Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1.2 ตัวชี้วัดที่ 1.2.1 ผาสุข ไชยสุรินทร์.docx

1.2 ตัวชี้วัดที่ 1.2.1 ผาสุข ไชยสุรินทร์.docx

Published by ผาสุข ไชยสุรินทร์, 2021-10-20 15:01:07

Description: 1.2 ตัวชี้วัดที่ 1.2.1 ผาสุข ไชยสุรินทร์.docx

Search

Read the Text Version

2 ตวั ชี้วดั ที่ 1.2 การจัดการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัดท่ี 1.2.1 การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ ข้อ 1 ออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ หรอื เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้ โดยการปรบั ประยุกต์ใหส้ อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษา หรือ สถานประกอบการ และหรอื ทอ้ งถน่ิ และเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี น หรือ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรม (ระดับ 1 ไม่มีคำว่าปรับประยกุ ต,์ ระดับ 2-5 ปรับประยุกต์) 1. หน่วยการเรียนรู้ หรอื เนอ้ื หาสาระการเรยี นรขู้ องรายวชิ าที่สอน แสดงใหเ้ หน็ วา่ มีการ ปรบั ประยกุ ตใ์ หส้ อดคล้องกบั บริบทของสถานศกึ ษา หรือ สถานประกอบการ และหรอื ท้องถิ่นและเหมาะสมกบั ผูเ้ รยี นหรอื ผ้เู ข้ารับการฝึกอบรม (มเี อกสารเปรียบเทียบในสว่ นที่ ปรบั ประยุกต์ในเอกสารเดมิ และเอกสารทป่ี รับประยุกตก์ ็พอได้) แหล่งท่ีมาของข้อมลู : จากโครงการสอน แผนการจดั การเรยี นรู้/หนว่ ยการเรียนรู้ เนือ้ หา สาระที่สอน ท่สี อดคลอ้ งกับบรบิ ทของสถานศึกษา หรือ สถานประกอบการ ทอ้ งถน่ิ ผเู้ รียน ผอู้ บรม แบบประเมินและผลการประเมนิ ความสอดคล้องของหนว่ ยการเรยี นรูฯ้

3 คำชแ้ี จง ขา้ พเจ้าไดจ้ ัดทำหน่วยการเรยี นรู้ เพอ่ื ใชป้ ระกอบการจัดการเรียนรู้วิชาวัสดงุ านช่างอตุ สาหกรรม 20100-1002 โดยได้ทำการวเิ คราะหเ์ ปน็ หนว่ ยการเรียนรู้ ท้งั หมด 14 หน่วยการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย หนว่ ยท่ี 1 พน้ื ฐานวัสดชุ ่างอตุ สาหกรรม หน่วยท่ี 2 โลหะเหล็กธรรมดา หนว่ ยที่ 3 โลหะเหลก็ ผสม หน่วยท่ี 4 โลหะทีไ่ ม่ใช่เหลก็ หน่วยท่ี 5 โลหะผสมทไ่ี ม่ใช่เหล็ก หนว่ ยท่ี 6 อโลหะ หน่วยท่ี 7 วัสดเุ ชือ้ เพลิง หนว่ ย ท่ี 8 วสั ดหุ ล่อล่นื และวสั ดุหลอ่ เยน็ หน่วยท่ี 9 วสั ดุก่อสร้าง หน่วยที่ 10 วสั ดสุ งั เคราะห์ หนว่ ยท่ี 11 วสั ดุไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ หน่วยที่ 12 การสึกหรอและการกัดกร่อน หนว่ ยท่ี 13การตรวจสอบวสั ดุ เบ้อื งต้น และไดจ้ ัดทำหนว่ ยการเรียนรู้ในปีการศึกษา 2563 ครบทั้งวชิ า ทง้ั หมด 14 หน่วยการเรยี นรู้ ประกอบด้วย หนว่ ยที่ 1 พนื้ ฐานวสั ดชุ า่ งอุตสาหกรรม หน่วยที่ 2 โลหะเหลก็ ธรรมดา หน่วยท่ี 3 โลหะเหลก็ ผสม หน่วยที่ 4 มาตรฐานเหลก็ หน่วยท่ี 5 โลหะทไ่ี ม่ใช่เหล็ก หน่วยท่ี 6 โลหะผสมท่ไี มใ่ ชเ่ หล็ก หนว่ ยท่ี 7 อโลหะ หนว่ ยท่ี 8 วัสดเุ ชื้อเพลิง หน่วยที่ 9 วสั ดุหล่อลน่ื และวสั ดุหล่อเย็น หน่วยท่ี 10 วัสดกุ ่อสร้าง หนว่ ยที่ 11 วัสดสุ งั เคราะห์ หนว่ ยที่ 12 วสั ดุไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หน่วยท่ี 13 การสกึ หรอและการ กัดกร่อน หนว่ ยท่ี 14การตรวจสอบวัสดุเบือ้ งตน้ การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้ และเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ไดป้ รบั ประยกุ ต์ให้สอดคลอ้ งกับบรบิ ท ของสถานศกึ ษาและเหมาะสมกบั ผเู้ รียนสามารถนำมาใช้ไดจ้ รงิ ได้แก่ ด้านเน้ือหา แบบฝึกหดั ใบงาน แบบทดสอบ เปน็ ต้น ลงชื่อ.................................................... ผู้ขอ (นายผาสุข ไชยสรุ นิ ทร์) ตำแหน่ง.................คร.ู ...........................

4 เอกสารประกอบการจัดการเรยี นรู้ วิชา วัสดงุ านชา่ งอตุ สาหกรรม รหัส 20100-1002 หลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ือง มาตรฐานเหล็ก จัดทำโดย ผาสุข ไชยสุรินทร์ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ แผนกวชิ าช่างกลโรงงาน วทิ ยาลัยเทคนคิ สตลู สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร

5 รายละเอียดรายวชิ า หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พทุ ธศกั ราช 2562 ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม หมวดวชิ าทกั ษะวิชาชีพ กลุ่มทกั ษะวิชาชพี พ้นื ฐาน รหัสวิชา 20100-1002 ช่อื วิชา วสั ดุงานช่างอตุ สาหกรรม ทฤษฎี 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ ปฏบิ ัติ - ชวั่ โมง/สปั ดาห์ จำนวน 2 หนว่ ยกิต จดุ ประสงคร์ ายวชิ า 1. เพ่อื ให้ร้แู ละเข้าใจเก่ียวกับหลกั การพืน้ ฐานในการจำแนกชนิด ลักษณะ คุณสมบตั ิ มาตรฐาน การใช้งานของวัสดอุ ุตสาหกรรม 2. เพ่อื ใหส้ ามารถเลอื กวสั ดอุ ุตสาหกรรมมาใชแ้ ละการจดั เก็บไดต้ รงตามมาตรฐาน 3. มเี จตคตแิ ละตระหนกั เห็นคุณคา่ ของวสั ดุ และนำมาใชใ้ ห้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ มาตรฐานรายวิชา 1. แสดงความรู้เก่ียวกับหลักการพน้ื ฐานในการจำแนก ชนิด ลักษณะ มาตรฐาน การใชง้ าน วัสดุอตุ สาหกรรม 2. เลอื กใช้วสั ดุอตุ สาหกรรมได้ตรงตามลักษณะงาน คำอธิบายรายวชิ า ศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะ ชนิด มาตรฐาน กรรมวิธีการผลิต การใช้งาน การจัดเก็บ การ เลอื กวัสดุในงานอุตสาหกรรมประกอบด้วย โลหะ อโลหะ โลหะผสม อิทธพิ ลของธาตุท่ีมีต่อโลหะผสม วัสดุเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น วัสดุหล่อเย็น วัสดุก่อสร้าง วัสดุสังเคราะห์ วัสดุงานไฟฟ้าและ อิเลก็ ทรอนิกส์ การกดั กรอ่ นและการป้องกัน หลกั การตรวจสอบวสั ดุเบอื้ งต้น

6 ตารางท่ี 1 การออกแบบหน่วยการเรียนรทู้ ส่ี อดคล้องกบั จดุ ประสงค์ สมรรถนะ และคำอธิบายรายวิชา ท่ีปรับประยกุ ต์สอดคล้องกับสถานศกึ ษาและเหมาะสมกับผเู้ รยี น รหสั วิชา 20100-1002 ช่อื วิชา วัสดงุ านช่างอตุ สาหกรรม ทฤษฎี 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ ปฏบิ ตั ิ - ชัว่ โมง/สัปดาห์ จำนวน 2 หน่วยกติ สปั ดาหท์ ี่ หน่วยท่ี ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรยี นรู้ หวั ข้อการเรียนรู้ เวลา รวม (ชม.) (ชม.) 1 1 พนื้ ฐานวัสดชุ ่างอุตสาหกรรม 22 1. ความหมายของวสั ดชุ ่าง 2. ประเภทของวสั ดุช่าง 3. คุณสมบตั พิ น้ื ฐานของวัสดุชา่ ง 4. แนวทางการเลอื กใช้วสั ดุช่าง 5. การจดั เก็บและดูแลรกั ษาวัสดชุ ่าง 6. สญั ลกั ษณข์ องธาตโุ ลหะ อโลหะ และสารประกอบ 2-3 2 โลหะเหล็กธรรมดา 46 1. สนิ แร่เหล็ก 2. กรรมวิธีถลุงเหล็ก 3. ชนดิ ของโลหะเหลก็ 4. เหลก็ ที่ได้จากการถลุงเหล็กดิบ 4 3 โลหะเหล็กผสม 28 1. ความหมายของโลหะเหล็กผสม 2. ประเภทของโลหะเหล็กผสม 5 4 มาตรฐานเหลก็ 2 10 1. ประเภทของมาตรฐานเหลก็ 2. มาตรฐานเหล็กระบบญปี่ ุ่น 3. มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า 4. มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน

สัปดาหท์ ี่ หนว่ ยที่ ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ 7 หวั ข้อการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรียนรู้ 6-7 5 โลหะทไี่ ม่ใชเ่ หล็ก เวลา รวม 1. ความหมายของโลหะทไ่ี ม่ใช่เหลก็ (ชม.) (ชม.) 2. ประเภทของโลหะท่ไี ม่ใชเ่ หลก็ 4 14 4 18 8-9 6 โลหะผสมท่ีไมใ่ ชเ่ หล็ก 1. ความหมายของโลหะผสมท่ีไมใ่ ช่ 2 20 2 22 เหล็ก 2. ประเภทของโลหะผสมทีไ่ ม่ใช่ 2 24 2 26 เหล็ก 2 28 10 7 อโลหะ 1. ความหมายของอโลหะ 2. ประเภทของอโลหะ 11 8 วัสดุหล่อลื่นและวัสดุหล่อเย็น 1. ความหมายของวัสดหุ ลอ่ ลืน่ 2. หน้าทขี่ องวสั ดหุ ลอ่ ลื่น 3. ประเภทของวัสดุหล่อลื่น 4. ความหมายของนำ้ มนั หล่อเยน็ 5. ชนดิ ของน้ำมนั หล่อเย็น 12 9 วสั ดุกอ่ สรา้ ง 1. ความหมายของวสั ดกุ ่อสร้าง 2. ประเภทของวัสดกุ ่อสร้าง 13 10 วสั ดเุ ชอื้ เพลิง 1. ความหมายของเชื้อเพลิง 2. ประเภทของเช้ือเพลิง 14 11 วสั ดุไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ 1. การกำเนดิ พลงั งานไฟฟ้า 2. ชนิดของวัสดุไฟฟา้ และ อเิ ล็กทรอนิกส์

8 สปั ดาหท์ ี่ หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรียนรู้ หัวข้อการเรียนรู้ เวลา รวม (ชม.) (ชม.) 14 11 3. อุปกรณ์ไฟฟา้ 2 30 4. อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2 32 5. เครื่องใชไ้ ฟฟา้ 2 34 15 12 วัสดสุ ังเคราะห์ 2 36 1. ความหมายของวัสดสุ ังเคราะห์ 2. ประเภทของวัสดสุ งั เคราะห์ 16 13 การสึกหรอและการกัดกร่อน 1. ความหมายของการสึกหรอ 2. ชนดิ ของการสึกหรอ 3. การแก้ไขและการป้องกันการสึก หรอ 4. ความหมายของการกัดกร่อน 5. ชนิดของการกัดกร่อน 6. การแกไ้ ขและการป้องกันการกัด กรอ่ น 17 14 การตรวจสอบวัสดุเบื้องตน้ 1. การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย สภาพ 2. การตรวจสอบแบบทำลายสภาพ 18 สอบปลายภาคเรียน ทม่ี าและรายละเอยี ด : จาก เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรู้วิชา............... ชอื่ ไฟล.์ ........................ ส่วนการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา หรือสถานประกอบการ และหรือ ทอ้ งถ่นิ และเหมาะสมกับผเู้ รียน หรือผ้เู ข้ารับการฝกึ อบรม จากเอกสารการประเมินหน่วยการเรียนรู้ ในตัวช้ีวดั ที่ 1.2.1 ข้อที่ 3 หนา้ .........

9 โครงการจัดการเรยี นรู้ รหสั วิชา จำนวน ชือ่ วิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรม 2100-1002 ชือ่ หน่วย มาตรฐานเหล็ก 2 ชั่วโมง หนว่ ยที่ 4 มาตรฐานเหลก็ จำนวน 2 ช่ัวโมง เร่อื ง 1. ประเภทของมาตรฐานเหล็ก 2. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น 3. มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมรกิ า 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั จุดประสงคก์ ารจดั การเรยี นรู้ หัวข้อเรอ่ื งการจัดการเรยี นรู้ เมอ่ื เสร็จกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้แล้วผู้เรียนสามารถ 1. ประเภทของมาตรฐานเหลก็ 1. จำแนกประเภทของมาตรฐานเหลก็ ได้ 2. มาตรฐานเหล็กระบบญ่ีปุ่น 2. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบญป่ี ่นุ ได้ 3. มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกา 3. บอกมาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ าได้ 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั 4. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมันได้ วธิ กี ารจัดการเรียนรู้ บรรยาย/ถาม-ตอบ ยกตวั อย่าง สอ่ื การจดั การเรียนรู้ หนังสืออ้างอิง ส่อื ประกอบการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้ บรรณานุกรม ลำดับท่ี 1-6 เอกสารประกอบการสอน ส่อื อิเล็กทรอนิกส์ ส่อื ของจรงิ แบบฝกึ หัด แบบทดสอบ การประเมนิ คะแนนจากแบบฝึกหดั แบบประเมินด้านเจตคตริ ะหว่างการจัดการเรยี นรู้ และคะแนน จากแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน

10 แผนการจดั การเรยี นรู้ รหสั วชิ า 2100-1002 ชอ่ื วชิ า วัสดงุ านช่างอตุ สาหกรรม สอนครง้ั ที่ 5 หนว่ ยที่ 4 ชอื่ หนว่ ย มาตรฐานเหล็ก จำนวน 2 ชม. หวั เรือ่ ง 1. ประเภทของมาตรฐานเหลก็ 2. มาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ุ่น 3. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน สาระสำคญั ประเทศท่ีมีความเจริญกา้ วหนา้ ทางด้านอตุ สาหกรรม ซึ่งเปน็ ผผู้ ลติ รายใหญข่ องโลก ไดม้ กี ารกำหนดมาตรฐานโลหะอตุ สาหกรรมของตนเองข้ึนมา ทำใหก้ ารผลติ สนิ คา้ และผลติ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ตา่ ง ๆ เป็นสินค้าท่มี ีมาตรฐานเดียวกนั ท่ัวโลก โดยสามารถจำแนกมาตรฐานเหล็กออกไดค้ ือ มาตรฐานเหลก็ ระบบญปี่ ุ่น Japanese Industrial Standards (JIS) มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า American Iron and Steel Institute (AISI) และ มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน Deutsch Industrial Norm (DIN) จดุ ประสงค์การจดั การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ั่วไป 1. ร้แู ละเข้าใจประเภทของมาตรฐานเหล็ก 2. รแู้ ละเขา้ ใจมาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ่นุ 3. ร้แู ละเข้าใจมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 4. รู้และเขา้ ใจมาตรฐานเหล็กระบบเยอรมนั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม หลงั จากการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยนี้แล้วผ้เู รียนสามารถ 1. จำแนกประเภทของมาตรฐานเหลก็ ได้ 2. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบญป่ี นุ่ ได้ 3. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบอเมรกิ าได้ 4. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั ได้

11 กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ 1. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 2. ผูส้ อนนำเขา้ ส่บู ทเรยี นโดยนำตวั อยา่ งวัสดุช่างตา่ ง ๆให้ผ้เู รียนวเิ คราะห์แล้วตง้ั คำถาม 2.1 ผู้เรยี นคดิ ว่าทำไมต้องมีมาตรฐานเหล็ก 2.2 ผู้เรียนทราบหรือไม่วา่ มาตรฐานเหลก็ มีกรี่ ะบบ อะไรบา้ ง จงยกตวั อย่าง 3. ขั้นใหข้ อ้ มูลและการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนอธบิ ายเนอื้ หาเร่ืองมาตรฐานเหลก็ โดยใช้เอกสาร ประกอบการสอน สอ่ื อิเล็กทรอนิกส์ สอ่ื ของจรงิ ประกอบการจดั การเรยี นร้เู พ่ือให้ผู้เรียนเข้าใจในเน้ือหา สาระของการเรียนรูแ้ ละเขา้ ใจเน้ือหาดงั ต่อไปน้ี 3.1 ประเภทของมาตรฐานเหลก็ 3.2 มาตรฐานเหล็กระบบญ่ีปุ่น 3.3 มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกา 3.4 มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมนั 4. ขนั้ ประกอบกิจกรรม ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด เรื่องมาตรฐานเหล็ก จากนั้นผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันเฉลย ตรวจคำตอบ เพ่อื ประเมนิ ผลการเรยี น 5. ทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น 6. ข้นั สรปุ สื่อการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 4 เร่ือง มาตรฐานเหล็ก ประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้ 2. ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์ 3. สื่อของจรงิ 4. แบบฝกึ หดั 5. แบบทดสอบ การวดั ผลประเมนิ ผล วธิ ีวดั ผล 1. ตรวจผลจากแบบฝึกหัด 2. สงั เกตจากเจตคติระหวา่ งการจดั การเรียนรู้ 3. ตรวจผลจากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เคร่ืองมือวดั 1. แบบฝึกหดั 2. แบบประเมนิ ดา้ นเจตคติ

12 3. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เกณฑ์การประเมนิ ผล 1. คะแนนจากแบบฝกึ หัด ไม่ต่ำกวา่ รอ้ ยละ 60 2. คะแนนดา้ นเจตคติ ไม่ต่ำกว่ารอ้ ยละ 60 3. คะแนนจากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น ไม่ต่ำกว่ารอ้ ยละ 60 แหล่งการเรียนรเู้ พิ่มเติม 1. หอ้ งสมุด 2. สถานประกอบการ 3. ขอ้ มูลจากอนิ เตอร์เน็ต กจิ กรรมเสนอแนะ ผ้เู รยี นสืบคน้ ข้อมูลเพม่ิ เติมหรือทบทวนเนื้อหาจาก เว็บไซต์ทห่ี ้องศูนย์ข้อมูล คอมพิวเตอร์ในเวลาวา่ ง

13 ใบความรู้ หนว่ ยที่ 4 เรือ่ ง มาตรฐานเหล็ก การแสดงถึงการมีมาตรฐานของสินค้าอุตสาหกรรมนั้นจะต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐาน โลหะอตุ สาหกรรมข้นึ โดยทป่ี ระเทศท่ีมคี วามเจรญิ กา้ วหน้าทางด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ของโลก ได้มีการกำหนดมาตรฐานโลหะอุตสาหกรรมของตนเองขึ้นมา ทำให้การผลิตสินค้าและผลิต ชิ้นส่วนอปุ กรณต์ า่ ง ๆ เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก การที่ประเทศตา่ ง ๆ ได้กำหนดมาตรฐาน โลหะอุตสาหกรรมของตนเองขึ้นมานั้น ในการเลือกใช้วัสดุเพื่อผลิตเป็นชิ้นงาน เราก็สามารถ เปรียบเทียบมาตรฐานแต่ละมาตรฐานเข้าด้วยกนั ได้ ทำใหเ้ ราสามารถเลือกใชว้ สั ดทุ ี่มีมาตรฐานเดิมได้ใน การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ โดยในบทเรียนนี้จะกล่าวถึงมาตรฐานของโลหะเหล็ก ซึ่งผู้ผลิตชิ้นงาน อุปกรณ์ในงานอุตสาหกรรม หรือ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานเหล็กจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องที่จะกล่าวถึง ต่อไปน้ี 1. ประเภทของมาตรฐานเหล็ก ในวิชาวัสดุงานช่างอุตสาหกรรมเรื่อง มาตรฐานเหล็กได้เลือกมาตรฐานเหล็กที่มีความสำคัญที่ นิยมใช้ทั่วโลก ที่ผู้ศึกษาจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อสามารถนำวัสดุอุตสาหกรรมไปใช้ประโยชน์ที่ถูกต้อง โดย สามารถจำแนกมาตรฐานเหล็กออกได้ดังน้ี 1.1 มาตรฐานเหล็กระบบญ่ีปุน่ มาตรฐานเหลก็ ระบบญี่ปุ่น Japanese Industrial Standards ใชต้ ัวยอ่ สญั ลกั ษณ์ JIS 1.2 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 1.2.1 มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกา American Iron and Steel Institute ใช้ตวั ย่อสัญลกั ษณ์ AISI 1.2.2 มาตรฐานสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แหง่ อเมริกา (Society of Automotive Engineers)ใช้ตัวยอ่ สญั ลกั ษณ์ SAE 1.3 มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน Deutsch Industrial Norm ใช้ตัวยอ่ สัญลกั ษณ์ DIN 2. มาตรฐานเหลก็ ระบบญ่ีปนุ่ มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปนุ่ (Japanese Industrial Standards) โดยประเทศญี่ปนุ่ ได้กำหนด มาตรฐานเหลก็ ชนิดต่าง ๆ ตามลกั ษณะของการใช้งานโดยมีสญั ลกั ษณ์ ดงั น้ี 2.1 สัญลักษณ์หลักท่ี 1 เขียนตามหลัง JIS

14 สญั ลักษณ์หลกั ที่ 1 เขยี นตามหลงั JIS โดยเขยี นตัวอักษร G ดังรูป รปู ท่ี 1 แสดงสญั ลักษณห์ ลกั ที่ 1 ตามมาตรฐานเหล็กระบบญีป่ ุน่ ตารางที่ 1 แสดงตัวอักษรกำหนดกลุม่ ของผลติ ภัณฑอ์ ุตสาหกรรม อักษร หมายถึง A งานวิศวกรรมก่อสร้างและงานสถาปัตยกรรม B งานวิศวกรรมเครื่องกล C งานวิศวกรรมไฟฟ้า D งานวิศวกรรมยานยนต์ E งานวศิ วกรรมรถไฟ F งานก่อสรา้ งเรอื G โลหะประเภทเหลก็ และโลหะวิทยา H โลหะท่ีไมใ่ ชเ่ หลก็ K งานวศิ วกรรมเคมี L งานวศิ วกรรมส่งิ ทอ M งานแร่ P งานกระดาษและเยือ่ กระดาษ ตารางที่ 1 แสดงตัวอักษรกำหนดกลมุ่ ของผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม (ตอ่ ) อกั ษร หมายถึง R งานเซรามิก S สนิ ค้าทใี่ ชใ้ นบา้ นเรือน T ยา W การบนิ

15 Z งานบรรจหุ บี หอ่ งานเชอ่ื ม กมั มันตรงั สี 2.2 สัญลกั ษณ์หลกั ที่ 2,3 และ 4 สญั ลักษณ์หลกั ที่ 2,3 และ 4 โดยการเขียนสญั ลกั ษณด์ ว้ ยตัวเลข 4 หลกั จะกำหนด ตามหลงั ตวั อักษร G รูปที่ 2 แสดงสญั ลกั ษณห์ ลกั ท่ี 2,3 และ 4 ตามมาตรฐานเหลก็ ระบบญี่ปุน่ ตารางที่ 2 แสดงตัวเลขหลักท่ี 1 แยกประเภทของเหล็กตามกรรมวธิ ีต่าง ๆ ตัวเลข หมายถึง 0 การทดสอบและกฎต่าง ๆ ทว่ั ไป 1 วธิ ีวเิ คราะห์ 2 วัตถุดิบ เหลก็ ดิบ ธาตุผสม 3 เหลก็ กลา้ คารบ์ อน 4 เหลก็ กล้าผสม 5 เหลก็ กล้าหล่อและเหลก็ หลอ่ ตารางท่ี 3 แสดงตวั เลขหลักท่ี 2 กำหนดชนดิ ของเหล็กตามการใช้งาน ตัวเลข หมายถึง 1 เหลก็ กล้าผสมนิกเกิล, โครเมียม, และโมลบิ ดนี มั 2 เหล็กกล้าผสมอะลูมิเนยี ม, โครเมยี ม, และโมลบิ ดนี ัม 3 เหลก็ กล้าไรส้ นิม (แท่ง) 4 เหลก็ กล้าเครื่องมือ 8 เหล็กกลา้ ทำสปริง 9 เหลก็ กล้าต้านทานการกัดกร่อนและความร้อน

16 ตารางที่ 4 แสดงตัวเลขหลักที่ 3 และ 4 ระบชุ นิดของเหลก็ ตามส่วนผสมของธาตุท่มี ีอยใู่ นเหลก็ ชนิดน้ัน ๆ ตวั เลข หมายถึง 01 เหลก็ กล้าเครื่องมือคาร์บอน 03 เหลก็ ซง่ึ สามารถใช้งานทคี่ วามเร็วสูงได้ 04 เหล็กกล้าเคร่ืองมือผสม 2.3 ตัวอักษรแสดงสัญลกั ษณท์ ีใ่ ชแ้ ทนชนดิ ของเหลก็ ตัวอักษรแสดงสัญลกั ษณ์ท่ใี ช้แทนชนดิ ของเหลก็ จะกำหนดตอ่ จากตัวเลข 4 หลัก รูปที่ 3 แสดงตัวอกั ษรสญั ลักษณท์ ี่ใชแ้ ทนชนิดของเหลก็ ตามมาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ุ่น ตารางท่ี 5 แสดงสัญลกั ษณ์ทใ่ี ช้แทนชนดิ ของเหล็ก มาตรฐานเหลก็ JIS ตัวอยา่ งการใชง้ าน สัญลักษณ์ ประเภทเหลก็ แผน่ และเหล็กหลอ่ SS SB JIS G 3101 เหล็กรีดสำหรับโครงสร้างท่วั ไป SM SR SD SDC JIS G 3103 เหล็กรดี สำหรับงานความดันสูง ทนความรอ้ นสงู SPG SSC JIS G 3106 เหลก็ รดี สำหรับโครงสร้างงานเชื่อม SC JIS G 3112 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตงานก่อสร้าง SC37 SC42 JIS G 3302 เหลก็ แผน่ ชุบสังกะสี JIS G 3350 เหลก็ ท่อไลต์เกจ ประเภทเหล็กหล่อ JIS G 5101 เหล็กกล้าหล่อ - ใชท้ ำช้ินส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า - ใชท้ ำโครงสร้างเครือ่ งจักรทว่ั ไป

17 JIS G 5121 เหล็กกลา้ ไร้สนิมหล่อ SCS JIS G 5122 เหลก็ กล้าหล่อทนความร้อน SCH JIS G 5501 เหลก็ หลอ่ สเี ทา FC JIS G 5502 เหลก็ กลา้ แกรไฟต์ก้อนกลม FCD JIS G 5702 เหล็กกลา้ หล่อมลั ลิเอเบิลสดี ำ FCMB JIS G 5703 เหล็กกล้าหล่อมัลลเิ อเบลิ สขี าว FCMW JIS G 3442 ประเภททอ่ เหล็ก SGPW JIS G 3452 ทอ่ น้ำอาบสงั กะสี SGP JIS G 3454 ท่อเหลก็ คารบ์ อนสำหรับงานทว่ั ไป STPG JIS G 3456 ทอ่ เหล็กสำหรับงานความดนั สูง STPT JIS G 4102 ท่อเหล็กทนความร้อนสงู SNC JIS G 4104 เหลก็ กล้าผสมนกิ เกิลและโครเมียม SCr JIS G 4401 เหลก็ กลา้ ผสมโครเมยี ม SK1 ถึง SK7 เหลก็ กลา้ เครื่องมือคาร์บอน SK1 - ใช้ทำเครอื่ งมือตัด ใบมดี โกน ตะไบคมมีด SK2 - ใชท้ ำคตั เตอร์ ดอกสวา่ น SK3 - ใชท้ ำดอกตัดเกลียว ใบเลื่อยมือ เกจวดั สญั ลักษณ์ ตารางที่ 5 แสดงสญั ลักษณ์ท่ใี ชแ้ ทนชนิดของเหล็ก (ต่อ) SKH มาตรฐานเหลก็ JIS ตวั อย่างการใช้งาน SKH2 ประเภททอ่ เหล็ก (ต่อ) SKH3 SB JIS G 4403 เหลก็ กล้าเครื่องมือรอบสูง SM - ใชท้ ำเครือ่ งมือตดั ท่วั ไป สำหรบั งานตัดทีต่ ้องใช้ SR SD SDC ความเรว็ รอบสงู SPG SSC - ใชท้ ำเครอื่ งมือตัดต่าง ๆ SKS JIS G 3103 เหลก็ รีดสำหรับงานความดันสูง ความร้อนสูง JIS G 3106 เหลก็ รีดสำหรบั โครงสรา้ งงานเชื่อม JIS G 3112 เหลก็ เสน้ เสรมิ คอนกรตี งานก่อสร้าง JIS G 3302 แผน่ เหล็กชบุ สงั กะสี JIS G 3350 เหล็กทอ่ ไลต์เกจ JIS G 4404 เหลก็ กลา้ เคร่ืองมือผสม

18 JIS G 4801 - ใช้ทำเครื่องมือตัดแม่พิมพ์ SKS1 - ใชท้ ำดอกตา๊ ป ดอกสว่าน คัตเตอร์ และแม่พิมพ์ SKS2 JIS G 4804 ข้ึนรูป JIS G 5101 - ใชท้ ำสกดั แม่พิมพ์ตวั ผู้ (Punch) SKS4 JIS G 4901 - ใชท้ ำใบเล่ือยวงเดอื น เลือ่ ยสายพาน SKS5 - ใช้ทำใบเลอ่ื ยมือ SKS7 เหล็กกล้าทำสปรงิ USP - ใชท้ ำสปรงิ แผ่นยาง USP3 - ใชท้ ำสปรงิ ขด USP7 เหลก็ กล้าคาร์บอนผสมกำมะถนั SUM เหล็กกล้าทำแบริ่ง (ผสมโครเมียม) SUJ เหลก็ กล้าผสมทนต่อการกดั กรอ่ นและความร้อน NCF ตวั อย่างที่ 1 การกำหนดมาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ่นุ รูปที่ 4 แสดงตัวอย่างที่ 1 มาตรฐานเหล็กระบบญีป่ นุ่ จากรปู ที่ 4 เป็นมาตรฐานเหล็กระบบญ่ปี ่นุ ซ่ึงหมายถึง เหลก็ กลา้ ผสมใชส้ ำหรับทำสปริง ตวั อย่างที่ 2 การกำหนดมาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ุน่ รปู ที่ 5 แสดงตวั อยา่ งที่ 2 มาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ุน่

19 จากรูปท่ี 5 เปน็ มาตรฐานเหล็กระบบญ่ปี นุ่ ซ่งึ หมายถงึ เหล็กกลา้ ไฮสปดี ใช้สำหรับทำ เคร่อื งมอื ตัด เชน่ ดอกสวา่ น ดอกต๊าปเกลียว ใบเลื่อย เป็นต้น 3. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกามีสถาบันที่เกีย่ วขอ้ ง 2 สถาบนั คอื 3.1 มาตรฐานสถาบันเหล็กและเหล็กกลา้ แห่งอเมริกา AISI (American Iron and Steel Institute) การกำหนดมาตรฐานสถาบนั เหลก็ และเหล็กกลา้ แห่งอเมริกาจะกำหนด AISI นำหน้า สัญลักษณ์ ดงั นี้ 3.1.1 สัญลักษณห์ ลักที่ 1 เขียนตามหลงั AISI รูปท่ี 6 แสดงสัญลกั ษณ์หลักท่ี 1 มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมรกิ า ตารางท่ี 6 แสดงเตาทใี่ ชใ้ นกรรมวธิ ีผลติ เหล็ก สญั ลกั ษณ์ หมายถึง A เหลก็ ทผ่ี ลิตจากเตา Bessemer ชนดิ ด่าง B เหล็กทผ่ี ลิตจากเตา Bessemer ชนดิ กรด C เหลก็ ที่ผลิตจากเตา Open Hearth ชนดิ ดา่ ง D เหล็กท่ผี ลติ จากเตา Open Hearth ชนดิ กรด E เหลก็ ที่ผลติ จากเตา Electric CB เหล็กทีผ่ ลติ จากเตา Bessemer ชนดิ กรด และเหลก็ ผลิตจากเตา Open Hearth ชนิดด่าง (กรรมวิธดี ูเพล็กซ์)

20 3.1.2 สญั ลักษณห์ ลักท่ี 2 จะกำหนดดว้ ยสญั ลักษณ์ตัวเลขโดยใชแ้ ทนชนิดของโลหะท่ีนำมา ผสม \\ รปู ที่ 7 แสดงสญั ลกั ษณ์หลักท่ี 2 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา ตารางท่ี 7 แสดงชนิดของโลหะผสมในเหล็ก สญั ลกั ษณ์ หมายถึง 1 เหล็กกล้าคาร์บอน 2 เหล็กกลา้ ผสมนิกเกิล 3 เหลก็ กล้าผสมนิกเกิลโครเมยี ม 4 เหล็กกล้าผสมโมลบิ ดีนัม 5 เหล็กกล้าผสมโครเมียม 6 เหลก็ กลา้ ผสมโครเมียม วาเนเดียม 7 เหล็กกลา้ ผสมทังสเตน 8 เหล็กกลา้ ผสมนิกเกิล โครเมยี ม วาเนเดยี ม 9 เหล็กกล้าผสมซลิ ิกอน แมงกานีส 13 เหล็กกล้าผสมแมงกานีส

21 3.1.3 สญั ลักษณ์หลกั ท่ี 3 จะกำหนดด้วยสญั ลกั ษณต์ วั เลข ซ่ึงตวั เลขจะบอกปริมาณของ โลหะที่นำมาผสมโดยอา่ นค่าเป็นเปอรเ์ ซน็ ต์ (%) รปู ที่ 8 แสดงสัญลกั ษณห์ ลกั ท่ี 3 มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า 3.1.4 สญั ลักษณ์หลักท่ี 4-6 จะกำหนดด้วยสญั ลกั ษณต์ ัวเลข ซ่งึ ตัวเลขจะบอกปรมิ าณของ คาร์บอนที่ผสมอยโู่ ดยการอ่านคา่ จะต้องนำตวั เลขที่กำหนดมาหารดว้ ย 100 และค่าที่ไดจ้ ะออกมาเปน็ เปอรเ์ ซ็นตข์ องคาร์บอนที่ผสมอยใู่ นเหล็ก รปู ท่ี 9 แสดงสญั ลกั ษณ์หลักที่ 4-6 มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า

22 ตวั อยา่ งท่ี 1 การกำหนดมาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกา (AISI) รปู ท่ี 10 แสดงตวั อย่างที่ 1 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกาAISI ตวั อยา่ งที่ 2 การกำหนดมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา (AISI) รปู ท่ี 11 แสดงตวั อย่างที่ 2 มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า AISI 3.2 มาตรฐานสมาคมวศิ วกรรมยานยนต์แห่งอเมริกา SAE (Society of Automotive Engineers) การกำหนดมาตรฐานเหล็กของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งอเมริกาโดยการเขียนตัวอักษร SAE นำหน้า และจะเขยี นสัญลักษณเ์ ปน็ ตวั เลข 4-5 หลักตามหลัง ซ่งึ สญั ลักษณต์ ัวเลขจะบอกปริมาณ ของโลหะที่นำมาผสมซึ่งให้ความหมายเหมือนกันกับมาตรฐานของสถาบันเหล็กกล้าแห่งอเมริกา (AISI) ดงั นี้ รูปท่ี 12 แสดงสัญลักษณห์ ลกั ที่ 4-5 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา SAE

23 ตวั อย่างที่ 1 การกำหนดมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา SAE รูปที่ 13 แสดงตัวอย่างที่ 1 มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกา SAE ตวั อยา่ งท่ี 2 การกำหนดมาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า SAE รปู ที่ 14 แสดงตวั อยา่ งท่ี 2 มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกา SAE 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน Deutsch Industrial Norm ใช้ตัวยอ่ สญั ลักษณ์ DIN ซง่ึ การ กำหนดมาตรฐานเหล็กแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ 4.1 เหลก็ กล้าคาร์บอน (Carbon Steel) เหล็กกล้าคาร์บอนจะมกี ารกำหนดมาตรฐานอยู่ 2 ประเภท คือ 4.1.1 เหลก็ กล้าคาร์บอนที่นำไปใช้งานไดเ้ ลยโดยไมต่ ้องนำไปปรบั ปรุงคุณสมบตั ิอีก จะเขยี นสัญลักษณโ์ ดยเขียนอักษร St นำหนา้ ตามดว้ ยตัวเลขบอกค่าทนแรงดงึ ไดส้ งู สุดมีหนว่ ยเปน็ Kg/������������2 (แรงกิโลกรมั /ตารางมลิ ลิเมตร) หรอื Kp/������������2 (กโิ ลปอนด/์ ตารางมลิ ลเิ มตร) ถ้านำ ตวั เลขมาคณู ด้วย 10 หนว่ ยก็จะเปน็ N/������������2 (นวิ ตนั /ตารางมิลลิเมตร) ตามตวั อย่างการกำหนด มาตรฐานเหลก็ กลา้ คาร์บอน

24 ตวั อยา่ งท่ี 1 St 37 หมายถงึ เหล็กกล้าคารบ์ อนทนี่ ำไปใช้งานไดเ้ ลยโดยไม่ตอ้ งนำไป ปรบั ปรุงคุณสมบัติอีกสามารถทนแรงดงึ สงู สดุ 37 Kp/������������2 ตวั อยา่ งท่ี 2 St 50 หมายถึง เหล็กกลา้ คาร์บอนที่นำไปใช้งานไดเ้ ลยโดยไม่ตอ้ งนำไป ปรบั ปรุงคุณสมบตั ิอีกสามารถทนแรงดึงสงู สุด 50 Kp/������������2 นอกจากนี้ยงั มีการกำหนดมาตรฐานเหลก็ เพอ่ื บอกชนดิ ของเหล็กโดยการเขยี นจุดทศนยิ ม ต่อทา้ ยอกี และตามดว้ ยตัวเลข 2 หลัก รปู ที่ 15 แสดงสญั ลกั ษณ์มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมันแบบจุดทศนิยม ตารางท่ี 8 แสดงการบอกความหมายของสัญลกั ษณเ์ ลขท้าย 2 หลักวา่ เปน็ เหล็กชนดิ ใด สญั ลกั ษณ์ หมายถึง 11 เหล็กทำเคร่ืองมือทางกล 12 เหล็กแทง่ แผน่ เหล็กขนาดใหญ่ 13 เหล็กใชท้ ำสกรู และนัต 16 เหลก็ แผน่ เรียบ เหล็กแผน่ บาง 21 เหลก็ แผน่ มีความหนามากกว่า 4.75 มิลลิเมตร 22 เหลก็ ทีม่ คี วามหนาปานกลางระหว่าง 3.4-7.5 มลิ ลเิ มตร 23 เหลก็ แผน่ ทีม่ ีความหนานอ้ ยกว่า 3 มิลลเิ มตร 26 ท่อเหล็กกลมท่มี ีตะเขบ็ เชอ่ื ม 29 ทอ่ เหล็กกลมที่ไมม่ ีตะเขบ็ เชือ่ ม ตัวอย่างการกำหนดมาตรฐานเหล็กกลา้ คาร์บอนแบบมีจุดทศนยิ ม ตัวอย่างที่ 1 ST 50.13 หมายถึง เหล็กกล้าคาร์บอนที่นำไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องนำไป ปรับปรงุ คุณสมบัติอีก สามารถทนแรงดึงได้สูงสุด 50 Kp/������������2 ใช้ทำสกรู และนตั

25 ตัวอย่างที่ 2 ST 34.23 หมายถึง เหล็กกล้าคาร์บอนที่นำไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องนำไป ปรับปรงุ คุณสมบัตอิ กี สามารถทนแรงดงึ ไดส้ ูงสุด 34 Kp/������������2 เปน็ เหลก็ แผน่ ทม่ี คี วามหนาน้อยกว่า 3 มิลลิเมตร 4.1.2 เหล็กกล้าคาร์บอนชนิดที่ต้องนำไปปรับปรุงคุณสมบัติก่อนนำไปใช้งาน การปรับปรุง คุณสมบัติจะใช้กรรมวิธีทางความร้อน คือ การชุบแข็งก่อนนำไปใช้ การกำหนดมาตรฐานจะกำหนด ด้วยตัวอักษร C ตามด้วยตัวเลขบอกปริมาณคาร์บอน (ตัวเลขบอกปริมาณคาร์บอนจะต้องนำมาหาร ดว้ ย 100 ค่าที่ไดจ้ ะบอกเป็นเปอร์เซ็นต์) ดังตัวอย่างต่อไปนี้ รูปท่ี 16 แสดงมาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมันแบบเหลก็ ลา้ คารบ์ อนท่ีตอ้ งนำไปปรับปรุงคุณสมบตั ิกอ่ นนำไปใช้ 4.2 เหล็กกล้าผสมต่ำ (Low Alloy Steel) การกำหนดสัญลักษณ์ของเหลก็ กลา้ ผสมตำ่ จะกำหนดสัญลักษณ์ ดังรปู รูปที่ 17 แสดงสญั ลกั ษณ์มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั แบบเหลก็ กลา้ ผสมตำ่ ปริมาณของธาตทุ ี่ผสมจะมีการจดั แบ่งประเภทและหารด้วยแฟคเตอรท์ ี่แตกต่างกนั ออกไป เพ่ือให้ไดส้ ดั สว่ นของธาตุผสมทแ่ี ทจ้ รงิ ซ่งึ ประกอบดว้ ย กลมุ่ ท่ี 1 หารดว้ ย 4 ประกอบด้วย Cr Co Si Ni Mn W กลมุ่ ท่ี 2 หารดว้ ย 10 ประกอบด้วย Cu Mo Al Cu Ti V กลมุ่ ท่ี 3 หารด้วย 100 ประกอบด้วย N P C S

26 กลุ่มท่ี 4 ไมต่ ้องหารดว้ ยค่าแฟคเตอร์ ประกอบดว้ ย Zn Sn Mg Fe ดังตัวอยา่ งต่อไปน้ี ตวั อยา่ งที่ 1 รูปที่ 18 แสดงตวั อยา่ งท่ี 1 มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมันแบบเหล็กกล้าผสมตำ่ ตวั อย่างที่ 2 รปู ท่ี 19 แสดงตัวอยา่ งที่ 2 มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมันแบบเหล็กกล้าผสมตำ่ นอกจากบอกสัญลกั ษณข์ องเหลก็ ผสมต่ำเพยี งอย่างเดยี วแลว้ ในระบบเยอรมนั ในบางกรณีอาจ มกี ารเขียนสญั ลักษณ์เพื่อบง่ บอกกรรมวธิ ีในการผลติ โดยจะเขยี นสัญลักษณด์ งั กลา่ วไวน้ ำหนา้ สญั ลกั ษณ์ บอกชนิดเหลก็ ดังตารางต่อไปน้ี ตารางที่ 9 แสดงความหมายของกรรมวธิ ีการผลิตและคณุ สมบตั ิพเิ ศษของเหล็กกล้าผสมต่ำ สญั ลกั ษณ์ หมายถึง B เหลก็ ท่ีผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ E เหล็กท่ผี ลิตจากเตาไฟฟ้าทวั่ ไป F เหล็กท่ีผลิตจากเตานำ้ มนั I เหลก็ ท่ผี ลติ จากเตาไฟฟ้าชนิดเหนีย่ วนำ

27 LE เหลก็ ทผ่ี ลิตจากเตาไฟฟ้าชนิดอาร์ค M เหล็กที่ผลิตจากเตาเมนตม์ าติน หรือเตาพุดเดิล T เหล็กที่ผลติ จากเตาโทมสั Ti เหลก็ ทีผ่ ลิตจากกรรมวิธีครซู ิเบลิ W การเผาด้วยอากาศบรสิ ทุ ธิ์ ตารางที่ 9 แสดงความหมายของกรรมวธิ ีการผลิตและคณุ สมบตั พิ เิ ศษของเหลก็ กล้าผสมต่ำ (ต่อ) สญั ลักษณ์ หมายถึง R เหล็กทีไ่ ม่ผ่านกรรมวธิ กี ารกำจัดออกซิเจน RR เหลก็ ท่ีผา่ นกรรมวิธกี ำจดั ออกซเิ จน 2 ครัง้ สัญลักษณ์การกำหนดคุณสมบตั ิพเิ ศษของเหลก็ (จะเขียนสญั ลกั ษณไ์ ว้หลงั สุด) A ทนทานต่อการกัดกร่อน Q ตขี นึ้ รูป Z รดี ง่าย V ผา่ นการชุบเหนียว S ผ่านการอบคลายเครียดในเน้ือเหล็ก E สามารถชุบแขง็ ได้ โดยแสดงตามตัวอย่างตอ่ ไปนี้ B 20 Mn Ti 4 6 E B หมายถึง เหล็กกล้าคาร์บอนผสมตำ่ ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ 20 หมายถึง ปริมาณคารบ์ อนผสมอยู่ = 20/100 = 0.2 % Mn 4 หมายถึง มี Mn ผสมอยู่ = 4/4 = 1 % Ti 6 หมายถงึ มี Ti ผสมอยู่ = 6/10 = 0.6 % E หมายถึง เหล็กชนิดนี้สามารถนำไปชบุ แขง็ ได้ 4.3 เหลก็ กล้าผสมสูง (Higth Alloy Steel) เหล็กกล้าผสมสงู จะกำหนดสัญลกั ษณเ์ หมือนกบั เหล็กกลา้ คาร์บอนต่ำแตจ่ ะแตกต่างกนั ตรงที่ ตัวอกั ษรนำหนา้ โดยเหล็กกลา้ ผสมสงู จะเขียนสัญลกั ษณด์ ้วยตัวอักษร X และตามด้วยปริมาณของ คารบ์ อนทีผ่ สม แต่จะต้องนำไปหารด้วย 100 จงึ ได้ค่าออกมาเปน็ เปอร์เซ็นตส์ ่วนธาตุผสมอื่นจะบอก ปรมิ าณทส่ี ามารถอา่ นคา่ ไดเ้ ลยไมต่ ้องนำไปหาค่าหารด้วยค่าแฟคเตอรใ์ ดๆ ดังตัวอยา่ งต่อไปนี้

28 ตัวอย่างท่ี 1 X 220 Mn Ni Ti 10 12 10 หมายถึง เหลก็ กล้าผสมสงู มคี าร์บอนผสม อยใู่ นปริมาณ = 220/100 = 2.2 % มี Mn ผสมอยู่ 10 % มี Ni ผสมอยู่ 12 % และมี Ti ผสมอยู่ 10 % ตวั อย่างท่ี 2 EX 20 Mo Cr Ti 6 15 9 หมายถงึ เหล็กกลา้ ผสมสงู ผลิตจากเตาไฟฟา้ มคี ารบ์ อนผสมอยู่ในปริมาณ = 20/100 = 0.2 % มี Mo ผสมอยู่ 6 % มี Cr ผสมอยู่ 15 % และมี Ti ผสมอยู่ 9 % 4.4 เหลก็ หล่อ (Cast Iron) การกำหนดมาตรฐานของเหล็กหลอ่ จะกำหนดโดยการเขียนสญั ลกั ษณ์ชนดิ ของเหลก็ หล่อ นำหน้าและตามด้วยสญั ลกั ษณก์ ำหนดค่าต่าง ๆ ซึ่งกรรมวธิ กี ารกำหนดคา่ ตามหลังชนิดของเหล็กหล่ออยู่ 4 วธิ ี โดยศกึ ษาจากตารางดังต่อไปนี้ ตารางที่ 10 แสดงความหมายชนิดของเหล็กหล่อ สญั ลกั ษณ์ หมายถึง Stg Gs Ge GG เหล็กเหนยี วหลอ่ GGG เหล็กหล่อสีเทา Te GT เหลก็ หลอ่ กราไฟต์ก้อนกลม GTS เหลก็ หลอ่ เหนยี ว GTW เหล็กหล่อเหนียวสดี ำ เหลก็ หลอ่ เหนยี วสีขาว GH เหล็กหล่อแขง็ GK เหล็กหล่อดว้ ยแบบเหล็ก GZ เหลก็ หลอ่ แบบใชแ้ รงเหว่ียง กรรมวธิ กี ารกำหนดค่าตามหลังชนิดของเหลก็ หล่อมีอยู่ 4 วิธี คอื 4.4.1 การเขยี นสัญลักษณ์โดยการกำหนดคา่ แรงดึงตามหลังสัญลกั ษณ์ชนิดของเหล็กหลอ่ ตวั อย่าง GG-60 หมายถึง เหล็กหล่อสีเทา สามารถทนแรงดงึ ไดส้ งู 60 Kg/������������2 4.4.2 การเขียนสญั ลักษณ์โดยเขียนสญั ลกั ษณต์ ามด้วยตวั เลขบอกปริมาณคารบ์ อนตามหลงั ชนิดของเหล็กหล่อ แต่ตัวเลขบอกปรมิ าณคาร์บอนจะต้องนำไปหารด้วย 100 ก่อนจงึ อ่านค่า ตวั อย่าง GS-C 2

29 หมายถึง เหล็กเหนียวหล่อมีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 2/100 = 0.02 % 4.4.3 การเขียนสญั ลักษณ์เหมอื นกบั เหลก็ กล้าผสมต่ำ และในบางกรณีอาจมีการระบุกรรมวธิ ี ผลติ เข้าไปด้วย ตัวอยา่ งท่ี 1 GTS-20 Mn Ti 8 6 หมายถึง เหล็กหล่อเหนยี วสีดำ มปี รมิ าณคาร์บอนผสมอยู่ 20/100 = 0.2% มี Mn ผสม อยู่ 8/4 = 2% มี Ti ผสมอยู่ 6/10 = 0.6% ตวั อยา่ งท่ี 2 GS-B 12 Mn Ti 4 6 หมายถงึ เหล็กเหนยี วหลอ่ ผลิตจากเตาเบสเซมเมอร์ มีปรมิ าณคารบ์ อนผสมอยู่ 12/100 = 0.12% มี Mn ผสมอยู่ 4/4 = 1% มี Ti ผสมอยู่ 6/10 = 0.6% 4.4.4 การเขยี นสัญลกั ษณ์เหมอื นกับเหลก็ กลา้ ทัว่ ไป และกำหนดคณุ สมบัตพิ ิเศษตามหลัง ตัวอย่าง GT-E X 50 Mn Ti 4 6 V-S 60 หมายถงึ เหล็กหล่อเหนยี วผสมสูงผลิตมาจากเตาไฟฟ้า มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 50/100 = 0.5% Mn 4% Ti 6% ผา่ นกรรมวิธชี ุบเหนยี วและอบคลายเครยี ดในเน้ือเหลก็ แล้ว สามารถทน แรงดึงได้สูงสดุ 60 Kg/������������2 บทสรปุ ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ได้มีการ กำหนดมาตรฐานโลหะอตุ สาหกรรมของตนเองขึ้นมา ทำใหก้ ารผลิตสินคา้ และผลิตชิ้นส่วนอปุ กรณ์ต่าง ๆ เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยสามารถจำแนกมาตรฐานเหล็กออกได้คือ มาตรฐานเหล็ก ระบบญี่ปุ่น Japanese Industrial Standards (JIS) มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา American Iron and Steel Institute (AISI) และ มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมนั Deutsch Industrial Norm (DIN)

30 แบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 4 เรอ่ื ง มาตรฐานเหล็ก คำชแ้ี จง ให้ผ้เู รยี นตอบคำถามโดยการเตมิ คำในชอ่ งว่างหรืออธิบายตามโจทยท์ ่กี ำหนดให้ จำนวน 10 ข้อ รวมคะแนนเต็ม 10 คะแนน คะแนนทไี่ ด้...........คะแนน ช่ือ-สกุล.......................................................แผนกวิชา......................เลขท.่ี .............. 1. จงบอกประเภทของมาตรฐานเหลก็ ท่นี ยิ มใช้ มกี ป่ี ระเภท และมีประเภทใดบา้ ง (1 คะแนน) ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................ .......................................................................... ............................................................................................................................. ......................................... .................................................................................................................. 2. จงบอกสญั ลกั ษณข์ องมาตรฐานเหล็กแตล่ ะประเภท (1 คะแนน) 2.1 มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่นใชส้ ัญลกั ษณ.์ ................................................................................ 2.2 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกาใชส้ ัญลักษณ์.............................................................................. 2.3 มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั ใช้สัญลักษณ์............................................................................. 3. มาตรฐานเหล็ก JIS G 4401 หมายถึง(1 คะแนน) ........................................................................................... ........................................................................... ...................................................................................................................... 4. มาตรฐานเหล็ก JIS G 4901 หมายถึง(1 คะแนน) ......................................................................................................................................... ............................. ...................................................................................................... ................ 5. มาตรฐานเหล็ก AISI C 4320 หมายถึง(1 คะแนน) ............................................................................................................................. ......................................... ......................................................................................................................

31 6. มาตรฐานเหลก็ AISI A 2230 หมายถึง(1 คะแนน) ............................................................................................................................. ......................................... .......................................................................................... ............................ 7. มาตรฐานเหล็ก SAE 7320 หมายถงึ (1 คะแนน) ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................... 8. มาตรฐานเหลก็ SAE 13 230 หมายถึง(1 คะแนน) ...................................................................................................... ................................................................ ...................................................................................................................... 9. มาตรฐานเหล็ก St 37 หมายถงึ (1 คะแนน) .......................................................................................................................................................... ............ ...................................................................................................................... 10. มาตรฐานเหลก็ 30 Mn V 5 6 หมายถึง(1 คะแนน) ............................................................................................................................. ......................................... ...................................................................................................................... ลงชอ่ื ............................ผูป้ ระเมิน (.........................................)

32 เฉลยแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 4 เรอื่ ง มาตรฐานเหล็ก 1. จงบอกประเภทของมาตรฐานเหลก็ ทนี่ ิยมใช้ มกี ป่ี ระเภท และมปี ระเภทใดบา้ ง ตอบ มาตรฐานเหลก็ ท่นี ิยมใช้ มี 3 ประเภท คือ 1.1 มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น Japanese Industrial Standards 1.2 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา American Iron and Steel Institute และมาตรฐานสมาคม วศิ วกรรมยานยนตแ์ หง่ อเมริกา Society of Automotive Engineers 1.3 มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน Deutsch Industrial Norm 2. จงบอกสัญลกั ษณ์ของมาตรฐานเหล็กแตล่ ะประเภท (1 คะแนน) ตอบ 2.1 มาตรฐานเหลก็ ระบบญ่ีป่นุ ใช้สญั ลักษณ์ JIS 2.2 มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกาใชส้ ญั ลกั ษณ์ AISI และ SAE 2.3 มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมันใช้สัญลักษณ์ DIN 3. มาตรฐานเหล็ก JIS G 4401 หมายถึง ตอบ เหล็กกลา้ ผสมใช้สำหรับทำเครื่องมือ 4. มาตรฐานเหล็ก JIS G 4901 หมายถึง ตอบ เหลก็ กลา้ ผสมใชส้ ำหรับงานท่มี ีความสามารถในการตา้ นทานการกดั กร่อนและความร้อน 5. มาตรฐานเหล็ก AISI C 4320 หมายถึง ตอบ เปน็ เหล็กชนิดท่ีผลิตจากเตา Open Hearth ชนดิ ดา่ ง เป็นเหล็กกล้าโมลิบดินม่ั โดยมีโมลบิ ดินั่มผสมอยู่ 3% และมคี าร์บอนผสมอยู่ 0.2% 6. มาตรฐานเหล็ก AISI A 2230 หมายถึง ตอบ เปน็ เหล็กชนิดที่ผลติ จากเตา Bessemer ชนิดดา่ ง เปน็ เหลก็ กล้าผสมนกิ เกิล โดยมนี ิกเกลิ ผสมอยู่ 2% และมีคาร์บอนผสมอยู่ 0.3% 7. มาตรฐานเหล็ก SAE 7320 หมายถงึ ตอบ เป็นเหลก็ กลา้ ผสมทังสเตน มีทงั สเตนอยู่ 3% และมีคาร์บอนผสมอยู่ 0.2% 8. มาตรฐานเหล็ก SAE 13 230 หมายถึง ตอบ เปน็ เหล็กกล้าแมงกานีส มแี มงกานีสอยู่ 2% และมีคารบ์ อนผสมอยู่ 0.3% 9. มาตรฐานเหล็ก St 37 หมายถงึ ตอบ St 37 หมายถึง เหล็กกลา้ คาร์บอนทีน่ ำไปใชง้ านไดเ้ ลยโดยไม่ต้องนำไปปรบั ปรุงคณุ สมบัติอีก สามารถทนแรงดึงสงู สดุ 37 Kp/������������2

33 10. มาตรฐานเหล็ก 30 Mn V 5 6 หมายถงึ ตอบ เหลก็ กลา้ ผสมตำ่ มีคาร์บอนผสมอยู่ 0.3% มีแมงกานสี ผสมอยู่ (5/4) = 1.25% และมี วาเนเดยี ม (6/10) = 0.6%

34 แบบประเมนิ ด้านเจตคติ หน่วยท่ี 4 เรื่อง มาตรฐานเหลก็ ช่อื -สกุล.......................................................แผนกวชิ า......................เลขท่.ี .............. การประเมนิ ดา้ นเจตคติ เจตคติ ผลการประเมิน 1. การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ 2. ความรับผิดชอบ (3) (10) (7) (5) 3. การแต่งกาย 4. ความต้งั ใจในการเรียน รวมคะแนนดา้ นเจตคติ 40 คะแนน คะแนนทีไ่ ด้........คะแนน ลงชือ่ ............................ผู้ประเมนิ (.........................................)

35 ใบประเมินผล หน่วยที่ 4 เรื่อง มาตรฐานเหล็ก ช่ือ-สกุล.......................................................แผนกวชิ า......................เลขท.่ี .............. ผลการประเมนิ ดา้ นการทำแบบฝึกหัด 10 ข้อ รวม 10 คะแนน คะแนนทีไ่ ด.้ ...........คะแนน ดมี าก ( 9-10 คะแนน ) ดี ( 7-8 คะแนน ) พอใช้ ( 5-6 คะแนน ) ต้องปรบั ปรุง ( ตำ่ กวา่ 5 คะแนน ) ผลการประเมินดา้ นเจตคติ 4 ข้อ ข้อละ 10 คะแนน รวม 40 คะแนน คะแนนทไี่ ด.้ ........ คะแนน ดมี าก ( 35-40 คะแนน ) ดี ( 29-34 คะแนน ) พอใช้ ( 23-28 คะแนน ) ตอ้ งปรบั ปรุง ( ตำ่ กว่า 23 คะแนน ) ผลการประเมนิ โดยรวม ( นำคะแนนท้งั หมดมารวมแล้วหาคา่ รอ้ ยละ )ผลรวมของคะแนนท้งั หมด X 100 ดีมาก ( ร้อยละ 80-100 ) คะแนนเตม็ 50 ดี ( ร้อยละ 70-79 ) พอใช้ ( รอ้ ยละ 60-69 ) ตอ้ งปรับปรงุ ( ร้อยละ 50-59 ) ตำ่ กวา่ เกณฑ์ ( ต่ำกวา่ รอ้ ยละ 50 ) ผปู้ ระเมิน...................................... (...........................................) วนั ท.่ี ........เดือน...........................พ.ศ...............

36 แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน หนว่ ยที่ 4 เร่ือง มาตรฐานเหล็ก คำช้แี จง ให้ผ้เู รียนทำแบบทดสอบโดยเลอื กคำตอบข้อทถ่ี ูกตอ้ งที่สดุ แลว้ ทำเคร่ืองหมาย (X) ลงในกระดาษคำตอบ จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรมที่ 1 จำแนกประเภทของมาตรฐานเหล็กได้ 1. มาตรฐานเหล็กแบง่ เปน็ ก่ีประเภท อะไรบ้าง ก. 1 ประเภท คอื มาตรฐานเหล็กระบบญ่ีปนุ่ ข. 2 ประเภท คอื มาตรฐานเหลก็ ระบบญปี่ นุ่ และมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา ค. 3 ประเภท คือ มาตรฐานเหล็กระบบญปี่ ่นุ มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมรกิ า และมาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน ง. 4 ประเภท คอื มาตรฐานเหลก็ ระบบญี่ปุ่น มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน และมาตรฐานเหลก็ ระบบไทย จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมที่ 2 บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบญป่ี ุ่นได้ 2. จากมาตรฐานเหลก็ ระบบญีป่ นุ่ ตัวเลขหลักที่ 1 หลักที่ 2 หลักที่ 3 และ 4 บอกข้อมลู อะไร ก. ตัวเลขหลกั ที่ 1 บอกชนดิ เหล็กตามการใช้งาน ตวั เลขหลกั ที่ 2 บอกกรรมวธิ ีตา่ ง ๆ ทเี่ กย่ี วกับเหลก็ ตวั เลขหลักที่ 3 และ 4 บอกชนดิ เหลก็ ตามธาตุผสม ข. ตวั เลขหลกั ที่ 1 บอกกรรมวิธตี ่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วกับเหล็ก ตวั เลขหลกั ท่ี 2 บอกชนิดเหลก็ ตามการใชง้ าน ตวั เลขหลกั ที่ 3 และ 4 บอกชนิดเหลก็ ตามธาตุผสม ค. ตัวเลขหลักท่ี 1 บอกกรรมวธิ ีต่าง ๆ ที่เกี่ยวกบั เหล็ก ตวั เลขหลกั ที่ 2 บอกชนิดเหล็กตามธาตผุ สม ตวั เลขหลักท่ี 3 และ 4 บอกชนดิ เหล็กตามการใชง้ าน

37 ง. ตัวเลขหลกั ที่ 1 บอกชนดิ เหลก็ ตามธาตุผสม ตวั เลขหลักท่ี 2 บอกชนดิ เหล็กตามการใชง้ าน ตวั เลขหลักที่ 3 และ 4 บอกกรรมวธิ ีตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วกับเหลก็ 3. มาตรฐานเหล็ก JIS G 3301 SGP มคี วามหมายตามขอ้ ใด ก. เหล็กกลา้ เครอ่ื งมือไร้สนิมใช้ผลติ ทอ่ เหลก็ ข. เหล็กกลา้ ไฮสปดี ใชผ้ ลิตท่อเหลก็ ค. เหลก็ กลา้ เคร่ืองมอื ไร้สนิมใช้ผลิตแบร่งิ ง. เหลก็ กลา้ หล่อใช้ผลิตทอ่ เหลก็ 4. มาตรฐานเหล็ก JIS G 4301 SUJ มีความหมายตามข้อใด ก. เหล็กกลา้ เคร่ืองมือไร้สนมิ ใช้ผลติ แบร่ิง ข. เหล็กกลา้ ไฮสปีดใช้ผลติ ทอ่ เหลก็ ค. เหล็กกลา้ เครื่องมือผสมไร้สนมิ ใช้ผลิตแบรงิ่ ง. เหลก็ กลา้ หลอ่ ใชผ้ ลติ สปรงิ จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมที่ 3 บอกมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกาได้ 5. มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า สัญลกั ษณ์ท่ี 4-6 บอกความหมายตามขอ้ ใด ก. บอกเปอรเ์ ซ็นตข์ องธาตุตา่ ง ๆ ทีผ่ สมอยู่ในเหลก็ โดยนำเอาเลขทก่ี ำหนดมาหารด้วย 100 ข. บอกเปอร์เซน็ ต์ทน่ี ิกเกิลผสมอยู่ในเหลก็ โดยนำเอาเลขทีก่ ำหนดมาหารดว้ ย 100 ค. บอกเปอร์เซ็นต์ที่โครเมยี มผสมอยใู่ นเหล็กโดยนำเอาเลขท่กี ำหนดมาหารด้วย 100 ง. บอกเปอร์เซ็นตท์ ่คี าร์บอนผสมอยใู่ นเหล็กโดยนำเอาเลขที่กำหนดมาหารดว้ ย 100

38 6. มาตรฐานเหล็ก AISI C 7 3 3 0 มคี วามหมายตามขอ้ ใด ก. เหลก็ กลา้ ผสมโครเมยี มผลิตจากเตา Open Heath มปี ริมาณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มีปริมาณคารบ์ อนผสมอยู่ 0.3 % ข. เหล็กกล้าผสมทงั สเตนผลิตจากเตา Open Heath มีปรมิ าณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มีปรมิ าณคารบ์ อนผสมอยู่ 0.3 % ค. เหล็กกล้าผสมโมลบิ ดินม่ั ผลิตจากเตา Open Heath มปี รมิ าณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มปี ริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 0.3 % ง. เหล็กกลา้ ผสมทังสเตนผลิตจากเตา Bessemer มีปริมาณทังสเตนผสมอยู่ 3 % มปี รมิ าณคารบ์ อนผสมอยู่ 0.3 % 7. มาตรฐานเหล็ก AISI B 3 2 2 0 มคี วามหมายตามขอ้ ใด ก. เหล็กกลา้ ผสมนกิ เกิลโครเมยี มผลิตจากเตา Bessemer มปี ริมาณนกิ เกลิ โครเมียมผสมอยู่ 2 % มปี ริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 0.2 % ข. เหลก็ กล้าผสมนิกเกิลโครเมียมผลิตจากเตา Open Heath มปี รมิ าณนกิ เกลิ โครเมยี มผสมอยู่ 2 % มีปริมาณคาร์บอนผสมอยู่ 0.2 % ค. เหลก็ กลา้ แมงกานีสผลิตจากเตา Bessemer มีปริมาณแมงกานีสผสมอยู่ 2 % มปี รมิ าณคารบ์ อนผสมอยู่ 0.2 % ง. เหลก็ กลา้ ผสมโมลิบดนิ ่ัม ผลติ จากเตา Open Heath มีปรมิ าณโมลิบดินม่ั ผสมอยู่ 2 % มีปริมาณคารบ์ อนผสมอยู่ 0.2 % จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมท่ี 4 บอกมาตรฐานเหล็กระบบเยอรมนั ได้ 8. มาตรฐานเหล็กเยอรมัน St 37 คือความหมายของเหลก็ ตามข้อใด ก. เหลก็ กลา้ โครเมียมที่นำไปใชไ้ ดเ้ ลย โดยไม่ต้องนำไปปรบั ปรุงคุณสมบัติอีกสามารถทน แรงดงึ ได้สงู 37 Kp/mm2 ข. เหลก็ กล้าโมลิบดินั่มที่นำไปใช้ได้เลย โดยไม่ตอ้ งนำไปปรับปรงุ คุณสมบตั ิอกี สามารถทนแรงดงึ ได้ สงู 37 Kp/mm2 ค. เหลก็ กล้าคารบ์ อนทนี่ ำไปใชไ้ ด้เลย โดยไม่ตอ้ งนำไปปรับปรงุ คณุ สมบัตอิ ีกสามารถทน แรงดงึ ได้สูง 37 Kp/mm2 ง. เหล็กกลา้ คาร์บอนทนี่ ำไปใชไ้ ดเ้ ลย โดยไม่ต้องนำไปปรบั ปรุงคณุ สมบัตอิ ีกสามารถทนแรงอัดไดส้ ูง 37 Kp/mm2

39 9. มาตรฐานเหล็กเยอรมนั สัญลักษณต์ ัวเลข 2 หลกั หมายถงึ อะไร ก. บอกปรมิ าณคาร์บอน ข. บอกปริมาณโลหะผสม ค. บอกกรรมวธิ ผี ลิตเหลก็ ง. บอกชนิดของเหลก็ 10. St 34.13 มคี วามหมายตามข้อใด ก. เหล็กกล้าคาร์บอนทนี่ ำไปใช้งานได้เลยโดยไมต่ ้องนำไปปรบั ปรุงคุณสมบตั ิอีก สามารถทนแรงดึง ไดส้ งู สุด 34 Kp/mm2 เปน็ เหลก็ แทง่ เหลก็ แผ่นขนาดใหญ่ ข. เหลก็ กล้าผสมท่ีนำไปใชง้ านไดเ้ ลยโดยไม่ตอ้ งนำไปปรบั ปรงุ คุณสมบตั ิอีก สามารถทน แรงดึงได้สูงสดุ 34 Kp/mm2 เป็นเหลก็ ใช้ทำสกรแู ละนตั ค. เหลก็ กลา้ คาร์บอนที่นำไปใช้งานไดเ้ ลยโดยไม่ต้องนำไปปรับปรงุ คุณสมบัติอีก สามารถทนแรงดงึ ไดส้ งู สุด 34 Kp/mm2 เป็นเหลก็ ใชท้ ำสกรแู ละนัต ง. เหล็กกล้าคาร์บอนท่ีนำไปใช้งานไดเ้ ลยโดยไมต่ ้องนำไปปรบั ปรงุ คุณสมบัติอีก สามารถทนแรงดึง ได้สงู สดุ 13 Kp/mm2 เป็นเหลก็ ใช้ทำสกรแู ละนตั

40 เฉลยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน หนว่ ยที่ 4 เรอ่ื ง มาตรฐานเหลก็ ข้อท่ี คำตอบ 1ค 2ข 3ก 4ค 5ง 6ข 7ก 8ค 9ง 10 ค

41 บรรณานกุ รม นรศิ ศรเี มฆ. วัสดชุ ่างอตุ สาหกรรม. นนทบุรี : บรษิ ทั สำนกั พมิ พเ์ อมพันธ์ จำกัด, 2549. ISBN 974-278-508-2 นรศิ สุวรรณางกรู . วัสดงุ านชา่ งอตุ สาหกรรม. นนทบุรี : บริษทั สำนักพิมพเ์ อมพันธ์ จำกดั , 2556. ISBN 978-616-07-1062-1 บญุ ธรรม ภทั ราจารุกุล. วสั ดุงานชา่ งอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ : บริษัท ซเี อ็ดยูเคชนั่ จำกัด (มหาชน). ISBN 978-616-08-1868-6 ประเวช มณกี ตุ . วัสดชุ ่างอตุ สาหกรรม. กรงุ เทพฯ : สำนักพิมพจ์ ติ รวัฒน.์ ISBN 974-90203-2-4 มณฑล ฉายอรุณ. วสั ดุอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพ์ศูนยส์ ่งเสริมอาชวี ะ, 2537. วิชยั โรมไธสง. วสั ดชุ ่างอุตสาหกรรม. กรงุ เทพฯ : สำนักพมิ พ์วงั อกั ษร, 2548. ISBN 974-695- 643-4

42 ตวั ชวี้ ดั ท่ี 1.2 การจดั การเรยี นรู้ ตัวช้ีวดั ท่ี 1.2.1 การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ ขอ้ 2 มีกิจกรรมการเรยี นร้ดู ว้ ยวิธกี ารปฏบิ ัติ ท่ีสอด คล้องกับธรรมชาติของเนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้ อย่างหลากหลาย และสามารถนำไปปฏิบัตไิ ด้จรงิ ระดบั 1 ไม่มีอยา่ ง รายกลมุ่ หลากหลาย นำไปใช้จริง

43 คำช้แี จง ข้าพเจ้าได้จัดทำหน่วยการเรยี นรู้ วิชาวัสดชุ ่างอุตสาหกรรม 20100-1002 โดยไดจ้ ัดออกแบบ การเรยี นรู้ โดยมีกิจกรรมการเรยี นรู้ดว้ ยวิธีการปฏบิ ตั ิ (Active Learning) ท่ีสอดคล้องกับธรรมชาติของ เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ อยา่ งหลากหลาย และสามารถนำไปปฏิบตั ิในการจดั การเรียนรู้ไดจ้ ริง ดงั มรี ายละเอียดจากเอกสารท่แี นบมาดว้ ยดังกล่าวในหวั ขอ้ กจิ กรรมการเรียนรู้ ลงช่ือ.................................................... ผู้ขอ (นายผาสขุ ไชยสุรินทร์) ตำแหน่ง..............คร.ู ...............................

44 เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 เรื่อง มาตรฐานเหลก็ วิชา วสั ดุงานช่างอตุ สาหกรรม รหัส 20100-1002 หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จดั ทำโดย ผาสุข ไชยสุรินทร์ ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ แผนกวชิ าช่างกลโรงงาน วทิ ยาลัยเทคนคิ สตลู สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร

45 รายละเอยี ดรายวิชา หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี พุทธศกั ราช 2562 ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม หมวดวิชาทักษะวชิ าชพี กลุ่มทกั ษะวชิ าชีพพ้ืนฐาน รหัสวิชา 20100-1002 ชอ่ื วิชา วัสดุงานชา่ งอุตสาหกรรม ทฤษฎี 2 ชัว่ โมง/สัปดาห์ ปฏบิ ตั ิ - ชัว่ โมง/สัปดาห์ จำนวน 2 หนว่ ยกติ จุดประสงคร์ ายวิชา 1. เพือ่ ใหร้ ู้และเข้าใจเกยี่ วกบั หลักการพื้นฐานในการจำแนกชนดิ ลกั ษณะ คุณสมบัติ มาตรฐาน การใช้งานของวัสดอุ ุตสาหกรรม 2. เพื่อใหส้ ามารถเลอื กวัสดอุ ุตสาหกรรมมาใชแ้ ละการจัดเกบ็ ได้ตรงตามมาตรฐาน 3. มีเจตคตแิ ละตระหนัก เห็นคุณคา่ ของวสั ดุ และนำมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนส์ งู สุด มาตรฐานรายวชิ า 1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกับหลักการพื้นฐานในการจำแนก ชนิด ลักษณะ มาตรฐาน การใชง้ าน วสั ดอุ ตุ สาหกรรม 2. เลือกใชว้ ัสดอุ ุตสาหกรรมไดต้ รงตามลกั ษณะงาน คำอธิบายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะ ชนิด มาตรฐาน กรรมวิธีการผลิต การใช้งาน การจัดเก็บ การ เลอื กวัสดุในงานอุตสาหกรรมประกอบด้วย โลหะ อโลหะ โลหะผสม อทิ ธพิ ลของธาตุที่มีต่อโลหะผสม วัสดุเชื้อเพลิงและสารหล่อลื่น วัสดุหล่อเย็น วัสดุก่อสร้าง วัสดุสังเคราะห์ วัสดุ งานไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนกิ ส์ การกดั กร่อนและการปอ้ งกัน หลักการตรวจสอบวัสดุเบื้องตน้

46 ตารางท่ี 1 การออกแบบหนว่ ยการเรยี นร้ทู ส่ี อดคล้องกับจดุ ประสงค์ สมรรถนะ และคำอธบิ ายรายวิชา ที่ปรบั ประยกุ ตส์ อดคลอ้ งกบั สถานศกึ ษาและเหมาะสมกบั ผเู้ รียน รหสั วิชา 20100-1002 ช่ือวิชา วัสดงุ านช่างอุตสาหกรรม ทฤษฎี 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ปฏบิ ตั ิ - ช่ัวโมง/สปั ดาห์ จำนวน 2 หน่วยกิต สปั ดาห์ที่ หนว่ ยที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรียนรู้ หวั ข้อการเรียนรู้ เวลา รวม (ชม.) (ชม.) 1 1 พื้นฐานวสั ดชุ า่ งอตุ สาหกรรม 22 1. ความหมายของวสั ดชุ ่าง 2. ประเภทของวสั ดุชา่ ง 3. คุณสมบตั พิ ้ืนฐานของวัสดุชา่ ง 4. แนวทางการเลอื กใช้วัสดชุ ่าง 5. การจดั เก็บและดแู ลรักษาวสั ดุช่าง 6. สญั ลักษณ์ของธาตโุ ลหะ อโลหะ และสารประกอบ 2-3 2 โลหะเหล็กธรรมดา 46 1. สินแร่เหลก็ 2. กรรมวธิ ีถลงุ เหล็ก 3. ชนิดของโลหะเหลก็ 4. เหล็กทีไ่ ดจ้ ากการถลงุ เหล็กดบิ 4 3 โลหะเหล็กผสม 28 1. ความหมายของโลหะเหล็กผสม 2. ประเภทของโลหะเหล็กผสม 5 4 มาตรฐานเหลก็ 2 10 1. ประเภทของมาตรฐานเหลก็ 2. มาตรฐานเหล็กระบบญี่ปุ่น 3. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 4. มาตรฐานเหล็กระบบเยอรมัน

สัปดาห์ที่ หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ 47 หัวข้อการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรยี นรู้ 6-7 5 โลหะที่ไม่ใชเ่ หลก็ เวลา รวม 1. ความหมายของโลหะท่ไี ม่ใช่เหล็ก (ชม.) (ชม.) 2. ประเภทของโลหะทีไ่ มใ่ ช่เหลก็ 4 14 4 18 8-9 6 โลหะผสมทีไ่ ม่ใช่เหลก็ 1. ความหมายของโลหะผสมท่ไี มใ่ ช่ 2 20 2 22 เหลก็ 2. ประเภทของโลหะผสมทไี่ มใ่ ช่ 2 24 2 26 เหล็ก 2 28 10 7 อโลหะ 1. ความหมายของอโลหะ 2. ประเภทของอโลหะ 11 8 วสั ดุหล่อลื่นและวสั ดุหล่อเย็น 1. ความหมายของวัสดุหลอ่ ลื่น 2. หนา้ ที่ของวสั ดุหลอ่ ลน่ื 3. ประเภทของวสั ดหุ ล่อล่ืน 4. ความหมายของน้ำมันหล่อเยน็ 5. ชนิดของน้ำมนั หล่อเย็น 12 9 วัสดกุ อ่ สรา้ ง 1. ความหมายของวสั ดุกอ่ สร้าง 2. ประเภทของวสั ดุก่อสร้าง 13 10 วัสดุเชือ้ เพลงิ 1. ความหมายของเชือ้ เพลงิ 2. ประเภทของเชื้อเพลิง 14 11 วสั ดไุ ฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 1. การกำเนิดพลงั งานไฟฟา้ 2. ชนดิ ของวัสดุไฟฟา้ และ อิเล็กทรอนกิ ส์

สปั ดาห์ท่ี หน่วยท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ 48 หวั ข้อการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรียนรู้ 14 11 3. อุปกรณ์ไฟฟา้ เวลา รวม 4. อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (ชม.) (ชม.) 5. เคร่อื งใช้ไฟฟา้ 2 30 2 32 15 12 วัสดสุ งั เคราะห์ 1. ความหมายของวัสดุสงั เคราะห์ 2 34 2. ประเภทของวัสดุสังเคราะห์ 2 36 16 13 การสึกหรอและการกัดกร่อน 1. ความหมายของการสกึ หรอ 2. ชนดิ ของการสึกหรอ 3. การแกไ้ ขและการป้องกนั การสึก หรอ 4. ความหมายของการกดั กร่อน 5. ชนิดของการกัดกร่อน 6. การแกไ้ ขและการป้องกันการกดั กรอ่ น 17 14 การตรวจสอบวัสดเุ บื้องต้น 1. การตรวจสอบแบบไม่ทำลาย สภาพ 2. การตรวจสอบแบบทำลายสภาพ 18 สอบปลายภาคเรียน

49 โครงการจัดการเรยี นรู้ รหสั วชิ า จำนวน ชื่อวิชาวัสดุงานช่างอตุ สาหกรรม 2100-1002 ช่อื หน่วย มาตรฐานเหลก็ 2 ชั่วโมง หน่วยที่ 4 มาตรฐานเหล็ก จำนวน 2 ช่ัวโมง เร่ือง 1. ประเภทของมาตรฐานเหล็ก 2. มาตรฐานเหล็กระบบญ่ีปุ่น 3. มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน จุดประสงค์การจดั การเรยี นรู้ หัวข้อเรอื่ งการจดั การเรยี นรู้ เมือ่ เสรจ็ กจิ กรรมการจัดการเรียนร้แู ล้วผูเ้ รียนสามารถ 1. ประเภทของมาตรฐานเหล็ก 1. จำแนกประเภทของมาตรฐานเหล็กได้ 2. มาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ุ่น 2. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบญ่ีป่นุ ได้ 3. มาตรฐานเหลก็ ระบบอเมรกิ า 3. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบอเมริกาได้ 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั 4. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมันได้ วธิ กี ารจัดการเรยี นรู้ บรรยาย/ถาม-ตอบ ยกตัวอย่าง ส่ือการจัดการเรยี นรู้ หนังสืออ้างองิ ส่ือประกอบการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้ บรรณานุกรม ลำดบั ที่ 1-6 เอกสารประกอบการสอน สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ ส่อื ของจรงิ แบบฝึกหัด แบบทดสอบ การประเมนิ คะแนนจากแบบฝึกหดั แบบประเมินด้านเจตคตริ ะหว่างการจดั การเรยี นรู้ และคะแนน จากแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน

50 แผนการจดั การเรยี นรู้ รหัสวชิ า 2100-1002 ชอ่ื วชิ า วัสดงุ านช่างอตุ สาหกรรม สอนครง้ั ที่ 5 หนว่ ยที่ 4 ชอื่ หนว่ ย มาตรฐานเหล็ก จำนวน 2 ชม. หวั เรือ่ ง 1. ประเภทของมาตรฐานเหลก็ 2. มาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ุ่น 3. มาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 4. มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน สาระสำคญั ประเทศท่ีมีความเจริญกา้ วหนา้ ทางด้านอตุ สาหกรรม ซึ่งเปน็ ผผู้ ลติ รายใหญข่ องโลก ไดม้ กี ารกำหนดมาตรฐานโลหะอตุ สาหกรรมของตนเองข้ึนมา ทำใหก้ ารผลติ สนิ คา้ และผลติ ชิ้นส่วน อุปกรณ์ตา่ ง ๆ เป็นสินค้าท่มี ีมาตรฐานเดียวกนั ท่ัวโลก โดยสามารถจำแนกมาตรฐานเหล็กออกไดค้ ือ มาตรฐานเหล็กระบบญปี่ ุ่น Japanese Industrial Standards (JIS) มาตรฐานเหล็กระบบอเมรกิ า American Iron and Steel Institute (AISI) และ มาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมัน Deutsch Industrial Norm (DIN) จดุ ประสงคก์ ารจดั การเรียนรู้ จดุ ประสงคท์ ั่วไป 1. ร้แู ละเข้าใจประเภทของมาตรฐานเหล็ก 2. รแู้ ละเขา้ ใจมาตรฐานเหล็กระบบญป่ี ่นุ 3. ร้แู ละเข้าใจมาตรฐานเหล็กระบบอเมริกา 4. รู้และเขา้ ใจมาตรฐานเหล็กระบบเยอรมนั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม หลงั จากการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยนี้แล้วผ้เู รียนสามารถ 1. จำแนกประเภทของมาตรฐานเหลก็ ได้ 2. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบญป่ี นุ่ ได้ 3. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบอเมรกิ าได้ 4. บอกมาตรฐานเหลก็ ระบบเยอรมนั ได้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook