กันมาอย่างแพร่หลาย แต่เมืองกลับไปเปรียบเทียบ ความหมายพ้ืนฐานเดิมจากค�ำว่า Recreation แล้วความหมายยังไม่ ชัดเจน ดังนั้นพระยาอนุมานราชธน จึงได้บัญญัติศัพท์ภาษาไทยข้ึนใหม่ว่า นันทนาการ คำ� วา่ นนั ทน หมายถงึ ความรา่ เรงิ สนกุ สนาน เมอ่ื สนธกิ บั คำ� วา่ อาการ เปน็ นันทนา+อาการ จงึ เปน็ นนั ทนาการ หมายถึง ลกั ษณะอาการแห่งความ สนุกสนานรา่ เริง หรือการทำ� ใหส้ นุกสนาน ร่าเริง ระทกึ ใจ จรินทร์ ธานรี ตั น์ (๒๕๒๘ : ๑๔) อธบิ าย ค�ำวา่ “Recreation” เมอื่ พิจารณาตามศัพท์ (Termonology) มีสองความหมาย คือ “to create” หมายถงึ สรา้ ง หรอื “ทำ� ใหเ้ กดิ ขน้ึ ” คำ� วา่ “Re” หมายความวา่ “ใหม”่ หรอื “อีก” (again) ดังนนั้ “Re-create” หมายถึง “สรา้ งใหม่” หรอื “ทำ� ใหม้ ขี ึน้ 4 ค่มู อื เรอ่ื ง การเปน็ นกั นันทนาการ Department of Physical Education
มาใหม่” หรือ “สร้างขึ้นมาอีก” ส่วนอีกความหมายหน่ึงคือ RE–CRE–AGE มาจากภาษากรีกซงึ่ แปลวา่ กจิ กรรมของเยาวชนและผ้ใู หญ่ สมบัติ กาญจนกจิ (๒๕๓๕ : ๑๓) ได้ขยายความหมายของนันทนาการ ไว้ว่า นันทนาการ หมายถึง การท�ำให้สดช่ืน เสริมสร้างพลังงานขึ้นมาใหม่ หลังจากการใช้พลังงานแล้วก่อให้เกิดความเหน่ือยเม่ือยล้าทางร่างกาย ทางสมองและจิตใจ นันทนาการ หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลเข้าร่วมในช่วงเวลาว่าง โดยไม่มีการบังคับหรือเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ ส่งผลให้เกิดการพัฒนา อารมณ์สขุ นนั ทนาการ หมายถงึ กระบวนการหรอื ประสบการณส์ ขุ ทบ่ี คุ คลไดร้ บั โดยอาศยั กจิ กรรมนนั ทนาการในชว่ งเวลาวา่ งเปน็ สอื่ กอ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาการ กล่าวโดยสรุปว่า นันทนาการ คือ ประสบการณ์ หรือการกระท�ำ กิจกรรมใดๆ ที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้เลือกสรรเข้าร่วมโดยความสมัครใจ ปราศจากการถูกบังคับท้ังโดยทางตรงและทางอ้อมการกระท�ำกิจกรรมน้ัน จะต้องกระท�ำในเวลาว่างจากงานประจ�ำหรือภารกิจอ่ืนๆ โดยไม่หวัง ผลตอบแทนรางวลั ใดๆ นอกจากความสนุกสนาน ความพงึ พอใจ ความสุขใจ ทไี่ ด้รับเท่านัน้ 5คู่มือ เร่ือง การเปน็ นักนันทนาการ Department of Physical Education
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง เวลาวา่ ง การเล่น และนนั ทนาการ ในการศึกษาถึงกิจกรรมและ พ ฤ ติ ก ร ร ม ข อ ง ค น ที่ ก ่ อ ใ ห ้ เ กิ ด ค ว า ม พงึ พอใจ ความสขุ สนกุ สนาน หรอื เรยี กวา่ ประสบการณ์นันทนาการนั้น เวลาว่าง การเล่น และนันทนาการ มีส่วนช่วย พัฒนาสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท้ังสิ้น ดังนั้น กิจกรรมท้ังสามประเภทนี้จึงมี ความสัมพันธ์และความแตกต่างอย่าง ใกล้ชิดกัน เวลาว่าง (Leisure) การเล่น (Play) นันทนาการ (Recreation) มี ลักษณะและองค์ประกอบท่ีเหมือนและ แตกต่างกนั ดงั นี้ 6 ค่มู อื เร่ือง การเปน็ นักนันทนาการ Department of Physical Education
๑. ความเหมือนหรือคล้ายคลึงกันระหว่าง เวลาว่าง การเล่น และ นนั ทนาการ ได้แก่ ๑.๑ ระดบั ของการมอี ิสรภาพ (Level of Freedom) ๑.๒ อตั ลักษณ์แห่งตน (Self–Expression) ๑.๓ ความพงึ พอใจ (Self–Satisfaction) ๒. ความแตกต่างกันทพ่ี อจะอธบิ าย ได้แก่ ๒.๑ เวลาว่าง (Leisure) เป็นกิจกรรมซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเวลา และการตดั สนิ ใจวา่ เปน็ เวลาที่อสิ ระปราศจากการควบคุม ๒.๒ การเล่น (Play) เป็นกิจกรรมท่ีไม่ค่อยจะได้รับคุณค่าทางสังคม ที่ส�ำคัญเป็นกิจกรรมปกตินิสัยและเป็นพื้นฐานของการศึกษา พฤตกิ รรมมนษุ ยแ์ ละศึกษาอารยธรรม ๒.๓ นันทนาการ (Recreation) เป็นการใช้ประสบการณ์เพ่ือ ก่อให้เกิดการพัฒนาการทางอารมณ์สุขและเป็นโครงสร้าง ของสถาบันทางสังคม 7คู่มอื เร่ือง การเป็นนักนันทนาการ Department of Physical Education
ปรัชญานันทนาการ ปรัชญานันทนาการ (Philosophy of Recreation) หมายถึง แนวคิด หลักการ และวิธีการท่ีจะส่งเสริมบุคคลให้เข้าร่วมกิจกรรม นันทนาการ ด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสินจ้างรางวัลใดๆ ทั้งน้ีเพ่ือต้องการ ให้บุคคลผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ผ่อนคลายความเครียด เกิดความสนุกสนาน มี โอกาสแสดงออกในทางทถี่ กู ตอ้ ง เปน็ ทนี่ า่ ชนื่ ชมของบคุ คลอนื่ โดยใชก้ จิ กรรม นนั ทนาการเปน็ สอ่ื กลางทจ่ี ะสรา้ งศกั ยภาพใหมใ่ หแ้ กบ่ คุ คล เพอ่ื พฒั นาบคุ คล ใหไ้ ปสู่เป้าหมายทต่ี ้องการ อันไดแ้ ก่ • การมสี จั จะแห่งตน (Self Realization) • มีมนุษยสมั พันธ์ (Human Relationship) • มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกจิ (Economic Efficiency) • มคี วามรบั ผดิ ชอบ (Responsibility) 8 คู่มอื เรือ่ ง การเป็นนกั นันทนาการ Department of Physical Education
ความส�ำคัญของนันทนาการ ๑. ความส�ำคัญด้านประชากรและสังคม กล่าวคือ นันทนาการ เปน็ สอื่ สำ� คญั ในการพฒั นามนษุ ยใ์ หม้ คี วามสมบรู ณท์ งั้ รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และสังคม ดงั นน้ั นนั ทนาการจงึ มคี วามส�ำคัญตอ่ ประชากรในสงั คม ๒. ความส�ำคัญต่อครอบครัว สภาพสังคมปัจจุบันท�ำให้สมาชิกใน ครอบครัวขาดโอกาสและบรรยากาศที่จะได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา หรือมีความสัมพันธ์กันแน่นแฟ้นเหมือนในสมัยก่อน กิจกรรมนันทนาการ สามารถเปน็ สอ่ื ในการเสรมิ สรา้ งบรรยากาศใหเ้ กดิ ความอบอนุ่ ในครอบครวั ได้ ชว่ ยลดชอ่ งวา่ งทำ� ใหส้ มาชกิ ในครอบครวั ไดร้ จู้ กั บทบาทและหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ ของตนเอง 9ค่มู อื เร่อื ง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
๓. ความส�ำคัญด้านชุมชน นันทนาการช่วยในการพัฒนาชุมชน ไดห้ ลายด้าน เช่น ๓.๑ ช่วยสร้างคนให้เป็นผู้มีเหตุผล การท่ีได้มีโอกาสร่วม กิจกรรมนันทนาการ เช่น การอาสาสมัคร การบ�ำเพ็ญประโยชน์ ท�ำให้เป็น ผูท้ ี่มีเหตุผล ร้จู กั เสยี สละ และชว่ ยเหลอื ผูอ้ ื่น ๓.๒ ช่วยลดปัญหาอาชญากรรม การเข้าร่วมกิจกรรม นนั ทนาการทีถ่ กู ตอ้ งตามขนมธรรมเนียมประเพณใี นชมุ ชน ช่วยลดอบายมขุ แกไ้ ขพฤตกิ รรมทหี่ มกมนุ่ กบั สงิ่ ทส่ี งั คมไมพ่ งึ ปรารถนา ทง้ั นจ้ี ะตอ้ งอาศยั การ ควบคุมดแู ลและชว่ ยเหลอื เอาใจใส่เอ้อื อาทรซึ่งกันและกัน ๓.๓ ช่วยสร้างส่ิงแวดล้อมท่ีดี กิจกรรมนันทนาการครอบคลุม ไปถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เกิดความสวยงาม การส่งเสริมและอนุรักษ์ ส่ิงแวดล้อมเป็นการป้องกันและแก้ไขมลภาวะและส่ิงแวดล้อมเป็นพิษ สง่ เสรมิ สมดลุ แห่งธรรมชาติ ๔. ความส�ำคัญต่อประเทศชาติ กิจกรรมนันทนาการช่วยส่งเสริม ความรกั ความสามคั คี สรา้ งความสงบสขุ ในชาตเิ มอ่ื ประชากรไดม้ โี อกาสเลน่ หรือออกก�ำลังกายและมีจิตใจแจ่มใส มีสังคมดี ปราศจากภาวะความเครียด ปัญหาต่างๆ ก็มีน้อย ประเทศชาติก็สงบสุข คุณลักษณะของนันทนาการ เป็นการยากท่ีจะกล่าวว่าลักษณะท่ีแท้จริงของกิจกรรมนันทนาการเป็น อย่างไร เพราะไม่สามารถที่จะอธิบายได้อย่างชัดเจนหรือแบ่งแยกให้เห็นว่า พฤติกรรมใดที่คนเข้าร่วมประกอบกิจกรรมต่างๆ เป็นกิจกรรมนันทนาการ หรือไม่เพราะสิ่งท่ีคิดว่าเป็นนันทนาการส�ำหรับเราน้ันคนอ่ืนอาจมองเห็น เปน็ งานเป็นอาชีพทีจ่ รงิ จงั ส�ำหรับเขากไ็ ด้ โดยท่วั ไปลักษณะของนนั ทนาการ 10 คูม่ อื เรือ่ ง การเปน็ นักนนั ทนาการ Department of Physical Education
จะยดึ พนื้ ฐานทางกิจกรรมเปน็ หลกั ซ่งึ สามารถแบ่งคุณลกั ษณะของกิจกรรม นันทนาการเพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการพิจารณาว่ากิจกรรมใดเป็นกิจกรรม นันทนาการหรอื ไม่ ดงั นี้ ๔.๑ กิจกรรมนันทนาการต้องประกอบหรือเก่ียวข้องกับกิจกรรม รูปใดรปู หนง่ึ เสมอ • กิจกรรมทางกาย เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานทางกาย ประกอบ ซึ่งมอี ยู่อย่างหลากหลาย เช่น การเล่นกีฬา การปีนเขา การเตน้ รำ� การรอ้ งเพลง การเลน่ กายกรรม การละเล่นต่างๆ ฯลฯ • กิจกรรมทางจิตใจหรือทางสมอง เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ พลังทางสมองในการคิดสร้างสรรค์ แล้วจึงออกมาเป็นรูปแบบของกิจกรรม นันทนาการ กิจกรรมนันทนาการทางสมองน้ีจึงไม่สามารถท่ีจะมองเห็น ได้ง่ายๆ เหมือนกับการประกอบกิจกรรมทางกาย ผู้ประกอบกิจกรรม นันทนาการทางสมองน้ันจะใช้สมองในการคิดสร้างสรรค์ บางครั้งอาจจะ สังเกตไม่ได้ว่าบุคคลผู้นั้นได้ประกอบกิจกรรมนันทนาการทางสมองหรือไม่ เพราะบางทีสีหน้าหรือพฤติกรรมที่เห็นได้อาจจะดูเหมือนว่าเขามิได้มีความ เพลิดเพลินแต่อย่างใด กิจกรรมนันทนาการทางสมอง ได้แก่ การออกแบบ เสื้อผ้า ออกแบบบ้าน ออกแบบสวน การคิดถึงแบบการตกแต่งห้อง การคิด ประดษิ ฐส์ งิ่ ของเครอื่ งใช้ การแตง่ คำ� ประพนั ธ์ แตง่ เพลง กจิ กรรมนนั ทนาการ ที่ใช้สมอง มักจะเกิดในหมู่นักจิตรกรรม นักประติมากรรม นักวรรณกรรม นกั ออกแบบตา่ งๆ 11คูม่ ือ เร่ือง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
• กิจกรรมทางอารมณ์ เป็นการค่อนข้างยากท่ีจะวัดอารมณ์ ของผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ วา่ เขาไดร้ บั ความสขุ สนกุ สนาน ประทบั ใจ พงึ พอใจมากนอ้ ยเพยี งใด กจิ กรรมนนั ทนาการทางอารมณ์ เชน่ การฟงั ดนตรี การชมนก ชมววิ ทวิ ทศั น์ ชมหนงั ตะลงุ ลเิ ก โขน ละคร งว้ิ หมอลำ� ชมภาพยนตร์ ชมกีฬา ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ผู้ท่ีประกอบกิจกรรมนันทนาการทางกาย และ ทางสมองก็มักจะได้ประกอบกิจกรรมนันทนาการทางอารมณ์ไปด้วย แม้จะ สังเกตพฤติกรรมของผู้ประกอบกิจกรรมนันทนาการทางอารมณ์ไม่ได้ง่าย แต่ก็พอจะสังเกตเห็นความพึงพอใจความประทับใจของผู้มีอารมณ์ทาง นันทนาการได้บ้าง เช่น การหัวเราะ สีหน้าที่แสดงออกถึงความพึงพอใจ การปรบมือ เป็นต้นสรุปได้ว่า กิจกรรมนันทนาการต้องเก่ียวข้องกับ กิจกรรมในรูปใดรูปหนึ่งเสมอ อาจจะลงมือประกอบกิจกรรมด้วยตนเอง หรือไม่ต้องลงมือประกอบกิจกรรมด้วยตนเองก็ตาม ต่างก็ต้องเก่ียวข้องกับ กิจกรรมทั้งสิ้น กิจกรรมนันทนาการที่แสดงออกได้ทางกาย ทางสมอง และ ทางอารมณ์น้ันต่างกันเพียงการใช้พลังงานเท่านั้น ส่วนคุณค่าจากการ ประกอบกิจกรรมนันทนาการนั้น จะได้รับผลตอบแทนได้ในระดับเดียวกัน กิจกรรมนันทนาการทางกาย อาจต้องเสียพลังงานเพื่อ ประกอบกิจกรรมมากกว่า ขณะทกี่ ารประกอบกจิ กรรม นันทนาการทางสมองหรือ ทางอารมณ์ อาจเสียพลังงาน นอ้ ยกวา่ แตถ่ า้ กลา่ วถงึ คณุ คา่ ทไี่ ด้ 12 คมู่ อื เรื่อง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
รบั แลว้ ขนึ้ อยกู่ ับความสขุ สนุกสนาน ความพึงพอใจของแตล่ ะคนว่าพงึ พอใจ กิจกรรมประเภทใด อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติจริงน้ัน ผู้ประกอบกิจกรรม นันทนาการ จะใช้พลังงานในการประกอบกิจกรรมนันทนาการ ทั้ง ๓ ด้าน ไปพรอ้ มๆ กนั เสมอไม่อาจแบง่ แยกได้อยา่ งเด็ดขาด ๔.๒ กิจกรรมนันทนาการมีหลายรูปแบบ กิจกรรมนันทนาการ มีขอบข่ายท่ีกว้างขวางลึกซ้ึงไม่มีรูปแบบท่ีจ�ำกัดแน่นนอน เพราะรูปแบบ ของกิจกรรมนันทนาการขึ้นอยู่กับความพอใจของบุคคลเป็นส�ำคัญ ซึ่ง ย่อมแตกต่างกันไปตามสถานภาพ อย่างไรก็ตาม บุคคลและกลุ่มชน คือ ผู้ที่ก�ำหนดรูปแบบของกิจกรรมนันทนาการ เช่น กีฬาประเภทต่างๆ หรือ การเล่นต่างๆ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะไม่มีรูปแบบอื่นเกิดข้ึนอีกได้ เพราะ โดยแท้จริงแล้วบุคคลแต่ละคนคือผู้ท่ีก�ำหนดกิจกรรมนันทนาการส�ำหรับ ตนเอง ๔.๓ นันทนาการต้องอาศัยแรงจูงใจ ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม นันทนาการได้น้ัน จะต้องมีแรงจูงใจหรือแรงกระตุ้นที่ท�ำให้กระหายที่จะ เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ ส่ิงจูงใจท่ีท�ำให้บุคคลเข้าร่วมอาจจะเป็นเพราะ ต้องการความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือแรงจูงใจที่จะท�ำให้เขาทราบว่า ผลท่ีได้จากการประกอบกิจกรรมนันทนาการจะท�ำให้เขาพึงพอใจแรงจูงใจ หรือแรงกระตุ้น เป็นปัจจัยท่ีส�ำคัญในการตัดสินว่ากิจกรรมใดเป็นกิจกรรม นันทนาการ ส�ำหรับบุคคลหน่ึง แต่อาจเป็นงานส�ำหรับอีกบุคคลหนึ่ง เช่น นักทัศนาจรเห็นว่าการเดินทางท่องเที่ยวตามริมฝั่งแม่น้�ำท่ีมีพืชพันธุ์ต่างๆ ขึ้นชุกชุมสวยงาม มีสัตว์ป่านานาชนิดให้ชมนั้นเป็นกิจกรรมนันทนาการ 13ค่มู อื เรอ่ื ง การเปน็ นักนันทนาการ Department of Physical Education
แต่มัคคุเทศก์ ผู้ท่ีน�ำนักทัศนาจรไปชมส่ิงดังกล่าวริมฝั่งน�้ำถือว่าเป็นงาน ของเขา จะเห็นได้ว่านักทัศนาจรมีแรงจูงใจท่ีจะใฝ่หาความเพลิดเพลิน ความสนุกสนาน ในการเข้าร่วมประกอบกิจกรรมนันทนาการมากกว่า มคั คเุ ทศก์ อยา่ งไรกต็ าม แรงจงู ใจมหี ลายอยา่ ง ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ อาจต้องการความสนุกสนาน แต่ผู้น�ำกิจกรรมนันทนาการกลับพึงพอใจท่ี จะท�ำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการเป็นพลเมืองดี ปราศจากปัญหาสังคม จึงอาจกล่าวได้ว่าการท่ีจะตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ ข้ึนอยู่กับ ความพึงพอใจของแต่ละบุคคลเปน็ ส�ำคัญ ๔.๔ กิจกรรมนันทนาการเกิดขึ้นในเวลาว่าง การประกอบกิจกรรม นันทนาการจะต้องประกอบขึ้นในเวลาว่าง ปลอดจากภารกิจ หากบุคคล เอาเวลาว่างมาประกอบกิจกรรมเพื่อเป็นอาชีพด้วยแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็น กจิ กรรมนนั ทนาการ เพราะถอื วา่ เปน็ เวลาทำ� งานของเขา กจิ กรรมนนั ทนาการ จึงต้องเกิดข้ึนในเวลาว่าง อันจะท�ำให้บุคคลเกิดความสุขสนุกสนาน เพลิดเพลิน เบิกบานใจในเวลาท่ีพ้นจากงานหรือภารกิจประจ�ำวัน ทั้งน้ีมิได้ หมายความว่า งานจะไม่ท�ำให้บุคคลเกิดความพึงพอใจ แต่ว่างานไม่จัดเป็น กิจกรรมนันทนาการ ถ้าตราบใดที่ยังมีแรงผลักดันอ่ืนๆ ที่ส่งผลให้ผู้กระท�ำ ได้รับผลสะท้อนในลักษณะของความเป็นงาน อย่างไรก็ตาม ผู้ท่ีรู้จักท�ำงาน โดยให้งานเป็นกิจกรรมนันทนาการไปด้วย ย่อมเป็นผู้ที่จะได้รับประโยชน์ ทางนันทนาการได้มากกวา่ 14 คมู่ ือ เรือ่ ง การเป็นนกั นันทนาการ Department of Physical Education
๔.๕ การเข้าร่วมประกอบกิจกรรมนันทนาการ เป็นไปด้วยความ สมัครใจ การที่จะระบุหรือมอบหมายให้บุคคลหรือกลุ่มชนใด ประกอบ กจิ กรรมใดๆ ก็ตาม โดยเหน็ ว่าเหมาะสมกบั เขาหรอื เหมาะสมกับกลุม่ ชนนัน้ หรือเน่ืองจากเห็นว่าลักษณะนิสัยของเขาควรจะชอบกิจกรรมน้ันเป็นการ ไม่เหมาะสมอย่างย่ิง ควรจะให้บุคคลได้เข้าร่วมกิจกรรมโดยปราศจากการ บังคับ หากเกิดการบังคับข้ึนไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ความเป็นกิจกรรม นันทนาการก็จะหมดลงในทันที เช่น ขณะที่ครูน�ำนักเรียนไปทัศนาจรเพ่ือ พกั ผอ่ นหยอ่ นใจ ซงึ่ นกั เรยี นกำ� ลงั เพลดิ เพลนิ อยคู่ รกู พ็ ดู ขน้ึ มาวา่ “นกั เรยี นทงั้ หลาย เวลาเดินทางน้ีเป็นเวลาพักผ่อน ครูไม่ต้องการนักเรียนคนใดเล่นตลก หรือร้องเพลงเสียงดังเป็นอันขาด” แทนที่นักเรียนจะได้พักผ่อนหย่อนใจ หรือสนุกสนานจากการทัศนาจรนั้นเต็มที่กลับหมดสนุกไปทันที ในการ ประกอบกิจกรรมนันทนาการใดๆ ก็ตามหากมีการบังคับเกิดขึ้น จะเป็น เครื่องหยุดย้ังความคิดสร้างสรรค์ของบุคคล และหมายถึงความเป็น นันทนาการส้ินสุดลงทันที กิจกรรมนันทนาการจึงเป็นส่ิงที่บุคคลใดก็ตาม สามารถปฏบิ ัติไดต้ ามความพอใจ และความตอ้ งการของตนอยา่ งอสิ ระเสรี ๔.๖ กิจกรรมนันทนาการเป็นสิ่งสากล กิจกรรมนันทนาการเป็น กิจกรรมท่ีมนุษย์ทุกคนในโลกสามารถร่วมรับรู้และร่วมปฏิบัติได้ เพราะ เนื้อหาของกิจกรรมนันทนาการคือความเพลิดเพลิน การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นสิ่งท่ีมนุษย์ทุกคนต้องการโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แม้ไม่อาจร่วมปฏิบัติได้ แตก่ ร็ ว่ มรบั รไู้ ด้ และกลา่ วไดว้ า่ มนษุ ยท์ กุ คนตอ้ งมนี นั ทนาการไมว่ า่ จะสรา้ งขนึ้ เฉพาะตนและรับมาจากคนอื่น ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ลักษณะท่ัวไปและ ลกั ษณะเฉพาะของกจิ กรรมนนั ทนาการนเ้ี องคอื ความเปน็ สากลของกจิ กรรม นนั ทนาการ 15คู่มือ เรือ่ ง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
๔.๗ กิจกรรมนันทนาการเป็นสิ่งจริงจังและมีจุดมุ่งหมาย แม้ว่ากิจกรรมนันทนาการ จะเป็นเร่ืองของความสนุกสนานเพลิดเพลิน และการเล่นแต่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการก็ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง และมีเป้าหมาย เช่น นักกีฬาจะต้องเคร่งครัดกับกติกา นักแสดงต้องแสดง ให้สมบทบาท นักดนตรีต้องควบคุมจังหวะและก�ำหนดเสียงได้อย่างถูกต้อง แม่นย�ำ รวมท้ังผู้ชมซึ่งก็คือผู้เข้าร่วมในกิจกรรมนันทนาการ ก็จะต้องรักษา มารยาทและระเบยี บวนิ ยั ของกจิ กรรมนน้ั ๆ ดว้ ย เชน่ ไมก่ อ่ ความรบกวนใดๆ อันจะท�ำให้กิจกรรมนั้นไม่ส�ำเร็จตามความมุ่งหมาย แม้แต่การดูโทรทัศน์ การอ่านหนังสือ การเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ ผู้ประกอบกิจกรรมนันทนาการ ก็ควรท�ำด้วยความจริงจัง จึงจะท�ำให้ได้รับคุณค่าของนันทนาการอย่าง สมบูรณ์ ๔.๘ กิจกรรมนันทนาการสามารถยืดหยุ่นได้ กิจกรรมนันทนาการ สามารถเกิดข้นึ ไดใ้ นทุกสภาพการณ์ ทุกเวลา อาจจะเกดิ ขึ้นในแบบทต่ี ้องจัด อยา่ งเปน็ ระเบยี บแบบแผน หรอื อาจจะจดั ในแบบทไ่ี มเ่ ปน็ ระเบยี บแบบแผน ในชุมชนท่ีมีคนจ�ำนวนมากก็อาจจัดกิจกรรมนันทนาการในรูปแบบที่ต่างกัน ออกไป ซ่ึงการจัดน้ีก็ข้ึนอยู่กับสภาพการณ์ บางทีอาจจะเป็นเพียงการ จัดอุปกรณ์ สถานที่ หรือแหล่งนันทนาการให้ประชาชนหาความสนุกสนาน เพลิดเพลินเอาเอง เช่น สนามเด็กเล่น สวนหยอ่ ม สนามกีฬา คนจ�ำนวนมาก จนถึงฝูงชน อาจร่วมกันประกอบกิจกรรมนันทนาการได้ ซ่ึงถ้าหากจัดอย่าง มแี บบแผนก็เป็นกจิ กรรมนันทนาการกจิ กรรมนันทนาการในรปู ของกจิ กรรม สาธารณะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ หรือภายใต้ความ อุปการะของสโมสร สมาคม องค์การทางสังคม บริษัท โรงงาน องค์การค้า ตา่ งๆ ตลอดจนในรปู งานอาสาสมคั รขององค์กรทางสังคม 16 คมู่ ือ เรื่อง การเปน็ นกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
๔.๙ กจิ กรรมนนั ทนาการมผี ลพลอยได้ นอกจากความสขุ สนกุ สนาน เพลิดเพลินใจที่ได้รับโดยตรงจากกิจกรรมนันทนาการแล้ว ผลพลอยได้ จากกิจกรรมยังสืบเน่ืองไปอีกหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพกายและจิต ด้าน คุณธรรม จริยธรรม ความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจอันดีต่อกันรวมไป ถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีท่ีดีงาม กิจกรรมบางอย่างท่ีมีผลประโยชน์ ในรูปของการพนัน แม้จะมีความสนุกสนานอยู่ด้วยแต่ก็ไม่นับเป็นกิจกรรม นันทนาการได้ เพราะมีโทษแทรกอยู่เป็นส�ำคัญด้วยจัดเป็นอบายมุข ไมถ่ อื เป็นกจิ กรรมนนั ทนาการ ๔.๑๐ กิจกรรมนันทนาการมีไว้เพ่ือความสนุกสนานเพลิดเพลิน กิจกรรมนันทนาการทุกชนิดจะต้องเป็นกิจกรรมท่ีเม่ือเข้าร่วมแล้วได้รับ ความสขุ สนกุ สนานเพลดิ เพลนิ จากกจิ กรรมนน้ั และยงั เปน็ การชว่ ยใหบ้ คุ คล ได้ผอ่ นคลายความตงึ เครยี ดจากการศึกษาเลา่ เรียน จากการประกอบภารกจิ ท่ีหนักประจ�ำวัน ความสุข สนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นเครื่องจูงใจอย่างหน่ึง ท่ีท�ำให้บุคคลเข้าร่วมประกอบกิจกรรมนันทนาการ และเสาะหากิจกรรม นนั ทนาการอันจะเป็นเครอ่ื งชว่ ยใหเ้ กดิ ความสมดุลในชีวติ ยิ่งขึ้น 17คมู่ ือ เรอื่ ง การเป็นนักนันทนาการ Department of Physical Education
๔.๑๑ กิจกรรมนันทนาการเป็นประโยชน์ สร้างสรรค์ และเป็นที่ ยอมรบั ของสงั คม แมว้ า่ กจิ กรรมนนั ทนาการทบี่ คุ คลเลอื กประกอบตามความ พงึ พอใจ แตก่ ม็ ขี อ้ แมว้ า่ กจิ กรรมนน้ั ๆ ตอ้ งเปน็ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ครอบครวั และชุมชน กิจกรรมนันทนาการต้องเป็นท่ียอมรับของสังคม ไม่ท�ำลาย กฎระเบียบ ขนมธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของสังคม เช่น การจัดงานสังสรรค์ในบ้านหรือเปิดวิทยุ โทรทัศน์ เสียงดังรบกวน เพื่อนบ้านข้างเคียง ในกรณีน้ีก็ไม่นับว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการเพราะ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น กิจกรรมนันทนาการต้องเป็นประโยชน์ใน ทางสร้างสรรค์เพ่ิมข้ึน การดื่มเหล้า สูบบุหร่ี เสพยาเสพติด การพนัน หรือ การประกอบกิจกรรมอบายมุขต่างๆ ที่ผู้ประกอบกิจกรรมนันทนาการ เน่ืองจากสิ่งที่เป็นอบายมุขเหล่านั้น ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการสร้างสรรค์ แต่กลับเป็นสิ่งที่ท�ำลาย การพัฒนาการของร่างกาย และก่อให้เกิดโทษ ภัยพิบัตติ า่ งๆ ต่อสงั คม 18 คู่มอื เร่ือง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
จุดมุ่งหมายของนนั ทนาการ กิจกรรมนันทนาการเป็นเคร่ืองมืออันส�ำคัญในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของประชากร การที่ประชากรจะได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้นั้น ต้องได้รับการพัฒนาในด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา สังคม วฒั นธรรม และคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซงึ่ กจิ กรรมนนั ทนาการ สามารถตอบสนอง การพัฒนาในแตล่ ะด้านดังกล่าว ดังต่อไปนี้ ดา้ นร่างกายและจติ ใจ • เพอ่ื ฟ้ืนฟคู วามออ่ นล้า (Fatigue) ของร่างกายและจิตใจ • หลังจากทำ� งาน • เพื่อส่งเสรมิ สขุ นิสยั และสขุ ปฏิบัติ • เพ่อื สนองความต้องการตามสมรรถภาพของมนุษย์ • เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจหลังจาก การเจบ็ ปว่ ย 19คมู่ ือ เรอ่ื ง การเป็นนกั นันทนาการ Department of Physical Education
ด้านอารมณ์และสติปัญญา • ให้เกิดความสนุกสนานและผอ่ นคลายความตึงเครยี ด • ให้รจู้ กั การใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์ • ส่งเสริมความคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และความกล้าแสดงออก • เพม่ิ พนู ศักยภาพทางด้านอารมณ์และสตปิ ัญญา ด้านสงั คมและวฒั นธรรม • ส่งเสรมิ การท�ำงานร่วมกบั ผอู้ ่ืน • สรา้ งความมีมนษุ ยสัมพนั ธ์ในกลุ่มบุคคลหรือสังคม • ฝกึ ลกั ษณะการเป็นผ้นู ำ� และผตู้ ามทีด่ ตี ามระบอบประชาธิปไตย • ใหร้ จู้ ักปรับตัวเองใหเ้ ขา้ กบั สังคมและส่ิงแวดลอ้ ม • เพื่อการอนุรกั ษแ์ ละสะท้อนใหเ้ ห็นแนวคดิ คา่ นิยม ประเพณี 20 คูม่ ือ เรือ่ ง การเปน็ นกั นันทนาการ Department of Physical Education
ดา้ นจรยิ ธรรมและคณุ ธรรม • ส่งเสริมความมีน�ำ้ ใจเป็นนกั กีฬา คอื รู้แพ้ รู้ชนะ รอู้ ภัย • ส่งเสรมิ การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผูอ้ ่ืน • สง่ เสริมความสามัคคใี นหมคู่ ณะ • ฝกึ ฝนการมีมารยาทในการแสดงออก ขณะเปน็ ผ้นู ำ� และผตู้ าม • ให้รู้จกั การให้ความร่วมมือ เอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ และความรบั ผิดชอบ • ให้รจู้ ักการปฏิบตั ติ นตามขอ้ ตกลง หรอื กตกิ า • ให้เปน็ คนท่ีเคารพในความถกู ต้องและความยุติธรรม 21คู่มือ เรือ่ ง การเปน็ นกั นันทนาการ Department of Physical Education
ประโยชนแ์ ละคุณค่าของนนั ทนาการ การทบี่ คุ คลไดม้ โี อกาสเขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ ไมว่ า่ บคุ คลนนั้ จะ อยู่ในเพศและวัยใดก็จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ท่ีดี เกิดประโยชน์แก่ตนเองฉะน้ัน ประโยชนแ์ ละคุณค่าของนนั ทนาการจึงมมี ากมาย บัทเลอร์ (George D. Butler : ๑๙๘๒) กล่าวถงึ ประโยชน์และคุณคา่ ของนนั ทนาการทมี่ ีต่อมนุษยไ์ ว้ ดงั นี้ • นันทนาการเปน็ ความต้องการขนั้ พ้นื ฐานของมนุษย์ • นนั ทนาการ คอื การแสดงออกของมนุษยท์ ถ่ี อื วา่ เปน็ ทางออกของ การแสดงพฤติกรรมทางพฒั นาการ • นันทนาการและการเล่นท�ำให้เด็กเกิดการเจริญเติบโต เกิด ประสบการณ์ สามารถน�ำเอาประสบการณ์เหล่านั้นไปใช้ในชีวิตอนาคตของ เขาได้ • นนั ทนาการชว่ ยใหเ้ ดก็ มคี วามกระตอื รอื รน้ ชว่ ยเสรมิ ใหเ้ กดิ ทกั ษะ ภายหลงั จากการได้รว่ มกิจกรรม • นันทนาการช่วยส่งเสรมิ ความรกั ความสามคั คใี นหมู่คณะ • นันทนาการ คือ ส่ิงช่วยเสริมสร้างความสุข ท�ำให้เกิดความพอใจ ความรกั ยอมรับนบั ถือกนั สมบตั ิ กาญจนกจิ (๒๕๓๕) ไดส้ รปุ ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ของนนั ทนาการไว้ ดงั นี้ • ช่วยให้บุคคลและชุมชนได้รับความสุข สนุกสนานมีความสุขใน ชวี ิตและใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์ 22 คมู่ ือ เรื่อง การเปน็ นกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
• ช่วยให้บุคคลและชุมชนพัฒนาสุขภาพจิต และสมรรถภาพ ทางกายทดี่ ี เกิดความสมดุลของชวี ติ • ช่วยป้องกันอาชญากรรมและพฤติกรรมเบี่ยงเบนในทางไม่พึง ประสงค์ของเด็กและเยาวชน การพัฒนาพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน นับว่าเป็นส่ิงส�ำคัญในการเสริมสร้างลักษณะนิสัยท่ีพึงประสงค์ และเป็น กำ� ลงั คนท่มี ีประสทิ ธภิ าพในอนาคต กิจกรรมนันทนาการประเภทต่างๆ ช่วย ให้เด็กและเยาวชนเลือกได้ตามความสนใจ และได้ใช้เวลาว่างในการพัฒนา ลักษณะนสิ ัยที่พงึ ประสงค์ได้ • ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี การที่ชุมชนได้มีโอกาสใช้เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์โดยเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ จะได้เรียนรู้ในเรื่องหน้าที่ ความรับผิดชอบ คุณคา่ ทางสงั คมเสรปี ระชาธปิ ไตย ลดความเห็นแกต่ วั สรา้ ง คณุ คา่ จรยิ ธรรม ความมีน�ำ้ ใจ การใหบ้ รกิ าร รจู้ กั อาสาสมคั รชว่ ยเหลอื สังคม ถือว่าเปน็ กจิ กรรมของความเป็นพลเมอื งดขี องประชาชาติ • ส่งเสริมพัฒนาอารมณ์สุข กิจกรรมนันทนาการช่วยพัฒนา อารมณ์สุข รวมทั้งความสุขสนุกสนาน และความสุขสงบ ลดความเครียด ความวิตกกังวล ท�ำให้อารมณ์แจ่มใส และช่วยส่งเสริมให้รู้จักการพัฒนาการ ควบคุมอารมณ์และบคุ ลกิ ภาพทีด่ อี กี ด้วย • ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ กิจกรรมนันทนาการ เช่น การละเล่นพ้ืนเมือง วิถีชีวิต ประเพณีพ้ืนบ้าน ตลอดจนแหล่งนันทนาการ ประเภทอุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และโบราณวัตถุ ช่วยส่งเสริม ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ส่งเสริมการเรียนรู้ ทัศนคติ และความซาบซึ้ง อันจะก่อให้เกิดการอนุรักษศ์ ลิ ปวัฒนธรรมและเอกลักษณข์ องชาติต่อไป 23คูม่ อื เร่ือง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
• ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมนันทนาการ กลางแจง้ และนอกเมอื ง ไดแ้ ก่ กจิ กรรมการอยคู่ า่ ยพกั แรม เดนิ ปา่ ทศั นศกึ ษา ธรรมชาติ ไตเ่ ขา เปน็ ตน้ กจิ กรรมเหลา่ นช้ี ว่ ยสอนใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมไดร้ จู้ กั คุณค่าของธรรมชาติ ซาบซึ้ง และสามารถดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติอันจะเป็น ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและประชาชนของโลก • ส่งเสริมในเรื่องการบ�ำบัดรักษา เป็นกรรมวิธีและกิจกรรมที่จะ ชว่ ยรกั ษาคนปว่ ยทงั้ ทางดา้ นรา่ งกายและสขุ ภาพจติ เชน่ งานอดเิ รกประเภท ประดิษฐส์ รา้ งสรรค์และชว่ ยสง่ เสรมิ ความหวัง ความคิด และการใชเ้ วลาว่าง แก่คนป่วยซึ่งก�ำลังต่อสู้กับความทุกข์ทางกายหรือจิต กิจกรรมนันทนาการ ประเภทกีฬาช่วยส่งเสริมการพัฒนาร่างกาย กิจกรรมนันทนาการทางสังคม ช่วยสรา้ งขวญั และก�ำลงั ใจของคนป่วย • ส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์และการท�ำงานเป็นทีม กิจกรรมกลุ่ม สัมพันธ์ช่วยให้บุคคลได้แสดงออก ละลายพฤติกรรมของกลุ่ม เสริมสร้าง คณุ คา่ ทางสงั คม ฝกึ การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมคี วามสขุ กจิ กรรมเกมกฬี า และการ อย่คู ่ายพักแรมช่วยฝึกการท�ำงานเป็นหมู่คณะ ลดความเห็นแกต่ วั เสรมิ สร้าง ความสามัคคีและความเข้าใจอันดีในหมคู่ ณะ 24 คู่มือ เรอ่ื ง การเปน็ นกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
• ส่งเสริมและบ�ำรุงขวัญทหารและต�ำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตาม ชายแดน กิจกรรมนันทนาการที่จัดขึ้นเพ่ือส่งเสริมขวัญก�ำลังใจของทหาร และต�ำรวจที่ปฏิบัติหน้าท่ีตามชายแดน เป็นส่ิงจ�ำเป็นและส�ำคัญยิ่งในการ ตอบแทนให้ก�ำลังใจในเวลาว่างแก่กองทหารและต�ำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ตามชายแดนกิจกรรมนันทนาการเป็นกิจกรรมท่ีมีความส�ำคัญ มีประโยชน์ และคุณค่าใหญ่หลวงต่อมนุษย์ ต้ังแต่วัยเด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กิจกรรม นนั ทนาการจะชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ทำ� ใหผ้ ทู้ เี่ ขา้ รว่ มและประกอบกจิ กรรม นันทนาการเหลา่ นน้ั ได้รับผลลัพธท์ ่เี ป็นรูปธรรมอยา่ งแทจ้ ริง สรปุ ประโยชน์และคณุ ค่า ของกจิ กรรมนันทนาการสามารถแยกใหเ้ หน็ ชดั เจนได้ ๔ ประการ ๑. คณุ ค่าดา้ นพฒั นาการสขุ ภาพ ๒. คุณค่าด้านพฒั นาการมนุษยสมั พนั ธ์ ๓. คณุ ค่าดา้ นพัฒนาการบุคลกิ ภาพ ๔. คุณค่าด้านการส่งเสรมิ ความเป็นพลเมอื งดีของชาติ 25คู่มือ เรือ่ ง การเป็นนักนันทนาการ Department of Physical Education
บทที่ ๒ ขอบข่ายของนันทนาการ ขอบขา่ ยของนนั ทนาการ สามารถแบง่ ออกได้ ๓ ด้าน ดงั น้ี ๑. การจดั บรกิ ารและสวัสดกิ ารทางสังคม ๒. กิจกรรมนันทนาการ ๓. ทรพั ยากรทางนนั ทนาการ การจัดบรกิ ารและสวสั ดิการทางสังคม ขอบข่ายของนันทนาการ ในเร่ืองการจัดบริการและสวัสดิการทาง สังคมนี้กว้างขวางมากผู้รับผิดชอบทางนันทนาการ ของชุมชน สังคม ควร เป็นหน้าท่ีของทุกฝ่าย คือประชาชนแต่ละคน หน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐ และเอกชน ชุมชน กลุ่มชนต่างๆ ควรจะมีหน้าที่ให้บริการโดยตรง บุคคล ชุมชน หน่วยงาน องค์การตา่ งๆ ทุกฝา่ ย อาจใหบ้ ริการ ในแตล่ ะอยา่ งแตกตา่ งกนั ไปตามสภาพแวดลอ้ ม ตาม ความสามารถตามก�ำลังของแต่ละ หน่วยงาน การที่จะให้รัฐเป็น ผู้จัดให้บริการทางนันทนาการ สวัสดิการ แก่ประชาชนเพียง ฝ่ายเดียวย่อมเป็นการไม่เพียงพอ และไม่ทั่วถงึ 26 คมู่ อื เรื่อง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
รฐั บาลไดต้ งั้ หนว่ ยงานทม่ี หี นา้ ทใี่ หบ้ รกิ ารทางนนั ทนาการโดยตรง เชน่ สวนรุกขชาติ สวนพฤกษศาสตร์ วนอุทยาน น้�ำตก ฯลฯ เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้เป็นสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจ กรมทางหลวงจัดท่ีพักริมทางให้สวยงาม ร่มร่ืน ส�ำหรับผู้เดินทางสัญจรได้ใช้เป็นที่พักผ่อน ใน แหล่งชุมชนต่างๆ รัฐยังจัดให้มีห้องสมุดประชาชน สนามกีฬาประเภทต่างๆ สนามเด็กเล่น สวน สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้เป็นท่ีพักผ่อนหย่อนใจ หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านบริการ นันทนาการโดยตรง เช่น ส�ำนักส่งเสริมและ พัฒนานันทนาการ ส�ำนักงานพัฒนา การกฬี าและนันทนาการ กระทรวงการ ท่องเที่ยวและกีฬา ส�ำนักวัฒนธรรม กฬี าและการทอ่ งเทย่ี ว กรงุ เทพมหานคร ฝ่ายส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม กองการศึกษา ทุกเทศบาล และหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ มีหน้าที่บริการจัดสวัสดิการแก่ประชาชนในแบบต่างๆ ตามความสนใจและ ความต้องการของประชาชนในแตล่ ะท้องถนิ่ 27คู่มือ เร่อื ง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาคเอกชน ก็สามารถให้ความร่วมมือในด้านการเป็น ผู้จัดสวัสดิการสังคมได้ด้วย โดยอาจจัด บริการเช่นเดียวกับรัฐ หรือจัดบริการที่ แตกตา่ งออกไป เชน่ จดั บรกิ ารเพอื่ หาผลกำ� ไร หรือจัดบริการโดยไม่คิดมูลค่า กิจกรรม นันทนาการที่หน่วยงานภาคเอกชนจัดโดย ท่ัวไปก็เป็นอีกทางหน่ึงที่ประชาชนจะมี โอกาสได้ประกอบกิจกรรมนันทนาการตาม ความพอใจ ความสนใจ กิจกรรมนันทนาการ ที่จัดบริการโดยเอกชน นิติบุคคล หรือบริษัทห้างร้านต่างๆ อาจจัดบริการ ประชาชนโดยทั่วไป หรือจัดบริการสวัสดิการเฉพาะพนักงาน เจ้าหน้าท่ีใน หน่วยงานของตนเท่าน้ันก็ได้ เช่น การจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างพนักงาน ในบริษัท การจัดงานสังสรรค์ รื่นเริงในโอกาสต่างๆ จัดห้องอ่านหนังสือ ห้องสมุด สนามกีฬา ส�ำหรับพนักงานในหน่วยงาน เป็นต้น การจัดบริการ ทางนันทนาการที่เอกชนจัดให้แก่ประชาชนอย่างกว้างขวางเป็นท่ีแพร่หลาย เชน่ สมาคม Y.M.C.A., สมาคม Y. W.C.A., ศูนย์สงั คตี ศลิ ป์, หอศลิ ปพ์ รี ะศรี, สโมสรต่างๆ จัดให้มีการอบรมดนตรี ส่งเสริมการฝึกซ้อมและการเล่นกีฬา จัดโรงภาพยนตร์ สถานทเ่ี ตน้ ร�ำ ฟังเพลง สวนสนุกตา่ งๆ ซ่งึ ประชาชนทว่ั ไป สามารถเข้าร่วมได้ 28 คมู่ อื เรอื่ ง การเปน็ นักนันทนาการ Department of Physical Education
ประชาชนทั่วไปหรือชุมชนทั่วไป ก็มีหน้าท่ีจัดบริการทางนันทนาการ ได้เช่นเดียวกัน เช่น การร่วมมืออาสาสมัครพัฒนาชุมชนให้สวยงาม ร่มรื่น ร่วมปลูกต้นไม้ เก็บผักตบชวา ท�ำความสะอาดสถานท่ีต่าง ๆ ท�ำท่ีอ่าน หนงั สือพิมพป์ ระจ�ำหมู่บ้าน สรา้ งศาลาประชาคมไวเ้ ปน็ ทีพ่ บปะชุมนุมคนใน ท้องถิน่ ของตน กจิ กรรมนันทนาการ กจิ กรรมนนั ทนาการมขี อบขา่ ยทก่ี วา้ งขวางมาก จงึ ตอ้ งอาศยั หลกั ของ ความสมัครใจ ความต้องการ และความพอใจ และผลดีที่ได้รับจากกิจกรรม นน้ั ๆ แบ่งออกเป็น ๑๑ กิจกรรม ดังน้ี ๑. กจิ กรรมนนั ทนาการศลิ ปหตั ถกรรม (Art and Craft) หมายถงึ การประดษิ ฐส์ งิ่ ตา่ งๆ ดว้ ยมอื หรอื งานดา้ นศลิ ปะตา่ งๆ ทที่ ำ� ขน้ึ ดว้ ยมอื ดงั นน้ั กิจกรรมนันทนาการประเภทศิลปกรรมและหัตถกรรมที่ท�ำข้ึนด้วยมือ ในเวลาวา่ ง และมไิ ดท้ ำ� เปน็ อาชพี หรอื หวงั ผลกำ� ไรใดๆ เปน็ กจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ทักษะ ความสามารถในการใช้มือสร้างงานฝีมือ เพื่อพัฒนาอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ศิลปกรรม หมายถึง งานทุกประเภทท่ีต้องใช้ฝีมือสร้างสรรค์ เพ่ือท�ำให้ผลงานออกมาดี สวยงาม เป็นท่ีน่าชื่นชม ตามประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของกลุ่มชน ท้ังน้ีเพ่ือสนองความพึงพอใจ ความรื่นรมย์ ขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือความเช่ือในลัทธิศาสนา โดยศิลปกรรม แบ่งออกเปน็ ๓ ประเภท คอื ประตมิ ากรรม จิตรกรรม และสถาปตั ยกรรม 29คมู่ ือ เรอื่ ง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
• ประตมิ ากรรม หมายถงึ งานปน้ั งานแกะสลกั งานหลอ่ โลหะ ประติมากรรมเป็นศิลปศาสตร์หน่ึงของประเภทวิจิตรศิลป์ที่เก่ียวข้องกับ งานปัน้ งานแกะสลกั งานหล่อใหเ้ ปน็ รูปหรือลวดลายตา่ งๆ • จิตรกรรม หมายถึง ศิลปะการวาดเขียน การวาดภาพ การวาดรปู ระบายสี เปน็ ศิลปะท่ีประณีตสวยงาม แสดงความรสู้ ึก ชวี ิตจติ ใจ ความออ่ นโยน ละมุนละไม สรา้ งสรรคส์ บื ตอ่ กนั มาแตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจุบัน • สถาปตั ยกรรม หมายถงึ สงิ่ ก่อสรา้ ง ถาวรวัตถุ โบสถ์ วิหาร หอไตร เจดยี ์ ทมี่ นษุ ยส์ รา้ งขนึ้ โดยใชค้ วามรดู้ า้ นศลิ ปะและความรทู้ างเทคนคิ การสร้างสืบต่อกนั มาจนถึงปัจจบุ ัน หัตถกรรม หมายถึง งานท่ีมีก�ำเนิดจาก ภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยน�ำเอาวัสดุท่ีมีในท้องถิ่น มาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ไม้สอยตามความนิยม ท้องถ่ินและความต้องการของผู้สร้าง เพื่อใช้เองในชีวิตประจ�ำวัน หลายลักษณะนอกจากนี้ หัตถกรรมพื้นบ้านบางส่วน ยั ง ถู ก ส ร ้ า ง ข้ึ น เ พื่ อ ส น อ ง ความต้องการของคนไทยในอีกระดับหนึ่งหรืออีกสังคมหน่ึง และลักษณะ สุดท้าย คือ งานหัตถกรรมท่ีสร้างขึ้นเพ่ือสนองความเชื่อในพิธีกรรมต่างๆ และในศาสนาโดยแบ่งหัตถกรรมพ้ืนบ้านตามลักษณะของวัสดุและเทคนิค การท�ำได้ดังนี้ เครื่องไม้ เคร่ืองจักสาน เครื่องดิน (เครื่องปั้นดินเผา) เครอื่ งทอ (เคร่อื งผา้ ) เคร่ืองรกั เครอ่ื งโลหะ เครอื่ งหนัง เครื่องกระดาษและ เคร่อื งพมิ พ์ 30 คมู่ อื เรอื่ ง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
๒. กิจกรรมนันทนาการเกมและกีฬา (Games and Sport) เกมและกีฬาเป็นกิจกรรมท่ีต้องการความสัมพันธ์กันระหว่างทักษะการ เคลื่อนไหว สติปัญญา ความทนทาน และพละก�ำลังของร่างกายในการ ประกอบกิจกรรม ซึง่ บางกิจกรรมจะมีการใชอ้ ปุ กรณต์ า่ งๆ เช่น ลูกบอลไมต้ ี และแรก็ เกต (Bat & Racket) ถงุ มอื ฯลฯ โดยมากมกั จะจดั กจิ กรรมประเภทนี้ ในสถานท่ีท่ีเป็นบริเวณกว้าง เช่น สนามหญ้า โรงยิมเนเซียม สระว่ายน้�ำ ลานกวา้ ง เปน็ ตน้ ในการเลน่ หรอื การแขง่ ขนั กจ็ ะมกี ฎกตกิ าในการเลน่ ตายตวั เฉพาะแต่ละชนิดเกมกีฬา เพ่ือให้เกิดการแข่งขันท่ีเสมอภาค สนุกสนาน ต่ืนเต้น และท้าทายความสามารถของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งยังมีหลากหลาย กิจกรรม สามารถเลือกเข้าร่วมได้ เหมาะสมท้ังวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ หญงิ ชาย รวมทง้ั คนพกิ าร ดงั นนั้ กจิ กรรมประเภทน้ี จงึ ไดร้ บั ความนยิ มสงู และ มากขน้ึ เรอื่ ยๆ ในปจั จบุ นั ทงั้ ในประเทศไทยและตา่ งประเทศ สำ� หรบั กจิ กรรม ประเภทเกม มรี ปู แบบทหี่ ลากหลายทงั้ ทนี่ ยิ มเลน่ ในทอ้ งถนิ่ ชนบท จนกระทง่ั เกมสร้างสรรค์ เกมคอมพิวเตอร์ ตัวอย่างเช่น เกมเบ็ดเตล็ด เกมน�ำไปสู่ กฬี าใหญ่ เกมประกวด เกมสร้างสรรค์ เกมกลุ่มสัมพันธ์ เกมพัฒนาสติปญั ญา เกมส่งเสริมคณุ ค่าทางศลิ ปวัฒนธรรม เกมการละเล่นพืน้ เมอื ง เป็นตน้ 31คมู่ ือ เรือ่ ง การเป็นนกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
เกม (Game) หมายถึง การเล่นที่มีกฎกติกาในการเล่นอย่างชัดเจน โดยมากจะใชท้ กั ษะพน้ื ฐาน มไิ ดใ้ ชท้ กั ษะชน้ั สงู อยา่ งกฬี า โดยเกมมจี ดุ มงุ่ หมาย และมีคุณค่าในตัวเอง ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ เช่น ความกล้าแสดงออก การเป็นผู้น�ำและผู้ตามที่ดีเกิดความสามัคคีในหมู่คณะ ได้พบเพื่อนใหม่ ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นอกจากน้ีเกมยังสามารถ แสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละประเทศด้วยโดยแบ่งออก เปน็ หลายประเภท ดงั น้ี • กิจกรรมกีฬา (Sport Activities) หมายถึง กิจกรรมท่ี ส่งเสริมคุณค่าทางด้านสุขภาพพลานามัยความเจริญเติบโตของร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปญั ญาของบคุ คล นอกจากนกี้ ฬี านบั เป็นองคป์ ระกอบ ที่ส�ำคัญและจ�ำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชนชาติต่างๆ เพราะการกฬี าของชาติเปน็ เคร่ืองช้ีถึงคุณภาพของคนในชาติ หรือทรพั ยากร บุคคลของประเทศน้ันๆ จึงสมควรให้มีการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชน ในชาติไดเ้ ล่นกีฬา เพื่อพฒั นาตนเองและสงั คมต่อไป 32 คมู่ อื เรื่อง การเปน็ นักนนั ทนาการ Department of Physical Education
กจิ กรรมกีฬาแบง่ ออกเปน็ ๕ ประเภทใหญ่ๆ ได้ ดังนี้ • กีฬาพนื้ ฐาน เชน่ กรฑี า ยิมนาสติก ว่ายน�้ำ • กีฬาประเภทเด่ียวและประเภทคู่ เช่น เทเบิลเทนนิส เทนนิส แบดมนิ ตนั ยงิ ธนู โบวล์ งิ่ ยงิ ปนื จกั รยาน แขง่ เรอื ตกปลา ไตเ่ ขา เดนิ ทางไกล ด�ำน�ำ้ กระโดดน้�ำ ว่ายน้�ำ เป็นตน้ • กีฬาประเภททีม ต้องอาศัยความสามัคคี ความสัมพันธ์กันใน การเลน่ เป็นทีม เช่น ฟตุ บอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เซปกั ตะกร้อ ฮอกกี้ ซอฟทบ์ อล เบสบอล เปตอง แฮนดบ์ อล รักบี้ เป็นตน้ • กีฬามวลชน หมายถงึ กีฬาทนี่ ยิ มเลน่ ท้ังชาย หญิง เดก็ เยาวชน ผใู้ หญ่ และผสู้ งู อายุ แมก้ ระทง่ั กฬี าเพอ่ื ใหผ้ ทู้ เี่ ขา้ รว่ มเลน่ กฬี าในชว่ งเวลาวา่ ง และสง่ เสรมิ คณุ คา่ การพฒั นา คณุ ภาพชวี ติ โดยมไิ ดม้ งุ่ ใฝส่ มั ฤทธ์ิ กฬี ามวลชน ได้แก่ กฬี าสากล เช่น กฬี าพื้นบา้ น กฬี าไทย เดนิ –ว่ิง เพ่อื สุขภาพ ตลอดจน กฬี าที่ท้าทายความสามารถ เช่น แข่งรถ แขง่ เรือ แขง่ ปนี เขา เปน็ ตน้ 33คมู่ ือ เร่อื ง การเป็นนักนนั ทนาการ Department of Physical Education
• กีฬาเพ่ือการแข่งขัน หมายถึง กีฬาที่เน้นในเรื่องทักษะทาง กีฬาเพ่ือแสดงความเป็นเลิศ มีการฝึกซ้อมต่อเน่ืองโดยหวังผลประโยชน์เป็น กฬี าอาชพี กฬี าประเภทนใ้ี นแงข่ องนนั ทนาการเปน็ กฬี าสำ� หรบั ผชู้ ม การเปน็ ผเู้ ชยี รเ์ ปน็ การพฒั นาทางดา้ นอารมณ์ เชน่ ยมิ นาสตกิ กรฑี า วา่ ยนำ้� ฟตุ บอล เบสบอล บาสเกตบอล กอลฟ์ เทนนสิ มวยสากล เปน็ ตน้ กจิ กรรมนนั ทนาการ ประเภทเกมและกฬี าทดี่ ี ไมค่ วรเนน้ ในเรอื่ งการแขง่ ขนั และผลแพช้ นะ ควรจดั โดยเปิดโอกาส และสร้างบรรยากาศให้ผู้ท่ีมีทักษะน้อยได้ชนะในการแข่งขัน บา้ ง ๓. กิจกรรมนนั ทนาการงานอดเิ รก (Hobby) งานอดิเรกจัดเป็นกิจกรรมนันทนาการท่ีส่งเสริมการพัฒนา คณุ คา่ ชวี ติ ของมนษุ ย์ ตงั้ แตว่ ยั เดก็ เยาวชน วยั หนมุ่ สาว และวยั ผสู้ งู อายุ เปน็ การสง่ เสรมิ การสรา้ งประสบการณช์ วี ติ เปน็ การบำ� บดั ทางกายและจติ ใจ สมคั ร ใจและกระท�ำด้วยความเต็มใจในช่วงเวลาอิสระ เวลาว่าง เพ่ือการพักผ่อน หยอ่ นใจและเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของบคุ คล สังคม โดยแยกเปน็ ๔ ดา้ น • งานอดเิ รกประเภทสะสม เชน่ การสะสมวสั ดุ สง่ิ ของ แสตมป์ รปู ภาพ พระเครอื่ ง เหรยี ญท่รี ะลึก ของเกา่ เปน็ ตน้ • งานอดเิ รกประเภทสรา้ งสรรค์ เปน็ งานตกแตง่ ประดบั ประดา สรา้ งและประดิษฐ์ส่งิ ใหมๆ่ ขน้ึ เชน่ ตกแตง่ บา้ น ทำ� ของเลน่ ต่างๆ ออกแบบ พฒั นาเกม เป็นตน้ 34 คู่มือ เรอื่ ง การเปน็ นกั นันทนาการ Department of Physical Education
• งานอดิเรกประเภทงานปฏิบัติ เช่น เต้นร�ำ ท�ำสวน ถ่ายรูป ซ่อมวทิ ยุ ทีวี เลน่ มายากล ลา่ สัตว์ เปน็ ต้น • งานอดิเรกประเภทศึกษาหาความรู้ เช่น เรียนภาษา ต่างประเทศ เรียนรู้เทคนิคสิ่งต่างๆ ศึกษาในศาสตร์วิชาใหม่ๆ ฝึกท�ำอาหาร และขนมตดั เย็บเส้ือผา้ คน้ ควา้ วจิ ยั เขียนเอกสารหนังสอื เปน็ ตน้ ๔. กจิ กรรมนนั ทนาการการดนตรแี ละการรอ้ งเพลง (Music and Singing) ดนตรีและการร้องเพลงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นเคร่ืองช้ี ถึงคุณค่าความส�ำคัญของชีวิตมนุษย์ ดนตรีจัดเป็นการส่ือสารและถ่ายทอด ความรู้สึกต่างๆ ของผู้เล่นและผู้ฟัง แต่เดิมเป็นการเลียนเสียง จากธรรมชาติ เช่น เสียงใบไม้ เสียงสัตว์ ต่อมา ได้ดัดแปลงเสียงต่างๆ เหล่าน้ีมาประกอบภาษา เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกซาบซึ้งในลักษณะของ ความสมหวงั หรอื ผดิ หวงั ซงึ่ กลายเปน็ เสยี งรอ้ งและ เมอ่ื มกี ารนำ� เอาวสั ดอุ ปุ กรณท์ ง้ั จากธรรมชาตแิ ละจาก การประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ประกอบ ซึ่งท�ำให้เกิดเสียงตาม จนิ ตนาการทำ� ใหก้ ารดนตรเี รม่ิ มเี สยี งตามลำ� ดบั บนั ได เสียงเกิดเป็นเพลงต่างๆ เช่น เพลงตามพิธีกรรมทาง ศาสนาและเม่ือมีการน�ำเอาวัสดุโลหะมาประดิษฐ์เป็น 35คู่มือ เรื่อง การเปน็ นักนันทนาการ Department of Physical Education
เคร่ืองดนตรี เช่น ฉ่งิ ฉาบ แตร ออร์แกน เปยี โน และเคร่อื งประกอบจงั หวะ ตา่ งๆ ท้ังท่ที ำ� จากหนงั สัตว์ เช่น กลองหรอื การนำ� เครอื่ งสาย เช่น กตี าร์ จะเข้ มาทำ� ใหเ้ กดิ เปน็ ภาษาดนตรเี กดิ โนต้ ดนตรขี น้ึ และพฒั นามาเปน็ ตวั โนต้ ดนตรี สากล เกดิ เปน็ เพลงคลาสสกิ เพลงลกู ทงุ่ เพลงลกู กรงุ หรอื เพลงบรรเลงตา่ งๆ ในปจั จุบันสถานทีต่ า่ งๆ ทง้ั ภาครัฐและเอกชน โรงเรยี น โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า ห้องอาหารหรือภัตตาคารต่างๆ จะนิยมจัดรายการดนตรีหรือ เพลงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและการจัดเป็นสวัสดิการของแต่ละ สถานทข่ี ้นึ การร้องเพลงเป็นการแสดงถึงความสามารถโดยเฉพาะ สามารถ บรรยายความรู้สึกภายใน เช่น ความสุข ความทุกข์ ความตึงเครียดในใจ ออกมาทางนำ�้ เสียง ทว่ งท�ำนอง และจังหวะตามแบบของการรอ้ งเพลงอยา่ ง ไม่เป็นทางการ ร้องเพื่อสนุกสนานเพลิดเพลินในหมู่เพื่อนฝูงกันเองร้อง เพลงในชุมชน ร้องเพลงประสานเสียง ร้องเพลงส�ำหรับดนตรีเด็กเล็กๆ ร้องเพลงไทยเดิม การร้องเพลงมีประโยชน์ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด เสรมิ สร้างความมน่ั ใจในตนเอง เกดิ ความสนุกสนานเพลิดเพลิน การเล่นหรือบรรเลงดนตรี เป็นการแสดงอารมณ์และความรู้สึกของ ตนเองออกมาโดยใช้ดนตรีเป็นสื่อเพื่อท�ำให้เกิดสมาธิ มีความสุขเพลิดเพลิน เบิกบานใจ มีความมั่นใจและภูมิใจในตนเอง เป็นตนเอง เป็นกิจกรรม นันทนาการท่ีต้องอาศัยการฝึกทักษะท่ีถูกต้องและเป็นระบบ ซึ่งต้องท�ำการ ศึกษาจากครูที่มีความรู้ทางด้านดนตรีเพ่ือการเล่นอย่างถูกแบบแผน และ 36 ค่มู อื เรอ่ื ง การเป็นนกั นันทนาการ Department of Physical Education
ควรเป็นเครื่องดนตรีท่ีผู้เล่นมีความชอบ มีเวลาท่ีจะฝึกซ้อม ราคาไม่แพง ไม่ส้ินเปลืองค่าใช้จ่ายมาก สะดวกต่อการน�ำติดตัวไปได้ เช่น กีตาร์ ไวโอลิน หีบเพลงปาก ซอ ขลุ่ย เปน็ ต้น การฟังดนตรีหรือการฟังเพลงเป็นการร่วมกิจกรรมโดยการฟัง การได้ยิน ก่อให้เกิดความเพลิดเพลิน ความซาบซึ้งในจังหวะท�ำนองดนตรี ซึ่งในปัจจุบันจัดเป็นศาสตร์สาขาหน่ึง เรียกว่า สังคีตนิยม การฟังดนตรีหรือ ฟังเพลงมีประโยชน์เพ่ือผ่อนคลายความเครียดทางด้านจิตใจเป็นกิจกรรม นันทนาการที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะเป็นวิธีที่หาความสุขท่ีสะดวก งา่ ยกวา่ กจิ กรรมอ่นื ๆ ๕. กิจกรรมนันทนาการการเต้นร�ำ การฟ้อนร�ำและกิจกรรม เข้าจงั หวะ (Dance and Rhythmic Activities) กิจกรรมนันทนาการ การเต้นร�ำ และการฟ้อนร�ำ เป็นกิจกรรมที่มีมาต้ังแต่สมัยโบราณ หมายถงึ การเคลอื่ นไหวร่างกาย โดยให้ เข้ากับจังหวะดนตรี มีจุดประสงค์เพ่ือ ความสนุกสนานส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์ แสดงออกถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรม แ ล ะ ส ่ ง เ ส ริ ม ก า ร ฝ ึ ก ทั ก ษ ะ ก า ร เคล่ือนไหวในชวี ติ ประจำ� วัน 37คู่มอื เรื่อง การเปน็ นักนันทนาการ Department of Physical Education
การเตน้ รำ� พืน้ เมอื ง (Folk Dance) การเตน้ รำ� พ้ืนเมือง (Folk Dance) หมายถงึ ลักษณะแบบอยา่ งการ เตน้ รำ� ทมี่ กี ารคดิ คน้ ตน้ แบบและฝกึ ฝน ถา่ ยทอดกนั มาจากบรรพบรุ ษุ จนเปน็ เอกลักษณ์เฉพาะถ่ิน ซึ่งแสดงออกถึงสภาพความเป็นอยู่ ความเช่ือในลัทธิ กจิ กรรม ประเพณี การเตน้ รำ� ในลกั ษณะนจี้ ะใชใ้ นโอกาสพเิ ศษ งานประเพณี หรือเทศกาลพิเศษโดยเฉพาะ เช่น พิธีฉลองเทศกาลสงกรานต์งานประเพณี ศาสนาหรอื การเฉลิมฉลองต่างๆ มี ๔ แบบ คือ ๑) การเตน้ หรอื การฟอ้ นรำ� พน้ื เมอื งไทย (Thai Folk Dance) ไดแ้ ก่ กิจกรรมการระบ�ำร�ำฟ้อนของไทยในแต่ละภาคท่ีมีการฝึกและอนุรักษ์อยู่ใน ปัจจุบันการแสดงพ้ืนเมือง ๔ ภาคของไทย เช่น การร�ำฟ้อนเล็บ มโนราห์ รำ� กลองยาว ร�ำวงมาตรฐาน ฯลฯ ๒) การเต้นร�ำแบบนานาชาติ (International Folk Dance) ไดแ้ ก่ การจดั กจิ กรรมการเตน้ รำ� ตามแบบเฉพาะ ของชาติต่างๆ ท่ัวโลก เพื่อการศึกษา ถึงวัฒนธรรมประเพณี เพื่อความ สนุกสนานเพลิดเพลิน การเฉลิมฉลอง และเรยี นรู้วัฒนธรรมของชาติตา่ งๆ ๓) การเต้นร�ำเพ่ือสังคม (Social Dance) เป็นการเต้นร�ำ เพื่อสังคมในหมู่ชนชั้นสูงในสมัยก่อน จะมีเต้นกัน เฉพาะพวกขุนนางแบ่งเป็น ประเภทใหญ่ๆ ไดด้ ังนี้ 38 ค่มู ือ เรอื่ ง การเป็นนักนันทนาการ Department of Physical Education
• ประเภทบอลรูมแดนซ์ (Ballroom Dance) หรือ สแตนดารด์ แดนซ์ (Standard Dance) ประกอบไปด้วยจงั หวะวอลซ์ แทงโก้ ควกิ สเต็ป สโลวฟ์ อกทรอต และควกิ วอลซ์ • ประเภทลาตินอเมริกา (Latin American) ประกอบด้วย จงั หวะคิวบันรัมบา้ ชะชะชา่ ไจวฟ์ แซมบา้ พาโซโดเบิล • ประเภทเบ็ดเตล็ด ประกอบไปด้วยจังหวะต่างๆ มากมาย เช่น จังหวะบีกิน อเมริกันรุมบ้า ตะลุง กัวราซ่า ออฟมิค โซน ดิสโก้ โบเลโร่ ฮทั เชน่ิ เมอแรงเก้ ซาลซ่า โวค ทวสิ บม๊ั ฯลฯ ในปัจจุบันการเต้นร�ำแบบลีลาศได้พัฒนาและมีรูปแบบการเต้นท่ี ได้มาตรฐานขึ้นกลายเป็นกีฬา เรียกว่า กีฬาลีลาศ (Dance Sport) มีการ แข่งขันในกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาแห่งชาติ รวมท้ังการแข่งขันในกีฬา เอเชย่ี นเกมสแ์ ละการแขง่ ขันระดับชงิ แชมปโ์ ลก ๔) นาฏศิลป์สากล เป็นกิจกรรมการเต้นที่ช่วยพัฒนาทักษะการ เคลื่อนไหว การใชก้ ลา้ มเน้อื ในลักษณะตา่ งๆ ไดอ้ ย่างถูกต้องสวยงามรวมท้งั สร้างให้เกิดความสุนทรีทางดนตรีได้อย่างกลมกลืน ผู้เต้นอาจเต้นคนเดียว เป็นคู่หรือเป็นหมู่ก็ได้ แต่นาฏศิลป์สากลนี้ต่างก็มีลักษณะเฉพาะแตกต่าง กนั ไป ตวั อยา่ ง กจิ กรรมประเภทนี้ ไดแ้ ก่ แจส๊ บลั เลต่ ์ โมเดอร์ ดา๊ นซ์ ครเี อทฟี มูฟเมนท์ แลป็ ด๊านซ์ ฯลฯ 39คู่มอื เร่ือง การเปน็ นกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
กจิ กรรมเขา้ จังหวะ (Rhythmic Activities) กิจกรรมเข้าจังหวะ (Rhythmic Activities) หมายถึง การน�ำ เอาจังหวะดนตรีเพลง หรือดนตรีประกอบการเคลื่อนไหว อาจจะเป็นการ เคล่ือนไหวตามบทเพลง ตามเน้ือเพลง นิทาน นิยาย เลียนแบบเสียงร้อง ท่าทางของสัตว์ การเล่นแบบสร้างสรรค์ของเด็กๆ การเต้นร�ำเพ่ือความ สนกุ สนาน พฒั นากลไกการเคลอ่ื นไหวของรา่ งกายและเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพ ทางกายเปน็ การจดั กจิ กรรมสนองตอบกบั ความตอ้ งการในการเคลอ่ื นไหวตาม ธรรมชาติ ซึง่ จัดแบ่งกิจกรรมออกเปน็ กลุ่มๆ ดงั ต่อไปน้ี • การเคลื่อนไหวประกอบเพลง (Motion Song) เป็นการ ทำ� ทา่ ทางหรอื เคลอื่ นไหวตามจงั หวะทำ� นองเพลงหรอื ดนตรี โดยลกั ษณะการ เคลื่อนไหวน้ันเข้ากับจังหวะ ท�ำนองดนตรีและเนื้อหาของเพลง จุดมุ่งหมาย เพอื่ พฒั นาความสามารถในการเคลอ่ื นไหวทางกลไกและความสนกุ สนาน เชน่ เพลงฝนตก เพลงนกกาโบยบนิ ฯลฯ • การเล่นประกอบเพลง (Singing Games) เป็นการน�ำเอา เกมมาเล่น โดยมีจังหวะเพลงหรือท�ำนองดนตรี ประกอบเป็นเกมง่ายๆ ไมย่ งุ่ ยากจุดมุ่งหมายเพอื่ ความสนุกสนานผอ่ นคลายอารมณ์ • การออกก�ำลังกายประกอบดนตรี (Music Exercise) เป็นการฝึกท่าบริหารกายตามจังหวะท�ำนองดนตรี โดยจัดท�ำท่าบริหารกาย เป็นชุดเป็นท่าติดต่อตามจังหวะท�ำนองเพลงบางแห่งก็เรียกว่า กายบริหาร ประกอบดนตรี 40 คูม่ ือ เรื่อง การเปน็ นกั นันทนาการ Department of Physical Education
• การเต้นแบบสรา้ งสรรค์ (Creative Dance) เปน็ กจิ กรรม การเต้นท่ีประยุกต์จากแบบอย่างการเต้นร�ำท้ังของไทยและนานาชาติ มาใช้ ใหเ้ หมาะกบั ระดบั ความสามารถของเดก็ หรอื ความพรอ้ มของสถานที่ อปุ กรณ์ อ�ำนวยความสะดวกต่างๆ และสภาพความเปน็ ไปได้ จุดประสงคเ์ พอ่ื ส่งเสรมิ ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ความสนกุ สนานเพลดิ เพลนิ และเพอ่ื การศกึ ษาเรยี นรู้ ๖. กจิ กรรมนนั ทนาการการแสดงละครและภาพยนตร์ (Drama) เป็นกิจกรรมการแสดงออก เป็นการระบายอารมณ์หรือกิจกรรมของชีวิต ประจ�ำวัน การสร้างความรู้สึก การแสดงอัตลักษณ์แห่งตนนันทนาการ การละครเกิดได้หลายวิธี เช่น เกิดจากการแสดงพิธีการศาสนาการฝัน หรือจนิ ตนาการทสี่ ่งเสรมิ พัฒนาการทางด้านอารมณ์สขุ สนุกสนาน รูปแบบของละครมหี ลายรูปแบบ คือ • การละครในลักษณะการเลียนแบบ ส่งเสริมจินตนาการ การเลียนแบบพฤตกิ รรมของคน สัตว์ หรือธรรมชาติ • การละครแบบสร้างสรรค์ ส่งเสริมการแสดงออกเพื่อให้เกิด จินตภาพ ภาพพจน์ แนวคิดเพื่อปลกุ อารมณ์ในแบบต่างๆ 41คมู่ อื เร่ือง การเป็นนักนันทนาการ Department of Physical Education
• การละครเป็นพิธี เป็นการแสดงละครท่ีถูกก�ำกับบทบาท ลลี าท่าทาง เพอื่ ใหผ้ ูช้ มเกิดความพงึ พอใจในการใช้ความสามารถของผแู้ สดง การท่องบท เลยี นแบบ และวินยั ของผแู้ สดง • ละครรอ้ ง • ละครพูด • ละครรำ� • ละครชาตรี • มโนราห์ • โขน • หนังตะลงุ • หนุ่ กระบอก • นาฏศิลป์ • อุปรากร โรงละคร โรงภาพยนตร์ เปน็ สถานทจี่ ดั บรกิ ารเพอ่ื การศกึ ษาหาความรู้ ความเพลิดเพลิน ผ่อนคลาย ความตึงเครียด อาจจะจัดบริการเพื่อความรู้ โดยหนว่ ยงานของรฐั หรอื เอกชน หรอื จดั บรกิ ารเพอื่ ความบนั เทงิ ในแบบของ ธรุ กจิ เชน่ โรงภาพยนตร์ตามห้างสรรพสนิ ค้า โรงละครแห่งชาติ ฯลฯ 42 คู่มือ เร่ือง การเป็นนกั นันทนาการ Department of Physical Education
๗. กิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง (Outdoor Activities) เป็น กิจกรรมเพ่ือการพักผ่อน การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้บุคคลได้มีโอกาสใกล้ชิด ธรรมชาติ สภาพแวดล้อม มลภาวะเป็นพิษ ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการ เจริญเติบโตทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของบุคคลและ สงั คม เชน่ การทอ่ งเท่ยี ว การอยูค่ า่ ยพักแรม การทัศนศึกษา เปน็ ตน้ กจิ กรรมอยคู่ า่ ยพกั แรม เปน็ กจิ กรรมนนั ทนาการกลางแจง้ ทสี่ ำ� คญั ยงิ่ อยา่ งหนึง่ เพราะเป็นการผสมผสานกิจกรรมต่างๆ เขา้ ด้วยกัน เช่น กจิ กรรม ศิลปหัตถกรรม การต่อสู้เพ่ือการอยู่รอด การสร้างวัสดุอุปกรณ์โดยอาศัย ธรรมชาติ การได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ ตกปลา ล่าสัตว์ ไต่เขา ธรรมชาติ ศึกษา การอนรุ กั ษธ์ รรมชาติ และคณุ คา่ ทางสงั คมระบอบเสรีประชาธิปไตย กิจกรรมประเภทเส่ียงอันตรายและกิจกรรมท้าทายความสามารถ เป็นอีกกิจกรรมที่บุคคลและสังคมให้ความสนใจ รวมท้ังกีฬาประเภทการแข่งขัน เช่น แข่งรถ แข่งเรือ แข่งรถจักรยานยนต์ ไต่ยอดเขา ผจญภัยในป่าเป็นการท้าทายการอยู่รอด ซ่ึงบุคคลจะต้องมีการศึกษาเตรียมการและ ฝึกฝนทักษะดังกล่าว เพ่ือจะต้องผจญภัย กบั อุปสรรคตา่ ง ๆ 43คมู่ อื เรอ่ื ง การเปน็ นกั นนั ทนาการ Department of Physical Education
แหล่งนันทนาการกลางแจ้ง เช่น สนามกีฬา ค่ายลูกเสือ เนตรนารี สระวา่ ยนำ�้ ฟารม์ เลย้ี งสตั ว์ สสุ าน แหลง่ โบราณวตั ถุ โบราณสถาน พพิ ธิ ภณั ฑ์ สวนสัตว์ เป็นแหล่งที่ให้ความรู้ทักษะเบ้ืองต้น สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ในการปรับตัวของมนุษย์กับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มลภาวะเป็นพิษ การป้องกันรักษาและอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ความประทับใจเปน็ ตน้ สนามเดก็ เลน่ และสถาบนั การศกึ ษา กเ็ ปน็ แหลง่ นนั ทนาการกลางแจง้ ที่ช่วยพัฒนากิจกรรมของเยาวชนและประชาชนในด้านการเจริญเติบโตและ คณุ ภาพชีวิต 44 คู่มอื เรอื่ ง การเป็นนกั นันทนาการ Department of Physical Education
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114