Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือปฏิบัติงานวารสาร

คู่มือปฏิบัติงานวารสาร

Description: คู่มือปฏิบัติงานวารสาร

Search

Read the Text Version

คูมอืปฏิบัตงิาน วารสารนติศิาสตรมหาวิทยาลัยนเรศวร นางสาวนารจีุติศรแีสงฉาย เจาหนาทีบ่ริหารงานทั่วไป คณะนติิศาสตรมหาวิทยาลัยนเรศวร ปีท่ีเผยแพร่2562

ก คานา การจัดทาค่มู ือการปฏิบตั ิงานวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นคมู่ ือในการปฏิบตั งิ านวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ทาให้ผ้ปู ฏิบตั ิงานทราบวิธี และขัน้ ตอนการจัดทาวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อีกทัง้ ยังช่วยให้ผู้ปฏิบัติงาน ดาเนินการตามขนั้ ตอนท่ีกาหนดไว้ สอดคล้องกบั นโยบายและวตั ถปุ ระสงค์ของการจดั ทาวารสาร นติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร การจัดทาในครัง้ นี ้ สาเร็ จลุล่วงไปด้ วยดี ด้ วยความสนับสนุนจากทางคณบดี คณะนิติศาสตร์ บรรณาธิการวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่กรุณาได้ให้คาแนะนา ปรึกษา ตลอดทงั้ ตรวจสอบข้อบกพร่องตา่ งๆ ด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างย่ิง รวมทงั้ คณาจารย์ ทกุ ทา่ นที่ประสทิ ธ์ิประสาทวชิ าความรู้ ให้กบั ผ้จู ยั จนทาให้งานวจิ ยั ในครัง้ นี ้สาเร็จไปด้วยดี ขอขอบคุณบุคลากรคณะนิติศาสตร์ทุกท่าน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบตั ิงานทางด้านงานวารสาร นิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ที่ได้ให้ความอนเุ คราะห์ข้อมูลตา่ งๆ รวมทงั้ ให้ความร่วมมือเป็น อยา่ งดี พร้อมทงั้ เป็นกาลงั ใจแกผ่ ้จู ดั ทาเสมอมา ขอขอบพระคณุ บิดาและมารดา และสามีอนั ท่ีที่รักยิ่ง ผ้เู ป็นแรงบนั ดาลใจสาคญั ท่ีคอย ผลักดันให้ผู้จัดทาคู่มือปฏิบัติงานได้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ ชว่ ยเหลือในด้านตา่ งๆ คณุ ค่าและประโยชน์อันพึงมีจากการจดั ทาค่มู ือปฏิบตั ิงานฉบบั นี ้ผู้จดั ทาขอมอบและ อทุ ิศแดผ่ ้มู ีพระคณุ ทกุ ทา่ น

ข สารบัญ บทท่ี หน้า คานา ..........................................................................................................................ก สารบัญ ..........................................................................................................................ข สารบัญภาพ ......................................................................................................................... จ บทท่ี 1 บทนา...................................................................................................................... 1 1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา............................................................ 1 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการจดั ทาคมู่ ือ......................................................................... 2 1.3 ขอบเขตของการจดั ทาคมู่ ือ................................................................................ 2 1.4 นิยามศพั ท์ ....................................................................................................... 3 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ................................................................................ 3 บทท่ี 2 บทบาทหน้าท่ีความรับผิดชอบ............................................................................... 4 2.1 บทบาทหน้าท่ีความรับผิดชอบของตาแหนง่ ........................................................ 4 2.2 ลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิ......................................................................................... 4 2.3 โครงสร้างการบริหารจดั การงานวารสารนติ ิศาสตร์ .............................................. 5 บทท่ี 3 หลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัตงิ าน.................................................................................. 6 3.1 เกณฑ์คณุ ภาพวารสารวิชาการ .......................................................................... 6 3.2 รูปแบบการเขียนบทความ ............................................................................... 10 3.3 หลกั เกณฑ์การพิมพ์สว่ นประกอบของบทความ................................................. 13 3.4 การอ้างอิงเชงิ อรรถและบรรณานกุ รมสาหรับบทความ....................................... 16 3.4.1 รายละเอียดการอ้างอิงเชงิ อรรถ ............................................................. 16 3.4.2 หลกั การลงรายการสาหรับผ้แู ตง่ ............................................................ 17 3.4.3 หลกั การลงรายการชื่อเรื่อง .................................................................... 21

ค สารบัญ (ต่อ) บทท่ี หน้า 3.4.4 หลกั การลงรายการปีพิมพ์ ..................................................................... 21 3.4.5 หลกั การลงรายการสถานที่พิมพ์และสานกั พิมพ์...................................... 21 3.4.6 หลกั การลงรายการครัง้ ที่พมิ พ์................................................................ 22 3.4.7 หลกั การลงรายการวนั ท่ี......................................................................... 22 3.4.8 หลกั การลงเลขหน้า............................................................................... 22 3.4.9 หลกั การลงรายการอ้างองิ ซา้ เอกสารเรื่องเดยี วกนั ................................... 22 3.4.10 รูปแบบการเขียนเชิงอรรถและบรรณานกุ รม ......................................... 24 3.5 ตวั อยา่ งรูปแบบการเขียนบทความวจิ ยั ............................................................. 52 3.6 ตวั อยา่ งรูปแบบการเขียนบทความวิชาการ ....................................................... 58 3.7 ประกาศ ระเบียบตา่ งๆ ท่ีเก่ียวข้องกบั งานวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร....................................................................................... 64 บทท่ี 4 เทคนิคในการปฏิบัตงิ าน...................................................................................... 69 4.1 กิจกรรมและแผนการปฏิบตั ิงาน ...................................................................... 69 4.2 ขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ าน .................................................................................... 70 4.2.1 การจดั การสมาชิก User ในวารสาร........................................................ 77 4.2.2 การสมคั รสมาชิก (Register) ................................................................. 84 4.2.3 การจดั การข้อมลู สว่ นตวั (Profile) .......................................................... 86 4.2.4 การสง่ บทความ (Submission) .............................................................. 91 4.2.5 การพิจารณาบทความ........................................................................... 97 4.2.6 การนาวารสารฉบบั เก่าเข้าสรู่ ะบบโดยวิธีการ Quick Submit ................. 124 4.2.7 การจดั การเลม่ วารสาร (Issue) ............................................................ 130 4.2.8 การสร้างแบบประเมินบทความ (Review Form) ................................... 135 4.2.9 การสร้างประเภทของบทความ (Section)............................................. 140 4.3 วิธีการตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน.................................................. 142 4.4 จรรยาบรรณ/คณุ ธรรม/จริยธรรมในการปฏิบตั งิ าน.......................................... 142

ง สารบัญ (ต่อ) บทท่ี หน้า บทท่ี 5 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการแก้ไข และพัฒนางาน .............................. 145 5.1 ปัญหาอปุ สรรคในการปฏิบตั ิงาน ................................................................... 145 5.2 แนวทางแก้ไขและพฒั นา............................................................................... 145 5.3 ข้อเสนอแนะ................................................................................................. 145 บรรณานุกรม.................................................................................................................... 146 ประวัตผิ ู้จัดทา .................................................................................................................. 147

สารบญั ภาพ จ ภาพ หน้า ภาพ 1 แสดงกระบวนการพจิ ารณาบทความและตีพมิ พ์ของระบบ OJS 71 ภาพ 2 แสดงขนั้ ตอนการดาเนนิ งานวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร 75 ภาพ 3 แสดงหน้าจอเว็บไซต์การใช้ระบบงาน ThaiJo ใน วารสารนิตศิ าสตร์ 76 มหาวทิ ยาลยั นเรศวร 77 ภาพ 4 แสดงวีดทิ ศั น์การเพ่ิมข้อมลู ผ้ใู ช้ (Add User) 79 ภาพ 5 แสดงวีดทิ ศั น์การแก้ไขและเพิ่มบทบาทข้อมลู ผ้ใู ช้ (Edit User) ภาพ 6 แสดงวีดทิ ศั น์การแตง่ ตงั้ ตาแหนง่ ให้ผ้ใู ช้ นอกจากวารสารซง่ึ เป็นสมาชกิ 80 83 ของวารสารอื่นในระบบ ThaiJo 84 ภาพ 7 แสดงกระบวนการสมคั รสมาชกิ วารสาร 86 ภาพ 8 แสดงวีดทิ ศั น์การสมคั รสมาชกิ (Register) 91 ภาพ 9 แสดงวีดทิ ศั น์การจดั การข้อมลู สว่ นตวั (Profile) 97 ภาพ 10 แสดงวีดทิ ศั น์การส่งบทความ (Submission) 106 ภาพ 11 แสดงวีดที ศั น์การมอบหมายผ้ดู แู ลบทความและเพ่ิมผ้ปู ระเมนิ บทความ 110 ภาพ 12 แสดงวีดที ศั น์ผ้ปู ระเมนิ บทความ (Reviewer) สง่ ผลประเมินกลบั มา ภาพ 13 แสดงวีดทิ ศั น์ผ้ปู ระเมินบทความ (Reviewer) ไมไ่ ด้ประเมนิ บทความในระบบ 114 ภาพ 14 แสดงวีดทิ ศั น์รวบรวมข้อเสนอแนะของผ้ปู ระเมนิ บทความ (Reviewer) 118 เพื่อสง่ ไฟล์ให้ผ้แู ตง่ (Author) ภาพ 15 แสดงวีดทิ ศั น์ผ้แู ตง่ (Author) สง่ บทความท่ีแก้ไขตามข้อเสนอและกลบั มา: 122 124 กรณีที่ 1 ให้ผ้แู ตง่ แก้ไขอีกรอบ 130 ภาพ 16 แสดงวีดทิ ศั น์ผ้แู ตง่ (Author) สง่ บทความที่แก้ไขตามข้อเสนอและกลบั มา: 132 133 กรณีที่ 2 สง่ ให้ผ้ปู ระเมนิ บทความ (Reviewer) ประเมินอีกรอบ 135 ภาพ 17 แสดงวีดทิ ศั น์การนาวารสารฉบบั เก่าเข้าสรู่ ะบบโดย วธิ ีการ Quick Submit 140 ภาพ 18 แสดงวีดทิ ศั น์การสร้างเลม่ วารสาร ภาพ 19 แสดงวีดทิ ศั น์การออนไลน์เลม่ วารสาร ภาพ 20 แสดงวีดทิ ศั น์รายละเอียดของเลม่ วารสาร ภาพ 21 แสดงวีดทิ ศั น์การสร้างแบบประเมนิ บทความ (Review Form) ภาพ 22 แสดงวีดทิ ศั น์การสร้างประเภทของบทความ (Section)

บทท่ี 1 บทนา 1.1 ความเป็ นมาและความสาคัญของปัญหา คณะนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ได้จดั ทาวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ขึน้ เพ่ือให้เป็นวารสารวิชาการโดยเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นกั นิติศาสตร์ และผู้สนใจทั่วไปทงั้ ภายในและภายนอกคณะนิติศาสตร์ได้เผยแพร่ผลงานวิชาการในรูปแบบของบทความวิชาการและ บทความวิจัยที่เก่ียวข้องด้านกฎหมาย โดยส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ทางวิชาการในสาขา นิติศาสตร์ และจดั ตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณชนผู้สนใจทวั่ ไป พร้ อมทัง้ ยกระดบั ให้เป็นวารสาร ระดบั ชาติ คณะกรรมการในการดาเนินงาน และจัดทาวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ประกอบด้วย บรรณาธิการ ท่ีปรึกษาบรรณาธิการ กองบรรณาธิการวารสารภายในและภายนอก และฝ่ ายจัดการวารสาร ผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ การบอกรับเป็นสมาชิกวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ปัจจบุ นั มีกาหนดออกปีละ 2 ฉบบั คือ ฉบบั ที่ 1 มกราคม – มิถนุ ายน และ ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม – ธันวาคม และดาเนินการบริหารจัดการด้วยระบบวารสารออนไลน์ใน การบริหารงาน จัดเก็บ และเผยแพร่ ด้วยโปรแกรมระบบจัดการวารสารอิเล็กทรอนิกส์ Open Journal System โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ (Server) ของตนเอง ต่อมาปี พ.ศ. 2560 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มีการย้าย เซิร์ฟเวอร์ (Server) ไปที่ Thai Journals Online (ThaiJO) เป็นระบบฐานข้อมลู วารสารอิเล็กทรอนิกส์กลาง ของประเทศไทย เป็นแหล่งรวมวารสารวิชาการท่ีผลิตในประเทศไทยทุกสาขาวิชา ทัง้ สาขา วิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี และมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ThaiJO ได้รับการสนบั สนุนจาก สานกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจัย (สกว.) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และศูนย์ดชั นีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) วารสารวิชาการไทยที่ปรากฎใน ThaiJO จะพฒั นาอย่บู นระบบ OJS (Online Journal System) เดยี วกนั ซงึ่ พฒั นาโดย Public Knowledge Project (PKP) เพ่ือรองรับสคู่ วามเป็นสากลในอนาคต

2 ในการดาเนินงานวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รูปแบบท่ีใช้ในการอ้างอิง ทางบรรณานุกรรมและเชิงอรรถ จะใช้ Turabian Style ซึ่งเป็นมาตรฐานการอ้างอิงระดบั สากล ตามที่ทางศนู ย์ดชั นีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) กาหนดไว้ และการดาเนินงานในวารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร เม่ือวนั ที่ 15 ตลุ าคม 2556 วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ได้รับการคดั เลือกเข้า ส่รู ะบบฐานข้อมูล Thai- Journal Citation Index (TCI) กล่มุ ที่ 2 ต่อมาเม่ือวนั ท่ี 31 พฤษภาคม 2558 ได้รับการคดั เลือกเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล Thai- Journal Citation Index (TCI) กลุ่มที่ 1 ซึง่ วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวรได้ปรับปรุงและพฒั นาวารสารอย่างตอ่ เนื่อง จนกระทง่ั เม่ือวนั ที่ 14 พฤศจิกายน 2560 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ได้ถกู พิจารณาคดั เลือก เข้าสฐู่ านข้อมลู ภมู ิภาคอาเซียน (Asean Citation Index: ACI) ทงั้ นี ้ ผู้จดั ทา ได้เห็นความสาคญั ของการดาเนินงานวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย นเรศวร จึงจัดทาค่มู ือการปฏิบตั ิงานวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร เพื่อจะได้ใช้เป็น แนวทางปฏิบตั ิงาน และพฒั นาคุณภาพวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นวารสารวิชาการที่ได้มาตรฐานตามหลกั เกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการ และก้าวสู่ ความเป็นสากลตอ่ ไป 1.2 วัตถุประสงค์ของการจัดทาคู่มือ 1.2.1 เพื่อเป็นคมู่ ือในการปฏิบตั งิ านวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร 1.2.2 เพ่ือให้ผู้ปฏิบตั ิงานหรือผู้ปฏิบตั ิงานแทนทราบวิธีและขนั้ ตอนการจดั ทาวารสาร นติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร 1.2.3 เพื่อให้ผ้ปู ฏิบตั งิ านดาเนินการตามขนั้ ตอนท่ีกาหนดไว้ สอดคล้องกบั นโยบายและ วตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ทาวารสารวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร 1.3 ขอบเขตของการจัดทาคู่มือ 1.3.1 โครงสร้างการดาเนินงานวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร 1.3.2 ขนั้ ตอนการดาเนินงานวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร 1.3.3 เกณฑ์คณุ ภาพวารสารวชิ าการ 1.3.4 รูปแบบการเขียนบทความเพ่ือตพี ิมพ์ในวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร 1.3.5 การบริหารจดั การด้วยระบบวารสารออนไลน์ (Online Journal System: OJS) 1.3.6 ประกาศ ระเบียบตา่ งๆ ที่เกี่ยวข้องกบั งานวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลนั เรศวร

3 1.4 นิยามศัพท์ 1.4.1 บรรณาธิการวารสาร หมายถึง ผ้ทู ่ีมีหน้าที่รับผิดชอบในการจดั ทา รวบรวมตรวจ แก้ คดั เลือก หรือควบคุม เนือ้ หาที่จะตีพิมพ์เผยแพร่ พร้ อมทัง้ เป็นผู้จัดเลือกบทความ รวบรวม ปรับปรุง และรับผดิ ชอบเรื่องการตีพิมพ์ 1.4.2 ผ้ปู ระเมินบทความภายนอก หมายถึง ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิภายนอกมหาวิทยาลยั บคุ คล ผ้มู ีความรู้ความเชี่ยวชาญประเมนิ บทความของผ้ทู ่ีได้รับการตพี มิ พ์ในวารสาร 1.4.3 ผ้ปู ระเมินบทความภายใน หมายถึง ผ้ทู รงคณุ วฒุ ภิ ายในมหาวิทยาลยั บคุ คลผ้ทู ี่มี ความรู้ความเช่ียวชาญประเมนิ บทความของผ้ทู ่ีได้รับการตพี ิมพ์ในวารสาร ก่อนจดั ส่งให้ผ้ปู ระเมิน บทความภายนอก 1.4.4 กองบรรณาธิการ หมายถึง เป็นกลุ่มบุคคลซึ่งทาหน้าท่ีเป็นคณะทางานของ บรรณาธิการ ในการชว่ ยตรวจสอบบทความแทนบรรณาธิการ 1.4.5 ผ้ชู ่วยบรรณาธิการ หมายถึง บคุ คลท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยบรรณาธิการ วารสารในการจดั ทา รวบรวม ตรวจแก้ คดั เลือก ควบคมุ เนือ้ หา 1.4.6 ฝ่ ายจัดการวารสาร หมายถึง บุคคลท่ีมีหน้าท่ีในการติดต่อประสานงานใน การบริหารจดั การวารสารเพ่ือตีพมิ พ์เผยแพร่ อาทิ ผ้จู ดั การ ผ้ชู ว่ ยผ้จู ดั การ 1.5 ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รับ 1.5.1 ได้คมู่ ือในการปฏิบตั งิ านด้านการจดั ทาวารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร 1.5.2 ปฏิบตั ิงานทราบวิธีและขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงานด้านการจดั ทาวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร และสามารถปฏิบตั งิ านดาเนนิ การตามขนั้ ตอนท่ีกาหนดไว้ และสอดคล้องกบั นโยบายและวตั ถปุ ระสงค์ของการจดั ทาวารสาร 1.5.3 ผู้บริหารสามารถใช้ประโยชน์เพ่ือการบริหารจัดการงานวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

บทท่ี 2 บทบาทหน้าท่คี วามรับผิดชอบ 2.1 บทบาทหน้าท่คี วามรับผิดชอบของตาแหน่ง ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาข้อมูลในการจัดทาเก่ียวกับการรับบทความจากผู้แต่ง บทความ ตรวจสอบความถกู ต้องของรูปแบบการเขียนบทความ แจ้งผ้แู ตง่ บทความให้ดาเนินการ แก้ ไขบทความ เสนอบทความของผู้แต่งให้ทางผู้จัดการวารสาร แจ้งผู้ประเมินบทความใน การประเมินบทความ สง่ บทความให้ผ้แู ตง่ แก้ไขตามผ้ปู ระเมินบทความ เสนอบทความท่ีแก้ไขของ ผู้แต่งตามผู้ประเมินบทความให้กับผู้จัดการวารสาร ควบคุม ตรวจสอบความถูกต้องของ การปฏิบตั งิ านด้านวารสาร และดาเนินการจดั พิมพ์วารสาร และจดั ส่งเอกสารเพ่ือเผยแพร่วารสาร ไปยังหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย โดยการนาเทคโนโลยีเข้ ามาใช้เพ่ืออานวย ความสะดวก ลดขนั้ ตอนและความผดิ พลาดในการปฏิบตั งิ านท่ีมีประสิทธิภาพ 2.2 ลักษณะงานท่ปี ฏบิ ัติ 2.2.1 การตรวจรูปแบบการเขียนบทความ ดาเนินการตรวจสอบรู ปแบบการเขียนบทความให้ เป็ นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งรูปแบบการอ้างอิงทางด้านกฎหมายท่ีใช้คือ รูปแบบ Turabian โดยมีการนาเครื่องมือใน การตรวจสอบรูปแบบการอ้างอิงมาใช้ ด้วยโปรแกรม Endnote ช่วยให้การทางานเป็นไปด้วย ความถกู ต้อง และรวดเร็วในการทางาน หากบทความมีการแก้ไขจะใช้ระบบใส่ Tracking Change เม่ือผู้แต่งได้รับผลของการตรวจสอบจะสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึน้ (ปรับเปลี่ยนวิธีการและ แนวทางการ ปฏิบตั งิ านให้เหมาะสมกบั สภาพการณ์, คอ่ นข้างยงุ่ ยากซบั ซ้อน, ตดั สินใจ) 2.2.2 การตดิ ตามบทความจากผู้แต่ง แจ้งผ้แู ตง่ ในการแก้ไขรูปแบบการเขียนบทความ การแจ้งผลประเมินบทความจาก ผ้ปู ระเมินบทความ การตรวจสอบการแก้ไขบทความจากผ้แู ตง่ จะดาเนนิ การแจ้งผา่ นระบบวารสาร ออนไลน์ (ThaiJo) และสามารถแจ้งเตือนผ้แู ตง่ โดยผา่ นจดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 2.2.3 ควบคุม กากับ ดูแล ข้อมูลบทความท่ีเข้ามาในระบบ ข้อมลู ของผ้ปู ระเมินบทความ ข้อมูลการสมคั รสมาชิกวารสารบทความท่ีเสนอเข้า มาในระบบ โดยจดั ทาระบบท่ีนาเสนอในลกั ษณะเชิงสถิติ กราฟ ท่ีสามารถมองเห็นและเข้าใจได้

5 ง่ายมากขนึ ้ (ปรับเปล่ียนวิธีการและแนวทางการ ปฏิบตั ิงานให้เหมาะสมกบั สภาพการณ์, คอ่ นข้าง ยงุ่ ยากซบั ซ้อน, ตดั สนิ ใจ) 2.2.4 การพสิ ูจน์ตัวอักษรก่อนการตพี มิ พ์ เม่ือบทความเรียบร้อย พร้อมตีพิมพ์จะดาเนินการตรวจสอบพิสูจน์ตวั อกั ษร ก่อน การตีพิมพ์ โดยนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจดั ทา และออกแบบรูปแบบ เช่น โปรแกรม Adobe InDesign (ปรับเปลี่ยนวิธีการและแนวทางการ ปฏิบตั ิงานให้เหมาะสมกับสภาพการณ์, คอ่ นข้างยงุ่ ยากซบั ซ้อน, ตดั สินใจ) 2.2.5 เผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์ ทาให้ เข้ าถึงข้ อมูลได้ทันที เพื่อเป็ นประชาสัมพันธ์วารสารให้ เป็ นท่ีรู้จักต่อ นกั วิชาการ และผู้สนใจท่ัวไป (ปรับเปล่ียนวิธีการและแนวทางการ ปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับ สภาพการณ์, คอ่ นข้างยงุ่ ยากซบั ซ้อน, ตดั สนิ ใจ) 2.3 โครงสร้างการบริหารจัดการงานวารสารนิตศิ าสตร์ วารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ประกอบด้วย ดงั นี ้ 2.3.1 ที่ปรึกษา (Consultants) ทาหน้าท่ีให้คาปรึกษา และข้อแนะนาในการดาเนินงาน วารสารให้สาเร็จลลุ ว่ งไปด้วยดี 2.3.2 บรรณาธิการ (Editor) ทาหน้าที่ คดั เลือก รวบรวม แก้ไข และรับผิดชอบเร่ืองท่ีจะ ลงพิมพ์ ซึ่งรับผิดชอบในการจัดทา ตรวจแก้ คดั เลือก หรือควบคุมบทประพันธ์ หรือข้อเขียนใน หนงั สือพมิ พ์หรือสิง่ พมิ พ์อ่ืนๆ 2.3.3 กองบรรณาธิการ (Editorial Staff) ทงั้ ภายในและภายนอก ทาหน้าที่พิจารณา และประเมนิ บทความให้คณุ ภาพก่อนตีพมิ พ์เผยแพร่ 2.3.4 ผ้จู ดั การ (Manager) ทาหน้าท่ี กากบั ดแู ล ความเรียบร้ อย และประสานงานใน การดาเนนิ งานวารสารนติ ศิ าสตร์ 2.3.5 ผ้ชู ่วยผ้จู ดั การ (Assistant Manager) ทาหน้าที่ปฏิบตั งิ านวารสาร อาทิ การตรวจ รูปแบบการเขียนบทความ การติดตามบทความจากผู้แต่ง การพิสูจน์ตวั อักษรก่อนการตีพิมพ์ เผยแพร่ในรูปแบบออนไลน์ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

บทท่ี 3 หลักเกณฑ์วธิ ีการปฏบิ ัตงิ าน หลกั เกณฑ์วธิ ีการปฏิบตั งิ าน มีดงั นี ้ 3.1 เกณฑ์คณุ ภาพวารสารวิชาการ 3.2 รูปแบบการเขียนบทความ 3.3 หลกั เกณฑ์การพิมพ์สว่ นประกอบของบทความ 3.4 การอ้างอิงเชิงอรรถและบรรณานกุ รมสาหรับบทความ 3.5 ตวั อยา่ งรูปแบบการเขียนบทความวจิ ยั 3.6 ตวั อยา่ งรูปแบบการเขียนบทความวชิ าการ 3.7 ประกาศ ระเบยี บตา่ งๆ ท่ีเกี่ยวข้องกบั งานวารสารนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร 3.1 เกณฑ์คุณภาพวารสารวิชาการ ศูนย์ดัชนีการอ้ างอิงวารสารไทย (TCI) จัดให้ มีการประเมินคุณภาพวารสาร เพื่อรักษาระดบั คุณภาพวารสาร ในปี พ.ศ. 2563 ซ่ึงในการประเมินคุณภาพ ทุกวารสารที่อยู่ใน ฐานข้อมลู TCI จะต้องได้รับการประเมินคณุ ภาพ โดยบรรณาธิการวารสาร และผ้เู ก่ียวข้อง จะต้อง ส่งข้อมูลเพ่ือประกอบการประเมินทงั้ หมดในระบบออนไลน์ (Online) ผ่านเว็บไซต์ของศูนย์ TCI โดยภายหลงั การประเมิน จะมีระยะเวลาการรับรองคณุ ภาพวารสารเป็นระยะเวลา 5 ปี คือ ในวนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2563 – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า วารสารกลุ่มที่ 2 และ กลมุ่ ท่ี 3 สามารถขอรับการประเมนิ ได้ใหมเ่ พื่อปรับกลมุ่ คณุ ภาพ ภายในระยะเวลา 2 ปี (2564 และ 2565) โดยในการประเมินครัง้ นี ้ ศนู ย์ดชั นีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Index Citation Center) ได้กาหนดเกณฑ์ในการคดั เลือกวารสารวชิ าการเข้าสฐู่ านข้อมลู TCI ดงั นี ้ เกณฑ์หลัก (เป็ นเกณฑ์ท่ีไม่คิดเป็ นคะแนน แต่วารสารกลุ่ม 1 ต้องผ่านเกณฑ์ หลักนีท้ ุกข้อ) 1. วารสารต้องออกตรงตามเวลาท่ีกาหนด เช่น ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-มิถนุ ายน) แสดงว่า 30 มถิ นุ ายน ต้องออกแล้วเทา่ นนั้ ถ้าออกเกินกาหนดแสดงวา่ ออกช้ากวา่ กาหนดจะถกู ตดั คะแนน 2. วารสารมีเลขมาตรฐานสากลประจาวารสาร (ISSN) ที่จดทะเบียนถกู ต้องตามหลกั สากล วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ได้ดาเนินการแจ้งไปที่สานกั หอสมดุ แห่งชาติเป็นท่ี

7 เรียบร้อยแล้ว โดยวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั ได้จดฉบบั Print เลข ISBN 1906425X และ ฉบบั Online เลข ISBN 24653829 ทงั้ นี ้หากวารสารมีการเปล่ียนแปลงชื่อต้องขอ ISSN ใหม่ 3. วารสารต้องมีเว็บไซตท์ ี่มีข้อมลู ครบถ้วน พจิ ารณา ณ วนั ทาการประเมิน มี 8 ข้อ ดงั นี ้ 3.1 ข้อมลู บทความในฉบบั ต้องมีชื่อบทความ ช่ือผ้นู พิ นธ์ 3.2 Aim & Scope ชัดเจน ระบุประเภทการตีพิมพ์อย่างชัดเจน สาขาต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องท่ีเฉพาะเจาะจง 3.3 ข้อความท่ีระบุประเภทบทความท่ีตีพิมพ์อย่างชัดเจน เช่น บทความวิชาการ บทความวิจยั 3.4 ข้อความที่ระบปุ ระเภทของการ Peer-review เชน่ Single-blinded หรือ double- blinded 3.5 ข้อความท่ีระบจุ านวนผ้ทู รงคณุ วฒุ ปิ ระเมินตอ่ บทความชดั เจน 3.6 กาหนดออกบอกชดั เจน วา่ มีก่ีฉบบั ออกเดือนไหน 3.7 ต้องระบรุ ายชื่อและที่อย่ขู องกองบรรณาธิการทกุ ท่าน ระบุสงั กดั หรือกอง หรือ ประเทศ 3.8 ต้องมีคาแนะนาผู้แต่งและรูปแบบการอ้างอิงสาหรับวารสาร ซึ่งของเราจะใช้ รูปแบบ Turabian ให้ผ้แู ตง่ ทราบ 4. บทความมีรูปแบบการตีพมิ พ์ที่ได้มาตรฐาน ซ่ึงทางวารสารได้จดั ทารูปแบบการเขียน บรรณานกุ รม และมีการตรวจสอบรูปแบบอยา่ งเข้มงวด กรณีท่ีบทความเป็นภาษาองั กฤษ 1. ชื่อบทความภาษาองั กฤษ 2. ชื่อและสงั กดั ผ้นู ิพนธ์ภาษาองั กฤษครบถ้วนทกุ คน 3. บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ 4. คาสาคญั ภาษาองั กฤษ กรณีที่บทความเป็นภาษาไทยหรือภาษาอ่ืน เชน่ ภาษาจีน ภาษามลายู เป็นต้น 1. ช่ือบทความภาษาไทยและภาษาองั กฤษ 2. ชื่อและสงั กดั ผ้นู ิพนธ์ภาษาไทยและภาษาองั กฤษครบถ้วนทกุ คน 3. บทคดั ยอ่ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ 4. คาสาคญั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

8 เกณฑ์รอง (เป็ นเกณฑ์ท่คี ิดเป็ นคะแนน โดยมีคะแนนเตม็ 20 คะแนน) 1. วารสารต้องมี citation ที่ตรวจสอบได้จากฐานข้อมลู TCI (ขนึ ้ อย่กู บั การอ้างอิงใน แตล่ ะรอบ) วิธีการพิจารณา พจิ ารณา Citation/article เฉล่ียของวารสารในฐาน TCI 3 ปี ย้อนหลงั (พ.ศ.2559- 2561) ตามสาขาของวารสาร ถ้ามี Cite จากฐานอื่นๆ จะไม่นับจะนับเฉพาะจาก TCI โดยจะ แบง่ เป็น 4 สาขา ดงั นี ้ 1. Life Sciences 2. Social Sciences 3. Physical Sciences 4. Health Sciences จะพิจารณา ค่า Citation/article เฉลี่ยระหว่างปี พ.ศ.2559-2561 ของวารสารที่ ถกู ประเมิน จากค่าสงู ไปต่าของวารสารในสาขาเดียวกนั จากนนั้ ให้คะแนนตามหลกั Percentile ดงั นี ้ • 70-100 คะแนนเตม็ • 30-69 ได้ 1 คะแนน • น้อยกวา่ 30 ได้ 0 คะแนน 2. วารสารต้องมีกองบรรณาธิการเป็นผู้ทรงคณุ วุฒิมาจากหลากหลายหน่วยงาน (2 คะแนน) เป็นเกณฑ์เดิม มีคะแนนเต็ม 2 คะแนน ถ้าเจอคาวา่ ฝ่ ายจดั การ หรือที่ปรึกษาจะไมน่ บั แต่ถ้าเจอตรงไหนมีคาว่ากองบรรณาธิการหรือผู้ช่วยจะถืออยู่ในกองจะนับ ส่ิงท่ีต้องการคือ มีบคุ คลภายนอก >50 จะได้คะแนนเตม็ วิธีการพจิ ารณา พิจ า ร ณ า จ า ก ที่ อ ยู่ข อ ง ผ้ ูท ร ง คุณ วุฒิ ใ น ก อ ง บ ร ร ณ า ธิ ก า ร ว า ร ส า ร โ ดย ต้ อ ง มี กองบรรณาธิการจากหนว่ ยงานอื่นท่ีไมใ่ ชห่ นว่ ยงานท่ีจดั ทาวารสาร • ผ้ทู รงคณุ วฒุ ติ า่ งหนว่ ยงาน ≥ 50% เทา่ กบั 2 คะแนน • 25% ≥ ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิตา่ งหนว่ ยงาน < 50% เทา่ กบั 1 คะแนน • ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิตา่ งหนว่ ยงาน < 25% เทา่ กบั 0 คะแนน 3. วารสารต้องตีพิมพ์บทความที่มีผ้นู ิพนธ์มาจากหลากหลายหน่วยงานทงั้ ภายใน และภายนอก ถ้าคนภายในตีพิมพ์ต้องไม่เกิน 50% นบั ย้อนจานวน 3 ฉบบั ย้อนหลงั นบั แต่ตงั้ วนั ประเมิน

9 วิธีการพิจารณา พิจารณาจากที่อย่ขู องผู้นิพนธ์บทความ โดยต้องมีบทความจากหน่วยงานอ่ืนท่ี ไม่ใช่หน่วยงานที่จัดทาวารสาร (ในกรณีท่ีบทความท่ีมีผู้นิพนธ์ทัง้ จากหน่วยงานภายในและ ภายนอก จะถือวา่ เป็นบทความจากหนว่ ยภายนอก) • บทความจากหนว่ ยงานอื่น ≥ 50% เทา่ กบั 2 คะแนน • 25% ≥ บทความจากหนว่ ยงานอื่น < 50% เทา่ กบั 1 คะแนน • บทความจากหนว่ ยงานอื่น < 25% เทา่ กบั 0 คะแนน 4. วารสารมีรูปแบบการอ้างอิงที่ถกู ต้องตามมาตรฐาน (วารสารได้จดั ทาตามเกณฑ์ เรียบร้อยแล้ว และต้องเข้มงวดมากขนึ ้ ในการตรวจรูปแบบการอ้างองิ ) วธิ ีการพิจารณา ต้องมีการอ้างอิงที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน จะเข้าไปดใู นท้ายสดุ ของบทความใน รูปแบบการจัดวางของแต่ละอันมีรูปแบบเหมือนกันหรือไม่ หากมีรูปแบบที่ไม่ตรงกันในแต่ละ บทความ ไมเ่ หมือนกนั จะถือวา่ ตกเกณฑ์ อาจจะไมไ่ ด้คะแนนเตม็ • การอ้างองิ ตรงตามรูปแบบท่ีวารสารกาหนด เทา่ กบั 1-2 คะแนน • การอ้างอิงไมต่ รงตามรูปแบบท่ีวารสารกาหนด เทา่ กบั 0 คะแนน 5. วารสารมีกระบวนการประเมนิ คณุ ภาพจากผ้ทู รงคณุ วฒุ ิก่อนตีพมิ พ์ วธิ ีการพิจารณา การเลือกผ้ทู รงวุฒิ เลือกตรงตามสาขา ดใู ช้ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิหน้าเดิมๆหรือไม่ ความ หลากหลาย และดสู งั กดั ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ มาจากหนว่ ยงานเดียวกบั ผ้แู ตง่ หรือไม่ มองความเข้มข้นการ ประเมนิ และสง่ เอกสารใบที่ผ้ทู รงคณุ วฒุ ใิ ช้ แตถ่ ้าใครใช้ระบบ Thaijo ทาง Admin จะเป็นผ้ไู ปดเู อง โดยไม่ต้องส่งเอกสารแต่อย่างใด บทความต้องใช้ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ ท่ีประเมินอย่างน้อย 2 ท่าน และ ต้องไม่ใชผ่ ้มู ีส่วนได้สว่ นเสีย หมายถึงผ้ปู ระเมนิ ท่ีบรรณาธิการเป็นคนเลือก บทความทกุ บทความที่ ส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิผู้นิพนธ์กับผู้ประเมินจะต้องไม่อยู่ในหน่วยงานเดียวกัน มีการประเมินและ วิจารณ์เนือ้ หาเชิงวิชาการของบทความและให้ข้อคิดเห็นเชิงวิชาการ ไม่ใช่ให้เฉพาะรายละเอียด ของภาษาหรือรูปแบบ ไม่ถือเป็นสาระทางวิชาการ ความใหม่ของบทความ หรือการวิเคราะห์ผล หลักการตรวจ บทคัดย่ออ่านรู้เรื่องไหม มีผลการศึกษาหรือไม่ มีการตัง้ คาถามงานวิจัย และ เปา้ หมายการทาวจิ ยั หรือไม่ วา่ มีการตอบทงั้ สามจดุ หรือไม่ มีการอ้างองิ หรือไม่ • มีครบทกุ ข้อ เทา่ กบั 3 คะแนน • มี 2 ข้อ เทา่ กบั 2 คะแนน

10 • มี 1 ข้อ เทา่ กบั 1 คะแนน • ไมม่ ีข้อมลู เทา่ กบั 0 คะแนน 6. วารสารต้องมีระบบการจดั การวารสารแบบออนไลน์ (2 คะแนน) เป็นการจดั การที่ ไมใ่ ชเ่ ป็นระบบที่สง่ ด้วย E-mail วิธีการพิจารณา พิจารณาจากเว็บไซต์ของวารสาร ณ วนั ที่ TCI ทาการประเมินว่ามีระบบจดั การ วารสารแบบออนไลน์ และมีการใช้งานอยา่ งตอ่ เน่ือง 7. คณุ ภาพของบทความในวารสาร เป็นเกณฑ์ใหม่ (5 คะแนน) ข้อนีจ้ ะเน้นมากที่สดุ วธิ ีการพิจารณา 1. ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ ต้องเป็นผ้มู ีความรู้ความเข้าใจท่ีเกี่ยวข้องกับสาขานนั้ ๆ หรือจะ เป็นบรรณาธิการจากวารสารอื่นในสาขาเดียวกัน เลือกบทความ 10 บทความ ย้อนหลัง 3 ปี ที่ดี ท่ีสุด ดูความชัดเจน รายละเอียดบทคดั ย่อ คณุ ภาพของบทความสอดคล้องกับขอบเขตหรือไม่ องค์ประกอบความง่ายตอ่ การอา่ น มีการจดั วางท่ีง่ายตอ่ การอา่ น และองคค์ วามรู้ใหม่ของบทความ มีความใหม่ จริงหรือไม่ จะสง่ ให้ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิเป็นผ้ปู ระเมนิ 8. เกณฑ์คณุ ภาพอ่ืนๆ (2 คะแนน) เป็นการเตรียมความพร้ อมเข้าสู่สากลมากขึน้ มีดงั นี ้ วธิ ีการพจิ ารณา 1. วารสารมีการระบวุ นั ท่ีรับบทความ วนั แก้ไขบทความ วนั ตอบรับบทความ โดย ใช้กบั บทความที่ตีพิมพ์ ตงั้ แตป่ ี 2562 เป็นต้นไป วา่ มีการบริหารจดั การดาเนินการใช้เวลามากน้อย แคไ่ หน 2. วารสารมีเนือ้ หาและรายละเอียดของ Publication Ethics อยากให้ระบุบน เว็บไซต์ ระบุบทบาทหน้าท่ีของผู้นิพนธ์ บทบาทหน้าท่ีของบรรณาธิการ และบทบาทหน้าที่ของ ผ้ปู ระเมนิ บทความ ควรทา ไมค่ วรทา ต้องทา หรือต้องไมท่ า อะไรบ้าง 3.2 รูปแบบการเขียนบทความ บทความท่ีตีพิมพ์ในวารสารนิตศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ บทความวชิ าการและบทความวจิ ยั 1. บทความทางวิชาการ ควรมีความยาวระหวา่ ง 10 – 20 หน้า 2. บทความวิจัย ควรมีความยาวระหว่าง 15 – 25 หน้า ประกอบด้วยการเรียงลาดบั หวั ข้อ ดงั ตอ่ ไปนี ้

11 ส่วนท่ี 1 รายละเอียดเบือ้ งต้นของบทความ ประกอบด้วย 1. ชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาองั กฤษ 2. ช่ือผ้แู ตง่ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ กรณีมีผ้แู ตง่ หลายคน ช่ือผ้แู ตง่ คนแรกจะถือเป็น ช่ือหลกั และเป็นชื่อสาหรับตดิ ตอ่ กบั กองบรรณาธิการ 3. ช่ือสงั กดั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ 4. บทคดั ยอ่ (Abstract) ภาษาไทย (สรุปเฉพาะใจความสาคญั เทา่ นนั้ ) 5. คาสาคญั (Keywords) ภาษาไทย 6. บทคดั ยอ่ (Abstract) ภาษาองั กฤษ (สรุปเฉพาะใจความสาคญั เทา่ นนั้ ) 7. คาสาคญั (Keywords) ภาษาองั กฤษ ส่วนท่ี 2 ส่วนเนือ้ หา 1. บทความวิชาการ ประกอบด้วยส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ บทนา เนือ้ หาบทสรุปและ ข้อเสนอแนะ 2. บทความวิจยั ประกอบด้วยสว่ นประกอบ 3 สว่ นคือ 2.1 บทนา ประกอบด้วย ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา วัตถุประสงค์ ทฤษฎีและสมมตฐิ านการวิจยั (ถ้ามี) ขอบเขตการวิจยั วธิ ีดาเนนิ การวจิ ยั ประโยชน์ที่จะได้รับ 2.2 ผลการวิจัย (ส่วนเนือ้ หางานวิจัย) เป็นการนาเสนอส่วนการศึกษาวิเคราะห์ งานวิจยั รวมทงั้ สว่ นของการทบทวนวรรณกรรม (ถ้ามี) 2.3 บทสรุปและข้อเสนอแนะ การเขียนบทความวิชาการ/วิจัยนัน้ ให้ กาหนดหัวข้ อใหญ่เป็ นลาดับไปคือ 1.....2....3.....4..... ในกรณีมีหวั ข้อย่อยให้เรียงหวั ข้อย่อยได้อีกเพียง 2 ระดบั คือ 1. (หวั ข้อใหญ่) 1.1 (หวั ข้อยอ่ ยระดบั ที่ 1) 1.1.1 (หวั ข้อยอ่ ยระดบั ท่ี 2) ส่วนท่ี 3 ส่วนอ้างอิง การอ้างอิงให้ใช้เชิงอรรถแทรกในเนือ้ หา และให้มีบรรณานกุ รมซึ่งนามาจากเชิงอรรถใน ตอนท้ายของบทความ (เลือกเฉพาะรายการอ้างอิงที่สาคญั เท่านนั้ ไม่ควรเกิน 2 หน้ากระดาษ) โดยรูปแบบการอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของ Turabian ในการตีพิมพ์วารสารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร ต้องเขียนในรูปแบบภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

12 รายละเอียดส่วนประกอบของบทความ ประกอบด้วยสว่ นประกอบ 3 สว่ นคือ สว่ นนา สว่ นเนือ้ หา และสว่ นอ้างองิ 1. รายละเอียดเบือ้ งต้น 1.1 ชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาองั กฤษ (Title) ควรกะทดั รัด ไมย่ าวเกินไป ต้นฉบบั ภาษาไทยให้พิมพ์ช่ือเรื่องภาษาไทยก่อนแล้วตามด้วยภาษาอังกฤษ ให้ใช้คาขึน้ ต้นด้วยอักษร ตวั ใหญ่ตามด้วยอกั ษรตวั เล็ก ยกเว้นคาบุพบท/คาเชื่อมให้ขนึ ้ ต้นตวั อกั ษรตวั เล็ก เชน่ The Report of Media Interfering with Administration of Justice 1.2 ผ้แู ตง่ ทกุ คน (Authors) ทงั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ ให้ระบชุ ื่อเตม็ – นามสกลุ เต็มของผู้แตง่ โดยไม่ต้องมีความนาหน้าช่ือ ทงั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ และตาแหน่งทาง วิชาการ กรณีชื่อที่เป็ นภาษาอังกฤษให้ ขึน้ ต้ นด้ วยตัวอักษรตัวใหญ่ เช่น Boonyarat Chokebandanchai 1.3 ชื่อสงั กดั ของผ้แู ตง่ ทงั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ ประกอบด้วย สถานที่ทางาน และท่ีอยขู่ องสถานท่ีทางาน สถานที่ศกึ ษา และที่อยขู่ องสถานท่ีศกึ ษา, ชื่อจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 1.4 บทคดั ย่อ (Abstract) ทงั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ ความยาวไม่ควรเกินอยา่ ง ละ 10 บรรทดั หรือไม่เกิน 350 คา (บทคดั ย่อท่ีเขียนควรเป็นแบบ Indicative Abstract คือ สนั้ และตรงประเด็น และให้สาระสาคญั เท่านนั้ ไม่ควรเขียนแบบ Informative Abstract ตาม แบบท่ีเขียนในวิทยานิพนธ์หรือรายงานการวิจยั ฉบบั สมบรู ณ์) 1.5 คาสาคัญ (Keywords) ทัง้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ กาหนดคาสาคัญที่ เหมาะสมสาหรับการนาไปใช้ทาคาค้นในระบบฐานข้อมลู ท่ีคดิ ว่า ผ้ทู ่ีจะค้นหาบทความควรใช้ ให้ ระบทุ งั้ คาในภาษาไทยและภาษาองั กฤษ อยา่ งละไมเ่ กิน 5 คา 2. ส่วนเนือ้ หา 2.1 บทความทางวิชาการ ได้แก่ บทนา เนือ้ เรื่อง ซึ่งแบ่งเป็นประเด็นหลกั ประเด็น รอง ประเดน็ ยอ่ ย และบทสรุป 2.2 บทความวิจัย ประกอบด้วย ส่วนนา ได้แก่ ช่ือเร่ืองงานวิจยั ชื่อผ้วู ิจยั และคณะ ตลอดจนรายละเอียดของผ้วู ิจัย และบทคดั ย่อทงั้ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ ส่วนเนือ้ หา ได้แก่ ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา วตั ถปุ ระสงค์ สมมุติฐานของงานวิจยั (ถ้ามี) ขอบเขตท่ี ครอบคลมุ ในการวจิ ยั ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ียวข้อง วิธีดาเนินการวิจยั (ประกอบด้วยข้อมลู ประชากร กล่มุ ตวั อย่าง การส่มุ ตวั อย่าง เคร่ืองมือการวิจยั และเก็บรวบรวม ข้อมลู การวิเคราะห์ข้อมลู ) ผลการวิจยั (สรุปผลการวจิ ยั อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ)

13 3. ส่วนอ้างองิ ส่วนประกอบท้ายเรื่องหรือส่วนอ้างอิง ได้แก่ บรรณานุกรม /เอกสารอ้างอิง และ ภาคผนวก ต้องมีการอ้างอิงในเนือ้ หา และมีบรรณานกุ รมท้ายเร่ือง ข้อความท่ีนามาอ้างอิงอาจเป็น การเขียนหรือคดั ข้อความท่ีอ้างอิง หรือการเขียนโดยเรียบเรียงหรือประมวลใหม่ รายการอ้างอิงใน เนือ้ หาทกุ รายการต้องอยใู่ นบรรณานกุ รมท้ายเรื่องด้วย 3.3 หลักเกณฑ์การพมิ พ์ส่วนประกอบของบทความ 1. กระดาษท่ีใช้ พิมพ์ กระดาษท่ีใช้ พิมพ์ให้ ใช้ กระดาษปอนด์ไม่มีบรรทัดชนิด 80 แกรม ขนาด B5 โดยให้พิมพ์เพียงหน้าเดียว ใช้ตวั อกั ษรสีดา 2. รูปแบบและขนาดตัวอักษร ตัวอักษรท่ีใช้ Cordia New ขนาดตัวอักษร 15 พอยด์ ยกเว้น ชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาองั กฤษ รูปแบบตวั อกั ษรที่ใช้ Cordia New ขนาด ตวั อกั ษร 18 พอยด์ 3. การตัง้ ค่าหน้ากระดาษ ส่วนบนหัวกระดาษ ประมาณขนาด 2.50 ซม. และขอบ ซ้ายมือเว้นท่ีว่างไว้ ประมาณขนาด 2.75 ซม. ส่วนลา่ งขอบกระดาษและขอบขวามือเว้นท่ีวา่ งไว้ ประมาณ 2.0 ซม. และการพิมพ์คาในบทความไมค่ วรตดั คา 4. จานวนหน้าของการเขียนบทความ หากเป็นบทความวิชาการ ควรเขียน ระหว่าง 10 – 20 หน้า กรณีท่ีเป็นบทความวจิ ยั ควรเขียน ระหวา่ ง 15-25 หน้า 5. การขนึ ้ หน้าใหม่ 5.1 ถ้าพิมพ์มาถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ (โดยเว้นขอบล่างประมาณ 2 ซม.) และจะต้องขึน้ หน้าใหม่ แต่มีข้อความเหลืออีกเพียงบรรทัดเดียวก็จะจบย่อหน้าเดิม ให้พิมพ์ต่อไปหน้าเดิมจนจบย่อหน้านัน้ แล้วจึงขึน้ ย่อหน้าใหม่ในหน้าถัดไป โดยย่อเข้ามา ประมาณ 1 ซม. 5.2 ถ้าต้องการขนึ ้ ยอ่ หน้าใหม่ แตม่ ีเนือ้ ท่ีเหลือให้พมิ พ์ได้อีกเพียงบรรทดั เดยี วในหน้า นนั้ ให้ยกยอ่ หน้านนั้ ไปตงั้ พิมพ์ในหน้าถดั ไป 6. ตวั เลข ตวั เลขท่ีใช้ในการพมิ พ์บทความ ให้ใช้ตวั เลขอารบคิ อยา่ งเดยี วโดยตลอด 7. ลาดบั หน้า การพิมพ์เลขลาดบั หน้าบทความ ให้พิมพ์ตวั เลขโดยใส่เลขหน้ากากบั ทกุ หน้าตรงขอบลา่ งขวา และหา่ งจากขอบขวา 2 ซม. 8. การตงั้ ระยะบรรทดั ให้ใช้คา่ ระยะบรรทดั ปกตคิ ือ 1 เทา่ หรือ Single 9. ตาราง และภาพ ตารางทกุ ตารางต้องมีเลขกากบั เพื่อให้อ้างถึงได้ง่าย โดยลาดบั เลข ตารางตอ่ กนั ไป เช่น ตาราง 1 ตาราง 2 ตาราง 3 เรียงกนั ไป จดั พิมพ์ตรงกลางหา่ งจากขอบซ้าย

14 และขอบขวากระดาษเท่ากัน ในบรรทดั ต่อมาให้พิมพ์ช่ือตาราง หากมีการอ้างอิงตารางใด ก็ให้ อ้างถึงเลขกากบั ตารางนนั้ ด้วยทกุ ครัง้ ส่วนภาพประกอบตา่ งๆ ให้ใช้แนวปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั เร่ือง ตารางท่ีกลา่ วมาแล้ว เชน่ ภาพ 1 ภาพ 3 โดยถ้าเป็นภาพถา่ ยควรใช้ภาพขาวดา ตวั อย่าง การจดั พิมพ์ตาราง ตาราง 1 บทวิเคราะห์ความเป็ นไปได้ในการปรับปรุงกฎหมายอาญาท่ีเก่ียวกับการใช้ อาการ BWS เปรียบเทียบ ประเทศอังกฤษ ประเทศไทย บอ่ เกิดของกฎหมายนนั้ เกิด หลกั นติ วิ ิธี บอ่ เกิดของกฎหมายนนั้ เกิดจากบท จากบทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมาย เป็นสาคญั คาพิพากษาเป็นสาคญั ยงั ไมม่ ีการวนิ ิจฉยั อยา่ งเป็น ทางการ เป็นการวนิ จิ ฉยั เพื่อ การวนิ ิจฉยั BWS ทาง มีความชดั เจนโดยอาศยั เกณฑ์การ คดั กรองผ้ปู ่ วยและให้ความ จิตวิทยา วินิจฉยั อาการจากองคก์ ารอนามยั ชว่ ยเหลือจากอาการเบอื ้ งต้น โลก และยอมรับในทางกฎหมายใน และยงั ไมม่ ีการนาเป็นข้อตอ่ สู้ การนาเป็นเหตขุ อลดโทษในคดีหญิง ในคดีอาญา ฆา่ สามี ฆา่ ผ้อู ื่นโดยเจตนา (มาตรา 288) ฐานความผิดในคดที ี่ ฆา่ ผ้อู ื่นโดยเจตนา (murder) ฆา่ ผ้อู ่ืนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ผ้หู ญิงฆา่ สามีถกู ฟอ้ ง (มาตรา 289) เป็นสว่ นใหญ่

15 ตาราง 1 (ต่อ) เปรียบเทียบ ประเทศอังกฤษ ประเทศไทย การยกข้อตอ่ ส้ขู อง ยกอาการ BWS เป็นข้อตอ่ ส้แู ตกตา่ ง เน่ืองจากยงั ไมม่ ีการยอมรับ จาเลยท่ีมกั ถกู กนั ไปขนึ ้ อยกู่ บั ข้อเท็จจริง อาการ BWS อยา่ งเป็นทางการ กระทาความรุนแรง - เหตลุ ดหยอ่ นความรับผิด ดงั นนั้ สว่ นใหญ่ตอ่ ส้จู าก ในครอบครัว (Diminished Responsibility) เหตกุ ารณ์ในขณะกระทา - บนั ดาลโทสะ (Provocation) มีการ - บนั ดาลโทสะ (มาตรา 72) ขยายการตีความการบนั ดาลโทสะท่ี - ปอ้ งกนั ตวั เอง (มาตรา 68) เกิดจากการสง่ั สม (cumulative provocation) ให้ครอบคลมุ อาการ BWS - การปอ้ งกนั ตวั (Self-defense) แต่ ยงั ไมม่ ีคดใี ดท่ีฟังขนึ ้ ตวั อย่าง การจดั พิมพ์ภาพประกอบ ภาพ ภาพ 2 การรับรองสทิ ธิส่ิงแวดล้อมในรัฐธรรมนูญท่ัวโลก ท่มี า: ปิยนาถ บนุ นาค และคณะ, รายงานวจิ ยั เรื่อง คลองในกรุงเทพฯ: ความเป็นมา การเปล่ียนแปลงและผลกระทบตอ่ กรุงเทพฯ ในรอบ 200 ปี (พ.ศ. 2325-2525) (กรุงเทพฯ: ฝ่ายวิจยั จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2525), 44.

16 10. การลาดบั หวั ข้อให้ทาดงั นี ้ 10.1การลาดบั หวั ข้อกรณีมีเลขกากบั ให้ใช้ระบบตวั เลข โดยใสม่ หพั ภาคหลงั ตวั เลข 10.2การจดั วางหวั ข้อให้เป็นไปตามระดบั ความสาคญั ของหวั ข้อดงั นี ้ 1. หวั ข้อใหญ่ 1.1หวั ข้อรอง .................................................................................................................................... 1.1.1หวั ข้อย่อย (กรณีมีหวั ข้อย่อย)......................................................................... 1) ........................................................................................................................ 2) ....................................................................................................................... …………………………………..(1)…………………………..(2)………………………… …………………………………(3)………………………………………………………....... กรณีท่ี ไมม่ ีหวั ข้อย่อย ให้ลาดบั ดงั นี ้ 1. หัวข้อใหญ่ 1.1หัวข้อรอง....................................................................................................... 1) ........................................................................................................................ 2) ........................................................................................................................ …………………………………..(1)…………………………..(2)………………………… …………………………………………(3)…………………………………………………………. 3.4 การอ้างองิ เชงิ อรรถและบรรณานุกรมสาหรับบทความ 3.4.1 รายละเอียดการอ้างองิ เชิงอรรถ 1) รูปแบบตวั อกั ษรที่ใช้ Cordia New ขนาดตวั อกั ษร 12 พอยด์ 2) การพิมพ์เชิงอรรถ ให้พิมพ์เชิงอรรถไว้ส่วนล่างของแต่ละหน้าที่อ้างอิงถึง และ ให้แยกจากเนือ้ เร่ืองโดยขีดเส้นคน่ั ขวางจากขอบซ้ายของกระดาษยาวประมาณ 20 ตวั พิมพ์ โดยให้

17 บรรทดั สดุ ท้ายของข้อความในเชิงอรรถอยหู่ า่ งจากขอบกระดาษด้านล่าง 2 ซม. โดยบรรทดั แรกให้ เยือ้ งเข้ามา 1 ซม. และบรรทดั ถดั มาให้ชิดขอบซ้าย ดงั ตวั อยา่ ง ____________________________ 1 ผ้แู ตง่ , ชือ่ เรื่อง, พมิ พ์ครัง้ ท่ี (ถ้ามี) (สถานที่พิมพ์: สานกั พิมพ์, ปีพิมพ์), หน้า. 3) การเรียงลาดับเลขของเชิงอรรถ ให้ เริ่ มเชิงอรรถแรกของบทความด้วย เลข 1 ตอ่ เน่ืองกนั ไป โดยให้ยกระดบั สงู เหนือตวั อกั ษรตวั แรกของข้อความในส่วนเชิงอรรถ กรณีใน หน้านนั้ ๆ มีเชิงอรรถขยายความหรือเชิงอรรถโยงมากกว่า 1 รายการ (แตต่ ้องไม่เกิน 5 รายการ) เชงิ อรรถในหน้าใด ต้องจบในหน้านนั้ ไมใ่ ห้พมิ พ์ในหน้าถดั ไป รูปแบบการอ้างอิงตามหลกั เกณฑ์ของ Turabian ปัจจบุ นั มี 2 รูปแบบ ดงั นี ้ 1. การอ้างอิงแบบแทรกในเนือ้ หา (Parenthetical Citations-Reference List Style) ท่ีเรียกวา่ “ระบบนาม – ปี” โดยทว่ั ไปประกอบด้วย คือ ผ้แู ตง่ ปีที่พิมพ์ เลขหน้าท่ีอ้างอิง ทงั้ นี ้ การอ้างอิงมกั ใช้ในสาขาวิชาวทิ ยาศาสตร์ และสงั คมศาสตร์บางสาขา 2. การอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Notes-Bibliography Style) เป็นการอ้างอิงด้วย ข้อความไว้ท้ายหน้ากระดาษ โดยวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ใช้ การอ้างอิงแบบเชิงอรรถ เท่านัน้ เพ่ือให้เหมาะสมกบั ศาสตร์ทางด้านกฎหมาย แต่อยา่ งไรก็ตามได้มีการแก้ไขเพิ่มเตมิ เพ่ือให้สอดคล้องกบั ปรับให้เหมาะสมการ นามาใช้สาหรับสงิ่ พิมพ์ของไทย 3.4.2 หลักการลงรายการสาหรับผู้แต่ง กรณีชาวไทย หากรายการนนั้ เป็นการเขียนภาษาไทยหรือภาษาตา่ งประเทศ ให้ใช้ ช่ือต้น ตามด้วยช่ือสกลุ หากมีช่ือกลาง ให้ลงรายการตามท่ีปรากฏ ในหน้าปกในของหนงั สือ ตารา หรือเอกสารนนั้ เชน่ พนั ธ์ุทิพย์ กาญจนะจติ รา สายสนุ ทร, สมยศ เชือ้ ไทย กรณีชาวตา่ งชาติ การลงรายการเชิงอรรถ ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกุล ลงรายการตามท่ี ปรากฏ ในหน้าปกในของหนงั สือ ตารา หรือเอกสาร นนั้ Stephen Boy Garrett R. Rice Melville B. Nimmer

18 การลงรายการบรรณานกุ รม ให้ใช้ช่ือสกลุ ตามด้วยเคร่ืองหมายจลุ ภาค (,) ช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) Boy, Stephen Rice, Garrett R. Nimmer, Melville B. ช่ือสกุลท่ีมีคานาหน้าหรือคาต่อท้าย เช่น de, di, D’ หรือ van ให้ลงรายการ เชงิ อรรถลงช่ือโดยใช้ตวั อกั ษรพิมพ์ใหญ่หรือพมิ พ์เลก็ ตามที่ปรากฎ ผู้แต่ง 1 คน ให้ลงรายการตามรายละเอียดด้านบน ผู้แต่ง 2 คน 1. การลงรายการเชงิ อรรถ 1.1 ภาษาไทย รูปแบบการลง มีดงั นี ้ ผ้แู ตง่ คนที่ 1 ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกุลและผ้แู ตง่ คนท่ี 2 ให้ ลงช่ือต้น ช่ือกลาง(ถ้ามี) ชื่อสกลุ ตวั อย่าง ไพโรจน์ วายภุ าพ และหยดุ แสงอทุ ยั 1.2 ภาษาตา่ งประเทศ ผ้แู ต่งคนที่ 1 ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกุลandผ้แู ตง่ คนท่ี 2 ให้ลงช่ือต้น ช่ือกลาง(ถ้ามี) ช่ือสกลุ ใช้ตามท่ีปรากฏในหน้าปกใน ตวั อย่าง Martin H. Redish and Kelsey B. Shust 2. การลงรายการทางบรรณานกุ รม 2.1 ภาษาไทย ผ้แู ตง่ คนที่ 1 ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ ,และผ้แู ตง่ คนท่ี 2 ให้ ลงช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ ตวั อย่าง ไพโรจน์ วายภุ าพ, และหยดุ แสงอทุ ยั 2.2 ภาษาตา่ งประเทศ ผ้แู ตง่ คนที่ 1 ให้ลงช่ือสกลุ , ช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี),andผ้แู ตง่ คน ท่ี 2 ให้ลงชื่อต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ ตวั อย่าง Redish, Martin H., and Kelsey B. Shust

19 ผู้แต่ง 3 คน 1. การลงรายการเชงิ อรรถ 1.1 ภาษาไทย รูปแบบการลง มีดงั นี ้ ผ้แู ต่งคนที่ 1 ให้ลงช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ ,ผ้แู ตง่ คนที่ 2 ให้ลง ชื่อต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ และผ้แู ตง่ คนที่ 3 ให้ลงชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ ตวั อย่าง ไพโรจน์ วายภุ าพ, คณิต ณ นคร และหยดุ แสงอทุ ยั 1.2 ภาษาตา่ งประเทศ ผ้แู ต่งคนท่ี 1 ให้ลงชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ , ผ้แู ต่งคนที่ 2 ให้ลง ชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ andผ้แู ตง่ คนที่ 3 ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ ตัวอย่าง Edward L. Lamoureux, Steven L. Baron and Claire Stewart 2. การลงรายการทางบรรณานกุ รม 2.1 ภาษาไทย ผ้แู ตง่ คนท่ี 1 ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ ,ผ้แู ต่งคนท่ี 2 ให้ลง ช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ , และผ้แู ตง่ คนที่ 3 ให้ลงช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ ตัวอย่าง ไพโรจน์ วายภุ าพ, คณิต ณ นคร, และหยดุ แสงอทุ ยั 2.2 ภาษาตา่ งประเทศ ผ้แู ตง่ คนท่ี 1 ให้ลงช่ือสกลุ , ช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี), ผ้แู ตง่ คนที่ 2 ให้ ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ , andผ้แู ตง่ คนท่ี 3 ให้ลงช่ือต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ ตัวอย่าง Lamoureux, Edward L., Steven L. Baron, and Claire Stewart ผู้แต่ง 4 คน ขึน้ ไป 1. การลงรายการเชิงอรรถ 1.1 ภาษาไทย รูปแบบการลง มีดงั นี ้ ผ้แู ตง่ คนท่ี 1 ให้ลงชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ และคณะ ตวั อย่าง นนั ทวฒั น์ บรมานนั ท์ และคณะ 1.2 ภาษาตา่ งประเทศ ผ้แู ตง่ คนที่ 1 ให้ลงช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ et al. ตัวอย่าง Ramon Carr et al. 2. การลงรายการทางบรรณานกุ รม 2.1 ภาษาไทย รูปแบบการลง มีดงั นี ้

20 ผ้แู ตง่ คนท่ี 1 ให้ลงชื่อสกลุ , ช่ือต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี), ผ้แู ตง่ คนที่ 2 ให้ ลงชื่อต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ , ...และคนสดุ ท้ายให้ลงชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ชื่อสกลุ ตัวอย่าง พวงทอง เครือมงั กร, รณชัย คงสกนธ์, วรรณพร เสวะกะ, ... และอรุณี ชื่นชมน์. 2.2 ภาษาตา่ งประเทศ ผ้แู ตง่ คนท่ี 1 ให้ลงช่ือสกลุ , ชื่อต้น ช่ือกลาง (ถ้ามี), ผ้แู ตง่ คนที่ 2 ให้ ลงชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ , ... และคนสดุ ท้ายให้ลงชื่อต้น ชื่อกลาง (ถ้ามี) ช่ือสกลุ ตัวอย่าง Pouangthong Kreamangkorn, Ronnachai Kongsakon, Wannaporn Sewaka, ... and Arunee Cuanchom. กรณีผู้แต่งมีฐานันดรศักด์ิ บรรดาศักด์ิ การลงรายการเชิงอรรถ ให้ลงฐานนั ดรศกั ดิ์ บรรดาศกั ดิ์ ตามด้วยชื่อและชื่อสกลุ ม.ล. ไกรฤกษ์ เกษมสนั ต์ ม.ร.ว. เพ็ญศริ ิ จกั รพนั ธ์ุ His Majesty King Bhumiblo Adulyadej การลงรายการบรรณานกุ รม ให้ใสเ่ คร่ืองหมายจลุ ภาค ( , ) คน่ั ตามด้วยฐานนั ดร ศกั ดิ์ บรรดาศกั ดิ์ ไกรฤกษ์ เกษมสนั ต์, ม.ล. เพ็ญศริ ิ จกั รพนั ธ์ุ, ม.ร.ว. Bhumiblo Adulyadej, His Majesty King กรณีผู้แต่งมียศทางทหาร ตารวจ ตาแหน่งทางวชิ าการ หรือทางวิชาชีพ รูปแบบการลงรายการเชิงอรรถ และการลงรายการบรรณานุกรม ไม่ต้องใส่ยศ ตาแหนง่ ทงั้ กรณีผ้แู ตง่ ชาวไทยและผ้แู ตง่ ชาวตา่ งชาติ เชน่ รองศาสตราจารย์บญุ ญรัตน์ โชคบนั ดาลชยั ลง บญุ ญรัตน์ โชคบนั ดาลชยั พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา ลง ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายแพทย์ศวิ ฤทธ์ิ รัศมีจนั ทร์ ลง ศวิ ฤทธิ์ รัศมีจนั ทร์ กรณีไม่ปรากฏช่ือผู้แต่งท่ีหน้ าปกใน ให้ลงช่ือผู้แต่งในวงเล็บ [ ] และใส่ เครื่องหมาย (?) ตอ่ ท้ายชื่อผ้แู ตง่ ถ้าไมส่ ามารถหาช่ือผ้แู ตง่ ได้ให้ลงช่ือเร่ืองในตาแหนง่ ชื่อผ้แู ตง่ กรณีไม่ปรากฏช่ือผู้แต่ง แต่มีช่ือบรรณาธิการ การลงรายการเชิงอรรถ งานเขียนที่เป็นภาษาไทย ให้ระบุคาว่า บรรณาธิการ ถ้า เป็นงานเขียนภาษาตา่ งประเทศ ใช้คาาวา่ ed. (กรณีคนเดียว) และ eds. (กรณีมากกวา่ 1 คน)

21 1 ณรงค์ ใจหาญ, บรรณาธิการ, กฎหมายอาญา, พิมพ์ครัง้ ที่ 2 (กรุงเทพฯ: วิญญู ชน, 2551), 69-75. 2 Stephen Scheider and John Escott, eds., Crime prevention: Theory and Practice, 3rd ed. (Boca Raton: CRC Press, 2016), 98. การลงรายการทางบรรณานกุ รม ณรงค์ ใจหาญ, บรรณาธิการ. กฎหมายอาญา. พมิ พ์ครัง้ ท่ี 2. กรุงเทพฯ: วญิ ญชู น, 2551. Stephen Scheider and John Escott, eds. Crime prevention: Theory and Practice. 3rd ed. Boca Raton: CRC Press, 2016. 3.4.3 หลักการลงรายการช่ือเร่ือง 1) หนังสือท่ีเขียนเป็ นภาษาอังกฤษ ให้ใช้ตวั อกั ษรตวั ใหญ่ตวั แรกของทุกคา ยกเว้น a and the (ท่ีไมอ่ ยอู่ ยใู่ นตาแหนง่ แรกของชื่อเรื่อง) คาสนั ธาน คาบพุ บท 2) การลงช่ือเร่ืองท่ีมีช่ือเร่ืองรอง ให้ลงชื่อเร่ืองหลกั และคน่ั ด้วยเคร่ืองหมาย ทวิภาค ( : ) หากมีชื่อเรื่องรองมากกว่าหน่ึงชื่อ ให้ลงชื่อเรื่องรองลาดบั แรก คนั่ ด้วยเครื่องหมาย อฒั ภาค ( ; ) ตามด้วยช่ือเร่ืองรองลาดบั ที่สอง เช่น Australian Celebrity Endorsements: The Need for an Australian Right of Publicity; An Australian Right of Publicity2 3.4.4 หลักการลงรายการปี พมิ พ์ 1) ให้ลงปีพิมพ์ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน กรณีมีทงั้ ปีพิมพ์และปีลิขสิทธิ์ ให้ใส่ปี พมิ พ์ 2) ไม่ปรากฏปีท่ีพิมพ์ให้ใส่ ม.ป.ป. (หมายถึง ไม่ปรกฏปีท่ีพิมพ์ สาหรับหนงั สือที่ เขียนเป็นภาษาไทย) n.d. (หมายถงึ no date สาหรับหนงั สือที่เขียนเป็นภาษาตา่ งประเทศ) 3.4.5 หลักการลงรายการสถานท่พี มิ พ์และสานักพมิ พ์ 1) ให้ใส่ชื่อเมืองที่พิมพ์ตามด้วยชื่อสานกั พิมพ์ คน่ั ด้วยเครื่องหมายทวิภาค ( : ) เว้นวรรค 1 ระยะหลงั เครื่องหมาย เชน่ London: A. Maxwell and Son หากเมืองท่ีพิมพ์ไม่เป็นท่ี รู้จัก หรืออาจมีชื่อซา้ กับประเทศอื่น ให้กากับช่ือรัฐหรือประเทศด้วย เช่น Cambridge, UK: Cambridge University Press 2) กรณีไม่ปรากฏเมืองท่ีพิมพ์ ให้ใส่ ม.ป.ท. (หมายถึง ไม่ปรากฏเมืองที่พิมพ์ สาหรับหนงั สือที่เขียนเป็นภาษาไทย) ในรายการเชิงอรรถ ให้ลง n.p. ในรายการทางบรรณานกุ รม ให้ลง N.p. (หมายถงึ no place สาหรับหนงั สือที่เขียนเป็นภาษาตา่ งประเทศ)

22 การลงรายการเชิงอรรถ (ม.ป.ท.: ชวนพมิ พ์, 2559) (n.p.: Good Press, 2003) การลงรายการบรรณานกุ รม ม.ป.ท.: ชวนพิมพ์, 2559. N.p.: Good Press, 2003. 3) การใส่ชื่อสานกั พิมพ์ ไม่ต้องใส่ คาว่า Publishers, Co., Inc., Ltd., Publishing Co., The หรือคาวา่ สานกั พิมพ์ บริษทั ห้างห้นุ สว่ น แตใ่ ห้คงคาวา่ Books และ Press หรือ โรงพิมพ์ 3.4.6 หลักการลงรายการครัง้ ท่พี มิ พ์ 1) หากมีการตีพิมพ์มากกว่า 1 ครัง้ สาหรับหนงั สือที่เขียนเป็นภาษาไทย ให้ลงคา ว่า พิมพ์ครัง้ ที่ สาหรับหนงั สือท่ีเขียนเป็นภาษาตา่ งประเทศ ให้ลงคาวา่ ed. หมายถึง edition เช่น 3rd ed. 6th ed. 2) กรณีเป็ นฉบับแก้ ไขและปรับปรุง ลงรายการสาหรับหนังสือท่ีเขียนเป็ น ภาษาไทยให้ใช้คาตามปรากฏในตวั เล่ม ส่วนหนงั สือท่ีเขียนเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ใช้คาย่อว่า rev.ed. ในการลงรายการเชิงอรรถ สว่ นการลงรายการบรรณานกุ รม ให้ลงคายอ่ วา่ Rev. ed. 3.4.7 หลักการลงรายการวันท่ี การลงวนั ท่ีเป็นภาษาไทยจะลงเป็น วนั เดอื น ปี พ.ศ. การลงวนั ท่ีถ้าเป็นภาษาตา่ งประเทศ จะลงเป็น เดือน วนั , ปี ค.ศ. 3.4.8 หลักการลงเลขหน้า หน้า 101-109 ลง 101-109 pp.215-109 ลง 215-229 หน้า 225-301 ลง 225-301 pp.19-23 ลง 19-23 3.4.9 หลักการลงรายการอ้างอิงซา้ เอกสารเร่ืองเดยี วกัน 1) อ้างเอกสารเรื่องเดียวกนั ซา้ โดยไมม่ ีเอกสารอื่นมาคนั่ รายการเชงิ อรรถ ภาษาไทย ให้ใช้คาวา่ เร่ืองเดยี วกนั สาหรับภาษาตา่ งประเทศ ใช้คาวา่ Ibid. ถ้าเอกสารเรื่องเดยี วกนั แตห่ น้าตา่ งกนั ให้ลงเลขหน้ากากบั ด้วย เชน่ 1 ประสิทธ์ิ ปิวาวัฒนพานิช, คาอธิบายกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดี บคุ คล, พมิ พ์ครัง้ ท่ี 3 (กรุงเทพฯ: สานกั พิมพ์มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2556), 231. 2 เร่ืองเดียวกนั , 232-235.

23 3 Pippa Rogerson, Collier's conflict of laws (New York: Cambridge University Press, 2013), 326-329. 4 Ibid. 5 Ibld., 330-340. 2) อ้างเอกสารเร่ืองเดียวกนั ซา้ โดยมีเอกสารอื่นมาคน่ั หากเป็นภาษาไทยให้ลงช่ือผ้แู ตง่ และชื่อเรื่อง ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศให้ลง แตช่ ื่อสกลุ แตถ่ ้าเชงิ อรรถผ้แู ตง่ มีชื่อสกลุ เหมือนกนั ให้ลงทงั้ ชื่อและช่ือสกลุ ของผ้แู ตง่ เชน่ 1 พันธ์ุทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, คาอธิบายกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบคุ คล, พิมพ์ครัง้ ท่ี 6 (กรุงเทพฯ: วญิ ญชู น, 2548), 250. 2 ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, คาอธิบายกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดี บคุ คล, พิมพ์ครัง้ ที่ 3 (กรุงเทพฯ: สานกั พิมพ์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, 2556), 231. 3 พนั ธ์ุทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, คาอธิบายกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบคุ คล, 125. 4 Ugo Bruschi and Davide Rossi, What Is the English Constitution? The Answer of John James Park in the Crucial Year 1832 (Trieste: Lectures, Faculty of Law, field: History and Technique of European Codes and Constitutions, The University of Trieste, 2012), 38. 5 Herbert Broom, A Selection of Legal Maxims, Classified and Illustrated (London: A. Maxwell and Son, 1845), 23. 6 Bruschi and Rossi, What Is the English Constitution? The Answer of John James Park in the Crucial Year 1832, 99.

3.4.10 รูปแบบการเขียนเชิงอรรถและบรรณานุกรม ประเภท เชงิ อรรถ หนังสอื Cordia New ขนาด 12 ผ้แู ตง่ 1 คน 1 จิตติ ตงิ ศภทั ยิ ์, คาอธิบาย กฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ว่าดว้ ยบคุ ค 5 (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร 66. 2 Chaiyos Hemaratchata, Characteristics of Intellectual Prop ed. (Bangkok: Nititham, 2012), 342 3 Donna R. Christie, Cos Management Law (New York: West 1994), 118.

บรรณานุกรม p. Cordia New ขนาด 15 p. ผ้แู ตง่ 1 คน ยประมวล จิตติ ตงิ ศภทั ิย์. คาอธิบายประมวลกฎหมายแพง่ คล, พมิ พ์ครัง้ ที่ และพาณิชย์ ว่าดว้ ยบคุ คล. พิมพ์ครัง้ ที่ ร์, 2526), 63- 5. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, 2526. , Chaiyos Hemaratchata. Characteristics of perty Law, 9th Intellectual Property Law. 9th ed. 2. Bangkok: Nititham, 2012. stal and Ocean Christie, Donna R. Costal and Ocean t Publishing, Management Law. New York: West Publishing, 1994. 24

ประเภท เชงิ อรรถ Cordia New ขนาด 12 ผ้แู ตง่ 2 คน 1 อดุ ม รัฐอมฤกต และนยิ ม กฎหมายรฐั ธรรมนูญจีน (กรุงเทพฯ: วญิ 8. 2 Pierre Mayer and Vince Droit International Privé (Paris: LGD 2014), 20. ผ้แู ตง่ 3-4 คน 1 เสาวนีย์ อศั วโรจน์, สรพล มานพ นาคทตั และสทิ ธิโชค ศรีเจริญ, ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ เรีย ด้วยประนีประนอมยอมความ การพนนั

p. บรรณานุกรม Cordia New ขนาด 15 p. ม รัฐอมฤกต, ผ้แู ตง่ 2 คน ญญชู น, 2558), อดุ ม รัฐอมฤกต, และนิยม รัฐอมฤกต. กฎหมาย รฐั ธรรมนูญจีน. กรุงเทพฯ: วิญญชู น, ent Heuzé. 2558. DJ-Lextenso, Mayer, Pierre, and Vincent Heuzé. Droit International Privé. Paris: LGDJ- Lextenso, 2014. ล สขุ ทรรศนยี ์, ผ้แู ตง่ 3-4 คน คาอธิบาย เสาวนยี ์ อศั วโรจน์, สรพล สขุ ทรรศนยี ์, มานพ ยงมาตรา วา่ นาคทตั , และสทิ ธิโชค ศรีเจริญ. คาอธิบาย นและขนั ตอ่ ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ เรียง มาตรา วา่ ด้วยประนปี ระนอมยอมความ 25

ประเภท เชิงอรรถ Cordia New ขนาด 12 บญั ชีเดินสะพดั ประกนั ภยั (กรุงเทพฯ: 2547), 60. 2 D. C. Baur, Irvin, W.R. D.R. “Putting Protection into Marine Areas,” Vermont Law Review 28, n 497-587. ผ้แู ตง่ 4 คน ขนึ ้ ไป 1 พวงทอง เครือมงั กร และค ชีวิตคู่ (กรุงเทพฯ: โครงการสขุ ภาวะผ้หู ผ้หู ญิง, 2554), 42.

p. บรรณานุกรม วญิ ญชู น, Cordia New ขนาด 15 p. การพนนั และขนั ตอ่ บญั ชเี ดินสะพดั and Misenko, ประกนั ภยั . กรุงเทพฯ: วญิ ญชู น, 2547. e Protected Baur, D.C., Irvin, W.R., and Misenko, D.R. no. 3 (2004): “Putting Protection into Marine Protected Areas.” Vermont Law Review 28, no. 3 (2004): 497-587. คณะ, บทเรียน ผ้แู ตง่ 4 คน ขนึ ้ ไป หญิง มลู นิธิ พวงทอง เครือมงั กร, รณชยั คงสกนธ์, วรรณพร เสวะกะ, และอรุณี ช่ืนชมน์. บทเรียนชีวิตคู่. กรุงเทพฯ: โครงการ สขุ ภาวะผ้หู ญิง มลู นิธิผ้หู ญิง, 2554. 26

ประเภท เชิงอรรถ Cordia New ขนาด 12 2 Pouangthong Kreaman Marriage Lesson (Bangkok: Wome Project Women Foundation, 2011), หนังสอื ท่มี ีบรรณาธิการ 1 จอห์น ไมเคิล เจมีเนส, แบ เชิงอรรถ ให้ระบคุ าวา่ บรรณาธิการ กิจกรรม สาระการเรียนรู้พนื ้ ฐานภาษาอ โดย สาหรับงานเขียนภาษาไทย ถ้า สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชว่ งช งานเขยี นภาษาตา่ งประเทศ บรรณาธิการโดย จิดาภา ฉนั ทานนท์ (ก บรรณาธิการใช้คาวา่ ed. (กรณีคน อกั ษรเจริญทศั น์, 2547), 211. เดยี ว) และ eds. (กรณี มากกวา่ 1 คน) 2 Anton Vedder, The Wto Concerns Regarding Animals and

p. บรรณานุกรม ngkorn et al., Cordia New ขนาด 15 p. en Health Pouangthong Kreamangkorn, Ronnachai 42. Kongsakon, Wannaporn Sewaka, and Arunee Cuanchom. Marriage บบฝึกปฏิบตั ิ Lesson. Bangkok: Women Health องั กฤษ กลมุ่ Project Women Foundation, 2011. ชนั้ ที่ 3, เจมเี นส, จอห์น ไมเคิล. แบบฝึกปฏิบตั ิกิจกรรม กรุงเทพฯ: สาระการเรียนรู้พนื ้ ฐานภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ o and ชว่ งชนั้ ที่ 3. บรรณาธิการโดย จดิ าภา Nature, ed. ฉนั ทานนท์. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น์, 2547. Vedder, Anton. The WTO and Concerns Regarding Animals and Nature. 27

ประเภท เชงิ อรรถ Cordia New ขนาด 12 บรรณานกุ รม ให้ระบคุ าวา่ Anton Vedder (Nijmegen: Wolf Leg บรรณาธิการโดยสาหรับงานเขียน 2003), 119. ภาษาไทย ถ้าเป็นงานเขยี น ภาษาตา่ งประเทศใช้คาวา่ Edited 1 เลโรนี จเู นยี ร์ เบ็นเนท็ , ดร by เธอร์ คิง จูเนียร: ผนู้ านิโกรอเมริกนั , แป หนังสือแปล บวั ศรี, ชดุ เสรีภาพ ลาดบั ท่ี 9 (กรุงเทพฯ เชิงอรรถ ให้ระบคุ าวา่ บรรณาธิการ 2530), 300-310. โดย/แปลโดย สาหรับงานเขยี น ภาษาไทย ถ้าเป็นงานเขยี น 2 Edmund Rostand, Cyra ภาษาตา่ งประเทศ บรรณาธิการใช้ Bergerac, trans. Anthony Burgess คาวา่ ed. (กรณีคนเดียว) และ eds. NJ: Applause Theatre & Cinema Bo (กรณีมากกวา่ 1 คน) ผ้แู ปลใช้คาวา่ 19-21.

p. บรรณานุกรม gal Publishers, Cordia New ขนาด 15 p. Edited by Anton Vedder. Nijmegen: Wolf Legal Publishers, 2003. ร. มาร์ติน ลู เลโรนี จเู นียร์ เบ็นเนท็ . ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จู ปลโดย วชิรญา เนียร: ผนู้ านิโกรอเมริกนั . แปลโดย ฯ: ก้าวหน้า, วชิรญา บวั ศรี, ชดุ เสรีภาพ ลาดบั ท่ี 9. กรุงเทพฯ: ก้าวหน้า, 2530. ano de (Montclair, Rostand, Edmund. Cyrano de Bergerac. ooks, 2000), Translated by Anthony Burgess. Montclair, NJ: Applause Theatre & Cinema Books, 2000. 28

ประเภท เชงิ อรรถ Cordia New ขนาด 12 trans. (กรณคี นเดยี วหรือมากกวา่ 1 คน) ยอ่ จากคาวา่ Translator บรรณานกุ รม ให้ระบคุ าวา่ บรรณาธิการโดย/แปลโดย สาหรับ งานเขียนภาษาไทย ถ้าเป็นงาน เขียนภาษาตา่ งประเทศใช้คาวา่ Edited by/Translated by หนังสือรวมบทความ 1 ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง, “ทศั เชิงอรรถ ถ้าเป็นภาษาตา่ งประเทศ ตา่ งประเทศตอ่ แนวทางการแก้ไขปัญห การลงรายการเชงิ อรรถ ให้ขนึ ้ ต้นคา ในสามจงั หวดั ภาคใต้ของคณะกรรมกา ด้วยอกั ษรพมิ พ์เลก็ “in” ความสมานฉนั ท์แหง่ ชาติ,” ใน บรรณานกุ รม ให้ขนึ ้ ต้นคาด้วยอกั ษร หมู่บา้ น...ไม่สงบ: ภาพความรุนแรงภา พมิ พ์ใหญ่ “In” สาหรับภาษาไทยใช้ นานาชาติ และอนาคต, บรรณาธิการโด

บรรณานุกรม p. Cordia New ขนาด 15 p. ศนะ ปรางค์ทพิ ย์ ดาวเรือง. “ทศั นะตา่ งประเทศตอ่ แนว หาความรุนแรง ทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสาม ารอสิ ระเพอื่ จงั หวดั ภาคใต้ของคณะกรรมการอสิ ระ เพ่อื ความสมานฉนั ท์แหง่ ชาติ.” ใน หมู่ าคใตใ้ นมิติ ชาติ, บา้ น...ไม่สงบ: ภาพความรุนแรงภาคใต้ ดย ชยั วฒั น์ ในมิติ ชาติ, นานาชาติ และอนาคต, 29

ประเภท เชงิ อรรถ Cordia New ขนาด 12 คาวา่ “ใน” ทงั้ 2 อยา่ ง คือทงั้ การ สถาอานนั ท์ (กรุงเทพฯ: ศนู ย์มานษุ ยวิท ลงรายการเชิงอรรถและรายกาทาง 2553), 26. บรรณานกุ รม 2 Angeles Ramirez, \"Mus the Spanish Press: The Persistence Images,\" in Muslim Women in War Representation and Reality, ed. Fa (Austin: University of Texas Press, 2 3 Vaughan Lowe, \"Sustain Development and Unsustainable A International Law and Sustainable

บรรณานุกรม p. Cordia New ขนาด 15 p. ทยาสริ ินธร บรรณาธิการโดย ชยั วฒั น์ สถาอานนั ท์, 22-65. กรุงเทพฯ: ศนู ย์มานษุ ยวทิ ยา สริ ินธร (องค์กรมหาชน), 2553. slim Women in Ramirez, Angeles. \"Muslim Women in the e of Subaltern Spanish Press: The Persistence of and Crisis: Subaltern Images.\" In Muslim aegheh Shirazi Women in War and Crisis: 2010), 231. Representation and Reality, edited by Faegheh Shirazi, 227-44. Austin: University of Texas Press, 2010. nable Lowe, Vaughan. \"Sustainable Development Arguments,\" in and Unsustainable Arguments.\" In Development: International Law and Sustainable 30

ประเภท เชิงอรรถ Cordia New ขนาด 12 Past Achievements and Future Cha Alan Boyle and David Freestone (O University, 1999), 19. หนังสือออนไลน์ 1 Philip B. Kurland and R ลงรายการตามรูปแบบหนงั สอื เพยี ง eds., The Founders' Constitution (C เพม่ิ URL และวนั ทสี่ บื ค้นข้อมลู University of Chicago Press, 1987), งานเขยี นภาษไทยใช้ สบื ค้นเม่อื วนั doc. 19, accessed October 15, 201 เดอื น ปี งานเขียนภาษาตา่ งประเทศ http://press-pubs.uchicago.edu/f ใช้ accessed ตามด้วย Month ounders/. Date, Year ให้ระบเุ ลขหน้าใน เชิงอรรถและรายการอ้างองิ ถ้าไม่ 2 กระทรวงพลงั งาน, สานกั สามารถหาเลขหน้าได้ ให้ใช้คาวา่ และแผนพลงั งาน, ถ่านหิน เชื้อเพลิงใน

p. บรรณานุกรม allenges, eds. Cordia New ขนาด 15 p. Oxford: Oxford Development: Past Achievements and Future Challenges, edited by Ralph Lerner, Alan Boyle and David Freestone, Chicago: 19 .Oxford: Oxford University, 1999. , chap. 10, 11, Kurland, Philip B., and Ralph Lerner, eds. The Founders' Constitution. กงานนโยบาย Chicago: University of Chicago นการผลิตไฟฟา้ Press, 1987. Accessed October 15, 2011. http://press- pubs.uchicago.edu/ founders/. กระทรวงพลงั งาน. สานกั งานนโยบายและแผน พลงั งาน. ถ่านหิน เชื้อเพลิงในการผลิต 31

ประเภท เชิงอรรถ Cordia New ขนาด 12 ภายใต้ สาาหรับภาษาไทย และใช้ (กรุงเทพฯ: สานกั งานนโยบายและแผน คาวา่ under สาหรับ กระทรวงพลงั งาน, 2552), ภายใต้ “แห ภาษาตา่ งประเทศ ตามด้วยชื่อ ถา่ นหนิ ,” สบื ค้นเมอ่ื 20 มกราคม 2560 หวั ข้อยอ่ ยในเชิงอรรถโดยไมต่ ้อง http://www.eppo.go.th/coal/pt-KPC ระบใุ นรายการอ้างองิ บทความวารสาร 1 Ackerman Bruce, \"The การลงชื่อผ้แู ตง่ ใช้หลกั เกณฑ์ Constitution,\" The Yale Law Journa เดียวกบั หนงั สอื 1046. การลงช่ือบทความวารสาร ให้ลงชื่อ 2 William Feldman, \"Theo บทความวารสารในเคร่ืองหมาย Emergency Powers: A Comparativ อญั ประกาศ (“”) American Martial Law and the Fre การลงช่ือวารสาร ให้ลงช่ือวารสาร Siege,\" Cornell International Law Jo ตามท่ปี รากฏในหน้าปกในของ 3 (2005): 1023-1032.

p. บรรณานุกรม นพลงั งาน Cordia New ขนาด 15 p. หลง่ ทม่ี าของ ไฟฟา้ . กรุงเทพฯ: สานกั งานนโยบายและ 0, แผนพลงั งาน กระทรวงพลงั งาน, 2552. C2544-01.html. สบื ค้นเมือ่ 20 มกราคม 2560. http://www.eppo.go.th/coal/pt- Emergency KPC2544-01.html. al 113 (2004): Bruce, Ackerman. \"The Emergency Constitution.\" The Yale Law Journal ories of the 113 (2004): 1046. ve Analysis of Feldman, William. \"Theories of the ench State of Emergency Powers: A Comparative ournal 38, no. Analysis of American Martial Law and the French State of Siege.\" 32

ประเภท เชิงอรรถ Cordia New ขนาด 12 วารสารด้วยตวั เอยี ง ถ้าไมม่ ีหน้าปก ในให้ใช้ตามทีป่ รากฏในหน้าปก การลงปีท่ี เลม่ ที่ และฉบบั ที่ 3 จิตติ วจิ ิตรบรรจง, \"ประมว 1. ลงปีท่หี รือเลม่ ท่ี (Volume) แพง่ และพาณชิ ย์วา่ ด้วยคา้ ประกนั และ ตอ่ ท้ายชื่อวารสาร โดยเว้น 1 ระยะ ใหม)่ และผลกระทบตอ่ สถาบนั การเงิน ตามด้วยเครื่องหมายจลุ ภาค (,) เว้น วารสารวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาว 1 ระยะ ตามด้วยฉบบั ที่ สาหรับงาน หอการคา้ ไทย 1, ฉ.1 (2558): 160-174 เขียนภาษาไทยใช้ ฉ. งานเขียน ภาษาตา่ งประเทศใช้ no. 4 สดุ า วิศรุตพชิ ญ์, \"บทบญั 2. กรณีมปี ีท่หี รือเลม่ ที่แตไ่ มป่ รากฏ กฎหมายแพง่ และพาณิชย์ (แก้ไขใหม)่ ฉบบั ท่ี ลงปีทีห่ รือเลม่ ท่ี เว้น 1 ระยะ เปลอื ้ งภาระของผ้จู านอง,\" วารสารนิติศ ตามด้วย วนั เดอื นปีท่ีออกวารสารใน มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ 44, ฉ.1 (25 เคร่ืองหมายวงเลบ็ ( )

p. บรรณานุกรม Cordia New ขนาด 15 p. วลกฎหมาย Cornell International Law Journal 38, ะจานอง (ท่แี ก้ไข no. 3 (2005): 1023-1032. น,\" จิตติ วจิ ิตรบรรจง. \"ประมวลกฎหมายแพง่ และ วิทยาลยั พาณิชย์วา่ ด้วยคา้ ประกนั และจานอง (ที่ 4. แก้ไขใหม)่ และผลกระทบตอ่ สถาบนั การเงิน.\" วารสารวิชาการ คณะ ญญตั ใิ นประมวล นิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั หอการคา้ ไทย ช่วยปลด 1, ฉ.1 (2558): 160-174. ศาสตร์ สดุ า วิศรุตพชิ ญ์. \"บทบญั ญตั ิในประมวล 558): 7-11. กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ (แก้ไขใหม)่ ช่วยปลดเปลอื ้ งภาระของผ้จู านอง.\" วารสารนิติศาสตร์ 33

ประเภท เชงิ อรรถ Cordia New ขนาด 12 3. กรณีมีปีท่ีหรือเลม่ ที่แตไ่ มป่ รากฏ ฉบบั ทีแ่ ละวนั เดอื นปีทอี่ อกวารสาร ให้ลงปีที่หรือเลม่ ที่ ตอ่ ท้ายด้วย เครื่องหมายทวภิ าค (:) ตามด้วยเลข หน้าโดยไมต่ ้องเว้นระยะ 4. กรณีไมป่ รากฏปีทห่ี รือเลม่ ทีแ่ ตม่ ี ฉบบั ท่ี ลงฉบบั ท่ตี ามหลงั ชื่อวารสาร โดยมีเคร่ือง หมายจลุ ภาค (,) คนั่ เว้น1 ระยะ กรณีเชงิ อรรถ เลขหน้าให้ระบเุ ฉพาะ หน้าทอี่ ้างองิ กรณีบรรณานกุ ร เลขหน้าให้ระบบ ทงั้ บทความ