51 ๒. เม่ือนักเรียนตอบถามคำครแู ล้ว ครูทบทวนเรื่อง การอ่านตตวั สะกดให้นักเรียนฟังอีกครงั้ โดยการ ใชค้ ำถามกระตุ้นนกั เรยี นให้เข้าใจความรเู้ ดิม ขั้นที่ ๔ ขน้ั สรปุ ผลและประเมินผล ครใู ห้นกั เรียนอาสาสมัครออกมานำเสนอผลงานของตนเองทีห่ น้าช้ันเรยี น โดยตอ้ งบอกว่าคำท่ีเขียน คอื คำวา่ อะไร อ่านออกเสยี งอยา่ งไร โดยครแู ละเพื่อนคนอื่นช่วยกนั ตรวจคำตอบ ชัว่ โมงท่ี ๓ ( ใชร้ ูปแบบการเรียนรโู้ ดยใชค้ ำถาม Questioning Method) ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถบอกวธิ กี ารอ่านสะกดคำไดไ้ ด้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอ่านสะกดคำได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามร่วมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ตอนที่ ๑ วางแผนการใช้คำถาม ครูวางแผนวา่ จะสอนนกั เรยี น เขยี นคำและคำอ่านจากรูปภาพที่กำหนด จากน้ันครแู ละ นักเรียนชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ ขัน้ ท่ี ๒ เตรยี มคำถาม ครูเตรียมคำถามทจี่ ะใหน้ ักเรยี นตอบลงในสมดุ ดังนี้ ครูถามคำถามโดยให้นกั เรียนโดยเขียนสะกดคำ และคำอา่ นจากคำท่ีกำหนดให้ ขน้ั ท่ี ๓ การใช้คำถาม ๑. ใหน้ ักเรยี น บอกคำท่ีมตี วั สะกด จากนักเรียนใหเ้ รียนอา่ นตามพรอ้ มกัน แลว้ ให้นักเรียน ตอบคำถามเกย่ี วกับตัวสะกดมาตราตา่ งๆปากเกลา่ ๒. เมอื่ นกั เรียนตอบถามคำครแู ลว้ ครูทบทวนเรื่อง การอา่ นตตวั สะกดให้นักเรยี นฟงั อีกครง้ั โดยการใช้คำถามกระตนุ้ นกั เรียนให้เขา้ ใจความรูเ้ ดมิ ขัน้ ท่ี ๔ ขนั้ สรุปผลและประเมินผล ครใู ห้นักเรียนอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบหนา้ กระดาน ครูและเพือ่ นนักเรยี นช่วยกัน ตรวจคำตอบ ชว่ั โมงท่ี ๔ ๑. นกั เรียนสามารถบอกวิธีการอ่านสะกดคำได้ได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอา่ นสะกดคำได้ (P) ๓. นักเรยี นให้ความร่วมอื ในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้ันตอนท่ี ๑ วางแผนการใช้คำถาม ครูวางแผนว่าจะสอนนกั เรยี น เขียนชือ่ ส่ิงของ ตน้ ไม้ ดอกไม้ ทนี่ ักเรยี นประทบั ใจลงในสมุด จำนวน 5 ชือ่ พร้อมทงั้ วาดภาพประกอบคำ
52 ข้ันท่ี ๒ เตรยี มคำถาม ครูเตรยี มคำถามที่จะใหน้ กั เรยี นตอบลงในสมดุ ดังนี้ -เขียนชอื่ สิ่งของ ต้นไม้ ดอกไม้ ทน่ี กั เรียนประทับใจลงในสมดุ จำนวน 5 ชอื่ พร้อมทง้ั วาด ภาพประกอบคำ ข้นั ที่ ๓ การใชค้ ำถาม ๑. ใหน้ กั เรียน บอกคำทม่ี ีชื่อสิ่งของ ต้นไม้ ดอกไม้ ที่นกั เรยี น ๒. เมอ่ื นักเรียนตอบถามคำครแู ลว้ ครูทบทวนเรื่อง การอา่ นตวั สะกดให้นักเรยี นฟังอีกครง้ั โดยการใชค้ ำถามกระต้นุ นกั เรียนใหเ้ ขา้ ใจความร้เู ดิม ขน้ั ท่ี ๔ ขัน้ สรุปผลและประเมินผล ครูให้นกั เรยี นอาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบ พร้อมทัง้ บอกความหมายของคำหนา้ หอ้ ง แล้วครูและเพ่ือนนักเรียนชว่ ยกนั ตรวจคำตอบ ชั่วโมงท่ี ๕ ๑. นักเรยี นสามารถบอกวธิ กี ารอา่ นสะกดคำไดไ้ ด้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอ่านสะกดคำได้ (P) ๓. นักเรยี นใหค้ วามรว่ มอื ในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้ันตอนท่ี ๑ วางแผนการใช้คำถาม โดยเขียนสะกดคำจากชอื่ สิง่ ของ ตน้ ไม้ ดอกไม้ ทีน่ ักเรียนวาดในชั่วโมงท่ี 4 แลว้ ระบายสี ภาพที่วาดให้สวยงาม ขน้ั ที่ ๒ เตรียมคำถาม ครเู ตรยี มคำถามที่จะใหน้ ักเรยี นตอบลงในสมดุ ดังน้ี ภาพทวี่ าดคืออะไร เหตุผลทีน่ ักเรียนประทับใจและวาดภาพเหลา่ นน้ั คืออะไร พร้อมท้ังอ่าน สะกดคำ ขั้นท่ี ๓ การใช้คำถาม ๑. ให้นกั เรียนเหตุผลที่นักเรียนประทับใจและวาดภาพเหลา่ น้ันคืออะไร พร้อมทั้งอ่าน สะกดคำ ๒. เม่อื นกั เรยี นตอบถามคำครแู ลว้ ครทู บทวนเรื่อง การอ่านตัวสะกดให้นักเรยี นฟังอีกคร้ัง โดยการใช้คำถามกระตนุ้ นักเรียนให้เข้าใจความรู้เดมิ ขั้นที่ ๔ ขนั้ สรปุ ผลและประเมินผล ครแู ละนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง และสรปุ การอา่ นสะกดคำที่มีตวั สะกดและ การอ่านเป็นคำร่วมกนั
53 หน่วยยอ่ ยที่ ๓เรอื่ ง วรรณกรรม เร่ือง กบน้อยจอมดอ้ื ชัว่ โมงท่ี ๑- ๕ (ใช้รปู แบบการเรยี นรโู้ ดยใชค้ ำถาม Questioning Method) ช่ัวโมงที่ ๑ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวรรณกรรม เรอื่ ง กบน้อยจอมด้ือได้ ( k) ๒. นกั เรยี นสามารถอา่ นวรรณกรรมกบน้อยจอมด้ือได้ (P) ๓. นักเรียนใหค้ วามรว่ มอื ในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ตอนที่ ๑ วางแผนการใชค้ ำถาม ครวู างแผนว่าจะสอนนกั เรยี นครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 4 กล่มุ โดยครใู หน้ ักเรยี นปรกึ ษากันว่า ถา้ เพื่อนลืมนำดนิ สอมา นักเรียนจะทำอยา่ งไร แลว้ ถ้านักเรียนให้เพอื่ นยืมดินสอ เพื่อนควรจะตอบนักเรียนว่า อยา่ งไร แล้วให้แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมาแสดงเหตุการณ์สมมตหิ นา้ ชน้ั เรยี น (ทัง้ น้คี รูควรบอกนักเรียนว่า นกั เรยี นสามารถสมมตเิ หตุการณท์ ตี่ ่างจากนไ้ี ด้ตามความคิดสรา้ งสรรค์ของนักเรยี น ขน้ั ที่ ๒ เตรยี มคำถาม ครูเตรยี มคำถามทจ่ี ะให้นักเรยี นตอบลงในสมุด ดังนี้ ครูถามนักเรยี นแลว้ ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเรือ่ ง การแบง่ ปัน ว่าคนเราต้องรู้จักแบ่งปัน และเมอ่ื นกั เรียนไดร้ ับการแบ่งปนั หรือน้ำใจจากผู้อืน่ ว่าได้อะไรจากการแบ่งปันบ้าง ขน้ั ท่ี ๓ การใชค้ ำถาม ๑. ให้นกั เรียน ตอบคำถามเรื่องการแบง่ ปัน จากน้ันน้ันใหเ้ รยี นตอบคำถามครูท่ีละกลมุ่ ๒. เม่ือนกั เรียนตอบถามคำครแู ล้ว ครทู บทวนเร่ือง การแบง่ ปันให้นักเรยี นฟังอีกคร้งั โดยการใช้ คำถามกระต้นุ นกั เรียนใหเ้ ขา้ ใจความรเู้ ดมิ ขน้ั ท่ี ๔ ขัน้ สรุปผลและประเมินผล ครใู หน้ ักเรียนอาสาสมคั รออกมาเขียนคำตอบหน้ากระดาน ครูและเพือ่ นนักเรยี นชว่ ยกัน ตรวจคำตอบ ชั่วโมงที่ ๒ ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกวรรณกรรม เรอ่ื ง กบนอ้ ยจอมดื้อได้ ( k) ๒. นกั เรียนสามารถอา่ นวรรณกรรมกบน้อยจอมด้ือได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ ตอนที่ ๑ วางแผนการใช้คำถาม ครใู ห้นกั เรียนทำกิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้ท่ี 3โดยฝึกอ่านสะกดคำ และหาความหมายของคำท่กี ำหนด คัดบทดอกสรอ้ ย “กาดำ” ในสมุด แล้วขีดเส้นใต้คำที่อยู่ใน
54 ขั้นท่ี ๒ เตรยี มคำถาม ครเู ตรยี มคำถามท่จี ะใหน้ กั เรยี นตอบลงในสมุด ดังนี้ ครถู ามนักเรยี นเรอ่ื งความหมายของ บทดอกสร้อย“กาดำ” ขนั้ ที่ ๓ การใชค้ ำถาม ๑. ให้นกั เรยี น ตอบคำถามเร่ืองบทดอกสร้อย“กาดำ” จากนั้นนั้นให้เรยี นตอบคำถามครูทลี่ ะกลุ่ม ๒. เมอื่ นักเรยี นตอบถามคำครูแล้ว ครทู บทวนเร่ือง บทดอกสรอ้ ย“กาดำ” ให้นกั เรยี นฟังอีกครง้ั โดย การใชค้ ำถามกระต้นุ นักเรยี นใหเ้ ข้าใจความรู้เดมิ ขั้นท่ี ๔ ข้ันสรปุ ผลและประเมินผล ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกันเฉลยคำตอบ ชัว่ โมงที่ ๓ ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวรรณกรรม เรื่อง กบน้อยจอมดอ้ื ได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอา่ นวรรณกรรมกบน้อยจอมดื้อได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความรว่ มอื ในการเรยี นรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั ตอนท่ี ๑ วางแผนการใชค้ ำถาม -ครใู หน้ กั เรยี นดูใบงานที่ 8 วรรณกรรมหรรษา ทค่ี รูแจก โดยให้นักเรียนอา่ นออกเสียงสะกดคำ จากนิทานเรือ่ ง กบนอ้ ยจอมดื้อ พร้อมกัน - ครใู หน้ กั เรียนทำใบงานท่ี 8 วรรณกรรมหรรษา ข้อ 1 โดยเขียนบอกความหมายของคำ ทีข่ ีดเสน้ ใต้ ขน้ั ท่ี ๒ เตรยี มคำถาม ครเู ตรยี มคำถามทีจ่ ะให้นักเรยี นตอบลงในสมุด ดังน้ี ครูถามนักเรยี นเรือ่ งความหมายของ กบนอ้ ยเจ้าดอ้ื โดยให้บอกความหมายของคำที่ขดี เสน้ ใต้แลว้ มา ทำตอ่ ในคาบหน้า ชว่ั โมงท่ี ๔ ๑) จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวรรณกรรม เรอื่ ง กบนอ้ ยจอมดอื้ ได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอ่านวรรณกรรมกบน้อยจอมดื้อได้ (P) ๓. นักเรยี นให้ความรว่ มือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ ๓ การใชค้ ำถาม ๑. ให้นกั เรียนจบั คู่แล้วฝกึ อา่ นออกเสยี งจากนิทานเรือ่ ง กบน้อยจอมดือ้ ใหเ้ พ่ือนฟัง แล้วครูเปน็ คน ถามคำถาม
55 ๒. ครูให้นักเรียนทำใบงานท่ี 8 วรรณกรรมหรรษา ข้อ 2 โดยเขียนคำท่ีนักเรยี นชอบจากนิทานเร่ือง กบน้อยจอมด้ือ แลว้ วาดภาพประกอบคำ พรอ้ มทัง้ ระบายสใี หส้ วยงามโดยการใชค้ ำถามกระตนุ้ นักเรียนให้ เขา้ ใจความรเู้ ดิม ชั่วโมงที่ ๕ ๑) จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นสามารถบอกวรรณกรรม เรอื่ ง กบนอ้ ยจอมดอื้ ได้ ( k) ๒. นกั เรียนสามารถอา่ นวรรณกรรมกบน้อยจอมด้ือได้ (P) ๓. นักเรยี นให้ความร่วมอื ในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ท่ี ๔ ขน้ั สรุปผลและประเมินผล ครแู ละนักเรยี นสรปุ ความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากบทอ่านเร่ือง การแบง่ ปัน และนิทานเรื่อง กบน้อยจอมด้ือ หน่วยย่อยท่ี ๔ เรอื่ ง พดู จา ฉะฉาน ช่วั โมงที่ ๑- ๕ ( ใช้รูปแบบ Game) ช่ัวโมงท่ี ๑ ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอก การพดู จาฉะฉานได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถพูดจา ฉะฉานได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มอื ในการเรียนรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั ท่ี ๑ ผสู้ อนนำเสนอเกมช้แี จงวิธกี ารเลน่ และกตกิ าการเลน่ เกม ๑.ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกล่มุ ออกเปน็ 3 กลมุ่ ทำกจิ กรรมเกม “ขมุ ทรัพยค์ ำพูด” โดยครแู จกลาย แทงขมุ สมบตั ิใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ แล้วใหน้ ักเรยี นคน้ หาบตั รคำ ซึ่งประกอบดว้ ยคำวา่ ช่วย โปรด กรุณา ท่ีครนู ำไปซ่อนไวต้ ามท่ตี ่างๆ ๒.เม่ือนกั เรยี นคน้ หาบัตรคำพบแลว้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ คิดและเขียนประโยคขอร้อง และขอความ ชว่ ยเหลอื ทีม่ ีคำวา่ ช่วย โปรด และกรณุ า บนกระดานและนักเรียนร่วมกันตรวจความถูกตอ้ ง แล้วครูใหค้ ะแนนการประสมคำ และการอ่านสะกดคำของแตล่ ะกลมุ่ ๓.ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปวา่ การพูดขอร้อง และขอความช่วยเหลอื มักจะมีคำว่า ชว่ ย โปรด กรณุ า
56 ข้นั ที่ ๒ ผเู้ รยี นเลม่ เกมตามกติกา - ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กล่มุ ออกเปน็ 3 กลมุ่ ทำกิจกรรมเกม “ขุมทรัพย์คำพูด” โดยครแู จกลาย แทงขุมสมบัติใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ แลว้ ใหน้ ักเรยี นค้นหาบัตรคำ ซึ่งประกอบดว้ ยคำว่า ช่วย โปรด กรุณา ท่ีครนู ำไปซ่อนไว้ตามทตี่ ่างๆ -เมือ่ นักเรียนคน้ หาบตั รคำพบแลว้ ใหแ้ ต่ละกลุม่ คิดและเขยี นประโยคขอร้อง และขอความ ชว่ ยเหลือท่ีมคี ำว่า ช่วย โปรด และกรณุ า บนกระดานและนักเรยี นร่วมกันตรวจความถูกต้อง แลว้ ครูใหค้ ะแนนการประสมคำ และการอ่านสะกดคำของแต่ละกลมุ่ ขน้ั ท่ี ๓ ผสู้ อนและผูเ้ รยี นอภิปราย ครสู อบถามนักเรียนวา่ การนกั เรยี นการเล่นเกม ขุมทรพั ทย์คำพูด มหี ลกั การใด และเหตุผลใด ในการเลน่ เกมน้ไี ด้ ครอู ธบิ ายวธิ ที ่ถี ูกต้องใหน้ ักเรยี นฟงั ขนั้ ที่ ๔ ผสู้ อนประเมินผลการเรียนรูข้ องผเู้ รียน ครแู ละนักเรียนอภปิ รายร่วมกนั ว่าเกมดังกล่าวมีประโยชนอ์ ย่างไร ชวั่ โมงที่ ๒ (ใชร้ ปู แบบการเรียนร้โู ดยใชค้ ำถาม Questioning Method) ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นสามารถบอก การพดู จาฉะฉานได้ ( k) ๒. นกั เรียนสามารถพูดจา ฉะฉานได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มือในการเรียนรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ตอนท่ี ๑ วางแผนการใช้คำถาม - ครูให้นักเรียนพดู ขอร้อง และพดู ขอความช่วยเหลือ โดยครอู ธบิ ายว่าการพูดขอรอ้ งและพูด ขอความช่วยเหลอื เป็นการพูดทผี่ พู้ ดู ต้องการขอร้อง ชกั ชวน หรอื ขอความช่วยเหลือ โดยให้ผ้ฟู ังทำสง่ิ ใดสิง่ หนึง่ ตามทต่ี นเองต้องการ -ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สำรวจบริเวณโรงเรยี นว่ามีสิง่ ใดท่คี วรขอร้อง และขอความช่วยเหลือ จากนักเรยี นในโรงเรยี นบา้ ง ขนั้ ท่ี ๒ เตรยี มคำถาม ครเู ตรียมคำถามที่จะใหน้ ักเรียนตอบ ดังนี้
57 ครูถามนักเรียนครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ สำรวจบริเวณโรงเรยี นวา่ มีส่ิงใดท่คี วรขอร้อง และขอความ ช่วยเหลอื จากนักเรียนในโรงเรียนบ้าง ข้นั ที่ ๓ การใชค้ ำถาม ๑. ใหน้ ักเรยี น ตอบคำถามสำรวจบริเวณโรงเรียนว่ามสี ิง่ ใดที่ควรขอร้อง และขอความชว่ ยเหลือจาก นกั เรียนในโรงเรยี นบ้าง จากนัน้ นนั้ ให้เรยี นตอบคำถามครูท่ลี ะกลมุ่ ๒. เมอ่ื นักเรียนตอบถามคำครแู ล้ว ครทู บทวนเรื่อง การสำรวจโรงเรียนให้นักเรียนฟงั อีกครงั้ โดย การใช้คำถามกระตุ้นนักเรยี นใหเ้ ขา้ ใจความรู้เดิม ขน้ั ที่ ๔ ข้นั สรุปผลและประเมินผล ครูให้นกั เรยี นนำเสนอส่ิงทีส่ ำรวจได้หน้าชน้ั เรียน พร้อมทัง้ บอกเหตุผลและเสนอวิธกี ารแก้ไข ชัว่ โมงท่ี ๓ ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอก การพูดจาฉะฉานได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถพดู จา ฉะฉานได้ (P) ๓. นักเรียนใหค้ วามรว่ มือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั ตอนที่ ๑ วางแผนการใชค้ ำถาม ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันทำป้ายขอร้อง และป้ายขอความชว่ ยเหลือ จากสงิ่ ทนี่ ักเรียน สำรวจในชั่วโมงที่ 2 ตกแต่งป้ายให้สวยงาม แล้วนำไปติดบรเิ วณที่นักเรียนสำรวจ เช่น ป้าย “กรณุ าปิดไฟทุก คร้ัง เม่อื ออกจากหอ้ งนะครบั ” ก็นำไปติดไวใ้ กลส้ วติ ซป์ ิด-เปิดไฟฟ้า เป็นต้น ชัว่ โมงท่ี ๔ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอก การพูดจาฉะฉานได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถพดู จา ฉะฉานได้ (P) ๓. นกั เรยี นให้ความรว่ มือในการเรยี นรู้ (A) ขน้ั ที่ ๒ เตรียมคำถาม ครูเตรียมคำถามท่จี ะใหน้ ักเรียนตอบ ดงั น้ี
58 ครูถามนักเรียนครใู หน้ ักเรยี นจบั คู่กบั เพ่ือน แลว้ คิดประโยคขอร้อง และขอความชว่ ยเหลอื ค่ลู ะ 5 ประโยค จากนั้นออกมาพูดท่ีหนา้ ชนั้ เรยี น พร้อมกบั แสดงทา่ ทางประกอบใหเ้ หมาะสม ช่วั โมงท่ี ๕ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นสามารถบอก การพดู จาฉะฉานได้ ( k) ๒. นกั เรยี นสามารถพูดจา ฉะฉานได้ (P) ๓. นกั เรียนใหค้ วามร่วมอื ในการเรยี นรู้ (A) ขั้นที่ ๓ การใชค้ ำถาม - ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงานท่ี 9 พดู จาพาที โดยเติมคำลงในประโยคท่ีกำหนด ใหเ้ ป็นประโยคพูดขอร้อง พูดขอความช่วยเหลอื ทสี่ ภุ าพ - ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคดิ ข้อ 3 ในหนังสือเรียน หนา้ 36 โดยให้อ่านสถานการณ์ที่ กำหนด แล้วคิดและเขยี นคำพูดขอรอ้ ง ขอความชว่ ยเหลอื จากนน้ั ให้จบั คกู่ ับเพ่ือน แล้วฝึกพดู โดยครเู ปน็ ผ้สู งั เกตการณ์ ขั้นท่ี ๔ ขน้ั สรปุ ผลและประเมินผล ครูให้นกั เรยี นนำเสนอส่งิ ทสี่ ำรวจไดห้ น้าชั้นเรยี น พร้อมทง้ั บอกเหตุผลและเสนอวธิ ีการแก้ไข ๘.ส่อื การสอน ช่ัวโมงที่ ๑ ๑.บตั รคำ ๒. power point ข่วั โมงท่ี ๒ ๑. หนงั สอื เรยี น ชว่ั โมงท่๓ี ๑.บตั รภาพ ชั่วโมงที่ ๔ ๑.แบบฝึกหัดเสรมิ ทกั ษะใบงานที่ ๖ ตัวสะกด น่าจดจำ ช่วั โมงที่๕ ๑.หนงั สอื เรียน ๒.แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะใบงานท่ี 7 ตวั สะกด นา่ จดจำ ชั่วโมงที่ ๖ ๑.บตั รภาพ ชว่ั โมงท่ี ๗ ๑. หนังสือ ๒.ใบกิจกรรมท่ี ๑ ชวั่ โมงท่ี ๘ ๑. หนงั สือเรียน
59 ชว่ั โมงที่ ๙ ๑. หนังสอื เรียน ๒.ใบงาน ชัว่ โมงที่ ๑๐ ๑. หนงั สอื เรียน ชว่ั โมงท่ี ๑๑ ๑. หนังสือเรยี น ๒.ใบงาน ช่วั โมงท๑่ี ๒ ๑.บทดอกสร้อย “กาดำ” ชั่วโมงที๑่ ๓ ๑.ใบงานท่ี 8 วรรณกรรมหรรษา ๒.นทิ านเรอ่ื ง กบนอ้ ยจอมดื้อ ชว่ั โมงที่๑๔ ๑.นทิ านเรือ่ ง กบนอ้ ยจอมดื้อ ๒.ใบงาน กบนอ้ ยจอมดอ้ื ชั่วโมงที่๑๕ ๑.นทิ านเรือ่ ง กบน้อยจอมดื้อ ชว่ั โมงท๑่ี ๖ ๑.เกม “ขมุ ทรัพย์คำพดู ” ๒. บตั รคำ ชว่ั โมงท๑ี่ ๗ ๑.หนงั สือเรียน ชั่วโมงที๑่ ๘ ๑.ปา้ ยขอรอ้ ง และป้ายขอความช่วยเหลอื ชั่วโมงที่๑๙ ๑.หนงั สอื เรียน ชั่วโมงที๒่ ๐ ๑.ใบงานท่ี 9 พูดจาพาที ๑๐.แหล่งการเรยี นรใู้ นและนอกสถานท่ี - ๑๑. การวดั และประเมินผล ตวั ชว้ี ัดจากจดุ ประสงค์ วิธีการวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมิน การเรยี นรู้ คะแนน
60 ๑.นักเรียนสามารถตอบ ตรวจแบบฝึก แบบฝกึ ทักษะ เรื่อง 4 คะแนน ตอบ ประเมินโดย คำถามเรื่องตวั สะกดได้ ทกั ษะ เรื่อง นกั เรียนสามารถ ( k) ตวั สะกด ตวั สะกด ถกู ต้องทง้ั หมด ตอบคำถามได้ร้อย ละ80 ถือวา่ ผ่าน ๒. นกั เรียนสามารถ ตรวจแบบฝึก 3 คะแนน ตอบถูก เขียนตัวสะกดได้ (P) ทักษะ เรื่อง ประเมนิ โดย บางข้อ นักเรียนสามารถ ตวั สะกด ตอบคำถามได้รอ้ ย 2 คะแนน ตอบไม่ ละ80 ถือว่าผา่ น ๓.นักเรียนสามารถบอก ตรวจแบบฝกึ วธิ กี ารอา่ นสะกดคำได้ ทักษะ เรื่อง ถูกเลย ประเมินโดย ได้ ( k) อกั ษรสามหมู่ นกั เรียนสามารถ แบบฝึกทกั ษะ เรื่อง 4 คะแนน ตอบ ตอบคำถามได้รอ้ ย ๔.นกั เรยี นสามารถบอก ตรวจแบบฝกึ ละ80 ถือว่าผ่าน วรรณกรรม เรือ่ ง กบ ทกั ษะการอ่าน ตัวสะกด ถูกต้องทัง้ หมด นอ้ ยจอมดอ้ื ได้ ( k) ประเมนิ โดย 3 คะแนน ตอบถูก นักเรียนสามารถ ๕.นักเรียนสามารถบอก ตรวจแบบฝึก ตอบคำถามได้ร้อย การพดู จาฉะฉานได้ ( ทักษะ เร่ือง การ บางข้อ ละ80 ถือว่าผ่าน k) พดู จาฉะฉาน 2 คะแนน ตอบไม่ ประเมินโดย นกั เรยี นสามารถ ถูกเลย ตอบคำถามไดร้ อ้ ย ละ80 ถือวา่ ผ่าน แบบฝึกทกั ษะ เรื่อง 4 คะแนน ตอบ อกั ษรสามหมู่ ถูกต้องทง้ั หมด 3 คะแนน ตอบถูก บางขอ้ 2 คะแนน ตอบไม่ ถกู เลย แบบฝึกทักษะการอา่ น 4 คะแนน ตอบ ถกู ต้องทง้ั หมด 3 คะแนน ตอบถูก บางขอ้ 2 คะแนน ตอบไม่ ถกู เลย แบบฝกึ ทักษะ เร่ือง 4 คะแนน ตอบ การพดู จาฉะฉาน ถูกต้องท้งั หมด 3 คะแนน ตอบถูก บางขอ้ 2 คะแนน ตอบไม่ ถูกเลย
61 ๖.นักเรียนเหน็ คณุ คา่ ถึง สงั เกตการมีส่วน แบบสังเกตพฤติกรรม 4 คะแนน ตอบ ประเมินโดย การออกเสยี งพยัญชนะ ร่วมของนักเรยี น ถกู ต้องทงั้ หมด นักเรยี นสามารถ สระ และบทร้อยกรอง 3 คะแนน ตอบถูก ตอบคำถามไดร้ อ้ ย ง่ายๆได้ (A) บางขอ้ ละ80 ถือวา่ ผา่ น 2 คะแนน ตอบไม่ ถกู เลย เกณฑป์ ระเมินชิ้นงาน = 3 คะแนน กิจกรรมพฒั นาการคิด ข้อ 1 ( 5 คะแนน ) = 2 คะแนน 1. เขยี นคำอ่านจากคำทกี่ ำหนด ( 3 คะแนน ) = 1 คะแนน = ไม่มีคะแนน - เขียนคำอ่านได้ถูกตอ้ ง 8-10 คำ - เขยี นคำอ่านได้ถูกตอ้ ง 5-7 คำ = 2 คะแนน - เขียนคำอา่ นได้ถูกต้อง 2-4 คำ = 1 คะแนน - เขียนคำอา่ นได้ถูกตอ้ งน้อยกวา่ 2 คำ = ไมม่ ีคะแนน 2. บอกความหมายของคำท่ีกำหนด ( 2 คะแนน ) - บอกความหมายของคำไดถ้ ูกต้อง หรือใกล้เคียงทุกคำ - บอกความหมายของคำได้ถูกต้อง หรือใกล้เคียงเป็นส่วนใหญ่ - บอกความหมายของคำสว่ นใหญ่ไม่ถูกต้อง ไม่ใกลเ้ คยี ง
กิจกรรมพฒั นาการคดิ ข้อ 2 ( 5 คะแนน ) 62 1. คิดคำที่อยใู่ นแม่ ก กา ตามหวั ข้อท่ีกำหนด ( 3 คะแนน ) = 3 คะแนน - คิดคำที่อยู่ในแม่ ก กา ได้ถูกต้อง 8-10 คำ = 2 คะแนน - คิดคำท่ีอยู่ในแม่ ก กา ได้ถูกต้อง 5-7 คำ = 1 คะแนน - คดิ คำท่อี ยู่ในแม่ ก กา ได้ถูกตอ้ ง 3-5 คำ = ไม่มีคะแนน - คดิ คำที่อยู่ในแม่ ก กา ได้ถูกตอ้ งน้อยกว่า 3 คำ 2. เขยี นสะกดคำ ( 2 คะแนน ) = 2 คะแนน - เขยี นสะกดคำได้ถกู ต้องท้ังหมด = 1 คะแนน - เขียนสะกดคำได้ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ = ไม่มีคะแนน - เขยี นสะกดคำผิดจำนวนมาก
63 เกณฑป์ ระเมนิ ชิน้ งาน กจิ กรรมพฒั นาการคดิ ข้อ 3 ( 5 คะแนน ) 1. คิดและเขยี นประโยคตามสถานการณ์ท่กี ำหนด ( 3 คะแนน ) - คดิ และเขยี นประโยคได้ถูกต้อง เหมาะสม มีความสุภาพ = 3 คะแนน - คิดและเขียนประโยคผิดบา้ งเล็กน้อย มีความเหมาะสมและความสภุ าพ = 2 คะแนน - คิดและเขียนประโยคผิดบ้างเลก็ นอ้ ย ไมค่ ่อยมีความสภุ าพ = 1 คะแนน - คดิ และเขียนประโยคผดิ จำนวนมาก ใชถ้ ้อยคำไม่เหมาะสม ไม่สภุ าพ = ไม่มีคะแนน 2. การใช้น้ำเสียงในการพดู ( 2 คะแนน ) - พดู ด้วยนำ้ เสียงนมุ่ นวล เสียงดังฟังชัด ทา่ ทางสภุ าพ = 2 คะแนน - พดู ด้วยน้ำเสยี งนมุ่ นวล เสยี งเบา ท่าทางสภุ าพ = 1 คะแนน - พดู ด้วยน้ำเสียงไม่นมุ่ นวล กระโชกโฮกฮาก ทา่ ทางไมส่ ภุ าพ = ไมม่ ีคะแนน
64 ประแเมบนิบประเมิน ทกั ษะการอ่านออกเสียง หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ...................................................................……………………………….…….………………………………………….... กิจกรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คาชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตการใชท้ กั ษะการอ่านออกเสียงของผเู้ รียนในขณะปฏิบตั ิกิจกรรม โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตารางท่ตี รงกบั ความสามารถของผเู้ รยี น เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง สรุปผล รายการประเมนิ การ เลข ช่ือ – นามสกุล รวม ประเมิน ท่ี คะแนน บอกช่ือและ อ่านออกเสยี ง ผา่ น ไม่ อา่ นออกเสียง สะกดคาหรือ ผ่าน อกั ษรไทย ข้อความ ✓
65 แบปบรปะรเะมเนิมิน ทักษะการเขียน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ...................................................................……………………………….…….………………………………………….... กจิ กรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คาชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตการใชท้ กั ษะการเขยี นของผเู้ รยี นในขณะปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยเขยี นระดบั คะแนน ลงในตารางทต่ี รงกบั ความสามารถของผเู้ รียน เกณฑก์ ารให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง สรุปผล รายการประเมนิ การ เลข รวม ประเมิน ท่ี คะแนน ชอื่ – นามสกุล เขยี น ไม่ ด้วย ผ่าน เขียน ลายมือที่ ความ ผ่าน สะกดคา สวยงาม สะอาด ถูกต้อง เรยี บรอ้ ย ✓
66 แบบปปรระะเเมมินิน ทกั ษะการฟัง หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ...................................................................……………………………….…….………………………………………….... กจิ กรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตการใชท้ กั ษะการฟังของผเู้ รยี นในขณะปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยเขียนระดบั คะแนนลงใน ตารางท่ตี รงกบั ความสามารถของผเู้ รียน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง สรุปผล รายการประเมนิ การ เลข ช่ือ – นามสกลุ รวม ประเมิน ที่ รูแ้ ละ ปฏิบตั ติ าม ฟังดว้ ย มมี ารยาท คะแนน ผา่ น ไม่ เขา้ ใจ คาส่งั อยา่ ง ความตง้ั ใจ ในการฟัง ผ่าน ความหมา เหมาะสม ✓ ยทฟี่ ัง
67 เ แบบประเ น มทินกั ษะการพดู หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ...................................................................……………………………….…….………………………………………….... กิจกรรม ……………….…………………………………………………………………………………………………………………………….... คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตการใชท้ กั ษะการพดู ของผเู้ รียนในขณะปฏิบตั ิกจิ กรรม โดยเขยี นระดบั คะแนน ลงในตารางท่ตี รงกบั ความสามารถของผเู้ รียน เกณฑก์ ารให้คะแนน 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง สรุปผล รายการประเมิน การ เลข รวม ประเมิน ที่ คะแนน ชือ่ – นามสกุล พดู ได้ การลาดับ มมี ารยาท ไม่ คลอ่ งแคล่ เนอื้ หา ในการพูด ผ่าน ผ่าน ว สาระใน ✓ การพดู
68 คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ แบบประเ น ชนั้ ป. 2 / …......…… วิชา ............................................................................................………………….……………………………………….... คาชแี้ จง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน การปฏิบตั งิ านของนกั เรียนวา่ มกี ารปฏบิ ตั ิหรือไม่ ถา้ มกี ารปฏิบตั ใิ นรายการใดใหข้ ดี ✓ ถา้ ไม่มใี หเ้ วน้ วา่ ง รายการประเมิน สรุปผล การประเมิน เลข ช่ือ - นามสกลุ เห็น ุคณค่าของการใช้ภาษาไทย รวม ไม่ ท่ี ใน ีช ิวตประจา ัวน ผ่าน ีมความกระตือรือ ้รนและสนใจใ ่ฝ คะแนน ผ่าน ูร้ ✓ ีมความ ัรบ ิผดชอบ มี ่สวน ่รวมในการทากิจกรรม ีม ิน ัสย ัรกการ ่อานและเ ีขยน ลงช่ือ ................................................................................. ผปู้ ระเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน : นกั เรียนมกี ารปฏบิ ตั ิ 3 รายการขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ประเมิน
69 ประเมิน แบบประเมิน ผลงาน ช่ือ - นามสกลุ .............................................................................................. ชนั้ ป. 2/ …………….... เลขท่ี ……………………… หน่วยการเรียนรูท้ ่ี .................................................................... กิจกรรม ……………….………………………………………….... คาชีแ้ จง : ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ขดี ✓ ลงในช่องท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน (ดเู กณฑก์ ารใหค้ ะแนนผลงานท่หี นา้ ถดั ไป) ผ้ปู ระเมนิ รายการประเมิน ตนเอง เพื่อน ครู 4 321 4 321 4 321 1. ตรงจดุ ประสงคท์ ่ีกาหนด 2. มีความถูกตอ้ งสมบรู ณ์ 3. มีความคดิ สรา้ งสรรค์ 4. มีความเป็นระเบียบ 5. เสรจ็ ตามเวลาท่กี าหนด รวม รวมทุกรายการ เฉลย่ี (ตนเอง) ผปู้ ระเมนิ ................................................................................. (เพ่อื น) ผปู้ ระเมิน .................................................................................
70 เกณฑก์ ารให้คะแนนผลงาน ประเดน็ ทปี่ ระเมนิ คะแนน 1. ผลงานตรงกบั 4 32 1 จดุ ประสงคท์ ี่กำหนด ผลงานทีท่ ำ ผลงานท่ที ำ ผลงานท่ที ำ ผลงานที่ทำ 2. ผลงานมคี วามถกู ตอ้ ง สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ สอดคลอ้ งกับ สมบูรณ์ จดุ ประสงค์ จุดประสงค์ จุดประสงค์ ไมส่ อดคล้องกบั ทุกประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเด็น จดุ ประสงค์ 3. ผลงานมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ เนือ้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ ผลงานถกู ต้อง 4. ผลงานมคี วามเป็น ครบถว้ น ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง ระเบยี บ เป็นส่วนใหญ่ บางสว่ น เป็นสว่ นใหญ่ 5. ผลงานเสรจ็ ตามเวลา ทกี่ ำหนด ผลงานแสดงออก ผลงานมแี นวคดิ ผลงานมคี วาม ผลงานไม่แสดง ถึงความคดิ แปลกใหม่แต่ยงั นา่ สนใจ แต่ยัง ไม่ แนวคดิ ใหม่ สรา้ งสรรค์ ไม่เปน็ ระบบ มแี นวคิด แปลกใหม่ แปลกใหม่ และเป็นระบบ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่ไม่ เป็นระเบยี บ และมี ระเบียบ แสดงออก ความเปน็ เปน็ ระเบยี บแต่มี ข้อบกพร่องมาก ถงึ ความประณตี ระเบยี บแต่ยังมี ขอ้ บกพร่อง ต้งั ใจ ขอ้ บกพร่อง ค่อนข้างมาก เลก็ น้อย ส่งผลงานตามเวลา สง่ ผลงานช้ากว่า สง่ ผลงานช้ากว่า สง่ ผลงานช้ากว่า เวลาท่กี ำหนด เวลาท่กี ำหนดเกนิ ที่กำหนด เวลาทก่ี ำหนด 3-5 วัน กวา่ 5 วัน 1-2 วนั เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 17 - 20 ดมี าก
12 - 16 71 8 - 11 5-7 ดี ปานกลาง ปรบั ปรงุ ประเมนิ แบบประเมิน สมรรถนะผเู้ รียน 5 ดา้ น คาชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในช่องท่ตี รง กบั ระดบั คะแนน สมรรถนะทป่ี ระเมนิ ระดับคะแนน 321 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1.1 มคี วามสามารถในการรบั – ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใชว้ ิธีการสื่อสารท่เี หมาะสม 2. ความสามารถในการคดิ 2.1 มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ เพ่อื การสรา้ งองคค์ วามรู้ 2.2 มคี วามสามารถในการคดิ เป็นระบบ เพ่อื การสรา้ งองคค์ วามรู้ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 3.1 แกป้ ัญหาโดยใชเ้ หตผุ ล 3.2 แสวงหาความรูม้ าใชใ้ นการแกป้ ัญหา 3.3 ตดั สนิ ใจโดยคานึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผอู้ นื่ 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ 4.1 ทางานและอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื ดว้ ยความสมั พนั ธอ์ นั ดี 4.2 มวี ิธแี กไ้ ขความขดั แยง้ อยา่ งเหมาะสม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 เลือกใชข้ อ้ มลู ในการพฒั นาตนเองอย่างเหมาะสม
72 ประเมิน แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ด้าน คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รง กบั ระดบั คะแนน คุณลกั ษณะอนั พึง รายการทปี่ ระเมนิ ระดบั ประสงคด์ า้ น คะแนน 321 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 มีความรกั และภมู ใิ จในความเป็นชาติ กษัตริย์ 1.2 ปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมของศาสนา 1.3 แสดงออกถงึ ความจงรกั ภกั ดตี อ่ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ 2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ 2.1 ปฏิบตั ิตามระเบยี บการสอนและไม่ลอกการบา้ น 2.2 ประพฤติ ปฏิบตั ิ ตรงต่อความเป็นจรงิ ต่อตนเอง 3. มวี นิ ัย 2.3 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงตอ่ ความเป็นจรงิ ตอ่ ผอู้ นื่ 3.1 เขา้ เรียนตรงเวลา 4. ใฝ่ เรียนรู้ 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกบั กาลเทศะ 3.3 ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บของหอ้ งและของโรงเรยี น 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรียนรูต้ ่างๆ 6. มงุ่ ม่นั ในการ 4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรูอ้ ย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรูไ้ ดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล ทางาน 5.1 ใชท้ รพั ยส์ นิ และสิ่งของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั 5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรูค้ ณุ คา่ 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ อ่ อปุ สรรค เพ่ือใหง้ านสาเรจ็
73 ประเมนิ แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ดา้ น (ตอ่ ) คณุ ลกั ษณะอนั พงึ รายการทป่ี ระเมิน ระดบั ประสงคด์ า้ น คะแนน 321 7. รักความเป็ นไทย 7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย 8. มีจิตสาธารณะ 7.2 เหน็ คณุ ค่าและปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รูจ้ กั การใหเ้ พ่อื สว่ นรวมและเพ่อื ผอู้ ื่น 8.2 แสดงออกถงึ การมีนา้ ใจหรอื การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบาเพ็ญตนเพ่อื ส่วนรวมเม่ือมีโอกาส ลงช่ือ ผู้................................................................................. ประเมนิ / /......................... ......................... ............................. เกณฑก์ ารให้คะแนน : - พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมท่ีปฏบิ ตั ิบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
74 บันทึกหลังสอน 1.ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย …………………………………………………………………………………………………………………………...................................... …………………………………………………………………………………………………………………………...................................... ................................................................................................................................ .............................................. .............................................................................................................................................................................. 2.ปญั หาอปุ สรรค ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... ............................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชอ่ื ....................................................... (นางสาวเพ็ญพสิ ุทธิ์ หมกึ กลม) ๑๒ ความคดิ เห็น/ ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระหรอื ผ้ทู ่ไี ด้รบั มอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ............................................... .. ลงชอ่ื ....................................................... (.............................................................) หัวหน้ากลุม่ สาระ..................................
75 ข้อเสนอแนะคณะผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ....................................................... (.............................................................) รองผอู้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ ข้อเสนอแนะผบู้ ริหาร ......................................................................................................................................... ..................................... .............................................................................................. ................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................... ............................................... .................................................................................... .......................................................................................... ลงชือ่ ....................................................... (.............................................................) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
76 ใบงาน/ แบบฝกึ หัดตา่ งๆ ใบกจกรร ที่ 1 ชื่อ – นามสกลุ ชัน้.......................................................................... ป. 2 /............ เลขที่ ............ อ่านออกเสยี งสะกดคา จากข้อความทก่ี าหนด นานมาแลว้ ณ เมอื งพาราณสี นกพิราบตวั หนึ่งอาศยั อย่ใู นกระเชา้ หญา้ ท่ีพ่อครวั คนหนึ่งแขวน ไวข้ า้ งโรงครวั วันหนึ่ง กาตัวหน่ึงบินผ่านมาทางโรงครวั มันได้กล่ินหอมของ อาหารท่ีพ่อครวั กาลงั ปรุง โชยตามลมขนึ้ มา มนั จึงคิดหาทางท่ีจะไดล้ ิม้ รสอาหารเหลา่ นนั้ เช้าตรู่วันต่อมา ขณะท่ีนกพิราบกาลังจะออกไปหาอาหารกิน ตามปกติ การบี บินมาหานกพิราบทนั ที “นกพิราบจ๋า ข้ารู้สึกประทับใจในความงามสง่าของท่าน เหลอื เกิน อยากจะขออยใู่ กลๆ้ ทา่ น หากท่านจะเมตตาใหข้ า้ เป็นบา่ วรบั ใช้ ก็จะเป็นพระคุณแก่ข้าอย่างย่ิงทีเดียว” กาพูดคาหวานอ้อนวอน นกพิราบ จาก นิทานอสี ปเร่อื ง กากบั นกพิราบ
77 ใบงานที่ 6 ตัวสะกด น่าจดจา (1) ชอื่ – นามสกุล .......................................................................... ชนั้ ป. 2 / ............ เลขท่ี ............ คำสัง่ คดิ และเขียนคำท่ีมตี ัวสะกดมาตราแม่กง กม เกย เกอว กก กบ กน และกด 1. แมก่ ง ............................... ............................... ............................ ............................... ............................... ............................ 2. แมก่ ม ............................... ............................... ............................ ............................... ............................... ............................ 3. แมเ่ กย ............................ ............................... ............................... ............................ ............................... ............................... 4. แม่เกอว ............................ ............................... ............................... ............................ ...............................
78 ใบงานที่ 7 ตวั สะกด น่าจดจา (2) 1. แม่กง ........................................... ........................................... 2. แม่กม ........................................... ........................................... 3. แม่กก ........................................... ........................................... 4. แมก่ น ........................................... การประเมินผลงาน : ระบายสีในสญั ลกั ษณร์ ูปใบหนา้ ตามความเป็นจรงิ ตนเ.อ...ง........☺............................... ผ้ปู กครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง เพอื่ น ☺ คุณครู ☺
79 ใบงานท่ี 8 วรรณกรร หรรษา ช่ือ – นามสกุล .......................................................................... ชนั้ ป. 2 / ............ เลขที่ ............ คำสง่ั อ่านนิทานเรอ่ื ง กบน้อยจอมด้ือ แล้วทำกจิ กรรมตามท่กี ำหนด กบนอ้ ยจอมดื้อ นานมาแล้ว มีกบฝงู หนง่ึ อาศัยอย่ใู นหนองน้ำอย่างอิสรเสรี กบ บางตัวชอบว่ายน้ำเล่น บางตวั ก็ชอบนอนอาบแดด ตอ่ มาวันหนึ่งพวกกบปรึกษากนั ว่าควรจะมีพระราชามาปกครอง “ทำไมเราต้องมีพระราชาด้วยล่ะ” กบตัวหนึ่งถาม “เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ยังไงล่ะ” กบตัวหน่ึงพูด “ใช่ๆ” “เห็นด้วยๆ” เสียงกบหลายตัวแสดงความคิดเห็น เมื่อตกลง ได้ดังน้ัน กบท้ังฝูงจึงร้องขอต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงเอ่ยถามข้ึนว่า “มีปัญหาอะไรให้ข้าช่วยรึ?” “พวกเราขอพระราชา เพื่อมาปกครองพวกเรา” กบตัวหนึ่งพูด พวกกบจึงร้องขอพระราชาใจดี จากพระเจ้า พระเจ้าจึงคิดอุบายที่จะมอบท่อนซุงให้ ทันใดนั้นพระเจ้าจึงส่งท่อนซุงลงมาจาก ท้องฟ้า ฝูงกบตกใจกลัว จึงพากันกระโดดหนีและดำหลบลงสูใ่ ต้หนองน้ำอยา่ งรวดเรว็ เวลาผ่านไปสักครู่ ฝูงกบจึงโผลข่ ึ้นมาจากบึง ในขณะที่ท่อนซุงก็ลอยอยู่ที่ผิวน้ำ เมื่อฝูง กบเห็นท่อนซุงท่ีพระเจ้าประทานมาให้ จึงพากันกราบไหว้ กบทั้งฝูงพากันนับถือท่อนซุงเป็น พระราชา อยู่มาวันหนึ่ง มีกบตัวหน่ึงกระโดดข้ึนไปบนท่อนซุง เม่ือเห็นพระราชาท่อนซุงอยู่น่ิง เฉย กบตัวอ่ืนจึงกระโดดตามข้ึนไป “พระราชาใจดี แต่ช่างอ่อนแอเหลือเกิน” กบตัวหน่ึงพูด ขึน้ “น่าขอพระราชาองคใ์ หมท่ ่ีเข้มแขง็ กว่าน้ี” กบน้อยเสนอ ฝงู กบจึงพากันรอ้ งขอพระราชาท่ี เข้มแข็งกับพระเจา้ อกี คร้งั พระเจ้าจงึ ส่งนกกระสามาใหฝ้ ูงกบ กบหลายตวั โดนนกกระสาจับกิน ฝงู กบเดือดร้อน จึงพากนั รอ้ งขอกับพระเจ้าอีกคร้ัง พระเจา้ เบื่อหน่ายกบั คำร้องขอ ท่ีไม่รู้จักจบ ส้ินของกบ “พระเจ้าได้โปรดส่งพระราชาใหม่มาให้เราทีเถอะ” กบท้ังหมดร้องขอ “พวกเจ้า จงทนอยกู่ บั สิง่ ทพี่ วกเจ้ารอ้ งขอไปเถอะ” พระเจ้ากลา่ ว นิทานเร่อื งน้สี อนใหร้ วู้ า่ จงพอใจในส่งิ ทตี่ นมี จาก นิทานอสี ปเรื่อง กบน้อยจอมดื้อ
80 1. คำท่ีขดี เส้นใต้ มีความหมายวา่ อยา่ งไร ............................................................. พระราชา ............................................................. ............................................................. ท่อนซุง ............................................................. ............................................................. กระโดด ............................................................. ............................................................. ประทาน ............................................................. ............................................................. ได้โปรด ............................................................. 2. นกั เรียนเขียนคำทช่ี อบจากนทิ านเร่อื งนี้ แล้ววาดภาพประกอบคำ .............................................................. .............................................................. .............................................................. ............................................................. การประเมินผลงาน : ระบายสใี นสญั ลกั ษณร์ ูปใบหนา้ ตามความเป็นจรงิ ตนเอง ☺ ผปู้ กครอง ☺ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง เพอ่ื น ☺ คุณครู ☺
81 ใบงานที่ 9 พดู จาพาที ช่ือ – นามสกุล .......................................................................... ชั้น ป. 2 / ............ เลขที่ .......... เติมคำลงในประโยคที่กำหนด ใหเ้ ป็นประโยคพดู ขอร้อง พดู ขอความช่วยเหลือที่สภุ าพ 1. _______ หยิบรองเทา้ ใหผ้ มหนอ่ ย_______ 2. _______ ปดิ ไฟทุกครั้งที่ออกจากหอ้ ง______ 3. _______ ชว่ ยกนั รักษาความสะอาด_______ 4. _______ อยา่ เดนิ ลดั สนาม_______ 5. _______ เข้าแถวซอื้ อาหารด้วย_______ กตารนปเอระงเมนิ ☺ผลงาน :ระบายสีในสญั ลกั ษณร์ ูปใบผหู้ปนกา้ คตราอมคงว☺ามเป็นจรงิ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง เพอื่ น ☺ คุณครู ☺
82 แผนการจดั การเรยี นรู้รายหน่วย ผนั วรรณยกุ ต์แสนสนุก
83 แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี๓่ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย วิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๒๑๐๑ ชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท๑่ี ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ ช่ือหน่วย ผันวรรณยุกตแ์ สนสนุก เวลา ๒๐ ชัว่ โมง ................................................................................................................................................................ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด สาระท่ี สาระที่ ๑ การอ่าน สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษา มาตรฐาน มาตรฐานท่ี ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นนำไปใช้ตดั สินใจ แก้ปญั หาในการ ดำเนินชวี ิต และ มีนสิ ัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ ตวั ชีว้ ัด ท ๑.๑ ป.๒/๑อ่านออกเสียงคำคล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถกู ต้อง ท ๑.๑ ป.๒/๒อธิบายความหมายของคำและขอ้ ความท่ีอา่ น ท ๑.๑ ป.๒/๕แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอา่ น ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ของคำ ๒.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑.นกั เรยี นสามารถบอกคำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกตอ้ ง(K) ๒. นกั เรียนสามารถอ่านคำคลอ้ งจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง (P) ๓. นักเรียนเห็นคุณคา่ ถึงการออกเสียงคำคลอ้ งจองข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆได้ (A) ๔.นักเรียนสามารถอธบิ ายความหมายของคำและขอ้ ความท่อี ่านได้ (K) ๕. นกั เรียนสามารถอ่านความหมายของคำและข้อความท่อี า่ นได้(P) ๖. นักเรยี นเห็นคุณคา่ ของความหมายของคำและขอ้ ความทอี่ า่ น (A) ๗.นักเรยี นสามารถแสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรอ่ื งท่ีอ่านได้ (P) ๘.นักเรียนสามารถบอกความหมายของคำได้(K)
84 ๙. นักเรียนสามารถเขยี นสะกดคำและบอกความหมายได้ (P) ๓. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด คำในภาษาไทย ประกอบด้วยพยัญชนะต้น สระ ตวั สะกด และวรรณยุกต์ พยญั ชนะต้นอาจมสี องตวั เรียงกัน ประสมสระเดยี วกนั เรยี กวา่ คำควบกล้ำ และอกั ษรนำ สว่ นวรรณยกุ ต์ เป็นเครอ่ื งหมายแทนเสียง ของคำ การผันวรรณยุกต์ จึงเปน็ การออกเสยี งคำให้ถูกต้องตามเสียง หรอื รูปวรรณยุกตท์ ี่ประสมอยู่ การเรยี นรู้ เรือ่ งคำควบกลำ้ อักษรนำ และการผันวรรณยุกต์ จะทำให้สามารถอ่านและเขยี นคำไดถ้ ูกต้อง ๔.สาระการเรียนรู้ ความรู้ ๑.การผันวรรณยุกต์กับอักษรต่ำ ๒.คำควบกล้ำ ๓.อกั ษรนำ ๔.วรรณกรรมเร่อื ง เด็กเลี้ยงแกะ ๕.การคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองทอ่ี า่ น ทกั ษะ/กระบวนการ ๑.การฟงั ส่งิ ที่ครูและเพ่ือนพูด ๒.การพดู ตอบคำถาม และการพูดแสดงความคิด ๓.การอ่านออกเสยี งสะกดคำ ๔.การเขยี นสะกดคำ ๕.การคดิ วิเคราะห์ คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ๑.เหน็ คณุ คา่ ของการใช้ภาษาไทยในชวี ติ ประจำวนั ๒.มคี วามกระตอื รือร้น สนใจใฝ่รู้ ๓.มคี วามรับผิดชอบในงานของตนเอง และมสี ว่ นร่วมในการทำกิจกรรม ๔.มีนิสยั รักการอา่ นและเขียน ๕.มมี ารยาทในการฟังและพดู ๕.สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน √ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต √ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี √ ความสามารถในการแกป้ ญั หา ๖. ชน้ิ งานหรือภาระงาน สมดุ / ใบงานตา่ งๆ ๗.การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
85 หน่วยย่อยท่ี ๑ ผันวรรณยุกตอ์ กั ษรตำ่ ชว่ั โมงที่ ๑- ๔ ชวั่ โมงที่ ๑(ใช้รปู แบบการเรียนรู้โดยใชค้ ำถาม Questioning Method) ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถบอกวรรณยกุ ตอ์ ักษรตำ่ ได้ ( k) ๒. นกั เรยี นสามารถผนั วรรณยกุ ต์อกั ษรต่ำได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความรว่ มมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันตอนที่ ๑ วางแผนการใช้คำถาม - แผนผังอักษร 3 หมู่ หรือไตรยางศ์ เพื่อทบทวนความรู้ โดยครถู ามนักเรยี นว่า นอกจากอกั ษร กลางและอกั ษรสูงท่ีนักเรยี นเคยผันวรรณยุกตแ์ ล้ว ไตรยางศย์ งั มีอกั ษรอะไรอกี บ้าง แล้วครูบอกนักเรยี นวา่ อักษรกล่มุ ต่อไปท่จี ะศึกษาคือ อักษรต่ำ ขัน้ ที่ ๒ เตรียมคำถาม ครูเตรียมคำถามทจ่ี ะใหน้ ักเรียนตอบ ดังน้ี ครูถามนกั เรยี นวา่ นอกจากอักษรกลางและอกั ษรสงู ทน่ี กั เรียนเคยผนั วรรณยุกตแ์ ลว้ ไตรยางศย์ งั มี อกั ษรอะไรอีกบา้ ง แล้วครูบอกนักเรยี นวา่ อักษรกล่มุ ต่อไปทจี่ ะศกึ ษาคือ อักษรตำ่ ขั้นท่ี ๓ การใช้คำถาม ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ 4 กลุ่ม กลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน ทำกจิ กรรมเกม “ค้นหาอักษร” โดยครใู ห้ แตล่ ะกลุ่มเลอื กบตั รภาพแทนพยญั ชนะ ก-ฮ ทีค่ รูแจกให้ แลว้ ใหน้ ักเรยี นคดั เลือกบัตรภาพพยัญชนะ ที่เป็นอกั ษรตำ่ มาติดบนกระดาน จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกันตรวจคำตอบ ขั้นที่ ๔ ขัน้ สรปุ ผลและประเมินผล ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรมนำสู่การเรียนในหนงั สือเรียน หน้า 82 โดยอ่านคำที่กำหนดแลว้ เขยี นรูปและ เสยี งวรรณยุกตข์ องคำนัน้ ๆ จากน้ันครแู ละนักเรียนรว่ มกนั ตรวจคำตอบ และครูสรุปวา่ คำบางคำอาจมีรปู และ เสยี งวรรณยุกต์ไมต่ รงกัน ชั่วโมงที่ ๒ ๑) จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวรรณยุกต์อักษรต่ำได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถผันวรรณยกุ ต์อักษรต่ำได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นตอนท่ี ๑ วางแผนการใช้คำถาม
86 - ครวู างแผนให้นักเรียนผันวรรณยุกตเ์ ปน็ การอ่านออกเสียงคำให้ถกู ต้องตามรูปและเสยี งของ วรรณยุกต์ คำบางคำจะมรี ูปและเสียงของวรรณยุกต์ไมต่ รงกัน ขน้ั ที่ ๒ เตรียมคำถาม ครเู ตรียมคำถามท่ีจะให้นกั เรียนตอบ ดังนี้ ครถู ามนกั เรียนวา่ ให้นกั เรียนคิดและเขยี นคำที่มีพยญั ชนะต้นเป็นอกั ษรต่ำ โดยเขียนคำลงในสมุดให้ ได้จำนวนมากท่ีสุด ขัน้ ท่ี ๓ การใช้คำถาม ครใู ห้นักเรยี นตอบครูว่า พยัญชนะต้นเปน็ อักษรต่ำมีอะไรบ้าง ข้นั ที่ ๔ ข้ันสรปุ ผลและประเมินผล ครใู หน้ กั เรียนอาสาสมัครนำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน โดยบอกคำทเี่ ขยี น และบอกว่ามีพยัญชนะต้น เป็นอกั ษรตำ่ ตวั ใด จากนัน้ ครูและเพื่อนนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ชั่วโมงที่ ๓ (การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery method ) ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกวรรณยุกต์อักษรต่ำได้ ( k) ๒. นกั เรยี นสามารถผนั วรรณยุกต์อักษรต่ำได้ (P) ๓. นกั เรยี นให้ความรว่ มมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑.ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น ครใู หน้ ักเรยี นผันวรรณยกุ ตก์ บั อักษรตำ่ โดยครูอธิบายว่าแบ่งเปน็ 2 ลักษณะ คอื แบบไมม่ ีตวั สะกด และ แบบมตี วั สะกดซง่ึ หากไม่มีตัวสะกดและประสมกบั สระเสยี งยาวจะผนั ได้ 3 เสียง ประสมกับสระเสยี งสัน้ จะผันได้ 2 เสียง ถา้ มตี ัวสะกดมาตราแม่กง กน กม เกย เกอว จะผันได้ 3 เสยี ง แต่หากมตี วั สะกด มาตราแม่กก กด กบ จะผนั ได้ 2 เสยี ง ๒.ขั้นเรยี นรู้ ๑.ครใู ห้นกั เรียนทำกิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้ท่ี 1 ข้อ 1-2 ในหนงั สือเรยี น หนา้ 85 โดยอา่ นคำแลว้ เขยี น จำแนกตามเสยี งวรรณยกุ ต์ และเขยี นผนั วรรณยุกต์จากคำท่ีกำหนด ๒.ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมพัฒนาการคิด ข้อ 1ในหนังสือเรยี น หน้า 95 โดยวงล้อมรอบคำ ๓.ท่ีมีพยญั ชนะตน้ เป็นอักษรต่ำ แล้วนำคำท่ีไดม้ าเขยี นผนั วรรณยุกต์ จากนน้ั ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลย คำตอบ ๔.ครูใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านออกเสียงผนั วรรณยุกตจ์ ากคำตอบของกจิ กรรมพัฒนาการเรียนรแู้ ละกจิ กรรม พฒั นาการคดิ ๓.ข้ันนำไปใช้ ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปการผนั วรรณยกุ ต์เสยี งตำ่ ชัว่ โมงที่ ๔
87 ๑.ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน ครใู หน้ กั เรียนทำใบงานที่ 16 เร็วไวรีบผันวรรณยุกต์ โดยให้นักเรยี นอา่ นคำทีม่ ีพยัญชนะตน้ เป็นอักษรตำ่ ที่รวบรวมไดใ้ นชว่ั โมงท่ี 2 แล้วเลอื กเขียนผนั วรรณยุกต์กับอักษรตำ่ จากคำเหล่านั้นลงในตาราง ๒.ขั้นเรยี นรู้ ครใู หน้ ักเรียนทำกิจกรรมบูรณาการสรา้ งสรรค์ ในหนังสือเรียน หนา้ 96 โดยทำบตั รคำผนั อกั ษรต่ำ เขียน และอา่ นผันคำ วาดรูปและตกแตง่ บตั รคำ แล้วนำไปจดั ป้ายนิเทศแสดงผลงาน ๓.ขัน้ นำไปใช้ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้เรอ่ื ง การผันวรรณยุกต์กบั อกั ษรตำ่ หน่วยย่อยท่ี ๒ คำควบกลำ้ ชัว่ โมงท่ี ๑- ๔ ชวั่ โมงที่ ๑(การจัดการเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery method ) ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวคำควบกล้ำได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอา่ นคำควบกลำ้ ได้ (P) ๓. นกั เรียนใหค้ วามร่วมมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรียนรู้ ๑.ข้นั นำเข้าส่บู ทเรยี น ครูให้นกั เรียนรอ้ งเพลง ตาอนิ กบั ตานา โดยให้นกั เรยี นร้องตามทลี ะท่อน แล้วร้องซำ้ ท้ังเพลงอีก 2 รอบ จนนกั เรียนร้องได้คลอ่ ง เพลง ตาอนิ กบั ตานา ...ตาอินกบั ตานา หาปลาเอามากนิ กัน ได้ปลาทกุ วัน รักกันกป็ นั กันไป หาปลามานมนาน หาปลามาบานตะไท จนแม้ใครๆ รูน้ ้ำใจไมตรีปรีดา แตแ่ ลว้ วนั หนึง่ เคราะห์มาถงึ ทะมึงทึงมา สองคนถึงครา แยง่ หัวปลาหางปลากันเกลียว ตาอนิ กบั ตานา โศกาอาวรณ์จรงิ เชยี ว ตาอย่มู าเดี๋ยว เดยี ว คว้าพงุ เพียวๆ ไปกนิ
88 ๒.ขั้นเรียนรู้ ครูใหน้ กั เรียนสังเกตคำท่ีขีดเส้นใต้ในเพลงตาอินกับตานา แล้วให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ ว่าคำ เหล่านั้นแตกต่างจากคำอน่ื ๆ อยา่ งไร ๓.ขั้นนำไปใช้ ครูเฉลยว่าคำทีข่ ีดเส้นใต้เป็นคำควบกล้ำ โดยเป็นคำควบแท้ คอื คำท่มี ีพยัญชนะตน้ สองตัว เรยี งกัน และพยัญชนะตัวหลงั เป็น ร, ล และ ว ประสมสระเดยี วกัน เวลาอา่ นจะออกเสยี งพยัญชนะทั้ง 2 ตวั พร้อมกัน ช่ัวโมงที่ ๒ ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวคำควบกล้ำได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอา่ นคำควบกล้ำได้ (P) ๓. นกั เรียนให้ความร่วมมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑.ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียน - ครอู ธิบายให้นักเรยี นฟงั ว่าคำควบกล้ำ คือ คำท่มี ีพยัญชนะตน้ สองตัวเรียงกัน ประสมสระเดยี วกนั และ อา่ นออกเสียงพยัญชนะต้นทง้ั สองตัวพร้อมกัน คำควบกลำ้ มีทั้ง คำควบแท้ และคำควบไมแ่ ท้ คำควบแท้ จะอ่านออกเสียงพยัญชนะตวั ควบด้วย แตค่ ำควบไม่แท้จะไมอ่ อกเสียงพยญั ชนะตัวควบ -ครใู หน้ กั เรียนทำกจิ กรรมพัฒนาการเรยี นรู้ที่ 2 ขอ้ 1 ในหนังสือเรียน โดยใหน้ ักเรยี นเขียนคำอา่ นของคำท่ี กำหนด จากนัน้ ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยคำตอบ - ครใู หน้ ักเรียนฝกึ อ่านออกเสียงคำควบกลำ้ จากคำตอบของกจิ กรรมพัฒนาการเรียนร้ทู ี่ 2 ข้อ 1 ชัว่ โมงท่ี ๓ ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกวคำควบกล้ำได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถอา่ นคำควบกลำ้ ได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความรว่ มมือในการเรยี นรู้ (A) ๒.ขนั้ เรียนรู้ - ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 8 กล่มุ กลมุ่ ละเท่าๆ กัน โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มช่วยกนั คดิ และเขียนคำควบ กลำ้ ลงในสมดุ ให้ไดจ้ ำนวนมากทส่ี ุด -ครูให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันวาดรปู จากคำควบกล้ำที่เขียนไว้ โดยนกั เรียนแต่ละคนวาดรูป คนละ 1 รูป
89 -ครูใหน้ ักเรียนผลัดกันออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน โดยบอกวา่ รปู ที่วาดเปน็ รูปอะไร มพี ยัญชนะต้น คอื ตัวอะไร พยญั ชนะควบกล้ำคอื ตัวอะไร อ่านออกเสียงวา่ อย่างไร และเปน็ คำควบแทห้ รอื ควบไม่แท้ จากน้นั ครูและเพ่ือนนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ชว่ั โมงท่ี ๔ ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกวคำควบกลำ้ ได้ ( k) ๒. นกั เรียนสามารถอา่ นคำควบกล้ำได้ (P) ๓. นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการเรียนรู้ (A) ๓.ขั้นนำไปใช้ - ครใู หน้ กั เรียนทำใบงานที่ 17 สนกุ กบั คำควบกล้ำ โดยจำแนกคำควบแท้ คำควบไม่แท้ และเขียน คำอ่านจากคำควบกลำ้ ที่กำหนด จากนนั้ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบ -ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปความรเู้ ร่ือง คำควบกล้ำ จากนน้ั ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมพัฒนา การเรยี นร้ทู ี่ 2 ข้อ 2 ในหนงั สือเรยี นเปน็ การบ้าน หนว่ ยยอ่ ยที่ ๓ อกั ษรนำ ชัว่ โมงท่ี ๑- ๔ ชั่วโมงที่ ๑ ( ใชร้ ปู แบบ Game) ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถบอกอักษรนำได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถเขยี นอักษรนำได้ (P) ๓. นกั เรยี นให้ความร่วมมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรยี นรู้ ขัน้ ที่ ๑ ผสู้ อนนำเสนอเกมช้แี จงวธิ กี ารเลน่ และกตกิ าการเล่นเกม - ครูกลา่ วทกั ทายนักเรียน แลว้ แบง่ กล่มุ นักเรยี นออกเป็น 4 กลุ่ม กลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน ทำกจิ กรรม เกม “ดภู าพทายคำ” โดยใหน้ กั เรียนดูภาพจากบัตรภาพแลว้ ปรกึ ษากันในกลุ่มวา่ ภาพนั้นคือ คำวา่ อะไร แล้วให้ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ไปเขียนคำตอบบนกระดาน ภาพท่ใี ช้ในกิจกรรมน้ี ไดแ้ ก่ ภาพตลาด ขนุน จรวด ปรอท สบู่ สมอง และถนน จากนั้นครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบ - ครใู ห้นกั เรียนสังเกตคำตอบ แล้วบอกนักเรียนวา่ คำที่มีพยัญชนะสองตวั เรียงกันน้ัน นอกจาก คำควบกล้ำแลว้ ยังมีอักษรนำซ่ึงนักเรยี นจะได้ศึกษาในชั่วโมงต่อไป ขั้นที่ ๒ ผู้เรยี นเล่มเกมตามกติกา ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ นกั เรียนออกเปน็ 4 กลุ่ม กลุม่ ละเท่าๆ กัน ทำกิจกรรม เกม “ดภู าพทาย คำ” โดยใหน้ ักเรียนดูภาพจากบัตรภาพแลว้ ปรกึ ษากันในกลมุ่ วา่ ภาพนัน้ คือ คำว่าอะไร แลว้ ใหต้ ัวแทนแต่ละ
90 กลมุ่ ไปเขยี นคำตอบบนกระดาน ภาพท่ีใช้ในกจิ กรรมน้ี ได้แก่ ภาพตลาด ขนุน จรวด ปรอท สบู่ สมอง และ ถนน จากน้นั ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคำตอบ ขั้นที่ ๓ ผสู้ อนและผเู้ รียนอภิปราย ครสู อบถามนักเรยี นว่าการนักเรียนไดบ้ ตั รคำที่แตกต่างกนั และถามนกั เรียนเรื่องการ ดภู าพทายนน้ั มีหลักการใด และเหตุผลใดในการเล่นเกมนี้ได้ ครูอภิบายหลกั เกณฑ์การสมมุติ ตวั เองเป็นตวั อักษรนนั้ ในการเล่มเกมท่ถี ูกต้อง ขัน้ ที่ ๔ ผสู้ อนประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ องผ้เู รียน ครูและนักเรียนอภปิ รายรว่ มกนั วา่ เกมดังกลา่ วมีประโยชน์อย่างไร ชวั่ โมงที่ ๒ (การจัดการเรียนรูแ้ บบค้นพบ (Discovery method ) ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกอักษรนำได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถเขยี นอักษรนำได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามร่วมมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑.ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรยี น -ใหน้ กั เรียนฟังวา่ อักษรนำ คือ คำทีม่ ีพยญั ชนะสองตัวเรียงกัน พยญั ชนะตัวแรกเป็นอกั ษรสงู หรืออักษร กลาง พยญั ชนะตวั ที่สองเปน็ อกั ษรตำ่ เมื่อประสมกนั แล้วพยญั ชนะตัวแรกจะออกเสียง อะ กึ่งเสยี ง -ครูใหน้ กั เรยี นเปรียบเทียบความแตกตา่ งระหว่างคำควบกล้ำ และอักษรนำ แล้วสรุปรว่ มกนั วา่ อักษรนำ ต่างจากคำควบกลำ้ ตรงทกี่ ารอ่านออกเสยี งพยญั ชนะตน้ สองตวั แยกกัน ชั่วโมงที่ ๓ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกอกั ษรนำได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถเขียนอักษรนำได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามรว่ มมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ๒.ขน้ั เรียนรู้ -ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น 8 กลุ่ม กลุม่ ละเท่าๆ กนั ใหแ้ ต่ละกลุม่ ช่วยกันคิดคำทม่ี ีอักษรนำ แลว้ เขยี นลงในสมดุ ให้ได้จำนวนมากทีส่ ดุ -ครใู หแ้ ตล่ ะกลุม่ วาดรูปจากคำท่ีมอี ักษรนำท่เี ขยี น โดยแตล่ ะคนในกลุ่มเลือกรปู มาวาดคนละ 1 รปู แล้วระบายสใี ห้สวยงาม -ครใู ห้นกั เรยี นผลัดกันออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น โดยบอกว่ารูปทว่ี าดคือคำว่าอะไร พยญั ชนะตวั แรกคือตวั อะไร เป็นอกั ษรสงู หรืออักษรกลาง พยัญชนะตวั ท่สี องคือตัวอะไร และอา่ นออกเสียงว่าอยา่ งไร จากน้ัน ครูและเพ่ือนนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
91 ช่วั โมงที่ ๔ ๑) จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นสามารถบอกอักษรนำได้ ( k) ๒. นกั เรียนสามารถเขียนอักษรนำได้ (P) ๓. นกั เรยี นให้ความร่วมมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ๓.ขั้นนำไปใช้ ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานที่ 18 อักษรนำจำไว้ โดยจำแนกอักษรนำจากคำที่กำหนดให้ แลว้ เขียนคำอ่านให้ ถกู ต้อง จากน้นั ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ แลว้ ร่วมกันสรปุ ความรเู้ รื่องอักษรนำ หน่วยย่อยท่ี ๔ เพลนิ ใจลองลอยในนิทาน ช่วั โมงท่ี ๑- ๔ ชั่วโมงที่ ๑(การจดั การเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery method ) ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกเพลนิ ใจลอ่ งลอยในนิทานได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถอ่านเพลินใจล่องลอยในนทิ านได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความรว่ มมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรียนรู้ ๑.ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน -ครูให้นกั เรยี นจบั คู่ แล้วผลัดกนั อ่านออกเสียงเรื่อง ความสุข ในหนงั สือเรยี น ให้เพื่อนฟัง โดยมีครเู ป็นผู้ สังเกตการณ์ -ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 3 ข้อ 1 ในหนงั สือเรยี น โดยหาความหมายของคำท่ีพิมพด์ ว้ ย ตวั สฟี า้ แล้วเขียนลงในสมดุ ช่วั โมงท่ี ๒ ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรียนสามารถบอกอกั ษรนำได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถเขยี นอักษรนำได้ (P) ๓. นักเรียนให้ความร่วมมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรียนรู้ ๒.ขนั้ เรยี นรู้ - ครใู ห้นักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน แล้วใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้ท่ี 3 ข้อ 2 ในหนังสือเรยี น โดยให้นักเรียนอภิปรายร่วมกนั ในกลมุ่ วา่ ความสุขของนักเรยี นเป็นอยา่ งไร และ ยกตวั อย่างของการเบียดเบยี นตนเองและผอู้ นื่ พรอ้ มทั้งบอกโทษของการกระทำนน้ั ๓.ขน้ั นำไปใช้
92 - ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอสิ่งที่อภิปรายร่วมกันในกลมุ่ หน้าชั้นเรยี น โดยครูและเพื่อน นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะ ชว่ั โมงที่ ๓ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถบอกเพลินใจลอ่ งลอยในนทิ านได้ ( k) ๒. นักเรยี นสามารถอา่ นเพลนิ ใจล่องลอยในนิทานได้ (P) ๓. นกั เรยี นให้ความรว่ มมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรียนรู้ ๑.ขัน้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน ครูให้นักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ 8 กลุ่ม อ่านนิทานเร่อื ง เดก็ เล้ยี งแกะ ในใบงานท่ี 4 เพลนิ ใจในนิทาน แลว้ ให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมตจิ ากนทิ านเรื่อง เดก็ เลยี้ งแกะ หนา้ ชนั้ เรยี น ๒.ขน้ั เรียนรู้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเกยี่ วกบั การแสดงของแตล่ ะกลมุ่ ชว่ั โมงที่ ๔ ๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถบอกเพลินใจลอ่ งลอยในนทิ านได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถอ่านเพลนิ ใจลอ่ งลอยในนทิ านได้ (P) ๓. นักเรยี นให้ความร่วมมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๓.ข้ันนำไปใช้ -ครูให้นกั เรียนทำใบงานที่ 19 เพลนิ ใจในนิทาน โดยวาดภาพประกอบเรื่อง ต้ังคำถามและตอบคำถาม จากเรอื่ งท่อี า่ น -ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคำตอบ และสรุปข้อคิดที่ได้จากนิทานเรอื่ ง เดก็ เลยี้ งแกะ หน่วยยอ่ ยท่ี ๕ รกู้ ารคาดคะเน ชว่ั โมงท่ี ๑- ๔ ชั่วโมงที่ ๑(ใชก้ ระบวนการเรยี นรู้แบบ 5 STEPs” ) ชว่ั โมงท่ี ๑ ๑) จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนสามารถร้สู ธิ ีการคาดคะเนได้ ( k) ๒. นกั เรยี นสามารถอา่ น รูว้ ธิ ีการคาดคะเนได้ (P) ๓. นกั เรียนใหค้ วามรว่ มมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑.ต้ังคำถาม
93 - ครใู หโ้ จทย์นักเรยี นโดยการใหน้ ักเรยี นไปทหี่ ้องสมดุ แลว้ เลือกอ่านหนังสือนิทาน 1 เร่ือง - ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ที่ 4 ข้อ 1 ในหนงั สอื เรยี น โดยให้นกั เรียนออกมาเลา่ นิทานท่ี อ่านใหเ้ พื่อนฟังหนา้ ชนั้ เรยี น แต่ไมต่ ้องเล่าตอนจบ แล้วให้เพื่อนนักเรียนคาดคะเนเหตกุ ารณ์จากนิทานทีไ่ ด้ฟงั ชวั่ โมงที่ ๒ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถรู้สิธีการคาดคะเนได้ ( k) ๒. นกั เรยี นสามารถอ่าน รูว้ ิธกี ารคาดคะเนได้ (P) ๓. นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการเรียนรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรียนรู้ ๒.ขั้นแสวงหาสารสนเทศ - ครูให้นกั เรยี นเปดิ หนงั สือเรียน หัวข้อ การคาดคะเนเหตุการณ์จากเรือ่ งท่ีอ่าน โดยครอู ธิบายใหน้ กั เรยี น ฟังว่า การคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อา่ น เปน็ การอ่านเรื่องราว แล้วคดิ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ล่วงหน้าโดย อาศยั ปัจจัยร่วมหลายๆ อยา่ งในการคิด เช่น หลักการ ประสบการณ์ สถานการณ์ โดยผลทีอ่ อกมาอาจจะตรง หรือไม่ตรงตามที่คาดคะเนไว้ - ครใู ห้นักเรยี นอา่ นขอ้ ความในกิจกรรมพฒั นาการเรียนร้ทู ี่ 4 ขอ้ 2 ในหนงั สือเรยี น หน้า 94 แล้วเขยี น คาดคะเนเหตกุ ารณล์ งในสมดุ ช่ัวโมงที่ ๓ ๑) จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนสามารถรู้สิธีการคาดคะเนได้ ( k) ๒. นักเรียนสามารถอ่าน รูว้ ิธีการคาดคะเนได้ (P) ๓. นกั เรยี นใหค้ วามร่วมมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กิจกรรมการเรยี นรู้ ๓.ข้ันสรา้ งองค์ความรู้ - ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงานท่ี 20 รกู้ ารคาดคะเน โดยครูให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็น 8 กลมุ่ แลว้ ชม ภาพยนตร์เรอื่ ง ความสุขของกะทิ โดยครเู ปิดภาพยนตรใ์ ห้นักเรยี นชมไม่จบเรื่อง - ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มอภิปราย แสดงความคิดเห็น และคาดคะเนเหตุการณ์จากภาพยนตรเ์ รอื่ ง ความสุขของกะทิ เขียนลงในใบงาน แล้วนำเสนอความคิดหนา้ ชั้นเรยี น โดยมีครู และเพื่อนนักเรียนฟัง การนำเสนอของแต่ละกลุ่ม แลว้ รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ขั้นที่ ๔ เรียนรู้เพ่อื สื่อสาร - ครูเปิดภาพยนตรใ์ ห้นกั เรยี นดูจนจบ แล้วร่วมกันอภิปรายถึงผลการคาดคะเนของนักเรียนว่า มี ความถกู ตอ้ งใกลเ้ คยี งหรอื ไม่ อย่างไร และนกั เรยี นคดิ เห็นอย่างไรกับตอนจบของภาพยนตร์ - ครูให้นกั เรียนเลือกอา่ นนทิ าน เร่ืองส้นั หรือการต์ นู จำนวน 1 เรอ่ื ง เปน็ การบ้าน
94 ช่วั โมงท่ี ๔ ๑) จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถรู้สิธีการคาดคะเนได้ ( k) ๒. นกั เรียนสามารถอ่าน รู้วิธีการคาดคะเนได้ (P) ๓. นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการเรยี นรู้ (A) ๒) กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นที่ ๕ ตอบแทนสังคม - ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมพฒั นาการคิด ข้อ 4 ในหนงั สอื เรียนโดยนำเรื่องท่ีนกั เรยี นอา่ นมาเขยี น แสดงความคิดเห็น และคาดคะเนเหตุการณ์ แลว้ ออกมาพูดใหเ้ พ่ือนฟังว่านักเรยี นมีความคดิ เห็น และคิด คาดคะเนอย่างไรบ้าง จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น ๘.ส่อื การสอน ชว่ั โมงท่ี ๑ ๑.เกม “ค้นหาอักษร” ๒. บตั รภาพ ๓.หนงั สอื เรียน ขวั่ โมงท่ี ๒ ๑. หนงั สือเรียน ชว่ั โมงท่ี๓ ๑.หนังสอื เรยี น ๒.กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ ชว่ั โมงท่ี ๔ ๑.ใบงานท่ี 16 เร็วไวรบี ผันวรรณยกุ ต์ ๒.หนังสอื เรียน ชว่ั โมงที่๕ ๑.เนื้อเพลง ตาอนิ กบั ตานา ชว่ั โมงที่ ๖ ๑.หนงั สอื ๒.กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้ ชว่ั โมงที่ ๗ ๑. สมดุ ชั่วโมงท่ี ๘ ๑. ใบงานที่ 17 สนกุ กบั คำควบกลำ้ ๒.กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๙ ๑. เกม “ดูภาพทายคำ” ชั่วโมงที่ ๑๐ ๑. หนังสอื เรียน ๒.กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑๑ ๑. สมดุ ชั่วโมงท่๑ี ๒ ๑.หนงั สือเรยี น ๒.ใบงานท่ี 18 อกั ษรนำจำไว้ ชั่วโมงท๑ี่ ๓ ๑.นทิ าน เร่อื ง ความสขุ ๒.กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้ที่ 3
95 ชว่ั โมงท๑ี่ ๔ ๑.กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ที่ 3 ชั่วโมงท่ี๑๕ ๑.นทิ านเรอื่ ง เดก็ เลย้ี งแกะ ๒.ใบงานท่ี 4 เพลนิ ใจในนทิ าน ช่วั โมงที่๑๖ ๑.ใบงานที่ 19 เพลินใจในนิทาน ชั่วโมงท๑่ี ๗ ๑.หนงั สือนทิ าน 1 ๒.กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 4 ๓.หนงั สอื เรยี น ชัว่ โมงท่ี๑๘ ๑.หนังสือเรียน ๒.กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ท่ี ๔ ชัว่ โมงท๑่ี ๙ ๑.ใบงานที่ 20 รกู้ ารคาดคะเน ๒.ภาพยนตร์เร่ือง ความสุขของกะทิ ๓. เรอ่ื งส้นั การต์ ูน ๔.ใบงาน ชว่ั โมงท่๒ี ๐ ๑.กจิ กรรมพฒั นาการคิด ข้อ 4 ๒.แบบทดสอบหลงั เรียน ๑๐.แหล่งการเรียนรใู้ นและนอกสถานที่ หอ้ งสมดุ ๑๑. การวดั และประเมนิ ผล ตวั ชวี้ ัดจากจดุ ประสงค์ วิธกี ารวัด เครอื่ งมือ เกณฑ์การให้ เกณฑก์ ารประเมิน การเรียนรู้ คะแนน ๑. นักเรยี นสามารถผนั ตรวจแบบฝึก แบบฝึกทักษะ เรื่อง 4 คะแนน ตอบ ประเมินโดย วรรณยกุ ตอ์ ักษรตำ่ ได้ ทักษะ เรว็ ไวรีบ เร็วไวรบี ผันวรรณยกุ ต์ ถกู ต้องทั้งหมด นกั เรยี นสามารถ (P) ผันวรรณยุกต์ ตอบคำถามได้ร้อย 3 คะแนน ตอบถูก ละ80 ถือวา่ ผา่ น บางขอ้ 2 คะแนน ตอบไม่ ถกู เลย
96 ๒. นักเรียนสามารถ ตรวจใบงาน เร่อื ง ใบงานเรื่อง สนุกกับ 4 คะแนน ตอบ ประเมนิ โดย อ่านคำควบกลำ้ ได้ (P) สนกุ กบั คำควบ คำควบกลำ้ ถกู ต้องทง้ั หมด นกั เรียนสามารถ 3 คะแนน ตอบถูก ตอบคำถามไดร้ ้อย กลำ้ ใบงาน เร่อื งอักษรนำ บางข้อ ละ80 ถือว่าผ่าน จำไว้ 2 คะแนน ตอบไม่ ๓.นักเรยี นสามารถ ตรวจใบงานเร่ือง ถูกเลย ประเมนิ โดย เขียนอักษรนำได้ (P) อกั ษรนำจำไว้ ใบงาน เรอื่ งเพลินใจ 4 คะแนน ตอบ นกั เรยี นสามารถ ในนิทาน ถกู ต้องทั้งหมด ตอบคำถามไดร้ อ้ ย ๔.นกั เรียนสามารถอ่าน ตรวจใบงาน เร่อื ง 3 คะแนน ตอบถูก ละ80 ถือวา่ ผา่ น เพลนิ ใจล่องลอยใน เพลนิ ใจในนทิ าน ใบงาน เร่อื ง รู้การ บางข้อ นทิ านได้ (P) คาดคะเน 2 คะแนน ตอบไม่ ประเมนิ โดย ถกู เลย นักเรียนสามารถ ๕.นักเรยี นสามารถอ่าน ตรวจใบงานเรอื่ ง แบบสงั เกตพฤติกรรม 4 คะแนน ตอบ ตอบคำถามได้รอ้ ย รวู้ ธิ ีการคาดคะเนได้ (P) รู้การคาดคะเน ถกู ต้องทง้ั หมด ละ80 ถือว่าผ่าน 3 คะแนน ตอบถูก ๖.นกั เรยี นใหค้ วาม สังเกตการมีส่วน บางข้อ ประเมินโดย รว่ มมอื ในการเรียนรู้ รว่ มของนักเรยี น 2 คะแนน ตอบไม่ นักเรยี นสามารถ (A) ถูกเลย ตอบคำถามไดร้ ้อย 4 คะแนน ตอบ ละ80 ถือว่าผา่ น ถกู ต้องทง้ั หมด 3 คะแนน ตอบถูก ประเมินโดย บางขอ้ นกั เรียนสามารถ 2 คะแนน ตอบไม่ ตอบคำถามได้ร้อย ถกู เลย ละ80 ถือวา่ ผา่ น 4 คะแนน ตอบ ถกู ต้องทง้ั หมด 3 คะแนน ตอบถูก บางข้อ 2 คะแนน ตอบไม่ ถูกเลย
97 บันทกึ หลังสอน 1.ความคดิ เหน็ /ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย …………………………………………………………………………………………………………………………...................................... …………………………………………………………………………………………………………………………...................................... ................................................................................................................................................... ........................... ........................................................................................................ ...................................................................... 2.ปญั หาอุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงช่ือ....................................................... (นางสาวเพญ็ พสิ ทุ ธิ์ หมึกกลม) ๑๒ ความคดิ เหน็ / ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระหรือผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมาย .............................................................................................................. ................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................... ............................... .................................................................................................... ........................................................................ .. ลงช่ือ....................................................... (.............................................................) หวั หน้ากลุ่มสาระ.................................. ขอ้ เสนอแนะคณะผ้บู ริหาร ............................................................................................................... ............................................................... ............................................................................................................................. .................................................
98 ................................................................................................................................................ .............................. ..................................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................... ........................................ ........................................................................................... ................................................................................... ลงชื่อ....................................................... (.............................................................) รองผูอ้ ำนวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ ขอ้ เสนอแนะผ้บู ริหาร ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. .................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชือ่ ....................................................... (.............................................................) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
เกณฑป์ ระเมนิ ชนิ้ งาน 99 กิจกรรมพัฒนาการคดิ ขอ้ 1 ( 5 คะแนน ) 1. การจำแนกอกั ษรต่ำ ( 2 คะแนน ) = 2 คะแนน = 1 คะแนน - จำแนกคำได้ถกู ต้องทง้ั หมด = ไม่มีคะแนน - จำแนกคำผิดเปน็ บางคำ - จำแนกคำผิดเป็นสว่ นใหญ่ = 3 คะแนน 2. การเขยี นผันวรรณยุกต์กับอกั ษรต่ำ ( 3 คะแนน ) = 2 คะแนน - เขยี นผันวรรณยุกต์ถูกต้องทกุ คำ = 1 คะแนน - เขยี นผนั วรรณยุกต์ผิด 3-4 คำ = ไม่มีคะแนน - เขียนผนั วรรณยกุ ตผ์ ิด 5-6 คำ - เขียนผันวรรณยกุ ตผ์ ดิ มากกว่า 6 คำ
100 กิจกรรมพัฒนาการคิด ขอ้ 2-3 ( 5 คะแนน ) = 3 คะแนน 1. การเขียนคำอักษรนำ ( 3 คะแนน ) = 2 คะแนน = 1 คะแนน - เขียนสะกดคำอักษรนำไดถ้ ูกตอ้ งท้งั หมด = ไม่มีคะแนน - เขยี นสะกดคำอักษรนำผิด 1-3 คำ - เขียนสะกดคำอักษรนำผดิ 4-5 คำ = 2 คะแนน - เขียนสะกดคำอักษรนำผิดมากกว่า 5 คำ = 1 คะแนน 2. การเขียนคำอา่ น ( 2 คะแนน ) = ไม่มีคะแนน - เขยี นคำอา่ นได้ถูกตอ้ งทกุ คำ - เขยี นคำอ่านผิด 1-4 คำ - เขียนคำอ่านผดิ มากกวา่ 4 คำ เกณฑป์ ระเมนิ ชน้ิ งาน กจิ กรรมพฒั นาการคดิ ข้อ 4 ( 5 คะแนน ) 1. การเขยี นแสดงความคิดเหน็ การคาดคะเน ( 3 คะแนน ) = 3 คะแนน = 2 คะแนน - คาดคะเนไดถ้ ูกตอ้ ง มีการแสดงความคดิ เหน็ อย่างสร้างสรรค์ เหมาะสม = 1 คะแนน เขยี นสะกดคำถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ - คาดคะเนไดถ้ ูกตอ้ ง หรือใกล้เคยี ง มกี ารแสดงความคดิ เห็น เขยี นสะกดคำถูกต้องเป็นสว่ นใหญ่ - คาดคะเนได้ใกลเ้ คียง ไมม่ ีการแสดงความคดิ เห็น เขยี นสะกดคำถูกตอ้ ง เป็นส่วนใหญ่
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187