นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ แบบทดสอบ ไดค ะแนน คะแนนเตม็ 5. บลอ็ กคาํ สัง่ ใดตางจากขออ่ืน ข. »ÃШíÒ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒ·Ù èÕ 2 ก. ง. 15. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย 10 ค. การเรียนรูที่ 2 ในแบบฝกหัด หนา 25-27 ตอนที่ 1 จาํ นวน 10 ขอ และตอนที่ 2 จาํ นวน ตอนท่ี 1 1 ขอ วง ลอมรอบตวั อกั ษร ก, ข, ค และ ง หนาคําตอบทถ่ี กู ตอง 6. ถา สรา งตัวละครใหม โดยลากบล็อกคาํ ส่ัง และ 1. ขอ ใดเรยี งลําดับการเขาใชง านโปรแกรม Scratch ไดถกู ตอ ง กบั มาวางตอ กัน จะทําใหเกดิ ผลอยางไร ก. ตวั ละครหายไป ข. ตวั ละครเลอื นลาง 1) ดาวนโ หลดโปรแกรม Scratch Offline Editor ค. ตัวละครถกู ซอ นไว ง. ตวั ละครเคล่อื นที่ 2) ดาวนโหลดโปรแกรม Adobe AIR คลกิ ปุม Download now 3) เปดเว็บ https://scratch.mit.edu/download/ กดแปน Enter 7. ตวั ละครปลาทองตองการวา ยวนไปวนมาในตูปลา ควรใชบล็อกคําสัง่ 4) ติดตั้งโปรแกรม Scratch จะปรากฏหนา Open File คลิกปมุ Run การเคลอื่ นท่ีอยางไร ก. 4), 3), 2) และ 1) ข. 3), 2), 1) และ 4) ก. ข. ค. 2), 1), 4) และ 3) ง. 1), 4), 2) และ 3) 2. องคประกอบท่จี าํ เปนของโปรแกรม Scratch มีอะไรบา ง เฉฉบลับย เฉฉบลบั ย ค. ง. ก. เวที ตัวละคร และพน้ื ท่ที าํ งาน ข. เวที ตัวละคร และบลอ็ กโปรแกรมคาํ สัง่ 8. 3 ค. ตวั ละคร ชุดคาํ ส่งั ของบลอ็ ก และพื้นทท่ี าํ งาน ง. ตัวละคร บลอ็ กโปรแกรมคาํ สง่ั และชดุ คําสง่ั ของบลอ็ ก 3. กานดาตอ งการบลอ็ กคําสงั่ ทําซ้าํ ของตวั ละครแรก นําไปใสกับตวั ละครใหม 1 ควรใชแถบเครอ่ื งมอื ใด ก. แถบเมนเู คร่อื งมือ ข. เคร่อื งมอื เวที 24 ค. บลอ็ กโปรแกรมคําสั่ง ง. ชุดคาํ สง่ั ของบล็อก หมายเลขใด เปน การแสดงคาํ ถามของตัวละคร ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 4. บล็อกคาํ สง่ั ใด อยกู ับบลอ็ กโปรแกรมทีแ่ สดงใหพดู คิด และเปลี่ยนขนาด ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 ไดตามตอ งการ ก. ข. 9. จากขอ 8. หมายเลขใดเปน บล็อกแสดงขอ ความตอเน่อื งกบั คาํ ตอบ ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2 ค. ง. ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4 25 26 10. ใครนาํ ความรูโปรแกรม Scratch ไปใชไมถ กู ตอ ง ไดคะแนน คะแนนเตม็ ก. แตวใชแ สดงผลงานศิลปะ ข. ตั้วใชส รา งเกมคอมพิวเตอร 5 ค. ตอ มใชว ิเคราะหขอ มูลทางสถิติ ง. เตยใชส รา งแบบจาํ ลองทางวทิ ยาศาสตร ตอนที่ 2 ใหนักเรยี นสรางตัวละคร บทพดู และสรางการเคล่อื นไหว โดยใชพ้นื ฐาน การเขยี นโปรแกรม Scratch พรอมท้ังอธบิ ายคาํ สั่งของตวั ละคร (แนวคาํ ตอบ) ตัวละครแมวพูดวาจะจับปลากินแลวนะ ใชบล็อกคําส่ังถาแปนลูกศรชี้ขวาไปท่ี............................................................................................................................................................................................................................................................. เฉฉบลบั ย ทิศทาง 90 เคล่ือน 10 กาว ถาแปน ลูกศรช้ีซายไปที่ทศิ ทาง -90 เคล่ือน 10 กา ว............................................................................................................................................................................................................................................................. ตัง้ รปู แบบการหมนุ ซา ย-ขวา ถาแปน ลูกศรช้ลี งไปทที่ ศิ ทาง 180 เคลอ่ื น 10 กาว............................................................................................................................................................................................................................................................. ตง้ั รปู แบบการหมุนรอบดา น ถา แปนลูกศรขนึ้ ไปทีท่ ิศทาง 0 เคลอ่ื น 10 กาว............................................................................................................................................................................................................................................................. ต้ังรปู แบบการหมนุ รอบดา น ทาํ ใหแมวเคลอื่ นที่จับปลา............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑก ารใหค ะแนน คะแนน การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร Scratch เบ้ืองตน (5 คะแนน) 1 สรา งตวั ละครไดส วยงาม มีความคิดสรา งสรรค 1 1 สรา งบทพดู ของตัวละครไดเหมาะสม 2 สรา งการเคลื่อนไหวของตัวละครไดถูกตองและเหมาะสม เขยี นโปรแกรม Scratch เปนลําดบั คําสง่ั ใหค อมพวิ เตอรท าํ งานไดถ กู ตอง ตารางบนั ทึกคะแนน ประจาํ หนวยการเรียนรทู ่ี 2 ตัวชีว้ ัด แบบฝกหัด ผลการประเมนิ คณุ ภาพ รวมคะแนน ระดับคุณภาพ ว 4.2 ป.4/2 เต็ม ได กจิ กรรม แบบทดสอบ เตม็ ได 4321 30 เตม็ ได เต็ม ได 80 35 15 เกณฑก ารตัดสนิ : ชว งคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นาํ คะแนนเตม็ ของแตล ะตัวชีว้ ัดมาหาคารอยละ เพ่อื ประเมนิ ระดบั คุณภาพ เชน 1125 × 100 = 80 คะแนนเต็ม 15 ทาํ ได 12 คะแนน ถาคะแนนเต็ม 100 ทาํ ไดรอ ยละ 27 ภาพจาก ดังนน้ั รอ ยละ 80 เทียบไดก ับระดับคุณภาพ 4 แบบฝกหัด หน้า 25-27จาก แบบฝกหดั หนา 12 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม ในการตอบคําถามตอนท่ี 2 ครูอาจปรับวิธีการโดยใหนักเรียนวาดรูป บล็อกคําสั่งหรือใหพิมพภาพจากเคร่ืองพิมพ แลวนํามาแปะลงในแบบฝกหัด ไดต ามความเหมาะสม ใหนักเรียนคิดสืบคนขอมูลวา บล็อกคําสั่งในภาพทํางาน ตา งกันอยางไร แลวบันทกึ ลงในสมดุ T92
นา� สอน สรปุ ประเมิน แบบทดสอบหลงั เรียน ขนั้ สรปุ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 16. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว ยการ เรยี นรทู ่ี 2 เรอ่ื ง การเขยี นโปรแกรมอยา งงา ย ดวย Scratch คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ขนั้ ประเมนิ 1. นักเรยี นสามารถดาวนโ์ หลดโปรแกรม Scratch มาตดิ ตง้ั ท่ี 6. เมื่อต้องการใหต้ ัวละครในโปรแกรม Scratch เล้ยี วซ้าย เคร่อื งคอมพิวเตอร์ไดจ้ ากเว็บไซตใ์ ด ต้องเลือกบล็อกคาสัง่ ใด ก. http://scratch.mit.edu ข. http://scratch.go.th ก. การเคลอ่ื นที่ ข. ควบคมุ ตารางการวดั และประเมินผล ค. http://scratch.com ง. http://scratch.org ค. รปู ร่าง ง. เสยี ง วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ 2. การจดบันทกึ คาใบ้ของรหสั ผ่านในการใชง้ านโปรแกรม 7. เม่ือตอ้ งการเปลีย่ นขนาดให้ตวั ละครในโปรแกรม Scratch Scratch แทนการจดรหสั ผ่านลงในสมดุ มปี ระโยชน์อยา่ งไร ตอ้ งเลอื กบล็อกคาสัง่ ใด ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ ก. ไมม่ ผี ลแตกต่างจากการจดรหัสผา่ นลงในสมุด ก. การเคลื่อนที่ ข. ควบคุม หลงั เรียน หลงั เรยี น ข. ป้องกนั ผูอ้ ื่นแอบดสู มดุ และนารหสั ผา่ นไปใช้ ค. รปู รา่ ง ง. เสียง ค. สร้างความท้าทายในการคิดคาใบ้ 8. ถา้ ตอ้ งการให้ตัวละครแมว ส่งเสยี งร้อง Meow ต้องใช้ ง. เปน็ การฝกึ ความจา บล็อกคาสัง่ ใด ตรวจชน้ิ งาน/ ชนิ้ งาน/ ระดับคณุ ภาพ 2 3. ข้อใดอธบิ ายความหมายของสครปิ ตไ์ ด้ถกู ต้อง ภาระงาน ภาระงาน ผา นเกณฑ ก. ชดุ คาสั่งสาหรบั ตวั ละครหรือเวทเี พ่ือใหท้ างานตามที่ ก. ข. (รวบยอด) (รวบยอด) ออกแบบโปรแกรมไว้ ข. บลอ็ กคาสัง่ ในหมวดต่างๆ ทสี่ ามารถนามาประกอบเรียงกัน เข้าเป็นกล่มุ ๆ ค. ง. ประเมิน แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 การนําเสนอ การนาํ เสนอ ผา นเกณฑ ค. เครื่องมือที่เรียกใช้งานโดยมลี ักษณะเด่นเปน็ การใชง้ าน รปู ร่างตา่ งๆ ผลงาน ผลงาน ง. เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการเขยี นโปรแกรม 9. ใครนาความร้โู ปรแกรม Scratch ไปใชไ้ มเ่ หมาะสม 4. เม่ือต้องการให้ตัวละครพดู คาวา่ “สวัสด!ี ” ต้องเลือกบลอ็ ก ก. พอเพยี ง ใช้ทาบัญชีรายรบั รายจา่ ยของตนเอง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคุณภาพ 2 คาสัง่ ใด ข. ใบเตย ใช้ทานทิ านเรื่องกระต่ายกับเตา่ การทาํ งาน พฤตกิ รรม ผานเกณฑ ก. ข. ค. ภูผา ใช้สรา้ งแบบจาลองระบบสรุ ยิ ะ รายบคุ คล ง. กา้ นตอง ใชส้ ร้างเกมคอมพิวเตอร์ 10. ไฟลช์ นิ้ งานของโปรแกรม Scratch รุน่ 2.0 เป็นไฟล์ ค. ง. นามสกุลอะไร และสามารถเปิดใชง้ านใน ร่นุ 3.0 ได้ 5. ถา้ สรา้ งตัวละครใหม่ โดยลากบล็อกมาวางตอ่ กันดังภาพ จะ หรือไม่ ทาใหเ้ กิดผลอย่างไร ก. นามสกุล .sb2 ไม่สามารถเปดิ ใชง้ านในร่นุ 3.0 ได้ ข. นามสกุล .sb ไม่สามารถเปดิ ใชง้ านในร่นุ 3.0 ได้ ค. นามสกลุ .sb2 สามารถเปดิ ใช้งานในรุ่น 3.0 ได้ ง. นามสกุล .sb สามารถเปดิ ใชง้ านใน รุ่น 3.0 ได้ 7. เมื่อต้องการเปล่ียนขนาดใหต้ ัวละครในโปรแกรม Scratch ต้องเลือกบล็อกคาสั่งใด ก. เสียง ข. รปู ร่าง ค. ควบคุม ง. การเคลื่อนท่ี ก. ตวั ละครหมนุ กลบั ดา้ น ข. ตัวละครเลอื นราง ค. ตัวละครเคลื่อนท่ี ง. ตัวละครหายไป เฉลย 1. ก 2. ข 3. ก 4. ก 5. ง 6. ก 7. ค 8. ก 9. ก 10. ค ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนวยที่ 12 ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล ไฟลช ิ้นงานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปนไฟลน ามสกลุ ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงาน และสังเกตพฤติกรรมการทํางาน อะไร และสามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ไดห รอื ไม รายบคุ คลของนกั เรยี น โดยศกึ ษาเกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลจากแบบประเมนิ การนําเสนอผลงานและแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลท่ีแนบมา 1. นามสกลุ .sb สามารถเปดใชงานในรุน 3.0 ได ทา ยแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 หนวยการเรียนรทู ่ี 2 2. นามสกุล .sb2 สามารถเปดใชง านในรนุ 3.0 ได 3. นามสกุล .sb ไมสามารถเปดใชงานในรนุ 3.0 ได แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล 4. นามสกลุ .sb2 ไมส ามารถเปด ใชงานในรนุ 3.0 ได คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน (วิเคราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดใหวิเคราะหไดวา ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ไฟลช นิ้ งานของโปรแกรม Scratch รุน 2.0 เปน ไฟลนามสกุล .sb2 32 32 สามารถเปดใชง านในรนุ 3.0 ได ดังนัน้ ตอบขอ 2.) 1 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา 1 1 การแสดงความคิดเหน็ 2 ความคิดสร้างสรรค์ 2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื 3 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน 3 การทางานตามหน้าที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 4 การนาไปใช้ประโยชน์ 4 ความมีนาใจ 5 การตรงต่อเวลา 5 การตรงต่อเวลา รวม รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน ............/................./................... ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............/.................../................ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 11–13 ดี 8–10 พอใช้ 8–10 พอใช้ ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ ต่ากว่า 8 ปรบั ปรุง T93
Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใชงานอินเทอรเ นต็ อนิ เทอร์เนต็ (Internet) คอื ระบบเครือขา่ ยที่ทา� การเชือ่ มตอ่ คอมพิวเตอร์จ�านวนมากเข้าด้วยกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพอ่ื ให้ สามารถแลกเปลยี่ นข้อมูลระหว่างเคร่อื งในเครอื ขา่ ยเดยี วกนั ได้ รูปแบบการสืบคน้ ข้อมูลความรู้ 1) การสบื ค้นในรูปแบบ Index Directory 2) การสืบคน้ ในรูปแบบ Search Engine www.google.com เปน็ Search Engine ที่ได้รบั ความนิยมมากในปจั จบุ ัน การสบื ค้นขอ้ มูลโดยใชเ้ ว็บ Search Engine คือ ซอฟต์แวร์ท่ที า� หน้าท่ีค้นหาขอ้ มูล เชน่ รูปภาพ ข้อความ คลิปวิดีโอ โดยใชค้ า� ใน การสืบคน้ ข้อมูล การใชง้ านเวบ็ Search Engine มวี ธิ กี ารใชง้ านพนื้ ฐาน คอื การกา� หนดคา� สบื คน้ ซงึ่ สามารถสบื คน้ แบบเจาะจงประเภทไฟลข์ องขอ้ มลู สี ขนาด และประเภทของรปู ภาพ รวมทง้ั สามารถสบื ค้นหารูปเพอ่ื ปอ งกันการละเมดิ ลขิ สทิ ธด์ิ ้วย ข้อควรปฏบิ ตั ิหลังจากได้ขอ้ มลู จากการสบื ค้นแล้ว 1) ประเมินความนา่ เชื่อถอื ของข้อมูล 2) ตรวจสอบขอ้ มลู 3) ตรวจสอบการอา้ งองิ แหลง่ ทม่ี าของข้อมูล 4) น�าข้อมูลทีส่ ืบค้นไดม้ าเปรียบเทียบกนั 5) น�าเสนอข้อมลู ข้อควรปฏิบัตใิ นการใช้งานอนิ เทอร์เน็ต ดังนี้ 1) ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา มารยาททีแ่ ตล่ ะเว็บไซตก์ �าหนด 2) การใชง้ านอีเมล ไมค่ วรส่งจดหมายลูกโซไ่ ปใหผ้ ู้อื่น 3) ในการสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากบั ผทู้ ่ีตอ้ งการสนทนาเท่าน้ัน ใชภ้ าษาสภุ าพ ไม่ละเมดิ เรอ่ื งส่วนตัว 4) การใช้กระดานสนทนา หา้ มพาดพิงสถาบันส�าคญั ห้ามเผยแพร่ขอ้ มลู ลามกอนาจาร 5) ไม่คัดลอกข้อมูลผู้อ่นื เพือ่ ผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือแอบอ้างไปใชเ้ ปน็ ของตนเอง T94
Chapter Overview แผนการจัด ส่ือการเร�ยนรู จ�ดประสงค วธ� ส� อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได คุณลกั ษณะ การเร�ยนรู การเร�ยนรู อันพึงประสงค แผนฯ ที่ 1 การใช - แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1. อ ธบิ ายความหมาย - เกม - ตรวจแบบฝก หัด - ท กั ษะการสอื่ สาร - มวี ินัย อนิ เทอรเ น็ต - หนังสอื เรยี นรายวชิ า ของอนิ เทอร์เนต็ ได้ (K) - การสอนแบบสุ่ม - ส ังเกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการ - ใฝ่เรียนรู้ สืบคน ขอมูล พืน้ ฐาน เทคโนโลย ี 2. ใช้งานอินเทอรเ์ นต็ - การสอนแบบกล่มุ การท�างาน แลกเปลยี่ นขอ้ มลู - ม ่งุ มน่ั ใน (วิทยาการคา� นวณ) ป.4 ในการคน้ หาข้อมูลได ้ รายบคุ คล - ท กั ษะการคดิ การท�างาน 3 - แ บบฝก หดั รายวิชา (P) - ส งั เกตคณุ ลกั ษณะ วเิ คราะห์ พื้นฐาน เทคโนโลย ี 3. เ ห็นประโยชนจ์ าก อันพึงประสงค์ - ท กั ษะการสังเกต ช่วั โมง (วิทยาการคา� นวณ) ป.4 การใชอ้ ินเทอร์เนต็ - ทกั ษะการ สบื คน้ ข้อมูล (A) แกป้ ัญหา - ทกั ษะการสบื ค้น ขอ้ มลู แผนฯ ที่ 2 - แบบทดสอบหลงั เรียน 1. อ ธิบายลักษณะ - เกม - ต รวจแบบทดสอบ - ทักษะการสื่อสาร - มีวนิ ัย ความนา เชอ่ื ถือ - หนงั สอื เรยี นรายวิชา ของแหลง่ ขอ้ มูล - การสอนแบบสมุ่ หลงั เรยี น - ทกั ษะการ - ใฝเ่ รยี นรู้ ของขอมลู พื้นฐาน เทคโนโลยี ท่มี คี วามนา่ เชือ่ ถือ - การสอนแบบกลุ่ม - ตรวจแบบฝกหดั แลกเปลยี่ นขอ้ มลู - มงุ่ มนั่ ใน (วิทยาการค�านวณ) ป.4 และขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการ - สังเกตพฤตกิ รรม - ท ักษะการคิด การทา� งาน 2 - แ บบฝก หัดรายวชิ า ใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ การทา� งาน วิเคราะห์ พน้ื ฐาน เทคโนโลยี (K) รายบุคคล - ท กั ษะการสังเกต ชว่ั โมง (วิทยาการคา� นวณ) ป.4 2. ใช้เว็บ Search Engine - ส งั เกตคุณลักษณะ - ท ักษะการ สืบคน้ ข้อมลู ท่มี ี อนั พึงประสงค์ แกป้ ญั หา ความนา่ เชือ่ ถือได้ - ท ักษะการสบื คน้ และปฏบิ ตั ิตามข้อควร ขอ้ มลู ปฏิบัตใิ นการใช้งาน อินเทอร์เน็ตได ้ (P) 3. เหน็ ความสา� คญั ของ การประเมินความ นา่ เชื่อถอื ของข้อมูล และการปฏบิ ัตติ าม ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิใน การใช้งานอินเทอรเ์ น็ต (A) T95
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 3เวลา ชั่วโมง การใชอ้ นิ เทอร์เนต็ สบื ค้นขอ้ มูล 1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ตัวชว้ี ัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ค้นหาความรู้ และประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของขอ้ มลู 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมายของอนิ เทอร์เน็ตได้ (K) 2. ใช้งานอินเทอรเ์ น็ตในการคน้ หาข้อมูลได้ (P) 3. เหน็ ประโยชน์จากการใชอ้ ินเทอร์เนต็ สืบค้นขอ้ มลู (A) 3. สาระการเรียนรู้ การใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมลู 4. สาระส�ำคัญ/ความคดิ รวบยอด อนิ เทอรเ์ นต็ (Internet) คอื เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรท์ เี่ ชอื่ มตอ่ กนั จำ� นวนมากและครอบคลมุ ไปทวั่ โลก โดยเครอื ขา่ ยนจี้ ะเชอ่ื ม หากนั ภายใตก้ ฎเกณฑท์ เี่ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทำ� ใหส้ ามารถแลกเปลยี่ นขอ้ มลู และสง่ ผา่ นขอ้ มลู ระหวา่ งกนั ได้ ในปจั จบุ นั มฐี านขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ ไวใ้ นอนิ เทอรเ์ นต็ จำ� นวนมาก ดงั นนั้ การคน้ หาขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ จะตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมอื คน้ หา ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ซงึ่ สามารถใชเ้ วบ็ Search Engine ในการสบื คน้ ขอ้ มลู 5. สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำ� คัญของผเู้ รียน ทักษะ 4Cs คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. ท กั ษะการคิดวิจารณญาณ 1. มวี นิ ยั 2. ความสามารถในการคดิ (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 3. มุง่ มัน่ ในการทำ� งาน 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ท กั ษะการทำ� งานร่วมกนั (Collaboration Skill) 3. ท กั ษะการสือ่ สาร (Communication Skill) 4. ทักษะความคดิ สร้างสรรค์ (Creative Thinking) 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกลุ่ม T96
นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรยี น ขนั้ นาํ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวย การเรียนรูท่ี 3 เร่ือง การใชงานอินเทอรเน็ต คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว เพ่ือทบทวนความรูและวัดความรูพ้ืนฐานของ 1. เฟซบ๊กุ (Facebook) เป็นการให้บริการอนิ เทอรเ์ น็ตรปู แบบใด 6. หากตอ้ งการสบื ค้นข้อมูลกล้วยไม้ไทยเฉพาะไฟลน์ าเสนอ นักเรียนกอนจะเริ่มเรยี นเน้อื หา ก. เวลิ ด์ไวด์เวบ็ แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปน้ีระบุคาค้นได้ ข. ชมุ ชนออนไลน์ ถกู ต้อง ค. การถ่ายโอนข้อมูล ก. File Type : PPT กลว้ ยไม้ไทย ง. การสนทนาผา่ นเครอื ข่าย ข. File Type : PPT : กลว้ ยไมไ้ ทย 2. การนาแฟ้มข้อมูลจากเครื่องคอมพวิ เตอร์ของเราไปไว้ยังเครื่อง ค. File Type : กลว้ ยไม้ไทย : PPT คอมพวิ เตอร์ของผู้อ่ืน เรียกวา่ อะไร ง. กล้วยไม้ไทย : File Type : PPT ก. รีโหลด (Reload) 7. ข้อใดต่อไปน้ีไม่ใช่ตวั เลอื กของการค้นหารูปภาพตามสิทธ์ิ ข. อปั โหลด (Upload) ในการใชง้ าน ค. พรีโหลด (Preload) ก. นาภาพไปใชไ้ ด้ หา้ มแก้ไขภาพ ง. ดาวน์โหลด (Download) ข. นาภาพไปใชไ้ ด้ สามารถแก้ไขภาพได้ 3. ไปรษณีย์อเิ ล็กทรอนิกส์ มชี ่อื ยอ่ วา่ อะไร ค. ไม่สามารถนาไปใช้ได้ ตอ้ งขออนญุ าตกอ่ น ก. Net ข. E-mail ง. ไมส่ ามารถนาไปใชไ้ ด้ ไม่อนญุ าตใหน้ าไปใช้ ค. Address ง. Download 8. เมอื่ สบื คน้ ข้อมลู และได้ขอ้ มูลตามท่ีต้องการแล้ว ควร 4. ข้อใดกลา่ วถูกต้องเกีย่ วกบั การค้นหาข้อมูลแบบ Search ปฏบิ ตั ิอย่างไร Engine ก. คดั ลอกข้อมลู ลงสมุด ก. การคน้ หาข้อมูลผา่ นเวบ็ ไซต์ในอินเทอรเ์ นต็ โดยใช้ ข. เผยแพร่ข้อมูลโดยการส่งตอ่ ซอฟต์แวร์ค้นผา่ นเว็บ ค. นาเสนอขอ้ มูลท่ไี ดห้ น้าชั้นเรียน ข. การคน้ หาข้อมูลโดยดใู นเว็บเบราเซอร์ จากน้นั หน้าจอจะ ง. ประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของข้อมลู แสดงรายละเอียดหัวข้อยอ่ ยมาให้เลือก 9. ข้อใดต่อไปนใี้ ช้งานอินเทอรเ์ น็ตไมถ่ กู ตอ้ ง ค. การค้นหาโดยใชค้ าคน้ ป้อนลงในเวบ็ เสิร์ชเอ็นจิน Google ก. สนทนาด้วยคาสุภาพ จะปรากฏขอ้ มลู ทส่ี อดคลอ้ งกับคาค้นขึ้นมา ข. ไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อนื่ ง. การคน้ หาข้อมลู โดยการถ่ายโอนแฟ้มขอ้ มลู ข่าวสาร ค. ไม่สง่ ตอ่ ขอ้ มูลลามกอนาจาร บทความตา่ ง ๆ จากคอมพวิ เตอร์เครอื่ งหน่งึ ไปยัง ง. สง่ จดหมายลกู โซไ่ ปให้เพื่อน ๆ คอมพวิ เตอร์อกี เคร่ืองหน่งึ 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอนิ เทอร์เน็ต 5. ข้อใดตอ่ ไปน้คี ้นหารปู ภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ทเี่ ชือ่ มต่อกันภายในประเทศ ก. กาหนดคาค้น เลือก ค้นรูป แล้วคลกิ สี กด Enter เท่านั้น ข. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพิ่มเติม ข. เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ท่เี ชื่อมต่อกนั ระหว่างองคก์ รกับ และเลือก สี กด Enter องคก์ ร ค. กาหนดคาคน้ เลือก คน้ รปู แลว้ คลิก เครอ่ื งมอื ค. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญท่ ี่สามารถเชื่อมต่อกัน และเลือก สี กด Enter ได้ท่วั โลก ง. กาหนดคาค้น เลือก คน้ รูป แลว้ คลกิ ประเภทภาพ ง. เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันภายในอาคาร และเลือก สี กด Enter เดยี วกันเท่าน้ัน เฉลย 1. ข 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ง 10. ค ภาพจาก แผนการสอน ท่ี 1 หนว่ ยท่ี 1 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ขอใดจดั เปน Search Engine ทงั้ หมด เนอ้ื หาในหนว ยการเรยี นรนู เ้ี ปน เรอ่ื งเกยี่ วกบั การใชง านอนิ เทอรเ นต็ ในการ 1. Safari Google สบื คน ขอ มลู การใชง าน Search Engine การประเมนิ ความนา เชอ่ื ถอื ของขอ มลู 2. Google Yahoo และขอ ปฏบิ ตั ใิ นการใชง านอนิ เทอรเ นต็ ซง่ึ เปน ความรแู ละทกั ษะทจ่ี าํ เปน สาํ หรบั 3. Firefox Yahoo นักเรียน การทดลองปฏบิ ัตจิ นเกิดความเขา ใจจึงเปนกระบวนการท่มี ีประโยชน 4. Chrome Google มากในหนว ยการเรียนรนู ้ี (วเิ คราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา Google Yahoo จัดเปน Search Engine ดังนน้ั ตอบขอ 2.) T97
นา� น�า สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ 3 ¡ÒÃ㪧Œ ҹ˹Nj ¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ Õè Í¹Ô à·ÍÃà ¹µç 2. ครสู อบถามนกั เรยี นวา รจู กั อนิ เทอรเ นต็ หรอื ไม search อนิ เทอรเนต็ มีลักษณะเปนอยางไร (การÊบื ค้นข้อมลู ) (แนวคําตอบ อินเทอรเน็ต เปนเครือขาย คอมพิวเตอรท่ีเชื่อมตอกันจํานวนมากและ ครอบคลมุ ไปทวั่ โลก ทาํ ใหส ามารถแลกเปลยี่ น ขอมูลและสงผา นขอ มลู ระหวา งกันได) 3. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูวา เพอ่ื นๆ คดิ วา การสบื คน ขอ มลู ในอนิ เทอรเ นต็ ควรทาํ อยา งไร ขอมลู ในอินเทอรเน็ต data collection มีมากมาย จะคนขอมลู (¡ÒÃÃǺÃÇÁ¢ÍŒ ÁÙÅ) อยางไรดีนะ แนวตอบ คาํ ถามประจาํ หนว ยการเรยี นรู เ¾ือ่ น æ คดิ วา่ การÊบื ค้น ขอ้ มลู ãนอินเ·อรเ์ นต็ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง ควร·íาอย่างไร โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ใชเว็บ Search Engine ชวย เพ่ือประหยัดเวลา ตวั ช้ีวัด ในการสบื คน ควรสืบคนขอ มลู จากแหลงขอมูลท่มี ี ความนาเช่อื ถอื ควรตรวจสอบความนา เช่อื ถอื ของ ว4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเชื่อถือ ขอ มูลทส่ี ืบคน มาดวย ของข้อมูล ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 60 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ในข้ันนําครูอาจกลาวถึงการเปลี่ยนแปลงในดานการสื่อสารของมนุษย ใหนักเรียนบอกขอดีของการสืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ต และบทบาทของเทคโนโลยีในการพัฒนาการส่ือสารต้ังแตอดีตจนถึงปจจุบัน เปรยี บเทยี บกับการสบื คนขอ มูลจากหนงั สือและเอกสารมา 3 ขอ แบบยอ กจ็ ะเปน การปพู นื้ ฐานความรทู ม่ี ปี ระโยชนก บั นกั เรยี นในการเรยี นเนอื้ หา ในหนวยการเรยี นรนู ้มี าก (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคํา ตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน สามารถสืบคนขอมูล ไดโ ดยไมจ าํ กดั สถานท่ี สามารถสบื คน ขอ มลู ไดร วดเรว็ กวา การหา จากหนังสือและเอกสาร สะดวกในการนําขอมูลไปเรียบเรียงและ นาํ เสนอมากกวาหนงั สือและเอกสาร) T98
นา� สอน สรปุ ประเมนิ อนิ เทอรเ น็ต 1. ¡ÒÃ㪧Œ Ò¹ÍÔ¹à·ÍÃà¹çµ ขน้ั สอน จาํ เปน ตอชีวิต เราอยางไร อินเทอร์เน็ต (Internet) คอื เครือขา่ ย 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอวา บา งนะ คอมพิวเตอร์ที่เช่ือมต่อกันจ�านวนมากและ อนิ เทอรเน็ตจาํ เปน ตอ ชวี ิตเราอยางไรบา ง ครอบคลุมไปท่ัวโลก เครือข่ายน้ีเชื่อมหากัน ภายใตก้ ฎเกณฑท์ เี่ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทา� ใหส้ ามารถแลกเปลย่ี น 2. ครูอธิบายความหมายของอินเทอรเน็ตวา ขอ้ มูลและสง่ ผา่ นขอ้ มูลระหว่างกนั ได้ เปนเครือขายคอมพิวเตอรท่ีเชื่อมตอกันได ท่ัวโลก ทําใหสามารถแลกเปลี่ยนขอมูล อินเทอรเน็ตมีการใหบ ริการหลายอยา ง ดังน้ี ระหวางเคร่อื งในเครือขายได 3. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต ใหน ักเรียนฟง ดงั น้ี - ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรืออีเมล (Electronic Mail: E-mail) เปนบริการ รับ-สงจดหมายไดท่ัวโลกที่แนบไฟลได และรวดเรว็ - การสนทนาผา นเครอื ขา ย (Chat) เปน บรกิ าร สนทนาผานการพิมพขอความ สามารถ ตดิ ตง้ั กลองเพอื่ ใหเห็นภาพคสู นทนาได ไปรɳÕย์อิเลก็ ·รอนกิ Ê์ (Electronic Mail : E - mail) เป็นบริการรับ - ส่งจดหมาย และแนบไฟล์ภาพหรือเอกสาร ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว สามารถติดต่อกันได้ ทั่วโลก โดยผใู้ ชง้ านจะต้องมีที่อยอู่ เี มล (E - mail Address) การÊน·นา¼่านเครือข่าย (Chat) เป็นบริการเพ่ือสนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลความคิดเห็น ซึ่ง แนวตอบ คาํ ถามสําคญั ประจําหวั ขอ สนทนาผา่ นการพมิ พข์ อ้ ความ รบั - สง่ แฟม้ ขอ้ มลู สนทนาดว้ ย เสียง และตดิ ต้งั กลอ้ งเวบ็ แคม เพื่อใหเ้ หน็ ภาพคสู่ นทนาดว้ ย นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง โดยคําตอบข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน 61 ใชในการติดตอสื่อสารโดยเฉพาะการสื่อสาร ทางไกล ใชท าํ งานรว มกบั เทคโนโลยปี ระเภทอนื่ เชน ภาพจาก หนังสอื เรยี น หนา 61 กลอง หนุ ยนต ใชควบคุมการทํางานจากระยะไกล ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู บริการทางอินเทอรเน็ตในขอใด สามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สง ครูอาจสอบถามนักเรียนวา ใครเคยใชบริการการส่ือสารทางอินเทอรเน็ต ระหวา งกันได มาแลวบาง และใหออกมาเลาประสบการณใหเพ่ือนฟงส้ันๆ วาใชแลวเกิด ประโยชนอ ยา งไร มปี ญ หาอะไรเกดิ ขน้ึ บา ง แลว คอ ยเขา สเู นอ้ื หาการสอนในสว น 1. แชตเทานน้ั บริการทางอินเทอรเน็ตในหนังสอื เรยี น หนา 61 2. อเี มลเทา น้ัน 3. ทาํ ไดท ง้ั อีเมลและแชต 4. ทาํ ไมไดท งั้ อีเมลและแชต (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ทั้งอีเมลและแชตสามารถแนบไฟลเพื่อรับ-สงระหวางกันได ดงั น้นั ตอบขอ 3.) T99
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน เวลิ ด์ไวด์เว็บ (World - Wide - Web : WWW) เปน็ บรกิ ารเครอื ขา่ ยทเี่ ชอื่ มโยงแหลง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารเขา้ หากนั 4. ครูยกตัวอยางบริการของอินเทอรเน็ต และครอบคลุมทั่วโลก ลักษณะของข้อมูลท่ีสืบค้นได้จะเป็น ใหน กั เรียนฟง ตอ ดังน้ี เอกสารไฮเปอรล์ ิงกท์ ี่สรา้ งดว้ ยภาษาเอชทเี อม็ แอล (HTML) - เวิลดไ วดเ วบ็ (World Wide Web: WWW) การเขา้ ถงึ ข้อมูลแต่ละแห่งจะเข้าไปยงั โฮมเพจ (Homepage) เปนบริการแหลงขอมูลขาวสารจากท่ัวโลก และจะเชือ่ มตอ่ ไปยังเว็บเพจ (Webpage) อืน่ ๆ ได้อกี ทส่ี ามารถสบื คน ได การถา่ ยโอนข้อมลู (File Transfer protocol : FTP) - การถา ยโอนขอ มลู (File Transfer Protocol: เป็นบริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลข่าวสาร บทความจาก FTP) เปน บริการถา ยโอนแฟม ขอ มูลระหวา ง คอมพิวเตอร์เครื่องหน่ึงไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง การโอนย้ายแฟ้ม เครือ่ งคอมพิวเตอร ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เคร่ืองอื่นมาลงในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ - ชุมชนออนไลน (Online Community) ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download) ส่วนการน�า เปนบริการเครือขายที่ผูใชสามารถติดตอ แฟ้มข้อมูลจากเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของเราไปไว้ยังเคร่ือง สอ่ื สารกันได เชน เฟซบกุ ไลน คอมพวิ เตอร์เครอ่ื งอื่น เรียกว่า การอปั โหลด (Upload) ชมุ ชนออนไลน์ เป็นบริการเครือข่ายที่ผู้ใช้สามารถส่งข้อความถึงกัน ติดต่อ ส่ือสารกับกลุ่มเพื่อน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรูปภาพ กันได้ เช่น เฟซบุ๊ก (facebook) ทวติ เตอร์ (twitter) 62 การใหบ้ รกิ ารในอินเทอรเ์ นต็ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 62 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ ครูอธิบายรูปแบบของบริการทางอินเทอรเน็ตพรอมยกตัวอยาง เร่ือง หากตอ งการสง ไฟลท ม่ี ขี นาดใหญม ากใหเ พอื่ น นกั เรยี นควรใช เวลิ ดไ วดเวบ็ (World Wide Web : WWW) การถายโอนขอมลู (File Trans- บรกิ ารใด fer Protocol : FTP) และชุมชนออนไลน (Online Community) โดยอาจใช คลิปการสอนจาก www.youtube.com มาชวยอธิบายใหนักเรียนเห็นภาพ 1. แชต บริการตา งๆ ทางอนิ เทอรเ น็ตทช่ี ัดเจนมากขึ้นดวย 2. อีเมล 3. ชุมชนออนไลน 4. การถา ยโอนขอมลู (วเิ คราะหค าํ ตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลท่ีมีขนาดใหญมากใหเพ่ือนควรใชการถายโอนขอมูล ดังนั้น ตอบขอ 4.) T100
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ปจจุบันมีฐานข้อมูลข่าวสารท่ีเก็บไว้ในอินเทอร์เน็ต ขน้ั สอน จา� นวนมาก เราจงึ ควรศกึ ษาและเรยี นรเู้ กย่ี วกบั การสบื คน้ ขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ เพอื่ จะไดส้ บื คน้ ความรตู้ า่ ง ๆ และรจู้ กั ประเมนิ 5. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลความรูวา ความนา่ เช่อื ถอื ของขอ้ มลู มี 2 รูปแบบ ดงั นี้ 1) การสืบคนในรูปแบบ Index Directory 1.1รูปแบบการสืบคน้ ขอ้ มูลความรู้ เปนการคนหาขอมูลโดยการคลิกเลือก ขอมูลจากรายการในเว็บเบราวเซอร 1)การสบื ค้นในรูปแบบIndexDirectory เปน็ การคน้ หา จากนั้นหนาจอก็จะแสดงรายละเอียด ข้อมลู โดยการคลกิ เลือกขอ้ มลู ทีต่ ้องการจะดูในเวบ็ เบราเซอร์ มาใหดู (Web Browser) จากนนั้ หนา้ จอกจ็ ะแสดงรายละเอยี ดของหวั ขอ้ 2) การสืบคนในรูปแบบ Search Engine ยอ่ ยมาให้เลือก เปนการคนหาขอมูลโดยการพิมพคําคน จากนน้ั Search Engine จะทาํ การคนหา 2)การสืบค้นในรูปแบบSearchEngine เป็นการคน้ หา ขอมูลจากคําคนในฐานขอมูลขนาดใหญ ข้อมูลความรู้ผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟต์แวร์ และแสดงขอมูลที่เกี่ยวของขึ้นมาบน คน้ ผ่านเวบ็ ลักษณะของ Search Engine จะเป็นฐานขอ้ มลู หนา จอใหเลอื ก ขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ตไม่มี การแสดงข้อมูลออกมาเป็นล�าดับขั้นของความส�าคัญ การ ใช้งานจะต้องพิมพ์ค�าค้น ซึ่งเป็นการอธิบายถึงข้อมูลที่ ต้องการจะสืบค้น จากน้ัน Search Engine จะแสดงข้อมูล และเว็บไซตต์ ่าง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ในระดับชั้นน้ี เพ่ือน ๆ จะไดเ รียนรูวิธกี ารสบื คน ขอมลู ความรูโดยใชเว็บ Search Engine นะครับ 63 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 63 ขอสอบเนน การคดิ ความรูเสริม คําคนในขอ ใดมีโอกาสพบขอมลู เกี่ยวกบั ปลาปรันยานอ ยทส่ี ดุ ขอแตกตางสําคัญระหวางการสืบคนในรูปแบบ Index Directory กับ 1. ปลานา้ํ จดื การสบื คน ในรูปแบบ Search Engine คือ Index Directory ใชค นเปนผูรวบรวม 2. ปลาสวยงาม และทําระบบฐานขอมูล สวน Search Engine ใชซอฟตแวรเปนตัวรวบรวม 3. ปลาอันตราย และทาํ ระบบฐานขอมูล 4. ปลาในแอมะซอน (วเิ คราะหคาํ ตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ปลาปรนั ยาไมใ ชป ลาสวยงาม ดังน้ัน ตอบขอ 2.) T101
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน 1.2การสบื คน้ ข้อมลู โดยใชเ้ ว็บSearchEngine 6. ครูอธิบายรูปแบบการสืบคนขอมูลโดยใชเว็บ เวบ็ เสริ ช์ เอน็ จนิ หรอื เวบ็ ไซตจ์ กั รกลคน้ หา (Search Engine) Search Engine วา เว็บเสิรชเอ็นจิน คือ ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรม หรือเว็บไซต์ที่ท�าหน้าท่ีค้นหา เปนซอฟตแวรที่ทําหนาท่ีคนหาขอมูล เชน ข้อมูล เช่น ข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ โดยการสืบค้นข้อมูล รูปภาพ ขอความ คลิปวิดีโอ โดยใชคําใน จ�าเป็นตอ้ งใชส้ ิ่งทเี่ รียกว่า คา� ค้น การสืบคน ขอ มูล 7. ครูใหนักเรียนทดลองเขาใชงานเว็บ Search Engine ชอ่ื www.google.com ซง่ึ เปน ทน่ี ยิ ม ใชม ากในปจจบุ นั Web Search Engine ที่เรานยิ มใชม าก คอื www.google.com คะ ภาพที่ 3.1 การสบื คน้ ข้อมูลโดยใชเ้ วบ็ Search Engine 64 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 64 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด ครอู าจแนะนาํ การใชง านเวบ็ Search Engine บนเวบ็ เบราวเ ซอรแ ละอปุ กรณ หวั ขอ ใดท่ี Google ไมไ ดจ ดั หมวดหมูใหใ นการสืบคน ทต่ี า งกนั ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรทู างเลอื กในการใชง านทมี่ ากขน้ึ เพอ่ื ทจ่ี ะตดั สนิ ใจ 1. แผนท่ี เลือกวิธีการใชง านท่เี หมาะสมไดเมอื่ มอี ปุ สรรคในการใชงาน 2. รูปภาพ 3. คลปิ วิดีโอ 4. แฟมเอกสาร (วิเคราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา หัวขอที่ Google จัดหมวดหมูใหในการสืบคน คือ รูปภาพ คลิปวดิ โี อ แผนที่ และขา วสาร ดงั นน้ั ตอบขอ 4.) T102
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 1.3 การใชง านเว็บ Search Engine มีข้ันตอน ดงั น้ี ขน้ั สอน 1 8. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาการเขา ใชง านเวบ็ Search Engine ผา นเวบ็ เบราวเซอรโ ครม (Chrome) เปด เวบ็ เบราเซอรโ ครม (Chrome) และปอน www.google.co.th ท่ีชอ ง จากหนังสือเรียน หนา 65 ซ่ึงมีขั้นตอนใน ทอ่ี ยเู ว็บ แลวกดแปน Enter จะปรากฏหนาตา งเว็บเสริ ช เอ็นจนิ google การปฏบิ ตั ิ ดงั นี้ 1) เปด เวบ็ เบราวเซอรโครม (Chrome) พิมพ www.google.com ในชอ ง URL 2) ปอ นคาํ คน ที่ชอ งกลางหนาจอ แลวกดแปน Enter 2 ภาพท่ี 3.2 หนาเว็บไซต www.google.com ปอ นคาํ คน ทช่ี อ งกลางหนา จอ และคลกิ คน หาดว ย Google หรอื กดแปน Enter ภาพที่ 3.3 ปอ นคําที่จะคน หาลงในชอ งวา ง 65 ภาพจาก หนงั สือเรียน หนา 65 กิจกรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู ใหน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู วา เวบ็ Search Engine สามารถเรยี ก กรณีท่ีนักเรียนยังพิมพไมคลอง ครูควรใหตรวจสอบชื่อเว็บไซตใหถูกตอง ใชง านผา นอุปกรณใดตอ ไปน้ไี ดบ าง เสียกอนหลังพิมพเสร็จแลว กอนที่จะกดแปน Enter เพ่ือปองกันปญหา การพมิ พผ ิดในการเขา เว็บไซต 1. แท็บเลต็ (Tablet) 2. เครอ่ื งคอมพวิ เตอร (Computer) 3. นาฬก าอจั ฉรยิ ะ (Smart Watch) 4. โทรศพั ทเ คลอื่ นที่ (Mobile Phone) T103
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน จะพบรายการขอ้ มูลท่ีสอดคล้องกบั คา� คน้ จ�านวนมาก 9. ครูใหนักเรียนดูผลลัพธจากการสืบคนขอมูล ภาพท่ี 3.4 แสดงผลการค้นหา ของตนเองโดยใชเว็บ Search Engine บนหนาจอท่ีเครื่องคอมพิวเตอรของตนเอง จะเหน็ วา พบขอ มลู เยอะมาก แลวผม แลวสังเกตวา มีขอมูลอะไรปรากฏขึ้นบาง จะเลือกคนหาขอ มลู อยา งไรดีครับ และมีความสัมพนั ธกบั คําคนอยา งไร 10. ครอู ธิบายเพ่มิ เตมิ ใหนกั เรยี นฟงวา จากการ ทดลองสืบคนขอมูล นักเรียนจะเห็นวามี ขอมูลจํานวนมากปรากฏข้ึนมา อาจทําให ตองใชเ วลาในการสาํ รวจและคดั เลอื กขอมูล ท่ตี อ งการ แตเ ราสามารถกาํ หนดคําคนแบบ เจาะจง เพื่อใหไดขอมูลท่ีตรงตามความ ตองการมากขน้ึ ได การสืบค้นข้อมูลในเว็บเสิร์ชเอ็นจิน เราควรก�าหนดประเภทของไฟล์ข้อมูลที่ เราต้องการค้นหา เพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีตรง ตามความต้องการมากขน้ึ 66 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 66 เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills หลังจากนักเรียนทําการสืบคนตามขั้นตอนสําเร็จ ครูพยายามใหนักเรียน ใหนักเรียนใชเว็บ Search Engine สืบคนขอมูลโดยใชคําคน สังเกตเห็นจํานวนของขอมูลที่ปรากฏขึ้นบนหนาจอวามีจํานวนมากแคไหน ที่กําหนดใหตอ ไปนี้ตามลําดับ จากนนั้ ใหจ ดบันทกึ จาํ นวนรายการ แลวจึงถามคําถามใหคิดตอวา ถานักเรียนจะไลดูขอมูลท้ังหมดที่ปรากฏข้ึนมา และเวลาในการสืบคนจากผลการคนหาของทุกคําสืบคนท่ีกําหนด ตองใชเวลาแคไหน มีวิธีแกปญหาท่ีงายข้ึนหรือไม เพ่ือนําเขาสูการสืบคนแบบ ให เจาะจงในเน้อื หาสวนตอ ไป 1. ใชค ําวา ปลา 2. ใชคาํ วา ปลาดกุ 3. ใชค ําวา ปลาดุกเผอื ก ใหนักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมกับเพื่อนวา นักเรียน ไดอะไรจากกจิ กรรมนี้ T104
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 3 ขนั้ สอน ก�าหนดค�าคน้ ใหส้ บื คน้ เจาะจงประเภทของไฟลข์ อ้ มูล (File Type) และ 11. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ นามสกลุ ของไฟล์ข้อมลู ที่ตอ้ งการ ดังน้ี เจาะจงประเภทของไฟลขอมูลและนามสกุล FileType: …น…า…ม…ส……ก…ลุ …ห…ร…อื……ป…ร…ะ…เ…ภ…ท…ข……อ…ง…ไ…ฟ…ล…ข์……อ้ …ม…ูล……ค……�า…ค…น้ … ของไฟลขอมูลท่ีตอ งการ โดยใชรปู แบบ File เชน่ Type : นามสกุลหรือประเภทของไฟลขอ มูล ต้องการสืบค้นเฉพาะไฟลก์ ารนา� เสนอ (ppt) คาํ คน เชน File Type : ppt สัตวปา สงวน ⇨ FileType:pptสัตวป์ าสงวน จากนั้นใหน กั เรยี นทาํ เอง จากทพ่ี บเวบ็ ไซตท์ มี่ ขี อ้ มลู เกย่ี วกบั สตั วป์ า่ สงวนมากถงึ 1,660,000 รายการ แต่เมื่อสบื ค้นเฉพาะเจาะจงประเภทไฟล์ ppt พบว่าเหลอื 8,560 รายการ ทา� ใหไ้ ดข้ อ้ มูลที่ตรงต่อความต้องการมากข้นึ ภาพที่ 3.5 สืบค้นข้อมลู แบบเจาะจงประเภทของไฟลข์ ้อมลู 67 ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 67 กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนทดลองสืบคนขอมูล เร่ือง พืชสมุนไพร โดยใช ครูอาจเตรียมโจทยคําสั่งในการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงมาประมาณ รูปแบบ File Type : ดังตอไปนี้ พรอ มจดบนั ทกึ จํานวนรายการ 8-10 ขอ เพอ่ื ฝก ใหน กั เรยี นเกดิ ความคนุ เคยในการใชง านแปน พมิ พท ง้ั ภาษาไทย ทีส่ ืบคนไดข องแตล ะหวั ขอดว ย และภาษาอังกฤษ ย่ิงนักเรียนจําตําแหนงแปนพิมพของอักขระตางๆ ไดมาก กจ็ ะชวยใหพ ิมพข อ ความสําหรบั สบื คน ขอมลู ไดส ะดวกรวดเรว็ ข้นึ 1. .docx 2. .pptx 3. .xlsx 4. .pdf จากนนั้ ใหนักเรยี นสาํ รวจดูวา ขอมูลจํานวนรายการของไฟล แตละประเภทท่ีสืบคนไดน้ันแตกตางกันอยางไร แลวจึงนํามา เรียงลําดับตามประเภทไฟลท่ีสืบคนได โดยเรียงจากจํานวน รายการมากท่สี ดุ ไปยังนอ ยทสี่ ดุ T105
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน นอกจากน้ี การสืบคนขอมูลจาก www.google.co.th 12. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนแบบ 1ยงั สามารถระบรุ ายละเอยี ดอน่ื ๆ เพอื่ เจาะจงการสบื คน ได ดงั นี้ เจาะจงในลกั ษณะอน่ื เพม่ิ เตมิ เชน การสบื คน ขอมูลแบบระบุชวงเวลาของขอมูลท่ีตองการ การสบื คน รปู ภาพแบบเจาะจงสี 4 ประเภท คือ ภาพสี ภาพขาวดํา ภาพโปรงใส และภาพเจาะจงสี จากนนั้ ใหน กั เรียนทาํ เอง สบื คน ขอ มลู แบบระบชุ ว งเวลา คอื ภาพท่ี 3.6 สบื คนแบบระบุชวงเวลา การสืบคนขอมลู ไฟล ขา วสาร ท่ี ถูกออนไลนในชวงเวลาที่กําหนด โดยกาํ หนดคําคนท่ตี อ งการ แลว คลกิ เครอื่ งมอื และเลอื กชว งเวลา ของขอมลู ทีต่ องการ 2 สืบคน รูปภาพที่ตรงตอความตอ งการมากทสี่ ดุ 1. การสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงสี เราสามารถสืบคนรูปภาพแบบ เจาะจงสไี ด 4 ประเภท โดยกําหนดคําคนทต่ี อ งการ แลว คลกิ เครื่องมือ และเลอื ก สี ภาพสี ใชสาํ หรบั การคนรูปภาพสี ภาพขาวดํา ใชสําหรับการคน รูปภาพท่ีมสี ขี าวดาํ ภาพโปรงใส ใชสําหรับการคน รูปภาพทพ่ี ้นื หลังโปรง ใส ภาพเจาะจงสี ใชสําหรับการคน รปู ภาพแบบเจาะจงสี ซง่ึ มที งั้ หมด 12 สี ภาพที่ 3.7 การสบื คนรูปภาพแบบเจาะจงสี 68 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 68 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ ครูควรบอกประโยชนของการใชการสืบคนขอมูลแบบเจาะจงแตละแบบ ถานักเรียนไมสามารถสืบคนหาภาพที่พ้ืนหลังโปรงใสมาใช ดวยวามีประโยชนอยางไร หรือถามใหนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น ประกอบงานนําเสนอได นกั เรียนจะมวี ธิ ีแกปญหาอยางไร เพื่อเชอ่ื มโยงกบั การนาํ ไปใชใ นชวี ติ จริง (แนวตอบ นักเรียนตอบตามความเขาใจ ขึ้นอยูกับดุลยพินิจ ของครูผูสอน เชน อาจใชก ารสบื คนหาภาพทีม่ ีพน้ื หลงั สเี ดียวกับ พ้ืนหลังของงานนําเสนอมาใชงานแทน หรือใชซอฟตแวรในการ ออกแบบตัดภาพพ้ืนหลังของภาพท่ีตองการออกไปกอนนําไปใช ประกอบงานนาํ เสนอ) T106
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 2. การสบื คน้ รปู ภาพแบบเจาะจงประเภท สามารถสบื คน้ รปู ภาพแบบ ขน้ั สอน เจาะจงได้ 5 ประเภท โดยกา� หนดคา� คน้ ทต่ี อ้ งการ คลกิ เครอ่ื งมอื และเลอื ก ประเภท 13. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูปภาพ ใบหน้า แบบเจาะจงประเภท ท้ัง 5 ประเภท ดังน้ี ใชส้ า� หรับการคน้ รูปภาพ ใบหนา ภาพถาย คลิปอารต ภาพวาด ใบหนา้ มนุษย์ และลายเสนแอนิเมชัน จากนั้นใหนักเรียน ทาํ เอง ภาพถา่ ย ใช้ส�าหรับการค้นภาพถ่าย 14. ครูอธิบายวิธีการกําหนดคําสืบคนรูป ตามขนาดที่ตองการ จากนั้นใหนักเรียน จากกลอ้ ง ทาํ เอง คลิปอารต์ ใช้ส�าหรบั การค้นภาพตัดปะ ภาพวาดลายเสน้ ใช้สา� หรบั การค้นภาพวาดทมี่ ี ลกั ษณะเปน็ ลายเส้นเท่าน้ัน แอนเิ มชนั ภาพท่ี 3.8 การสืบค้นรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ใช้สา� หรับการค้นภาพทม่ี ี การเคลื่อนไหว 3. การสบื คน้ รปู ตามขนาดทตี่ อ้ งการ ทา� ไดโ้ ดยกา� หนดคา� คน้ ทต่ี อ้ งการ คลกิ เครอ่ื งมอื และเลอื ก ขนาด ภาพที่ 3.9 การสบื ค้นรปู ตามขนาดท่ตี ้องการ 69 ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 69 ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนเขียนขั้นตอนในการสืบคนขอมูลภาพลายเสน การสอนความเขาใจในการนําไปใช ครูอาจเตรียมสถานการณมานําเสนอ โดยใชคําคน กลองถา ยรปู แลวใหนักเรียนตัดสินใจวา ควรเลือกใชการสืบคนรูปภาพแบบเจาะจงประเภท ใดจึงจะเหมาะสมที่สุด เชน อยากไดภาพเด็กนักเรียนช้ันประถมที่เปนการตูน (แนวตอบ 1. พมิ พคาํ วา กลอ งถายรูป กด Enter อยากไดภาพเคลื่อนไหวดวงอาทติ ยขน้ึ และตก 2. คลกิ เลือก คน รปู 3. คลิกเลอื ก เครอื่ งมอื 4. คลิกเลือก ประเภทใดก็ได -> ภาพวาดลายเสน ) T107
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 4. การสบื คน หารูปเพ่ือปองกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ทําไดโดยกําหนด คาํ คน ที่ตอ งการ คลิก เครอื่ งมอื และเลอื ก สิทธใ์ิ นการใชงาน จะปรากฏ 15. ครูอธิบายวิธีการสืบคนหารูปเพ่ือปองกัน ขอมูล ดงั น้ี การละเมดิ ลขิ สทิ ธ์ิ ซงึ่ มเี งอ่ื นไขสาํ คญั 3 สว น คือ การอนุญาตใหนําไปใช การอนุญาต ภาพในกลุมน้ีไมสามารถนําไปใชได ตอ งขออนุญาตกอ น ใหแกไขภาพ และการอนุญาตใหใชใน นําภาพไปใชได สามารถแกไขภาพได และสามารถนําไป เชิงพาณชิ ย จากนั้นใหนักเรียนทําเอง ใชใ นเชิงพาณชิ ยไ ด นําภาพไปใชได หา มแกไ ขภาพ และสามารถนําไปใชใน 16. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารใชง าน Google ใหม ากกวา เชงิ พาณิชยไ ด การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ใน นาํ ภาพไปใชไ ด สามารถแกไ ขภาพได และหา มนาํ ไปใช หนงั สอื เรียน หนา 70 เรื่อง การคนหาไฟล ในเชิงพาณชิ ย เอกสารนามสกุลตางๆ จากนั้นใหนักเรียน นาํ ภาพไปใชไ ด หา มแกไ ขภาพ และหามนําไปใชใ นเชงิ ทาํ เอง พาณิชย ภาพท่ี 3.10 การสบื คนหารูปเพอื่ ปอ งกนั การละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ ÁÁØ Com Sci เทคนคิ การใชง าน Google ใหม ากกวา การใชสืบคน ขอ มูล 1. การคนหาไฟลเอกสาร นามสกุลตาง ๆ ในกรณีท่ี เราตองการคนหาเอกสาร นามสกลุ .PDF, .DOC หรอื นามสกุลอ่ืน ๆ สามารถ ทาํ ไดโดยพิมพคําคน แลว ภาพท่ี 3.11 การคน หาไฟลเอกสารนามสกลุ ตาง ๆ ตามดวย นามสกลุ ของไฟลน ้นั ๆ เชน “การใชค อมพวิ เตอร. PDF” หรอื “คณิตศาสตร ป.4. DOC” ผลลัพธที่ไดจะเปนไฟลเอกสารท่ีมีนามสกุล ตามท่ีระบุ 70 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 70 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครูควรอธิบายเหตุผลความสําคัญของลิขสิทธ์ิและผลจากการละเมิด ถานักเรียนตองการสืบคนรูปภาพเพ่ือนําไปปรับแตงใชสําหรับ ลขิ สทิ ธ์ิ โดยอาจยกตวั อยา งจากขา วสารขอ มลู เหตกุ ารณท เ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ ทง้ั จากการ การศกึ ษา นกั เรยี นจะเลอื กกาํ หนดสทิ ธใ์ิ นการใชง านในการสบื คน ไดประโยชนหรือรายไดในฐานะเจาของลิขสิทธิ์ และการเสียประโยชนจากการ แบบใดไดบ า ง ถกู ละเมิดลิขสทิ ธจิ์ ากเรอ่ื งราวทีใ่ กลตัวนกั เรยี น แบบท่ี 1 นาํ ภาพไปใชได หา มแกไ ขภาพ และหามนําไปใชใ น T108 เชิงพาณชิ ย แบบที่ 2 นําภาพไปใชได แกไ ขภาพได และหามนาํ ไปใชใ น เชิงพาณิชย แบบที่ 3 นําภาพไปใชได หามแกไขภาพ และนาํ ไปใชใ น เชงิ พาณิชยไ ด แบบที่ 4 นาํ ภาพไปใชได แกไขภาพได และนําไปใชใ น เชงิ พาณิชยไ ด (แนวตอบ แบบที่ 2 กับ 4 คอื ตองแกไขภาพได แตจ ะอนญุ าต ใหน ําไปใชในเชิงพาณชิ ยห รือไมก็ได)
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 2. การตรวจสอบสภาพอากาศ เชก็ สภาพอากาศ เพยี งพมิ พ Weather แลว ขน้ั สอน ตามดว ยสถานทนี่ น้ั ๆ เชน “Weather กรงุ เทพ” หรอื “พยากรณอ ากาศ ภเู กต็ ” แลว กดแปน Enter จะปรากฏสภาพอากาศทพี่ มิ พไ ว แตส าํ หรบั 17. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารใชง าน Google ใหม ากกวา การพยากรณอ ากาศในประเทศไทยนน้ั อาจจะยงั ไมค รอบคลมุ ทกุ พนื้ ท่ี การใชสืบคนขอมูล จากมุม Com Sci ในหนงั สอื เรียน หนา 71 เรอื่ ง การตรวจสอบ สภาพอากาศ ดว ยการพมิ พค ําวา Weather ตามดวยชอื่ สถานท่ีนนั้ ๆ แลวกดแปน Enter และเร่ือง การใชเคร่ืองคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขท่ีตองการในชอง Search แลวกดแปน Enter จากนัน้ ใหนกั เรียนทาํ เอง ภาพที่ 3.12 การตรวจสอบสภาพอากาศ 3. การใชเครื่องคิดเลขออนไลน โดยใสตัวเลขท่ีตองการคํานวณในชอง Search Google เชน “(10*9)+(4*7)” แลวกดแปน Enter จะปรากฏ คาํ ตอบภายในพรบิ ตา ภาพท่ี 3.13 การใชเครอ่ื งคิดเลขออนไลน 71 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 71 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ในการใชง านเครอ่ื งคดิ เลขออนไลน ถา นกั เรยี นพมิ พโ จทย (4*5) ครูสามารถใชเน้ือหาเทคนิคการใชงาน Google มาฝกทักษะการใชงาน / 2 ลงไป จะไดค ําตอบเปน จาํ นวนใด และเครื่องหมาย * กับ / แปน พิมพใหก ับนกั เรยี นเพิ่มเติมได เชน การตรวจสอบสภาพอากาศในสถานท่ี ใชแทนเคร่อื งหมายใด ตา งๆ การใชแ ปน ตัวเลขพิมพโจทยค ํานวณทางคณติ ศาสตร 1. คาํ ตอบ คอื 20 เครอ่ื งหมาย * แทนการคณู เครือ่ งหมาย T109 / แทนการหาร 2. คําตอบ คือ 20 เคร่ืองหมาย * แทนการหาร เครอื่ งหมาย / แทนการคูณ 3. คําตอบ คอื 10 เครอ่ื งหมาย * แทนการคูณ เครือ่ งหมาย / แทนการหาร 4. คําตอบ คือ 10 เครอ่ื งหมาย * แทนการหาร เครอื่ งหมาย / แทนการคณู (วเิ คราะหคําตอบ จากตวั เลอื กทก่ี าํ หนดใหว เิ คราะหไ ดว า คาํ ตอบ คือ 10 เครือ่ งหมาย * แทนการคูณ เครือ่ งหมาย / แทนการหาร ดังน้นั ตอบขอ 3.)
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ¡Ô¨¡ÃÃÁ Com Sci ½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ 18. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี น หนา 72 โดยใหสบื คน คุณครูใหน้ วิ และเพอ่ื นๆสบื ค้นข้อมูลเรื่องท่คี ณุ ครูก�าหนดดงั น้ี ขอ มลู เรอ่ื งทคี่ รกู าํ หนด แลว บนั ทกึ ลงในสมดุ จากน้ันทําตามใหครบทุกคําสง่ั พรอ มพูดคุย แลกเปลยี่ นความคิดเห็นกับเพือ่ นคนอนื่ การสืบคน้ ขอ้ มูลตามทคี่ ณุ ครกู า� หนดน้ี เพือ่ นๆ พบรายการท้งั หมด ก่ีรายการให้บันทกึ ลงในสมุด แลว้ หากคุณครกู �าหนดใหมว่ า่ ตอ้ งการเฉพาะไฟลก์ ารนา� เสนอ(ppt) เก่ียวกับไดโนเสาร์เท่านั้น ต้องกรอกอย่างไรนะ ให้บันทึกลงในสมุด แล้วทดลองสืบค้นข้อมลู ในอินเทอร์เน็ต ??????? คราวน้ีลองสืบค้นข้อมูลท่ีเปนไฟล์เอกสารเวิร์ด (doc) ตามหัวข้อที่ กา� หนดแลว้ พูดคยุ แลกเปลยี่ นกับเพื่อนคนอนื่ สดุ ทา้ ยน้ี ลองสบื คน้ ภาพการต์ นู ทช่ี อบมา1ตวั แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงใน สมดุ วา่ คา� คน้ หาคอื อะไรและมวี ธิ สี บื คน้ อยา่ งไรจากนนั้ พดู คยุ แลกเปลย่ี น กบั เพือ่ นๆวา่ มีวธิ สี ืบค้นเหมือนกันหรอื ตา่ งกันอยา่ งไร ทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. ทกั ษะการสอ่ื สาร 72 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 72 เกร็ดแนะครู กิจกรรม 21st Century Skills ครูอาจเช่ือมโยงความรูในหนวยการเรียนรูที่ 2 มาใชเปนโจทยในหนวย ถานกั เรียนตอ งการสบื คนขอ มูลเกี่ยวกบั คาํ วา Digital Literacy การเรยี นรทู ี่ 3 เชน ใหค นหาไฟลโ พรเจกตของโปรแกรม Scratch ใหคนหาไฟล แลวชวยกันวิเคราะหวา การประเมินความนาเชื่อถือของขอมูล pdf สอนการใชง านโปรแกรม Scratch มคี วามเกีย่ วของกับเรอ่ื งนอี้ ยางไร T110
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ¡เÔ¨ล¡อื ÃกÃคÁน ½ใƒ¡ห·ต ¡ÑรงÉใÐจ·Õè 1 Creating ไดค ะแนน คะแนนเตม็ ขน้ั สรปุ Evaluating Analyzing 10 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะท่ี 1 เร่ือง Applying เลือกคนใหตรงใจ ในแบบฝกหัด หนา 33 Understanding โดยใหน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู โดยใชค าํ คน ตามที่ Remembering โจทยก ําหนด แลว ตอบคําถาม โมตองการสบื คนขอ มลู ท่ีเปน เฉพาะไฟลเ อกสาร pdf เพื่อใชท าํ รายงาน 2. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 2 เรื่อง เร่ือง อาหารหลกั 5 หมู โดยใชค าํ คน (Keyword) ดังภาพ ภารกิจสืบคนขอมูล ในแบบฝกหัด หนา 34 ใหน ักเรียนลองสืบคนขอมลู ตามโม แล(วแตนอวคบาํ คตําอถบา)มสบื คน วนั ท่ี 12 เมษายน 2561 โดยใหนักเรียนสืบคน ขอ มลู ประโยชนแ ละโทษ ของอนิ เทอรเ นต็ พรอ มเขยี นขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ 1. พบรายการทง้ั หมด 2,500,000 รายการ............................................................................................................................. 2. พบรายการทั้งหมด 1,200,000 รายการ............................................................................................................................. 3. พบรายการทง้ั หมด 52,500 รายการ............................................................................................................................. เฉฉบลบั ย • จากการทดลองใชคาํ คน (Keyword) ที่ 1 - 3 ผลลพั ธท ่ไี ดร บั แตกตา งกนั หรอื ไม อยา งไร แตกตา งกนั คาํ คน ที่ 1 พบรายการท้งั หมดมากทสี่ ดุ รองมา คอื คําคน ท่ี 2............................................................................................................................................................................................................................................................... ขน้ั ประเมนิ และ 3 ตามลาํ ดบั............................................................................................................................................................................................................................................................... ตารางการวดั และประเมนิ ผล • ถานกั เรยี นเปน โมจะเลือกใชค ําคน ใด เพราะเหตใุ ด ¡ภÔ¨า¡รกÃÃจิ Áสบื½ค¡ƒ น·ข¡Ñ อ ÉมÐลู ·èÕ 2 Creating ไดค ะแนน คะแนนเตม็ วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก ารประเมิน เลอื กใชคําคนที่ 3 คาํ วา อาหารหลัก 5 หมู .pdf เพราะจะทําใหสามารถสบื คน............................................................................................................................................................................................................................................................... Evaluating ประเมินตาม ไดร วดเร็วและตรงตามที่ตองการมากท่สี ุด............................................................................................................................................................................................................................................................... Analyzing 10 ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ สภาพจริง Applying กอนเรยี น กอ นเรยี น เกณฑการใหค ะแนน คะแนน Understanding การสืบคน ขอ มลู และตอบคําถาม (10 คะแนน) 3 Remembering สืบคน รายการทกี่ ําหนดได (ขอละ 1 คะแนน) 3 4 ใหนกั เรยี นสืบคนขอมูลในหวั ขอ ประโยชนแ ละโทษของอินเทอรเน็ต สรปุ ผลลพั ธของการสืบคน ตามคําคน ไดถ กู ตอ ง พรอมเขยี นขัน้ ตอนการปฏิบตั ิ • ข้นั ตอนการสบื คน : เปด เบราวเซอรโครม (Chrome) และปอ น................................................................................................................................................................................ เลือกใชคําคน ในการสบื คนไดตรงตามความตอ งการ พรอ มบอกเหตผุ ลประกอบไดส มเหตสุ มผล www.google.co.th ในชอ งท่ีอยูเว็บ แลวกดแปน Enter จากน้นั ปอ นคาํ คน............................................................................................................................................................................................................................................................... ท่ชี อ งกลางหนาจอ กดแปน Enter แลวเลอื กสบื คนเว็บไซตท ี่ตอ งการ............................................................................................................................................................................................................................................................... ทักษะการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 2. ฝกทักษะการสื่อสาร 33 • คําคนที่ใช : ประโยชนแ ละโทษของอนิ เทอรเนต็.......................................................................................................................................................................................................... ตรวจแบบฝกหัด แบบฝก หัด รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ 1. ฝกทักษะการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ 4. ฝกทกั ษะการสาํ รวจคน หา 3. ฝก ทกั ษะการตัดสนิ ใจ ............................................................................................................................................................................................................................................................... สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดับคณุ ภาพ 2 การทาํ งาน พฤตกิ รรม ผานเกณฑ ประโยชนของอนิ เทอรเน็ต โทษของอินเทอรเ น็ต รายบคุ คล • ชวยในการสืบคน ขอ มลู ตา ง ๆ.......................................................................................................... • ใชงานนาน ทาํ ใหเสียการเรยี น.......................................................................................................... • รบั - สงขอ มูลไดสะดวกและรวดเร็ว • มองหนาจอนาน ๆ ทาํ ใหเสยี สายตาเฉฉบลบั ย .......................................................................................................... .......................................................................................................... • ดหู นงั ฟง เพลง และเลน เกมได.......................................................................................................... • เกดิ การกล่ันแกลง และหลอกลวง.......................................................................................................... • สัง่ ซือ้ สนิ คา และบริการไดส ะดวก.......................................................................................................... • เกดิ ปญหาอาชญากรรม.......................................................................................................... • เวบ็ ไซตของขอมูล : ............................................................................................................................................................................... http://www.namonpit.ac.th/krutae/internet1/p2-5.htm............................................................................................................................................................................................................................................................... http://www.ku.ac.th/e-magazine/oct52/know/know4.htm............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหคะแนน คะแนน การสบื คน ขอ มูล และตอบคําถาม (10 คะแนน) 4 สบื คน ขอ มลู ทางอนิ เทอรเ น็ตได 2 2 บอกข้นั ตอนการสืบคนขอ มูลทางอนิ เทอรเนต็ ไดถ ูกตอง 2 เลอื กใชคําคน ในการสืบคน ไดเหมาะสม เลือกขอมลู จากเวบ็ ไซตทีม่ ีความนา เช่อื ถือ ทักษะการเรียนรใู นศตวรรษที่ 21 1. ฝกทกั ษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ฝกทกั ษะการสอื่ สาร 34 3. ฝกทกั ษะการสํารวจคน หา ภาพจาก แบบฝกหดั หน้า 33-34 ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล ใหนักเรียนสืบคนขอมูลประโยชนของอินเทอรเน็ตเวลามี ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา สถานการณฉุกเฉินเกิดขึ้น เชน ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การกอ เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ความไมส งบ มา 3 ขอ ท่แี นบมาทายแผนการจัดการเรียนรูท ี่ 2 หนวยการเรียนรทู ี่ 3 (แนวตอบ นักเรียนตอบตามประสบการณของตนเอง แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล โดยคําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน เชน ชวยใหทราบ คาชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน สถานการณฉุกเฉินไดอยางรวดเร็ว ชวยใหสามารถใหความ ชวยเหลือผูบาดเจ็บหรือไดรับอันตรายไดทันเวลา ชวยใหมีเวลา ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 ในการอพยพหรือเตรยี มตัวปองกันปญหามากขึน้ ) 32 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผู้อนื่ 3 การทางานตามหนา้ ท่ีทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 4 ความมีนาใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ................................................... ผู้ประเมนิ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ............/.................../................ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรับปรงุ T111
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 2เวลา ช่ัวโมง ความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู 1. มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั ตัวชวี้ ัด ว 4.2 ป.4/3 ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเช่อื ถอื ของขอ้ มูล 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายลกั ษณะของแหลง่ ขอ้ มูลท่มี ีความนา่ เชื่อถือ และข้อควรปฏิบัติในการใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตได้ (K) 2. ใชเ้ ว็บ Search Engine สบื คน้ ขอ้ มูลทม่ี ีความนา่ เช่ือถอื ได้ และปฏบิ ตั ติ ามข้อควรปฏิบตั ิในการใชง้ าน อนิ เทอรเ์ น็ตได้ (P) 3. เห็นความส�ำคัญของการประเมินความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มูล และการปฏิบตั ติ ามขอ้ ควรปฏบิ ัติในการใช้งาน อินเทอรเ์ นต็ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ - การใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการค้นหาขอ้ มูล - การประเมินความนา่ เช่ือถือของข้อมลู - ข้อควรปฏบิ ตั ิในการใชง้ านอินเทอร์เน็ต 4. สาระสำ� คญั /ความคดิ รวบยอด ในปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในอินเทอร์เน็ตจ�ำนวนมาก ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจะต้องประเมิน ความนา่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู โดยพจิ ารณาจากองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ เชน่ โดเมนเวบ็ ไซตข์ องแหลง่ ขอ้ มลู รวมถงึ เรยี นรขู้ อ้ ปฏบิ ตั ิ ในการใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ เพอ่ื นำ� ขอ้ มลู ทส่ี บื คน้ มาไปใชอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมดว้ ย 5. สมรรถนะสำ� คัญของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสำ� คญั ของผูเ้ รียน ทักษะ 4Cs คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. ท กั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 1. มีวนิ ัย 2. ความสามารถในการคิด (Critical Thinking) 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. มุ่งมัน่ ในการทำ� งาน 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 2. ท ักษะการทำ� งานร่วมกนั (Collaboration Skill) 3. ทักษะการสื่อสาร (Communication Skill) 4. ท กั ษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : วิธีการสอนโดยใช้เกม (Game) วิธีการสอนแบบสุ่ม และวิธีการสอน แบบกล่มุ T112
นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ เม่ือสืบคน้ ขอ้ มลู และไดข้ ้อมลู ทต่ี ้องการแล้ว ควรปฏิบตั ิ ขน้ั นาํ ดงั น้ี ครูถามนักเรียนวา ขอมูลขาวสารท่ีอยูบน 1. ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล โดยพิจารณาชื่อ อินเทอรเน็ตมีท้ังจริงและเท็จ นักเรียนจะรูได โดเมน วา่ มาจากหนว่ ยงานใด หนว่ ยงานน้ันมคี วามนา่ เชือ่ ถอื อยางไรวาขอมูลที่สืบคนมานั้น มีความถูกตอง หรอื ไม่ ดังนี้ นาเชอื่ ถือ ตารางที่ 3.1 ช่ือโดเมน (แนวตอบ ควรมกี ารตรวจสอบความถกู ตอ งหรอื ความนา เช่อื ถอื ของขอมลู กอน) โดเมน ความหมาย ตวั อย่าง ขน้ั สอน .go.th เวบ็ ไซต์ทางรัฐบาลไทย www.moe.go.th go มาจากค�าว่า government หมายถึง รฐั บาล (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร) 1. ครูอธิบายวา หลังจากทําการสืบคนขอมูล th มาจากคา� วา่ Thailand หมายถงึ ประเทศไทย จนไดขอมูลท่ีตองการแลว นักเรียนควรทํา การตรวจสอบความถูกตองของขอมูลกอน .ac.th เว็บไซต์ทางการศกึ ษา www.chula.ac.th นํามาใชตามข้นั ตอน ดงั น้ี ac มาจากคา� ว่า academic หมายถึง วชิ าการ (จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 1) ประเมินความนาเช่ือถือของขอมูล th มาจากค�าวา่ Thailand หมายถงึ ประเทศไทย ควรพิจารณาช่ือโดเมนกอนวา มาจาก หนวยงานใด .or.th เว็บไซต์องคก์ รไมห่ วังผลก�าไร www.tistr.or.th (สถาบนั วิจยั 2) ตรวจสอบขอมูล ดานความถูกตอง และ or มาจากค�าว่า organization หมายถึง องคก์ ร วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทันสมัย th มาจากค�าว่า Thailand หมายถงึ ประเทศไทย แหง่ ประเทศไทย) 3) ตรวจสอบการอางอิงแหลงท่ีมาของขอมูล วามีความนาเช่อื ถอื มากนอยเพยี งใด .co.th เวบ็ ไซตท์ างการค้า www.thaishop.co.th 4) นาํ เนอื้ หาขอ มลู ทส่ี บื คน ไดม าเปรยี บเทยี บกนั co มาจากคา� วา่ commercial หมายถึง การคา้ (เว็บไซตข์ ายสินคา้ OTOP) แลวเลือกทส่ี อดคลอ งตรงกนั th มาจากคา� วา่ Thailand หมายถึง ประเทศไทย 5) นําเสนอขอมูล โดยนําขอมูลมาเรียบเรียง แลว สรปุ เปนสํานวนของตนเอง 2. ตรวจสอบข้อมูลว่ามคี วามถกู ตอ้ ง และทันสมัย 3. ตรวจสอบการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจาก แหล่งใด และมีความน่าเช่อื ถือมากน้อยเพียงใด 4. นา� เนอ้ื หาขอ้ มลู ทสี่ บื คน้ ไดม้ าเปรยี บเทยี บกนั แลว้ เลอื ก ข้อมูลท่ีสอดคล้องและตรงกัน 5. นา� เสนอขอ้ มลู โดยนา� ขอ้ มลู มาเรยี บเรยี ง แลว้ สรปุ เปน็ สา� นวนของตนเอง 73 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 73 กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนเขาไปสํารวจเว็บไซตตอไปนี้ แลวประเมินความ ครอู าจหาตวั อยา งขอ มลู ขา วเรอื่ งเดยี วกนั จากหลายเวบ็ ไซตม าเปรยี บเทยี บ นาเช่ือถือจากชื่อโดเมนและหนวยงานที่เกี่ยวของวา เปนเว็บไซต ใหน ักเรียนเหน็ ความสอดคลองหรอื มคี วามแตกตางกันอยางไร เพือ่ ใหน ักเรยี น ทีม่ คี วามนา เช่ือถอื หรือไม เพราะเหตุใด แลวบนั ทึกลงในสมุด ไดเ หน็ ประโยชนจ ากการเปรียบเทยี บขอมลู ไดชดั เจนยง่ิ ขึ้นกอ นลงมือปฏิบัตเิ อง 1. www.nia.or.th 2. www.egat.co.th 3. www.smeone.info 4. www.research.z.com T113
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน µÑÇÍÂÒ‹ § ¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ¤ÇÒÁ¹‹Òàª×èͶÍ× ¢Í§¢ÍŒ ÁÅÙ 2. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางเว็บไซต เมื่อตองการสืบคนขอมูลสัตวปาสงวน นักเรียนคิดวา www.wikipedia.org และ www.dnp.go.th ควรสบื คน ขอ มลู จากเวบ็ ไซตใ ดจงึ จะมคี วามนา เชอ่ื ถอื ของขอ มลู จากหนังสือเรียน หนา 74 เพ่ือศึกษาการ มากกวากัน ประเมินความนา เชอื่ ถือของขอ มลู ภาพที่ 3.14 หนา เวบ็ ไซต www.wikipedia.org 74 ภาพท่ี 3.15 หนาเวบ็ ไซต www.dnp.go.th (เว็บไซตส ํานักอนรุ ักษสตั วป า ) ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 74 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสรมิ มชี อ งทางอกี 1 ชอ งทาง ทค่ี รคู วรสอนใหน กั เรยี นตรวจสอบความนา เชอ่ื ถอื ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับการอนุรักษปลานกแกว คือ ขาวสารขอมูลท่ีแชรบนโซเชียลเน็ตเวิรก เชน ขาวปลอม ขาวบิดเบือน จากเว็บไซตตางๆ แลวสรุปวา ขาวเรื่องนี้มีความนาเช่ือถือ ซึง่ เปน เคร่ืองมอื ท่ดี ใี นการฝก กระบวนการคิดใหกับนักเรียนอีกชองทางหนึง่ หรือไม เพราะอะไร ใหอธิบายเหตุผลประกอบ พรอมบอก แหลง อางอิงทม่ี ีความนาเชอ่ื ถือดวย T114
นา� สอน สรปุ ประเมนิ เม่ือพิจารณาภาพที่กําหนดให หากตองการสืบคนขอมูล ขนั้ สอน เกย่ี วกับสัตวป าสงวน สามารถพจิ ารณาความนา เชือ่ ถือไดจ าก ชือ่ โดเมนวามาจากหนวยงานใด 3. ครูอธิบายวิธีการพิจารณาความนาเช่ือถือของ ขอมูลจากโดเมน ในหนังสือเรียน หนา 75 จากภาพท่ี 1 เวบ็ ไซตว กิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสรเี ปน เวบ็ ไซตท ี่ วาขอมูลจากเว็บไซตวิกิพีเดียสามารถแกไข บคุ คลทวั่ ไปสามารถเขา มาแกไ ขขอ มลู ไดต ลอดเวลา อาจทาํ ให ไดโดยบุคคลท่ัวไป จึงขาดความนาเชื่อถือ ขอมูลท่ีปรากฏบนเว็บไซตขาดการกล่ันกรองขอมูลจึงยังไมมี สวนเว็บไซตโดเมน .go.th เปนของหนว ยงาน ความนาเช่อื ถือมากพอ ราชการท่ีเกี่ยวของกับสัตวปาสงวนโดยตรง จงึ มีความนาเช่อื ถือ จากภาพที่ 2 เวบ็ ไซตน ้ปี รากฏชอ่ื โดเมน .go.th ซง่ึ เปน เว็บไซตจากหนวยงานราชการ โดยเปนเว็บไซตของสํานัก อนุรักษสัตวปา ดังน้ัน ขอมูลจากภาพท่ี 2 หรือขอมูลจาก เวบ็ ไซตสาํ นกั อนรุ กั ษสตั วป า จงึ มีความนา เชอื่ ถอื ภาพท่ี 3.16 หนา เว็บไซต www.dnp.go.th (เวบ็ ไซตส ํานักอนรุ กั ษสตั วป า ) 75 ภาพจาก หนังสอื เรียน หนา 75 กจิ กรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับกวาวเครือขาว จากน้ัน ครูอาจจะสอนแนวทางการประเมินความนาเชื่อถือของบทความ หารายช่ือเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือท่ีนําเสนอขอมูลเรื่องนี้มา เชิงวิชาการตางๆ บนเว็บไซตหรือโซเชียลเน็ตเวิรก เรื่อง การตรวจสอบ คนละ 4 เวบ็ ไซต แลว บนั ทกึ ลงในสมดุ แหลงอางอิงของบทความเหลานั้นในเบื้องตนวา มาจากเว็บไซตท่ีมีโดเมน นา เชอ่ื ถอื หรอื ไม กจ็ ะเปน การตอ ยอดความรทู ใี่ ชไ ดจ รงิ ใหน กั เรยี นไดอ กี ขนั้ หนง่ึ T115
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ¡¨Ô ¡ÃÃÁ Com Sci ½¡ƒ ·¡Ñ ÉÐ 4. ครใู หน ักเรยี นทํากิจกรรมฝก ทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียน หนา 76 โดยขอ 1. ใหนักเรยี น 1.ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลตามลิงก์ที่ก�าหนดให้ต่อไปน้ี จากน้ันอภิปราย สืบคนขอมูลตามลิงกท่ีกําหนดให จากน้ัน ร่วมกันในชั้นเรียนว่าข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ก�าหนดให้มีความน่าเชื่อถือ อภิปรายรวมกันในช้ันเรียนวา ขอมูลจาก หรือไม่ อย่างไร เว็บไซตท่ีกําหนดใหมีความนาเชื่อถือหรือไม • http://www.colgate.co.th/th/th/oc/oral-health/basics/brushing- อยา งไร และขอ 2. ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ and-flossing/article/how-to- brush 4-5 คน ใหแ ตละกลมุ เลอื กหัวขอจากรายการ • http://paolohospital.com/phahol/healthdental/brush-teeth/ ทกี่ าํ หนดให แลว สบื คน ขอ มลู และภาพประกอบ • https://th.wikipedia.org/wiki/การแปรงฟน จากอินเทอรเน็ต จากนั้นพิมพเปนรายงาน แลว ใหแ ตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น 2.แบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ4-5คนใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เลอื กหวั ขอ้ จากรายการทก่ี า� หนด แล้วสืบค้นข้อมูลและภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นพิมพ์ รายงานเปนรูปเลม่ ให้เรียบร้อยและน�าเสนองานท่ีหนา้ ช้นั เรยี น สา� นวนนา่ รู้ ประเทศ สมาชกิ อาเซียน ภูมิศาสตร์ ขนมไทย จงั หวดั ของเรา 76 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 76 ความรูเสริม กิจกรรม ทาทาย เวบ็ ไซตท ี่ใชโดเมนอนื่ ๆ นอกจากกลุม .th เชน .org, .com เปนเวบ็ ไซต ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับการใชไหมขัดฟนสําหรับเด็ก ที่มีความหลากหลายสูง คือ มีทั้งเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถือ เชน code.org, สรุปเปนขอมูลไมเกิน 8 บรรทัดลงในสมุด พรอมเขียนแหลง thaiware.com และเวบ็ ไซตท ่ีไมม ีความนา เช่ือถอื ในการเขาใชง านเวบ็ ไซตใ น สําหรับอางอิงเปนรายช่ือเว็บไซตที่มีความนาเชื่อถืออยางนอย 2 กลุมโดเมนนี้ นักเรียนจึงควรมีการประเมินความนาเชื่อถือของขอมูลกอนท่ีจะ เว็บไซต ตดั สินใจเขาใชง าน T116
นา� สอน สรปุ ประเมนิ การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ต ควรปฏิบัติ ดงั นี้ ขนั้ สอน 1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า และมารยาททแ่ี ตล่ ะเวบ็ ไซตก์ า� หนด 2. การใชไ้ ปรษณยี อ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ไมค่ วรสง่ จดหมายลกู โซ่ 5. ครูอธิบายขอควรปฏิบัติในการใชงาน อนิ เทอรเ น็ต ดงั นี้ ไปสรา้ งความรา� คาญใจใหแ้ กผ่ ้อู ่นื 1) ปฏบิ ัตติ ามกฎ กตกิ า และมารยาทท่ีแตล ะ 3. การสนทนาผ่านเครือข่าย ควรสนทนากับผู้ที่ต้องการ เว็บไซตก าํ หนด 2) การใชงานอีเมล ไมควรสงจดมายลูกโซ สนทนาดว้ ยเทา่ นัน้ ควรใช้ค�าสภุ าพ และไมล่ ะเมิดเร่อื งส่วนตัว ไปใหผ ูอื่น 4. การใช้กระดานสนทนา (web board) ห้ามพาดพิงถึง 3) ในการสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนา กับผูท่ีตองการสนทนาเทาน้ัน ใชภาษา สถาบนั ส�าคญั หา้ มเผยแพร่หรือส่งตอ่ ข้อมูลลามกอนาจาร สุภาพ ไมล ะเมดิ เรอื่ งสวนตวั 5. ไมค่ ดั ลอกขอ้ มลู ทางอนิ เทอร์เน็ตไปใช้เพือ่ ผลประโยชน์ 4) การใชก ระดานสนทนา หา มพาดพงิ สถาบนั สําคัญ หา มเผยแพรขอ มูลลามกอนาจาร ทางธุรกิจ และไม่แอบอ้างข้อมูลของผู้อื่นมาเป็นข้อมูลของ 5) ไมคัดลอกขอมูลผูอ่ืน เพ่ือผลประโยชน ตนเอง ทางธรุ กจิ หรอื แอบอา งไปใชเ ปน ของตนเอง 6) ไมควรสงไฟลอันตราย เชน ไวรัส ใหกับ 6. การส่งไฟลข์ ้อมูล ไม่ควรส่งไฟล์ข้อมลู ผอู ่ืน ท่ีมีกลุ่มซอฟตแ์ วรป์ ระสงค์รา้ ยไปใหผ้ อู้ น่ื เช่น ไวรสั 6. ครูถามคําถามทาทายการคิดข้ันสูงวา แหลง ขอ มลู ความรทู ดี่ จี ากอนิ เทอรเ นต็ ควรมลี กั ษณะ ¤Ó¶ÒÁ·ÒŒ ·Ò¡ÒäԴ¢é¹Ñ ʧ٠อยา งไร (แนวตอบ มาจากเว็บไซตท่ีมีโดเมนนาเช่ือถือ แหลง่ ขอ้ มลู ความรทู้ ดี่ จี ากอนิ เทอรเ์ นต็ ควรมลี กั ษณะอยา่ งไร เปนขอมูลจากหนวยงานที่เกี่ยวของกับขอมูล โดยตรงหรือบุคคลท่ีเชี่ยวชาญในหนวยงาน ดังกลา ว) 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เร่ือง ขอควรปฏิบัติ ในการใชงานอินเทอรเน็ตจาก QR Code ในหนงั สือเรยี น หนา 77 เพ่ิมเติม ขอ้ ควรปฏบิ ัติในการใชง้ านอินเทอร์เนต็ 77 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 77 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู การละเมดิ ขอ ปฏบิ ตั ใิ นการใชง านอนิ เทอรเ นต็ ในขอ ใดมโี อกาส ครูอาจจะหาภาพตัวอยางการใชงานอินเทอรเน็ตในลักษณะท่ีเหมาะสม ทําใหเ กดิ ความเสยี หายตอ อุปกรณค อมพิวเตอร และไมเหมาะสมมาใหนักเรียนพิจารณาตามขอควรปฏิบัติในหนังสือเรียน หนา 77 เพิ่มเติม ก็จะเปนกิจกรรมที่สงเสริมใหเกิดความเขาใจในทางปฏิบัติ 1. การสงจดหมายลูกโซ มากย่ิงข้ึน 2. การสงไฟลท่มี ีไวรสั ใหก บั เพอ่ื น 3. การสนทนาผา นเครอื ขายดวยคาํ ไมส ุภาพ 4. การแอบอา งเอาขอมูลของผูอืน่ มาเปนขอ มลู ของตนเอง (วิเคราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา การสงไฟลท่ีมีไวรัสใหกับเพื่อนมีโอกาสทําใหเกิดความเสียหาย ตออปุ กรณคอมพวิ เตอร ดังนน้ั ตอบขอ 2.) T117
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน เเกล่นม กับ Com Sci 8. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเลน เกมกบั Com Sci เลนเกม pacman กนั เถอะ ในหนงั สอื เรยี น หนา 78 เรอื่ ง เลน เกม pacman กันเถอะ โดยใหทําตามข้ันตอนในหนังสือ ⧠ ปอ้ นคา� ค้น pacman แล้วกดแปน้ Enter จะปรากฏกรอบเกม pacman เพ่ือเขาเลนเกม pacman และศึกษากติกา ใหเ รียบรอยกอ นทาํ การเลน เกม ภาพท่ี 3.17 เกม pacman ⧠ กด คลกิ เพ่ือเลน่ แลว้ ใชล้ ูกศรบนแปน้ พิมพ์บงั คบั ทศิ ทางให้ pacman เดินทางไปกินลูกกลม ๆ ให้หมด โดยตอ้ งระวงั ไม่ให้โดนตวั ผี เด็ดขาดไม่วา่ จะเปน็ ผีสีแดง ชมพู สฟี ้า หรือสีสม้ µÃǨÊͺµ¹àͧ กิจกรรม สรปุ ความรปู ระจาํ หนว ยท่ี 3 หลังจากเรยี นจบหนว่ ยน้ีแลว้ ใหน้ ักเรยี นบอกสัญลกั ษณ์ท่ตี รงกับระดับความสามารถ ของตนเอง รายการ เกณฑ์ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง 1. สบื ค้นข้อมลู ความรู้จากอินเทอร์เน็ตได้ 2. ประเมนิ ความน่าเชือ่ ถอื ของขอ้ มูลทไี่ ดจ้ าก อินเทอร์เน็ตได้ 3. นา� ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจา� วันได้ 78 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 78 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม ครูอาจใหนักเรียนทดลองเลนเกมอื่นๆ จาก Google เพ่ิมเติม เชน แบง นกั เรยี นเปน กลมุ กลมุ ละ 3 คน ใหส มาชกิ ในกลมุ ชว ยกนั พมิ พค าํ วา google map snake ในชอ งคน หา กด Enter แลว เลอื ก Play Snake สบื คน เรอื่ ง ประโยชนแ ละโทษของเกม มาพูดคยุ แลกเปล่ียนกัน on Google Maps เพ่ือระบุประโยชนและโทษของเกมมาอยางละ 3 ขอ แลวบันทึก ลงในสมุด T118
นา� สอน สรุป ประเมนิ ÊÃ»Ø ÊÒÃÐÊÒí ¤ÞÑ ขน้ั สรปุ ไปรษณยี อเิ ลก็ ทรอนกิ ส 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่เรียน การสนทนาผา นเครือขา ย มาในหนวยการเรียนรูที่ 3 เรื่อง การใชงาน อนิ เทอรเ นต็ ครถู ามคาํ ถามเพอื่ ทบทวนความรู การใหบ ริการ เวิลดไวดเวบ็ การสบื คน ความรู การสบื คนความรู กบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั ความรพู น้ื ฐาน เรอ่ื ง การใช ในอินเทอรเ นต็ ชมุ ชนออนไลน ผา นเว็บเสิรช เอ็นจนิ จาก URL งานอินเทอรเน็ต การสืบคนขอมูล การใช งานเว็บ Search Engine การประเมินความ การถา ยโอนขอมูล นาเชื่อถือของขอมูล ขอปฏิบัติในการใชงาน อินเทอรเน็ต ใหนักเรียนหาคําตอบโดยสืบคน จากหนงั สือเรียนหรือจากเครือ่ งคอมพิวเตอร การใชง านอินเทอรเ น็ต การสบื คน ขอมลู ความรจู าก อนิ เทอรเน็ต การãช้งานอนิ เ·อร์เนต็ ขอควรปฏิบัติ ในการ ใชงานอนิ เทอรเ น็ต ไมแอบอา งขอ มูล ใชอินเทอรเ นต็ ดว ย ของผูอ่ืน มาเปน ความระมดั ระวัง ไมละเมดิ ขอ มลู ของตนเอง สิทธผิ อู ่ืน ไมสรา งความ เดือดรอนแกผูอน่ื 79 ภาพจาก หนงั สอื เรยี น หนา 79 กิจกรรม สรางเสรมิ เกร็ดแนะครู แบง นกั เรยี นเปนกลมุ 4 กลุม ใหส มาชิกในกลมุ แลกเปล่ียน ครูอาจใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางในชีวิตจริงท่ีนักเรียนเคยพบเห็น ความคดิ เหน็ กนั วา การสนทนาผา นระบบเครอื ขา ยกบั คนแปลกหนา หรอื รบั รขู าวสารมา ระหวางที่รว มกนั สรุปความรกู บั นักเรียนในแตละหวั ขอ เปนการกระทําท่ีเหมาะสมหรือไม เพราะอะไร จากนั้นให ตวั แทนกลมุ ออกมาตอบคาํ ถามหนา ชนั้ เรยี น พรอ มอธบิ ายเหตผุ ล ประกอบ T119
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ กิจกรรม เสริมสรางการเรียนรู 2. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู 1. ส ืบค้นรูปภาพแอนิเมชัน ม้าก�าลังวิ่ง แล้วพูดคุยแลกเปล่ียน ขอ ที่ 1. โดยครูอธิบายสถานการณใหน ักเรียน ผลลัพธท์ ่ีไดก้ บั เพอ่ื น ฟง แลว ใหน กั เรยี นแตล ะคนลงมอื ทาํ เสรจ็ แลว 2. หากต้องการสืบค้นข้อมูลความรู้เก่ียวกับ ดาวทะเล นักเรียน ใหพ ูดคุยแลกเปล่ยี นผลลพั ธกบั เพ่ือน จะเลอื กขอ้ มลู จากwww.อะไรพรอ้ มบอกเหตุผลประกอบ 3. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู ขอท่ี 2. โดยครูถามคําถาม แลวใหนักเรียน พิจารณาขอมูลจากโจทย แลวตัดสินใจ เลอื กคาํ ตอบ พรอมบอกเหตุผลประกอบ http://www.daotalayseafood.com/ https://th.wikipedia.org/wiki/ดาวทะเล http://chm-thai.onep.go.th/chm/Meeting /2014/may22-24/doc/20140522_217- 001.pdf 80 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 80 ความรูเสริม กิจกรรม 21st Century Skills ในการสืบคนรูปภาพ หากนักเรียนใชคําคนภาษาไทยแลวยังไมไดภาพ แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปลี่ยน ที่ตองการ ใหล องเปลีย่ นมาใชค ําคน ภาษาอังกฤษ จะชว ยใหไ ดจํานวนรปู ภาพ ความคดิ เหน็ กนั ในหวั ขอ นกั เรยี นคดิ วา ขอ มลู จากเวบ็ ไซตท ม่ี โี ดเมน ในการสบื คนทมี่ ากขนึ้ และมโี อกาสไดรปู ภาพท่ตี อ งการมากขน้ึ เชนกนั นาเช่อื ถือ จะมีโอกาสเปน ขอมลู ท่ผี ิดพลาดไดหรอื ไม เพราะอะไร จงอธิบายเหตุผลประกอบ เม่ือสรุปไดแลวใหตัวแทนกลุมออกมา นําเสนอขอ สรปุ และเหตุผลหนาช้ันเรยี น T120
นา� สอน สรุป ประเมนิ 3. ค น้ หาความรเู้ กยี่ วกบั อาชพี ทอ่ี ยากทา� ในอนาคตจากอนิ เทอรเ์ นต็ ขน้ั สรปุ และน�าเสนอผลงานเปนใบความรู้ตามหัวข้อที่ก�าหนดโดยใช้ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ 4. ครใู หน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมเสรมิ สรา งการเรยี นรู ขอ ที่ 3. โดยใหน กั เรยี นกาํ หนดอาชพี ทอี่ ยากทาํ อาชพี ทอ่ี ยากทา� คอื อาชพี อะไร ในอนาคตและคาํ คน เกย่ี วกบั อาชพี นน้ั แลว ทาํ ค�าคน้ คือค�าวา่ อะไร การสืบคนขอมูล นําผลลัพธท่ีไดมาทําเปน ได้ผลลพั ธอ์ ยา่ งไร ใบความรู ตามตวั อยา งในหนงั สอื เรยี น หนา 81 อหคานวชาีาพมทสี่.ข.าํ.อ.ค.ง..ัญอ...า.ข.ช.อี.พ.ง..น.อ..้าี .ค.ช..ีพือ...น.....้ี....ค....อื.................................. นําเสนอขอมลู เปนใบความรตู าม หัวขอนน้ี ะครับ ัตวอยางการนําเสนอผลงาน แผหูจ ัลดงทขาํ อ ม...ูล..จ...า..ก..เ..ว..บ็ ................................................. 81 ภาพจาก หนังสือเรยี น หนา 81 กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ครูแจกกระดาษใหนักเรียนเขียนช่ือกีฬาที่นักเรียนชอบ หากครูเจอนักเรียนที่ยังไมมีอาชีพท่ีอยากทํา ครูอาจสอบถามความสนใจ มากที่สุด คนละ 2 ประเภท จากนั้นใหนักเรียนออกมาชวยกัน ของนกั เรยี นแลว ชว ยกาํ หนดตวั เลอื กอาชพี 2-3 อาชพี แลว ใหน กั เรยี นเลอื กอาชพี สาํ รวจขอ มลู ทไ่ี ด นาํ มานบั จาํ นวนและสรปุ ลาํ ดบั ของประเภทกฬี า ท่ีมีความใกลเ คียงกับความตอ งการของตนเองมากท่สี ุด ที่มีนักเรียนชอบมากท่ีสุด 4 ลําดับแรกบนกระดานหนาช้ันเรียน แลวใหนักเรียนเลือกสืบคนขอมูลเกี่ยวกับกีฬาดังกลาวอันดับใด ก็ได 1 อนั ดบั โดยใหสบื คนขอ มลู ตามหวั ขอตอ ไปน้ี 1. ชื่อกฬี า 2. ประเภทของกฬี า 3. เปนกฬี าทีถ่ ูกบรรจเุ ปนกฬี าโอลิมปกหรอื ไม T121
นา� สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สรปุ Ẻ½¡ƒ ËÑ´ การใชง านอินเทอรเ น็ต คะแนนเต็ม 5) เพราะเหตุใดการสืบคนขอมูลในเว็บเสิรชเอ็นจิน จึงควรกําหนด ประเภทของไฟลข อมูลท่ีตอ งการคนหา 5. ครูใหน ักเรียนทาํ แบบฝก หดั เร่ือง การใชง าน 45 อินเทอรเน็ต จํานวน 8 ขอ ในแบบฝกหัด เพอ่ื ใหไ ดขอ มลู ทตี่ รงตามความตอ งการมากข้นึ และสะดวกรวดเร็ว................................................................................................................................................................................................................................... หนา 29-31 1. ตอบคําถามตอไปนี้ (40 คะแนน) ในการคนหา................................................................................................................................................................................................................................... 1) อินเทอรเ นต็ (Internet) คอื เครือขายคอมพิวเตอรท่เี ช่ือมตอกนั.............................................................................................................................. 6) อา นรายละเอยี ดรปู ภาพที่กําหนดให แลว ตอบคาํ ถาม จาํ นวนมากและครอบคลมุ ไปท่วั โลก ซ่ึงเปนเครือขายทท่ี าํ ใหสามารถ................................................................................................................................................................................................................................... • ปลากดั : ภาพโปรง ใส แลกเปล่ียนขอ มูลและสงผานขอมลู ระหวางกนั ได................................................................................................................................................................................................................................... การสืบคนแบบ เจาะจงสี............................................................ 2) ยกตวั อยา งการใหบ รกิ ารอนิ เทอรเ นต็ ทนี่ ักเรยี นใชง านมา 3 อยา ง ข้นั ตอนการสืบคน พิมพค าํ วา................................................. พรอมอธิบายวา ใชงานอะไรบา ง (แนวคําตอบ) ปลากดั กด Enter คลกิ คนรปู คลิก..................................................................................................................... 1. ไปรษณยี อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ใชรับ - สง จดหมายกบั เพื่อน................................................................................................................................................................................................................................... เคร่ืองมอื เลอื กสแี ละภาพโปรงใส..................................................................................................................... 2. เวลิ ดไ วดเว็บ ใชสบื คน ขอ มูลเพอื่ ทาํ รายงานสงครู................................................................................................................................................................................................................................... 3. การถายโอนขอมูล ใชดาวนโหลดขอมูลจากเว็บไซตลงในเครื่อง................................................................................................................................................................................................................................... เฉฉบลับย เฉฉบลับย • กหุ ลาบ : คลปิ อารต คอมพวิ เตอร................................................................................................................................................................................................................................... การสบื คน แบบ เจาะจงประเภท............................................................ ขนั้ ตอนการสบื คน พมิ พคาํ วา................................................. 3) เวบ็ เสิรชเอ็นจนิ (Search Engine) คือ ซอฟตแ วร โปรแกรมหรอื...................................................................................... กุหลาบ กด Enter คลิกคน รปู คลิก..................................................................................................................... เว็บไซตท่ีทําหนา ทค่ี นหาขอ มูล โดยการใชง านตองพิมพ “คําคน”................................................................................................................................................................................................................................... เครื่องมือ เลือกประเภทและคลิปอารต..................................................................................................................... ซ่งึ เปนการอธิบายถงึ ขอมูลท่ีตอ งการสบื คน................................................................................................................................................................................................................................... • กระเปา : ไอคอน 4) การใชงานเว็บเสิรช เอ็นจนิ (Search Engine) มขี ้ันตอน ดังนี้ เปด เว็บเบราวเ ซอรโครม (Chrome) และปอ น................................................................................................................................................. 1 www.google.co.th ในชอ งที่อยูเ ว็บ แลว กด Enter................................................................................................................................................. ปอนคาํ คนทช่ี อ งกลางหนาจอและคลกิ คน หา................................................................................................................................................. การสบื คน แบบ ตามขนาดทีต่ องการ............................................................ ขน้ั ตอนการสบื คน พิมพคําวา................................................. 2 ดวย Google หรือกด Enter................................................................................................................................................. กระเปา กด Enter คลกิ คนรูป คลิก..................................................................................................................... กําหนดคําคนใหสืบคนเจาะจงประเภทของไฟล................................................................................................................................................. เครอื่ งมอื เลอื กขนาดและไอคอน..................................................................................................................... 3 ขอ มลู และนามสกุลของไฟลข อมูลทีต่ อ งการ................................................................................................................................................. 29 30 7) จากช่อื โดเมนที่กาํ หนดให จงยกตวั อยาง 2 เว็บไซต พรอ มบอก วาเปนเวบ็ ไซตเ ก่ยี วกับอะไร (แนวคาํ ตอบ) โดเมน ตัวอยางเว็บไซต เว็บไซตเ กย่ี วกบั .go.th www.energy.go.th กระทรวงพลงั งาน.................................................................................. .................................................................................................... www.tourism.go.th สาํ นกั งานพัฒนาการทอ งเทย่ี ว.................................................................................. .................................................................................................... .ac.th .................................................................................. .................................................................................................... www.mahidol.ac.th มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.................................................................................. .................................................................................................... www.tu.ac.th มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.................................................................................. .................................................................................................... .or.th .................................................................................. .................................................................................................... เฉฉบลับย .co.th www.nfi.or.th สถาบันอาหาร.................................................................................. .................................................................................................... www.nsm.or.th องคการพิพิธภัณฑวิทยาศาสตร.................................................................................. .................................................................................................... แหง ชาติ.................................................................................. .................................................................................................... www.pwa.co.th การประปาสวนภมู ิภาค.................................................................................. .................................................................................................... www.thailandpost.co.th บริษทั ไปรษณียไ ทย จาํ กดั.................................................................................. .................................................................................................... .................................................................................. .................................................................................................... 8) การใชงานอินเทอรเ น็ตทีถ่ ูกตองควรปฏิบตั ิอยา งไร ยกตวั อยา ง มาอยา งนอ ย 3 ขอ (แนวคาํ ตอบ) 1. ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า และมารยาทท่ีแตละเว็บไซตก าํ หนด................................................................................................................................................................................................................................... 2. การสนทนาผา นเครือขา ย ควรใชคําสุภาพ ไมละเมดิ เรอื่ งสว นตัว................................................................................................................................................................................................................................... 3. ไมแอบอา งขอ มลู ผูอ นื่ มาเปนขอ มูลของตนเอง................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................... ภาพจาก 31 แบบฝก หัด หน้า 29-31จาก แบบฝกหดั หนา 12 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ ครอู าจใหน กั เรยี นทดลองใชง านเวบ็ ไซต Search Engine นอกจาก Google ครูถามนักเรียนวา ถานักเรียนตองการจัดทําเว็บไซต เชน ask.com yahoo.com เพ่ือใหนักเรียนไดศึกษาการทํางานของเว็บไซต ของโรงเรียน นักเรียนคิดวาจะใชช่ือโดเมนแบบใด เพราะอะไร Search Engine อ่ืนๆ เพื่อใหเขาใจกระบวนการทํางานของเว็บไซต Search ใหน กั เรยี นเขยี นคาํ ตอบลงในสมุดสงทายคาบเรยี น Engine มากขน้ึ T122
นา� สอน สรุป ประเมนิ 2. อานสถานการณตอ ไปนี้ แลว ตอบคาํ ถาม (5 คะแนน) ขนั้ สรปุ นองหมวยกาํ ลังทาํ อะไรอยู กาํ ลังหาขอมลู เรื่อง วสั ดุในชีวติ 6. ครูใหนักเรียนทําแบบฝกหดั เรื่อง การใชงาน หรอจะ ประจําวัน เพ่อื ทํารายงาน อนิ เทอรเ นต็ จาํ นวน 2 ขอ ในแบบฝก หดั หนา 32 สง คุณครูคะ โดยใหอานสถานการณที่กําหนด แลวตอบ คาํ ถาม แลวทําถงึ ไหนแลว ละ จะ เดีย๋ วคัดลอกขอมลู มาจาก อนิ เทอรเ น็ตมาวางในเวิรด ก็เสรจ็ แลวคะพอี่ อย 1) การกระทําของหมวยเหมาะสมหรอื ไม เพราะอะไร ไมเหมาะสม เพราะหมวยไมไ ดต รวจสอบขอมลู ท่สี ืบคนไดจากอนิ เทอรเนต็................................................................................................................................................................................................................................................ กอ นนําไปใช และไมน าํ ขอ มูลท่ีไดมาเรียบเรยี งและสรปุ เปน สํานวนของ................................................................................................................................................................................................................................................ ต2)นเอถงา กนอกั นเรยี นเปน พอ่ี อยควรแนะนํานองหมวยอยางไรเฉฉบลบั ย ................................................................................................................................................................................................................................................ • ควรสืบคนขอ มูลจากแหลงขอมลู หรอื เว็บไซตที่นาเชอื่ ถอื................................................................................................................................................................................................................................................ • ควรตรวจสอบขอ มลู วา มีความถูกตองและทันสมัยหรือไม................................................................................................................................................................................................................................................ • ควรสืบคน ขอ มูลจากหลาย ๆ แหลงเพื่อมาเปรยี บเทยี บ แลว เลือกขอ มลู ท่ี................................................................................................................................................................................................................................................ สอดคลองและตรงกัน................................................................................................................................................................................................................................................ • กอนนําขอมลู ไปใชควรเรยี บเรยี งและสรุปเปนสาํ นวนของตนเองกอน................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ เกณฑก ารใหคะแนน ตอบคาํ ถามไดถ ูกตอ ง คะแนน/ขอ 1. การตอบคาํ ถาม (40 คะแนน มี 8 ขอ ) ขอ 1) ประเมินขอมูลวา เหมาะสมหรอื ไม 5 2 2. การอา นสถานการณแลวตอบคําถาม (5 คะแนน เหมาะสมได มี 2 ขอ) ขอ 2) บอกขอปฏิบตั ิในการตรวจสอบหรือ 3 ประเมินขอ มลู ได 32 ภาพจาก แบบฝกหดั หน้าท3ี่ 42 กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม ใหสมาชิกในกลุมแลกเปล่ียน ครูอาจยกตัวอยางโทษของการคัดลอกผลงานผูอื่นและการนําผลงานผูอ่ืน ความคิดเห็นกันในหัวขอ นักเรียนคิดวา นักเรียนควรใชขอมูล มาใชโดยไมอางอิงตนฉบับเจาของผลงานใหนักเรียนไดเขาใจและเห็นผลจาก จากเว็บไซตท่ีมีความนาเช่ือถือเพียง 1 เว็บไซต เปนแหลงขอมูล การกระทําดังกลาว รวมทั้งยกตัวอยางการนําผลงานผูอ่ืนมาใชอยางถูกตอง หรือไม เพราะอะไร เมื่อสรปุ ไดแ ลวใหต วั แทนกลุมออกมานาํ เสนอ ตามหลกั การใหดู ขอ สรุปและเหตผุ ลหนาช้ันเรยี น T123
นา� สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ ¡เÔ¨ช¡ือ่ ÃเวÃบ็Áไ½ซƒ¡ต·ไหÑ¡นÉดÐี ·èÕ 3 Creating ไดค ะแนน คะแนนเต็ม Evaluating 7. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมฝกทักษะที่ 3 เรื่อง Analyzing 10 เชื่อเว็บไซตไหนดี ในแบบฝกหัด หนา 35 Applying โดยใหน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู ตามทโี่ จทยก าํ หนด Understanding ประเมนิ ความนาเชอ่ื ถือของเวบ็ ไซต แลว ตอบ Remembering คาํ ถาม ใหนกั เรยี นสบื คน ขอมูลจากเว็บไซตทกี่ าํ หนด แลว ตอบคาํ ถาม http://www4.fisheries.go.th/local/index. php/main/view_blog2/100/6273/28 เมษา https://th.wikipedia.org/wiki/ ธนั วา การสงั เคราะหดว ยแสง http://mblog.manager.co.th/pisut22/th-72947/ มีนา • ใหน ักเรียนประเมินวา ขอ มลู จากเวบ็ ไซตที่เมษา ธันวา และมนี าไดสืบคน มคี วามนา เชือ่ ถอื หรอื ไม อยางไร เมษา สบื คนขอมูลจากเว็บไซตหนว ยงานราชการ โดยเปนเวบ็ ไซตของกรมประมง............................................................................................................................................................................................................................................................... ขอ มลู ทีไ่ ดม คี วามนาเชอื่ ถอื............................................................................................................................................................................................................................................................... เฉฉบลับย ธนั วา สืบคน ขอมลู จากเว็บไซตว ิกิพีเดยี สารานุกรมเสรี ซง่ึ เปนเวบ็ ไซตทีบ่ ุคคล............................................................................................................................................................................................................................................................... ทว่ั ไปสามารถเขา ไปแกไ ขขอ มูลได ทําใหขอ มูลจากเวบ็ ไซตน ้ไี มมีความนา เชื่อถือ............................................................................................................................................................................................................................................................... มนี า สืบคนขอ มูลจากเว็บไซตท างการคา เปนเวบ็ ไซตท ่เี จา ของกจิ การเขยี นข้นึ มา............................................................................................................................................................................................................................................................... ขอ มูลท่ีไดอาจยงั ไมผ านการกล่ันกรอง ทาํ ใหข อมลู ท่ีไดอ าจไมมคี วามนาเชือ่ ถือพอ............................................................................................................................................................................................................................................................... • ถานักเรียนตองเลอื กขอมลู ท่ีมีความนา เชือ่ ถือมากท่สี ุด เพอื่ ไปทํารายงาน สงคุณครู นกั เรียนจะเลอื กใชขอ มูลของใคร เพราะเหตใุ ด เมษา เพราะเมษาสบื คนขอมูลมาจากเว็บไซตของกรมประมง ซึ่งเปน เว็บไซตของ............................................................................................................................................................................................................................................................... หนว ยงานราชการ ขอ มูลทีไ่ ดจงึ มีความนา เชอื่ ถือมากกวา ของธันวาและมนี า............................................................................................................................................................................................................................................................... เกณฑการใหค ะแนน คะแนน การประเมนิ ความนา เชอ่ื ถือของขอ มูล และตอบคาํ ถาม (10 คะแนน) 8 2 ประเมนิ ความนาเชื่อถือของขอมูลทีส่ บื คนจากเว็บไซตได เลอื กใชขอ มูลที่มีความนาเชือ่ ถือไดถ กู ตอง ทกั ษะการเรยี นรูในศตวรรษท่ี 21 2. ฝกทักษะการตัดสิน 35 1. ฝก ทักษะการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณ 4. ฝก ทักษะการสํารวจคน หา 3. ฝก ทักษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาพจาก แบบฝก หดั หน้าท3่ี 45 ความรูเสริม กิจกรรม ทา ทาย ในปจจุบันมีเทคโนโลยีที่ชวยจัดการเรื่องโดเมนเนมใหงายขึ้น การเขา แบงนักเรียนเปนกลุม 4 กลุม และถามคําถามวา นักเรียน เว็บไซตหลายเว็บไซตสามารถพิมพช่ือเว็บไซตและนามสกุลไดโดยไมตองพิมพ คิดวา สามารถนาํ เว็บไซตขาวของหนงั สือพมิ พสาํ นักตางๆ มาใช www. เชน จากท่ีตองพิมพ www.google.com ก็พิมพแค google.com เปน แหลง ขอ มูลท่มี ีความนาเช่ือถือไดหรือไม แลวใหเวลานักเรียน ในชองแอดเดรสบารแลวกด Enter กส็ ามารถเขา ถงึ เว็บไซต Google ไดเ ชน กัน สืบคนขอมูลและแลกเปล่ียนความรูกับเพ่ือนในกลุมและตางกลุม ประมาณ 10 นาที จากน้นั ใหตวั แทนกลุมออกมานาํ เสนอคําตอบ และเหตผุ ลหนา ชนั้ เรยี น T124
นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบ ไดค ะแนน คะแนนเต็ม 4. จากภาพ ถาเปร้ียวตอ งการคนหารปู สถานทท่ี อ งเท่ยี วทเี่ ปนแอนิเมชัน ขนั้ สรปุ »ÃШÒí ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÌٷèÕ 3 เปรี้ยวควรเลอื กทาํ ตามข้ันตอนใด 10 8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย การเรียนรูที่ 3 ตอนที่ 1 จํานวน 10 ขอ ตอนท่ี 1 ในแบบฝก หัด หนา 36-38 วง ลอมรอบตัวอกั ษร ก, ข, ค และ ง หนา คาํ ตอบทถี่ ูกตอง 1. ขอ ใดบอกความหมายของอนิ เทอรเนต็ ไดถ กู ตอ งทีส่ ุด ก. คลกิ เคร่ืองมือ เลอื กขนาด เลอื กแอนเิ มชนั ก. เครือขายคอมพวิ เตอรทีเ่ ชือ่ มตอกนั ระหวางประเทศเทาน้นั ข. คลิกเครอ่ื งมอื เลือกประเภท เลอื กแอนิเมชัน ข. เครือขายคอมพิวเตอรทเ่ี ชอ่ื มตอ กนั ระหวา งองคกรกับองคก ร ค. คลิกการต้ังคา เลือกเครอื่ งมอื อนื่ ๆ เลือกแอนิเมชัน ค. เครอื ขายคอมพิวเตอรข นาดเลก็ ทสี่ ุดในเครอื ขา ยคอมพวิ เตอร ง. คลิกการตัง้ คา เลือกสทิ ธใ์ิ นการใชงาน เลือกแอนิเมชัน ง. เครือขา ยขนาดใหญทเี่ ช่ือมโยงคอมพิวเตอรจ ํานวนมากจากท่ัวโลก 5. ถา ภูผาตองการทาํ โฆษณานาํ้ ผลไม โดยการคน หารูปเดก็ กาํ ลงั ดมื่ นม มาแกไ ขเปนดื่มนา้ํ ผลไมต ามทตี่ องการโฆษณา ภผู าจะตอ งเลือกสิทธ์ิ 2. ไลน (LINE) และสไกป (Skype) จดั อยใู น ในการใชง านขอ ใดจงึ จะเหมาะสมทสี่ ุดเพอ่ื ปอ งกนั การละเมดิ สิทธ์ขิ องผูอื่น เฉฉบลบั ย เฉฉบลบั ย ก. เวลิ ดไ วดเวบ็ บริการอนิ เทอรเ นต็ แบบใด ก. ติดปายกาํ กบั วา สามารถใชซ้ํา ข. ติดปายกํากบั วาสามารถใชซ้าํ และแกไ ขได ค. ชุมชนออนไลน ข. การสนทนาผานเครอื ขาย ค. ติดปายกาํ กบั วาสามารถใชซ ํา้ ในงานที่ไมใชเชงิ พาณิชย ง. ไปรษณยี อิเล็กทรอนกิ ส ง. ตดิ ปา ยกํากับวา สามารถใชซํ้าในงานทีไ่ มใ ชเชงิ พาณิชยแ ละแกไขได 3. เวบ็ เสริ ชเอน็ จนิ (Search Engine) หมายถงึ ขอ ใด 6. ขอ ใดไมเปน การประเมนิ ความนา เช่อื ถอื ของขอ มลู ก. การคนหาขอมลู ความรผู านเว็บไซตในอนิ เทอรเ น็ต โดยใชซ อฟตแวร ก. ฉตั รพจิ ารณาชอ่ื โดเมนวา มาจากหนวยงานใด คนผานเว็บไซต และจะตอ งพิมพคาํ คน (Keyword) ข. กรตรวจสอบวา ขอมูลมีความถูกตองและทันสมัยหรือไม ข. การคนหาขอ มูล โดยการคลกิ เลือกขอ มูลที่ตอ งการจะดูใน ค. สาตรวจสอบวา มกี ารอางอิงหรือระบุแหลง ทม่ี าของขอมลู หรือไม เวบ็ เบราวเซอร (Web Browser) ง. วฒุ ิตรวจสอบวารูปภาพทีใ่ ชป ระกอบขอมลู มีความสวยงามและคมชัด ค. การสบื คน ขอ มูลเปนเอกสารไฮเปอรล งิ กท ส่ี รางดว ยภาษา หรอื ไม เอชทเี อม็ แอล (HTML) ง. การถายโอนแฟมขอมลู ขาวสาร บทความจากเคร่อื งคอมพวิ เตอร เครื่องหนง่ึ ไปสูอกี เครื่องหนึง่ 36 37 7. เอิรนตองการขอมูลจากเวบ็ ไซตทางการศกึ ษา เอิรนควรเลอื กเว็บไซต ทีม่ โี ดเมนช่ือใด ก. .go.th ข. .co.th ค. .ac.th ง. .or.th 8. ถา ตอ งการสบื คนขอ มลู ความรูเกี่ยวกับขอควรปฏบิ ตั ิในการใชงาน อนิ เทอรเ นต็ ควรเลอื กขอมูลจาก www. ในขอใดจึงจะเปนขอมลู ทม่ี ี ความนาเชือ่ ถือมากท่ีสดุ ก. https://www.gotoknow.org/posts/85281 ข. https://talk.mthai.com/inbox/71634.html ค. https://www.thaicert.or.th/papers/technical/2012/pa2012te014. html ง. https://www.reo14.moe.go.th/index.php/ict/securityinfo/1044- howtointernet เฉฉบลบั ย 9. รดาตองการสืบคน ขอ มลู เกย่ี วกับกีฬาพ้ืนบานของภาคเหนอื เฉพาะท่ี เปนไฟลก ารนาํ เสนอ รดาควรพมิ พคําคนวาอยา งไร ก. ppt กีฬาพ้นื บา นของภาคเหนอื ข. psd กีฬาพื้นบา นของภาคเหนอื ค. กีฬาพน้ื บานของภาคเหนอื .pdf ง. กฬี าพื้นบา นของภาคเหนือ.doc 10. บคุ คลใดใชงานอนิ เทอรเน็ตไดอยางเหมาะสม ก. แบมนาํ เรื่องท่ีวนิ กับเปาทะเลาะและชกตอ ยกันไปเขียนเลา ในกระดาน สนทนา (web board) ของโรงเรียน ข. วนิ นํารูปท่หี ลิววาดมาลงในเพจโดยไมข ออนญุ าต เพราะเหน็ วาหลิว เปน เพ่อื นของตน ค. พลอยอปั โหลดไฟลงานท่ีนําเสนอหนา ช้ันเรียนสง ไปรษณีย อิเลก็ ทรอนิกสใหเ พ่ือน ๆ ในกลุม ง. ปอยโพสตร ปู ถา ย ชอื่ ท่อี ยู เบอรโทรศัพท ลงในเฟซบกุ เพอ่ื ให ตนเองเปน ที่รจู กั ของทกุ คน 38 ภาพจาก แบบฝก หัด จาก แบบฝกหดั หนา 4 หน้า 36-38 ขอสอบเนน การคดิ ความรูเสริม ใหนกั เรียนสืบคน ขอ มูล เรอื่ ง Cyberbullying หรอื การระราน นอกจากการประเมินความนาเชื่อถือจากโดเมนแลว การประเมิน ทางไซเบอร แลวระบุวา พฤติกรรมดังกลาวเกิดจากการละเมิด ความนาเช่ือถือจากแหลงขอมูลก็เปนสวนสําคัญ โดยแหลงขอมูลที่เช่ือถือได ขอควรปฏิบัติการใชง านอนิ เทอรเน็ตขอใด แบง เปน (แนวตอบ ขอ 3. การสนทนาผานเครือขาย ควรสนทนากับ 1. เจาของขอมูล เปนผูที่มีความเช่ียวชาญเกี่ยวกับขอมูลที่นําเสนอ ผูที่ตองการสนทนาดวยเทาน้ัน ควรใชคําสุภาพ และไมละเมิด และเปนตนฉบับของขอ มูลท่ียังไมถกู ดัดแปลงหรือเรียบเรียงใหม เรอ่ื งสว นตัว) 2. หนวยงานหรือผูมคี วามรคู วามเช่ยี วชาญเฉพาะดา น โดยเปนขอ มลู จาก หนวยงานที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงหรือจากบุคลากรของหนวยงาน ดังกลาว 3. หนวยงานของรฐั เปน ขอมูลท่ีสรา งขึ้นมาอยางเปนระบบ รอบคอบ และ มีหลักฐานประกอบชัดเจน เพื่อใหนําไปใชประโยชน เชน ใชกําหนด นโยบายดา นตา งๆ ในการปฏบิ ตั งิ าน ใชใ นการอา งองิ เพอื่ เขยี นบทความ หรืองานวิจัย T125
นา� สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สรปุ ตอนที่ 2 ไดคะแนน คะแนนเต็ม 9. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบประจําหนวย 5 การเรยี นรทู ี่ 3 ตอนท่ี 2 ในแบบฝก หดั หนา 39 นกั เรียนคดิ วา ถานาํ ขอ มลู ที่สืบคน ไดไ ปใชง านทันที โดยไมต รวจสอบ ความนา เชอื่ ถอื ของขอ มลู และแหลง ทมี่ าของขอ มลู จะสง ผลเสยี อยา งไร (แนวคาํ ตอบ) • ถา ขอมูลทไี่ ดร บั มาไมถ ูกตอ งจะทาํ ใหผูร ับขอ มลู เกดิ ความรูและความเขาใจท่ีผดิ ๆ............................................................................................................................................................................................................................................................. แลวถา นําขอมลู ไปสง ตอกจ็ ะทาํ ใหผูอน่ื ไดรับขอมูลเขาใจผิดไปดวยเชน กัน............................................................................................................................................................................................................................................................. • หากเปนขอมูลขาวสารทไี่ มเ ปน จริงจะทําใหกระตนุ อารมณของผูท่ไี ดรับใหเกิด............................................................................................................................................................................................................................................................. ความรสู กึ เชน ความเกลยี ด ความโลภ ความวิตกกงั วล ความเสยี ใจ ฯลฯ............................................................................................................................................................................................................................................................. • ถาเปนขอมลู ทไ่ี มเปนจริงเก่ียวกับบุคคลอาจทําใหผทู ี่ตกเปนขาวเกิด............................................................................................................................................................................................................................................................. ความเสอ่ื มเสยี และอาจสง ผลใหผ ูสงขอมูลขา วสารน้นั ทาํ ผิดกฎหมายได............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เฉฉบลับย ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................. เกณฑการใหคะแนน คะแนน การตอบคาํ ถาม (5 คะแนน) 5 บอกผลเสียของการไมต รวจสอบขอมลู หรือแหลงที่มาของขอมลู ไดถ กู ตอง ตารางบนั ทกึ คะแนน ประจาํ หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 ตัวช้วี ัด แบบฝก หัด ผลการประเมินคณุ ภาพ รวมคะแนน ระดับคณุ ภาพ เต็ม ได กจิ กรรม แบบทดสอบ เต็ม ได 4321 ว 4.2 ป.4/3 เต็ม ได เตม็ ได 45 90 30 15 เกณฑก ารตดั สิน : ชวงคะแนนรอยละ 80 - 100 = 4 70 - 79 = 3 60 - 69 = 2 50 - 59 = 1 หมายเหตุ : นําคะแนนเต็มของแตล ะตวั ช้วี ัดมาหาคา รอ ยละ เพ่อื ประเมินระดบั คณุ ภาพ เชน 1152 × 100 = 80 คะแนนเตม็ 15 ทําได 12 คะแนน ถาคะแนนเตม็ 100 ทําไดรอ ยละ 39 ดังนนั้ รอยละ 80 เทยี บไดกบั ระดบั คณุ ภาพ 4 ภาพจาก แบบฝกหดั หนา้ ท3่ี 49 ความรูเสริม ขอ สอบเนน การคิด การประเมินความนาเช่ือถือของขอมูลที่มีการนํามาดัดแปลงหรือ ขอมูลขาวสารชนิดใดมีโอกาสผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อน เรียบเรียงใหม โดยมีการอางอิงถึงขอมูลตนฉบับ คือ การเปรียบเทียบขอมูล มากทส่ี ดุ ดงั กลา วกับขอมูลตนฉบบั วามีความถูกตอ ง สอดคลองกับขอมูลตนฉบบั หรือไม และขอ มูลตนฉบบั มาจากบุคคลทม่ี คี วามเช่ยี วชาญทางดานดังกลา วจรงิ หรือไม 1. ขาวดว น 2. ขา วพระราชสาํ นัก 3. ขา วเกยี่ วกับคาสถติ ติ างๆ 4. ขา วราคาหนุ ตลาดหลกั ทรัพย (วเิ คราะหค ําตอบ จากตัวเลือกที่กําหนดให วิเคราะหไดวา ขาวดวน เปนขอมูลท่ีมีความเรงรีบในการนําเสนอ ตัวเลขอาจมี การผดิ พลาดได เชน ยอดผเู สยี ชวี ติ จาํ นวนผไู ดร บั บาดเจบ็ มลู คา ความเสียหายโดยประมาณ ดงั นน้ั ตอบขอ 1.) T126
นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบหลงั เรียน ขน้ั สรปุ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 10. นกั เรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 3 เร่ือง การใชงานอินเทอรเน็ต คาช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จาํ นวน 10 ขอ 1. การนาแฟ้มข้อมลู จากเคร่ืองคอมพิวเตอรข์ องเราไปไว้ยังเครื่อง 6. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไมใ่ ช่ตัวเลือกของการคน้ หารูปภาพตามสิทธ์ิ 11. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมฝก ทักษะ คอมพวิ เตอร์ของผอู้ ืน่ เรียกว่าอะไร ในการใช้งาน ขนั้ ประเมนิ ก. ดาวน์โหลด (Download) ก. ไมส่ ามารถนาไปใชไ้ ด้ ไมอ่ นุญาตให้นาไปใช้ ข. พรีโหลด (Preload) ข. ไมส่ ามารถนาไปใช้ได้ ตอ้ งขออนญุ าตกอ่ น ค. อัปโหลด (Upload) ค. นาภาพไปใช้ได้ สามารถแก้ไขภาพได้ ตารางการวดั และประเมินผล ง. รโี หลด (Reload) ง. นาภาพไปใชไ้ ด้ ห้ามแกไ้ ขภาพ วธิ กี าร เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน 2. ไปรษณยี ์อเิ ล็กทรอนิกส์ มชี อื่ ยอ่ ว่าอะไร 7. หากต้องการสบื คน้ ข้อมลู กล้วยไมไ้ ทยเฉพาะไฟลน์ าเสนอ ก. Download ข. Address แบบ PPT (PowerPoint) ข้อใดต่อไปนีร้ ะบุคาค้นได้ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ ยละ 60 ผานเกณฑ ค. E-mail ง. Net ถูกตอ้ ง หลงั เรยี น หลงั เรยี น 3. เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นการให้บริการอนิ เทอร์เน็ตรูปแบบใด ก. กลว้ ยไม้ไทย : File Type : PPT ก. การสนทนาผา่ นเครือข่าย ข. File Type : กลว้ ยไมไ้ ทย : PPT ข. การถา่ ยโอนข้อมูล ค. File Type : PPT : กล้วยไมไ้ ทย ตรวจแบบฝกหัด แบบฝกหดั รอยละ 60 ผา นเกณฑ ค. ชุมชนออนไลน์ ง. File Type : PPT กล้วยไม้ไทย ง. เวลิ ด์ไวดเ์ วบ็ 8. ข้อใดต่อไปนีใ้ ช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ไม่ถูกตอ้ ง สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต ระดบั คณุ ภาพ 2 4. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้คี ้นหารปู ภาพแบบเจาะจงสีได้ถูกต้อง ก. ส่งจดหมายลูกโซ่ไปให้เพอ่ื น ๆ การทาํ งานราย พฤตกิ รรม ผา นเกณฑ ก. กาหนดคาคน้ เลือก คน้ รูป แลว้ คลิก ประเภท ข. ไม่ส่งต่อข้อมลู ลามกอนาจาร ภาพ และเลือก สี กด Enter ค. ไม่แอบอา้ งข้อมลู ของผู้อื่น บคุ คล ข. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรปู แลว้ คลิก เครอ่ื งมือ ง. สนทนาดว้ ยคาสุภาพ และเลอื ก สี กด Enter 9. เมือ่ สืบค้นข้อมูลและไดข้ ้อมลู ตามท่ีตอ้ งการแล้ว ควร ค. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรูป แล้วคลิก เพมิ่ เติม ปฏิบัตอิ ยา่ งไร และเลอื ก สี กด Enter ก. ประเมินความนา่ เชือ่ ถือของข้อมลู ง. กาหนดคาคน้ เลือก ค้นรปู แล้วคลกิ สี กด Enter ข. นาเสนอข้อมูลทไ่ี ด้หน้าช้นั เรียน 5. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเก่ยี วกบั การคน้ หาข้อมลู แบบ Search ค. เผยแพรข่ อ้ มูลโดยการส่งต่อ Engine ง. คดั ลอกขอ้ มูลลงสมดุ ก. การคน้ หาข้อมลู ผ่านเว็บไซต์ในอนิ เทอรเ์ นต็ โดยใช้ 10. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเกีย่ วกับอินเทอร์เน็ต ซอฟตแ์ วร์คน้ ผา่ นเวบ็ ก. เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ท่ีเชอ่ื มต่อกันภายในอาคาร ข. การคน้ หาข้อมลู โดยดใู นเว็บเบราเซอร์ จากนน้ั หน้าจอจะ เดียวกันเทา่ นั้น แสดงรายละเอยี ดหัวข้อย่อยมาใหเ้ ลือก ข. เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกัน ค. การค้นหาโดยใชค้ าคน้ ป้อนลงในเวบ็ เสิร์ชเอน็ จิน Google ได้ทั่วโลก จะปรากฏข้อมูลที่สอดคลอ้ งกับคาคน้ ข้นึ มา ค. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ทเี่ ช่อื มต่อกันระหว่างองคก์ รกับ ง. การค้นหาข้อมูลโดยการถ่ายโอนแฟม้ ขอ้ มูลขา่ วสาร องคก์ ร บทความตา่ ง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครอ่ื งหนงึ่ ไปยัง ง. เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ทเี่ ชือ่ มต่อกนั ภายในประเทศ คอมพวิ เตอร์อกี เครอ่ื งหน่ึง เท่านัน้ เฉลย 1. ค 2. ค 3. ค 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ก 9. ก 10. ข ภาพจาก แผนการสอน ที่ 1 หนว่ ยท่ี 13 กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล แบงนักเรียนเปนกลุม 4-6 กลุม ตามความเหมาะสม ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลของนักเรียน โดยศึกษา และครูถามคําถามวา ถามีคนแปลกหนาเขามาคุยกับนักเรียน เกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล ในโปรแกรมสนทนาผานเครือขาย นักเรียนคิดวา ควรคุยดวย ที่แนบมาทา ยแผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2 หนวยการเรียนรทู ่ี 3 หรือไม เพราะอะไร และถานักเรียนเลือกไมคุย จะมีวิธีปฏิเสธ อยา งไร ใหเ วลานกั เรยี นสบื คน ขอ มลู และแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล กับเพื่อนในกลุมประมาณ 5 นาที จากนนั้ ใหต วั แทนกลุมออกมา คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน นาํ เสนอคําตอบและเหตุผลหนา ช้นั เรียน ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคดิ เหน็ 2 การยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อ่นื 3 การทางานตามหน้าท่ีทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย 4 ความมีนาใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอื่ ................................................... ผู้ประเมนิ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ............/.................../................ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง T127
Chapter Concept Overview หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การนาํ เสนอขอ มลู โดยใชซอฟตแ วรป ระยุกต ซอฟตแ์ วร์ (Software) คอื ชดุ ค�ำสงั่ ท่กี ำ� หนดให้คอมพวิ เตอร์ทำ� งำน แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดงั น้ี • ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นโปรแกรมท่ีมีหน้ำท่ีควบคุมกำรท�ำงำนของฮำร์ดแวร์ทุกอย่ำง อ�ำนวยควำมสะดวกให้ กบั ผใู้ ช้เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ และทำ� หน้ำทใ่ี นกำรจัดกำรระบบ ดแู ลรักษำเครอ่ื ง กำรแปลภำษำระดบั ต�ำ่ หรอื ระดับสูงให้เป็นภำษำเครือ่ งเพ่อื ให้เครื่องอ่ำนไดเ้ ข้ำใจ • ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ส�ำหรับท�ำงำนต่ำง ๆ ตำมที่ต้องกำร เช่น กำรท�ำงำนเอกสำร งำนกรำฟิก งำนน�ำเสนอ หรอื เปน็ ซอฟตแ์ วรส์ ำ� หรับงำนเฉพำะด้ำน เชน่ โปรแกรมงำนทะเบยี น โปรแกรมกำรใหบ้ รกิ ำรเวบ็ และใช้เพ่อื ประโยชนต์ ่ำง ๆ เช่น ซอฟต์แวรส์ า� เร็จรูป ซอฟต์แวรด์ า้ นกราฟก • ซอฟต์แวร์ประมวลคำ� เชน่ CorelDRAW PageMaker และ Photoshop • ซอฟต์แวร์ตำรำงท�ำงำน จะทำ� หน้ำท่ีเกี่ยวกบั งำนออกแบบ วำดภำพ จัดทำ� • ซอฟต์แวรจ์ ัดกำรฐำนขอ้ มลู สิ่งพิมพ์ และตกแต่งให้สวยงำม • ซอฟตแ์ วรน์ �ำเสนอข้อมูล • ซอฟต์แวรส์ ่ือสำรขอ้ มูล การใชซ อฟตแ วรในการทํางาน ใช้ซอฟต์แวร์ในการพมิ พเ์ อกสาร ใชซ้ อฟตแ์ วร์ในการชวยค�านวณ ใชซ้ อฟตแ์ วรใ์ นการสรา้ งกราฟ โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ประมวลค�ำ ซง่ึ มีหลกั กำร โดยใชโ้ ปรแกรมตำรำงทำ� งำน ซง่ึ มหี ลกั กำร โดยใชโ้ ปรแกรมตำรำงทำ� งำน ซงึ่ มหี ลกั กำร คือ จ�ำลองหน้ำจอคอมพิวเตอร์ให้เป็น คอื มกี ระดำษค�ำนวณขนำดใหญ ่ แล้วแบ่ง คอื กำรแปลผลข้อมลู ทีป่ อนลงในโปรแกรม เหมือนแผ่นกระดำษ ผู้ใช้สำมำรถพิมพ์ เป็นแต่ละช่อง ซึ่งแต่ละช่องสำมำรถพิมพ์ ให้เปน็ กรำฟรูปแบบตำ่ ง ๆ ซ่งึ สำมำรถโอน เอกสำรและสร้ำงภำพได้ ขอ้ ควำมหรือสูตรตำ่ ง ๆ ได้ ไฟล์ไปใช้ร่วมกบั โปรแกรมอ่นื ๆ ได้ ใชซ้ อฟต์แวรใ์ นการออกแบบ ใช้ซอฟตแ์ วร์ในการนา� เสนองาน โดยใชโ้ ปรแกรมในกำรออกแบบ ซง่ึ มหี ลกั กำร โดยใช้โปรแกรมนำ� เสนอ ซ่ึงมีหลกั กำร คอื คอื ออกแบบลงบนพนื้ ทวี่ ำ่ งและมเี ครอ่ื งมอื มีสไลด์และเครื่องมือช่วยให้ผู้ใช้สร้ำงภำพ ต่ำง ๆ ส�ำหรับออกแบบไว้ให้ผู้ใช้งำนได้ ตกแต่งสไลด์และบันทึกเสียงประกอบ ออกแบบตำมต้องกำร เพื่อนำ� เสนอผลงำนได้ T128
Chapter Overview แผนการจัด สอ่ื การเรย� นรู จ�ดประสงค วธ� �สอน ประเมนิ ทักษะที่ได คุณลักษณะ การเรย� นรู อันพงึ ประสงค แผนฯ ท่ี 1 ประวตั ิสว นตวั - แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1. อธบิ ำยควำมหมำย - กำรอภปิ รำย - ประเมนิ กำร - ทกั ษะกำรสอ่ื สำร - มีวนิ ัย ของฉัน - หนงั สือเรียน เกีย่ วกับซอฟต์แวรไ์ ด้ น�ำเสนอผลงำน - ทักษะกำรท�ำงำน - ใฝ่เรยี นรู้ รำยวิชำพนื้ ฐำน (K) - ส ังเกตพฤติกรรม ร่วมกนั - มุ่งม่ันใน 4 เทคโนโลยี 2. ใ ช้งำนเครือ่ งมอื กำรทำ� งำน - ท ักษะกำรคดิ กำรทำ� งำน (วทิ ยำกำรคำ� นวณ) ป.4 พนื้ ฐำนในโปรแกรม รำยบคุ คล อยำ่ งสรำ้ งสรรค์ ชวั่ โมง ไมโครซอฟตเ์ วิรด์ - ส งั เกตพฤตกิ รรม - ทกั ษะกำรคิด ในกำรพิมพ์ขอ้ ควำมได้ กำรทำ� งำนกล่มุ อยำ่ งมี (P) - ส ังเกตคณุ ลกั ษณะ วจิ ำรณญำณ 3. เหน็ ควำมสำ� คญั อนั พึงประสงค ์ ในกำรใช้งำนโปรแกรม หรอื ซอฟตแ์ วร์ ในชวี ิตประจำ� วนั (A) แผนฯ ท่ี 2 - หนังสือเรียน 1. บอกลกั ษณะของ - กำรอภปิ รำย - ป ระเมินกำร - ทกั ษะกำรส่ือสำร - มวี ินัย โปรแกรมจดั การ รำยวิชำพืน้ ฐำน ซอฟต์แวรไ์ ด้ (K) น�ำเสนอผลงำน - ทกั ษะกำรทำ� งำน - ใฝเ่ รียนรู้ ตัวเลข เทคโนโลย ี 2. ใ ชง้ ำนไมโครซอฟต์ - ส งั เกตพฤติกรรม รว่ มกนั - มงุ่ มน่ั ใน (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 เอกซ์เซลในกำรรวบรวม กำรท�ำงำน - ท ักษะกำรคิด กำรทำ� งำน 3 และประเมนิ ข้อมลู ได ้ รำยบุคคล อยำ่ งสร้ำงสรรค์ (P) - สังเกตคุณลกั ษณะ - ทกั ษะกำรคิด ชว่ั โมง 3. เ ห็นประโยชน์ของกำรใช้ อันพงึ ประสงค์ อย่ำงมี โปรแกรมไมโครซอฟต์ วจิ ำรณญำณ เอกซเ์ ซลในกำรรวบรวม และประเมินขอ้ มูล (A) แผนฯ ท่ี 3 - หนงั สือเรียน 1. อธบิ ำยลกั ษณะของ - กำรอภิปรำย - ตรวจแบบฝก หดั - ทกั ษะกำรสือ่ สำร - มวี ินัย นกั พรเี ซนต รำยวิชำพน้ื ฐำน โปรแกรมไมโครซอฟต์ - ก ำรแสดง - ตรวจชิ้นงำน/ - ทกั ษะกำรท�ำงำน - ใฝเ่ รียนรู้ คนเกง เทคโนโลยี เพำเวอรพ์ อยตไ์ ด้ (K) บทบำทสมมติ ภำระงำน (รวบยอด) ร่วมกนั - มงุ่ มนั่ ใน (วทิ ยำกำรค�ำนวณ) ป.4 2. ใ ชโ้ ปรแกรม - ตรวจแบบทดสอบ - ทักษะกำรคิด กำรท�ำงำน 3 - แบบฝก หัด ไมโครซอฟต์ หลงั เรียน อย่ำงสร้ำงสรรค์ รำยวชิ ำพ้ืนฐำน เพำเวอรพ์ อยต์ - ประเมินกำร - ท ักษะกำรคิด ช่ัวโมง เทคโนโลยี ในกำรสรำ้ งไฟล์ น�ำเสนอผลงำน อยำ่ งมี (วิทยำกำรค�ำนวณ) ป.4 นำ� เสนอได้ (P) - ส ังเกตพฤติกรรม วจิ ำรณญำณ - ชิน้ งำน/ภำระงำน 3. เ หน็ ประโยชนข์ องกำรใช้ กำรท�ำงำน (รวบยอด) โปรแกรมไมโครซอฟต์ รำยบคุ คล - แบบทดสอบหลังเรียน เพำเวอร์พอยต์ - ส ังเกตพฤตกิ รรม ในกำรนำ� เสนองำน (A) กำรท�ำงำนกลุ่ม - สังเกตคณุ ลกั ษณะ อนั พึงประสงค์ T129
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 4เวลา ชั่วโมง ประวตั สิ ่วนตัวของฉัน 1. มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ตวั ชว้ี ดั ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมนิ นำ� เสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ห่ี ลากหลายเพอื่ แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจำ� วนั 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมายเกี่ยวกับซอฟต์แวรไ์ ด้ (K) 2. ใชง้ านเครอ่ื งมอื พนื้ ฐานในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ ในการพมิ พข์ อ้ ความได้ (P) 3. เหน็ ความสำ� คัญในการใชง้ านโปรแกรมหรอื ซอฟต์แวรใ์ นชีวิตประจ�ำวนั (A) 3. สาระการเรยี นรู้ การใชโ้ ปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์ คอมพวิ เตอร์ เพื่อการจัดท�ำเอกสาร ข้อมูลและสารสนเทศ 4. สาระสำ� คญั /ความคดิ รวบยอด ซอฟตแ์ วร์ (Software) คอื ชดุ คำ� สงั่ ทก่ี ำ� หนดใหค้ อมพวิ เตอรท์ ำ� งานตามความตอ้ งการ เชน่ การนำ� เสนองาน การพมิ พง์ าน เอกสาร รายงาน และโปสเตอร์ โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ (Microsoft Word) ใชใ้ นการพมิ พง์ านเอกสารทเี่ ปน็ ขอ้ มลู ลกั ษณะเปน็ ตวั อกั ษรและมรี ปู ภาพ ประกอบ เชน่ รายงาน โปสเตอร์ และยงั สามารถใชง้ านระบบอตั โนมตั ติ า่ ง ๆ ได้ เชน่ การคน้ หาคำ� การตรวจสอบไวยากรณ์ การสรา้ งตาราง 5. สมรรถนะสำ� คญั ของผ้เู รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำ� คัญของผูเ้ รียน ทกั ษะ 4Cs คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. ทกั ษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ 1. มวี นิ ยั 2. ความสามารถในการคิด (Critical Thinking) 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 2. ทักษะการท�ำงานร่วมกนั 3. มุ่งมัน่ ในการท�ำงาน (Collaboration Skill) 3. ทกั ษะการสือ่ สาร (Communication Skill) 4. ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : วิธกี ารสอนโดยเน้นรปู แบบการอภปิ ราย T130
นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรยี น ขนั้ นาํ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนาํ เสนอขอ มลู ดว ยซอฟตแ วร เพอ่ื เปน การ คาช้แี จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ทบทวนความรแู ละวดั พนื้ ฐานความรกู อ นทจ่ี ะ เร่ิมเรียนเน้อื หา 1. ขอ้ ใดกล่าวถึงซอฟตแ์ วร์ได้ถูกตอ้ ง 7. ข้อใดต่อไปนเ้ี ปน็ ขั้นตอนในการสรา้ งตารางในโปรแกรม ก. ซอฟตแ์ วร์ คือ ชุดคาส่งั ท่ีกาหนดใหค้ อมพิวเตอร์ทางาน ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด ข. ซอฟต์แวร์ คอื โปรแกรมทีใ่ ชใ้ นแกไ้ ขและตกแต่งรูปภาพ ค. ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรมที่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู และ ก. View > Table > เลือกคอลัมน์และแถวของตาราง นาเสนองาน ข. Insert > Table > เลือกคอลมั น์และแถวของตาราง ง. ซอฟต์แวร์ คอื ชดุ คาส่งั ท่ีเปน็ ตวั เลข ใชใ้ นการคานว ค. Insert > Text Box > เลือกคอลมั นแ์ ละแถวของ ประมวลผลข้อมลู โดยใช้สูตรทางค ติ ศาสตร์ ตาราง 2. โปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ เปน็ ซอฟตแ์ วร์ประเภทใด ง. Page Layout > Columns > เลือกคอลมั นแ์ ละแถว ก. ซอฟต์แวรร์ ะบบ ข. ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ ของตาราง ค. ซอฟตแ์ วร์ประมวลคา ง. ซอฟตแ์ วร์สอ่ื สารขอ้ มูล 3. หากข้อมลู มีลักษ ะเป็นตวั เลข ตอ้ งคานว โดยใช้สตู รทาง 8. พื้นท่ีสาหรับพิมพข์ ้อความหรือตวั เลขในโปรแกรม ค ติ ศาสตร์ โปรแกรมท่เี หมาะสมในการนาเสนอคอื โปรแกรมใด ไมโครซอฟตเ์ อ็กเซล เรยี กว่าอะไร ก. ไมโครซอฟตเ์ วริ ด์ ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟศิ ค. ไมโครซอฟตเ์ อก็ เซล ง. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอร์พอยต์ ก. รบิ บอน ข. ชีตงาน 4. หากตอ้ งการทารายงานที่มลี กั ษ ะเปน็ ตวั อกั ษร มีรูปภาพ ประกอบ โปรแกรมทเี่ หมาะสมในการนาเสนอคอื โปรแกรมใด ค. พื้นท่ีทางาน ง. แถบเคร่ืองมือ ก. ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟศิ ค. ไมโครซอฟต์เอ็กเซล ง. ไมโครซอฟตเ์ พาเวอรพ์ อยต์ 9. หากต้องการนาเสนองานในรูปแบบสไลด์ หรอื ภาพนิ่ง 5. เม่อื พมิ พ์ขอ้ ความในโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิรด์ แล้วตอ้ งการ เน้นขอ้ ความดว้ ยไฮไลต์จะตอ้ งคลกิ เลอื กเครอื่ งมือใด โปรแกรมที่เหมาะสมในการนาเสนอคือโปรแกรมใด ก. ข. ก. ไมโครซอฟตเ์ วริ ์ด ข. ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ ค. ไมโครซอฟต์เอก็ เซล ง. ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ 10. เมือ่ จดั ทาขอ้ มูลเพื่อนาเสนอโดยใช้โปรแกรมต่าง ๆ แลว้ ควรปฏิบตั อิ ย่างไร ก. บนั ทึกไฟล์งานดว้ ยชือ่ ที่ซับซอ้ น ทันสมยั เพือ่ ไม่ให้ ไฟลง์ านที่บนั ทึกไวส้ ญู หาย ข. สารองขอ้ มูลไฟลง์ านไว้ในที่เก็บขอ้ มูลภายนอก เช่น แฟลชไดรฟ์ หรืออัปโหลดลงเวบ็ ฝากข้อมลู ค. ง. ค. ควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งเพ่ือพิจาร าความทนั สมยั ของข้อมูล และรปู ภาพทีน่ ามาใช้ในการจัดทามีความ 6. ตอ้ งการสรา้ งรปู ดาวในโปรแกรมไมโครซอฟตเ์ วิรด์ ตอ้ งเลอื ก คมชดั และสวยงามหรือไม่ เครอ่ื งมอื ใดจึงจะเหมาะสมท่สี ุด ง. พจิ า าโปรแกรมทเ่ี ลือกใช้วา่ มีความเหมาะสมกับช้ินงาน ทต่ี อ้ งการนาเสนอหรอื ไม่ หากไม่เหมาะสมใหเ้ ปลีย่ น ก. ข. โปรแกรมในการนาเสนองาน ค. ง. เฉลย 1. ก 2. ค 3. ค 4. ก 5. ง 6. ค 7. ข 8. ค 9. ง 10. ข ภาพจาก แผนการสอน ท่ี 1 หนว่ ยที่ 41 ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู ซอฟตแ วรแบง ออกเปนก่ปี ระเภท อะไรบาง ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง การนําเสนอขอมูล ดวยซอฟตแวร เพื่อเปนการทบทวนความรูเดิมจากเน้ือหาท่ีเคยเรียนมา (วเิ คราะหคําตอบ ซอฟตแวรสามารถแบง ออกไดเปน 2 ประเภท หลังจากนั้นครูอาจสอบถามนักเรียนวา ในแตละวันนักเรียนใชงานซอฟตแวร คือ ซอฟตแวรระบบ เปนโปรแกรมที่ใชควบคุมเครื่อง และ อะไรบาง และใชซอฟตแวรนั้นทํางานในลักษณะใด จากน้ันครูสุมนักเรียน ซอฟตแ วรประยกุ ต เปน โปรแกรมทีใ่ ชท ํางานและเพ่อื ใชโ ปรแกรม เพอ่ื ตอบคาํ ถาม ตางๆ เชน ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวรตารางทํางาน ซอฟตแ วรจ ัดการฐานขอมลู ซอฟตแวรนาํ เสนอขอมลู ซอฟตแวร สอื่ สารขอ มลู ) T131
นา� นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ นาํ 4 ¡ÒùÒí àʹ͌͢ ÁÅÙ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ èÕ ´ÇŒ «Ϳµá Çร 2. ครูถามคําถามประจําหนวยการเรียนรูกับ นักเรียนวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรที่ชวย Data collection Data processing ประมวลผลขอ มลู ได จากนน้ั ใหน กั เรยี นภายใน (การรวºรวมขอ้ มลู ) (การ»รÐมวล¼ลขอ้ มูล) หอ งชว ยกนั หาคาํ ตอบโดยการคน หาจากแหลง ขอมูลตา งๆ เชน หนงั สือเรียน อินเทอรเน็ต รวบรวมขอ มลู จาก อินเทอรเน็ตไดม ากเลย 3. ครูถามคําถามเพื่อเปนการกระตุนการเรียนรู แลว เราจะประมวลผลขอ มลู กับนักเรียนวา เมื่อเราไดขอมูลที่ตองการมา ดวยโปรแกรมอะไรดีนะ และตองการนําเสนอขอมูลนั้นใหออกมาใน รูปแบบของกราฟหรือแผนภูมิ นักเรียนจะใช โปรแกรมใดในการนําเสนอขอมูลน้ี จากน้ัน ครสู ุมนกั เรยี นใหตอบคําถามน้ี แนวตอบ คาํ ถามประจําหนว ยการเรยี นรู เ¾×èอน æ ¤Ôดว‹า สÔè§ãด ãน¤อม¾Ôวเตอร์·¨Õè Ъว‹ ย อุปกรณคอมพิวเตอรท่ีชวยประมวลผลขอมูล »รÐมวล¼ลข้อมูล¤รѺ คือ ซพี ยี ู ซง่ึ เปน หนว ยประมวลผลกลาง หรือเรียก อีกชื่อหน่ึงวา ไมโครโพรเซสเซอร เปนอุปกรณ ตัวชี้วัด อิเล็กทรอนิกสท่ีใชในการประมวลผลขอมูลตาม ชดุ คาํ สงั่ ทมี่ าจากซอฟตแ วร มหี นา ทค่ี าํ นวณตวั เลข ว 4.2 ป.4/4 รวบรวม ประเมนิ นา� เสนอขอ้ มลู และสารสนเทศ จากชุดคําส่ังท่ีผูใชปอนโปรแกรมเขาไป เมื่อได โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ท่หี ลากหลายเพ่อื แกป้ ญหาในชวี ติ ประจ�าวนั ผลลัพธก็จะสงผลลัพธออกไปแสดงผลทางหนาจอ ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 82 ซีพยี ูจึงเปรียบไดกับสมองของคอมพิวเตอร เกร็ดแนะครู ครูใหน ักเรยี นศึกษาเน้ือหาในหนว ยการเรียนรูที่ 4 เรือ่ ง การนาํ เสนอขอมลู ดวยซอฟตแวร โดยมีคําถามถามนักเรียนภายในหองเรียนวา นักเรียนคิดวา สิ่งใดในคอมพิวเตอรท่ีชวยประมวลผลขอมูลได แลวครูใหนักเรียนชวยกัน วเิ คราะหค ําตอบ โดยครสู ุมนักเรียนขนึ้ มาตอบคําถาม เมื่อนกั เรยี นตอบคําถาม เสร็จเรียบรอย ครูอาจถามคําถามกับนักเรียนวา นักเรียนเคยใชงานโปรแกรม อะไรบางในการเรียนวชิ าคอมพิวเตอร และใชโ ปรแกรมเหลา นัน้ ทําอะไร T132
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ซอฟตแวร 1. ¡ÒùÒí àʹ͌͢ ÁÅÙ â´Â㪌 ขนั้ สอน ใดที่ชว ยในการ คํานวณขอมลู «Í¿µáÇรป ระÂุ¡µ 1. ครูถามคําถามสําคัญประจําหัวขอกับนักเรียน ของเราไดน ะ วา ซอฟตแวรใดท่ีชวยในการคํานวณขอมูล ซอฟตแวร (Software) คือ ชุดค�าส่ัง และสุมนักเรียนภายในหองเรียนออกมาตอบ ท่ีก�าหนดให้คอมพิวเตอร์ท�างาน แบ่งได้เป็น คาํ ถามหนาชน้ั เรียน 2 ประเภท ดังน้ี 2. ครนู ํานกั เรียนศึกษา เร่อื ง การนําเสนอขอ มูล ซอฟต์แวรร์ кº (System Software) โดยใชซอฟตแวรประยุกต โดยอธิบายคําวา ซอฟตแ วร ใหฟ ง วา เปน ชดุ คาํ สงั่ หรอื โปรแกรม เปน็ โปรแกรมทีใ่ ชค้ วบคมุ เคร่อื ง เช่น ทก่ี าํ หนดใหคอมพิวเตอรท าํ งาน และสามารถ แบงซอฟตแวรออกเปน 2 ประเภท คือ ภาพท่ี 4.1 เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นหัวใจ เป็นระบบปฏิบัติการท่ีพัฒนา ซอฟตแวรร ะบบและซอฟตแ วรประยกุ ต หนา จอคอมพวิ เตอร สา� คญั ของเครอ่ื งคอมพิวเตอร ์ Mac โดยบริษัทไมโครซอฟต์ ซ่ึงผู้ ทุกเคร่ือง สร้างข้ึนบนพ้ืนฐานของ ใช้สามารถสั่งงานได้จากเมาส์ 3. ครูใหนักเรียนศึกษาและสืบคนเก่ียวกับ ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์มีหน้าท่ีเป็น มากข้ึน สามารถท�างานหลาย ซอฟตแวรระบบและซอฟตแวรประยุกตวา ตวั กลางทใ่ี ชต้ ดิ ตอ่ สอ่ื สารกบั อปุ กรณ ์ อยา่ งไดพ้ รอ้ มกนั ซง่ึ จะเนน้ การ มีลักษณะเหมือนหรือแตกตางกัน อยางไร และซอฟต์แวร์ภายในเคร่ือง เป็น ใชง้ านทางดา้ นกราฟก และการ จากนั้นใหตัวแทนนักเรียนออกมานําเสนอ ระบบปฏิบัติการที่เน้นการท�างานใน ทา� งานในรปู แบบตา่ ง ๆ จงึ ไดร้ บั หนา ช้ันเรียน ดา้ นการออกแบบ และกราฟก ความนิยมในปจ จุบัน แนวตอบ คาํ ถามสําคัญประจําหวั ขอ ซอฟตแ์ วร์»รÐยØกต์ (Application Software) ซอฟตแวรท่ีชวยในการคํานวณขอมูล คือ เป็นโปรแกรมทใ่ี ชท้ า� งาน และใช้เพอื่ ประโยชนต์ า่ ง ๆ เช่น ซอฟตแวรตารางทํางาน เพราะเปนซอฟตแวรท่ีใช ในการพิมพเอกสารในรูปแบบตาราง กราฟ และ ซอฟตแวรสาํ เรจ็ รปู ซอฟตแวรดานกราฟก เช่น การนําขอมลู ตาง ๆ มาคํานวณตามสตู รเพื่อใหได ● ซอฟต์แวรป์ ระมวลคา� เช่น Microsoft Word WordPerfect CorelDraw PageMaker และ ผลลัพธตามที่ตองการ ซึ่งโปรแกรมตารางทํางาน ● ซอฟต์แวร์ตารางการทา� งาน เชน่ Lotus 1 - 2 - 3 Photoshop จะท�าหน้าท่ีเก่ียว ทีใ่ ชก ันอยูใ นปจ จุบัน ไดแ ก โปรแกรมไมโครซอฟต Microsoft Excel กบั งานออกแบบ วาดภาพ จดั ทา� เอกซเซล (Microsoft Excel) ● ซอฟตแ์ วร์จัดการฐานข้อมูล เชน่ dBASE ส่งิ พมิ พ ์ และตกแตง่ ให้สวยงาม ● ซอฟตแ์ วร์น�าเสนอข้อมูล เชน่ Lotus Freelance Microsoft PowerPoint 83 ● ซอฟตแ์ วร์ส่ือสารขอ้ มลู เชน่ Facebook Line ภาพจาก หนงั สอื เรยี น หนา 83 ขอ สอบเนน การคิด ความรูเสริม ขอ ใดใหค วามหมายของคําวาซอฟตแวรไ ดถ กู ตอง ซอฟตแ วร (Software) เปน ชดุ คาํ สง่ั หรอื โปรแกรมทใี่ ชส ง่ั งานใหค อมพวิ เตอร 1. อุปกรณเทคโนโลยีระดับสงู ทํางาน ซอฟตแวรจึงหมายถึงลําดับข้ันตอนการทํางานที่เขียนขึ้นดวยคําส่ัง 2. อปุ กรณทที่ ําหนา ทีเ่ สมือนสมองกล ของคอมพิวเตอร และสามารถแบงซอฟตแ วรไ ดเ ปน 2 ประเภท คือ ซอฟตแวร 3. โปรแกรมแกป ญ หาทุกอยางของมนุษย ระบบ (System Software) และซอฟตแ วรป ระยกุ ต (Application Software) 4. ชดุ คําสัง่ ท่คี วบคุมการทาํ งานของคอมพวิ เตอร • ซอฟตแวรระบบ เปนซอฟตแวรท่ีบริษัทผูผลิตสรางข้ึนมาเพื่อใชจัดการ (วเิ คราะหคาํ ตอบ ซอฟตแวร คือ ชุดคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใช กับระบบ มีการทํางานโดยจะดําเนินงานพ้ืนฐานตางๆ ของระบบ ควบคุมการทํางานของเคร่ืองคอมพิวเตอรที่เขียนข้ึนดวยภาษา คอมพิวเตอร คอมพิวเตอรจากนักเขียนโปรแกรม สําหรับภาษาที่ใชเขียน โปรแกรมจะมีรูปแบบเฉพาะท่ีสามารถทําใหเครื่องคอมพิวเตอร • ซอฟตแวรประยุกต เปนซอฟตแวรท่ีใชกับงานดานตางๆ ตามความ เขาใจได เชน ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสกล ดังน้ัน ตองการของผูใชท่ีสามารถนํามาใชประโยชนไดโดยตรง เพื่อสั่งให ตอบขอ 4.) คอมพวิ เตอรท าํ งานตามทตี่ อ งการ เชน ซอฟตแ วรป ระมวลคาํ ซอฟตแ วร ตารางทาํ งาน ซอฟตแวรด า นกราฟก ซอฟตแ วรจ ดั การฐานขอ มลู T133
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน เมอื่ เรารวบรวมขอ้ มลู ทต่ี อ้ งการจากแหลง่ ตา่ ง ๆ โดยกา� หนด หัวข้อที่ต้องการ และจดบันทึกข้อมูลแล้ว เราควรตรวจสอบ 4. ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การเกบ็ ขอ มลู ตา งๆ มานาํ เสนอ ข้อมูลโดยพจิ ารณาจากความถกู ตอ้ งและทนั สมยั มกี ารอ้างองิ วาตองรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลตางๆ แหล่งท่ีมาท่ีชัดเจน แล้วประมวลผลข้อมูล เช่น เปรียบ ตามท่ีตอ งการ เชน หนงั สอื เรียน อนิ เทอรเ น็ต เทียบ จัดกลุ่ม จากน้ันจึงน�าเสนอข้อมูลตามความเหมาะสม จากนั้นกําหนดหัวขอที่ตองการและจดบันทึก เช่น การบอกเล่า การนา� เสนอด้วยเอกสาร การนา� เสนอด้วย ขอมูลไว ซึ่งขอมูลท่ีไดมาควรตรวจสอบวา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เปนขอมูลที่มีความถูกตอง นาเช่ือถือ มีการ อางอิงแหลงที่มาใหชัดเจน จากนั้นนําขอมูล ที่ไดไปประมวลผลโดยใชวิธีการเปรียบเทียบ เรยี งลาํ ดบั หรือจดั กลุม ตามท่ตี อ งการ และนาํ ขอมูลที่ไดออกมานําเสนอผานโปรแกรม นําเสนองาน เอกสารรายงาน หรือนําเสนอ ในรูปแบบอน่ื ใหผ ูฟง เกดิ ความเขา ใจ รวบรวมข้อมูล ปอรยะา่มงวงล่าผยล • กา� ห• เนตดรหียวัมขออ้ ปุ ทกต่ี รอ้ ณงก์ าร • •เ•ปเ•หรจราียีัดยผงกบลลลเรา� ทมุ่วดียมบั บ ใ•นการจดบนั ทกึ น�าเสนอข้อมลู ขอ้ มวลู เิ สครรา้ างะทหาผ์ งลเลอื ก • โป• เร•อแกก•กาโสรปรามบสรนอเรตา�กาเอยเสลรงน่า์าอนงาน • เปรียบเทยี บ • ตัดสิน การน�าเสนองานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จ�าเป็นต้อง วิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของลักษณะโปรแกรมที่ใช้ด้วยว่า โปรแกรมใดมคี วามเหมาะสมกบั ชน้ิ งานชนดิ ใด 84 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 84 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การรวบรวมขอ มลู จากแหลง ตา งๆ ใหน กั เรยี นฟง โดยถาม นดิ ตอ งการคน หาขอ มลู เกย่ี วกบั การใชง านคอมพวิ เตอร นดิ จะ คาํ ถามกระตนุ ความคดิ นกั เรยี นวา เมอ่ื นกั เรยี นอยากไดข อ มลู เรอื่ ง วนั ลอยกระทง ตอ งคนหาขอ มลู จากแหลงขอมูลใดจงึ จะไดข อมลู สมบรู ณท ่ีสุด นักเรียนสามารถคนหาขอมูลหรือสอบถามขอมูลไดจากแหลงขอมูลใดบาง ใหเวลานักเรียนในการหาคําตอบ จากนั้นครูสุมนักเรียนออกมาตอบคําถาม 1. จากครูผูสอน และอาจใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยจับบัตรภาพขอมูลตางๆ แลวหาคําตอบวา 2. จากอนิ เทอรเ น็ต จะใชแ หลงขอ มูลใดในการคน หาขอมลู เชน นักเรยี นจบั บัตรภาพขอ มูลไดคําวา 3. จากการสอบถามเพื่อนในหอ งเรียน อปุ กรณค อมพวิ เตอร นกั เรยี นสามารถคน หาขอ มลู จากอนิ เทอรเ นต็ หรอื สอบถาม 4. จากหนังสอื การใชง านคอมพวิ เตอรเ บื้องตน จากครผู สู อนวิชาคอมพิวเตอร (วเิ คราะหคําตอบ เมอ่ื นดิ ตอ งการคน หาขอ มลู เกย่ี วกบั การใชง าน คอมพิวเตอร ซ่ึงในการคนหาขอมูลน้ันจะตองหาขอมูลท่ีมีความ นา เชอื่ ถอื และไดข อ มลู ทม่ี คี วามถกู ตอ งมากทส่ี ดุ นดิ จะตอ งคน หา ขอมูลจากหนังสือการใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน เพราะจะมี การแนะนําขั้นตอนในการใชจากผูที่มีประสบการณในการใชงาน คอมพิวเตอร ดังนน้ั ตอบขอ 4.) T134
นา� สอน สรปุ ประเมนิ â»รแกรม·Õªè ว‹ ยãนการน�าเสนอข้อมลู ขน้ั สอน ตารางที่ 4.1 โปรแกรมที่ชวยในการนาํ เสนอขอ มลู 5. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเก่ียวกับโปรแกรม ที่ชวยในการนําเสนอขอมูล ซ่ึงแบงออกเปน ซอฟตแวร หนาท่ี ตวั อยา งโปรแกรม 4 กลมุ ดังน้ี โปรแกรมประมวลคํา โปรแกรม ตารางทํางาน โปรแกรมนําเสนอขอมูล โปรแกรม เปน็ ซอฟต์แวร์ประยกุ ต์ใช้สา� หรับ • Microsoft Word และโปรแกรมดา นกราฟก ประมวลค�า การพมิ พเ์ อกสารสามารถแกไ้ ข • WordPerfect เพมิ่ แทรก ลบ และจดั รปู แบบเอกสารได้ 6. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางโปรแกรมที่นักเรียน เคยใชง านวา อยใู นกลมุ ใดของโปรแกรมเหลา น้ี โปรแกรม เปน็ ซอฟต์แวรท์ ช่ี ว่ ยในการคดิ ค�านวณ • Lotus 1-2-3 และมีลักษณะของชิ้นงานท่ีทําออกมาเปน แบบใด ใหนักเรียนชวยกันคิดวิเคราะหเพื่อ หาคําตอบนี้ ตารางทา� งาน มลี กั ษณะเป็นตาราง • Microsoft Excel โปรแกรม เป็นซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้ส�าหรับนา� เสนอ • Lotus Freelance นา� เสนอข้อมูล ข้อมูล การแสดงผลตอ้ งสามารถดึงดดู • Microsoft ความสนใจ • PowerPoint โปรแกรม เปน็ ซอฟต์แวร์ดา้ นงานออกแบบ • CorelDraw ด้านกราฟก เขยี นแบบวาดภาพ จัดทา� สิ่งพิมพ์ และ • PageMaker จะเปน็ ทางดา้ นการนา� เสนอ • Photoshop 1.1 การนําเสนอขอมูลโดยใชโปรแกรมในการพิมพง าน เราสามารถใช้โปรแกรมประมวลค�าในการพิมพ์งาน เอกสาร และยงั สามารถใชง้ านระบบอตั โนมตั ติ า่ ง ๆ ไดด้ ว้ ย เชน่ การค้นหาค�า การตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์ การสร้าง ตาราง 85 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 85 ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู เม่ือนักเรียนตองการนําเสนอผลงาน เรื่อง การทํารายรับ- ครูอธิบายเกยี่ วกับโปรแกรมที่ชวยในการนําเสนอขอมลู ซง่ึ มี 4 โปรแกรม รายจา ยประจาํ สปั ดาห นกั เรยี นจะเลอื กโปรแกรมใดนาํ เสนอขอ มลู ดงั น้ี 1. โปรแกรมกราฟก • โปรแกรมประมวลคาํ เปน โปรแกรมทช่ี ว ยสรา งเอกสารประเภทตา งๆ ได 2. โปรแกรมประมวลคาํ อยา งสะดวกและรวดเรว็ เนน การจัดพิมพเ อกสาร สามารถพมิ พเอกสาร 3. โปรแกรมตารางทํางาน ออกมาเปนชุด เปนจดหมาย บันทึกขอความ รายงาน บทความ เชน 4. โปรแกรมนาํ เสนอขอ มูล โปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด (วเิ คราะหค ําตอบ ในการนําเสนอผลงานการทํารายรับ- • โปรแกรมตารางทํางาน เปนโปรแกรมท่ีใชในการคิดคํานวณหรือเก็บ รายจา ยนนั้ นกั เรยี นจะตอ งใชโ ปรแกรมตารางทาํ งานเพอ่ื นาํ เสนอ ขอ มลู สตู รคาํ นวณตา งๆ ลงบนแผน ตารางงาน เชน โปรแกรมไมโครซอฟต ขอมูลนี้ เพราะโปรแกรมตารางทํางานเปนโปรแกรมท่ีใช เอกซเ ซล ในการคิดคํานวณหาคาตา งๆ จากสูตรท่มี ีอยใู นโปรแกรม ดังน้นั ตอบขอ 3.) • โปรแกรมนาํ เสนอขอ มลู เปน โปรแกรมทใี่ ชส าํ หรบั จดั เตรยี มเอกสารตา งๆ ท่ีจําเปนตองใชในการนําเสนอขอมูล เพื่อใหสามารถดึงดูดความสนใจ ของผูท เี่ ขา มาศกึ ษา เชน โปรแกรมไมโครซอฟตเพาเวอรพ อยต • โปรแกรมดานกราฟก เปนโปรแกรมที่ชวยในการออกแบบ วาดภาพ Tจดั ทําสิ่งพิมพเพื่อใชใ นการนาํ เสนอ เชน โปรแกรมโฟโตชอป 135
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 1) องคป ระกอบโปรแกรมประมวลคาํ 12 7. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง องคประกอบ 3 5 โปรแกรมประมวลคํา ซึ่งสามารถแบงไดเปน 4 10 องคประกอบ ดังนี้ แถบเคร่ืองมือดวน ชอื่ โปรแกรมและชอ่ื แฟม แถบคาํ สงั่ แบบอกั ษร 6 แถบริบบอน ไมบรรทดั ตําแหนง การพิมพหรอื เคอรเซอร แถบเลื่อน แถบสถานะ และยอ/ 7 ขยาย 8 8. ครูใหนักเรียนเปดโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด (Microsoft Word) เม่ือเปด หนาน้ีแลว ใหค รู สอบถามขอมูล โดยการสุมนักเรียนตอบ คําถามวา ในแตละสวนของโปรแกรมมีชื่อ และหนา ที่ในการใชง านอยางไร 9 10 ภาพท่ี 4.2 หนา ตา งของโปรแกรมประมวลคํา 1. แถบเครอ่ื งมอื ดว น (Quick Access Toolbar) แสดงแถบเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชง้ านบอ่ ย เปน็ แถบทเ่ี รยี กใชง้ านเครอื่ งมอื ไดอ้ ยา่ งสะดวก และสามารถเพมิ่ คา� สงั่ ทใี่ ชง้ านได้ 2. ชอื่ โปรแกรม และชอ่ื แฟม (Title Bar) แถบแสดงชอ่ื โปรแกรม และชอื่ ไฟลเ์ อกสาร 3. แถบคาํ สง่ั (Menu Bar) เมนคู า� สง่ั หลกั ของโปรแกรม 4. แบบอกั ษร (Font) แถบทใ่ี ชก้ า� หนดรปู แบบอกั ษร และลกั ษณะพเิ ศษของตวั อกั ษร 5. แถบรบิ บอน (Ribbon) แถบทแี่ สดงคา� สงั่ ตา่ ง ๆ ทใ่ี ชใ้ นการทา� งานกบั เอกสาร 6. ไมบ รรทดั (Ruler) แสดงความกวา้ งความยาวของกระดาษ ตง้ั คา่ หนา้ กระดาษ 7. ตาํ แหนง การพมิ พ หรอื เคอรเ ซอร (Cursor) แสดงตา� แหนง่ ของการพมิ พข์ อ้ ความ 8. แถบเลอ่ื น (Scroll Bar) แถบเลอื่ นดหู นา้ เอกสาร ใชส้ า� หรบั เลอ่ื นดขู อ้ ความใน แนวตง้ั และแนวนอน 9. แถบสถานะ (Status Bar) แสดงสถานะการทา� งานปจ จบุ นั 10. ยอ /ขยาย (View Bar) แสดงมมุ มองเอกสาร โดยการยอ่ และขยายหนา้ กระดาษ 86 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 86 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครูอธิบาย เร่อื ง องคป ระกอบโปรแกรมประมวลคาํ โดยใหนกั เรียนสังเกต เมื่อนักเรียนพิมพรายงานจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด ภาพหนาตางโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดจากหนังสือเรียน จากน้ันครูอธิบาย เสร็จเรียบรอยและตองการบันทึกชิ้นงาน จะตองคลิกที่แถบ สว นประกอบของโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรดวา ประกอบดว ยแถบเครอ่ื งมอื ดว น เคร่ืองมือใด ช่ือโปรแกรมและช่ือแฟม แถบคําส่ัง แบบอักษร แถบริบบอน ไมบรรทัด ตําแหนงการพมิ พหรอื เคอรเซอร แถบเลอ่ื น แถบสถานะ และยอ/ขยาย จากนั้น 1. แถบคําส่ัง ครอู าจสมุ ใหน กั เรยี นออกมาอธบิ ายลกั ษณะของแถบเมนตู า งๆ ภายในโปรแกรม 2. แถบรบิ บอน ไมโครซอฟตเ วริ ด 3. แถบสถานะ 4. แถบเครอ่ื งมือดว น (วิเคราะหค าํ ตอบ เม่ือตองการบันทึกชิ้นงานจะตองคลิกท่ีแถบ เคร่ืองมือดวน ซ่ึงแถบเคร่ืองมือดวนจะแสดงแถบเคร่ืองมือ ที่ใชงานบอย เปนแถบเครื่องมือที่เรียกใชงานไดอยางสะดวก โดยปุมบนั ทกึ จะอยูในแถบเครอ่ื งมือดว นน้ี ดงั นน้ั ตอบขอ 4.) T136
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 2) แถบคาํ สงั่ โปรแกรมประมวลคาํ ขน้ั สอน 1 หนาแรก (Home) คาํ ส่ังเกีย่ วกบั การเลอื กแบบอักษร ลักษณะ 9. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง แถบคาํ สง่ั โปรแกรมประมวลคาํ ซึ่งแบงแถบคําสั่งได ดังน้ี หนาแรก แทรก ตวั อักษร การกาํ หนดยอ หนา การทํางานกับขอ มลู ทค่ี ัดลอกไว เคาโครงหนากระดาษ อา งอิง การสงจดหมาย เครือ่ งมือคน หา และการแทนที่ขอความ ตรวจทาน และมมุ มอง ซ่งึ อธิบายลักษณะเดน ของแถบคําสั่งตางๆ ใหนักเรียนฟง จากนั้น ภาพท่ี 4.3 แถบคาํ ส่ังแรก ใหครูทํากิจกรรมกับนักเรียนในหอง โดยครู พูดความหมายของแถบคําส่ังในโปรแกรม 2 แทรก (Insert) คําสัง่ เกยี่ วกับการแทรกประเภทตาง ๆ ลงบน และใหนักเรียนตอบวา ความหมายนี้เปน ความหมายของแถบคําสั่งใด ซ่ึงเปน เอกสาร เชน รูปภาพ ตาราง ขอ ความ สัญลกั ษณ การทบทวนความรูใหนักเรียนเขาใจเน้ือหา เพิ่มข้นึ ภาพท่ี 4.4 แถบคําส่ังหนาแทรก 3 เคาโครงหนา กระดาษ (Page Layout) คําส่งั เก่ียวกับการตงั้ คา หนา กระดาษ กําหนดระยะยอ หนา กําหนดพ้ืนหลงั ภาพที่ 4.5 แถบคําสงั่ เคาโครงหนา กระดาษ 4 อา งอิง (References) คาํ สัง่ เกย่ี วกับเคร่ืองมอื ในการสราง สว นประกอบของเอกสารเพ่มิ เติม เชน สารบัญ ดัชนี บรรณานุกรม ภาพท่ี 4.6 แถบคาํ ส่ังอา งองิ 87 ภาพจาก หนงั สอื เรียน หนา 87 กิจกรรม 21st Century Skills เกร็ดแนะครู 1. ใหน กั เรยี นแบงกลมุ ตามความสมัครใจ กลมุ ละ 3-4 คน ครูอธิบายเร่ือง แถบคําสั่งโปรแกรมประมวลคํา ใหนักเรียนฟง โดยใน 2. สมาชิกแตละกลุมรวมกันออกแบบขอมูล เรื่อง องคประกอบ โปรแกรมจะประกอบไปดว ยแถบคาํ สงั่ ตางๆ ดังน้ี โปรแกรมประมวลคํา ลงในโปรแกรมไมโครซอฟตเวริ ด • หนาแรก (Home) เปนแถบคําสั่งเก่ียวกับการเลือกลักษณะ รูปแบบ 3. สมาชิกในกลุมรวมกันระดมความคิดเห็นและชวยคนหาขอมูล และขนาดของตวั อกั ษร ลกั ษณะของการจดั วางขอ ความ เครอ่ื งมอื คน หา และการทาํ งานกับขอมูลทคี่ ดั ลอกไว จากแหลง ขอ มลู เชน อนิ เทอรเนต็ หนังสือเรียน 4. จัดเตรียมขอมูลเพ่ือนําเสนอตามรูปแบบท่ีนักเรียนคิดวา • แทรก (Insert) เปน แถบคําสั่งทเ่ี กีย่ วกบั การแทรกรูปภาพ รปู ราง ตาราง ขอความ และสญั ลักษณตางๆ ตามความตองการ นาสนใจอยา งอสิ ระ 5. ออกมานาํ เสนอผลงานหนา ชน้ั เรยี น โดยใชว ธิ กี ารสอื่ สารทท่ี าํ ให • เคาโครงหนากระดาษ (Page Layout) เปนแถบคําส่ังท่ีเกี่ยวกับการ ตั้งคาตางๆ ของหนากระดาษ ผอู ่ืนเขา ใจไดงาย • อางอิง (References) เปนแถบคําสั่งเก่ียวกับเคร่ืองมือในการสราง สว นประกอบของเอกสารเพ่ิมเติม T137
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน 5 การสงจดหมาย (Mailings) ค�าสงั่ เก่ยี วกับการสร้างจดหมาย 10. ครูทบทวนเนื้อหา เร่ือง องคประกอบและ และ การเขยี นและแทรกเขตขอ้ มูลในจดหมาย แถบคาํ สง่ั ของโปรแกรมประมวลคาํ โดยอาจ ยกเปนสัญลักษณภาพเมนูตางๆ แลวให ภาพท่ี 4.7 แถบคําสั่งการสง จดหมาย นกั เรยี นตอบคาํ ถามวา สญั ลกั ษณน มี้ ชี อื่ เมนู วา อะไร เพอ่ื ทบทวนเนือ้ หาท่เี รยี นมา 6 ตรวจทาน (Review) ค�าสง่ั เกยี่ วกบั การตรวจทานเอกสาร 11. ครูอาจแนะนําใหนักเรียนรูจักโปรแกรม เชน่ การพิสจู นอ์ ักษร การแทรกข้อคดิ เห็นบนเอกสาร การ ประมวลคํา โดยอธิบายใหนักเรียนทราบวา เปรียบเทียบเอกสาร โปรแกรมประมวลคาํ เหมาะสาํ หรบั ใชใ นการ จัดการกับเอกสารตางๆ ซ่ึงสามารถแกไข ขอ ความ และตกแตงเอกสารใหดสู วยงาม ภาพที่ 4.8 แถบคําส่งั การตรวจทาน 7 มมุ มอง (View) คา� ส่งั เกยี่ วกับการเลือกมมุ มองในการทา� งาน เช่น การย่อเอกสาร การขยายเอกสาร แสดงส่วนประกอบ หนา้ ต่างโปรแกรม ภาพที่ 4.9 แถบคาํ ส่ังมุมมอง สาํ หรับในระดบั ชน้ั น้ี เพื่อน ๆ จะไดเรียนรู เก่ียวกับการสรา งความนา สนใจใหเ อกสารนะคะ 88 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 88 เกร็ดแนะครู กิจกรรม ทา ทาย ครอู ธบิ าย เรอื่ ง แถบคาํ สง่ั โปรแกรมประมวลคาํ ใหน กั เรยี นฟง ตอ จากหนา ท่ี ครูใหนักเรียนเขียนบทความ เร่ือง มลพิษของฝุน PM 2.5 แลววา สงผลกระทบอยางไรกับการใชชีวิตประจําวัน ลงในโปรแกรม ไมโครซอฟตเ วริ ด โดยใหส ืบคน ขอมลู ท่ีเกย่ี วของจากอินเทอรเนต็ • แถบคําส่ังการสงจดหมาย (Mailings) เปน แถบคาํ ส่งั ท่ีเก่ียวกับการสราง หนงั สอื เรียน หรือแหลงขอ มลู อนื่ ๆ และแทรกรูปภาพทีเ่ กี่ยวของ จดหมาย พรอมตกแตง ชนิ้ งานใหส วยงาม จากน้ันครสู ุมนกั เรียนออกมานาํ เสนอขอมูลหนาชั้นเรียน โดยใชวิธีการสื่อสารท่ีทําใหผูอ่ืนเขาใจ • แถบคําสั่งตรวจทาน (Review) เปนแถบคําสั่งที่เก่ียวกับการตรวจทาน ไดง าย เอกสารตางๆ เชน การพสิ จู นอ ักษร • แถบคาํ สงั่ มุมมอง (View) เปน แถบคาํ ส่งั ทใี่ ชเ ลอื กมุมมองในการทาํ งาน เชน การยอ ขนาดของเอกสาร การขยายขนาดของเอกสาร เมอื่ ครอู ธบิ ายแถบคาํ สง่ั ทงั้ หมดใหน กั เรยี นฟง ครอู าจสมุ นกั เรยี นใหอ ธบิ าย ลักษณะเดนของแตละแถบคําส่ังวามีลักษณะการใชงานอยางไรจากนั้นครู และนักเรียนรวมกันสรุปความรู เร่ือง องคประกอบและแถบคําสั่งโปรแกรม ประมวลคาํ T138
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 3) การปรับแตงขอความในเอกสารใหนาสนใจ สามารถ ขนั้ สอน ทา� ไดห้ ลายวิธี ดังนี้ 12. ครอู ธบิ ายเนอื้ หา เรอื่ ง การปรบั แตง ขอ ความ การเนน ขอ ความดว ยไฮไลท เปน็ การทา� แถบส ี เพอื่ เนน้ ในเอกสารใหนาสนใจ ซ่ึงสามารถทําได ความส�าคญั ของขอ้ ความ มขี ั้นตอนการทา� ดงั น้ี หลายวิธี ดังน้ี การเนนขอความดวยไฮไลต การทําตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมี 1. ค ลิกเครื่องมือไฮไลท ์ ขนาดใหญ และคลิกเลือกสี 13. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรมโดยการออกแบบ 2. เมาสพ์ อยนเ์ ตอรจ์ ะ ตัวหนังสือบนกลองนมใหมีความนาสนใจ เปล่ียนรูปร่างเป็น สามารถใชว ธิ จี ากหนงั สอื เรยี นในการตกแตง ปากกา แล้วน�าไป ใหออกมามีจุดเดนและมีความนาสนใจได คลิกเลือกข้อความ จากนนั้ ครสู มุ ผลงานของนกั เรยี นภายในหอ ง ทตี่ อ้ งการเน้น 5 อนั ดบั ขน้ึ มาแสดงบนหนา จอคอมพวิ เตอร ใหเพื่อนในหอ งดู ภาพท่ี 4.10 การเนนขอ ความดว ยไฮไลท การทาํ ตัวอักษรตัวแรกของยอหนาใหมขี นาดใหญ มขี น้ั ตอนการท�า ดังนี้ 1. เลือกข้อมลู ท่ีต้องการทา� 2. คลกิ เลือก Drop Cap ตวั อกั ษรตวั แรกใหใ้ หญแ่ ลว้ คลกิ 3. คลกิ เลอื กตวั เลอื กตวั อกั ษร Insert ทีแ่ ถบเครื่องมอื ขน้ึ ตน้ ขนาดใหญ่จะปรากฏ ผลลพั ธ์ ดังภาพ ภาพท่ี 4.11 การทําตวั อกั ษรตวั แรกของยอ หนาใหม ขี นาดใหญ 89 ภาพจาก หนังสอื เรยี น หนา 89 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู การจัดการเก่ียวกับรูปแบบของตัวอักษรโดยเปล่ียนตัวอักษร ครอู ธบิ ายเรอื่ ง การปรบั แตง ขอ ความในเอกสารใหน า สนใจ วา สามารถทาํ ได จากคําสั่ง WordArt ตอ งใชเมนใู ด หลายวธิ ี เชน การเนน ขอความดวยไฮไลต การทําตวั อักษรตัวแรกของยอ หนา ใหม ขี นาดใหญ เพอื่ ใหผ ทู เ่ี ขา มาศกึ ษาเกดิ ความสะดดุ ตากบั ขอ ความนนั้ ๆ จากนน้ั 1. แทรก > WordArt ครใู หน กั เรยี นลองออกแบบขอ ความโดยการปรบั แตง ขอ ความใหม คี วามนา สนใจ 2. อา งองิ > WordArt และสมุ ผลงานของนกั เรียนที่เสรจ็ แลวออกมานําเสนอหนา ช้ันเรยี น 3. หนาแรก > WordArt 4. เคา โครงหนากระดาษ > WordArt (วิเคราะหคาํ ตอบ การจัดการเก่ียวกับรูปแบบของตัวอักษรโดย เปลี่ยนตัวอักษรจากคําสั่ง WordArt ตองใชเมนูแทรกแลวเลือก คําวา WordArt ดังน้ัน ตอบขอ 1.) T139
นา� สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 4) การใชเ ครอื่ งมอื วาดรปู ชว่ ยใหง้ านเอกสารนา่ สนใจมาก ยิ่งขึน้ สามารถทา� ได ้ ดงั น้ี 14. ครูอธิบาย เร่ือง การใชเคร่ืองมือวาดรูป ใหนักเรียนฟงวา สามารถทํางานวาดภาพ การใชค าํ สง่ั กลมุ รปู รา งอตั โนมตั ิ ใหค้ ลกิ แทรกและเลอื ก ไดหลากหลายตามที่ตองการ โดยอาจเลือก รูปร่าง จะมรี ายละเอยี ด ดงั นี้ รูปแบบของรูปรางตางๆ มาใชเพ่ือสราง สิ่งของ สถานที่ แผนผัง แผนภาพ ตามท่ี กลมุ รปู รา งทใ่ี ชล า สดุ (Recently Used Shapes) กลุมเสน (Lines) เป็นการใช้เส้น ตองการได เปน็ รูปร่างหรือเสน้ แบบตา่ ง ๆ ท่ีเพงิ่ ใช้งาน ตา่ ง ๆ สา� หรบั การวาดภาพทเี่ ฉพาะ เจาะจง 15. ครูใหนักเรียนใชคําส่ังกลุมรูปรางอัตโนมัติ สรา งออกมาเปน แผนผงั ครอบครวั ของตนเอง กลุมรูปรางสี่เหลี่ยม สามารถออกแบบอยางไรก็ไดตามท่ีตองการ (Rectangles) และ และใสสีหรือตกแตงใหสวยงาม เม่ือทุกคน กลุมรูปรางพ้ืนฐาน ทําชิ้นงานเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนออกมา (Besic Shapes) อธิบายข้นั ตอนในการสรา งชิ้นงาน เราอาจใช้แทนกล่อง ขอ้ ความตา่ ง ๆ หรอื ใส่ ภาพที่ต้องการลงไป ในรปู กลมุ ลกู ศรแบบบลอ็ ก (Block Arrows) เปน็ การแสดงทศิ ทาง แบบมคี วามกวา้ ง ภาพที่ 4.12 การใชคําสัง่ กลุม รปู รางอตั โนมัติ กลมุ แผนผงั ลาํ ดบั งาน (Flowchart) เป็น 90 รปู รา่ งทเี่ หมาะในการ เลือกจัดท�าแผนผัง ตา่ ง ๆ กลมุ ดาวและแบนเนอร (Stars and Banners) เหมาะในการน�าเสนอ ขอ้ ความประชาสมั พนั ธ์ กลมุ คําบรรยายภาพ (Callouts) เป็นการ ใ ช ้ สั ญ ลั ก ษ ณ ์ ข อ ง การสนทนา ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 90 เกร็ดแนะครู กิจกรรม ทา ทาย ครูอธิบาย เรื่อง การใชเคร่ืองมือวาดรูป ซ่ึงเปนการชวยใหงานนาสนใจ ครูแบงนักเรียนเปน 3 กลุม และกําหนดชิ้นงานใหกลุมละ มากยิ่งข้ึน หลังจากน้ันครูใหนักเรียนวาดภาพจากโปรแกรมไมโครซอฟตเวิรด 1 ขอ ตามน้ี โดยใหนักเรียนวาดรูปสัตวที่ชอบจากเมนูรูปรางและลงสีใหสวยงาม แลวเขียน อธิบายลักษณะเดนของสัตวเหลานั้นวามีลักษณะอยางไร เมื่อนักเรียนทุกคน กลมุ ท่ี 1 การเขียนผังงาน ทาํ เสรจ็ แลว ครสู มุ นกั เรยี นออกมาอธบิ ายรปู สตั วท น่ี กั เรยี นวาด พรอ มกบั อธบิ าย กลุมที่ 2 การทําโจทยปญ หา เร่ือง รูปเรขาคณติ ขนั้ ตอนในการทาํ ชิ้นงานนี้หนาชนั้ เรยี น กลุมท่ี 3 การทํานทิ าน หลังจากน้ันใหแตละกลุมชวยกันสรุปแลวออกมานําเสนอ หนาชั้นเรียนวา การสรางชิ้นงานของกลุมจะตองใชเคร่ืองมือ วาดรปู กลมุ ใดบา ง พรอ มยกตวั อยางประกอบ T140
นา� สอน สรปุ ประเมนิ 5) การแทรกรปู ภาพ ชว่ ยใหเ้ อกสารมคี วามนา่ สนใจ และ ขนั้ สอน สวยงามมากขนึ้ สามารถท�าได้ ดงั นี้ 16. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การแทรกรปู ภาพ ใหน กั เรยี น การแทรกรูปภาพโดยใชแถบเคร่ืองมอื แทรกรปู ภาพ ฟง วา มขี ัน้ ตอนในการแทรกรูปภาพอยา งไร เราสามารถแทรกรูปภาพ โดยใช้แถบเคร่ืองมือ ซึง่ ขั้นตอนในการแทรกรูปภาพ มดี งั น้ี คลิก แทรกรปู ภาพได้ ดังน้ี ที่เมนูแทรกและเลือกรูปภาพจากโฟลเดอร ทตี่ องการเพอ่ื นาํ ไปวางลงบนโปรแกรม เมื่อ 1. คลกิ ที่แทรก (Insert) เลือก คลิกเลือกภาพที่ตองการแลวใหคลิกท่ีปุม รูปภาพ แทรกจะสามารถเพิ่มรูปภาพที่ตองการเขา มาอยใู นโปรแกรมได 2. จะปรากฏหนา้ ตา่ งโฟลเดอร์ ต่าง ๆ เช่น โฟลเดอร์งาน 17. ครูใหนักเรียนลองแทรกรูปภาพสัตวเล้ียง โฟล์เดอร์รูปภาพ มาให้ ท่ีตนเองชื่นชอบลงในโปรแกรมไมโครซอฟต นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก เวิรด และเขียนคําบรรยายใตรูปภาพวา รูปภาพที่ต้องการ และ สตั วช นดิ นม้ี ชี อื่ วา อะไร มลี กั ษณะเดน อยา งไร น�าไปวางลงในโปรแกรม ภาพท่ี 4.13 การคลกิ เลือกภาพที่ตอ งการ 3. คลิกเลือกภาพทตี่ ้องการ 4. ค ลิกที่ปุมแทรก (Insert) เพื่อเลอื กภาพท่ตี ้องการ 5. ส ามารถเพ่ิมรูปภาพท่ีเรา ตอ้ งการมาใสใ่ นโปรแกรมได้ ภาพท่ี 4.14 การแทรกรูปภาพโดยการใชแถบเครือ่ งมือแทรกรูปภาพ 91 ภาพจาก หนังสือเรียน หนา 91 ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู การแทรกรปู ภาพลงในเนื้อหาตา งๆ มีประโยชนอ ยางไร ครูอธิบาย เร่ือง การแทรกรูปภาพใหนักเรียนฟงเปนขั้นตอน จากน้ัน 1. เพอ่ื ความสวยงาม ใหนักเรียนลองทํากิจกรรม โดยครูกําหนดเร่ืองราวเพื่อใหนักเรียนแทรก 2. เพื่อใหเ อกสารดูแปลกตา ภาพตางๆ ใหเปนเร่ืองราว พรอมเขียนสถานการณใหมีความสอดคลองกับ 3. เพือ่ ลดขอ ความในเอกสาร รูปภาพน้ัน เม่ือทําเสร็จแลวใหนําผลงานออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน โดยครู 4. เพื่อใหเขาใจเนื้อหาในเอกสารมากขึน้ กําหนดเรอ่ื งราวใหน ักเรียนเลือก ดังนี้ (วเิ คราะหค าํ ตอบ การแทรกรูปภาพลงไปในเน้ือหาหรือขอมูล • บานของฉัน ท่ีตองการทําใหขอมูลนั้นมีความสมบูรณมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก • สัตวเ ลยี้ งที่ชอบ ทําใหผูอานสามารถเรียนรูและเขาใจเนื้อหาจากขอความมองเห็น • สถานทท่ี อ งเท่ียว เปนภาพไดมากข้ึน เกิดการวิเคราะหขอมูลตางๆ ใหออกมา • โรงเรียนนา อยู เปนภาพได ดงั นน้ั ตอบขอ 4.) T141
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202