Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สนทนาธรรมกับ อ.วศิน 1

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน 1

Published by ชมรมกัลยาณธรรม, 2021-05-20 06:31:20

Description: สนทนาธรรมกับ อ.วศิน 1

Search

Read the Text Version

๑1๐02๐ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ คำถามท่ี ๙๕๙ ความทุกขทง้ั ๑๐ ประเภทท่ีพระพทุ ธองคต รสั ไว มีทุกขใดบาง ท่พี ระอรยิ บุคคลยังตองประสบอยู และจะแกท ุกขน้ันไดอยา งไรคะ ตอบ ทจ่ี รงิ ความทกุ ขท งั้ ๑๐ ประการมสี ภาวทกุ ขเ ปน ตน ไมไ ดม าใน ทเี่ ดยี วกนั กระจดั กระจายกนั อยู สมเดจ็ พระมหาสมณเจา กรมพระยาวชริ ญาณวโรรสทรงนำมารวมไวใ นหนงั สอื “ธรรมวจิ ารณ” หลกั สตู รนกั ธรรม ชนั้ เอก ตอนทีว่ า ดว ยทกุ ขลกั ษณะ ผมไดบ รรยายไวค อนขางละเอียดใน หนงั สอื เรือ่ ง”ความทุกขและการดบั ทกุ ข” ความทกุ ขเ หลานี้พระอริยเจา ละไดบางละไมไดบาง และละไดไมเทากัน เพราะพระอริยเจามีหลาย ระดับ ความทุกขใดที่สืบเนื่องมาจากกิเลส พระอริยเจาที่ละกิเลสได หมดแลว กไ็ มต อ งทกุ ขเ พราะเรอ่ื งนน้ั ความทกุ ขใ ดทเ่ี ปน เรอ่ื งของสงั ขาร หรือเรื่องของขนั ธ ทา นก็ยังตอ งทกุ ขเ พราะเรื่องนน้ั อยู คำถามท่ี ๙๖๐ ”ความกตัญูตอบุญ” หมายความวาอะไรคะ มีความจำเปน และความสำคัญอยางไรคะ ตอบ คอื ใหน กึ อยา งน้ี คนเราเกดิ มาเพราะบญุ อำนวยผลใหแ ละอยไู ด ดว ยบญุ ชวยรักษา และเราเปนหนส้ี งั คมกนั ทุกคน เพราะปจจยั ๔ ท่ีเรา ใชอยูทุกวนั นั้นสงั คมโดยรวมไดผ ลิตข้นึ เพราะฉะนัน้ เราจงึ ตองกตัญู ตอ บุญและระลกึ ถงึ บุญคุณของสังคม ตอบแทนสังคมเทา ทจี่ ะทำได

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ ๑1๐03๑ คำถามที่ ๙๖๑ จติ ทค่ี วรแกการงาน หมายถงึ จิตทม่ี ีลักษณะเชนใดคะ ตอบ จิตท่บี รสิ ทุ ธผ์ิ องแผว ตง้ั ม่ัน ความหมายเดิมหมายถึงจติ ท่ีควร แกก ารงานทางจติ ทานหมายถึง จิตที่ไดฌ านท่ี ๔ แลว พรอ มทจี่ ะนอม จิตไปเพ่ืออภิญญาตางๆ มี บุพเพนิวาสานุสสติญาณ เปนตน ในพระ ไตรปฎกทุกแหง เมอื่ พระพทุ ธเจา ตรัสถึงเรอ่ื งนกี้ ็จะตรัสทำนองนี้ ทนี ถ้ี า จะอธบิ ายใหเ ปน สามญั ลงมา กอ็ ธบิ ายวา จติ ทฝ่ี ก ดแี ลว จะใหค ดิ เรอ่ื งใด กไ็ ด จะไมใ หค ดิ เรอื่ งใดกไ็ ด เหมอื นดนิ นำ้ มนั ทเ่ี ราจะปน ใหเ ปน รปู ใดกไ็ ด ไมเหมอื นดนิ แหงและดินเหลว อยางน้แี หละเรยี กวา กมั มนยี ะ แปลวา ควรแกการงาน คำถามที่ ๙๖๒ ขอความกรุณาทานอาจารยอธิบายวา ทำอยางไรการใหทาน ของผูมีทรัพยนอยจึงจะไดผลมาก ไมยิ่งหยอนไปกวาทานจำนวนมาก ของผูมั่งมีคะ (เพ่ือจะไดเปนกำลังใจแกผูไมมีทรัพยมากแตมีน้ำใจ ปรารถนาจะสละทรพั ย เพอ่ื ประโยชนข องผอู น่ื ) และบำเพญ็ ทานอยา งไร จงึ จะถอื วา เปน บญุ อันสงู สุดคะ กราบขอบพระคุณคะ ตอบ มีศรัทธา เช่ือกรรมและผลของกรรม ใหดวยจิตเลื่อมใส ดังท่ี ทานกลา ววา กอนใหกม็ จี ติ เลอื่ มใส กำลงั ใหก ม็ ีใจชื่นบาน ใหแ ลวกร็ ูสึก พอใจไมเ สยี ดาย ใหท านในทานผูมคี ณุ ธรรมสูง กำหนดอยา งสูงคอื ผทู ี่

๑1๐04๒ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ ปราศจากกิเลส อยางนี้แหละเรียกวา ทานแมจะใหนอยแตก็มีผลมาก แตถาปราศจากทักขิไณยยบุคคลเสียแลว แมจะใหมากก็มีผลนอย (ดู ขอความใน เวลามสูตร) บรรดาทานทัง้ หลาย ธรรมทานเปนเลศิ เปน บุญอนั สงู สุด คำถามท่ี ๙๖๓ สงิ่ ทเี่ ปน ยอดปรารถนาของนกั ปราชญ มนุ ี และบณั ฑติ คอื อะไร คะ เปน สิง่ เดยี วกันหรือไมคะ ตอบ แตล ะบคุ คลมคี วามปรารถนาสงู สดุ ทไี่ มเ หมอื นกนั ลองดปู ระวตั ิ พระพทุ ธสาวกกไ็ ดแตล ะองคต า งกม็ คี วามปรารถนาตา งกนั จงึ ไดป ระสบ ผลสำเรจ็ สงู สดุ คอื ความเปน เอตทคั คะตา งๆกนั แตถ า ตงั้ คำถามวา อะไร ควรจะเปนยอดปรารถนาของนักปราชญเปนตน ก็ตอบไดวา ความส้ิน ทกุ ขใ นสงั สารวัฏ กค็ ือความส้ินกิเลสน่นั เอง คำถามที่ ๙๖๔ เคยไดร บั ทราบมาวา ขณะใดทบ่ี คุ คลไมเ ปน ไปในบญุ กริ ยิ าวตั ถุ ๑๐ ขณะนัน้ บคุ คลยอ มมีอกุศลจิต แมจ ะไมไ ดท ำทจุ ริตกรรมก็ตาม แต จติ กจ็ ะเปนอกุศล คำกลา วนี้ เปนจรงิ เสมอไปหรือไมค ะ ตอบ ไดฟ งมาจากไหน ใครเปนคนพดู ทำไมจงึ พดู อยา งน้ัน จติ ยอ ม เปนกุศลบาง อกศุ ลบา ง อพยากฤตบาง แลวแตเหตปุ จจัยปรุง

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ ๑1๐05๓ คำถามที่ ๙๖๕ กราบเรียนทานอาจารย ที่ผมเขียนมาไมมีคำถามมาถามครับ แตม ีความประสงคท่ีจะขอพรทด่ี ี ๆ จากทา นอาจารย เพือ่ เปน มงคลแก ชีวิต เนื่องในวาระโอกาสวันคลายวันเกิดของทานอาจารย ลูกศิษยคน หน่ึงเชนผม หรือหลาย ๆ ทาน คงตองการคำอวยพรจากทานอาจารย เชนกัน ทุกวันน้ีก็ไดอาศัยฟงเสียงของอาจารยดวยการเปดซีดีท่ีไดรับ มาจากทาน และอานหนงั สือของทาน ทา ยนข้ี อใหอาจารยดแู ลสขุ ภาพ ดว ยครบั ระลึกถงึ อาจารยเ สมอ ดว ยความเคารพอยา งสูง ตอบ ขอบใจมากที่เขียนมาเชนนี้ ขออวยพรวา ดวยอานุภาพแหง พระพุทธเจา พระธรรม และพระสงฆ รวมทั้งคุณงามความดีทั้งหลาย ขอใหคุณและศิษยทั้งหลายพนจากโรคท้ังปวง พนจากความเดือดรอน ท้ังปวง พนจากเวรภยั ทงั้ ปวง เปนผูดับเย็นตลอดกาลทุกเมอื่ คำถามที่ ๙๖๖ ผูทีอ่ บรมจิตดแี ลว กับผูทย่ี งั ไมไดอ บรมจิต จะมีลกั ษณะท่ตี าง กนั อยา งไรคะ ตอบ โดยปริยายหนึ่ง ผูท่ีอบรมจิตดีแลวจะเปนผูไมหว่ันไหวใน โลกธรรม หรือหวนั่ ไหวนอย สว นผูท ่ียังไมไ ดอ บรมจิตใหดีจะเปนผูหว่ัน ไหวตอโลกธรรมมาก คือไมตระหนักรูวาโลกธรรมเปนของไมเที่ยง มี ความแปรปรวนเปนธรรมดา อกี ปรยิ ายหนึง่ โดยนยั แหงอนิ ทรียภาวนา สูตร มชั ฌิมนกิ าย อปุ รปิ ณณาสก พระพทุ ธองคท รงแสดงวา “ผูทีอ่ บรม อินทรียด แี ลว ยอ มไมหวน่ั ไหวตอทุกขและสุข ฯลฯ”

๑1๐06๔ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อนิ ทสระ คำถามที่ ๙๖๗ ในฐานะท่ีทานอาจารยเปนแบบอยางของพหูสูตผูเปนท่ีเคารพ อยา งยงิ่ ของพุทธศาสนกิ จำนวนมาก ขอความกรณุ าทานอาจารย โปรด กลาวถึงประโยชน ความจำเปน และคุณคาของการท่ีสามารถจดจำ พระพทุ ธพจนไ ดม ากตอการดำรงชวี ิตประจำวัน เพ่ือเปน แบบอยา งให คนรุน หลังไดดำเนินรอยตามดว ยคะ ตอบ เบอ้ื งแรกตอ งตระหนักถึงองคข องพหูสตู ๕ ประการกอน คือ ๑. อานมาก ศกึ ษามาก ฟง มาก (สุตธโร สุตสนนฺ จิ จฺ โย) ๒. จำไวไ ดม าก (ธตา) ๓. วา ไดคลอ งไมตดิ ขดั (วจสา ปรจิ ติ า) ๔. ใครครวญดวยใจ หม่ันใครครวญหาความหมายอยูเสมอ (มนสานุเปกฺขติ า) ๕. แทงทะลุปรโุ ปรง คือเขาใจชดั เจน (ทิฺฐยิ า สุปปฺ ฏิวทิ ฺธา) (นาถกรณธัมมสูตร) เม่ือพยายามปฏบิ ตั กิ ระทำใหมีองคของพหสู ตู ๕ ประการนีอ้ ยู ในตนแลว กจ็ ะเปนพหูสตู บคุ คลในวชิ าน้ันๆ ท่ตี องการ การจำพระพุทธพจนไดมากนั้นเปนประโยชนกับความเขาใจ ธรรมและการดำเนินชีวิตเปนอยางมาก เพราะเม่ือจะทำสิ่งใดจะพูด สิ่งใดจะคิดส่ิงใด พระพุทธพจนก็จะโผลข้ึนมาเปนประทีปสองทางชีวิต ยังจะเปนประโยชนเกื้อกูลแกผูอ่ืนเปนอันมาก ความจำไดมากจะชวย ประหยดั เวลาในการคน ควา หาความรูไดมากดว ย มีเร่ืองเลาไวในคัมภีรวา มีพราหมณคนหนึ่งเขาไปเฝา พระพทุ ธเจา กราบทลู วา พระพทุ ธเจา เขากไ็ ดบ ชู าแลว พระสงฆเ ขากไ็ ด

สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อนิ ทสระ ๑1๐07๕ บชู าแลว เขาตอ งการจะบชู าพระธรรมจะใหท ำอยา งไร พระพทุ ธเจา ตรสั วา ใหไปบูชาพระสงฆผูเปนพหูสูต พราหมณถามวาใครเลาเปนพหูสูต พระพุทธเจา ตรัสวา ใหไ ปถามภิกษุทงั้ หลาย เม่ือพราหมณไปถาม ภิกษุ ท้ังหลายก็ตอบวา “พระอานนท” พราหมณจึงไดนำของไปบูชาพระ อานนท เปน อนั ไดบ ชู าพระธรรม คำถามที่ ๙๖๘ พระพุทธพจนท ่เี ปนหลักฐานวาพระพทุ ธองคทรงมคี วามรทู ีถ่ ูก ตองและลึกซ้งึ มากเกีย่ วกับเรอ่ื งสรรี ะของมนษุ ย หรอื ชีววทิ ยา ปรากฏ อยูในสวนใดของพระไตรปฎกบางคะ ตอบ มหี ลายแหง จะตอบเทา ท่ีพอนึกไดเ วลานี้ ๑. ในสงั ยตุ ตนิกาย มผี ูม าถามถงึ กำเนิดของมนษุ ยว ามนษุ ย เกดิ มาไดอ ยางไร พระพทุ ธเจา ตรสั ตอบวา “ทแี รกเปน “กลละ” กอน ตอ มาเปน “อพั พทุ ะ” ตอมาเปน “เปสิ” ตอ มาเปน “ฆนะ” ตอ มาเปน “ปญ จสาขา” มารดาบรโิ ภคส่งิ ใดเด็กในครรภก ไ็ ด บริโภคสง่ิ นนั้ (ทางสายสะดอื )” กลละเปน จุดใสๆ อพั พทุ ะเปนเหมอื นนำ้ ลา งเนอื้ เปสเิ ปน กอน เน้ือเหลว ฆนะเปนกอนเน้ือแข็ง ปญ จสาขาเปน ๕ ปมุ คอื คอรวมศีรษะ แขนทง้ั สอง ขาทัง้ สอง ๒. ในมชั ฌิมนิกาย พระพทุ ธเจา ตรัสวา”มนุษยเ กดิ ขึน้ มาดว ย อาศยั เหตุ ๓ อยา ง คือ

๑1๐08๖ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อนิ ทสระ ๑. มารดาบิดารว มเพศกนั (มาตาปต ูนํ สํวาเสน) ๒. มารดาอยใู นวัยเจริญพนั ธุ (มาตา จ อุตนุ ี โหต)ิ ๓. วญิ ญาณมาถือปฏสิ นธิ (คนฺธพฺโพ ปจฺจุปฐฺ ิโต)” ฯลฯ คำถามท่ี ๙๖๙ เรียนถามอาจารย นง่ั สมาธิแลวเกิดปญ ญา คำวา ปญ ญานีค้ ือ อะไรครับ ตอบ ปญ ญาก็คอื ปญ ญารเู หน็ ตามเปน จรงิ ทจ่ี รงิ นัง่ สมาธกิ ็ไดสมาธิ ถา จะใหไ ดป ญ ญาตอ งเจริญปญญาอกี ตางหาก อาศยั สมาธเิ ปนพน้ื ฐานได คำถามที่ ๙๗๐ การอวดอุตรมิ นุสสธรรม ของพระภิกษุสงฆ มขี อบเขตขนาด ไหนครับถึงจะเรียกวาอวด ระดับศลี , สมาธ,ิ ปญญา หรอื ขั้นปฏเิ วธ ครับ อาจารยชว ยอธบิ ายดวยครับ ตอบ ในพระบาลที ี่วาดว ยอตุ ริมนุสสธรรม ทานอางถึงฌาน วิโมกข สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๐09๗ คำถามท่ี ๙๗๑ พระพุทธองคไดตรัสถึงอานุภาพ หรือคุณของความเปนผูพูด นอยไวอ ยา งไรบา งคะ ตอบ ไมเพอเจอ ไมเ สียกำลงั มาก สงบ คำถามที่ ๙๗๒ ทา น อาจารยม คี วามเหน็ วา ระบบการศกึ ษาของคณะสงฆไ ทย ควรไดรับการปรับปรุงหรือไมคะ หากสามารถทำไดตามความเห็นของ ทานอาจารย ควรเนน การเรียนการสอนในเร่ืองใด ควรเพิม่ หรือลดเร่อื ง ใดคะ ตอบ หลกั สตู รกใ็ ชไ ดอ ยแู ลว เพยี งแตค ดิ หาวธิ วี า ทำอยา งไร ผูเรียนจึงจะเขาใจแจมแจงในบท เรียนนั้นๆ ในการน้ีครูผูสอนมีบทบาท สำคญั มาก คือครูผูส อนตองรูจรงิ มคี วาม รูกวางขวางและลึกซึ้ง

๑1๐10๘ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ คำถามท่ี ๙๗๓ อริยวังสปฏิปทา กับอนติมานี มีความเกี่ยวของสัมพันธกัน อยางไรคะ ตอบ อริยวังสปฏิปทา คือ แนวปฏิบัติของวงศพระอริยะ มี ๔ ขอ ดว ยกนั คือ ๑. สนั โดษดวยจวี ร ๒. สันโดษดวยบิณฑบาต ๓. สนั โดษดว ยเสนาสนะ ๔. ยินดดี ว ยภาวนา ไมย กตนขม ผูอนื่ ไมดหู ม่นิ ผอู ื่นดวยเหตทุ ี่ตนมคี ุณธรรมเชนนๆ้ี อันนก้ี เ็ ปนอนตมิ านี คำถามที่ ๙๗๔ ปญญา คือ การรูเห็นตามความเปนจริง “ความเปนจริง” ดัง กลาว คืออะไรคะ การเจริญปญญา ทำอยางไรคะ ตอบ อะไรเปน จรงิ อยา งไรกร็ เู หน็ ตามนนั้ เชน วา สงั ขารทงั้ ปวงไมเ ทย่ี ง สงั ขารทง้ั ปวงเปน ทกุ ข ธรรมทง้ั ปวงเปน อนตั ตา กร็ เู หน็ ตามนน้ั เรยี กวา รู เหน็ ตามความเปน จรงิ การเจรญิ ปญ ญากค็ อื รเู หน็ ตามความเปน จรงิ ให มาก ทำใหม าก อบรมใหมาก

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๐11๙ คำถามที่ ๙๗๕ พระพุทธองคท รงใหห ลกั ในการตัดสนิ วา ส่ิงใดเปน ธรรม สง่ิ ใด เปนวนิ ยั สิ่งใดมิใชธ รรม สง่ิ ใดมิใช วินยั ไวอ ยา งไรคะ ตอบ มีลักษณะตัดสินธรรมวินัย ๘ ประการ เชน ส่ิงใดเปนไปเพ่ือ ความมักนอยสันโดษ ส่ิงน้ันเปนธรรมเปนวินัย ส่ิงใดเปนไปเพ่ือความ ไมมักนอยไมสนั โดษ อนั นน้ั ไมใชธ รรมไมใ ชว นิ ัย เปนตน มีเรื่องปรารภ ความเพยี ร เรอ่ื งเลย้ี งงา ย เปน ธรรมเปน วนิ ยั ความเกยี จครา น ความเปน ผูเล้ียงยากไมเ ปนธรรมไมเ ปน วนิ ยั และอ่ืนๆ คำถามท่ี ๙๗๖ หาก จะศกึ ษาวา พระพทุ ธองคท รงจำแนกพระอรยิ บคุ คลไวเ ปน ๔ ประเภท และทรงกลา วถงึ คณุ สมบตั ขิ องพระอรยิ บคุ คลทงั้ ๔ ประเภท ไวอ ยา งไร ควรจะอา งองิ จากพระสูตรใดคะ ตอบ ดูสงั โยชน ๑๐ ก็ได พระโสดาบันละกเิ ลสได ๓ ขอ แรก พระสก ทาคามีกเ็ หมอื นพระโสดาบนั เพยี งแตทำราคะ โทสะ โมหะ ใหเ บาบาง ลง พระอนาคามีละสังโยชนไดอ กี ๒ คอื กามราคะ และปฏิฆะ ๕ อยาง น้ีเรียกวาสังโยชนเบื้องต่ำ พระอรหันตละสังโยชนเบื้องสูงได ๕ คือรูป ราคะ อรูปราคะ มานะ อทุ ธจั จะ อวชิ ชา พระโสดาบนั และพระสกทาคามเี ปน สลี ปรปิ รุ ี แปลวา ผสู มบรู ณ ดว ยศลี พระอนาคามเี ปน สมาธปิ รปิ รุ ี สมบรู ณด ว ยสมาธิ พระอรหนั ตเ ปน ปญ ญาปรปิ รุ ี สมบูรณด ว ยปญ ญา

๑1๑12๐ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ คำถามท่ี ๙๗๗ ความจรงิ ในพุทธศาสนามีกีป่ ระเภท อะไรบางคะ และความ จรงิ ในทางปรัชญา เหมือน หรือแตกตา งจากความจริง ในพุทธศาสนา อยา งไรคะ ตอบ ถา เปนความจรงิ ก็เหมอื นกนั ไมวาทางศาสนาหรือทางปรัชญา ถารจู ริงเห็นจรงิ ก็รเู หน็ อยา งเดยี วกนั เปรยี บเหมือนดมื่ น้ำมะนาวเปร้ียว มนั ก็รสู กึ อยางเดยี วกัน คำถามท่ี ๙๗๘ การทำบญุ เปน ไปตามอำนาจกเิ ลสหรอื ไมอ ยา งไรครบั อาจารย (ทำเพราะอยากไดบุญ) - เหตุที่ประเทศไทยมคี วามคิดวา อะไรก็ได เหมือนกับออ นแอ ทางความคดิ มคี นบอกวา เปนเพราะพระพทุ ธศาสนา ตางจากประเทศ ที่เปนตางศาสนา มีการพัฒนาไปถึงโลกพระจันทรกันแลว อาจารยคิด เหน็ เชน ไร - มีคนพูดท่ีไมคอยเขาหู พูดเหยียบย่ำ ขอหลักการปฏิบัติของ อาจารยวา ควรวางตนแบบไหนจะไดไ มท กุ ข - การบชู าพระพทุ ธรปู ยนื ปางลลี าโดยการนำพวงมาลยั ไปคลอ ง ที่ขอพระหัตถที่ทรงยกข้ึนนั้นทำไดหรือเปลาครับ ผมไดทำลงไปแลว (ตามๆเขาไป) คิดแลวแปลกๆ ครับ เพราะไมเห็นท่ีไหนทำ ลักษณะ พระพุทธรูปประทับยืนอยูบนฐานท่ีสูงเหนือศีรษะของเราและมีโตะที่ มี แจกันและกระถางธูปเทียนอยูขางลาง(พยายามมาก เอาทอ pvc

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๑13๑ ยาวแลวเอาลวดมาคลองทำเปนตะขอแลวเอาพวงมาลัยประดิษฐ แขวนบริเวณขอ พระหตั ถข องพระพทุ ธรปู ถาไมค วรทำ ผมจะไดไ ปเอา ออกนะครับ แมผานมานานแลว กย็ งั คิดมาก วา ใครมาเหน็ เขา อาจคิด วาแบบนี้เปน สิ่งที่ทำได) แลว ทำตามอยา ง - เวลาดูภาพพระสัมมาสัมพุทธเจาจากหลายๆท่ีมักเปนภาพท่ี พระพทุ ธองคทรงยังมี พระเกศา พระเมาอี ยู ผมวาไมน า จะเปนไปได นะครบั ทานตัดพระเมาี โกนพระเกศาแลวนี่นา ตอบ ทำบญุ เพราะอยากไดบ ญุ กด็ แี ลว เหมอื นคณุ ทำงานเพราะอยาก ไดเงนิ กไ็ มเ สยี หายอะไร ไปโลกพระจันทรไปทำไม ไปทำอะไร ไปแลว พน ทุกขไดไหม พน จากแก เจบ็ ตายไหม เหยียบยำ่ อะไร เหยียบยำ่ ใคร เหยยี บย่ำ วาอยางไร คุณก็ทองคาถา “ชางมัน” เสียบาง จะไดไ มเ ดอื ดรอ นกบั เรอ่ื งไรส าระ เขากไ็ มม ี ตวั ตน เรากไ็ มม ตี วั ตน เปน สกั แตว า ธาตุ ๔ ดิน นำ้ ไฟ ลม เหมือนกนั เรื่องพระเมาีเปนเร่ืองของ ศิลปกรรมที่ชางปนพระพุทธรูป ตองการใหแปลกจากพระสาวก เปนสญั ญลกั ษณแหงปญ ญา

๑1๑14๒ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ คำถามท่ี ๙๗๙ ทา นอาจารยค ดิ วา ตอนนค้ี นหนั มาสนใจและศึกษาธรรมมาก ขึ้นเพราะเหตใุ ด ตอบ ไมแนใ จวา คนสนใจธรรมะมากข้นึ ทเ่ี ราดูเหมือนมากข้ึนนา จะ เปนเพราะพลเมอื งเพ่มิ ข้นึ มาก ถา คิดเปน เปอรเ ซนตเมอ่ื ๕๐ ปก อ นกบั เด๋ยี วนอ้ี าจเทา กนั หรอื นอยกวากไ็ ด เรามีดัชนอี ะไรท่แี สดงวาคนสนใจ ธรรมะมากข้นึ และธรรมะท่ีเขาสนใจน้ันถกู หรือผิด เขา หาศาสนาใน ทางงมงายกม็ าก คำถามท่ี ๙๘๐ เวลาพระท่มี ีชื่อเสียงถกู กลาวหา ทำไมคนสว นใหญจ ะตดั สนิ วาพระเปน ฝายผดิ ทั้งทก่ี ารตรวจสอบยังไมช ดั เจน ตอบ นาจะเปนเพราะมีอคติตอ พระอยูแลว คอื ไมชอบพระ และมี แนวโนมในการทจี่ ะเชื่อคำเลา ลอื คนเราสวนมากชอบเชอ่ื ขา วลอื อยู แลว พระพทุ ธเจาจึงทรงสอนไวในกาลามสูตรวา “อยาเพ่งิ รบี เช่อื โดย ขาวลือ” ความจรงิ เปน สง่ิ รูย าก ดังทที่ า นกลาววา ”เรื่องสจั จะ ๑ เรือ่ ง สัตว ๑ เรื่องปฏิสนธิ ๑ เร่ืองปจ จยาการหรอื ปฏจิ จสมุปบาท ๑, ๔ อยาง นร้ี ไู ดย ากเห็นไดย าก รแู ลว เห็นแลว ก็แสดงใหผอู ื่นรเู หน็ ไดย าก” เรอื่ งสตั วห รอื เร่ืองคนเปนส่งิ ทีร่ ยู ากวา ทำไมคนนีจ้ งึ เปน อยา ง นี้ สัตวจ ึงเปนอยา งน้ี เพราะเราไมรปู ุพกรรมของเขา เราไมร ถู ึงสิ่ง แวดลอ มของเขา ฯลฯ

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ ๑1๑15๓ คำถามท่ี ๙๘๑ สมมตวิ า พระผดิ จรงิ ควรใหอ ภัยทา นหรอื ไม (ความผดิ ไมถ ึง ข้ันปาราชิก) เพราะพระกย็ ังเปน คนทม่ี กี ิเลสอยู ตอบ จะเปน พระหรือเปน ฆราวาสก็ตาม โอกาสท่ีจะทำผดิ มีอยู เสมอ เราควรใหอภยั เปดโอกาสใหเขากลบั ตัว ควรบำเพ็ญอภยั ทาน กันใหม าก เพราะคนธรรมดาทำผิดไดเสมอไมวาจะอายุเทา ไร ถา เปน พระเมื่อตองอาบัติปาราชิกแลวก็ควรจะสึกตามพระวินัยที่ทานบัญญัติ ไว สึกแลวกเ็ ปน คนดีได ถา เขารูส กึ ตวั แลว หมัน่ บำเพ็ญคณุ งามความดี อาจบรรลธุ รรมเปน พระโสดาบัน เปนตน ก็ได คำถามที่ ๙๘๒ การท่ีพระถกู กลาวหาวา ทำผดิ ทา นอาจารยค ดิ วา มีสว นไหมท่ี จะทำใหชาวพุทธเสอื่ มศรทั ธาลง ตอบ กม็ สี วนทำใหช าวพุทธเสอื่ มศรัทธาลงตอ พระสงฆ แตชาวพทุ ธ ที่มัน่ คงในพระธรรม ม่ันคงในพระพทุ ธเจาแลว ก็จะไมเ สอื่ มศรทั ธาใน พระพทุ ธศาสนา ผมพดู อยูเสมอวา การเขาหาศาสนาควรจะเขาทาง พระธรรมกอน เมอ่ื เขา ใจพระธรรมดีแลว เหน็ ประโยชนแลว ความเสอ่ื ม เสยี ของพระสงฆก ็เปนเรอ่ื งสว นตัวของบุคคลน้นั ไมส นั่ คลอนศรทั ธาใน ศาสนาของชาวพทุ ธได

๑1๑16๔ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ คำถามท่ี ๙๘๓ ทำอยางไรจะทำใหคนไมหวั่นไหวกับเรื่องราวของพระท่ีเกิด ข้ึน ตอบ ไดกลา วตอบไวใ นขอ ๙๘๒ บา งแลว ขอเพ่มิ เตมิ ทพี่ ระพทุ ธเจา ตรัสวา ”ถา มีใครกลา วติเตยี นพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ ก็อยา เพ่งิ โกรธเขา เพราะถาโกรธเสยี กอนแลว เราจะรูไดอ ยางไรวาเขาตเิ ตียนผิด หรอื ถูก ถา มีใครสรรเสริญพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ กอ็ ยารีบยินดี รับไว เพราะถา ทำเชน นั้นจะรูไดอ ยางไรวาเขากลาวชมถกู หรือผิด” (นยั พรหมชาลสูตร ทฆี นิกาย) คำถามที่ ๙๘๔ ผมเหน็ ดว ยกบั อาจารยค รบั (ขอ .๙๘๒) ถา พทุ ธบรษิ ทั ยดึ มนั่ ใน พระธรรม ดงั ท่ีพระพุทธเจา กลา วไวก อนปรินพิ พานวา “ใหยึดพระธรรม ไวเ ปน ศาสดาแทนเรา” แตค นสมยั นก้ี ลบั ยดึ ในตวั บคุ คลแทน แทนทเี่ รา จะมองทา นเปน ธงชยั เปน ตวั อยา ง เอาธรรมะทมี่ อี ยใู นตวั ทา นมาปฏบิ ตั ิ พดู คิด ปฏบิ ัติ กับทานดวยความเมตตา มองใหเ ห็นเปนปรากฏการณ ทกุ ๆ ส่ิงมันเสอื่ มลงไปทุกขณะ อะไร อะไร มันกเ็ ชน น้ันเอง กุศล อกศุ ล อพั ยากฤต มนั กเ็ ชน น้นั เอง (ยืมคำทานพุทธทาสมาใช) ตอบ ขอบคุณมากท่เี หน็ ดว ย อยากใหชาวพุทธทั้งหลายเปนอยา ง ท่คี ุณเปน รสู ึกอยา งทีค่ ณุ รสู ึก จะไดไมติดในตวั บุคคลมากเกินไป จะ ไดดำเนนิ ตามพระพทุ ธโอวาทท่วี า “ทา นทง้ั หลาย จงมีตนเปน ท่ีพึง่ มี ธรรมเปนท่ีพึง่ เถดิ อยาไดม สี งิ่ อื่นเปนทพ่ี ่ึงเลย”

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๑17๕ คำถามท่ี ๙๘๕ ผาไตรในองคก ฐินมกี ่ีผืน มมี ากกวา ๑ ผนื ไดไ หม ตอบ ผาที่เปนองคกฐินจริงๆ มีผืนเดียว จะเปนจีวรก็ได สบงก็ได สงั ฆาฏกิ ไ็ ดผ นื ใดผนื หนง่ึ นอกจากนนั้ เปน บรวิ ารกฐนิ พระสงฆใ นนกิ าย ธรรมยุตยังนิยมรบั เปนผา ขาวอยู สว นมากเปนสบง(ผานงุ ) เพราะทำให สำเรจ็ ไดง า ยกวา อยา งอน่ื ตอ งตดั เยบ็ ยอ ม ใหเ สรจ็ ในวนั นนั้ แลว กราน กฐนิ หมายถงึ นำผา กฐนิ นนั้ มาใหส งฆอ นโุ มทนานนั่ เอง สว นมากจะเสรจ็ เอาตอนดึก สวนพระสงฆในคณะมหานิกาย นิยมรับผาท่ีสำเร็จรูปมา แลวจึงกรานกฐินไดเลย เม่ือรับกฐินเสร็จแลว นอกจากไตรจีวรผืนใด ผืนหนึง่ แลว ยังนยิ มถวายของอืน่ ๆ อกี เปน บริวารกฐนิ ถวายเงินเขา วดั ก็เปน งานหลกั อยู ในสมยั นจี้ งึ ไดเรยี่ ไรกนั มากในงานทอดกฐนิ คำถามที่ ๙๘๖ ถา คณุ พอ ปว ยหนกั เปน เสน เลอื ดสมองแตก หนจู ะสวดมนตบ ท ไหนและแผเ มตตาอยา งไร หรอื ควรจะทำอยา งไรเพอื่ ใหค ณุ พอ หนไู ดร บั บุญคะ ขอบพระคณุ อาจารยม ากคะ ตอบ เบอื้ งแรกตอ งรบี ใหห มอดแู ลรกั ษาเผอ่ื วา จะหายไดเคยเหน็ พระ บา งฆราวาสบา งหายกันมาหลายคนแลว สวนการสวดมนตก ารทำบญุ และการแผเมตตาเปนตัวชวย คุณจะสวดบทอะไรก็ไดแลวแผสวนบุญ อทุ ศิ สวนกุศลใหพอ

๑1๑18๖ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ คำถามที่ ๙๘๗ นริ ตุ ตปิ ฏสิ มั ภทิ า หมายความวา อะไรคะ บคุ คลจำเปน ตอ งเปน ผไู ดรำ่ เรียนมามาก มีศลิ ปวทิ ยามากมากอ น จงึ จะเปน ผมู นี ิรุตติปฏสิ มั ภิทาหรอื ไมค ะ ตอบ ปฏสิ ัมภทิ า แปลวา ปญญาแตกฉานใน ๔ อยา งคือ ๑. อตั ถปฏสิ มั ภิทา แตกฉานในความหมาย ๒. ธัมมปฏิสมั ภิทา แตกฉานในหัวขอ ธรรม ๓. นริ ตุ ติปฏิสัมภิทา แตกฉานในภาษา คอื ใชภาษาดี ใชภ าษา เปน ใชภ าษาถกู ตอ ง ใชภ าษาไพเราะ ๔. ปฏภิ าณปฏสิ มั ภทิ า แตกฉานในปฏภิ าณ คอื ไหวพรบิ ดี ตอบ ปญหาและแกปญ หาไดท นั ทวงที ทนั เหตุการณ จะเรยี นมากหรอื เรยี นนอ ยไมส ำคญั เสมอไป อยทู ค่ี วามถนดั ถา คนไมถ นัด ถงึ เรียนมากก็ใชภ าษาไมเ ปนหรอื ไมด พี อ คำถามท่ี ๙๘๘ พระพุทธองคทรงทำหรือตรัสอยางไร จึงทรงมีชัยชนะเหนือ สัจจกนคิ รนถคะ ตอบ ตรัสวา “ขันธ ๕ เปนอนัตตา เพราะบงั คับบญั ชาไมไดว า จง เปน อยา งนเี้ ถดิ อยาเปน อยา งนน้ั เลย เชน บงั คับขอรองวา อยาแก อยา เจ็บ อยาตาย ถาเปน อัตตาอยางท่ีสจั จกนิครนถถ ือกจ็ ะบงั คบั ได”

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อินทสระ ๑1๑19๗ คำถามท่ี ๙๘๙ ผูอบรมจิตดีแลว กับผูท่ียังไมไดอบรมจิต มีความแตกตางกัน อยา งไรคะ ตอบ ขอ แตกตา งมีหลายอยา ง เชน เมื่อโลกธรรมเกดิ ขน้ึ ผอู บรมจติ ดแี ลวยอมไมห ว่นั ไหวดว ยโลกธรรม ผูไมไ ดอบรมจิตยอมหวนั่ ไหว ฯลฯ คำถามท่ี ๙๙๐ อยากทราบความหมายของคำวา “อยาเห็นแกกาลยาว และ อยาเหน็ แกกาลสั้น” ตอบ ความหมายของคำนค้ี อื อยา เหน็ แกก าลยาวหมายความวา อยา ผกู เวรไวน าน อยา เหน็ แกก าลสน้ั หมายความ วา อยา รบี ดว นแตกจากมิตร มีขอความตอไป วา เวรยอมไมระงับดวยการจองเวร แตยอม ระงับดว ยการไมจองเวร คำนเ้ี ปน โอวาทของพระเจา ฑฆี ตี โิ กศลให โอวาทแกท ฆี าวกุ มุ ารผเู ปนราชโอรส

๑1๑20๘ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อนิ ทสระ คำถามที่ ๙๙๑ ทุกคนยอมมีมิตรสหาย อยากทราบวา ทำอยางไรมิตรภาพจึง จะยัง่ ยนื ไมจ ืดจาง ตอบ คำถามขอ นีข้ อตอบดว ยพุทธศาสนสภุ าษิตที่วา มติ รภาพยอ มจดื จางเพราะเหตุ ๓ อยา ง คอื คลกุ คลกี นั มากเกนิ ไป หางเหินกันเกินไป ขอในกาลที่ไมค วรขอ (อจฺจาภิกขณสสํ คฺคา อสโมสรเณน จ เอเตน มติ ตฺ า ชีรนตฺ ิ อกาเล ยาจนาย จ) เพราะฉะนั้น ผูมีมิตรดี ควร ถนอมมิตรดวยการไมคลุกคลี กันมากเกินไป ไมเปนกันเอง มากเกนิ ไป จนไมร จู กั เกรงใจ ไมห า งเหนิ กนั เกนิ ไป เวน ระยะแต พอดพี องาม และไมข อในกาลทไี่ มค วร ขอ เชน ในเวลาท่ีเขาลำบากยากจน ในเวลาท่ีเขามีเรื่องใชจายมาก สำหรบั พระสงฆ ทา นหา มมใิ หข อ ปจ จยั ๔ แกผ ูที่มิใชญ าตแิ ละมใิ ช ปวารณา(ปวารณา = เปด โอกาส อนุญาตใหขอได)

สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ ๑1๑21๙ คำถามที่ ๙๙๒ ตอนมีความทุกข ก็นึกถึงอาจารยเสมอคะ อานธรรมะจาก คำถามของคนท่ีถามเขามา ทำใหไดขอคิด ขอเตือนใจ ไดหลายอยาง รวมทงั้ เปน กำลงั ทจ่ี ะสตู อ ไป หนมู เี รอ่ื งรบกวนเรยี นสอบถามอาจารยค ะ หากเรามเี พ่ือนรวมงานท่ีวา เราเสียหาย แตลับหลังนะคะ ตอ หนา ก็มคี ะ ทำใหไดอาย เราควรเถียงกลับ แตไมทันเกมสเขาคะ พวกดวยคะ เรา ไมมีพวก ดูเหมือนไมมีใครอยากคบเปนเพื่อน ดูแตละคนมีอคติกับเรา ตอนนี้ กอ็ ดึ อดั เหน่ือย และเปลยี้ มาก อยากออกจากงาน แตกก็ ลวั เอา ตัวไมรอด เหมือนหมาจนตรอก แตย ังถูกทำรา ยอยู รสู กึ ทุกข เศรา บอก ไมถ กู คะ พยายามนกึ ถงึ คำสง่ั สอนของอาจารย หรอื คำตอบตอบคำถาม ของอาจารย ดึงมาใหทันใชกับความทุกขที่มีอยู แตรูสึกไมทัน ไมรูจะ ทำอยางไร เพื่อนที่เคยสนิท ก็ตีจาก ธรรมะดึงมาใชไมทันคะ เจ็บปวด แตท อแทบ อกไมถ ูก รบกวนอาจารยชว ยตอบยาว ๆ ดว ยคะ ตอบ ๑. ลองหนั มาพจิ ารณาตนเองดบู า งวา เรามขี อ บกพรอ งเสยี หาย อะไรหรอื เปลา โดยไมม อี คติ ถา เหน็ วา เราไมม ขี อ บกพรอ งเสยี หายอะไร ก็ใหค ิดวา คนดียอมไมเ ปน ท่พี อใจของคนไมดี ๒. ใหเรายืนหยัดอยูในทางแหงความดีตอไป ถือสุภาษิตที่วา “คนดแี มม นี อ ย กเ็ อาชนะคนไมด ีแมม มี ากได” ๓.ขอใหค ดิ วา ใครทำไมด ไี ว ผลไมด ยี อ มยอกยอ นเขา หาเขาเอง ดังสภุ าษิตท่ีวา “วัวใครก็เขา คอกใคร” ๔. เวรกรรมเปน ของมจี รงิ ใครทำสงิ่ ใดไวย อ มไดร บั สง่ิ นน้ั เราไม ทำบาปไมท ำเวรกบั ใคร ขอใหส บายใจเถดิ ไมจ นั ทนม กี ลน่ิ หอม ใครเอา ขวานไปถากดวยเจตนารา ย ก็ยงั ใหความหอมติดคมขวานไปดวย ๕. ขอใหดำเนินตามปฏิปทาของบัณฑิตท่ีวา “บัณฑิต แม ประสบทุกขก็ไมทิง้ ธรรม” ขออวยพรใหคุณประสบความสำเรจ็ ในสง่ิ ที่นึกหวัง

๑1๒22๐ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ คำถามที่ ๙๙๓ เรยี นถามอาจารยนยิ ามคำวา จติ ใตสำนึก และ จติ เหนือสำนกึ โปรดใหความกระจาง ขอบพระคณุ ตอบ จิตสำนึก คือ จิตขณะปจจุบัน เหมือนของท่ีลอยอยูเหนือน้ำ จิตก่ึงสำนึก คือ สิ่งท่ีเราระลึกไดบางระลึกไมไดบาง เหมือนของท่ีจม อยใู นน้ำแตพ อเอามือหยบิ ข้นึ มาได เหมอื นกบั สิ่งทีเ่ รารูสกึ วา เหมอื นจะ ลืมไปแตพอนกึ ขน้ึ มาได จติ ใตส ำนกึ คอื ส่งิ ทผี่ า นไปแลว โดยทเ่ี รานกึ ไมไดจ ริงๆ เหมือนของท่ีอยูใตน ้ำลกึ เรามองกไ็ มเ หน็ เอามือควา ขึ้นมาก็ ไมไ ด แตจติ ใตส ำนกึ น้มี อี ิทธิพลตอพฤตกิ รรมในการดำเนนิ ชีวิตของเรา มาก เพราะมนั เปน สงิ่ ทส่ี ะสมอยใู นสว นลกึ ของจติ กลายเปน อปุ นสิ ยั หรอื อัตลกั ษณ คอื ลักษณะประจำตัวของผนู ัน้ คำถามที่ ๙๙๔ อยา งไรจงึ เรยี กวา การกระทำดที ่ีผดิ คะ ตอบ คอื ทำดแี ตท ำไมถ กู เชน เมตตากรณุ า เปนสิ่งทีด่ ี ถาคุณเปน ผคู มุ นักโทษ คณุ มีเมตตา กรุณาตอนักโทษ เลยปลอยนักโทษไปหมด อยา งนีเ้ รียกวา ทำดที ผ่ี ิด ฯลฯ

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อินทสระ ๑1๒23๑ คำถามที่ ๙๙๕ อปุ ปาทกมนสิการมีความหมายตา งจากธรรมฉันทะอยา งไรคะ ตอบ อปุ ปาทกมนสกิ าร แปลวา โยนโิ สมนสกิ ารเชิงเราคุณธรรม เชน พูดหรือคิดเรา ใจใหมีความเพยี ร บากบนั่ พยายาม ธรรมฉันทะเปน สว นหน่งึ ของอุปปาทกมนสิการ คำถามที่ ๙๙๖ ความริษยาจัดอยูในสังโยชนขอใดขอหน่ึงท่ีพระโสดาบันละได แลวหรือไมค ะ ตอบ ความรษิ ยาไมม ีในสงั โยชน ๑๐ แตส ืบเน่อื งมาจากปฏิฆะได ปฏฆิ ะ แปลวา หงดุ หงดิ ไมพอใจ พระอนาคามีละได คำถามท่ี ๙๙๗ พระพุทธองคตรัสถึงอานิสงสในการฟงธรรมไววาอยางไรบาง คะ ฟงธรรมอยา งไรจงึ จะไดป ระโยชนสงู สุดคะ ตอบ ตรัสไวห ลายปริยาย ปริยายท่ี ๑ วา ๑. ผฟู งยอมไดฟ ง ส่ิงทย่ี งั ไมเ คยฟง

๑1๒24๒ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อนิ ทสระ ๒. สง่ิ ใดเคยฟง แลว แตย ังไมเขาใจชัด ยอมเขา ใจสิง่ นน้ั ชัดขนึ้ ๓. บรรเทาความสงสยั เสียได ๔. ทำความเห็นใหถ ูกตองได ๕.จติ ของผฟู ง ยอ มผองใส ปริยายท่ี ๒ ตรัสแกภิกษุทั้งหลายวา ภิกษุผูฟงธรรมเนืองๆ ยอมไดอานสิ งส ๔ ประการคอื ๑. หากเธอตายลงทั้งๆท่ีเปนปุถุชน (มุฏฐสฺสติ กาลํ กุรุมาโน) ยอมบังเกิดในหมเู ทพนกิ ายใดนิกายหนงึ่ บทแหง ธรรม(ท่ีเธอเคยศกึ ษา จนคลอง) ยอ มปรากฏแกเ ธอผูม ีความสขุ อยูในภพน้นั แมสติจะเกดิ ขึน้ ชา แตเ ธอก็ยอ มบรรลุคณุ วเิ ศษโดยพลนั (คือสำเรจ็ มรรคผลไดเร็ว) ๒. หากเธอตายลงทั้งๆท่ีเปนปุถุชน ยอมบังเกิดในหมูเทพ นิกายใดนิกายหน่ึง หากบทแหงธรรมไมปรากฏแกเธอผูมีความสุขอยู ในภพน้ัน แตเม่ือภิกษุผูมีฤทธ์ิ ถึงความชำนาญทางจิต แสดงธรรมแก เทพบริษทั อยู เธอยอมไดความคิด นึกไดว า น่ีคอื ธรรมวนิ ัยท่ีเราเคยอยู ประพฤติในกาลกอน สติเกิดข้ึนชา แตเธอก็ยอมบรรลุมรรคผลไดโดย เรว็ เปรียบเหมอื นคนรูจักเสยี งกลองเปน อยางดี พอไดยนิ เสียงกลองก็รู ไดท นั ทีวา นีค่ อื เสยี งกลอง ๓. หากเธอตายลงท้ังๆที่เปนปุถุชน... บทแหงธรรมไมปรากฏ แกเธอผูมีความสุขอยูในภพนั้น ผูมีฤทธิ์แสดงธรรมแกเทพบริษัทก็ไมมี แตเทพบุตรผูแสดงธรรมแกเทพบริษัทนั้นมีอยู เธอระลึกไดถึงธรรม วินัยท่ีเคยประพฤติ สติเกิดขึ้นชา แตเธอยอมสำเร็จมรรคผลโดยพลัน เปรียบเหมือนคนรจู ักเสยี งสงั ขอยางดี พอไดย นิ เสยี งสังขก็รไู ดท ันที ๔. หากเธอตายลงทง้ั ทยี่ งั เปน ปถุ ุชน ไปบงั เกดิ ในหมูเ ทพ นกิ ายใดนิกายหน่งึ บทแหง ธรรมไมปรากฏแกเธอผูมีความสขุ อยใู น ภพนน้ั ภกิ ษุผูม ีฤทธกิ์ ็มไิ ดแ สดงธรรมแกเ ทพบรษิ ัท เทพบตุ รก็ไมไ ด

สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อนิ ทสระ ๑1๒25๓ แสดงธรรมแตเทพบุตรผเู กิดกอนยอมเตอื นเธอใหระลกึ ถงึ พรหมจรรย ที่เคยประพฤติ เธอก็ยอมระลึกได สติเกิดข้ึนชา แตเ ม่ือไดส ตแิ ลว เธอ แตล ะคนประทบั ใจตอนใดตอนหนงึ่ ไมเหมอื นกนั บางคนประทบั ใจ ในหลายๆตอน ไมอาจระบลุ งไปได นอกจากน้ขี ึ้นอยกู ับชว งนนั้ ๆเขา ประสบเหตกุ ารณอ ะไร นอ มจติ ไปในพุทธประวตั ิตอนน้ันๆ แลวไดรบั ประโยชนเ ตม็ ทส่ี ำหรับเขาในเวลานน้ั คำถามท่ี ๙๙๘ มีกุศลกรรมประเภทใดบางที่จัดเปนกรรมไมดำไมขาวไดดวย คะ ตอบ การปฏิบตั ิตามมรรคมอี งค ๘ จนสนิ้ อาสวะ เรียกวา อาสวกั ขย ญาณ จัดเปน กรรมไมดำไมขาวเปนไปเพื่อความสิ้นกรรม คำถามที่ ๙๙๙ ขออนุญาตกราบเรียนถามทานอาจารยวศินวา เรื่องราวใน พุทธประวัติตอนใด ท่ีเปนท่ีประทับใจปราชญทางพุทธศาสนาเชนทาน อาจารยมากท่ีสุดคะ และดวยเหตุผลใดคะ กราบขอบพระคณุ คะ ตอบ แตละคนประทับใจตอนใดตอนหนึ่งไมเหมือนกัน บางคน

๑1๒26๔ สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ประทับใจในหลายๆตอน ไมอาจระบุลงไปได นอกจากนี้ขึ้นอยูกับชวง นน้ั ๆเขาประสบเหตกุ ารณอ ะไร นอ มจติ ไปในพทุ ธประวตั ติ อนนนั้ ๆ แลว ไดรับประโยชนเ ต็มที่สำหรบั เขาในเวลานั้น คำถามที่ ๑,๐๐๐ สวสั ดีครบั อาจารย การปลงอาบัตขิ องพระสงฆ มสี าระอะไร ชวยอธิบายดวยครับ แลวพระอรหันตทานทำผิดวินัยไดไหมครับ (ผม คิดวาไดคือทำความผิดทางโลกที่เขาบัญญัติ แตถาทางธรรมผมคิดวา ทานไมผิดแนเพราะทานไมมีเจตนา และไมไดกระทำอะไรดวยกิเลส) ขอบคุณครับ ตอบ การปลงอาบตั ขิ องพระสงฆเ ปน การสารภาพความผดิ ตามทต่ี น ไดก ระทำมาและระลกึ ได สาระสำคญั อยตู รงน้ี พระอรหนั ตท ำผดิ วนิ ยั ได ไหมไมแ นใ จเพราะไมเ คยมตี วั อยา งเคยมเี รอื่ งเลา ไวใ นการทำสงั คายนา ครง้ั แรกวา พระมหากสั สปประธานสงฆไ ดป รบั อาบตั พิ ระอานนทห ลาย ขอเกี่ยวกับองค พระพุทธเจาเชน พระอานนทมิไดทูลถามวาสิกขาบท เล็กนอยที่ใหสงฆถอนไดเมื่อพระองคนิพพาน แลวน้ันคือสิกขาบทเชน ไร พระอานนทตอบวา ทานไมเห็นวาทา นทำผดิ ในขอ น้ี แตเ มื่อสงฆเ ห็น วาทานทำผิดทานกข็ อปลงอาบัต(ิ อาบัตทิ ุกกฏ แปลวา ไมดี ไมง าม ไม เหมาะสม) แปลวา ทา นไมไดท ำผิด แตเ มอื่ สงฆเ หน็ วา ผดิ ทา นก็ยอมซง่ึ ในตอนน้ันพระอานนทก เ็ ปน พระอรหันต แลว มวี ธิ ีระงบั อธกิ รณอยวู ธิ ีหนง่ึ (อธกิ รณ แปลวา คดี ตามพระ วนิ ัย) เรียกวา สติวนิ ยั คอื ถา มีใครฟองพระอรหันตว า ผดิ วนิ ยั ขอใดขอ หน่ึง ทา นใหถอนคำฟอ งนั้นเสีย เพราะพระอรหันตเ ปน ผูมสี ตสิ มบูรณ

สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อินทสระ ๑1๒27๕ คำถามที่ ๑,๐๐๑ คำวา “มัตตัญุตา สทา สาธุ” แปลวาอะไร และมีวิธีปฏิบัติ อยา งไร ตอบ แปลวา ความพอประมาณหรอื ความพอดดี เี สมอ วธิ ปี ฏบิ ตั กิ ค็ อื ทำอะไรใหพอดีไมตึงเกินไปไมหยอนเกินไป ไมมากเกินไปไมนอยเกิน ไป คนเราโดยมากเอียงสดุ ไปขางใดขางหนง่ึ ไมพ อดี ผมพดู อยูเสมอวา ความดที ำไมย ากถา เรารวู า ความพอดอี ยทู ไ่ี หน กนิ มากเกนิ ไปกไ็ มด ี กนิ นอ ยเกนิ ไปกไ็ มด ี กนิ แตพ อดนี น่ั แหละดี เสอื้ ผา กเ็ หมอื นกนั หลวมเกนิ ไป หรือคับเกินไปก็ไมดี พอดีตวั นน่ั แหละดี เรือ่ งอ่นื ๆก็ทำนองน้ี ใหร ูจ ักเดนิ สายกลางท่ีเรยี กวามัชฌมิ าปฏปิ ทา ทำอะไรก็จะสำเร็จตามประสงค คำถามท่ี ๑,๐๐๒ ธรรมหมวดใดทเี่ ราควรอธษิ ฐานไวเ ปน อธษิ ฐานธรรมเพอ่ื รกั ษา ใจใหแ นว แน มั่นคง เด็ดเดี่ยวในทางแหงความดคี ะ ตอบ กห็ มวดทเี่ รียกวาอธษิ ฐานธรรม ธรรมที่ควรตัง้ ไวใ นใจ ๔ อยา ง คือ ๑.ปญญา ๒.สัจจะ ๓.จาคะ ๔.อุปสมะ-ความสงบ ในธาตุวิภังค สูตรซึ่งเปนท่ีมาของธรรมหมวดน้ี ทานแสดงถึงปริยายเบ้ืองสูงคือ อริย ปญญา, สัจจะ หมายถงึ นพิ พาน, จาคะ เปนอริยจาคะ หมายถงึ สละ กิเลสท้ังปวง, อุปสมะ คือ อริยอุปสมะ หมายถึง ความสงบจากกิเลสทง้ั ปวง รวมความวา ท้ัง ๔ ขอ หมายถึงนิพพานท้ังน้ัน ตามนัยแหงธาตุ วภิ ังคสตู ร มชั ฌิมนิกาย อุปริปณณาสก พระไตรปฎ กเลม ๑๔

๑1๒28๖ สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ คำถามที่ ๑,๐๐๓ เคยไดฟงทานอาจารยกลาวถึง ส่ิงที่ไมควรกลาววามี เขาใจ วาเรียกวา อโวหาริก อโปหาริก (กราบขออภัยหากเขียนผิดนะคะ) จึง อยากทราบวา พระพุทธองคตรัสเร่ืองนี้ไวกับผูใด ในความหมายหรือ สถานการณ ใดคะ ตอบ อพั โพหาริก หรอื อโวหารกิ แปลวา ไมค วรกลาว หรอื กลาวไม ไดว า มหี รอื ไมม ี เชน นำ้ เหลอื เลก็ นอ ยในแกว ไมพ อทจ่ี ะดม่ื ขา วเหลอื เลก็ นอยในหมอ ไมพ อเพื่อจะกนิ คำถามที่ ๑,๐๐๔ เคยไดรบั ทราบวา คำวา วิปส สนากรรมฐาน มไิ ดบัญญัตขิ ึน้ ใน สมัยพุทธกาล ถาเชนน้นั พระพุทธองคทรงสอนใหพทุ ธบรษิ ทั “ภาวนา” อยา งไรคะ และสตปิ ฏ ฐาน ๔ กบั วปิ ส สนาภาวนาเปน สง่ิ เดยี วกนั หรอื ไม คะ ตอบ สติปฏ ฐาน ๔ เปน สมถะบางเปน วปิ ส สนาบา ง สมถกรรมฐาน และวิปสสนากรรมฐานมีมาแตสมัยพุทธกาลแลวเรียกวา ภาวนาบาง เปนสมถภาวนาและวิปสสนาภาวนา ปรากฏในทุกนิบาต อังคุตตรนิ กาย พระไตรปฎกเลม ๒๐และทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระไตรปฎ กเลม ๑๑ สติปฏฐานเปน สวนหน่ึงของสมถภาวนาและวิปส สนาภาวนา เรียก วา วิชชาภาคิยธรรมบา ง แปลวา ธรรมอนั เปน สวนใหไ ดวชิ ชา

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๒29๗ คำถามที่ ๑,๐๐๕ สวัสดคี รบั อาจารย มีนองทท่ี ำงานเขาถามผมมาวา ถา เกดิ เรา สำเร็จความใครต วั เอง เปนบาปไหม ผมตอบนองเขาไปวา ไมบ าป แต เปนการสะสมกิเลสอนุสัย เราควรรูจักควบคุมอารมณใหพอดี ผมตอบ ไปอยางนี้ อาจารยชวยอธิบายเพิ่มเติมหรือชวยตอบตามความรูของ อาจารยห นอยครบั ขอบคุณครับ ตอบ ทค่ี ณุ อธบิ ายไปกด็ แี ลว ถา เปน พระทา นหา มมใิ หท ำ ทำเขา เปน อาบัติ ฆราวาสไมมีอาบัติแตอยาใหบอยนัก ถาบอยทำใหเสียสุขภาพ ผมตอบคุณไดเ พียงเทาน้ี คำถามที่ ๑,๐๐๖ ผมอานหนังสือมาเลมหน่ึง ทานเปรียบวาพระอรหันตมีอยู ๒ แบบ คอื แบบเพิ่งจะนพิ พานใหม เปรยี บกับหมอ ทีเ่ พิง่ เอาออกจากเตา ยังรอนๆ อยู (ยงั ทุรนทรุ ายกบั เวทนาอย)ู อกี แบบเปนแบบนิพพานนาน แลว เปรียบกับหมอท่ีเย็นแลว ผมเขาใจวาพระอรหันตทานเย็นตั้งแต เปน พระอรหนั ตแ ลว อาจารยชวยอธบิ ายดวยครับ ตอบ ผมไมเ คยรเู รอื่ งนอ้ี ธบิ ายไมถ กู เคยรแู ตว า พระอรหนั ตพ วกหนงึ่ ละกเิ ลสไดห มดแลว ยงั มชี วี ติ อยูเรยี กวา สอปุ าทเิ สสนพิ พานอกี พวกหนง่ึ ดบั กเิ ลสแลว ดบั ขนั ธแ ลว ดว ย เรยี กวา อนปุ าทเิ สสนพิ พาน นปี่ รยิ ายหนงึ่ อกี ปรยิ ายหนงึ่ วา ดบั กเิ ลสไดบ างสว น เชน พระโสดาบนั พระสกทาคามี

๑1๒30๘ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อินทสระ พระอนาคามี เรยี กวา สอปุ าทเิ สสนพิ พาน พระอรหนั ตดบั กเิ ลสไดหมด แลว เรยี ก อนปุ าทิเสสนิพพาน เรอื่ งหมอเกา หมอใหมอะไรของคณุ นัน้ ผมไมเ คยไดย ิน คำถามที่ ๑,๐๐๗ ผมไดอ า นหนงั สือ “เสรีภาพทางจิต” มีวรรคหนึ่งของหนงั สือ บอกวา ถานง่ั วปิ สสนาจนเกดิ ปติ ใหเ ราทิ้งความรูสกึ ของปต ิเหมอื น กบั เรายอมทิง้ ของมีคา เล็กนอย เพือ่ จะไปไดของที่มีคา มากกวา นีค้ อื ญาณ แตค นสวนใหญทช่ี อบนั่งสมาธิ เหน็ เขาใหค วามสำคญั กับปต ิ มาก อยางน้ีถอื วาเปนคนติดปตสิ ขุ เปน วปิ สสนปู กิเลสหรือเปลา ครับ อาจารย ชว ยแนะนำวิธกี ารแกไ ขคนท่ชี อบตดิ ปตสิ ุข ดว ยครับ ตอบ เปนวปิ ส สนูปกเิ ลส ถูกแลว ตอ งพจิ ารณาวา ปต นิ ้ยี งั หยาบนัก แลว ละปติเสยี เพื่อจะ ไดส่ิงทีด่ กี วานี้ เปนทำนองสละสขุ เลก็ นอยเพอ่ื สขุ ท่ยี ่งิ ใหญ

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๒31๙ คำถามที่ ๑,๐๐๘ สวสั ดคี รับอาจารย ผมมเี รือ่ งท่มี ันสะกิดใจผม เร่ืองมีอยูว า มี วัดอยูวดั หนง่ึ ครับ วัดนีม้ ีพระเกจอิ าจารยปฏิบตั ิดปี ฏิบัตชิ อบ อยเู ปน เจาอาวาส ตอนแกยังมีชวี ิตอยู คนมาเปนลกู ศษิ ยก นั มากมาย สราง วัด ศาลา ใหญโ ต มคี นเขา มาบวชมากมายหลายสบิ รูป แตพอทาน มรณภาพไปแลว พระสึกออกเกือบหมดวดั ลูกศิษยไ มค อยมาวัด มมี า บางก็มากราบศพทานท่ีวากันวาไมเนาไมเปอย(เด๋ียวน้ีมีเยอะจนผม งง) ผมเห็นแลวรสู ึกสังเวชครบั ท่ลี ูกศิษยไมย อมเหน็ ตวั ธรรมะ ท่พี ระ อาจายท า นนน้ั ปฏบิ ัติใหเห็น พอหมดบุญทา น ลาภสกั การะเสอ่ื มลงก็ ถอยหนี เหลือแตพระเพียงไมกร่ี ูป อันนเี้ ปนขอ เสยี ของพุทธบริษทั ทไ่ี มมี ความมัน่ คงในตัวธรรมะจรงิ ๆ อาจารยมคี วามเห็นอยา งไรกบั เรอ่ื งน้ี ครับ เพราะเด๋ียวนี้ คนรุนใหมเร่ิมจะคน หาแกน แทของธรรมะกันเอง ไม หวังพึ่งพระสงฆกันแลว หรอื วา เราตอ งปลงสงั เวช กบั ความเส่อื มของทุกสง่ิ เราพอจะทำอยางไรกัน ไดบ า งครบั พระพุทธเจาทานฝากศาสนาไวก ับพทุ ธ บริษัท ๔ มิใชห รือครับ ตอบ เห็น ดวย กับ คุณ ตอง ให พุทธ บริษัทม่ันคงในพระธรรม ซ่ึงเปนธรรม ที่ พระพุทธเจา ตรัส ไว ดีแลว ก็ จะ ได ประโยชนแกตนและแกพระพุทธ ศาสนาอยางมาก

๑1๓32๐ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อนิ ทสระ คำถามท่ี ๑,๐๐๙ สวสั ดคี รับ มพี ระแถวบา นมาชวนใหผมไปเท่ียวอนิ เดีย ไปชม สังเวชนยี สถาน ๔ แหง ผมกถ็ ามวาไปแลวจะไดอะไร ทานตอบวา ไป แลว คณุ จะไดศ รทั ธาชนดิ ทคี่ ุณไมเคยมี ปญญานะ คุณแคอา นหนังสอื คณุ กไ็ ดแลว ผมกลบั มาน่งั คดิ วา ถา เกิดเราไปแลวเราจะมีศรัทธาตอ พระพทุ ธศาสนาจริงแลวทำไมตนกำเนดิ เชนอินเดียหรือเดก็ ทว่ี งิ่ เลนอยู ใตตน มหาโพธิถ์ ึงไมเ หน็ มศี รัทธาเลย ศาสนาพทุ ธทำไมถึงลมสลายไป คนสวนใหญทีป่ ฏบิ ัติธรรม เขาบอกผมวา ตอ งถือศีลใหบ รสิ ทุ ธ์ิซะกอ น ถึงจะมี สมาธิ และปญ ญา แตผมคดิ วาตองมปี ญญาซะกอ น (สัมมา ทิฏฐ)ิ แลว ศลี กบั สมาธถิ ึงจะมาถกู ทาง อาจารยม ีความคดิ เหน็ กบั คำ ชวนของพระรปู น้อี ยา งไรครบั ตอบ เห็นดว ยกบั คณุ คุณพดู มาดีแลว คำถามท่ี ๑,๐๑๐ คำวา “ปฏิเวธ” น้ี ถา เกดิ เราปฏิบัตจิ นมีความรูสึกวาโลภ โกรธ หลง ของเรามนั ลดลง ถอื วาเรามปี ฏิเวธหรอื เปลาครับ เห็นคนสวนใหญ บอกวา ตอ งมีฌาน มีญาณ ถึงจะเปนปฏเิ วธ หรือตองเฉพาะมรรค ผล นพิ พานเทานัน้ ครบั ตอบ ปฏเิ วธมีหลายระดบั ระดบั สามญั บางระดบั สงู บา ง ระดบั สามญั หมายความวา ไดร ับผลแหง การปฏบิ ัตธิ รรมขอน้ันๆ เชน ให ทานแลว ไดเหน็ ผลของทาน มีเมตตาแลว เหน็ ผลของเมตตา เปน ตน ใน ระดับสูงหมายถึงการบรรลุธรรมตั้งแตโสดาปตติผลข้ึนไปจนถึงอรหัตต ผล

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ ๑1๓33๑ คำถามที่ ๑,๐๑๑ คดิ อยา งไรจงึ เรยี กไดวา เปน สมั มาสังกัปปะ ตอบ สมั มาสังกัปปะ แปลวา ความดำรชิ อบ ในมัคควิภงั คสูตร จำแนกไว ๓ อยา ง คือ ๑. ดำรใิ นการปลีกตนออกจากกามคุณ เรียกวา เนกขัมม สังกปั ปะ ๒. ดำรใิ นการไมพ ยาบาท เรียกวา อพั ยาปาทสังกปั ปะ ๓. ดำรใิ นการไมเบยี ดเบยี น เรียกวา อวหิ ิงสาสังกัปปะ ถา กลา วโดยทั่วไป ความคดิ ดๆี ท้งั หลาย รวมลงในสมั มา สงั กัปปะได (โปรดอา นเพมิ่ เตมิ ใน เร่ือง “อริยสัจ ๔” ตอนวาดวย สัมมา สังกัปปะ ของ วศิน อนิ ทสระ) คำถามท่ี ๑,๐๑๒ การท่ีกลาววา ผูท่ีมีปญญากลามักจะเปนผูท่ีมีโทสจริต (มากกวาจริตประเภทอ่ืนๆ) มีท่ีมาจากท่ีใดในพระไตรปฎก หรือพระ คัมภีรอ ่นื ๆ คะ ตอบ ไมมีหลักฐานชัดเจน อาจเปนเพียงขอสันนิษฐานของบางทาน ถาถือตามพระพุทธภาษิต พระพุทธองคตรัสวา “เม่ือใดความโกรธ ครอบงำบุคคลใด เมื่อนั้นเขายอมมืดมน” อธิบายวา ขาดปญ ญานน่ั เอง (อนธฺ ตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นร)ํ ขยายความวา ความโกรธทำให เปน คนโง จงึ ตรงกนั ขา มกบั ทมี่ ผี กู ลา ววา ผทู มี่ ปี ญ ญากลา มกั จะเปน ผทู ่ี มโี ทสจริต

๑1๓34๒ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ คำถามท่ี ๑,๐๑๓ พระอริยบุคคลช้ันตางๆ เห็นนิพพานตางกันไหมคะ เคยไดยิน วา ทานเจาคุณนรรัตนราชมานิตกลาวไวทำนองวา พระโสดาบันเห็น นิพพานเหมือนฟาแลบ พระสกทาคามี เห็นนิพพานเหมือนคืนท่ีมีแสง ดาว พระอนาคามีเหน็ นพิ พานเหมือนคนื ที่มีแสงจันทร พระอรหนั ตเ หน็ นิพพานเหมือนกลางวันที่มีแสงอาทิตย พระพุทธองคตรัสเปรียบเทียบ การเหน็ นิพพานของพระอริยบุคคลช้นั ตางๆ ไวท ี่ใดหรอื ไมค ะ ตอบ ไมเ คยพบทมี่ าในคมั ภรี  ไมอ าจยนื ยนั ได แตพ ระอรยิ บคุ คลตา ง ระดับกนั ยอ มจะเหน็ นิพพานไมเ ทา กัน เพราะกเิ ลสที่ละไดไมเทากัน คำถามที่ ๑,๐๑๔ สวัสดคี รับอาจารย การพิจารณาความตาย (มรณสติ) คอื การ พินิจถึงความตายตองคิดโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ตองคิดแบบ ใดครับถึงจะแยบคาย ถาเราเห็นบุคคลอ่ืนไมวาจะเปนคนรูจัก เปน บุคคลทีเ่ ราเกลียด เราจะมีวธิ คี ดิ อยางไรครับ ขอบคณุ มากครบั ตอบ คดิ ถงึ ความตายทา นใหมโี ยนิโสมนสกิ าร คอื ประกอบดวยสติ สงั เวช และญาณ มสี ตอิ ยเู สมอวา ความตายจะตอ งมาถงึ เราเปน แนแ ท มีความสังเวชวา สัตวทั้งหลายตางก็มุงหนาไปสูความตายเหมือนโคที่ เขาจงู ไปสทู ฆี่ า เหมอื นไกท เ่ี ขาใสเ ขง ไปเชอื ด เปน ตน มญี าณความหยง่ั รวู า เมอ่ื ใดอายุ ไออุน วญิ ญาณ ละรางกายน้ไี ป เมื่อน้ันรา งกายนกี้ จ็ ะ ถกู ทอดทง้ิ ใหน อนนง่ิ อยู สาระในกายนไี้ มม ี หยงั่ รตู อ ไปวา เกดิ บอ ยๆเปน ทกุ ขบอ ยๆ เปนตน

สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๓35๓ คำถามท่ี ๑,๐๑๕ สวัสดคี รับอาจารย ผมไดศ ึกษาพระไตรปฎ กมาบาง รสู ึกวา พระพุทธเจาทา นสอนบุคคลมากมาย (เอนกปริยาย) เราไมควรยดึ คำ สอนหรอื หลักคำสอนของทา นเปน หลกั ตายตวั แบบเดยี ว เพราะตาง กรรม ตา งวาระ แตเ พราะเหตุใดครับคำสอนของทา นถึงสอดคลองกนั โดยไมข ดั แยง กนั นเ่ี ปน เฉพาะพระพุทธเจา ใชไหมครบั แลว คำสอน ของสาวกจะมคี วามสอดคลองเชน พระพุทธเจาหรอื เปลา (มีสาวกที่ มิไดเปนพระอรหนั ตหรอื พระอรยิ ะ แตส งั่ สอนใหบ คุ คลบรรลไุ ด แสดง วาพระธรรมนขี่ องดแี ท ผแู สดงธรรมอาจจะไมเปน อริยบคุ คล แตผูฟง อาจจะสำเรจ็ กไ็ ด) ตอบ พระพทุ ธเจา ทรงประกาศธรรมโดยเอนกปรยิ ายตามความเหมาะ สมและจำเปนแกบุคคล น้ันๆ ตามเหตุการณนั้นๆ แตไมขัดแยงกัน ตามท่ีคุณกลาวมาแลว ถูกตองแลว คำสอนของพระอรหันตก็ไมขัด แยงกันเพราะทานหมุนตามคำสอนของพระพุทธเจา สวนคำสอนของ พระสาวกรนุ หลงั ทย่ี งั เปน ปถุ ชุ นอยอู าจขดั แยง กนั บา ง เพราะความหยง่ั รไู มเ ทา กนั แตท บ่ี คุ คลบางคนเหน็ วา คำสอนของพระพทุ ธเจา ขดั แยง กนั กเ็ พราะไมเขา ใจหลักคำสอนปรยิ ายตางๆ เชน บางแหงตรสั วา “ตนเปน ที่พึ่งของตน” บางแหงตรัสวา “ตัวตนไมมี ทุกสิ่งเปนอนัตตา” เม่ือเปน เชน นเ้ี ขาสงสัยวา จะเอาตนท่ีไหนมาเปนที่พึง่ เพราะไมม ตี วั ตน โดยนัยดงั กลาวมานี้ ขอใหห ลักไววา คำสอนทางพทุ ธศาสนา นัน้ แบงเปน ๓ สว นคือ ๑. สวนที่เปนศีลธรรมจรยิ ธรรม ๒. สวนทเี่ ปนสัจธรรม

๑1๓36๔ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อนิ ทสระ ๓. สวนท่เี ปนวรรณกรรมหรือวรรณคดี เมื่อแบงเปน ๓ สวนอยางน้ีแลว เราก็จะเขาใจคำตรัสของ พระพทุ ธเจา หรอื ของคมั ภรี ท างศาสนาวา สว นใดเปน ศลี ธรรมจรยิ ธรรม และสวนใดเปนสัจธรรม สวนใดเปนวรรณคดี ตัวอยางที่ยกมาขางตน วา “ตนเปนทพ่ี ่ึงของตน” เปน สว นจรยิ ธรรม ทว่ี า “ตวั ตนไมมี” เปนสว น สัจธรรม เปน ตน สวนทเ่ี ปน วรรณคดีนนั้ เชน เรอ่ื งเลา ในชาดกตา งๆ ซ่งึ บางคนเห็นวา เปน จรงิ ไมไ ด เชน นกกาพูดได ชา งพูดได ขอน้ันทานเลา ไวเพอ่ื เปนคติวาเราไดคตอิ ะไรจากเร่อื งนี้ คำถามที่ ๑,๐๑๖ สวัสดีครับอาจารย มีอยูชวงหน่ึงที่พระพุทธเจาทรงหยิบใบไม ขนึ้ มากำมอื หนง่ึ แลว ทานตรัสกับสาวกวา ธรรมทีเ่ รา สอนพวกเธอ มันแคใบไมกำมือเดียว ถาเทียบกับที่ เราตรัสรูคอื ใบไมหมดท้ังปา อาจารยค รบั ใบไม กำมอื เดยี วทพี่ ระพทุ ธเจา ตรสั มา คอื ทา นทรง สอนเราเทา ทเี่ ราตอ งรเู พอ่ื พน ทกุ ขใ ชไ หมครบั ชวยช้แี นะดว ยครบั ตอบ ถูกตองแลวครับ ทานทรงสอนเทา ท่ีจำเปนตองรูเพ่ือความส้ินทุกขและเพ่ือ การอยูเปนสุขในปจจุบัน ท่ีทาน ทรงรูและไมไดนำมาสอนมีอีก มากมายเพราะเห็นวา ไมจ ำเปน

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๓37๕ คำถามที่ ๑,๐๑๗ อาจารยค รับ พระพทุ ธเจาทา นทรงสอนโลกตุ ตรธรรม หรอื สุญ ญตาธรรม ใหแกฆราวาส แสดงวาทานทรงสอนส่ิงท่ีไมเกินวิสัยของ ฆราวาสใชไ หมครับ ทีท่ า นสอนมีอะไรบางครับ ตอบ ถูกตองแลว ทรงสอนสุญญตาธรรมทั้งแกบรรพชิตและแก ฆราวาส เพราะเปน สง่ิ จำเปน ทจ่ี ะตอ งรเู พอ่ื บรรลโุ ลกตุ ตรธรรม ทรงสอน ศีลธรรมและจริยธรรมเพือ่ ความสุขของสงั คมในปจจบุ ัน คำถามท่ี ๑,๐๑๘ สวสั ดคี รบั อาจารยไดย นิ มานานกบั คำวา สกั แตว า ไดย นิ บา งสกั แตว า เหน็ บา ง คำวา สกั แตว า นมี้ คี วามหมายวา ไมย ดึ ถอื เปน ตวั ตน ไมท ำ ไปดวยตณั หาอปุ าทาน ใชไหมครบั หรือมนี ัยอ่นื ทเี่ ปนแกนอกี อาจารย ชว ยอธิบายดว ยครับ ตอบ คุณเขา ใจถกู ตอ งแลว คำถามที่ ๑,๐๑๙ อาจารยค รบั พระเจา ปเสนทโิ กศลนไี้ ดฟ ง ธรรมของพระพทุ ธเจา มากมาย แตไ มบ รรลุธรรม เปนเพราะเหตใุ ดครบั

๑1๓38๖ สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อินทสระ ตอบ ไมทราบครบั คำถามท่ี ๑,๐๒๐ สวสั ดีครบั อาจารย ผมไดอานหนงั สอื มาเลมหนึ่ง ทานอุปมาวา มีบคุ คลท่ีผดุ ขน้ึ มาจากน้ำแลวทรงตวั เปรยี บเปนกัลยาณบุคคล, สว นผู ทที่ รงตวั ไดแ ลว แลมองหาฝง เปรยี บเปน พระโสดาบนั , สว นผทู มี่ องหาฝง แลว กำลงั วา ยนำ้ เขา ไปหาฝง เปรยี บเปน พระสกทิ าคาม,ี สว นผทู ว่ี า ยนำ้ ใกลจ ะถึงฝงแลว เปรยี บเปน พระอนาคาม,ี สว นผูท ีถ่ งึ ฝง เนอื้ ตวั แหงยืน แตงชุดพราหมณมองดูผูอื่นวายน้ำเปรียบ ไดกับพระอรหันต อาจารย ครบั อุปมานมี้ าจากตำราไหนครับ ทานเปรยี บไวด ีมาก ตอบ มาจากพระสตุ ตันตปฎ ก เทา ท่ีนึกไดเวลานี้ เปนอีกปริยายหนึ่ง คือ ทรงแสดงบคุ คล ๔ จำพวก ๑. ผไู ปตามกระแส (อนโุ สตคาม)ี หมายถึง ผูท ย่ี ังบรโิ ภคกาม ยงั ทำบาป ๒. ผูท วนกระแส (ปฏิโสตคาม)ี หมายถึง ผทู ไ่ี มบริโภคกาม ไม ทำบาป ๓. ผยู นื อยางมัน่ คง (ฐิตตโฺ ต) หมายถงึ พระอนาคามี ๔. ผขู า มฝงไดแ ลว (ตณิ โฺ ณ ปารคโต) หมายถึง พระอรหันต (จาก อังคตุ ตรนกิ าย จตุกกนบิ าต พระไตรปฎก เลม ๒๑ หนา ๖)

สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ ๑1๓39๗ คำถามที่ ๑,๐๒๑ อาจารยค รบั วิปสสนาคอื ”การดูจนเห็นแจง ” การเหน็ แจงในที่ น้คี ือการเหน็ ไตรลักษณ เม่ือเห็นแลว กต็ อ งเบอ่ื หนา ย เมอ่ื หนายกต็ อง คลายจากสิ่งท่ีเคยยึดม่ัน ที่มันผูกเราเอาไวกับอารมณ แลววิปสสนา สามารถถอยหลังกลับไปไดอีกหรือเปลาครับ หรือเมื่อเห็นจนหนายส่ิง ใดแลว จะไมม วี ันยอ นถอยหลังไดอ กี ครบั ตอบ สิง่ เหลา น้เี มื่อยังเปน ปถุ ชุ นอยูก็เส่ือมได กลับไปกลับมา ผทู ่ไี ด โลกียอภิญญา ๕ ยังเส่ือมได จะกลาวใยถึงเพียงแควิปสสนาญาณซ่ึง เกิดขึ้นเปน คร้งั คราว คำถามท่ี ๑,๐๒๒ นอกจาก ทา นพระสารบี ุตรแลว มพี ุทธสาวกผใู ดไดก ลาว ประกาศความเลือ่ มใสในพระพุทธองคไดอยา งประเสรฐิ และยงิ่ ใหญ เทยี บเคียงไดกบั ทา นพระสารีบุตรอกี หรือไมคะ ตอบ ยงั ไมเคยพบทม่ี า หรอื ถาเคยพบแลวก็ยังนึกไมออกตอนนี้ เมอ่ื ไมแนใ จก็ไมกลา พดู ถงึ

๑1๓40๘ สนทนาธรรมกับ อ.วศิน อินทสระ คำถามท่ี ๑,๐๒๓ ขอทานอาจารยโปรดยกตัวอยางอุบาสกอุบาสิกาในสมัย พุทธกาลท่ีประสบปญหาชีวิตรุนแรง แตสามารถใชธรรมเปนเครื่อง เตอื นสติ ทำใหก ำจดั ความทกุ ขแ ละประสบความสขุ ไดด ว ยนะคะ กราบ ขอบพระคณุ อยา งสูงคะ ตอบ เทา ท่นี กึ ไดเ วลาน้ี ที่เปน ผูชายกม็ ีอุปกาชีวกทไี่ ปเปน ลกู เขย ของพรานเนื้อแลว ไดร ับความลำบาก จงึ ยอนกลับมาเฝา พระพุทธเจา ไดฟ ง ธรรมแลวบรรลอุ นาคามผิ ล มผี ทู นี่ าสงสารอีกทา นหนึง่ เปนผู ลำบากยากจนเพราะเวรกรรมแตป างกอน แตพ ระสารบี ุตรไดนำมา บวช ชอื่ พระโลสกะ แมบ วชแลว ก็ไมเคยไดอ าหารอ่ิมทอง จนวนั ที่จะ นพิ พาน พระสารบี ตุ รตองยนื ถอื บาตรใหฉัน จึงไดฉ นั จนอิม่ ทองแลว นพิ พาน ฯลฯ ฝายผหู ญงิ เทาที่นึกได เชน พระกณุ ฑลเกสเี ถรี พระปฏา จาราเถรี พระกีสาโคตมีเถรี ลวนแตลำบากมากสมัยเมอื่ เปนคฤหัสถ แตเม่ือบวชแลวก็ไดสำเรจ็ อรหตั ตผล คำถามท่ี ๑,๐๒๔ ครูบาอาจารยบางทานกลาววา ความจริงเปนส่ิงที่อยูตอหนา ตอ ตาเรา แตเ หตใุ ด ความจริงจึงเปนส่ิงรูย ากนกั คะ ตอบ ทเ่ี ปน สงิ่ รยู ากเพราะเราไมเ หน็ เราไมร ู แมจ ะอยตู อ หนา เรากต็ าม เหมือนคนตาบอดแมจะมีรูปปรากฏอยูเฉพาะหนามีแสงสวางเพียงพอ แตก ็มองไมเหน็

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๓41๙ คำถามที่ ๑,๐๒๕ จิตปรุงกิเลส หรอื กิเลสปรุงจติ คะ ตอบ กิเลสปรุงจิตนาจะถูกกวา ตราบเทาที่ยังมีกิเลสอยู จิตก็ถูก กเิ ลสปรงุ อยเู รอื่ ยไป กเิ ลสเปน สงั ขาร-สงิ่ ปรงุ จติ ใหจ ติ โลภบา ง โกรธบา ง หลงบา ง เม่ือไมมีกิเลสปรุงแลว ทา นเรียกวา จิตถงึ วิสังขาร ถงึ ความสนิ้ ตัณหา คำถามท่ี ๑,๐๒๖ สวัสดคี รับอาจารย พระพทุ ธเจาทานตรสั ไวว า เราเหน็ แลว นรกและสวรรคน ้อี ยูทีอ่ ายตนะ นิพพานก็มีอยูใ นอายตนะ ท่ที า นตรัสไว นี้ หมายความวา อยางไรครบั ชว ยอธิบายดวยครบั ตอบ ทานใชค ำวา อายตนกิ สวรรค อายตนิกนรก คือ สวรรคนรกที่ เก่ียวกับอายตนะ ๑๒ คอื ไดเ ห็นรปู ไดฟ ง เสยี ง เปน ตน ทีพ่ อใจก็เปน สวรรค ไมพอใจก็เปนนรก อันนี้ตรสั ไวป ริยายหนึ่ง สวรรคน รกหลังจาก ตายแลว ก็เปน อีกปริยายหน่ึง สว นนิพพานไมไ ดอยูท ่อี ายตนะ แตตรัส วา การสำรวมอายตนะเปน สัปปายะแกนิพพาน หรือเปน ปจ จยั แก นพิ พาน ขอใหกำหนดใหดี

๑1๔42๐ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อินทสระ คำถามที่ ๑,๐๒๗ ตทงั คนิพพาน เปน นพิ พานอยา งไรครบั โปรดช้ีแนะดวยครบั ตอบ นพิ พานชัว่ คราว เรยี กวา ตทงั วมิ ุตตบิ าง เรียกวา ตทงั คนโิ รธ บา ง ๒ คำนี้เปน ไวพจนข องนพิ พาน หมายความวา ดบั กิเลสไดชั่วคราว ดว ยองคธ รรมนั้นๆ เชน ดับกเิ ลสคือความโกรธไดดวยธรรมคอื เมตตา แตไ มเดด็ ขาด เปนไปเพยี งชวั่ คร้งั ชว่ั คราว ถาเดด็ ขาดกเ็ รยี กวา สมุจ เฉทวมิ ุตติ หรอื สมจุ เฉทนโิ รธ คำถามที่ ๑,๐๒๘ ผูบรโิ ภคกาม หมายถึงอยา งไรคะ (จากคำตอบ ท่ี ๑,๐๒๐) ตอบ ผูยงั บรโิ ภคกาม หมายความวา ยังพอใจเกยี่ วขอ งดวยกามคุณ ๕ กลาวคอื รูป เสียง กล่ิน รส โผฏฐัพพะ คำถามท่ี ๑,๐๒๙ เคยไดท ราบมาวา เหตแุ หง การบรรลุธรรมมีหลายประการ เชน ฟงธรรม แสดงธรรม สาธยายธรรม สมถวิปสสนา เปนตน เหตใุ ด บคุ คล ผปู ระกอบเหตเุ หลา นอ้ี ยางมากแลว ก็ยงั ไมอาจบรรลุธรรมได อะไรเปน ปจ จยั ใหเ ปน เชนนน้ั คะ

สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อนิ ทสระ ๑1๔43๑ ตอบ นาจะเปนท่ีวาสนาบารมีที่เคยสั่งสมมามากนอยไมเทากัน และเหตุอนื่ ๆ เชน ไดสปั ปายะไมเพยี งพอ สัปปายะ หมายถงึ ความ เหมาะสม เชน ปุคคลสัปปายะ ไดบคุ คลเปนผแู นะแนวทางท่เี หมาะ สม ธัมมสปั ปายะ ไดธรรมทีเ่ หมาะสม เปนตน อา นประวตั พิ ระสาวก พอมองเห็นไดวา ทา นไดบำเพญ็ บารมีมาในทางนั้นๆ เมอื่ ไดรับ ธัมมสัปปายะจึงไดสำเรจ็ เร็ว ประกอบดว ยบุคคลผูแสดงธรรม รอบรู อัธยาศยั ของผฟู งดวย คำถามที่ ๑,๐๓๐ หากกิเลสเปนเหตขุ องกรรมชั่ว อะไรเปนเหตุของกรรมดคี ะ ตอบ ธรรมะเปน เหตขุ องกรรมดี คำถามท่ี ๑,๐๓๑ หนงั สือธรรมะจัดเปน พระธรรมเจดียไดไหมคะ ตอบ ได แตต อ งเปน หนงั สอื ธรรมะท่ีถกู ตอ ง

๑1๔44๒ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อินทสระ คำถามที่ ๑,๐๓๒ การเจรญิ สติ กบั การเจริญปญ ญามวี ิธีการทเี่ หมอื นหรอื แตก ตางกนั อยา งไรคะ ตอบ อาศยั กัน เปน เหตุเปน ผลของกนั และกนั การเจรญิ สตทิ ำใหได ปญ ญา การเจริญปญ ญาทำใหไดสติ วธิ ีการไมต างกนั คำถามที่ ๑,๐๓๓ สวสั ดคี รับ ผมมีขอสงสยั พุทธพจนน ี้ครับ ภิกษุทัง้ หลาย พรหมจรรยม วี มิ ุตเิ ปนแกน สาร.....ธรรมท้งั ปวงนน้ั สาวกของเรา “ก็ถกู ตอ งไดแ ลว” ดวยความหลดุ พน อาจารยครับ “กถ็ กู ตอ งไดแ ลว” ในทนี่ ้ี มีความหมายวา รแู จง รรู ส ปรากฏรบั รธู รรมทต่ี นบรรลแุ ลว ผมเขาใจ ถูกหรือเปลา ครบั อาจารยโปรดชแี้ นะดว ยครับ ขอบคุณครบั ตอบ คณุ ไมไ ดบ อกทม่ี าไวใหดว ย ลำบากมากในการคนหา จึงไม แนใ จวา ถูกหรอื ผดิ อยา งไร คำถามที่ ๑,๐๓๔ สวสั ดคี รบั อาจารย ผมมขี อ สงสัยวา เราจะพอทราบไดอ ยางไร วา ขอความใดเปน พทุ ธวจนะ หรือพทุ ธพจนครับ อยางขอ ความท่ีเรม่ิ ดวย ภิกษุท้ังหลาย เปนตนนี้ใชห รอื เปลา ครบั

สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ ๑1๔45๓ ตอบ ถา ตรัสกับภกิ ษกุ ็จะมคี ำวา “ดกู อนภิกษุทงั้ หลาย” เปน สวน มาก ทไ่ี มมคี ำวา “ดูกอ นภิกษทุ ้ังหลาย” กม็ ี ถาตรัสกับบุคคลตา งๆ ก็ จะเอยชือ่ เขาบา ง ไมเ อย ชื่อบาง วิธีท่ีจะรวู า เปนพระพทุ ธพจนก ็ตอง ตามไปดูในพระไตรปฎกวา ตรสั แกใ คร ท่ีไหน ซึง่ ก็เปน สิ่งท่ที ำไดยาก คำถามท่ี ๑,๐๓๕ อาจารยครับการที่พระสารีบุตรตอบวาไมเชื่อคำท่ีพระพุทธเจา บอกนั้นแตเช่ือส่ิงท่ีตนเองเห็นนั้นเปนคุณธรรมของพระอริยเจา แลว ระดับโสดาบัน ก็จะเชื่อธรรมของศาสดาโดยไมตองเช่ือบุคคลผูเปน ศาสดา คลา ยๆ กนั หรอื เปลา ครบั ระดบั การบรรลตุ า งกนั การเขา ถงึ ยอ ม ตอ งตา งกันใชไหมครบั ตอบ มคี ณุ สมบตั ขิ อ หนง่ึ ของพระโสดาบนั วา ไมต อ งเชอื่ ผอู นื่ หรอื ไม ตอ งมผี อู นื่ เปน ปจ จยั ในคำสอนของพระศาสดา(อปรปจจฺ โย สตถฺ ุ สาสเน) เพราะไดเ ห็นธรรม ไดร ูธ รรม ไดเขา ถึงธรรมดว ยตนเองแลว สว นเร่อื งที่ อา งถงึ กนั บอ ยๆ เร่ืองพระสารีบตุ รนน้ั มวี า วันหนึ่งมภี ิกษุหลายรปู ดว ย กันมาเฝา พระพทุ ธเจา พระสารบี ุตรอยูใ นทนี่ ั้นดว ย พระพทุ ธเจา ตรัสวา “อนิ ทรยี  ๕ คอื ศรทั ธา วริ ยิ ะ สติ สมาธิ ปญ ญา ทบี่ คุ คลอบรมดแี ลว ยอ ม หย่งั ลงสอู มตะ มอี มตะเปนที่สดุ ขอ น้สี ารบี ตุ รเช่ือหรือไม” พระสารบี ตุ ร ทลู ตอบวา “ในเร่ืองน้ี ขา พระองคไมตองเช่ือพระผูมีพระภาค” ภกิ ษุท้ัง หลายสงสัยเชิงติเตียนวาเหตุไร พระสารีบุตรจึงไมเช่ือพระผูมีพระภาค พระพุทธองคตรัสวา “พระสารีบุตรพูดถูกแลว เพราะพระสารีบุตรไดรู เหน็ ดว ยตนเองแลว”

๑1๔46๔ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ พระโสดาบนั กบั พระอรหนั ตเ ขา ถงึ ธรรมไดไ มเ ทา กนั อยา งทค่ี ณุ เขาใจ ถูกแลว แตพระโสดาบันบางทานเปนพหูสูต รูธรรมมาก เขาใจ ธรรมมาก จำธรรมไดม าก เชน พระอานนทพ ทุ ธอนชุ า อนั นเี้ ปน ขอ ยกเวน คงจะตอบคุณไดเ ทาน้ี ขอบคุณทกุ คนท่ีถามมา ขอใหมคี วามเจริญในธรรมยงิ่ ๆขน้ึ ไป คำถามที่ ๑,๐๓๖ (ขอมูล จากคำถามที่ ๑,๐๓๓) ผมเคยอานมาพอดี มาจาก เร่ืองเครื่องประดับของพรหมจรรย บาลีพระพุทธภาษิต จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๑/๓๒๙/๒๔๕ นาจะมาจาก รสแหงธรรมที่ตน บรรลุแลว (อนั นีค้ วามเห็นผมเองนะ) ตอบ ผม ได เปด ดู พระ ไตรปฎก ตาม ขอ และหนาที่คุณอางมาแลว ทั้งภาษา บาลีและภาษาไทย คิดวาคุณ เขา ใจถูกตอ งแลว

สนทนาธรรมกบั อ.วศิน อนิ ทสระ ๑1๔47๕ คำถามที่ ๑,๐๓๗ กราบเรียนอาจารย ขอปรึกษาอาจารย ณ ที่นี้คะ ตอนน้ีก็มี ปญ หาทท่ี ำงานเกา วา ไมก า วหนา ในการงาน และมีปญหากับเพอื่ นใน ที่ทำงาน เบอื่ คะ แตใกลบาน ขณะนมี้ ีเพ่อื นทเี่ คยเรียนดวยกนั ชวนไป ทำงานดวย เปน การตอบe-mail ภาษาอังกฤษ ลว นๆ กด็ คี ะ เหมอื นเขา จะชว ยใหค ำปรกึ ษาอยู แตก ลวั เรอื่ งการแปล งานดคี ะ แตไ กล และ กลวั ทำไมได ถา ทำไมไดอะไรอยา งนี้ เราจะเสยื เพอ่ื นทีเ่ รียนดว ยกัน คนนี้ไป ไหม จะชว ยตัวเองไดอยางไร กลัวก็กลวั อยากทำกอ็ ยากทำ แตไ กลคะ จะใชธรรมะขอไหมดี งัดมาใชไมถูกคะ รบกวนชวยตอบดวยคะ กราบ ขอบพระคณุ มาเปนอยางสงู คะ ตอบ คิดวาควรจะเลือกทำงานที่คุณชอบและมีความสุขท่ีจะทำ สำหรับปญหาอน่ื ๆเปน เร่อื งปลกี ยอ ย คอ ยๆปรบั เอาได การไดทำงานท่ี ชอบและเปน สขุ ยอ มเปนรางวัลของชวี ิตอยแู ลว คำถามท่ี ๑,๐๓๘ สวัสดี ครบั อาจารย ตามทพ่ี ระทา นสวดวา “สเี ลนะ นิพพุติง ยนั ต”ิ ความหมายของคำสวดหมายถึงศลี เปนพน้ื ฐานใหถงึ นพิ พานใช หรือเปลาครบั (มือใหมหัดแปลครับ) ตอบ ถกู ตอ งแลวครับ

๑1๔48๖ สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อนิ ทสระ คำถามท่ี ๑,๐๓๙ อาจารยค รับ ผมพอจะไดอา นพระสูตรมาบา ง ผมพบวา พระพุทธเจาทานไดตรัสสอนเชิงขนาบและช้ีโทษตอสาวกที่ยอหยอน หรือปฏบิ ตั อิ อกนอกลู แมแตส าวกทเี่ ปนอริยบุคคลระดับโสดาบัน, สกิทาคามี, อนาคามี ทานก็วา ไมใหประมาท ประมาณวา เดีย๋ วไดต าย คาประตูนิพพาน สว นสาวกทีไ่ มไ ดเปน พระอริยะ พอทา นตรสั ชโี้ ทษ แลว บางหมถู ึงกับอาเจยี นเปนโลหติ บางหมบู อกลาสกิ ขา บางหมู ไดเ ปน พระอริยบคุ คลประเภทตา งๆ ดงั ที่ทานกลา ววา “...จกั ขนาบ แลว ขนาบอีก ไมมหี ยดุ ...เราจกั ช้ีโทษแลว ช้ีโทษอีก ไมมีหยุด...ผใู ด มีมรรคผลเปน แกน สาร ผูนัน้ จกั ทนอยูได” พระธรรมของพระองคเปน ปาฏิหารยแทแกผ ตู องการพน ทุกขจ ริงๆ ครับ ตอบ ดีแลว ครบั คำถามที่ ๑,๐๔๐ สวัสดีครบั อาจารย ขาวเหตกุ ารณท ่ีพบศพเดก็ ในวัดแหงหน่ึง เปนจำนวนมากน้ี ทางพุทธศาสนพิธีมกี ารทำอยา งไรบางครับ แลว เรา จะนำเหตุการณนี้มาเปนเหตุอะไรใหเหลาพุทธบริษัทไดพิจารณาบาง ครับ ตอบ กท็ ำบญุ อุทิศใหผตู าย แลวกส็ อนเด็กใหระวังเรือ่ งกามารมณ อยา ชงิ สุกกอ นหา ม อยา งสนุ ทรภูว า “เมื่อสุกงอมหอมหวลจงึ ควรหลน” เร่อื งทำนองนี้กจ็ ะไมเกดิ ขน้ึ เปน เร่ืองนา เศราสลดมาก ควรเปน อนสุ ติ ใหส ังคมไทยระมดั ระวงั มากขนึ้ ใชช วี ติ ดว ยความไมประมาท

สนทนาธรรมกบั อ.วศนิ อินทสระ ๑1๔49๗ คำถามท่ี ๑,๐๔๑ สวัสดคี รับอาจารย ผมไดอา นหนังสือของอาจารย ไดเ ขยี นไว วา อปุ กิเลสของวิปส สนา(วปิ สสนปู กเิ ลส) ทำใหผมไดทราบวาแมแ ต ปต ิ สขุ ญาณ ปสสทั ธิ อุเบกขา ฯ ที่ผคู นเขายึดเขาตองการกันนั้นกย็ งั ทำใหจ ติ ของเราเศรา หมองอยดู ี มีแตต องเรง ความเพียรไมย ึดมั่น มอง มันสักแตว า เกิดข้ึน ตั้งอยู ดับไป เพอ่ื ความกาวหนา ทำใหนึกถึงสภาวะ และอารมณของพระอรยิ เจา ผมคดิ วา มันคงเปน อะไรท่วี าง และสงบ จริงๆ ครับ เม่ือเห็นดังนี้แลว ทำใหเ กิดกุศลในใจมีความเพยี รแลว เดิน ตามทางที่พระพุทธเจา ทานทรงชไ้ี ว ตงั้ ใจใหแนวแน ถา เราอยากได นิพพาน นพิ พานไมม า แตถ าเราไมอ ยาก ไมหมาย มา ลกึ ลำ้ แทๆ ครบั แตมนั กเ็ ปน เชน นนั้ เอง ใชไหมครบั อาจารย ตอบ คุณพดู มาถูกตอ งดแี ลว อนโุ มทนาดว ย คำถามที่ ๑,๐๔๒ มีพระทานกลา วไวว า “ไมม ีใครเกิด ไมมีใครตาย” ในตอน แรกผมคิดวาเปนมิจฉาทิฏฐิ แตพอไดเรียนรธู รรม ระดับปรมัตถมา บาง ก็พอเขาใจวา ความเกิด ความตาย เปน กระแสแหง เหตุปจจัย ไหลไปเรือ่ ย เปล่ียนแปลง และปรงุ ไปเร่อื ย แตถาใครยดึ ถอื ส่งิ ๆ นน้ั มนั กจ็ ะเกิดตวั ผูท ่ีจะเกดิ และตาย คลา ยกับที่ อาจารยเ คยตอบไวว า การกระทำมี แตต วั ผูก ระทำไมมี อนั น้ีก็ ความตายมี แตต วั ผูต ายไมมี มีแตธ รรมทมี่ นั ไหลไป ผดิ ถกู ประการใด อาจารยโปรดชแี้ นะดวยครับ (วันนีข้ อของแข็งหนอยครบั ทานของออ นมาเยอะแลว )

๑1๔50๘ สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อินทสระ ตอบ ของออ นยอยงายดนี ะคุณ ของแขง็ เคยี้ วก็ยาก ยอยก็ยาก ธรรมะมีหลายปรยิ าย ตองตกลงกันกอ นวา เราจะพดู กันในปรยิ ายไหน เบือ้ งต่ำหรอื เบ้ืองสูง สมมตสิ จั จะ หรอื ปรมตั ถสัจจะ เมือ่ ทำความ เขา ใจกนั ไดอ ยางนแ้ี ลว ก็จะไมเถยี งกัน ไมท ะเลาะกนั ไมเขาใจผิดตอ กัน สมมตวิ าคนหน่ึงพดู วา “ตนเปน ทพ่ี ง่ึ แหงตน” อีกคนหนง่ึ พูดวา “ตัว ตนไมม ี จะพึ่งไดอยา งไร” อยา งนีก้ เ็ ถยี งกนั แตถาเราทำความเขา ใจกนั กอนวา พดู โดยสมมตสิ ัจจะหรอื ปรมตั ถสัจจะ กจ็ ะถกู ดว ยกันทง้ั สอง คน มีพระพุทธภาษติ อยบู ทหนง่ึ วา “คนเขลามัวเดอื ดรอ นอยวู า บุตร ของเรามี ทรัพยของเรามี ตนของตนยงั ไมมี บตุ รและทรพั ยจ ะมีแต ทไี่ หน” ทานตรสั โดยปรยิ ายเบอ้ื งสูงเพื่อความไมย ึดมน่ั ถือมน่ั แตอีก ดา นหนึง่ ทา นสอนใหรจู ักหาทรพั ย รจู ักรกั ษาทรัพย รจู ักสงเคราะหบ ตุ ร ภรรยาซง่ึ ถอื วาเปน มงคลอันสงู สดุ อยางนเ้ี ปนตน คำถามที่ ๑,๐๔๓ เคยไดย นิ คำกลาว (ทำนอง) วา หากจะตอ งรว งโรยและเห่ียว เฉา ขอใหเปน กิเลสและอวิชชาเถดิ คำกลา วน้เี ปน พทุ ธพจนหรอื ไมคะ หากใช กลาวเปน ภาษาบาลไี ดว า อยางไรคะ ตอบ เคยไดย ินคำวา การเกดิ ขนึ้ ของวิชชาเปนสิ่งที่ประเสรฐิ การตก ไปของอวิชชาเปน สงิ่ ที่ประเสรฐิ (วิชฺชา อุปตตํ เสฏฐํ อวชิ ฺชา นปิ ตตํ วร)ํ คดิ วา ใกลเคยี งกันกบั ทถ่ี ามมา เปนพระพุทธพจนดวย ตรสั ตอบปญ หา ของเทวดา

สนทนาธรรมกับ อ.วศนิ อินทสระ ๑1๔51๙ คำถามท่ี ๑,๐๔๔ หากเรารกั ษาจติ อยางเดียว จะช่ือวาเจรญิ มรรคมีองค ๘ ได ไหมคะ และตอ งรกั ษาจติ อยางไรคะ ตอบ ได เอามรรคมอี งค ๘ น่นั แหละเปน เครอ่ื งรักษาจิต คำถามท่ี ๑,๐๔๕ อาสภวิ าจาของทา นพระสารบี ุตร กลา วถงึ พุทธคุณขอ ใดบา ง เหตุใดพระพทุ ธองคจงึ ตรัสวา ประเสรฐิ และยง่ิ ใหญย ง่ิ นกั คะ เพราะใน สมัยพุทธกาลก็มีผูประกาศความเลื่อมใสในพระพุทธองคอยูมากมาย มใิ ชห รือคะ ตอบ กลา วถึงพระพทุ ธคณุ ท้ังหมด ซ่ึงรวม ลงเปน ๓ คือ พระปญญาคณุ พระบริสทุ ธิคุณ พระมหา กรณุ าคุณ ท่ีวา ยงิ่ ใหญก ็ เพราะวา ผูกลาวเปนผูยิ่ง ใหญด ว ยปญ ญา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook