Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1418040TM-คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป4[211111]

1418040TM-คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป4[211111]

Published by aotza2499, 2022-05-20 02:40:27

Description: 1418040TM-คู่มือครูวิทยาการคำนวณ-ป4[211111]

Search

Read the Text Version

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ แบบทดสอบ ไดค ะแนน คะแนนเตม็ 5. บลอ็ กคาํ สัง่ ใดตางจากขออ่ืน ข. »ÃШíÒ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒ·Ù èÕ 2 ก. ง. 15. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย 10 ค. การเรียนรูที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 25-27 ตอนที่ 1 จาํ นวน 10 ขอ และตอนที่ 2 จาํ นวน ตอนท่ี 1 1 ขอ วง ลอมรอบตวั อกั ษร ก, ข, ค และ ง หนาคําตอบทถ่ี กู ตอง 6. ถา สรา งตัวละครใหม โดยลากบล็อกคาํ ส่ัง และ 1. ขอ ใดเรยี งลําดับการเขาใชง านโปรแกรม Scratch ไดถกู ตอ ง กบั มาวางตอ กัน จะทําใหเกดิ ผลอยางไร ก. ตวั ละครหายไป ข. ตวั ละครเลอื นลาง 1) ดาวนโ หลดโปรแกรม Scratch Offline Editor ค. ตัวละครถกู ซอ นไว ง. ตวั ละครเคล่อื นที่ 2) ดาวนโหลดโปรแกรม Adobe AIR คลกิ ปุม Download now 3) เปดเว็บ https://scratch.mit.edu/download/ กดแปน Enter 7. ตวั ละครปลาทองตองการวา ยวนไปวนมาในตูปลา ควรใชบล็อกคําสัง่ 4) ติดตั้งโปรแกรม Scratch จะปรากฏหนา Open File คลิกปมุ Run การเคลอื่ นท่ีอยางไร ก. 4), 3), 2) และ 1) ข. 3), 2), 1) และ 4) ก. ข. ค. 2), 1), 4) และ 3) ง. 1), 4), 2) และ 3) 2. องคประกอบท่จี าํ เปนของโปรแกรม Scratch มีอะไรบา ง เฉฉบลับย เฉฉบลบั ย ค. ง. ก. เวที ตัวละคร และพน้ื ท่ที าํ งาน ข. เวที ตัวละคร และบลอ็ กโปรแกรมคาํ สัง่ 8. 3 ค. ตวั ละคร ชุดคาํ ส่งั ของบลอ็ ก และพื้นทท่ี าํ งาน ง. ตัวละคร บลอ็ กโปรแกรมคาํ สง่ั และชดุ คําสง่ั ของบลอ็ ก 3. กานดาตอ งการบลอ็ กคําสงั่ ทําซ้าํ ของตวั ละครแรก นําไปใสกับตวั ละครใหม 1 ควรใชแถบเครอ่ื งมอื ใด ก. แถบเมนเู คร่อื งมือ ข. เคร่อื งมอื เวที 24 ค. บลอ็ กโปรแกรมคําสั่ง ง. ชุดคาํ สง่ั ของบล็อก หมายเลขใด เปน การแสดงคาํ ถามของตัวละคร ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 4. บล็อกคาํ สง่ั ใด อยกู ับบลอ็ กโปรแกรมทีแ่ สดงใหพดู คิด และเปลี่ยนขนาด ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 ไดตามตอ งการ ก. ข. 9. จากขอ 8. หมายเลขใดเปน บล็อกแสดงขอ ความตอเน่อื งกบั คาํ ตอบ ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. ง. ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 25 26 10. ใครนาํ ความรูโปรแกรม Scratch ไปใชไมถ กู ตอ ง ไดคะแนน คะแนนเตม็ ก. แตวใชแ สดงผลงานศิลปะ ข. ตั้วใชส รา งเกมคอมพิวเตอร 5 ค. ตอ มใชว ิเคราะหขอ มูลทางสถิติ ง. เตยใชส รา งแบบจาํ ลองทางวทิ ยาศาสตร ตอนที่ 2 ใหนักเรยี นสรางตัวละคร บทพดู และสรางการเคล่อื นไหว โดยใชพ้นื ฐาน การเขยี นโปรแกรม Scratch พรอมท้ังอธบิ ายคาํ สั่งของตวั ละคร (แนวคาํ ตอบ) ตัวละครแมวพูดวาจะจับปลากินแลวนะ ใชบล็อกคําส่ังถาแปนลูกศรชี้ขวาไปท่ี............................................................................................................................................................................................................................................................. เฉฉบลบั ย ทิศทาง 90 เคล่ือน 10 กาว ถาแปน ลูกศรช้ีซายไปที่ทศิ ทาง -90 เคล่ือน 10 กา ว............................................................................................................................................................................................................................................................. ตัง้ รปู แบบการหมนุ ซา ย-ขวา ถาแปน ลูกศรช้ลี งไปทที่ ศิ ทาง 180 เคลอ่ื น 10 กาว............................................................................................................................................................................................................................................................. ตง้ั รปู แบบการหมุนรอบดา น ถา แปนลูกศรขนึ้ ไปทีท่ ิศทาง 0 เคลอ่ื น 10 กาว............................................................................................................................................................................................................................................................. ต้ังรปู แบบการหมนุ รอบดา น ทาํ ใหแมวเคลอื่ นที่จับปลา............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑก ารใหค ะแนน คะแนน การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร Scratch เบ้ืองตน (5 คะแนน) 1 สรา งตวั ละครไดส วยงาม มีความคิดสรา งสรรค 1 1 สรา งบทพดู ของตัวละครไดเหมาะสม 2 สรา งการเคลื่อนไหวของตัวละครไดถูกตองและเหมาะสม เขยี นโปรแกรม Scratch เปนลําดบั คําสง่ั ใหค อมพวิ เตอรท าํ งานไดถ กู ตอง ตารางบนั ทึกคะแนน ประจาํ หนวยการเรียนรทู ่ี 2 ตัวชีว้ ัด แบบฝกหัด ผลการประเมนิ คณุ ภาพ รวมคะแนน ระดับคุณภาพ ว 4.2 ป.4/2 เต็ม ได กจิ กรรม แบบทดสอบ เตม็ ได 4321 30 เตม็ ได เต็ม ได 80 35 15 เกณฑก ารตัดสนิ : ชว งคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นาํ คะแนนเตม็ ของแตล ะตัวชีว้ ัดมาหาคารอยละ เพ่อื ประเมนิ ระดบั คุณภาพ เชน 1125 × 100 = 80 คะแนนเต็ม 15 ทาํ ได 12 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทาํ ไดรอ ยละ 27 ภาพจาก ดังนน้ั รอ ยละ 80 เทียบไดก ับระดับคุณภาพ 4 แบบฝกหัด หน้า 25-27จาก แบบฝกหดั หนา 12 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม ในการตอบคําถามตอนท่ี 2 ครูอาจปรับวิธีการโดยใหนักเรียนวาดรูป บล็อกคําสั่งหรือใหพิมพภาพจากเคร่ืองพิมพ แลวนํามาแปะลงในแบบฝกหัด ไดต ามความเหมาะสม ใหนักเรียนคิดสืบคนขอมูลวา บล็อกคําสั่งในภาพทํางาน ตา งกันอยางไร แลวบันทกึ ลงในสมดุ T92

นา� สอน สรปุ ประเมิน แบบทดสอบหลงั เรียน ขนั้ สรปุ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 16. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว ยการ เรยี นรทู ่ี 2 เรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมอยา งงา ย ดวย Scratch คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ขนั้ ประเมนิ 1. นักเรยี นสามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรม Scratch มาตดิ ตง้ั ท่ี 6. เมื่อต้องการใหต้ ัวละครในโปรแกรม Scratch เล้ยี วซ้าย เคร่อื งคอมพิวเตอร์ไดจ้ ากเว็บไซตใ์ ด ต้องเลือกบล็อกคาสัง่ ใด ก. http://scratch.mit.edu ข. http://scratch.go.th ก. การเคลอ่ื นที่ ข. ควบคมุ ตารางการวดั และประเมินผล ค. http://scratch.com ง. http://scratch.org ค. รปู ร่าง ง. เสยี ง วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ 2. การจดบันทกึ คาใบ้ของรหสั ผ่านในการใชง้ านโปรแกรม 7. เม่ือตอ้ งการเปลีย่ นขนาดให้ตวั ละครในโปรแกรม Scratch Scratch แทนการจดรหสั ผ่านลงในสมดุ มปี ระโยชน์อยา่ งไร ตอ้ งเลอื กบล็อกคาสัง่ ใด ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ ก. ไมม่ ผี ลแตกต่างจากการจดรหัสผา่ นลงในสมุด ก. การเคลื่อนที่ ข. ควบคุม หลงั เรียน หลงั เรยี น ข. ป้องกนั ผูอ้ ื่นแอบดสู มดุ และนารหสั ผา่ นไปใช้ ค. รปู รา่ ง ง. เสียง ค. สร้างความท้าทายในการคิดคาใบ้ 8. ถา้ ตอ้ งการให้ตัวละครแมว ส่งเสยี งร้อง Meow ต้องใช้ ง. เปน็ การฝกึ ความจา บล็อกคาสัง่ ใด ตรวจชน้ิ งาน/ ชนิ้ งาน/ ระดับคณุ ภาพ 2 3. ข้อใดอธบิ ายความหมายของสครปิ ตไ์ ด้ถกู ต้อง ภาระงาน ภาระงาน ผา นเกณฑ ก. ชดุ คาสั่งสาหรบั ตวั ละครหรือเวทเี พ่ือใหท้ างานตามที่ ก. ข. (รวบยอด) (รวบยอด) ออกแบบโปรแกรมไว้ ข. บลอ็ กคาสัง่ ในหมวดต่างๆ ทสี่ ามารถนามาประกอบเรียงกัน เข้าเป็นกล่มุ ๆ ค. ง. ประเมิน แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 การนําเสนอ การนาํ เสนอ ผา นเกณฑ ค. เครื่องมือที่เรียกใช้งานโดยมลี ักษณะเด่นเปน็ การใชง้ าน รปู ร่างตา่ งๆ ผลงาน ผลงาน ง. เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการเขยี นโปรแกรม 9. ใครนาความร้โู ปรแกรม Scratch ไปใชไ้ มเ่ หมาะสม 4. เม่ือต้องการให้ตัวละครพดู คาวา่ “สวัสด!ี ” ต้องเลือกบลอ็ ก ก. พอเพยี ง ใช้ทาบัญชีรายรบั รายจา่ ยของตนเอง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 คาสัง่ ใด ข. ใบเตย ใช้ทานทิ านเรื่องกระต่ายกับเตา่ การทาํ งาน พฤตกิ รรม ผานเกณฑ ก. ข. ค. ภูผา ใช้สรา้ งแบบจาลองระบบสรุ ยิ ะ รายบคุ คล ง. กา้ นตอง ใชส้ ร้างเกมคอมพิวเตอร์ 10. ไฟลช์ นิ้ งานของโปรแกรม Scratch รุน่ 2.0 เป็นไฟล์ ค. ง. นามสกุลอะไร และสามารถเปิดใชง้ านใน ร่นุ 3.0 ได้ 5. ถา้ สรา้ งตัวละครใหม่ โดยลากบล็อกมาวางตอ่ กันดังภาพ จะ หรือไม่ ทาใหเ้ กิดผลอย่างไร ก. นามสกุล .sb2 ไม่สามารถเปดิ ใชง้ านในร่นุ 3.0 ได้ ข. นามสกุล .sb ไม่สามารถเปดิ ใชง้ านในร่นุ 3.0 ได้ ค. นามสกลุ .sb2 สามารถเปดิ ใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ง. นามสกุล .sb สามารถเปดิ ใชง้ านใน รุ่น 3.0 ได้ 7. เมื่อต้องการเปล่ียนขนาดใหต้ ัวละครในโปรแกรม Scratch ต้องเลือกบล็อกคาสั่งใด ก. เสียง ข. รปู ร่าง ค. ควบคุม ง. การเคลื่อนท่ี ก. ตวั ละครหมนุ กลบั ดา้ น ข. ตัวละครเลอื นราง ค. ตัวละครเคลื่อนท่ี ง. ตัวละครหายไป เฉลย 1. ก 2. ข 3. ก 4. ก 5. ง 6. ก 7. ค 8. ก 9. ก 10. ค ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนวยที่ 12 ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล ไฟลช ิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปนไฟลน ามสกลุ ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน อะไร และสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ไดห รอื ไม รายบคุ คลของนกั เรยี น โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลจากแบบประเมนิ การนําเสนอผลงานและแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลท่ีแนบมา 1. นามสกลุ .sb สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได ทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 หนวยการเรียนรทู ่ี 2 2. นามสกุล .sb2 สามารถเปดใชง านในรนุ 3.0 ได 3. นามสกุล .sb ไมสามารถเปดใชงานในรนุ 3.0 ได แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล 4. นามสกลุ .sb2 ไมส ามารถเปด ใชงานในรนุ 3.0 ได คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน (วิเคราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหวิเคราะหไดวา ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ไฟลช นิ้ งานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปน ไฟลนามสกุล .sb2 32 32  สามารถเปดใชง านในรนุ 3.0 ได ดังนัน้ ตอบขอ 2.) 1 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา  1 1 การแสดงความคิดเหน็   2 ความคิดสร้างสรรค์  2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื  3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   3 การทางานตามหน้าที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย   4 การนาไปใช้ประโยชน์  4 ความมีนาใจ  5 การตรงต่อเวลา   5 การตรงต่อเวลา       รวม รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน ............/................./................... ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............/.................../................ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 11–13 ดี 8–10 พอใช้ 8–10 พอใช้ ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง T93

Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใชงานอินเทอรเ นต็ อนิ เทอร์เนต็ (Internet) คอื ระบบเครือขา่ ยที่ทา� การเชือ่ มตอ่ คอมพิวเตอร์จ�านวนมากเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพอ่ื ให้ สามารถแลกเปลยี่ นข้อมูลระหว่างเคร่อื งในเครอื ขา่ ยเดยี วกนั ได้ รูปแบบการสืบคน้ ข้อมูลความรู้ 1) การสบื ค้นในรูปแบบ Index Directory 2) การสืบคน้ ในรูปแบบ Search Engine www.google.com เปน็ Search Engine ที่ได้รบั ความนิยมมากในปจั จบุ ัน การสบื ค้นขอ้ มูลโดยใชเ้ ว็บ Search Engine คือ ซอฟต์แวร์ท่ที า� หน้าท่ีค้นหาขอ้ มูล เชน่ รูปภาพ ข้อความ คลิปวิดีโอ โดยใชค้ า� ใน การสืบคน้ ข้อมูล การใชง้ านเวบ็ Search Engine มวี ธิ กี ารใชง้ านพนื้ ฐาน คอื การกา� หนดคา� สบื คน้ ซงึ่ สามารถสบื คน้ แบบเจาะจงประเภทไฟลข์ องขอ้ มลู สี ขนาด และประเภทของรปู ภาพ รวมทง้ั สามารถสบื ค้นหารูปเพอ่ื ปอ งกันการละเมดิ ลขิ สทิ ธด์ิ ้วย ข้อควรปฏบิ ตั ิหลังจากได้ขอ้ มลู จากการสบื ค้นแล้ว 1) ประเมินความนา่ เชื่อถอื ของข้อมูล 2) ตรวจสอบขอ้ มลู 3) ตรวจสอบการอา้ งองิ แหลง่ ทม่ี าของข้อมูล 4) น�าข้อมูลทีส่ ืบค้นไดม้ าเปรียบเทียบกนั 5) น�าเสนอข้อมลู ข้อควรปฏิบัตใิ นการใช้งานอนิ เทอร์เน็ต ดังนี้ 1) ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา มารยาททีแ่ ตล่ ะเว็บไซตก์ �าหนด 2) การใชง้ านอีเมล ไมค่ วรส่งจดหมายลูกโซไ่ ปใหผ้ ู้อื่น 3) ในการสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากบั ผทู้ ่ีตอ้ งการสนทนาเท่าน้ัน ใชภ้ าษาสภุ าพ ไม่ละเมดิ เรอ่ื งส่วนตัว 4) การใช้กระดานสนทนา หา้ มพาดพิงสถาบันส�าคญั ห้ามเผยแพร่ขอ้ มลู ลามกอนาจาร 5) ไม่คัดลอกข้อมูลผู้อ่นื เพือ่ ผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือแอบอ้างไปใชเ้ ปน็ ของตนเอง T94

Chapter Overview แผนการจัด ส่ือการเร�ยนรู จ�ดประสงค วธ� ส� อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได คุณลกั ษณะ การเร�ยนรู การเร�ยนรู อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การใช - แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1. อ ธบิ ายความหมาย - เกม - ตรวจแบบฝก หัด - ท กั ษะการสอื่ สาร - มวี ินัย อนิ เทอรเ น็ต - หนังสอื เรยี นรายวชิ า ของอนิ เทอร์เนต็ ได้ (K) - การสอนแบบสุ่ม - ส ังเกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการ - ใฝ่เรียนรู้ สืบคน ขอมูล พืน้ ฐาน เทคโนโลย ี 2. ใช้งานอินเทอรเ์ นต็ - การสอนแบบกล่มุ การท�างาน แลกเปลยี่ นขอ้ มลู - ม ่งุ มน่ั ใน (วิทยาการคา� นวณ) ป.4 ในการคน้ หาข้อมูลได ้ รายบคุ คล - ท กั ษะการคดิ การท�างาน 3 - แ บบฝก หดั รายวิชา (P) - ส งั เกตคณุ ลกั ษณะ วเิ คราะห์ พื้นฐาน เทคโนโลย ี 3. เ ห็นประโยชนจ์ าก อันพึงประสงค์ - ท กั ษะการสังเกต ช่วั โมง (วิทยาการคา� นวณ) ป.4 การใชอ้ ินเทอร์เนต็ - ทกั ษะการ สบื คน้ ข้อมูล (A) แกป้ ัญหา - ทกั ษะการสบื ค้น ขอ้ มลู แผนฯ ที่ 2 - แบบทดสอบหลงั เรียน 1. อ ธิบายลักษณะ - เกม - ต รวจแบบทดสอบ - ทักษะการสื่อสาร - มีวนิ ัย ความนา เชอ่ื ถือ - หนงั สอื เรยี นรายวิชา ของแหลง่ ขอ้ มูล - การสอนแบบสมุ่ หลงั เรยี น - ทกั ษะการ - ใฝเ่ รยี นรู้ ของขอมลู พื้นฐาน เทคโนโลยี ท่มี คี วามนา่ เชือ่ ถือ - การสอนแบบกลุ่ม - ตรวจแบบฝกหดั แลกเปลยี่ นขอ้ มลู - มงุ่ มนั่ ใน (วิทยาการค�านวณ) ป.4 และขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการ - สังเกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการคิด การทา� งาน 2 - แ บบฝก หัดรายวชิ า ใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ การทา� งาน วิเคราะห์ พน้ื ฐาน เทคโนโลยี (K) รายบุคคล - ท กั ษะการสังเกต ชว่ั โมง (วิทยาการคา� นวณ) ป.4 2. ใช้เว็บ Search Engine - ส งั เกตคุณลักษณะ - ท ักษะการ สืบคน้ ข้อมลู ท่มี ี อนั พึงประสงค์ แกป้ ญั หา ความนา่ เชือ่ ถือได้ - ท ักษะการสบื คน้ และปฏบิ ตั ิตามข้อควร ขอ้ มลู ปฏิบัตใิ นการใช้งาน อินเทอร์เน็ตได ้ (P) 3. เหน็ ความสา� คญั ของ การประเมินความ นา่ เชื่อถอื ของข้อมูล และการปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิใน การใช้งานอินเทอรเ์ น็ต (A) T95

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 3เวลา ชั่วโมง การใชอ้ นิ เทอร์เนต็ สบื ค้นขอ้ มูล 1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ตัวชว้ี ัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ค้นหาความรู้ และประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของขอ้ มลู 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของอนิ เทอร์เน็ตได้ (K) 2. ใช้งานอินเทอรเ์ น็ตในการคน้ หาข้อมูลได้ (P) 3. เหน็ ประโยชน์จากการใชอ้ ินเทอร์เนต็ สืบค้นขอ้ มลู (A) 3. สาระการเรียนรู้ การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมลู 4. สาระส�ำคัญ/ความคดิ รวบยอด อนิ เทอรเ์ นต็ (Internet) คอื เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรท์ เี่ ชอื่ มตอ่ กนั จำ� นวนมากและครอบคลมุ ไปทวั่ โลก โดยเครอื ขา่ ยนจี้ ะเชอ่ื ม หากนั ภายใตก้ ฎเกณฑท์ เี่ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทำ� ใหส้ ามารถแลกเปลยี่ นขอ้ มลู และสง่ ผา่ นขอ้ มลู ระหวา่ งกนั ได้ ในปจั จบุ นั มฐี านขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ ไวใ้ นอนิ เทอรเ์ นต็ จำ� นวนมาก ดงั นนั้ การคน้ หาขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ จะตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมอื คน้ หา ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ซงึ่ สามารถใชเ้ วบ็ Search Engine ในการสบื คน้ ขอ้ มลู 5. สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำ� คัญของผเู้ รียน ทักษะ 4Cs คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ท กั ษะการคิดวิจารณญาณ 1. มวี นิ ยั 2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 3. มุง่ มัน่ ในการทำ� งาน 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ท กั ษะการทำ� งานร่วมกนั (Collaboration Skill) 3. ท กั ษะการสือ่ สาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคดิ สร้างสรรค์ (Creative Thinking) 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกลุ่ม T96

นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรยี น ขนั้ นาํ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวย การเรียนรูท่ี 3 เร่ือง การใชงานอินเทอรเน็ต คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เพ่ือทบทวนความรูและวัดความรูพ้ืนฐานของ 1. เฟซบ๊กุ (Facebook) เป็นการให้บริการอนิ เทอรเ์ น็ตรปู แบบใด 6. หากตอ้ งการสบื ค้นข้อมูลกล้วยไม้ไทยเฉพาะไฟลน์ าเสนอ นักเรียนกอนจะเริ่มเรยี นเน้อื หา ก. เวลิ ด์ไวด์เวบ็ แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปน้ีระบุคาค้นได้ ข. ชมุ ชนออนไลน์ ถกู ต้อง ค. การถ่ายโอนข้อมูล ก. File Type : PPT กลว้ ยไม้ไทย ง. การสนทนาผา่ นเครอื ข่าย ข. File Type : PPT : กลว้ ยไมไ้ ทย 2. การนาแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพวิ เตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง ค. File Type : กลว้ ยไม้ไทย : PPT คอมพวิ เตอร์ของผู้อ่ืน เรียกวา่ อะไร ง. กล้วยไม้ไทย : File Type : PPT ก. รีโหลด (Reload) 7. ข้อใดต่อไปน้ีไม่ใช่ตวั เลอื กของการค้นหารูปภาพตามสิทธ์ิ ข. อปั โหลด (Upload) ในการใชง้ าน ค. พรีโหลด (Preload) ก. นาภาพไปใชไ้ ด้ หา้ มแก้ไขภาพ ง. ดาวน์โหลด (Download) ข. นาภาพไปใชไ้ ด้ สามารถแก้ไขภาพได้ 3. ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ มชี ่อื ยอ่ วา่ อะไร ค. ไม่สามารถนาไปใช้ได้ ตอ้ งขออนญุ าตกอ่ น ก. Net ข. E-mail ง. ไมส่ ามารถนาไปใชไ้ ด้ ไม่อนญุ าตใหน้ าไปใช้ ค. Address ง. Download 8. เมอื่ สบื คน้ ข้อมลู และได้ขอ้ มูลตามท่ีต้องการแล้ว ควร 4. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเกีย่ วกบั การค้นหาข้อมูลแบบ Search ปฏบิ ตั ิอย่างไร Engine ก. คดั ลอกข้อมลู ลงสมุด ก. การคน้ หาข้อมูลผา่ นเวบ็ ไซต์ในอินเทอรเ์ นต็ โดยใช้ ข. เผยแพร่ข้อมูลโดยการส่งตอ่ ซอฟต์แวร์ค้นผา่ นเว็บ ค. นาเสนอขอ้ มูลท่ไี ดห้ น้าชั้นเรียน ข. การคน้ หาข้อมูลโดยดใู นเว็บเบราเซอร์ จากน้นั หน้าจอจะ ง. ประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของข้อมลู แสดงรายละเอียดหัวข้อยอ่ ยมาให้เลือก 9. ข้อใดต่อไปนใี้ ช้งานอินเทอรเ์ น็ตไมถ่ กู ตอ้ ง ค. การค้นหาโดยใชค้ าคน้ ป้อนลงในเวบ็ เสิร์ชเอ็นจิน Google ก. สนทนาด้วยคาสุภาพ จะปรากฏขอ้ มลู ทส่ี อดคลอ้ งกับคาค้นขึ้นมา ข. ไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อนื่ ง. การคน้ หาข้อมลู โดยการถ่ายโอนแฟ้มขอ้ มลู ข่าวสาร ค. ไม่สง่ ตอ่ ขอ้ มูลลามกอนาจาร บทความตา่ ง ๆ จากคอมพวิ เตอร์เครอื่ งหน่งึ ไปยัง ง. สง่ จดหมายลกู โซไ่ ปให้เพื่อน ๆ คอมพวิ เตอร์อกี เคร่ืองหน่งึ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอนิ เทอร์เน็ต 5. ข้อใดตอ่ ไปน้คี ้นหารปู ภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ทเี่ ชือ่ มต่อกันภายในประเทศ ก. กาหนดคาค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลกิ สี กด Enter เท่านั้น ข. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพิ่มเติม ข. เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ท่เี ชื่อมต่อกนั ระหว่างองคก์ รกับ และเลือก สี กด Enter องคก์ ร ค. กาหนดคาคน้ เลือก คน้ รปู แลว้ คลิก เครอ่ื งมอื ค. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญท่ ี่สามารถเชื่อมต่อกัน และเลือก สี กด Enter ได้ท่วั โลก ง. กาหนดคาค้น เลือก คน้ รูป แลว้ คลกิ ประเภทภาพ ง. เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในอาคาร และเลือก สี กด Enter เดยี วกันเท่าน้ัน เฉลย 1. ข 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ง 10. ค ภาพจาก แผนการสอน ท่ี 1 หนว่ ยท่ี 1 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ขอใดจดั เปน Search Engine ทงั้ หมด เนอ้ื หาในหนว ยการเรยี นรนู เ้ี ปน เรอ่ื งเกยี่ วกบั การใชง านอนิ เทอรเ นต็ ในการ 1. Safari Google สบื คน ขอ มลู การใชง าน Search Engine การประเมนิ ความนา เชอ่ื ถอื ของขอ มลู 2. Google Yahoo และขอ ปฏบิ ตั ใิ นการใชง านอนิ เทอรเ นต็ ซง่ึ เปน ความรแู ละทกั ษะทจ่ี าํ เปน สาํ หรบั 3. Firefox Yahoo นักเรียน การทดลองปฏบิ ัตจิ นเกิดความเขา ใจจึงเปนกระบวนการท่มี ีประโยชน 4. Chrome Google มากในหนว ยการเรียนรนู ้ี (วเิ คราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา Google Yahoo จัดเปน Search Engine ดังนน้ั ตอบขอ 2.) T97

นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ 3 ¡ÒÃ㪧Œ ҹ˹Nj ¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ Õè Í¹Ô à·ÍÃà ¹µç 2. ครสู อบถามนกั เรยี นวา รจู กั อนิ เทอรเ นต็ หรอื ไม search อนิ เทอรเนต็ มีลักษณะเปนอยางไร (การÊบื ค้นข้อมลู ) (แนวคําตอบ อินเทอรเน็ต เปนเครือขาย คอมพิวเตอรท่ีเชื่อมตอกันจํานวนมากและ ครอบคลมุ ไปทวั่ โลก ทาํ ใหส ามารถแลกเปลยี่ น ขอมูลและสงผา นขอ มลู ระหวา งกันได) 3. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูวา เพอ่ื นๆ คดิ วา การสบื คน ขอ มลู ในอนิ เทอรเ นต็ ควรทาํ อยา งไร ขอมลู ในอินเทอรเน็ต data collection มีมากมาย จะคนขอมลู (¡ÒÃÃǺÃÇÁ¢ÍŒ ÁÙÅ) อยางไรดีนะ แนวตอบ คาํ ถามประจาํ หนว ยการเรยี นรู เ¾ือ่ น æ คดิ วา่ การÊบื ค้น ขอ้ มลู ãนอินเ·อรเ์ นต็ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง ควร·íาอย่างไร โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ใชเว็บ Search Engine ชวย เพ่ือประหยัดเวลา ตวั ช้ีวัด ในการสบื คน ควรสืบคนขอ มลู จากแหลงขอมูลท่มี ี ความนาเช่อื ถอื ควรตรวจสอบความนา เช่อื ถอื ของ ว4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเชื่อถือ ขอ มูลทส่ี ืบคน มาดวย ของข้อมูล ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ในข้ันนําครูอาจกลาวถึงการเปลี่ยนแปลงในดานการสื่อสารของมนุษย ใหนักเรียนบอกขอดีของการสืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ต และบทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาการส่ือสารต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน เปรยี บเทยี บกับการสบื คนขอ มูลจากหนงั สือและเอกสารมา 3 ขอ แบบยอ กจ็ ะเปน การปพู นื้ ฐานความรทู ม่ี ปี ระโยชนก บั นกั เรยี นในการเรยี นเนอื้ หา ในหนวยการเรยี นรนู ้มี าก (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคํา ตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน สามารถสืบคนขอมูล ไดโ ดยไมจ าํ กดั สถานท่ี สามารถสบื คน ขอ มลู ไดร วดเรว็ กวา การหา จากหนังสือและเอกสาร สะดวกในการนําขอมูลไปเรียบเรียงและ นาํ เสนอมากกวาหนงั สือและเอกสาร) T98

นา� สอน สรปุ ประเมนิ อนิ เทอรเ น็ต 1. ¡ÒÃ㪧Œ Ò¹ÍÔ¹à·ÍÏà¹çµ ขน้ั สอน จาํ เปน ตอชีวิต เราอยางไร อินเทอร์เน็ต (Internet) คอื เครือขา่ ย 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา บา งนะ คอมพิวเตอร์ที่เช่ือมต่อกันจ�านวนมากและ อนิ เทอรเน็ตจาํ เปน ตอ ชวี ิตเราอยางไรบา ง ครอบคลุมไปท่ัวโลก เครือข่ายน้ีเชื่อมหากัน ภายใตก้ ฎเกณฑท์ เี่ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทา� ใหส้ ามารถแลกเปลย่ี น 2. ครูอธิบายความหมายของอินเทอรเน็ตวา ขอ้ มูลและสง่ ผา่ นขอ้ มูลระหว่างกนั ได้ เปนเครือขายคอมพิวเตอรท่ีเชื่อมตอกันได ท่ัวโลก ทําใหสามารถแลกเปลี่ยนขอมูล อินเทอรเน็ตมีการใหบ ริการหลายอยา ง ดังน้ี ระหวางเคร่อื งในเครือขายได 3. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต ใหน ักเรียนฟง ดงั น้ี - ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรืออีเมล (Electronic Mail: E-mail) เปนบริการ รับ-สงจดหมายไดท่ัวโลกที่แนบไฟลได และรวดเรว็ - การสนทนาผา นเครอื ขา ย (Chat) เปน บรกิ าร สนทนาผานการพิมพขอความ สามารถ ตดิ ตง้ั กลองเพอื่ ใหเห็นภาพคสู นทนาได ไปรɳÕย์อิเลก็ ·รอนกิ Ê์ (Electronic Mail : E - mail) เป็นบริการรับ - ส่งจดหมาย และแนบไฟล์ภาพหรือเอกสาร ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว สามารถติดต่อกันได้ ทั่วโลก โดยผใู้ ชง้ านจะต้องมีที่อยอู่ เี มล (E - mail Address) การÊน·นา¼่านเครือข่าย (Chat) เป็นบริการเพ่ือสนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลความคิดเห็น ซึ่ง แนวตอบ คาํ ถามสําคญั ประจําหวั ขอ สนทนาผา่ นการพมิ พข์ อ้ ความ รบั - สง่ แฟม้ ขอ้ มลู สนทนาดว้ ย เสียง และตดิ ต้งั กลอ้ งเวบ็ แคม เพื่อใหเ้ หน็ ภาพคสู่ นทนาดว้ ย นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน 61 ใชในการติดตอสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสาร ทางไกล ใชท าํ งานรว มกบั เทคโนโลยปี ระเภทอนื่ เชน ภาพจาก หนังสอื เรยี น หนา 61 กลอง หนุ ยนต ใชควบคุมการทํางานจากระยะไกล ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู บริการทางอินเทอรเน็ตในขอใด สามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สง ครูอาจสอบถามนักเรียนวา ใครเคยใชบริการการส่ือสารทางอินเทอรเน็ต ระหวา งกันได มาแลวบาง และใหออกมาเลาประสบการณใหเพ่ือนฟงส้ันๆ วาใชแลวเกิด ประโยชนอ ยา งไร มปี ญ หาอะไรเกดิ ขน้ึ บา ง แลว คอ ยเขา สเู นอ้ื หาการสอนในสว น 1. แชตเทานน้ั บริการทางอินเทอรเน็ตในหนังสอื เรยี น หนา 61 2. อเี มลเทา น้ัน 3. ทาํ ไดท ง้ั อีเมลและแชต 4. ทาํ ไมไดท งั้ อีเมลและแชต (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ทั้งอีเมลและแชตสามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สงระหวางกันได ดงั น้นั ตอบขอ 3.) T99

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน เวลิ ด์ไวด์เว็บ (World - Wide - Web : WWW) เปน็ บรกิ ารเครอื ขา่ ยทเี่ ชอื่ มโยงแหลง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารเขา้ หากนั 4. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต และครอบคลุมทั่วโลก ลักษณะของข้อมูลท่ีสืบค้นได้จะเป็น ใหน กั เรียนฟง ตอ ดังน้ี เอกสารไฮเปอรล์ ิงกท์ ี่สรา้ งดว้ ยภาษาเอชทเี อม็ แอล (HTML) - เวิลดไ วดเ วบ็ (World Wide Web: WWW) การเขา้ ถงึ ข้อมูลแต่ละแห่งจะเข้าไปยงั โฮมเพจ (Homepage) เปนบริการแหลงขอมูลขาวสารจากท่ัวโลก และจะเชือ่ มตอ่ ไปยังเว็บเพจ (Webpage) อืน่ ๆ ได้อกี ทส่ี ามารถสบื คน ได การถา่ ยโอนข้อมลู (File Transfer protocol : FTP) - การถา ยโอนขอ มลู (File Transfer Protocol: เป็นบริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความจาก FTP) เปน บริการถา ยโอนแฟม ขอ มูลระหวา ง คอมพิวเตอร์เครื่องหน่ึงไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง การโอนย้ายแฟ้ม เครือ่ งคอมพิวเตอร ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เคร่ืองอื่นมาลงในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ - ชุมชนออนไลน (Online Community) ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download) ส่วนการน�า เปนบริการเครือขายที่ผูใชสามารถติดตอ แฟ้มข้อมูลจากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเคร่ือง สอ่ื สารกันได เชน เฟซบกุ ไลน คอมพวิ เตอร์เครอ่ื งอื่น เรียกว่า การอปั โหลด (Upload) ชมุ ชนออนไลน์ เป็นบริการเครือข่ายที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อความถึงกัน ติดต่อ ส่ือสารกับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปภาพ กันได้ เช่น เฟซบุ๊ก (facebook) ทวติ เตอร์ (twitter) 62 การใหบ้ รกิ ารในอินเทอรเ์ นต็ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 62 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ ครูอธิบายรูปแบบของบริการทางอินเทอรเน็ตพรอมยกตัวอยาง เร่ือง หากตอ งการสง ไฟลท ม่ี ขี นาดใหญม ากใหเ พอื่ น นกั เรยี นควรใช เวลิ ดไ วดเวบ็ (World Wide Web : WWW) การถายโอนขอมลู (File Trans- บรกิ ารใด fer Protocol : FTP) และชุมชนออนไลน (Online Community) โดยอาจใช คลิปการสอนจาก www.youtube.com มาชวยอธิบายใหนักเรียนเห็นภาพ 1. แชต บริการตา งๆ ทางอนิ เทอรเ น็ตทช่ี ัดเจนมากขึ้นดวย 2. อีเมล 3. ชุมชนออนไลน 4. การถา ยโอนขอมลู (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลท่ีมีขนาดใหญมากใหเพ่ือนควรใชการถายโอนขอมูล ดังนั้น ตอบขอ 4.) T100

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ปจจุบันมีฐานข้อมูลข่าวสารท่ีเก็บไว้ในอินเทอร์เน็ต ขน้ั สอน จา� นวนมาก เราจงึ ควรศกึ ษาและเรยี นรเู้ กย่ี วกบั การสบื คน้ ขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ เพอื่ จะไดส้ บื คน้ ความรตู้ า่ ง ๆ และรจู้ กั ประเมนิ 5. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลความรูวา ความนา่ เช่อื ถอื ของขอ้ มลู มี 2 รูปแบบ ดงั นี้ 1) การสืบคนในรูปแบบ Index Directory 1.1รูปแบบการสืบคน้ ขอ้ มูลความรู้ เปนการคนหาขอมูลโดยการคลิกเลือก ขอมูลจากรายการในเว็บเบราวเซอร 1)การสบื ค้นในรูปแบบIndexDirectory เปน็ การคน้ หา จากนั้นหนาจอก็จะแสดงรายละเอียด ข้อมลู โดยการคลกิ เลือกขอ้ มลู ทีต่ ้องการจะดูในเวบ็ เบราเซอร์ มาใหดู (Web Browser) จากนนั้ หนา้ จอกจ็ ะแสดงรายละเอยี ดของหวั ขอ้ 2) การสืบคนในรูปแบบ Search Engine ยอ่ ยมาให้เลือก เปนการคนหาขอมูลโดยการพิมพคําคน จากนน้ั Search Engine จะทาํ การคนหา 2)การสืบค้นในรูปแบบSearchEngine เป็นการคน้ หา ขอมูลจากคําคนในฐานขอมูลขนาดใหญ ข้อมูลความรู้ผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟต์แวร์ และแสดงขอมูลที่เกี่ยวของขึ้นมาบน คน้ ผ่านเวบ็ ลักษณะของ Search Engine จะเป็นฐานขอ้ มลู หนา จอใหเลอื ก ขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตไม่มี การแสดงข้อมูลออกมาเป็นล�าดับขั้นของความส�าคัญ การ ใช้งานจะต้องพิมพ์ค�าค้น ซึ่งเป็นการอธิบายถึงข้อมูลที่ ต้องการจะสืบค้น จากน้ัน Search Engine จะแสดงข้อมูล และเว็บไซตต์ ่าง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ในระดับชั้นน้ี เพ่ือน ๆ จะไดเ รียนรูวิธกี ารสบื คน ขอมลู ความรูโดยใชเว็บ Search Engine นะครับ 63 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 63 ขอสอบเนน การคดิ ความรูเสริม คําคนในขอ ใดมีโอกาสพบขอมลู เกี่ยวกบั ปลาปรันยานอ ยทส่ี ดุ ขอแตกตางสําคัญระหวางการสืบคนในรูปแบบ Index Directory กับ 1. ปลานา้ํ จดื การสบื คน ในรูปแบบ Search Engine คือ Index Directory ใชค นเปนผูรวบรวม 2. ปลาสวยงาม และทําระบบฐานขอมูล สวน Search Engine ใชซอฟตแวรเปนตัวรวบรวม 3. ปลาอันตราย และทาํ ระบบฐานขอมูล 4. ปลาในแอมะซอน (วเิ คราะหคาํ ตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ปลาปรนั ยาไมใ ชป ลาสวยงาม ดังน้ัน ตอบขอ 2.) T101

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน 1.2การสบื คน้ ข้อมลู โดยใชเ้ ว็บSearchEngine 6. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลโดยใชเว็บ เวบ็ เสริ ช์ เอน็ จนิ หรอื เวบ็ ไซตจ์ กั รกลคน้ หา (Search Engine) Search Engine วา เว็บเสิรชเอ็นจิน คือ ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรม หรือเว็บไซต์ที่ท�าหน้าท่ีค้นหา เปนซอฟตแวรที่ทําหนาท่ีคนหาขอมูล เชน ข้อมูล เช่น ข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ โดยการสืบค้นข้อมูล รูปภาพ ขอความ คลิปวิดีโอ โดยใชคําใน จ�าเป็นตอ้ งใชส้ ิ่งทเี่ รียกว่า คา� ค้น การสืบคน ขอ มูล 7. ครูใหนักเรียนทดลองเขาใชงานเว็บ Search Engine ชอ่ื www.google.com ซง่ึ เปน ทน่ี ยิ ม ใชม ากในปจจบุ นั Web Search Engine ที่เรานยิ มใชม าก คอื www.google.com คะ ภาพที่ 3.1 การสบื คน้ ข้อมูลโดยใชเ้ วบ็ Search Engine 64 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 64 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด ครอู าจแนะนาํ การใชง านเวบ็ Search Engine บนเวบ็ เบราวเ ซอรแ ละอปุ กรณ หวั ขอ ใดท่ี Google ไมไ ดจ ดั หมวดหมูใหใ นการสืบคน ทต่ี า งกนั ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรทู างเลอื กในการใชง านทมี่ ากขน้ึ เพอ่ื ทจ่ี ะตดั สนิ ใจ 1. แผนท่ี เลือกวิธีการใชง านท่เี หมาะสมไดเมอื่ มอี ปุ สรรคในการใชงาน 2. รูปภาพ 3. คลปิ วิดีโอ 4. แฟมเอกสาร (วิเคราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา หัวขอที่ Google จัดหมวดหมูใหในการสืบคน คือ รูปภาพ คลิปวดิ โี อ แผนที่ และขา วสาร ดงั นน้ั ตอบขอ 4.) T102

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 1.3 การใชง านเว็บ Search Engine มีข้ันตอน ดงั น้ี ขน้ั สอน 1 8. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาการเขา ใชง านเวบ็ Search Engine ผา นเวบ็ เบราวเซอรโ ครม (Chrome) เปด เวบ็ เบราเซอรโ ครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ท่ีชอ ง จากหนังสือเรียน หนา 65 ซ่ึงมีขั้นตอนใน ทอ่ี ยเู ว็บ แลวกดแปน Enter จะปรากฏหนาตา งเว็บเสริ ช เอ็นจนิ google การปฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1) เปด เวบ็ เบราวเซอรโครม (Chrome) พิมพ www.google.com ในชอ ง URL 2) ปอ นคาํ คน ที่ชอ งกลางหนาจอ แลวกดแปน Enter 2 ภาพท่ี 3.2 หนาเว็บไซต www.google.com ปอ นคาํ คน ทช่ี อ งกลางหนา จอ และคลกิ คน หาดว ย Google หรอื กดแปน Enter ภาพที่ 3.3 ปอ นคําที่จะคน หาลงในชอ งวา ง 65 ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 65 กิจกรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู ใหน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู วา เวบ็ Search Engine สามารถเรยี ก กรณีท่ีนักเรียนยังพิมพไมคลอง ครูควรใหตรวจสอบชื่อเว็บไซตใหถูกตอง ใชง านผา นอุปกรณใดตอ ไปน้ไี ดบ าง เสียกอนหลังพิมพเสร็จแลว กอนที่จะกดแปน Enter เพ่ือปองกันปญหา การพมิ พผ ิดในการเขา เว็บไซต 1. แท็บเลต็ (Tablet) 2. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร (Computer) 3. นาฬก าอจั ฉรยิ ะ (Smart Watch) 4. โทรศพั ทเ คลอื่ นที่ (Mobile Phone) T103

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน จะพบรายการขอ้ มูลท่ีสอดคล้องกบั คา� คน้ จ�านวนมาก 9. ครูใหนักเรียนดูผลลัพธจากการสืบคนขอมูล ภาพท่ี 3.4 แสดงผลการค้นหา ของตนเองโดยใชเว็บ Search Engine บนหนาจอท่ีเครื่องคอมพิวเตอรของตนเอง จะเหน็ วา พบขอ มลู เยอะมาก แลวผม แลวสังเกตวา มีขอมูลอะไรปรากฏขึ้นบาง จะเลือกคนหาขอ มลู อยา งไรดีครับ และมีความสัมพนั ธกบั คําคนอยา งไร 10. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ ใหนกั เรยี นฟงวา จากการ ทดลองสืบคนขอมูล นักเรียนจะเห็นวามี ขอมูลจํานวนมากปรากฏข้ึนมา อาจทําให ตองใชเ วลาในการสาํ รวจและคดั เลอื กขอมูล ท่ตี อ งการ แตเ ราสามารถกาํ หนดคําคนแบบ เจาะจง เพื่อใหไดขอมูลท่ีตรงตามความ ตองการมากขน้ึ ได การสืบค้นข้อมูลในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน เราควรก�าหนดประเภทของไฟล์ข้อมูลที่ เราต้องการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีตรง ตามความต้องการมากขน้ึ 66 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 66 เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills หลังจากนักเรียนทําการสืบคนตามขั้นตอนสําเร็จ ครูพยายามใหนักเรียน ใหนักเรียนใชเว็บ Search Engine สืบคนขอมูลโดยใชคําคน สังเกตเห็นจํานวนของขอมูลที่ปรากฏขึ้นบนหนาจอวามีจํานวนมากแคไหน ที่กําหนดใหตอ ไปนี้ตามลําดับ จากนนั้ ใหจ ดบันทกึ จาํ นวนรายการ แลวจึงถามคําถามใหคิดตอวา ถานักเรียนจะไลดูขอมูลท้ังหมดที่ปรากฏข้ึนมา และเวลาในการสืบคนจากผลการคนหาของทุกคําสืบคนท่ีกําหนด ตองใชเวลาแคไหน มีวิธีแกปญหาท่ีงายข้ึนหรือไม เพ่ือนําเขาสูการสืบคนแบบ ให เจาะจงในเน้อื หาสวนตอ ไป 1. ใชค ําวา ปลา 2. ใชคาํ วา ปลาดกุ 3. ใชค ําวา ปลาดุกเผอื ก ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกับเพื่อนวา นักเรียน ไดอะไรจากกจิ กรรมนี้ T104

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 3 ขนั้ สอน ก�าหนดค�าคน้ ใหส้ บื คน้ เจาะจงประเภทของไฟลข์ อ้ มูล (File Type) และ 11. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ นามสกลุ ของไฟล์ข้อมลู ที่ตอ้ งการ ดังน้ี เจาะจงประเภทของไฟลขอมูลและนามสกุล FileType: …น…า…ม…ส……ก…ลุ …ห…ร…อื……ป…ร…ะ…เ…ภ…ท…ข……อ…ง…ไ…ฟ…ล…ข์……อ้ …ม…ูล……ค……�า…ค…น้ … ของไฟลขอมูลท่ีตอ งการ โดยใชรปู แบบ File เชน่ Type : นามสกุลหรือประเภทของไฟลขอ มูล ต้องการสืบค้นเฉพาะไฟลก์ ารนา� เสนอ (ppt) คาํ คน เชน File Type : ppt สัตวปา สงวน ⇨ FileType:pptสัตวป์ าสงวน จากนั้นใหน กั เรยี นทาํ เอง จากทพ่ี บเวบ็ ไซตท์ มี่ ขี อ้ มลู เกย่ี วกบั สตั วป์ า่ สงวนมากถงึ 1,660,000 รายการ แต่เมื่อสบื ค้นเฉพาะเจาะจงประเภทไฟล์ ppt พบว่าเหลอื 8,560 รายการ ทา� ใหไ้ ดข้ อ้ มูลที่ตรงต่อความต้องการมากข้นึ ภาพที่ 3.5 สืบค้นข้อมลู แบบเจาะจงประเภทของไฟลข์ ้อมลู 67 ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 67 กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนทดลองสืบคนขอมูล เร่ือง พืชสมุนไพร โดยใช ครูอาจเตรียมโจทยคําสั่งในการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงมาประมาณ รูปแบบ File Type : ดังตอไปนี้ พรอ มจดบนั ทกึ จํานวนรายการ 8-10 ขอ เพอ่ื ฝก ใหน กั เรยี นเกดิ ความคนุ เคยในการใชง านแปน พมิ พท ง้ั ภาษาไทย ทีส่ ืบคนไดข องแตล ะหวั ขอดว ย และภาษาอังกฤษ ย่ิงนักเรียนจําตําแหนงแปนพิมพของอักขระตางๆ ไดมาก กจ็ ะชวยใหพ ิมพข อ ความสําหรบั สบื คน ขอมลู ไดส ะดวกรวดเรว็ ข้นึ 1. .docx 2. .pptx 3. .xlsx 4. .pdf จากนนั้ ใหนักเรยี นสาํ รวจดูวา ขอมูลจํานวนรายการของไฟล แตละประเภทท่ีสืบคนไดน้ันแตกตางกันอยางไร แลวจึงนํามา เรียงลําดับตามประเภทไฟลท่ีสืบคนได โดยเรียงจากจํานวน รายการมากท่สี ดุ ไปยังนอ ยทสี่ ดุ T105

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน นอกจากน้ี การสืบคนขอมูลจาก www.google.co.th 12. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ 1ยงั สามารถระบรุ ายละเอยี ดอน่ื ๆ เพอื่ เจาะจงการสบื คน ได ดงั นี้ เจาะจงในลกั ษณะอน่ื เพม่ิ เตมิ เชน การสบื คน ขอมูลแบบระบุชวงเวลาของขอมูลท่ีตองการ การสบื คน รปู ภาพแบบเจาะจงสี 4 ประเภท คือ ภาพสี ภาพขาวดํา ภาพโปรงใส และภาพเจาะจงสี จากนนั้ ใหน กั เรียนทาํ เอง สบื คน ขอ มลู แบบระบชุ ว งเวลา คอื ภาพท่ี 3.6 สบื คนแบบระบุชวงเวลา การสืบคนขอมลู ไฟล ขา วสาร ท่ี ถูกออนไลนในชวงเวลาที่กําหนด โดยกาํ หนดคําคนท่ตี อ งการ แลว คลกิ เครอื่ งมอื และเลอื กชว งเวลา ของขอมลู ทีต่ องการ 2 สืบคน รูปภาพที่ตรงตอความตอ งการมากทสี่ ดุ 1. การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี เราสามารถสืบคนรูปภาพแบบ เจาะจงสไี ด 4 ประเภท โดยกําหนดคําคนทต่ี อ งการ แลว คลกิ เครื่องมือ และเลอื ก สี ภาพสี ใชสาํ หรบั การคนรูปภาพสี ภาพขาวดํา ใชสําหรับการคน รูปภาพท่ีมสี ขี าวดาํ ภาพโปรงใส ใชสําหรับการคน รูปภาพทพ่ี ้นื หลังโปรง ใส ภาพเจาะจงสี ใชสําหรับการคน รปู ภาพแบบเจาะจงสี ซง่ึ มที งั้ หมด 12 สี ภาพที่ 3.7 การสบื คนรูปภาพแบบเจาะจงสี 68 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ ครูควรบอกประโยชนของการใชการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงแตละแบบ ถานักเรียนไมสามารถสืบคนหาภาพที่พ้ืนหลังโปรงใสมาใช ดวยวามีประโยชนอยางไร หรือถามใหนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น ประกอบงานนําเสนอได นกั เรียนจะมวี ธิ ีแกปญหาอยางไร เพื่อเชอ่ื มโยงกบั การนาํ ไปใชใ นชวี ติ จริง (แนวตอบ นักเรียนตอบตามความเขาใจ ขึ้นอยูกับดุลยพินิจ ของครูผูสอน เชน อาจใชก ารสบื คนหาภาพทีม่ ีพน้ื หลงั สเี ดียวกับ พ้ืนหลังของงานนําเสนอมาใชงานแทน หรือใชซอฟตแวรในการ ออกแบบตัดภาพพ้ืนหลังของภาพท่ีตองการออกไปกอนนําไปใช ประกอบงานนาํ เสนอ) T106

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 2. การสบื คน้ รปู ภาพแบบเจาะจงประเภท สามารถสบื คน้ รปู ภาพแบบ ขน้ั สอน เจาะจงได้ 5 ประเภท โดยกา� หนดคา� คน้ ทต่ี อ้ งการ คลกิ เครอ่ื งมอื และเลอื ก ประเภท 13. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูปภาพ ใบหน้า แบบเจาะจงประเภท ท้ัง 5 ประเภท ดังน้ี ใชส้ า� หรับการคน้ รูปภาพ ใบหนา ภาพถาย คลิปอารต ภาพวาด ใบหนา้ มนุษย์ และลายเสนแอนิเมชัน จากนั้นใหนักเรียน ทาํ เอง ภาพถา่ ย ใช้ส�าหรับการค้นภาพถ่าย 14. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูป ตามขนาดที่ตองการ จากนั้นใหนักเรียน จากกลอ้ ง ทาํ เอง คลิปอารต์ ใช้ส�าหรบั การค้นภาพตัดปะ ภาพวาดลายเสน้ ใช้สา� หรบั การค้นภาพวาดทมี่ ี ลกั ษณะเปน็ ลายเส้นเท่าน้ัน แอนเิ มชนั ภาพท่ี 3.8 การสืบค้นรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ใช้สา� หรับการค้นภาพทม่ี ี การเคลื่อนไหว 3. การสบื คน้ รปู ตามขนาดทตี่ อ้ งการ ทา� ไดโ้ ดยกา� หนดคา� คน้ ทต่ี อ้ งการ คลกิ เครอ่ื งมอื และเลอื ก ขนาด ภาพที่ 3.9 การสบื ค้นรปู ตามขนาดท่ตี ้องการ 69 ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 69 ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนเขียนขั้นตอนในการสืบคนขอมูลภาพลายเสน การสอนความเขาใจในการนําไปใช ครูอาจเตรียมสถานการณมานําเสนอ โดยใชคําคน กลองถา ยรปู แลวใหนักเรียนตัดสินใจวา ควรเลือกใชการสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ใดจึงจะเหมาะสมที่สุด เชน อยากไดภาพเด็กนักเรียนช้ันประถมที่เปนการตูน (แนวตอบ 1. พมิ พคาํ วา กลอ งถายรูป กด Enter อยากไดภาพเคลื่อนไหวดวงอาทติ ยขน้ึ และตก 2. คลกิ เลือก คน รปู 3. คลิกเลอื ก เครอื่ งมอื 4. คลิกเลือก ประเภทใดก็ได -> ภาพวาดลายเสน ) T107

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 4. การสบื คน หารูปเพ่ือปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ทําไดโดยกําหนด คาํ คน ที่ตอ งการ คลิก เครอื่ งมอื และเลอื ก สิทธใ์ิ นการใชงาน จะปรากฏ 15. ครูอธิบายวิธีการสืบคนหารูปเพ่ือปองกัน ขอมูล ดงั น้ี การละเมดิ ลขิ สทิ ธ์ิ ซงึ่ มเี งอ่ื นไขสาํ คญั 3 สว น คือ การอนุญาตใหนําไปใช การอนุญาต ภาพในกลุมน้ีไมสามารถนําไปใชได ตอ งขออนุญาตกอ น ใหแกไขภาพ และการอนุญาตใหใชใน นําภาพไปใชได สามารถแกไขภาพได และสามารถนําไป เชิงพาณชิ ย จากนั้นใหนักเรียนทําเอง ใชใ นเชิงพาณชิ ยไ ด นําภาพไปใชได หา มแกไ ขภาพ และสามารถนําไปใชใน 16. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารใชง าน Google ใหม ากกวา เชงิ พาณิชยไ ด การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ใน นาํ ภาพไปใชไ ด สามารถแกไ ขภาพได และหา มนาํ ไปใช หนงั สอื เรียน หนา 70 เรื่อง การคนหาไฟล ในเชิงพาณชิ ย เอกสารนามสกุลตางๆ จากนั้นใหนักเรียน นาํ ภาพไปใชไ ด หา มแกไ ขภาพ และหามนําไปใชใ นเชงิ ทาํ เอง พาณิชย ภาพท่ี 3.10 การสบื คนหารูปเพอื่ ปอ งกนั การละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ ÁÁØ Com Sci เทคนคิ การใชง าน Google ใหม ากกวา การใชสืบคน ขอ มูล 1. การคนหาไฟลเอกสาร นามสกุลตาง ๆ ในกรณีท่ี เราตองการคนหาเอกสาร นามสกลุ .PDF, .DOC หรอื นามสกุลอ่ืน ๆ สามารถ ทาํ ไดโดยพิมพคําคน แลว ภาพท่ี 3.11 การคน หาไฟลเอกสารนามสกลุ ตาง ๆ ตามดวย นามสกลุ ของไฟลน ้นั ๆ เชน “การใชค อมพวิ เตอร. PDF” หรอื “คณิตศาสตร ป.4. DOC” ผลลัพธที่ไดจะเปนไฟลเอกสารท่ีมีนามสกุล ตามท่ีระบุ 70 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 70 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครูควรอธิบายเหตุผลความสําคัญของลิขสิทธ์ิและผลจากการละเมิด ถานักเรียนตองการสืบคนรูปภาพเพ่ือนําไปปรับแตงใชสําหรับ ลขิ สทิ ธ์ิ โดยอาจยกตวั อยา งจากขา วสารขอ มลู เหตกุ ารณท เ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ ทง้ั จากการ การศกึ ษา นกั เรยี นจะเลอื กกาํ หนดสทิ ธใ์ิ นการใชง านในการสบื คน ไดประโยชนหรือรายไดในฐานะเจาของลิขสิทธิ์ และการเสียประโยชนจากการ แบบใดไดบ า ง ถกู ละเมิดลิขสทิ ธจิ์ ากเรอ่ื งราวทีใ่ กลตัวนกั เรยี น แบบท่ี 1 นาํ ภาพไปใชได หา มแกไ ขภาพ และหามนําไปใชใ น T108 เชิงพาณชิ ย แบบที่ 2 นําภาพไปใชได แกไ ขภาพได และหามนาํ ไปใชใ น เชิงพาณิชย แบบที่ 3 นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และนาํ ไปใชใ น เชงิ พาณิชยไ ด แบบที่ 4 นาํ ภาพไปใชได แกไขภาพได และนําไปใชใ น เชงิ พาณิชยไ ด (แนวตอบ แบบที่ 2 กับ 4 คอื ตองแกไขภาพได แตจ ะอนญุ าต ใหน ําไปใชในเชิงพาณชิ ยห รือไมก็ได)

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 2. การตรวจสอบสภาพอากาศ เชก็ สภาพอากาศ เพยี งพมิ พ Weather แลว ขน้ั สอน ตามดว ยสถานทนี่ น้ั ๆ เชน “Weather กรงุ เทพ” หรอื “พยากรณอ ากาศ ภเู กต็ ” แลว กดแปน Enter จะปรากฏสภาพอากาศทพี่ มิ พไ ว แตส าํ หรบั 17. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารใชง าน Google ใหม ากกวา การพยากรณอ ากาศในประเทศไทยนน้ั อาจจะยงั ไมค รอบคลมุ ทกุ พนื้ ท่ี การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ในหนงั สอื เรียน หนา 71 เรอื่ ง การตรวจสอบ สภาพอากาศ ดว ยการพมิ พค ําวา Weather ตามดวยชอื่ สถานท่ีนนั้ ๆ แลวกดแปน Enter และเร่ือง การใชเคร่ืองคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขท่ีตองการในชอง Search แลวกดแปน Enter จากนัน้ ใหนกั เรียนทาํ เอง ภาพที่ 3.12 การตรวจสอบสภาพอากาศ 3. การใชเครื่องคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขท่ีตองการคํานวณในชอง Search Google เชน “(10*9)+(4*7)” แลวกดแปน Enter จะปรากฏ คาํ ตอบภายในพรบิ ตา ภาพท่ี 3.13 การใชเครอ่ื งคิดเลขออนไลน 71 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ในการใชง านเครอ่ื งคดิ เลขออนไลน ถา นกั เรยี นพมิ พโ จทย (4*5) ครูสามารถใชเน้ือหาเทคนิคการใชงาน Google มาฝกทักษะการใชงาน / 2 ลงไป จะไดค ําตอบเปน จาํ นวนใด และเครื่องหมาย * กับ / แปน พิมพใหก ับนกั เรยี นเพิ่มเติมได เชน การตรวจสอบสภาพอากาศในสถานท่ี ใชแทนเคร่อื งหมายใด ตา งๆ การใชแ ปน ตัวเลขพิมพโจทยค ํานวณทางคณติ ศาสตร 1. คาํ ตอบ คอื 20 เครอ่ื งหมาย * แทนการคณู เครือ่ งหมาย T109 / แทนการหาร 2. คําตอบ คือ 20 เคร่ืองหมาย * แทนการหาร เครอื่ งหมาย / แทนการคูณ 3. คําตอบ คอื 10 เครอ่ื งหมาย * แทนการคูณ เครือ่ งหมาย / แทนการหาร 4. คําตอบ คือ 10 เครอ่ื งหมาย * แทนการหาร เครอื่ งหมาย / แทนการคณู (วเิ คราะหคําตอบ จากตวั เลอื กทก่ี าํ หนดใหว เิ คราะหไ ดว า คาํ ตอบ คือ 10 เครือ่ งหมาย * แทนการคูณ เครือ่ งหมาย / แทนการหาร ดังน้นั ตอบขอ 3.)

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ¡Ô¨¡ÃÃÁ Com Sci ½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ 18. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี น หนา 72 โดยใหสบื คน  คุณครูใหน้ วิ และเพอ่ื นๆสบื ค้นข้อมูลเรื่องท่คี ณุ ครูก�าหนดดงั น้ี ขอ มลู เรอ่ื งทคี่ รกู าํ หนด แลว บนั ทกึ ลงในสมดุ จากน้ันทําตามใหครบทุกคําสง่ั พรอ มพูดคุย แลกเปลยี่ นความคิดเห็นกับเพือ่ นคนอนื่  การสืบคน้ ขอ้ มูลตามทคี่ ณุ ครกู า� หนดน้ี เพือ่ นๆ พบรายการท้งั หมด ก่ีรายการให้บันทกึ ลงในสมุด  แลว้ หากคุณครกู �าหนดใหมว่ า่ ตอ้ งการเฉพาะไฟลก์ ารนา� เสนอ(ppt) เก่ียวกับไดโนเสาร์เท่านั้น ต้องกรอกอย่างไรนะ ให้บันทึกลงในสมุด แล้วทดลองสืบค้นข้อมลู ในอินเทอร์เน็ต ???????  คราวน้ีลองสืบค้นข้อมูลท่ีเปนไฟล์เอกสารเวิร์ด (doc) ตามหัวข้อที่ กา� หนดแลว้ พูดคยุ แลกเปลยี่ นกับเพื่อนคนอนื่  สดุ ทา้ ยน้ี ลองสบื คน้ ภาพการต์ นู ทช่ี อบมา1ตวั แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงใน สมดุ วา่ คา� คน้ หาคอื อะไรและมวี ธิ สี บื คน้ อยา่ งไรจากนนั้ พดู คยุ แลกเปลย่ี น กบั เพือ่ นๆวา่ มีวธิ สี ืบค้นเหมือนกันหรอื ตา่ งกันอยา่ งไร ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. ทกั ษะการสอ่ื สาร 72 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 72 เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills ครูอาจเช่ือมโยงความรูในหนวยการเรียนรูที่ 2 มาใชเปนโจทยในหนวย ถานกั เรียนตอ งการสบื คนขอ มูลเกี่ยวกบั คาํ วา Digital Literacy การเรยี นรทู ี่ 3 เชน ใหค นหาไฟลโ พรเจกตของโปรแกรม Scratch ใหคนหาไฟล แลวชวยกันวิเคราะหวา การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล pdf สอนการใชง านโปรแกรม Scratch มคี วามเกีย่ วของกับเรอ่ื งนอี้ ยางไร T110

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ¡เÔ¨ล¡อื ÃกÃคÁน ½ใƒ¡ห·ต ¡ÑรงÉใÐจ·Õè 1 Creating ไดค ะแนน คะแนนเตม็ ขน้ั สรปุ Evaluating Analyzing 10 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะท่ี 1 เร่ือง Applying เลือกคนใหตรงใจ ในแบบฝกหัด หนา 33 Understanding โดยใหน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู โดยใชค าํ คน ตามที่ Remembering โจทยก ําหนด แลว ตอบคําถาม โมตองการสบื คนขอ มลู ท่ีเปน เฉพาะไฟลเ อกสาร pdf เพื่อใชท าํ รายงาน 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง เร่ือง อาหารหลกั 5 หมู โดยใชค าํ คน (Keyword) ดังภาพ ภารกิจสืบคนขอมูล ในแบบฝกหัด หนา 34 ใหน ักเรียนลองสืบคนขอมลู ตามโม แล(วแตนอวคบาํ คตําอถบา)มสบื คน วนั ท่ี 12 เมษายน 2561 โดยใหนักเรียนสืบคน ขอ มลู ประโยชนแ ละโทษ ของอนิ เทอรเ นต็ พรอ มเขยี นขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ 1. พบรายการทง้ั หมด 2,500,000 รายการ............................................................................................................................. 2. พบรายการทั้งหมด 1,200,000 รายการ............................................................................................................................. 3. พบรายการทง้ั หมด 52,500 รายการ............................................................................................................................. เฉฉบลบั ย • จากการทดลองใชคาํ คน (Keyword) ที่ 1 - 3 ผลลพั ธท ่ไี ดร บั แตกตา งกนั หรอื ไม อยา งไร แตกตา งกนั คาํ คน ที่ 1 พบรายการท้งั หมดมากทสี่ ดุ รองมา คอื คําคน ท่ี 2............................................................................................................................................................................................................................................................... ขน้ั ประเมนิ และ 3 ตามลาํ ดบั............................................................................................................................................................................................................................................................... ตารางการวดั และประเมนิ ผล • ถานกั เรยี นเปน โมจะเลือกใชค ําคน ใด เพราะเหตใุ ด ¡ภÔ¨า¡รกÃÃจิ Áสบื½ค¡ƒ น·ข¡Ñ อ ÉมÐลู ·èÕ 2 Creating ไดค ะแนน คะแนนเตม็ วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก ารประเมิน เลอื กใชคําคนที่ 3 คาํ วา อาหารหลัก 5 หมู .pdf เพราะจะทําใหสามารถสบื คน............................................................................................................................................................................................................................................................... Evaluating ประเมินตาม ไดร วดเร็วและตรงตามที่ตองการมากท่สี ุด............................................................................................................................................................................................................................................................... Analyzing 10 ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ สภาพจริง Applying กอนเรยี น กอ นเรยี น เกณฑการใหค ะแนน คะแนน Understanding การสืบคน ขอ มลู และตอบคําถาม (10 คะแนน) 3 Remembering สืบคน รายการทกี่ ําหนดได (ขอละ 1 คะแนน) 3 4 ใหนกั เรยี นสืบคนขอมูลในหวั ขอ ประโยชนแ ละโทษของอินเทอรเน็ต สรปุ ผลลพั ธของการสืบคน ตามคําคน ไดถ กู ตอ ง พรอมเขยี นขัน้ ตอนการปฏิบตั ิ • ข้นั ตอนการสบื คน : เปด เบราวเซอรโครม (Chrome) และปอ น................................................................................................................................................................................ เลือกใชคําคน ในการสบื คนไดตรงตามความตอ งการ พรอ มบอกเหตผุ ลประกอบไดส มเหตสุ มผล www.google.co.th ในชอ งท่ีอยูเว็บ แลวกดแปน Enter จากน้นั ปอ นคาํ คน............................................................................................................................................................................................................................................................... ท่ชี อ งกลางหนาจอ กดแปน Enter แลวเลอื กสบื คนเว็บไซตท ี่ตอ งการ............................................................................................................................................................................................................................................................... ทักษะการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 2. ฝกทักษะการสื่อสาร 33 • คําคนที่ใช : ประโยชนแ ละโทษของอนิ เทอรเนต็.......................................................................................................................................................................................................... ตรวจแบบฝกหัด แบบฝก หัด รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ 1. ฝกทักษะการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ 4. ฝกทกั ษะการสาํ รวจคน หา 3. ฝก ทกั ษะการตัดสนิ ใจ ............................................................................................................................................................................................................................................................... สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2 การทาํ งาน พฤตกิ รรม ผานเกณฑ ประโยชนของอนิ เทอรเน็ต โทษของอินเทอรเ น็ต รายบคุ คล • ชวยในการสืบคน ขอ มลู ตา ง ๆ.......................................................................................................... • ใชงานนาน ทาํ ใหเสียการเรยี น.......................................................................................................... • รบั - สงขอ มูลไดสะดวกและรวดเร็ว • มองหนาจอนาน ๆ ทาํ ใหเสยี สายตาเฉฉบลบั ย .......................................................................................................... .......................................................................................................... • ดหู นงั ฟง เพลง และเลน เกมได.......................................................................................................... • เกดิ การกล่ันแกลง และหลอกลวง.......................................................................................................... • สัง่ ซือ้ สนิ คา และบริการไดส ะดวก.......................................................................................................... • เกดิ ปญหาอาชญากรรม.......................................................................................................... • เวบ็ ไซตของขอมูล : ............................................................................................................................................................................... http://www.namonpit.ac.th/krutae/internet1/p2-5.htm............................................................................................................................................................................................................................................................... http://www.ku.ac.th/e-magazine/oct52/know/know4.htm............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน คะแนน การสบื คน ขอ มูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) 4 สบื คน ขอ มลู ทางอนิ เทอรเ น็ตได 2 2 บอกข้นั ตอนการสืบคนขอ มูลทางอนิ เทอรเนต็ ไดถ ูกตอง 2 เลอื กใชคําคน ในการสืบคน ไดเหมาะสม เลือกขอมลู จากเวบ็ ไซตทีม่ ีความนา เช่อื ถือ ทักษะการเรียนรใู นศตวรรษที่ 21 1. ฝกทกั ษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฝกทกั ษะการสอื่ สาร 34 3. ฝกทกั ษะการสํารวจคน หา ภาพจาก แบบฝกหดั หน้า 33-34 ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล ใหนักเรียนสืบคนขอมูลประโยชนของอินเทอรเน็ตเวลามี ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา สถานการณฉุกเฉินเกิดขึ้น เชน ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การกอ เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ความไมส งบ มา 3 ขอ ท่แี นบมาทายแผนการจัดการเรียนรูท ี่ 2 หนวยการเรียนรทู ี่ 3 (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ชวยใหทราบ คาชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน สถานการณฉุกเฉินไดอยางรวดเร็ว ชวยใหสามารถใหความ ชวยเหลือผูบาดเจ็บหรือไดรับอันตรายไดทันเวลา ชวยใหมีเวลา ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 ในการอพยพหรือเตรยี มตัวปองกันปญหามากขึน้ ) 32  1 การแสดงความคิดเห็น   2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผู้อนื่  3 การทางานตามหนา้ ท่ีทีไ่ ด้รบั มอบหมาย   4 ความมีนาใจ  5 การตรงต่อเวลา    รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ................................................... ผู้ประเมนิ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ............/.................../................ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ T111

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 2เวลา ช่ัวโมง ความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู 1. มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั ตัวชวี้ ัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเช่อื ถอื ของขอ้ มูล 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายลกั ษณะของแหลง่ ขอ้ มูลท่มี ีความนา่ เชื่อถือ และข้อควรปฏิบัติในการใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตได้ (K) 2. ใชเ้ ว็บ Search Engine สบื คน้ ขอ้ มูลทม่ี ีความนา่ เช่ือถอื ได้ และปฏบิ ตั ติ ามข้อควรปฏิบตั ิในการใชง้ าน อนิ เทอรเ์ น็ตได้ (P) 3. เห็นความส�ำคัญของการประเมินความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มูล และการปฏิบตั ติ ามขอ้ ควรปฏบิ ัติในการใช้งาน อินเทอรเ์ นต็ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ - การใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการค้นหาขอ้ มูล - การประเมินความนา่ เช่ือถือของข้อมลู - ข้อควรปฏบิ ตั ิในการใชง้ านอินเทอร์เน็ต 4. สาระสำ� คญั /ความคดิ รวบยอด ในปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ตจ�ำนวนมาก ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจะต้องประเมิน ความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู โดยพจิ ารณาจากองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ เชน่ โดเมนเวบ็ ไซตข์ องแหลง่ ขอ้ มลู รวมถงึ เรยี นรขู้ อ้ ปฏบิ ตั ิ ในการใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ เพอ่ื นำ� ขอ้ มลู ทส่ี บื คน้ มาไปใชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมดว้ ย 5. สมรรถนะสำ� คัญของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสำ� คญั ของผูเ้ รียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. ท กั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 1. มีวนิ ัย 2. ความสามารถในการคิด (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มุ่งมัน่ ในการทำ� งาน 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ท ักษะการทำ� งานร่วมกนั (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ท กั ษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกล่มุ T112

นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ เม่ือสืบคน้ ขอ้ มลู และไดข้ ้อมลู ทต่ี ้องการแล้ว ควรปฏิบตั ิ ขน้ั นาํ ดงั น้ี ครูถามนักเรียนวา ขอมูลขาวสารท่ีอยูบน 1. ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล โดยพิจารณาชื่อ อินเทอรเน็ตมีท้ังจริงและเท็จ นักเรียนจะรูได โดเมน วา่ มาจากหนว่ ยงานใด หนว่ ยงานน้ันมคี วามนา่ เชือ่ ถอื อยางไรวาขอมูลที่สืบคนมานั้น มีความถูกตอง หรอื ไม่ ดังนี้ นาเชอื่ ถือ ตารางที่ 3.1 ช่ือโดเมน (แนวตอบ ควรมกี ารตรวจสอบความถกู ตอ งหรอื ความนา เช่อื ถอื ของขอมลู กอน) โดเมน ความหมาย ตวั อย่าง ขน้ั สอน .go.th เวบ็ ไซต์ทางรัฐบาลไทย www.moe.go.th go มาจากค�าว่า government หมายถึง รฐั บาล (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร) 1. ครูอธิบายวา หลังจากทําการสืบคนขอมูล th มาจากคา� วา่ Thailand หมายถงึ ประเทศไทย จนไดขอมูลท่ีตองการแลว นักเรียนควรทํา การตรวจสอบความถูกตองของขอมูลกอน .ac.th เว็บไซต์ทางการศกึ ษา www.chula.ac.th นํามาใชตามข้นั ตอน ดงั น้ี ac มาจากคา� ว่า academic หมายถึง วชิ าการ (จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 1) ประเมินความนาเช่ือถือของขอมูล th มาจากค�าวา่ Thailand หมายถงึ ประเทศไทย ควรพิจารณาช่ือโดเมนกอนวา มาจาก หนวยงานใด .or.th เว็บไซต์องคก์ รไมห่ วังผลก�าไร www.tistr.or.th (สถาบนั วิจยั 2) ตรวจสอบขอมูล ดานความถูกตอง และ or มาจากค�าว่า organization หมายถึง องคก์ ร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทันสมัย th มาจากค�าว่า Thailand หมายถงึ ประเทศไทย แหง่ ประเทศไทย) 3) ตรวจสอบการอางอิงแหลงท่ีมาของขอมูล วามีความนาเช่อื ถอื มากนอยเพยี งใด .co.th เวบ็ ไซตท์ างการค้า www.thaishop.co.th 4) นาํ เนอื้ หาขอ มลู ทส่ี บื คน ไดม าเปรยี บเทยี บกนั co มาจากคา� วา่ commercial หมายถึง การคา้ (เว็บไซตข์ ายสินคา้ OTOP) แลวเลือกทส่ี อดคลอ งตรงกนั th มาจากคา� วา่ Thailand หมายถึง ประเทศไทย 5) นําเสนอขอมูล โดยนําขอมูลมาเรียบเรียง แลว สรปุ เปนสํานวนของตนเอง 2. ตรวจสอบข้อมูลว่ามคี วามถกู ตอ้ ง และทันสมัย 3. ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจาก แหล่งใด และมีความน่าเช่อื ถือมากน้อยเพียงใด 4. นา� เนอ้ื หาขอ้ มลู ทสี่ บื คน้ ไดม้ าเปรยี บเทยี บกนั แลว้ เลอื ก ข้อมูลท่ีสอดคล้องและตรงกัน 5. นา� เสนอขอ้ มลู โดยนา� ขอ้ มลู มาเรยี บเรยี ง แลว้ สรปุ เปน็ สา� นวนของตนเอง 73 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 73 กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนเขาไปสํารวจเว็บไซตตอไปนี้ แลวประเมินความ ครอู าจหาตวั อยา งขอ มลู ขา วเรอื่ งเดยี วกนั จากหลายเวบ็ ไซตม าเปรยี บเทยี บ นาเช่ือถือจากชื่อโดเมนและหนวยงานที่เกี่ยวของวา เปนเว็บไซต ใหน ักเรียนเหน็ ความสอดคลองหรอื มคี วามแตกตางกันอยางไร เพือ่ ใหน ักเรยี น ทีม่ คี วามนา เช่ือถอื หรือไม เพราะเหตุใด แลวบนั ทึกลงในสมุด ไดเ หน็ ประโยชนจ ากการเปรียบเทยี บขอมลู ไดชดั เจนยง่ิ ขึ้นกอ นลงมือปฏิบัตเิ อง 1. www.nia.or.th 2. www.egat.co.th 3. www.smeone.info 4. www.research.z.com T113

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน µÑÇÍÂÒ‹ § ¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ¤ÇÒÁ¹‹Òàª×èͶÍ× ¢Í§¢ÍŒ ÁÅÙ 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางเว็บไซต เมื่อตองการสืบคนขอมูลสัตวปาสงวน นักเรียนคิดวา www.wikipedia.org และ www.dnp.go.th ควรสบื คน ขอ มลู จากเวบ็ ไซตใ ดจงึ จะมคี วามนา เชอ่ื ถอื ของขอ มลู จากหนังสือเรียน หนา 74 เพ่ือศึกษาการ มากกวากัน ประเมินความนา เชอื่ ถือของขอ มลู ภาพที่ 3.14 หนา เวบ็ ไซต www.wikipedia.org 74 ภาพท่ี 3.15 หนาเวบ็ ไซต www.dnp.go.th (เว็บไซตส ํานักอนรุ ักษสตั วป า ) ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 74 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสรมิ มชี อ งทางอกี 1 ชอ งทาง ทค่ี รคู วรสอนใหน กั เรยี นตรวจสอบความนา เชอ่ื ถอื ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับการอนุรักษปลานกแกว คือ ขาวสารขอมูลท่ีแชรบนโซเชียลเน็ตเวิรก เชน ขาวปลอม ขาวบิดเบือน จากเว็บไซตตางๆ แลวสรุปวา ขาวเรื่องนี้มีความนาเช่ือถือ ซึง่ เปน เคร่ืองมอื ท่ดี ใี นการฝก กระบวนการคิดใหกับนักเรียนอีกชองทางหนึง่ หรือไม เพราะอะไร ใหอธิบายเหตุผลประกอบ พรอมบอก แหลง อางอิงทม่ี ีความนาเชอ่ื ถือดวย T114

นา� สอน สรปุ ประเมนิ เม่ือพิจารณาภาพที่กําหนดให หากตองการสืบคนขอมูล ขนั้ สอน เกย่ี วกับสัตวป าสงวน สามารถพจิ ารณาความนา เชือ่ ถือไดจ าก ชือ่ โดเมนวามาจากหนวยงานใด 3. ครูอธิบายวิธีการพิจารณาความนาเช่ือถือของ ขอมูลจากโดเมน ในหนังสือเรียน หนา 75 จากภาพท่ี 1 เวบ็ ไซตว กิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสรเี ปน เวบ็ ไซตท ี่ วาขอมูลจากเว็บไซตวิกิพีเดียสามารถแกไข บคุ คลทวั่ ไปสามารถเขา มาแกไ ขขอ มลู ไดต ลอดเวลา อาจทาํ ให ไดโดยบุคคลท่ัวไป จึงขาดความนาเชื่อถือ ขอมูลท่ีปรากฏบนเว็บไซตขาดการกล่ันกรองขอมูลจึงยังไมมี สวนเว็บไซตโดเมน .go.th เปนของหนว ยงาน ความนาเช่อื ถือมากพอ ราชการท่ีเกี่ยวของกับสัตวปาสงวนโดยตรง จงึ มีความนาเช่อื ถือ จากภาพที่ 2 เวบ็ ไซตน ้ปี รากฏชอ่ื โดเมน .go.th ซง่ึ เปน เว็บไซตจากหนวยงานราชการ โดยเปนเว็บไซตของสํานัก อนุรักษสัตวปา ดังน้ัน ขอมูลจากภาพท่ี 2 หรือขอมูลจาก เวบ็ ไซตสาํ นกั อนรุ กั ษสตั วป า จงึ มีความนา เชอื่ ถอื ภาพท่ี 3.16 หนา เว็บไซต www.dnp.go.th (เวบ็ ไซตส ํานักอนรุ กั ษสตั วป า ) 75 ภาพจาก หนังสอื เรียน หนา 75 กจิ กรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับกวาวเครือขาว จากน้ัน ครูอาจจะสอนแนวทางการประเมินความนาเชื่อถือของบทความ หารายช่ือเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือท่ีนําเสนอขอมูลเรื่องนี้มา เชิงวิชาการตางๆ บนเว็บไซตหรือโซเชียลเน็ตเวิรก เรื่อง การตรวจสอบ คนละ 4 เวบ็ ไซต แลว บนั ทกึ ลงในสมดุ แหลงอางอิงของบทความเหลานั้นในเบื้องตนวา มาจากเว็บไซตท่ีมีโดเมน นา เชอ่ื ถอื หรอื ไม กจ็ ะเปน การตอ ยอดความรทู ใี่ ชไ ดจ รงิ ใหน กั เรยี นไดอ กี ขนั้ หนง่ึ T115

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ¡¨Ô ¡ÃÃÁ Com Sci ½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ 4. ครใู หน ักเรยี นทํากิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 76 โดยขอ 1. ใหนักเรยี น 1.ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลตามลิงก์ที่ก�าหนดให้ต่อไปน้ี จากน้ันอภิปราย สืบคนขอมูลตามลิงกท่ีกําหนดให จากน้ัน ร่วมกันในชั้นเรียนว่าข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ก�าหนดให้มีความน่าเชื่อถือ อภิปรายรวมกันในช้ันเรียนวา ขอมูลจาก หรือไม่ อย่างไร เว็บไซตท่ีกําหนดใหมีความนาเชื่อถือหรือไม • http://www.colgate.co.th/th/th/oc/oral-health/basics/brushing- อยา งไร และขอ 2. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ and-flossing/article/how-to- brush 4-5 คน ใหแ ตละกลมุ เลอื กหัวขอจากรายการ • http://paolohospital.com/phahol/healthdental/brush-teeth/ ทกี่ าํ หนดให แลว สบื คน ขอ มลู และภาพประกอบ • https://th.wikipedia.org/wiki/การแปรงฟน จากอินเทอรเน็ต จากนั้นพิมพเปนรายงาน แลว ใหแ ตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น 2.แบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ4-5คนใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เลอื กหวั ขอ้ จากรายการทก่ี า� หนด แล้วสืบค้นข้อมูลและภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นพิมพ์ รายงานเปนรูปเลม่ ให้เรียบร้อยและน�าเสนองานท่ีหนา้ ช้นั เรยี น สา� นวนนา่ รู้ ประเทศ สมาชกิ อาเซียน ภูมิศาสตร์ ขนมไทย จงั หวดั ของเรา 76 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76 ความรูเสริม กิจกรรม ทาทาย เวบ็ ไซตท ี่ใชโดเมนอนื่ ๆ นอกจากกลุม .th เชน .org, .com เปนเวบ็ ไซต ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับการใชไหมขัดฟนสําหรับเด็ก ที่มีความหลากหลายสูง คือ มีทั้งเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ เชน code.org, สรุปเปนขอมูลไมเกิน 8 บรรทัดลงในสมุด พรอมเขียนแหลง thaiware.com และเวบ็ ไซตท ่ีไมม ีความนา เช่ือถอื ในการเขาใชง านเวบ็ ไซตใ น สําหรับอางอิงเปนรายช่ือเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถืออยางนอย 2 กลุมโดเมนนี้ นักเรียนจึงควรมีการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลกอนท่ีจะ เว็บไซต ตดั สินใจเขาใชง าน T116

นา� สอน สรปุ ประเมนิ การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ต ควรปฏิบัติ ดงั นี้ ขนั้ สอน 1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า และมารยาททแ่ี ตล่ ะเวบ็ ไซตก์ า� หนด 2. การใชไ้ ปรษณยี อ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ไมค่ วรสง่ จดหมายลกู โซ่ 5. ครูอธิบายขอควรปฏิบัติในการใชงาน อนิ เทอรเ น็ต ดงั นี้ ไปสรา้ งความรา� คาญใจใหแ้ กผ่ ้อู ่นื 1) ปฏบิ ัตติ ามกฎ กตกิ า และมารยาทท่ีแตล ะ 3. การสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการ เว็บไซตก าํ หนด 2) การใชงานอีเมล ไมควรสงจดมายลูกโซ สนทนาดว้ ยเทา่ นัน้ ควรใช้ค�าสภุ าพ และไมล่ ะเมิดเร่อื งส่วนตัว ไปใหผ ูอื่น 4. การใช้กระดานสนทนา (web board) ห้ามพาดพิงถึง 3) ในการสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนา กับผูท่ีตองการสนทนาเทาน้ัน ใชภาษา สถาบนั ส�าคญั หา้ มเผยแพร่หรือส่งตอ่ ข้อมูลลามกอนาจาร สุภาพ ไมล ะเมดิ เรอื่ งสวนตวั 5. ไมค่ ดั ลอกขอ้ มลู ทางอนิ เทอร์เน็ตไปใช้เพือ่ ผลประโยชน์ 4) การใชก ระดานสนทนา หา มพาดพงิ สถาบนั สําคัญ หา มเผยแพรขอ มูลลามกอนาจาร ทางธุรกิจ และไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่นมาเป็นข้อมูลของ 5) ไมคัดลอกขอมูลผูอ่ืน เพ่ือผลประโยชน ตนเอง ทางธรุ กจิ หรอื แอบอา งไปใชเ ปน ของตนเอง 6) ไมควรสงไฟลอันตราย เชน ไวรัส ใหกับ 6. การส่งไฟลข์ ้อมูล ไม่ควรส่งไฟล์ข้อมลู ผอู ่ืน ท่ีมีกลุ่มซอฟตแ์ วรป์ ระสงค์รา้ ยไปใหผ้ อู้ น่ื เช่น ไวรสั 6. ครูถามคําถามทาทายการคิดข้ันสูงวา แหลง ขอ มลู ความรทู ดี่ จี ากอนิ เทอรเ นต็ ควรมลี กั ษณะ ¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡ÒäԴ¢é¹Ñ ʧ٠อยา งไร (แนวตอบ มาจากเว็บไซตท่ีมีโดเมนนาเช่ือถือ แหลง่ ขอ้ มลู ความรทู้ ดี่ จี ากอนิ เทอรเ์ นต็ ควรมลี กั ษณะอยา่ งไร เปนขอมูลจากหนวยงานที่เกี่ยวของกับขอมูล โดยตรงหรือบุคคลท่ีเชี่ยวชาญในหนวยงาน ดังกลา ว) 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เร่ือง ขอควรปฏิบัติ ในการใชงานอินเทอรเน็ตจาก QR Code ในหนงั สือเรยี น หนา 77 เพ่ิมเติม ขอ้ ควรปฏบิ ัติในการใชง้ านอินเทอร์เนต็ 77 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 77 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู การละเมดิ ขอ ปฏบิ ตั ใิ นการใชง านอนิ เทอรเ นต็ ในขอ ใดมโี อกาส ครูอาจจะหาภาพตัวอยางการใชงานอินเทอรเน็ตในลักษณะท่ีเหมาะสม ทําใหเ กดิ ความเสยี หายตอ อุปกรณค อมพิวเตอร และไมเหมาะสมมาใหนักเรียนพิจารณาตามขอควรปฏิบัติในหนังสือเรียน หนา 77 เพิ่มเติม ก็จะเปนกิจกรรมที่สงเสริมใหเกิดความเขาใจในทางปฏิบัติ 1. การสงจดหมายลูกโซ มากย่ิงข้ึน 2. การสงไฟลท่มี ีไวรสั ใหก บั เพอ่ื น 3. การสนทนาผา นเครอื ขายดวยคาํ ไมส ุภาพ 4. การแอบอา งเอาขอมูลของผูอืน่ มาเปนขอ มลู ของตนเอง (วิเคราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลท่ีมีไวรัสใหกับเพื่อนมีโอกาสทําใหเกิดความเสียหาย ตออปุ กรณคอมพวิ เตอร ดังนน้ั ตอบขอ 2.) T117

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน เเกล่นม กับ Com Sci 8. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเลน เกมกบั Com Sci เลนเกม pacman กนั เถอะ ในหนงั สอื เรยี น หนา 78 เรอื่ ง เลน เกม pacman กันเถอะ โดยใหทําตามข้ันตอนในหนังสือ ⧠ ปอ้ นคา� ค้น pacman แล้วกดแปน้ Enter จะปรากฏกรอบเกม pacman เพ่ือเขาเลนเกม pacman และศึกษากติกา ใหเ รียบรอยกอ นทาํ การเลน เกม ภาพท่ี 3.17 เกม pacman ⧠ กด คลกิ เพ่ือเลน่ แลว้ ใชล้ ูกศรบนแปน้ พิมพ์บงั คบั ทศิ ทางให้ pacman เดินทางไปกินลูกกลม ๆ ให้หมด โดยตอ้ งระวงั ไม่ให้โดนตวั ผี เด็ดขาดไม่วา่ จะเปน็ ผีสีแดง ชมพู สฟี ้า หรือสีสม้ µÃǨÊͺµ¹àͧ กิจกรรม สรปุ ความรปู ระจาํ หนว ยท่ี 3 หลังจากเรยี นจบหนว่ ยน้ีแลว้  ใหน้ ักเรยี นบอกสัญลกั ษณ์ท่ตี รงกับระดับความสามารถ ของตนเอง รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง 1. สบื ค้นข้อมลู ความรู้จากอินเทอร์เน็ตได้ 2. ประเมนิ ความน่าเชือ่ ถอื ของขอ้ มูลทไี่ ดจ้ าก อินเทอร์เน็ตได้ 3. นา� ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจา� วันได้ 78 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 78 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม ครูอาจใหนักเรียนทดลองเลนเกมอื่นๆ จาก Google เพ่ิมเติม เชน แบง นกั เรยี นเปน กลมุ กลมุ ละ 3 คน ใหส มาชกิ ในกลมุ ชว ยกนั พมิ พค าํ วา google map snake ในชอ งคน หา กด Enter แลว เลอื ก Play Snake สบื คน เรอื่ ง ประโยชนแ ละโทษของเกม มาพูดคยุ แลกเปล่ียนกัน on Google Maps เพ่ือระบุประโยชนและโทษของเกมมาอยางละ 3 ขอ แลวบันทึก ลงในสมุด T118

นา� สอน สรุป ประเมนิ ÊÃ»Ø ÊÒÃÐÊÒí ¤ÞÑ ขน้ั สรปุ ไปรษณยี อเิ ลก็ ทรอนกิ ส 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่เรียน การสนทนาผา นเครือขา ย มาในหนวยการเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงาน อนิ เทอรเ นต็ ครถู ามคาํ ถามเพอื่ ทบทวนความรู การใหบ ริการ เวิลดไวดเวบ็ การสบื คน ความรู การสบื คนความรู กบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั ความรพู น้ื ฐาน เรอ่ื ง การใช ในอินเทอรเ นต็ ชมุ ชนออนไลน ผา นเว็บเสิรช เอ็นจนิ จาก URL งานอินเทอรเน็ต การสืบคนขอมูล การใช งานเว็บ Search Engine การประเมินความ การถา ยโอนขอมูล นาเชื่อถือของขอมูล ขอปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ใหนักเรียนหาคําตอบโดยสืบคน จากหนงั สือเรียนหรือจากเครือ่ งคอมพิวเตอร การใชง านอินเทอรเ น็ต การสบื คน ขอมลู ความรจู าก อนิ เทอรเน็ต การãช้งานอนิ เ·อร์เนต็ ขอควรปฏิบัติ ในการ ใชงานอนิ เทอรเ น็ต ไมแอบอา งขอ มูล ใชอินเทอรเ นต็ ดว ย ของผูอ่ืน มาเปน ความระมดั ระวัง ไมละเมดิ ขอ มลู ของตนเอง สิทธผิ อู ่ืน ไมสรา งความ เดือดรอนแกผูอน่ื 79 ภาพจาก หนงั สอื เรยี น หนา 79 กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู แบง นกั เรยี นเปนกลมุ 4 กลุม ใหส มาชิกในกลมุ แลกเปล่ียน ครูอาจใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางในชีวิตจริงท่ีนักเรียนเคยพบเห็น ความคดิ เหน็ กนั วา การสนทนาผา นระบบเครอื ขา ยกบั คนแปลกหนา หรอื รบั รขู าวสารมา ระหวางที่รว มกนั สรุปความรกู บั นักเรียนในแตละหวั ขอ เปนการกระทําท่ีเหมาะสมหรือไม เพราะอะไร จากนั้นให ตวั แทนกลมุ ออกมาตอบคาํ ถามหนา ชนั้ เรยี น พรอ มอธบิ ายเหตผุ ล ประกอบ T119

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู 2. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู 1. ส ืบค้นรูปภาพแอนิเมชัน ม้าก�าลังวิ่ง แล้วพูดคุยแลกเปล่ียน ขอ ที่ 1. โดยครูอธิบายสถานการณใหน ักเรียน ผลลัพธท์ ่ีไดก้ บั เพอ่ื น ฟง แลว ใหน กั เรยี นแตล ะคนลงมอื ทาํ เสรจ็ แลว 2. หากต้องการสืบค้นข้อมูลความรู้เก่ียวกับ ดาวทะเล นักเรียน ใหพ ูดคุยแลกเปล่ยี นผลลพั ธกบั เพ่ือน จะเลอื กขอ้ มลู จากwww.อะไรพรอ้ มบอกเหตุผลประกอบ 3. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู ขอท่ี 2. โดยครูถามคําถาม แลวใหนักเรียน พิจารณาขอมูลจากโจทย แลวตัดสินใจ เลอื กคาํ ตอบ พรอมบอกเหตุผลประกอบ http://www.daotalayseafood.com/ https://th.wikipedia.org/wiki/ดาวทะเล http://chm-thai.onep.go.th/chm/Meeting /2014/may22-24/doc/20140522_217- 001.pdf 80 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 80 ความรูเสริม กิจกรรม 21st Century Skills ในการสืบคนรูปภาพ หากนักเรียนใชคําคนภาษาไทยแลวยังไมไดภาพ แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ที่ตองการ ใหล องเปลีย่ นมาใชค ําคน ภาษาอังกฤษ จะชว ยใหไ ดจํานวนรปู ภาพ ความคดิ เหน็ กนั ในหวั ขอ นกั เรยี นคดิ วา ขอ มลู จากเวบ็ ไซตท ม่ี โี ดเมน ในการสบื คนทมี่ ากขนึ้ และมโี อกาสไดรปู ภาพท่ตี อ งการมากขน้ึ เชนกนั นาเช่อื ถือ จะมีโอกาสเปน ขอมลู ท่ผี ิดพลาดไดหรอื ไม เพราะอะไร จงอธิบายเหตุผลประกอบ เม่ือสรุปไดแลวใหตัวแทนกลุมออกมา นําเสนอขอ สรปุ และเหตุผลหนาช้ันเรยี น T120

นา� สอน สรุป ประเมนิ 3. ค น้ หาความรเู้ กยี่ วกบั อาชพี ทอ่ี ยากทา� ในอนาคตจากอนิ เทอรเ์ นต็  ขน้ั สรปุ และน�าเสนอผลงานเปนใบความรู้ตามหัวข้อที่ก�าหนดโดยใช้ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ 4. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู ขอ ที่ 3. โดยใหน กั เรยี นกาํ หนดอาชพี ทอี่ ยากทาํ อาชพี ทอ่ี ยากทา� คอื อาชพี อะไร ในอนาคตและคาํ คน เกย่ี วกบั อาชพี นน้ั แลว ทาํ ค�าคน้ คือค�าวา่ อะไร การสืบคนขอมูล นําผลลัพธท่ีไดมาทําเปน ได้ผลลพั ธอ์ ยา่ งไร ใบความรู ตามตวั อยา งในหนงั สอื เรยี น หนา 81 อหคานวชาีาพมทสี่.ข.าํ.อ.ค.ง..ัญอ...า.ข.ช.อี.พ.ง..น.อ..้าี .ค.ช..ีพือ...น.....้ี....ค....อื.................................. นําเสนอขอมลู เปนใบความรตู าม หัวขอนน้ี ะครับ ัตวอยางการนําเสนอผลงาน แผหูจ ัลดงทขาํ อ ม...ูล..จ...า..ก..เ..ว..บ็ ................................................. 81 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 81 กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ครูแจกกระดาษใหนักเรียนเขียนช่ือกีฬาที่นักเรียนชอบ หากครูเจอนักเรียนที่ยังไมมีอาชีพท่ีอยากทํา ครูอาจสอบถามความสนใจ มากที่สุด คนละ 2 ประเภท จากนั้นใหนักเรียนออกมาชวยกัน ของนกั เรยี นแลว ชว ยกาํ หนดตวั เลอื กอาชพี 2-3 อาชพี แลว ใหน กั เรยี นเลอื กอาชพี สาํ รวจขอ มลู ทไ่ี ด นาํ มานบั จาํ นวนและสรปุ ลาํ ดบั ของประเภทกฬี า ท่ีมีความใกลเ คียงกับความตอ งการของตนเองมากท่สี ุด ที่มีนักเรียนชอบมากท่ีสุด 4 ลําดับแรกบนกระดานหนาช้ันเรียน แลวใหนักเรียนเลือกสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาดังกลาวอันดับใด ก็ได 1 อนั ดบั โดยใหสบื คนขอ มลู ตามหวั ขอตอ ไปน้ี 1. ชื่อกฬี า 2. ประเภทของกฬี า 3. เปนกฬี าทีถ่ ูกบรรจเุ ปนกฬี าโอลิมปกหรอื ไม T121

นา� สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สรปุ Ẻ½¡ƒ ËÑ´ การใชง านอินเทอรเ น็ต คะแนนเต็ม 5) เพราะเหตุใดการสืบคนขอมูลในเว็บเสิรชเอ็นจิน จึงควรกําหนด ประเภทของไฟลข อมูลท่ีตอ งการคนหา 5. ครูใหน ักเรียนทาํ แบบฝก หดั เร่ือง การใชง าน 45 อินเทอรเน็ต จํานวน 8 ขอ ในแบบฝกหัด เพอ่ื ใหไ ดขอ มลู ทตี่ รงตามความตอ งการมากข้นึ และสะดวกรวดเร็ว................................................................................................................................................................................................................................... หนา 29-31 1. ตอบคําถามตอไปนี้ (40 คะแนน) ในการคนหา................................................................................................................................................................................................................................... 1) อินเทอรเ นต็ (Internet) คอื เครือขายคอมพิวเตอรท่เี ช่ือมตอกนั.............................................................................................................................. 6) อา นรายละเอยี ดรปู ภาพที่กําหนดให แลว ตอบคาํ ถาม จาํ นวนมากและครอบคลมุ ไปท่วั โลก ซ่ึงเปนเครือขายทท่ี าํ ใหสามารถ................................................................................................................................................................................................................................... • ปลากดั : ภาพโปรง ใส แลกเปล่ียนขอ มูลและสงผานขอมลู ระหวางกนั ได................................................................................................................................................................................................................................... การสืบคนแบบ เจาะจงสี............................................................ 2) ยกตวั อยา งการใหบ รกิ ารอนิ เทอรเ นต็ ทนี่ ักเรยี นใชง านมา 3 อยา ง ข้นั ตอนการสืบคน พิมพค าํ วา................................................. พรอมอธิบายวา ใชงานอะไรบา ง (แนวคําตอบ) ปลากดั กด Enter คลกิ คนรปู คลิก..................................................................................................................... 1. ไปรษณยี อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ใชรับ - สง จดหมายกบั เพื่อน................................................................................................................................................................................................................................... เคร่ืองมอื เลอื กสแี ละภาพโปรงใส..................................................................................................................... 2. เวลิ ดไ วดเว็บ ใชสบื คน ขอ มูลเพอื่ ทาํ รายงานสงครู................................................................................................................................................................................................................................... 3. การถายโอนขอมูล ใชดาวนโหลดขอมูลจากเว็บไซตลงในเครื่อง................................................................................................................................................................................................................................... เฉฉบลับย เฉฉบลับย • กหุ ลาบ : คลปิ อารต คอมพวิ เตอร................................................................................................................................................................................................................................... การสบื คน แบบ เจาะจงประเภท............................................................ ขนั้ ตอนการสบื คน พมิ พคาํ วา................................................. 3) เวบ็ เสิรชเอ็นจนิ (Search Engine) คือ ซอฟตแ วร โปรแกรมหรอื...................................................................................... กุหลาบ กด Enter คลิกคน รปู คลิก..................................................................................................................... เว็บไซตท่ีทําหนา ทค่ี นหาขอ มูล โดยการใชง านตองพิมพ “คําคน”................................................................................................................................................................................................................................... เครื่องมือ เลือกประเภทและคลิปอารต..................................................................................................................... ซ่งึ เปนการอธิบายถงึ ขอมูลท่ีตอ งการสบื คน................................................................................................................................................................................................................................... • กระเปา : ไอคอน 4) การใชงานเว็บเสิรช เอ็นจนิ (Search Engine) มขี ้ันตอน ดังนี้ เปด เว็บเบราวเ ซอรโครม (Chrome) และปอ น................................................................................................................................................. 1 www.google.co.th ในชอ งที่อยูเ ว็บ แลว กด Enter................................................................................................................................................. ปอนคาํ คนทช่ี อ งกลางหนาจอและคลกิ คน หา................................................................................................................................................. การสบื คน แบบ ตามขนาดทีต่ องการ............................................................ ขน้ั ตอนการสบื คน พิมพคําวา................................................. 2 ดวย Google หรือกด Enter................................................................................................................................................. กระเปา กด Enter คลกิ คนรูป คลิก..................................................................................................................... กําหนดคําคนใหสืบคนเจาะจงประเภทของไฟล................................................................................................................................................. เครอื่ งมอื เลอื กขนาดและไอคอน..................................................................................................................... 3 ขอ มลู และนามสกุลของไฟลข อมูลทีต่ อ งการ................................................................................................................................................. 29 30 7) จากช่อื โดเมนที่กาํ หนดให จงยกตวั อยาง 2 เว็บไซต พรอ มบอก วาเปนเวบ็ ไซตเ ก่ยี วกับอะไร (แนวคาํ ตอบ) โดเมน ตัวอยางเว็บไซต เว็บไซตเ กย่ี วกบั .go.th www.energy.go.th กระทรวงพลงั งาน.................................................................................. .................................................................................................... www.tourism.go.th สาํ นกั งานพัฒนาการทอ งเทย่ี ว.................................................................................. .................................................................................................... .ac.th .................................................................................. .................................................................................................... www.mahidol.ac.th มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.................................................................................. .................................................................................................... www.tu.ac.th มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.................................................................................. .................................................................................................... .or.th .................................................................................. .................................................................................................... เฉฉบลับย .co.th www.nfi.or.th สถาบันอาหาร.................................................................................. .................................................................................................... www.nsm.or.th องคการพิพิธภัณฑวิทยาศาสตร.................................................................................. .................................................................................................... แหง ชาติ.................................................................................. .................................................................................................... www.pwa.co.th การประปาสวนภมู ิภาค.................................................................................. .................................................................................................... www.thailandpost.co.th บริษทั ไปรษณียไ ทย จาํ กดั.................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................. .................................................................................................... 8) การใชงานอินเทอรเ น็ตทีถ่ ูกตองควรปฏิบตั ิอยา งไร ยกตวั อยา ง มาอยา งนอ ย 3 ขอ (แนวคาํ ตอบ) 1. ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า และมารยาทท่ีแตละเว็บไซตก าํ หนด................................................................................................................................................................................................................................... 2. การสนทนาผา นเครือขา ย ควรใชคําสุภาพ ไมละเมดิ เรอื่ งสว นตัว................................................................................................................................................................................................................................... 3. ไมแอบอา งขอ มลู ผูอ นื่ มาเปนขอ มูลของตนเอง................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ภาพจาก 31 แบบฝก หัด หน้า 29-31จาก แบบฝกหดั หนา 12 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ ครอู าจใหน กั เรยี นทดลองใชง านเวบ็ ไซต Search Engine นอกจาก Google ครูถามนักเรียนวา ถานักเรียนตองการจัดทําเว็บไซต เชน ask.com yahoo.com เพ่ือใหนักเรียนไดศึกษาการทํางานของเว็บไซต ของโรงเรียน นักเรียนคิดวาจะใชช่ือโดเมนแบบใด เพราะอะไร Search Engine อ่ืนๆ เพื่อใหเขาใจกระบวนการทํางานของเว็บไซต Search ใหน กั เรยี นเขยี นคาํ ตอบลงในสมุดสงทายคาบเรยี น Engine มากขน้ึ T122

นา� สอน สรุป ประเมนิ 2. อานสถานการณตอ ไปนี้ แลว ตอบคาํ ถาม (5 คะแนน) ขนั้ สรปุ นองหมวยกาํ ลังทาํ อะไรอยู กาํ ลังหาขอมลู เรื่อง วสั ดุในชีวติ 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหดั เรื่อง การใชงาน หรอจะ ประจําวัน เพ่อื ทํารายงาน อนิ เทอรเ นต็ จาํ นวน 2 ขอ ในแบบฝก หดั หนา 32 สง คุณครูคะ โดยใหอานสถานการณที่กําหนด แลวตอบ คาํ ถาม แลวทําถงึ ไหนแลว ละ จะ เดีย๋ วคัดลอกขอมลู มาจาก อนิ เทอรเ น็ตมาวางในเวิรด ก็เสรจ็ แลวคะพอี่ อย 1) การกระทําของหมวยเหมาะสมหรอื ไม เพราะอะไร ไมเหมาะสม เพราะหมวยไมไ ดต รวจสอบขอมลู ท่สี ืบคนไดจากอนิ เทอรเนต็................................................................................................................................................................................................................................................ กอ นนําไปใช และไมน าํ ขอ มูลท่ีไดมาเรียบเรยี งและสรปุ เปน สํานวนของ................................................................................................................................................................................................................................................ ต2)นเอถงา กนอกั นเรยี นเปน พอ่ี อยควรแนะนํานองหมวยอยางไรเฉฉบลบั ย ................................................................................................................................................................................................................................................ • ควรสืบคนขอ มูลจากแหลงขอมลู หรอื เว็บไซตที่นาเชอื่ ถอื................................................................................................................................................................................................................................................ • ควรตรวจสอบขอ มลู วา มีความถูกตองและทันสมัยหรือไม................................................................................................................................................................................................................................................ • ควรสืบคน ขอ มูลจากหลาย ๆ แหลงเพื่อมาเปรยี บเทยี บ แลว เลือกขอ มลู ท่ี................................................................................................................................................................................................................................................ สอดคลองและตรงกัน................................................................................................................................................................................................................................................ • กอนนําขอมลู ไปใชควรเรยี บเรยี งและสรุปเปนสาํ นวนของตนเองกอน................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ เกณฑก ารใหคะแนน ตอบคาํ ถามไดถ ูกตอ ง คะแนน/ขอ 1. การตอบคาํ ถาม (40 คะแนน มี 8 ขอ ) ขอ 1) ประเมินขอมูลวา เหมาะสมหรอื ไม 5 2 2. การอา นสถานการณแลวตอบคําถาม (5 คะแนน เหมาะสมได มี 2 ขอ) ขอ 2) บอกขอปฏิบตั ิในการตรวจสอบหรือ 3 ประเมินขอ มลู ได 32 ภาพจาก แบบฝกหดั หน้าท3ี่ 42 กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปล่ียน ครูอาจยกตัวอยางโทษของการคัดลอกผลงานผูอื่นและการนําผลงานผูอ่ืน ความคิดเห็นกันในหัวขอ นักเรียนคิดวา นักเรียนควรใชขอมูล มาใชโดยไมอางอิงตนฉบับเจาของผลงานใหนักเรียนไดเขาใจและเห็นผลจาก จากเว็บไซตท่ีมีความนาเช่ือถือเพียง 1 เว็บไซต เปนแหลงขอมูล การกระทําดังกลาว รวมทั้งยกตัวอยางการนําผลงานผูอ่ืนมาใชอยางถูกตอง หรือไม เพราะอะไร เมื่อสรปุ ไดแ ลวใหต วั แทนกลุมออกมานาํ เสนอ ตามหลกั การใหดู ขอ สรุปและเหตผุ ลหนาช้ันเรยี น T123

นา� สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ ¡เÔ¨ช¡ือ่ ÃเวÃบ็Áไ½ซƒ¡ต·ไหÑ¡นÉดÐี ·èÕ 3 Creating ไดค ะแนน คะแนนเต็ม Evaluating 7. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 3 เรื่อง Analyzing 10 เชื่อเว็บไซตไหนดี ในแบบฝกหัด หนา 35 Applying โดยใหน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู ตามทโี่ จทยก าํ หนด Understanding ประเมนิ ความนาเชอ่ื ถือของเวบ็ ไซต แลว ตอบ Remembering คาํ ถาม ใหนกั เรยี นสบื คน ขอมูลจากเว็บไซตทกี่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถาม http://www4.fisheries.go.th/local/index. php/main/view_blog2/100/6273/28 เมษา https://th.wikipedia.org/wiki/ ธนั วา การสงั เคราะหดว ยแสง http://mblog.manager.co.th/pisut22/th-72947/ มีนา • ใหน ักเรียนประเมินวา ขอ มลู จากเวบ็ ไซตที่เมษา ธันวา และมนี าไดสืบคน มคี วามนา เชือ่ ถอื หรอื ไม อยางไร เมษา สบื คนขอมูลจากเว็บไซตหนว ยงานราชการ โดยเปนเวบ็ ไซตของกรมประมง............................................................................................................................................................................................................................................................... ขอ มลู ทีไ่ ดม คี วามนาเชอื่ ถอื............................................................................................................................................................................................................................................................... เฉฉบลับย ธนั วา สืบคน ขอมลู จากเว็บไซตว ิกิพีเดยี สารานุกรมเสรี ซง่ึ เปนเวบ็ ไซตทีบ่ ุคคล............................................................................................................................................................................................................................................................... ทว่ั ไปสามารถเขา ไปแกไ ขขอ มูลได ทําใหขอ มูลจากเวบ็ ไซตน ้ไี มมีความนา เชื่อถือ............................................................................................................................................................................................................................................................... มนี า สืบคนขอ มูลจากเว็บไซตท างการคา เปนเวบ็ ไซตท ่เี จา ของกจิ การเขยี นข้นึ มา............................................................................................................................................................................................................................................................... ขอ มูลท่ีไดอาจยงั ไมผ านการกล่ันกรอง ทาํ ใหข อมลู ท่ีไดอ าจไมมคี วามนาเชือ่ ถือพอ............................................................................................................................................................................................................................................................... • ถานักเรียนตองเลอื กขอมลู ท่ีมีความนา เชือ่ ถือมากท่สี ุด เพอื่ ไปทํารายงาน สงคุณครู นกั เรียนจะเลอื กใชขอ มูลของใคร เพราะเหตใุ ด เมษา เพราะเมษาสบื คนขอมูลมาจากเว็บไซตของกรมประมง ซึ่งเปน เว็บไซตของ............................................................................................................................................................................................................................................................... หนว ยงานราชการ ขอ มูลทีไ่ ดจงึ มีความนา เชอื่ ถือมากกวา ของธันวาและมนี า............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหค ะแนน คะแนน การประเมนิ ความนา เชอ่ื ถือของขอ มูล และตอบคาํ ถาม (10 คะแนน) 8 2 ประเมนิ ความนาเชื่อถือของขอมูลทีส่ บื คนจากเว็บไซตได เลอื กใชขอ มูลที่มีความนาเชือ่ ถือไดถ กู ตอง ทกั ษะการเรยี นรูในศตวรรษท่ี 21 2. ฝกทักษะการตัดสิน 35 1. ฝก ทักษะการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ 4. ฝก ทักษะการสํารวจคน หา 3. ฝก ทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาพจาก แบบฝก หดั หน้าท3่ี 45 ความรูเสริม กิจกรรม ทา ทาย ในปจจุบันมีเทคโนโลยีที่ชวยจัดการเรื่องโดเมนเนมใหงายขึ้น การเขา แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม และถามคําถามวา นักเรียน เว็บไซตหลายเว็บไซตสามารถพิมพช่ือเว็บไซตและนามสกุลไดโดยไมตองพิมพ คิดวา สามารถนาํ เว็บไซตขาวของหนงั สือพมิ พสาํ นักตางๆ มาใช www. เชน จากท่ีตองพิมพ www.google.com ก็พิมพแค google.com เปน แหลง ขอ มูลท่มี ีความนาเช่ือถือไดหรือไม แลวใหเวลานักเรียน ในชองแอดเดรสบารแลวกด Enter กส็ ามารถเขา ถงึ เว็บไซต Google ไดเ ชน กัน สืบคนขอมูลและแลกเปล่ียนความรูกับเพ่ือนในกลุมและตางกลุม ประมาณ 10 นาที จากน้นั ใหตวั แทนกลุมออกมานาํ เสนอคําตอบ และเหตผุ ลหนา ชนั้ เรยี น T124

นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบ ไดค ะแนน คะแนนเต็ม 4. จากภาพ ถาเปร้ียวตอ งการคนหารปู สถานทท่ี อ งเท่ยี วทเี่ ปนแอนิเมชัน ขนั้ สรปุ »ÃШÒí ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÌٷèÕ 3 เปรี้ยวควรเลอื กทาํ ตามข้ันตอนใด 10 8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 3 ตอนที่ 1 จํานวน 10 ขอ ตอนท่ี 1 ในแบบฝก หัด หนา 36-38 วง ลอมรอบตัวอกั ษร ก, ข, ค และ ง หนา คาํ ตอบทถี่ ูกตอง 1. ขอ ใดบอกความหมายของอนิ เทอรเนต็ ไดถ กู ตอ งทีส่ ุด ก. คลกิ เคร่ืองมือ  เลอื กขนาด  เลอื กแอนเิ มชนั ก. เครือขายคอมพวิ เตอรทีเ่ ชือ่ มตอกนั ระหวางประเทศเทาน้นั ข. คลิกเครอ่ื งมอื  เลือกประเภท  เลอื กแอนิเมชัน ข. เครือขายคอมพิวเตอรทเ่ี ชอ่ื มตอ กนั ระหวา งองคกรกับองคก ร ค. คลิกการต้ังคา  เลือกเครอื่ งมอื อนื่ ๆ  เลือกแอนิเมชัน ค. เครอื ขายคอมพิวเตอรข นาดเลก็ ทสี่ ุดในเครอื ขา ยคอมพวิ เตอร ง. คลิกการตัง้ คา  เลือกสทิ ธใ์ิ นการใชงาน  เลือกแอนิเมชัน ง. เครือขา ยขนาดใหญทเี่ ช่ือมโยงคอมพิวเตอรจ ํานวนมากจากท่ัวโลก 5. ถา ภูผาตองการทาํ โฆษณานาํ้ ผลไม โดยการคน หารูปเดก็ กาํ ลงั ดมื่ นม มาแกไ ขเปนดื่มนา้ํ ผลไมต ามทตี่ องการโฆษณา ภผู าจะตอ งเลือกสิทธ์ิ 2. ไลน (LINE) และสไกป (Skype) จดั อยใู น ในการใชง านขอ ใดจงึ จะเหมาะสมทสี่ ุดเพอ่ื ปอ งกนั การละเมดิ สิทธ์ขิ องผูอื่น เฉฉบลบั ย เฉฉบลบั ย ก. เวลิ ดไ วดเวบ็ บริการอนิ เทอรเ นต็ แบบใด ก. ติดปายกาํ กบั วา สามารถใชซ้ํา ข. ติดปายกํากบั วาสามารถใชซ้าํ และแกไ ขได ค. ชุมชนออนไลน ข. การสนทนาผานเครอื ขาย ค. ติดปายกาํ กบั วาสามารถใชซ ํา้ ในงานที่ไมใชเชงิ พาณิชย ง. ไปรษณยี อิเล็กทรอนกิ ส ง. ตดิ ปา ยกํากับวา สามารถใชซํ้าในงานทีไ่ มใ ชเชงิ พาณิชยแ ละแกไขได 3. เวบ็ เสริ ชเอน็ จนิ (Search Engine) หมายถงึ ขอ ใด 6. ขอ ใดไมเปน การประเมนิ ความนา เช่อื ถอื ของขอ มลู ก. การคนหาขอมลู ความรผู านเว็บไซตในอนิ เทอรเ น็ต โดยใชซ อฟตแวร ก. ฉตั รพจิ ารณาชอ่ื โดเมนวา มาจากหนวยงานใด คนผานเว็บไซต และจะตอ งพิมพคาํ คน (Keyword) ข. กรตรวจสอบวา ขอมูลมีความถูกตองและทันสมัยหรือไม ข. การคนหาขอ มูล โดยการคลกิ เลือกขอ มูลที่ตอ งการจะดูใน ค. สาตรวจสอบวา มกี ารอางอิงหรือระบุแหลง ทม่ี าของขอมลู หรือไม เวบ็ เบราวเซอร (Web Browser) ง. วฒุ ิตรวจสอบวารูปภาพทีใ่ ชป ระกอบขอมลู มีความสวยงามและคมชัด ค. การสบื คน ขอ มูลเปนเอกสารไฮเปอรล งิ กท ส่ี รางดว ยภาษา หรอื ไม เอชทเี อม็ แอล (HTML) ง. การถายโอนแฟมขอมลู ขาวสาร บทความจากเคร่อื งคอมพวิ เตอร เครื่องหนง่ึ ไปสูอกี เครื่องหนึง่ 36 37 7. เอิรนตองการขอมูลจากเวบ็ ไซตทางการศกึ ษา เอิรนควรเลอื กเว็บไซต ทีม่ โี ดเมนช่ือใด ก. .go.th ข. .co.th ค. .ac.th ง. .or.th 8. ถา ตอ งการสบื คนขอ มลู ความรูเกี่ยวกับขอควรปฏบิ ตั ิในการใชงาน อนิ เทอรเ นต็ ควรเลอื กขอมูลจาก www. ในขอใดจึงจะเปนขอมลู ทม่ี ี ความนาเชือ่ ถือมากท่ีสดุ ก. https://www.gotoknow.org/posts/85281 ข. https://talk.mthai.com/inbox/71634.html ค. https://www.thaicert.or.th/papers/technical/2012/pa2012te014. html ง. https://www.reo14.moe.go.th/index.php/ict/securityinfo/1044- howtointernet เฉฉบลบั ย 9. รดาตองการสืบคน ขอ มลู เกย่ี วกับกีฬาพ้ืนบานของภาคเหนอื เฉพาะท่ี เปนไฟลก ารนาํ เสนอ รดาควรพมิ พคําคนวาอยา งไร ก. ppt กีฬาพ้นื บา นของภาคเหนอื ข. psd กีฬาพื้นบา นของภาคเหนอื ค. กีฬาพน้ื บานของภาคเหนอื .pdf ง. กฬี าพื้นบา นของภาคเหนือ.doc 10. บคุ คลใดใชงานอนิ เทอรเน็ตไดอยางเหมาะสม ก. แบมนาํ เรื่องท่ีวนิ กับเปาทะเลาะและชกตอ ยกันไปเขียนเลา ในกระดาน สนทนา (web board) ของโรงเรียน ข. วนิ นํารูปท่หี ลิววาดมาลงในเพจโดยไมข ออนญุ าต เพราะเหน็ วาหลิว เปน เพ่อื นของตน ค. พลอยอปั โหลดไฟลงานท่ีนําเสนอหนา ช้ันเรียนสง ไปรษณีย อิเลก็ ทรอนิกสใหเ พ่ือน ๆ ในกลุม ง. ปอยโพสตร ปู ถา ย ชอื่ ท่อี ยู เบอรโทรศัพท ลงในเฟซบกุ เพอ่ื ให ตนเองเปน ที่รจู กั ของทกุ คน 38 ภาพจาก แบบฝก หัด จาก แบบฝกหดั หนา 4 หน้า 36-38 ขอสอบเนน การคดิ ความรูเสริม ใหนกั เรียนสืบคน ขอ มูล เรอื่ ง Cyberbullying หรอื การระราน นอกจากการประเมินความนาเชื่อถือจากโดเมนแลว การประเมิน ทางไซเบอร แลวระบุวา พฤติกรรมดังกลาวเกิดจากการละเมิด ความนาเช่ือถือจากแหลงขอมูลก็เปนสวนสําคัญ โดยแหลงขอมูลที่เช่ือถือได ขอควรปฏิบัติการใชง านอนิ เทอรเน็ตขอใด แบง เปน (แนวตอบ ขอ 3. การสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนากับ 1. เจาของขอมูล เปนผูที่มีความเช่ียวชาญเกี่ยวกับขอมูลที่นําเสนอ ผูที่ตองการสนทนาดวยเทาน้ัน ควรใชคําสุภาพ และไมละเมิด และเปนตนฉบับของขอ มูลท่ียังไมถกู ดัดแปลงหรือเรียบเรียงใหม เรอ่ื งสว นตัว) 2. หนวยงานหรือผูมคี วามรคู วามเช่ยี วชาญเฉพาะดา น โดยเปนขอ มลู จาก หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงหรือจากบุคลากรของหนวยงาน ดังกลาว 3. หนวยงานของรฐั เปน ขอมูลท่ีสรา งขึ้นมาอยางเปนระบบ รอบคอบ และ มีหลักฐานประกอบชัดเจน เพื่อใหนําไปใชประโยชน เชน ใชกําหนด นโยบายดา นตา งๆ ในการปฏบิ ตั งิ าน ใชใ นการอา งองิ เพอื่ เขยี นบทความ หรืองานวิจัย T125

นา� สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ ตอนที่ 2 ไดคะแนน คะแนนเต็ม 9. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย 5 การเรยี นรทู ี่ 3 ตอนท่ี 2 ในแบบฝก หดั หนา 39 นกั เรียนคดิ วา ถานาํ ขอ มลู ที่สืบคน ไดไ ปใชง านทันที โดยไมต รวจสอบ ความนา เชอื่ ถอื ของขอ มลู และแหลง ทมี่ าของขอ มลู จะสง ผลเสยี อยา งไร (แนวคาํ ตอบ) • ถา ขอมูลทไี่ ดร บั มาไมถ ูกตอ งจะทาํ ใหผูร ับขอ มลู เกดิ ความรูและความเขาใจท่ีผดิ ๆ............................................................................................................................................................................................................................................................. แลวถา นําขอมลู ไปสง ตอกจ็ ะทาํ ใหผูอน่ื ไดรับขอมูลเขาใจผิดไปดวยเชน กัน............................................................................................................................................................................................................................................................. • หากเปนขอมูลขาวสารทไี่ มเ ปน จริงจะทําใหกระตนุ อารมณของผูท่ไี ดรับใหเกิด............................................................................................................................................................................................................................................................. ความรสู กึ เชน ความเกลยี ด ความโลภ ความวิตกกงั วล ความเสยี ใจ ฯลฯ............................................................................................................................................................................................................................................................. • ถาเปนขอมลู ทไ่ี มเปนจริงเก่ียวกับบุคคลอาจทําใหผทู ี่ตกเปนขาวเกิด............................................................................................................................................................................................................................................................. ความเสอ่ื มเสยี และอาจสง ผลใหผ ูสงขอมูลขา วสารน้นั ทาํ ผิดกฎหมายได............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เฉฉบลับย ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑการใหคะแนน คะแนน การตอบคาํ ถาม (5 คะแนน) 5 บอกผลเสียของการไมต รวจสอบขอมลู หรือแหลงที่มาของขอมลู ไดถ กู ตอง ตารางบนั ทกึ คะแนน ประจาํ หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 ตัวช้วี ัด แบบฝก หัด ผลการประเมินคณุ ภาพ รวมคะแนน ระดับคณุ ภาพ เต็ม ได กจิ กรรม แบบทดสอบ เต็ม ได 4321 ว 4.2 ป.4/3 เต็ม ได เตม็ ได 45 90 30 15 เกณฑก ารตดั สิน : ชวงคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตล ะตวั ช้วี ัดมาหาคา รอ ยละ เพ่อื ประเมินระดบั คณุ ภาพ เชน 1152 × 100 = 80 คะแนนเตม็ 15 ทําได 12 คะแนน ถาคะแนนเตม็ 100 ทําไดรอ ยละ 39 ดังนนั้ รอยละ 80 เทยี บไดกบั ระดบั คณุ ภาพ 4 ภาพจาก แบบฝกหดั หนา้ ท3่ี 49 ความรูเสริม ขอ สอบเนน การคิด การประเมินความนาเช่ือถือของขอมูลที่มีการนํามาดัดแปลงหรือ ขอมูลขาวสารชนิดใดมีโอกาสผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน เรียบเรียงใหม โดยมีการอางอิงถึงขอมูลตนฉบับ คือ การเปรียบเทียบขอมูล มากทส่ี ดุ ดงั กลา วกับขอมูลตนฉบบั วามีความถูกตอ ง สอดคลองกับขอมูลตนฉบบั หรือไม และขอ มูลตนฉบบั มาจากบุคคลทม่ี คี วามเช่ยี วชาญทางดานดังกลา วจรงิ หรือไม 1. ขาวดว น 2. ขา วพระราชสาํ นัก 3. ขา วเกยี่ วกับคาสถติ ติ างๆ 4. ขา วราคาหนุ ตลาดหลกั ทรัพย (วเิ คราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ขาวดวน เปนขอมูลท่ีมีความเรงรีบในการนําเสนอ ตัวเลขอาจมี การผดิ พลาดได เชน ยอดผเู สยี ชวี ติ จาํ นวนผไู ดร บั บาดเจบ็ มลู คา ความเสียหายโดยประมาณ ดงั นน้ั ตอบขอ 1.) T126

นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบหลงั เรียน ขน้ั สรปุ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 10. นกั เรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 3 เร่ือง การใชงานอินเทอรเน็ต คาช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จาํ นวน 10 ขอ 1. การนาแฟ้มข้อมลู จากเคร่ืองคอมพิวเตอรข์ องเราไปไว้ยังเครื่อง 6. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไมใ่ ช่ตัวเลือกของการคน้ หารูปภาพตามสิทธ์ิ 11. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมฝก ทักษะ คอมพวิ เตอร์ของผอู้ ืน่ เรียกว่าอะไร ในการใช้งาน ขนั้ ประเมนิ ก. ดาวน์โหลด (Download) ก. ไมส่ ามารถนาไปใชไ้ ด้ ไมอ่ นุญาตให้นาไปใช้ ข. พรีโหลด (Preload) ข. ไมส่ ามารถนาไปใช้ได้ ตอ้ งขออนญุ าตกอ่ น ค. อัปโหลด (Upload) ค. นาภาพไปใช้ได้ สามารถแก้ไขภาพได้ ตารางการวดั และประเมินผล ง. รโี หลด (Reload) ง. นาภาพไปใชไ้ ด้ ห้ามแกไ้ ขภาพ วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน 2. ไปรษณยี ์อเิ ล็กทรอนิกส์ มชี อื่ ยอ่ ว่าอะไร 7. หากต้องการสบื คน้ ข้อมลู กล้วยไมไ้ ทยเฉพาะไฟลน์ าเสนอ ก. Download ข. Address แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปนีร้ ะบุคาค้นได้ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ ยละ 60 ผานเกณฑ ค. E-mail ง. Net ถูกตอ้ ง หลงั เรยี น หลงั เรยี น 3. เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นการให้บริการอนิ เทอร์เน็ตรูปแบบใด ก. กลว้ ยไม้ไทย : File Type : PPT ก. การสนทนาผา่ นเครือข่าย ข. File Type : กลว้ ยไมไ้ ทย : PPT ข. การถา่ ยโอนข้อมูล ค. File Type : PPT : กล้วยไมไ้ ทย ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหดั รอยละ 60 ผา นเกณฑ ค. ชุมชนออนไลน์ ง. File Type : PPT กล้วยไม้ไทย ง. เวลิ ด์ไวดเ์ วบ็ 8. ข้อใดต่อไปนีใ้ ช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ไม่ถูกตอ้ ง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดบั คณุ ภาพ 2 4. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้คี ้นหารปู ภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. ส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้เพอ่ื น ๆ การทาํ งานราย พฤตกิ รรม ผา นเกณฑ ก. กาหนดคาคน้ เลือก คน้ รูป แลว้ คลิก ประเภท ข. ไม่ส่งต่อข้อมลู ลามกอนาจาร ภาพ และเลือก สี กด Enter ค. ไม่แอบอา้ งข้อมลู ของผู้อื่น บคุ คล ข. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรปู แลว้ คลิก เครอ่ื งมือ ง. สนทนาดว้ ยคาสุภาพ และเลอื ก สี กด Enter 9. เมือ่ สืบค้นข้อมูลและไดข้ ้อมลู ตามท่ีตอ้ งการแล้ว ควร ค. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพมิ่ เติม ปฏิบัตอิ ยา่ งไร และเลอื ก สี กด Enter ก. ประเมินความนา่ เชือ่ ถือของข้อมลู ง. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรปู แล้วคลกิ สี กด Enter ข. นาเสนอข้อมูลทไ่ี ด้หน้าช้นั เรียน 5. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเก่ยี วกบั การคน้ หาข้อมลู แบบ Search ค. เผยแพรข่ อ้ มูลโดยการส่งต่อ Engine ง. คดั ลอกขอ้ มูลลงสมดุ ก. การคน้ หาข้อมลู ผ่านเว็บไซต์ในอนิ เทอรเ์ นต็ โดยใช้ 10. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับอินเทอร์เน็ต ซอฟตแ์ วร์คน้ ผา่ นเวบ็ ก. เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ท่ีเชอ่ื มต่อกันภายในอาคาร ข. การคน้ หาข้อมลู โดยดใู นเว็บเบราเซอร์ จากนน้ั หน้าจอจะ เดียวกันเทา่ นั้น แสดงรายละเอยี ดหัวข้อย่อยมาใหเ้ ลือก ข. เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกัน ค. การค้นหาโดยใชค้ าคน้ ป้อนลงในเวบ็ เสิร์ชเอน็ จิน Google ได้ทั่วโลก จะปรากฏข้อมูลที่สอดคลอ้ งกับคาคน้ ข้นึ มา ค. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ทเี่ ช่อื มต่อกันระหว่างองคก์ รกับ ง. การค้นหาข้อมูลโดยการถ่ายโอนแฟม้ ขอ้ มูลขา่ วสาร องคก์ ร บทความตา่ ง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครอ่ื งหนงึ่ ไปยัง ง. เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ทเี่ ชือ่ มต่อกนั ภายในประเทศ คอมพวิ เตอร์อกี เครอ่ื งหน่ึง เท่านัน้ เฉลย 1. ค 2. ค 3. ค 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ก 9. ก 10. ข ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนว่ ยท่ี 13 กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล แบงนักเรียนเปนกลุม 4-6 กลุม ตามความเหมาะสม ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา และครูถามคําถามวา ถามีคนแปลกหนาเขามาคุยกับนักเรียน เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ในโปรแกรมสนทนาผานเครือขาย นักเรียนคิดวา ควรคุยดวย ที่แนบมาทา ยแผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2 หนวยการเรียนรทู ่ี 3 หรือไม เพราะอะไร และถานักเรียนเลือกไมคุย จะมีวิธีปฏิเสธ อยา งไร ใหเ วลานกั เรยี นสบื คน ขอ มลู และแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล กับเพื่อนในกลุมประมาณ 5 นาที จากนนั้ ใหต วั แทนกลุมออกมา คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน นาํ เสนอคําตอบและเหตุผลหนา ช้นั เรียน ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32  1 การแสดงความคดิ เหน็   2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่นื  3 การทางานตามหน้าท่ีทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย   4 ความมีนาใจ  5 การตรงต่อเวลา    รวม เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมนิ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............/.................../................ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง T127

Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การนาํ เสนอขอ มลู โดยใชซอฟตแ วรป ระยุกต ซอฟตแ์ วร์ (Software) คอื ชดุ ค�ำสงั่ ท่กี ำ� หนดให้คอมพวิ เตอร์ทำ� งำน แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดงั น้ี • ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นโปรแกรมท่ีมีหน้ำท่ีควบคุมกำรท�ำงำนของฮำร์ดแวร์ทุกอย่ำง อ�ำนวยควำมสะดวกให้ กบั ผใู้ ช้เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ และทำ� หน้ำทใ่ี นกำรจัดกำรระบบ ดแู ลรักษำเครอ่ื ง กำรแปลภำษำระดบั ต�ำ่ หรอื ระดับสูงให้เป็นภำษำเครือ่ งเพ่อื ให้เครื่องอ่ำนไดเ้ ข้ำใจ • ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ส�ำหรับท�ำงำนต่ำง ๆ ตำมที่ต้องกำร เช่น กำรท�ำงำนเอกสำร งำนกรำฟิก งำนน�ำเสนอ หรอื เปน็ ซอฟตแ์ วรส์ ำ� หรับงำนเฉพำะด้ำน เชน่ โปรแกรมงำนทะเบยี น โปรแกรมกำรใหบ้ รกิ ำรเวบ็ และใช้เพ่อื ประโยชนต์ ่ำง ๆ เช่น ซอฟต์แวรส์ า� เร็จรูป ซอฟต์แวรด์ า้ นกราฟก • ซอฟต์แวร์ประมวลคำ� เชน่ CorelDRAW PageMaker และ Photoshop • ซอฟต์แวร์ตำรำงท�ำงำน จะทำ� หน้ำท่ีเกี่ยวกบั งำนออกแบบ วำดภำพ จัดทำ� • ซอฟต์แวรจ์ ัดกำรฐำนขอ้ มลู สิ่งพิมพ์ และตกแต่งให้สวยงำม • ซอฟตแ์ วรน์ �ำเสนอข้อมูล • ซอฟต์แวรส์ ่ือสำรขอ้ มูล การใชซ อฟตแ วรในการทํางาน ใช้ซอฟต์แวร์ในการพมิ พเ์ อกสาร ใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการชวยค�านวณ ใชซ้ อฟตแ์ วรใ์ นการสรา้ งกราฟ โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ประมวลค�ำ ซง่ึ มีหลกั กำร โดยใชโ้ ปรแกรมตำรำงทำ� งำน ซง่ึ มหี ลกั กำร โดยใชโ้ ปรแกรมตำรำงทำ� งำน ซงึ่ มหี ลกั กำร คือ จ�ำลองหน้ำจอคอมพิวเตอร์ให้เป็น คอื มกี ระดำษค�ำนวณขนำดใหญ ่ แล้วแบ่ง คอื กำรแปลผลข้อมลู ทีป่ อนลงในโปรแกรม เหมือนแผ่นกระดำษ ผู้ใช้สำมำรถพิมพ์ เป็นแต่ละช่อง ซึ่งแต่ละช่องสำมำรถพิมพ์ ให้เปน็ กรำฟรูปแบบตำ่ ง ๆ ซ่งึ สำมำรถโอน เอกสำรและสร้ำงภำพได้ ขอ้ ควำมหรือสูตรตำ่ ง ๆ ได้ ไฟล์ไปใช้ร่วมกบั โปรแกรมอ่นื ๆ ได้ ใชซ้ อฟต์แวรใ์ นการออกแบบ ใช้ซอฟตแ์ วร์ในการนา� เสนองาน โดยใชโ้ ปรแกรมในกำรออกแบบ ซง่ึ มหี ลกั กำร โดยใช้โปรแกรมนำ� เสนอ ซ่ึงมีหลกั กำร คอื คอื ออกแบบลงบนพนื้ ทวี่ ำ่ งและมเี ครอ่ื งมอื มีสไลด์และเครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้สร้ำงภำพ ต่ำง ๆ ส�ำหรับออกแบบไว้ให้ผู้ใช้งำนได้ ตกแต่งสไลด์และบันทึกเสียงประกอบ ออกแบบตำมต้องกำร เพื่อนำ� เสนอผลงำนได้ T128

Chapter Overview แผนการจัด สอ่ื การเรย� นรู จ�ดประสงค วธ� �สอน ประเมนิ ทักษะที่ได คุณลักษณะ การเรย� นรู อันพงึ ประสงค แผนฯ ท่ี 1 ประวตั ิสว นตวั - แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1. อธบิ ำยควำมหมำย - กำรอภปิ รำย - ประเมนิ กำร - ทกั ษะกำรสอ่ื สำร - มีวนิ ัย ของฉัน - หนงั สือเรียน เกีย่ วกับซอฟต์แวรไ์ ด้ น�ำเสนอผลงำน - ทักษะกำรท�ำงำน - ใฝ่เรยี นรู้ รำยวิชำพนื้ ฐำน (K) - ส ังเกตพฤติกรรม ร่วมกนั - มุ่งม่ันใน 4 เทคโนโลยี 2. ใ ช้งำนเครือ่ งมอื กำรทำ� งำน - ท ักษะกำรคดิ กำรทำ� งำน (วทิ ยำกำรคำ� นวณ) ป.4 พนื้ ฐำนในโปรแกรม รำยบคุ คล อยำ่ งสรำ้ งสรรค์ ชวั่ โมง ไมโครซอฟตเ์ วิรด์ - ส งั เกตพฤตกิ รรม - ทกั ษะกำรคิด ในกำรพิมพ์ขอ้ ควำมได้ กำรทำ� งำนกล่มุ อยำ่ งมี (P) - ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ วจิ ำรณญำณ 3. เหน็ ควำมสำ� คญั อนั พึงประสงค ์ ในกำรใช้งำนโปรแกรม หรอื ซอฟตแ์ วร์ ในชวี ิตประจำ� วนั (A) แผนฯ ท่ี 2 - หนังสือเรียน 1. บอกลกั ษณะของ - กำรอภปิ รำย - ป ระเมินกำร - ทกั ษะกำรส่ือสำร - มวี ินัย โปรแกรมจดั การ รำยวิชำพืน้ ฐำน ซอฟต์แวรไ์ ด้ (K) น�ำเสนอผลงำน - ทกั ษะกำรทำ� งำน - ใฝเ่ รียนรู้ ตัวเลข เทคโนโลย ี 2. ใ ชง้ ำนไมโครซอฟต์ - ส งั เกตพฤติกรรม รว่ มกนั - มงุ่ มน่ั ใน (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 เอกซ์เซลในกำรรวบรวม กำรท�ำงำน - ท ักษะกำรคิด กำรทำ� งำน 3 และประเมนิ ข้อมลู ได ้ รำยบุคคล อยำ่ งสร้ำงสรรค์ (P) - สังเกตคุณลกั ษณะ - ทกั ษะกำรคิด ชว่ั โมง 3. เ ห็นประโยชน์ของกำรใช้ อันพงึ ประสงค์ อย่ำงมี โปรแกรมไมโครซอฟต์ วจิ ำรณญำณ เอกซเ์ ซลในกำรรวบรวม และประเมินขอ้ มูล (A) แผนฯ ท่ี 3 - หนงั สือเรียน 1. อธบิ ำยลกั ษณะของ - กำรอภิปรำย - ตรวจแบบฝก หดั - ทกั ษะกำรสือ่ สำร - มวี ินัย นกั พรเี ซนต รำยวิชำพน้ื ฐำน โปรแกรมไมโครซอฟต์ - ก ำรแสดง - ตรวจชิ้นงำน/ - ทกั ษะกำรท�ำงำน - ใฝเ่ รียนรู้ คนเกง เทคโนโลยี เพำเวอรพ์ อยตไ์ ด้ (K) บทบำทสมมติ ภำระงำน (รวบยอด) ร่วมกนั - มงุ่ มนั่ ใน (วทิ ยำกำรค�ำนวณ) ป.4 2. ใ ชโ้ ปรแกรม - ตรวจแบบทดสอบ - ทักษะกำรคิด กำรท�ำงำน 3 - แบบฝก หัด ไมโครซอฟต์ หลงั เรียน อย่ำงสร้ำงสรรค์ รำยวชิ ำพ้ืนฐำน เพำเวอรพ์ อยต์ - ประเมินกำร - ท ักษะกำรคิด ช่ัวโมง เทคโนโลยี ในกำรสรำ้ งไฟล์ น�ำเสนอผลงำน อยำ่ งมี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 นำ� เสนอได้ (P) - ส ังเกตพฤติกรรม วจิ ำรณญำณ - ชิน้ งำน/ภำระงำน 3. เ หน็ ประโยชนข์ องกำรใช้ กำรท�ำงำน (รวบยอด) โปรแกรมไมโครซอฟต์ รำยบคุ คล - แบบทดสอบหลังเรียน เพำเวอร์พอยต์ - ส ังเกตพฤตกิ รรม ในกำรนำ� เสนองำน (A) กำรท�ำงำนกลุ่ม - สังเกตคณุ ลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ T129

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 4เวลา ชั่วโมง ประวตั สิ ่วนตัวของฉัน 1. มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ตวั ชว้ี ดั ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมนิ  นำ� เสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ห่ี ลากหลายเพอื่ แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำ� วนั 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมายเกี่ยวกับซอฟต์แวรไ์ ด้ (K) 2. ใชง้ านเครอ่ื งมอื พนื้ ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ ในการพมิ พข์ อ้ ความได้ (P) 3. เหน็ ความสำ� คัญในการใชง้ านโปรแกรมหรอื ซอฟต์แวรใ์ นชีวิตประจ�ำวนั (A) 3. สาระการเรยี นรู้ การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์ คอมพวิ เตอร์ เพื่อการจัดท�ำเอกสาร ข้อมูลและสารสนเทศ 4. สาระสำ� คญั /ความคดิ รวบยอด ซอฟตแ์ วร์ (Software) คอื ชดุ คำ� สงั่ ทก่ี ำ� หนดใหค้ อมพวิ เตอรท์ ำ� งานตามความตอ้ งการ เชน่ การนำ� เสนองาน การพมิ พง์ าน เอกสาร รายงาน และโปสเตอร์ โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ (Microsoft Word) ใชใ้ นการพมิ พง์ านเอกสารทเี่ ปน็ ขอ้ มลู ลกั ษณะเปน็ ตวั อกั ษรและมรี ปู ภาพ ประกอบ เชน่ รายงาน โปสเตอร์ และยงั สามารถใชง้ านระบบอตั โนมตั ติ า่ ง ๆ ได้ เชน่ การคน้ หาคำ� การตรวจสอบไวยากรณ์ การสรา้ งตาราง 5. สมรรถนะสำ� คญั ของผ้เู รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำ� คัญของผูเ้ รียน ทกั ษะ 4Cs คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. ทกั ษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ 1. มวี นิ ยั 2. ความสามารถในการคิด (Critical Thinking) 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกนั 3. มุ่งมัน่ ในการท�ำงาน (Collaboration Skill) 3. ทกั ษะการสือ่ สาร (Communication Skill) 4. ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : วิธกี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการอภปิ ราย T130

นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรยี น ขนั้ นาํ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนาํ เสนอขอ มลู ดว ยซอฟตแ วร เพอ่ื เปน การ คาช้แี จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ทบทวนความรแู ละวดั พนื้ ฐานความรกู อ นทจ่ี ะ เร่ิมเรียนเน้อื หา 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงซอฟตแ์ วร์ได้ถูกตอ้ ง 7. ข้อใดต่อไปนเ้ี ปน็ ขั้นตอนในการสรา้ งตารางในโปรแกรม ก. ซอฟตแ์ วร์ คือ ชุดคาส่งั ท่ีกาหนดใหค้ อมพิวเตอร์ทางาน ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด ข. ซอฟต์แวร์ คอื โปรแกรมทีใ่ ชใ้ นแกไ้ ขและตกแต่งรูปภาพ ค. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมที่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู และ ก. View > Table > เลือกคอลัมน์และแถวของตาราง นาเสนองาน ข. Insert > Table > เลือกคอลมั น์และแถวของตาราง ง. ซอฟต์แวร์ คอื ชดุ คาส่งั ท่ีเปน็ ตวั เลข ใชใ้ นการคานว ค. Insert > Text Box > เลือกคอลมั นแ์ ละแถวของ ประมวลผลข้อมลู โดยใช้สูตรทางค ติ ศาสตร์ ตาราง 2. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ เปน็ ซอฟตแ์ วร์ประเภทใด ง. Page Layout > Columns > เลือกคอลมั นแ์ ละแถว ก. ซอฟต์แวรร์ ะบบ ข. ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ ของตาราง ค. ซอฟตแ์ วร์ประมวลคา ง. ซอฟตแ์ วร์สอ่ื สารขอ้ มูล 3. หากข้อมลู มีลักษ ะเป็นตวั เลข ตอ้ งคานว โดยใช้สตู รทาง 8. พื้นท่ีสาหรับพิมพข์ ้อความหรือตวั เลขในโปรแกรม ค ติ ศาสตร์ โปรแกรมท่เี หมาะสมในการนาเสนอคอื โปรแกรมใด ไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล เรยี กว่าอะไร ก. ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟศิ ค. ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล ง. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอร์พอยต์ ก. รบิ บอน ข. ชีตงาน 4. หากตอ้ งการทารายงานที่มลี กั ษ ะเปน็ ตวั อกั ษร มีรูปภาพ ประกอบ โปรแกรมทเี่ หมาะสมในการนาเสนอคอื โปรแกรมใด ค. พื้นท่ีทางาน ง. แถบเคร่ืองมือ ก. ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟศิ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ 9. หากต้องการนาเสนองานในรูปแบบสไลด์ หรอื ภาพนิ่ง 5. เม่อื พมิ พ์ขอ้ ความในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์ แล้วตอ้ งการ เน้นขอ้ ความดว้ ยไฮไลต์จะตอ้ งคลกิ เลอื กเครอื่ งมือใด โปรแกรมที่เหมาะสมในการนาเสนอคือโปรแกรมใด ก. ข. ก. ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอก็ เซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 10. เมือ่ จดั ทาขอ้ มูลเพื่อนาเสนอโดยใช้โปรแกรมต่าง ๆ แลว้ ควรปฏิบตั อิ ย่างไร ก. บนั ทึกไฟล์งานดว้ ยชือ่ ที่ซับซอ้ น ทันสมยั เพือ่ ไม่ให้ ไฟลง์ านที่บนั ทึกไวส้ ญู หาย ข. สารองขอ้ มูลไฟลง์ านไว้ในที่เก็บขอ้ มูลภายนอก เช่น แฟลชไดรฟ์ หรืออัปโหลดลงเวบ็ ฝากข้อมลู ค. ง. ค. ควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพ่ือพิจาร าความทนั สมยั ของข้อมูล และรปู ภาพทีน่ ามาใช้ในการจัดทามีความ 6. ตอ้ งการสรา้ งรปู ดาวในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ ตอ้ งเลอื ก คมชดั และสวยงามหรือไม่ เครอ่ื งมอื ใดจึงจะเหมาะสมท่สี ุด ง. พจิ า าโปรแกรมทเ่ี ลือกใช้วา่ มีความเหมาะสมกับช้ินงาน ทต่ี อ้ งการนาเสนอหรอื ไม่ หากไม่เหมาะสมใหเ้ ปลีย่ น ก. ข. โปรแกรมในการนาเสนองาน ค. ง. เฉลย 1. ก 2. ค 3. ค 4. ก 5. ง 6. ค 7. ข 8. ค 9. ง 10. ข ภาพจาก แผนการสอน ท่ี 1 หนว่ ยที่ 41 ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู ซอฟตแ วรแบง ออกเปนก่ปี ระเภท อะไรบาง ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนําเสนอขอมูล ดวยซอฟตแวร เพื่อเปนการทบทวนความรูเดิมจากเน้ือหาท่ีเคยเรียนมา (วเิ คราะหคําตอบ ซอฟตแวรสามารถแบง ออกไดเปน 2 ประเภท หลังจากนั้นครูอาจสอบถามนักเรียนวา ในแตละวันนักเรียนใชงานซอฟตแวร คือ ซอฟตแวรระบบ เปนโปรแกรมที่ใชควบคุมเครื่อง และ อะไรบาง และใชซอฟตแวรนั้นทํางานในลักษณะใด จากน้ันครูสุมนักเรียน ซอฟตแ วรประยกุ ต เปน โปรแกรมทีใ่ ชท ํางานและเพ่อื ใชโ ปรแกรม เพอ่ื ตอบคาํ ถาม ตางๆ เชน ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวรตารางทํางาน ซอฟตแ วรจ ัดการฐานขอมลู ซอฟตแวรนาํ เสนอขอมลู ซอฟตแวร สอื่ สารขอ มลู ) T131

นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ นาํ 4 ¡ÒùÒí àʹ͌͢ ÁÅÙ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ èÕ ´ÇŒ «Ϳµá Çร 2. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูกับ นักเรียนวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรที่ชวย Data collection Data processing ประมวลผลขอ มลู ได จากนน้ั ใหน กั เรยี นภายใน (การรวºรวมขอ้ มลู ) (การ»รÐมวล¼ลขอ้ มูล) หอ งชว ยกนั หาคาํ ตอบโดยการคน หาจากแหลง ขอมูลตา งๆ เชน หนงั สือเรียน อินเทอรเน็ต รวบรวมขอ มลู จาก อินเทอรเน็ตไดม ากเลย 3. ครูถามคําถามเพื่อเปนการกระตุนการเรียนรู แลว เราจะประมวลผลขอ มลู กับนักเรียนวา เมื่อเราไดขอมูลที่ตองการมา ดวยโปรแกรมอะไรดีนะ และตองการนําเสนอขอมูลนั้นใหออกมาใน รูปแบบของกราฟหรือแผนภูมิ นักเรียนจะใช โปรแกรมใดในการนําเสนอขอมูลน้ี จากน้ัน ครสู ุมนกั เรยี นใหตอบคําถามน้ี แนวตอบ คาํ ถามประจําหนว ยการเรยี นรู เ¾×èอน æ ¤Ôดว‹า สÔè§ãด ãน¤อม¾Ôวเตอร์·¨Õè Ъว‹ ย อุปกรณคอมพิวเตอรท่ีชวยประมวลผลขอมูล »รÐมวล¼ลข้อมูล¤รѺ คือ ซพี ยี ู ซง่ึ เปน หนว ยประมวลผลกลาง หรือเรียก อีกชื่อหน่ึงวา ไมโครโพรเซสเซอร เปนอุปกรณ ตัวชี้วัด อิเล็กทรอนิกสท่ีใชในการประมวลผลขอมูลตาม ชดุ คาํ สงั่ ทมี่ าจากซอฟตแ วร มหี นา ทค่ี าํ นวณตวั เลข ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมนิ นา� เสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ จากชุดคําส่ังท่ีผูใชปอนโปรแกรมเขาไป เมื่อได โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ท่หี ลากหลายเพ่อื แกป้ ญหาในชวี ติ ประจ�าวนั ผลลัพธก็จะสงผลลัพธออกไปแสดงผลทางหนาจอ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 82 ซีพยี ูจึงเปรียบไดกับสมองของคอมพิวเตอร เกร็ดแนะครู ครูใหน ักเรยี นศึกษาเน้ือหาในหนว ยการเรียนรูที่ 4 เรือ่ ง การนาํ เสนอขอมลู ดวยซอฟตแวร โดยมีคําถามถามนักเรียนภายในหองเรียนวา นักเรียนคิดวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรท่ีชวยประมวลผลขอมูลได แลวครูใหนักเรียนชวยกัน วเิ คราะหค ําตอบ โดยครสู ุมนักเรียนขนึ้ มาตอบคําถาม เมื่อนกั เรยี นตอบคําถาม เสร็จเรียบรอย ครูอาจถามคําถามกับนักเรียนวา นักเรียนเคยใชงานโปรแกรม อะไรบางในการเรียนวชิ าคอมพิวเตอร และใชโ ปรแกรมเหลา นัน้ ทําอะไร T132

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ซอฟตแวร 1. ¡ÒùÒí àʹ͌͢ ÁÅÙ â´Â㪌 ขนั้ สอน ใดที่ชว ยในการ คํานวณขอมลู «Í¿µáÇรป ระÂุ¡µ 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอกับนักเรียน ของเราไดน ะ วา ซอฟตแวรใดท่ีชวยในการคํานวณขอมูล ซอฟตแวร (Software) คือ ชุดค�าส่ัง และสุมนักเรียนภายในหองเรียนออกมาตอบ ท่ีก�าหนดให้คอมพิวเตอร์ท�างาน แบ่งได้เป็น คาํ ถามหนาชน้ั เรียน 2 ประเภท ดังน้ี 2. ครนู ํานกั เรียนศึกษา เร่อื ง การนําเสนอขอ มูล ซอฟต์แวรร์ кº (System Software) โดยใชซอฟตแวรประยุกต โดยอธิบายคําวา ซอฟตแ วร ใหฟ ง วา เปน ชดุ คาํ สงั่ หรอื โปรแกรม เปน็ โปรแกรมทีใ่ ชค้ วบคมุ เคร่อื ง เช่น ทก่ี าํ หนดใหคอมพิวเตอรท าํ งาน และสามารถ แบงซอฟตแวรออกเปน 2 ประเภท คือ ภาพท่ี 4.1 เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นหัวใจ เป็นระบบปฏิบัติการท่ีพัฒนา ซอฟตแวรร ะบบและซอฟตแ วรประยกุ ต หนา จอคอมพวิ เตอร สา� คญั ของเครอ่ื งคอมพิวเตอร ์ Mac โดยบริษัทไมโครซอฟต์ ซ่ึงผู้ ทุกเคร่ือง สร้างข้ึนบนพ้ืนฐานของ ใช้สามารถสั่งงานได้จากเมาส์ 3. ครูใหนักเรียนศึกษาและสืบคนเก่ียวกับ ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มีหน้าท่ีเป็น มากข้ึน สามารถท�างานหลาย ซอฟตแวรระบบและซอฟตแวรประยุกตวา ตวั กลางทใ่ี ชต้ ดิ ตอ่ สอ่ื สารกบั อปุ กรณ ์ อยา่ งไดพ้ รอ้ มกนั ซง่ึ จะเนน้ การ มีลักษณะเหมือนหรือแตกตางกัน อยางไร และซอฟต์แวร์ภายในเคร่ือง เป็น ใชง้ านทางดา้ นกราฟก และการ จากนั้นใหตัวแทนนักเรียนออกมานําเสนอ ระบบปฏิบัติการที่เน้นการท�างานใน ทา� งานในรปู แบบตา่ ง ๆ จงึ ไดร้ บั หนา ช้ันเรียน ดา้ นการออกแบบ และกราฟก ความนิยมในปจ จุบัน แนวตอบ คาํ ถามสําคัญประจําหวั ขอ ซอฟตแ์ วร์»รÐยØกต์ (Application Software) ซอฟตแวรท่ีชวยในการคํานวณขอมูล คือ เป็นโปรแกรมทใ่ี ชท้ า� งาน และใช้เพอื่ ประโยชนต์ า่ ง ๆ เช่น ซอฟตแวรตารางทํางาน เพราะเปนซอฟตแวรท่ีใช ในการพิมพเอกสารในรูปแบบตาราง กราฟ และ ซอฟตแวรสาํ เรจ็ รปู ซอฟตแวรดานกราฟก เช่น การนําขอมลู ตาง ๆ มาคํานวณตามสตู รเพื่อใหได ● ซอฟต์แวรป์ ระมวลคา� เช่น Microsoft Word WordPerfect CorelDraw PageMaker และ ผลลัพธตามที่ตองการ ซึ่งโปรแกรมตารางทํางาน ● ซอฟต์แวร์ตารางการทา� งาน เชน่ Lotus 1 - 2 - 3 Photoshop จะท�าหน้าท่ีเก่ียว ทีใ่ ชก ันอยูใ นปจ จุบัน ไดแ ก โปรแกรมไมโครซอฟต Microsoft Excel กบั งานออกแบบ วาดภาพ จดั ทา� เอกซเซล (Microsoft Excel) ● ซอฟตแ์ วร์จัดการฐานข้อมูล เชน่ dBASE ส่งิ พมิ พ ์ และตกแตง่ ให้สวยงาม ● ซอฟตแ์ วร์น�าเสนอข้อมูล เชน่ Lotus Freelance Microsoft PowerPoint 83 ● ซอฟตแ์ วร์ส่ือสารขอ้ มลู เชน่ Facebook Line ภาพจาก หนงั สอื เรยี น หนา 83 ขอ สอบเนน การคิด ความรูเสริม ขอ ใดใหค วามหมายของคําวาซอฟตแวรไ ดถ กู ตอง ซอฟตแ วร (Software) เปน ชดุ คาํ สง่ั หรอื โปรแกรมทใี่ ชส ง่ั งานใหค อมพวิ เตอร 1. อุปกรณเทคโนโลยีระดับสงู ทํางาน ซอฟตแวรจึงหมายถึงลําดับข้ันตอนการทํางานที่เขียนขึ้นดวยคําส่ัง 2. อปุ กรณทที่ ําหนา ทีเ่ สมือนสมองกล ของคอมพิวเตอร และสามารถแบงซอฟตแ วรไ ดเ ปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวร 3. โปรแกรมแกป ญ หาทุกอยางของมนุษย ระบบ (System Software) และซอฟตแ วรป ระยกุ ต (Application Software) 4. ชดุ คําสัง่ ท่คี วบคุมการทาํ งานของคอมพวิ เตอร • ซอฟตแวรระบบ เปนซอฟตแวรท่ีบริษัทผูผลิตสรางข้ึนมาเพื่อใชจัดการ (วเิ คราะหคาํ ตอบ ซอฟตแวร คือ ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใช กับระบบ มีการทํางานโดยจะดําเนินงานพ้ืนฐานตางๆ ของระบบ ควบคุมการทํางานของเคร่ืองคอมพิวเตอรที่เขียนข้ึนดวยภาษา คอมพิวเตอร คอมพิวเตอรจากนักเขียนโปรแกรม สําหรับภาษาที่ใชเขียน โปรแกรมจะมีรูปแบบเฉพาะท่ีสามารถทําใหเครื่องคอมพิวเตอร • ซอฟตแวรประยุกต เปนซอฟตแวรท่ีใชกับงานดานตางๆ ตามความ เขาใจได เชน ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสกล ดังน้ัน ตองการของผูใชท่ีสามารถนํามาใชประโยชนไดโดยตรง เพื่อสั่งให ตอบขอ 4.) คอมพวิ เตอรท าํ งานตามทตี่ อ งการ เชน ซอฟตแ วรป ระมวลคาํ ซอฟตแ วร ตารางทาํ งาน ซอฟตแวรด า นกราฟก ซอฟตแ วรจ ดั การฐานขอ มลู T133

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน เมอื่ เรารวบรวมขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการจากแหลง่ ตา่ ง ๆ โดยกา� หนด หัวข้อที่ต้องการ และจดบันทึกข้อมูลแล้ว เราควรตรวจสอบ 4. ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การเกบ็ ขอ มลู ตา งๆ มานาํ เสนอ ข้อมูลโดยพจิ ารณาจากความถกู ตอ้ งและทนั สมยั มกี ารอ้างองิ วาตองรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลตางๆ แหล่งท่ีมาท่ีชัดเจน แล้วประมวลผลข้อมูล เช่น เปรียบ ตามท่ีตอ งการ เชน หนงั สอื เรียน อนิ เทอรเ น็ต เทียบ จัดกลุ่ม จากน้ันจึงน�าเสนอข้อมูลตามความเหมาะสม จากนั้นกําหนดหัวขอที่ตองการและจดบันทึก เช่น การบอกเล่า การนา� เสนอด้วยเอกสาร การนา� เสนอด้วย ขอมูลไว ซึ่งขอมูลท่ีไดมาควรตรวจสอบวา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เปนขอมูลที่มีความถูกตอง นาเช่ือถือ มีการ อางอิงแหลงที่มาใหชัดเจน จากนั้นนําขอมูล ที่ไดไปประมวลผลโดยใชวิธีการเปรียบเทียบ เรยี งลาํ ดบั หรือจดั กลุม ตามท่ตี อ งการ และนาํ ขอมูลที่ไดออกมานําเสนอผานโปรแกรม นําเสนองาน เอกสารรายงาน หรือนําเสนอ ในรูปแบบอน่ื ใหผ ูฟง เกดิ ความเขา ใจ รวบรวมข้อมูล ปอรยะา่มงวงล่าผยล • กา� ห• เนตดรหียวัมขออ้ ปุ ทกต่ี รอ้ ณงก์ าร • •เ•ปเ•หรจราียีัดยผงกบลลลเรา� ทมุ่วดียมบั บ ใ•นการจดบนั ทกึ น�าเสนอข้อมลู ขอ้ มวลู เิ สครรา้ างะทหาผ์ งลเลอื ก • โป• เร•อแกก•กาโสรปรามบสรนอเรตา�กาเอยเสลรงน่า์าอนงาน • เปรียบเทยี บ • ตัดสิน การน�าเสนองานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จ�าเป็นต้อง วิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของลักษณะโปรแกรมที่ใช้ด้วยว่า โปรแกรมใดมคี วามเหมาะสมกบั ชน้ิ งานชนดิ ใด 84 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 84 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การรวบรวมขอ มลู จากแหลง ตา งๆ ใหน กั เรยี นฟง โดยถาม นดิ ตอ งการคน หาขอ มลู เกย่ี วกบั การใชง านคอมพวิ เตอร นดิ จะ คาํ ถามกระตนุ ความคดิ นกั เรยี นวา เมอ่ื นกั เรยี นอยากไดข อ มลู เรอื่ ง วนั ลอยกระทง ตอ งคนหาขอ มลู จากแหลงขอมูลใดจงึ จะไดข อมลู สมบรู ณท ่ีสุด นักเรียนสามารถคนหาขอมูลหรือสอบถามขอมูลไดจากแหลงขอมูลใดบาง ใหเวลานักเรียนในการหาคําตอบ จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมาตอบคําถาม 1. จากครูผูสอน และอาจใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยจับบัตรภาพขอมูลตางๆ แลวหาคําตอบวา 2. จากอนิ เทอรเ น็ต จะใชแ หลงขอ มูลใดในการคน หาขอมลู เชน นักเรยี นจบั บัตรภาพขอ มูลไดคําวา 3. จากการสอบถามเพื่อนในหอ งเรียน อปุ กรณค อมพวิ เตอร นกั เรยี นสามารถคน หาขอ มลู จากอนิ เทอรเ นต็ หรอื สอบถาม 4. จากหนังสอื การใชง านคอมพวิ เตอรเ บื้องตน จากครผู สู อนวิชาคอมพิวเตอร (วเิ คราะหคําตอบ เมอ่ื นดิ ตอ งการคน หาขอ มลู เกย่ี วกบั การใชง าน คอมพิวเตอร ซ่ึงในการคนหาขอมูลน้ันจะตองหาขอมูลท่ีมีความ นา เชอื่ ถอื และไดข อ มลู ทม่ี คี วามถกู ตอ งมากทส่ี ดุ นดิ จะตอ งคน หา ขอมูลจากหนังสือการใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน เพราะจะมี การแนะนําขั้นตอนในการใชจากผูที่มีประสบการณในการใชงาน คอมพิวเตอร ดังนน้ั ตอบขอ 4.) T134

นา� สอน สรปุ ประเมนิ â»รแกรม·Õªè ว‹ ยãนการน�าเสนอข้อมลู ขน้ั สอน ตารางที่ 4.1 โปรแกรมที่ชวยในการนาํ เสนอขอ มลู 5. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเก่ียวกับโปรแกรม ที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซ่ึงแบงออกเปน ซอฟตแวร หนาท่ี ตวั อยา งโปรแกรม 4 กลมุ ดังน้ี โปรแกรมประมวลคํา โปรแกรม ตารางทํางาน โปรแกรมนําเสนอขอมูล โปรแกรม เปน็ ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ใช้สา� หรับ • Microsoft Word และโปรแกรมดา นกราฟก ประมวลค�า การพมิ พเ์ อกสารสามารถแกไ้ ข • WordPerfect เพมิ่ แทรก ลบ และจดั รปู แบบเอกสารได้ 6. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางโปรแกรมที่นักเรียน เคยใชง านวา อยใู นกลมุ ใดของโปรแกรมเหลา น้ี โปรแกรม เปน็ ซอฟต์แวรท์ ช่ี ว่ ยในการคดิ ค�านวณ • Lotus 1-2-3 และมีลักษณะของชิ้นงานท่ีทําออกมาเปน แบบใด ใหนักเรียนชวยกันคิดวิเคราะหเพื่อ หาคําตอบนี้ ตารางทา� งาน มลี กั ษณะเป็นตาราง • Microsoft Excel โปรแกรม เป็นซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้ส�าหรับนา� เสนอ • Lotus Freelance นา� เสนอข้อมูล ข้อมูล การแสดงผลตอ้ งสามารถดึงดดู • Microsoft ความสนใจ • PowerPoint โปรแกรม เปน็ ซอฟต์แวร์ดา้ นงานออกแบบ • CorelDraw ด้านกราฟก เขยี นแบบวาดภาพ จัดทา� สิ่งพิมพ์ และ • PageMaker จะเปน็ ทางดา้ นการนา� เสนอ • Photoshop 1.1 การนําเสนอขอมูลโดยใชโปรแกรมในการพิมพง าน เราสามารถใช้โปรแกรมประมวลค�าในการพิมพ์งาน เอกสาร และยงั สามารถใชง้ านระบบอตั โนมตั ติ า่ ง ๆ ไดด้ ว้ ย เชน่ การค้นหาค�า การตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์ การสร้าง ตาราง 85 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 85 ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู เม่ือนักเรียนตองการนําเสนอผลงาน เรื่อง การทํารายรับ- ครูอธิบายเกยี่ วกับโปรแกรมที่ชวยในการนําเสนอขอมลู ซง่ึ มี 4 โปรแกรม รายจา ยประจาํ สปั ดาห นกั เรยี นจะเลอื กโปรแกรมใดนาํ เสนอขอ มลู ดงั น้ี 1. โปรแกรมกราฟก • โปรแกรมประมวลคาํ เปน โปรแกรมทช่ี ว ยสรา งเอกสารประเภทตา งๆ ได 2. โปรแกรมประมวลคาํ อยา งสะดวกและรวดเรว็ เนน การจัดพิมพเ อกสาร สามารถพมิ พเอกสาร 3. โปรแกรมตารางทํางาน ออกมาเปนชุด เปนจดหมาย บันทึกขอความ รายงาน บทความ เชน 4. โปรแกรมนาํ เสนอขอ มูล โปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด (วเิ คราะหค ําตอบ ในการนําเสนอผลงานการทํารายรับ- • โปรแกรมตารางทํางาน เปนโปรแกรมท่ีใชในการคิดคํานวณหรือเก็บ รายจา ยนนั้ นกั เรยี นจะตอ งใชโ ปรแกรมตารางทาํ งานเพอ่ื นาํ เสนอ ขอ มลู สตู รคาํ นวณตา งๆ ลงบนแผน ตารางงาน เชน โปรแกรมไมโครซอฟต ขอมูลนี้ เพราะโปรแกรมตารางทํางานเปนโปรแกรมท่ีใช เอกซเ ซล ในการคิดคํานวณหาคาตา งๆ จากสูตรท่มี ีอยใู นโปรแกรม ดังน้นั ตอบขอ 3.) • โปรแกรมนาํ เสนอขอ มลู เปน โปรแกรมทใี่ ชส าํ หรบั จดั เตรยี มเอกสารตา งๆ ท่ีจําเปนตองใชในการนําเสนอขอมูล เพื่อใหสามารถดึงดูดความสนใจ ของผูท เี่ ขา มาศกึ ษา เชน โปรแกรมไมโครซอฟตเพาเวอรพ อยต • โปรแกรมดานกราฟก เปนโปรแกรมที่ชวยในการออกแบบ วาดภาพ Tจดั ทําสิ่งพิมพเพื่อใชใ นการนาํ เสนอ เชน โปรแกรมโฟโตชอป 135

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 1) องคป ระกอบโปรแกรมประมวลคาํ 12 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง องคประกอบ 3 5 โปรแกรมประมวลคํา ซึ่งสามารถแบงไดเปน 4 10 องคประกอบ ดังนี้ แถบเคร่ืองมือดวน ชอื่ โปรแกรมและชอ่ื แฟม แถบคาํ สงั่ แบบอกั ษร 6 แถบริบบอน ไมบรรทดั ตําแหนง การพิมพหรอื เคอรเซอร แถบเลื่อน แถบสถานะ และยอ/ 7 ขยาย 8 8. ครูใหนักเรียนเปดโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด (Microsoft Word) เม่ือเปด หนาน้ีแลว ใหค รู สอบถามขอมูล โดยการสุมนักเรียนตอบ คําถามวา ในแตละสวนของโปรแกรมมีชื่อ และหนา ที่ในการใชง านอยางไร 9 10 ภาพท่ี 4.2 หนา ตา งของโปรแกรมประมวลคํา 1. แถบเครอ่ื งมอื ดว น (Quick Access Toolbar) แสดงแถบเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชง้ านบอ่ ย เปน็ แถบทเ่ี รยี กใชง้ านเครอื่ งมอื ไดอ้ ยา่ งสะดวก และสามารถเพมิ่ คา� สงั่ ทใี่ ชง้ านได้ 2. ชอื่ โปรแกรม และชอ่ื แฟม (Title Bar) แถบแสดงชอ่ื โปรแกรม และชอื่ ไฟลเ์ อกสาร 3. แถบคาํ สง่ั (Menu Bar) เมนคู า� สง่ั หลกั ของโปรแกรม 4. แบบอกั ษร (Font) แถบทใ่ี ชก้ า� หนดรปู แบบอกั ษร และลกั ษณะพเิ ศษของตวั อกั ษร 5. แถบรบิ บอน (Ribbon) แถบทแี่ สดงคา� สงั่ ตา่ ง ๆ ทใ่ี ชใ้ นการทา� งานกบั เอกสาร 6. ไมบ รรทดั (Ruler) แสดงความกวา้ งความยาวของกระดาษ ตง้ั คา่ หนา้ กระดาษ 7. ตาํ แหนง การพมิ พ หรอื เคอรเ ซอร  (Cursor) แสดงตา� แหนง่ ของการพมิ พข์ อ้ ความ 8. แถบเลอ่ื น (Scroll Bar) แถบเลอื่ นดหู นา้ เอกสาร ใชส้ า� หรบั เลอ่ื นดขู อ้ ความใน แนวตง้ั และแนวนอน 9. แถบสถานะ (Status Bar) แสดงสถานะการทา� งานปจ จบุ นั 10. ยอ /ขยาย (View Bar) แสดงมมุ มองเอกสาร โดยการยอ่ และขยายหนา้ กระดาษ 86 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 86 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครูอธิบาย เร่อื ง องคป ระกอบโปรแกรมประมวลคาํ โดยใหนกั เรียนสังเกต เมื่อนักเรียนพิมพรายงานจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด ภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียน จากน้ันครูอธิบาย เสร็จเรียบรอยและตองการบันทึกชิ้นงาน จะตองคลิกที่แถบ สว นประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดวา ประกอบดว ยแถบเครอ่ื งมอื ดว น เคร่ืองมือใด ช่ือโปรแกรมและช่ือแฟม แถบคําส่ัง แบบอักษร แถบริบบอน ไมบรรทัด ตําแหนงการพมิ พหรอื เคอรเซอร แถบเลอ่ื น แถบสถานะ และยอ/ขยาย จากนั้น 1. แถบคําส่ัง ครอู าจสมุ ใหน กั เรยี นออกมาอธบิ ายลกั ษณะของแถบเมนตู า งๆ ภายในโปรแกรม 2. แถบรบิ บอน ไมโครซอฟตเ วริ ด 3. แถบสถานะ 4. แถบเครอ่ื งมือดว น (วิเคราะหค าํ ตอบ เม่ือตองการบันทึกชิ้นงานจะตองคลิกท่ีแถบ เคร่ืองมือดวน ซ่ึงแถบเคร่ืองมือดวนจะแสดงแถบเคร่ืองมือ ที่ใชงานบอย เปนแถบเครื่องมือที่เรียกใชงานไดอยางสะดวก โดยปุมบนั ทกึ จะอยูในแถบเครอ่ื งมือดว นน้ี ดงั นน้ั ตอบขอ 4.) T136

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 2) แถบคาํ สงั่ โปรแกรมประมวลคาํ ขน้ั สอน 1 หนาแรก (Home) คาํ ส่ังเกีย่ วกบั การเลอื กแบบอักษร ลักษณะ 9. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง แถบคาํ สง่ั โปรแกรมประมวลคาํ ซึ่งแบงแถบคําสั่งได ดังน้ี หนาแรก แทรก ตวั อักษร การกาํ หนดยอ หนา การทํางานกับขอ มลู ทค่ี ัดลอกไว เคาโครงหนากระดาษ อา งอิง การสงจดหมาย เครือ่ งมือคน หา และการแทนที่ขอความ ตรวจทาน และมมุ มอง ซ่งึ อธิบายลักษณะเดน ของแถบคําสั่งตางๆ ใหนักเรียนฟง จากนั้น ภาพท่ี 4.3 แถบคาํ ส่ังแรก ใหครูทํากิจกรรมกับนักเรียนในหอง โดยครู พูดความหมายของแถบคําส่ังในโปรแกรม 2 แทรก (Insert) คําสัง่ เกยี่ วกับการแทรกประเภทตาง ๆ ลงบน และใหนักเรียนตอบวา ความหมายนี้เปน ความหมายของแถบคําสั่งใด ซ่ึงเปน เอกสาร เชน รูปภาพ ตาราง ขอ ความ สัญลกั ษณ การทบทวนความรูใหนักเรียนเขาใจเน้ือหา เพิ่มข้นึ ภาพท่ี 4.4 แถบคําส่ังหนาแทรก 3 เคาโครงหนา กระดาษ (Page Layout) คําส่งั เก่ียวกับการตงั้ คา หนา กระดาษ กําหนดระยะยอ หนา กําหนดพ้ืนหลงั ภาพที่ 4.5 แถบคําสงั่ เคาโครงหนา กระดาษ 4 อา งอิง (References) คาํ สัง่ เกย่ี วกับเคร่ืองมอื ในการสราง สว นประกอบของเอกสารเพ่มิ เติม เชน สารบัญ ดัชนี บรรณานุกรม ภาพท่ี 4.6 แถบคาํ ส่ังอา งองิ 87 ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 87 กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู 1. ใหน กั เรยี นแบงกลมุ ตามความสมัครใจ กลมุ ละ 3-4 คน ครูอธิบายเร่ือง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ใหนักเรียนฟง โดยใน 2. สมาชิกแตละกลุมรวมกันออกแบบขอมูล เรื่อง องคประกอบ โปรแกรมจะประกอบไปดว ยแถบคาํ สงั่ ตางๆ ดังน้ี โปรแกรมประมวลคํา ลงในโปรแกรมไมโครซอฟตเวริ ด • หนาแรก (Home) เปนแถบคําสั่งเก่ียวกับการเลือกลักษณะ รูปแบบ 3. สมาชิกในกลุมรวมกันระดมความคิดเห็นและชวยคนหาขอมูล และขนาดของตวั อกั ษร ลกั ษณะของการจดั วางขอ ความ เครอ่ื งมอื คน หา และการทาํ งานกับขอมูลทคี่ ดั ลอกไว จากแหลง ขอ มลู เชน อนิ เทอรเนต็ หนังสือเรียน 4. จัดเตรียมขอมูลเพ่ือนําเสนอตามรูปแบบท่ีนักเรียนคิดวา • แทรก (Insert) เปน แถบคําสั่งทเ่ี กีย่ วกบั การแทรกรูปภาพ รปู ราง ตาราง ขอความ และสญั ลักษณตางๆ ตามความตองการ นาสนใจอยา งอสิ ระ 5. ออกมานาํ เสนอผลงานหนา ชน้ั เรยี น โดยใชว ธิ กี ารสอื่ สารทท่ี าํ ให • เคาโครงหนากระดาษ (Page Layout) เปนแถบคําส่ังท่ีเกี่ยวกับการ ตั้งคาตางๆ ของหนากระดาษ ผอู ่ืนเขา ใจไดงาย • อางอิง (References) เปนแถบคําสั่งเก่ียวกับเคร่ืองมือในการสราง สว นประกอบของเอกสารเพ่ิมเติม T137

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน 5 การสงจดหมาย (Mailings) ค�าสงั่ เก่ยี วกับการสร้างจดหมาย 10. ครูทบทวนเนื้อหา เร่ือง องคประกอบและ และ การเขยี นและแทรกเขตขอ้ มูลในจดหมาย แถบคาํ สง่ั ของโปรแกรมประมวลคาํ โดยอาจ ยกเปนสัญลักษณภาพเมนูตางๆ แลวให ภาพท่ี 4.7 แถบคําสั่งการสง จดหมาย นกั เรยี นตอบคาํ ถามวา สญั ลกั ษณน มี้ ชี อื่ เมนู วา อะไร เพอ่ื ทบทวนเนือ้ หาท่เี รยี นมา 6 ตรวจทาน (Review) ค�าสง่ั เกยี่ วกบั การตรวจทานเอกสาร 11. ครูอาจแนะนําใหนักเรียนรูจักโปรแกรม เชน่ การพิสจู นอ์ ักษร การแทรกข้อคดิ เห็นบนเอกสาร การ ประมวลคํา โดยอธิบายใหนักเรียนทราบวา เปรียบเทียบเอกสาร โปรแกรมประมวลคาํ เหมาะสาํ หรบั ใชใ นการ จัดการกับเอกสารตางๆ ซ่ึงสามารถแกไข ขอ ความ และตกแตงเอกสารใหดสู วยงาม ภาพที่ 4.8 แถบคําส่งั การตรวจทาน 7 มมุ มอง (View) คา� ส่งั เกยี่ วกับการเลือกมมุ มองในการทา� งาน เช่น การย่อเอกสาร การขยายเอกสาร แสดงส่วนประกอบ หนา้ ต่างโปรแกรม ภาพที่ 4.9 แถบคาํ ส่ังมุมมอง สาํ หรับในระดบั ชน้ั น้ี เพื่อน ๆ จะไดเรียนรู เก่ียวกับการสรา งความนา สนใจใหเ อกสารนะคะ 88 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 88 เกร็ดแนะครู กิจกรรม ทา ทาย ครอู ธบิ าย เรอื่ ง แถบคาํ สง่ั โปรแกรมประมวลคาํ ใหน กั เรยี นฟง ตอ จากหนา ท่ี ครูใหนักเรียนเขียนบทความ เร่ือง มลพิษของฝุน PM 2.5 แลววา สงผลกระทบอยางไรกับการใชชีวิตประจําวัน ลงในโปรแกรม ไมโครซอฟตเ วริ ด โดยใหส ืบคน ขอมลู ท่ีเกย่ี วของจากอินเทอรเนต็ • แถบคําส่ังการสงจดหมาย (Mailings) เปน แถบคาํ ส่งั ท่ีเก่ียวกับการสราง หนงั สอื เรียน หรือแหลงขอ มลู อนื่ ๆ และแทรกรูปภาพทีเ่ กี่ยวของ จดหมาย พรอมตกแตง ชนิ้ งานใหส วยงาม จากน้ันครสู ุมนกั เรียนออกมานาํ เสนอขอมูลหนาชั้นเรียน โดยใชวิธีการสื่อสารท่ีทําใหผูอ่ืนเขาใจ • แถบคําสั่งตรวจทาน (Review) เปนแถบคําสั่งที่เก่ียวกับการตรวจทาน ไดง าย เอกสารตางๆ เชน การพสิ จู นอ ักษร • แถบคาํ สงั่ มุมมอง (View) เปน แถบคาํ ส่งั ทใี่ ชเ ลอื กมุมมองในการทาํ งาน เชน การยอ ขนาดของเอกสาร การขยายขนาดของเอกสาร เมอื่ ครอู ธบิ ายแถบคาํ สง่ั ทงั้ หมดใหน กั เรยี นฟง ครอู าจสมุ นกั เรยี นใหอ ธบิ าย ลักษณะเดนของแตละแถบคําส่ังวามีลักษณะการใชงานอยางไรจากนั้นครู และนักเรียนรวมกันสรุปความรู เร่ือง องคประกอบและแถบคําสั่งโปรแกรม ประมวลคาํ T138

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 3) การปรับแตงขอความในเอกสารใหนาสนใจ สามารถ ขนั้ สอน ทา� ไดห้ ลายวิธี ดังนี้ 12. ครอู ธบิ ายเนอื้ หา เรอื่ ง การปรบั แตง ขอ ความ การเนน ขอ ความดว ยไฮไลท  เปน็ การทา� แถบส ี เพอื่ เนน้ ในเอกสารใหนาสนใจ ซ่ึงสามารถทําได ความส�าคญั ของขอ้ ความ มขี ั้นตอนการทา� ดงั น้ี หลายวิธี ดังน้ี การเนนขอความดวยไฮไลต การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมี 1. ค ลิกเครื่องมือไฮไลท ์ ขนาดใหญ และคลิกเลือกสี 13. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยการออกแบบ 2. เมาสพ์ อยนเ์ ตอรจ์ ะ ตัวหนังสือบนกลองนมใหมีความนาสนใจ เปล่ียนรูปร่างเป็น สามารถใชว ธิ จี ากหนงั สอื เรยี นในการตกแตง ปากกา แล้วน�าไป ใหออกมามีจุดเดนและมีความนาสนใจได คลิกเลือกข้อความ จากนนั้ ครสู มุ ผลงานของนกั เรยี นภายในหอ ง ทตี่ อ้ งการเน้น 5 อนั ดบั ขน้ึ มาแสดงบนหนา จอคอมพวิ เตอร ใหเพื่อนในหอ งดู ภาพท่ี 4.10 การเนนขอ ความดว ยไฮไลท การทาํ ตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมขี นาดใหญ มขี น้ั ตอนการท�า ดังนี้ 1. เลือกข้อมลู ท่ีต้องการทา� 2. คลกิ เลือก Drop Cap ตวั อกั ษรตวั แรกใหใ้ หญแ่ ลว้ คลกิ 3. คลกิ เลอื กตวั เลอื กตวั อกั ษร Insert ทีแ่ ถบเครื่องมอื ขน้ึ ตน้ ขนาดใหญ่จะปรากฏ ผลลพั ธ์ ดังภาพ ภาพท่ี 4.11 การทําตวั อกั ษรตวั แรกของยอ หนาใหม ขี นาดใหญ 89 ภาพจาก หนังสอื เรยี น หนา 89 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู การจัดการเก่ียวกับรูปแบบของตัวอักษรโดยเปล่ียนตัวอักษร ครอู ธบิ ายเรอื่ ง การปรบั แตง ขอ ความในเอกสารใหน า สนใจ วา สามารถทาํ ได จากคําสั่ง WordArt ตอ งใชเมนใู ด หลายวธิ ี เชน การเนน ขอความดวยไฮไลต การทําตวั อักษรตัวแรกของยอ หนา ใหม ขี นาดใหญ เพอื่ ใหผ ทู เ่ี ขา มาศกึ ษาเกดิ ความสะดดุ ตากบั ขอ ความนนั้ ๆ จากนน้ั 1. แทรก > WordArt ครใู หน กั เรยี นลองออกแบบขอ ความโดยการปรบั แตง ขอ ความใหม คี วามนา สนใจ 2. อา งองิ > WordArt และสมุ ผลงานของนกั เรียนที่เสรจ็ แลวออกมานําเสนอหนา ช้ันเรยี น 3. หนาแรก > WordArt 4. เคา โครงหนากระดาษ > WordArt (วิเคราะหคาํ ตอบ การจัดการเก่ียวกับรูปแบบของตัวอักษรโดย เปลี่ยนตัวอักษรจากคําสั่ง WordArt ตองใชเมนูแทรกแลวเลือก คําวา WordArt ดังน้ัน ตอบขอ 1.) T139

นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 4) การใชเ ครอื่ งมอื วาดรปู ชว่ ยใหง้ านเอกสารนา่ สนใจมาก ยิ่งขึน้ สามารถทา� ได ้ ดงั น้ี 14. ครูอธิบาย เร่ือง การใชเคร่ืองมือวาดรูป ใหนักเรียนฟงวา สามารถทํางานวาดภาพ การใชค าํ สง่ั กลมุ รปู รา งอตั โนมตั ิ ใหค้ ลกิ แทรกและเลอื ก ไดหลากหลายตามที่ตองการ โดยอาจเลือก รูปร่าง จะมรี ายละเอยี ด ดงั นี้ รูปแบบของรูปรางตางๆ มาใชเพ่ือสราง สิ่งของ สถานที่ แผนผัง แผนภาพ ตามท่ี กลมุ รปู รา งทใ่ี ชล า สดุ (Recently Used Shapes) กลุมเสน (Lines) เป็นการใช้เส้น ตองการได เปน็ รูปร่างหรือเสน้ แบบตา่ ง ๆ ท่ีเพงิ่ ใช้งาน ตา่ ง ๆ สา� หรบั การวาดภาพทเี่ ฉพาะ เจาะจง 15. ครูใหนักเรียนใชคําส่ังกลุมรูปรางอัตโนมัติ สรา งออกมาเปน แผนผงั ครอบครวั ของตนเอง กลุมรูปรางสี่เหลี่ยม สามารถออกแบบอยางไรก็ไดตามท่ีตองการ (Rectangles) และ และใสสีหรือตกแตงใหสวยงาม เม่ือทุกคน กลุมรูปรางพ้ืนฐาน ทําชิ้นงานเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนออกมา (Besic Shapes) อธิบายข้นั ตอนในการสรา งชิ้นงาน เราอาจใช้แทนกล่อง ขอ้ ความตา่ ง ๆ หรอื ใส่ ภาพที่ต้องการลงไป ในรปู กลมุ ลกู ศรแบบบลอ็ ก (Block Arrows) เปน็ การแสดงทศิ ทาง แบบมคี วามกวา้ ง ภาพที่ 4.12 การใชคําสัง่ กลุม รปู รางอตั โนมัติ กลมุ แผนผงั ลาํ ดบั งาน (Flowchart) เป็น 90 รปู รา่ งทเี่ หมาะในการ เลือกจัดท�าแผนผัง ตา่ ง ๆ กลมุ ดาวและแบนเนอร (Stars and Banners) เหมาะในการน�าเสนอ ขอ้ ความประชาสมั พนั ธ์ กลมุ คําบรรยายภาพ (Callouts) เป็นการ ใ ช ้ สั ญ ลั ก ษ ณ ์ ข อ ง การสนทนา ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 90 เกร็ดแนะครู กิจกรรม ทา ทาย ครูอธิบาย เรื่อง การใชเคร่ืองมือวาดรูป ซ่ึงเปนการชวยใหงานนาสนใจ ครูแบงนักเรียนเปน 3 กลุม และกําหนดชิ้นงานใหกลุมละ มากยิ่งข้ึน หลังจากน้ันครูใหนักเรียนวาดภาพจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด 1 ขอ ตามน้ี โดยใหนักเรียนวาดรูปสัตวที่ชอบจากเมนูรูปรางและลงสีใหสวยงาม แลวเขียน อธิบายลักษณะเดนของสัตวเหลานั้นวามีลักษณะอยางไร เมื่อนักเรียนทุกคน กลมุ ท่ี 1 การเขียนผังงาน ทาํ เสรจ็ แลว ครสู มุ นกั เรยี นออกมาอธบิ ายรปู สตั วท น่ี กั เรยี นวาด พรอ มกบั อธบิ าย กลุมที่ 2 การทําโจทยปญ หา เร่ือง รูปเรขาคณติ ขนั้ ตอนในการทาํ ชิ้นงานนี้หนาชนั้ เรยี น กลุมท่ี 3 การทํานทิ าน หลังจากน้ันใหแตละกลุมชวยกันสรุปแลวออกมานําเสนอ หนาชั้นเรียนวา การสรางชิ้นงานของกลุมจะตองใชเคร่ืองมือ วาดรปู กลมุ ใดบา ง พรอ มยกตวั อยางประกอบ T140

นา� สอน สรปุ ประเมนิ 5) การแทรกรปู ภาพ ชว่ ยใหเ้ อกสารมคี วามนา่ สนใจ และ ขนั้ สอน สวยงามมากขนึ้ สามารถท�าได้ ดงั นี้ 16. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การแทรกรปู ภาพ ใหน กั เรยี น การแทรกรูปภาพโดยใชแถบเคร่ืองมอื แทรกรปู ภาพ ฟง วา มขี ัน้ ตอนในการแทรกรูปภาพอยา งไร เราสามารถแทรกรูปภาพ โดยใช้แถบเคร่ืองมือ ซึง่ ขั้นตอนในการแทรกรูปภาพ มดี งั น้ี คลิก แทรกรปู ภาพได้ ดังน้ี ที่เมนูแทรกและเลือกรูปภาพจากโฟลเดอร ทตี่ องการเพอ่ื นาํ ไปวางลงบนโปรแกรม เมื่อ 1. คลกิ ที่แทรก (Insert) เลือก คลิกเลือกภาพที่ตองการแลวใหคลิกท่ีปุม รูปภาพ แทรกจะสามารถเพิ่มรูปภาพที่ตองการเขา มาอยใู นโปรแกรมได 2. จะปรากฏหนา้ ตา่ งโฟลเดอร์ ต่าง ๆ เช่น โฟลเดอร์งาน 17. ครูใหนักเรียนลองแทรกรูปภาพสัตวเล้ียง โฟล์เดอร์รูปภาพ มาให้ ท่ีตนเองชื่นชอบลงในโปรแกรมไมโครซอฟต นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก เวิรด และเขียนคําบรรยายใตรูปภาพวา รูปภาพที่ต้องการ และ สตั วช นดิ นม้ี ชี อื่ วา อะไร มลี กั ษณะเดน อยา งไร น�าไปวางลงในโปรแกรม ภาพท่ี 4.13 การคลกิ เลือกภาพที่ตอ งการ 3. คลิกเลือกภาพทตี่ ้องการ 4. ค ลิกที่ปุมแทรก (Insert) เพื่อเลอื กภาพท่ตี ้องการ 5. ส ามารถเพ่ิมรูปภาพท่ีเรา ตอ้ งการมาใสใ่ นโปรแกรมได้ ภาพท่ี 4.14 การแทรกรูปภาพโดยการใชแถบเครือ่ งมือแทรกรูปภาพ 91 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 91 ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู การแทรกรปู ภาพลงในเนื้อหาตา งๆ มีประโยชนอ ยางไร ครูอธิบาย เร่ือง การแทรกรูปภาพใหนักเรียนฟงเปนขั้นตอน จากน้ัน 1. เพอ่ื ความสวยงาม ใหนักเรียนลองทํากิจกรรม โดยครูกําหนดเร่ืองราวเพื่อใหนักเรียนแทรก 2. เพื่อใหเ อกสารดูแปลกตา ภาพตางๆ ใหเปนเร่ืองราว พรอมเขียนสถานการณใหมีความสอดคลองกับ 3. เพือ่ ลดขอ ความในเอกสาร รูปภาพน้ัน เม่ือทําเสร็จแลวใหนําผลงานออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน โดยครู 4. เพื่อใหเขาใจเนื้อหาในเอกสารมากขึน้ กําหนดเรอ่ื งราวใหน ักเรียนเลือก ดังนี้ (วเิ คราะหค าํ ตอบ การแทรกรูปภาพลงไปในเน้ือหาหรือขอมูล • บานของฉัน ท่ีตองการทําใหขอมูลนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก • สัตวเ ลยี้ งที่ชอบ ทําใหผูอานสามารถเรียนรูและเขาใจเนื้อหาจากขอความมองเห็น • สถานทท่ี อ งเท่ียว เปนภาพไดมากข้ึน เกิดการวิเคราะหขอมูลตางๆ ใหออกมา • โรงเรียนนา อยู เปนภาพได ดงั นน้ั ตอบขอ 4.) T141


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook