หนงั สอื เรียน กศน.หลกั สตู รรายวชิ าเลอื ก สาระการประกอบอาชีพ วชิ าพ้ืนฐานการปลูกผกั ปลอดสารพษิ รหสั อช13309 หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดับประถมศึกษา ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสูงเม่น สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั แพร่ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
หนงั สอื เรียน กศน.หลกั สตู รรายวชิ าเลอื ก สาระการประกอบอาชีพ วชิ าพ้ืนฐานการปลูกผกั ปลอดสารพษิ รหสั อช13309 หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ระดับประถมศึกษา ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสูงเม่น สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จังหวดั แพร่ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก คำนำ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2551 ซึ่งได้กำหนดสาระวิชาบังคับและวิชาเลือก โดยสถานศึกษา มีสว่ นร่วมในการพัฒนาหลกั สตู ร ในสว่ นของวชิ าเลอื กท่มี เี นื้อหาทันสมยั ทนั เหตกุ ารณ์ และสอดคล้องกับ สภาพปญั หาของผเู้ รยี น ชุมชน และสังคม กศน.อำเภอสูงเม่น มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาหลักสูตร ส่ือ และจัดกระบวนการเรียนการสอน ท่ตี อบสนองนโยบายข้างต้น จึงได้กำหนดให้มีโครงการส่งเสริมคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาหลักสูตร และส่ือประกอบการเรียนรายวิชาเลือก สาระการประกอบอาชีพ รายวิซา พื้นฐานการปลูกผักปลอดสารพิษ รหัส อช13309 ระดับประถมศึกษา เพ่ือให้ ครู กศน. ผู้เรียน และผู้เก่ียวข้องใช้ในการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ัน พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ตอ่ ไป ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่ิงว่า หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวิซา พ้ืนฐานการปลูกผัก ปลอดสารพิษ รหัส อช13309 ระดับประถมศึกษา จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน สามารถบรรลุผล ตามมาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั และตัวช้วี ัดทก่ี ำหนดไว้ในหลกั สตู ร กศน.อำเภอสูงเม่น มิถนุ ายน 2564
สารบญั ข หนา้ คำนำ สารบัญ คำแนะนำการใชห้ นังสือเรียน โครงสรา้ งรายวชิ าพ้นื ฐานการปลูกผกั ปลอดสารพิษ คำอธบิ ายรายวิชา แบบทดสอบก่อนเรียน บทท่ี 1 ความรูพ้ ื้นฐานเกีย่ วกับการปลกู ผักปลอดสารพษิ เรอ่ื งท่ี 1 ความหมายของการปลกู ผักและหลักการในการปลูกผักให้ปลอดสารพิษ เรอ่ื งที่ 2 ความสำคัญและประโยชน์ของการปลกู ผักปลอดสารพิษ เร่ืองที่ 3 ชนิดของผักปลอดสารพิษ บทท่ี 2 วธิ ีการปลกู ผกั และการรกั ษาผักปลอดสารพษิ เรอ่ื งท่ี 1 วิธกี ารปลกู ผักปลอดสารพิษ เรอ่ื งท่ี 2 วิธีการรักษาผักปลอดสารพษิ บทท่ี 3 การคัดเลอื กพันธ์ผุ กั ปลอดสารพิษ เรอ่ื งท่ี 1 การคดั เลือกพันธุ์ผักปลอดสารพิษ เรื่องที่ 2 การเก็บรักษาพนั ธุผ์ กั ปลอดสารพิษ เรอ่ื งที่ 3 การปรบั ปรงุ สภาพเมลด็ พันธ์ุ บทที่ 4 ความปลอดภัยในการประกอบอาชพี เรอ่ื งท่ี 1 สาเหตุของการเกิดอันตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เร่ืองที่ 2 อุบตั ิเหตใุ นการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เรื่องที่ 3 การปอ้ งกันและควบคมุ อนั ตรายจากการประกอบอาชพี เกษตรกรรม เรอ่ื งท่ี 4 หลักการความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงาน บทท่ี 5 คุณธรรมในการประกอบอาชีพ เรื่องที่ 1 คุณลกั ษณะทีด่ ีต่ออาชพี และค่านิยมในการทำงาน เร่ืองท่ี 2 ทักษะในการทำงานเพ่อื การดำรงชวี ติ แบบทดสอบหลังเรียน เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรียน แนวเฉลยกิจกรรมท้ายบท บรรณานุกรม ภาคผนวก (ถ้ามี) คณะผจู้ ัดทำ
ค คำแนะนำการใช้หนงั สือเรียน หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวิซา พ้ืนฐานการปลูกผักปลอดสารพิษ รหัส อช13309 ระดับ ประถมศึกษา เป็นหนังสือเรียนที่จัดทำข้ึนเพ่ือใช้สำหรับผู้เรียนที่เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการศึกษาหนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวิซา พ้ืนฐานการปลูกผัก ปลอดสารพษิ รหัส อช13309 ระดบั ประถมศกึ ษา ผู้เรียนควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี 1. ศึกษาโครงสร้างรายวิชาและทำความเข้าใจในหัวข้อสาระสำคัญ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและ ขอบข่ายเนอ้ื หา 2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแต่ละบทอย่างละเอียดและฝึกปฏิบัติตามกิจกรรมท่ีกำหนด ถ้ายังไม่มั่นใจว่าปฏิบัติตามกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม ควรย้อนกลับไปทำความเข้าใจเน้ือหาน้ันอีกคร้ังก่อนศึกษา เรอ่ื งตอ่ ไป 3. ทำกิจกรรมท้ายเรื่องให้ครบทุกเรื่อง เพ่ือเป็นการสรุปความรู้ท่ีได้รับ ผู้เรียนสามารถตรวจสอบและ ทบทวนกับครู เพือ่ นและผูร้ ู้ 4. หนงั สือเรียนเลม่ น้ีมี 5 บท คือ บทท่ี 1 ความรู้พื้นฐานเกย่ี วกับการปลูกผักปลอดสารพษิ บทท่ี 2 วิธีการปลูกผกั และการรกั ษาผักปลอดสารพิษ บทที่ 3 การคัดเลือกพนั ธุ์ผกั ปลอดสารพษิ บทท่ี 4 ความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ บทท่ี 5 คุณธรรมในการประกอบอาชีพ
โครงสร้างรายวิชา วิชาพืน้ ฐานการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ รหัสวิชา อช13309 สาระการประกอบอาชพี ระดบั ประถมศกึ ษา สาระสำคญั 1. ความรู้พน้ื ฐานเกี่ยวกบั การปลูกผักปลอดสารพิษ 2. วธิ กี ารปลกู ผกั และการรักษาผกั ปลอดสารพษิ 3. การคดั เลือกพันธผ์ุ กั ปลอดสารพิษ 4. ความปลอดภยั ในการประกอบอาชีพ 5. คุณธรรมในการประกอบอาชพี ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง 1. มคี วามรู้ ความเข้าใจความรู้พ้ืนฐานเกยี่ วกับการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 2. มคี วามรู้ ความเข้าใจความสำคัญและประโยชน์ของการปลกู ผักปลอดสารพิษ 3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจวธิ กี ารปลูกผกั และการรักษาผักปลอดสารพิษ 4. มีความรู้ ความเขา้ ใจในการคัดเลือกพันธผ์ุ กั ปลอดสารพิษ 5. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจและอธิบายความปลอดภยั ในการประกอบอาชีพ 6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจและมีเจตคตทิ ่ดี ี ในงานอาชีพมองเหน็ ชอ่ งทางและตัดสินใจประกอบอาชพี ไดต้ าม ตอ้ งการและศักยภาพของตนเอง ขอบขา่ ยเนื้อหา บทท่ี 1 ความรู้พน้ื ฐานเกีย่ วกับการปลกู ผักปลอดสารพษิ เรื่องที่ 1 ความหมายของการปลูกผักและหลักการในการปลูกพชื ผกั ใหป้ ลอดสารพิษ เรื่องที่ 2 ความสำคญั และประโยชนข์ องการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 1) ความสำคญั ของการปลูกผักปลอดสารพิษ 2) ประโยชน์ของการปลูกผักปลอดสารพิษ เรอ่ื งที่ 3 ชนิดของผักปลอดสารพษิ บทที่ 2 วิธกี ารปลูกผักและการรกั ษาผักปลอดสารพิษ เรือ่ งท่ี 1 วธิ ีการปลูกผักปลอดสารพิษ 1) การเตรยี มดนิ 2) การปลกู 3) การดแู ลรักษา เร่ืองที่ 2 วิธีการรกั ษาผักปลอดสารพษิ
บทที่ 3 การคัดเลือกพันธุผ์ กั ปลอดสารพิษ เรื่องที่ 1 การคัดเลือกพันธผ์ุ ักปลอดสารพิษ เรอื่ งท่ี 2 การเกบ็ รักษาพนั ธผ์ุ ักปลอดสารพษิ เรอ่ื งท่ี 3 การปรับปรงุ สภาพเมล็ดพันธ์ุ บทที่ 4 ความปลอดภัยในการประกอบอาชพี เรือ่ งที่ 1 สาเหตุของการเกิดอันตรายจากการประกอบอาชพี เกษตรกรรม เรื่องท่ี 2 อบุ ตั เิ หตุในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เรอื่ งที่ 3 การปอ้ งกันและควบคุมอนั ตรายจากการประกอบอาชพี เกษตรกรรม เรือ่ งที่ 4 หลักการความปลอดภยั ในการปฏิบัติงาน บทที่ 5 คณุ ธรรมในการประกอบอาชพี เรอ่ื งท่ี 1 คุณลกั ษณะทด่ี ตี ่ออาชพี และค่านยิ มในการทำงาน เรอ่ื งท่ี 2 ทักษะในการทำงานเพื่อการดำรงชีวิต
คำอธิบายรายวชิ า วิชาพน้ื ฐานการปลูกผกั ปลอดสารพิษ รหสั อช13309 สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จำนวน 2 หน่วยกติ ( 80 ชว่ั โมง) มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ 3.1 มีความรู้ความเข้าใจ และเจตคติท่ีดีในงานอาชีพ วิเคราะห์ลักษณะงาน ขอบข่ายงานอาชีพในชุมชน สงั คมประเทศและภูมิภาค 5 ทวปี ได้แก่ ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรปและทวีปอาฟริกา ที่เหมาะสมกับศักยภาพทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพื้นที่ ศักยภาพของพ้ืนท่ีตาม ลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทำเลท่ีตั้งของแต่ละพื้นท่ี ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณแี ละวถิ ีชีวติ ของแตล่ ะพน้ื ท่ี ศักยภาพของทรพั ยากรมนุษย์ในแต่ละพ้นื ท่ีเพ่ือการเข้าสูอ่ าชีพ ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวงั มีความรู้ ความเข้าใจและเจตคติท่ีดี ในงานอาชีพมองเห็นช่องทางและตัดสินใจประกอบอาชีพได้ตาม ต้องการและศักยภาพของตนเอง ศึกษาและฝึกทักษะเก่ยี วกบั ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับการปลูกผักปลอดสารพิษความสำคัญและประโยชน์ของปลูกผักปลอดสารพิษการ คดั เลือกพนั ธ์ุผกั ปลอดสารพิษความปลอดภยั ในการประกอบอาชีพและคุณธรรมในการประกอบอาชีพ ดังนี้ ความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกับการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 1. ความหมายของการปลกู ผักปลอดสารพิษ 2. ความสำคัญและประโยชนข์ องการปลกู ผักปลอดสารพิษ - ความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพษิ - ประโยชน์ของการปลูกผกั ปลอดสารพิษ 3. ชนดิ ของผักปลอดสารพิษ วธิ ีการปลูกผักปลอดสารพิษ 1. วิธีการปลูกผกั ปลอดสารพิษ - การเตรียมดนิ - การปลกู - การดแู ลรักษา 2. วิธีการรกั ษาผกั ปลอดสารพิษ
การคดั เลือกพนั ธผ์ุ ักปลอดสารพิษ 1. การคัดเลือกพนั ธุผ์ กั ปลอดสารพษิ 2.การเกบ็ รกั ษาพันธ์ุผกั ปลอดสารพษิ 3. การปรับปรงุ สภาพเมลด็ พันธ์ุ ความปลอดภยั ในการประกอบอาชีพ 1. สาเหตขุ องการเกดิ อนั ตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม 2.อบุ ตั เิ หตใุ นการประกอบอาชพี เกษตรกรรม 3. การปอ้ งกนั และควบคุมอันตรายจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม 4.หลกั การความปลอดภยั ในการปฏบิ ัติงาน คุณธรรมในการประกอบอาชีพ 1.คณุ ลักษณะทด่ี ตี ่ออาชีพ 2. คา่ นิยมในการทำงาน 3. ทกั ษะในการทำงานเพือ่ การดำรงชีวิต การจัดประสบการเรยี นรู้ 1. วางแผนการเรียนรู้ 2. ผู้เรียนศึกษาเรยี นรดู้ ้วยตนเองจากเอกสาร หนังสอื หรอื สอื่ อืน่ ๆเชน่ ใบความรู้ วซี ดี ี อนิ เตอรเ์ นต็ สไลด์ 3. เชิญผู้ประสบผลสำเร็จในอาชพี มาบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรยี นรรู้ ่วมกัน 4. สรุปองคค์ วามรเู้ ร่ือง การปลูกผกั ปลอดสารและบันทกึ ผลการเรียนรู้ การทำโครงงาน การวดั และประเมนิ ผล 1.ประเมนิ จากสภาพจริง สังเกตความสนใจ ความร่วมมือในการจัดกระบวนการเรยี นรู้ ความรับผดิ ชอบในการปฏิบัติงาน 2. ประเมินผลจากการปฏิบัติงาน การสรุปองค์ความรู้จากใบงานบันทึกผลการเรียนรู้ 3. ประเมนิ ผลจากการทำโครงงาน
รายละเอยี ดคำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐานการปลกู ผักปลอดสารพิษ รหัส อช13309 สาระการประกอบอาชพี ระดบั ประถมศกึ ษา จำนวน 2 หนว่ ยกิต ( 80 ชัว่ โมง) มาตรฐานท่ี 3.1 มีความรคู้ วามเข้าใจและเจตคติที่ดีในงานอาชีพ วิเคราะห์ลักษณะงาน ขอบข่ายงานอาชีพ ในชุมชนสังคมประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมรกิ า ทวีปยุโรปและทวีปอัฟ รกิ าที่เหมาะสมกับศักยภาพทง้ั 5 ด้าน ได้แก่ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติในแตล่ ะพื้นที่ ศักยภาพของพ้ืนที่ตาม ลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทำเลท่ีตั้งของแต่ละพ้ืนท่ี ศักยภาพของศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชวี ติ ของแต่ละพ้ืนที่ ศักยภาพของทรัพยากรมนษุ ยใ์ นแตล่ ะพ้นื ท่ีเพื่อการเขา้ ส่อู าชีพ หัวเรอื่ ง ตวั ช้วี ดั เนอื้ หา เวลา (ชั่วโมง) ความร้พู ื้นฐานเกี่ยวกับ 1. บอกความของการปลูกผัก ความรู้พนื้ ฐานเก่ียวกับการปลูกผกั ปลอดสารพษิ 15 การปลกู ผกั ปลอด ปลอดสารพษิ ได้ 1. ความหมายของการปลูกผักปลอดสารพิษ 15 สารพิษความสำคญั 2. บอกความสำคญั และ 2.ความสำคญั และประโยชนข์ องผกั ปลอดสารพิษ 30 และประโยชนข์ องการ ประโยชน์ของการปลกู ผักปลอด - ความสำคัญของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ ปลูกผักปลอดสารพษิ สารพิษได้ - ประโยชน์ของการปลูกผักปลอดสารพษิ 3.บอกชนิดของผักปลอดสารพษิ 3. ชนิดของผักปลอดสารพิษ วิธีการปลูกผกั และการ 1. บอกวิธีการปลูกผกั ปลอด วธิ กี ารปลูกผักและการรักษาผักปลอดสารพษิ รกั ษาผกั ปลอดสารพิษ สารพษิ ได้ 1. วธิ กี ารปลกู ผักปลอดสารพิษ 2.บอกวธิ กี ารรกั ษาผกั ปลอด - การเตรียมดนิ สารพษิ ได้ - การปลกู - การดูแลรักษา 2.วิธกี ารรักษาผักปลอดสารพิษ การคดั เลือกพันธุ์ผกั 1. บอกการคดั เลอื กพนั ธ์ุผกั และ การคัดเลือกพันธุ์ผกั ปลอดสารพิษ ปลอดสารพิษ การผลติ เมล็ดพันธผ์ุ กั 1. การคดั เลอื กพนั ธุผ์ กั ปลอดสารพิษ 2.บอกวิธีการเกบ็ รักษาเมลด็ พนั ธุ์ 2. การเก็บรักษาเมลด็ พนั ธ์ผุ กั ปลอดสารพษิ ผกั ปลอดสารพิษ 3. การปรับปรุงสภาพเมลด็ พันธุ์ผักปลอดสารพษิ 3.บอกวธิ ีการปรับปรงุ สภาพ เมล็ดพันธผุ์ กั ปลอดสารพิษ ฌ
หวั เรื่อง ตัวชวี้ ดั เน้ือหา เวลา (ช่ัวโมง) ความปลอดภยั 1.อธบิ ายสาเหตุของการเกดิ ความปลอดภยั ในการประกอบอาชพี ในการประกอบ 10 อาชีพ อันตรายจากการประกอบอาชีพ 1. สาเหตขุ องการเกิดอันตรายจากการประกอบ 10 คณุ ธรรมในการ เกษตรกรรมได้ อาชพี เกษตรกรรม ประกอบอาชีพ 2.อธบิ ายอุบัติเหตุในการประกอบ 2. อุบตั ิเหตใุ นการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาชพี เกษตรกรรมได้ 3. การป้องกนั และควบคมุ อันตรายจากการ 3. อธิบายการปอ้ งกนั และควบคมุ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อันตรายจากการประกอบอาชพี 4. หลกั การความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตงิ าน เกษตรกรรมได้ 4. อธิบายหลักการความปลอดภัย ในการปฏบิ ตั งิ านได้ 1. บอกคุณลักษณะทดี่ ตี ่ออาชีพได้ คุณธรรมในการประกอบอาชีพ 2. บอกค่านิยมในการทำงานได้ 1. คณุ ลักษณะทด่ี ตี อ่ อาชีพ 3. บอกทักษะในการทำงานเพ่ือ 2. คา่ นิยมในการทำงาน การดำรงชวี ติ ได้ 3. ทกั ษะในการทำงานเพ่ือการดำรงชีวติ
แบบทดสอบก่อนเรียน วชิ าพืน้ ฐานการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ รหัสวิชาอช 13309 สาระการประกอบอาชีพ ระดบั ประถมศึกษา จงเลอื กคำตอบท่ถี กู ต้องที่สดุ 1. เราควรเลือกรับประทานผักชนิดใดท่ีปลอดภัยจากสารเคมีมากท่ีสุด ก. คะน้าผัก ข. ชะอม ค. กาดขาว ง. กะหล่ำปลี 2. พืชผักชนิดใดที่ปลูกได้ทุกฤดูกาล ก. ถ่ัวลันเตา ข. กะหล่ำปลี ค. มะเขือเทศ ง. มะเขือเปราะ 3. สถานที่ใดเหมาะกับการปลูกพืชผักสวนครวั มากท่ีสุด ก. มีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ข. ใกล้ที่พัก และแหล่งน้ำ ค. เป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึง ง. อยู่ห่างไกลจากที่พักอาศัย 4. ดินท่ีเหมาะสมกับการปลูกพืชผักสวนครวั ควรมีลักษณะอย่างไร ก. เน้ือดินหยาบ น้ำซึมผ่านได้เร็ว ข. ดินที่กักเก็บน้ำได้ดี น้ำซึมผ่านได้ยาก ค. ดินท่ีมีหน้าดินตื้น มีอินทรียวัตถุน้อย ง. ดินท่ีมีเนื้อดินร่วนซุย มีอินทรียวัตถุมาก 5. เมล็ดพันธ์ผุ ักลักษณะใดท่ีควรคัดเลือกไว้ขยายพันธ์ุ ก. เมล็ดที่อ่อนนุ่ม ข. เมล็ดที่มีลักษณะเบา ค. เมล็ดที่ยังไม่แก่เต็มท่ี ง. เมล็ดท่ีแก่จัด เนื้อแน่นแข็ง
6. ข้ันตอนแรกในการเตรียมดินปลูกผัก คือข้อใด ก. ย่อยดินให้ร่วนซุย ข. ขุดดินและเก็บวัชพืช ค. ตากดินเพ่ือฆ่าเช้ือโรค ง. ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 7. พืชชนิดใดนิยมเพาะกล้าก่อนนำไปปลูกในแปลง ก. พริก ข. ผักบุ้ง ค. ข้าวโพด ง. สะระแหน่ 8. พืชผักชนิดใดที่ปลูกด้วยวธิ ีหยอดเมล็ดลงหลุม ก. ข่า ข. ผักชี ค. คะน้า ง. ฟักทอง 9. การพรวนดินใกล้โคนต้นมากเกินไปจะเกิดผลเสียอย่างไรกับพืช ก. ทำให้รากพืชขาด ข. ทำให้ดินอุ้มน้ำได้น้อย ค. ทำให้น้ำขังรอบโคนต้นพืช ง. แมลงศัตรูพืชทำลายได้ง่าย 10. การใส่ปุ๋ยเคมีติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลเสียต่อดินอย่างไร ก. ดินอุ้มน้ำได้ดีข้ึน ข. ดินเสื่อมสภาพลง ค. ดินมีสภาพเหมาะกับการปลูกพืช ง. ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากข้ึน
5 บทท่ี 1 ความรูพ้ ื้นฐานเกย่ี วกบั การปลูกผกั ปลอดสารพิษ สาระสำคญั ป ลู ก ผั ก ป ล อ ด ส า ร พิ ษ ผั ก เป็ น ร ะ บ บ ก า ร ผ ลิ ต ท่ี ไม่ มี ก า ร ใช้ ส า ร เค มี ใน ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ ก ำ จั ด ศั ต รู เพื่อการเจริญเติบโตของพืชผักผลผลิตในระดับมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุข ผักปลอดสารพิษมีคุณค่า ทางวิตามินแร่ธาตุต่างๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง ซึ่งแบ่งเป็นหลายชนิด คือ รากพืช ลำต้นท่ี ใบพืช ดอก และผล ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั 1. บอกความหมายของผักปลอดสารพิษได้ 2. บอกความสำคัญและประโยชน์ของการปลูกผักปลอดสารพษิ ได้ 3. บอกชนดิ ของผักปลอดสารพษิ ได้ ขอบข่ายเน้ือหา เร่ืองที่ 1 ความหมายของปลูกผักปลอดสารพษิ เรอื่ งที่ 2 ความสำคัญและประโยชน์ของผักปลอดสารพิษ 2.1 ความสำคญั ของการปลกู ผักปลอดสารพิษ 2.2 ประโยชน์ของการปลกู ผักปลอดสารพษิ เร่อื งท่ี 3 ชนิดของผักปลอดสารพิษ
6 เรื่องท่ี 1 ความหมายของการปลกู ผกั และหลกั การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 1. ความหมายของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ ผักปลอดสารพิษ หมายถึง ผลผลิตท่ีได้ไม่มีพิษตกค้างอยู่หรือมีสารพิษตกค้างอยู่แต่จะต้องไม่เกิน ระดับมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 163 พ.ศ.2538 ลงวันท่ี 28 เมษายน 2538 การปลูกผักปลอดสารพิษ เป็นการนำเอาวิทยาการต่าง ๆ มาใช้ผสมผสานกันอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านพันธุ์ผัก ความอุดมสมบรูณ์ของดิน การเขตกรรม การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว การดูแลรักษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยว การควบคุมคุณภาพก่อนการบรรจุเพื่อนำออกจำหน่าย รวมท้ัง การเลอื กใชภ้ าชนะสำหรับบรรจุ ตลอดจนการขนส่งและการตลาด 2. หลกั การการปลูกพชื ผักปลอดสารพิษ หลักการที่สำคัญในการปลูกผักปลอดสารพิษ โดยยึดหลักการไม่ใช้สารเคมี นำเอาวิธีการป้องกัน และ กำจัดศัตรูพืชมาประยุกต์ใช้ร่วมกันหรือวิธีผสมผสาน เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและของผู้บริโภค รักษาสิ่งแวดล้อมแต่การที่จะป้องกันและกำจัดศัตรูพืชให้ได้ผลน้ันจะต้องเลือกใช้วิธีท่ีเหมาะสม ประหยัด และมีประสทิ ธิภาพท่ีสดุ เป็นระบบการผลิตพืช ที่หลีกเล่ียงการใช้สารเคมีทุกชนิด สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและฮอร์โมนต่างๆ ตลอดจนไม่ใช้พืชท่ีเกิดจากการตัดต่อสารพันธุกรรม เน้นการใช้อินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และ ปุย๋ ชวี ภาพ ในการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพ่ือให้ต้นพชื มีความแขง็ แรง สามารถต้านทานโรคและแมลง ไดด้ ว้ ยตนเอง ผลผลติ ท่ไี ด้จึงปลอดภยั จากอันตรายของสารพิษตกค้าง ทำให้ปลอดภัยทงั้ ผ้ผู ลติ ผบู้ ริโภค
7 เร่อื งท่ี 2 ความสำคญั และประโยชนข์ องผักปลอดสารพิษ 1. ความสำคญั ของการปลูกผักปลอดสารพษิ พืชผัก เป็นพืชอาหารท่ีคนไทยนิยมนำมาใช้รบั ประทานกันมาก เน่ืองจากมีคุณค่าทางอาหารทั้งวติ ามินและ แร่ธาตุต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่ค่านิยมในการบริโภคผักนั้น มักจะเลือกบริโภคผักท่ีสวยงามไม่มี ร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช จึงทำให้เกษตรกรท่ีปลูกผักจะต้องใช้สารเคมีป้องกันและกำจัด แมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก เพ่ือให้ได้ผักท่ีสวยงามตามความต้องการของตลาด เมื่อผู้ซ้ือนำมาบริโภคแล้วอาจ ได้รับอันตรายจากสารพิษท่ตี กค้างอยู่ในพืชผักน้ันได้ เพ่ือเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว เกษตรกรจึงควรหันมาทำการ ปลูกผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหลายวิธีมาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นการ ทดแทนหรือลดปริมาณการใชส้ ารเคมีใหน้ อ้ ยลง เพ่อื ความปลอดภยั ของเกษตรกรผูบ้ ริโภคและส่ิงแวดลอ้ ม 2. ประโยชน์ของผกั ปลอดสารพษิ 2.1 การบริโภคผักปลอดสารพิษเป็นประจำ จะช่วยทำให้มีสุขภาพร่างกายท่ีดี มีภูมิต้านทานและ แข็งแรงข้ึน อีกท้ังยังช่วยลดอัตราเส่ียงต่อการเจ็บป่วยและการเกิดโรคต่าง ๆ อันมีผลในระยะยาวเน่ืองมาจาก สารพษิ หรือสารเคมตี กคา้ งในรา่ งกาย เชน่ โรคมะเรง็ เปน็ ตน้ 2.2 การรับประทานอาหารที่ปรุงจากผักปลอดสารพิษ ทำให้ร่างกายได้รับคุณค่าทางสารอาหารสูงกว่า ปกติ ส่งผลดีต่อสตรที ่ีกำลงั ต้ังครรภ์ และสตรีใหน้ มบุตรเพราะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างท่ีมีอันตรายต่อทารกใน ครรภ์และบตุ รทก่ี ินนมแม่ 2.3 ผักปลอดสารพิษมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย และผู้ท่ีอยู่ในภาวะรักษาหรือควบคุมสุขภาพ เน่ืองจากมี คุณค่าของสารอาหารตามธรรมชาติ และไร้สารพิษตกค้างท่ีอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้สาร หรืออาจมีปฏิกิริยาต่อ ยาบางตวั ทใ่ี ช้ในการรักษาโรคของผู้ป่วย 2.4 มีรสชาติดีและอร่อย อีกท้ังยังให้คุณค่าทางสารอาหาร ได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ เอนไซม์และสาร ตอ่ ต้านอนุมูลอสิ ระมากกวา่ ผักทั่วไปตามทอ้ งตลาด
8 2.5ช่วยควบคุมน้ำหนักและรักษาหุน่ ได้เป็นอย่างดี เพราะอาหารเพื่อสุขภาพส่วนใหญจ่ ะเน้นหนกั ในเร่ืองผัก ปลอดสารพิษ เนื่องจากมีความเป็นธรรมชาติและปลอดภัยด้วยซึ่งเมนูเพื่อสุขภาพยอดนิยมที่ทำทานได้ง่าย ๆ ตามใจผทู้ านและประหยดั เวลาแตม่ ีคุณคา่ ทางสารอาหารมากมายก็คอื สลัดผักตา่ ง ๆ เพ่ือสุขอนามัยท่ีดีของผู้บริโภค “ผักปลอดสารพิษ” ควรล้างทำความสะอาดผักก่อนนำไปประกอบอาหาร เพ่ือการบริโภคทุกคร้ัง แต่การปลูกผักสวนครัวเอาไว้รับประทานเองเป็นการรับรองความม่ันใจในคุณภาพและ ความปลอดภยั ไดด้ ีที่สุด ข้อดีของการปลกู ผกั ปลอดภัยจากสารพษิ 1. ทำให้ได้พชื ผกั ท่ีมีคณุ ภาพ ไมม่ สี ารพิษตกคา้ ง เกดิ ความปลอดภัยแก่ผบู้ ริโภค 2. ช่วยใหเ้ กษตรกรมีสุขภาพอนามัยดีขึน้ เนอ่ื งจากไม่มีการฉีดพน่ สารเคมปี อ้ งกันและกำจัดศตั รูพืช ทำใหเ้ กษตรกรปลอดภยั จากสารพษิ 3. ลดตน้ ทนุ การผลิตของเกษตรกรด้านคา่ ใช้จา่ ยในการซ้ือสารเคมปี ้องกนั และกำจัดศัตรูพืช 4. ลดปรมิ าณการนำเขา้ สารเคมีปอ้ งกนั และกำจดั ศัตรูพชื 5. เกษตรกรจะมรี ายได้เพมิ่ มากข้นึ เนือ่ งจากผลผลติ ท่ไี ด้มคี ุณภาพทำให้สามารถขายผลผลิตในราคาสูง 6. ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศตั รพู ชื ทจ่ี ะปนเป้ือนเข้าไปในอากาศและน้ำซ่งึ เป็นการอนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึง่
9 เรอ่ื งที่ 3 ชนดิ ของผักปลอดสารพษิ ผัก หมายถึง ผลิตผลทางพืชสวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุก มีเพียงบางชนิดท่ีเป็นพืชยืนต้นและเป็นไม้ เนอ้ื ออ่ น ส่วนท่ีเรานำมาใชบ้ ริโภคเปน็ อาหารนั้นจะเปน็ ส่วน ราก ลำตน้ ใบ ดอกอ่อน เมล็ดอ่อน ผล หน่อ เนือ้ ของ พืชตรงส่วนต่าง ๆ ดังกล่าวนำมาบริโภคเป็นผักน่ันเองครับ ส่วนของพืชเหล่านี้มักจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ใน ระดับสูงหรือมีน้ำมากน่ันเองครับ เป็นแหล่งของวิตามิน และ แร่ธาตุ ต่าง ๆ ท่ีมีประโยชน์และมีความจำเป็นต่อ รา่ งกาย การจำแนกผักออกเป็นกลมุ่ เราจำแนกออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้หลายวธิ ี เชน่ 1. จำแนกทางดา้ นพฤกษศาสตร์ 2. จำแนกตามอณุ หภมู ิและการเจริญ (ผกั ฤดูรอ้ น ผกั ฤดหู นาว) 3. จำแนกตามอายุของการปลูก 4. จำแนกตามความต้องการ 5. จำแนกตามส่วนที่ต้องการบริโภค พืชผกั สวนครัว พืชผักสวนครัวหมายถงึ พชื ท่ีใชส้ ่วนต่าง ๆ เป็นอาหาร เชน่ ลำตน้ ใบ ดอก ผล และหัว พืชผักสวนครัว สามารถปลูกไวใ้ นบริเวณบ้านเพื่อใชบ้ รโิ ภคภายในครอบครัว ถา้ เหลือกส็ ามารถนำไปจำหน่ายเพอ่ื เปน็ รายได้เสรมิ ให้กับครอบครัว ซ่ึงสามารถแบ่งตามลกั ษณะการนำมาประกอบอาหารได้ 5 ประเภท ดงั น้ี 1. ราก รากพืชท่ีเรานำมาบริโภคเป็นผัก เช่น หัวแครอท มันแกว รากกระชาย มันเทศ มนั สำปะหลัง แรดิช หัวปีท 2. ลำต้น ลำต้นที่เรานำมาบริโภคเป็นผัก มีทั้งลำต้นใต้ดินและเหนือดิน ได้แก่ หน่อไม้ กะหล่ำปลี ผักกาดหอมชนิดตน้ มันฝรงั่ เผอื ก ฯลฯ 3. ใบ ใบพืชที่เรานำมาบริโภคเป็นผักมีหลายชนิด ได้แก่ กะหล่ำปลี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ยอด ชะอม ผักคะน้า ยอดกระถิน สะระแน่ โหรพา ใบชะพลู ฯลฯ 4. ดอก ดอกทีเ่ รานำมาบรโิ ภคเป็นผัก ได้แก่ ดอกโสน ดอกกะหล่ำ ฯลฯ 5. ผล ผลท่นี ำมาบริโภคเปน็ ผกั ก็มหี ลายชนดิ ไดแ้ ก่ แตงกวา ถวั่ พู ถั่วฝกั ยาว ถ่วั แขก ถ่ัวลันเตา ฟัก บวบ แตงโมอ่อน กระเจี้ยบ ขา้ วโพดฝักอ่อน มะเขอื เปราะ มะเขือพวง มะเขอื เทศ แตงโม ฟักทอง พรกิ ฯลฯ ชนิดของผกั ปลอดสารพิษ แบง่ เป็น 5 ชนิด ดงั น้ี 1. ผักอินทรีย์ หรือ ผักออแกนิก เป็นผักท่ีผ่านกระบวนการเพาะปลูกท่ีเป็นธรรมชาติปลอดภัย ไรส้ ารพิษ เป็นมติ รต่อสิ่งแวดล้อม ทกุ ขัน้ ตอนในการเพาะปลูกไม่มีสารเคมีสงั เคราะหเ์ ข้ามาปะปน นอกจากนเี้ มล็ด พันธุ์ท่ีนำมาปลูก ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธ์ุกรรม ทุกอย่างล้วนเป็นธรรมชาติ การปลูกผักแบบน้ีทำได้ยาก เลยทำ ให้ผกั อินทรยี จ์ ะมีราคาสงู กว่าผกั ทวั่ ไป 2. ผักปลอดสารพษิ หรือ ผักปลอดสาร เปน็ ผักท่ีปลูกซับซ้อนน้อยกวา่ ผกั อินทรยี ์ คือใช้ปุย๋ เคมี หรอื สาร สงั เคราะห์ทีไ่ มเ่ ป็นอนั ตราย
10 3. ผักอนามัย คอื ผักที่ใช้เคมีและสารสังเคราะห์ในการปอ้ งกัน กำจัดศตั รูพืช แต่เว้นระยะเก็บเกย่ี วในช่วงที่ ปลอดภยั 4. ผักไฮไดรโปนิกส์ คือ ผักที่ปลูกในน้ำที่มีสารอาหารละลายอยู่ จะปลูกในโรงเรือนไม่ใช้ดิน ส่วนใหญ่ จะเป็นผักสลดั 5. ผักตลาด คือ ผักที่ปลูกทั่วไป ใช้ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช สารเคมีต่าง ๆ อาจเก็บเกี่ยวในช่วง ปลอดภยั หรอื ไมป่ ลอดภัยก็ได้ ซ่งึ มกั จะพบสารพษิ ตกคา้ งเกินมาตรฐานในผัก
11 กจิ กรรมที่ 3 จงใสเ่ ครอ่ื งหมาย หนา้ ข้อความท่ีถูกและเครื่องหมาย หนา้ ขอ้ ความที่ไมถ่ ูกตอ้ ง .................1. ผกั หมายถึง ผลติ ผลทางพืชสวน ทเ่ี รานำมาใช้บริโภคเปน็ อาหารนัน้ จะเปน็ ส่วน ราก ลำต้น ใบ ดอกอ่อน เมลด็ อ่อน ผลแกห่ น่อ .................2. สว่ นรากของพชื ทเ่ี รานำมาบรโิ ภคเปน็ ผกั เชน่ มนั สำปะหลัง มันแกว แรดชิ .................3. สว่ นลำต้นของพืชทเ่ี รานำมาบรโิ ภคเปน็ ผกั เช่น หนอ่ ไม้ ผักกวางตุ้ง กะหล่ำปลี .................4. สว่ นผลของพชื ทเี่ รานำมาบรโิ ภคเปน็ ผกั เชน่ แตงกวา มะเขอื เทศ พริกหวาน .................5. สว่ นผลของพชื ทเ่ี รานำมาบริโภคเป็นผกั เช่น ถวั่ พู มะเขือเปราะ มนั ฝร่ัง .................6. สว่ นใบของพชื ท่ีเรานำมาบริโภคเปน็ ผัก เชน่ คะน้า ผักหวาน กะหลำ่ ปลี .................7. สว่ นดอกของพืชที่เรานำมาบริโภคเปน็ ผัก เช่น ดอกโสน ดอกกะหลำ่ ผักบงุ้ .................8. สว่ นใบของพืชท่ีเรานำมาบริโภคเปน็ ผัก เช่น ผักกาด ยอดกระถนิ สะระแน่ .................9. สว่ นรากของพชื ทเี่ รานำมาบรโิ ภคเปน็ ผกั เชน่ มนั แกว แรดชิ ถั่วลนั เตา .................10. สว่ นผลของพชื ทเ่ี รานำมาบรโิ ภคเป็นผัก เชน่ ถัว่ แขก ฟักบวบ แตงโมอ่อน .................11. ผักออแกนิก เป็นผักท่ผี า่ นกระบวนการเพาะปลูกท่เี ปน็ ธรรมชาตปิ ลอดภัย ไรส้ ารพษิ .................12. ผกั ปลอดสารพิษ มี 5 ชนิด คือ ผกั อนิ ทรีย์ ผกั ปลอดสารพิษ ผกั ไฮไดรโปนิกส์ ผักอนามยั ผักตลาด .................13. ผักปลอดสารพิษ เปน็ ผกั ทีป่ ลกู ซับซ้อนน้อยกวา่ ผักอินทรยี ์ คือสารสังเคราะห์ทเ่ี ป็นอนั ตราย .................14. ผกั ไฮไดรโปนิกส์ คอื ผกั ที่ปลกู ในนำ้ ท่ีมีสารอาหารละลายอยู่ .................15. ผกั ตลาด คอื ผักที่ปลูกท่วั ไป ใช้ยาฆ่าแมลง ยากำจดั ศัตรูพชื สารเคมีตา่ งๆ อาจเก็บเก่ียวในชว่ ง ปลอดภยั หรือไมป่ ลอดภยั ก็ได้ ซึ่งมกั จะพบสารพิษตกคา้ งเกินมาตรฐาน
12 กจิ กรรมท่ี 1 คำชแี้ จง : จงตอบคำถามดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ให้ผเู้ รยี นอธิบายความหมายของการปลูกผักปลอดสารพิษ มาพอสังเขป ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ให้ผเู้ รียนสืบคน้ ข้อมลู เร่ือง “หลักการปลกู ผักปลอดสารพิษ”จากแหล่งเรยี นร้ใู นชมุ ชน ภูมปิ ัญญา ท้องถ่ิน ผรู้ ้หู รอื ปราชญ์ชาวบา้ น …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
13 กจิ กรรมที่ 2 คำชแี้ จง : จงตอบคำถามดังตอ่ ไปน้ี 1. ให้ผ้เู รียนอธิบายความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพิษ มาพอสงั เขป ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ใหผ้ ู้เรยี นบอกประโยชนก์ ารปลูกผักปลอดสารพษิ มาอย่างนอ้ ย 5 ข้อ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
15 บทที่ 2 วธิ ีการปลูกผกั และการรกั ษาผักปลอดสารพิษ สาระสำคัญ วิธีการปลูกผักปลอดสารพิษ การเตรียมดินเพื่อปลูกพืช ดินทเ่ี หมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชควรจะต้องมี องค์ประกอบของดนิ 4 ส่วน คอื สว่ นท่ีเป็นหินแร่หรือ อนนิ ทรีย์วตั ถอุ ยู่ประมาณ 45 เปอรเ์ ซ็นต์โดยปริมาตร เป็น อินทรีย์วัตถุ ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ และส่วนที่เป็นช่องว่างขนาดเล็กในดินซึ่งช่วยเก็บรักษาน้ำ ประมาณ 25 เปอร์เซ็นตโ์ ดยปริมาตร การรักษาการปลูกผักปลอดสารพิษ เกษตรกรควรปลูกผักให้มีระยะห่างพอสมควร อย่าให้ แน่นจนเกนิ ไป เพือ่ ให้มีการระบายอากาศท่ดี ี เป็นการปรับสภาพแวดล้อมไมใ่ หเ้ หมาะสมต่อการระบาดของโรค ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั 1. บอกวิธกี ารปลูกผักปลอดสารพษิ ได้ 2. บอกวิธีการรักษาผักปลอดสารพิษได้ ขอบขา่ ยเนอ้ื หา เร่ืองท่ี 1 วิธีการปลกู ผักปลอดสารพิษ 1.1 การเตรยี มดิน 1.2 การปลกู ผักปลอดสารพิษ 1.3 การดูแลรักษา เรือ่ งที่ 2 วิธีการรักษาผักปลอดสารพิษ
16 เร่ืองท่ี 1 วธิ กี ารปลูกผกั ปลอดสารพิษ 1.1 การเตรียมดิน 1. ขน้ั ตอนการเตรียมดิน การเตรียมดินสำหรับปลกู พืชผัก ไม่วา่ จะปลกู ในกระถางหรอื ปลูกลงดินก็ดี หลักการท่สี ำคญั น้นั กค็ ือ ดิน ที่นำมาปลูกต้องมีความร่วนซุย น้ำผ่านได้ดี น้ำไม่ขัง ต้องไม่เหนียว และดินมีความอุดมสมบูรณ์ พืชผักจึงจะ เจรญิ เตบิ โตได้ดี วธิ กี ารเตรียมดนิ สำหรับการปลกู พชื ผกั มดี ังน้ี 1.1 ต้องพิจารณาดูว่าพืชผักที่จะนำมาปลูกชอบดินลักษณะใด เม่ือเลือกต้นไม้ที่ชอบสภาพและ ลักษณะดินได้แล้ว ก็จะต้องเตรียมดินปลูกในหลุมนั้น โดยการขุดหลุมเล็กหรือใหญ่ตามขนาดของต้นไม้ ควรขุด หลุมกวา้ งหรือลึกเท่ากับความยาวของรากแก้ว เมื่อขุดดินแล้วก็ตากดินน้ันไว้ที่ปากหลุม ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อ กำจัดวัชพชื ออกไป 1.2 เม่ือตากดินไว้ 1 สัปดาห์แล้วให้ใส่ปุ๋ยคอกหรอื ปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน ปูนขาว 1 ส่วน ผสมกับดินให้ เข้ากันแลว้ นำใสก่ ้นหลุม นำต้นไม้ทเ่ี ตรยี มไวป้ ลกู วางลงบนดนิ ท่ีผสมไว้และปกั หลกั ผกู กับต้นไม้ไว้ไมใ่ หล้ ้ม 1.3 เอาดินท่ีขุดตากไว้ใส่ลงในหลุมดิน พลิกดินโดยเอาดินท่ีเป็นส่วนตอนบนใส่ลงไปข้างล่างเอาดิน ส่วนล่างก้นหลุมกลบไว้ข้างบน กดให้แน่น เพ่ือไม่ให้ต้นไม้เอนไปมา หาวัตถุพวกหญ้ าแห้ง แกลบ ฟาง คลมุ ดินไว้ เพ่ือช่วยรกั ษาความชมุ่ ช้นื แลว้ รดน้ำให้ชุ่ม 1.4 ควรจะปลูกในตอนเย็น และถ้าต้นไม้นั้นเป็นต้นไม้ที่ถอนกล้าหรือเป็นต้นเล็กมาปลูก ต้องทำท่ี กำบังแดดจนกว่าต้นไม้จะทรงตวั ได้ 2. ประโยชนข์ องการเตรยี มดนิ การเตรียมดินเป็นการปรับปรุงสภาพทางฟิสิกส์ สภาพทางเคมี และสภาพทางชีวภาพของดินให้เหมาะ ต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ัน โดยแนวทางของวิธีการปฏิบัติในการเตรียมแปลงปลูกพืชโดยทั่วไป มปี ระโยชน์ ดังน้ี 2.1 สามารถเก็บความชื้นในดินได้สูง ดินที่เก็บความช้ืนได้สูง มีความสำคัญต่อพืชท่ีปลูกในแถบ ค่อนข้างแห้งแล้งมาก มักไม่ได้รับน้ำฝนอย่างพอเพียงในฤดูกาลปลูก พื้นที่ลักษณะนี้หากจะไถท้ิงไว้ปีหน่ึง ก็สามารถจะปลูกได้อย่างดี ทั้งน้ีเพราะจากการที่เราไถท้ิงไว้น้ัน จำนวนน้ำฝนจะถูกเก็บกักไว้ในดิน และความชืน้ เมือ่ รวมกับความช้นื ในระหว่างฤดกู าลเพาะปลกู พชื จะทำให้พอเพยี งต่อการเจรญิ เติบโตของพชื 2.2 กำจัดวัชพืชให้หมดไปจากพ้ืนที่ปลูก วัชพืชใช้น้ำ และอาหารพืชในดินเป็นปริมาณมากการ ทำลายวชั พืชจงึ เปน็ ปัจจัยสำคัญอันหน่งึ ในการสงวนความชื้น 2.3 เพื่อปรบั ปรุงโครงสร้างของดนิ ในทุก ๆ ด้านให้ดีขนึ้ ได้แก่ การมชี ่องว่างอากาศในเม็ดดินเพิ่มขึ้น การเพิ่มความสามารถการเก็บรักษาความชน้ื ของดินและการระบายน้ำของดิน ตลอดถึงการยอ่ ยดนิ ใหแ้ ตกมขี นาด เหมาะสมตอ่ การงอกของเมล็ดและการเจรญิ เตบิ โตของรากตน้ กล้า
17 2.4 ทำให้อินทรียวัตถุเกิดประโยชน์แก่ดิน ในดินที่เตรียมไว้อย่างดีนั้น พวกอินทรียวัตถุซึ่งไถกลบ หรอื เพ่มิ ใหแ้ กด่ นิ หรือใหท้ ั้ง 2 อย่างนั้นจะถูกกลบอยู่ภายใตผ้ ิวดิน วตั ถุต่างๆ เหล่านนั้ รวมกบั แร่ธาตอุ าหารพชื ที่ให้ ทำใหเ้ กิดการเพม่ิ จลุ ินทรยี ใ์ นดิน ทำใหด้ นิ มีความสามารถในการอมุ้ น้ำไว้ดีขน้ึ 2.5 ช่วยให้ดินย่อยและร่วนซุย พวกดินเหนียวจะทำให้เกิดแน่นตัวไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ของพืชได้ดี ท้ังน้ีเพราะจุลินทรีย์ในดิน และรากพืชไม่สามารถจะทนทานต่อสภาพดินเช่นน้ีได้ ดินควรได้รับการไถ พรวนเพ่ือให้เกิดการร่วนซุยได้ดีก่อนการหว่านเมล็ดพืชหรือก่อนการปลูกพืช อในดินบางชนิดท่ีร่วนซุยมาก การ ปลูกพืชท่มี ีลำตน้ สูงบางชนิด ตัวอย่างเช่น ข้าวโพด ต้นกล้า จะต้งั ตวั ได้ไม่ดี โดยเฉพาะหากมีลมจัดหรือฝนตกหนัก มาก ลำต้นจะหักลม้ ไดง้ ่าย การเตรยี มดนิ ประเภทนค้ี วรทำใหแ้ นน่ ตัวมากพอสมควร 2.6 เพื่อเป็นการจัดเตรียมแปลงปลูก เตรยี มแถวปลูกให้เหมาะสมกับพืชที่จะปลูก ตลอดทั้งเพื่อการ ปฏิบตั กิ ารใชเ้ ครอ่ื งมอื เครอื่ งทนุ่ แรงตา่ ง ๆ หลงั จากที่พืชงอกแลว้ 1.2 การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 1. การปลกู การปลูก หมายถงึ การนำเอาส่วนของเมล็ดพืชหรอื ต้นกล้าไปไว้ในแปลงปลูกหรือหลมุ ปลกู หรือภาชนะทไ่ี ด้ จัดเตรียมไว้เป็นการล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้มีการเจริญเติบโตเป็นต้นพืชท่ีมีขนาดใหญ่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการ ปลูกพืชแตล่ ะชนดิ รูปแบบของการปลูกพชื ลงแปลงปลูกน้ัน มี 3 รปู แบบ ดงั น้ี 1.1 การปลูกแบบกระจายทั่วแปลงหรือท่ัวทั้งพื้นที่ เป็นการปลูกท่ีต้องการให้มีต้นพืชขึ้นอยู่ในพื้นท่ี อย่างไม่มีระเบียบ และต้องการให้ต้นพืชนั้นอยู่อย่างกระจัดกระจายครอบคลุมไปท้ังหมด สามารถพบเห็นได้จาก การปลกู ข้าวแบบหว่านเมลด็ แปลงผักบางชนิด การทำนาหญา้ สนาม ถว่ั เขยี ว งา ฯ 1.2 การปลูกแบบแถวเด่ียว เป็นการปลูกพืชท่ีต้องการให้ต้นพืชข้ึนอย่างเป็นแถวเป็นแนวมีระเบียบ เพื่อง่ายต่อการจัดการดูแลรักษาในภายหลัง รูปแบบน้ีมักจะปรากฏในพื้นท่ีปลูกขนาดใหญ่ โดยท่ีพ้ืนท่ีปลูก 1 แปลงนั้น จะมีแถวของพืชที่ปลูกต้ังแต่ 2 แถวข้ึนไป ไม่จำกัดความยาวของแถวปลูก เช่น การปลูกข้าวโพด ข้าว ฟ่าง อ้อย มันสำปะหลัง 1.3 การปลูกแบบแถวคู่ เป็นการปลูกพืชที่ต้องมีการแบ่งพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่เป็นแปลงย่อยๆ และ ในแตล่ ะแปลงย่อยจะมีแถวพชื อยู่ 2 แถว รปู แบบการปลกู พืชท่ี 1.2 และ 1.3 จะเป็นการปลูกพืชท่ีเกี่ยวข้องกบั คำว่า “ระยะปลูก” ซึ่งผู้ปลูกพืชมี ความประสงค์เพ่ือความสะดวกในการจัดการดูแลรักษาพืชท่ีปลูกนั้นอย่างเหมาะสม ในส่วนของวิธีการปลูกน้ัน จะแยกเปน็ 3 กรณี ดังน้ี กรณีที่ 1 การปลูกด้วยเมล็ด เป็นวิธีการปลกู พืชท่ีเหมาะสมสำหรับพืชที่มีคุณสมบัติท่ีติดเมล็ดได้ง่าย เมล็ดน้ันหาได้ง่าย มีราคาถูก และมีเมล็ดพืชในปริมาณท่ีมาก จึงสามารถท่ีจะนำเมล็ดมาหว่าน หรือหยอดลงใน หลมุ ปลูกท่ีไดเ้ ตรยี มไว้แลว้ ได้โดยตรงเลย ซ่งึ พชื ท่ีมสี มบัติดงั กลา่ วนี้ ได้แก่
18 1. พชื ตระกลู หญา้ บางชนดิ เช่น ขา้ ว ขา้ วโพด ขา้ วฟ่าง หญา้ อาหารสตั ว์ ฯ 2. พืชตระกลู ถวั่ เช่น ถ่ัวฝกั ยาว ถั่วเขียว ถวั่ เหลือง ถั่วลิสง ปอเทือง ฯ 3. พชื ตระกลู แตง เชน่ แตงโม แตงไทย แตงร้าน บวบ ฟักทอง มะระ ฯ 4. พชื ตระกลู กะหล่ำบางชนดิ เช่น คะนา้ กวางตงุ้ ผกั กาดหวั ฯ 5. พชื ไร่อื่น ๆ บางชนดิ เช่น งา ทานตะวนั ปอแก้ว ปอกระเจา ฯ กรณีท่ี 2 การปลูกด้วยต้นกล้าที่ไดจ้ ากการเพาะเมลด็ ซึ่งเหมาะสำหรบั พืชทีย่ ้ายปลกู ได้ และเป็นพืช ที่เมล็ดมีราคาแพง หาได้ยาก ดังนั้นการท่ีจะนำเมล็ดไปปลูกโดยตรงจึงเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหาย จึงนิยมที่จะ เพาะกล้าในแปลงเพาะหรือกระบะเพาะเสียก่อน แล้วจึงย้ายปลูกเม่ือต้นกล้ามีความแข็งแรงดีแล้ว พืชท่ีนิยมปลูก ในกรณีนี้ ไดแ้ กพ่ ืชในจำพวก ไม้ตัดดอกเมืองหนาวบางชนิด พชื ผักบางชนิด สำหรับข้ันตอนการปลูกด้วยการย้ายกลา้ นั้นมแี นวปฏบิ ัติ ดังน้ี 1. ก่อนที่จะย้ายกล้าไปปลูกประมาณ 7 วัน ควรที่จะเตรียมต้นกล้าให้มีความแข็งเสียก่อนโดย การงดใหน้ ำ้ หรือจดั ให้กลา้ น้ันไดร้ บั แสงแดดใหเ้ ตม็ ท่ีหรอื รดด้วยสารละลายปุ๋ยท่มี ีธาตุโปตัสเซียม 2. การย้ายปลูกนั้นควรท่ีจะกระทำในเวลาเย็นหรือในวันที่มีเมฆมาก บดบังแสงแดด โดยก่อนท่ี จะขุดหรือถอนย้ายต้นกล้านั้น ควรที่จะรดน้ำแปลงเพาะกล้าน้ันก่อน เพื่อให้วัสดุเพาะเปียกและจับยึดติดกับส่วน ของราก ในขณะเดยี วกันก็ควรท่ีจะรดน้ำในแปลงปลูกทีจ่ ะนำกล้าไปลงดว้ ยเชน่ กัน 3. การถอนย้ายต้นกล้าจากแปลงเพาะ ควรท่ีจะทำให้มีวัสดุเพาะติดไปกับส่วนของรากพืชด้วย เพอื่ ทตี่ ้นกล้าจะไดไ้ ม่บอบช้ำมากเกนิ ไป และจะไดฟ้ ื้นตัวตัง้ ลำตน้ ได้เร็ว 4. การหยิบจบั ต้นกล้าขณะถอนย้ายหรือขณะนำลงหลุมปลูก ควรท่ีจะหลีกเลี่ยงการจับส่วนของ ลำตน้ หรือส่วนของยอดด้วยความรุนแรงเพราะจะทำให้เกิดการทำลายพืชโดยไม่ไดต้ ัง้ ใจได้ เนื่องจากแรงบบี ของน้ิว มอื ท่จี บั นน้ั ควรท่จี ะจับท่ีสว่ นของใบและยกข้นึ หรือหยอ่ นลงหลมุ ปลกู จะดกี วา่ 5. เมื่อนำต้นกล้าลงหลุมปลูกแล้ว การใช้ดินกลบบริเวณโคนต้น จะต้องยึดหลักการว่า “ไม่กลบ ดินลึกหรือตื้นเกินไป “ จากนั้นจึงใช้นิ้วมือกดดินนั้นเบา ๆ เพ่ือให้ดินกระชับกับรากและเป็นการป้องกันไม่ให้ต้น กลา้ ถูกโยกด้วยลมหรอื นำ้ ทจ่ี ะตามมาในภายหลัง 6. รดน้ำให้กับต้นกล้าที่ย้ายปลูกน้ัน และทำร่มเงากำบังแสงแดดให้เม่ือมีแสงแดดที่รุนแรง จนกวา่ ตน้ กลา้ จะตั้งต้นไดจ้ ึงเอาออก กรณที ี่ 3 การปลูกด้วยต้นกล้าท่ไี ดจ้ ากการขยายพันธุโ์ ดยการไมใ่ ช้เมลด็ 1. จำพวกไม้ผล ไมย้ ืนต้น ทีส่ ามารถขยายพนั ธไ์ุ ด้ด้วยวธิ ีการตอน ติดตา ตอ่ ก่ิง ทาบก่งิ 2. จำพวกพืช ผัก ท่ีมีส่วนของลำต้นที่สามารถจะแบ่ง หรือแยกได้ ซึ่งมีช่ือเรียกส่วนของลำต้น เปน็ แบบตา่ ง ๆ ดังนี้ พวก Bulb เชน่ หอมแดง หอมแบง่ กระเทยี ม ฯ พวก Rhizome เชน่ ขิง ขา่ ขม้ิน กลว้ ย ฯ พวก Corm เช่น เผือก แห้วจีน แกลดดโิ อลสั ซ่อนกลิ่นไทย ฯ
19 พวก Stolon เชน่ สตรอเบอร์ร่ี พวก Shoot เชน่ หมากเหลือง หมากแดง ตะไคร้ ฯ 2. การปลูกพืชผกั ปลอดสารพิษ การปลูกผักปลอดสารพิษ จะช่วยลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและลดสารปนเป้ือน จากการตกค้าง ของสารเคมีในผลผลติ ลดตน้ ทุนการผลิต และลดปัญหาหนีส้ ินเกษตรกรที่ขาดทุนจากการผลติ ท่ตี ้องกู้หนย้ี ืมสินมา ซื้อปัจจัยการผลิต นับเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่สามารถลดปัญ หาความยากจนของเกษตรกรได้ จึงเป็นสาเหตุให้ศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านหลายศูนย์ นำองค์ความรู้ในเรอ่ื งเกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรยี ์ซงึ่ ได้มาจาก การเรียนรู้ทดลองปฏิบัติของปราชญ์ชาวบ้าน และเกษตรกรอีกหลายๆ ท่านในพื้นท่ี มาถา่ ยทอดให้เกษตรกรที่เข้า รับการอบรมโดยทว่ั ไป ด้วยวธิ ีการปลูกและดูแลรกั ษาท่ีง่าย ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ และสารไล่แมลงที่สามารถผลิต เองท้ังหมด และวัสดุที่หาได้ใน ท้องถิ่น ราคาไม่แพง ท้ังนี้ พืชผักปลอดสารพิษที่ได้จะมีส่วนช่วยในการเพิ่มรายได้ ของผลผลติ และเป็นการ ใช้พ้ืนทว่ี า่ งเปลา่ ใหเ้ กิดประโยชน์ เกษตรกรสามารถปลกู รับประทานเองและจำหน่ายเป็น รายได้ของ ครอบครัว มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกพืชผักที่ปลอดภัยต่อการบริโภค ส่งผลให้ร่างกายของ เกษตรกรดี รวมทัง้ สุขภาพจติ ดี โดยมวี สั ดอุ ปุ กรณ์ และข้ันตอนวิธกี ารในการผลติ สรปุ ไดด้ งั น้ี 2.1 วัสดอุ ุปกรณ์ 1) ปุ๋ยหมักชวี ภาพ 2) นำ้ หมกั ชวี ภาพ 3) น้ำหมักสมนุ ไพร 4) กากนำ้ ตาล 5) ฟาง 6) ผา้ มงุ่ ไนล่อนผสมยวู ี 7) กระดาษกระสอบป๋ยุ 8) ขุยมะพร้าว 9) บัวรดน้ำ 10) จอบ 11) คาด 2.2 ขนั้ ตอนวธิ กี าร 1) การเตรียมแปลง วธิ ีที่ 1 (1) ขดุ ดินเปน็ แปลงผักตามปกติ (2) ทำร่องตรงกลางแปลง (3) โรยดว้ ยปยุ๋ หมกั ชวี ภาพ ตามด้วยฟาง (4) รดดว้ ยน้ำผสมหวั เชอ้ื จุลินทรยี ์ และกากน้ำตาล
20 (5) กลบรอ่ ง พร้อมเกลี่ยใหเ้ รยี บ (6) โรยปุ๋ยหมกั ชวี ภาพอีกครัง้ และรดน้ำทผี่ สมจลุ ินทรยี ์ T.M. และกากนำ้ ตาลอีกครั้ง ทิง้ ไว้ 7 วนั จึงปลกู ผกั ได้ 2) การเตรียมแปลง วิธีท่ี 2 (1) ขุดดินที่จะทำแปลงผักลึกป ระมาณ 25-30 ซม.กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามต้องการ โดยเอาดินทขี่ ุดออกไว้ข้างแปลง (2) โรยปุ๋ยหมกั ชีวภาพลงในแปลงประมาณ 10 กก. ตอ่ ตารางเมตร (3) เอาหน้าดนิ ขุดออกลงใส่ คลุกให้เข้ากบั ปุ๋ยให้สูงกวา่ ระดับเดมิ พอประมาณ (4) นำกากน้ำตาลกบั นำ้ หมักชวี ภาพอย่างละ 1 ช้อน ผสมนำ้ ที่เตรียมไว้ รดแปลงให้ชุ่ม วนั ละครั้งติดตอ่ กนั 7 วัน (5) คราดพรวนดินที่แปลงให้เรยี บ (6) นำ้ ใหช้ ่มุ ทกุ วันรดนำ้ หมักสมนุ ไพรทุก 5 วัน และพรวนดินทุก 3 สปั ดาห์ 3) การเตรียมแปลงวธิ ีที่ 3 (1) ขดุ บ่อให้ลึกทำคนั ดินประมาณ 4 เมตร (2) ความกวา้ ง 19 เมตร ยาว 29 เมตร (3) คลุมดว้ ยผ้ามงุ่ ไนล่อนผสมยวู ี (บนคนั ดนิ ) (4) ปลูกผกั โดยใช้กระดาษกระสอบปยุ๋ ปูลงบนร่องผักลึก เพื่อไม่ใหค้ วามร้อนลงไปยัง ดินและเป็นการควบคมุ หญ้าในแปลงหรือปลกู ผักโดยใช้ขุยมะพรา้ ว เพอื่ เกบ็ ความชื้น 1.3 การดแู ลรกั ษา 1. การดูแลรักษาผกั ปลอดสารพิษ เม่ือปลูกผักแล้ว ต้องดูแลรักษาด้วยความเอาใจใส่ จะช่วยให้ผักเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ จนถึงระยะ เก็บเกย่ี ว การดูแลรกั ษาดงั กลา่ ว ได้แก่ 1.1 การให้น้ำ วิธีปลูกผักสวนครัว จำเป็นต้องให้น้ำเพียงพอ การให้น้ำผักควรรดน้ำในช่วง เชา้ - เย็น ไม่ควรรดตอนแดดจัด และรดนำ้ แต่พอชุ่มอยา่ ใหโ้ ชก 1.2 การให้ปุ๋ย มี 2 ระยะ คือ 1) ใส่รองพื้น คือการใส่เม่ือเวลาเตรียมดิน หรือรองก้นหลุมก่อนปลกู ปุ๋ยที่ใส่ควรเป็นปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก คลุกในดินให้ทั่วก่อนปลูกเพื่อปรับโครงสร้างดินให้โปร่งร่วนซุย นอกจากนั้นยังช่วยในการอุ้มน้ำและ รักษาความช้ืนของดินใหเ้ หมาะสมกบั การเจรญิ เตบิ โตของพืชดว้ ย 2) การใส่ปุ๋ยบำรุง ควรใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเม่ือย้ายกล้าไปปลูกจน กล้าต้ังตัวได้แล้ว และใส่คร้ังท่ี 2 หลังจากใส่คร้ังแรกประมาณ 2-3 สัปดาห์ การใส่ให้โรยบางๆ ระหว่างแถว ระวัง อยา่ ใหป้ ุย๋ อยู่ชดิ ต้น เพราะจะทำให้ผักตายได้ เมอื่ ใสป่ ๋ยุ แลว้ ให้พรวนดินและรดน้ำทันที สูตรปุ๋ยทใ่ี ช้กบั พชื ผกั
21 3) วธิ ีปลูกผกั สวนครัว ในส่วนของการป้องกันกำจดั ศัตรูพืช ควรบำรุงรกั ษาต้นพืชให้แขง็ แรงโดย การกำจัดวัชพืช ให้น้ำอย่างเพียงพอและใส่ปุ๋ยตามจำนวนท่ีกำหนดเพื่อให้ผักเจริญเติบโต แข็งแรง ทนต่อโรคและ แมลง หากมีโรคและแมลงระบาดมากควรใช้สารธรรมชาติ หรือใช้วิธีกลต่าง ๆ ในการปอ้ งกันกำจัด เช่น หนอนตา่ ง ๆ ใช้มือจับออก ใช้พริกไทยป่นผสมน้ำฉีดพ่น ใช้น้ำค้ันจากใบหรือเมล็ดสะเดา ถ้าเป็นพวกเพล้ีย เช่น เพล้ียอ่อน เพลี้ยแป้ง เพล้ียหอย และเพลี้ยจั๊กจั่น ให้ใช้น้ำยาล้างจาน 15 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นใต้ใบเวลาเย็น ถ้าเป็น พวกมด หอย และทาก ใหใ้ ช้ปนู ขาวโรยบาง ๆ ลงบรเิ วณพนื้ ดิน
22 เรอ่ื งที่ 2 วิธีการรกั ษาผกั ปลอดสารพิษ วธิ ีการรักษาผกั ปลอดสารพิษ หมายถงึ การทำใหผ้ ักคงสภาพอยู่คงเดิม มลี กั ษณะของตน้ ใบและราก ของผกั ทีส่ ดไม่เห่ยี วเฉา ฉกี ขาดหรอื มีสเี ขยี วสดหรือมสี ีที่ไมเ่ ปลีย่ นแปลงไปจากเดมิ 1. การรักษาการปลูกผักปลอดสารพิษ การเลือกวิธีการปลูก ระยะปลูกเป็นเท่าใดนั้นจะข้ึนอยู่กับชนิดของพืชผักท่ีเกษตรกรเลือกปลูก แต่มี ข้อแนะนำ คือ เกษตรกรควรปลกู ผักให้มีระยะห่างพอสมควร อยา่ ใหแ้ น่นจนเกนิ ไป เพ่ือให้มีการระบายอากาศท่ีดี เปน็ การปรับสภาพแวดล้อมไมใ่ หเ้ หมาะสมต่อการระบาดของโรค นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจแปลงอยู่เสมอ โดยอาจ เลือกสำรวจเป็นจุดๆ ประมาณ 10-20 จุด/ไร่ ถ้าพบว่ามีการระบาดของโรคและแมลงในระดับท่ีก่อให้เกิดความ เสียหายแก่พืชผักน้ัน กค็ วรดำเนินการกำจัดโรคและแมลงท่พี บทนั ที 2. การใหธ้ าตอุ าหารเสริมแก่พืช อาหารเสริมมคี วามจาํ เปน็ ต่อพืชผกั ในบางชนิดเท่านน้ั ทัง้ นเี้ พ่ือสรา้ งความต้านทานโรคให้แก่พชื น้นั เช่น พืชในตระกูลกะหล่ำ จะต้องการธาตุโบรอนเพื่อสร้างความต้านทานโรคไส้กลวงดํา มะเขือเทศจะต้องการธาตุ แคลเซยี มเพือ่ สร้างความตานทานโรคผลเนา่ เปน็ ต้น 3. การใช้กับดกั แสงไฟ กับดักลอ่ แมลงด้วยแสงไฟจากหลอดฟลอู อรเ์ รสเซนต์ เป็นการใช้แสงไฟจากหลอดฟลูออร์เรสเซนต์ (หลอดนีออน) หรือหลอดไฟแบล็คไลท์ ล่อแมลงในเวลา กลางคืน เช่น ผีเส้ือ หนอน กระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก ให้มาเล่นไฟและตกลงในภาชนะท่ีบรรจุน้ำมันเคร่ือง หรือ น้ำท่ีรองรับอยู่ด้านล่าง การติดตั้งกับดักและแสงไฟจะติดตั้งประมาณ 2 จุด/พ้ืนที่ 1 ไร่โดยติดต้ังให้สูงจากพื้นดิน ประมาณ 150 เซนติเมตร และให้ภาชนะที่รองรับอยู่ห่างจากหลอดไฟ 30 เซนติเมตรและควรปิดส่วน ท่ีจะทำให้ แสงสวา่ งกระจายเปน็ บริเวณกว้างเพอื่ ลอ่ จับแมลงเฉพาะในบริเวณแปลง
23 4. การใชพ้ ลาสติกหรือฟางข้าวคลุมแปลงปลกู การปลูกผกั ในโดม เป็นการควบคุมปริมาณวัชพืชและเก็บรักษาความช้ืนในดินไว้ได้นาน ทำให้ประหยัดน้ำที่ใช้รดแปลงผัก การใชพ้ ลาสตกิ หรือฟางข้าวคลมุ แปลงปลูกน้ี ควรใช้กับพืชผกั ท่มี ีระยะปลูกแน่นอน ในแปลงทพ่ี บการระบาดของ โรคที่มีเช้ือไวรัสเป็นสาเหตุ และมเี พล้ยี อ่อนหรือแมลงเป็นพาหะ แนะนําให้ใช้พลาสติกทีม่ ีสีเทา-ดำ โดยใหด้ ้านที่มี สีเทาอยู่ดา้ นบน เนือ่ งจากสีเทาจะทำให้เกดิ จากสะท้อนแสงจึงช่วยไล่แมลงที่เป็นพาหนะได้ 5. การใช้สารสกดั จากพืช พืชท่ีนิยมนำมาใช้สกัดเป็นสารควบคุมโรคและแมลงคือสะเดาเน่ืองจากในสะเดามีสารอะซาดิแรคติน (Azadirachtin) ซ่งึ มีคุณสมบตั ิชว่ ยในการป้องกันและกาํ จัดแมลงได้ โดย 1. สามารถใชฆ้ า่ แมลงไดบ้ างชนดิ 2. ใช้เปน็ สารไล่แมลง 3. ทำใหแ้ มลงไมก่ ินอาหาร 4. ทำใหก้ ารเจริญเติบโตของแมลงผดิ ปกติ 5. ยับยงั้ การเจริญเติบโตของแมลง 6. ยบั ยัง้ การวางไขแ่ ละการลอกคราบของแมลง 7. เป็นพษิ ตอ่ ไข่ของแมลงทำให้ไข่ไม่ฟกั 8. ยบั ยัง้ การสรา้ งเอนไซม์ในระบบยอ่ ยอาหารของแมลง วิธีการใช้ คือ นำเอาผลสะเดาหรือสะเดาที่บดแล้ว 1 กิโลกรัมแช่ในน้ำ 20 ลิตร ท้ิงค้างคืนไว้ 1 คืน แต่ถ้าเกษตรกรมีเครื่องกวนส่วนผสมดังกล่าว ก็จะลดเวลาเหลือเพียง 3-4 ชั่วโมง จากน้ันกรองเอาแต่น้ำมาผสม ด้วยสารจับใบประมาณ 1ช้อนโต๊ะ แล้วนําไปรดพืชผักทันทีส่วนกากของสะเดาที่เหลือให้นําไปโรยโคนต้นเพ่ือ ปรบั ปรุงสภาพดิน และกาํ จดั แมลงในดนิ ได้อกี ดว้ ย ข้อควรระวัง พืชบางชนิดเม่ือได้รับสารนี้แล้วอาจเกิดอาการใบไหม้ เหี่ยวย่น หรือต้นแคระแกร็น ดังนั้น เมือ่ พบอาการตา่ ง ๆ เหลา่ นี้กค็ วรจะงดใชส้ ารสกดั จากสะเดาทันที
24 ชนิดของแมลงที่สามารถกำจัดได้ดว้ ยสะเดา 1. ชนิดที่ใช้แลว้ ได้ผลดี ได้แก่ หนอนใยผกั หนอนหนังเหนียว หนอนกระทชู้ นดิ ตา่ ง ๆ หนอนกัดกิน ใบ หนอนเจาะยอด หนอนชอนใบ หนอนมว้ นใบ หนอนหวั กะโหลก 2. ชนดิ ทใี่ ชแ้ ลว้ ไดผ้ ลปานกลาง ไดแ้ ก่ เพลยี้ จักจนั่ หนอนเจาะ สมอฝ้าย หนอนต้นกล้าถั่วแมลงหวี่ ขาว แมลงวนั ทอง เพลี้ยไก่แจ้ เพลยี้ ออ่ น 3. ชนดิ ทใี่ ชแ้ ลว้ ได้ผลน้อย ไดแ้ ก่ หนอนเจาะฝักถั่ว เพลีย้ ไฟ ไรแดง มวนและด้วงชนิดต่างๆพชื ผกั ท่ี ใช้สารสกดั จากสะเดาไดผ้ ล ไดแ้ ก่ ผกั คะนา้ กวาง ผกั กาดหอม กะหล่ำปลี กะหล่ำดอกแตงกวา แตงโม แตงเทศ มะเขอื เทศ มะเขือยาว หนอ่ ไม้ฝร่งั ข้าวโพดอ่อน พรกิ ขี้หนู ตำลงึ มะนาว มะกรดู 6. การปลกู ผกั ในโรงเรือนมงุ้ ตาข่ายไนลอ่ น พื้นที่ที่จะใช้ปลูกผักในโรงเรือน ควรเป็นพ้ืนที่ท่ีสามารถปลูกผักได้อย่างต่อเน่ือง ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อจะ ได้คุ้มค่าต่อการสร้างโรงเรือนและการใช้ตาข่ายไนล่อน โครงสร้างของโรงเรือนอาจทำด้วยเหล็กหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่ กับเกษตรกรว่าต้องการจะใชพ้ ื้นท่ีน้ีปลูกผักนานเท่าใด ส่วนตาข่ายที่ใช้นน้ั จะใช้มงุ้ ตาขา่ ยไนล่อนท่ีมขี นาด 16 ช่อง ต่อความยาว 1 น้ิว โดยมุ้งสีขาวมีความเหมาะสมกับการปลูกผัก เน่ืองจากแสงผ่านได้เกือบปกติส่วนมุ้งสีฟ้าไม่ ค่ อ ย เห ม าะส ม เน่ื อ งจ าก แ ส งผ่ าน ได้ เพี ย งร้อ ย ล ะ 70 เท่ า ก ารป ลู ก ผั ก ใน โรงเรือ น มุ้ งต าข่ าย น้ี จะไม่สามารถป้องกันแมลงศัตรูพืชผักได้ทุกชนิด มีเพียงหนอนผีเส้ือและด้วงหมัดผัก เท่าน้ันที่สามารถป้องกันได้ ส่วนเพลยี้ อ่อน เพล้ียไฟ หนอนแมลงวันชอบใบแมลงหว่ีขาวและไร ซึ่งเป็นแมลงขนาดเล็กจะไม่สามารถป้องกันได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าหากใช้มุ้งไนล่อนที่มีความถ่ีเพิ่มข้ึนเป็น 24 และ 32 ช่องต่อนิ้วแล้วจะป้องกันได้แต่อาจมี ปัญหาเรอื่ งอุณหภูมิและความชืน้ ภายในมุ้ง ขอ้ ควรระวังสำหรบั การปลกู ผักในโรงเรือนมงุ้ ตาข่าย 1. อยา่ ให้มีหนอนผีเส้อื หรือหนอนต่างๆหลดุ เขา้ ไปในโรงเรอื นไดเ้ พราะหนอนตา่ งๆจะสามารถ ขยายพนั ธไ์ุ ด้อย่างรวดเรว็ 2. ในการย้ายกล้า จะตอ้ งตรวจดกู ล้าผกั อยา่ ให้มไี ขต่ ัวหนอนหรือดักแด้ตดิ เข้าไปในโรงเรือน 3. ควรดูแลอย่าให้มุ้งตาข่ายชํารุดฉีดขาด เพราะอาจทำให้ด้วงหมัดผักเลด็ ลอดเข้าไปได้อาจจะมีการ รองด้วยผ้าหรอื แผ่นยางบริเวณทม่ี ีการเสียดสีระหว่างตาข่ายกบั โครงสรา้ งเพื่อป้องกันการฉดี ขาด 4. มุง้ ตาข่ายจะต้องปดิ มิดชิดตลอดเวลา และควรทำประตูเป็นแบบสองช้ัน 5. การปลกู ผักในโรงเรือนมุ้งตาข่ายไมส่ ามารถปอ้ งกันแมลงขนาดเลก็ ได้ดังนัน้ จงึ อาจจะต้องใช้ วธิ กี ารกําจัดศตั รูพืชอน่ื ๆร่วมด้วย 6. ผกั ท่ีปลกู ได้ในมุ้งตาข่ายไนลอ่ น ประเภทกนิ ใบ ไดแ้ ก่ คะนา้ ผกั กาดขาว กวางตงุ้ ฮ่องเต้ ตังโอ๋ ปวยเล้ง ขึน้ ฉ่าย ประเภทกินดอก ได้แก่ กะหล่ำดอก บล็อกโคล่ี ประเภทกินฝกั และผล ไดแ้ ก่ ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ ถัว่ ลันเตา
25 การปลกู ผกั ในมุ้งตาขา่ ยไนล่อน 7. การควบคมุ โดยชวี วธิ ี เป็นการใช้ส่ิงมีชีวติ ควบคุมศัตรูพืชซ่ึง ได้แก่ แมลง ตวั ห้ำ ตัวเบียน ที่ทำลายแมลงศตั รูพชื ชนิดอ่ืนหรอื อาจ ใช้สงิ่ มชี ีวติ เลก็ ๆเช่นเชอื้ บักเตรี เชอื้ ไวรสั เช้อื รา ไส้เดอื นฝอยเป็นต้นในการควบคมุ ซง่ึ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี 1. เชื้อบักเตรี ที่นิยมใช้ในการควบคุมแมลง คือ เชื้อบีที (BT) โดยแมลงท่ีได้รับเช้ือบักเตรีชนิดน้ีเข้าไป แล้ว น้ำย่อยในลําไส้ของแมลงจะละลายผลึกของเช้ือบักเตรี ทำให้เกิดสารพิษทำลายระบบย่อยอาหารและอวัยวะ ของแมลง ทำให้ขากรรไกรแข็ง กินอาหารไมไ่ ด้เคล่ือนไหวช้าลง และตายไปในท่ีสุด เชื้อบักเตรีท่ีมีขายเปน็ การค่า จะมี 2 กล่มุ คอื 1) Kurstaki ไดแ้ ก่ แบคโทรฟันเอชพี ดับเบิ้ลยูพี เซ็นทาร่ียดู ีจี มีประสทิ ธิภาพในการกาํ จดั หนอน ในผัก หนอนกระทหู้ อมและหนอนคืบกะหล่าํ 2) Aizawai ได้แก่ ฟลอรแ์ บค เอชพี ฟลอรแ์ บค เอฟซี ธรู ไี ซด์ เอชพีมีประสิทธภิ าพในการกําจดั หนอนใยผกั และหนอนคบื กะหล่ำ ดังน้ัน การท่จี ะใช้เชือ้ บักเตรีให้ได้ผล ควรเลอื กชนิดของเช้ือให้ตรงกบั แมลงศัตรู และควรฉดี พน้ เมื่อหนอนยงั เปน็ ตัวออนอยู่หลีกเลย่ี งแสงในขณะฉีดพ่น 2. เช้ือไวรัส ที่ใช้ในการควบคุม คือ เอ็นพีวี (NPV) โดยใช้ในการกําจัดหนอนหลอดหอมหรือหนอนหนัง เหนียว ซ่ึงเช้ือไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้หนอนลดการกินอาหารเคลื่อนไหวช้า ลาํ ตวั มีสีซดี ลง มจี ดุ สขี ุ่นหรือส้ม แลว้ จะใช้ขาเทยี มเกาะทต่ี น้ พชื ห้อยหัวลงมาตายในที่สุด 3. เช้ือรา ที่ใช้ในการควบคุมคือไตรโครเดอร์มาจะควบคุมเช้ือสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าของมะเขือ เทศโดยจะใช้เช้อื ราผสมกบั ราํ ข้าวและปุ๋ยหมักอัตรา 1:10:40 แล้วใช้รองกน้ หลมุ หรือโรยรอบโคนต้น 4. ไส้เดือนฝอย จะช่วยควบคุมด้วงหมัดผัก โดยชอนไชเข้าสู่ระบบเลือดหรือกระเพาะอาหาร เม่ือเข้าไป แล้วจะถูกย่อยทำลาย จากน้ันจะปลดปล่อยเชื้อบักเตรีที่เป็นอันตรายต่อแมลงออกมา ทำให้แมลงตายในท่ีสุด ใน การใช้ไส้เดือนฝอยนั้น เกษตรกรควรเก็บรักษาไว้ในท่ีเย็น และใช้ไส้เดือนฝอยในการควบคุมหลังจากการให้น้ำแก่ ตน้ พืชช่วงเวลาเยน็ ๆ เนื่องจากไสเ้ ดอื นฝอยจะไมท่ นทานตอ่ สภาพทแี่ ห้งแล้ง หรือถูกแสงแดด
26 กจิ กรรมท่ี 1 จงใส่เครือ่ งหมาย หน้าข้อความทถี่ ูกและเครื่องหมาย หน้าข้อความท่ีไมถ่ ูกต้อง .................1. การปลูกผักปลอดภัยไม่เนน้ การคลมุ ดิน .................2. การปลกู ผกั ปลอดสารพิษเป็นการทำลายสงิ่ แวดล้อม .................3. การปลกู ผักปลอดสารพิษใช้สมนุ ไพรในการป้องกนั หรือกำจัดศรตั รพู ชื .................4. การปลูกผักปลอดสารพิษคือการไมป่ ๋ยุ เคมี ปุ๋ยหมกั ยาฆ่าแมลง .................5. การปลกู ผกั อินทรีย์ไมส่ อดคล้องกับหลักการเศรษฐกจิ พอเพียง .................6. ผกั ปลอดสารพิษ เปน็ ผักท่ีมีคุณคา่ ทางอาหารมากกว่าผกั ทั่วไป .................7. วธิ ีการปลูกผกั ปลอดสารพษิ สามารถได้ราคามากกว่าปลูกผักทั่วไป .................8. การปลกู พชื ไร้ดินโดยวิธกี าร Hydroponics คือการปลูกพชื ในน้ำท่ีมธี าตุอาหาร .................9. ข้อจำกัดของการปลกู ผักปลอดสารพิษคือใหผ้ ลผลติ ที่เรว็ กว่าการปลูกพชื ในดิน .................10. นำ้ เป็นปจั จยั ท่ีสำคญั ในการเจริญเตบิ โตของพืชดา้ นด้านขบวนการสงั เคราะหแ์ สง
27 กจิ กรรมที่ 2 จงใส่เครื่องหมาย หนา้ ข้อความท่ีถูกและเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความท่ีไมถ่ ูกต้อง .................1. เกษตรกรควรปลูกผักใหม้ รี ะยะห่างพอสมควรเปน็ วิธีการรกั ษาการปลูกผักปลอดภยั .................2. พืชในตระกลู กะหลำ่ จะต้องการธาตโุ บรอนเพ่ือสรา้ งความตา้ นทานโรคไส้กลวงดาํ .................3. การใชแ้ สงไฟจากหลอดฟลอู อร์เรสเซนต์ เป็นการไล่แมลงในเวลากลางคนื เช่น ผเี ส้ือ หนอน .................4. การใช้สารสกัดจากพชื มีคุณสมบตั ิช่วยในการปอ้ งกนั และกําจัดแมลงยับยั้งการวางไข่ของแมลง .................5. การใช้สารสกัดจากผลสะเดาโรยโคนต้นเพื่อปรบั ปรุงสภาพดินและกําจัดแมลงในดิน .................6. สารสกัดจากผลสะเดา ใช้ไดผ้ ลดีกบั หนอนใยผัก เพล้ยี จักจ่นั หนอน กดั กนิ ใบ หนอนเจาะยอด .................7. ผกั ทีน่ ิยมปลกู ในมงุ้ ตาข่ายไนลอ่ น ได้แก่ ผักกาดขาว บลอ็ กโคลี่ ถั่วเหลอื ง ถ่ัวฝกั ยาว .................8. ไสเ้ ดอื นฝอย จะช่วยควบคมุ ด้วงหมดั ผัก .................9. เชอ้ื ไวรัส ท่ใี ชใ้ นการควบคมุ คือ เอ็นพวี ี (NPV) .................10. เชือ้ รา ไตรโครเดอรม์ าจะควบคุมเชอื้ สาเหตุของโรคร
28 บทที่ 3 การคดั เลือกพนั ธ์ผุ ักปลอดสารพิษ สาระสำคัญ การเกบ็ รักษาเมล็ดพันธุ์ผลแห้งเปน็ การเก็บผลไปแขวนผึง่ ลม ทิง้ ไว้ให้แหง้ สนิท การปรบั ปรงุ สภาพ เมล็ดพนั ธเุ์ ปน็ การคดั แยกสง่ิ ท่ีไม่ต้องการออกไปรวมถึงเมล็ดพนั ธุท์ ่ีเป็นโรค/แตกหกั ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง 1. บอกการคัดเลือกพนั ธ์ุผกั และการผลิตเมลด็ พันธผ์ุ ักได้ 2. บอกวธิ กี ารเกบ็ รกั ษาเมล็ดพันธ์ุผักปลอดสารพษิ ได้ 3. บอกวธิ กี ารปรบั ปรุงสภาพเมล็ดพันธ์ุผักปลอดสารพษิ ได้ ขอบขา่ ยเน้อื หา เรอื่ งท่ี 1 การคัดเลือกพนั ธ์ุผักปลอดสารพิษ เรอ่ื งที่ 2 การเกบ็ รักษาเมลด็ พนั ธ์ผุ กั ปลอดสารพษิ เรือ่ งท่ี 3 การปรบั ปรุงสภาพเมล็ดพนั ธ์ผุ กั ปลอดสารพษิ
29 เร่ืองท่ี 1 การคัดเลือกพันธ์ผุ กั ปลอดสารพิษ เมล็ดพันธุ์ (Seed) หมายถึง เมล็ดพืชน้ันต้องมีชีวิตอยู่ เมื่อนำไปเพาะปลูกในสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม สำหรับการงอกของเมล็ดแล้ว เมลด็ น้นั กจ็ ะงอกเปน็ ต้นพชื ท่สี มบูรณใ์ นแปลงเพาะปลูกได้ เมล็ดพืชท่ัวไป เมล็ดพืช หรือเมล็ดธรรมดา (Grain) โดยทั่วไปจะหมายถึง เมล็ดพืชท่ีใช้ประโยชน์ในการ บริโภค หรือเปน็ วัตถดุ ิบในการอตุ สาหกรรม ไม่ไดใ้ ช้ทำพนั ธ์ุ หรอื เพาะปลูกอาจจะมชี วี ติ อยู่หรือไม่มชี ีวิตก็ได้ เม ล็ดพั น ธ์ุดี (Good Seed)ห มาย ถึง เม ล็ดพั น ธุ์ที่ ได้จาก ต้น พื ช พั น ธ์ุดี เม่ื อน ำเมล็ด พั น ธุ์ดีนี้ ไปเพาะปลูกแล้วเจริญงอกงามก็จะได้สายพันธุกรรมจากต้นพันธ์ุดีน้ันทุกประการ เช่น ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค แมลงหรืออนื่ ๆ 1. การคัดเลือกพนั ธุ์ผักปลอดสารพิษ การประกอบอาชีพการเกษตรของประเทศไทย ส่ิงแรกที่ผู้ประกอบการจะต้องคิดหรือจัดหา คือ ปัจจัยการ ผลิตในรูปแบบตา่ งๆ เช่น พนั ธุ์พชื พนั ธ์ุสัตว์ ปุ๋ย ยาปราบศตั รพู ืช สารเคมี อาหารสตั ว์ แรงงาน เครอื่ งมอื เครื่องใช้ อปุ กรณ์ ตลอดจนเงินทุน ในกรณีของการประกอบอาชีพการเพาะปลูกพืช ปัจจัยที่ขาดไม่ได้อันดบั แรกก็คอื พันธุ์ พืช หรือเมล็ดพันธุ์พืชท่ีดี เมล็ดพันธ์ุเป็นปัจจัยที่สำคัญและจำเป็นท่ีสุดชนิดหน่ึงในการเพาะปลูก ถึงแม้จะมีปัจจัย การผลิตอ่ืน ๆ ที่ดีพร้อม แต่ถ้าขาดเมล็ดพันธุ์พืชที่ดี มีคุณภาพสูงแล้ว ผลผลิตต่อหน่วยพื้นท่ีทั้งปริมาณและ คุณภาพก็ต่ำ หรือแทบไม่ได้เลย ดังนั้น การเพาะปลกู ถา้ ไดใ้ ช้เมล็ดพนั ธพ์ุ ชื พนั ธุ์ดี ก็ทำให้ได้ผลผลิตท่ีมคี ณุ ภาพและ มีปริมาณสูง เพราะว่าการใช้เมล็ดพันธ์ุดีเพาะปลูกเป็นการลดต้นทุนการผลติ เป็นอันดับหน่ึง เนื่องจากเมล็ดพันธุ์ดี เม่ือปลูกแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์มาก เช่น ให้ผลผลิตสูง เป็นท่ีต้องการของตลาด ได้ราคาดี ตอบสนองต่อ การใส่ป๋ยุ ปรับตวั เข้ากับส่ิงแวดล้อมไดด้ ี ทนทานต่อโรคแมลง พันธ์ุผกั มดี งั น้ี 1.1 ใหผ้ ลผลิตสูง เชน่ เมลด็ โต ฝกั ยาว จำนวนเมล็ดต่อรวง ต่อฝักมีมาก 1.2 ต้านทานต่อโรคและแมลง เช่น ต้นโต เปลอื กหนา มขี น มหี นาม ใบหนา ไมโ่ คน่ หกั ลม้ งา่ ย 1.3 ตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ย เมื่อพืชนั้นได้รับปุ๋ยแล้วสามารถใช้ปุ๋ยให้เกิดประโยชน์สำหรับการ เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างผลผลิตทุกส่วนของลำต้น ตลอดจนผลิดอกออกผลได้อย่างมีคุณภาพ 1.4 ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี เช่น บางพันธ์ุต้องทนกับสภาพแห้งแล้ง ทนกับสภาพน้ำขัง ทนกบั สภาพความเป็นกรด-ด่างของตน้ ไดห้ รอื ปลกู ได้ทุกฤดูกาล ปลูกไดท้ กุ ภาค 1.5 อายุเก็บเก่ียวส้ัน เหมาะสมกับฤดูปลูก อายุไม่นานเกินไป อายสุ ุกแก่ได้เร็วพอเหมาะทันฤดูกาล หรือ ใหผ้ ลตดิ ดอกออกผลเร็ว 1.6 รสดี เป็นท่ีนิยม เช่น เน้ือมาก เมล็ดเล็ก เมล็ดมีน้อย รสหวาน รสเปร้ียว เปอร์เซ็นต์โปรตีนสูง เปอร์เซ็นตน์ ำ้ มนั สูงเกบ็ เก่ียวงา่ ย ขายได้ราคาดี ลักษณะของพันธุ์ดีเหล่านี้มีอยู่ในตัวพืชแล้ว นักปรับปรุงพันธ์ุ นักผสมพันธุ์ ได้คิดค้นให้มีลักษณะที่ดีข้ึนตาม วัตถุประสงค์ท่ีจะเป็นประโยชน์ โดยต้นพันธ์ุดีตามลักษณะดังกล่าวมีอยู่ แต่จำนวนยังมีจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการ ขยายพนั ธ์พุ ันธดุ์ เี หล่านใ้ี ห้มีจำนวนมากข้ึน เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้เพาะปลูก
30 2. การจำแนกชั้นของเมล็ดพันธ์ุ 2.1 เมล็ดพันธุ์คัด (Breeder Seed) ผลิตขึ้นโดยนักปรับปรุงพันธ์ุ หรือนักผสมพันธุ์ ซึ่งต้องการให้มี คุณสมบตั ิตามทนี่ ักผสมพันธก์ุ ำหนดคดิ คน้ ขึ้นมา โดยภายใตห้ ลกั วชิ าการ ผลิตข้นึ มจี ำนวนน้อยเพอื่ งานวิจัย 2.2 เมล็ดพั นธ์ุหลัก (Foundation Seed) คือ เมล็ดพั นธ์ุที่ขยายพั นธ์ุมาจากเมล็ดพั น ธุ์คัด ซึ่งขยายพันธ์ุโดยกรมวิชาการเกษตร หรือนักวิชาการเกษตร ภายใต้คำแนะนำดูแลของนักปรับปรุงพันธ์ุพืช เพอ่ื รกั ษาความบรสิ ุทธ์ิ และลักษณะประจำพันธุข์ องพชื น้ัน ๆ 2.3 เมล็ดพันธ์ุขยาย (Registered Seed) คือ เมล็ดพันธ์ุท่ีกรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการขยายพันธ์ุ จากเมล็ดหลกั โดยใหเ้ กษตรกรคดั เลือก จัดทำแปลงขยายพันธ์ุ ภายใต้การควบคมุ และแนะนำ 2.4 เมล็ดพันธุ์จำหน่าย (Certified Seed) คือ เมล็ดพันธ์ุที่ขยายพันธ์ุมาจากพันธุ์ขยายตามหลัก วิชาการ เพื่อให้คงความบริสุทธ์ิตรงตามสายพันธ์ุ มีความงอกดี เหมาะแก่การเพาะปลูก ผลิตข้ึนโดยกรมส่งเสริม การเกษตร 3. ลกั ษณะของเมลด็ พนั ธุท์ ่ีดี 3.1 คณุ ภาพในทางพันธุกรรม (Genetic Quality) 1) เปน็ พนั ธ์ดุ ีท่ีแนะนำส่งเสรมิ 2) มลี กั ษณะตรงตามพนั ธุ์สายพันธด์ุ ี 3) สบื หาประวตั ิที่มาได้ 4) ปราศจากเมล็ดพันธุ์อน่ื เมลด็ พชื อ่ืน และเมลด็ วัชพชื 5) เม่อื นำไปปลูกแลว้ ไมแ่ ปรปรวน ไม่ผิดปกติทางพนั ธุกรรม 3.2 คณุ ภาพในทางกายภาพ (Physical Quality) 1) สะอาด ใหม่ 2) บรสิ ุทธป์ิ ราศจากส่ิงเจือปน 3) ลกั ษณะภายนอกดี สีสดใส ไม่ลบี ยน่ ออ่ น หรอื แก่เกนิ ไป 4) ไมม่ ีเมลด็ แตกรา้ ว หรอื หักป่น 5) ไม่มเี มล็ดทแ่ี สดงวา่ มรี อยถูกแมลงเขา้ ทำลายมาแล้ว 6) มีความชื้นพอเหมาะทีจ่ ะเกบ็ รักษาให้คงคุณภาพอยไู่ ด้นาน ไม่มกี ลนิ่ เหม็นอบั หรอื เนา่ เหม็น 7) มีลกั ษณะสอ่ ให้เห็นวา่ มีคุณภาพในทางสรรี วทิ ยาทีด่ ี 8) มลี ักษณะสอ่ ใหเ้ ห็นวา่ มคี ุณภาพในทางพนั ธกุ รรมที่ดี 3.3 คุณภาพในทางสรรี วิทยา (Physiological Quality) 1) มคี วามงอกดี 2) มคี วามแข็งแรงสูง 3) สามารถท่ีจะเกบ็ รักษาให้คงคุณภาพเอาไว้ไดน้ าน
31 3.4 คุณภาพในทางทนทานหรือต้านทานตอ่ โรคและแมลงศัตรูพืช (Phytosanitary Quality) 1) ไม่มเี ช้ือรา หรอื ลกั ษณะของโรคพืช ติดมาปนเปื้อนปรากฏให้เหน็ 2) ไมม่ ีแมลงไม่ว่าระยะใด ปรากฏให้เหน็ 3) เพ่อื สง่ เสริมคุณภาพของเมล็ดพันธ์ุในทางทนทาน หรือต้านทานโรคหรอื แมลง จงึ มกี ารคลุก สารเคมีป้องกันและกำจดั เช้ือราและแมลงเพ่ือคุม้ ครองเมล็ดพันธทุ์ ั้งก่อนงอกและที่กำลังงอกในดนิ 4. ประโยชน์ของการใชเ้ มลด็ พันธุ์ดี 4.1 ให้ผลผลิตดี 1) ตรงตามสายพนั ธ์ุ 2) ได้ผลผลิตสงู 4.2 ม่นั คงทางเศรษฐกิจ 1) ใช้เมลด็ พันธปุ์ ลูกน้อย 2) ไม่ต้องเสยี เวลามาปลกู ซ่อมหรอื มาปลูกใหม่ 3) ไมเ่ สยี แรงงานที่จะนำมาใช้ในการปลูกซ่อมหรือปลูกใหม่ ตลอดจนแรงงานที่นำมาใชใ้ นการดแู ล รักษา เช่น การปอ้ งกนั กำจดั โรค แมลง วชั พชื และศัตรูพชื ต่าง ๆ 4) ไมเ่ ปน็ แหล่งแพรโ่ รค แมลง วัชพืช และศตั รตู า่ ง ๆ 5) เกบ็ เกย่ี วผลผลิตได้ตามกำหนด 6) จำหนา่ ยผลผลติ ไดต้ ามกำหนด 4.3 ทำให้เกดิ ความมน่ั ใจเม่อื นำไปปลูกแลว้ จะประสบผลสำเร็จ 1) เมลด็ พนั ธ์ุมเี ปอรเ์ ซ็นต์ความงอกสงู 2) ตน้ พืชมีความสม่ำเสมอท่ัวทัง้ แปลง 3) ตน้ พืชตงั้ ตัวได้เรว็ และมคี วามแขง็ แรง 4) ได้จำนวนต้นพชื มาก 5) ปลกู เพยี งครง้ั เดยี ว ไมต่ ้องมาปลกู ซอ่ มหรือมาปลูกใหม่ 6) ต้นพืชมคี วามทนทานและสามารถปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มไดด้ ี 5. ขอ้ เสียของการใชเ้ มลด็ พันธ์ุทไ่ี มม่ คี ณุ ภาพมาปลกู 5.1 เสยี เวลาแรงงาน เพราะตอ้ งมาปลูกซอ่ มบางคร้ังต้องไถทง้ิ แลว้ มาปลูกใหม่ ทำใหต้ ้องปลูกลา่ ชา้ เลย ฤดูกาลเพาะปลูก 5.2 ผลผลติ ทีไ่ ด้รบั ไม่คอ่ ยมีคุณภาพและผลผลติ ตำ่ 6.3 เสียหายทางเศรษฐกิจ เพราะต้องใช้เงินซื้อเมล็ดพันธจ์ุ ำนวนมากมาปลูก และต้องใช้อตั ราปลกู ต่อไร่ มากเพ่ือเกบ็ เก่ยี ว ผลผลิตทไ่ี ด้รบั จำหน่ายไม่ได้ราคา ไมเ่ ป็นทต่ี อ้ งการของตลาดและยังเป็นแหลง่ สะสมของโรคแมลง วัชพืช และศตั รพู ชื ต่าง ๆ
32 เรือ่ งที่ 2 การเก็บรักษาพนั ธุ์ผกั ปลอดสารพิษ 1. การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พันธพุ์ น้ื บ้าน 1.1 เมลด็ พนั ธุท์ เ่ี ก็บจากผลแหง้ เชน่ บวบหอม บวบเหลย่ี ม น้ำเต้า กระเจี๊ยบเขยี ว ถ่วั พู วิธีการเก็บ เก็บผลไปแขวนผ่ึงลม ท้ิงไว้ให้แห้งสนิท นำเอาผลไปตากแดด 3-5 วัน นำผลมาเท เมล็ดออกจากฝัก แล้วนำมาทำความสะอาดและฝัดด้วยกระด้ง เพื่อคัดเมล็ดพันธ์ุที่สมบูรณ์ มีน้ำหนักดี นำเมล็ดพันธุ์มาบรรจุในถุงกระดาษบีบอากาศออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่นและเขียนรายละเอียดไว้ข้างถุงหรือ อาจจะบรรจุเมล็ดพนั ธ์ุลงในขวดแล้วปดิ ฝาให้สนิท จากนัน้ นำไปเกบ็ ไว้ในตเู้ ย็นหรอื ตู้เก็บเมลด็ พนั ธ์ุ 1.2 เมลด็ พันธ์ทุ ่เี ก็บในระยะเรม่ิ สกุ แก่ เชน่ ถ่วั ฝกั ยาว ขา้ วโพด วิธีการเก็บ นำพืชที่จะเก็บมามัดรวมกัน 5-6 ฝักต่อมัด นำไปแขวนผึ่งลมในที่อากาศถ่ายเท 8-10 วนั (หา้ มตากแดด) นำผลมากะเทาะเมล็ดออกจากฝัก แลว้ นำมาทำความสะอาดและฝดั ด้วยกระด้ง นำเมล็ดพันธ์ุ มาบรรจุในถุงกระดาษบีบอากาศออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่นและ เขียนรายละเอียดไว้ข้างถุงหรืออาจจะบรรจุ เมล็ดพนั ธล์ุ งในขวดแล้วปดิ ฝาใหส้ นิท จากนน้ั นำไปเก็บไวใ้ นตเู้ ย็นหรอื ตเู้ ก็บเมลด็ พนั ธุ์ 1.3 เมลด็ พนั ธุ์ทีเ่ กบ็ เมอ่ื ผลสุกแก่ เชน่ มะแวง้ เครอื มะระข้ีนก ฟักทอง ฟักเขียว แตง วธิ ีการเก็บ นำเอาผลสุกแก่มาผ่า เพ่ือนำเมล็ดออกมาล้างให้สะอาด นำเอาเมล็ดท่ีล้างสะอาดแล้ว ไปตากแดดให้แห้งประมาณ 2-3 วัน นำเมล็ดมาฝัดด้วยกระด้ง เพื่อคัดเมล็ดพันธ์ุที่สมบูรณ์ มีน้ำหนักดี นำเมล็ด พันธุ์มาบรรจุในถุงกระดาษบีบอากาศออกให้หมด ปิดปากถุงให้แน่นและเขียนรายละเอียดไว้ข้างถุงหรืออาจจะ บรรจเุ มล็ดพันธุ์ลงในขวดแล้วปิดฝาให้สนิท จากน้ันนำไปเก็บไวใ้ นต้เู ย็นหรือตเู้ ก็บเมลด็ พันธุ์ *ขอ้ ควรร*ู้ เมลด็ พนั ธ์ุส่วนใหญ่สามารถเก็บไวใ้ นช่องแช่แขง็ (ตู้เยน็ ) ได้นานถงึ 4 ปี แต่ถ้าเปน็ ช่องปกติในตู้เยน็ สามารถเกบ็ รักษาได้ 2 ปี แต่ถา้ ยงิ่ เกบ็ ไว้นาน เปอรเ์ ซ็นตก์ ารงอกของเมล็ดพันธกุ์ จ็ ะลดลง
33 2. หลักในการเลอื กเมล็ดพันธคุ์ ุณภาพดี 2.1 เมล็ดถกู บรรจุในภาชนะท่สี ะอาดปราศจากส่ิงเจือปนตา่ ง ๆ เชน่ ฝ่นุ ละออง กรวด ทราย 2.2 ภาชนะบรรจุและเมล็ดพันธุ์ไม่มีความชื้น ไม่มเี ชอื้ รา 2.3 ไม่มรี อยสตั ว์แทะหรือแมลงติดกบั เมลด็ พนั ธุ์ 2.4 ไม่ซอ้ื เมล็ดพนั ธุจ์ ากแหล่งผลติ เมล็ดพันธทุ์ ่ีมีโรคระบาด 2.5 ซ้ือเมล็ดพันธุ์จากผู้ผลิตท่ีเชื่อถือได้ โดยพิจารณาจากประสบการณ์ในการปลูกครั้งที่ผ่าน ๆ มา ว่า เมื่อนำมาปลูกแล้วมีอัตราการงอกสูงหรือไม่ มีผลสูง มีรูปร่างดี มีน้ำหนักและรสชาติดีตรงตามลักษณะ ที่โฆษณาไว้หรอื ไม่ ถา้ ปลูกแล้วไดผ้ ลดี เมลด็ พนั ธุจ์ ากผู้ผลิตนน้ั ก็มคี วามน่าเชอื่ ถือสงู 2.6 รูปทรงของเมล็ดตรงตามพนั ธุ์ ไม่บิดเบ้ียวจากพันธ์ทุ ต่ี อ้ งการ ในการปลูกพืชผักมีปัญหาหนึ่งที่เกษตรกรประสบอยู่เสมอ ๆ นั่นคือ ปัญหาคุณภาพความงอกของเมล็ด พันธ์ุ เกษตรกรไม่มีโอกาสแน่ใจได้ว่าเมล็ดพันธ์ุพืชผักที่ซื้อหามาปลูกในแต่ละคร้ังนั้น จะงอกได้มากน้อยเพียงใด หากเมลด็ พืชผักที่ปลูกลงไปแล้วมีปริมาณการงอกต่ำหรือมีเมล็ดพันธุ์อื่นปะปนอยู่มาก เกษตรกรก็จะได้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงไปในแต่ละคร้ัง รวมท้ังเสียเวลาของฤดปู ลกู ในแต่ละคร้ังไปอย่างนา่ เสยี ดาย หรือบางที เกษตรอาจจะตอ้ งลงทนุ เพม่ิ เมล็ดพนั ธุ์พชื ชนดิ อืน่ เพ่ือปลูกแซมลงไปใหเ้ ตม็ พนื้ ที่ทเ่ี ตรยี มเอาไวแ้ ล้ว ดังน้ัน ก่อนการปลูกพืชผักแต่ละคร้ังเกษตรกรควรจะให้ความสำคัญในการทดสอบความงอกของเมล็ด พันธุ์พืชผักด้วยวธิ ีง่าย ๆ เพอ่ื ให้ทราบถึงปรมิ าณความงอกของเมล็ดพันธุน้นั ๆ และหากได้ทดสอบเมล็ดพันธุ์กอ่ นที่ จะตัดสินใจซอื้ มาปลกู ได้กจ็ ะทำใหม้ ีการตดั สนิ ใจเลือกซ้อื ไดต้ รงตามความต้องการมากขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงซื้อเมล็ดพันธ์ุ ไม่ดี ไม่ต้องเส่ียงลงทุนลงแรง และเสียเวลาไปโดยได้ผลตอบแทนท่ีไม่คุ้มค่า โดยมีวิธีทดลองท่ีทำได้เองแบบง่าย ๆ อยู่ 3 วธิ ี คือ 3.1 เอาเมล็ดพันธุผักใส่ภาชนะ จะเป็นแก้วน้ำ ขันน้ำ หรือจานก็ได้ แล้วใส่น้ำลงไป เมล็ดท่ีเสียจะลอย นำ้ สว่ นเมลด็ ทด่ี จี ะจมนำ้ หากสงั เกตเหน็ วา่ มีเมลด็ ท่ลี อยนำ้ มาก แสดงวา่ มีเมลด็ เสยี มากไม่ควรซ้อื มาปลูก
34 3.2ใช้กระดาษฟางหรือกระดาษซับตัดให้พอดีกับจาน วางไวก้ น้ จาน ใสน่ ้ำพอชุ่มนบั เมลด็ ใส่ลงไป 100 เมล็ด แล้วเอากระดาษฟางหรือกระดาษซับปิดไว้อีกที เทน้ำใส่ให้ชุ่มภายในเวลา 1-3 วัน เมล็ดจะงอก นับเมล็ดที่งอกดู ถา้ เมล็ดงอก 70-80 % ก็นบั ว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ ถา้ เมล็ดงอก 90 % ข้ึนไปใชไ้ ดด้ ี แต่ถา้ ตำ่ กว่า 60 % ลงมาไม่ควร จะซ้อื หามาปลูก 3.3 เอาทรายใส่ในจานสังกะสีให้เต็มก้นจานนับเมล็ดผักใส่ลงไป 100 เมล็ด หยอดน้ำพอให้ชุ่ม เอาจานอกี ใบครอบไว้ หยอดนำ้ ใหช้ ่มุ ทุกวนั ภายใน 3 วนั เมลด็ จะงอกนบั ดูเหมือนวิธที ่ี 2 ขอ้ ควรระวัง 1. ควรรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ และต้องวางไว้ในที่ปลอดภัย อากาศถ่ายเทได้ดี เมล็ดที่ทดลองความงอก ควรจะเป็นตัวแทนของเมล็ดทั้งหมด ไม่ควรเลือกเมล็ดเอามาทดลอง เพราะจะทำให้ได้ผลการทดลองไม่ตรงตาม ความเปน็ จรงิ 2. เมล็ดท่ที ดลองความงอกได้ดี แต่เม่ือนำไปปลกู ในแปลงปลูกจริงแล้ว เมล็ดกลับไม่ค่อยงอกน้ันอาจจะ เป็นเพราะสภาพดินไม่เหมาะสม ในดินท่ีมีความเป็น กรด-ด่างมากเกินไป ดินขาดธาตุอาหารและความชุ่มช้ืนไม่ เพียงพอ เกษตรกรจะต้องพิจารณาและแก้ไขขอ้ บกพร่องดังกล่าว 4. การผลติ เมล็ดพนั ธ์ุ การผลิตเมลด็ พันธใุ์ นระบบเกษตรอินทรีย์ มีหลักการไม่แตกต่างจากการผลิตเมลด็ พนั ธ์ุโดยท่ัวไป เพียงแต่ พ้ืนที่ในการผลิตเป็นพื้นท่ีเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะมีปัจจัยบางอย่าง โดยเฉพาะธาตุอาหารท่ีพืชมีความต้องการในช่วง ของการผลิตเมล็ดพันธุ์ การควบคุมโรคท่ีอาจจะติดไปกับเมล็ด การควบคุมแมลงที่จะทำอันตรายกับต้นพืชและเมล็ด พนั ธ์ุ ซึ่งในระบบการผลิตเมล็ดพนั ธุ์ในพ้ืนที่เกษตรอินทรีย์ จะตอ้ งเตรียมดนิ ให้อดุ มสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ต้นแม่พันธุ์ ท่ีแข็งแรง จะสามารถให้เมล็ดท่ีมีคุณภาพดีได้ ส่วนในเร่ืองของโรคและแมลงจะต้องเน้นหลักเร่ืองการป้องกัน มากกว่าการกำจัด การดำเนินการเร่ืองการจัดการดิน และโรค-แมลง เป็นไปตามระบบของเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมี รายละเอียดในการบรหิ ารแตกต่างไปตามสถานท่ีและปัจจยั แวดลอ้ มตา่ ง ๆ การผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นการเพ่ิมปริมาณเมล็ดพันธ์ุ โดยคงพันธุกรรมที่ต้องการ และผลิตเมล็ดให้มีคุณภาพ ที่ดี คือ เป็นเมลด็ ท่ีมีความแขง็ แรง มีความงอกสงู เกบ็ รกั ษาไว้ได้นาน การท่ีจะทำการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชใด จะต้อง รจู้ กั พืชชนิดนั้นใหด้ ีพอสมควร ดงั น้ี ลักษณะการผสมเกสร ต้องทราบว่าเป็นพืชผสมตัวเองหรือผสมข้าม เช่น พืชตระกูลพริก-มะเขือ ตระกูล ถั่ว เป็นพืชผสมตัวเอง พืชตระกูลแตง เป็นพืชผสมข้าม เป็นต้น ท้ังนี้เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการผสมข้ามกับ พนั ธุพ์ ืชทเ่ี ราไมต่ ้องการ
35 เกสรตวั ผู้ เกสรตัวเมีย ดอกมะเขอื ดอกพรกิ แสดงลกั ษณะดอกของพืชผสมตวั เอง ในพชื ตระกลู พรกิ -มะเขอื ดอกตัวเมีย ดอกตัวผู้ แสดงลักษณะดอกพชื ผสมข้าม ในพชื ตระกูลแตง การออกดอก จะต้องทราบว่าพืชชนิดน้ันออกดอกเม่ือไหร่ มีปัจจัยใดบ้างท่ีทำให้พืชน้ันออกดอกหรือไม่ ออกดอก เช่น กระเจี๊ยบแดง ผกั บุ้ง ซึ่งเป็นพชื วันสั้น จะออกดอกเม่ือกลางวนั น้อยกวา่ กลางคนื หรือในช่วงฤดูหนาว ของไทย ดังนน้ั ถ้าปลูกกระเจี๊ยบแดงในช่วงฤดหู นาว ต้นจะแคระแกร็น ออกดอกเร็ว ผลผลิตต่ำ จึงต้องปลูกในช่วง ฤดูฝน ให้มีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น-ใบให้เต็มท่ี เม่ือถึงฤดูหนาวท่ีช่วงแสงส้ันก็จะถูกกระตุ้นให้ออกดอกติด เมล็ด ซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณและคุณภาพเมล็ดสูง หรือพืชบางชนิดต้องการอุณหภูมิต่ำในการออกดอก เช่น คะน้า กวางตุ้ง ดังนั้นจึงต้องปลูกในช่วงตน้ ฤดูหนาว จะทำให้พืชเจรญิ เติบโต ออกดอก ให้ผลผลิตเมล็ดพันธ์ุที่ดี ในขณะท่ี มีพืชจำนวนมากสามารถออกดอกไดเ้ มื่อมีอายทุ ี่พร้อมในการออกดอก ติดผล เชน่ มะเขอื เปราะ ถ่วั ฝักยาว เปน็ ตน้
36 การควบคุมพันธุกรรมตามสายพันธ์ุท่ีต้องการ มีหลักการคือ การป้องกันมิให้สายพันธ์ุอ่ืน ๆ มาผสมกับสายพันธ์ุท่ีทำการผลิตเมล็ด ซึ่งสามารถทำได้โดยการปลูกให้ห่างจากพันธุ์อื่น ๆ ให้มากที่สุด เพื่อป้องกันการผสมข้ามสายพันธ์ุ เช่น ถ้าเป็นพืชผสมตวั เอง เช่น มะเขอื ใช้ระยะห่าง ประมาณ 50 เมตร ในขณะ ทพี่ ืชผสมขา้ ม เช่น แตงกวา อาจจะต้องใชร้ ะยะห่างถึง 500 เมตร เป็นตน้ อยา่ งไรก็ดปี ัจจยั ท่ีกำหนดระยะหา่ งของ พันธ์ุอ่ืน ๆ ดังกล่าว ยังขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ทิศทางลม หรือชนิดของแมลงที่ช่วยผสมเกสรอีกด้วย ใน บางคร้ังอาจจะมีปัญหาเร่ืองการไม่สามารถหาพ้ืนที่ท่ีมีระยะห่างตามต้องการได้ อาจจะใช้วิธีการปลูกเหลื่อมเวลา เพ่ือไม่ให้ออกดอกพร้อมกัน หรือการกางมุ้ง การใช้ถุงครอบ เพือ่ ป้องกันลมและแมลง ก็เป็นวิธกี ารท่ีสามารถทำได้ หรือการกางมุ้งเพ่ือป้องกันการผสมขา้ มโดยลมและแมลง แสดงวิธีการควบคมุ พันธุกรรมพชื ดว้ ยวิธีการปลกู เหลอ่ื มเวลา เพ่อื ไม่ใหด้ อกออกพร้อมกัน นอกจากจะต้องมีการวางแผนการปลูกให้ปลอดจากสายพันธ์ุอื่น ๆ ข้างต้นแล้ว อีกส่วนหน่ึงท่ีจะต้องทำ คือการถอนพันธ์ุปน หรือพันธุ์ท่ีมีลักษณะผิดเพี้ยนไปจากพันธ์ุเดิมออก ซึ่งต้องทำทุก ๆ ระยะของการเจริญเติบโต ตงั้ แต่ระยะกล้า ระยะการเจริญเติบโตด้านลำต้นและใบ ระยะการให้ดอก ระยะการเก็บเก่ียว โดยสามารถพิจารณา ความแตกตา่ งจากความแตกต่างทางสัณฐานวิทยา เช่น ลักษณะใบ ดอก ผล ความสูง หรืออายุการเก็บเก่ียว รวมถึง ความสม่ำเสมอของสายพันธ์ุด้วย โดยการพิจารณาเป็นรายต้น และเม่ือพบ ต้องนำออกจากแปลงโดยวิธีการถอน ซ่ึงถ้าใช้วธิ ีการตัด อาจจะมกี ารแตกยอดออกมาใหม่ไดอ้ ีก การควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์จะต้องดูแลต้นพืชให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ซ่ึงจะเป็นปัจจัยหลักทำ ให้เมล็ดพันธ์ุมคี วามสมบรู ณ์ นอกจากน้ันแล้วยงั มีปัจจัยอีกหลายประการที่มผี ลต่อคุณภาพของเมล็ด ปัจจัยหลักที่ สำคญั ไดแ้ ก่
37 การเก็บเก่ียวเมล็ดพันธ์ุ ซ่ึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญข้ันตอนหน่ึงในขบวนการผลิตเมล็ดพันธ์ุ จะต้องเก็บเก่ียว ใหถ้ กู เวลาและมีวธิ กี ารท่ถี กู ตอ้ ง มีผลต่อปรมิ าณและคณุ ภาพของเมลด็ ซ่ึงมสี ง่ิ ทค่ี วรคำนึงถึง คอื 1. ช่วงเวลาการปลูกท่ีเหมาะสม พืชหลายชนิดปลูกเพ่ือผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ตลอดท้ังปี แต่ควร หลกี เล่ียงทีจ่ ะให้ชว่ งการเก็บเกี่ยวอย่ใู นช่วงฤดฝู น เพราะนอกจากฝนจะเป็นอุปสรรคในการเกบ็ เก่ยี วแล้ว ความชื้น ยังมีผลต่อคุณภาพเมลด็ และก่อให้เกดิ โรคกับเมล็ดได้งา่ ย อีกท้ังการเกบ็ เกีย่ วในฤดูฝนจะทำให้การลดความช้ืนโดย ใชแ้ สงอาทิตย์มปี ญั หาได้เสมอๆ 2. ช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวเมล็ดที่เหมาะสม คือ ช่วงที่มีปริมาณและคุณภาพเมล็ดดีท่ีสุดโดยการเก็บที่ ไม่อ่อนเกินไป หรือช้าเกินไปจนเมล็ดร่วง ช่วงท่ีเหมาะสม คือ ช่วงที่เมล็ดแก่ทางสรีรวิทยา สามารถสังเกตได้จาก การเปล่ียนแปลงสีของผลหรือฝัก อาทิ แตงกวาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือการแตกของฝัก เช่น กระเจ๊ียบเขียว ใช้ วิธีการนับอายหุ ลังจากดอกบาน ในพชื ที่สงั เกตได้ค่อนขา้ งยาก เชน่ แตงโม ฟักทอง เป็นต้น 3. วธิ ีการเก็บเกีย่ วพืชแต่ละชนดิ มีความแตกต่างกนั เนอื่ งจากความแตกต่างของชนดิ พืช พืชบางชนิด เก็บเกี่ยวเฉพาะผลหรือฝัก สามารถพิจารณาเฉพาะผลนั้นๆ ได้ เช่น แตงกวา ถ่ัวฝักยาว ในขณะท่ีบางพืช เช่น คะน้า กวางตุ้ง ต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพร้อมกันท้ังต้น การพิจารณาจะประมาณจาก 75-80 เปอร์เซ็นต์ของเมล็ดท้ังต้น อยู่ ในช่วงที่เหมาะสม ซึ่งเมล็ดบางส่วนอาจจะหลุดร่วงไปบ้าง และเมล็ดบางส่วนอาจยังอ่อนอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็น เมลด็ ท่ีมีความแกพ่ รอ้ มเกบ็ เกีย่ วได้ โรคของเมล็ดพันธ์ุผัก เป็นปัญหาท่ีพบอยู่เสมอ ในกรณีการผลิตเมล็ดพันธุ์อินทรีย์จะพบปัญหาจากการ ทีโ่ รคเข้าทำลายตน้ พชื ทำใหไ้ มส่ ามารถผลิตเมล็ดพันธท์ุ ี่มีคุณภาพได้ และท่ีสำคัญอีกประการ คือ การท่ีเช้ือโรคติด ไปกบั เมล็ดพนั ธุ์ ทำให้เช้อื โรคติดไปกบั เมล็ดพันธ์ุสสู่ ถานที่ปลูกตา่ ง ๆ ทีน่ ำเมล็ดไปปลูก ดงั นั้นจะตอ้ งมีการควบคุม โรคต่าง ๆ ในแปลงผลิตเมลด็ พนั ธ์ุ โดยมีหลกั การปอ้ งกันการเกิดโรคในเมลด็ พนั ธ์ุ คือ 1. เลือกสถานที่ในการผลิตเมล็ดให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช และพัฒนาการของเมล็ด ไมเ่ ปน็ แหล่งระบาดของโรค 2. หมัน่ ตรวจดแู ปลง ถ้าพบอาการของโรคให้กำจดั ออกทนั ที 3. ฉีดพ่นหรือราดสารชีวภาพควบคุมการแพร่ระบาด เช่น เชื้อราบิวเวอร์เรียป้องกันแมลง หรือเชื้อ ราไตรโคเดอรม์ าป้องกนั โรคพชื เปน็ ตน้ เม่ือเก็บเมล็ดพันธ์ุมาแล้ว ก่อนการเก็บรักษาต้องมีการลดความชื้นให้เหมาะสมสำหรับพืชแต่ละชนิด ซ่ึงโดยท่ัวไปควรลดความช้ืนภายในเมล็ดให้เหลือไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ นำไปเก็บรักษาไว้ในภาชนะ ที่สะอาดและป้องกันความชื้นได้ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเก็บเมล็ดพันธุ์ ควรมีความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 45- 50 เปอร์เซน็ ต์ อุณหภมู ิประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส แต่อย่างไรก็ตามการหาสถานท่ีซง่ึ มีความช้ืนและอณุ หภูมิ ต่ำเป็นไปไดย้ าก ดังน้ันเกษตรกรสามารถเก็บรกั ษาเมล็ดไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แต่ต้องผนึกภาชนะบรรจุให้มิดชิด อยา่ ให้อากาศผ่านเขา้ ได้ กจ็ ะทำใหส้ ามารถเกบ็ รักษาเมล็ดพนั ธุ์ไว้ได้นาน
38 เรือ่ งที่ 3 การปรบั ปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ 1. การปรับปรงุ สภาพเมลด็ พนั ธ์ุ การเกบ็ เกี่ยวเมล็ดพันธ์ุแล้ว จะต้องทำการนำเมล็ดออกจากผลหรือฝัก เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว คะน้า เป็น ต้น ในพืชบางชนิด เมล็ดสามารถหลุดร่วงได้ทันทีเม่ือแก่ เช่น ผักกาดหอม ต้ังโอ๋ เป็นต้น สิ่งที่ต้องการคือ การคัด แยกเมล็ดออกจากสิ่งเจือปนต่าง ๆ เช่น เปลือก ก่ิง ก้านต่าง ๆ และจะต้องแยกเมล็ดอ่อนออกด้วย เมล็ดพันธ์ุพืชผัก บางชนิดฝักจะแห้งเมื่อแกพ่ ร้อมเก็บเกี่ยว เช่น ถ่ัวตา่ ง ๆ ผกั กาดหอมคะน้า กวางตุ้ง และบางชนดิ เม่ือแก่เมล็ดจะเปียก เช่น แตงกวา มะเขอื มะระ เป็นต้น จึงทำใหก้ ารจดั การมีความแตกตา่ งกัน กข ค แสดงลักษณะเมล็ดพนั ธุ์พชื ผักกลมุ่ เมลด็ แห้ง ก) เมลด็ ถัว่ ฝกั ยาว ข) เมลด็ ถัว่ แขก ค) เมลด็ กระเจย๊ี บเขียว กรณีที่เมล็ดแห้ง ตัวอย่าง ถ่ัวฝักยาว จะทำการเก็บเกี่ยวฝักท่ีแก่เต็มท่ี มีลักษณะพองเปล่ียนสีเป็น สีน้ำตาลอ่อน แต่ฝักยังไม่แห้งกรอบ นำมาตากแดด 2-3 วัน จากน้ันนำมานวดแยกเมล็ด โดยใส่กระสอบแล้วทุบ เบา ๆ ทำความสะอาดแล้วนำเมล็ดไปตากอีกประมาณ 1-2 วัน จนเมล็ดแห้ง มีความช้ืนประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ นำไปเก็บไว้ในภาชนะอับลม กรณีเมล็ดเปียก ตัวอย่าง แตงกวา ผลท่ีเก็บเกี่ยวได้จะมีสีเหลือง ทำการเก็บเก่ียวแล้วนำมาบ่มไว้ในร่ม 3-7 วัน ทำการแคะเมล็ดออกจากผล นำมาหมักไว้ 1 วัน ล้างเมล็ดให้สะอาด โดยเมล็ดท่ีสมบูรณ์จะจมน้ำ ส่วนเมล็ดที่ลอยจะเป็นเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ให้ทิ้งไป จากนั้นนำเมล็ดออกผ่ึงในร่ม หรือแสงแดดอ่อน ๆ จนหมาด จึงนำออกตากแดด 3-4 วัน และหม่ันพลกิ กลับเมลด็ 2-3 ครงั้ ต่อวัน สิ่งที่จะต้องระวังคือ อย่าตากเมล็ดบนภาชนะ ท่ีเป็นสังกะสีในขณะเมล็ดเปียกแล้วนำไปตากแดดจัดทันที จะทำให้เมล็ดตายหรือเมล็ดไม่แข็งแรง ซึง่ จะทำใหเ้ กบ็ รกั ษาไว้ได้ไมน่ าน ในการปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ นอกจากการนำเมล็ดออกจากฝักหรอื ผลแล้วยงั มีวตั ถุประสงค์ในการจัดเตรียม เมล็ดที่เก็บเกี่ยวมาแล้วให้มีความพ ร้อมในการนำไปปลูก โดยเป็นการรวมข้ันตอนต่าง ๆ ได้แก่ การกะเทาะเมล็ดหรือการล้างเมล็ด การทำความสะอาดเบ้ืองต้น การลดความชื้น การคัดขนาดเมล็ด การบรรจุ ในภาชนะ เปน็ ต้น
39 กข ค ง ก) เมลด็ มะระจนี แสดงลักษณะเมลด็ พันธุพ์ ืชผักกลมุ่ เมลด็ เปยี ก ข) เมลด็ มะเขอื เทศ ค) เมลด็ ฟักทอง ง) เมล็ดแตงกวา 2. การแยกเมลด็ ออกจากผล/ฝัก การแยกเมล็ดออกจากผล/ฝัก เนื่องจากในระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์จำนวนมากหรือในเชิงการค้าจะมี เคร่ืองมือและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการใช้เคร่ืองมือ และการเตรียมเมล็ดพันธุ์เพ่ือ ใชก้ บั เครอ่ื งมอื หรืออุปกรณเ์ หล่านน้ั ดว้ ย การแยกเมล็ดออกจากผลหรือฝักในพืชผัก มีความหลากหลายของวิธีการในรายละเอียดเนื่องจากพืชผักมี ความหลากหลายของชนิดพืช สามารถแบง่ ตามประเภทของพชื ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. พืชทต่ี อ้ งใชน้ ำ้ ในการแยกเมล็ด น้ำเป็นส่ิงท่ีสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดและแยกเมล็ดออกจากส่ิงปนเปื้อนต่าง ๆ ได้ดี แต่น้ำกลับเป็นอันตรายกับเมล็ดพืชผักหลายชนิด พืชที่ต้องใช้น้ำในการแยกเมล็ดเป็นพืชท่ีเมล็ดยังเปียกเมื่อแก่ เช่น มะเขือเทศ พริก แตงกวา แตงโม แตงไทย มะระ บวบงู มะเขือยาว มะเขือเปราะ เป็นต้น การนำเมล็ดออก จากฝักหรือผลของพืช สามารถดำเนินการโดยการผ่า เช่น แตงกวา มะระ บวบงู แล้วขูดเมล็ดแยกออก ในมะเขือเปราะ มะเขือยาว พริก มะเขือเทศ อาจจะใช้วิธี สับ บด บี้ให้แตก แล้วจึงนำมาล้างออก ในแตงกวาหรือ มะเขือเทศซึ่งเมล็ดถูกหุ้มด้วยเมือก อาจจะเพ่ิมขั้นตอนโดยการบ่มให้ผลเปล่ียนสีมากข้ึนประมาณ 5 -7 วัน ในแตงกวาจะนำไปคว่ำโดยให้ขว้ั ผลอยูด่ ้านล่าง ในมะเขอื เทศนำมาปล่อยท้ิงไว้ให้ผลเปลี่ยนสีจนนิ่ม แลว้ จงึ นำไป
40 แยกเมล็ดออก จากนัน้ นำไปหมักไว้ โดยใส่ถังพลาสติก (ไม่ควรใช้ถงั โลหะในการหมักเมล็ด เพราะในน้ำซึ่งออกจาก ผลมีสภาพเปน็ กรดออ่ นจะทำปฏกิ ิริยากับโลหะทำให้เกิดสดี ำในเมลด็ ) หรือถุงพลาสติกและไม่ต้องเติมน้ำลงไปหมัก ทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วจึงนำมาล้าง วธิ ีการดังกล่าวจะทำให้เมือกที่ห่อหุ้มเมล็ดอยู่อ่อนตวั และหลุดได้ง่ายเมื่อนำมาล้าง ด้วยน้ำในพืชอื่น เช่น พริก มะเขือ มะระ ไม่จำเป็นต้องหมัก เพราะมักพบปัญหาว่าเมล็ดเร่ิมงอกขณะทำการหมัก น่นั คือให้ลา้ งเมล็ดใหเ้ สร็จทันทเี มื่อนำเมล็ดออกจากผลแล้ว ก ขค ข ง จฉ ขั้นตอนการล้างทำความสะอาด การลดความชนื้ ในเมล็ดพันธ์ุแตงกวา ก) การบม่ ผลแตงกวา ข) การผา่ แตงกวาแนวยาว ค) การนำเมล็ดออกจากผล ง) การหมักเมล็ดทงิ้ ไว้ 1 คืน เพ่อื ให้เมือกห้มุ เมล็ดสลาย จ) การล้างทำความสะอาดเมล็ดแตงกวาดว้ ยนำ้ ฉ) การตากเมล็ด เพอื่ ลดความช้ืน 2. พืชท่ีห้ามใช้น้ำในการแยกเมล็ด เป็นพืชที่เมล็ดแห้งเม่ือแก่ เช่น ถั่วต่าง ๆ คะน้า กวางตุ้ง กระเจ๊ียบเขียว เป็นต้น การแยกเมล็ดออกจากฝัก/ผล ดำเนินการโดยการแกะขยี้ ฟาด นวด ทุบ โดยเมื่อเก็บเกี่ยว เมล็ดแล้วให้นำมาตากเพื่อให้ฝักแห้ง จะทำให้การนำเมล็ดออกจากฝักง่ายข้ึน แต่อย่างไรก็ตามจะต้องระวังเรื่อง การตากนานเกินไป เพราะจะทำให้เมล็ดมีความช้ืนลดลงต่ำมาก จนเมอื่ นำมานวดหรือทุบ เมล็ดอาจจะแตกร้าวได้ ง่าย สำหรับการนำเศษท่ีไม่ต้องการออก สามารถทำได้โดยใช้การฝัด การร่อน การพัดด้วยมือหรือพัดลม รวมถึง การคัดแยกด้วยมือ
41 กข คง ขั้นตอนการปรบั สภาพเมลด็ พันธุ์สลัด ก) การตากเมล็ดพันธ์ุ ข) การทำความสะอาดเมล็ดสลัดโดยใช้เครื่องทำความสะอาด ค) เมล็ดพันธส์ุ ลัดหลังทำความสะอาดด้วยเคร่ืองทำความสะอาด ง) การคดั แยกเมลด็ พนั ธุโ์ ดยใชแ้ รงงานคน 3. การตากหรือการลดความชน้ื ของเมล็ดพนั ธ์ุ ความช้ืนในเมล็ดมีบทบาทสำคัญและมีความสัมพันธ์กับลักษณะทางสรีรวิทยาในเกือบทุกเร่ือง เช่น การแก่ของเมล็ด การเก็บรักษา การเข้าทำลายของโรคหรือแมลง เป็นต้น ดังนั้นการลดความช้ืนในเมล็ดจะต้อง ดำเนินการให้ถูกตอ้ ง ซึ่งจะสง่ ผลตอ่ คุณภาพของเมลด็ ทดี่ ีในการนำไปปลกู ต่อไป การลดความช้นื ในเมล็ดโดยทวั่ ไปจะใชแ้ สงแดดและการใช้เคร่ืองอบลดความชื้น ในทนี่ ้ีจะนำเสนอเฉพาะ การใช้หลักธรรมชาติในการลดความช้ืนของเมล็ดเท่านั้น ส่ิงหนึ่งท่ีควรจะทำความเข้าใจ คือ เมล็ดมีคุณสมบัติใน การรบั หรือถ่ายเทความช้ืนใหก้ ับบรรยากาศรอบ ๆ เมลด็ ได้ น่ันคอื ถ้ามีความช้ืนภายในเมล็ดตำ่ (หรือผา่ นการตาก ลดความช้ืนแล้ว) แต่นำมาไวใ้ นสภาพเปดิ (ไม่ใส่ในภาชนะปดิ สนิท) จะทำให้ความช้ืนในบรรยากาศเข้าไปสู่เมล็ดได้ จนกว่าจะเกิดความสมดุลระหว่างแรงดันไอน้ำภายในและภายนอกเมล็ดในสภาพร้อนชื้น ทำให้เมล็ดเส่ือมคุณภาพ ไดง้ ่าย
42 ธรรมชาติที่นำมาใช้ลดความช้ืนในเมล็ด ก็คือ แสงแดดและลม ถึงแม้ว่าวิธีเก่าแก่นี้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้างใน เร่ืองการควบคุมสภาพแวดล้อม แต่เราสามารถบริหารจัดการเพื่อใช้พลังงานแสงแดด/ลมได้ เม่ือเราทราบ คุณสมบัติของเมล็ดในการแลกเปล่ียนความช้ืนกับบรรยากาศ เราทราบว่าการวางแผนการปลูกจะต้องหลีกเล่ียง การเกบ็ เก่ียวเมล็ดพันธใุ์ นฤดฝู น (ถงึ แมว้ ่าฤดูจะเปลี่ยนไปบา้ งแตฤ่ ดฝู นกย็ ังคงเป็นฤดฝู น) ในพืชเมล็ดแห้งเม่ือแก่ เช่น ถ่ัวฝักยาว กระเจ๊ียบเขียว คะน้า การลดความชื้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ครั้ง คือ ลดความชืน้ กอ่ นการกะเทาะเมล็ดออกจากฝัก และหลังการกะเทาะเมล็ดออกจากฝัก ในการนำฝักมาตาก คร้ังแรกมีวตั ถปุ ระสงค์นอกจากจะลดความชื้นในเมล็ดแล้วเราต้องการทำให้ฝักแห้ง เพอ่ื ใหง้ ่ายตอ่ การนำเมลด็ ออก ในการตากฝกั ทำได้โดย 1. ตากบนพ้ืน ซึ่งจะต้องไม่ให้ฝักสัมผัสกับดินเนื่องจากในดินจะมีความชื้นระเหยข้ึนมาดังนั้นควรตาก บนพื้นซีเมนต์หรือมีผ้าใบรองหรือตากบนแคร่ แล้วเกล่ียให้กระจายอย่างสม่ำเสมอ มีการพลิกกลับประมาณวันละ 1-2 ครั้ง จะทำใหแ้ หง้ สมำ่ เสมอ 2. ตากโดยการแขวน โดยการใส่ถุงตาข่ายหรือแขวนทั้งฝักหรือทั้งต้น เช่น ถั่วฝักยาว ข้าวโพด การตากโดยการแขวนทำใหก้ ารระเหยเกิดข้ึนได้ดี กข ลักษณะการตากเมลด็ พนั ธ์ุ ก) การตากฝักถัว่ แขกบนพ้ืน ข) การตากถั่วฝักยาวแบบแขวน ควรเก็บฝักที่ตากไว้ โดยใช้พลาสติกคลุมในกรณีท่ีตากบนลานหรือเก็บมาไว้ภายในอาคาร เพ่ือไม่ให้โดน น้ำค้างในตอนกลางคืน ระยะเวลาในการตากให้พิจารณาว่าฝักแห้ง แตกออก มีสภาพเหมาะสม ง่ายต่อการ ท่เี มล็ดออกจากฝกั ท้งั น้จี ะตอ้ งไมต่ ากนานเกนิ ไปเพราะจะทำใหเ้ มลด็ เส่อื มสภาพลงได้ 4. การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธ์เุ บื้องต้นสำหรบั เกษตรกร การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ มีความสำคัญอย่างย่ิงต่อการผลิต และการควบคุมคุณภาพ เมล็ด พันธุ์ตั้งแต่ในระดับแปลงปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การนวด การลดความชื้น การทำความสะอาด การหีบห่อ การเก็บรักษา ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อต้องการทราบคุณภาพของเมล็ดเป็นข้อมูลในการ กำหนดอัตราเมล็ดท่ีใช้ปลูก ตลอดจนการวางแผนการเกบ็ รักษา หรอื การจำหน่ายด้วย ข้อมูลทไี่ ดจ้ ะนำมาใชใ้ นการ แกป้ ญั หาหรอื การบรหิ ารจัดการเมล็ดได้อยา่ งถูกต้อง
Search