สรุปผลงานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องคการมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561 HIGHLAND RESEARCH AND DEVELOPMENT INSTITUTE (PUBLIC ORGANIZATION)
ISBN: 978-616-8082-11-9 รวบรวม/เรียบเรียง นางสาวจิราวรรณ ปน ใจ และนางสาวพันธทุ พิ ย นนทรยี จดั พิมพ สิงหาคม 2562 จัดพมิ พโดย สถาบนั วิจัยและพัฒนาพื้นทีส่ งู (องคการมหาชน) 65 หมู 1 ตําบลสุเทพ อาํ เภอเมือง จงั หวัดเชียงใหม 50200 ออกแบบ/พิมพที่ โทรศัพท 0 5332 8496-8 โทรสาร 0 5332 8494, 0 5332 8229 เว็บไซต http://www.hrdi.or.th หจก.วนิดาการพิมพ 14/2 หมู 5 ตําบลสันผีเสอ้ื อาํ เภอเมือง จงั หวัดเชยี งใหม 50300 โทรศัพท/ โทรสาร 0 5311 0503-4
สารบัญ CONTENTS สารบญั หนา 3 บทสรุปผบู ริหาร 5 9 แผนงานที่ 1 การวิจยั เพ่ือเพมิ่ ผลผลิตและคุณภาพของผลิตผลเกษตร 10 1. โครงการศกึ ษาวจิ ัยการเพ่ิมผลผลิตขา วบนพ้ืนท่ีสูง 13 2. โครงการวจิ ยั และพฒั นาการเพาะปลูกและแปรรูปเฮมพ 20 3. โครงการวจิ ยั ระบบการปลูกพืชทีเ่ หมาะสมสาํ หรบั พืน้ ที่สูง 24 4. โครงการวจิ ยั การคดั เลือกสายพนั ธุและพฒั นาการปลูกและการผลิต 26 เพอื่ เพ่มิ คณุ ภาพของกาแฟอราบิกาโครงการหลวง 30 5. โครงการวิจัยและพัฒนาการเพม่ิ ผลผลิตและคณุ ภาพผักอินทรียใ นพนื้ ท่โี ครงการหลวง 32 6. โครงการเปรยี บเทียบพันธพุ ชื ผกั ท่ีเหมาะสมสําหรับพนื้ ทสี่ งู 33 7. โครงการคัดเลอื กพันธุพชื ผกั เพ่อื ผลติ เมล็ดพนั ธุอินทรีย 35 8. โครงการศกึ ษาคัดเลือกพันธุก ระเทียมบนพืน้ ท่สี ูง 38 9. โครงการวิจัยและพฒั นาการผลติ องุนรบั ประทานสดบนพ้ืนทส่ี ูง 40 10. โครงการวิจยั และพัฒนาการผลติ เสาวรสหวานปลอดโรค 42 11. โครงการวจิ ัยและพัฒนาการผลิตเคพกสู เบอรร ี่ ราสพเ บอรร ี่ และแบลค็ เบอรร่ี 44 12. โครงการวจิ ัยและพฒั นาการผลิตพชื ตระกลู สม ปลอดภัย 48 13. โครงการวจิ ัยเพอ่ื พฒั นาเทคโนโลยกี ารผลติ ไมด อกท่ีเหมาะสมและสรา งอาชพี ใหแกช มุ ชนบนพน้ื ทสี่ ูง 50 14. โครงการวิจยั และพัฒนาการปลูกไผบนพื้นท่สี ูง 53 15. โครงการวิจัยเพ่อื เสริมสรางประสทิ ธภิ าพการผลิตสกุ รบนพน้ื ทส่ี ูง 55 16. โครงการวจิ ยั และพัฒนาการเลยี้ งแพะและแกะขนบนพืน้ ทสี่ ูง 56 17. โครงการศึกษาวิจยั การผลิตอาหารสัตวอินทรีย 58 18. โครงการพัฒนาระบบกาซชีวภาพเพื่อใชเ ปน พลงั งานในการผลติ กระแสไฟฟาและปมน้าํ บนพ้ืนทีส่ ูง 59 19. โครงการประเมินผลสําเรจ็ ของงานพัฒนาและสง เสรมิ ดา นปศสุ ัตวข องมลู นิธโิ ครงการหลวง 61 20. โครงการศึกษาพนั ธุไกพน้ื เมืองบนพ้ืนทีส่ ูง 63 21. โครงการศึกษาวัสดุรองพ้ืนคอกท่เี หมาะสมสําหรับการเล้ียงหมหู ลมุ บนพื้นที่สงู 65 22. โครงการวิจัยและพฒั นาการเลี้ยงผ้ึงเพ่อื การเพ่ิมผลผลิตพชื และคุณภาพน้าํ ผึง้ 66 23. โครงการวิจยั เพ่ือปรับปรุงประสิทธภิ าพการใหน า้ํ และปยุ แกไ มผลสาํ คญั บนพื้นทีส่ ูง 24. โครงการศกึ ษาเพื่อปรบั ปรงุ กระบวนการจัดการหลงั การเก็บเกีย่ วผกั อนิ ทรยี ข องโครงการหลวง
แผนงานท่ี 2 การวิจัยเพอื่ ฟน ฟแู ละอนรุ กั ษท รัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม 69 1. โครงการวิจัยการอนรุ กั ษและฟนฟูพืชทองถนิ่ เพ่ือการใชประโยชนข องชมุ ชนบนพ้นื ทสี่ งู 70 2. โครงการวิจยั เชิงปฏบิ ัติการเพอ่ื ฟน ฟแู ละสงเสรมิ การใชป ระโยชนเห็ดทองถิ่นบนพ้ืนทสี่ ูง 73 3. โครงการศกึ ษาชนดิ ไมทอ งถ่ินและการใชป ระโยชนเ พ่ือการปลูกปา ชาวบา น 76 4. โครงการศึกษาชนิด/พันธไุ มสนเพื่อปลูกเปนสวนปา และการอนรุ กั ษในพน้ื ที่โครงการหลวงวดั จนั ทร 78 5. โครงการฟน ฟแู ละใชประโยชนทรพั ยากรปาไมอ ยา งยั่งยืนภายใตก ระบวนการมีสวนรว ม 80 81 ของชุมชนบานวดั จันทร 84 6. โครงการวจิ ัยเพื่อฟน ฟูความอดุ มสมบูรณของดินบนพน้ื ที่สูง 86 7. โครงการศกึ ษาการจดั การขยะและน้ําเสยี ของชุมชนบนพ้ืนที่สงู 89 8. โครงการศึกษาการพัฒนาชุมชนโครงการหลวงเพอ่ื เปน ชมุ ชนคารบ อนตาํ่ และยงั่ ยืน ระยะท่ี 2 90 แผนงานที่ 3 การวิจัยเพ่อื ตอยอดภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น และพฒั นานวัตกรรมจากความหลากหลาย 94 ทางชวี ภาพบนพื้นที่สงู 98 1. โครงการวิจัยและพัฒนาพืชสมนุ ไพรและยาพน้ื บา นบนพนื้ ทส่ี งู 103 2. โครงการวิจยั และพัฒนาผลิตภัณฑจากภมู ิปญญาทองถนิ่ และความหลากหลายทางชวี ภาพ 105 3. โครงการวิจัยและพฒั นาผลิตภณั ฑช วี ภาพเกษตรจากความหลากหลายทางชวี ภาพบนพน้ื ทส่ี ูง 108 แผนงานท่ี 4 การวจิ ยั ระบบเกษตรนิเวศพื้นท่ีสูง การวจิ ัยเชงิ พืน้ ท่ี และการทดสอบองคความรู 111 โครงการหลวง 114 1. โครงการวิจยั ระบบเกษตรแบบมีสว นรว มในชุมชนทมี่ ีฐานจากการปลูกฝน 117 2. โครงการวจิ ัยระบบเกษตรแบบมสี ว นรว มในชมุ ชนที่ปลูกขา วไร- ขา วโพด 121 3. โครงการวจิ ยั ระบบเกษตรแบบมสี ว นรว มในชุมชนทาํ นาบนพ้นื ทสี่ ูง 122 4. โครงการวจิ ัยระบบเกษตรแบบมสี วนรวมในชุมชนปาเม่ียง 125 5. โครงการวจิ ัยระบบเกษตรแบบมีสว นรว มในพนื้ ท่ีเฉพาะ 126 แผนงานท่ี 5 การวจิ ัยเพอื่ รองรบั การเปลี่ยนแปลงดานเศรษฐกจิ สังคม และสงิ่ แวดลอม 128 1. โครงการทดสอบรปู แบบการพฒั นาชมุ ชนตน แบบโครงการหลวงในโครงการพัฒนาพน้ื ที่สูง 131 แบบโครงการหลวง 132 2. โครงการศกึ ษาผลกระทบของสภาพภูมอิ ากาศทีม่ ตี อ ผลิตผลของไมผ ลบนพ้นื ทีส่ งู 135 3. โครงการทดสอบระบบฐานขอ มูลกาลอากาศในโครงการพัฒนาพน้ื ท่สี ูงแบบโครงการ 141 4. โครงการศกึ ษาระดบั การพฒั นาของชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 143 146 ในโครงการพัฒนาพื้นทีส่ ูงแบบโครงการหลวง แผนงานท่ี 6 การบรหิ ารจดั การและการจัดการทรพั ยส นิ ทางปญญาและสิทธชิ ุมชน 1. โครงการบริหารจัดการทรพั ยสนิ ทางปญ ญาจากผลงานวิจยั และภูมปิ ญญาทองถ่นิ ของชมุ ชนบนพ้นื ทีส่ ูง 2. การจัดการองคความรงู านวจิ ัย 3. โครงการพฒั นาเครือขา ยการวจิ ัยเพอื่ การพัฒนาพืน้ ทสี่ งู อยางย่งั ยนื 4. การกาํ กบั ติดตามงานวจิ ัย 5. การวิเคราะหและประเมนิ ผลกระทบจากการนาํ ผลงานไปใชประโยชน
บทสรปุ ผูบรหิ าร RESEARCH SUMMARY สถาบันวจิ ยั และพัฒนาพื้นทสี่ ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561 สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นท่ีสูง (องคการมหาชน) มีภารกิจหลักในการสนับสนุนงานโครงการหลวงและขยายผล องคค วามรูโครงการหลวง การดําเนินงานวิจัยของสถาบนั วิจยั และพัฒนาพ้นื ที่สงู มุง เนน การวิจยั เพอื่ ตอบสนองภารกิจหลกั ในการพัฒนาพ้ืนที่สูง โดยตอยอดองคความรูโครงการหลวง และภูมิปญญาทองถ่ิน รวมท้ังการพัฒนานวัตกรรมจากความ หลากหลายทางชวี ภาพบนพนื้ ทสี่ งู ตลอดจนสามารถนาํ ผลการวจิ ยั ไปใชป ระโยชนไ ดอ ยา งรวดเรว็ และกวา งขวาง รวมทง้ั การ สรา งความรวมมอื ดานงานวิจยั กบั ภาคสว นทเี่ กย่ี วขอ ง โดยในปง บประมาณ พ.ศ. 2561 มจี ํานวนโครงการวิจยั ท่ดี ําเนนิ การ 44 โครงการหลกั 92 โครงการยอ ย และ 5 กจิ กรรม ภายใต 6 แผนงาน งบประมาณรวม 84,453,000 บาท ผลการดาํ เนนิ งาน สําคญั มีดงั นี้ ตาราง จาํ นวนโครงการวิจยั และงบประมาณของแตล ะแผนงานวจิ ยั ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561 แผนงานวจิ ยั จํานวนโครงการ/กิจกรรม งบประมาณ โครงการหลัก โครงการยอย กจิ กรรม (บาท) 1. แผนงานการวิจยั เพ่อื เพ่มิ ผลผลิตและคณุ ภาพ 24 51 - 42,900,000 ของผลิตผลเกษตร 11,700,000 2. แผนงานการวจิ ยั เพ่อื ฟน ฟแู ละอนรุ ักษ 8 10 - 13,200,000 ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม 5,300,000 3. แผนงานการวิจยั เพอ่ื ตอ ยอดภมู ิปญ ญาทองถิน่ - และพัฒนานวตั กรรมจากความหลากหลายทาง 3 16 3,600,000 ชวี ภาพบนพ้นื ทสี่ งู 7,753,000 84,453,000 4. แผนงานการวจิ ัยระบบเกษตรนเิ วศพ้ืนทสี่ ูง การวิจัยเชงิ พื้นที่ และการทดสอบองคความรู 5 11 - โครงการหลวง 5. แผนงานการวจิ ัยเพอื่ รองรบั การเปลีย่ นแปลง 4 4 - ดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอ ม 6. แผนงานการบริหารจดั การและการจัดการทรัพยสนิ - - 5 ทางปญญาและสิทธิชมุ ชน รวม 44 92 5 สรปุ ผลงานวิจยั สถาบนั วจิ ยั และพฒั นาพื้นทีส่ งู (องคการมหาชน) 5 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
แผนงานที่ 1 การวจิ ยั เพือ่ เพ่มิ ผลผลิตและคณุ ภาพของผลติ ผลเกษตร เนน การสนบั สนนุ งานวจิ ยั เพอ่ื ตอ ยอด องคความรูจากโครงการหลวง โดยเฉพาะองคความรูเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพดานการผลิตพืชและสัตวใหผลผลิต มปี รมิ าณและ/หรอื คณุ ภาพสงู ขน้ึ จาํ นวน 24 โครงการ เชน ขา วพนั ธทุ อ งถนิ่ เฮมพ กาแฟอราบกิ า ผกั อนิ ทรยี กระเทยี ม องุน เสาวรสรับประทานสด พืชตระกูลสม ไมผลกลุมเบอรรี่ ไมดอก แพะ แกะขน ไกพันธุพื้นเมือง เปนตน สรปุ ผลการดําเนนิ งานไดดงั น้ี 1. องคความรูดานพันธุพชื และสตั วท ี่มีศกั ยภาพและเหมาะสมสาํ หรบั พื้นทส่ี ูง (พืช 16 ชนดิ 24 พนั ธุ สตั ว 2 ชนดิ 5 พนั ธ)ุ ประกอบดวย 1.1 พันธพุ ชื กลมุ พชื ไร: ไดพ นั ธขุ า วทอ งถน่ิ ทมี่ คี ณุ คา ทางโภชนาการสงู 2 สายพนั ธุ พนั ธขุ า วไรท ที่ นตอ แมลงบวั่ บนพน้ื ทส่ี งู และไมไวตอ ชวงแสง 4 สายพันธุ และสายพนั ธุท่มี ธี าตเุ หล็กและสงั กะสีสงู หรอื มคี วามหอม 1 สายพนั ธุ สวนเฮมพอยูระหวา ง การคดั เลอื กและปรบั ปรงุ พนั ธเุ ฮมพ THC ตํ่า ที่มเี ปอรเซน็ ตเสน ใยสูง เปอรเ ซน็ ตน้ํามันในเมลด็ สงู ไมตอบสนองตอ ชวงแสง และเฮมพส ายพันธแุ ท กลมุ พชื ผกั : พนั ธุมนั เทศญ่ีปุน พนั ธฟุ ก ทอง และพนั ธมุ ะระทเ่ี หมาะสมแตละระดบั ความสงู ชนดิ ละ 2 พันธุ รวมทง้ั พันธมุ ะเขือเทศท่ที นตอ อากาศรอ น 1 พนั ธุ พันธุกระเทยี มทใ่ี หผ ลผลติ สงู และมคี ณุ คาทางโภชนเภสชั 2 พนั ธุ กลมุ ไมผล: พันธไุ มผ ลที่มศี กั ยภาพในการผลติ ประกอบดวย เสาวรส 2 พนั ธุ และแบล็คเบอรร ่ี 1 พนั ธุ กลุมไมด อก: ไดพนั ธุก หุ ลาบท่ีเหมาะสมและตรงความตองการตลาด 5 พนั ธุ และ พนั ธุไ ผ: ท่ีเหมาะสมสําหรบั การบริโภคและความตอ งการของตลาด 6 ชนดิ และเหมาะสมสาํ หรบั การใชลาํ และความตอ งการตลาด 10 ชนิด 1.2 พนั ธสุ ตั ว สุกร: สายพันธุลกู ผสมโครงการหลวง 2 สายพนั ธุ และสกุ รสายพันธแุ ท 2 สายพันธุ ไก: สายพันธไุ กพ้ืนเมอื งบนพน้ื ทสี่ งู 1 สายพนั ธุ ผึง้ : ชนิดผง้ึ และชนั โรงท่ีเหมาะสมในการชว ยเพมิ่ ประสิทธิภาพการผสมเกสร อยา งละ 1 ชนิด 2. องคความรเู ทคโนโลยกี ารเพม่ิ ผลผลติ และคุณภาพพืชและสตั ว ประกอบดว ย 2.1 องคความรเู ทคโนโลยีการเพิม่ ผลผลติ และคณุ ภาพพืช ไดแก (1) กลมุ พืชไร 5 วธิ กี าร (ขา วและเฮมพ) (2) กลมุ พืชผัก 11 วิธกี าร (กะหลํ่าปลหี วาน ถ่วั แขก กวางตุง เบบฮ้ี องเต มะเขือเทศอนิ ทรยี คะนาฮอ งกง มันเทศญปี่ ุน และกระเทียม) (3) กลมุ ไมผล 7 วธิ กี าร (สม เคพกูสเบอรร ี่ ราสพเบอรรี่ แบลค็ เบอรร ี่ และองุน ) (4) ไมด อก 2 วิธีการ (วานสที่ ศิ และบวั ดิน) 2.2 องคค วามรูเทคโนโลยีการเพ่มิ ผลผลิตและคุณภาพสัตว 5 วิธีการ ไดแ ก สุกร แพะ ผึ้ง และชนั โรง 3. ระบบการปลูกพืชและสัตว ไดแก ระบบการปลูกพืชหมุนเวียนท่ีเพ่ิมความอุดมสมบูรณของดินและผลผลิตขาว และระบบการปลูกพืชเพอ่ื ลดการเผาในการปลกู ขาวไรบนพ้ืนทส่ี งู 2 ระบบ และระบบการเลย้ี งสกุ ร 1 วธิ ีการ 4. การจัดการหลังการเก็บเก่ยี วผกั อนิ ทรีย จาํ นวน 11 ชนิด ในพื้นที่ศนู ยพฒั นาโครงการหลวง 10 แหง 6 สรปุ ผลงานวจิ ัย สถาบนั วิจัยและพัฒนาพน้ื ที่สงู (องคการมหาชน) ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
แผนงานที่ 2 การวิจัยเพื่อฟน ฟูและอนุรกั ษท รัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม เนนการวิจัยเพ่ืออนุรักษ และฟนฟูพืชทองถ่ินและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเปนแหลงอาหารของชุมชนบนพ้ืนท่ีสูง นอกจากน้ียังมี การทดสอบเทคโนโลยกี ารฟน ฟคู วามอดุ มสมบรู ณข องดนิ บนพนื้ ทสี่ งู ตลอดจนงานวจิ ยั ดา นปา ไมเ พอ่ื นาํ ไปสกู ารจดั การ ทรพั ยากรปาไมข องชุมชนอยางยั่งยนื ซึง่ ดําเนนิ การเปน ปท่ี 3 ในพืน้ ทโี่ ครงการหลวง 10 แหง รวมถงึ กาํ หนดกจิ กรรม รวมกับชุมชนเพื่อใหเกิดการบริหารจัดการและใชประโยชนทรัพยากรปาไมอยางย่ังยืน นอกจากน้ียังมีการศึกษา พัฒนาชุมชนโครงการหลวงเพ่ือเปนชุมชนคารบอนต่ําและยั่งยืน 12 ชุมชน โดยมีผลการดําเนินงานวิจัยท่ีสําคัญ ประกอบดวย 1. ดานความหลากหลายทางชีวภาพ ไดแ ก (1) การรวบรวมองคค วามรแู ละวิธกี ารขยายพันธพุ ชื /เห็ดใน 84 ชุมชน 6,728 องคค วามรู การเพาะขยายพนั ธพุ ืชทองถิ่นทีม่ ีศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ 5 ชนิด การเพาะเลยี้ งเหด็ ไมคอรไรซา 2 ชนดิ (2) การปลูกฟนฟูพืชทอ งถน่ิ 89 ชุมชน 950 ชนิด (3) กลุม อนุรกั ษฟน ฟแู ละใชประโยชนพืชและเห็ด 8 กลุม 2. ดา นปา ไม ไดแก ขอ มลู คณุ สมบัติเชิงกล และพลงั งานไมฟ น วิธกี ารรักษาเนือ้ ไมแ ละใชป ระโยชนไ มท อ งถ่ิน 3 ชนิด (ทะโล มะแขวน และกําลงั เสอื โครง ) รูปแบบผลิตภัณฑจากไมท องถน่ิ ไมส น และยาง อยางละ 1 รปู แบบ รวมทง้ั แนวทางการ ฟน ฟูและใชประโยชนทรัพยากรปาไม 1 แนวทาง 3. ดา นดนิ ไดแ ก วธิ กี ารฟน ฟคู วามอดุ มสมบรู ณข องดนิ ทเี่ หมาะสมกบั ชนดิ พชื บนพนื้ ทส่ี งู 3 ชนดิ (ขา วไร มนั สาํ ปะหลงั ขาวโพดเลีย้ ง) และแนวทางการลดปรมิ าณอาซินิคในดินเพาะปลูกบนพ้นื ที่สงู 1 แนวทาง 4. ดา นสิ่งแวดลอ ม ไดแก ตน แบบชุมชนที่มีการจดั การขยะและนาํ้ เสยี ทดี่ ี 2 ชุมชน และชมุ ชนคารบ อนต่ําและยัง่ ยนื 12 ชมุ ชน โดยมกี ารประเมนิ ผลเบื้องตน ตามชุดตัวช้วี ดั ใน 4 มิติ 32 ตัวช้ีวัดแลว ซึ่งอยูระหวา งดําเนนิ กิจกรรมเพือ่ ยกระดับ การพัฒนาของแตละชุมชน โดยมีเปาหมายในการขอรับการรับรองวาเปนชุมชนคารบ อนตํ่าและยั่งยืนในป พ.ศ. 2562 แผนงานที่ 3 การวจิ ยั เพอื่ ตอ ยอดภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ และพฒั นานวตั กรรมจากความหลากหลายทางชวี ภาพบนพนื้ ทสี่ งู เนนศึกษา รวบรวม และตอยอดภูมิปญญาทองถิ่นของชนเผาบนพ้ืนท่ีสูงเก่ียวกับการใชประโยชนจากพืช สมุนไพรและยาพื้นบานในการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องตน การวิจัยและพัฒนาชีวภัณฑเกษตรและผลิตภัณฑ สําหรับ ปลูกพืชจากพืชหรือจุลินทรียบนพ้ืนท่สี ูงเพื่อทดแทนการใชสารเคมีเกษตร รวมท้ังยังมีงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ เพอื่ สรา งมลู คา เพม่ิ จากความหลากหลายทางชวี ภาพอนื่ ๆ ทส่ี ามารถนาํ มาเปน สว นประกอบสาํ คญั ของผลติ ภณั ฑต า งๆ เชน กลุมผลิตภัณฑอาหาร สมุนไพรและยาภายนอก กลุมผลิตภัณฑเวชสําอาง และกลมุ ผลิตภัณฑสําหรับคนและ/ หรอื สัตว เปนตน โดยมีผลผลิตงานวจิ ยั ที่สาํ คญั ประกอบดว ย 1. การวิจัยตอยอดภูมิปญญาทองถ่ินดานสมุนไพรและยาพื้นบานกลุมขับสารพิษ (สังหยู) โดยการศึกษาพฤกษเคมี ฤทธทิ์ างชีวภาพ และความเปนพิษระยะยาวของสงั หยูในสัตวทดลอง 2. ผลติ ภณั ฑชีวภาพเกษตรทดแทนการใชสารเคมี ไดแก ผลิตภัณฑปองกนั กําจัดโรคพืช 3 ผลิตภัณฑ ปอ งกนั กําจดั แมลง 1 ผลิตภณั ฑ และสง เสริมการเจรญิ เติบโตพชื 1 ผลติ ภณั ฑ 3. ผลิตภณั ฑจากธรรมชาติ 6 ผลิตภณั ฑ ไดแก ผลติ ภณั ฑตน แบบสําหรบั แมแ ละเด็ก ผลิตภณั ฑเพื่อสขุ ภาพสาํ หรบั ผูสูงอายุ และผลิตภัณฑเวชสําอางบํารุงผิวหนาสําหรับกลางคืน รวมทั้งการศึกษาคุณลักษณะทางเภสัชเวชและขอกําหนด มาตรฐานวตั ถดุ ิบสมนุ ไพรและสารสกัดพืชทอ งถิ่นท่ใี ชในผลิตภณั ฑเ วชสาํ อางของมลู นธิ ิโครงการหลวง โดยมีการสงมอบผลิตภัณฑใหกับมูลนิธิโครงการหลวง จํานวน 9 ผลิตภัณฑ ไดแก ผลิตภัณฑจากธรรมชาติ (ดแู ลผวิ หนังและผม) 6 ผลติ ภณั ฑ และผลติ ภณั ฑช ีวภาพเกษตร 3 ผลติ ภณั ฑ สรปุ ผลงานวิจยั สถาบนั วจิ ัยและพัฒนาพื้นทีส่ ูง (องคก ารมหาชน) 7 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
แผนงานท่ี 4 การวิจัยระบบเกษตรนิเวศพ้ืนท่ีสูง การวิจัยเชิงพ้ืนที่ และการทดสอบองคความรูโครงการหลวง เนนผลงานวิจัยท่ีสามารถสนับสนุนการแกไขปญหาและยกระดับการพัฒนาระบบเกษตรที่เหมาะสมกับภูมิสังคม โดยกระบวนการวจิ ัยแบบมสี วนรว มกบั เกษตรกรบนพื้นทีส่ งู ใน 5 เขตเกษตรนิเวศ คอื (1) ชุมชนปาเมย่ี ง (2) ชมุ ชน ทป่ี ลกู ขา วเปน หลกั (3) ชมุ ชนทม่ี พี น้ื ฐานจากการปลกู ฝน (4) ชมุ ชนปลกู ขา วไร- ขา วโพด และ (5) พน้ื ทเ่ี ฉพาะทมี่ คี วาม แหงแลง โดยการนําองคความรูโครงการหลวงไปประยุกตใชผสมผสานกับภูมิปญญาของทองถ่ินในการแกไขปญหา การเกษตรของในแตละพ้ืนท่ี โดยมผี ลผลิตงานวจิ ยั ทส่ี ําคญั ประกอบดว ย 1. ชนิดพืช/สัตว ท่ีเหมาะสมในระบบเกษตรแบบตางๆ ไดแก ชนิดพืชผักที่เหมาะสมในการปลูกหลังนา 3 ชนิด ชนดิ ถ่วั ในการฟน ฟดู ิน 2 ชนิด ชนิดฟกทองญปี่ นุ 1 ชนิด ชนดิ พชื และสตั วท่ีสรางรายไดข องชุมชนปา เมีย่ ง และชนดิ ปลาที่ เหมาะสมกับนาขา ว 1 ชนดิ 2. เทคโนโลยีการผลิตและการจัดการ ไดแก ชนิดและอัตราการใหปุยอินทรียท่ีเหมาะสมการปลูกกาแฟในระบบ อินทรีย จาํ นวน 1 ชนิด และวิธีการเพิม่ ผลผลิตขา วไร 1 ชุดเทคโนโลยี วธิ กี ารปองกันเพลีย้ กระโดดแบบผสมผสานในนาขา ว 1 ชดุ เทคโนโลยี 3. ผลการวิเคราะหทุนการดํารงชีพและระบบเกษตรของชุมชน 2 ชุมชน (ชุมชนทํานา) โจทยวิจัยในการแกปญหา และยกระดบั อาชีพการเกษตรของชมุ ชน 2 โครงการ (ชมุ ชนทาํ นา) ความตอ งการสินคา เกษตร 3 ระดบั และผลตอบแทน ของพืชทมี่ ีโอกาสทางตลาด 3 ชนิด (พื้นทีเ่ ฉพาะ) แผนงานที่ 5 การวิจยั เพอื่ รองรับการเปลีย่ นแปลงดานเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดลอม เนนงานวิจัยเพื่อ สนับสนนุ การกําหนดนโยบายและทิศทางการดาํ เนินงานบนพน้ื ท่ีสงู ที่เหมาะสมกบั สภาพภมู สิ ังคม รวมทั้งการเตรยี ม การรองรบั การเปลย่ี นแปลงหรอื ผลกระทบตา งๆ ทมี่ ตี อ ชมุ ชนบนพนื้ ทส่ี งู โดยมผี ลผลติ งานวจิ ยั ทสี่ าํ คญั ประกอบดว ย 1. รูปแบบการพฒั นาชมุ ชนตนแบบโครงการหลวงในโครงการพัฒนาพน้ื ที่สูงแบบโครงการหลวง 6 แหง 2. ชุดตัวบงช้ีคุณลักษณะชุมชนที่พึงประสงคตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการยกระดับการพัฒนาชุมชนใน 3 ชมุ ชน 3. แนวทางการปรับตัวของเกษตรกรในการปลูกไมผลเขตหนาวบนพื้นท่ีสูง 1 แนวทาง และระบบฐานขอมูลกาล อากาศในการพยากรณอากาศในพื้นท่ีสูง 1 ระบบ รวมทั้งขอมูลผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตอความ ออ นไหวของผลผลิต แผนงานท่ี 6 การบริหารจัดการและการจัดการทรพั ยสินทางปญญาและสิทธิชมุ ชน โดยมีผลการดําเนินงาน ประกอบดวย (1) จดทะเบียน/จดแจงทรัพยสินทางปญญาใหมที่เกิดจากผลงานวิจัย และทรัพยสินทางปญญา ของชุมชนบนพ้ืนท่ีสูง 12 รายการ (2) สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยสินทางปญญาของชุมชน 5 ชุมชน (3) การเชอ่ื มโยงการเรยี นรแู ละถายทอดองคความรจู ากงานวิจัยไปสูเ กษตรกรและนกั พฒั นา 18 เรือ่ ง (4) การพฒั นา เครอื ขา ยความรวมมือกับหนวยงานท่ีเกีย่ วขอ ง 2 เร่ือง (5) การวเิ คราะหแ ละประเมนิ ผลกระทบจากการนาํ ผลงานไป ใชป ระโยชน 3 เร่อื ง (6) การจัดทาํ ระบบฐานขอ มลู งานวิจยั 1 ระบบ (7) การจัดทาํ ระบบติดตามงานวจิ ัย 1 ระบบ และ (8) การกาํ กบั ตดิ ตามงานวิจัยโดยคณะอนกุ รรมการวจิ ยั และพัฒนา ซึง่ มกี ารประชุมและติดตามงานในพ้ืนทีร่ วม 20 คร้งั 8 สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวิจยั และพฒั นาพืน้ ทสี่ ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
การวิจยั เพือ่ เพมิ่ ผลผลิตและ คณุ ภาพของผลติ ผลเกษตร HIGHLAND RESEARCH AND DEVELOPMENT INSTITUTE (PUBLIC ORGANIZATION)
แผนงานการวจิ ัยเพ่ือเพิม่ ผลผลติ และคุณภาพของผลิตผลเกษตร งานวจิ ยั เพอื่ เพมิ่ ผลผลติ และตลาด มงุ เนน งานวจิ ยั เพอื่ สนบั สนนุ และตอ ยอดองคค วามรจู ากโครงการหลวง โดยเฉพาะ การวจิ ยั เพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธิภาพการผลติ พชื อาหารหลักในการสรางความม่นั คงดา นอาหาร การผลติ พชื และสัตวที่เปนมติ รกบั สงิ่ แวดลอ มบนพน้ื ทส่ี งู การวจิ ยั ชนดิ และพนั ธทุ ร่ี องรบั การเปลย่ี นแปลงของสภาพภมู อิ ากาศ หรอื มคี ณุ คา พเิ ศษทางโภชนาการ และการวิจยั ดา นการจดั การหลงั การเกบ็ เก่ียวพืชผกั ประกอบดว ย 24 โครงการหลกั สรปุ ผลการดาํ เนนิ งาน ดงั นี้ 1. โครงการศกึ ษาวจิ ัยการเพมิ่ ผลผลติ ขาวบนพ้นื ทสี่ งู ชมุ ชนบนพนื้ ทสี่ งู ปลกู ขา วเพอ่ื เปน อาหารหลกั โดยเฉพาะชนเผา ปกาเกอะญอทท่ี าํ นาเปน หลกั พนั ธขุ า วทปี่ ลกู บนพนื้ ทสี่ งู สําหรับบริโภคสวนใหญคือพันธุทองถ่ินหรือพันธุพื้นเมือง (Local variety) โดยปลูกปละคร้ังและอาศัยนํ้าฝนเปนหลัก บนพื้นที่สงู มีพื้นที่ปลกู ขาวถงึ รอยละ 60 ของพื้นท่เี กษตรทัง้ หมด แตยังประสบปญ หาขา วไมเพียงพอตอการบริโภคเน่ืองจาก ผลผลติ ตอ พน้ื ทต่ี าํ่ ปญ หาผลผลติ ขา วบนพน้ื ทสี่ งู ไมเ พยี งพอเนอ่ื งจาก (1) การเพม่ิ ขน้ึ ของประชากรตอ ครวั เรอื น (2) พนั ธขุ า ว ทีป่ ลูกไมเ หมาะสมกบั พนื้ ท่ี (3) การระบาดของแมลงบว่ั (4) ขาวมกี ารปนพนั ธุ กลายพันธุและสญู พนั ธุ (5) การแปรปรวน สภาพภมู อิ ากาศ ไดแ ก ฝนและอุณหภูมิ (6) ดินมีความอดุ มสมบูรณตํา่ และ (7) ดินมีการชะลางสงู ความสามารถในการ กกั เกบ็ นา้ํ ตา่ํ ดงั นน้ั เพอ่ื แกไ ขปญ หาการปลกู ขา วบนพนื้ ทสี่ งู จงึ ศกึ ษาวจิ ยั การเพม่ิ ผลผลติ ขา วบนพน้ื ทสี่ งู สรปุ ผลการดาํ เนนิ งาน ดังน้ี 1. การวจิ ยั และคดั เลอื กพนั ธขุ า วทอ งถนิ่ บนพนื้ ทสี่ งู ทมี่ ศี กั ยภาพใหผ ลผลติ สงู หรอื มคี ณุ คา ทางโภชนาการ สาํ หรบั เพ่มิ มูลคา 1.1 รวบรวมพันธุขา วทองถน่ิ ของพื้นท่ีสูงเพิ่มเตมิ จํานวน 23 พันธุ ประกอบดวย พนั ธขุ า วไร 8 พนั ธุ และพันธุ ขาวนา 15 พันธุ ปจจบุ ันมีพันธุขา วทอ งถิน่ ท่อี นรุ กั ษทัง้ หมด 429 พันธุ 1.2 พนั ธุขาวทองถ่นิ มคี ุณคา โภชนาการพิเศษจํานวน 2 พนั ธุ ไดแ ก ขา วฮา ว และขา วเจา ดาํ 1.2.1 ขา วฮา ว เมล็ดขาวกลองมีสีแดง ปริมาณอะไมโลส 18.92 เปอรเ ซน็ ต มีโปรตีน 11,800 มลิ ลกิ รัมตอ 100 กรัม กากใยอาหาร 2,010 มลิ ลิกรัม ตอ 100 กรมั แคลเซยี ม 129.7 มิลลิกรมั ตอกิโลกรมั ธาตุสงั กะสี 29.05 มลิ ลกิ รมั ตอ กิโลกรมั และมคี วามสามารถในการตานสารอนุมูลอิสระ 9.58 ขาวฮาว 1.2.2 ขาวเจาดํา เมล็ดขาวกลองมีสีมวงดํา ปริมาณอะไมโลส 12.11 เปอรเซ็นต โปรตนี 10,650 มลิ ลกิ รัมตอ 100 กรัม ปรมิ าณไขมัน 3,220 มลิ ลกิ รมั ตอ 100 กรมั ธาตสุ งั กะสี 27.61 มลิ ลกิ รมั ตอ กโิ ลกรมั และมคี วามสามารถ ในการตา นสารอนุมลู อสิ ระ 3.28 ขาวเจาดํา 1.3 การทดสอบและคัดเลอื กพนั ธขุ าวท่ีทนตอแมลงบ่ัวบนพนื้ ท่ีสงู พบวาฤดนู าป พ.ศ. 2561 แมลงบัว่ มกี ารเขา ทาํ ลายสงู ถงึ 66.33 เปอรเ ซน็ ต และสายพนั ธุ CMU-L3 ทนทานตอ แมลงบวั่ มากทส่ี ดุ ใหผ ลผลติ สงู สดุ เฉลย่ี 693 กโิ ลกรมั ตอ ไร 10 สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบนั วิจยั และพัฒนาพืน้ ท่ีสงู (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
2. การวจิ ยั และทดสอบเทคโนโลยีการเขตกรรมที่เหมาะสมสาํ หรบั การปลูกขาวบนพ้นื ท่ีสูง 1 2.1 การคัดพันธุและผลิตเมล็ดพันธุขาวทองถ่ินใหบริสุทธ์ิ ตรงตามพันธุ โดยทดสอบรวมกับเกษตรกร แผน ่ีท ในฤดูนาป พ.ศ. 2561 พบวาเมล็ดพันธุขาวจํานวนทั้งหมด 103 ตัวอยาง ผานคุณภาพมาตรฐานเมล็ดพันธุขาวจํานวน 63 ตวั อยาง (คดิ เปน รอยละ 61) ซ่ึงดาํ เนนิ การในพ้ืนทมี่ ลู นิธโิ ครงการหลวง 11 พน้ื ที่ ไดแ ก อนิ ทนนท หมอกจา ม วัดจนั ทร แมทาเหนือ พระบาทหวยตม ทุงหลวง แมโถ แมสะปอก แมสะเรียง แมแฮ และแมลานอย พ้ืนที่โครงการพัฒนาพื้นท่ีสูง แบบโครงการหลวง จํานวน 6 แหง ไดแก หวยเปา ผาแตก บอเกลือ แมสลอง และแมมะลอ และพื้นที่โครงการรักษนํ้า เพ่ือพระแมของแผนดิน 1 แหง คือ หมากแขง สําหรับตัวอยางเมล็ดพันธุขาวที่ยังไมผานมาตรฐาน เน่ืองจากมีจํานวน เมล็ดขาวแดงเกิน 20 เมล็ดตอ 500 กรมั ซึ่งตองปลกู คัดเลือกในฤดนู าป พ.ศ. 2562 ตอไป 2.2 การทดสอบและสาธิตวิธีการใหนํ้าแบบนาน้ํานอยสําหรับการปลูกขาวนาบนพ้ืนที่สูง โดยดําเนินการ รว มกับเกษตรกร 5 ชุมชน พบวา 2.2.1 บา นทงุ หลวง ปลกู ขาวพนั ธบุ อื โปะโละ ไดผ ลผลิต 699 กโิ ลกรมั ตอไร และปลูกพันธบุ ือบอ ไดผลผลติ 529 กิโลกรมั ตอ ไร 2.2.2 บานหว ยขา วลบี ปลูกขาวพนั ธุบอื โปะ โละ ไดผ ลผลิต 684 กิโลกรัมตอ ไร 2.2.3 บานหนองหลม ปลูกขาวพันธบุ อื โปะโละ ไดผลผลิต 685 กโิ ลกรัมตอไร 2.2.4 บา นแมข นิล ปลกู ขา วพนั ธุสันปาตอง 1 ไดผลผลิต 1,258 กโิ ลกรัมตอไร 2.2.5 บา นหว ยหอ ม ปลูกขา วพนั ธบุ อื โปะ โละ ไดผ ลผลิต 500 กโิ ลกรมั ตอ ไร 2.3 การทดสอบวิธีการจัดการปุยในดินสําหรับเพ่ิมผลผลิตขาวนาบนพื้นที่สูง พบวา ในฤดูนาป พ.ศ. 2561 วิธีการใสปุยตามคาวิเคราะหดินทําใหผลผลิตขาวในพื้นท่ีบอเกลือสูงขึ้นรอยละ 2.56 และวิธีการใสปุยอินทรียสามารถ เพ่มิ ผลผลิตขาวในพื้นทปี่ างหนิ ฝน แมม ะลอ และนา้ํ แขวง รอยละ 10.4, 35.0 และ 44.0 ตามลําดบั 2.4 วิธีการปลูกขาวอายุกลา 25-30 วัน เปรียบเทียบกับอายุกลาปกติของเกษตรกร (40-50 วัน) พบวา พันธุขาวบือเนอมู ปลกู กลา ขา วอายุ 15 วัน ผลผลติ ของขา วกลาเฉลย่ี 800 กโิ ลกรมั ตอ ไร และผลผลิตของกลาขาวอายุปกติ เฉล่ีย 640 กิโลกรัมตอ ไร ซึ่งปก ดาํ กลาอายสุ น้ั ใหผ ลผลติ ขา วสงู กวากลา อายปุ กติรอ ยละ 25.0 2.5 วิธีการอนุรักษดินและนํ้าดวยวิธีการ cut and fill สําหรับพื้นท่ีปลูกขาวไรบนพ้ืนท่ีสูง ในฤดูนาป พ.ศ. 2561 (ปที่ 1) พบวา การปรับพ้ืนที่ปลูกขาวไรดวยวิธีการ cut and fill ของพ้ืนท่ีหนองเขียวใหผลผลิตขาวพันธุ เลาทูหยา 920 กิโลกรัมตอไร พื้นที่ผาแตกใหผลผลิตขาวพันธุบือแขร 780 กิโลกรัมตอไร และพันธุเบี้ยวจิกูใหผลผลิต 500 กิโลกรัมตอไร สําหรับพ้ืนท่ขี นุ วางใหผ ลผลิตขา วพันธเุ ลา ทูหยา 820 กโิ ลกรมั ตอ ไร 3. การศึกษาและคัดเลือกพันธุขาวไรทองถ่ินบนพ้ืนท่ีสูงที่ทนทานแมลงบ่ัว ไมไวตอชวงแสง และพันธุขาวไร ทอ งถน่ิ ทมี่ คี ณุ ภาพพเิ ศษทางโภชนาการ ไดพ นั ธขุ า วไรท อ งถน่ิ ลกู ผสมทที่ นทานตอ แมลงบว่ั ไมไ วตอ ชว งแสง และมคี ณุ คา โภชนาการ จํานวน 5 สายพันธุ ประกอบดวย (1) BA3 × CMU-L2 (2) BA3 × CMU-B2 (3) JPD1 × CMU-L2 (4) JPD1 × CMU-B2 และ (5) JPD1 × PTT1 ซึ่งพันธุข า วทองถนิ่ คผู สม JPD1 × CMU-L2 ใหผ ลผลิตสูงสดุ รองลงมาไดแ ก JPD1 × PTT1 มคี าสูงกวาสองเทา ของพันธุแมพืน้ เมือง สรุปผลงานวิจยั สถาบันวิจยั และพัฒนาพน้ื ทส่ี งู (องคก ารมหาชน) 11 ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. 2561
ผลผลิตท่สี าํ คญั ของงานวจิ ยั 1. พนั ธุขา วทองถิน่ ทม่ี ีคุณคาทางโภชนาการ 2 พันธุ ไดแ ก ขาวฮาว และขาวเจาดาํ 2. เมลด็ พนั ธขุ าวทอ งถน่ิ ท่บี รสิ ุทธ์ิ ตรงตามพนั ธุ และมคี ณุ ภาพผา นมาตรฐานเมลด็ พนั ธุ 3. ชมุ ชนบนพนื้ ทสี่ งู ปลกู ขา วนาโดยใหน า้ํ แบบนานา้ํ นอ ย 5 ชมุ ชน ไดแ ก บา นทงุ หลวง บา นหว ยขา วลบี บา นหนองหลม บานแมขนิล และบา นหวยหอ ม 4. ชมุ ชนบนพน้ื ท่ีสงู สามารถเพ่มิ ผลผลิตขา วนาตอพนื้ ท่ี โดยวธิ ีการใสป ยุ อนิ ทรยี ซ งึ่ เพิ่มขึ้นสงู สุดรอยละ 44.0 5. วิธีการปลูกขาวอายุกลา 25-30 วัน ทําใหผลผลิตขาวเพ่ิมขึ้นรอยละ 25 เมื่อเทียบกับการปลูกอายุกลา 40-50 วัน 6. การอนุรักษดินและนํ้าดวยวิธีการ cut and fill สําหรับพื้นที่ปลูกขาวไรบนพ้ืนที่สูง (ปท่ี 1) ใหผลผลิตขาว พนั ธเุ ลา ทหู ยาสงู ถงึ 820-920 กโิ ลกรมั ตอ ไร พนั ธบุ อื แขรใ หผ ลผลติ ขา ว 780 กโิ ลกรมั ตอ ไร และพนั ธเุ บย้ี วจกิ ใู หผ ลผลติ 500 กิโลกรัมตอไร 7. พันธุขาวไรทองถ่ินท่ีทนตอแมลงบ่ัวบนพื้นท่ีสูง ไมไวตอชวงแสง จํานวน 4 สายพันธุ และพันธุขาวไรทองถ่ิน บนพ้นื ท่สี ูงทมี่ ีธาตุเหลก็ และสงั กะสสี งู หรอื มีสารความหอม จาํ นวน 1 สายพนั ธุ แผนการนาํ ผลงานวิจัยไปใชป ระโยชน 1. การใชประโยชนเ ชิงวชิ าการ 1.1 นาํ องคความรูท ่ไี ดใ นป พ.ศ. 2561 ไปใชต อ ยอดงานวจิ ยั ป พ.ศ. 2562 ดังนี้ 1) ทดสอบและคัดเลอื กพันธขุ าวทอ งถ่ินทม่ี ีคุณคา ทางโภชนาการและเหมาะสมกบั พนื้ ทส่ี งู 2) ทดสอบและคัดเลือกพันธขุ าวนาทองถ่ินท่ที นตอแมลงบั่วในพ้ืนทส่ี งู ท่ีมคี วามสงู ของพ้ืนที่ตางกนั 3) ทดสอบและประเมินศกั ยภาพการใหผลผลิตของพันธุข าวทอ งถิ่นลูกผสม (Yield trails) 4) ศกึ ษาวิจัยการอนรุ กั ษดินและนา้ํ ท่เี หมาะสมสาํ หรบั การปลกู ขาวไรบนพื้นท่สี งู 1.2 การนาํ เสนอผลงานวิจยั หรอื ตีพมิ พในรปู แบบตา งๆ นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นทสี่ ูง (องคการมหาชน) 2. การใชประโยชนเ ชิงสาธารณะ สง มอบพนั ธุขา วทอ งถ่นิ บนพ้นื ท่ีสูงทม่ี คี ณุ คาทางโภชนาการแกมูลนิธิโครงการหลวง เพอื่ ขยายเมลด็ พันธขุ าว จาํ นวน 2 พันธุ คือ ขาวฮา วและขา วเจา ดาํ 12 สรุปผลงานวิจยั สถาบันวิจัยและพัฒนาพืน้ ทีส่ งู (องคการมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
2. โครงการวิจยั และพฒั นาการเพาะปลกู และแปรรปู เฮมพ 1 การศึกษาวิจัยและพัฒนาเฮมพเพื่อใชประโยชนของไทยยังมีนอย ซึ่งตองศึกษาวิจัยใหครบท้ังกระบวนการ ตั้งแต แผน ่ีท การพัฒนาปรับปรุงพันธุ คนหาเทคโนโลยีการเพาะปลูกใหมๆ ท่ีทันสมัยเหมาะสมกับสภาพแวดลอม รวมทั้งการพัฒนา เทคโนโลยีการแปรรูปเฮมพเปนผลิตภัณฑแ ละนาํ ไปใชป ระโยชนไดอ ยา งคุมคา ซง่ึ จะชว ยสรางรายไดใหเ กษตรกรบนพื้นทสี่ งู ทปี่ ลกู เฮมพไ ดอ ยา งถกู ตอ งตามกฎหมาย ลดการนาํ เขา วตั ถดุ บิ ไมส ง ผลเสยี ตอ สงิ่ แวดลอ ม ดงั นน้ั ในปง บประมาณ พ.ศ. 2561 ไดศกึ ษาวิจัย 5 โครงการยอ ย ไดแ ก 1. การคัดเลือกและปรบั ปรงุ พนั ธุเฮมพ 1.1 การคัดเลือกพันธเุ ฮมพ THC ต่าํ ใหม เี ปอรเซ็นตเสนใยสงู (รนุ ที่ 7) จากประชากรรนุ ที่ 6 (M6) จาํ นวน 4 พนั ธุ คอื RPF1 RPF2 RPF3 และ RPF4 พบวา มเี ปอรเซ็นตเสน ใยเฉล่ยี ในรุน เทากับ 18.03, 18.25, 16.29 แลว คัดเลือก ตนเฮมพท ัง้ 4 พันธุ จํานวน 9, 7, 3 และ 6 ตน ตามลําดบั ซึ่งมีคาเปอรเ ซน็ ตเสนใยสงู เฉลี่ยเทา กับ 22.10, 22.77, 21.37 และ 22.30 เปอรเซน็ ต ตามลาํ ดบั และยังคงมปี รมิ าณ THC ต่ํากวารอ ยละ 0.3 คอื 0.046, 0.027, 0.070 และ 0.032 ตามลําดบั แสดงคา เปอรเ ซน็ ตเสนใยเฮมพเฉลีย่ ในรุนท่ี 6 และคา เปอรเ ซน็ ตเสนใยเฉลีย่ ของตนท่คี ัดเลอื กในรนุ ท่ี 7 1.2 การคดั เลอื กพันธเุ ฮมพ THC ต่ํา ใหม ีเปอรเซ็นตน ํ้ามันในเมล็ดสูง (รนุ ท่ี 5) พบวา เฮมพท ้ัง 4 พนั ธุ คือ RPF1 RPF2 RPF3 และ RPF4 มปี รมิ าณนา้ํ มนั ในเมลด็ เฉลย่ี เพมิ่ ขนึ้ เมอ่ื เทยี บกบั รนุ ที่ 4 มปี รมิ าณนาํ้ มนั ในเมลด็ สงู เฉลยี่ เทา กบั 21.93, 20.18, 18.07 และ 16.32 เปอรเ ซน็ ต ตามลําดับ ซึ่งทกุ พันธุย ังคงมีปรมิ าณ THC ตาํ่ 0.050, 0.023, 0.025 และ 0.051 ตามลําดับ (ดังตารางที่ 1) แลวทําการคัดเลือกสายพันธุตอในประชากร คือ RPF1 RPF2 RPF3 และ RPF4 จาํ นวน 5, 4, 4 และ 7 ตน ตามลาํ ดับ สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวิจัยและพัฒนาพืน้ ทส่ี งู (องคการมหาชน) 13 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
ตาราง แสดงการเพม่ิ ขน้ึ ของปรมิ าณนาํ้ มนั ในเมลด็ เฮมพ งานคดั เลอื กประชากรเฮมพใ หม ปี รมิ าณนา้ํ มนั ในเมลด็ สงู ขนึ้ ในรุน ที่ 5 (M5) พนั ธุ ปรมิ าณน้ํามนั ในเฮมพ %Crudefat (M4) %Selectedcrude fat (M5) RPF1 16.61 21.93 RPF2 15.02 20.18 RPF3 15.22 18.07 RPF4 11.76 16.32 ตาราง แสดงปริมาณนาํ้ มนั ปรมิ าณโปรตนี ในเมล็ดเฮมพ เปอรเซน็ ต THC และเปอรเ ซน็ ต CBD ของเฮมพท ่ผี า นการ คัดเลอื กพนั ธุ RPF1 RPF2 RPF3 และ RPF4 รุนที่ 5 (M5) สายพนั ธุ นาํ้ มัน (%) โปรตนี (%) THC (%) CBD (%) O-RPF1-1 24.30 22.06 0.011 0.453 O-RPF1-2 33.70 15.94 0.022 0.738 O-RPF1-3 24.30 0.011 0.448 O-RPF1-10 11.81 - 0.013 0.439 O-RPF1-11 15.56 18.23 0.017 0.401 เฉล่ีย M5-RPF1 21.93 16.91 0.015 0.496 O-RPF2-1 16.12 18.29 0.011 0.282 O-RPF2-17 18.52 0.014 0.456 O-RPF2-18 20.99 - 0.025 0.498 O-RPF2-30 25.07 15.25 0.016 0.294 เฉลย่ี M5-RPF2 20.18 16.53 0.016 0.382 O-RFF3-16 18.18 0.018 0.342 O-RFF3-18 19.15 - 0.020 0.633 O-RFF3-19 16.92 15.89 0.011 0.335 O-RFF3-21 18.04 18.47 0.015 0.493 เฉลยี่ M5-RPF3 18.07 0.016 0.451 O-RFF4-8 18.84 - 0.371 0.034 O-RFF4-9 16.90 - 0.026 0.502 O-RFF4-11 15.68 20.44 0.015 0.318 O-RFF4-12 15.88 19.46 0.036 0.144 O-RFF4-17 16.42 - 0.277 0.662 O-RFF4-19 16.62 - 0.004 0.147 O-RFF4-28 13.88 14.47 0.093 0.024 เฉล่ีย M5-RPF4 16.32 18.87 0.117 0.262 - - 21.62 18.32 14 สรปุ ผลงานวิจยั สถาบนั วิจัยและพัฒนาพน้ื ทส่ี ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
1.3 การคดั เลอื กพนั ธุเฮมพ THC ต่ําใหไ มตอบสนองตอชวงแสง (รนุ ที่ 1) การปลูกเฮมพจ าํ นวน 20 สายพนั ธุ 1 ในชว งวนั สน้ั (ต.ค.-ม.ค.) พบวา เฮมพแ ตล ะสายพนั ธมุ คี วามสงู 57-190 เซนตเิ มตร อายเุ กบ็ เกยี่ ว 51-91 วนั และนา้ํ หนกั เมลด็ แตกตางกัน โดยความสงู จะแตกตา งกัน ไดค ดั เลือกสายพันธุท ่มี กี ารออกดอกชาและเจริญเติบโตดี สาํ หรบั การปลูกคดั เลอื ก แผน ่ีท ในรุนตอไปจาํ นวน 20 ตน 1.4 การศึกษาและคัดเลือกเฮมพชนิด Monoecieus ทําการปลูกเฮมพที่มีประวัติมีดอกเพศผูและเพศเมีย ในตน เดียวกันจํานวน 50 ตน ในชว งวันสั้น (ต.ค.-ม.ค.) และเกบ็ ตวั อยา งใบจากตน ทมี่ ีดอกเพศผแู ละเพศเมยี ในตนเดยี วกนั จํานวน 41 ตน นําตัวอยางใบแตละตนวิเคราะหเพศดวย DNA marker สามารถคัดเลือกเฮมพชนิด Monoecious ทง้ั 10 ตนไปปลกู เพอ่ื การคัดเลือกในรนุ ตอไป 1.5 การผลติ เมลด็ พนั ธเุ ฮมพเ พอื่ สนบั สนนุ การวจิ ยั และการสง เสรมิ มกี ารผลติ เมลด็ พนั ธขุ องเฮมพพ นั ธุ THC ตาํ่ จํานวน 4 พนั ธุ คือ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 ใน 7 แหง ภายใตระบบควบคุมและวางแผนการผลติ เมลด็ พนั ธเุ ฮมพ รว มกับมลู นธิ ิโครงการหลวง มีผลการดาํ เนนิ งาน ดังนี้ 1.5.1 เมลด็ พนั ธคุ ดั (Breeder seeds) ในพน้ื ทข่ี องสถานเี กษตรหลวงปางดะ ไดเ มลด็ พนั ธใุ นชนั้ เมลด็ พนั ธคุ ดั ท้ังหมด 3.786 กโิ ลกรัม 1.5.2 เมลด็ พันธุหลัก (Foundation seeds) ใน 3 พ้ืนทคี่ อื สถานฯี อางขาง (พนั ธุ RPF1) ศูนยฯ ทงุ หลวง (พนั ธุ RPF3) สถานีฯ ปางดะ (พันธุ RPF3) และศนู ยฯ ปางองุ (พนั ธุ RPF4) ไดเ มลด็ พันธเุ ฮมพพนั ธหุ ลกั 367 กโิ ลกรัม 1.5.3 เมลด็ พนั ธขุ ยาย (Extension seeds) 3 พืน้ ทคี่ ือ ศนู ยฯ ขนุ วาง (พนั ธุ RPF1) ศูนยฯ หว ยนํา้ ริน และ ศนู ยฯ หว ยโปง (พนั ธุ RPF3) ไดเมลด็ พันธหุ ลกั 3,349.5 กิโลกรัม 1.5.4 เมลด็ พนั ธรุ บั รอง (Certified seeds) ใน 2 พน้ื ท่ีคอื ศนู ยฯ หว ยเสย้ี ว และสถานฯี ปางดะ ไดเ มล็ด พนั ธรุ วม 400.5 กิโลกรมั 2. การศึกษาและทดสอบเทคโนโลยเี พอื่ เพ่ิมผลผลิตและคณุ ภาพผลผลติ เฮมพ 2.1 การศกึ ษาชว งเวลาการปลกู ทเี่ หมาะสมกบั การผลติ เสน ใยเฮมพ ทดสอบปลกู ในแตล ะเดอื น จาํ นวน 8 เดอื น ตงั้ แตเดือนมกราคมถงึ เดือนสิงหาคม พบวา ในพนื้ ที่ปางดะ เดอื นพฤษภาคม มีผลผลติ สงู ที่สุดคือ 7.89 ตันตอไร ในพ้ืนท่ี โครงการพฒั นาพ้นื ทสี่ ูงแบบโครงการหลวงพบพระ พบวาตน ที่ปลูกในเดอื นเมษายน สูง 340.40 เซนติเมตร ผลผลิตตน สดใน แตละเดอื นเปน ไปในทางเดียวกันกบั ความสูง และมปี ริมาณ THC ตํ่า ที่ 0.038-0.196 เปอรเซ็นต 2.2 การเปรยี บเทียบพันธุแ ละชว งเวลาปลูกทีเ่ หมาะสมสาํ หรับการผลติ เสน ใยและสาร CBD ในเฮมพ พบวา ในสถานีเกษตรหลวงปางดะ จังหวัดเชียงใหม สารปริมาณ CBD ในใบไมมีความสัมพันธระหวางชวงเวลาการปลูกกับพันธุ ของเฮมพ แตก ารปลกู เฮมพในเดือนพฤษภาคมมีปรมิ าณ CBD เฉลีย่ ของทัง้ 4 พนั ธสุ งู กวา การปลกู เฮมพในเดอื นมถิ ุนายน (1.55 และ 0.56 เปอรเ ซ็นต ตามลําดับ) ในโครงการพัฒนาพ้นื ทสี่ ูงแบบโครงการหลวงพบพระ ปริมาณ CBD ในใบมีความ แตกตางระหวางชวงเวลาการปลูกกับพันธุของเฮมพ โดยพันธุ RPF2 ที่ปลูกเดือนพฤษภาคม มีปริมาณ CBD ในใบสูงสุด 2.06 เปอรเ ซน็ ต 2.3 การศึกษาและการจัดการระบบการปลูกเฮมพท่ีเปนมิตรกับส่ิงแวดลอมภายใตระบบควบคุม ดําเนินการ ที่พ้ืนที่โครงการพัฒนาพ้ืนที่สูงแบบโครงการหลวงถํ้าเวียงแก พบวาการปลูกพืชบํารุงดินทําใหผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มจาก 2.83 เปน 4.32 ตันตอไร 3. การศึกษาและพฒั นากระบวนการแปรรูปผลติ ภัณฑจากเสนใยเฮมพคุณภาพดี 3.1 การศกึ ษาและพฒั นากระบวนการแปรรปู เสน ใยเฮมพค ณุ ภาพดีในกจิ การทหาร 3.1.1 พัฒนาอัตราสวนผสมที่เหมาะสมในการผลิตเสนดายเฮมพใหมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานการผลิต ชดุ ทหารของกองทัพ โดยพบวาอัตราทีเ่ หมาะสมในการปน เสน ดา ยผสมเฮมพเพ่อื ผลติ ชุดตนแบบทหารบก ดังน้ี สรุปผลงานวจิ ัย สถาบนั วจิ ัยและพฒั นาพนื้ ท่สี งู (องคก ารมหาชน) 15 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
1) ชุดพรางทหารบก เสน ดายยนื ขนาดเสนดายเบอร 35/2 ปน ผสม ฝา ย 60 เปอรเ ซน็ ต: เฮมพ 10 เปอรเซ็นต: โพลีเอสเตอร (Anti-Bac) 30 เปอรเซ็นต (antibacterial) มคี า Elongation 4.35 เปอรเ ซน็ ต และ Tenacity 117.39 กโิ ลกรมั แรง เสน ดา ยพงุ ขนาดเสน ดา ยเบอร 20/1 ปน ผสม ฝา ย 80 เปอรเ ซน็ ต: เฮมพ 20 เปอรเ ซน็ ต มคี า Elongation 5.10 เปอรเ ซน็ ต และ Tenacity 137.42 กิโลกรัมแรง 2) เสอ้ื ยดื ทหารบก เสน ดา ยขนาดเบอร 24/1 เฮมพ 20 เปอรเ ซน็ ต: ฝา ย 45 เปอรเ ซน็ ต: โพลเี อสเตอร (Anti-Bac) 35 เปอรเซ็นต มคี า Elongation 4.85 เปอรเซน็ ต และ Tenacity 93.50 กโิ ลกรัมแรง 3) ถุงเทาทหารบก เสนดายขนาดเบอร 20/1 เฮมพ 35 เปอรเซ็นต: โพลีเอสเตอร (Anti-Bac) 35 เปอรเ ซ็นต: โพลีเอสเตอร 30 เปอรเ ซ็นต มคี า Elongation 10.47 เปอรเซน็ ต และ Tenacity 149.31 กิโลกรัมแรง 3.1.2 การทอผืนผาใหตรงตามมาตรฐานการผลิตชุดทหารของกองทัพ เพื่อทอผืนผาใหตรงตามมาตรฐาน การผลิตชุดทหารของกองทัพโดยการเตรียมเสนใยดวยวิธีการตมดวยกรดในหมอท่ีไมมีการหมุนวนแลวนําเสนใยท่ีไดมาตีฟู หลงั จากนนั้ นาํ ไปตดั ใหไ ดข นาด 16 มลิ ลเิ มตร แลว นาํ ไปปน เสน ดา ยผสมกบั เสน ใยอนื่ ตามอตั ราสว นทกี่ าํ หนด จาํ นวน 4 แบบ พบวา 1) ชุดพรางทหารบก พบวาเสนดายผานมาตรฐานของกรมพลาธิการทหารบก โดยมีคาแรงดึง 117.39 กิโลกรัมแรง 2) เสื้อยืดทหาร พบวาเสนดายผานมาตรฐานของกรมพลาธิการทหารบก โดยผืนผามีนํ้าหนัก 220 กรมั ตอ ตารางเมตร คาแรงดงึ 93.5 กิโลกรมั แรง และคา ตานแรงดันทะลุ 7.1 กิโลกรัมแรงตอ ตารางเซนติเมตร 3) ถงุ เทาดาํ พบวาเสนดายผา นมาตรฐานของกรมพลาธกิ ารทหารบก โดยมีคา ความยืดตวั ขณะขาด 11.27 เปอรเซน็ ต 3.1.3 การพมิ พยอ มชุดพรางทหารบก ซงึ่ การยอ มพรางในครั้งแรกผลการทดสอบยงั ไมผานมาตรฐาน 3.2 การศึกษาและทดสอบปน เสนดา ยผสมใยเฮมพค ุณภาพดสี าํ หรับการแปรรปู ผลิตภณั ฑหัตถกรรม 3.2.1 การปนเสนดายผสมใยเฮมพโดยการเตรียมเสนใยโดยวิธีการตมดวยกรดในหมอที่ไมมีการหมุนวน แลวนาํ เสน ใยทไี่ ดมาตฟี หู ลงั จากน้นั นาํ ไปตดั ใหไดข นาด 16 มลิ ลเิ มตร แลวนําไปปน เสนดา ยผสมกบั ฝายขนาดเบอร 20/2 3.2.2 การทดสอบผลิตตนแบบผลิตภัณฑ โดยการทดสอบทอผาดวยเสนดายเฮมพผสมฝายท่ีปนแบบ อตุ สาหกรรมดว ยกท่ี อพนื้ เมอื งขนาดผา หนา กวา ง 75 เซนตเิ มตร ยาว 10 เมตร และนาํ ผนื ผา ทไี่ ดน าํ ไปใชแ ปรรปู เปน ผลติ ภณั ฑ ตน แบบใหกับกลมุ เกษตรกร 4. การคัดเลือกเฮมพสายพนั ธุแท ในป พ.ศ. 2561 เปนการดําเนินงานวิจัยตอเนื่องจากป พ.ศ. 2560 คือ การวิจัยและพัฒนาเฮมพสายพันธุแท ไ(Iปnไbดrใeนdกาliรnสeร)าใงนพรนั ุนธทุสี่ งั 6เค(รSา6)ะหทด(Sสyอnบtสhมeรtiรcถvนaะrใieนtกyา)รขรอวมงเตฮัวมขพอ งสายพันธคุ ัดเลือกรุนท่ี 5 (S5) และการประเมนิ ความเปน 5. การศกึ ษาและพฒั นาชดุ ตรวจวดั THC อยา งงาย (THC strip test) การปลูกเฮมพภายใตระบบควบคุมตามกฎหมายนั้น เกษตรกรตองตรวจปริมาณสารเสพติด THC ตามระบบ ที่กําหนด แตเน่ืองจากการตรวจในหองปฏิบัติการน้ันใชเวลามากและมีคาใชจายสูงถึงตัวอยางละประมาณ 5,000 บาท (กรมวทิ ยาศาสตรก ารแพทย) ดงั นน้ั เพอ่ื ใหก ารตรวจสอบและควบคมุ การผลติ เฮมพม คี วามคลอ งตวั ชดั เจน และมปี ระสทิ ธภิ าพสงู จึงศึกษาเพื่อปรับปรุงเครื่อง THC test kit ใหสามารถประหยัดเวลาและเพ่ิมประสิทธิภาพในการทดสอบ สามารถอานผล ไดงายและชัดเจนยง่ิ ขึน้ 16 สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวจิ ัยและพัฒนาพืน้ ทีส่ งู (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
1 แผน ่ีท การปลูกทดสอบรุนลกู รุน S6 ในฤดกู าลระหวา งเดอื นพฤษภาคมถงึ เดอื นตลุ าคม 2561 สรุปผลงานวจิ ัย สถาบนั วจิ ัยและพฒั นาพ้นื ทีส่ ูง (องคการมหาชน) 17 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
ผลผลติ ทสี่ ําคญั ของงานวิจยั 1. พันธุเฮมพ THC ตํา่ ที่มีเปอรเ ซ็นตเสน ใยสงู 2. พันธเุ ฮมพ THC ตํ่า ที่มีเปอรเ ซน็ ตนํ้ามนั ในเมลด็ สงู 3. พนั ธุเฮมพ THC ต่ํา ที่ไมต อบสนองตอ ชว งแสง 4. เฮมพชนดิ Monoecieus 5. เมลด็ พันธุเ ฮมพเพ่ือสนบั สนนุ การวจิ ัย และการสง เสริมเมล็ดพันธุ 6. ชวงเวลาการปลูกที่เหมาะสมกับการผลติ เสน ใยเฮมพคือเดอื นเมษายนและมีนาคมท่ใี หผ ลผลิตสงู ท่ีสดุ 7. การเปรียบเทียบพนั ธุและชวงเวลาปลกู ทีเ่ หมาะสมสําหรับการผลติ เสนใยและสาร CBD ในเฮมพ 8. การศกึ ษาและการจดั การระบบการปลกู เฮมพท เ่ี ปน มติ รกบั สง่ิ แวดลอ มภายใตร ะบบควบคมุ โดยการปลกู พชื บาํ รงุ ดนิ 9. การศกึ ษาและพฒั นากระบวนการแปรรปู ผลติ ภณั ฑจ ากเสน ใยเฮมพค ณุ ภาพดี การปน เสน ดา ยผสมเฮมพแ บบ Ring spinning โดยผสมเสน ใยเฮมพก บั เสน ใยอนื่ ในสดั สว น 10-35 เปอรเ ซน็ ต สาํ หรบั การใชป ระโยชนใ นการผลติ ชดุ ตน แบบ ทหารบก ไดแ ก ชดุ พรางทหารบก เสอ้ื ยดื ทหารบก ถงุ เทา ทหารบก การผลติ ชดุ ตน แบบทหารบกเสน ดา ยเฮมพผ สมฝาย ทผี่ ลิตแบบอุตสาหกรรม 10. ผลติ และเกบ็ เมลด็ พันธุเฮมพ รุน ที่ (6S6()Sจ6)ําไนดวจ นําน2ว4นส1า1ย2พสนั าธยุ พมีคนั าธสุ าร 11. คัดเลอื กเฮมพส ายพนั ธแุ ทรุนที่ 6 THC ตา่ํ กวา 0.3 เปอรเ ซน็ ต และมคี า สัดสว น CBD:THC มากกวา 2 ท12ด.สอกบาแรทสดดงสคอวบาสมมดรีเรดถนนเหะในนือกสาารยรพวมันตธุพวั ขออแงมสใานยทพุกนั ลธักคุ ษดั ณเละอื ทกี่ศรึกนุ ษทาี่ 5แ(สSด5)งพใหบเวหา ็นคถรึง่งึ สหมนร่งึ รขถอนงะจใํานนกวานรลรกู วผมสตมัวทสีนู่งแําลมะา ใหผลผลิตเมลด็ สงู จาํ นวนหนึ่ง เพอ่ื นํามาปลูกทดสอบความเปนไปไดใ นการสรา งพันธสุ งั เคราะหในฤดูปลูกถดั ไป 13. การประเมนิ ความเปน ไปไดใ นการสรา งพนั ธสุ งั เคราะห พบวา ประชากรรนุ ลกู ของพนั ธสุ งั เคราะหม ลี กั ษณะดเี ดน กวา สายพนั ธพุ อแม แสดงวา มีความเปนไดใ นการสรา งพนั ธสุ งั เคราะหจากสายพนั ธทุ ค่ี ดั เลือกมา 14. ชดุ ตรวจวดั THC อยา งงา ย (THC strip test) ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการแยกสาร มคี วามเฉพาะเจาะจง และมคี วามไว ในการทดสอบสงู สามารถทดสอบสารทม่ี ปี รมิ าณนอ ยๆ ในพชื สดได และจากการสาํ รวจความพงึ พอใจตอ ชดุ ตรวจวดั พบวา ผูใชมคี วามพงึ พอใจในทุกหัวขอ ในระดบั ดี แผนการนาํ ผลงานวิจยั ไปใชประโยชน 1. การใชประโยชนเ ชงิ วชิ าการ 1.1 นําองคค วามรูทไี่ ดในป พ.ศ. 2561 ไปใชตอ ยอดงานวจิ ัยป พ.ศ. 2562 ดงั นี้ 1) ไดขอ มลู และเมล็ดเมล็ดพนั ธุเฮมพส าํ หรับการคดั เลือกในรนุ ตอ ไป จาํ นวน 26 สายพันธุ 2) ผลติ เมลด็ พนั ธุค ัดของเฮมพ 4 พันธุ คอื RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 ไดจ าํ นวน 3.786 กโิ ลกรมั 3) ผลติ เมลด็ พันธหุ ลักของเฮมพ 4 พันธุ คือ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 ได จํานวน 367 กโิ ลกรมั 4) ผลติ เมลด็ พันธุขยายของเฮมพ 2 พันธุ คือ RPF1 และ RPF3 ไดจ ํานวน 3,349.5 กิโลกรมั 5) ผลติ เมลด็ พันธรุ ับรองของเฮมพ 2 พันธุ คอื RPF1 และ RPF3 ไดจํานวน และ 400.5 กิโลกรัม 6) การศึกษาและทดสอบเทคโนโลยกี ารผลติ เฮมพเพ่อื เพมิ่ ผลผลติ และคณุ ภาพ 7) การศกึ ษาและพัฒนากระบวนการแปรรปู ผลติ ภัณฑจ ากเสน ใยเฮมพค ณุ ภาพดี 8) การคดั เลอื กเฮมพส ายพนั ธแุ ทไ ดข อ มลู การศกึ ษาและคดั เลอื กพนั ธซุ งึ่ ดาํ เนนิ งานตอ เนอ่ื งในปง บประมาณ 2562 18 สรุปผลงานวจิ ยั สถาบันวิจัยและพัฒนาพ้ืนท่ีสูง (องคการมหาชน) ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. 2561
9) โครงการยอยท่ี 5: การศึกษาและพัฒนาชุดตรวจวัด THC อยางงา ย (THC strip test) ในปงบประมาณ 1 2562 จะยื่นจดสิทธิบัตร ชุดตรวจวัด THC อยางงาย (THC strip test) รวมกับกรมวิทยาศาสตรการแพทย และวางแผนผลิตรวมกันเพอ่ื ใหเ กิดการนาํ ไปใชป ระโยชนใ นวงกวา ง รวมท้ังการพัฒนาตอยอดชดุ ตรวจปริมาณ CBD แผน ่ีท อยา งงาย (CBD strip test) 1.2 การนําเสนอผลการวจิ ัยหรอื ตีพมิ พในรูปแบบตา งๆ นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พน้ื ทส่ี งู (องคการมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561 2. การใชป ระโยชนเ ชิงสาธารณะ 2.1 กจิ กรรมถา ยทอดเผยแพรอ งคค วามรจู ากงานวจิ ยั ไดแ ก การใหค วามอนเุ คราะหส อ่ื มวลชน สถาบนั การศกึ ษา หนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและผูสนใจ ในการศึกษาดูงานการปลูกเฮมพภายใตระบบควบคุม เชน สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา สํานักงานปองกันและปราบปรามยาเสพติด มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยแมโจ สถานโี ทรทัศน Thai PBS สถานโี ทรทศั นจ ากประเทศจีน และประเทศสิงคโปร 2.2 จดั อบรมการใชช ุดตรวจ THC ภาคสนาม (THC test kit) ใหก ับเจา หนาที่ เกษตรกร และผูส นใจจํานวน 50 คน 2.3 คมู ือการผลิตเมล็ดพันธเุ ฮมพภ ายใตระบบควบคุม ขนาด 62 หนา จํานวน 1,000 เลม 2.4 คมู อื ปฏบิ ตั กิ ารปลกู เฮมพภ ายใตร ะบบควบคมุ ISBN: 978-616-8082-06-5 ขนาด 74 หนา จาํ นวน 2,000 เลม 2.5 จดั ทาํ ซีดีความยาว 15 นาที เร่ือง การวิจัยและพัฒนาเฮมพภายใตร ะบบการควบคมุ 2.6 บรรยายเร่ือง “ความรูเกี่ยวกับพืชเสพติดเฮมพ” ใหเจาหนาที่สวนกลางและสวนภูมิภาค สํานักงาน คณะกรรมการปองกนั และปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จํานวน 150 คน 2.7 ตีพิมพบทความเรื่อง การวิจัยและพัฒนาเฮมพ (Hemp) บนพื้นท่ีสูงชวง Variety ของวารสารวิชโยสาร สาํ นักงานวิจยั และพฒั นาการทางทหารกองทพั บก 3. การใชป ระโยชนในเชิงนโยบาย 3.1 ใหขอมูลการศึกษาวิจัยและพัฒนาเฮมพแกหนวยงานตางๆ ในการเสนอปรับปรุงและแกไขกฎกระทรวง การขออนญุ าตผลิต จาํ หนาย หรอื มีไวในครอบครองซึ่งยาเสพตดิ ใหโ ทษในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ 3.2 ใหขอมูลการศึกษาวิจัยแกสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการจัดทํา “คูมือพนักงานเจาหนาที่ ในการกํากับดูแลซง่ึ ยาเสพติดใหโทษประเภท 5 เฉพาะเฮมพ (Hemp)” สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวจิ ัยและพัฒนาพน้ื ท่ีสงู (องคก ารมหาชน) 19 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
3. โครงการวจิ ัยระบบการปลกู พชื ทเ่ี หมาะสมสาํ หรับพ้ืนทสี่ งู การทําการเกษตรบนพ้ืนที่สูงสวนใหญเปนพื้นท่ีอาศัยนํ้าฝน มีการเพาะปลูกพืชไรหลายชนิด เชน ขาวโพด งา ถั่ว และมีการปลกู ขา วเปนอาหารหลัก นอกจากนี้ยังมกี ารปลกู พืชเพ่อื สรางรายได ซ่ึงมกี ารใชพ้ืนทเี่ กษตรอยางตอเน่อื งโดยไมมี การบํารุงดิน รวมท้ังมีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวติดตอกันเปนระยะเวลานานๆ ทําใหดินมีความอุดมสมบูรณลดลง ทําใหผลผลิต พืชลดลง จึงตองมีการศึกษาระบบการปลูกพืชและการปลูกพืชบํารุงดินเพ่ือฟนฟูความอุดมสมบูรณของดิน โดยมีสรุปผล การดาํ เนินงานดงั น้ี 1. การศกึ ษาระบบการปลกู พชื หมนุ เวยี นทสี่ ามารถเพม่ิ ความอดุ มสมบรู ณข องดนิ และผลผลติ ขา วนาบนพน้ื ทสี่ งู วิธกี ารที่ 1 ปลกู ขาวอยางเดยี ว วิธีการท่ี 2 ขา ว – ถว่ั ขาว วธิ ีการท่ี 3 ขาว – ถวั่ แดงหลวง วิธกี ารที่ 4 ถั่วบาํ รงุ ดิน (ถวั่ แปะยี) – ขา ว – ถ่ัวขาว วิธีการท่ี 5 ถวั่ บํารุงดิน (ถัว่ แปะยี) – ขา ว – ถ่วั แดงหลวง ผลการทดลองพบวา ผลผลิตขา ว ถ่วั ขาว และถว่ั แดงหลวง ไมมคี วามแตกตา งอยางมีนัยสําคัญทางสถติ ิ ปรมิ าณผลผลิตขา ว 880-912 กโิ ลกรัมตอไร ถว่ั ขาว 240-256 กโิ ลกรมั ตอ ไร ผลผลิตถัว่ แดงหลวง 160-208 กโิ ลกรัมตอ ไร ในสว นของเศษซากพชื เหลอื ทิ้งและปรมิ าณไนโตรเจน ทก่ี ลบั คนื สดู นิ นนั้ พบวา มคี วามแตกตา งอยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิ โดยเศษซากพชื ในแปลงปลกู แบบหมนุ เวยี นเพม่ิ ขน้ึ 1.4-1.6 ของการปลูกขาวอยางเดียว ในขณะท่ปี รมิ าณไนโตรเจนท่ีกลบั คืนสดู ินเพ่มิ ขึน้ โดยวธิ ีการปลกู ขา ว – ถวั่ 2.0-2.2 เทา และ การปลูกถั่วบํารุงดิน (แปะยี) – ขาว – ถ่ัว ปริมาณไนโตรเจนที่กลับคืนสูดินเพ่ิมขึ้น 2.6-2.7 ของการปลูกขาวอยางเดียว ซ่ึงแสดงใหเห็นวาการปลูกขาวอยางเดียวทําใหสมดุลไนโตรเจนในดินเปนลบ พบระหวาง 0.7-8.2 กิโลกรัมไนโตรเจนตอไร และวิธีการที่ปลูกขาวนาอยางเดียวสมดุลธาตุอาหารเปนลบมากที่สุด ดังน้ันระบบการปลูกขาว – ถั่ว จึงเปนวิธีท่ีลด การสญู เสียของธาตอุ าหารในพื้นทป่ี ลูกขา ว แปลงปลูกพืชหมุนเวียนทสี่ ามารถเพม่ิ ความอดุ มสมบรู ณข องดิน 2. การศกึ ษาระบบการปลูกพชื เพอ่ื ลดการเผาในการปลูกขา วไรบนพื้นทส่ี ูง การศึกษาปที่ 2 พบวา พ้นื ท่ปี างหนิ ฝนผลผลติ ขาวไรใ นแปลงทดลองเทา กบั 389-571 กิโลกรมั ตอ ไร วิธีการปลูก ขาวไรสลับกับแปลงถ่ัวใหผลผลิตมากท่ีสุด และในแปลงท่ีปลูกขาวไรซ้ําที่เดิมและมีการใสปุยมีผลผลิตนอยท่ีสุด นอกจากนี้ นา้ํ หนกั แหง ซากถว่ั นว้ิ นางแดงทป่ี ลกู ในระบบหมนุ เวยี น มนี า้ํ หนกั 452±80 กโิ ลกรมั ตอ ไร คดิ เปน ปรมิ าณไนโตรเจนทหี่ มนุ เวยี น กลบั ลงดนิ เปน จํานวน 10.4 กิโลกรมั ไนโตรเจนตอ ไร 20 สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาพน้ื ที่สูง (องคการมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
1 แผน ่ีท แปลงศกึ ษาระบบเพอ่ื ลดการเผาในการปลูกขาวไรบ นพืน้ ทีส่ งู 3. ศกึ ษาชนิดพชื ปุยสดในการเพ่มิ ผลผลิตผักอนิ ทรยี บนพื้นทสี่ งู โดยศึกษาระบบการปลูกพชื ปยุ สดกับกะหล่าํ ปลีพบวาพชื บํารงุ ดินทีป่ ลกู ในพ้นื ท่สี ถานีฯ อางขาง ระบบหมนุ เวียน พืชท่ีใหปรมิ าณไนโตรเจนมากที่สุดคือ ถ่ัวพุมดํา และถ่ัวน้วิ นางแดง มีปรมิ าณไนโตรเจน 2.04 และ 1.94 กรมั ตอ ตารางเมตร ตามลาํ ดบั สว นการปลูกพชื บาํ รงุ ดินแซมพบวา ถวั่ พุม ดํามีปรมิ าณไนโตรเจนมากทส่ี ดุ 24.7 กรัมตอ ตารางเมตร และผลผลติ ไมม คี วามแตกตา งกนั ทาํ ศกึ ษาการปลกู พชื ปยุ สดหมนุ เวยี นกบั ถว่ั แขก ทสี่ ถานฯี อนิ ทนนท พบวา ถว่ั นว้ิ นางแดง และถวั่ เขยี ว มปี ริมาณไนโตรเจนมากที่สดุ เทากบั 8.1 และ 7.7 กรัมตอ ตารางเมตร ตามลาํ ดับ และผลิตเพม่ิ ขนึ้ 29 และ 36 เปอรเ ซ็นต ตามลําดับ เม่ือเทียบกบั การปลกู ถ่วั แขกอยางเดยี ว แปลงปลกู พืชปยุ สดในการเพ่มิ ผลผลิตผักอนิ ทรียบ นพนื้ ที่สงู สรปุ ผลงานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพ้นื ทส่ี งู (องคการมหาชน) 21 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
4. การคัดเลือกพนั ธุถั่วขาวท่เี หมาะสมสําหรบั พนื้ ทสี่ ูง ทสี่ ถานีฯ ปางดะ จํานวน 50 สายพนั ธุ และคัดเลอื กตน ท่ีใหลกั ษณะการผลติ ที่ดี โดยพิจารณาจากลักษณะความ สมา่ํ เสมอในประชากร (family line) พบวา สายพันธุหมายเลขท่ี 39 มีลักษณะดอกทีไ่ มสม่ําเสมอภายในแปลงจึงตอ งตัดออก และสายพันธทุ ่ีเหลอื จะนาํ มาคดั เลอื กใชล กั ษณะทใ่ี หจ าํ นวนตอฝก และนา้ํ หนัก 100 เมล็ด พบวาสามารถคัดเลอื กไดจ าํ นวน 5 สายพนั ธุ ไดแก NB11, NB13, NB17, NB67, NB231 และจะนําไปปลกู ในรอบตอไป โดยเปรยี บเทยี บเทยี บกบั สายพนั ธทุ ี่ ใชสง เสริม แปลงคัดเลือกพนั ธถุ ่ัวขาว 5. การคัดเลือกพนั ธงุ าหอมทอ งถ่นิ ท่ีเหมาะสมสาํ หรับพื้นทีส่ ูง สํารวจและรวบรวมพันธุงาหอมจากเกษตรกรจาํ นวน 13 จังหวัด ไดแ ก เชยี งใหม เชียงราย ลาํ พูน ลาํ ปาง พะเยา ตาก แพร นาน แมฮ อ งสอน เพชรบูรณ เลย สุโขทัย และประเทศพมา ทั้งหมด 53 ตัวอยา ง และตวั อยางท่ีไดร ับการสนบั สนุน จากศูนยว ิจยั พืชสวนสุโขทยั จํานวน 10 ตัวอยา ง รวม 63 ตวั อยา ง นํามาปลูกทดลองท่ีสถานฯี ปางดะ เพือ่ คดั เลือกสายพันธุ ทใ่ี หผลผลติ สูง และมโี ภชนาการสงู จากการเก็บขอ มลู พบวา วนั ออกดอกของงาหอม แบง ออกเปน 3 ชว ง ไดแ ก (1) ออกดอก ชวง 80-100 วัน 10 สายพันธุ (2) ออกดอกชวง 100-120 วนั 19 สายพันธุ และ (3) ชวงทอ่ี อกดอกมากกวา 120 วัน 22 สายพันธุ นอกจากนี้อายุเก็บเก่ียว แบงออกเปน 4 ชวง ไดแก (1) นอยกวา 120 วัน 3 สายพันธุ (2) อายุเก็บเกี่ยว 120-140 วนั 13 สายพันธุ (3) 140-160 วัน 30 สายพันธุ และ (4) 160-180 วนั 5 สายพันธุ แปลงคดั เลือกพันธงุ าหอมทอ งถ่นิ 22 สรปุ ผลงานวจิ ัย สถาบันวจิ ัยและพัฒนาพ้นื ทสี่ งู (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
ผลผลิตที่สําคัญของงานวจิ ยั 1 1. ระบบการปลกู พชื หมนุ เวยี นทส่ี ามารถเพม่ิ ความอดุ มสมบรู ณข องดนิ และผลผลติ ขา วนาบนพนื้ ทสี่ งู จาํ นวน 1 ระบบ 2. ระบบการปลกู พืชเพอ่ื ลดการเผาในการปลกู ขาวไรบนพ้นื ที่สงู จาํ นวน 1 ระบบ แผน ่ีท 3. ขอ มลู การเจริญเตบิ โตและผลผลิตของถวั่ ขาวแตละสายพนั ธุ จาํ นวน 50 สายพันธุ แผนการนาํ ผลงานวิจัยไปใชป ระโยชน 1. การใชประโยชนเชิงวิชาการ 1.1 นําองคความรูทไี่ ดใ นป พ.ศ. 2561 ไปใชตอ ยอดงานวจิ ยั ป พ.ศ. 2562 ดังนี้ 1) คดั เลือกพนั ธุถว่ั แดงหลวง และถ่ัวขาวทเ่ี หมาะสมกบั พื้นท่สี ูง 2) คัดเลือกพนั ธงุ าหอมท่ีมคี ุณคา ทางโภชนาการและเหมาะสมกบั พ้นื ท่สี งู 1.2 นําเสนอผลงานวจิ ัยหรือตีพิมพใ นรูปแบบตางๆ 1) นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการประจําปของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พ้ืนท่ีสูง เขารวมการนําเสนอผลงานในงานประชุม international Conference on Sustainable Agriculture (ICSA 2017) 2) เขารวมงานประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัย ในงานประชุม Tropentag 2018 ระหวางวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ณ มหาวทิ ยาลัย Ghent ประเทศเบลเยยี ม 3) เขา รว มงานประชมุ วชิ าการ และนาํ เสนอผลงานวจิ ยั ในการประชมุ วชิ าการประจาํ ปม หาวทิ ยาลยั ขอนแกน คร้ังที่ 20 ระหวา งวันท่ี 28-29 มกราคม พ.ศ. 2562 2. การใชป ระโยชนเชิงสาธารณะ 2.1 สงมอบองคความรเู รือ่ งระบบการปลูกพืชตระกูลถ่วั หมุนเวียนเพอื่ ลดรอบการปลูกขา วไรบ นพื้นทส่ี งู 2.2 จดั ทําส่อื ถา ยทอดองคความรจู ากงานวจิ ยั 1 เรอ่ื ง ไดแก การปลูกงามอนบนพน้ื ทสี่ งู สรปุ ผลงานวิจัย สถาบนั วิจัยและพฒั นาพ้ืนทสี่ ูง (องคการมหาชน) 23 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
4. โครงการวิจัยการคดั เลอื กสายพนั ธแุ ละพฒั นาการปลกู และการผลิตเพ่อื เพิม่ คุณภาพของ กาแฟอราบกิ า โครงการหลวง ปจจุบันสายพันธุกาแฟอราบิกาท่ีปลูกและใชสงเสริมในพื้นท่ีโครงการหลวง และ สวพส. มคี วามหลากหลายของ สายพันธุ ทําใหคุณภาพผลผลิตไมแนนอน และโครงการหลวงยังไมมีสายพันธุกาแฟอราบิกาท่ีมีคุณภาพดีเย่ียมสงเสริม ใหเกษตรกรปลูก จึงไดมีการวิจัยรวบรวมและคัดเลือกเพื่อหาสายพันธุกาแฟอราบิกาท่ีมีคุณภาพดีเย่ียม ในการใหผลผลิต ทนทานตอโรคราสนิม และใหรสชาติการชิมท่ีดีมีลักษณะเฉพาะ ซึ่งเปนแนวทางหน่ึงในการเพ่ิมมูลคาสินคาใหกับเกษตรกร ในอนาคตได นอกจากการวิจัยเพอ่ื คน หาสายพันธุทดี่ ีแลว การปลกู กาแฟอราบกิ าท่ีใหผลผลติ ท่เี หมาะสม มีผลตอบแทนทดี่ ี มคี วามยง่ั ยนื และมกี ารผลติ ทเ่ี ปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอ ม ศกึ ษาวธิ กี ารปลกู และการปรบั ปรงุ สวนกาแฟทด่ี เี พอื่ เพมิ่ ผลผลติ กาแฟ ที่ปลูกในสภาพรมเงา เพ่ือเปนตนแบบการปลูกกาแฟอราบิกาเชิงอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติท่ีควบคูกับการสรางรายได ใหก บั เกษตรกร โดยผลการดําเนินงานสรปุ ไดดังน้ี 1. การรวบรวมและคัดเลอื กสายพันธกุ าแฟอราบิกาคณุ ภาพดีเยย่ี มของโครงการหลวง รวบรวมและคดั เลอื กตน กาแฟจาก 12 แหลง พนั ธทุ ป่ี ลกู อยเู ดมิ ตง้ั แตป พ.ศ. 2557 ในพนื้ ทโ่ี ครงการหลวง และ สวพส. นํามาทดสอบการเจริญเติบโต การตานทานของโรคราสนิม การใหผลผลิต และคุณภาพดานรสชาติ ณ แปลงทดสอบของ ศนู ยย อ ยแมย ะนอ ย สถานเี กษตรกรหลวงอนิ ทนนท จากผลการศกึ ษาในป พ.ศ. 2561 พบวา มี 4 แหลง พนั ธทุ ใ่ี หผ ลผลติ ไดแ ก พันธุจากอา งขาง (AK) มีคาเฉล่ียความสงู 147 เซนตเิ มตร และความกวางทรงพุม 151.5 เซนติเมตร พนั ธจุ ากอินทนนท (IN) มคี าเฉล่ยี ความสงู 144 เซนตเิ มตร และความกวางทรงพมุ 142 เซนติเมตร พันธุจากปาเมี่ยง (PM) มีคาเฉลย่ี ความสูง 118.2 เซนตเิ มตร และความกวางทรงพุม 148.5 เซนติเมตร และพันธจุ ากตีนตก (TT) มีคา เฉล่ยี ความสูง 127.1 เซนตเิ มตร และ ความกวา งทรงพมุ 121.3 เซนติเมตร และกาแฟจากอางขาง อินทนนท ปาเมีย่ ง และตนี ตก มีน้าํ หนกั ผลสดเฉล่ีย 3,549.5 กรัมตอตน, 2,918.4 กรัมตอตน, 2,907.2 กรัมตอตน และ 3,817.2 กรัม/ตน ตามลําดับ บันทึกความสมบูรณของเมล็ด ขอบกพรองของเมล็ดกาแฟ (Defects) จํานวน 46 ตัวอยาง และวิเคราะหคุณภาพทางดานรสชาติ (Cup test) พบวา 36 ตัวอยาง ไดค ะแนนอยใู นเกณฑค ณุ ภาพดีเยีย่ ม (Specialty) และ 10 ตวั อยางอยูในเกณฑพอใช โดยคดั เลือกตนกาแฟ ที่มีคะแนนคุณภาพการชิมดีเย่ียมสูงสุด 5 ตัวอยางที่มาวางแผนในการปลูกและขยายทําแปลงผลิตเมล็ดพันธุสําหรับ การสงเสริมตอไป แปลงทดสอบการเจริญเตบิ โตของสายพนั ธกุ าแฟ ตัวอยา งตน พันธุท่ไี ดจ ากการรวบรวมในพื้นท่ี 24 สรุปผลงานวจิ ัย สถาบนั วจิ ัยและพัฒนาพ้นื ทสี่ ูง (องคการมหาชน) ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
2. การศึกษาวิธกี ารปลูกและการจัดการสวนทีด่ ีเพ่ือเพมิ่ ผลผลิตกาแฟทปี่ ลูกในสภาพรม เงา 1 ดาํ เนนิ การ 2 แหง ไดแ ก ศูนยฯ ปาเมยี่ ง และศนู ยฯ ตนี ตก โดยมีการศึกษา ดงั น้ี (1) วิธกี ารปลูกกาแฟในสภาพ แผน ่ีท รมเงา โดยปลูกตน กาแฟในระยะ 1.5×2.0 เมตร จาํ นวน 2 ไร จํานวน 1,000 ตน โดยปลูกระดบั รมเงาท่ี 70 เปอรเ ซ็นต และ ปลกู กลว ยไม และตน ลงิ ลาว เสรมิ เพอ่ื เปน รม เงาและเปน รายได มกี ารจดั การธาตอุ าหารตามปฏทิ นิ การดแู ลรกั ษา เปรยี บเทยี บ กับแปลงปลูกใหมของเกษตรกร จํานวน 2 ไร (ชุดควบคุม) และ (2) ศึกษาวิธีการเพ่ิมผลผลิตกาแฟแปลงเดิมดวยวิธีการ ตัดแตงกิ่ง หลังการตัดแตงมีการตัดริดหนอใหมใหเหลือ 1-2 หนอ บํารุงตนดวยการใหธาตุอาหารที่ปละ 3 ครั้ง ควบคูกับ การจัดการรม เงาดว ยการปลกู ไมใหรม เงาเพ่มิ เชน กลวย จนั ทรท องเทศ การบรู อาโวคาโด ในแปลงกาแฟปลกู ใหมที่มกี ารปลกู และการจัดการสวนท่ีดี พบวา ตน กาแฟอายุ 2 ป มีการเจรญิ เติบโตไดดีกวาแปลง ของเกษตรกรที่เปนชดุ ควบคุม ความสูงเฉลย่ี 115 เซนตเิ มตร ขนาดทรงพมุ กวาง 117.2 เซนตเิ มตร และมีการตดิ ผลระหวา ง 1.2-1.7 กิโลกรมั ตอตน โดยแหลงควบคุมมผี ลผลติ นอ ยกวา อยา งมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ มผี ลผลิตเฉลย่ี 1-1.5 กิโลกรมั สําหรบั สวนกาแฟปลกู เดมิ ตน กาแฟกอ นการตดั แตง กง่ิ ใหผ ลผลติ ตอ ตน นอ ยกวา 0.5 กโิ ลกรมั และเมอ่ื หนอ ใหมอ ายุ 2 ป เพม่ิ ผลผลติ กาแฟตอ ตน เฉลย่ี 0.9-2 กโิ ลกรมั ตอตน สรางรายไดใ หกบั เกษตรกรเพ่มิ มากขึ้น 12,000-15,000 บาทตอไร ขณะท่แี ปลงเดิม ของเกษตรกรมผี ลผลิตเฉลีย่ 0.5 กิโลกรัมตอตน คิดเปนรายไดร ะหวา ง 3,000-5,000 บาทตอ ไร สวนกาแฟปลูกใหมภ ายใตระบบรมเงา ตน อายกุ าแฟ 2 ป ตน กาแฟที่ไดร บั การตดั แตงกิ่งแบบหนกั หนอ ใหมอายุ 2 ป และใหผลผลติ ประมาณ 0.9-2.0 กิโลกรมั ตอตน สรุปผลงานวจิ ัย สถาบนั วิจยั และพฒั นาพนื้ ทีส่ ูง (องคการมหาชน) 25 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
ผลผลิตท่สี าํ คัญของงานวจิ ัย 1. ขอมูลการเจรญิ เตบิ โตและการใหผ ลผลิตของตนกาแฟจาก 4 แหลง พนั ธุ (AK, IN, PM และTT) จํานวน 1 เร่ือง 2. วธิ กี ารปลูกและการตดั แตง ก่ิงภายใตระบบรม เงาตอ การใหผ ลผลิตของกาแฟอราบกิ า ปท่ี 3 จาํ นวน 1 เร่อื ง แผนการนําผลงานวิจัยไปใชป ระโยชน 1. การใชป ระโยชนเชิงวิชาการ 1.1 นําองคความรูท ่ไี ดในป พ.ศ. 2561 ไปใชตอ ยอดงานวิจยั ป พ.ศ. 2562 โดยการนาํ ผลการวิเคราะหค ณุ ภาพ ของสายพนั ธกุ าแฟมาวเิ คราะหแ ละคดั เลอื กสายพนั ธสุ าํ หรบั วางแผนการขยายพนั ธเุ พอื่ พฒั นาเปน ตน แมพ นั ธสุ าํ หรบั รับรองพนั ธุแ ละใชใ นการสง เสริมใหกับเกษตรกรของมูลนธิ ิโครงการหลวง 1.2 การนําเสนอผลงานวิจัยหรือตีพิมพในรปู แบบตางๆ 1) นาํ เสนอผลงานวจิ ยั ในการประชมุ วชิ าการผลงานวจิ ยั ของมลู นธิ โิ ครงการหลวงและสถาบนั วจิ ยั และพฒั นา พนื้ ทส่ี ูง (องคการมหาชน) 2) การนําเสนอผลการประชมุ วิชาการกาแฟอาเซยี น ครง้ั ท่ี 1 5. โครงการวิจัยและพฒั นาการเพมิ่ ผลผลิตและคุณภาพผกั อนิ ทรียในพื้นทีโ่ ครงการหลวง การปลูกพืชผักเปนทางเลือกหน่ึงของเกษตรกรบนพื้นท่ีสูง การผลิตพืชในระบบเกษตรอินทรีย คือ ปจจัยการผลิต ท่ีจะนาํ มาใชท ดแทนสารเคมีเกษตร โดยเฉพาะปุยท่เี ปนปจ จยั สําคัญในการเพม่ิ ผลผลิต ปจ จบุ ันการผลิตพืชในระบบอินทรยี ใชปยุ หมักทางการคา และปยุ หมักท่ีเกษตรกรหมกั เอง ซง่ึ ในปยุ หมักทเ่ี กษตรกรใชยงั ไมมคี วามชัดเจนของปริมาณธาตอุ าหาร ท่ีเหมาะสมในแตละชนิดพืช ทั้งในสวนของวัตถุดิบในการทําปุยหมักและการปลดปลอยธาตุอาหารธาตุอาหารพืชที่ตองทัน กบั ระยะเวลาทพี่ ชื ตอ งการ อยา งไรกต็ ามยงั ขาดขอ มลู ปรมิ าณความตอ งการธาตอุ าหารของผกั อนิ ทรยี ใ นแตล ะระยะการเจรญิ เตบิ โต ดงั นน้ั จงึ จาํ เปน ตอ งมกี ารศกึ ษาปรมิ าณความตอ งการธาตอุ าหารของผกั อนิ ทรยี การศกึ ษาสตู รปยุ หมกั อนิ ทรยี ค ณุ ภาพ สงู ทสี่ ามารถเพม่ิ ผลผลติ ผกั อนิ ทรยี เพอื่ ใหเ กษตรกรมสี ตู รปยุ ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถผลติ เองได ลดตน ทนุ ในการผลติ และ ทําใหการผลิตพืชในระบบเกษตรอินทรียเกิดความยั่งยืน นอกจากน้ี การปลูกผักอินทรียเกษตรกรจะใหนํ้าแยกกับน้ําหมัก ชีวภาพ แตดวยวิธีการใหนํ้าพืชสมัยใหม การใหนํ้าพรอมกับการใหน้ําหมักชีวภาพจะชวยใหเกษตรกรประหยัดแรงงาน และเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลติ ดงั นนั้ จงึ ตอ งมกี ารศกึ ษาวธิ กี ารใหน า้ํ พรอ มนาํ้ หมกั ชวี ภาพจงึ มคี วามสาํ คญั รวมทงั้ ปญ หาการ เขาทําลายของดวงน้ํามันที่กัดกินใบและดอกถ่ัวแขกทําใหผลผลิตเสียหาย การศึกษาวิธีการปองกันกําจัดดวงนํ้ามัน เพ่ือลด การระบาด และการเขาทําลายของดว งน้าํ มนั สรปุ ผลการดาํ เนินงาน ดังนี้ 1. การศกึ ษาวธิ ีการใหนาํ้ พรอมนํ้าหมักชวี ภาพในการปลกู คะนาฮอ งกงและมะเขือเทศอินทรีย การใหนํา้ พรอมกบั นํา้ หมักฮอรโมนไข อัตรา 40 ซซี ี ตอ นํ้า 20 ลิตร เปนวิธกี ารใหน้าํ พรอมนํ้าหมกั ชวี ภาพทด่ี ที ่ีสุด ในการปลูกคะนา ฮอ งกงและมะเขือเทศอินทรยี 26 สรุปผลงานวิจัย สถาบนั วิจัยและพัฒนาพ้นื ท่ีสูง (องคก ารมหาชน) ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
1 แผน ่ีท แปลงปลูกคะนาฮองกง และมะเขือเทศอนิ ทรียท ท่ี ดสอบวธิ กี ารใหน ํา้ พรอ มนา้ํ หมกั ชวี ภาพ 2. การศกึ ษาสตู รปุยหมักอินทรียคุณภาพสงู ทีส่ ามารถเพิม่ ผลผลิตกะหล่าํ ปลหี วานอนิ ทรีย และถวั่ แขกอินทรยี 2.1 การใชปุยหมักสูตร 1 และน้ําหมักชีวภาพจากไข ทําใหกะหลํ่าปลีหวานมีนํ้าหนักเฉลี่ย 0.92 กิโลกรัม ตอหัว และมปี ริมาณผลผลิต 27.51 กโิ ลกรัมตอ พน้ื ที่ 6 ตารางเมตร มากกวา การใชปุยสตู รอ่ืน 2.2 การใชปุยหมักการคาสูตร 1 ทําใหถ่ัวแขกอินทรียมีปริมาณผลผลิตตอพื้นที่ 5 ตารางเมตร มากท่ีสุดคือ 2,007 กรัม โดยมคี ณุ ภาพผานมาตรฐาน 987.5 กรัม และไมมาตรฐาน 1,019.5 กรมั แตมีรอยละของคณุ ภาพผา นมาตรฐาน ตาํ่ ทส่ี ดุ รองลงมาคอื การใชป ยุ หมกั สตู ร 1 และนาํ้ หมกั ชวี ภาพจากไข มปี รมิ าณผลผลติ กรมั /พนื้ ท่ี 5 ตารางเมตร 1,612.50 กรมั ตอพนื้ ที่ 5 ตารางเมตร แปลงกะหล่ําปลหี วานและถั่วแขกอินทรยี ท ่ศี ึกษาสตู รปยุ หมกั อินทรยี ค ุณภาพสงู ที่สามารถเพ่มิ ผลผลติ สรปุ ผลงานวิจัย สถาบันวิจัยและพฒั นาพนื้ ทส่ี ูง (องคการมหาชน) 27 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
3. การศึกษาวิธีการปอ งกันกาํ จดั ดวงน้ํามันในถว่ั แขกอนิ ทรยี การใชมุงตาขายคลุมแปลงหลังจากปลูกถ่ัวแขกอินทรีย 30 วัน เปนวิธีการปองกันการระบาดของดวงนํ้ามัน ที่ดีท่ีสดุ โดยทําใหด อกถ่ัวแขกอนิ ทรียไ มถูกทําลาย สงผลใหมนี ้าํ หนกั ตอ ตน และนา้ํ หนกั ตอพ้นื ท่ี 10 ตารางเมตร มากท่ีสดุ คอื 420.16 กรมั ตอตน และ 22.83 กโิ ลกรัม ตามลําดับ ตอพืน้ ที่ 10 ตารางเมตร ลกั ษณะถั่วแขกอินทรียท เี่ กบ็ เก่ยี วจากแปลงควบคมุ (ซาย) และแปลงทคี่ รอบดวยมงุ ตาขาย (ขวา) 4. การศกึ ษาปรมิ าณความตองการธาตอุ าหารของผกั อินทรยี ผกั กาดกวางตงุ และเบบ้ีฮอ งเตมคี วามตองการธาตอุ าหารสูงทส่ี ุดที่ 21 วนั และมคี วามตอ งการธาตุโพแทสเซียม สูงทสี่ ุด รองลงมาคือธาตุไนโตรเจน แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั และแมกนเี ซยี ม ตามลําดับ คะนา ฮองกง มีความตอ งการธาตอุ าหารสูงท่สี ดุ ท่ี 28 วัน และมคี วามตองการธาตุโพแทสเซียมสูงทสี่ ดุ รองลงมา คอื ธาตุไนโตรเจน แคลเซยี ม ฟอสฟอรสั และแมกนเี ซียม ตามลําดบั 5. การศึกษาวธิ กี ารควบคุมเส้ยี นดินศตั รพู ืชบนพ้นื ที่สงู 5.1 ศกึ ษาชนิดเสยี้ นดินท่ีระบาดบนพ้ืนท่ีสงู พบเส้ยี นดิน 2 ชนิด คอื เสยี้ นดนิ ทงุ Dorylus laevigatus และ เส้ยี นดนิ ถ่ัว Dorylus orientalis กข คง มดงานเสี้ยนดนิ ชนิดตา งๆ: เส้ียนดินถั่ว Dorylus orientalis; (ก และ ข) เส้ียนดนิ ทุง D. laevigatus (ค และ ง) (ดัดแปลงจาก วียะวัฒน และคณะ, 2554) 28 สรปุ ผลงานวจิ ัย สถาบันวจิ ยั และพัฒนาพน้ื ทส่ี ูง (องคก ารมหาชน) ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
5.2 ขอมูลชีววิทยาเบ้ืองตนของเสี้ยนดิน พบวา เส้ียนดินถั่วมีลักษณะลําตัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ภายใน 1 รังของเส้ียนดินพบเพียงวรรณะมดงาน ประกอบดวย มดงานขนาดใหญ สีนํ้าตาลแดงเขม และมดงานขนาดเล็ก สนี ้าํ ตาลเหลอื ง แผน ่ีท 5.3 เส้ียนดินเขาทําลายพืชตระกูลผักกาด โดยพบเขาทําลายเบบี้ฮองเตมากที่สุด 21.93 เปอรเซ็นต ผกั กาดกวางตงุ 2.17 เปอรเซน็ ต และผกั กาดหัว 100 เปอรเ ซ็นต 5.4 การระบาดของเส้ยี นดนิ พบ 2 ชว ง คือ เมษายน และสิงหาคม 5.5 สภาพแวดลอม ปริมาณน้าํ ฝน และอุณหภมู ิ ไมม ีความสัมพนั ธก นั การเขาทาํ ลายพืชของเสยี้ นดนิ ผลผลิตทส่ี าํ คัญของงานวจิ ยั 1. วิธกี ารใหน ้ําพรอ มนํา้ หมกั ชีวภาพในการปลกู คะนา ฮอ งกงและมะเขือเทศที่เหมาะสม 1 วิธีการ 2. สูตรปยุ หมกั ท่ีเหมาะสมสําหรับการปลูกกะหลาํ่ ปลีหวานและถ่วั แขกอนิ ทรยี จํานวน 1 สูตรตอ ชนิดพชื 3. วธิ ีการปองกนั กาํ จัดดวงนาํ้ มันในถ่ัวแขกอินทรยี 1 วธิ กี าร 4. ปรมิ าณความตอ งการธาตอุ าหารของผักอนิ ทรีย จํานวน 3 ชนดิ 5. ขอ มลู ชนดิ ชวี วทิ ยา การแพรร ะบาด และพชื อาหารของเส้ยี นดนิ ในแปลงปลูกผักอนิ ทรยี จาํ นวน 1 เรอ่ื ง 6. ผลการประเมนิ การเขา ทาํ ลายของเส้ียนดนิ จาํ นวน 1 เรอ่ื ง แผนการนําผลงานวจิ ัยไปใชประโยชน 1. การใชป ระโยชนเชิงวชิ าการ 1.1 นาํ องคความรทู ่ไี ดใ นป พ.ศ. 2561 ไปใชตอ ยอดงานวจิ ัยป พ.ศ. 2562 โดยนําผลการศกึ ษาการใหน ้ําพรอ ม นํา้ หมกั ชีวภาพ การปองกันกําจดั ดว งนาํ้ มนั สูตรปยุ ท่เี หมาะสมสําหรับการปลูกกะหล่ําปลหี วาน และถั่วแขกอนิ ทรยี ไปใชในพ้นื ทส่ี ง เสรมิ การปลูกผกั อินทรยี ของมลู นิธิโครงการหลวง 1.2 การนาํ เสนอผลงานวจิ ยั หรอื ตพี ิมพในรูปแบบตางๆ นําเสนอผลงานวิจยั ในการประชุมวิชาการผลงานวจิ ยั ของมูลนธิ ิโครงการหลวงและสถาบันวจิ ยั และพัฒนา พน้ื ท่ีสูง (องคการมหาชน) สรุปผลงานวิจยั สถาบันวจิ ยั และพฒั นาพืน้ ทสี่ ูง (องคก ารมหาชน) 29 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
6. โครงการเปรียบเทียบพันธพุ ืชผกั ท่เี หมาะสมสําหรับพื้นทีส่ งู มันเทศญปี่ ุนเปน พชื ใหมท ีท่ างโครงการหลวงสง เสรมิ ใหเ กษตรกรปลกู เนอ่ื งจากเปนพชื ทใ่ี ชน้ํานอย ทนแลง ไดดี และ มีคุณคาทางโภชนาการสูง แตในการปลูกยังมีขอจํากัดในดานพันธุซ่ึงมีจํานวนนอย วิธีการปลูกที่ยังไมเหมาะสมกับพื้นที่สูง การปองกันกําจัดดวงงวงมันเทศ ซึ่งเม่ือเขาทําลายแลวทําใหมันเทศมีกลิ่นเหม็นและรสชาติขม รวมทั้งสูตรปุยที่เหมาะสม ในการเพ่ิมผลผลิต นอกจากน้ีฟกทอง และมะระพันธุทองถ่ินท่ีไดรับการสนับสนุนจากศูนยพืชผักโลก และนํามาทดสอบ เม่ือปงบประมาณ พ.ศ. 2560 โดยพบวา ฟกทองพนั ธุ AVPU 1502 1504 1505 และมะระพนั ธุ AVBG 1301 1312 1324 สามารถปลูกไดบนพนื้ ที่สงู มปี รมิ าณผลผลผลิตตอพื้นท่สี งู ดงั น้นั ในปง บประมาณ พ.ศ. 2561 ตอ งมีการปลูกทดสอบพนั ธุ มันเทศญ่ีปุน ฟกทอง และมะระที่เหมาะสมสําหรับพื้นท่ีท่ีมีความสูงพ้ืนท่ีแตกตางกัน 3 ระดับ รวมถึงเทคโนโลยีการปลูก ไดแก วิธีการการผลิตยอดพันธุ วิธีการปลูก วิธีการปองกันกําจัดดวงงวงมันเทศ ชนิดและอัตราการใชปุย และทดสอบ พันธุมะเขือเทศท่ีสามารถปลูกในพ้ืนที่ที่มีสภาพอากาศรอนเพื่อสรางรายไดใหแกเกษตรกรบนพื้นท่ีสูงอยางย่ังยืนตอไป โดยผลการดาํ เนนิ งานสรุปไดด ังนี้ 1. การทดสอบพันธุมนั เทศญ่ปี นุ ทเี่ หมาะสมสาํ หรบั พืน้ ที่สงู ปลูกทดสอบ 3 แหง คอื (1) อทุ ยานหลวงราชพฤกษ (ระดบั ความสงู 330.26 MSL) มนั เทศญีป่ นุ มีการเจรญิ เตบิ โต ใหผลผลิต และความ หวานที่ดี เมอ่ื ปลูกในชว งฤดหู นาว โดยพนั ธุ Churamaru Sp 61 และ LR_Okinawa มีปริมาณผลผลติ 3,974.22 4,558.02 และ 3,918.96 กโิ ลกรมั ตอ ไร ตามลาํ ดบั และมขี นาด รปู รา งเหมาะสม เปน ทตี่ อ งการของตลาด (2) สถานเี กษตรหลวงปางดะ (707.00 MSL) มันเทศญ่ีปุนมีการเจริญเติบโต ใหผลผลิต และความหวานท่ีดี เม่ือปลูกในชวงฤดูหนาว โดยพันธุ Churamaru Sp 61 และ Narutokintoki มีปรมิ าณผลผลิต 5,732.16 5,862.48 และ 5,810.88 กิโลกรมั ตอไร ตามลาํ ดบั และมีขนาด รูปรา งเหมาะสม เปนทตี่ องการของตลาด และ (3) สถานีเกษตรหลวงอา งขาง (1,421.56 MSL) มันเทศญป่ี นุ มกี ารเจริญเติบโต ใหผลผลติ และความหวานทด่ี ี เมอ่ื ปลกู ในชว งฤดรู อน โดยพนั ธุ Churamaru Sp 61 และ Beniharuka มปี รมิ าณผลผลติ สงู 1,798.74 1,790.04 และ 1,697.58 กโิ ลกรมั ตอ ไร ตามลาํ ดบั และมขี นาด รปู รา งเหมาะสม เปน ทต่ี อ งการ ของตลาด 2. การทดสอบวิธกี ารปลูกมนั เทศญป่ี นุ ท่ีเหมาะสมสาํ หรับการเพม่ิ ผลผลติ วิธีการปลูกแบบขึ้นคางมีจํานวนหัวตอตน น้ําหนักตอตน และความกวางของหัว มากกวาวิธีการปลูกแบบเลื้อย อยางมนี ัยสาํ คญั ทางสถติ ิ 3. การศกึ ษาวิธีการผลติ ยอดพันธมุ นั เทศญี่ปุนท่เี หมาะสมบนพน้ื ท่สี งู การผลิตยอดพันธจุ ากตน ทีเ่ พาะเลีย้ งเน้อื เย่ือมีจํานวนยอดตอ ตน ความยาวเถา และความกวา งของเถา มากกวา กรรมวิธีอืน่ ๆ แตอ ยางไรก็ตามควรพจิ ารณาถงึ ตนทุนการผลิต และความคุม ทนุ 4. การทดสอบชนดิ และอัตราการใชป ยุ ท่เี หมาะสมสาํ หรับมันเทศญีป่ ุน การใชปุยสูตร 8-8-8 อัตรา 15 กรัมตอตน โดยใส 2 คร้ังตอรอบการผลิต ทําใหมันเทศญี่ปุนมีจํานวนหัว/ตน และนาํ้ หนกั ตอหัว และความยาวของหัวมากกวา กรรมวธิ ีอื่น คือ 4.07 หวั ตอ ตน 436.02 กรมั ตอหวั และ 16.50 เซนตเิ มตร ตามลาํ ดบั และมคี วามกวางหัวไมแ ตกตา งกนั ในทกุ กรรมวิธี สว นมีปริมาณของแขง็ ทล่ี ะลายนาํ้ ได (TSS) พบวาการใชป ยุ สูตร 46-0-0, 15-15-15 และ 13-13-21 อตั รา 15 กรัมตอตน โดยใส 3 คร้ังตอ รอบการผลิต ทาํ ใหม นั เทศญปี่ นุ มีคา TSS สูงสุด คอื 20.65 องศาบริกซ 5. การทดสอบวิธีการปองกนั กําจดั ดว งงวงมนั เทศญ่ีปุน การวิธฉี ีดพนดว ยสารเคมีฟโปรนลิ อตั รา 60 มลิ ลิลติ ร/นา้ํ 20 ลติ ร กอนปลูกและหลงั ยา ยปลกู ทกุ ๆ 2 สปั ดาห มกี ารเขา ทาํ ลายของดวงงวงมันเทศญปี่ ุนนอยที่สุด รอ ยละ 0.05 ซึง่ แตกตางกับกรรมวธิ ีอื่น อยา งมนี ยั สําคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดบั เชื่อมั่น 95% รองลงมาคือ กรรมวิธีฉีดพนเช้ือราเมทาไรเซียม อัตรา 500 กรัม/นํ้า 20 ลิตร สลับกับสารเคมีฟโปรนิล ทุกๆ 2 สปั ดาห พบการเขาทําลายของดวงงวงมนั เทศ รอ ยละ 3.20 30 สรปุ ผลงานวิจัย สถาบันวิจยั และพัฒนาพน้ื ที่สูง (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
6. การทดสอบฟกทองพนั ธทุ อ งถนิ่ ทเ่ี หมาะสมสําหรบั พื้นท่สี ูง 1 ฟก ทองพนั ธุ AVPU 1504 เปน พนั ธทุ สี่ ามารถปลกู ไดด ใี นทกุ ระดบั ความสงู ทงั้ ในฤดรู อ น และฤดฝู น แตใ นฤดหู นาว แผน ่ีท สามารถปลูกไดในพื้นท่ีระดับความสูง 200-700 MSL โดยใหจํานวนผลตอตน นํ้าหนักตอตน ความหวาน และปริมาณ สารเบตาแคโรทนี มากกวาฟก ทองพันธุอ ่ืน 7. การทดสอบมะระพนั ธทุ อ งถิ่นทีเ่ หมาะสมสาํ หรบั พน้ื ทีส่ ูง มะระพันธุ AVBG 1301 สามารถปลูกในพ้ืนท่ีท่ีมรี ะดบั ความสงู ไมเ กิน 400 MSL ในฤดูหนาวไดดี โดยมจี าํ นวน ผลตอตน มากที่สุด รองลงมาเปนพ้ืนที่ท่ีมีความสูง 700 MSL ในฤดูรอน นอกจากนี้ยังพบวา มะระพันธุ AVBG 1301 มสี าร Charantin มากท่ีสดุ คือ รอยละ 84.57 เมือ่ ปลูกในพื้นที่ความสงู 700 MSL ในฤดรู อ น ผลผลิตที่สาํ คญั ของงานวิจัย 1. พันธมุ นั เทศญีป่ นุ ทเ่ี หมาะสมสําหรบั พนื้ ท่ีสงู แตล ะระดับความสงู จํานวน 2 พนั ธุ 2. วิธีการปลกู มนั เทศญปี่ นุ ทีเ่ หมาะสม จาํ นวน 1 วิธี 3. วธิ ีการผลิตยอดพนั ธมุ ันเทศญ่ีปนุ ทเ่ี หมาะสมบนพื้นทส่ี ูง จาํ นวน 1 วิธีการ 4. ชนิดและอัตราการใชปุยทเ่ี หมาะสมสําหรบั มนั เทศญี่ปนุ จํานวน 1 ชนิด และจํานวน 1 อัตรา 5. วิธีการปอ งกันกาํ จดั ดว งงวงมันเทศญ่ีปุนท่ีมีประสิทธภิ าพ 1 วิธี 6. พนั ธมุ ะเขอื เทศท่ที นตอ อากาศรอน จาํ นวน 1 พนั ธุ 7. พันธฟุ ก ทองที่เหมาะสมสาํ หรับพื้นท่สี งู แตละระดบั ความสงู จาํ นวน 2 พนั ธุ 8. พันธมุ ะระทีเ่ หมาะสมสาํ หรับพื้นท่ีสูงแตล ะระดับความสูง จํานวน 2 พันธุ แผนการนําผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชน 1. การใชป ระโยชนเชงิ วิชาการ 1.1 นําองคความรทู ีไ่ ดใ นป พ.ศ. 2561 ไปใชตอยอดงานวิจัยป พ.ศ. 2562 ดังนี้ 1) นําพนั ธุมันเทศญป่ี นุ ไปสง เสริมปลกู ในพน้ื ทม่ี ลู นิธิโครงการหลวง 2) นําวิธีการปลกู การผลิตยอดพันธุ การปองกันกาํ จัดดวงงวงมันเทศ และสูตรปุยทเ่ี หมาะสม ไปใชในพน้ื ท่ี มูลนธิ โิ ครงการหลวง 3) นาํ ฟก ทองพนั ธุ AVPU1504 ไปสง เสรมิ ปลกู ในพนื้ ทม่ี ลู นธิ โิ ครงการหลวงและโครงการพฒั นาพน้ื ทสี่ งู แบบ โครงการหลวง 1.2 การนาํ เสนอผลงานวิจยั หรอื ตีพมิ พใ นรูปแบบตา งๆ 1) นาํ เสนอผลงานวจิ ยั ในการประชมุ วชิ าการผลงานวจิ ยั ของมลู นธิ โิ ครงการหลวงและสถาบนั วจิ ยั และพฒั นา พ้ืนทสี่ งู (องคการมหาชน) 2) นาํ เสนอผลงานวิจัยในงานประชุมวิชาการ Cucurbitaceae 2018 ณ มหาวทิ ยาลยั แคลฟิ อรเนียเดวสิ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า 2. การใชประโยชนเ ชิงสาธารณะ การจดั ทําสื่อ และบทความเร่อื ง การปลูกมนั เทศบนพ้ืนท่ีสงู สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวจิ ัยและพฒั นาพ้ืนท่ีสงู (องคก ารมหาชน) 31 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
7. โครงการคัดเลือกพนั ธพุ ืชผกั เพอ่ื ผลติ เมล็ดพนั ธอุ ินทรยี การปลกู ผกั อนิ ทรยี ม ขี อ กาํ หนดระบตุ ามมาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ว า เมลด็ พนั ธทุ ใ่ี ชต อ งมาจากการพชื ผกั ทป่ี ลกู ในระบบ เกษตรอนิ ทรยี สาํ หรบั เมลด็ พนั ธผุ กั เมอื งหนาวทจ่ี าํ หนา ยในทอ งตลาดไมส ามารถหาซอื้ เมลด็ พนั ธทุ เ่ี ปน อนิ ทรยี ไ ด ซง่ึ สว นใหญ มกี ารคลกุ สารเคมี ยกเวน การนาํ เขา จากตา งประเทศ นอกจากนเ้ี มลด็ พนั ธผุ กั ตามตลาดทว่ั ไปของประเทศไทยมกั เปน พนั ธพุ ชื ผักเขตรอ นเหมาะสมตอ การปลูกอยูในพื้นราบ ปจจุบันพืชผักทีม่ ลู นธิ โิ ครงการหลวงสงเสริมใหเ กษตรกรปลูกภายใตมาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี มจี ํานวน 36 ชนิด แตมี พชื ผกั อนิ ทรยี เ พยี ง 7 ชนดิ ทมี่ ลู นธิ ฯิ สามารถผลติ เมลด็ พนั ธใุ ชเ องภายใตม าตรฐานเกษตรอนิ ทรยี โดยในป พ.ศ. 2560 มลู นธิ ิ โครงการหลวงสามารถผลิตเมล็ดพันธุพืชผักอินทรียไดรวม 236.0 กิโลกรัม สามารถทดแทนการสั่งซื้อจากภายนอกคิดเปน มูลคา 1,940,417.35 บาท ปจจุบันตลาดมีความตองการผักอินทรียเพิ่มข้ึน โดยเฉพาะพืชผัก 4 ชนิด ไดแก กะหลํ่าปลี ผกั กาดขาวปลี ผักกาดหัว และกะหลํ่าปลีรปู หัวใจ แตยังไมมเี มล็ดพันธุท ี่ไดจากการปลกู ในระบบเกษตรอินทรยี ส าํ หรบั ใชใน การสงเสริมใหกับเกษตรกร การวิจัยและพัฒนาพันธุเมล็ดพันธุพืชผักอินทรียท้ัง 4 ชนิดดังกลาว จึงมีความจําเปนตอ การสง เสรมิ การปลกู ผกั อนิ ทรยี ข องโครงการหลวง โดยการรวบรวมพนั ธุพืชผกั ดงั กลา ว ประเมินและคดั เลอื กลกั ษณะพันธุที่ ตองการปรับปรุงและคัดเลือกพันธุพอแมที่ดีใหผลผลิตสูง และมีคุณภาพดี รวมทั้งการปลูกภายใตมาตรฐานเกษตรอินทรีย เมอ่ื ประสบผลสาํ เรจ็ แลว จงึ นาํ เมลด็ พนั ธดุ จี ากงานวจิ ยั ดงั กลา วไปขยายปรมิ าณใหเ พยี งพอกบั ความตอ งการใชใ นการสง เสรมิ ใหเ กษตรกรเพาะปลูกตอไป สรปุ ผลการดาํ เนินงาน ดงั นี้ 1. รวบรวมพนั ธสุ าํ หรบั นาํ ไปปลกู ทดสอบ ประเมนิ และคดั เลอื กลกั ษณะพนั ธทุ ต่ี อ งการภายใตร ะบบเกษตรอนิ ทรยี 1.1 รวบรวมพนั ธุผกั ตระกลู Brassica จํานวน 4 ชนดิ ไดแ ก กะหล่าํ ปลี ไดแ ก พันธชุ าง เบอร 4 พนั ธุลูกโลก พันธุ Tropic Ace กะหล่ําปลีรูปหัวใจ ไดแก พันธุเจดีย พันธุ New Jersey พันธุ Caraflex F1 ผักกาดขาวปลี ไดแก พนั ธุบ ิ๊กบอส พนั ธสุ ุก้ี 60 พันธุ Rubicon และ ผกั กาดหัว ไดแ ก พันธใุ หญไดคอน โซบูโตริ พนั ธใุ หญไ ดคอน สวสี แลนเดอร พนั ธุ H.B. Everest 1.2 ปลกู ทดสอบพันธุผักอนิ ทรยี 4 ชนดิ เพ่อื ประเมนิ และคัดเลือกลกั ษณะพนั ธุท ่ตี องการ 2. ศึกษาการกระตุนการออกดอกของกะหล่ําปลี กะหลํ่าปลีรูปหัวใจ ผักกาดขาวปลี และผักกาดหัว ขณะน้ี อยูระหวา งปลูกทดสอบ ณ สถานฯี อา งขาง อาํ เภอฝาง จงั หวดั เชียงใหม และสถานฯี ปางดะ อําเภอสะเมิง จงั หวัดเชยี งใหม ผลผลิตทีส่ าํ คญั ของงานวจิ ยั 1. ขอมลู ลกั ษณะประจาํ พนั ธุ และผลผลติ ของพนั ธุผักท่ปี ลกู ในระบบเกษตรอนิ ทรยี ท้ัง 4 ชนดิ 2. วิธีการชกั นําการออกดอกของผัก 4 ชนดิ ชนิดละ 1 วธิ กี าร 3. การทดลองในปท ี่ 1 จะไดเ มลด็ พันธรุ นุ F2 ที่คัดเลอื กไดอยา งนอย 1 ชนิดเพือ่ ทจี่ ะนําไปปรบั ปรงุ พนั ธใุ นปตอไป แผนการนําผลงานวจิ ยั ไปใชป ระโยชน 1. การใชประโยชนเชงิ วชิ าการ 1.1 นําองคความรูที่ไดในป พ.ศ. 2561 ไปใชตอยอดงานวิจัยป พ.ศ. 2562 โดยนําพันธุ และวิธีการชักนํา การออกดอกของพืช 4 ชนดิ ไปใชใ นการปรับปรงุ พนั ธุในปถดั ไป 1.2 การนาํ เสนอผลงานวจิ ยั หรอื ตพี ิมพในรปู แบบตางๆ นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมลู นิธิโครงการหลวงและสถาบันวจิ ยั และพัฒนา พนื้ ท่สี ูง (องคก ารมหาชน) 32 สรปุ ผลงานวิจัย สถาบนั วจิ ัยและพัฒนาพืน้ ทีส่ งู (องคก ารมหาชน) ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. 2561
8. โครงการศกึ ษาคัดเลอื กพนั ธุกระเทียมบนพ้ืนท่ีสูง 1 กระเทียมเปนพืชสมุนไพรท่ีนิยมนํามาใชเปนสวนประกอบในอาหารไทย ปจจุบันราคาขายกระเทียมไทยไดรับ แผน ่ีท ผลกระทบจากกระเทยี มนาํ เขาที่มีราคาตาํ่ กวา สาเหตุทก่ี ระเทียมไทยมรี าคาสงู เน่ืองจากตนทุนปยุ และสารเคมที ่ีเพม่ิ มากขน้ึ เกดิ การระบาดของโรคหรือแมลง ทําใหเทยี มมีคุณภาพหัวตาํ่ ฝอเรว็ อายเุ กบ็ รักษาสั้น เพือ่ เปน การสรา งมูลคา แกก ระเทยี มไทยใหส ามารถแขง ขนั กบั กระเทยี มนาํ เขา และรองรบั การเปลย่ี นแปลงของราคา กระเทียมสําหรับผูปลูกและผูบริโภคกระเทียมนั้น การศึกษาวิจัยพันธุกระเทียมไทยที่มีศักยภาพการผลิตและมีคุณคา ทางโภชนาเภสัชสูงเปนแนวทางหนึ่งที่สามารถยกระดับราคากระเทียมไทยโดยเฉพาะพันธุกระเทียมท่ีเหมาะสําหรับปลูก บนพนื้ ทีส่ ูง และมุง วิจัยการปลูกกระเทียมโดยใชป จจัยการผลติ อนิ ทรีย ลดการใชป ยุ เคมี และใหเ กษตรกรมีผลผลติ กระเทยี ม สําหรับบริโภคในชุมชนและมีหัวพันธุกระเทียมปลูกในฤดูถัดไปได นอกจากนี้ยังเปนการเพ่ิมมูลคากระเทียมจากการ ปลอดสารเคมี และใหกระเทยี มมีอายกุ ารเก็บรกั ษาท่ียาวนานข้นึ สรุปผลการดําเนนิ งาน ดังนี้ 1. การศึกษาทดสอบพนั ธกุ ระเทยี มทีเ่ หมาะสมสําหรบั ปลูกบนพนื้ ทสี่ ูง ปลกู ทดสอบพนั ธกุ ระเทยี มบนพนื้ ทสี่ งู หรอื พน้ื ทแี่ หลง ปลกู กระเทยี มทมี่ คี วามสงู แตกตา งกนั 3 ระดบั ไดแ ก บา นโฮง (400 MSL) บานเลอตอ (800 MSL) และบานปา เกยี๊ ะ (1100 MSL) พบวา ในฤดูปลูกเดอื นธนั วาคม พ.ศ. 2560 – มีนาคม พ.ศ. 2561 พันธุกระเทียมจากอําเภอนํ้าปาด จังหวัดอุตรดิตถ และพันธุกระเทียมจากอําเภอบานโฮง จังหวัดลําพูน ปลูกทร่ี ะดบั ความสูง 1,100 MSL มปี ริมาณ Diallyl disulfide และ Diallyl trisulfide สูงเทากับ 3,310.3 ± 28.4 และ 2,135.3 ± 24.3 ไมโครกรมั ตอกระเทียมสด 100 กรมั ตามลาํ ดบั และมีปริมาณกรดไขมันทเี่ ปนประโยชนสูงกวา พันธุอืน่ 2. การทดสอบและสาธติ วิธีการปลูกกระเทยี ม เกษตรกร 6 ชมุ ชนรว มปลูกกระเทยี มเพอื่ บรโิ ภค จาํ นวน 37 ราย ไดแก บานปพ อ บา นขุนตื่นนอย บานบราโกร บา นเลอะกรา บานพะกะเช และบา นเลอตอ ซง่ึ เกษตรกรทบี่ า นบราโกรสามารถปลกู กระเทียมไดผ ลผลิตกระเทียมสดสูงสดุ 1,420 กิโลกรมั ตอ ไร สาํ หรับผลผลิตกระเทยี ม ผลผลิตกระเทยี มจากแปลงของเกษตรกรบา นบราโกร 3. การศกึ ษาและทดสอบวธิ กี ารผลติ หวั พนั ธกุ ระเทยี มคณุ ภาพ โดยลดการใชส ารเคมี และศกึ ษาอายกุ ารเกบ็ รกั ษา หวั พนั ธกุ ระเทยี ม ดาํ เนนิ การรว มกับเกษตรกร 2 แหง คอื เกษตรอําเภอบา นโฮง จงั หวดั ลําพนู และอาํ เภอเชียงดาว จังหวดั เชียงใหม พบวา อําเภอบานโฮงกรรมวิธีใสปุยเคมีไดนํ้าหนักกระเทียมสดสูงสุด 2,016 กิโลกรัมตอไร รองมาคือ การใสปุย เคมีรวมกบั ปุย อนิ ทรยี และใสปุยอนิ ทรีย เทา กบั 1,853 และ 1,753 กิโลกรัมตอไร ตามลาํ ดับ สาํ หรับพน้ื ทอี่ าํ เภอ เชียงดาวพบวาผลผลิตกระเทียมสดสูงกวาอําเภอบานโฮง โดยเฉพาะกรรมวิธีใสปุยอินทรียใหผลผลิตสูงถึง 2,962 กิโลกรัม ตอไร ซ่ึงมากกวากรรมวิธีใสปุยเคมีรวมกับปุยอินทรียและกรรมวิธีใสปุยเคมี (2,762 และ 2,506 กิโลกรัมตอไร) ท้ังนี้ สรปุ ผลงานวจิ ัย สถาบนั วิจัยและพฒั นาพื้นทีส่ ูง (องคการมหาชน) 33 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
สาเหตทุ ผี่ ลผลติ กระเทยี มสดของกรรมวธิ ใี สป ยุ เคมใี นพน้ื ทอ่ี าํ เภอเชยี งดาวตาํ่ กวา ใสป ยุ อนิ ทรยี เ นอ่ื งจากเกดิ ฝนตกทาํ ใหแ ปลง กระเทียมที่ใสปุยเคมเี กดิ โรคใบจุด ใบไหม สําหรบั อายกุ ารเกบ็ รกั ษาของทงั้ สามกรรมวธิ ีไมแ ตกตางกัน คือ น้าํ หนกั กระเทียม ลดลง 57-62 เปอรเซน็ ต ใสป ยุ เคมี ใสป ุยเคมีรวมกับปุยอนิ ทรยี ใสปุยอินทรยี ลักษณะและสีกลบี กระเทียมที่ปลูกทดสอบดวย 3 กรรมวิธี ผลผลติ ทีส่ ําคญั ของงานวิจยั 1. พนั ธกุ ระเทยี มทม่ี ศี กั ยภาพใหผ ลผลติ สงู และมคี ณุ คา ทางโภชนาเภสชั 2 พนั ธุ คอื พนั ธกุ ระเทยี มจากอาํ เภอนาํ้ ปาด จงั หวดั อุตรดติ ถ และพันธุก ระเทียมจากอําเภอบา นโฮง จงั หวัดลําพูน 2. ชุมชนบนพื้นที่สูงปลูกกระเทียมสําหรับบริโภคในครัวเรือน จํานวน 6 ชุมชน ไดแก บานปพอ บานขุนตื่นนอย บานบราโกร บานเลอะกรา บานพะกะเช และบานเลอตอ 3. การผลิตหัวพันธุกระเทียมที่มีคุณภาพโดยวิธีการใสปุยเคมีทําใหไดผลผลิตน้ําหนักกระเทียมสดสูงสุด แตถาเกิด โรคหรอื แมลงระบาดก็จะทําใหผลผลิตเสยี หายไดมากกวา กระเทียมที่ใสป ยุ อินทรยี แผนการนาํ ผลงานวจิ ัยไปใชประโยชน 1. การใชประโยชนเ ชงิ วิชาการ 1.1 นําองคค วามรูท ไ่ี ดใ นป พ.ศ. 2561 ไปใชต อ ยอดงานวิจัยป พ.ศ. 2562 ดงั นี้ 1) ทดสอบพันธุกระเทียมไทยทม่ี ีคุณคา ทางโภชนเภสชั สูงสําหรับปลูกบนพื้นท่ีสงู 2) ทดสอบอัตราการใชป ยุ อนิ ทรยี แ ละนา้ํ หมกั ชวี ภาพจากไขส ําหรับผลิตหวั พนั ธกุ ระเทียมบนพื้นที่สงู 1.2 การนําเสนอผลงานวิจยั หรือตพี ิมพใ นรูปแบบตา งๆ 1) นาํ เสนอผลงานวจิ ยั ในการประชมุ วชิ าการผลงานวจิ ยั ของมลู นธิ โิ ครงการหลวงและสถาบนั วจิ ยั และพฒั นา พืน้ ท่สี งู (องคก ารมหาชน) และงานประชมุ วชิ าการเกษตร ครง้ั ท่ี 20 2. การใชป ระโยชนเชงิ สาธารณะ การจดั กจิ กรรมถา ยทอดเผยแพรอ งคค วามรจู ากงานวจิ ยั จดั ฝก อบรม เรอื่ ง การปลกู ดแู ลรกั ษา และการเกบ็ เกย่ี ว กระเทียมสําหรบั ชมุ ชนบนพนื้ ท่สี ูง 34 สรปุ ผลงานวิจยั สถาบันวิจยั และพัฒนาพ้ืนที่สงู (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
9. โครงการวจิ ยั และพฒั นาการผลติ องนุ รับประทานสดบนพนื้ ทีส่ ูง 1 มูลนิธิโครงการหลวงไดสงเสริมการปลูกองุนใหกับเกษตรกรบนพ้ืนที่สูง เน่ืองจากใชพื้นที่นอยและไดผลตอบแทนสูง แผน ่ีท ยงั สามารถเปนแหลง ทองเท่ียว ซง่ึ ในป พ.ศ. 2557-2560 ไดค ัดเลือกพนั ธอุ งนุ ใหมที่มศี ักยภาพเพอ่ื สง เสรมิ ใหเกษตรกรปลกู จากการขยายพ้ืนท่ีปลูกองุนเพ่ิมมากข้ึนและพื้นท่ีสูงมีความหลากหลายจึงตองทดสอบพันธุองุนรับประทานสดที่มีปริมาณ และคณุ ภาพผลผลิตสงู สาํ หรับพืน้ ที่ท่ีมีระดับความสงู แตกตางกนั 3 ระดบั เพ่ือแบง พน้ื ท่ีการปลกู องุนแตละพันธุ (Zoning) ตกาลรอจดดั จทนรกงาตรน ศแึกบษบาใกหามรแ ใลชะ GลดAต3 น สทํานุหกราับรอผงลุนติ พกันาธรุตศากึ งษๆาแกลาะรวศธิ ึกกี ษาารรคูปวแน่ั บตนบ เคพาอ่ืงเแพลม่ิ ะปโรรงมิ เารณือนแพละลคาณุสตภิกาทพี่เผหลมผาละติ สขมอตงออรงูปนุ แพบนั บธุ Beauty Seedless สรปุ ผลการดําเนนิ งาน ดังน้ี 1. การทดสอบพันธุองนุ รับประทานสดที่มปี รมิ าณผลผลิตและคณุ ภาพสงู ในพ้ืนท่ีที่มีระดับความสงู ตางๆ ทดสอบพนั ธอุ งุนรับประทานสดจาํ นวน 8 พันธุ คือ Beauty Seedless, Marroo Seedless, Fantasy Seedless, Red Globe, Flame Seedless, Thompson Seedless, Perlette และ JG05 ในพื้นท่ีท่ีมีระดับความสูง 3 ระดับ คอื (1) โครงการพฒั นาพนื้ ทส่ี งู แบบโครงการหลวงปางแดงใน (480 MSL) คณุ สมบตั ดิ นิ กอ นปลกู ดงั นี้ pH 6.99 มปี รมิ าณ Zn และ B อยใู นระดบั ตาํ่ มคี า OM ปรมิ าณ Mg, Fe และ Mn อยใู นระดบั ปานกลาง และมปี รมิ าณ P, K และ Ca อยใู นระดบั สงู ปลูกองุนทั้ง 8 พันธุ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 หลังปลูก 3 เดือนพบวา องุนพันธุ Perlette เจริญเติบโตมากที่สุด คอื มขี นาดเสนผา ศูนยกลาง 11.90 มลิ ลเิ มตร (2) โครงการพัฒนาพน้ื ที่สงู แบบโครงการหลวงปา แป (840 MSL) มคี วามสูง 840 เมตรจากระดับนํ้าทะเล เม่อื เกบ็ ตวั อยางดินกอ นปลกู มาวเิ คราะหส ถานะธาตุอาหารพบวา ดินมคี า pH 4.64 มปี รมิ าณ P, Mg, Zn และ B อยูในระดบั ตา่ํ และมคี า OM ปริมาณ K, Ca, Fe, และ Mn อยใู นระดับปานกลาง ปลกู องุนทัง้ 8 พันธใุ น วนั ท่ี 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 หลงั ปลกู 3 เดอื นพบวา องนุ พนั ธุ Perlette เจรญิ เตบิ โตมากทส่ี ดุ คอื มขี นาดเสน ผา ศนู ยก ลาง 7.43 มลิ ลิเมตร และ (3) โครงการพัฒนาพ้ืนท่ีสงู แบบโครงการหลวงปางหินฝน (1,400 MSL) เมอ่ื เก็บตวั อยา งดินกอ นปลกู มาวเิ คราะหสถานะธาตุอาหารพบวา ดนิ มคี า pH 4.9 มปี รมิ าณ Ca, Mg, Fe, Zn, และ B อยูในระดบั ตํ่า มีคา OM และ ปริมาณ Mn อยูใ นระดับปานกลาง และมปี ริมาณ P และ K อยใู นระดบั สงู ปลกู องนุ ทัง้ 8 พันธใุ นเดอื นมิถุนายน พ.ศ. 2561 หลงั ปลกู พบวา ตน องนุ ทกุ พนั ธไุ มเ จรญิ เตบิ โตเนอ่ื งจากพบเชอื้ ราเขา ทาํ ลาย จงึ ตอ งปลกู ซอ มองนุ อกี ครง้ั ในเดอื น 28 สงิ หาคม พ.ศ. 2561 การทดสอบพนั ธุอ งุนรบั ประทานสดท่มี ีปริมาณผลผลติ และคณุ ภาพสูง ณ โครงการพฒั นาพ้ืนท่ีสูงแบบโครงการหลวงปางแดงใน (ซาย) ปาแป (กลาง) และปางหินฝน (ขวา) สรปุ ผลงานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพืน้ ที่สงู (องคก ารมหาชน) 35 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
2. การศึกษาวิธีการผลิตองุนรับประทานสดใหมีคุณภาพ ผตดัลปผลลาิตยสชูงอแททลด่รีะละมอยีขงะอนหงาลุนดงัพผดันลอธแกุ ลบBะeาชนaอu7ทtyส่ีวSนัมeา่ํ ทeเส่ีสdมถleาอsนกsฯีนั โโดปดยายใงชใดช ะG GAพA3บร3ววามกกาบั รกพานร ใแนลดะาไมนพขนน าGดAข3อแงลชะอควขานมาเดขขม อขงน ผขลองจGํานAว3 นไมผม ลคี ตวอาชมอแตปกรติมา างณกนัขทองาแงสขถ็งทติ ิี่ ละลายนํา้ ได (TSS) ปริมาณกรดทไ่ี ตเตรทได (TA) และสัดสว น TSS/TA แตการตัดชอผลทุกกรรมวิธีมีขนาดของชอและขนาดของผลมากกวา Control 3. การศึกษารูปแบบคางและโรงเรือนพลาสติกสําหรับองุน พันธุ Beauty Seedless ประกอบดว ยปจ จยั หลกั คอื ความสงู ของคา งตวั Y 1.5 และ 2.0 เมตร ปจจัยรองคือรูปแบบโรงเรือนหลังคาปกติและหลังคาท่ีสามารถ การขใอชง GชAอ ท3 ี่รระว ยมะกหบั ลกังาดรอตกดั บปาลนาย7ชวอ ัน1/3 เปด -ปด ได ตดั แตง กง่ิ ในเดือนสงิ หาคม พ.ศ. 2560 (ครง้ั ที่ 1) และเดอื น กุมภาพันธ พ.ศ. 2561 (คร้ังท่ี 2) หลังจากตัดแตงกิ่งจะเปดโรงเรือนในวันที่ฝนไมตกในแบบโรงเรือนที่เปด-ปดได และ เก็บผลผลติ ในเดือนมกราคม (คร้ังที่ 1) และเดือนมถิ ุนายน (ครัง้ ท่ี 2) เม่อื นาํ ผลผลติ มาวิเคราะหป ริมาณและคณุ ภาพพบวา ผลผลิตครั้งที่ 1 มีปริมาณผลผลิตตอตน สีผิวผล ปริมาณของแข็งท่ีละลายนํ้าได (TSS) ปริมาณกรดที่ไตเตรทได (TA) และสัดสว น TSS/TA ไมแ ตกตา งกนั ทางสถติ แิ ตมนี ้าํ หนกั ชอแตกตางกันทางสถติ ิ คือ คางตัว Y สงู 1.5 เมตรมนี าํ้ หนักชอ มากทส่ี ดุ (119.86 กรมั ) สว นผลผลติ ครงั้ ที่ 2 มนี า้ํ หนกั ชอ คา H° ของสผี วิ ผล ปรมิ าณ TA และ สดั สว น TSS/TA แตกตา งกนั ทางสถติ ิ คือ คางตัว Y สูง 2.0 เมตร มีน้ําหนกั ชอและสัดสว น TSS/TA มากที่สุดแตมีปรมิ าณ TA นอยทส่ี ดุ (127.87 กรมั 22.71 และ 0.57 เปอรเซ็นต ตามลําดับ) โรงเรือนหลังคาเปด-ปดไดมีปริมาณ TA และคา H° ของสีผิวผลมากที่สุด (0.62 เปอรเ ซน็ ต และ 359.04 องศา) แตม ีสดั สว น TSS/TA นอ ยทส่ี ดุ (20.43) และเมอ่ื พิจารณาปจจยั ทัง้ 2 พบวา Y สงู 1.5 เมตรโรงเรือนหลงั คาเปด -ปด ไดม ีคา H° ของสผี วิ ผลแตกตา งกนั ทางสถติ ิคือ 359.15 องศาซ่งึ มากกวากรรมวิธีอื่นๆ รูปแบบคา งตวั Y สงู 1.5 เมตร (ซา ย) และ 2.0 เมตร (ขวา) หลงั คาโรงเรอื นเปด ปดได 36 สรุปผลงานวิจัย สถาบันวจิ ัยและพฒั นาพ้นื ทีส่ ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
4. การศึกษาวิธีการคว่ันตนเพื่อเพ่ิมปริมาณและคุณภาพ 1 ผลผลติ องุนพันธุ Beauty Seedless ศึกษาระหวา งเดือนสงิ หาคม พ.ศ.2560-มิถนุ ายน พ.ศ. 2561 แผน ่ีท ท่สี ถานฯี ปางดะ (680 MSL) มี 4 กรรมวธิ ี ประกอบดว ย กรรมวธิ ีไมคว่ัน ตน (control) คว่ันตนที่ระยะหลังดอกบาน 35 วันกอนใหผลผลิตใน ฤดูหนาวและฤดูฝน และกอนใหผลผลิตท้ัง 2 ฤดู ผลผลิตในฤดูหนาว (22 ธันวาคม พ.ศ. 2560) พบวา การควัน่ ตน ทกุ กรรมวิธมี ีขนาดของชอ ขนาดของผล สีผิวผล ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ําได (TSS) ปริมาณ กรดที่ไทเทรตได (TA) และสดั สว น TSS/TA ไมแตกตางกนั ทางสถิตจิ าก การไมค วน่ั ตน แตก ารควน่ั ตน ในฤดหู นาวมแี นวโนม ทาํ ใหผ ลมขี นาดใหญ ท่ีสุด (3.46 กรัม) และมีสดั สวน TSS/TA มากท่สี ุด (20.80) และเมือ่ เกบ็ ผลผลิตในฤดูฝน (22 มิถุนายน พ.ศ. 2561) พบวาวิธีการควั่นตน ทุกกรรมวธิ ี มีน้ําหนักผล สผี ิวผล (คา L* และ hº) ปรมิ าณ TSS และ สดั สว น TSS/TA ไมแ ตกตา งกนั ทางสถติ จิ ากการไมค วนั่ ตน แตม นี า้ํ หนกั ชอ การควน่ั ตน เปอรเซ็นตชอผลที่ผลแตกและเนาเสียตอตน คา C* ของสีผิวผล และปริมาณ TA แตกตางกันทางสถิติ โดยการไมควั่นกิ่ง มีนํ้าหนักตอชอและเปอรเซ็นตชอผลที่ผลแตกและเนาเสียตอตนมากที่สุดคือ 112.20 กรัม และ 35 เปอรเซ็นตตามลําดับ แตมคี า C* ของสีผวิ ผลและปรมิ าณ TA ต่ําทีส่ ุดคอื 1.48 และ 0.69 ตามลาํ ดบั ผลผลติ ทสี่ าํ คัญของงานวจิ ยั 1. ขอ มลู เบ้ืองตน องุนรบั ประทานสด 8 พนั ธุ ทป่ี ลูกในระดับความสงู ตางกัน 3 ระดับ จํานวน 1 เรอ่ื ง 2. ขอมูลเบ้ืองตนของการทดสอบวิธีการผลิตองุนรับประทานสดใหมีผลผลิตสูงและมีขนาดผลและชอที่สมํ่าเสมอ จาํ นวน 1 เร่ือง 3. รูปแบบโรงเรอื นท่ีเหมาะสมตอการปลกู องุน ทรงตน เตย้ี จํานวน 1 รูปแบบ 4. วิธกี ารคว่นั ตนทีส่ ามารถเพ่มิ คุณภาพขององนุ พันธุ Beauty Seedless 1 วิธกี าร แผนการนาํ ผลงานวจิ ยั ไปใชป ระโยชน 1. การใชประโยชนเ ชงิ วชิ าการ 1.1 นาํ องคความรูที่ไดใ นป พ.ศ. 2561 ไปใชตอยอดงานวจิ ยั ป พ.ศ. 2562 ดังน้ี 1) ขอมลู การเจรญิ เติบโต ปรมิ าณผลผลิตและคุณภาพผลผลติ และใหป ุย ตามผลวิเคราะหด ินตอ ไป 2) ทดสอบวิธีการผลิตองนุ รับประทานสดใหมีผลผลติ สงู และมีขนาดผลและชอทส่ี ม่าํ เสมอ 3) ศกึ ษาการเจรญิ เตบิ โต ผลผลติ และคณุ ภาพผลผลติ ปท ี่ 2 ในการปลกู องนุ ภายใตร ปู แบบคา งและโรงเรอื น ทีต่ า งกัน 4 รปู แบบ 2. การใชป ระโยชนเ ชิงสาธารณะ สงมอบวิธีการคว่ันตนองุนพันธุ Beauty Seedless ที่สามารถเพิ่มคุณภาพผลผลิตในฤดูฝนใหกับมูลนิธิ โครงการหลวงฯ เพื่อนําไปสง เสริมใหแ กเ กษตรกรปลกู สรปุ ผลงานวิจัย สถาบันวจิ ัยและพัฒนาพืน้ ทส่ี ูง (องคการมหาชน) 37 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
10. โครงการวิจยั และพัฒนาการผลิตเสาวรสหวานปลอดโรค เสาวรสหวานเปนไมผลเศรษฐกิจท่ีสําคัญที่ มลู นธิ โิ ครงการหลวง และ สวพส. ไดส ง เสรมิ ใหเ กษตรกร บนพ้ืนท่ีสูงปลูกเพ่ือสรางรายได จากความตองการ ผลผลิตเสาวรสหวานของตลาดที่มีเพิ่มมากข้ึน มีการ ขยายพ้ืนที่ปลูกมากข้ึน แตพบวาคุณภาพผลผลิตลดลง ผลมีขนาดเล็ก เน่ืองจากตนกลาเสาวรสหวานท่ี ขยายพนั ธตุ อ กนั ไปนน้ั มโี รคทเ่ี กดิ จากไวรสั ทส่ี าํ คญั และ รนุ แรง คอื Passion fruit woodiness virus (PWV) ทาํ ใหต น ไมส มบรู ณแ ขง็ แรง สง ผลใหผ ลผลติ ไมไ ดค ณุ ภาพ ตามทตี่ ลาดตอ งการ ปย ะมาศ และคณะ (2559) สามารถ ผลิตตนเสาวรสหวานท่ีปลอดโรคโดยวิธีเพาะเลี้ยงเน้ือเย่ือ โดยในป พ.ศ. 2561 ไดปลูกทดสอบการใหผลผลิตและ การปรบั ตวั ตอ สภาพแวดลอมภายนอกของตนกลา เสาวรสหวานปลอดโรค จากการคดั เลอื กพนั ธเุ สาวรสในป พ.ศ. 2560 สามารถคดั เลอื กตน ทใี่ หผ ลผลติ ทมี่ คี ณุ ภาพดแี ละมลี กั ษณะเดน จาํ นวน 14 รหัส ไดปลูกทดสอบในแปลงกลางแจงเพื่อทดสอบการใหผลผลิตและการปรับตัวตอสภาพแวดลอมภายนอกในป พ.ศ. 2561 สรุปผลการดาํ เนนิ งาน ดงั น้ี 1. การทดสอบการใหผลผลิตของตนเสาวรสหวานปลอดโรค ไดทดสอบการใหผลผลิตของตนเสาวรสหวาน ที่ปลอดโรค (P-TC1) เปรียบเทียบกับตนควบคุม (RPF1) โดยปลูกในกระถางพลาสติกสีดําขนาด 24 น้ิว ใชคางแบบรั้ว ภายใตโ รงเรือนหลังคาพลาสติกใส ที่สถานีเกษตรหลวงปางดะพบวา เมอื่ ตน อายุ 10 เดือน ตนเสาวรส RPF1 และตน P-TC 1 มกี ารเจรญิ เตบิ โตไมแตกตา งกัน โดยมเี สน ผา ศนู ยก ลางของตน ตอเทากับ 17.90 และ 19.06 มิลลเิ มตร มีเสน ผา ศนู ยก ลาง ของตน พันธเุ ทา กับ 16.72 และ 17.02 มิลลเิ มตร ตามลําดับ เมอ่ื เปรียบเทียบการใหผ ลผลิตของตนควบคุมและเสาวรสหวาน ทป่ี ลอดโรค ตน RPF1 มอี ายกุ ารเก็บเกย่ี วผล 74.4 วัน นํา้ หนกั ผล 89.7 กรมั ขนาดของผล 6.2×6.7 เซนตเิ มตร TSS 18.4 องศาบรกิ ซ ปริมาณกรดทีไ่ ตเตรทได (TA) 2.3 เปอรเ ซน็ ต และคา TSS/TA เทา กับ 8.2 ขณะท่ีตน ปลอดโรค P-TC1 มีอายุ การเกบ็ เกย่ี วผล 72.9 วนั นาํ้ หนกั ผล 88.2 กรมั ขนาดผล 6.2×6.9 เซนตเิ มตร ความหนาของเปลอื ก 0.54 เซนตเิ มตร ปรมิ าณ ของแขง็ ที่ละลายน้าํ ได (TSS) 18.5 องศาบรกิ ซ ปรมิ าณกรดท่ไี ตเตรทได (TA) 2.0 เปอรเซ็นต และคา TSS/TA เทากบั 9.9 ซึง่ ตน เสาวรสท้งั 2 กรรมวิธมี คี ุณภาพผลที่ใกลเคยี งกนั แตต นปลอดโรคมีคา TSS/TA ท่ีสูงกวาตนควบคมุ ลักษณะภายในของผลเสาวรสชุด RPF1 (ซา ย) และผลเสาวรสหวาน P-TC1 (ขวา) 38 สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวิจยั และพัฒนาพื้นทสี่ งู (องคก ารมหาชน) ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
2. การศกึ ษาและคดั เลอื กพนั ธเุ สาวรสสาํ หรบั พน้ื ทสี่ งู ปลกู ทดสอบการใหผ ลผลติ ของตน เสาวรสทค่ี ดั เลอื ก จาํ นวน 1 14 รหัส ในแปลงกลางแจง ใชคางแบบร้ัวและแบบผืนท่ีสถานีฯ ปางดะ เพื่อทดสอบการใหผลผลิตและการปรับตัวตอ สภาพแวดลอมภายนอก เกณฑก ารคัดเลือกคอื เปอรเซน็ ตของเนือ้ และนาํ้ สัดสวนระหวา งปรมิ าณของแข็งท่ีละลายนาํ้ ไดตอ แผน ่ีท ปรมิ าณกรดทไี่ ตเตรทได (TSS/TA) และปรมิ าณผลผลติ ตอ ตน และเรมิ่ เกบ็ เกยี่ วผลตงั้ แตส งิ หาคมถงึ เดอื นธนั วาคม พ.ศ. 2561 สามารถคัดเลอื กรหัสตน ทม่ี ีศักยภาพการผลติ จาํ นวน 4 รหสั ตน โดยเปนรหัสตนที่มผี ิวผลสเี หลอื ง 2 รหัส คือ SG02-9 และ SG09-4 และรหัสตนท่ีมีผิวผลสีมวง 2 รหัส คือ SG04-10 และ SG09-6 และเม่ือเปรียบเทียบการใหผลผลิตของแตละ รหสั พนั ธขุ องเสาวรสทปี่ ลกู ภายใตค า งแบบรวั้ และแบบผนื พบวา มอี ายเุ กบ็ เกย่ี วผลทใี่ กลเ คยี งกนั รวมถงึ เปอรเ ซน็ ตข องเปลอื ก เนื้อและนํ้า และปริมาณผลผลิตตอตนท่ีมีคาใกลเคียงกัน แตคางแบบผืนมีนํ้าหนักผล ขนาดของผล จํานวนเมล็ดตอผล ที่มากกวา ขณะท่ีคางแบบรั้วมคี ณุ ภาพผลดกี วาในดานรสชาติ โดยมคี า TA และTSS/TA ไดท ี่มากกวากรรมวธิ คี างแบบผืน ลักษณะภายในของผลเสาวรส รหสั SG02-9 (ซา ย) และ SG09-6 (ขวา) ผลผลิตทสี่ ําคัญของงานวิจยั 1. ขอ มลู การใหผ ลผลิตของเสาวรสหวานปลอดโรค จํานวน 1 เรื่อง 2. พันธเุ สาวรสที่มศี กั ยภาพในการผลิตบนพืน้ ท่ีสงู จาํ นวน 4 รหัส คือ SG02-9, SG09-4, SG04-10 และ SG09-6 แผนการนาํ ผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชน 1. การใชป ระโยชนเชงิ วิชาการ 1.1 นาํ องคค วามรทู ีไ่ ดในป พ.ศ. 2561 ไปใชต อยอดงานวจิ ัยป พ.ศ. 2562 ดังนี้ 1) ทดสอบการใหผลผลิตของตนเสาวรสหวานปลอดโรคในพน้ื ทีท่ ่ีมีความสูงของพน้ื ทตี่ างกัน 3 ระดับ 2) คัดเลือกพนั ธุเ สาวรสจากงานวจิ ยั ในป พ.ศ. 2561 จากจํานวน 14 รหัส ใหเหลอื เพยี ง 4 รหสั เพอ่ื นําไป ทดสอบการใหผลผลติ และการปรบั ตวั ตอ สภาพแวดลอ มภายนอกในพืน้ ท่ีที่มคี วามสูงของพ้ืนท่ีตางกนั 3 ระดบั 3) นําองคความรูจากการปลูกทดสอบเสาวรสหวานปลอดโรคในโรงเรือนไปตอยอดในการทดสอบเสาวรส พันธุสง เสริมพนั ธุอ ืน่ เพอื่ พัฒนาการปลูกเสาวรสในโรงเรือนทส่ี ามารถเพ่มิ ผลผลิตใหด ียงิ่ ขนึ้ 1.2 การนาํ เสนอผลงานวิจยั หรือตีพิมพในรปู แบบตางๆ นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นทสี่ ูง (องคก ารมหาชน) สรปุ ผลงานวจิ ยั สถาบันวจิ ัยและพฒั นาพืน้ ทส่ี งู (องคการมหาชน) 39 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
11. โครงการวจิ ยั และพฒั นาการผลิตเคพกูสเบอรรี่ ราสพเบอรรี่ และแบล็คเบอรร ี่ มูลนิธิโครงการหลวงไดสงเสริมใหเกษตรกรบนพ้ืนที่สูงปลูกไมผลขนาดเล็กเพื่อเปนอาชีพสรางรายได ไดแก สตรอวเ บอรร ี เคพกสู เบอรร่ี ราสพเ บอรร ี่ เปน ตน โดยสตรอวเ บอรร เ่ี ปน ไมผ ลทสี่ รา งรายไดม ากเปน อนั ดบั 2 และเคพกสู เบอรร ี่ เปนอันดับ 5 ของผลผลิตไมผลโครงการหลวง อยางไรก็ตามจากการขยายพันธุท่ีใชวิธีการเพาะเมล็ดทําใหผลผลิตท่ีมี หลากหลายลักษณะทง้ั ผลกลมและผลรี ไมตรงกบั ความตอ งการของตลาด การใชต นกลา ทีไ่ ดจากการเพาะเล้ียงเนื้อเยอ่ื เปน ทางเลือกหนึ่งเพื่อใหไดผลผลิตที่มีคุณภาพและมีลักษณะตรงตามพันธุ สวนการปลูกราสพเบอรร่ีพบวาใหผลผลิตตอตนตํ่า จึงจําเปนตองศึกษารูปแบบการปลูกแบบใหมท่ีสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตใหดียิ่งขึ้น สําหรับแบล็คเบอรรี่เปนพืชชนิดใหม ของมูลนิธิโครงการหลวงยังไมมีการสงเสริมใหแกเกษตรกรจึงตองมีการศึกษาพันธุและรูปแบบการปลูก เชน คางและ การจัดการก่ิงแบล็คเบอรร่ีที่เหมาะสม ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของกลุมไมผลขนาดเล็กที่สามารถ เพ่ิมผลผลิตและคุณภาพผลิตผลได ตลอดจนการหาชนิดหรือพันธุพืชใหม เพ่ือเปนโอกาสสําหรับเกษตรกรในการปลูกพืช ทางเลอื กสรางรายได สรปุ ผลการดําเนนิ งาน ดงั น้ี 1. การศึกษาการใหผลผลิตของเคพกูสเบอรรี่จากตนเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อ เปรียบเทียบ 2 กรรมวิธี ประกอบดวย ตนเคพกูสเบอรร่ีพันธุเหลืองทองจากการเพาะเมล็ด (วิธีการควบคุม) และตนจากการเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อ โดยปลูกภายใต โรงเรอื นหลงั คาพลาสตกิ ใส ดา นขา งเปด โลง ทส่ี ถานฯี ปางดะ พบวา ตน จากการเพาะเมลด็ มอี ายผุ ล 56.8 วนั มปี รมิ าณผลผลติ ตอ ตน 1,550 กรมั นา้ํ หนกั ผล 10.71 กรมั มลี กั ษณะผลกลม 92.04 เปอรเ ซน็ ต ผลรี 7.96 เปอรเ ซน็ ต มี TSS 13.95 องศาบรกิ ซ TA 1.65 เปอรเ ซน็ ต และมคี า TSS/TA เทา กบั 8.45 ขณะทตี่ น จากการเพาะเลยี้ งเนอื้ เยอื่ มอี ายผุ ล 55.8 วนั มปี รมิ าณผลผลติ 1,762 กรมั นาํ้ หนกั ผล 10.53 กรมั มลี กั ษณะผลกลม 87.55 เปอรเ ซน็ ต ผลรี 12.45 เปอรเ ซน็ ต ปรมิ าณของแขง็ ทล่ี ะลายนาํ้ ได 14.03 องศาบรกิ ซ ปริมาณกรดทีไ่ ตเตรตได 1.53 เปอรเซน็ ต และมคี า TSS/TA เทากบั 9.16 จากผลการทดลองตน จาก การเพาะเลยี้ งเนือ้ เยอ่ื ใหค ุณภาพผลผลติ ที่ไมตางจากตน จากการเพาะเมล็ด แตมปี ริมาณผลผลติ ตอ ตน ทีม่ ากกวา 2. การศึกษารูปแบบการปลูกแบบใหมของราสพเบอรรี่ เปรียบเทียบรูปแบบการปลูกราสพเบอรรี่พันธุ Amity 3 กรรมวธิ ี ประกอบดว ย การปลกู ลงดนิ (วธิ คี วบคมุ ) ปลกู ในถงุ พลาสตกิ ขาว และปลกู ในกระบะ ทสี่ ถานฯี ปางดะ ผลการวจิ ยั ของปที่ 1 การปลูกในกระบะมีการแตกกิ่งขางมากที่สุด มีปริมาณผลผลิต (226 กรัมตอตน) น้ําหนักผล (2.3 กรัม) ขนาดของผล (1.6×1.6 ซม.) มากกวากรรมวิธีอื่น ขณะที่การปลูกในถุงพลาสติกสีขาว มีปริมาณของแข็งที่ละลายนํ้าได 11.4 องศาบริกซ และมีคา TSS/TA (5.33) สูงที่สุด หลังการตัดแตงกิ่งในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560 เพ่ือใหผลผลิต ในฤดูกาลที่ 2 การปลูกในกระบะมีนํ้าหนักผลเฉล่ีย (2.2 กรัม) ขนาดของผล (1.5×1.5 ซม.) และปริมาณผลผลิตตอตน (99.28 กรมั ) มากกวา กรรมวธิ อี น่ื แตม ปี รมิ าณของแขง็ ทล่ี ะลายนา้ํ ได (TSS) ปรมิ าณกรดทไ่ี ตเตรตได (TA) และมคี า TSS/TA ไมแตกตางกัน ขณะที่การปลูกในถุงพลาสติกสีขาวใหผลผลิตท่ีมีคุณภาพดีในปแรก แตไมสามารถเก็บเก่ียวผลผลิตได ในปที่ 2 ดงั นั้น การปลกู ราสพเ บอรร ใี นกระบะจงึ เปนรูปแบบการปลกู ทส่ี ามารถเพิ่มผลผลติ ไดด ีทีส่ ุดท้ัง 2 ฤดกู าล รปู แบบการปลกู ลงดิน (ซาย) การปลกู ในถงุ พลาสตกิ สขี าว (กลาง) และการปลกู ในกระบะ (ขวา) 40 สรปุ ผลงานวจิ ัย สถาบนั วิจยั และพฒั นาพืน้ ทส่ี ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
3. การทดสอบพนั ธแุ ละรปู แบบคา งสาํ หรบั แบลค็ เบอรร ี่ การทดสอบพนั ธแุ ละรปู แบบคา งสาํ หรบั แบลค็ เบอรร พ่ี นั ธุ 1 อา งขาง โดยเปรียบเทียบตนจากการแยกชาํ และตน จากการเพาะเลย้ี งเน้ือเย่อื ภายใตรปู แบบคาง 2 แบบ คอื คา งแบบตวั ที และแบบรวั้ หลงั การตดั แตง กง่ิ ตน จากการแยกชาํ สามารถใหผ ลผลติ ไดท งั้ 2 รปู แบบคา ง ขณะทตี่ น จากการเพาะเลยี้ งเนอ้ื เยอ่ื แผน ่ีท ใหผ ลผลติ ไดเ ฉพาะคา งแบบรวั้ โดยคา งแบบตวั ทแี ละคา งแบบรว้ั ของตน จากการแยกชาํ มชี ว งการออกดอก ชว งการเกบ็ เกย่ี ว อายผุ ล นา้ํ หนกั เฉลย่ี ตอ ผล ขนาดของผล สผี วิ ผล และจาํ นวนผลตอ ผลทไ่ี มแ ตกตา งกนั แตผ ลผลติ ของคา งแบบรวั้ มคี า สดั สว น TSS/TA (5.13 และ 4.46 ตามลําดบั ) และปรมิ าณผลผลติ เฉลยี่ ตอตน (91.28 และ 83.05 กรมั ตามลาํ ดบั ) ซ่ึงมากกวา คางแบบที เมื่อเปรียบเทียบตนพันธุอางขางจากการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อกับตนจากการแยกชําภายใตคางแบบร้ัว พบวา ตนจาก การเพาะเลีย้ งเนอ้ื เยื่อมีอายุผลและน้ําหนักผลเฉลี่ยที่มากกวา แตม คี า TSS, TA และ TSS/TA จาํ นวนผลตอตน และปรมิ าณ ผลผลติ ตอ ตนทีน่ อ ยกวาตน จากการแยกชํา ผลผลิตทส่ี าํ คัญของงานวิจยั 1. วธิ ีการผลิตตน กลา เคพกสู เบอรรี่ท่สี ามารถใหผ ลผลติ ทดี่ แี ละตรงตามพันธุ 1 วธิ กี าร 2. รูปแบบการปลูกราสพเบอรร ่ีท่เี หมาะสมสําหรับพ้นื ทส่ี ูง จํานวน 1 รปู แบบ 3. พนั ธุแบลค็ เบอรร ที่ ่มี ศี ักยภาพการผลติ บนพ้นื ที่สูงจาํ นวน จํานวน 1 พันธุ 4. รปู แบบคางสําหรบั แบล็คเบอรรท่ี ใ่ี หผ ลผลิตท่ีดี เหมาะสมสําหรับพน้ื ทีส่ ูง จํานวน 1 รูปแบบ แผนการนําผลงานวจิ ัยไปใชป ระโยชน 1. การใชป ระโยชนเชงิ วชิ าการ 1.1 นาํ องคความรูท่ีไดในป พ.ศ. 2561 ไปใชตอ ยอดงานวจิ ยั ป พ.ศ. 2562 ดงั นี้ 1) การศึกษาและดําเนินการทดลองซ้ํา โดยเพิ่มกรรมวิธี ตนเคพกูสเบอรรี่เพาะเมล็ดจากตนที่ไดจาก การเพาะเลี้ยงเนอ้ื เยอ่ื ป พ.ศ. 2561 2) ดําเนนิ การทดลองซา้ํ เร่อื งการศกึ ษารูปแบบการปลกู ราสพเบอรร เี่ พอื่ ยนื ยนั ผลการทดลอง 3) การศึกษาตอเน่อื งในเร่อื งการทดสอบและคัดเลือกพันธุแบลค็ เบอรร่ีท้ัง 4 พันธุ เปรียบเทียบรูปแบบคา ง 2 แบบ 1.2 การนําเสนอผลงานวจิ ยั หรอื ตพี มิ พใ นรปู แบบตางๆ นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พน้ื ที่สงู (องคก ารมหาชน) สรปุ ผลงานวิจยั สถาบนั วิจยั และพฒั นาพ้ืนทีส่ ูง (องคการมหาชน) 41 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
12. โครงการวจิ ัยและพัฒนาการผลิตพืชตระกลู สม ปลอดภัย พืชตระกูลสมเปนไมผลท่ีมูลนิธิโครงการหลวงสงเสริมใหเกษตรกรบนพื้นท่ีสูงปลูกสรางรายได ไดแก คัมควัท เกรพฟรทุ และเลมอน แตเ นอื่ งจากสม เปน พชื ทมี่ โี รคและแมลงศตั รพู ชื หลายชนดิ เขา ทาํ ลายในทกุ ระยะการเจรญิ เตบิ โต ทาํ ให มีการใชสารเคมีเกษตรจํานวนมาก จึงควรมีการศึกษาวิธีการจัดการศัตรูของพืชตระกูลสมเพ่ือลดการใชสารเคมีบนพ้ืนที่สูง รวมถึงการวิจัยและพัฒนาการผลิตตนแมพันธุสมปลอดโรค โดยเฉพาะโรคทริสเตซาและกรีนนิ่ง เพ่ือใหไดตนสมท่ีแข็งแรง สมบูรณสาํ หรับเกษตรกร สาํ หรบั สม โอจัดอยูในกลุมสมโอและเกรพฟรุท ผลสม โอมอี ายุการเก็บรกั ษาไดน านและไมมปี ญ หา ในการขนสงสําหรับพ้ืนที่ท่ีหางไกลซึ่งเหมาะสมกับพ้ืนที่ของมูลนิธิโครงการหลวงและพื้นท่ีของ สวพส. จึงควรมีการทดสอบ พนั ธุสมโอเพอื่ เปนทางเลอื กใหแ กเกษตรกรบนพน้ื ท่สี งู สรุปผลการดําเนินงาน ดังน้ี 1. การศึกษาวิธีการจัดการโรคและแมลงศัตรูสมบนพื้นที่สูง ไดสาํ รวจโรคพชื และแมลงศตั รพู ชื ในแปลงปลกู พชื ตระกูลสม 3 แหง คอื (1) ท่แี มหลอด (650 MSL) มีการระบาดของแมลงศัตรูสม 3 อันดับแรก คอื เพล้ียหอย เพล้ยี ไฟ และ ไรแดง ตามลาํ ดับ พบโรคเมลาโนสและราดาํ ทพ่ี บลดลง แตไ มพบแมลงศัตรธู รรมชาติ (2) โปง นอย (890 MSL) มีการระบาด ของแมลงศัตรูสม 3 อันดับแรก คือ ไรแดง เพล้ียไฟ และแมลงคอมทอง ตามลําดับ พบโรคเมลาโนสและแคงเกอร และ พบแมลงศัตรธู รรมชาติ และ (3) วัดจันทร (980 MSL) มีการระบาดของแมลงศัตรูสม 3 อนั ดบั แรก คอื เพล้ยี ออน เพล้ยี ไฟ และหนอนชอนใบ พบโรคเมลาโนสและราดํา และพบแมลงศตั รูธรรมชาตเิ พ่มิ มากขนึ้ จากการสํารวจทง้ั 3 แหง ซ่งึ มรี ะดบั ความสูงของพื้นที่ที่ตางกันนั้น ชนิดแมลงศัตรูพืชและจํานวนท่ีพบตางกันไป แตเพล้ียไฟยังเปนศัตรูสมท่ีพบมากท่ีสุด ผลจากการสํารวจจะสามารถนําไปวางแผนในการปองกันกําจัดโรคและแมลงในแปลงสมของเกษตรกรในพื้นที่ทั้ง 3 แหง โดยเนนการใชวิธีผสมผสานเพ่ือลดการใชสารเคมีเกษตร และสามารถควบคุมการระบาดของโรคและแมลงศัตรูสมไดอยาง ถูกตอ งและปลอดภัย 2. การทดสอบพันธุสมโอสําหรับพื้นท่ีสูง ทดสอบพันธุสมโอและเกรพฟรุท จํานวน 6 พันธุ ในพ้ืนที่ของมูลนิธิ โครงการหลวง 3 แหง คอื สะโงะ (350 MSL) ปางดะ (650 MSL) และหว ยแลง (980 MSL) อายตุ น 1 ป 4 เดอื น พบวา ตนสม โอทสี่ ะโงะและปางดะทุกพันธุ มกี ารเจรญิ เติบโตดีกวา ท่ีหว ยแลง โดยเฉพาะเกรพฟรุทพันธุส ตารร บู ี้ สม โอพันธทุ องดี และขาวใหญที่ปลูกทดสอบทั้ง 3 แหง มีการเจริญเติบโตของตนดีกวาสมโอพันธุอื่นๆ สําหรับผลการสํารวจแมลงศัตรูสม ในแปลงทดสอบสม โอ โดยเฉพาะชวงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกนั ยายน คือ ผเี ส้อื กลางคนื ดวง และเพลยี้ ไกแจสม 3. การวจิ ยั และพฒั นาการผลติ ตน แมพ นั ธสุ ม ปลอดโรคสาํ หรบั พนื้ ท่ี ผลการศกึ ษา (1) ไดว ธิ กี ารฟอกฆา เชอ้ื บรเิ วณ พ้ืนผิวช้ินสวนของเกรพฟรุท คัมควัท และเลมอน โดยมีคารอยละของเน้ือเย่ือเร่ิมตนท่ีสามารถเจริญเปนยอดออนได รอยละ 50 60 และ 60 ตามลําดบั (2) ผลของอาหารเพาะเลีย้ งทีม่ ีตอ การชักนําใหเกดิ ยอดของเกรพฟรุท คมั ควัท เลมอน บนอาหารสูตร ½ LS + Su30 มคี า รอยละของการเกิดยอด เทา กับ 70 100 และ 70 ตามลําดับ 3) ผลของการเติมสารควบคมุ การเจริญเตบิ โตกลมุ ไซโตไคนิน ชนดิ BAP ตอการชักนําใหเ กิดยอด พบวาอาหารเพาะเลย้ี งท่ีเติม BAP ที่ 3 มลิ ลิกรมั ตอลติ ร เหมาะสมในการเพาะเลย้ี งเนอื้ เยอื่ คมั ควทั เมอ่ื เพาะเลย้ี ง 4 สปั ดาหม กี ารเจรญิ ของเนอื้ เยอ่ื เกดิ เปน ยอดได รอ ยละ 100 สาํ หรบั เลมอนใชอาหารสตู ร ½ LS + Su30 + BAP ที่ 2 และ 3 มิลลิกรัมตอ ลติ ร เมือ่ เพาะเล้ยี ง 4 สัปดาหชกั นาํ ใหเ กดิ ยอดได รอ ยละ 90 และอาหารสตู ร ½LS ที่เตมิ ซโู ครส 30 กรมั ตอลิตร มคี าการชักนาํ ใหเ กิดยอดของเกรพฟรทุ รอ ยละ 70 อาหาร เพาะเลี้ยง 3 สูตร ไดแก อาหารสูตร LS ทเ่ี ติมซโู ครส 30 กรัมตอ ลิตร สตู ร ½LS ทเี่ ตมิ ซูโครส 30 กรมั ตอ ลิตร และสูตร ½MS ที่เติมซูโครส 30 กรัมตอลิตร ชักนําใหเกิดยอดของคัมควัท รอยละ 100 และเลมอนใชอาหารเพาะเลี้ยงสูตร ½WP ทเี่ ตมิ ซูโครส 30 กรัมตอ ลติ ร และอาหารสูตร ½LS ท่ีเติมซโู ครส 30 กรัมตอ ลิตร ชกั นําใหเ กิดยอดของเลมอน รอ ยละ 80 และ 70 ตามลาํ ดับ 42 สรุปผลงานวจิ ัย สถาบันวจิ ัยและพัฒนาพืน้ ทสี่ งู (องคการมหาชน) ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
4. การศึกษาวิธีการจัดการธาตุอาหารสําหรับพืชตระกูลสม ผลการศึกษา (1) พ้ืนท่ีโปงนอย การจัดการปุย 1 ตามวธิ ีปฏิบตั มิ ขี นาดของใบของคัมควทั และเลมอนใหญกวา วิธกี ารอืน่ สวนเกรพฟรทุ มคี าใกลเ คียงกัน และการจัดการใหปุย ตามวิธีปฏิบัติใหคาความเขียวของใบ (SPAD) มากกวาวิธีการอ่ืน โดยเฉพาะคัมควัท (66.85) สวนวิธีการอ่ืนมีคาระหวาง แผน ่ีท 58.26-60.86 นอกจากน้ี การจดั การปยุ ตามวธิ ีปฏบิ ัตมิ ีคา ความเขมขนไนโตรเจนในใบมากทส่ี ดุ (2.56 เปอรเซ็นต) ขณะที่ วธิ กี ารอ่ืนมคี า ระหวาง 2.28-2.45 เปอรเซน็ ต และ (2) พ้ืนที่แมห ลอด การจัดการใหปยุ หน่ึงเทา ของปริมาณธาตอุ าหารทีต่ ิด ไปกับผลผลิตและการใหปุยตามคาวิเคราะหดินมีความเขมขนของไนโตรเจนในใบคัมควัท (1.87-1.97 เปอรเซ็นต) และ ในใบเลมอน (2.03-2.17 เปอรเ ซน็ ต) จากผลการทดลอง พบวา การจดั การปยุ ตามวธิ เี กษตรกรปฏบิ ตั มิ แี นวโนม ทมี่ โี พแทสเซยี ม ในใบสูงกวาวิธกี ารอืน่ สวนการออกดอกติดผลใกลเคียงกันทั้งคัมควทั และเลมอน ยกเวน เกรพฟรทุ ทอี่ อกดอกติดผลนอย ผลผลติ ทีส่ ําคญั ของงานวจิ ัย 1. วธิ กี ารจดั การโรคและแมลงศตั รสู ม สาํ หรับพ้ืนท่ี 3 ระดับ 1 วธิ ีการ 2. ขอ มลู การเจริญเตบิ โตของสม โอ 7 พนั ธุในพืน้ ท่ีโครงการหลวง 3 แหง จํานวน 1 เรื่อง 3. สูตรอาหารสาํ หรบั การขยายพันธตุ นสม ปลอดโรคโดยการเพาะเลีย้ งเนอ้ื เย่อื 1 วิธีการ 4. วิธกี ารจดั การธาตุอาหารสม 3 พันธุ 1 วธิ ีการ แผนการนําผลงานวจิ ยั ไปใชประโยชน 1. การใชป ระโยชนเ ชงิ วิชาการ 1.1 นําองคค วามรทู ่ไี ดในป พ.ศ. 2561 ไปใชต อ ยอดงานวิจัยป พ.ศ. 2562 ดังน้ี 1) การนาํ ผลการสํารวจโรคและแมลงในพน้ื ท่ีโครงการหลวง 3 แหง ไปตอยอด โดยจดั ทาํ แผนและทดสอบ การจดั การโรคและแมลงพชื ตระกลู สม ในพนื้ ทท่ี ดสอบทั้ง 3 แหง 2) ศึกษาการเจริญเติบโตของตนสมโอและเกรพฟรุท (ตอเนื่องปที่ 3) และสํารวจการระบาดของโรค และแมลงทพี่ บในพ้ืนทศ่ี กึ ษาทง้ั 3 แหง 3) การนาํ วธิ กี ารฟอกฆา เชอื้ และสตู รอาหารไปตอ ยอดในการเพาะเลยี้ งเนอื้ เยอ่ื คมั ควทั เกรพฟรทุ และเลมอน เพอ่ื ผลิตตน แมพ นั ธุส ม ปลอดโรคในป พ.ศ. 2562 4) นําผลการศึกษาการจดั การธาตุอาหารไปใชใ นพน้ื ท่ีสงเสริมพืชตระกูลสมของมลู นิธิโครงการหลวง 1.2 การนาํ เสนอผลงานวจิ ัยหรอื ตีพมิ พในรปู แบบตา งๆ นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พนื้ ท่สี ูง (องคก ารมหาชน) สรปุ ผลงานวิจยั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาพื้นท่ีสูง (องคการมหาชน) 43 ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. 2561
13. โครงการวิจยั เพื่อพัฒนาเทคโนโลยกี ารผลติ ไมด อกทีเ่ หมาะสมและสรางอาชพี ใหแ กช มุ ชนบนพื้นที่สงู 1. การปรบั ปรุงพันธุเ บญจมาศ (ไมไวแสง) การผลิตเบญจมาศของมูลนิธิโครงการหลวงปจจุบัน ประสบปญหาที่สงผลกระทบตอปริมาณและคุณภาพของ ดอกเบญจมาศ โดยเฉพาะอยา งยงิ่ การปลกู เบญจมาศตดั ดอกในชว งเดอื นเมษายนถงึ เดอื นสงิ หาคมของทกุ ๆ ป เนอื่ งจากตอ ง มีการคลุมผาดาํ ในแปลงเพือ่ ชักนาํ ใหออกดอก ซึ่งการคลมุ ผาดาํ จะทําใหอณุ หภมู ิใตผาดําสูง ทําใหไมสามารถปลกู เบญจมาศ ในฤดรู อ นเขตพนื้ ทต่ี าํ่ และพนื้ ทร่ี าบได นอกจากนยี้ งั สง ผลใหค วามชน้ื ภายในโรงเรอื น ทาํ ใหเ กดิ โรคราสนมิ ขาว งานวจิ ยั พฒั นา พันธุเบญจมาศที่ออกดอกไดในชวงฤดูรอนหรือในสภาพวันยาว ชวยลดปญหาเร่ืองโรคและสามารถขยายพื้นท่ีปลูกได สรปุ ผลการดาํ เนนิ งาน ดงั นี้ 1.1 รวบรวมพันธเุ บญจมาศจากแหลงตา งๆ จํานวน 36 พันธุ และคัดเลือกได 15 พันธุ เปน พันธุจากแหลงปลูก ในประเทศไทย 5 พนั ธุ ประเทศญี่ปนุ 4 พันธุ และสาธารณรัฐจนี (ไตหวัน) 6 พันธุ ผลการแสดงออกของเบญจมาศภายใต สภาพวนั ยาว โดยแบง กลมุ ตามความเรว็ ชา ของการเกดิ ตาดอก พนั ธทุ เ่ี กดิ ตาดอกภายใน 1-60 วนั (พนั ธเุ บา) มจี าํ นวน 5 พนั ธุ ไดแ ก พนั ธุ Finland, Pink Kogiku, Purple White, Kunwang Chiw Yang และ Caro Pink และพันธุทเ่ี กดิ ตาดอกภายใน 61-120 วัน (พนั ธุหนัก) มจี าํ นวน 10 พันธุ ไดแ ก Yellow Kamin, Carolene, Camel White Intanon, Seiloga, Kogiku Orange, White Udon, Pingpong Kunwang, Jee Saing Wang, Kogiku Pink และ Hong Wang Neang 1.2 ความสาํ เรจ็ ของการผสมขา มเพอ่ื การรวมลกั ษณะบางอยา งเขา ดว ยกนั ขน้ึ อยกู บั ความใกลช ดิ กนั ทางพนั ธกุ รรม ดวยการนับจาํ นวนโครโมโซม พันธเุ บญจมาศท่คี ัดเลือกจํานวน 15 พนั ธุ และพนั ธกุ ารคาทม่ี ลี กั ษณะดี 15 พันธุ มีจาํ นวน โครโมโซมตั้งแต 2n=3x=27 ไปจนถึง 2n=6x=54 ขนาดของปากใบ พบวาไมม ีความแตกตา งกันในพันธทุ ่ีศึกษาท้งั หมด และ ความสมบูรณแ ละการงอกของละอองเกสรตวั ผู พบวา ในจาํ นวนพันธเุ บญจมาศ 30 พนั ธทุ ่ีศึกษาครงั้ นี้ มี 9 พันธุทดี่ อกไมม ี เกสรตวั ผู และในจํานวน 21 พนั ธุท ม่ี เี กสรตวั ผูมีเพียง 4 พันธเุ ทานัน้ ทพ่ี บการงอกของละอองเกสรตวั ผูใ นอาหารสงั เคราะห คือ พันธุ Kogiku Purple, Kogiku Pink, Finland Pink และ Hong Wang Neung และอกี 14 พนั ธไุ มพ บการงอกของ ละอองเกสร นอกจากน้ียงั พบพนั ธเุ บญจมาศ 3 พันธุท ไ่ี มเ กิดตาดอก ไดแก พนั ธุ Kogiku Orange, Chiw Yang และ White Udon ขอ มูลทีไ่ ดเปน ประโยชนต อการผสมพันธุเพือ่ การคดั เลือกลกู ผสมท่ีมลี กั ษณะตามท่ตี องการในโครงการวิจัยคร้ังตอ ไป โครโมโซมปลายรากของเบญจมาศ เบญจมาศพันธุคัดเลือก 2. การทดสอบพนั ธกุ ุหลาบทนี่ ําเขา จากตางประเทศในระดับแปลงเกษตรกร การเพิ่มความสามารถในการแขงขนั ดานตลาดไมต ัดดอก โดยเฉพาะกุหลาบของมลู นิธิโครงการหลวง ดว ยวิธีการ เปลย่ี นพนั ธกุ หุ ลาบใหมท ดแทนพนั ธเุ ดมิ ทไี่ มเ ปน ทตี่ อ งการของตลาด เนอื่ งจากพนั ธกุ หุ ลาบเดมิ มจี ดุ ดอ ยทส่ี าํ คญั หลายประการ ยากตอการแขงขันกับกุหลาบจากตางประเทศ เชน พันธุสีแดง Royal Baccara ที่มีกลีบดอกคล้ําในฤดูหนาว และใบไหม 44 สรุปผลงานวจิ ัย สถาบันวจิ ัยและพฒั นาพืน้ ทส่ี ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2561
พนั ธสุ ขี าว Avalanche กา นดอกสน้ั ฤดหู นาวดอกเปน จา้ํ พนั ธสุ ชี มพู Eliza กลบี ดอกนอ ย บานเรว็ พนั ธุ Dolce vita ผลผลติ ตา่ํ 1 เม่ือไดรับอากาศรอน พันธุ Titanic ผลผลิตตํ่า ไมดก และใบไหม การปรับปรุงพันธุเพื่อใหไดกุหลาบพันธุใหมตองใช ระยะเวลานาน ไมทันกับสถานการณของตลาด ดังน้ันการนําเขาพันธุใหมจากตางประเทศเปนทางเลือกหน่ึงในการได แผน ่ีท พนั ธใุ หม สาํ หรบั ทดสอบผลติ เปน การคา บนพนื้ ทสี่ งู เพอ่ื ใหเ กษตรกรในพนื้ ทมี่ ลู นธิ โิ ครงการหลวงมกี หุ ลาบพนั ธใุ หมท สี่ ามารถ เจรญิ เติบโตและใหผ ลผลติ ท่มี ีคุณภาพดี มลี กั ษณะตรงตามความตอ งการของตลาด และสามารถสรา งรายไดใหแ กเกษตรกร บนพ้ืนที่สูงได งานวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อทดสอบและคัดเลือกกุหลาบพันธุใหมที่เหมาะสมสําหรับการปลูกในพื้นที่ โครงการหลวงและตรงตามความตอ งการของตลาด สรุปผลการดําเนนิ งาน ดังน้ี 2.1 ผลการเจรญิ เตบิ โตและการใหผ ลผลติ ของกุหลาบทคี่ ดั ได 15 พนั ธุ 5 กลมุ สี ชว งฤดฝู นและฤดูหนาวในสภาพ แปลงปลูกจริง พบวา กลุมดอกสีแดง สามารถคัดเลือกพันธุท่ีเหมาะสําหรับปลูกในพื้นที่สถานีฯ อินทนนทได 1 พันธุ คือ พนั ธุ Red Crown พื้นที่ศนู ยฯ แมโ ถ 1 พนั ธุ คือ พันธุ Formidable+ กลมุ ดอกสีขาว สามารถคดั เลือกพันธุท่ีเหมาะสําหรับ ปลูกในพ้ืนท่ีสถานีฯ อินทนนทได 2 พันธุ คือ พันธุ Avalanche ที่เปนพันธุสงเสริมเดิม และพันธุ White Soda+ พ้ืนท่ี ศนู ยฯ แมโ ถ 2 พนั ธุ คอื พนั ธุ Avalanche และพนั ธุ Dolomiti กลมุ ดอกสชี มพอู อ น สามารถคดั เลอื กพนั ธกุ หุ ลาบทเี่ หมาะสม สาํ หรบั ปลกู ในพน้ื ทสี่ ถานฯี อนิ ทนนทไ ด 1 พนั ธุ คอื พนั ธุ Sweet Dolomiti ศนู ยฯ แมโ ถ 1 พนั ธุ คอื พนั ธุ Sweet Avalanche กลมุ ดอกสองส/ี ทูโทน สามารถคดั เลือกพนั ธทุ เี่ หมาะสาํ หรบั ปลูกในพ้ืนท่ีสถานีฯ อนิ ทนนท และศูนยฯ แมโถได 2 พนั ธุ คอื พนั ธุ Candy Avalanche และพนั ธุ Sorbet Avalanche สามารถคดั เลอื กพนั ธทุ เ่ี หมาะสาํ หรบั ปลกู ในพนื้ ทส่ี ถานฯี อินทนนท ได 1 พันธุ คอื พนั ธุ All 4 Love ศูนยฯ แมโ ถสามารถคดั เลือกได 2 พันธุ คอื พนั ธุ Cloud+ และพันธุ All 4 Love 2.2 ผลการเจริญเตบิ โต และการใหผ ลผลิตของกหุ ลาบ 8 พันธุ 4 กลุมสี ชวงฤดฝู นและฤดูหนาวในสถานเี กษตร หลวงปางดะ พบวา กลมุ ดอกสีขาว คือ พนั ธุ Ice Bear กลมุ ดอกสชี มพอู อ น คอื พันธุ Lovely Dolomiti กลมุ ดอกสขี าวขลิบ คือ พนั ธุ Jumilia กลุมดอกสีพีช คอื พันธุ Peach Avalanche+ พนั ธกุ ุหลาบทท่ี ดสอบในพน้ื ทีส่ ถานีฯ อินทนนทแ ละศูนยฯ แมโถ พนั ธกุ หุ ลาบท่ที ดสอบในพื้นท่ีสถานีฯ ปางดะ 3. การผลิตวา นสีท่ ิศเพ่อื ตดั ดอกเปนการคา วา นสที่ ศิ เปนไมด อกประเภทหวั ท่ีมดี อกขนาดใหญ สีสนั สวยงาม จดั อยูในวงศ Amaryllidaceae สามารถเจรญิ เตบิ โตไดด ใี นเขตรอ นและกง่ึ รอ น ปจ จบุ นั พบวา นสที่ ศิ ในธรรมชาตปิ ระมาณ 80 ชนดิ ในประเทศไทยนยิ มปลกู เปน ไมก ระถาง ในตางประเทศมกี ารปลกู เปนจาํ นวนมากเพอ่ื ใชเปน ไมต ัดดอก หรอื ไมกระถาง (นพพร, 2551; Rees, 1992) วา นส่ีทิศเปน ไมดอกประเภทหัวท่ีทางศูนยพัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว ไดสงเสริมใหเกษตรกรนําไปปลูกเพื่อจําหนายหัวพันธุ สรุปผลงานวจิ ยั สถาบนั วิจัยและพัฒนาพนื้ ทีส่ งู (องคก ารมหาชน) 45 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
ในป พ.ศ. 2559 มีปริมาณการจาํ หนา ยวา นสีท่ ศิ ในตลาดประมลู Flora Holland จํานวน 44.7 ลานชอ (AIPH, 2016) สําหรับ ในประเทศไทยยังไมมีรายงานการจําหนายวานส่ีทิศเพ่ือตัดดอก จงึ นบั เปน โอกาสทด่ี ที จี่ ะเพมิ่ ศกั ยภาพดา นการผลติ และการตลาด ของวานส่ีทิศท่ีปลูกในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวง วัตถุประสงค ในการศึกษา (1) เพื่อศึกษาและคัดเลือกวิธีการผลิตวานสี่ทิศ สาํ หรบั การผลติ เปน ไมต ดั ดอก (2) เพอื่ ศกึ ษาและคดั เลอื กสารเคมี สําหรับยืดอายุการปกแจกัน ของวานส่ีทิศสําหรับการผลิตเปน ไมตดั ดอก สรปุ ผลการดําเนินงาน ดงั นี้ วา นส่ที ิศพนั ธุ Clown การผลติ วา นสท่ี ศิ เพอ่ื ตดั ดอกเปน การคา ขนาดหวั พนั ธุ ที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโตและคุณภาพดอกของวานส่ีทิศ โดยพันธุ Clown และ Carina ที่มีขนาดเสนรอบวง >30-32 เซนติเมตร สงผลใหมีเปอรเซ็นตการออกดอก และคุณภาพดอก ท่ีดีกวาเมื่อเทียบกับกรรมวิธีอ่ืน จากน้ันการเก็บรักษาหัวพันธุที่ อณุ หภมู ิ 5 °C นานเปนเวลา 2 เดอื นกอ นปลกู ชวยสง เสรมิ ใหพชื มคี วามกวา งดอก ความยาวดอกมากทสี่ ดุ และความกวา งกา นดอก ทดสอบอายุปกแจกันในพนั ธุ Carina สาํ หรบั การดแู ลโดยรดนํ้าและใหปุยสูตร 15-15-15 เดือนละ 1 คร้งั ปรมิ าณ 4 กรัมตอครงั้ นาน 6 เดือน ทาํ ใหว า นสที่ ศิ มเี สนผา ศูนยกลางดอก และความยาวกา นดอกมากทส่ี ุด สวนการจดั การหลังการเกบ็ เก่ียวดอกวานส่ีทศิ คือ นําดอกวา นส่ีทศิ พันธุ Carina มาแชในสารละลาย 8-HQS ความเขมขน 200 มิลลิกรัม/ลิตร รวมกับสารละลาย AgNO3 ความเขมขน 50 มลิ ลกิ รัม/ลิตร จะสง ผลใหด อกวา นสี่ทศิ มอี ายกุ ารปก แจกนั นานทีส่ ดุ (8.7 วนั ) 4. การศึกษารวบรวมและขยายพันธบุ ัวดนิ บวั ดนิ มชี อ่ื วทิ ยาศาสตรว า Zephyranthes Herb. มมี ากกวา 70 ชนดิ จดั เปน ไมด อกประเภทหวั ทม่ี คี วามทนทาน ตอ สภาพแหง แลง ปลกู เลยี้ งงา ย และมดี อกสวยงาม (กนั ยารตั น, 2532) ดว ยคณุ สมบตั ดิ งั กลา วจงึ มกี ารนาํ บวั ดนิ มาใชป ระโยชน ในดา นการจดั สวนโดยใชเ ปน ไมค ลมุ ดนิ ในปจ จบุ นั มกี ารขายเปน ไมก ระถางประดบั ซงึ่ ทางศนู ยพ ฒั นาโครงการหลวงหนองเขยี ว ไดสงเสริมใหเกษตรกรนําไปปลูกเพื่อจําหนายหัวพันธุ แตหัวพันธุบัวดินท่ีจําหนายผานตลาดมูลนิธิโครงการหลวงมีเพียง 2 พนั ธุ คอื Zephyranthes grandiflora Lindl. และ Z. candida Herb. ดงั นน้ั เพอ่ื เปน การเพมิ่ ศกั ยภาพการแขง ขนั ทางการ ตลาด จึงควรนําพันธุใหมๆ มาปลูกทดสอบและศึกษาการเจริญเติบโต คุณภาพดอกและหัวพันธุ รวมถึงศึกษาวิธีการขยาย พันธุเพ่ือเพ่ิมปริมาณหัวพันธุสําหรับใชสงเสริมเกษตรกรในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงที่อยูในพ้ืนท่ีหางไกลผลิตหัวพันธุบัวดิน เพอ่ื จาํ หนา ย เนอ่ื งจากหวั พนั ธบุ วั ดนิ สามารถเกบ็ รกั ษาไดน านจงึ ลดปญ หาความเสยี หายทเ่ี กดิ จากการขนสง ได วตั ถปุ ระสงค ในการศกึ ษา (1) เพอื่ รวบรวมและคดั เลอื กพนั ธบุ วั ดนิ ทมี่ ศี กั ยภาพในการผลติ หวั พนั ธเุ พอ่ื จาํ หนา ย (2) เพอ่ื ศกึ ษาวธิ กี ารขยาย พนั ธุบัวดินสําหรบั เพิ่มปริมาณหัวพันธุ สรปุ ผลการดําเนินงาน ดังน้ี 4.1 รวบรวมพันธุบัวดนิ 15 พันธุ ไดแก พันธุ Australia candida, Full moon, ขาวหอม, Airie, Eastern pearl, Crimson sunset, Krakatua, Pride of Singapore, Bangkok yellow, Midas touch, Bubble, Heart throb, ไชยปราการ ซนั เซท็ , โอลดโ รสรมิ ดอย และ Pink emerald พนั ธบุ วั ดนิ ทมี่ กี ารแตกหนอ ดแี ละเหมาะสาํ หรบั ผลติ หวั พนั ธเุ พอื่ จาํ หนา ยมี 8 พนั ธุ ไดแ ก พนั ธุ Australia candida (12.83 หนอ ), Bubble (9.66 หนอ ), Crimson sunset (7.91 หนอ ), Eastern pearl (5.58 หนอ ), Bangkok yellow (5.50 หนอ ), Midas touch (4.25 หนอ ), ขาวหอม (3.08 หนอ ) และ Heart throb (3.00 หนอ ) พนั ธบุ วั ดนิ ท่ีมีจํานวนดอกตอตนดีและเหมาะสําหรับปลูกประดับแปลงมีจํานวน 6 พันธุ ไดแก พันธุ Full moon (9.58 ดอก/ตน), Eastern pearl (8.08 ดอก/ตน ), ขาวหอม (7.00 ดอก/ตน), Krakatua (6.83 ดอก/ตน ), Crimson sunset (6.25 ดอก/ตน) และ Pink emerald (6.25 ดอก/ตน ) 46 สรุปผลงานวจิ ัย สถาบันวิจยั และพฒั นาพื้นทีส่ ูง (องคก ารมหาชน) ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
4.2 วิธีการขยายพันธุบัวดินพันธุสงเสริมเพื่อเพิ่มปริมาณหัวพันธุบัวดิน ในพันธุ Zephyranthes grandiflora 1 Lindl. ใชว ิธกี ารตดั แบงโดยการผาหัว 2 ชน้ิ ตอ หวั มีจาํ นวนหนอ ตอชนิ้ เทา กับ 3.95 หนอ และในพนั ธุ Zephyranthes candida Herb. ควรใชวิธีการตัดแบงโดยการผาหัว 2 ช้ินตอหัว และผาหัว 4 ช้ินตอหัว เน่ืองจากมีจํานวนหนอตอช้ิน แผน ่ีท เทากบั 10.25 และ 10.86 หนอ ตามลําดบั ลักษณะดอกของบวั ดนิ จํานวน 15 พนั ธุ การแตกหนอบัวดนิ จาํ นวน 15 พันธุ ผลผลติ ท่สี ําคัญของงานวจิ ยั 1. ขอมูลการเจริญเติบโตของพันธเุ บญจมาศที่รวบรวม จาํ นวน 15 พันธุ 2. พนั ธกุ ุหลาบท่ีเหมาะสมสาํ หรับการปลกู บนพื้นท่ีสงู และตรงตามความตองการของตลาด จาํ นวน 5 พนั ธุ 3. ขอ มลู ปจจยั ทมี่ ผี ลตอการเจรญิ เติบโตและคุณภาพวานสที่ ศิ จาํ นวน 1 ชุด 4. ขอ มูลอายุปกแจกันวา นสท่ี ิศ จํานวน 1 ชดุ 5. รวบรวมพนั ธุบัวดนิ จํานวน 15 พันธุ 6. วิธกี ารขยายพนั ธุเ พ่อื เพิ่มจํานวนหวั พนั ธุ จํานวน 1 วิธี แผนการนาํ ผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชน 1. การใชประโยชนเ ชงิ วชิ าการ 1.1 นาํ องคค วามรูท ่ีไดในป พ.ศ. 2561 ไปใชตอ ยอดงานวิจยั ป พ.ศ. 2562 ดังน้ี 1) นาํ ขอมลู พันธเุ บญจมาศจาํ นวน 15 พันธุ ไปใชป ระโยชนต อการวางแผนจบั คูผสมพนั ธุเพื่อการคดั เลือก ลกู ผสมทมี่ ลี กั ษณะตามทีต่ องการในโครงการวจิ ัยครัง้ ตอไป 2) ศกึ ษาผลการเจรญิ เติบโตและการใหผลผลติ ของกหุ ลาบชดุ ที่ 2 ในสภาพแปลงปลูกจรงิ 3) นําขอมูลเบื้องตนเก่ียวกับวานที่ทิศ ไปศึกษาประสิทธิภาพการใชน้ําของวานสี่ทิศ และนําขอมูลอายุ ปก แจกนั ไปปรบั สตู รสารเคมีในการยดื อายปุ กแจกนั ของวานสี่ทิศ 4) ศกึ ษาวธิ กี ารขยายพันธุ เพ่อื เพ่ิมปรมิ าณหวั พนั ธใุ นพันธบุ ัวดนิ ท่คี ัดเลอื กในป พ.ศ. 2561 ศกึ ษาสูตรปยุ และอัตราทเ่ี หมาะสมตอการผลติ และคณุ ภาพหัวพนั ธบุ วั ดิน และศึกษาอุณหภูมิทีเ่ หมาะสมตอการเก็บรกั ษาหัวพันธุ บัวดนิ 1.2 การนําเสนอผลงานวจิ ัย นําเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พ้ืนทส่ี งู (องคการมหาชน) สรปุ ผลงานวิจยั สถาบนั วจิ ยั และพฒั นาพื้นที่สงู (องคก ารมหาชน) 47 ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
14. โครงการวจิ ยั และพัฒนาการปลกู ไผบ นพืน้ ที่สูง ประเทศไทยมไี ผท ข่ี น้ึ อยตู ามธรรมชาติ 15-20 สกลุ ประมาณ 80-100 ชนดิ แตเ ปน ชนดิ ไผท ร่ี จู กั และมกี ารใชป ระโยชน กนั เพยี งไมกช่ี นิดเทานน้ั ประกอบกบั ทผี่ า นมา พบวาไผท่อี ยูในพืน้ ทส่ี ูงเรมิ่ ตายขุย คอื เมือ่ ไผอ อกดอกแลว ทําใหไผต ายทง้ั กอ สงผลใหเกษตรกรขาดรายไดจากการขายหนอไผและนําลําไผไปใช ดังน้ันเพ่ือใหชุมชนสามารถใชประโยชนจากไผได หลากหลายชนิดอยางมีประสิทธิภาพ รวมถึงเกิดรายไดแกชุมชน จึงมีการศึกษาวิจัยการปลูกไผบนพ้ืนที่สูง สรุปผลการ ดาํ เนนิ งาน ดงั น้ี 1. ความหลากหลายชนิดพันธุและการใชประโยชนของไผในพ้ืนที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง จาํ นวน 33 แหง 45 ชมุ ชน พบไผ 13 สกลุ ไดแ ก Bambusa, Chimonobambusa, Cephalostachyum, Dendrocalamus, Dinochloa, Gigantochloa, Indosasa, Melocalamus, Phyllostachys, Pseudosasa Schizostachyum, Thyrsocalamus, Thyrsostachys พบชนิดตอ พันธไุ ผท ง้ั สนิ้ 50 ชนิดตอพนั ธุ แบง เปน ไผใ นปา ธรรมชาติ 26 ชนิดตอพันธุ และไผที่นํามาปลูกในชุมชน 24 ชนิดตอพันธุ โดยกลุมพ้ืนที่ท่ีมีระดับความสูงปานกลาง (500-1,000 MSL) พบความ หลากหลายของพนั ธุไผมากทสี่ ดุ 44 ชนดิ ตอพนั ธุ รองลงมาคือกลุมพ้นื ที่ท่ีมรี ะดับความสงู คอ นขางตํ่า (ต่าํ กวา 500 MSL) และกลมุ พืน้ ท่ีท่ีมรี ะดบั ความสูงคอ นขา งมาก (มากกวา 1,000 MSL) 31 และ 26 ชนิด ตามลาํ ดบั แสดงใหเหน็ วา ไผมกี าร กระจายพันธุและเตบิ โตไดด ีในพน้ื ท่ีที่มีความสูง 500-1,000 MSL 2. ชนดิ พนั ธุไผสาํ หรบั การบรโิ ภคหนอ ไดแก ไผห วานอา งขาง ไผก ิมซุง ไผหยก ไผบงหวาน ไผบ งบา น ไผบงใหญ ไผซ างหมน ไผเ ปา ะชอ แฮ ไผต ง ไผเ ลยี้ งหวาน ไผไ ร ไผร วก ไผซ างปา ไผห ก ไผข ม และไดค ดั เลอื กชนดิ ทชี่ มุ ชนตอ งการสาํ หรบั การบรโิ ภคและตลาดมีความตองการ 6 ชนิด ไดแก ไผห วานอางขาง ไผก มิ ซงุ ไผห ก ไผบ งหวาน ไผเ ปาะชอแฮ ไผไร สาํ หรับ ชนดิ พนั ธไุ ผทเี่ หมาะสมสําหรบั การใชล ําในชุมชน ไดแก (1) เคร่อื งจกั สาน ไดแก ไผบงบา น ไผบงปา ไผซ างปา ไผข า วหลาม ไผสสี กุ ไผเฮย๊ี ะ (2) สาํ หรับกอสรา ง ไดแ ก ไผตง ไผเ ลยี้ ง ไผบงปา ไผบงบา น ไผซ างปา ไผรวก ไผซ างหมน ไผสีสุก ไผหก ไผยักษ ไผมากิหนอย ไผบงใหญ ไผวะโซะ ไผวัดจันทร ไผโปก ไผซางจีน และไดคัดเลือกชนิดที่ชุมชนตองการสําหรับ การใชประโยชนลําและตลาดตองการ 10 ชนิด ไดแก ไผบงบาน ไผซางปา ไผซางหมน ไผซางจีน ไผหก ไผตง ไผยักษ ไผว ะโซะ ไผบ งใหญแ ละไผรวก 3. ประเมินการใชประโยชนจากไผในชุมชน โดยการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและเชิงกลของไผใชลําที่ชุมชน มกี ารใชป ระโยชน จาํ นวน 5 ชนิด ไดแก ไผบงใหญ ไผโ ปก ไผว ะโซะ ไผซางจีน และไผว ดั จันทร พบวา (1) ลักษณะระดบั มหภาคของลําไผ พบวา ไผบงใหญ มีคาเฉล่ียของความยาวของลํา ขนาดเสนผาศูนยกลางภายนอกของลํา และความหนา ผนังปลองสูงที่สุด ไดแก 32.50 เมตร 5.3-26.5 มิลลิเมตร และ 7.05-43.86 มิลลิเมตร ตามลําดับ ไผโปก มีคาเฉลี่ย จํานวนปลองตอลําสูงที่สุด 63 ปลอง (2) ปริมาณความช้ืน ไผบงใหญ มีคาเฉล่ียปริมาณความชื้นขณะทดสอบสูงที่สุด ในสวนของปลองตําแหนงโคนลํา รอยละ 12.01 (3) ความถวงจําเพาะ พบวา ไผวัดจันทร มีคาความถวงจําเพาะสูงที่สุด ในสวนของปลอ งตําแหนงปลายลาํ 0.838 (4) ความแขง็ แรงและความแข็งตึงในการดดั สถิตย พบวา ไผโ ปกตําแหนงโคนลํา สามารถรับน้ําหนักกดสูงสุดเทากับ 51,314.9 นิวตัน เมื่อนําคุณสมบัติดังกลาวมาประเมินแนวทางการใชประโยชน พบวา ไผบ งใหญ นาํ มาใชเ ปน วสั ดกุ อ สรา งทดแทนการใชไ มเ ปน สว นของโครงสรา งทถี่ า ยแรงในแนวตงั้ เชน เสา นาํ ไปทาํ หลงั คาจาก ลําไผ นาํ ไปเหลาใหเปนตอก และใชเ ปนวตั ถดุ ิบผลติ เคร่อื งจักสาน และ Bamboo mat ได รวมท้ังเปน วัตถุดบิ ในการผลติ ไมบ าง ไมพ น้ื หรอื ไมป ระกบั เนอื่ งจากมผี นงั ปลอ งหนา ไผโ ปก นาํ มาใชเ ปน วสั ดกุ อ สรา งทดแทนการใชไ มเ ปน สว นของโครงสรา ง ท่ถี า ยแรงในแนวนอน เชน คาน และนาํ ไปใชเ ปน เคร่อื งเรือน และเครอ่ื งใชไ ผว ะโซะ และไผซางจีนนํามาใชเปน วสั ดุกอสรา ง ทดแทนการใชไมเ ปน สวนของโครงสรางทถ่ี า ยแรงในแนวนอน เชน คาน เปนวตั ถุดิบในการทําเคร่อื งจักสาน เคร่อื งเรอื นและ เครอื่ งใช ไผว ัดจันทร นาํ มาใชงานแทนเหลก็ เสนโดยใชงานรว มกบั ซีเมนต ในการทาํ พน้ื สําเรจ็ รูป (Fabricated slab) หรอื ทาํ เปนพ้นื ถนนทรี่ บั น้าํ หนกั บรรทุกไมม ากได 48 สรุปผลงานวจิ ยั สถาบันวจิ ยั และพัฒนาพ้นื ทส่ี ูง (องคการมหาชน) ประจาํ ปงบประมาณ พ.ศ. 2561
4. การขยายพันธุไผ เก็บเมล็ดไผท่ีออกดอกในป 1 พ.ศ. 2561 และนํามาเพาะขยายพันธุสําหรับใชเปนแหลง ตนกลา ดังนี้ ไผวะโซะ 40 ตน ไผห ก 16 ตน และไผเ หลือง แผน ่ีท (ซางคาํ ) 17 ตน และบันทึกขอ มูลการเติบโตของไผท ไ่ี ดจ าก การเพาะเมลด็ ทป่ี ลกู ในแปลงรวบรวมทอ่ี ทุ ยานหลวงราชพฤกษ แปลงรวบรวมพนั ธุไ ผท ่ไี ดจ ากการเพาะเมลด็ ไดแก ไผรวกปา ไผเล้ียง ไผหก ไผมันหมู และไผซางปา การใชประโยชนจากไผบ นพ้ืนทีส่ ูง โดยเก็บขอ มลู ตอ เนอ่ื งเปนปท่ี 3 ขนาดเสนผา นศนู ยก ลางลาํ ที่ระดับอกของไผท่ีมีอายุลํา 3 ปและ 2 ป พบวา ไผหก มีขนาดเสนผา ศูนยกลางโดยเฉลยี่ สูงสุด 32.30 และ 45.33 มลิ ลเิ มตร ตามลาํ ดบั สาํ หรบั ไผท ม่ี อี ายลุ าํ 1 ป พบวา ไผม นั หมู มีคาเฉลี่ยสูงสุด 49.11 มิลลิเมตร และไผเล้ียง มีคาเฉลี่ย เสนผานศูนยกลางลําต่ําท่ีสุดท้ัง 3 ชวงอายุ 18.73, 25.86 และ 30.44 มลิ ลเิ มตร ตามลําดับ สาํ หรับจาํ นวนลาํ ของไผ ท้ัง 6 ชนิด พบวา ไผหวานอางขาง มีจํานวนลาํ เฉล่ียสงู สดุ 32 ลาํ ตอ กอ และไผรวกปา มจี าํ นวนลาํ เฉลีย่ นอ ยสดุ 7 ลาํ ตอ กอ 5. แหลงรวบรวมพันธุไผ คัดเลือกพื้นท่ีสถานีฯ ปางดะ สําหรับพัฒนาแหลงรวบรวมพันธุไผ โดยมีความสูง อยูท ี่ 700-800 MSL รวมพื้นที่ปลกู 2 ไร ปลกู ไผท ่ไี ดจ ากการ เพาะเมล็ด 8 ชนิด ไดแก ไผตงดํา ไผเล้ียง ไผซางหมน ไผข าวหลามกาบแดง ไผซางปาไผห ก ไผไ ร และไผบ งหวาน ผลผลิตที่สาํ คญั ของงานวิจยั 1. ขอมูลความหลากหลายของชนิดพันธุและการใชประโยชนของไผในพ้ืนท่ีโครงการพัฒนาพื้นท่ีสูงแบบ โครงการหลวง 10 แหง/1 เรื่อง 2. แนวทางการใชประโยชนข องไผที่เหมาะสมกบั พ้นื ทส่ี งู จํานวน 3 ชนดิ 3. ขอ มูลการเติบโตของไผท่ีเกิดจากการเพาะเมล็ด จาํ นวน 1 เรอ่ื ง 4. แหลงรวบรวมพนั ธุไผท ีไ่ ดจากการขยายพันธโุ ดยการเพาะเมลด็ จาํ นวน 1 พืน้ ที่ แผนการนาํ ผลงานวจิ ยั ไปใชประโยชน 1. การใชป ระโยชนเชิงวิชาการ 1.1 นําองคค วามรทู ไ่ี ดในป พ.ศ. 2561 ไปใชต อ ยอดงานวจิ ัยป พ.ศ. 2562 ดังน้ี 1) นําขอมูลการศึกษาความหลากหลายของชนิดพันธุและการใชประโยชนของไผ คุณสมบัติทางกายภาพ และเชิงกลของไผ มาทดสอบแนวทางการใชประโยชนไผใชลําในการกอสรางเฟอรนิเจอร และพัฒนาผลิตภัณฑจาก ลําไผรว มกับชมุ ชน สรุปผลงานวจิ ัย สถาบนั วิจัยและพัฒนาพื้นทสี่ งู (องคก ารมหาชน) 49 ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2561
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152