151 ใบงานที่ 1 ใบงานเร่ืองการวางแผนในการฝึกทกั ษะอาชพี การวางแผนมคี วามสาํ คญั ต่อการจัดการอาชพี หรอื ธรุ กจิ อย่างไรบา้ ง อธิบาย ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ให้นักศึกษายกตัวอยา่ งทักษะทตี่ อ้ งการฝกึ มา 1 ตวั อยา่ ง พร้อมเขยี นขอ้ มลู ลงในตารางการวางแผนการฝึกทักษะ อาชพี ข้ันตอน สถานที่ เวลา การประเมนิ ผล
152 วธิ ีการฝกึ ทักษะมีก่ีวธิ ี อะไรบ้าง จงอธิบาย ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................... .......................................... ......................................................................................... ................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ การจดบันทึกขอ้ มลู การฝกึ ทักษะอาชพี มีประโยชน์อย่างไรต่อผูฝ้ กึ จงอธบิ าย ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................................ ............. ...................................................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................ ......................................................... ............................................................................... ชอื่ ........................................................................... กศน.ตําบล..................... ระดบั .............................
153 แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาทกั ษะการขยายอาชีพ คร้ังท่ี 17 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย กศน.ตาบลหนองผือ 1. สัปดาหท์ ี่ 18 วันที่ 1 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2565 เวลา 09.00-12.00 น. 2. วชิ า ทกั ษะการขยายอาชีพ รหสั วิชา อช31002 จาํ นวน 4 หนว่ ยกิต 3. มาตรฐานท่ี 3.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการพฒั นาอาชพี ให้มีความมน่ั คง 4. หนว่ ยการเรียนร้/ู เร่ือง การจัดทําและพัฒนาระบบการขยายอาชีพ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 5. สาระสาํ คญั สร้างความมนั่ คงบนพืน้ ฐานความรูใ้ นกระบวนการผลิต กระบวนการตลาด ท่ีใชน้ วัตกรรม เทคโนโลยที เี่ หมาะสม มคี วามหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอ่ ยอดและประยกุ ต์ใชภ้ ูมปิ ัญญา และสามารถจดั ทํา แผนงานและโครงการธรุ กจิ เพ่ือขยายอาชีพเข้าสู่ตลาดการแขง่ ขนั ตามแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพ่ือสู่ ความมน่ั คง 6. เน้ือหา 1. องคประกอบของระบบขยายอาชีพตามแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. การจดั ทําแผนธุรกจิ 7. จุดประสงค์การเรียนร้/ู ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวงั (ดูจากผังการออกข้อสอบ) สามารถดําเนนิ การจดั ทาํ หรือปรบั ปรงุ แผนธรุ กจิ ดานการจัดการการผลิตหรอื การบรกิ าร และ ดานการ จดั การการตลาด ตามแนวคดิ ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ๘. การบูรณาการกบั หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง (2 เงื่อนไข 3 หลักการ การเช่ือมโยงสู่ 4 มิต)ิ ความรู้ - นักศึกษามีความรูเ้ รื่อง องคประกอบของระบบขยายอาชีพตามแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง - นักศึกษามีความรเู้ รื่อง การจัดทาํ แผนธรุ กิจ คณุ ธรรม - มีความขยัน อดทน - มคี วามสามัคคีในหมู่คณะ - มคี วามช่อื สัตยส์ ุจริตในการทาํ งาน พอประมาณ - รู้จักการเลือกใชส้ อ่ื เทคโนโลยีใหเ้ ขา้ กับอาชพี - ใช้ทรพั ยากรกรอยา่ งคุ้มค่าและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ มีเหตผุ ล - ได้ความรู้เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง มภี ูมคิ มุ้ กนั - สามารถสร้างรายได้และสามารถเตรยี มพร้อมรับสถานการณก์ ารเปลยี่ นแปลงทาง เศรษฐกิจได้
154 วัตถุ - รจู้ กั เลือกใช้เทคโนโลยีท่เี หมาะสมสอดคล้องกบั ความต้องการ - มที ักษะในการใช้อปุ กรณ์เทคโลโลยี และการดแู ลรกั ษา สงั คม - มที กั ษะการอยู่รว่ มกันในกลุ่ม และทํางานร่วมกบั ผู้อนื่ ได้อยา่ งมคี วามสขุ - ช่วยเหลือเก้ือกลู กัน - รู้รักสามัคคี สง่ิ แวดล้อม - รู้จกั การนําอาชีพมาวเิ คราะห์และวางแผนพฒั นาอาชพี ให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสดุ วฒั นธรรม - ต่อยอดภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ในการทําอาชพี สูช่ นร่นุ หลัง 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้และกจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั ท่ี 1 กาํ หนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้ (N : New ways of learning) ครผู ้สู อนและนักศึกษาสนทนาแลกเปลี่ยนถงึ ปัญหาของชมุ ชน ผลกระทบดา้ นต่างๆทีม่ ใี น ปัจจุบนั วา่ เปน็ อย่างไร ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูลและจัดการเรียนรู้ (N : New ways of learning) 1. ให้นักศึกษาทาํ แบบทดสอบก่อนเรียนด้วย Google form เพื่อทดสอบความรู้เบอ้ื งต้น 2. ให้นกั ศึกษาศึกษาเรอ่ื งการจัดทาํ และพัฒนาระบบการขยายอาชพี ตามแนวปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพียง จากหนงั สอื เรียนสาระความรูพ้ ื้นฐาน รายวิชาทักษะการขยายอาชีพ ระดบั มัธยมศึกษา ตอนปลาย รหัส อช31002 3. ครูใชส้ อื่ You Tube เรือ่ ง การจดั ทาํ และพัฒนาระบบการขยายอาชีพ ตามแนวปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพียง เพ่อื อธบิ ายความร้เู พิ่มเติม ข้นั ท่ี 3 การปฏบิ ัติและการนําไปใช้ ( I : Implementation) 1. ผ้เู รียนสามารถนาํ ความรู้ และประสบการณ์หลงั จากการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง 2. ผู้เรยี นสามารถแก้ไขปัญหา อุปสรรคในการทาํ งานได้แต่ละคร้งั พรอ้ มสรุปจดั ทํารายงาน รวบรวมเปน็ แฟมู สะสมงาน ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ (E : Evaluation) 1. ครูและผเู้ รียนนาํ แฟมู สะสมผลงาน และผลงานท่ีได้จากการปฏิบัติ สรุปเปน็ องค์ความรู้ เพอื่ ใชเ้ ป็นแนวทาง กระบวนการปฏิบัติงาน 2. ครูวดั ผลประเมินผลผู้เรียนจากเกณฑว์ ัดผลประเมนิ ผล 3. ครสู ามารถประเมินผลการเรยี นรู้ของผ้เู รียน และผู้เรียนสามารถประเมนิ ความรู้ภายใน กล่มุ หรือของตนเองได้ 10. ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้ 1. ใบความรู้ 2. หนงั สือเรยี น 3. ใบงาน
155 11. การวดั และประเมินผล 11.1 วิธีการวัดและประเมนิ ผล - แบบประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทํางานร่วมกบั ผู้อนื่ ของนักศึกษารายบคุ คล - ใบงาน - แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรยี น 11.2 เคร่อื งมือวดั และประเมินผล. - ประเมนิ ผลการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานร่วมกบั ผอู้ น่ื ของนกั ศกึ ษารายบุคคล - ผลจากการตรวจใบงาน - คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น 11.3 เกณฑก์ ารวดั และการประเมินผล - แบบประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทํางานร่วมกบั ผอู้ น่ื ของนักศึกษารายบคุ คล ระดับดี พอใช้ และควรปรบั ปรุง - ใบงานคะแนนเต็ม 10 คะแนน - แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรียน เกณฑ์ผา่ นและไมผ่ ่าน กิจกรรมเสนอแนะ ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ลงช่อื …………………………………………….ครผู สู้ อน (นายพงศกร อดุ มอรยิ ทรพั ย์) ครู กศน.ตําบล ขอ้ เสนอแนะของผูบ้ รหิ าร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...... ลงช่ือ………………………………………………………ผอู้ นมุ ัติแผน (นางปัทมาภรณ์ ศรเี นตร) ผ้อู ํานวยการ กศน.อาํ เภอจตรุ พกั ตรพิมาน
156 บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ กศน.ตาบลหนองผือ ครั้งที่ 17 วัน/เดือน/ปวี นั ที่ 1 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2565 ครผู ้สู อนนายพงศกร อุดมอริยทรัพย์ ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 09.00-12.00 น. สาระความรู้พนื้ ฐาน รายวชิ า ทักษะการขยายอาชีพ รหัสวิชา อช3100๒ จาํ นวนนักศกึ ษาทัง้ หมด ............... คนเข้าเรียน…………………คน ไม่เข้าเรียน……………………….คน 1. ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้การประเมนิ โดยใช้ แบบทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรยี น พบวา่ คะแนนการทดสอบหลงั เรียน มากกวา่ กอ่ นเรียนจานวน ........ คนคิดเปน็ ร้อยละ............ คะแนนการทดสอบหลังเรยี น น้อยกว่าก่อนเรยี นจานวน ......... คนคดิ เปน็ ร้อยละ............ 2. เนือ้ หา/สาระ/รายวชิ า ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... 3. กิจกรรมการเรียนการสอน ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... 4. ปัญหา/อปุ สรรคการเรียนการสอน ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... 5. แนวทางการแก้ปญั หา ............................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ลงชือ่ .........................................................(ผู้บันทึก) (นายพงศกร อดุ มอรยิ ทรัพย์) ครู กศน.ตาบล ความเห็น/ข้อเสนอของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ....................................................................... ลงชื่อ.................................................. (นางปทั มาภรณ์ ศรเี นตร) ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอจตุรพกั ตรพมิ าน
157 แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน ใหน้ ักศึกษาเลือกคาตอบท่ถี ูกทส่ี ดุ 1. คณุ ภาพตามลกั ษณะภายนอก หมายถึง ก. ประสทิ ธิภาพการทํางาน ข. ความเหมาะสมในการใชง้ าน ค. รปู ร่างสวยงาม สีสันสดใส ง. ถูกทุกข้อ 2. การทีจ่ ะสร้างความพงึ พอใจให้แก่ลกู คา้ ไดน้ ัน้ ผูป้ ระกอบธุรกจิ ตอ้ งคาํ นึงถึงปจั จัยเร่ืองใด ก. การพัฒนาสินค้าใหต้ รงตามความต้องการของผปู้ ระกอบธุรกิจ ข. สินคา้ มรี าคาแพงมากเปน็ พิเศษ ค. สินคา้ ตรงตามความต้องการของลูกคา้ ง. จํากดั จํานวนสินคา้ ทีจ่ ะขายให้แกล่ กู คา้ 3. องคป์ ระกอบด้านเหตผุ ลสูค่ วามสาํ เร็จของการขยายอาชีพประกอบด้วยองคป์ ระกอบด้านไหนบ้าง ก. ดา้ นการลงทุน ดา้ นลกู ค้า ดา้ นผลผลติ ดา้ นการเรยี นรู้พฒั นาตนเอง ข. ด้านเปูาหมาย ด้านความสําเร็จ ดา้ นวตั ถุประสงค์ ดา้ นความต้องการ ค. ดา้ นปจั จยั นาํ เข้า ดา้ นการแปรรปู ดา้ นการดาํ เนินงาน ดา้ นผลผลิต ง. ทุกข้อเปน็ ปจั จยั ดา้ นเหตุผลท้ังหมด 4. โครงสร้างการเขยี นพนั ธกิจมีองค์ประกอบรว่ ม 3 ด้าน คอื ก. ใคร ทําอะไร ที่ไหน ข. อยา่ งไร ทําไม เมือ่ ไหร่ ค. ทาํ อะไร ทาํ ไมตอ้ งทาํ ทําอย่างไร ง. เมือ่ ไหร่ อย่างไร ที่ไหน 5. ขอ้ ใดคือขั้นตอนของการดําเนินงานที่ถูกต้องที่สุด ก. ทิศทางธุรกิจ – เปาู หมาย – แผน ข. เปาู หมาย – แผน – ทิศทางธุรกิจ ค. เปาู หมาย – ทศิ ทางธรุ กิจ – แผน ง. แผน – ทศิ ทางธุรกจิ – เปาู หมาย 6. เส้นทางของเวลาในความหมายเชงิ ธรุ กิจ หมายถงึ ก. วงจรของการประกอบอาชีพธรุ กจิ สินคา้ หรือบริการในช่วงระยะเวลาหนง่ึ ของการดําเนนิ การ ข. วงจรของการดําเนนิ ชีวิตของผ้ผู ลิต ในชว่ งรยะเวลาหน่งึ ของการดาํ เนินการ ค. วงจรของการผลติ สนิ ค้า ในช่วงระยะเวลาหน่ึงของการดาํ เนินธรุ กจิ ง. วงจรของการขายสินค้า ในช่วงระยะเวลาหนึง่ ของการทาํ ธรุ กิจ 7. ข้อใดคือทนุ ทางปญั ญา ก. องค์ความรทู้ ส่ี รา้ งขึน้ ข. แรงงาน ค. หนุ้ ส่วน ง. เงนิ ทนุ
158 8. ข้อใดคือปจั จยั นาํ เขา้ เพื่อการขยายอาชีพ ก. ทนุ ข. บุคลากร ค. การจดั การ ง. ถูกทุกข้อ 9. ขอ้ ใดคือปจั จัยการผลติ ก. เศรษฐกจิ ข. เงินทุน ค. อายุ ง. ถกู ทกุ ข้อ 10. ขอ้ ใดคือความสาํ คัญ และความจาํ เป็นของการพฒั นาอาชพี ก. เพ่อื ใหม้ สี ินค้าที่ดีตรงตามความต้องการของผบู้ ริโภค ข. เพ่อื ให้ผูผ้ ลิตได้มกี ารคิดค้นผลิตภัณฑห์ รือสินค้าไดต้ ลอดเวลา ค. ทาํ ใหเ้ ศรษฐกิจของชมุ ชนของประเทศดขี นึ้ ง. ถกู ทุกข้อ เฉลย 1. ค 2. ค 3. ก 4. ค 5. ก 6. ก 7. ก 8. ง 9ข 10. ง
159 ใบความรู้ ท่ี 1 QR Code เร่ืองท่ี 1 องค์ประกอบของระบบขยายอาชีพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาพรวมขององค์ประกอบระบบการขยายอาชพี ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ระบบต่างๆ ทวั่ ไปมักจะประกอบดว้ ยการจดั ปัจจัยนําเขา้ กระบวนการดําเนนิ งานผลผลติ และการประเมนิ พัฒนา ดงั นน้ั การจดั ทาํ ระบบขยายอาชีพตามแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของผู้เรียน ครอบครัว ชมุ ชนให้มีความพอเพยี งได้ดว้ ยการนาํ เปูาหมายความคดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาอ้างอิง ประยุกตเ์ ปน็ ระบบ ดาํ เนินการ ซง่ึ มีลักษณะภาพรวมดงั น้ี แผนภมู ิ : แสดงระบบการขยายอาชีพตามแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี ง
160 จากแผนภมู ขิ ้างตน้ ทําให้ทราบว่า ระบบการขยายอาชีพตามแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง มีขั้นตอนดังนี้ 1. ขน้ั ตอนการใชเ้ หตผุ ล วิเคราะห์ ปญั หาความต้องการ ของการขยายอาชพี เพ่ือไดข้ ้อมูลสารสนเทศท่ีเป็นเหตเุ ปน็ ผล ดว้ ยการศกึ ษาสํารวจ ตรวจสอบเหตกุ ารณ์ สรปุ จําแนกข้อมลู เชงิ เหตผุ ลดา้ นต่างๆ เชน่ (1) ลูกคา้ (2) คุณภาพ ผลติ ภณั ฑ์ทีล่ กู ค้าต้องการ (3) ชอ่ งทางการตลาดเพื่อการจัดจาํ หนา่ ย (4) ทุนที่มีอยู่ ทงั้ เงินทนุ อุปกรณ์ ทีด่ นิ แรงงาน และองค์ความรู้ทจ่ี ะต้องใช้ 2. ขั้นตอนการใชห้ ลักความพอประมาณความพอดี กําหนดแผนธุรกิจท่ีเหมาะสม ทําได้จริง ตอ้ งการนําข้อมูลเชงิ เหตุ และผลมาเปน็ ฐานในการคดิ 3. ขน้ั ตอนการใช้หลักภูมิคุ้มกัน สร้างความมนั่ คงลดความเส่ียงท่จี ะเกิดขน้ึ กับการขยายอาชพี ด้วยการวิเคราะห์ ศกั ยภาพ เพอ่ื จัดการความเส่ยี งกับผลการดาํ เนินงาน เช่น (1) สภาวะแวดลอ้ มภายในจุดออ่ น จุดแข็ง ของการ ดําเนินงานทเ่ี กย่ี วข้องกับ ผลิตภณั ฑ์ คา่ ใชจ้ ่ายตา่ งๆ ของกําไร คแู่ ข่ง ส่วนแบง่ ตลาด และสมรรถนะของธุรกิจ (2) สภาวะแวดลอ้ มภายนอกดา้ นโอกาสและอุปสรรคทีเ่ ก่ียวข้อง นโยบาย ของฝุายปกครอง คูแ่ ขง่ ขัน กฎหมายระเบยี บ ตา่ งๆ 4. ขั้นตอนการใช้หลักความรอบรู้ เพ่ือวางระบบการจดั การการตลาดและการจัดการการผลติ ขัน้ ตอนน้เี ป็นการ กําหนดกิจกรรมและข้ันตอนดําเนินกิจกรรมเป็นรายละเอียดของการทาํ งานทีจ่ ะต้องให้ผู้รว่ มงานไดร้ ูเ้ ทา่ กนั ทุกฝาุ ย จึง มีรายละเอียดของความรู้มากมายทีจ่ ะต้องเรียนรู้ ทําความเขา้ ใจ จัดเปน็ เอกสารคู่มือดําเนินงาน 5. ขัน้ ตอนการใชห้ ลักคุณธรรม เพื่อการขบั เคล่อื น ควบคุม ประเมินและพฒั นาผลไดท้ างธุรกิจท่มี ลี ักษณะสังคมช่นื ชม ยินดีและเปน็ ไปในทางทต่ี ้องการ ความสมั พันธ์ ระหว่างความมีเหตผุ ล ความพอดี และภูมิคุ้มกนั เพ่ือนาํ ไปสู่การจัดทาํ แผนธุรกจิ ของการขยายอาชีพ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง มคี วามประสงคท์ ่ีจะให้ประชาชนดําเนินการประกอบอาชีพไปอย่างมีเหตผุ ล มีความ พอดี มีภมู ิคุม้ กนั ให้ปลอดจากอันตราย ดงั นนั้ แผนพฒั นาธุรกิจจึงต้องมีความสัมพันธ์กับหลักการ
161 จากแผนภูมิดงั กลา่ วทําให้มองเห็นวา่ การขยายหรือพฒั นาอาชีพจะต้องเร่มิ มาจากการใชข้ ้อมูล สารสนเทศของเหตผุ ล หรอื ส่ิงทีท่ ําใหเ้ กดิ ผลทางธรุ กิจได้แก่ ทนุ ลูกคา้ ผลติ ภัณฑ์ และความสามารถของกล่มุ หรือบคุ คลที่ประกอบการอาชีพ มากาํ หนดวิสยั ทัศน์ พนั ธกจิ และกลยทุ ธ์ดําเนินงานของแผนธรุ กจิ ทีม่ ีความถูกต้อง มีความเท่ากบั ความต้องการ หรือ ความพอดีท่ีควรจะเปน็ โดยผ้ปู ระกอบการอาชพี จะต้องเข้าถึงจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสท่ีควรจะไดร้ บั และอปุ สรรคต่างๆ ทขี่ วางหนา้ ไม่คาดหวงั ทะเยอทะยานเกนิ ตนเอง มีความกล้าท่จี ะเผชิญหน้าแกป้ ัญหากับสงิ่ ที่ไม่ต้องการใหเ้ กิด และ ยึดหลักการทํางานร่วมกนั ท่ีใหท้ กุ คน รเู้ ทา่ ทันกันซึ่งเป็นภูมิคุ้มกนั ใชเ้ ป็นหลกั ในการกาํ หนดแผนพัฒนาธรุ กิจ ความรอบรู้กับการทาํ แผนขัน้ ตอนการจดั การการตลาดและการผลิต ขน้ั ตอนต่อไปจากการทําแผนธรุ กจิ เปน็ ขน้ั ตอนการจดั ทําแผนปฏิบัตกิ ารธุรกจิ เป็นการกําหนดกจิ กรรมและขนั้ ตอน การดําเนนิ งานของการจดั การการตลาดและการผลิต เป็นข้ันตอนท่ีผปู้ ระกอบอาชีพจะต้องมีประสบการณ์ ความรู้ที่ หลากหลายและซับซ้อนไปตามลักษณะธุรกจิ ใหเ้ พยี งพอ ผู้ประกอบอาชีพจาํ เปน็ ที่จะต้องพัฒนาตนเองให้เปน็ บุคคล รอบรู้ จากแผนภูมดิ ังกลา่ วข้างต้น จะพบว่า หากวเิ คราะห์กลมุ่ ความรทู้ ง้ั 4 ด้านดงั กล่าวข้างตน้ จะมคี วามรู้มากมายที่ผู้ ประกอบอาชีพจะต้องเรียนรสู้ รา้ งภาวะความเป็นผู้รอบรู้อย่างต่อเน่ือง ลักษณะการใช้คุณธรรม ขับเคล่อื นธุรกิจ คณุ ธรรมตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถงึ สภาพคุณงามความดขี องการทํามาหากนิ การผลติ การ จําหน่ายจา่ ยแจก การบรโิ ภค การใช้สอยท่ีมีความขยนั ความประหยัด ความซ่อื สตั ย์ และความอดทนเป็นหลกั ในการ ทาํ งาน
162 จากแผนภมู ิ จะมองเหน็ ลกั ษณะการใช้คุณธรรมขับเคล่ือนธรุ กจิ เชน่ 1. การเปน็ ผู้ประกอบการลําดบั แรกต้องเป็นผขู้ ยนั ขันแขง็ ในการเรียนรู้ ทํางานอยา่ งเขม้ แข็งเปน็ ปกติ 2. การใช้ทรัพยากรปัจจยั การดาํ เนินงานจะต้องใช้หลักประหยดั ยับยัง้ ระมดั ระวงั ที่จะควบคมุ ใหข้ องเสียน้อยทส่ี ุด และนําของเสียกลับมาเปล่ยี นรูปใหเ้ กดิ มูลค่าให้มากทส่ี ุด 3. การจดั การการผลติ และการตลาด ตอ้ งเปน็ ไปดว้ ยความซือ่ สตั ยป์ ระพฤตติ รง และจรงิ ใจ ท่จี ะผลติ สินคา้ มีคณุ ภาพ ตามข้อตกลง สง่ มอบสนิ คา้ ตามขอ้ กําหนด ยดึ มน่ั ความปลอดภยั และสร้างขวัญกําลังใจให้กบั ผู้รว่ มงาน 4. การควบคุมคุณภาพการดาํ เนนิ งานตอ้ งใช้ความอดทน อดกล้นั ในการขบั เคล่ือนการดาํ เนนิ งานให้เปน็ ไปตาม ขอ้ กําหนด ถึงแมจ้ ะมีแรงกดดันจากภายใน และภายนอกท่ีกระทบเข้ามา
163 ใบความรู้ ท่ี 1 QR Code เรอื่ งท่ี 1 การจดั ทาแผนธรุ กิจ โครงสรา้ งแผนธุรกิจตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียง การทําธุรกิจ หมายถึง การงานประจาํ เกีย่ วกับการทาํ มาหากิน ค้าขายแลกเปลีย่ น จากความหมายดงั กลา่ ว ปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียงได้ ระบุพฒั นาการของการทํามาหากนิ ไวเ้ ปน็ ระดับ ตั้งแต่ (1) ทําให้พออยพู่ อกนิ (2) ทาํ ให้อยู่ดีมี สุข และเข้าสู่ (3) ความม่งั มศี รีสขุ การทํามาหากนิ คา้ ขาย แลกเปล่ียนหรือทเ่ี รียกว่า ธุรกิจนัน้ จําเป็นทีจ่ ะต้องมีแผน ในทกุ ระดบั เช่น
164 1.1 แผนธุรกิจเศรษฐกจิ พอเพยี งระดับพออยู่พอกนิ เป็นการทาธรุ กจิ เพ่อื นาพาชีวิตครอบครัวให้รอดพ้นจาก ความขาดแคลนและอดอยากสชู้ วี ติ ให้อยู่ได้ร่วมกันของคนในชมุ ชน 1.2 แผนธรุ กจิ เศรษฐกจิ พอเพยี งระดับอยู่ดีมสี ขุ เป็นการทําธรุ กจิ หารายได้ท่ีใช้ความเอื้ออาทรของสังคมเปน็ ฐานใน การขับเคล่ือนมลี ักษณะในการสรา้ งทางธุรกจิ ดงั น้ี 1.3 แผนธุรกิจเศรษฐกิจพอเพียงระดับมั่งมีศรีสขุ เปน็ ธรุ กิจที่ต้องมคี วามเฉพาะตัวตรงกับความต้องการของลูกค้า ต้องเชื่อมโยงกับสถาบนั ทางการเงนิ ตอ้ งสร้างพันธมติ รทางธุรกจิ ต้องเทียบเคียงแขง่ ดีกับธุรกจิ ประเภทเดยี วกันเพอ่ื ยกระดบั คณุ ภาพผลผลติ ขยายตลาดและสว่ นแบ่งตลาดให้มีรายได้พอเพยี งกบั การดํารงและขยายธุรกิจออกไปอยู่ได้ อยา่ งมัน่ คงต่อเนอ่ื งไป ซ่งึ มีลักษณะโครงสรา้ งของแผนธุรกิจดงั น้ี
165 จากโครงสรา้ งแผนธุรกจิ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงทัง้ 3 ระดบั ตง้ั แตท่ าํ เพื่อใหพ้ อเพียงกบั การดาํ รงชวี ิตให้ อยรู่ อดไม่อดอยาก ไปสกู่ ารยกระดบั ความคดิ การกระทาํ ใช้ชีวติ อยูด่ มี สี ุข ซง่ึ จะตอ้ งมรี ายได้ เพ่ือมาพัฒนาความ เป็นอยู่ทด่ี ีขึน้ และการส่งบตุ รหลานเขา้ รบั การศึกษา และระดบั สดุ ท้ายที่คนส่วนใหญค่ วรจะกา้ วไปให้ถึงความมง่ั มศี รี สขุ ท่สี ัมพนั ธ์กับสภาพเป็นจรงิ ของตนเอง ซ่งึ จะต้องเรียนรรู้ ะบบธุรกจิ ท่ีมีความซบั ซ้อนข้ึนไป
166 ใบงานที่ 1 คาชแี้ จง จงตอบคําถามต่อไปน้ี 1. การเขยี นโครงการการพฒั นาอาชพี จะตอ้ งวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการก่อนดําเนนิ การ โดยการตัดสนิ ใจ เลอื กโครงการจะพจิ ารณาจากอะไรบ้าง ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ................................................... ........................................................................................... ....................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ 2. การตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ (Project Audit) จะพจิ ารณาจากอะไรบา้ งวา่ โครงการบรรลเุ ปูาหมาย ............................................................................................................................. ........................................ ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ...................................................................................................................................... ............................... 3. การทาํ โครงการพฒั นาอาชีพใหม้ ีความมัน่ คง จะต้องประกอบด้วยส่วนสาํ คญั อะไรบ้าง .............................................................................................................................................. ....................... ................................................................................................................ ..................................................... ............................................................................................................................. ........................................ .............................................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ................................................. ............................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ชอื่ ..................................................................................... กศน.ตําบล....................... ระดับ.......................
167 ใบงานที่ 2 คาชีแ้ จง ให้ผเู้ รยี นเขยี นโครงการธรุ กจิ ระยะสนั้ ทผี่ ู้เรียนคิดว่า เหมาะสมกับการหารายได้พเิ ศษระหว่างเรยี นจํานวน 1 โครงการ (ตามรูปแบบต่อไปน้ี) แบบฟอร์มการจดั ทาโครงการ ชื่อโครงการ.......................................................................................... ........................................... ความสาํ คัญของโครงการ / หลักการและเหตผุ ล (อะไรคือท่ีมาที่ไป หลักการและเหตุผลของโครงการ) ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ (อะไรคือวตั ถุประสงค์ของโครงการ) ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................. ผลผลติ และผลลัพธ์ของโครงการ (ผลผลติ และผลลพั ธ์ของโครงการน้คี ืออะไร) ............................................................................................................ ......................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ตัวช้ีวัดความสาํ เร็จของโครงการ (ตวั ชีว้ ดั ทีบ่ ง่ บอกวา่ โครงการนบ้ี รรลผุ ลผลติ และผลลพั ธ์คืออะไร) ............................................................................................................................. ........................................ .............................................................................................................................................. ....................... ผรู้ ับผิดชอบโครงการ .................................................................................................. ................................................................... ทรัพยากรท่ตี อ้ งใช้ (นอกเหนือจากงบประมาณแล้วโครงการนจี้ ะต้องใชท้ รัพยากรใดเพม่ิ เตมิ อีกบา้ ง) ................................................................................................. ............................................. ....................... ............................................................................................................................. ........................................ งบประมาณ (งบประมาณของโครงการนี้เท่ากับเท่าไร) ............................................................................................................................. ........................................ ผู้เกีย่ วข้องกบั โครงการนี้หรือผทู้ ร่ี ับผลกระทบจากโครงการน้ี (ใครคือผูท้ ี่ไดร้ บั ผลกระทบจากโครงการนีแ้ ละได้รับ ผลกระทบอย่างไร) ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................... ................ ความเสี่ยง (อะไรคือความเส่ียงทสี่ ําคญั ทจี่ ะทาํ ใหโ้ ครงการน้ีไม่ประสบความสําเรจ็ ) .......................................................... .................................................................................... ................ ระยะเวลาและกจิ กรรมทส่ี ําคัญของโครงการ (อะไรคือกจิ กรรมทส่ี าํ คญั ของโครงการและระยะเวลาท่ตี ้องใช)้ ............................................................................................................................. .................................... ชื่อ..................................................................................... กศน.ตําบล....................... ระดบั .......................
168 แผนการจดั การเรียนรรู้ ายวิชาพัฒนาอาชพี ใหม้ ีความมั่นคง ครง้ั ที่ 18 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย กศน.ตาบลหนองผือ 1. สปั ดาหท์ ่ี 19 วันที่ 8 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2565 เวลา 08.-30-12.00 น. 2. วชิ า พัฒนาอาชพี ให้มีความมัน่ คง รหัสวชิ า อช31003 จาํ นวน 2 หนว่ ยกิต 3. มาตรฐานท่ี 3.4 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการพฒั นาอาชีพให้มีความม่นั คง 4. หน่วยการเรียนร้/ู เรอื่ ง โครงการพัฒนาอาชพี ใหมีความมั่นคง 5. สาระสําคญั วิเคราะหความเปนไปได้ของแผนการตลาดและการผลิตหรอื การบริการการเขียนโครงการการพัฒนาอาชีพได ตรวจสอบความเปนไปไดของโครงการพฒั นาอาชพี และปรับปรุงโครงการพฒั นาอาชีพ 6. เน้ือหา 1. การวเิ คราะหความเปนไปไดของแผนการ ตลาดและการผลติ หรอื การบริการ 2. การเขียนโครงการการพัฒนาอาชพี 3. การตรวจสอบความเปนไปไดของโครงการ 4. การปรับปรงุ โครงการพัฒนาอาชพี 7. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร/ู้ ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง (ดูจากผังการออกขอ้ สอบ) 1. วเิ คราะหความเปนไปไดข้ องแผนการตลาดและการผลติ หรอื การบรกิ ารได้ 2. เขียนโครงการการพฒั นาอาชีพได 3. ตรวจสอบความเปนไปไดของโครงการพัฒนาอาชีพได้ 4. สามารถปรบั ปรงุ โครงการพฒั นาอาชีพได้ ๘.การบูรณาการกบั หลกั แนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียง (2 เงือ่ นไข 3 หลักการ การเชื่อมโยงสู่ 4 มิต)ิ ความรู้ - นักศกึ ษามคี วามรูเ้ ร่ือง การทําโครงการพฒั นาอาชีพ คุณธรรม - มีความมงุ่ มั่นในการทํางาน - มคี วามสามคั คีในหมู่คณะ - ใฝุหาความรู้เพอ่ื พฒั นาอยู่เสมอ พอประมาณ - รู้จักการวางแผนพฒั นาอาชีพของตน มเี หตุผล - ไดค้ วามรูจ้ กั การวางแผนพัฒนาอาชีพของตน - วเิ คราะห์ความเปน็ ไปได้ในอาชพี ของตน มีภูมคิ ุม้ กนั - รจู้ ักการวางแผนพฒั นาอาชีพของตน - สร้างอาชีพที่มรี ายไดแ้ ละม่ันคง
169 วตั ถุ - รู้จักการวางแผนพฒั นาอาชีพ - การเขยี นโครงการอาชีพ สงั คม - มที กั ษะการอยูร่ ว่ มกันในกลุ่ม และทาํ งานร่วมกับผู้อืน่ ได้อยา่ งมีความสขุ -สามารถนาํ ความรู้ดา้ นโครงการพฒั นาอาชีพและการวางแผนไปต่อยอดให้กบั ชมุ ชน สิง่ แวดลอ้ ม - รจู้ กั การนําอาชีพมาวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาอาชีพให้เกิดประโยชน์สงู สุด วัฒนธรรม - ต่อยอดภูมปิ ญั ญาท้องถ่ินในการทาํ อาชีพ สู่ชนรุ่นหลงั 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั ที่ 1 กาํ หนดสภาพปัญหาการเรียนรู้ (O : Orientation) 1. ครูและผู้เรยี นร่วมกนั กําหนดสภาพปญั หา ความต้องการวางแผนการตลาดและการผลติ หรอื บริการ การเขยี น การตรวจสอบ และการปรับปรุงโครงการเพื่อพัฒนาอาชพี 2. ครแู ละผู้เรียนรว่ มกันวิเคราะห์ และทําความเข้าใจการวางแผนการตลาดและการผลติ หรือ บริการ การเขยี น การตรวจสอบ และการปรับปรุงโครงการเพอ่ื พัฒนาอาชพี 3. ครูและผู้เรียนรว่ มกนั วางแผน และกําหนดแนวทางในการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง ขนั้ ท่ี 2 แสวงหาข้อมูลและจดั การเรียนรู้ (N : New ways of learning) 1. ผู้เรยี นเรยี นรดู้ ้วยตนเอง คดิ หาเหตุผลเชงิ ประจักษข์ องตนเอง ในการวิเคราะห์ศกั ยภาพธรุ กจิ ในชว่ งระยะเรมิ่ ตน้ สรา้ งตัว และทรงตัวตกตํ่าหรือสงู ขน้ึ จากผู้มปี ระสบการณ์ ผู้รู้ ภูมปิ ัญญา สอ่ื 2. ผูเ้ รียนแบง่ กลุ่มร่วมกันศกึ ษาใบความรู้ท่ี 1 เร่อื ง โครงการพัฒนาอาชีพใหม้ ีความมน่ั คง และ ทําใบงานท่ี 1 เร่อื ง โครงการพฒั นาอาชพี ให้มีความมัน่ คง 3. ครแู ละผู้เรียนร่วมกนั แลกเปล่ียนเรียนรู้ และสรปุ ความรู้เบื้องตน้ ที่ได้ไปศึกษา ค้นควา้ เรยี นรู้ มาจากแหลง่ เรยี นรูต้ ่าง ๆ เพื่อนํามาประยุกตใ์ ช้เรยี นรู้ ขนั้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั ิและการนําไปใช้ (I : Implementation) 1. ผเู้ รียนสามารถนาํ ความรู้ และประสบการณห์ ลงั จากการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง 2. ผู้เรยี นสามารถแก้ไขปญั หา อปุ สรรคในการทาํ งานได้แต่ละคร้ังพรอ้ มสรุปจัดทาํ รายงาน รวบรวมเปน็ แฟมู สะสมงาน ขนั้ ท่ี 4 การประเมินผลการเรียนรู้ (E : Evaluation) 1. ครูและผเู้ รียนนาํ แฟูมสะสมผลงาน และผลงานท่ีได้จากการปฏบิ ตั ิ สรุปเปน็ องค์ความรู้ เพ่อื ใชเ้ ปน็ แนวทาง กระบวนการปฏิบตั ิงาน 2. ครูวดั ผลประเมนิ ผลผ้เู รยี นจากเกณฑว์ ดั ผลประเมินผล 3. ครูสามารถประเมินผลการเรยี นรขู้ องผ้เู รยี น และผเู้ รียนสามารถประเมนิ ความรภู้ ายใน กลมุ่ หรอื ของตนเองได้
170 10. ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ -หนังสือแบบเรยี น - ใบความรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง โครงการพฒั นาอาชีพให้มีความม่ันคง -ใบงานที่ 1 เร่ือง โครงการพัฒนาอาชพี ให้มีความมนั่ คง - สื่ออนิ เทอร์เนต็ -หอ้ งสมุดประชาชน -ภูมปิ ญั ญา/ผูร้ ู้ -แหล่งเรียนร้ใู นชมุ ชน 11. การวดั และประเมนิ ผล 11.1 วิธีการวัดและประเมินผล - แบบประเมินผลการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานร่วมกับผอู้ ื่นของผเู้ รียนรายบุคคล - ใบงาน 11.2 เครอื่ งมือวดั และประเมินผล. - ประเมนิ ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานร่วมกับผู้อน่ื ของผ้เู รียนรายบุคคล - ผลจากการตรวจใบงาน 11.3 เกณฑก์ ารวัดและการประเมินผล - แบบประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานร่วมกบั ผูอ้ ่นื ของผู้เรียนรายบคุ คล ระดบั ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ - ใบงานคะแนนเตม็ 10 คะแนน กจิ กรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลงชอื่ …………………………………………….ครผู ู้สอน (นายพงศกร อดุ มอริยทรพั ย์) ครู กศน.ตาํ บล ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหาร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………........ ลงชื่อ………………………………………………………ผอู้ นุมัติแผน (นางปัทมาภรณ์ ศรีเนตร) ผู้อาํ นวยการ กศน.อาํ เภอจตรุ พกั ตรพิมาน
171 บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้ กศน.ตาบลหนองผือ คร้งั ท่ี 18 วัน/เดอื น/ปวี นั ท่ี 8 เดอื นกันยายน พ.ศ. 2565 ครผู สู้ อนนายพงศกร อุดมอริยทรัพย์ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เวลา 09.00-12.00 น. สาระความรู้พืน้ ฐาน รายวชิ าพฒั นาอาชีพใหม้ ีความม่ันคง รหสั วชิ า อช31003 จํานวนผ้เู รียนทง้ั หมด ............... คนเข้าเรยี น…………………คน ไม่เข้าเรียน……………………….คน 1. ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ารประเมนิ โดยใช้ แบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน พบวา่ คะแนนการทดสอบหลังเรยี น มากกว่าก่อนเรยี นจาํ นวน ........ คนคดิ เป็นร้อยละ............ คะแนนการทดสอบหลังเรียน นอ้ ยกว่าก่อนเรียนจาํ นวน ......... คนคิดเปน็ ร้อยละ............ 2. เนือ้ หา/สาระ/รายวิชา ............................................................................................................................. ............................................................ ...................................................................... ............................................................................................. ...................... 3. กจิ กรรมการเรียนการสอน ................................................................................................................... ...................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ 4. ปญั หา/อปุ สรรคการเรียนการสอน ............................................................................................................................. ............................................................ ................................................................................................................................................................... ...................... 5. แนวทางการแกป้ ญั หา ............................................................................................................................. ............................................................ ...................................................................... ............................................................................................. ...................... ลงชื่อ.........................................................(ผบู้ นั ทึก) (นายพงศกร อุดมอรยิ ทรัพย์) ครู กศน.ตําบล วนั ท.่ี ...../................./................ ความเห็น/ข้อเสนอของผบู้ รหิ าร ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ลงชือ่ .................................................. (นางปทั มาภรณ์ ศรีเนตร) ผ้อู าํ นวยการ กศน.อําเภอจตุรพักตรพิมาน
172 ใบงานท่ี 1 เรอ่ื งท่ี 1 การเขยี นโครงการพฒั นาอาชีพสูความม่ันคง โครงการเปนเอกสารภาพรวมของแผนธรุ กิจ เพ่อื ใชนําเสนอตอสังคมในการเผยแพรความคดิ หรือใชนําเสนอเพ่ือขอ ความชวยเหลอื สนับสนนุ เงินทุน ซึ่งประกอบดวยสาระทแี่ สดงใหเห็นความสาํ คัญ และคุณคาของการดําเนนิ งาน ซ่ึง ประกอบดวย 1. ช่ือโครงการ 2. เหตุผล หลักการ 3. เปาประสงค 4. วัตถุประสงค 5. ผลไดของโครงการ 6. วธิ ดี ําเนนิ งาน 7. งบประมาณดาํ เนนิ การ 8. ผลดําเนนิ โครงการ การเขยี นโครงการ 1. การเขยี นช่ือโครงการ โดยทว่ั ไป มี 2 องคประกอบ คอื (1) ขอความบงบอกวาทําอะไร (2) ขอความวาเปนของ ใครและ (3) นําเสนอใคร “โครงสรางขยายอาชีพเกษตรอินทรีย ชมุ ชนบานครองหาด นาํ เสนอขอการสนบั สนุนจากทาง อาํ เภอครองหาด” 2. การเขียน ความสําคัญและหลักการ เปนสาระสวนท่บี อกความสาํ คญั ของการจดั ทําโครงการและหลกั การ ดาํ เนินการ ซึง่ มี โครงสรางการเขยี น ดงั นี้ 2.1 โครงสรางการเขียนความสําคญั การเขยี นความสาํ คัญในการขยายอาชีพ ควรจะเปน สาระสําคญั ในธุรกจิ ซึ่งประกอบดวย 2.1.1 เขยี นบงบอกสภาวะแวดลอมอาชีพ ไดแก (1) สภาพทด่ี นิ สงิ่ แวดลอมที่สงเสรมิ การดําเนนิ โครงการ (2) ผลติ ผลอะไรทเี่ หมาะสมในการผลิต (3) ลกั ษณะคุณภาพผลผลติ ท่ีลกู คาตองการ (4) ลกู คาเปนใคร อยางไร (5) ขายใหกบั ใคร สวนแบงทางการตลาดเปนอยางไร (6) จะสามารถเขาไปยดึ ตลาดสวนแบงตลาดไดรอยละเทาไร 2.1.2 เขยี นสรปุ ใหเหน็ ความสาํ คัญทีเ่ กีย่ วของกบั (1) การสรางงาน สรางรายไดใหกบั ชมุ ชน (2) การมีสวนรวมสรางความพอเพยี งดานตาง ๆ ใหกับชมุ ชน
173 2.2 การเขยี นหลกั การ เปนขอความตาง ๆ เพื่อบงบอกวา โครงการจะทําอะไร ใหใคร ทาํ แคไหน และทํา อยางไร ดังนี้ 2.2.1 จะทาํ อะไร ใหใคร ดงั ตวั อยาง (1) มุงเนนผลิตผกั ผลไมระบบเกษตรอนิ ทรยี ขายใหกบั กลุมผูรักษาสขุ ภาพ 2.2.2 ทาํ อยางไรดงั ตัวอยาง (1) ใหความสําคัญกบั การประยกุ ตระบบนเิ วศธรรมชาติเขาสูระบบการเกษตร 2.2.3 ทาํ ท่ไี หน ดงั ตวั อยาง (2) การดาํ เนนิ งาน จะเรมิ่ ตนทีแ่ ปลงเกษตรของผูทําแลวสงเสริมการเรยี นรูขยาย เครือขายการปลูก ผกั อนิ ทรียออกไป 3. เปาประสงค 3.1 โครงสรางการเขยี นเปาหมายโครงการ ประกอบดวย 3.2 การเขียนขอความเปาหมายโครงการ ควรพจิ ารณาสิ่งตอไป (1) ขอความบงชี้วาทําอะไร ตองเปนเร่ืองสาํ คญั เปนหวั เร่ืองหลักของโครงการ (2) ปรมิ าณงานทรี่ ะบุตองมีขอความสามารถทําไดจริง (3) ระยะเวลาสําเร็จตองเหมาะสมกบั ปริมาณงาน และมคี วามเปนไปไดจริงทีจ่ ะทาํ สาํ เรจ็ 4. วัตถปุ ระสงค เปนขอความท่ขี ยายภาพของเปาหมายโครงการใหมองเหน็ ภาระงานท่จี ะตองทาํ ให สาํ เรจ็ โดยมรี ายละเอียดการคิด การเขยี น ดังน้ี 4.1 วิเคราะหเปาหมาย กาํ หนดภาระงานที่ควรทาํ แลวทําใหเกิดความสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย โครงการได 4.2 วเิ คราะหภาระงาน กาํ หนดลกั ษณะบงช้ีความสําเร็จ 4.3 เขียนวัตถปุ ระสงคโครงการตามโครงสรางน 5. ผลไดของโครงการ การเขียนผลไดของโครงการเปนการเขยี นส่งิ ท่จี ะเกิดขึ้นอันเน่ืองมาจากโครงการอยางมเี หตุ มีผล ดวยการนําวัตถุประสงคโครงการมาวเิ คราะหกําหนดผลได 6. วธิ ดี าํ เนนิ งาน เปนการเขียนเรียงลําดับในแตละจุดประสงค โดยมีข้ันตอนการเขยี นดังนี้ 6.1 ยกขอความ วตั ถปุ ระสงคและผลไดโครงการมาเปนตวั ตงั้ 6.2 ดาํ เนินการวเิ คราะหผลไดแตละตัวเพื่อกําหนด กิจกรรมขนั้ ตอนวธิ กี ารดาํ เนินงานไดเกิดผลได 6.3 ระบเุ กณฑช้วี ัดความสาํ เรจ็ ของงาน 6.4 กําหนดระยะเวลาดําเนินงานท่ีเปนจรงิ 7. งบประมาณดาํ เนินการ เปนการนํากิจกรรมข้ันตอนดําเนนิ การมาวิเคราะหรายละเอียดของรายจายแลวจัดทํา เอกสารบรรจใุ นโครงการ 8. ผลดําเนนิ โครงการ เปนการนาํ ผลไดวา คิดวเิ คราะหวา ถาการดําเนนิ งานเกิดผลไดตามที่กําหนด จะมีผลที่เกิด อะไรบาง และมีผลกระทบอยางไรทีท่ ําใหมองเหน็ คุณคาของโครงการ
174 ใบงานท่ี 1 การเขยี นโครงการพัฒนาอาชพี สูความม่นั คง กิจกรรมที่ 1 ใหผูเรยี นจดั ทําเอกสารรายงานผล การควบคุมตรวจสอบการขยายอาชีพสูความม่นั คงของตนเอง หรือ สัมภาษณผูประสบความสําเร็จในอาชีพตามรปู แบบของเอกสารขางตน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ช่ือ…………………………………………………………………… กศน.ตําบล……………………………ระดบั ……………………….
175 แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาประวัติศาสตรชาตไิ ทย ครงั้ ท่ี 20 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย กศน.ตาบลหนองผือ 1. สัปดาหท์ ่ี 19 วนั ที่ 15 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2565 เวลา 09.00-12.00น. 2. วิชา ประวตั ิศาสตรชาตไิ ทย รหสั วชิ า สค 32034 จาํ นวน 3 หน่วยกติ 3. มาตรฐานที่ มีความรู ความเขาใจ ตระหนกั เกี่ยวกบั ภูมิศาสตร ประวตั ศิ าสตร เศรษฐศาสตร การเมือง การ ปกครองในโลก และนํามาปรับใชในการดําเนินชวี ิต เพ่ือความม่นั คงของชาติ 4. หน่วยการเรยี นรู้/เรอ่ื ง 1. อธบิ ายความหมาย ความสําคญั ของสถาบันหลักของชาติ 2. อธบิ ายความเปนมาของชนชาตไิ ทย 5. สาระสําคัญ การเรยี นรูประวัติศาสตรชาติไทยกอใหเกิดความภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย ไดเรยี นรู ความหมาย ความ เปนมา และความสาํ คัญของสถาบนั หลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ความเปนมาของชาติไทย เสรีภาพใน การนับถือศาสนาของไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริยไทย 6. เน้อื หา ความภมู ใิ จในความเปนชาตไิ ทย 7. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้/ผลการเรยี นร้ทู คี่ าดหวงั (ดจู ากผังการออกขอ้ สอบ) 1. อธบิ ายความหมาย ความสําคัญของสถาบันหลักของชาติได้ 2. อธบิ ายความเปนมาของชนชาตไิ ทยได้ 8. การบูรณาการกับหลักแนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียง (2 เงอ่ื นไข 3 หลกั การ การเช่ือมโยงสู่ 4 มติ ิ) ความรู้ - มีความรเู้ รอื่ งการมองเห็นความภูมิใจในความเปนชาติไทย มีความสามารถในการเช่อื มโยงท่ีจะการนาํ ความรู้ เร่ืองความภมู ิใจในความเปนชาตไิ ทย คุณธรรม - มีความขยัน - มคี วามสามคั คีในการทาํ งานร่วมกนั - มคี วามต้งั ใจและมงุ่ มนั่ พอประมาณ - รูจ้ กั ประเมินความรู้ ความสามารถของตนเองและเพอ่ื น - จดั สรรเวลาในการ ทํากจิ กรรม มเี หตผุ ล - สามารถใชค้ วามรเู้ รอ่ื งความภมู ใิ จในความเปนชาติไทยในการทาํ กิจกรรมและแบบฝกึ หัดได้ - นาํ ความร้เู รื่องการมองเหน็ ความภมู ใิ จในความเปนชาตไิ ทยไปประยุกตใ์ ช้ในการดําเนิน ชีวิตประจําวัน มภี มู คิ มุ้ กนั - มกี ารวางแผนในการปฏิบตั ิ กจิ กรรม - สามารถนําความรู้ไปปรบั ให้เข้ากบั การใช้ชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
176 วตั ถุ - ได้รับความร้เู กยี่ วกับ เรือ่ งการมองเหน็ ความภมู ิใจในความเปนชาติไทย - ทกั ษะการคดิ สงั คม - ทักษะการรว่ มกันตอบ คําถามและแสดงความ คิดเหน็ - ผู้เรยี นไดช้ ่วยเหลือ ซึ่งกนั และกัน สง่ิ แวดลอ้ ม - รจู้ ักการใช้สือ่ และ แหล่งเรียนรู้อยา่ ง คมุ้ ค่าและคุม้ เวลา วัฒนธรรม - ดาํ รงตนอยู่ใน สังคมอยา่ งมีความสขุ - สง่ เสรมิ ให้คนในชมุ ชนนิยมการใช้สินคา้ ทมี่ ีอยใู่ นชุมชนน้ันๆ 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันที่ 1 กาํ หนดสภาพปัญหาการเรยี นรู้ (O : Orientation) ครูและผ้เู รยี นร่วมกันกําหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรยี นร้เู รอื่ งความภูมใิ จในความ เปนชาตไิ ทย ข้ันท่ี 2 แสวงหาขอ้ มลู และจัดการเรยี นรู้ (N : New ways of learning) ใหผ้ ู้เรียนศึกษาเร่ืองความภมู ิใจในความเปนชาตไิ ทย จากใบความรูแ้ ละหนงั สือเรียน รายวชิ าประวตั ิ ศาสตรชาติไทย ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย รหัส สค 32034 ขน้ั ที่ 3 การปฏบิ ัติและการนําไปใช้ (I : Implementation) 1. ครูให้ผู้เรยี นระดมความคดิ ถอดบทเรียนให้สอดคล้องกับหลกั เศรษฐกิจพอเพียง 2. ครูและผู้เรียนร่วมกนั แลกเปลยี่ นเรียนรู้และสรุปความรเู้ บ้อื งตน้ ท่ีได้จากแบบสอบถาม เพอื่ นาํ มา วิเคราะหส์ รปุ ผล และจดั ทํารายนําเสนอ ข้ันที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ (E : Evaluation) 1. ให้ผูเ้ รียนออกมาหน้าช้ันเรยี น เพอื่ นาํ เสนอการถอดบทเรยี นใหส้ อดคล้องกับหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากนัน้ ครูให้คะแนน 2. แบบทดสอบหลังเรยี น 10. สือ่ /แหล่งเรียนรู้ - หนังสอื แบบเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน - ส่ืออนิ เตอรเ์ น็ต 11. การวดั และประเมนิ ผล 11.1 วิธกี ารวัดและประเมินผล - แบบประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานร่วมกบั ผู้อ่ืนของนกั ศึกษารายบุคคล - ใบงาน 11.2 เคร่อื งมอื วดั และประเมินผล. - ประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรว่ มกับผู้อืน่ ของนกั ศึกษารายบคุ คล - ผลจากการตรวจใบงาน
177 11.3 เกณฑ์การวดั และการประเมนิ ผล - แบบประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรว่ มกบั ผอู้ ื่นของนักศึกษารายบุคคล ระดบั ดี พอใช้ และควรปรบั ปรงุ - ใบงานคะแนนเตม็ 10 คะแนน กจิ กรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................................ ....................................................................... ........................................................................................................ .......... ลงช่ือ…………………………………………….ครูผู้สอน (นายพงศกร อุดมอริยทรัพย์) ครู กศน.ตําบล ขอ้ เสนอแนะของผูบ้ รหิ าร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ............................................................................................................................. ........................................................... ลงช่อื ………………………………………………………ผู้อนมุ ัตแิ ผน (นางปทั มาภรณ์ ศรเี นตร) ผอู้ าํ นวยการ กศน.อาํ เภอจตรุ พักตรพิมาน
178 บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู้ กศน.ตาบลหนองผือ คร้ังท่ี 20 วนั /เดือน/ปีวนั ท่ี วนั ที่ 15 เดือน กนั ยายน พ.ศ. 2565 ครผู ู้สอน นายพงศกร อุดมอรยิ ทรพั ย์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย เวลา 09.00-12.00 น. สาระการพฒั นาสงั คมและชมุ ชน วิชา ประวัตศิ าสตรชาตไิ ทย รหัสวชิ า สค 32034 จํานวนนกั ศึกษาท้งั หมด ............... คนเขา้ เรยี น…………………คน ไม่เข้าเรยี น……………………….คน 1. ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ารประเมินโดยใช้ แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรยี น พบว่า คะแนนการทดสอบหลงั เรยี น มากกวา่ กอ่ นเรียนจํานวน ........ คนคิดเปน็ รอ้ ยละ............ คะแนนการทดสอบหลังเรยี น นอ้ ยกวา่ ก่อนเรียนจาํ นวน ......... คนคดิ เป็นร้อยละ............ 2. เนือ้ หา/สาระ/รายวิชา ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... 3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... 4. ปัญหา/อุปสรรคการเรียนการสอน ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... 5. แนวทางการแกป้ ญั หา ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .........................................................(ผบู้ นั ทึก) (นายพงศกร อดุ มอริยทรัพย์) ครู กศน.ตําบล วันท่ี ........./................../............... ความเห็น/ข้อเสนอของผ้บู รหิ าร ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ....................................................................... ลงชื่อ.................................................. (นางปทั มาภรณ์ ศรเี นตร) ผู้อาํ นวยการ กศน.อําเภอจตุรพกั ตรพมิ าน
179 ใบความรู้ที่ 1 ความสาคัญของสถาบนั หลกั ของชาติ เรอ่ื งสถาบันหลักของชาติ สถาบันหลักของชาตปิ ระกอบดวย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริยซง่ึ เปน สถาบนั ทีอ่ ยูกับสังคมไทยมาชานาน โดยเฉพาะอยางย่ิงสถาบันพระมหากษตั ริยซึ่งเปนเสาหลกั ในการสรางชาติ ใหเปนปกแผน เปนศนู ยรวมจิตใจของปวงชน เปนบอเกดิ ของความรักความสามคั คี นําพาประเทศชาตใิ หผาน พนภัย นานาประการ ไมวาจะเปนภยั รกุ รานของประเทศอื่น ภัยจาก การลาอาณานิคมและการแผขยายลัทธกิ ารปกครอง อีก ท้งั สถาบันพระมหากษัตรยิ มีบทบาทสาํ คัญ ในการพฒั นาความเปนอยูของประชาชนในท่ัวทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในทองถิน่ ท่ีหางไกล สงผลใหมีการยกระดบั คุณภาพชวี ติ ของประชาชนในทุกมิติ และเปนรากฐานใหประเทศชาติ มีความมน่ั คงสบื มาจนถงึ ปจจุบนั ชนชาติไทยในอดีต จึงถอื วาสถาบันพระมหากษัตริย เปนสถาบันสูงสดุ ของชาติ ทีม่ ี บทบาทสําคัญในการเปนผูนาํ รวมประเทศชาติใหเปนปกแผน และพระมหากษตั ริยทุกพระองค ปกครอง ดูแลและ บรหิ ารประเทศชาติโดยใชหลักธรรม ทเี่ ปนคาํ สอนของศาสนา ดวยความเขมแขง็ ของสถาบนั พระมหากษัตริย ทมี่ ี ความศรัทธาเล่ือมใสในสถาบันศาสนา ทเ่ี ปนเสมือนเครื่องยึดเหนยี่ ว ทางจติ ใจใหคนในชาติประพฤติปฏบิ ัติในทางที่ดี งาม เพราะทุกศาสนาลวนแตสอนใหคนประพฤติ และคอยประคับประคองจิตใจใหดีงาม มีความศรัทธาในการบําเพญ็ ตนตามรอยพระศาสดาของ แตละศาสนา และเม่ือพระมหากษัตรยิ เปนผูท่ีประพฤติตนอยูในธรรม และปกครองแผ นดนิ โดย ธรรมแลว ไพรฟาประชาราษฎรตางอยูดวยความรมเยน็ เปนสขุ จงึ ทาํ ใหสถาบนั ชาติ ท่ีเปนสญั ลกั ษณ เปรยี บเสมือนอาณาเขตผนื แผนดินทีเ่ ราอยูอาศยั มีความมน่ั คง พฒั นาและยนื หยดั ไดอยางเทาเทยี ม อารยประเทศ ดังนนั้ สถาบนั ชาติ สถาบนั ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ จงึ เปนสถาบันหลกั ของ ชาติไทย ทไ่ี มสามารถแยก จากกันได สามารถยดึ เหนย่ี วจิตใจของปวงชนชาวไทยและคนในชาติ มาจวบจนทกุ วันน้ี “ชนชาติไทย” เปนชนชาตทิ ี่ มีรากเหงาทางประวัตศิ าสตรและความ เปนมาที่ยาวนาน ไมแพชาตใิ ดในโลก เรามีแผนดินไทยที่อุดมสมบูรณ ในนา้ํ มี ปลา ในนามขี าว มีพืชพันธุธญั ญาหารทีอ่ ุดมสมบรู ณ มีภมู ิอากาศ และภูมิประเทศทเ่ี ปนชัยภมู ิ อากาศไมรอนมาก ไม หนาวมาก มีความหลากหลายของแหลงทรพั ยากรธรรมชาติท่สี มบูรณ มีทร่ี าบลุมแมน้ําที่อดุ มสมบรู ณ เหมาะแกการ เพาะปลูก มีภเู ขา มีทะเลทีม่ คี วามสมดลุ และสมบูรณเพยี บพรอมเปนท่ีหมายปอง ของนานาประเทศ นอกจากนี้ ชนชาติไทยยงั มขี นมธรรมเนียม ประเพณีและวฒั นธรรมท่ีดีงาม หลากหลาย งดงาม เปนเอกลักษณของชาติท่โี ดดเดน ซึง่ สง่ิ เหลานล้ี ูกหลานไทยทกุ คนควรมี ความภาคภมู ิใจที่ไดเกิดมาเปนคนไทย ในแผนดินไทย แตกอนทจ่ี ะสามารถรวม ชนชาติไทยใหเปน ปกแผน ทาํ ใหลูกหลานไทยไดมีแผนดินอาศยั อยูอยางรมเย็นเปนสขุ หลายชัว่ อายคุ นมาจวบจนทุก วนั น้ี บรรพบุรุษของชนชาติไทยในอดีต ทานไดสละชพี เพือ่ ชาติ ใชเลอื ดทาแผนดิน ตอสูเพอ่ื ปกปองดินแดนไทย กอบ กูเอกราชดวยหวังไววา ลูกหลานไทยตองมีแผนดินอยู ไมตองไปเปนทาส ของชนชาตอิ น่ื ซึง่ การรวมตัวมาเปนชนชาติ ไทยท่ีมีทัง้ คนไทยและแผนดนิ ไทยของบรรพบรุ ุษไทย ในอดีต ก็ไมใชเร่อื งทีส่ ามารถทําไดโดยงาย ตองอาศัยความรกั ความสามัคคี ความกลาหาญ ความเสียสละ อดทน และส่งิ ทส่ี าํ คัญ คือ ตองมีศนู ยรวมใจที่เปนเสมือนพลังในการตอสู และผูนําทีม่ ีความชาญฉลาด ดานการปกครองและการรบ คือสถาบันพระมหากษตั ริยท่ีอยูคูคนไทยมาชานาน และ หากลูกหลานไทย และคนไทยทุกคนไดศึกษาพงศาวดารและประวตั ิศาสตรชาติไทยก็จะเห็นวา ดวยเดชะพระบารมี และพระปรีชาสามารถของบรู พมหากษัตริยของไทยในอดตี ที่เปนผูนาํ สามารถรวบรวมชนชาติไทย ใหเปนปกแผน แม วาเราจะเคยเสยี เอกราชและดินแดนมามากหมายหลายครั้ง บูรพมหากษัตรยิ ไทย กส็ ามารถกอบกูเอกราชและ รวบรวมชนชาวไทยใหเปนปกแผนไดเสมอมา และเหนือส่ิงอน่ื ใด พระมหากษตั ริยไทยทุกพระองค เปนพระมหา กษัตริยทป่ี กครองประเทศชาตดิ วยพระบารมีและ ทศพธิ ราชธรรม ใชธรรมะและคาํ สั่งสอนของพระพุทธองคมาเป นแนวในการปกครอง ทาํ ใหคนในชาติ อยูรวมกันอยางรมเย็นเปนสุข สมกับคําท่ีวา “ประเทศไทย เปนประเทศแผ นดินธรรมแผนดนิ ทอง” แผนดินธรรม หมายถึง แผนดินที่มีผูปฏบิ ัตธิ รรม และการปฏบิ ตั ิธรรมนั้น หมายถึง การ
180 ปฏบิ ัติหนาทอี่ ยางถกู ตอง แผนดินทอง หมายถงึ แผนดินท่ีประชาชนไดรบั ประโยชน และความสุขอยางทว่ั ถงึ ตามควร แกอัตภาพ 1.1 ชาติ การจะรับรูความเขาใจในความ เปนชาตหิ รือความรูสกึ ทห่ี วงแหนความเปนชาติไดนนั้ ผูเรยี นมี ความจาํ เปนทีจ่ ะตองเขาใจบริบทของความเปนชาติเสยี กอน ดงั นี้ 1.1.1 ความหมาย ความสําคัญของชาติ ชาติ หมายถึง กลุมคนที่มีภาษา วฒั นธรรม และเชื้อชาติ ประวตั ิศาสตร เดียวกัน หรือใกลเคยี งกัน มีแผนดนิ อาณาเขตการปกครอง ทีเ่ ปนระบบ เปนสดั สวน มผี ูนําหรือ รัฐบาลที่ใชอํานาจ หรอื มอี ํานาจอธิปไตยท่นี าํ มาใชในการปกครองประชาชน ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานกลาววา ชาติ หมายถึง ประเทศ ประชาชนทเ่ี ปนพลเมืองของประเทศ กลุมชนท่มี คี วามรูสกึ ในเรอ่ื งเช้ือชาติ ศาสนา ภาษา ประวตั ิ ความเปนมา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมอยางเดียวกนั หรอื อยูในปกครองรัฐบาล เดียวกนั 1.1.2 ความเปนมาของชนชาติไทย เปนสงิ่ ทีต่ องทาํ ความเขาใจกอนที่เกีย่ วของกบั ความเปนมาของชนชาตไิ ทยนนั้ ยงั ไมมีการสรุปเปนประเดน็ ทสี่ ามารถยนื ยนั ไดชัดเจน เพราะการพิจารณาความเปนมาของ ชนชาติไทยน้ัน ตองพจิ ารณา จากหลกั ฐานหรืองานวจิ ัย การคนควาทางวชิ าการทหี่ ลากหลายจาก นกั วิชาการไทยและตางประเทศ อีกท้ังยังตอง พจิ ารณามิตทิ างเอกสาร โบราณคดี เชื้อชาตหิ รือ ชาตพิ ันธุ ภาษา และวัฒนธรรม ดังนี้ 1) สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ขอมลู ที่ปรากฏ ในพระนิพนธเร่ือง “แสดงบรรยาย พงศาวดารสยาม และลกั ษณะการปกครองสยามแตโบราณ” เปนการนําขอมูลของนักวิชาการตะวันตกมาประกอบ สรปุ วาถิน่ ด้งั เดิมของชนชาติไทยอยูทางตอนใต ของจีน แถบมณฑลยูนนาน กวางโจว กวางสี จนกระท่งั จนี แผอิทธิพล ทางการปกครองลงมา จนทําให ผูคนในบรเิ วณนั้นตองอพยพลงมาถึงบริเวณลุมแมนํ้าเจาพระยาตอนบน 2) หลวงวิจติ รวาทการ ขอมลู ทเี่ สนอผานผลงานเร่อื ง “งานคนควาเร่อื ง ชนชาตไิ ทย” ไดอธบิ ายวาถน่ิ เดมิ ของชนชาติ ไทยอยูบรเิ วณตอนกลางของจีนแถบมณฑลเสฉวน ตงั้ ถ่นิ ฐานกระจดั กระจายต้ังแตแนวแมนํา้ พรหมบุตรไปจนถึงทะเล จีนใตแถบอาวตงั เกยี๋ 3) ขอมลู ของจิตร ภูมิศกั ด์ิ ผานผลงานเรื่อง “ความเปนมาของคําสยามไทย ลาว และขอม และลักษณะทางสงั คมของ ชอื่ ชนชาติ” ไดศึกษาผานการวิเคราะหภาษา และตํานาน ทองถนิ่ ของภาคเหนือ ไดสรปุ วา ถน่ิ กาํ เนดิ ของคนไทยนัน้ ครอบคลุมบรเิ วณกวางใหญทางตอนใต ของจีน เวยี ดนาม ลาว เขมร ภาคเหนอื ของไทย พมา ไปจนถงึ รฐั อัสสมั ของ อินเดีย เน่ืองจากมีพื้นฐาน ทางนริ กุ ตศิ าสตรท่ีคลายคลึงกัน 6 4) ขอมลู ของศาสตราจารย ดร.ประเสรฐิ ณ นคร นกั วชิ าการคนสําคญั ของ ประเทศไทย ทานไดศึกษา วิเคราะห จากหลกั ฐานของชาวตะวันตกทง้ั ทางดานภาษาศาสตร ประวตั ิศาสตร โบราณคดี และมานษุ ยวิทยา รวมไปถึงการลง พืน้ ที่ดวยตนเอง ไดสรุปไววา ถ่นิ เดมิ ของคนไทยนาจะอยูบรเิ วณมณฑลกวางสี ทางใตของจนี เน่ืองจากในเขตดังกล าวเปนพ้ืนทกี่ ลุมชน ทีม่ ีความหลากหลายท้งั ทางวฒั นธรรมและประเพณี ขอมูลประวัติความเปนมาสวนใหญจะอธิบาย ใกลเคียงกนั ในลักษณะของการอพยพ ลงใตจากจนี แลวแผขยายลงหลกั ปกฐานอยูในบริเวณกวางทางภาคเหนือของ ไทยเกิดเปนเมืองและ เมอื งขนาดใหญทีข่ ยายตวั เปนอาณาจักรตามมา กลาวอีกนัยหน่ึง ตงั้ แตทส่ี มัยไทยอพยพลงมา นัน้ ดินแดนแหลมทองเปนที่อยูของชนชาตมิ อญ ละวาของขอม พวกมอญอยูทางตะวันตกของ ลุมแมนํา้ เจาพระยาไป จรดมหาสมุทรอนิ เดยี พวกละวามีอาณาเขตอยูในบรเิ วณภาคกลาง มเี มือง นครปฐมเปนเมอื งสาํ คัญพอถึงพทุ ธ ศตวรรษที่ 14 ขอมซึง่ อยูทางตะวันออกมีอาํ นาจมากขน้ึ เขายดึ เอาดินแดนพวกละวาไปไวในอาํ นาจ แลวแบงการปก ครองเปน 2 สวน คือ สวนภาคเหนอื และสวน ภาคใต ตอมาในพุทธศตวรรษท่ี 16 สมดลุ อํานาจในการแยงชงิ พ้นื ท่ี ไดเปลย่ี นแปลงไป มอญกับ ขอมสูรบกันจนเสื่อมอํานาจลง และในชวงเวลานั้นสุโขทัยไดปรากฏขน้ึ มาอยางชัดเจนใน หนา ประวัตศิ าสตรไทย จากรองรอยหลักฐานทางเอกสารทางประวตั ิศาสตรตาง ๆ มีการยนื ยันและเช่ือวา ประวัติ ศาสตรของชนชาติไทยในแหลมทอง (Golden Khersonese) เร่มิ ตนเม่ือประมาณ พ.ศ. 800 (พุทธศตวรรษท่ี 8 - 12) เปนตนมา โดยมีดนิ แดนของอาณาจักรและแควนตาง ๆ เชน อาณาจักร ฟนู ัน ต้ังอยูบริเวณทางทิศตะวันตกและ ชายทะเลของอาวไทย และมีอาณาจักรหรภิ ญุ ชยั ทางเหนอื อาณาจกั รศรวี ิชัยทางใต และมีอาณาจักรทวารวดี (พุทธ
181 ศตวรรษท่ี 12) บริเวณลุมแมนํ้าเจาพระยา ตอนลาง เปนตน และไดรวมตวั เปนปกแผน มีพระมหากษัตรยิ ไดสถาปนา อาณาจักรสโุ ขทยั เปนราชธานี แหงแรกของชนชาตไิ ทย ราวป พ.ศ. 1762 โดยพอขนุ ศรีนาวนาํ ถม พระราชบดิ า ของพอขุนผาเมือง เปนผูปกครองอาณาจักรจากหลักฐานและขอมูลขางตนนี้ รวมถึงสมมติฐานของแหลงอารยธรรมต าง ๆ ของโลก ซ่งึ สวนใหญแหลงกาํ เนิดของชนชาติกลุมในอดตี จะอยูบรเิ วณลุมแมนาํ้ อาทิ แหลงอารยธรรม เมโสโปเต เมีย ตงั้ อยบู ริเวณทร่ี าบลุมระหวางแมนํา้ ไทกรสิ (Tigris) ทางตะวันออก และแมนาํ้ ยเู ฟรติส (Euphrates) ทาง ตะวันตกหรอื อารยธรรมอนิ เดียโบราณหรอื อารยธรรมลุมแมน้าํ สนิ ธุ ตั้งอยูบริเวณ ลมุ แมน้ํา เปนตน ดงั น้นั จึงมีความ เปนไปไดท่ชี นกลุมตาง ๆ ทีเ่ คยอาศัยในลุมแมนาํ้ เจาพระยา หรอื บริเวณรอบอาวไทย มีการรวมตวั กันเปนปกแผน มี การพัฒนาเปนชุมชน สงั คม และเมอื ง จนกลายมาเปนอาณาจกั รตาง ๆ ของชนชาติไทยตามพงศาวดาร 1.1.3 การรวมไทยเปนปกแผน ภายหลังการลมสลายของอาณาจักรอยุธยา ใน พ.ศ. 2310 สมเดจ็ พระเจา กรุง ธนบุรไี ดพยายามกอบกูเอกราชและศกั ด์ิศรีของอาณาจักรกลับคืนมา หลงั จากการสถาปนา อาณาจักรธนบุรขี ึน้ ตอง เผชิญกับสงครามภายนอกจากกองทัพพมา และสงครามภายใน คอื การปราบชุมนมุ ที่แยงชิงความเปนใหญแตกกันเป นกกเปนเหลา ชวงเวลาผานไปจนถงึ พ.ศ. 2325 อาณาจักรรัตนโกสนิ ทรเปนแผนดินไทยที่พอจะเรียกไดวา “เปนป กแผน” ขึ้นมาบาง ถงึ แมวาใน เวลาตอมาจะเกดิ สงครามเกาทัพทเี่ ปนศึกใหญในสมัยรัตนโกสนิ ทร แตกถ็ ือวาเปนชวง แหงสันติสขุ มาไดยาวนาน ความเปนปกแผนของความมัน่ คงของสยามเดนชัดมากขึน้ ในสมยั จอมพล ป. พิบลู สงคราม เปนนายกรฐั มนตรี มกี ารเปลี่ยนชื่อประเทศจากสยาม เปน “ไทย” กลาวอีกนัยหนึง่ “การสรางชาติ” ไดเกิดข้นึ อยา งสมบูรณในยคุ สมยั น้ี คอื มคี รบทง้ั อาณาเขต ดนิ แดน ประชากร อาํ นาจ อธิปไตย รฐั บาล ไปจนถึงสัญลกั ษณของชาติ ทแ่ี สดงถงึ เอกลักษณวฒั นธรรมไทย เชน ภาษาไทย และ ธงชาติไทย เปนสงิ่ สาํ คญั ท่ีผูคนในยุคปจจุบันจะตองอนรุ ักษ หวงแหนใหสามารถดาํ รงสบื ไปในอนาคต แหลงกําเนิดของชนชาติไทย จะอพยพมาจากท่ีใด จะมีการพิสจู นหรอื ไดรับ การยอมรับหรือไม คงไมใชประเดน็ สําคญั ท่จี ะตองพสิ ูจนหาความจริง คงปลอยใหเปนเร่ืองของ นักประวัติศาสตรหรือ นกั วิชาการ แตความสาํ คัญอยูทีล่ ูกหลานคนไทยทุกคนที่อาศยั อยูบนพนื้ แผนดินไทย ตองไดเรียนรูและตองยอมรบั วา การรวมชนชาตไิ ทยใหเปนปกแผน และอยูสุขสบาย จนถึงปจจบุ นั นี้ คนไทยและลูกหลานไทยทุกคนตองตระหนักถงึ บุญคณุ ของบรรพบุรุษไทยและ พระปรีชาสามารถของบูรพมหากษัตรยิ ไทยในอดตี ทสี่ ามารถรวบรวมชนชาวไทย ปกป องรักษา เอกราชและรวบรวมชาติไทยใหเปน ปกแผน จึงเปนพระราชกรณียกิจทส่ี าํ คัญของพระมหากษัตริยไทย ใน อดตี ซ่งึ หากจะยอนรอยไปศึกษาพงศาวดารฉบบั ตาง ๆ รวมถึงประวัติศาสตรชาตไิ ทย ต้ังแต ยุคกอนการสถาปนากรุง สโุ ขทัย ใหเปนราชธานีแหงแรกของชนชาวไทยแลว การสถาปนาราชธานี ทุกยุคทุกสมัยไมวาจะเปนการสถาปนากรุง ศรีอยธุ ยา กรงุ ธนบรุ ี กรงุ รัตนโกสินทร รวมไปถงึ การกอบกู เอกราชหลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาท้งั 2 คร้งั ลวนเป นวรี กรรมและบทบาทอันสําคัญของ พระมหากษัตริยไทยทั้งสนิ้ 1.1.4 พระมหากษตั รยิ ไทยกับการรวมชาติ การรวมชาตไิ ทยใหเปนปกแผน เปนบทบาทท่ีสาํ คัญของพระมหากษตั ริย ไทย ในอดตี หากรฐั ใดแควนใด ไมมผี ูนําหรือ พระมหากษัตรยิ ที่เขมแข็ง มีพระปรชี าสามารถท้ังดานการรบ การ ปกครองรวมถึงดานการคา เศรษฐกิจการคลัง รฐั น้นั หรือแควนนัน้ ยอมมกี ารเสื่อมอํานาจลง และถกู ยดึ ครองไปเป นเมอื งขึน้ หรือประเทศราชภายใตการปกครองของชนชาตอิ ่ืน การถกู ยึดครอง หรอื ไปเปนเมืองข้ึนภายใตการปกครอง ของอาณาจักรอ่นื ในอดีต สามารถทําไดหลายกรณี อาทิ 8 การยอมสโิ รราบโดยดี โดยการเจริญไมตรีและสงบรรณา การถวาย โดยไมมีศกึ สงครามและการเสยี เลือดเนอ้ื สถาบันพระมหากษัตริย ไดมีบทบาทสาํ คัญในการรวมชาติใหเป นปกแผน รวมถึงการปกปอง ประเทศชาติและมาตุภูมิสืบไวใหลูกหลานไทยไดมีแผนดนิ อยู ซึ่งหากชนชาตไิ ทยในอดีต ไมมีผูนําหรือ กษตั รยิ ทีม่ ีพระปรีชาสามารถ ในวันน้อี าจไมมีชาติไทยหลงเหลืออยูในแผนทโ่ี ลก หรอื ชนชาติไทย อาจต องตกไปอยูภายใตการปกครองของชาติใดชาตหิ น่ึง
182 แบบฝกหดั ที่ 1 ความสาคญั ของสถาบันหลกั ของชาติ คําช้แี จง ใหผูเรยี นสรุปความหมาย และความสําคัญของชาติ มาพอสงั เขป กจิ กรรมที่ 1) ชาตคิ ืออะไร ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... กจิ กรรมท่ี 2) ชาติสําคัญอยางไร ............................................................................................................................. .................................................... .............................................................................................................................. ................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. กจิ กรรมท่ี 3) อธิบายความเปนมาของชนชาติไทย คําชแ้ี จง ใหผูเรยี นอธิบายความเปนมาของชนชาติไทย อยางนอย 1 เรอื่ ง ......................................................................................................................................... ........................................ .......................................................................................... ....................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ............................................................................................................................. .................................................... ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................................... ชื่อ....................................................... กศน.ตําบล................................ ระดบั .............................
183 คณะผจู้ ัดทา ท่ปี รึกษา ผู้อํานวยการ กศน.อาํ เภอจตรุ พักตรพมิ าน นางปทั มาภรณ์ ศรีเนตร ครู นายพรทวี เกตบตุ ตา ครผู ชู้ ่วย นางสาวนิภาพร คุณศิริ ครู กศน.ตาํ บล ผ้จู ัดทา นายพงศกร อดุ มอรยิ ทรพั ย์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183