Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

Published by โรงเรียน บ้านนานวน, 2020-09-26 04:46:15

Description: หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

Search

Read the Text Version

1

2 หลกั สูตร กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ในหลักสูตรโรงเรยี นบ้านนานวน พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) จัดทาโดย โรงเรียนบา้ นนานวน สานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ ินทร์ เขต 2 สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ก คานา หลักสูตรโรงเรียนบ้านนนานวน พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้จัดทาขึ้นตามแนวทางท่ีกาหนดไวใ้ นหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) และเป็นไปตามมาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ซ่ึง กาหนดให้สถานศึกษามีหน้าที่จัดทาสาระของหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักการ จุดหมายของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐานกาหนด เพอื่ ตอบสนองต่อความต้องการในสว่ นทีเ่ กีย่ วกับสภาพปญั หาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เพ่ือให้เยาวชนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สาระการเรียนรกู้ ิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓)ในหลักสูตรโรงเรยี น บ้านนนานวน พุทธศกั ราช 2561 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับน้ปี ระกอบดว้ ย ความนา คณุ ภาพผู้เรียน โครงสร้างเวลาเรยี น สาระมาตรฐาน การเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัดรายปี คาอธบิ ายรายวชิ า การจัดหน่วยการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ การวัดและ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ สือ่ การเรียน แหลง่ เรยี นรู้ ซ่งึ ทางโรงเรยี นไดก้ าหนดไวใ้ นสาระการเรียนรกู้ ิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ในหลักสูตร โรงเรยี นบา้ นนนานวน พุทธศกั ราช 2561 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ฉบบั น้ี เพอ่ื ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจ และสามารถนาไปใช้ได้อย่างถกู ตอ้ งและ บรรลผุ ลตามท่ตี อ้ งการ สาระการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) เรียนบ้านนนานวน พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ฉบับนี้ สาเร็จลุลว่ งไปดว้ ยดกี ็ด้วยความรว่ มมือจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐานของโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน คณะครูและผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมดาเนินการ ทางโรงเรียนจึง ขอขอบพระคณุ ทา่ นมา ณ โอกาสนี้ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ

ข หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ประกาศโรงเรียนบ้านนานวน เรื่อง ใหใ้ ชห้ ลกั สตู รกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ................................................................................ โรงเรยี นบา้ นนานวนสังกัดสานักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสุรนิ ทร์ เขต ๒ ได้ดาเนนิ การ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านนานวน(ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเอกสารประกอบหลักสูตรขึ้น เพื่อกาหนดใช้เป็นกรอบและ ทศิ ทางในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรยี นบา้ นนานวน โดยโรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือ กาหนด มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ กาหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐาน รวมทั้งเจตคติท่ีจาเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการศกึ ษาตลอดชีวิต โดยมงุ่ เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั บนพ้นื ฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ ทั้งนี้ หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน พื้นฐาน เม่ือวันที่ ๑ เดือน มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงประกาศใหใ้ ชห้ ลักสตู รโรงเรยี นตั้งแต่บดั นเ้ี ป็นต้นไป ประกาศ ณ วนั ที ๑ เดอื น มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ................................. ………..……………………… (นายสมพร โคตรชัย) (นายปณธิ าร หา้ วหาญ ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันฐาน ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นนานวน

ค หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) สารบญั หน้า คานา………………………………………………………………………………………………………………………………….ก ประกาศโรงเรยี นบา้ นนานวน…………………………………………………………………...………………………….ข ความนา……………………………………………………………………………………………………………………………1 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ……………………………………………………………………………………………………1 ความสาคัญ…………………………………………………………………………………………………………..1 วสิ ยั ทัศน์……………………………………………………………………………………………………………….1 ธรรมชาตแิ ละลักษณะวชิ า……………………………………………………………………………………..1 คุณภาพผู้เรียน………………………………………………………………………………………………………2 โครงสร้างเวลาเรียน...........................................................................................................4 กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน........................................................................................................4 กิจกรรมแนะแนว .................................................................................................5 กิจกรรมนักเรียน..................................................................................................33 กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี.....................................................................................34 กจิ กรรมชมุ นมุ ......................................................................................................74 กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์............................................................77 การประเมนิ ผล..................................................................................................................87 ภาคผนวก ก คาสั่งแตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมการกลมุ่ สาระการเรยี นรแู้ ละกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

1 ความนา วสิ ัยทัศน์หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านนานวนพุทธศกั ราช ๒๕๖๓ หลักสูตรโรงเรียนบา้ นนานวนพุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เป็นหลกั สูตรท่มี ุง่ พัฒนาผู้เรียนทุกคนเปน็ บคุ คลแห่งการเรยี นรู้สมู่ าตรฐานสากลและ เป็นมนุษยท์ ่มี คี วามสมดุลทั้งรา่ งกาย ความรูค้ ู่คุณธรรม มีความเปน็ ผนู้ าของสังคมมีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มคี วามรูแ้ ละทกั ษะพืน้ ฐานสามารถใชน้ วตั กรรมและ เทคโนโลยรี วมทั้งเจตคติทจี่ าเปน็ ตอ่ การศกึ ษาในการประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวิตโดยมงุ่ เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคัญบนพืน้ ฐานความเชอ่ื ว่าทกุ คนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ เป้าประสงคห์ ลกั สตู ร (Corporate objective) ๑.เพ่อื ให้ผเู้ รียนทุกคนได้รบั การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม มคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ มีการ พัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพ มีทกั ษะชวี ิต มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตดี นาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งมาเป็นแนวทางการดาเนนิ ชีวติ เป็นผู้นาที่ดขี องสังคมและมคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพ่ือ การเรยี นรแู้ ละการสอ่ื สารอย่างหลากหลาย ผู้เรยี นมีศักยภาพเป็นพลโลก (Worid Citizen) ๒. เพือ่ ใหส้ ถานศกึ ษามรี ะบบการบรหิ ารและจดั การศึกษาดว้ ยระบบคณุ ภาพ (Quality System Management) เพ่ือรองรบั การกระจายอานาจอย่างท่วั ถึง ๓. เพ่อื ให้บุคลากรทุกคนมีทักษะวิชาชีพในการพัฒนาการเรียนการสอนและใชน้ วตั กรรม เทคโนโลยีท่ี ทนั สมยั ยกระดบั การจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (Worle Class standard) ๔. เพือ่ ให้การใช้งบประมาณและทรพั ยากรของทุกหน่วยงานเป็นไปตามเป้าหมายไดอ้ ยา่ งมี ประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลสูงสุด วิสัยทศั น์โรงเรยี น โรงเรียนบา้ นนานวน จัดการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานอยา่ งท่วั ถึง มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานสากล พฒั นา สถานศกึ ษาสโู่ รงเรยี นดี เรียนรเู้ ทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ดารงชวี ิตตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านนานวนพุทธศักราช ๒๕๖๓ มุ่งให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดงั นี้ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสาร ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึง ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสงั คม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคิด อยา่ ง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือ สารสนเทศเพ่ือการตดั สินใจเกยี่ วกับตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญ ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คณุ ธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจความสมั พนั ธ์และ

2 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ แก้ไขปัญหาและมีกาตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและ สง่ิ แวดล้อม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดาเนนิ ชีวติ ประจาวัน การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรอู้ ยา่ งต่อเนอ่ื ง การทางาน และการอยรู่ ว่ มกนั ในสังคม ด้วยการสรา้ งเสรมิ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ท่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ืน่ ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การ ทางาน การแกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวนพุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุ่ พฒั นาผเู้ รียนให้มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพือ่ ให้สามารถอย่รู ่วมกับผู้อน่ื ในสังคม ได้อย่างมคี วามสุข ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดังนี้ ๑. รักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๒. ซ่อื สตั ย์สุจริต ๓. มวี นิ ัย ๔. ใฝ่เรยี นรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มงุ่ มั่นในการทางาน ๗. รกั ความเป็นไทย ๘. มจี ิตเป็นสาธารณ ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช. ๑. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ๒. ซอื่ สัตย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นสง่ิ ท่ีดีงามเพื่อสว่ นรวม ๓. กตัญญตู อ่ พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครูบาอาจารย์ ๔. ใฝ่หาความรู้ หมัน่ ศกึ ษาเล่าเรียน ทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม ๕. รกั ษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอันงดงาม ๖. มีศีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ นื่ เผ่ือแผ่และแบง่ ปัน ๗. เข้าใจเรยี นรู้การเป็นประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุขท่ถี ูกต้อง ๘. มีระเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรจู้ ักการเคารพผู้ใหญ่ ๙. มสี ติรตู้ วั รูค้ ิด รทู้ า รปู้ ฏิบตั ิตามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ๑๐. รู้จกั ดารงตนอยู่โดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รู้จักอดออมไวใ้ ช้เมือ่ ยามจาเปน็ มไี ว้พอกินพอใช้ ถา้ เหลือกแ็ จกจ่ายจาหนา่ ย และพรอ้ มท่จี ะ ขยายกจิ การเมอื่ มีความพรอ้ ม เมื่อมภี ูมิค้มุ กนั ท่ีดี ๑๑. มีความเข้มแข็งทัง้ รา่ งกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ตอ่ อานาจฝา่ ยตา่ หรือกิเลส มีความละอาย เกรงกลวั ตอ่ บาปตามหลกั ของศาสนา ๑๒. คานึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติ มากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง

3 หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) หลักสูตรตา้ นทุจริตศกึ ษา สานักงานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกบั สานกั งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน (สพฐ.) ได้จดั ทาหลกั สูตรต้านทุจริตศึกษาสาหรับใช้ในทุกระดับ การศกึ ษา ในสว่ นของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานไดจ้ ดั ทาหลักสตู รต้านทจุ ริตศกึ ษา รายวิชาเพ่ิมเตมิ “การปอ้ งกนั การทจุ รติ ” ข้ึน และคณะรฐั มนตรีมีมตเิ ห็นชอบหลักสตู รต้านทุจริตศึกษา เม่ือ วันท่ี ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และให้หน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งนาหลกั สตู รต้านทุจรติ ศกึ ษาไปปรบั ใชใ้ นการ จัดการเรยี นการสอนในสถานศึกษาโดยม่งุ เน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจทถี่ ูกตอ้ งเก่ยี วกับความหมายและ ขอบเขตของการกระทาทจุ ริตในลักษณะต่าง ๆ ท้ังทางตรงและทางอ้อม ความเสียหายทเี่ กดิ จากการทจุ รติ ความสาคัญของการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ รวมท้งั จัดให้มกี ารประเมนิ ผลสัมฤทธ์ิของการจดั หลักสูตรในแต่ละชว่ ง วยั ของผ้เู รียนด้วย หลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษา (Anti – Corruption Education) รายวิชาเพ่มิ เตมิ “การป้องกันการ ทุจรติ ” ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ ๑) การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ๒) ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต ๓) STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต ๔) พลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อสงั คม ท่สี ถานศึกษาจัดให้กบั ผู้เรยี นเพื่อปลกู ฝงั และป้องกันการทุจรติ ไมใ่ ห้ เกดิ ขน้ึ โดยเรมิ่ ปลูกฝงั ผูเ้ รยี นตงั้ แต่ชน้ั ปฐมวยั จนถึงชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ใหม้ คี วามรคู้ วามเข้าใจ มีทักษะ กระบวนการ มสี มรรถนะทส่ี าคญั และมคี ุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์

4 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรยี นบา้ นนานวน หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นนานวน พุทธศกั ราช ๒๕6๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ไดก้ าหนดโครงสร้างเวลาเรยี น ดงั นี้ เวลาเรียน กลุม่ สาระการเรยี นรู้/ กจิ กรรม ระดับประถมศึกษา ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม. ๑ ม. ๒ ม. ๓ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ คณิตศาสตร์ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ (๓ นก.) (๓ นก.) (๓ นก.) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘0 ๘0 ๘0 ๑6๐ ๑๖๐ ๑๖๐ (4 นก.) (๔ นก.) (๔ นก.) สงั คมศกึ ษา ศาสนา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒0 120 120 และวฒั นธรรม (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ 40 40 40 สุขศกึ ษาและพลฯ (1นก.) (1นก.) (1นก.) ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๒นก.) (๒ นก.) (๒ นก.) การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ 8๐ 8๐ 80 8๐ 8๐ 8๐ ภาษาต่างประเทศ (2นก.) (2 นก.) (2 นก.) รวมเวลาเรียน (พ้นื ฐาน) ๔0 ๔0 ๔0 ๘๐ ๘๐ ๘๐ 40 4๐ 4๐ (1นก.) (1 นก.) (1 นก.)  กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน - กจิ กรรมแนะแนว ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑2๐ ๑2๐ ๑2๐ (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) กิจกรรมนกั เรียน - ลูกเสือ เนตรนารี ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐ - ชมุ นุม (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) (๒๒ นก.) กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ สาธารณประโยชน์ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 สาระเพิม่ เตมิ คอมพวิ เตอร์ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 ๓0 *บรู ณาการหลกั สตู รตา้ นทุจริต งานอาชีพ ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 ๑0 รวมเวลาเรียนทัง้ หมด ๘0 ๘0 ๘0 ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ *๔0 *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ *๔๐ ๘0 ๘0 ๘0 1,000 1,๒00 (ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ ชวั่ โมง/ป)ี (ไมเ่ กิน ๑,๒๐๐ ช่ัวโมง/ป)ี

5 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสร้างเวลาเรยี นระดบั ประถมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ กจิ กรรม เวลาเรยี น ป. 6 ระดับประถมศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ป. 1 ป. 2 ป. 3 ป. 4 ป. 5 160 ภาษาไทย 160 คณติ ศาสตร์ 200 200 200 160 160 80 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 200 200 200 160 160 80 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40 40 40 80 80 (40) -ประวัตศิ าสตร์ 80 80 80 80 80 - ศาสนา ศลี ธรรม (40) (40) (40) (40) (40) - หนา้ ที่พลเมอื ง วัฒนธรรมและการดารงชีวิตใน สงั คม (40) (40) (40) (40) (40) (40) - เศรษฐศาสตร์ - ภูมศิ าสตร์ 40 40 40 80 80 80 40 40 40 80 80 80 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40 40 40 80 80 80 ศิลปะ 200 200 200 120 120 120 การงานอาชพี 840 840 840 840 840 840 ภาษาตา่ งประเทศ (120) (120) (120) (120) (120) (120) รวมเวลาเรียน (พื้นฐาน) 40 40 40 40 40 40  กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน - กจิ กรรมแนะแนว 40 40 40 40 40 40 กิจกรรมนกั เรียน 30 30 30 -ลกู เสือ เนตรนารี 30 30 30 - ชุมนมุ 10 10 10 กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 40 40 40 10 10 10 รายวิชาเพ่ิมเติม ปลี ะ 40 ชั่วโมง หน้าท่ีพลเมอื ง 40 40 40 40 40 40 *บูรณาการหลักสูตรต้านทุจริต *๔๐ *๔๐ *๔๐ รวมเวลาเรียน รายวชิ าเพ่ิมเตมิ 40 40 40 40 40 40 รวมเวลาท้งั หมด 1,000 1,000 1,000 *๔๐ *๔๐ *๔๐ ***** เวลาทกี่ าหนดไว้ในหลักสูตร ไมเ่ กนิ 1,000 ช่วั โมง 40 40 40 1,000 1,000 1,000 ไมเ่ กนิ 1,000 ชวั่ โมง

6 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งเวลาเรยี น มัธยมศกึ ษาตอนตน้ โรงเรยี นบา้ นนานวน กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรยี น ดังนี้ เวลาเรยี น กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น กลุ่มสาระการเรยี นรู้พ้ืนฐาน ม. 1 ม. 2 ม. 3 ภาษาไทย 880 (22นก.) 880(22นก.) 880 (22 นก.) คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) - วิทยาศาสตร์ - เทคโนโลยี 160(4 นก.) 160(4 นก.) 160(4 นก.) 120(๓ นก.) 120(๓ นก.) 120(๓ นก.) สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 40(1 นก.) 40(1 นก.) 40(1 นก.) -ประวตั ิศาสตร์ -ศาสนา ศีลธรรม 160 (4 นก.) 160 (เ4 นก.) 160 (4 นก.) - หนา้ ท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรมและการดารงชวี ิตใน 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) สงั คม - เศรษฐศาสตร์ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) -ภูมิศาสตร์ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 80 (2นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) ศลิ ปะ ๘0 (๒นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) การงานอาชีพ ๔0 (๑นก.) ๔0 (๑ นก.) ๔0 (๑ นก.) ภาษาต่างประเทศ 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 120 (3 นก.) 880 (22นก.) 880(22นก.) 880 (22 นก.) รวมเวลาเรียน (พน้ื ฐาน)  กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 120 120 120 กจิ กรรมแนะแนว 40 40 40 กจิ กรรมนักเรียน -ลกู เสือ เนตรนารี 40 40 40 - ชมุ นุม ๓0 ๓0 ๓0 กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ รวมเวลาเรียน กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น 120 ๑๐ 10 รายวิชาเพ่ิมเตมิ ๘0 (๒นก.) 120 120 คอมพวิ เตอร์ (ปีละไมเ่ กิน 2๔0 ช่ัวโมง) หน้าทพี ลเมอื ง ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) *ตา้ นทจุ ริต (*บรู ณาการกบั วชิ าหน้าท่พี ลเมอื ง) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) งานอาชีพ *๔0 *40 *๔๐ ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) ๘0 (๒นก.) รวมเวลาเรียน (เพมิ่ เติม) 200 (5นก.) 200 (5นก.) 200 (5นก.) รวมเวลาท้งั หมด ***** เวลาท่กี าหนดไวใ้ นหลักสตู ร 1,200 1,200 1,200 ไมเ่ กิน 1,200 ชั่วโมงตอ่ ปี

7 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ในหลกั สูตรโรงเรยี นบา้ นนานวน พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) 1. ความสาคัญ พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กาหนดแนวการจัดการศึกษา โดยยดึ หลักว่าผู้เรียน ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญท่ีสุดกระบวนการจัด การศกึ ษาต้องสง่ เสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาตแิ ละเต็มตามศักยภาพ โดยจดั เนื้อหาสาระ และ กิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึก ทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน แก้ปัญหาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กอปรกับ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและ เทคโนโลยี ก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียต่อการดาเนินชีวิตในปัจจุบันของบุคคล ทาให้เกิดความยุ่งยาก ซบั ซอ้ นมากยิง่ ข้นึ จาเปน็ ต้องปรบั เปลยี่ นวิถีการดาเนนิ ชีวิตใหส้ ามารถดารงอยู่ในสงั คมได้อยา่ งมีคุณคา่ มีศกั ดิศ์ รี และมีความสขุ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กาหนดให้มีสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนซึ่ง เปน็ กิจกรรมทีจ่ ดั ใหผ้ ู้เรียนไดพ้ ัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพ่ิมเติมจากกิจกรรมที่ได้ จัดใหผ้ เู้ รียนตามกลมุ่ สาระทั้ง 8 กลุม่ การเขา้ ร่วมและปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทเ่ี หมาะสมร่วมกบั ผอู้ ื่นอย่างมีความสุข กับกิจกรรมท่ีเลือกด้วยตนเอง ตามความถนัด และความสนใจอย่างแท้จริง การพัฒนาท่ีสาคัญ คือ การ พัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ให้เป็นผู้มี ศลี ธรรม จรยิ ธรรม มีระเบียบวินัย และมคี ณุ ภาพ ปลกู ฝังและสรา้ งจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม และประเทศชาติ 2. วสิ ัยทัศน์ วิสัยทัศน์ของกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการ ด้วยรูปแบบ วิธีการที่หลากหลาย ให้ได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง มีความหมาย และมีคุณค่าในการพัฒนา ผ้เู รยี นทั้งดา้ นร่างกาย จติ ใจ สติปญั ญา อารมณ์ และสงั คม ม่งุ เสรมิ เจตคติ คณุ คา่ ชวี ิต ปลูกฝังคณุ ธรรมและ ค่านิยมที่พ่ึงประสงค์ ส่งเสริมให้รู้เรียน รู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสานึกในธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ปรับตวั และปฏิบัตติ นให้เปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม ประเทศชาติและดารงชีวิตได้อยา่ งมคี วามสขุ 3. ธรรมชาตแิ ละลักษณะวิชา กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เน้นการจัดกิจกรรมในลักษณะของการบูรณาการ องค์ความรู้ต่างๆ ท่ีเก้ือกูลส่งเสริมการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระให้มีความกว้างขวางลึกซ้ึงย่ิงขึ้น อีกท้ังให้ผู้เรียนได้ค้นพบและใช้ ศกั ยภาพทมี่ ใี นตนอย่างเต็มที่ เลอื ก ตัดสนิ ใจ ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผลเหมาะสมกบั ตนเอง สามารถวางแผนชวี ิตและ อาชีพได้อย่างมีคุณภาพ เน้นการเสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม และ จริยธรรม กิจกรรมพัฒนาทักษะชวี ิต กิจกรรมสรา้ งเสริมประสทิ ธภิ าพทางการเรยี น เปน็ ต้น

8 หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 4. คุณภาพของผูเ้ รยี น  คุณภาพของผู้เรียนเมื่อจบหลักสตู ร กล่มุ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น มุ่งพฒั นาผเู้ รียนใหร้ ้จู ักและเหน็ คณุ คา่ ในตนเองและผู้อื่น มวี ุฒิภาวะทาง อารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดาเนินชีวิตอย่างเหมาะสม และมีความสุข มีจิตสานึกในการ รับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ

9 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓)  คุณภาพของผู้เรยี น จบช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3 รคู้ วามต้องการ จดุ เดน่ จดุ ดอ้ ยของตนเองตลอดจนตดั สนิ ใจแกไ้ ขปัญหางา่ ยๆ ของตนเองได้ ทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข แสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับวัย สามารถค้นหาข้อมูลจาก แหล่งใกลต้ วั และเลือกใช้ข้อมูลใหเ้ ปน็ ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั จบช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 รู้ความต้องการและความสนใจของตนเอง พัฒนาจุดเด่นและปรับปรุงจุดด้อย รู้และเข้าใจปัญหาที่ ซับซ้อน มีการควบคุมอารมณ์และมกี ารแสดงออกได้เหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ ทางานร่วมกับผูอ้ นื่ ได้ อยา่ งมคี วามสุข ตดั สินในการแก้ปญั หาของตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น สามารถคน้ หาข้อมูลจากแหลง่ ต่างๆ ด้วยวิธีการทหี่ ลากหลายและเลือกใช้ขอ้ มูลให้เปน็ ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน จบชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รูแ้ ละเข้าใจความรู้สึกของตนเอง แสวงหาแบบอย่างทด่ี ีและเหมาะสม รแู้ ละเข้าใจสาเหตุของปัญหา และมีแนวทางในการแก้ปัญหา เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล มีความสามารถจัดการกับ อารมณ์และแสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถในการทางานในฐานะผู้นาและผู้ตามท่ีดี มีความ สามารถในการตดั สินใจแก้ปญั หาของตนเอง ครอบครัวโรงเรียนและสงั คม สามารถคน้ หา รวบรวม วิเคราะห์ ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ด้วยวิธีการท่ีหลากหลายทันสมัย และสามารถเลือกใช้ข้อมูลสารสนเทศให้เป็น ประโยชนต์ อ่ ตนเองและสงั คม 5. ความหมาย กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น เปน็ กจิ กรรมที่จดั อย่างเปน็ กระบวนการด้วยรูปแบบ วิธกี ารที่หลากหลาย ใน การพัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และสังคม มุ่งส่งเสริมเจตคติคุณค่าชีวิต ปลูกฝัง คุณธรรมและค่านิยมท่ีพึงประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสานึกในธรรมชาติ และ สง่ิ แวดล้อม ปรับตวั และปฏบิ ัติตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ สังคม ประเทศชาติ และดารงชวี ติ ไดอ้ ย่างมีความสขุ 6. เปา้ หมาย การจัดกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นมุ่งพฒั นาให้บคุ คลรู้จกั และเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผู้อืน่ มีวุฒภิ าวะทาง อารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดาเนินชีวิตอย่างเหมาะสม และมีความสุข มีจิตสานึกในการ รับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ โดยกาหนดเป้าหมายในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังนี้ 1. ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย เกิดความรู้ความชานาญ ทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ อย่างกวา้ งขวางมากยงิ่ ขนึ้ 2. ผู้เรยี นค้นพบความสนใจ ความถนดั และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมองเหน็ ชอ่ งทาง ในการสรา้ งงาน สรา้ งอาชพี ในอนาคตได้เหมาะสมกบั ตนเอง 3. ผู้เรยี นเหน็ คุณค่าขององคค์ วามรู้ต่างๆ สามารถนาความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการพัฒนา ตนเอง และประกอบอาชพี 4. ผเู้ รยี นพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ ค่านิยมในการดารงชีวิต และสร้างศลี ธรรม จริยธรรม 5. ผู้เรียนมีจิตสานึกและทาประโยชนเ์ พอ่ื สงั คมและประเทศชาติ

10 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 7. หลักการ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนมหี ลกั การ ดงั นี้ 1. มกี ารกาหนดวัตถปุ ระสงค์และแนวปฏบิ ตั ทิ ่ีชัดเจนเป็นรปู แบบ 2. จัดให้เหมาะสมกบั วัย วุฒิภาวะ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถของผูเ้ รียน 3. บรู ณาการวชิ าการกบั ชวี ิตจริง ใหเ้ รยี นได้ตระหนักถงึ ความสาคญั ของการเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต 4. ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ฝึกใหค้ ิดวิเคราะห์ สรา้ งสรรคจ์ ิตนาการ ทเี่ ป็นประโยชน์และสมั พนั ธก์ บั ชวี ติ ในแตล่ ะชว่ งวัยอยา่ งตอ่ เน่ือง 5. จานวนสมาชกิ มคี วามเหมาะสมกับลกั ษณะของกิจกรรม 6. มีการกาหนดเวลาในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของ สถานศึกษา 7. ผู้เรียนเป็นผู้ดาเนินการ มีครูเป็นที่ปรึกษา ถือเป็นหน้าท่ีและงานประจาโดยคานึงถึงความ ปลอดภยั 8. ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรทั้งภาครัฐและ เอกชน มสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรม 9. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม โดยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอยา่ ง เป็นระบบและตอ่ เน่ือง โดยให้ถือว่าเปน็ เกณฑ์การประเมนิ ผลการผ่านชั้นปี 8. การจดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น การจัดกจิ กรรมจดั ให้ผเู้ รียนทกุ คนเขา้ รว่ มกิจกรรม โดยมแี นวการจดั กิจกรรม ดงั นี้ 1. ให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามความสนใจ 2. ให้ผู้เรยี นได้ปฏิบัตกิ จิ กรรมผา่ นประสบการณท์ หี่ ลากหลาย ฝกึ การทางานทสี่ อดคล้องกบั ชวี ติ จริง ตลอดจนสะทอ้ นความรู้ ทกั ษะ และประสบการณข์ องผเู้ รยี น 3. จัดกิจกรรมอย่างสมดุลทั้ง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพ่ือ สังคม และสาธารณประโยชน์ โดยจัดกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมกลุ่ม ทั้งในและนอกสถานศึกษาอย่าง สม่าเสมอและต่อเน่อื ง 4. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนเป็นผู้ดาเนินการโดยการศึกษาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็น ระบบ เนน้ การคดิ วิเคราะห์และใช้ความคิดสร้างสรรคใ์ นการดาเนนิ กจิ กรรม 5. ใชก้ ระบวนการมสี ว่ นร่วมและการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื มากกว่าเนน้ การแขง่ ขนั บนพนื้ ฐาน การปฏิบตั ิตามวถิ ีประชาธปิ ไตย 6. จดั ใหม้ ีการแลกเปล่ยี นเรยี นรแู้ ละเผยแพร่กิจกรรม 9. ขอบข่ายการจดั กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน จัดกิจกรรมให้ครบท้ัง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี นและกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและ สาธารณประโยชน์ โดยมขี อบขา่ ย ดงั นี้

11 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 1. จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้กว้างขวางลึกซึ้งย่ิงขึ้นในลักษณะเป็น กระบวนการเชิงบูรณาการโดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนสามารถบูรณาการระหว่างกิจกรรมแนะ แนว กจิ กรรมนกั เรยี น และกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ 2. จัดกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เน้นการให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของวิชาความรู้ อาชีพ และการดาเนินชีวิตที่ดีงาม ตลอดจนเห็น แนวทางในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ 3. จัดกิจกรรมท่ีปลูกฝังและส่งเสริมจิตสานึกการทาประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะต่างๆ สนับสนุน ค่านิยมท่ีดีงามและเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 4. จัดกิจกรรมท่ีฝึกการทางานและการให้บริการด้านต่าง ๆ ทั้งท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อ ส่วนรวม เพื่อเสรมิ สร้างความมนี ้าใจ ความเออ้ื อาทร ความเปน็ พลเมอื งดี ต่อสังคมและประเทศชาติ โครงสร้างกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนและเวลาเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตน แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ประกอบด้วยกิจกรรม 3 ลกั ษณะ ดังน้ี 1.กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตน ได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียงั ช่วยให้ครูรูจ้ ักและเข้าใจผู้เรยี น ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือ และให้คาปรึกษาแกผ่ ู้ปกครองใน การมีสว่ นรว่ มพฒั นาผ้เู รยี น 2. กิจกรรมนักเรยี น เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบการทางาน ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอื้ออาทรและ สมานฉนั ท์ โดยจดั ใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผู้เรยี น ใหไ้ ดป้ ฏบิ ัตดิ ว้ ยตนเอง ในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทางานเนน้ การ ทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา และท้องถ่ิน กจิ กรรมนักเรยี นประกอบดว้ ย 2.1 กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี 2.2 กจิ กรรมชุมนมุ 3. กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความ สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิต สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพฒั นาต่างๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรคส์ งั คม

12 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ท้ัง 3 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์เม่ือผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมแล้วนาไปสู่ เป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นใน หลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) มคี วามสัมพนั ธเ์ ชอื่ มโยงกัน โรงเรียนบา้ นนานวน ไดก้ าหนดโครงสร้างเวลาในการจัดกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนในชัน้ ประถมศึกษา ปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ปีละ 120 ชั่วโมงเป็นเวลาสาหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ สาหรบั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์โรงเรยี นบา้ น นานวน จดั เวลาให้ผเู้ รียนไดป้ ฏิบัตกิ ิจกรรม ดังน้ี ระดับประถมศกึ ษา (ป.1-6) รวม 6 ปี จานวน 60 ชว่ั โมง ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) รวม 3 ปี จานวน 30 ช่ัวโมง กิจกรรม ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน้ กจิ กรรม แนะแนว ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3 กจิ กรรมนกั เรียน -ลูกเสอื เนตรนารี 40 40 40 40 40 40 40 40 40 -ชมุ นมุ กิ จก ร ร มเพ่ือสังคมและ 30 30 30 30 30 30 30 30 30 สาธารณะประโยชน์ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 10 รวมทงั้ สิ้น 10 10 10 10 10 10 10 10 120 120 120 120 120 120 120 120 120

13 หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ซึ่งผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาและฝึกปฏิบัติกิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรม อย่างต่อเน่ืองทุกปีจนจบ การศึกษาตามกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในหลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน พุทธศักราช 256 3 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)

14 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) กิจกรรมแนะแนว กจิ กรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รรู้ กั ษ์สิง่ แวดล้อม สามารถ คิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับตนได้ อยา่ งเหมาะสม นอกจากนีย้ งั ช่วยใหค้ รรู จู้ กั และเข้าใจผเู้ รยี น ทัง้ ยงั เป็นกจิ กรรมท่ชี ว่ ยเหลือและใหค้ าปรึกษาแก่ ผูเ้ รียน การจัดกจิ กรรมแนะแนวทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ กิจกรรมแนะแนวทีจ่ ัดน้นั จะตอ้ งครอบคลมุ ทัง้ ดา้ น การศึกษา การงานและอาชีพ และชีวิตและสังคม รวมทั้งสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ ความ สนใจ ธรรมชาติของผู้เรียนและวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และตอบสนองจุดมุ่งหมายหลักสูตรฯ ครูผู้จัด กิจกรรมแนะแนวสามารถจัดกิจกรรมได้หลายรูปแบบ ที่เน้นให้ผู้เรียนมีอิสระในการคิดและตัดสินใจด้วย ตนเอง เรียนรู้ด้วยตนเองด้วยการปฏิบัติจนกระท่ังเกิดทักษะชีวติ หรือการเรยี นรู้ รูปแบบการจัดกิจกรรมท่ี หลากหลาย หลกั การ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นในหลักสูตรโรงเรียนบ้านนานวน พุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กาหนดให้มีกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน เป็นกิจกรรมที่จัดเพ่ิมเติมให้แกผ่ ู้เรียน นอกเหนือจากการเรยี นรู้ตามกลุ่มสาระท้ัง 8 กลุ่ม โดยการพัฒนาที่ สาคัญ ได้แก่ การพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และ สังคม โดยเป็นกิจกรรมท่ีจะช่วยสร้างเยาวชนให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีคุณภาพ เพื่อพฒั นาองค์รวมของความเป็นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ ปลกู ฝงั และสรา้ งจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม ซึง่ สถานศกึ ษาจะต้องดาเนินการอยา่ งมีเปา้ หมาย มรี ปู แบบและวธิ กี ารท่เี หมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนวและกิจกรรมนักเรียน ในที่น้ี จะกล่าวถึงเฉพาะกิจกรรมแนะแนว ว่าเปน็ กจิ กรรมสง่ เสริมและพัฒนาความสามารถของผูเ้ รยี นให้เหมาะสม ตามความแตกต่างระหว่างบคุ คล สามารถค้นพบและพฒั นาความสามารถของตน เสรมิ สร้างทักษะชวี ติ วุฒิ ภาวะทางอารมณ์ การเรียนรใู้ นเชิงพหุปัญญา และการสร้างสัมพันธภาพอันดี ซ่ึงผู้สอนทุกคนต้องทาหน้าท่ี แนะแนว ให้คาปรกึ ษาดา้ นชีวิต การศึกษาต่อ และการพัฒนาตนเองสูโ่ ลกอาชีพและการมีงานทา การจัดกิจกรรมแนะแนว จะเป็นประโยชน์ต่อครูและผู้เรียนตามขอบข่ายท้ังหมด ประถมศึกษา ปที ่ี 1 – 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1- 3 โดย แบง่ กลุม่ กิจกรรมเปน็ 4 กลมุ่ คือ 1. กล่มุ กจิ กรรมรจู้ กั เข้าใจ และเหน็ คณุ คา่ ในตนเองและผู้อื่น 2. กลมุ่ กจิ กรรมการปรับตัวและดารงชีวติ 3. กลุม่ กจิ กรรมการตดั สนิ ใจและแกป้ ัญหา 4. กลุ่มกิจกรรมการแสวงหาและใช้ข้อมลู สารสนเทศ วตั ถุประสงค์ 1. เพอ่ื ผเู้ รียนคน้ พบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั และเหน็ คุณค่าในตนเอง และผูอ้ นื่ 2. เพื่อให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ท้ังด้านการศึกษา อาชีพ ส่วนตัว สังคม เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสม สอดคลอ้ งกับศักยภาพของตนเอง

15 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 3. เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนได้พัฒนาบุคลกิ ภาพ และปรับตวั อยู่ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข 4. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมเี จตคติที่ดีต่ออาชีพ สุจรติ 5. เพ่ือให้ผู้เรียนมีค่านิยมที่ดีงามในการดาเนินชีวิต สร้างเสริมวินัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่ นกั เรยี น 6. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีจิตสานึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ขอบขา่ ย การจดั กิจกรรมแนะแนว มอี งคป์ ระกอบ 3 ดา้ น ดังนี้ 1. ดา้ นการศกึ ษา ใหผ้ ู้เรยี นได้พฒั นาตนเองในดา้ นการเรียนอยา่ งเต็มตามศักยภาพรูจ้ กั แสวงหาและ ใช้ข้อมลู ประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศกึ ษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนิสัยใฝร่ ู้ใฝ่เรียน มวี ิธกี าร เรยี นรู้ และสามารถวางแผนการเรียนหรอื การศกึ ษาตอ่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. ด้านอาชีพ ให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทุกด้าน รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่างหลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพอื่ ประกอบอาชีพตามท่ีตนเองมีความ ถนัดและสนใจ 3. ด้านส่วนตัวและสังคม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น รักษ์ส่ิงแวดล้อม มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติท่ีดีต่อการมีชีวิตท่ีดีมีคุณภาพมีทักษะชีวิต และสามารถ ปรบั ตัว ดารงชีวิตอยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ แนวการจดั กจิ กรรม 1. ศึกษาวเิ คราะหส์ ภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ธรรมชาติของผูเ้ รยี น 2. วิเคราะห์สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรยี นเป็นรายบคุ คล 3. กาหนดสัดส่วนของกิจกรรมแนะแนวให้ครอบคลุมด้านการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านส่วนตัวและ สังคม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนและเป้าหมายของ สถานศึกษา โดยครู ผู้ปกครอง และผเู้ รยี นมีส่วนรว่ ม 4. กาหนดวัตถปุ ระสงคก์ ารจดั กิจกรรมแนะแนวของสถานศึกษา เป็นระดบั การศึกษาและชั้นปี 5. ออกแบบการจัดกิจกรรมแนะแนว ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรม เวลาจัดกจิ กรรม หลักฐานการทากิจกรรม และการประเมินผล 6. จัดทาแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวรายชั่วโมง ประกอบด้วย ชื่อกิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เน้อื หา/สาระ วิธดี าเนินกิจกรรม สอื่ /อปุ กรณ์ และการประเมินผล 7. จดั กิจกรรมแนะแนวตามแผนการจัดกจิ กรรมแนะแนวและประเมนิ ผลการจัดกิจกรรม 8. ประเมนิ เพือ่ ตัดสินผล และสรุปรายงาน กจิ กรรมแนะแนว กลมุ่ กิจกรรมรูจ้ กั เข้าใจและเห็นคุณคา่ ในตนเองและผูอ้ น่ื กลมุ่ กิจกรรมการปรับตวั และดารงชวี ติ กลมุ่ กจิ กรรมการตดั สินใจและแก้ปัญหา กลุ่มกิจกรรมการแสวงหาและใช้ข้อมลู สารสนเทศ กลุ่มกจิ กรรมรู้จกั เขา้ ใจและเหน็ คณุ ค่าในตนเองและผ้อู ่ืน

16 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ป. 1 – 3 มาตรฐานการเรยี นรู้ชว่ งข้นั ม. 1 – 3 - รับรคู้ วามตอ้ งการและความรสู้ ึก ป. 4 – 6 - รับรแู้ ละเขา้ ใจความต้องการและ ของตนเอง ความรสู้ กึ ของตนเอง - รจู้ ุดเด่นด้อยของตนเอง - รับรู้และเข้าใจความต้องการและ - แสวงหาแบบอย่างที่ดีและ - รู้และเข้าใจความสนใจความ ความรสู้ ึกของตนเอง เหมาะสมกับตนเอง ถนดั ความสามารถด้านการเรียน - พัฒนาจดุ เด่นปรบั ปรุงจุดดอ้ ยของ - รูแ้ ละเขา้ ใจความสนใจ ความ และการงาน ตนเอง ถนัดดา้ นการเรยี น อาชีพและ - ภมู ิใจตนเองและชื่นชมผูอ้ ื่น - รู้และเขา้ ใจความสนใจความถนดั บคุ ลิกภาพของตนเอง - รูแ้ ละเขา้ ใจปญั หาของตนเอง ด้านการเรียนและอาชีพ - รกั และนับถอื ตนเองและผู้อืน่ - ภมู ใิ จใจตนเองและชื่นชมผอู้ ืน่ - รูแ้ ละเขา้ ใจสาเหตุของปัญหาของ - รับรแู้ ละเข้าใจปญั หาซบั ซ้อน ตนเอง และมีแนวทางในการ ปญั หา กล่มุ กิจกรรมการปรบั ตัวและดารงชีวิต มาตรฐานการเรียนชว่ งชนั้ ป. 1 - 3 ป. 4 - 6 ม. 1 - 3 - รบั รคู้ วามตอ้ งการและความร้สู ึก - เขา้ ใจแลยอมรบั ความต้องการ และ - เขา้ ใจและยอมรบั ความแตกต่าง ของผู้อื่น ความรสู้ กึ ของผูอ้ ื่น ระหวา่ งบคุ คลและความคดิ เห็น - มสี ามารถในการสื่อความรสู้ กึ - มีสามารถในการส่อื สารความคิด ของผู้อื่นอย่างมเี หตผุ ล และความต้องการของตนเองให้ ความรสู้ กึ ให้ผูอ้ ื่นเข้าใจไดต้ าม - มีสามารถในการส่อื สารความคดิ ผู้อน่ื รบั รู้ สถานการณ์ ความรู้สกึ ให้ผ้อู นื่ เขา้ ใจได้อย่าง - แสดงออกทางอารมณเ์ หมาะสม - มีความสามารถในการควบคมุ เหมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล กบั วัย อารมณ์และแสดงออกไดเ้ หมาะสม - มคี วามสามารถในการจดั การกับ - เปน็ ผใู้ ห้และผู้รับที่ดี กับวยั และสถานการณ์ อารมณ์และแสดงออกไดอ้ ย่าง - มคี วามสามารถในการทางาน - ปฏิบตั ติ นให้เป็นประโยชนต์ อ่ เหมาะสมกับวยั และสถานการณ์ และอยู่ร่วมกบั ผ้อู น่ื ได้อย่างมี ครอบครวั โรงเรยี นและชมุ ชน - ปฏิบตั ิตนให้เป็นประโยชน์ต่อ ความสุข - มีความสามารถในการทางานตาม สว่ นรวม บทบาท หนา้ ที่ และอยู่ร่วมกบั ผู้อ่ืน - มีความสามารถในการทางาน ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ตามบทบาท ในฐานะผ้นู าและผู้ ตามทดี่ ี และอยรู่ ่วมกบั ผ้อู น่ื ได้ อย่างมคี วามสขุ

17 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) กล่มุ กิจกรรมการตัดสนิ ใจและแก้ปญั หา ป. 1 - 3 มาตรฐานการเรยี นรู้ชว่ งชน้ั ม. 1 – 3 - มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ ป. 4 - 6 - มีความสามารถในการตดั สินใจ และแกป้ ญั หางา่ ย ๆ ของตนเอง และแกไ้ ขปัญหาของตนเองและ - มคี วามสามารถในการตัดสินใจ ร่วมตดั สนิ ใจแก้ไขปัญหาเกย่ี วกับ และแกไ้ ขปญั หาของตนเองและ ครอบครวั โรงเรยี นและสังคม ร่วมตัดสนิ ใจแก้ไขปญั หาเกย่ี วกับ ครอบครัวและโรงเรียน กลมุ่ กิจกรรมการแสวงหาและใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ ป. 1 – 3 มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชน้ั ม. 1 – 3 - มีความสามารถในการคน้ หา ป. 4 - 6 - มีความสามารถในดา้ นค้นหา ขอ้ มูลจากแหล่งท่ีอยใู่ กลต้ ัว รวบรวม วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ - มีความสามารถเลอื กและใช้ - มีความสามารถในการคน้ หา ขอ้ มลู เฉพาะด้านจากแหล่งต่างๆ ข้อมลู ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ใน ขอ้ มูลจากแหลง่ ตา่ งๆ ดว้ ยวิธีการ ด้วยวธิ กี ารทีห่ ลากหลายทนั สมัย ชีวิตประจาวนั ทีห่ ลากหลาย - มคี วามสามารถในการเลือกสรร - มคี วามสามารถเลือกและใช้ และใช้ขอ้ มูลสารสนเทศใหเ้ ปน็ ขอ้ มูลใหเ้ ป็นประโยชนใ์ น ประโยชนต์ อ่ ตนเองสังคม ชวี ิตประจาวัน การประเมินผล การประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น เป็นเงือ่ นไขสาคัญประการหนงึ่ สาหรับการผ่านช่วงชน้ั หรือจบหลักสูตร ผูเ้ รียนต้องเขา้ ร่วมและปฏิบัตกิ ิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ตลอดจน ผ่านการประเมินตามเกณฑท์ ี่ สถานศึกษากาหนดตามแนวประเมิน ดังนี้ 1. ประเมนิ การรว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นตามวัตถปุ ระสงค์ ด้วยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย ตามสภาพ จรงิ ให้ไดผ้ ลการประเมนิ ท่ถี ูกตอ้ ง ครบถ้วน 2. ครทู ี่ปรกึ ษากิจกรรม ผู้เรยี นและผูป้ กครอง จะมีบทบาทในการประเมินดงั น้ี 2.1 ครทู ีป่ รึกษากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ต้องดแู ลและพฒั นาผู้เรยี นใหเ้ กดิ คุณลักษะตามวัตถุประสงคข์ องกจิ กรรม ต้องรายงานเวลา และพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ต้องศึกษาติดตาม และพัฒนาผเู้ รยี นในกรณผี ู้เรยี นไมเ่ ข้ารว่ มกิจกรรม 2.2 ผู้เรียน ปฏบิ ัติกิจกรรมใหบ้ รรลุตามวตั ถปุ ระสงค์ มีหลกั ฐานแสดงการเขา้ รว่ มกจิ กรรมไม่นอ้ ยกวา่ 80% หรอื ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กาหนด พรอ้ มทั้งแสดงการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และพฒั นาการดา้ นต่างๆ

18 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ถ้าไมเ่ กดิ คณุ ลกั ษณะตามวัตถปุ ระสงค์ ต้องปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเพิม่ เติมตามท่ีครทู ีป่ รึกษา กจิ กรรมอบรม หรอื ใหค้ วามเหน็ ชอบตามที่ผ้เู รียนเสนอ ประเมินตนเองและเพ่ือนรว่ มกจิ กรรม 2.3 ผู้ปกครอง ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการติดตามพฒั นาการของผู้เรยี นกับสถานศกึ ษาเป็นระยะ ๆ ผ้ปู กครองบันทกึ ความเห็น สรุปพฒั นาการและการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของผ้เู รยี น 3. เกณฑ์การผา่ นกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 3.1 ผูเ้ รยี นเข้ารว่ มกิจกรรมอยา่ งน้อย 80% หรือตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด 3.2 ผู้เรียนผา่ นจุดประสงคท์ ี่สาคญั ของแตล่ ะกิจกรรม

19 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนว ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ เรอื่ ง จดุ ประสงคช์ นั้ ปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน ช่วั โมง 1 ตวั หนู 1.1.1 เรียกช่ือส่วนต่างๆ ของ 1. บอกช่อื ส่วนตา่ งๆ ของร่างกายไดถ้ ูกตอ้ ง 3 รา่ งกายได้ถูกต้อง 2. ช้สี ว่ นตา่ งๆ ของร่างกายได้ถกู ตอ้ ง 3. บอกหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ถกู ตอ้ ง 2 ชอบไหม ชอบไหม 1.1.2 ระบุส่วนต่างๆ ของร่างกาย 1. ร่วมกับเพ่ือนบอกส่วนต่างๆของร่างกายที่ 3 ที่ตนเองพอใจพร้อมเหตุผลและ ตนเองพอใจและรับรู้ส่วนต่างๆ ของร่างกายท่ี รับรู้ในส่วนของร่างกายที่เพ่ือน เพื่อนพอใจได้ พอใจ 2. ร่วมอภิปรายกับเพ่ือนที่พอใจส่วนต่างๆ ของ รา่ งกายท่เี หมือนกันเก่ียวกับเหตผุ ลทพี่ อใจได้ 3 ปลอดภัยไวก้ อ่ น 1.1.3 ดูแลส่วนต่างๆ ของร่างกาย 1. บอกวธิ ีการดูแลสว่ นต่างๆ ของร่างกายตนเอง 3 ท้ั ง ข อ ง ต น เ อ ง แ ล ะ เ พ่ื อ น ใ ห้ 2. ปฏิบัติตนในการดูแลส่วนต่างๆ ของร่างกาย ปลอดภยั ของตนและเพ่ือนให้ปลอดภัยได้ 4 บอกนิดคิดอะไร 1.1.4 บอกอารมณ์และความรู้สึก 1. บอกอารมณ์และความรู้สึกท่ีเคยเกิดขึ้นกับ 4 อยู่ ของตนเองได้ ตนเอง 2. บอกสาเหตุการเกิดอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ได้ 3. บอกอารมณ์และความรู้สึกของตนเองใน ภาวการณ์ตา่ งๆ ได้ 5 เราตา่ งกัน 1.2.1 รับรู้ความแตกต่างทางด้าน 1. ร่วมเสนอส่ิงท่ีแตกต่างทางด้านร่างกายของ 3 รา่ งกายของตนเองและเพอื่ น ตนเองและเพ่ือน 1.5.1 ยอมรับความแตกต่าง 2. สรุปได้ว่าคนเรามีความแตกต่างทางด้าน ทางด้านร่างกายของตนเองและ รา่ งกาย เพื่อน 6 หนูชอบแบบนี้ 1.3.1 ระบุงานและกิจ กร ร ม 1. รว่ มสนทนาเกยี่ วกบั งานและกิจกรรมดา้ นการ 4 เพือ่ นชอบแบบนัน้ เกี่ยวกับการเรียนท่ีชอบและไม่ เรยี นท่ชี อบ ชอบ รวมทั้งการรับรู้ความชอบ 2. รว่ มสนทนาเกย่ี วกบั งานและกิจกรรมด้านการ และไมช่ อบของเพือ่ นในช้นั เรียน เรียนที่ไม่ชอบ 3. บอกเหตุผลของการชอบและไม่ชอบเกี่ยวกับ งานและกิจกรรมด้านการเรียนของตนเองและ เพือ่ นในชนั้ เรยี นได้ 7 พ่อแมห่ นทู าอะไร 2.1.1 บอกอาชีพของพ่อแม่ 1. บอกชอ่ื อาชพี ของพ่อได้ 4 2. บอกขอ้ มูลอาชีพของพ่อไดพ้ อสมควร 3. บอกชื่ออาชีพของแมไ่ ด้

20 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ที่ เรือ่ ง จุดประสงคช์ ั้นปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน ชว่ั โมง 4. บอกข้อมูลอาชีพของแมไ่ ดพ้ อสมควร 8 หนเู ก่งไหม 3 . 1 . 1 บ อ ก ค ว า ม ห มา ยของ อธิบายความหมายของเครอื่ งหมาย สญั ลักษณ์ท่ี 3 เครื่องหมาย สัญลักษณ์ท่ีแสดงถึง แสดงถึงคณุ ภาพด้านการเรยี นได้ คณุ ภาพด้านการเรยี นของตน 9 สุขภาพดีชีวีเป็น 3.3.1 ดูแลตัวเองในการปฏิบัติ 1. ระบกุ ิจวัตรประจาวันที่ตอ้ งปฏิบัติ 4 สุข กิจวัตรประจาวนั 2. สารวจกจิ วตั รประจาวันท่ีปฏบิ ัติได้เองและยัง ไมป่ ฏิบัติ 3. รว่ มอภิปรายการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจาวัน ที่ตนทาไดเ้ องกับกลมุ่ เพ่ือน 4. บอกประโยชน์ของการปฏิบัติกิจ วัตร ประจาวันไดด้ ้วยตนเอง 10 อะไรเอ่ย 3.4.1 รู้จักสังเกต ตั้งคาถาม และ 1. บอกรายละเอยี ดของสง่ิ ที่เหน็ ได้ 3 แสวงหาคาตอบ 2. ตงั้ คาถามในส่ิงที่ตนเองสงสยั ได้ 3. บอกวธิ ีหาคาตอบของคาถามทต่ี นสงสยั ได้ 11 อารมณ์หนู 3.4.2 รเู้ ท่าทนั อารมณ์ 1. บอกสภาวะของอารมณ์และความรู้สึกของ 3 อารมณ์ไหน ตนเองต่อส่งิ ต่างๆ 2. บอกสาเหตุของภาวะอารมณ์และความรู้สึก ของตนเองตอ่ สิง่ ต่างๆ รอบตวั ได้ 12 ฟั ง อ ย่ า ง ไ ร ใ ห้ รู้ 3.4.3 เปน็ ผู้ฟงั ท่ดี ี 1. จาแนกการปฏบิ ตั ใิ นการเป็นผู้ฟังทดี่ ี และไม่ดี 3 เร่ือง ได้ 2. ร่วมกันบอกแนวปฏิบัติตนในการเป็นผฟู้ ังทีด่ ี ได้ 3. ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งถกู ตอ้ งในการเปน็ ผฟู้ งั ทด่ี ไี ด้ รวม 40

21 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสร้างกจิ กรรมแนะแนว ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง ที่ เรื่อง จดุ ประสงค์ชัน้ ปี จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน ชวั่ โมง 1 ส่ ว น ต่ า ง ๆ ข อ ง 1.1.1 อธิบายหน้าท่ีของส่วน 1. เรยี กชอื่ ส่วนต่างๆ ของรา่ งกายได้ถูกต้อง 4 ร่างกาย ตา่ งๆ ของรา่ งกายได้ถกู ตอ้ ง 2. ร่วมกับเพื่อนบอกหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของ รา่ งกายได้ 3. ระบุช่ือและหน้าที่ของส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตนเองได้ 4. สรุปหนา้ ทขี่ องส่วนตา่ งๆ ของรา่ งกายไดถ้ ูกต้อง 2 กายดี ชวี ีมีสุข 1.1.2 ดูแลรักษาส่วนต่างๆ 1. ระบุวิธีปฏิบัติตนในการดูแลรักษาส่วนต่างๆ 5 ของร่างกายทั้งของตนเองและ ของร่างกายในชวี ติ ประจาวนั ได้ เพอื่ นให้ปลอดภัย 2. อภิปรายเก่ียวกับวิธีดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของ ร่างกาย 3. นาเสนอวิธีดูแลรักษาส่วนตา่ งๆ ของร่างกายแต่ ละส่วนอยา่ งปลอดภยั ได้ 4. สรุปวิธีปฏิบัติตนในการดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างปลอดภยั 5. ปฏิบัติในการดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้อยา่ งปลอดภัย และแนะนาเพ่อื นได้ 3 รเู้ ขา รเู้ รา 1.1.3 บอกอารมณ์ ความรู้สึก 1. ระบอุ ารมณค์ วามรสู้ กึ ของตนเองได้ 4 ของตน และรับรู้อารมณค์ วาม 2. ระบุอารมณ์ความรสู้ ึกของเพื่อน ครไู ด้ รู้สึกของครู เพื่อนในห้องเรียน 3. ระบุอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกในครอบครวั และสมาชกิ ในครอบครัว ได้ 4 ตา่ งจิต ตา่ งใจ 1.2.1 รับรู้อารมณ์ความรู้สึก 1. บอกอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง เม่ืออยู่ใน 4 ของตนเองและเพอ่ื น สภาวการณ์ต่างๆ 1.5.1 ยอมรับความแตกต่าง 2. รับฟังสิ่งที่เพื่อนบอกอารมณ์ ความรู้สึกของเขา ด้านอารมณ์ จิตใจของตนเอง ในสถานการณ์ต่างๆ และเพือ่ น 3. บอกได้ว่าแต่ละคนมีอารมณ์ความรู้สึกต่อ สถานการณต์ า่ งๆ ไม่เหมอื นกัน 4. ทากิจกรรมร่วมกับเพ่ือนที่มีความแตกต่างด้าน อารมณแ์ ละจติ ใจได้ 5 อาชพี ดี มีสุข 2.1.1 บอกอาชีพในชมุ ชน 1. บอกชื่ออาชีพในชุมชนทีน่ กั เรยี นอาศยั อยไู่ ด้ 3 2. ให้ข้อมูลเก่ียวกับอาชีพต่างๆ ในชุมชนได้ตาม สมควร 6 เรยี นดี มอี นาคต 3.1.1 บอกความหมายผลการ 1. อธิบายความหมายผลการเรียนในแต่ละรายวิชา 4 เรยี นของตน และภาพรวมของตนเองได้

22 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ที่ เร่อื ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน 7 น้าใจไมตรี 3.1.2 ระบุวิชาที่มผี ลการเรยี น ช่ัวโมง 8 รู้ทนั เหตกุ ารณ์ อยู่ในระดับที่ดีและท่ีต้ อง 2. ระบุวชิ าทีม่ ีผลการเรยี นดแี ละไมด่ ีได้ ปรับปรุง 3. บอกสาเหตุท่ไี ดผ้ ลการเรียนดีและไม่ดี 4 9 อารมณ์ของฉนั 4. บอกแนวทางการปรับปรุงวิธีเรียนให้มีผลการ 4 10 สือ่ สารดมี สี มั พันธ์ 3.3.1 แสดงพฤติกรรมท่ีแสดง เรยี นดีข้ึน ถึงความมีเมตตาแบ่งปันของ 1. บอกความหมายของความมเี มตตาได้ 4 รวม กินของใช้ 2. ระบพุ ฤตกิ รรมท่ีแสดงถึงความมีเมตตาได้ 4 3.4.1 วเิ คราะหค์ วามน่าเชื่อถอื 3. แสดงพฤตกิ รรมของบคุ คลทม่ี ีความเมตตา ข อ ง ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ไ ด้ 1. บอกความสาคัญของการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร 40 สมเหตุสมผล ตา่ งๆ ได้ 2. สืบค้นขอ้ มลู ขา่ วสารจากแหล่งต่างๆ ที่ตนสนใจ 3.4.2 ควบคุมอารมณ์ของ ได้ ตนเองได้ 3. พิจารณาความนา่ เช่อื ถือของขอ้ มูลข่าวสารที่ตน ศึกษาค้นคว้าได้ 3.4.3 ใช้ภาษาและกิริยาท่ี 1. จาแนกอารมณด์ แี ละไมด่ ีได้ เหมาะสมในการส่อื สาร 2. พิจารณาพฤตกิ รรมการแสดงอารมณ์ของบุคคล ต่างๆ 3. ปฏิบัติตนในการแสดงอารมณ์ไดอ้ ย่างเหมาะสม 1. บอกแล ะยกตั วอ ย่ าง ก าร ใช้ภ าษ า แ ล ะ กริ ยิ ามารยาททเ่ี หมาะสมในการส่อื สารได้ 2 . แ ส ด ง บ ท บ าท ส ม ม ติก า ร ใช้ ภ า ษ าแล ะ กริ ยิ ามารยาทท่เี หมาะสมได้ 3. สรุปค วามสาคัญของ การใช้ภาษาและ กริ ยิ ามารยาทที่เหมาะสมในการส่ือสารได้

หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 23 เวลา 40 ช่วั โมง โครงสร้างกจิ กรรมแนะแนว ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 ท่ี เรอื่ ง จุดประสงค์ชัน้ ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ชวั่ โมง 1 บอกหน่อยไดไ้ หม 1.1.1 บอกประโยชน์ของส่วน 1. บอกสว่ นตา่ งๆ ของร่างกายได้ 2 ต่างๆ ของรา่ งกายได้ถูกต้อง 2. บอกหน้าท่ีของส่วนต่างๆ ของรา่ งกายได้ 3. บอกประโยชนส์ ว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายได้ 2 อะไรท่ีเปลีย่ น 1.1.2 รับรู้การเปลี่ยนแปลง 1. บอกสว่ นตา่ งๆ ของรา่ งกายที่มีการเปลยี่ นแปลงได้ 2 แปลง ของรา่ งกายตามวยั 2. ร้เู กณฑม์ าตรฐานของร่างกายตามวัย 3. เปรียบเทียบน้าหนักและส่วนสูงของตนเองกับ เกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามยั 4. สรุปไดว้ ่าร่างกายมกี ารเปล่ยี นแปลงตามวยั 3 รแู้ ล้วยอมรับ 1.5.1 ยอมรบั การเปล่ยี นแปลง 1. บอกสาเหตุการเปลยี่ นแปลงของรา่ งกายตามวัย 2 ของรา่ งกายตามวยั 2. มีความร้สู กึ ท่ดี ตี อ่ การเปลยี่ นแปลงของร่างกาย 4 ทาไม? ทาไม? 1.2.1 ระบุสาเหตุของการเกิด 1. บอกสาเหตุการเกิดอารมณ์และความรู้สึกของ 2 อารมณ์ความรู้สึกของตนเอง ตนเองได้ และเพ่ือน 2. บอกสาเหตุการเกดิ อารมณ์และความรู้สกึ ของเพ่ือน ได้ 5 เพราะวา่ ... 1.5.2 ยอมรับความแตกต่าง 1. บอกอารมณ์ของตนเองที่เกิดข้ึนในสถานการณ์ 3 แตกตา่ ง ด้านอารมณ์ จิตใจของตนเอง ตา่ งๆ ได้ และเพื่อน 2. ระบุความแตกต่างด้านอารมณ์ของตนเองและเพื่อน ในสถานการณ์เดยี วกนั 3. บอกเหตผุ ลท่ีบคุ คลมอี ารมณแ์ ตกตา่ งกัน 4. สรปุ ไดว้ า่ บุคคลมอี ารมณแ์ ตกตา่ งกันในดา้ นอารมณ์ และจิตใจ 6 หนชู อบแบบน้ี 1.1.3 รับรู้อารมณ์ ความรู้สึก 1. บอกอารมณ์และความรู้สึกของครูจากพฤติกรรมท่ี 3 เพ่ือนชอบแบบน้ัน ของครู เพื่อนต่างห้องเรียน แสดงออกได้ และสมาชิกในครอบครัว 2. บอกอารมณ์และความรู้สึกของเพ่ือนต่างห้องเรยี น จากพฤติกรรมท่แี สดงออกได้ 3. บอกอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ของสมาชกิ ในครอบครัว จากพฤตกิ รรมที่แสดงออกได้ 7 เป็นเช่นน้ีนีเ่ อง 3.3.1 แสดงความคิดและ 1. รบั รู้อารมณ์ของตนเองในสถานการณ์ตา่ งๆ ได้อย่าง 2 แสดงออกด้านอารมณ์ท่ีมีต่อ เหมาะสม สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง 2. แสดงพฤตกิ รรมของตนเองทั้งทางบวกและทางลบท่ี เหมาะสม มตี อ่ สถานการณต์ า่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 8 สอื่ สารดมี เี พื่อน 3.4.2 รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจ 1. ยอมรับผูอ้ ืน่ ในส่ิงทเ่ี ขาเปน็ 4 เรา 2. ไม่ทากบั ผอู้ ่ืนในสิง่ ท่ีไมอ่ ยากใหผ้ อู้ ่ืนทากับเรา 3.4.3 คานึงถึงความรู้สึกของ 3. ไม่ใช้การส่อื สารทีท่ าร้ายจิตใจของผู้อ่นื ผอู้ ื่นในการสือ่ สาร

24 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรือ่ ง จดุ ประสงคช์ ้ันปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ชัว่ โมง 9 กระจกหกดา้ น 1.3.1 ระบุความสนใจ ความ 1. บอกความสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการ 2 ถนัด ความสามารถด้านการ เรียนของตนเองได้ เรียนของตนเองพรอ้ มเหตุผล 2. บอกเหตุผลทสี่ นับสนนุ ความสนใจ ความถนัด และความสามารถด้านการเรียนของตนเอง ได้ 10 หลากหลายมติ ิ 1.3.2 รับรู้ความสนใจ ความ 1. บอกความสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการ 3 ถนัด ความสามารถด้านการ เรยี นของเพื่อนพรอ้ มเหตุผล เรียนของตนเองพร้อมเหตุผล 2. จัดกลุ่มผู้ที่มีความสนใจ ความถนัด ความสามารถ 1.6.1 ยอมรับความแตกต่าง ดา้ นการเรยี นท่ีเหมือนกนั ของสมาชกิ ในหอ้ งเรียน ด้านความสนใจ ความถนัด 3. สร้างสรรค์งานจากความแตกต่างของตนเองและ ความสามารถด้านการเรียน เพ่อื นได้ ของตนเองและเพื่อน 11 รับรสู้ มู่ ิตรภาพ 1.7.1 ยอมรับความแตกต่าง 1. บอกความหมายของคาว่า บคุ ลิกภาพ ได้ 3 ดา้ นบุคลกิ ภาพของตนเองและ 2. บอกบุคลกิ ภาพทีด่ ีและไม่ดีของตนเองและเพอื่ นได้ เพอื่ น 3. ไมป่ ฏิเสธเพอ่ื นท่ีมบี คุ ลกิ ภาพไม่เหมือนกบั ตน 12 หลากหลายอาชีพ 2.1.1 บอกอาชพี ที่หลากหลาย 1. บอกชื่ออาชีพในท้องถิ่น 3 2. บอกชอ่ื อาชพี ได้อยา่ งหลากหลาย 3. บอกข้อมูลอาชพี ได้ตามสมควร 13 เตรยี มพร้อมสู่ 3.1.1 บอกพฤติกรรมของ 1. ระบวุ ิชาทตี่ นเองมผี ลการเรยี นอย่ใู นระดบั ดี 3 เป้าหมาย ตนเองทช่ี ว่ ยให้ผลการเรยี นดี 3. บอกพฤติกรรมของตนเองท่ีทาให้มีผลการเรียนใน วชิ านนั้ อยใู่ นระดบั ดขี ้ึนไป 4. สรุปพฤติกรรมทจี่ ะช่วยให้ผลการเรยี นอยู่ในระดับดี ทกุ รายวิชา 14 เรยี นดมี ีวิธีอยา่ งไร 3.1.2 ระบุพฤติกรรมท่ีจะ 1. ระบุแนวทางในการปรบั ตัวเพอ่ื ผลการเรยี นในระดับ 3 นามาใชใ้ นการปรับตวั ดา้ นการ ดีข้ึน เรียนให้มีผลการระดับดีขึ้นไป 2. บอกความสาคัญของการประเมินระดับชาติ และมีความพร้อมสาหรับการ 3. ปฏิบัติตนเพื่อผลการเรียนท่ีดีและเตรียมความ ประเมนิ ระดบั ชาติ พร้อมสาหรบั การประเมินระดบั ชาติ 15 ทาอยา่ งไรดีหนอ 3.4.1 ประเมินสถานการณ์ 1. วิเคราะห์ความสมเหตุสมผลของสถานการณ์ต่างๆ 3 แ ล ะ น า ไ ป ป ร ะ ยุ ก ต์ ใช้ใน ได้ ชวี ติ ประจาวัน 2. ประเมนิ ผลทีอ่ าจเกดิ ข้นึ จากสถานการณต์ ่างๆ 3. อธิบายวิธีการคิดและตัดสินใจ เมื่อเผชิญกับ สถานการณ์ต่างๆ รวม 40

25 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนว ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 เวลา 40 ชวั่ โมง ท่ี เรอื่ ง จดุ ประสงค์ช้ันปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ชว่ั โมง 1 พั ฒ น า ก า ร 1.1.1 รับรู้การเปล่ียนแปลงของ 1. สารวจส่ิงทเ่ี ปลย่ี นแปลงของร่างกาย 1 ตามชว่ งวยั ร่างกายตามวัย ตามวยั 2. ร่วมกับเพ่ือน สรุปส่ิงท่ีเปลี่ยนแปลง ของร่างกายตามวัย 2 ร้เู ขารเู้ รา 1.1.2 บอกความคิด ความรู้สึก 1. อธิบายการเกิดความคิด ความรู้สึก 3 อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด อารมณ์ของบุคคล ความรู้สึก อารมณ์ครู เพ่ือน และ 2. ระบุความคิด ความรู้สึกของตนเอง สมาชิกในครอบครวั เมอื่ กระทบกบั เหตกุ ารณต์ า่ งๆ ได้ 1.2.1 จาแนกความคิด ความรู้สึก 3. สังเกตความคิด ความรู้สึก อารมณ์ อารมณ์ท่ีดีและไม่ดีของตนเอง ของครู เพ่ือน และสมาชกิ ในครอบครัว และผูอ้ ่นื 4 แยกได้ว่าความคิด ความรู้สกึ อารมณ์ ใดเปน็ ลบเป็นบวก 3 รับได้ใจเป็น 1.4.1 อธิบายบุคลิกภาพของตน 1. บอกความหมายของ บคุ ลกิ ภาพ ได้ 3 สขุ และรบั รู้บุคลกิ ภาพของเพอ่ื น 2. ร่วมกับเพ่ือนอธิบายบุคลิกภาพของ 1.7.1 รับได้กับบุคลิกภาพของ ตนเองและเพอ่ื น ตนเอง 3. ยอมรับบุคลิกภาพของตนเองและ 1.7.2 ยอมรับในส่ิงท่ีผู้อ่ืนเป็น ผู้อ่ืน ทง้ั ดา้ นบวกและดา้ นลบ ดา้ นบุคลกิ ภาพ 4 ค่าของคน 1.5.1 พอใจในสิ่งที่ดีของตนเอง 1. มีความรู้สึกที่ดีต่อร่างกายด้านบวก 3 ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ ของตนเองและผู้อ่ืน และจิตใจ 2. มีความรู้สึกที่ดีต่อความคิดด้านบวก 1.5.2 ชืน่ ชมสิ่งท่ีดีของผอู้ น่ื ของตนเองและผู้อื่น ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ 3. มีความรู้สึกท่ีดีต่ออารมณ์และจิตใจ และจิตใจ ดา้ นบวกของตนเองและผ้อู น่ื 5 ความแตกต่าง 1.6.1 ยอมรบั สง่ิ ทตี่ นเองมีในด้าน 1 . บ อ ก ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด 3 ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด ความสามารถทางการเรียนของตนได้ ความสามารถทางการเรียน 2 . รั บ รู้ ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด 1.6.2 เข้าใจผู้อ่ืนในด้านความ ความสามารถทางการเรยี นของผอู้ ่ืน สนใจ ความถนัด ความสามารถ 3. รับได้กับสิ่งทตี่ นเองมีและเขา้ ใจผู้อื่น ทางการเรียน ด้ า น ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด ความสามารถทางการเรยี น

26 หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน ชวั่ โมง 6 โตขึ้นจะเป็น 2.1.1 บอกลักษณะของอาชีพท่ี 1. ระบุช่ือและลักษณะของอาชีพท่ี 3 อะไร สนใจ สนใจ 2.2.1 บอกคุณลกั ษณะของตนเอง 2. ระบุคุณลักษณะของตน เอ ง ท่ี ท่สี อดคล้องกับอาชพี ทีส่ นใจ สอดคลอ้ งกับอาชพี ท่สี นใจ 7 แก้ไขได้ 3.3.1 วิเคราะห์ผลการเรียนของ 1. บอกระดับผลการเรียนรายวิชาภาค 4 ตน แตล่ ะรายวิชา เรียนท่ี 1 3.1.2 ระบุวิธกี ารพัฒนารายวิชาท่ี 2. ระบุรายวิชาที่ผลการเรียนยังไม่ ผลการเรยี นยงั ไม่เป็นทพี่ อใจ พอใจพร้อม สาเหตทุ ีไ่ ด้ระดบั ผลการเรยี นเช่นน้นั 3. ร่วมอภิปรายกับเพื่อนในการพฒั นา ให้ระดบั ผลการเรียนดีขนึ้ 4. สรุปวิธีการพัฒนาผลการเรียนของ ตนเอง 8 ฝันใหไ้ กล 3 . 4 . 1 มี จิ น ต น า ก า ร แ ล ะ มี 1. บอกรายละเอยี ดจากภาพ 4 ไปให้ถงึ ความสามารถในการคิดเชื่อมโยง 2. บอกความสัมพันธ์ของสิ่งท่ีอยู่ใน ภาพ 3. เลา่ เร่ืองจากภาพได้ 4. ฝึกการคดิ เชือ่ มโยงจากสอื่ ตา่ งๆ 9 ผ่อนคลาย 3.4.2 มีวธิ ีผอ่ นคลายอารมณ์ 1. บอกอารมณ์และความเครียดท่ีเคย 4 และความเครยี ดใหก้ ับตนเอง เกิดกับตนเอง พรอ้ มสาเหตุ 2. แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีผ่อนคลาย อารมณ์และความเครียดที่ตนเคยใช้ ไดผ้ ลมาแล้วกบั กลุม่ เพอ่ื นได้ 3. สรุปวิธีการที่จะเลือกไว้ใช้กับตนเอง ต่อไป 10 ชนื่ ชมยินดี 3 . 4 . 3 รู้ จั ก แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด 1. บอกได้ว่าการแสดงให้ผู้อื่นรู้ว่าเรา 4 ความรู้สึกชน่ื ชมการกระทา ช่ืนชมการกระทาท่ีดีงามของเขา เป็น ทีด่ งี ามใหผ้ ู้อื่นรบั รู้ วิธีหน่ึงในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับ ผู้อน่ื 2. ระบุวิธีการแสดงความช่ืนชมผู้อ่ืน อย่างหลากหลาย 3. ปฏิบัติตนในการแสดงความช่ืนชม ใหผ้ อู้ ่ืนรับรู้ 11 มิตรไมตรี 3.4.4 มีมารยาทในการส่ือสารกบั 1. อธิบายพฤติกรรมที่แสดงถึงการมี 4 ผอู้ ่นื มารยาทในการสอ่ื สาร

27 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เร่อื ง จุดประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน 12 สมั พันธภาพ ชั่วโมง 3 . 4 . 5 ชื่ น ช ม ค ว า ม ส า เ ร็ จ 2. ฝึกการสื่อสารอย่างมีมารยาทใน ความสามารถและการกระทา สถานการณต์ ่างๆ ท่ีดีงามของผู้อื่นด้วยคาพูด ภาษากาย และภาพลกั ษณ์ 3.3.1 ควบคุมความคิด แ ละ 1. บอกได้ว่าความคิดและอารมณ์ใด 4 อารมณข์ องตนเองได้ ควรควบคุมในการแสดงออก 3.4.6 มีวิธีสร้างความมั่นคงใน 2. ศึกษาวิธีการควบคุมอารมณ์จาก อาร มณ์ ของ ตน เ อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง แหลง่ เรียนรตู้ า่ งๆ เหมาะสม 3. สรุปวธิ คี วบคุม สรา้ งความมัน่ คงทาง อารมณท์ เี่ หมาะสมสาหรบั ตนเอง รวม 40

28 หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสร้างกิจกรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ชว่ั โมง ท่ี เรือ่ ง จุดประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน 1 ตัวฉนั ชัว่ โมง 2 บุคลิกภาพ 1.1.1 รับรู้การเปล่ียนแปลงของ บอกส่ิงท่ีเปล่ียนแปลงของร่างกาย 2 3 แสดงออก อย่างมัน่ ใจ ร่างกายตามวัย ในช่วงวัยของตนได้ 4 แสดงออก 1.4.1 ระบุบุคลิกภาพท่ีดีและไม่ดี 1. บอกบุคลิกภาพของตนเอง ท้ัง 4 อย่าง เหมาะสม ของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพท่ีดี ดา้ นดีและด้านไม่ดี 5 คุณค่าด้าน และไม่ดขี องเพอ่ื น 2. รบั รบู้ ุคลกิ ภาพของเพ่อื น ท้งั ด้าน การเรยี น 1.7.1 ภูมิใจในบุคลิกภาพด้านดี ดแี ละด้านไม่ดี ของตน 3. บอกบคุ ลิกภาพดา้ นดีท่ตี นภมู ใิ จ 1.7.2 ชื่นชมบุคลิกภาพด้านดีของ 4. แสดงความช่ืนชมในบุคลิกภาพ ผอู้ ื่น ดา้ นดีของผู้อื่น 1.5.1 แสดงออกถงึ ความมน่ั ใจในส่ิง มีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงความม่ันใจ 3 ท่ี ดี ข อ ง ต น เ อ ง ด้ า น ร่ า ง ก า ย ในสิ่งท่ีดีของตนเอง ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ 3.3.1 รู้เท่าทนั ความคิดและอารมณ์ 1.บอกความคดิ และอารมณ์ของตนเองใน 3 ของตนเอง สถานการณ์ต่างๆ 3.3.2 จัดการกับความคิดและ 2. จาแนกความคดิ และอารมณ์ด้าน อ า ร ม ณ์ ข อ ง ต น เ อ ง ไ ด้ อ ย่ า ง บวกและดา้ นลบ เหมาะสม 3. ขจดั ความคิดและอารมณ์ด้านลบ สถานการณ์ต่างๆ และแสดงออก อยา่ งเหมาะสม 1.3.1 บอกวิชาท่ีตนเองถนดั อย่างมี 1. ระบุรายวิชาท่ีทาคะแนนได้ดี 3 เหตผุ ล และมีความสุขในการเรียนและรบั รู้ 1.3.3 รับรู้วิชาท่ีเพ่ือนถนัดพร้อม ของเพอื่ น เหตผุ ล 2. เล่าถงึ ความสนใจ ความถนดั และ 1.6.1 ภูมิใจในคุณค่าของตนเองใน ความสามารถทางการเรียนและ ด้ า น ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด อาชีพของตนด้วยความภาคภมู ใิ จ ความสามารถทางการเรียนและ 3. แสดงความนิยม ยกย่องในความ อาชพี สนใจ ความถนัด และความสามารถ 1.6.2 ช่ืนชมในคุณค่าของผู้อื่นใน ทางการเรียนและอาชีพของเพอ่ื น ด้ า น ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด ความสามารถทางการเรียนและ อาชีพ

29 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรอื่ ง จดุ ประสงค์ช้นั ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน 6 อาชีพในฝนั ช่ัวโมง 1.3.2 บอกอาชพี ที่ตนสนใจ 1. ระบชุ ่ืออาชีพทอ่ี ยใู่ นความสนใจ 4 2.1.1 บอกคุณสมบัติของบุคคลที่ 2. อธิบายคุณสมบัติของบุคคลท่ี ประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพทีอ่ ยใู่ นความสนใจ 2.2.1 ศกึ ษาข้อมลู ดา้ นอาชพี ที่กว้าง 3. ศึกษาข้อมูลเก่ียวกับอาชีพที่ และลึกซึง้ มากขนึ้ สนใจให้ละเอียดและชัดเจน 7 เธอทีฉ่ ันรจู้ ัก 1.1.2 รับรู้ความคิด ความรู้สึก สังเกตกิริยาอาการที่แสดงถึง 2 4 อารมณข์ องผทู้ ตี่ นคบหาสมาคม ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ท่ี 2 เกย่ี วข้องได้ 8 เรียนอยา่ งไร 3.1.1 วิเคราะห์ผลการเรียนของตน 1. บอกผลการเรียนของตนเองใน ได้เกรดดี แ ต่ ล ะ ร า ย วิ ช า แ ล ะ ป รั บ ป รุ ง รายวชิ าตา่ งๆ ในชัน้ ป.4 พฤติกรรมการเรียนในรายวิชาท่ีมี 2. ระบุรายวิชาท่ียังไม่พอใจในผล ผลการเรยี นไมเ่ ป็นทีพ่ อใจ การเรียนนัน้ 3. ระบุพฤติกรรมที่ทาให้ผลการ เรียนในวชิ าน้นั ยังไม่เป็นท่ีพอใจ 4. ระบุพฤติกรรมที่จะทาเพ่ือให้ผล การเรยี นในวชิ านั้นดีขน้ึ 9 วพิ ากษ์อยา่ งมี 3.4.1 วิพากษ์ วิจารณ์บนพื้นฐาน พูดถึงผู้อ่ืนด้วยข้อมูลสารสนเทศท่ี ขอ้ มลู ของข้อมลู สารสนเทศทถี่ ูกตอ้ ง ถกู ต้อง 10 สันตวิ ธิ ี 3.4.2 ยุติข้อขัดแย้งในกลุ่มเพื่อน 1. วิเคราะห์สาระสาคัญของความ 3 3 ด้วยสันติวธิ ี ขัดแยง้ ในกลมุ่ เพ่อื นได้ 3 2. ใช้วิธีการด้านบวกในการยุติข้อ ขดั แย้งในกลุ่มเพ่ือน 11 จติ อาสานาพา 3.4.4 อาสาทางานเพ่ือส่วนรวม 1. บอกชนิดของงานเพื่อส่วนรวม สังคม และสังคม และสังคมทีส่ ามารถทาได้ 2. สมคั รใจทางานเพื่อส่วนรวมและ สังคมที่สนใจ 3. มีความรู้สึกทด่ี ีในการทางานเพื่อ ส่วนรวมและสังคม 12 ภยั ทีไ่ ม่ 3.4.3 รู้จักปฏิเสธ ต่อรอง และร้อง 1. บอกวิธีการหาทางออกจาก คาดคิด ขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ สถานการณ์เสี่ยงได้ เสีย่ ง 2. เสนอแนะการปฏิเสธ ต่อรอง และขอความช่วยเหลือผู้อ่ืนอย่าง สร้างสรรค์

30 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ชว่ั โมง 13 พฤติกรรมทาง 3.4.5 แสดงออกถงึ พฤติกรรมที่ดีใน 1. ระบุพฤติกรรมท่ีควรทาและไม่ 4 สงั คม การอยูร่ ่วมกับผ้อู ืน่ ควรทาในการอยู่รว่ มกบั ผ้อู ื่น 3.4.6 รับฟังและยอมรับความ 2. แสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสมใน คิดเหน็ ซง่ึ กันและกัน การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื 3. มีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการรับฟัง และยอมรับความคิดเห็นซ่ึงกนั และ กนั รวม 40

31 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสร้างกิจกรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ชัว่ โมง ท่ี เร่อื ง จดุ ประสงค์ช้ันปี จุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ชว่ั โมง 1 WHO ARE YOU? 1.1.1 รับร้คู วามคดิ ความรู้สึก 1. สังเกตความรู้สึก อารมณ์ของคู่ 3 อารมณข์ องค่สู นทนา สนทนาได้ 2. บอกประโยชน์ของการรู้ความคิด ความร้สู ึก อารมณข์ องคู่สนทนา 3. มีความสามารถในการรับรู้ความคิด ความรู้สกึ อารมณ์ของคู่สนทนา 2 ความม่ันใจ 1.6.1 แสดงออกถงึ ความมน่ั ใจ 1. กล้าที่จะบอกผู้อ่ืนถึงความสนใจ 3 ในคุณค่าของตนเอง ด้าน ความถนัด ความสามารถทางการเรยี น ค ว า ม ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด และอาชีพ ความสามารถทางการเรียน 2. นาคุณค่าของตนเองในด้านความ และอาชพี สนใจ ความถนดั ความสามารถมาใช้ใน 1.6.2 เช่ือมน่ั ในคุณค่าของ การทากิจกรรมด้านการเรียนและ ผอู้ ่ืนดา้ นความสนใจความถนัด อาชพี ความสามารถทางการเรียนและ 3. ให้ความสาคัญกับความสนใจ ความ อาชีพ ถนัดความสามารถทางการเรียนและ อาชพี ของผอู้ ่นื 3 ความเชือ่ ม่นั ใน 1.7.1 แสดงออกถึงความม่นั ใจ 1. บอกบคุ ลกิ ภาพดา้ นดขี องตนเองได้ 3 บคุ ลกิ ภาพ ในบคุ ลิกภาพด้านดขี องตนเอง 2. นาบุคลิกภาพด้านดีมาใช้ในการทา 1.7.2 เชื่อม่ันในคุณค่าของ กิจกรรมดว้ ยความมน่ั ใจ ผู้อืน่ ด้านบคุ ลกิ ภาพ 3. ให้ความสาคัญกับบุคลิกภาพด้านดี ของผ้อู นื่ 4 โลกกว้างทาง 2.1.1 มี ข้ อ มู ล โ ล ก ก ว้ า ง 1. แสวงหาขอ้ มูลด้านการศกึ ษาต่อจาก 3 การศึกษา ทางดา้ นการศกึ ษา แหลง่ เรียนรู้ตา่ งๆ 2.1.2 มีแนวทางในการเลือก 2. มีแนวทางการศึกษาตอ่ เมอ่ื จบ ศึกษาตอ่ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ท่หี ลากหลาย 3. เลือกแนวทางศึกษาต่อท่ีเหมาะสม กับตนเอง 5 อาชีพท่ีสนใจ 2.2.1 พิจารณาความ 1. บอกชือ่ อาชพี ท่ีตนสนใจได้ 3 เหมาะสมของตนกับอาชีพที่ 2. บอกคุณลักษณะของผู้ประกอบ สนใจ อาชพี ทส่ี นใจ 2.3.1 ระบอุ าชพี ท่ตี นเองสนใจ

32 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรื่อง จุดประสงค์ชนั้ ปี จุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ชว่ั โมง 3. บอกคุณลักษณะของตนที่สอดคล้อง กบั อาชพี ท่ีสนใจ 6 วิเคราะห์ผล 3.1.1 วเิ คราะห์ผลการเรยี น 1. พิจารณาระดับผลการเรียนรายวิชา 4 การเรยี น ของตนแตล่ ะรายวชิ โดย ตา่ งๆ ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 เฉพาะวิชาทต่ี ้องใช้ประเมิน 2. พิจารณาระดับผลการเรียนรายวิชา ระดบั ชาตแิ ละการเรยี นตอ่ ทส่ี อบ O-NET ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 3.1.2 เรยี นรเู้ พม่ิ เติมเพือ่ ความ 3. พิจารณาระดับผลการเรียนรายวิชา พรอ้ มในการเข้าเรยี นตอ่ ท่ีใช้ใน ก าร สอ บ เ ข้า เรี ยน ต่ อ ช้ั น มธั ยมศึกษาตอนตน้ 4. บอกแนวทางในการพฒั นาการเรียน ของตนเองเพื่อเตรยี มพรอ้ มในการสอบ และเขา้ เรยี นต่อ 7 สมาชกิ ที่ดีของ 3.4.3 ปฏิบัติตามกฎ กติกา 1. บอกตามกฎ กตกิ า และระเบียบของ 4 สังคม และระเบียบของสงั คม สังคมในโรงเรยี นได้ 3.4.6 ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ 2. บอกผลดี ผลเสยี ของการปฏบิ ัติตาม ดีของครอบครัว โรงเรียน และ กฎ และไม่ปฏิบัติตาม กติกา และ ประเทศชาติ ระเบยี บของสงั คม 3. ระบุวิธีการปฏิบัติเพ่ือการเป็ น สมาชกิ ทดี่ ขี องครอบครัว โรงเรียน และ ประเทศชาติ 8 อารมณ์ 3.3.1 มีวิธีสร้างความม่ันคงใน 1. เห็นความสาคัญของการมีความ 4 อารมณ์ของตนเองได้อย่าง มน่ั คงในอารมณ์ เหมาะสม 2. บอกวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ ของตนได้อยา่ งเหมาะสม 3. ปฏิบัติตนในการสร้างความมั่นคง ทางอารมณ์ของตน 9 คุณธรรมนาชีวติ 3.3.2 มีคุณธรรมที่เหมาะสม 1. อ ภิปร ายปร ะ โ ยชน์ขอ ง ก าร มี 4 กับวัย เช่น ซื่อสัตย์ กตัญญู คุณธรรม กตเวที เอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ มีน้าใจ 2. ระบุคุณธรรมของนักเรียนในช่วงวัย มี จิ ต ส า นึ ก เ พ่ื อ ส่ ว น ร ว ม ท่ีควรมี สามัคคี ฯลฯ 3. มีการเรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนที่ 3.4.5 มีจิตอาสาและกิจกรรม สะท้อนถึงการมีคุณธรรมท่ีเหมาะสม ที่เปน็ ประโยชนต์ ่อส่วนรวม กับวัย

33 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรื่อง จดุ ประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน ชวั่ โมง 10 คดิ ให้ดไี ม่มี ปัญหา 4. แสดงพฤติกรรมท่ีสะท้อนถึงการมี 11 ไมม่ ใี คร คณุ ธรรม เดอื ดร้อน 5. ปฏิบัติกิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ต่อ สังคม 3.4.1 รจู้ กั วิธีการตดั สินใจและ 1. บอกกระบวนการในการตัดสินใจ 3 แก้ปญั หาที่ถกู ตอ้ ง และแกป้ ัญหาตา่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ 2. คิด วเิ คราะห์หาสาเหตขุ องปญั หาได้ 3.กาหนดทางเลือกในการแก้ปัญหา วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียของทางเลือกแต่ ละทางเลือกได้ 3.4.4 ปฏบิ ัติกจิ กรรมท่ีทาแล้ว 1. บอกการกระทาที่ทาให้ตนเองมี 3 มีความสขุ ผอู้ ืน่ ไม่เดอื ดรอ้ น ความสขุ 2. วิเคราะห์บุคคลที่รับผลจากการ กระทาของตนเอง 3. สรุปกิจกรรมที่ควรปฏิบัติโดยทา แล้วตนเองมีความสุข และผู้อ่ืนไม่ เดอื ดรอ้ น 12 ความร่วมมือ 3.4.2 ให้ความร่วมมือและ 1. บอกประโยชน์ของการให้ความ 3 รวม 40 ทางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง รว่ มมอื กบั หมู่คณะ สรา้ งสรรค์ 2. บอกพฤติกรรมในการทางานร่วมกับ ผู้อืน่ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 3. ปฏิบัติกิจกรรมที่แสดงถึงการให้ ความร่วมมือกับผูอ้ ่ืน

34 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนว ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง ที่ เร่ือง จดุ ประสงคช์ ัน้ ปี จุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน ช่ัวโมง 1 เปิดโลก…วัย 1. รับรู้ความเปล่ียนแปลงด้าน 1. อธิบายพัฒนาการทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา 2 ใส ร่างกายตามวัย ในชว่ งวยั รุ่นตอนต้นได้ 2. รับรู้ความคิด อารมณ์ และ 2. อธิบายพัฒนาการทางด้านความคิด อารมณ์และจิตใจในช่วง จิตใจท่เี ปล่ียนแปลงตามวัย วัยรุ่นตอนตน้ ได้ 3. ยอมรับการเปล่ียนแปลง 3. สรุปได้ว่าเม่ือเข้าสู่วัยรุ่นทุกคนจะมีการเปล่ียนแปลงทั้งด้าน ตามวัย ทั้งทางด้านร่างกาย รา่ งกายและจิตใจ ความคิด อารมณ์และจติ ใจ 2 เรยี นรู้เหตุ 4.เข้าใจความคิด อารมณ์และ 1.อธบิ ายสาเหตุทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงความคิด อารมณแ์ ละจติ ใจเม่ือ 2 จติ ใจของตนเองและผู้อ่ืน เข้าสวู่ ัยรนุ่ 5. เ ข้ า ใ จ ส า เ ห ตุ ข อ ง ก า ร 2. มีความรู้สึกที่ดีต่อความคิด อารมณ์และจิตใจของตนเองและ เปล่ียนแปลงด้านความคิด เพอ่ื นท่เี ปลีย่ นแปลงไปเมื่อเขา้ ส่วู ยั รนุ่ อ า ร ม ณ์ แ ล ะ จิ ต ใ จ เ ม่ื อ เ ข้ า สู่ วยั ร่นุ 3 ใส่ใจกับ 6. รับรู้วิธีการดูแลร่างกายที่ 1. บอกสว่ นของร่างกายทเี่ ปลีย่ นแปลงในช่วงวยั รนุ่ 2 รา่ งกายท่ี เปลีย่ นแปลงตามวัย 2. อธิบายวิธีการดูแลส่วนต่างๆของร่างกายท่ีเปลี่ยนแปลงในช่วง เปล่ียนแปลง 7. ดูแลรักษาอวัยวะของตนเอง วัยรนุ่ ไป ที่มีการเปล่ียนแปลงในช่วง 3. ปฏิบัตติ นในการดูแลส่วนต่างๆของร่างกายที่เปล่ียนแปลงในช่วง วยั รนุ่ ใหส้ ะอาดอยูเ่ สมอ วัยร่นุ อย่างถกู สขุ ลักษณะ 4 เรารู.้ .เรา 8. รู้จักอารมณ์ สามารถจัดการ 1. บอกอารมณจ์ ากสถานการณ์ทเ่ี คยเกิดขึ้นในอดีต สาเหตุของการ 2 จดั การได้ แ ล ะ แ ส ด ง อ อ ก ไ ด้ อ ย่ า ง เกดิ อารมณ์และพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกในตอนนนั้ และผลที่เกดิ ข้นึ เหมาะสม 2. ประเมนิ ผลดี ผลเสียของการแสดงพฤติกรรมนั้น 3. ระบุวิธีจัดการกบั อารมณ์ท่ไี มด่ แี ละพฤติกรรมทค่ี วรแสดงออก 5 ทุกคนมีดีท่ีไม่ 9. พอใจในตนเองและเข้าใจ 1.บอกส่งิ ทด่ี ขี องตนเองและเพ่ือนด้านร่างกาย ความคิด อารมณแ์ ละจติ ใจ 2 จาเปน็ ตอ้ ง ผู้อื่นด้านร่างกาย ความคิด 2. รับฟังสง่ิ ทเ่ี พือ่ นบอกสง่ิ ทีด่ ขี องเราและของเขา เหมือนกัน อารมณแ์ ละจิตใจ 3. สรุปสงิ่ ทเ่ี ป็นตัวเองและเพอ่ื นไดถ้ กู ต้อง 6 จุดเปลยี่ นท่ี 10. เข้าใจโครงสร้างเวลาเรียน 1. บอกโครงสร้างของหลักสูตรในระดับมัธยมศึกษาและรายวิชาที่ 2 แตกต่าง ข อ ง ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ตอ้ งเรยี นได้ ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น 2.อธิบายความแตกต่างของการจัดการเรียนการส อน ใน พุทธศักราช 2551 ในระดับ ระดบั ประถมและระดับมัธยมได้ มัธยมศึกษาและรายวิชาที่ต้อง 3.อธิบายความหมายของสัญลักษณ์ที่แสดงผลการเรียนในระดับ เรียน มัธยมได้ 3.1.2 เข้าใจวิธีการวัดผลและ ป ร ะเมินผ ล ตามห ลักสูตร ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พ้ื น ฐ า น พทุ ธศกั ราช 2551

หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 35 ที่ เร่อื ง จดุ ประสงคช์ นั้ ปี จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน ชวั่ โมง 7 เรียนอย่างมี 11. ปรับตัวในการเรียนระดับ 1. บอกส่ิงที่ต้องปรับตัวเมื่อเรียนระดับมัธยมศึกษาได้อย่าง 2 2 ความสุข มัธยมศึกษาได้อย่างมคี วามสขุ หลากหลาย 3 2. เลือกแนวทางในการปฏิบตั ทิ ีเ่ หมาะสมกับตนเอง 2 2 3. ปฏิบตั ติ นตามแนวทางที่เลือก 4. ประเมินผลการปฏิบัติตนและปรับเปล่ียนให้มีความสุขในการ เรียน 8 ทาอยา่ งไรฉนั 11. ระบุสาระการเรียนรู้ท่ีเรียน 1. พจิ ารณาผลการสอบกลางภาค จะเรยี นได้ดี ได้ดแี ละมีความสขุ ในการเรียน 2. ระบุสาระการเรยี นรู้ทไ่ี ดค้ ะแนนยงั ไม่อยู่ในระดับดีและสาระการ 3.1.4 วิเคราะห์ผลการเรียน เรียนรทู้ เี่ รียนไดด้ ีมีความสุข และปรบั ปรงุ วธิ ีเรียน 3. บอกสาเหตุที่ทาใหผ้ ลการเรียนมีทัง้ ดแี ละไม่ดี 4. ระบุแนวทางการปรบั ปรุงวิธีเรียนในสาระการเรยี นร้ทู ่ีเรยี นได้ไม่ ดี 9. จะรู้จักดีต้องมี 13. รู้อาชีพที่ตนสนใจและ 1. บอกชื่ออาชีพทต่ี นเองสนใจ ข้อมลู เพอื่ นสนใจ 2. รับฟังชือ่ อาชพี ท่เี พอ่ื นสนใจ 14. มีอาชีพที่กว้างขวางขึ้น 3. ศกึ ษาขอ้ มลู อาชพี ทีส่ นใจจากแหลง่ ข้อมลู ตา่ งๆ ได้แก่ประเภท ลักษณะการ 4. แลกเปลี่ยนข้อมลู กบั เพอ่ื นเพือ่ ให้มีขอ้ มูลท่ชี ดั เจนขึ้น ทางานและคณุ สมบัติของบคุ คล 5. เปรียบเทียบความสอดคล้องของคุณสมบัติของตนเองกับ ทีป่ ระกอบอาชพี คณุ สมบตั ิของบคุ คลในอาชีพท่สี นใจ 15. ระบุคณุ สมบัติของบุคคลใน 6. ระบคุ ณุ สมบัตทิ ่ตี อ้ งปรับปรุง อาชีพที่สนใจ ในการเขา้ สู่อาชพี ทสี่ นใจ 3.2.2 เ ป รี ย บ เ ที ย บ ค ว า ม สอดคล้องของคุณสมบัติของ ตนเองกับคุณสมบัติของบุคคลใน อาชีพที่สนใจ 16. ร ะ บุ คุ ณ ส ม บั ติ ท่ี ต้ อ ง ปรับปรุงในการเข้าสู่อาชีพที่ สนใจ 10. นี่คอื ฉัน น่ัน 17. ยอมรับตนเองและผู้อื่น 1. ตระหนักถึงความจาเป็นท่ีต้องรูจ้ ักตนเองด้านความสนใจ ความ คือเธอ ด้านความสนใจ ความถนัด ถนดั ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ ความสามารถทางการเรยี นและ 2. บอกความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน ของ อาชีพ ตนเอง 3.บอกความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางด้านอาชีพ ของ ตนเอง 4. มคี วามรูส้ ึกท่ดี ตี ่อความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการ เรียนและอาชีพความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และอาชพี 11. เปลี่ยนเพ่ือดี 18. เช่อื ว่าบคุ ลกิ ภาพ 1.บอกความหมายของคาวา่ บุคลิกภาพได้ กวา่ เดมิ เปล่ยี นแปลงได้ 2. เหน็ ด้วยวา่ บุคลิกภาพเปลย่ี นแปลงได้

36 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ที่ เร่ือง จดุ ประสงค์ชั้นปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ช่วั โมง 19. รวู้ า่ บคุ ลิกภาพใดตอ้ ง 3. บอกส่ิงท่ีจะคงไว้และส่ิงที่ต้องปรับปรุงเก่ียวกับบุคลิกภาพของ ปรับปรุง ตนเอง 12 ถูกท่ี ถูกทาง 20. ยอมรับบุคลิกภาพของ 1. วิเคราะหบ์ คุ ลกิ ภาพที่หลากหลายและการใช้ประโยชนจ์ ากบคุ คล 3 สร้างสรรค์สงิ่ ตนเองและผู้อน่ื น้นั ๆ ดี 1.7.2 รักแล ะเห็ นคุณค่าใน 2. มคี วามรู้สึกในทางบวกตอ่ บุคลิกภาพของตนเองและผอู้ ่นื ตนเองและผอู้ ่ืนดา้ นบคุ ลิกภาพ 3. มีแนวทางในการนาบุคลิกภาพทเ่ี ป็นจุดเด่นของตนเองและเพื่อน มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ 13 เชอ่ื หรอื ไม่ 21. เลือกรับข้อมูลข่าวสาร 1. ตระหนกั ถงึ อิทธพิ ลของสอื่ และรจู้ ักเลอื กรับสื่ออยา่ งรเู้ ท่าทัน 1 อย่างไตร่ตรอง 2. บอกประโยชน์ของข้อมูล ข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆใน ชีวติ ประจาวันได้ 3. เลือกรบั ขอ้ มลู ขา่ วสารไดอ้ ย่างเหมาะสม 14 ออนไลนด์ ีไม่มี 22. รู้ เ ท่ า ทั น สั ง ค ม ที่ 1. ตระหนกั ถึงการเปลี่ยนแปลงของสงั คมในปจั จุบนั 2 ภัย เปล่ียนแปลง 2. บอกประโยชน์และโทษของสงั คมออนไลน์ 3. เลอื กใช้สังคมออนไลนอ์ ย่างเหมาะสม 15 คิดถูกคิดผิด 23. ตัดสนิ ใจในสถานการณ์ 1. ตระหนักในความสาคญั ของกระบวนการตดั สินใจที่มเี หตผุ ล 2 ชีวติ เลือกได้ ต่างๆท่ีเผชญิ อยา่ งมเี หตผุ ล 2. คิดวเิ คราะหต์ ัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณต์ า่ งๆท่เี ผชิญอยา่ งมี เหตุผล กกก EQ ดมี ี 24. ประเมินและรู้เท่าทันภาวะ 1. ประเมินและบอกระดบั ความฉลาดทางอารมณข์ องตนเองได้ 2 16 ความสขุ อารมณท์ ีเ่ กิดขนึ้ กับตนเอง 2. บอกวธิ ีการพัฒนาความฉลาดทางอารมณไ์ ด้อยา่ งถกู ตอ้ ง 17 อยา่ งนี้..เอา 25. จัดการกับความขัดแย้ง 1. บอกวธิ ีการหลีกเลยี่ งความขดั แย้งและความรสู้ กึ ทีไ่ มด่ ีตอ่ กนั 2 อยู่ ต่างๆได้ด้วยวิธที ่ีเหมาะสม 2. แสดงพฤติกรรมการจัดการกับความขัดแย้งต่างๆได้ด้วยวิธีที่ เหมาะสม 18 อย่าโกรธ..เรา 26. รู้จักปฏิเสธในสถานการณ์ 1 อธิบายหลกั การและขัน้ ตอนการปฏเิ สธได้ 2 นะ เสยี่ ง 2 วเิ คราะห์สถานการณ์ทค่ี วรปฏิเสธได้ 3 แสดงการปฏเิ สธเพื่อนในสถานการณ์เสีย่ งได้ 19 รักเพือ่ นต้อง 27. เตือนเพื่อนให้หลีกเลี่ยง 1.บอกวธิ ีการพูดเตอื นเพอื่ นเกี่ยวกับพฤติกรรมการคบเพ่ือนตา่ งเพศ 3 เตือนกัน หรือเปล่ียนแปลงพฤติกรรมไป ที่ไมเ่ หมาะสม ในทางท่ถี ูกตอ้ ง 2.บอกวิธกี ารพดู เตอื นเพื่อนเก่ยี วกบั พฤติกรรมการใชส้ ารเสพติด 3.บ อ ก วิ ธี ก า ร พู ด เ ตื อ น เ พ่ื อ น เ กี่ ย ว กั บ พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ติ ด เ ก ม คอมพิวเตอร์ รวม 40

37 หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งกจิ กรรมแนะแนว ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์ช้นั ปี จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จานวน ชว่ั โมง 1 รจู้ กั ตนเอง 1. บอกความสามารถของ 1. บอกระดับผลการเรียนของ 3 ด้านการเรียน ตนเองด้านการเรียนและรับรู้ รายวิชาท่ีเรยี นในภาค 1 และ 2 ความสามารถของเพ่ือน ของชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 2. วิเคราะห์ผลการเรียนในแต่ 2. ระบุสาเหตุของการได้รับผล ละรายวิชาและระบุสาเหตุที่ การเรยี นในรายวชิ าตา่ งๆ ไดร้ ับผลการเรยี นเช่นน้นั 3. สรุปความสามารถด้านการ 3.1.2 ระบุรายวชิ าทเ่ี รียนและ เรียนของตนเองและเพ่ือน จาก ทากจิ กรรมได้ดีและมคี วามสขุ ผลการเรียนเฉลีย่ 4. ระบรุ ายวชิ าที่ชอบและความ ถนดั ในการเรยี น 2 ความภาคภูมิใจและ 3. ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่น 1. บอกสิ่งท่ีภาคภูมิใจในตนเอง 3 ค ว า ม เ ชื่ อ ม่ั น ใ น ด้วยความรู้สึกรักและเห็น ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ ตนเอง คุณคา่ ในตนเองและผูอ้ น่ื และจติ ใจ 2. มีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการ รู้สึกรักและเห็นคุณค่าในตนเอง และผู้อื่นด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์และจติ ใจ 3 คุณค่าความถนัดและ 4. ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อ่ืน 1. บอกความสนใจ ความถนัด 4 ความสามารถ ด้วยความรู้สึกและเห็นคุณค่า และความสามารถของตนเอง ในตนเองและผู้อื่น ด้านความ ดา้ นการเรยี นและอาชีพ ส น ใ จ ค ว า ม ถ นั ด 2. รับรู้ความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และความสามารถของผู้อนื่ ดา้ น และอาชีพ การเรยี นและอาชพี 3. มีพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการ รู้สึกรัก และเห็นคุณค่าในตนเอง และผอู้ ่ืนด้านการเรียนและอาชีพ 4 บุคลิกภาพ 5. ปฏิบัติต่อตนเองและผู้อื่น 1. บอกสิ่งท่ีภาคภูมิใจในตนเอง 3 ด้วยความรู้สึกรักและเห็น ด้านบุคลิกภาพ คุณค่าในตนเองและผู้อ่ืนด้าน 2 . มี พ ฤ ติ ก ร ร ม ท่ี แ ส ด ง ถึง บุคลกิ ภาพ ความรู้สึกรักและเห็นคุณค่าใน

38 หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรือ่ ง จดุ ประสงค์ชัน้ ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ช่วั โมง ต น เ อ ง แ ล ะ ผู้ อ่ื น ใ น ด้ า น บุคลิกภาพ 5 รูท้ นั อาชีพสอู่ าเซียน 6. มี ข้ อ มู ล แ ห ล่ ง เ รี ย น รู้ 1. บอกช่ือแหล่งข้อมูลด้าน 3 เกยี่ วกับการศึกษาและอาชีพ การศึกษาและอาชพี 7.มีข้อมูล ความต้องการด้าน 2. ระบุความต้องการด้านอาชีพ อาชีพในกลุ่มประเทศอาเซียน ในกลุ่มประเทศอาเซียนและ และตลาดแรงงาน ตลาดแรงงาน 6 เ ส้ น ท า ง ชี วิ ต ด้ าน 8. ร ะ บุ ร า ย ชื่ อ อ า ชี พ ที่ 1. ระบรุ ายชื่ออาชีพทส่ี นใจ 2 อาชพี เหมาะสมกับตนเอง 2. ระบุคุณสมบัติของตนเองที่ 9. ป รั บ ตั ว ใ ห้ มี คุ ณ สมบัติ ต้องการปรับตัวให้เหมาะสมกับ สอดคลอ้ งกับอาชีพทีส่ นใจ อาชีพท่ีสนใจหรือเลือกอาชีพ 3.2.2 ประเมินผลการปรับตัว ใหม่จากการประเมินการพัฒนา และตัดสินใจประกอบอาชพี ที่ ตนเอง สนใจหรอื เลือกอาชีพใหม่ 7 งามกาย 10. แต่งกายสุภาพเหมาะสม 1 . มี ข้ อ มู ล ก า ร แ ต่ ง ก า ย ที่ 3 กับรปู รา่ ง วยั กาลเทศะ เหมาะสมกบั ลกั ษณะของบคุ คล 2. เลอื กแตง่ กายให้เหมาะสมกับ ตนเองในทกุ สถานการณ์ 8 จดั การอารมณ์ 11. รู้เท่าทันอารมณ์ด้านลบท่ี 1. บอกสภาวะอารมณ์ของ 2 อย่างไร เกิดขึ้น สามารถจัดการและ ตนเองได้ แสดงออกอย่างสรา้ งสรรค์ 2. จาแนกอารมณ์ด้านบวกและ 12. ผ่อนคลายความเครียด ด้านลบได้ ด้วยวธิ กี ารสรา้ งสรรค์ 3. บอกวิธีจัดการกับอารมณ์ ด้านลบ 4. จัดการกับอารมณ์ด้านลบ แ ล ะ แ ส ด ง พ ฤ ติ ก ร ร ม ที่ สร้างสรรค์ 9 จนิ ตนาการ 13.มีจินตนาการและความคดิ ส า ม า ร ถ ใ ช้ จิ น ต น า ก า ร 2 ริเริม่ อยา่ งสร้างสรรค์ แ ส ด ง อ อ ก ด้ า น ค ว า ม คิ ด สรา้ งสรรค์ 10 มองโลกในแงด่ ี 14. มองโลกในแงด่ ี มีมุมมองด้านบวกกับบุคคล 2 สถานท่ีและเหตุการณต์ า่ งๆ 11 ปญั หามีทางแก้ 15. แกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ 1. ระบปุ ัญหาท่ีทาให้ไม่สบายใจ 2 16. ผ่อนคลายความเครียด ดว้ ยวิธกี ารท่ีสรา้ งสรรค์

39 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ท่ี เรอื่ ง จดุ ประสงค์ชนั้ ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน ช่วั โมง 12 ร่วมแรงรว่ มใจ 2 . บ อ ก วิ ธี ก า ร ผ่ อ น ค ล า ย 13 น้าใจ 2 14 ปลอดภยั อบายมุข อารมณ์ หรือแก้ปัญหาอย่าง 3 D15 เพือ่ นต่างเพศ 3 สร้างสรรค์ 3 รวม 3.ใช้วิธีการที่สร้างสรรค์ในการ 40 แก้ปัญหา 17. ทางานร่วมกับผู้อืน่ ตามวถิ ี ยอมรับและรับฟังความคิดเห็น ประชาธปิ ไตยได้ราบรน่ื ในการทางานรว่ มกับผอู้ ืน่ 18. มีจติ อาสาชว่ ยเหลือผู้อ่นื 1. บอกคณุ ค่าของความมีนา้ ใจ 2. ยินดีและพอใจที่จะแสดง น้าใจต่อผู้อื่นพร้อมท่ีจะแสดง นา้ ใจทกุ เวลาทุกโอกาส 19. ปฏิบัติตนเพ่ือชีวิตที่ดี 1. ตระหนักในคุณค่าของการมี และปลอดภยั จากอบายมุข ชวี ิตท่ดี ี 2. ปฏิบัติตนเพ่ือรอดพ้นจาก หนทางแห่งความเส่ือม 20. แสดงพฤติกรรมต่อเพศ 1. ตระหนักในวัฒนธรรมไทย ตรงข้ามอย่างเหมาะสม เก่ียวกับการการปฏิบัติตัวต่อ เพศตรงขา้ ม 2. บอกพฤติกรรมที่ควรและไม่ ควรปฏิบตั ิต่อเพศตรงข้าม 3. แสดงพฤติกรรมต่อเพศตรง ข้ า ม อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม กั บ วฒั นธรรม

40 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) โครงสรา้ งกิจกรรมแนะแนว ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 40 ชว่ั โมง ท่ี เรือ่ ง จดุ ประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน 1 คนสร้างฝนั ช่ัวโมง 1. บอกได้อย่างชดั เจน 1. ระบุถึงความสนใจ ความถนัด 2 คนลา่ ฝนั 2 ถึงความสนใจ ความถนัด ความสามารถ ด้านการเรียนและ 3 คนคน้ ฅน 2 และความสามารถด้านการ อาชพี ของตนได้ 4 คนต้นแบบ 4 เรยี นและอาชพี 2.มีข้อมูลท่ียืนยันถึงความสนใจ 5 เสริมความรู้ 3 สู่โลกการศกึ ษา ความถนดั ความสามารถดา้ นการ 2 เรียนและอาชพี ได้ 2. แสดงออกอย่างมั่นใจใน 1 . แ ส ด ง อ อ ก ถึ ง ค ว า มถนัด ความถนัด ความสามารถ ความสามารถ ด้านการเรียนและ ด้านการเรยี นและอาชีพ อาชพี ของตนเอง ใหผ้ ู้อน่ื ทราบได้ 3. เช่ือมั่นในคุณค่าของผู้อื่น 2. ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับผู้อ่ืน ด้านการเรยี นและอาชพี ตามความถนดั ความสามารถด้าน การเรียนและอาชีพได้ 4. ภาคภูมใิ จในตนเอง 1. บอกถึงสิ่งที่ภาคภูมิใจเกี่ยวกับ 5. แสดงออกถึงความมั่นใจ ตนเองได้ ในคุณค่าของตนเอง ด้าน 2. ประกาศให้ผู้อ่ืนได้ทราบถึง ร่างกาย ความคิด อารมณ์ ความดขี องตนเองได้ และจติ ใจ 3. แสดงความเช่ือมั่น ช่ืนชมยนิ ดี 6. เชื่อมั่นในคุณค่าของผู้อ่ืน อยา่ งมีเหตผุ ลตอ่ ผอู้ ่นื ได้ ด้ า น ร่ า ง ก า ย ค ว า ม คิ ด อารมณ์ และจิตใจ 7. แสดงออกความม่ันใจ ใน 1. บอกถึงบุคลิกภาพด้านดีของ บคุ ลกิ ภาพด้านดีของตนเอง ตนเองได้ 8. เชื่อม่ันในคุณค่าผู้อ่ืนด้าน 2. มีข้อมูลท่ียืนยันถึงบุคลิกภาพ บุคลิกภาพ ดา้ นดีของตนเองได้ 3 . ห า บุ ค ค ล ต้ น แ บ บ ที่ เ ป็ น แบบอย่างท่ีดี ในด้านบุคลิกภาพ ได้ 9. มีข้อมูลการศึก ษาต่อ 1. บอกข้อมูลการศึกษาต่ออาชีพ อาชีพท่ีสอดคล้องในระบบ ที่สอดคลอ้ งกับระบบเศรษฐกิจใน เศรษฐกิจยุคใหม่ ยุคใหมไ่ ด้

หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 41 จานวน ท่ี เรือ่ ง จุดประสงค์ชนั้ ปี จุดประสงค์การเรียนรู้ ชั่วโมง 2. ระบุแหล่งข้อมูลการศึกษาต่อ 2 3 อาชีพท่ีเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ 3 ยคุ ใหม่ 2 6 อาชีพไหน ใช่ตัว 10. ระบุอาชีพที่เหมาะสม 1 . ร ะ บุ อ า ชี พ ท่ี ส น ใ จ แ ล ะ เรา กับตวั เอง เหมาะสมกบั ตนเองได้ 2. บอกเหตุผลในการเลือกอาชีพ ทเี่ หมาะสมกบั ตนเองได้ 3. อธิบายลักษณะของอาชีพท่ี เหมาะสมกบั ตนเองได้ 7 เ ป้ า ห ม า ย ชี วี 11. กาหนดแนวทางการ 1. กาหนดแนวทางในการพัฒนา สาเร็จ พัฒนาตนเองและการศึกษา ตนเองทั้งในด้านการศึกษาต่อ ต่อเพื่อสู่อาชีพท่ีตัดสินใจ และอาชีพท่ีเหมาะสมกับตนเอง เลือก ได้ 12. ปฏิบัติตามแนวทางท่ี 2. ปฏิบัติตามแนวทางในการ กาหนด พั ฒ น า ต น เ อ ง ทั้ ง ท า ง ด้ า น 13. ประเมินการปฏิบัติเพ่ือ ก า ร ศึ ก ษ า ต่ อ แ ล ะ อ า ชี พ ที่ พัฒนาตนเองให้ประสบ เหมาะสมกับตนเองได้ ความสาเร็จและมีความสุข 3. ประเมินตนเองตามข้อกาหนด ในการประกอบอาชีพ ท่ี แนวทางทไี่ ดป้ ฏิบตั ิ เลอื ก 8 เพ่ิมพูนความร้.ู .. 1 4 . แสว ง หาคว ามรู้ ใ น 1. ระบุรายวิชาที่นักเรียนเรยี นได้ สู่ความถนัด ร า ย วิ ช า ที่ ต น ถ นั ด แ ล ะ ดีและมีความถนดั ได้ พัฒนาให้เตม็ ศกั ยภาพ 2. พัฒนาตนเองตามรายวิชาท่ี เรียนไดด้ แี ละมคี วามถนดั ได้ 3. ประเมินตนเองเพื่อการพัฒนา ในรายวิชาทีมีความถนัดให้เต็ม ศักยภาพ 9 เสน้ ทางนี้..ที่เลือก 15. ตัดสินใจเลือกเรียนต่อ 1. อธิบายข้อมูลตามแนวทาง เดนิ หรือประกอบอาชีพตาม ศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตาม ความถนดั ของตนเอง ความถนัดของตนเองได้ 2. วิเคราะห์คุณค่าของการเลือก ศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพตาม ความถนัดของตนเอง

หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 42 จานวน ท่ี เรอ่ื ง จุดประสงค์ชน้ั ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ช่วั โมง 3. ตัดสินใจเลือกการศึกษาต่อ 2 หรือประกอบอาชีพตามความ 3 ถนดั ของตนเองได้ 3 10 เตรียมพร้อมสัก 16. พัฒนาตนเองให้พร้อม 1 . บ อ ก ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ 2 นดิ พชิ ติ O-NET ส า ห รั บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ความสาคัญของการสอบ O-NET ระดับชาติและการศึกษาต่อ ได้ หรอื ประกอบอาชีพ 2. พัฒนาตนเองด้านการเรียน และประเมินตนเองอย่างต่อเน่อื ง สาหรับการสอบ O-NET 3. เห็นประโยชน์ของการพัฒนา ตนเองให้พร้อมสาหรับการสอบ O-NET 11 สานฝันอาชีพ 17. แสวงหาข้อมูลสาหรับ 1. ระบุอาชีพท่ีตรงกับความรู้ การเตรียมตัวเพ่ือประกอบ ความสามารถของตนเองได้ อาชพี ท่เี หมาะสมกับตนเอง 2. ค้นหาข้อมูลเพ่ือการเตรียมตัว สอู่ าชพี ที่เหมาะสมกบั ตนเอง 3. สัมภาษณ์บุคคลที่ประกอบ อาชีพทีเ่ หมาะสมกบั ตนเองได้ 4. เตรียมตัวเพ่ือประกอบอาชีพที่ เหมาะสมกบั ตนเองได้ 12 คิดด.ี .ไม่มเี ครยี ด 18. มีความคิดทางบวกใน 1. วิเคราะห์ผลกระทบท่ีได้รับ สถาน ก าร ณ์ที่ทาให้เกิด จากสถานการณ์ท่ีทาให้เกิดความ ความทกุ ข์ หรอื พงึ พอใจ ทุกขห์ รือไมพ่ งึ พอใจได้ 2. ปรับเปล่ียนความคิดเชิงบวกใน สถานการณ์ท่ีทาให้เกิดความทุกข์ ใจได้ 3. เห็นคุณค่าของการมีความคิด เชิงบวก ในสถานการณ์ท่ีทาให้ เกดิ ความทกุ ข์หรอื ไม่พึงพอใจได้ 13 ข้ อ มู ล ดี มี 19. แสวงหาและใช้ข้อมูลให้ 1. ค้นหาข้อมูล และรวบรวม ประโยชน์ เป็นประโยชน์ต่อตนเองและ ข้อมูลในด้านการศึกษา อาชีพ ผอู้ ื่น แ ล ะ ก า ร พั ฒ น า ต น เ อ ง จ า ก แหล่งข้อมูลต่างๆด้วยวิธีการท่ี หลากหลายได้

หลักสูตรกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) 43 จานวน ท่ี เร่ือง จุดประสงค์ชนั้ ปี จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ช่ัวโมง 2 . แ ล ก เ ป ล่ี ย น ข้ อ มู ล ด้ า น 2 การศึกษา ด้านอาชีพ และด้าน 2 การพัฒนาตนกับผู้อ่ืนในการก้าว เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซียนได้ 2 3.ใช้ข้อมูลด้านการศึกษา ด้าน 1 อาชีพ และด้านการพัฒนาตนให้ 40 เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ใ น ก า ร ก้ า ว เ ข้ า สู่ ป ร ะ ช า ค ม อาเซยี นได้ 14 สร้างสุข คลาย 20. สร้างความสุขให้แก่ 1. ระบุวิธีการหาความสุขให้แก่ ทุกข์ ตนเองและผู้อ่นื ตนเองและผ้อู ่ืนได้ 2. เลือกวิธีการสร้างความสุขท่ี เหมาะสมให้แกต่ นเองและผอู้ ่นื ได้ 15 สือ่ สารดี มีมติ ร 21. สร้างสัมพนั ธภาพท่ีดีกับ 1. อธิบายวิธีการสร้างความ ผอู้ ่ืนด้วยการสือ่ สารเชงิ บวก สัมพันธภาพท่ีดีกับผู้อ่ืนด้วยการ สือ่ สารเชิงบวกได้ 2. สร้างสัมพันธภาพท่ีดีกับผู้อ่ืน ด้วยการสื่อสารเชิงบวกได้ 3. เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง ก า ร สร้าง สัมพันธภาพท่ีดีกับผู้อื่นด้วยการ สอื่ สารเชงิ บวก 4. เห็นคุณค่าของทักษะการอยู่ ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสร้างสรรค์และ มีความสขุ 16 สังคมดี ตอ้ งมกี ฎ 22. เคารพกฎ กติกาของ 1. บอกกฎ กตกิ าของสงั คมได้ สงั คม 2. บอกวิธีการปฏิบัติตนตามกฎ กตกิ า ของสังคมได้ 17 ลบั แบบไหน 23. การใช้ดุลยพินิจในการ 1 . บอ ก เรื่อ ง ที่คว ร เก็ บเป็ น ต้องไตร่ตรอง เกบ็ รกั ษาความลบั ของเพื่อน ความลบั ไว้ได้ 2. บอกวิธีการในการใช้ดุลยพินิจ ในการเกบ็ ความลบั ของเพ่อื นได้ รวม

44 หลักสูตรกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓)

45 หลักสูตรกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) การจดั กจิ กรรมนักเรียน โรงเรียนบ้านนานวน ได้จดั กจิ กรรมนกั เรียนเพื่อมงุ่ พัฒนาความมีระเบยี บวินัย ความเปน็ ผ้นู า ผู้ตามที่ ดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การ ช่วยเหลอื แบง่ ปนั เอื้ออาทรและสมานฉันท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ ของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทางาน เนน้ การทางานรว่ มกันเปน็ กลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิ ภาวะของผู้เรยี นและบรบิ ทของโรงเรียนและท้องถ่ิน กจิ กรรมนกั เรยี นประกอบด้วย 2.1 กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี 2.2 กจิ กรรมชุมนุม หลักการ กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรยี นได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความถนัดและสนใจ โดย เน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบียบวินยั ไม่เห็นแก่ตัว มีความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี มีความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความมีเหตุมีผล การช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทร และ สมานฉันท์ การจดั กจิ กรรมนกั เรียนควรดาเนนิ การ ดังนี้ 1 จัดใหส้ อดคลอ้ งกับความสามารถและความสนใจของผเู้ รยี น 2 เนน้ ให้ผเู้ รยี นได้ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเองในทุกขนั้ ตอน 3. เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน ตลอดจนบรบิ ทของสถานศกึ ษาและท้องถ่นิ วัตถุประสงค์ 1. เพอื่ พัฒนาผ้เู รียนให้มรี ะเบยี บวินยั มีความเปน็ ผนู้ าผูต้ ามที่ดี และมคี วามรบั ผิดชอบ 2. เพือ่ พัฒนาผเู้ รยี นให้มีทักษะการทางานรว่ มกัน รจู้ กั การแกป้ ัญหา มเี หตุผล ตดั สนิ ใจทเ่ี หมาะสม ช่วยเหลอื แบง่ ปัน เอือ้ อาทร และสมานฉันท์ 3. สง่ เสริมสนับสนุนใหผ้ เู้ รียนมคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 4. ส่งเสริมสนับสนนุ ใหผ้ เู้ รยี นได้ปฏิบตั ิกิจกรรมตามความถนดั และความสนใจ ขอบขา่ ย กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย 1. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี (ระดับชัน้ ป.1 – ม. 3) 2. กิจกรรมชมุ นุม (ระดบั ช้ัน ป.1 – ม. 3) กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี การจัดกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook