151 2. ใหแ้ ตล่ ะคนนาเสนอผลการออกแบบข้ันตอนและกระบวนการคิดเปน็ หนา้ ชั้นเรียน 3. ครสู รุปหลงั จากทุกคนนาเสนอหน้าชน้ั เรยี นเรียบร้อยแล้ว 4. ครใู หค้ วามร้เู พิม่ เติมในสว่ นท่ีผ้เู รยี นขาดหาย ครเู ชอ่ื มโยงจากสง่ิ ทผ่ี ูเ้ รยี นนาเสนอกบั เน้ือหาในเรื่อง ของกระบวนการคิดเป็น 5. แจกใบงานใหท้ ดสอบความรู้ ความเข้าใจ และทดสอบหลงั เรียน ขั้นท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรยี นร(ู้ E : Evaluation) 1. ใหน้ กั ศึกษาออกมาหน้าชนั้ เรยี น เพ่ือนาเสนอการถอดบทเรียนใหส้ อดคล้องกบั หลักเศรษฐกิจ พอเพยี ง จากนัน้ ครใู ห้คะแนน 2. ครแู ละผูเ้ รียนรว่ มกนั สรุปหลังจากทกุ กลุ่มนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน 3. ครเู ช่ือมโยงกจิ กรรมทผี่ ูเ้ รียนได้ปฏบิ ตั กิ ับเน้ือหาในเร่ืองการคดิ เปน็ 4. แบบทดสอบหลงั เรยี น 10. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวชิ าทักษะการเรยี นรู้ (ทร2100๑) ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ 4. สือ่ อนิ เตอรเ์ น็ต 11. การวัดและประเมนิ ผล 11.1 วธิ ีการวัดและประเมินผล - แบบประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนของนักศึกษารายบคุ คล - ใบงาน 11.2 เคร่ืองมือวัดและประเมินผล. - ประเมนิ ผลการสงั เกตพฤติกรรมการทางานร่วมกบั ผูอ้ ่ืน ของนักศกึ ษารายบคุ คล - ผลจากการตรวจใบงาน 11.3 เกณฑ์การวดั และการประเมินผล - แบบประเมนิ ผลการสงั เกตพฤติกรรมการทางานร่วมกับผู้อน่ื ของนกั ศึกษารายบคุ คล ระดับดี พอใช้ และควรปรบั ปรุง - ใบงานคะแนนเตม็ 10 คะแนน กิจกรรมเสนอแนะ ........................................................................................... ................................................................................................. ............................................................................................................................. ......................................................... ลงช่ือ…………………………………………….ครูผสู้ อน (นายจิรศักดิ์ วงศ์เสน) ครู กศน.ตาบล ข้อเสนอแนะของผู้บริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………... ............................................................................................................................. ......................................................... ลงชื่อ………………………………………………………ผูอ้ นุมตั แิ ผน (นางป๎ทมาภรณ์ ศรีเนตร)
152 ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอจตุรพักตรพิมาน ใบความรู้ “การศึกษาคือกระบวนการท่ีทาให้คนและสังคมเจริญงอกงาม ยิง่ เรียนย่งิ ขยนั ยงิ่ เรียนยง่ิ อดทน ยิ่งเรยี นย่งิ ซื่อสัตย์ ยิ่งเรยี นย่ิงมีความกตัญํู ย่งิ เรยี นยงิ่ รักปยุู า่ ตายาย ดแู ลปยูุ า่ ตายาย ไปไหนกด็ ูแลซ่ึงกันและกัน บ้านเมืองก็จะมี แตค่ วามสุข” เน้ือหาในส่วนนี้ไดร้ วบรวมสาระ แนวคดิ บทความของท่าน ดร.โกวิท วรพพิ ฒั น์ ที่เป็นผใู้ ห้นยิ าม คาวา่ คดิ เปน็ \"กระบวนการคิดเพื่อตดั สินใจ\" โดยใชข้ ้อมูล 3 ด้าน คือ ข้อมูลสว่ นตวั ขอ้ มลู ทาง สงั คมหรอื สิง่ แวดล้อม และข้อมูล ทางวิชาการ ปรัชญา \"คิดเปน็ \" มีรายละเอยี ดและสาระที่นา่ ศึกษา แนวคิด\"คดิ เป็น\" ของ ดร. โกวทิ วรพพิ ัฒน์ ดร.โกวทิ วรพิพัฒน์และคณะ ไดป้ ระยุกต์แนวความคดิ ในเร่ือง“คดิ เปน็ ” และนามาเป็นเปาู หมายสาคญั ในการ ให้บริการการศึกษาผ้ใู หญต่ ั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เปน็ ตน้ มหี ลักการท่ีเป็นหัวใจสาคัญดงั นี้ การวเิ คราะห์ป๎ญหาและ แสวงหาคาตอบหรือทางเลือกเพอื่ แกป้ ๎ญหา คดิ อย่างรอบคอบโดยอาศยั ข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคม ส่ิงแวดล้อมและข้อมลู ทางวิชาการประกอบการตัดสินใจ แกป้ ญ๎ หาหรือหาทางเลือกเพื่อนาไปปฏบิ ัติ รจู้ กั คิดเพอ่ื แก้ปญ๎ หา ดว้ ยการกระทาการ อยา่ งเหมาะสมและพอดี จากหลักการดังทกี่ ล่าวมา พอจะสรูปความหมายของคาวา่ คิดเปน็ ดงั น้ี \"คดิ เป็น\" หมายถึง กระบวนการท่ีคนเรานามาใช้ในการตดั สนิ ใจ โดยต้องแสวงหาข้อมูลของตนเอง ข้อมลู ของ สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนและสงั คม และข้อมลู ทางหลกั วิชาการ แลว้ นามาวิเคราะหห์ าทางเลือกในการตัดสินใจที่ เหมาะสม มีความพอดรี ะหวา่ งตนเองและสงั คม เมื่อครง้ั ดร.โกวทิ วรพพิ ฒั น์ ปฏิบตั งิ านในตาแหน่งหวั หนา้ กองการศึกษาผูใ้ หญ่ กรมสามญั ศึกษา (ระหว่างปี พ.ศ.2511-2518) ทา่ นไดร้ ิเรม่ิ โครงการการศกึ ษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสรจ็ (Functional Literacy) แบบไทย มงุ่ ใหผ้ ู้เข้า รับการศึกษาระดับชาวบ้านได้ร้จู ักคดิ แก้ไขป๎ญหา ใหส้ อดคล้องกบั สภาพสถานะของตน และของกล่มุ ทเ่ี รยี กวา่ \"คดิ เป็น\" โดยมหี ลักการวา่ เรยี นแล้วสามารถนาข้อมลู ทางวิชาการ ข้อมูลข้อจากดั สว่ นตวั ของแตล่ ะบุคคล และข้อมลู เก่ียวกบั สังคม มาประมวลแล้วคดิ หาคาตอบให้กับปญ๎ หาของแตล่ ะคนหรือสงั คม ซ่งึ จะได้คาตอบท่ีหลากหลายและตรงกบั สภาพ ของแตล่ ะบคุ คลหรอื สังคม ไม่ใชว่ ่าหนังสอื บอกไวอ้ ยา่ งไรแล้วตอ้ งทาตามเหมือนกนั หมด คดิ เองไมเ่ ป็น แต่ถา้ คิดเปน็ แลว้ คาถามหรือป๎ญหาเดียวกันอาจได้คาตอบไมเ่ หมือนกันกเ็ ปน็ ได้ ผลสาเร็จของโครงการ \"คดิ เป็น\" ทาให้ ดร.โกวทิ วรพิพัฒน์ ได้รับเชญิ จากองค์การยูเนสโกใหไ้ ปเสนอผลงานดังกลา่ ว ที่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ปรากฏว่าไดร้ บั ความสนใจจากประเทศต่างๆ อยา่ งมาก จนองค์การยูเนสโกนาเร่อื งน้ี ไปเผยแพร่ ท่วั โลก ทาให้ ดร.โกวิทได้รบั ฉายาจากต่างประเทศว่า \"นายคิดเป็น\" (Mr.Khit Pen)
153 ใบงาน คาสัง่ ให้ท่านคดั เลือกข่าวเกย่ี วกบั สภาพสังคมปจ๎ จบุ ันท่ที า่ นสนใจมา 1 ขา่ ว และดาเนนิ การ วเิ คราะหว์ ่าข่าวนี้ดี หรือไม่ เหมาะสม อยา่ งไร พร้อมให้เหตผุ ลในการวิเคราะห์ขา่ ววา่ ได้นาข้อมลู ด้านตนเอง ดา้ นสงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม และด้านวิชาการ มาใชป้ ระกอบในการวิเคราะห์ เขียนตามแบบกาหนด 1. เขียนหวั ขอ้ ข่าว………………………………………….. 2. รายละเอยี ดของขา่ ว (ตดั ขา่ วมาติดไว้) 3. สงั เคราะหข์ ่าวได้ดังนี้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ช่อื ..............................................นามสกุล............................................ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
154 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ กศน.ตาบลองี ่อง ครัง้ ที่ 17 วัน/เดือน/ปีวันท่ี 31 เดอื น สิงหาคม พ.ศ. 2565 ครูผูส้ อน นายจิรศักดิ์ วงศเ์ สน ระดับ มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 09.00-12.00 น. สาระทักษะการเรยี นรู้ รายวิชา ทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร21001 จานวนผู้เรียนทงั้ หมด ............... คนเขา้ เรียน…………………คน ไม่เข้าเรียน……………………….คน 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้การประเมินโดยใช้ แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน พบว่า คะแนนการทดสอบหลงั เรียน มากกว่ากอ่ นเรียนจานวน ........ คนคดิ เป็นรอ้ ยละ............ คะแนนการทดสอบหลังเรียน น้อยกว่าก่อนเรยี นจานวน ......... คนคดิ เป็นรอ้ ยละ............ 2. เนอ้ื หา/สาระ/รายวิชา ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... 3. กจิ กรรมการเรียนการสอน ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... 4. ปัญหา/อุปสรรคการเรียนการสอน .......................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ...................................... 5. แนวทางการแกป้ ัญหา .......................................................................................................................................... ......................... ......................................................................................................... .......................................................... ลงชื่อ.........................................................(ผู้บนั ทกึ ) (นายจริ ศกั ด์ิ วงศเ์ สน) ครู กศน.ตาบล ความเหน็ /ข้อเสนอของผบู้ ริหาร ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ลงชือ่ .................................................. (นางปท๎ มาภรณ์ ศรีเนตร) ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอจตุรพกั ตรพิมาน
155 แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาทักษะการเรยี นรู้ ครง้ั ท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ กศน.ตาบลองี ่อง 1. สปั ดาห์ที่ 18 วนั ที่ 7 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2565 เวลา 09.00-12.00น. 2. วิชา ทักษะการเรียนรู้ รหัสวชิ า ทร2101 จานวน 1 หน่วยกิต 3. มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 4. หนว่ ยการเรียนร/ู้ เรอื่ ง คิดเปน็ 5. สาระสาคญั ทบทวนทาความเข้าใจกบั ความเช่ือพน้ื ฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ และเช่ือมโยงไปสกู่ ารเรยี นรเู้ รอ่ื งการคิดเปน็ กระบวนการแกป้ ญ๎ หาของคนคดิ เป็นและปรชั ญาคดิ เปน็ ศึกษาวเิ คราะหล์ กั ษณะของข้อมลู ท้งั ด้านวชิ าการ ตนเอง และ สงั คม สงิ่ แวดลอ้ ม รวมท้ังเทคนิคการเก็บข้อมูล เพ่ือนาไปใชใ้ นการเลอื กเก็บข้อมลู ดังกล่าวมาใช้ประกอบการตดั สินใจ อยา่ งคนคดิ เป็น 6. เนื้อหา การรวบรวมและวเิ คราะห์สภาพป๎ญหา ของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และคดิ วิเคราะห์ โดยใช้ ข้อมลู ดา้ นตนเอง ด้านวชิ าการ และ ดา้ นสังคมสิง่ แวดล้อม 7. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร/ู้ ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง มีความรู้ ความเขา้ ใจ และวิจารณห์ รอื แสดงความคิดเห็นและความร้สู กึ ต่อการแสดงประเภทตา่ งๆ ได้ 1. อธบิ ายหรือทบทวนปรัชญาคดิ เป็น และการใชร้ ะบบขอ้ มูลทางวิชาการ ตนเอง และสังคมสง่ิ แวดลอ้ ม มาวิเคราะห์ สงั เคราะห์ เพ่ือประกอบกระบวนการคิด การตัดสนิ ใจในการแก้ป๎ญหา 1.1 วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธ์ ระหว่างความเชอ่ื พน้ื ฐานทางการศึกษาผ้ใู หญ/่ การศึกษานอกระบบกบั ปรชั ญาคดิ เป็น 1.2 อธิบายความสาคญั ของการคิดเปน็ ทม่ี ตี ่อตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน 2. อธิบายและปฏิบตั กิ ารใช้เทคนคิ วิธีการฝกึ ทักษะการคิดเปน็ ทซี่ ับซ้อนและนาคณุ ธรรม จริยธรรม ท่เี กี่ยวข้องมา สง่ เสริมกระบวนการคดิ เปน็ ให้มากข้ึน 2.1 อธบิ ายวธิ กี ารรวบรวม ป๎ญหาของตนเอง ครอบครัวและชมุ ชน 2.2 อธบิ ายการวเิ คราะห์ปญ๎ หา ของตนเอง ครอบครัวและชมุ ชนดว้ ย กระบวนการคดิ เป็น 2.3 บอกวธิ แี ละกระบวนการรวบรวมข้อมลู ด้านตนเอง ด้านวิชาการ และด้านสงั คมส่งิ แวดล้อม เพื่อนามาใชใ้ น กระบวนการคดิ เป็น 2.4 วิเคราะหข์ ้อมลู วิชาการ ข้อมูลตนเอง และข้อมูล สงั คมสิง่ แวดล้อม เพอ่ื ตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไข ปญ๎ หาตนเอง ครอบครวั และชุมชน 2.5 เลอื กแนวทางในการแก้ไขปญ๎ หาดว้ ยกระบวนการคิดเปน็ ได้อยา่ งมีคุณธรรม จรยิ ธรรม 2.6 วางแผนแกไ้ ขปญ๎ หาของชมุ ชนตามเหตุการณ์ทกี าหนดให้ โดยใชก้ ระบวนการคิดเปน็
156 3. อภปิ ราย ถกแถลงถึงปญ๎ หาและอปุ สรรคในการใช้กระบวนการคิดเปน็ ประกอบการแก้ปญ๎ หา 3.1 อภิปรายและระบุปญ๎ หาที่เปน็ อุปสรรคต่อการพฒั นากระบวนการคดิ เป็น 3.2 บอกแนวทางการแก้ป๎ญหาทเ่ี ปน็ อปุ สรรคต่อการพฒั นากระบวนการคดิ เปน็ 8. การบูรณาการกับหลักแนวคิดของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 เงื่อนไข 3 หลักการ การเชอ่ื มโยงสู่ 4 มติ )ิ ความรู้ ความรู้เร่ืองการคิดเปน็ วิเคราะหส์ ภาพป๎ญหา ของตนเอง ครอบครวั ชุมชน คณุ ธรรม - มคี วามขยนั - มคี วามสามัคคใี นการทางานร่วมกนั - มีความตงั้ ใจและม่งุ ม่ัน พอประมาณ - ความถนดั ในการศึกษาหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ - ตน้ ทนุ - เวลา มีเหตุผล - มคี วามร้เู พ่ือพฒั นาตนเอง - บรหิ ารเวลาในการศึกษาหาความรไู้ ด้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ มภี ูมิคุ้มกนั - นาความรทู้ ่ีได้มาพฒั นาทกั ษะด้านต่างๆไดเ้ หมาะสมกบั ตนเอง วัตถุ - มที รัพยากรในการศึกษาหาความรู้ทหี่ ลากหลาย สงั คม - มกี ารทางานร่วมกันเปน็ กลุ่มแลกเปลย่ี นความคิดและวิเคราะหร์ ว่ มกัน สงิ่ แวดล้อม - ใชท้ รพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในการศึกษาหาความรู้ วัฒนธรรม - มีความร้ทู ี่ไดจ้ ากภูมิป๎ญญาในทอ้ งถ่ินและทรัพยากรในท้องถน่ิ 9. กระบวนการจดั การเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั ท่ี 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้(O : Orientation) 1. ครทู ักทาย/สวัสดผี ู้เรียน ชี่แจงบอกวตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ 2. ให้ผูเ้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น ขั้นที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและจัดการเรยี นร้(ู N : New ways of learning) 1. ครทู ักทาย/สวสั ดผี ู้เรยี น ชแ่ี จงบอกวตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ 2. สมุ่ ตัวอยา่ งผูเ้ รยี น 2-3 คนใหเ้ ลา่ ถึงกระบวนการคิดเป็นทผี่ ู้เรยี นพอเขา้ ใจใหเ้ พื่อนๆฟ๎งว่ามี กระบวนการและข้นั ตอนอย่างไร และตอบข้อคาถามของครแู ละเพ่ือนๆได้
157 3. ครูให้ผเู้ รยี นทุกคนออกแบบในเรอ่ื งของกระบวนการคดิ เปน็ ว่ามขี ั้นตอนและกระบวนการอย่างไร ตามความเข้าใจของผู้เรยี น ขน้ั ที่ 3 การปฏิบัตแิ ละการนาไปใช้(I : Implementation) 1. ครูใหผ้ เู้ รยี นระดมความคิด ถอดบทเรียนให้สอดคลอ้ งกับหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. ให้แต่ละคนนาเสนอผลการออกแบบขั้นตอนและกระบวนการคิดเป็นหนา้ ช้นั เรยี น 3. ครูสรปุ หลังจากทุกคนนาเสนอหน้าช้ันเรยี นเรยี บร้อยแล้ว 4. ครใู ห้ความรู้เพิ่มเตมิ ในส่วนทผี่ ้เู รยี นขาดหาย ครูเชอ่ื มโยงจากสิ่งท่ีผเู้ รียนนาเสนอกบั เนอ้ื หาในเร่ืองของกระบวนการคดิ เป็น 5. แจกใบงานให้ทดสอบความรู้ ความเขา้ ใจ และทดสอบหลงั เรยี น ขั้นที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้(E : Evaluation) 1. ใหน้ กั ศึกษาออกมาหน้าช้ันเรียน เพ่ือนาเสนอการถอดบทเรยี นให้สอดคล้องกับหลกั เศรษฐกิจ พอเพียง จากน้ันครูใหค้ ะแนน 2. ครูและผ้เู รียนร่วมกันสรุปหลงั จากทุกกลุม่ นาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรยี น 3. ครเู ช่ือมโยงกิจกรรมทผ่ี ้เู รียนได้ปฏิบัตกิ บั เน้ือหาในเรื่องการคดิ เป็น 4. แบบทดสอบหลังเรียน 10. สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวชิ าทักษะการเรยี นรู้ (ทร2100๑) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ 4. ส่ืออินเตอร์เน็ต 11. การวดั และประเมนิ ผล 11.1 วิธีการวดั และประเมินผล - แบบประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื ของนักศึกษารายบุคคล - ใบงาน 11.2 เครอ่ื งมอื วดั และประเมินผล. - ประเมนิ ผลการสงั เกตพฤติกรรมการทางานรว่ มกับผอู้ ่นื ของนักศกึ ษารายบคุ คล - ผลจากการตรวจใบงาน 11.3 เกณฑ์การวัดและการประเมินผล - แบบประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานร่วมกับผู้อ่นื ของนักศึกษารายบุคคล ระดับดี พอใช้ และควรปรับปรงุ - ใบงานคะแนนเตม็ 10 คะแนน กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................................... .................................................................................................................................. .................................................... ลงชอ่ื …………………………………………….ครผู สู้ อน (นายจิรศกั ด์ิ วงศเ์ สน) ครู กศน.ตาบล ข้อเสนอแนะของผู้บรหิ าร
158 …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………... ...................................................................................................................................................................................... ลงช่อื ………………………………………………………ผอู้ นมุ ตั ิแผน (นางป๎ทมาภรณ์ ศรเี นตร) ผู้อานวยการ กศน.อาเภอจตรุ พกั ตรพิมาน บนั ทกึ หลังการจดั การเรยี นรู้ กศน.ตาบลอีง่อง คร้งั ท่ี 18 วัน/เดือน/ปีวนั ที่ 7 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2565 ครูผู้สอน นายจริ ศกั ดิ์ วงศ์เสน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 09.00-12.00 น. สาระทกั ษะการเรียนรู้ รายวชิ า ทกั ษะการเรยี นรู้ รหัสวชิ า ทร2100๑ จานวนผเู้ รยี นท้งั หมด ............... คนเข้าเรยี น…………………คน ไม่เข้าเรยี น……………………….คน 1. ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้การประเมนิ โดยใช้ แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรยี น พบวา่ คะแนนการทดสอบหลงั เรียน มากกวา่ ก่อนเรียนจานวน ........ คนคิดเป็นร้อยละ............ คะแนนการทดสอบหลังเรยี น น้อยกวา่ ก่อนเรียนจานวน ......... คนคดิ เป็นร้อยละ............ 2. เน้ือหา/สาระ/รายวชิ า ............................................................................................................................. ...................................... .................................................................................................................................................. ................. 3. กจิ กรรมการเรียนการสอน ........................................................................................ ........................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... 4. ปัญหา/อปุ สรรคการเรียนการสอน ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... 5. แนวทางการแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ลงชือ่ .........................................................(ผบู้ ันทึก) (นายจริ ศกั ดิ์ วงศ์เสน) ครู กศน.ตาบล ความเห็น/ข้อเสนอของผู้บริหาร ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ลงชือ่ .................................................. (นางปท๎ มาภรณ์ ศรเี นตร)
159 ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอจตุรพักตรพิมาน ใบความรู้ “การเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง” การเรยี นรู้เป็นเรอ่ื งของทกุ คนศกั ดิศ์ รีของผเู้ รียนจะมีไดเ้ ม่ือมโี อกาสในการเลอื กเรียนในเร่ืองทีห่ ลากหลายและมี ความหมายแก่ตนเองการเรียนรู้มอี งค์ประกอบ 2 ด้านคือองค์ประกอบภายนอกได้แกส่ ภาพแวดลอ้ มโรงเรียน สถานศึกษาสงิ่ อานวยความสะดวกและครอู งค์ประกอบภายในไดแ้ ก่การคดิ เป็นพึ่งตนเองไดม้ ีอิสรภาพใฝรุ ใู้ ฝสุ รา้ งสรรคม์ ี ความคดิ เชงิ เหตุผลมจี ติ สานึกในการเรียนร้มู ีเจตคติเชงิ บวกตอ่ การเรียนรู้การเรยี นรู้ทเี่ กิดขนึ้ มไิ ด้เกดิ ขึ้นจากการฟ๎งคา บรรยายหรือทาตามท่คี รูผู้สอนบอกแต่อาจเกิดข้ึนได้ในสถานการณ์ต่างๆตอ่ ไปนี้ 1. การเรยี นรโู้ ดยบังเอญิ การเรียนรู้แบบนเ้ี กดิ ขึน้ โดยบังเอิญมิได้เกดิ จากความต้งั ใจ 2. การเรยี นรู้ด้วยตนเองเป็นการเรยี นรู้ด้วยความต้งั ใจของผู้เรียนซง่ึ มคี วามปรารถนาจะรู้ในเร่ืองนน้ั ผู้เรียนจงึ คิดหาวธิ กี ารเรยี นดว้ ยวิธีการต่างๆหลงั จากน้ันจะมีการประเมินผลการเรยี นรูด้ ้วยตนเองจะเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ทวี ความสาคญั ในโลกยุคโลกาภิวัตนบ์ คุ คลซ่ึงสามารถปรับตนเองใหต้ ามทันความกา้ วหนา้ ของโลกโดยใช้สือ่ อุปกรณย์ ุคใหม่ ได้จะทาใหเ้ ป็นคนทมี่ ีคณุ คา่ และประสบความสาเรจ็ ได้อย่างดี 3. การเรียนรูโ้ ดยกล่มุ การเรียนรแู้ บบนี้เกดิ จากการทผ่ี เู้ รยี นรวมกลุ่มกนั แลว้ เชิญผูท้ รงคุณวฒุ มิ าบรรยายให้กบั สมาชกิ ทาใหส้ มาชิกมีความร้เู ร่อื งที่วิทยากรพูด 4. การเรียนร้จู ากสถาบันการศึกษาเป็นการเรียนแบบเป็นทางการมหี ลักสูตรการประเมินผลมีระเบียบการเขา้ ศึกษาทช่ี ัดเจนผู้เรียนตอ้ งปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบที่กาหนดเมอื่ ปฏบิ ัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กาหนดกจ็ ะไดร้ ับปริญญาหรอื ประกาศนียบัตรจากสถานการณก์ ารเรียนรู้ดงั กลา่ วจะเหน็ ไดว้ า่ การเรียนรอู้ าจเกดิ ได้หลายวิธีและการเรียนรูน้ ้ันไม่ จาเป็นตอ้ งเกดิ ข้ึนในสถาบันการศึกษาเสมอไปการเรียนรู้อาจเกิดขน้ึ ไดจ้ ากการเรยี นร้ดู ้วยตนเองหรอื จากการเรยี นโดย กลมุ่ ก็ได้และการทบ่ี ุคคลมีความตระหนักเรยี นรอู้ ยู่ภายในจิตสานึกของบคุ คลนั้นการเรียนรดู้ ้วยตนเองจงึ เป็นตวั อย่าง ของการเรียนร้ใู นลกั ษณะท่ีเป็นการเรียนรู้ท่ที าใหเ้ กิดการเรียนรู้ตลอดชวี ิตซ่ึงมีความสาคัญสอดคล้องกบั การ เปลย่ี นแปลงของโลกปจ๎ จบุ ันและสนับสนุนสภาพ “สังคมแห่งการเรียนรู้” ไดเ้ ปน็ อย่างดี การเรียนรูด้ ว้ ยตนเองคืออะไร เม่อื กล่าวถึงการเรียนดว้ ยตนเองแลว้ บคุ คลโดยท่ัวไปมกั จะเข้าใจวา่ เป็นการเรยี นที่ผู้เรียนทาการศึกษาคน้ คว้า ด้วยตนเองตามลาพงั โดยไม่ต้องพึ่งพาผสู้ อนแตแ่ ท้ท่จี ริงแล้วการเรียนด้วยตนเองที่ต้องการให้เกิดขึน้ ในตัวผเู้ รยี นนน้ั เป็น กระบวนการเรียนรทู้ ผ่ี เู้ รียนริเริม่ การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองตามความสนใจความตอ้ งการและความถนดั มเี ป้าหมายรู้จัก แสวงหาแหล่งทรพั ยากรของการเรยี นรู้เลอื กวิธีการเรียนรจู้ นถงึ การประเมนิ ความก้าวหนา้ ของการเรยี นรูข้ อง ตนเองโดยจะดาเนนิ การดว้ ยตนเองหรอื ร่วมมอื ชว่ ยเหลือกบั ผูอ้ นื่ หรือไม่ก็ไดซ้ ึ่งผ้เู รยี นจะต้องมีความรบั ผิดชอบและ เปน็ ผ้คู วบคุมการเรยี นของตนเอง ท้งั นี้การเรียนด้วยตนเองนนั้ มีแนวคิดพน้ื ฐานมาจากแนวคดิ ทฤษฎกี ลุม่ มนษุ ยนิยมทีม่ ีความเชื่อในเรื่องความ เปน็ อิสระและความเปน็ ตัวของตวั เองของมนุษยว์ า่ มนุษย์ทุกคนเกิดมาพรอ้ มกับความดีมีความเป็นอิสระเปน็ ตัวของ ตัวเองสามารถหาทางเลือกของตนเองมีศกั ยภาพและสามารถพฒั นาศักยภาพของตนเองได้อย่างไม่มีขดี จากัดรวมทง้ั มี ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อืน่ ซึ่งการเรยี นดว้ ยตนเองกอ่ ใหเ้ กิดผลในทางบวกตอ่ การเรยี นโดยจะส่งผลให้ผเู้ รียนมี
160 ความเชอ่ื มน่ั ในตนเองมีแรงจงู ใจในการเรียนมากขน้ึ มผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึน้ และมีการใชว้ ิธีการเรียนที่ หลากหลายการเรยี นด้วยตนเองจงึ เป็นมาตรฐานการศึกษาทค่ี วรสง่ เสริมใหเ้ กดิ ขนึ้ ในตัวผเู้ รียนทกุ คนเพราะเม่ือใดก็ ตามท่ีผเู้ รียนมีใจรักท่จี ะศึกษาค้นคว้าจากความตอ้ งการของตนเองผเู้ รียนกจ็ ะมีการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งตอ่ เนื่องต่อไปโดย ไม่ต้องมใี ครบอกหรอื บังคบั เป็นแรงกระตนุ้ ให้เกดิ ความอยากรอู้ ยากเห็นต่อไปไม่มีทสี่ ้นิ สดุ ซง่ึ จะนาไปสกู่ ารเปน็ ผเู้ รยี นรู้ ตลอดชวี ติ ตามเปาู หมายของการศกึ ษาต่อไป การเรยี นดว้ ยตนเองมีอยู่ 2 ลกั ษณะคือลกั ษณะทีเ่ ป็นการจัดการเรยี นรทู้ ่มี ีจดุ เน้นให้ผู้เรียนเปน็ ศนู ยก์ ลางในการเรียน โดยเป็นผูร้ บั ผิดชอบและควบคมุ การเรียนของตนเองโดยการวางแผนปฏิบตั ิการเรยี นรูแ้ ละประเมินการเรยี นรู้ด้วยตนเอง ซึง่ ไม่จาเปน็ จะต้องเรียนดว้ ยตนเองเพยี งคนเดยี วตามลาพงั และผเู้ รียนสามารถถ่ายโอนการเรยี นรแู้ ละทกั ษะทไี่ ดจ้ าก สถานการณ์หนง่ึ ไปยังอกี สถานการณห์ น่ึงไดใ้ นอีกลกั ษณะหนึง่ เป็นลกั ษณะทางบุคลกิ ภาพทมี่ ีอยู่ในตัวผทู้ ี่เรียนด้วย ตนเองทุกคนซ่ึงมีอยูใ่ นระดบั ท่ีไมเ่ ทา่ กันในแต่ละสถานการณก์ ารเรยี นโดยเป็นลกั ษณะท่ีสามารถพฒั นาให้สงู ขน้ึ ไดแ้ ละ จะพฒั นาได้สูงสุดเมื่อมีการจัดสภาพการจดั การเรียนรทู้ ีเ่ อ้ือกัน การเรยี นรูด้ ้วยตนเองมีความสาคญั อยา่ งไร การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง (Self-Directed Learning) เปน็ แนวทางการเรียนรูห้ น่ึงทีส่ อดคลอ้ งกบั การเปล่ยี นแปลง ของสภาพป๎จจุบันและเป็นแนวคิดทสี่ นบั สนนุ การเรยี นรู้ตลอดชวี ติ ของสมาชกิ ในสงั คมสู่การเปน็ สงั คมแหง่ การเรียนรู้ โดยการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นการเรียนรู้ที่ทาให้บคุ คลมกี ารริเร่ิมการเรยี นร้ดู ้วยตนเองมีเปาู หมายในการเรียนรู้ท่ีแน่นอน มคี วามรับผดิ ชอบในชีวติ ของตนเองไมพ่ ่ึงคนอ่นื มีแรงจูงใจทาใหผ้ ูเ้ รียนเป็นบคุ คลทีใ่ ฝุรใู้ ฝเุ รยี นท่ีมีการเรยี นร้ตู ลอดชวี ติ เรยี นรู้วธิ เี รียนสามารถเรยี นรเู้ รื่องราวตา่ งๆไดม้ ากกว่าการเรียนที่มคี รปู ูอนความรใู้ ห้เพียงอย่างเดยี วการเรียนรู้ดว้ ย ตนเองได้นบั ว่าเป็นคุณลกั ษณะท่ดี ีท่ีสดุ ซ่งึ มีอยู่ในตวั บคุ คลทุกคนผเู้ รยี นควรจะมีคุณลักษณะของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรูด้ ว้ ยตนเองจัดเปน็ กระบวนการเรยี นรู้ตลอดชวี ิตยอมรับในศักยภาพของผูเ้ รยี นวา่ ผ้เู รียนทุกคนมีความสามารถ ทีจ่ ะเรยี นร้สู ิ่งต่างๆไดด้ ว้ ยตนเองเพื่อที่ตนเองสามารถที่ดารงชวี ติ อยู่ในสังคมท่ีมีการเปลยี่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลาได้อย่างมี ความสขุ ดังนน้ั การเรยี นรู้ด้วยตนเองมีความสาคญั ดงั น้ี 1. บคุ คลที่เรียนรู้ดว้ ยการริเร่ิมของตนเองจะเรยี นได้มากกว่าดกี ว่ามีความตัง้ ใจมจี ดุ ม่งุ หมายและมแี รงจงู ใจสงู กว่าสามารถนาประโยชนจ์ ากการเรยี นรู้ไปใช้ไดด้ กี วา่ และยาวนานกว่าคนทเ่ี รยี นโดยเปน็ เพียงผรู้ ับหรอื รอการถา่ ยทอด จากครู 2. การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเองสอดคล้องกับพฒั นาการทางจิตวทิ ยาและกระบวนการทางธรรมชาตทิ าใหบ้ ุคคลมี ทิศทางของการบรรลวุ ุฒภิ าวะจากลักษณะหน่ึงไปสูอ่ กี ลักษณะหนึ่งคือเมื่อตอนเดก็ ๆเป็นธรรมชาติท่ีจะต้องพง่ึ พิงผู้อ่ืน ตอ้ งการผู้ปกครองปกปูองเลย้ี งดแู ละตัดสินใจแทนให้เมือ่ เติบโตมพี ฒั นาการข้ึนเรื่อยๆพฒั นาตนเองไปส่คู วามเป็นอสิ ระ ไมต่ ้องพ่ึงพงิ ผปู้ กครองครูและผู้อ่ืนการพัฒนาเปน็ ไปในสภาพทีเ่ พิ่มความเป็นตัวของตัวเอง 3. การเรียนรูด้ ว้ ยตนเองทาใหผ้ ู้เรียนมคี วามรบั ผิดชอบซ่ึงเปน็ ลกั ษณะทีส่ อดคลอ้ งกับพัฒนาการใหม่ๆทาง การศึกษาเช่นหลกั สตู รห้องเรียนแบบเปดิ ศนู ยบ์ ริการวชิ าการการศกึ ษาอยา่ งอสิ ระมหาวิทยาลัยเปิดลว้ นเนน้ ใหผ้ ้เู รียน รับผิดชอบการเรยี นรูเ้ อง 4. การเรยี นรู้ด้วยตนเองทาให้มนษุ ย์อยรู่ อดการมีความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆเกิดขนึ้ เสมอทาให้มคี วามจาเปน็ ที่ จะตอ้ งศึกษาเรียนรู้การเรียนรู้ด้วยตนเองจงึ เป็นกระบวนการต่อเนือ่ งตลอดชวี ติ การเรียนรูด้ ว้ ยตนเองมลี กั ษณะอย่างไรการเรียนรู้ดว้ ยตนเองสามารถจาแนกออกเปน็ 2 ลักษณะสาคญั ดังน้ี 1. ลกั ษณะทเี่ ปน็ บคุ ลิกคณุ ลักษณะสว่ นบุคคลของผเู้ รียนในการเรียนดว้ ยตนเองจัดเปน็ องค์ประกอบภายในที่ จะทาใหผ้ เู้ รียนมีแรงจงู ใจอยากเรียนต่อไปโดยผูเ้ รยี นท่ีมคี ุณลกั ษณะในการเรยี นดว้ ยตนเองจะมีความรับผดิ ชอบต่อ
161 ความคิดและการกระทาเก่ียวกับการเรียนรวมทั้งรบั ผดิ ชอบในการบริหารจัดการตนเองซง่ึ มีโอกาสเกิดข้นึ ได้สูงสดุ เมื่อมี การจดั สภาพการเรยี นรู้ท่ีส่งเสริมกัน 2. ลักษณะทีเ่ ปน็ การจดั การเรียนรู้ใหผ้ ู้เรยี นได้เรยี นด้วยตนเองประกอบดว้ ยข้นั ตอนการวางแผนการเรียนการ ปฏบิ ัติตามแผนและการประเมินผลการเรียนจดั เป็นองค์ประกอบภายนอกทส่ี ง่ ผลตอ่ การเรยี นด้วยตนเองของผ้เู รยี นซ่งึ การจัดการเรยี นรู้แบบน้ีผ้เู รียนจะไดป้ ระโยชนจ์ ากการเรยี นมากทส่ี ุด Knowles (1975) เสนอใหใ้ ช้สัญญาการเรยี น (Learning contracts) เป็นการมอบหมายภาระงานให้แกผ่ ู้เรยี นวา่ จะต้องทาอะไรบ้างเพ่ือให้ไดร้ บั ความรตู้ าม เปาู ประสงค์และผเู้ รียนจะปฏิบัติตามเง่ือนไขนั้น องค์ประกอบของการเรียนรดู้ ว้ ยตนเองมีอะไรบา้ งองค์ประกอบของการเรยี นรดู้ ้วยตนเองมีดังนี้ 1. การวิเคราะหค์ วามต้องการของตนเองจะเริม่ จากใหผ้ ู้เรียนแตล่ ะคนบอกความต้องการ และความสนใจของตนในการเรียนกับเพ่ือนอีกคนทาหน้าท่ีเปน็ ทป่ี รกึ ษาแนะนาและเพอ่ื นอีกคน ทาหนา้ ทจี่ ดบันทึกและให้กระทาเชน่ นห้ี มนุ เวียนทัง้ 3 คนแสดงบทบาทครบทง้ั 3 ดา้ นคอื ผูเ้ สนอ ความต้องการผใู้ ห้คาปรกึ ษาและผู้คอยจดบนั ทกึ การสงั เกตการณ์เพอ่ื ประโยชน์ในการเรียน รว่ มกนั และช่วยเหลอื ซ่ึงกนั และกันในทุกๆดา้ น 2. การกาหนดจุดมงุ่ หมายในการเรยี นโดยเร่ิมจากบทบาทของผ้เู รยี นเปน็ สาคัญผูเ้ รยี น ควรศกึ ษาจุดมงุ่ หมายของวชิ าแล้วเขียนจดุ มุ่งหมายในการเรียนของตนให้ชดั เจนเนน้ พฤติกรรมท่ี คาดหวงั วดั ได้มีความแตกต่างของจุดมุ่งหมายในแตล่ ะระดับ 3. การวางแผนการเรยี นใหผ้ ู้เรยี นกาหนดแนวทางการเรยี นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ จัดเนอ้ื หาใหเ้ หมาะสมกบั สภาพความต้องการและความสนใจของตนระบกุ ารจัดการเรียนรใู้ ห้ เหมาะสมกับตนเองมากท่ีสดุ 4. การแสวงหาแหล่งวิทยาการทัง้ ที่เปน็ วสั ดแุ ละบุคคล 4.1 แหล่งวิทยาการทเี่ ป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นควา้ เช่นหอ้ งสมุดพิพธิ ภัณฑ์เปน็ ต้น 4.2 ทกั ษะตา่ งๆทมี่ สี ว่ นชว่ ยในการแสวงแหล่งวทิ ยาการได้อย่างสะดวกรวดเร็วเชน่ ทกั ษะการตัง้ คาถามทักษะ การอา่ นเปน็ ต้น 5. การประเมนิ ผลควรประเมินผลการเรยี นดว้ ยตนเองตามทีก่ าหนดจดุ มุ่งหมายของการ เรยี นไว้และให้สอดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์เกย่ี วกับความรู้ความเข้าใจทกั ษะทัศนคติค่านยิ มมี ขน้ั ตอนในการประเมินคือ 5.1 กาหนดเปูาหมายวตั ถปุ ระสงค์ให้ชัดเจน 5.2 ดาเนนิ การใหบ้ รรลุวัตถปุ ระสงคซ์ ง่ึ เป็นสิ่งสาคัญ 5.3 รวบรวมหลักฐานจากผลการประเมินเพื่อตดั สนิ ใจซ่งึ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลท่สี มบูรณแ์ ละเชื่อถือได้ 5.4 เปรยี บเทยี บข้อมูลก่อนเรียนกับหลังเรยี นเพอ่ื ดวู ่าผู้เรยี นมคี วามก้าวหนา้ เพียงใด 5.5 ใช้แหล่งขอ้ มูลจากครูและผเู้ รยี นเปน็ หลกั ในการประเมิน
162 ใบงาน เร่อื ง การเรียนรดู้ ว้ ยตนเองนน้ั สาคัญไฉน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ…………………………………………….………นามสกุล………………………………………………ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
163 แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง ครั้งท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น กศน.ตาบลองี ่อง 1. สปั ดาห์ที่ 19 วนั ท่ี 14 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2565 เวลา 09.00-12.00น. 2. วชิ า เศรษฐกจิ พอเพียง รหสั วิชา ทช 21001 จานวน1หน่วยกติ 3. มาตรฐานท่ี 2.2 รู้ เข้าใจ ยอมรับ เห็นคุณค่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถประยุกต์ใช้ในการ ประกอบอาชีพและมภี มู ิคุ้มกันในการดาเนนิ ชวี ติ ของตนเอง ครอบครวั และชมุ ชนอยา่ งมีความสุข 4. หน่วยการเรยี นร/ู้ เรื่องความพอเพยี ง 5. สาระสาคญั เศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ หลกั คดิ หลกั ปฏบิ ัติในการดาเนนิ ชวี ติ ตามแนวทางสายกลางของกลุ่ม บคุ คลทุกระดับ ต้ังแต่ระดบั ครอบครัว ชุมชน และระดับประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ ให้ กา้ วทันต่อความเปลี่ยนแปลงในยุค โลกาภิวัฒนด์ ้วยความพอเพียง คือมีความพอประมาณ ความมเี หตุผล มรี ะบบภมู ิคุ้มกันในตัวทดี ีตอ่ การมผี ลกระทบ ตา่ งๆ อันเกิดจากการเปลยี่ นแปลงทงั ภายนอกและ ภายในประเทศ โดยจะตอ้ งมีความรอบรู้ ความรอบคอบ และความ ระมดั ระวงั ควบค่ไู ปกบั การมีความรู้ ทเี หมาะสม มีความสานึกในคุณธรรม เพื่อใหส้ มดุลและพร้อมรองรับการ เปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเรว็ และ กว้างขวางทัง้ ทางด้านวตั ถุ สังคม สิง่ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ปน็ อย่างดี 6. เน้ือหา 1. ความเปน็ มาความหมาย หลักการแนวคดิ ของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2. การแสวงหาความรู้ 2.1 ความหมาย ความสาคญั ของการแสวงหาความรู้ 2.2 แหล่งความร้แู ละวธิ กี ารแสวงหาความรู้ 7. จดุ ประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง (ดูจากผงั การออกข้อสอบ) อธิบายแนวคดิ หลกั การ ความหมาย ความสาคัญของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้ 8. การบรู ณาการกับหลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียง (2 เงือ่ นไข 3 หลักการ การเชื่อมโยงสู่ 4 มิต)ิ ความรู้ ความเปน็ มาความหมาย หลักการแนวคดิ ของปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง การแสวงหา ความรู้ คณุ ธรรม - มีความขยนั - มีความสามัคคใี นการทางานร่วมกนั - มีความอดทน พอประมาณ
164 - การใชช้ วิ ิตอย่างเหมาะสม มเี หตุผล - มแี นวคดิ และตดั สนิ ใจในการใช้ชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างถูกต้ มภี มู คิ ุม้ กัน - สามารถใชช้ ีวติ ในสังคมป๎จจุบนั ทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลงตลอดเวลาได้ วัตถุ - ดาเนินชวี ิตไดอ้ ย่างมีแบบแผน สังคม - เปน็ ตัวอย่างการดารงชีวติ ให้กบั ผ้อู น่ื สงิ่ แวดล้อม - อนุรกั ษส์ งิ่ แวดล้อมดว้ ยการใช้ทรัพยากรในชุมชนหา่ งไกลการใชส้ ารเคมี วฒั นธรรม - อนรุ กั ษ์วถี ชี วี ิตและประเพณีในท้องถ่ิน 9. กระบวนการจัดการเรยี นรู้และกิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั ท่ี 1 กาหนดสภาพปัญหาการเรียนรู้(O : Orientation) 1. ครูอธิบายรายละเอียดสาระสาคญั และผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวังในรายวชิ า ทช21001 เศรษฐกจิ พอเพียง พร้อมทงั้ แจกเอกสารใบความรู้ที่ 1 ใหผ้ เู้ รียนทาความเข้าใจเก่ยี วกบั เนอื้ หาสาระของ รายวชิ านี้ โดยใชเ้ วลา 15 นาที 2. ครตู ัง้ คาถามชวนคิดให้กบั ผเู้ รียน ไดแ้ ลกเปล่ยี นเรียนรดู้ ้วยคาถาม “เศรษฐกิจพอเพียงมีประโยชน์ ต่อการดารงชวี ิตอยา่ งไร?” โดยผู้เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ และคดิ คาตอบ จากน้ันครูเชอื่ มโยงเข้าสู่ เนอื้ หาความเปน็ มาของหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมีความสาคญั และจาเปน็ ต่อการดาเนนิ ชวี ิต โดย กล่าวถงึ ว่า เศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ทรงมีพระราชดารชิ แ้ี นะแนวทางการ ดาเนินชวี ิต เพอื่ แกไ้ ขให้รอดพน้ วิกฤตทางดา้ นเศรษฐกจิ และสามารถดารงชวี ติ อยไู่ ด้อย่างมัน่ คงและยงั่ ยืน หลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี งตงั้ อยู่บนพ้นื ฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคานึงถึงความ พอประมาณ ความมเี หตุผล การสรา้ งภมู ิคุม้ กนั ในตวั ทีด่ ี ตลอดจนใชค้ วามรู้ ความรอบคอบ และคณุ ธรรม ประกอบการวางแผนการตดั สินใจและการกระทา สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นการดาเนินชวี ติ ได้ 3. ครูแบ่งกลมุ่ ผู้เรยี นกล่มุ ละ 3 คน ใหศ้ ึกษาค้นคว้า“ความหมายและความเปน็ มาหลักปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง” จากหนังสอื แบบเรยี นวิชา ทช21001 เศรษฐกิจพอเพยี ง ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น และ ตอบคาถามจากใบงานที่ 1 เรอ่ื ง เศรษฐกจิ พอเพียง คอื อะไร ขัน้ ที่ 2 แสวงหาขอ้ มูลและจัดการเรยี นรู้ (N : New ways of learning) 1. ครูให้ผู้เรยี นดวู ดี ีทศั น์เกี่ยวกับเศรษฐ์กิจพอเพยี ง เรื่อง พอเพยี ง..ตามรอยพ่อ สารคดีโทรทศั น์ ขับเคล่ือนเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลติ โดยโครงการสนบั สนนุ การขับเคล่ือนเศรษฐกจิ พอเพยี งดา้ นการศึกษาและ เยาวชน สานักงานทรพั ยส์ นิ ส่วนพระมหากษัตริย์ เปน็ เวลา 20 นาที
165 2. ครูชักชวนผู้เรยี นพดู คุยถึงเรื่องราวจากการชมวีดีทศั น์ โดยยกตัวอย่างบางชว่ งบา้ งตอนของวดี ีทัศน์ มากลา่ วถงึ อาทิเช่น “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชวี ิต รากฐานความมนั่ คงของแผน่ ดนิ เปรยี บเสมือนเสาเข็มที่ถกู ตอกรองรบั บา้ นเรือนตัวอาคารไว้น่ันเอง สง่ิ ก่อสร้างจะม่ันคงได้กอ็ ยทู่ ีเ่ สาเขม็ แต่คน สว่ นมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลมื เสาเข็มเสียด้วยซา้ ไป..”(พระราชดารสั จากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั : 4 ธันวาคม 2542) 3. ครูให้ผู้เรียนสรุปความร้ทู ี่ได้รับจากการชมวดี ที ัศนเ์ ก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงเร่ือง พอเพยี ง..ตาม รอยพ่อ โดยเขยี นเปน็ เรยี งความลงบนกระดาษทีค่ รูแจกให้ ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบตั ิและการนาไปใช้(I : Implementation) 1. ครใู หผ้ ้เู รยี นทาใบงานเรื่อง เพ่ือนบ้าน...พอเพยี ง โดยให้ผู้เรียนยกตวั อยา่ งเพอ่ื นบ้านหรือบุคคลทีผ่ ู้เรยี นรจู้ กั ท่นี าหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นชวี ิตประจาวนั จากนัน้ ตอบคาถามตามหัวข้อท่ีครกู าหนดใหด้ ังนี้ 1.1 ช่ือ..............นามสกุล.............ทีอ่ ยู.่ ........................(ของเพอื่ นบ้าน....พอเพยี ง) 1.2 วธิ ปี ฏิบตั ติ นในการดาเนินชวี ิตแบบพอเพียงของเพื่อนบา้ น....พอเพยี งเป็นอย่างไร 1.3 ผู้เรียนคิดวา่ การดาเนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งของเพื่อนบ้าน...พอเพยี งสามารถ นามาปรับใช้กบั ตนเองได้อย่างไรบา้ ง 2. ครูจับฉลากหากลุ่มผู้โชคดีออกมาเล่าถงึ เพ่ือนหรือบุคคลท่ีตนเองกลา่ วถึง 3. ครพู ร้อมผูเ้ รียนสรุปเนือ้ หาร่วมกนั พร้อมให้ทุกคนนาผลงานไปติดไวท้ ่ีบอร์ดหน้าห้องเรียน ขัน้ ที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้(E : Evaluation) 1. ประเมนิ ผลจากการทาใบงาน 2. การสังเกตการมสี ว่ นร่วม 10. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สือแบบเรียน วชิ า ทช21001 เศรษฐกจิ พอเพียง ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ 2. ใบความรู้ 3. ใบงาน 4.วีดที ศั น์ เรือ่ ง พอเพียง...ตามรอยพ่อ 11.การวัดและประเมินผล 11.1 วธิ ีการวัดและประเมินผล - แบบประเมินผลการสงั เกตพฤติกรรมการทางานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ของผูเ้ รียนรายบุคคล - ใบงาน 11.2 เครื่องมือวัดและประเมนิ ผล. - ประเมินผลการสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรว่ มกบั ผอู้ ื่น ของผเู้ รยี นรายบคุ คล - ผลจากการตรวจใบงาน 11.3 เกณฑก์ ารวดั และการประเมินผล - แบบประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการทางานร่วมกบั ผู้อื่นของผู้เรียนรายบคุ คล ระดับดี พอใช้ ควรปรับปรงุ - ใบงานคะแนนเตม็ 10 คะแนน
166 กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................................................................................ ..................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื …………………………………………….ครผู ูส้ อน (นายจริ ศักด์ิ วงศเ์ สน) ครู กศน.ตาบล ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหาร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………............................. ลงชื่อ………………………………………………………ผู้อนุมัตแิ ผน (นางป๎ทมาภรณ์ ศรีเนตร) ผู้อานวยการ กศน.อาเภอจตุรพกั ตรพมิ าน
167 บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้ ครั้งที่ 19 วนั ท่ี 14 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2565 ครผู ู้สอน นายจิรศกั ด์ิ วงศเ์ สน ระดับ มัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 09.00-12.00 น. สาระทกั ษะการดาเนินชีวติ รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง รหัสวชิ า ทช21001 จานวนผู้เรยี นท้งั หมด ............... คนเขา้ เรียน…………………คน ไมเ่ ขา้ เรียน……………………….คน 1. ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้การประเมนิ โดยใช้ แบบทดสอบก่อนเรยี น - หลังเรียน พบว่า คะแนนการทดสอบหลังเรียน มากกวา่ กอ่ นเรยี นจานวน ........ คนคดิ เป็นร้อยละ............ คะแนนการทดสอบหลังเรยี น นอ้ ยกว่าก่อนเรยี นจานวน ......... คนคดิ เป็นร้อยละ............ 2. เน้ือหา/สาระ/รายวชิ า ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... 3. กิจกรรมการเรียนการสอน ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... 4. ปญั หา/อปุ สรรคการเรียนการสอน .................................................................................................................................................................. . ............................................................................................................................. ...................................... 5. แนวทางการแกป้ ัญหา ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................. .. ลงชือ่ .........................................................(ผู้บันทึก) (นายจริ ศกั ดิ์ วงศเ์ สน) ครู กศน.ตาบล ความเห็น/ข้อเสนอของผูบ้ รหิ าร ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ลงช่ือ..................................................
168 (นางป๎ทมาภรณ์ ศรีเนตร) ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอจตรุ พักตรพมิ าน ใบความรู้ที่ 1 โครงสร้างรายวชิ า ทช 21001 เศรษฐกจิ พอเพยี ง ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น สาระสาคญั เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดารัสชี้แนะแนวทางการดาเนิน ชีวิต แกพ่ สกนกิ รมาโดยตลอดต้ังแต่ก่อนวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เป็นปรัชญาช้ีถึงแนวทางการดาเนินชีวิตและปฏิบัติ ตนของประชาชนทุกระดับ ตามวิถีไทยแบบเรียบง่าย เดินทางสายกลางนาไปใช้จัดการทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งของตนเอง ครอบครัว ประยุกต์ใช้ประกอบอย่างเหมาะสม มีข้อมูลในการวางแผน การดาเนินงาน บนพ้ืนฐานของความ พอประมาณ ความมเี หตผุ ล ความภมู ิคุม้ กนั ทดี่ ี เงื่อนไขของความรู้ และเงือ่ นไขของคุณธรรม อาศัยเครือข่ายชุมชน ที่ประสบความสาเร็จในการดาเนินชีวิตแบบพอเพียง เพื่อเป็นแบบอย่างในการดาเนินการสร้างอาชีพท่ีจะต้องอาศัย พลังงานทกุ ภาคสว่ นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือให้พร้อมรองรับการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วท้ังด้านวัตถุ สงั คม สงิ่ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากภายนอกไดเ้ ป็นอยา่ งดี ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั 1. อธบิ ายแนวคดิ หลกั การ ความหมาย ความสาคญั ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งได้ 2. บอกแนวทางในการนาปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ไปประยุกต์ใชใ้ นการประกอบอาชีพ 3. เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ัติตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง 4. แนะนาส่งเสรมิ สมาชิกในครอบครวั และชุมชนใหเ้ หน็ คุณคา่ และนาไปปฏิบัตใิ นการดาเนนิ ชีวติ
169 ชื่อ-สกลุ ................................................................. รหสั นกั ศึกษา........................................................ ใบงานที่ 1 เร่ือง เศรษฐกจิ พอเพียง คอื อะไร จงตอบคาถามต่อไปนี้ 1. เศรษฐกิจพอเพยี งมีความเป็ นมาอยา่ งไร ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ใหอ้ ธิบายความหมายของ “ความพอเพยี ง” ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ใหย้ กตวั อยา่ งหลกั การปฏิบตั ิตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมา 5 ขอ้ ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ...............................................................................................................................................................
170 ชื่อ- สกุล................................................... รหสั นกั ศึกษา............................................ ใบงานที่ 2 เรือ่ ง พอเพยี ง....ตามรอยพ่อ ใหผ้ เู้ รียนสรุปความรู้ที่ไดร้ ับจากการชมวดี ีทศั น์ เร่ือง พอเพยี ง....ตามรอยพอ่ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................
171 ชื่อ- สกุล................................................... รหสั นกั ศึกษา............................................ ใบงานท่ี 3 เรอื่ ง เพือ่ นบ้าน....พอเพียง ให้ผู้เรี ยนเลือกเพื่อนในห้องหรื อเพ่ือนบ้าน ท่ีนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดาเนินชีวิต พร้อมตอบคาถามท่ีกาหนดใหต้ อ่ ไปน้ี 1. ช่ื อ . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . น า ม ส กุ ล ....................................................................... อายุ..............................ปี เพศ................................................ อาชีพ ................................................ ท่ีอย.ู่ ................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................................... . 2. วธิ ีปฏิบตั ติ นในการดาเนินชีวิตแบบพอเพียงของเพ่ือนบา้ น....พอเพียงเป็นอยา่ งไร .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. ผเู้ รยี นคดิ วา่ การดาเนินชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงของเพ่ือนบา้ น...พอเพียง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
172 ทีป่ รกึ ษา ผจู้ ดั ทา นางปัทมาภรณ์ ศรเี นตร ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอจตรุ พกั ตรพมิ าน นายพรทวี เกตบตุ ตา ครชู านาญการ นางสาวนภิ าพร คณุ ศริ ิ ครูผ้ชู ่วย ผู้จดั ทา ครู กศน.ตาบล นายจิรศกั ดิ์ วงศ์เสน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172