Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร

2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร

Published by ปัญญา ภู่ขวัญ, 2021-07-18 04:42:57

Description: 2. การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร

Search

Read the Text Version

LATAEDLOMAPATATJIEDOOEORIANPTRTYLEYRบทที่ 2 แนวคดิ หลักการ และทฤษฎกี ารถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 41 LEEGGAmARRaDjLoYrity (3) กลมุ่ ยอมรบั ปานกลาง (early majority) หรอื “เบง่ิ ตาลงั เล” INNOLVEAEGGATmARIRaODjLoNYrityเป็นพวกท่ียอมรับนวัตกรรมแต่ใช้ระยะเวลาในการตัดสินใจมากกว่าพวก ยอมรบั เรว็ พวกยอมรบั ปานกลางเปน็ พวกทมี คี วามละเอยี ดรอบคอบรดั กมุ ในการคาดคะเนและการตดั สนิ ใจกอ่ นน�ำนวัตกรรมมาปรบั ใช ้ ตอ้ งการ คำ� แนะนำ� พอสมควร (4) กลุ่มยอมรบั ช้า (late majority) หรือ “หันเหหัวด้ือ” เป็นพวก ทย่ี อมรบั นวตั กรรมแตต่ อ้ งใชร้ ะยะเวลาในการตดั สนิ ใจนานมาก เปน็ ผตู้ าม อยา่ งคนอนื่ ตอ้ งการการชแ้ี นวทางและการกำ� กบั อยา่ งใกลช้ ดิ ใหเ้ หน็ ตวั อยา่ ง ของคนหมู่มากในสังคมก่อนที่จะยอมรับนวตั กรรม (5) กลุ่มล้าหลงั (laggards หรือ late adoption) หรอื “งอมอื จบั เจา่ หรอื ไมเ่ อาไหนเลย” เปน็ พวกทยี่ อมรบั นวตั กรรมชา้ มากหรอื อาจ ไมย่ อมรบั นวตั กรรม เปน็ ผยู้ ดึ ตดิ กบั พฤตกิ รรมดงั้ เดมิ ตอ้ งการขนบธรรมเนยี ม ประเพณี อยูใ่ นแวดวงสังคมปดิ ทไ่ี มย่ อมรับสง่ิ ใหมห่ รอื แนวความคดิ ใหม่ๆ

42 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2.4 หลักการการศึกษานอกระบบ การศกึ ษานอกระบบ หมายถงึ มวลความรู้ ประสบการณ์ และ กจิ กรรมการศกึ ษาในรปู แบบตา่ งๆทจี่ ดั ใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชาชนทอี่ ยนู่ อก ระบบโรงเรยี นทงั้ หมด ไมว่ า่ จะเปน็ ผเู้ รยี นในวยั ใด มอี าชพี ใด มปี ระสบการณ์ อย่างไร การศึกษานอกระบบโรงเรียนมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับ ความรทู้ ้งั ในด้านท่ีเปน็ พน้ื ฐานแกก่ ารดำ� รงชีวิต การอา่ น การเขียน การ ค�ำนวณเบอ้ื งตน้ ความรทู้ างด้านทักษะการประกอบอาชีพ ตลอดจนความรู้ และข่าวสารข้อมลู ท่ีเปน็ ปัจจบุ นั ในดา้ นตา่ งๆ เพือ่ เปน็ พนื้ ฐานในการดำ� รง ชีวิต และปรบั ตัวให้เข้ากบั สภาพสงั คมส่งิ แวดล้อมท่เี ปลีย่ นแปลงอยู่ตลอด เวลาอยา่ งเหมาะสม หลกั การของการศกึ ษานอกระบบ มลี กั ษณะสำ� คญั 6 ประการ ไดแ้ ก่ 1 ผ้เู รยี นเปน็ ศูนย์กลาง เป็นผ้กู ำ� หนดเปา้ หมาย ขอบเขต เนอ้ื หาของการเรยี นใหต้ รงกบั ความจำ� เปน็ ในแตล่ ะชว่ ง เวลา เชน่ การเรียนรู้การป้องกนั กำ� จัดศตั รูพืชดว้ ยวิธี เพื่อแกป้ ัญหาศัตรูพืชระบาด

บทที่ 2 แนวคิด หลกั การ และทฤษฎีการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 43 2 หลักสูตรมีความยืดหยุ่น มีทางเลือกที่หลากหลาย สอดคลอ้ งความต้องการ หรอื ความจ�ำเปน็ ของผู้เรยี น ทง้ั ดา้ น เนื้อหา เวลา สถานท่ี ฯลฯ 3 ผู้สอนและผู้เรียน มีความสัมพันธ์อย่างเป็นกันเองใน ลักษณะของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ท้ังระหว่างศิษย์กับ ครู พ่กี ับน้อง เพ่อื นกับเพื่อน 4 การจัดการเรียนรู้พึ่งพาทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ทั้งดา้ นครู วทิ ยากร ตัวอย่างของจรงิ ทใ่ี ชใ้ นการเรยี น การสอน ตลอดจนการมีส่วนร่วมสนับสนุนของคนใน ชุมชน 5 ผลการเรียนรู้สามารถน�ำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น การเรียนรู้การป้องกันก�ำจัดศัตรูพืชด้วยศัตรูตาม ธรรมชาติ เชน่ แตนเบียน เม่ือเรียนแล้วสามารถน�ำไป แกไ้ ขปญั หาแมลงศัตรพู ชื ระบาดไดท้ ันที 6 โครงสร้างการเรยี นรทู้ ม่ี กี ฎระเบยี บ ความเขม้ งวดด้าน การจดั การนอ้ ยกวา่ ในระบบโรงเรยี นไมม่ ขี อ้ จำ� กดั เรอื่ ง วัย เพศ พื้นฐานการศกึ ษา ฯลฯ

Active Learning Active Active AExperiential LearningEPxapretiriceinptiaatlory LearningLearningExpe Learning Experiential ALea นักวชิ าการสง่ เสริมการเกษตรในฐานะ ผจู้ ดั การการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร หรอื ผู้จดั การเรียนรขู้ องเกษตรกร จะต้อง มีความเข้าใจถึงกระบวนการถ่ายทอด เทคโนโลยกี ารเกษตร และวธิ ดี ำ� เนนิ การใน แตล่ ะขน้ั ตอนอยา่ งเหมาะสม การถา่ ยทอด จึงจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ และน�ำไปสู่การ เปล่ียนแปลงพฤติกรรมให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ท่ีก�ำหนดได้

ve Learning กระบวนการและการออกแบบ xperiential Learning Active Learning AAcctitviveeearningExperiential3การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรLearning Learning ExperientบiaLAlทeLcทaertaี่ nrinviinnegg

46 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร บทที่ กระบวนการและการออกแบบ 3การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรใหก้ บั เกษตรกรจะ เกดิ ผลไดอ้ ยา่ งไร เปน็ สง่ิ ทน่ี กั วชิ าการสง่ เสรมิ การเกษตร ควรตระหนักโดยตั้งค�ำถามกับตนเองว่า ท�ำไมถึงต้อง ถา่ ยทอดเทคโนโลยี (Why) และจะถา่ ยทอดใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธผิ ล ตอ้ งทำ� อยา่ งไร (How) ซงึ่ จากการศกึ ษา ของผเู้ ขยี นและประสบการณใ์ นการทำ� งานดา้ นพฒั นาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร มีความเห็นว่า การน�ำ ทฤษฎรี ะบบ (System Theory) มาปรบั ใชใ้ นการถา่ ยทอด เทคโนโลยกี ารเกษตร นา่ จะตอบคำ� ถามขนั้ ตน้ ดงั กล่าวได้ เน่อื งจากทฤษฎรี ะบบ ตามแนวคิดของ David Easton ท่ีน�ำทฤษฎรี ะบบ (System Theory) มาใช้ในการพฒั นา ถา่ ยทอดความรู้ เสนอวา่ การพฒั นาถา่ ยทอดความรเู้ ชงิ ระบบหมายถึง การใหค้ วามสนใจในทกุ ๆ ส่วน ทกุ ๆ องคป์ ระกอบ ทงั้ ในดา้ นของปจั จยั นำ� เขา้ (input) กระบวนการ

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 47 เปลีย่ นแปลง (process) ผลผลติ (output) ข้อมูลยอ้ นกลบั (feed back) และสภาพแวดลอ้ ม (environment) จะเหน็ วา่ แนวคดิ นเ้ี นน้ ถงึ ประเดน็ สำ� คญั ทวี่ า่ ถ้าต้องการผลผลิต ผลลพั ธท์ มี่ ีคุณภาพ ก็จ�ำเปน็ ต้องใส่สง่ิ ที่น�ำเข้าท่ี สมบูรณ์และมีคุณภาพเข้าไปในระบบ พร้อมดูแลให้ไปสู่กระบวนการ เปลย่ี นแปลง ซึง่ ก็คือกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1. กระบวนการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร การบรหิ ารจดั การในการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรจงึ ควรจะตอ้ ง พิจารณาทั้งกระบวนการว่ามีข้ันตอนและภารกิจท่ีจะต้องกระท�ำอะไรบ้าง ซึ่งกระบวนการในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ตามบทเรียนน้ี ไดน้ ำ� แนวคดิ เรอื่ งกระบวนการฝกึ อบรมและระบบการเรยี นรมู้ าประยกุ ตใ์ ช้ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร (แผนภูมิกระบวนการถ่ายทอด เทคโนโลยกี ารเกษตรในบทท่ี 2 หนา้ ที่ 31)

48 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 1.1 การเตรยี มการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในฐานะผู้จัดการการถ่ายทอด เทคโนโลยีการเกษตรหรือผู้จัดการเรียนรู้ของเกษตรกร จะต้องมีความ เขา้ ใจถึงกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และวธิ ดี �ำเนินการใน แตล่ ะขนั้ ตอนอย่างเหมาะสม การถ่ายทอดจึงจะกอ่ ใหเ้ กิดการเรียนรู้ และ น�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ก�ำหนดได้ ส�ำหรับการเตรียมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร มีรายละเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี 1.1.1 วิเคราะห์และสรุปความจ�ำเป็นในการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็น ขัน้ ตอนของการส�ำรวจและวเิ คราะห์สภาพปัญหาชุมชนและความต้องการ ของเกษตรกร โดยการสำ� รวจจากแหล่งขอ้ มลู ดงั นี้ 1) การจัดเวทชี มุ ชน ควรให้ชุมชนดำ� เนนิ การเอง (คณะ กรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจ�ำ ตำ� บล) 2) การออกเยยี่ มเกษตรกรของนกั วชิ าการสง่ เสรมิ การเกษตร 3) แผนพัฒนาตำ� บล 4) แผนพัฒนาการเกษตรประจ�ำต�ำบล 5) ข้อมูลจากการจัดท�ำคลินกิ เกษตร 6) ขอ้ มลู จาก กชช. 2 ค จปฐ. ทบก. ทพศ. 7) ข้อมูลจากหนว่ ยงานต่างๆ

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 49 นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้จัดการถ่ายทอดวิเคราะห์ และกำ� หนดความจำ� เปน็ ในการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร โดยนำ� ปญั หา ต่างๆ และความต้องการของชมุ ชนมาตรวจสอบ เปรยี บเทียบวชิ าการกบั กระบวนการผลติ ของเกษตรกร เพอื่ ใหท้ ราบวา่ ปญั หาเกดิ ขน้ึ ในขน้ั ตอนใด เปน็ ความจำ� เปน็ ของเกษตรกรและชมุ ชนในการเขา้ รบั การถา่ ยทอดเทคโนโลยี การเกษตร เพือ่ แกไ้ ขปญั หาข้อบกพร่องตา่ งๆ ทีไ่ ม่มีประสทิ ธภิ าพ ขาด ความรู้ ประสบการณ์ หรือทกั ษะ และเพอ่ื จะได้จดั กระบวนการเรยี นร้ใู ห้ เกษตรกรได้ถกู ต้อง 1.1.2 จัดท�ำหลักสตู รและวางแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 1) นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้จัดการถ่ายทอดร่วม ประชุมกับผู้แทนกลุ่มปัญหาและเกษตรกร ระดมความคิดเพ่ือให้ได้สาระ หรือประเด็นท่ีเป็นส่วนประกอบหรือองค์ประกอบท่ีเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน เกยี่ วกบั หลักสูตรการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2) นำ� ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการประชมุ ระดมความคดิ มาวางแผน ดว้ ยการจดั ทำ� แผนการถา่ ยทอดเทคโนโลยี ซงึ่ เปน็ เครอื่ งมอื ทสี่ ำ� คญั สำ� หรบั นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร เน่ืองจากการน�ำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ น้ัน จำ� เป็นอย่างย่ิงทจี่ ะตอ้ งจ�ำลองทกุ ๆ อยา่ ง ทไ่ี ดด้ ำ� เนนิ การมาใหอ้ ยู่ใน รูปของส่งิ ท่เี รียกว่า แผนการเรยี นร้ขู องเกษตรกร นั่นเอง

50 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร แผนการเรียนรู้ของเกษตรกรในการถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่ละเรื่อง ต้องมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงความรู้ ทักษะ และทัศนคติใน เรอื่ งน้นั ๆ โดยเนน้ การถ่ายทอดแบบมีสว่ นรว่ มที่ยึดผ้เู รียนเป็นศูนยก์ ลาง และควรคำ� นึงถงึ การกำ� หนดวัตถุประสงคข์ องเรอ่ื งทถี่ า่ ยทอด - ระบจุ ุดประสงคก์ ารเรียนรู้ - เขยี นใหส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการสง่ เสรมิ การเกษตร - เขยี นในรูปวัตถปุ ระสงค์เชงิ พฤติกรรม องค์ประกอบ ทีค่ วรจะมใี นวตั ถปุ ระสงคห์ นึ่งๆ คอื - สิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนกระท�ำได้ ควรจะเขียนในรูป พฤตกิ รรมที่สามารถวัดผลได้ และเป็นรปู ธรรม - เงอื่ นไขในการกระทำ� นัน้ เปน็ การบอกถงึ ขดี จำ� กัด หรือ สิ่งท่ีอาจจะมีอิทธิพลต่อการกระท�ำทตี่ ้องการ เชน่ เงือ่ นไขเก่ยี วกับสถานท่ี เวลา และองคป์ ระกอบอนื่ ในสภาพการณก์ ารทำ� งานจริง - เกณฑ์มาตรฐานทต่ี ัง้ ไว้ บอกถึงเกณฑ์ทก่ี ำ� หนดในการที่ จะยอมรบั พฤติกรรมท่ตี อ้ งการ - ก�ำหนดระยะเวลา ระบุก�ำหนดระยะเวลาที่ต้องการให้ กระท�ำได้

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 51 3) การเขยี นวตั ถุประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิง พฤตกิ รรมเปน็ การกำ� หนดการเปลย่ี นแปลงของผเู้ รยี นทเ่ี ขา้ รบั การถา่ ยทอด ในด้านความรู้ ทกั ษะ และทัศนคติ การเขียนวัตถุประสงค์ เชิงพฤตกิ รรม ทด่ี จี ึงควรจะมคี วามชดั เจน กระชบั และสามารถวัดได้ ค�ำศัพท์ท่ีใชใ้ นการ เขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมจึงควรจะเป็นค�ำบรรยายท่ีบ่งบอกถึง พฤติกรรมท่ีผู้เรียนควรจะมี หรือแสดงออกมาได้ภายหลังจากรับการ ถ่ายทอด โดยมกี ารระบุพฤตกิ รรมทตี่ ้องการใหเ้ ปลย่ี นแปลงให้ชดั เจนและ เจาะจงมากทสี่ ุด ตวั อย่างวตั ถุประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม เช่น - ผเู้ รยี นสามารถจำ� แนกชนดิ ของพชื ผกั สวนครวั ไดอ้ ยา่ ง ถกู ต้อง เมอ่ื เสร็จสนิ้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี - ผู้เรียนสามารถอธิบายการน�ำไปประยุกต์ใช้ในการ ปลกู พชื ผกั สวนครวั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง มปี ระสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธผิ ลมากขน้ึ เมอ่ื เสรจ็ สิน้ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี

52 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ตัวอย่างค�ำศัพท์ท่ีควรน�ำมาใช้ในการเขียนวัตถุประสงค์เชิง พฤตกิ รรม (1) คำ� ศพั ท์ท่ีรวมถงึ พฤตกิ รรมด้านความร้แู ละสติปัญญา เช่น ให้คำ� จ�ำกัดความ เลอื ก ประยกุ ตใ์ ช้ จำ� แนก เขยี น วิเคราะห์ เสนอ วิจารณ์ ระบุ ตอบ บรรยาย สรปุ ยกตัวอยา่ ง ตดั สนิ ใจ บอก ตรวจสอบ อธิบาย รวบรวม แสดงความคดิ เหน็ ช้ีแจง (2) ค�ำศัพทท์ ร่ี วมถึงพฤติกรรมด้านทักษะและการกระทำ� เช่น สร้าง วัด กระทำ� แสดง ด�ำเนนิ การ คน้ หา สาธิต คดั เลือก จัดการ เปรียบเทยี บ จดั กลุ่ม ประกอบ แบ่งแยก แก้ไข เปลี่ยน ใช้ (อุปกรณ/์ เครอื่ งมือ) (3) คำ� ศพั ท์ท่รี วมถงึ พฤตกิ รรมด้านทัศนคติและความรู้สึก ยอมรับ รับฟงั รเิ ริ่ม เข้าร่วม โต้แย้ง ปรับปรุง ต่อต้าน รว่ มมอื หลีกเลีย่ ง อุทิศตน ยึดม่นั เชื้อเชญิ คดั ค้าน ชมชอบ สนบั สนนุ ทา้ ทาย

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 53 การก�ำหนดเนอ้ื หาของเรอื่ งทถ่ี ่ายทอด การพิจารณาและเลือก เนื้อหานั้นสามารถท่ีจะแยกพิจารณาความจ�ำเป็นของเน้ือหาได้เป็น 3 ลักษณะ คอื - เน้ือหาทีต่ อ้ งรู้ - เนอ้ื หาที่ควรรู้ - เนื้อหาท่รี ้กู ็ได้ ไม่รูก้ ไ็ ด้ โดยเนอ้ื หาทก่ี ำ� หนด ควรมลี กั ษณะ ดงั นี้ - เนือ้ หาจะต้องตอบ - เนือ้ หาจะต้อง - เนอ้ื หาจะต้องมคี วาม สนองวัตถุประสงค์และ สอดคลอ้ งกับสภาพจรงิ ถูกต้องและทนั สมยั ความจำ� เปน็ ที่ไดก้ ำ� หนด ไวแ้ ลว้ การจดั ลำ� ดับเนอ้ื หาของเร่อื งทถี่ ่ายทอด - เร่มิ ตน้ จากสง่ิ ท่ีรู้แลว้ และด�ำเนนิ ไปยงั สง่ิ ทีไ่ ม่รู้ การปฏิบตั ิ ดงั นี้ ผเู้ รยี นจะสามารถโยงสง่ิ ทร่ี มู้ าแลว้ กบั ความรใู้ หม ่ เพอ่ื ทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กดิ ความเข้าใจในส่ิงท่รี ใู้ หม่ได้มากข้นึ - เริ่มจากสิ่งท่ีเป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม หรือสิ่งที่เป็นหลัก การทั่วไป ไปส่สู ่ิงท่เี ปน็ กฎเกณฑ์เฉพาะ - เรมิ่ จากสง่ิ ทง่ี า่ ยไปสสู่ งิ่ ทยี่ าก ในเรอ่ื งทเ่ี ปน็ แนวคดิ และเทคนคิ ทงั้ หลาย ควรจะใชห้ ลกั เกณฑ์ ขอ้ นี้ คือเริม่ ต้นจากสง่ิ ธรรมดา เรียบ และ งา่ ยกอ่ น

54 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร การก�ำหนดบคุ คลเปา้ หมาย - ให้ชุมชนหรือผู้ประกอบอาชีพนั้นเป็นผู้ก�ำหนดคุณสมบัติของ เกษตรกรท่จี ะเขา้ สู่กระบวนการเรียนรู้ - เกษตรกรที่จะเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้จะต้องท�ำข้อตกลงร่วม ในการเรียนรรู้ ่วมกัน - กำ� หนดจ�ำนวนเกษตรกรใหเ้ หมาะสมในการถ่ายทอดแต่ละครั้ง ไมค่ วรเกนิ 25 - 30 คน แหลง่ วิทยากร - วิทยากรจากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณท์ เ่ี กย่ี วข้องกับสาระประเดน็ เน้อื หาท่ีจะถา่ ยทอด - นกั วิชาการสังกัดกรมส่งเสรมิ การเกษตร - ปราชญ์ชาวบา้ น เอกชน - วิทยากรจากสถาบนั การศกึ ษา - นักวิชาการสง่ เสริมการเกษตรผ้รู บั ผิดชอบ

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 55 ตัวอย่าง การเขยี นโครงการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรทุกโครงการ จ�ำเป็นจะต้องมี รายละเอียดต่างๆ เพ่ือเป็นข้อมูลส�ำหรับการพิจารณาและวินิจฉัยตัดสินใจในการ อนุมัติงบประมาณและการด�ำเนินการของฝ่ายบริหารในหน่วยงาน นอกจากน้ัน ยังใชเ้ ปน็ หลกั สตู รอ้างอิงในการดำ� เนินการตามขน้ั ตอนตา่ งๆ 1) โครงการการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรทด่ี ี ควรมลี กั ษณะดงั นี้ (1) สามารถตอบสนองความตอ้ งการและการแกป้ ญั หา รวมทงั้ การพฒั นา ศักยภาพของเกษตรกรได้ (2) สามารถตอบสนองความตอ้ งการในการประกอบอาชีพการเกษตร ทีเ่ ปน็ ปญั หาได้ รวมท้ังตรงกับความตอ้ งการของเกษตรกร (3) ได้รับความเห็นชอบและการสนับสนุนด้านงบประมาณ และการ บริหารจดั การจากหน่วยงาน (4) มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน สอดคล้องกับความจ�ำเป็นใน การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร (5) มหี ลักสตู รการถ่ายทอด ที่ประกอบดว้ ยรายละเอียดเกี่ยวกบั หวั ข้อ รายวิชาที่จะท�ำการถ่ายทอด เทคนิคหรือวิธีการถ่ายทอด และระยะเวลาท่ีใช้ในการ ถา่ ยทอดของแต่ละรายวชิ า (6) มีก�ำหนดระยะเวลาด�ำเนินการเร่ิมต้นและส้ินสุดการถ่ายทอด เทคโนโลยกี ารเกษตรทช่ี ัดเจน (7) มกี ารประมาณการงบประมาณและรายละเอยี ดคา่ ใช้จ่ายทจี่ ำ� เป็นใน การถา่ ยทอดเทคโนโลยี (8) มีการประเมินผลทั้งระหว่างการถ่ายทอด เม่ือส้ินสุดการถ่ายทอด และเม่ือผู้เข้ารับการถ่ายทอดได้กลับไปประกอบอาชีพแล้ว เพื่อทราบผลของการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

56 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2) รูปแบบการเขียนโครงการฝกึ อบรม พจิ ารณาได้ 2 ลกั ษณะ คอื (1) แบบปิด คือการเขียนโครงการตามรูปแบบ หรือแบบฟอร์มท่ีถูก กำ� หนดขน้ึ เปน็ การเฉพาะของหนว่ ยงาน ซง่ึ กำ� หนดไวอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ ตอ้ งการทราบ ประเด็นอะไร อยา่ งไร (2) แบบเปดิ คอื การเขยี นโครงการทม่ี ไิ ดก้ ำ� หนดรปู แบบ หรอื แบบฟอรม์ ท่ีแน่นอนเฉพาะ ผเู้ ขยี นสามารถเขียนทุกประเดน็ ท่ีส�ำคญั ๆ ให้ครบถว้ น เพือ่ เสนอ โครงการใหผ้ ูพ้ ิจารณาเข้าใจและวนิ จิ ฉยั ตัดสินใจได้ 3) หลักการเขยี นโครงการฝกึ อบรม การเขียนโครงการการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรมหี ลายรูปแบบ และ คอ่ นขา้ งยดื หยนุ่ พอสมควร ผเู้ ขยี นโครงการสามารถปรบั เปลยี่ นไดต้ ามความตอ้ งการ เช่น อาจจะเพม่ิ หรือลดหัวข้อบางหัวขอ้ รวมท้ังสลบั ล�ำดับของหวั ข้อที่จะกลา่ วถึง ต่อไปได้ตามความเหมาะสมเช่นกัน แต่โดยท่ัวไป มักประกอบด้วยรายละเอียด ตามหัวขอ้ ต่างๆ ดังน้ี (1) ชอ่ื โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร - กำ� หนดชอ่ื โครงการการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรใหช้ ดั เจน สะดดุ ตา และนา่ สนใจ - ใหผ้ ู้อา่ นเห็นว่าเกยี่ วข้องอย่างไรกับเนือ้ หา (2) หลักการและเหตุผล หรือความจ�ำเป็นในการถ่ายทอดเทคโนโลยี หรอื ความเปน็ มาของโครงการ - ระบคุ วามเปน็ มา ปญั หา และความจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งถา่ ยทอดเทคโนโลยี มักเปน็ เรอื่ งราวจากอดตี ส่ปู ัจจุบัน และอนาคต - หาเหตผุ ล หลกั การ และทฤษฎมี าสนบั สนนุ โครงการ ใหผ้ พู้ จิ ารณา เหน็ ความจำ� เปน็ และความสำ� คญั ของโครงการ

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 57 - บางคร้ังจ�ำเป็นต้องอ้างอิงข้อมูลเก่า หรือข้อมูลเดิมที่มีอยู่ เพ่ือความน่าเชื่อถอื (3) วตั ถุประสงค์ - ระบุภาพรวมความมุ่งหวังของโครงการฝึกอบรมที่จะให้ เกดิ ขนึ้ อยา่ งกวา้ งๆ เปน็ ขอ้ ๆ โดยมงุ่ พฒั นาความรู้ ความสามารถ ทกั ษะและทศั นคติ - ระบุพฤติกรรมท่ีต้องการเปล่ียนแปลงของผู้เรียนรู้ท่ีเข้ารับ การถา่ ยทอด - มีความสอดคล้องและตรงกับความจ�ำเป็นในการถ่ายทอด เทคโนโลยีการเกษตร - มีความเปน็ ไปได้ - สามารถวัดได้ทงั้ ปรมิ าณและคุณภาพ (4) บุคคลเปา้ หมาย - ระบใุ หช้ ดั เจนว่าผเู้ ข้ารับการถา่ ยทอดคือใคร - จ�ำนวนเทา่ ไร - มีคณุ สมบัตอิ ย่างไร - มหี ลักเกณฑใ์ นการคัดเลือกเปน็ อยา่ งไร

58 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร (5) หลักสตู รการถา่ ยทอดเทคโนโลยี - ระบหุ วั ข้อการถ่ายทอด พร้อมระยะเวลาทใี่ ชเ้ ปน็ รายวชิ า - บอกเทคนคิ และวธิ กี ารเรยี นรทู้ จ่ี ะใชใ้ นการถา่ ยทอดตลอดหลกั สตู ร - ก�ำหนดสื่อ โสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการถ่ายทอด ตลอดหลกั สตู ร (6) ระยะเวลาการถา่ ยทอด - ระบจุ ำ� นวนวันที่ตอ้ งใชใ้ นการถา่ ยทอด - กำ� หนดชว่ งเวลา (วนั /เดอื น/ปี) ทจี่ ะดำ� เนินการถา่ ยทอด (7) สถานท่ดี �ำเนินการ - ระบุสถานทีใ่ ชใ้ นการถา่ ยทอดใหช้ ัดเจน - กำ� หนดสถานที่พักสำ� หรับผเู้ ข้ารบั การถ่ายทอดและวทิ ยากร กรณี ต้องพักคา้ งและอยู่ตา่ งสถานท่ี - พจิ ารณาเลอื กสถานที่ ควรจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วงเงนิ งบประมาณ และระเบียบการเบกิ จ่าย

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 59 (8) งบประมาณ - กำ� หนดวงเงนิ งบประมาณรวมทจี่ ำ� เปน็ จะตอ้ งใชจ้ า่ ยในการถา่ ยทอด เทคโนโลยี - บอกรายการคา่ ใชจ้ า่ ยในการถา่ ยทอด โดยแยกตามหมวดเงนิ คอื (1) หมวดคา่ ตอบแทน ไดแ้ ก่ ค่าสมนาคณุ วทิ ยากร (2) หมวดค่าใชส้ อย แยกเปน็ ● หมวดคา่ เบยี้ เล้ียง ท่พี ัก ไดแ้ ก่ คา่ เบีย้ เลย้ี ง ค่าทีพ่ ัก ● หมวดคา่ ยานพาหนะและเชอ้ื เพลิง ไดแ้ ก่ ค่าพาหนะคา่ น้ำ� มันเชื้อเพลิง ● หมวดค่าอาหารและเครื่องด่ืม ได้แก่ ค่าอาหาร คา่ อาหารวา่ งและเคร่ืองด่มื ● หมวดคา่ เชา่ ไดแ้ ก่ คา่ เชา่ หอ้ งประชมุ คา่ เชา่ อปุ กรณท์ จ่ี ำ� เปน็ ในการถา่ ยทอดเทคโนโลยี ● หมวดค่าวัสดุ ได้แก่ ค่าวัสดุหรือเคร่ืองเขียนแบบพิมพ์ คา่ วัสดุอุปกรณต์ ่างๆ ในการฝกึ ปฏบิ ตั ิ (9) วฒุ ิบัตรหรือประกาศนยี บัตร หากมกี ารมอบควร - ระบุเง่ือนไขหลักเกณฑ์ของการมอบวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตร ให้ชัดเจน - จะตอ้ งมเี วลาในการเรยี นรไู้ มน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละเทา่ ไรของเวลาทง้ั หมด - ได้รับคะแนนร้อยละเทา่ ไรจากการวดั ผล

60 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร (10) การประเมนิ ผล - ระบุวิธีการในการประเมินผลว่าจะใช้วิธีการใด เช่น การสังเกต การตรวจงาน การสอบ การสอบถามโดยใชแ้ บบสอบถาม เปน็ ต้น - จะประเมินเม่ือไร ก่อนการถ่ายทอด ระหว่างการถ่ายทอด หรือ หลงั การถา่ ยทอดเสร็จส้ิน - มีการติดตามผลหรือไม่ ถ้ามีระบุช่วงเวลาที่จะท�ำ และวิธีการ ทีใ่ ชด้ ว้ ย (11) ผลท่คี าดวา่ จะได้รับ - ระบวุ า่ เมอื่ เสรจ็ สน้ิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยแี ลว้ จะเกดิ ผลอะไรบา้ ง โดยทบทวนวตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการวา่ ตง้ั วัตถปุ ระสงคไ์ วอ้ ย่างไร จากนนั้ เขียนผล ท่คี าดวา่ จะได้รับให้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์ที่ระบุไว้ - ให้ระบุทั้งผลทางตรง และทางอ้อม ตลอดจนผลกระทบต่อ ส่ิงแวดลอ้ ม - จะตอ้ งเปน็ ผลตอ่ เนอ่ื งทตี่ อ้ งการตามทร่ี ะบไุ วใ้ นวตั ถปุ ระสงค์ ซงึ่ โยงใยไปถึงการประเมินผลโครงการดว้ ยว่า บรรลุตามวัตถุประสงค์ท่ตี ง้ั ไว้หรอื ไม่ (12) ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ - ระบุรายชื่อพร้อมหน่วยงานสังกัดและสถานที่ติดต่อของ ผู้รับผดิ ชอบ - ระบผุ ้มู สี ว่ นเก่ียวข้องและให้ความรว่ มมือ - ระบทุ มี งาน ที่ปรกึ ษา หรอื ผู้สนบั สนนุ

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 61UATION EVALUATION EVALUATION EVALUATION 1.2 การดำ� เนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร การดำ� เนนิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร แบง่ เปน็ 3 ขน้ั ตอน คอื ขน้ั ตอนท่ี 1 ขนั้ กอ่ นดำ� เนนิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร มีกิจกรรมท่ีจะต้องดำ� เนินการ ดังน้ี 1) เขยี นโครงการถา่ ยทอดเทคโนโลยี ซงึ่ จะประกอบดว้ ย ชอ่ื เรอ่ื ง ทีจ่ ะจดั การถา่ ยทอด เหตุผลความจำ� เปน็ วัตถุประสงค์ ประเด็นเนอ้ื หา/ หวั ขอ้ วิชา เทคนคิ วิธกี ารถา่ ยทอด บุคคลเปา้ หมาย ระยะเวลา สถานที่ งบประมาณ การประเมนิ ผล ผลทค่ี าดวา่ จะไดร้ บั และหนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบ ContextPrLRoeeIacanrcenptPsiiounrsnogtduct VALUATION EVALUATION EVALUATION EVALUAT EVALUATION EVALUATION IONReHsaEVALUATIONultmEVALUATIONblEVALUATIONiInnpEVALut E BEHAVIOR

62 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 2) จัดท�ำก�ำหนดการ หรือ ตารางการถ่ายทอด เพื่อแสดง ภาพรวมของการถ่ายทอดเทคโนโลยี 3) เสนอโครงการขออนุมัตหิ รือขอความเห็นชอบ 4) ประสานงานในเรอื่ งตา่ งๆ เชน่ การตดิ ตอ่ สถานท่ี การตดิ ตอ่ ประสานงานวทิ ยากร การพิจารณาคัดเลอื กและแจ้งเกษตรกรเข้ารับการ ถา่ ยทอด การออกหนังสือตา่ งๆ การเตรียมการเร่อื งวัสดุ โสตทศั นูปกรณ์ และเอกสารต่างๆ ทีจ่ ะใช้ประกอบการถา่ ยทอด ขน้ั ตอนท่ี 2 ขนั้ ระหวา่ งดำ� เนนิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร เรม่ิ ดำ� เนนิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยตี ามตารางทก่ี ำ� หนด ชแี้ จงวตั ถปุ ระสงค์ หรือรายละเอียดต่างๆ ที่ต้องการแจ้งให้เกษตรกรผู้เข้ารับการถ่ายทอด ทราบเพิ่มเติม และด�ำเนินการถ่ายทอดตามแผนการเรียนรู้ท่ีจัดท�ำไว้ กิจกรรมส�ำคัญประการหน่ึงที่ต้องด�ำเนินการตั้งแต่แรกของการถ่ายทอด คอื การนำ� เขา้ สบู่ ทเรยี นดว้ ยกจิ กรรมการมสี ว่ นรว่ ม หรอื สรา้ งความคนุ้ เคย เพอื่ ใหเ้ กษตรกรผเู้ รยี นไดเ้ ปดิ ใจ พรอ้ มทจี่ ะใหค้ วามรว่ มมอื และทำ� กจิ กรรม ตา่ งๆ เพื่อรับวิทยาการใหมๆ่ ท่ีวิทยากรน�ำเสนอใหใ้ นรปู แบบตา่ งๆ ต่อไป ทง้ั นี้ นกั วชิ าการสง่ เสรมิ การเกษตรตอ้ งทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ วทิ ยากรกระบวนการ ตามแผนการเรียนรตู้ ลอดชว่ งเวลาการถ่ายทอด แมจ้ ะมีการเชิญวทิ ยากร อ่นื มาสอนใหค้ วามรูก้ ็ตาม ขน้ั ตอนที่ 3 ขนั้ หลงั เสรจ็ สน้ิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร เมอื่ สนิ้ สดุ การถา่ ยทอดเทคโนโลยแี ลว้ ยงั มกี จิ กรรมทจ่ี ะตอ้ งจดั ทำ� อกี ดงั น้ี

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 63 1) การขอบคุณ ท�ำหนังสือขอบคณุ บุคคลและหนว่ ยงานต่างๆ ดังน้ี - วิทยากร - หน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง - หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือในการถ่ายทอด เทคโนโลยี 2) การรายงานเสนอฝ่ายบริหาร รายงานสรุปผลการถ่ายทอด เทคโนโลยี โดยทั่วไปจะเกย่ี วข้องกับเรอ่ื งตา่ งๆ ดงั น้ี - บรรลุวตั ถปุ ระสงค์และเป้าหมายเพยี งใด - จ�ำนวนผู้เรียนที่เข้ารับการถ่ายทอดเป็นไปตามเป้าหมายที่ วางไว้หรอื ไม่ อยา่ งไร - งบประมาณท่ีใช้จ่ายจริงในการดำ� เนนิ การถ่ายทอดเทคโนโลยี - ผลของกิจกรรมการเรียนการสอนแต่ละหัวข้อวิชาในการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี - ผลการประเมิน - ปัญหา อปุ สรรค ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี - ขอ้ เสนอแนะ 3) การรวบรวมเอกสารจดั พมิ พเ์ ปน็ เลม่ หากการถา่ ยทอดเทคโนโลยี นน้ั มเี อกสารมาก และมคี ณุ คา่ ควรรวบรวมจดั พมิ พเ์ ปน็ รปู เลม่ ไว้ แลว้ แจก ไปยงั ผเู้ ก่ยี วขอ้ ง 4) การจดั การเรอื่ งงบประมาณ น�ำหลกั ฐานการเบกิ จ่ายเงินต่างๆ มาด�ำเนนิ การตามระเบยี บให้เรยี บรอ้ ยโดยเรว็ พรอ้ มสง่ หักใช้เงินยมื และ คนื คลงั ในส่วนทเี่ หลอื

64 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 1.3 การตดิ ตามประเมินผลการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร การตดิ ตามประเมนิ ผลการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร เปน็ การ ตรวจสอบวา่ เกษตรกรผเู้ รยี นบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรหู้ รอื ไม่ อยา่ งไร ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความส�ำเร็จหรือประสิทธิภาพของการถ่ายทอด เทคโนโลยกี ารเกษตร แบง่ ออกเป็น 1.3.1 การประเมินผล จะต้องมีการก�ำหนดเกณฑ์ชี้วัดการถ่ายทอดในแต่ละคร้ัง โดยผจู้ ดั การถา่ ยทอดและชมุ ชนรว่ มกนั ประเมนิ ผล เชน่ อาจมกี ารประเมนิ ผลเมือ่ แรกเข้ามาเรยี นรู้ และการประเมินผลหลงั การถ่ายทอดสิ้นสดุ การ ประเมนิ ผลผเู้ รยี น จะชว่ ยเปน็ ขอ้ มลู ยอ้ นกลบั ไปถงึ การจดั ทำ� หลกั สตู รและ เนือ้ หาวชิ าในการถา่ ยทอด รวมถงึ วธิ ีการถา่ ยทอด สว่ นการประเมนิ การ ถา่ ยทอดของวทิ ยากรจะชว่ ยใหว้ ทิ ยากรไดป้ รบั ปรงุ วธิ กี ารนำ� เสนอใหด้ ขี นึ้ การประเมนิ ผลของชมุ ชนควรเปน็ การประเมนิ ผลสมั ฤทธคิ์ วามเปลย่ี นแปลง พฤติกรรมในการผลติ ทางการเกษตรของชุมชน 1.3.2 การตดิ ตามผล นกั วชิ าการสง่ เสรมิ การเกษตรผจู้ ดั การถา่ ยทอดและชมุ ชน ร่วมกันติดตามผล โดยดำ� เนนิ การหลังจากทีผ่ ้เู รียนกลับไปประกอบอาชพี ของตนเองสักระยะหนึง่ เพื่อจะไดด้ ูว่าผเู้ รียนแต่ละคนเมอ่ื กลบั ไปประกอบ อาชพี แลว้ มคี วามกา้ วหนา้ ในการพฒั นาอยา่ งไร สามารถประยกุ ตส์ ง่ิ ทไ่ี ด้ เรียนรไู้ ปใชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์ไดม้ ากนอ้ ยเพียงใด

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 65 วิลาศ สงิ หวิสยั (2520) ได้กลา่ วไว้ว่า การประกอบกิจกรรมใดๆ ของมนุษย์ จะพบองคป์ ระกอบสำ� คัญ 3 ประการ คอื 1) การกำ� หนดวตั ถุประสงคห์ รอื เป้าหมาย 2) การด�ำเนินงานไปสู่เปา้ หมาย 3) การประเมินผลการด�ำเนินงาน ว่าได้ผลตามเป้าหมายที่ กำ� หนดไวเ้ พียงใดการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรกเ็ ชน่ เดยี วกนั ในการ จัดการถา่ ยทอดเทคโนโลยีทกุ ครัง้ จะตอ้ งมกี ารกำ� หนดวัตถปุ ระสงคข์ อง การถา่ ยทอดไว้ และวตั ถปุ ระสงคข์ องการถา่ ยทอดกไ็ ดม้ าจากการวเิ คราะห์ ความจำ� เปน็ ในการถา่ ยทอดเทคโนโลยี เพอื่ พฒั นาเกษตรกรใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ หลังจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว กจ็ ะเปน็ การติดตามประเมนิ ผล เพอ่ื ทีจ่ ะได้ทราบวา่ การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรน้ันบรรลุวัตถปุ ระสงค์ ทก่ี ำ� หนดไวห้ รอื ไม่ นนั่ คอื การตดิ ตามประเมนิ ผลมคี วามสมั พนั ธเ์ กย่ี วขอ้ ง กับวัตถุประสงค์ของการถ่ายทอดเทคโนโลยี เนื้อหาวิชาของหลักสูตร เทคนคิ การถ่ายทอด และการดำ� เนนิ การถา่ ยทอดเปน็ อย่างมาก ดังนั้น ผู้ด�ำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ดี จึงควรจะมีการ ประเมินผลและติดตามผลการถา่ ยทอดเทคโนโลยี ตั้งแตเ่ รมิ่ โครงการ ไปจนกระทั่งส้ินสุดโครงการ ซ่ึงรูปแบบการประเมินผลและติดตาม ผลการถ่ายทอดทีน่ ยิ มใชใ้ นปจั จุบนั มี 2 แบบ คอื

66 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร แบบที่ 1 การประเมนิ ผลและตดิ ตามผลการฝกึ อบรมแบบซปิ ป์ (CIPP Evaluation) ซ่งึ ไดเ้ สนอรปู แบบการประเมินผลโครงการทุกประเภท รวมท้งั ประเมินผล โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยยึดถือการประเมินผลโครงการท้ังระบบ และก�ำหนดขัน้ ตอนการประเมินเปน็ 4 ระยะ ดังน้ี ระยะที่ 1 การประเมนิ สาระสำ� คญั (Context Evaluation) เป็นการประเมินว่า โครงการมีความเหมาะสมและสมเหตุสมผลเพียงใด โดยพจิ ารณาถงึ ปจั จยั ตา่ งๆ ทมี่ ผี ลตอ่ การถา่ ยทอด เชน่ โครงการทด่ี ำ� เนนิ การอยู่ในกรอบของยุทธศาสตร์และนโยบายองคก์ รหรือไม่ วัตถปุ ระสงค์ ของการถา่ ยทอดกำ� หนดไวอ้ ย่างไร สนองตอบตอ่ ยทุ ธศาสตรแ์ ละนโยบาย หรอื ไม่ ความเป็นไปไดข้ องโครงการ วิธดี ำ� เนนิ การ และผลกระทบของ โครงการเปน็ อย่างไร ระยะที่ 2 การประเมนิ ปจั จยั เบอ้ื งตน้ (Input Evaluation) เปน็ การตรวจสอบความพรอ้ มของโครงการ โดยพจิ ารณาถงึ ทรพั ยากรใน การบริหารจดั การโครงการถ่ายทอด ไดแ้ ก่ ก�ำลังคน งบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ อาคารสถานท่ี ผู้เข้ารับการถ่ายทอด วิทยากร ฯลฯ การมี ทรัพยากรในการบริหารท่ีพรอ้ มจะเปน็ หลกั ประกนั ความสำ� เรจ็ ได้ ระยะที่ 3 การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation) เปน็ การประเมนิ ผลในระยะดำ� เนนิ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี หรอื การถา่ ยทอด เทคโนโลยีส้ินสุดแล้ว โดยพิจารณาถึงกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ของการถา่ ยทอด เพอื่ ประเมนิ วา่ การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรดำ� เนนิ ไปตามกระบวนการที่ก�ำหนดหรือไม่ มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 67 มปี ระสทิ ธภิ าพหรอื ไม่ มปี ญั หาอปุ สรรคในการดำ� เนนิ การอยา่ งไรบา้ ง รวม ทัง้ เกษตรกรผเู้ รียนรู้มคี วามพึงพอใจมากน้อยเพยี งใด ระยะท่ี 4 การประเมนิ ผลผลิต (Product Evaluation) เปน็ การประเมนิ ผลการถา่ ยทอดเทคโนโลยเี มอื่ เสรจ็ สน้ิ โครงการแลว้ หรอื หลงั จากเกษตรกรผเู้ รยี นรกู้ ลบั ไปปฏบิ ตั หิ น้าทแี่ ลว้ 3 – 6 เดอื น โดยพจิ ารณา ถึงผลของการถ่ายทอดเทคโนโลยี วา่ เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ที่ก�ำหนดไว้ หรอื ไม่ อย่างไร โดยมากจะเน้นทผ่ี ้เู รยี นร้วู า่ ได้ความรู้ ทกั ษะ ทศั นคติ หรอื มีการเปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมการเรียนร้มู ากนอ้ ยเพยี งใด เป็นไปตาม วัตถปุ ระสงค์ทก่ี ำ� หนดหรือไม่ อยา่ งไร การประเมนิ ผลโครงการแบบซปิ ปน์ ไ้ี ดร้ บั ความนยิ มแพรห่ ลาย มีผู้นำ� ไปเป็นแบบในการติดตามประเมนิ ผลโครงการไดเ้ ป็นอยา่ งดี แบบท่ี 2 การประเมนิ ผลและตดิ ตามผลแบบแฮมบลนิ (Hamblin Evaluation) ซงึ่ ไดเ้ สนอในรปู แบบการประเมนิ ผลโครงการโดยยดึ ระดบั ของการรบั รู้ หรอื ผลที่เกิดข้ึนจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นหลัก แบ่งการประเมินออกเป็น 4 ระดับ ดังน้ี ระดบั ที่ 1 การประเมนิ ปฏกิ ิรยิ า (Reaction Evaluation) เป็นการประเมนิ วา่ ผเู้ รยี นรมู้ ีปฏิกริ ิยาอยา่ งไร มคี วามพึงพอใจ หรือรสู้ ึก อย่างไร ตอ่ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี ต่อหลักสูตร เนือ้ หาวิชา วิทยากร สถานท่ี เวลา เทคนิคการถา่ ยทอด และอปุ กรณ์การถา่ ยทอด

68 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร ระดบั ท่ี 2 การประเมนิ การเรยี นรู้ (Learning Evaluation) เป็นการประเมินว่า ผู้เรียนรู้มีการเปล่ียนแปลงพฤติกรรรมในการเรียนรู้ มากน้อยเพยี งใด ทัง้ ทางดา้ นความรู้ ทกั ษะ และทัศนคติ ซึ่งถอื ว่าเปน็ หัวใจส�ำคญั ของการถ่ายทอดเทคโนโลยี การประเมนิ ผลเก่ียวกับการเรียนรู้ ของผ้เู รยี นรู้ จะต้องค�ำนึงดว้ ยวา่ บางเรือ่ งสามารถเรยี นรู้เองกไ็ ด้ ดงั นั้น การประเมนิ ผลจะตอ้ งควบคมุ อทิ ธพิ ลภายนอกทม่ี ตี อ่ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นรู้ และท�ำการประเมินผลการถ่ายทอดเทคโนโลยีเฉพาะเรื่องที่เก่ียวกับการ เรียนรู้เท่านัน้ ระดบั ที่ 3 การประเมนิ พฤตกิ รรม (Behavior Evaluation) เป็นการประเมินผลเมื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรส้ินสุดแล้วว่า เกษตรกรผู้เรียนรู้มีการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมในการปฏิบัติอย่างไรหลัง จากไดเ้ รยี นร้จู ากการถ่ายทอดแล้ว กลา่ วคือ ไดม้ กี ารน�ำเอาความรู้ทไี่ ด้ รบั จากการถ่ายทอดไปใช้ในการปฏบิ ัติงานเพยี งใด มีการเปลยี่ นความคิด ความเช่ือ คา่ นิยม และทศั นคตทิ ่ดี ีตอ่ อาชพี การเกษตร ตอ่ เพ่ือนเกษตรกร หรอื ไม่ มากนอ้ ยเพยี งใด แตก่ ารประเมนิ ผลการถา่ ยทอดเทคโนโลยใี นเรอ่ื ง ของพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ต้องใช้เวลา เพราะการศึกษา พฤติกรรมทเ่ี ปล่ียนแปลงของผู้เรยี นรอู้ าจเกดิ จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี หรอื อาจไมไ่ ดเ้ กดิ จากถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ไ็ ด้ แตเ่ กดิ จากอทิ ธพิ ลภายนอก เชน่ การเปลย่ี นแปลงดา้ นราคาผลผลติ ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค/ตลาด ฯลฯ ซง่ึ สิง่ เหล่านม้ี อี ทิ ธิพลตอ่ การเปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมไดเ้ ช่นกนั ผปู้ ระเมิน เรอ่ื งการเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมจะตอ้ งคำ� นงึ ใหม้ าก เพอ่ื ใหก้ ารประเมนิ ผล เกดิ ความเทย่ี งตรงและมคี วามน่าเช่ือถือมากที่สุด

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 69 ระดบั ท่ี 4 การประเมนิ ผลลพั ธ์ (Result Evaluation) เปน็ การ ประเมนิ ผลการถา่ ยทอดทม่ี ตี อ่ ผลงานโดยรวมขององคก์ รวา่ เปน็ ไปในทาง ทด่ี ขี นึ้ เพยี งใด โครงการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรดงั กลา่ วเปน็ ประโยชน์ ตอ่ การบรรลเุ ปา้ หมายขององคก์ รมากนอ้ ยเพยี งใด เชน่ ทำ� ใหป้ ระสทิ ธภิ าพ ในการประกอบอาชีพการเกษตรเพิ่มข้ึนหรือไม่ ท�ำให้เกดิ สิง่ ใหมๆ่ หรอื ไม่ เกษตรกรผรู้ บั บริการมีความพึงพอใจมากขึ้นเพียงใด เปน็ ตน้ เทคนิคและวิธีการในการประเมินผลและติดตามผลการถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตร ในกระบวนการประเมินผล ซ่ึงรวมถึงทุกข้ันตอนในการด�ำเนินการ ควร ประเมนิ ตามวัตถุประสงค์ของการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรท่ีก�ำหนดไว้ ดังนี้ 1) ถา้ ต้องการประเมนิ ผลความรู้ ความคดิ ซงึ่ เปน็ การวดั ความสามารถทาง สมอง เช่น ความจำ� ความเข้าใจ ความสามารถน�ำไปใช้ การวิเคราะห์ และการ สังเคราะห์ จะใช้การทดสอบความรู้ ท้ังก่อนและหลังการถ่ายทอดที่เรียกกันว่า Pre - Test และ Post - Test 2) ถ้าประเมินผลความรู้สึกอารมณ์ เช่น ความสนใจ ทัศนคติ สมาธิ สามารถใช้เทคนคิ และวิธกี ารไดห้ ลายวธิ ี คือ (1) แบบสอบถามประเมินผลตนเอง (2) การอภิปรายหลังการแสดงบทบาทสมมติ (3) การสงั เกตพฤติกรรม 3) ถ้าประเมินผลดา้ นการปฏิบตั ิ เชน่ ทกั ษะในการพดู การเขยี น การก ระท�ำการเคล่อื นไหวตา่ งๆ ใช้การทดสอบผลการปฏบิ ตั ขิ องบคุ คล ใหผ้ เู้ รยี นรู้ปฏบิ ัติ ใหด้ ู

70 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ส�ำหรับการประเมินผลพฤติกรรมเป็นที่ยอมรับกันว่า ประเมินยากกว่า ปฏิกิรยิ าและการเรยี นรู้ เทคนิคและวธิ กี ารจงึ ยงุ่ ยากไปดว้ ย แนวทางทเ่ี ป็นพ้นื ฐาน ในการประเมินพฤติกรรมของผผู้ ่านการเรยี นรจู้ งึ ควรเปน็ ดงั น้ี 1) ใช้แนวความคิดในการประเมินอย่างเป็นระบบ ท้ังก่อนและหลังการ เขา้ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี 2) การประเมนิ ควรมาจากบคุ คลหลายฝา่ ย เพอื่ ความถกู ตอ้ งและสมเหตสุ มผล ในการประเมนิ ไดแ้ ก่ (1) ผู้เรยี นรทู้ ีเ่ ข้ารบั การถา่ ยทอด (2) ผนู้ �ำชมุ ชน (3) เพอ่ื นบา้ น (4) ผู้ท่ีเก่ียวขอ้ งอ่ืนๆ 3) ควรใช้วิธีการทางสถิติเปรียบเทียบผลก่อนการถ่ายทอดและหลังการ ถ่ายทอด เพอ่ื ดผู ลอันเนอื่ งมาจากโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 4) ประเมนิ ผลหลังการถา่ ยทอด ควรกระท�ำหลังจากสน้ิ สุดการถ่ายทอด 3 - 6 เดอื น หรอื มากกว่าน้นั ทงั้ นี้ เพือ่ วา่ ผูผ้ า่ นการเรียนรู้จะไดใ้ ชค้ วามรู้ ความสามารถ และทกั ษะทไี่ ดร้ บั จากการถา่ ยทอดมาใชใ้ นการประกอบอาชพี การเกษตร 5) ควรเปรียบเทยี บผลการปฏิบัติ ระหว่างผูท้ ่ีผา่ นการเรยี นร้กู บั ผูท้ ไี่ ม่เคย ผา่ นการเรียนรวู้ า่ มีผลการปฏิบตั ิแตกต่างกนั อย่างไร

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 71 อยา่ งไรกต็ าม มขี อ้ สงั เกตเกยี่ วกบั การประเมนิ พฤตกิ รรมทค่ี วรสนใจ คอื 1) การเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมนนั้ บางครง้ั ขน้ึ อยกู่ บั บรรยากาศและความพรอ้ ม ในการทดลองใชค้ วามรู้ ความคดิ และทักษะท่ีได้รบั มา ดังน้ัน ถา้ การประเมินผล ออกมาแลว้ พบวา่ พฤตกิ รรมของผเู้ รยี นรทู้ เ่ี ขา้ รบั การถา่ ยทอดเทคโนโลยไี มเ่ ปลย่ี นแปลง ไม่ควรด่วนลงความเห็นวา่ เปน็ เพราะหลักสูตรการถา่ ยทอดเทคโนโลยี และการดำ� เนินการ ถา่ ยทอดไม่ประสบความสำ� เรจ็ แตค่ วรจะพิจารณาเหตผุ ลอนื่ ๆ ประกอบวา่ ทำ� ไมเขาจงึ ไม่เปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรมตามทต่ี อ้ งการ 2) การสัมภาษณบ์ คุ คลทเ่ี ก่ยี วข้อง หรือเพ่อื นบ้านข้างเคยี งจะชว่ ยใหท้ ราบ พฤติกรรมของผู้เรยี นรู้ทร่ี ับการถา่ ยทอดไดใ้ กลเ้ คยี งกบั ความเป็นจริงมากทีส่ ุด ทง้ั นี้ ผทู้ ่ีจะทำ� การประเมินผล จะต้องไดข้ อ้ มูลหรือข้อเท็จจรงิ ทเี่ กดิ ขนึ้ มา ใชใ้ นการวเิ คราะหแ์ ละเพอ่ื ให้ไดข้ ้อมลู นนั้ มา จำ� เปน็ ตอ้ งมีการเก็บรวบรวมข้อมลู ซึ่ง วธิ กี ารที่ใชก้ นั อยอู่ ย่างแพรห่ ลายมี 4 วธิ คี อื วิธีที่ 1 การสังเกต เป็นวิธกี ารเฝ้าดูอย่างเอาใจใส่เพอ่ื จะได้รถู้ ึงความเป็นไป ความสมั พนั ธ์ หรอื ความมเี หตผุ ลของพฤตกิ รรม ทงั้ นี้ เพราะวา่ ยงั มคี วามสำ� เรจ็ หรอื พฤตกิ รรมของผเู้ รยี นรทู้ เ่ี ขา้ รบั การถา่ ยทอดอกี มากมายทไี่ มส่ ามารถจะประเมนิ ผลได้ ดว้ ยวธิ อี นื่ ๆ ขอ้ ดขี องการสงั เกตคอื ทำ� ใหท้ ราบพฤตกิ รรมของผถู้ กู สงั เกตทแ่ี สดงออก มาอยา่ งเปน็ ธรรมชาติ ซง่ึ ชว่ ยใหผ้ ลการสงั เกตทไ่ี ดต้ รงกบั สภาพความเปน็ จรงิ การ สังเกตจะไดผ้ ลหรอื ไมน่ ้ัน ขึ้นอยู่กับผสู้ งั เกต ดังนัน้ ผสู้ งั เกตจะตอ้ งเป็นผูท้ ่มี คี วาม รแู้ ละประสบการณ์อยู่มาก หลกั ของการสงั เกต คอื

72 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 1) ต้องรู้ว่าจะสงั เกตในเร่อื งใด แง่ไหน 2) ต้องสงั เกตทุกลกั ษณะของเรอ่ื งนัน้ ๆ 3) ต้องมคี วามเที่ยงธรรมและเชอื่ ถือได้ วธิ ที ่ี 2 การสมั ภาษณ์ เปน็ วธิ กี ารทใ่ี ชไ้ ดก้ บั บคุ คลหลายระดบั การสมั ภาษณ์ จะชว่ ยใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทใี่ กลเ้ คยี งกบั ความเปน็ จรงิ มากทสี่ ดุ เพยี งแตต่ อ้ งระมดั ระวงั ในกรณี ที่ผู้สัมภาษณ์หลายคน และใชค้ ำ� ถามคนละชนิด คนละเรอื่ ง ซึ่งจะท�ำใหเ้ กิดปญั หา ในเรอ่ื งการแปลความหมายและเปรียบเทยี บ วธิ ที ่ี 3 การสำ� รวจโดยใชแ้ บบสอบถาม เปน็ การหาขอ้ เทจ็ จริงของผเู้ รียน รู้ท่ีเข้ารับการถ่ายทอดทั้งในด้านความรู้ ความรู้สึก ความคิดเห็น ความสนใจ ทศั นคตขิ องบุคคล โดยใช้ข้อความ หรอื ขอ้ ค�ำถาม เพื่อถามให้ผตู้ อบได้แสดง คณุ ลกั ษณะทตี่ อ้ งการประเมนิ ออกมา การเลอื กกลมุ่ ตวั อยา่ งในการตอบค�ำถามควร ใหค้ รอบคลมุ มใิ ชเ่ ฉพาะตวั ผเู้ รยี นทเ่ี ขา้ รบั การถา่ ยทอดเพยี งกลมุ่ เดยี ว ควรครอบคลมุ ไปถึงผทู้ ีเ่ ก่ยี วขอ้ งอ่ืนๆ ซึ่งจะทำ� ให้ได้ขอ้ เทจ็ จริงมากทสี่ ดุ วธิ ที ่ี 4 การวดั ผลโดยใชแ้ บบทดสอบ เปน็ การประเมนิ วดั ผลทงั้ ทางวชิ าการ และการปฏบิ ตั ิ โดยใชแ้ บบทดสอบทม่ี ลี กั ษณะเปน็ ขอ้ คำ� ถามทเ่ี ปน็ ตวั เรา้ ใหผ้ ตู้ อบแสดง พฤติกรรมตอบสนองอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจเป็นการเขียนตอบ หรอื แสดงกริ ิยาที่ ผปู้ ระเมินสามารถสงั เกตเห็นพฤตกิ รรมนัน้ ได้

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 73 โดยทว่ั ไป จะใหค้ วามสำ� คญั เฉพาะการวางแผนเตรยี มการ อนั ไดแ้ ก่ ขน้ั ตอน ในการเขยี นโครงการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร และการดำ� เนนิ การจดั การถา่ ยทอด เทา่ นนั้ ซง่ึ ในความเปน็ จรงิ แลว้ จดุ เรม่ิ ตน้ ของความสำ� เรจ็ ของการถา่ ยทอดเทคโนโลยี การเกษตร จะอย่ทู ี่การสำ� รวจและวเิ คราะห์ความจ�ำเป็นในการเรียนร้ขู องเกษตรกร และจดุ สำ� คญั ทใี่ ชเ้ ปน็ เกณฑว์ า่ สำ� เรจ็ หรอื ไมเ่ พยี งใด จะขน้ึ อยกู่ บั ขน้ั ตอนการตดิ ตาม ประเมนิ ผล ดงั น้นั การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรจงึ ตอ้ งเน้นให้ความส�ำคัญ ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การหาความจ�ำเป็นในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร การสรา้ งหลกั สตู ร การเขยี นโครงการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร การบรหิ ารจดั การ ต้งั แต่การเตรยี มการจนถงึ การด�ำเนนิ การถา่ ยทอด และการติดตามประเมินผลการ ถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร

74 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 2. การออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร การออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ความมุ่งหมาย โดยรวมของการออกแบบ คอื การสรา้ งความสามารถตา่ งๆ ใหเ้ กดิ ขน้ึ ในตวั เกษตรกรผเู้ รยี นอยา่ งรอบดา้ น เพอ่ื ใหส้ ามารถน�ำความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ต่างๆ เหล่าน้ัน ไปแสดงออกในบริบทต่างๆ ของ ปญั หา สถานการณท์ ตี่ อ้ งเผชญิ ในชวี ติ จรงิ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม หากความ สามารถต่างๆ ยังไม่สามารถพัฒนาได้อยา่ งรอบด้านแลว้ การแสดงออก ของผเู้ รยี นในชวี ติ จรงิ กจ็ ะเปน็ การสรา้ งปญั หาใหมข่ น้ึ มาเรอื่ ยๆ ทง้ั ในแงข่ อง ปัญหาทีเ่ กิดกับตนเอง หรอื ปญั หาท่จี ะเกิดต่อครอบครวั สงั คม หรอื ต่อ โลกได้ ดงั นนั้ การออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ควรคำ� นึง ถงึ องคป์ ระกอบ 2 ประการ คอื 1) หลักการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 2) วิธีการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 2.1 หลักการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร กระบวนการฝึกอบรมเป็นเรื่องของกระบวนการเรียนรู้ในการ ฝกึ อบรม ซง่ึ แม้จะมีรปู แบบหรอื เทคนิควธิ ีการถา่ ยทอดมากมาย แต่ก็ อาจแบ่งไดเ้ ป็น 2 กลมุ่ คอื กระบวนการเรยี นรู้ทเ่ี น้นการถา่ ยทอด ความรู้ และกระบวนการสรา้ งความรู้

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 75 รูปแบบการถ่ายทอดมีการพัฒนามาโดยตลอด จากระยะแรกท่ี ผเู้ รยี นเปน็ ผรู้ บั ความรู้ และผสู้ อนเปน็ ผถู้ า่ ยทอดความรใู้ ห้ (passive learning) โดยท่ีผู้สอนจะมีบทบาทมากในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพ่ือให้บรรลุตาม วัตถปุ ระสงค์ ถงึ แม้ผ้สู อนจะคำ� นงึ ถงึ ผเู้ รยี นและพฤติกรรมทตี่ อ้ งการ แต่ ผสู้ อนกด็ งึ ประสบการณ์ ศกั ยภาพของผเู้ รยี น และการใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นรว่ ม น้อยมาก รูปแบบการเรียนรู้จะจำ� กัดอย่แู ค่ทำ� ใหผ้ ู้เรียนเกดิ ความรู้ ความ เขา้ ใจ จำ� ได้ แตค่ วามสามารถในการนำ� ไปใช้ หรอื การเกดิ ทกั ษะนน้ั มนี อ้ ย เพราะผู้เรยี นขาดการจดั กระบวนความคิดใหม่ดว้ ยตวั เอง ขาดการคดิ และ ทดลองปฏบิ ัติ กลุ่มนกั ปรัชญาการศึกษา Deweyian ได้เริ่มใช้วิธกี ารเรยี นร้จู าก การกระท�ำ (learning by doing) ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานการพฒั นากระบวนการ เรียนรู้ท่ีมีการดึงความสามารถของผู้เรียนออกมาในรูปของการเรียนรู้ท่ี เรยี กวา่ Active Learning ผ้เู รียนจะมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรยี นการ สอนมากข้ึน ผู้สอนกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหามากข้ึน และยึดผู้เรียน เปน็ ศนู ยก์ ลางในการจดั กจิ กรรมในการเรยี นการสอน ตอ่ มาไดม้ กี ารพฒั นา เปน็ รูปแบบของการเรยี นรู้ โดยการแกป้ ญั หา (problem solving) และ การเรียนรู้โดยรว่ มมอื กนั (cooperative learning) เชน่ รูปแบบการสอน ที่เรยี กว่า Problem Base Learning (PBL) ซ่งึ เป็นการยกปญั หาจาก กรณีตัวอย่างหรือสถานการณ์ แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาและ วางแผนแก้ไข นยิ มใช้กันมากในการเรยี นการสอนดา้ นวิทยาศาสตร์

76 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร ในทศวรรษท่ี 80 ไดม้ กี ารพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ (learning process) รปู แบบใหม่ เรยี กวา่ การเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ (experiential learning) ซ่ึง David A. Kolb (1984) ได้เสนอว่า ประสบการณ์เปน็ แหลง่ ของการเรยี นรู้และการพฒั นา ดังภาพที่ 2 Kolb’s model ซ่งึ เป็น วงจรของการเรยี นรู้ ประสบการณเ์ ชิงรปู ธรรม (Concrete Experience) การทดลองปฏบิ ัติ การสังเกตอยา่ งไตรต่ รอง (Active Experimenttation) (Relfective Observation) มโนทัศน์เชงิ นามธรรม (Abstract Conceptualization) ภาพที่ 2 : องค์ประกอบการเรียนรเู้ ชงิ ประสบการณต์ าม Kolb’s model , 1984

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 77 การได้รับความรู้ ทัศนคติ และทักษะ จะอยู่ในกระบวนการ 4 องคป์ ระกอบของการเรียนรเู้ ชงิ ประสบการณ์ ดงั นี้ (1) ประสบการณเ์ ชิงรปู ธรรม (Concrete Experience) (2) การสังเกตอยา่ งไตรต่ รอง (Reflective Observation) (3) มโนทัศน์เชงิ นามธรรม (Abstract Conceptualization) (4) การทดลองปฏิบตั ิ (Active Experimentation) ตามแนวความคดิ ของ David A. Kolb (1984) มงุ่ สอนใหผ้ เู้ รยี น เรียนเพ่ือเรียนรู้ (learn to learn) เน่ืองจากจุดม่งุ หมายของการเรยี นรู้ คือ บุคคลไดพ้ ัฒนาความสามารถจากองค์ประกอบหลกั ทั้ง 4 ประการ ซึ่งจะพัฒนาใหผ้ ้เู รยี นเกิดสง่ิ ตอ่ ไปนี้ (1) พฒั นาการคิดท่ซี ับซ้อน (cognitive complexity) (2) มคี วามคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ (critical thinking) (3) เข้าใจในเน้ือหาความรู้ (content knowledge) (4) มีแรงจงู ใจในการเรยี น (motivation to learn) (5) มีความสามารถในการแก้ปัญหา (problem solving ability) (6) สามารถน�ำส่ิงท่เี รยี นรไู้ ปใช้ในการท�ำงานไดง้ า่ ยขึ้น (easier transition to work) จากรปู แบบการเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ (experiential learning) ของ Kolb ได้มีนักการศึกษาและนกั พัฒนาอบรมนำ� รูปแบบนไ้ี ปใช้ในการ สอนในหอ้ งเรยี นทง้ั ระดบั มธั ยมและอดุ มศกึ ษา ตลอดจนการจดั การศกึ ษา

78 การถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ในผู้ใหญ่และการพัฒนาอบรมในงานอาชีพต่างๆ ซึ่งการเรียนรู้เชิง ประสบการณ์ (experiential learning) เป็นเคร่ืองมือการเรียนรู้ท่ีให้ผู้ เรยี นมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรม (active learning) และยดึ ผเู้ รยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง โดยมกี ารใชช้ อ่ื เรียกในหลายๆ ชอื่ เช่น Experiential Learning, Prior Learning และ Participatory Learning การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม (participatory learning) ทจี่ ะกลา่ ว ถงึ ในบทเรยี นนเ้ี ปน็ การเรียนรู้ท่ี Dr. D.J. Nicol (1998) นกั พัฒนา ฝกึ อบรมเชอื่ ว่า เป็นรปู แบบการเรยี นการสอนทมี่ ีประสทิ ธภิ าพในการ พัฒนาบุคคลท้ังด้านความรู้ ทัศนคติ และทักษะได้ดีท่ีสุด ผ่านการ สังเคราะห์จากผลวิเคราะห์ของการศกึ ษาวิจัยรปู แบบการเรยี นรู้หลาย รูปแบบท่ีเรียกว่า Meta Analysis จนได้โครงสร้างพ้ืนฐานของการ เรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม ซงึ่ ประกอบดว้ ย วงจรการเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ ผสมผสานกับกระบวนการกลุ่ม (group process) เพราะในแต่ละ องคป์ ระกอบของวงจรการเรียนรเู้ ชงิ ประสบการณ์น้นั ผู้เรยี นทุกคนซงึ่ มี ประสบการณต์ ดิ ตวั มา จะสามารถใชป้ ระสบการณข์ องตนเองใหเ้ กดิ ประโยชน์ สงู สดุ หรือแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ตลอดจนทดลองใชค้ วามรู้ทเี่ รยี นมา ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ไิ ดด้ นี นั้ ตอ้ งผา่ นกระบวนการกลมุ่ ดงั ทท่ี ศิ นา แขมมณี (2537) ไดก้ ลา่ วถงึ ความสำ� คญั ของการท�ำงานกลมุ่ ว่า มนษุ ย์ทุกคนมีความจำ� กัด ในเรื่องพลัง มีความแตกต่างทางสติปัญญา และต้องพึ่งพาอาศัยผู้อ่ืน ฉะนน้ั การใหผ้ ู้เรียนได้ทำ� งานเปน็ กลุม่ จะท�ำใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ซ่ึงกนั และกนั และช่วยกนั ท�ำในสิ่งท่ยี าก หรอื ไม่เคยทำ� มากอ่ นดว้ ยความ ม่นั ใจ โดยเฉพาะในการพฒั นาอบรมท่ีอาจมขี ้อจ�ำกดั ด้านเวลา

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 79 เนื่องจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นกระบวนการพัฒนาบุคคล วิธีหน่ึงที่มีประสิทธิภาพ ดังน้ัน วิทยากรหรือนักถ่ายทอดจึงได้พยายาม แสวงหาวธิ กี ารถา่ ยทอด การจดั การเรยี นการสอนรปู แบบตา่ งๆ โดยศกึ ษา วธิ กี ารเรยี นรขู้ องบุคคล และจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรยี น โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การถา่ ยทอดในงานอาชพี ตา่ งๆ ซงึ่ ผเู้ รยี นจะเปน็ ผใู้ หญ่ ทม่ี ลี กั ษณะความสนใจเฉพาะในสงิ่ ทจ่ี ะสามารถนำ� ไปใชใ้ นการแกป้ ญั หาการ ปฏิบัติงาน พัฒนางานหรือใช้ได้ในการประกอบอาชีพ หรือใช้ได้ในชีวิต ประจ�ำวัน นอกจากน้ี ผู้ใหญ่ยังมีประสบการณ์มากมาย ซ่ึงถ้าเขาได้มี โอกาสใชห้ รอื แลกเปลย่ี นประสบการณก์ บั ผอู้ นื่ กจ็ ะทำ� ใหค้ วามสนใจในการ เรียนร้มู ีมากยิง่ ขน้ึ Nicol ได้สรุปเหตผุ ล ในการใช้การเรยี นรแู้ บบมีสว่ นร่วม ซ่งึ จะเป็นประโยชนต์ ่อวทิ ยากรหรือนักถ่ายทอด ดังน้ี (1) ผู้เรียนเปน็ เจา้ ของ กำ� หนด หรือเป็นศูนยก์ ลางการเรยี นรู้ (2) มคี วามเปน็ อสิ ระทางความคดิ กอ่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาตนเอง (3) พัฒนาวิธีการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้เชิงลึก หรือ เชิงสร้างสรรค์ (4) เปน็ การเรยี นเกย่ี วกบั วธิ กี ารเรยี นรู้ พฒั นาสตปิ ญั ญา และ เป็นการเรยี นรูท้ ีย่ าวนาน (5) น�ำประสบการณ์มาใช้ในการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติเป็น พ้ืนฐานในการขยายผล

80 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร (6) ประยกุ ต์ใชท้ ฤษฎแี ละความรู้ ในการฝึกปฏิบัติ (7) สามารถใชก้ ับผูเ้ รียนท่ีมีรูปแบบการเรยี นรูท้ ี่แตกตา่ งกัน (8) เป็นการพัฒนาทักษะการส่อื สารทุกรปู แบบ เชน่ สนทนา เขียน วาด แสดงบทบาทสมมตุ ิ ฯลฯ (9) เป็นการพัฒนาทักษะการท�ำงานกลุ่ม ซึ่งเป็นผลพลอยได้ จากการท่ีทำ� งานรว่ มกัน (10) เปน็ การเพิ่มศักยภาพผูเ้ รียน ทั้งน้ี การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ผู้เรียนต้องมีการแสดงความคิด เหน็ และชว่ ยกนั ทำ� งานกลมุ่ ฉะนนั้ ผเู้ รยี นตอ้ งปรบั บทบาทตวั เองจากการ เปน็ ผู้ท่ีคอยนั่งรบั ความรจู้ ากผสู้ อนโดยผเู้ รียนจะตอ้ งมีการเตรียมตวั เช่น ถ้าผู้สอนมอบหมายให้ไปอ่าน หรือค้นคว้ามาล่วงหน้า ผู้เรียนจะต้องไป เตรยี มมาเพราะเมอื่ อยใู่ นหอ้ งเรยี น ผเู้ รยี นจะตอ้ งมสี ว่ นรว่ มในการนำ� เสนอ ส่ิงท่ีได้เตรียมมา การที่ผู้เรียนต้องค้นคว้าศึกษาบ่อยๆ จะฝึกให้เกิดการ เรียนรู้ด้วยตนเอง (self learning) และขยายเป็นการเรียนรู้ร่วมกันใน องคก์ รหรอื ชมุ ชน (organization and community learning) ดงั วงจร พฒั นาการของการเรยี นรตู้ ามภาพที่ 3

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 81 การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory Learning) การเรียนรูใ้ นองคก์ ร/ชุมชน การเรียนรดู้ ้วยตนเอง (Organization and Community Learning) (Self Learning) ภาพที่ 3 : วงจรพฒั นาการของการเรยี นรู้ Nicol ได้เสนอค�ำถามที่น่าสนใจเก่ียวกับการจัดการการ เรยี นรู้แบบมีสว่ นรว่ มไว้ ดังน้ี (1) หลักสูตรหรือบทเรียน ดูเหมือนจะเป็นแรงจูงใจส�ำหรับ ผูเ้ รียนใช่หรือไม่ (2) การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม จะเนน้ การกระท�ำ/การสะทอ้ น ความคดิ เห็นมากกว่าการคอยรับความรูจ้ ากผสู้ อนใช่หรือไม่ (3) มีการจัดให้ผู้เรียนแต่ละคนได้ท�ำกิจกรรมร่วมกันอย่าง ทวั่ ถึงใช่หรือไม่ (4) เปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นมกี ารใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั (feed back) ขณะเรยี นใชห่ รือไม่

82 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร (5) หลักสูตรหรือวิชาในแต่ละหมวดแต่ละประเด็นมีการวาง โครงสรา้ งลำ� ดบั ความก้าวหน้าในการเรยี นแตล่ ะระยะใช่หรือไม่ (6) การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ มเปน็ แหลง่ การเรยี นรทู้ เ่ี หมาะสม เพียงพอใช่หรอื ไม่ (7) หลักสูตรท่ีจัดแบบมีส่วนร่วม จะช่วยพัฒนาให้ผู้เรียน มคี วามสำ� นกึ ในการตอบสนองและควบคุมใชห่ รือไม่ (8) การจดั การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม จะชว่ ยในการประเมนิ ผล ให้เป็นไปตามวัตถปุ ระสงค์ หรือปรชั ญาของหลักสตู รใช่หรือไม่ คำ� ถามทัง้ 8 ขอ้ ข้างต้น คงจะท้าทายใหว้ ิทยากรและนักพัฒนา อบรมหรอื นกั ถา่ ยทอดคน้ ควา้ หาคำ� ตอบวา่ ใชห่ รอื ไมใ่ ช่ และจะทราบคำ� ตอบ เหลา่ นีไ้ ดก้ ็ตอ่ เมอื่ ได้ทดลองนำ� ไปใชจ้ ริง 2.2 วธิ กี ารออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร การอบรมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรสู่เกษตรกร ในอดตี ทผ่ี า่ นมาจะเปน็ การใชก้ ระบวนการเรยี นรใู้ นลกั ษณะทเี่ กษตรกรถกู ก�ำหนดให้เป็นผู้รับความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร โดยนักส่งเสริม การเกษตรเป็นผู้บรรยายร่วมกับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ และ คาดหวังวา่ เกษตรกรจะน�ำไปปฏบิ ตั ิ ซ่ึงวิธีการดงั กล่าว อาจจะไมต่ รงกับ ความจำ� เปน็ หรอื ความตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ ของเกษตรกรในแตล่ ะพนื้ ที่ เปน็ การ

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 83 ผลกั ดนั ความรแู้ ละเทคโนโลยกี ารเกษตรสเู่ กษตรกรมากกวา่ การกระตนุ้ ให้ เกษตรกรเกิดการเรยี นรตู้ ามทต่ี อ้ งการ ไมไ่ ด้เน้นการจดั กจิ กรรมเพ่ือชว่ ย ให้เกษตรกรเรียนรู้และพัฒนาทักษะโดยการตัดสินใจด้วยตัวเกษตรกรเอง แต่ต่อมาก็มีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้มาใช้ในการถ่ายทอด มีการ ประยุกตใ์ ช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (participatory learning) โดยเชอื่ กนั วา่ การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ มเปน็ การเรยี นรทู้ สี่ ามารถพฒั นา ทั้งองค์ความรู้ ทัศนคติ ทักษะและพฤติกรรมของผู้เรียนได้สูงสุด เนอ่ื งจากเปน็ การเรียนรทู้ ี่ดึงประสบการณ์ ศักยภาพของผู้เรยี นออกมา ใชอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี จงึ ประยกุ ตใ์ ชก้ ารเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ มเพอ่ื การถา่ ยทอด ความรแู้ ละเทคโนโลยกี ารเกษตรสเู่ กษตรกร โดยใหค้ วามสำ� คญั กบั การ จัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยนักส่งเสริมการเกษตร ท�ำหน้าท่ีเป็นวิทยากรกระบวนการ (Facilitator) ซึ่งเป็นแนวทางท่ี เหมาะสมส�ำหรับสังคมเกษตรกรไทยในการให้ความรู้และเทคโนโลยี การเกษตรกับเกษตรกร โดยเฉพาะในชมุ ชน ซึ่งผทู้ ีต่ ้องเข้ารว่ มทำ� งาน กบั ชมุ ชนนน้ั ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ลกั ษณะสำ� คญั บางประการอยเู่ สมอในการจดั กระบวนการเรียนรแู้ บบมสี ่วนรว่ ม ไดแ้ ก่ 1) เปน็ การเรยี นรขู้ องผใู้ หญ่ ซง่ึ แตกตา่ งไปจากเดก็ นกั เรยี น ทงั้ ใน ดา้ นวัย กายภาพ และความคดิ จิตใจ รวมทง้ั บริบทในชวี ติ ของผูเ้ รยี น ท่ี มีมากมายหลากหลาย

84 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 2) เปน็ การเรียนรูแ้ บบมสี ่วนร่วม นนั่ คือ ร่วมกนั เรยี นรู้ และ เรียนรซู้ ง่ึ กนั และกนั 3) อยใู่ นบรรยากาศท่ีผ่อนคลาย ยืดหยุ่น ไม่เครง่ ครดั อึดอัด เกินไป 4) การใช้เครือ่ งมือ และเทคนิคท่ีเหมาะสม เพอื่ สร้างการเรียนรู้ แบบมีสว่ นร่วมเป็นสงิ่ ส�ำคญั 5) สิ่งส�ำคัญที่สุดของกระบวนการ คือ แบบแผน วิธีคิด (กระบวนทศั น์) ของผทู้ ่ีเปน็ วทิ ยากรกระบวนการ การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมถือเป็นแนวคิดท่ีมีความส�ำคัญและ แพร่หลายในปัจจบุ ัน การเรียนรู้กบั การลงมือกระท�ำตอ้ งเกดิ ควบคกู่ นั ไป ซึง่ ลกั ษณะสำ� คญั คือ มกี ารแลกเปลยี่ นความคดิ และประสบการณข์ องกัน และกัน ซึ่งการเรยี นรแู้ บบมีส่วนร่วมจะมกี ารแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ และ ประสบการณม์ ากหรอื นอ้ ย สว่ นหนง่ึ ขนึ้ อยกู่ บั ผทู้ ำ� หนา้ ทวี่ ทิ ยากรกระบวนการ (Facilitator) ซึ่งจะต้องเป็นผู้ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การเปน็ วทิ ยากรกระบวนการจงึ ถอื เปน็ บทบาทและคณุ ลกั ษณะทส่ี ำ� คญั และ จำ� เปน็ ต่อนักส่งเสริมการเกษตรทุกคนทตี่ อ้ งทำ� หน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยกี ารเกษตรสู่เกษตรกร 2.2.1 ขอ้ มลู ทจ่ี ำ� เปน็ ในการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร คอื 1) วัตถปุ ระสงค์ จะต้องพิจารณาถึงวัตถปุ ระสงคข์ องการ ถา่ ยทอด หรือการเรียนรู้ เพ่อื ดูวา่ วตั ถปุ ระสงค์ต้องการใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ทัศนคติในแง่ใด และในระดับใด เพื่อจะได้ก�ำหนด วตั ถปุ ระสงคไ์ ดถ้ กู ตอ้ งวา่ อะไรคอื สง่ิ ทผี่ เู้ รยี นควรจะรู้ และมคี วามชำ� นาญ

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร 85 ดา้ นใด อะไรควรจะปรบั ปรงุ ใหด้ ขี น้ึ และมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านอะไรบา้ ง ท่ีคาดวา่ ผเู้ รยี นจะได้รบั ภายหลงั การเรยี นรู้เสรจ็ สนิ้ แลว้ การกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องการเรยี นรู้ จะตอ้ งกำ� หนดวตั ถปุ ระสงค์ ของการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร ในหวั ขอ้ วชิ าทเ่ี ปน็ สาระสำ� คญั ครง้ั นนั้ ๆ และวตั ถปุ ระสงคท์ กี่ ำ� หนดควรจะเปน็ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม โดย มุ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นหลัก และการก�ำหนด วตั ถุประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมนน้ั จะตอ้ งสามารถสังเกตและวดั ได ้ 2) เวลา ดวู า่ เวลาท่ีจะถา่ ยทอดเป็นภาคเช้า - บ่าย และมรี ะยะ ยาวนานเท่าใด เพราะทงั้ ชว่ งเวลาและระยะเวลาน้ันมีความส�ำคญั ต่อการ จัดท�ำแผนการถ่ายทอดเช่นกัน ควรก�ำหนดเวลาที่จะใช้ส�ำหรับประเด็น ต่างๆ ไว้ครา่ วๆ กอ่ น โดยพจิ ารณาตามน้ำ� หนกั ความส�ำคัญ หรอื ความ จำ� เปน็ ของเนอ้ื หาทจี่ ะนำ� ไปสกู่ ารบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ องการเรยี นรใู้ นวชิ านนั้ ๆ โดยมเี ทคนคิ หรอื วธิ กี ารถา่ ยทอดเปน็ เครอื่ ง บง่ ชค้ี วามสน้ั ยาวของชว่ งเวลา ในแตล่ ะประเด็นดว้ ย เพราะแตล่ ะวิธนี นั้ ใชเ้ วลาท่แี ตกต่างกัน 3) ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ผเู้ รยี น จำ� นวนผเู้ รยี น พนื้ ฐานการศกึ ษา อาชพี ประสบการณ์ อายุ เพศ ศาสนา ความสมั พันธร์ ะหว่างกนั ทัศนคตทิ ่ีมี ต่อการถ่ายทอดและท่มี ตี อ่ วทิ ยากร ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียนน้ี จะเป็นข้อมูลท่ีมีประโยชน์มากในการ เตรียมเนอื้ หาสาระวา่ ควรเน้นหรอื เจาะลึกในด้านใด เทคนคิ วธิ ีการ ควรใช้ เทคนคิ อะไรเพอื่ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น นอกจากนี้ ยงั เปน็ ขอ้ มลู ใหว้ ทิ ยากร คาดคะเนปฏกิ รยิ า และการเรยี นร้ขู องผ้เู ข้ารับการอบรมตอ่ วทิ ยากร เพ่อื วิทยากรจะได้เตรียมตัวรบั สถานการณ์ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

86 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 4) สาระส�ำคัญหรือประเดน็ ส�ำคัญของเนอ้ื หา คอื การกำ� หนด รายละเอียดเน้ือหา โดยการพจิ ารณาจากวตั ถปุ ระสงคว์ ่าหนทางท่จี ะช่วย ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ องการเรยี นรนู้ นั้ ผเู้ รยี นตอ้ งรอู้ ะไรและการกำ� หนด ประเดน็ สำ� คญั ของเนอ้ื หานี้ ผถู้ า่ ยทอดอาจจะตอ้ งคน้ ควา้ เนอื้ หาไวม้ ากๆ เนือ้ หาที่ตอ้ งเตรยี มไว้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ (1) ส่วนทจี่ ำ� เปน็ ต้องรู้ เปน็ ส่วนส�ำคญั ทีข่ าดไม่ได้ เพราะถ้า ขาดส่วนนจี้ ะไม่สามารถบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ได้เลย (2) สว่ นทค่ี วรรู้ เปน็ สว่ นสำ� คญั รองลงมา ซง่ึ ชว่ ยเสรมิ ใหก้ าร เสนอเนอื้ หาชดั เจน กระจา่ งแจง้ และทำ� ใหค้ วามเขา้ ใจนนั้ กวา้ งขวางยง่ิ ขนึ้ (3) สว่ นทน่ี ่ารู้ เปน็ สว่ นทเี่ รียกได้ว่า “รูไ้ วก้ ด็ ี” หรือ “รไู้ ว้ใช่ วา่ ใสบ่ า่ แบกหาม” อาจจะเปน็ ตวั ประกอบเกลด็ ยอ่ ยเลก็ ๆ นอ้ ยๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ ง กับการเรียนรู้ แม้จะไมใ่ ช่สว่ นที่เป็นความรู้จ�ำเปน็ แตจ่ ะเปน็ ส่วนท่ีช่วยให้ วิทยากรไดใ้ ช้เสรมิ ในกรณีทเี่ ผอิญเน้อื หาตอ้ งร้ทู ่เี ตรียมไว้นั้นจบลง 5) การจดั ลำ� ดบั เนอื้ หา นอกจากการกำ� หนดประเดน็ เนอ้ื หาแลว้ สว่ นสำ� คญั ของเนอ้ื หาทจ่ี ะตอ้ งดแู ลกอ่ นทจ่ี ะถา่ ยทอดในหวั ขอ้ วชิ านนั้ ๆ อกี เรอื่ งหนึง่ ก็คอื หลักการจดั ลำ� ดบั เนื้อหา ส่งิ หน่งึ ที่แสดงถึงความสามารถ ของวทิ ยากรในการถา่ ยทอดความรู้ กค็ อื การจดั ลำ� ดบั ของเนอื้ หาทจี่ ะชว่ ย ใหผ้ เู้ รยี นตดิ ตามไดง้ า่ ยเปน็ ขน้ั ตอน เปน็ หมวดเปน็ หมู่ เปน็ ระบบ ไมส่ บั สน วกวน การจัดล�ำดบั ของเนอื้ หานีไ้ มม่ ีเกณฑท์ ตี่ ายตวั จะใชว้ ิธกี ารใดขึน้ อยู่ กับลกั ษณะของเนื้อหาวชิ ากบั ความยากง่ายในการติดตามเป็นสำ� คญั

บทท่ี 3 กระบวนการและการออกแบบการถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร 87 วธิ ีการจดั ลำ� ดบั มไี ด้หลายวธิ ี เช่น (1) จัดตามล�ำดับเหตุการณ์ เหมาะกับการเสนอเน้ือหาที่ เกี่ยวขอ้ งกับเวลา เชน่ การลำ� ดับววิ ัฒนาการ ความเปน็ มาของเหตกุ ารณ์ ในยคุ ต่างๆ (2) จดั ลำ� ดับจากง่ายไปยาก ช่วยสร้างและกระตนุ้ ใหผ้ ู้เรยี น เกิดแรงจูงใจท่ีจะเรียนต่อไป ไม่ท้อถอยกลางคนั (3) จดั ลำ� ดบั จากสว่ นใหญไ่ ปสสู่ ว่ นยอ่ ย เพอ่ื ใหเ้ หน็ ภาพรวม ท้ังหมดเสยี ก่อน แลว้ จึงค่อยศึกษาส่วนประกอบของภาพรวมทลี ะสว่ น (4) จดั ลำ� ดบั จากสว่ นยอ่ ยไปหาสว่ นใหญ่ เปน็ การสรา้ งความ เข้าใจแก่ผู้เรยี นอกี วธิ ีหน่งึ ซ่ึงเหมาะกับเน้อื หาบางลกั ษณะ (5) จดั ลำ� ดบั เนอื้ หาตามกระบวนการ เหมาะกบั ลกั ษณะเนอ้ื หา วชิ าทีม่ ีลักษณะเปน็ กระบวนการ หรอื วงจรทม่ี จี ดุ เริ่มต้นและต้องด�ำเนนิ ไปตามขน้ั ตอนจนสุดท้าย กจ็ ะยอ้ นมาท่ีจดุ เริ่มต้นอกี คร้งั หนึ่ง (6) จดั ลำ� ดบั ตามหลกั เหต-ุ ผล เปน็ การชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความ เขา้ ใจในเนอ้ื หา การใชห้ ลกั เหตผุ ล ไมว่ า่ จะเปน็ การจดั ลำ� ดบั ทวี่ า่ เมอ่ื มเี หตุ ก็ยอ่ มท�ำใหเ้ กดิ ผล หรือผลย่อมเกิดมาจากเหตุ

88 การถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร นอกจากทไี่ ดก้ ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้ นแ้ี ลว้ ยงั มสี ง่ิ ทตี่ อ้ งคำ� นงึ ถงึ คอื 1 ล�ำดับข้ันตอนเหมาะสมกับเรื่อง ผู้เรียนที่เข้ารับการ ถ่ายทอด เรยี นรูไ้ ด้ตามลำ� ดบั โดยง่าย 2 ความสัมพันธใ์ นเนอื้ หาและวิธีการที่กำ� หนดให้ 3 วิธีการ/เทคนิคท่ีใช้ในแต่ละประเด็นไม่ควรจะใช้วิธีการ ซำ้� ๆ กนั ในเวลาใกล้เคียงกัน เพราะจะท�ำให้ผูเ้ รียนเกดิ ความเบื่อหนา่ ย 4 ความกลมกลืนกบั เนื้อหาและวิธกี ารใช้ 5 การใชท้ ถ่ี กู จงั หวะกบั บรรยากาศและความรสู้ กึ ของผเู้ รยี น 6 มลี กั ษณะกระตุ้นใหเ้ กดิ แรงจงู ใจในการเรียนรู้ และการ ให้ผเู้ รยี นทเ่ี ขา้ รบั การถา่ ยทอดได้ใชส้ รา้ งสรรค์

บทที่ 3 กระบวนการและการออกแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร 89 2.2.2 หลักการวางแผนการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรแบบมีสว่ นร่วม ในการวางแผนการถา่ ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรแบบมสี ว่ นรว่ ม มหี ลักด�ำเนินการ 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การคน้ หาปัญหา เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับผู้เรียน หรือ ผรู้ บั การถ่ายทอดเทคโนโลยี 2) การกำ� หนดความตอ้ งการ จากสภาพปัญหาท่ีรวบรวมและวิเคราะห์ จะน�ำไปสู่การ กำ� หนดความตอ้ งการเพอื่ แกป้ ญั หา โดยใชห้ ลกั การวเิ คราะหแ์ ตล่ ะดา้ นของ องคป์ ระกอบการเรยี นรู้ คอื พทุ ธพิ สิ ยั จติ พสิ ยั และทกั ษะพสิ ยั โดยจดั การ เรียนการสอนด้านความรู้ ทัศนคติ และทักษะให้ครอบคลุมเร่ืองที่จะ ถ่ายทอดหรอื เร่ืองท่ตี อ้ งการใหเ้ กดิ การเรียนรู้ 3) การสงั เคราะห์ชุดการถา่ ยทอด เมอ่ื กำ� หนดความตอ้ งการแลว้ ผถู้ า่ ยทอดสงั เคราะหช์ ดุ การ ถ่ายทอดและจัดท�ำแผนการถ่ายทอดตามจุดประสงค์ท่ีก�ำหนดตามความ ตอ้ งการ โดยใช้กระบวนการเรียนร้แู บบมีส่วนร่วม ตามตวั อยา่ งแบบฟอร์มใน ตารางที่ 1, 2 และ 3 ดังตอ่ ไปนี้

90 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร (1) แผนการสอนดา้ นพทุ ธิพสิ ัย (ความรู้) เรอื่ ง ผู้เรยี น เวลา จดุ ประสงค ์ สาระส�ำคัญ ตารางที่ 1 ตัวอยา่ งแผนการสอนด้านพุทธพิ ิสยั (ความรู้) องค์ประกอบ PL/กลุม่ /เวลา กจิ กรรมการเรยี นการสอน เน้อื หา/ส่อื 1. ประสบการณ์ - นำ� เขา้ สบู่ ทเรียน ใบชีแ้ จง กลุม่ .........(เวลา............) - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใบงาน ใบความรู้ 2. สะทอ้ นความคดิ /อภิปราย - แบ่งกลุ่มอภปิ รายในประเด็น ใบงาน/ กลุ่ม.........(เวลา............) ตอ่ ไปน.ี้ ................................................. ใบช้แี จง 3. ความคิดรวบยอด - ครนู ำ� อภิปราย / สรปุ กลุม่ .........(เวลา............) - บรรยายเพิม่ เติม 4. ประยกุ ตแ์ นวคิด - แบ่งกลมุ่ ท�ำงาน กลุ่ม.........(เวลา............) ตามใบงาน/ใบชี้แจง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook