1
2 บุญรกั ษา(โรค) โรครา้ ยหายได้ดว้ ยบุญ รวบรวม/ออกแบบปก คณุ สกุ านดา ปานเพชร หนังสือเล่มนรี้ วบรวมเพอ่ื เผยแพร่เป็นธรรมทาน
สารบญั 3 เรอื่ ง หนา้ คณุ หมออาจนิ ต์ บณุ ยเกตุ ตอ่ สกู้ บั วญิ ญาณท่ีภเู ก็ต 4 พิมพวดสี ่ือวญิ ญาณ 18 กรรมฐานรกั ษาโรคมะเรง็ 72 โรครา้ ยหายไดด้ ว้ ยพระกรรมฐาน 78 กรรมฐานรกั ษาโรคไดจ้ รงิ หรือ ? 82 บทสวดมนตต์ ามแบบหลวงพอ่ จรญั 91
4 คุณหมออาจินต์ บณุ ยเกตุ ตอ่ สูก้ ับวญิ ญาณท่ีภูเกต็ โดย ทองทิว สุวรรณทตั “โลกทพิ ย์” ฉบบั ๑๔๑ ปีที่ ๘ เดือนพฤศจกิ ายน ๒๕๓๑ เมือ่ ครงั้ คุณหลวง สน่นั วรเวช หวั หนา้ กอง โรงพยาบาลสว่ นภมู ิภาค ไป ตรวจราชการที่โรงพยาบาล ภูเก็ต (โรงพยาบาลวชิระ ภเู กต็ ) เห็น ความ เป็นอยูข่ อง คณุ หมออาจนิ ตแ์ ละแพทย์ ซึ่งได้ เพ่ิมมาอีกคนคือ แพทยห์ ญงิ ทวศี ริ ิ บารุงสวสั ดิ์ ซ่งึ ตอ้ งฝาก ใหอ้ าศยั อยูก่ บั คหบดีท่านหนง่ึ ใน เมือง คุณหลวงสนน่ั ฯ เลย รบั ปากจะหางบประมาณมา สรา้ งบ้านพักแพทย์ใหท้ ่ี โรงพยาบาลน้ี
5 ประจวบกับท่านเจา้ คุณบริรักษเ์ วชการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบินไปตรวจ ราชการที่ภูเกต็ ด้วย เมอ่ื เหน็ สภาพของโรงพยาบาล ก็ส่งั ให้ทางกรมการแพทย์จดั สรรงบประมาณน้ีอยา่ ง รบี ดว่ น และอกี ไม่กีเ่ ดือนตอ่ มา ทางโรงพยาบาล ภเู กต็ ก็ได้งบประมาณสร้างบา้ นพักแพทยส์ าหรบั ผู้อานวยการ บ้านพกั แพทย์ประจาโรงพยาบาล เรือน คนงาน ซอ่ มแซมหอพกั ผู้ปว่ ย โรงพยาบาลภเู ก็ตก็ดดู ี ข้นึ ตามลาดับ โดยขยายตึกตรวจโรคภายนอก หอ้ ง ผ่าตดั ซ่อมหอพกั ผ้ปู ว่ ย บ้านใหม่ของผู้อานวยการ สถานทจ่ี ะก่อสร้างบ้านพักผู้อานวยการนนั้ มีทอี่ ยู่แหง่ เดยี วท่ีเหมาะสม คอื ด้านหน้าสดุ ของ โรงพยาบาล ชดิ กบั ขอบร้ัวทางทิศตะวันออก เจา้ หนา้ ทกี่ รมและส่วนจงั หวดั เห็นว่าเหมาะสมทีส่ ดุ เพราะเป็นที่วา่ ง มีเนนิ เตย้ี ๆ ฝนตกมากน้าก็ไมท่ ว่ ม การสร้างบ้านพกั ในความควบคุมของ จังหวัดจึงไดเ้ ร่ิมข้นึ โดยสร้างเปน็ บ้านใตถ้ ุนสงู แบบ บา้ นพักแพทย์ของกรมการแพทยท์ วั่ ไป ใต้ถุนบา้ นเท ปูนซีเมนต์หนาเอาไว้สาหรับจอดรถ
6 การสร้างใชเ้ วลาไม่เกนิ หกเดอื นกเ็ รยี บรอ้ ย หน้าบ้านมสี นามแบดมนิ ตันเอาไวอ้ อกกาลงั กาย และ สมานสามัคคีระหว่างข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน แต่ บา้ นนไ้ี ม่ได้ทาสเี พราะงบประมาณหมดเสียก่อน พอบ้านเสร็จ คณุ หมออาจินต์กย็ า้ ย ครอบครัวมาอยู่และนิมนต์พระวัดโฆษติ ฯ มาทาบุญข้นึ บา้ นใหม่ คณุ หมอให้ภรรยาและบตุ รอยหู่ อ้ งต่างหาก ส่วนคุณหมอนอนอกี หอ้ งหน่ึง เพราะถกู ปลุกในยามดกึ เสมอ เกรงภรรยาและบตุ รจะพลอยต้องตนื่ ไปด้วย อยู่ ๆ เดินไม่ได้ ! และแล้วเหตกุ ารณ์ ท่ีไม่มีใครคาดฝันกอ็ ุบัตขิ ้นึ อกี ครัง้ หน่ึง คุณหมออาจินต์ เลา่ วา่ “หนง่ึ ปีให้หลัง หรอื ประมาณนั้น วันร้ายคนื รา้ ยก็มาเยอื นผมอกี กล่าวคือเชา้ วันหน่ึง ผมตื่นนอนแลว้ ลกุ ขน้ึ จะไปห้องน้าตามปกติ แล้วจะเดินยอ่ งไปดูลูกสาวคน แรกทน่ี อนอยู่กบั แม่เขาอกี ห้องหนึ่ง
7 พอลุกขนึ้ กเ็ ซหกลม้ เอามือยนั ไว้ นึกวา่ งัวเงีย เอาใหม่ ขยี้หู ขยตี้ าเสียหนอ่ ยแลว้ ลุกขึ้นจะเดิน ไปห้องลกู กล็ ม้ อกี ทนี ี้ดงั โครมใหญ่ ! คุณแม่กับภรรยาผมกอ็ อกมาดู ถามว่า เปน็ อะไร ? หนา้ มดื รึ ? ผมกบ็ อกวา่ ไมเ่ ปน็ ไร แต่ขาสองขา้ งทาไม ไมม่ ีแรงจะยนื ผมลองยนั ตัวขึ้นจะยนื กล็ ้มอีก ทีนร้ี ้เู ลยวา่ ขาทงั้ สองของผม ตั้งแตบ่ ั้นเอวลงไปเปน็ อมั พฤกษเ์ สีย แลว้ ! โดยไม่รสู้ าเหตุ ไมร่ จู้ รงิ ๆ เมื่อวานเยน็ นีก้ ย็ งั เล่นแบดมินตันกบั เพอื่ น ขา้ ราชการในจงั หวัดที่โรงพยาบาล ก่อนนอนกย็ ังดีๆ พอเช้าข้ึนมาทาไมเปน็ อย่างนี้ ผมก็ใหเ้ ขาไปเชิญคุณ หมอพทิ กั ษ์และคณุ หมอทวีศิรมิ า ช่วยตรวจอาการและระบบ ประสาทว่าเป็นอะไรทไี่ หน ผล ออกมาว่า ความรูส้ กึ ส่วนล่าง ตัง้ แตส่ ะโพกลงไปเสีย รวมท้ัง ประสาทสาหรบั การเคลอ่ื นไหว ด้วย เรื่องมนั ก็ใหญ่ ตอ่ ไป
8 อัมพาตกจ็ ะเล่นงานผม สองหมอก็ชว่ ยกันวางยาฉีดหยู กฉีดยา จนวันทีส่ องก็ไม่ทุเลาขนึ้ จงึ รายงานไปยัง ผวู้ ่าราชการจงั หวัดซงึ่ ทา่ นกรุณามาเยย่ี ม แล้วออกไป ปรึกษากบั คณุ หมอพิทกั ษ์อยู่พักใหญ่ ทา่ นกก็ ลับ ผมก็เปน็ ห่วงงาน หว่ งคนไข้ คณุ หมอพทิ กั ษ์ ทา่ นชานาญทางโรคเด็ก คุณหมอทวศี ิรกิ ็สาเรจ็ ใหม่ ยงั ต้องการพี่เล้ียง ยังตอ้ งการคาแนะนา ผมก็มานอน แซว่ อยเู่ ฉย ๆ ยกขาได้ หยิกเจ็บแต่ไมม่ แี รงจะยนื แล้วจะ ไปทางานไดอ้ ย่างไร ? อีกสองวนั ตอ่ มา กไ็ ด้รับโทรเลขจากคุณ หลวงนติ ยเ์ วชวศิ ิษฐ์ อธิบดกี รมการแพทยว์ า่ “ให้ข้ึนไป กรงุ เทพฯ ด่วนที่สุด จัดรถพยาบาลไว้รบั ทด่ี อนเมือง แล้ว อดตี ผู้อานวยการปว่ ยทุกคน คณุ หมออาจินต์เล่าต่อไปว่า “ผมเขา้ ใจว่า ผ้วู า่ ราชการจงั หวดั ทา่ นขุน จรรยาวเิ ศษและคณุ หมอพิทกั ษ์ท่ีออกมาหารือกนั นั้นก็ คอื จะส่งตวั ผมไปกรุงเทพฯ โดยโทรเลขบอกมาทาง กรมการแพทย์ ทา่ นอธิบดใี นขณะน้ันทา่ นห่วงมาก
9 เพราะทีภ่ ูเก็ตนี่แพทยผ์ อู้ านวยการทกุ คนมอี าการป่วย แปลกๆ ดังน้ี หมอฝรัง่ คนแรกท่ีมาจากปีนัง ปว่ ยเป็นโรค เสน้ โลหิตแตกเป็นอมั พฤกษ์ เจ้าคุณรัษฏาฯ ส่งตวั กลับไปปีนัง คนตอ่ มา คณุ หลวง สนั่นวรเวช หัวหนา้ กอง โรงพยาบาลสว่ นภมู ิภาค ตอน หลังเป็นรองอธบิ ดี ท่านเคยเป็น ผูอ้ านวยการที่นี่ เกดิ อาเจียนเป็น โลหิตชอ็ คไป ในท่ีสุดกต็ ้องกลบั มา รกั ษาตวั ทกี่ รุงเทพฯ คณุ พระเวชฯ ผมจา สร้อยไม่ได้ (พระเวชกิจพิศาล (เจิม ดลิ กแพทย์)) เปน็ บดิ าของนายแพทย์จินดา ดิลกแพทย์ เพือ่ นผมคนหนึ่ง ซึง่ เพ่ิงตายท่ีภูเก็ต ท่านขุนทานุกฯ สองทา่ นนีเ้ ป็นอัม พฤกษ์ คุณหมอเกา้ ณ ระนอง ช่ือ เดิม เบีย่ นเกา้ จบแพทยจ์ ากอังกฤษ ก็ ป่วยหนกั โดยไม่รู้สาเหตุ
10 ต่อมา ร.ท.ปอง วอ่ งพยาบาล กอ็ มั พฤกษ์ ขาเป๋ เดินกระโผลกกระเผลกปา่ นน้อี าจจะเสียชีวิตไป แลว้ ตอ่ มากผ็ ม ทางานได้ปีเดียวก็เกดิ อัมพฤกษ์ ไปเฉย ๆ ดังน้ี ผอู้ านวยการถัดไปจากผมกค็ อื คุณหมอ สนอง กาญจนาลยั รายน้ีอย่เู ฉยๆ กอ็ าเจียนเปน็ โลหิต ฟุบไป! ต้องสง่ ตวั กลับกรุงเทพฯ อีก ตอนนี้คงเกษยี ณ แลว้ ก่อนเกษียณทา่ นเป็นแพทย์ใหญ่ประจาจังหวดั แลว้ เลยมีครอบครวั จนบดั น้ี ตกลงผมกน็ อนเปลขน้ึ เคร่ืองบินมา กรุงเทพฯ ตามคาสัง่ ของกรมการแพทย์ พอเดินทางถึงดอนเมือง รถพยาบาลท่คี ณุ หลวงนติ ย์ฯ ทา่ นสง่ั ไว้ กร็ ีบไปรับตัวผมเข้า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทนั ที ตอนน้นั เป็นปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ปลายๆ ทา่ น อธบิ ดี หวั หนา้ กอง พรรคพวก ไปเย่ียมกันมากต่าง สงสัย เพราะตรวจอะไรไม่พบส่ิงผิดปกติสกั อยา่ ง” ไปหาหลวงสุวิชานฯ
11 เมอื่ คุณหมออาจนิ ต์ บุญยเกตุ มานอนพัก รักษาตัวอยทู่ ่ีโรงพยาบาลจุฬาฯแล้ว วันหนึ่งคุณหลวง สนัน่ ฯ ท่านไปเยีย่ มแลว้ ได้ปรารภเรื่องต่างๆ กับคุณ น้าและญาติ ๆ ของคุณหมอวา่ น่าจะลองให้ใครสกั คนที่ เกง่ ๆ ทางสมาธิ เข้าสมาธนิ ง่ั ทางในดซู ิวา่ มันมอี ะไรท่ี นน่ั ? ทุกคนถึงได้เปน็ อยา่ งนี้ ? คณุ หมออาจนิ ต์ฟังแล้วก็หัวเราะ เพราะตอน น้นั ทา่ นยงั ไม่ได้บวชเรียน ยังไมร่ ูจ้ กั คาว่า สมาธิ คาวา่ ทางใน หรือคาวา่ พลังจิตทา่ นไมเ่ ชอื่ ถือ แตเ่ มอ่ื ญาตผิ ้ใู หญ่จะหารอื กันอย่างไรทา่ นก็ ตามใจ ไมข่ ัดขวางไดแ้ ตน่ อนหดั กระดิกขาทลี ะข้างสอง ขา้ งไปพลางๆ คณุ น้ากบั พ่ีสาวคนหนง่ึ ของคุณหมออาจนิ ต์ ไดฟ้ ังคุณหลวงสน่ันฯ แนะนาเช่นนั้น ก็ไดไ้ ปหาคณุ หลวงสวุ ชิ านแพทยท์ ี่บ้านท่านทางฝั่งธนบุรี ส่วนคุณหมออาจินตน์ ัน้ ท่านไมเ่ คยไป ไมเ่ คย รู้เร่อื งของคุณหลวงสุวิชานฯ รู้แตเ่ พยี งวา่ ท่านเป็น แพทย์ผูห้ น่ึง และเปน็ พลเรือตรเี ท่านั้น ทา่ นจงึ ไมส่ จู้ ะ สนใจเทา่ ใด (ท่านอาจารยค์ ุณหลวงสุวิชานแพทย์ ทา่ น น้ี เป็นผู้อัญเชิญ ทา่ นทา้ วมหาพรหมลงประทบั ที่
12 โรงแรมเอราวัณ ท่านเป็นผูเ้ ช่ยี วชาญในทางสมาธเิ ป็น เอก หาคนเปรยี บมไิ ดป้ ัจจุบันท่านถงึ แกอ่ นจิ กรรมไป แลว้ – ผเู้ ขยี น) ให้ทาสองอยา่ ง คุณหมออาจนิ ต์เลา่ ในตอนนวี้ า่ “คณุ น้าและพส่ี าวกลบั มาหาผมท่ี โรงพยาบาล หลงั จากได้พบคณุ หลวงสุวิชานฯ แล้ว ท่านบอกว่า ไมม่ ี อะไรมาก ไม่ช้าก็ หาย ไม่ตอ้ ง ตกใจ เหตุที่ เปน็ เชน่ นี้กเ็ พราะ สถานทท่ี ี่ ก่อสรา้ งตั้ง โรงพยาบาล ภูเกต็ นั้น เดมิ เป็นป่าชา้ เก่าทฝ่ี ังศพของคนจีน ภาษาจนี เรยี กว่า “ฮวงซุ้ย” ทบั ถมกนั มามากมายจนไมม่ ีทจ่ี ะฝงั ศพตอ่ ไป เมอ่ื ฮวงซยุ้ เตม็ แลว้ ตอ่ มาเจา้ คณุ รษั ฏานุ ประดิษฐ์ เจ้าเมอื งขณะน้ัน เหน็ วา่ ทิ้งไวเ้ ป็นป่าหญ้า
13 รกชัฏอย่างน้นั ไม่มปี ระโยชน์อะไร ทาเลท่ีดินกส็ วยเป็น เนนิ เขาเตีย้ ๆ อากาศดี ท่านจึงได้เวนคนื ที่ดนิ นม้ี า ก่อสร้างเป็นโรงพยาบาล ราษฏรในตอนนนั้ กไ็ มน่ ยิ มไปรักษาตวั หมอ กไ็ ม่มจี ึงจ้างหมอฝร่ังมาจากปีนงั แต่หมอฝรั่งไปสร้าง บา้ นแบบฝรั่งอยบู่ นเขาถดั ออกไป ก็ไมม่ ีอะไรเกิดข้นึ ใน ตอนแรก ๆ มาเกิดปว่ ยเอาตอนหลัง ผมฟงั แล้วงง ในเมือ่ คุณหลวงสวุ ิชานฯ ทา่ น กไ็ ม่เคยไปโรงพยาบาลนเ้ี ลย แตท่ ่านนงั่ ทางในแลเห็น หมด เพราะฉะนนั้ ส่ิงลีล้ ับ หรือวิญญาณต่าง ๆ จงึ ได้ ปรากฏให้เหน็ กนั บอ่ ย ๆ สว่ นที่ผมปว่ ยในครง้ั นี้ เป็นเพราะเจา้ ทีเ่ จา้ ทางเปน็ หญิงจีนแก่ คนช้นั สูงในสมัยนัน้ ทาโทษ เอา ดว้ ยหมออาจินตร์ ับงบประมาณสรา้ งบ้านพักแลว้ กไ็ ปสรา้ งทับตรงทฝ่ี ังศพของหญงิ ชราผนู้ ้ันพอดี โดย ไม่บอกกลา่ ว ไม่ขออนญุ าตเสียก่อน คุณหลวงสวุ ิชานฯ ท่านสงั่ ผมวา่ เมือ่ หายแล้วให้กลบั ไปทาพธิ ีดังตอ่ ไปน้ี ๑. ขุดซเี มนตท์ ่เี ทใต้ถนุ บ้านออก แล้วขุดดิน ใหก้ ว้างวายาวสองวา ลึกสองวา มาตราส่วนของท่าน เป็นวาทงั้ นัน้ เมื่อขุดไปจะพบส่ิงของ ของผู้ตาย ไมว่ ่า
14 จะพบอะไรใหเ้ อาขึ้นมาทาที่อย่ใู ห้เขาใหม่ ขอขมาลาโทษ เขาเสีย แล้วทาบุญอทุ ศิ ส่วนกศุ ลไปให้ก็จะหมดเรอื่ ง ๒. สาหรับตอนนท้ี า่ นขอให้ทาสังฆทานอุทิศ สว่ นกุศลใหเ้ ขา และบรรดาทา่ นทง้ั หลายท่ตี ายไปและ ฝงั ไว้ในบริเวณทกี่ อ่ สรา้ งเปน็ โรงพยาบาลในทุกวันน้ี พร้อมกันกใ็ ห้สร้าง พระประจาวันองค์หนึ่งบูชา ญาตพิ ีน่ ้องของผมในกรงุ เทพฯ กไ็ ด้ช่วยกัน ทาตามทท่ี ่านสงั่ นบั แตน่ ้นั มาอาการขาไม่มีแรงทง้ั สอง ขา้ งกด็ ีข้นึ แต่กไ็ ด้รบั การรกั ษาทางปจั จบุ ันควบคไู่ ป ด้วย (เร่ืองนี้เปน็ เรือ่ งทีค่ ุณหลวงสุวชิ านฯ กาชับเสมอ คอื แนะใหแ้ ก้ไขอยา่ งไรกท็ าไป แตท่ ่หี มอรกั ษา อย่กู ็ อยา่ ละเลย) ผมนอนอย่โู รงพยาบาลยี่สิบวัน โดยใช้ไมเ้ ทา้ ยันเหมือนคนแก่ ครนั้ อาการดีขึน้ เกอื บเป็นปกติ ผมก็ ออกจากโรงพยาบาลจะกลบั ไปภูเก็ต คณุ หลวงนิตย์ฯ ท่านยบั ย้ังไวใ้ หล้ าพักอกี หน่ึงเดือน คุณหลวงสนนั่ ฯ ก็กาชบั ว่าให้ลองพสิ จู นด์ ู ว่าเปน็ อย่างท่ี คุณหลวงสุวิขานฯบอกหรอื ไม่ ?
15 ผมพกั รักษาตัวท่กี รุงเทพฯ รว่ มสองเดือน จงึ เดินทางกลบั ภเู กต็ ด้วยความยนิ ดีของเพ่อื นฝูงท่ีนน่ั พิสจู นค์ าพูด เมอ่ื คณุ หมออาจนิ ต์กลับไปปฏิบัติราชการที่ โรงพยาบาลภูเกต็ แล้ว อยู่มาวนั หนงึ่ คุณหมอกว็ า่ จ้าง คนงานภายนอกมาสามสี่คนให้ทาการรือ้ ปูนซีเมนต์ที่ จอดรถออกแลว้ ส่งั ให้ขดุ ดินกว้างวายาวสองวา ลกึ สองวา ตามทคี่ ุณหลวงสุวชิ านฯพดู แต่วนั แรกผิดหวัง ไมพ่ บอะไร ทัง้ พนกั งาน โรงพยาบาลเกิดสงสัยวา่ คณุ หมอหายปว่ ยคราวน้ีคง สตไิ ม่สมบรู ณ์ อยู่ ๆ เทปูนเสรจ็ เรยี บร้อยไมก่ เ่ี ดือน กลบั มาสง่ั ร้ือสงั่ ขดุ คุณหมอกบ็ อกใหท้ กุ คนเฉยๆ ไว้ ก่อน คณุ หมอต้องการพิสูจนอ์ ะไรบางอย่าง รุ่งขึน้ คนงานมาลงมอื ขดุ ต่อไปอกี เอาดนิ ออกมากองไวน้ อกชายคาบา้ นเป็นกองใหญ่ ประเด๋ยี ว เดยี วก็มีเสยี งร้องขึน้ มาว่า “พบแลว้ ครับ! พบแล้วครับ! คณุ หมอถามว่า “พบอะไร” ในใจนึกว่า กะโหลกผหี รอื กระดกู ตา่ ง ๆ
16 ปรากฏว่าไม่ใช่ ! แต่เป็น กาไลหยกข้อมอื แบบทคี่ นจีนสวม ! คณุ หมออาจินต์บอกว่า “เมอื่ เขาลา้ งสะอาดแล้ว ผมมองดู เป็นหยก จริงๆ ! สเี ขยี ว ไมแ่ ก่นกั ก็เอาใสพ่ านไว้ คนงานก็ขดุ ตอ่ ไป ทีนี้พวกโรงพยาบาลทราบเร่อื งกม็ าเป็นไทย มุง มุงกนั แน่นกก็ ลัวๆ กล้าๆ ทัง้ นนั้ เดย๋ี วเดียวก็ไดม้ า อกี ชิ้นหนึ่ง คอื ฟันทองคาหนึ่งซ่ี และสดุ ท้ายก็คือ หวี เงนิ โคง้ ๆ ทีใ่ ชเ้ สียบผมมวย! เขาพยายามอย่จู นค่าก็ได้แค่น้ัน กเ็ ป็นอันยตุ ิ ผมขอใหข้ นดนิ กลับมาถมไว้ทีเ่ ดิม แล้วตอ่ ไปกจ็ ะหา ทรายมาเสริมและเทปูนอย่างเก่าอกี ตอนนี้พวกทโี่ รงพยาบาลวพิ ากษว์ ิจารณก์ นั ใหญ่ ผมก็ต้องเลา่ ความจรงิ ใหฟ้ ังท้ังหมด ต่อมาผมสร้างศาลเลก็ ๆ หนึง่ ศาล เอา กาไล หวี และฟนั ทอง รวมกนั ไวแ้ ลว้ เอาไปไว้ในศาล นมิ นต์พระมารบั สงั ฆทานอทุ ศิ สว่ นกุศลใหผ้ ้ทู ี่เป็น เจา้ ของ
17 ทุกวนั นีศ้ าลนนั้ ก็ยังอยมู่ มุ ร้วั ด้านขวาสดุ และเหนอื สดุ ของโรงพยาบาลใกลๆ้ กับบา้ นพกั แพทย์ ลกั ษณะเหมือนศาลพระภูมิ แต่พดู กพ็ ดู เถดิ บางอย่างมันพิสจู น์ไมไ่ ด้ มัน เปน็ “ปจั จตั ตงั เวทติ พั โพ” ผมกย็ งั ข้องใจจนบดั น้ีว่า คุณหลวงสุวขิ านฯ ทา่ นทราบไดอ้ ยา่ งไร ว่า ท่ีทีส่ รา้ งโรงพยาบาลอยนู่ ี้คอื ฮวงซยุ้ เกา่ ซง่ึ ฝงั ศพจน ไมม่ ที ีจ่ ะฝงั ตอ่ ไปอกี แลว้ !
18 พิมพวดีสื่อวญิ ญาณ ๐๑ นพ. อาจินต์ บณุ ยเกตุ โพสทใ์ นลานธรรม มลู นธิ ิอภิธรรมมูลนิธิ โดย เซนิ่ ...นามา ฝาก [4 ธ.ค. 2545] เรือ่ งเป็นอย่างไร เทจ็ จรงิ แคไ่ หน ผมกาลงั จะเลา่ ใหค้ ุณฟัง ณ บัดนี้ ประมาณชว่ งกลางปี พ.ศ. 2504 ปีฉลู ไดม้ ี หนงั สือพิมพ์รายสัปดาหฉ์ บับหนึง่ ซง่ึ มกั จะตีพิมพเ์ รื่อง เกย่ี วกบั สง่ิ ลี้ลบั เกยี่ วกบั จติ วญิ ญาณ และเกี่ยวกบั ส่ิง ศักดิส์ ทิ ธ์ิ รวมทงั้ เร่ืองอภินหิ ารตา่ งๆ เปน็ หนังสอื ท่ีดงั ระยะหน่งึ ในสมยั นัน้ หนงั สอื พิมพ์ฉบบั น้ีพาดหัวข่าว ว่า “วิญญาณของเดก็ มาช่วยรกั ษานายแพทย์ใหญ่” ท่จี ริงผมไม่ใช่แพทย์ใหญ่ ไม่มใี ครแต่งตัง้ ให้ ผมเป็นที่กรมกระทรวงใด แล้ววญิ ญาณเดก็ กไ็ มไ่ ด้มา รกั ษาผม หนังสอื พมิ พน์ ้ีไดต้ ีพมิ พต์ ่อเนื่องกนั ประมาณ สองอาทิตย์ พร้อมท้ังพิมพร์ ปู ถ่ายของผมลงประกอบ
19 ในข่าวน้ันด้วย ทาใหฮ้ ือฮาไปท่ัวบา้ นท่ัวเมอื ง โดยเฉพาะญาตพิ ี่นอ้ งเพ่ือนฝงู ทีพ่ อจะทราบเรื่องเลาๆ บ้าง ได้ซ้อื อา่ นเปน็ การใหญ่ รวมท้ังพระคุณเจ้าบาง องค์ ซึ่งพระคณุ เจ้าหลายรปู ยงั มีชีวิตอยแู่ ละท่านได้นา เรื่องราวของผมไปตพี ิมพ์ในหนังสือธรรมะ ท่านเจา้ คณุ รปู น้เี ด๋ียวนที้ ่านจาพรรษาอยทู่ ่ี วัดโสมมนัสวิหาร ท่านกน็ าเรือ่ งของผมไปเขยี นด้วย เหมือนกนั อนั ท่จี รงิ เรือ่ งทป่ี รากฏกับผมนัน้ มไี ม่มาก ไมม่ อี ภินิหารมโหฬารอยา่ งทไ่ี ด้พมิ พไ์ ว้นน้ั เลย ทีนีเ้ ม่ือ เล่ากันต่อๆ ไปปากต่อปาก ก็สาวความยาวออกไป จน ผมอ่านแลว้ นี่เรือ่ งของผมหรือใครกนั แน่ เพราะมนั ออกจะเกินเรอื่ งของความจรงิ ไปเยอะ เหตทุ ี่ผมจะนาเรื่องนม้ี าเล่าให้ท่านผอู้ ่านฟงั เพราะในปลายปี 2529 ต่อกบั วนั ข้ึนปีใหม่ พ.ศ. 2530 คณะพรรคสงู อายหุ ลายท่านซ่ึงผมขออนุญาตเอย่ นาม ของทา่ นไว้ ณ ที่น้ี คอื คณุ หญงิ วัลลีย์ วรี ปีย์, พล.ร.ต. ประจวบ และแพทย์หญิงอาภกิ า พงกล้า, คุณสมบตั ิ
20 คงจาเนียร, และภรรยาคือ ม.ร.ว.ทอศรี, ศ.จ.น.พ. สมบัติ สุคนธพันธ์ แหง่ ร.พ.ศิรริ าช, พ.พ.สมพงษ์ บุรุษ รัตนพนั ธ์ ผู้อานวยการสานกั การแพทย์ กทม. พล.ต. กมล พจิ ิตรคดีพล, คุณเสนาะ นลิ กาแหง อดตี เสรีไทย สายองั กฤษ ในสมยั สงครามโลกครง้ั ท่สี องและอีก หลายทา่ นรวมทัง้ ผมดว้ ย ได้จดั คณะทอ่ งเท่ยี วสงู อายุ ไปพกั ผ่อนทางเหนอื พรอ้ มกันก็แวะเลน่ กอลฟ์ กันทุก สนามท่ีผ่านไดแ้ ก่ จ.นครสวรรค์ จ.พษิ ณุโลก แมเ่ มาะ จ.ลาปาง และสุดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ สมาชกิ ท่ีไดไ้ ปเท่ียว กนั คราวน้ีรว่ มสามสบิ คน อายรุ วมกันเห็นจะกวา่ 1,640 เราออกเดินทางตั้งแต่เช้ามดื วนั ท่ี 9 ธ.ค. และกลบั กรุงเทพตอนคา่ วันท่ี 2 ม.ค. เลยปใี หมห่ น่ึงวนั และในปี 30 – 31 กป็ ระพฤตกิ นั แบบนีอ้ ีก ไม่รจู้ กั เบ่ือ หน่ายกันบ้างหรืออยา่ งไรกไ็ ม่ทราบ ในระหวา่ งเดนิ ทางทั้งไปและกลบั ในรถทัวร์ ท่ีเช่าเขาไปเพอ่ื บรรเทางว่ งเราก็เฮฮากนั ไป สนกุ สนาน กนั ไป ซึ่งหนุ่มสาวคงหาว่าเราเชยเตม็ ที เพราะมีนทิ าน เก่าๆ เอาออกมาเลา่ กัน
21 เพลงที่ร้องกนั ในรถก็โน่น เอาเพลงของ พรานบรู ณ์ ของจารสั สวุ คนธ์ ของทา่ น ม.ล.พวงร้อย นานๆ ทจี งึ จะมีเพลงปัจจุบนั สกั เพลงสองเพลง อยา่ งดี ก็จะมขี องครูเอ้อื นานๆ ก็มขี องดนพุ ล แกว้ กาญจน์ สุ ชาติ ชวางกูร สกั เพลงสองเพลง ซ่ึงถา้ หากเจา้ ตัวมา นงั่ ฟงั อยู่ดว้ ย คงจะพูดวา่ อนจิ จัง เพลงของเราเป็น อย่างนีไ้ ปแลว้ หรือน่ี เป็นอนั วา่ การท่องเทยี่ วเล่นกอลฟ์ กไ็ ดส้ น้ิ สดุ ลงทสี่ นามเชียงใหม่ พอวันท่ี 2 ม.ค. เพราะก็เดนิ ทาง กลับออกจากเชียงใหม่ราวๆ 8 นาฬกิ า พอรถออกไป ได้หน่อยก็ประพฤตอิ ย่างขาไปอกี ทีนี้พอถึงนครสวรรคห์ ลังอาหารกลางวนั ซงึ่ เป็นก๋วยเตย๋ี วไกเ่ จา้ เกา่ น่นั แหละ เราก็ออกเดนิ ทาง ตอ่ พรรคพวกในคณะต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ จึง ขอใหค้ ุณหญงิ วลั ลยี ์บอกผมว่า ขอฟงั เรอ่ื งวิญญาณท่ี ผมพบในรปู ของเดก็ หญิงพมิ พวดี ทีย่ งั ติดอยู่ในใจ หลายๆ คน หลายคนทไ่ี ด้อา่ นเรื่องของผมที่ท่าน ศาสตราจารย์เอียน เฟลมมิ่ง นักวิญญาณศาสตร์มา สมั ภาษณ์ผมแลว้ นาไปพมิ พ์เปน็ เรื่องหนึ่งในหนังสือ
22 ของทา่ นเผยแพร่ในอเมริกา เมื่อราวๆ พ.ศ. 2506 หรือ 2507 กส็ นใจและรวมทง้ั บางท่านทเ่ี คยอา่ น หนังสือรายสัปดาหฉ์ บับนั้นดว้ ยวา่ เป็นจริงอย่างไร ทุกคนในรถเงียบสงบ อย่างฟังปาฐกถาท่ี นา่ ฟัง ในเม่อื ผมไดพ้ ดู ว่าเร่อื งน้เี ปน็ เรื่องจรงิ ท่ไี ดก้ ับตวั ผม ไม่วา่ จะพดู ที่ไหนกี่สบิ ก่ีร้อยครง้ั ก็อยา่ งนี้ ผมจงึ เร่มิ เล่าเรอ่ื งว่า ผมไดป้ ่วยด้วยโรคปวดประสาทสมองเส้นที่ หา้ (ประสาทสมองมสี ิบสองคู)่ เร่มิ เป็นมาต้งั แตว่ ยั รนุ่ อายุราวๆ 16-17 ปี ตอนนน้ั พอดีเกิดสงครามอนิ โดจีนและกเ็ ปน็ เรือ่ ยมาระหว่างสงครามโลกครง้ั ที่ 2 เปน็ ๆ หายๆ โดย มีอาการปวดประสาทด้านขวาตงั้ แตเ่ บา้ ตาขนึ้ ไปถึง กลางกระหม่อม ปวดอย่ซู กี เดยี ว ตอนนนั้ ยงั เป็นหนุ่ม แน่นอายยุ งั นอ้ ย อาการก็ไม่ค่อยทรมานรุนแรงมาก นกั กินยาแก้ปวดแรงๆ กพ็ อบรรเทาไปได้
23 เคยขอให้อาจารยท์ ี่ศิริราชตรวจท่านกบ็ อก วา่ สายตามีสว่ นช่วยให้ปวดได้เพราะสายตาไมด่ ี ผมก็ เลยสวมแวน่ ตามาตง้ั แต่อายุ 20 ปี จนถงึ บัดนี้ สรุปวา่ ผมปว่ ยดว้ ยโรคน้ีมานานเปน็ สบิ ๆ ปี ตอนท่ีเปน็ นายแพทย์ผ้อู านวยการท่จี งั หวดั ภูเก็ตกย็ ัง เปน็ ตอนไปศึกษาตอ่ ทอี่ เมริกากเ็ ปน็ ทงั้ สามปี แพทย์ท่ี อเมรกิ าชวนผ่าตดั ผมก็ยอม แต่พอจะผ่ามันกเ็ กิดหาย ปวด เพราะเปน็ ๆ หายๆ หมอท่ีน่ันก็เลยไม่กลา้ ผ่า พอศกึ ษาจนจบก็กลับมารับราชการตอ่ ตาม โรงพยาบาลอีกหลายแห่ง ตอนปี พ.ศ. 2504 ผมเป็น รองผอู้ านวยการโรงพยาบาลสงฆ์ ฝา่ ยวชิ าการ เกิด ปวดมากจนทนไมไ่ หว ตอ้ งเขา้ รบั การรกั ษาท่ี โรงพยาบาลศิริราชตอนน้ีเอง โรคนไี้ มร่ สู้ าเหตุ แตเ่ ด๋ียวนี้ คณุ หมอสิระ บณุ ยะรตั เวช หัวหน้าศัลยกรรม ร.พ.รามาธบิ ดี ผู้เชี่ยวชาญทางศลั ยกรรมสมองและประสาท ท่านผู้นี้ เอง ทีร่ ักษาผมหายขาด ดว้ ยการฉีดยาเขา้ ในสมอง ไป ทาลายตน้ ตอของประสาทเสน้ นี้ ใหห้ มดสภาพไปเลย
24 ทา่ นบอกว่า หนึ่งในสาเหตุของโรคนี้ คือเส้น โลหิตในสมองเส้นหน่ึงไปเบียดสมองเส้นที่ห้านี้ เม่ือเส้น โลหิตขยายตัวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ มันก็จะ เบี ย ด ก ร ะ ตุ้ น เส้ น ป ร ะ ส า ท น้ี ทุ ก ที ค น โ บ ร า ณ เรี ย ก ว่ า “ล ม ต ะ กั ง ” ห ม อ ปั จ จุ บั น เรี ย ก ว่ า “ไม เกรน” หรอื “ตด๊ิ เตอลารูไทรเจมินลั นิวราลเจีย” เปน็ ช่ือ เดยี วกัน การรักษายากมาก ตอนปี พ.ศ. 2504 นน้ั คุณหมอสิระยังไม่ กลบั จากการศึกษาตอ่ จากอังกฤษ ท่านเรยี นจบสาเรจ็ เปน็ ราชบัณฑติ ในวิชาศัลยศาสตร์ แหง่ ประเทศอังกฤษ ทา่ นกลบั มาตอน พ.ศ. 2507 หรอื ราวๆ นน้ั ทา่ นศาสตราจารย์ น.พ.อุดม โปษกฤษณะ เปน็ ผู้รักษาผม มี ศ.จ. น.พ.วชิ ัย บารงุ ผล แห่ง ภาควชิ า ศลั ยกรรมและ ศ.จ. น.พ. สมบตั ิ สุคนธพันธ์ ฝ่ายโรคทางยามาร่วมด้วย ทัง้ สองทา่ นเหล่าน้เี ป็น เพ่อื นกนั ก็เลยต้งั ใจมากเป็นพิเศษ แต่กไ็ มห่ าย ผมไดถ้ กู รบั ตวั ไวเ้ พ่อื ตรวจละเอยี ด และ รักษาท่ีตกึ วิบลู ลกั ษณ์ ชัน้ ลา่ ง หอ้ งที่เทา่ ไหร่ก็จาไม่ได้
25 เสยี แลว้ ไดร้ บั การดแู ลเยียวยารกั ษาอย่างดจี ากครูบา อาจารย์และเพอื่ นฝูง แตอ่ าการปวดประสาทก็รุนแรง แทบจะผกู คอตายไปหลายหน คนื หนงึ่ เวลาประมาณสองทุ่มเศษๆ โรคปวด ประสาทมาเอาผมอีก ทีน้ีปวดดน้ิ เลย พยาบาลจะใหก้ นิ ยาฉีดยาตามแพทย์สัง่ ไวก้ ็ไม่สงบ เม่อื เปน็ เชน่ นัน้ ผมก็นอนหลบั ตาเอามือกุม ขมบั ขา้ งทีป่ วดแลว้ ก็ภาวนาบรกิ รรมพุทโธ ๆๆๆ ทาอา นาปานัสสติไปเร่ือยๆ ท่ีผมทาแบบน้ไี ดเ้ พราะเมอื่ ปี พ.ศ. 2500 ผมบวชพระทวี่ ดั ราชาธิวาส หนงึ่ พรรษา วดั น้ี เป็นวดั วปิ สั สนากรรมฐาน ผมก็ไดร้ บั การอบรมเรอื่ งน้มี าดว้ ย พอทา สมาธวิ ิปัสสนาสักคร่อู าการปวดกส็ งบลง มนั กเ็ ป็น เชน่ นีค้ อื ปวดสกั พักแลว้ ก็บรรเทา พอสงบผมก็สงบจติ ทาสมาธติ อ่ ไป ประมาณสามทุ่มเศษๆ ผมกห็ ลบั ตา เหน็ … เด็กหญงิ คนหนงึ่ มายนื อยูข่ ้างเตยี ง กล็ ืมตาถาม ภรรยาและพยาบาลพิเศษทีเ่ ฝ้าอย่สู องคนนี้วา่
26 “ใครมา?..” ไดร้ บั คาตอบว่า “ดึกแลว้ …ไมม่ ี ใครมาหรอก” ผมก็หลบั ตาเข้าสมาธติ ่อ พอสกั คร่กู ็เห็นชดั วา่ มีเดก็ ผูห้ ญิงคนหนง่ึ รูปร่างอ้วนเหลอื กาลงั อว้ นยัง กับเป็นโรคชนิดหนึ่ง แตห่ น้าตายังเด็ก มายนื อยู่ขา้ ง เตียง เธอแตง่ ตวั ดว้ ยชดุ ของโรงพยาบาล เมอ่ื เหน็ เชน่ น้นั ผมก็เอย่ ปากออกถามวา่ .. “หนูเปน็ ใคร มาทาไมท่ีน่ี…” ผมพูดออกมาดงั ๆ เพ่ือให้สองคนนั้นได้ยิน รวมทัง้ คุณใบ กล้าหาญ ซง่ึ รับราชการอยูท่ ่ี โรงพยาบาลสงฆจ์ นทุกวันน้ี และไปเฝา้ ผมอยูด่ ้วย ภรรยาผมมาเขย่าแขนแล้วพูดวา่ … “เธอ นี่ อยู่นีๆ่ ” ก็คงคดิ วา่ ผมป่วยมากจนเพ้อ ผมก็บอก วา่ “ไมไ่ ด้เพ้อ หรือเสยี สติอะไรหรอก…” “แตว่ า่ มใี คร เหน็ ไหม หนอู ว้ นมานงั่ อยขู่ า้ งเตยี งน่.ี .” สองคนนนั้ ตอบ วา่ “ไมม่ ีใครอกี แล้ว…”
27 ผมสังเกตเหน็ วา่ ทัง้ สองคนน้ันขยับตวั เข้ามา ชิดกัน ภรรยาทาทา่ จะสวดมนต์หรือพนมมือไหวพ้ ระ ปลกๆ แตผ่ มกย็ งั ขอ้ งใจเพราะหนคู นนน้ั ยงั น่ังอย่อู ย่าง สงบเสงย่ี ม ! ผมกเ็ ลยพดู ออกมาดงั ๆ กับภรรยาและ พยาบาลในหอ้ งว่า “จะคุยกบั หนคู นน้ีนะ ชว่ ยจดๆ จาๆ ไวด้ ว้ ย” แล้วผมก็ถามดว้ ยเสียงดงั ๆ ว่า “หนูเปน็ ใคร… มาทาไมในห้องนี้ ?” แมห่ นตู อบวา่ “หนเู คยป่วยในหอ้ งนีแ้ ละตาย ในหอ้ งนเ้ี ม่ือประมาณสองปีมาแลว้ ” ภรรยาผมคอยฟังและคอยจด .. “อ้อ ! หนู เคยมาป่วยท่หี อ้ งนี้ .. หนเู ป็นอะไรตาย?” “ปว่ ยด้วยโรค อว้ นตายคะ่ ” ภรรยาและพยาบาลช่วยกันจดใหญ่ “หนูเป็น ลกู หลานใครกนั จะ๊ ?”
28 “ตาหนเู ปน็ พระยาคะ่ ” ชอ่ื ของท่านขนึ้ ตน้ ด้วยตัว “อ” ลงท้ายด้วย “สิริ” ผมทวนคาพดู ของเธอ ดังๆ ใหไ้ ดย้ นิ กันทกุ คน “งั้นหนูก็เปน็ หลาน…” ผมพยายามนกึ สกั ครู่ ก็นึกออกแล้วพูดออกมาว่า “หลานเจ้าคณุ อัชราชทรง สิริ ใชไ่ หมล่ะ” หนคู นน้นั ก็ตอบว่า “ใช่คะ่ คณุ อาเกง่ มาก” “แล้วพ่อของหนูล่ะ” “คณุ อาไม่รจู้ ักหรอกค่ะ” ผมถามตอ่ ไป วา่ “หนมู พี ีน่ ้องก่คี น” “มสี ามคนคะ่ หนูเป็นผู้หญิงคนเดียว” ผมทบทวนคาพดู ดงั ๆ ทกุ คา เพอ่ื ให้ผู้ทีก่ าลงั ฟังได้ยนิ ดว้ ย “หนมู านมี่ ปี ระสงค์อะไรจะ๊ ” “หนูมเี พอื่ นคนหนง่ึ เขาเสียชวี ติ เมือ่ ปีกลายท่ี ตึกเด็ก เขาบอกว่าเขาเปน็ ลกู คณุ อาเม่ือชาติทแี่ ลว้ เขา
29 อยากจะมาหา และมาช่วยคุณอาใหห้ ายป่วยจากโรคน้ี เขาให้หนูมาบอกคุณอากอ่ นค่ะ” จากนน้ั แม่หนูอว้ นก็หายไป หายวับไปเลย ผมก็ลุกขน้ึ นง่ั เล่าทกุ สิง่ ทุกอยา่ งใหภ้ รรยากับพยาบาล ฟัง พยาบาลคนนน้ั ตืน่ เต้นมากพลางบอกกบั ผมวา่ พรุ่งน้ีเช้าจะไปถามหวั หน้าตึก ขอคน้ ประวตั ิและขอ ทราบว่า ทต่ี กึ นแ้ี ละหอ้ งนี้เม่ือประมาณ ปี 2502 มี เด็กผ้หู ญงิ ถงึ แกก่ รรมที่ตึกนี้ ห้องนหี้ รอื เปล่า เพราะ เธอแปลกใจและสนใจมากทผ่ี มพูดกบั แม่หนูคนน้ันเป็น เร่ืองเป็นราวต้ังนาน… จากนั้นผมกเ็ ขา้ นอน โดยไมล่ มื ภาวนา บรกิ รรม พุทโธ ๆๆๆไปด้วย ประมาณหา้ ทมุ่ คืนเดียวกันน้ันเอง ดว้ ย อาการปวดประสาทอย่างรุนแรง ทาให้ผมตนื่ ขึ้นมาอกี แต่สองคนทอ่ี ยใู่ นห้องหลบั ไปแลว้ ตอนน้เี งียบสงัดแต่ผมนอนกมุ ขมับ กมุ ศีรษะ ดา้ นขวาอยู่คนเดียวดว้ ยความปวด ที่ออกจะรนุ แรง
30 เอาการอยู่ ผมกไ็ ด้ยินเสียงแวว่ ๆ ท่หี ูว่า “เธอ พ่อเธอ นอนอยู่น่ยี งั ไง..เข้ามาซิ” ผมลมื ตาขน้ึ มาก็ไม่เหน็ มอี ะไร… แตพ่ อ หลับตาก็ได้ยินเสยี งขึ้นอกี วา่ “เข้ามาซิ เข้ามาเถอะ” ผมลืมตาขนึ้ อีกที ทีนี้เห็นเดก็ สองคนเข้ามา ยืนขา้ งเตียงผม คนหนึ่งอ้วน ก็คนเกา่ อกี คนหนึ่งอยใู่ น วยั 12 ขวบ หน้าตานา่ รักน่าเอ็นดู เธอเดินมาขา้ งเตียง ผมแล้วพดู ว่า “พ่อ หนูมาชว่ ยพ่อ” ผมจงึ เรียกภรรยาและนางพยาบาลให้ตื่น แลว้ ถามว่า “เหน็ เด็กผู้หญิงสองคนตรงนี้ไหม เด็กๆ มา ยนื อยู่ที่น่ีแน่ะ” พยาบาลเปิดไฟในห้องสว่างพรึบ่ แลว้ บอก ว่า “ไมเ่ หน็ มใี ครมาซักคนน่ีคะ” “มีซิ มแี ม่หนสู องคนมาเย่ียม แล้วก็ยืนอยู่ ตรงนี้ นไี่ งละ่ ..” พลางผมกย็ ่ืนมอื ออกชี้ไปทตี่ วั เด็ก.. คุณใบยกเกา้ อม้ี าสองตวั ใหแ้ ขกท่ีมองไมเ่ หน็ นง่ั ขา้ งเตยี งทนั ที
31 พิมพวดีส่ือวญิ ญาณ ๐๒ นพ. อาจินต์ บณุ ยเกตุ ภรรยาผมกบั พยาบาลตนื่ ขึ้นน่งั ขยับตวั เขา้ มาชดิ กัน แลว้ ทง้ั สองก็พนมมือทาทา่ สวดมนตอ์ ีกรอบ หนูอ้วนยืนอยู่สกั ครูแ่ ลว้ ก็ลาไป “คุณอาคะ หนไู ปกอ่ น นะคะ” วา่ แลว้ ก็หายวบั ไปทนั ที เหลอื แตแ่ ม่หนูตวั เล็กคน เดียว ตอนน้ีเธอน่ังบนเก้าอีกขา้ งเตียงนอนผม ขอ้ ศอกสองขา้ งเท้าทนี่ อนยนั คางไว้ แลว้ ถามวา่ … “คณุ พอ่ ปวดศีรษะมากหรอื คะ” ผมตอบวา่ “ตอนนี้ปวดมาก จ๊ะ” เธอยืน่ มอื ขา้ งหนึ่งมากมุ หรอื กดศีรษะ ด้าน ที่ปวดของผมไวแ้ ลว้ บอกว่า “สกั ครจู่ ะ ทุเลา” ต่อจากนัน้ สกั พักอาการก็สงบ ผมจงึ ถามเธอวา่ “หนเู ป็นใคร แลว้ ทาไมมา เรียกวา่ พอ่ ” ตอนนี้สองคนน้นั เริ่มจดอกี “ชาติที่แล้วหนู
32 เป็นลูกของพ่อ” ผมก็ทวนคาพูดของแมห่ นวู ่า “อ้อ ชาติ ทแี่ ลว้ หนูเปน็ ลกู ของพ่อ” ต่อไปนเี้ ปน็ คาสนทนาของผมกับเดก็ ผู้หญงิ คนน้ัน โดยผมถามดังๆ และทวนคาตอบดงั ๆ เช่นเคย “ชาตกิ ่อนน้ี หนูเป็นผู้ชายหรอื ผู้หญิง” “เปน็ ผหู้ ญิงคะ่ ” “หนเู ปน็ อะไรตายในชาติก่อน” “หนูไปเลน่ นา้ แล้วไถลลนื่ และตกน้าตาย” “หนตู ายท่ีไหน” “ตกน้าตายทโี่ รงโม่” ผมไม่รจู้ ักท่าโรงโม่ จึงถามเธอวา่ “โรงโม่ อยทู่ ่ีไหน” “กแ็ ถวๆ ท่าเตียนน่ีแหละ ไม่ไกลเท่าไหร่” “ตอนที่ตกน้าตายหนูอายเุ ทา่ ไหร่” “กส็ บิ กวา่ ขวบค่ะ”
33 “ชาติกอ่ นน้ีพ่อเปน็ อะไร” “ชาตกิ อ่ นน้ีพ่อรบั ราชการในรัชกาลท่ี 3 เป็นผู้คุมนักโทษและราชมัล” “ราชมัลเป็นอยา่ งไร พ่อไม่รจู้ กั ” “ราชมัลเปน็ ผู้คุม เป็นคนลงโทษนักโทษ ทรมานนกั โทษ รวมท้งั ประหารชีวติ นกั โทษดว้ ย” ผมได้ฟังแล้วตกใจมาก เพราะชาตนิ ี้ผมไม่ เคยเบยี ดเบียนใคร ไม่ชอบการฆ่าสตั ว์ตดั ชีวติ อย่างใด ทั้งสน้ิ แลว้ จึงถามแม่หนูนั้นวา่ “ท่ีพ่อปว่ ยน้ี ป่วยมานานเปน็ เพราะอะไร แล้วเมื่อไหรจ่ ะหาย” เธอตอบว่า “ปว่ ยเพราะกรรมเก่าท่ที าไวแ้ ต่ ชาติก่อน พ่อมหี น้าทีเ่ กี่ยวกบั นักโทษ ควบคมุ ลงโทษ ทรมานเขา กรรมกต็ ามมาสนองในชาติน้ี” ผมแยง้ วา่ “ก็ทาตามหน้าที่ ลูกบอกว่า หนา้ ท่ีคอื ควบคุมทรมานเขา เราไมท่ าเรากผ็ ดิ ”
34 แม่หนูตอบว่า “คร้งั หน่ึงมีชายคนหนง่ึ รปู รา่ งอว้ นใหญ่ สงู ดา ถูกคดวี ่าฆา่ ชาวบ้านตาย ทา ทารุณต่างๆ แกร่ าษฎร ความจรงิ นั้นเขาไมไ่ ด้ทา แต่ ชาวบา้ นมารวมหัวกนั ใสค่ วามเขา พระอัยการก็คุมตวั มาลงโทษ สอบถามเขา เขาไมไ่ ด้ทาก็ไมร่ ับ ราชมัลกค็ อื พอ่ ไดล้ งโทษเขา จบั เขาเข้าขอื่ เขา้ คา ตอกเลบ็ แล้วเอาเคร่ืองมือมาบบี ขมับ เขา บีบขมับจนเขาสลบเพราะความเจ็บปวด เขาก็ไม่รับว่าเป็นผรู้ ้าย พ่อก็ลงโทษบบี ขมับ เขาอีก เพอื่ ใหเ้ ขารบั สตั ย์วา่ เปน็ เขาก็ไม่รับ ในท่สี ุดก็ ทนทรมานไม่ไหวกข็ าดใจตาย กอ่ นตายเขาผกู ใจอาฆาตพยาบาทไวว้ า่ จะ จองเวรไปทุกชาตจิ นกวา่ จะหมดเวร ตอนนี้ กรรมมา ตามทันอยา่ งเตม็ ทีแ่ ลว้ จึงได้ป่วยเชน่ น้ี” ผมทวนคาพดู ของแม่หนนู ้อยทกุ อยา่ ง ภรรยาผมและพยาบาลนงั่ จาและจดไวท้ กุ คาพดู
35 ผมจึงถามตอ่ ไปว่า “เมื่อไหร่จะชดใชก้ รรมน้ี หมดเสยี ที” แม่หนตู อบว่า “พอ่ ทาไวม้ าก ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว กรรมกส็ ลบั กนั ไป กรรมดีทาให้พ่อเกดิ มาอย่างน้ี กรรมช่วั ก็ตามมาสนองอยา่ งน้ี” “แลว้ เมอ่ื ไหรจ่ ะหมดบาปหมดกรรม” “อีกส่ี ป”ี แม่หนูตอบ “พ.ศ. 2508 พ่อถึงจะหมดกรรมนี้ แลว้ จงึ จะหายปว่ ย” ภรรยาผมน่ังฟงั อย่ตู ลอดก็ขอให้ผมถามว่า เม่อื ชาตกิ อ่ นเธอเปน็ อะไร แมห่ นตู อบวา่ “คุณแม่เมอ่ื ชาติกอ่ นนี้เป็นแม่ชี บวชเป็นแมช่ ีถอื ศลี กนิ เพลอยวู่ ัด ใต้” ผมกไ็ ม่ทราบวา่ วดั ใต้ไหน แมห่ นบู อกวา่ “เวลาผมปวดประสาทมากๆ ให้นึกถึงเธอ เธอจะมาช่วยให้บรรเทาเบาบางลง” แล้ว กเ็ อามือมากมุ ศีรษะขา้ งท่ีปวด พลางกพ็ ดู วา่ “พร่งุ นี้ แปดนาฬกิ า หมอจะเอาพ่อไปผ่ากะโหลกศีรษะ”
36 ผมยา้ วา่ “พรุ่งน้ีเช้าหรอื จะผา่ กะโหลก ศรี ษะพอ่ หรอื ?” เธอก็พยักหนา้ รบั คา แล้วกบ็ อก ว่า “หนจู ะไปก่อนละ่ ” ภรรยาผมน่งั สงบอย่างบอกไม่ ถกู และแลว้ กม็ อ่ ยหลับกนั ไปท้ังสามคน รุ่งขึ้นเวลา 7 นาฬกิ า อาจารย์หมออุดม มา ตรวจเยีย่ มไดร้ ับรายงานวา่ เมื่อคนื น้ปี วดประสาทมาก ปวดจนด้ินถึงสองคร้ัง ท่านยนื คดิ สกั ครหู่ นึ่ง แล้วจงึ พดู ว่า “แปดโมงเช้านี้ จะเอาตวั ไปผ่าตดั ผ่าเอาปม ประสาทท่ปี วดออก” แลว้ หันมาส่ังพยาบาลให้ไปบอก หัวหนา้ ตกึ ใหเ้ ตรียมนาคนไข้รายนี้ไปผา่ ตัด ภรรยาและพยาบาลมองหน้ากันดว้ ยความ งุนงงเตม็ ที่ เพราะไมม่ ีใครเชอ่ื ว่าจะนาผมไปผา่ ตดั ท่ีงง เพราะเม่อื คนื น้ีได้ยินผมพูดคนเดยี ว คือ ทวนคาพูดของ แม่หนวู ่า พรุ่งน้ี 8 นาฬิกาหมอจะเอาไปผา่ ตัด ตอนนัน้ เชื่อคร่งึ ไม่เชื่อครง่ึ มาตอนนเ้ี ชอ่ื แล้ว เช่อื ไม่มคี วาม สงสัย! สกั ครูพ่ ยาบาลก็เข้ามาในห้องผม จัดแจง โกนหวั โกนค้วิ ด้านขวาข้นึ ไปถึงกลางศรี ษะ แล้วทา
37 ความสะอาด ต่อจากน้นั ก็ฉีดยาให้สะลมึ สะลือก็ประเภท มอรฟ์ นี จวน ๆ 8 นาฬกิ า รถเขน็ คนไข้กเ็ ขา้ มาเทยี บ เอาตัวผมนอนเปลเข็นไปในห้องผา่ ตดั โดยมภี รรยาผม ตามไปดดู ้วย ผมเองตอนนน้ั กจ็ ะหลบั มหิ ลบั แหลอ่ ยู่แลว้ และแลว้ ผมกส็ ิ้นสติไปเม่อื ไดร้ ับยาสลบทีห่ ้องผ่าตดั ผมมาทราบตอนหลังวา่ ในวันรุ่งขึน้ คือวนั ที่ ผมไดร้ ับการผ่าตัดนั้น พยาบาลในหอ้ งไดไ้ ปคยุ กับ หวั หนา้ ตึกแลว้ คุยกนั ต่อๆ กันไป ถึงเหตุการณท์ ีเ่ กิดขึน้ เม่อื คืนนัน้ ทุกคนก็อาการเช่อื คร่งึ ไม่เช่ือคร่ึง แตก่ ็ แปลกใจทกุ คน ที่ประหลาดใจมากก็คือ ในเมื่อผมเรยี น จบจากศิริราชไปตง้ั กวา่ สิบปี จบแลว้ ออกไปเลยไม่ ทางานอยู่ในนน้ั เหตุไฉนจึงทราบเร่ืองเด็กผู้หญิงทเ่ี ปน็ โรคอ้วน และเดก็ ผนู้ น้ั กถ็ ึงแกก่ รรมท่เี ตยี งผมป่วยในตกึ วบิ ูลลกั ษณน์ ้ัน และเธอตายในปีนน้ั ด้วยความสนใจ พยาบาลหัวหนา้ ตึกได้ไปคน้ ประวัติและสืบประวัติของผู้ป่วยในตกึ นใ้ี นปี พ.ศ. 2502-2503 ค้นอยู่นานเพราะไมท่ ราบช่อื ผู้ป่วย และ ในทีส่ ุดกค็ น้ พบว่า ได้มีเดก็ ผูห้ ญิงคนหนึง่ ป่วยและ ถงึ แกก่ รรมด้วยโรคอว้ นในหอ้ งนีจ้ รงิ
38 ความประหลาดใจในหมู่คนท่รี เู้ รื่องก็ชักจะ กลายเป็นความเชื่อข้นึ มาทลี ะน้อยๆ… แต่พอพยาบาลที่ เฝา้ เธอบอกว่า เดก็ ทมี่ าหาคุณหมดทบี่ อกว่าเปน็ ลกู ใน ชาตกิ ่อนเมอ่ื คนื น้ีมาบอกว่าจะถกู ผา่ ตดั เช้าวันนี้ พอรุ่งขนึ้ เชา้ อาจารย์อดุ มก็มาเอาตัวไป จรงิ ๆ …แปลกนะเธอ ไม่เชื่อกต็ ้องเช่ือ… พยาบาลสาว พมึ พากนั ท้งั ตึก และจากตึกนีไ้ ปตึกโนน้ ไปจนทว่ั โรงพยาบาลภายในไมก่ ่ีวัน อาจารย์หมออุดม ทา่ นเคยรักษาโรคนผี้ ม มาสองสามคร้งั แลว้ โดยฉีดยาเข้าไปในกะโหลกศรี ษะ หมายจะใหย้ าไปทาลายประสาทสว่ นท่ีปวด แต่ไม่ได้ผล มนั เหมือนกบั ตีงไู มใ่ ห้หลังหัก โรคก็อาละวาดใหญ่ ท่ีฉดี ยาเขา้ ไปในศีรษะน้ปี ระมาณ 4 ครัง้ ในสองปี เมอ่ื ฉีดยาไมไ่ ด้ผล ท่านกเ็ ลยผ่าลงไปใน สมองตัดปมประสาทเสยี เลย โดยเจาะกะโหลกศีรษะ ดา้ นขวาเหนอื หูข้ึนมาหนอ่ ย คงจะเหมือนกบั ชาตกิ อ่ นที่ ไปบบี ขมบั เขาตามที่แม่หนเู ธอบอก เจาะแล้วเอากระดูก กะโหลกออกมา ขนาดราวๆ เหรียญสองสลงึ ทาให้มีรู
39 เกิดขนึ้ จากนน้ั กเ็ อามดี เอากรรไกรเข้าไปตดั เส้นประสาทท่หี ้า แต่อาจารย์ทา่ นวา่ การผา่ ตดั ทาได้ดว้ ย ความยากลาบากมาก เพราะเร้อื รงั มานาน ประกอบ กับไดร้ ับการฉีดแอลกอฮอล์เข้าไปหลายหน มันก็เกดิ พังผืดข้นึ ผลการผา่ ตัดไม่ค่อยนา่ พอใจเทา่ ไหร่ แต่เช่ือ ว่าคงไดผ้ ลมนิ อ้ ย การผ่าตดั ประสาทสมองนก้ี ินเวลาราวๆ สี่ ชั่วโมง เพราะความยากลาบากดงั กล่าว พอราวๆ เทีย่ งเขากเ็ ขน็ รถกลบั มาที่เดมิ ที่ในหอ้ งมีแมผ่ ม ภรรยา พ่อตา แมย่ าย ซ่งึ ทง้ั สองท่านนม้ี ศี กั ดิเ์ ปน็ ลงุ เปน็ ปา้ ผมด้วย ทกุ คนคิดวา่ ผมคงตายไปแล้ว เพราะนาน เหลือเกนิ ระหว่างท่ีคอยรอรับผมในหอ้ ง ภรรยาและ พยาบาลไดเ้ ล่าเรื่องทัง้ หมดให้ทกุ ทา่ นฟัง ต่างก็รบั ฟัง โดยไมม่ ีข้อสงสยั ใดๆ คา่ วนั นัน้ กเ็ กดิ อาการปวดขึน้ มาอีก ทนี ป้ี วด สองอยา่ งคือปวดเจบ็ ในสมองทผ่ี า่ ปวดแผล มหิ นาซา้
40 โรคปวดเดมิ ก็ไมท่ เุ ลา ทาให้เกิดทุกขท์ รมานมากกวา่ เกา่ มือทั้งสองก็กุมทแ่ี ผล กมุ ศีรษะ ร้องปวดดิ้นไป และแลว้ ก็นึกขึน้ ได้ “หนู ช่วยพอ่ ดว้ ย” ผมตะโกนออกมาดัง ใน หอ้ งนั้นมญี าติพนี่ อ้ งมาเยี่ยมกันมากมาย ตา่ งก็ได้รับ ฟงั เรอื่ งราวโดยละเอยี ด ต่างก็สงบ มแี ต่ผมผเู้ ดยี ว ทรุ นทุรายอยู่บนเตียง… ช่วั อดึ ใจเดียวก็ปรากฎรา่ งของเด็กหญงิ ที่ เคยบอกว่าเคยเปน็ ลูกผมเมอ่ื ชาติก่อนมานั่งอย่ขู ้าง เตยี ง ผมจึงถามวา่ “มาแล้วหรอื ลกู ชว่ ยพอ่ ที ตอนน้ี ปวดเหลือจะทนแลว้ ” แมห่ นกู ็เอามือมาวางที่ศีรษะ แล้วพดู วา่ “เด๋ียวจะทเุ ลา” กเ็ ป็นจรงิ ดังว่า อาการปวดกท็ ุเลา พยาบาลซึ่งถือเขม็ ฉดี ยามาก็เลยไมต่ ้องฉีด คณุ ใบก็ ชว่ ยยกเกา้ อี้มาใหแ้ ขกท่แี ลไมเ่ หน็ นั่งอย่างเคย… แม่หนูก็ นัง่ ขา้ งเตียง เอามือเท้าคางอยา่ งเดิม
41 ผมกถ็ ามว่า “หนูอว้ นไปไหนละ่ ” เธอตอบว่า “วันน้ไี มไ่ ดม้ า” ทกุ คนในหอ้ งฟัง ผมคุยกบั แมห่ นู ผมถามตอ่ ไปว่า “หนชู ื่ออะไรจ๊ะ” เธอตอบว่า “ก่อนท่ีจะตายน้หี นชู อ่ื พมิ พวดี” “หนูเป็นอะไรตาย” “หนูเปน็ ไข้เลอื ดออกตายค่ะ” “ตายทีน่ ่ีหรือ” “ตายทีต่ ึกเดก็ ค่ะ” “ตายเม่ือไหรจ่ ๊ะ” “เมือ่ ปี 2502 ค่ะ” “หนมู พี ่ีนอ้ งก่ีคนจ๊ะ” “มีสามคนคะ่ ” “ผ้หู ญงิ ผู้ชายกี่คน”
42 “หนเู ปน็ ผ้หู ญิงคนเดยี ว” “พ่อแม่คงจะเสียใจมากท่ีหนูตายไป” “พ่อแม่เสยี ใจมาก เพราะหนูเป็นลูกผหู้ ญงิ คนเดยี ว พอ่ สร้างศาลาอทุ ิศส่วนกศุ ลให้หนูท่วี ัดมกุฎ ฯ เอาช่ือหนไู ปต้งั ศาลาน้ี มรี ูปหนแู ละมคี าจารกึ มี กระดกู ที่เผาแล้วของหนฝู ังอยใู่ นนดี้ ้วยคะ่ ..พ่อดขี ้ึนแลว้ หนูลาไปก่อนแล้วจะมาหาพ่ออกี ค่ะ” คาพดู ทกุ คาระหวา่ งแมห่ นูพิมพวดกี ับผม ทกุ คนในหอ้ งไดย้ ินไดฟ้ งั และฟังอยา่ งตงั้ อกตัง้ ใจจริงๆ พยาบาลฉดี ยาให้ผมอีก แลว้ ผมก็หลับไปจนเช้า โดยไม่ มีอาการปวดรนุ แรงมารบกวนอีกเลยในคืนนนั้ เหมอื นกบั ยังไมส่ นิ้ เวรกรรม อาการของ โรคทีส่ งบไปคืนหน่งึ นน้ั พอรงุ่ ข้นึ เช้ามนั ก็เอาอกี ปวด อกี ทรุ นทุรายร้องครวญครางอีก อาจารย์ท่านมาดอู าการทุกเช้า ทกุ วัน สงั่ การรกั ษาทุกวัน เชา้ สบาย สายปวด กลางวันสบาย
43 บ่ายปวดด้นิ หรอื พอตอนเยน็ สบายชืน่ ฉ่า พอค่าก็ร้อง ครวญคราง เป็นอยอู่ ย่างนอี้ กี สามหรือส่ีวนั ทุกครั้งทีป่ วดผมกจ็ ะนึกถึงหนพู มิ พวดที นั ที ไม่วา่ กลางวันหรอื กลางคืน ถา้ เป็นกลางวนั ก็จะไดย้ นิ เสียงพูดว่า “พอ่ หนูมาแล้ว….” แล้วเธอกเ็ อามือมาช่วย กุมที่ปวดจนผมทุเลา คาพดู ท่ีผมพูดกค็ ือ “มาแลว้ หรอื ลูก…” ทกุ ๆ คนท่ีมาเยี่ยมผมหรือมาอยู่ในห้องจะเงียบสงบ คอยฟงั คาพดู ของผมทพ่ี ูดกับวิญญาณในเรอื นร่างของหนู พิมพอ์ ย่างใจจดใจจอ่ เหมอื นนดั กนั ไว้ ในเย็นวันนัน้ เย็นมากแลว้ ฯพณฯ ทวี บณุ ย เกตุ ซง่ึ เป็นพี่ชายของผม ท่านได้ไปเย่ียมพรอ้ ม บตุ รชายของท่านชอ่ื คุณวีระวัฒน์ บุณยเกตุ หรือที่ ญาติเรียกชื่อเลน่ ว่า “บ”ู๊ เปน็ คนขับรถพี่ชายผมไปท่ีศริ ิ ราช และพี่ชายผมท่านถึงแก่อนิจกรรมไปแลว้ จะเหลือ ก็คุณวีระวัฒน์ ซ่งึ เดยี๋ วนี้ดารงตาแหน่งเป็น รองอธบิ ดี กรมส่งเสรมิ อตุ สาหกรรมกระทรวงอตุ สาหกรรม
44 คุณทวีเป็นประจกั ษพ์ ยานอีกท่านหน่ึง โดย ในขณะนน้ั อาการปวดของผมกาเรบิ ปวดขน้ึ มากๆ ผม นอนร้องเรียกหนูพมิ พ์ให้มาชว่ ย คุณทวกี ็ทราบเร่ือง อยู่บ้างแลว้ จากคาบอกเล่าของญาติๆ ท่านก็เลยนั่งอยู่ ซึง่ ปกติทา่ นไปเยี่ยมบ่อยมาก แต่ไปนัง่ ไม่นาน เพราะ ท่านทนความสงสารในความทุกขท์ รมานของผมไม่ไหว เยน็ น้นั ทา่ นนงั่ อยนู่ านหน่อย พอดีผมปวด มากและร้องเรียกหนูพมิ พ์ว่า “ลกู ..มาชว่ ยพอ่ ที”
45 พมิ พวดสี ือ่ วิญญาณ ๐๓ นพ. อาจินต์ บุณยเกตุ คณุ ทวที ราบเร่ืองนัน้ จากญาติพี่น้องหลาย ครงั้ แล้ว ครั้งน้ีทา่ นมาเห็นพอดี คือพอผมเรียกหนู พมิ พ์ หนูพิมพก์ ็มา ผมกถ็ ามวา่ “ผ่าตัดแลว้ ทาไมยังไม่หาย อกี ” หนพู ิมพ์ตอบว่า “ยังไมห่ าย ยงั ไม่หมดเวรหมด กรรมทที่ าไว้..” “แล้วเม่ือไหรจ่ ะหาย” เธอตอบว่า “ก็ราวๆ อีกสปี่ ี พ.ศ. 2508 น่ันแหละ” ผมกถ็ ามดังๆ ต่อไปวา่ “แล้วจะทาอยา่ งไร ตอ่ ไป” เธอตอบว่า “พรงุ่ นี้แปดโมงเชา้ หมอจะเอาตัวไป ผ่าตดั อีก จะตอ้ งผา่ อกี สองครั้ง รวมเปน็ สีค่ ร้งั ใน คราวนี้” ผมกท็ วนคาพูดของเธอแล้วร้องวา่ “ตอ้ งผ่า ถงึ สคี่ ร้งั เชยี วหรอื ”
46 คณุ ทวนี งั่ ฟงั อย่างสงบ ทุกคนเงยี บคอยฟัง ครู่ใหญ่ๆ อาการปวดก็บรรเทา หนพู ิมพ์จึงบอกกบั ผม ว่า “หนูจะลาไปกอ่ น วันนรี้ บี หน่อย เพราะจะไป รบั ส่วนกศุ ลท่ีเขาอุทิศใหท้ ี่ศาลาพิมพวดี..” ทุกคนไดย้ ินคาพูดทีผ่ มทวนคาพูดของหนู พมิ พ์ ผมจึงถามเธอวา่ “เขาอทุ ศิ กศุ ลใหเ้ รอ่ื งอะไร” เธอ ตอบว่า “เขาบาเพ็ญกศุ ลศพใครกไ็ ม่รทู้ ศี่ าลา คนตาย มเี หรยี ญตรา มสี ายสะพาย..” ผมกท็ วนคาพูดออกมา ดงั ๆ คุณทวกี อ็ ยากจะพสิ จู น์ จึงใหค้ ณุ วีระวัฒน์ บตุ รชายขบั รถยนต์ออกไปเด๋ยี วน้ัน ไปดูซิวา่ ทศี่ าลา พิมพวดี วัดมกฎุ ฯ มีการบาเพ็ญกุศลศพใคร ศพมี เหรียญตราน่าจะรับพระราชทานเพลิงศพทส่ี ุสาน หลวงวัดเทพศริ ินทร์ฯ เพราะหนูพมิ พ์บอกว่ามี สายสะพาย คุณวรี ะวัฒน์ บุณยเกตุ จึงรับขบั รถออก จากศิริราชไปที่วดั มกฎุ ฯ ทนั ที ปรากฏวา่ เป็นความ
47 จรงิ คนื นนั้ มกี ารนาศพออกมาจากสสุ านนามาบาเพ็ญ กศุ ล พรงุ่ นี้จะรับพระราชทานเพลิงศพ เป็นศพของ รองอธบิ ดีกรมเจ้าท่า ผมได้ลมื ชื่อของท่านไปเสยี แล้ว รูปถา่ ยหนา้ โกศเป็นรูปเต็มยศ มเี หรียญตรา มี สายสะพายจรงิ ๆ คุณวีระวัฒน์จึงรีบขับรถมาเรยี นคุณทวีวา่ เป็นจริงอยา่ งทีผ่ มพูดทวนคาพูดทุกประการ คณุ ทวนี งั่ สงบนิง่ กลา่ วออกมาคาเดียว ว่า “แปลก แต่จรงิ ” ผมต้องเลา่ ย้อนไปนิดหนอ่ ย คือ ตอนที่หนู พมิ พ์นงั่ อยู่ขา้ งเตียงผมเอามอื เทา้ คางยนั ขอบเตียง อยา่ งเคย เธอพูดว่า “เสียดาย” ผมถามวา่ “เสยี ดาย อะไร” เธอตอบวา่ “แกว้ ระย้าทีโ่ คมไฟในศาลา คนทย่ี ก ขาหย่ังวางพวงหรดี ทาขาหย่ังไปโดนแกว้ ชอ่ ระย้าตก ลงมาแตกหลายชอ่ ทาใหไ้ ม่สวย พ่อแมก่ ็ไม่ทราบ
48 อีกสองสามวันคุณพ่อหนูชาตินีจ้ ะมาเยี่ยม พ่อ พอ่ ช่วยบอกคณุ พ่อหนูใหช้ ว่ ยเปลี่ยนช่อระย้าท่ีตก ลงมาแตกให้ที หนไู ม่สบายใจ..” ผมทวนคาพดู นใ้ี หท้ กุ คนไดย้ นิ รวมทั้งคณุ ทวดี ้วยกอ่ นท่ีคณุ วีระวัฒนจ์ ะกลบั จากวดั มารายงาน เรื่องศาลานนั้ คุณทวีและบุตรชายกลบั ไปด้วยความ ประหลาดใจวา่ ผมนอนเจ็บอยตู่ ้งั สิบกว่าวนั แล้ว ทาไม รู้เร่ืองทจ่ี ะเผาศพรองอธบิ ดีกรมเจ้าท่า และศพตั้ง บาเพญ็ กศุ ลทีศ่ าลาพิมพวดี วญิ ญาณคงมาบอกจรงิ ๆ วญิ ญาณมจี รงิ หรือ คนตายแลว้ ยังวนเวียนอยู่หรืออะไรที่มาพูดกับ น้องชาย ผมว่าท่านคงนอนคิดไปนาน คืนนน้ั ผมปวดอีกครง้ั หนึ่ง พอเชา้ อาจารย์ อดุ มกม็ าเย่ยี มอยา่ งเช่นเคย พอทราบวา่ ยังปวดอกี ท่านก็ยนื ครุ่นคดิ อย่คู รใู่ หญ่ แล้วหันมาสัง่ พยาบาลวา่ ไปบอกหวั หน้าตกึ ให้เตรียมคนไข้น้ีไปหอ้ งผา่ ตดั อีกทีเช้า วนั น้กี อ่ นแปดนาฬิกา
49 แลว้ ผมก็ถูกนาไปห้องผา่ ตัด ผา่ ตดั ดึงเอา รากประสาทเสน้ นอ้ี อกมา โดยพยายามดงึ เอาออกให้ มากที่สุดเทา่ ท่ีจะมากได้ ราวๆ ตอนเทย่ี งก็กลับมา ห้องนอนทีต่ ึกพัก โดยสลบมาบนรถเปลตามเคย พอฟนื้ ขึน้ มา อาการปวดเจบ็ แผลกม็ าแทน แตอ่ ันน้รี ะงบั ได้ดว้ ยการฉีดยา พยาบาลฉีดยาระงับ ปวดใหเ้ ป็นระยะๆ พอคา่ ลงก็สงบญาติพน่ี อ้ ง เพือ่ นๆ เขา้ มาเย่ยี มกนั มากมายตามเคย ทมี่ าเย่ยี มจรงิ ๆ ก็มี ท่ี อยากจะร้เู ร่อื งวิญญาณของเดก็ ทีม่ าชว่ ยผมกม็ ี พอสกั สามทุ่มคนื นน้ั หนพู ิมพก์ ม็ าอีกตาม เคย เธอเอามอื มาวางทขี่ มับขา้ งท่ผี มปวดท้ังแผลผ่าตดั และทปี่ วดอยเู่ ดมิ ทาอย่างไรกไ็ ม่หาย ผมนอนทนเอา ภาวนาบรกิ รรมจนหลบั ไปในทีส่ ุด แล้วเธอกจ็ ากไป ข่าวลือ ขา่ วจากปากต่อปาก ไปไกลเกนิ กว่า ประชาสมั พันธ์ทางส่ือมวลชน และกแ็ นน่ อน ขา่ วนน้ั ก็ ตอ้ งการมากกว่าความจริง จนวนั หนง่ึ คุณชิต สุวรรณปทั ม์ เคยเปน็ พยาบาลอาวโุ สท่สี ายนดั ดา คลนิ ิกของ ทา่ นนายแพทย์ ม.ล.เตอ่ สนิทวงศ์ ซึง่ ผม
50 เคยทางานกบั ท่านเม่อื พ.ศ. 2493-2495 ก็สามสิบ แปดปีมาแลว้ เป็นคนท่ชี อบพอกันในสมยั ทที่ างานอยู่ ดว้ ยกัน เธอมาเพือ่ มาเย่ียมแล้วมาบอกกับผมว่าจะมี คนมาพบมาหาและคยุ เรือ่ งหนูพมิ พวดี ผมกบ็ อกเธอวา่ กม็ ีอยา่ งทพี่ ยาบาลและภรรยาผมไดย้ ินได้ฟงั เท่าน้ัน ไม่ มีอะไรมากไปกว่านั้น คณุ ชิตนถ่ี ึงแกก่ รรมไปเมอื่ อายุ ราวๆ 70 ปี ถัดต่อมาอีกวันหรือสองวนั เยน็ ๆ ก็มีชาย หญิงคูห่ นง่ึ ซึ่งผมไมร่ ้จู ักมากอ่ นมาขอเยย่ี ม ดเู หมือนจะ เปน็ เวลา 18-19 น. ขณะน้ันอาการผมดีขึน้ นดิ หนอ่ ย ไมป่ วดประสาท สองท่านนี้เอาพวงมาลัยดอกมะลิพวงใหญ่ มาแขวนให้ผมทีห่ วั เตียงนอน ในหอ้ งเผอิญจดุ ธปู หอม บูชาพระ กล่นิ ผสมกันหอมพิกล ทาท่าจะเหมอื นศาลเจ้า ไหหลาไปโนน่ … สกั ครู่ใหญค่ ณุ ผู้ชายที่มาดว้ ยกข็ ออนุญาต เอารปู ถา่ ยเด็กผ้หู ญงิ ราวๆ สามสบิ ใบคงได้ มาวาง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105