๑๓๘ ภาษาบาลี เพอ่ื จะได้ไช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบความหมายทแ่ี ท้จริงปอ้ งกนั ความวิปลาสคลาดเคลื่อนจาก การแปลความหมายไปสู่ภาษาต่าง ๆ ๗.๒.๒ บทบาทตามสังคม พระสงฆ์เมื่อมีความเพียบพร้อมตามพระธรรมวินัยแล้ว ต้องทำหน้าท่ี สงเคราะห์ชาวโลก ดังพุทธดำรัสว่า “ \"ตุมฺเหปิ ภิกฺขเว มุตฺตา สพฺพปาเสหิ เย ทิพฺพา จ เย มานุสฺสา\" แปลว่า \"ภิกษุทั้งหลาย แม้เธอท้ังหลาย ก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งท่ีเป็นของทิพย์และของมนุษย์\" พระพุทธเจ้าตรัส ตอ่ ไปว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย” แปลวา่ “ภิกษุทั้งหลายเธอท้ังหลาย จงเท่ียวจาริกไป เพื่อประโยชน์แก่คนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่คนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก” และอีกตอนหนึง่ ว่า “เทเสถ ธมฺมํ อาทกิ ลฺยาณํ มชเฺ ฌกลฺยาณํ ปรโิ ยสานกลฺยาณํ”แปลว่า “จงแสดงธรรมอัน งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด๔เม่ือกล่าวถึงบทบาทของพระสงฆ์ในฐานะสมาชิกของพระสงฆ์ พระสงฆม์ ีบทบาทตอ่ สังคมเกีย่ วกบั เร่ืองดังนี้ ก.การจดั การศึกษาแก่ชาวบ้าน (ทงั้ มหาวทิ ยาลัย และระดับมัธยมศกึ ษา ตลอดจนเด็กเล็ก) ข.การเปน็ ครูผสู้ อนตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ค.การชว่ ยเหลอื สงั คมด้านการบริจาคทนุ ทรัพย์แกห่ นว่ ยงานต่างๆ ง.การช่วยเหลอื ดา้ นการรักษาโรคแก่ผ้ยู ากไร้ จ.การเป็นผ้นู ำชุมชนในการพัฒนาชมุ ชน ฉ.การเป็นผ้นู ำในการแก้ไขปัญหายาเสพตดิ ช.การช่วยเหลือด้านการสรา้ งสถานท่ีราชการ ญ.การเผยแผห่ ลักธรรมผ่านส่ือวทิ ยุ โทรทัศนโ์ ดยการเป็นผู้แสดงธรรม ปาฐกถาธรรม และ การประพฤตปิ ฏบิ ัตธิ รรมฯ พระสงฆม์ หี น้าท่ีและบทบาททตี่ อ้ งรับผดิ ชอบตามภาระงานทต่ี อ้ งกระทำในด้านต่างๆ ของคณะสงฆ์ ดงั นี้ ๑.ดา้ นการปกครองคณะสงฆ์ ๒.ด้านการจัดการศึกษาแกพ่ ระภิกษสุ ามเณรและประชาชน ๓.ดา้ นการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา ๔.ดา้ นการก่อสรา้ งและการบูรณะปฏสิ งั ขรณว์ ดั วาอาราม ๕.ด้านการบำเพ็ญสงเคราะห์ ๖.ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ๗.๓ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในภูมภิ าคเอเชีย พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่ไปยังภูมิภาคต่างๆ ในทวีปเอเชีย ภายหลังสังคายนาคร้ังท่ี ๓ ในรัชสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานตั้งม่ันและเจริญรุ่งเรืองในทวีปเอเชียในแถบภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ เอเชียอาคเนย์ ( Southeast Asia ) ได้แก่ ประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สงิ คโปร์ บรไู นและติมอรเ์ ลสเตเอเชียตะวันออก ( East Asia )ไดแ้ ก่ ประเทศจีน มองโกเลีย ไต้หวนั เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ญ่ีปุ่น นอกจากนี้ยังมีดินแดนอาณานิคมของอังกฤษคือ ๔วิ. มหา. ๔/๓๒/๔๐.
๑๓๙ ฮ่องกง และดินแดนอาณานิคมของโปรตุเกส คือ มาเก๊า เอเชียใต้ ( South Asia ) ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล ศรีลังกา ภูฏานและมัลดีฟส์ บทบาทของพระสงฆ์ต่อการศึกษาในภูมิภาคเอเชียมี ดังต่อไปนี้ ๗.๓.๑ บทบาทของพระสงฆ์ต่อการศึกษาในประเทศเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในประเทศเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ทม่ี พี ระพทุ ธศาสนาเขา้ ไป ต้ังมน่ั ประกอบด้วยประเทศ ไทย พม่า ลาว กมั พชู า เวียดนาม ๗.๓.๑.๑ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในประเทศพมา่ ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนายุคแรกของพม่า ตามตำนานฝ่ายลังกา และคัมภีร์อรรถกถา ต่างๆ กล่าวว่า พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูต คือ พระโสณะกับพระอุตตระ มาประกาศพระศาสนา ยัง ดินแดนสุวรรณภูมิ๕ คำว่า สุวรรณภูมิ มีหลักฐานชัดเจนปรากฏในตำราจีนและอินเดีย๖ได้แก่ นครปฐม ใน ประเทศไทย และเมอื งสะเทิมในประเทศพม่า พระพุทธศาสนาไดเ้ ขา้ มาในพม่า ในพุทธศตวรรษท่ี ๖ เพราะ ได้พบคำจารึกเป็นภาษาบาลีในพม่าภาคใต้ และตารนาถ นักประวัติศาสตร์ทิเบตกล่าวว่า มีการสั่งสอน พระพุทธศาสนาแบบเถรวาทในพะโคของพม่า และอินโดจีน มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศก หลังจากนั้นศิษย์ของ พระวสุพันธุ ได้นำพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานเข้าไปเผยแผ่ ทำให้มหายานกับเถรวาทเข้ามาอยู่ในพม่าเป็น เวลาหลายศตวรรษ พระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาโดยเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ และปรากฏหลักฐานในคริส ศตวรรษที่ ๕ ว่ารุ่งเรืองอยู่ในอาณาจักรโบราณของพวกพยู (Pyus) ท่ีเรียกว่าอาณาจักรศรีเกษตรได้ต้ัง อาณาจักรข้นึ บริเวณปากแมน่ ้ำอิรวดี๗ ด้านการศึกษา พม่าตื่นตัวในเอกราช แล้วปรารถนาจะสำแดงตนเป็นผู้นำทั้งการเมือง และการศาสนาด้านการเมืองได้ถือหลักเบญจศีล เช่น อินเดีย ด้านศาสนาดูเจตนาจะเป็นผู้นำ ในกลุ่มเถรวาท ได้ใช้เงินจำนวนมากสร้างถ้ำจำลอง ชื่อ มหาปาสาณคูหา นอกเมืองย่างกุ้ง สำหรับเป็นที่ทำสังคายนา และได้นิมนต์พระคณาจารย์จากประเทศกลุ่มเถรวาทมาร่วมสังคายนา และให้เกียรติแก่สังฆนายก ทุกประเทศเป็นประธานในพิธีพร้อมท้ังผู้นำประเทศนั้น ๆ ร่วมกันไปด้วยโดยจัดเป็นสมัย ๆ เช่น สมัยไทย ก็มีสมเด็จพระสังฆนายก และนายกรัฐมนตรีไทยเป็นประธาน สมัยเขมร ก็มีสมเด็จพระสุเมธาธิบดี สังฆนายกฝ่ายมหานิกาย และเจ้าฟ้านโรดมสีหนุเป็นประธาน เสมือนว่าเป็นการสังคายนาของชาติกลุ่ม ๕พุทธทาส อนิ ทปญั โญ, บลั ลังกธ์ รรมรถเหนอื แผน่ ดนิ พุกาม สายสง่ สุขภาพใจ, กรุงเทพ, สขุ ภาพใจ,มปป., หนา้ ๙๘. ๖เพญ็ ศรี กาญจโนมัย –นันทนา กบิลกาญจน์, เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตใ้ นโลกปจั จบุ นั , กรุงเทพฯ : คุรสุ ภา ลาดพร้าว, (๒๕๓๖), หน้า ๔๕.
๑๔๐ เถรวาทท้ังหมด นอกจากสร้างมหาปาสาณคูหาแล้ว รัฐบาลพม่ายังได้สร้างถาวรวัตถุท่ีจำเป็นต้องใช้ เนอ่ื งดว้ ยสังคายนา เช่น หอสมุด โรงพิมพ์ ท่ีพกั พระสงฆ์ อยู่ในบริเวณสงั คายนานั้นด้วย เมื่อเลิกสงั คายนาแล้ว อาคารสถานเหล่านี้ก็ตกเป็นของพระพุทธศาสนา และจะต้ังมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งโลกข้ึนด้วย โดยให้พระสงฆ์กลุ่มเถรวาททุกชาติมาเรยี น ตลอดจนสงฆ์ในลัทธิมหายานด้วย๘ ๗.๓.๑.๒ บทบาทพระสงฆ์ตอ่ การศึกษาในกมั พูชา สมเด็จพระสุคันธาธิบดี (ปาน) ได้เดินทางมาศึกษาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยแล้ว ได้นำแบบ แผนของคณะธรรมยุตไปใช้ในกัมพูชา ทำให้พระสงฆ์ในกัมพูชา มี ๒ นิกาย เช่น ไทย คือ นิกายธรรมยุตและ มหานิกาย ทางด้านการศึกษาของสงฆ์ก็ได้นำแบบแผนไปจากประเทศไทย เช่น มีมหาวิทยาลัยสงฆ์ ที่ต้ังขึ้น โดย พระเจ้านโรดมสีหนุ เรียกว่า “มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาพระสีหนุราช” มีการเรียนการสอนในระดับ ปริญญาตรีและโทตามลำดบั ปัจจุบันพระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชามีความเจริญข้ึนมามาก แต่แนวทางการปฏิบัติและ การศึกษาเล่าเรียนยังไม่แผ่ขยายออกไปมากนัก อยู่จำกัดในวงแคบและไม่ค่อยมีความเป็นเอกภาพในเชิงการ ปฏิบัติให้เป็นแนว เดียวกัน สมดังพระนักปราชญ์ชาวกัมพูชารูปหน่ึงพูดไว้ว่า“พระพุทธศาสนาในประเทศ กัมพูชา เปรียบเหมือนต้นโพธิ์ใหญ่ต้นหน่ึง ล้มลงถึงพ้ืนแผ่นดิน แล้วออกใบ ออกราก แตกก่ิงแตกก้านขึ้นมา ใหม่” แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาของพระสงฆ์ก็มีการพัฒนาข้ึนมาเรื่อย ๆ จนถึงบัดนี้ โดยมีการศึกษา พระธรรมวินัยและภาษาบาลีขยายกว้างออกไปทั่วประเทศ ในชว่ งปี พ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๔๒ มีพระสงฆ์สอบธรรม วินัยช้ันตรี โท เอกท้ังหมด ๒๘,๗๕๒ รูป โรงเรียนพุทธิกปฐมศึกษามีห้องเรียน ๒๔๗ ห้อง โรงเรียนพุทธิก มัธยมศึกษามี ๖ แห่งมีพระนักศึกษาท้ังหมด ๘๔๘ รูป และมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาชื่อว่า พุทธิก อุดมศึกษาพระสีหนุราชต้ังอยู่ในกรุงพนมเปญ มีพระนิสิตนักศึกษาเล่าเรียน มีพระไตรปิฎกมานานแล้ว จารึก ลงในใบลานเขียนเป็นตัวหนังสือเขมรโบราณเป็นภาษาบาลี ลงวันที่ ๒ มกราคม ๒๔๗๓ กรมชำระ พระไตรปิฎกแห่งวิทยาสถานพุทธศาสนบัณฑิต ได้เริ่มตรวจชำระและแปลจากภาษาบาลีมาเป็นภาษาเขมรใน พระราชบรรณาลัย (ห้องสมุด) กัมพูชา ณ เมืองพนมเปญ การสร้างพระไตรปิฎกฉบับนี้อยู่ใต้พระบรม ราชูปถัมภ์ของพระเจ้าสมเด็จพระศรีสุวัตตมุนีวงศ์พระเจ้ากรุงกัมพูชาธิบดี ชำระแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ รวมท้ังหมดได้ ๒๒๐ เล่ม แบ่งเป็นวินัยปิฎก ๒๓ เล่ม คือนับตั้งแต่เล่มที่ ๑ ถึงเล่มท่ี ๒๓ พระสุตตันตปิฎกมี ทงั้ หมด๖๔ เล่ม นับต้ังแต่เล่มที่ ๒๔ ถึงเล่มท่ี ๗๗ และพระอภธิ รรมปิฎกมีทง้ั หมด ๓๓ เล่ม นับต้ังแตเ่ ล่มท่ี ๗๘ ถึงเล่มท่ี ๒๒๐ รวมหน้าท้ังหมด ๓๖,๖๓๐ หน้า การแปลและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกของกัมพูชาจะมีทั้งภาษา บาลแี ละภาษาเขมรอย่ใู น เลม่ เดียวกัน โดยจดั พิมพ์ภาษาบาลีอยูด่ า้ นซ้ายมอื และภาษาเขมรอย่ดู ้านขวามือ จึง ทำให้พระไตรปิฎกของกัมพูชามีจำนวนเล่มมากกว่าพระไตรปิฎกของไทย เพราะแยกภาษาบาลแี ละภาษาไทย ออกจากกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ประเทศไทย โดยกรมการศาสนาได้จัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี-เขมร ๘พระราชธรรมนเิ ทศ (ระแบบ ฐิตญาโณ), ประวตั ศิ าสตรพ์ ระพทุ ธศาสนา, (กรงุ เทพฯ : มหามงกุฎราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๖), หนา้ ๓๓๑ – ๓๓๒.
๑๔๑ โดยถ่ายเอกสารจากต้นฉบับเดิม จัดทำเป็นรูปเล่มสวยงามนำไปมอบถวายคณะสงฆ์ ประเทศกัมพูชา เนื่องจากขณะน้ันพระไตรปิฎกของประเทศกัมพูชาหาได้ยาก เพราะพิษของสงครามกลางเมืองทำให้คณะสงฆ์ ของประเทศกัมพูชาไดม้ ีพระไตรปฎิ กสำหรับศกึ ษาเล่าเรียนมาจนถึงปัจจุบันนี้๙ ๗.๓.๑.๓ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในประเทศลาว พระพุทธศาสนาเถรวาทเขา้ สปู่ ระเทศลาวในสมัยพระเจา้ ฟา้ ง่มุ (ครองราชย์ ค.ศ.๑๓๕๓-๑๓๗๓) พระองค์ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกได้ยอยกพระพุทธศาสนาให้เป็นศูนย์กลางยึดเหน่ียวของประชาชน พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติลาว เม่ือกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของพระสงฆ์ลาวต่ อการศึกษา สามารถศึกษาได้จากบทบาทหน้าท่ีของพระภิกษุสามเรณท่ีระบุไว้ในบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ไดก้ ล่าวไวว้ ่า พระสงฆ์สามเณรหรือผ้บู วชมหี นา้ ท่ีดงั นี้๑๐ ๑. ปกปกั รักษาพระพทุ ธศาสนา เอาใจใส่ทางด้านการศึกษาคน้ ควา้ ธรรมะของพระพุทธเจ้า ทัง้ ทางดา้ นปริยัติ ปฏบิ ัติ และปฏเิ วธ เชน่ การเรยี นสวด เรียนเทศน์ ศึกษาพระธรรมวนิ ยั และการลงสู่ภาคปฏิบัติ กรรมฐานเพ่ือใหเ้ กิดมรรค และผลตามอัตภาพตน พร้อมทั้งเอาใจใสป่ กปักรักษา และสง่ เสริมจารตี ประเพณี อนั ดงี าม ที่เป็นประโยชนต์ อ่ สังคมอย่างแทจ้ ริง ๒. มีส่วนร่วมในการปกปอ้ งรักษาสังคม และเทศนาสั่งสอนญาติโยมลาว บรรดาเผ่าให้ละความเชือ่ งม งาย การเทย่ี วกินอย่างฟุ่มเฟือย อบายมุข เพื่อใหส้ งั คม มีความบริสุทธิป์ ลอดภยั นา่ อยู่ มคี วามเสมอภาคกันต่อ การปฏบิ ตั ิศีลธรรม และ ระเบียบกฎหมาย ๓. การศึกษาของสงฆ์ต้องทำให้ลดการไม่รู้หนังสือ บำรุงวัฒนธรรม ปรับปรุงระบบการศึกษาสงฆ์ทั้ง ทางโลกและทางธรรม ให้มีทั้งทางคุณภาพ และปริมาณ เพ่ือยกระดับความรู้ ความสามารถให้แก่พระสงฆ์ สามเณร พ่อขาว แม่ขาว และญาตโิ ยมลาวบรรดาเผา่ ให้เทา่ เทยี มกนั ๔. มีสว่ นในการปรบั ปรุงแบบแผนการเผยแผ่ศลี ธรรมในหลายรูปแบบเช่น เทศนาตามหนังสอื ใบลาน สมุด ปากเปลา่ หรือปาถกถาธรรม เพอื่ ใหส้ อดคล้องกบั ระดบั ความรู้ของญาตโิ ยมบรรดาเผ่า สรา้ งวปิ ัสสนา จารย์ ฝึกอบรมวิปสั สนากรรมฐาน ฝึกการปฏิบตั ศิ าสนพธิ ี สังฆกรรมอยา่ งมีระบบถูกต้องตามหลักการศึกษา และพระธรรมวนิ ัย ๕. มีสว่ นรว่ มคน้ คว้าตำรายาพนื้ เมือง ปรุงแตง่ ยา และนำออกมาใชโ้ ดยผสมผสานกบั ยาแผนปัจจุบัน เพอื่ ใชร้ กั ษาโรคอยา่ งมีประสิทธิผล และแนะนำเผยแพรก่ ารป้องกนั โรค การรกั ษาอนามัย 3 สะอาด (อยู่ สะอาด กินสะอาด น่งุ หม่ สะอาด) ใหแ้ ก่ญาติโยมลาวบรรดาเผ่าตามเง่ือนไข และความสามารถ นอกนีเ้ อาใจใส่ รกั ษาสิ่งแวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ ๖. มสี ว่ นในการใชป้ ระโยชนท์ ีด่ นิ และธรณสี งฆป์ ลกู พืชกินใบ กนิ หมากพชื ลม้ ลุก พชื ยืนต้น ไม้ อุตสาหกรรม และกล้าเบ้ยี ไม้ตา่ งๆ แจกให้ญาติโยมนำไปปลูกเพ่ือผลประโยชนท์ างเศรษฐกิจ และรักษา ทรพั ยากรธรรมชาติ เช่น ปา่ ไม้ ภเู ขาแหลง่ น้าํ เปน็ ตน้ ซง่ึ เป็นทอี่ าศยั ของชีวนานาพนั ธ์ุ ให้คงไว้แหง่ ความอดุ ม สมบรู ณ์ ๙ พระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชา. เขา้ ถงึ จาก. http://cambodia.surin.rmuti.ac.th/temp.php?id_menu=religion. สืบค้นเมอ่ื ๑๖ กนั ยายน ๒๕๕๖. ๑๐ ธรรมนญู ปกครองสงฆล์ าว,๒๕๔๗ หนา้ ๔-๕ อ้างใน พระศรธี าตุ สงิ หป์ ระทมุ และคณะ ในวารสารสังคมลุ่มนำ้ โขง ปีที่ ๖ ฉบับท่ี ๓ กันยายน-ธนั วาคม ๒๕๕๓ หนา้ ๘๖.
๑๔๒ ๗. ตั้งหนา้ ปฏิบตั ิตามหลกั พระธรรมวนิ ัย ธรรมนญู ปกครองสงฆ์ ข้อกำหนดและกฎระเบียบสงฆ์ มติ คำส่ังทางการสงฆ์ ตลอดจนโครงการดำเนนิ งานขององค์การพทุ ธศาสนาสมั พนั ธ์ลาวในขอบเขตการจดั ตั้งของ ตนอย่างเคร่งครัด นอกน้ีต้องปฏบิ ตั ิตามมติคำสง่ั ทางรัฐการ ดำรสั (คำสั่ง กฎระเบยี บของประธานประเทศ ประธานสภาแห่งชาติ ข้อบังคับของกระทรวง) และกฎหมายของบา้ นเมือง ดังนน้ั บทบาทพระสงฆล์ าวจึงมหี นา้ ที่โดยตรงต่อการศึกษาในประทศลาวทงั้ ในสว่ นศาสนจกั รและ บา้ นเมอื งตามธรรมนญู ปกครองครองคณะสงฆล์ าว ๒๕๔๗ ซ่ึงพระสงฆล์ าวตอ้ งทำบทบาทหน้าทใี่ นการพัฒนา ประเทศลาวในทกุ ด้าน ซึง่ ในดา้ นการศึกษาพระสงฆไ์ ด้รบั การการสนับสนุนดา้ นการเงินงบประมาณ บคุ ลากร และวัสดอุ ุปกรณ์ จากกระทรวงศึกษาธิการทงั้ หมด ซงึ่ พระสงฆต์ ้องแสดงบทบาทหนาที่ตามนโยบายของ รฐั บาล ๗.๓.๑.๔ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศกึ ษาในประเทศไทย ประเทศไทยท่ีได้รับพระพุทธศาสนามาเป็นเวลาพันปีมาแล้ว พระมหากษัตริย์ไทยทุก พระองค์เป็นพุทธมามกะ การเข้ามาของพระพุทธศาสนาสมยั การทำสังคายนาครงั้ ท่ี ๓ โดยพระสมณทูตสายที่ ๘ มีพระโสณะ และพระอุตตระ เป็นหัวหน้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ พร้อมคณะที่ปรากฏชื่อ ๕ รูป คือ พระโสณะพระอตุ ตระ พระฌานยิ ะ พระภรู ยิ ะ และพระมุนียะ๑๑ เมื่อพระพุทธศาสนาตั้งม่ันในประเทศไทยตั้งแต่ยุคอาณาจักรสุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี รัตนโกสินทร์ อาจกล่าวสรุปได้ว่าบทบาทพระสงฆ์ต่อการจัดการศึกษาของไทย พระสงฆ์มีบทบาทและมี อิทธพิ ลตอ่ การจดั การศึกษาของไทย เพราะวัดเคยเป็นสถานท่ีศกึ ษาเล่าเรียนของเยาวชนไทยเร่อื ยมาจนถึงใน รัชสมัยรัชกาลท่ี ๕ ได้เกิดการปฏิรูปการศึกษา แยกการจัดการศึกษาจากวัด โดยรัฐไปดำเนินการเอง แม้ การดำเนินการปฏิรูปการศึกษาจะทำให้บทบาทของคณะสงฆ์ต่อการจัดการศึกษานอ้ ยลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ บทบาทด้านการศึกษาพ้นไปจากความรับผิดชอบของพระสงฆ์ ดังจะเห็นในปัจจุบัน ๑๒ ประชาชนได้สนใจ ศึกษาพุทธศาสนามากข้ึนตามลำดับ ได้มีการจัดต้ังสมาคมมูลนิธิทางพุทธศาสนาเพ่ือการศึกษามากมาย มีการ จัดตั้งชมรมพุทธศาสตร์ในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ พ.ศ. ๒๔๙๐ มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัยซึ่งตั้งข้ึนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๒ ได้ประกาศตั้งเป็นมหาวิทยาลัยฝ่ายพระพุทธศาสนาข้ึน เม่ือวันท่ี ๙ มกราคม ๒๔๙๐ และเปิดการศึกษาเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๔๙๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนการศึกษา ของพระสงฆ์ได้มีการยกระดับมาตรฐานการศึกษาเช่นยกระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง คือมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัยและมหามกุฏราชวิทยาลัยได้เปิดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรใน ระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและระดับปริญญาเอกได้มีการรับรองวิทยฐานะเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยสากล ทั่วไป และได้ออกกฏหมายพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยสงฆ์ท้ัง ๒ แห่ง โดยรัฐสภาเม่ือ พ.ศ. ๒๕๔๐ มีชื่อว่า \"มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ \"มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย\"ปัจจุบันนี้ได้มีวิทยาเขต ต่างจังหวัดอีกหลายแห่ง เช่น เชียงใหม่ พะเยา แพร่ ลำพูนนครสวรรค์ ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา ๑๑พระธรรมปิฎก (ประยทุ ธ์ ปยตุ โต) , พุทธศาสนาในอาเซีย, พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๑, (กรงุ เทพ: ธรรมสภา, ๒๕๔๐), หน้า ๑๔๓ . ๑๒เขา้ ถึงจาก.http://mcucri.igetweb.com/articles/480978/igetweb. สบื เมอื่ วนั ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖.
๑๔๓ หนองคาย นครปฐม นครศรีธรรมราช เป็นต้นส่วนการศึกษาด้านอื่น ได้มีการจัดต้ังโรงเรียนปริยัติธรรมแผนก สามัญ ระดับประถมปลายและ ม.๑ ถึง ม.๖ เม่ือปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ได้มีการจดั ตั้งโรงเรียนพุทธ ศาสนาวัดอาทิตย์ข้ึนเป็นแห่งแรก ณ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพ่ือเปิดการสอนพุทธศาสนาแก่เด็กและ เยาวชนจนได้แพร่ขยายไปท่วั ประเทศ ดังกล่าวมาน้จี ะเหน็ ได้วา่ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การการศึกษาไทยพระสงฆ์ มีความสามารถในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพลเมืองของชาติอยา่ งต่อเนอื่ ง ๗.๓.๑.๕ บทบาทพระสงฆ์ตอ่ การศกึ ษาในเวยี ดนาม พระพุทธศาสนาเข้าสู่เวียดนามคร้ังแรกเมื่อพุทธศตวรรษท่ี ๘ โดยท่านเมียวโป (Meou-Po) ชาวจีนที่เคยถือลัทธิเต๋าแล้วหันมานับถือพระพุทธศาสนา แต่ก็ไม่เป็นที่แพร่หลายนัก เพราะจักรพรรดิจีนสน พระทัยในการประกาศคำสอนของขงจื้อ และไม่พอพระทัยที่จะเห็นใครนับถือพระพุทธศาสนา ต่อมา พ.ศ. ๑๐๘๗-๑๑๔๕ พระพทุ ธศาสนามีโอกาสกลบั มาเจริญอีกคร้ัง โดยมี พระวินีรุจิ พระภิกษุชาวอินเดียได้เดนิ ทาง มาจีน พอดีกบั บา้ นเมืองจีนไมส่ งบ พระพุทธศาสนาไดร้ บั การต่อต้าน ท่านจึงลงมาทางใต้ของจีนมาสอนศาสนา ในเวียดนามและมรณภาพท่ีเวียดนามนี้เอง ศิษย์ของท่านได้ดำเนินงานต่อ จนได้รับการนับถือจากชาว เวียดนามอย่างกว้างขวาง พระพุทธศาสนาเมื่อเจริญข้ึนเช่นน้ีก็ได้เป็นพลังสร้างสรรค์ให้วัฒนธรรมของ เวียดนาม ได้พฒั นาขนึ้ จนมรี ปู ลกั ษณ์เป็นของตนเอง ก่อให้เกดิ ความสำนกึ ในทางชาตนิ ิยมยง่ิ ข้นึ พ.ศ.๑๒๑๔ ในยุคน้ีอาณาจักรจามปามีผลงานทางศิลปะและสถาปัตยกรรมเกิด ขึ้นมาก พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรอื ง แม้หลวงจนี อ้ีจิงเดนิ ทางผ่านมา พ.ศ.๑๒๑๔-๑๒๓๘ ก็ได้บันทึกไวว้ ่า “...หลินอ้ี (จัมปา) เป็นประเทศหน่ึงที่นับถือพระพุทธศาสนา ตรงข้ามกับฟูนันซ่ึงทำลายพระพุทธศาสนาจนหมดส้ิน (เฉพาะชว่ งนนั้ ) ชาวพุทธจามปาทวั่ ๆ ไป เปน็ พวกท่ีนบั ถือนิกายอารยสัมมิติยะ แต่มีพวกท่ีนับถอื นิกายสรวาสติ วาทะ๑๓ พ.ศ.๑๕๑๒ ราชวงศด์ ินห์ ขึน้ ครองอำนาจ พระพุทธศาสนาเร่ิมเจรญิ ขนึ้ อีกครงั้ หลงั จากชะงกั มาเกอื บ ๓๐ ปี ด้วยเหตุความวุ่นวายภายในประเทศ กษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์น้ีเป็นผู้มีความศรัทธาใน พระพุทธศาสนา ได้ทำนุบำรุงสงฆ์เป็นอย่างดี พระสงฆ์ได้รับความเคารพนับถืออย่างมากจากประชาชน และ การเผยแพร่ธรรมไดเ้ ข้าถงึ ประชาชนอย่างกว้างขวาง ยง่ิ ไดร้ ับราชปู ถัมภเ์ ปน็ เครื่องสนบั สนุน พระพุทธศาสนาก็ ยิ่งเจรญิ แพรห่ ลายไปอยา่ งทว่ั ถงึ ๑๔ ในปัจจุบันน้ี ประเทศเวียดนามนับถือพระพุทธศาสนา ลัทธิเต๋าและขงจื้อ เป็นการนับถือผสมผสาน โดยเฉพาะทางด้านหลกั ธรรมคำสอนจะปฏิบัติตามคำสอนของทั้ง ๓ ศาสนาทางดา้ นการศกึ ษาพระพุทธศาสนา ได้มีการเปิดสอนพระพุทธศาสนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยวันฮนั ห์ ซึง่ เป็นมหาวทิ ยาลยั แหง่ พระพทุ ธศาสนาโดยการ จัดตง้ั ขึ้นของสหพุทธจกั รเวยี ดนาม และได้รับการรับรองจากรฐั บาลเวียดนามเม่ือวนั ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๐๗ ใน ปัจจุบันนี้ มหาวิทยาลัยฮันห์ ทำการเปดิ สอน ๔ คณะคือคณะพุทธศาสตร์ และบูรพาวิทยา คณะอักษรศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และคณะภาษาศาสตร์ เฉพาะคณะพุทธศาสตร์และบูรพาวิทยา แบ่ง ๑๓พระธรรมปฎิ ก (ป.อ.ปยตุ ฺโต), พระพุทธศาสนาในอาเซยี , กรุงเทพ: ธรรมสภา, (๒๕๔๐), หนา้ ๒๒๐. ๑๔เทพประวณิ จนั ทรแ์ รง,พระพุทธศาสนาเถรวาท, หนา้ ๑๙๕.
๑๔๔ ออกเป็น ๙ ภาควิชา คือภาควิชาพุทธปรัชญา วรรณคดีพุทธศาสนา พทุ ธศาสนประวัติ พุทธศาสนาท่ัวไปพุทธ ศาสนาในเวยี ดนาม ปรชั ญาตะวนั ออก ปรัชญาอินเดยี ปรชั ญาจนี และปรชั ญาตะวนั ตก๑๕ ๗.๓.๑.๖ บทบาทพระสงฆ์ตอ่ การศกึ ษาในประเทศสงิ คโปร์ ในอดีตประเทศสิงคโปร์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซีย การแผ่ขยายของพุทธ ศาสนาจึงจะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับประเทศมาเลเซีย และส่วนใหญ่ชาวสิงคโปร์จะเป็นชาวจีนโพ้นทะเล พุทธศาสนาแบบมหายานจึงเจริญรุ่งเรือง และได้รับการประดิษฐานอย่างม่ันคงสถานภาพของพุทธศาสนา แบบมหายานในสิงคโปร์ถือว่าดีมาก มีการปฏิบัติศาสนกิจและการเผยแผ่อย่างจริงจัง โดยการแปลตำราและ คมั ภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาต่างๆ จดั ตงั้ โรงเรียนอบรมศาสนาจารย์ และมีโรงเรยี นสอนพทุ ธศาสนาว่า \"มหาโพธ์ิ\" เพ่ือจัดการเรียนการสอนพุทธศาสนาทุกระดับชัน้ มีการก่อตั้งองค์กรยุวพุทธแห่งสิงคโปร์ขึ้น เพื่อจัด กจิ กรรมบรรยายธรรมภาษาต่างๆ จัดกิจกรรมการสวดมนต์ การสมาธิ การสนทนาธรรม และกิจกรรมอืน่ ๆ อัน แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของพทุ ธศาสนา และความศรทั ธาทางศาสนาของชาวสงิ คโปร์ ในประเทศสิงคโปร์มีวัดมหายานอยู่หลายแห่ง รวมทั้งสมาคมทางศาสนา ซึ่งทำหน้าที่เผยแผ่ศาสนา ต้ัง โรงเรียนสอนหนังสือ และดำเนินงานสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้านอกจากวัดพระพุทธศาสนาแบบมหายานแล้ว ในสงิ คโปร์มีวัดพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท ซึง่ ได้แก่ วดั ไทย และวัดลงั กา รวมอยู่ดว้ ย วัดไทยที่สำคัญมี ๒วัด คือ วัดอนันทเมตยาราม สร้างเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๙ และทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๒ อีกวัดหนึ่ง ชื่อวัดป่าเลไลยก์ สิงคโปร์ สร้างเม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๖๑๖ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์ได้ขอจัดต้ังสถาบันสมทบกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้แก่ วัดกวางหมิงซือ และศูนย์การศึกษาอาจารย์พรหม เพ่ือจัด การศึกษาพระพุทธศาสนาโดยใช้หลักสูตรการศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซ่ึงพระธรรม โกศาจารย์อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า \"การที่สถาบันการศึกษาทาง พระพุทธศาสนาท้ังสองแห่งของประเทศสิงคโปร์ต้องการเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวทิ ยาลยั น้ัน เน่อื งจากเห็นบทบาททีม่ หาวทิ ยาลยั ได้รับความไว้วางใจจากรฐั บาลไทย ใหเ้ ป็นผู้จัดงานวิสาข บูชาโลกมาอย่างต่อเน่ือง อีกท้ังการจัดการศึกษาทางพระพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัยมีความพร้อม และมีสถาบันการศึกษาทางพระพุทธศาสนาในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นท่ีเกาหลีใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน ต่างก็เข้าร่วมเป็นสถาบันสมทบ ในส่วนของมหาวิทยาลัยก็คาดหวังว่า สถาบันสมทบท้ังสอง แหง่ ในสงิ คโปรน์ ้ี จะเป็นศูนย์การศึกษาทางพระพทุ ธศาสนาในส่วนของภาษาจนี ที่เปน็ เลศิ โดยมีมหาวทิ ยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้รับรองคุณภาพการศกึ ษาและเป็นทย่ี อมรบั ของชาวพุทธทว่ั โลกได้๑๗ ๑๕พระมหาอรยิ ธมโฺ ม ภกิ ขฺ .ุ บทบาทของพระพุทธศาสนามหายานในประเทศต่างๆ. เขา้ ถึงจาก http://www.learners.in.th/blogs/posts/498805. สืบค้นเม่ือ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖. ๑๖วกิ พิ ีเดยี , ศาสนาพทุ ธในประเทศสงิ คโปร์, เข้าถงึ จาก. http://th.wikipedia.org/wiki. สบื ค้นเมอ่ื ๑๑ พ.ค. ๒๕๕๖. ๑๗มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . พิธเี ปิดสถาบนั สมทบประเทศสงิ คโปร์. เขา้ ถงึ จาก. http://buddhaghosa.mcu.ac.th/En/news_in.php?group_id=1&NEWSID=4698. สบื ค้นเมอ่ื ๑๐ พ.ค. ๒๕๕๖.
๑๔๕ ๗.๓.๒ บทบาทพระสงฆด์ ้านการศกึ ษาในเอเชยี ใต้ ๗.๓.๒.๑ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในศรีลงั กา พระพุทธศาสนา ได้เริ่มแผ่เข้าสู่ศรีลังกา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖-๒๘๗ โดยการนำของ พระมหินท เถระ ซงึ่ พระเจ้าอโศกมหาราช และพระโมคคลั ลีบุตรติสสะเถระ ส่งไปเป็นธรรมทูตประจำศรลี ังกาพระเถระได้ ไปถึงลงั กาในรัชสมยั ของพระเจา้ เทวานมั ปยิ ติสสะ๑๘ ซ่งึ เปน็ อทฏิ ฐสหายกบั พระเจา้ อโศกมหาราช ด้านการศึกษา เม่ือพระพุทธศาสนาเข้ามาประดิษฐานในลังกาแล้ว พระภิกษุได้ทำหน้าท่ีเป็นครูให้ การอบรมส่ังสอนทางวิชาการแก่คนในสังคมแทนพวกพราหมณ์ท่ีมีก่อนหน้านั้นโดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง การศึกษาและอบรมศีลธรรม และบทบาทสำคัญในการร้อยกรองวรรณกรรม และได้ผลิตผลงานทางด้านน้ี ข้ึนมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคัมภีร์มหาวงศ์และคัมภีร์ทีปวงศ์ ซ่ึงเป็นพงศาวดารทางประวัติศาสตร์ของ ลังกา ตลอดจนการก่อสร้างวัตถุสถานทางศาสนาเป็นส่ิงท่ีทำให้ผู้สร้างได้บุญมาก ดังน้ันจึงมีความร่วมมือร่วม ใจเป็นอย่างดใี นการกอ่ สร้างหรอื บรู ณปฏสิ ังขรณว์ ดั วาอาราม โดยมีพระภกิ ษเุ ป็นหวั หน้า๑๙ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้จัดตั้งสถาบันสมทบพระพุทธศาสนานานาชาติ ศรีลังกา (Sri Lankan International Buddhist Academy: SIBA) เมืองแคนดี (Kandy) ประเทศศรีลังกา เพ่ือการศึกษาพระพุทธศาสนา โดยจัดส่งอาจารย์จากมหาจุฬาฯ มาสอนภาษาไทยให้แก่นิสิตซึ่งมีความสนใจ และประสงค์ท่ีจะเรียนภาษาไทย การเตรียมการเพื่อเตรียมการจัดประชุมนานาชาติระหว่าง SIBA, IABU (International Association Of Buddhist University)และมหาจุฬาฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์และนิสิตอันจะส่งผลต่อพัฒนาการศึกษาเก่ียวกับพระพุทธศาสนา และเป็น การสานต่อปณิธานของพระอุบาลีซึง่ ในปี พ.ศ. ๒๒๙๖พระเจา้ กีรติสิรริ าชสิงห์ กษัตริย์ลงั กา ได้ส่งราชทตู มาขอ พระมหาเถระและคณะสงฆไ์ ปชว่ ยฟื้นฟพู ระพุทธศาสนาในลังกา ซึ่งเส่ือมโทรมลงไป สมเด็จพระเจา้ บรมโกษจึง โปรดให้ส่งคณะสมณทูตประกอบด้วยพระราชาคณะสองรูปคือ พระอุบาลีและพระอรยิ มุนี พร้อมคณะสงฆ์อีก ๑๒ รูป ไปประเทศศรีลังกา เพื่อประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบท ให้กับชาวลังกา คณะสงฆ์คณะน้ีได้ไปตั้ง \"นกิ ายสยามวงศ์\" หรอื \"อุบาลีวงศ\"์ ขึน้ ในประเทศศรีลงั กา๒๐ ๗.๓.๒.๒ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในประเทศอินเดีย ด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา ราว พ.ศ. ๑๐๐๐ การศึกษาทางพุทธ ศาสนาได้ก้าวหน้าไปมากถึงกับขยายการจัดการศึกษาไปเป็นรูปแบบ มหาวิทยาลัยจึงได้เกิดมหาวิทยาลัยแห่งแรกในโลกขึ้น คือมหาวิทยาลัย นาลันทา และมหาวิทยาลัยอ่ืน ๆขยายตามมาอีก คือ มหาวิทยาลัยวัลภี ๑๘เสฐยี รพงษว์ รรณปก,ไปสบื พระพทุ ธศาสนาท่ีศรลี งั กา, กรุงเทพฯ : น้ำฝนไอเดีย, (๒๕๔๙), หนา้ ๗๓. ๑๙ปยิ นาถ (นโิ ครธา) บุนนาค, ประวตั ิศาสตรแ์ ละอารยธรรมศรลี งั กา สมยั โบราณถงึ ก่อนสมยั อาณานิคมและ ความสัมพนั ธ์ทางวฒั นธรรมระหว่างศรลี ังกากับไทย (ม.ป.ป.), ๒๕๓๔., หนา้ ๑๒๘ – ๑๕๑. ๒๐มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั .พิธเี ปิดอาคารเรียน และประชุมสถาบนั สมทบ ประเทศศรลี ังกา. เขา้ ถึงจาก. http://www.mcu.ac.th/En/news_in.php?NEWSID=6190. สืบค้นเม่ือ ๑๐ พ ๒๕๕๖.
๑๔๖ มหาวิทยาลัยวิกรมศิลา มหาวิทยาลัยโสมบุรีและมหาวิทยาลัยชคัททละ มหาวิทยาลัยเหล่าน้ีได้กระจายอยู่ใน อินเดียตอนเหนือ มหาวิทยาลัยนาลันทาได้มีคณาจารย์สั่งสอนธรรมถึง ๑,๕๐๐ ท่าน นักศึกษาจำนวนนับ หมื่นมีท้ังชาวอินเดีย และชาวต่างชาติ เช่น จีน ทิเบต อินโดนีเซีย เตอรกีท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ์ ทั้งฝ่าย มหายานและเถรวาท และศาสนาอื่น ๆการศึกษาพระพุทธศาสนาจึงเป็นไปอย่างกว้างขวางพ.ศ. ๑๑๐๐ พระ เจ้าหรรษวรรธนะ (พระเจ้าศีลาทิตย์) ราชวงศ์วรรธนะ แห่งวรรณะแพศย์ได้กำจัดอำนาจราชวงศ์คุปตะแห่ง วรรณะพราหมณ์ลงได้และขึ้นครองราชย์เป็นมหาราชที่ยิ่งใหญ่ ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนามหายานได้ทำนุ บำรุงพระพุทธศาสนาและอุปถัมภ์บำรุงมหาวิทยาลัยนาลันทา จนทำให้ชาวฮินดูขัดเคืองว่าบำรุงพุทธศาสนา มากกว่าฮินดูจึงวางแผนปลงพระชนม์พระเจ้าหรรษะจนสำเร็จ ในยุคน้ีได้มีพระภิกษุชาวจีนท่านหน่ึงชื่อหลวง จีนเฮี้ยนจั๋งหรือยวนฉาง (พระถังซัมจั๋ง) ได้จาริกสู่ชมพูทวีปนอกจากท่านมาศึกษาพระพุทธศาสนาและแปล พระไตรปิฎกเปน็ ภาษาจนี เพ่ือนำไปยังประเทศจีนแล้ว ท่านยังได้เขียนจดหมายเหตุไว้เพื่อบันทึกเรอ่ื งราวและ สภาพของสงั คมดา้ นพุทธศาสนาไว้มากมายซ่ึงเป็นประโยชนต์ ่อการศึกษาพระพุทธศาสนา เม่ือ พ.ศ. ๒๔๙๙ รัฐบาลอินเดียได้จัดงานฉลองพุทธยันตี ๒๕๐๐ปีพระพุทธศาสนารัฐบาลอินเดียได้ ฟื้นฟูส่งเสริมพระพุทธศาสนาข้ึนอีกคร้ังหนึ่งโดยได้จัดต้ังสถาบันการศึกษาขึ้นท่ีนาลันทาได้จัดให้มี การศึกษา พระพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆและปรับปรุงบำรุงสถานท่ีสำคัญทางพุทธศาสนา แต่ก็ยังจำกัดอยู่ใน ขอบเขตเพราะประชากรส่วนใหญ่ของอินเดียยังคงเป็นฮินดูอยู่ในปีเดียวกันนั้น ได้มีประชาชนวรรณะศูทร จำนวนนับล้านปฏิญาณตนนับถือพระพุทธศาสนาเม่ือวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ท่ีเมืองนาคปุระ แคว้น บอมเบย์ โดยการนำของ ดร.เอ็มเบ็ดการ์ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คนแรกของอินเดีย ซ่ึงเป็นคนวรรณะศูทร ดร.เอ็มเบ็ดการ์ ได้มีบทบาทต่อสังคมอินเดียอย่างมากพยายาม ปฏิรูปสังคมอินเดียให้มีความเสมอภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ และสันติภาพ เพราะมองว่าความเชื่อทาง ศาสนาฮินดู เป็นความเชื่อท่ีทำให้สังคมอินเดียขาดความเปน็ ปกึ แผ่น เพราะการถือเรอ่ื งชาตวิ รรณะของฮินดู ท่านได้รับอิทธิพลทางความคิดจากพุทธศาสนา ในการดำเนินการต่าง ๆทางสังคมได้ต้ังวิทยาลัยและ สถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนา เพ่ือสอนวิชาการต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง เช่น สิทธารถวิทยาลัยทาง นติ ิศาสตร์ เป็นต้น นับวา่ เป็นความพยายามที่จะปฏริ ูปสังคมอินเดยี ของ ดร. เอ็มเบด็ การโ์ ดยใชห้ ลักธรรมทาง พทุ ธศาสนา ยคุ ฟ้นื ฟูการศกึ ษาพระพุทธศาสนาในอนิ เดีย ทม่ี า:http://www.br.ac.th สบื คน้ เมือ่ วันที่ ๑๖ กนั ยายน ๒๕๕๖ ท่านธรรมปาละ เป็นผู้มีบทบาทอย่างสูง ต่อการฟ้ืนฟูพระพุทธศาสนาใน อินเดีย ประโยชน์ที่ท่านฝากไว้ในพระพุทธศาสนา พอสรุปได้ดังน้ี ๑.เป็นผู้จดุ ประกายการศึกษาพระพทุ ธศาสนาในอนิ เดีย ทำให้ชาว อินเดีย ซ่ึงแทบจะลืมเลือนพระพุทธศาสนา จนหมดส้ินแล้ว หันกลับมา ตามแนวทางแหง่ อริยมรรคของพระพทุ ธองคอ์ ีกคร้งั
๑๔๗ ๒.ได้สรา้ งอนุสรณส์ ถาน ปูชนียสถานเกีย่ วกบั พระพทุ ธศาสนาไว้มากมาย ตามสถานที่ตา่ งๆ เพ่อื ระลึก ถึงพระพุทธองค์ เชน่ วดั มูลคนั ธกุฎวหิ าร ใกลๆ้ กับสถานท่ีแสดงปฐมเทศนา ทส่ี ารนาถ ๓.ไดเ้ ปน็ ผู้จุดประกายรเิ ริ่มให้ชาวพุทธ และชาวอนิ เดีย หันมาเอาใจใส่และฟน้ื ฟูพทุ ธสถาน ท่สี ำคญั ของพระพุทธองค์ โดยเฉพาะพทุ ธคยา แม้ในสมัยของท่าน อาจจะยงั ไม่ทำให้พทุ ธคยา คืนสกู่ รรมสทิ ธิ์ของชาว พุทธ และอยใู่ นการดูแลคุม้ ครอง ของชาวพทุ ธได้ แต่ต่อมา การกระทำของท่านก็เป็นกระแสผลกั ดันสงั คม ชาว อินเดียหลายฝา่ ย นกั ปราชญ์หลายท่าน ก็ได้แสดงความเห็นควรวา่ พทุ ธคยาเป็นสทิ ธิ์ของชาวพทุ ธอย่างแน่นอน ต่อมา ในเดือนเมษายน ปี ๒๔๙๙ รัฐบาล แห่งรัฐพหิ าร ไดผ้ ่านพระราชบญั ญัติวหิ ารพุทธคยา ซง่ึ ให้สว่ นหนึง่ อยูใ่ นการดแู ลของชาวพุทธ โดยมีกรรมการชาวพุทธ ๔ ท่าน ชาวฮนิ ดู ๔ ท่าน โดยมผี ้วู า่ ราชการจังหวัดคยา เป็นประธาน นอกจากน้ียังมีพระสงฆ์ตา่ งชาตทิ เี่ ข้าไปเผยแพร่พุทธศาสนาในอินเดยี หลายทา่ น เชน่ ท่านฟูจอิ ิ ผนู้ ำ นกิ ายสงฆ์นิกายหน่ึงในญป่ี นุ่ เปน็ ต้น ทา่ น เหล่าน้ไี ด้เข้าไปเผยแพร่ และสร้างวัดหลายแห่งในอนิ เดีย เช่น ท่ี ภเู ขาเมอื งราชคฤห์ท่ลี าดัก ดาร์จีลิง เวสาลี โอรสิ สาบอมเบยม์ นาลี เปน็ ต้น๒๑ ๗.๓.๓ บทบาทพระสงฆ์ดา้ นการศกึ ษาในเอเชียตะวันออก ๗.๓.๓.๑ บทบาทพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในประเทศจนี พระพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้าสู่ประเทศจีนตั้งแต่ ๒๑๗ ปี ก่อน ค.ศ. (ราว พ.ศ.๓๒๖) แต่ตามท่ีปรากฏหลักฐานในทางราชการ ค้นได้ว่า เมื่อ ค.ศ.๖๕ (พ.ศ.๖๐๘)พระจักรพรรดิมิ่งต่ีแห่งราชวงศ์ฮั่น ทรงส่งคณะทูต ๑๘ คนไปสืบศาสนา ณ เมืองโขตานปัจจุบันอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลซินเกียงใน จีน ในสมัยโบราณเมืองโขตานเคยเป็นดินแดนของอินเดียและพระพุทธศาสนาก็เข้ามาสู่โขตานต้ังแต่ ปี ๒๑๗ ก่อน ค.ศ. หลังจากน้ัน ๒ ปี คณะทูตก็ได้กลับมายังประเทศจีนพร้อมด้วยภิกษุ ๒ รูป คือพระกาศยปมาตังคะ กับพระธรรมรักษ์ และนำคมั ภีรท์ างพระพทุ ธศาสนามาด้วยสว่ นหน่ึง๒๒ ๒๑http://www.indiaindream.com/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=22&Id=539451368 สืบค้นเมอ่ื วันท่ี ๑๖ กนั ยายน ๒๕๕๖ ๒๒พระเทพเวที, พระพุทธศาสนาในอาเซีย, พมิ พค์ รัง้ ที่ ๔, กรุงเทพฯ: มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, (๒๕๓๑), หน้า ๓๙-๖๐.
๑๔๘ ต้ังแต่ในสมัยราชวงศ์ฮ่ัน เป็นต้นมา ราว ค.ศ.๖๕ – ๒๒๐ แม้พระพุทธศาสนาจะได้รับความเคารพ เลอื่ มใสและอุปถมั ภ์บำรุงเสมอมา แตก่ ็ยังเสียเปรยี บและถูกต่อต้านจากอทิ ธพิ ลของลัทธศิ าสนาเดิมของจีน คือ ขงจ้ือและเต๋า จนมาถึงปลายราชวงศ์น้ี มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งช่ือ โม่งจ้ือ แสดงหลักธรรมของพระพุทธศาสนาให้ เห็นความลึกซ้ึงเหนือกว่าลัทธิศาสนาเดิมของท้องถ่ิน ได้อาศัยความประพฤติอันบริสุทธ์ิของพระสงฆ์เป็น เครอื่ งแรงจูงใจประชาชน พระพทุ ธศาสนาก็ได้รับความเล่อื มใสย่งิ กวา่ ลัทธศิ าสนาอน่ื ๆ ในคริสต์ศตวรรษที่ ๔ ก็ ได้เป็นศาสนาประจำชาติจีน ราว พ.ศ.๑๑๖๑–๑๔๕๐ โดยสรุปพระพุทธศาสนาในจีนเจริญมากท่ีสุดในสมัย ราชวงศถ์ ัง พ.ศ.๑๑๗๒ รัชกาลสมัยพระเจา้ ไทจง พระถงั ซัมจ๋งั (บางทีเรยี กหลวงจีนเห้ียนจงั ) ออกจาริกไปชมพู ทวีป กลับมาถึงจีนในพ.ศ.๑๑๘๘ ทรงอาราธนาให้สถิต ณ เมืองโลยาง ทรงอุปถัมภ์ในการแปลพระสูตร มากมายที่นำมาจากอินเดีย พระถังซัมจ๋ังได้เขียนบันทึกการเดินทางช่ือ “บันทึกแคว้นตะวันตก” อันมีคุณค่า ทางประวตั ศิ าสตร์อย่างมากมาย อิทธพิ ลพระพุทธศาสนาดา้ นการศกึ ษาพ.ศ. ๑๒๕๒ พระเจา้ ตงจง โปรดให้ มีการคัดเลือกผู้ที่จะบวชเป็นครั้งแรก ปีต่อมาพระเจ้าเฮ้ียนจงก็โปรดให้พระท่ีไม่ศึกษาปริยัติธรรมลาสิกขา เพราะมีผ้บู วชหลีกเล่ยี งการทำงานมาก พ.ศ. ๒๔๖๕ สถานการณ์ด้านพระพุทธศาสนาเสอื่ มทรามลงและมีการ เบียดเบียนพระพทุ ธศาสนามาก พระอาจารย์ไท้สู ได้ดำเนินการปฏิรูปพระพทุ ธศาสนาเป็นการใหญ่ เริ่มดว้ ย การตงั้ วทิ ยาลัยสงฆข์ ึ้นที่วูชัง เอ้หมึง เสฉวนและหลิงนานเพ่ือฝึกผู้นำทางพระพุทธศาสนาให้พระสงฆ์รวู้ ิชาทั้ง ธรรมวินัยและวิชาการสมัยใหม่ เผยแผ่และบำเพ็ญประโยชน์จนถึงมีการจัดตั้งพุทธสมาคมแห่งประเทศจีน สำเร็จเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๒ ได้ประกาศพระพทุ ธศาสนาแนวใหม่ทำให้ปัญญาชนเข้าใจพระพุทธศาสนาดีขึน้ ท่าน ได้ติดต่อกับพุทธศาสนิกชนต่างประเทศ ส่งนักศึกษาไปเล่าเรียนในลังกา ไทย และญี่ปุ่น มีภิกษุและภิกษุณี ๗๓๘,๐๐๐ รปู มวี ัด ๒๖๗,๐๐๐ วดั ในปัจจุบันได้มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาลัทธิมหายานข้ึนใหม่ใน ประเทศสาธารณรฐั ประชาชนจีนนอกจากน้รี ัฐบาลจีนยังให้การสนับสนนุ จัดต้ังพุทธสมาคมแหง่ ประเทศจีนและ สภาการศึกษาพระพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนข้ึนในกรุงปักกิ่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อเผยแผ่ พระพุทธศาสนากับประเทศต่างๆ ทั่วโลกปัจจุบันน้ีชาวจีนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาคู่ไปกับลัทธิขงจ้ือ และเตา๋ วิทยาลัยพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งเดียวของจีน คือ วิทยาลัยพุทธศาสนาเหอหนานได้รับ อนุมัติให้สร้างข้ึนโดยกองบริหารงานศาสนาแห่งชาติเม่ือปี ๒๐๐๕ บนเนื้อที่ ๓๗ ตารางกิโลเมตร เปิดสอน ระดบั ปรญิ ญาตรี หลักสตู ร ๔ ปี การใช้ชีวิตในวิทยาลัยฯจะเหมือนภายในวัดนักศึกษาต้องปฏิบัติตาม กฎระเบียบท่ีกำหนดไว้ เช่น ตื่นตี ๕เข้านอน ๔ทุ่ม เป็นต้น นอกจากการเรียนการสอนเร่ืองพุทธศาสนาแล้ว ทางวิทยาลัยฯยังเปิดสอนคอร์สต่างๆ อาทิดนตรีในพุทธศาสนา ประติมากรรม ภาษาต่างประเทศ กังฟู และ การชงชา ผู้ท่ีผ่านการคัดเลือกเป็นนักศึกษา ไม่เพียงแต่ได้เรียนฟรีพร้อมที่พักและอาหาร รวมถึงค่าใช้จ่าย เบ็ดเตล็ดแต่ยังอาจได้รับค่าเบ้ียเล้ียงและทุนการศึกษาจากทางวิทยาลัยฯและเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็มีงาน รองรับ เนื่องจากเร่มิ มวี ัดหลายแห่งจากท่วั ประเทศตดิ ตอ่ เขา้ มาเพื่อจองผทู้ ่เี รยี นจบในอกี ๔ ปีขา้ งหน้า๒๓ ๒๓พระมหาอริยธมฺโม ภกิ ฺขุ.บทบาทของพระพทุ ธศาสนามหายานในประเทศต่างๆ.เข้าถึงจาก. http://www.learners.in.th/blogs/posts/498805. สืบเมือ่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖.
๑๔๙ ๗.๓.๓.๒ บทบาทพระสงฆต์ ่อการศึกษาในเกาหลี ประมาณ ๑๖๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว เมื่อประเทศจีนแตกแยกเป็นก๊ก อาณาจักรใหญ่ ๓ แว่นแคว้น คือ โกคุริโอ ปีกเซ และซิลลา ของเกาหลีได้แก่งแย่งแข่งอำนาจและรบพุ่งกันเพ่ือชิงความเป็นใหญ่ ในการนี้อาณาจกั รโกคุริโอได้ดำเนินวเิ ทโศบายผกู สมั พนั ธไ์ มตรีกับอาณาจกั รเจยี นจิ้น อันเป็นหนึง่ ในอาณาจกั ร จนี ๑๖ แวน่ แควน้ และได้รบั ความสนับสนุนในการรบกับแคว้นอืน่ ครงั้ หน่ึง อาณาจักรโกครุ ิโอ (เรียกอกี อยา่ ง ว่าโกมา) คงหวังจักกระชับสัมพันธไมตรีน้ันให้มั่นคงยิ่งข้ึน จึงได้ส่งราชทูตไปยังราชสำนักเจียนจิ้น ทูลขอ อาราธนาพระภิกษุสงฆ์ไปโปรดสัตว์ในอาณาจักรโกคุริโอ ท่านพระศาสนทูตซุนเตาได้เดินทางมาเผยแ ผ่พุทธ ธรรมในดินแดนที่เรียกในปัจจุบันว่าเกาหลี พร้อมด้วยพระคัมภีร์และพระพุทธรูปเป็นต้น อันเป็นวัตถุเคารพ บูชาที่สำคัญของพระศาสนา เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนเมื่อพุทธศักราชล่วงได้ ๙๑๕ ปี นับเป็นจุดเร่ิมต้นแห่ง ประวตั ศิ าสตร์พระพุทธศาสนาในเกาหลี๒๔ ในด้านการศึกษา นอกจากมีโรงเรียนปริยัตธิ รรมสอนพระภิกษุสามเณร ภิกษณุ ี สามเณรี คณะสงฆ์ เกาหลียังมีสถานศกึ ษาฝา่ ยสามัญระดบั ต่างๆ ท่ีเปดิ รับนักศึกษาชายหญงิ โดยท่ัวไป สถาบันเหลา่ น้มี ีคฤหสั ถเ์ ป็น ผู้บริหาร แต่อยู่ในความควบคุมดูแลของคณะกรรมาธิการฝ่ายการศึกษาของคณะสงฆ์ มหาวิทยาลัยพุทธ ศาสนาอันเกา่ แก่ของเกาหลีชือ่ ว่า “ดองกุก” ตั้งข้ึนเม่อื พ.ศ.๒๔๔๙๒๕ ปัจจบุ ันพระพทุ ธศาสนาในเกาหลีเป็นนกิ ายเซนผสมกบั ความเช่ือในพระอมติ าภพุทธเจ้าและพระ เมตไตรยโพธิสัตว์พระสงฆ์มีความคิดก้าวหน้าทันเหตุการณ์ ตื่นตัวท่ีจะปรับปรุงตนให้ทันโลกอยู่เสมอการ พัฒนาพระสงฆ์เน้นไปที่การศึกษาซ่ึงสอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลชาวเกาหลีมีสถิติ อ่านออกเขียนได้ถึง ๙๕% ข้อมูลในปี พ.ศ.๒๕๒๖ ระบุว่ามีพุทธศาสนิกชนอยู่ ๑๑,๑๓๐,๒๘๘ คน ฝ่ายหญิง ๗,๑๖๐,๗๐๔ คน ฝ่ายชาย ๓,๙๖๙,๕๘๔ คน มีวัดท่ีลงทะเบียน ๓,๑๖๓ วัด และไม่ลงทะเบียนอีก ๔,๐๙๐ วัด มีพระภิกษุ จำนวน ๑๔,๒๐๖ รูป และภกิ ษณุ ี ๖,๕๔๙ รูป ส่วนมากเป็นนกิ ายโชกายคอื นักบวชท่ีประพฤติพรหมจรรย์ เกาหลีใต้มีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาอันเก่าแก่คือ ดองกุกสร้างในปี พ.ศ.๒๔๔๙(ค.ศ.๑๙๐๖) ประกอบด้วยวิทยาลัย ๙ แห่ง และบัณฑิตวิทยาลัย ๔ แห่ง มีนักศึกษาชายหญิงประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน มี หลักสูตรอบรมพเิ ศษสำหรับภิกษุและภกิ ษุณีมหาวิทยาลยั แห่งนี้มีโครงการแปลและ จัดพิมพ์พระไตรปฎิ กฉบับ เกาหลีในปี พ.ศ.๒๕๐๗ โดยการนำของคณะสงฆ์ มีคณะกรรมการแปล ๖๕ คน ออกตีพิมพ์เดือนละ ๑ เล่ม จนกว่าจะครบ ๒๔๐ เล่ม ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๔๕ ปี นอกจากน้ียังมีโรงเรียนพระปริยัติธรรมสำหรับ ภิกษุ ภิกษุณี สามเณรและสามเณรีด้วยโดยเปิดโอกาสให้ฆราวาสเข้าเรียนร่วมกับนักบวชได้ เจตนารมณ์และ เป้าหมายของมหาวทิ ยาลัยมปี รัชญาทถี่ ือเป็นหลกั การของมหาวทิ ยาลยั ๔ ขอ้ คือ ๑. ทำจิตให้ว่างเปล่าอยู่เสมอ ๒. ประพฤติตนอย่างถูกต้องและเป็นท่ีน่าเช่ือถือ ๓. รักคนอื่นด้วย ความเมตตากรุณา ๔. ชว่ ยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พน้ ทุกข์ ๒๔พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยตุ ฺโต), พระพุทธศาสนาในอาเชยี , หนา้ ๓๑. ๒๕เรือ่ งเดียวกัน, หนา้ ๓๗.
๑๕๐ สว่ นเจตนารมณ์พื้นฐานของมหาวิทยาลัยดองกุกมีเป้าหมายทางการศึกษา ๓ข้อ คือ ๑. เพื่อสร้าง คุณลักษณะ ตามวิถีพุทธแก่นักศึกษา ๒. เพื่อสร้างเสริมสติปัญญาและ กุศลกรรมแก่ประเทศชาติ มนุษยชาติ และธรรมชาติ ๓. เพื่อสร้างสงั คมนามธรรม ทีค่ นในสงั คมต่างไวเ้ นอื้ เช่ือใจและเคารพซึ่งกนั และกันให้เป็นจรงิ เน่ืองมาจากเจตนารมณ์พ้ืนฐาน ทำให้มหาวิทยาลัยดองกุกมีจุดมุ่งหมายที่จะเผยแพร่พุทธธรรม และวัฒนธรรมเกาหลีให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วโลกและผลักดันให้มีการบ่มเพาะบุคคลท่ีมีความสามารถพิเศษและ ทักษะผู้นำผู้ซ่ึงยอมอุทิศตนเพื่อทำประเทศและมนุษยชาติในอุดมคติให้เป็นจริงด้วยการค้นคว้าและสอนหลัก ทฤษฎีเชิงวิชาการและแนวทางประยุกต์ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยดองกุกเป็นแหล่งเก็บรักษาพระไตรปิฎกฉบับ ต่างๆ รวม ๔๐ ฉบับของโลกหน่ึงในน้ัน คือ พระไตรปิฎกแห่งชาติเกาหลี (TripitakaKoreana) ซ่ึงได้จัดพิมพ์ เมื่อ ๘๐๐ปี มาแล้ว และได้รับการลงทะเบียน เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) ในปีพ.ศ. ๒๕๓๘ (ค.ศ.๑๙๙๕) จนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยดองกุกได้ผลิตบัณฑิตไปแล้วกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งในจำนวนน้ีมีดารา นกั รอ้ ง นักแสดงระดับซุปเปอร์สตารข์ องเกาหลีรวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก คณะสงฆ์เกาหลีใต้ยังมีสถานศึกษาฝ่ายสามัญระดับต่างๆ เปิดรับนักเรียนชายหญิงทั่วไป มี คฤหัสถ์เป็นผู้บริหารแต่อยู่ในความควบคุมของคณะกรรมาธิการฝ่ายการศึกษาของคณะสงฆ์โดยแบ่งประเภท ของสถาบันได้แก่ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ๓ แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลา ๑๑ แห่ง โรงเรียน มัธยมศึกษาตอนต้น ๑๖ แหง่ โรงเรียนประถมศกึ ษา ๓ แห่ง โรงเรยี นอนบุ าล ๗ แหง่ สำหรับภิกษุณีในเกาหลีใต้นั้นเปน็ ผู้มีความรู้ความสามารถปฏิบัติศาสนกิจเคียงบ่า เคียงไหล่กับ พระภิกษุได้เป็นอย่างดี ผู้หญิงเกาหลีนิยมบวชเป็นภิกษุณีต้ังแต่อายุ ๒๐ - ๔๐ปี โดยบวชเป็นสามเณรี ถือศีล ๑๐ อยู่ ๒ ปี แล้วเรียนในมหาวิทยาลัยหลักสูตร ๓-๕ ปี จากน้ันจึงบวชเป็นภิกษุณี ถือศีล ๓๖๘ ข้อ การปกครองภิกษุณีนั้น ขึ้นต่อองค์การการปกครองคณะสงฆ์ท้ังหมด จึงทำให้สงฆ์สองฝ่ายเป็นอันหน่ึง อนั เดียวกนั ในแต่ละวดั จะมีภกิ ษุณีเปน็ เจา้ อาวาส๒๖ ๗.๓.๓.๓ บทบาทพระสงฆ์ต่อการศกึ ษาในญี่ป่นุ ๒๗ หนังสือประวัติศาสตร์ญ่ี ปุ่นสมัยโบราณ ช่ือ “นิฮอนโชกิ” บันทึกไว้ว่า พระพุทธศาสนาได้เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๑๐๙๕ อันเป็นปีที่ ๑๓ ในรัชสมัยของ พระเจ้าจักรพรรดิกมิ เมอิ ทรงเป็นจักรพรรดิ (มิกาโด) พระองค์ท่ี ๒๙ ของญ่ีปุ่น น้ีเป็นบันทึกของราชการแต่ ตามข้อเทจ็ จรงิ พทุ ธศาสนาคงจะได้มาถึงญี่ปนุ่ กอ่ นหนา้ นน้ั แลว้ การศึกษาสมัยใหม่เจริญมากข้ึน พระพุทธศาสนาก็ถูกยกข้ึนมาศึกษาในแง่วิชาการและวัฒนธรรม ในฐานะเป็นปรัชญาตะวันออก นักศึกษาท่ีไปเรียนต่อในยุโรป นำเอาความรู้วิชาบาลีและสันสกฤตเข้ามา ๒๖พระมหาอริยธมฺโม ภกิ ฺขุ. บทบาทของพระพทุ ธศาสนามหายานในประเทศต่างๆ. เขา้ ถึงจาก. http://www.learners.in.th/blogs/posts/498805. สบื เมอื่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖. ๒๗พระเทพเวที (ประยทุ ธ์ ปยตุ ฺโต), พระพุทธศาสนาในเอเชีย, หน้า๖๒.
๑๕๑ พร้อมกับวิชาการอ่ืนๆ พระสงฆ์จึงเริ่มงานการศึกษาและวิจัยอย่างกว้างขวาง ตามวิธีการสมัยใหม่ แสวงหา ตำรับตำรา คัมภีร์พระพุทธศาสนาภาษาต่างๆ มาไว้พร้อมบริบูรณ์ แต่งานค้นคว้าวิจัยเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ใน ขอบเขตเป็นการศึกษาเพื่อความรอบรู้ เพื่อความเป็นนักปราชญ์ และในแง่วิชาการเท่าน้ัน พระสงฆ์นิกาย ต่างๆ ยังคงทำหน้าทป่ี ระกอบพธิ กี รรมอนั ศักดส์ิ ทิ ธ์ิอย่างโบราณ ทำการสาธยายพระสตู รตามแบบนิกายของตน และจัดพิธีกรรมประจำปีสำหรับประชาชนที่มาชุมนุมในงานประเพณี ชาวญ่ีปุ่นยังรอด้วยความหวังว่า เม่ือใด จักถงึ เวลาท่ีมผี ู้นำเอาพุทธศาสนาก้าวออกมาสู่ฐานะอนั เปน็ ที่ยอมรบั ในอารยธรรมสมยั ใหม่อกี คร้ังหน่งึ กิจการทางพระพุทธศาสนาที่เด่นและรุดหน้าท่ีสุดของญี่ปุ่น เห็นจะได้แก่การศึกษา นิกายต่างๆ มีมหาวิทยาลัยของตนเอง พร้อมท้ังวิทยาลัย โรงเรียนประถมตลอดจนโรงเรียนอนุบาลเป็นอันมาก ปัจจุบัน ญ่ีปุ่นมีมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ๗๓ แห่ง มหาวิทยาลัยประชาภิบาล ๓๕ แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน ๒๐๙ แห่ง มีนักศึกษา ทั้งหมด ๙๓๗,๖๐๐ คน ในจำนวนน้ี มีมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา ซึ่งจัดเข้าในประเภท มหาวทิ ยาลัยเอกชน จำนวน ๑๖ แหง่ ๒๘ พระพุทธศาสนามหายานได้เป็นแกนหลกั แห่งสังคมวัฒนธรรมญี่ปุ่นในปัจจุบันที่เห็นได้ชัดมีอยู่ ๓ เร่อื ง คอื ๑.ความเด็ดเดี่ยวม่ันคงในการคิดและทำเรื่องใดเร่ืองหนึ่งคิดและทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จ ข้อนไ้ี ดร้ บั อทิ ธิพลจากพระพุทธศาสนานิกายเซน ๒.ความมศี ลิ ปะและความเป็นระเบียบเรียบร้อยข้อน้ีกเ็ ป็นอทิ ธิพลจากเซนเชน่ เดียวกัน ๓.การมีศรัทธาในโลกน้ีและโลกหน้าศรัทธาในดินแดนอุดมคติซึ่งรับรู้หรือรู้เห็นไม่ได้ด้วยประสาท สัมผสั ทำให้ชีวติ มคี วามหวังตลอดเวลา ข้อนเี้ ปน็ อิทธิพลของพระพุทธศาสนานิกายสุขาวดี พระพทุ ธศาสนาแบบสถาบันในญปี่ ุ่น จำกดั บทบาทของตัวเองมากหรือบางทีเปน็ เพราะความไมน่ ำพา พระธรรมวินัย ทำให้สังคมให้ความสำคัญแก่พระสงฆ์น้อยลง พระสงฆ์ต้องด้ินรนประกอบธุรกิจเพ่ือยังชีพ บางคนในญ่ีปุ่น เรียกพระพุทธศาสนาว่า “พระพุทธศาสนาแห่งงานศพ” (Funeral Buddhism) คฤหัสถ์ไม่ได้ คาดหวังบทบาทอะไรจากวัดยกเว้นเรื่องงานและการตาย พระสงฆ์ญ่ีปุ่นสูญเสียความสามารถท่ีจะอบรม ประชาชนด้านศลี ธรรมโดยสิน้ เชงิ ที่น่าเศร้ายิ่งข้ึนไปอีกก็คือว่า ในวัดจำเป็นต้องมีสุสานเพ่ือเก็บค่าเช่าเป็นรายได้ของวัด พระสงฆ์มี ฐานะเพียงคนเฝ้าสุสาน เม่ือมีคนตายชาวญ่ีปุ่นเสียค่าจัดงานศพประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ เยนต่อหน่ึงรายในเวลา ๒ วัน(ประมาณ ๒๐,๐๐๐บาท) ชาวญี่ปุ่นบางคนเรียกพระสงฆ์ญ่ีปุ่นแบบดูถูกว่า “พระแดง(Red Monk)” เหมอื นในเมืองไทยทบ่ี างคนเรียกพระไทยวา่ “จิง้ เหลอื ง” มหาวิทยาลัยฮานาโซโน่ ก่อตั้งข้ึนวัดเมียวชินจิ นิกายเซน มหาวิทยาลัยบุคเคียวก่อตั้งโดยพระสงฆ์ นิกายโจโด(สุขาวดี) เพ่ือสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านโฮเนน มหาวิทยาลัยโอตานี่ ก่อต้ังโดยพระสงฆ์นิกาย ๒๘อ้างแลว้ .เร่ืองเดยี วกนั , หน้า๖๒-๑๐๒.
๑๕๒ โจโดชินเพ่ือสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านชิรัน และมหาวิทยาลัยเรียวโกกุท้ังหมดเป็นมหาวิทยาลัยท่ีต้ังขึ้นมา โดยผนู้ ำของนกิ ายในพระพทุ ธศาสนามีการเรียนการสอนวชิ าพระพทุ ธศาสนาอยา่ งเป็นระบบ๒๙ ๗.๓.๓.๔ บทบาทพระสงฆ์ต่อการศึกษาในประเทศทเิ บต ชาวทิเบตก่อนจะมานับถือพระพุทธศาสนาได้นับถือคติผีสางเทวดาท่ีเรียกว่า ลัทธิปอนโป ต่อมากษัตริย์แห่งทิเบตชื่อสรองคัมโป ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเนปาลและเจ้าหญิงจีน พระพุทธศาสนาจึง ไดเ้ ริ่มเขา้ สปู่ ระเทศทเิ บตเป็นยุคแรก พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๕ นับจากพระเจ้าสรองสันคัมโป ได้อาราธนาพระศานตรักษิต แห่ง มหาวทิ ยาลยั นาลนั ทา มาเผยแผ่หลักธรรม แตเ่ วลาน้ันเกดิ มีภัยธรรมชาตแิ ละโรคระบาด ประชาชนทั้งหลายจึง เห็นวา่ เป็นอาเพศเพราะลัทธิผดิ แปลกเข้ามาส่ังสอน พระศานตรักษติ ตอ้ งกลบั ไปอินเดียและได้แกไ้ ขเหตกุ ารณ์ ด้วยการแนะนำให้อาราธนาพระปัทมสัมภวะผู้ส่ังสอนพระพุทธศาสนาแบบตันตระ และถูกอัธยาศัย ของประชาชน จนเหตุการณ์สงบเรียบร้อย พระศานตรักษิต จึงกลับมาทิเบตและได้ปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่ พทุ ธรรมแปลคมั ภีรจ์ นถงึ มรณภาพในทิเบต กษัตริย์ทิเบตพระองค์ต่อๆ มาแทบทุกพระองค์ ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา บาง องค์ทรงเป็นปราชญ์รอบรู้ธรรมลึกซึ้ง วรรณคดีพุทธศาสนาได้เจริญมากขึ้น มีการจัดทำพจนานุกรมภาษา สันสกฤตทิเบตฉบับแรก เมือ่ ประมาณ พ.ศ.๑๓๕๗ มีการเขียนประวัติศาสตร์ทิเบตฉบับแรก ในรัชกาลพระเจ้า ราลปาเชน เป็นต้น เฉพาะกษัตริย์องค์หลังนี้ทรงมีพระราชศรัทธาแรงกล้าถึงกับทรงสยายพระเกศารองเป็น อาสนะให้พระสงฆ์นั่งล้อมแสดงธรรมถวายแด่พระองค์ แต่ต่อมามีเหตุร้ายพระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ และกษัตริย์ผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนาข้ึนครองราชย์ได้ทำลายวัดกำจัดเนรเทศพระสงฆ์ เป็นเหตุ ให้เกิดความเคียดแค้นอย่างมากจนถูกลอบปลงพระชนม์เม่ือ พ.ศ.๑๓๘๔ คร้ันแล้วพระสงฆ์ที่หลบล้ีหนีภัย กลับคนื ส่ทู ิเบต คราวน้ีอำนาจของพระสงฆ์กลบั เขม้ แข็งมัน่ คงมากกว่าครั้งใดๆ กาลล่วงมาถึงพุทธศตวรรษท่ี ๑๖ พระอตีศะ หรือทีปังกรศรีชญาณ แห่งมหาวิทยาลัยวิกรมศีลาใน แคว้นพิหาร ได้รับอาราธนาเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทิเบต เหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นก ารนำ พระพุทธศาสนาจากอินเดียเข้าสู่ทิเบตคราวใหญ่ อันทำให้พระพุทธศาสนาประดิษฐานมั่นคง เป็นศาสนา ประจำชาติของทิเบต และมีนิกายต่างๆ แยกกระจายออกไป นิกายเก่าที่นับถือพระปัทมสัมภวะนั้นต่อมาได้มี ชื่อกำหนดแยกจำเพาะออกไปว่า “นิกายหมวกแดง” ส่วนคำสอนของพระอตีศะเป็นแบบโยคาจารย์ผสมผสาน คำสอนทั้งฝ่ายหีนยานและมหายานเข้าด้วยกัน บังคับพระสงฆ์ให้ถือพรหมจรรย์ และไม่สนับสนุนไสยศาสตร์ ตา่ งๆ ต่อมาได้มีนักปฏิรปู ผู้ย่ิงใหญ่ของทิเบต ช่ือตสองขะปะ (เกิด พ.ศ.๑๙๐๑ ) อาศัยหลักคำสอนนี้ ต้ังนิกาย เกลุกปะหรือนิกายหมวกเหลืองข้ึน และได้สะสางพระพุทธศาสนาให้หมดจดจากลัทธิพิธีต่างๆ ส่วนในด้าน วรรณคดีก็ได้มีการรวบรวมผลงานในด้านการแปลคัมภีร์เป็นภาษาทิเบตข้ึน เม่ือพุทธศตวรรษท่ี ๑๙ โดย จัดแบง่ คัมภีร์เหล่าน้ัน ออกเปน็ ๒ หมวด คอื หมวดพุทธพจน์ มีผลงานแปล ๑๐๐ เล่ม กับหมวดอรรถวรรณนา ๒๙พระมหาอริยธมโฺ ม ภกิ ฺข.ุ บทบาทของพระพทุ ธศาสนามหายานในประเทศต่างๆ. เขา้ ถงึ จาก. http://www.learners.in.th/blogs/posts/498805. สืบคน้ เมือ่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖.
๑๕๓ มีผลงานแปล ๒๒๕ เล่ม คัมภีร์เหล่านี้ตกทอดมาจนถึงทุกวันน้ี เรียกกันว่า พระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ พระพทุ ธศาสนาฉบบั ทเิ บต๓๐ ๗.๓.๓.๕ บทบาทพระสงฆต์ ่อการศกึ ษาในประเทศไตห้ วนั ๓๑ เดิมประชาชนในเกาะไต้หวันนับถือผีสางเทวดา และไหว้บรรพบุรุษมีหลักฐานบันทึกไว้ว่า เม่ือปี พ.ศ.๒๒๐๔หลังจาก จอมพลเจิ้งเฉิงกงได้ชัยชนะเหนือชาวฮอลันดาที่มาปกครองไต้หวันก็ได้อพยพ ประชาชนจำนวนมากจากมณฑลฮกเกี้ยน มาสู่เกาะไต้หวันต้ังเมืองไถหนานเป็นเมืองหลวง พระพุทธศาสนา จากแผ่นดินจีนจึงได้มาสู่ไต้หวันมีการสร้างวัดไว้ ๓ แห่ง คือ ๑.วัดจู่ซี ๒.วัดม๋ีถอ (อมิตาภาราม) ๓.วัดหลงหูเห ยยี น ปัจจุบันน้ีพระพุทธศาสนาในไต้หวันเจริญรุ่งเรืองกว่ายุคที่ผ่านมาเพราะมีคณาจารย์และอุบาสกที่ เป็นปัญญาชนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ติดตามมากับรัฐบาลคณะชาติเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่ ชาวพุทธจึง เพ่ิมข้นึ เร่อื ยๆ ปจั จบุ นั มี๔วดั ใหญค่ อยผลกั ดนั งานเผยแผ่พระพุทธศาสนามหายานให้กวา้ งไกลไปทัว่ โลก คือ ๑.วัดฝอกวงซัน ปฐมเจ้าอาวาสวัดฝอกวงซัน คือ พระธรรมาจารย์ซิงหวิน ได้เคยเดิน ทางมาวัดพระธรรมกายและเซ็นสัญญาเป็นวัดพี่วัดน้องกับ วัดพระธรรมกาย โดยมีพระสุธรรมยาน (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)เจ้าอาวาสเป็นผู้ลงนาม ในวันมาฆบูชาปี พ.ศ.๒๕๓๗ ปัจจุบันเป็นวัดท่ีมีความสามารถ ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ผลดีที่สดุ ในไต้หวนั มีนักบวช ๑,๒๐๐ รปู จัดต้ัง สมาคมพุทธประทีปซ่ึงมีศูนย์ สาขาถึง ๒๕๐ แห่งท่ัวโลก จัดต้ังมหาวิทยาลัยหนานฮวา มหาวิทยาลัยฝอกวงสถานีโทรทัศน์ช่องเหรินเจียน และ หนงั สือพิมพ์เหรนิ เจยี นฝูเปา้ ๒.องคก์ รพุทธฉือจ้ี มคี วามเด่นการสงั คมสงคราะห์ มีสมาชิกทำบญุ มากท่ีสุด เปน็ ประจำทกุ เดอื น มากถงึ ๕ ล้านคน ปจั จบุ ันมีศนู ย์สาขาทั้งในและตา่ งประเทศ ๑๑๗ แห่ง ก่อต้งั โรงเรยี น โรงพยาบาล และสถานโี ทรทัศน์ต้าอ้าย เพ่ือเผยแผธ่ รรมะ ๓.วัดฝากู่ซัน มีความโดดเด่นทางด้านการศึกษาวิชาการในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากมี สุดยอดของอาจารย์เก่งๆวิชาเฉพาะทาง มีหอสมุดพระพุทธศาสนาท่ีใหญ่ที่สุดในเอเชียและมีการจัดต้ัง มหาวทิ ยาลัยฝากู่ ซึ่งรวบรวมคัมภรี ์พระพุทธศาสนาหลากหลายนิกายไว้และจัดทำพระไตรปิฎกซดี ีรอม มีศูนย์ สาขาทัว่ โลก ๒๔แห่ง ๔.วัดจงไถฉาน มีนักบวช ๑,๕๐๐ รูป เน้นการนั่งสมาธิแบบเซ็นวัดไดจ้ ัดการเรยี นการสอน ๒ ระบบ หากเป็นนักบวชจะเรียนในวิทยาลัยสงฆ์ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท หากเป็นฆราวาสจะเรียน ในโรงเรียนฝู่ไถ ตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยม ในอนาคตจะเปิดถึงระดับอุดมศึกษามีนักเรียน ๑,๒๐๐ คน ล้วน เป็นบุตรหลานของผู้มีฐานะ เพราะค่าเรียนเทอมละ ๑๖๐,๐๐๐ บาทเป็นโรงเรยี นกินนอนที่ได้มาตรฐาน สอน ๕ภาษา คอื ภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปนุ่ สเปนและฝร่งั เศส มชี ว่ั โมงสมาธิ และใหท้ ุกคนทานอาหารเจ ขณะนม้ี ีศนู ย์ สาขาทวั่ โลก๑๐๘แห่ง ไต้หวันเป็นประเทศท่ีมีอิสระในการนับถือศาสนามีช่องโทรทัศน์ของศาสนา ๘ ช่อง คือ พุทธ ศาสนา ๖ ช่อง ครสิ ตศ์ าสนา ๑ ชอ่ ง และลทั ธเิ ตา๋ อกี ๑ ชอ่ ง ๓๐คำว่า “ทิเบต” บางท่เี ขยี น “ธเิ บต” ภาษาองั กฤษเขยี น “Tibet”. ๓๑พระมหาอรยิ ธมฺโม ภกิ ขฺ ุ. บทบาทของพระพุทธศาสนามหายานในประเทศตา่ งๆ. เข้าถงึ จาก http://www.learners.in.th/blogs/posts/498805. สบื ค้นเมือ่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖.
๑๕๔ สถาบันสมทบชินเจ๋ียประเทศไต้หวัน เป็นสถาบันสมทบแห่งที่สองของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ต่อจากวิทยาลัยพระพุทธศาสนาดองกุกประเทศเกาหลี นิสิตของสถาบันแห่งนี้ได้จบและรับ ปรญิ ญาจากมหาวิทยาลัยเป็นรุ่นท่ี ๔ ปัจจุบันนี้มีนักศึกษาปริญญาตรีจำนวน ๗๕ ท่าน และได้เปิดการศึกษา ในระดับปรญิ ญาโทสาขาพระพุทธศาสนามหายานในปี ๒๕๕๒ มนี ักศึกษาระดบั บัณฑิตศึกษาจำนวน ๕ ทา่ น๓๒ ๗.๔ แนวโนม้ บทบาทของพระสงฆต์ ่อการศกึ ษาในประชาคมโลก ๗.๔.๑ ประชาคมโลก ( Global community ) ศึกษาสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์กายภาพและภูมิศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคและโลก โดยส่วนรวม รวมท้ังสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและกฎหมายของภูมิภาคและโลก อัน นำไปสู่กระแสโลกาภิวัตน์ท่ีส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ให้รวมถึงการศึกษาถึงบริบทท่ีเกี่ยวข้องกับ กระแสโลกาภวิ ตั น์ ปัจจยั ของการรับและผลกระทบการรับกระแสโลกาภิวัตน์๓๓ ๑.เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของโลกโดยรวมในทุกมิติทั้งภูมิศาสตร์ และสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กฎหมายและสิทธิมนุษยชนเพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และ เข้าใจเกยี่ วกับกระแสโลกาภิวตั น์และตระหนกั ถึงอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตน์ รวมท้ังรู้จักปรบั ปรนหรือต่อสู้ กบั กระแสโลกาภวิ ตั น์ ๒. เพ่ือให้มนุษย์ทั่วโลกได้สถาปนาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันนานนับหลายศตวรรษปัจจุบัน ความสัมพันธ์ในทุกๆด้านได้ทวีมากยิ่งข้ึนไม่ว่าจะเป็นการเดินทางติดต่อกันโดยการเดินทางด้วยเครื่องบินขีด สมรรถนะของความเร็วเหนือกว่าความเร็วของเสียงการเดินทางออกสู่ห้วงอวกาศ เพ่ือการติดต่อสื่อสารผ่าน เครือข่ายระบบสารสนเทศการเดินทางติดต่อทางเรือโดยสารหรือเรือบรรทุกสินค้าขนาดมหึมา หรือการ ไหลเวียนของสินค้าตลอดจนเงินทุน ส่ิงต่างๆ เหล่าน้ียิ่งทำให้มวลมนุษยชาติท้ังโลกต้องติดต่อพึ่งพาอาศัยกัน และกันมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีตผลิตภณั ฑ์จำนวนมากที่ผลติ ขึ้นโดยบรรษัทอุตสาหกรรมข้ามชาติจากหลาย ประเทศได้ถูกส่งไปขายยังประเทศต่างๆทั่วโลกทำให้เกิดการเคลอื่ นย้าย เงินตรา เทคโนโลยีและวัตถุดบิ ซ่ึงเป็น ปจั จยั สำคัญในการผลติ ข้ามเขตพรมแดนของตนไปยงั พรหมแดนอื่นท่ีอยูไ่ กลออกไป ๗.๔.๒ บทบาทของพระสงฆ์ตอ่ ประชาคมโลก เพ่ือเปน็ แนวทางในการจัดการศึกษาและเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาในต่างแดน เพื่อใหป้ ระชาคม โลกได้ศึกษาและเข้าใจในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นเส้นทางแห่งการไหลเวียนของระบบการผลิต และระบบการเงินได้เกิดการแลกเปล่ียนอันไร้ขอบเขตของแนวคิดทางศาสนาและวัฒนธรรมใหม่ซึ่งครอบคลุม ๓๒พระมหาหรรษา นธิ บิ ณุ ยากร. การประชุมประจำปีว่าด้วยการบริหารกิจการของสถาบนั สมทบ ประเทศไต้หวนั . เขา้ ถึงจาก. http://www.gotoknow.org/posts/374093.สบื คน้ เมอื่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖. ๓๓เอกสารประกอบการสอน วิชาพ้ืนฐานกลางของ. มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเชยี งราย จดั อยใู่ นหมวดวชิ าการศกึ ษา ทวั่ ไป.เข้าถงึ จาก. http://www.baanjomyut.com/library/global_community/ สบื ค้นเมือ่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖.
๑๕๕ วิถีแห่งวิถีการดำรงชีวิตด้ังเดิมของมนุษย์แต่ละเผ่าพันธ์ุส่งผลให้เกิดการก่อรูปและเคล่ือนไหวเปลี่ยนแปลง ตลอดจนส่งผลให้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดตลอดจนหลักการทางด้านสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของระบบ การเมืองการปกครองกฎหมาย เศรษฐกิจรวมทั้งสังคมระหว่างรัฐชาติแต่ละรัฐชาติสิ่งต่างๆที่กล่าวถึงเหล่าน้ี เปน็ ส่งิ ที่ไม่สามารถจะหลกี เลีย่ งให้พ้นได้และกำลงั คืบคลานเขา้ มาเยือนทว่ั ทั้งโลก สรุป สถานภาพการเปลีย่ นแปลงของโลก จึงทำให้การศึกษาสภาพแวดล้อมทางสังคม ทางภูมิศาสตร์ ทางวฒั นธรรมของสังคมท่ีมกี ารเปล่ยี นแปลงของโลก โดยสว่ นรวมทั้งสถานการณ์ทางด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมที่มีความต้องการของชุมชนในท้องถิ่นมากขึ้นยุคของโลกาภิวัตน์ และโลกท่ีนำสู่การพัฒนาด้าน เทคโนโลยีท่ีทันสมัยยง่ิ ข้ึน บทบาทพระสงฆ์ต่อการศึกษาในภูมิภาคเอเชียและแนวโน้มบทบาทของพระสงฆ์ต่อ การศึกษาในประชาคมโลก เมื่อกล่าวโดยสรุปแล้ว พระสงฆ์ได้มีบทบาทปฏิบัติหน้าที่ตามพระธรรมวินัยใน การทำหน้าท่ีของพระสงฆ์ในประเทศน้นั ๆ นอกจากน้ันบทบาทพระสงฆ์ได้มีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนไว้ในด้านต่างๆ ประกอบด้วย ๑.ดา้ นหลกั สตู ร จัดหลักสูตรใหผ้ ู้เรยี นเข้าถงึ ความเป็นพุทธในเชงิ วฒั นธรรมของชาวอาเซียน ๒.ดา้ นการวจิ ัย ส่งเสริมความร่วมมอื ด้านการวิจัยทางพระพุทธศาสนาระหวา่ งอาเซียนด้วยกนั ๓.ดา้ นบคุ ลากร ส่งเสรมิ ความร่วมมอื ด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ๔.ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ สง่ เสรมิ ให้มีเทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีเช่ือมโยง ข้อมลู ขา่ วสารด้าน พระพทุ ธศาสนาระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน มีแหล่งข้อมูลทางวชิ าการดา้ นพระพุทธศาสนาทเ่ี ป็นภาษา อาเซียนทุกภาษา ๕.ดา้ นนิสติ นักศกึ ษา สง่ เสริมการแลกเปล่ยี นนิสิตระหว่างสถาบนั ทจ่ี ัดการเรยี นการสอนทางด้าน พระพุทธศาสนา และสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางพระพทุ ธศาสนารว่ มกันระหว่างนสิ ติ ภายในกลุ่มประเทศอาเซียน๓๔ และบทบาทท่ีสำคัญของพระสงฆต์ อ่ การศึกษาในภูมภิ าคเอเชยี และประชาคมโลกพระสงฆต์ อ้ งปฏิบตั ิ ตามหลักดังต่อไปนี้ ๗.๔.๓ การสรา้ งสมั พันธไมตรตี ามหลกั สาราณียธรรม สาราณียธรรม หมายถึง ธรรมเป็นท่ีตั้งแห่งความให้ระลึกถึง หมายถึง มีความปรารถนาดีต่อ กัน เอ้ือเฟ้ือเกื้อกูลกันซ่ึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสัมพันธ์ไมตรี ระหว่างประเทศได้ ดังน้ี ๑.เมตตากายกรรม ได้แก่ การเข้าไปต้ังกายกรรมประกอบด้วย เมตตา ในประเทศเพ่ือนบ้าน ต่อหน้าและลับหลังหมายถึงการรับแสดงออกซ่ึงความเป็นมิตร ทางกายท่ีดีต่อกันกับประเทศเพื่อนบ้านท้ังใน คราวปกติสุขหรือในคราวท่ีประเทศ เพ่ือนบ้านประสบปัญหาความเดือดร้อนต่างๆเช่น ความแห้งแล้ง แผ่นดนิ ไหว น้ำท่วม เป็นต้นหากประเทศเราไดส้ ่งสงิ่ ของเครอ่ื งอุปโภคบริโภคไปให้ด้วยความมีจิต เมตตาต่อกัน ๓๔เข้าถงึ จาก.http://www.barefootmonk.org/index.php?option=com_content&view=article&id=208:- 2558-&catid=42:interesting&Itemid=71 สืบคน้ เมือ่ ๑๒ กนั ยายน ๒๕๕๖.
๑๕๖ ประเทศท่ีได้รับย่อมเกิดความซาบซ้ึงและสำนึกในบุญคุณต่อประเทศของเรา ย่อมที่จะพยายามตอบแทนหรือ ดำเนินนโยบายต่างประเทศทีเ่ ปน็ มิตรต่อกนั เอ้อื เฟือ้ ชว่ ยเหลอื กนั และกัน ๒.เมตตาวจีกรรม ไดแ้ ก่ การเข้าไปตั้งวจกี รรมประกอบด้วยเตตา ในประเทศเพ่ือนบ้านทง้ั ต่อ หน้าและลับหลัง ด้วยวาจา หมายถึง มีการกระทำทางวาจาท่ีแสดงออกถึงความปรารถนาดีต่อกัน ไม่กล่าวให้ ร้ายและพดู ทำลายภาพพจน์ซ่งึ กันและกัน หากมีข้อพิพาทระหวา่ งประเทศเกิดขน้ึ การใชช้ ่องทางการทูตเจรจา กันด้วยเหตุผล ไม่นำกำลังทางทหารเข้าประทุษร้ายซ่ึงกันและกัน การกระทำเช่นน้ีย่อมส่งผลให้ประเทศ เพื่อนบ้านเกิดความรักความสามัคคีเกิด ความระลึกถึงกันในทางท่ีดีก่อให้เกิดประโยชน์ความสงบสุข ๓.เมตตามโนธรรม ได้แก่ การเข้าไปต้ังมโนกรรมประกอบด้วยเมตตาในประเทศเพื่อนบา้ นท้ัง ต่อหน้าและลับ หลัง คือคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กันและกัน หมายถึง มีจติ ใจปรารถนาดีตอ่ มิตรประเทศไม่ คิดหวาดระแวงซ่ึงกันและกันให้คำแนะนำใน ส่ิงท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแก่ประเทศเพื่อนบ้าน ๔.แบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้มาด้วยความชอบธรรมแก่มิตรประเทศ ได้แก่ การแบ่งปัน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ท้ังในด้านอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภคเคร่ืองมือการเกษตร ตลอดจนวิทยาการความรู้ ต่างๆให้แก่ประเทศเพ่ือนบ้านรวมตลอดถึงการรู้จักใช้ ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ ส่งิ แวดลอ้ มท่กี ่อใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ อีกประเทศหนึ่งเป็นต้น ๕. รักษาความประพฤติ(ศีล) เสมอกันกับมิตรประเทศไม่ทำประเทศของตนให้เป็นที่รังเกียจ ของประเทศอ่ืน ได้แก่ การดำเนนิ นโยบายต่างประเทศต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันมติสากลหรอื หลักการของ องค์การสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศไม่ฝ่าฝืนมติหรือหลักการนั้นอัน จะก่อให้เกิดความ หวาดระแวง ไม่ไวเ้ น้ือเนือ้ เชอ่ื ใจกนั และเป็นท่ีรงั เกยี จของประเทศเพอ่ื นบ้านได้ ๖.มคี วามเห็นรว่ มกันในประเทศอืน่ ๆ ไม่ววิ าทเพราะมีความเหน็ ผดิ กนั ได้แก่ การอย่รู ่วมกับ ประเทศอืน่ ๆน้นั เราต้องยอมรับในกฎกติการะหว่างประเทศทก่ี ำหนด ไว้ ไมก่ ระทำตนเสมือนว่าเป็นการฝา่ ฝนื มติของสังคมโลกซงึ่ ในประชาคมโลกน้นั ไม่มปี ระเทศใดท่จี ะสามารถอยู่อยา่ งโดดเดี่ยวได้ แตล่ ะประเทศต้อง พง่ึ พาซึ่งกันและกัน การทำฝา่ ฝืนติเอารัดเอาเปรียบหรือข่มเหงกดี กันประเทศอื่น มีแตจ่ ะสรา้ งความเดือดรอ้ น ใหแ้ กป่ ระเทศของตนและไม่มีประเทศใดจะคบค้าสมาคม ด้วยธรรมทง้ั 6 ประการนี้ ทำประเทศผปู้ ระพฤติประ ปฎบิ ัติดังกลา่ วมาให้เป็นทีเ่ คารพนับถือของประเทศอื่น เป็นไปเพื่อความสงเคราะหก์ ันและกนั เป็นไปเพื่อความ ไม่ทะเลาะวิวาทหรือก่อให้เกิดปัญหาระหวา่ งประเทศและเป็นไป เพ่ือความพร้อมเพรียงเป็นอนั หนึ่งอนั เดยี วกนั ของประชาคมโลก ๗.๔.๓ การสร้างสัมพันธไมตรตี ามหลกั สงั คหวัตถุ ๔ สังคหวัตถุ ๔ แปลว่า เคร่ืองยดึ เหน่ียว มีความหมายว่า คุณธรรมเหล้าน้ีเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว น้ำใจของผู้อื่นไว้ได้ คือ เป็นเคร่ืองก่อให้เกิดความสามัคคีกลมเกลียวสนิทสนมย่ิงๆข้ึนและผูกพันให้มั่นคง ตลอดไป ซึง่ มีดงั ต่อไปนี้ ๑.ทาน แปลว่า การให้ หมายถึง การแบ่งให้ เฉลี่ยให้ ปันให้ เพ่ือแสดงอัธยาศัยไมตรี ผูก สามัคคีกันไว้ เช่น เม่ือมิตรประเทศประสบกับภัยพิบัติ เราก็ควรส่งอาหาร ส่ิงของ ยารกั ษาโรคไปให้ตามกำลัง ความสามารถของเราหรือในยามประเทศเพื่อนบ้านเป็นปกติสุขเราก็แบ่งปันให้ความรู้วิทยาการ เงินทุน
๑๕๗ เคร่ืองมือทำการเกษตร เป็นต้น การให้ในลักษณะนี้ย่อมเป็นการผูกมิตรไมตรไี ว้ได้ เพราะผู้ให้ย่อมเป็นท่ีรักของ คนเปน็ อนั มาก ๒.ปิยวาจา แปลว่า เจรจาอ่อนหวาน หมายถึง พูดคำที่สุภาพ อ่อนโยนและเป็นคำที่มี ประโยชน์ท่ีผู้ฟังได้ฟังแล้วชื่นใจสบายใจเห็นประโยชน์ในคำพูดน้ัน ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้ น หากแต่ละประเทศร้จู ักการใช้ถ้อยคำทางการพดู ที่เป็นธรรมแล้วการผิดข้องหมองใจกันระหว่างประเทศก็จะไม่ เกดิ ขึ้นเพราะเพยี งคำพูดไม่กี่คำ ๓.อัตถจริยา แปลว่า ประพฤติประโยชน์ หมายความวา่ การบำเพ็ญตนให้เป็นคนมีประโยชน์ ตอ่ ผู้อ่ืน ไดแ้ ก่การไม่สรา้ งความเดือดรอ้ นให้แก่ประเทศต่างๆและไม่นิง่ ดูดายเมือ่ ประเทศอน่ื ขอความชว่ ยเหลือ การสนับสนุนข้อเสนอของมิตรประเทศท่ีเห็นถูกต้องดีงาม เป็นประโยชน์ต่อประชาคมโลกโดยรวมและการชัก นำโน้มนำประเทศท่มี ีนโยบายทผี่ ิดพลาดที่มุ่งแสวงหาอำนาจผลประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความสงบสุขของโลก ใหห้ ันมามนี โยบายหรือทิศทางทีถ่ กู ตอ้ งชอบธรรม เพื่อความสงบสุขของมนษุ ยชาตไิ ด้ ๔.สมานัตตา แปลว่า ความเป็นคนมีตนสมำ่ เสมอ หมายความว่า ไมถ่ ือตัว คือไม่หย่ิงจองหอง ในเม่ือได้ดีมีฐานะ ซ่ึงได้แก่การให้ความนับถือประเทศต่างๆมีฐานะศักด์ิศรีเท่าเทียมกับประเทศของเรา ไม่ดู หมนิ่ เหยียดหยามว่าประเทศน้ันยากจนประเทศน้ันมีพ้นื ทแี่ ละฐานะทางเศรษฐกิจเล็กกวา่ ประเทศของเรา เป็น ต้น ต้องวางตัวให้สมกับฐานะเคยคบหากันเช่นใดก็ควรประพฤติเช่นน้ันทั้งในยามที่ประเทศของเรามี ความสำคัญมากข้ึนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศหรือในยามที่ประเทศของเราประสบปัญหาต่างๆ เช่ น ปัญหาทางเศรษฐกิจ ก็ไม่ทำตนให้ต่ำต้อยน้อยหน้ากว่าประเทศอ่ืน เป็นต้น๓๕ดังกล่าวมานี้เป็นบาทสำคัญของ พระสงฆ์ต่อการศกึ ษาในภมู ิภาคเอเชียและประชาคมโลก สรุปทา้ ยบท บทบาทของพระสงฆต์ ่อการศึกษาในภูมภิ าคเอเชยี พระสงฆ์มบี ทบาทตามพระธรรมวนิ ยั ในฐานะผ้ใู ห้ การศึกษา และเผยแผ่หลักคำสอนพระพุทธศาสนา ในสารัตถะด้าน ปรยิ ตั ิ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ประกอบดว้ ย ๑.ห้ามปรามสอนให้เว้นจากความช่วั ๒.แนะนำส่ังสอนให้ต้งั อยู่ในความดี ๓.อนุเคราะหด์ ว้ ยความปรารถนาดี ๔.ใหไ้ ดฟ้ ังไดร้ ้สู ่ิงท่ียงั ไมเ่ คยร้เู คยฟงั ๕.ชแี้ จงอธิบายทำสิง่ ที่เคยฟังแล้วให้เขา้ ใจแจ่มแจ้ง ๖.บอกทางสวรรค์ สอนวิธกี ารดำเนนิ ชวี ติ ให้ประสบความสุขความเจรญิ มีบทบาทตามสังคมซึง่ มหี น้าที่ช่วยเหลืออนุเคราะห์ชาวบ้าน ชมุ ชน ให้ดำรงม่ันอยู่ในหลักสัมมาทิฏฐิ นอกจากนั้นพระสงฆ์ยังต้องปฏิบัติตนตามบทบาทหน้าท่ีของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธศาสนา ประดิษฐานอยูใ่ นประเทศต่างๆในภมู ิภาคเอเชีย ประกอบด้วย ๓๕http://nongnan9004.wordpress.com
๑๕๘ ๑.การจัดการศึกษาแก่ชาวบ้าน (ทั้งมหาวทิ ยาลยั และระดับมธั ยมศกึ ษา ตลอดจนเด็กเล็ก) ๒. การเปน็ ครผู ู้สอนตามสถาบนั การศึกษาต่างๆ ๓. การชว่ ยเหลือสงั คมดา้ นการบรจิ าคทนุ ทรัพย์แก่หน่วยงานตา่ งๆ ๔.การช่วยเหลอื ด้านการรักษาโรคพยาบาลแก่ผ้ยู ากจน ๕.การเปน็ ผูน้ ำชุมชนในการพัฒนาชมุ ชน ๖.การเปน็ ผ้นู ำในการแกไ้ ขปัญหายาเสพติด ๗.การช่วยเหลือดา้ นการสรา้ งสถานทรี่ าชการ ๘.การเผยแผ่หลักธรรมผ่านสอ่ื วทิ ยุ โทรทศั น์โดยการเปน็ ผู้แสดงธรรม ปาฐกถาธรรม และ การประพฤตปิ ฏิบัติธรรมฯ แนวโน้มบทบาทของพระสงฆ์ต่อการศึกษาในประชาคมโลก พระสงฆ์จัดว่าเป็นบุคคลท่ีมี ความเกย่ี วข้องกบั การศึกษา พันธกิจ ของพระสงฆ์จงึ ไม่สามารถหนีความรบั ผดิ ชอบสังคมได้ พระสงฆ์ตอ้ งทำ หน้าที่ให้การศึกษาแก่ลูกหลานของชาวบ้านท้ังในประเทศไทยและแถบภูมิภาคเอเชียตลอดกระท่ังประชาคม โลก พระสงฆ์มีส่วนช่วยผลักดันการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาให้มีคุณภาพเพ่ือให้ประชาคมโลกยอมรับ พระสงฆจ์ งึ มีบทบาทท่ีจะต้องดำเนนิ การดงั นี้ ๑.ด้านหลักสตู ร จดั หลกั สูตรใหผ้ ้เู รียนเข้าถงึ ความเป็นพุทธในเชิงวฒั นธรรมของชาวอาเซียน ๒.ด้านการวิจยั ส่งเสริมความรว่ มมือด้านการวจิ ยั ทางพระพทุ ธศาสนาระหว่างอาเซยี น ด้วยกัน ๓.ด้านบคุ ลากร ส่งเสริมความร่วมมอื ดา้ นการแลกเปลย่ี นบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ๔.ด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ส่งเสรมิ ใหม้ ีเทคโนโลยสี ารสนเทศท่เี ชื่อมโยง ข้อมลู ขา่ วสารดา้ น พระพุทธศาสนาระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน มีแหล่งข้อมูลทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนาที่เป็นภาษา อาเซียนทุกภาษา ๕.ด้านนิสิตนักศึกษา ส่งเสริมการแลกเปล่ียนนิสิตระหว่างสถาบันท่ีจัดการเรียนการสอน ทางด้านพระพุทธศาสนา และส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาร่วมกันระหว่างนิสิตภายในกลุ่มประเทศ อาเซียน นอกจากนั้นพระสงฆย์ งั ตอ้ งปฏิบตั หิ น้าทสี่ รา้ งความสมั พนั ธไมตรตี ่อประชาชนในประเทต่างๆ จงึ ต้อง ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ตี ามหลกั ธรรม สาราณียธรรม และหลักสังคหวตั ถธุ รรม เพื่อทำหน้าทจี่ ัดการศึกษาและเผยแผ่ พระพุทธศาสนาอีกดว้ ย
๑๕๙ คำถามท้ายบท ๑.จงบอกความหมายและความสำคัญของพระพุทธศาสนา มาเข้าใจ ๒.จงแสดงขอ้ คิดเหน็ ว่าอะไรเป็นเป้าหมายของพระธรรมวินัยสมัยพทุ ธกาล ๓.ผลของการทำสงั คายนาคร้ังท่ี ๑ แล้วนำมาพฒั นาฝ่ายมหายานไดอ้ ย่างไร ๔.จงบอกเหตุการณส์ ำคญั กอ่ นการสังคายนาคร้งั ที่ ๒ มคี วามเขา้ ใจสำคญั ๕.บทบาทพระสงฆต์ ่อการศกึ ษาสายเถรวาทในภมู เิ อเชียและยุโรปมคี วามเหมือนและความต่างกัน อย่างไร ๖.นสิ ติ ศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ต่อการศึกษาในภมู ภิ าคเอเชยี ไปแล้วมีแนวคดิ เก่ียวกบั เร่ืองนี้ อยา่ งไร จงแสดงทศั นะ ๗.จากแนวคิดทางประวตั ิศาสตร์การเข้ามาของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย-เวียดนามมีข้อ สันนิษฐาน นนั้ นสิ ติ เห็นดว้ ยกับแนวคดิ นี้อยา่ งไร จงแสดงทัศนะ ๘.แนวโน้มบทบาทของพระสงฆ์ตอ่ การศึกษาในสมาคมโลก และนสิ ิตเห็นว่ามปี ระโยชนอ์ ย่างไรบ้าง ๙.พระพุทธศาสนาในกลุ่มประเทศอาเซยี นมีบทบาทตอ่ อาเซยี น อย่างไร
๑๖๐ เอกสารอา้ งอิงประจำบท ขจดั ภยั บุรุษพัฒน.์ แลลาว. กรงุ เทพฯ : แพร่วทิ ยา, ๒๕๓๗. ทรงวิทย์ แกว้ ศร.ี ประวัตพิ ระพุทธศาสนา เลม่ ๑๐. กรงุ เทพฯ : การศาสนา, ๒๕๓๐. เทพประวณิ จันทรแ์ รง. พระพทุ ธศาสนาเถรวาท เอกสารประกอบตำราเรียน. เชย่ี งใหม่ : มจร. วทิ ยาเขต เชยี งใหม,่ ๒๕๔๑. บญุ ช่วย ศรีสวสั ด์ิ. ราชอาณาจกั รลาว. กรุงเทพฯ : สยาม, ๒๕๔๗. ปยิ นาถ (นิโครธา) บุนนาค, ประวตั ิศาสตร์และอารยธรรมศรลี งั กา สมัยโบราณถึงกอ่ นสมัยอาณานิคมและ ความสัมพนั ธ์ทางวฒั นธรรมระหวา่ งศรลี งั กากบั ไทย (ม.ป.ป.), ๒๕๓๔. เพญ็ ศรี กาญจโนมัย –นนั ทนา กบลิ กาญจน์. เอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตใ้ นโลกปจั จบุ ัน. กรงุ เทพฯ : ครุ สุ ภา ลาดพรา้ ว, ๒๕๓๖. พทุ ธทาส อินทปัญโญ. บัลลังก์ธรรมรถเหนอื แผน่ ดินพกุ าม สายส่งสขุ ภาพใจ. กรุงเทพ : สขุ ภาพใจ,มปป. พระเทพดิรก (ระแบบ ฐิตญาโณ). ประวัตพิ ระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพฯ: มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๘. พระเทพเวที. พระพุทธศาสนาในอาเซยี . กรงุ เทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๑. พระธรรมปฎิ ก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). พระพุทธศาสนาในเอเชยี . กรงุ เทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๐. _________. ประวตั ศิ าสตร์พทุ ธศาสนาในเอเชยี อาคเนย์. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๐. พระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ ฐติ ญาโณ). ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ :มหามงกุฎราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๖. พระอดุ รคณาธกิ าร. ประวตั ิศาสตร์พระพุทธศาสนาในอินเดยี . กรุงเทพฯ: การศาสนา, ๒๕๐๗. พระอุดรคณาธิการ (ชวินทร์ สระคำ). ประวตั ิศาสตรพ์ ระพุทธศาสนาในอินเดีย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหา จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๔. สุชาติ หงษา,ดร. ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา จากอดตี สู่ ปัจจบุ นั . กรงุ เทพฯ : ธรรมสภาและสถาบัน บนั ลือธรรมศูนยห์ นงั สือพระพุทธศาสนาจดั พิมพ,์ ๒๕๔๙. เสฐียรพงษ์วรรณปก. ไปสืบพระพุทธศาสนาทศ่ี รลี ังกา. กรงุ เทพฯ : น้ำฝนไอเดยี , ๒๕๔๙. เสถยี ร โพธนิ นั ทะ. ประวตั ศิ าสตรพ์ ระพุทธศาสนา ฉบับมุขปาฐะ ภาค ๑. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พม์ หามกฏุ ราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี. ไทยเทย่ี วพมา่ . กรุงเทพฯ: อัมรินทร์ปร้นิ ตง้ิ แอนด์พับลิชช่ิง, ๒๔๔๕. ฐานข้อมูลออนไลน์ ธรรมจักร. ศาสนาพุทธบูมในรัสเซีย. [ออนไลน์] แหลง่ ที่มา http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15161. [๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖]. พระมหาหรรษา นิธบิ ุณยากร. การประชมุ ประจำปีว่าด้วยการบริหารกจิ การของสถาบันสมทบ ประเทศ ไต้หวัน. [ออนไลน์] แหล่งท่มี า http://www.gotoknow.org/posts/374093.[๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖].
๑๖๑ พระมหาหรรษา นธิ บิ ณุ ยากร. การรบั มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ธรรมะ เกท ปนู าเปสท์ (Dharma Gate Budapest Buddhist University) เข้าเป็นสถาบันสมทบ .[ออนไลน์] แหลง่ ทม่ี า http://www.gotoknow.org/posts/371350. [๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖]. พระมหาอรยิ ธมโฺ ม ภกิ ฺขุ. บทบาทของพระพทุ ธศาสนามหายานในประเทศต่างๆ. [ออนไลน์] แหลง่ ทม่ี า http://www.learners.in.th/blogs/posts/498805. [๒๘ เม.ย. ๒๕๕๖]. มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย.พธิ ีเปิดอาคารเรยี น และประชุมสถาบันสมทบ ประเทศศรีลังกา. [ออนไลน์] แหลง่ ท่ีมา http://www.mcu.ac.th/En/news_in.php?NEWSID=6190.[๑๐ พ.ค. ๒๕๕๖]. มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . พิธีเปดิ สถาบนั สมทบประเทศสิงคโปร์. [ออนไลน์] แหล่งทม่ี า http://buddhaghosa.mcu.ac.th/En/news_in.php?group_id=1&NEWSID=4698. [๑๐ พ.ค.๒๕๕๖]. วกิ ิพีเดยี , ศาสนาพุทธในประเทศสงิ คโปร์, [ออนไลน์] แหล่งที่มา http://th.wikipedia.org/wiki. [๑๑ พ.ค. ๒๕๕๖].
๑๖๒ บรรณานกุ รม กระทรวงศึกษาธกิ าร. พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒. ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๑๑๖ ตอนที่ ๗๔ ก. หน้า ๒, ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๔๒. งามพิศ สตั ย์สงวน, หลกั มานษุ ยวทิ ยา, กรุงเทพฯ : พมิ พ์ทเ่ี จา้ พระยาการพมิ พ์, ๒๕๔๖. ณรงค,์ เสฐียรพงษ์, บรรจบ. พระไตรปิฎกศกึ ษา. มหาจุฬาฯ, ๒๕๒๘. (เปน็ เล่มโรเนยี ว) ดนยั ไชยโยธา. พัฒนาการของมนษุ ย์กับอารยธรรมในราชอาณาจักรไทย เล่ม ๒, กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพโ์ อเดยี นสโตร,์ ๒๕๔๔. ทรงวิทย์ แกว้ ศร.ี ประวตั ิพระพทุ ธศาสนา เล่ม ๑๐. กรงุ เทพฯ : การศาสนา, ๒๕๓๐. เทพประวิณ จนั ทร์แรง. พระพทุ ธศาสนาเถรวาท เอกสารประกอบตำราเรยี น. เชียงใหม่ : มจร. วิทยาเขตเชยี งใหม่, ๒๕๔๑. บรรจบ บรรณรุจ.ิ เลม่ นมี้ ีปญั หา. กรุงเทพฯ: พรบุญการพมิ พ,์ ๒๕๓๘. บุญชว่ ย ศรีสวสั ด์ิ. ราชอาณาจักรลาว. กรงุ เทพฯ : สยาม, ๒๕๔๗. บญุ เดมิ พนั เอม,(ม.ป.ป.). จิตวิทยาสงั คม, กรุงเทพฯ: พิมพท์ อี่ มรการพิมพ์, อ้างในกรมการ ศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม รว่ มกับ สวนดสุ ิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดสุ ิต, โครงการศึกษาบทบาทพระสงฆก์ ับการพฒั นาคุณธรรมจรยิ ธรรมตามแนว ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง. พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยตุ ฺโต),พจนานกุ รมพุทธศาสตร์ ฉบบั ประมวลธรรม, กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย,๒๕๒๕. พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ ๒๕๐๕,ราชกจิ จานุเบกษา, ฉบบั ที่ ๒๒๙ ตอนท่ี ๑๑๕ (พมิ พ์พเิ ศษ) ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๐๕. รศ.ณรงค์ เส็งประชา.มนุษย์กับสังคม, พมิ พค์ รั้งท่ี ๔,กรุงเทพฯ : พมิ พ์ที่ โอ.เอส.พริ้นตงิ้ เฮ้าส.์ ปยิ นาถ (นิโครธา) บนุ นาค, ประวตั ศิ าสตรแ์ ละอารยธรรมศรีลังกา สมยั โบราณถึงก่อน สมัยอาณานคิ มและ ความสัมพันธ์ทางวฒั นธรรมระหวา่ งศรลี งั กากบั ไทย (ม.ป.ป.), ๒๕๓๔. พระครกู ลั ยาณสทิ ธิวัฒน์ ( สมาน กลยฺ าณธมฺโม ).เอตทัคคะในพระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพ ฯ : บรษิ ทั สหธรรมิก จำกดั . ๒๕๔๖. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบบั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พม์ หา จฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั .๒๕๓๙. _________.กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พม์ หาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๓๙.
๑๖๓ พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ). ประวัติพระพทุ ธศาสนา. กรงุ เทพฯ: มหามกฏุ ราช วทิ ยาลัย, ๒๕๔๘. พระเทพเวที (ป.อ.ปยุตฺโต). ลักษณะแห่งพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร : มูลนธิ พิ ทุ ธธรรม, ๒๕๓๒. _________.พระพุทธศาสนาในอาเซยี . กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๑. พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต ). รจู้ ักพระไตรปิฏกเพ่ือเป็นชาวพุทธที่แท้. พิมพ์ครัง้ ท่ี ๘ กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พบ์ รษิ ัทสหธรรมิก จำกดั , ๒๕๔๖. _________.ความสำคญั และการรกั ษาพระไตรปิฎก-ในเก็บเพชรจากพระไตรปิฎก. กรงุ เทพ ฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . ๒๕๔๒. _________.พจนานกุ รมพทุ ธศาสตร์ฉบบั ประมวลธรรม. พมิ พ์คร้ังที่ ๑๐.กรุงเทพฯ : บรษิ ัทสื่อตะวนั จำกดั , ๒๕๔๕. _________.พจนานุกรมพุทธศาสตรฉ์ บับประมวลธรรม. พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๑๐.กรุงเทพฯ : บรษิ ัทส่ือตะวนั จำกัด, ๒๕๔๕. _________.ประวตั ศิ าสตรพ์ ุทธศาสนาในเอเชียอาคเนย์. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๐. _________.พระพทุ ธศาสนาในเอเชยี . กรุงเทพฯ : ธรรมสภา, ๒๕๔๐. _________.วิธีคดิ แบบพทุ ธ. กรงุ เทพฯ: สหธรรมมิก, ๒๕๓๗. _________.ธรรมกบั การพัฒนาชวี ิต. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก, ๒๕๓๗. _________.การศกึ ษาทางเลอื ก: สู่ววิ ัฒน์หรือวิบตั ิ ในยุคโลกไรพ้ รมแดน.กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์ครุ สุ ภาลาดพร้าว.๒๕๔๑. พระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ ฐิตญาโณ). ประวัติศาสตร์พระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพฯ : มหามงกฎุ ราชวิทยาลัย, ๒๕๓๖. พระอุดรคณาธกิ าร (ชวนิ ทร์ สระคำ). ประวัติศาสตรพ์ ระพุทธศาสนาในอินเดีย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๔. พระอดุ รคณาธิการ. ประวัตศิ าสตรพ์ ระพุทธศาสนาในอนิ เดยี . กรุงเทพฯ: การศาสนา, ๒๕๐๗. พทิ ูร มลิวลั ย์ และไสว มาลาทอง. ประวตั ศิ าสตรพ์ ระพทุ ธศาสนา. พิมพ์คร้งั ที่ ๒, กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์การศาสนา, ๒๕๓๓. พทุ ธทาส อนิ ทปญฺโญ. บัลลงั กธ์ รรมรถเหนอื แผ่นดนิ พกุ าม สายสง่ สุขภาพใจ. กรงุ เทพ : สุขภาพใจ, มปป. พทุ ธทาสภกิ ขุ. แกน่ พุทธศาสน์. สำนกั พิมพธ์ รรมสภา. มปป. _________.ค่มู อื มนษุ ย.์ สำนักพมิ พ์ ธรรมสภา, ๒๕๔๗.
๑๖๔ _________.ธรรมสำหรบั ครู. กรงุ เทพฯ: การประถมศกึ ษาแห่งชาต,ิ ๒๕๒๙. _________.ศึกษาธรรมะอยา่ งถกู วิธ.ี กรงุ เทพ : สำนักพิมพส์ ขุ ภาพใจ. ๒๕๐๐. เพญ็ ศรี กาญจโนมัย – นันทนา กบลิ กาญจน์. เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตใ้ นโลกปัจจุบนั . กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภา ลาดพร้าว, ๒๕๓๖. ไพฑูรย์ สินลารัตน์. อดุ มศกึ ษาไทยในอุดมศึกษาโลก. กรงุ เทพมหานคร : พิมพ์ท่โี รงพมิ พ์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. ๒๕๔๖. มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย. จากนาลนั ทาถงึ มหาวิทยาลยั จฬุ าฯ. พมิ พค์ รั้งท่ี ๓, พมิ พ์ เน่อื งในพิธีเปดิ ป้ายมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย อยุธยา ๓ ธันวาคม ๒๕๔๓. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๓. _________.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย. โรงพมิ พ์ มหา จฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙. _________. พระไตรปฎิ กภาษาบาลี ฉบบั มหาจุฬาเตปฏิ กํ ๒๕๐๐. กรุงเทพฯ : โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕. มาณพ พลไพรินทร์. หลกั การจัดการศกึ ษาพระปริยัตธิ รรม. กรมการศาสนา, ๒๕๓๕. _________.คู่มอื การบรหิ ารกจิ การคณะสงฆ์. กรุงเทพมหานคร : หจก.ชตุ ิมาการพมิ พ์, ๒๕๓๑. มูน มณรี ัตน์ วิริยานนท.์ บทความเก่ยี วกับพระพทุ ธศาสนา. กรุงเทพฯ : บรรณาคาร, ๒๕๓๙. ราชบัณฑติ ยสถาน. พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕. พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๕. กรงุ เทพฯ: อักษรเจรญิ ทัศน์.๒๕๓๘. _________.พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ : นานมีบ๊คุ ส์พับ ลิเดช่ันส์.๒๕๔๖. วศิน อนิ ทสระ. หลกั คำสอนสำคญั ในพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพฯ : บรรณาคาร, ๒๕๓๕. ไวรสั เจยี งบรรจง. จติ วทิ ยาสงั คม ๒, นนทบุรี : โรงพิมพส์ ถานสงเคราะหห์ ญิงปากเกร็ด ,๒๕๒๓. ส.ศวิ รักษ์. ความเปน็ เลิศทางวิชาการ. กรงุ เทพมหานคร : พิมพ์ที่ บรษิ ทั พฆิ เณศ พริ้นติ้ง เซ็นเตอร์ สงวนศรี วิรัชชัย. จิตวทิ ยาสงั คมเพื่อการศกึ ษา, กรุงเทพ : ไทยวัฒนพานิช, ๒๕๑๖. สริ ิวัฒน์ คำวนั สา. ประวัติพระพุทธศาสนาในประเทศไทย, พิมพ์คร้งั ที่ ๒, กรุงเทพฯ : โรงพมิ พบ์ ริษัท สหธรรมิก จำกดั , ๒๕๔๑. สุชีพ ปุญญานภุ า. พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน, มหามกฏุ ราชวิทยาลัยในพระบรม ราชปู ถมั ภ,์ ๒๕๓๙.
๑๖๕ สุพตั รา สภุ าพ. สังคมวิทยา, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วัฒนพานิช,๒๕๒๒. สมพร เทพสิทธา. พระสงฆ์กับงานสังคมสงเคราะห,์ กรุงเทพ : สมชายการพิมพ์, ๒๕๔๑. อดุ ม เชยกีวงศ.์ ยคุ ทองแหง่ วรรณกรรมพุทธศาสนาของลานนาไทย/พระยากือนา, หนังสือพระเจ้ามงั รายมหาราช : สำนกั พมิ พภ์ ูมิปัญญา, ๒๕๕๐. ขจัดภยั บรุ ษุ พัฒน.์ แลลาว. กรุงเทพฯ : แพร่วทิ ยา, ๒๕๓๗. สนทิ ศรีสำแดง. พระพทุ ธศาสนากับการศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๗. _________.พทุ ธศาสนากับการศกึ ษา : ภาคทฤษฎแี ห่งความรู้. กรุงเทพมหานคร : นีลนาราการพมิ พ์, ๒๕๓๔. _________.พระพทุ ธศาสนากบั การศึกษา. กรุงเทพ ฯ : นีลนาราการการพมิ พ,์ ๒๕๓๔. สมบรู ณ์ พรรณาภาพ. ประวตั แิ ละปรัชญาการศกึ ษาไทย. กรงุ เทพมหานคร : สำหนักพมิ พ์ โอเดยี นสโตร,์ ๒๕๒๔. สชุ าติ หงษา,ดร. ประวัตศิ าสตรพ์ ระพทุ ธศาสนา จากอดตี สู่ ปจั จบุ นั . กรงุ เทพฯ : ธรรมสภาและสถาบันบนั ลือธรรมศนู ย์หนงั สอื พระพุทธศาสนาจัดพมิ พ,์ ๒๕๔๙. สุเทพ พรมเลศิ . พระไตรปฎิ กศึกษา. กรงุ เทพมหานคร.ไทยรายวนั การพิมพ,์ ๒๕๕๒. เสฐยี รพงษ์ วรรณปก. ไปสืบพระพทุ ธศาสนาท่ีศรีลงั กา. กรงุ เทพฯ : นำ้ ฝนไอเดยี , ๒๕๔๙. เสถียร โพธนิ นั ทะ. ประวัตศิ าสตร์พระพุทธศาสนา ฉบับมุขปาฐะ ภาค ๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิพมม์ หามกฏุ ราชวิทยาลัย, ๒๕๑๔. _________.ประวัตศิ าสตร์พระพทุ ธศาสนา ฉบบั มขุ ปาฐะ ภาค ๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิพม์มหามกุฏราชวิทยาลยั , ๒๕๑๔. _________.คำบรรยายพระไตรปิฎก. พมิ พ์ครั้งท่ี ๒. กรุงเทพฯ : ธรรมสภา.๒๕๔๓. สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร.ี ไทยเที่ยวพม่า. กรงุ เทพฯ: อัมรนิ ทรป์ รน้ิ ต้งิ แอนดพ์ บั ลิชชิ่ง, ๒๔๔๕. เสถยี ร ชาวไทย, คุณธรรมความเป็นครู (บทความทางวิชาการ ๕๐ ปี อดุ มศึกษามหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย). กรุงเทพ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๐.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178