Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือ N-NET ระดับประถมศึกษา

หนังสือ N-NET ระดับประถมศึกษา

Published by รมิตา ชนสูงเนิน, 2023-04-18 08:22:17

Description: รวมเล่ม N-NET ประถม

Search

Read the Text Version

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา เรยี บเรยี งโดย ฝายวิชาการ พมิ พครั้งที่ 1/2564 จํานวนทพี่ มิ พ 3,000 เลม ราคา 160 บาท จดั พิมพโ ดย บริษทั ปย มิตร มลั ติมีเดยี จํากัด เลขที่ 8/5 หมูท่ี 3 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 โทร. 02 490 4473, 02 490 4476 แฟกซ. 02 490 4473, 02 490 4476 ตอ 16 E-mail : [email protected]

คาํ นาํ คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา เลมน้ี ประกอบไปดวยเน้ือหาสาระทเ่ี ก่ยี วของกับการฝกทักษะ เพื่อเตรียมความพรอมสําหรับการเขารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ดานการศึกษานอกระบบโรงเรียน (Non-Formal National Education Test : N-NET) ในระดับชั้นประถมศึกษา โดยประกอบไปดวยแบบทดสอบ ครอบคลมุ เน้อื หา 5 กลมุ สาระการเรียนรู ไดแก สาระทกั ษะการเรยี นรู สาระความรูพ้ืนฐาน สาระการประกอบอาชีพ สาระทักษะการดําเนินชวี ิต และสาระการพฒั นาสังคม ผูเรียบเรียงหวังเปนอยางย่ิงวา คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษาเลมน้ี จะเปนประโยชน สาํ หรับผูเรยี นและผสู นใจศึกษาคนควา เพอ่ื ใชเสริมความรูสําหรับการเตรยี มความพรอมในการสอบไดเปน อยางดี ดวยความปรารถนาดี คณะผจู ัดทาํ ฝา ยวชิ าการ

สารบญั หนา 1 เรื่อง 3 สาระทักษะการเรยี นรู 13 แบบทดสอบทกั ษะการเรียนรู ทร11001 15 26 สาระการประกอบอาชีพ 37 แบบทดสอบชองทางการเขาสูอาชพี อช11001 แบบทดสอบทกั ษะการประกอบอาชีพ อช11002 47 แบบทดสอบพฒั นาอาชพี ใหมีอยูมีกนิ อช11003 49 60 สาระทกั ษะการดําเนนิ ชีวติ 71 แบบทดสอบเศรษฐกิจพอเพยี ง ทช11001 แบบทดสอบสุขศกึ ษา พลศกึ ษา ทช11002 81 แบบทดสอบศลิ ปศึกษา ทช11003 83 94 สาระความรูพนื้ ฐาน 106 แบบทดสอบภาษาไทย พท11001 118 แบบทดสอบภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน พต11001 แบบทดสอบคณิตศาสตร พค11001 128 แบบทดสอบวิทยาศาสตร พว11001 130 141 สาระการพฒั นาสังคม 152 แบบทดสอบสงั คมศึกษา สค11001 แบบทดสอบศาสนาและหนาท่ีพลเมือง สค11002 162 แบบทดสอบการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม สค11003 163 164 เฉลยแบบทดสอบทักษะการเรียนรู ทร11001 165 เฉลยแบบทดสอบชองทางการเขา สอู าชพี อช11001 เฉลยแบบทดสอบทกั ษะการประกอบอาชีพ อช11002 เฉลยแบบทดสอบพัฒนาอาชีพใหม ีอยมู ีกิน อช11003

เรื่อง หนา เฉลยแบบทดสอบเศรษฐกิจพอเพยี ง ทช11001 166 เฉลยแบบทดสอบสขุ ศึกษา พลศกึ ษา ทช11002 167 เฉลยแบบทดสอบศลิ ปศึกษา ทช11003 168 เฉลยแบบทดสอบภาษาไทย พท11001 169 เฉลยแบบทดสอบภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน พต11001 170 เฉลยแบบทดสอบคณติ ศาสตร พค11001 171 เฉลยแบบทดสอบวิทยาศาสตร พว11001 172 เฉลยแบบทดสอบสงั คมศึกษา สค11001 173 เฉลยแบบทดสอบศาสนาและหนา ท่ีพลเมือง สค11002 174 เฉลยแบบทดสอบการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม สค11003 175

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 1 สาระทกั ษะการเรียนรู ¾ รายวชิ าทกั ษะการเรียนรู ทร11001

2 คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา รายวิชาทักษะการเรยี นรู ทร11001 ขอบขา ยเน้ือหา 1. การเรยี นรูดว ยตนเอง 2. การใชแหลงเรียนรู 3. การจัดการความรู 4. การคดิ เปน 5. การวิจยั อยางงา ย 6. ทักษะการเรยี นรูและศักยภาพหลักของพ้ืนท่ีในการพฒั นาอาชพี สาระสําคัญ รายวิชาทักษะการเรียนรู มีเนื้อหาเก่ียวกับการพัฒนาทักษะการเรียนรูของนักเรียนในดานการเรียนรู ดวยตนเอง การใชแหลงเรยี นรู การจดั การความรู การคิดเปน และการวิจัยอยางงาย โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือให ผูเรยี นสามารถกาํ หนดเปาหมาย วางแผนการเรียนรูดวยตนเอง เขาถึงและเลือกใชแหลงเรียนรู จัดการความรู กระบวนการแกปญหาและตัดสินใจอยางมีเหตุผล ที่จะสามารถใชเปนเครื่องมือช้ีนําตนเองในการเรียนรูได อยางตอเน่ืองตลอดชีวิต ที่จะสามารถใชเปนเครื่องมือชี้นําตนเองในการเรียนรู และการประกอบอาชีพให สอดคลองกับหลักการพื้นฐาน และการพัฒนา 5 ศักยภาพหลักของพื้นที่ ใน 5 กลุมอาชีพใหม คือ กลุมอาชีพ ดา นเกษตรกรรม อตุ สาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสรางสรรค การบรหิ ารจดั การและการบริการ ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั 1. อธิบายความหมายของการเรียนรูดวยตนเอง และวิธีการแสวงหาความรูดวยตนเอง ปฏิบัติตน ตามขนั้ ตอนการแสวงหาความรูดว ยตนเอง เหน็ คุณคา ของกจิ กรรมการแสวงหาความรู 2. ผูเรียนสามารถบอกประเภทคุณลักษณะของแหลงเรียนรูและเลือกใชแหลงเรียนรูไดตามความ เหมาะสม เหน็ คณุ คา แหลง เรียนรูประเภทตา ง ๆ สามารถสงั เกต ทําตาม กฎ กติกา การใชแ หลงเรียนรู 3. อธิบายความหมาย กระบวนการชุมชนปฏิบัติการ กําหนดขอบเขตความรูจากความสามารถหลัก ของชุมชน และวิธีการยกระดับขอบเขตความรูใหสูงขึ้น รวมกันแลกเปล่ียนความรูและสรุปผลการเรียนรู ทีบ่ งช้ีถงึ คณุ คา ของกระบวนการจดั การความรู สามารถสังเกตและทําตามกระบวนการจัดการความรูชมุ ชน 4. อธิบายเรื่องความเชื่อพ้ืนฐานทางการศึกษาผูใหญได บอกความสัมพันธเชื่อมโยงของความเช่ือ พนื้ ฐานทางการศกึ ษาผใู หญ ไปสูกระบวนการ “คดิ เปน” ได 5. อธิบายความหมายและประโยชนของการวิจัยได ระบุข้ันตอนของการทําวิจัยได อธิบายวิธีเขียน รายงานการวจิ ัยงาย ๆ ได 6. รูเขาใจความหมาย ตระหนักเห็นความสําคัญศักยภาพหลักของพื้นที่ อธิบายองคประกอบของ ศกั ยภาพหลกั ของพื้นที่ ยกตวั อยางอาชีพทีส่ อดคลองกับศักยภาพหลกั ของพ้ืนท่ี

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 3 แบบทดสอบทกั ษะการเรยี นรู ทร11001 ระดบั ประถมศึกษา ชดุ ที่ 1 คําสั่ง : จงทําเครอื่ งหมาย ลอมรอบคําตอบทถ่ี ูกตองที่สดุ 1. การเรยี นรูดวยตนเอง คอื ขอใด ก. การเรียนรูท่ผี ูเรียนตองศึกษาเรยี นรูดว ยตนเองตามลําพงั ข. การเรียนรูท่ผี ูเรยี นริเร่มิ ตามท่ีครูหรือบคุ คลอื่นบอกหรือแนะนาํ ค. กระบวนการเรยี นรูทผ่ี ูเรยี นทาํ การศกึ ษาคน ควาดวยตนเองตามลาํ พงั โดยไมพ ึง่ พาครหู รอื ผูสอน ง. กระบวนการเรียนรูที่ผูเรียนริเริม่ การเรยี นรูดว ยตนเอง ตามความสนใจ ความตองการและความถนัด 2. การเรยี นรูดว ยตนเอง มีความสําคัญอยา งไร ก. เปนการเรียนรูท่ีดีทีส่ ดุ ของการเรียนรูทง้ั หมด ข. เปนการเรยี นรูท่ีสามารถตอบสนองความตองการของแตล ะบุคคล สูการเรยี นรูตลอดชีวิต ค. เปนการเรียนรูจาํ เปนตองเกดิ ในสถานศกึ ษาเทานั้น ง. เปนการเรยี นรูท่ที าํ ใหผ ูเรยี นเปนผูที่มคี วามสามารถโดยไมตองพ่ึงพาใคร 3. ขอ ใดกลา วไมถ กู ตองเกี่ยวกับความสําคัญของการเรียนรูดวยตนเอง ก. ทําใหคนมีการพัฒนาดานปญญา ข. ทาํ ใหป ระสบความสาํ เรจ็ ในการปฏบิ ัติงาน ค. ทาํ ใหท ราบวา สังคมคือการแขงขนั ไมจําเปนตองเอ้ือเฟอแบงปน ง. ทําใหค นสามารถดาํ รงชีวิตอยูในสงั คมไดอ ยางมศี ักยภาพ 4. ขอ ใดคือเปา หมายการเรียนรูทางพฤตกิ รรม อารมณและความรสู กึ ก. คุณธรรม ข. การปฏิบัติ ค. การนําไปใช ง. ความจํา ความเขาใจ 5. การแสดงออกคือเปาหมายการเรยี นรทู างดานใด ก. พฤติกรรม อารมณแ ละความรสู ึก ข. ทักษะทางปญ ญา ค. ทกั ษะความสามารถ ง. ทัง้ 3 ดานรวมกนั

4 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 6. การฟง โดยปราศจากความลาํ เอยี งคือการฟงแบบใด ก. มีความพรอมในการฟง ข. ฟงอยางมีจุดหมาย ค. ฟงอยางกระตอื รือรน ง. ฟง อยางไมมีอคติ 7. ขอใดไมใชปจ จัยทเี่ กย่ี วของกับการเรยี นรดู วยตนเอง ก. มีเจตคติทด่ี ีตอ การเรยี นรดู ว ยตนเอง ข. ความพรอมในเรยี นรดู ว ยตนเอง ค. บรรยากาศแวดลอมตัวผูเรยี น ง. ทุกขอมีความเกี่ยวของกนั 8. ขอใดไมใชหลักการในการกําหนดเปาหมายการเรียนรู ก. วดั ผลลพั ธไดอ ยา งชดั เจน ข. ตอ งมีความมงุ มนั่ และลงมอื ปฏบิ ัตจิ ริง ค. ผลประโยชนเปนกรอบกาํ หนดสง่ิ ทตี่ องทําใหส าํ เรจ็ ง. ตองสมเหตุสมผล และเปนส่ิงท่มี ีโอกาสที่จะเปน ไปได 9. แหลงเรียนรูมคี วามสาํ คัญตอผูเรยี นในขอ ใดมากทส่ี ุด ก. การศกึ ษาตามอัธยาศยั ข. ชวยสรางเสริมประสบการณภาคปฏบิ ตั ิ ค. แหลงสรางเสรมิ ความรู ความคิด วทิ ยาการ ง. เปนแหลงปลูกฝงนิสัยรกั การอาน การศึกษาคน ควา แสวงหาความรูดวยตนเอง 10. ขอ ใดใหความหมายของ “แหลงเรียนรู” ไดส มบรู ณท่สี ุด ก. เปนแหลงความรูทางวชิ าการ ข. เปนแหลงสารสนเทศใหความรูอยางกวางขวาง ค. เปนแหลงรวมภูมิปญญาชาวบานใหศึกษาคน ควา ง. เปนแหลงขอ มลู ขา วสารและประสบการณทีส่ งเสริมใหผูเรียนแสวงหาความรูดว ยตนเองตามอธั ยาศัย อยางตอเนื่อง 11. ขอ ใดเปน แหลงเรียนรูกลุมขอมลู ทองถ่นิ ก. สถานประกอบการ ข. ภมู ิปญ ญาชาวบานและปราชญชาวบาน ค. แหลงเรียนรูในโรงเรียนและหอกระจายขาว ง. แหลงเรียนรูในโรงเรยี นและแหลงเรยี นรูในทอ งถน่ิ

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 5 12. ถา จะศึกษาคน ควาเรื่องความเปนมาของประวัตเิ ขาพระวหิ าร ควรจะศกึ ษาจากแหลงใดที่มขี อมลู มากท่สี ดุ ก. อทุ ยานประวัตศิ าสตร ข. พิพิธภัณฑแหงชาติ ค. อินเทอรเน็ต ง. เขาพระวิหาร 13. จรลั ตอ งการปลูกขาวใหไดผ ลดีมากทีส่ ุด จรลั ควรเรยี นรูจากแหลงใดมากท่สี ุด ก. ภูมิปญ ญา ข. หอกระจายขาว ค. สวนสมุนไพร ง. สวนสาธารณะ 14. ขอใดเปนแหลงเรยี นรูกลุมศลิ ปวัฒนธรรม ก. ศาสนสถาน ข. อนสุ าวรีย ค. หอศิลป ง. ถูกทุกขอ 15. ขอใดควรปฏบิ ัติในหองสมดุ ประชาชน ก. ติวเขม เพ่ือเตรยี มตัวสอบ ข. เตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปเอง ค. ตองยืมหนงั สือดวยบัตรสมาชิกของตนเอง ง. ทุกครงั้ ท่ีหยบิ หนังสอื มาอานใหนําไปเกบ็ ทีช่ ้นั หนังสอื ดวย 16. ระเบยี บและมารยาทการใชหองสมุด หมายถึงขอใด ก. ขอ ยกเวนการปฏิบัติของผูใชบรกิ ารหองสมุด ข. กฎระเบยี บทีใ่ หผ ูใชบริการปฏิบตั อิ ยา งเครง ครัด ค. กฎเกณฑท ่ีหองสมุดต้ังไวสําหรับใหผูใชบริการเลอื กปฏิบตั ิ ง. ขอบงั คับหรือขอพึงปฏิบตั ิจากจติ สํานกึ ท่ดี ีในการปฏบิ ตั ติ นของผูใชบริการ 17. ขอ ใดเปนมารยาทและขอปฏิบัตทิ ีพ่ งึ กระทาํ ในการใชหองสมดุ ก. เมอ่ื อา นหนงั สอื เสรจ็ แลววางไวบนโตะ ข. ใชปากกาเนนขอ ความขดี หนังสอื ของหองสมุด ค. อา นหนังสอื ออกเสยี งเพอื่ ใหบรรณารกั ษแ นะนําเมื่ออานผิด ง. เลนเกมในคอมพิวเตอรกบั เพื่อนหลาย ๆ คนอยางสนกุ สนาน เพ่อื เปนการประหยดั

6 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 18. หากผูเรยี นตองการศึกษาคนควาหนงั สอื ในหองสมดุ ประชาชน ควรปฏบิ ตั อิ ยางไร ก. สบื คน จากบตั รสมาชิก ข. สบื คน จากการถามผูใชบริการ ค. สืบคน จากโปรแกรม บริการงานหองสมดุ (PLS) ง. สืบคน จากหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกสหรืออนิ เทอรเน็ต 19. ถาผูเรียนตองการคําแนะนําในการลงทะเบียนเรียนระดับมัธยมศึกษา ควรหาขอมูลจากแหลงเรียนรูใด ดที ี่สดุ ก. หองสมดุ ประชาชน ข. ศูนยก ารเรียนชุมชน ค. ศูนยบ รกิ ารชมุ ชน ง. หอกระจายขา ว 20. ขอ ใดเปน การใชแ หลงเรยี นรโู ดยการเขา ไปหาความรูจากแหลงกําเนิดหรือแหลงตน ตอของความรู ก. การดภู าพยนตร วีดิทศั น ข. การสาํ รวจโบราณสถาน โบราณวตั ถุ ค. การประดษิ ฐคดิ คนสงิ่ ตาง ๆ ขน้ึ มาใหม ง. การตระหนกั และเห็นคณุ คาของแหลง เรียนรู 21. ขอ ใดคือแหลงเรียนรูประเภทธรรมชาติ ก. วนอทุ ยาน ข. พิพธิ ภณั ฑ ค. ทักษะและเจตคติ ง. นวตั กรรมดานตา ง ๆ 22. ขอใดอยูนอกเหนือการใหบ ริการของหองสมดุ ประชาชน ก. บริการยืม-คนื ข. บรกิ ารสบื คน สารสนเทศ ค. บรกิ ารใหข อมูลเกย่ี วกับเอกสารการวิจัย ง. บริการจัดจําหนา ยหนงั สือราคาประหยดั 23. “นายสงกรานตทําความเขาใจหลักการจัดการพ้ืนท่ีเพื่อทําเกษตรผสมผสานแลว จึงวางแผนจัดการพื้นท่ี ของตน” นายสงกรานตอยูใ นกระบวนการใดของการจัดการความรูดว ยตนเอง ก. การพัฒนาความรู ข. การแสวงหาความรู ค. การประยุกตใ ชความรู ง. การแลกเปล่ียนความรู

คูม อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 7 24. ขอ ใดกลา วไมถูกตองเกี่ยวกับหลกั การของการจัดการความรู ก. ใหค นหลากหลายมาทํางานรวมกันอยา งสรางสรรค ข. ทดลองและเรยี นรูเพอื่ ใหไ ดวิธีการทาํ งานแบบใหม ค. ใชเ ฉพาะความรูเ ดิมเปนเกณฑการตดั สินใจ ง. รวมกนั พัฒนาวธิ กี ารทํางานรูปแบบใหม ๆ 25. ขอใดไมใ ชวธิ ีการแกไขปญหาของคนคดิ เปน ก. สาํ รวจปญ หา ข. ลงมือสรา งปญ หา ค. หาสาเหตุของปญหา ง. ตัดสนิ ใจเลือกวิธีแกป ญหา 26. ขอใดไมใ ชวธิ ีการแสดงสมรรถภาพของการเปนคนคิดเปน ก. รจู ักชัง่ น้ําหนัก และตัดสินใจหาทางเลือกในการแกปญหา ข. หาหนทางหลีกเลีย่ งทีจ่ ะเผชญิ กับปญ หาได ค. แกปญหาในชวี ิตประจาํ วนั อยา งเปน ระบบ ง. สามารถแสวงหาและใชข อ มลู หลาย ๆ ดาน 27. ขอใดไมใชเคร่ืองมือท่ีใชในการวิจยั อยา งงา ย ก. แบบประเมนิ ทรพั ยสิน ข. แบบสัมภาษณ ค. แบบสอบถาม ง. แบบสังเกต 28. ขอ ใดกลาวถึงลักษณะการเขียนปฏทิ ินปฏิบัตงิ านวจิ ัยไดอยา งถกู ตอง ก. เปนการเขียนระบุใหทราบลวงหนา วา งานวิจัยน้ีตอ งการศึกษาอะไร กบั ใคร และจะเกิดผลอยางไร ข. เปน การเขยี นใหเ ห็นถึงประเด็นปญหาและนาํ ไปสูว ตั ถุประสงคของการวจิ ัย ค. เปน การเขยี นระบุวา การดาํ เนนิ การวิจัยคร้งั นจ้ี ะใชเวลานานเทา ใด ง. เปนการเขยี นแผนดําเนินการวจิ ยั ทีเ่ ขียนข้นึ กอนการทําวจิ ัยจริง 29. ขอ ใดคอื ศักยภาพของภูมิประเทศและทาํ เลทีต่ ั้งของแตละพื้นท่ี ก. การนําศกั ยภาพของแตล ะบคุ คลในแตล ะพน้ื ท่มี าใชในการปฏิบัติงานใหเกิดประโยชนส ูงสดุ ข. สงิ่ แวดลอมตาง ๆ ท่เี กิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมนษุ ยส ามารถนาํ มาใชป ระโยชนได ค. ลักษณะพืน้ ทแ่ี ละทาํ เลท่ีตั้งในแตล ะจงั หวัด ซ่งึ มลี กั ษณะท่ีแตกตา งกัน ง. ลักษณะลม ฟา อากาศ ทม่ี ีอยปู ระจาํ ทองถิน่ ใดทองถิน่ หน่ึง 30. ขอใดคอื กลุมอาชพี ท่สี อดคลองกับศักยภาพของพ้นื ที่ ก. กลุมแปรรูปผลติ ภณั ฑจ ากยางพารา อาํ เภอแมส าย จังหวัดเชยี งราย ข. กลุมเกษตรกรเพาะเล้ยี งหอยมุก อาํ เภอสคี ้ิว จังหวัดนครราชสีมา ค. กลุมอาชีพเกษตรกรผปู ลูกทเุ รยี น อําเภอฝาง จงั หวดั เชยี งใหม ง. กลมุ แปรรูปปลาสลดิ อาํ เภอบางบอ จังหวดั สมทุ รปราการ

8 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา แบบทดสอบทกั ษะการเรียนรู ทร11001 ระดับประถมศึกษา ชดุ ท่ี 2 คาํ สง่ั : จงทาํ เครอ่ื งหมาย ลอมรอบคําตอบท่ถี ูกตองที่สุด 1. ขอใดไมใชหลักการในการกําหนดเปาหมายการเรยี นรู ก. ตอ งไมร ะบุส่ิงทีเ่ ราตอ งการใหช ัดเจนจนเกนิ ไป ข. ตอ งสมเหตสุ มผลและเปนส่งิ ที่มีโอกาสเปนไปได ค. ตอ งสามารถระบุผลลพั ธไ ดอ ยางชดั เจน ง. มรี ะยะเวลาเปนกรอบกาํ หนดสง่ิ ทตี่ องทําใหสาํ เรจ็ 2. ขอใดคือเปา หมายการเรียนรูด านทักษะทางปญญา ก. การแสดงออก ข. ความไมรู ค. จริยธรรม ง. ความเขาใจ 3. “การกําหนดแนวทางการเรยี นรูด วยตนเองข้นึ มา เพื่อใหบรรลุจดุ มุง หมายที่กําหนดไว” ตรงกับ ความหมายในขอ ใด ก. ทกั ษะทางปญญา ข. การวางแผนการเรียนรู ค. การกําหนดเปาหมายการเรียนรู ง. ทกั ษะทางพฤตกิ รรม อารมณ และความรูสกึ 4. ขอ ใดไมเก่ียวของกบั แหลง เรยี นรู ก. แหลง ขา วสารขอ มลู ข. ภูมปิ ญ ญาชาวบาน ค. ขอมูลสารสนเทศ ง. ไมม ีขอ ใดถูกตอ ง 5. ขอ ใดคอื ปจ จัยภายในตวั ผเู รียน ก. ความหลากหลายของแหลงเรียนรูในชมุ ชน ข. การมเี พ่ือนรว มเรียน หรอื คหู เู รยี นรู ค. แรงจงู ใจในตัวครูผูส อน ง. แรงจงู ใจในตัวผเู รียน

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 9 6. บคุ คลใดสามารถใชทักษะในการแกปญหาไดดีทีส่ ดุ ก. อรอนงคค ดิ วา ส่ิงท่ีตนเองทําเปนเรื่องดี เปน ส่ิงท่ีมปี ระโยชนต อตนเอง ข. อารยาไมทอใจเม่ือเจอกบั ปญ หาและพยายามหาสาเหตุของปญ หา ค. องิ อรใหความสําคัญกบั เร่ืองใหม ๆ ท่ไี มเ คยรู ง. อญั ชนั มีความรบั ผิดชอบตอตนเอง 7. หอ งสมุดเปนแหลงเรียนรูที่ถูกจดั อยูในกลุมใด ก. กลุมงานศิลปะ ข. กลมุ บรกิ ารขอมลู ค. กลุมสันทนาการ ง. กลุมสอื่ 8. “การอานทําความเขาใจสาระสําคัญ โดยตองสังเกตคําหรือประโยคสําคัญและยอสรุปบันทึกประโยค สาํ คัญไว” ขอความนต้ี รงกับความหมายในขอใด ก. การอานจบั ประเดน็ ข. การอานสํารวจ ค. การอานผาน ๆ ง. การอานวิเคราะหความหมายของขอความ 9. ขอใดคอื การแสวงหาความรูดวยตนเองจากแหลงเรียนรูในทอ งถ่ิน ก. เรียนทาํ อาหารไทยจากโรงเรียนสอนทาํ อาหารไทย ข. ไปท่หี องคอมพิวเตอรเพอ่ื สบื คน ขอ มลู มาทํารายงาน ค. อานหนังสือคูมือฟสิกสทศ่ี นู ยวิทยาศาสตร ทอ งฟา จาํ ลอง ง. ไปศกึ ษาคน ควาเร่ืองประโยชนของพชื สมนุ ไพรท่ีสวนสมนุ ไพร 10. ขอ ใดคอื แหลงเรียนรูในชุมชนที่มที รัพยากรสารสนเทศหลากหลายมากทีส่ ุด ก. หอ งสมุดประชาชน ข. ศนู ยน นั ทนาการ ค. สวนพฤกษศาสตร ง. อทุ ยานวิทยาศาสตร 11. วัตถปุ ระสงคของการจัดแหลงเรียนรูในทอ งถิ่น คือขอใด ก. เปนขอ มลู เพ่ือการพฒั นาประเทศชาติ ข. เปนแหลงคน ควาสนบั สนนุ การเรียนการสอน ค. เพอ่ื เปนการพัฒนาชุมชนใหเจรญิ กา วหนาทนั เทคโนโลยี ง. เปนแหลงการศึกษาตลอดชวี ติ ทีป่ ระชาชนสามารถหาความรูตาง ๆ ไดด ว ยตนเอง

10 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 12. สวุ นันท ตองการสบื คนขอมูลเพื่อมาทาํ รายงานเรอื่ ง วีรสตรีไทย ควรปฏิบัติอยางไร ก. ไปหองสมุดสืบคนดวยโปรแกรม PLS พิมพคาํ วา วีรสตรีไทย ข. ไปหองสมุดสบื คนหนงั สอื ดวยบตั รชอ่ื เรอื่ ง ทาวสรุ นารี ค. สืบคน ทางอนิ เทอรเนต็ ง. ถกู ทุกขอ 13. ขอ ใดไมใชทักษะพน้ื ฐานท่สี าํ คญั และจําเปนตอการเรียนรู ก. ทกั ษะการอาน ข. ทกั ษะการฟง ค. ทักษะการขาย ง. ทักษะการสังเกต 14. ขอใดคือแหลง เรยี นรปู ระเภทกิจกรรม ก. เทคโนโลยีและนวตั กรรมดานการเกษตร ข. สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกสทีม่ ีทั้งภาพและเสียง ค. การรณรงคป องกันยาเสพตดิ ง. สถานที่ทางประวตั ิศาสตร 15. ขอ ใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการเลือกใชแ หลงเรียนรู ก. การใชแ หลง เรยี นรูประเภทบุคคล มกั จะไดขอมลู นอยกวา ประเภทอื่น ๆ ข. พฒั นาการใชสื่อการเรยี นรูประเภทตาง ๆ ค. ศกึ ษาการดําเนินงานของแหลงเรยี นรูน ั้น ๆ ง. เลือกใชแ หลง เรียนรูที่อยูใกลบา น 16. ขอ ใดคือภูมปิ ญญาชาวบา นหรือภูมิปญ ญาทองถิ่น ก. การผลติ สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส ข. การจบั สัตวนาํ้ ค. การทอผา ง. ถกู ทง้ั ข และ ค 17. การสง เสรมิ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธปิ ไตย ถือเปน แหลง เรียนรูประเภทใด ก. แหลงเรียนรปู ระเภทเทคนคิ สิ่งประดษิ ฐคิดคน ข. แหลงเรียนรปู ระเภทวตั ถุและสถานท่ี ค. แหลงเรยี นรูป ระเภทกจิ กรรม ง. แหลง เรียนรปู ระเภทบคุ คล 18. หองสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จดั อยใู นหองสมุดประเภทใด ก. หอ งสมุดประชาชนระดับชาติ ข. หองสมดุ ประชาชนขนาดกลาง ค. หอ งสมดุ ประชาชนขนาดเล็ก ง. หองสมุดประชาชนขนาดใหญ

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 11 19. ขอใดกลา วถึงการจัดการความรูรูปแบบปลาทู (โมเดลปลาท)ู ไดอยา งถูกตอง ก. สว นหางเปนความรทู ่ไี ดจ ากการแลกเปลีย่ นเรยี นรู ข. สว นครีบเปน เปา หมายสาํ คญั ของการจดั การความรู ค. สว นตวั เปนการกําหนดเปาหมายท่ชี ัดเจน ง. สว นหัวเปน วิธกี ารแลกเปลีย่ นเรียนรู 20. ขอ ใดคือตวั ยอของการจัดการความรู ก. MK ข. KM ค. LO ง. QA 21. เปา หมายของการจัดการความรูคือขอ ใด ก. พฒั นาองคก ร ข. พฒั นางาน ค. พัฒนาคน ง. ถูกทกุ ขอ 22. ขอ ใดกลาวถกู ตองมากที่สดุ ก. การจัดการความรนู ้นั จะตอ งใหค นท่มี พี น้ื ฐานคลาย ๆ กัน มารวมกนั คิดเปน กลมุ ข. การจดั การความรูเ ปน เปาหมายของการทาํ งาน ค. การจดั การความรไู มม ีการลองผดิ ลองถกู ง. การจัดการความรู “ไมทํา = ไมร ”ู 23. ชมุ ชนนกั ปฏบิ ัติ (COP) คอื อะไร ก. เปา หมายของการจดั การความรู ข. วิธหี น่งึ ของการจดั การความรู ค. แนวปฏบิ ัติของการจัดการ ง. การจดั การความรู 24. หัวใจของการจดั การความรคู ืออะไร ก. การประดิษฐค ดิ คนนวตั กรรมใหม ๆ อยเู สมอ ข. การพฒั นาความรูความสามารถใหค รบทุกดา น ค. การสง เสรมิ ใหมีการแลกเปลยี่ นความรู ง. การเปลีย่ นแปลงตนเองไดตามยุคสมัย 25. ขอ ใดเปน การแสดงสมรรถภาพของการเปน คนคดิ เปน ก. มีความชํานาญในการหาหนทางหลกี หนีการแกปญ หา ข. มีความถนัดที่จะแสวงหาและใชข อมลู เดมิ ๆ ทค่ี ุน เคย ค. แกปญหาในชวี ิตประจําวนั ไดอยางมีระบบ ง. ลงั เลทจ่ี ะตดั สินใจเลือกทางออกของปญหา

12 คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 26. การวจิ ัยอยา งงายมปี ระโยชนตอ ตวั ผวู จิ ัยอยา งไร ก. สถาบนั การศกึ ษาและชุมชนสามารถแกปญหารวมกนั ได ข. สมาชกิ ในชุมชนมคี วามรรู ว มกันและเขาใจสภาพปญ หา ค. ครผู ูส อนและผูเรยี นเขา ใจในสภาพปญหาเดียวกนั ง. ชว ยใหผ วู จิ ยั มกี ารพัฒนาความคิดอยางเปน ระบบ 27. ขอใดเรียงลาํ ดบั ขนั้ ตอนการทํางานวจิ ยั ไดอ ยา งถูกตอง 1. วธิ กี ารหาคําตอบท่ีตอ งการรู ทําอยางไร 2. รายงานผลการหาคาํ ตอบ 3. คาํ ถามท่ตี อ งการรูมีกี่คําตอบคืออะไร ก. 3 1 2 ข. 2 3 1 ค. 1 2 3 ง. 3 2 1 28. ขอ ใดคอื ความสาํ คัญของการวิจัยอยางงาย ก. การวจิ ยั ชวยใหผูวิจยั ไดแ นวทางการพัฒนาการทาํ งาน ข. การวิจยั ชว ยใหผ วู ิจยั ทํางานอยางมรี ะบบ ค. ทําใหผูวิจยั ไดรับความรูใหม ๆ ง. ถกู ทุกขอ 29. ขอใดคือประโยชนข องการวิจัยสําหรับหนวยงาน องคก ร ก. นําความรใู หมไปใชพ ัฒนางานดานตา ง ๆ ข. ทําใหเ กดิ ความสนใจ กระตอื รอื รน ค. ฝก เปนคนชางคดิ ชา งสังเกต ง. ฝก การเปนคนมีเหตุผล 30. ขอ ใดคือลักษณะของการเขยี นความเปน มาและความสําคัญของการวจิ ัย ก. เปนการเขียนแผนดาํ เนนิ การวิจัยท่เี ขียนขึน้ กอนการทําวจิ ยั จรงิ ข. เปน การเขียนระบวุ าการดําเนนิ การวจิ ัยคร้ังนี้จะใชเวลานานเทาใด ค. เปนการเขยี นใหเหน็ ถงึ ประเดน็ ปญหาและนําไปสูวัตถุประสงคของการวจิ ยั ง. เปน การเขียนระบใุ หท ราบวางานวิจัยนีต้ อ งการศกึ ษาอะไร กับใคร และจะเกดิ ผลอยา งไร

คมู อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 13 สาระการประกอบอาชีพ ¾ รายวชิ าชองทางการเขา สูอาชีพ อช11001 ¾ รายวิชาทกั ษะการประกอบอาชพี อช11002 ¾ รายวิชาพัฒนาอาชีพใหม ีอยมู ีกิน อช11003

14 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา รายวิชาชอ งทางการเขาสอู าชีพ อช11001 ขอบขา ยเนอ้ื หา 1. การงานอาชพี 2. ชองทางการเขาสูอาชพี 3. การตัดสินใจเขาสูอาชีพ 4. ความพรอมในการเขา สูอาชีพ สาระสาํ คัญ การมีอาชีพเปนความภูมิใจของคนทุกคน ซ่ึงเราสามารถเลือกประกอบอาชีพใหเหมาะสมกับความถนัด ความชอบของตน และตรงกับความตองการของตลาด นอกจากน้ีควรเปนอาชีพท่ีตองไมมีผลกระทบใด ๆ ตอสิ่งแวดลอ ม ดังน้ันการจะตัดสินใจเลือกอาชีพใดอาชีพหนึ่งจะตองศึกษา วิเคราะหขอมูลอาชีพอยางถองแท เพ่ือท่จี ะตัดสินใจเลอื กอาชีพใหมีความเสีย่ งนอยท่สี ุด ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั 1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายการงานอาชีพใน ชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา เพือ่ การเขาสูอ าชีพได 2. อธบิ ายเหตปุ จจยั ความจําเปน ในการตดั สินใจเลอื กอาชพี ทเี่ หมาะสมกับศกั ยภาพของตนได 3. ยอมรบั และเห็นคณุ คา ในอาชีพท่ีตดั สินใจเลือก 4. ปฏิบัติการวเิ คราะหต ัดสนิ ใจเลอื กอาชีพได

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 15 แบบทดสอบชอ งทางการเขาสูอ าชีพ อช11001 ระดับประถมศึกษา ชดุ ท่ี 1 คาํ สง่ั : จงทาํ เคร่อื งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบทถี่ ูกตองท่ีสุด 1. อาชพี หมายถึงขอใด ก. การประกอบอาชีพท่มี กี ารแลกเปล่ยี นระหวางสินคา กับเงนิ ข. การประกอบอาชพี ทีม่ ีรายไดตอบแทนโดยใชแ รงงาน ค. การประกอบอาชีพท่เี ราทาํ แลวเกดิ ผลกาํ ไรมีรายได ง. การประกอบอาชพี ทเ่ี ราทาํ เปนประจําทุกวัน 2. อาชีพดงั้ เดิมที่คนไทยดําเนินชีวติ ตง้ั แตอดีตจนถึงปจ จุบนั คือขอ ใด ก. คา ขาย ข. เลี้ยงสัตว ค. เกษตรกรรม ง. อตุ สาหกรรม 3. คนไทยภาคใดทสี่ วนใหญนยิ มเดินทางไปประกอบอาชีพขายแรงงานนอกทองถ่นิ ก. ภาคใต ข. ภาคกลาง ค. ภาคตะวนั ออก ง. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื 4. ลกั ษณะอาชีพในสังคมชนบทไทยมีลกั ษณะเปนอยางไร ก. ไดร ับอิทธพิ ลมาจากสังคมเมือง ข. ประกอบอาชีพอยางเดยี วกันท้ังหมด ค. เรียบงาย อาศัยทรพั ยากรธรรมชาตริ อบตัว ง. มอี าชีพและรายไดเปนสําคัญ ทุกส่ิงทุกอยา งหามาดว ยเงิน 5. ในทวีปยโุ รปควรปลกู พืชชนิดใดจึงจะเหมาะสม ก. ออย กลวย ข. กาแฟ โกโก ค. ขา วโพด ขา วฟา ง ง. ขาวสาลี ขาวโอต 6. การปฏิบัตเิ พื่อใหเ กิดนิสัยทีด่ ีในการทํางานชาง ขอ ใดมคี วามสําคัญมากที่สดุ ก. รูจ กั รักษาความสะอาด ข. รจู กั ระมัดระวังเคร่ืองแตงกาย ค. มีวนิ ัยในการปฏิบตั งิ านทุกข้นั ตอน ง. ประหยดั คาใชจายในการจัดซ้ือหาอุปกรณ

16 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 7. นภาเล้ียงปลาดกุ เพราะคนมีความตอ งการมากเปนการสรา งอาชพี ตามขอใด ก. ทรัพยากรทอ งถิ่น ข. ชอ งวา งระหวางอาชีพ ค. ความตอ งการของการตลาด ง. ผลกําไรของการประกอบอาชีพ 8. ขอ ใดตอ ไปน้ีคือองคประกอบสําคญั ในการจดั การการผลติ ก. การทําบัญชี การหาสถานที่ การควบคุมการผลิต ข. การวางแผน การจัดหาสถานที่ การควบคุมการผลิต ค. การวางแผน การทาํ บญั ชี การควบคมุ การผลติ ง. การทําบญั ชี การจดั หาสถานท่ี การวางแผน 9. อาชพี พอ คาคนกลางเปน อาชพี ท่ีเกิดจากขอใด ก. ตามบรรพบรุ ุษ ข. ชอ งวางระหวางอาชพี ค. ความตองการของตลาด ง. ผลของการประกอบอาชพี 10. ขอ ใดกลา วถกู ตองในการจัดการอาชีพในชมุ ชน ก. ใชเทคโนโลยจี ากตางประเทศ ข. ใชวัสดุนาํ เขา จากประเทศเพ่ือนบาน ค. จัดการอยางไรก็ไดต ามใจผูป ระกอบการ ง. เลือกอาชีพที่ใชท รพั ยากรท่มี ีอยใู นชมุ ชน 11. ปญหาขอใดไมสามารถควบคุมไดในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก. ตลาด ข. ภยั ธรรมชาติ ค. รปู แบบการผลิต ง. การใชเ ทคโนโลยี 12. ขอ ใดไมเปนสง่ิ สําคัญในการทําธรุ กิจ ก. การพึงพอใจของลกู คา ข. การตอบรับของตลาด ค. การใชเ งินลงทุนสูงสุด ง. การมีเทคโนโลยี 13. อาชีพบริการใดที่มสี ว นในการพฒั นาประเทศไดมากทีส่ ุด ก. การเมือง ข. เศรษฐกจิ ค. การทอ งเท่ยี ว ง. การตา งประเทศ

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 17 14. สุชาดาเปนพนักงานบริษัทแหงหนึ่งเปนคนขยันตรงตอเวลา รูจักหนาท่ีของตนเอง พฤติกรรมของสุชาดา ตรงกบั ขอ ใด ก. มีคุณธรรม ข. มจี ริยธรรม ค. มคี วามซอ่ื สตั ย ง. มคี วามรบั ผิดชอบ 15. นายเสรีภาพมีอาชีพขายสงมังคุดตามส่ังในการบรรจุมังคุดเสียลงไปดวย ทานคิดวานายเสรีภาพ ทําถูกหรือไม เพราะเหตใุ ด ก. ถูกตอง เพราะลูกคาไมเหน็ ข. ถกู ตอง เพราะจะไดข ายไดจํานวนมากขน้ึ ค. ไมถกู ตอ ง เพราะจะทําใหม ังคดุ ผลอ่นื เสียหายเพม่ิ ขนึ้ ง. ไมถ ูกตอง เพราะเปนการกระทาํ ทไี่ มซ ื่อสตั ย 16. ปยุ ชวี ภาพ หมายถงึ ขอใด ก. ปยุ ทีไ่ ดจากสารเคมี ข. ปยุ อนนิ ทรียท ี่ใหธาตอุ าหารพืช ค. ปุย ท่ไี ดจากซากพืชซากสัตว ง. ปยุ ทป่ี ระกอบดว ยจุลนิ ทรียท ่ียังมชี วี ิตอยู 17. ขอใดเปนการนําเทคโนโลยีมาใชโ ดยมผี ลกระทบตอสิง่ แวดลอมนอยท่ีสดุ ก. เขียว ใชร ถไถนาแบบเดินตาม ข. ดํา ฉีดยาฆา แมลงในสวนผลไม ค. แดง ใชเ คร่อื งจักรในการผลิตรถยนต ง. ขาว ใชเ คร่อื งซักผาโดยปลอยนํา้ ท้งิ ลงในคลอง 18. กลุมอาชีพใดท่ีตองคํานึงถึงทรัพยากรธรรมชาติควบคูกับลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิประเทศ และทรพั ยากรมนุษยมากท่ีสดุ ก. เกษตรกรรม ข. อุตสาหกรรม ค. พาณชิ ยกรรม ง. ศลิ ปกรรม 19. การรจู ักชองทางในการประกอบอาชีพมคี วามสาํ คัญอยางไร ก. ทําใหรูจักวธิ ีบริการลกู คา ข. ทาํ ใหป ระกอบอาชีพทไี่ ดผ ลกําไร ค. ทาํ ใหร แู หลงทรัพยากรทีม่ ีอยใู นชมุ ชน ง. ทําใหส ามารถเลอื กอาชพี ท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง

18 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 20. ขอ ใดเปน วิธีการทด่ี ที ่สี ุดในการหาขอ มลู ทางการตลาด ก. การวจิ ัยตลาด ข. การแนะนาํ สนิ คา ค. การทดลองขายสนิ คา ง. การประเมินจากขอ มลู เดิม 21. ขอ ใดไมใ ชความจําเปนในการประกอบอาชีพท่ีถูกตอง ก. เพ่ือใหค รอบครัวมีหนา มตี าในสงั คม ข. เพ่ือใหครอบครัวมคี วามเปนอยูท่ดี ขี ึ้น ค. เพ่อื ใหม รี ายไดมาใชในการดําเนนิ ชวี ติ ง. เพ่อื ทําใหชุมชนเขม แข็งและมีความเจริญรงุ เรอื ง 22. ขอใดคอื แรงงานทใี่ ชใ นการผลิตสนิ คา ก. คน สตั ว ข. อปุ กรณ สัตว ค. คน เคร่อื งจักร ง. เครอ่ื งจักร อปุ กรณ 23. ขอ ใดคือแผนการใชเงนิ ทนุ ทมี่ ีประสิทธภิ าพ ก. ตนทนุ ตาํ่ รายไดสงู ข. ตนทนุ สงู รายไดต ่าํ ค. รายไดส งู ตน ทนุ ตาํ่ ง. รายไดต ่าํ ตน ทุนต่ํา 24. ขอใดจดั เปนตน ทุนผันแปรที่ไมเ ปน เงนิ สด ก. คาเชานา ข. คา นา้ํ มนั ค. คาแรงในครัวเรอื น ง. คาแรงซอมเคร่ืองจักร 25. เหตใุ ดจงึ ตองมกี ารจดั ลาํ ดับอาชพี ก. เพ่ือชว ยในการเรยี นรเู ก่ยี วกบั อาชีพ ข. เพอ่ื ชว ยแกปญหาในการประกอบอาชพี ค. เพอ่ื ชวยในการสง เสริมการประกอบอาชีพ ง. เพ่ือชว ยในการตดั สนิ ใจเลือกประกอบอาชีพ 26. ขอ ใดไมใชแนวทางการตดั สินใจประกอบอาชีพจากการพจิ ารณาดานสังคม และสิง่ แวดลอ ม ก. มีทุนหรอื ไม ข. มตี ลาดรองรับหรือไม ค. มที รัพยากรเพียงพอหรอื ไม ง. อาชพี นนั้ มีคนทํามากหรือไม

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 19 27. ตามแนวคดิ ปรัชญา “คิดเปน ” เช่ือวา มนุษยตองการสง่ิ ใดมากท่สี ดุ ก. ความรัก ข. ความสุข ค. ความชอบ ง. ความกาวหนา 28. ในการตดั สินเลอื กอาชีพ ตอ งใชข อมูลใดในการประกอบการตดั สินใจ ก. ตนเอง สังคม ชุมชน ข. ตนเอง วชิ าการ สงั คม ค. ตนเอง ชุมชน ครอบครวั ง. ตนเอง วิชาการ ชุมชน 29. นกั ศึกษาสามารถนาํ ปรชั ญา “คิดเปน” ไปปรบั ใชใ นการประกอบอาชีพอยางไร ก. แกปญหาชีวิตประจําวนั ไดอ ยางเปนระบบ ข. พัฒนาตนเองอยา งสม่ําเสมอ ค. รูจักรับผดิ ชอบและพฒั นาอาชีพ ง. มคี วามมนั่ คงในการประกอบอาชพี 30. ในการแกไขปญ หาขน้ั ตอนแรกนกั ศึกษาตองทําอยางไร ก. หาสาเหตุของปญหา ข. ปฏบิ ตั ิการแกปญหา ค. ตัดสนิ ใจแกป ญ หา ง. สาํ รวจปญ หา

20 คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา แบบทดสอบชองทางการเขา สอู าชีพ อช11001 ระดับประถมศกึ ษา ชุดที่ 2 คาํ สง่ั : จงทาํ เครื่องหมาย ลอมรอบคาํ ตอบท่ถี กู ตองท่ีสดุ 1. ขอใดคอื ความสาํ คญั ของการประกอบอาชพี ก. ใชเ วลาวา งใหเปน ประโยชน ข. มีงานทําท่ีเหมาะสมกบั ฐานะ ค. มีรายไดใ ชจ า ยในชวี ิตประจําวัน ง. สรางความนา เชือ่ ถือจากคนในสังคม 2. ผาและเครื่องแตง กาย อาหารและโภชนาการ เปนงานประเภทใด ก. งานบาน ข. งานเกษตร ค. งานธรุ กิจ ง. งานประดิษฐ 3. ขอใดเปนประโยชนข องการประกอบอาชพี เกษตรแบบผสมผสาน ก. ลดตนทุนการผลติ ข. ลดการใชแ รงงาน ค. ลดเทคนิคการผลิต ง. ลดความเสย่ี งจากการระบาดของศัตรูพืช 4. ขอใดคือธรุ กิจดานอตุ สาหกรรม ก. การผลติ เครอ่ื งใชไฟฟา ข. การจดั การทอ งเท่ยี วไทย ค. การนวดแผนไทย ง. การรับสรางบาน 5. นพนภาจะยอ มผา ใหเ ปน สเี หลอื ง โดยใชสธี รรมชาติ ตองใชส ง่ิ ใด ก. ขมน้ิ ข. มะไฟ ค. ใบหกู วาง ง. เปลอื กมงั คดุ 6. กลุ สตรีมีความสามารถดา นภาษาควรตดั สนิ ใจเลอื กประกอบอาชพี ใด จงึ จะเหมาะสมทสี่ ดุ ก. ธรุ กจิ สปา ข. ไกดน ําเท่ยี ว ค. ผูจัดการโรงแรม ง. พนกั งานตอนรับ

คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 21 7. พ้ืนทรี่ าบลมุ ควรปลกู พืชชนดิ ใด ก. ขาว ข. ขาวโพด ค. มันสําปะหลงั ง. สับปะรดและออย 8. การประกอบอาชพี เกษตรธรรมชาติ ควรคํานึงถึงเรอ่ื งใดมากท่ีสุด ก. การตลาด ข. สภาพแวดลอม ค. การใชเทคโนโลยี ง. ความม่นั คง ยง่ั ยนื ของอาชพี 9. การผลติ สินคา ทด่ี ี ควรคาํ นึงถึงสง่ิ ใดเปนสําคญั ก. ความคดิ ริเรม่ิ สรา งสรรค ข. ใชง านสะดวก ค. ซือ่ สัตยตอ ผูบริโภค ง. ลดเวลาในการผลิต 10. สิง่ ใดเกย่ี วขอ งกบั ปจจยั การผลิตมากทสี่ ุด ก. ความถนดั ความสามารถ ข. สิง่ แวดลอ ม บุคคลใกลต วั ค. ความชอบ ความจรงิ ใจ ง. เงนิ ทุน ท่ดี ิน แรงงาน 11. กระบวนการจัดการ การตลาด ผผู ลิต ตอ งศกึ ษาขอ มลู ใดเปน อันดบั แรก ก. ราคา ข. คณุ ภาพ ค. ความสะดวกในการซื้อ ง. ความตองการของผูบ รโิ ภค 12. ขอใดไมใ ชประโยชนข องการทาํ บัญชี ก. เปน ขอมลู ในการพัฒนาธุรกิจขน้ั ตอ ไป ข. ทาํ ใหเจาของธุรกจิ ทราบผลกาํ ไร-ขาดทนุ ค. เปนขอมูลในการแขงขันกับคูแขงในตลาด ง. ทําใหทราบราคาตนทนุ และราคาขายผลผลติ 13. ผปู ระกอบธรุ กจิ ควรมคี ุณธรรมในขอ ใดมากท่ีสุด ก. ความมนี า้ํ ใจ ข. ความซอื่ สัตย ค. ความรับผดิ ชอบ ง. ความมรี ะเบยี บ

22 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 14. ผูประกอบอาชพี ชางไฟฟา ควรนําคณุ ธรรมขอ ใดมาใชในการทาํ งานมากท่สี ดุ ก. ขยัน ข. อดทน ค. รอบคอบ ง. ประหยดั 15. ขอใดเปนการอนรุ กั ษพ ลังงานและสงิ่ แวดลอมไมถ ูกตอง ก. แดง เลอื กซื้อตเู ย็นประหยดั ไฟ ข. ขาว ซ้ือกระทะไฟฟามาทําอาหาร ค. ดาํ ปดฝาถังขยะทุกคร้ังทท่ี ้ิงขยะ ง. เขยี ว นาํ น้าํ ทซี่ กั ผาคร้ังสดุ ทา ยไปรดตน ไม 16. เราสามารถอนรุ กั ษพ ลงั งานสิง่ แวดลอ มในการทํางานอาชีพไดอยางไร ก. ใชถงุ พลาสตกิ ท่คี งทนถาวร ข. ใชก ระดาษทิชชแู ทนผาลดการใชน ํา้ ค. เผาทาํ ลายขยะเพ่ือลดการเกดิ โรค ง. ไมป ลอ ยนาํ้ เนาเสียลงในคลอง แมนา้ํ 17. ขอ ใดเปนการเลือกประกอบอาชีพไดเหมาะสมท่สี ดุ ก. ลลนาจบแพทยประกอบอาชพี คา ขาย ข. อารจี บวศิ วะประกอบอาชพี เลขานุการ ค. นงผณีจบพาณิชยการประกอบอาชีพคา ขาย ง. อาํ พลจบชา งไฟฟา ประกอบอาชีพเกษตรกร 18. ถานกั ศึกษาจบการศึกษาสาขาการเงนิ และบัญชี ควรทํางานสถานท่ีใดเหมาะสมที่สดุ ก. คลนิ กิ ข. ธนาคาร ค. โรงพยาบาล ง. สถานตี ํารวจ 19. ขอใดไมใชปจ จยั ในการผลติ ก. เงนิ ทนุ ข. แรงงาน ค. วตั ถุดิบ ง. โรงงาน 20. ภาคใตฝ งอันดามัน เหมาะแกการประกอบอาชพี อะไร ก. รานขายของเกา ข. รายขายของเลน ค. รา นขายของทร่ี ะลกึ ง. รานขายอุปกรณเ กษตร

คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 23 21. สมปองเปด รานขายเคร่ืองเขียนใกลก บั โรงเรยี น สมปองคาํ นึงถงึ ส่ิงใดในการประกอบอาชพี ก. เงินทุน ข. แหลงผลติ ค. ตลาดเปาหมาย ง. มาตรฐานสนิ คา 22. การเลอื กอาชพี ทมี่ ีความเปนไปไดใ นชมุ ชน ไมจําเปนตอ งคาํ นงึ ถึงขอใด ก. ขอบขา ยของงานอาชพี ข. ความรูเก่ียวกบั งานอาชพี นั้น ค. อาย/ุ ประสบการณการทาํ งาน ง. ความเขาใจตนเองและมคี วามถนดั ในอาชีพ 23. การต้ังโรงงานอุตสาหกรรมในชุมชนเกิดผลเสียอยางไร ก. ทําลายระบบนิเวศ ข. รายไดใ นชมุ ชนลดลง ค. มีผูคนอาศยั เพิ่มมากข้ึน ง. ทาํ ใหเ กดิ อาชีพหลากหลาย 24. เหตใุ ดในเขตเอเชียตะวันตกเฉยี งใต นิยมเล้ยี งสัตวเปนอาชพี ก. เพราะพื้นทม่ี ฝี นตกตลอดป ข. เพราะพื้นท่ไี มกวา งดูแลไดท ั่วถงึ ค. เพราะพนื้ ทีม่ แี หลง อาหารทส่ี มบูรณ ง. เพราะพื้นทเ่ี ปน ทงุ หญา กง่ึ ทะเลทราย 25. วรนุชมีที่วางเปลาอยูใจกลางเมือง ผูคนสวนใหญนิยมบริโภคอาหารนอกบาน วรนุชควรเลือกประกอบ ธุรกจิ ใด ก. รา นอาหาร ข. รา นของฝาก ค. รานสะดวกซอ้ื ง. รานจาํ หนา ยเครือ่ งดม่ื 26. อาชีพใดเหมาะสมท่จี ะนําไปประกอบอาชพี เม่ือเขาสู AEC ก. ครู ข. ตาํ รวจ ค. คาขาย ง. บรกิ าร/ทอ งเทย่ี ว 27. ขอใดไมใ ชขอมลู ในการตัดสินใจเลอื กอาชีพทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง ก. ขอมลู สาธารณะสุข ข. ขอ มลู วิชาการ ค. ขอมลู สงั คม ง. ขอมูลตนเอง

24 คูมือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 28. พัชราภา ชอบคิดและทําอาหารสูตรใหม ๆ ใหผูคนรอบขางรับประทานเสมอ พัชราภาควรเลือกประกอบ อาชพี อะไร ก. นักวจิ ยั ข. แมครวั ค. แมบ า น ง. นักเขยี น 29. ถานักศึกษาสามารถสรา งเครอ่ื งทุนแรงในการทาํ งาน แสดงวา เปน ผอู ยใู นกลมุ อาชีพใด ก. เกษตรกรรม ข. พาณิชยกรรม ค. อตุ สาหกรรม ง. ความคิดสรางสรรค 30. การประกอบอาชีพกบั ศกั ยภาพดานตาง ๆ ขอ ใดไมส มั พันธกัน ก. ภรู ิ ชาวจังหวดั ชลบรุ ปี ระกอบอาชพี ธรุ กิจโรงแรม ข. ณเดช ชาวจังหวดั ขอนแกน ประกอบอาชพี ทาํ เจยี ระไนพลอย ค. มาลา ชาวจงั หวัดสุโขทยั ประกอบอาชพี ขายของที่ระลึก ง. ปาราวี ชาวจงั หวัดประจวบคีรขี ันธป ระกอบอาชพี ทําไรสบั ปะรด

คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 25 รายวชิ าทกั ษะการประกอบอาชีพ อช11002 ขอบขายเน้ือหา 1. ทักษะในการเขาสูอาชพี 2. การทาํ แผนธรุ กจิ เพ่ือการเขาสอู าชีพ 3. การจัดการการผลติ หรือการบรกิ าร 4. การจดั การการตลาด 5. การขบั เคล่ือนสรางธรุ กิจเพื่อเขาสอู าชีพ 6. โครงการเขา สูอาชพี สาระสาํ คัญ ทักษะการประกอบอาชีพ ชวยใหผูประกอบการสามารถดําเนินการในอาชีพท่ีตนเลือกใหบรรลุเปาหมาย ซึ่งการจัดการประกอบอาชีพจะประสบความสําเร็จได จะตองมีความรูความเขาใจในเร่ืองทักษะในการเขาสูอาชีพ การทําแผนธุรกิจเพื่อการเขาสูอาชีพ การจัดการการผลิตหรือการบริการ การจัดการการตลาด การขับเคล่ือน สรางธรุ กจิ เพือ่ เขาสอู าชพี ตลอดจนการจัดทาํ แผน และโครงการเขา สูอาชีพทีเ่ หมาะสมถกู ตอง ผลการเรียนรูท ่คี าดหวงั 1. อธิบายทักษะที่เก่ียวกับกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใชนวัตกรรมเทคโนโลยี ในอาชีพ ท่ีตัดสินใจเลอื กได 2. ยอมรบั และเหน็ คณุ คาในการฝก ทักษะการเขาสอู าชีพ 3. ปฏบิ ตั ิการวิเคราะหท ักษะในอาชีพท่ตี ัดสนิ ใจเลอื ก 4. อธิบายความหมาย ความสําคญั ของการจดั การอาชีพได 5. ดาํ เนินการจัดทําแผนธุรกิจดานการจดั การการผลิตหรือการบริการ และดานการจัดการการตลาด และการขับเคลื่อนธุรกิจ ตามแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได 6. ยอมรบั และเห็นคณุ คา ในการจดั การเขาสูธ ุรกจิ อยางมีคุณธรรม 7. ปฏบิ ัตกิ ารจดั ทําแผนและโครงการเขาสูอ าชพี ได

26 คูม ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา แบบทดสอบทักษะการประกอบอาชีพ อช11002 ระดับประถมศกึ ษา ชดุ ที่ 1 คาํ ส่งั : จงทาํ เครือ่ งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบท่ีถูกตองท่ีสุด 1. ขอ ใดกลาวถงึ ความจาํ เปนในการฝกทักษะอาชีพดานกระบวนการตลาดและกระบวนการผลิต ไดถูกตอ ง ก. ผูผลิตทราบถึงความตองการของผูบรโิ ภคและกระบวนการทางการตลาด ข. ผูผลิตเขาใจถึงกระบวนการทางการตลาดการผลิตผลิตภณั ฑ ค. ผผู ลติ เขา ใจถงึ กระบวนการทางการตลาด ง. ผูผลิตคาํ นวณตน ทุนไดง า ย 2. ขอใดเปนความสมั พนั ธระหวางกระบวนการผลิตและกระบวนการตลาด ก. ทําใหผ ูบริโภคมที างเลือกในการเลอื กซื้อผลติ ภณั ฑ ข. ทําใหผ ผู ลิตเขาใจกระบวนการในการจดั การการผลติ ค. ทําใหผ ูผลิตเขาใจความตอ งการของตลาด ง. ทําใหผบู ริโภคเรยี นรกู ระบวนการผลิต 3. ปจจยั ใดสาํ คัญตอ การจดั การอาชีพใหไ ดผ ลสาํ เร็จ ก. ตนเองมีความรู ความสามารถ ความถนดั ความชาํ นาญและความเหมาะสมกับอาชพี ข. การทดลองวเิ คราะหเ พอื่ จัดการอาชพี ใหมีความมงั่ คง ค. การศึกษาจากแหลง เรยี นรใู นอาชีพทีต่ นสนใจอยางสมาํ่ เสมอ ง. การหาขอ มลู จากเอกสารในแหลงเรียนรตู าง ๆ 4. การทจี่ ะสรา งความเช่อื มน่ั ของตนเองในการประกอบอาชีพ นักศกึ ษาควรคํานึงถึงขอใด ก. การมีความรูดานเทคโนโลยี ข. การมคี วามรับผดิ ชอบ ค. การกลา เสีย่ งในทกุ เหตุการณ ง. การมีขอมลู ทด่ี ี 5. ภมู ิปญ ญาทองถิ่น จดั เปน แหลง เรียนรปู ระเภทใด ก. แหลงเรยี นรทู ่มี นุษยสรางข้ึน ข. แหลงเรยี นรูเศรษฐกิจพอเพยี ง ค. แหลงเรยี นรูตามธรรมชาติ ง. แหลง เรยี นรชู ุมชน 6. ถานักศึกษาไดรับมอบหมายใหจัดทําโครงการทํานํ้าสมุนไพรพ้ืนบานรักษาโรค นักศึกษาสามารถศึกษาได จากขอใด ก. ศนู ยก ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย ข. สถาบนั พฒั นาฝมอื แรงงานจงั หวัด ค. ศนู ยเรยี นรูช ุมชน ง. ปราชญช าวบา น

คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 27 7. ขอ ใดไมใ ชคุณธรรมในการประกอบอาชพี ก. ยึดถอื ประโยชนส วนตนเปนใหญ ข. ตัง้ ใจทาํ งาน ค. ซื่อสตั ยสุจรติ ง. อดทนอดกลั้น 8. ขอใดเปนแหลงเรียนรูตามธรรมชาติ ก. ศูนยเ รียนรูวสิ าหกจิ ชุมชน ข. ศนู ยเรียนรูเ กษตรธรรมชาติ ค. ฟารม เลี้ยงชาง ง. ภเู ขา นาํ้ ตก 9. ความสําคัญของเครอื่ งหมายมาตรฐาน คอื ขอใด ก. มคี ุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ข. ปลอดภัยในการใชง าน ค. ไดร บั ความยุติธรรม ง. สะดวก ประหยัดเงนิ 10. การเขียนโครงการ มกี ่ีประเภท ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 11. นายดาํ ตองการประเมินความตองการกระบวนการซ้ือของผบู ริโภค นายดาํ ควรจะประเมินดว ยวธิ ใี ด ก. วเิ คราะหส ถานะความเปน อยู ข. วิเคราะหผ ูบริโภค ค. วิเคราะหก ารตลาด ง. วิเคราะหสนิ คา 12. ปจจบุ ันปญ หาการวางงานและการแขง ขันสงู นักศกึ ษาจะมวี ิธกี ารตัดสนิ ใจเลือกประกอบอาชพี อยา งไร ก. ศกึ ษาขอ มลู จากสถาบนั พัฒนาฝมอื แรงงาน ข. ปรกึ ษาผรู ดู านอาชพี ค. เขา รับการฝกอบรมอาชพี ง. กรมการจดั หางาน 13. ขอใดกลาวถูกตองทีส่ ุด ก. การจดบันทกึ การฝกอาชพี เปน การบันทึกเหตกุ ารณป ระจาํ วัน ข. การจดบนั ทึกการฝกอาชีพเปน การบนั ทึกรายรับ-รายจายของกิจกรรม ค. การจดบันทึกการฝกอาชพี เปนการบนั ทกึ ผลกําไร-ขาดทุนในการดาํ เนนิ กิจกรรม ง. การจดบันทึกการฝกอาชีพเปนการบันทึกเหตุการณตาง ๆ ในการดําเนินกิจกรรมเพ่ือใชเปนขอมูล ในการแกไขปญหาและการวางแผนในอนาคต

28 คูมือเตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 14. ผูจัดการอาชพี หมายถงึ ขอ ใด ก. ความสามารถในการประกอบอาชพี ข. การที่บริหารจัดการอาชพี ใหไดผลสําเร็จ ค. กระบวนการในการจัดกจิ กรรมงานอาชีพ เพื่อใหไดผ ลผลติ เปน ทย่ี อมรบั ของลูกคา ง. กระบวนการในการบรหิ ารงาน โดยอาศัยบคุ คลอื่นทํางาน เพื่อใหง านบรรลุวตั ถุประสงค 15. ขอ ใดไมใ ชการจดั การเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ ก. การสรางความคดิ ในการทาํ ผลติ ภณั ฑ ข. เลือกผลติ ภัณฑ หรอื อาชีพ ค. มาตรฐานผลิตภัณฑ ง. การกําหนดราคาเอง 16. ขอใดมกี ารนําเทคโนโลยีมาใชใ นการประกอบอาชพี ก. ครูเขียนขอ ความบนกระดานดาํ ข. กรรมกรแบกขาวสารไปไวใ นโกดัง ค. ตํารวจใชว ิทยสุ ื่อสารตดิ ตอกนั ง. หมอฉดี ยารกั ษาคนไข 17. ขอ ใดไมใ ชคณุ สมบตั ิของผูต รวจสอบโครงการ ก. มีความเชี่ยวชาญดานการตรวจสอบ ข. มคี วามสามารถในการวิเคราะห ค. ไดรับการยอมรบั จากกลมุ อาชีพ ง. มคี วามเขา ใจดที ุกอยา ง 18. ในการลดตน ทุนการผลิตหรอื การบรกิ ารจะตองใชวงจร PDCA ตัว “P” หมายถึงขอใด ก. การปฏบิ ัติงานตามโครงงาน ข. การปรบั ปรุงแกไขโครงการ ค. การตรวจสอบโครงการ ง. การวางแผนโครงงาน 19. หากตอ งการเปนเจา ของกิจการเครอ่ื งเรือนและตองการเจาะตลาดลูกคา ควรเปน ลกู คา กลุม ใด ก. กลุมคนแตงงานใหม ข. กลมุ คนวัยแรงงาน ค. กลมุ คนหนมุ สาว ง. กลุม คนอาวุโส 20. ขอ ใดเปนแผนการดําเนินงานขัน้ สดุ ทายของแผนการตลาด ก. การประชาสัมพนั ธ ข. การสรุปผลการขาย ค. การวางแผนการตลาด ง. การใหความรูฝายขาย

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 29 21. นายสชุ าติตองการไปทาํ งานท่ตี างประเทศ ควรดาํ เนนิ การอยา งไร ก. ตดิ ตอ กรมการจดั หางาน ข. ตดิ ตอ ศนู ยฝก อาชพี ฝก ฝมอื แรงงาน ค. ตดิ ตอ สถาบนั พัฒนาฝมือแรงงาน ง. ติดตอ กระทรวงการตา งประเทศ 22. “วทิ ยาลยั ในวงั ” จดั เปนศนู ยฝกอาชพี ประเภทใด ก. ศนู ยฝ ก อาชพี ชุมชน ข. ศนู ยฝ ก อาชีพเอกชน ค. ศูนยฝ ก อาชีพของรฐั บาล ง. ศนู ยฝก อาชพี เฉพาะบคุ คลในวงั 23. ขอใดเปนการสรางลักษณะนิสัยและการฝกการปฏิบัติท่ีนํามาประยุกตในการวางแผนประกอบอาชีพ อยา งไร ก. การเรียนรูเพอ่ื พัฒนาตนเอง ข. การฝกนั่งสมาธิ ค. การตรงตอเวลา ง. การรูจกั ใหอภัย 24. อาชีพในขอใดท่ตี อ งใชท กั ษะการวางแผนมากที่สดุ ก. พนกั งานบัญชี ข. นักธรุ กจิ ค. นักศกึ ษา ง. ทหาร 25. นายประสงคต อ งการทีจ่ ะเปดรา นซอ มรถจักรยานยนตใ นหมูบาน เขาตองศกึ ษาความรจู ากที่ใด ก. สถาบันพฒั นาฝมือแรงงานจงั หวัด ข. พัฒนาชุมชนจังหวัด ค. หองสมดุ ประชาชน ง. แรงงานจังหวดั 26. นายดาํ รงมอี าชพี ปลกู ออ ย ถา นายดาํ รงตอ งการทราบผลกําไรจากการปลูกออ ย นายดาํ รงควรทาํ อยางไร ก. จางนกั บัญชมี าจัดทาํ บญั ชรี ายรับ-รายจา ย ข. ฝากเงินจากการขายออ ยไวในธนาคาร ค. จดบนั ทึกการประกอบอาชพี ง. จดบันทึกเหตกุ ารณรายวนั 27. ขอ ใดกลา วถึงความหมายของคําวา “จดุ แขง็ ” ไดถ กู ตอ ง ก. ปจ จัยและสถานการณภายนอกชุมชนทเ่ี ออ้ื ประโยชนในการทํางาน ข. ปจ จยั และสถานการณภายนอกชุมชนทีข่ ัดขวางตอ การทํางาน ค. สถานการณภ ายในชุมชนทเ่ี ปนเชงิ ลบ ง. สถานการณภายในชมุ ชนทเี่ ปนเชงิ บวก

30 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 28. ถา ประชาชนในประเทศประกอบอาชีพทจุ รติ มาก ๆ ประเทศชาตจิ ะเปนอยา งไร ก. ติดตอคาขายกับตา งประเทศไดด ี ข. พลเมอื งจะมีความฉลาดมากขึ้น ค. สงั คมมคี วามวนุ วายไมส งบ ง. มสี ภาพเศรษฐกิจดีขึน้ 29. ขอ ใดกลาวไมถ ูกตอง ก. ผปู ระกอบอาชีพรับจาง ควรมีความสามารถเฉพาะดา น และมีความรูในวชิ าชพี อยางใดอยางหนึง่ ข. ทกุ อาชีพควรเหน็ แกประโยชนสวนตนมากกวา สว นรวม ค. อาชพี รบั จา งประกอบดว ยผูว าจาง และผูรบั จา ง ง. อาชพี สจุ ริตทุกอาชีพมีความสาํ คญั เทา เทยี มกัน 30. S (Strength) หมายถึงขอใด ก. จดุ แขง็ ข. จดุ ออ น ค. โอกาส ง. อุปสรรค

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 31 แบบทดสอบทักษะการประกอบอาชีพ อช11002 ระดบั ประถมศกึ ษา ชดุ ที่ 2 คําสง่ั : จงทําเครอ่ื งหมาย ลอมรอบคําตอบทีถ่ ูกตองที่สดุ 1. ขอ ใดไมใ ชคุณธรรมในการประกอบอาชพี ก. ยึดถอื ประโยชนสว นตนเปนใหญ ข. ตั้งใจทาํ งาน ค. ซอื่ สัตยส จุ ริต ง. อดทนอดกลนั้ 2. ขอใดมกี ารนาํ เทคโนโลยมี าใชใ นการประกอบอาชีพ ก. ครเู ขียนขอความบนกระดานดาํ ข. หมอฉดี ยารักษาคนไข ค. ตํารวจใชวทิ ยุสือ่ สารตดิ ตอกนั ง. กรรมกรแบกขาวสารไปไวในโกดัง 3. คุณสมบตั ิขอ ใดสําคัญทส่ี ดุ ในการประกอบอาชพี ก. ขยนั ข. ซอ่ื สตั ย ค. เมตตา ง. ประหยัด 4. ผูม ีอาชีพขบั รถรับ-สงนักเรยี น ตอ งมีคุณธรรมขอใดมากทสี่ ุด ก. ไมประมาท ข. ใฝรู ค. ขยัน ง. อดทน 5. ผจู ดั การอาชพี หมายถงึ ขอ ใด ก. กระบวนการในการบรหิ ารงาน โดยอาศัยบุคคลอื่นทํางาน เพ่อื ใหง านบรรลุวตั ถปุ ระสงค ข. กระบวนการในการจดั กิจกรรมงานอาชีพ เพื่อใหไ ดผลผลติ เปน ทยี่ อมรับของลกู คา ค. การท่บี ริหารจดั การอาชพี ใหไ ดผ ลสาํ เรจ็ ง. ความสามารถในการประกอบอาชีพ 6. ขอ ใดเปนปจ จัยทจี่ าํ เปนในการประกอบอาชีพ ก. การหาขอมลู จากเอกสารแหลง ตาง ๆ ข. ส่ือวทิ ยุ โทรทัศน หนงั สอื พิมพ ค. ภมู ปิ ญญาทอ งถ่ิน ง. ถูกทกุ ขอ

32 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 7. ขอใดเปน แหลงเรียนรตู ามธรรมชาติ ก. ภเู ขา นํา้ ตก ข. ฟารม เลีย้ งชา ง ค. ศนู ยเ รยี นรเู กษตรธรรมชาติ ง. ศนู ยเ รียนรวู ิสาหกิจชมุ ชน 8. ขอ ใดเปนผลดีของการประกอบอาชีพ ก. มีรายไดเล้ียงตนเองและครอบครวั ข. มสี นิ คา ออกสทู องตลาด ค. มผี คู นใหค วามนบั ถือ ง. มีชื่อเสียงโดงดงั 9. ขอ ใดคอื คุณลักษณะของผูที่มีความรอบรูและทนั สมยั ก. มคี วามเพียรพยายามอยางถงึ ท่สี ุด ข. ตดิ ตามขา วสารและแสวงหาความรอู ยูเ สมอ ค. เตม็ ใจที่จะทํางานดวยการมมี นุษยส ัมพนั ธท ่ีดี ง. สามารถรวบรวมความรูหลาย ๆ ดา นเขาดว ยกนั 10. นนนภิ าเปดรา นตดั ผม เปน การทําธุรกิจแบบใด ก. ธรุ กิจอุตสาหกรรม ข. ธุรกิจเกษตรกรรม ค. ธรุ กจิ การใหบรกิ าร ง. ธุรกิจดา นการเงิน 11. ขอ ใดคอื ความสําคญั ของการวางแผน ก. การกําหนดวิธีการตาง ๆ อยางเปนขนั้ ตอน ข. การคาดการณส ง่ิ ที่จะเกิดในอนาคต ค. การรูบ ทบาท หนาทีช่ ดั เจน ง. ถกู ทกุ ขอ 12. ขอ ใดไมใ ชการจดั การเก่ียวกบั การควบคุมคุณภาพ ก. การสรา งความคดิ ในการทาํ ผลติ ภัณฑ ข. เลอื กผลิตภณั ฑ หรอื อาชีพ ค. มาตรฐานผลติ ภณั ฑ ง. การกําหนดราคาเอง 13. ความสาํ คัญของเคร่อื งหมายมาตรฐานคอื ขอ ใด ก. มคี ณุ ภาพ ตรงตามมาตรฐาน ข. ปลอดภัยในการใชงาน ค. สะดวก ประหยัดเงิน ง. ไดรับความยุติธรรม

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 33 14. นายบรบิ ูรณไ ดปรับการใชปุยเคมีในการทํานามาเปนปุยหมักแทน อยากทราบวาในวงจร PDCA ที่นายบริบูรณ ทาํ อยูในขนั้ ตอนใด ก. P ข. D ค. C ง. A 15. ขอ ใดเปน ปจ จัยแรกในการจดั การผลิตหรอื การใหบ ริการ ก. การเลอื กทาํ เลท่ตี ง้ั ข. แหลง วัตถดุ ิบ ค. คาขนสง ง. แรงงาน 16. นายธีรพงษต อ งการประเมินความตองการกระบวนการซ้ือของผูบรโิ ภค นายธีรพงษค วรจะประเมินดว ยวธิ ใี ด ก. วเิ คราะหสถานะความเปน อยู ข. วิเคราะหผ ูบรโิ ภค ค. วิเคราะหการตลาด ง. วเิ คราะหส นิ คา 17. ขอใดเปนแผนการดําเนินงานข้ันสุดทายของแผนการตลาด ก. การวางแผนการตลาด ข. การประชาสัมพนั ธ ค. การสรปุ ผลการขาย ง. การใหความรฝู า ยขาย 18. ผูประกอบอาชพี ชางไฟฟา ควรมคี ุณลักษณะขอใดมากทสี่ ดุ ก. ขยัน ข. อดทน ค. รอบคอบ ง. ประหยดั 19. ประโยชนข องการวเิ คราะหพ ฤติกรรมของผบู ริโภค ขอ ใดถกู ตองท่ีสุด ก. เพ่อื เปน ขอมลู กําหนดราคา ข. เพ่ือเปน ชองทางการจาํ หนาย ค. เพ่อื เปนขอมูลในการผลิตสนิ คา ง. เพื่อใชป รบั ปรงุ กลยุทธก ารตลาด 20. ปจจบุ นั ปญหาการวา งงานและการแขงขนั สูง นักศึกษาจะมีวิธีการตดั สินใจเลอื กประกอบอาชีพอยางไร ก. ปรกึ ษาผรู ดู านอาชพี ข. กรมการจดั หางาน ค. เขารับการฝกอบรมอาชีพ ง. ศกึ ษาขอ มูลจากสถาบันพฒั นาฝม อื แรงงาน

34 คูม ือเตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 21. ขอใดไมใ ชการสรา งลักษณะนิสยั ท่ดี ใี นการทํางาน ก. ทาํ งานรว มกบั ผูอ่ืนไดเปน อยา งดี ข. ขยนั ขันแข็งมีความอดทนในการทํางาน ค. มคี วามกระตือรอื รนที่จะเรยี นรูสง่ิ ใหม ๆ ง. ออนนอมถอมตนเฉพาะกบั ผูบงั คับบญั ชา 22. ประเภทของโครงการประกอบอาชีพ มีกี่ประเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 23. การจัดการตลาดทางดานเศรษฐกจิ และสงั คม ตรงกับขอใด ก. การไดร ับความสะดวกสบายมากขึน้ ข. สรา งมูลคาเพ่ิมขน้ึ ในการเลือกสนิ คา ค. เกิดการหมุนเวยี นของปจ จยั การผลติ ง. มีการพฒั นาสง่ิ ใหม ๆ ลดตน ทนุ การผลิต 24. สนิ ทรพั ยทีม่ ีอายุใชงานเกนิ 1 ปข ึ้นไป เชน ราคาที่ดนิ คา แรง คาวสั ดุอปุ กรณ จดั เปนเงนิ ทนุ ประเภทใด ก. เงินทุนคงท่ี ข. เงินทุนจํากัด ค. เงนิ ทนุ กอสรา ง ง. เงินทนุ หมนุ เวียน 25. นักศกึ ษาตองการทําใหล กู คาสนใจสนิ คา และคิดจะทําธุรกิจรวมกนั นักศกึ ษาควรใชว ธิ ีในขอ ใด ก. สรา งความเช่ือมนั่ ใหก บั ลูกคาดว ยการโฆษณา ข. สรา งมนุษยสัมพนั ธทีด่ กี บั ลูกคา ค. ใหความรูเร่ืองสนิ คากบั ลูกคา ง. ลดราคาสนิ คาใหกับลกู คา 26. ขอ ใดคือความหมายของ O (Opportunity) ในเทคนิค SWOT ก. จดุ แขง็ ข. จุดออ น ค. โอกาส ง. อุปสรรค 27. ขอใดคือมาตรฐานระบบการจัดการส่งิ แวดลอม ก. ISO 9000 ข. มอก. 1300 ค. ISO 14000 ง. มอก. 18001

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 35 28. ขอ ใดไมใ ชหลกั การเลือกนวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิต ก. ตอ งใชว ัสดทุ ่ีทันสมยั ราคาแพง เพอ่ื คณุ ภาพที่ดที ่ีสุด ข. ไมเปน อนั ตรายตอผใู ช ธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม ค. ใชของราคาถูกและมีประสทิ ธิภาพ ง. มีความสะดวกในการใชงาน 29. ขอ ใดคือประโยชนของนวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลิต ก. ทําใหสัตวห ยดุ ผลิตโปรตีนทีม่ ีคณุ คา ข. ยืดระยะเวลาการสกุ ของพชื ผกั และผลไม ค. ปศุสัตวทีใ่ หเนื้อมีทั้งโปรตนี และสารเคมปี นอยู ง. แมลงศัตรูพืชมีความตานทานยาฆา แมลงมากย่งิ ขน้ึ 30. ขอใดคอื วัตถปุ ระสงคของการตรวจสอบโครงการหลงั ดาํ เนินการ ก. เพ่ือปรับปรุง แกไข ในกรณีที่ปจจัยตาง ๆ เปลย่ี นแปลงระหวางดําเนินการ ข. เพอ่ื นาํ กิจกรรมตา ง ๆ ในโครงการมาเขยี นสําหรบั นําเขา สูการปฏิบตั ิ ค. เพ่ือเปลย่ี นแปลงผลการดาํ เนินงานของโครงการ ง. เพ่อื ปรับปรุงการบริหารโครงการในอนาคต

36 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา รายวิชาพัฒนาอาชพี ใหม อี ยูมีกนิ อช11003 ขอบขา ยเน้ือหา 1. ศกั ยภาพธุรกจิ 2. การจัดทําแผนพฒั นาการตลาด 3. การจัดทาํ แผนพฒั นาการผลติ หรือการบรกิ าร 4. การพฒั นาธุรกิจเชงิ รุก 5. โครงการพัฒนาอาชพี ใหมีอยูมกี ิน สาระสําคัญ การ พัฒนาอาชีพให มีอยู มีกิน จํ าเป น ตองมีการ พัฒ น า อย างตอเนื่อง เพื่อใหสามารถเขาสู ต ล า ด ที่มกี ารแขงขันได โดยมีการวิเคราะหศักยภาพธุรกิจ การจัดทําแผนพัฒนาการตลาด การทําแผนพัฒนาการผลิต หรอื การบริการ การพัฒนาธุรกิจเชงิ รกุ และสามารถนาํ ความรดู งั กลาวมาจัดทําโครงการพัฒนาอาชีพใหม ีอยูมีกนิ ผลการเรยี นรูท ีค่ าดหวงั 1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ ความจําเปนในการพัฒนาอาชีพใหมีสินคา หรืองานบริการ สรา งรายไดพ อเพยี งตอ การดํารงชีวิต 2. วเิ คราะหศักยภาพธุรกจิ การตลาด การผลติ หรอื บรกิ ารแผนธรุ กจิ เพ่อื สรางธรุ กจิ ใหมีอยูมีกนิ 3. ยอมรับและเหน็ คณุ คาในการพัฒนาอาชพี ใหม ีอยมู ีกิน 4. ปฏิบัติการทาํ แผนและโครงการพัฒนาอาชีพใหม ีอยมู ีกนิ

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 37 แบบทดสอบพัฒนาอาชีพใหม ีอยมู ีกนิ อช11003 ระดับประถมศึกษา ชดุ ที่ 1 คาํ สัง่ : จงทาํ เครอ่ื งหมาย ลอมรอบคาํ ตอบที่ถูกตองที่สดุ 1. การพฒั นาอาชีพ หมายถึงขอใด ก. การพัฒนาอาชพี ดานตาง ๆ ใหเ จรญิ กาวหนา ข. การใชเ ทคนิคการดําเนนิ การดวยวิธีการตาง ๆ ค. การจดั การดานผลผลิตอยางตอเนื่อง ง. การใชแ รงงานอยางคมุ คา 2. เพราะเหตุใดจึงตองมีการพฒั นาอาชีพ ก. เพอ่ื พัฒนาสินคา ใหตรงกบั ความตอ งการของผูบ ริโภค ข. เพอื่ พฒั นาใหส ินคาแตกตางจากคแู ขงขนั ค. เพ่ือความไดเปรยี บทางการตลาด ง. เพ่อื ใหส ินคา มีความคงทน 3. “การแยกแยะสิ่งที่จะพจิ ารณาออกเปน สว นยอยท่ีมีความสัมพนั ธก นั ” มคี วามหมายตรงกบั ขอใด ก. การสนั นิษฐาน ข. การวเิ คราะห ค. การสังเคราะห ง. การประเมินคา 4. เพราะเหตุใดตองวเิ คราะหศ ักยภาพธุรกิจ ก. เพ่ือรูความเคลื่อนไหวของคูแขง ข. เพือ่ รูความเปล่ยี นแปลงของตลาดโลก ค. เพ่ือรูความเปลยี่ นแปลงทางดานเศรษฐกิจ ง. เพอ่ื ศกึ ษาความเปนไปไดธุรกิจตนเอง 5. ตําแหนง ทางธุรกิจระยะใดทต่ี องทมุ งบประมาณอยางมาก ก. ระยะเร่ิมตน ข. ระยะทรงตัว ค. ระยะสรางตัว ง. ระยะต่าํ หรือสงู ขึ้น 6. ทานตอ งทําอยางไรถา สนิ คาอยใู นระยะตาํ่ ลง ก. กกั ตนุ สนิ คา ข. เก็บสินคา เขาสตอ็ ก ค. หาวิธีการปรบั ปรงุ แกไข ง. ปลอยใหส นิ คาตายไปจากตลาด

38 คูม อื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 7. การวเิ คราะหศกั ยภาพทางธุรกจิ ผูป ระกอบการตองคาํ นงึ ถึงเร่ืองใดบาง ก. กระบวนการตลาดและการดาํ เนินงาน ข. กระบวนการผลิตและการบริหารงาน ค. กระบวนการดําเนินงานและการผลติ ง. กระบวนการตลาดและการผลติ 8. จุดมงุ หมายสาํ คัญทีต่ องทําการวิเคราะหศักยภาพทางธุรกิจคอื ขอใด ก. เพอ่ื พัฒนาธรุ กิจใหไปสูจดุ ท่ดี ียงิ่ ๆ ขนึ้ ไป ข. เพ่ือรวบรวมขอมูลธุรกจิ ค. เพอ่ื การวจิ ยั ธุรกจิ ง. เพอื่ กอ ตั้งธุรกจิ 9. ขอ ใดควรปฏบิ ตั ใิ นการกําหนดทิศทางทางการตลาด ก. ศกึ ษาอาชีพของผูบ รโิ ภค ข. ศึกษารายรับของผูบรโิ ภค ค. ศกึ ษาลักษณะนสิ ัยของผบู รโิ ภค ง. ศึกษาพฤติกรรมและความตองการของผบู รโิ ภค 10. ถาทานผลิตรถแทรกเตอรขายลกู คา กลมุ เปาหมายคอื ขอใด ก. ชา งซอมเครือ่ งจักรกล ข. เจาของกิจการ ค. เกษตรกร ง. วิศวกร 11. ขอใดเปน กลยทุ ธการสรางความสาํ เร็จในการประกอบธุรกิจ ก. พดู เกง เอาตัวรอดได ข. รเู ขา รเู รา รูจกั คแู ขง ขนั ค. ผลิตสินคาตามความถนัดของตนเอง ง. ตองวเิ คราะห SWOT ทุกขน้ั ตอนของธรุ กิจ 12. ขอใดคอื กลยทุ ธทางการตลาด ก. การสรางความพงึ พอใจแกล ูกคา ข. การโฆษณา ประชาสัมพันธ ค. การเพ่ิมสินคาสตู ลาด ง. การกระจายสินคา 13. กลยุทธทางการตลาดขอใด เปนการเพิ่มอํานาจการตอรองราคาผลิตผลทางการเกษตร ก. การเพิ่มทนุ ข. การรวมกลมุ ค. การโฆษณา ง. การเพ่ิมจดุ ขาย

คมู ือเตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศึกษา 39 14. หากแผนกิจกรรมไมสอดคลอ งหรือไมสามารถปฏิบตั ติ ามแผนไดเ ราควรทําอยางไร ก. เปล่ยี นผูบ ริหาร ข. เปลี่ยนเปาหมายใหม ค. เปลย่ี นแผนใหมทง้ั หมด ง. ปรบั ปรุงแผนใหมใหม ีความสอดคลองและเหมาะสม 15. คุณภาพผลผลติ หรอื บริการ หมายถงึ ขอใด ก. กระบวนการสง เสรมิ การขาย ข. กระบวนการการรบั รองมาตรฐาน ค. กระบวนการปรับปรุงผลิตภัณฑ ง. กระบวนการดําเนินงานใหเกิดผลติ ภัณฑและงานบรกิ าร 16. “ทุน” มีความเก่ยี วของกับขอใดมากทสี่ ุด ก. ปจจัยการผลิต ข. แรงงาน ค. เงนิ สด ง. ที่ดนิ 17. “เงนิ สด” เปนตน ทนุ การผลิตประเภทใด ก. ทุนคงที่ ข. ทุนธุรกจิ ค. ทนุ สิ้นเปลอื ง ง. ทุนหมุนเวยี น 18. สนิ คา ท่ผี ลิตมกี ลมุ เปาหมายเดียวกนั ทานจะทําอยางไรเพื่อดงึ ดูดใจผซู ื้อใหมากที่สดุ ก. ลด แลก แจก แถม ข. ใหเทคนคิ การขายเชงิ รกุ ค. เปดตลาดใหมใ นตางประเทศ ง. เพิม่ ชอ งทางการจาํ หนายและการโฆษณา 19. หากทา นประกอบอาชีพ “อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผา” ทานจะใชร ะบบการผลติ แบบใด ก. แบบอนกุ รม ข. แบบคขู นาน ค. แบบอิสระ ง. แบบผสม 20. ขอใดคือวิธีการแกปญหาราคาผลผลติ ตกตํ่า ก. แปรรปู เพ่ือเพิ่มมลู คาสนิ คา ข. ผลิตสินคาตัวใหมท ดแทน ค. หาตลาดเพ่ิม ง. ลดราคา

40 คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา 21. วิสยั ทัศนในขอ ใดเหมาะสมสาํ หรับอาชีพ “การผลติ กาแฟ” ก. “กาแฟดตี องกาแฟไทย” ข. “รสชาติดีแท กาแฟไทย” ค. “ยกระดับกาแฟไทย สูสากล” ง. “เพิ่มรสชาตใิ หกบั ชวี ติ ดวยกาแฟไทย” 22. ทา นสามารถแทรกความนิยมเขาสผู ูบริโภคดว ยวธิ ีการใด ก. ทําใบปลวิ แจก ข. ฝากเพ่ือนไปบอก ค. โฆษณาทางโทรทัศน ง. ประกาศทางเว็บไซต 23. ปจจัยใดเปน ปจจัยสําคญั ทีช่ วยในการสรางตราย่ีหอใหมีคุณคา ก. เปนท่นี ยิ มของผูบ รโิ ภค ข. รางวลั ทีไ่ ดรบั /ราคาถกู ค. เคร่อื งหมายการคา /รางวัลทีไ่ ดรบั สทิ ธิบัตร ง. คณุ ภาพสนิ คาตามทปี่ รากฏในฉลากแนะนาํ สินคา 24. การสรางรปู ลกั ษณคุณภาพสินคา ใหม จะตอ งดาํ เนินการในเรือ่ งใดเปน อันดบั แรก ก. เปลยี่ นรูปลกั ษณภายนอกผลิตภัณฑ ข. เขา ใจความตองการของผูบ รโิ ภค ค. โฆษณาประชาสัมพันธ ง. จัดโปรโมชน่ั ลดราคา 25. ขอ มูลใดทใ่ี ชใ นการพัฒนาอาชีพใหมคี วามมนั่ คง ก. ขอ มูลจาก Internet ข. ขอมลู จากแหลง ขอมลู ปฐมภมู ิ ค. ขอมลู ดานตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอม วชิ าการ ง. ขอมลู ซึ่งเปน ขอเท็จจริงในภาวะเหตกุ ารณปจ จุบัน 26. การวเิ คราะหแผนการตลาด ตองคํานึงถึงสิง่ ใด ก. สถานทตี่ ้งั ของโรงงานผลิต ข. เคร่ืองจักรที่ทันสมัย ปลอดภยั ค. ราคาของผลิตภัณฑเ ทยี บกบั คูแขง ง. แรงงานในการขนยาย/จัดสง สินคา 27. การเขยี นโครงการ ขอใดสัมพันธก นั มากท่ีสดุ ก. เปาหมายกับปญหาอปุ สรรค ข. วตั ถปุ ระสงคกับผลที่คาดวาจะไดรบั ค. ช่อื โครงการกับหลักการและเหตุผล ง. หลกั การและเหตุผลกับวตั ถปุ ระสงค

คมู อื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 41 28. ช่อื โครงการขอใดเหมาะสมกับการบรหิ ารธรุ กิจท่สี ดุ ก. “พัฒนาอาชีพ” ข. “สานฝน วันวาน” ค. “ประเมนิ ความเส่ียง” ง. “รวมกนั เฉลิมพระเกยี รติ” 29. ขอ ใดไมใชการปรบั ปรงุ โครงการ ก. ประมวลขอ รองเรยี นของผตู รวจ ข. ประมวลขอ แนะนาํ ของผตู รวจสอบโครงการ ค. วเิ คราะหการเรียนรูตาง ๆ ท่ไี ดจากโครงการ ง. วิเคราะหข อมูลทเ่ี ก็บรวบรวมได 30. เหตุใดจึงตองปรบั ปรุงโครงการ ก. เพื่อใหท ราบความกาวหนาของโครงการ ข. เพ่ือใหแนใจวาโครงการจะดาํ เนินการตอ ไปได ค. เพอ่ื ใหครบกระบวนการในการจดั ทาํ โครงการ ง. เพื่อใหแ นใ จวาไดผลตรงตามเปาหมายและประเมินความคุมคา จดุ แข็ง จดุ ออน

42 คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดบั ประถมศกึ ษา แบบทดสอบพัฒนาอาชพี ใหมอี ยมู ีกนิ อช11003 ระดบั ประถมศกึ ษา ชุดที่ 2 คาํ สัง่ : จงทําเครื่องหมาย ลอมรอบคําตอบที่ถูกตองที่สดุ 1. ขอใดคือความหมายของการพัฒนาอาชพี ใหมอี ยูมกี ิน ก. การชว ยเหลือคนในสงั คม ข. ความจาํ เปนพ้นื ฐานของชีวติ ค. การดาํ รงชีวติ รว มกับคนในสังคม ง. การทํากจิ กรรมเปนระบบเปนกระบวนการ 2. เพราะเหตุใดจึงตองมีการพฒั นาอาชีพ ก. เพอ่ื พัฒนาสนิ คา ใหตรงกับความตองการของผูบ ริโภค ข. เพ่อื พัฒนาใหสนิ คาแตกตางจากคแู ขง ขัน ค. เพื่อความไดเปรียบทางการตลาด ง. เพ่ือใหสนิ คา มีความคงทน 3. “การแยกแยะส่ิงทจี่ ะพิจารณาออกเปนสวนยอยที่มคี วามสัมพันธกนั ” มีความหมายตรงกบั ขอใด ก. การสันนษิ ฐาน ข. การวิเคราะห ค. การสงั เคราะห ง. การประเมินคา 4. เพราะเหตุใดตองวิเคราะหศกั ยภาพธรุ กจิ ก. เพื่อรูความเคล่ือนไหวของคูแขง ข. เพอื่ รูความเปลีย่ นแปลงของตลาดโลก ค. เพอื่ รูความเปลยี่ นแปลงทางดานเศรษฐกิจ ง. เพอื่ ศกึ ษาความเปนไปไดธรุ กิจตนเอง 5. ขอใดเปน การวเิ คราะหศ ักยภาพธรุ กจิ ดานการตลาด ก. การศกึ ษาผลกระทบตอชุมชน ข. การประสานงานธรุ กิจ ค. การบรรจหุ ีบหอ ง. การขนสงสนิ คา 6. ขอ ใดเปน การวเิ คราะหศักยภาพท่เี ปน จุดแข็ง ก. มที รัพยากรทางดานการเงินท่ีดีพอ ข. ขาดการบริหารและจดั การทเี่ จาะลกึ ค. อปุ กรณอํานวยความสะดวกตาง ๆ ลาํ้ สมยั ง. ตนทนุ โดยรวมของหนว ยสงู กวาคแู ขงขัน

คมู ือเตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศึกษา 43 7. “ศกั ยภาพธุรกิจ” มีความหมายตรงกบั ขอใด ก. การเปลยี่ นแปลงอยางมีกระบวนการโดยมจี ดุ มงุ หมาย ข. กระบวนการเลือกประกอบอาชีพตามความสนใจและความถนัด ค. ธรุ กจิ ท่บี คุ คลมีความสามารถพัฒนาสินคาน้นั ๆ ใหสามารถอยใู นตลาดได ง. การประกอบอาชีพท่ีมีการพัฒนาสินคา หรอื ผลติ ภัณฑใหตรงกบั ความตองการของลกู คา อยูตลอดเวลา 8. บคุ คลใดตอไปนี้เปนผมู ศี ักยภาพในการประกอบธุรกจิ มากที่สดุ ก. จรยิ ามีมนุษยส มั พันธด ี ยิม้ แยมแจม ใส มใี จรักงานบริการ ข. อาภามีความซ่อื สตั ยต อการคา ไมเ อาเปรยี บลูกคา เลอื กวสั ดุเหมาะสมกบั ราคา ค. ระมดิ ามีฝมอื ในการจดั ดอกไม เย็บใบตอง แตไมชอบคา ขายและไมมีเงินทนุ ง. เจษฎามีฝมือในการทําขนมไทย มีบานอยูในยานการคา มเี งินทุนสํารองเพยี งพอ 9. ขอ ใดคอื ความหมายของการพัฒนา ก. การเปลี่ยนแปลงอยางมีกระบวนการโดยมจี ุดมงุ หมาย ข. กระบวนการเลือกประกอบอาชีพตามความสนใจและความถนดั ค. ธุรกจิ ทีบ่ คุ คลมีความสามารถพัฒนาสนิ คา นัน้ ๆ ใหส ามารถอยใู นตลาดได ง. การประกอบอาชพี ทม่ี กี ารพัฒนาสินคา ตรงกบั ความตองการของลูกคา อยตู ลอดเวลา 10. ธุรกิจอยูในชวงพัฒนามีคนจบั ตามองและพรอ มทําตาม เร่มิ มคี แู ขงขัน อยูในตําแหนง ธุรกิจใด ก. ระยะสรางตัว ข. ระยะเรม่ิ ตน ค. ระยะทรงตัว ง. ระยะสูงขนึ้ 11. ขอใดไมใ ชปจจัยที่เก่ียวของกับการวเิ คราะหศักยภาพธรุ กิจ ก. ผลประโยชนเ ปน กรอบกาํ หนดส่งิ ทต่ี อ งทําใหสําเรจ็ ข. สวนแบงการตลาด สนิ คาของเราเทยี บไดกเี่ ปอรเ ซ็นต ค. สินคา หรอื บริการของตนเองคอื อะไร ตอบสนองลกู คาระดับใด ง. คุณคาของสนิ คา /อาชีพใหประโยชนด านใดและมปี ริมาณเทา ไร 12. ขอ ใดคือความหมายของตาํ แหนงธุรกิจ ก. การสรางความมั่นใจในการประกอบธรุ กิจใหองคกรจดั สรรเงนิ ทนุ เพ่ือการกยู มื ข. ธุรกิจทีบ่ ุคคลมีความสามารถพฒั นาสินคานน้ั ๆ ใหส ามารถอยใู นตลาดได ค. ระยะเวลาในชวงการประกอบอาชพี ของผูประกอบการแตล ะระดับ ง. การเปล่ยี นแปลงตาํ แหนงอยางมีกระบวนการโดยมีจุดมุงหมาย 13. ขอใดคือความหมายของการดําเนนิ ธุรกิจระยะเริ่มตน ก. ระยะท่ีอาชีพหรือธุรกจิ อยใู นระยะฟกตัวของการเขา สูอาชีพ ข. ธุรกิจอยูในชว งพฒั นาขยายตัว มคี ูแขง จบั ตามองและพรอ มทําตาม ค. ธุรกิจกาวหนา มผี คู นเขา มาเรียนรทู ําตาม เกดิ สวนแบงทางการตลาด ง. จําเปนตองขยายขอบขาย มีความตองการใชน วัตกรรมเทคโนโลยเี ขา มาใชง าน

44 คูมอื เตรียมสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 14. การสํารวจความความอดุ มสมบูรณข องดินในบรเิ วณท่ตี อ งการทําสวนผลไม คอื การวิเคราะหศักยภาพ ในดา นใด ก. ศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษย ข. ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ค. ศกั ยภาพของภูมิประเทศ และทําเลทต่ี ้ัง ง. ศกั ยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถชี วี ิต 15. ขอใดเปน การลดตน ทุนการผลติ มากที่สดุ ในการประกอบการ ก. คิดคน เคร่ืองทุนแรง ข. จางแรงงานจาํ นวนมาก ค. จัดหาสถานท่ีปลกู ใหมีความเหมาะสม ง. เพาะเมลด็ พนั ธุไวใหม ากที่สุด 16. ขอ ใดคือการกําหนดทิศทางการตลาด ก. การขนสงท่ีมีคณุ ภาพ ข. คณุ ภาพของการผลติ ค. ผลิตสนิ คาประเภทใด ง. ใครคือลกู คา 17. การสํารวจความชาํ นาญในการดแู ลรักษาและการเกบ็ ผลผลิตสตู ลาดของคนในทองถนิ่ กอนการทําสวนผลไม คอื การวิเคราะหศักยภาพในดานใด ก. ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษย ข. ศักยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติ ค. ศกั ยภาพของภมู ิประเทศ และทําเลท่ตี ั้ง ง. ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวถิ ชี ีวติ 18. การกําหนดกลยุทธ ควรคํานึงถงึ ส่งิ ใดเปนสําคัญ ก. ยง่ิ ลงทนุ สงู ก็จะไดสินคาคุณภาพดเี ย่ียมออกขาย ข. ทําในสิ่งท่ีทําไดดี ซึ่งมีความเปนไปไดในการผลิต ค. การผลิตสินคา ควรเนนสนิ คาทไี่ ดร บั ความนิยมในเวลานนั้ ง. การลงทนุ ผลติ สนิ คาจาํ นวนมากในครั้งแรกมักจะมีกาํ ไรมากเสมอ 19. “กระบวนการพฒั นาตลาดของสินคา หรอื บรกิ ารใหย อดขายคงอยูห รือมากขน้ึ กวาเดมิ ” มีความสอดคลอง กบั ขอใด ก. กลยทุ ธ ข. การตลาด ค. การพัฒนาการตลาด ง. กระบวนการวเิ คราะหกลยทุ ธ

คูมอื เตรยี มสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 45 20. ขอ ใดเปนเร่อื งทน่ี ักการตลาดควรดาํ เนินการเปนอนั ดบั แรกในการกําหนดกลยุทธส ูเปาหมาย ก. การติดตามราคาตนทุน ข. การประเมนิ คณุ ภาพสินคา ค. การประสานงานทางตลาด ง. การวางแผนทางการตลาดที่รอบคอบ 21. การเพิ่มอํานาจการตอรองราคาเปน กลยทุ ธใ ด ก. การเพิ่มจุดขาย ข. การโฆษณา ค. การเพิ่มทนุ ง. การรวมกลมุ 22. “คุณสมบัติทุกประการของผลิตภัณฑ การบริการที่ตอบสนองความตองการและสามารถสรางความพึงพอใจ ใหแกลกู คา” ขอ ความขา งตน ตรงกบั ความหมายของขอใด ก. คณุ ภาพ ข. กลยทุ ธ ค. การผลติ ง. การบริการ 23. ขอ ใดคือลักษณะของการประกอบอาชพี ก. การผลิต และการบริการ ค. การผลิต และการจดั จําหนาย ข. การบริหาร และการบริการ ง. การผลติ และการบริหารจัดการ 24. ขอ ใดคอื ความหมายของผลติ ภณั ฑ ก. คุณสมบัติทุกประการของผลิตภณั ฑ การบรกิ ารท่ตี อบสนองความตอ งการและสามารถสรางความ พึงพอใจใหแกล ูกคา ข. การวิเคราะหปจจัยการผลิตหรอื การบริการ เพื่อใหท ราบวา ตอ งใชป จจยั การผลิตใดท่มี ีความเหมาะสม มากท่สี ุด ค. สินคาบรกิ ารทต่ี อบสนองความตอ งการผูบรโิ ภค โดยผา นกระบวนการการตลาดจากผผู ลิตไปยังผูใช ง. กระบวนการพฒั นาตลาดของสินคาหรอื บริการใหย อดขายคงอยูหรือมากขึ้นกวา เดิม 25. ขอ ใดเปน การจดั ทําแผนปฏบิ ัตกิ ารของการวางแผนการตลาด ก. เครอื่ งจักรตวั ใหมม าถงึ โรงงานวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ข. วนั ท่ี 10 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2563 สินคา ตวั ใหมอ อกสตู ลาด ค. รบั คาํ ส่ังซือ้ สินคา เพ่ิมจากลูกคา ง. วตั ถดุ ิบมปี ญ หาเนื่องจากนา้ํ ทวม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook