ก คำนำ คู่มือการบริหารงานทั่วไป โรงเรียนบ้านสมศรี ฉบับนี้ จัดทำข้ึนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่ขา้ ราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สำหรับการปฏิบัติหน้าที่การให้บริการและการจัดการศึกษาแก่นักเรียน และผู้เก่ียวข้องทุกฝ่าย โดยจัดทำให้สอดคล้องกับโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียนตามแนวทางการกระจาย อำนาจส่สู ถานศกึ ษา ของสำนกั งานคณะกรมการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน กลุ่มงานบรหิ ารทั่วไป ได้จัดกรอบงานให้ครอบคลุมกับภาระงาน ที่ปฏิบัติอยู่เดิมและเพ่ิมเติมให้สอดคล้อง กบั สภาพของโรงเรียนในการจัดการศึกษา และให้บริการทางการศกึ ษา ตามแนวทางการปฏริ ูปการศึกษาและระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งหวังว่า ภาระงานที่ปฏิบัติจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายและวิสัยทัศน์ท่ีกำหนดไว้ทุกประการ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของ กลุ่มงานบริหารท่ัวไป คู่มือฉบับนี้ได้บรรจุเนื้อหาสาระเพียงขอบข่ายงานตามกรอบงานท่ีบรรจุไว้ในโครงสร้างการ บริหารงาน วิธีปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน และคณะทำงานยินดีน้อมรับ ข้อเสนอแนะท่ีเป็นประโยชน์ แกส่ ว่ นรวมและสถานศกึ ษาทกุ ประการ ขอขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและ ผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และ ขอบคณุ คณะทำงานกลุ่มบรหิ ารงานบคุ คลทกุ ท่าน ท่ีได้ปฏบิ ตั ิหน้าทร่ี ว่ มกันอยา่ งม่งุ มัน่ อุทศิ ท่มุ เทอย่างดยี ิง่ โรงเรยี นบ้านสมศรี
สารบญั ข คำนำ หน้า สารบัญ ก งานธรุ การ ข การจดั ระบบการควบคุมภายในหนว่ ยงาน 1 งานอาคารสถานท่ีของสถานศึกษา 35 งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 54 การพฒั นาระบบและเครือข่ายขอ้ มลู สารสนเทศ 61 การประสานงานและพัฒนาเครอื ขา่ ยการศึกษา 63 การวางแผนการบรหิ ารการศึกษา 64 งานวจิ ยั เพอื่ พัฒนานโยบายและแผน 66 การจัดระบบการบรหิ ารและพฒั นาองค์กร 67 การพฒั นามาตรฐานการปฏิบัติงาน 67 งานเทคโนโลยีเพอ่ื การศึกษา 69 การสง่ เสริมกจิ การนกั เรยี น 70 การประชาสัมพนั ธ์ 74 การส่งเสริมสนบั สนนุ และประสานการจดั การศึกษาของบุคคล ชมุ ชน องค์กรหนว่ ยงาน 76 การจัดกจิ กรรมเพ่ือปรบั เปล่ียนพฤติกรรมการลงโทษนักเรยี น 77 79
งานบริหารท่ัวไป งานบริหารทั่วไป เป็นภารกิจหนึ่งของโรงเรียนในการสนับสนุนสง่ เสริมการปฏิบัตงิ านของโรงเรยี นให้บรรลุ ตามนโยบาย และมาตรฐานการศึกษาที่โรงเรียนกำหนดให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น การดำเนินงาน ธุรการ การประชาสัมพันธ์ งานประสานราชการ การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร งานเทคโนโลยี สารสนเทศ การจัดทำสำมะโนนักเรียน การรับนักเรียน การจดั ระบบการควบคุมภายในหน่วยงาน การดูแลสถานที่ และสภาพแวดล้อม งานบริการสาธารณะ งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน การประสานและ พัฒนาเครือข่ายการศึกษา การส่งเสริมสนับสนุนด้านวิชาการ งบประมาณ และบุคลากร การระดมทรัพยากรเพ่ือ การศึกษา งานส่งเสริมงานกิจการนักเรียน การส่งเสริมสนับสนุนและประสานงาน งานการศึกษาของบุคคล ชุมชน องค์กร หนว่ ยงานสถาบันสังคมอน่ื ทีจ่ ัดการศกึ ษา ซงึ่ ผรู้ ับผดิ ชอบงานควรรแู้ นวปฏบิ ัตริ าชการ ดังน้ี 1. การดำเนนิ งานธุรการ 1.1 งานสารบรรณ 1.2 งานธุรการทว่ั ไป 2. งานทะเบยี น 2.1 งานพฒั นาระบบและเครือข่ายข้อมลู สารสนเทศ 2.2 การจัดระบบบรหิ ารและการพัฒนาองค์กร 2.3 งานเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ 2.4 การจดั ระบบการควบคุมภายใน 3. งานอาคารสถานท่ี 4. การพานักเรยี นไปทัศนศกึ ษานอกสถานศึกษา 5. งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน 6. การประสานและพฒั นาเครอื ขา่ ยการศกึ ษา 7. การวางแผนการบริหารการศกึ ษา 8. การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา
งานธุรการ 1. งานสารบรรณ กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคบั ประกาศ คำสงั่ ทเ่ี กยี่ วข้อง ระเบยี บสำนกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ความหมายของงานสารบรรณ “งานสารบรรณ” หมายความว่า งานทเ่ี กย่ี วกบั การบริหารงานเอกสาร เร่มิ ต้งั แต่การจัดทำ การรบั -สง่ การเกบ็ รักษา การยมื จนถึงการทำลาย “หนังสอื ” หมายถึง หนงั สือราชการ ขอบข่ายของงานสารบรรณ งานสารบรรณเปน็ งานทเี่ กยี่ วข้องกับเรื่องดังต่อไปน้ี 1. การผลิตหรือจดั ทำเอกสาร 2. การรับและการส่งหนงั สือราชการ 3. การเกบ็ รักษา และการยืมหนงั สอื ราชการ 4. การทำลายหนังสือราชการ ความสำคญั และประโยชน์ของงานสารบรรณ ความสำคญั ของงานทเ่ี กี่ยวกับหนงั สือเอกสาร อาจกล่าวโดยสรปุ ได้ดังนี้ 1. ใชเ้ ป็นเครอื่ งมือในการบริหารงาน 2. ใชเ้ ป็นส่อื ในการติดต่อทำความเขา้ ใจระหว่างหนว่ ยงานกับหนว่ ยงาน หน่วยงานกับบุคคล และบคุ คลกับบุคคล 3. เป็นเคร่ืองเตือนความจำของหนว่ ยงาน 4. เป็นหลกั ฐานอา้ งองิ การติดต่อหรือการทำความตกลง 5. เป็นส่ิงทมี่ คี ณุ ค่าในการศกึ ษาคน้ ควา้ ต่อไปในอนาคต ความหมายและชนดิ ของหนังสือราชการ ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ได้กำหนดความหมายและชนดิ ของหนงั สือ ราชการไวว้ า่ หนังสอื ราชการ คอื เอกสารทีเ่ ป็นหลักฐานในราชการ ได้แก่ หนังสือที่มีไปมาระหวา่ งสว่ นราชการ หนงั สือที่สว่ นราชการมีไปถึงหนว่ ยงานอื่นใดซงึ่ มใิ ชส่ ่วนราชการ หรือท่มี ีไปถงึ บุคคล ภายนอก หนงั สือท่ีหนว่ ยงานอื่นใดซ่ึงมิใช่สว่ นราชการหรอื ท่บี ุคคลภายนอกมีมาถึงส่วนราชการ รวมทง้ั
เอกสารท่ีทางราชการจัดทำข้ึนเพอื่ เปน็ หลักฐานในราชการ และเอกสารที่ทางราชการจัดทำขนึ้ ตามกฎหมาย ระเบยี บ หรือข้อบงั คบั ชนิดของหนังสือราชการ หนงั สอื ราชการมี 6 ชนดิ คือ หนงั สือภายนอก หนังสือภายใน หนังสือประทับตรา หนงั สือสง่ั การ หนงั สือ ประชาสมั พนั ธ์ และหนงั สือท่ีเจา้ หนา้ ทที่ ำขึ้นหรือรับไวเ้ ป็นหลกั ฐานในราชการ กระดาษตราครุฑ ที่ใชส้ ำหรับหนังสือราชการ กำหนดแบบและขนาดไว้ในระเบยี บงานสารบรรณข้อ 74 และ ข้อ 75 ใหใ้ ช้กระดาษปอนด์ขาว น้ำหนัก 60 กรัม ต่อตารางเมตร ขนาด เอ 4 หมายถึง ขนาด 210 X 297 ม.ม. พมิ พ์ครุฑ ขนาดตัวครฑุ สูง 3 เซนตเิ มตร ด้วยหมกึ สดี ำ หรอื ทำครุฑดนุ ท่กี งึ่ กลางส่วนบนของ กระดาษ 1. หนังสือภายนอก หนงั สอื ภายนอก ใช้เป็นหนงั สอื ตดิ ต่อราชการทเี่ ป็นแบบพิธรี ะหว่างสว่ นราชการ (ต่างกระทรวง ทบวง กรม) หรือสว่ นราชการมีถงึ หน่วยงานอ่ืนใดซ่งึ มิใชส่ ว่ นราชการ หรอื ทม่ี ถี ึงบุคคล ภายนอก กำหนดใหใ้ ช้กระดาษตราครุฑ ซ่ึงมีส่วนประกอบ คอื 1.1 ที่ 1.2 สว่ นราชการเจา้ ของหนงั สือ 1.3 วนั เดอื น ปี 1.4 เรือ่ ง 1.5 คำขึ้นต้น 1.6 อ้างถงึ (ถ้ามี) 1.7 สง่ิ ท่สี ่งมาด้วย (ถ้ามี) 1.8 ข้อความ (เนอ้ื หาของหนงั สือ) 1.9 คำลงท้าย 1.10 ลงช่ือ 1.11 ตำแหนง่ 1.12 สว่ นราชการเจ้าของเรอื่ ง 1.13 โทร. (หมายเลขโทรศัพท์ของสว่ นราชการเจ้าของเร่อื ง) 1.14 สำเนาสง่ (ถา้ มี)
รายละเอียดของหนังสือภายนอก 1.1 ท่ี เป็นสว่ นท่อี ยูท่ างด้านซา้ ยบนสุดของหนังสือ ซึ่งหนงั สอื ทกุ ฉบบั จะมีกำหนดไว้เพื่อ 1) เป็นขอ้ อา้ งองิ ของฝ่ายท่ีสง่ หนงั สือออก ในกรณที จี่ ะมกี ารอ้างองิ ถึงหนงั สือฉบบั นั้น ในการตดิ ตามเร่ืองหรือเพ่ือการติดตอ่ โต้ตอบหลังจากท่ีได้ส่งหนังสือนัน้ ออกไปแลว้ 2) เป็นประโยชนใ์ นการเกบ็ เร่อื งระหวา่ งปฏิบตั ิ หรอื เมอื่ เรื่องนั้นไดด้ ำเนนิ การเป็นที่เรยี บร้อยแลว้ 3) เป็นข้ออ้างอิง เม่ือต้องการจะคน้ หาเรอื่ งทีไ่ ด้เกบ็ ไว้ 4) เปน็ ตวั เลขแสดงสถติ ิแสดงปรมิ าณของหนงั สือที่ไดม้ ีการตดิ ตอ่ กับหน่วยงานต่างๆ ในรอบปปี ฏทิ นิ หนงึ่ ตวั อย่างเชน่ ท่ี ศธ 04112.01194/40 ศธ รหสั พยัญชนะของกระทรวงศึกษาธิการ 04112 เลขรหสั ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 .01194 เลขรหัสของโรงเรยี นบา้ นสมศรี 145 เลขทะเบยี นหนังสือสง่ ของโรงเรียนบา้ นสมศรี 1.2 สว่ นราชการเจ้าของหนังสือ 1) ใหล้ งช่ือของสว่ นราชการทเ่ี ปน็ เจ้าของหนงั สือนั้น 2) ลงทตี่ ั้งของส่วนราชการท่สี ามารถตดิ ตอ่ ทางไปรษณีย์ได้สะดวก (ทีต่ ้งั ของส่วนราชการ ความยาวไม่ควรเกิน 2-3 บรรทัด การลงทตี่ ั้งจะวางรปู แบบอย่างไรนนั้ ขนึ้ อยู่กบั ดุลยพนิ ิจของส่วนราชการเจ้าของ หนงั สือ เนอื่ งจากชื่อสว่ นราชการและที่ตั้งมีความยาวไม่เท่ากัน) 3) ตำแหน่งของส่วนราชการเจา้ ของหนังสือ จะอยู่ทางดา้ นขวาของหนังสอื และอยู่บรรทัด เดียวกบั “ท”่ี เช่น 1.3 วัน เดอื น ปี 1) ใหล้ งตวั เลขของวนั ที่ 2) ชื่อเตม็ ของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชที่ออกหนังสือ 3) ไมต่ อ้ งมีคำว่า วนั ที่ เดอื น พ.ศ. นำหนา้ 4) สำหรบั ตำแหนง่ ของตัวเลขของวันที่ จะปรากฏอยู่ตรงก่งึ กลางของหน้ากระดาษต่อจาก ทีอ่ ยสู่ ว่ นราชการเจา้ ของเร่ือง ตัวอย่างเชน่ 1.4 เรอื่ ง 1) กำหนดชอื่ เรื่องด้วยสาระสำคัญที่เปน็ ใจความท่ีสน้ั กะทดั รัด และครอบคลุมเน้ือหา ของหนงั สือ 2) ถ้าเป็นเรื่องท่ีเคยตดิ ต่อกันมาก่อน โดยปกตจิ ะลง “เรือ่ ง” ของหนังสือฉบับเดิม เรอ่ื งควรใชเ้ ปน็ ชือ่ เร่ืองเดยี วกัน
1.5 คำขนึ้ ต้น 1) ใหใ้ ชค้ ำขึน้ ตน้ ตามตารางการใช้คำขึ้นตน้ สรรพนาม และคำลงท้ายที่กำหนดไวใ้ นภาคผนวก ระเบียบงานสารบรรณ 2) ลงเฉพาะตำแหน่งของผู้ทีห่ นังสือนั้นมีไปถึง (โดยไม่ตอ้ งมีคำว่า “ฯพณฯ” หรือ “ท่าน” นำหนา้ ) หรอื ลงช่อื บุคคลในกรณที ี่เปน็ การติดตอ่ กับบุคคลโดยไมเ่ ก่ยี วกบั ตำแหนง่ หน้าที่ เชน่ กราบเรยี น ประธานองคมนตรี เรียน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน เรยี น นางสาวอำพร ศรีชาวนา นมสั การเจ้าคณะจงั หวดั พิจติ ร (สำหรับพระภิกษสุ งฆ์ทั่วไป) 3) ในกรณที ตี่ ำแหนง่ น้ันมีบคุ คลครองตำแหนง่ มากกวา่ 1 คน ขึ้นไป ใหร้ ะบทุ ั้งตำแหน่ง และช่ือ เชน่ ตำแหนง่ รองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาพิจิตร เขต 1 ควรใช้คำขึ้นต้น ดังนี้ 1.6 อ้างถึง (ถ้ามี) 1) ให้อา้ งถึงหนงั สือทเ่ี คยติดตอ่ กนั มาก่อน 2) ในกรณที มี่ หี นังสอื ทเี่ คยตดิ ต่อกันมากอ่ นหลายฉบับ ให้ลงอ้างถึงหนังสือฉบับสดุ ทา้ ย ทต่ี ิดต่อกันเพยี งฉบบั เดียว เว้นแตม่ เี รื่องหรือสาระสำคัญที่เกี่ยวขอ้ งต้องนำมาพจิ ารณา การเขยี น “อา้ งถงึ ” ให้ เขยี นช่อื สว่ นราชการเจา้ ของหนงั สอื เลขทหี่ นงั สือ และวัน เดอื น ปี ที่ออกหนังสือ เชน่ 1.7 สงิ่ ที่สง่ มาด้วย (ถ้าม)ี 1) ให้ลงชื่อเอกสาร สิง่ ของ ทสี่ ง่ ไปพร้อมกับหนังสอื ฉบับนั้น เชน่ 2) หากไมส่ ามารถบรรจลุ งในซองเดียวกนั ได้ ให้แจ้งด้วยว่าสง่ ไปโดยทางใด การเขียน “ส่งิ ทสี่ ง่ มาด้วย ใหเ้ ขียนชื่อเอกสาร ส่งิ ของ สว่ นราชการเจ้าของหนังสือ เลขทห่ี นงั สือ และวัน เดือน ปี ท่ีออก หนงั สือ พร้อมท้งั จำนวนของสง่ิ ของที่ส่งไป 1.8 ข้อความ (เนื้อหาของหนงั สือ) เนื้อหาสาระที่ต้องการจะให้ผู้รบั ไดท้ ราบ ขอ้ ความในหนงั สือจะต้องชดั เจน เขา้ ใจง่าย และมีสาระครบถ้วน เนอ้ื หาในหนังสอื ราชการ แบง่ ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ข้อความเหตุ เปน็ ส่วนเริม่ ต้นของเน้ือหา เปน็ ข้อความที่กลา่ วถึงสาเหตุที่มีหนงั สอื ไป หรือ แจ้งให้ผู้รบั ทราบวา่ หนว่ ยงานของผเู้ ขียนจะทำอะไร หรือมเี หตุการณ์อะไรเกิดขน้ึ 2) ข้อความตอนผลหรอื ขอ้ ความจดุ ประสงค์ เป็นขอ้ ความในยอ่ หน้าท่ี 2 ที่นับว่ามี ความสำคญั เพราะเน้ือความจะกลา่ วถึงจดุ ประสงค์ของหนังสือฉบับนนั้ ซงึ่ จะต้องเขยี นใหช้ ัดเจน เพื่อใหผ้ ู้รบั หนังสอื ทราบวา่ ผเู้ ขยี นมีจุดประสงค์อย่างไร 3) บทสรุป เปน็ สว่ นสุดทา้ ยของการเขียนเน้ือหา ซ่ึงเป็นจุดประสงคส์ รปุ สดุ ทา้ ย เพ่ือเน้นให้ผ้รู บั จดหมายทำอะไร หรอื ทำอย่างไร ควรจะย่อหนา้ ขน้ึ บรรทัดใหม่เร่มิ ตน้ ดว้ ยคำว่า “จึง” แลว้ ตามด้วยข้อความทบี่ อก ถงึ จดุ ประสงค์ (ข้อความทส่ี รปุ ต้องใหส้ มั พนั ธ์กับจุดประสงคใ์ นตอนตน้ ) เช่น ������ ในกรณที ีต่ อ้ งการเพียงให้ผรู้ บั ได้ทราบเนื้อหาในหนังสอื อาจใช้ว่า
- จึงเรียนมาเพอื่ โปรดทราบ - จงึ เรยี นมาเพ่ือทราบ ������ ในกรณที ี่ต้องการเพยี งให้ผ้รู ับดำเนินเร่อื งตามขนั้ ตอนต่อไป อาจใชว้ า่ - จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณาดำเนินการต่อไป - จงึ เรยี นมาเพอื่ ทราบ และดำเนนิ การตอ่ ไป ������ ในกรณีทต่ี อ้ งการใหผ้ ู้รับตดั สนิ ใจในเรอ่ื งทป่ี รากฏในหนงั สือ อาจใชว้ ่า - จึงเรียนมาเพ่อื โปรดพจิ ารณาอนุมตั ิ - จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ 1.9 คำลงทา้ ย ให้ใชค้ ำลงท้ายตามตารางการใชค้ ำขึ้นต้น สรรพนาม และคำลงทา้ ย ซงึ่ กำหนดไว้ในภาคผนวก ซงึ่ จะต้องให้สมั พันธก์ ับคำขึ้นต้น เชน่ - ขอแสดงความนับถอื - ขอนมัสการด้วยความเคารพ (สำหรับพระภกิ ษุสงฆ์ทว่ั ไป) 1.10 ลงชื่อ 1) ใหล้ งลายมือชอ่ื เจา้ ของหนังสอื และให้พิมพ์ช่อื เตม็ ของเจา้ ของลายมอื ช่ือไวใ้ นวงเล็บใต้ ลายมอื ช่อื ด้วยทุกคร้งั ซ่ึงการพมิ พ์ชอ่ื เตม็ ของเจ้าของลายมือน้ันใหใ้ ชค้ ำนำหน้าชื่อว่านาย นาง นางสาว หนา้ ชื่อเตม็ ใต้ลายมือช่ือ 2) ในกรณที เี่ จา้ ของลายมือช่อื มีตำแหน่งทางวิชาการ คอื ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ให้พิมพ์คำเต็มของตำแหนง่ ทางวิชาการไวห้ น้าช่อื เต็มใตล้ ายมือชอ่ื เช่น ลายมอื ชอื่ (นายสรวทิ ย์ โรจนะ) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านสมศรี 1.11 ตำแหนง่ ใหล้ งชอ่ื ตำแหนง่ ของเจา้ ของหนงั สอื ไวใ้ ต้ชือ่ เต็ม เช่น ลายมอื ช่ือ (นายสรวทิ ย์ โรจนะ) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นสมศรี กรณี รองผอ./หรือผู้รักษาราชการแทนใหล้ งชื่อตำแหน่ง ดงั นี้ ลายมอื ช่อื (นางกนั ตินันท์ รัตนสหี า) ครู ค.ศ.3 รกั ษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสมศรี
1.12 ส่วนราชการเจา้ ของเร่ือง ให้ลงชอ่ื สว่ นราชการเจ้าของเรื่อง หรือหนว่ ยงานทีอ่ อกหนังสือ เชน่ งานบรหิ ารทว่ั ไป งานวิชาการ งานบริหารบคุ คล งานงบประมาณ 1.13 โทร. ใหล้ งหมายเลขโทรศพั ท์ของสว่ นราชการเจา้ ของเรือ่ ง และหมายเลขโทรศัพท์ภายใน (ถา้ มี) ไว้ใต้ชอื่ สว่ นราชการเจ้าของเร่ือง พรอ้ มทง้ั หมายเลขโทรสาร และ E-mail เช่น โทร. 0 4361 2415 ต่อ 15 โทรสาร 0 4361 2415 ต่อ 15 E- mail : [email protected] 1.14 สำเนาสง่ (ถ้ามี) ในกรณที ่ีไดจ้ ดั ส่งสำเนาไปให้ส่วนราชการหรือผู้ทเ่ี กย่ี วข้อง และประสงค์ให้ผรู้ ับทราบว่าไดส้ ่ง สำเนาไปใหผ้ ู้ใดแล้วบา้ ง ให้พิมพ์ช่อื สว่ นราชการหรอื ช่ือบุคคลที่ส่งสำเนาไปให้แลว้ ในบรรทัดตอ่ จากหมายเลข โทรศพั ทส์ ่วนราชการเจา้ ของเรื่อง เชน่ โทร. 0 65306 2663 โทร. 0 5661 2415 ต่อ 15 โทรสาร 0 4361 2415 ตอ่ 15 E- mail : [email protected] สำเนาสง่ นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลโคกก่อ ข้อควรระวงั ซ่ึงมักพบข้อผิดพลาดอยู่เปน็ ประจำ คือ ครฑุ ในหนงั สือราชการ มกั จะมี ขนาดตัวครุฑไมเ่ ปน็ ไปตามมาตรฐาน - ลักษณะครุฑแบบมาตรฐานมี 2 ขนาด คือ 1) มาตรฐานของครุฑภายนอก คือ ขนาดตวั ครุฑสงู 3 เซนตเิ มตร 2) มาตรฐานของครุฑภายใน คอื ขนาดตวั ครุฑสงู 1.5 เซนติเมตร
แบบหนังสือภายนอก ช้ันความลับ (ถา้ มี) ( ตามระเบียบขอ้ ๑๑ ) ชัน้ ความเรว็ (ถา้ มี) ท่ี ศธ …………………. / …….. โรงเรียน................................ ............................................. (วัน เดอื น ป)ี เร่อื ง……………………………………………………………. (คำขึน้ ตน้ )................................................................................... อ้างถึง (ถา้ ม)ี ................................................................................ สิง่ ทีส่ ่งมาดว้ ย (ถา้ ม)ี .................................................................... (ข้อความ)……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………… ……… ……………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………… ………………………………………………………….. ( คำลงท้าย ) ( ลงชอ่ื )…………………………………….. ( พมิ พช์ ่อื เต็ม ) (ตำแหนง่ )………………………………….. (สว่ นราชการเจา้ ของเรอ่ื ง) โทร. ..................................... โทรสาร……………………. ชัน้ ความลบั (ถา้ มี)
2. หนงั สือภายใน หนังสอื ภายใน ใชเ้ ปน็ หนงั สอื ตดิ ต่อราชการทีเ่ ป็นแบบพิธนี ้อยกวา่ หนังสือภายนอก เปน็ หนงั สอื ราชการทต่ี ิดต่อกันภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจงั หวดั เดยี วกนั กำหนดใหใ้ ช้กระดาษบันทกึ ขอ้ ความ ซง่ึ มี สว่ นประกอบ คือ 2.1 สว่ นราชการ (สว่ นราชการเจา้ ของเรอื่ ง) 2.2 ที่ 2.3 วัน เดือน ปี 2.4 เรื่อง 2.5 คำขึ้นต้น 2.6 ข้อความ (เนอ้ื หาของหนงั สอื ) 2.7 ลงช่อื 2.8 ตำแหน่ง ตามตวั อยา่ งแบบหนงั สือภายในท่ีระบุไว้ในภาคผนวก รายละเอียดของหนังสือภายใน 2.1 สว่ นราชการ ใหเ้ ขียนสว่ นราชการ “เจา้ ของเรื่อง” (ไมใ่ ชส่ ่วนราชการเจา้ ของหนงั สอื ) และเขยี น เช่นเดียวกบั ส่วนทา้ ยหนงั สอื ของหนังสือภายนอก 1) กรณีส่วนราชการออกหนงั สอื อยู่ในระดับกรมข้ึนไป ใหล้ งช่ือส่วนราชการเจา้ ของเรื่องทั้ง ระดับกรมและกอง 2) กรณีส่วนราชการออกหนงั สือต่ำกวา่ ระดับกรมลงมา ใหล้ งชือ่ ส่วนราชการเจา้ ของเร่ืองเพียง ระดบั กรม หรือสว่ นราชการเจ้าของเร่ือง (พร้อมท้งั ระบหุ มายเลขโทรศพั ท์ เช่น สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา ประถมศกึ ษามหาสารคาม เขต 1 กล่มุ อำนวยการ โทร. 0 4361 2415 2.2 ข้อความ (เนือ้ หา) เนื้อหาสาระทต่ี อ้ งการจะใหผ้ ู้รบั ได้ทราบข้อความในหนงั สือจะต้องชดั เจน เข้าใจง่าย และมีสาระ ครบถว้ น ข้อความในหนงั สือราชการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คอื 1) สว่ นเน้อื หา ทีเ่ ปน็ เหตุ หรือความเป็นมาของเรือ่ ง 2) สว่ นเนอื้ หา ทเี่ ป็นผลการดำเนินงาน หรอื ผลจากเหตุ 3) สว่ นเนอื้ หา ท่เี ปน็ จดุ ประสงค์
2.3 ทา้ ยหนงั สือ ใช้เช่นเดยี วกบั หนังสอื ภายนอก แต่ไม่มีคำลงท้าย เชน่ จึงเรียนมาเพอื่ ทราบ (นายสรวทิ ย์ โรจนะ) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านสมศรี
แบบหนังสือภายใน ( ตามระเบียบขอ้ ๑๒ ) ชนั้ ความลบั (ถ้ามี) บนั ทกึ ข้อความ ชัน้ ความเรว็ (ถ้ามี) ส่วนราชการ ..........................................................................................................……………………….. ท…่ี ........................................................................................................…………………………………… เรื่อง……………………..................................................................………………………………………. (คำขนึ้ ต้น)......................................... (ขอ้ ความ)……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ........................... ( ลงชื่อ )…………………………………….. ( พมิ พช์ ื่อเต็ม ) (ตำแหนง่ )………………………………….. ชน้ั ความลับ (ถ้ามี)
3. หนังสือประทับตรา หนังสอื ประทับตรา คอื หนังสือทใ่ี ช้ประทับตราแทนการลงชื่อของหัวหน้าส่วนราชการระดบั กรมขนึ้ ไป โดยให้หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป เป็น ผ้รู บั ผิดชอบลงชอ่ื ย่อกำกับตราการใช้หนงั สือประทบั ตรา ให้ใช้ไดร้ ะหว่างส่วนราชการกับส่วนราชการ เช่น ระหว่าง สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 6 กับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน หรือใชร้ ะหวา่ งสว่ นราชการกับบุคคลภายนอก เช่น ระหว่างสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 6 กับ นายกนก จำปามูล ในการใช้หนังสอื ประทบั ตรา ใหใ้ ชเ้ ฉพาะกรณที ไ่ี มใ่ ชเ่ รื่องสำคญั ซ่งึ ไดแ้ ก่ • การขอรายละเอยี ดเพิ่มเติม • การส่งสำเนาหนงั สือ ส่งิ ของ เอกสาร หรือบรรณสาร • การตอบรบั ทราบที่ไม่เกย่ี วกับราชการสำคัญหรอื การเงนิ • การแจ้งผลงานทไ่ี ด้ดำเนินการไปแลว้ ใหส้ ว่ นราชการท่เี กย่ี วข้องทราบ • การเตอื นเรือ่ งท่ีค้าง เช่น ส่วนราชการ ก. ได้มีหนังสอื ขอใหส้ ว่ นราชการ ข. ชแี้ จงรายละเอียด เพิม่ เติม ไปเป็นเวลานานแลว้ ยังไม่ได้รับคำตอบ สว่ นราชการ ก. จงึ ทำหนังสือ • เรื่องซ่งึ หัวหนา้ สว่ นราชการระดับกรมขึ้นไปกำหนดโดยทำเปน็ คำสัง่ ให้ใช้หนงั สอื ประทบั ตรา รายละเอียดของหนงั สือประทบั ตรา 3.1 ที่ ใชล้ งรหัสตวั พยญั ชนะและเลขประจำตวั ของเจ้าของเรื่อง ซึง่ มกี ารกำหนดรหัสพยญั ชนะ และ เลขประจำตัวของเจา้ ของเร่ือง เช่นเดียวกบั หนงั สือภายนอก ขอ้ (1) 3.2 ถึง ใหล้ งช่อื สว่ นราชการ หน่วยงาน หรอื บุคคลที่หนงั สือนั้นมีถึง เช่น ถึงกรมบัญชีกลาง หนงั สอื ประทับตรา ไมใ่ ชค้ ำข้นึ ต้นจงึ ต้องดูฐานะของผรู้ บั หนงั สือดว้ ยวา่ สมควรจะใช้หนงั สือ ประเภทนห้ี รือไม่ 3.3 ข้อความ ให้ลงสาระสำคญั ของเรือ่ งใหช้ ัดเจนและเขา้ ใจง่าย 3.4 ชือ่ สว่ นราชการทสี่ ่งหนังสือออก ใหล้ งชื่อสว่ นราชการทส่ี ่งหนงั สอื อกไวใ้ ต้ข้อความพอสมควร เชน่ สำนักงานเขตพืน้ ท่ีประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 3.5 วนั เดอื น ปี ใหล้ งตวั เลขของวันที่ ชือ่ เต็มของเดือน และตวั เลขของปพี ุทธศักราชที่ออกหนงั สือ เชน่ 19 เมษายน 2553 3.6 ตราช่ือส่วนราชการ ใหป้ ระทบั ตราชื่อส่วนราชการ ซง่ึ กำหนดลักษณะไว้ตามระเบียบ 3.7 สว่ นราชการเจา้ ของเร่อื ง ใหล้ งช่ือส่วนราชการเจ้าของเร่ือง หรอื หนว่ ยงานที่ออกหนงั สอื ให้พิมพ์ ไว้ระดบั ต่ำลงมาอีกหนงึ่ บรรทัด จากบรรทดั สุดท้ายของหนงั สือทางรมิ กระดาษซ้ายมอื 3.8 โทร. หรอื ทต่ี ้ัง ให้ลงหมายเลขโทรศัพท์ของส่วนราชการเจา้ ของเรอื่ ง และหมายเลขภายในตู้สาขา (ถา้ มี) ดว้ ย ในกรณที ่ีไม่มโี ทรศพั ท์ ใหล้ งที่ตัง้ ของสว่ นราชการ เจา้ ของเร่ืองโดยให้ลงตำบลท่อี ยู่ ตามความจำเปน็ และแขวงไปรษณีย์ (ถา้ มี
แบบหนงั สือประทับตรา ช้ันความลบั (ถา้ มี) ( ตามระเบียบขอ้ 14 ) ชั้นความเร็ว (ถ้ามี) ที่ ศธ …………/ …….. ถึง……………………………………………………………….. (ขอ้ ความ)……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………… ………………………………………………….. ( ลงช่ือสว่ นราชการทีอ่ อกหนังสอื ) ( ตราช่อื สว่ นราชการ ) (ลงชอื่ ย่อกำกับตรา) (วัน เดือน ปี ) (สว่ นราชการเจา้ ของเร่ือง) โทร…………………….. โทรสาร……………………….
ชน้ั ความลับ (ถา้ ม)ี 4. หนังสือสงั่ การ หนังสอื สง่ั การ มี 3 ชนดิ ได้แก่ คำส่งั ระเบยี บ และข้อบังคบั ตวั อยา่ ง เช่น คำสง่ั 4.1 คำสัง่ เปน็ ข้อความทผ่ี ูบ้ ังคบั บญั ชาสงั่ การให้ปฏบิ ัตโิ ดยชอบดว้ ยกฎหมาย กำหนดให้ใช้กระดาษ ตราครุฑ ซ่งึ มสี ่วนประกอบ คือ 1) คำสง่ั 2) ที่ 3) เรื่อง 4) ข้อความ 5) สั่ง ณ วนั ที่ 6) ลงชื่อ 7) ตำแหน่ง รายละเอียดของหนังสือสัง่ การ (คำส่ัง) มดี ังนี้ 1) คำสง่ั ให้ลงชื่อสว่ นราชการ หรือตำแหน่งของผูม้ ีอำนาจท่ีออกคำสง่ั เชน่ คำสั่งสำนกั งาน เขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาพิจติ ร เขต 1 2) ที่ ให้ลงเลขท่ีทอ่ี อกคำสั่ง โดยเริ่มฉบับแรกจากเลข 1 เรียงเปน็ ลำดบั ไปจนสิน้ ปีปฏทิ ิน ทบั เลขปีพุทธศักราชท่ีออกคำส่งั เชน่ 1/2550 3) เร่อื ง ให้ลงช่ือเรอื่ งที่ออกคำสง่ั เช่น แตง่ ตงั้ กรรมการคดั เลือกบุคคลเขา้ เปน็ ลูกจ้างชว่ั คราว 4) ข้อความ ใหอ้ ้างเหตทุ ี่ออกคำสัง่ และอา้ งถึงอำนาจทใ่ี ห้ออกคำสงั่ (ถา้ มี) ไวด้ ้วย แล้วจึงลงข้อความ ทส่ี ัง่ และวันใช้บังคบั 5) สั่ง ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวนั ท่ี ชือ่ เต็มของเดือน และตัวเลขของปีพทุ ธศักราชที่ออกคำสั่ง 6) ลงชือ่ ให้ลงลายมอื ช่ือผู้ออกคำส่งั และพิมพ์ชื่อเต็มของเจ้าของลายมือชอ่ื ไวใ้ ตล้ ายมือช่ือ 7) ตำแหน่ง ตามตัวอย่างแบบของหนงั สือสง่ั การ ให้ลงตำแหน่งของผู้ออกคำส่งั
คำส่งั (ส่วนราชการหรอื ตำแหนง่ ของผ้มู อี ำนาจที่ออกคำสั่ง) ท.่ี .........../............ เร่อื ง......................................................................... ............................................... ข้อความ.............................................................................................................................. ........................................................................................................................................................ .. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................. .......................................................................................................................................................... ............................................................................................................. ............................................. ทงั้ น้ี ตงั้ แต.่ ........................................................ ส่งั ณ วันที่....................................................... ( ลงช่ือ )…………………………………….. ( พิมพ์ชื่อเตม็ ) (ตำแหนง่ )…………………………………..
4.2 การออกเลขที่คำส่งั ของโรงเรียน เมอ่ื มีการจดั พิมพ์คำส่งั แตง่ ต้งั ของโรงเรียน ดำเนินการ ดงั นี้ 1) เจา้ ของเรอ่ื งจัดพมิ พค์ ำสั่งแต่งตัง้ ภายในโรงเรียน 2) เสนอหนังสอื ตามลำดบั สายการบังคับบัญชาถึงผู้อำนวยการโรงเรียนลงนาม 3) ธรุ การโรงเรียน ดำเนนิ การลงเลขที่คำสัง่ วันท่ี เร่ือง และผู้ปฏิบัตใิ นทะเบียนคำส่งั 4) สำเนาเรอ่ื งแจกใหผ้ ้เู กีย่ วข้องเพ่ือดำเนนิ การต่อไป 5) เก็บตน้ ฉบับปิดไวท้ สี่ มดุ คำสงั่ 6) สำเนาคู่ฉบับเกบ็ ไว้กับเรอื่ งท่ดี ำเนนิ การ แบบทะเบียนคำสง่ั วันที่ ....... เดือน ............................ พ.ศ. .............. เลขทคี่ ำสง่ั ลงวันที่ เร่ือง ผปู้ ฏบิ ัติ หมายเหตุ 5. หนงั สือประชาสัมพันธ์ หนังสอื ประชาสัมพันธ์ มี 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ ประกาศ แถลงการณ์ ข่าว ตวั อย่างท่ีไดป้ ฏิบัติเปน็ ประจำ เชน่ ประกาศ 5.1 ประกาศ เปน็ ข้อความทีท่ างราชการประกาศ หรือช้ีแจงใหท้ ราบหรือแนะแนวทางให้ปฏบิ ัติ กำหนดให้ใช้กระดาษตราครุฑ ซง่ึ มีส่วนประกอบ คือ 1) ประกาศ 2) เรื่อง 3) ขอ้ ความ 4) ประกาศ ณ วันที่ 5) ลงชื่อ 6) ตำแหนง่ ตามตัวอย่างแบบของหนงั สือประชาสมั พนั ธ์ (ประกาศ)ทร่ี ะบไุ ว้ ในภาคผนวกของระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
รายละเอียดของหนงั สือประชาสมั พันธ์ (ประกาศ) คือ 1) ประกาศ ให้ลงช่อื สว่ นราชการทอ่ี อกประกาศ 2) เร่ือง ให้ลงช่ือเรือ่ งที่ประกาศ 3) ข้อความ ให้อา้ งเหตุผลทตี่ ้องออกประกาศและขอ้ ความทปี่ ระกาศ 4) ประกาศ ณ วนั ท่ี ให้ลงตัวเลขของวันที่ ชอื่ เต็มของเดือน และตัวเลขของปีพุทธศักราชทีอ่ อกประกาศ 5) ลงชอื่ ให้ลงลายมือชื่อผูอ้ อกประกาศ และพิมพ์ชอื่ เตม็ ของเจ้าของลายมือช่ือไวใ้ ต้ลายมือช่ือ 6) ตำแหน่ง ตามตัวอยา่ งแบบของหนงั สือประชาสัมพันธ์ (ประกาศ) ใหล้ งตำแหนง่ ของผ้อู อกประกาศ *** ในกรณที ีก่ ฎหมายกำหนดใหท้ ำเป็นแจ้งความ ใหเ้ ปล่ียนคำว่า ประกาศ เป็น แจง้ ความ แบบประกาศ ( ตามระเบียบข้อ 20 ) ประกาศ(ชอ่ื สว่ นราชการที่ออกขอ้ บงั คับ) เร่อื ง…………………………………………………………. ……………………………………… (ขอ้ ความ)……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………. ประกาศ ณ วันท่ี………….พ.ศ…………………………………. (ลงชอ่ื )……………………………. (พมิ พช์ ่ือเต็ม) (ตำแหน่ง)…………………………….
6. หนังสือเจ้าหนา้ ที่ทำข้ึนหรือรบั ไวเ้ ป็นหลักฐานในราชการ เป็นหนงั สือทที่ างราชการทำขน้ึ นอกจากที่กลา่ วมาแล้วข้างตน้ หรือหนงั สือท่ีบุคคลภายนอก หรอื หนว่ ยงานทไี่ มใ่ ช่ส่วนราชการมีมาถึงสว่ นราชการ และสว่ นราชการรับไวเ้ ปน็ หลักฐานของทางราชการมี 4 ชนดิ ไดแ้ ก่ 6.1 หนงั สือรบั รอง 6.2 รายงานการประชมุ 6.3 บนั ทึก 6.4 หนงั สืออนื่ ๆ รายละเอยี ดของหนงั สือประชาสมั พันธ์ (ประกาศ) คือ 6.1 หนังสือรับรอง คือ หนงั สอื ที่ส่วนราชการออกเพ่ือรบั รองแก่บุคคล นติ ิบุคคล หรือหน่วยงาน เพอื่ วตั ถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดใหป้ รากฏแกบ่ ุคคลท่ัวไป
แบบหนงั สือรบั รอง ชน้ั ความลับ (ถ้ามี) ( ตามระเบยี บข้อ 24 ) ที่ ศธ …………../ …….. สว่ นราชการ.......................................... (ขอ้ ความ)หนงั สือฉบับน้ใี ห้ไว้เพอื่ รบั รองว่า (ระบชุ ื่อบุคคล นิตบิ คุ คล หรอื หน่วยงานทจ่ี ะใหก้ ารรับรอง พร้อมทั้งลงตำแหนง่ และสงั กัด หรอื ท่ตี งั้ แลว้ ตอ่ ดว้ ยข้อความท่ีรับรอง) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ให้ไว้ ณ วันที่….………………………………พ.ศ……………. ( สว่ นน้ีใชส้ ำหรับเรื่องสำคญั ) ( ลงชื่อ ) รูปถ่าย ( พิมพ์ชือ่ เต็ม ) (ถ้ามี) (ตำแหนง่ ) ( ประทับตราชอื่ สว่ นราชการ ) (ลงช่อื ผ้ไู ดร้ บั การรับรอง) (พิมพช์ ่อื เตม็ ) ชนั้ ความลบั (ถ้าม)ี
6.2 รายงานการประชุม คอื การบนั ทึกความเห็นของผู้มาประชมุ ผเู้ ข้าร่วมประชุมและมติของ ทป่ี ระชุมไว้เป็นหลักฐาน โดยกรอกรายละเอียด ดังนี้ แบบรายงานการประชุม ( ตามระเบยี บข้อ 25 ) รายงานการประชมุ ……………………… ครง้ั ท…่ี ……………. เมื่อ…………………………….. ณ ………………………………………………………. ………………… ผมู้ าประชุม 1. ……………………………………………….. 2. ……………………………………………..... 3. ……………………………………………….. ผูไ้ มม่ าประชุม (ถา้ ม)ี 1. …………………………………………………. 2. ………………………………………………… 3. ………………………………………………… ผู้เขา้ รว่ มประชุม (ถ้าม)ี 1. …………………………………………………. 2. ………………………………………………… เริ่มประชุมเวลา.......................... นาย.........................................ตำแหนง่ ประธานกรรมการไดก้ ลา่ วเปิดประชมุ และทำหน้าท่เี ป็น ประธานในทป่ี ระชุมไดด้ ำเนนิ การประชมุ ตามวาระต่างๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ ระเบยี บวาระท่ี 1 เรอ่ื งประธานแจ้งใหท้ ี่ประชมุ ทราบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………… ระเบยี บวาระท่ี 2 เรอื่ งรับรองรายงานการประชุมครัง้ ท่แี ล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ระเบยี บวาระท่ี 3 เรื่องเสนอให้ท่ีประชุมทราบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ระเบียบวาระที่ 4 เรอ่ื งเสนอใหท้ ่ปี ระชุมพจิ ารณา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ระเบียบวาระท่ี 5 เรอ่ื งอืน่ ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… เลกิ ประชุมเวลา………… ลงชอื่ ………………….................ผู้จดรายงานการประชุม (........................................................) ลงชือ่ ...............................................ผตู้ รวจรายงานการประชุม (........................................................) 6.3 บันทึก คอื ขอ้ ความซึง่ ผ้ใู ต้บงั คับบัญชาเสนอต่อผ้บู ังคับบัญชา หรือผ้บู ังคับบัญชาสงั่ การ แก่ผ้ใู ต้บงั คบั บญั ชา หรอื ข้อความท่เี จา้ หน้าท่หี รือหน่วยงานระดบั ต่ำกวา่ ส่วนราชการระดบั กรมติดต่อกนั ในการปฏบิ ตั ริ าชการใช้กระดาษบันทกึ ขอ้ ความ 6.4 หนังสืออื่น คือ หนังสือหรือเอกสารอนื่ ทีเ่ กิดข้ึนเนอ่ื งจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพือ่ เป็นหลักฐานในราชการ เช่น ภาพถ่าย ฟิลม์ หรอื หนังสือของบคุ คลภายนอกทย่ี นื่ ต่อเจ้าหนา้ ที่ และเจ้าหน้าท่ี ไดร้ ับเข้าทะเบียนรับหนังสอื ของทางราชการ มรี ูปแบบที่สว่ นราชการกำหนดขึ้นตามความเหมาะสม เวน้ แตม่ แี บบตาม กฎหมายเฉพาะเร่ือง เช่น แบบสญั ญา หลักฐานการสอบสวน และคำร้อง เป็นต้น สำหรับสถานศึกษา สมดุ หมายเหตรุ ายวัน สมุดเย่ียม สมุดตรวจราชการ จัดเป็นเอกสารหลกั ฐาน ในราชการท่ีมีความสำคัญ
สมุดหมายเหตุรายวัน กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศ คำสัง่ ทเี่ ก่ียวข้อง 1) โรงเรียนตอ้ งใชส้ มุดหมายเหตุรายวันตามแบบของกระทรวงศึกษาธิการ 2) อ่านขอ้ บงั คบั และคำอธิบายให้เข้าใจก่อนใช้ 3) เขยี นหรอื พิมพ์ขอ้ ความปิดหน้าปก ดังน้ี 4) สมุดหมายเหตุรายวันเป็นเอกสารสำคัญต้องเกบ็ รกั ษาไว้ใหด้ ีมิให้สญู หาย 5) การเขียนขอ้ ความท่ปี กหน้า ปกใน ควรเขียนเป็นตัวบรรจง วันท่ี เดอื น พ.ศ. ให้เขียน เป็นตวั หนงั สอื มใิ ห้เขียนย่อ สมดุ หมายเหตรุ ายวนั เลม่ ที่.................. โรงเรยี น....................................................................... อำเภอ.........................จังหวดั ....................................... เริม่ ใช้เมอื่ วันท.่ี ........เดอื น.....................พ.ศ. ................ ถึงวนั ที่....................เดือน......................พ.ศ. ............... 6) ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น ตำแหนง่ ใดทีไ่ ม่ใช้ใหข้ ดี ออก 7) สำหรบั โรงเรยี นทีส่ งั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ให้ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา ลงช่ือใหใ้ ช้สมุดหมายเหตรุ ายวนั 8) ลงสมุดหมายเหตุรายวนั ด้วยหมกึ ดำเสมอ หากเขยี นผดิ พลาดให้ขดี ฆ่าด้วยหมึกสีแดง และเขียนด้วยหมึกแดง ลงนาม วนั เดอื น ปี ยอ่ กำกบั ไว้ทุกแหง่ ทุกครง้ั ทีข่ ้ึนเลม่ ใหม่ หน้าแรกต้องบันทึกประวตั ยิ ่อ โรงเรยี นไว้ ประกอบด้วย การก่อตั้งเมื่อใด สอนชั้นใดบ้าง สถติ คิ รนู กั เรยี น รายชื่อผบู้ ริหารโรงเรียน อาคารเรยี นมีก่ี หลัง เปน็ ต้น 9) การบันทกึ วนั เดอื น ปี ใหเ้ ขยี นตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษ ถา้ ผู้อำนวยการสถานศึกษาบนั ทึก ไมต่ ้องลงตำแหน่ง ถ้าผู้รกั ษาราชการแทนบนั ทึก ตอ้ งลงตำแหน่งกำกับดว้ ย 10) รายการท่ีเป็นตวั เลข ใหใ้ ช้เลขไทยทั้งหมด 11) หน้าหน่ึงๆ ใชเ้ ตม็ หน้าไม่เว้นบรรทัด 12) ไมค่ วรบนั ทกึ กระทบกระเทอื นผู้หนึง่ ผู้ใด 13) ถา้ เหตุการณป์ กติ ควรบันทกึ ข้อความ (ดังตัวอย่าง) วัน..............เดือน.........................พ.ศ............................
โรงเรยี นเปดิ เรียนตามปกติ ครมู าทำการสอน............คน ไม่มา............คน นักเรยี นมาเรยี น คดิ เปน็ รอ้ ยละ.....................(นาย/นาง).................................เป็นครูเวรประจำวนั 14) กรณที ่ีผู้บริหารไม่สามารถปฏิบัติหนา้ ท่รี าชการได้ ใหผ้ รู้ ักษาราชการแทนเป็นผู้บนั ทกึ สมุดหมายเหตรุ ายวนั 15) วนั หยดุ ตา่ งๆ บนั ทึก (ดงั ตัวอยา่ ง) วนั ..............เดือน.........................พ.ศ............................ วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชินนี าถ โรงเรียนปดิ 1 วัน (ลงชอ่ื )............................................. 16) ในวันปดิ ภาคเรียนใหบ้ นั ทึก (ดังตวั อยา่ ง) วนั ..............เดอื น.........................พ.ศ............................ ปดิ ภาคเรยี นภาคต้น ปีการศกึ ษา..............ต้ังแตว่ นั ที่.............. เดอื น........................... พ.ศ............. ถึง วนั ที่...................เดอื น........................พ.ศ.......................... (ลงช่ือ)............................................. 17. ตอ้ งบันทกึ หมายเหตรุ ายวนั เป็นประจำอยู่เสมอ แม้ว่าปดิ ภาคเรยี น หากมีเหตุกรณีพิเศษ เกดิ ขน้ึ ก็ให้บันทกึ เป็นวันๆ ตามความจริง สมุดเยย่ี ม โรงเรียนต้องจดั ให้มีสมดุ เย่ียม โดยใช้สมุดเบอร์ 2 เขยี นหรือพิมพ์ลงในกระดาษสำหรับ ปิดหน้าปก ดงั น้ี สมุดเยยี่ ม เล่มท่ี.................. โรงเรยี น....................................................................... อำเภอ.........................จงั หวดั ....................................... เริ่มใช้เมอ่ื วนั ท.ี่ ........เดอื น.....................พ.ศ................ ถึงวันท่ี....................เดอื น......................พ.ศ.............. ผูม้ าเยย่ี มทกุ คนไม่จำกดั เพศ วัย สัญชาติ ศาสนา มีสทิ ธิ์เขยี นรายการแสดงความคดิ เห็น
ลงในสมดุ เยย่ี มได้ กรณีทมี่ าเย่ียมเป็นคณะจะลงรายการเยี่ยมและเซน็ ชื่อร่วมกันก็ได้ ผู้มาเยย่ี มมีสิทธ์เิ ขยี นรายการ แสดงความคดิ เห็นต่างๆ ได้ หากมกี ารบรจิ าคทรัพย์หรือส่งิ ของอืน่ ใด ก็ใหผ้ ู้มาเยีย่ มแสดงจำนวนหรอื รายการนั้นๆ ไวด้ ว้ ย ในชอ่ งหมายเหตุ ผ้มู าเยยี่ มไม่ต้องลงรายการแต่อย่างใด สมดุ ตรวจราชการ จัดให้มสี มุดบนั ทึกการตรวจราชการไว้รบั ตรวจโดยเฉพาะ นอกเหนอื จากสมุดหมายเหตรุ ายวัน เพื่อให้ผลการตรวจราชการเห็นได้ชดั เจน และมีความต่อเน่ือง โดยมีแบบ ดังน้ี สมุดตรวจราชการ เลม่ ท่ี............ โรงเรยี น....................................................................... อำเภอ.........................จงั หวดั ....................................... เรมิ่ ใชเ้ มือ่ วนั ท่ี.........เดอื น.....................พ.ศ................ ถึงวันที่....................เดอื น......................พ.ศ.............. แบบบนั ทึกการตรวจ ลำดับท่ี สถานที่ดำเนินงาน/โครงการทีต่ รวจ การดำเนนิ การของผู้รับการตรวจ วัน เดอื น ปี คำแนะนำหรอื การสง่ั การของผูต้ รวจ เมือ่ ผ้มู ีอำนาจบนั ทึกการตรวจราชการไวก้ ลบั ไป ผรู้ ับการตรวจต้องดำเนนิ การตามท่ีบันทกึ สงั่ การใดๆ ไว้ วา่ ได้ดำเนนิ การไปอย่างไร แลว้ สำเนาบันทึกดังกล่าวให้ผู้ตรวจท่ีลงนามไว้ ทราบภายใน 7 วัน นอกจากหนังสือราชการ ท้งั 6 ประเภท นี้แล้ว ควรจะรูว้ ิธปี ฏบิ ตั ิเก่ยี วกบั หนังสือที่ตอ้ งปฏิบตั ิใหเ้ รว็ กวา่ ปกติ หรอื ท่ี เรียกว่าหนังสือราชการด่วน และการทำสำเนาหนงั สอื ราชการ หนังสือท่ตี ้องปฏบิ ัตใิ ห้เร็วกว่าปกติ เปน็ หนังสอื ท่ตี ้องจัดสง่ และดำเนินการทางสารบรรณ ด้วยความรวดเร็วเปน็ พิเศษ แบ่งเปน็ 3 ประเภท คือ 1) ด่วนทส่ี ดุ ให้เจา้ หนา้ ที่ปฏิบัติในทันทีทไ่ี ด้รบั หนังสอื น้นั 2) ดว่ นมาก ให้เจ้าหน้าทป่ี ฏิบตั โิ ดยเร็ว 3) ดว่ น ให้เจา้ หน้าท่ปี ฏบิ ัตโิ ดยเรว็ เรว็ กวา่ ปกติเท่าทจ่ี ะทำได้
การผลติ เอกสาร ขน้ั ตอนของการผลติ เอกสาร 1) ข้ันตอนที่ 1 การกำหนดชัน้ ความลบั มี 4 ชนั้ คือ ปกปดิ ลับ ลับมาก ลับท่ีสดุ โดยกำหนดให้ ข้าราชการระดับหวั หนา้ แผนก หัวหนา้ กอง และหัวหนา้ ส่วนราชการระดับกรมขึน้ ไป เป็นผู้ มีอำนาจหน้าทีใ่ นการกำหนดช้ันความลับน้ัน เอกสารลับจะมีขบวนการผลิต การรับ การส่ง การเกบ็ รกั ษา จะปฏบิ ัตทิ พ่ี ิเศษออกไปจากเอกสารปกติ 2) ขน้ั ตอนที่ 2 การกำหนดช้นั ความเร็ว มี ดว่ น ด่วนมาก ดว่ นทส่ี ดุ และด่วนภายใน กำหนดเวลา การกำหนดชน้ั ของความเรว็ ยังไม่ได้ระบุไว้วา่ จะให้ผู้มีอำนาจหน้าทร่ี ะดบั ใดเป็นผูก้ ำหนด ชั้นได้ 3) ขน้ั ตอนที่ 3 การรา่ งหนังสอื โดยปกตเิ จา้ ของเรื่องทผี่ บู้ ังคบั บญั ชามอบหมาย จะเป็น ผู้ร่างหนงั สอื หลังจากที่ได้ศึกษาและเข้าใจอยา่ งถ่องแท้แล้ว จึงดำเนินการพิมพ์ เพ่ือเสนอผบู้ งั คับบัญชา 4) ขน้ั ตอนที่ 4 การพิมพ์เจา้ ของเร่ืองหรือเจ้าหน้าที่ธุรการ จัดพมิ พ์โดยดำเนินการพิมพ์ ตามแบบพมิ พ์ท่เี จ้าหน้าที่ของเร่ืองกำหนด การพิมพห์ นังสอื ราชการ จดั พมิ พ์ 3 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบับจริง สำเนาคูฉ่ บับ และสำเนา 5) ขน้ั ตอนท่ี 5 การตรวจทาน จะเป็นหน้าทีข่ องเจา้ ของเรื่องดำเนินการตรวจทาน ความถกู ตอ้ งของการพมิ พ์ ตรวจทานเพอื่ ความสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ ง อีกครัง้ หน่งึ 6) ขนั้ ตอนการเสนอผูบ้ งั คบั บัญชา เมื่อหนงั สือได้พิมพ์ถูกต้องแลว้ เจา้ หน้าที่เจ้าของเรื่อง นำเสนอผ้บู ังคบั บัญชาตามลำดับขน้ั หากมเี รื่องเดิมให้แนบเร่อื งเดมิ ด้วย 7) ขน้ั ตอนในการส่งหนงั สือถึงผู้รับ เม่ือผบู้ งั คับบัญชาลงนามแล้ว จะต้องนำหนังสือนนั้ ไปออกเลขท่ี/ลำดับ หนงั สือส่งออก และนำไปลงทะเบียนในสมดุ หนงั สือส่งออก จึงสง่ หนังสอื ออกไปได้ 8) ขั้นตอนการจดั เกบ็ สำเนาหนงั สอื หรือ สำเนารา่ งหนงั สือ เจ้าของเรื่องจดั เก็บสำเนา คู่ฉบบั และส่งสำเนาเก็บไวท้ ่ีสารบรรณกลาง สรปุ ขั้นตอนการผลิตเอกสาร กำหนดช้ันความลบั กำหนดช้ันความเร็ว รา่ ง ตรวจแก้ไข พิมพ์ ตรวจทาน เสนอผบู้ งั คบั บญั ชา ตรวจเรอื่ ง ผ่าน ลงนาม การเสนอหนังสือราชการ การเสนอหนังสือราชการ คอื การนำหนังสือท่ีดำเนินการชัน้ เจ้าหน้าท่ีเสร็จแล้ว เสนอต่อ ผู้บังคับบญั ชา เพื่อพจิ ารณาบันทกึ ส่งั การ ทราบ และลงชอ่ื หลักการเสนอหนังสอื ราชการ ให้เสนอไปตามสายการปฏบิ ตั ิงาน ตามลำดบั ช้ันของ ผ้บู งั คับบัญชา ยกเวน้ กรณี ดังตอ่ ไปนี้ 1) เรื่องที่มีการกำหนดชั้นความเร็วหรือเฉพาะเจาะจงถึงบุคคล ให้เสนอโดยตรงได้ แต่ต้อง รายงานให้ผบู้ ังคับบญั ชาทราบด้วย
2) เรอ่ื งทม่ี กี ฎหมาย กฎ ขอ้ บงั คบั ระเบียบ กำหนดไวโ้ ดยเฉพาะ เชน่ เรื่องร้องเรยี น การกลา่ วหาหรืออุทธรณ์คำสง่ั ตอ่ ผบู้ งั คบั บัญชาช้ันเหนอื ขึ้นไป วธิ ีเสนอหนงั สือ เจา้ หน้าท่ี ควรแยกหนงั สือที่เสนอออกเปน็ ประเภทตา่ งๆ เสยี ก่อน ดงั น้ี 1) เรื่องลับ ใหแ้ ยกปฏิบัติตามระเบียบวา่ ด้วยการรักษาความปลอดภัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2517 2) เร่อื งดว่ น ดว่ นมาก ด่วนทส่ี ุด ให้แยกออกปฏบิ ัติโดยเร็ว และรีบเสนอขนึ้ ไปทนั ที 3) เรอื่ งอ่ืนๆ ให้พิจารณาและจดั เรียงลำดบั ว่าเปน็ เรอื่ งท่ีต้องสั่งการพจิ ารณา หรอื เพ่อื ทราบ แนวปฏบิ ัตกิ ารเสนอหนงั สือ 1) โดยปกติการเสนอหนังสือต้องใส่แฟ้มเสนอเซ็น โดยแยกตามลักษณะความสำคัญของเรื่อง แต่ให้จัดลำดับเร่ืองท่ีต้องพิจารณาก่อนไว้ข้างหน้า เร่ืองท่ีได้รับมาก่อนต้องเสนอ เพ่ือให้ได้รับการปฏิบัติให้เสร็จ ก่อน ในกรณีที่ส่วนราชการมีหนังสือราชการมาก ควรแยกเป็นประเภทละแฟ้ม หากส่วนราชการใดมีหนังสือ ราชการนอ้ ย อาจใช้แฟ้มเดียวก็ได้ 2) การจดั หนังสือเสนอ ให้จัดให้สะดวกในการพิจารณา โดยมีเอกสารประกอบการพิจารณาให้ พรอ้ ม และต้องจัดให้เป็นระเบียบ เพ่อื ให้พลิกดไู ด้ทนั ที 3) การเสนอหนังสือเร่ืองสำคัญ ซงึ่ มรี ายละเอียดจะต้องพิจารณามาก ผู้ทำเร่ืองขอนำเรื่องเสนอ ด้วยตนเองก็ได้ ท้ังน้ี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บังคับบัญชาสอบถามเหตุผลบางประการประกอบการพิจารณา เม่ือได้รับ อนมุ ัติแลว้ กน็ ำเรอ่ื งไปเสนอดว้ ยตนเอง 4) เร่ืองหนังสือฝากเสนอ คือ เป็นหนังสือจากหน่วยงานอื่น ซึ่งไม่อยู่ในสายงานปกติของหน่วย ราชการน้ันๆ ที่นำเสนอผู้บังคับบัญชาช้ันเหนือข้ึนไปพิจารณาสั่งการ ให้ผู้ฝากเสนอทำบัญชีเป็นหลักฐานไว้ เม่ือ หนังสือฝากนั้นได้รับการพิจารณาแล้ว ผู้ฝากจะรับคืนไปให้ลงช่ือรับไว้ด้วย ผู้รับฝากจะต้องสนใจในการเสนอเท่าๆ กับงานในหน่วยงานของตน 5) ลักษณะการจัดเรียงหนังสือเสนอ ให้เรียงลำดับขึ้นมา โดยเมื่อมีการบันทึกมาใหม่ให้เรียง ซอ้ นไว้ขา้ งหน้าเปน็ ลำดับ เม่ือเร่ืองไปถงึ ผู้บงั คับบัญชา ผบู้ งั คบั บัญชาจะเหน็ บันทกึ ของผู้บนั ทึกหลังสุดมาก่อน ส่วน ผู้บันทึกแรกจะอยู่หลังสุด และเพื่อความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชาในการพิจารณาความเห็นท่ีผ่านข้ึนมาตามลำดับ จะให้หมายเลข 1, 2, 3 โดยเขียนตัวเองอยู่ในวงกลมกำกับเร่ืองท่ีเสนอข้ึนมาตามลำดับก็ได้ ถ้าเร่ืองที่เสนอมีหลาย แผ่น เพอ่ื ให้เกดิ ความเรยี บรอ้ ยและปอ้ งกนั การสูญหาย ข้นั ตอนในการรบั หนังสือ หนงั สือรับ หมายถึง หนังสือท่ไี ด้รบั เขา้ มาจากหนว่ ยงานภายในและหน่วยงานภายนอกโรงเรยี น ส่งเรอื่ งมาที่โรงเรยี น โดยงานธุรการจะตรวจสอบหนังสอื ที่รบั เข้ามา และจดั เสนอ ตามข้ันตอน ดงั นี้ 1) จัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนของหนังสอื เพื่อดำเนินการก่อนหลัง 2) ประทับตราลงรบั หนงั สือทีม่ ุมดา้ นขวาของหนังสือโดยกรอกรายละเอียด ดงั น้ี 2.1) เลขรับ ให้ลงเลขทรี่ ับตามเลขทรี่ บั ในทะเบียน
2.2) วนั ที่ ให้ลงวนั เดอื น ปี ทร่ี ับหนงั สอื 2.3) เวลา ให้ลงเวลาท่รี ับหนงั สอื ชื่อส่วนราชการ ............................................. รับที่............................................................... วนั ท่ี .............................................................. เวลา ............................................................. ตรารับขนาด 2.5*5 ซ.ม. 3) ลงทะเบยี นรบั หนังสือ โดยดำเนนิ การกรอกรายละเอียด ดงั น้ี 3.1) ทะเบยี นหนงั สอื รับ วันท่ี เดอื น พ.ศ. ใหล้ งวัน เดือน ปี ทล่ี งทะเบยี นรบั 3.2) เลขทะเบียนรับ ให้ลงเลขลำดับของทะเบียนหนังสือรบั เรียงลำดับตดิ ต่อกนั ไป ตลอดปปี ฏทิ นิ เลขทะเบียนของหนงั สอื รบั จะต้องตรงกบั เลขท่ใี นการรบั หนงั สือ 3.3) ท่ี ให้ลงเลขทข่ี องหนังสือทรี่ บั เข้ามา 3.4) ลงวันที่ ให้ลงวนั เดือนปขี องหนังสือทร่ี ับเข้ามา 3.5) จาก ใหล้ งตำแหน่งเจ้าของหนังสือหรอื ช่ือสว่ นราชการหรอื ชื่อบุคลากรในกรณีที่ ไมม่ ตี ำแหน่งระบุ 3.6) ถงึ ใหล้ งตำแหน่งของผู้ที่หนังสอื นนั้ มีถึง หรอื ชื่อส่วนราชการ หรอื ช่อื บคุ คล ในกรณที ี่ไม่มตี ำแหนง่ ระบุ 3.7) เรือ่ ง ใหล้ งช่ือเรื่องของหนังสือฉบบั นั้น ในกรณีท่ีไม่มีชอื่ เรอ่ื งใหล้ งสรุปเร่ืองย่อ 3.8) การปฏิบตั ิ ให้บนั ทึกการปฏบิ ัตเิ กี่ยวกับหนงั สือฉบับน้ัน 4) คัดแยกหนังสือท่ีลงทะเบยี นรับ ตามสายงาน แลว้ ให้หัวหน้ากลมุ่ บันทึกให้ความเหน็ แล้ว จัดส่งใหผ้ รู้ ับผิดชอบ 5) การรบั หนังสอื ภายในโรงเรยี น เมื่อได้รบั หนังสือแลว้ ให้งานธุรการปฏบิ ัตติ ามทกี่ ล่าวข้างตน้ โดยอนโุ ลม
แบบทะเบียนหนงั สือรบั วนั ท่ี ....... เดือน ............................ พ.ศ. .............. เลขทะเบียนรับ ที่ ลงวนั ที่ จาก ถงึ เรือ่ ง การปฏบิ ตั ิ หมายเหตุ การสง่ หนังสอื หนงั สือที่ผลติ แลว้ โรงเรยี นจะส่งออกไปหน่วยงานภายในและหนว่ ยงานภายนอกโรงเรยี น ปฏิบตั ติ ามข้ันตอน ดังน้ี 1) ให้เจ้าของเร่ืองตรวจสอบความเรียบร้อยของหนังสือ รวมท้ังส่ิงที่จะส่งไปด้วยให้ครบถ้วน และส่งเรื่องท่ีงานธุรการโรงเรยี น 2) งานธุรการโรงเรียน ตรวจสอบความเรียบร้อยของหนังสืออีกครั้งหน่ึงว่าเอกสาครบถ้วน หรือไม่ หรือขอ้ ความที่พิมพม์ ามผี ิดตรงไหนบา้ ง ก็จะสง่ คืนให้แก้ไข 3) ธุรการโรงเรยี นลงทะเบยี นหนงั สือส่ง โดยกรอกรายละเอยี ดดงั นี้ 3.1) ทะเบยี นหนงั สือสง่ วนั ที่ เดอื น พ.ศ. ให้ลงวนั เดือนปที ีล่ งทะเบยี น 3.2) เลขทะเบยี นหนงั สือส่ง ใหล้ งเลขลำดับของทะเบยี นหนงั สอื สง่ 3.3) ที่ ให้ลงรหัสตัวพยัญชนะและเลขประจำของส่วนราชการเจ้าของเร่ือง ทับเลขท่ีหนังสือ สง่ ออก ในหนงั สือที่จะส่งออก เชน่ ศธ 04099/145 3.4) ลงวันที่ ให้ลงวนั เดือน ปที ี่จะส่งหนงั สือน้นั ออก 3.5) จาก ให้ลงตำแหนง่ เจา้ ของหนังสือ หรือชื่อสว่ นราชการ 3.6) ถงึ ให้ลงตำแหนง่ ของผ้ทู ีห่ นงั สอื น้ันมีถึง หรือถา้ ไมม่ ี หรอื ไม่ทราบให้ใช้ชอื่ สว่ นราชการ 3.7) เรื่อง ให้ลงชื่อเรื่องของหนังสือฉบับน้ัน ในกรณีที่ไม่มีชื่อเร่ืองให้ลงสรุปเรื่องย่อจาก หนงั สือส่งมา 4) ลงเลขท่ีและวันเดือนปีในหนังสอื ท่ีจะส่งออกท้งั ในต้นฉบบั สำเนาคฉู่ บับและสำเนาให้ตรงกับ เลขทะเบียนสง่ และวันเดือนปใี นทะเบียนหนังสอื ส่ง 5) ดำเนินการจัดสง่ หนังสอื กระทำได้ 2 วธิ ีตามสถานการณ์ ดงั ต่อไปนี้ 5.1) จัดส่งหนว่ ยงานภายนอกโรงเรยี น โดยดำเนนิ การจัดส่งโดยตรง 5.2) จัดส่งหนงั สอื ทางไปรษณยี ์
เลขทะเบียนสง่ ท่ี ลงวันที่ จาก แบบทะเบียนหนังสือส่ง วนั ที่ ....... เดอื น ............................ พ.ศ. .............. ถงึ เร่ือง การปฏบิ ัติ หมายเหตุ การเก็บรักษา ยมื และทำลายหนังสือ การเกบ็ หนงั สอื แบง่ ออกเปน็ 1) เกบ็ ระหวา่ งปฏบิ ัติ 2) เก็บเมอ่ื ปฏิบัตเิ สร็จแลว้ 3) เกบ็ เพอ่ื ใช้ในการตรวจสอบ รายละเอยี ด มีดงั ต่อไปนี้ 1) การเก็บระหว่างปฏิบัติ คือการเก็บหนังสอื ทปี่ ฏบิ ตั ยิ งั ไม่เสร็จสมบรู ณใ์ ห้อย่ใู นความ รบั ผดิ ชอบของเจา้ ของเรอื่ ง โดยใหก้ ำหนดวิธกี ารเก็บใหเ้ หมาะสมตามขัน้ ตอนของการปฏบิ ัตงิ าน เช่น 1.1) การเก็บหนังสือระหว่างปฏิบัตขิ องเจ้าหนา้ ที่ รับ – สง่ หนังสอื จดั ให้มแี ฟม้ จดั เก็บ คอื 1) แฟม้ รบั เรือ่ งเข้าใหม่ 2) แฟม้ เสนอเซน็ เร่ืองด่วนมาก ปกปดิ 3) แฟม้ เสนอเซน็ เรื่องธรรมดา 4) แฟม้ รอส่ง 1.2) การเกบ็ หนังสือระหว่างปฏบิ ัติของเจา้ หน้าทีเ่ จา้ ของเรื่อง 1) แฟ้มเร่ืองเข้าใหม่ 2) แฟม้ เรื่องกำลงั ดำเนินการ 3) แฟ้มรอตอบ – รอสง่ เม่ือเสร็จสน้ิ การทำงานในแต่ละวัน ให้เจา้ หน้าที่เจ้าของเร่ืองจดั เก็บแฟ้มให้เรียบร้อย 2) การเก็บเม่ือปฏบิ ตั ิเสรจ็ แลว้ คอื การเกบ็ หนงั สือทป่ี ฏิบตั ิเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีอะไร ท่จี ะต้องปฏบิ ตั ิต่อไปอกี โดยดำเนินการผู้รับผดิ ชอบการจัดดำเนนิ การ การเกบ็ ระหว่างปี คือ การจัดเก็บหนังสือราชการที่ปฏิบตั ิเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ แต่ยังอยู่
ระหว่างปีปฏิทิน เพ่ือสะดวกในการคน้ หา เจ้าหนา้ ที่ควรจดั แฟม้ เก็บเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ โดยโรงเรยี นสามารถ แบ่งกล่มุ การเกบ็ ดงั น้ี เอกสารทเี่ ขา้ มาภายในโรงเรยี นมาจากแหลง่ ตา่ งๆ มที ุกประเภท และมีจำนวนมาก เอกสารทุกฉบบั มคี วามสำคัญจะต้องเก็บไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน เพ่ือการค้นคว้าภายหน้า จงึ จำเป็นต้องเกบ็ เอกสารต่างๆ เป็นหมวดหมู่ และมรี ะเบยี บเพ่ือความสะดวกในการค้นหาได้งา่ ยสะดวก รวดเร็ว และให้เอกสารอย่ใู นสภาพที่ เรยี บรอ้ ย ไมช่ ำรดุ เสียหาย การเกบ็ เอกสารตามหมวดหม่ตู ามการปฏบิ ตั ิจริง เรอื่ งตา่ งๆ ภายในโรงเรยี นสามารถ แบ่งเปน็ หมวดหมูไ่ ด้ ดงั น้ี การแบง่ หมวดหนังสือ 1) หมวดการบริหารทัว่ ไป 2) หมวดการบริหารวิชาการ 3) หมวดการบริหารงบประมาณ 4) หมวดการบรหิ ารงานบุคคล การแบง่ กลุ่มเร่อื ง เป็นการเก็บเรือ่ งท่มี ีความสัมพันธก์ ันไว้ในหมวดเดยี วกัน โดยกำหนด รหัสตวั เลข ท้ายรหสั ตัวอักษรประจำหมวด เชน่ หมวดการบริหารงานบคุ คล (บค) หรอื P หมวดการบริหารงานบคุ คล (บค) Person (P) P 1 กลุม่ เรอ่ื งการพัฒนาบุคลากร P 2 กลมุ่ เรือ่ งการแต่งต้ัง/ย้าย ตัวอยา่ งทะเบียนการจัดเกบ็ หนังสือราชการ แฟ้มที่ รหสั แฟ้ม เรอ่ื ง หมายเหตุ P 1 กลุ่มเร่อื งการพัฒนาบคุ ลากร 1 P 1/1 การประชุม อบรม สัมมนา 2 P 1/2 การศกึ ษาดงู านของข้าราชการครู การเกบ็ เม่อื สน้ิ ปี ดำเนินการประทับตรากำหนดเกบ็ หนังสอื มุมลา่ งด้านขวาของ กระดาษแผ่นแรก และลงลายมือช่ือย่อกำกับตราหนังสือทเี่ ก็บไว้ตลอดไป โดยปฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1) ประทบั ตรา หา้ มทำลาย ดว้ ยหมึกสแี ดง 2) หนงั สือทต่ี ้องเกบ็ โดยมกี ำหนดเวลา ประทับตรา เก็บถงึ พ.ศ…… ดว้ ยหมกึ สนี ้ำเงิน 3) อายกุ ารเก็บหนงั สือ ปกติไมน่ ้อยกว่า 10 ปี ยกเว้น 3.1) หนงั สือทีต่ ้องสงวนไว้เป็นความลบั
3.2) หนงั สือทเ่ี ป็นหลักฐานทางอรรถคดี สำนวนของศาลหรอื พนักงานสอบสวน 3.3) หนังสอื ทเ่ี ก่ยี วกับประวัตศิ าสตร์ ขนบธรรมเนียม จารตี ประเพณี สถิติ หลกั ฐาน หรอื เร่อื งท่ตี อ้ งใชส้ ำหรับศกึ ษาค้นคว้า 3.4) หนงั สอื ทป่ี ฏิบตั งิ านเสร็จสนิ้ แล้ว และเปน็ คสู่ ำเนาที่มตี ้นเรื่องคน้ ไดจ้ ากทอ่ี น่ื เก็บไวไ้ ม่น้อยกว่า 5 ปี 3.5) หนงั สอื ที่เป็นธรรมดา ซ่งึ ไมม่ คี วามสำคญั และเป็นเร่ืองทเ่ี กดิ ข้ึนเปน็ ประจำ เกบ็ ไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี หนงั สือทเี่ กี่ยวกับการเงิน ซงึ่ ไมใ่ ช่เอกสารสทิ ธิ หากเหน็ ว่าไมจ่ ำเป็นตอ้ งเก็บถงึ 10 ปี ให้ทำ ความตกลงกบั กระทรวงการคลงั เพอื่ ขอทำลายได้ ทุกปีปฏิทินใหส้ ว่ นราชการจัดส่งหนังสอื ทีม่ ีอายุครบ 25 ปี พร้อม บญั ชีสง่ มอบให้กองจดหมายเหตุแห่งชาติ ภายใน 31 มกราคม ของปถี ดั ไปเว้นแต่ • หนงั สอื ต้องสงวนเป็นความลบั • หนังสอื ที่มกี ฎหมาย ขอ้ บังคับ หรอื ระเบียบที่ออกใช้เปน็ การท่วั ไปกำหนดไว้ เป็นอยา่ งอ่นื • หนังสอื ทม่ี ีความจำเปน็ ต้องเก็บไว้ท่สี ว่ นราชการนน้ั การทำลายหนงั สือ ภายใน 60 วนั หลงั ส้ินปปี ฏทิ นิ ให้เจ้าหน้าทสี่ ำรวจและจัดทำบญั ชหี นงั สือขอทำลายเสนอหวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กรม เพอ่ื พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการทำลายหนงั สือ คณะกรรมการทำลายหนงั สือ ประกอบดว้ ย ประธาน และกรรมการอีกอย่างน้อย 2 คน (ระดบั 3 ขนึ้ ไป) 3) การเก็บไวเ้ พื่อใชใ้ นการตรวจสอบ คือ การเกบ็ หนงั สอื ท่ปี ฏิบตั เิ สรจ็ เรียบร้อยแล้ว แต่จำเปน็ จะต้องใชใ้ นการตรวจสอบเปน็ ประจำ ไมส่ ะดวกในการสง่ เก็บ ให้เจา้ ของเรอื่ งเก็บเป็นเอกเทศได้ 2. งานธรุ การทัว่ ไป 2.1 การกำหนดเวลาทำงานและวนั หยดุ ราชการ กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ประกาศ คำสง่ั ท่ีเกย่ี วข้อง ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ว่าดว้ ยกำหนดเวลาและวนั หยดุ ราชการของสถานศกึ ษา พ.ศ. 2547 ขา้ ราชการผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ดว้ ยกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการของสถานศกึ ษา ดังนี้ 1) ให้สถานศึกษาเริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. พักกลางวันเวลา 12.00-13.00 น.เป็น เวลาทำงานตามปกติ โดยมีวันหยุดราชการประจำสปั ดาหค์ ือ วันเสารแ์ ละวันอาทิตย์ หยุดราชการเต็มวนั ทง้ั สองวัน แต่ท้ังน้ีทั้งนั้น เวลาทำงานในสถานศึกษา อาจมีการเปล่ียนแปลงตามความเหมาะสม ข้ึนอยู่กับข้อตกลงของ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา 2) วันปิดภาคเรียนให้ถือว่าเป็นวันพักผ่อนของนักเรียน ซึ่งสถานศึกษาอาจอนุญาตให้ข้าราชการ หยุดพักผอ่ นด้วยกไ็ ด้ แตถ่ ้ามีราชการจำเป็นให้ข้าราชการมาปฏบิ ตั ริ าชการเหมอื นการมาปฏิบตั ิ
ราชการตามปกติ 3) วันที่สถานศึกษาทำการสอนชดเชยหรือทดแทน เน่ืองจากสถานศึกษาส่ังปิดด้วยเหตุพิเศษหรือ กรณพี เิ ศษตา่ ง ๆ ใหถ้ อื ว่าเปน็ วันทำงานปกตติ ามระเบยี บน้ี 2.2 การเปิดและปิดสถานศึกษา กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คำส่งั ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ยปีการศกึ ษาการเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 ช่วงเวลารอบปีการศึกษาหนึ่ง ถือว่าวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันเริ่มต้นปีการศึกษา และวันที่15 พฤษภาคมของปถี ัดไป เป็นวันสิ้นปกี ารศกึ ษา ซ่ึงในรอบปีการศึกษาหนึ่ง ทางสถานศึกษาได้กำหนดวันเปิดและปิด สถานศึกษาเปน็ 2 ภาคเรยี น คอื 1) ภาคเรยี นทห่ี นงึ่ วนั เปิดภาคเรยี น วนั ที่ 16 พฤษภาคม วนั ปิดภาคเรียน วันที่ 11 ตุลาคม 2) ภาคเรยี นที่สอง วันเปดิ ภาคเรียน วันท่ี 1 พฤศจิกายน วันปดิ ภาคเรียน วันท่ี 1 เมษายน ของปีถัดไป ในการเปดิ ปิดสถานศกึ ษา อาจมกี ารเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม ขนึ้ อยกู่ บั ดลุ ยพินจิ ของสว่ นราชการเจ้าสังกัด เป็นผู้กำหนดตามทเ่ี หน็ สมควร 2.3 การชกั ธงชาติ กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คับ ประกาศ คำสัง่ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการชกั ธงชาติในสถานศึกษา พ.ศ. 2547 ธงชาติไทยถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย ท่ีจะสร้างความรู้สึกนิยมและภูมิใจในความเป็น ชาติไทย กระทรวงศึกษาธิการจึงร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการชักธงชาติ ในสถานศึกษา เพ่ือ กำหนดให้สถานศึกษามีการชักธงชาติข้ึนและลงตามเวลาในแต่ละวัน โดยกำหนดเวลาชักธงชาติข้ึนและลง ดังต่อไปนี้ 1) ในวันเปดิ เรียน ชักขน้ึ เวลาเขา้ เรียน และเชญิ ลงเวลา 18.00 น. 2) ในวนั ปิดเรยี น ชกั ข้ึนเวลา 08.00 และเชิญลงเวลา 18.00 น. สถานศึกษาใดมีความจำเป็น ไม่อาจจะชักธงชาติขึ้นและลงตามเวลาท่ีกำหนดไว้ใน ข้อ 1 หรือข้อ 2 ไดใ้ ห้หัวหน้าสถานศึกษาเปน็ ผ้มู ีอำนาจพจิ ารณาตามความเหมาะสม การลดธงครึง่ เสา ในกรณีท่ีทางราชการให้ลดธงครึ่งเสา เมื่อธงถึงยอดเสาแล้วจึงลดลงมาโดยเร็ว ให้ อยู่ในระดับความสงู 2 ใน 3 และเมื่อจะลดธงลงให้ชกั ข้นึ โดยเร็ว จนถึงยอดเสาก่อนจึงลดลง 2.4 การสอบ กฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คับ ประกาศ คำสัง่ ทีเ่ กีย่ วข้อง ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร วา่ ดว้ ยการปฏบิ ตั ิของผูก้ ำกบั การสอบ พ.ศ. 2548
การดำเนินการจัดการสอบทุกประเภท ผู้ทำหน้าท่ีกำกับการสอบมีส่วนสำคัญท่ีจะทำให้ก าร ดำเนินการสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ผู้กำกับการสอบจึงจำเป็นต้องทราบถึงข้อปฏิบัติต่างๆ เก่ียวกับ หนา้ ทขี่ องตนเองทัง้ ในด้านท่ีพงึ กระทำและไม่พึงกระทำ ดังตอ่ ไปน้ี 1) ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับการสอบ ไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาเร่ิมสอบตามสมควร หากไม่สามารถปฏิบตั ิไดด้ ว้ ยเหตผุ ลใดๆ ใหร้ บี รายงานผบู้ งั คบั บญั ชาทราบโดยดว่ น 2) กำกบั การสอบ ให้ดำเนินไปดว้ ยความเรียบร้อย ไมอ่ ธิบายคำถามใดๆ ในขอ้ สอบแกผ่ เู้ ข้าสอบ 3) ไมก่ ระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนแก่ผเู้ ข้าสอบ รวมท้ัง ไม่กระทำการใดๆ อนั เป็น การกระทำใหก้ ารปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ขี องผกู้ ำกับการสอบไม่สมบูรณ์ 4) แตง่ กายให้สุภาพเรียบรอ้ ย ตามแบบที่ส่วนราชการหรือสถานศกึ ษากำหนด หากผ้กู ำกับ การสอบไมป่ ฏบิ ตั ติ าม ให้ผู้บังคบั บญั ชาพิจารณาความผดิ และลงโทษ ตามควรแกก่ รณี 5) ผู้กำกับการสอบมีความประมาทเลินเล่อหรือจงใจ ละเว้นหรือรู้เห็นแล้วไม่ปฏิบัติตามหน้าท่ี หรือไมร่ ายงานจนเป็นเหตุใหม้ กี ารทจุ รติ ในการสอบเกิดขึน้ ถอื วา่ เป็นการประพฤตผิ ิดวนิ ยั รา้ ยแรง 2.5 การพานกั เรียนไปทศั นศึกษานอกสถานศกึ ษา กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคบั ประกาศ คำส่ังท่เี กยี่ วข้อง ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการพานักเรยี นและนักศึกษาไปนอกสถานศกึ ษา พ.ศ.2548 การพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา หมายความว่า การท่ีครู อาจารย์ หรือหัวหน้า สถานศึกษา พานักเรียนและนักศึกษาไปทำกิจกรรมการเรียนการสอนนอกสถานศึกษา ต้ังแต่สองคนข้ึนไปซ่ึงอาจ ไปเวลาเปิดทำการสอนหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่รวมถึงการเดินทางไกลและการเข้าค่ายพักแรมของลูกเสือ ยุวกาชาด และ เนตรนารี และการไปนอกสถานที่ตามคำส่งั ในทางราชการ หลกั เกณฑ์และข้อปฏบิ ตั ใิ นการพานกั เรียนไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 มขี ้ึนตอนการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1) การพาไปนอกสถานศึกษาไมค่ ้างคนื ครูผรู้ ับผดิ ชอบโครงการทำเรือ่ งเสนอผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาพิจารณาอนุญาต 2) การพาไปนอกสถานศกึ ษาคา้ งคนื ครูผู้รับผิดชอบโครงการทำเร่ืองเสนอผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเรื่องเข้าสำนักงานเขตพื้นที่ การศกึ ษา เพือ่ ผ้อู ำนวยการสำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาพจิ ารณาอนญุ าต 3) การพาไปนอกราชอาณาจกั ร ครูผู้รับผิดชอบโครงการทำเร่ืองเสนอผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเรื่องเข้าสำนักงานเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษา เพ่อื ดำเนินการตามขัน้ ตอน ขอ้ กำหนดตามระเบียบท่ีควรทราบ
1) ครูผู้ควบคุมจำเป็นต้องมีครูท่ีเป็นผู้ช่วยผู้ควบคุม เพื่อดูแลในการเดินทาง โดยกำหนดให้ครูหน่ึง คนต่อนักเรยี นไมเ่ กิน 30 คน 2) ทำการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือขอคำแนะนำหรือขอความร่วมมือ และต้องทำป้ายแสดงให้เห็นว่ายานพาหนะนนั้ บรรทุกนกั เรียน ในการดำเนินการทุกข้ันตอน ต้องทำการขออนุญาตผู้ปกครองของนักเรียนทุกคร้ัง และหลังจาก กลบั มา ต้องรายงานผลการพานกั เรียนและนกั ศกึ ษาไปนอกสถานศึกษาให้กบั ผูส้ ัง่ อนุญาตทราบ แบบขออนุญาตพานักเรียน/นักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ที่ ........................................................ สถานศกึ ษา................................................... ( วนั เดอื น ปี )......................................................... เรอื่ ง การพานักเรยี น/นักศึกษา ไปนอกสถานศกึ ษา เรยี น ....................................................................... ขา้ พเจ้าขออนญุ าตนำนกั เรยี น/นกั ศึกษา มจี ำนวน ................คน และคร/ู อาจารย์ควบคุม.............คน โดย มี.................................................เปน็ ผู้ควบคมุ ไปเพื่อ............................................................................ ณ...........................................................................................จงั หวัด..................................เรม่ิ ออกเดินทางวันที่ .............เดอื น.....................................พ.ศ......................เวลา.................น. และจะไปตามเส้นทางผา่ น ......................................................................................................................................................................โดย พาหนะ....................................................... จะพกั คา้ งที.่ ........................................................................และกลับถึง สถานศกึ ษาวนั ท่.ี ............เดอื น...................................พ.ศ.......................คา่ ใช้จ่ายทัง้ สนิ้ จำนวน .................................................บาท การไปครง้ั น้ีไดป้ ฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ว่าด้วยการพานกั เรยี น และนกั ศกึ ษาไปนอกสถานศึกษาแล้ว จงึ เรยี นมาเพ่ือโปรดพิจารณาอนญุ าต ขอแสดงความนบั ถือ (............................................) ตำแหนง่ ............................................
แบบขออนญุ าตผ้ปู กครองพานกั เรียน/นกั ศกึ ษาไปนอกสถานศกึ ษา สถานศกึ ษา...................................................... ( วัน เดอื น ปี ).............................................................. เรื่อง การพานักเรียน/นักศึกษา ไปนอกสถานศกึ ษา เรยี น .................................................................... ด้วย (ช่ือสถานศึกษา) ......................................................มีความประสงค์จะขออนุญาตนำ (ชือ่ นักเรียน/นักศกึ ษา).................................................................ไปศึกษานอกสถานศึกษา ในการไปคร้ังน้ี มนี กั เรียน/นักศึกษา จำนวน.............คน มคี รู/อาจารยค์ วบคุม.............คน โดยมี........................................... เป็นผู้ ควบคุมไปเพื่อ................................................. ณ ............................................จังหวดั ...........................เริ่มออก เดินทางวนั ที.่ .........เดือน...................................พ.ศ............................เวลา..............น. และจะไปตามเส้นทางผา่ น .........................................................โดยพาหนะ.......................จะพกั ค้างท่.ี .............................และกลับถึง สถานศกึ ษาวันที.่ ..............เดือน...........................พ.ศ................. ค่าใชจ้ ่ายทง้ั สน้ิ จำนวน.........................................................บาท จงึ เรียนมาเพื่อขออนุญาต (ชื่อนกั เรียน/นักศึกษา)...............................................................ไปศึกษานอก สถานศึกษาในครั้งนี้ ขอแสดงความนบั ถือ (.......................................................) ตำแหนง่ ............................................................ -------------------------------โปรดกรอกแบบข้างล่างนแ้ี ล้วส่งกลบั คืนสถานศึกษา------------------------------------- ข้าพเจา้ .................................................... ผปู้ กครอง (ดญ./ดช./นายนางสาว) ............................................ อนญุ าต ไมอ่ นญุ าต ให้..........................................................ไปศกึ ษานอกสถานศกึ ษาในครัง้ นี้ ลงชอ่ื ......................................................ผู้ปกครอง (...................................................)
แบบรายงานผลการพานกั เรยี น/นักศึกษาไปนอกสถานศึกษา ท่ี ศธ .......................................... สถานศกึ ษา............................................... ( วนั เดือน ปี ).............................................................. เร่ือง การพานักเรยี น/นกั ศกึ ษา ไปนอกสถานศึกษา เรียน ....................................................................... ตามทขี่ า้ พเจา้ ได้รบั อนญุ าตให้นำนักเรียน/นกั ศกึ ษา มีจำนวน .............คน และคร/ู อาจารยค์ วบคุม ..............คน โดยมี...................................................................................เป็นผู้ควบคมุ ไปเพื่อ....................... ....................................ณ. ..................................................................จงั หวัด.................................................โดยเรม่ิ ออกเดินทางวันที่..........เดือน................................พ.ศ.................เวลา.........................น. ได้ไปตามเสน้ ทางผ่าน .................................................................โดยพาหนะ.......................................และได้กลับถงึ สถานศึกษาวันท่ี .............เดือน..........................พ.ศ..................นั้น การพานักเรยี น/นกั ศึกษาไปคร้ังนี้ เปน็ ไปดว้ ยความ................................(เรียบร้อยหรอื ไม่เรียบรอ้ ย ให้ ชแี้ จงโดยละเอยี ด)...................................................................................................................................... ................................................................... .................................................................................................... . ........................................................................................................................................................................ จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ (............................................) ตำแหน่ง.....................................................
แบบบนั ทึกรายงานการพานักเรยี นไปทศั นศึกษานอกสถานศกึ ษา ปีการศึกษา........................... โรงเรยี น...................................... ครั้ง วนั เดือนปี รายการ/กจิ กรรม ผลการดำเนินการ หมายเหตุ ท่ี 1 5 – 7 มคี . จากคำสง่ั รร.ที่........./......... นักเรยี นได้รับ.................. 53 เรือ่ ง........................................................... ........................................ ลว. ....................มีคร.ู .......คน ........................................ นกั เรียน......... คน(ช้นั ....................... ) ........................................ ได้ไปทศั นศึกษาตามเส้นทาง................ ........................................ ............................................................. ........................................ ............................................................. ........................................ โดยรถ................................................... ........................................ งบประมาณจาก.................................... เปน็ เงนิ ทง้ั สิน้ ................................บาท ปกี ารศึกษา............มีการพานักเรยี นไปศึกษานอกสถานศึกษา...........คร้งั ร้อยละ.........ของนักเรยี นทง้ั หมด นักเรยี นรอ้ ยละ............ของโรงเรียน ไดศ้ ึกษาแหลง่ เรียนรูน้ อกสถานศกึ ษา งบประมาณท่ีใช้ทง้ั สิ้น....................บาท 2.6 การจดั ระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรกึ ษา กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คำสั่งทเี่ ก่ยี วข้อง กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการจัดระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรกึ ษา และฝกึ อบรมแกน่ กั เรียน นักศกึ ษา และผปู้ กครอง พ.ศ. 2548 กิจกรรมแนะแนว หมายความว่า กิจกรรมทเ่ี ก่ียวกับงานแนะแนว การให้คำปรกึ ษา แลฝึกอบรม เพ่ือ ส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียน นักศึกษาและ ผปู้ กครอง โรงเรียนต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษา และฝึกอบรมแก่นักเรียน และผปู้ กครอง โดยมสี าระสำคัญ ดังนี้ 1) พัฒนาระบบงานแนะแนวทจ่ี ะชว่ ยเหลือดแู ลนกั เรียนเป็นรายบุคคล ครูทกุ คนมีบทบาท
ในการแนะแนว รู้จักและเข้าใจผู้เรียน ค้นพบและจัดการเรียนรู้ท่ีจะพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ให้คำปรึกษาด้าน การดำรงชีวิต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการศึกษาต่อและการมีงานทำ โดยให้มีระบบดูแลตั้งแต่แรกเข้า เพ่ือ ติดตามดแู ลอย่างต่อเนอื่ งจนจบการศกึ ษา 2) สำรวจ เฝ้าระวัง และติดตามนักเรียนที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด เพื่อจัดกิจกรรมในการพัฒนาและ ปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรมอยา่ งเปน็ ระบบและต่อเน่ือง 3) แจ้งให้ผ้ปู กครองของนักเรียนท่เี ส่ียงต่อการกระทำผิดทราบถงึ พฤตกิ รรม และหาแนวทาง แก้ไขปัญหารว่ มกนั 4) จัดให้มีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัย ป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรง โดยมีแผนงาน ผู้รบั ผดิ ชอบ และการตดิ ตามตรวจสอบ 5) สนบั สนนุ ให้ผูป้ กครองและชมุ ชนมสี ว่ นร่วมรับผิดชอบในการส่งเสรมิ ความประพฤติ และความปลอดภัยของนักเรียน 6) จัดให้มีระบบการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานต่อหน่วยงานต้นสังกัดอย่าง นอ้ ยปลี ะหน่ึงครั้ง 2.7 การลงโทษนักเรียน กฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ คำสงั่ ทเ่ี กยี่ วข้อง 1) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร วา่ ดว้ ยการลงโทษนกั เรยี นและนักศึกษา พ.ศ. 2548 2) ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าดว้ ยการลงโทษนกั เรยี นและนักศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 การลงโทษนกั เรยี นตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยการลงโทษนักเรยี นและนกั ศึกษา (ฉบับ ท่ี 2) พ.ศ. 2550 มขี ้อกำหนดไว้ ดังนี้ โทษท่ีจะลงโทษแกน่ กั เรียนหรอื นกั ศึกษาท่กี ระทำผิด มี 5 สถาน ดงั น้ี 1) วา่ กลา่ วตกั เตือน 2) ทำทณั ฑบ์ น 3) ตดั คะแนนความประพฤติ 4) ทำกิจกรรมเพื่อปรบั เปล่ียนพฤติกรรม การดำเนนิ การเพ่อื ให้ปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม ให้ปฏิบตั ิอยา่ งใดอย่างหนึ่ง ดังน้ี 4.1) ทำคณุ ประโยชนต์ ่อสาธารณะ เช่น ทำความสะอาดโรงเรียน ฯลฯ 4.2) พัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เชน่ เขา้ คา่ ยอบรมหลักสตู รคุณธรรม 4.3) ส่งจติ แพทยห์ รือนกั จิตวิทยาเพื่อการบำบัดฟืน้ ฟู ซ่ึงการดำเนนิ การในส่วนนี้จำเป็น ตอ้ งทำร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับบิดามารดา ผ้ปู กครองนักเรียน 5) พักการเรยี น การพักการเรยี น ใหท้ ำไดใ้ นกรกรณอี ยา่ งใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
5.1) แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเกินกวา่ ปกติ อนั มีผลกระทบต่อรา่ งกายหรือจิตใจของผู้อนื่ 5.2) แสดงพฤติกรรมท่ีขัดต่อความสงบเรยี บร้อย หรอื ศลี ธรรมอย่างร้ายแรง 5.3) แสดงพฤติกรรมรุนแรงท่ีอาจละเมิดสิทธิของผ้อู ืน่ 5.4) กระทำการท่เี ส่ยี งต่อการเกดิ อาชญากรรม การให้พกั การเรียนจะสง่ั พักการเรยี นคร้งั หนึ่งได้ไมเ่ กนิ 7 วัน โดยใหเ้ ป็นอำนาจของ คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผูพ้ จิ ารณา โดยความเหน็ ชอบของสำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาหรือหน่วยงานท่ี กำกับดูแล แล้วแต่กรณี
สารสนเทศงานสารบรรณ ของโรงเรยี น........................ปพี .ศ. ............. ท่ี รายการ มค. กพ. มคี . จำนวนหนงั สอื (ฉบับ) กย. ตค. พย. ธค. รวม เมย. พค. มิย. กค. สค. 1 หนงั สอื ราชการรับจาก - สังกัดเดี่ยวกนั (สพฐ) - ตา่ งกรม กอง กระทรวง อื่นๆ 2 หนังสอื ราชการสง่ ถงึ - รร. สงั กัดเดยี วกนั - รร. ตา่ งสังกัด - หน่วยงาน/กอง/กรม/ กระทรวงอ่ืนๆ.......... 3 หนังสือเอกสารลบั /ปกปดิ 4 หนังสือสง่ั การ - คำสัง่ - ประกาศ - หนังสอื รบั รอง 5 รายงานการประชมุ 6 รายงานการรับการตรวจ ราชการ 7 รายงานการตรวจเยย่ี ม โรงเรยี น 8 รายงานการนเิ ทศ 9 การศึกษา รายงานการส่งั เปิด-ปิด 10 สถานศกึ ษา รายงานการลงโทษนักเรียน
2.8 ความสมั พันธ์กบั ชุมชน การบริหารสถานศึกษาด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เป็นการดำเนินงานของบุคคลใน สถานศึกษาในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน สำหรับบุคคลในสถานศึกษานั้น ประกอบด้วย ผู้บริหาสถานศึกษา ผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา รวมท้ัง ครู อาจารย์ ทุกคน ย่อมจะดำเนินงานในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนด้วย เช่น การเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยสอนให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ท่ีบ้าน หรือนำไปใช้ในชุมชน หรือนำความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในชุมชน บุคคลในสถานศึกษาไปร่วมกิจกรรมในชุมชน สถานศึกษาขอความ ชว่ ยเหลอื จากชมุ ชน สถานศกึ ษาใหค้ วามชว่ ยเหลือชมุ ชน สถานศกึ ษาใช้ทรัพยากรในชุมชน เปน็ ต้น การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนจะช่วยพัฒนาคนให้มีคุณภาพ หรือเป็นคนเก่ง คนดี ได้ เช่น การ สอนให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ที่บ้าน หรอื นำไปใช้ในชุมชน ไม่ใช่สอนให้ท่องจำ ไม่ใช่สอนให้นำความรู้ไปสอบ สอบ แล้วก็ลืมหมด หรอื การสอนให้นกั เรียนนำความรู้ไปช่วยแก้ปัญหาในชมุ ชนได้ หรือการเชิญปูชนียบุคคลในชุมชนมา ให้ความรู้แก่ผู้เรียน ย่อมจะทำให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวางข้ึนยิ่งไปกว่าน้ัน การบริหารงานด้านการสร้าง ความสัมพันธ์กับชุมชน จะต้องดำเนินงานไปพร้อมๆ กับการบริหารงาน ด้านอ่ืนๆ อย่างเท่าเทียมกัน จึงจะช่วย พัฒนาคนให้มีคุณภาพ คือ เป็นท้ังคนเก่งและคนดีได้ ถ้าหากคุณครูจะดำเนินการอย่างจริงจังและจริงใจ จะช่วย แกป้ ญั หาการศึกษาไดอ้ ยา่ งดี โดยในการสรา้ งความสัมพันธ์กบั ชมุ ชน จะดำเนินงานไดห้ ลากหลาย ดังนี้ 1) การสอนให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ในครอบครัวและชุมชน เช่น การละเว้นจากยาเสพติด การ ลดละเลิกอบายมุข การลดละเลิกใช้ยาฆ่าแมลง การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การปลูกผักปลอดสารพิษ การปลูกป่ารักษา ธรรมชาติส่ิงแวดล้อม ฯลฯ เนื้อหาวิชาเหล่าน้ีเมื่อผู้เรียนเรียนในสถานศึกษาแล้ว ผู้สอนจะย้ำให้ผู้เรียนนำไปใช้ใน ครอบครัวและชุมชน และติดต่อประสานงานกับผู้ปกครอง ให้อบรมดูแลว่าผู้เรียนนำความรู้ไปใช้หรือไม่ อย่างไร อีกดว้ ย 2) สถานศึกษาขอความร่วมมือจากชมุ ชน ซง่ึ จะขอความรว่ มมือจากชมุ ชนในด้านต่างๆ ได้ คือ 2.1) ขอความร่วมมอื ในดา้ นการเปน็ วิทยากร หรอื เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ เช่น ในชมุ ชนมีภูมิ ปัญญาท้องถิ่น เช่น ศิลปินพื้นบ้าน ช่างทอผ้า ช่างจักสาน ช่างแกะสลัก ช่างป้ัน และช่างตัดผม เป็นต้น ซึ่งเป็น แหล่งศึกษาหาความรู้อย่างดีย่ิง จะดำเนินการได้โดยเชิญมาเป็นวิทยากรหรือให้ผู้เรียนไปศึกษาไปฝึกงานกับภูมิ ปัญญาทอ้ งถ่ินเหลา่ น้ี 2.2) ขอความร่วมมอื ในดา้ นทนุ ทรพั ย์ วัสดุ ครุภัณฑ์ จากชุมชน เชน่ ขอบริจาคเงนิ จากธนาคาร บริษัทห้างร้าน ในชุมชน เพื่อนำมาใช้จ่ายในสถานศึกษา หรือเป็นเงินทุนสำหรบั ผู้เรยี นท่ียากจน ขอบริจาคหนังสือ เคร่ืองเขียนจากสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ ร้านจำหน่ายเครื่องเขียนแบบเรียน ขอบริจาคข้าวสาร ผัก ผลไม้ ไข่ไก่ จาก ประชาชนในชมุ ชน เพ่ือนำมาทำอาหารกลางวันแกผ่ ูเ้ รียนในสถานศกึ ษา เปน็ ตน้ 3) สถานศกึ ษาให้ความช่วยเหลอื หรอื บริการชุมชน ซงึ่ อาจจะดำเนนิ การไดห้ ลากหลาย เชน่
3.1) จดั ให้มีการสอนหรือฝึกอบรมเก่ียวกับวิชาชพี ให้กับประชาชนในชุมชน เช่น การตอนติดตา ต่อก่ิงต้นไม้ การเกษตรผสมผสาน การเล้ียงปลาในนาข้าว การเล้ียงไก่พันธ์ุเน้ือ การตัดเย็บเส้ือผ้า การทำอาหาร ทำขนม การใช้คอมพิวเตอร์ การแกแ้ ละซอ่ มเคร่อื งยนต์ เป็นตน้ 3.2) ให้ความช่วยเหลือในด้านความรู้ และเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ แก่ประชาชนในชุมชน เช่น ความรู้เก่ียวกบั อาหาร ยารักษาโรค (ยาชุด ยาแกป้ วดต่างๆ) โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ การรกั ษาโรคแบบธรรมชาติบำบัด อันตรายจากยาฆา่ แมลงในผักผลไม้ การเกษตรทฤษฎใี หม่ เกษตรกรรมทางเลือก เป็นตน้ 3.3) จัดบริการข่าวสารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน เช่น สถานศึกษา ทำหอกระจายข่าว แล้วถ่ายทอดเสียงจากรายการวิทยุที่เป็นความรู้เพื่อประชาชนจะได้นำไปใช้ในชีวิต ประจำวัน ได้ หรอื อา่ นขา่ วสารความรเู้ กยี่ วกบั การรกั ษาสขุ ภาพอนามัย เปน็ ตน้ 3.4) การเป็นผู้นำและให้ความรว่ มมือในการพัฒนาชุมชน สถานศึกษาจะดำเนินการได้ โดยจัด โครงการพัฒนาชุมชน โดยชุมชนสนับสนุนดา้ นบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์ เช่น ขุดลอกคูคลองที่ต้ืนเขิน ขุดคูระบาย น้ำ ซอ่ มสรา้ งถนนเขา้ หมบู่ า้ น ทำความสะอาดวดั และตลาด เป็นต้น 4) บรกิ ารเกย่ี วกบั อาคารสถานทีข่ องสถานศึกษาแกป่ ระชาชนในชมุ ชน เช่น ใหป้ ระชาชน ในชุมชนใชห้ อประชุม ใช้หอ้ งสมุด ใช้หอ้ งพยาบาล ใช้โรงอาหาร และใชส้ นามกีฬา เปน็ ตน้ 5) การออกเย่ียมเยียนผู้ปกครองและผู้เรยี นตามบ้าน เช่น เม่ือผเู้ รยี นเจ็บปว่ ย หรือผู้สอนไปแนะนำ ผู้เรียนทำแปลงเกษตรท่ีบ้าน รวมทั้ง การเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เช่น รว่ มงานการทอดกฐินท่ีวัด รว่ มงานมงคล ในชุมชน เปน็ ตน้ 6) การประชาสัมพันธ์สถานศึกษา เช่น จัดให้มีส่งิ พิมพ์เพ่ือเผยแพร่ขา่ วสารของสถานศึกษา อาจทำ ในรูปของจดหมายข่าว วารสาร จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้มาติดต่อสอบถาม หรอื ให้ความ สะดวกแก่ผ้มู าติดต่อสถานศึกษา 7) การเชิญผู้ปกครองและประชาชนในชมุ ชนมาประชุม เช่น ในวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ วัน เปิดเรยี นในภาคเรยี นแรกของปีการศกึ ษา เปน็ ต้น 8) การรายงานผลการเรยี น และอ่ืนๆ ให้ผู้ปกครองทราบ เชน่ การรายงานเป็นประจำวัน หรือการทำสมดุ พกประจำตวั นกั เรยี น ซึง่ จะมที ง้ั ผลการเรียน ความประพฤติ สขุ ภาพ และอน่ื ๆ 9) การใชท้ รพั ยากรท้องถ่ินในงานวิชาการ แบ่งออกไดเ้ ปน็ 4 ขอ้ ย่อย ดังน้ี 9.1) ทรพั ยากรบคุ คล ได้แก่ นกั วชิ าการ ครู อาจารย์ จากสถานศึกษาอื่น ศลิ ปนิ พน้ื บา้ น ผูอ้ าวุโส ผ้เู ป็นปูชนยี บุคคลในหมู่บา้ น ผูป้ กครองนักเรียน ซ่งึ นำมาใช้ในลักษณะขอคำปรึกษาและขอ้ เสนอแนะ หรือ เชิญเป็นวิทยากรให้ความรแู้ ก่ผู้เรยี น เป็นตน้ 9.2) ทรัพยากรวัตถุท่ีมนุษย์สร้างข้ึน ได้แก่ โสตทัศนปู กรณ์ สถานศึกษาอ่ืน นำมาใช้ในลักษณะ ของการสนับสนุนวัสดุอปุ กรณก์ ารศกึ ษา การร่วมมอื ทางวชิ าการ เปน็ ตน้
9.3) ทรพั ยากรธรรมชาติ ได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเล ปะการงั หิน แร่ธาตุ สตั วป์ า่ สมุนไพร ซึ่งจะนำมาใชใ้ นลักษณะเปน็ สอื่ การเรยี นการสอน การไปทศั นศึกษา การช่วยกันอนรุ กั ษไ์ ว้ เป็นตน้ 9.4) ทรัพยากรสังคม ได้แก่ วันสำคัญ ศิลปะพ้ืนบ้าน วัฒนธรรมพ้ืนบ้าน โบราณสถาน โบราณวัตถุ ประเพณีต่างๆ ซึ่งจะนำมาใช้ได้ในลักษณะให้ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม โดยตรง จัดนทิ รรศการ การศึกษาหาขอ้ มูล เพอื่ จะไดช้ ่วยกนั อนุรกั ษ์ไว้ เป็นตน้ 10) การมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีกับชุมชน ความใกล้ชิดและเป็นกันเองของบุคลากรกับชุมชน ถือเป็นส่วน หนึ่งที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ท่ีดีกับชุมชนอย่างแนบแน่น โรงเรียนเราน้ันมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ ชมุ ชนหลายงานด้วยกัน คือ 10.1) งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครูทุกคนจะต้องมีเด็กที่ต้องดูแล ด้วยการเยี่ยมบ้าน นักเรียนของบุคลากรทุกทา่ น เพ่ือได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปญั หา ความพึงพอใจและความตอ้ งการของชมุ ชนต่อ โรงเรียน และโรงเรยี นต่อชุมชน จงึ เปน็ ส่วนหน่ึงให้ผปู้ กครองนักเรยี นและครไู ดม้ สี ว่ นปฏิสมั พันธท์ ี่ดตี อ่ กัน 10.2) การต้อนรับผู้ปกครองท่ีเข้ามาสู่สถานศึกษาด้วยไมตรีจิตท่ีดี ทักทาย พูดคุย แนะนำ ขอ้ มลู ด้วยความเป็นกันเอง 10.3) การมโี อกาสทไี่ ดพ้ บปะสงั สรรคก์ ับชุมชนนอกสถานศกึ ษา
สารสนเทศงานความสัมพนั ธ์กับชุมชน โรงเรยี น.................................... ปกี ารศึกษา..................... รายการ มี/ครั้ง ไม่มี 1. การให้บรกิ ารพัฒนาชมุ ชน 1.1 สอนนักเรยี นนำความรู้ไปใชใ้ นครอบครวั /ชมุ ชน - ยาเสพตดิ (ลด ละ เลกิ ) อบายมุข - เลกิ ใชย้ าฆ่าแมลง/สารเคมี - การใชเ้ คร่ืองใช้ไฟฟา้ /วสั ดุอปุ กรณ์ - การอนรุ กั ษธ์ รรมชาติสง่ิ แวดล้อม 1.2 การใหบ้ รกิ ารอาคารสถานที่ เครื่องมือ อปุ กรณแ์ ก่ชุมชน 1.3 การเปน็ วิทยากร แหลง่ ศกึ ษาหาความรู้ทางวชิ าการแก่ชุมชน (เกษตรธรรมชาติ) 1.4 การให้บรกิ ารหอ้ งสมุด/ดนตรี/การแสดงของนกั เรียนแก่ชมุ ชน 2. การขอรับความรว่ มมือ ช่วยเหลือ สนบั สนนุ จากชมุ ชน 2.1 เชญิ ภูมิปัญญาท้องถ่ินมาชว่ ยเปน็ วิทยากร 2.2 ขอรบั การสนับสนนุ ทนุ ทรพั ย์ วัสดุ ครุภัณฑ์ 2.3 การใชท้ รพั ยากรท้องถนิ่ ในงานวิชาการ 2.4 การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมการให้บริการชมุ ชน ท่ีจัดได้เดน่ ทส่ี ดุ ได้แก.่ ................................................................... กิจกรรมการขอรบั ความร่วมมือ สนบั สนนุ จากชุมชนที่เดน่ ที่สดุ ....................................................
การจดั ระบบการควบคมุ ภายในหนว่ ยงาน กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บังคับ ประกาศ คำส่งั ที่เกยี่ วข้อง 1) พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2) ระเบยี บคณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ ว่าดว้ ยการกำหนดมาตรฐานการควบคมุ ภายใน พ.ศ. 2544 ข้ันตอนการดำเนนิ งาน 1) ระบปุ จั จัยเสี่ยงตามแผนปฏิบัตริ าชการ 4 ปี (แผนกลยทุ ธ์) ของสถานศกึ ษา 2) ประเมินความเสยี่ งและจดั ลำดับความเสย่ี ง 3) วิเคราะห์ปจั จยั เสย่ี ง เพ่ือจดั ทำรายงานและแผนบริหารความเส่ียง 4) วางแผนการจดั ระบบควบคุมภายในสถานศกึ ษา 5) ส่งเสริมใหบ้ ุคลากรทีเ่ กี่ยวขอ้ งทุกฝ่าย นำมาตรการป้องกันความเสยี่ งไปใช้ในการควบคุม การดำเนนิ งานตามภารกจิ โดยสอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑม์ าตรการและวิธีการท่ีสำนักตรวจเงินแผน่ ดนิ กำหนด 6) ติดตามประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ตามมาตรการที่กำหนดและปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสม เปน็ ระยะๆ 7) รายงานการควบคมุ ภายในต่อสำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาให้ทราบอยา่ งนอ้ ยปลี ะ 1 ครงั้ แนวทางการจัดส่งรายงานการประเมนิ ผลการควบคมุ ภายใน ของสำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาและสถานศกึ ษา ตง้ั แต่งวดสิน้ สดุ 30 กันยายน 2552 เป็นต้นไป ……………………………………………….. สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ได้พจิ ารณาหนังสือแนวทาง : การจดั วางระบบควบคุม ภายใน และการประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ทส่ี ำนักงานการตรวจเงนิ แผ่นดินจดั ทำขน้ึ ใหม่ สรปุ สาระสำคัญได้ ดังน้ี 1. สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาและสถานศึกษาเป็นส่วนงานยอ่ ยภายใต้สังกดั สำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานที่มีอสิ ระทางการบรหิ ารจึงถอื เสมอื นเปน็ หน่วยรบั ตรวจ โดยมีกลมุ่ /งานใน สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาและสถานศึกษา เปน็ ส่วนงานยอ่ ย
2. รปู แบบการจัดทำรายงานตามระเบียบฯ ข้อ 6 มีดงั น้ี รายงานแบบเดมิ รายงานแบบใหม่ หน่วยรบั ตรวจ ส่วนงานยอ่ ย หน่วยรับตรวจ สว่ นงานย่อย (สำนกั /สพท/ถานศกึ ษา) (สพฐ./สพท./ถานศึกษา) (สำนกั /กลมุ่ /งาน) แบบรายงานทจี่ ัดสง่ แบบรายงานทจ่ี ัดส่ง แบบรายงานทจี่ ดั ส่ง สตง. แบบรายงานทจี่ ัดสง่ 1. แบบ ปอ.1 1. แบบ ปย.1 1. แบบ ปอ.1 1. แบบ ปย.1 2. แบบ ปอ.2 2. แบบ ปย.2 เก็บไว้ท่ีหนว่ ยงาน 2. แบบ ปย.2 3. แบบ ปย.1-ร 3. แบบ ปย.3 2. แบบ ปอ.2 4. แบบ ปส. 4. แบบตดิ ตาม ปย.3 3. แบบ ปอ.3 5. แบบ ปอ.3 เก็บไว้ทหี่ น่วยงาน 4. แบบ ปส.(เฉพาะ สพฐ./ 6. แบบติดตาม ปอ.3 5. แบบ ปย.2-1 สพท.) เก็บไว้ทห่ี นว่ ยงาน 6. แบบ ปม. 7. แบบ ปอ.2-1 ท้ังนี้ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษา ต้องจัดทำรายงานระดับส่วนงานย่อยและนำผลการ ประเมนิ ในระดบั สว่ นงานย่อยมาประมวลเป็นรายงานระดับหนว่ ยรับตรวจ แลว้ จัดสง่ รายงานตอ่ สำนกั งานการตรวจ เงินแผ่นดินหรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคโดยตรง โดยจัดส่งเฉพาะหนังสือรับรองการประเมินผลการ ควบคุมภายใน (แบบ ปอ.1) เพียงฉบับเดียว สำหรับรายงานอ่ืนตามแบบข้างต้นให้จัดเก็บไว้ท่ีหน่วยงาน เพ่ือให้ หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าท่ีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและบุคคลอื่นที่เก่ียวข้องเรียกดูและสอบทาน ตอ่ ไป ซ่ึงสถานศึกษาต้องสำเนา แบบ ปอ.1 ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ ภายในวันท่ี 30 ธันวาคม ของทกุ ปี 3. ใหส้ ำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาและสถานศึกษาทย่ี ังไม่ได้จดั วางระบบการควบคมุ ภายในตามระเบียบฯ ข้อ 5 ดำเนินการจัดวางระบบการควบคุมภายในของตนเอง และจัดทำหนังสือรับรองการจัดวางระบบการควบคุม ภายในต่อสำนกั งานการตรวจเงนิ แผ่นดนิ /สำนกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ภูมภิ าคฉบบั เดยี ว ข้นั ตอนการจดั ทำรายงานประเมนิ ผลการควบคุมภายใน ส่วนงานยอ่ ย (กลุ่ม/งาน) 1. กำหนดผรู้ บั ผดิ ชอบ โดยแต่งต้งั เปน็ คณะทำงาน 2. นำแบบ ปย.3 (ปี 51) มาติดตามผลการปฏิบัติงานว่าได้ดำเนินการตามแผนการปรับปรุงหรือไม่ อย่างไร แล้วสรุปผลการดำเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษร (ให้แต่ละ สพท./สถานศึกษา พิจารณาออกแบบการ บนั ทกึ เป็นลายลักษณ์อกั ษรตามความเหมาะสม) 3. ประเมินองค์ประกอบของการควบคมุ ภายใน (ภาคผนวก ก) โดยพิจารณาวา่ ปจั จุบนั ระบบ การควบคุมภายในมคี วามเพยี งพอและเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แลว้ บนั ทึกลงใน แบบ ปย.1
4. ประเมินแบบสอบถามการควบคุมภายใน (ภาคผนวก ข) (สพท./สถานศึกษา สามารถปรับปรุงแก้ไข เพิม่ เติมตามความเหมาะสม) 5. เมื่อดำเนินการตามข้อ 2-4 แล้ว ให้นำความเสี่ยงทยี่ ังหลงเหลืออยู่ตาม ขอ้ 2 และความเสย่ี ง ท่ีพบใหม่ ตามข้อ 3 และ 4 มาหามาตรการ/แนวทางการปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสม แล้วกำหนด ผูร้ บั ผดิ ชอบ และระยะเวลาดำเนนิ การแลว้ เสร็จ แล้วบันทกึ ลงในแบบ ปย.2 หนว่ ยรบั ตรวจ (สพท./สถานศกึ ษา) 1. กำหนดผรู้ ับผดิ ชอบ โดยแต่งตัง้ เป็นคณะทำงาน 2. สรปุ ผลการประเมนิ องค์ประกอบของการควบคุมภายใน (ภาคผนวก ก) โดยพิจารณาว่า ปัจจุบนั ระบบ การควบคุมภายในมคี วามเพียงพอและเหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร แล้วบันทึกลงในแบบ ปอ.2 3. นำแบบ ปย.2 ของทุกกลมุ่ /งาน มาประมวลแล้วบันทกึ ลงในแบบ ปอ.3 4. นำความเสยี่ งทมี่ ีนัยสำคญั ตามแบบ ปอ.3 มาบันทึกลงในแบบ ปอ.1 5. ในส่วนของสำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาให้หนว่ ยตรวจสอบภายในสอบทานการประเมินผลการควบคุม ภายใน แลว้ บันทึกผลการสอบทานลงในแบบ ปส
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106