คมู ือเจา หนา ที่สาธารณสขุ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข
ค่มู อื เจ้าหน้าทส่ี าธารณสุขในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉนิ กรณกี ารระบาดโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 ในประเทศไทย
คำนำ โรคระบาดท่ีเกิดข้นึ อยา่ งรวดเรว็ เป็นวงกว้างในสงั คมใด ๆ ย่อมกอ่ ใหเ้ กิดความสูญเสยี ขนึ้ หลายด้าน ทงั้ ดา้ นชวี ติ และสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและด้านความมั่นคง ทุกด้านสามารถตรวจวัดได้ท้ังในระดับปัจเจก ระดับสังคม ประเทศชาติ ตลอดจนระดับนานาชาติ ความสูญเสียเหล่าน้ีจะมากหรือน้อยขึ้นกับความสามารถโดยรวมของระบบ สาธารณสขุ และระบบสนบั สนุนจากทกุ ภาคส่วนในสงั คมนัน้ ๆ ว่าจะชว่ ยกันทาให้โรคระบาดนนั้ สงบลงได้เรว็ เพยี งใด ในการต่อสู้กับการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ซ่ึงมีแนวโน้มจะระบาดเป็นวงกว้างไปทั่วโลก จึง จาเปน็ ตอ้ งมแี นวทางปฎิบตั กิ ารด้านสาธารณสุขท่ีถูกตอ้ ง สอดคลอ้ งเหมาะสมกับบริบทของสงั คมและสถานการณ์ เพือ่ ใช้ คู่มือการดาเนนิ งานแก่บุคลากรสาธารณสุขทั้งในสว่ นกลางและสว่ นภูมภิ าค โดยเฉพาะระดบั ทเ่ี ป็นผ้ปู ฏบิ ตั งิ าน ได้ร่วมกัน จัดการให้โรคระบาดน้ันอยู่ในวงจากัดและสงบลงได้โดยเร็ว โดยใช้ความถนัดและความรู้ความชานาญของตนมาร่วมกัน ปฎบิ ัตติ ามแนวทางอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เอกสารฉบบั น้ี จงึ จดั ทาขนึ้ เพ่อื เปน็ คมู่ ือให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสขุ ในการตอบโต้ภาวะฉกุ เฉนิ กรณกี ารระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย นอกจากน้ี หน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ไม่ว่าจะอยู่ ในหรืออยู่นอกภาคส่วนสาธารณสุข และไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับทราบตรงกัน และนา แนวทางนไ้ี ปปรับใช้เพื่อรว่ มกนั ต่อสู้กับการระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 อย่างมีเอกภาพ ทั้งนี้จะมีการ ปรับปรุงแก้ไขเป็นระย เพ่ือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท่ีอาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตของประเทศไทยและทั่ว โลกต่อไป 2
สารบญั หนา้ 2 หัวข้อ 3 คำนำ 5 สำรบัญ 9 บทที่ 1 สถำนกำรณ์โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนำ 2019 และควำมเสยี่ งของประเทศไทย 14 บทที่ 2 ควำมร้เู รื่องโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 23 บทท่ี 3 มำตรกำรตอบโตภ้ ำวะฉุกเฉนิ กรณโี รคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 41 บทที่ 4 แนวทำงกำรเฝ้ำระวงั และสอบสวนโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนำ 2019 บทท่ี 5 แนวทำงกำรคดั กรองโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 ทด่ี ่ำนควบคุมโรคติดต่อ 51 ระหว่ำงประเทศ 65 บทท่ี 6 แนวทำงกำรจัดกำรตัวอย่ำงส่งตรวจทำงห้องปฏบิ ัติกำรและกำรรำยงำนผล บทท่ี 7 แนวทำงเวชปฏบิ ัติ กำรวนิ ิจฉยั และดูแลรักษำ กรณีโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนำ 68 2019 บทท่ี 8 แนวทำงกำรจัดระบบบริกำรของโรงพยำบำล กรณีมกี ำรระบำดของโรคตดิ 71 เช้อื ไวรัสโคโรนำ 2019 ในวงกว้ำง บทท่ี 9 แนวปฏิบตั ิกำรป้องกันและควบคุมโรคตดิ เช้อื กรณีโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนำ 90 2019 97 บทที่ 10 แนวทำงกำรบรหิ ำรจัดกำร กรณแี ยกตวั เพื่อเฝำ้ สังเกตอำกำร (Quarantine) 99 บทที่ 11 แนวทำงกำรจัดตงั้ โรงพยำบำลสนำม 101 บทท่ี 12 แนวทำงกำรจดั กำรศพ 102 ภำคผนวก 107 109 - ภำคผนวก ก คำถำมทพี่ บบ่อย 117 - ภำคผนวก ข แบบรำยงำนผปู้ ่วยโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 119 - ภำคผนวก ค แบบสอบสวนผู้ป่วยโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนำ 2019 - ภำคผนวก ง กำรป้องกันตนเองของผ้สู อบสวนโรค 121 - ภำคผนวก จ แนวทำงกำรจัดกำรผสู้ มั ผัสเส่ยี งสูงของผูป้ ว่ ยเขำ้ ข่ำย/ยนื ยนั โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนำ 2019 - ภำคผนวก ฉ แบบสรปุ ผลคัดกรองผู้สมั ผัสของผปู้ ่วยเขำ้ ขำ่ ย/ยืนยัน โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนำ 2019 3
หัวข้อ หนา้ 123 - ภำคผนวก ช แบบสัมภำษณ์ผู้สมั ผัสที่ไม่มีอำกำร ของผปู้ ว่ ยเขำ้ ข่ำย/ยนื ยนั โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนำ 2019 125 - ภำคผนวก ซ แนวทำงกำรแยกโรคหรือกักกนั โรคที่บ้ำน/ที่พักอำศัย 129 Home isolation/Home quarantine 134 - ภำคผนวก ฌ ใบนำสง่ ตัวอย่ำง กรณโี รคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนำ 2019 - ภำคผนวก ญ Fit For Travel Medical Certificate 4
บทท่ี 1 สถานการณโ์ รคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และความเสยี่ งของประเทศไทย 5
สถานการณ์โรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 และความเส่ยี งของประเทศไทย 1. สถานการณ์ท่ัวโลก โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีการระบาดในวงกวา้ งในสาธารณรัฐประชาชนจีน ต้ังแต่เดือน ธันวาคม 2562 เป็นต้นมา โดยเริ่มจากเมืองอู่ฮ่ัน มณฑลหูเป่ย์ จนถึงปัจจุบันทาให้พบผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 70,000 ราย และเสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย การติดต่อผ่านทางการไอ จาม สัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของของคนและ สัตว์ท่ีอาจเป็นแหล่งรังโรค ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ส่วนยารักษาจาเฉพาะยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะยาตา้ นไวรสั Favipiravir ซง่ึ ทางการจนี รายงานวา่ ไดผ้ ลดีในการรกั ษาผู้ปว่ ย การระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 เรมิ่ ตน้ ที่ประเทศจีน ตัง้ แตว่ ันที่ 30 ธนั วาคม 2562 ต่อมาได้ พบผู้ป่วยยืนยันในหลายประเทศทัว่ โลก จานวนผู้ป่วยยนื ยันเพ่มิ ขึ้นอย่างรวดเรว็ เชน่ ฮอ่ งกง มาเกา๊ ไต้หวนั เกาหลี ใต้ สิงคโปร์ และญ่ีปุ่น โดยพบผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มข้ึนวันละประมาณ 1,000 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นวันละ ประมาณ 100 ราย และพบอัตราการเสียชีวิตจากโรคประมาณร้อยละ 2 ซ่ึงร้อยละ 26.4 ของผู้เสียชีวิตเป็น ผสู้ งู อายุ และผู้ท่มี ีโรคประจาตัวมโี อกาสเสยี่ งทีจ่ ะเสียชีวิตเพิม่ ขึน้ โดยผทู้ เี่ ปน็ โรคหัวใจมีอัตราการเสียชีวิตมากท่สี ุด รอ้ ยละ 10.5 รองลงมาคอื โรคเบาหวาน (ร้อยละ 7.3) และ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรงั (ร้อยละ 6.3) ขณะนี้มีหลักฐานการติดต่อจากคนสู่คน และพบมีการระบาดภายในประเทศ (local transmission) เพิ่มข้ึนหลายพื้นที่ ข้อมูลองค์การอนามัยโลก ณ วันท่ี 24 กุมภาพันธ์ 2563 พบมีรายงานการระบาดของโรครวม 35 ประเทศ 2 เขตบริหารพเิ ศษ ไดแ้ ก่ จีน ฮอ่ งกง มาเกา๊ ไต้หวนั เกาหลีใต้ อิตาลี ญีป่ ุ่น สิงคโปร์ อิหร่าน อเมริกา ไทย มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม เยอรมัน สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส แคนาดา ฟิลิปปินส์ อินเดีย สเปน รัสเซีย อิสราเอล สวีเดน ศรีลังกา เนปาล เลบานอน อิรัก ฟินแลนด์ อียิปต์ กัมพูชา เบล เย่ียม อฟั กานสิ ถาน บาหเ์ รน คเู วต และ โอมาน องค์การอนามัยโลกได้ประเมินสถานการณ์ และเห็นว่าการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 แพร่กระจายได้อย่างรวดเรว็ จนน่ากังวล ในวนั ท่ี 30 มกราคม 2563 องค์การอนามัยโลกจงึ ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) และแนะนาทุกประเทศใหเ้ รง่ รัดการเฝ้าระวงั ป้องกัน และควบคุมโรค 2. การประเมนิ ความเส่ียง และคาดหมายสถานการณก์ ารระบาดในประเทศไทย โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มแพร่เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ต้นเดอื นมกราคม พ.ศ. 2563 โดยผู้เดินทาง ท่องเท่ียวชาวจีน จากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน พร้อมกับมีการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วไปยังประเทศต่างๆ ในทุกภูมิภาคผ่านผู้เดินทางจากประเทศจีนและประเทศอ่ืนๆ ที่มีรายงานการแพร่เช้ือในประเทศ ในปัจจุบันทุก ประเทศทั่วโลก กาลังพยายามอย่างเต็มท่ี เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการนาเชื้อเข้าจากต่างประเทศ และควบคุมการ ระบาดในประเทศ อย่างไรก็ตามการระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ยังมีแนวโน้มจะขยายตัวไปท่ัวโลก ใน ลกั ษณะการระบาดใหญ่ (Pandemic) 6
กระทรวงสาธารณสขุ โดยกรมควบคุมโรค ดาเนินการเฝ้าระวังคัดกรอง และป้องกนั ควบคมุ โรค ดังนี้ 1) ด่านควบคมุ โรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศดาเนนิ การคดั กรองผู้ทเ่ี ดนิ ทางเขา้ ออกประเทศ ทง้ั ทา่ อากาศยาน ทา่ เรือ และพรมแดน รวม 46 แห่ง ประกอบดว้ ย ทา่ อากาศยาน 6 แหง่ ได้แก่ ทา่ อากาศยานสุวรรณภมู ิ ดอนเมือง เชยี งใหม่ เชยี งราย ภเู ก็ต และกระบ่ี ท่าเรือ 6 แห่ง ได้แก่ กรงุ เทพมหานคร แหลมฉบัง เชยี ง แสน ภูเกต็ สมยุ กระบ่ี และด่านพรมแดนทางบก 34 แห่ง 2) แจง้ ให้สถานพยาบาลทาการคัดกรองผปู้ ่วยท่ีมอี าการไข้ ร่วมกบั มีอาการระบบทางเดินหายใจอยา่ งใด อย่างหน่งึ เช่น ไอ เจบ็ คอ มนี ้ามกู หายใจเหนื่อยหอบ และมีประวตั ิการเดนิ ทางจากประเทศจนี มาเกา๊ ฮอ่ งกง ไตห้ วนั หรอื พื้นท่ีท่ีมีการระบาดต่อเน่อื ง ภายใน 14 วัน หรือเป็นผทู้ ปี่ ระกอบอาชพี สมั ผสั ใกลช้ ดิ กับนักท่องเทยี่ วที่มาจากพ้ืนที่ทรี่ ะบาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขท่ี สมั ผสั กบั ผู้ป่วยตามเกณฑ์เฝ้าระวัง 3) การเฝ้าระวงั ในชุมชน โดยให้ความรปู้ ระชาชน เม่อื พบนักทอ่ งเทย่ี วท่ีเดินทางมาจากพ้นื ท่ีระบาดของโรค มอี าการไข้ รว่ มกบั มีอาการระบบทางเดนิ หายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มนี ้ามกู หายใจเหน่ือยหอบ ให้แจง้ บคุ ลากรสาธารณสุขในพนื้ ที่ หรือ สายดว่ นกรมควบคุมโรค DDC Hotline 1422 ตั้งแต่เดือนมกราคม – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศไทย มีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคติดเช้ือไวรัสโคโร นา 2019 แลว้ 37 ราย ไมม่ ีผูเ้ สยี ชีวิต โดยกว่าร้อยละ 60 เปน็ ผูท้ ่ีเดนิ ทางมาจากต่างประเทศ พบผู้ตดิ เชอ้ื ในประเทศ ไทยในกลุ่มอาชีพเส่ียงสูงท่ีจะสัมผัสกับนักท่องเท่ียวที่เดินทางมาจากพ้ืนที่ระบาดและผู้ป่วย ได้แก่ พนักงานขับรถ มคั คเุ ทศก์ พนักงานขายของตามสถานท่ีท่มี นี ักท่องเท่ียวจานวนมาก และบคุ ลากรทางการแพทย์ สถานการณ์การติดเชื้อและการระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย คาดการณ์ได้ว่าจะ ดาเนินไปเปน็ 3 ระยะ ไดแ้ ก่ ระยะท่ี 1 : พบผู้ป่วยเดินทางมาจากประเทศท่ีมีการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เป้าหมายการควบคุมโรคคือ ป้องกันการแพร่เชื้อในประเทศ มาตรการตอบโต้หลักคือการคัดกรองและเฝ้าระวัง โรคในผู้เดินทางจากต่างประเทศ และควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจาย โดยดูแลรักษาผู้ป่วยในห้องแยกโรค ใน โรงพยาบาล หากคน้ หาและควบคมุ ผู้ตดิ เช้ือได้ทงั้ หมด ก็จะไมม่ กี ารระบาดในประเทศ แต่ถ้ามกี ารแพรเ่ ช้ือจาก ผเู้ ดินทางจากตา่ งประเทศสูป่ ระชาชนไทย สถานการณจ์ ะขยายสูร่ ะยะท่ี 2 ระยะที่ 2: พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในประเทศ และมีการระบาดในวงจากัด เป้าหมายคือ การควบคุมโรคให้อยู่ในวงจากดั มาตรการตอบโต้หลัก คือควบคุมและชะลอการระบาด โดยการเฝ้า ระวังค้นหาผู้ป่วยอย่างถี่ถ้วน ดูแลรักษาผู้ป่วยพร้อมควบคุมการติดเช้อื ในสถานพยาบาล ติดตามเฝ้าระวังโรคในผู้ ที่สัมผัสกับผู้ป่วย และสื่อสารแนะนาให้ประชาชนทั่วไปป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด หากดาเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ การระบาดก็จะชะลอตัวและยุติลง แต่ถ้าควบคุมการแพร่เช้ือได้ไม่ดีพอ การระบาดกจ็ ะขยายตัวสู่ ระยะที่ 3 ระยะที่ 3: พบการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกวา้ ง ในประเทศไทย เปา้ หมายของ การควบคุมโรค คือการบรรเทาความเสียหายและผลกระทบ มาตรการตอบโตห้ ลัก คือการดแู ลรกั ษาผู้ป่วยเพือ่ ให้มี ผู้เสียชีวิตน้อยท่ีสุด และสื่อสารแนะนาให้ประชาชนป้องกันตนเองให้กว้างขวางที่สุด ดังแผนภูมิแสดงการ คาดการณ์ระยะของการระบาดในรปู ท่ี 1 7
รปู ที่ 1 แสดงการคาดการณร์ ะยะการระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ในประเทศไทย 8
บทท่ี 2 ความรู้เร่อื งโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 9
ความรู้ท่วั ไปเก่ียวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019; COVID-19) โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019; COVID-19) เป็นโรคติดตอ่ ระบบทางเดนิ หายใจ เกิดจากเชื้อไวรสั Severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 (SARS-CoV-2) เช้อื กอ่ โรค ไวรสั SARS-CoV-2 จัดอยู่ในตระกลู ของเชอื้ ไวรัสโคโรนาซึ่งเป็นประกอบด้วยเชือ้ ไวรัสโคโรนาหลายชนิดที่ ก่อโรคในคนได้ตั้งแต่โรคหวดั ธรรมดา เชน่ Coronovirus OC43 HKU1 และ 229E เป็นชนิดท่กี อ่ โรคหวดั (common cold) แต่อาจกอ่ โรคทางเดนิ หายใจส่วนลา่ งรุนแรงได้ในกล่มุ ผู้ป่วยเดก็ เล็กหรือ ผูส้ ูงอายุ สว่ นไวรัส Coronovirus NL63 เป็นเชอ้ื ทีม่ กั กอ่ โรคหลอดลมฝอยอกั เสบ (bronchiolitis) ในเดก็ จนถงึ เชือ้ ท่ีสามารถกอ่ โรค ทางเดินหายใจรนุ แรง เชน่ เชอ้ื ไวรัสโคโรนาท่ีก่อโรคทางเดินหายใจตะวนั ออกกลาง Middle Ease Respiratory Syndrome (MERS-CoV) หรือเช้อื ไวรัสโคโรนาทก่ี ่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรนุ แรง (Severe acute respiratory syndrome: SARS) สาหรับเชอื้ ไวรสั โคโรนาชนิดใหมท่ ี่ไม่เคยคน้ พบวา่ ก่อโรคในมนษุ ย์ ในระยะแรกจะเรยี กช่อื วา่ เชื้อไวรัสโคโร นาสายพันธใ์ุ หม่ (a novel coronavirus) จนกวา่ จะมีการต้งั ช่อื อย่างเปน็ ทางการ ซง่ึ เชื้อไวรัสทก่ี ่อโรค COVID-19 แรกเริม่ นัน้ พบวา่ ก่อโรคปอดอกั เสบเป็นกลุม่ ก้อนทเ่ี มอื งอู่ฮั่น มณฑลหูเปย่ ์ ประเทศจนี ตั้งแตเ่ ดอื นธนั วาคม 2562 (ค.ศ. 2019) ในระยะแรกมชี อ่ื เรียกไวรสั วา่ เช้อื ไวรสั โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019 novel coronavirus; 2019-nCoV) ตอ่ มาเมื่อวนั ที่ 11 กุมภาพนั ธ์ 2563 องค์การอนามัยโลกได้ตั้งช่ือโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนาท่เี กิดข้ึน ใหม่น้ีวา่ Coronavirus disease 2019 (COVID-19) โดยเชอื้ ไวรัสที่ก่อโรคให้ชือ่ ว่า Severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 (SARS-CoV-2)(6) ลักษณะของเช้ือไวรสั โคโรนา ไวรสั โคโรนาเป็นไวรัสชนดิ enveloped, positive stranded RNA virus อยใู่ น order Nidoviridae รูปร่างของไวรัสโคโรนาเปน็ ทรงกลมมีหนามแหลมโดยรอบคล้ายมงกฎุ (crown-liked) บนพนื้ ผวิ จึงเปน็ ทมี่ าของ ชือ่ corona (ภาษาละตินแปลวา่ มงกุฎ) มี subgroup หลกั ๆ อยู่ 4 subgroup ได้แก่ alpha (เชน่ coronavirus 229E, coronavirus NL63), beta (coronavirus OC43, coronavirus HKU1, MERS-CoV, SARS-CoV), gamma และ delta โดยเชอ้ื ไวรัส SARS-CoV-2 จัดอยูใ่ น subgroup beta coronavirus(4) การก่อโรคของเชื้อไวรัสโคโรนา เชอ้ื ไวรสั โคโรนาเปน็ ไวรสั ทีส่ ามารถก่อโรคได้ทัง้ ในคนและสัตว์มกี ระดูกสันหลงั เชอ้ื ไวรสั โคโรนาทกี่ ่อโรค ในคนถูกคน้ พบตงั้ แตช่ ว่ งปี คศ. 1960 โดยเซลล์เปา้ หมายหลักของเชื้อไวรัสโคโรนา คือ เซลล์เยอ่ื บุทางเดินหายใจ และทางเดนิ อาหาร ทาใหเ้ วลาแพร่เชอื้ ก็จะแพร่ทาง 2 ระบบนี้ 10
เชอ้ื ไวรัสโคโรนาสามารถติดจากคนสู่คนได้หลายลักษณะ เช่น จากสงิ่ คดั หลั่งของผู้ป่วยมาสมั ผสั เยื่อบุ ตา่ งๆ เชน่ เย่ือบุทางเดนิ หายใจ (contact transmission) หรอื แพรผ่ า่ นทางฝอยละอองนา้ ลายขนาดใหญ่ (droplet transmission) ในบางกรณีพิเศษอาจแพร่ผา่ นทางละอองฝอยขนาดเล็ก (aerosol transmission) ขณะทมี่ ีการทาหตั ถการที่ทาให้เกิดฝอยละอองขนาดเล็ก เช่นnebulization และยังสามารถแพร่ผ่านส่งิ ของ เครอ่ื งใช้ตา่ งๆทีม่ ีการปนเปื้อนเชือ้ (transmission via fomite) ได้ดว้ ย นอกจากน้ี เชอื้ ไวรสั โคโรนายังสามารถติดจากสัตว์สคู่ นได้ ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากการแพรเ่ ช้อื SARS-CoV จาก ชะมด และการแพรเ่ ชื้อ MERS-CoV จากอฐู ไปสคู่ น อย่างไรก็ดี ณ ขณะน้ี (กมุ ภาพันธ์ 2563) ยงั ไมม่ รี ายงานสัตว์ แหล่งโรคทชี่ ดั เจนสาหรบั เช้อื ไวรสั SARS-CoV-2(7) การระบาดของเช้อื ไวรัสโคโรนาในอดีตที่สาคญั ชว่ งพ.ศ. 2545- 2546 (ค.ศ. 2002-2003) มกี ารระบาดของโรคทางเดนิ หายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS) โดยมรี ายงานผปู้ ่วย 8,096 คน ทว่ั โลก ในจานวนน้มี ีผเู้ สยี ชวี ติ 774 ราย ต่อมาในชว่ งปีพ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) มี การระบาดของ MERS-CoV ในประเทศซาอุดิอาระเบีย และมีรายงานอตั ราป่วยตายสูงถึงประมาณร้อยละ 35 โดย พบวา่ อาการรุนแรงมักเกิดในผสู้ ูงอายหุ รือผู้ที่มีโรคประจาตัว สารกาจดั เช้อื (Disinfectants) ท่สี ามารถทาลายเช้ือไวรัสโคโรนาในส่ิงแวดลอ้ ม เนื่องจากเช้ือไวรสั SARS-CoV-2 เปน็ เช้ือไวรสั ใหม่ ยงั ไม่มีการทาการศึกษาประสทิ ธิภาพของสารกาจัด เชอ้ื ต่อเช้อื ตวั นี้โดยตรง สารกาจัดเชื้อทรี่ ะบุไว้ตอ่ ไปนี้ เปน็ สารกาจัดเช้ือทเี่ คยมีการศกึ ษาว่ามีประสทิ ธิภาพในการ กาจัดเชอ้ื ไวรัสโคโรนาชนดิ อื่นๆ ซึ่งเป็นไวรสั ตระกลู เดียวกันกบั SARS-CoV-2 ได้แก่ 70% Ethyl alcohol, Povidone-iodine (1% iodine), 0.05-0.5% Sodium Hypochlorite, 0.12% Chloroxylenol, 0.5% accelerated hydrogen peroxide เปน็ ต้น(5) นอกจากสารเคมีแล้วพบว่า เชอื้ ไวรัสโคโรนายังถูกทาลายไดด้ ว้ ย รังสีอุลตราไวโอเลตชนิด C (ซง่ึ ผลิตได้จากหลอดรังสี แต่จะไมพ่ บในแสงแดดธรรมชาติเน่ืองจากถูกกาจดั ไปด้วยช้นั บรรยากาศโอโซน) ความร้อนทสี่ งู กวา่ 65 องศาเซลเซยี ส ความเปน็ กรดท่ี pH น้อยกว่า 3 หรือ ความเปน็ เบสที่ pH มากกว่า 12(3) อาการ อาการแสดงทางคลนิ ิกและความรนุ แรงของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 จากการศึกษาในประเทศจนี (8)พบว่า โรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 อยูใ่ นกลมุ่ โรคติดเชอ้ื ทางเดินหายใจ ชนิดเฉยี บพลัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่รอ้ ยละ 86.6 อายุ 30-79 ปี อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงเทา่ กับ 1.04 : 1 อาการและอาการแสดงของโรคแยกไดย้ ากจากโรคตดิ เช้ือทางเดินหายใจชนิดเฉยี บพลันท่ีมีสาเหตุจากเชือ้ อ่ืนๆ เชน่ ไข้หวัดใหญ่ ผปู้ ว่ ยร้อยละ 80.9 อาการไม่รุนแรง ได้แก่ มีไข้ ออ่ นเพลยี ไอแหง้ ปวดกลา้ มเนื้อ คัดจมูก มี น้ามูก เจบ็ คอ หรืออาจจะมถี ่ายเหลวได้ ผู้ปว่ ยร้อยละ 13.8 อาการรนุ แรง ได้แก่ หายใจหอบเหนอื่ ย หรอื หายใจ ลาบาก ผ้ปู ่วยร้อยละ 4.7 มภี าวะวิกฤติ ได้แก่ ภาวะหายใจลม้ เหลว ภาวะชอ็ กจากตดิ เชื้อในกระแสเลือด หรือ 11
อวัยวะล้มเหลว และพบผตู้ ดิ เช้ือที่ไม่แสดงอาการประมาณร้อยละ 1.2 ของผู้ติดเชอ้ื ทพี่ บทั้งหมดในประเทศจนี ระหวา่ งวันท่ี 8 ธนั วาคม 2562 ถึง 11 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 อัตราป่วยตายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เท่ากบั ร้อยละ 2.3 นอ้ ยกว่าโรคซารส์ และโรคเมอร์ส ซงึ่ มีอัตราป่วยตายเทา่ กบั ร้อยละ 9.6 และ 34.4 ตามลาดบั อยา่ งไรกต็ ามอัตราป่วยตายจะเพม่ิ สูงขน้ึ ในกลุม่ เส่ยี ง ไดแ้ ก่ ผู้สูงอายุ 60-69 ปี 70-79 ปี และ มากกว่าเทา่ กับ 80 ปี อตั ราปว่ ยตายเทา่ กับร้อยละ 3.6, 8.0 และ 14.8 ตามลาดบั ผูท้ ่ีมีโรคประจาตัว โรคหัวใจและหลอดเลอื ด โรคเบาหวาน โรคปอดเร้อื รัง ความดนั โลหิตสูง และ โรคมะเร็ง อัตราป่วยตายเท่ากบั 10.5, 7.3, 6.3, 6.0 และ5.6 ตามลาดบั การรักษาโรค ปจั จบุ ัน (กุมภาพันธ์ 2563) ยงั ไมม่ ีคาแนะนาอย่างเปน็ ทางการสาหรับการใช้ยาต้านไวรัสในการรักษาโรค COVID-19 ส่วนใหญเ่ ปน็ การรักษาตามอาการ(7) อย่างไรก็ตามมรี ายงานขา่ วว่าทางการจีนประกาศเมื่อวนั ที่ 17 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 วา่ องคก์ ร National Medical Product Administration ของจีนไดร้ ับรองการทดลองใช้ยาตา้ น ไวรสั ชอ่ื การคา้ Favilavir (ช่อื ทว่ั ไป Favipiravir) เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 โดยยังไม่มีการ รายงานผลการศึกษาโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ(2) แหลง่ อ้างอิง 1) CDC. Human Coronavirus Types. สืบคน้ จาก https://www.cdc.gov/coronavirus/types.html 2) China Approves Favipiravir (Avigan) As An Experimental Drug To Treat Coronavirus. (Feb 22, 2020). Thailand Medical News. สืบคน้ จาก https://www.thailandmedical.news/news/china-approves-favipiravir-avigan--as-an- experimental-drug-to-treat-coronavirus 3) Darnell, Miriam & Subbarao, Kanta & Feinstone, Stephen & Taylor, Deborah. (2004). Inactivation of the coronavirus that induces severe acute respiratory syndrome, SARS- CoV. Journal of virological methods. 121. 85-91. 10.1016/j.jviromet.2004.06.006. 4) European Centre for Disease Prevention and Control. Factsheet for health professionals on Coronaviruses. last updated 30 Jan 2020. สืบค้นจาก https://www.ecdc.europa.eu/en/factsheet-health-professionals-coronaviruses 5) The National Environmental Agency of Singapore. Interim List of Household Products and Active Ingredients for Disinfection of the COVID-19 Virus. Revised on 23 February 2020. สบื คน้ จากhttps://www.nea.gov.sg/our-services/public-cleanliness/environmental- cleaning-guidelines/guidelines/interim-list-of-household-products-and-active-ingredients- for-disinfection-of-covid-19 12
6) WHO. Naming the coronavirus disease (COVID-2019) and the virus that causes it. สบื ค้น จากhttps://www.who.int/emergencies/diseases/novel-coronavirus-2019/technical- guidance/naming-the-coronavirus-disease-(covid-2019)-and-the-virus-that-causes-it 7) WHO. Operational Support & Logistics Disease Commodity Package. สืบคน้ จาก https://www.who.int/publications-detail/disease-commodity-package---novel- coronavirus-(ncov) 8) Wu Z, McGoogan JM. Characteristics of and Important Lessons From the Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) Outbreak in China: Summary of a Report of 72 314 Cases From the Chinese Center for Disease Control and Prevention. JAMA. Published online February 24, 2020. doi:10.1001/jama.2020.2648 13
บทที่ 3 มาตรการตอบโต้ภาวะฉุกเฉนิ กรณีโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 14
มาตรการตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉินกรณีโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 เอกสารฉบับน้ี การนาเสนอแนวทางปฎิบตั ิการเพ่ือตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีการระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัส โคโรนา 2019 ในประเทศไทย สาหรับให้หน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ไม่ว่าจะอยู่ในหรืออยู่นอกภาค สว่ นสาธารณสุข (Health Sector) และไม่วา่ จะอยู่ในหรือนอกสงั กัดกระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Public Health) ได้รับทราบตรงกัน และนาแนวทางนี้ไปใช้จัดทาแผนเผชิญเหตุเฉพาะหน่วยงานของตนเพ่ือร่วมกันต่อสู้กับภาวะ โรคระบาดดงั กล่าวอยา่ งมเี อกภาพ 1. เปา้ หมาย 1) เพ่ือลดโอกาสการแพร่เช้ือเข้าสูป่ ระเทศไทย 2) ทกุ คนในประเทศไทยต้องปลอดภยั จากโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 3) ลดผลกระทบทางสขุ ภาพ เศรษฐกจิ สังคม และเพ่ิมความมั่นคงของประเทศ 2. แนวทางปฎบิ ัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉนิ น้ีสรปุ ไดเ้ ป็นมาตรการสาคญั 6 ด้าน (6 C) ดังน้ี 1) การคดั กรองและเฝา้ ระวงั ผ้ปู ว่ ยที่ด่าน สถานพยาบาล และชุมชน (Capture) 2) การดแู ลรกั ษาผู้ป่วยและป้องกันการตดิ เช้ือ (Case management and infection control) 3) การตดิ ตามผู้สมั ผัสโรค (Contact tracing) 4) การสอ่ื สารความเสย่ี ง (Communication) 5) การใชม้ าตรการทางสงั คมและกฎหมาย (Community intervention and Law enforcement) 6) การประสานงานและจัดการข้อมลู (Coordinating and Joint Information Center) 3. ข้อกาหนดการวางแนวทางมาตรการ การดาเนินงานของภาคส่วนสาธารณสุข (Health sector) และของประเทศไทยในภาพรวม สอดคล้องกับ กฎอนามัยระหว่างประเทศ (International Health Regulation 2005: IHR) ที่ประกาศให้การระบาดของโรค ติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 เป็นภัยคุกคามระหว่างประเทศ โดยมีการบูรณาการทกุ ภาคสว่ นทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้กลไกการขับเคล่ือนหลักของภาครัฐ ไดแ้ ก่ - ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Operation Center : PMOC) นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ บญั ชาการเหตกุ ารณ์ - คณะกรรมการโรคตดิ ต่ออบุ ตั ใิ หมแ่ หง่ ชาติ รองนายกรฐั มนตรี เป็นประธาน - คณะกรรมการโรคตดิ ต่อแหง่ ชาติ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณสุข เปน็ ประธาน - คณะกรรมการโรคติดต่อระดับจงั หวัด ผู้วา่ ราชการจังหวัด เปน็ ประธาน - ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้บัญชาการ เหตกุ ารณ์ - ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ารตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉนิ กรมควบคุมโรค ผอู้ านวยการสานกั โรคติดต่อทัว่ ไป เปน็ ผบู้ ญั ชาการ เหตกุ ารณ์ การดาเนินงานตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน จาเป็นต้องมีการจัดทาแนวทางและแผนปฎิบัติการ เพื่อให้สอดรับ กับกลไกดังกล่าวข้างต้น ทั้งในระดับประเทศ ระดับเขตสุขภาพ และระดับจังหวัด เป็นอย่างน้อย เพื่อให้มีการ ติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างเหมาะสม โดยมีการระดมและ กระจายทรพั ยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประสานงาน จดั การข้อมูลและส่ือสารความเส่ียงแก่สาธารณะให้ ทันต่อการระบาดของโรค เพื่อลดความเสียหายและผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด โดยกาหนดให้มีระยะของการ ตอบโตภ้ าวะฉุกเฉินตามฉากทศั นข์ องการระบาดในระยะต่างๆ ดงั น้ี 15
ระยะที่ 1: Imported cases พบผ้ปู ว่ ยเดนิ ทางมาจากประเทศท่ีมีการระบาดของโรค ระยะที่ 2: Limited local พบผู้ปว่ ยภายในประเทศ และมกี ารระบาดในวงจากดั (ปจั จบุ ันอยูใ่ นระยะน)้ี transmission ระยะที่ 3: widespread พบการระบาดของโรคในวงกว้าง ในประเทศไทย local transmission 4. มาตรการสาคญั มาตรการสาคัญในการตอบโต้ภาวะฉกุ เฉนิ แบ่งตามกลยุทธ์ 6C ดังตารางท่ี 1 ตารางท่ี 1 กลยุทธแ์ ละมาตรการสาคัญในการตอบโตภ้ าวะฉุกเฉินกรณโี รคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 กลยุทธแ์ ละมาตรการ ระยะ 1 ระยะ 2 ระยะ 3 1. การคัดกรองและเฝ้าระวังผูป้ ว่ ยท่ีดา่ น สถานพยาบาล และชมุ ชน (Capture) 1) คดั กรองที่ชอ่ งทางเข้าออกระหวา่ งประเทศ // 2) คดั กรองทโี่ รงพยาบาลและจดั ARI clinic แบบ One stop service // / 3) เฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน ในคนไทยท่ีเป็นกลุ่มเส่ียงต่อการรับเชื้อ ได้แก่ / / / ผู้ประกอบการทัวร์ โรงแรม สถานท่ีท่องเท่ียว สถานทางาน และ / สถานศกึ ษาท่ีมีผทู้ ่เี ดนิ ทางมาจากพ้นื ทรี่ ะบาดจานวนมาก / / 4) เฝ้าระวงั และสอบสวนเหตกุ ารณร์ ะบาดของอาการคล้ายไขห้ วดั ใหญ่ในชุมชน / / / 5) เฝ้าระวังการป่วยในบคุ ลากรสาธารณสขุ และเจ้าหน้าท่ีที่เกย่ี วขอ้ ง // / 2. การดแู ลรักษาผูป้ ่วยและป้องกันการติดเช้ือ (Case management and infection control) / / 2.1. การดูแลรักษาผ้ปู ว่ ย 1) เตรียมพ้ืนท่ีรองรับผู้ป่วยในสถานพยาบาล ได้แก่ จุดคัดกรองท่ี รพ., ห้อง / / แยกโรค, Cohort ward, ICU/RCU แยกเฉพาะ 2) ทุกโรงพยาบาลซ้อม flow การคัดกรองและดูแลผู้ป่วยใน ARI clinic แบบ / one stop service และการสง่ ตอ่ ผ้ปู ่วย 3) เตรียมโรงพยาบาลขนาดใหญ่เพอ่ื รองรับผู้ปว่ ยจานวนมาก เช่น กาหนดให้มี / โรงพยาบาลดแู ลรกั ษาผปู้ ่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เฉพาะ 4) กาหนดพ้ืนที่ และจัดทาแผนการจัดการพื้นที่ดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อรองรับ / ผูป้ ่วยจานวนทม่ี ากเกินกว่าศกั ยภาพของโรงพยาบาล 5) เตรยี มหอ้ งปฏิบัติการวินิจฉัยยืนยันให้เพียงพอทุกจงั หวัด ทั้งในสังกัดกระทรวง / สาธารณสขุ มหาวทิ ยาลยั กระทรวงอน่ื ๆ ท่ีมีศกั ยภาพ และภาคเอกชน 6) ประมาณการ และจัดหาเวชภัณฑ์ในการดูแลผู้ป่วยให้เพียงพอ เช่น ห้อง / แยกโรคความดันลบ เครื่องช่วยหายใจ ยาต้านไวรัส และบริหารจัดการ เวชภัณฑ์ระหว่างหน่วยงานเพือ่ ให้มีการกระจายอย่างเหมาะสม 2.4. การปอ้ งกันการแพร่กระจายเชือ้ 7) จัดระบบป้องกนั การแพรก่ ระจายเช้ือในสถานพยาบาล // 8) ประมาณการ และจดั หาอุปกรณป์ ้องกนั การตดิ เช้ือ ใหเ้ พยี งพอในทุกจังหวดั / / 16
กลยุทธ์และมาตรการ ระยะ 1 ระยะ 2 ระยะ 3 3. การติดตามผสู้ ัมผัสโรคและควบคุมการระบาดในชมุ ชน (Contact tracing and containment) 1) ตดิ ตามผู้สัมผัสเส่ยี งสงู ของผ้ปู ่วยยนื ยนั ทุกรายเพ่ือคัดกรองอาการและ // ตรวจหาการตดิ เชอื้ 2) ค้นหาผปู้ ว่ ยเพ่ิมเติมในพน้ื ท่ที ่ีพบการระบาดเปน็ กลมุ่ ก้อนและพิจารณาจัด // โซนนง่ิ เพือ่ แยกโรคในพน้ื ท่ีทจ่ี ดั ไว้ หรอื home quarantine 3) ส่งเสรมิ มาตรการ Home isolation เพ่อื ลดความแออัดของโรงพยาบาล / 4) ใหผ้ ู้ท่มี ีอาการทางเดินหายใจหยุดงาน หยดุ เรยี น โดยมมี าตรการชดเชยท่ี / เหมาะสม 5) กาหนดมาตรการให้ทางานท่ีบา้ น / 6) สง่ เสริมการป้องกนั โรคในระดับสาธารณะ (Social distancing) โดยให้ // เลือ่ นหรืองดการจัดชมุ นมุ ขนาดใหญ่ทเ่ี สย่ี งต่อการแพร่โรค 7) การปดิ สถานที่ทีเ่ กดิ การระบาดและควบคุมการระบาดในสถานท่ที ี่มคี น // จานวนมาก เชน่ โรงเรียน เรือนจา ค่ายทหาร 8) การพจิ ารณาประกาศพ้ืนทป่ี ระสบภัยพบิ ัติเพ่อื ควบคมุ การระบาดในชุมชน / 4. การสื่อสารความเสีย่ ง (Communication) 1) การจดั ทาและเผยแพรส่ ถานการณก์ ารระบาดในตา่ งประเทศและในประเทศ / / / ไทย ตามช่องทางการสอื่ สารต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรบั ทราบความเสย่ี งและ ลดความตระหนก 2) การสื่อสารสถานการณ์และมาตรการในพ้นื ที่ที่เกดิ การระบาด // 3) การรณรงค์เพ่ือลดการแพรก่ ระจายเชือ้ // 5. การใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมาย (Community intervention and Law enforcement) 1) การชแ้ี จงมาตรการทางกฎหมายที่จาเปน็ ต้องใช้เพื่อควบคุมการระบาด // 2) รณรงค์ หรือ บังคับใชห้ น้ากากอนามัย 100% ในพ้นื ที่ระบาด และใน // กิจกรรมชุมนุม 3) ประสาน อปท. บงั คับใช้เทศบญั ญัตหิ รอื ข้อบญั ญตั ทิ ้องถิ่นตามความจาเป็น // 4) ประสาน ปภ. และผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ในประกาศพน้ื ท่ปี ระสบภัยภิบตั กิ รณี / เกดิ การระบาดในวงกวา้ ง 6. การประสานงานและจดั การขอ้ มลู (Coordinating and Joint Information Center) 1) จัดตั้งศูนย์ประสานงานและติดตามข้อมลู ระหว่างหนว่ ยงานต่างๆ // 2) ประสานข้อมูลกบั หนว่ ยงานภายในจังหวัด และหน่วยงานอ่ืนๆ เพือ่ ติดตาม // สถานการณ์ ข้อสง่ั การ และวิเคราะหค์ วามเสี่ยง 3) รายงานการประเมนิ สถานการณ์ ผลการดาเนินงานของทมี ปฏิบตั ิการ และ // ทีมสนับสนุน วเิ คราะห์ปญั หาอปุ สรรค และให้ขอ้ เสนอแนะแก่ คณะกรรมการโรคติดต่อระดับจงั หวัดเพอื่ การตดั สินใจ ทุกเดือน 17
5. มาตรการตามกลยุทธแ์ ละหน่วยงานทเี่ กี่ยวข้องในระดับจังหวัด หน่วยงานเครือข่ายท้ังในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขท้งั ภาครฐั และภาค ร้องขอจากหน่วยงานท่ีรับผดิ ชอบหลักใหร้ ว่ มปฎิบตั ิการ หรอื ช่วยสนับสนนุ ภารกิจบางสว่ ตารางที่ 2 มาตรการตามกลยทุ ธ์และหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องในระดบั จงั หวัด หน กลยุทธ์และมาตรการ 1. การคดั กรองและเฝ้าระวงั ผปู้ ่วยทดี่ า่ น สถานพยาบาล และชุมชน (Capture) 1) คดั กรองท่ชี อ่ งทางเขา้ ออกระหวา่ งประเทศ ดา่ นค สานกั 2) คดั กรองที่โรงพยาบาลและจัด ARI clinic แบบ One stop service สถาน 3) เฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน ในคนไทยที่เป็นกลุ่มเส่ียงต่อการรับเชื้อ ได้แก่ สานกั ผู้ประกอบการทัวร์ โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว สถานทางานท่ีมีผู้ที่ อาเภ เดนิ ทางมาจากพน้ื ทีร่ ะบาดจานวนมาก หน่วย 4) เฝ้าระวังและสอบสวนเหตุการณ์ระบาดของอาการคล้ายไข้หวดั ใหญ่ใน สานัก ชุมชน อาเภ หนว่ ย อสม. 5) เฝ้าระวังการป่วยในบุคลากรสาธารณสขุ และเจ้าหนา้ ทีท่ ่เี ก่ียวขอ้ ง สถาน
คเอกชน ทง้ั ท่ีเป็นและไม่เปน็ หน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุข อาจได้รับการ วนตามมาตรการสาคัญท่ีกาหนดไว้ตามความเหมาะสม ดงั ได้ระบุไว้ตารางที่ 2 นว่ ยงานดา้ นสาธารณสุข หนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง ค่มู อื /แนวทาง ควบคมุ โรค การท่าอากาศยาน แนวทางการเฝ้าระวัง กงานสาธารณสขุ จังหวัด ตรวจคนเขา้ เมือง และสอบสวนโรคติด เชื้ อ ไว รั ส โค โ ร น า นพยาบาลทุกระดับ สถานพยาบาลเอกชน 2019 กงานสาธารณสุขจังหวัดและ สานักงานการท่องเที่ยวและ ภอ กฬี า ยปฏบิ ตั กิ ารควบคมุ โรคติดตอ่ สมาคมผปู้ ระกอบการท่ี เก่ยี วข้อง กงานสาธารณสขุ จังหวัดและ องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ภอ ยปฏิบตั กิ ารควบคุมโรคติดตอ่ . นพยาบาลทุกระดบั สถานพยาบาลเอกชน 18
กลยุทธแ์ ละมาตรการ หน 2. การดูแลรักษาผู้ป่วยและปอ้ งกันการตดิ เชื้อ (Case management and infect 2.1. การดแู ลรักษาผู้ปว่ ย 1) เตรียมพื้นท่ีรองรับผู้ป่วยในสถานพยาบาล ได้แก่ จุดคัดกรองท่ี รพ., สถาน หอ้ งแยกโรค, Cohort ward, ICU/RCU แยกเฉพาะ 2) ทกุ โรงพยาบาลซ้อม flow การคัดกรอง ดูแลผู้ป่วยใน ARI clinic แบบ สถาน one stop service และการส่งต่อผปู้ ่วย 3) เตรียมโรงพยาบาลขนาดใหญ่เพ่ือรองรับผู้ป่วยจานวนมาก เช่น สานัก กาหนดให้มีโรงพยาบาลดูแลรกั ษาผู้ป่วยโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 สานกั เฉพาะ และ สถาน 4) กาหนดพ้ืนท่ี และจัดทาแผนการจัดการพ้ืนท่ีดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อ สานกั รองรับผู้ป่วยจานวนท่ีมากเกินกว่าศักยภาพของโรงพยาบาล เช่น สานกั โรงพยาบาลสนาม 5) เตรียมห้องปฏิบัติการวินิจฉัยยืนยันให้เพียงพอทุกจังหวัด ทั้งในสังกัด โรงพ กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย กระทรวงอ่ืนๆ ท่ีมีศักยภาพ และ ทวั่ ไป ภาคเอกชน โรงพ ศกั ยภ 6) ประมาณการ และจัดหาเวชภัณฑ์ในการดูแลผู้ป่วยให้เพียงพอ เช่น สานัก ห้องแยกโรคความดันลบ เครื่องช่วยหายใจ ยาต้านไวรัส และบริหาร สานัก จัดการเวชภัณฑร์ ะหวา่ งหนว่ ยงานเพ่ือใหม้ กี ารกระจายอยา่ งเหมาะสม และ สถาน
นว่ ยงานด้านสาธารณสขุ หน่วยงานท่เี กีย่ วขอ้ ง ค่มู ือ/แนวทาง tion control) นพยาบาลทุกระดบั ทุกสังกัด สถานพยาบาลเอกชน แนวทางการจัดระบบ บ ริ ก า ร ข อ ง นพยาบาลทุกระดับ ทกุ สังกัด สถานพยาบาลเอกชน โรงพยาบาล กรณีมี ก า ร ร ะ บ า ด ข อ ง เช้ื อ กงานสาธารณสุขจังหวัด/ สถานพยาบาลเอกชน ไวรัสโคโรน า 2019 กอนามยั กรงุ เทพมหานคร ในวงกว้าง นพยาบาลทุกระดบั ทกุ สังกดั สานักงานจงั หวัด ค่มู อื การตรวจ กงานสาธารณสุขจงั หวัด/ ค่ายทหาร วินจิ ฉยั โรคตดิ เชื้อ กอนามัยกรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ไวรัสโคโรนา 2019 กรงุ เทพมหานคร (COVID-19) ทาง พยาบาลศูนย์ โรงพยาบาล หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร ป - พยาบาลในสงั กดั อื่นๆ ท่ีมี - ภาพ สานกั งานพาณิชย์ กงานสาธารณสุขจงั หวัด/ กอนามัยกรงุ เทพมหานคร นพยาบาลทุกระดบั ทุกสังกัด 19
กลยุทธแ์ ละมาตรการ หน 2.4. การป้องกนั การแพรก่ ระจายเชื้อ 7) จัดระบบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในสถานพยาบาล สถาน 8) ประมาณการ และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ ให้เพียงพอในทุก สานัก จังหวดั สานัก และ สถาน 3. การตดิ ตามผูส้ ัมผัสโรคและควบคมุ การระบาดในชุมชน (Contact tracing and 1) ติดตามผู้สมั ผสั เส่ียงสงู ของผปู้ ่วยยืนยนั ทกุ รายเพ่ือคดั กรองอาการและ สานัก ตรวจหาการตดิ เชื้อ สานัก สานกั ศูนย์บ หน่วย อสม. 2) คน้ หาผู้ป่วยเพม่ิ เติมในพนื้ ทท่ี ี่พบการระบาดเปน็ กลุ่มก้อนและพิจารณา สานกั จัดโซนน่งิ เพ่อื แยกโรคในพื้นที่ท่จี ัดไว้ หรอื home quarantine สานกั สานกั ศูนยบ์ หนว่ ย อสม. 3) ส่งเสรมิ มาตรการ Home isolation เพอื่ ลดความแออัดของ สถาน โรงพยาบาล หนว่ ย อสม.
น่วยงานด้านสาธารณสขุ หน่วยงานทเี่ กี่ยวขอ้ ง คมู่ อื /แนวทาง นพยาบาลทุกระดบั ทกุ สังกัด สถานพยาบาลเอกชน ข้ อ แ น ะ น า แ น ว ป ฏิ บั ติ การป้ องกั น กงานสาธารณสุขจังหวัด/ สานักงานพาณิชย์ แ ล ะ ค ว บ คุ ม โ ร ค ติ ด กอนามัยกรุงเทพมหานคร เช้ือ กรณีโรคโคโรนา ไวรัส 2019 นพยาบาลทุกระดบั ทุกสังกดั แนวทางการเฝ้าระวัง d containment) – หยุด-เล่ยี ง-เล่อื น-ปิด และสอบสวนโรคติด เชื้ อ ไว รั ส โค โ ร น า กงานสาธารณสุขจงั หวัด/ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ 2019 กอนามัยกรุงเทพมหานคร กรงุ เทพมหานคร กงานสาธารณสขุ อาเภอ คาแนะนาสาหรบั การ ดแู ลตนเองที่บ้าน บริการสาธารณสขุ (อยูร่ ะหวา่ งจดั ทา) ยปฏิบตั กิ ารควบคุมโรคติดต่อ . กงานสาธารณสขุ จงั หวดั / องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น กอนามยั กรุงเทพมหานคร กงานสาธารณสขุ อาเภอ บริการสาธารณสขุ ยปฏิบัติการควบคมุ โรคติดต่อ . นพยาบาลทุกระดบั ทุกสังกดั สถานพยาบาลเอกชน ยปฏบิ ตั กิ ารควบคุมโรคติดตอ่ องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ . กรุงเทพมหานคร 20
กลยุทธแ์ ละมาตรการ หน 4) ใหผ้ ู้ที่มอี าการทางเดนิ หายใจหยุดงาน หยุดเรียน โดยมีมาตรการ ชดเชยท่ีเหมาะสม 5) กาหนดมาตรการให้ทางานท่ีบา้ น หลีกเลยี่ งการไปในที่คนแออัด สถาน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการป่วย 6) ส่งเสริมการปอ้ งกนั โรคในระดับสาธารณะ (Social distancing) โดยให้ สานกั เลอื่ นหรืองดการจัดชมุ นมุ ขนาดใหญ่ทีเ่ ส่ียงต่อการแพรโ่ รค สานกั 7) การปดิ สถานท่ีท่ีเกดิ การระบาดและควบคุมการระบาดในสถานที่ท่ีมี สานกั คนจานวนมาก เช่น โรงเรียน เรอื นจา ค่ายทหาร สานกั 8) การพจิ ารณาประกาศพ้นื ที่ประสบภัยพิบัติเพือ่ ควบคมุ การระบาดใน สานัก ชุมชน สานกั
น่วยงานด้านสาธารณสขุ หนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง คู่มือ/แนวทาง นพยาบาลทุกระดับ ทกุ สังกดั สานกั งานสวัสดิการและ - คุม้ ครองแรงงาน กงานสาธารณสุขจังหวดั / สานกั งานการศกึ ษา คาแนะนาสาหรบั การ กอนามยั กรุงเทพมหานคร ภาคเอกชน รฐั วสิ าหกจิ ท่ี จัดประชมุ สัมมนา เกี่ยวขอ้ ง หรือกิจกรรมอืน่ ๆ ทมี่ ี กงานสาธารณสุขจงั หวดั / การรวมตวั กนั ของคน กอนามยั กรุงเทพมหานคร สานกั งานสวสั ดิการและ จานวนมาก คมุ้ ครองแรงงาน พรบ. โรคติดต่อ พ.ศ. กงานสาธารณสขุ จงั หวัด/ ภาคเอกชน รัฐวสิ าหกิจท่ี 2558 กอนามยั กรุงเทพมหานคร เกย่ี วขอ้ ง องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ แผนการปอ้ งกนั และ สานักงานจังหวัด บรรเทาสาธารณภัย สานกั งานการทอ่ งเทย่ี วและ กีฬา สมาคมผ้ปู ระกอบการท่ี เกย่ี วขอ้ ง องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ตารวจภูธร สานกั งานปอ้ งกันและ บรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ หน่วยงานที่ได้รบั ผลกระทบ ตารวจภธู ร สานกั งานปอ้ งกันและ 21
กลยุทธแ์ ละมาตรการ หน 4. การส่อื สารความเสย่ี ง (Communication) 1) การจดั ทาและเผยแพรส่ ถานการณก์ ารระบาดในตา่ งประเทศและใน สานกั ประเทศไทย ตามช่องทางการส่อื สารตา่ งๆ เพื่อใหป้ ระชาชนรับทราบ สานกั ความเส่ยี งและลดความตระหนก 2) การสอื่ สารสถานการณแ์ ละมาตรการในพ้นื ท่ีทเ่ี กดิ การระบาด 3) การรณรงคเ์ พ่ือลดการแพร่กระจายเช้อื 5. การใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมาย (Community intervention and Law 1) การช้แี จงมาตรการทางกฎหมายที่จาเปน็ ตอ้ งใช้เพ่ือควบคุมการระบาด สานัก 2) รณรงค์ หรือ บงั คับใช้หนา้ กากอนามัย 100% ในพื้นทีร่ ะบาด และใน สานัก สานกั กิจกรรมชุมนมุ 3) อปท. บังคับใช้เทศบัญญัติหรอื ข้อบัญญตั ิท้องถน่ิ ตามความจาเปน็ ศนู ย์บ หน่วย อสม. 6. การประสานงานและจัดการขอ้ มูล (Coordinating and Joint Information C 1) จัดตั้งศนู ย์ประสานงานและติดตามข้อมูลระหว่างหนว่ ยงานต่างๆ สานัก 2) ประสานข้อมูลกับหน่วยงานภายในจงั หวดั และหน่วยงานอ่ืนๆ เพื่อ สานกั ติดตามสถานการณ์ ข้อสัง่ การ และวเิ คราะห์ความเสยี่ ง 3) รายงานการประเมนิ สถานการณ์ ผลการดาเนินงานของทมี ปฏบิ ัตกิ าร และทมี สนับสนนุ วิเคราะห์ปัญหาอปุ สรรค และให้ข้อเสนอแนะแก่ คณะกรรมการโรคตดิ ต่อระดับจังหวัดเพ่อื การตดั สนิ ใจ ทุกเดือน
นว่ ยงานดา้ นสาธารณสุข หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง คู่มือ/แนวทาง แห่งชาติ พ.ศ. 2558 บรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ หน่วยงานท่ไี ดร้ ับผลกระทบ กงานสาธารณสุขจงั หวดั / สานกั งานประชาสัมพันธ์ - กอนามยั กรงุ เทพมหานคร จงั หวัด พรบ. โรคตดิ ต่อ พ.ศ. 2558 ภาคเอกชน มหาวทิ ยาลัยที่ - สามารถใหก้ ารสนบั สนุน ดา้ นสอื่ ประชาสัมพันธ์ w enforcement) กงานสาธารณสุขจังหวดั / ตารวจภูธร กอนามยั กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น กงานสาธารณสุขอาเภอ บรกิ ารสาธารณสขุ องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ยปฏบิ ตั ิการควบคุมโรคติดต่อ . Center) กงานสาธารณสขุ จงั หวัด/ สานักงานจงั หวดั และทุก กอนามัยกรงุ เทพมหานคร หนว่ ยงานภายใต้ คณะกรรมการโรคตดิ ต่อ ระดับจงั หวัด 22
บทท่ี 4 แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวน โรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 23
แนวทางการเฝา้ ระวังและสอบสวนโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ฉบบั 27 กุมภาพนั ธ์ 2563 24
การเฝา้ ระวงั โรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 วัตถปุ ระสงค์ของการเฝ้าระวงั 1. เพื่อตรวจจับการระบาด สอบสวน และควบคุมโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 2. เพอ่ื ติดตามสถานการณ์และลักษณะทางระบาดวทิ ยาของโรคโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นยิ ามผปู้ ่วย (ณ วนั ที่ 27 กุมภาพนั ธ์ 2563) 1. ผู้ปว่ ยทเี่ ข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patients under investigation: PUI) พจิ ารณาจากอาการ/ อาการแสดง ร่วมกับปัจจัยเสี่ยง ดังน้ี กรณีท่ี 1 การเฝ้าระวังที่ดา่ นควบคมุ โรคติดตอ่ ระหวา่ งประเทศ ผปู้ ่วยมอี าการ และอาการแสดง ดงั น้ี อุณหภูมิร่างกายต้ังแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ อย่างใดอยา่ งหน่งึ ดังตอ่ ไปน้ี ไอ น้ามกู เจบ็ คอ หายใจเหนือ่ ย หรือ หายใจล้าบาก กรณที ี่ 2 การเฝ้าระวงั ท่ีสถานพยาบาล ผปู้ ่วยมอี าการ และอาการแสดง ดงั น้ี 2.1 อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือให้ประวัติว่ามีไข้ในการป่วยคร้ังนี้ ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ไอ น้ามูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลา้ บาก 2.2 ผู้ปว่ ยโรคปอดอกั เสบ ท้งั 2 กรณี ให้ ร่วมกบั มีประวตั ใิ นชว่ งเวลา 14 วันกอ่ นวนั เร่ิมป่วย อยา่ งใดอย่างหนึง่ ต่อไปน้ี 1) มีประวัติเดินทางไปยัง หรือ มาจาก หรืออยู่อาศัยในพื้นท่ีท่ีมีรายงานการระบาดต่อเน่ืองของ โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 2) เปน็ ผู้ทปี่ ระกอบอาชพี ท่ีสมั ผสั ใกลช้ ิดกบั นกั ท่องเท่ียวตา่ งชาติ 3) มีประวตั ิใกล้ชิดหรอื สัมผัสกับผปู้ ่วยเขา้ ข่ายหรือยนื ยนั โรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 4) เป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือสาธารณสุข ที่สัมผัสกับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ข้อสังเกต: พ้ืนที่ท่ีมีรายงานการระบาดต่อเนื่องของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 อ้างอิงตามที่ แสดงในหนา้ เวบ็ http://ddc.moph.go.th/viralpneumonia กรณที ี่ 3 การเฝ้าระวงั ท่ีสถานพยาบาล ผูป้ ่วยมีอาการ และอาการแสดง ดังนี้ ผู้ปว่ ยโรคปอดอักเสบ กรณีที่ 3 ให้ ร่วมกบั มปี ระวตั ิในชว่ งเวลา 14 วันก่อนวนั เรมิ่ ปว่ ย อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ต่อไปนี้ 1) ใกล้ชิดผ้สู งสยั ติดเช้ือ SARS-CoV-2 ในช่วงเวลา 14 วันก่อนวันเร่ิมป่วย 2) เป็นบุคลากรทางการแพทย์หรอื สาธารณสขุ 3) รกั ษาแลว้ อาการไมด่ ีขนึ้ 4) หาสาเหตไุ มไ่ ด้ 5) มอี าการรุนแรง หรอื เสยี ชีวิตโดยหาสาเหตไุ มไ่ ด้ 25
กรณีท่ี 4 การปว่ ยเปน็ กลุ่มกอ้ น กลุ่มก้อน (cluster) ของผู้มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory tract infection) ทีต่ รวจ rapid test หรอื PCR ต่อเช้อื ไวรสั ไขห้ วัดใหญ่แลว้ ใหผ้ ลลบทุกราย 4.1 กรณีเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ 3 รายขึ้นไป ในแผนกเดียวกัน ในช่วงสัปดาห์ เดียวกัน (หากสถานพยาบาลขนาดเลก็ เชน่ คลินิก ใชเ้ กณฑ์ 3 รายขึ้นไปในสถานพยาบาลนัน้ ๆ) 4.2 กรณีในสถานท่ีแห่งเดียวกัน (ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์) ตั้งแต่ 5 รายขึ้นไป ในช่วง สัปดาหเ์ ดยี วกัน 2. ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable) ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาร พันธุกรรมของเช้ือไวรัส SARS-CoV-2 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 1 แห่ง หรือ Sequencing หรือเพาะเชอ้ื 3. ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed) ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง หรือ Sequencing หรือเพาะเช้อื 4. ผู้ติดเช้ือไม่มีอาการ (Asymptomatic infection) ผู้ที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสาร พันธุกรรมของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 โดยวิธี PCR ยืนยันจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง หรือ Sequencing หรอื เพาะเช้อื แตไ่ ม่มอี าการและอาการแสดง ระบบการรายงานการระบาด ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน 1. หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคให้พจิ ารณาแยกโรค* ตามแนวทางของกรมการแพทย์ 2. ให้โรงพยาบาล หรือ สถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข แจ้งส้านักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือส้านักอนามัย กรุงเทพมหานคร ทันที 3. สา้ นักงานสาธารณสขุ จังหวัด หรือสา้ นกั อนามยั กรุงเทพมหานคร แจ้งส้านักงานป้องกันควบคุมโรคใน เขตที่รับผิดชอบ/สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ภายใน 3 ช่ัวโมง หลังพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ สอบสวนโรค ตามแนวทางทกี่ ้าหนด 4. ส้านักงานป้องกันควบคุมโรคท่ี 1-12 /สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้รหัสผู้ป่วยและบันทึก ขอ้ มูลในระบบออนไลน์ หมายเหตุ *การแยกโรค ในท่ีน้ี คือ isolation หมายถึง การแยกผู้ป่วยไม่ให้แพร่เช้ือไปสู่บุคคลอื่น ในขณะท่ีค้าว่า quarantine คือ การแยกผู้ท่ีแข็งแรงดีท่ีอาจไปสัมผัสโรคมา เพอื่ เฝ้าตดิ ตามว่า จะเรม่ิ ปว่ ยเมอื่ ใด หรอื ไม่ ซึง่ หากพบว่าเกิดการปว่ ย จะเปน็ ประโยชนใ์ นการเขา้ ส่กู ารรกั ษาไดร้ วดเรว็ และไมแ่ พรเ่ ชอื้ ไปยงั ผู้อน่ื 26
การสอบสวนโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ทีมปฏิบตั ิการสอบสวนโรคด้าเนนิ การสอบสวนโรคโดยใชแ้ บบฟอรม์ Novelcorona 2 (ภาคผนวก ข) เกณฑก์ ารออกสอบสวนโรคกรณีผู้ปว่ ยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรค อาเภอ/ศบส. จังหวดั /กทม. สคร./สปคม. สว่ นกลาง ทุกราย PUI เป็นกลุ่มก้อน - PUI เป็นกลุม่ ก้อนตั้งแต่ PUI ท่เี ข้ารบั การรักษาท่ีสถาบัน ตง้ั แต่ 2-4 ราย ใน 1 5 รายข้ึนไปจากแหลง่ บา้ ราศนราดูรทุกราย อา้ เภอ เดียวกัน - PUI ทม่ี ีปอดอักเสบ รนุ แรงรายแรกของจังหวดั เกณฑ์การออกสอบสวนโรคกรณผี ูป้ ว่ ยยืนยนั อาเภอ/ศบส. จงั หวัด/กทม. สคร./สปคม. ส่วนกลาง ทุกราย ทกุ ราย -รายแรกของจงั หวัด - ผปู้ ว่ ยยืนยนั ที่เขา้ รบั รักษาท่ี -ผูป้ ่วยยนื ยันเป็นกล่มุ สถาบันบ้าราศนราดูรทกุ ราย ก้อน 2-4 ราย - ผปู้ ว่ ยยืนยันท่ีเป็นกลุ่มก้อน ต้ังแต่ 5 รายข้นึ ไป เกณฑก์ ารค้นหาและตดิ ตามผสู้ ัมผัส สคร./สปคม. สว่ นกลาง อาเภอ/ศบส. จังหวดั /กทม. - ผสู้ มั ผัสของผู้ป่วย - ผู้สัมผัสของผูป้ ่วยยืนยนั ทเ่ี ข้า ยืนยนั รายแรกของ รบั รักษาทส่ี ถาบันบ้าราศนราดูร ทุกราย ผสู้ มั ผัสของผปู้ ่วย จงั หวัด ทกุ ราย ยนื ยันรายแรกของ - เมอ่ื จงั หวดั รอ้ งขอ - ผู้สมั ผสั ของผู้ป่วยยืนยนั ท่เี ปน็ อา้ เภอ กลุ่มก้อนตง้ั แต่ 5 ราย ขึน้ ไป หมายเหตุ – หากเป็นรายแรกของพื้นท่ีหรอื ประเมนิ ความพร้อมแลว้ พบว่า ต้องการให้ทีมสอบสวนระดบั สูงขึน้ ไปร่วมสอบสวน สามารถประสานงานขอการสนบั สนุนได้ เกณฑ์การยตุ กิ ารสอบสวนผปู้ ่วย เมอ่ื ผู้ปว่ ยไดร้ ับการวินิจฉยั สุดท้ายว่าไม่ติดเช้ือ SARS-CoV-2 และ จ้าหน่ายออกจากโรงพยาบาล หรือ กรณีไม่ได้รับการรกั ษาในโรงพยาบาลแล้วอาการหายเป็นปกติ 27
เกณฑก์ ารออกสอบสวนโรคกรณีเหตุการณ์อาการตดิ เช้อื ระบบทางเดนิ หายใจเปน็ กลุม่ ก้อน เพื่อให้การเฝ้าระวังมีความไวสูงขึ้น สามารถตรวจจับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ อาจจะเกิดการติดต่อในพื้นที่ได้ จึงก้าหนดใหก้ ารสอบสวนเหตุการณ์กลุ่มก้อน (cluster) ของผู้มีอาการติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory tract infection - ARI) ท่ตี รวจ rapid test หรือ PCR ต่อเช้ือไวรัส ไขห้ วัดใหญ่แลว้ ใหผ้ ลลบทกุ ราย อาเภอ/ศบส. จงั หวัด/กทม. สคร./สปคม. ส่วนกลาง - กลุ่มก้อน ARI ตงั้ แต่ 5 รายขึ้นไป กลุ่มก้อน ARI ทพ่ี บ กลมุ่ ก้อน ARI ทีพ่ บ กลมุ่ ก้อน ARI ทพี่ บ ท่ผี ลตรวจ rapid test Flu A & B ผูป้ ่วยยืนยนั COVID- ผู้ป่วยยืนยนั COVID- ผู้ป่วยยืนยัน COVID- ให้ผลลบ 19 19 กรณีแรกของ 19 กรณแี รกของเขต - กลุ่มก้อน ARI ในบุคลากรทาง จังหวัด การแพทย์ตั้งแต่ 3 รายข้ึนไป ที่ ผลตรวจ rapid test Flu A & B ใหผ้ ลลบ การสอบสวนโรคสาหรับผู้ที่เข้านิยามผปู้ ่วยเขา้ เกณฑ์สอบสวนโรค 1. สัมภาษณ์ผู้ป่วย ญาติ และทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วย ถ้ามีฟิล์มเอกซเรย์ปอด ให้ถ่ายภาพฟิล์ม เอกซเรย์ด้วย ในการสอบสวนโรค ให้ผู้สอบสวนปฏิบัติตามหลักการป้องกันตนเอง ตามที่ระบุใน ภาคผนวก ค นอกจากนี้ มปี ระเด็นส้าคัญท่ีพงึ ด้าเนนิ การ ดังน้ี - ข้อมูลประวัติสัมผัสในกรณีของผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาด ขอให้เพิ่มการซักประวัติการสัมผัส ผปู้ ว่ ย ประวัติการสมั ผสั สัตว์ และการเข้าโรงพยาบาลในระหวา่ งทอ่ี ยใู่ นพน้ื ที่ระบาด ดว้ ย - ในกรณีของผู้ทีไ่ มม่ ีประวัตเิ ดินทางมาจากพ้ืนท่ีระบาด ให้เพ่ิมการซกั ประวตั ิการไปโรงพยาบาล (หรือ ท้างานท่ีเก่ียวข้องกับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ) ในช่วง 14 วันก่อนป่วย - ส่วนประวตั ิสมั ผัสอนื่ ๆ เชน่ การคลุกคลีใกล้ชิดผ้ปู ่วยรายอน่ื ๆ ให้บรรยายอย่างละเอียด ตามวิธกี าร สอบสวนโรคทั่วไป (ได้แก่ ลักษณะของการมีกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วย ระยะเวลาของการมีกิจกรรม รว่ มกันในแต่ละคร้ัง ความถ่ีของการพบ/ ท้ากจิ กรรม ในชว่ ง 14 วนั ก่อนป่วย) 2. การเกบ็ ตัวอยา่ งส่งตรวจ (ตามภาคผนวก ง) 2.1. ในกรณีของผปู้ ่วยท่ีมีอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนบน (URI) : เ ก็ บ Nasopharyngeal swab ร่ ว ม กั บ Throat swab/ Oropharyngeal swab ใ ส่ ใ น VTM/UTM 3 ml โดยรวมไว้ในหลอดเดียวกัน หรือ Nasopharyngeal aspirate, Nasopharyngeal wash ใสใ่ นภาชนะเก็บตวั อย่างปลอดเชอื้ ไมต่ ้องใส่ VTM/UTM ส่งตรวจ SARS-CoV-2 PCR 28
2.2. ในกรณีของผูป้ ่วยท่มี ีอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (เช่น pneumonia, ARDS) ใหเ้ กบ็ ตวั อยา่ งในข้อ 2.1 และ 2.2.1. ในกรณีผู้ป่วยท่ีไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ เก็บเสมหะใส่ในภาชนะเก็บตัวอย่างปลอดเช้ือ (sterile container) (1) หรอื ใสใ่ น VTM/UTM เพื่อตรวจ SARS-CoV-2 PCR 2.2.2. ในกรณีผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ เก็บ tracheal suction secretion ใส่ใน sterile container (2-3 ml) หากไม่มี secretion ตัดสาย suction ใส่ VTM/UTM เพ่ือตรวจ SARS-CoV-2 PCR 2.2.3. ในกรณีที่ผู้ป่วยเสียชีวิต ให้เก็บตัวอย่าง และส่งตรวจตามข้อ 2.2.2 หากไม่ได้ใส่ท่อช่วย หายใจใหเ้ กบ็ ช้นิ เนอื้ ปอดใส่ในภาชนะปลอดเชอื้ ทีม่ ีน้าเกลอื อยู่ (saline)(2) หมายเหตุ กรณีที่ผลการตรวจผู้ป่วยเป็นลบ และผู้ป่วยมีอาการไม่ดีข้ึน อาจมีสาเหตุจากตัวอย่างที่ไม่เหมาะสม หรือด้อยคุณภาพ ควรทบทวนวิธีเก็บและน้าส่งตัวอย่าง แล้วเก็บตัวอย่างตรวจซ้าหลังจากเก็บตัวอย่างครั้งแรก 24 ชั่วโมง อา้ งองิ (1) CDC. Interim Guidelines for Collecting, Handling, and Testing Clinical Specimens from Persons Under Investigation (PUIs) for 2019 Novel Coronavirus (2019-nCoV) Published on February 2, 2020. Available at https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-nCoV/lab/guidelines-clinical-specimens.html (2) WHO. Interim Guidance on Laboratory testing of human suspected cases of novel coronavirus (nCoV) infection 10 January 2020. Available at https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/330374/WHO-2019-nCoV- laboratory-2020.1-eng.pdf สถานทส่ี ่งตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการ SARS-CoV-2 PCR ส่งตรวจได้ท่ี - สถาบันวจิ ยั วิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ (NIH) - ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์การแพทย์ทีเ่ ปดิ ให้บรกิ าร - ศูนย์วิทยาศาสตรส์ ุขภาพโรคอบุ ัตใิ หม่ สภากาชาดไทย (TRC-EID) - โรงพยาบาลบ้ารุงราษฎร์ - หอ้ งปฏิบตั ิการอื่น ๆ ทีก่ รมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ประกาศ (อา้ งอิงประกาศสถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์สาธารณสขุ กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ 17 ก.พ. 2563) การแยกโรคผปู้ ่วยเขา้ เกณฑ์สอบสวนโรค 1. หากพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ให้ผู้ป่วยแยกโรคตามแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษาฯ ของกรมการแพทย์ 2. จัดเจา้ หน้าท่อี อกดา้ เนนิ การสอบสวนและควบคุมการระบาดเบื้องตน้ 2.1. กรณผี ลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเปน็ ลบในคร้ังแรก 2.1.1. ประเมนิ อาการผปู้ ว่ ย หากอาการไมด่ ขี ้นึ แพทยอ์ าจพิจารณาสง่ ตัวอยา่ งตรวจซ้า 29
2.1.2. เม่ือแพทย์พิจารณาจ้าหน่ายผู้ป่วยแล้ว ขอให้ผู้ป่วยอยู่แต่ภายในที่พักอาศัยต่อจนครบ 14 วัน (home isolation) นับจากวันที่เดินทางออกจากพ้ืนที่เส่ยี งหรือสัมผัสผู้ป่วยยืนยันครั้ง สุดท้าย และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ถ้าหลัง 14 วัน อาการดีข้ึนให้ใช้ชีวิตตามปกติ หากอาการไม่ดขี ้ึน หรอื แย่ลงระหว่างนี้ ให้รีบแจ้งเจา้ หนา้ ท่ที นั ที 2.2. กรณผี ลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการเปน็ บวก ให้รับผปู้ ว่ ยเพื่อแยกโรคในสถานพยาบาลทุกกรณี 3. สนิ้ สดุ การแยกโรค 3.1. กรณผี ู้ป่วยเข้าเกณฑส์ อบสวนโรคมผี ลตรวจเป็นลบต้งั แต่คร้ังแรก ใหม้ ีการแยกโรคอย่างน้อย 14 วัน นับจากวันท่ีเดินทางออกจากพื้นที่เส่ียงหรือสัมผัสผู้ป่วยยืนยันคร้ังสุดท้ายหรือจนกว่าอาการจะหาย จนเปน็ ปกติ โดยอาจแยกโรคทโ่ี รงพยาบาล (hospital isolation) หรอื ทพ่ี กั อาศยั (home isolation) 3.2. กรณีผู้ป่วยเข้าข่าย/ยืนยัน ให้มีการแยกโรคที่โรงพยาบาล (hospital isolation) เท่านั้น จนกระทั่ง อาการดีขึ้น และ มีผลตรวจจากห้องปฏิบัติการเป็นลบจากห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 2 แห่ง และ ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้าอีกที่ 48 ช่ัวโมงเป็นลบ จากห้องปฏิบัติการอย่างน้อย 1 แห่ง จงึ สนิ้ สุดการแยกโรค นยิ ามผสู้ ัมผัสใกล้ชดิ ของผู้ปว่ ยเขา้ ขา่ ย/ยนื ยัน (Closed contact definitions) หลกั แนวคิด: ผู้สมั ผัส หมายถงึ ผู้ท่ีมีกิจกรรมรว่ มกบั ผูป้ ่วยยืนยันหรือผูป้ ว่ ยเข้าข่าย โดยแบง่ ได้ 2 กลุม่ 1. ผูส้ มั ผสั ท่อี าจเป็นแหล่งโรค ไดแ้ ก่ ผูส้ มั ผสั ผู้ปว่ ยในชว่ ง 14 วนั ก่อนเรมิ่ ป่วย 2. ผสู้ ัมผสั ทอี่ าจรับเชอ้ื จากผปู้ ่วย ได้แก่ ผสู้ มั ผัสผู้ปว่ ยนบั แต่วันเริ่มปว่ ย โดยผสู้ ัมผสั เส่ียงสูง หมายถงึ ผูส้ มั ผัสทม่ี โี อกาสสูงในการรบั หรอื แพรเ่ ชื้อกบั ผปู้ ว่ ย ประกอบด้วย - ผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือมีการพูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร นานกว่า 5 นาที หรือถูกไอจามรดจาก ผู้ป่วยโดยไม่มีการปอ้ งกนั เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย - ผู้ที่อยู่ในบริเวณท่ีปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น ในรถปรับอากาศ ห้องปรับอากาศ ร่วมกับผู้ป่วย และอยู่หา่ งจากผ้ปู ่วยไม่เกิน 1 เมตร นานกว่า 15 นาที โดยไมม่ กี ารป้องกัน ผู้สัมผสั เสี่ยงต่า หมายถึง ผู้สัมผัสทม่ี ีโอกาสตา้่ ในการรับหรือแพร่เชือ้ กับผปู้ ่วย ได้แก่ผูส้ ัมผัสที่ไมเ่ ข้าเกณฑ์ ผู้สมั ผัสเสยี่ งสูง *หากเปน็ ผตู้ ดิ เช้ือไม่มอี าการ ให้ถือวนั ที่พบเช้ือเสมอื นเป็นวนั เร่ิมปว่ ย การติดตามผู้สัมผัส (Contact tracing) – เม่ือพบผู้ป่วยยืนยันหรือเข้าข่าย จะติดตามหาว่า มีผู้ สัมผสั ซึง่ อาจจะได้รบั เช้ือแลว้ เกิดโรคหรอื ไม่ ทัง้ นี้มกี ิจกรรมสา้ คัญคอื 1. หาข้อมูลจากผปู้ ่วย บุคคล (เชน่ ญาต)ิ และแหลง่ ข้อมูลทีเ่ กย่ี วขอ้ ง เชน่ ข้อมลู การเดินทาง ฯ 2. หาตัวผู้สมั ผสั – เพือ่ แจง้ ว่าเขาอาจสมั ผสั โรค ชว่ ยให้เข้าถึงการวนิ ิจฉัยและรักษา แนะน้าการ quarantine ท้ังนต้ี ้องระมัดระวังผลกระทบในลักษณะท่ีเกิดการแบ่งแยกตีตรา บางกรณจี ะไมแ่ จ้งว่าผู้ป่วยเป็นใคร 30
การติดตามผู้สัมผัสถือเป็นหน้าท่ีในการควบคุมโรค บางประเทศมีกฎหมายรองรับชัดเจน และ ด้าเนินการโดยสอดคล้องกับหลักจรยิ ธรรม ใน พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ระบุเรื่องการ quarantine ผู้สัมผัส ไวเ้ ชน่ กนั Reverse contact tracing หรือ Source case investigation - เมื่อพบผปู้ ว่ ยยืนยนั หรือเขา้ ขา่ ย จะสอบถามหาวา่ ก่อนป่วย 1 ระยะฟกั ตัวทีย่ าวทีส่ ดุ ผ้ปู ่วยไปสัมผัสใกล้ชิดกบั บุคคลใดซ่งึ อาจเป็นผ้ปู ว่ ยหรือไม่ ซงึ่ อาจพบผู้ปว่ ยทีว่ ินิจฉยั อยเู่ ดมิ หรือผทู้ ่ียังไม่เคยวินิจฉยั ซึ่งควรพิจารณาสง่ ตรวจวนิ ิจฉัย แนวทางการจัดกลุม่ ผ้สู มั ผัสตามระดับความเส่ยี งต่อการรบั เชื้อ ผู้สัมผัสที่มีความเส่ียงตอ่ การรับเชอ้ื สูง ผ้สู ัมผสั ทีม่ คี วามเส่ียงต่อการรับเชือ้ ตา่ (High risk contact) (Low risk contact) ผสู้ ัมผัสในครวั เรอื น 1) สมาชกิ ในครอบครัว ญาติ และผู้ทด่ี ูแลผปู้ ่วยโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ขณะที่มีอาการปว่ ย 2) ผ้ทู ่อี ยใู่ นบ้านเดียวกับผู้ปว่ ยโรคตดิ เชอ้ื ไวรัส โคโรนา 2019 ผสู้ ัมผัสในสถานพยาบาล 1) บคุ ลากรทางการแพทย์ บุคลากรอนื่ ๆ ในแผนกทีเ่ ก่ียวขอ้ ง บุคลากรในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ทาง หรือผมู้ าเย่ียมผปู้ ว่ ยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะท่ี ห้องปฏิบัติการที่เก่ียวข้องกับผู้ป่วยโรค อยใู่ นโรงพยาบาลโดยไม่ไดใ้ ส่ Personal Protective ติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือผู้มา Equipment (PPE) ตามมาตรฐาน เ ยี่ ย ม ผู้ ป่ ว ย PUI ใ น ข ณ ะ ท่ี อ ยู่ ใ น โรงพยาบาลทใี่ ส่ PPE ตามมาตรฐาน 2) ผ้ปู ่วยรายอื่น ๆ (ปว่ ยดว้ ยโรคอื่น) ทีร่ ับการรกั ษาในชว่ งเวลา เดยี ว และอยู่ในห้องเดยี วกนั หรอื แถวเดียวกนั กับผูป้ ่วยโรค ตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 และผูท้ ีม่ าเยี่ยมผปู้ ่วยเหล่านัน้ ใน ขณะทีผ่ ปู้ ว่ ยยงั ไม่ไดร้ ับการรักษาในห้องแยกโรค 3) เจา้ หนา้ ทีท่ างหอ้ งปฏิบตั ิการทเี่ ก่ยี วข้องกับส่งิ สง่ ตรวจจาก ผ้ปู ว่ ยโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยไม่ไดใ้ ส่ PPE ตาม มาตรฐาน ผู้สัมผัสในยานพาหนะ 31
ผู้สมั ผสั ท่มี คี วามเส่ียงตอ่ การรับเช้อื สงู ผสู้ ัมผสั ทีม่ ีความเสี่ยงต่อการรบั เชือ้ ตา่ (High risk contact) (Low risk contact) 1) ในกรณีทผ่ี ปู้ ่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เดนิ ทางโดย ผู้โดยสารทุกรายในยานพาหนะเดียวกัน เครอ่ื งบินในขณะที่มีอาการ (ยกเว้นเคร่ืองบิน) กับผู้ป่วยโรคติดเชื้อ - ผู้ที่ร่วมเดินทางโดยเครื่องบินกับผู้ป่วย ผู้โดยสารที่ ไวรัสโคโรนา 2019 ที่ไม่เข้าเกณฑ์ นั่งใกล้ผู้ป่วยในแถวเดียวกัน และในระยะ 2 แถวหน้า ผูส้ มั ผสั เสี่ยงสูง และ 2 แถวหลงั หมายเหตุ ในกรณีของยานพาหนะขนาด - พนักงานบริการบนเครอื่ งบินทุกรายในโซนเดยี วกันกับท่ี ใหญ่ เช่น รถไฟ รถทัวร์ 2 ชั้น เรือเฟอรี่ ผู้ปว่ ยนัง่ ให้จ้ากัดเฉพาะผู้ทอ่ี ย่ใู นตเู้ ดียวกันหรือใน - ผ้ทู ี่รว่ มกลุ่มเดนิ ทางเดียวกนั เชน่ กลุม่ ทัวร์เดียวกนั หอ้ งโดยสารชั้นเดียวกัน 2) ในกรณีทผี่ ปู้ ว่ ยโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เดนิ ทางโดย ยานพาหนะอน่ื ๆ ในขณะท่ีมีอาการ - ผทู้ ีร่ ่วมเดนิ ทางกบั ผปู้ ว่ ย - ผู้โดยสาร หรือพนักงานที่สัมผัสสารคัดหลั่งจาก ทางเดินหายใจ หรือโดนไอ จาม จากผู้ปว่ ย - ผู้โดยสารทีอ่ ยใู่ นระยะหา่ งไมเ่ กิน 1 เมตรจากผปู้ ่วย ผ้สู ัมผัสในโรงเรยี น/ที่ทางาน และในชุมชน 1) นกั เรยี นหรอื ผ้รู ่วมงาน ได้แก่ กลมุ่ เพ่ือนทพ่ี บปะกับผู้ป่วย 1) ผู้ที่เรียน หรือท้างาน อยู่ในช้ัน/ห้อง/ โรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะมอี าการ และ มี แผนก เดียวกันกับผู้ป่วยโรคติดเช้ือ ประวัติอาจสัมผสั สารคัดหล่ังจากทางเดินหายใจ หรอื โดนไอ ไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะท่ีมีอาการ จาม จากผปู้ ่วยโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ท่ีไม่เข้าเกณฑผ์ สู้ ัมผสั เสย่ี งสูง 2) ผู้ท่ีอยู่ในชุมชนเดียวกันกับผู้ป่วยโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2) ผู้ที่อยู่ในชุมชนเดียวกัน และพบปะ 2019 หรือในชุมชนอนื่ ๆ และสมั ผัสสารคัดหล่ังจากทางเดิน ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ใน หายใจ หรอื โดนไอ จาม จากผู้ป่วย ระยะห่างไม่เกิน 1 เมตรจากผู้ป่วยใน ขณะท่ีมีอาการ แต่ไม่เข้าเกณฑ์ผู้สัมผัส เสี่ยงสูง การตดิ ตามผสู้ มั ผัสใกลช้ ดิ ตามระดับความเส่ียง เมื่อพบผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable) หรือผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะต้องมีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเพ่ือประเมินอาการและตรวจจับผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็ว การ ติดตามผู้สัมผัสสามารถด้าเนินการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพ้ืนท่ี ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CDCU) เจ้าหน้าที่งานระบาดวิทยาของโรงพยาบาล ส้านักงานสาธารณสุขจังหวัด/ส้านักอนามัย กทม. และ หนว่ ยงานในสงั กัดกรมควบคมุ โรค 32
แนวทางการแยกผสู้ ัมผสั ใกล้ชิดของผู้ป่วยเข้าข่าย/ยนื ยนั โรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 และ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้อง กลมุ่ ผูส้ ัมผสั ทมี่ คี วามเสี่ยงสูง (ใหท้ า้ ตามแนวทางภาคผนวก จ และใชแ้ บบฟอรม์ ตามภาคผนวก ฉ และ ช) กจิ กรรม PPE ขน้ั ต่า - N95 คัดกรองไขด้ ว้ ยเครือ่ งวดั อณุ หภูมิ (Handheld thermometer) และ - Goggle อาการทางเดินหายใจ โดยดาเนินการดังต่อไปน้ี Cover All (ชุดหม)ี 1. หากมีอาการตามนยิ ามให้เข้าสูก่ ระบวนการสอบสวนผู้ปว่ ย PUI* - N95 1.1 รบั เข้ารกั ษาในห้องแยก หรอื ใหอ้ ยใู่ นพ้ืนที่แยกกักชัว่ คราว - Goggle 1.2 เกบ็ ตัวอย่าง ตามแนวทางการดูแลรกั ษาของกรมการแพทย์ - กาวน์กนั นา้ ชนิดใช้แลว้ * หมายเหตุ ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ใี ช้แนวทางการจดั การผปู้ ่วย PUI โรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา ทิ้ง 2019 - ถงุ มือ 2. หากไม่มอี าการตามนยิ าม PUI 2.1 แจ้งผูส้ ัมผัสทมี่ คี วามเสี่ยงสงู ดงั น้ี - ใหผ้ ้สู มั ผสั วดั ไข้ตนเองทุกวนั เป็นระยะเวลา 14 วัน นบั จาก วนั ทส่ี ัมผสั ผู้ปว่ ยยนื ยนั วนั สุดทา้ ย หากพบว่ามไี ข้ให้แจ้งทีม สอบสวนโรคทนั ที - ไมค่ วรเดินทางออกจากบ้าน/ทีพ่ ักโดยไมจ่ า้ เปน็ โดยเฉพาะการ เดินทางไปในที่สาธารณะ หรอื แหล่งชุมชน (home quarantine) - ใหป้ ้องกันตนเองและผใู้ กลช้ ิด โดยหมนั่ ลา้ งมอื อยา่ งสมา่้ เสมอ และใชห้ นา้ กากอนามัย - ทมี สอบสวนโรคโทรศพั ทส์ อบถามอาการทุกวนั 2.2 เก็บส่ิงส่งตรวจ Throat Swab ใส่หลอด VTM 1 ตวั อย่าง โดย เก็บในวนั ท่ี 5 เปน็ ต้นไป นบั จากวนั ทีส่ ัมผสั ผู้ป่วยยืนยนั คร้งั แรก ส่งตรวจ SARS-CoV-2 PCR ที่ห้องปฏิบตั กิ ารอ้างองิ หรือ หอ้ งปฏบิ ัติการทก่ี รมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ประกาศ ตามทีพ่ น้ื ที่ ก้าหนด 33
กลุม่ ผสู้ ัมผสั ท่มี ีความเสีย่ งต่า 1. ใหด้ ้าเนนิ ชวี ิตตามปกติ แต่หลีกเล่ยี งการเดินทางไปในท่ีที่มีคนจา้ นวนมาก สังเกตอาการตนเอง (self- monitoring) เป็นเวลา 14 วนั หลงั วันทส่ี ัมผสั ผู้ป่วยยืนยนั ครั้งสุดทา้ ย 2. หากมไี ข้หรืออาการของระบบทางเดินหายใจให้แจ้งเจา้ หน้าทสี่ าธารณสขุ ทันที เพอื่ เกบ็ สิ่งสง่ ตรวจ ตดิ ตามอาการและวัดไข้ ตามแนวทางผ้สู ัมผสั ที่มคี วามเส่ยี งสูง การคน้ หาผปู้ ่วยรายอื่นเพิ่มเตมิ (Active case finding) กรณสี อบสวนผปู้ ว่ ย ยืนยนั ท่ีติดเชอื้ ในประเทศไทยโดยไมส่ ามารถหาแหลง่ แพรเ่ ชือ้ ไดช้ ดั เจน เม่ือพบผู้ป่วยยืนยนั ท่ไี ม่สามารถหาแหล่งโรคทีม่ าจากพืน้ ท่ีระบาดได้อย่างชัดเจน มคี วามเป็นไปไดส้ งู ท่ี ผู้ป่วยจะได้รบั เช้อื มาจากภายในชุมชนท่ผี ู้ปว่ ยอยอู่ าศยั หรือใช้ชวี ิตอยู่ ซ่งึ ในชมุ ชนนัน้ อาจจะมผี ปู้ ่วยรายอ่ืนหรือ มีการระบาดเกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ ดังน้ัน จึงมีความจ้าเป็นท่ีจะต้องค้นหาผู้ป่วยเพ่ิมเติมภายในชุมชนน้ัน ๆ เพื่อ ค้นหาการระบาดที่อาจเกิดขน้ึ อยู่และด้าเนินการแยกผู้ป่วยโดยเร็ว โดยจะการค้นหาผู้ป่วยเพ่ิมเติมจะขยายวง ให้ครอบคลุมชุมชนท่ีผปู้ ่วยใชช้ ีวติ หรอื อาศัยอยู่ โดยไมจ่ ้ากดั อยู่เพียงผู้ท่ีมาสมั ผสั ใกล้ชิดกับผูป้ ่วย โดยขอบเขตการค้นหาผู้ปว่ ยเพ่ิมเตมิ จะกว้างเท่าใดน้ัน ให้พิจารณาโดยใช้หลักที่ว่าจะค้นหาผู้ป่วยราย อนื่ ๆ ที่มีโอกาสไปสัมผัสแหล่งโรคเดยี วกัน (common exposure) กับผปู้ ่วยยืนยัน เช่น หากมี นกั เรียน ป.6 เป็นผู้ป่วยยืนยัน เวลาค้นหาผู้สัมผัสมักจะจ้ากัดวงเพ่ือนสนิท หรือ ห้องเรียนเดียวกัน แต่หากเป็นการค้นหา ผู้ป่วยเพ่ิมเติมอาจจะต้องขยายวงการค้นหาให้ครอบคลุมทั้งโรงเรียน เน่ืองจากผู้ป่วยรายนั้นอาจใช้ ลิฟต์ โรง อาหาร โรงยิม ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ท่ีถ้าหากผู้ป่วยไปรับเช้ือมาจากสถานท่ีเหล่าน้ี อาจจะมี นักเรยี นหรือบคุ ลากรคนอนื่ ไดร้ ับเชอ้ื ไปด้วย ขอบเขตในการคน้ หาผู้ป่วย ผู้ที่อาศัย ท้างาน เรียน หรือใช้ชีวิตประจ้าวัน อยู่ในชุมชน หรือในบริเวณเดียวกับผู้ป่วย เช่น แผนก/ ช้ันท่ที ้างาน โรงเรียน ทพ่ี ัก (คา่ ยทหาร เรอื นจา้ ) ตึกคอนโดมิเนียม นยิ ามการค้นหาผู้ป่วยเพ่ิมเติม ผู้ป่วยสงสัย (suspected case) ได้แก่ ผู้ป่วยท่ีมีอุณหภูมิร่างกาย > 37.5 องศาเซลเซียส หรือมี ประวัติไข้ ร่วมกบั อาการอยา่ งน้อยหนงึ่ อาการ ได้แก่ ไอ มนี ้ามูก เจบ็ คอ หอบเหนอ่ื ย ต้งั แต่ 14 วันก่อนวันเร่ิม ป่วยของผู้ป่วยยืนยันท่ีได้รับการรายงานรายแรก (Index case) จนถึง 28 วันหลังจากพบผู้ป่วยยืนยันราย สุดท้าย 34
การดาเนินงานเมื่อพบผู้ปว่ ย 1) ผปู้ ว่ ยสงสัย (suspected case) ทุกรายที่ยงั มีอาการ ณ วนั สอบสวนโรค ให้ตรวจหาเชื้อ SARS-CoV- 2 (ท้าการเกบ็ ตัวอย่างตามแนวทางเก็บตัวอย่างผู้ปว่ ยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค; PUI) ส่วนผ้ปู ่วยสงสัยท่ี ไม่มอี าการแลว้ ไม่จา้ เปน็ ตอ้ งเกบ็ ตวั อย่าง 2) ผปู้ ว่ ยสงสยั (suspected case) ทกุ รายไม่ว่ายังมีอาการหรือไม่มีอาการ ให้แยกโรค (ใหห้ ยุดงาน/หยุด เรียน) อย่างน้อย 14 วัน นับจากวันเร่ิมมีอาการ แม้ว่าอาการจะหายแล้วหรือมีผลตรวจทาง หอ้ งปฏิบัติการเป็นลบ หากพบผปู้ ่วยสงสัยจ้านวนมากอาจพิจารณาจัด cohort ward ในโรงพยาบาล หรือ ก้าหนดพ้ืนที่รองรับผู้ป่วยจ้านวนมาก เช่น โรงพยาบาลสนามโดยรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด และประสานงานกับหน่วยงานสนบั สนนุ เช่น ค่ายทหาร องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน 3) ให้สถานท่ีที่พบการระบาด งดกิจกรรมท่ีมีการชุมนุม รวมคน ประชุมหรือเคล่ือนย้ายคนจ้านวนมาก จนถึง 28 วันหลังจากพบผู้ป่วยยนื ยันรายสดุ ท้าย 4) ท้าความสะอาดสถานท่ีที่พบการระบาด หรือเกี่ยวข้องกับการระบาดตามค้าแนะน้าของกระทรวง สาธารณสขุ 5) พิจารณาปิดสถานที่ที่ตามความเหมาะสม หากมีการระบาดต่อเน่ืองเกินกว่า 14 วัน นับจากวันท่ีพบ ผปู้ ว่ ยยืนยันที่ได้รบั การรายงานรายแรก (Index case) 6) ให้เฝ้าระวังไปข้างหน้าจนถึง 28 วันหลังจากพบผู้ป่วยยืนยันรายสุดท้าย ระหว่างนั้นถ้ามีผู้ป่วยเข้า นิยามผู้ปว่ ยสงสยั ใหเ้ ก็บตวั อย่างสง่ ตรวจหาเชอ้ื SARS-CoV-2 ทุกราย 7) หากพบการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เป็นกลุ่มก้อนในชุมชน สามารถดูแนวทางการ สอบสวนโรคฯ แบบเป็นกลมุ่ ก้อน กรณตี อ้ งการปรึกษา ติดต่อ - เรือ่ ง การแจ้งผปู้ ว่ ย PUI, สง่ ตรวจทางห้องปฏบิ ัติการของผ้ปู ่วย PUI ตดิ ต่อเบอร์โทรศัพท์ 061-663-9101 (SAT DDC) - เร่ือง การสอบสวนโรค, การติดตามผู้สมั ผัส, และ การสง่ ตัวอย่างผู้สัมผสั ตดิ ตอ่ เบอรโ์ ทรศัพท์ 061-663-9232 (OPS DDC) ===================== 35
แนวทางการตรวจจบั และสอบสวนการระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 เป็นกลมุ่ ก้อน ทีม่ า จากสถานการณ์ในต่างประเทศ พบว่าในระยะก่อนมีการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนาไวรัส 2019 เป็นวงกว้าง จะมีการระบาดเกิดในเป็นกลุ่มก้อนขนาดเล็กๆ ก่อน เช่น ในครอบครัว สถานท่ีทางาน หรือชุมชน หากตรวจจับและควบคุมโรคได้ไม่ทันท่วงที จะทาให้ผู้ป่วยจากกลุ่มก้อนเล็กๆนั้น แพร่เชื้อไปยังผู้สัมผัสคนอ่ืนๆ และกระจายเป็นวงกว้างต่อไป ดังน้ัน การตรวจจับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ท่ีเป็นกลุ่มก้อน ขนาดเล็กจึงมีความสาคญั มากที่จะป้องกันไมใ่ หเ้ กิดการระบาดในวงกว้าง เน่ืองจากพบว่าผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาไวรัส 2019 ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง ดังนั้น การเฝ้าระวัง อาการติดเชื้อระบบทางเดนิ หายใจ จึงมีบทบาทสาคญั ในการตรวจจับผู้ปว่ ยที่เร่ิมมีอาการไมม่ าก ดังนั้น เมื่อพบการ ระบาดของอาการติดเช้อื ระบบทางเดินหายใจเป็นกลุม่ ก้อนทีห่ าสาเหตไุ ม่ได้ จึงควรระวังว่าจะมีการระบาดของโรค ตดิ เชื้อไวรสั โคโรนาไวรัส 2019 ดว้ ยเสมอ วัตถปุ ระสงค์ 1) เพอื่ ตรวจจบั การระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 เปน็ กล่มุ กอ้ น 2) เพ่อื ควบคุมการระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 แต่เน่นิ ๆ และป้องกนั การระบาดในวงกวา้ ง นิยามเฝ้าระวงั เพอื่ ตรวจจบั การระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 เป็นกลมุ่ กอ้ น กลุ่มกอ้ น (cluster) ของผมู้ อี าการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ (Acute respiratory tract infection; ARI) ท่ีตรวจ rapid test หรือ PCR ต่อเช้ือไวรัสไข้หวดั ใหญแ่ ลว้ ใหผ้ ลลบทกุ ราย กรณีเปน็ บุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ 3 รายขึน้ ไป ในแผนกเดียวกัน ในชว่ งสัปดาห์เดยี วกัน (หาก สถานพยาบาลขนาดเล็ก เชน่ คลินกิ ตง้ั แต่ 3 รายข้นึ ไปในสถานพยาบาลนนั้ ๆ) กรณใี นสถานทแี่ ห่งเดียวกนั (ไมใ่ ช่บุคลากรทางการแพทย์) ต้งั แต่ 5 รายขึ้นไป ในช่วงสปั ดาห์เดียวกัน การเก็บตวั อยา่ ง เม่ือพบกลุ่มก้อน (cluster) ของอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ตามจานวนดังนิยาม ให้ดาเนินการ สอบสวนโรคและใหต้ รวจ rapid test ตอ่ เชือ้ ไขห้ วดั ใหญ่ทันทขี ณะทด่ี าเนินการสอบสวนโรค o หากพบว่ามีผู้ป่วยอย่างน้อย 1 รายให้ผลบวกต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ให้ดาเนินการสอบสวน ไข้หวดั ใหญ่ตามปกติ (เชน่ สง่ ตรวจ PCR เพื่อยนื ยนั สายพนั ธข์ุ องเชอื้ ไวรสั ไข้หวัดใหญน่ ้ันๆ ) และ ดาเนินการควบคุมโรคตามปกติ 36
o หากพบว่าไม่มีผู้ป่วยรายใดเลยให้ผลบวกต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ให้เก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยท่ีมี อาการชัดเจน ณ วันที่สอบสวนโรค จานวนร้อยละ 10 ของจานวนผู้ป่วยท้ังหมด (อย่างน้อย 3 รายแตไ่ ม่เกนิ 10 ราย) จากกลมุ่ กอ้ นนนั้ ๆ ส่งตรวจ PCR ต่อเช้อื ไวรสั ไข้หวดั ใหญ่ และ PCR ต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ตามแนวทางการส่งตัวอย่างเม่ือพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ สอบสวนโรคตดิ เชอื้ โคโรนาไวรสั 2019) การแยกผปู้ ่วยระหว่างรอผล 1. ให้ผู้ป่วยท่ีมีอาการติดเช้ือระบบทางเดินหายใจทุกรายท่ีพบหยุดงาน หยุดเรียน และใส่หน้ากากอนามัย ตลอดเวลา (ผูส้ อบสวนโรคแจกหน้ากากอนามยั ให้ผู้ป่วย) แนะนาให้แยกตัวจากบคุ คลอ่นื (self-isolation) จนกว่าทราบผลตรวจเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 2. หากเป็นสถานท่ที ี่ไมส่ ามารถใหผ้ ู้ปว่ ยกลับบา้ นได้ ให้ทาพื้นที่แยกโรคเฉพาะขึน้ มาสาหรับแยกผูป้ ว่ ยและใส่ หน้ากากอนามัยตลอดเวลา แนะนาให้แยกตัวจากบุคคลอ่ืน (self-isolation) จนกว่าทราบผลตรวจเช้ือ ไวรสั โคโรนา 2019 หมายเหตุ การส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยวิธี PCR ในปัจจุบันใช้ระยะเวลาไม่เกิน 12 ช่ัวโมง นับจากที่ตัวอย่างส่งถึงห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ควรมีการประสานงานภายในจังหวัดและ สคร. เพ่ือนาส่ง ตัวอยา่ งตรวจให้ไปถึงห้องปฏิบตั ิการอย่างมีคุณภาพ และไดร้ ับการตรวจอย่างรวดเร็ว การดาเนนิ การเมื่อผลตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร (PCR) ออกแลว้ กรณีที่ 1 ไม่พบผู้ป่วยรายใดให้ผลบวกต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ มีอย่างน้อย 1 รายให้ผลบวกต่อเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ให้ดาเนินการกับการระบาดกลุ่มก้อนนั้นตามแนวทางการสอบสวนควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ตามปกติ กรณีท่ี 2 พบผูป้ ่วยอยา่ งน้อย 1 รายใหผ้ ลบวกต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ใหด้ าเนินการตามแนวทางสอบสวน การระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 แบบเปน็ กลมุ่ กอ้ น กรณีที่ 3 ไม่พบผู้ป่วยรายใดให้ผลบวกต่อเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ให้เก็บตัวอย่าง จากผู้ป่วยรายเดิมทย่ี ังมีอาการอยู่ ซ้าที่ 48 ชั่วโมง และเก็บตวั อยา่ งจากผปู้ ่วยรายใหม่ทมี่ อี าการป่วยชัดเจนอกี 3 – 5 ราย ส่งตรวจหาเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ถ้ายังให้ผลเป็นลบทุกรายให้ถือว่าการระบาดกลุ่มก้อนน้ันไม่ได้เกิดจาก โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และตรวจหาเช้อื ก่อโรคอน่ื ๆ ตามปกติ 37
แนวทางการสอบสวนการระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 แบบเปน็ กลุ่มกอ้ น เม่ือพบวา่ การระบาดเป็นกลุม่ ก้อนของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ใหด้ าเนนิ การดังตอ่ ไปนี้ 1) ติดตามผู้สัมผัสเส่ียงสูง และ เส่ียงต่าของผู้ป่วยเข้าข่ายหรือยืนยันทุกราย (Contact tracing) และ ดาเนินการตามแนวทางติดตามผู้สัมผัสฯ (ดูแนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019) 2) หากมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมีจานวนมาก และไม่สามารถทาการกักกันที่บ้าน (home quarantine) ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อาจพิจารณาให้มีการกกั กันผู้สัมผสั ในที่ทจ่ี ัดไว้ให้ (quarantine at designated areas) (ดู แนวทางการบริหารจดั การ กรณแี ยกกักเพอื่ สงั เกตอาการ) 3) คน้ หาผู้ปว่ ยเพ่มิ เติมในชมุ ชน/บรเิ วณทีพ่ บการระบาด (Active case finding) ดังต่อไปน้ี กลุ่มประชากรท่ีตอ้ งค้นหาผู้ป่วยเพม่ิ เตมิ ผู้ที่อาศัย ทางาน เรียน หรือใช้ชีวิตประจาวัน อยู่ในชุมชน หรือในบริเวณเดียวกับผู้ป่วย เช่น แผนก/ ชั้นท่ที างาน โรงเรยี น ท่ีพกั (คา่ ยทหาร เรือนจา) นยิ ามคน้ หาผปู้ ว่ ย ผปู้ ่วยสงสัย (suspected case) ไดแ้ ก่ ผปู้ ว่ ยที่มอี ณุ หภมู ริ ่างกาย > 37.5 C หรือมปี ระวัตไิ ข้ รว่ มกับ อาการอย่างน้อยหนึ่งอาการ ได้แก่ ไอ มนี า้ มูก เจบ็ คอ หอบเหนื่อย ตัง้ แต่ 14 วนั กอ่ นวนั เร่ิมปว่ ยของ ผปู้ ว่ ยยนื ยนั ทไี่ ดร้ บั การรายงานรายแรก (Index case) จนถงึ 28 วนั หลังจากพบผู้ปว่ ยยืนยันราย สุดทา้ ย ข้อสังเกต คาว่า “ผู้ป่วยสงสัย (suspected case)” จะใช้กับผู้ป่วยท่ีได้จากการค้นหาผู้ป่วยเพ่ิมเติม (active case finding) ในชุมชน (นอกเหนือไปจากวงผู้สัมผัส) หลังจากที่พบผู้ป่วยยืนยันในชุมชนน้ันๆ แล้ว 4) ผู้ป่วยสงสัย (suspected case) ทุกรายท่ียังมีอาการ ณ วันสอบสวนโรค ให้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ทาการเก็บตัวอยา่ งตามแนวทางเก็บตวั อยา่ งผปู้ ่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค; PUI) ส่วนผู้ป่วยสงสัยที่ ไมม่ อี าการแลว้ ไมจ่ าเป็นตอ้ งเก็บตวั อย่าง 5) ผู้ป่วยสงสัย (suspected case) ทุกรายไม่ว่ายังมีอาการหรือไม่มีอาการ ให้แยกโรค (ให้หยุดงาน/หยุด เรยี น) อย่างนอ้ ย 14 วนั นบั จากวนั เร่ิมมีอาการ แมว้ ่าอาการจะหายแล้วหรือมีผลตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ าร เป็นลบ หากพบผู้ปว่ ยสงสัยจานวนมากอาจพิจารณาจัด cohort ward ในโรงพยาบาล หรือ กาหนดพื้นท่ี รองรับผู้ป่วยจานวนมาก เช่น โรงพยาบาลสนามโดยรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด และประสานงานกับ หนว่ ยงานสนับสนนุ เช่น ค่ายทหาร องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ 38
6) สาหรับผู้ป่วยสงสัยที่อาการหายเป็นปกติก่อนวันท่ีสอบสวนโรคและไม่ได้รับการเก็บตัวอย่างตรวจ ให้ สอบถามอาการเจ็บป่วยของผู้สัมผัสเส่ียงสูงของผู้ป่วยสงสัยเหล่านั้น (เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน ร่วมงานที่สัมผัสใกล้ชิด) ถ้าพบผู้สัมผัสเหล่าน้ันมีอาการให้เก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วย 7) ให้สถานท่ีท่ีพบการระบาด งดกิจกรรมท่ีมีการชมุ นุม รวมคน ประชุมหรอื เคลื่อนยา้ ยคนจานวนมาก จนถึง 28 วันหลงั จากพบผูป้ ่วยยนื ยันรายสุดท้าย 8) ทาความสะอาดสถานที่ที่พบการระบาด หรือเก่ียวข้องกับการระบาดตามคาแนะนาของกระทรวง สาธารณสุข 9) พจิ ารณาปดิ สถานที่ที่ตามความเหมาะสม หากมีการระบาดต่อเนอื่ งเกินกวา่ 14 วนั นับจากวันที่พบผู้ปว่ ย ยืนยันทีไ่ ดร้ ับการรายงานรายแรก (Index case) 10) ให้เฝ้าระวังไปข้างหน้าจนถึง 28 วันหลังจากพบผู้ป่วยยืนยันรายสุดท้าย ระหว่างนั้นถ้ามีผู้ป่วยเข้านิยาม ผู้ปว่ ยสงสัยให้เก็บตวั อย่างส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทุกราย การเตรียมความพรอ้ ม 1) ประชาสัมพันธ์มาตรการให้กับหน่วยงานที่เก่ียวข้องรับทราบ เพื่อช่วยเฝ้าระวังการระบาดของอาการ ทางเดนิ หายใจเปน็ กลมุ่ กอ้ น สาหรับตรวจจับการระบาดในสถานท่ีปิดหรือมีขอบเขตชัดเจน เช่น สถานศึกษา สถานพยาบาล สถานสงเคราะห์ ค่ายทหาร เรือนจา บ้านพักคนชรา บริษัทห้างร้าน (โรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถาบันกวดวิชา และอ่ืนๆที่มีลักษณะเป็นสถานประกอบการ) อาจเชิญประชุมส่วนราชการหรือ ภาคเอกชนที่เก่ียวขอ้ ง หรือส่งหนังสือราชการ หรือขอให้มีการประชาสัมพนั ธ์ในจังหวัด หรือการ ใช้ social media และสาหรับสถานที่ปิด (เช่น เรือนจา ค่ายทหาร สถานสงเคราะห์) ให้แต่ละ แหง่ เตรียมแผนจัดสรรพน้ื ท่แี ยกโรคในกรณีท่พี บผปู้ ่วย สาหรับตรวจจับการระบาดในชุมชน อาจเรียกประชุม อสม. ช้ีแจงการเฝ้าระวังเหตุการณ์การ ระบาดเปน็ กลุ่มก้อนของโรคทางเดนิ หายใจในชมุ ชน 2) อุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคล (PPE) ของผู้สอบสวนการระบาดเป็นกลุ่มก้อนของอาการติดเชื้อทางเดิน หายใจ (ARI) โดยทีย่ ังไม่ทราบเช้ือสาเหตุ 1) เจ้าหน้าท่ีสอบสวนโรคทุกราย ให้ป้องกันตัวแบบ droplet และ contact precaution โดยใช้ หน้ากากอนามัยเปน็ อย่างน้อย 2) เฉพาะผู้ทาการเก็บตัวอย่างให้ใช้ PPE ตามแนวทางสอบสวนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคตดิ เช้ือ ไวรสั โคโรนา 2019 3) พยายามจากัดบุคคลท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั การสอบสวนโรคใหน้ อ้ ยที่สุด 3) หนา้ กากอนามยั แบบใชแ้ ลว้ ทง้ิ สาหรับแจกผปู้ ่วยท่ีมีอาการ 39
4) ให้แต่ละจังหวัดมีการสารองชุดตรวจ Rapid test ของโรคไข้หวัดใหญ่ ไวท้ ่ีระดับอาเภอหรือสามารถส่งให้ อาเภอได้ทนั ที เพ่อื ตรวจคดั กรองกรณีพบการระบาดของอาการติดเชื้อทางเดนิ หายใจเป็นกลุ่มก้อน 5) สานักงานสาธารณสุขจังหวัดเตรียมห้องหรือแผนกแยกโรค กรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็นจานวนมาก หรือ พจิ ารณาจัดตั้งจุดรองรับผู้ป่วยนอกโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลสนาม โดยจัดทาแผนร่วมกับหน่วยงาน สนับสนนุ ในจงั หวดั เชน่ ค่ายทหาร สานักงานจังหวดั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ 6) เกณฑก์ ารปิดสถานทีต่ ่างๆ ตามความเหมาะสมโดยให้มกี ารพิจารณาร่วมกันระหว่างสานักงานสาธารณสุข ในพื้นท่ี หน่วยงานปกครองในพ้ืนท่ี และเจ้าของหน่วยงาน/สถานประกอบการ ข้อมูลท่ีอาจใช้ ประกอบการพิจารณา ไดแ้ ก่ จานวนผปู้ ่วยยืนยันในพ้นื ท่ี ความเชื่อมโยงของผู้ปว่ ยแต่ละราย และขอบเขต ในการปดิ พน้ื ที่ _______________________________ 40
บทที่ 5 แนวทางการคดั กรองโรคตดิ เช้ือ ไวรสั โคโรนา 2019 ท่ีด่านควบคมุ โรคติดต่อ ระหวา่ งประเทศ 41
แนวทางการคดั กรองผเู้ ดนิ ทางจากพืน้ ท่ีทีไ่ ด้รบั ผลกระทบ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019:COVID-19) สาหรับดา่ นควบคุมโรคติดต่อระหวา่ งประเทศ กองด่านควบคุมโรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ (ณ วนั ที่ 3 มีนาคม 2563) สบื เนือ่ งจากสถานการณใ์ นต่างประเทศมรี ายงานผปู้ ว่ ยยนื ยันท่วั โลก รวม 67 ประเทศ 2 เขตบริหารพเิ ศษ และเรือ Diamond Princess ในวันท่ี 2 มนี าคม 2563 จานวน 89,248 ราย มีอาการรุนแรง 7,375 ราย เสียชวี ติ 3,058 ราย โดยมียอดผปู้ ว่ ยยืนยนั ในพน้ื ทที่ ี่มกี ารระบาดอยา่ งเนอ่ื ง ไดแ้ ก่ สาธารณรฐั ประชาชนจีน (รวมเขตบรหิ ารพิเศษฮอ่ งกง มาเกา๊ ) ทัง้ หมด 80,136 ราย เกาหลีใต้ 4,335 ราย อติ าลี 1,701 ราย อหิ รา่ น 978 ราย ญป่ี ุ่น 256 ราย สงิ คโปร์ 106 ราย ฝรงั่ เศส 130 ราย เยอรมนี 150 ราย และไต้หวัน 40 ราย (ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุข ณ วันท่ี 2 มนี าคม 2563) และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรอื่ ง ชื่อและอาการสาคัญของโรคติดต่อ อันตราย (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2563 ให้เพ่ิมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายภายใต้พระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ลาดับที่ 14 (ราชกิจจานุเบกษา เล่มท่ี 117 ตอนพิเศษ 48 ง ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ) จงึ ต้องมี การคดั กรองผู้เดนิ ทางอย่างเข้มขน้ โดยตรวจคัดกรองผเู้ ดนิ ทางจากพ้ืนท่ีทมี่ กี ารระบาดของโรคดังกล่าวตามทกี่ รมควบคุมโรค กาหนด โดยมีการดาเนินการท่ีช่องทางเข้าออกประเทศ ท้ังท่าอากาศยาน ท่าเรือ และพรมแดนทางบกให้เจ้าพนักงาน ควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศดาเนินการคัดกรองผู้เดินทาง เมื่อพบผู้สงสยั ปว่ ย เขา้ ไดก้ บั นิยามโรคให้สง่ ต่อไปยังโรงพยาบาลท่กี าหนดเพ่ือรับการตรวจวินิจฉัยยืนยนั ตอ่ ไป ท้ังนี้ เพื่อให้การดาเนินมาตรการของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทุกช่องทางเข้าออกประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จึงจัดทาแนวทางในการดาเนินงานสาหรับ เจา้ พนักงานควบคมุ โรคตดิ ต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดังต่อไปน้ี คานิยาม 1. พ้นื ท่ีทม่ี ีการระบาดของโรค* หมายถึง พ้นื ท่ีที่มกี ารเกดิ โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 ในตา่ งประเทศและยัง ไมส่ ามารถควบคมุ ได้ 2. ผูเ้ ดนิ ทางจากพื้นที่ที่มีการระบาด* หมายถงึ ผเู้ ดนิ ทางท่ีมปี ระวตั ิเดนิ ทางผ่านพน้ื ที่ท่ีมีการระบาด 3. การรายงาน* หมายถึง การรายงานตามข้อสั่งการของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19)กรมควบคุมโรคกาหนดเป็นประจาทุกวัน 4. การอนุญาตให้ยานพาหนะเข้าเทียบท่า (Free Pratique) หมายถึง การอนุญาตให้เรือเข้าจอด เทียบท่าลงเรือ หรือขึ้นเรือขนถ่ายหรือเก็บกักสินค้าบรรทุก การอนุญาตให้ขึ้นลงเครื่องบินภายหลัง ลงจอดที่ท่าอากาศยานขนถ่าย หรือเก็บกักสินค้าบรรทุกและการอนุญาตให้ขึ้นลงยานพาหนะทางบก เมื่อมาถึงเพ่ือขนถ่ายและเก็บกักสินค้าบรรทุก(ตาม IHR 2005) 5. การเดินทางระหว่างประเทศ หมายถึง (ก) ในกรณียานพาหนะหมายถึง การเดินทางระหว่างช่องทางเข้าออกประเทศมากกว่าหน่ึงประเทศหรือ การเดนิ ทางระหวา่ งเขตแดนภายในประเทศเดยี วกันโดยมีข้อตกลงกบั เขตแดนหรือประเทศที่เดินทางผา่ น (ข) ในกรณีผู้เดินทางหมายถึงการเดินทางที่ผู้เดินทางผ่านเข้าเขตแดนประเทศอ่ืนท่ีไม่ใช่ประเทศท่ีผู้เดินทาง เริ่มต้นเดินทาง(ตาม IHR 2005) 42
6. ช่องทางเข้าออก หมายถึง ช่องทางผ่านเข้าออกระหว่างประเทศของผู้เดินทางกระเป๋าเดินทาง สินคา้ บรรทุก ตู้บรรทุกสินค้ายานพาหนะสินค้า และพัสดุไปรษณียภัณฑ์ รวมถึงพ้ืนที่ที่จัดไว้เพ่ือให้บริการในการเข้าออก (ตาม IHR 2005) 7. ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หมายถึง เหตุการณ์ด้านสาธารณสุขที่พิจารณาแล้วว่า มีความสาคัญอย่างย่ิงท่ีกาหนดไว้ในกฎอนามัยฯ นี้ (1) ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อประเทศอ่ืนๆ จากโรคท่ีแพร่ระบาดระหว่างประเทศและ (2) อาจต้องตอบโต้โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ(ตาม IHR 2005) นยิ าม ผเู้ ดินทางสงสัยปว่ ยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient under investigation: PUI) หมายถึง 1. ผเู้ ดินทางทม่ี ไี ข้ ≥37.5°C ร่วมกบั การมอี าการระบบทางเดนิ หายใจอย่างใดอย่างหน่ึง (ไอ น้ามกู เจบ็ คอ หายใจเหนอ่ื ยหรือหายใจลาบาก) และ 2. เดินทางมาจากประเทศ หรือ อาศัยอยู่ในพื้นท่ีระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายใน 14 วัน หรอื 3. มีประวัติสัมผัสสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค หรือ เข้าโรงพยาบาลในประเทศท่ีมีการระบาดของโรคติดเช้ือ ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื 4. มปี ระวตั สิ มั ผสั ผู้ป่วยใกลช้ ิดกับผ้ปู ่วยทีย่ ืนยนั การติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หมายเหตุ: 1) พื้นท่รี ะบาดโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ตามทศ่ี ูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารภาวะฉกุ เฉินฯกรมควบคมุ โรคกาหนด 2) นิยามผปู้ ว่ ยเขา้ เกณฑ์สอบสวนโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (ปรบั ปรงุ ณ วนั ที่ 18 กมุ ภาพนั ธ์ 2563) อา้ งองิ : * ศูนยป์ ฏบิ ัตกิ ารภาวะฉุกเฉิน กรณโี รคไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กฎอนามัยระหว่างประเทศ พ.ศ. 2548 (IHR 2005) 1. มาตรการสาหรับดา่ นฯ ทา่ อากาศยาน 1.1) เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ของโรค อยา่ งใกล้ชดิ ทุกวนั 1.2) ตรวจคัดกรองผู้เดินทางระหว่างประเทศทุกรายทุกสายการบินท้ังขาเข้าราชอาณาจักรไทย (Entry Screening) และขาออกจากราชอาณาจักรไทย (Exit Screening) โดย - ให้ผู้โดยสารเดินผ่านกล้องถ่ายภาพความร้อน(Thermo scan camera) หรือใช้เคร่ืองวัดอุณหภูมิร่างกาย (Handheld Thermometer) หากพบผู้ใดมีอุณหภูมิสูงกว่าที่ต้ังค่าไว้ให้วัดอุณหภูมิร่างกายด้วยเครื่อง เทอรโ์ มมิเตอรท์ างหู (Ear Thermometer) หรือปรอทวดั ไข้ - หากตรวจพบมีอุณหภูมิมากกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส ให้น่ังพัก 10 นาที และให้ผู้เดินทาง สงสยั ปว่ ยสวมหน้ากากอนามัย - ผูโ้ ดยสารกรอกแบบคาถาม (ต.8) - เจ้าหน้าทต่ี รวจสอบพาสปอรต์ และประวตั กิ ารเดินทาง ตรวจสอบขอ้ มลู ในแบบคาถาม (ต.8) ให้ครบถ้วน - วดั อณุ หภมู ิซา้ หากอุณหภมู ิยงั ไม่ลดลง และพบมปี ระวตั ิ ตามนยิ ามผู้เดนิ ทางสงสัยปว่ ย - แจก Health Beware Card ใหก้ ับผเู้ ดนิ ทาง - เขา้ สูร่ ะบบการส่งต่อสถานบริการทางการแพทยเ์ พอื่ ทาการตรวจวนิ ิจฉัยต่อไป 1.3) แจก Health Beware Card ให้กับผู้เดินทางเข้าประเทศ (Arrival) แนะนาให้สังเกตอาการตนเองภายใน 14 วัน หลังเดินทางหากมีอาการป่วย มีไอ น้ามูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลาบากให้ไปพบแพทยแ์ ละแจ้งประวัติ การเดินทางกับแพทย์ผูท้ าการรกั ษาด้วย 1.4) รวบรวมข้อมลู จัดทารายงานสง่ ผบู้ งั คับบัญชา 43
COVID-19_FLOW 1 Update 27 Feb. 2020 แนวทางการคัดกรองผเู้ ดินทางจากพน้ื ทท่ี ่ีมกี ารระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สาหรบั ช่องทางเขา้ ออกประเทศทา่ อากาศยาน (Entry Screening) (สาหรบั เจ้าหนา้ ทด่ี า่ นฯ) ด่านควบคุมโรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศ..............................................จังหวดั ............................... ผู้เดนิ ทาง คัดกรองดว้ ย Thermo scan camera/ Handheld Thermometer ไม่ Alarm หรอื < 37.5 oC Alarm!*หรือ ≥37.5 oC วดั อณุ หภมู ิซ้า(หากเป็นไปไดใ้ ห้วดั ทางหู) < 37.5 oC ≥ 37.5 oC ไม่ได้มาจากพน้ื ท่ีเสย่ี ง มาจากพ้ืนทเ่ี สยี่ ง ไมไ่ ด้มาจากพน้ื ทีเ่ สี่ยง มาจากพน้ื ทีเ่ ส่ยี ง (รวมถงึ เสีย่ ง MERS) เกบ็ ข้อมูล ต.8, เบอรโ์ ทรศพั ท์ ไม่ REFER Consult แพทยเ์ วรด่านฯ/ แพทยเ์ วรด่านฯ/ แจก Health Beware Card นาส่งผู้เดินทาง พิจารณาตามเกณฑ์ แพทย์เวรด่านฯแนะนาการ/ เขา้ ห้องตรวจ PUI โดยการซักประวตั ิ ผ่านเขา้ ประเทศ รกั ษาและเขยี นยนื ยนั วา่ ผ่าน ตรวจรา่ งกาย นยิ าม ผู้เดนิ ทางสงสยั ปว่ ย หมายถึง การตรวจแลว้ 1. ผู้เดินทางที่มไี ข้ ≥37.5 C รว่ มกบั อาการระบบทางเดินหายใจอยา่ งใด REFER อย่างหนึ่ง (ไอ นา้ มูก เจบ็ คอ หายใจเหนือ่ ย หรอื หายใจลาบาก) และ 2. มปี ระวัติอาศยั หรือเดินทาง มาจาก หรือพืน้ ที่ท่มี ีรายงานการระบาด Transfer/Transit 1. ประสาน ตม. ................ ตอ่ เน่ืองของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในระยะเวลา 14 วนั หรือ ใหต้ ดิ Sticker เพ่อื 2. ประสานสายการบนิ ……………….. 3. มปี ระวัติสมั ผัสสตั ว์ท่ีเป็นแหล่งรงั โรคหรอื เขา้ รพ. ในประเทศทม่ี ีการ เป็นเครอ่ื งหมายวา่ 3. ประสาน ศุลกากร................ ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 หรอื ผ่านการตรวจแล้ว 4. ประสาน รพ. ...................ฯลฯ เปน็ ต้น 4. มีประวตั ิสมั ผัสใกลช้ ิดกับผู้ปว่ ย ทยี่ ืนยันการติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ด่านฯเกบ็ ข้อมูล เอกสารผเู้ ดินทาง -ต8., ตม6., หนา้ passport -ใบ refer, ใบ Lab, ใบ SARI ด่านควบคุมโรคฯ ... - ช่ือ สกุล............... เบอร์ ......................... เบอร์ ......................... ศลุ กากร...................... - ชอื่ สกุล............... เบอร์ ......................... เบอร์ ...................... สายการบิน.................. - ชอ่ื สกุล............... เบอร์ ......................... ตม........... - ชอ่ื สกลุ ............... รพ................ - ชื่อ สกุล............... หมายเหต:ุ 1. *คา่ Alarm คือ ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิร่างกายของผโู้ ดยสาร 10 คนแรก แล้วนาคา่ เฉลีย่ มาบวก 0.5-1 องศาเซลเซียส 2. ด่านควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระหวา่ งประเทศ สามารถนาแนวทางปรับใช้ใหเ้ หมาะกับบริบทของแต่ละชอ่ งทางฯ 44
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148