95 แบบสงั เกตการตอบคำถาม เร่ือง การเขา้ แถวเรียงลำดบั หน่วยท่ี ๒ ช่ือหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ที่ ๔ เรื่อง การเข้าแถว วนั ท.่ี ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คำชแ้ี จง : ใหผ้ ูป้ ระเมนิ ทำเครือ่ งหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นท่ีประเมิน ที่ ช่อื -สกุล บอกวธิ กี ารการเข้าแถวเรยี งลำดบั ๓๒ ๑ ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมิน (...........................................................) เกณฑก์ ารประเมิน ๓ = เดก็ สามารถบอกวธิ กี ารการเขา้ แถวเรียงลำดับไดด้ ว้ ยตนเอง ๒ = เดก็ สามารถบอกวิธีการการเขา้ แถวเรยี งลำดบั ได้โดยมีผู้ชี้แนะ ๑ = เด็กไม่สามารถบอกวธิ ีการการเขา้ แถวเรียงลำดับได้
96 แบบสงั เกตการเข้าแถวของเด็ก หนว่ ยที่ ๒ ช่ือหน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณท์ ี่ ๔ เรอื่ ง การเข้าแถว วนั ท.่ี ............เดือน.............................พ.ศ............................ คำช้ีแจง : ให้ผ้ปู ระเมนิ ทำเคร่ืองหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นท่ีประเมิน ที่ ชื่อ-สกุล การเข้าแถวตามลำดบั กอ่ นหลัง ๓ ๒๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ (...........................................................) เกณฑก์ ารประเมิน ๓ = เด็กสามารถเขา้ แถวเรยี งลำดบั ได้ดว้ ยตนเองโดยไม่แซงคิวผู้อนื่ ๒ = เด็กสามารถเข้าแถวเรียงลำดับไดโ้ ดยมผี อู้ ื่นแนะนา แต่ไมแ่ ซงควิ ผู้อืน่ ๑ = เด็กสามารถเขา้ แถวเรียงลำดับได้ แต่แซงคิวผู้อ่ืน
97 แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยที่ ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ช้นั ปฐมวยั แผนการจัดประสบการณท์ ี่ ๕ เร่อื ง การเก็บของใช้ส่วนตวั (๑) เวลา ๑ ชวั่ โมง ----------------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูท้ ม่ี คี วามละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทกุ รูปแบบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ เด็กสามารถบอกชอื่ ของใชส้ ่วนตัว,วธิ กี ารใช้และประโยชน์ของของใช้น้ัน ๆ ได้ ๒.๒ เด็กสามารถใช้ของใชส้ ว่ นตวั ได้อย่างถูกต้อง ถูกวิธี ๒.๓ เด็กมีความละอายและไม่แยง่ หรอื ขโมยของใชข้ องผู้อน่ื ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ การเก็บของใชส้ ว่ นตวั ใหเ้ ปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย จะทำให้งา่ ยตอ่ การหยบิ จบั นามาใชใ้ นคร้ังตอ่ ไป และ ยงั ทำให้เกิดความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย ดสู วยงาม นอกจากน้ีจะตอ้ งไม่ขโมยของใช้ของผู้อนื่ มาเปน็ ของของตนเอง ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด) ๑. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโตต้ อบ เลา่ เร่ืองให้ผูอ้ นื่ เขา้ ใจ) ๒. ความสามารถในการคดิ เชิงเหตผุ ลโดยอธิบายเช่อื มโยงสาเหตุและผลทเ่ี กิดข้นึ ใน เหตุการณ์ ๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ / ค่านยิ ม ๑. เดก็ ใชข้ องใช้สว่ นตัวอยา่ งถูกต้อง และไม่ขโมยของใช้ของผูอ้ ืน่ มาเปน็ ของของ ตนเอง ๒. การมวี ินยั ในตนเอง ๔. การจดั ประสบการณ์ ๔.๑ ขั้นตอนการจดั ประสบการณ์ ๑. ครูสาธติ วิธีการใชข้ องใช้สว่ นตัวอย่างถกู วธิ ีและไม่ถกู วธิ ีให้เดก็ ดู (การเปิดหนงั สือ แบบแรงๆ และการเปดิ หนังสือแบบเบาๆ, การใช้ดนิ สอเพอื่ การเขียนและการใชด้ ินสอขว้างปาเพ่ือนๆ เปน็ ต้น) ๒. เด็กและครรู ว่ มกันสนทนาถึงวิธีการใชข้ องใช้สว่ นตวั อยา่ งถกู วิธี ๓. ครูนำภาพเดก็ ขโมยของเพ่ือนมาใหเ้ ด็กดู แล้วสนทนาซักถาม - เด็กคดิ ว่าในภาพนี้ เกิดเหตุการณ์อะไรข้นึ (เด็กกาลังขโมยของของเพอื่ น)
98 - ถา้ เด็กในภาพน้เี ป็นเพอ่ื นเด็ก เด็กจะทำอย่างไร (จะตกั เตือน ไม่ใหล้ กั ขโมยของ ของผ้อู น่ื เพราะเป็นการกระทำที่ไมส่ จุ รติ และเปน็ ส่งิ ที่ผิดกฎหมายด้วย) - เด็กคิดวา่ การท่ีเราไปแยง่ หรือหยิบของของผอู้ น่ื โดยที่เจ้าของไมไ่ ด้อนญุ าต และการไป ขโมยของของผอู้ ่ืนนัน้ เปน็ การกระทำท่ถี ูกต้องหรอื ไม่ เพราะเหตุใด (ไม่ถกู ต้อง เพราะเปน็ การกระทำ ท่ีทจุ รติ ผิดกฎหมาย) - เดก็ จะมีวิธีการอยา่ งไรทจ่ี ะปอ้ งกันหรือช่วยลดปัญหาการลักขโมยของในห้องเรา ใหล้ ด นอ้ ยลง (ช่วยกนั ดแู ล สอดส่อง และคอยตักเตือนเพือ่ นท่ีชอบลักขโมยของผู้อนื่ ให้เขาได้ตระหนกั รู้วา่ การลักขโมยของของผูอ้ ่นื น้นั เป็นส่ิงที่ไมด่ ี ไม่ถูกต้อง มันเป็นพฤติกรรมท่ีทจุ ริต) ๔. เดก็ และครูร่วมกนั สร้างขอ้ ตกลงในการใชข้ องใช้ส่วนตวั - หลงั จากการใช้ของใชส้ ่วนตวั เสร็จแลว้ เราจะเกบ็ ใหถ้ ูกท่ีอยา่ งเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย - เราจะไมแ่ ย่งหรือหยบิ ของของผู้อื่นโดยทเี่ จา้ ของไม่ได้อนุญาต และไม่ขโมยของของผู้อืน่ มา เป็นของของเรา ๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑. ของใช้ส่วนตวั ของเด็ก เชน่ แกว้ นา้ แปรงสฟี ัน สมุด ดนิ สอ ฯลฯ (ของจริง) ๒. ภาพเด็กขโมยของของผู้อื่น ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑. การสอบถามความรู้ เรื่อง วิธกี ารใช้ของใชส้ ว่ นตัว ๒. สงั เกตการใชข้ องใชส้ ว่ นตัวของเด็ก ๕.๒ เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการประเมิน ๑. แบบสอบถามความรู้ เรื่อง วธิ ีการใชข้ องใช้สว่ นตัว ๒. แบบสงั เกตการใชข้ องใชส้ ่วนตวั ของเด็ก ๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน เดก็ ผา่ นการประเมินระดบั ๒ ข้ึนไปถือวา่ ผ่าน ๖. บนั ทึกหลงั การจัดประสบการณ์ ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงช่อื ................................................ ครูผสู้ อน (.................................................)
99 ๗. ความคิดเหน็ ผ้บู ริหาร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ลงชอ่ื ................................................ ผูบ้ รหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นบวั ถนน ๘. ภาคผนวก ๑) ภาพตัวอยา่ งของใชส้ ่วนตัวของเดก็ ๒) แบบสงั เกตการตอบคำถาม เรือ่ ง วิธกี ารใชข้ องใชส้ ่วนตวั ๓. แบบสงั เกตการใชข้ องใชส้ ่วนตวั ของเด็ก
100 ภาพตวั อยา่ งของใชส้ ่วนตวั ของเด็ก ภาพเด็กขโมยของของผอู้ ื่น
101 แบบสังเกตการตอบคำถาม เรื่อง วธิ กี ารใช้ของใชส้ ว่ นตวั หนว่ ยที่ ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจดั ประสบการณท์ ่ี ๕ เรือ่ ง การเก็บของใชส้ ่วนตัว (๑) วนั ท่.ี ............เดือน.............................พ.ศ............................ คำชแี้ จง : ให้ผ้ปู ระเมินทำเคร่ืองหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทป่ี ระเมิน ท่ี ชอ่ื -สกลุ บอกวิธกี ารใช้ของใช้ส่วนตัว ๓๒๑ ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ (...........................................................) เกณฑ์การประเมนิ ๓ = เด็กสามารถบอกวธิ กี ารใชข้ องใชส้ ว่ นตวั ไดด้ ้วยตนเอง ๒ = เดก็ สามารถบอกวิธกี ารใช้ของใชส้ ว่ นตัวได้โดยมีผชู้ ้ีแนะ ๑ = เด็กไมส่ ามารถบอกวธิ ีการใชข้ องใช้ส่วนตัวได้
102 แบบสังเกตการใชข้ องใชส้ ว่ นตวั ของเด็ก หนว่ ยที่ ๒ ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณท์ ี่ ๕ เร่ือง การเก็บของใช้ส่วนตัว (๑) วันท่ี.............เดือน.............................พ.ศ............................ คำช้ีแจง : ใหผ้ ูป้ ระเมินทำเครือ่ งหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทีป่ ระเมิน ที่ ช่ือ-สกุล การใชข้ องใชส้ ่วนตวั ๓๒๑ ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมิน (...........................................................) เกณฑ์การประเมิน ๓ = เด็กสามารถใชข้ องใช้สว่ นตัวไดด้ ้วยตนเอง และไม่แย่งหรอื ขโมยของผอู้ ื่น ๒ = เดก็ สามารถใช้ของใชส้ ่วนตวั ไดโ้ ดยมผี ้อู น่ื แนะนา แต่ไม่แยง่ หรือขโมยของผู้อ่นื ๑ = เดก็ สามารถใช้ของใชส้ ่วนตวั ได้ แตช่ อบแย่งหรอื ขโมยของผู้อ่ืน
103 แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยท่ี ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชน้ั ปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี ๖ เรื่อง การเก็บของใชส้ ่วนตัว (๒) เวลา ๑ ชวั่ โมง -------------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต ๑.๒ ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ทมี่ ีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต ๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒.๑ เด็กสามารถเก็บของใชส้ ่วนตวั เขา้ ทอ่ี ย่างเรยี บร้อย ๒.๒ เด็กมคี วามละอายและไม่แยง่ หรอื ขโมยของใช้ของผ้อู ่ืน ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ การเก็บของใช้สว่ นตัวใหเ้ ปน็ ระเบียบเรยี บร้อย จะทาใหง้ า่ ยตอ่ การหยบิ จบั นามาใชใ้ นคร้ังต่อไป และ ยังทาให้เกิดความเปน็ ระเบียบเรยี บร้อย ดูสวยงาม นอกจากนี้จะต้องไม่ขโมยของใช้ของผู้อื่นมาเปน็ ของของตนเอง ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโตต้ อบและเลา่ เรื่องใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจ) ๒. ความสามารถในการคดิ แยกแยะคดิ เชงิ เหตุผลโดยอธิบายเช่อื มโยงสาเหตุและผล ทีเ่ กิดขึ้นในเหตุการณ์ ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ / ค่านยิ ม ๑. เดก็ เก็บของใช้สว่ นตวั เข้าทอ่ี ยา่ งเรียบร้อยดว้ ยตนเอง โดยไมแ่ ย่งหรือขโมยของใช้ ของผู้อืน่ ๒. การมวี ินัยในตนเอง ๔. การจดั ประสบการณ์ ๔.๑ ขนั้ ตอนการจัดประสบการณ์ ๑. เด็กฟงั นิทาน เรื่อง กระรอกนอ้ ยไม่มรี ะเบียบ จากนัน้ เด็กและครรู ่วมกันสนทนา เกย่ี วกับเนือ้ เรื่อง - เดก็ คดิ ว่าทำไมเจ้ากระรอกถึงหกลม้ (เพราะว่าเจ้ากระรอกไมเ่ ก็บของเข้าทใี่ ห้เป็น ระเบียบเรยี บรอ้ ย จงึ ว่งิ สะดดุ ของทว่ี างเกะกะหกลม้ ) - ถา้ เด็กๆ เปน็ เจา้ กระรอกเด็กๆ จะทาอยา่ งไร (จะเก็บของเขา้ ท่ีให้เรยี บร้อยกอ่ นทีจ่ ะ ออกไปเล่นกับเพ่ือน) ๒. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาเกยี่ วกับการเกบ็ ของใช้ส่วนตวั เข้าทใ่ี ห้เปน็ ระเบียบ เรียบร้อย
104 ๓. ครูให้เดก็ ร่วมกันสังเกต สงิ่ ของเครอ่ื งใชส้ ว่ นตวั ของเด็กทุกคนท่เี กบ็ ไว้อย่างเปน็ ระเบียบภายในหอ้ งเรียน ต่อมาครูนาของใช้ของเด็กทั้งหมดมากองรวมกันไว้กลางห้อง จากน้ันครูให้ เดก็ แต่ละคนออกมาหยิบของใช้ของตนเอง เข้าที่ โดยจะต้องไม่แย่งหรอื ขโมยของของผู้อ่ืน (ครสู ังเกต พฤติกรรมเดก็ ) ๔. เด็กและครรู ว่ มกันร้องเพลง เก็บของ ๔.๒ ส่อื การเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑. นทิ าน เร่ือง กระรอกน้อยไมม่ ีระเบียบ ๒. เพลง เก็บของ ๓. ของใชส้ ่วนตัวของเด็ก ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน ๑. สังเกตการเก็บของใช้ส่วนตัว ๕.๒ เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมิน ๑. แบบสังเกตการเก็บของใช้ส่วนตัว ๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน เดก็ ผา่ นการประเมนิ ระดบั ๒ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น ๖. บนั ทกึ หลงั การจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ลงชอ่ื ................................................ ครูผูส้ อน (.................................................) ๗. ความคดิ เหน็ ผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงชอ่ื ................................................ ผู้บริหาร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน
105 ๘. ภาคผนวก ๑) นิทาน เร่ือง กระรอกน้อยไม่มรี ะเบียบ นทิ าน เร่ือง กระรอกน้อยไม่มีระเบยี บ กระรอกน้อยมีของเล่น ของใช้มากมาย แถมยงั ชอบเอาของเลน่ ของใช้ออกมากองเต็ม หอ้ ง เลน่ แล้วไมเ่ กบ็ เข้าที่ วันนีก้ ระรอกน้อยก็กาลงั เลน่ ของเล่นอยู่ ก๊อกๆ เสียงใครมาเคาะประตหู น้า บ้าน กระรอกเปดิ ประตูไปดู กพ็ บเพ่ือนๆ ทมี่ าชวนไปเล่นนอกบา้ น กระรอกตกลงทนั ที รีบวิง่ ออกไป พรอ้ มเพื่อนๆ คุณแม่ของกระรอกบอกวา่ ทำไมไม่เกบ็ ของเล่นก่อน กระรอกบอกเดีย๋ วค่อยมาเก็บกไ็ ด้ แล้วกระรอกกว็ ิ่งออกไปทนั ที ตกเย็นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน กระรอกรบี ว่ิงเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ ทนั ไดด้ ูว่ามีของเลน่ วางเกะกะเตม็ ไปหมด กระรอกสะดุดของเลน่ หกล้ม เขา่ แตก ร้องใหฮ้ ือๆ คุณแม่ จงึ บอกว่า เหน็ ไหมละก็แมบ่ อกใหก้ ระรอกเกบ็ ของก่อน ถา้ กระรอกเกบ็ ของกระรอกก็คงไมว่ ง่ิ สะดดุ หกล้มอยา่ งน้ี ปิตพิ ร วทาทยิ าภรณ์ https://www.youtube.com/watch?v=JfSzhGzHWSk
106 แผนการจดั ประสบการณ์ หน่วยท่ี ๒ ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ชนั้ ปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณท์ ่ี ๗ เรอ่ื ง การทำงานที่ได้รับมอบหมาย เวลา ๑ ช่วั โมง ---------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับความละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริต ๑.๒ ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ทม่ี คี วามละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทกุ รปู แบบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ เดก็ สามารถบอกประโยชน์ของการมีความรับผิดชอบต่อการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย และโทษของ การไม่มคี วามรับผดิ ชอบต่อการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมายได้ ๒.๒ เด็กมคี วามรับผดิ ชอบทำงานที่ไดร้ บั มอบหมายจนสำเร็จ โดยไม่ลอกหรือนาผลงานของ ผอู้ ่ืนมาเปน็ ผลงานของตนเอง ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ การทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย คอื การทีบ่ ุคคลมีความรบั ผิดชอบ มงุ่ ม่ัน ตั้งใจทจี่ ะทำงานส่ิงน้ันให้ สำเร็จและมีประสทิ ธภิ าพ โดยไมล่ อกหรอื นาผลงานของผู้อื่นมาเปน็ ผลงานของตนเอง ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด) ๑. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรื่องใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ) ๒. ความสามารถในการคดิ เชิงเหตุผลโดยอธิบายเชอ่ื มโยงสาเหตุและผลทเ่ี กิดข้นึ ใน เหตกุ ารณ์ ๓.๓ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ / คา่ นิยม ๑. เด็กทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมายจนสำเร็จ โดยไมล่ อกหรือนาผลงานของผู้อนื่ มาเป็น ผลงานของตนเอง ๒. มคี วามรับผดิ ชอบ ๔. การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ขัน้ ตอนการจัดประสบการณ์ ๑. เดก็ และครรู ่วมกันร้องเพลง “งานสิง่ ใด” ๒. เด็กและครรู ว่ มกันสนทนาเก่ยี วกบั เน้ือหาของเพลง โดยครูใชค้ าถาม - เดก็ ๆ คดิ วา่ เพลงท่ีเราร้องไปเม่อื สักครูน่ ี้เป็นเพลงเกีย่ วกับอะไร (เก่ียวกับการทำงาน วา่ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบในการทำงานและตอ้ งชว่ ยเหลอื ซึ่งกนั และกัน) - เดก็ ๆ ลองคิดดูซวิ า่ ถ้าพวกเราทุกคนในสังคมมีความรับผิดชอบทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย จนสำเรจ็ สังคมเราจะเป็นอย่างไร และในขณะเดียวกนั หากพวกเราทกุ คนในสังคมไม่มีความ รับผดิ ชอบในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย เด็กๆคิดวา่ สงั คมเราจะเปน็ อยา่ งไร (ถ้าทุกคนมีความ
107 รับผิดชอบสังคมกจ็ ะน่าอยู่ ไม่วุ่นวาย ไม่มคี นทำผดิ สังคมก็สงบสุข แตถ่ า้ ทุกคนไมม่ ีความรบั ผิดชอบ สังคมก็จะสบั สน ว่นุ วาย มีแตค่ นเห็นแกต่ วั ทุจรติ ทำให้สังคมไม่นา่ อยู่) ๓. เด็กและครูดคู ลปิ นิทานเร่ือง “ความรับผดิ ชอบ” ๔. เด็กและครูร่วมกนั สนทนา เก่ยี วกบั เนอ้ื หาในนิทาน - เด็กๆ คดิ วา่ การกระทำของบี๋ถกู ต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไม่ถูกต้อง เพราะบ๋ีเปน็ คนไม่ รับผิดชอบทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย) - ถ้าเด็กๆ เป็นบี๋ เด็กๆจะปฏบิ ัตติ นอย่างไร ทำไมถึงปฏบิ ตั ิเช่นนน้ั (จะรับผดิ ชอบในงานที่ ไดร้ บั มอบหมาย เพราะคนดจี ะตอ้ งมีความรบั ผิดชอบ) ๕. ครมู อบหมายงานใหเ้ ดก็ ๆวาดภาพระบายสีคนละ ๑ ภาพ (ครูสังเกตการทำงาน ของเด็ก) ๖. เดก็ นำผลงานของตนเองนาเสนอหน้าชนั้ ซึ่งผลงานที่นำเสนอจะต้องไม่ ลอกเลียนแบบผู้อื่นและไม่นำผลงานผลงานของผู้อนื่ มาเปน็ ผลงานของตนเอง ๔.๒ สือ่ การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑. เพลง งานสิ่งใด ๒. Animation ๓D เรอ่ื ง ความรบั ผิดชอบ ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมนิ ๑. การสอบถามความรู้ เร่อื ง ประโยชน์ของความรับผดิ ชอบในการทำงานที่ไดร้ ับ มอบหมายและ โทษของการไม่มีความรับผดิ ชอบในการทำงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย ๒. สงั เกตการปฏบิ ตั งิ านท่ีได้รับมอบหมาย ๕.๒ เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการประเมิน ๑. แบบสอบถามความรู้ เรื่อง ประโยชนข์ องความรบั ผดิ ชอบในการทำงานที่ไดร้ บั มอบหมายและ โทษของการไมม่ คี วามรบั ผิดชอบในการทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย ๒. แบบสังเกตการปฏิบัติงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ เด็กผา่ นการประเมินระดับ ๒ ขึ้นไปถือวา่ ผา่ น ๖. บันทกึ หลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ลงชอื่ ................................................ ครูผูส้ อน (.................................................)
108 ๗. ความคิดเหน็ ผูบ้ รหิ าร ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ลงชอ่ื ................................................ ผู้บรหิ าร (นายจรญั วารินทร์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบวั ถนน ๘. ภาคผนวก ๑) เพลง งานส่งิ ใด ๒) Animation ๓ D เรอื่ ง ความรบั ผดิ ชอบ ๓) แบบสงั เกตการตอบคำถาม เรอ่ื ง ประโยชน์ของความรับผดิ ชอบและโทษของการไม่มี ความรับผิดชอบ ๔) แบบสงั เกตการทำงานที่ได้รบั มอบหมายของเดก็ เพลง งานสงิ่ ใด งานสิ่งใด งานสง่ิ ใด แมใ้ ครละเลยทง้ิ ปลอ่ ย มวั แต่คอย เฝ้าแต่คอย หวงั คอยแตเ่ กย่ี งโยนกลอง ไม่มีเสร็จ ไมม่ ีเสร็จรับรอง จาไว้ทกุ คนตอ้ ง ทำงานเราต้องช่วยกัน ช่วยกนั ชว่ ยกัน ช่วยกนั --------------------------------------------------------- Animation ๓D เรื่อง ความรับผิดชอบ https://www.youtube.com/watch?v=๗kbnUOzerjg
109 แบบสงั เกตการตอบคำถาม เรอื่ ง ประโยชนข์ องความรับผิดชอบและโทษของการไม่มีความรับผดิ ชอบ หน่วยที่ ๒ ช่ือหน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจัดประสบการณ์ท่ี ๖ เรื่อง การทำงานท่ีได้รับมอบหมาย วนั ท่ี.............เดอื น.............................พ.ศ............................ คำชแี้ จง : ใหผ้ ้ปู ระเมนิ ทำเครื่องหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นทปี่ ระเมนิ ที่ ชือ่ -สกุล บอกประโยชนข์ องความ รบั ผดิ ชอบและโทษของการไม่มี ความรับผิดชอบ ๓๒ ๑ ลงช่ือ....................................................ผปู้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑ์การประเมิน ๓ = เด็กสามารถบอกประโยชนข์ องความรบั ผิดชอบและโทษของการไม่มีความรับผิดชอบได้ ๒ = เด็กสามารถบอกประโยชนข์ องความรบั ผิดชอบและโทษของการไม่มคี วามรบั ผดิ ชอบได้ โดยต้องมผี ู้ช้ีแนะ ๑ = เด็กไม่สามารถบอกประโยชน์ของความรับผิดชอบและโทษของการไมม่ ีความรับผิดชอบได้
110 แบบสังเกตการทำงานท่ไี ดร้ ับมอบหมายของเด็ก หน่วยที่ ๒ ชอื่ หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ แผนการจัดประสบการณท์ ่ี ๖ เรอื่ ง การทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย วนั ที่.............เดือน.............................พ.ศ............................ คำชแ้ี จง : ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ทำเครื่องหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นที่ประเมนิ ที่ ชอ่ื -สกุล การทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมาย ๓๒๑ ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑ์การประเมนิ ๓ = เดก็ ทำงานที่ไดร้ ับมอบหมายจนสำเรจ็ ด้วยตนเอง โดยไมล่ อกหรอื นาผลงานของผู้อ่ืนมาเป็น ผลงานของตนเอง ๒ = เด็กทำงานท่ีได้รับมอบหมายจนสำเร็จโดยมีผูช้ ้แี นะ แตไ่ ม่ลอกหรือนาผลงานของผู้อ่ืนมาเป็น ผลงานของตนเอง ๑ = เดก็ สามารถทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมายไดแ้ ตช่ อบลอกหรือนาผลงานของผู้อ่ืนมาเป็นผลงานของ ตนเอง
111 แผนการจดั ประสบการณ์ หน่วยที่ ๒ ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ ชัน้ ปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี ๗ เรอ่ื ง การแบง่ ปนั (๑) เวลา ๑ ชวั่ โมง ------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ๑.๒ ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผ้ทู ม่ี คี วามละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทกุ รูปแบบ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ เดก็ บอกความหมายของการแบง่ ปนั ได้ ๒.๒ เดก็ มพี ฤติกรรมการแบ่งปนั และปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผทู้ ม่ี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจริต ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ การแบง่ ปนั หมายถงึ การเสียสละส่งิ ของหรือทรัพยส์ นิ ของตนใหแ้ กผ่ ้อู ืน่ แตส่ ่ิงของหรือทรัพย์สนิ นัน้ จะต้องได้มาโดยสุจริต ไม่ใช่ได้มาจากการลักขโมยของผูอ้ ่นื ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโตต้ อบและเล่าเร่ืองใหผ้ ู้อ่ืนเข้าใจ) ๒. ความสามารถในการคิดเชิงเหตผุ ลโดยอธิบายเชอื่ มโยงสาเหตุและผลท่เี กิดข้ึนใน เหตุการณ์ ๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านิยม ๑. การช่วยเหลือแบง่ ปันผอู้ ื่น รจู้ กั เสยี สละสง่ิ ของหรือทรัพยส์ ินของตนให้แกผ่ ู้อื่น แต่สิ่งของหรือ ทรัพยส์ นิ นนั้ จะตอ้ งได้มาโดยสุจรติ ไมใ่ ช่ได้มาจากการลกั ขโมยของผู้อ่ืน ๒. ความมีเมตตากรุณา มนี า้ ใจและช่วยเหลอื แบ่งปัน ๔. การจดั ประสบการณ์ ๔.๑ ขัน้ ตอนการจดั ประสบการณ์ ๑. เดก็ และครูดคู ลิปนิทานเร่ือง “หนูนดิ ไม่มนี ้าใจ” ๒. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเก่ียวกับเน้อื หาของนทิ าน โดยครูใชค้ ำถาม - เด็กคดิ วา่ การกระทำของหนูนดิ ถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตใุ ด (ไม่ถูกต้อง เพราะหนนู ิดไมช่ อบ แบง่ ปันของให้ผู้อน่ื เปน็ คนไม่มนี า้ ใจ ไมเ่ อื้อเฟื้อเผอ่ื แผ่) - ถ้าเด็ก เป็นหนูนิดเดก็ ๆจะปฏิบตั ติ นอย่างไร เพราะเหตใุ ดจงึ ปฏิบตั เิ ชน่ นน้ั (จะรูจ้ ักแบง่ ปนั สง่ิ ของให้ผู้อ่นื เพราะคนดจี ะตอ้ งมนี ้ำใจ รู้จกั แบ่งปนั ) - ถ้าเดก็ พบเพื่อนท่ีไม่ยอมแบ่งปนั สิง่ ของของตนเองใหเ้ พือ่ น เด็กจะทำอย่างไร (จะไป ตักเตอื นเพื่อน จะบอกเพือ่ นว่า คนดีตอ้ งรจู้ ักการเสยี สละ แบง่ ปัน) ๓. เดก็ และครูร่วมกนั อภิปรายสรปุ เก่ยี วกบั ความหมายของการแบ่งปัน วา่ การ
112 แบ่งปัน หมายถึง การเสียสละส่งิ ของหรือทรัพย์สินของตนใหแ้ กผ่ ้อู น่ื แต่สงิ่ ของหรือทรัพยส์ ินน้นั จะตอ้ งไดม้ าโดยสุจรติ ไมใ่ ชไ่ ด้มาจากการลักขโมยของผ้อู ่นื ๔. เดก็ และครรู ว่ มกันร้องเพลง “แบง่ ปนั ” ๔.๒ สือ่ การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑. คลิปนทิ านเรอ่ื ง “หนูนิดไม่มีน้าใจ” ๒. เพลง แบง่ ปนั ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑. การสอบถามความรู้ เร่อื ง ความหมายของการแบง่ ปัน ๒. สังเกตพฤติกรรมการแบง่ ปนั ของเด็ก ๕.๒ เครอื่ งมือท่ีใชใ้ นการประเมิน ๑. แบบสอบถามความรู้ เร่อื ง ความหมายของการแบง่ ปัน ๒. แบบสังเกตพฤติกรรมการแบ่งปนั ๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน เด็กผ่านการประเมินระดับ ๒ ขนึ้ ไปถือว่าผ่าน ๖. บนั ทึกหลังการจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ..................................................................................................................... ........................................... ลงชอ่ื ................................................ ครูผู้สอน (.................................................) ๗. ความคดิ เห็นผูบ้ รหิ าร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ลงช่ือ ................................................ ผบู้ ริหาร (นายจรัญ วารินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๑) นทิ านเรือ่ ง หนูนิดไมม่ ีน้ำใจ ๒) เพลงแบง่ ปนั
113 ๓) แบบสงั เกตการตอบคำถาม เรื่อง ความหมายของการแบ่งปัน ๔) แบบสงั เกตพฤติกรรมการแบ่งปัน นทิ านเรือ่ ง หนูนดิ ไม่มีน้าใจ https://www.youtube.com/watch?v=๓๕nlQfGCzf๘ เพลงแบ่งปนั https://www.youtube.com/watch?v=__S๑xhE-EQU อยากจะแบ่งใหเ้ ธอ กเ็ ราแบง่ กัน คนละนดิ คนละหน่อย มนี ้อยให้น้อยมเี ยอะกแ็ บง่ ไป เผอ่ื แผเ่ อ้ือเฟื้อกนั ไว้ แบง่ ปันกันไปน้ำใจเบ่งบาน แบ่งปนั แบ่งกัน แบง่ ปัน แบง่ สง่ ตอ่ กนั แบง่ ปันกนั ไป น้ำใจที่ดแี บบน้ีมีไว้ เบกิ บานชน่ื ใจ น้ำใจท่ีดี แบบน้มี ไี วเ้ บิกบานช่ืนใจ นำ้ ใจแบง่ บาน
114 แบบสังเกตการตอบคำถาม เร่ือง ความหมายของการแบ่งปัน หน่วยที่ ๒ ชือ่ หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ที่ ๗ เรอ่ื ง การแบ่งปัน วันที่.............เดือน.............................พ.ศ............................ คำชแี้ จง : ให้ผปู้ ระเมนิ ทำเคร่อื งหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นท่ีประเมนิ ท่ี ชอื่ -สกุล บอกความหมายของการแบง่ ปัน ๓๒๑ ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑ์การประเมนิ ๓ = เด็กสามารถบอกความหมายของการแบ่งปนั ได้ดว้ ยตนเอง ๒ = เด็กสามารถบอกความหมายของการแบ่งปนั ได้แต่ต้องใหค้ รชู ้ีแนะ ๑ = เดก็ ไมส่ ามารถบอกความหมายของการแบง่ ปันได้
115 แบบสังเกตพฤติกรรมการแบง่ ปนั หน่วยที่ ๒ ชือ่ หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจดั ประสบการณ์ที่ ๗ เรอื่ ง การแบ่งปัน (๑) วนั ท.ี่ ............เดือน.............................พ.ศ............................ คำชแ้ี จง : ให้ผู้ประเมนิ ทำเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทป่ี ระเมนิ ที่ ชอ่ื -สกุล เดก็ มีพฤติกรรมการแบง่ ปัน และปฏิบัตติ นเป็นผู้ทมี่ ีความ ละอายและไมท่ นต่อการทุจริต ๓๒๑ ลงชอ่ื ....................................................ผูป้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑ์การประเมิน ๓ = เดก็ มพี ฤติกรรมการแบง่ ปันและปฏิบตั ติ นเป็นผูท้ ม่ี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ ได้ ดว้ ยตนเอง ๒ = เดก็ มพี ฤติกรรมการแบง่ ปันและปฏิบัติตนเป็นผู้ทม่ี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจริตไดโ้ ดยมีผู้ คอยช้ีแนะ ๑ = เดก็ ไม่มีพฤติกรรมการแบง่ ปันและปฏบิ ัตติ นเปน็ ผทู้ ี่มีความละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริตได้
116 แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยท่ี ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ช้ัน ปฐมวยั แผนการจัดประสบการณท์ ่ี ๘ เรอื่ ง การแบง่ ปนั (๒) เวลา ๑ ช่วั โมง -------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั ความละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ๑.๒ ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ทมี่ คี วามละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทกุ รูปแบบ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๑ เด็กมีพฤติกรรมการแบ่งปนั และปฏบิ ัติตนเปน็ ผ้ทู ม่ี ีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ การแบ่งปัน หมายถงึ การเสียสละสิ่งของหรือทรัพย์สนิ ของตนให้แกผ่ อู้ ื่น แตส่ งิ่ ของหรือทรัพยส์ นิ นัน้ จะต้องได้มาโดยสจุ รติ ไมใ่ ช่ได้มาจากการลักขโมยของผู้อ่ืน ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด) ๑. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรอื่ งใหผ้ อู้ ืน่ เขา้ ใจ) ๒. ความสามารถในการคิดเชิงเหตผุ ลโดยอธิบายเช่อื มโยงสาเหตแุ ละผลทเี่ กิดข้ึนใน เหตุการณ์ ๓.๓ คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านิยม ๑. การช่วยเหลือแบง่ ปนั ผูอ้ ่ืน การเสยี สละสิ่งของหรอื ทรัพย์สนิ ของตนให้แกผ่ ู้อ่นื แต่สิง่ ของหรือทรัพยส์ นิ นน้ั จะตอ้ งได้มาโดยสจุ ริต ไม่ใช่ได้มาจากการลกั ขโมยของผูอ้ ่นื ๒. ความมีเมตตากรุณา มนี ้าใจและชว่ ยเหลอื แบ่งปัน ๔. การจดั ประสบการณ์ ๔.๑ ขนั้ ตอนการจัดประสบการณ์ ๑. เดก็ และครรู ว่ มกนั ร้องเพลง เออ้ื เฟ้ือแบง่ ปนั พร้อมทำท่าทางประกอบเพลง ๒. เด็กและครรู ่วมกนั สนทนาเกีย่ วกับเน้อื หาของเพลง โดยครูใชค้ าถาม - เดก็ ๆ คดิ ว่าเนือ้ หาของเพลงเกย่ี วกบั เร่ืองอะไร (เกี่ยวกบั เรื่องการแบง่ ปนั ) - เดก็ ๆ เหน็ ดว้ ยกับเน้อื หาของเพลงหรอื ไม่ เพราะเหตุใด (เห็นด้วย เพราะคนที่รู้จกั การ แบง่ ปัน เอ้ือเฟื้อเผือ่ แผ่ จะเป็นทร่ี กั ของคนทกุ คน เป็นคนที่สังคมตอ้ งการ) ๓. เด็กร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั สถานการณท์ ่ีครูกำหนดขน้ึ ดงั นี้ - ถ้าเดก็ พบวา่ เพื่อนลืมเอาเงนิ มาซอื้ ขนม เด็กจะทำอย่างไร เพราะเหตุใดจึงทำเช่นนัน้ (จะแบ่ง ขนมของตนเองใหเ้ พื่อนทาน เพราะสงสารเพือ่ น เพื่อนจะได้ไมห่ ิว) - ถ้าเพื่อนของเด็กลมื เอาดินสอมาจากบ้าน เด็กจะทำอย่างไร เพราะเหตใุ ดจงึ ทำเชน่ นน้ั (เอา ดนิ สอให้เพ่ือนยมื เพราะเรามีหลายแท่ง เพื่อนจะได้มีดินสอทำการบ้าน)
117 - ถ้าเพือ่ นเอาดนิ สอแท่งใหม่มาใหเ้ ด็กๆ แต่เด็กรวู้ า่ ดินสอน้ันเพื่อนไปขโมยของผู้อ่ืนมา เด็กจะ รบั ของเพ่อื นหรือไม่ เพราะเหตใุ ด (ไมร่ บั เพราะสง่ิ ของน้นั ได้มาจากการลักขโมย มาจากการทจุ ริต) ๔. ครูให้เด็กแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔-๕ คน และให้สมาชิกภายในกล่มุ ร่วมกนั คิดการแสดง บทบาทสมมุติ ทีม่ เี น้ือหาเกย่ี วกบั เรอ่ื งการแบง่ ปนั ๕. แตล่ ะกล่มุ ออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ิ โดยครจู ับฉลากลำดับวา่ กลมุ่ ใดจะได้แสดง ก่อนหลงั ๖. เด็กและครูร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกับเรอ่ื งการแบ่งปัน ๔.๒ สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑. เพลง เอ้อื เฟื้อแบ่งปนั ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑. การสังเกตการแสดงออกถึงการแบง่ ปัน ๕.๒ เคร่อื งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมนิ ๑. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการบ่งปัน ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน เดก็ ผา่ นการประเมนิ ระดับ ๒ ขนึ้ ไปถือวา่ ผ่าน ๖. บนั ทกึ หลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ลงช่ือ ................................................ ครูผู้สอน (.................................................) ๗. ความคดิ เหน็ ผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ลงช่อื ................................................ ผ้บู ริหาร (นายจรัญ วารนิ ทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๑) เพลง เอื้อเฟื้อแบ่งปนั ๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมการแบง่ ปัน และการปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่มีความละอายและไม่ทนตอ่ การทจุ รติ
118 ง เอ้อื เฟ้ือแบ่งปัน https://www.youtube.com/watch?v=oU๓๔HKM๕UtI มีก็เอามาเผ่ือเอ้ือเฟื้อแบ่งปนั มีกแ็ บง่ ให้กัน ฉนั แบ่งปนั ใหเ้ ธอ ใจโอบอ้อมอารมี ใี ห้เธอเสมอ รกั กันฉนั และเธอ เรารักกัน เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ น้าใจแก่ทุกคน ไดร้ บั กส็ ขุ ลน้ น้าใจจากคนเอ้ือเฟ้ือ แบง่ ปนั ขนมทีม่ ี ยามเรามีเหลือเฟือ มีกเ็ อามาเผ่ือแบ่งปัน ภูมใิ จได้เปน็ ผู้ให้ไมห่ วังสง่ิ ใดตอบแทน ยามใดเราขาดแคลน ไมม่ ีใครทอดท้ิง เรา
119 แบบสงั เกตพฤติกรรมการแบง่ ปนั และการปฏบิ ัติตนเปน็ ผทู้ ี่มีความละอายและไมท่ นต่อการทุจรติ หนว่ ยท่ี ๒ ช่ือหน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณ์ที่ ๘ เรื่อง การแบ่งปนั (๑) วนั ท่.ี ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้ปู ระเมินทำเครือ่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นท่ีประเมนิ ท่ี ชอื่ -สกลุ เดก็ มีพฤติกรรมการแบ่งปันและ ปฏิบัตติ นเป็นผทู้ ่มี คี วามละอาย และไม่ทนต่อการทจุ รติ ๓๒ ๑ ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมิน (...........................................................) เกณฑก์ ารประเมิน ๓ = เด็กมีพฤติกรรมการแบ่งปันและปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ม่ี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจริตได้ด้วย ตนเอง ๒ = เด็กมีพฤติกรรมการแบง่ ปนั และปฏบิ ัติตนเป็นผู้ทมี่ ีความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ไดโ้ ดยมี ผ้คู อยชี้แนะ ๑ = เดก็ ไม่มีพฤติกรรมการแบง่ ปนั และปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ท่ีมีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ ได้
120 แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยที่ ๒ ชือ่ หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ชั้น ปฐมวัย แผนการจัดประสบการณ์ท่ี ๙ เรอื่ ง การแต่งกาย เวลา ๑ ชวั่ โมง -------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ๑.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผู้ท่ีมคี วามละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๑ เด็กสามารถบอกข้ันตอน วธิ กี ารแตง่ ตัวได้ ๒.๒ เด็กสามารถแต่งตวั ด้วยตนเองได้ โดยไม่นาเอาเคร่ืองแต่งกายของคนอื่นมาเปน็ ของ ตนเอง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ การแต่งกาย หมายถึง ความสามารถของเด็กในการสวมเส้ือ กางเกง ตดิ กระดมุ เสอ้ื ผกู เชือกรองเทา้ สวมถงุ เทา้ ความสามารถในการแต่งกายของเด็กข้ึนอยู่กบั พัฒนาการด้านการใช้กล้ามเน้ือเลก็ ของเดก็ การแตง่ กายเปน็ การปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจำวนั ของเด็กที่ควรได้รบั การฝึกฝน นอกจากนน้ั ต้องไมน่ าเอา เครือ่ งแต่งกายของคนอืน่ มาเปน็ ของตนเอง ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ ) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโตต้ อบและเล่าเร่อื งให้ผ้อู น่ื เขา้ ใจ) ๒. ความสามารถในการคิดแยกแยะ คิดเชิงเหตุผลโดยอธบิ ายเชื่อมโยงสาเหตุและ ผลทเี่ กิดข้ึนในเหตุการณ์ ๓.๓ คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ / คา่ นิยม ๑. เด็กแตง่ ตวั ด้วยตนเองไดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่ โดยไมน่ าเอาเคร่อื งแต่งกายของคนอ่นื มาเปน็ ของตนเอง ๒. การชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบัติกจิ วัตรประจำวัน ๔. การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ขัน้ ตอนการจัดประสบการณ์ ๑. ครนู ารปู ภาพการแต่งกายของเด็กสองคน มาใหเ้ ดก็ ดู แลว้ ใหเ้ ดก็ สังเกต เปรียบเทยี บ โดยใชค้ ำถาม - เด็กคดิ วา่ ภาพทัง้ สองภาพท่ีครนู ามาให้ดูมีความเหมือนหรือแตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร (แตกตา่ งกัน เพราะภาพแรกเปน็ ภาพเดก็ แตง่ กายเรียบร้อย แต่ภาพท่สี องเปน็ ภาพเด็กแต่งกาย ไม่ เรียบรอ้ ย)
121 - ถา้ จะให้เดก็ เลือก เด็กอยากเป็นบุคคลในภาพไหน เพราะเหตุใด (เป็นบุคคลในภาพที่หนงึ่ เพราะแต่งกายเรยี บรอ้ ย) - ถ้าเดก็ พบเหน็ เพ่ือนๆ แต่งตัวไมเ่ รยี บร้อย เด็กจะทำอย่างไร เพราะเหตุใดจึงทำเช่นนั้น (จะ ตกั เตอื น เพราะการแต่งกายไมเ่ รียบรอ้ ยเปน็ การผิดระเบยี บของโรงเรียน คนดีจะต้องไม่ทำผิดกฎ กตกิ า ระเบียบ) ๒. เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับขนั้ ตอน วธิ กี ารแตง่ ตัว ๓. ครใู หเ้ ด็กทกุ คนถอดเส้อื กันเป้อื น ถอดรองเท้า ของตนเองแลว้ นามากองรวมกัน ไวก้ ลางห้อง จากน้ันครูให้เดก็ ๆ ทุกคนเลือกส่ิงของของตนเองแลว้ นากลบั มาใส่ใหถ้ ูกต้อง เรยี บร้อย ใครสามารถแต่งตัวเสร็จก่อนและถูกตอ้ งโดยไม่นาของเพ่ือนมาใส่ เป็นคนแรก ถอื ว่าคนน้นั ชนะ ๔. เดก็ และครรู ว่ มกนั อภิปรายสรุป เกี่ยวกับเรือ่ งการแต่งกาย ว่า การแตง่ กาย หมายถงึ ความสามารถของเด็กในการสวมเส้ือ กางเกง ติดกระดุมเสือ้ ผูกเชอื กรองเทา้ สวมถงุ เท้า ความสามารถ ในการแต่งกายของเด็กขึ้นอยกู่ ับพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อเลก็ ของเด็ก การแต่ง กายเปน็ การปฏิบตั ิกิจวตั รประจำวนั ของเด็กทคี่ วรไดร้ ับการฝกึ ฝน นอกจากนัน้ ตอ้ งไม่นาเอาเคร่ือง แต่งกายของคนอ่ืนมาเปน็ ของตนเอง ๔.๒ สอื่ การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้ ๑) ภาพเดก็ แต่งกายเรยี บร้อยและภาพเด็กท่ีแต่งกายไม่เรยี บรอ้ ย ๒) อุปกรณ์การแต่งกาย เชน่ เสื้อกันเป้ือน รองเท้า ฯลฯ (ของจริง) ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ ๑. สังเกตการตอบคาถาม เรือ่ ง ขัน้ ตอน วธิ กี ารแต่งตัว ๒. สังเกตการฝกึ การแตง่ ตวั ของเด็ก ๕.๒ เครื่องมอื ที่ใช้ในการประเมิน ๑. แบบสังเกตการณต์ อบคำถาม เร่ือง ข้นั ตอน วิธกี ารแต่งตัว ๒. แบบสังเกตการฝึกการแต่งตัวของเด็ก ๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน เด็กผ่านการประเมินระดับ ๒ ขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ น ๖. บนั ทึกหลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงช่ือ ................................................ ครผู สู้ อน (.................................................)
122 ๗. ความคิดเหน็ ผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ ................................................ ผบู้ ริหาร (นายจรญั วารินทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน ๘. ภาคผนวก ๑) ภาพการแต่งกายของเด็กท่เี รียบร้อย ๒) ภาพตวั อย่างอปุ กรณ์เคร่ืองแตง่ ตัวของเด็ก ๓) แบบสงั เกตการตอบคำถาม เร่ือง ขัน้ ตอน วธิ ีการแต่งตัว ๔) แบบสังเกตการฝึกการแต่งตัวของเด็ก ภาพการแต่งกายของเด็กท่ีเรียบร้อย ภาพการแต่งกายของเด็กท่ีไมเ่ รยี บรอ้ ย
123 ภาพตัวอยา่ งอปุ กรณ์เคร่ืองแต่งตัวของเด็ก
124 แบบสงั เกตการตอบคำถาม เร่ือง ข้ันตอน วิธกี ารแต่งตวั หนว่ ยท่ี ๒ ช่อื หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณท์ ่ี ๙ เรื่อง การแต่งกาย วันท่.ี ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้ประเมนิ ทำเคร่ืองหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นที่ประเมิน ที่ ช่อื -สกลุ บอกข้นั ตอน วิธีการแต่งตวั ๓๒๑ ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ ๓ = เด็กสามารถบอกข้นั ตอน วธิ กี ารแต่งตวั ได้ดว้ ยตนเอง ๒ = เด็กสามารถบอกข้นั ตอน วิธกี ารแต่งตวั ไดโ้ ดยครูคอยชี้แนะ ๑ = เด็กไมส่ ามารถบอกข้ันตอน วธิ ีการแตง่ ตัวได้
125 แบบสงั เกตการฝึกการแตง่ ตวั ของเด็ก หน่วยท่ี ๒ ช่ือหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณ์ที่ ๙ เร่ือง การแต่งกาย วนั ท่.ี ............เดือน.............................พ.ศ............................ คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้ประเมนิ ทำเครื่องหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทีป่ ระเมนิ ท่ี ช่อื -สกุล การฝกึ การแตง่ ตวั ของเด็ก ๓๒๑ ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ ๓ = เด็กแต่งตวั ด้วยตนเองได้อยา่ งถูกต้อง เรียบรอ้ ย คล่องแคล่ว โดยไมน่ าเอาเครื่องแต่งกายของคน อน่ื มาเปน็ ของตนเอง ๒ = เดก็ แต่งตวั ด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง เรียบร้อย แตย่ ังขาดความคลอ่ งแคล่ว และไม่นาเอา เครอื่ งแต่งกายของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ๑ = เดก็ แต่งตัวได้ แต่มกั นาเอาเคร่ืองแต่งกายของคนอน่ื มาเป็นของตนเอง
126 แผนการจดั ประสบการณ์ หนว่ ยที่ ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชั้นปฐมวัย แผนการจัดประสบการณท์ ี่ ๑๐ เรอ่ื ง การทำกิจวตั รประจำวนั (๑) เวลา ๑ ชว่ั โมง ------------------------------------------------------------------------------------------ ๑. ผลการเรยี นรู้ ๑.๑ ปฏบิ ัตติ นเป็นผ้ลู ะอายและเป็นผ้ไู ม่ทนตอ่ การทุจรติ ทุกรูปแบบ ๑.๒ ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒.๑ เดก็ ปฏบิ ัติตน และบอกวิธกี ารปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวนั แกบ่ คุ คลอน่ื ได้ ๒.๑ เดก็ สามารถปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ละอายและเปน็ ผไู้ ม่ทนต่อการทจุ รติ ได้ ๓.สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ กิจวัตรประจำวัน หมายถึง กิจท่ีทำเปน็ ประจา การปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจำวันเป็นพฤติกรรมทแ่ี สดงออก ถึงความมีวินยั ในตนเอง ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ ) ๑. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโต้ตอบและบอกการปฏบิ ัติตนในการทำ กจิ วตั รประจำวนั ให้ผ้อู ่ืนฟงั ได้) ๒. สามารถช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจำวัน ๓. มวี นิ ยั ในตนเอง ๓.๓ คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ / คา่ นยิ ม ๑. เด็กสามารถช่วยเหลอื ตนเองในการปฏิบัติกจิ วัตรประจำวนั ได้ ๒. เด็กปฏบิ ตั ิกจิ วตั รประจำวันไดอ้ ย่างถกู ต้อง ๔. การจดั ประสบการณ์ ๔.๑ ขนั้ ตอนการจัดประสบการณ์ ๑. เด็กและครศู ึกษา Stop Motion เรื่อง กิจวัตรประจำวนั ของหนูแดง (YouTube : Rungkan Aueafuea) ๒. เด็กและครูรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกบั เนอื้ หา Stop Motion เรื่อง กิจวัตรประจำวัน ของหนแู ดง ดังนี้ - เดก็ ชว่ ยกันบอกการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของหนแู ดงท่ีปรากฏในเรอื่ งว่ามีอะไรบ้าง (ใสบ่ าตร อาบ น้า รับประทานอาหาร ไปโรงเรียน เรยี นหนงั สือ) - เดก็ ได้รบั ความรู้อะไรบา้ งจากการศึกษากิจวัตรประจำวนั ของหนแู ดง (เด็กควรปฏบิ ัติตนตามหนแู ดง ซง่ึ เปน็ การกระทำที่ถูกต้องและเป็นส่งิ ดี)
127 - ครสู อบถามเด็กเกี่ยวกบั กิจวัตรประจำวนั ของเดก็ ทโ่ี รงเรียนมอี ะไรบา้ ง (ล้างมือ, ลา้ งหน้า, แปรงฟนั , เกบ็ ของใชข้ องเล่น, ด่ืมนม) - ถ้าเดก็ พบเพ่ือนท่ีปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวนั ของตนเองไม่ได้ หรือทำไมเ่ ป็น เด็กจะทำอยา่ งไร (จะสอน เพอื่ น ให้เพ่ือนฝกึ ทำด้วยตนเอง จนสามารถปฏบิ ตั ิได้) ๓. เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนา สรุป ข้อดขี องการปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการปฏบิ ตั ิ กจิ วตั รประจำวนั ๔.๒ สือ่ การเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑. Stop Motion เรอ่ื ง กจิ วตั รประจำวันของหนูแดง ๒. จาน ชาม ช้อน ห้องนา้ หอ้ งสว้ ม เครอื่ งแตง่ กาย ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑. สงั เกตการรว่ มกิจกรรม สนทนา ตอบคาถาม ๕.๒ เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการประเมิน ๑. แบบสังเกตการร่วมกิจกรรม ๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ เด็กผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตัง้ แต่ระดับ ๒ ขึน้ ไปถือวา่ ผ่าน ๖. บันทึกหลังการจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ลงช่อื ................................................ ครูผู้สอน (.................................................) ๗. ความคดิ เห็นผ้บู รหิ าร ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ลงชือ่ ................................................ ผูบ้ ริหาร (นายจรัญ วารินทร์) ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นบวั ถนน
128 ๘. ภาคผนวก ๑) Stop Motion เร่ือง กิจวัตรประจำวันของหนูแดง ๒) แบบสังเกตการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวัน Stop Motion เรอื่ ง กิจวตั รประจำวนั ของหนูแดง https://www.youtube.com/watch?v=PGSOajgPN-k จาก YouTube : Rungkan Aueafuea
129 แบบสังเกตการปฏิบัติกิจวตั รประจำวนั หนว่ ยท่ี ๒ ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณ์ที่ ๑๐ เรอ่ื ง กจิ วัตรประจำวนั (๑) วนั ท่ี.............เดือน.............................พ.ศ. ................ คำชี้แจง : ใหผ้ ้ปู ระเมนิ ทำเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทีป่ ระเมนิ ท่ี ชื่อ-สกลุ การปฏบิ ัติกจิ วตั รประจำวนั ๓๒๑ ลงช่ือ....................................................ผูป้ ระเมนิ (...........................................................) เกณฑก์ ารประเมิน ๓ = เด็กปฏิบัติกิจวัตรประจำวันดว้ ยตนเองอยา่ งคลอ่ งแคล่วและสามารถแนะนาเพอ่ื นคนท่ีปฏบิ ัติ กจิ วตั รประจำวนั วนั ด้วยตนเองไม่ได้ ๒ = เด็กปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวนั ด้วยตนเองไดแ้ ละสามารถแนะนาเพ่ือนคนที่ปฏบิ ัติกิจวัตรประจำวนั วนั ด้วยตนเองไม่ได้ ๑ = เดก็ ไม่สามารถปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวันดว้ ยตนเองไดแ้ ละไมส่ ามารถแนะนาเพอื่ นคนท่ปี ฏิบัติ กิจวตั รประจำวนั วนั ด้วยตนเองไม่ได้
130 แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยที่ ๒ ช่อื หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ชน้ั ปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณท์ ่ี ๑๑ เรื่อง การทำกจิ วัตรประจำวัน (๒) เวลา ๑ ชว่ั โมง ------------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรียนรู้ ๑.๑ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผูล้ ะอายและเปน็ ผไู้ ม่ทนต่อการทุจรติ ทุกรปู แบบ ๑.๒ ปฏิบัติตนเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริตทุกรูปแบบ ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ เด็กบอกข้อดี และข้อเสยี ของการปฏบิ ตั แิ ละไม่ปฏิบัติกิจวัตรประจำวนั ๒.๒ เดก็ ปฏบิ ัติตน และบอกวธิ กี ารปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวันแก่บุคคลอ่ืนได้ ๒.๓ เด็กสามารถปฏิบัตติ นเป็นผลู้ ะอายและเปน็ ผู้ไม่ทนต่อการทุจรติ ทุกรูปแบบได้ ๓.สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ กจิ วตั รประจำวัน หมายถงึ กิจที่ทำเปน็ ประจา การปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวนั เป็นพฤติกรรมท่แี สดงออก ถึงความมีวนิ ยั ในตนเอง ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่ีเกิด) ๑. ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโต้ตอบและบอกการปฏบิ ตั ติ นในการทำ กจิ วัตรประจำวันใหผ้ ู้อ่นื ฟังได้) ๒. สามารถช่วยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกิจวตั รประจำวนั ๓. มีวนิ ยั ในตนเอง ๓.๓ คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม ๑. เดก็ สามารถชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวันได้ ๒. เดก็ ปฏบิ ตั ิกจิ วตั รประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ๔. การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ข้ันตอนการจดั ประสบการณ์ ๑. เด็กและครศู ึกษา นิทาน เรื่อง กจิ วตั รประจำวันหนทู ำได้ (YouTube : แสงอรณุ บุญลือชา) ๒. เดก็ และครรู ว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั เนือ้ หาของนิทาน โดยครใู ช้คาถาม - เด็กลองชว่ ยกนั บอกซวิ า่ การปฏิบตั ิกิจวัตรประจำวนั ของหนูแสนดีมีอะไรบ้าง (อาบนา้ ไป โรงเรยี น รับประทานอาหาร ทำงานบ้าน) - เดก็ ไดร้ ับความรอู้ ะไรบ้างจากการดูนิทาน เรือ่ ง กิจวตั รประจำวนั หนแู สนดีทำได้ (เราต้อง ปฏิบัติกิจวัตรประจำวนั ดว้ ยตนเอง เช่น ตื่นนอน อาบนา้ รบั ประทานอาหาร ไปโรงเรียนใหถ้ กู ต้อง)
131 - ถ้าเด็กพบเห็นเพ่ือนท่ีเข้าห้องนา้ แลว้ ไม่ลาดนา้ , ขณะแปรงฟนั แล้วไมป่ ดิ น้า เป็นต้น เด็กจะ ทำอยา่ งไร (จะไปบอกเพ่ือนว่าการกระทำนน้ั ไมถ่ ูกต้อง ทำให้เกิดความสน้ิ เปลืองค่าใช้จ่ายของ สว่ นรวม(โรงเรยี น) แลว้ พยายามช้แี นะเพ่ือนให้ปฏิบตั ใิ นสง่ิ ทีถ่ ูกต้อง) ๓. เดก็ และครรู ว่ มกันสนทนา เกี่ยวกบั วธิ ีปฏิบัติกิจวตั รประจำวันท่ีไมถ่ ูกต้อง เช่น การรบั ประทานอาหารมมู มาม การพูดคยุ ขณะอาหารอยู่ในปาก การแต่งกายไม่เรยี บร้อย ไม่ถูก ระเบยี บ การเขา้ หอ้ งน้าไม่กดชักโครก การเหยียบบนโถชกั โครก การทิ้งกระดาษชาระลงในโถชกั โครก ๔. เดก็ และครรู ่วมกนั สรปุ เกยี่ วกบั ผลดี และผลเสียของการปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจำ วันทถ่ี ูกต้อง และไม่ถกู ต้อง ๔.๒ สอื่ การเรียนรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑. นทิ าน เรื่อง กิจวัตรประจำวันหนทู ำได้ ๕. การประเมินผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน ๑. สงั เกตการร่วมกิจกรรม สนทนา ตอบคาถาม ๕.๒ เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ๑. แบบสงั เกตการรว่ มกจิ กรรม ๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ เด็กผา่ นการประเมนิ ตั้งแตร่ ะดับ ๒ ข้นึ ไปถือวา่ ผา่ น ๖. บนั ทึกหลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ ................................................ ครูผสู้ อน (.................................................) ๗. ความคดิ เห็นผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ลงชือ่ ................................................ ผู้บรหิ าร (นายจรัญ วารนิ ทร์) ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านบัวถนน
132 ๘. ภาคผนวก ๑) Stop Motion นิทาน กจิ วตั รประจำวันหนูทำได้ ๒) แบบสังเกตการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจำวนั Stop Motion นิทาน กิจวตั รประจำวนั หนทู ำได้ https://www.youtube.com/watch?v=d๐ixZ๖ E๕HkU จาก YouTube : แสงอรุณ บุญลอื ชา
133 แบบสงั เกตการปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวนั หนว่ ยท่ี ๒ ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจัดประสบการณ์ที่ ๑๑ เร่ือง กิจวัตรประจำวัน (๑) วันท่.ี ............เดือน.............................พ.ศ. ................ คำชี้แจง : ใหผ้ ้ปู ระเมินทำเครอ่ื งหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นท่ปี ระเมิน ท่ี ช่อื -สกุล การปฏิบัติกจิ วัตรประจำวนั ๓๒ ๑ ลงช่อื ....................................................ผปู้ ระเมิน (...........................................................) เกณฑ์การประเมนิ ๓ = เดก็ ปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวนั ด้วยตนเองอยา่ งคลอ่ งแคล่วและสามารถแนะนาเพ่อื นคนท่ปี ฏิบัติ กจิ วตั รประจำวันวนั ดว้ ยตนเองไม่ได้ ๒ = เด็กปฏิบัติกจิ วัตรประจำวันด้วยตนเองไดแ้ ละสามารถแนะนาเพอื่ นคนทปี่ ฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวนั วันดว้ ยตนเองไม่ได้ ๑ = เดก็ ไมส่ ามารถปฏิบัติกิจวตั รประจำวนั ด้วยตนเองไดแ้ ละไมส่ ามารถแนะนาเพ่อื นคนท่ปี ฏิบัติ กจิ วัตรประจำวนั วนั ด้วยตนเองไม่ได้
134 หน่วยที่ ๓ STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทจุ รติ
135 แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยท่ี ๓ ชื่อหนว่ ย STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต ชนั้ ปฐมวัย แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี ๑ เรอ่ื ง ความพอเพียง เวลา ๑ ชว่ั โมง -------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรยี นรู้ ปฏิบตั ิตนเปน็ ผทู้ ี่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทจุ ริต ๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เดก็ สามารถ ๑) บอกความหมายของการพอเพยี งได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ ความรู้ ความพอเพียง คือ ความพอประมาณและความมเี หตุผลและภูมคิ ุม้ กนั ได้รู้ถึงคุณลักษณะที่สำคญั ของ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประกอบดว้ ย ๓ หว่ ง ๒ เงอ่ื นไข ๔ มติ ิ ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กดิ ) ๑) ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรือ่ งให้ผ้อู น่ื เข้าใจ) ๒) ความสามารถในการคดิ เชิงเหตุผลโดยอธิบายเช่ือมโยงสาเหตแุ ละผลที่เกิดข้ึนใน เหตกุ ารณห์ รือการกระทำดว้ ยตนเอง ๓.๓ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ / คา่ นยิ ม ๑) ใชส้ ิ่งของอยา่ งประหยัดและพอเพียงดว้ ยตนเอง ๔. การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ข้นั ตอนการจดั ประสบการณ์ ๑. เด็กและครูรว่ มกนั ร้องเพลง “พอเพียง” ๒. เดก็ เคลื่อนไหวรา่ งกายประกอบเพลง “พอเพียง” อยา่ งอสิ ระ ๓. ครูและเด็กเล่าประสบการณ์ทีเ่ คยไดย้ นิ เรื่องการใช้ชีวิตพอเพียง ๔. เด็กและครูรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกบั ความหมาย และแนวปฏิบัตอิ ย่าง พอเพยี ง เช่น การเกบ็ ออม การด่ืมนมให้หมด การใช้ขออย่างประหยดั ๕. เดก็ และครูร่วมกนั สรุป ความหมายของการพอเพียง หมายถงึ การรจู้ กั ประมาณ การทำอะไรไม่มากเกนิ ไป ไม่นอ้ ย เกินไป อยู่ บนทางสายกลาง ๔.๒ สอื่ การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรียนรู้ ๑) เพลง “พอเพยี ง” ๒) ส่งิ ของต่าง ๆ ในหอ้ งเรยี นทีใ่ ชส้ ว่ นรวม เช่น ดินสอสี กรรไกร เปน็ ต้น ๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ สังเกตการณต์ อบคำถามของเดก็ ๕.๒ เครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมนิ แบบสงั เกตการตอบคาถามของเดก็ ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน
136 - เด็กผา่ นการประเมินระดับ ๒ ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น ๖. บันทกึ หลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ลงชอื่ ................................................ ครูผูส้ อน (.................................................) ๗. ความคิดเห็นผบู้ ริหาร ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ลงชอ่ื ................................................ ผู้บริหาร (นายคาน นามสว่าง) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านบวั ถนน ๘. ภาคผนวก ๑) เพลงพอเพียง ๒) แบบสงั เกตการตอบคำถามของเด็ก เพลงพอเพียง พออยู่ พอกนิ พอใช้ พอใจ เด็กๆไทย จงจาใหม้ ่นั อดทน อดออม อดกลน่ั (ซำ้ ) เธอและฉนั มีความพอเพยี ง -----------------------------------------------
137 แบบสังเกตการตอบคำถามของเดก็ หนว่ ยที่ ๓ ชื่อหนว่ ย STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจรติ แผนการจัดประสบการณท์ ่ี ๑ เร่ือง ความพอเพียง วนั ที่.............เดือน.............................พ.ศ............................ คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้ประเมินทำเคร่ืองหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นท่ีประเมิน ท่ี ช่อื -สกลุ บอกถงึ ความพอเพียง ๓๒๑ ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมิน (...........................................................) เกณฑ์การประเมิน ความพอเพยี ง ระดบั ๓: บอกถึงพอเพยี งได้ด้วยตนเอง ระดับ ๒ : บอกถึงพอเพียงไดเ้ ม่อื มีผ้ชู แ้ี นะ ระดบั ๑ : ไมส่ ามารถบอกถึง ความพอเพยี ง
138 แผนการจดั ประสบการณ์ หน่วยท่ี ๓ ชือ่ หนว่ ย STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทุจรติ ชั้นปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณท์ ่ี ๒ เร่อื ง ความโปรง่ ใส เวลา ๑ ช่วั โมง ------------------------------------------------------------------------------- ๑. ผลการเรยี นรู้ ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ้ทู ่ี STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจริต ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เด็กสามารถ ๑. บอกความหมายของความโปรง่ ใสได้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความโปรง่ ใส คอื การกระทำการใด ทีผ่ อู้ นื่ สามารถมองเหน็ ได้ คาดเดาได้ และ เขา้ ใจได้ การดาเนนิ งาน การมรี ะบบงานและขน้ั ตอนการทำงานท่ีชัดเจน มีกฎระเบียบ ตรงไปตรงมา และช่วยป้องกันไม่ใหเ้ กดิ การทุจรติ รวมท้ังนาไปสู่การสร้างความไวว้ างใจซึง่ กัน ๓.๒ ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กดิ ) ๑) ปฏบิ ตั ิตนเบอื้ งตน้ กับการเป็นสมาชิกทด่ี ีของสังคม ๒) ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรือ่ งให้ผู้อื่นเขา้ ใจ) ๓) ความสามารถในการคดิ เชิงเหตผุ ลโดยอธิบายเชอ่ื มโยงสาเหตแุ ละผลท่ีเกิดขึ้นใน เหตุการณห์ รือการกระทำดว้ ยตนเอง ๓.๓ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านยิ ม ๑) มีสว่ นรว่ มสร้างขอ้ ตกลงและปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงด้วยตนเอง ๒) เลา่ เปน็ เรอ่ื งราวต่อเน่อื งได้ ๓) อธบิ ายเชอ่ื มโยงสาเหตแุ ละผลท่ีเกดิ ขึน้ ในเหตุการณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง ๔. การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ข้นั ตอนการจัดประสบการณ์ ๑. เด็กและครรู ่วมกนั ท่องคาคล้องจอง “ความรู้คู่คุณธรรม” จากน้ันรว่ มกนั สนทนา โดยครใู ชค้ าถาม - เด็กคิดว่าคาคล้องจองทเ่ี ราทอ่ งร่วมกันน้ันเปน็ เรื่องเก่ียวกบั อะไร(เรอื่ งการ ต้องมีคุณธรรมควบคไู่ ปกับการมีความร)ู้ ๒. เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนา เร่ือง ความโปร่งใสคืออะไร (ความโปรง่ ใส คือ การ กระทำการใด ที่ผ้อู นื่ สามารถมองเห็นได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ การดาเนนิ งาน การมี ระบบงานและข้ันตอนการทำงานท่ีชัดเจน มีกฎระเบียบ ตรงไปตรงมา และชว่ ยปอ้ งกนั ไม่ให้เกดิ การ ทุจรติ รวมทงั้ นาไปสู่การสรา้ งความไว้วางใจซง่ึ กัน) ๓. ครเู ชิญชวนให้เดก็ ได้ชมวีดโี อดว้ ย “นมิ นต์ยิ้มเดล่ีคนดไี ม่คอรร์ ปั ชนั ” จากนนั้
139 ร่วมกันสนทนา โดยครใู ชค้ ำถาม - จากเนอื้ เรื่องเกิดเหตกุ ารณ์อะไรขน้ึ (มผี ูช้ ายคนหนึ่งต่อแถวรับ คา่ แรงจากนายจ้างหลายรอบ เป็นการทจุ รติ ไม่โปร่งใส) - เด็กคิดวา่ การกระทำของชายคนดงั กลา่ ว ถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไมถ่ ูกตอ้ ง เพราะเป็นการกระทำทท่ี จุ รติ ไม่โปรง่ ใส โกงคนอ่นื ) ๔. เดก็ และครรู ว่ มกันสรปุ ความโปรง่ ใส การทำที่ตรงไป ตรงมาไม่ ผู้อื่นสามารถ มองเห็นไดไ้ ม่ เอาเปรียบผู้อ่ืน ๖.เด็กและครูรว่ มกันสรา้ งข้อตกลงด้วยกนั เปน็ ข้อตกลงทีจ่ ะใช้ร่วมกัน ในห้องเรยี น ๔.๒ สอ่ื การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้ ๑) คำคล้องจอง “ความรู้คูค่ ณุ ธรรม” ๒) วีดโี อ นิมนต์ยิม้ เดล่ีคนดีไม่คอรร์ ัปชัน ตอนเขา้ แถว ๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๕.๑ วธิ กี ารประเมิน สงั เกตการณ์ตอบคำถามของเดก็ ๕.๒ เครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ แบบสังเกตการณ์ตอบคำถามของเด็ก ๕.๓ เกณฑ์การประเมนิ เดก็ ผา่ นการประเมินระดับ ๒ ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน ๖. บนั ทกึ หลงั การจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ลงช่อื ................................................ ครผู สู้ อน (.................................................) ๗. ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ลงชือ่ ................................................ ผู้บรหิ าร (นายจรญั วารนิ ทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๑) คำคลอ้ งจอง “ความรคู้ ู่คุณธรรม” ๒) วีดีโอนิมนตย์ ้มิ เดลี่คนดีไม่คอรร์ ปั ชนั ๓) แบบสงั เกตการตอบคำถามของเด็ก
140 คำคล้องจอง “ความรู้คู่คณุ ธรรม” หากความรู้สงู ลา้ คุณธรรมเลิศ แสนประเสรฐิ กอบกจิ วนิ ิจฉยั จะพัฒนาประชาราษฎรท์ ้งั ชาติไทย ตอ้ งฝึกให้ความรคู้ ู่คุณธรรม (ผแู้ ตง่ : อาจารย์อำไพ สุจรติ กุล ) วดี ีโอนิมนตย์ ิ้มเดลีค่ นดีไม่คอรร์ ปั ชนั https://www.youtube.com/watch?v=H๑lsvIVVdEg
141 แบบสังเกตการตอบคำถามของเด็ก หนว่ ยที่ ๓ ชอื่ หน่วย STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ตา้ นการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณท์ ่ี ๒ เรอื่ ง โปร่งใส วนั ที่.............เดอื น.............................พ.ศ............................ คำชี้แจง : ใหผ้ ปู้ ระเมินทำเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นที่ประเมิน ท่ี ช่อื -สกลุ บอกถงึ ความโปร่งใส ๓๒๑ ลงชอื่ ....................................................ผู้ประเมนิ (...........................................................) เกณฑ์การประเมิน ระดบั ๓: บอกความหมายและพฤติกรรมความโปร่งใสไดด้ ้วยตนเอง ระดับ ๒ : บอกความหมายและพฤติกรรมความโปร่งใสได้เมื่อมีผชู้ ี้แนะ ระดบั ๑ : ไมส่ ามารถบอกความหมายและพฤติกรรมความโปร่งใสได้
142 แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยที่ ๓ ช่ือหนว่ ย STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต ชนั้ ปฐมวัย แผนการจัดประสบการณ์ท่ี ๓ เรอ่ื ง ความตน่ื รู/้ ความรู้ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. ผลการเรียนรู้ ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ที่ STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ต้านการทจุ รติ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เดก็ สามารถ ๑. เดก็ มพี ฤติกรรมความต่ืนรู้ ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ ความรู้ ความตืน่ รู้ หมายถึง การกระตือรือรน้ ในการค้นควา้ หาความรู้ ค้นหาคาตอบของ ข้อสงสยั ต่างๆ ซักถามเกีย่ วกับเรอ่ื งต่างๆ ๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ ) ๑) มเี จตคติทีด่ ีตอ่ การเรียนรู้ ๒) มคี วามสามารถในการเรียนรู้ ๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม ๑) ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั ต่างๆโดยใช้วธิ ีการหลากหลายด้วยตนเอง ๒) กระตือรือรน้ ในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ๔. การจัดประสบการณ์ ๔.๑ ข้ันตอนการจดั ประสบการณ์ ๑. เด็กและครูร่วมกนั ทอ่ งคำคล้องจอง “ตงั้ เอย๋ ต้งั ไข”่ ๒. เดก็ และครสู นทนากันถงึ คำคลอ้ งจอง ต้ังเอ๋ยต้ังไข่ โดยครูใช้คำถาม - คาคล้องจอง ท่เี รารว่ มท่องกัน มีเนื้อหาเก่ยี วกบั เรื่องอะไร (ความตง้ั ใจ ใฝ่เรยี นรู้) ๓. ครูเชญิ ชวนใหเ้ ด็กไดช้ มวิดีโอ \"เรอ่ื ง แพะสามตวั กับเจา้ ยักษ\"์ ๔. เดก็ และครูรว่ มกันสนทนาเกยี่ วกับวีดโี อท่ีไดร้ บั ชม ครสู ะท้อนความเห็น และการ ค้นควา้ ในการแก้ปญั หาจากเนือ้ เรื่องในนทิ าน ๕. ครูต้งั คาถามให้เดก็ ได้คิดและแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั นิทาน - แพะทำอย่างไรจงึ รอดตายจากการถูกยักษจ์ ับกนิ (เพราะแพะฉลาด มีวิธคี ิดแก้ปญั หา สามารถฝา่ ฟันอปุ สรรค์ไปได้) - ถ้าเป็นเดก็ เดก็ จะทำเช่นไร (กจ็ ะคิดหาวิธตี ่างๆ เหมือนเจ้าแพะเหมือนกนั เพ่ือให้สามารถ ข้ามผา่ นสะพานไปได้) ๖. เด็กและครรู ่วมกนั สรุปข้อคิดที่ได้จากนิทานเองน้ีดว้ ยกัน ๔.๒ สอื่ การเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ ๑) คำคล้องจอง “ต้งั ไขล่ ม้ ต้มไข่กิน” ๒) วดี โี อ นทิ านเรื่อง “แพะสามตัวกับเจา้ ยักษ”์
143 ๕. การประเมินผลการเรยี นรู้ ๕.๑ วธิ ีการประเมิน สงั เกตพฤติกรรมของเดก็ ๕.๒ เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็ก ๕.๓ เกณฑ์การประเมิน เดก็ ผา่ นการประเมินระดับ ๒ ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น ๖. บันทึกหลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ลงชื่อ ................................................ ครูผูส้ อน (.................................................) ๗. ความคดิ เห็นผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................. .................................................................. ลงช่ือ ................................................ ผู้บริหาร (นายจรัญ วารินทร์) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นบัวถนน ๘. ภาคผนวก ๑) ตัง้ เอ๋ยตัง้ ไข่ ๒) วีดโี อ นิทานเร่ือง แพะสามตัวกับเจา้ ยกั ษ์ ๓) แบบสังเกตการตอบคำถามของเดก็ ตง้ั เอย๋ ต้งั ไข่ จะตั้งใย ไขก่ ลม ก็ล้มส้ิน ถึงวา่ ไข่ลม้ จะต้มกิน ถา้ ตกดนิ เสยี กอ็ ด หมดฝีมือ ต้งั ใจ เราน้ี จะดกี วา่ อุตสา่ ห์ อา่ นเขยี น เรียนหนงั สือ ท้งั วชิ า สารพัด เพยี รหดั ปรือ อย่าดงึ ดื้อ ต้ังไข่ ร่าไรเอย.....
144 . วดี ีโอ นิทานเร่อื ง แพะสามตวั กับเจา้ ยกั ษ์ https://www.youtube.com/watch?v=๒IuQrpsroSA
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208