Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนูอยากรู้

หนูอยากรู้

Published by freemanchain, 2016-02-23 01:13:48

Description: หนูอยากรู้

Search

Read the Text Version

2

3

ค�ำ น�ำ ธรรมชาตขิ องเดก็ คอื ความสงสยั ใครร่ ู้ และการพรอ้ มทจ่ี ะเรยี นรจู้ ากทกุ สิ่งทุกอยา่ งรอบตัว เดก็ มกั จะมีคำ�ถามมากมาย ซ่ึงผู้ใหญ่ควรจะต้ังใจรับฟังด้วยความสนใจเพื่อจะได้เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของลูกหลานของเราเพื่อจะได้ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องดีงามแก่เขาและที่สำ�คัญคือ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เขากล้าคดิ กล้าถาม ซึง่ เปน็ คุณสมบตั ิส�ำ คญั ของการเรียนรู้ คำ�ถามในหนังสือเล่มนี้ เป็นคำ�ถามของนักเรียนช้ัน ป.๕-๖ โรงเรยี นทอสี ทีไ่ ดก้ ราบเรยี นถามพระอาจารย์ชยสาโรในระหว่างการเขา้ คา่ ยงอกงาม ปี ๒๕๕๖ ซงึ่ เป็นการปฏิบัติธรรมประจำ�ปี ณ โรงเรียนปัญญาประทีปอ�ำ เภอปากชอ่ ง จังหวดั นครราชสมี า

พระอาจารย์ชยสาโรได้เมตตาตอบทุกๆ คำ�ถามของเด็กๆ อย่างกระจ่างชัดเจน แม้จะเป็นคำ�ถามของเด็กๆ แต่ก็เชื่อได้ว่าเป็นคำ�ถามที่ผู้ใหญ่มากมายน่าจะสนใจทจี่ ะทราบค�ำ ตอบ คณะผู้จัดทำ�ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ชยสาโร มา ณ ทน่ี ้ี และหวังว่าคำ�ถาม-คำ�ตอบในหนังสือเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์สำ�หรับเด็กๆ ตลอดจนผู้ปกครองและบุคคลทัว่ ไป





๑.หนขู อถามวา่ ‘ทำ�ดไี ด้ดี ทำ�ช่วั ไดช้ ่วั ’เป็นคำ�พดู ของใครเจ้าคะ? 8

ตอบ เป็นการสรุปง่ายๆ จากคำ�ส่ังสอนของพระพุทธเจ้าไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนแรกท่ีพูดอย่างน้ี แต่ที่สำ�คัญคือ เราต้องเข้าใจความหมาย ดีคืออะไร ทำ�ดีคืออะไร ไดด้ ีคืออะไร ชั่วคืออะไร ทำ�ช่ัวคอื อย่างไร ได้ชว่ัคืออย่างไร คำ�พูดนี้เป็นประโยคท่ีฟังง่ายๆ แต่ชวนให้ประมาท เพราะอาจทำ�ให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายๆเชน่ กนั การท�ำ ดี คอื ท�ำ สงิ่ ทน่ี �ำ ไปสปู่ ระโยชนแ์ ละความสขุท้ังของเราและของผู้อ่ืน ทีส่ �ำ คัญคือ ตอ้ งเกดิ จากเจตนาดีถ้าทำ�ด้วยกิเลส แม้สังคมอาจจะสมมติว่าดี มันก็ไม่ใช่ดีในแงข่ องกฎแหง่ กรรม สมมตวิ า่ เราอยใู่ นชมุ ชนหรอื สงั คมที่มีค่านิยมและความเข้าใจผิดๆ ย่อมจะเกิดปัญหาว่าคนอาจจะทำ�ความช่ัวโดยไม่ละอายใจเลย เพราะเข้าใจผดิ วา่ เขากำ�ลงั ทำ�ความดี เวลามงี านในวดั บา้ นทางอสี าน มกั จะมกี ารฆา่ ควายเพื่อเลี้ยงแขกท่ีมาร่วมงาน การฆ่าสัตว์เพ่ือเป็นอาหารในงานไม่ใช่ตัวบุญ แม้จะเพื่องานบุญก็ตาม หรือการนำ� 9

มหรสพ เหล้า และยาเสพติดเข้าไปในวัด โดยอ้างว่าเป็นงานวัดประจำ�ปี แต่ส่ิงท่ีทำ�กลับตรงกันข้าม ไม่ใช่บญุ ไม่ใชก่ ศุ ล ถ้าเราทำ�ดีและทำ�ด้วยจิตใจท่ีไม่โลภ ไม่โกรธไม่หลง หรือถ้าจะมีก็มีแต่น้อย พลังของคุณงามความดีจะเพิ่มมากข้ึน ในขณะที่ทำ�ความดีนั้น ความดีในจิตใจในชีวิตเราก็เพิ่มมากขึ้น แต่ความดีนั้นไม่ได้หมายถึงช่ือเสียงเงินทอง ไม่ใช่ว่าคนทำ�ดีแล้วจะต้องรวยหรือมีช่ือเสียง เพราะโลกธรรมต่างๆ นัน้ ขน้ึ อยู่กบั สงั คมหรอื ข้ึนอยู่กบั สิง่ แวดล้อม ไมไ่ ด้ขึ้นอยู่กับการกระทำ� เช่น คนคนหนึ่งทำ�ความดี ความดีย่อมเกิดข้ึนทันที แต่คนท่ีไม่ชอบเขาอาจจะใส่ร้ายหรืออาจจะบอกคนอ่ืนว่า เขาไม่ได้ทำ�ด้วยเจตนาบริสุทธิ์หรือบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ� แต่คนอื่นเป็นคนทำ�เป็นต้น ทำ�ให้ดูเหมือนว่า เขาทำ�ความดีด้วยความยากลำ�บาก แต่ไม่ได้รับเครดิต เพราะไม่มีใครรู้หรือเข้าใจเขาผิด เหมือนกับทำ�ดีไม่ได้ดี แต่ดีที่เขาต้องการคือต้องการให้คนอื่นชื่นชมเคารพนับถือหรือรัก ซ่ึงไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นเสมอไป เพราะมันข้ึนอยู่กับคนรอบข้างข้ึนอยู่กับเหตุปัจจัยทางสังคม ฉะน้ัน ท่ีว่าทำ�ดีได้ดีน้ันดที ไ่ี ดอ้ ยา่ งแนน่ อนคอื ความดที เ่ี กดิ ขน้ึ ในจติ ใจ แตค่ วามดี 10

ในสายตาโลกภายนอกนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนหรือคณุ ภาพของสงั คมมากกวา่ ส่วนการทำ�ชั่วน้ัน คือการทำ�ด้วยกิเลส ในขณะที่เราทำ�อะไรด้วยกิเลส กิเลสย่อมมีกำ�ลังมากข้ึน การทำ�การพูดด้วยกิเลสเป็นการเติมเชื้อของกิเลส แต่ทำ�แล้วจะตอ้ งรบั โทษหรอื ไม่ กข็ น้ึ อยกู่ บั สงั คม ขน้ึ อยกู่ บั กฎหมายบ้านเมือง ข้ึนอยู่กับผู้มีอำ�นาจ หรือขึ้นอยู่กับส่ือว่าอยู่ในมือของใคร เป็นต้น ซ่ึงไม่ใช่ส่ิงท่ีเราจะพยากรณ์ได้จากตัวการกระทำ� เพราะขึ้นอยู่กับส่ิงแวดล้อมด้วยฉะนั้น แนน่ อนวา่ ทำ�ชั่วย่อมได้ช่วั เพราะกเิ ลสเพิ่มมากขึ้นและจะต้องรับผลกรรมในวันใดวันหนึ่ง แต่อาจจะไม่ทันตาเหน็ เสมอไป 11

๒.หนูสงสัยว่าคนท่ีนับถือศาสนาต่างกัน แต่ก็เคร่งเหมือนๆ กัน จะมีโอกาสเข้าถึงนิพพานหรอื ขึน้ สวรรคเ์ หมือนกนั หรือไม่เจา้ คะ? 12

ตอบ ความหมายของคำ�ว่า ‘เคร่ง’ ในแต่ละศาสนาไม่เหมือนกัน ฉะนั้น ผลของความเคร่งในแต่ละศาสนาก็คงไม่เหมือนกัน พุทธศาสนาเป็นศาสนาสากล ตรงที่ไม่ถือว่า ศาสนาของตนเท่าน้ันท่ีจะนำ�ไปสู่โลกสวรรค์ในขณะท่ีศาสนาอื่นๆ ส่วนใหญ่จะให้ความสำ�คัญกับความเช่ือ ต้องเช่ือในคัมภีร์ของเขา ต้องทำ�ตามคำ�สอนของคัมภีร์อย่างเคร่งครัด จึงจะได้ข้ึนสวรรค์ ถ้าเคร่งหรือเชื่อในศาสนาอื่น ก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นสวรรค์ เพราะความเชอื่ เปน็ ตวั ก�ำ หนดการขน้ึ สวรรคห์ รอื ตกนรกทส่ี �ำ คญั ทสี่ ดุ สว่ นพทุ ธศาสนาถอื วา่ การขน้ึ สวรรคข์ น้ึ อยกู่ บั วถิ ชี วี ติขนึ้ อยกู่ บั จติ ใจถา้ เปน็ คนทม่ี จี ติ ใจเตม็ ไปดว้ ยความเมตตากรณุ า เป็นคนระมัดระวังทจ่ี ะไมเ่ บยี ดเบียนใคร เป็นคนท่ีเอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคนซื่อสัตย์สุจริตยอ่ มมสี ทิ ธข์ิ น้ึ สวรรคไ์ มว่ า่ จะนบั ถอื ศาสนาอะไรเพราะการข้ึนสวรรค์นั้น จิตใจจะต้องมีความละเอียดอ่อนและมีคุณสมบัติพอทีจ่ ะไปอยใู่ นโลกท่ีละเอียดออ่ นได้ 13

ส่วนนิพพานนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนิพพานไม่ได้เกิดจากคณุ งามความดีทัว่ ๆ ไป ผ้ทู จี่ ะบรรลนุ พิ พานได้ ต้องเกิดปัญญารู้เห็นตามความเป็นจริง ซ่ึงเป็นผลจากการฝึกตนตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘ ถ้าไม่ได้ฝึกจนครบคอร์สหรือครบชุดของอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้วจติ ใจยอ่ มไมส่ ามารถหลดุ พน้ จากกเิ ลสได้ ฉะนนั้ ตอ้ งแยกตอบว่า พุทธศาสนาสอนว่า คนดีคนงามในทุกศาสนาสามารถขึ้นสวรรค์ได้ แต่นิพพานเป็นอีกขั้นหนึ่ง การจะเข้าถึงนิพพาน ต้องฝึกหัดท้ังกายวาจาและใจตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘ ฉะน้ันถ้าศาสนาอื่นมีข้อปฏิบัติไม่ครบอริยมรรคมีองค์ ๘ และไม่มีอุดมการณ์หรือเป้าหมายท่ีจะบรรลุมรรคผลนิพพาน หรือไม่ยอมรับว่านิพพานมีจริง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ท่ีจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงนิพพาน 14

15

๓.การทเ่ี ราเคยโกรธใคร แมว้ า่ ตอนนเ้ี ราจะหายโกรธเขาแล้ว แต่เราก็ยังไม่รู้สึกดีเหมือนเดิม ทีนี้คนคนน้ันอยากให้เรากลับไปดีกับเขาเหมือนเดิมเราควรทำ�อย่างไรเจ้าคะ? 16

ตอบ ความรู้สึกนี่เราบังคับไม่ได้ ถ้ามันยังมีเหตุ ยังมีเงาของความโกรธอยู่ เราก็สักแต่ว่ารับรู้ความรู้สึกน้ันเฉยๆเหมอื นทอ่ี าตมาเคยสอนใหร้ บั รตู้ อ่ ความรสู้ กึ ในกาย ในหวัในล�ำ ตัว ในแขน ในขา เปน็ ตน้ เมอ่ื เรารบั รเู้ ฉยๆ โดยไม่ยินดีและไม่คิดปรุงแต่งในความรู้สึกน้ัน ความรู้สึกนั้นจะคอ่ ยๆ หดหายไป แตก่ วา่ จะให้มนั เหมอื นก่อนทีไ่ มเ่ คยมีเร่อื งก็คงตอ้ งใชเ้ วลา ที่สำ�คญั คอื เราตอ้ งการจะกลับไปเป็นเพื่อนกับคนคนน้ันอีกหรือไม่ ถ้าเรายังต้องการจะเปน็ เพอ่ื นกบั เขาเหมอื นเดมิ เรากต็ อ้ งพยายามระมดั ระวงัเรื่องกายเร่ืองวาจา ความรู้สึกน้ันก็จะค่อยๆ จางหายไปมันอยู่ท่ีใจของเราเอง เหมือนกับไฟโกรธไฟโทสะที่กำ�ลังจะมอด ถ้าหากเราเอากระดาษเอาไม้มาเติมเชื้อ ความโกรธหรือไฟก็จะลุกข้ึนใหม่ แต่ถ้าเราปล่อยให้มันดับไปเลย ก็มีโอกาสที่เราจะกลับมาเป็นเพื่อนท่ีสนิทกันเหมือนเดิมได้ มันอยู่ท่ีว่าเราต้องการหรือไม่ต้องการเท่าน้ันเอง ด้วยความใจเย็นและการยอมรับว่า อารมณ์เศรา้ หมองทเ่ี รามอี ยนู่ นั้ ไมใ่ ชว่ า่ มนั จะหายขาดตามความตอ้ งการของเรา เพราะมนั มีวาระมเี หตุมีปจั จัยของมนั 17

๔.ผมอยากทราบว่า ทำ�ไมพระสงฆ์ถึงต้องโกนผมครบั ? 18

ตอบ การจะแต่งตวั ให้ดสู วยดงู ามดูหล่อน่ี ทรงผมส�ำ คญัมากใชไ่ หม ทรงผมมคี วามส�ำ คญั ตอ่ บคุ ลกิ และความเปน็ตวั เปน็ ตนของเราใชไ่ หม การจะไวผ้ มยาวไวผ้ มสน้ั จะยอ้ มหรือจะทำ�อะไรกับผม ถือเป็นเรื่องใหญ่ใช่ไหม ฉะน้ันสำ�หรับผู้ที่ต้องการเป็นท่ีสนใจของคนในโลก ต้องการสร้างบุคลิก เรื่องผมจึงเป็นเรื่องสำ�คัญ แต่พระเป็นผู้ที่ไมต่ อ้ งการเรอื่ งเหลา่ นี้ ไมส่ นใจหรอื ตอ้ งการจะใหใ้ ครดเู ราไม่ต้องการจะให้ใครชอบเรา ไม่ต้องการให้ตัวเราดูแตกต่างหรือพิเศษกว่าคนอ่ืน จึงไม่ได้สนใจเร่ืองผมฉะนน้ั การสละผมไปเสยี จงึ งา่ ยและสะดวกทสี่ ดุ และการที่เราโกนผมเหมือนกันหมด เป็นการเสริมความรู้สึกว่าเราเป็นสงฆ์ ไม่ใช่ตัวบุคคลที่ต้องการให้ใครๆ มาสนใจมันง่ายดี แล้วก็เป็นสัญลักษณ์ของพระสงฆ์ด้วยถ้าแต่งตัวอย่างน้ี โกนผมอย่างนี้ ก็รู้เลยว่าเป็นพระการโกนผมจึงเป็นเหมือนเคร่ืองแบบหรือยูนิฟอร์มของพระดว้ ย อากาศร้อนก็เย็นสบาย 19

๕.ผมอยากทราบวา่ ทำ�ไมพระต้องบณิ ฑบาตและทำ�ไมจึงหา้ มพระนอนบนเตยี ง และหา้ มพระดูทีวคี รับ?ตอบ เร่ืองบิณฑบาต ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า บิณฑบาตไม่ใช่ข้อบังคับในพระวินัย แต่เป็นธุดงควัตร ถ้ามีเหตุท่ีไม่สามารถบิณฑบาตได้ก็ไม่ถึงกับผิดพระวินัย เช่นพระรับนิมนต์ฉันที่บ้านโยม ท่านก็อาจจะไม่บิณฑบาตหรือถ้าเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่บิณฑบาตก็ไม่เป็นไร อย่างท่ีเตา่ ดำ� (จงั หวดั กาญจนบุร)ี ไม่มหี ม่บู ้านเพราะส�ำ นกั สงฆ์อยู่กลางป่า ไมม่ ที ี่บิณฑบาต ก็ไม่ถอื ว่าผิดพระวินยั 20

บิณฑบาตมีความสำ�คัญหลายประการ สำ�หรับพระที่อยู่แต่ในวัด ยิ่งถ้าเป็นพระวัดป่าก็แทบจะไม่ออกไปไหน การได้เดินออกจากวัดตั้งแต่ตี ๕-๖ โมงเช้าช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่ง เป็นการเปล่ียนบรรยากาศ เวลาอยู่ในวัด พระวัดป่าก็จะมุ่งมั่นในการทำ�สมาธิภาวนาน่ังสมาธิ เดินจงกรม บางคร้ังอาจจะหมกมุ่นแต่เรื่องความก้าวหน้าหรือความถอยหลังของตัวเองอย่างเดียว 21

แต่เมอ่ื ได้เดินเข้าไปในหมบู่ ้าน เหน็ คนเตรยี มจะใสบ่ าตรพระจะส�ำ นึกวา่ ‘โอ.้ .. เราเป็นผ้มู บี ญุ นะ ทีส่ ามารถปฏิบัติตามคำ�สั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างนี้ได้ก็เพราะนํ้าใจของชาวบ้าน’ เราจะระลึกในบญุ คณุ ของผถู้ วายปัจจัย ๔ทำ�ใหช้ ื่นใจและมกี ำ�ลังใจด้วย เมือ่ เขา้ ไปในหมู่บา้ น จะมีเสียงหรอื มีสิ่งต่างๆ มากระทบ หรอื มโี ยมผหู้ ญงิ ใสบ่ าตรเปน็ การทา้ ทายจติ ใจใหพ้ ระตอ้ งฝกึ ในการส�ำ รวมนอกจากการออกบิณฑบาตจะชวนให้พระระลึกถึงบุญคุณของผู้ถวายปัจจัยแล้ว ยังเป็นโอกาสสำ�คัญท่ีชาวบ้านจะได้ทำ�บญุ ทุกวนั ด้วย อาตมามีโอกาสไดไ้ ปพดู คุยกับกลุ่มชาวบ้านที่เมืองเมืองหน่ึงในอเมริกา เป็นกลุ่มที่มีการศึกษาและต้องการจะพัฒนาชุมชนท่ียากจนมาก พวกเขามาขอคำ�แนะนำ�อาตมาจึงเล่าถึงชีวิตชาวบ้านในอีสานเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วตอนท่ีอาตมาไปอยู่อุบลใหม่ๆ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีไฟฟ้าชาวบา้ นกไ็ มค่ อ่ ยมเี งนิ มที อง จะมกี แ็ ตข่ า้ ว เขายงั ใชร้ ะบบแลกเปลยี่ นของกนั มากกวา่ ใชเ้ งนิ เวลาพระออกบณิ ฑบาตชาวบ้านจะยืนหรือน่ังคอยอยู่หน้าบ้านพร้อมภาชนะท่ีส่วนมากจะใส่แต่ข้าวเหนียวเปล่าๆ ชาวบ้านจะดูว่าวนั น้ีมีพระมาก่ีรูป สมมตวิ า่ ๔ รปู เขากแ็ บ่งขา้ วทีเ่ ตรียมไว้เป็น ๔ ส่วน หรือ ๔ ก้อน ข้าวที่ใส่บาตรแต่ละวัน 22

ก็น้อยนิด ก็เขามีแค่น้ัน แต่คนท่ียากจนท่ีสุดในหมู่บ้านก็ยังมีสิทธ์ิใส่บาตร เพราะไม่มีใครคาดหวังว่าจะต้องใส่กับข้าวด้วย แค่ข้าวอย่างเดียวก็ดีแล้ว เพราะคนส่วนมากก็ใส่แต่ข้าว ฉะน้ัน คนท่ีจนท่ีสุดในหมู่บ้านที่ยากจนก็ยังมีความภาคภูมิใจได้ว่า เขามีส่วนในการบำ�รุงพระพุทธศาสนาทุกวัน และมีส่วนสนับสนุนการปฏิบัติของพระสงฆ์ ท่ีสำ�คัญคือ การใส่บาตรแต่ละคร้ังเป็นการเสริมความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นผู้ให้ ซึ่งสำ�คัญมากเพราะถ้าคนจนรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่มีอะไรที่มีค่าพอทจี่ ะให้ใคร แล้วคอยหวังแตจ่ ะรับจากคนอน่ื อย่างนไ้ี ม่ดีทั้งต่อสังคมและต่อตัวคนจนเอง แต่คนจนในอีสานมีความเคารพนับถือตัวเอง เพราะการใส่บาตรแต่ละวันเป็นการพิสูจน์ว่า เขาเป็นผู้ให้ เขามีความสุขกับการให้และมีความเคารพนับถือตัวเองเพราะการให้ อาตมาจงึ แนะน�ำ กลมุ่ ชาวบา้ นในอเมรกิ าวา่ ชมุ ชนในเมอื งของเขาน่าจะจัดกิจกรรมที่ทุกคนสามารถให้อะไรซ่ึงกันและกันจะทำ�ให้คนในชุมชนไม่มีปมด้อย และจะช่วยเสริมสร้างความเชอ่ื มน่ั ในตัวเองของคนในชุมชนด้วย ฉะนั้น บิณฑบาตจึงมีผลดีท้ังต่อฝ่ายพระและฝา่ ยโยม ทา่ นเจา้ คณุ พรหมคณุ าภรณเ์ คยวเิ คราะหส์ าเหตุสำ�คัญของความเสือ่ มของพุทธศาสนาในอินเดยี ท่านยก 23

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยนาลันทาซึ่งเคยมีพระเป็นหม่ืนรูปกษัตริย์เกิดความศรัทธา อยากให้พระนักศึกษาและอาจารย์ใช้เวลากับการศึกษาให้มาก ไม่ต้องเสียเวลาทกุ เชา้ กบั การเดนิ บณิ ฑบาตในหมบู่ า้ น ทา่ นจงึ รบั ทจ่ี ะเปน็ผู้ถวายอาหารเพื่อพระนักศึกษาจะได้เรียนเต็มท่ี แต่เม่ือพระไม่ออกบิณฑบาต ความสัมพันธ์กับชาวบ้านในหมู่บ้านก็ลดน้อยลง เพราะโยมไม่เห็นพระเข้ามาในหมู่บ้านทุกวันเหมือนแต่ก่อน จึงไม่มีความรู้สึกผูกพันกับพระสงฆ์ เม่ือความผูกพันลดน้อยลง การที่เด็กผู้ชายจะเกิดศรัทธาอยากออกบวช และการท่ีผู้ปกครองคิดจะให้ลูกบวชเปน็ พระบา้ ง ยอ่ มลดนอ้ ยลง ฉะน้ัน สรุปได้ว่าบิณฑบาตเป็นกิจของสงฆ์ท่ีสร้างความผูกพันกับชาวบ้าน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายคือสงฆ์จะอยู่ได้ต้องมีคนเข้ามาบวชเร่ือยๆ ถ้าจำ�นวนคนบวชน้อยลงๆ ก็จะเป็นปัญหา อาตมาสังเกตว่าประเทศท่ีนับถือพุทธศาสนาฝ่ายมหายานหรือฝ่ายวัชรยาน เช่น ประเทศภูฏาน เป็นต้น ซ่ึงพระไม่ออกบิณฑบาต ความอบอุ่นความผูกพันระหว่างพระสงฆ์กับชาวบา้ นจะมนี อ้ ย เมอ่ื เทยี บกับประเทศที่นบั ถอื พทุ ธฝา่ ยเถรวาทเหมือนเรา บิณฑบาตจึงเป็นเรื่องสำ�คัญและมีประโยชนม์ ากมาย 24

ทำ�ไมจึงห้ามพระนอนบนเตียง เพราะเป็นสิกขาบทข้อที่ ๘ ในศีล ๘ จุดประสงค์คือไม่ให้พระนอนสบายเกินไป เราถือว่าการนอนหลับเป็นแค่การดูแลร่างกายให้ร่างกายได้พักผ่อนพอสมควรเท่านั้นเอง เพื่อไม่ให้เจ็บป่วย ไม่ใช่ให้หาความสุขจากการนอนหลับ ฉะนั้นพระก็จะนอนบนพ้ืน เพราะมันง่ายและสะดวกที่สุดพระอาจารย์เองแม้แต่เสื่อก็ไม่ปูเพราะไม่ชอบ ชอบนอนบนพื้นไม้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉะนั้นตอนสร้างกุฏิก็ขอว่าอยากใหเ้ ปน็ พนื้ ไม้ เพราะจ�ำ วดั ไดส้ บายทสี่ ดุ ดกี บั รา่ งกายแล้วกไ็ มน่ อนยาว นอนไมน่ าน แล้วทำ�ไมจึงต้องห้ามพระดูทีวี ก็เพราะว่าพระต้องใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่หาความบันเทิงเหมือนญาติโยมเรารบั ปจั จยั ๔ จากญาตโิ ยม คอื โยมถวายผา้ ถวายอาหารบิณฑบาต ถวายกุฏิที่อยู่อาศัย และถวายยารักษาโรคเพ่ือให้พระทำ�หน้าที่ของพระ แต่โยมไม่ได้ทำ�บุญเพื่อให้พระหาความบันเทิงเหมือนกับญาติโยม ซึ่งถือว่าเป็นส่ิงที่พระต้องเสียสละ เพื่อให้จิตใจอยู่กับการฝึกอันเป็นการท�ำ หนา้ ทขี่ องสงฆอ์ ยา่ งเตม็ ที่ 25

๖.พระสงฆ์สามารถถ่ายรูปและฟังเพลงได้หรือไม่ครบั ? 26

ตอบ เร่ืองการถ่ายรูปหรือการใช้กล้องถ่ายรูป เป็นเรื่องท่ีเราต้องใช้หลักการซึ่งพระพุทธองค์ทรงฝากไว้ พระพุทธ-องค์ตรัสไว้ว่า ในอนาคตโลกจะเปล่ียนแปลง จะมีเคร่ืองใช้สอยมากมายท่ีปัจจุบันน้ียังไม่มี ซึ่งพระตถาคตไมส่ ามารถตดั สนิ ลว่ งหนา้ วา่ อะไรควรอะไรไมค่ วรส�ำ หรบัสิ่งที่ยังไม่มี พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราดูพระวินัยแล้วเปรียบเทียบของใหม่กับของเก่า เปรียบเทียบกับส่ิงทพ่ี ระพทุ ธองคท์ รงหา้ มและสง่ิ ทพี่ ระพทุ ธองคท์ รงอนญุ าตแล้วให้พิจารณาว่า ของใหม่นี้คล้ายกับส่ิงที่ท่านห้ามหรือคล้ายกับส่ิงที่ท่านอนุญาต ก่อนที่จะตัดสินตามหลักนัน้ วา่ มนั ใช้ได้หรือไมค่ วรใช้ แตใ่ นบางกรณกี ต็ ดั สนิ ยากเหมอื นกนั เชน่ พระขบั รถได้ไหม มติสงฆ์ในเมืองไทยว่าไม่เหมาะสม ทั้งๆ ที่ไม่มีสกิ ขาบทไหนห้ามโดยตรง แต่การขับรถตอ้ งมกี ารประกันต้องเติมน้ํามัน เป็นเรื่องยากท่ีจะขับรถโดยไม่ต้องใช้เงินและไม่ต้องยุ่งกับเร่ืองทางโลกในลักษณะท่ีไม่เหมาะสมกับสมณะ ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุ เช่น พระขับรถชนคนตาย 27

ก็ย่ิงเกิดความเสียหาย ท้ังต่อผู้บาดเจ็บหรือผู้ที่เสียชีวิตและจะมีผลกระทบตอ่ สถาบนั สงฆ์อยา่ งหนักด้วย แต่ท่ีเมืองนอก พระบางท่านเห็นว่า น่าจะอนุญาตให้พระขับรถได้ เพราะในโลกตะวันตก พระไม่ค่อยจะมีลูกศิษย์ หรือบางทีวัดอยู่ห่างจากบ้านลูกศิษย์ ๒๐กิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตร หรือ ๔๐ กิโลเมตร พระจะโทรไปขอให้โยมมารับเพื่อพาไปทำ�ธุระในกิจนิมนต์ต่างๆก็รู้สึกเกรงใจ ท่านก็เลยอ้างหลักว่า ต้องเป็นผู้เลี้ยงง่ายต้องขับรถเพ่ือจะเป็นผู้เล้ียงง่าย ไม่ต้องเป็นภาระของลูกศิษย์ จะไปไหนก็ไปเองได้ น่ีเป็นมติของพระในต่าง-ประเทศ ซึ่งอาตมาก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก แต่เข้าใจว่าท่านใช้หลักที่ปรากฏในพระไตรปิฎกเป็นเครื่องตัดสินดังน้ันการตัดสินว่าจะคล้ายหรือจะต่างหรือจะขัดกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตหรือไม่น้ัน ไม่ใช่ว่าจะง่ายเสมอไป ในกรณีการถ่ายรูป ถ้าแค่ถ่ายรูปมันก็ไม่น่าจะผิดแต่อาตมาจะไม่ถา่ ยรูปในที่สาธารณะ และอาตมากไ็ มม่ ีกล้องถ่ายรูปด้วย แต่โทรศัพท์สมัยใหม่ก็มีกล้องถ่ายรูปอยู่ในตัว ที่อาตมารังเกียจและรู้สึกไม่ชอบทุกคร้ังท่ีเห็นคือพระถ่ายรูปในที่สาธารณะ ทำ�ตัวเหมือนนักท่องเที่ยวหรือเหมือนโยมมากเกินไป ฉะนั้น ถ้าอาตมาต้องการจะ 28

ถ่ายรูป ก็จะใหโ้ ยมถ่ายให้ อาตมาคิดว่า ถ้าพระตอ้ งการรูปอะไรสักอย่าง ก็ไม่จำ�เป็นต้องถ่ายเอง ให้โยมถ่ายให้กไ็ ด้ พระจะไดด้ ไู มเ่ หมอื นโยม เพราะถา้ พระท�ำ ตวั เหมอื นโยมในท่ีสาธารณะก็ย่อมดูไม่เหมาะสม แต่มติเร่ืองน้ียังไมเ่ ปน็ ท่ียอมรับกันทั่วไป ทุกวันนี้พระปา่ ก็มีกลอ้ งถ่ายรปูและชอบถ่ายรูป บางทีเม่ือมันกลายเป็นเร่ืองธรรมดาในเมืองไทย เวลาไปตา่ งประเทศพระก็ลืมตัว เม่ือไม่นานมานี้ มีคณะพระไทยซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่และพระเถระซึ่งอยู่สายวัดป่าเหมือนกัน รับนิมนต์ไปประเทศศรีลังกา พระเกือบทุกรูปมีกล้องถ่ายรูป ทำ�ให้ชาวศรีลังกาเสยี ศรัทธามาก เพราะบา้ นเมอื งเขาไม่เจริญเท่าเรา พระที่มีกล้องถ่ายรูปแทบจะไม่มี พอเขาเห็นพระท่ีขึ้นช่ือว่าเคร่งในวินัย แต่เม่ือถึงสถานที่สวยงามก็พากันเอากล้องถ่ายรูปออกมาจากย่าม แล้วไปถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้ มันขัดความรู้สึกของเขา อาตมาเองเห็นว่าถา่ ยรปู ในทส่ี ว่ นตวั ได้ แตไ่ มเ่ หมาะทจ่ี ะถา่ ยในทสี่ าธารณะ ส่วนเร่ืองพระสงฆ์สามารถฟังเพลงได้หรือไม่น้ันถ้ามีหูก็สามารถฟังได้เหมือนกันนะ บางทีเวลาเดินบิณฑบาตหรืออยู่ในท่ีบางแห่ง ก็จะได้ยินเสียงเพลงแตพ่ ระไมค่ วรจะเปดิ วทิ ยฟุ งั เพลงหรอื เปดิ ยทู บู ดวู ดิ โี อเพลงอยา่ งนไ้ี ม่เหมาะสมแนน่ อน 29

๗.ผมอยากทราบว่า ถ้าพระสงฆ์โดนตัวผู้หญิงจะถือว่าพระสงฆ์ทำ�บาปหรือไม่ เพราะอะไร?ขอบพระคุณครับ 30

ตอบ ศีล โดยเฉพาะศีลสำ�คัญๆ จะบาปหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับเจตนา พระต้องมีเจตนาจึงจะบาป แต่ถ้าผู้หญิงเจตนา สว่ นพระไม่เจตนา พระกไ็ มต่ ้องอาบตั ิ ครั้งหนึ่งเมื่อ ๑๐ ปีท่ีแล้ว โยมพ่อโยมแม่มาเยี่ยมอาตมาที่เมืองไทย เม่ือมาถึงโยมพ่อป่วยมาก ต้องพาไปตรวจท่ีโรงพยาบาล พบว่าเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย จึงต้องกลับไปรับการฉายแสงที่โรงพยาบาลในอังกฤษ อาตมาจงึ กลบั ไปองั กฤษเพอื่ ดแู ลทา่ น วนั หนง่ึ เพอ่ื นของพอ่ ขบั รถพาเราไปโรงพยาบาล อาตมาเป็นคนเข็นรถเข็นโยมพ่อเข้าไปในห้องซ่ึงมีแต่ผู้เป็นมะเร็งท่ีรอรับการฉายแสงผูห้ ญิงคนหน่งึ เห็นอาตมา กว็ ่งิ เขา้ มากอดอาตมา เขาเคยเข้าวัดทิเบตซึ่งพระทิเบตไม่ค่อยถือเร่ืองน้ี เขากำ�ลังเศร้าเรื่องมะเร็ง เมื่อเห็นพระก็ต่ืนเต้นว่ิงเข้ามากอด เราก็ไม่รู้สึกอะไร เราไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ยินดี แล้วเราก็อยู่ในท่ีสาธารณะ เขาก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ก็เลยจบแค่น้ันเขาบอกว่าเขาดีใจมากทเ่ี จอพระท่ีนี่ เพราะเขาก�ำ ลังเศรา้สุดขีด นี่ก็เป็นตัวอย่างท่ีพระเราไม่ต้องอาบัติ เราไม่มีเจตนา ไมม่ คี วามยินดี แต่ถา้ สมมตโิ ยมผ้หู ญงิ ว่ิงมากอดแล้วพระรู้สึก ‘อ้ือ...ดี’ มีความยินดีว่า ‘อื้อ...นานๆ ทีจะไดม้ ีความรู้สกึ อยา่ งนี้’ แบบน้ีจะเปน็ อาบตั ิหนกั 31

๘.พระอาจารยค์ ดิ วา่ นรกและสวรรคม์ จี รงิ หรอื ไม่เจ้าคะ และถา้ นอนไมห่ ลับควรทำ�อยา่ งไร? 32

ตอบ ขอตอบเรื่องนรกสวรรค์ก่อน ตามหลักการของพระพุทธเจ้า ทรงให้เราอนุรักษ์สัจจะ การอนุรักษ์สัจจะคือ อย่าอ้างว่ารู้ในสิ่งท่ีตัวเองยังเข้าไม่ถึง ยังไม่มีประสบการณ์ตรง เราต้องแบ่งคำ�สอนของศาสนาเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งคือ สิ่งท่ีเราเชื่อแต่ยังเข้าไม่ถึง อีกส่วนหนึ่งคือสิง่ ท่ีเราเข้าถึงแลว้ ซ่ึงเราสามารถพดู ได้เตม็ ปากเลยว่า ใช่ค�ำ สอนสว่ นทเี่ ราฟงั แลว้ เชอ่ื แตย่ งั ไมไ่ ดพ้ สิ จู นด์ ว้ ยตวั เองพระองค์ทรงไม่ให้เรายืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ หลักการน้ีจะทำ�ใหค้ นเราอย่กู นั ได้โดยไม่ตอ้ งทะเลาะกัน แตเ่ หน็ ได้ชัดว่า ปัญหาในโลกปัจจุบันเกิดขึ้นเพราะคนไม่แยกแยะเช่นนี้ คนเรามักจะถือเอาความเชื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าส่ิงไหนจริง ถ้าเชื่อมากก็แสดงว่าต้องเป็นจริง ทำ�ไมต้องเป็นจริง ก็ต้องจริงสิ เพราะท่านเช่ือหรือท่านบอกว่าอย่างนั้น น่ีเป็นปัญหาที่ทำ�ให้เกิดสงครามศาสนาเกิดความขัดแย้งจนรบราฆ่าฟันกัน เพราะคนเราไม่ยอมรับวา่ ความเช่ือกส็ ักแต่วา่ ความเชือ่ ไมใ่ ช่การพสิ ูจน์ 33

ความจริง เราทุกคนกเ็ คยเช่ืออะไรหลายๆ อย่างมาตงั้ แต่เดก็ ตอ่ มาภายหลงั จงึ รวู้ า่ สง่ิ ทเ่ี คยเชอ่ื นน้ั ไมจ่ รงิ ใชห่ รอื ไม่ ฉะนั้น สำ�หรบั เรอื่ งนรกสวรรค์ เราระลึกชาติไดไ้ หมคนท่ีระลึกชาติได้ก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามีจริง แต่ถ้าเรายังระลึกชาติไม่ได้ เราก็ไม่ควรจะรับรองร้อยเปอร์เซ็นต์เราพูดไดว้ า่ เชือ่ หรือเชอ่ื มากเพราะอะไร เราตอ้ งมเี หตุผลอาตมาเองระลกึ ชาตไิ มไ่ ด้ แตม่ เี พอ่ื นทรี่ ะลกึ ชาตไิ ด้ สมาธิของทา่ นถงึ ขนั้ นนั้ และทา่ นกค็ งจะมบี ารมมี าแตช่ าตกิ อ่ นทา่ นจงึ ระลกึ ชาตไิ ดม้ าก แลว้ ทา่ นกไ็ มไ่ ดไ้ ปเทย่ี วบอกใครเราต้องถามและขอร้องให้ท่านเปิดเผย ท่านจึงเปิดเผยฉะน้ัน เราก็ดูปฏิปทาของท่านเหล่าน้ี ท่านไม่ใช่ผู้ที่จะหลอกลวงใคร ท่านพูดจากประสบการณ์จริงของท่านแต่อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จริงของท่านก็ไม่ใช่ประสบการณ์จริงของเรา เป็นแต่เพยี งข้อมูลที่เราไดร้ บั รู้ นอกจากน้ียังมีหลักฐานในพระไตรปิฎกเร่ืองนรกสวรรค์ที่หนักแน่นมาก มีอยู่เกือบจะทุกหน้า คนบางคนบอกวา่ ทีพ่ ระพุทธเจา้ สอนเร่ืองนรกสวรรคน์ ้นั เพราะเปน็ความยึดถือของคนอินเดียในสมัยน้ัน ท่านจึงพูดไปตามสำ�นวนหรือพูดตามท่ีเขาเช่ือกันอยู่แล้ว ถ้าพูดอย่างน้ีก็เท่ากับว่า พระพุทธเจ้ายอมพูดสิ่งที่ไม่เป็นจริงเพ่ือประโยชน์ในการเผยแผ่ ซึ่งเราถือว่าผิดพุทธลักษณะ 34

พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องที่ไม่จริงไม่ได้ และถ้าเป็นอย่างที่เขาว่า การอธิบายเรื่องสวรรค์นรกของพระพุทธเจ้าย่อมต้องตรงกับลัทธิของพราหมณ์ แต่ปรากฏว่าลัทธิของพราหมณพ์ ดู ไมต่ รงกบั พระพุทธเจา้ ในบางส่วน เม่ือพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน พระพุทธองค์ไมท่ รงอนญุ าตใหต้ งั้ พระองคใ์ ดองคห์ นง่ึ เปน็ ธรรมทายาทหรอื เปน็ หวั หนา้ ตอ่ ไป ทา่ นไมต่ อ้ งการระบบนน้ั พระพทุ ธ-องคท์ รงก�ำ หนดใหพ้ ระธรรมวนิ ยั เปน็ ศาสดาแทนพระองค์แล้วพระธรรมวินัยอยู่ที่ไหนล่ะ ก็อยู่ในพระสูตรและอยู่ในพระวินัยท่ีพระองค์เคยตรัสไว้ ซึ่งพระอรหันตสาวกทา่ นรว่ มสงั คายนารวบรวมและเกบ็ รกั ษาไว้ประวตั ศิ าสตร์ของพุทธศาสนาได้แสดงให้เห็นว่า เร่ืองหลักวิชาการเรอื่ งการศกึ ษา เรอ่ื งหนงั สอื เปน็ เรอ่ื งทมี่ คี วามส�ำ คญั มากหนังสือเล่มแรกในโลกน้ีก็คือพระสูตรในพุทธศาสนาเพราะคำ�สอนของพระพุทธเจ้าท่ีบันทึกไว้คือพระศาสดาแทนพระพทุ ธเจา้ พระทกุ ยุคทุกสมัยจงึ เทดิ ทนู พระธรรม-วินัยซ่ึงเป็นตัวพระศาสดาอย่างที่สุด ด้วยเหตุน้ี โอกาสที่ใครจะไปแตะต้องแก้ไขดัดแปลง จะไปตัดบางส่วนออกหรือจะไปเพ่ิมเติมบางส่วน โดยท่ีไม่มีการโต้แย้งกันหรือมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ย่อมเป็นไปได้ยากมากฉะนน้ั อาตมาจงึ เช่ือว่าพระไตรปฎิ กทเ่ี รามีอยู่ โดยเฉพาะ 35

พระสูตรและพระวินัย ตรงกับที่องค์สมเด็จพระสัมมา-สัมพุทธเจ้าของเราตรัสสอนไว้มาก แล้วคำ�สอนของพระพุทธเจ้าเรื่องสวรรค์และนรกในพระไตรปิฎกนั้นมีมากมาย เพียงแต่พระพุทธองค์ไม่ได้ตรัสให้มันเป็นเปา้ หมายในการปฏบิ ตั ิ พระพทุ ธองคต์ รสั วา่ พระทปี่ ฏบิ ตั ิเพอ่ื ขนึ้ สวรรคย์ งั เปน็ ผมู้ กี เิ ลส คอื การปฏบิ ตั เิ พอื่ ขน้ึ สวรรค์เป็นสิ่งท่ีผิดเป้าหมาย แต่ไม่ได้ทรงปฏิเสธเรื่องสวรรค์และนรก นอกจากน้ี ยงั มหี ลกั ฐานการระลกึ ชาตขิ องคนทว่ั โลกท่ีเปน็ โดยอตั โนมัติ ไม่ไดเ้ กิดจากการปฏบิ ตั ิ สว่ นมากจะเปน็ เดก็ อายุ ๓-๔ ขวบ ซง่ึ มมี ากรายทว่ั โลก ๓๐ ปที ผ่ี า่ นมามีศาสตราจารย์ชื่อ สตีเวนสัน (Stevenson) จากมหา-วิทยาลัยแมร่ีแลนด์ ได้เดินทางไปท่ัวโลกพร้อมคณะนักวิชาการเพื่อเก็บข้อมูลเร่ืองนี้ แล้วบันทึกไว้เป็นหลัก-ฐาน อาตมาถอื วา่ เร่อื งตายแล้วเกิดนมี้ ีหลักฐานมากมายเหลือเกิน แต่มันขัดกับทฤษฎีหรือความเชื่อของกลุ่มมหาอำ�นาจสองกลมุ่ ใหญ่ คือ ๑. กลมุ่ ศาสนาทมี่ พี ระเจา้คือ ครสิ ต์ อิสลาม ยิว และ ๒. กลุ่มท่ยี ดึ หลกั วัตถุนยิ ม เมอ่ื ประมาณ ๒๐ ปีท่ีแล้ว พระสนั ตะปาปาเปน็ ห่วงเรอ่ื งอทิ ธพิ ลของศาสนาตะวนั ออกในยโุ รป กเ็ ลยประกาศให้ทราบกันชัดๆ ว่า ชาวคริสต์หรือชาวคาทอลิกจะเชื่อ 36

ในเรอื่ งเวยี นวา่ ยตายเกดิ ไมไ่ ด้ พวกเรากค็ งรวู้ า่ หลกั ความเชื่อข้อหน่ึงของคาทอลิก คือสันตะปาปาเพอร์เฟ็กต์สนั ตะปาปาไมส่ ามารถจะพดู อะไรทผี่ ดิ ไดต้ ง้ั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บัการเลอื กตง้ั นเ่ี ปน็ สง่ิ ทช่ี าวคาทอลกิ ตอ้ งเชอ่ื ซงึ่ ทจ่ี รงิ แลว้กฎความเช่ือนี้ไม่ใช่กฎเก่าแก่ แต่ตั้งข้ึนมาเมื่อร้อยกว่าปีทแี่ ลว้ ตอ่ มามงี านวจิ ยั สมั ภาษณช์ าวยโุ รปทเ่ี ปน็ คาทอลกิว่า ‘ท่านเชื่อในองค์สันตะปาปาไหม’ เขาก็ตอบว่า ‘เชื่อ’ซึง่ หมายถึงเชื่อว่าองค์สันตะปาปาผิดไมไ่ ด้ คำ�ถามตอ่ มา‘ท่านทราบใช่ไหมว่า สันตะปาปาบอกว่า ความเชื่อเร่ืองการเวยี นวา่ ยตายเกดิ ผดิ ’ เขากต็ อบวา่ ‘ทราบ’ แลว้ ในทส่ี ดุกถ็ ามว่า ‘แล้วท่านเช่อื เร่อื งการเวยี นว่ายตายเกดิ หรือไม่’๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ได้รับการสัมภาษณ์ตอบว่า‘เช่ือ’ ทั้งๆ ทสี่ นั ตะปาปาบอกตรงๆ ว่าผดิ เหน็ ไดช้ ดั วา่ ความเชอื่ เรอื่ งเวยี นวา่ ยตายเกดิ มใี นทกุวฒั นธรรม แมแ้ ตว่ ฒั นธรรมทศี่ าสนาหา้ มเชอื่ เพราะถอื วา่ไม่จริง นอกจากน้ี ในช่วงหลายร้อยปีแรก ศาสนาคริสต์ก็ยังยอมรับเร่ืองการเวียนว่ายตายเกิด จนกระท่ังมีการประชุมใหญ่ถกเถียงกันเร่ืองนี้ สุดท้ายพวกบิชอปลงมติตกลงกันว่า ต่อแต่น้ีไปชาวคริสต์จะเช่ือเรื่องนี้ไม่ได้ทง้ั ๆ ท่กี อ่ นหนา้ นั้นกย็ งั เชอ่ื อยู่ ดงั นัน้ แมอ้ าตมาจะระลึกชาตไิ มไ่ ด้ อาตมาก็เชอื่ มัน่ ในเรื่องสวรรคแ์ ละนรก เพราะ 37

๑. หลักฐานในพระไตรปิฎก ซ่ึงเป็นพระศาสดาแทนพระพุทธเจ้า ๒. ประสบการณ์ตรงของผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ระลึกชาติได้ และ ๓. ประสบการณ์ระลึกชาติได้ของคนทว่ั โลกทเี่ ปน็ โดยอตั โนมตั ิ ไมไ่ ดเ้ กดิ จากการปฏบิ ตั ิแมจ้ ะไมใ่ ชข่ อ้ พสิ จู น์ แตน่ คี่ อื เหตผุ ลวา่ ท�ำ ไมอาตมาจงึ เชอ่ื ส่วนเรื่องนอนไม่หลับ ก็ต้องดูเหตุปัจจัย มีอะไรท่ีทำ�ให้นอนไม่หลับ ยกตัวอย่างเช่น ยุงกัด ก็เรียกว่ามีสิ่งแวดล้อมที่ทำ�ให้นอนหลับยาก น่ีเป็นข้อหน่ึงที่ต้องดูเรื่องอากาศ มันร้อนเกินไป มันเย็นเกินไป หรือมีสัตว์รบกวน เช่น หมาหรือตุ๊กแก เป็นต้น เป็นเร่ืองท่ีเราต้องแก้ไขเท่าท่ีจะแก้ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องหมาที่อยู่ในซอยก็คงจะแก้ไมไ่ ด้ กต็ อ้ งทนเอา เรอื่ งการบรหิ ารสงั ขารของตวั เอง การบรหิ ารรา่ งกายกช็ ว่ ยใหห้ ลบั ไดง้ า่ ยขน้ึ การรบั ประทานอาหารกม็ ผี ลมากถ้าทานมากเกินไปหรือถ้าชอบด่ืมนํ้าชากาแฟตอนบ่ายๆหรือก่อนนอน มันกระตุ้นให้ร่างกายไม่อยากนอน ฉะน้ันตอ้ งดทู นี่ สิ ยั การกนิ การดม่ื ของเรา แตส่ ง่ิ ทสี่ �ำ คญั มากกค็ อือารมณ์ คนทเี่ ครยี ด คดิ มาก แลว้ ปลอ่ ยวางความคดิ ไมไ่ ด้เวลานอนก็จะคิดๆ จนนอนไม่หลับ ลองใช้วิธีง่ายๆ คือใหท้ านอะไรบางอยา่ ง ไมใ่ ชย่ านอนหลบั แตล่ องดม่ื นมสด 38

อนุ่ ๆหรอื ทานยาสมนุ ไพรบางอยา่ งอาจชว่ ยใหผ้ อ่ นคลายได้ การเจริญเมตตาภาวนาก่อนนอน ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข แล้วแผ่เมตตาให้คุณพ่อคุณแม่ พ่ีๆ น้องๆให้คนรอบข้าง ทุกคนในกรุงเทพฯ ทุกคนในเมืองไทยขอให้มีความสุขๆ เถิด ทำ�ให้จิตใจเราผ่องใส นี่ก็จะช่วยแก้อารมณ์เครียดหรือกังวลได้ อีกวิธีคือให้คิดว่าจะหลับหรือไม่หลับก็ช่างมัน ถ้าหลับก็ดี ถ้าไม่หลับก็ช่างมันอย่าไปกังวลเร่ืองการนอนไม่หลับ บางทีพอเราปลงและปลอ่ ยวางอยา่ งนี้ ก็หลับได้เหมอื นกนั ขอให้เราดูเหตุปัจจัยของปัญหาว่ามันเกิดจากสิง่ แวดล้อมหรือไม่ ถ้าเกดิ จากส่ิงแวดลอ้ ม เราจะปรับได้มากน้อยแค่ไหน ปัญหาเกิดจากภายในมากน้อยแค่ไหนเกิดจากร่างกายผิดปกติ เกี่ยวกับเร่ืองอาหารเร่ืองชากาแฟหรือไม่ ควรจะแก้ไขอย่างไร หรือว่าเกิดเพราะอารมณ์ จติ ใจคดิ วติ กกงั วลมาก กต็ อ้ งใชส้ มาธชิ ว่ ย ท�ำ วตั รสวดมนต์อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก่อนนอน แล้วก็ทำ�สมาธิจะเป็นการภาวนาพุทโธหรือแผ่เมตตาให้จิตใจผ่องใสกค็ งจะชว่ ยได้ อกี อยา่ งหนง่ึ กค็ อื อยา่ ไปก�ำ หนดวา่ จะตอ้ งนอนเท่านั้นเท่าน้ีชั่วโมง เพราะบางคร้ังอาจจะไม่จำ�เป็นตอ้ งนอนมากกไ็ ด้ ความตอ้ งการทจี่ ะนอนหลบั ในบางชว่ งอาจจะนอ้ ยลง 39

๙.ผมอยากทราบวา่ นรกกับสวรรค์เป็นอยา่ งไรนรกน่ากลัวอย่างไร และสวรรค์สุขสบายอย่างไร แล้วถ้าเราทำ�บุญทำ�บาปเท่าๆ กันเราจะเป็นอย่างไร บุญและบาปสามารถมาหกั ล้างกนั ได้หรอื ไม่ครบั ? 40

ตอบ ก่อนอ่ืนขอบอกว่า เราไม่มีทางท่ีจะสื่อสารกันเรื่องสวรรค์นรก แม้อาตมาจะเล่าเรื่องบ้านเกิดของอาตมาท่ีอังกฤษให้ฟัง โยมก็ยังไม่สามารถที่จะนึกภาพได้จริงคงเป็นเร่ืองประสบการณ์ของแต่ละคน จะทุกข์อย่างไรจะสุขอย่างไร เราก็อ่านได้ จินตนาการได้ แต่มันก็เป็นแค่จินตนาการเฉยๆ เอาอย่างน้ี... ลองพยายามนึกถึงสภาพที่เราทุกข์ท่ีสุดในชีวิต นรกจะทุกข์กว่าน้ันสักล้านเท่า ถ้าเราสุขที่สุดในชีวิต สวรรค์จะสุขกว่านั้นสักลา้ นเทา่ ใหเ้ ราลองจินตนาการดู แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ทงั้ สวรรคแ์ ละนรกเปน็ ของไมเ่ ทยี่ งไมแ่ นน่ อน อยใู่ นสวรรคอ์ ยใู่ นนรกสกั ระยะหนง่ึ กต็ อ้ งกลบัมาเวยี นวา่ ยตายเกดิ ตอ่ พระพทุ ธองคจ์ งึ ตรสั วา่ การปฏบิ ตั ิเพื่อจะขึ้นสวรรค์นั้นก็น่าเห็นใจ เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำ�ไมคนเราจงึ ตอ้ งการขนึ้ สวรรค์ แตถ่ า้ เราพจิ ารณาดว้ ยปญั ญาแล้ว เราจะเห็นได้ว่ามันไม่คุ้ม เพราะการเกิดเป็นมนุษย์เป็นโอกาสทองที่เราจะสร้างคุณงามความดี เพ่ือให้พ้นจากการเวยี นว่ายตายเกดิ โดยสน้ิ เชงิ ถา้ เราปฏบิ ตั เิ พอื่ ให้ 41

พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ในระดับหน่ึง แต่ไม่ถึงกับบรรลุธรรม ผลพลอยได้คือไม่เกิดเป็นมนุษย์อีกต่อไปอยา่ งนอ้ ยกไ็ ดข้ น้ึ สวรรค์ เปน็ การขน้ึ สวรรคโ์ ดยไมไ่ ดจ้ งใจแตข่ น้ึ ดว้ ยคณุ งามความดใี นจติ ใจ เร่ืองที่ว่าทำ�บุญทำ�บาปเท่าๆ กัน มันไม่มีอย่างน้ันหรอก แล้วบุญบาปจะแก้กันอย่างนัน้ ไม่ได้ มันอยูท่ ่ีจิตใจของเราว่ายินดีในบุญหรือยินดีในบาป ถ้าเรายินดีในบุญเหน็ ความงามของบญุ การท�ำ บาปจะนอ้ ยลงเรอ่ื ยๆ แตถ่ า้เรายนิ ดใี นบาปมาก ความยนิ ดใี นบญุ จะคอ่ ยๆ ลดนอ้ ยลงบุญคือเครื่องชำ�ระจิตใจ ส่วนบาปเป็นส่ิงที่ทำ�ให้จิตใจตกตาํ่ ท�ำ ใหค้ ณุ ภาพจติ ใจดอ้ ยลง ฉะนน้ั ถา้ เราด�ำ เนนิ ชวี ติไปในทางทก่ี เิ ลสเพมิ่ มากขนึ้ เบยี ดเบยี นคนอน่ื เบยี ดเบยี นตนเองเสมอๆ แลว้ ไปทอดกฐนิ ไปสรา้ งเจดยี ์ หรอื ไปสรา้ งอะไรๆ ปีละครั้ง มันเป็นคนละเรื่องกัน เจตนาทำ�ความดีด้วยการให้ทาน มันก็ไม่ได้มีผลต่อคุณภาพของจิตใจสกั เท่าไร เรากร็ ูๆ้ กนั อย่วู ่า คนท่โี หดร้าย คนทเ่ี คยฆา่ คนหรือเคยเอารัดเอาเปรียบคน ก็ยังสามารถทำ�บุญด้วยเงินได้ ไม่มีอะไรขัดข้อง แล้วเราก็ยังยกย่องเขาได้ว่า‘เอ้อ...อย่างน้อยเขาก็ได้ทำ�ความดีบ้าง’ แต่ไม่ใช่ว่าคนเราทำ�ความชั่วไว้มาก แล้วจะมาแก้ด้วยการถวายปจั จยั ถวายเงนิ บางส่วน มนั เปน็ คนละเรอ่ื งกัน 42



๑๐.หนอู ยากทราบวา่ นรก สวรรค์ อย่ใู นโลกใบน้ีหรือเปล่า แล้วถ้าโลกแตก นรกกับสวรรค์จะแตกหรอื หายไปด้วยไหมเจา้ คะ? 44

ตอบ เปน็ ค�ำ ถามทด่ี แี ตเ่ ปน็ เรอ่ื งทพ่ี ดู ยาก เพราะเราไมร่ วู้ า่ขา้ งในโลกน้เี ป็นอะไร นักวทิ ยาศาสตรก์ ไ็ ดแ้ ต่อนุมานเอาแต่ไม่เคยเห็นกับตา ใช่ไหม มีการทดลองแล้วบอกว่ามันมีนํ้าหนักอย่างนี้ๆ มีความหนาแน่น (density)อย่างน้ีๆ น่าจะเป็นโลหะแบบน้ันแบบนี้อยู่ข้างในโลกแต่มันก็เป็นแค่การอนุมาน จริงๆ แล้วไม่มีใครเจาะรูหรืออุโมงค์จากเมืองไทยไปโผล่ที่อเมริกา จะได้ดูว่าจะมีอะไรบา้ งทอี่ ยลู่ กึ ลงไปในโลกระหวา่ งอโุ มงคน์ น้ั เพราะเปน็ส่งิ ทเ่ี รายงั ทำ�ไมไ่ ด้ อยา่ งไรก็ตาม พระพทุ ธองค์ตรัสไว้วา่ ตราบใดท่ยี งัมีคนรักษาศีล ๕ โลกมนุษย์จะต้องมี ซึ่งอาจจะไม่ใช่โลกใบนกี้ ็ได้ แต่อาจจะเป็นโลกใดโลกหนึ่งทม่ี นษุ ย์อยไู่ ด้ที่ที่มีออกซิเจนและมีอะไรๆ ที่จะเป็นท่ีอยู่ของมนุษย์ได้นักวิทยาศาสตร์ หรือนักดาราศาสตร์ท่ีศึกษาจักรวาลเม่ือล่าสุดนี้ได้บอกว่า โลกท่ีมีลักษณะคล้ายๆ อย่างโลกของเรานี้ เดาว่าน่าจะมีจำ�นวนเป็นล้านเหมือนกันนะ 45

เพราะฉะนน้ั โลกจึงไมไ่ ดห้ มายถงึ โลกใบนีใ้ บเดยี ว โลกนี้แตกก็ไม่ใช่ว่าโลกมนุษย์แตก ตราบใดท่ียังมีคนรักษาศีล ๕​ ซ่ึงเป็นคุณสมบัติท่ีจะได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ย่อมจะต้องมโี ลกมนษุ ยป์ รากฏให้ไดอ้ ย่อู าศยั สวรรค์และนรกก็เป็นเชน่ เดยี วกัน จะมสี วรรคม์ นี รกอยู่ในโลกใบนหี้ รือไม่ เรากไ็ มส่ ามารถตอบรบั หรือปฏเิ สธได้ทีเดียว เพราะเราไม่มีประสบการณ์ตรง แต่ตราบใดทม่ี คี นท�ำ คณุ งามความดที จี่ ะเกดิ เปน็ เทวดา สวรรคก์ ต็ อ้ งปรากฏ และตราบใดทค่ี นยังทำ�ความช่ัวมากๆ นรกกเ็ ป็นภพภูมิท่ีต้องปรากฏ แต่ไม่แน่นอนว่าจะปรากฏท่ีไหนในรูปแบบอย่างไร 46



๑๑.หนูสงสยั ว่า ถา้ เราฆา่ ตัวตาย จะตอ้ งเกิดเปน็ลูกสนุ ัข ๕๐๐​ชาตหิ รอื เปล่าเจ้าคะ? 48

ตอบ คงไม่กระมัง ทำ�ไมจะต้องเป็นลูกสุนัข แต่เคยเจอในคัมภีร์เหมือนกันว่า พวกที่ฆ่าตัวตายอาจจะต้องฆ่าตัวตายซํ้าอีก ๕๐๐ ชาติ คำ�ว่า ‘ห้าร้อย’ เป็นสำ�นวนภาษาบาลี แปลว่าเยอะแยะ หลายภพหลายชาติ ไม่ได้หมายถงึ วา่ มากกว่า ๔๙๙ อย่หู นง่ึ เหตผุ ลทจี่ ะท�ำ ใหฆ้ า่ ตวั ตายซา้ํ ๆ กค็ อื การฆา่ ตวั ตายเป็นการสร้างนิสัยท่ีจะฝังลึกอยู่ในใจ เม่ือเกิดความทุกข์ความทอ้ แทใ้ จในชาตติ อ่ ไป ความคดิ จะฆา่ ตวั ตายจะเกดิขน้ึ อยา่ งรนุ แรง แลว้ ถา้ ฆา่ ตวั ตายทกุ ครง้ั กย็ อ่ มกลายเปน็นสิ ยั ทม่ี พี ลงั มาก ซง่ึ อาจจะมผี ลตอ่ ไปหลายภพหลายชาติแต่ไมไ่ ด้ระบวุ า่ จะตอ้ งเปน็ ลกู สนุ ัขเสมอไป 49

๑๒.ผมอยากทราบวา่ ถ้าทกุ คนในโลกนี้เปน็ คนดีท้ังหมด พระศรีอริยเมตไตรยจะมาเกิดบนโลกน้หี รอื ไม่? 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook