หนังสอื เรยี นสาระการพัฒนาสงั คม รายวิชา สค33161 ไทรน้อยนา่ เรยี นรู้คนู่ นทบรุ ี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอไทรน้อย สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวัดนนทบรุ ี สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย สานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
คานยิ ม กกกกกกกหนังสือเรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค33161 ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอไทรน้อย เปน็ หนงั สือเรียนท่ีมีคุณค่าช่วยให้ผูเ้ รียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี มีทักษะเกี่ยวกับการใช้วิธีการทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ศึกษา ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ทักษะการทาแผ่นพับด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และทักษะการจัดทาคลิปวีดิทัศน์ (Video) ด้วยสมาร์ทโฟน เพ่ือสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีที่สาคัญ ทาให้เข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้เก่ียวกับไทรน้อย นา่ เรียนรคู้ นู่ นทบุรีอยา่ งแท้จริง ส่งผลใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจในการเปน็ คนอาเภอไทรน้อย มคี วามศรทั ธา ในพระพุทธศาสนา สืบทอดประเพณี วัฒนธรรม และช่วยกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยว ดูแล ทานุบารุงวัด นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความตระหนักเห็นคุณค่าของ สังคม วัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวท่ีมีอยู่ใน อาเภอไทรน้อย เปน็ การปลูกผงั ความภาคภูมิใจในอาเภอของตนเองท่ีอาศัย หรอื ประกอบอาชีพอยู่ได้เป็นอย่างดี กกกกกกกขอขอบคุณรองศาสตราจารย์ ดร.พัชรี ศรสี งั ข์ อาจารยค์ ณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ ข้าราชการบานาญ และนายสังคม โทปุรินทร์ ผู้อานวยการสถานศึกษาเช่ียวชาญ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มธั ยมศึกษาเขต36ข้าราชการบานาญทป่ี รึกษาการจัดทาหนังสือเรียน และคณะทางาน ประกอบด้วย นางสาวฉัฐรส หเู้ ต็มผ้อู านวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอไทรน้อย นาย สาเรศ เมฆฉาย ครูชานาญการ นายณัฐวุฒิ ทันอินทรอาจ ครู นางปราณี ศาตะนิมิ ครูอาสาสมัครการศึกษานอก โรงเรียน นางสาวณัชชา เต็กจินดา ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวพรไพลิน โพธิ์ศรี ครู กศน.ตาบล และนางสาวอรวรรณ มาตอาพร ครู กศน.ตาบล ท่ีร่วมมือร่วมใจกันจัดทาหนังสือเรียนท่ีมีคุณค่า สามารถนาไปใช้ เป็นส่ือการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ลงทะเบียน รายวิชา สค 33161 ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ของศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอไทรน้อย สังกัดสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศัยจงั หวัดนนทบรุ ี ทาใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ ทกั ษะ และเจตคติที่ดตี ่อรายวชิ าน้ี รวมทัง้ ตอ่ ชุมชนถน่ิ เกิดของตนได้ เป็นอย่างดี (นางสพุ รพรรณ นาคปานเอี่ยม) ผู้อานวยการสานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จังหวดั นนทบรุ ี
คานา กกกกกกกหนังสือรายวิชา สค33161 ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอาเภอไทรน้อย จัดทาขึ้นเพื่อเป็นส่ือการเรียนรู้ของหลักสูตรรายวิชานี้ และให้ผู้เรียนท่ีลงทะเบียนเรียน รายวิชานี้ได้ศึกษาเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดี เกี่ยวกับท้องถ่ินท่ีตนอาศัย หรอื ประกอบอาชีพอยู่หลังจากได้ฝึกปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามท่ีกาหนดไวใ้ นหนังสือ กกกกกกกหนังสือรายวิชา สค33161 ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอาเภอไทรน้อย ประกอบด้วย (1) คาแนะนาการใช้หนังสือเรียน (2) โครงสร้างรายวิชา ได้แก่ สรุป สาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ขอบข่ายเน้ือหา และส่ือประกอบการเรียน (3) รายละเอียดเนื้อหาในแต่ละบท ได้แก่ ช่ือบท สาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ขอบข่ายเนื้อหา สื่อประกอบการเรียน เนื้อหา และกิจกรรมท้าย บท (4) บรรณานุกรม และ (5) ภาคผนวก ได้แก่ เฉลยกิจกรรมท้ายบท การอนุญาตใช้หนังสือเรียน รายชื่อคณะผู้จัดทา และประกาศแตง่ ตง้ั ที่ปรึกษาในการจัดทาหนังสือเรยี น กกกกกกกหนังสือเรียนฉบับน้ีสาเร็จลงได้ด้วยดี เน่ืองจากได้รับการสนับสนุนจาก นางสุพรพรรณ นาคปานเอี่ยม ผู้อานวยการสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนนทบุรี และท่ีปรึกษา ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.พัชรี ศรีสังข์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ข้าราชการบานาญ และนายสังคม โทปุรินทร์ ผู้อานวยการสถานศึกษาเช่ียวชาญ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 ข้าราชการบานาญ คณะผู้จัดการอบรมปฏิบัติการจัดทาสื่อหนังสือเรียนของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนนทบรุ ี ไดแ้ ก่ นางสาวธนกฤต ทองแผ่น นักจัดการงานท่ัวไป และ นางสาวสารี เพช็ รง์ าม นักวิชาการพัสดุ และทีส่ าคัญอย่างย่ิง คือ คณะครู ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอธั ยาศยั อาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบรุ ี ไดแ้ ก่ นายสาเรศ เมฆฉาย ครชู านาญการ นายณฐั วุฒิ ทันอนิ ทรอาจ ครู นางปราณี ศาตะนิมิ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวณัชชา เต็กจินดา ครูอาสาสมัครการศึกษานอก โรงเรยี น นางสาวพรไพลนิ โพธิศ์ รี ครู กศน.ตาบล และนางสาวอรวรรณ มาตอาพร ครู กศน.ตาบล รว่ มมอื ร่วมใจกัน ทาหนงั สือเรียนจนสาเร็จ ขอขอบพระคุณ และขอบคุณทุกท่าน เป็นอยา่ งสูง (นางสาวฉัฐรส หูเ้ ตม็ ) ผูอ้ านวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอไทรน้อย
สารบญั หน้า คาแนะนาการใช้หนงั สือเรยี น....……………………………………………………………………….…………. 1 โครงสรา้ งรายวิชา…………..……………………………………………………………………………………….…. 3 โครงสรปุ สาระสาคัญ.....………………………………………………………………………………….…….……. 3 โครงผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั 14 .....……………………………………………………………………………..….… โครงขอบข่ายเน้ือหา.........………………………………………………………………………..........…………. 14 โครงสื่อประกอบการเรยี น...............…………………………………………...………………….......….….. 15 บทท่ี 1 เร่อื งบรบิ ทพน้ื ฐานอาเภอไทรน้อย………..…………………….……………….........……....….. 18 โครงสาระสาคัญ................……………….………………………………………………………………………… 18 โครงผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง…………………………………………………………………………………..…… 20 โครงขอบข่ายเนื้อหา……………………………………………………………………………………………..…… 20 โครงสอื่ ประกอบการเรยี น....………………………………………………………………………………….….… 20 โครงเรอ่ื งที่ 1 ประวตั คิ วามเป็นมา……………………………………………………………………….….…… 21 โครงเรอ่ื งที่ 2 ท่ีตง้ั อาเภอไทรน้อย……………………………………………………………………….……… 21 โครงเรอื่ งท่ี 3 การปกครอง…………………………………………………………………………………..…….. 22 โครงเรื่องที่ 4 สภาพประชากร สภาพเศรษฐกจิ ด้านการศึกษา และดา้ นศาสนา…………….... 23 โครงเรอ่ื งท่ี 5 บุคคลสาคัญของอาเภอไทรน้อย…………………………………………….…………….... 25 โครงกิจกรรมท้ายบท............................................................................................................... 36 บทท่ี 2 เรื่องสถานทีส่ าคัญและแหลง่ ท่องเท่ยี วในอาเภอไทรนอ้ ย……………….........……....….. 38 โครงสาระสาคัญ..........………………………………….………………………………………………………..…. 38 โครงผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั ………………………………………………………………………………..……… 43 โครงขอบข่ายเนอ้ื หา……………………………………………………………………………………………..…… 43 โครงสอ่ื ประกอบการเรียน....……………………………………………………………………………….…...… 43 โครงเรือ่ งท่ี 1 วดั ไทรใหญ…่ ………………………………………………………………………………………… 44 โครงเรอ่ื งที่ 2 วดั ไทรนอ้ ย..........…………………………………………………………….…………………… 51 โครงเรือ่ งท่ี 3 วดั คลองขวาง……………………………..….…………………………………………………….. 58 โครงเรื่องที่ 4 วัดราษฎร์ 62 นยิ ม……………..………………….………………………………………………..….. โครงเร่ืองท่ี 5 วดั สโมสร…..……………..……………………………………………….…………………………. 69
สารบญั (ตอ่ ) หนา้ โครงเรื่องท่ี 6 วดั เสนวี งศ์………………..……………………………………………….……………………..….. 76 โครงเรื่องที่ 7 ตลาดน้าไทร 82 นอ้ ย…..………………………………………………………………………………. โครงกจิ กรรมท้ายบท............................................................................................................... 83 บทท่ี 3 เรอ่ื งประเพณีที่สาคญั ……………….........……....…......................................................... 86 โครงสาระสาคัญ..........…………………………………………………………………………….……………..…. 86 โครงผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง……………………………………………………………………………………..… 89 โครงขอบขา่ ยเน้อื หา………………………………………………………………………………………………..… 89 โครงส่ือประกอบการเรยี น....……………………………………………………………………………….…...… 90 โครงเรอ่ื งที่ 1 ประเพณตี กั บาตรดอกไม…้ …………………………………………………………………..… 90 โครงเรื่องท่ี 2 ประเพณีสงกรานต์มอญ......……………………………………………….…………………… 92 โครงเรอ่ื งที่ 3 ประเพณแี หเ่ ต่า.....………………………….…………………………………………………….. 93 โครงเรื่องที่ 4 ประเพณแี ห่ธงตะขาบ....………………….…………………………………………………….. 95 โครงเรอื่ งท่ี 5 ประเพณีการจัดงานศพพระสงฆ์มอญ…..………………………….……………..……….. 96 โครงเร่อื งท่ี 6 พธิ แี ห่เจา้ พ่อจุ้ย………………………………………………………….…………………..…….. 98 โครงเรอ่ื งท่ี 7 พธิ ีแหเ่ จ้าแม่ทองคา…..………………………………………….……………………….…..…. 100 โครงเรอ่ื งที่ 8 เทศกาลสาคัญและประเพณีของชาวไทยมุสลมิ …………………………………………. 101 โครงกจิ กรรมท้ายบท............................................................................................................... 104 บทท่ี 4 เรื่องประเพณที ี่สาคญั ……………….........……....…......................................................... 107 โครงสาระสาคัญ..........………………………………………………….………………………………….…. 107 โครงผลการเรยี นรทู้ ่ี 107 คาดหวัง……………………………………………………………………………………..... โครงขอบขา่ ยเนือ้ หา…………………………………………………………………………………..……………… 107 โครงสื่อประกอบการเรยี น....……….………………………………………………………………….………..… 107 โครงเรอ่ื งท่ี 1 วิธกี ารทางภมู ศิ าสตร์…….…………………………………………………………..…...…..… 108 โครงเรอ่ื งท่ี 2 วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร.์ …….…………………………………..…………..……………….. 110 โครงกิจกรรมท้ายบท.............................................................................................................. 113 บทท่ี 5 เรื่องการสืบสานและอนุรักษ์ ประเพณี และการดูแลสถานที่ท่องเทย่ี วท่ีสาคัญ.......... 116 โครงสาระสาคญั .....……………………………………………………………..…………………………..….….... 116
สารบัญ (ตอ่ ) หนา้ โครงผลการเรยี นรทู้ ี่ 116 คาดหวัง…………………………………………………………………………..….……..… โครงขอบขา่ ยเน้อื หา…………………………………………………………………………………..……………… 117 โครงส่อื ประกอบการเรยี น....………….………………………………………………………..…….……......… 117 โครงเร่ืองท่ี 1 ความหมายของการสืบสานและอนุรกั ษ์ประเพณ.ี ........................................... 118 โครงเรือ่ งที่ 2 ความหมายของการดแู ลสถานที่ท่องเทย่ี วทสี่ าคัญ……………………………..….…. 118 โครงเรื่องที่ 3 ความสาคญั ของการสบื สานและอนรุ ักษ์ประเพณแี ละการดูแลสถานท่ี ทอ่ งเท่ียวท่ีสาคัญ………………………………………………………………………………... 119 โครงเร่อื งที่ 4 วิธกี ารสบื สานและอนุรักษ์วฒั นธรรมประเพณีและการดูแลสถานท่ีท่องเท่ยี ว ท่ีสาคญั …………………………………………………………………………………….……..…. 120 โครงกจิ กรรมทา้ ยบท.............................................................................................................. 151 โครง 153 บรรณานุกรม………………………………………………………………………………………………...…... โครง 158 ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………………........ โครงก เฉลยกิจกรรมทา้ ยบท......……………… ………………………………………………...............… 159 โครงข การอนญุ าตใชห้ นงั สอื เรียน.…………….………………………..……………….………………..…. 164 โครงค รายช่อื คณะผูจ้ ดั ทาหนังสือเรยี น…….………………….…………………….………..………....… 166 โครงง ประกาศแต่งตงั้ ทป่ี รึกษาการจัดทาหนังสอื เรียน……………………..………………………..... 168
คาแนะนาการใชห้ นงั สอื เรยี น กกกกกกกหนังสือเรียนสาระการพฒั นาสงั คม รายวิชา สค33161 ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบรุ ี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอไทรน้อย จังหวดั นนทบรุ ี เป็นสอ่ื การเรยี นรู้ ใหก้ บั ผเู้ รยี นทล่ี งทะเบียนเรยี นหลักสูตรรายวชิ า สค33161 ไทรน้อยน่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้ศึกษาเรียนรู้ รวมถึงผู้ที่สนใจศึกษา เกี่ยวกับ วัดสถานที่ท่องเที่ยว ประเพณีท่ีสาคัญในอาเภอไทรน้อย โดยเฉพาะผู้เรียนท้ังในสังกัด โรงเรียน ในระบบและนอกระบบ ได้ศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับท้องถิ่น ส่งผล ต่อเน่ืองให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในท้องถ่ินของตนเอง อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน มาตรฐานคุณภาพผู้เรียนในข้อคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ผูเ้ รยี นเกิดความภาคภมู ใิ จในทอ้ งถ่ินและความเปน็ ไทยบรรลไุ ด้ กกกกกกกในการศึกษาหนังสือเรียนเล่มน้ีให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลผู้เรียนควรศึกษา แนวทางหรอื คาแนะนาในการใชห้ นงั สือเรียนใหเ้ ขา้ ใจก่อนดังนี้ กกกกกกก1. ให้ผู้เรียนศึกษาโครงสร้างรายวิชา ประกอบด้วย สรุปสาระสาคัญของแต่ละบท ผลการ เรียนรทู้ ีค่ าดหวัง ขอบข่ายเนอ้ื หา และส่อื ประกอบการเรยี น ของแต่ละบทให้ชัดเจนเป็นเบือ้ งตน้ ก่อนศึกษาเน้อื หารายละเอยี ดของแต่ละบทต่อไป กกกกกกก2. การศกึ ษาเนื้อหารายละเอียดของแตล่ ะบท ผู้เรียนตอ้ งศึกษา สาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ ทีค่ าดหวัง ขอบข่ายเนื้อหาของบทน้ัน ๆ ส่ือประกอบการเรียน และรายละเอียดของเนื้อหาในแตล่ ะบท เปน็ เรอ่ื ง ๆ ตามลาดับเรือ่ งท่ีมอี ยู่ในบทนั้น ๆ ต่อจากน้นั ให้ผู้เรียนทากจิ กรรมทา้ ยบท เพือ่ สรุปความรู้ ความเข้าใจท่ไี ด้ศกึ ษาในบทน้ัน ในการทากิจกรรมทา้ ยบท มีแนวปฏิบัตทิ ่ผี เู้ รียนควรปฏบิ ัตติ อ่ ไปนี้ กกกกกกก2. 2.1 เมื่อทากิจกรรมท้ายบทเสร็จสิ้น ให้ผู้เรียนตรวจคาตอบที่ถูกต้องได้จากภาคผนวก ก. เฉลยกิจกรรมท้ายบทของบทนัน้ กกกกกกก2. 2.2 ในกรณีที่ตรวจกิจกรรมท้ายบทแล้วพบว่า ตอบได้ไม่ถูกต้องให้ผู้เรียนกลับไปอ่าน เน้ือหาของเรอ่ื งน้ัน ๆ ใหม่อีกคร้งั แลว้ ทดลองตอบกิจกรรมท้ายบทข้อนั้น ๆ ใหม่อีกครัง้ หนึง่ เพ่อื เสรมิ สร้างความรู้ ความเขา้ ใจท่ถี ูกต้อง กกกกกกก2. 2.3 ในกรณีที่ผู้เรียนกลับไปอ่านเน้ือหาในเร่ืองน้ัน ๆ แล้ว ยังมีความรู้สึกว่า ตนเองยังไม่มีความ เข้าใจชัดเจนในเน้ือหาดังกล่าว ให้ผู้เรียนนาข้อสงสัย สอบถามครูผู้สอนหลักสูตรรายวิชา สค33161 ไทรน้อย น่าเรียนรู้คู่นนทบุรี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือนาไปพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับเพ่ือนผู้เรียนท่ีลงทะเบียน เรียนหลักสตู ร หรือเพอื่ นผเู้ รยี นคนอื่น ๆ ทม่ี คี วามรู้เกย่ี วกับเร่ืองน้ีก็ได้
กกกกกกก3. หนงั สอื เรียนเลม่ นี้ ประกอบดว้ ย 5 บท ดังน้ี กกกกกกก2. บทท่ี 1 เรอ่ื งบริบทพน้ื ฐานอาเภอไทรนอ้ ย กกกกกกก2. บทที่ 2 เรือ่ งสถานทสี่ าคญั และแหลง่ ท่องเท่ียวในอาเภอไทรน้อย กกกกกกก2. บทที่ 3 เรอ่ื งประเพณที สี่ าคัญ กกกกกกก2. บทท่ี 4 เรื่องวธิ กี ารทางภูมิศาสตร์และประวตั ศิ าสตร์ศึกษาไทรนอ้ ยนา่ เรียนรู้คนู่ นทบุรี กกกกกกก2. บทท่ี 5 เร่ืองการสบื สานและอนรุ ักษ์ประเพณแี ละการดูแลสถานท่ีทอ่ งเทีย่ วทส่ี าคญั โครงสรา้ งรายวิชา สรุปสาระสาคญั กกกกกกก1. บทที่ 1 เรื่องบริบทพนื้ ฐานอาเภอไทรน้อย กกกกกกก1. 1.1 ประวัติความเป็นมา อาเภอไทรน้อยเดิมเปน็ กิ่งอาเภอไทรน้อย ซง่ึ แยกออกมาจาก อาเภอบางบวั ทอง และภายหลงั ไดย้ กระดบั เป็นอาเภอไทรน้อย ประกอบดว้ ย 7 ตาบล และ 1 เทศบาล ได้แก่ ตาบลไทรน้อย ตาบลไทรใหญ่ ตาบลหนองเพรางาย ตาบลราษฎร์นิยม ตาบลขุนศรี ตาบลทวี วัฒนา ตาบลคลองขวาง และเทศบาลตาบลไทรน้อย กกกกกกก1. 1.2 ทีต่ งั้ อาเภอไทรน้อย กกกกกกก1. 1.2 อาเภอไทรน้อย ต้ังอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดนนทบุรี อยู่ในเขต ปกครองของจังหวัดนนทบุรี มอี าณาเขตติดตอ่ ดังนี้ กกกกกกก1. 1.2 1.2.1 ทิศเหนือติดตอ่ กบั ตาบลสามเมอื ง อาเภอลาดบัวหลวง จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา กกกกกกก1. 1.2 1.2.2 ทิศใต้ตดิ ต่อกับตาบลบ้านใหม่ อาเภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี และตาบลคลองโยง อาเภอพุทธมณฑล จงั หวดั นครปฐม กกกกกกก1. 1.2 1.2.3 ทิศตะวันออกติดต่อกับตาบลบางคูรัด อาเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และตาบลหนา้ ไม้ อาเภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทมุ ธานี กกกกกกก1. 1.2 1.2.4 ทิศตะวันตกติดตอ่ กับตาบลบางภาษี อาเภอบางเลน จงั หวดั นครปฐม กกกกกกก1. 1.3 การปกครองของอาเภอไทรน้อย กกกกกกก1. 1.2 อาเภอไทรน้อยแบง่ เขตการปกครองออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ การปกครองส่วน ภมู ภิ าค และการปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน กกกกกกก1. 1.4 สภาพประชากร สภาพเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา และดา้ นศาสนา กกกกกกก1. 1.2 1.4.1 สภาพประชากร ประชากรอาเภอไทรน้อย ข้อมูลปี พ.ศ. 2561 มีจานวน ประชากร 46,754 คน ประกอบดว้ ยหลากหลายชาตพิ นั ธุ์ แบ่งออกได้ 4 กลมุ่ ไดแ้ ก่ ชาวไทย ชาวไทย เชอื้ สายรามัญ (มอญ) ชาวไทยมสุ ลมิ และชาวไทยเชอื้ สายจีน กกกกกกก1. 1.2 1.4.2 สภาพเศรษฐกจิ
กกกกกกก1. 1.2 1.4.2 1) อาชีพของประชากร ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทานา รองลงมาเป็นการทาสวนผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ สวนผัก และมีการเล้ียงสัตว์บ้าง เล็กนอ้ ย อาชีพนอกภาคเกษตรกรรมทส่ี าคญั ได้แก่ การค้าขาย และการรบั จา้ งทัว่ ไป กกกกกกก1. 1.2 1.4.2 2) สภาพเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของอาเภอไทรน้อยรายได้ของครัวเรือนส่วน ใหญ่มาจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทานา ในปี พ.ศ. 2560 พบว่ามีรายได้เฉลี่ย 299,221 บาทตอ่ ครวั เรือน (ขอ้ มูลโดยสานักงานสถิตจิ งั หวดั นนทบุรี) กกกกกกก1. 1.2 1.4.3 ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาของอาเภอไทรน้อย ประกอบด้วย โรงเรียน ระดับประถมศึกษา มีทั้งหมด 8 แห่ง โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีท้ังหมด 5 แห่ง และระดับ มหาวิทยาลัย มีท้ังหมด 2 แห่ง รวมมีสถานศกึ ษา 15 แหง่ กกกกกกก1. 1.2 1.4.4 ดา้ นศาสนา วดั ในอาเภอไทรนอ้ ย มที ั้งหมด 15 แหง่ สานักสงฆม์ อญ (รามญั ) 1 แห่ง และมัสยิด ท้ังหมด 2 แห่ง กกกกกกก1. 1.5 บุคคลสาคัญของอาเภอไทน้อย ได้แก่ กกกกกกก1. 1.2 1.5.1 พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) เป็นผู้ที่ทาคุณประโยชน์แก่ประชาชนในอาเภอไทรน้อย เป็นอย่างมาก โดยไดร้ ่วมทนุ กับคณะจัดต้งั เป็นบริษัทดว้ ยเงินทนุ 32,000 บาท ขอพระราชทาน พระ บรมราชานุญาตขุดคลองแยกจากคลองบางบัวทอง ไปทางทิศตะวันตกผ่านป่ากระทุ่มมืด เป็น คลองส่งน้าให้ประชาชนเข้าไปจับจองท่ีดินสองฝั่งคลองประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนขยายชุมชน เปน็ จานวนมาก กกกกกกก1. 1.2 1.5.2 ขนุ ศรีราษฎร์นิยม (พร มัณยานนท)์ ชาวไทยเชอ้ื สายมอญท่ีได้เข้ามา จับจองทาประโยชนใ์ นทด่ี ินปา่ กระทุ่ม ตอ่ มานายพร มัณยานนท์ ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ ใหเ้ ป็นกานันคนแรก ของตาบลไทรใหญ่ และมีความขยันและทาประโยชน์แก่ราษฎรที่เข้าจับจองที่ดินท่ีตาบลไทรใหญ่ ได้รับพระราชทานบรรดาศักด์ิเป็นขุนศรีราษฎร์นิยม และเป็นต้นสกุล มัณยานนท์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ คณุ งามความดขี องขุนศรรี าษฎรน์ ยิ ม กกกกกกก1. 1.2 1.5.3 หมอ่ มแชม่ กฤดากร ณ อยุธยา เปน็ ชาวไทยเช้ือสายมอญ ได้ทา คุณประโยชน์อย่างมากแก่ราษฎรในจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม ในการประกอบอาชีพ การเกษตร ซึ่งในปัจจุบันน้มี ีการปลูกพืช นอกจากการทานา เช่น การปลูกกระเจี๊ยบมอญ ซ่ึงชาวบา้ น คลองหม่อมแช่มปลูกกันมาก เป็นสินค้าส่งออกไปจาหน่ายท่ีประเทศญ่ีปุ่น สร้างรายได้จานวนมาก ใหก้ บั ชุมชน นอกจากนั้นได้บริจาคท่ีดินให้สร้างวัดและได้อุปถัมภ์ในการสร้างวดั ข้ึนในชุมชน อกี ทั้งยัง ไดเ้ ปน็ แหลง่ การศึกษาของเยาวชนในชุมชนให้ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนวดั สโมสรที่สร้างขึ้นอีกดว้ ย กกกกกกก1. 1.2 1.5.4 พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานงั กโร) ไดท้ าคุณประโยชน์แกผ่ ูค้ นใน อาเภอไทรน้อย เช่นด้านการสนับสนนุ การศึกษาของเยาวชน ด้านการพฒั นาชุมชน โครงการขุดคลอง โครงการสูบน้าเข้านา นาไฟฟ้าสู่ชุมชนราษฎร์นิยม ทาถนนเข้าหมู่บ้าน การผลิตถังส้วม อ่างล้างเท้า เพื่อรณรงค์ ให้ชาวบ้านได้มีสุขอนามัยท่ีดี สร้างสถานีอนามัยเพ่ือประโยชน์ของชาวบ้าน สร้างประปาในหมู่บ้าน การส่งเสริมนิสัยประหยัดและการรู้จักออมเงิน ส่งเสริมชาวบ้านให้รู้จักตั้งฉางข้าวในชุมชน และงาน สาธารณะสงเคราะห์อ่นื ๆ กกกกกกก1. 1.2 1.5.5 นายปรชี า ลปุ ระสงค์ เปน็ ชาวนาตาบลราษฎร์นิยม อาเภอไทรนอ้ ย
จังหวัดนนทบุรี เป็นผู้มีบทบาทสาคัญคนหนึ่งในอาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยได้ทา คุณประโยชน์ด้านการเกษตรอย่างมากแก่ชาวนา ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ไป ศึกษาดูงานการเกษตรที่ประเทศไต้หวันในนามของชาวนาจากประเทศไทย เป็นผู้ริเร่ิมในการปลูก พืชผกั ทีจ่ าเปน็ ต้องใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั และปลกู ผลไม้อนื่ ๆ และเป็นผจู้ ดั ตง้ั โรงสีขา้ วของสหกรณ์ และไดร้ บั ความชว่ ยเหลือจากรัฐบาลประเทศนวิ ซีแลนด์ กกกกกกก1. 1.5 1.5.6 นายยวง เขียวนิล ได้สรา้ งคณุ ประโยชน์แกอ่ าเภอไทรนอ้ ยและประเทศ คอื สรา้ งฐานการเรยี นรู้ในพืน้ ท่ขี องตนเองเพื่อเปน็ แหลง่ เรียนรู้การทาการเกษตรตามหลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และเปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอดความร้ใู ห้กบั เกษตรกร นักเรียน นกั ศกึ ษา ท้งั ชาวไทย และชาวต่างประเทศ เป็นอาสาสมัครให้กับส่วนราชการต่าง ๆ ช่วยถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวัง ผลตอบแทน มีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายเช่ือมโยงระหว่างชุมชนทั้งในจังหวัด และระหว่าง จังหวัดเพ่ือช่วยเหลือในการดาเนินกิจกรรมทางการเกษตร และยังมีการเผยแพร่ผลงานผา่ นสื่อต่าง ๆ อกี จานวนมาก กกกกกกก2. บทที่ 2 เรอ่ื งสถานที่สาคญั และแหลง่ ท่องเที่ยวในอาเภอไทรน้อย 2.1 วัดไทรใหญ่ 2.1 2.1.1 ประวตั คิ วามเป็นมาของวดั และประวัติเจา้ อาวาสที่สาคญั วัดไทรใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2410 โดยนางเง็ก แสงประภา เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัดในสมัยรัชกาลท่ี 4 ช่ือ “วัดมหานิโครธาราม” แปลว่า “ไทรต้นใหญ่” ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “วัดไทรใหญ่” เมื่อมีการขุดคลอง พระพิมลราชา ระหว่าง พ.ศ.2433-2442 และขุดคลองทวีวัฒนา (คลองเจ้า) ทางด้านทิศตะวันตกของวัด จึงมีราษฎรมาอาศัยอยู่ใกล้วัด และมาทาบุญมากข้ึน เป็นวัดเดียวในอาเภอไทรน้อย ท่ีเดิมข้ึนอยู่กับ อาเภอบางบวั ทอง 2.1 2.1.1 เจ้าอาวาสที่สาคัญ ได้แก่ พระมงคลนนทเขต (วิชิต ปิยังกโร) อุปสมบท เมื่อวันที่ 15 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2483 ดารงตาแหน่งเจ้าคณะอาเภอไทรน้อยต้ังแต่ พ.ศ. 2503-2545 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฉายา พระมงคลนนทเขต ได้บริจาคทรัพย์สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ และอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลไทรน้อย ส่งเสริมการศึกษา สร้างถนน และจัดต้ังมูลนิธิ สงเคราะห์ตา่ ง ๆ อีกจานวนมาก มรณภาพด้วยภาวะตดิ เชอ้ื ในกระแสโลหิต ณ โรงพยาบาลพระน่ังเกล้า เม่ือวันท่ี 14 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2555 สริ ิอายุ 90 ปี กับอีก 70 พรรษา 2.1 2.1.2 ทตี่ ง้ั วัดไทรใหญ่ ตง้ั อยู่เลขที่ 65 บ้านไทรใหญ่ ถนนไทรน้อย-ต้นเชือก หมทู่ ่ี 5 ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี 2.1 2.1.3 ความสาคัญของวัดไทรใหญ่ เป็นศูนย์กลางของท้องทีอ่ าเภอไทรน้อย เป็นท่ีประดิษฐานหลวงพอ่ ทองคา ซ่งึ เป็นพระพทุ ธรปู ท่ชี าวไทรน้อยเคารพ สกั การะ มีอโุ มงค์ลอด โบสถ์ ศนู ยก์ ลางของท้องท่ีอาเภอไทรน้อยท้งั อาเภอ จงึ ได้รับการจัดตั้งเปน็ ศูนย์กลางวัฒนธรรม และ ยงั เปน็ สถานที่ปฏบิ ตั ธิ รรมที่ญาตโิ ยมและอุบาสก อุบาสกิ าเขา้ มาถือศีล ปฏบิ ตั ธิ รรม กกกกกกก2. 2.1 2.1.4 วัตถุและสิ่งก่อสร้างภายในวัด ได้แก่ (1) พระอุโบสถหลังใหม่ (2) หลวงพ่อ ทองคา และ (3) รปู ปั้นชา้ งเจ้าบุญมา และนางกวัก กกกกกกก2. 2.1 2.1.5 กิจกรรมประเพณีที่สาคัญของวัด ได้แก่ ประเพณตี กั บาตรพระร้อยจดั ขน้ึ เพอ่ื เป็นกิจกรรมทีส่ าคญั ของวัดไทรใหญ่
กกกกกกก2. 2.2 วดั ไทรนอ้ ย กกกกกกก2. 2.1 2.2.1 ประวัติความเป็นมาของวดั และประวัติเจา้ อาวาสที่สาคัญวัดไทรนอ้ ย ประวัตคิ วามเป็นมาของวดั ไทรน้อย ประมาณ พ.ศ. 2530 ชาวมอญจากจงั หวัดสมุทรสาครได้พากันมา ตั้งรกรากแถบชายป่ากระทุ่มมืดใกล้ป่าหนองเพรางาย พระราชาภิมณฑ์ ได้ดาเนินการขุดคลอง พระราชาภิมณฑ์ ทาใหก้ ารเดนิ ทางสะดวกข้นึ นายมะธไุ ด้บรจิ าคที่ดนิ จานวน 42 ไร่ 2 งาน เพือ่ สร้าง วัด และชาวบา้ นไดช้ ว่ ยกันสรา้ งวดั สาลีมุนีภริ มย์ หมายถึงวดั เป็นที่อดุ มสมบรู ณด์ ้วยพืชพนั ธุ์ธญั ญาหาร โดยมีหลวงตาโจก๊ พระมอญ ได้รว่ มดาเนินการและพานักที่วัดนาน 30 ปี จนมรณภาพ ชาวบ้านพร้อม ใจกันนมิ นตพ์ ระมอญ ช่ือพระอาจารย์เกร็บ จากวัดปรมยั ยกิ าวาส มาเป็นเจ้าอาวาส รปู แรกของวัด ใน ปี พ.ศ. 2495 ไดเ้ ปลี่ยนช่ือเปน็ “วัดไทรน้อย” กกกกกกก2. 2.1 2.2.1 เจา้ อาวาสทส่ี าคญั ได้แก่ พระครนู นทสทิ ธกิ าร (ประสิทธ์ิ สทิ ธิกาโร) มคี วามสาคญั คือ เป็นผูส้ รา้ งความเจรญิ และพัฒนาวดั ไทรนอ้ ย เมื่อปี พ.ศ. 2500 หลวงพ่อประสทิ ธ์ิ ได้ทาการสร้างหอปริยตั ธิ รรม ศาลาการเปรียญ กุฏิ และปี พ.ศ. 2502 อโุ บสถชารดุ จึงส่ังร้ือ แลว้ ไดส้ ร้างอโุ บสถหลงั ใหม่โดยใชเ้ วลาสร้างประมาณ 5 ปี เมอ่ื พ.ศ. 2507 จงึ ได้จัดงานฝังลกู นมิ ติ ไดก้ ราบบังคมทลู เชญิ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองคป์ ระธาน ในพิธีตดั ลกู นิมิตอโุ บสถหลงั ใหม่ พระครูนนทสทิ ธกิ าร เป็นพระเกจิอาจารยช์ ื่อดงั มรณภาพ ดว้ ยโรคปอดตดิ เช้อื ทโ่ี รงพยาบาลพระนง่ั เกล้า จงั หวัดนนทบรุ ี ดว้ ยอายุ 88 ปี 65 พรรษา กกกกกกก2. 2.1 2.2.2 ท่ตี ัง้ ต้ังอยูร่ มิ คลองพระราชาพมิ ลฝ่ังทิศเหนอื หมู่ที่ 1 ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรนอ้ ย จังหวัดนนทบุรี กกกกกกก2. 2.1 2.2.3 ความสาคัญของวดั ไทรน้อย วดั ไทรนอ้ ยสนับสนุนการศกึ ษาของชาติ ใหก้ ารอปุ ถัมภแ์ กโ่ รงเรียน เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวมอญ และยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ของชาวไทรน้อยอีกดว้ ย กกกกกกก2. 2.1 2.2.4 วตั ถุและส่งิ ก่อสร้างภายในวดั ได้แก่ (1) มหาเจดยี ์มนุ ภี ิรมย์ (2) วิหารจตุรมุข ศาลาบาเพ็ญกุศล และฌาปนสถาน กกกกกกก2. 2.1 2.2.5 กิจกรรมประเพณีทีส่ าคัญของวัด ได้แก่ ประเพณตี ักบาตรดอกไม้กกกกกก กกกกกกก2. 2.3 วัดคลองขวาง กกกกกกก2. 2.1 2.3.1 ประวตั คิ วามเปน็ มาของวดั และประวตั เิ จ้าอาวาสทสี่ าคญั พ.ศ. 2430 ชาวบ้านกลุ่มเลก็ ๆ มาต้งั รกรากแถบป่ากระทุ่มมืดเพื่อพักอาศยั และทานา พระธดุ งคผ์ า่ นมา ชาวบ้าน จึงช่วยกันสร้างที่พักสงฆ์ ในปี พ.ศ. 2534 ได้สร้างวัด นายแดง แซ่เล้า ได้ถวายท่ีดิน จานวน 49 ไร่เศษ เพ่ือสรา้ งวดั ราษฎร์ศรัทธาธรรม แต่ชาวบา้ นนิยมเรียกว่า “วัดคลองขวาง” กกกกกกก2. 2.1 2.3.2 ประวัติเจ้าอาวาสทสี่ าคญั ไดแ้ ก่ พระครูโสภติ ธรรมวิสทุ ธิ์ (วสิ ทุ ธิ์องั สุธัมโม) เกิดเม่ือวันที่ 12 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2508 อุปสมบท วันที่ 5 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2530 เป็นพระ วิปัสสนาจารย์ ผู้ฝึกสอนกัมมัฏฐาน ท่านให้ความสนใจและเห็นความสาคัญของการศึกษาปฏิบัติ และ เผยแผ่ธรรมอย่างแท้จริงท้ังให้การสนับสนุนการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ด้านทุน ด้านสถานที่ ด้านบุคคลากร และยังอบรมพระภิกษุหรือบุคคลที่เป็นวิทยากรในสานักมีความประพฤติดี สามารถ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และปัจจุบัน พระครูโสภิตธรรมวิสุทธิ์ (วิสุทธิ์ อังสุธัมโม) ดารงตาแหน่ง เจา้ อาวาสวัดคลองขวาง
กกกกกกก2. 2.1 2.3.3 ทตี่ ้ังเลขที่ 10 หมู่ 6 ตาบลคลองขวาง อาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี 11150 ความสาคัญของวัด ให้การสนับสนุนราชการด้านการศึกษา เป็นสถานท่ีอบรมสามเณร และปฏิบัติ ธรรมประจาจังหวดั สนบั สนนุ ดา้ นการศึกษาแกเ่ ยาวชน กกกกกกก2. 2.1 2.3.4 วัตถุและสิง่ ก่อสรา้ งภายในวดั ได้แก่ (1) พระอุโสถ และ (2) ลายจาหลกั ประตูด้านหน้า และดา้ นหลังอุโบสถวดั คลองขวาง กกกกกกก2. 2.1 2.3.5 กจิ กรรมประเพณีท่สี าคัญของวัด ไดแ้ ก่ (1) ประเพณีการบวชสามเณร ภาคฤดูร้อน (2) การทาบุญวันสาคัญทางศาสนา (3) ประเพณกี ารลอยกระทง และ (4) ประเพณี สงกรานต์ กกกกกกก2. 2.4 วัดราษฎรน์ ยิ ม กกกกกกก2. 2.4 2.4.1 ประวตั ิความเปน็ มาของวัดและประวัติเจา้ อาวาสท่สี าคญั วัดราษฎรน์ ยิ ม คือเดิมชื่อ วัดห้าร้อย ต้ังวัดเมื่อวันท่ี 4 เดือนเมษายน พ.ศ. 2459 ซ่ึงก่อตั้งขึ้นเพ่ือใช้เป็นสานักสงฆ์ และให้เป็นสถานที่บาเพ็ญกุศลของคนชุมชน ต่อมาขุนศรีราษฎร์นิยมเห็นด้วยในการท่ีจะให้มีวัดในชุมชน จงึ จัดที่ดินจานวน 100 ไร่ ไว้ใหส้ รา้ งวดั ตอ่ มาพระครปู ระชาธรรมนาถ ได้รวบรวมเงนิ บรจิ าค จาก ชาวบ้านซื้อที่ดินเพ่ิมอีก 45 ไร่ และนางปรีก วิลาวรรณ ได้ถวายที่ดินเพ่ิมอีก 5 ไร่ ได้รับพระราชทาน วิสงุ คามสมี า เมอื่ วนั ที่ 24 เดือนเมษายน พ.ศ. 2468 กกกกกกก2. 2.4 2.4.1 เจา้ อาวาสทสี่ าคัญ ไดแ้ ก่ ไดแ้ ก่ พระครูประชาธรรมนาถ (แฉง่ ฐานงั กโร) นามเดมิ แฉ่ง หว้ ยฤทัย เกดิ เมอื่ วนั ที่ 24 เดือนกันยายน พ.ศ. 2457 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทยี น กรงุ เทพมหานคร บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ขณะมีอายุ 14 ปี สอบไดน้ ักธรรมเอกขณะทยี่ ังเปน็ สามเณร อายุครบ 20 ปี พ.ศ. 2476 จึงไดอ้ ุปสมบท ณ พัทธสีมาวดั โคก อาเภอเมืองปทุมธานี จงั หวัดปทมุ ธานี พระมหาอินทร์ วดั โคก เปน็ อุปชั ฌาย์ พระมหาหยวก วัดโคก เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการพวง จุฬาโร เปน็ เจา้ อาวาสวดั ราษฎร์นิยม ต้ังแตป่ ี พ.ศ.2481 และมรณภาพวันที่ 9 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2538 สิริอายรุ วม 81 ปี กกกกกกก2. 2.4 2.4.2 ทต่ี ัง้ วดั ราษฎรน์ ยิ ม ต้งั อยู่ หมู่ที่ 6 บ้านราษฎรน์ ยิ ม ตาบลราษฎรน์ ยิ ม อาเภอไทรนอ้ ย จงั หวัดนนทบุรี 11150 กกกกกกก2. 2.4 2.4.3 ความสาคัญของวัด ได้ใชเ้ ป็นท่ีสรา้ งสถานทรี่ าชการ ดังนี้ คือ (1) โรงเรียน วัดราษฎร์นิยม สอนต้ังแต่ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 (2) โรงเรียนราษฎร์นิยม สอนในระดับมัธยมศึกษา (3) วิทยาลัยการอาชีพไทรน้อย (4) สถานีอนามัยตาบลราษฎร์นิยม และ (5) ที่ทาการองค์การบรหิ ารส่วนตาบลราษฎรน์ ิยม กกกกกกก2. 2.4 2.4.4 วัตถแุ ละส่ิงก่อสรา้ งภายในวัด ได้แก่ (1) พระเจดียศ์ รีราษฎรน์ ิยม (2) อโุ บสถ (3) หน้าบัน และลายรวงผง้ึ หน้าอโุ บสถ กกกกกกก2. 2.4 2.4.5 กจิ กรรมประเพณีท่ีสาคญั ของวัดราษฎรน์ ิยม ได้แก่ (1) ทาบุญในวนั สาคญั ทางพุทธศาสนา (2) วนั สงกรานต์ และ (3) บวชเณรภาคฤดูรอ้ น กกกกกกก2. 2.5 วดั สโมสร กกกกกกก2. 2.4 2.5.1 ประวตั ิความเป็นมาของวัดและประวัตเิ จ้าอาวาสทสี่ าคัญ วดั สโมสร เดิมชือ่ ว่า วัดหม่อมแช่ม ซง่ึ หมอ่ มแชม่ กฤดากร ไดจ้ ัดถวายท่ดี ิน 1 แปลง จานวน 15 ไร่ เพ่ือสร้างวัดน้อมถวาย แก่พระพุทธศาสนา และเพื่อให้ชาวบ้านได้มีสถานที่บาเพ็ญบุญ สร้างกศุ ลของตน
กกกกกกก2. 2.4 2.5.1 เจ้าอาวาสท่ีสาคัญ ได้แก่ พระครูปัญญานนทคุณ หรือ หลวงปู่บาง ปัญญาทีโป ท่านมีนามเดิมว่า บาง นามสกุล นุชสุภาพ เกิดเมื่อวันที่ 11 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2460 เมื่อวันท่ี 5 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2474 ท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรท่ีวัดกลางสวน อาเภอพระประแดง จังหวัด สมทุ รปราการ พอท่านมอี ายุครบ 20 ปบี รบิ ูรณ์ ท่านจึงได้เขา้ พิธีอปุ สมบท ณ พทั ธสมี าวดั กลาง ตาบล บางผ้ึง อาเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ เม่ือวันที่ 22 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2482 เม่ือท่าน อปุ สมบทเป็นพระแลว้ ทา่ นกไ็ ด้มาอย่จู าพรรษาที่วดั สโมสร ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2492 ทา่ นจึงไดร้ บั แต่งต้ัง ให้ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดสโมสร เมื่อวันท่ี 1 เดือน กันยายน พ.ศ. 2492 ท่านได้ละสังขารลงอย่างสงบ เมือ่ วนั ท่ี 27 ธนั วาคม พ.ศ. 2548 สิรริ วมอายไุ ด้ 87 ปี พรรษา 66 กกกกกกก2. 2.4 2.5.2 วดั สโมสร ตั้งอยู่หมู่ท่ี 9 ตาบลไทรใหญ่ อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี กกกกกกก2. 2.4 2.5.3 ความสาคญั ของวัดสโมสร เป็นวดั ท่ีอยู่ในชมุ ชนท่ีเปน็ ชาวไทยเชือ้ สาย รามัญ ในชุมชนตาบลไทรใหญ่และพ้ืนที่ไกล้เคียง มีการจัดงานเพื่ออนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ไทย รามัญเป็นประจา มีอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ไทยรามัญให้คงอยู่ตลอดไป สร้างความสามัคคีของหมู่ คณะใหเ้ ป็นนา้ หน่งึ ใจเดยี วกนั และชุมชนมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรม กกกกกกก2. 2.4 2.5.4 วตั ถแุ ละส่ิงก่อสร้างภายในวดั ไดแ้ ก่ (1) อุโบสถ (2) เสาหงส์ (3) เรือเก๋ง 4 แจว และ (4) ศาลเจา้ ประจาวดั หรือตะละทาน กกกกกกก2. 2.4 2.5.5 กจิ กรรมประเพณีท่ีสาคัญของวดั ไดแ้ ก่ (1) การแห่หางหงส์ ธงตะขาบ (2) การเลน่ สะบา้ มอญ และ (3) การแขง่ สะบา้ ทอย กกกกกกก2. 2.6 วดั เสนีวงศ์ กกกกกกก2. 2.7 2.6.1 ประวัติความเป็นมาของวัดและประวตั เิ จา้ อาวาสท่ีสาคัญ วดั เสนีวงศเ์ ป็น วัดสังกัดมหานิกาย รูปแบบการสร้างวัดผสมผสานระหว่างไทย มอญ จีน เดิมในชุมชนปลายคลอง มะสงไม่มีวัด ต้องเดินทางไปทาบุญไกลถึงวัดเพรางาย ต่อมานายงาม และนางเสงี่ยม เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ได้บริจาคที่ดิน 50 ไร่ เพื่อสร้างวัดในชุมชน ชาวบ้านจึงพร้อมใจต้ังชื่อวัดว่า “วัดเสนีวงศ์” ตามนามสกลุ ของผูส้ ร้าง กกกกกกก2. 2.7 2.6.1 เจา้ อาวาสทีส่ าคญั ไดแ้ ก่ พระครธู ีรนนทคณุ ฐานธีโร เกดิ เมอ่ื วันที่ 29 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2468 บรรพชา และอุปสมบทเม่ือวันท่ี 10 เดือน มิถุนายน 2498 อายุ 29 ปี ได้ดารง ตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดเสนีวงศ์ ท่านได้ทาการก่อสร้าง บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะในวัด เพื่อประโยชน์ แก่พระภิกษุ สามเณร และชาวบ้านในการบาเพ็ญศาสนกิจ พระครูธีรนนทคุณ เริ่มมีอาการ อาพาธ เดือน มีนาคม พ.ศ. 2545 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และท่านได้ถึงแก่ มรณภาพ เมื่อวนั ท่ี 27 เดือน มีนาคม 2545 รวมอายุ 77 ปี พรรษา 48 ดว้ ยโรคมะเรง็ ลาไสต้ ิดเชอ้ื กกกกกกก2. 2.7 2.6.2 ที่ตั้ง วดั เสนวี งศ์ตง้ั อยูท่ ่ีปลายคลองมะสง หมู่ท่ี 9 ตาบลหนองเพรางาย อาเภอไทรนอ้ ย จงั หวัดนนทบุรี 11150 กกกกกกก2. 2.7 2.6.3 ความสาคัญของวัดเสนวี งศ์ ไดแ้ ก่ (1) สนับสนุนด้านการศึกษาสร้างโรงเรียน (2) สถานีอนามยั (3) ฉางขา้ วเพ่ือเกษตรกร และ (4) รว่ มกับกรมชลประทาน เพือ่ เปน็ แหลง่ น้า ในการเกษตร กกกกกกก2. 2.7 2.6.4 วัตถุและสงิ่ กอ่ สรา้ งภายในวดั ได้แก่ (1) อโุ บสถ (2) เจดยี ์สมปรารถนา (3) หอระฆงั คู่ และ (4) สวนปา่ มหาชาติ
กกกกกกก2. 2.7 2.6.5 กิจกรรมประเพณีทส่ี าคญั ของวัดเสนีวงศ์ ได้แก่ (1) ทาบุญในวันสาคัญทาง พระพุทธศาสนา และ (2) วนั สงกรานต์ กกกกกกก2. 2.7 ตลาดนา้ ไทรน้อย กกกกกกก2. 2.7 2.7.1 ประวัตคิ วามเป็นมาของตลาดน้าไทรน้อย เปิดดาเนินกิจกรรมอยู่ทีบ่ รเิ วณ ริมคลองหน้าวัดไทรใหญ่บริเวณแพท่ีจอดอยู่ในคลองพระพิมลราชา จาหน่ายอาหารเลิศรสต่าง ๆ มากมาย ส่วนบริเวณชายน้าริมคลองหน้าวัดไทรใหญ่เป็นแหล่งจาหน่ายผักผลไม้ท่ีเป็นผลผลิตของ เกษตรกรในอาเภอไทรน้อยและสินค้า OTOP จากชุมชนต่าง ๆ ในอาเภอไทรน้อย ตลาดน้าไทรน้อย เปดิ บรกิ าร ในวันเสาร์ วนั อาทติ ย์ และวนั หยดุ นักขัตฤกษ์ กกกกกกก2. 2.7 2.7.2 ท่ีต้ัง ตัง้ อยู่ริมคลองพระพมิ ลราชา ติดกับวัดไทรใหญ่ ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรน้อย จงั หวัดนนทบุรี กกกกกกก2. 2.7 2.7.3 ความสาคัญของตลาดน้าไทรน้อย ตลาดนา้ ไทรน้อยมีความสาคัญ คือ เป็นตลาดน้าท่ีอยู่ใกล้กรุงเทพ ดาเนินชีวิตตามแบบวิถีไทย ศูนย์รวมของอาหารคาวหวาน ผัก ผลไม้ หลายชนิดท่ีชาวบ้านนามาจาหน่ายริมฝ่ังคลอง มีรสชาติอร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัยและราคาถูก มรี ถนาเทย่ี วสวนเกษตร กกกกกกก2. 2.7 2.7.4 กิจกรรมภายในตลาดน้าไทรน้อย ได้แก่ การน่ังทานอาหารบนเรือริมน้า กราบพระในโบสถ์ ไหว้หลวงพ่อทองคา ให้จิตใจสงบสุข เดินชมสินค้า ให้อาหารปลา มีการแสดง ของเยาวชน กกกกกกก3. บทที่ 3 เรอ่ื งประเพณที ส่ี าคัญ กกกกกกก3. 3.1 ประเพณตี ักบาตรดอกไม้ กกกกกกก3. 3.1 3.1.1 ประวตั ิความเป็นมาของประเพณตี ักบาตรดอกไม้ ประเพณตี กั บาตรดอกไม้ เป็นของชาวไทยเชอ้ื สายมอญ (รามญั ) จัดขึ้นในวนั ขึ้น 15 ค่า กอ่ นออกพรรษา 1 วัน พระสงฆ์มอญจะ ทาพธิ ีปวารณาออกพรรษา ในวันนี้จะมพี ธิ ตี ักบาตรดอกไม้ทีว่ ดั มอญในอาเภอไทรน้อย กกกกกกก3. 3.1 3.1.2 ความสาคัญของประเพณีตักบาตรดอกไม้ ประเพณตี กั บาตรดอกไม้ มีความสาคัญ ถือเป็นการปฏิบัติและแสดงความคารวะนอบน้อม อีกทั้งขอขมาลาโทษหากมีเหตุ พลาดพล้ัง ซ่ึงเป็นการกระทาล่วงเกินต่อพระพุทธศาสนาและพระภิกษุสงฆ์ เพื่อราลึกถึงเหตุการณ์ ที่เกย่ี วข้องกับพระพุทธประวตั ิอันเปน็ การบูชาต่อองคส์ มเดจ็ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กกกกกกก3. 3.1 3.1.3 กิจกรรมในประเพณตี ักบาตรดอกไม้ กจิ กรรมในประเพณีตักบาตรดอกไม้ เมอื่ พระสงฆท์ ั้งหลายฉันภตั ตาหารเพลแล้ว จะเดินลงจากศาลาการเปรยี ญสพู่ ระอุโบสถ โดยให้ชาวบา้ น น่ังอยู่ตลอดสองข้างทางพร้อมท้ังจัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียนไว้ถวายสักการะ ครั้งถึงพระสงฆ์ลงจาก โบสถ์เพ่ือทาพิธีปวารณาออกพรรษาจะอัญเชิญพระพุทธรูปนาหน้าพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์เดินไปพระ อุโบสถชาวบ้านคอ่ ย ๆ ถวายดอกไม้ ธปู เทียนแด่พระสงฆ์ กกกกกกก3. 3.2 ประเพณสี งกรานตม์ อญ กกกกกกก3. 3.2 3.2.1 ประวัติความเปน็ มาของประเพณีสงกรานตม์ อญ (ปัจอะห์ต๊ะห์) หรือ ชาวไทยรามัญ ประเพณีสงกรานต์มอญ เรียกเป็นภาษามอญว่า (ปัจอะห์ต๊ะห์) เป็นเทศกาลสาคัญ ประจาปีของชาวมอญ จะมีการทาบุญเฉลิมฉลองกันอย่างมโหฬารในทุกหมู่บ้านของชุมชนชาวมอญ โดยจดั ข้ึนระหว่างวันท่ี 13–15 เดือน เมษายน ของทุกปี มีกิจกรรมตา่ ง ๆ
กกกกกกก3. 3.3 3.2.2 ความสาคัญของประเพณสี งกรานตม์ อญ ประเพณีสงกรานต์มอญ เป็นประเพณีข้ึนศกั ราชใหม่ จึงจดั ใหม้ กี ารเฉลิมฉลองกันอย่างยงิ่ ใหญ่ ดว้ ยการทาบญุ รกั ษาศีล เพ่อื บูชาพระรตั นตรยั มกี ารบูชาท่บี รรจุอัฐิของบรรพบุรุษ และพระสงฆม์ อญต้องการจะสนองศรัทธา ของชาวบ้านดว้ ยการได้สรงน้าพระ กกกกกกก3. 3.3 3.2.3 กิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์มอญนอกจากชาวบา้ นจะมาทาบุญรักษาศีล ทวี่ ัด กิจกรรมในประเพณสี งกรานตม์ อญ เชน่ การแหห่ งส์ ธงตะขาบ การเล่นสะบา้ มอญ การสรงนา้ พระ การแห่ขา้ วแช่ แห่น้าปลาหวาน ปลอ่ ยปลา แห่สงกรานต์ และการทาบญุ กลางบา้ น ราเจา้ ประจาปขี องแต่ละหมู่บา้ น กกกกกกก3. 3.3 ประเพณแี หเ่ ตา่ กกกกกกก3. 3.3 3.3.1 ประวตั คิ วามเป็นมาประเพณีแหเ่ ตา่ จดั ขึ้นในวันที่ 15 เดือน เมษายน ของทกุ ปี ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งชาวบ้านมีความเช่ือวา่ การแหเ่ ต่านั้นจะทาใหช้ าวบ้านมีอายุยืนสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง มีความอดทน จงึ ทาให้ชาวบ้านทาสืบต่อกันมา จนถึงปจั จบุ นั นี้ กกกกกกก3. 3.3 3.3.2 ความสาคัญของประเพณีแห่เต่า การจัดประเพณีแห่เต่าเพ่ือเป็นการ อนุรักษ์ประเพณีของท้องถ่ิน และเป็นการสอดแทรกหลักธรรมคาสอนของพุทธศาสนา ในเรื่อง ของการเสียสละ รู้จักการให้และการแบ่งปัน ประเพณีแห่เต่าจึงปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันน้ี กกกกกกก3. 3.3 3.3.3 กิจกรรมในประเพณีแห่เต่า จัดขึ้นจากชาวบ้านตาบลคลองขวาง เพ่ือให้ชาวบ้าน ท่ีอยู่ในพื้นที่ออกมาร่วมบริจาคปัจจัย และนาปัจจัยที่ได้รับจากการบริจาคนาไปถวายวัดคลองขวาง บารุงในทางพระพุทธศาสนาสืบต่อไป กกกกกกก3. 3.4 ประเพณีแหธ่ งตะขาบ กกกกกกก3. 3.3 3.4.1 ประวัติความเป็นมาของประเพณีแห่ธงตะขาบ ประเพณีแห่ธงตะขาบ เปน็ ความเช่อื ชวี ิตหลงั ความตาย และความกตญั ญตู ่อบรรพบรุ ุษ กกกกกกก3. 3.3 3.4.2 ความสาคัญของประเพณีแห่ธงตะขาบ เพ่อื บชู าและเฉลมิ ฉลอง เม่ือครั้งที่พระพุทธเจา้ เสด็จกลับจากจากสวรรค์ช้นั ดาวดงึ ส์ ในการฉลองงานบุญการกุศล ชาวรามัญ จะใช้เสาหงส์ และธงตะขาบคู่กนั กกกกกกก3. 3.3 3.4.3 กิจกรรมในประเพณีแห่ธงตะขาบ ใช้เชอื กเปน็ เส้นขอบผูกขวางค่ันดว้ ยซ่ีไม้ ไผ่เป็นช่วง ๆ ใช้เสื่อผืนยาวปิดทับแทนผ้าหรือกระดาษเป็นลาตัว ปลายไม้ท่ียื่นสองข้างทุกซี่ประดับ ดว้ ยชอ้ นผูกห้อยแทนขา สลับกับพูก่ ระดาษเพอ่ื ความสวยงาม หวั และหางสานผูกด้วยโครงไม้ ปดิ กระดาษสี แหไ่ ปทวี่ ดั ขงึ ธงไว้กบั ต้นเสาในศาลา นาสายสญิ จนม์ าวงรอบธง ทาพิธถี วายธง นาธงไปชัก ขน้ึ แขวนบนเสาหงส์ กกกกกกก3. 3.5 ประเพณีการจดั งานศพพระสงฆม์ อญ กกกกกกก3. 3.5 3.5.1 ประวตั ิความเปน็ มาประเพณีการจดั งานศพพระสงฆ์มอญ ประเพณีการจดั งานศพพระสงฆ์มอญ ชาวไทยเช้อื สายมอญจะมีพธิ ีกรรมทเี่ ขา้ มาเกีย่ วข้องตง้ั แตเ่ กิดจนตาย อีกทั้งศรัทธาในพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการนับถือผีบรรพบุรุษ ก่อให้เกิดรากฐานของประเพณี และพธิ กี รรมท่ีสืบทอดปฏิบตั ิกนั มา ดังนน้ั คนมอญจึงมรี ูปแบบพธิ ีกรรมท่ีแฝงความหมาย และปริศนา ธรรมตา่ ง ๆ
กกกกกกก3. 3.5 3.5.2 ความสาคญั ของประเพณกี ารจัดงานศพพระสงฆม์ อญ เป็นการแสดงความ เคารพนับถือ และบญุ คุณต่อพระสงฆ์ทมี่ รณภาพ กกกกกกก3. 3.5 3.5.3 รายละเอยี ดประเพณีการจัดงานศพพระสงฆ์มอญ เมื่อพระสงฆ์มอญ มรณภาพจะมพี ธิ กี ารในการจดั งานศพพระสงฆ์อย่างสมฐานะของความเป็นสมณะ มีการสร้างปราสาท มอญสาหรับเป็นสถานท่ีประกอบพิธีฌาปนกิจ มีการสร้างโลงบรรจุศพแบบมอญท่ีวิจิตรสวยงาม มปี ระเพณกี ารจดุ ลูกหนู มกี ารตง้ั โรงทาน กกกกกกก3. 3.6 พิธแี หเ่ จ้าพ่อจุย้ กกกกกกก3. 3.6 3.6.1 ประวัติความเป็นมาของพิธีแห่เจ้าพ่อจยุ้ ชาวไทยเช้ือสายจีนในอาเภอไทรน้อย มีความศรทั ธาในเจา้ พ่อจยุ้ เปน็ อยา่ งมาก ได้สรา้ งศาลเจ้าพ่อจ้ยุ ไทรใหญ่อยา่ งสวยงามตามแบบสถาปตั ยกรรม จีน ในช่วงหลังวนั ตรษุ จนี จะมพี ธิ ีแหเ่ จา้ พอ่ จยุ้ และจดั งานประจาปีเป็นงานใหญ่ งานหน่ึงของอาเภอไทรน้อย กกกกกกก3. 3.6 3.6.2 ความสาคัญของพธิ ีแหเ่ จา้ พอ่ จยุ้ ความสาคญั ของประเพณแี ห่เจา้ พ่อจุย้ เพอื่ เป็นการสบื สานประเพณีและวฒั นธรรมของชาวไทยเช้อื สายจนี ท่อี าศัยอยู่ในพื้นท่ีอาเภอไทรน้อย กกกกกกก3. 3.6 3.6.3 กิจกรรมในพิธีแห่เจ้าพ่อจุ้ย คือ วันแห่เจ้าพ่อจุ้ยจะมีพิธีเล้ียงพระ จากนั้น มีพิธีไหว้ปึงเถ่ากง ไหว้ปึงเถ่ามา และเชิญรูปเจ้าพ่อจุ้ยแห่รอบอาเภอไทรน้อย ชาวตลาดจะจัดโต๊ะ ท่ีหน้าบ้านเพื่อสักการบูชาเจ้าพ่อจุ้ยท่ีผ่านหน้าบ้าน มีการจุดธูปเทียนและจุดประทัดบูชาเจ้าพ่อจุ้ย เพ่อื ขอพรและความเปน็ สริ มิ งคล กกกกกกก3. 3.7 พิธแี หเ่ จ้าแม่ทองคา กกกกกกก3. 3.6 3.7.1 ประวัติความเป็นมาของพิธีแห่เจ้าแม่ทองคา เป็นเจ้าแม่ที่คนไทยเชื้อสาย จีนในอาเภอไทรน้อยให้ความเคารพ เป็นท่ียึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ ศาลเจ้าแม่ทองคาอยู่หลังตลาด ปากคลองขุนศรี ตาบลคลองขวาง อาเภอไทรน้อย งานประจาปศี าลเจา้ แม่ทองคา งานประจาปี มลี ิเกฉลอง จัดประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี กกกกกกก3. 3.6 3.7.2 ความสาคัญของพิธีแห่เจ้าแม่ทองคา เป็นท่ียึดเหน่ียวในทางจิตใจ เพ่ือขอ พรและเพอ่ื ความเป็นสริ มิ งคลในชวี ติ และเป็นการสืบสานประเพณีวฒั นธรรม ทอ้ งถน่ิ อาเภอไทรน้อย กกกกกกก3. 3.6 3.7.3 รายละเอยี ดประเพณแี ห่เจ้าแมท่ องคา ทาพิธเี ซ่นไหวเ้ จา้ แมท่ องคาตาม ธรรมเนียมจนี โบราณ เชญิ เจ้าแมเ่ ข้าขบวนแห่ ชาวบา้ นต้งั เครอื่ งบูชา มกี ารจุดธูปเทียน จดุ ประทัด ชาวตลาดปากคลองขุนศรจี งึ นบั ถือเจา้ แมท่ องคาและไดส้ รา้ งศาลตามแบบสถาปตั ยกรรมจีนที่สวยงาม กกกกกกก3. 3.8 เทศกาลสาคัญและประเพณขี องชาวไทยมสุ ลมิ กกกกกกก3. 3.6 3.8.1 ประวัติความเปน็ มาของเทศกาลสาคญั และประเพณขี องชาวไทยมุสลมิ ประวัติความเป็นมาเทศกาลสาคัญและประเพณีของชาวไทยมุสลิม เป็นหลักคาสอนท่ีสอดคล้องกับ ธรรมชาติของมนุษย์ ทั้งน้ีเพื่อให้การปฏิบัติตนเป็นไปด้วยความสะดวกและเรียบง่าย โดยเร่ิมต้นจาก ความศรัทธาต่ออัลลอฮ์ผูส้ รา้ ง การปฏิบตั ิศาสนกจิ การขัดเกลาจิตใจใหส้ ะอาด มศี ีลธรรมและสามารถ ครองตนอยู่รว่ มกบั ผู้อืน่ ในสงั คม
กกกกกกก3. 3.6 3.8.2 ความสาคัญของเทศกาลสาคัญและประเพณีของชาวไทยมุสลมิ การปฏิบตั ิ ตาม และการนอบน้อมต่ออัลลอฮ์พระผู้เป็นเจ้า พร้อมกันน้ี พระองค์ ได้แต่งต้ังมุฮัมมัด บุตรของ อับดลุ ลอฮ์ เป็นศาสดานาพามนษุ ย์สูก่ ารใหค้ วามเป็นเอกะแด่พระองค์ในการเปน็ พระผู้อภิบาล และการเปน็ พระเจา้ กกกกกกก3. 3.6 3.8.3 รายละเอยี ดเทศกาลสาคัญและประเพณขี องชาวไทยมสุ ลิม กกกกกกก3. 3.6 3.8.3 การถือศีลอด (ถือบวช) การท่ีบคุ คลละเวน้ อาหารและเคร่ืองดื่ม กกกกกกก3. 3.6 3.8.3 วันฮารีรายอ (อดี ิลฟติ ร)ิ เปน็ วนั ออกบวชเมื่อครบกาหนด 1 เดือน ของการ ถือศลี อดในเดือนรอมฎอน กกกกกกก3. 3.6 3.8.3 พธิ แี ต่งงาน มีการประกอบพิธแี ต่งงาน เจา้ บา่ วเจา้ สาวรว่ มทาพิธีละหมาด และขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า เม่ือเสร็จพิธีทางศาสนาแล้วมีการเล้ียงอาหารผู้ท่ีมาร่วมงาน กกกกกกก3. 3.6 3.8.3 พธิ โี กนผมไฟ เด็กมสุ ลมิ เมื่อแรกเกิดจะมีพธิ โี กนผมไฟให้แกเ่ ด็กภายใน 7 วนั นับตั้งแตว่ ันทเ่ี กิด 4. บทที่ 4 วธิ กี ารทางภมู ิศาสตร์และประวัติศาสตร์ศึกษาไทรน้อยนา่ เรยี นรคู้ ู่นนทบรุ ี 4. 4.1 วิธีการทางภูมศิ าสตร์ มี 4 ข้นั ตอน ได้แก่ (1) กาหนดวัตถุประสงค์ (2) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการปฏิบัติภาคสนามและสัมภาษณ์ (3) นาข้อมูลมาวิเคราะห์และจดั หมวดหมู่ และ (4) สรุปนาเสนอข้อมูลและเขยี นรายงาน 4. 4.2 วิธีการทางประวัติศาสตร์ มี 5 ข้ันตอน ได้แก่ (1) การกาหนดประเด็นศึกษา (2) การสืบค้นและรวบรวมข้อมูล (3) การวิเคราะห์และตีความข้อมูล (4) การคัดเลือกและประเมิน ข้อมลู และ (5) การเรยี บเรียงรายงานข้อเทจ็ จริง กกกกกกก5. บทที่ 5 การสืบสานและอนุรักษป์ ระเพณีและการดูแลสถานท่ีทอ่ งเท่ียวทส่ี าคญั กกกกกกก5. 5.1 การสืบสานประเพณี หมายถึง การพฒั นาและสบื ทอดประเพณที ดี่ งี าม ทเ่ี ปน็ รากฐานในการดาเนินชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชนและสังคม เป็นกระบวนการท่ีสาคัญท่ีจะทานุ บารุงและรักษาไว้ซึ่งประเพณีให้คงอยู่ไม่สูญหาย จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง และการอนุรักษ์ ประเพณี หมายถึง การดารงรักษาวิถีแห่งการดาเนินชีวิตที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา เป็นประเพณีที่ดีงาม ของคนในสังคมน้นั ๆ ให้คงอยู่ตอ่ ไป กกกกกกก5. 5.2 การดูแลสถานท่ีท่องเท่ียวท่ีสาคัญ หมายถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีส่วนรว่ ม การดแู ลสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วท่ีสาคัญ เกดิ จิตสานกึ ทีด่ ตี อ่ การดูแลสถานทีท่ อ่ งเทย่ี ว กกกกกกก5. 5.3 ความสาคัญของการสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีมีความสาคัญ คือ เป็นการสร้าง ทัศนคติความรู้และความเข้าใจให้ทุกคนมีหน้าที่เสริมสร้าง ฟื้นฟู และการดูแลรักษาสืบสานและ อนุรักษ์ประเพณีไทยท่ีเป็นสมบัติของคนในชุมชนสืบต่อไป และการดูแลสถานท่ี หมายถึง ให้ชุมชน มีความรู้สึกว่าสถานที่ท่องเที่ยวเป็นของตน เพื่อให้มีความรู้สึกรักและหวงแหน จะได้ช่วยกันดูแลรักษา เป็นมรดกตกทอด ของคนในท้องถิ่นน้ัน ให้คงสภาพที่ดีสืบต่อไป กกกกกกก5. 5.4 วธิ กี ารสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีและการดแู ลสถานท่ีทอ่ งเท่ยี วทสี่ าคัญ ไดแ้ ก่ (1) การทาคลิปวดี ิทัศน์ (Video) เผยแพร่ และ (2) การทาแผ่นพบั เผยแพร่
ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั กกกกกกก1. บอกและอธิบายบริบทพน้ื ฐานอาเภอไทรนอ้ ย สถานท่ีสาคญั และแหล่งท่องเที่ยว ในอาเภอไทรน้อย ประเพณีที่สาคญั วิธีการทางภูมศิ าสตร์และประวตั ศิ าสตร์ศกึ ษาไทรน้อยน่าเรียนรู้ คนู่ นทบุรีกการสืบสานและอนุรกั ษป์ ระเพณีและการดูแลสถานที่ทอ่ งเทยี่ วท่ีสาคัญได้ กกกกกกก2. นาความรู้ความเข้าใจท่ีไดศ้ ึกษาไทรน้อยน่าเรยี นรคู้ ูน่ นทบุรี มาทากิจกรรมท้ายบทได้ กกกกกกก3. ตระหนักถึงความสาคัญ เห็นคุณค่า ของการศึกษาไทรน้อยน่าเรยี นร้คู นู่ นทบุรี ขอบข่ายเน้อื หา กกกกกกกหนังสอื เรียนสาระพัฒนาสังคม รายวิชา สค33161 ไทรน้อยนา่ เรยี นรู้คู่นนทบุรี ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน 5 บท ดงั น้ี กกกกกกกบทที่ 1 เร่ืองบริบทพนื้ ฐานอาเภอไทรน้อย กกกกกกกบทที่ 2 เรอ่ื งสถานทส่ี าคัญและแหลง่ ท่องเท่ียวในอาเภอไทรน้อย กกกกกกกบทท่ี 3 เรือ่ งประเพณีท่ีสาคัญ กกกกกกกบทท่ี 4 วธิ กี ารทางภมู ศิ าสตร์และประวัติศาสตรศ์ กึ ษาไทรน้อยนา่ เรยี นรู้คู่นนทบุรี กกกกกกกบทที่ 5 การสืบสานและอนรุ ักษป์ ระเพณแี ละการดูแลสถานที่ทอ่ งเที่ยวทีส่ าคญั สื่อประกอบการเรียน กกกกกก 1. บทท่ี 1 บริบทพน้ื ฐานอาเภอไทรน้อย กกกก 1.1 หนังสอื วดั ในอาเภอไทรน้อย ผแู้ ต่ง พิศาล บญุ ผกู ปีทพี่ มิ พ์ 2551 บริษทั อมรนิ ทร์พรนิ้ ติ้งแอนด์พบั ลชิ ชงิ่ จากดั (มหาชน) 1.2 หนังสือภมู นิ ามอาเภอไทรน้อย ผ้แู ตง่ พิศาล บุญผูก ปีที่พมิ พ์ 2552 บริษทั อมรนิ ทรพ์ ร้นิ ต้ิงแอนด์พบั ลชิ ช่งิ จากัด (มหาชน) 1.3 ภูมิบา้ นนามเมอื งนนท์ ผแู้ ต่ง สานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นนทบุรี ม.ป.ป. Lighting Design Agency 1.4 อตั ลักษณ์ทางวฒั นธรรมเมืองนนทบรุ ี สานักงานจงั หวดั นนทบรุ ี ปที ่ีพิมพ์ 2558 และสานักงานวัฒนธรรมจังหวดั นนทบุรี Lighting Design Agency กกกกกกก 1.5 สบื คน้ จาก Google.co.th หนงั สอื ภมู นิ ามอาเภอไทรน้อย ผูแ้ ตง่ พิศาล บญุ ผูก www.http://library.tcdc.or.th/record/view/b00023217 1.6 หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอไทรน้อย ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี 02-597-1123 1.7 ทีว่ ่าการอาเภอไทรน้อย เลขที่ 10/7 หมู่ที่ 1 ถนนเทศบาล 2 ตาบลคลองขวาง กกกกกก 2. บทที่ 2 สถานท่ีสาคัญและแหลง่ ท่องเทีย่ วอาเภอไทรน้อย
2.1 หนังสอื วัดในอาเภอไทรนอ้ ย ผแู้ ตง่ พิศาล บุญผกู ปที พ่ี มิ พ์ 2551 บริษัท อมรินทร์พริ้นตง้ิ แอนดพ์ บั ลิชช่งิ จากัด (มหาชน) กกกกกกก2. 2.2 สืบคน้ จาก Google.co.th หนงั สอื ภูมนิ ามอาเภอไทรน้อย ผแู้ ต่ง พิศาล บญุ ผูก www.http://library.tcdc.or.th/record/view/b00023217 กกกกกก 2.3 ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอไทรน้อย ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี 02-597-1123 2.4 ทว่ี ่าการอาเภอไทรน้อย เลขที่ 10/7 หมู่ท่ี 1 ถนนเทศบาล 2 ตาบลคลองขวาง กกกกกก 3. บทที่ 3 ประเพณีท่สี าคญั 3.1 หนังสือภมู นิ ามอาเภอไทรนอ้ ย พิศาล บุญผูก ปีทพ่ี ิมพ์ 2552 บริษทั อมรนิ ทรพ์ ริน้ ต้ิงแอนด์พับลชิ ชงิ่ จากัด (มหาชน) 3.2 สืบค้นจาก Google.co.th หนังสือภูมนิ ามอาเภอไทรน้อย ผแู้ ตง่ พิศาล บุญผูก www.http://library.tcdc.or.th/record/view/b00023217 3.4 ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอไทรน้อย ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบรุ ี 02-597-1123 กกกกกก 4. บทที่ 4 วิธีการทางภมู ิศาสตรแ์ ละประวตั ิศาสตร์ศกึ ษาไทรน้อยนา่ เรยี นรคู้ ู่นนทบุรี กกกกกก 4. 4.1 หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ ป.5. รศ. ดร.ไพฑูรย์ มีกุศล และ คณะ. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551. ผลติ และจดั จาหนา่ ยโดย บรษิ ัท สานักพมิ พ์วัฒนาพานชิ จากดั . 4.2 วัดในอาเภอไทรน้อย พิศาล บุญผูก 2551 บริษัท อมรินทร์พร้ินติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จากัด (มหาชน) 4.3 หนังสือภูมินามอาเภอไทรน้อย พิศาล บุญผูก 2552 บริษัท อมรินทร์พร้ินต้ิงแอนด์ พับลิชซิง่ จากัด (มหาชน) 4.4 ภูมิบ้านนามเมืองนนท์ สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี ม.ป.ป. Lighting Design Agency 4.5 อตั ลกั ษณท์ างวฒั นธรรมเมืองนนทบรุ ี สานกั งานจังหวัดนนทบุรี 2558 และ สานกั งานวฒั นธรรมจงั หวัดนนทบุรี Lighting Design Agency 4.6 สืบค้นจาก Google.co.th หนงั สือภมู นิ ามอาเภอไทรน้อย พิศาล บุญผกู www.http://library.tcdc.or.th/record/view/b00023217 4.7 ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร.์ หสั ยา รอดย้มิ และสุนิศา หกึ ขนุ ทด. ส่ือการเรียนการสอนออนไลน์. สบื ค้นจาก www. http://tinnagorn05.blogspot.com 4.8 สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม วิธีการทางประวัติศาสตร์ วรรณา ไชยศรี สบื ค้นจาก https://wanna500.wordpress.com 4.9 หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอไทรน้อย ต้งั อยหู่ มู่ที่ 6 ตาบลไทรนอ้ ย อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี 11150 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2010-5719 4.10 หอ้ งสมดุ กศน.ตาบล จานวน 7 แหง่ ในพ้ืนทอ่ี าเภอไทรนอ้ ย
กกกกกก 5. บทท่ี 5 การสบื สานและอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมประเพณี 5.1 หนงั สอื ตัดต่อวดี ีโอ ง่ายนิดเดียว ทวีทรัพย์ จติ ตวิ ัฒนานกุ ลุ ปีท่พี ิมพ์ 2545 ปที ีพ่ ิมพ์ ม.ป.ป. 5.2 รูปแบบของสื่อ Mobile Content ประเภทวดี ิโอคลิป (Video clip) ชื่อผู้เขียน/ หน่วยงานท่ีโพสต์นายอมรเทพ เทพวิชิต สบื ค้นจาก https://ceit.sut.ac.th/km/wpcontent/ uploads/2013/04/mobilecontent_vdoclip.pdf 5.3 การทาแผ่นพบั word แบบง่าย ๆ สอนเป็นขั้นตอน ทรงอาจ ทูเดย์ สบื ค้นจาก www. https://www.songarj.today/make-a-brochure/ 5.4 แผน่ พบั วรพงศ์ วรชาตอิ ุดมพงศ์ http://kanlayanee.ac.th/wbiprinting /WBI/wbi_7/Lesson/compos_13.htm 5.5 แผน่ พบั คือ อโณทยั เชย่ี วชาญ http://anothai573.blogspot.com /2011/06/blog-post_20.html 5.6 แผ่นพบั จนั ทนา ทองประยูร http://kanlayanee.ac.th/wbiprinting /WBI/wbi_7/Lesson/compos_13.htm 5.7 การทาแผ่นพบั https://www.songarj.today/make-a-brochure/ 5.8 ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอไทรน้อย ถนนเทศบาล 1 ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรนอ้ ย จังหวดั นนทบุรี 11150 หมายเลขโทรศัพท์ 02-5971-123, 02-0105-719
บทท่ี 1 เรือ่ ง บริบทพ้ืนฐานอาเภอไทรนอ้ ย สาระสาคัญ กกกกกกก1. ประวัติความเป็นมา อาเภอไทรนอ้ ยเดมิ เปน็ กิง่ อาเภอไทรน้อย ซ่ึงแยกออกมาจากอาเภอ บางบัวทอง และภายหลงั ไดย้ กระดบั เป็นอาเภอไทรน้อย ประกอบดว้ ย 7 ตาบล และ 1 เทศบาล ได้แก่ ตาบลไทรน้อย ตาบลไทรใหญ่ ตาบลหนองเพรางาย ตาบลราษฎร์นิยม ตาบลขุนศรี ตาบลทวีวัฒนา ตาบลคลองขวาง และเทศบาลตาบลไทรน้อย กกกกกกก2. ทต่ี ง้ั อาเภอไทรนอ้ ย อาเภอไทรนอ้ ย ตงั้ อยู่ทางทศิ ตะวนั ตกเฉียงเหนือของจงั หวัดนนทบุรี อยูใ่ นเขตปกครอง ของจงั หวัดนนทบุรี มีอาณาเขตตดิ ตอ่ ดังน้ี 2.1 ทิศเหนือติดต่อกับตาบลสามเมือง อาเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2.2 ทิศใต้ติดต่อกับตาบลบ้านใหม่ อาเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และ ตาบลคลองโยง อาเภอพทุ ธมณฑล จังหวดั นครปฐม 2.3 ทิศตะวันออกติดต่อกับตาบลบางคูรัด อาเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และ ตาบลหนา้ ไม้ อาเภอลาดหลมุ แกว้ จงั หวดั ปทุมธานี 2.4 ทิศตะวนั ตกตดิ ต่อกบั ตาบลบางภาษี อาเภอบางเลน จงั หวดั นครปฐม 3. การปกครองของอาเภอไทรน้อย อาเภอไทรน้อยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การปกครองส่วนภูมภิ าค และการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น กกกกกกก4. สภาพประชากร สภาพเศรษฐกจิ ดา้ นการศึกษา และด้านศาสนา
4.1 สภาพประชากร ประชากรอาเภอไทรน้อย ข้อมูลปี พ.ศ. 2561 มจี านวนประชากร 46,754 คน ประกอบดว้ ยหลากหลายชาตพิ ันธ์ุ แบง่ ออกได้ 4 กลมุ่ ไดแ้ ก่ ชาวไทย ชาวไทยเชอื้ สายรามญั (มอญ) ชาวไทยมสุ ลมิ และชาวไทยเชือ้ สายจนี 4.2 สภาพเศรษฐกิจ 4.2.1 อาชีพของประชากร ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทานา รองลงมาเปน็ การทาสวนผลไม้ ไม้ดอกไมป้ ระดับ สวนผัก และมกี ารเลย้ี งสัตวบ์ า้ งเลก็ น้อย อาชีพนอกภาคเกษตรกรรมที่สาคัญ ได้แก่ การคา้ ขาย และการรบั จา้ งทวั่ ไป 4.2.2 สภาพเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของอาเภอไทรน้อย รายได้ของครัวเรือนส่วนใหญ่ มาจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทานา ในปี พ.ศ. 2560 พบว่ามรี ายได้ เฉลี่ย 299,221 บาทตอ่ ครวั เรอื น (ข้อมลู โดยสานักงานสถิตจิ งั หวดั นนทบุร)ี 4.3 ดา้ นการศึกษา ด้านการศึกษาของอาเภอไทรน้อย ประกอบดว้ ย โรงเรียน ระดับประถมศึกษา มีท้ังหมด 8 แห่ง โรงเรยี นระดบั มธั ยมศึกษา มีทั้งหมด 5 แห่ง และระดบั มหาวิทยาลยั มที งั้ หมด 2 แหง่ รวมมีสถานศึกษา 15 แห่ง 4.4 ดา้ นศาสนา วดั ในอาเภอไทรน้อย มีทัง้ หมด 15 แหง่ สานักสงฆม์ อญรามัญ 1 แหง่ และมัสยิด ท้งั หมด 2 แห่ง กกกกกกก5. บคุ คลสาคัญของอาเภอไทรนอ้ ย ได้แก่ 5.1 พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) เป็นผทู้ ีท่ าคณุ ประโยชน์แกป่ ระชาชนในอาเภอไทรน้อย เป็นอย่างมาก โดยได้ร่วมทุนกับคณะจัดต้ังเป็นบริษัทด้วยเงินทุน 32,000บาท ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตขุดคลองแยกจากคลองบางบัวทอง ไปทางทิศตะวันตกผ่านป่ากระทุ่มมืด เป็นคลองส่งน้าให้ประชาชนเข้าไปจับจองที่ดินสองฝ่ังคลองประกอบอาชีพเกษตรกรรมจนขยายเป็น ชุมชนเป็นจานวนมาก 5.2 ขุนศรีราษฎรน์ ยิ ม (พร มัณยานนท์) ชาวไทยเชื้อสายมอญที่ได้เข้ามาจบั จองทา ประโยชน์ในที่ดินป่ากระทุ่ม ต่อมานายพร มัณยานนท์ ได้รับการแต่งต้ังให้เป็นกานันคนแรกของ ตาบลไทรใหญ่ และมีความขยัน และทาประโยชน์แก่ราษฎรที่เข้าจับจองท่ีดินที่ตาบลไทรใหญ่ ได้รับ พระราชทานบรรดาศกั ด์ิเปน็ ขุนศรีราษฎรน์ ิยม และเปน็ ต้นสกลุ มัณยานนท์ เพือ่ เปน็ อนสุ รณค์ ณุ งาม ความดขี องขุนศรรี าษฎรน์ ิยม 5.3 หม่อมแชม่ กฤดากร ณ อยธุ ยา เปน็ ชาวไทยเชอื้ สายมอญ ได้ทาคุณประโยชน์ อย่างมากแก่ราษฎรในจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม ในการประกอบอาชีพการเกษตร ซ่ึงใน ปัจจุบันน้ีมีการปลูกพืช นอกจากการทานา เช่น การปลูกกระเจี๊ยบมอญ ซ่ึงชาวบ้านคลองหม่อมแช่ม ปลูกกันมาก เป็นสินค้าส่งออกไปจาหน่ายท่ีประเทศญ่ีปุ่น สร้างรายได้จานวนมากให้กับชุมชน นอกจากนน้ั ไดบ้ ริจาคท่ีดนิ ใหส้ รา้ งวดั และได้อปุ ถัมภใ์ นการสรา้ งวดั ขน้ึ ในชมุ ชน อีกท้ังยังไดเ้ ป็นแหล่ง การศกึ ษาของเยาวชนในชุมชนให้ไดร้ ับการศกึ ษาจากโรงเรียนวัดสโมสรท่สี รา้ งข้นึ อกี ดว้ ย 5.4 พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) ได้ทาคุณประโยชน์แก่ผู้คนในอาเภอ ไทรน้อย เช่น ด้านการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน ด้านการพัฒนาชุมชน โครงการขุดคลอง โครงการสูบน้าเข้านา นาไฟฟ้าสู่ชุมชนราษฎร์นิยม ทาถนนเข้าหมู่บ้าน การผลิตถังส้วม อ่างล้างเท้า
เพ่ือรณรงค์ให้ชาวบ้านได้มีสุขอนามัยที่ดี สร้างสถานีอนามัยเพ่ือประโยชน์ของชาวบ้าน สร้างประปา ในหมูบ่ า้ น การสง่ เสรมิ นสิ ยั ประหยดั และการรูจ้ กั ออมเงนิ ส่งเสรมิ ชาวบ้านให้รู้จกั ตัง้ ฉางข้าว ในชมุ ชน และงานสาธารณะสงเคราะห์อ่นื ๆ 5.5 นายปรชี า ลุประสงค์ เป็นชาวนาตาบลราษฎร์นยิ ม อาเภอไทรนอ้ ย จังหวัดนนทบุรี เปน็ ผู้มีบทบาทสาคัญคนหนึ่งในอาเภอไทรน้อย จังหวดั นนทบรุ ี โดยได้ทาคุณประโยชน์ ด้านการเกษตรอย่างมากแก่ชาวนา ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ไปศึกษาดูงาน การเกษตรที่ประเทศไต้หวันในนามของชาวนาจากประเทศไทย เป็นผู้ริเริ่มในการปลูกพืชผัก ทีจ่ าเป็นตอ้ งใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั และปลกู ผลไม้อนื่ ๆ และเปน็ ผู้จัดต้งั โรงสขี ้าวของสหกรณ์ และ ไดร้ ับความช่วยเหลือจากรัฐบาลประเทศนวิ ซีแลนด์ 5.6 นายยวง เขยี วนลิ ได้สรา้ งคณุ ประโยชนแ์ กอ่ าเภอไทรน้อยและประเทศ คือ สร้างฐานการเรียนรู้ในพ้ืนที่ของตนเองเพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้การทาการเกษตรตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เป็นอาสาสมัครให้กับส่วนราชการต่าง ๆ ช่วยถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวัง ผลตอบแทน มีการรวมกลุ่ม และสร้างเครือข่ายเช่ือมโยงระหว่างชุมชนท้ังในจังหวัดและระหว่าง จังหวัดเพ่ือช่วยเหลือในการดาเนินกิจกรรมทางการเกษตร และยังมีการเผยแพร่ผลงานผา่ นสอื่ ต่าง ๆ อกี จานวนมาก ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวงั กกกกกกก1. บอกและอธิบายบริบทพน้ื ฐานอาเภอไทรนอ้ ย กกกกกกก2. ตอบกิจกรรมท้ายบทบรบิ ทพื้นฐานอาเภอไทรน้อย ขอบขา่ ยเนือ้ หา กกกกกกกเรื่องท่ี 1 ประวัตคิ วามเป็นมา กกกกกกกเร่อื งท่ี 2 ทตี่ งั้ อาเภอไทรน้อย กกกกกกกเรื่องท่ี 3 การปกครอง กกกกกกกเร่ืองท่ี 4 สภาพภูมศิ าสตร์ กกกกกกกเร่ืองท่ี 5 บุคคลสาคญั ของอาเภอไทรนอ้ ย สือ่ ประกอบการเรียน กกกกกกก1. ภูมินามอาเภอไทรนอ้ ย พิศาล บุญผูก มนี าคม พ.ศ. 2552 จัดพมิ พ์และเผยแพรโ่ ดย โครงการการจดั การสารสนเทศจากภมู ิปญั ญาท้องถิ่นดา้ นนนทบรุ ี ศกึ ษาเพื่อส่งเสรมิ บริหารห้องสมดุ ส่ชู ุมชน สานกั บรรณสารสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช กกกกกกก2 ภมู ิบ้าน นามเมืองนนทบรุ ี สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบรุ ี เบอรโ์ ทรศัพท์ 02-580-1348 ปีท่ีพมิ พ์ ม.ป.ป.
กกกกกกก3. ประวัติความเป็นมาอาเภอไทรน้อย สานกั งานพัฒนาชุมชนอาเภอบางบวั ทอง จงั หวดั นนทบุรี กระทรวงมหาดไทย http://district.cdd.go.th/bangbuathong/about กกก ก เรื่องที่ 1 ประวตั คิ วามเปน็ มา กกกกกกก อาเภอไทรน้อย เดิมช่ือว่าตาบลหนองไทร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อาเภอไทรน้อยมีสภาพพื้นที่เป็นป่าทึบ มีต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น เช่น ต้น ไทร ต้นยาง ต้นประดู่ ต้นกระทุ่ม มีอยู่เป็นจานวนมาก จึงได้ชื่อว่า “ป่ากระทุ่มมืด” ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขุดคลองทวีวัฒนา และคลอง นราภิรมย์ ระหว่าง พ.ศ. 2420 - 2423 เพื่อให้ประชาชนใช้ในการเกษตรกรรม ทาให้มีผู้คนหลั่งไหล เข้าไปจับจอง บุกเบิกป่ากระทุ่มมืด ใช้พื้นท่ีประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่อมีประชากร มากข้ึน จึงเกิดเป็นชุมชน ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของอาเภอบางบัวทอง ต่อมาทางราชการเห็นว่า อาเภอบางบัวทองมีพื้นท่ีกว้างขวาง และจานวนประชากรเพิ่มขึ้น ดูแลทุกข์สุขได้ไม่ท่ัวถึง ประชากร เดินทางมาติดต่อราชการไม่สะดวก โดยเฉพาะตาบลไทรน้อย ตาบลไทรใหญ่ ตาบลราษฎร์นิยม และ ตาบลหนองเพรางาย ซ่ึงอยู่ห่างจากตัวอาเภอบางบัวทองมากที่สุด จึงแบ่งท้องท่ี 4 ตาบลน้ีเป็น กิ่งอาเภอไทรน้อย เมื่อวันท่ี 1 เดือน มกราคม พ.ศ. 2491 และเมื่อมีประชากรหนาแน่นขึ้น มีความ เจริญมากขึ้น จึงยกฐานะเป็นอาเภอไทรน้อย ในวันท่ี 6 เดืน มิถุนายน พ.ศ. 2499 โดยแบ่งเขตการ ปกครองย่อยออกเป็น 7 ตาบล และปัจจุบันแบ่งเป็น 7 ตาบล 1 เทศบาล ประกอบด้วย ตาบลไทรน้อย ตาบลไทรใหญ่ ตาบลหนองเพรางาย ตาบลราษฎรน์ ยิ ม ตาบลขุนศรี ตาบลทววี ัฒนา ตาบลคลองขวาง และเทศบาลตาบลไทรน้อย กกกกกกก กลา่ วโดยสรุป อาเภอไทรน้อยเดิมเป็นกิ่งอาเภอไทรนอ้ ย ซงึ่ แยกออกมาจาก อาเภอบางบัวทอง และภายหลงั ไดย้ กระดบั เป็นอาเภอไทรน้อย ประกอบดว้ ย 7 ตาบล และ 1 เทศบาล ไดแ้ ก่ ตาบลไทรน้อย ตาบลไทรใหญ่ ตาบลหนองเพรางาย ตาบลราษฎรน์ ยิ ม ตาบลขุนศรี ตาบลทวีวฒั นา ตาบลคลองขวาง และเทศบาลตาบลไทรนอ้ ย เรอื่ งที่ 2 ทตี่ ั้งอาเภอไทรนอ้ ย อาเภอไทรน้อย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวดั นนทบุรี อยู่ในเขตปกครอง ของจังหวัดนนทบรุ ี มอี าณาเขตติดต่อ ดงั นี้ 2.1 ทิศเหนือติดต่อกับตาบลสามเมือง อาเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2.2 ทิศใตต้ ิดต่อกับตาบลบ้านใหม่ อาเภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี และตาบลคลองโยง อาเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 2.3 ทศิ ตะวนั ออกตดิ ตอ่ กับตาบลบางครู ดั อาเภอบางบัวทอง จงั หวดั นนทบรุ ี และตาบลหนา้ ไม้ อาเภอลาดหลุมแก้ว จงั หวัดปทมุ ธานี 2.4 ทิศตะวันตกตดิ ต่อกับตาบลบางภาษี อาเภอบางเลน จงั หวดั นครปฐม
เร่ืองท่ี 3 การปกครอง กกกกกกก การปกครองของอาเภอไทรน้อย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้ กกกกกกก 3.1 การปกครองสว่ นภูมภิ าค แบ่งออกเปน็ 7 ตาบล 68 หมู่บ้าน ได้แก่ กกกกกกก 3.1 3.1.1 ตาบลไทรน้อย มี 11 หม่บู ้าน กกกกกกก 3.1 3.1.2 ตาบลราษฎร์นยิ ม มี 8 หมบู่ ้าน กกกกกกก 3.1 3.1.3 ตาบลหนองเพรางาย มี 12 หมู่บา้ น กกกกกกก 3.1 3.1.4 ตาบลไทรใหญ่ มี 11 หมู่บา้ น กกกกกกก 3.1 3.1.5 ตาบลขนุ ศรี มี 8 หมบู่ ้าน กกกกกกก 3.1 3.1.6 ตาบลคลองขวาง มี 10 หม่บู ้าน กกกกกกก 3.1 3.1.7 ตาบลทววี ัฒนา มี 8 หม่บู ้าน กกกกกกก 3.2 การปกครองสว่ นท้องถิ่น แบ่งออกเป็นองค์การบริหารส่วนตาบล 7 แห่ง และ เทศบาล 1 แห่ง ได้แก่ กกกกกกก 3.1 3.2.1 องค์การบรหิ ารส่วนตาบลไทรน้อย กกกกกกก 3.1 3.2.2 องค์การบริหารส่วนตาบลราษฎร์นิยม กกกกกกก 3.1 3.2.3 องค์การบรหิ ารส่วนตาบลหนองเพรางาย กกกกกกก 3.1 3.2.4 องค์การบริหารส่วนตาบลไทรใหญ่ กกกกกกก 3.1 3.2.5 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลขุนศรี กกกกกกก 3.1 3.2.6 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลคลองขวาง กกกกกกก 3.1 3.2.7 องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลทววี ฒั นา กกกกกกก 3.1 3.2.8 เทศบาลตาบลไทรน้อย
กล่าวโดยสรุป อาเภอไทรน้อยแบง่ เขตการปกครองออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่ การปกครองส่วนภูมภิ าค มี 7 ตาบล 68 หม่บู ้าน และการปกครองส่วนทอ้ งถิน่ มเี ทศบาลตาบล 1 แห่ง และองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล 7 แหง่ เร่อื งที่ 4 สภาพประชากร สภาพเศรษฐกิจ ด้านการศกึ ษา และด้านศาสนา 1 สภาพประชากร 4. จานวนประชากรในอาเภอไทรนอ้ ย (ข้อมลู ปี พ.ศ. 2561) 4.1 4.1.1 จานวนหลังคาเรอื น : 11,926 หลังคาเรือน 4.1 4.1.1 จานวนประชากร : 46,754 คน 4.1 4.1.1 จานวนผูส้ งู อายุ : 5,700 คน 4.1 4.1.1 จานวนเด็กแรกเกิด ถึง 6 ปี : 2,970 คน 4.1 4.1.1 จานวนผสู้ งู อายุ ท่ีป่วยเปน็ โรคเร้ือรงั : 2,849 คน 4.1 4.1.1 จานวนสตรตี ัง้ ครรภ์ : 258 คน 4.1 4.1.1 จานวนผสู้ งู อายุ ทชี่ ่วยตนเองไมไ่ ด้ : 146 คน 4.1 4.1.1 จานวนสตรอี ายุ 35 ปี ข้นึ ไป : 12,144 คน 4.1 4.1.1 จานวนผู้พกิ าร : 385 คนกกกกกกก กลา่ วโดยสรุป ประชากรอาเภอไทรน้อย ข้อมลู ปี พ.ศ. 2561 มีจานวนประชากร 46,754 คน ประกอบด้วยหลากหลายชาติพันธุ์ แบ่งออกได้ 4 กลมุ่ ได้แก่ ชาวไทยชาวไทยเชอ้ื สายรามัญ (มอญ) ชาวไทยมสุ ลมิ และชาวไทยเช้อื สายจนี 4.1 2. อาชีพของประชากร ได้แก่ 4.1 2 อาชีพหลัก ได้แก่ ทานา การทาสวน ทาสวนผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ สวนผัก และมีการ เลยี้ งสัตวบ์ ้างเลก็ น้อย 4.1 2 อาชพี รอง ไดแ้ ก่ การค้าขาย และการรบั จ้างท่ัวไป 4.1 กล่าวโดยสรุป ประชากรประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รองลงมาประกอบ อาชพี การค้าขาย และการรบั จ้างทั่วไป 4.1 3. สภาพเศรษฐกจิ เศรษฐกิจของอาเภอไทรนอ้ ยรายได้ของครวั เรอื นส่วนใหญ่ มาจากการประกอบอาชพี เกษตรกรรม ไดแ้ ก่ การทานา สถติ เิ ม่ือปี พ.ศ. 2557 ปรากฎวา่ มรี ายได้ เฉลย่ี 200,664 บาท ต่อครวั เรือน พ.ศ. 2558 มีรายไดเ้ ฉล่ยี 299,221 บาท และ พ.ศ. 2559 มีรายได้ เฉลย่ี 301,011 บาท ตามลาดบั (ข้อมลู โดยสานักงานสถิติจังหวัดนนทบรุ ี) 4.1 4. ดา้ นการศึกษา การศึกษาของอาเภอไทรน้อย ประกอบด้วย 4.1 4. 4.1 โรงเรยี นระดับประถมศกึ ษา ได้แก่ โรงเรียนคลองตาคล้าย โรงเรียน บ้านคลองฝร่ัง โรงเรยี นชมุ ชนวดั ไทรน้อย โรงเรียนวดั ไทรใหญ่ โรงเรยี นวดั เสนวี งศ์ โรงเรียน บ้านราษฎร์นิยม จอประยูรอุปถัมป์ โรงเรยี นวัดราษฎรน์ ยิ ม และโรงเรยี นวดั ยอดพระพิมล 4.1 4. 4.2 โรงเรยี นระดบั มัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนปลายคลองขนุ ศรี โรงเรียนไทรน้อยโรงเรยี นราษฏร์นิยม โรงเรียนวดั สโมสร และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อาเภอไทรน้อย
4.1 4. 4.3 ระดบั อุดมศึกษา ไดแ้ ก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีการแพทย์ และวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี 4.3 4.3.3 กล่าวโดยสรุป ดา้ นการศึกษาของอาเภอไทรน้อย ประกอบดว้ ย โรงเรยี น ระดบั ประถมศกึ ษา มีทั้งหมด 8 แหง่ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีท้ังหมด 5 แหง่ และระดบั อดุ มศกึ ษา มที ้ังหมด 2 แห่ง รวมมีสถานศกึ ษา 15 แห่ง 4.1 5. ดา้ นศาสนา 4.1 5. 5.1 วัดในอาเภอไทรนอ้ ย ได้แก่ วดั คลองขวาง วดั คลองขนุ ศรี วัดคลองเจ้า วัดคลองตาคล้าย วัดไทรน้อย วัดไทรใหญ่ วัดปลายคลองขุนศรี วัดเพรางาย วัดมะสง วัดลากค้อน วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต วัดยอดพระพิมล วัดราษฎร์นิยม วัดสโมสร วัดเสนีวงศ์ และสานักสงฆ์มอญ (รามัญ) 4.1 5. 5.2 มสั ยิดในอาเภอไทรนอ้ ย ไดแ้ ก่ มสั ยิดบญี าอิลมุสลมี นี มัสยิดอลั ฮดุ าบา้ น คลองโต๊ะน้ยุ 4.1 5. 5.2 กล่าวโดยสรุป วดั พุทธศาสนาในอาเภอไทรน้อย มที งั้ หมด 15 แหง่ สานักสงฆม์ อญ (รามัญ) 1 แห่ง และมัสยดิ ทง้ั หมด 2 แห่ง บทที่ 5 บคุ คลสาคัญของอาเภอไทรนอ้ ย กกก 5บคุ คลสาคญั ของอาเภอไทรนอ้ ยมี 6 คน ได้แก่ พระราชาภมิ ณฑ์ (เพ็ง) ขนุ ศรีราษฎร์นิยม (พร มณั ยานนท์) หม่อมแชม่ กฤดากร ณ อยุธยา พระครปู ระชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) นายปรชี า ลุประสงค์ และนายยวง เขยี วนิล โดยมคี วามสาคัญดังนี้ กกก 51. พระราชาภิมณฑ์ เดิมชอื่ เพง็ เป็นบตุ รหลวงพิพธิ ภูษา เกดิ เม่ือ พ.ศ. 2389 รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลา้ เจา้ อยู่หวั รับราชการตาแหนง่ พนกั งานเคร่ืองเบ็ดเสร็จ ในกรมภษู ามาลา สมยั รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว เดิมไดด้ ารงตาแหน่งปลัดเวรอยู่กรมภษู ามาลา จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นขุนทิพสมบัติ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม เลื่อนขึ้นเป็น พระราชาภิมณฑ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกฎสยาม ช้ันท่ี 4 ภัทราภรณ์ช้างเผือก ช้ันที่ 5 ทิพยาภรณ์เหรียญดุษฎีมาลาและเหรียญรัชฎาภิเศกมาลา พระราชาภมิ ณฑ์ (เพง็ ) ถงึ แกก่ รรมเมอื่ วันที่ 31 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2440 รวมอายไุ ด้ 51 ปี พระราชาภิมณฑ์ (เพง็ ) ได้รว่ มทุนกับคณะจดั ตั้งเป็นบริษัทดว้ ยเงนิ ทุน 32,000 บาท ขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าตขดุ คลองแยกจากคลองบางบัวทองไปทางทิศตะวนั ตก ผ่านเขา้ ไป ในปา่ กระทุ่มมืด คลองกว้าง 6 เมตร ลึก 2.5 เมตร เปน็ คลองสง่ นา้ และใหร้ าษฎรได้เข้าจับจองท่ดี นิ สองฝ่ังคลอง เพ่ือทานาตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรง กาหนดนโยบายขยายพนื้ ทที่ านาและใหร้ าษฎรได้ทานา พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) ได้ดาเนินการขุดคลอง ต้ังแต่ พ.ศ. 2433 ครั้นถึง พ.ศ. 2440 พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) ถึงแก่กรรม บริษัทขุดคลองท่ี พระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) และคณะก่อต้ังขึ้น ได้ดาเนินการขุดคลองต่อมาจนถึง พ.ศ. 2442 ขุดถึง บริเวณวัดยอดพระพิมล ในปัจจุบัน และยุติการขุดคลองเม่ือ พ.ศ. 2442 คลองท่ีพระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) ขุดขึ้นน้ีได้นาบรรดาศักด์ิของพระราชาภิมณฑ์ (เพ็ง) มาเป็นชื่อคลอง แต่ต่อมาภายหลังทาง
ราชการโดยกรมชลประทานมีการเขียนช่ือคลองว่าคลองพระราชาพิมล แต่ชาวบ้านท่ัวไปเรียกว่า คลองพระพมิ ล ปัจจุบันมีราษฎรท่ีทาประโยชน์ที่ดินสองฝั่งคลองนี้เป็นจานวนมากเกิดเป็นชุมชนใหญ่ ตามคลองและบริเวณใกล้เคียง เปน็ ทต่ี งั้ อาเภอบางบวั ทอง และอาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี ต่อมา มีการขุดคลองพระราชาพิมลไปบรรจบแม่น้าท่าจีนที่อาเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และขุดคลอง ลากค้อนแยกจากคลองพระราชาพิมลไปบรรจบคลองพระยาบันลือ ท่ีอาเภอลาดบัวหลวง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ราษฎรท้ังในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ใช้ ประโยชน์ท้ังการเกษตรและการคมนาคม ตั้งแต่ มีการขุดคลองจนถึงปัจจุบัน ผลงานของพระราชาภิ มณฑ์ (เพ็ง) ได้สร้างประโยชน์อย่างมหาศาล แก่ผู้คนในอาเภอไทรน้อย อาเภอบางบัวทอง จังหวัด นนทบรุ ี จังหวัดนครปฐม และจังหวดั พระนครศรีอยุธยา มาจนถงึ ปจั จบุ ันนี้ กกกกกกก กล่าวโดยสรุป พระราชาภิมณฑ์ (เพง็ ) เปน็ ผู้ทท่ี าคณุ ประโยชน์แก่ประชาชนใน อาเภอไทรน้อยเป็นอย่างมาก โดยได้ร่วมทุนกับคณะจัดต้ังเป็นบริษัทด้วยเงินทุน 32,000 บาท ขอพระราชทานพระบรมราชานญุ าตขุดคลองแยกจากคลองบางบวั ทอง ไปทางทิศตะวนั ตกผ่าน ป่ากระทุ่มมืด เป็นคลองส่งน้าใหป้ ระชาชนเข้าไปจับจองที่ดินสองฝง่ั คลองประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนขยายเปน็ ชมุ ชนเป็นจานวนมาก 2. ขุนศรีราษฎร์นิยม (พร มัณยานนท์) เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ และเป็นผู้นาคนแรก ของชุมชนป่ากระทุ่มมืด ต่อมาในปี พ.ศ. 2445 ได้ยกฐานะชุมชนทางทิศตะวันออกและทิศเหนือของ ป่ากระทุ่มมืดเป็นตาบลไทรใหญ่ อยู่ในเขตปกครองของอาเภอบางบัวทอง ต่อมานายพร มัณยานนท์ ได้รับการแต่งตง้ั ใหเ้ ป็นกานนั คนแรกของตาบลไทรใหญ่ นายพร มัณยานนท์ ได้รับราชการด้วยความขยันและทาประโยชน์แก่ราษฎรที่เข้าจับ จองท่ีดินที่ตาบลไทรใหญ่ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนศรีราษฎร์นิยม และเป็นต้นสกุล มัณยานนท์ เพ่ือเป็นอนุสรณ์คุณงามความดีของขุนศรีราษฎร์นิยม (พร มัณยานนท์) คลองท่ี ขุนศรีราษฎร์นิยมได้ขุดเช่ือมคลองพระราชาพิมล และคลองพระยาบันลือ จึงใช้ชื่อว่า คลองขุนศรี ส่วนคลองห้าร้อยที่ขุดต่อไปนั้นได้นาบรรดาศักดิ์ของขุนศรีราษฎร์นิยม เป็นช่ือคลองเรียกว่าคลอง ราษฎร์นยิ ม เมอ่ื มกี ารแยกพืน้ ท่ีบางสว่ นของตาบลไทรใหญ่ ยกฐานะเป็นตาบล ไดน้ าบรรดาศกั ดิ์ของ ขุนศรีราษฎรน์ ยิ มเป็นช่ือของตาบลทีต่ ั้งขนึ้ คือตาบลราษฎร์นยิ มเชน่ เดียวกบั นามวดั ในชุมชนที่เรียกว่า วดั หา้ ร้อย ได้นามวัดใหม่ว่าวดั ราษฎร์นิยม ตามบรรดาศักดิ์ของขนุ ศรรี าษฎรน์ ยิ ม (พร มัณยานนท)์ กกกกกกก กล่าวโดยสรุป ขุนศรีราษฎร์นิยม (พร มัณยานนท์) ชาวไทยเชื้อสายมอญที่ได้เข้ามา จบั จองทาประโยชนใ์ นทด่ี ินป่ากระทุ่ม ตอ่ มานายพร มัณยานนท์ ไดร้ ับการแตง่ ตง้ั ให้เปน็ กานนั คนแรก ของตาบลไทรใหญ่ และมีความขยันและทาประโยชน์แก่ราษฎรที่เข้าจับจองที่ดินที่ตาบลไทรใหญ่ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนศรีราษฎร์นิยม และเป็นต้นสกุล มัณยานนท์ เพ่ือเป็นอนุสรณ์ คุณงามความดขี องขุนศรีราษฎร์นยิ ม
3 หม่อมแชม่ กฤดากร ณ อยุธยา หม่อมแชม่ กฤดากร ณ อยุธยา (คนท่ี 2 จากซ้าย) หม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา เป็นกุลสตรีท่ีได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประชาชนจานวน มากในอาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี และอาเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ท่ีขุดคลองส่งน้า ให้แก่ราษฎรในจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม ได้มีน้าใช้ในการทานามาต้ังแต่ประมาณ พ.ศ. 2455 จนถึงปัจจุบัน หม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ เป็นบุตรีของนายแก้ว นางทองอยู่ เกิดทบ่ี า้ นเกาะ อาเภอเมือง จังหวัดสมทุ รสาคร เม่ือวันพุธ เดือน 4 ปีมะเมยี พ.ศ. 2413 กกกกกกก หม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา เป็นผู้ท่ีมีศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ปกติจะ เป็นผู้เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรม จึงได้บริจาคทรัพย์เพื่อขุดคลองเช่ือมคลองขุนศรี อาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี และคลองลาลาดสวาย ตาบลบางภาษี อาเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เมื่อประมาณ พ.ศ. 2445 เพื่อให้ผู้คนท่ีเป็นชาวไทยเช้ือสายมอญจากจังหวัดสมุทรสาคร และจาก อาเภอพระประแดง จังหวดั สมทุ รปราการ ที่ได้เข้ามาจบั จองบุกเบิกป่ากระทุ่มมืด ได้มนี า้ เพยี งพอใน การทานา อีกท้ังได้ใช้ในการคมนาคมทางเรือด้วย เมื่อขุดคลองมีราษฎรอพยพต้ังหลักแหล่งทา ประโยชน์ในป่ากระทุ่มมืดมากขึ้น จนเป็นชุมชนชาวไทยเชอื้ สายมอญที่มีขนาดใหญ่ หม่อมแช่มจึงได้ บริจาคที่ดินริมคลองที่ขุดน้ัน จานวน 1 แปลง เน้ือที่ 15 ไร่ เพ่ือสร้างวัดในชุมชนเม่ือ พ.ศ. 2445 ผู้คนในชุมชนบ้านกระทุ่มมืด บ้านบึงลาดสวาย บ้านคลองขุนศรี ท้ังราษฎรในจังหวัดนนทบุรี และ จังหวดั นครปฐมได้รับประโยชนม์ หาศาลจากคลองท่ีหม่อมแชม่ ไดข้ ดุ ขน้ึ จึงไดน้ าชื่อของหม่อมแช่มมา เป็นชื่อคลองเรียกว่าคลองหม่อมแช่ม ชาวบ้านเรียกว่าคลองหม่อม ส่วนวัดท่ีได้สร้างขึ้นในที่ดินท่ี หม่อมแช่มได้บริจาคไว้นั้น ได้ก่อสร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์อยู่ประจาท่ีวัด เป็นวัดใหญ่วัดหนึ่งในชุมชน ชาวบ้านได้นาช่ือของหม่อมแช่มมาเป็นช่ือของวัดเช่นกันว่าวัดหม่อมแช่มหรือเรียกกันส้ัน ๆ ว่า วัดหม่อม ชุมชนที่อยู่สองฝั่งคลองหม่อมแช่มเรียกว่าบ้านคลองหม่อมแช่ม สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จมาประกอบพิธียกช่อฟ้าศาลาการเปรียญและฉลองศาลาการ เปรียญวัดหม่อมแช่มเม่ือ พ.ศ. 2463 ทรงเห็นชาวไทยเชื้อสายมอญมาร่วมงานกันอย่างมากมายจึง ทรงประทานนามวัดใหใ้ หมว่ ่าวัดสโมสรและได้ใช้เปน็ นามของวดั มาจนถงึ ทุกวนั นี้ กกกกกกก หมอ่ มแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา ได้ทาคุณประโยชนอ์ เนกอนันตแ์ กร่ าษฎรใน จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม โดยเฉพาะอย่างย่ิงราษฎรในอาเภอไทรน้อยที่ได้รับประโยชน์ อย่างมากในการประกอบอาชีพการเกษตร ซ่งึ ในปัจจบุ ันน้มี ีการปลูกพชื นอกจากการทานา เช่น การ ปลูกกระเจ๊ียบมอญ ซ่ึงชาวบ้านคลองหม่อมแช่มปลูกกันมาก และเป็นสินค้าส่งออกไปจาหน่ายท่ี ประเทศญ่ีปุ่น สร้างรายได้จานวนมากให้กับชุมชนเป็น ทั้งน้ีเพราะชาวบ้านได้อาศัยใช้น้าท่ีมีอย่าง เพียงพอตลอดปีจากคลองท่ีหม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา ได้ให้ขุดไว้ นอกจากน้ัน วัดหม่อมแช่ม หรอื วัดสโมสรท่หี ม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยธุ ยา ได้บรจิ าคทดี่ นิ ให้สร้างวัด และได้อุปถัมภ์ในการสร้าง วัดขน้ึ ในชุมชนแหง่ นี้ ไดเ้ ป็นศูนยร์ วมจติ ใจของชาวบ้านคลองหม่อมแชม่ เป็นอย่างดยี ่ิง อีกท้งั ยังได้เป็น แหล่งการศกึ ษาของเยาวชนในชุมชนให้ไดร้ ับการศกึ ษาจากโรงเรยี นวัดสโมสร ท่สี รา้ งขนึ้ อีกดว้ ย กกกกกกก กล่าวโดยสรุป หม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา เป็นชาวไทยเช้ือสายมอญ ได้ทา คุณประโยชน์อย่างมากแก่ราษฎรในจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม ในการประกอบอาชีพ การเกษตร ซ่ึงในปัจจุบนั นี้มีการปลูกพชื นอกจากการทานา เช่น การปลกู กระเจี๊ยบมอญ ซ่ึงชาวบ้าน คลองหม่อมแช่มปลูกกันมาก เป็นสินค้าส่งออกไปจาหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น สร้างรายได้จานวนมาก ให้กับชุมชน นอกจากน้ันได้บริจาคทีด่ ินใหส้ ร้างวดั และได้อปุ ถัมภ์ในการสรา้ งวดั ขึ้นในชุมชน อกี ทง้ั ยัง ได้เปน็ แหล่งการศึกษาของเยาวชนในชุมชนให้ไดร้ บั การศึกษาจากโรงเรยี นวัดสโมสรทส่ี ร้างขึ้นอีกด้วย กกกกกกก4. พระครปู ระชาธรรมนาถ (แฉง่ ฐานงั กโร)
กกกกกกก พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) นามเดิม แฉ่ง ห้วยฤทัย เกิดเมื่อวันท่ี 24 กันยายน พ.ศ. 2457 ท่ีตาบลท่าข้าม อาเภอบางขุนเทียน จังหวัดธนบุรี (ปัจจุบันเป็นแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร) บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันท่ี 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ขณะมีอายุ 14 ปี สอบได้นักธรรมเอกขณะท่ียังเป็นสามเณร อายุครบ 20 ปี พ.ศ. 2476 จึงได้ อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโคก อาเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พระมหาอินทร์ วัดโคก เป็น อุปัชฌาย์ พระมหาหยวก วัดโคก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการพวง จุฬาโร วัดราษฎร์นิยม อาเภอไทรนอ้ ย จังหวดั นนทบุรี เปน็ พระอนุสาวนาจารย์ ไดร้ บั ฉายา ฐานงั กโร กกกกกกก พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) เป็นพระเถระท่ีมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ในเรื่อง การศึกษาของเยาวชน การพัฒนาชุมชนและการพัฒนาอาชีพของราษฎรในอาเภอไทรน้อย ผลงาน ของพระครูประชาธรรมนาถ เป็นประโยชน์มหาศาลแกผ่ ู้คนในอาเภอไทรน้อยมาจนถงึ ปัจจุบัน ผลงาน ที่สาคัญ คือ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมท่ีสานักเรียนวัดราษฎร์นิยม ต้ังแต่ขณะเป็นสามเณรจนถึง พ.ศ. 2520 รวมระยะเวลาที่ปฏบิ ัตหิ น้าท่ี ครสู อนพระปริยัติธรรมประมาณ 47 ปี กกกกกกก ผลงานด้านการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน วัดราษฎร์นิยมมีที่ดินจานวน 150 ไร่ พระครปู ระชาธรรมนาถ ไดใ้ หท้ างราชการ สรา้ งสถานศึกษาในทด่ี ินของวดั ดงั น้ี กกกกกกก พ.ศ. 2502 ใหใ้ ชท้ ี่ดนิ จานวน 12 ไร่ สรา้ งโรงเรียนชมุ ชนวัดราษฎรน์ ิยม สาหรับเดก็ เล็ก และนักเรยี นระดบั ประถมศึกษาปที ี่ 1–6 กกกกกกก พ.ศ. 2519 ใหใ้ ชท้ ่ดี นิ จานวน 40 ไร่ สรา้ งโรงเรยี นมธั ยมราษฎรน์ ิยม สาหรบั นักเรียน ระดับมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1–6 กกกกกกก พ.ศ. 2536 ให้ใช้ทีด่ ินจานวน 57 ไร่ สรา้ งวิทยาลยั การอาชีพไทรน้อย ตอ่ มาเปลี่ยนชื่อ เปน็ วทิ ยาลัยเทคนิคนนทบุรี กกกกกกก ผลงานทางด้านการพัฒนาชุมชน พระครูประชาธรรมนาถเป็นผู้นาในการพัฒนา สาธารณูปโภคในตาบลราษฎร์นิยม เป็นประโยชน์แก่ผู้คนในอาเภอไทรน้อย ท้ังทางการประกอบ อาชีพและความอยู่ดีมีความสุขของชาวบ้านจานวนมากจนถึงปัจจุบันน้ี ผลงานท่ีสาคัญในการพัฒนา ชุมชน คือ การให้ชาวบ้านเลิกทานาหว่าน โดยให้เปลี่ยนเป็นทานาดาแทน เนื่องจากการทานาหว่าน ได้ผลผลิตต่า ทั้งมีหญ้าขึ้นแย่งอาหารข้าวในนาหว่านจานวนมาก จึงได้แนะนาให้ชาวนา ทานาดา แทนการทานาหว่านเพราะข้าวนาดาให้ผลผลิตสูงกว่า และป้องกันการรบกวนของหญ้าได้ดีกว่า แต่ต้องมีนา้ เพยี งพอจึงตอ้ งขุดคลองส่งน้า กกกกกกก โครงการขุดคลอง การทานาดาต้องใช้น้าจานวนมาก พระครูประชาธรรมนาถจึงได้ ดาเนินการขุดคลองเพ่ือให้น้าจากคลองขุนศรีและคลองลากค้อนได้ไหลเข้าไปในชุมชนราษฎร์นิยม ให้มีปริมาณน้าเพยี งพอแกก่ ารทานาดา คลองทีข่ ุดขน้ึ เพ่ือประโยชนด์ ังกลา่ วมี 3 คลอง คือ
คลองลัดปนั้ ยอด คลองประกอบศรรี าษฎร์ และคลองนาหมอน กกกกกกก โครงการสูบน้าเข้านา เม่ือราษฎรตาบลราษฎร์นิยมเปล่ียนจากการทานาหว่านมา ทานาดา การทานาดาได้แพร่ไปตลอดทัง้ อาเภอไทรน้อย ตอ่ มามกี ารทานาปีละ 2 ครัง้ คือการทานาปี และการทานาปรัง ปริมาณนา้ ท่ตี ้องใช้ทานามมี ากยิ่งขนึ้ โดยเฉพาะการทานาปรังในชว่ งต้น ชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีน้าเพียงพอในการทานา คลองราษฎร์นิยมและคลองอื่น ๆ ทม่ี อี ยูใ่ นตาบลคลองราษฎรน์ ิยมแห้ง ไม่มนี า้ พระครปู ระชาธรรมนาถ ดาเนินการตัง้ เครือ่ งสูบนา้ ด้วยการสูบน้าจากคลองลากค้อนและคลองขุนศรี ซึ่งเป็นคลองใหญ่มีน้าพอสูบเข้าคลองเล็ก ๆ ได้ ชาวนาจะต้องช่วยค่าใช้จ่ายในการสูบ กาหนดเวลาและวิธีการในการสูบน้าเข้านา เพื่อให้ชาวนา ได้มีน้าปลูกข้าวอย่างทั่วถึงและเสมอภาคกัน ชาวบ้านได้ประโยชน์จากการสูบน้า สามารถทานา ได้ปลี ะ 2 คร้ัง กกกกกกก นาไฟฟา้ สชู่ ุมชนราษฎร์นยิ ม ตาบลราษฎรน์ ยิ มเริม่ มีไฟฟ้าใชใ้ นหม่บู ้านตา่ ง ๆ ดว้ ยความอุตสาหะของพระครูประชาธรรมนาถ ท่ไี ดป้ ระสานงานกับนายจาเนียร พรหมมา พัฒนากร ตาบลราษฎรน์ ยิ ม อาเภอไทรนอ้ ย เพื่อนาไฟฟา้ เข้าสหู่ มู่บ้านตา่ ง ๆ ในตาบลราษฎร์นยิ ม ชาวตาบล ราษฎรน์ ยิ ม จงึ ได้มีไฟฟา้ ใชม้ าจนทกุ วันน้ี กกกกกกก ทาถนนเข้าหมบู่ ้าน โครงการพฒั นาชมุ ชนในตาบลราษฎร์นยิ ม ได้ดาเนินการมาอยา่ ง ต่อเน่ือง ภายใตก้ ารดาเนินงานของพระครูประชาธรรมนาถ ได้ให้ชาวบา้ นหมทู่ ี่ 3 ฝ่งั ตะวนั ตกทาถนน ซงึ่ มีความยาวประมาณ 320 เมตร เจ้าของทดี่ ินทุกรายไดร้ ว่ มกนั บรจิ าคทด่ี นิ ตามแนวทีท่ าถนนผา่ น และร่วมทาสะพานข้ามคลองลัดหลงั วดั ราษฎร์นยิ ม เพื่อให้ชาวบา้ นได้เดินทางมาทาบุญทว่ี ดั ราษฎรน์ ิยม ไดส้ ะดวกย่ิงขน้ึ กกกกกกก การผลิตถังส้วม อ่างล้างเท้า เพื่อรณรงค์ให้ชาวบ้านได้มีสุขอนามัยท่ีดี โดยเฉพาะอย่าง ย่ิงการรณรงค์ใหช้ าวบ้านทุกครอบครัวมสี ว้ ม พระครูประชาธรรมนาถ จงึ ไดใ้ หพ้ ระสงฆ์และสามเณร ในวัดท่มี ีเวลาช่วยกนั หลอ่ ถังสว้ มและอา่ งล้างเท้า ใหช้ าวบา้ นซือ้ ไปใช้ในราคาถูก กกกกกกก สร้างสถานอี นามยั เพอ่ื ประโยชน์ของชาวบา้ น พระครูประชาธรรมนาถไดร้ ับบรจิ าคที่ดิน จากนายยุด นางครุ นามหอม จานวน 5 ไร่ ในปี พ.ศ. 2518 ได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุข ดาเนนิ การสร้างสถานอี นามัยวดั ราษฎรน์ ยิ ม สร้างประปาในหมูบ่ ้าน พระครูประชาธรรมนาถได้จ้างช่างเจาะนา้ บาดาล และสร้างถัง เก็บน้าเพือ่ แจกจา่ ยนา้ ใหช้ าวบา้ นได้ใช้ทุกบา้ นทส่ี ามารถสง่ นา้ ถึงได้ การส่งเสริมนิสัยประหยัดและการรู้จักออมเงิน พระครูประชาธรรมนาถ นอกจาก สนับสนุนและแนะนาให้ชาวบ้านขยันทาการเกษตรเพ่ือเพ่ิมรายได้ในครัวเรือนแล้ว ยังได้แนะนา ชาวบ้านให้มีความประหยัดอดออมด้วย ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวบ้านตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อให้ เป็นธนาคารของประชาชนและให้ชาวบ้านรู้จักการประหยัดและช่วยเหลือกันตามหลักคิหิปฏิบัติใน คาสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่ีให้พุทธศาสนิกชนได้บาเพ็ญตนเพื่อประโยชน์แก่ตนเอง และประโยชน์ตอ่ ผอู้ ื่นดว้ ย ส่งเสริมชาวบ้านให้รู้จักต้ังฉางข้าวในชุมชน ผู้คนในตาบลราษฎร์นิยมเกือบทั้งหมด เป็นชาวนา แตล่ ะปีมีผลผลติ ขา้ วของชาวบา้ นจานวนมาก ฉางเก็บข้าวจึงมคี วามจาเปน็ ทีช่ าวบา้ นต้อง
ใช้เก็บข้าว พระครูประชาธรนาถจึงได้อนุญาตให้ชาวบ้านได้ใช้ท่ีดินของวัดสร้างฉางข้าว เพ่อื ประโยชนข์ องชาวบ้าน พระครูประชาธรรมนาถ นอกจากจะได้พัฒนาสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ทั้งท่ีวัด และ ภายในชุมชนอย่างมากแล้ว การพัฒนาจิตใจของชาวบ้านเปน็ เรือ่ งแรกท่ีตอ้ งทา ดังน้ัน แนวความคิด และวิสัยทัศน์ที่เด่นชัด คือ การพัฒนาคน โดยท่านมีแนวความคิดที่ชัดเจนว่า การพัฒนาคนต้องทา ก่อนการพฒั นาสิ่งอื่นใด พระครปู ระชาธรรมนาถ มรณภาพเมื่อวันท่ี 9 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2538 อายุได้ 80 ปี 11 เดือน 15 วัน พรรษา 60 กล่าวโดยสรุป พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) ได้ทาคุณประโยชน์แก่ผู้คนใน อาเภอไทรน้อย เช่น ด้านการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน ด้านการพัฒนาชุมชน โครงการ ขุดคลอง โครงการสูบน้าเข้านา นาไฟฟ้าสู่ชุมชนราษฎร์นิยม ทาถนนเข้าหมู่บ้าน การผลิตถังส้วม อ่างล้างเท้า เพ่ือรณรงค์ให้ชาวบ้านได้มีสุขอนามัยที่ดี สร้างสถานีอนามัย เพ่ือประโยชน์ของชาวบ้าน สร้างประปาในหมู่บ้าน การส่งเสริมนิสัยประหยัดและการรู้จักออมเงิน ส่งเสริมชาวบ้านให้รู้จักตั้ง ฉางขา้ วในชมุ ชน และงานสาธารณะสงเคราะห์อ่ืน ๆ กกกกกกก5. นายปรชี า ลปุ ระสงค์ กกกกกกก นายปรีชา ลุประสงค์ เดิมช่ือทองใบ เกิดเม่ือวันท่ี 6 เดือน เมษายน พ.ศ. 2446 คลอง 14 อาเภอหนองจอก จังหวัดมีนบุรี (ปัจจุบันเป็นเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตร ของนายบัว นางสุ่น ลุประสงค์ เม่ือเยาว์วัยได้เรียนหนังสือที่วัดคลองหนองจอก จังหวัดมีนบุรี อายุ 20 ปี ได้อุปสมบทท่ีวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 4 พรรษา เม่ืออายุ 26 ปี ได้สมรสกับนางสาวผิน (ยุพิน) ศรีลาคา ธิดาของผู้ใหญ่สุด ศรีลาคา ผู้ใหญ่บ้านคนแรกของตาบล ราษฎรน์ ิยม และไดป้ ระกอบอาชีพทานาทต่ี าบลราษฎร์นิยม อาเภอไทรนอ้ ย (ขณะนน้ั เป็นอาเภอ บางบัวทอง)
กกกกกกก นายปรีชา ลุประสงค์ เป็นเกษตรกรท่ีศึกษาค้นคว้าพัฒนากรรมวิธีการปลูกข้าวเป็น อย่างดี พ.ศ. 2481 ได้นาข้าวเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลศิ ของกระทรวงเกษตราธิการในนาม นายทองใบ ลุประสงค์ ซึ่งเป็นชื่อเดิม รางวัลท่ีได้รับเป็นขันน้าพานรอง พันธ์ุข้าวที่เข้าประกวดได้รับ รางวัลชนะเลิศ คือพันธุ์ข้าวนางตานี ต่อมาได้รับเลือกให้ดารงตาแหน่งประธานสหกรณ์การเกษตร อาเภอไทรน้อย ตอ่ อกี จนมอี ายุ 80 ปี จงึ ลาออก เนือ่ งจากชราภาพ กกกกกกก พ.ศ. 2510 นายปรชี า ลุประสงค์ ได้รับการคดั เลอื กจากกรมสง่ เสรมิ สหกรณ์ให้ไปศึกษา ดูงานการเกษตรที่ประเทศไต้หวัน ในนามของชาวนาจากประเทศไทย นายปรีชา ลุประสงค์ เป็นเกษตรกรรุน่ แรก ๆ ในอาเภอไทรน้อยท่ีไดเ้ ร่ิมทานาปีละ 2 ครง้ั ซ่งึ ไดผ้ ลผลิตดแี ละเปน็ ผู้ริเริ่มการ ทาไร่นาสวนผสม ซ่ึงแต่เดมิ ชาวนาจะไม่ปลกู ไมผ้ ลอนื่ ๆ นอกจากทานา กกกกกกก นายปรีชา ลุประสงค์ ได้ทุ่มเทชีวิตของตนเป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปี เพ่ือการพัฒนา สหกรณ์การเกษตรของชาวอาเภอไทรน้อย ได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและงานของ สหกรณ์เป็นอย่างมาก การใช้ชีวิตนอกจากงานการเกษตรและงานสหกรณ์แล้วนายปรีชา ลุประสงค์ ไดช้ ว่ ยเหลอื งานของวัดราษฎรน์ ยิ ม เปน็ ครสู อนนักธรรมและเปน็ กรรมการสอนนักธรรม วัด ราษฎร์นิยม เป็นกรรมการสอบนักธรรมของพระภิกษุสามเณรวัดราษฎร์นิยม เป็นผู้ที่เคร่งครัดปฏิบัติ ตนยึดธรรมะของ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักในการดาเนินชีวิตตลอดเวลา จนถึงแก่ กรรมเม่ือวนั ท่ี 28 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2535 รวมอายุ 98 ปี 5 เดอื น 22 วนั กกกกกกก กล่าวโดยสรุป นายปรีชา ลุประสงค์ เป็นชาวนาตาบลราษฎร์นิยม อาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นผู้มีบทบาทสาคัญคนหนึ่งในอาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยได้ทา คุณประโยชน์ด้านการเกษตรอย่างมากแก่ชาวนา ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ให้ไป ศึกษาดูงานการเกษตรที่ประเทศไต้หวันในนามของชาวนาจากประเทศไทย เป็นผู้ริเริ่มในการปลูก พชื ผกั ทีจ่ าเปน็ ต้องใช้เป็นอาหารประจาวัน และปลูกผลไม้อื่น ๆ และเปน็ ผู้จัดตั้งโรงสีขา้ วของสหกรณ์ และไดร้ บั ความชว่ ยเหลือจากรัฐบาลประเทศนิวซแี ลนด์ กกกกกกก6. นายยวง เขียวนิล
กกกกกกก นายยวง เขียวนลิ ปราชญ์ชาวบ้านดเี ด่น เกดิ วนั ท่ี 8 เดือน มกราคม พ.ศ. 2495 ที่ตาบลบางกระสอ อาเภอเมือง จงั หวัดนนทบุรี สาเรจ็ การศกึ ษาระดับ ปวช. จากโรงเรียนช่างกล นนทบรุ ี ระดับ ปวส. จากวทิ ยาลยั เทคนิคนนทบุรี และระดับปริญญาตรีจากมหาวทิ ยาราชภฏั พระนคร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพฒั นาชุมชน กกกกกกก นายยวง เขียวนลิ เคยทางานรับราชการและรับเหมาก่อสรา้ ง แต่ไม่ประสบความสาเรจ็ จน เกิดความเครยี ดและหลงผดิ แกป้ ัญหาด้วยการดื่มสุราจนติดสรุ าเร้ือรัง ในปี พ.ศ. 2537 นายยวง เขียวนิล ได้เข้ารับการรักษาจนสามารถเลิกสุราได้ จึงตัดสินใจใช้ชีวิตตามแนวพระราชดาริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิต ด้วยการศึกษา คน้ คว้าในเรื่องทฤษฎีใหม่ และดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริหลายแหง่ ใช้หลกั 3 ศาสตร์ มาประกอบการวางแผนและดาเนินกิจกรรมการเกษตรอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ได้แก่ ศาสตร์พระราชา ศาสตร์ภมู ปิ ญั ญาและศาสตรส์ ากล ยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการดาเนนิ ชวี ิต มาก ว่า 20 ปี โดยวางแผนทาการเกษตร บนที่ดินของตนเอง ขยายพ้ืนท่ีตามกาลังความพร้อมจนดาเนิน กิจกรรมเกษตรแบบผสมผสานเต็มพื้นท่ี 44 ไร่ สร้างภูมิคุ้มกันโดยจัดแบ่งพ้ืนที่ทาการเกษตรตาม หลักการของเกษตรทฤษฎีใหม่ เพอื่ ทานา ขุดบ่อกกั เกบ็ น้า และเล้ียงปลาหลายชนดิ ทาสวนผสมผสาน ปลกู ผลไม้ และพืชผักสวนครัวหลากหลายท่ีให้ผลผลิตสลับกันตลอดท้ังปี และสร้างท่ีอยู่อาศัยรวมถึง จุด เรยี นรู้ มีการจัดทาบัญชีครัวเรือน เพอ่ื ควบคุมค่าใชจ้ ่ายและต้นทุนการผลิต จนสามารถปลดหนีส้ ินได้ มีเงินออม ไวใ้ ชย้ ามฉุกเฉินพ่งึ พาตนเองได้ ครอบครวั อยดู่ มี ีสขุ ลดความเสี่ยงเร่ืองผลผลติ ทางการเกษตร กกกกกกก นายยวง เขียวนิล ได้น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดาเนิน ชีวิตประจาวันและการทาการเกษตรทาให้สามารถดาเนินชีวิตได้อย่างม่ันคงและยั่งยืน และผ่าน วิกฤตการณ์ท่ีเกิดขึ้นทั้งเหตุอุทกภัยและวิกฤตภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ลดผลกระทบจากความผันผวน ทั้งจากภัยธรรมชาติและราคาพืชผล โดยคิดค้นกิจกรรมในการทาการเกษตรและประยุกต์ใช้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างหลากหลาย ได้แก่ การวางผังแปลง และทา การเกษตรแบบผสมผสาน การเลี้ยงกบคอนโด โดยใช้ยางรถยนต์ การประดิษฐ์อุปกรณ์ดักแมลงวันทองอย่างง่าย การประดิษฐ์อุปกรณ์ห่อผลไม้จากท่อ PVC การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในการทาการเกษตร จนสามารถเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติแก่ชุมชนและเกษตรกรโดยท่ัวไป เน่ืองจากเห็นผลลัพธ์เป็นท่ี ประจักษ์ว่าการดาเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถไปปฏิบัติใช้ได้จริง ทาให้ เกษตรกรเกิดการยอมรับ และหันมาปฏบิ ัติตาม กกกกกกก นายยวง เขียวนลิ ได้ทาการถา่ ยทอดประสบการณ์และวิธกี ารทาการเกษตรตามแนวของ การพงึ่ พาตนเองตามท่ีได้ทาการศึกษาและคดิ ค้น โดยสรา้ งฐานการเรียนรู้ในพื้นที่ของตนเอง เพอ่ื เป็น แหล่งเรียนรู้การทาการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นวิทยากรถ่ายทอด ความรู้ให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ท้ังชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นอาสาสมัครให้กับส่วน ราชการต่าง ๆ ช่วยถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวังผลตอบแทน มีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่าย เช่ือมโยงระหว่างชุมชนทั้งในจังหวัด และระหว่างจังหวัดเพ่ือช่วยเหลือในการดาเนินกิจกรรมทาง การเกษตร และยงั มกี ารเผยแพร่ผลงานผ่านสือ่ ต่าง ๆ อีกจานวนมาก กกกกกกก นายยวง เขียวนิล มีผลงานดีเดน่ ไดร้ บั การประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ พ.ศ. 2540 ไดร้ บั รางวลั เกษตรกรดเี ดน่ สาขาไรน่ าสวนผสม
พ.ศ. 2541 ไดร้ บั รางวัลผู้นาอาสาพัฒนาชมุ ชนดเี ดน่ พ.ศ. 2542 ไดร้ ับรางวัลสงิ ห์ทอง หมอดินอาสาดีเดน่ และผู้นาอาชีพก้าวหน้า พ.ศ. 2549 ได้รบั รางวัลครูบัญชดี เี ดน่ ของกรมตรวจบัญชสี หกรณ์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ พ.ศ. 2550 ได้รับรางวัลที่ 1 โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริทฤษฎใี หม่ ของภาคกลาง พ.ศ. 2551 ได้รบั รางวลั เศรษฐกจิ พอเพยี งจากสานักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี พ.ศ. 2560 ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2562 ได้รบั รางวลั ศิษย์เก่าดเี ดน่ จากมหาวทิ ยาลยั ราชภฎั พระนคร พ.ศ. 2562 ไดป้ ริญญากติ ตมิ ศักดิ์ ศลิ ปศาสตร์มหาบญั ฑิต สาขาพฒั นาชมุ ชน มหาวิทยาลยั ราชภฎั พระนคร กล่าวโดยสรุป นายยวง เขียวนิล ได้สร้างคุณประโยชน์แก่อาเภอไทรน้อยและประเทศ คือ สร้างฐานการเรียนรู้ในพืน้ ทข่ี องตนเองเพ่ือเป็นแหลง่ เรียนรู้การทาการเกษตรตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ท้ังชาวไทย และชาวต่างประเทศ เป็นอาสาสมัครให้กับส่วนราชการต่าง ๆ ช่วยถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวังผลตอบแทน มีการ รวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายเช่ือมโยงระหว่างชุมชนทั้งในจังหวัดและระหว่างจังหวัดเพ่ือช่วยเหลือในการดาเนิน กจิ กรรมทางการเกษตร และยงั มกี ารเผยแพรผ่ ลงานผา่ นสอ่ื ต่าง ๆ อีกจานวนมาก
กิจกรรมท้ายบท กกกกกกกกิจกรรมที่ 1 กกกกกกกคาช้ีแจง ให้ผู้เรียนศึกษากิจกรรมที่ 1 แล้วเลือกคาตอบท่ีถูกที่สุดเพียงข้อเดียว เขียน คาตอบลงในกระดาษทแี่ จกให้ หรอื กระดาษเปล่าของผูเ้ รยี น กกกกกกก1. กิ่งอาเภอไทรน้อย ได้แบ่งพ้ืนทม่ี าจากอาเภอใด ก. อาเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ข. อาเภอพุทธมณฑล จังหวดั นครปฐม ค. อาเภอบางบัวทอง จังหวดั นนทบุรี ง. อาเภอบางใหญ่ จงั หวดั นนทบุรี กกกกกกก2. อาณาเขตทางด้านทศิ ใต้ของอาเภอไทรน้อยติดต่อกับพื้นที่ใด ก. ตาบลบา้ นใหม่ อาเภอบางใหญ่ จังหวดั นนทบรุ ี และตาบลคลองโยง อาเภอพุทธมณฑล จงั หวดั นครปฐม ข. ตาบลบางคูรัด อาเภอบางบวั ทอง จังหวัดนนทบรุ ี และตาบลคลองโยง อาเภอพุทธมณฑล จังหวดั นครปฐม ค. ตาบลหนา้ ไม้ อาเภอลาดหลมุ แกว้ จังหวัดประทุมธานี และตาบลบางคูรดั อาเภอบางบัวทอง. จงั หวัดนนทบรุ ี ง. ตาบลคลองโยง อาเภอพุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม และตาบลหน้าไม้ อาเภอลาดหลุมแกว้ จงั หวัดปทมุ ธานี กกกกกกก3. ประชากรอาเภอไทรน้อย แบ่งตามกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นกี่กล่มุ ก. 1 กลุ่ม ข. 2 กลมุ่ ค. 3 กล่มุ ง. 4 กลมุ่ กกกกกกก4. พันธข์ุ ้าวในข้อใดทน่ี ายปรชี า ลุประสงค์ นาเข้ามาประกวดแล้วได้รางวัลชนะเลิศ ในปี พ.ศ. 2482 ก. ทองสขุ ข. นางตานี ค. เขียวนิล ง. รวงทอง กกกกกกก5. บคุ คลใด ท่ีไดร้ บั รางวลั สังห์ทอง หมอดนิ อาสาดีเด่น และผ้นู าอาชีพก้าวหน้าในปี พ.ศ. 2542 ก. นายปรีชา ลปุ ระสงค์ ข. พระครปู ระชาธรรมนาถ ค. หม่อมแช่ม กฤดากร ณ อยุธยา ง. นายยวง เขียวนลิ กกกกกกกกิจกรรมที่ 2 กกกกกกกคาชแี้ จง ให้ผเู้ รยี นเตมิ คาหรือข้อความสั้น ๆ ลงในช่องวางให้ถูกต้องสมบูรณ์ ด้วยการเขียน คาตอบลงในกระดาษที่แจกใหห้ รอื กระดาษเปล่าของผ้เู รียน กกกกกกก1. อาเภอไทรนอ้ ย มีอาณาเขตดา้ นทิศตะวันออกตดิ กับตาบล.............................................. อาเภอ...................จังหวัด....................และตาบล.....................อาเภอ....................จังหวัด.............. .....
กกกกกกก2. อาเภอไทรนอ้ ยแบง่ การปกครองออกเป็น....................ตาบล...............................หมูบ่ ้าน กกกกกกก3. ประชากรอาเภอไทรน้อย ประกอบด้วยหลากหลายชาติพนั ธุ์ ได้แก.่ .................................................................... กกกกกกก4. พระครปู ระชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานงั กโร) มีวสิ ยั ทัศนใ์ นเรื่อง 1. ..................................... 2. ............................................3. .................................................... กกกกกกก5. นายปรีชา ลปุ ระสงค์ ได้รับการคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการเกษตรใหไปศึกษาดูงาน ในปี พ.ศ………………………………………… ณ ประเทศ……………………………………….. กกกกกกกกจิ กรรมท่ี 3 กกกกกกกคาช้ีแจง ให้ผูเ้ รยี นศกึ ษากิจกรรมท่ี 3 ด้วยการจับค่ขู องข้อความหลังตัวเลขด้านซ้ายมือของ กระดาษและข้อความหลงั ตวั อักษรจากขวามือของกระดาษทม่ี ีความสัมพนั ธ์กนั แล้วนาคาตอบที่ได้ไป เขยี นในกระดาษท่ีแจกให้ หรอื กระดาษเปลา่ ของผเู้ รียน ……1 นายยวง เขยี วนิล ก. ขอพระราชทาน พระบรมราชานญุ าตขุดคลอง ……2 นายปรชี า ลปุ ระสงค์ แยกจากคลองบางบัวทอง ……3 หมอ่ มแชม่ กฤดากร ณ อยุธยา ข. สรา้ งแหลง่ เรียนรกู้ ารทาการเกษตรตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ค. ผู้นาชาวบา้ นดาเนนิ การขุดคลองขนุ ศรี ……4 พระราชาภมิ ณฑ์ ง. ผลติ ถังส้วม อา่ งล้างเท้า เพื่อรณรงคใ์ หช้ าวบ้าน ไดม้ สี ขุ อนามยั ทด่ี ี ……5 พระครปู ระชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) จ. ไดร้ บั แต่งตง้ั ใหเ้ ป็นกานันตาบลไทรใหญเ่ ป็นคนแรก ฉ. บริจาคท่ีดิน 1 แปลง เน้ือท่ี 15 ไร่ เพ่ือสรา้ งวัด ในชุมชน เมอื่ ปี พ.ศ. 2445 ช. ผูน้ าคนแรกของชมุ ชนป่ากระทุ่มมืด ซ. ผู้ริเริ่มทานาปีละ 2 ครง้ั และเปน็ ผ้รู ิเร่ิมทาไร่นา สวนผสม
บทที่ 2 เรือ่ ง สถานที่สาคัญและแหล่งทอ่ งเท่ียวในอาเภอไทรน้อย สาระสาคญั กกกกกกก1. วัดไทรใหญ่ กกกกกกก1. 1.1 ประวตั ิความเปน็ มา และประวัตเิ จ้าอาวาสท่ีสาคัญ วดั ไทรใหญ่ สรา้ งเมอ่ื พ.ศ. 2410 โดยนางเง็ก แสงประภา เป็นผู้ถวายท่ีดินสร้างวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 4 ช่ือ“วัดมหานิโครธาราม” แปลว่า “ไทรต้นใหญ่” ต่อมาได้เปล่ียนเป็น “วัดไทรใหญ่” เมื่อมีการขุดคลองพระพิมลราชา ระหว่าง พ.ศ. 2433-2442 และขุดคลองทวีวัฒนา (คลองเจ้า) ทางด้านทิศตะวันตกของวัด จึงมีราษฎรมาอาศัยอยู่ใกล้วัด และมาทาบุญมากขึ้น เป็นวัดเดียวใน อาเภอไทรน้อย ท่ีเดมิ ข้ึนอย่กู ับอาเภอบางบัวทอง กกกกกกก1. เจา้ อาวาสทสี่ าคญั ได้แกพ่ ระมงคลนนทเขต (วิชิต ปิยังกโร) อุปสมบท เมื่อวันที่ 15 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2483 ดารงตาแหน่งเจ้าคณะอาเภอไทรน้อยตั้งแต่ พ.ศ. 2503-2545 เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ฉายา พระมงคลนนทเขต ได้บริจาคทรัพย์สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติและ อปุ กรณ์การแพทยใ์ หแ้ กโ่ รงพยาบาลไทรน้อย สง่ เสริมการศึกษา สร้างถนน และจัดตัง้ มูลนธิ ิสงเคราะห์ ต่าง ๆ อกี จานวนมาก มรณภาพด้วยภาวะติดเช้ือในกระแสโลหิต ณ โรงพยาบาลพระนงั่ เกล้า เม่ือวันที่ 14 เดอื น กนั ยายน 2555 สริ อิ ายุ 90 ปี 70 พรรษา 1. 1.2 ทต่ี ง้ั วดั ไทรใหญ่ตั้งที่ เลขที่ 65 บา้ นไทรใหญ่ ถนนไทรน้อย-ตน้ เชือก หมู่ท่ี 5 ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรน้อย จงั หวัดนนทบุรี 1. 1.3 ความสาคัญของวดั ไทรใหญ่ เปน็ ศูนย์กลางของพื้นที่อาเภอไทรน้อย เป็นท่ี ประดิษฐานหลวงพ่อทองคา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปท่ีชาวไทรน้อยเคารพ สักการะ มีอุโมงค์ลอดโบสถ์ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ญาติโยม อุบาสก และอุบาสิกาเข้ามาถือศีล ปฏิบตั ิธรรม 1. 1.4 วตั ถุ และส่งิ กอ่ สร้างภายในวดั ไทรใหญ่ ได้แก่ (1) พระอุโบสถหลงั ใหม่ (2) หลวงพ่อทองคา และ (3) รูปปั้นชา้ งเจา้ บุญมา และนางกวัก 1. 1.5 กิจกรรมประเพณีที่สาคญั ของวดั ไทรใหญ่ ได้แก่ ประเพณตี กั บาตรพระรอ้ ย จัดขึน้ เปน็ ประจา ในเทศกาลวันออกพรรษาตั้งแต่แรม 1 ค่า เดอื น 11 เป็นต้นไป ของทุกปี 2. วดั ไทรน้อย 1. 2.1 ประวัติความเป็นมา และประวัติเจ้าอาวาสที่สาคัญ วัดไทรน้อย ประวัติความเป็นมาของ วัดไทรน้อย ประมาณ พ.ศ. 2430 ชาวมอญจากจังหวัดสมุทรสาคร ได้มาต้ังถ่ินฐานบริเวณชายป่ากระทุ่มมืด ใกล้กับป่าหนองเพรางาย ต่อมาพระราชาภิมณฑ์ ได้ดาเนินการขุดคลองพระราชาภิมณฑ์ ทาให้กา เดินทางสะดวกขึ้น นายมะธุได้บรจิ าคที่ดิน จานวน 42 ไร่ 2 งาน เพอื่ สร้างวดั และชาวบ้านได้ช่วยกัน
สร้างวัดสาลีมุนีภิรมย์ หมายถึงวัดเป็นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยมีหลวงตาโจ๊ก พระ มอญได้ร่วมดาเนินการ และพานักท่ีวัดนาน 30 ปี จนมรณภาพ ชาวบ้านพร้อมใจกันนิมนต์พระมอญ ชื่อพระอาจารย์เกร็บ จากวัดปรมัยยิกาวาส มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด ในปี พ.ศ. 2495 ได้เปล่ียนช่ือ เป็น “วัดไทรนอ้ ย” 1. 2.1 เจ้าอาวาสที่สาคัญ ได้แก่ พระครูนนทสิทธิการ (ประสิทธิ์ สิทธิกาโร) มีความสาคัญ คือ เป็นผู้สร้างความเจรญิ และพัฒนาวัดไทรนอ้ ย เมื่อปี พ.ศ. 2500 หลวงพ่อประสิทธิ์ ได้ทาการสร้าง หอปริยัติธรรม ศาลาการเปรียญ กุฏิ และปี พ.ศ. 2502 อุโบสถชารุด จึงส่ังรื้อ แล้วได้สร้างอุโบสถ หลังใหม่โดยใช้เวลาสรา้ งประมาณ 5 ปี เมอ่ื พ.ศ. 2507 จึงได้จัดงานฝงั ลูกนิมิต ได้กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีตัดลูกนิมิตอุโบสถ หลังใหม่ พระครูนนทสทิ ธิการ เปน็ พระเกจอิ าจารย์ช่ือดัง มรณภาพดว้ ยโรคปอดติดเชื้อที่โรงพยาบาล พระนง่ั เกล้า จงั หวดั นนทบุรี ดว้ ยอายุ 88 ปี 65 พรรษา 1. 2.2 ทต่ี ้งั วัดไทรนอ้ ย ตัง้ อยรู่ มิ คลองพระราชาพิมลฝ่ังทิศเหนือ หมู่ที่ 1 ตาบลไทรนอ้ ย อาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี 1. 2.3 ความสาคัญของวดั ไทรน้อย วดั ไทรน้อยสนับสนนุ การศกึ ษาของชาติ ให้การอปุ ถมั ภ์ แก่โรงเรียน เปน็ ศนู ย์รวมจติ ใจของชุมชนชาวมอญ และยังเป็นสถานที่ปฏบิ ัติธรรมของชาวไทรน้อยอีกด้วย 1. 2.4 วัตถุ และสง่ิ ก่อสร้างภายในวัดไทรน้อย ไดแ้ ก่ (1) มหาเจดีย์มุนภี ิรมย์ (2) วหิ ารจตุรมุข ศาลาบาเพ็ญกศุ ล และฌาปนสถาน 1. 2.5 กจิ กรรมประเพณีทีส่ าคัญของวดั ไดแ้ ก่ ประเพณีตักบาตรดอกไม้กกกกกกก 3. วัดคลองขวาง 3. 3.1 ประวตั ิความเปน็ มา และประวัตเิ จา้ อาวาสท่สี าคัญ วัดคลองขวาง เมื่อ พ.ศ. 2430 ชาวบ้านกลุม่ เลก็ ๆ มาตงั้ รกรากบริเวณปา่ กระทุ่มมดื เพื่อพักอาศยั และทานา พระธุดงค์ผา่ นมา ชาวบา้ นจงึ ชว่ ยกนั สรา้ งทพ่ี กั สงฆ์ ในปี พ.ศ. 2534 นายแดง แซ่เล้าได้ถวายทีด่ ิน จานวน 49 ไร่เศษ เพอ่ื สร้างวดั ราษฎรศ์ รทั ธาธรรม แตช่ าวบา้ นนยิ มเรียกว่า “วัดคลองขวาง” 3. เจา้ อาวาสที่สาคญั ไดแ้ ก่ พระครูโสภิตธรรมวสิ ทุ ธิ์ (วิสทุ ธ์ิ องั สุธมั โม) เกดิ เม่อื วันท่ี 12 ธันวาคม พ.ศ. 2508 อปุ สมบท 5 มิถนุ ายน พ.ศ. 2530 เป็นพระวปิ ัสสนาจารย์ผฝู้ ึกสอนกมั มฏั ฐาน ท่านมีความสนใจ และเหน็ ความสาคญั ของการศึกษาปฏิบตั ิ และเผยแผธ่ รรมะอย่างแทจ้ ริงทั้งใหก้ าร สนบั สนุนการปฏิบัติวปิ สั สนากมั มัฏฐาน ดา้ นทุน ดา้ นสถานท่ี ดา้ นบคุ คลากร และยงั อบรมพระภิกษุ หรอื บุคคลท่ีเป็นวิทยากรในสานักมีความประพฤตดิ ี สามารถปฏบิ ัติตนเป็นแบบอยา่ งทด่ี ี และปัจจบุ ัน พระครโู สภิตธรรมวิสทุ ธิ์ (วสิ ทุ ธิ์ อังสธุ ัมโม) ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดคลองขวาง 3. 3.2 ทต่ี งั้ วัดคลองขวาง ตั้งอยู่ เลขท่ี 10 หมู่ 6 ตาบลคลองขวาง อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบรุ ี 3. 3.3 ความสาคัญของวัดคลองขวาง ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา เป็นสถานท่ีอบรม สามเณร และปฏิบตั ธิ รรมประจาจังหวัด 3. 3.4 วตั ถุ และส่ิงก่อสร้างภายในวัด ไดแ้ ก่ (1) พระอโุ บสถ และ (2) ลายจาหลักประตู ด้านหนา้ และดา้ นหลังอโุ บสถวดั คลองขวาง
3.5 กิจกรรมประเพณีที่สาคัญของวัด ได้แก่ (1) ประเพณีการบวชสามเณรภาคฤดูรอ้ น (2) การทาบญุ วนั สาคญั ทางศาสนา (3) ประเพณกี ารลอยกระทง และ (4) ประเพณีสงกรานต์ ddddddd4. วัดราษฎร์นิยม ddddddd4. 4.1 ประวตั ิความเป็นมา และประวตั ิเจา้ อาวาสทสี่ าคญั วดั ราษฎรน์ ยิ ม เดิมชือ่ วัดห้ารอ้ ย ต้งั วดั เมอื่ วันที่ 4 เดอื น เดือน เมษายน พ.ศ. 2459 ก่อตงั้ ขนึ้ เพื่อใชเ้ ป็นสานกั สงฆ์ และให้ เปน็ สถานทีบ่ าเพ็ญกุศลของคนในชมุ ชน ขนุ ศรีราษฎร์นยิ ม มีความเห็นในการทจี่ ะให้มีวัดในชมุ ชน จึงจดั ท่ีดนิ จานวน 100 ไร่ เพ่ือใหส้ ร้างวัด ต่อมาพระครปู ระชาธรรมนาถ ได้รวบรวมเงินบริจาคจาก ชาวบ้านซ้ือทดี่ นิ เพมิ่ อกี 45 ไร่ และนางปรีก วลิ าวรรณ ได้ถวายทีด่ นิ เพ่ิมอีก 5 ไร่ วดั ราษฎร์นยิ ม ไดร้ ับพระราชทานวสิ ุงคามสีมาเม่ือวนั ท่ี 24 เดือน เมษายน พ.ศ. 2468 ddddddd4. เจ้าอาวาสที่สาคัญ ได้แก่ พระครูประชาธรรมนาถ (แฉ่ง ฐานังกโร) นามเดิม แฉ่ง ห้วยฤทัย เกิดเม่ือวันท่ี 24 กันยายน พ.ศ. 2457 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร บรรพชาเปน็ สามเณรเม่ือวันที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2470 ขณะมีอายุ 14 ปี สอบได้นกั ธรรมเอกขณะท่ี ยัง เป็นสามเณร อายุครบ 20 ปี พ.ศ. 2476 จึงได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดโคก อาเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พระมหาอินทร์วัดโคก เปน็ อปุ ชั ฌาย์ พระมหาหยวก วัดโคก เปน็ พระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการพวง จุฬาโร เป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์นิยม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2481 และมรณภาพวันที่ 9 เดือน กันยายน พ.ศ. 2538 สิรอิ ายุรวม 81 ปี ddddddd4. 4.2 ทตี่ ัง้ วัดราษฎรน์ ยิ ม ต้งั อยู่หมู่ท่ี 6 บ้านราษฎรน์ ยิ ม ตาบลราษฎรน์ ยิ ม อาเภอไทรนอ้ ย จังหวัดนนทบุรี 11150 ddddddd4. 4.3 ความสาคัญของวดั ราษฎร์นิยม ได้ใช้เป็นท่ีสรา้ งสถานที่ราชการ ดังน้ี คือ (1) โรงเรียนวัดราษฎร์นิยม สอนตั้งแต่ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (2) โรงเรียน ราษฎร์นิยม สอนในระดับมัธยมศึกษา (3) วิทยาลัยการอาชีพไทรน้อย (4) สถานีอนามัยตาบล ราษฎรน์ ิยม และ (5) ทท่ี าการองค์การบรหิ ารส่วนตาบลราษฎรน์ ยิ ม ddddddd4. 4.4 วตั ถุ และสิง่ ก่อสร้างภายในวดั ราษฎร์นยิ ม ไดแ้ ก่ (1) พระเจดยี ์ศรรี าษฎร์นิยม (2) อโุ บสถ และ (3) หนา้ บนั และลายรวงผงึ้ หน้าอโุ บสถ ddddddd4. 4.5 กิจกรรมประเพณที ีส่ าคญั ของวดั ราษฎร์นิยม ได้แก่ (1) ทาบุญในวนั สาคญั ทางพุทธ ศาสนา (2) วนั สงกรานต์ และ (3) บวชเณรภาคฤดูร้อน ddddddd5. วดั สโมสร ddddddd5. 5.1 ประวตั คิ วามเป็นมา และประวตั ิเจา้ อาวาสทสี่ าคญั วดั สโมสร เดมิ ช่อื วา่ วดั หมอ่ มแช่ม ซง่ึ หมอ่ มแชม่ กฤดากร ไดถ้ วายทีด่ ิน 1 แปลง จานวน 15 ไร่ เพื่อสร้างวัดนอ้ มถวายแก่ พระพทุ ธศาสนา และเพื่อใหช้ าวบ้านไดม้ สี ถานท่ีบาเพญ็ บุญสรา้ งกุศลของตน ddddddd5. เจ้าอาวาสท่ีสาคัญ ได้แก่ พระครูปัญญานนทคุณ หรือ หลวงปู่บาง ปัญญาทีโป ท่านมี นามเดิมว่า บาง นามสกุล นุชสุภาพ เกิดเมื่อวันที่ 11 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2460 เมื่อวันที่ 5 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2474 ท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดกลางสวน อ.พระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ พอท่านมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ท่านจึงได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดกลาง ตาบลบางผึ้ง อาเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เม่ือวันท่ี 22 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2482 เมื่อท่านอุปสมบทเป็นพระแล้ว ท่านก็ได้มาอยู่จาพรรษาที่วัดสโมสร ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ท่านจึง
ได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดสโมสร เมื่อวันที่ 1 เดือน กันยายน พ.ศ. 2492 ท่านได้ละ สังขารลงอยา่ งสงบ เมอื่ วนั ที่ 27 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2548 สิริรวมอายุได้ 87 ปี พรรษา 66 5.2 ที่ตัง้ วัดสโมสร ตั้งอยหู่ มู่ท่ี 9 ตาบลไทรใหญ่ อาเภอไทรนอ้ ย จงั หวัดนนทบรุ ี 5.3 ความสาคัญของวัดสโมสร เป็นวัดท่ีอยู่ในชุมชนชาวไทยเชื้อสายรามัญ (มอญ) ในชุมชนตาบลไทรใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง มีการจัดงานเพื่ออนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ไทยรามัญ เป็นประจาทกุ ปี 5.4 วัตถุ และสิ่งก่อสร้างภายในวัดสโมสร ได้แก่ (1) อุโบสถ (2) เสาหงส์ (3) เรือเก๋ง 4 แจว และ (4) ศาลเจ้าประจาวดั หรอื ตะละทาน 5.5 กจิ กรรมประเพณีท่ีสาคัญของวัดสโมสร ไดแ้ ก่ (1) การแหห่ างหงส์ ธงตะขาบ (2) การเลน่ สะบา้ มอญ และ (3) การแขง่ สะบ้าทอย 6. วัดเสนวี งศ์ 6.1 ประวตั คิ วามเป็นมา และประวตั เิ จา้ อาวาสท่สี าคัญ วัดเสนวี งศ์เป็นวัดสังกดั มหานิกาย รปู แบบการสรา้ งวัดผสมผสานระหวา่ งไทย มอญ จนี เดมิ ในชุมชนปลายคลองมะสงไม่มวี ัด ต้องเดินทางไปทาบุญไกลถึงวดั เพรางาย ต่อมานายงาม และนางเสง่ยี ม เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ได้บริจาค ท่ดี ิน 50 ไร่ เพือ่ สรา้ งวัดในชุมชน ชาวบ้านจึงพรอ้ มใจต้ังชื่อวัดวา่ “วดั เสนีวงศ์” ตามนามสกุลของ ผู้สรา้ ง เจ้าอาวาสที่สาคัญ ได้แก่ พระครูธีรนนทคุณ ฐานธีโร เกิดเมื่อวันท่ี 29 เดือน กรกฎาคม 2468 บรรพชา และอุปสมบทเมื่อวันที่ 10 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2498 อายุ 29 ปี ได้ดารงตาแหน่ง เจ้าอาวาสวัดเสนีวงศ์ ท่านได้ทาการก่อสร้าง บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะในวัด เพื่อประโยชน์แก่ พระภิกษุ สามเณร และชาวบ้านในการบาเพ็ญศาสนกิจ พระครูธีรนนทคุณ เริ่มมีอาการอาพาธ เดือน มีนาคม พ.ศ.2545 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เม่ือวันที่ 27 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2545 รวมอายุ 77 ปี พรรษา 48 ดว้ ยโรคมะเร็งลาไส้ติดเชื้อ 6.2 ที่ตงั้ วดั เสนีวงศ์ ตงั้ อยทู่ ี่ปลายคลองมะสง หมู่ที่ 9 ตาบลหนองเพรางาย อาเภอ ไทรนอ้ ย จงั หวดั นนทบรุ ี 6.3 ความสาคญั ของวัดเสนวี งศ์ ได้แก่ (1) สนบั สนนุ ด้านการศึกษา สรา้ งโรงเรียน (2) สถานีอนามยั (3) ฉางข้าวเพื่อเกษตรกร และ (4) รว่ มกับกรมชลประทาน เพ่ือเปน็ แหล่งน้า ในการเกษตร 6.4 วัตถุและส่ิงก่อสร้างภายในวัดเสนีวงศ์ ได้แก่ (1) อุโบสถ (2) เจดีย์สมปรารถนา (3)หอระฆังคู่ และ (4) สวนป่ามหาชาติ 6.5 กิจกรรมประเพณที ส่ี าคัญของวดั เสนีวงศ์ ได้แก่ (1) ทาบุญในวันสาคญั ทางพุทธ ศาสนา และ (2) วนั สงกรานต์ 7. ตลาดน้าไทรนอ้ ย 7. 7.1ประวตั ิความเปน็ มาของตลาดน้าไทรน้อย เปิดดาเนินกิจกรรมอยู่ที่บริเวณริมคลอง หนา้ วดั ไทรใหญบ่ ริเวณแพที่จอดอยู่ในคลองพระพิมลราชา จาหน่ายอาหารเลศิ รสต่าง ๆ มากมาย ส่วนบริเวณชายน้าริมคลองหนา้ วดั ไทรใหญเ่ ปน็ แหล่งจาหน่ายผักผลไมท้ ี่เปน็ ผลผลติ ของเกษตรกร
ในอาเภอไทรน้อย และสินค้า OTOP จากชุมชนต่าง ๆ ในอาเภอไทรน้อย ตลาดน้าไทรน้อยเปิด บรกิ าร วนั เสาร์ วันอาทติ ย์ และวันหยดุ นกั ขัตฤกษ์ 7. 7.2 ที่ตง้ั ต้งั อย่รู ิมคลองพระพิมลราชา ตดิ กับวัดไทรใหญ่ ตาบลไทรน้อย อาเภอไทรนอ้ ย จังหวดั นนทบุรี 7. 7.3 ความสาคัญของตลาดน้าไทรน้อย คือ เป็นตลาดน้าทอี่ ยใู่ กล้กรงุ เทพมหานคร ดาเนินชีวิตตามแบบวิถไี ทย เป็นศูนยร์ วมของอาหารคาว หวาน ผัก ผลไม้ หลายชนดิ ทช่ี าวบ้านนามา จาหน่ายริมฝั่งคลอง มีรสชาตอิ ร่อย สะอาด ถูกหลกั อนามยั และราคาถูก และมีรถนาเที่ยวสวนเกษตร 7. 7.4 กจิ กรรมภายในตลาดน้าไทรน้อย ไดแ้ ก่ (1) การน่ังทานอาหารบนเรือรมิ น้า (2)กราบพระในโบสถ์ ไหวห้ ลวงพ่อทองคา ให้จิตใจสงบสขุ (3) เดินชมสินคา้ (4) ให้อาหารปลา และ (5) มีการแสดงของเยาวชน ผลการเรียนรูท้ ีค่ าดหวงั กกกกกกก1. บอกและอธิบายสถานทสี่ าคญั และแหล่งท่องเทยี่ วแตล่ ะแห่งในอาเภอไทรน้อยได้ กกกกกกก2. ตอบกจิ กรรมท้ายบทสถานทีส่ าคญั และแหลง่ ท่องเท่ียวแต่ละแหง่ ในอาเภอไทรน้อยได้ กกกกกกก3. ตระหนกั ถงึ ความสาคัญสถานที่สาคัญและแหล่งท่องเท่ยี วแต่ละแหง่ ในอาเภอไทรน้อย ขอบข่ายเนอ้ื หา กกกกกกกเร่ืองที่ 1 วัดไทรใหญ่ กกกกกกกเรื่องที่ 2 วัดไทรน้อย กกกกกกกเร่ืองท่ี 3 วดั คลองขวาง กกกกกกกเร่ืองท่ี 4 วดั ราษฎร์นิยม กกกกกกกเรื่องที่ 5 วัดสโมสร กกกกกกกเรื่องท่ี 6 วัดเสนีวงศ์ กกกกกกกเรื่องที่ 7 ตลาดน้าไทรน้อย ส่อื ประกอบการเรยี น กกกกกกก1. หนังสือวัดในอาเภอไทรน้อย ผูแ้ ตง่ พิศาล บุญผูก ปีทพี่ ิมพ์ 2551 บรษิ ทั อมรนิ ทร์พรน้ิ ต้ิงแอนดพ์ บั ลชิ ช่งิ จากัด (มหาชน) กกกกกกก2. สืบคน้ จาก Google.co.th หนังสือภูมนิ ามอาเภอไทรน้อย ผูแ้ ตง่ พิศาล บุญผูก www.http://library.tcdc.or.th/record/view/b00023217 กกกกกกก3. ที่วา่ การอาเภอไทรน้อย เลขท่ี 10/7 หมู่ที่ 1 ถนนเทศบาล 2 ตาบลคลองขวาง อาเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบุรี
เรอื่ งท่ี 1. วัดไทรใหญ่ วัดไทรใหญ่ กกกกกกก1. ประวตั คิ วามเป็นมาของวัด และประวตั เิ จา้ อาวาสที่สาคญั กกกกกกก1. 1.1 ประวัติความเปน็ มาของวดั ไทรใหญ่ วัดไทรใหญ่ สรา้ งเม่ือ พ.ศ. 2410 ช่วงสมัย พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั รชั กาลที่ 4 โดยมี นางเงก็ แสงประภา เป็นผถู้ วายที่ดินและ ดาเนินการสรา้ งวดั เดมิ ชือ่ วัดมหานิโครธาราม ต่อมาชาวบา้ นพากนั เรียกช่อื วัดไทรใหญ่ เพราะแปล ตามตวั คอื มหา แปลวา่ “ใหญ่” นิโคร แปลว่า “ไทร” วดั ไทรใหญ่ เป็นวดั ในชมุ ชนหนองไทร ที่ ชาวบ้านเริ่มมาบุกเบิกทด่ี ินชายปา่ กระทมุ่ มืด เม่ือมกี ารขุดคลองพระราชาพิมล ระหว่าง พ.ศ. 2433- 2442 ดา้ นหนา้ วัดจงึ ติดกบั คลองพระราชาพิมล ต่อมามกี ารขุดคลองทววี ัฒนา (คลองเจ้า) ตดิ ดา้ น ตะวนั ตกของวดั จงึ มีราษฎรมาอาศยั อยูใ่ กล้วัดมากย่ิงขึ้น กกกกกกก1. นอกจากทีต่ ั้งวดั ประมาณ 20 ไร่แล้ว นางเง็ก ยังได้ถวายท่ีดนิ เปน็ ท่ีธรณีสงฆ์ อีกจานวน 77 ไร่ 72 ตารางวา และนางผนั คาจงจิต ไดถ้ วายทีด่ ินเปน็ ท่ีธรณีสงฆ์ จานวน 15 ไร่ 96 ตารางวา วดั ไทรใหญ่ ได้รับพระราชทานวสิ ุงคามสมี า (อา่ นว่า วิ-สงุ -คา-มะ-สี-มา) เม่ือวนั ท่ี 10 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2491 ได้ทาพธิ ีผูกพัทธสีมา เมอ่ื วันที่ 11 เดือน กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2498 กกกกกกก1. กล่าวโดยสรุป วัดไทรใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ.2410 โดยนางเง็ก แสงประภา เป็นผู้ถวาย ที่ดินสร้างวัดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ชื่อ“วัดมหานิโครธาราม” แปลว่า “ไทรต้นใหญ่” ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “วัดไทรใหญ่” เมื่อมีการขุดคลองพระพิมลราชา ระหว่าง พ.ศ. 2433-2442 และขุดคลองทวีวัฒนา (คลองเจา้ ) ทางด้านทศิ ตะวันตกของวัด จงึ มรี าษฎรมาอาศัย อยใู่ กล้วดั และมาทาบญุ มากขน้ึ เป็นวดั เดียวในอาเภอไทรน้อย ท่ีเดมิ ข้ึนอยู่กบั อาเภอบางบัวทอง กกกกกกก1.
พระมงคลนนทเขต ปยิ งกฺ โร กกกกกกก1. ประวัตเิ จ้าอาวาสทีส่ าคัญพระมงคลนนทเขต (หลวงพอ่ วิชิต ปยิ งกฺ โร) เกิดวนั ท่ี 1 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2464 บรรพชา เม่อื วันท่ี 15 มิถนุ ายน พ.ศ. 2483 และอปุ สมบท เมอ่ื วันที่ 19 เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. 2485 และดารงตาแหนง่ เจ้าคณะอาเภอไทรน้อยตงั้ แต่ พ.ศ. 2503 จนถึง พ.ศ. 2545 ถา้ ไมน่ บั รวมถงึ 18 ปี ในเพศฆราวาส กอ็ าจจะเรียกได้วา่ ตลอดชวี ิตของทา่ นได้ถวายตัวเป็นพทุ ธบตุ รโดย แทจ้ รงิ ด้วยวยั 91 ปี กับอีก 70 พรรษา เปน็ เครื่องยืนยนั ถึงเจตนาอันแนว่ แน่ เป็นทีป่ รึกษาเจ้าคณะ อาเภอไทรน้อย และเจา้ อาวาสวัดไทรใหญ่ ดารงตาแหนง่ เจ้าคณะอาเภอไทรน้อยองค์แรก และเป็น พระราชาคณะชัน้ สามัญ ได้สมณศักด์ิ พระมงคลนนทเขต เมือ่ วันที่ 5 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2544 และ เมื่อ พ.ศ. 2538 พระมงคลนนทเขตไดบ้ รจิ าคทรัพย์สร้างอาคารเฉลมิ พระเกยี รตพิ ร้อมอุปกรณ์ การแพทยใ์ หแ้ กโ่ รงพยาบาลไทรนอ้ ย ทั้งยงั ได้สร้างถนน มอบทุนการศึกษาแก่นกั เรยี นโรงเรียนต่าง ๆ ในอาเภอไทรน้อย และจดั กองทนุ มลู นิธสิ งเคราะหต์ ่าง ๆ อีกจานวนมาก ผลงานของท่านทาประโยชน์ ใหแ้ กช่ าวไทรน้อยอย่างมหาศาล กกกกกกก1. กล่าวโดยสรุป พระมงคลนนทเขต (วิชิต ปิยังกโร) อุปสมบท เม่ือวันที่ 15 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2483 ดารงตาแหน่งเจ้าคณะอาเภอไทรน้อยตั้งแต่ พ.ศ. 2503-2545 เป็นพระราชา คณะช้ันสามัญ ฉายา พระมงคลนนทเขต ได้บริจาคทรัพย์สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติและอุปกรณ์ การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลไทรน้อย ส่งเสริมการศึกษา สร้างถนน และจัดต้ังมูลนิธิสงเคราะห์ต่าง ๆ อีกจานวนมาก มรณภาพด้วยภาวะติดเช้ือในกระแสโลหิต ณ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เมื่อวันท่ี 14 เดือน กนั ยายน 2555 สิริอายุ 90 ปี 70 พรรษา กกกกกกก2. ที่ตง้ั วัดไทรใหญ่ตงั้ อยู่เลขท่ี 65 บา้ นไทรใหญ่ ถนนไทรน้อย-ต้นเชือก หมู่ที่ 5 ตาบล ไทรนอ้ ย อาเภอไทรน้อย จงั หวัดนนทบุรี กกกกกกก3. ความสาคัญของวดั ไทรใหญ่ 3 วัดไทรใหญ่ เป็นวัดท่ีชาวไทรน้อยถือว่าเป็นวัดสาคัญวัดหน่ึงของอาเภอไทรน้อย เน่ืองจากเป็นท่ีประดิษฐานหลวงพ่อทองคา พระประธานในอุโบสถวัดไทรใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ทีช่ าวไทรนอ้ ยเคารพ สักการะ และเป็นวัดทพ่ี ระเถระช้ันผู้ใหญป่ กครองมาต้ังแต่ต้น วัดไทรใหญ่ต้ังอยู่ บนศนู ย์กลางของพน้ื ที่อาเภอไทรน้อยท้ังอาเภอ การคมนาคมสะดวกทั้งทางน้า และทางบก ท่านพระ
มงคลนนทเขตจึงดาริจัดตั้งศูนย์กลางวัฒนธรรม ปี พ.ศ. 2524 มีการจัดต้ังมูลนิธิวัดไทรใหญ่ขึ้น และยงั เป็นสถานทปี่ ฏบิ ตั ธิ รรมท่ีญาตโิ ยม อุบาสก และอบุ าสกิ าเข้ามาถอื ศีลปฏิบตั ิธรรมดว้ ย 3 กล่าวโดยสรุปความสาคัญของวัดไทรใหญ่ คือ เป็นศูนย์กลางของพ้ืนที่อาเภอ ไทรน้อย เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ชาวไทรน้อยเคารพ สักการะ มีอุโมงค์ลอดโบสถ์ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม และยังเป็นสถานท่ีปฏิบัติธรรมท่ีญาติโยม อุบาสก และ อบุ าสกิ าเข้ามาถือศีล ปฏิบตั ิธรรม กกกกกกก4. วัตถแุ ละสง่ิ ก่อสร้างภายในวัดไทรใหญ่ กกกกกกก4. 4.1 พระอโุ บสถหลงั ใหมท่ ี่วจิ ติ รสวยงาม
กกกกกกก4. พระอุโบสถหลังใหม่ สร้างเม่ือ วันที่ 11 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 มีความสาคัญ คือ เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจทางพุทธศาสนา มีการสร้างหลวงพ่อทองคา ประดิษฐานเป็นพระประธาน โดยประชาชนผู้มีจิตศัทธานาทองคามาบริจาค เพื่อหลอมเป็นหัวใจของ หลวงพอ่ ทองคาองคใ์ หม่ มีทองคาน้าหนกั ประมาณร้อยเจ็ดสิบกวา่ บาท
กกกกกกก4. 4.2 หลวงพ่อทองคา กกกกกกก4. หลวงพอ่ ทองคาเป็นพระประธานในอุโบสถหลักเก่า ขนาดหนา้ ตกั กว้าง1.69 เมตร ปางมารวิชยั หล่อดว้ ยโลหะสัมฤทธ์ สรา้ งขน้ึ สมัยอู่ทอง ฝีมือชา่ งหลวง มคี วามงดงาม อลังการมาก ชาวบา้ นทั่วไปเรียกขานวา่ “หลวงพอ่ ทองคา” มกี ารบอกเลา่ กนั มาว่า ได้อญั เชิญมาจากหวั เมอื งเหนือ เปน็ พระพุทธรปู ท่ีมีความศกั ดิ์สิทธ์ิมาก ใครมาขอพร หรือบนบานศาลกล่าวมกั จะ สมหวงั เสมอ ประชาชนในอาเภอไทรน้อย และอาเภออืน่ ๆ ใหค้ วามเคารพสักการะเป็นอยา่ งมาก
กกกกกกก4. 4.3 รปู ปั้นช้างเจา้ บญุ มา และนางกวักทีแ่ สดงทา่ ถวายสักการะหลวงพ่อทองคา หนา้ อุโบสถ วดั ไทรใหญ่ กกกกกกก4. รูปป้ันช้างเจ้าบุญมา และนางกวักเป็นรูปป้ันจาลองของช้างคณะโรงลิเกที่ พระมงคลนนทเขตว่าจ้างมาแสดงประกอบเรื่องในงานเทศน์มหาชาติทรงเครื่อง เม่ือปี พ.ศ. 2514 โดยจัดงาน 3 วัน 3 คนื หลังจากเสรจ็ งานแล้วเจ้าบญุ มาก็ไม่ยอมกลับ แมค้ วาญชา้ งจะใช้ตะขอสับมัน จนเลือดสาด ด่าว่าสารพัด ขู่ว่าจะเอางาไปทาด้ามมีดบ้าง ด้ามปืนบ้างก็ไม่ยอมกลับ แต่ช้างเจ้าบุญมา กลับเดินดุ่ม ๆ ไปที่หน้าโบสถ์ ช้างตัวเมียช่ือนางกวักเดินตามมาติด ๆ พอมาถึงหน้าโบสถ์ ช้างท้ัง 2 เชือก ก็ใช้งวงหักกิ่งทองกวาวแล้วนั่งคุกเข่าลงกับพื้นดิน พร้อมกับชูงวงไหว้เพ่ือลาหลวงพ่อทองคา ในโบสถ์ กกกกกกก4. กล่าวโดยสรุป วัตถุ และสิ่งก่อสร้างภายในวัดไทรใหญ่ ได้แก่ (1) พระอุโบสถหลังใหม่ (2) หลวงพ่อทองคา และ (3) รูปปน้ั ชา้ งเจา้ บุญมา และนางกวกั
5 กจิ กรรมประเพณีท่ีสาคัญของวัดไทรใหญ่ กกกกกกก4. กิจกรรมประเพณที ่สี าคญั ของวดั ไทรใหญ่คือ ประเพณตี กั บาตรพระรอ้ ย เป็นการทาบุญ ตักบาตรขา้ วสารอาหารแหง้ โดยพระสงฆจ์ ะใช้เรือไปรับบิณฑบาตจากชาวบ้านท่ีอยู่ริมสองฝ่งั คลอง วดั ไทรใหญ่ได้อนุรักษป์ ระเพณีตักบาตรพระร้อยเป็นประจาในวนั ลอยกระทงของทุกปี มานานกว่า 50ปี ระยะทางจากหนา้ วัดไทรใหญ่ไปตามคลองพระพิมลราชาถึงหนา้ ทว่ี า่ การอาเภอไทรน้อย กกกกกกก4. กลา่ วโดยสรุป กิจกรรมประเพณีทส่ี าคัญของวดั ไทรใหญ่ คือ ประเพณีตักบาตรพระร้อย จดั ข้ึนเปน็ ประจา ในเทศกาลวันออกพรรษาต้ังแตแ่ รม 1 ค่า เดอื น 11 เปน็ ตน้ ไป ของทุกปี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159