นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม 1. ความสัมพันธ์ของผู้สมัครที่มีต่อชุมชน 2. ค่าใช้จ่ายในการใช้หาเสียง 3. การมีเครือข่ายทางสังคมของผู้สมัคร 4. ความสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับท้องถิ่นและผู้นำ ชุมชน 5. การสร้างระบบอุปถัมภ์ผ่านการช่วยเหลือในลักษณะ ต่างๆ ประกายศรี ศรีรุ่งเรือง (2550) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง นักการเมืองถิ่นจังหวัดเชียงรายโดยใช้เทคนิควิธีการวิจัยเชิง คุณภาพด้วยการศึกษา วิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์บุคคล และการสังเกตแล้วนำข้อมูลมาจัดระบบนำเสนอทั้งในเชิง ปรมิ าณและการพรรณนาความ ผลการศกึ ษาพบวา่ นกั การเมอื ง ถิ่นจังหวัดเชียงรายมี 3 กลุ่มอาชีพคือ นักธุรกิจ นักกฎหมาย และอดีตข้าราชการ ความนิยมของประชาชนมีต่อตัวบุคคล ผู้สมัครรับเลือกตั้งมากกว่าความนิยมต่อนโยบายพรรค ซึ่งจะ เห็นได้จากการเลือกตั้งส่วนใหญ่นักการเมืองจังหวัดเชียงรายจะ เปลี่ยนพรรคอยู่เสมอ แต่โดยภาพรวมความสัมพันธ์ในระบบ เครือญาติจะผูกโยงต่อสถานภาพการดำรงตำแหน่งทางการ เมืองระดับชาติมีน้อย มีผู้แทนราษฎรที่เป็นสตรีเพียง 3 คน (ร้อยละ 5.77) ในขณะที่เป็นเพศชาย 49 คน (ร้อยละ 94.23) ผู้ได้รับการเลือกตั้งบางรายไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดเชียงราย ไม่มีอาชีพ ไม่มีธุรกิจอยู่ในจังหวัดเชียงรายก็สามารถได้รับการ เลือกตั้งเป็น ส.ส. เชียงรายได้ หากนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล 34
แนวคิดและทฤษฎีที่เก่ียวข้อง ในท้องถิ่นให้การสนับสนุนกลยุทธ์การหาเสียงที่นำมาใช้มี หลากหลายวิธี ได้แก่ การแจกสิ่งของ แจกเงิน การปราศรัย การใช้แผ่นปลิว การติดป้ายประชาสัมพันธ์ การพาไป ทัศนศึกษา การพนันขันต่อ การซื้อบัตรประชาชน การสัญญา ว่าจะให้ การใช้อิทธิพลข่มขู่ สุเชาวน์ มีหนองหว้า และกิติรัตน์ สีหบัณฑ์ (2549) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง นักการเมืองถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้ เทคนิควิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการศึกษาเอกสาร การ สัมภาษณ์บุคคลและการสังเกตการณ์ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ภูมิหลังและอาชีพของนักการเมืองในจังหวัดอุบลราชธาน ี ตั้งแต่ พ.ศ. 2476-2548 สามารถแบ่งได้เป็น 2 ยุคคือ ยุคของ นักการเมืองที่เป็นข้าราชการ (พ.ศ. 2476-พ.ศ. 2514) และ ยุคของนักธุรกิจการเมือง (พ.ศ. 2518- พ.ศ. 2548) นักการเมือง มีการรวมกลุ่มกันเป็นบางช่วงเพื่อช่วยเหลือกันในการเลือกตั้ง ในส่วนรูปแบบการหาเสียงในอดีตและแตกต่างจากปัจจุบัน โดยที่ในอดีตจะใช้การปราศรัยในแหล่งชุมชน มีเครือญาติและ เพื่อนช่วยเหลือ แต่ในยุคปัจจุบันใช้วิธีการบริหารจัดการ หัวคะแนนในชุมชนควบคู่ไปกับระบบอุปถัมภ์ การเข้าร่วม กิจกรรมกับชุมชน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีวิธีการบริหาร จัดการหัวคะแนนที่ดีจะชนะการเลือกตั้ง Lofland (1971) กล่าวถึงกรอบการสังเกตในการ วิเคราะห์สังคมว่าเพื่อให้เห็นพฤติกรรมของชาวบ้านในบทบาท ต่างๆ เช่น ใครมีบทบาทในการแสดงความคิดเห็น การเนินการ ประชุมอย่างไร เป็นต้น โดยยกตัวอย่างของการประชุมของสภา 35
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ตำบล ที่นักวิจัยผู้ศึกษาชุมชนควรศึกษา ว่าควรมีกรอบแนวคิด มาช่วยในการสังเกต ดังนี้ 1. ฉากและบุคคล (Setting) การสังเกตฉากหรือสภาพ แวดล้อมและตัวบุคคลเป็นการสังเกตที่ง่าย เพราะมีข้อมูลเชิง ประจักษ์อยู่มาก ผู้ศึกษาวิจัยจึงสามารถเห็นได้ทันทีที่เริ่มสังเกต ฉาก หมายถึง ลักษณะทางกายภาพ และทางสังคมของ เหตุการณ์ที่นักวิจัยเฝ้าดู ประกอบด้วยสถานที่ บุคคลสิ่งของ ฯลฯ 2. พฤติกรรม (acts) คือ การกระทำที่ผู้สังเกตเห็นใน เหตุการณ์ที่เฝ้าดูอยู่ ในเหตุการณ์ที่มีคนหลายคน พฤติกรรมที่ จะต้องสังเกตก็มีมากและหลากหลายไปด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ศึกษาวิจัย พึงพิจารณาว่า เป็นการสังเกตพฤติกรรมสังคม มิใช่พฤติกรรมส่วนบุคคล พฤติกรรมที่สังเกตเป็นการกระทำ ระหว่างกัน เช่น การชี้แจงเรื่องต่างๆ การยกมือถามข้อสงสัย ฯลฯ ผู้ศึกษาวิจัยต้องเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นให้ครบถ้วน โดยไม่มีอคติ ต่อพฤติกรรมของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่คาดหวังให้ตรงกับ ทฤษฎีที่ได้ศึกษามา เพราะสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น 3. แบบแผนพฤติกรรม (Activities) คือ การนำเอา พฤติกรรมที่เฝ้าดูมาเรียงลำดับด้วยเหตุผลบางประการเพื่อจะ ได้เรียงเรื่องราวเหล่านั้นให้เป็นเรื่องที่มีความสืบเนื่องกัน เพื่อให้ รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร 4. ความสัมพันธ์ (Relationship) คือการสังเกตถึงความ สัมพันธ์ว่าใครกระทำกับใคร สังเกตถึงโครงสร้างความสัมพันธ์ ทางสังคมของคนในชุมชน 36
แนวคิดและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง 5. การมีส่วนร่วม (Participation) ข้อมูลการมีส่วนร่วมของ ชุมชนในด้านต่างๆ เป็นการสังเกตเพื่อเข้าใจในภาพรวมของ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชน 6. ความหมาย (Meaning) หมายถึง การให้ความสำคัญ หรือการรับรู้เหตุการณ์หนึ่งๆ ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ การค้นหา ความหมายจึงเป็นการหาข้อมูลว่าบุคคลมองตนเองและบุคคล รอบข้างอย่างไร และทำไมจึงมีพฤติกรรมเป็นเช่นนี้ เป็นต้น 37
บ3ทท ่ี ข้อมูล จังหวัดนครพนม 1. ข้อมูลท่ัวไป ตราประจำจงั หวดั นครพนม รูปพระธาตุพนม พระคู่บ้านคู่เมืองเป็นที่ สักการะแก่คนทั่วไป ดอกไมป้ ระจำจงั หวดั นครพนม ดอกกันเกรา เป็นดอกไม้ประจำท้องถิ่น ดอกมีกลิ่นหอม
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม คำขวญั ประจำจังหวัด พระธาตุพนมคา่ ล้ำ วฒั นธรรมหลากหลาย เรณูผ้ไู ทย เรือไฟโสภา งามตาฝ่ังโขง 1.1 ประวัติความเป็นมาของจังหวัดนครพนม จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหนึ่งทางภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มีประวัติสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี ซึ่งเดิมพื้นที่จังหวัดนครพนมเคยเป็นมหานครของอาณาจักรศรี โคตรบูรณ์ที่รุ่งเรืองในอดีตประมาณราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นอาณาจักรอิสระไม่ขึ้นกับใคร มีอาณาจักรร่วมสมัยคือ อาณาจักรทวาราวดี อาณาจักรละโว้ และอาณาจักรศรีวิชัย เป็นต้น ซึ่งอาณาจักรต่างๆ ได้ผลัดเปลี่ยนกันมีอำนาจ เหนืออาณาจักรอื่น ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 อาณาจักร ศรีโคตรบูรณ์ ได้เสื่อมอำนาจลง ตกอยู่ภายใต้การปกครองของ อาณาจักรขอม ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ชื่อของ ศรีโคตรบูรณ์ ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในนาม เมืองโคตรบูรณ์ เป็นเมืองในอาณาจักรล้านช้าง มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง โดย พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ทรงสร้างเมืองที่ปากห้วย- หินบูรณ์ (ปากห้วยบรรจบลำน้ำโขงฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอ ท่าอุเทน เหนือเมืองนครพนม) ให้ชื่อเมืองใหม่ว่า ศรีโคตรบูรณ์ สืบราชสมบัติมาได้หลายองค์ ต่อมาย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม้รวก ห้วยศรีมัง ริมแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย (คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกใน ปัจจุบัน) 40
ข้อมูลจังหวัดนครพนม ถึงปี พ.ศ. 2297 มีพระนครานุรักษ์ ครองเมืองศรีโคตร บูรณ์ มีความเห็นว่าเมืองมิได้ตั้งอยู่ที่ปากห้วยหินบูรณ์แล้ว จึงได้เปลี่ยนนามเมืองใหม่ว่า เมืองมรุกขนคร เพราะถือว่าสร้าง ขึ้นในดงไม้รวก นามเมืองศรีโคตรบูรณ์ จึงได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ ครั้งนั้น ปี พ.ศ. 2330 ย้ายเมืองมาตั้งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ที่ปากห้วยบังฮวก บรรจบกับแม่น้ำโขง (ปัจจุบันอยู่ระหว่าง บ้านดอนนางหงส์ท่า ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม เลยลงไปถึงบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม) เมืองรุกขนคร เมื่อย้ายมาตั้งที่ปากห้วยบังฮวก โดยประมาณ 20 ปี น้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังลงมามาก จึงได้ย้าย เมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนม ปัจจุบันไปทางทิศใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร) ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า นครบุรีราชธานี ปี พ.ศ. 2337 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหม่ว่า เมืองนครพนม ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ การที่พระราชทานนามว่า เมืองนครพนม สันนิษฐานได้ว่าอาจจะเนื่องด้วยแต่เดิมเมืองนี้ เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน เป็นเมืองที่มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ จึงให้ใช้คำว่า นคร หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า นคร นี้ อาจรักษาชื่อเมืองเดิมคือเมืองนครบุรีราชธานีไว้ ส่วนคำว่า พนม อาจจะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีองค์พระธาตุพนมประดิษฐาน อยู่ หรืออาจจะเนื่องจากเดิมมีอาณาเขตกินไปถึงดินแดนฝั่งซ้าย ของแม่น้ำโขง คือบริเวณเมืองท่าแขก ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อน 41
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม มากมายไปถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม จึงใช้คำว่า พนม เพราะแปลว่า ภเู ขา จังหวัดนครพนม มีองค์พระธาตุพนมเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล เป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธ- ศาสนิกชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวลาว มีงานเฉลิมฉลององค์ พระธาตุพนมในระหว่างวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี 1.2 ท่ีตั้งและอาณาเขต จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดชายแดน ตั้งอยู่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีลักษณะเป็นแนวยาว ตามฝั่งของแม่น้ำโขง ประมาณ 153 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นรุ้ง ที่ 16 - 18 องศาเหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 104 – 105 องศา ตะวันออก มีระยะห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 735 กิโลเมตร จังหวัดนครพนมมีเนื้อที่ประมาณ 5,512.668 ตาราง กิโลเมตร หรือประมาณ 3,445,418 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของ พื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 140 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับ เขตใกล้เคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตอำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กบั เขตอำเภอดงหลวง อำเภอหวา้ นใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงคำม่วน สาธารณรัฐ ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว โดยมแี มน่ ำ้ โขง เป็นที่กั้นพรมแดน 42
ข้อมูลจังหวัดนครพนม ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอกุสุมาลย์ อำเภอ อากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ในปี พ.ศ. 2545 จังหวัดนครพนม แบ่งการปกครอง ส่วนภูมิภาคออกเป็น 12 อำเภอ โดยมีอำเภอ ดังนี้ อำเภอเมือง นครพนม อำเภอท่าอุเทน อำเภอธาตุพนม อำเภอนาแก อำเภอ นาหว้า อำเภอบ้านแพง อำเภอปลาปาก อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอเรณูนคร อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาทม และอำเภอ วังยาง 1.3 สภาพภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศ แบ่งเป็น 2 เขต คือ เขตตอนเหนือ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินสูงและที่ดอน มีป่าไม้สลับกับพื้นที่ ราบใช้ทำนา ทางเหนือสุดของจังหวัดในเขตอำเภอบ้านแพง มีเทือกเขาภูลังกาทอดผ่าน นอกจากนี้ยังแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน คือแม่น้ำสงครามและแม่น้ำอูน สำหรับอำเภอบ้านแพง อำเภอ ศรีสงคราม อำเภอท่าอุเทน อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอนาทม เขตตอนใต้ พื้นที่บริเวณใกล้แม่น้ำโขงทาง ทิศตะวันออก เป็นที่ราบลุ่ม ส่วนทางทิศตะวันตกซึ่งอยู่ห่างจาก แม่น้ำโขงออกไปมีพื้นที่ดอนมีสภาพเป็นป่าเต็งรัง พื้นดินส่วน มากมีลักษณะเป็นหินลูกรัง บางแห่งมีลักษณะที่เนินและที่ราบ สลับกัน มีแม่น้ำก่ำไหลผ่านพื้นที่ทางใต้สุดของจังหวัด ในเขต อำเภอนาแกมีเทือกเขาภูพานทอดเป็นแนวกั้นเขตระหว่าง จังหวัดนครพนมและจังหวัดมุกดาหาร สำหรับอำเภอที่อยู่ใน เขตนี้ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอ ธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง 43
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม 1.4 สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุก ทั้งนี้เพราะได้ รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนในทะเลจีนใต้และได้รับอิทธิพลจาก ป่าไม้และเทือกเขาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จังหวัดนครพนม มี 3 ฤดู คือ 1.4.1 ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้น เดือนพฤษภาคม ฤดูร้อนจะมีอากาศอบอ้าว อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียส 1.4.2 ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลาง เดือนตุลาคม ในบางส่วนของจังหวัดมีฝนตกชุกมาก โดยเฉพาะ อำเภอที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงจะประสบอุทกภัย ได้รับความ เสียหายเป็นประจำทุกปี เช่น อำเภอเมือง อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน เป็นต้น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตร ต่อปี 1.4.3 ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม ถึงกลาง เดือนกุมภาพันธ์ โดยทั่วไปอากาศจะหนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ย 15 - 25 องศาเซลเซียส 1.5 สถิติอุตุนิยมวิทยา เนื่องจากจังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ราบสูง และเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีบางส่วนเป็นป่าทึบ หนาแนน่ อากาศจงึ คอ่ นขา้ งรอ้ นอบอา้ วในฤดรู อ้ น และหนาวจดั ในฤดูหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25.9 องศา เซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.1 องศาเซลเซียส และ 44
ข้อมูลจังหวัดนครพนม อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.2 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศร้อน จัดที่สุด คือเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงที่สุดวัดได้ 42.0 องศา เซลเซียส เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2516 และวันที่ 14 เมษายน 2526 ส่วนในฤดูหนาววันที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุด อุณหภูมิต่ำ สุดที่วัดได้ 3.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2498 1.6 แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ แหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัดนครพนม ได้แก่ แม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำที่มีความลึกและความยาวมาก เป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยถือเอาร่องน้ำลึกเป็นแนวเขต ลำน้ำสงคราม ต้นกำเนิดในท้องที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ไหลผ่านท้องที่อำเภอเซกาจังหวัดหนองคาย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ผ่านอำเภอศรีสงคราม และ ลงสู่แม่น้ำโขงที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน ลำน้ำยาม ต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร ไหลผ่าน ท้องที่อำเภอศรีสงคราม มาบรรจบลำน้ำสงครามที่บ้าน ปากยาม ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม ลำน้ำก่ำ ต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร ไหลลงสู่ น้ำโขงที่ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม ลำน้ำอูน ต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร เป็นเส้น แบ่งเขตระหว่างอำเภอท่าอุเทนกับอำเภอศรีสงคราม 45
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม 2. การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2.1 การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทยต้ังแต่ ปี พ.ศ. 2576-2552 ประเทศไทยของเรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อปี 2475 นับถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลา 77 ปีมาแล้ว และในช่วงที่ผ่าน มาได้ให้มีการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการ เลือกตั้งทั่วไปทั้งสิ้น 23 ครั้ง ดังนี้ 46
ตารางที่ 1 แสดงข้อมูลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปของไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2476-2550 ครงั้ ท ี่ วนั เดอื น ปี จำนวน ส.ส. จำนวนผ้มู ีสทิ ธ ์ิ จำนวนผู้ใชส้ ิทธ ิ์ คิดเปน็ รอ้ ยละ 1 15 พฤศจิกายน 2476 78 4,278,231 1,773,532 41.45 2 7 พฤศจิกายน 2480 91 6,123,239 2,462,535 40.22 3 12 พฤศจิกายน 2481 91 6,310,172 2,210,332 35.03 4 6 มกราคม 2489 96 6,431,827 2,091,988 32.53 5 29 มกราคม 2491 99 7,176,891 2,117,464 29.50 6 26 กุมภาพันธ์ 2495 123 7,602,591 2,961,291 38.95 7 26 กุมภาพันธ์ 2500 160 9,859,039 5,668,566 57.50 8 15 ธันวาคม 2500 160 9,917,417 4,370,113 44.07 9 10 กุมภาพันธ์ 2512 219 14,820,180 7,285,823 49.16 10 26 กุมภาพันธ์ 2518 269 20,243,791 9,549,924 47.17 11 279 20,623,430 9,072,629 43.99 12 4 เมษายน 2519 301 21,283,790 9,344,045 43.90 22 เมษายน 2522 ข้อมูลจังหวัดนครพนม 47
คร้ังท่ ี นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม วนั เดือน ปี จำนวน ส.ส. จำนวนผมู้ ีสิทธ์ิ จำนวนผู้ใชส้ ทิ ธ ์ิคดิ เปน็ ร้อยละ 13 48 18 เมษายน 2526 324 24,224,470 12,295,339 50.76 14 27 กรกฎาคม 2529 347 26,160,100 16,070,957 61.43 15 24 กรกฎาคม 2531 357 26,658,637 16,944,931 63.56 16 22 มีนาคม 2535 360 32,432,087 19,216,466 59.25 17 13 กันยายน 2535 360 31,860,156 19,622,332 61.59 18 2 กรกฎาคม 2538 391 37,817,983 23,462,746 62.04 19 17 พฤศจิกายน 2539 393 38,564,593 23,462,746 62.24 20 6 มกราคม 2544 500 42,759,001 24,070,750 69.94 21 6 กุมภาพันธ์ 2548 500 44,572,101 29,904,940 72.55 22 2 เมษายน 2549 500 44,778,628 32,337,611 64.76 23 23 ธันวาคม 2550 480 44,002,593 28,998,364 74.49 ทีม่ า : ครั้งที่ 1 -19 จากกองการเลือกตั้ง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 20 – 23 จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อมูลจังหวัดนครพนม 3. ข้อมูลนักการเมืองถิ่นในจังหวัดนครพนมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2550 3.1 การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป จังหวัดนครพนม นับตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก จนถึงการเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งที่ 23 จังหวัดนครพนม มีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จังหวัดนครพนม ดังนี้ 49
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม 50 ตารางที่ 2 แสดงข้อมลู การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป ครั้งที่ 1 – ครั้งที่ 23 ครงั้ ที ่ วนั เดอื น ป ี ผูม้ สี ิทธ์ ิ ผ้ใู ชส้ ิทธ์ ิ รอ้ ยละ ผู้ไดร้ ับเลอื ก คะแนน 1 15 พ.ย. 2476 69,453 27,562 39.68 น.ท.พระศรการวิจิตร ร.น.(ช้อย ชลทรัพย์) - 2 7 พ.ย. 2480 112,027 44,300 นายพันธ์ อินทุวงศ์ 3 12 พ.ย.2481 114,662 46,706 4 6 ม.ค. 2489 114,741 45,509 39.54 นายพันธ์ อินทุวงศ์ 5 29 ม.ค. 2491 123,403 53,579 39.86 ขุนอนุสรณ์กรณี (ทะ พรหมประกาย) 6 29 ก.พ. 2495 136,336 86,345 39.66 นายพันธ์ อินทุวงศ์ 7 26 ก.พ. 2500 171,987 138,200 40.16 1.ขุนอนุสรณ์กรณี 2.นายภู่ เนาวรังสี 79,079 63.46 1.นายเอื้อ จันทวงศ์ 62,980 2.นายพันธ์ อินทุวงศ์ 49,889 80.35 1.นายสงวน จันทรสาขา 2.นายสุข รอบรู้ 3.นายชวน กิตติศรีวรพันธ์
ครั้งท ี่ วัน เดือน ป ี ผมู้ ีสทิ ธ์ ิ ผ้ใู ช้สิทธ ิ์ รอ้ ยละ ผไู้ ดร้ ับเลือก คะแนน 8 15 ธ.ค. 2500 171,081 111,176 9 10 ก.พ. 2512 244,995 155,343 64.98 1.นายสงวน จันทรสาขา 54,020 2.นายบุนนาค อนนตชัย 37582 10 2 ม.ค. 2518 306,370 184,502 3.นายสุข รอบรู้ 34,694 11 2 เม.ย. 2519 297,055 188,723 63.40 1.นายจำนง ศรีวขาน 44,265 2.นายชวน กิตติศรีวรพันธ์ 35,237 3.นายแสวง ธวัชวะชุม 31,149 4.นายไขแสง สุกใส 26,097 24,045 60.22 (1)1.นายไขแสง สุกใส 19,132 2.นายเฉลียว ดีวงศ์ 18,345 3.นายถนอม แสงสุริยจันทร์ 13,913 (2)1.นายแสวง ธวัชวะชุม 10,656 2.นายมงคล บุพศิริ 30,244 28,049 63.53 (1)1นายสุรจิตต์ จันทรสาขา 24,546 28,489 17,292 ข้อมูลจังหวัดนครพนม 51 2.นายถนอม แสงสุริยจันทร์ 3.นายจำนง ศรีวรขาน (2)1.นายวีรวร สิทธิธรรม 2.นายแสวง ธวัชวะชุม
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม 52 คร้ังท ี่ วัน เดอื น ปี ผมู้ ีสิทธิ์ ผใู้ ชส้ ิทธ์ิ ร้อยละ ผู้ได้รบั เลอื ก คะแนน 12 22 เม.ย. 2522 - - 24,364 - (1)1.นายเฉิดศักดิ์ แสนวิเศษ 23,492 13 18 เม.ย. 2526 238,575 169,324 2.นายวรพจน์ ณ ถลาง 22,382 3.นายเฉลียว ดีวงศ์ 24,972 14 27 ก.ค. 2529 253,474 194,233 (2)1.นายวีรวร สิทธิธรรม 20,261 2.นายจีระศักดิ์ พลสนะ 48,888 70.97 (1)1.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 34,286 2.นายทะนง ศิริปรีชาพงศ์ 34,396 (2)1.นายวีรวร สิทธิธรรม 32,522 2.นายกตัญญู อัครฮาต 59,785 76.63 (1)1.พลเอกมานะ รัตนโกเศศ 38,093 2.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 39,149 (2)1.นายไขแสง สุกใส 35,668 2.นายวีรวร สิทธิธรรม
คร้ังท ่ี วนั เดอื น ปี ผมู้ สี ทิ ธิ์ ผ้ใู ช้สทิ ธิ์ ร้อยละ ผูไ้ ด้รบั เลือก คะแนน 15 24 ก.ค. 2531 253,129 211,982 47,581 83.74 (1)1.นายประสงค์ บรู ณ์พงศ์ 31,144 16 22 มี.ค. 2535 317,544 225,218 2.พลเอกมานะ รัตนโกเศศ 38,626 (2)1.นายไพจิตร ศรีวรขาน 36,481 17 13 ก.ย. 2535 297,470 224,768 2.นายวีรวร สิทธิธรรม 54,880 39,525 18 2 ก.ค. 2538 376,590 266,773 70.92 (1)1.นายประสงค์ บรู ณ์พงศ์ 60,500 2.พลเอกมานะ รัตนโกเศศ 47,157 (2)1.นายไพจิตร ศรีวรขาน 56,804 2.นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 41,797 51,957 75.56 (1)นายทะนง ศิริปรีชาพงศ์ 46,367 2.นายมานะ คสู กุล 116,499 (2)นายไพจิตร ศรีวรขาน 104,527 2.นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 91,501 74,303 70.84 (1)1.พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ 69,367 2.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 3.นายมานะ คูสกุล (เขต2)นายไพจิตร ศรีวรขาน 2.นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ ข้อมูลจังหวัดนครพนม 53
คร้ังท่ ี วนั เดือน ป ี นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ผมู้ สี ิทธิ์ ผ้ใู ชส้ ิทธ ิ์รอ้ ยละ ผไู้ ดร้ บั เลือก คะแนน 19 17 พ.ย. 2539 54 407,768 267,994 147,444 65.72 (1) 1.พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ 139,660 20 6 ม.ค. 2544 475,231 327,659 2.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 129,338 3.นายมานะ คูสกุล 89,484 21 6 ก.พ. 2548 489,555 312,711 (2)1.อรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 87,038 2.นายไพจิตร ศรีวรขาน 25,196 68.90 (เขต1)นายชวลิต วิทยสุทธิ์ 31,602 (เขต2)นายไพจิตร ศรีวรขาน 22,238 (เขต3)นายมงคล บุพศิริ 29,178 (เขต4)นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 38,939 (เขต5)นายศุภชัย โพธิ์สุ 33,324 63.88 (เขต1)นายชวลิต วิทยสุทธิ์ 38,445 (เขต2)นายไพจิตร ศรีวรขาน 26,955 (เขต3)นายประสงค์ บรู ณ์พงศ์ 30,549 (เขต4)นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 50,982 (เขต5)นายศุภชัย โพธิ์สุ
คร้งั ท ี่ วนั เดอื น ปี ผมู้ ีสทิ ธ ิ์ ผูใ้ ช้สิทธิ ์ รอ้ ยละ ผู้ได้รับเลอื ก คะแนน 22 2 เม.ย.2549 492,326 303,558 39,142 61.66 (เขต1)นายชวลิต วิทยสุทธิ์ 44,524 23 23 ธ.ค.2550 485,415 328,268 (เขต2)นายไพจิตร ศรีวรขาน 41,921 (เขต3)นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 40,198 (เขต4)นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 51,327 (เขต5)นายศุภชัย โพธิ์สุ 92,019 67.63 (1)1.นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 100,384 2.นายศุภชัย โพธิ์สุ 78,836 (2)1.นายไพจิตร ศรีวรขาน 67,840 2.นายอลงกต มณีกาศ ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกประจำจังหวัดนครพนม ข้อมูลจังหวัดนครพนม 55
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม 56 3.2 รายช่ือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม และระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ตารางที่ 3 แสดงรายชื่อ ส.ส. จังหวัดนครพนม ลำดบั ท ่ี ช่ือ - สกุล ระยะการดำรงตำแหน่ง สงั กดั พรรค 15 พ.ย. 2476 - 8 ธ.ค. 2480 - 1 นาวาโทพระศรการวิจิตร 7 พ.ย. 2480 - 10 ก.ย. 2481 - 6 ม.ค.2489 - 8 พ.ย. 2490 - (ช้อย ชลทรัพย์) 26 ก.พ. 2495 - 24 ก.พ. 2500 - 12 พ.ย. 2481 - 14 ต.ค. 2488 - 2 นายพันธุ์ อินทุวงศ์ 29 ม.ค. 2491 - 28 พ.ย. 2494 - 5 ส.ค. 2489 - 8 พ.ย. 2490 - 5 ส.ค. 2489 - 8 พ.ย. 2490 - 29 ม.ค. 2491 - 28 พ.ย. 2494 - 3 ขุนอนุสรณ์กรณี 26 ก.พ. 2495 - 24 ก.พ. 2500 - (ทะ พรหมประกาย) 4 นายเกษม ศักดิ์เจริญ 5 นายปั่น แก้วมาตย์ 6 นายภู่ เนาวรังสี 7 นายเอื้อ จันทรวงศ์
ลำดับที่ ช่ือ - สกุล ระยะการดำรงตำแหนง่ สังกดั พรรค 8 นายชวน กิตติศรีวรพันธ์ 26 ก.พ. 2500 - 15 ก.ย. 2500 ประชาธิปัตย์ 10 ก.พ. 2512 - 16 พ.ย. 2514 ประชาธิปัตย์ 9 นายสงวน จันทรสาขา 26 ก.พ. 2500 - 15 ก.ย. 2500 เสรีมนังคศิลา 15 ธ.ค. 2500 - 19 ต.ค. 2501 สหภูมิ 10 นายสุข รอบรู้ 26 ก.พ. 2500 - 15 ก.ย. 2500 ประชาธิปัตย์ 15 ธ.ค. 2500 - 19 ต.ค. 2501 สหภูมิ 11 นายบุญนาค อนนตชัย 15 ธ.ค. 2500 - 19 ต.ค. 2501 สหภูมิ 12 นายไขแสง สุกใส 10 กพ. 2512 - 16 พ.ย. 2514 ประชาชนสังคมนิยมแห่งประเทศไทย 26 ม.ค. 2518 - 11 ม.ค. 2519 ประชาธิปัตย์ ข้อมูลจังหวัดนครพนม 57 27 ก.ค. 2529 - 28 เม.ย. 2531 - 13 นายจำนงค์ ศรีวรขาน 10 กพ. 2512 - 16 พ.ย. 2514 - 4 เม.ย. 2519 - 5 ต.ค.2519 สหประชาไทย
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ลำดบั ท่ ีช่อื - สกลุ ระยะการดำรงตำแหนง่ สงั กดั พรรค 58 14 นายแสวง ธวัชวะชุม 10 กพ. 2512 - 16 พ.ย. 2514 ธรรมสังคม 26 ม.ค. 2518 - 11 ม.ค. 2519 ธรรมสังคม 4 เม.ย. 2519 - 5 ต.ค. 2519 15 นายเฉลียว ดีวงศ์ 26 ม.ค. 2518 - 11 ม.ค. 2519 ชาติประชาชน 22 เม.ย. 2522 - 18 มี.ค. 2526 กิจสังคม 16 นายถนอม แสงสุริยจันทร์ 26 ม.ค. 2518 - 11 ม.ค. 2519 กิจสังคม 4 เม.ย. 2519 - 5 ต.ค. 2519 สังคมชาตินิยม 17 นายมงคล บุพศิริ 26 ม.ค. 2518 - 11 ม.ค. 2519 - 6 ม.ค. 2544 - 17 ม.ค. 2545 ความหวังใหม่ 18 นายวีรวร สิทธิธรรม 4 เม.ย. 2519 - 5 ต.ค. 2519 ชาติไทย 22 เม.ย. 2522 - 18 มี.ค. 2526 - 18 เม.ย. 2526 - 1 พ.ค. 2529 กิจสังคม 27 ก.ค. 2529 - 28 เม.ย. 2531 ชาติไทย 24 ก.ค. 2531 - 22 ก.พ. 2534 ชาติไทย
ลำดับที่ ช่อื - สกลุ ระยะการดำรงตำแหน่ง สังกดั พรรค 19 นายสุรจิตต์ จันทรสาขา 4 เม.ย. 2519 - 5 ต.ค. 2519 กิจสังคม 20 นายจิระศักดิ์ พลสนะ 22 เม.ย. 2522 - 18 มี.ค. 2526 กิจสังคม 21 นายเฉิดศักดิ์ แสนวิเศษ 22 เม.ย. 2522 - 18 มี.ค. 2526 - 22 นายวรพจน์ ณ ถลาง 22 เม.ย. 2522 - 18 มี.ค. 2526 เกษตรสังคม 23 นายกตัญญู อัครฮาด 18 เม.ย. 2526 - 1 พ.ค. 2529 กิจสังคม 24 นายทะนง ศิริปรีชาพงศ์ 18 เม.ย. 2526 - 1 พ.ค. 2529 กิจสังคม 13 ก.ย. 2535 - 20 พ.ค. 2537 ชาติไทย ข้อมูลจังหวัดนครพนม 59
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ลำดบั ท ่ี 60 ชือ่ - สกลุ ระยะการดำรงตำแหนง่ สงั กดั พรรค 25 นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ 18 เม.ย. 2526 - 1 พ.ค. 2529 ชาติไทย 27 ก.ค. 2529 - 28 เม.ย. 2531 ชาติไทย 24 ก.ค. 2531 - 22 ก.พ. 2534 ชาติไทย 22 มี.ค. 2535 - 29 มิ.ย. 2535 ความหวังใหม่ 7 ส.ค. 2537 - 18 พ.ค. 2538 ความหวังใหม่ 2 ก.ค. 2538 - 27 ก.ย. 2539 ความหวังใหม่ 17 พ.ย. 2539 - 27 มิ.ย. 2543 ความหวังใหม่ 3 มี.ค. 2545 - 5 ม.ค. 2548 ความหวังใหม่ 6 ก.พ. 2548 - 24 ก.พ. 2549 ไทยรักไทย 2 เม.ย. 2549 - 19 ก.ย. 2549 ไทยรักไทย 23 ธ.ค. 2550 - 2 ธ.ค. 2551 พลังประชาชน
ลำดบั ที่ ชอื่ - สกลุ ระยะการดำรงตำแหนง่ สังกัดพรรค 26 พลเอกมานะ รัตนโกเศศ 27 เม.ย. 2529 - 28 เม.ย. 2531 ราษฎร 24 ก.ค. 2531 - 22 ก.พ. 2534 ราษฎร 22 มี.ค. 2535 - 29 มิ.ย. 2535 ราษฎร 27 นายไพจิตร ศรีวรขาน 24 ก.ค. 2531 - 22 ก.พ. 2534 ราษฎร 25 มี.ค. 2535 - 29 มิ.ย. 2539 ความหวังใหม่ 13 ก.ย. 2535 - 20 พ.ค. 2537 ความหวังใหม่ 2 ก.ค. 2538 - 27 ก.ย. 2539 ความหวังใหม่ 17 พ.ย. 2539 - 27 มี.ค. 2543 ความหวังใหม่ 6 ม.ค. 2544 - 23 ม.ค. 2544 ความหวังใหม่ ข้อมูลจังหวัดนครพนม 61 6 ก.พ. 2548 - 24 ก.พ. 2549 ไทยรักไทย 2 เม.ย. 2549 - 19 ก.ย. 2549 ไทยรักไทย 23 ธ.ค. 2550 - ปัจจุบัน เพื่อไทย
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ลำดับที ่ 62 ชอ่ื - สกุล ระยะการดำรงตำแหนง่ สงั กดั พรรค 28 นายอรรถสิทธิ์(คันคาย)ทรัพยสิทธิ 22 มี.ค. 2535 - 29 มิ.ย. 2535 ความหวังใหม่ 13 ก.ย. 2535 - 18 พ.ค. 2538 ความหวังใหม่ 2 ก.ค. 2538 - 27 ก.ย. 2539 ความหวังใหม่ 17 พ.ย. 2539 - 27 มี.ค. 2543 ความหวังใหม่ 6 ม.ค. 2544 - 23 ม.ค. 2544 ความหวังใหม่ 6 ก.พ. 2548 - 24 ก.พ. 2549 ความหวังใหม่ 2 เม.ย. 2549 - 19 ก.ย. 2549 ความหวังใหม่ 29 นายมานะ คสู กุล 13 ก.ย. 2535 - 18 พ.ค. 2538 ความหวังใหม่ 2 ก.ค. 2538 - 27 ก.ย. 2539 ความหวังใหม่ 17 พ.ย. 2539 - 27 มี.ค. 2543 ความหวังใหม่ 30 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ 2 ก.ค.2538-27 ก.ย.2539 ความหวังใหม่ 17 พ.ย. 2539 - 27 มี.ค. 2543 ความหวังใหม่
ลำดับท่ ี ชื่อ - สกลุ ระยะการดำรงตำแหน่ง สงั กดั พรรค 31 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ 17 พ.ย. 2539 - 27 มี.ค. 2543 ความหวังใหม่ 6 ม.ค. 2544 - 5 ม.ค. 2548 ไทยรักไทย 6 ก.พ. 2548 - 24 ก.พ. 2549 ไทยรักไทย 32 นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล 2 เม.ย. 2549 - 19 ก.ย. 2549 ไทยรักไทย 33 นายศุภชัย โพธิ์สุ 29 ม.ค. 2544 - 5 ม.ค. 2548 ราษฎร 6 ม.ค. 2544 - 5 ม.ค. 2548 ความหวังใหม่ 6 ก.พ. 2548 - 24 ก.พ. 2549 ไทยรักไทย 2 เม.ย. 2549 - 19 ก.ย. 2549 ไทยรักไทย 23 ธ.ค. 2550 - ปัจจุบัน ภูมิใจไทย ข้อมูลจังหวัดนครพนม 63 34 นายอลงกต มณีกาศ 23 ธ.ค. 2550 - ปัจจุบัน เพื่อแผ่นดิน 35 นายสุริยา พรหมดี 11 ม.ค. 2552 - ปัจจุบัน เพื่อไทย ท่ีมา : สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม
บ4ทท ่ี นักการเมืองถ่ิน จังหวัดนครพนม นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกใน พ.ศ. 2476 โดยจังหวัด นครพนมได้มีสมาชิกรัฐสภาประเภทต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ ในการเลือกตั้งที่แตกต่างกันออกไปตามสาระบัญญัติของ รัฐธรรมนูญและสถานการณ์บ้านเมือง ตั้งแต่ พ.ศ. 2476 – ปัจจุบัน จำนวน 35 คน มีที่มาและจำนวนสมาชิก ดังนี้ การเลือกต้ังคร้ังท่ี 1 ภายหลังเหตุการณ์ “กบฏ บวรเดช” ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 และบ้านเมืองกลับคืนสู่ ความสงบเรียบร้อยดังเดิม รัฐบาลก็ได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เป็นครั้งแรกระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 ตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งผู้แทนตำบล และ
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 พ.ศ. 2476 เป็นการ เลือกตั้งโดยทางอ้อม โดยเลือกตั้งผู้แทนตำบลก่อน จึงดำเนิน การเลือกสมาชิกผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนตำบลจะต้องมีคุณสมบัติ ดังที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง และเฉพาะผู้ที่ไป ลงชื่อสมัครไว้ต่อกรมการอำเภอ เมื่อเลือกตั้งผู้แทนตำบลเสร็จ แล้วจึงดำเนินการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรสำหรับจังหวัดนั้น ๆ ส่วนผู้ที่จะได้เข้ารับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรก็จะต้องมี คุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง เสมือนผู้สมัครเป็นผู้แทนตำบล และเฉพาะผู้ที่ไปลงชื่อสมัครไว้ ต่อข้าหลวงประจำจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัด ผู้แทนราษฎร จังหวัดหนึ่ง ๆ อาจจะมีคนเดียว หรือหลายคนก็ได้สุดแต่จำนวน พลเมืองของจังหวัดนั้นจะมีมากน้อยเพียงใด ตามปกติมีจังหวัด 1 คน แต่ถ้าจังหวัดใดมีพลเมืองเกินกว่า 3 แสนคน จังหวัดนั้น มีผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีก 1 คน ทุก ๆ 2 แสน เศษ ให้ปัดทิ้งเสีย การเลือกตั้งในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2476 จังหวัด นครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนแรก คือ นาวาโท พระศรการวิจิตร (ช้อย ชลทรัพย์) ซึ่งเดิมนครพนมได้ตั้งเป็น จังหวัดก่อน พ.ศ. 2476 จึงทำให้จังหวัดนครพนมได้มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่มีการเลือกตั้งครั้งแรก (พื้นที่เดิมของ จังหวัดนครพนมนั้นรวมจังหวัดมุกดาหารและอำเภอต่าง ๆ ของ จังหวัดมุกดาหารในปัจจุบัน ขึ้นตรงกับจังหวัดนครพนมด้วย) 66
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม การเลือกต้ังครั้งท่ี 2 เป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยสภา ผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสองประเภท คือ สมาชิก ประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2 สมาชิกประเภทที่ 1 มาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 2 มีจำนวน 91 คน และมาจาก การเลือกตั้งของราษฎรโดยตรง เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2480 เป็นการเลือกโดยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้มีผู้แทนราษฎร ได้หนึ่งคน และถือเกณฑ์จำนวนประชากรสองแสนคนต่อ ผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ผลการเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2480 จังหวัดนครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ นายพันธุ์ อินทุวงศ์ การเลือกตั้งครั้งที่ 3 เป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยสภา ผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสองประเภท คือ สมาชิก ประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2 มีจำนวน 91 คน มาจาก การเลือกตั้งโดยตรง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 โดย วิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตเลือกตั้งมีผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน และถือเกณฑ์จำนวนประชากรสองแสนคนต่อผู้แทนราษฎร หนึ่งคน สมาชิกประเภทที่ 1 ชุดนี้ ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ถึง วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ทั้งนี้ได้มีการขยายเวลาอยู่ในตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 2 ปี โดยพระราชบัญญัติขยาย กำหนดเวลาอยู่ในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งออก ตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2485 เนื่องจากมีกรณีพิพาทอินโดจีน และสงครามมหาเอเชียบูรพาและสิ้นสุดโดยการยุบสภา 67
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม ผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ผลการเลือกตั้งใน วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 จังหวัดนครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ ขุนอนุสรณ์กรณี (นายทะ พรหมประกาย) การเลือกต้ังคร้ังที่ 4 รัฐสภาชุดนี้มีสภาเดียว คือ สภา ผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย มีสมาชิกสองประเภท คือ สมาชิก ประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2 สมาชิกประเภทที่ 1 จำนวน 96 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 โดยวิธีแบ่งเขตเลือกตั้ง และแต่ละเขตเลือกตั้ง มผี แู้ ทนราษฎรหนง่ึ คน ซง่ึ ถอื เกณฑจ์ ำนวนประชากรสองแสนคน ต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน สมาชิกประเภทที่1 ชุดนี้ ปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2489 ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 อนึ่งเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2489 ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2489 สมาชิก ประเภทที่ 1 ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปในฐานะสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรสมาชิกประเภทที่ 2 มีจำนวน 96 คน มาจากการ แต่งตั้ง เป็นสมาชิกชุดเดิม 91คน และได้มีการแต่งตั้ง เพิ่มเติมอีก 5 คน เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2489 เพื่อให้มี จำนวนเท่ากับสมาชิกประเภทที่ 1 สมาชิกประเภทที่ 2 ชุดนี้ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2489 เนื่องจากมีการ ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2489 ผลการเลือกตั้งใน วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2489 จังหวัด นครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 คน คือ นายพันธุ์ อินทุวงศ์ 68
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม การเลอื กตั้งครัง้ ที่ 5 การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้ง ทางตรง โดยวิธีรวมเขตเรียงเบอร์ และถือเอาจังหวัดหนึ่งเป็น เขตการเลือกตั้งหนึ่ง จำนวนผู้แทนราษฎรในแต่ละจังหวัด คำนวณโดยถือเอาจำนวนประชาชน 200,000 คน ต่อผู้แทน ราษฎร 1 คน ทำให้มีจำนวนผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งครั้งนี้ จำนวน 99 คน การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องจากสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วถึงคราวพ้นจากตำแหน่งตามวาระ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2490 ซึ่งประกาศใช้โดย คณะรฐั ประหารนำโดยพลโทผนิ ชณุ หวณั โดยการเลอื กตง้ั ครง้ั น้ี จัดขึ้นภายใต้รัฐบาลนำโดยนายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร เพื่อทำหน้าที่ดำเนิน การจัดการเลือกตั้งตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับ ชั่วคราว ผลการเลือกตั้งใน วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2491 จังหวัด นครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ 1. ขุนอนุสรณ์กรณี 2. นายภู่ เนาวรังสี การเลือกต้ังคร้ังท่ี 6 การยึดอำนาจการปกครอง ประเทศเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 คณะบริหารประเทศ ชั่วคราวได้นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 มาใช้บังคับใหม่ ซึ่งกำหนดให้มีสภาเดียว คือ สภา ผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกสองประเภท คือ สมาชิก ประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2 สมาชิกประเภทที่ 1 จาก 69
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม การเลือกตั้งทั่วไป จำนวน 123 คน และมาจากการเลือกตั้ง โดยตรง เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 โดยวิธีรวมเขต จังหวัด และถือเกณฑ์จำนวนประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ต่อ ผู้แทนราษฎรหนึ่งคนสมาชิกประเภทที่ 2 มีจำนวน 123 คน มาจากการแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 เมื่อ สมาชิกประเภทที่ 1 พ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว สมาชิก ประเภทที่ 2 ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป ผลการเลือกตั้งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 จังหวัดนครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน คือ 1. นายเอื้อ จันทรวงศ์ 2. นายพันธุ์ อินทุวงศ์ การเลือกตั้งคร้ังที่ 7 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 กำหนด ให้มีสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกสอง ประเภท คือ สมาชิกประเภทที่ 1 และ สมาชิกประเภทที่ 2 สมาชิกประเภทที่ 1 มาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 7 มีจำนวน 160 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 โดยวิธีรวมเขตจังหวัด ถือเกณฑ์จำนวนประชากร หนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ผลการเลือกในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 จังหวัด นครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน คือ 1. นายสงวน จันทรสาขา 70
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม 2. นายสุข รอบรู้ 3. นายชวน กิตติศรีวรพันธ์ การเลือกตั้งคร้ังที่ 8 ภายหลังการยึดอำนาจ การปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 มี พระบรมราชโองการให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 ต่อไป ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารกำหนด ซึ่งกำหนดให้ มีสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกสอง ประเภทคือ สมาชิกประเภทที่ 1 และสมาชิกประเภทที่ 2 ซึ่ง สมาชิกประเภทที่ 1 มาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2500 โดยวิธีรวมเขตจังหวัด ถือเกณฑ์จำนวน ประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน มีจำนวน 160 คน ผลการเลือกตั้งในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2500 จังหวัด นครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 คน คือ 1. นายสงวน จันทรสาขา 2. นายบุนนาค อนนตชัย 3. นายสุข รอบรู้ การเลอื กตงั้ ครง้ั ที่ 9 รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2511 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภาคือ วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวุฒิสภา มีสมาชิกจำนวน 164 คน พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2511 จำนวน 120 คน และทรงแต่งตั้งเพิ่มอีก 44 คน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 71
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2512 เพอ่ื ใหม้ จี ำนวน 3 ใน 4 ของสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2514 สมาชิกวุฒิสภามีอายุครบ 3 ปี ต้องจับสลากออกกึ่งหนึ่งจำนวน 82 คน และพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกเท่ากับจำนวนที่ ต้องออกไปเข้ามาแทนที่ วุฒิสภาชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 ถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 9 มีสมาชิกจำนวน 219 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 โดยวิธีรวมเขตจังหวัด ถือเกณฑ์ จำนวนประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 ถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 รัฐสภาชุดนี้ สิ้นสุดลง เนื่องจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 โดยคณะปฏิวัติภายใต้การนำของ จอมพลถนอม กิตติขจร ผลการเลือกตั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 จังหวัดนครพนมได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน คือ 1. นายจำนง ศรีวรขาน 2. นายชวน กิตติศรีวรพันธ์ 3. นายสุข รอบรู้ 4. นายไขแสง สุขใส 72
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม การเลอื กตง้ั ครง้ั ท่ี 10 รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2517 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา คือ วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรวุฒิสภา มีสมาชิกจำนวน 100 คน พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2518 เมื่อมี การยุบสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภายังคงอยู่ในตำแหน่ง ต่อไปจนถึงวันที่6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 จึงสิ้นสุดลง โดยการยึด อำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 10 มีสมาชิกจำนวน 269 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2518 โดยจังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกินสามคนให้ถือ เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกินสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง ในแต่ละ เขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคน และ ไมน่ อ้ ยกวา่ สองคน ถอื เกณฑจ์ ำนวนประชากรหนง่ึ แสนหา้ หมน่ื คน ต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2518 ถึงวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2519 สิ้นสุดโดยพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2519 มีสาเหตุจากพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ขาดเอกภาพทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการบริหารราชการ แผ่นดิน ผลการเลือกตั้งในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2518 จังหวัด นครพนมได้แบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 คน คือ 73
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม เขต 1 (1) นายไขแสง สุกใส (2) นายเฉลียว ดีวงศ์ (3) นายถนอม แสงสุริยจันทร์ เขต 2 (1) นายแสวง ธวัชวะชุม (2) นายมงคล บุพศิริ การเลือกตั้งคร้ังท่ี 11 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วฒุ สิ ภาและสภาผแู้ ทนราษฎรวฒุ สิ ภา มสี มาชกิ จำนวน 100 คน เป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดเดิมที่ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2518 สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 11 มีสมาชิกจำนวน 279 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2519 โดยจังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออก เป็นเขตเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้ไม่เกินสามคน และไม่น้อยกว่าสองคน ถือเกณฑ์ จำนวนประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2519 รัฐสภาชุดนี้สิ้นสุด เนื่องจากการยึดอำนาจการ ปกครองประเทศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 โดยคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดินภายใต้การนำของ พลเรือเอก สงัด ชะลออยู่ ผลการเลือกตั้งในวันที่ 4 เมษายน 2519 จังหวัด นครพนมได้แบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 คน คือ 74
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม เขต 1 (1) นายสุรจิตต์ จันทรสาขา (2) นายถนอม แสงสุริยจันทร์ (3) นายจำนง ศรีวรขาน เขต 2 (1) นายวีรวร สิทธิธรรม (2) นายแสวง ธวัชวะชุม การเลอื กตงั้ ครง้ั ท่ี 12 รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2521 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา คือ วุฒิสภาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ห้ามใช้คำว่าพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. จึงได้มีการใช้ชื่อกลุ่มการเมืองแทนพรรคการเมือง เพราะรัฐบาล พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เกรงว่าจะเสียเปรียบนักการเมือง จึงพยายามเหนี่ยวรั้งไม่ให้กฎหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ วุฒิสภา มีสมาชิกจำนวน 225 คน มาจากการแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 เมื่อครบ 2 ปี ในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2524 สมาชิกจำนวนหนึ่งในสามของจำนวน สมาชิกทั้งหมด คือจำนวน 75 คน พ้นจากตำแหน่งโดยวิธ ี จับสลาก และมีการแต่งตั้งเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างจำนวน 75 คน สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 12 มีสมาชิกจำนวน 301 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 โดยจังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็น เขตเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ไม่เกินสามคน และไม่น้อยกว่าสองคน ถือเกณฑ์จำนวน 75
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน สภา ผู้แทนราษฎรชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 ถึงวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 สิ้นสุดลง เนื่องจากม ี พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2526 อันมีสาเหตุมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนญู ผลการเลือกตั้งในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 จังหวัด นครพนมได้แบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 คน คือ เขต 1 (1) นายเฉิดศักดิ์ แสนวิเศษ (2) นายวรพจน์ ณ ถลาง (3) นายเฉลียว ดีวงศ์ เขต 2 (1) นายวีรวร สิทธิธรรม (2) นายจีระศักดิ์ พลสนะ การเลือกต้ังคร้ังที่ 13 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิก วุฒิสภา จำนวน 243 คน มาจากวุฒิสภาชุดเดิมจำนวน 225 คน ในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2526 ได้แต่งตั้งสมาชิก วุฒิสภาเพิ่มเติมจำนวน 18 คน เพื่อให้ได้สัดส่วนสามในสี ่ ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ สภา ผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 มีสมาชิก จำนวน 324 คน มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2526 โดยจังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกินสามคน 76
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้เกินสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขต เลือกตั้ง แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกิน สามคน และไม่น้อยกว่าสองคนโดยถือเกณฑ์จำนวนประชากร หนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคนสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้สิ้นสุดลง เนื่องจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 1พฤษภาคม พ.ศ. 2529 โดยมีสาเหตุมาจากสภาผู้แทนราษฎร ลงมติไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ผลการเลือกตั้งในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2526 จังหวัด นครพนมได้มีการแยกพื้นที่จังหวัดอีก 1 จังหวัด คือ จังหวัด มุกดาหาร และได้แบ่งเอาพื้นที่อำเภอออกไปอีก คือ อำเภอ มุกดาหาร อำเภอดอนตาล อำเภอคำชะอี อำเภอหว้านใหญ่ อำเภอหนองสูง อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดงหลวง จึงทำให้ จังหวัดนครพนมคงเหลือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 คน แบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต คือ เขต 1 (1) นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ (2) นายทนง ศิริปรีชาพงษ์ เขต 2 (1) นายวีรวร สิทธิธรรม (2) นายกตัญญู อัครฮาด การเลือกตั้งครั้งท่ี 14 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร 77
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 260 คน มาจากวุฒิสภาชุดเดิมจำนวน 243 คน และวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 มีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มเติมจำนวน 17 คน เพื่อให้มีสัดส่วนสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 14 มีสมาชิกจำนวน 347 คน มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 โดยจงั หวดั ทม่ี สี มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออก เป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ไม่เกินสามคน และไม่น้อยกว่าสองคน โดยถือเกณฑ์จำนวน ประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ต่อ ผู้แทนราษฎรหนึ่งคน สภา ผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดเนื่องจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2531 โดยมีสาเหตุมาจากพรรคการเมือง ร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการบริหาร ราชการแผ่นดินและการพัฒนาประเทศ ผลการเลือกตั้งในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 จังหวัด นครพนมแบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน คือ เขต 1 (1) พลเอกมานะ รัตนโกเศศ (2) นายแพทย์ประสงค์ บรู ณ์พงศ์ เขต 2 (1) นายไขแสง สุขใส (2) นายวีรวร สิทธิธรรม 78
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม การเลือกตั้งครั้งที่ 15 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 267 คน มาจากวุฒิสภาชุดเดิมจำนวน 260 คน และวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 ได้แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มเติม 7 คน เพื่อให้มี สัดส่วนสามในสี่ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม รัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งที่ 15 มีสมาชิกจำนวน 357 คน มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 โดยจังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินสามคนให้แบ่งเขตจังหวัดออก เป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ไม่เกินสามคน และไม่น้อยกว่าสองคน โดยถือเกณฑ์จำนวน ประชากรหนึ่งแสนห้าหมื่นคนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนึ่งคน รัฐสภาชุดนี้สิ้นสุด เนื่องจากการยึดอำนาจการปกครอง ประเทศ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยคณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติภายใต้การนำของ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 จงั หวดั นครพนมแบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน คือ เขต 1 (1) นายแพทย์ประสงค์ บรู ณ์พงศ์ (2) พลเอกมานะ รัตนโกเศศ 79
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม เขต 2 (1) นายไพจิตร ศรีวรขาน (2) นายวีรวร สิทธิธรรม การเลอื กตงั้ ครง้ั ที่ 16 รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2534 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา คือ วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 270 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2535 สภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้ง ที่ 16 ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 360 คน มาจากการ เลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 โดยจังหวัดที่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกินสามคนให้ถือเขตจังหวัดเป็น เขตเลือกตั้ง แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได ้ ไม่เกินสามคน และไม่น้อยกว่าสองคน จำนวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดคำนวณจากเกณฑ์จำนวนราษฎร ต่อผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ซึ่งเฉลี่ยจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศ สภาผแู้ ทนราษฎรชดุ นส้ี น้ิ สดุ ลงเนอ่ื งจากการยบุ สภาผแู้ ทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2535 มีสาเหตุมาจากเกิด วิกฤตการณ์ทางการเมือง เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2535 ผลการเลือกตั้งในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 จังหวัด นครพนมแบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน คือ เขต 1 (1) นายแพทย์ประสงค์ บรู ณ์พงศ์ (2) พลเอกมานะ รัตนโกเศศ เขต 2 (1) นายไพจิตร ศรีวรขาน (2) นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ 80
นักการเมืองถ่ินจังหวัดนครพนม การเลือกตั้งครั้งท่ี 17 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาชุดเดิมมีจำนวน 270 คนสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือก ตั้งทั่วไปครั้งที่ 17 ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 360 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2535 สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุด ลงเนื่องจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 โดยมีสาเหตุมาจากเกิดความขัดแย้งระหว่าง พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการ บริหารราชการแผ่นดิน ผลการเลือกตั้งในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2535 จังหวัด นครพนมแบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน คือ เขต 1 (1) นายทนง ศิริปรีชาพงษ์ (2) นายมานะ คสู กุล เขต 2 (1) นายไพจิตร ศรีวรขาน (2) นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ การเลือกตั้งคร้ังท่ี 18 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาชุดเดิมจำนวน 270 คน วันที่ 21 มีนาคม 2539 สมาชิกวุฒิสภาต้องพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระในวันที่ 22 มีนาคม 2539 พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ จำนวน 260 คน หรือ 81
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม สองในสาม ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2538 สภาผู้แทนราษฎร มาจาก การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 18 ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 391 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2538 สภา ผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลงเนื่องจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2539 โดยมีสาเหตุมาจากพรรคการเมือง ร่วมรัฐบาลขาดเอกภาพก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการบริหาร ราชการแผ่นดินและการพัฒนาประเทศ ผลการเลือกตั้งในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 จังหวัด นครพนมแบ่งเขตพื้นที่เป็น 2 เขต มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 คน คือ เขต 1 (1) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (2) นายแพทย์ประสงค์ บรู ณ์พงศ์ (3) นายมานะ คสู กุล เขต 2 (1) นายไพจิตร ศรีวรขาน (2) นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ การเลือกตั้งคร้ังท่ี 19 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรวุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิก วุฒิสภา จำนวน 262 คน มาจากวุฒิสภาชุดเดิม จำนวน 260 คน วันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 มีการแต่งตั้งสมาชิก วุฒิสภาเพิ่มเติม 2 คน เพื่อให้มีสัดส่วนสองในสามของจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งที่ 19 ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 393 คน มาจาก 82
นักการเมืองถิ่นจังหวัดนครพนม การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 โดยจังหวัด ใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่เกินสามคน ให้ถือจังหวัดเป็น เขตเลือกตั้งและจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกิน สามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งในแต่ละเขต เลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคนและไม่น้อย กว่าสองคนโดยถือเกณฑ์จำนวนราษฎรหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2539 รฐั สภาไดด้ ำเนนิ การเลอื กตง้ั สมาชกิ สภารา่ งรฐั ธรรมนญู จำนวน 99 คน เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และ เมื่อร่างแล้วเสร็จเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2540 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เพราะมีการยุบสภาเมื่อ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ผลการเลือกตั้งในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 จงั หวดั นครพนมแบง่ เขตพน้ื ทเ่ี ปน็ 2 เขต มสี มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร จำนวน 5 คน คือ เขต 1 (1) พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (2) นายแพทย์ประสงค์ บรู ณ์พงศ์ (3) นายมานะ คสู กุล เขต 2 (1) นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ (2) นายไพจิตร ศรีวรขาน การเลือกตั้งครั้งที่ 20 รัฐสภาชุดนี้มีสองสภา คือ วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร 83
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190