Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร

2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร

Published by ปัญญา ภู่ขวัญ, 2021-07-18 04:42:57

Description: 2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร

Search

Read the Text Version

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 91 (2) แผนการสอนดา้ นจิตพสิ ยั (ทศั นคต)ิ เร่ือง ผู้เรียน เวลา จุดประสงค์ สาระสำ� คัญ ตารางท่ี 2 ตวั อยา่ งแผนการสอนดา้ นจติ พสิ ัย (ทศั นคต)ิ องค์ประกอบ PL/กลมุ่ /เวลา กิจกรรมการเรียนการสอน เนอื้ หา/ส่อื 1. ข้นั สรา้ งความรู้สกึ ประสบการณ์ - นำ� เข้าสู่บทเรยี น - สือ่ / กล่มุ .........(เวลา............) - สรา้ งความรู้สึก โดยใช้...... กิจกรรม 2. ข้นั จดั ระบบความคดิ - เปิดเผยตนเอง โดยต้ังค�ำถาม เร่อื ง........... ความเชอ่ื สะท้อนความคิด/ “......” - ใบงาน อภปิ ราย - แบ่งกลุ่มอภิปรายในประเด็น กลุ่ม.........(เวลา............) ต่อไปน้ี 3. ความคดิ รวบยอด - กลุม่ .........(เวลา............) - 4. ประยกุ ตแ์ นวคิด - ผแู้ ทนกล่มุ รายงาน - ใบความรู้ กลุ่ม.........(เวลา............) - ผูน้ ำ� อภปิ ราย/สรุปแนวคิด \"แนวคดิ ที่ แตล่ ะประเด็น ควรไดแ้ ต่ละ ประเดน็ \" - มอบหมายงานใหน้ กั เรยี นทำ� .... - ใบชแี้ จง/ ใบงาน

92 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร (3) แผนการสอนดา้ นทกั ษะพสิ ัย (ทักษะ) เรอื่ ง ผเู้ รยี น เวลา จุดประสงค ์ สาระส�ำคญั ตารางท่ี 3 ตวั อย่างแผนการสอนด้านทักษะพสิ ัย (ทกั ษะ) องค์ประกอบ PL/กลมุ่ /เวลา กจิ กรรมการเรียนการสอน เนือ้ หา/ส่อื 1. ข้ันรชู้ ัดเหน็ จริง ความคดิ - บรรยายนำ� เรื่อง................ - ใบความรู้ รวบยอด ส�ำหรบั วิทยากร กลุ่ม.........(เวลา............) หรอื ผู้สอน - โจทย์/ บทสาธิต ประสบการณ์ - น�ำเสนอกรณีศึกษา/ - ใบงาน/ กลุ่ม.........(เวลา............) สถานการณ์จำ� ลอง/สาธิตเรือ่ ง.... ใบช้แี จง สะทอ้ นความคิด/อภิปราย - ให้นักเรียนวเิ คราะหก์ รณี กลมุ่ .........(เวลา............) ศกึ ษา/สถานการณจ์ ำ� ลอง/การ สาธติ ในประเดน็ : ความคดิ รวบยอด - สุม่ ตัวแทนกลมุ่ รายงาน/ครู กลุ่ม.........(เวลา............) นำ� อภิปราย/สรุปแนวคิด 2. ขน้ั ลงมอื กระทำ� ประยุกต์ - แบง่ กลมุ่ ฝกึ ปฏบิ ัติ ตาม แนวคิด สถานการณ.์ ......... กล่มุ .........(เวลา............) ความคดิ รวบยอด - ประเมินการฝึกโดย...................... - ใบงาน, โจทย์ กลมุ่ .........(เวลา............) สถานการณ์

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 93 ตวั อย่าง การออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแบบมสี ว่ นรว่ ม แผนการจดั การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร เร่ือง การปลกู พชื ผักสวนครวั เร่ืองการ สาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั เวลา การ เรียนรู้ (ช่ัวโมง) ทดสอบ การปลกู พชื ผกั 1. ความรูท้ ่วั ไป 1.1 ผเู้ รยี นมคี วามรู้ และเขา้ ใจเกยี่ วกบั พชื ผกั สวนครวั 2 ขอ้ สอบ สวนครัว เกย่ี วกับพชื ผัก 1.2 ผเู้ รยี นสามารถบอกชนดิ ของพชื ผกั สวนครวั ได้ 5 ขอ้ สวนครัว 1.3 ผเู้ รยี นอธบิ ายลกั ษณะของพชื ผกั สวนครวั แตล่ ะ ชนิดได้ 1.4 ผู้เรยี นสามารถบอกประโยชนข์ องพืชผัก สวนครัวได้ถูกตอ้ ง 2. การใช้และ 2.1 ผเู้ รยี นสามารถบอกชนดิ ของเครอ่ื งมอื การเกษตรได้ 2 - ตอบ การเก็บรกั ษา 2.2 ผเู้ รยี นสามารถใชเ้ ครอื่ งมอื การเกษตรไดถ้ กู ตอ้ ง คำ� ถาม เครอื่ งมอื 2.3 ผเู้ รยี นเกบ็ รกั ษาดแู ลเครอ่ื งมอื การเกษตรไดถ้ กู ตอ้ ง - สังเกต การเกษตร 3. ดนิ และปุ๋ย 3.1 ผเู้ รยี นสามารถบอกชนดิ ของดนิ ทใ่ี ชป้ ลกู พชื ผกั 2 - ตอบ สวนครัวไดถ้ ูกตอ้ ง ค�ำถาม 3.2 ผู้เรียนสามารถเลือกชนิดของดินท่ีใช้ปลูกพืช - สงั เกต ผักสวนครัวได้ 3.3 ผู้เรยี นสามารถบอกชนิดของปยุ๋ ได้ถกู ตอ้ ง 3.4 ผเู้ รยี นสามารถอธิบายการใช้ปุ๋ยแต่ละชนดิ ไดถ้ กู ต้อง 4. การปลกู พชื 4.1 ผ้เู รยี นสามารถเลือกปลกู ผกั สวนครวั ได้ 2 - ขอ้ สอบ ผักสวนครวั 4.2 ผู้เรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการปลูกพืชผัก 5 ข้อ สวนครวั ได้ - ตรวจ 4.3 ผเู้ รยี นดแู ลพชื ผกั สวนครัวใหเ้ จริญเตบิ โตได้ ผลการ ปฏบิ ัติ 5. การเก็บเกีย่ ว 5.1 ผเู้ รียนสามารถอธิบายการเกบ็ ผลผลิตของพืช 2 - สังเกต ผกั สวนครวั ได้ - การ 5.2 ผ้เู รยี นสามารถเกบ็ ผลผลิตของผักทป่ี ลูกได้ ปฏบิ ัติ 5.3 ผเู้ รยี นสามารถนำ� ผลผลติ ไปใชใ้ นการประกอบ อาหารได้

94 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ตัวอย่าง แผนการจัดการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรูเ้ ร่อื ง ความร้ทู วั่ ไปเกย่ี วกับการปลูกพืชผักสวนครวั เวลา 2 ชว่ั โมง 1. สาระส�ำคญั พืชผักสวนครัว หมายถึง ผักที่ปลูกไว้ประกอบอาหารส่วนมากนิยมปลูก ภายในบริเวณบา้ น เพ่อื ความสะดวกตอ่ การน�ำมาบรโิ ภคในครัวเรือน ไดแ้ ก่ ผกั บงุ้ ผกั กาด หอม ผกั แป้น สะระแหน่ ขิง ขา่ ตะไคร้ โหระพา แมงลัก 2. ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวัง ผเู้ รียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกับพืชผกั สวนครัว 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1) ผเู้ รยี นสามารถจ�ำแนกชนิดของพืชผักสวนครัว 2) ผเู้ รียนสามารถอธิบายลักษณะของพชื ผกั สวนครัวของแตล่ ะชนดิ ได้ 3) ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายการนำ� ไปประยกุ ตใ์ ชข้ องพชื ผกั สวนครวั ไดถ้ กู ตอ้ ง

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 95 4. สาระการเรียนรู้ ผักสวนครัวแต่ละชนิดน�ำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ กัน สามารถแบ่งออกได้ เป็น 4 ประเภท ไดแ้ ก่ 1) ประเภทกนิ ใบ เชน่ ผกั กาด กระเพรา ผกั ชี คะนา้ 2) ประเภทกนิ ฝกั และผล เช่น มะเขอื พริก แตงกวา ถ่ัวฝกั ยาว บวบ 3) ประเภทกินดอก เชน่ ดอกแค กระหล�่ำดอก ขึ้นฉา่ ย 4) ประเภทกนิ รากหรือหวั เช่น หอม ขงิ ขา่ ขมน้ิ กระเทียม ผักสวนครัว นยิ มปลูกไว้ในบริเวณบา้ น ไว้ประกอบอาหารในครวั เรือน 5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ข้ันนำ� 1) ผู้เรียนมองออกไปนอกห้อง แล้วสนทนาพูดคุยเกี่ยวกับพืชสีเขียว อะไรทส่ี ามารถนำ� มารบั ประทานได้ แลว้ วทิ ยากรหรอื ผสู้ อนซกั ถามหลงั สนทนาวา่ - พชื ชนดิ ใดในบรเิ วณรอบๆ สถานทอ่ี บรมท่ีสามารถรบั ประทานได้ - พชื ชนดิ ใดทีบ่ า้ นของผเู้ รียนรบั ประทานได้ 2) วทิ ยากรหรอื ผสู้ อนแจง้ จุดประสงคใ์ นการเรยี นให้ผเู้ รยี นทราบก่อนท่ี จะเรยี นเน้ือหาต่อไป

96 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ข้ันถา่ ยทอด กิจกรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมการเรยี นรู้ 1) ผเู้ รียนแตล่ ะคนบอกชื่อ ชนดิ ของพืชผักสวนครวั ที่มใี นบ้านของ 1) แลกเปลย่ี นประสบการณ์ ตนเอง คนละ 1 ช่อื พร้อมท้ังเขยี นลงกระดาษ ออกมาให้เพ่อื น อ่าน แล้วร่วมกันสนทนาถึงลักษณะของพืชผักสวนครัวแต่ละชนิด และประโยชน์ 2) วิทยากรหรอื ผสู้ อนแบง่ ผ้เู รียนออกเปน็ 7 กล่มุ ๆ ละ 5 คน โดยมีผเู้ รียนทีม่ ผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสงู ปานกลาง และต่ำ� ใน อัตราส่วน 1 : 3 : 1 ภายในกลุ่มแตง่ ตั้งประธาน กรรมการ และ เลขานกุ าร กันเอง 3) ให้ผู้เรียนท�ำงานกลุ่ม โดยศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมจากเอกสาร 2) สรา้ งองค์ความร้รู ว่ มกัน เรอ่ื งความรเู้ กย่ี วกบั การปลกู พชื ผกั สวนครวั แลว้ ทำ� ใบงานและแจง้ ขอ้ ตกลง ดงั นี้ - ผ้เู รยี นตอ้ งทำ� งานรว่ มกัน - ผ้เู รยี นต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน - ผลงานของกลุม่ หมายถึง ผลงานของทุกคน - เม่ือวิทยากรหรือผู้สอนเรียกสมาชิกคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม อธิบายการหาค�ำตอบ สมาชิกคนน้ันต้องสามารถอธิบายค�ำตอบ น้นั ได้ - การทดสอบ ผเู้ รยี นทำ� ดว้ ยความสามารถของตนเองไมอ่ นญุ าต ใหช้ ว่ ยเหลือกนั 4) วิทยากรหรือผู้สอนจะแจ้งผลการทดสอบแต่ละคร้ังให้ผู้เรียน ทราบ โดยจะประกาศช้ันเรียน เพ่ือให้เห็นพัฒนาการของตนเอง และของกลมุ่ ซงึ่ มขี ้นั ตอนดังนี้ - ถา้ ผเู้ รยี นทำ� คะแนนไดด้ กี วา่ จะไดร้ บั คำ� ชมเชยเปน็ รายบคุ คล - กลมุ่ ใดท่ีท�ำคะแนนไดส้ ูงสดุ ในการสอบแต่ละคร้ัง จะไดร้ ับ รางวลั จากวิทยากรหรอื ผสู้ อน 5) วทิ ยากรหรือผู้สอนคิดข้อปฏิบัตแิ ละขอ้ ตกลงร่วมกนั ไวท้ บ่ี อร์ด

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 97 กิจกรรมการเรียนรู้ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ 6) ใหผ้ ูเ้ รยี นชว่ ยกันจ�ำแนกชนิดของพชื ผักสวนครัว ตามเกณฑท์ ี่ผู้ 3) สรา้ งองคค์ วามรรู้ ่วมกัน เรยี นคดิ ขน้ึ มา โดยศกึ ษาเพมิ่ เตมิ จากใบความรแู้ ละเอกสารคำ� แนะนำ� 7) แตล่ ะกลมุ่ อภปิ ราย แสดงความคดิ เหน็ ในกลมุ่ ยอ่ ยเกย่ี วกบั ประเภท 4) นำ� เสนอความรแู้ ละสร้าง ของพชื ผกั สวนครวั ทจี่ ำ� แนกจากประโยชนข์ องการนำ� มาใชต้ า่ งๆ กนั องค์ความรรู้ ่วมกัน 8) ส่งตัวแทนน�ำเสนอผลการส�ำรวจชนิดของพืชผักสวนครัว และ 5) น�ำเสนอความรู้ การจ�ำแนกประเภทของพชื ผกั สวนครวั หน้าชน้ั เรียน ขั้นสรุป 1) ผู้เรียนและวิทยากรหรือผู้สอนช่วยกันอภิปรายความหมายของพืชผัก สวนครัว และชนิดของพืชผักสวนครัวในท้องถิ่น เพื่อสรุปได้ว่า พืชผัก สวนครัว หมายถึง พืชท่ีปลูกไว้ประกอบอาหารส่วนมากนิยมปลูกไว้ภายใน บริเวณบ้าน เพือ่ ความสะดวกตอ่ การน�ำมาบรโิ ภคในครวั เรอื น ได้แก่ ผกั บงุ้ ผกั กาด ผกั แปน้ สะระแหน่ หอม ขงิ ข่า ตะไคร้ โหระพา แมงลัก ฯลฯ และ อภปิ รายนำ� ชนดิ ของพชื ผกั สวนครวั จำ� แนกประเภทของพชื ผกั สวนครวั ดงั น้ี ผกั สวนครัวมอี ยู่หลายชนิด แต่ละชนิดนำ� มาใช้ประโยชน์ตา่ งๆ กนั อาจแบ่ง ประเภทของผักสวนครวั ออกเปน็ 4 ประเภท ไดแ้ ก่

98 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร (1) ผักประเภทกนิ ใบ เช่น กระเพรา ผักชี ผกั คะนา้ (2) ผกั ประเภทกนิ ฝัก และผล เช่น มะเขอื พรกิ แตงกวา ถวั่ ฝกั ยาว บวบ (3) ผักประเภทกินดอก เชน่ ดอกแค กะหลำ่� ดอก ขึ้นฉ่าย ฯลฯ (4) ผกั ประเภทกนิ รากหรอื หวั เชน่ หอม ขงิ ขา่ ผกั กาดหวั กระเทยี ม ฯลฯ 2) ผ้เู รียนช่วยกนั ทำ� แผนท่ีความคิด (Mind Map) เก่ยี วกบั ประเภทของ พชื ผักสวนครัว น�ำไปจัดบอรด์ และท�ำในกระดาษ A4 เก็บเป็นช้นิ งานของ ผูเ้ รียน 3) ผ้เู รยี นท�ำแบบทดสอบหลงั เรยี น 6. สอ่ื การเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้ 1) พืชผักสวนครัวท่ีอยู่ในบริเวณรอบ ๆ สถานท่ีอบรมและท่ีบ้าน เช่น ผักบงุ้ ผกั กาด ผักตำ� ลงึ ตะไคร้ ฯลฯ 2) ใบความรู้ 3) เอกสารค�ำแนะนำ� เก่ียวกับบทเรียน 4) แหลง่ เรียนรู้ 5) แบบบนั ทกึ กิจกรรม

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 99 7. การวัดผลและประเมนิ ผล 1) ดา้ นความรู้ - การตอบค�ำถาม - การสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ - การตรวจผลงาน 2) ด้านทักษะกระบวนการ - จากการรวบรวมข้อมูล - จากการนำ� เสนอข้อมูล 3) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม - การสังเกตพฤติกรรมการร่วมกจิ กรรม 8. กจิ กรรมเสนอแนะและภาคผนวก 1) กิจกรรมเสนอแนะ - ผังความคิดชน้ิ เลก็ ถ้าไม่เสรจ็ ให้ท�ำนอกเวลา 2) ภาคผนวก - ใบความรู้ - แบบบันทึกกจิ กรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้

100 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ใบงานที่ 1 ความรู้ทว่ั ไปเกย่ี วกับการปลูกผักสวนครวั คำ� ชี้แจง ให้ผู้เรยี นเขยี นแผนที่ความคิด (Mind Map) ตามหวั ข้อทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ใบงานที่ 2 ประโยชน์ของพืชและประโยชน์ของการปลกู พชื ผกั สวนครัว คำ� ช้แี จง ใหผ้ เู้ รียนเขยี นช่อื ผักสวนครวั ทผี่ ู้เรยี นรจู้ กั หรือเคยเหน็ มา ไม่นอ้ ยกวา่ 5 ชนดิ พร้อมท้ังเขียนประโยชนข์ องพชื ผักสวนครัวและ ประโยชน์ของการปลกู พืชผักสวนครัวนั้น ชือ่ พืช ประโยชนข์ องพชื ผัก ประโยชน์การปลูกพชื สวนครัว ผกั สวนครัว ใบงานท่ี 3 การเลือกประเภทพนั ธุพ์ ชื ผกั สวนครวั ที่ตอ้ งการปลูก ค�ำช้ีแจง ให้ผู้เรียนเขียนช่ือผักสวนครัวที่ผู้เรียนต้องการปลูกโดยเรียงล�ำดับความต้องการ มากไปหานอ้ ย พร้อมทั้งบอกเหตุผล อยา่ งน้อย 5 ชนิด ประเภทผกั สวนครวั ทป่ี ลูก/พืช เหตผุ ลทตี่ ้องการปลูก

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 101 ข้อเสนอแนะสำ� หรบั การนำ� ไปประยุกต์ใช้ มดี งั น้ี 1) ทบทวนแบบแผน กระบวนการคดิ ของเรา ที่มตี อ่ กระบวนการเรยี นรู้ แบบมสี ว่ นรว่ มและบทบาทการเปน็ วิทยากรกระบวนการ 2) ทบทวนสิง่ ท่ีได้เรยี นรู้ ท้ังวชิ าการ เทคนคิ กระบวนการ แมก้ ระทัง่ เกม หรือเพลงประกอบกระบวนการ แลว้ สรุปวา่ ได้เรียนรอู้ ะไรบา้ ง 3) ทบทวนภารกจิ /งานทปี่ ฏบิ ตั อิ ยู่ โดยเฉพาะภารกจิ ทตี่ อ้ งเกย่ี วขอ้ งสมั พนั ธ์ กบั ผเู้ รยี น ทงั้ สว่ นทกี่ �ำลงั ท�ำ สว่ นทคี่ วรทำ� หรอื ไมค่ วรท�ำ แลว้ พจิ ารณาวา่ บทเรยี น ท่ีไดจ้ ะนำ� ไปใชใ้ นการท�ำงานตามภารกจิ ท่ีเปน็ /ควรเปน็ อยู่ อยา่ งไรบ้าง 4) จัดกระบวนการเรียนรู้/ถ่ายทอดให้กับเพ่ือน อาจจะเริ่มจากเพื่อนใน หน่วยงาน และเพ่ือสร้างความมน่ั ใจ ควรเชิญเพอ่ื นท่ีเขา้ กระบวนการเรียนรูด้ ้วยกนั ไป รว่ มจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยสามารถปรบั หรอื ซอยกระบวนการออกเปน็ ชว่ งๆ ตาม ระยะเวลาทีม่ ี 5) รว่ มกบั เพอ่ื นรว่ มงานเพมิ่ เตมิ ประสบการณด์ ว้ ยการลงไปสพู่ น้ื ท่ี เขา้ หา กลุ่มเปา้ หมายเพอ่ื จดั กระบวนการเรียนรู้แบบมสี ว่ นรว่ ม และแสดงบทบาทวิทยากร กระบวนการ จะเริ่มค้นพบวิธี/ข้ันตอนท่ีเหมาะสม หรือยังติดขัด น�ำมาปรับปรุง กระบวนการในคร้ังตอ่ ๆ ไป 6) มปี ระสบการณ์ในระดับหน่ึงแล้ว ควรสรา้ งทมี ในระดบั อ�ำเภอ/ตำ� บล เพม่ิ ขน้ึ มา ขยายเครอื ขา่ ยใหไ้ ดค้ รอบคลมุ และทำ� ใหค้ นทคี่ ดิ มงุ่ หมายไปในแนวทางเดยี ว กับเรามากข้นึ 7) ถ้าบันทึกเหตุการณ์/ประสบการณ์ท�ำงานได้ตลอด จะเป็นเอกสาร ผลงานทมี่ ีคณุ ค่าอย่างยิ่ง

TranFsOfBeMRArMSAEoSEDnSRCGlieRTBnOMArteUaSAl FORMEBRASED การถ่ายทอด (Transfer) เทคโนโลยี การเกษตร เป็นกระบวนการหน่ึงในระบบ สง่ เสรมิ การเกษตรทจี่ ะนำ� ความรเู้ ทคโนโลยี การเกษตร ไปสู่บุคคลเป้าหมายเพ่ือการ พัฒนา แบง่ เปน็ 3 ประเภท ประเภทแรก เป็นการยึดเอาวัตถุประสงค์เป็นหลัก ประเภทที่สองเป็นการยึดเอาชนิดผู้น�ำการ เปลย่ี นแปลงเปน็ หลกั และประเภทสดุ ทา้ ย เป็นการยึดเอาจ�ำนวนบุคคลเป้าหมาย เปน็ หลกั

BASEDMAeUaASlPneESDsSFfOoenRrCMGliREeOnRtUePle FORMER บทที่ BASEDรูปแบบและวธิ ีการ ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 4การเกษตร

104 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร บทที่ รูปแบบและวธิ กี าร 4TTrraBanasnsfeesrdfoeถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 1. รปู แบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร การถา่ ยทอด (Transfer) เทคโนโลยกี ารเกษตร เปน็ กระบวนการหนง่ึ ในระบบสง่ เสรมิ การเกษตรทจ่ี ะนำ� ความ รเู้ ทคโนโลยกี ารเกษตร ไปสบู่ คุ คลเปา้ หมายเพอื่ การพฒั นา แบ่งเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกเป็นการยึดเอา วตั ถปุ ระสงคเ์ ปน็ หลกั ประเภททสี่ องเปน็ การยดึ เอาชนดิ ผนู้ ำ� การเปลย่ี นแปลงเปน็ หลกั และประเภทสดุ ทา้ ยเปน็ การ ยึดเอาจ�ำนวนบุคคลเปา้ หมายเปน็ หลกั

บทท่ี 4 รูปแบบและวิธีการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 105 feronBCaseldieonnCltieentleele รปู แบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร โดยการยึดเอาจำ� นวน ผ้รู บั การถ่ายทอดฯ หรอื บคุ คลเปา้ หมายเปน็ หลัก (Based on Clientele) ซ่ึงเป็นวิธีท่ีใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะเป็นรูปแบบหรือวิธีการที่เข้าถึง เกษตรกรหรอื บคุ คลเปา้ หมายโดยตรง สามารถจำ� แนกรปู แบบโดยใชจ้ ำ� นวน ผรู้ ับการถ่ายทอด ฯ เปน็ เกณฑ์ ออกเปน็ 3 รูปแบบ ดังน้ี

106 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 1.1 แบบรายบุคคล (Individual or Personal Approach) วธิ ีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแบบรายบุคคล เป็นวธิ ี ทสี่ ามารถเขา้ ถงึ ตวั เกษตรกร หรอื บคุ คลเปา้ หมายไดโ้ ดยตรง เนอ่ื งจาก การเรยี นรเู้ ปน็ เรอ่ื งของแตล่ ะบคุ คล (Learning is an Individual Process) ดงั นน้ั การถา่ ยทอดเทคโนโลยฯี แบบรายบคุ คล จะชว่ ยใหผ้ รู้ บั การถา่ ยทอด ไดม้ โี อกาสรบั ฟงั ความรู้ คำ� แนะนำ� และขา่ วสารใหมๆ่ จากเจา้ หนา้ ทส่ี ง่ เสรมิ หรือผู้ถ่ายทอดโดยตรง ท�ำให้บุคคลเป้าหมายหรือผู้รับการถ่ายทอด เกดิ ความเข้าใจเปน็ อยา่ งดี ท�ำใหม้ คี วามเชื่อมัน่ และสนใจทจี่ ะรับเอาความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ ไปปฎิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเดียวกันเจ้าหน้าท่ี ส่งเสรมิ กม็ ีโอกาสท่จี ะไดท้ ำ� ความรู้จกั สรา้ งความคุ้นเคย และสรา้ งความ เขา้ ใจกบั เกษตรกร หรือบุคคลเป้าหมาย พร้อมทั้งได้รบั ทราบสภาพความ เป็นอยู่ของผู้รับการถ่ายทอดมากขึ้น ซ่ึงจะเป็นข้อมูลท่ีดีให้กับเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมหรือผู้ถ่ายทอด ในการตัดสินใจทจ่ี ะแนะน�ำความรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ท่จี ะ เปน็ ประโยชนใ์ หแ้ กผ่ รู้ บั การถา่ ยทอดไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ นอกจากนยี้ งั เปน็ การ สรา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี ี ตอ่ ผรู้ บั การถา่ ยทอด หรอื เกษตรกรและครอบครวั ดว้ ย การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร แบบรายบคุ คล มชี อ่ งทางในการถา่ ยทอด ไดห้ ลายชอ่ งทาง เชน่ การไปเยยี่ มเยยี นถงึ ไรน่ า ถงึ สวน ถงึ บา้ น เกษตรกร มาตดิ ตอ่ ทส่ี ำ� นกั งาน การตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ท์ ทางจดหมาย และการตดิ ตอ่ แบบไมเ่ ปน็ ทางการ หรอื โดยบังเอญิ เปน็ ตน้ แต่ทั้งนี้ การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรแบบรายบคุ คล กย็ ังมี ทั้งขอ้ ดีและข้อเสยี หรอื ขอ้ จำ� กัด ดังนี้

บทที่ 4 รปู แบบและวิธกี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 107 ข้อดี ขอ้ เสียหรือขอ้ จำ� กดั 1. ได้ผลแนน่ อน 1. ค่าใชจ้ ่ายสูง 2. สามารถเขา้ ใจ แกไ้ ขปัญหาไดถ้ กู ต้อง 2. เสยี เวลามาก 3. สร้างความคนุ้ เคยได้มากกวา่ 3. ท�ำใหเ้ กิดความเข้าใจผดิ ได้ง่าย และทราบถึงปญั หาของเกษตรกรหรือ หากเจา้ หนา้ ทส่ี ่งเสริม หรือผู้ถ่ายทอด บคุ คลเปา้ หมายได้อยา่ งทั่วถงึ ใหค้ วามสนใจตอ่ เกษตรกร หรอื ผูร้ ับการถา่ ยทอด ไม่ท่ัวถึง 1.2 แบบกลมุ่ (Group Approach) วิธีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแบบกลุ่ม เป็นวิธีท่ี สามารถถ่ายทอดและติดต่อกับบุคคลเป้าหมายหรือผู้รับการถ่ายทอด ไดค้ รั้งละมากๆ และการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรแบบกลุ่ม จะให้ ผลดีต่อการเปล่ียนแปลงการเรียนรู้ของบุคคลเป้าหมาย จากขั้นสนใจ (Interest) ไปสู้ข้ันทดลองทำ� ดู (Trial) และหากการเรยี นรู้เปน็ ท่ีพอใจของ กลุ่มแล้ว บคุ คลเปา้ หมายส่วนใหญ่ในกลุ่ม ก็มีโอกาสทจ่ี ะกา้ วไปสขู่ ั้นตอน การยอมรบั (Adoption) ได้ การถา่ ยทอดเทคโนโลยฯี แบบกลุ่ม จะสง่ ผลดี ต่อการสร้างพลังกลุ่ม เมื่อบุคคลเป้าหมายในกลุ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ต่อเจ้าหน้าท่ีส่งเสริม หรือผู้ถ่ายทอด และความคิดที่บุคคลเป้าหมายใน กลุ่มแสดงออก ซง่ึ การกระตุ้น การแนะนำ� และการชีท้ างอย่างเหมาะสม พลงั กลมุ่ ทเี่ กดิ ขน้ึ จะทำ� ใหเ้ กดิ การชว่ ยนำ� และสง่ ผลใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลง

108 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร พฤตกิ รรมกลมุ่ โดยเกดิ จากบคุ คลเปา้ หมายสว่ นใหญใ่ นกลมุ่ เปน็ ผผู้ ลกั ดนั กนั เอง แตท่ ง้ั นก้ี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยฯี แบบกลมุ่ จะตอ้ งมกี ารเตรยี มการ เปน็ อย่างดี ด�ำเนินการอยา่ งเปน็ ระบบ และดำ� เนนิ การไปตามแผนฯ และ เป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ ซ่ึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ แบบกลุ่ม สามารถ ด�ำเนนิ การไดห้ ลายวธิ ี คอื การประชุม การประชมุ กลุ่ม การฝึกอบรม การสาธติ การศึกษาดูงานนอกสถานท่ี การอภปิ ราย การบรรยาย การ ประกวด และการพบปะในกลุม่ เปน็ ต้น การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแบบกลุ่ม ก็มีทั้งข้อดี และ ข้อเสยี หรอื ข้อจำ� กดั ดงั น้ี ข้อดี ข้อเสียหรอื ข้อจำ� กัด 1. สามารถติดต่อหรือถ่ายทอดความรู้ 1. ไม่สามารถอธิบาย หรอื ถา่ ยทอดความรู้ ให้กับเกษตรกร หรือบุคคลเป้าหมาย ใหก้ บั บคุ คลเปา้ หมายไดอ้ ยา่ งทว่ั ถงึ ทกุ คน ได้ครง้ั ละมากๆ 2. ต้องมีการเตรียมการ วางแผน และ 2. กอ่ ใหเ้ กดิ ความสามัคคใี นกลมุ่ มีการนดั หมายลว่ งหน้า ไวเ้ ป็นอย่างดี 3. ประหยดั เวลาและคา่ ใช้จา่ ย 3. การแก้ไขปัญหา อาจจะไม่ตรงกับ ความต้องการของบุคคลเป้าหมายได้ ทัง้ หมด

บทที่ 4 รปู แบบและวธิ กี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 109 1.3 แบบมวลชน (Mass Approach) การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรแบบมวลชน เป็นวิธีการ ถ่ายทอดที่เข้าถึงเกษตรกร หรือบุคคลเป้าหมายได้เป็นจ�ำนวนมากๆ โดยการใช้ส่ือมวลชน (Mass Media) เป็นเคร่ืองมือท่ีจะช่วยให้การ ถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการเกษตร และการเผยแพร่วิทยาการใหม่ๆ หรือข่าวสารความรู้ใหม่ๆ (Innovation) ไปสู่กลุ่มบุคคลเป้าหมายหรือ มวลชน ไดร้ บั ทราบกนั อยา่ งกวา้ งขวาง และมโี อกาสทจ่ี ะศกึ ษาหารายละเอยี ด เพม่ิ เตมิ ตอ่ ไปได้ แตก่ ารถา่ ยทอดฯ แบบมวลชน จะทำ� ใหเ้ จา้ หนา้ ทสี่ ง่ เสรมิ หรอื ผถู้ า่ ยทอด ไมส่ ามารถทราบจำ� นวนผรู้ บั การถา่ ยทอด และผลของการ ถา่ ยทอดได้ ซง่ึ ในกระบวนการยอมรบั การยอมรบั (Adoption) ของบคุ คล เปา้ หมายหรอื ผรู้ บั การถา่ ยทอด ยงั มคี วามจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งผา่ นการถา่ ยทอด ความรู้ หรือการติดต่อส่ือสาร แบบรายบุคคล (Personal Contact) โดยตรงอยา่ งใกลช้ ดิ จงึ จะทำ� ใหก้ ารยอมรบั เกดิ ขนึ้ ได้ โดยผา่ นกระบวนการ ยอมรับ จากขน้ั ไตรต่ รอง (Evaluation) ไปสู่ข้ันการทดลองปฏิบตั ิ (Trial) และเขา้ สู่ขัน้ การยอมรบั (Adoption) ตามล�ำดับ การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร แบบมวลชน ทำ� ใหก้ ารเผยแพร่ ข่าวสารและวิทยาการใหม่ๆ ไปสู่เกษตรกรหรือบุคคลเป้าหมายได้เป็น จำ� นวนมากๆ และสามารถดำ� เนนิ การไดใ้ นหลายๆ รูปแบบ เชน่ โปสเตอร์ เอกสารเผยแพร่ หนงั สอื พมิ พ์ วิทยุ วิทยุโทรทศั น์ ภาพยนตร์ สไลด์ และ การจดั นทิ รรศการ เป็นต้น

110 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร แบบมวลชน กย็ งั มีข้อดี และขอ้ เสียหรอื ขอ้ จ�ำกดั ดงั น้ี ขอ้ ดี ข้อเสยี หรอื ข้อจ�ำกดั 1. สามารถสง่ ขา่ วสารถงึ บคุ คลเปา้ หมาย 1. ไมส่ ามารถทราบจำ� นวนบคุ คลเปา้ หมาย ได้ทกุ แห่ง ทร่ี ับการถ่ายทอดหรอื รับขา่ วสารได้ 2. ค่าใช้จา่ ยในการดำ� เนนิ การตอ่ บคุ คล 2. ไม่สามารถถ่ายทอดและชี้แจงราย เป้าหมายต�่ำ ละเอียดปลกี ยอ่ ยได้ 3. สามารถแก้ไขปัญหาเร่งด่วนได้อย่าง 3. ไมส่ ามารถทราบไดว้ า่ บคุ คลเปา้ หมาย รวดเรว็ หรอื ผูร้ ับ ข่าวสาร เข้าใจในความรหู้ รือ ข่าวสารท่สี ง่ ไปหรอื ไม่ โดยสรุปแล้ว รูปแบบของการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ทัง้ 3 แบบ อันไดแ้ ก่ แบบรายบุคคล (Individual Approach) แบบกลุ่ม (Group Approach) และแบบมวลชน (Mass Approach) สามารถน�ำมา ประยกุ ตแ์ ละปรบั ใชร้ ว่ มกนั หรอื นำ� มาใชใ้ นแตล่ ะขนั้ ตอนของกระบวนการ ยอมรับได้ เช่น รูปแบบการถา่ ยทอดฯ แบบมวลชน สามารถนำ� มาใชไ้ ด้ดี ในกรณที ีก่ ารถ่ายทอดอยใู่ นขั้นแรกๆ ของกระบวนการยอมรบั คือ ขน้ั ต่ืนตัว และสนใจ เพราะสามารถเผยแพรค่ วามรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร และวทิ ยาการใหมๆ่ ไปสู่เกษตรกรหรือบุคคลเป้าหมาย ได้อยา่ งกวา้ งขวาง ประหยดั เวลาและ งบประมาณ แต่ทั้งนี้ การใช้รูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร แบบมวลชน เปน็ การสือ่ สารแบบทางเดียว (One Way Communication)

บทท่ี 4 รปู แบบและวธิ กี ารถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 111 จงึ มขี อ้ จำ� กดั อยมู่ าก หากจะใชร้ ปู แบบ การถา่ ยทอดฯ แบบมวลชน ในขน้ั ตอน กระบวนการยอมรับทสี่ งู ขึ้นไปอกี เน่ืองจากความส�ำคัญของการถา่ ยทอด เทคโนโลยีฯ เพือ่ ให้เกิดการยอมรบั จะตอ้ งพยายามให้มีการตดิ ต่อส่อื สาร กนั ไดท้ ้งั 2 ทาง (Two Way Communication) โดยมกี ารยอ้ นกลับ (Feed Back) ของข่าวสาร จึงจะท�ำให้การถ่ายทอดฯ มีการสื่อความหมายที่ สมบรู ณ์ นำ� ไปส่บู คุ คลเปา้ หมายหรอื จดุ หมายปลายทาง (Destination) ได้ ในที่สดุ และในกระบวนการยอมรับ การถ่ายทอดความรกู้ ารเกษตร เป็น วธิ ที ม่ี คี วามสำ� คญั และมคี วามจำ� เปน็ มาก ตอ่ การทจี่ ะนำ� ความรเู้ ทคโนโลยี การเกษตร สบู่ ุคคลเปา้ หมายเพ่อื ใหเ้ กิดการยอมรบั อนั เป็นขน้ั ตอนสงู สุด ของกระบวนการยอมรบั นกั สง่ เสริมหรือผถู้ ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร จะตอ้ งพจิ ารณาเลอื กใชร้ ปู แบบการถา่ ยทอดฯ ใหเ้ หมาะสมในแตล่ ะขน้ั ตอน ของกระบวนการยอมรบั โดยเฉพาะการถ่ายทอดความรู้การเกษตร แบบ รายบคุ คล และแบบกล่มุ สามารถเข้าถึงตวั เกษตรกรหรอื บคุ คลเป้าหมายได้ โดยตรง ทำ� ใหเ้ กดิ การรจู้ กั สรา้ งความคุ้นเคย ความไวว้ างใจ ขึน้ ระหวา่ ง ผู้ถ่ายทอดความรู้ฯ และผ้รู บั การถา่ ยทอดฯ รวมถงึ ครอบครวั ผู้รบั การถ่าย ทอดฯ ด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ที่จะประสบความส�ำเร็จ เกิดการยอมรับอย่างแท้จริง น�ำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และมี ประสิทธิภาพ จะต้องมีการติดต่อส่ือสารกับบุคคลเป้าหมายอย่างใกล้ชิด สร้างความเขา้ ใจ สร้างความเชื่อมัน่ สร้างศรัทธา และความไว้วางใจซึง่ กัน และกัน

112 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2. วธิ ีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร งานส่งเสริมการเกษตร เป็นงานใหก้ ารบรกิ าร เผยแพร่ ความรู้ทาง ด้านการเกษตร และถา่ ยทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ให้แกเ่ กษตรกร กลมุ่ อาชพี ทางการเกษตรทกุ สาขา โดยไมจ่ ำ� กดั เพศ วยั ระดบั ความรู้ และ ความเป็นอยู่ เพื่อมุ่งช่วยเหลือเกษตรกรให้รู้จักช่วยเหลือตนเองในการ ประกอบอาชพี ดา้ นการเกษตร ซงึ่ การใหค้ วามรดู้ า้ นการเกษตรและเทคโนโลยี ทางการเกษตร เพอ่ื เปน็ การเสรมิ สรา้ งและเพมิ่ ประสบการณร์ จู้ กั การพฒั นา อาชพี ได้ดีขึ้น หรือรู้จักปรับปรงุ เปล่ียนแปลงดา้ นการประกอบอาชีพด้าน การเกษตร ใหเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั วถิ ชี วี ติ และความเปน็ อยทู่ างสงั คม ท่ีมีการเปล่ยี นแปลงอยู่เสมอ ท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคมและสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทั้ง เทคโนโลยที ม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งรวดเรว็ อยตู่ ลอดเวลา ณ ปจั จบุ นั ตอ้ ง มงุ่ เนน้ ใหเ้ กษตรกรเกดิ การยอมรบั และนำ� เอาความรไู้ ปปฏบิ ตั ิ ในขณะเดยี วกนั นกั สง่ เสรมิ การเกษตรรนุ่ ใหม่ ตอ้ งมคี วามรู้ ความสามารถเกยี่ วกบั การถา่ ยทอด เทคโนโลยกี ารเกษตรไปสู่ เกษตรกรและกลมุ่ อาชพี เปา้ หมายใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทของพนื้ ทนี่ นั้ ๆ รวมทง้ั ตอ้ งสรา้ งและพฒั นาองคค์ วามรทู้ ง้ั ความรดู้ า้ น วิชาการและความรู้ที่เป็นประสบการณ์ของเกษตรกร ในขณะเดียวกัน นกั สง่ เสรมิ การเกษตรในปจั จบุ นั ตอ้ งหาโจทยใ์ นการวจิ ยั ในงานประจำ� เปน็ เพอ่ื ทจี่ ะยกระดบั องคค์ วามรขู้ องเกษตรกรไปสอู่ งคค์ วามรใู้ นเชงิ วชิ าการได้ โดยมงุ่ เนน้ ใหเ้ กษตรกร และกลมุ่ อาชพี ทางการเกษตรสาขาตา่ งๆ ไดพ้ ง่ึ ตนเอง

บทท่ี 4 รปู แบบและวิธีการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 113 ไดใ้ นชมุ ชนน้ัน ฉะน้นั นักส่งเสรมิ การเกษตรร่นุ ใหม่ต้องมีความรู้ เข้าใจ วธิ กี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร รวมทงั้ มคี วามเขา้ ใจและทกั ษะในการ ใชส้ ่อื ในงานส่งเสริมการเกษตรที่มกี ารพฒั นาอยา่ งรวดเรว็ 1) การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรไปสู่เกษตรกร แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การถา่ ยทอดเทคโนโลยใี นระดบั ทต่ี า่ งกนั หมายถงึ การถา่ ยทอด เทคโนโลยีจากผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ไปยังผู้ที่มี ความรู้น้อย เช่น นักส่งเสริมการเกษตรถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ไปสเู่ กษตรกรและกล่มุ อาชีพทางการเกษตร การถา่ ยทอดเทคโนโลยใี นระดบั เดยี วกนั หมายถงึ การถา่ ยทอด เทคโนโลยจี ากคนในระดบั เดยี วกนั เชน่ เกษตรกรทไ่ี ดเ้ ข้ารบั การอบรมไป ถ่ายทอดให้เพื่อนเกษตรกรที่ไม่ได้เข้ารับการอบรม หรือเกษตรกรที่เป็น ผู้น�ำท้องถ่ิน หรือเกษตรกรก้าวหน้า (เกษตรกรรุ่นใหม่/เกษตรกรผู้น�ำ) ซง่ึ อาจจะรวมไปถงึ ปราชญช์ าวบา้ น ซงึ่ ทำ� การสอนเพอ่ื นเกษตรกรดว้ ยกนั

114 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2) หลักปฏิบัติที่นักส่งเสริมการเกษตรจะถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรทด่ี ี มีดังน้ี (1) ศกึ ษาสภาพแวดลอ้ มกอ่ นดำ� เนนิ การถา่ ยทอดความรใู้ หร้ แู้ จง้ เสียก่อน เพ่อื หาเน้ือเรอื่ งท่ีเปน็ ความสนใจรว่ มกนั (2) เริ่มการสนทนาหรือบรรยายจากกลุ่มเล็กที่พิจารณาแล้วว่า น่าจะเขา้ ใจและรว่ มมอื กนั ได้ (3) ใช้วิธีฟังก่อน พูดทีหลัง เพ่ือความได้เปรียบด้านทัศนคติ เป้าหมายของเรา (4) พยายามจดจำ� ขอ้ มลู สว่ นบคุ คลหรอื กลมุ่ ทไ่ี ดท้ ราบมา เพอื่ ทราบ ข้อมลู พนื้ ฐานขนั้ ต้น (5) แสดงการถ่ายทอดเทคโนโลยีอยา่ งเปิดเผย บริสุทธใิ์ จ และมี ความเปน็ นักกฬี าเต็มตัว (6) อย่ารู้ล่วงล้�ำอธิปไตยส่วนตัวของเกษตรกร เรื่องไม่ควรพูด ไม่ควรถามตอ้ งละเว้นในช่วงต้นๆ (7) ชว่ ยตอ่ เตมิ หรอื ลดขนั้ ตอนความยงุ่ ยากในการถา่ ยทอดเทคโนโลยี การเกษตร หรอื แสดงความคิดเหน็ ระหวา่ งกลุม่ อาชีพเกษตรกร (8) ตอ้ งศกึ ษาและตดิ ตาม รวมทง้ั การปรบั ปรงุ แกไ้ ขการถา่ ยทอด เทคโนโลยีท่ีเกี่ยวเนื่องกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และทัศนคติของ เกษตรกรท่สี ามารถสังเกตเหน็ (9) หลีกเลย่ี งวจิ ารณด์ ้าน ศาสนา วฒั นธรรม และการเมืองที่ อาจจะขดั ตอ่ สภาพทอ้ งถน่ิ

บทที่ 4 รูปแบบและวิธกี ารถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 115 ข้อแนะน�ำที่จะเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักส่งเสริมการเกษตรในการถ่ายทอด เทคโนโลยกี ารเกษตรมีดงั น้ี 1) ทำ� ตวั ใหส้ นใจจรงิ จงั กบั เรอ่ื งทจ่ี ะทำ� การถา่ ยทอดเทคโนโลยี ควรศกึ ษา ล่วงหนา้ มาให้ลึกซง้ึ ขจัดอคติตา่ งๆ ทเ่ี คยมไี วก้ อ่ น ผูกพันความนึกคดิ ของตนเอง เกย่ี วกบั เรอื่ งดงั กลา่ ว จนเปน็ อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั และคดิ วา่ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี ครง้ั นนั้ เปน็ การพดู คยุ ชแ้ี นะหรอื เลา่ สกู่ นั ฟงั โดยมผี ถู้ า่ ยทอดเทคโนโลยเี ปน็ ผนู้ ำ� เรอ่ื ง และทำ� การชี้แจงปัญหาในขอ้ ตา่ งๆ 2) เตรยี มการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรมาลว่ งหนา้ ใหถ้ กู ตอ้ งสมบรู ณ์ ตามขนั้ ตอน มคี วามมน่ั ใจวา่ จะดำ� เนนิ การเรอื่ ง ประเดน็ ในการถา่ ยทอดใหเ้ ปน็ ไปตาม วตั ถุประสงคท์ ีต่ ้งั ไวโ้ ดยไม่สบั สน 3) ปลอบใจตนเองหรอื ให้ก�ำลงั ใจตนเองว่า เม่ือไดท้ �ำการศึกษาล่วงหนา้ มาแลว้ มาถงึ ขนั้ นแี้ ล้วเราควรรขู้ ้อมูลมากกวา่ เกษตรกร 4) คดิ เสมอว่าเกษตรกรและกลุ่มอาชพี ทางการเกษตรเป็นมติ รเปน็ กันเอง พร้อมที่จะรบั ฟัง การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรดว้ ยบรรยากาศท่ีดี ไม่มใี คร มาเฝา้ จบั ผดิ หรอื รบกวน กอ่ กวนการถา่ ยทอดเทคโนโลยขี องนกั สง่ เสรมิ การเกษตร ในคร้ังนนั้ ๆ 5) ต้องมีสมาธิและคิดอยู่กับเร่ืองที่ท�ำการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ทกี่ ำ� หนดไวอ้ ยตู่ ลอดเวลา อยา่ คดิ ถงึ ตนเอง และอยา่ มวั ไปกงั วลใจกบั เรอ่ื งตา่ งๆ การ ถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรจะพลอยสบั สนและจับต้นชนปลายไม่ถกู

116 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 2.1 โรงเรยี นเกษตรกร (Farmers Field School) การท�ำงานส่งเสริมการเกษตรตามแนวทางโรงเรียนเกษตรกร เนน้ กระบวนการใหก้ ารศกึ ษา โดยเกษตรกรรว่ มกนั ทำ� การศกึ ษาและปฏบิ ตั ิ ดว้ ยตนเอง (Learning by doing) เรม่ิ ตง้ั แตก่ ารวางแผน ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทดลอง และท�ำกจิ กรรมรว่ มกัน โดยมีการพบปะกนั ระหวา่ งเกษตรกรกบั นักส่งเสริมการเกษตร เพอ่ื วิเคราะหส์ ถานการณ์ตั้งแต่เริม่ ปลูก เพือ่ จะได้ เรยี นรถู้ งึ ความเจรญิ เตบิ โต ความสมั พนั ธแ์ ละการเคลอื่ นไหว ของสง่ิ มชี วี ติ ดิน น้ำ� และพชื แล้วจงึ นำ� ข้อมลู เหลา่ น้มี าวิเคราะห์เพอื่ ประกอบการตัดสินใจ วธิ กี ารนเ้ี ปน็ การฝกึ ใหเ้ กษตรกรไดม้ โี อกาสคดิ วเิ คราะห์ และตดั สนิ ใจดว้ ย ตนเอง โดยน�ำวิธีการท่ีไดผ้ ลจากคำ� แนะน�ำของนกั ส่งเสริมการเกษตรและ หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง หรอื ความรจู้ ากแหลง่ อนื่ ๆ รวมทง้ั ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ มาฝกึ ทดลองท�ำเองแบบงา่ ยๆ เพ่อื พสิ ูจน์และเปรียบเทียบผล โดยท�ำการ แบง่ เกษตรกรออกเปน็ กลมุ่ ๆ ภายใตก้ ระบวนการหรอื หลกั สตู รทสี่ อดคลอ้ ง กับปญั หาของเกษตรกร แตล่ ะพน้ื ที่ เกษตรกรมโี อกาสน�ำผลมาอภิปราย และตดั สนิ ใจในกลมุ่ ของตนเอง ทงั้ นโ้ี ดยการชว่ ยเหลอื และสนบั สนนุ อยา่ ง ใกล้ชิดจากนักส่งเสริมการเกษตร ซ่ึงท�ำหน้าท่ีด�ำเนินการหรือผู้อ�ำนวย ความสะดวกในการเรยี นรู้ (Facilitator) ซงึ่ จะสรปุ ไดว้ า่ โรงเรยี นเกษตรกร เปน็ กระบวนการเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม ทน่ี ำ� มาใชใ้ นทางการสง่ เสรมิ การเกษตร เพอ่ื ใหเ้ กษตรกรไดร้ ว่ มกนั คดิ รว่ มกนั แกไ้ ขปญั หา แลกเปลยี่ นประสบการณ์ และสามารถตัดสนิ ใจไดด้ ว้ ยตนเองในกระบวนการผลติ ทุกข้ันตอน ตง้ั แต่ เรม่ิ ปลกู จนกระทั่งเก็บเก่ียวผลผลิต (Season Long Training) นัน่ เอง

บทท่ี 4 รูปแบบและวธิ ีการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 117 สรปุ การดำ� เนนิ การโรงเรยี นเกษตรกรดงั กลา่ วขา้ งตน้ ไดม้ งุ่ เนน้ ให้นักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ได้มีความเข้าใจในกระบวนการด้าน เทคนคิ หรอื วธิ กี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร โดยผา่ นกระบวนการ โรงเรยี นเกษตรกรเทา่ นน้ั แตใ่ นขอ้ เทจ็ จรงิ แลว้ นกั สง่ เสรมิ การเกษตรที่ จะเป็นวิทยากรตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรน้ัน จ�ำเป็นต้อง ผ่านการอบรมเพ่ือเป็นวิทยากร (Training of Trainers) ตลอดฤดูการ เพาะปลูก (Season Long Training) ก่อนที่จะออกไปอบรมเกษตรกร และจะต้องมีอุดมการณ์ในการที่จะเสียสละและอุทิศตนเพื่อประโยชน์ ของเกษตรกรโดยรวม 2.2 เวทีการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ การแลกเปล่ียนเรียนรู้เป็นการประสานแหล่งความรู้และข้อมูล ขา่ วสาร การใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ และการใชค้ วามรปู้ ระสบการณจ์ ากการ ปฏบิ ัตงิ าน อย่างสอดคล้องและเชอื่ มโยงกนั โดยการรวบรวมองคค์ วามรู้ ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ท่ีเกิดจากความร่วมมือจาก รายบคุ คล กลมุ่ อาชพี ทางการเกษตร และบคุ ลากรจากหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โดยสง่ ผลให้เกิดการประยุกต์ความรู้ใหม่ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ เพื่อพัฒนา ผรู้ ว่ มเวทกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ะหวา่ งกนั รวมทงั้ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี ทางการเกษตร การแลกเปล่ยี น และการกระจายความรทู้ างการเกษตร ทงั้ ทเี่ ปน็ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ทมี่ กี ารสะสมทส่ี บื ทอดกนั มาและองคค์ วามรใู้ หม่ การจดั เวทกี ารแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ มบี ทบาทสำ� คญั ในการพฒั นาคน และชมุ ชนใหเ้ กิดความยัง่ ยืน โดยกอ่ ใหเ้ กิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแก้ปัญหาร่วมกันท�ำให้เกษตรกร กลุ่มอาชีพ รวมท้ังคนในชุมชนมี โอกาสคดิ วิเคราะห์หาสาเหตุ และแนวทางแกไ้ ข ทดลองปฏบิ ตั แิ ละสรปุ

118 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร บทเรียนร่วมกัน ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถยกระดับการเรียนรู้ในการ จัดการกบั ปญั หาตา่ งๆ ในด้านการประกอบอาชีพทางการเกษตรให้สงู ขน้ึ เปน็ การแลกเปลย่ี นเรยี นรทู้ ถี่ กู ตอ้ งและตรงประเดน็ เมอ่ื ผเู้ รยี นไดเ้ กดิ การ เรยี นรใู้ นส่วนท่เี ปน็ แก่นของเรอื่ งน้ันๆ แล้ว กจ็ ะสามารถน�ำไปขยายความ ได้และเป็นพ้ืนฐานในการแสวงหาความรู้เพมิ่ เติมได้เช่นกนั การจดั เวทกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ โดยเนน้ การเรยี นรทู้ เ่ี กษตรกร/ ผเู้ รยี นเปน็ ศูนยก์ ลาง ประกอบดว้ ย ผเู้ รยี นเปน็ ผสู้ รา้ งความรดู้ ว้ ยตนเอง โดยการแสวงหาขอ้ มลู ศกึ ษาทำ� ความเข้าใจ คดิ วเิ คราะห์ ตคี วาม แปลความหมาย สังเคราะห์ข้อมูล สาระ และขอ้ สรุปองคค์ วามรู้ 1 ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน ได้เรียนรู้จากกันและกัน ไดแ้ ลกเปลยี่ นข้อมูลความรู้ ความคดิ และประสบการณแ์ ก่ กนั และกันให้มากทสี่ ดุ เทา่ ที่จะทำ� ได้ 2 ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรกู้ ระบวนการผลติ ทางการเกษตรควบคไู่ ปกบั ผลการปฏบิ ตั งิ านหรอื ขอ้ สรปุ องคค์ วามรู้ ทนี่ ำ� มาแลกเปลย่ี น เรียนรู้ในเวทีการแลกเปลย่ี นเรียนรทู้ ส่ี รุปได้ 3 ผู้เรียนน�ำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันและ ประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต การเก็บเก่ียวผลผลิตและ 4 การตลาดสินคา้ เกษตร

บทท่ี 4 รูปแบบและวิธีการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 119 หลกั ในการจดั กระบวนการแลกเปลย่ี นเรยี นรใู้ นเวทกี ารแลกเปลยี่ น เรียนรู้ แสดงเป็นข้นั ตอนไดด้ งั นี้ ขนั้ ที่ 1 : ขั้นนำ� ต้องสร้างบรรยากาศโดยการกระตุ้นความสนใจ หรือเตรียมความ พรอ้ มในการที่จะเริ่มตน้ ดำ� เนนิ การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ ขน้ั ท่ี 2 : ขั้นกิจกรรม ผทู้ ที่ ำ� หนา้ ทผ่ี อู้ ำ� นวยความสะดวกในการเรยี นรู้ (นกั สง่ เสรมิ การเกษตร) ต้องจัดกิจกรรมทีใ่ หผ้ ู้เรยี นไดบ้ รรลุวตั ถุประสงค์ โดยกิจกรรมควรจะ มเี น้อื หาดังนี้ (1) ชว่ ยให้เกษตรกร ผู้เรยี นได้สรา้ งความรู้ด้วยตนเอง (2) ช่วยให้เกษตรกร ผูเ้ รียนได้ปฏิสมั พันธช์ ่วยกนั เรยี นรู้ (3) ชว่ ยใหเ้ กษตรกร ผเู้ รยี นมบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มในการสรา้ งความ รูด้ ้วยตนเอง (4) ช่วยใหเ้ กษตรกร ผเู้ รียนไดเ้ รียนร้กู ระบวนการควบคู่ไปกับผลงาน (5) ชว่ ยใหเ้ กษตรกร ผู้เรียนน�ำความร้ทู ่ีไดไ้ ปประยกุ ต์ใช้ ข้ันที่ 3 : ขน้ั วิเคราะห์ โดยท�ำการวเิ คราะห์ อภปิ ราย ผลงาน องคค์ วามรู้ ประสบการณ์ ท่ี สรปุ ไดจ้ ากกจิ กรรมทเ่ี คยปฏบิ ตั แิ ละไดผ้ ลมาแลว้ รวมทง้ั ทำ� การวเิ คราะห์ อภปิ ราย กระบวนการเรียนรู้ ที่ได้จากการปฏิบัติมาแล้ว ขั้นท่ี 4 : ขน้ั สรปุ บทเรียน และประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้ ตามประเด็นและวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน แต่ละคร้ัง

120 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร สรุปแนวคดิ ของการจัดเวทกี ารแลกเปล่ียนเรยี นรู้ เมอื่ น�ำไป สกู่ ารปฏบิ ตั แิ ลว้ จะประสบความสำ� เรจ็ ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด คงขนึ้ อยกู่ บั ปัจจัยหลายประการด้วยกัน แต่มีปัจจัยที่ส�ำคัญที่สุดตัวผู้ท�ำหน้าที่ผู้ อำ� นวยความสะดวกในการเรยี นรู้ ควรมีความกระตือรอื รน้ ใฝร่ ู้ และ คิดจัดหากจิ กรรมการเรียนร้ใู หมๆ่ อยู่ตลอดเวลา 2.3 เกษตรกรตน้ แบบและเกษตรกรรนุ่ ใหม่ ดว้ ยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไดก้ ำ� หนดนโยบายปรบั โครงสรา้ ง ภาคเกษตร เพอื่ เพม่ิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ ของภาคเกษตร โดยเนน้ การพฒั นา เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การพัฒนาการผลิต การพัฒนาปัจจัย พ้นื ฐานและภารกจิ สนับสนุน ไดแ้ ก่ 1) ดา้ นการพฒั นาเกษตรกรและสถาบนั เกษตรกร การพฒั นา ทรพั ยากรบคุ คลและเกษตรกร เชน่ สง่ เสรมิ และพฒั นาสถาบนั การเกษตร สง่ เสรมิ และพฒั นาธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 2) ด้านการพัฒนาการผลติ ได้แก่ การเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการ ผลติ และความมนั่ คงดา้ นอาหาร และจดั ทำ� โครงการรองรบั ผลกระทบจาก การเปดิ เขตการค้าเสรอี าเซยี นภาคเกษตร และเขตการค้าเสรีอ่ืนๆ 3) ดา้ นการพฒั นาปจั จยั พน้ื ฐานและภารกจิ สนบั สนนุ ไดแ้ กก่ าร จดั การทรพั ยากรน้�ำ การจดั การทรพั ยากรดนิ โดยการปรบั ปรงุ คุณภาพดิน ฟน้ื ฟแู ละปอ้ งกนั การชะลา้ งพงั ทลายของดนิ การดำ� เนนิ งานเพอ่ื รองรบั การ เปล่ยี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศโลก

บทท่ี 4 รปู แบบและวิธกี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 121 ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ด�ำเนิน โครงการนวตั กรรมกระบวนการสง่ เสรมิ การเกษตร เพอ่ื ลดตน้ ทนุ การผลติ พชื ยทุ ธศาสตร์ 3 ชนดิ ในแตล่ ะจงั หวดั โดยการสรา้ งโอกาสและบรรยากาศ และปจั จัยเก้ือหนุนใหเ้ กษตรกรตน้ แบบ ของพชื ยทุ ธศาสตรเ์ หลา่ นัน้ เปน็ นกั วจิ ยั โดยใชไ้ รน่ าของตนเองเปน็ หอ้ งทดลอง จากนน้ั ใชไ้ รน่ าของเกษตรกร ต้นแบบเหล่านั้นเป็นห้องเรียน และสนามฝึก ส�ำหรับเกษตรกรในชุมชน โดยเกษตรกรต้นแบบทำ� หน้าทเี่ ปน็ ครู ซึ่งในท่ีน้ีเรียกว่า ครูติดแผ่นดิน และเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยนัก ส่งเสริมการเกษตรท�ำหน้าท่ีเป็นผู้อ�ำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่มี คุณภาพ เพือ่ ให้มีการแลกเปลย่ี นขอ้ มูล ความรู้ ความคิดสรา้ งสรรค์ และ ประสบการณท์ ไ่ี ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิ พรอ้ มทง้ั ถอดบทเรยี นการปฏบิ ตั ทิ ด่ี ี ของ ครตู ดิ แผน่ ดนิ และเกษตรกรรนุ่ ใหม่ เพอ่ื จดั ทำ� เปน็ คมู่ อื ฉบบั ชาวบา้ น สำ� หรบั ใช้ในการขยายผลสู่เกษตรกรในวงกว้างต่อไป นอกจากน้ีแล้วยังมีการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ได้ผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นท้ังในและ นอกชมุ ชนขา้ งเคยี งเปน็ ตน้ บางรายกพ็ ฒั นาไปเปน็ วทิ ยากรในการถา่ ยทอด ความร้ใู นหลักสตู รต่างๆ เป็นตน้

122 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร สำ� หรบั ขนั้ ตอนหลกั ๆในกระบวนการสง่ เสรมิ การเกษตรเพอ่ื ลด ต้นทนุ การผลิตพืช ทนี่ กั สง่ เสรมิ การเกษตร ต้องประสานงานร่วมกบั เกษตรกรตน้ แบบและเกษตรกรรนุ่ ใหม่ ควรมดี ังน้ี 1) ก�ำหนดพ้ืนท่ีเป้าหมาย โดยส�ำรวจข้อมูล วิเคราะห์และก�ำหนดพื้นท่ีเป้าหมายของ แตล่ ะพชื ที่ตอ้ งการลดต้นทุนการผลติ 2) จดั ทำ� แผนทเ่ี กษตรกรคนเกง่ ในพื้นท่ีเป้าหมาย เป็นเกษตรกรท่ีประสบผลส�ำเร็จในการ เพาะปลูก ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชน ใฝ่เรียนรู้ มี ความสามารถในการส่อื สาร และการถา่ ยทอดเทคโนโลยี 3) จดั เวทกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรปู้ ระสบการณ์ เพื่อให้เกษตรกรคนเก่งเหล่าน้ันมีโอกาสได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ หลักคิด ประสบการณ์ และภมู ิปัญญาซึ่งกันและกัน ควรต้งั ค�ำถามให้เกษตรกร ระดมความคิด ตวั อย่างเช่น ค่าใช้จา่ ย หลักๆ ในการเพาะปลกู มอี ะไรบ้าง เทา่ ไร แต่ถ้าต้องการลด ค่าใช้จา่ ยหลักๆ จะลดท่ีไหนไดบ้ า้ งเป็นตน้ 4) คดั เลอื กไรน่ าเป็นแหล่งเรียนรู้ พจิ ารณาไรน่ าของเกษตรกรคนเกง่ ทมี่ จี ดุ เดน่ ในภาพรวมของ การผลิต หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหน่ึงในกระบวนการผลิต เพอ่ื ใชส้ ำ� หรับจดั ต้ังเปน็ แหล่งเรียนรู้

บทท่ี 4 รปู แบบและวธิ ีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 123 5) เตรยี มความพรอ้ มของแหลง่ เรยี นรู้ ชี้แจงท�ำความเข้าใจบทบาทและภารกิจของเจ้าของแหล่งเรียนรู้ จัดท�ำบอรด์ แสดงข้อมลู ความรู้ และเทคโนโลยีทางการเกษตร 6) วิเคราะห์ Training Needs การลดตน้ ทนุ การผลติ เพอื่ นำ� ขอ้ มลู มาใชพ้ ฒั นาหลกั สตู รสำ� หรบั การฝกึ อบรมเกษตรกร 7) ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร มขี อ้ ควรระวงั คอื ตอ้ งเปน็ เทคโนโลยที เี่ หมาะสม เกษตรกรสามารถ นำ� ไปปฏบิ ตั ไิ ด้ ซงึ่ แหลง่ เรยี นรเู้ ปน็ องคป์ ระกอบทสี่ ำ� คญั ยงิ่ ในการ ถา่ ยทอดเทคโนโลยี 8) รวมกลมุ่ และสร้างเครอื ข่ายเกษตรกร เพอื่ ใหข้ ยายผลไดร้ วดเรว็ ขนึ้ โดยใหค้ วามสำ� คญั กบั การมสี ว่ นรว่ ม ของภาคีการพฒั นาทีห่ ลากหลายในทอ้ งถนิ่ สรุปเกษตรกรต้นแบบซ่ึงเป็นครูติดแผ่นดินและเกษตรรุ่นใหม่ ซง่ึ มบี างหนว่ ยงานจะเรยี กวา่ ปราชญช์ าวบา้ น ซงึ่ เปน็ เกษตรกรทม่ี ภี าวะ ผนู้ �ำ ด�ำรงชีวติ และประกอบอาชพี ทางการเกษตรเป็นอาชพี หลกั โดย ยึดหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีหลกั คดิ ทีถ่ กู ตอ้ ง และมหี ลักวิชาท่ี ครบถ้วน (รอบร้)ู และ มหี ลักปฏบิ ตั ิท่งี ่ายและประหยัด พงึ่ พงิ ปจั จัย การผลติ ในทอ้ งถนิ่ ชมุ ชนเปน็ หลกั สามารถพฒั นาเทคโนโลยกี ารเกษตร ทเี่ หมาะสมกบั ภมู สิ งั คมของชมุ ชนทอ้ งถนิ่ พรอ้ มทจ่ี ะเสยี สละโดยเฉพาะ เวลา เพราะต้องท�ำหนา้ ทีเ่ ป็นกลไกหลัก ในการถา่ ยทอดหลักคิด หลัก วชิ า และหลักปฏบิ ัตเิ หล่านน้ั ไปสู่เกษตรกรรายอืน่ ๆอยา่ งต่อเนื่อง

124 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2.4 ศนู ยเ์ รียนร้ชู มุ ชน กรมสง่ เสรมิ การเกษตร มรี ะบบส่งเสรมิ การเกษตร เพอื่ ใชเ้ ป็น แนวทางการปฏิบัติงานของนักส่งเสริมการเกษตรให้ต่อเนื่องเช่ือมโยงไป ในทศิ ทางเดยี วกนั การปฏบิ ตั งิ านในพน้ื ทเ่ี นน้ การทำ� งานสง่ เสรมิ การเกษตร แบบมสี ว่ นรว่ ม ซงึ่ เกษตรกรจะเปน็ ผกู้ ำ� หนดแนวทางการพฒั นาของตนเอง บนพ้ืนฐานของภูมิปัญญา และวัฒนธรรมชุมชน โดยใช้ศูนย์บริการและ ถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจำ� ต�ำบล ซึง่ เปน็ องคก์ รทม่ี กี ารบริหาร จัดการโดยคณะกรรมการบริหารศนู ย์ฯ ซ่งึ ประกอบด้วยผู้แทนของชุมชน ผู้น�ำกลุ่มอาชีพทางการเกษตรสาขาต่างๆ เกษตรหมู่บ้าน อาสาสมัคร เกษตรหม่บู ้าน (อกม.) ผแู้ ทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผ้แู ทนภาครฐั คือ นักส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบประจ�ำต�ำบล ที่จะท�ำหน้าท่ี ประสานงานและอ�ำนวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้ ในการวางแผน พัฒนาการเกษตรระดบั ตำ� บล วางแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ให้แก่เกษตรกรและกลุ่มอาชีพทางการเกษตร โดยจัดท�ำเวทีชุมชนแบบ บรู ณาการรว่ มกนั กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ซง่ึ มบี ทบาทในการปฏบิ ตั งิ าน ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเป็นสถานท่ีฝึกทักษะความช�ำนาญด้านการเกษตรท่ี สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของชมุ ชน เพอื่ ใหเ้ กษตรกรสามารถเรยี นรแู้ ละ ฝกึ ทกั ษะความชำ� นาญทเ่ี หมาะสมกบั ศกั ยภาพของตนเอง ควบคไู่ ปกบั การ ทำ� ความเขา้ ใจในแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยพฒั นาฟารม์ สาธติ แปลง เรยี นรทู้ ม่ี อี ยใู่ นชมุ ชนใหเ้ ปน็ ศนู ยเ์ รยี นรกู้ ารเกษตร โดยเนน้ ใหเ้ กดิ วทิ ยากร เกษตรกรพร้อมที่จะท�ำการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีทางการเกษตร ที่เก่ียวข้องแก่เกษตรกรในชุมชนหรือชุมชนข้างเคียง โดยนักส่งเสริม การเกษตรผู้รับผิดชอบต�ำบลจะต้องเข้าร่วมและเป็นผู้ประสานงานให้เกิด การบูรณาการทำ� งานของหนว่ ยงาน รวมทั้งองค์กรภาคที เี่ ก่ยี วข้อง โดย

บทท่ี 4 รปู แบบและวิธกี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 125 ด�ำเนนิ การตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎใี หม่ โดยมงุ่ เนน้ ให้เกดิ ชมุ ชนตน้ แบบหรอื เกิดศนู ยก์ ารเรยี นรู้ชุมชนอยา่ งต่อเน่ือง สำ� หรบั การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารผลติ การเกษตรและการจดั การ ทีเ่ หมาะสม ตามแผนการผลิต เพอื่ ให้ได้ผลผลติ ท่มี คี ุณภาพตรงกบั ความ ตอ้ งการของตลาด โดยใชเ้ วทีชมุ ชนและการจดั กระบวนการเรียนร้ใู นการ ถา่ ยทอดความรเู้ พอื่ ใหเ้ กษตรกรไดม้ าเรยี นรรู้ ว่ มกนั และนำ� ไปปฏบิ ตั ใิ นฟารม์ ของตนเอง เพอ่ื ผลติ อาหารหลากหลายชนดิ บรโิ ภคอยา่ งเพยี งพอในครวั เรอื น และชมุ ชน และนำ� ปญั หาอปุ สรรคทพี่ บมาพดู คยุ แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ เพอ่ื หา แนวทางการแกป้ ญั หารว่ มกนั รวมทงั้ รว่ มกนั วางแผนพฒั นาชมุ ชนทอ้ งถนิ่ รว่ มกันตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง สรปุ ในปัจจุบนั น้ศี ูนย์เรยี นรูช้ ุมชน ได้เกิดการบูรณาการของ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังได้กล่าวมาข้างต้น เพียงแต่บางหน่วยงาน องคก์ รภาคที เี่ กยี่ วขอ้ ง อาจจะมกี ารเรยี กชอื่ ทตี่ า่ งกนั ไป ตามเปา้ หมาย ของหน่วยงานนนั้ ๆ แตข่ อ้ ส�ำคญั ในปัจจบุ นั นักสง่ เสรมิ การเกษตรจะ ต้องเข้าไปร่วมประสานงาน โดยมีบทบาทในการอ�ำนวยความสะดวก ในการเรยี นรเู้ พ่ือใหเ้ กดิ การพัฒนาท่ยี ง่ั ยืนในชุมชนโดยชมุ ชนเอง 2.5 ส่ือการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร การส่ือสารโดยผ่านส่ือต่างๆ ซ่ึงจะเป็นระบบการสื่อสารท่ีนัก ส่งเสริมการเกษตรในปจั จบุ ันจะต้องมกี ารเรียนรู้และเข้าใจถงึ วิธีการใชส้ ือ่ ตา่ งๆ เพอ่ื การสอ่ื สารกบั เกษตรกร กลมุ่ อาชพี ทางการเกษตร และผเู้ กยี่ วขอ้ ง ในชุมชน ซ่งึ มีส่อื ทีจ่ �ำเปน็ ไดแ้ ก่

126 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 1) ส่ือส่งิ พิมพ์ (Printed Media) เช่นใบปลิว แผ่นพับ หนังสอื เผยแพร่เล่มเล็ก เอกสารแนะน�ำประกอบ แผนโฆษณา จดหมายข่าว ภาพพลกิ จลุ สาร วารสาร เป็นต้น 2) สือ่ ประสม (Multimedia) เป็นระบบส่อื สารขอ้ มลู ขา่ วสาร หลายชนิด โดยผ่านส่ือทางคอมพิวเตอร์ ซ่ึงประกอบด้วย ข้อความ ฐานข้อมูล ตัวเลข กราฟิก ภาพ เสยี ง และวดิ ีทัศน์ การใช้คอมพิวเตอร์ สื่อความหมายโดยการผสมผสานส่ือหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟ ภาพศิลป์ เป็นต้น ถ้าผู้ใช้สามารถควบคุมสื่อเหล่าน้ีให้แสดงออกมาตาม ตอ้ งการไดร้ ะบบนจี้ ะเรยี กวา่  มลั ตมิ เี ดยี ปฏสิ มั พนั ธ์ (Interactive Multimedia) สำ� หรบั สอ่ื ประสมที่ เปน็ โปรแกรมซอฟตแ์ วรท์ อี่ าศยั คอมพวิ เตอร์ เป็นสื่อในการน�ำเสนอโปรแกรมประยุกต์ ซึ่งรวมถึงการน�ำเสนอข้อความ สีสัน ภาพกราฟฟิก (Graphic images) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และภาพยนตร์วิดีทัศน์ (Full motion Video) ส่วนส่ือ ประสมประเภทปฏสิ มั พันธ์ (Interactive Multimedia) จะเปน็ โปรแกรม ประยุกต์ที่รับการตอบสนองจากผู้ใช้โดยใช้คีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตวั ช้ี (Pointer) เป็นตน้ 3) สอื่ บรกิ ารเครอื ขา่ ยสงั คม (social network service) เปน็ รูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือข่ายสังคม ส�ำหรับผู้ใช้งานใน อินเทอรเ์ นต็ เขียน และอธบิ ายความสนใจ และกิจการทไี่ ด้ทำ� และเช่ือมโยง กับความสนใจและกิจกรรมของผู้อ่ืน ในบริการเครือข่ายสังคมมักจะ ประกอบไปดว้ ยการแชท ส่งขอ้ ความ ส่งอีเมล วดิ โี อ เพลง อัปโหลดรปู บล็อก การท�ำงานคือ คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ในรูปฐานข้อมูล SQL ส่วน video หรอื รปู ภาพ อาจเกบ็ เปน็ ไฟล์กไ็ ด้ บรกิ ารเครอื ขา่ ย

บทท่ี 4 รปู แบบและวิธกี ารถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 127 สังคมทเ่ี ป็นที่นิยมไดแ้ ก่ ไฮไฟฟ์ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ออร์กตั มลั ตพิ ลาย โดยเวบ็ เหล่านม้ี ผี ใู้ ช้มากมาย เชน่ เฟสบุก๊ เปน็ เวบ็ ไซต์ท่คี นไทยใชม้ ากทส่ี ุด ในขณะทอ่ี อรก์ ตั เปน็ ท่ีนยิ มมากทีส่ ดุ ในประเทศอนิ เดีย ปจั จบุ นั บรกิ ารเครอื ขา่ ยสงั คม มผี ลประโยชนค์ อื หาเงนิ จากการ โฆษณา การเล่นเกมโดยใชบ้ ตั รเติมเงนิ เป็นต้น 4) สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Media) เปน็ สือ่ เฉพาะกจิ ทผ่ี ลติ ออกมาในรปู แสงและเสยี ง เชน่ เทปบนั ทกึ เสยี ง วดิ ที ศั น ์ ภาพยนตร์ สไลด์ และหอกระจายขา่ ว เปน็ ตน้ 5) สอื่ กจิ กรรม ไดแ้ ก่ การจดั แสดงนทิ รรศการ การจดั ประกวด การจดั ขบวนแห่ การจัดรถเคลอ่ื นที่ การจัดสนทนากลมุ่ เปน็ ต้น สรปุ ความจรงิ แลว้ สอ่ื ทใี่ ชใ้ นงานสง่ เสรมิ การเกษตร ยงั มสี อื่ ท่ี สำ� คญั และจำ� เปน็ อกี หลายสอ่ื ดว้ ยกนั แตส่ ว่ นใหญน่ กั สง่ เสรมิ การเกษตร จะมกี ารใชอ้ ยเู่ ปน็ ประจำ� ไดแ้ ก่ สอ่ื บคุ คล (Personal Media) สอื่ มวลชน (Mass Media) และสือ่ พืน้ บ้าน (Folk Media) เป็นตน้ ส�ำหรับสอื่ จ�ำนวน 5 ประเภททีก่ ล่าวมาขา้ งต้น ณ วนั นี้นักสง่ เสรมิ การเกษตร รนุ่ ใหม่ ตอ้ งมที งั้ ความเขา้ ใจ มที กั ษะในการใช้ เพอ่ื ประกอบการสอ่ื สาร ในการถา่ ยทอดเทคโนโลยที างการเกษตรทกุ สาขา แกเ่ กษตรกร กลมุ่ อาชีพทางการเกษตร รวมท้ังพัฒนานักส่งเสริมการเกษตรในปัจจุบัน ได้มีบทบาทในการเปน็ วทิ ยากรทด่ี ี รวมทงั้ เปน็ นกั สง่ เสริมการเกษตร มอื อาชีพในเวทสี ากลต่อไป

PRMOICNEDSSEDUCATSIOMGENXOOAPOOLRTEDESHDSIUOECXNAP SMOMIONTHD การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรหรือ การส่งเสริม เป็นสิ่งจ�ำเป็นที่ต้องด�ำเนินการ ควบคกู่ นั ไปกบั การทำ� งานวจิ ยั เพอ่ื การพฒั นา ทง้ั ระบบใหค้ รบทกุ องค์ประกอบ โดยมงุ่ เนน้ ท่ี การน�ำความรู้ เทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสารไป สนับสนุนการพฒั นาโดยตรง

DISCUSSIONCATIONAL BRAIN STROMING MINDXNPREGPSSAOINOOENDL EXPRESSION บทท่ี การปรับใช้เทคโนโลยี 5การเกษตรและเทคนคิ การถ่ายทอดในพน้ื ที่

130 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร บทที่ การปรบั ใชเ้ ทคโนโลยี 5การเกษตรและเทคนคิ การถ่ายทอดในพ้ืนท่ี 1. การปรับใช้เทคโนโลยกี ารเกษตร 1.1 การปรบั ใชเ้ ทคโนโลยกี ารเกษตรจากผลงานวจิ ยั การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรหรือ การส่งเสริม เปน็ ส่ิงจ�ำเปน็ ท่ตี ้องด�ำเนนิ การควบคกู่ ัน ไปกับการท�ำงานวิจยั เพือ่ การพฒั นาท้งั ระบบใหค้ รบ ทกุ องคป์ ระกอบ โดยมงุ่ เนน้ ทกี่ ารนำ� ความรู้ เทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสารไปสนับสนุนการพัฒนาโดยตรง ใน กระบวนการของการทำ� งานสง่ เสรมิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี หมายรวมถงึ เสน้ ทางเดนิ ทงั้ หมดของเทคโนโลยี ตง้ั แตก่ าร น�ำความรู้ เทคโนโลยจี ากแหลง่ ข้อมูล ข่าวสาร เข้ามาสู่ ระบบการทำ� งานสง่ เสรมิ เพอื่ ทดสอบ แลว้ นำ� มาดดั แปลง ใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ าน ไปจนถงึ การนำ� เทคโนโลยนี นั้ ๆ สง่ ใหบ้ คุ คลเป้าหมาย (โดยการถา่ ยทอด) อันเปน็ ผรู้ บั ทอ่ี ยู่ ปลายทางโดยผา่ นกระบวนการทางการศกึ ษา (Educational Process) ทจี่ ดั ขน้ึ ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพปญั หา ความตอ้ งการ และความจำ� เปน็ ของผเู้ รยี นหรอื บคุ คลเปา้ หมาย ถา่ ยทอด

บทท่ี 5 การปรับใช้เทคโนโลยกี ารเกษตรและเทคนคิ การถ่ายทอดในพืน้ ท่ี 131 เทคโนโลยีโดยการน�ำเทคโนโลยีท่ีได้จากผลงานวิจัยพัฒนาของหน่วยงาน ถ่ายทอดสู่ผู้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อให้สามารถน�ำ องค์ความรู้ท่ีได้รับไปใช้ประโยชน์ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ โดย ด�ำเนินการถ่ายทอดในรูปแบบของการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดสู่ กลุ่มเป้าหมายโดยตรง การสร้างเครือข่ายกับส่วนราชการ สถาบันการ ศกึ ษา และองค์กรสว่ นทอ้ งถิ่น โดยการถา่ ยทอดเทคโนโลยีส่เู ครอื ข่ายที่ สามารถนำ� องคค์ วามรถู้ า่ ยทอดสกู่ ลมุ่ เปา้ หมายตอ่ การนำ� เทคโนโลยใี หก้ บั ผรู้ บั การถา่ ยทอดทม่ี คี วามตอ้ งการเพอ่ื นำ� เทคโนโลยไี ปใชใ้ นการผลติ การจดั นิทรรศการและการสาธิตร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงและภายนอก พร้อมท้ังติดตามความก้าวหน้าในการด�ำเนินงาน และน�ำเทคโนโลยีของ หน่วยงานถ่ายทอดสู่ภาคประชาชนในชุมชน เพ่ือคนในชุมชนสามารถน�ำ องค์ความรู้ที่ได้รับจากการถ่ายทอดไปพัฒนาการผลิตสินค้าชุมชนให้ได้ มาตรฐาน และเพมิ่ มูลคา่ ผลติ ผลทางการเกษตรของชุมชน เป็นการสรา้ ง อาชพี สร้างงาน สร้างรายได้ใหค้ นในชมุ ชนให้มคี ุณภาพชวี ติ ท่ีดี

132 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร ในทางการวจิ ยั การตงั้ คำ� ถามเพอ่ื การเรยี นรู้ เปน็ ขน้ั ตอนทม่ี คี วาม ส�ำคัญในงานวจิ ัย เปน็ การแสวงหาคำ� ตอบในขอ้ สงสยั ท่นี กั วจิ ัยตอ้ งการรู้ เชน่ นักส่งเสรมิ การเกษตร มีข้อสงสยั วา่ “ทำ� ไมเพลีย้ แป้งมนั ส�ำปะหลัง ยงั คงมีการระบาดอยู่ ทง้ั ทม่ี วี ิชาการในการป้องกันก�ำจดั แลว้ ?” ข้อสงสัย ขอ้ นเ้ี ปน็ โจทย์ หรอื คำ� ถามทบ่ี คุ ลากรทร่ี บั ผดิ ชอบตอ้ งรว่ มกนั คน้ หาคำ� ตอบ คำ� ถามทส่ี ำ� คญั ทสี่ ดุ คอื ถา้ หากเราจะแกป้ ญั หานจ้ี ำ� เปน็ ตอ้ งมขี อ้ มลู อะไรบา้ ง และท�ำอย่างไรในการแก้ไขปัญหา 1.2 การปรับใช้เทคโนโลยีการเกษตรจากการถอดบทเรยี น กระบวนการและวธิ กี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยจี ากการถอดบทเรยี น หรอื องคค์ วามรโู้ ดยรปู แบบกระบวนการวธิ กี ารถา่ ยทอด จะใชท้ งั้ การบรรยาย ประกอบต�ำรา เอกสาร ส่ือประกอบ ภาพ อปุ กรณ์ และของจริง หรอื การทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรูใ้ นชมุ ชน การสาธิตใหด้ ู และทดลองฝกึ ลงมือท�ำและการปฏิบัติ โดยเน้นกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิด วเิ คราะห์ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการสำ� รวจ ดงั นนั้ การปรบั ใชเ้ ทคโนโลยี การเกษตร จากการถอดบทเรยี นหรอื จากองค์ความร้ทู ่ไี ด้ จะต้องใช้ การฟัง คิด สังเกตและการต้ังค�ำถาม เพื่อสร้างการเรียนรู้ การตั้ง คำ� ถามเพอ่ื กระตุน้ ใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนความรู้น้นั สำ� คัญเปน็ อยา่ งย่งิ คำ� ถามทดี่ ี ค�ำถามท่ยี ่ัวให้ผเู้ ข้าร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้น้นั กระตอื รือล้น อยากจะตอบ ผอ่ นคลายท่ีจะพดู คุยนน้ั Facilitator จ�ำเปน็ ตอ้ งมี “ทักษะ การตั้งค�ำถาม” เพ่ือเร้าบรรยากาศของการเรียนรู้ ดังนั้นในการค้นหา คำ� ตอบ จงึ ตอ้ งตงั้ คำ� ถามมงุ่ ไปสกู่ ารหาขอ้ มลู ทจ่ี ำ� เปน็ นำ� ไปสกู่ ารวเิ คราะห์

บทที่ 5 การปรบั ใช้เทคโนโลยีการเกษตรและเทคนคิ การถา่ ยทอดในพื้นท่ี 133 เพ่ือค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง “แล้วค�ำถามท่ีดีควรจะ เป็นอยา่ งไร” จะเร่ิมถามตรงไหน ถามแล้วเราจะได้อะไร เราจะเช่อื มโยง ค�ำถามค�ำตอบนั้นอย่างไร และเมื่อเราได้ค�ำตอบน้ันมาเราจะวิเคราะห์ สงั เคราะหต์ อ่ อยา่ งไรมหี ลายคนทเี่ ปน็ นกั ถอดบทเรยี นมอื ใหม่ จะกงั วลตอ่ การตงั้ คำ� ถามมาก เพราะในสถานการณจ์ รงิ การตง้ั คำ� ถามทไ่ี มเ่ ออ้ื ตอ่ การ ตอบ การตง้ั คำ� ถามไมส่ มั พนั ธก์ บั สง่ิ ทเ่ี ราตอ้ งการเรยี นรู้ จะเกดิ ปรากฏการณ์ ท่ีวา่ “ถามเทา่ ไหรก่ ไ็ มอ่ อก” หมายถึง ไมไ่ ดค้ �ำตอบ และหรอื บรรยากาศ ในการแลกเปลย่ี นบทเรียนทด่ี ใี นวงเรียนรูน้ ัน่ เอง ประเดน็ การตัง้ ค�ำถาม น้ีจงึ ท้าทายตอ่ นกั จดั กระบวนการถอดบทเรยี นอยา่ งยง่ิ โดยสรุป กค็ อื “สร้างความเช่ือมั่นในการตั้งค�ำถามจากค�ำถามพ้ืนๆ ง่ายๆ และเน้น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ การที่จะถามให้เป็นต้องเริ่มจาก การศึกษาขอ้ มูลพ้ืนฐานด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ และการเปน็ บคุ คลเรียนร”ู้ การตงั้ คำ� ถามทดี่ ี ตอ้ งตง้ั คำ� ถามอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน โดยเรมิ่ จากสถานการณ์ ท่ีท�ำให้เรียนรู้ถึงสภาพท่ีเปน็ อยู่ ต้นเหตขุ องเหตกุ ารณ์หน่งึ ผูเ้ ก่ียวข้องกับ เหตุการณน์ น้ั ๆ การต้งั ค�ำถามที่เปน็ ข้นั ตอนแบบนที้ �ำให้ผูเ้ กย่ี วข้อง หรอื ผู้ที่เข้าร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้มุ่งท่ีจะสร้างการเรียนรู้ ค้นหาข้อมูลตอบ ค�ำถามทไ่ี ดต้ ้งั ข้นึ ไว้ อย่างเป็นระบบ และระวังการตง้ั คำ� ถามแบบปดิ ท่ไี ม่กอ่ ใหเ้ กดิ การแลกเปลีย่ นเรียนรู้ สง่ิ สำ� คัญอีกประการหน่งึ กค็ ือ การเชอื่ มโยง คำ� ถาม ค�ำตอบ ส่กู ารวเิ คราะหข์ ้อมูล เพ่อื วางแนวทางการแก้ไขปญั หาท่ี ต้นเหตุ และเกิด “บทเรียน” ที่ท�ำให้ได้เรียนรู้ร่วมกันไปด้วย ลักษณะ คำ� ถามท่สี ร้างการเรยี นรู้ เปน็ ค�ำถามเปดิ ใหค้ ดิ มองภาพ เร้าให้ผู้เขา้ รว่ ม กระบวนการแลกเปลย่ี นเรยี นรไู้ ดต้ อบ โดยเปน็ คำ� ถามทกี่ ระตนุ้ ใหส้ ามารถ

134 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร วางเปา้ หมายระหวา่ งการท�ำงาน ในระยะส้ันและระยะยาวได้ เป็นค�ำถาม ทส่ี ง่ เสรมิ ให้มองยอ้ นการดำ� เนนิ งานในระยะทผ่ี ่านมา สามารถเปรยี บเทยี บ ผลท่ีเกิดขึ้น และปรับการด�ำเนินงานในระยะต่อไปได้ เป็นค�ำถามที่ไม่ บีบค้นั แต่สง่ เสรมิ ภาพลกั ษณข์ องผทู้ ี่ตอบ สรา้ งความภาคภูมใิ จ ท่ีจะเล่า และอยากเลา่ และรปู แบบค�ำถามท่ีใช้ มีท้ังการถามซ�ำ้  ซึง่ เป็นเทคนคิ การ กวนนำ�้ ใหข้ นุ่ เพอ่ื ใหเ้ กดิ การตกตะกอน หรอื เรยี กอกี อยา่ งหนงึ่ วา่ “ตกผลกึ ดา้ นความคดิ ” เปน็ ข้อมูลพน้ื ท่ีฐานทดี่ ี ส�ำหรบั การตงั้ คำ� ถามแบบลว้ งลกึ ต่อไป จากน้ันเม่ือเราได้ประเด็นท่ีน่าสนใจเราก็พร้อมท่ีจะถามล้วงลึกใน ทันทีหรือจะใช้การถามแบบท้าทาย เพ่ือย่ัวยุ สร้างบรรยากาศในการ แลกเปล่ียนเรียนรูไ้ ดด้ ี การตัง้ ค�ำถามท่ีดีในวธิ กี ารถอดบทเรียน ง่ายและ ไม่ยากแต่ต้องอาศัยทักษะการฝึกฝน ไม่นานเราก็จะเฉียบคมในการ ตงั้ คำ� ถาม และไดม้ าซงึ่ “คำ� ตอบ” อันเป็น “บทเรยี นทีด่ ี” ตามทีเ่ รา ตอ้ งการ 1.2.1 การประยุกตใ์ ช้/ประโยชน์จากการถอดบทเรียน 1) ท�ำให้เกิดการปรับปรุงเทคนิคการท�ำงาน การถอด บทเรยี นจะเปน็ กระบวนการกลมุ่ ทท่ี กุ คนมสี ว่ นรว่ มอยา่ งตอ่ เนอื่ ง จงึ ทำ� ให้ เกดิ การขบั เคลอ่ื นงานไปในทศิ ทางเดยี วกนั แนวทางการทำ� งานปรบั เปลยี่ น ได้ทนั กับสถานการณก์ ารเปลยี่ นแปลงของ ชมุ ชน สงั คม

บทที่ 5 การปรับใชเ้ ทคโนโลยกี ารเกษตรและเทคนคิ การถา่ ยทอดในพื้นที่ 135 2) ทำ� ใหผ้ ถู้ า่ ยทอดความรเู้ กดิ ความเชอื่ มนั่ ในการทำ� งาน และการเผชญิ ปญั หามากขน้ึ และเกดิ ความภาคภมู ใิ จเมอื่ ไดเ้ หน็ พฒั นาการ ทีด่ ขี นึ้ ของงาน ภายหลงั จากการน�ำบทเรียนไปปรับใช้ 3) ท�ำให้เกิดต้นแบบการท�ำงานที่ดี (Best Practice) เกดิ รปู แบบกระบวนการทำ� งานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ความเขา้ ใจปญั หาการ ทำ� งานอย่างเปน็ ระบบ และเกิดการพฒั นายุทธศาสตรก์ ารท�ำงานในระยะ ตอ่ ไป ซ่ึงคงจะเป็นประโยชนต์ อ่ การน�ำไปใช้ในการปฏิบัติงาน เพอื่ ให้เกิด การเรียนร้รู ่วมกัน อันจะน�ำไปสกู่ ารเกิดองคค์ วามรูใ้ หมต่ อ่ ไป 1.3 การปรับใชเ้ ทคโนโลยกี ารเกษตร จากภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ เปน็ สง่ิ ทเ่ี กดิ จากการเรยี นรสู้ งั่ สมและสบื ทอด ต่อกันมาจากอดีตถึงปัจจุบัน ผู้ถ่ายทอดมีประสบการณ์ส่ังสมจนมี ความรอบรู้ มีทักษะ ความเช่ียวชาญในดา้ นต่างๆ ทีม่ คี ณุ คา่ และเป็น ประโยชนต์ อ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ ของตนเองและสงั คม จนเปน็ ทยี่ อมรบั ของ สงั คมวา่ เป็นภูมิปัญญาหรอื ปราชญ์ชาวบา้ น ภมู ิปญั ญาทไ่ี ดเ้ กดิ จากการ สะสมความรู้ และประสบการณ์อันยาวนานโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ ลักษณะต่างๆ แล้วเลือกสรรน�ำมาประพฤติปฏิบัติ ปรับปรุง พัฒนาให้ เหมาะสมกับวิถชี วี ติ ของตนเองและคนในสงั คม แลว้ ถา่ ยทอดสืบตอ่ กนั มา จนถงึ ปัจจุบนั ด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย ซึ่งวธิ ีการถา่ ยทอดภมู ปิ ญั ญาโดย

136 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร ทั่วไปท่ีนิยมใชก้ นั ในทกุ ภมู ภิ าค ไดแ้ ก่ สาธติ วธิ ีการ การสง่ั สอนด้วยการ บอกเลา่ หรอื การสอนดว้ ยวาจา ในรปู ของเพลงกลอ่ มเดก็ คำ� พงั เพย สภุ าษติ และการสรา้ งองคค์ วามรู้ไวเ้ ปน็ ลายลักษณ์ ในรปู ของต�ำรา เช่น ตำ� รายา ตำ� ราปลกู บ้าน ต�ำราโหราศาสตร์ ฯลฯ หรอื ผูกเปน็ วรรณกรรมค�ำสอน คำ� ภาษิต คูม่ อื แผนที่ และตำ� นาน นิทาน ฯลฯ นอกจากวิธีการถา่ ยทอด ภมู ปิ ญั ญาดงั กลา่ วแลว้ ยงั ใชว้ ธิ ฝี กึ ปฏบิ ตั  ิ วธิ บี รรยายประกอบการสาธติ  วธิ ี บอกเลา่ /บรรยาย วิธีเรียนร้ดู ้วยตนเองจากสื่อต่างๆ วิธีจัดเปน็ รูปแหล่ง เรียนรู้ และวิธีถ่ายทอดโดยใช้การแสดงพ้ืนบ้านเป็นส่ืออีกด้วย วิธีการ ถา่ ยทอดภมู ปิ ญั ญาท่นี ิยมใชก้ นั อยู่ทุกภมู ภิ าคมีดังตอ่ ไปน้ ี 1 การบอกเลา่ บรรยาย ดว้ ยวาจา ผถู้ า่ ยทอดเปน็ ฝา่ ยบอกเลา่ อธบิ าย หรือถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ส่ังสมของตนให้แก่ผู้รับการ ถ่ายทอด ในรูปของค�ำพูด โดยผู้ถ่ายทอดจะต้องเป็นฝ่ายเตรียม เน้ือหาท่ีจะพูด วธิ ีน้ผี ้ถู ่ายทอดจะมบี ทบาทส�ำคัญในฐานะผู้ใหค้ วามรู้ ส่วน ผรู้ บั การถ่ายทอดจะเปน็ ผรู้ ับฟัง และจดจำ� ความรู้หรือบันทึกสาระส�ำคัญ ตา่ งๆ ท่ไี ด้รับฟังตามไปดว้ ย

บทท่ี 5 การปรบั ใชเ้ ทคโนโลยกี ารเกษตรและเทคนคิ การถา่ ยทอดในพื้นที่ 137 2การสาธิต เป็นวิธีการถ่ายทอดภูมิปัญญาที่ผู้ถ่ายทอดแสดงหรือ กระท�ำพร้อมกับการบอกหรืออธิบายเพ่ือให้ผู้รับการถ่ายทอดได้ ประสบการณต์ รงในเชิงรปู ธรรม ซ่ึงจะทำ� ใหเ้ ข้าใจวธิ กี าร ขน้ั ตอน และสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ การสาธติ ทนี่ ยิ มใชใ้ นการถา่ ยทอดภมู ปิ ญั ญา คอื การ 3สาธติ วิธีการและการสาธติ ประกอบการบรรยาย การปฏิบตั ิจริง อาจหมายรวมถึงการฝกึ ปฏบิ ตั ใิ นสถานการณจ์ ริง เปน็ วธิ กี ารถา่ ยทอดทผ่ี รู้ บั การถา่ ยทอดลงมอื กระทำ� จรงิ ในสถานการณ์ ที่เป็นอยจู่ ริง โดยผถู้ า่ ยทอดเป็นผคู้ อยแนะน�ำ ตรวจสอบและแกไ้ ข เพอื่ ใหก้ ระบวนการปฏบิ ตั ถิ กู ตอ้ งตามขนั้ ตอน และไดผ้ ลงานตามทต่ี อ้ งการ ด้วยวิธีการนี้ผู้รับการถ่ายทอดจะได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ไปทีละ เลก็ ละนอ้ ย จนสามารถปฏบิ ตั ไิ ดด้ ว้ ยตนเอง นบั เปน็ วธิ กี ารทเ่ี หมาะกบั การ ถ่ายทอดภูมิปัญญาท่ีเน้นทักษะกระบวนการและผลงานที่เกิดจากการ 4ปฏิบตั ิ วธิ ถี า่ ยทอดโดยใหเ้ รยี นรจู้ ากสอ่ื ดว้ ยตนเอง จดั เปน็ ประสบการณ์ การเรียนรู้ภูมิปัญญาในรูปของส่ือประสมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้และ ท�ำความเข้าใจด้วยตนเองมากท่ีสุด เช่น บทเรียนแบบโปรแกรม ศนู ยก์ ารเรยี นรู้ เป็นตน้

138 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 5วิธีถ่ายทอดโดยจัดในรูปของแหล่งเรียนรู้ เป็นการถ่ายทอด ภูมิปัญญาท่ีจัดเป็นแหลง่ เรียนรู้ ในลักษณะตา่ งๆ เช่น พพิ ธิ ภณั ฑ์ ศนู ยก์ ารเรยี นรู้ ตลาดนดั ภมู ปิ ญั ญา เปน็ ตน้ โดยจดั เปน็ แหลง่ สำ� หรบั การเรียนรู้ ถ่ายทอดภูมิปัญญาท่ีเปิดกว้างส�ำหรับทุกคนเข้าไปศึกษาหา ความรไู้ ดท้ กุ เวลา การถา่ ยทอดโดยวธิ นี อ้ี าจรวมหมายถงึ การใชว้ ธิ ลี ายลกั ษณ์ 6ในรูปของต�ำราต่างๆ ทบ่ี ันทกึ ไว้ด้วย วธิ ถี า่ ยทอดโดยใชก้ ารแสดงพน้ื บา้ นเปน็ สอื่ เปน็ วธิ ที ใี่ ชก้ ารแสดง ทชี่ าวบา้ นนยิ มชมชอบเปน็ สอ่ื ในการถา่ ยทอดองคค์ วามรทู้ างภมู ปิ ญั ญา โดยทผี่ รู้ บั การถา่ ยทอดจะไดร้ บั ความเพลดิ เพลนิ ไปพรอ้ มๆ กบั การ 7เรยี นรู้ วิธีถ่ายทอดภูมิปัญญาโดยบันทึกองค์ความรู้ไว้เป็นลายลักษณ์ เช่น ตำ� ราตา่ งๆและในรูปของสือ่ อ่นื ๆ เช่น วดิ ที ศั น์ในรูปของวซี ีด/ี ดีวีดี เทปเสยี ง หรอื แผน่ ซีดเี สยี ง รวมถงึ เวบ็ ไซด์ เพือ่ ใหค้ นรนุ่ หลัง ได้ศึกษาเรียนรู้และสบื สานภมู ปิ ญั ญาต่อไป ไมใ่ หส้ ูญหาย อย่างไรกต็ าม วิธีการถ่ายทอดที่กล่าวมานี้ แม้ว่าจะเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการถ่ายทอด ภมู ปิ ญั ญาแตไ่ มไ่ ดห้ มายความวา่ วธิ ใี ด จะดกี วา่ วธิ ใี ด คงไมม่ วี ธิ กี ารถา่ ยทอด ใดเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากอยู่ท่ีการเลือกใช้วิธีการถ่ายทอดให้เหมาะสมกับ วตั ถปุ ระสงคข์ องการถา่ ยทอด องคค์ วามร้ทู ่ีจะถา่ ยทอด กลุม่ เปา้ หมายที่ จะรบั การถ่ายทอด และรวมถึงความพรอ้ มของผู้ถา่ ยทอดเอง ซ่ึงอาจต้อง ใช้หลายวิธีผสมผสานกันไป จึงจะช่วยให้การถ่ายทอดภูมิปัญญาเกิด ประสิทธภิ าพสงู สุด

บทท่ี 5 การปรบั ใชเ้ ทคโนโลยกี ารเกษตรและเทคนิคการถา่ ยทอดในพน้ื ท่ี 139 2. เทคนิคการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อ การน�ำไปใช้ 2.1 เทคนิคต่างๆ ส�ำหรับการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 2.1.1 เทคนคิ ในการถ่ายทอดโดยการบรรยาย การบรรยาย เปน็ เทคนคิ วธิ ที ใ่ี ชใ้ นการถา่ ยทอดความคดิ เหน็ ความร ู้ ตลอดจนขอ้ มลู  ขอ้ เทจ็ จรงิ ใหแ้ กผ่ ฟู้ งั เปน็ เทคนคิ ทแี่ พรห่ ลายและ สามารถใช้ประกอบกับเทคนิคอื่นๆ ได้ แต่มีจุดด้อยตรงท่ีลักษณะของ การบรรยายจะเปน็ ระบบสอื่ สารทางเดยี ว ยงิ่ ถา้ มเี วลาจำ� กดั โอกาสทจ่ี ะให้ ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการซักถาม หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ี บรรยายจะไมม่ ี ผบู้ รรยายไมส่ ามารถประเมนิ ไดว้ า่ เมอ่ื จบการบรรยายแลว้ ผฟู้ งั มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ในสง่ิ ทบี่ รรยายมากนอ้ ยเพยี งใด ซง่ึ อาจจะตอ้ ง พจิ ารณาจากผลกระทบทเ่ี กดิ จากการบรรยาย ความสำ� เรจ็ ของการบรรยาย จะขน้ึ อยกู่ บั ความสามารถและประสบการณข์ องผบู้ รรยาย กลา่ วคอื ผบู้ รรยาย บางคนสามารถบรรยายเร่ืองท่ียากต่อการท�ำความเข้าใจให้ผู้ฟังเกิด ความสนใจเกิดความกระจ่างเกิดเป็นรูปธรรม น�ำไปสู่การปฏิบัติได้อย่าง ถูกต้อง ซึง่ โดยข้อเท็จจริงแลว้ ถ้าจะใหก้ ารบรรยายเกดิ ประสิทธภิ าพ และ ประสบความสำ� เร็จ มีสว่ นทีต่ ้องด�ำเนนิ การ 2 ส่วนคอื  การเตรียมตัวใน การบรรยาย กบั การบรรยาย  

140 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร ขอ้ ดี ข้อเสียหรอื ขอ้ จ�ำกดั 1. การบรรยายเปน็ เทคนคิ ทง่ี า่ ยตอ่ 1. ประสทิ ธภิ าพของการบรรยายขน้ึ อยู่ การใช้ ผทู้ มี่ ปี ระสบการณจ์ ะใชเ้ วลาใน กบั ความสามารถและประสบการณข์ อง การเตรยี มตวั นอ้ ยลง วทิ ยากรและการบรรยายไมอ่ าจใชก้ บั ทกุ 2. สามารถใหก้ ารอบรมคนเปน็ จำ� นวน เรอ่ื งได ้ เชน่ เรอ่ื งทต่ี อ้ งการขอ้ สรปุ เพอื่ มากๆ ในแตล่ ะครงั้ การนำ� ไปปฏบิ ตั กิ าร 3. สะดวกและช่วยลดภาระงานด้าน 2. การบรรยายเปน็ ลกั ษณะการสอื่ สาร การจดั การของฝา่ ยฝกึ อบรม ทางเดยี ว ถา้ ไมเ่ ปดิ โอกาสใหม้ กี ารซกั ถาม 4. สามารถเนน้ เนอื้ หาระไดต้ รงตาม จะไมส่ ามารถประเมนิ ไดว้ า่ ผฟู้ งั มคี วาม วตั ถปุ ระสงคข์ องการอบรม รคู้ วามเขา้ ใจในสงิ่ ทบี่ รรยายเพยี งใด ดงั นน้ั การตง้ั คำ� ถาม-การจบั ประเดน็ กเ็ ปน็ เทคนคิ หนงึ่ ทจ่ี ะทำ� ให้ คำ� ถามนั้น “ย่วั ” ใหเ้ กดิ การแลกเปล่ียนแบบเมามนั ในวงแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ มงุ่ ไปสู่ประเดน็ ทลี่ กึ ซ้ึงได้ เชน่ ได้รับค�ำตอบวา่ “ชาวบา้ นแถบน้สี ว่ นใหญ่ รบั จ้างเปน็ ลกู จา้ งโรงงาน และบางสว่ นกท็ �ำอาชีพเกษตร ทำ� นา ท�ำสวน หมบู่ ้านเรามพี ้ืนท่เี กษตรมากมาย” ดงั น้นั การบรรยายเพื่อใหไ้ ด้ผลดีจะต้องมีเทคนคิ หรือข้นั ตอน ดังน ี้ 1 ละลายพฤตกิ รรมของผฟู้ งั โดยตอ้ งดกู ลมุ่ ผฟู้ งั ดว้ ยวา่ เปน็ ใคร แล้วแนะน�ำตนเองและหนว่ ยงาน 2 ตอ้ งสรา้ งความสนใจใหก้ บั ผฟู้ งั โดยใชถ้ อ้ ยคำ� วลเี ดด็ ๆ งา่ ย ตอ่ การจดจ�ำ เชน่ ค�ำวา่ เร่ืองดที ี่อยากเล่า เรอ่ื งเศร้าท่ี อยากลมื หรอื เรียนดีมคี ุณภาพ ตลอดระยะเวลา 4 ปี กับ อนาคตท่ดี ีท้ังชีวติ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook