คมู่ อื การฝึกอบรม เรื่อง การเปน็ ผูน้ �ำนันทนาการ ส�ำนกั นันทนาการ กรมพลศึกษา 1
คมู่ อื การฝกึ อบรม เรื่อง การเป็นผู้น�ำนนั ทนาการ จดั ท�ำโดย : ส�ำนักนนั ทนาการ กรมพลศกึ ษา กระทรวงการทอ่ งเทีย่ วและกฬี า เลขที่ ๑๕๔ ถนนพระราม ๑ แขวงวงั ใหม่ เขตปทุมวนั กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ โทรศัพท์ ๐-๒๒๑๔-๐๑๒๐ โทรสาร ๐-๒๒๑๔-๑๕๐๗ เว็บไซต์ : www.dpe.go.th ISBN : 978-616-297-524-0 พิมพค์ รั้งที่ ๑ : เดือนมถิ นุ ายน ๒๕๖๑ จ�ำนวนพิมพ ์ : ๑,๑๐๐ เลม่ พมิ พ์ท ่ี : บริษัท เพชรเกษมพรน้ิ ต้ิง กร๊ปุ จ�ำกดั 2
ค�ำน�ำ คู่มอื การอบรม เร่อื ง “การเปน็ ผนู้ ำ� นนั ทนาการ” เล่มนี้ จัดท�ำภายใต้ โครงการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการบริหารจัดการศูนย์ การเรยี นรกู้ ฬี า นนั ทนาการ และวทิ ยาศาสตรก์ ารกฬี าในสงั กดั กรมพลศกึ ษา สูร่ ะดบั สากล คู่มือเล่มน้ีได้รวบรวม เรียบเรียงข้ึนโดยมีเน้ือหาสาระท่ีได้มาจาก หนังสือ เอกสาร เว็บไซต์ต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับศาสตร์ด้านนันทนาการ อันประกอบด้วย ความหมายของนันทนาการ ความส�ำคัญของผู้น�ำ นันทนาการ เทคนิคการพูดของผู้น�ำนันทนาการ ประเภทของนันทนาการ การจัดกจิ กรรมนันทนาการในวยั ต่างๆ เทคนิคการจดั กิจกรรมประเภทต่างๆ รวมถงึ การประเมนิ ผล วดั ผล และติดตามผล การจัดกิจกรรมนนั ทนาการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มน้ีคงเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ส�ำหรับ นักนนั ทนาการ นักฝึกอบรม ตลอดจนผสู้ นใจท่ัวไป สำ� นกั นันทนาการ กรมพลศกึ ษา 3
4
สารบัญ หนา้ บทที่ ๑ บทนำ� ๑ • ความหมายของนันทนาการ ๑ • ผู้น�ำนนั ทนาการ ๖ • ความสำ� คัญของผูน้ �ำนนั ทนาการ ๗ • จุดมุง่ หมายของการเป็นผู้น�ำนนั ทนาการ ๗ • คุณสมบตั ขิ องผนู้ ำ� กจิ กรรมนันทนาการ ๘ บทที่ ๒ เทคนิคการพดู ของผู้น�ำนันทนาการ ๑๑ • เทคนิคการพูดของผนู้ �ำนนั ทนาการ ๑๑ • เทคนิคส�ำหรับผู้พูดท่ดี ี ๑๔ • การสร้างความเช่อื มัน่ ในตนเอง ๑๘ บทท่ี ๓ ประเภทของนนั ทนาการและการจดั กิจกรรม นันทนาการในวัยตา่ ง ๆ ๒๐ • ประเภทของนนั ทนาการ ๒๐ • เด็กเล็ก ๒๓ • เยาวชน ๒๓ • ผู้ใหญ ่ ๒๔ 5
• ผูส้ งู อายุและคนชรา ๒๔ • หญิงมคี รรภ ์ ๒๕ • บุคคลทมี่ คี วามบกพรอ่ งทางร่างกาย ๒๖ บทท่ี ๔ เทคนิคการจดั กิจกรรมตา่ ง ๆ ๒๗ • เทคนิคการจัดกจิ กรรม walk Rally ๒๗ • องคป์ ระกอบของกจิ กรรม walk Rally ๒๙ • เทคนิคการบรรจกุ ิจกรรมลงใน walk Rally ๓๑ • การวางแผนจัดกจิ กรรม ๓๓ • เทคนิคการเตรียมกจิ กรรมส�ำหรบั ผู้ดำ� เนินกจิ กรรม ๓๔ • ขั้นตอนในการดำ� เนนิ กจิ กรรม ๔๐ • เทคนิคการนำ� เกม ๕๐ • เทคนคิ ในการนำ� กิจกรรมด้านกฬี า ๕๗ • เทคนิคการจัดกจิ กรรมทางดา้ นศลิ ปะ ๖๗ • เทคนคิ การจดั กิจกรรมทางดา้ นดนตรี รอ้ งเพลง ๗๙ • เทคนคิ การจัดกิจกรรมด้านการแสดงบทบาท ๘๓ สมมติและนาฏศิลป ์ ๘๕ • เทคนคิ การจดั กจิ กรรมกลมุ่ สมั พนั ธ ์ บทท่ี ๕ การประเมนิ ผล วดั ผล และการติดตามผลการจดั กจิ กรรม นนั ทนาการ ๙๓ • ความหมายของการวดั ผล ประเมนิ ผล และการติดตามผล ๙๓ • ประเมนิ ผลเพอื่ อะไร ๙๔ • ประเมนิ อะไร ๙๕ 6
• การเกบ็ ขอ้ มลู การประเมินผล ๙๖ • ประเภทของการประเมนิ ผล ๙๗ • ขั้นตอนการประเมนิ ผล ๙๗ • วิธีการทจ่ี ะไดม้ าซง่ึ ขอ้ มลู ในการใช้ประเมิน ๑๐๐ • ปญั หาและอปุ สรรคของการประเมนิ ผล ๑๐๑ • ปญั หานนั ทนาการในประเทศไทย ๑๐๔ บรรณานกุ รม ๑๐๙ 7
8
บทท่ี ๑ บทนำ� ความหมายของนนั ทนาการ ๑. ความหมายท่ีหน่ึง นันทนาการ หมายถึง การท�ำให้สดช่ืนหรือ สร้างพลงั ขึ้นมาใหม่ (Re+Fresh, Re+Creation) เปน็ ความหมายเริ่มแรก ท่ีได้มีการอธิบายว่า การท่ีบุคคลรับประทานอาหารเข้าไปแล้วเปล่ียนเป็น พลังงาน โดยแรงขับภายในจะท�ำให้เขาต้องใช้พลังในรูปแบบการเคลื่อนไหว หรือการทำ� กิจกรรมตา่ งๆ แลว้ ก่อใหเ้ กดิ การเหน่อื ย เมื่อยล้า ดงั นน้ั บคุ คล จึงต้องการนันทนาการเพ่ือสร้างพลังข้ึนมาใหม่หรือสร้างความสดช่ืนขึ้น มาอีกคร้ังหรือการที่มีบุคคลต้องการเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการเพื่อสร้าง ความสดชื่นและพลังงานขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของการเล่น การแสดงออกใน ด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ งานอดิเรก ท่องปา่ เปน็ ตน้ ดงั แผนภูมทิ ี่ ๑ ความหมายที่ ๑ 1คมู่ ือการฝึกอบรม เรื่อง “การเป็นผูน้ ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
๒. ความหมายท่ีสอง มีนักการศึกษาและนักสังคมศาสตร์ อธิบายไว้ว่า นันทนาการ หมายถึง กิจกรรม (Activities) ซึ่งมีรูปแบบ กิจกรรมที่หลากหลาย การที่บุคคลหรือชุมชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ตามความสนใจของตนแล้วก่อให้เกิดผลการพัฒนาอารมณ์สุขสนุกสนาน และ/หรือสุขสงบกิจกรรมในน้ีหมายถึง กิจกรรมประเภทเกมส์ กีฬา ศิลปะ ดนตรี การแสดงละคร การเดินทางทอ่ งเทยี่ ว การอย่คู า่ ยพกั แรม งานอดิเรก กฬี าท้าทาย เป็นตน้ ดังแผนภมู ิท่ี ๒ ความหมายที่ ๒ 2 คู่มือการฝกึ อบรม เรอ่ื ง “การเปน็ ผนู้ ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
๓. ความหมายทสี่ าม นนั ทนาการ หมายถงึ กระบวนการ (Process) กล่าวคือ นันทนาการในกระบวนการการพัฒนาประสบการณ์หรือพัฒนา คุณภาพชีวิตของบุคคล หรือสังคม โดยอาศัยกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เป็นสื่อในช่วงเวลาว่างอิสระโดยท่ีบุคคลเข้าร่วมโดยอาสาสมัครใจหรือจูงใจ และสง่ ผลใหเ้ กดิ การพฒั นาอารมณส์ ขุ สนกุ สนาน และสขุ สงบ ดงั แผนภมู ทิ ี่ ๓ ความหมายที่ ๓ 3คมู่ ือการฝึกอบรม เรือ่ ง “การเปน็ ผนู้ �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
ผลการเขา้ รว่ มกระบวนการเรยี กวา่ ประสบการณช์ วี ติ ซง่ึ นกั นนั ทนาการ เกรย์ (Grey, ๑๙๗๒) ได้สรุปประสบการณ์ที่บุคคลได้รับการใช้ชีวิต เลือกกจิ กรรมนนั ทนาการกลางแจง้ เปน็ ส่อื ก่อใหเ้ กิดการพฒั นาด้านอารมณ์ และจิตใจ หรือเรียกว่าคุณภาพทางอารมณ์ (Emotional Quality : E.Q.) ใน ๑๒ อันดับ ดงั น้ี ๑. ความสนกุ สนานรา่ เริง (Fun, Enjoyment) ๒. ความสุขทางจิตใจ (Peaceful, Happy) ๓. ความตน่ื เต้น (Excitement) ๔. ความท้าทายและความเสีย่ งอนั ตราย (Challenge, Risk) ๕. ความรู้สึกหยุดเวลาหยุดโลก (Time Distortion) ๖. การได้บริการผู้อืน่ (Service to others) ๗. ความรู้สึกทด่ี ี (Better Feeling) ๘. ความประทับใจ (Impression) ๙. สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) ๑๐. การไดม้ ีส่วนรว่ ม (Get Involvement) ๑๑. ความสมั ฤทธิผล ความส�ำเรจ็ (Achievement) ๑๒. การผอ่ นคลายและลดความตงึ เครยี ด (Relaxation and Relief Tension) 4 ค่มู อื การฝกึ อบรม เร่ือง “การเป็นผู้นำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
๔. ความหมายทส่ี ่ี นนั ทนาการ หมายถงึ สวสั ดกิ ารสงั คม นนั ทนาการ คือสถาบันทางสังคม สวัสดิการทางสังคม ซึ่งรัฐบาลและฝ่ายบริหารท้องถ่ิน จะต้องมีหน้าท่ีจัดการให้บริการชุมชน เพื่อสร้างบรรยากาศของเมือง และประเทศให้มีความน่าอยู่ความอบอุ่นใจ เช่น การจัดอุทยานแห่งชาติ วนอทุ ยานแห่งชาติ ศนู ยเ์ ยาวชนสวนสาธารณะ เปน็ ต้น ดังแผนภูมิท่ี ๔ ความหมายท่ี ๔ 5คู่มือการฝึกอบรม เรือ่ ง “การเปน็ ผ้นู ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
ผนู้ ำ� นันทนาการ ผนู้ �ำนนั ทนาการ (Recreation Leader) หมายถึงบคุ คลทมี่ หี น้าท่ี จัดการบริหาร แนะน�ำช่วยเหลือให้บุคคลหรือหมู่คณะได้เลือกกิจกรรม นันทนาการท่ีเข้าร่วมตามต้องการ ความสนใจของแต่ละบุคคลให้เขาได้รับ ความพอใจความสุขเพลิดเพลินจากกิจกรรมนันทนาการน้ัน ส่วนศิลปะ การเป็นผู้น�ำทางนันทนาการ (Leadership in Recreation) นั้นหมายถึง ศิลปะหรือวิธีการต่างๆ ที่ผู้น�ำนันทนาการจะน�ำไปใช้ให้ผู้เข้าร่วมได้รับ ประสบการณ์ มคี วามพงึ พอใจ มที ศั นคติ มคี วามสนใจในกจิ กรรมนนั ทนาการ จรินทร์ ธานีรัตน์ (๒๕๒๕ : ๑๓๙) ได้ให้ความหมายของผู้น�ำนันทนาการ ไว้ว่า ผู้น�ำ หมายถึง บุคคลที่มีหน้าท่ี จัดการบริหารแนะน�ำช่วยให้บุคคลหรือ บุคลากรได้เลือกกิจกรรมนันทนาการที่ เข้าร่วมตามความต้องการตามความ สนใจของแต่ละบุคคลให้เขาได้รับ ความพึงพอใจ ฟอง เกดิ แกว้ (๒๕๑๗ : ๑๓๒) กลา่ ววา่ ผูน้ ำ� นนั ทนาการต้องการใหค้ วามรู้ ความเขา้ ใจ ดว้ ยการสอน สาธิต ดแู ล หว่ งใย ดังเชน่ ครูผสู้ อนพลศกึ ษา 6 คู่มอื การฝึกอบรม เรื่อง “การเปน็ ผูน้ �ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
ความสำ� คัญของผู้น�ำนนั ทนาการ ผนู้ ำ� นนั ทนาการ มคี วามสำ� คญั ตอ่ การนนั ทนาการมาก จะตอ้ งมหี นา้ ที่ ในการระวังรักษาความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และจะต้องเป็น ผู้จัดการวางโครงการเป็นผู้สอนให้เจ้าหน้าที่วิทยากรนิเทศในด้าน นันทนาการ จึงกล่าวได้ว่า ผู้น�ำเปรียบประดุจหัวใจของนันทนาการก็ว่าได้ ดังน้ันผู้น�ำนันทนาการจึงต้องเรียนรู้วิธีการศิลปะต่างๆ ของการเป็น ผนู้ ำ� นนั ทนาการเพอ่ื ประโยชนส์ งู สดุ ของบคุ คลทเ่ี ขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ จุดมุง่ หมายของการเปน็ ผนู้ �ำนนั ทนาการ จุดมุ่งหมายของการเป็นผู้น�ำนันทนาการ คือ การให้ค�ำแนะน�ำ ให้บริการ ดูแล และท�ำให้กิจกรรมนันทนาการในยามว่างเป็นท่ีน่าสนใจแก่ ผู้เข้ารว่ มกจิ กรรม แตต่ ้องไมใ่ ชว่ ธิ กี ารบงั คับ 7คูม่ อื การฝึกอบรม เร่ือง “การเป็นผ้นู �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
คุณสมบตั ขิ องผ้นู ำ� กจิ กรรมนันทนาการ โจเซฟ ลี (Joseph Lee) นักนันทนาการคนส�ำคัญกล่าวว่า “ผู้น�ำ นันทนาการ ตอ้ งเป็นบุคคลทม่ี คี วามรอบรูม้ คี วามเขา้ ใจในทุกๆ ด้าน และมี ลักษณะนิสัยตรงไปตรงมา โดยบุคลิกภาพทั้งสองประเภทนี้ผู้น�ำกิจกรรม นันทนาการจึงเป็นผู้ท่ีสามารถเข้าถึงจิตใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ท่ีเข้ามาร่วม กิจกรรมนันทนาการ” ถ้าหากปราศจากคุณสมบัติพื้นฐานดังกล่าวผู้น�ำ กิจกรรมนันทนาการจะไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจในหน้าท่ีของตน นอกจากน้ันเขายังเสริมว่า “ผู้น�ำกิจกรรมนันทนาการต้องสามารถสร้าง มนุษย์สัมพันธ์อันแนบแน่นกับบุคคลแต่ละคนในหมู่คณะท่ีมาเข้าร่วม กิจกรรมนันทนาการนั้น” บคุ คลทเี่ ปน็ ผนู้ ำ� กจิ กรรมนนั ทนาการไดน้ น้ั ตอ้ งมคี วามรู้ ความสามารถ มปี ระสบการณใ์ นกจิ กรรมนนั ทนาการ มคี วามสนใจ ความตอ้ งการ เจตคตติ อ่ กิจกรรมกลุ่มชนและสังคม อยากให้บุคคลอ่ืนมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน ตนเองกจ็ ะมกั ไดร้ บั ความพงึ พอใจ และความสุขด้วย ผู้น�ำกิจกรรม นั น ท น า ก า ร ต ้ อ ง ไ ด ้ รั บ การศึกษาวิชาแขนงนี้และมี ความช�ำนาญพิเศษ ได้รับ การฝกึ อบรมในกจิ กรรมตา่ งๆ เช่น การบรหิ ารกิจกรรมกีฬา ศิลปหัตถกรรม ดนตรี ท�ำให้มีความ เชื่อม่ัน สามารถด�ำเนินงานโดยเรียบร้อย ผู้น�ำ กิจกรรมนันทนาการต้องเรียนรู้จิตวิทยา การเรียน การเลน่ จติ วทิ ยาพฒั นาการตา่ งๆ เพราะจะทำ� ให้ เขา้ ใจและร้คู วามต้องการของผ้เู ขา้ ร่วมดขี ้นึ 8 คูม่ ือการฝึกอบรม เร่อื ง “การเป็นผูน้ �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
ฉะนั้น ผู้น�ำกิจกรรมนันทนาการแต่ละบุคคลไม่ว่าจะระดับใด ระดับบริหารหรือระดับปฏิบัติการภาคสนามก็ตาม ควรจะมีคุณสมบัติท่ี พงึ ปรารถนา ดงั ต่อไปนี้ ๑. ต้องมีความรู้สึกในคุณค่าและเกียรติของมนุษย์ทุกคนและต้อง ยอมรบั ว่าทกุ คนมเี กียรตมิ ีคุณคา่ แห่งตนทงั้ ส้ิน ๒. มีความเข้าใจความสนใจและความต้องการของประชาชนที่จะ เขา้ รว่ มในกจิ กรรมนนั ทนาการ ๓. ตระหนักถึงและเข้าใจเรื่องของความสนุกสนานร่าเริงของชีวิต (Joy of Life) และศิลปะในการด�ำเนนิ ชีวิตของแตล่ ะบคุ คล ๔. มคี วามปรารถนาอนั แรงกลา้ ทจ่ี ะใหบ้ รกิ ารกจิ กรรมนนั ทนาการแก่ บุคคลที่เข้ารว่ มอยา่ งเต็มความสามารถ ๕. กิจกรรมนันทนาการต้องมีความ กระตือรือร้นในหน้าท่ีการงานอันจะท�ำให้ ทุกคนกระตือรือร้นอยากเข้าร่วมกิจกรรม นันทนาการนนั้ ด้วย ๖. ต้องมีทักษะในกิจกรรมนันทนาการ แขนงน้นั มาแลว้ อยา่ งดี ๗. มอี ารมณม์ น่ั คง (Emotion Stability) อดทนต่อการกระท�ำผิดๆ ถูกๆ ของผู้เข้าร่วม กิจกรรมนันทนาการและมีความพยายามช่วย แก้ไขให้ทำ� ถูกวิธีและเกิดความสนุกสนานในทสี่ ุด 9คมู่ ือการฝกึ อบรม เรอ่ื ง “การเปน็ ผนู้ �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๘. มีอารมณข์ ัน (Sense of Humor) ยม้ิ แยม้ แจม่ ใสเสมอ จะทำ� ให้ ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการสนกุ สนานเตม็ ท่ี แตไ่ มไ่ ดห้ มายความวา่ อารมณข์ นั เสยี ไปหมด ไม่สมเหตสุ มผลและไมแ่ สดงลกั ษณะเคร่งเครยี ดจนเกนิ ไป ๙. เปน็ ผทู้ ี่สภุ าพเรยี บรอ้ ย พูดจาไพเราะเสมอ ๑๐. พยายามมองผ่านความผิดพลาดของผู้เข้าร่วมเล็กๆ น้อยๆ ไป เสียบ้าง คือไม่พยายามจู้จ้ีในเรื่องผิดเล็กๆ น้อยๆ เพราะจะท�ำให้ผู้เข้าร่วม กจิ กรรมนันทนาการเบือ่ หนา่ ย ๑๑. สขุ ภาพดีท้ังร่างกายและจติ ใจ สขุ ภาพนับวา่ เปน็ ส่งิ สำ� คัญเพราะ นอกจากเป็นเคร่ืองแสดงถงึ คุณค่าแลว้ ทำ� ใหผ้ เู้ ข้ารว่ มสนกุ สนานตลอดไป ๑๒. มลี กั ษณะนิสยั เป็นมิตรต่อคนทุกคน ๑๓. มีความยตุ ธิ รรมไม่ล�ำเอียง (Biased) ใหค้ วามยตุ ธิ รรมแกท่ กุ คน ไม่วา่ คนจนคนร�่ำรวยหรือทุพพลภาพ ๑๔. ต้องมคี วามเชอ่ื มั่นในตนเอง (Self-confidence) ๑๕. ต้องเปน็ ผ้รู กั การบริการและอยากเหน็ ผ้อู ่ืนมคี วามสุขสนกุ สนาน ๑๖. ตอ้ งเปน็ บุคคลท่รี ักการเขา้ สังคมไม่เกบ็ ตวั ๑๗. เปน็ บคุ คลที่มคี วามสามารถ ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีทุก สถานการณ์ ๑๘. มีความเป็น นกั ประชาธปิ ไตย เห็นอก เห็นใจผ้เู ขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ 10 คู่มือการฝึกอบรม เร่อื ง “การเปน็ ผนู้ ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
บทท่ี ๒ เทคนิคการพูดของผนู้ �ำนนั ทนาการ เทคนคิ การพดู ของผู้นำ� นนั ทนาการ การพูด คือ การส่ือสารความคิดจากผู้พูดไปสู่ผู้ฟังโดยอาศัยน้�ำเสียง ภาษา กริ ิยา และท่าทางเปน็ สอื่ เพ่ือให้ผูฟ้ งั เขา้ ใจความหมาย การพดู เปน็ ทง้ั ศาสตร์และศิลป์อย่ใู นตวั เอง หมายความว่า สว่ นหนง่ึ ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวและส่วนหน่ึงอาศัยหลักเกณฑ์ตลอดจน ฝึกฝนให้ปฏิบัติได้ และถ่ายทอดสู่ผู้อ่ืนได้ไม่ว่า จะอยทู่ ไี่ หน อาชพี ใด ตำ� แหนง่ ใด หรอื หนา้ ทใ่ี ด ที่มีความเก่ียวข้องกับมนุษย์จะต้องให้ความ ส�ำคัญ และสนใจในศิลปะการพูดทั้งส้ินเพียง ความสามารถในการท�ำงานและ ความจริงใจ แต่อย่างเดียว โดยไม่อาศยั ศลิ ปะการพดู หรอื ความสามารถในการเจรจาท�ำให้คนดีมีฝีมือ ตอ้ งประสบความลม้ เหลวมามากตอ่ มากแลว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนพูดท่ามกลางคนหมู่มาก พูดในท่ีประชุมหรืองานต่างๆ นั้นเวลาที่ข้ึนไปยืน ต่อหน้าคนมากๆ จะมีความประหม่าจนเกิดค�ำว่า “ท่ีคิดไม่ได้พูด แต่ท่ีพูด ไม่ได้คิด” ผู้น�ำนันทนาการควรจะได้มีการฝึกพูดในที่ชุมชน การเป็นพิธีกร ในงานต่างๆ 11ค่มู ือการฝกึ อบรม เร่ือง “การเป็นผนู้ �ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
ประโยชน์ของการฝึกพดู มี ดงั น้ี ๑. เพอื่ ให้เกิดความเช่อื มนั่ ในตนเอง มบี คุ ลิกลักษณะดี ๒. เพื่อฝึกหัดการพูดในแบบต่างๆ ตามโอกาสได้อยา่ งถูกตอ้ ง ๓. เพ่ือเรียนรู้ข้อบกพร่องด้วยการยอมรับค�ำวิจารณ์ของคนอ่ืน แล้วนำ� มาพิจารณาตวั เองใหด้ ที ี่สดุ แนวความคิดพื้นฐานในการพดู ต่อทช่ี มุ ชน ๑. ทุกคนท่ีไม่เป็นใบ้ยอ่ มพดู ได้ แต่บางคนเท่านัน้ ทีพ่ ดู เป็น ๒. การพูดเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ไม่จ�ำเป็นต้องอาศัยพรสวรรค์ เสมอไป เกิดขึ้นได้จากการศึกษาและฝึกฝน ไม่มีใครเก่งเสียจนไม่มีทาง ปรบั ปรงุ ใหด้ ีกว่าน้ันไดอ้ กี ๓. การฝกึ พดู ตอ่ ทช่ี มุ ชน เปน็ วธิ ที ดี่ ที สี่ ดุ ในการปรบั ปรงุ บคุ ลกิ ภาพ ทงั้ ภายนอกและภายใน จดุ มุ่งหมายในการพดู ต่อท่ีชมุ ชน ๑. เพ่อื จูงใจ ชักชวน หรือเรยี กรอ้ ง ๒. เพื่อการสอน การบรรยาย การปาฐกถา หรือการอภปิ ราย ๓. เพือ่ กลา่ วปราศรยั ในโอกาสพเิ ศษ 12 คู่มอื การฝกึ อบรม เรอื่ ง “การเป็นผ้นู ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
วธิ พี ดู ตอ่ ทีช่ ุมชน ๑. ท่องจ�ำ (เขียนแลว้ ทอ่ งจำ� ทุกประโยค) ๒. พดู อ่านไป (อา่ นจากร่างหรือต้นฉบบั ) ๓. พดู จากความเข้าใจ (หรอื จดเฉพาะหวั ข้อ) ๔. พูดแบบกะทนั หัน ไม่มีโอกาสเตรียมตวั ข้อบกพร่องทั่วไปในการพดู ๑. พูดสัน้ หรอื ยาวเกินไป ๒. พดู เร็วหรือชา้ เกนิ ไป ๓. พดู ค่อยหรอื ดังเกินไป ๔. พดู ติดอา่ ง เอ้อ อา้ ๕. พูดไทยปนเทศ ๖. พูดค�ำควบกล�้ำไมช่ ดั ๗. พดู คำ� ยอ่ หรอื ค�ำแสลงมากไป สงิ่ ทส่ี �ำคญั ในการพดู ตอ่ ทช่ี มุ ชน ๑. นำ�้ เสียง ๒. สายตา ๓. สหี นา้ ๔. ท่าทาง ๕. ภาษา ๖. คณุ คา่ ๗. โครงเรื่อง 13คมู่ ือการฝึกอบรม เรอื่ ง “การเปน็ ผ้นู �ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
๘. ความเชอื่ ม่นั ๙. ความกระตอื รอื รน้ ๑๐. อารมณ์ขนั เทคนคิ สำ� หรบั ผ้พู ูดที่ดี เทคนคิ ในการเตรียมการพูด แบง่ ออกเปน็ ๓ ขน้ั ตอน คือ ๑. ขั้นวางแผน ๑.๑ หาจดุ มุง่ หมายหรอื วัตถปุ ระสงคใ์ นการพดู ๑.๒ วิเคราะห์ผ้ฟู งั และโอกาส - เพศ - วัย - การศกึ ษา - จำ� นวน - อาชีพหรอื กลุ่ม - ศาสนา - ความสนใจพิเศษ - รายละเอยี ดอ่ืนๆ ๑.๓ วางแผนการพูดให้มีขอบเขต 14 คูม่ ือการฝึกอบรม เร่อื ง “การเป็นผู้น�ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๒. ข้นั เตรยี มการ ๒.๑ รวบรวมขอ้ มูล ๒.๒ บรรจเุ นอื้ หาและตัวอย่าง ๒.๓ กำ� หนดโครงเร่ือง ๓. ขั้นฝกึ ซ้อม ๓.๑ ซอ้ มเมื่อมีโอกาส ๓.๒ แก้ไขปรับปรุงสว่ นทย่ี งั บกพรอ่ งให้ดีขน้ึ ก่อนพดู ควรวิเคราะห์อะไรบ้าง ๑. จดุ มุ่งหมายของงานหรอื การชมุ นุมนนั้ ๆ • จัดเพือ่ ใคร • ผฟู้ งั เป็นใคร มาในฐานะอะไร • สาระสำ� คัญของการชมุ นมุ อยตู่ รงไหน ๒. ลำ� ดับรายการ • รายการมอี ะไรบา้ ง • กอ่ นหรอื หลังรายการมีสิ่งอะไรที่นา่ สนใจพเิ ศษ ๓. สถานการณ์ • ผู้ฟังสนใจอะไร • สมคั รใจมาฟังหรือถกู บงั คับ • เลอื่ มใสในผู้พดู มากน้อยแคไ่ หน 15คมู่ อื การฝึกอบรม เรอื่ ง “การเปน็ ผู้น�ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
โอกาสและแนวการพดู ๑. การแสดงความยนิ ดี • แสดงความยินดใี นการรับตำ� แหน่งใหม่ - กลา่ วนามใคร - ยกยอ่ งความสามารถในการปฏิบัตหิ นา้ ทแ่ี ละคุณความดี - อวยพรหรอื มอบของทร่ี ะลกึ จับมือแลว้ ปรบมอื น�ำ • กล่าวตอบ - ขอบคุณ ปวารณารับใช้ หรือยืนยันในความเป็นกันเอง เหมอื นเดิมไม่เปลีย่ นแปลง - อวยพรตอบ ๒. กล่าวไวอ้ าลัย • กล่าวให้เกยี รตกิ บั ผตู้ าย • ยกย่องคุณงามความดีของผตู้ าย • ใหเ้ กียรติและให้ความอบอุน่ แกญ่ าติมติ รของผตู้ าย • ชักชวนให้ไว้อาลัย ๓. กล่าวอวยพร • อวยพรข้ึนบ้านใหม่ - ความสุขทีม่ บี า้ นเปน็ หลักฐาน - ความซอ่ื สตั ยส์ ุจริต และความกระเหม็ดกระแหม่ อดออม และขยนั หมัน่ เพยี ร - เลือกชมในส่ิงทค่ี วรชมวา่ สวยว่าดี - อวยพรให้ประสบความสขุ 16 คมู่ ือการฝึกอบรม เรอ่ื ง “การเป็นผ้นู �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
• อวยพรวันเกิด - ความส�ำคัญของงานนี้ - ความดขี องเจ้าภาพ • อวยพรคู่มงคลสมรส - ความสมั พันธข์ องตนกบั คู่สมรสหรอื ฝา่ ยหน่งึ ฝ่ายใด - ยินดที ้ังสองครองรกั กนั อยา่ งเหมาะสม - แนะน�ำหลกั การในการครองชวี ติ อวยพรใหม้ ีความสขุ • กลา่ วตอบรับพร - ขอบคณุ ในเกยี รตทิ ีไ่ ดร้ บั - ยนื ยันจะรกั ษาความดี และจะปฏิบตั ิตามคำ� แนะนำ� - อวยพรตอบ 17คู่มอื การฝึกอบรม เรือ่ ง “การเป็นผู้น�ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
การสร้างความเชื่อม่ันในตนเอง โดยปกติแล้วทุกคนมีความประหม่า ความกลัว ความวิตกกังวลใน การปรากฏตัวหรือการพูดในที่ชุมชนด้วยกันทั้งน้ัน แม้แต่ผู้มีประสบการณ์ ในการพูดการปราศรัยมามากแล้ว ก็ยังมีส่ิงเหล่าน้ีอยู่ทุกคน เว้นแต่จะมีวิธี ระงับความประหม่ากลัวด้วยวิธีใด ช้าหรือเร็วเท่าน้ัน การสร้างความเช่ือมั่น ในตนเองหรือปรับตวั เข้ากบั บุคคลอื่นนน้ั จะสง่ ผลดีคือ ๑. มีความเชอ่ื ม่ันในการพดู กบั ทกุ คน ทุกสถานท่ี ทุกโอกาส ๒. ท�ำให้มบี ุคลกิ ลักษณะดีในการพูดหรอื ปรากฏตัวต่อสาธารณชน ๓. เปน็ ทย่ี อมรบั ของสังคมและช่วยให้ประสบความสำ� เร็จในชีวิต สาเหตขุ องความประหม่า • ไมร่ ้จู ริงในสงิ่ น้นั • เกรงวา่ ตนเองเข้าใจผิด พดู หรือกระท�ำในส่งิ ผดิ ๆ • เกรงวา่ จะท�ำใหผ้ ูฟ้ ังไม่เขา้ ใจ • เกรงวา่ จะทำ� ใหผ้ ้ฟู ังหรือผู้อื่นไม่พอใจ • เกรงวา่ จะควบคมุ สติและปฏกิ ิรยิ าทางร่างกายไมไ่ ด้ 18 คู่มือการฝกึ อบรม เรื่อง “การเป็นผนู้ �ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
วิธีขจดั ความประหม่า ๑. ศกึ ษาหาความรู้อยเู่ สมอ ๒. เตรียมการโดยมีการวางแผน หาขอ้ มูล และวัตถดุ ิบใหพ้ รอ้ ม ๓. ทำ� ให้กลา้ หาญ มคี วามร่าเรงิ สนกุ สนานมีชวี ติ ชีวา ๔. มองคน มองโลก และส่ิงต่างๆ ในแง่ดี ๕. อยู่ในสง่ิ แวดล้อมที่ดี ใกลค้ นดีหรอื คนเก่ง 19คู่มือการฝกึ อบรม เรื่อง “การเปน็ ผ้นู ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
บทท่ี ๓ ประเภทของนนั ทนาการ และการจัดกิจกรรมนนั ทนาการในวัยต่างๆ ประเภทของนนั ทนาการ กระทรวงการท่องเท่ียวกีฬา กรมพลศึกษา (ม.ป.ป.:๖๔) ได้ก�ำหนด ประเภทกิจกรรมนันทนาการออกเป็น ๑๑ ประเภท คอื ๑. ศลิ ปหัตถกรรม กิจกรรมที่แสดงออกถึงความสามารถพิเศษ ความละเอียดอ่อน ความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์ เช่น การฝีมือ การปน้ั การวาดเขียน การแกะสลัก การจกั สาน งานไม้ ๒. เกมและกีฬา กิจกรรมที่แสดงออกทางกายท่ีต้องใช้ทักษะ ความสามารถ ทางกายทางด้านสมรรถภาพทางร่างกาย เพ่ือมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี เช่น เกม กฬี า เกมเบด็ เตลด็ การละเล่นพน้ื เมอื ง ๓. การเตน้ ร�ำ กิจกรรมท่ีแสดงออกถึงความสามารถ ความสวยงามและ เอกลักษณ์เฉพาะ เพ่ือส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์ทางสังคม เช่น การลีลาศ นาฏศิลป์ตา่ งๆ 20 ค่มู ือการฝกึ อบรม เรือ่ ง “การเป็นผ้นู �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๔. การละคร กิจกรรมที่แสดงออกถึงความสามารถและสะท้อนให้เห็นถึง สภาพความเปน็ อยขู่ องสังคม เช่น ละครพ้นื เมอื ง ละครร้อง ละครร�ำ ละคร ทางวรรณคดี โขน หนังตะลงุ ห่นุ กระบอก ๕. งานอดเิ รก กิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะพิเศษ ความสามารถเฉพาะการใช้ เวลาว่าง ให้เกิดประโยชน์ อาจเป็นประเภทเก็บสะสมวัสดุสิ่งของ เช่น รปู ภาพ เหรยี ญ แสตมป์ หรอื การปลูกตน้ ไม้ เลยี้ งสตั ว์ ๖. การดนตรแี ละการรอ้ งเพลง กิจกรรมที่ส่งเสริมการแสดงออกถึงความสามารถเฉพาะอย่าง ความถนดั เฉพาะ เชน่ ดนตรีสากล ดนตรพี ืน้ บ้าน ๗. กิจกรรมกลางแจง้ /นอกเมือง กิจกรรมท่ีส่งเสริมการเรียนรู้ประสบการณ์ ชีวิตธรรมชาติ เช่น การเท่ียวชมสวนสาธารณะ การปีนเขา การเดนิ ปา่ การจดั ค่ายพกั แรม ๘. วรรณกรรม (อา่ น พูด เขยี น) กจิ กรรมทช่ี ว่ ยสง่ เสรมิ ความรู้ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความเช่ือม่ันและกล้าแสดงออกในทางท่ีถูกต้อง เช่น การโต้วาที การปาฐกถา การเขยี นบทความ 21คูม่ อื การฝกึ อบรม เร่ือง “การเปน็ ผนู้ ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
๙. กิจกรรมทางสงั คม กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมมนุษยสัมพันธ์การเข้ากลุ่ม ซ่ึงท�ำให้เกิด ความเข้าใจอันดี สร้างมิตรภาพในสังคม เช่น งานเล้ียงสังสรรค์ งานกีฬา หมู่บ้าน ๑๐. กิจกรรมพิเศษตามเทศกาลตา่ งๆ กิจกรรมท่ีจัดขึ้นในโอกาสเทศกาลพิเศษ เปิดโอกาสให้ชุมชน ได้ร่วมกันเพ่ือท�ำประโยชน์ หรือเพ่ือประเพณีหรือกิจกรรมทางศาสนา เช่น งานวันเข้าพรรษา ๑๑. การบริการอาสาสมคั ร กิจกรรมที่ส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรมเป็นการบรกิ ารตา่ งๆ ด้วย ความสมัครใจ ช่วยเหลือบริการสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน เช่น บริจาค โลหติ การทำ� ความสะอาดวดั ในการจัดกิจกรรมนันทนาการนั้น นอกจากจะต้องค�ำนึงถึงความ ต้องการ ความสนใจของผู้ร่วมกิจกรรมแล้วสิ่งท่ีควรค�ำนึงถึงอีกประการ หน่ึงคือ วัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการซึ่งนับว่าเป็นองค์ประกอบ ส�ำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อสนองความต้องการตามวัย ของบุคคลเพื่อให้เกิดผลดี ท่ีสุดต่อการเข้าร่วม กิจกรรมนันทนาการ ผู้จัดกิจกรรมนันทนาการ จงึ ควรจดั โดยพจิ ารณาความแตกตา่ งของวยั หรอื ลักษณะพเิ ศษต่างๆ เฉพาะวัย ดงั นี้ 22 คู่มอื การฝึกอบรม เรอ่ื ง “การเปน็ ผูน้ ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
เด็กเลก็ กจิ กรรมนนั ทนาการทจี่ ดั ขนึ้ สาหรบั เดก็ นน้ั “การเลน่ ”เปน็ สงิ่ สำ� คญั มาก เ ร่ิ ม ต้ั ง แ ต ่ ก า ร เ ล ่ น เ ก ม ท่ี ไ ม ่ มี ค ว า ม ห ม า ย จ น ก ร ะ ท่ั ง เล่นอย่างมีความหมาย กิจกรรมการเล่นท่ีควรจัด ได้แก่ เกมต่างๆ ท่ีใช้ลูกบอล รูปภาพ รถสามล้อเล็ก ตุ๊กตา กองทราย เคร่ืองเล่นต่างๆ แล้วจึงค่อยเพ่ิม เป็นเกม เบ็ดเตล็ดและนำ� มาสู่เกมใหญ่ เชน่ การเลา่ นิทานประกอบ การเลน่ (Story Play) บา้ ง ฉะนนั้ จงึ ตอ้ งยอมรบั ความจรงิ เกี่ยวกับเดก็ ว่า ๑) เด็กต้องการแสดงออกโดยการใช้กล้ามเน้ือใหญ่ ประกอบกิจกรรม ๒) เรียนทักษะทางรา่ งกายก่อนท่จี ะเรียนเกมและกจิ กรรมศึกษาอ่ืนๆ ๓) เด็กสามารถเปล่ียนพฤตกิ รรมได้เรอื่ งการเล่น ๔) ต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้เข้าร่วมในกิจกรรมของชุมชนอย่างเต็มที่ ตามความตอ้ งการของเขา เยาวชน บุคคลในวัยน้ีได้รับการพัฒนาเต็มท่ีท้ังร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา จิตใจ และทักษะในการกีฬาดีข้ึน มีความคล่องแคล่ว สามารถ ประกอบกิจกรรมท่ีใช้ความประณีตได้ รักความสวยงามและศิลปะ มีความ รับผิดชอบ ดังนั้นกิจกรรมนันทนาการท่ีควรจัดให้เด็กในวัยนี้คือ กิจกรรมที่ ให้ความสนุกสนาน ใชก้ �ำลังมาก โลดโผน เพราะพวกเขาเหลา่ น้นั มีพลงั เหลือ อยากทำ� งานท่เี ปน็ ตวั ของตวั เอง กิจกรรมนันทนาการดา้ นกฬี า เช่น ฟตุ บอล บาสเกตบอล กรฑี าและกฬี าประเภทอน่ื ๆ เปน็ กจิ กรรมทม่ี คี วามเหมาะสมมาก 23คมู่ ือการฝกึ อบรม เร่ือง “การเปน็ ผ้นู ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
แต่มีข้อสังเกตท่ัวไปอย่างหน่ึง คือ ไม่ควรให้เด็กอายุ หลัง ๑๐ ปีไปแล้ว เล่นกีฬาประเภทเดียว เพราะอาจท�ำให้ร่างกายเจริญเฉพาะส่วน ควรให้ เล่นกีฬาทุกรูปแบบ เพ่ือให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ทั้งร่างกาย หรือ อาจให้เขามีกิจกรรมนันทนาการในด้าน เยบ็ ปกั ถกั รอ้ ย วาดเขยี น อ่านหนงั สอื ดว้ ยก็ จะเปน็ สง่ิ ทีด่ ที ่ีสุด ผู้ใหญ่ ในวัยน้ีเป็นวัยท่ีพ้นจากวัยรุ่นหนุ่มสาวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ที่รู้จัก รับผิดชอบ ความต้องการประการหน่ึงของเขา คือ ความต้องการด้าน นนั ทนาการ คนในวัยน้ีสามารถทีจ่ ะเป็นผู้น�ำทางนันทนาการในศนู ย์เยาวชน สมาคม องค์กรต่างๆ ได้ กิจกรรมท่ีจัดควรเป็นกิจกรรมท่ีแสดงออกถึง ความสามารถในด้านต่างๆ ท่ีมีอยู่ และอาจรับผิดชอบนันทนาการของเด็ก และหนมุ่ สาวไดเ้ ปน็ อย่างดีอีกดว้ ย วัยสงู อายแุ ละคนชรา การเปล่ียนแปลงต่างๆ ของระบบการท�ำงานในร่างกายเกิดข้ึนในวัย สูงอายุนี้ เพราะความชราภาพ โรคร้าย หรือ ส่ิงที่เกิดข้ึนบางอย่างรุนแรง มากข้ึน พร้อมกับอายุ กิจกรรมนันทนาการที่ จะจัดข้ึนจึงควรค�ำนึงถึงการ ให้โอกาสผู้สูงอายุเหล่านี้ได้มีส่วนร่วมด้วย ซ่ึงจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและ สมบูรณอ์ ยตู่ ลอดเวลา กจิ กรรมที่เหมาะสม กับบคุ คลในวัยน้ี ได้แก่ กิจกรรม เบาๆ เช่น การฝีมือ หมากรุก หมากฮอส กอล์ฟ และกิจกรรมทางด้าน กีฬา ได้แก่ โยนห่วง ทอยเกือกม้า ทัศนาจร เปตอง และเกมเบ็ดเตล็ด 24 ค่มู ือการฝกึ อบรม เรือ่ ง “การเป็นผู้นำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
หลักท่ัวไปส�ำหรับการคัดเลือกกีฬาที่เหมาะสมกับคนสูงอายุคือต้องเป็นกีฬา ที่ไม่หนกั มาก ไมเ่ รว็ มาก ไม่มีการแบง่ กำ� ลงั กลน้ั หายใจ เหวย่ี งหรอื กระท�ำ และถ้าเล่นนาน ควรมีช่วงพักเป็นระยะ ทั้งต้องเป็นการเล่น เพื่อเป็นการ ออกก�ำลังกายและเพื่อเป็นการนันทนาการ หรือต้องการความสนุกสนาน มากกวา่ เปน็ การแขง่ ขนั อยา่ งเอาจรงิ เอาจงั นอกจากจะตอ้ งคำ� นงึ ถงึ วยั ของผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการแลว้ ยงั มี บคุ คลอกี ๒ กลุม่ ที่ต้องค�ำนึงถงึ คอื หญงิ มคี รรภ์ การออกก�ำลังกายหรือประกอบกิจกรรมนันทนาการ ของหญิงใน ระหว่างต้ังครรภ์เป็นสิ่งท่ีดีมีประโยชน์ เพราะช่วยให้จิตใจสดช่ืน เบิกบาน และท�ำให้นอนหลับ ท้องไม่ผูก ร่างกายได้รับการพักผ่อนเพียงพอ โดย ปกติหญิงมีครรภ์ออกก�ำลังและท�ำงานได้เหมือนกับหญิงปกติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขับรถ ว่ายน้�ำ และกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ แต่ต้องระวัง มิให้ กจิ กรรมน้ันหนกั เกินไปหรอื หกั โหมรุนแรง การออกก�ำลงั กายเบาๆ และ ประกอบกจิ กรรมนนั ทนาการอย่ตู ลอดเวลา จะท�ำให้หญิงมีครรภม์ สี ุขภาพดี ทัง้ ทางด้านรา่ งกายและจติ ใจ รวมไปถงึ ชว่ ยให้คลอดง่าย 25คูม่ อื การฝกึ อบรม เร่ือง “การเปน็ ผู้นำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
บุคคลท่มี ีความบกพร่องทางรา่ งกาย โดยทั่วไปผู้ที่มีความพิการทางกายมักจะถูกจ�ำกัดขอบเขตความ สามารถและความตอ้ งการในการกระท�ำส่ิงต่างๆ ทง้ั ๆ ทเ่ี ขามคี วามสามารถ จะเป็นบุคคลที่มีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์ อีกท้ังยังใช้ อวัยวะส่วนที่ยังเหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อไป และมีโอกาสที่จะประสบ ความส�ำเร็จในชีวิตเช่นคนปกติได้ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบด้านต่างๆ เกี่ยวกับคนพิการพบว่า ทางด้านจิตวิทยา คนพิการส่วนใหญ่มีความรู้สึก เก่ียวกับตนเองในทางลบ รู้สึกขาดคุณค่าและความเคารพในตนเอง ซ่ึงมี ความรู้สึกเหล่าน้ีมาจากการรับรู้บทบาทของเขาในด้านสังคม จึงเปรียบ เสมือนมเี กราะมาขวางกน้ั แยกระหว่างคนพิการกับคนปกติ นักนนั ทนาการ และนกั พลศกึ ษาจงึ เปน็ ผทู้ ส่ี มควรจะมบี ทบาทสำ� คญั ยงิ่ ในการใหค้ วามรว่ มมอื ให้ความช่วยเหลือผู้พิการร่างกายสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเช่นคนปกติได้ ซง่ึ ทำ� ไดโ้ ดยการใหค้ วามรใู้ นดา้ นทกั ษะทางการกฬี า และกจิ กรรมนนั ทนาการ ทุกรูปแบบ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสร้างความสนุกสนาน เพ่ือให้ผู้พิการ สามารถด�ำรงชีพ อยู่ในสังคมได้และให้โอกาสแก่ผู้พิการเข้าร่วมโครงการ นนั ทนาการ โดยมีกจิ กรรมร่วมกับคนปกติ เชน่ เพ่ือนท่ีผพู้ กิ ารคบหาสมาคม อยู่แล้ว ท้ังนี้โดยมีนักนันทนาการและนักพลศึกษาท่ีได้รับการฝึกมาแล้ว โดยเฉพาะคอยใหค้ ำ� แนะนำ� 26 คมู่ อื การฝึกอบรม เร่อื ง “การเปน็ ผู้นำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
บทที่ ๔ เทคนคิ การจัดกิจกรรมตา่ งๆ การจัดกิจกรรมที่ดีนอกจากจะมีหลักการและวิธีการปฏิบัติแล้ว ยังต้องมีวิธีการน�ำไปใช้อย่างมีศิลป์และกระบวนการที่เหมาะสม พอสรุป รูปแบบเทคนิคการน�ำกิจกรรมประเภทต่างๆ ดังตัวอย่างต่อไปน้ีเพ่ือเป็น แนวทางในการท�ำกิจกรรมต่อไป เทคนคิ การจดั กิจกรรม Walk Rally กจิ กรรม Walk Rally เป็นกิจกรรมทเ่ี หมาะสมกับสภาพสงั คมธรุ กิจ สมัยใหม่ท่ีสอนให้คนรู้จักคิด รู้จักมองปัญหาในมุมกว้างและลึก มีสาระ ประเดน็ ทม่ี แี นวความคดิ รวบยอดสง่ เสรมิ บรรยากาศในการเรยี นรู้ โดยยดึ เอา ตัวผู้ท�ำกิจกรรมเป็นศูนย์กลาง โดยได้มีโอกาสแสดงออกทางร่างกาย สมอง จิตใจ ฯลฯ เป็นกิจกรรมพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ท่ีมีจุดหมายให้ผู้เข้าร่วม กิจกรรมได้เรียนรู้หลัก และเง่ือนไขการอยู่ร่วมกันและท�ำงานเป็นทีมอย่าง มีประสิทธิภาพ เป็นการพัฒนาบุคลากรภาคสนามท่ีให้ความสนุกตื่นเต้น ผจญภัยเคล่ือนไหว แข่งขัน ท้าทาย และเป็นการเรียนรู้ท่ีต้องค้นหาค�ำถาม ด้วยการลงมือลงแรงกระท�ำ (Learning by Doing) จะเห็นว่ากิจกรรมน้ี ไดเ้ ปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคลากรไดม้ ากกวา่ วธิ อี ่นื ๆ 27คู่มือการฝึกอบรม เรื่อง “การเปน็ ผู้นำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
กิจกรรม Walk Rally เป็นกิจกรรมผสมผสาน กิจกรรมละลาย พฤตกิ รรมตา่ งๆ เขา้ ดว้ ยกนั เชน่ กจิ กรรมกลมุ่ สมั พนั ธก์ จิ กรรมเพอ่ื การเรยี นรู้ กิจกรรมเข้าจังหวะ เกมบริหารและกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพ ซึ่งแต่ละ กิจกรรมจะมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป ซ่ึงการจัดกิจกรรม Walk Rally ทปี่ ระสบผลสำ� เรจ็ ไดน้ นั้ ผอู้ อกแบบกจิ กรรม จะต้องอาศัยทักษะหลายประการ เช่น การจัดกลุ่ม การมอบหมายงานกลุ่ม การบรรจุกิจกรรมแต่ละจุด การอธิบายถึงขั้นตอน กติกาการสรุปผลเช่ือมโยง การเรียนรู้ การด�ำเนินกิจกรรมเพื่อท่ีสามารถ นำ� ไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดใ้ นองคก์ ร ลกั ษณะของกจิ กรรม Walk Rally ทด่ี นี นั้ จะตอ้ งเปดิ ใหท้ กุ คนมสี ว่ นรว่ ม ในกิจกรรมท้ังการคิด พูด กระท�ำ แสดงออก เสรมิ สร้างสขุ ภาพ โดยการเดนิ แขง่ ขนั กันทำ� กจิ กรรม เปิดโอกาสให้สมาชิกของทีมเล่นบทบาทผู้น�ำ ผู้ตาม ผู้ช้ีแนะ ผู้ปฏิบัติ ได้อย่างสมบูรณ์ โดยยอมรับ ตนเองและยอมรับผู้อ่ืน เน้น ความสัมพันธ์ ความสามัคคี การปฏิบัติภารกิจร่วมกันเป็นหมู่คณะ เรียนรู้ จากกิจกรรม ให้รู้จักตัวเองได้ดีข้ึน มีความคิดสร้างสรรค์ด้วยพลังกลุ่มและ ตนเอง เพื่อศักยภาพความสามารถ และประเมินเป้าหมาย ประสิทธิภาพ และ ประสทิ ธผิ ลของทมี ไดเ้ ป็นอย่างดี 28 คู่มือการฝกึ อบรม เร่ือง “การเป็นผนู้ ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
องค์ประกอบของกิจกรรม Walk Rally องค์ประกอบของกิจกรรม Walk Rally ประกอบด้วย ๑. พ้ืนท่ีและระยะทางส�ำหรับกิจกรรม Walk Rally ระยะทางที่ เหมาะสมในการจดั กจิ กรรมอยใู่ นระหวา่ งประมาณ ๓-๖ กิโลเมตร ๒. มฐี าน (Base) หรือสถานี (Station) หรอื จุดตรวจ ซึ่งโดยปกตกิ ็ จะใชป้ ระมาณ ๑๐ จดุ ในการเดนิ แตล่ ะรอบ หรอื อยา่ งตำ่� ๕ จดุ ในแตล่ ะรอบ ส�ำหรบั เวลาท่ีจ�ำกดั หรือที่มีท่ีจำ� กัด ๓. บุคลากร ประกอบด้วย ๒ ฝ่ายหลัก คือ ผู้ร่วมเล่นหรือเดิน กิจกรรมกับผู้น�ำกิจกรรมพร้อมทีมงาน ฝ่ายผู้ร่วมกิจกรรม ซ่ึงมีจ�ำนวน ประมาณ ๖-๑๕ คนประกอบดว้ ย • ประธานกล่มุ เป็นผนู้ �ำทีม • เลขากลมุ่ เป็นผจู้ ดบันทกึ กิจกรรม • ผู้สังเกตการณ์ เปน็ ผ้ใู ห้ความคดิ เหน็ หรือสงั เกตพฤติกรรมของกลมุ่ • ผ้สู รปุ ผล เป็นผนู้ �ำเสนอผลงานสรปุ ของกลมุ่ ฝา่ ยผนู้ ำ� กิจกรรมพรอ้ มทมี งาน จะประกอบด้วย • วิทยากรผนู้ �ำทมี เปน็ ผูส้ รุปกจิ กรรมและวางกจิ กรรม • ทมี งานผชู้ ว่ ย เปน็ ผ้ปู ระจ�ำกจิ กรรมแต่ละจดุ มีหน้าท่ชี ้แี จง กตกิ า จับเวลา บันทึกคะแนน และสังเกตพฤตกิ รรมกลุม่ ๔. กจิ กรรมระหวา่ งทาง และ ณ จดุ นน้ั ๆ เนอ้ื หาสาระของกจิ กรรมจะ เปน็ อะไรและรปู แบบอยา่ งไรกข็ น้ึ อยกู่ บั วตั ถปุ ระสงคค์ รงั้ นนั้ ๆ ของ Walk Rally ๕. การสรปุ ผล เพอ่ื ยำ้� วตั ถปุ ระสงคห์ รอื เชอ่ื มโยงกบั หลกั วชิ าในเรอ่ื ง นนั้ ๆ 29คู่มือการฝึกอบรม เร่อื ง “การเปน็ ผู้นำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
วตั ถุประสงค์ของกิจกรรม วัตถุประสงค์ส�ำคัญของกิจกรรมนี้ก็คือเน้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทุกคนได้เรียนรู้หลักการและเงื่อนไขการอยู่และท�ำงานร่วมกันเป็นทีม ส่วนวตั ถปุ ระสงค์ขอ้ อ่ืนๆ มอี ีกหลายประการคือ ๑. ฝกึ เปน็ ผทู้ ม่ี มี นษุ ยสัมพันธ์ ๒. การสรา้ งทมี งาน–การทำ� งานเปน็ ทีม ๓. สนุกสนาน แขง่ ขัน และนนั ทนาการ ๔. คิดแก้ไขปัญหาและตัดสนิ ใจร่วมกนั ๕. การวางแผน จัดล�ำดับงาน ๖. ทัศนคติทด่ี ตี ่อตนเอง เพ่อื นร่วมงาน และองค์กร ๗. ความอทุ ศิ ตวั อดทน เสียสละ ๘. เขา้ ใจตนเอง ยอมรับตนเองและผอู้ ่นื ๙. เสรมิ สร้างสุขภาพ ผ่อนคลายความตงึ เครยี ด ๑๐. การสื่อสาร การส่ังงาน กระจายงาน และมอบหมายงานอยา่ งมี ประสิทธภิ าพ ๑๑. ฝกึ การท�ำงานเปน็ กลมุ่ การระดมสมอง ๑๒. พฒั นาความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ๑๓. ความเชือ่ มน่ั ความกล้าแสดงออกการแข่งขัน ๑๔. ความสามารถในการถ่ายทอด 30 คมู่ ือการฝกึ อบรม เรอ่ื ง “การเป็นผนู้ ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
การจัดกิจกรรม Walk Rally ในแต่ละครั้งคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ ผู้เข้ารับการอบรมสามารถบรรลุซ่ึงความต้องการได้ตามวัตถุประสงค์ทุกข้อ เนอ่ื งจากขอ้ จ�ำกัดต่างๆ เช่น เวลา โอกาส สถานท่ี บุคคลผ้เู ขา้ รว่ มกจิ กรรม เป็นต้น โดยปกติกิจกรรมของ Walk Rally แต่ละสถานที่มีวัตถุประสงค์ หลักๆ หรือทเี่ ด่นชดั อยา่ งนอ้ ย ๒-๓ ประการ เทคนคิ การบรรจกุ จิ กรรมลงใน Walk Rally เทคนิคการบรรจุกิจกรรมลงใน Walk Rally ข้อควรค�ำนึงในการ บรรจุกิจกรรมลงใน Walk Rally สำ� หรับวทิ ยากรผนู้ �ำทีมและผู้ช่วยวิทยากร เพ่ือสง่ เสริมบรรยากาศในการเรียนรูท้ ด่ี ี มขี ้อแนะนำ� ดงั น้ี ๑. ควรน�ำกิจกรรมแรกๆ ท่ีไม่ต้องออกแรงกันให้เหน่ือยต้ังแต่แรก เช่น กจิ กรรมเกย่ี วกับการหอ้ ยโหน การกระโดด เปน็ ต้น ท้งั น้ีเพราะการขาด ความพรอ้ มของรา่ งกายเกยี่ วกบั เสน้ เอน็ การหดยดื ตวั ของกลา้ มเนอ้ื ทยี่ งั ขาด ความพรอ้ ม ๒. ไมค่ วรใชก้ จิ กรรมแรกๆหรอื ตอนตน้ ๆทช่ี าย–หญงิ ตอ้ งสมั ผสั มอื กนั เป็นกลุม่ เพ่ือด�ำเนนิ กิจกรรม ทั้งนเ้ี พราะความขัดเขินและอาจจะมีความรู้สึก โตแ้ ยง้ หรอื ขดั แย้งภายในจิตใจได้ ๓. ไมค่ วรบรรจกุ จิ กรรมทต่ี อ้ งออกแรงตดิ ๆ กนั เพราะจะทำ� ใหผ้ รู้ ว่ ม กจิ กรรมในแตล่ ะทีมรู้สกึ เหนอ่ื ยเรว็ ๔. ควรจัดกจิ กรรม หนัก เบา คิด รว่ มมอื ทา้ ทาย แข่งขัน สลบั กัน โดยตลอด 31คมู่ อื การฝกึ อบรม เร่ือง “การเปน็ ผูน้ �ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๕. กิจกรรมที่ดีทุกคนควรมีส่วนร่วมคิด ร่วมเล่น ร่วมชิงชัย รว่ มออกแรง มีการแข่งขนั ตื่นเต้นและท้าทาย ๖. การบรรจกุ จิ กรรมควรค�ำนงึ ถึงอายุ เพศ ความคุ้นเคยระหวา่ งกัน ของกลมุ่ แต่ละกลมุ่ กลา่ วโดยสรุป คอื ออกแบบกิจกรรมทคี่ �ำนึงถงึ ผู้เข้าร่วม กจิ กรรมทไี่ มม่ ขี อ้ จำ� กดั ในการรว่ มกจิ กรรม เชน่ ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมที่ สงู อายุ หรืออายุมากๆ ตอ้ งปีนป่ายหรือห้อยโหน เป็นตน้ ๗. ทุกคร้งั ในการวางกจิ กรรมควรตระหนกั แ ล ะ ค� ำ นึ ง ถึ ง ลั ก ษ ณ ะ อ า ก า ศ วั น จั ด จ ริ ง ความพรอ้ มของบคุ ลากร เวลา โอกาส สถานที่ เคร่อื งมอื อปุ กรณ์ และข้อจ�ำกดั ตา่ งๆ ๘. ควรค�ำนึงว่ากิจกรรมนั้นจะช่วย ให้บรรลุตามประสงค์ขององค์กรมากน้อย เพียงใดเสมอ ๙. ควรอบอุ่นร่างกายด้วยวิธีการ ต่างๆ ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมก่อนเข้าร่วม กจิ กรรมกอ่ นเสมอ 32 ค่มู อื การฝกึ อบรม เรือ่ ง “การเป็นผู้น�ำนันทนาการ” Department of Physical Education
การวางแผนจดั กจิ กรรม สมชาย กิจยรรยง ได้สรุปข้ันตอนวางแผนจัดกิจกรรม Walk Rally ดงั น้ี ๑. ระบุปัญหาหรือความคาดหวังจากบุคคลในองค์กรท่ีต้อง พจิ ารณา ปรบั ปรงุ แกไ้ ขดว้ ยกจิ กรรม Walk Rally ๒. ต้งั งบประมาณพรอ้ มจัดทำ� โครงการ ๓. ขออนุมัตงิ บประมาณ ๔. จัดหาสถานท่ี พาหนะ เตรียมบคุ ลากร วทิ ยากรผูน้ �ำทมี และ ทีมงาน Walk Rally ๕. ก�ำหนดวัตถุประสงค์ของกิจกรรม Walk Rally และจัดวาง กจิ กรรมในแตล่ ะรอบ ๖. ก�ำหนดแบ่งงาน แบ่งหน้าที่ของทีมงานวิทยากร เจ้าหน้าที่ ประสานงานโครงการ 33คูม่ ือการฝกึ อบรม เรอ่ื ง “การเป็นผู้น�ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
เทคนคิ การเตรยี ม กิจกรรมส�ำหรบั ผ้ดู ำ� เนนิ กิจกรรม ก่อนท่ีจะลงมือท�ำกิจกรรม เร่ืองที่วิทยากรหรือผู้น�ำกิจกรรมต้อง เตรียมการลว่ งหน้า คอื ๑. แบง่ กล่มุ ผ้เู ขา้ รว่ มกจิ กรรม เป็นกล่มุ ๆ หรอื ทมี โดยใหม้ ีสมาชิก กลุ่มละประมาณ ๗-๑๒ คน ตามหลักวิชาการกระบวนการกลุ่มทั่วๆ ไป โดยกำ� หนดเปน็ หมายเลขกลุ่มสัญลักษณห์ รือใหต้ ้งั ชอ่ื กลมุ่ ไว้ ๒. เลือกกิจกรรมการเรียนรู้การท�ำงานเป็นทีม ในการเลือก กิจกรรมใดๆ เพื่อเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ ณ สถานีตามวิธีการของกิจกรรม สถานีการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับหลกั เกณฑ์ตอ่ ไปนี้ คอื ๑) จำ� นวนกลมุ่ ถา้ มผี เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมจำ� นวน ๕ กลมุ่ ใหเ้ ลอื กมา ๕-๑๐ กจิ กรรม เป็นตน้ ๒) เพศ วัย และบรรยากาศ การท�ำกิจกรรมท่ีต้องการ เช่น เพศชาย อายุ ๒๐-๓๐ ปี บรรยากาศการท�ำกิจกรรมที่ต้องการคงต้องเน้น ความโลดโผน ความเส่ยี ง การเคลือ่ นไหวมากๆ ความยากลำ� บาก เปน็ ต้น ๓) เวลาและความพร้อม ในการเตรียมของวิทยากรหรือผู้น�ำ กจิ กรรมเพราะบางกจิ กรรมตอ้ งเตรยี มอปุ กรณ์ สถานทท่ี คี่ อ่ นขา้ งตอ้ งใชเ้ วลา และความประณตี ๔) ความคิดรวบยอด (Concept) เฉพาะที่ต้องการให้มีการ เรียนร้ใู นการท�ำกิจกรรมน้นั ๆ เชน่ การวางแผน การประสานงาน ความเป็น ผนู้ ำ� ความสามัคคีหรอื การเสยี สละ เป็นตน้ 34 คู่มอื การฝึกอบรม เร่อื ง “การเป็นผู้น�ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๕) ความรคู้ วามสามารถในการสอนสรปุ ความคดิ รวบยอดของ ผู้ช่วยวิทยากรในการน�ำเสนอกิจกรรมสถานีการเรียนรู้นี้ วิทยากรหรือผู้น�ำ กิจกรรมจ�ำเป็นจะต้องมีผู้ช่วยวิทยากรประจ�ำสถานีต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้น หรือสรุปความคิดรวบยอดการเรียนรู้เบื้องต้น ณ สถานีน้ันๆ (หรือจะไม่มี การสรปุ เบื้องต้น ณ สถานกี ็ได้ ขนึ้ อยกู่ ับเวลา และวตั ถปุ ระสงค์เฉพาะของ วทิ ยากร) เตรียมเวลาและผังควบคมุ เวลา ระยะเวลาทั้งหมดท่ีใช้ในการท�ำกิจกรรมการเรียนรู้นี้จะสัมพันธ์กับ จ�ำนวนกลุ่มซ่ึงเท่ากับจ�ำนวนกิจกรรม (สถานี) แต่โดยท่ีการท�ำกิจกรรม ต้องมีการหมุนเวียนไปตามสถานีและมี ค ว า ม ต ่ อ เ น่ื อ ง กั น ช ่ ว ง เ ว ล า ที่ ท� ำ กิจกรรมจึงควรเป็นช่วงเวลาเดียว ไม่ควรมีการพัก เช่น พักเที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน หรือ พักค้างคืน เพราะจะส่งผลให้ บรรยากาศเปลี่ยนไป และอาจจะ สร้างความล้าทั้งร่างกายและสมองเกินความพอดี ด้วยเหตุน้ีปริมาณเวลา ทั้งหมดที่ใช้ท่ีเหมาะสมน่าจะเป็นเพียงแค่คร่ึงวัน ๒-๓ ช่ัวโมง อาจจะเป็น ช่วงเชา้ หรอื บ่ายกไ็ ด้ 35คูม่ อื การฝึกอบรม เรอื่ ง “การเปน็ ผนู้ �ำนนั ทนาการ” Department of Physical Education
เตรียมแบบรายงานผลคะแนน ในกรณที มี่ วี ตั ถปุ ระสงคจ์ ะใหเ้ ปน็ การแขง่ ขนั กนั ระหวา่ งกลมุ่ วทิ ยากร หรือผู้น�ำกิจกรรมจะต้องเตรียมแบบรายงานผลคะแนนท่ีจะมอบให้ผู้ช่วย วทิ ยากรซงึ่ ประจำ� แตล่ ะสถานไี วบ้ นั ทกึ ผลการทำ� คะแนนของแตล่ ะกลมุ่ ไวด้ ว้ ย เตรียมแผนผงั สถานทแ่ี ละจดุ ทต่ี ้งั สถานี การเลือกสถานท่ีเพ่ือท�ำกิจกรรมสถานีเรียนรู้นี้ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ ทรี่ าบโลง่ แจง้ เชน่ สนามฟตุ บอลทสี่ วนพกั ผอ่ น (Park) จนกระทง่ั ถงึ ทปี่ า่ ดงดบิ มีเนินเขาหรือภูเขาสูงชัน ย่ิงถ้าเป็นกรณีหลังๆ ย่ิงเพ่ิมความท้าทายระทึกใจ และอาจแทรกความคดิ รวบยอดอนื่ ๆ เพ่ิมเติมได้ เช่น การสงั เกต (แกะรอย ตามสัญญาณ สัญลักษณ์ในวิชาลูกเสือ) เป็นต้น แต่ย่ิงยุ่งยากในการจัดเตรียมท�ำผังสถานที่ มากยงิ่ ขึ้น ในการจัดท�ำแผนผังนั้นจึงได้มาเป็น ๒ กรณี คือ แผนผังของสถานที่ ซ่ึงเจ้าของ ได้จัดท�ำไว้เรียบร้อยแล้ว กับแผนผังซึ่ง วิทยากรหรือผู้น�ำกิจกรรมจะต้องส�ำรวจ และจดั เขยี นทำ� ขน้ึ เอง เมอื่ ไดแ้ ผนผงั มาแลว้ วิทยากรหรือผู้น�ำกิจกรรมน่าจะได้เดินส�ำรวจ 36 คูม่ ือการฝกึ อบรม เร่ือง “การเปน็ ผู้น�ำนันทนาการ” Department of Physical Education
ตามเสน้ ทางครา่ วๆ ทไี่ ดว้ าดไว้เพอ่ื จะดูระยะทางที่แทจ้ ริงเพือ่ จะได้ ก�ำหนด ที่ตั้งสถานีได้อย่างเหมาะสมต่อไปโดยการก�ำหนดที่ต้ังของสถานีน้ัน สิ่งท่ีส�ำคัญที่สุดคือ ระยะทางระยะห่างของแต่ละสถานี การหมุนย้ายสถานี ดังกล่าวข้างต้นแล้วเมื่อได้แผนผังและก�ำหนดจุดที่ต้ังของสถานีต่างๆ แล้ว ก็ให้วาดทิศทาง หมุนเวียนไว้อย่างชัดเจนหรือใช้หมายเลขก�ำกับสถานีเป็น ๑, ๒, ๓, ..... เปน็ สญั ลกั ษณส์ อื่ ความหมายแทนแลว้ จดั ทำ� สำ� เนาไวซ้ กั ซอ้ มกบั ผู้เขา้ รว่ ม กิจกรรมและผู้ช่วยวทิ ยากรซึง่ ประจ�ำแต่ละสถานีต่อไป ฝกึ อบรมผูช้ ว่ ยวิทยากร ดังได้กล่าวข้างต้นแล้วว่าการท�ำกิจกรรมสถานีการเรียนรู้น้ี วิทยากร หรือผู้น�ำกิจกรรมจ�ำเป็นต้องมีผู้ช่วยวิทยากรซ่ึงจะต้องไปประจ�ำตามสถานี ตา่ งๆ และตอ้ งท�ำหนา้ ทีต่ า่ งๆ แทนวทิ ยากรหรอื ผูน้ ำ� กิจกรรม การฝึกอบรมผ้ชู ว่ ยวทิ ยากร (Training for Trainers) การฝกึ อบรมผชู้ ว่ ยวทิ ยากร (Training for Trainers) นจ้ี งึ มจี ดุ มงุ่ หมาย ที่จะหาคนทำ� หนา้ ทแ่ี ทนวิทยากรดังกล่าวจงึ มีขนั้ ตอน ดงั นี้ ๑. คัดผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีบุคลิกที่เหมาะสม จ�ำนวนคนเท่ากับ จำ� นวนสถานี ๒. มอบเอกสารหรือค�ำแนะน�ำกิจกรรมนั้นๆ พร้อมกับมอบผัง ควบคมุ เวลา ผังสถานท่ีและจัดทต่ี ้งั สถานี และแบบรายงานผลคะแนน ๓. สอนและนำ� เก่ียวกบั การเตรยี มอุปกรณก์ ารน�ำเสนอกิจกรรม ซ่งึ แบ่งเป็น ๓ ข้ันตอนหลักๆ และควบคุมด้วยเวลาการให้และบันทึกคะแนน เปน็ ตน้ 37คู่มือการฝกึ อบรม เรอ่ื ง “การเป็นผ้นู ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
๔. ให้ผู้ช่วยวิทยากรซึ่งรับมอบหมายงานสาธิตการน�ำเสนอให้ดู พรอ้ มกับแนะน�ำปรบั ปรุงแกไ้ ข ๕. ใหไ้ ปเตรียมอปุ กรณ์และสถานที่ตามจุดสถานี และกจิ กรรมท่ไี ดร้ บั มอบหมาย เตรียมการสรปุ ความคิดรวบยอด ถึงแม้ว่าในการท�ำกิจกรรมแต่ละสถานีท่ีอาจจะวางแผนให้มีการสรุป ความคิดรวบยอดเบ้ืองต้น (หรือละไว้ไม่ต้องมีการสรุปก็ได้) แต่ท้ายท่ีสุด แล้วกิจกรรมสถานีการเรียนรู้น้ีจะบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่จะข้ึนอยู่กับการ สรุปความคิดรวบยอดของวิทยากรหรือผู้น�ำกิจกรรมดังน้ันวิทยากรหรือผู้น�ำ กิจกรรมจึงจ�ำเป็นต้องมีการวางแผนเตรียมการสรุปความคิดรวบยอดไว้เป็น อย่างดี 38 ค่มู อื การฝึกอบรม เรอื่ ง “การเป็นผ้นู ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
เตรยี มการประเมินผลการจดั กิจกรรม โดยอาศยั แนวทางการประเมินจากวิธกี ารต่างๆ ดังนี้ ๑. สอบถาม โดยใช้ • สอบถามด้วยวาจา • ใชแ้ บบสอบถาม • ใช้แบบตดิ ตามผล ๒. สังเกต โดยสงั เกตจาก • พฤติกรรมในการร่วมกิจกรรมของคนในกลุ่มในฐาน หรือ สถานีตา่ งๆ จนถึงสถานฐี านสุดทา้ ย • บรรยากาศของคนภายในกลุ่ม ๓. สัมภาษณ์ โดยการส่มุ สมั ภาษณ์จากบคุ คลในระดับต่างๆ ทีร่ ว่ ม กิจกรรม ๔. ประเมินผล การนำ� เสนอของกลมุ่ แตล่ ะกล่มุ 39คู่มือการฝกึ อบรม เรื่อง “การเป็นผนู้ ำ� นนั ทนาการ” Department of Physical Education
ขน้ั ตอนในการด�ำเนินกจิ กรรม ๑. ส�ำรวจพ้ืนที่ ลกั ษณะทหี่ รือสถานที่จัดกิจกรรมควรเป็น ดงั น้ี ๑.๑ ไม่สูญเสียเวลาในการเดินทางนาน หรือไกลจนเกินไป เพราะจะท�ำให้เกิดความอ่อนเพลีย หรือเบื่อหน่ายคือไม่ควรมีระยะทาง ไกลเกินไปนักคือไม่ควรเดินทางเกินกว่า ๓ ชั่วโมงหรือ ๒๕๐ กิโลเมตร จากจดุ เรมิ่ ตน้ เดนิ ทางถงึ สถานทจ่ี ดั เชน่ จาก กรงุ เทพฯ ควรอยไู่ มเ่ กนิ ระยอง ชยั นาท กาญจนบุรี ฯลฯ ๑.๒ ควรมีต้นไม้ ร่มไม้ เพ่ือความร่มรื่นในบริเวณนั้น พื้นท่ี ส�ำหรบั ดำ� เนนิ กิจกรรมไมค่ วรต่�ำกว่า ๑๐ ไร่ ๑.๓ ระยะทางส�ำหรับกจิ กรรม Walk Rally อยูร่ ะหว่าง ๓-๕ กโิ ลเมตร ๑.๔ ควรส�ำรวจให้ท่ัวถึง เพื่อการวางแผนบรรจุกิจกรรมที่ เหมาะสมในแผนที่หรือทำ� ใหว้ างแผนทไี่ ด้งา่ ย 40 ค่มู อื การฝกึ อบรม เรือ่ ง “การเป็นผู้น�ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๒. การจัดทำ� แผนทแ่ี ผนผัง การจัดรูปแผนทห่ี รอื แผนผงั เพือ่ จดั ท�ำ เป็นลายแทง เพือ่ ให้ผู้รว่ มกจิ กรรมไปตามจดุ ตา่ งๆ ตามลำ� ดบั ๑, ๒, ๓ น้นั มีวิธีการจดั ท�ำ อยู่ ๓ รูปแบบ คอื ๒.๑ รปู แผนท่รี วมทั้งหมดในสถานทน่ี นั้ ซึง่ ไดม้ า ๒ วิธี คอื • ขอจากเจา้ ของพ้ืนที่ หรอื รีสอรท์ นน้ั ๆ • ลงมือส�ำรวจแล้ววาดเองเพ่ือความสะดวกในการวาง กจิ กรรม ๒.๒ รูปแบบแผนที่แยกเป็นภาพๆ ต่อเนื่องกันใช้ส�ำหรับผู้ที่ ไม่ช�ำนาญในการวางแผนท่ีรวมท่ีเป็นภาพๆ ต่อกันตามล�ำดับโดยให้เดินตาม จุดต่างๆ เดินไปตามภาพที่ระบหุ รอื ลกู ศรในภาพ ๑,๒,๓ ตามลำ� ดบั ๒.๓ ถ่ายภาพจริงของสถานท่ีเหมือนภาพจ�ำลองย่อส่วน วิธีนี้ อาจจะท�ำเป็นภาพขาว–ด�ำย่อส่วนหรือสเก็ตช์ภาพคล้ายภาพจ�ำลองย่อส่วน กไ็ ด้ การจัดทำ� แผนทร่ี ปู แบบนจ้ี ะท�ำให้ชดั เจนตัดปญั หาการคน้ หาฐานสถานี ท่ไี มต่ รงกบั ลายแทงท่รี ะบุ 41ค่มู ือการฝกึ อบรม เรือ่ ง “การเปน็ ผู้น�ำนันทนาการ” Department of Physical Education
๓. การบรรจุกิจกรรมต่างๆ ลงในจุดแต่ละจุด (ฐานหรือสถานี) ก่อนที่ผู้จัดกิจกรรมจะบรรจุกิจกรรมลงในจุดแต่ละจุดท่ีมี จะต้องค�ำนึงถึง การบรรจกุ ิจกรรมดงั นี้ คือ ๓.๑ ค�ำนงึ ถงึ วัตถุประสงคใ์ นการเปลยี่ นพฤติกรรมเสมอ ๓.๒ ค�ำนึงถึงประโยชน์ท่ีจะได้รับจากการร่วมกิจกรรมของ สมาชิก ๓.๓ คำ� นึงถงึ เวลาทใ่ี หก้ บั เวลาทีป่ ฏบิ ัตจิ รงิ ต้องสอดคล้องกัน ๓.๔ ค�ำนึงถึงผู้ร่วมกิจกรรมว่ามีลักษณะทางกายภาพวัยวุฒิ อย่างไรและมีความแตกตา่ งกนั ในเร่อื งวยั มากนอ้ ยแค่ไหน ๓.๕ คำ� นึงถงึ ความพร้อมของสถานท่ี และอปุ กรณ์ท่ีจะด�ำเนิน กจิ กรรมใหบ้ รรลุวัตถุประสงคห์ รือเปา้ หมาย ๔. จดั เตรยี มทมี งานสำ� หรบั Walk Rally ผูน้ �ำหรอื หวั หนา้ ทมี งาน จัดกิจกรรมจะต้องเตรยี มแผน ดังน้ี ๔.๑ ใครเปน็ ผสู้ ำ� รวจพนื้ ที่และจดั ทำ� แผนท่ี ๔.๒ ใครเป็นผนู้ ำ� กจิ กรรมละลายพฤติกรรมระหว่างเดินทาง ๔.๓ ใครเป็นผู้ปล่อยทีม Walk Rally พร้อมชี้แจงขั้นตอน กตกิ าต่างๆ และรายละเอียดเงือ่ นไขต่างๆ ๔.๔ ใครจะประจำ� ท่สี ถานีใด ฐานใด ๔.๕ ใครเป็นผูเ้ ตรยี มเอกสารต่างๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง 42 คมู่ ือการฝกึ อบรม เรือ่ ง “การเปน็ ผูน้ ำ� นันทนาการ” Department of Physical Education
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122