Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือ N-NET ระดับประถมศึกษา

หนังสือ N-NET ระดับประถมศึกษา

Published by รมิตา ชนสูงเนิน, 2023-04-18 08:22:17

Description: รวมเล่ม N-NET ประถม

Search

Read the Text Version

146 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา แบบทดสอบศาสนาและหนาที่พลเมอื ง สค11002 ระดับประถมศึกษา ชุดท่ี 2 คําส่งั : จงทําเครอ่ื งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทีถ่ ูกตองท่ีสุด 1. สถาบนั แรกทสี่ รางคา นยิ มท่ีถูกตอ งใหเยาวชน คือขอใด ก. สถาบนั ศาสนา ข. สถาบันครอบครวั ค. สถาบนั การศึกษา ง. สถาบนั สื่อสารมวลชน 2. ขอใดคือ คา นยิ มท่ีดีที่คนไทยควรยึดถอื ปฏิบัติ ก. ความเชอ่ื มั่นในตนเองสูง ข. การยกยองผมู ีอาํ นาจวาสนา ค. การเอ้ือเฟอแกเดก็ และคนชรา ง. การแสดงอาํ นาจในทุกสถานการณ 3. ประเพณีและวฒั นธรรมเกิดขึ้นมาไดอยางไร ก. ประชาชนรว มกันสรา งขึน้ ใหม ข. เปนสิ่งทส่ี บื ทอดมาจากคนรุน กอน ค. เปน ส่ิงทไี่ ดมาจากการคนควาของผูรู ง. ผปู กครองประเทศประกาศเปนกฎหมาย 4. ประเทศไทยมผี ูนับถือพระพุทธศาสนาประมาณเทา ใด ก. รอยละ 75 ข. รอยละ 80 ค. รอ ยละ 90 ง. รอ ยละ 95 5. เหตใุ ดจงึ กลา ววา พระพุทธศาสนามีความสาํ คัญในฐานะที่เปน ศาสนาประจําชาติไทย ก. เปนศาสนาที่คนไทยนบั ถือมากทส่ี ดุ ข. พระพุทธศาสนาเปน ศูนยรวมจิตใจของคนทง้ั ชาติ ค. พระพุทธศาสนาเปน หน่ึงในสถาบันหลักของชาติไทย ง. พระพุทธศาสนาเจริญรุงเรืองควบคกู บั ชาติไทยมาแตโ บราณ 6. ความเชือ่ ในพระพุทธศาสนาจัดอยูใ นประเภทใด ก. เทวนิยม ข. อเทวนิยม ค. พหเุ ทวนิยม ง. สัพพตั ถเทวนิยม

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 147 7. เม่ือมีคนตายในบาน เจา บานจะตองแจง ตายตอนายทะเบยี นผูรบั แจง แหงทองทีท่ ี่มคี นตายภายใน ระยะเวลาเทา ใด ก. 24 ชวั่ โมง ข. 7 วัน ค. 15 วนั ง. 30 วัน 8. ภัทรดรไปใชสทิ ธิเลือกตั้งเม่ือเขาอายุครบ 18 ป ขอความนี้สอดคลองกบั เร่ืองใดมากทีส่ ุด ก. เสรภี าพ ข. สทิ ธิ หนา ท่ี ค. ภราดรภาพ ง. ความเสมอภาค 9. ปจ จัยในขอ ใดทส่ี นับสนุนใหม นษุ ย เปน “สตั วส งั คม” ก. การปลูกฝงจากบิดามารดา ข. ตอบสนองความตองการทางกายภาพ ค. การตอ สูแ ยงชิงอาหารเพอ่ื บําบัดความหวิ ง. การเปน สมาชกิ ของสังคมและเรียนรรู ะเบยี บสงั คม 10. เมื่อใชเ ครื่องสําอางแลวเกิดอันตราย เชน เกิดแผลอักเสบ ระคายเคืองดวงตา ตอ งไปรอ งทุกขก ับหนว ยงานใด ก. นายอาํ เภอ ข. สถานตี ํารวจ ค. คณะกรรมการคมุ ครองผูบรโิ ภค ง. รฐั มนตรวี า การกระทรวงพาณิชย 11. ขอใดคอื ความหมายของทะเบียนราษฎร ก. เอกสารสําคัญทใ่ี ชใ นการสมัครงาน ข. เอกสารสาํ คัญทใ่ี ชพ สิ ูจนต วั บุคคล และภูมิลําเนา ค. เอกสารสําคัญทต่ี องนาํ ตดิ ตวั เม่ือเดินทางไปตา งประเทศ ง. ทะเบียนที่แสดงสถานภาพของบุคคล ประกอบดวยทะเบียนบาน ทะเบียนคนเกิด และทะเบียนคนตาย 12. มารยาทไทยท่มี ีความสําคัญเปน อันดบั แรกคือมารยาทในเร่อื งใด ก. การยนื ข. การน่งั ค. การเดนิ ง. การแสดงความเคารพ 13. ขอ ใดไมใชลกั ษณะจําเปน ของคานิยม ก. จดั ระเบยี บสงั คม ข. สมาชกิ ในสังคมยอมรับ ค. เปน ส่งิ ทถี่ ูกตองนากระทาํ ง. เปนความตอ งการของคนไทยในสังคม

148 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 14. ขอ ใดคือคา นิยมทีเ่ ยาวชนไทยควรปฏบิ ตั ิ ก. ชอบสันโดษ ข. ชอบความหรูหรา ค. ใหค วามสาํ คัญกบั เวลา ง. นิยมใชส ินคาตา งประเทศ 15. พระพทุ ธศาสนาเขา มาสดู ินแดนประเทศไทยต้งั แตย ุคใด ก. สมัยกรุงสุโขทัย ค. สมัยกรงุ ศรีอยุธยาตอนกลาง ข. สมัยกรุงศรีอยธุ ยาตอนตน ง. สมัยกอ นประวัติศาสตรชาติไทย 16. ปจ ฉมิ โอวาทของพระพุทธเจา กลา วถงึ เรื่องใด ก. การเผยแผพ ระพุทธศาสนา ข. ความไมเ ทีย่ งแทข องสังขาร ค. ความจรงิ อนั ประเสรฐิ 4 ประการ ง. การทําพธิ ีเกีย่ วกับพระบรมศพของพระองค 17. สถานทใ่ี ดไมเกี่ยวของกับสังเวชนยี สถาน ก. สถานท่ตี รสั รู ข. สถานท่ีประสูติ ค. สถานท่บี รรพชา ง. สถานทีแ่ สดงพระธรรมเทศนาคร้งั แรก 18. ขอ ใดไมใชขอกําหนดของสตั วปาสงวน ก. สัตวท ี่หามลา ข. สัตวปา ที่หามมีไวใ นครอบครอง ค. สตั วปาท่ีหายากและใกลส ูญพันธุ ง. สัตวปา ทลี่ าไดแตตองไดร ับอนุญาต 19. สตั วในขอใดเปน สตั วปา สงวน ก. ไกฟา ข. เสือดาว ค. ควายปา ง. นกขุนทอง 20. ขอ ใดเปนแนวปฏิบัตทิ ี่ถูกตองตามกฎหมายคมุ ครองสตั วปา ก. คาสัตวปาสงวน ข. ไมเพาะพันธสุ ตั วป า สงวนและสัตวปาคมุ ครอง ค. ยิงสตั วป า ในระหวา งเวลาพระอาทติ ยตกและพระอาทิตยข น้ึ ง. ยดึ ถอื หรือครอบครองที่ดนิ หรือสิง่ ปลูกสรางในเขตรักษาพนั ธุสัตวป า

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 149 21. ขอใดไมใ ชความเช่ือในศาสนาฮินดู ก. ยกยอ งเทพเจา องคเ ดยี ว คอื พระพรหมเปน ผูสรางโลก ข. เช่ือในเทพเจาแหงฝน ดวงอาทิตย และลม ค. เช่อื ในความรักทมี่ ตี อพระเจา ง. เชอื่ ในชนชัน้ วรรณะ 22. ขอใดทําใหทองถิ่นมคี วามเจรญิ และนา อยู ก. คนในทองถนิ่ สว นมากมีการศึกษาสูง ข. คนในทองถิน่ ชว ยเหลือเฉพาะพวกพองของตนเอง ค. คนในทองถ่ินรูหนาทแี่ ละมคี วามรับผดิ ชอบรวมกนั ง. คนในทองถิ่นสรา งฐานะร่าํ รวยและใหค วามสาํ คญั กับทรัพยสิน 23. ขอใดไมใชเหตุผลสําคัญท่ีทาํ ใหประชาชนตอ งเรยี นรูกฎหมาย ก. เพราะคนไมรกู ฎหมายคือคนโง ข. เพราะกฎหมายเปนกตกิ าสาํ หรับการอยูร วมกันในสงั คม ค. เพือ่ จะไดร ะวงั ตนไมใหไปลวงละเมดิ สิทธเิ สรภี าพของผูอนื่ ง. เพ่อื ปองกันมิใหผูอนื่ เอารดั เอาเปรียบและลว งละเมิดสทิ ธิสว นบุคคล 24. ผูท่ีถูกศาลพิพากษาใหจ ําคุก แสดงใหเห็นลกั ษณะทเ่ี ดนชดั ท่ีสดุ ของกฎหมายอยางไร ก. กฎหมายเปน คําส่ังหรือขอบังคบั ของรัฐ ข. กฎหมายมีสภาพบงั คับหากมีการละเมิดกฎหมาย ค. กฎหมายเม่ือประกาศใชแลวมีผลบงั คับใชเปน การทว่ั ไป ง. กฎหมายเปน คําสั่งหรือขอบงั คบั ทใ่ี ชไ ดตลอด จนกวาจะมีการแกไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลกิ 25. องคกรใดทาํ หนาที่คุมครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก. รฐั สภา ข. รฐั บาล ค. นายกรัฐมนตรี ง. สภาผแู ทนราษฎร 26. ขอใดไมใ ชสิทธขิ น้ั พื้นฐานของเด็ก ก. สิทธใิ นการมสี ว นรว ม ข. สิทธิในการมชี วี ติ รอด ค. สทิ ธิในการรับเลอื กปฏิบัติ ง. สิทธใิ นการไดรับการคุมครอง 27. ผขู ับขรี่ ถจักรยานยนต ตอ งมีอายกุ ่ีปข้นึ ไป ก. 15 ป ข. 17 ป ค. 18 ป ง. 20 ป

150 คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 28. บุคคลใดทําผดิ กฎหมายการจราจรทางบก ก. นิพลว่งิ ขามถนนตรงทางมาลาย ข. กมลไลตอนสตั วบ นถนน ค. ขจรเปดวิทยุในรถเสยี งดัง ง. อมรขับรถแซงขวา 29. ชายไทยมีหนา ที่ใดตองปฏิบัติเม่ืออายุครบ 20 ปบ รบิ ูรณ ก. เปน ทหารกองเกิน ค. เขา รับการศึกษาภาคบังคับ ข. รับผดิ ชอบครอบครัว ง. ปองกนั ประเทศตามแนวชายแดน 30. ผูทน่ี าํ รถทม่ี ีสภาพไมม่ันคงแข็งแรงหรืออาจทาํ ใหเ ส่ือมเสียสุขภาพแกผ ูใชห รือประชาชนมาใช มโี ทษอยา งไร ก. ไมม ีโทษ ข. มโี ทษจําคุก ค. มีโทษทงั้ จําทงั้ ปรบั ง. มโี ทษปรบั ไมเกิน 500 บาท

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 151 รายวชิ าการพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม สค11003 ขอบขายเน้ือหา 1. การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 2. การจดั เก็บและวิเคราะหขอมูล 3. การวางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม และการนําไปใชใ นชีวิตประจําวัน สาระสาํ คญั 1. ความหมาย ความสาํ คัญ หลักการและประโยชนของการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 2. ความสําคญั ของขอมูล วธิ ีการจัดเก็บและวเิ คราะหอยางงา ย 3. การมีสว นรว มในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม ไปใชใ นชวี ติ ประจําวนั ผลการเรยี นรทู ่คี าดหวงั 1. อธบิ ายสาระสําคัญทเี่ ก่ียวของกบั การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม 2. จัดเก็บและวิเคราะหขอ มลู อยางงา ย 3. มสี วนรว มและนาํ ผลจากการวางแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ไปใชในชวี ิตประจําวัน

152 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา แบบทดสอบการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม สค11003 ระดบั ประถมศึกษา ชุดที่ 1 คําสั่ง : จงทําเครอื่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทีถ่ กู ตองท่ีสุด 1. ขอใดใหค วามหมายของการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม ไดถูกตอ งทสี่ ดุ ก. การพัฒนาในทุก ๆ ดา นของตนเอง ข. การพฒั นาในดานคุณคา ของตนเองในทุกเร่ือง ค. การพัฒนาดา นความคิด ความรสู ึก และการกระทํา ง. การปรบั ปรงุ เปล่ยี นแปลงใหสิ่งที่เปน อยู มีอยู ใหด ีข้ึน 2. การพัฒนาตนเอง มีความสาํ คัญอยางไร ก. ทาํ ใหพรอมรับสถานการณทีเ่ กดิ ขึน้ ข. ทําใหเปา หมายของชีวติ ไดร บั การแกไข ค. ทําใหค นอ่ืนยกยองเชิดชู หรือสรรเสริญตนเอง ง. ทําใหม ีทางเลอื กในการปรับพฤติกรรมไดหลายทาง 3. ในการพัฒนาชุมชน หลกั การขอ ใดที่ควรนําไปใช ก. ใหเ งินทุนชวยชาวชนบท โดยรูจักใชทรัพยากรทองถนิ่ ข. ใหอ ุปกรณช ว ยชาวชนบท โดยรูจกั ใชท รพั ยากรทองถนิ่ ค. ใหช าวชนบทชวยตนเอง โดยรจู ักใชท รพั ยากรทองถนิ่ ง. ใหผูเชยี่ วชาญชว ยชาวชนบท โดยรูจกั ใชท รัพยากรทองถนิ่ 4. สมปอง อธบิ ายเรื่องแผนดนิ ไหวใหชาวบานฟง เพราะตนเองมีความรใู นเร่ืองน้ีแสดงวา สมปองไดพ ัฒนาตนเอง ในเรอ่ื งใดมากทส่ี ุด ก. มีแนวทางปฏบิ ตั ิทช่ี ดั เจน ข. รูจ ุดเดน จดุ ดอ ย ของตนเอง ค. มีเปา หมายในการพฒั นาตนเอง ง. มกี ารพฒั นาตนเองอยางเปน ระบบ 5. ขอ ใดคือความหมายของ “ขอมลู ” ก. สิง่ ที่ไดร ับจากหลายชองทาง ข. ขอ เท็จจรงิ ทีร่ วบรวมไดต ามวธิ ีท่ีถกู ตอง ค. สภาพเปนจรงิ ปรากฏตามแหลง ทนี่ าเชือ่ ถือ ง. การถา ยทอดเร่ืองราวจากผรู ูอยา งเปนระบบ 6. ขอ ใดอธิบายความสาํ คญั ของขอมูลดา นภมู ิศาสตร ไดอยางถูกตอ ง ก. เขาใจเหตกุ ารณท เ่ี กดิ ข้ึนในอดตี และปจจบุ นั ข. เขา ใจความหลากหลายของพื้นท่ี และวฒั นธรรม ค. สามารถตัดสินใจในการเลอื กตัวแทนหรือผูนําไดอ ยา งถกู ตอง ง. เปนพ้ืนฐานสําคญั ในการพัฒนาชมุ ชนใหเจรญิ กาวหนา

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 153 7. ขอใดคอื ความสาํ คัญของขอมูลดา นประวัติศาสตร ก. สามารถตดั สินเหตุการณท่เี กิดข้นึ ในอดตี ได ข. สามารถจัดระเบียบเกี่ยวกับเบือ้ งหลงั เหตุการณป จ จบุ ันหรือเหตกุ ารณทผ่ี า นมา ค. การเกบ็ ขอ มลู ดวยการสัมภาษณ อานบันทึก การตีความ สง่ิ พิมพตาง ๆ มีความนา เชอื่ ถือ ง. เขา ใจในประวัตคิ วามเปนมาของตนเอง สังคม รวู าปจจบุ ันน้เี ปนอยางไร มีอะไรเกิดขึ้นมาแลวบา ง 8. ขอ มลู ดานใดสะทอนคุณภาพชวี ติ ของประชาชนไดดที ส่ี ุด ก. การเมือง ข. การศกึ ษา ค. ทรัพยากรธรรมชาติ ง. ประเพณี วฒั นธรรม 9. ขอใดคอื ประโยชนข องขอมลู ดา นทรพั ยากรและสิง่ แวดลอ ม ก. เปน พ้ืนฐานการพฒั นา ข. สรางความตระหนักใหชมุ ชน ค. เปน แหลง ทีม่ าของวัตถดุ ิบและผลติ ผล ง. ชวยใหเกิดความร่ืนรมยแ กจติ ใจมนุษย 10. “ชวยใหชุมชน สังคม และประเทศ สามารถดําเนนิ กิจกรรมตา ง ๆ ไดอยา งถูกทิศทาง” ขอความนี้กลา วถงึ ประโยชนข องขอมลู ดานใด ก. การศกึ ษา ข. สาธารณสุข ค. เศรษฐศาสตร ง. การเมืองการปกครอง 11. การตัดสินใจผลิตสินคา หรือบรกิ าร ตองอาศยั ขอมลู ดานใด ก. ภูมิศาสตร ข. เศรษฐศาสตร ค. ประวตั ิศาสตร ง. การเมืองการปกครอง 12. กจิ กรรมใดท่ตี องอาศยั ขอมลู ระหวางดานหนา ท่ีพลเมือง และดา นการเมืองการปกครอง ก. การลงทนุ ข. การเลือกตง้ั ค. การเกณฑท หาร ง. การเสียภาษี 13. “การจัดโครงการใหค วามรูผ ปู วยโรคเบาหวาน” ตอ งอาศยั ขอมลู ท่ีมีความสมั พันธร ะหวางขอ มูลในดานใด ก. สาธารณสุข-การศึกษา ข. ภูมิศาสตร-สาธารณสขุ ค. การศึกษา-หนาท่ีพลเมือง ง. หนาทพ่ี ลเมือง-สาธารณสุข

154 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 14. การสังเกตในหองปฏิบตั ิการ เปน การเกบ็ รวบรวมขอมลู ดว ยวิธีสังเกต ประเภทการสงั เกตประเภทใด ก. การสงั เกตในสภาพธรรมชาติ ข. การสงั เกตแบบไมเปน ทางการ ค. การสังเกตในสภาพแวดลอ มท่ีมกี ารควบคุม ง. การสังเกตแบบมีสว นรวมและไมมีสวนรว ม 15. ขอใดเปน การมสี วนรว มในการวิเคราะหขอมลู ชุมชน ก. ดาริกา สังเกตการณเ ปล่ียนแปลงของชมุ ชน ข. ดาหวัน อธบิ ายขอ มลู ครอบครวั ค. จนั ทรจ ิรา สมั ภาษณเพื่อนบา น ง. มารศรี สนทนากลมุ 16. บุคคลใดปฏบิ ตั ติ นไดเหมาะสมที่สดุ ตามหลักแนวทางการพฒั นาตนเอง ก. มะลใิ หเพือ่ นยืมลอกขอ สอบ ข. มาลยั นาํ เงนิ ของนองมาหยอดกระปุกตนเอง ค. สายไหมชอบสวมเสอื้ ผา สะอาด สสี นั สดใส ง. ดวงฤดีชว ยคณุ ตาขางบา นหาแวน ตาทห่ี ายไป 17. ขอ ใดไมใชหลกั ของการพัฒนาตนเอง ก. ความซอ่ื สัตยต อตนเองและผูอื่น ทัง้ ตอหนา และลบั หลัง ข. เอื้อเฟอเผื่อแผ รูจักการให การแบงปน ค. ดแู ลรกั ษาของสวนรวม ง. ปดความรับผิดชอบ 18. ลกั ษณะนิสยั ของการพัฒนาตนเองทีด่ ี คอื อยางไร ก. เหน็ คนอ่ืนทําอยางไรก็ทาํ ตาม ข. เปนทีน่ บั หนา ถือตาทางสังคม ค. เปน คนท่มี สี มั มาคารวะ วางตัวเหมาะสม ง. มคี วามเช่ือมนั่ ในตนเอง ไมใ สใจคนรอบขา ง 19. การพัฒนาชมุ ชน สงั คม เร่ิมตนท่ีใดเปนอันดับแรก ก. พัฒนาการคมนาคม ข. พฒั นาประเทศ ค. พัฒนาตนเอง ง. พัฒนาชุมชน 20. ความสําคัญของขอมลู ใดตอไปนี้ จดั วา เปน ขอมลู ทเี่ ก่ยี วของกบั การพัฒนาชุมชน ก. ขอมลู ดา นโหราศาสตร ข. ขอมลู ดา นเศรษฐกจิ ค. ขอ มูลดาราศาสตร ง. ขอ มลู พันธุกรรม

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 155 21. ประโยชนข องขอมูลดานใดตอไปน้ี มีความสอดคลองกัน ก. ขอ มูลดานการเมือง มผี ลตอการซือ้ -ขายเสียงเลอื กต้ัง ข. ขอ มลู ดา นภูมิศาสตรมผี ลตอการพฒั นาพน้ื ท่ีเกษตรกรรม ค. ขอมลู ดา นศาสนามีผลตอการแตง กายอยางสวยงามเขา วัด ง. ขอ มลู ดานสาธารณสุขทาํ ใหช วยรกั ษาตนเองและชุมชนจากโรคมะเร็งได 22. ขอ ใดไมใ ชหลักของการพฒั นาชมุ ชน ก. ทกุ คนมสี ิทธิเทา เทียมกัน ข. รวมกนั รกั ษาผลประโยชนข องสว นรวม ค. พัฒนาทุกดา นไปพรอม ๆ กนั อยา งรวบรัดและเรงรีบ ง. ทํางานอยางเปน ระบบและมกี ารติดตามผลอยา งตอเน่ือง 23. ขอใดไมใ ชประโยชนของขอมูลดานการศกึ ษา ก. เพ่ือแสวงหาผลประโยชนท างทรพั ยสนิ ข. เพื่อควบคุมใหมปี ระสทิ ธิภาพและมผี ลตามเปาหมาย ค. เพื่อการวางแผนและพฒั นาการศกึ ษาอยา งเปนระบบ ง. เพอื่ แสวงหาทฤษฎใี หม ๆ ที่เปนประโยชนตอ การศึกษา 24. การดาํ เนินงานพัฒนาชมุ ชน ตองใหสอดคลอ งกับส่งิ ใด ก. หนวยงานภาครัฐ ข. นโยบายการเมอื ง ค. สถติ เิ ศรษฐศาสตร ง. ชมุ ชน 25. เพราะเหตุใด การพฒั นาชุมชน ตองคาํ นึงถงึ วัฒนธรรมประเพณขี องภมู ิภาคน้นั ๆ ก. เพอื่ สุขภาพทด่ี ีของคนในชมุ ชน ข. เพื่อใหท กุ คนไดมสี วนรว มอยางจริงจัง ค. เพอ่ื ลดปญ หาและความขัดแยงท่ีอาจเกิดขน้ึ ได ง. เพือ่ ใหก ารพฒั นาเปน ไปอยางเสมอภาคเทาเทยี ม 26. ขอ ใดไมใชขัน้ ตอนการเก็บรวบรวมขอมลู โดยการสงั เกต ก. สรางสมั พนั ธท่ดี ีภายในกลมุ ชุมชน ข. เตรียมวัสดุ อปุ กรณสําหรับขอมลู ภาพและเสียง ค. แจกแบบทดสอบเพื่อประเมนิ ความรขู องคนในชมุ ชน ง. กลาวขอบคณุ ผูใหความรวมมือ ซงึ่ ใหข อมลู ที่เปน ประโยชน 27. ขอใดคอื ความหมายของ คณุ ภาพชวี ิต ทถี่ ูกตอง ก. มสี ุขภาพแข็งแรง ข. การมีบานหลงั ใหญ ค. การไดไปเท่ียวพักผอน ง. การไดซ ้ือสนิ คา ราคาแพง

156 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 28. ขอใดตอ ไปนมี้ ีความสมั พนั ธกัน ก. พัฒนาทางกาย คือ มคี วามราเริง สนุกสนาน ข. พฒั นาทางจิตใจ คือ การเสียสละตอสว นรวม ค. พัฒนาทางอารมณ คือ มีความคดิ ริเร่ิมสรา งสรรค ง. พฒั นาทางปญญา คือ การเปนท่ียอมรับในสังคม 29. ขอ ใดเปน บทบาทท่สี าํ คัญทสี่ ุดของประชาชนในการดูแลชมุ ชน ก. ทํากิจกรรมพฒั นาชุมชนรวมกันทกุ ครั้ง ข. แสดงความคดิ เหน็ ในการประชุม ค. เหน็ คลอยตามผูน ําทุกเรื่อง ง. เขารว มประชุมทุกครั้ง 30. ขอ ใดบงบอกถึง ความสาํ เร็จของโครงการ ก. การประเมินโครงการ ข. วัตถปุ ระสงคของโครงการ ค. ตวั ช้ีวัดผลสาํ เร็จของโครงการ ง. การสรุปผลและรายงานโครงการ

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 157 แบบทดสอบการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม สค11003 ระดับประถมศกึ ษา ชดุ ท่ี 2 คําสงั่ : จงทาํ เครือ่ งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ถี กู ตองท่ีสุด 1. ขอ ใดตอ ไปนใ้ี หค วามหมายของการวเิ คราะหขอมูล ไดถูกตองทสี่ ุด ก. การนําเสนอขอมูลมาจัดกลุมคํานวณคาตัวเลข (เชิงปริมาณ) ตีความ สรุป และนําเสนอในรูปแบบตาง ๆ ใหสามารถส่ือความหมายได ข. การนาํ ขอมลู ท่ีไดมาจดั หมวดหมู สรปุ และนาํ เสนอในรูปแบบตาง ๆ ใหสามารถส่ือความหมายได ค. การนําขอมูลทีเ่ กบ็ รวบรวมมาไดน าํ เสนอ และเผยแพรใหก ับสาธารณชนไดท ราบ ง. การนําขอมลู ท่เี ก็บรวบรวมมาได มาจาํ แนกจัดกลุม จัดระบบ หมวดหมู 2. หากตองการเก็บรวบรวมขอมูลสถิติของหนวยงานหนึ่ง ซ่ึงกําหนดพื้นท่ีและระยะเวลาควรเก็บรวบรวม ขอ มูลสถิตนิ ี้ ดวยวิธีใด ก. วธิ สี าํ รวจ ข. วธิ ีสาํ มะโน ค. การสงั เกตการณ ง. ขอมลู จากทะเบยี น 3. การเลอื กใชเทคนิคสถิติใหเ หมาะสมเพอ่ื วิเคราะหขอมลู ควรคาํ นงึ ถงึ ขอใด ก. จํานวนขอ มลู ข. จดุ ประสงคข องการวิจยั ค. แบบสงั เกตแบบประเมนิ คา ง. ความถกู ตองของแบบสอบถาม 4. ขอ มูลประเภทใดเหมาะสมทจ่ี ะนําไปจัดทําแผนชมุ ชน เพ่ือพฒั นาในระยะยาว ก. ถนน ข. ไฟฟา ค. สระน้ํา ง. โรงเรยี น 5. ขอมูลท่ีเกดิ จากคาํ ถามประเภทใด จะนําไปสูการวางแผนชุมชน ไดม ากท่ีสุด ก. คนในชมุ ชนประสบปญหาเชน เดยี วกับเราหรือไม ข. ปญ ญาทเี่ ราประสบอยเู คยมีมาในอดตี หรือไม ค. เราตองการใชช มุ ชนพฒั นาไปอยางไร ง. ชุมชนมสี ิง่ ใดทีม่ ีคณุ คา 6. การเผยแพรขอ มูล ในขอใดที่ถือวาชัดเจนทีส่ ดุ ก. การติดปา ยประกาศ ข. หนังสอื พิมพ ค. โทรทัศน ง. วทิ ยุ

158 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 7. ขอใดเปน ประโยชนของขอมูลดา นการศึกษาสําหรับนักวิชาการ ก. สามารถนํามาใชในการทํางานวิจยั ข. สามารถนําไปใชใ นการพยากรณอากาศ ค. สามารถนํามาใชใ นการวางแผนพัฒนาสง่ิ แวดลอ ม ง. สามารถแสวงหาความรูทฤษฎีใหม ๆ เพอ่ื นาํ มาพัฒนา 8. กจิ กรรมดานใดแสดงถงึ การมสี ว นรวมในการพฒั นาชุมชน มากทส่ี ุด ก. การเขารวมกลมุ ปลกู ปา ชายเลนของชุมชน ข. การเขา รวมงานเทศกาลของหมบู า น ค. การใชบ รกิ ารที่อา นหนังสือพิมพ ง. การทําขนมไทยขายในชมุ ชน 9. กจิ กรรมการมสี วนรวมตามขอใด ทําใหเกิดผลเสียตอการวางแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม ก. ปดถนน ประทวงราคาออยตกตํ่า ข. เวทปี ระชาคมการสรางอางเก็บน้ํา ค. ประชมุ เตรียมการจัดงานวันผลไม ง. รวมกลุมการวางแผนการจําหนา ยทุเรยี น 10. ขอใดเปนการใชท รัพยากรธรรมชาตใิ นชมุ ชนใหเปนประโยชนกบั การใชชีวติ ประจาํ วนั ก. สุชาติ ชอบเลน เกมจึงเปด รา นอินเทอรเ น็ต ข. สาวิตรี ชอบทาํ อาหารจึงเปดรานอาหารตามสั่ง ค. สุรพล บา นอยูใกลแ มนาํ้ จึงเล้ียงปลาในกระชัง ง. สิริพร ชอบงานประดิษฐจ ึงเปดรา นขายดอกไม 11. “การมองโลกในแงด ี มีสตอิ ยเู สมอ และสรา งความเชอ่ื ม่ันใหเกดิ ข้ึนในตนเอง” เปน การพัฒนาบุคลิกภาพดา นใด ก. สังคม ข. อารมณ ค. สตปิ ญ ญา ง. บคุ ลกิ ภาพ 12. วธิ ีการปอ งกนั ตนเอง ครอบครัว และชุมชน จากโรคไขเลือดออกเปน ขอมลู ที่มีความสาํ คัญอยางไร ก. ชวยใหเ กดิ การตัดสนิ ใจ ข. เปน ประโยชนตอ การปฏบิ ตั ติ น ค. เปน แนวทางการพฒั นาดานสังคม ง. ชวยใหเกดิ การประเมินผลการใชช ีวติ ประจาํ วนั 13. ขอมลู ดา นการเรียนรู แหลง เรียนรใู นชมุ ชน การใชท รัพยากรและการใชป ระโยชนจากภูมิปญญาทองถ่นิ ในชมุ ชน จดั เปน ขอมูลดานใด ก. ดานสังคม ข. ดา นการเมือง การปกครอง ค. ดานประเพณแี ละวฒั นธรรม ง. ดา นระบบนิเวศและสงิ่ แวดลอม

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 159 14. ผปู ฏบิ ตั งิ านในตลาด ควรใชขอมูลดานใดในการปฏิบัติงานมากท่สี ดุ ก. ดา นเศรษฐศาสตร ข. ดา นประวัตศิ าสตร ค. ดานการเมือง การปกครอง ง. ดานส่งิ แวดลอ ม ทรัพยากร 15. สภาพถนนในชุมชน เปนขอมูลที่สามารถจัดเขาแผนพัฒนาชมุ ชนในหมวดหมใู ด ก. สงั คม ข. การเมือง ค. เศรษฐกจิ ง. ภมู ิศาสตร 16. การใหป ระชาชนลงมติในเร่ืองท่ีเปนประเดน็ สาธารณะตา ง ๆ ในชมุ ชน เปน การสรางการมีสว นรวม ของประชาชนในระดับใด ก. รว มรบั ฟง ความคิดเหน็ ข. รวมใหข อ มลู ขา วสาร ค. รว มใหขอ เสนอแนะ ง. รว มตดั สนิ ใจ 17. “สมิธ ต้ังใจจะสอบเขามหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร จึงวางแผนในการอานหนังสืออยางจริงจัง ” การกระทาํ ดงั กลาวเปน การนําแผนพฒั นาตนเองมาใชใ นขอใด ก. มีแนวทางการปฏบิ ตั ิชดั เจน ข. มีการพฒั นาอยา งเปนระบบ ค. มเี ปา หมายในการพฒั นา ง. มคี วามตองการทชี่ ดั เจน 18. ขอใดกลาวถึงขอเสียในการเก็บรวบรวมขอ มลู ไดถูกตอ ง ก. วิธแี บบสอบถามตองไมย ากและเขาใจงาย ข. วิธกี ารสัมภาษณท าํ ใหไดขอมูลทลี่ ะเอียดถถี่ ว น ค. วิธแี บบสอบถามงายตอการตรวจสอบความถกู ตอ ง ง. วิธกี ารสังเกตการณม คี วามคลาดเคล่ือนเกดิ ข้ึนไดในขณะใดขณะหนึ่ง 19. ขอใดตอไปนี้ไมมีความสอดคลอ งกันในการพฒั นาชมุ ชน สงั คม ก. อนามัย คือ โภชนาการท่เี หมาะสม ข. เศรษฐกจิ คือ การสรา งรายไดเพม่ิ ขึ้น ค. การศกึ ษา คือ การสอบผา นไมซ าํ้ ชั้นเรยี น ง. การปองกนั คือ การรักษาความปลอดภยั ของชมุ ชน 20. ขอมลู ที่มีลกั ษณะเปน ตวั เลขแสดงปริมาณ เปน ขอมูลชนิดใด ก. ขอ มูลเชงิ เดี่ยว ข. ขอ มูลเชงิ คุณภาพ ค. ขอ มูลเชงิ ปริมาณ ง. ขอมูลเชิงประจักษ

160 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 21. บทบาทสําคญั ทส่ี ดุ ของประชาชนในการดแู ลชมุ ชน คือขอ ใด ก. เห็นคลอ ยตามในทุกเรือ่ งท่ตี นไดรับผลประโยชน ข. ทาํ กจิ กรรมพัฒนาชมุ ชนรว มกันทุกครง้ั ค. แสดงตนวามีบทบาทในที่ประชุม ง. เห็นคลอ ยตามผูน ําทกุ เร่ือง 22. สถาบันใดทมี่ สี วนสาํ คัญเปน ลําดบั แรกในการปองกนั ไมใ หเกดิ ปญหาสงั คม ก. สถาบนั ชาติ ข. สถาบนั ศาสนา ค. สถาบนั ครอบครวั ง. สถาบันการศึกษา 23. คนท่ีพฒั นาไดด ี มีลักษณะอยางไร ก. คดิ ในแงล บอยตู ลอดเวลา ข. มีความคิด สตปิ ญญาทเี่ ฉียบแหลม ค. คิดดเี ฉพาะคนทมี่ ผี ลประโยชนด ว ย ง. คิดบวกทจี่ ะชว ยพฒั นาตนเองและผอู ืน่ 24. หัวใจของการพฒั นาชมุ ชน สังคม คือขอใด ก. การวัดและประเมินผล ข. การรว มรับผลประโยชน ค. การบริหารจัดการของผนู าํ ง. การมีสว นรว มของประชาชน 25. การพัฒนาคนในการดาํ รงชวี ิตในชุมชน สังคม อยางตอเน่ือง สอดคลอ งกับแนวทางการพัฒนาในขอ ใด ก. การสรางโฮมสเตยใ นชุมชน ข. การสนองความตอ งการของชุมชน ค. การสนองความตองการของผูนํา ง. การศกึ ษาและเรียนรูตลอดชวี ิต 26. ขอใดกลา วผดิ ก. ชมุ ชนเขม แข็ง คอื ชุมชนที่พึ่งตนเองได ข. การคดิ กอ นพดู ไมใชก ารพัฒนาตนเอง ค. การพัฒนาชุมชน ทําใหป ญหาสงั คมลดนอยลง ง. การยึดหลักการมสี วนรว ม เปนแนวคิดการพัฒนาชุมชน 27. ขอ ใดไมใ ชความจําเปน พืน้ ฐาน (จปฐ.) ก. สุขภาพดี ข. มบี านอาศัย ค. ใชจา ยตามใจ ง. ฝก ใฝการศึกษา

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 161 28. ขอ ใดคอื การสรางพลงั ชุมชน ก. การทผ่ี นู ําชุมชนมกี ารบริหารจัดการงบประมาณดว ยตนเองในทกุ ข้นั ตอน ข. การท่ีคนในชมุ ชนเขามามสี วนรวมในการแกไขปญหาของชมุ ชน ค. การสรา งใหตนเองมีบุคลิกภาพนายกยอง ภมู ิฐาน ดมู ฐี านะ ง. ความรแู ละประสบการณข องทกุ คนในชุมชน 29. บุคคลใดเปนผทู ่ีใชห ลกั “คดิ เปน” ในการดาํ เนนิ ชวี ติ ก. สมรักษร จู ักดูแลตนเองดว ยการออกกําลงั กายอยูเปนประจํา ข. สมชายชอบท่ีจะเรยี นรูสิง่ ตาง ๆ และแสวงหาความรูอยูเสมอ ค. สมปองปฏิบัตติ นเปน พลเมืองดขี องชุมชน ง. ถูกทุกขอ 30. ขอ ใดคอื ขอ มูลดานดา นศาสนา วัฒนธรรม ประเพณขี องชุมชน ก. ความเปน มาของชุมชน ข. ปา ไม แหลงนาํ้ ในชมุ ชน ค. ลักษณะภูมิอากาศของชมุ ชน ง. ความเชอ่ื และพิธกี รรมของชมุ ชน

162 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา เฉลยแบบทดสอบทักษะการเรียนรู ทร11001 ระดบั ประถมศกึ ษา ชดุ ที่ 1 1. ง 2. ข 3. ค 4. ก 5. ค 6. ง 7. ง 8. ค 9. ง 10. ง 11. ข 12. ค 13. ก 14. ง 15. ค 16. ง 17. ก 18. ค 19. ข 20. ข 21. ก 22. ง 23. ค 24. ค 25. ข 26. ข 27. ก 28. ค 29. ค 30. ง ชุดท่ี 2 1. ก 2. ง 3. ข 4. ง 5. ง 6. ข 7. ข 8. ก 9. ง 10. ก 11. ง 12. ง 13. ค 14. ค 15. ก 16. ง 17. ค 18. ข 19. ก 20. ข 21. ง 22. ง 23. ข 24. ค 25. ค 26. ง 27. ก 28. ง 29. ง 30. ค

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 163 เฉลยแบบทดสอบชองทางการเขาสอู าชีพ อช11001 ระดบั ประถมศกึ ษา ชดุ ท่ี 1 1. ข 2. ค 3. ง 4. ค 5. ง 6. ค 7. ค 8. ข 9. ข 10. ง 11. ข 12. ค 13. ค 14. ง 15. ง 16. ค 17. ก 18. ก 19. ง 20. ก 21. ก 22. ค 23. ก 24. ค 25. ง 26. ง 27. ข 28. ข 29. ก 30. ก ชุดท่ี 2 1. ค 2. ก 3. ก 4. ก 5. ก 6. ข 7. ก 8. ง 9. ค 10. ง 11. ง 12. ค 13. ข 14. ค 15. ข 16. ง 17. ค 18. ข 19. ง 20. ค 21. ค 22. ค 23. ก 24. ค 25. ก 26. ง 27. ก 28. ข 29. ง 30. ข

164 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา เฉลยแบบทดสอบทักษะการประกอบอาชพี อช11002 ระดับประถมศกึ ษา ชุดท่ี 1 1. ง 2. ค 3. ง 4. ข 5. ง 6. ก 7. ก 8. ง 9. ก 10. ง 11. ค 12. ค 13. ง 14. ค 15. ง 16. ค 17. ง 18. ง 19. ก 20. ข 21. ก 22. ก 23. ก 24. ข 25. ก 26. ค 27. ง 28. ค 29. ข 30. ก ชดุ ท่ี 2 1. ก 2. ค 3. ข 4. ก 5. ข 6. ง 7. ก 8. ก 9. ข 10. ค 11. ง 12. ง 13. ก 14. ค 15. ก 16. ค 17. ค 18. ค 19. ง 20. ง 21. ง 22. ข 23. ข 24. ก 25. ก 26. ค 27. ค 28. ก 29. ข 30. ง

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 165 เฉลยแบบทดสอบพัฒนาอาชพี ใหมีอยมู ีกนิ อช11003 ระดบั ประถมศึกษา ชดุ ท่ี 1 1. ก 2. ก 3. ข 4. ง 5. ค 6. ค 7. ง 8. ก 9. ข 10. ค 11. ง 12. ข 13. ค 14. ง 15. ง 16. ก 17. ก 18. ง 19. ก 20. ก 21. ค 22. ค 23. ค 24. ค 25. ค 26. ค 27. ข 28. ก 29. ก 30. ง ชุดท่ี 2 1. ข 2. ก 3. ข 4. ง 5. ข 6. ง 7. ค 8. ง 9. ก 10. ก 11. ก 12. ค 13. ก 14. ข 15. ค 16. ง 17. ก 18. ข 19. ค 20. ง 21. ก 22. ก 23. ก 24. ค 25. ข 26. ง 27. ค 28. ค 29. ข 30. ก

166 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา เฉลยแบบทดสอบเศรษฐกจิ พอเพียง ทช11001 ระดบั ประถมศึกษา ชดุ ท่ี 1 1. ค 2. ค 3. ก 4. ง 5. ง 6. ข 7. ง 8. ก 9. ข 10. ข 11. ก 12. ก 13. ก 14. ข 15. ข 16. ก 17. ก 18. ง 19. ง 20. ข 21. ก 22. ค 23. ง 24. ข 25. ก 26. ก 27. ข 28. ง 29. ข 30. ก ชุดท่ี 2 1. ก 2. ง 3. ง 4. ง 5. ก 6. ข 7. ข 8. ค 9. ค 10. ค 11. ง 12. ก 13. ข 14. ง 15. ก 16. ข 17. ง 18. ก 19. ค 20. ข 21. ง 22. ก 23. ก 24. ค 25. ง 26. ก 27. ข 28. ง 29. ข 30. ก

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 167 เฉลยแบบทดสอบสขุ ศึกษา พลศึกษา ทช11002 ระดับประถมศึกษา ชุดท่ี 1 1. ง 2. ข 3. ง 4. ข 5. ค 6. ก 7. ก 8. ก 9. ข 10. ง 11. ข 12. ค 13. ง 14. ค 15. ข 16. ก 17. ข 18. ก 19. ก 20. ง 21. ข 22. ง 23. ค 24. ง 25. ค 26. ค 27. ค 28. ค 29. ข 30. ข ชดุ ที่ 2 1. ค 2. ก 3. ข 4. ง 5. ข 6. ง 7. ค 8. ก 9. ง 10. ค 11. ก 12. ง 13. ก 14. ก 15. ง 16. ข 17. ข 18. ง 19. ค 20. ก 21. ค 22. ง 23. ค 24. ก 25. ก 26. ก 27. ข 28. ค 29. ข 30. ง

168 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา เฉลยแบบทดสอบศิลปศึกษา ทช11003 ระดับประถมศกึ ษา ชุดท่ี 1 1. ค 2. ง 3. ก 4. ค 5. ก 6. ง 7. ก 8. ค 9. ก 10. ข 11. ข 12. ก 13. ก 14. ค 15. ข 16. ค 17. ง 18. ก 19. ก 20. ค 21. ข 22. ข 23. ก 24. ค 25. ก 26. ก 27. ก 28. ง 29. ก 30. ข ชุดท่ี 2 1. ก 2. ง 3. ก 4. ค 5. ง 6. ข 7. ข 8. ค 9. ง 10. ก 11. ค 12. ค 13. ค 14. ข 15. ข 16. ก 17. ง 18. ก 19. ข 20. ค 21. ง 22. ข 23. ค 24. ก 25. ง 26. ง 27. ข 28. ค 29. ง 30. ข

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 169 เฉลยแบบทดสอบภาษาไทย พท11001 ระดบั ประถมศึกษา ชดุ ที่ 1 1. ข 2. ก 3. ข 4. ข 5. ง 6. ค 7. ค 8. ก 9. ก 10. ก 11. ง 12. ก 13. ง 14. ค 15. ก 16. ก 17. ข 18. ข 19. ก 20. ง 21. ก 22. ง 23. ข 24. ง 25. ข 26. ง 27. ก 28. ก 29. ง 30. ก ชดุ ที่ 2 1. ก 2. ข 3. ก 4. ค 5. ง 6. ค 7. ง 8. ข 9. ก 10. ค 11. ข 12. ข 13. ง 14.ง 15. ข 16. ง 17. ข 18. ข 19. ข 20. ง 21. ก 22. ก 23. ค 24. ข 25. ง 26. ก 27. ข 28. ข 29. ก 30. ค

170 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา เฉลยแบบทดสอบภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน พต11001 ระดับประถมศกึ ษา ชดุ ที่ 1 1. d 2. c 3. b 4. a 5. a 6. d 7. c 8. d 9. d 10. c 11. d 12. a 13. b 14. c 15. d 16. c 17. b 18. a 19. b 20. d 21. b 22. c 23. c 24. a 25. b 26. c 27. a 28. b 29. b 30. d ชุดท่ี 2 1. c 2. a 3. c 4. b 5. a 6. a 7. c 8. a 9. d 10. b 11. d 12. c 13. d 14. d 15. a 16. d 17. a 18. c 19. d 20. b 21. d 22. b 23. c 24. b 25. a 26. b 27. d 28. c 29. b 30. a

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 171 เฉลยแบบทดสอบคณิตศาสตร พค11001 ระดบั ประถมศึกษา ชดุ ที่ 1 1. ค 2. ค 3. ก 4. ง 5. ข 6. ง 7. ค 8. ง 9. ก 10. ข 11. ข 12. ข 13. ข 14. ง 15. ค 16. ค 17. ก 18. ข 19. ข 20. ก 21. ง 22. ค 23. ค 24. ง 25. ข 26. ก 27. ค 28. ข 29. ค 30. ค ชดุ ท่ี 2 1. ค 2. ค 3. ค 4. ข 5. ค 6. ง 7. ง 8. ค 9. ง 10. ก 11. ข 12. ค 13. ค 14. ข 15. ค 16. ง 17. ก 18. ก 19. ข 20. ข 21. ข 22. ข 23. ค 24. ค 25. ข 26. ข 27. ข 28. ข 29. ค 30. ค

172 คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา เฉลยแบบทดสอบวิทยาศาสตร พว11001 ระดบั ประถมศกึ ษา ชุดที่ 1 1. ก 2. ง 3. ข 4. ง 5. ค 6. ค 7. ง 8. ข 9. ข 10. ข 11. ง 12. ก 13. ง 14. ง 15. ค 16. ค 17. ก 18. ค 19. ค 20. ค 21. ก 22. ค 23. ง 24. ง 25. ข 26. ข 27. ข 28. ก 29. ก 30. ง ชุดท่ี 2 1. ง 2. ก 3. ค 4. ก 5. ค 6. ง 7. ก 8. ข 9. ข 10. ค 11. ก 12. ง 13. ก 14. ง 15. ก 16. ข 17. ข 18. ข 19. ง 20. ข 21. ค 22. ข 23. ค 24. ค 25. ง 26. ก 27. ค 28. ก 29. ค 30. ก

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 173 เฉลยแบบทดสอบสงั คมศกึ ษา สค11001 ระดบั ประถมศกึ ษา ชดุ ท่ี 1 1. ข 2. ก 3. ง 4. ค 5. ข 6. ง 7. ค 8. ง 9. ง 10. ข 11. ง 12. ข 13. ข 14. ง 15. ข 16. ข 17. ข 18. ค 19. ค 20. ค 21. ก 22. ก 23. ข 24. ง 25. ค 26. ง 27. ค 28. ข 29. ข 30. ก ชดุ ท่ี 2 1. ข 2. ง 3. ก 4. ค 5. ง 6. ค 7. ข 8. ข 9. ค 10. ก 11. ข 12. ข 13. ข 14. ข 15. ง 16. ข 17. ง 18. ค 19. ข 20. ค 21. ง 22. ง 23. ง 24. ค 25. ข 26. ค 27. ค 28. ง 29. ก 30. ก

174 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา เฉลยแบบทดสอบศาสนาและหนา ทพ่ี ลเมือง สค11002 ระดับประถมศกึ ษา ชุดท่ี 1 1. ก 2. ง 3. ก 4. ข 5. ง 6. ง 7. ก 8. ง 9. ค 10. ข 11. ง 12. ง 13. ค 14. ก 15. ค 16. ค 17. ก 18. ข 19. ข 20. ค 21. ข 22. ค 23. ก 24. ค 25. ข 26. ก 27. ค 28. ค 29. ข 30. ข ชุดท่ี 2 1. ข 2. ค 3. ข 4. ค 5. ง 6. ข 7. ก 8. ข 9. ข 10. ค 11. ง 12. ง 13. ก 14. ค 15. ง 16. ข 17. ค 18. ง 19. ค 20. ข 21. ค 22. ค 23. ก 24. ก 25. ง 26. ค 27. ค 28. ข 29. ก 30. ง

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 175 เฉลยแบบทดสอบการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม สค11003 ระดบั ประถมศึกษา ชดุ ท่ี 1 1. ง 2. ก 3. ค 4. ก 5. ข 6. ข 7. ง 8. ง 9. ก 10. ง 11. ข 12. ข 13. ก 14. ค 15. ก 16. ง 17. ง 18. ค 19. ค 20. ข 21. ข 22. ค 23. ก 24. ง 25. ค 26. ค 27. ก 28. ข 29. ก 30. ค ชุดท่ี 2 1. ก 2. ข 3. ก 4. ก 5. ค 6. ค 7. ก 8. ก 9. ก 10. ค 11. ค 12. ข 13. ค 14. ก 15. ง 16. ง 17. ค 18. ง 19. ค 20. ค 21. ข 22. ค 23. ง 24. ง 25. ง 26. ข 27. ค 28. ข 29. ง 30. ง

บันทึก ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook