๑๓๖ ขอ้ มูลทจี่ ำเปน็ สำหรบั ใช้เป็นแนวทางในการวินจิ ฉยั อนามัยชมุ ชน ควรประกอบดว้ ย ๘.๓.๕.๑ องค์ประกอบของชุมชนท่เี กี่ยวข้องกบั อนามัยและการสาธารณสุขโดยตรง ๑) สถานภาพของอนามยั ชุมชน ก. ดชั นีที่แสดงถึงสถานภาพอนามัยชมุ ชนของชุมชน เชน่ - อตั ราตาย – สาเหตุ ตามอายุ เพศ และเชือ้ ชาติ - อตั ราปว่ ย – การเกดิ โรค การปว่ ยของโรคทร่ี นุ แรง รวดเรว็ เรือ้ รัง และ ความพิการ (ข้อมูลนจ้ี ะไดจ้ ากการสำรวจ การคำนวณจากข้อมลู ของท้องถิ่น หรอื รายงานโรคอื่นๆ) ข. ดัชนีแสดงถึงเครื่องอำนวยความสะดวกในดา้ นส่ิงแวดลอ้ มที่เกี่ยวข้อง - กบั สขุ ภาพนำ้ ด่มื – น้ำใช้ การระบายนำ้ - การกำจดั อจุ จาระ การควบคุมแมลงและสัตวน์ ำโรค - อาหาร - บ้านเรอื น โรงเรียน สถาบันตา่ งๆ - การกำจดั ขยะมลู ฝอย - ดัชนคี วามจำเปน็ พน้ื ฐาน (จปฐ.) ของหมู่บ้าน และอื่นๆ ๒) เจ้าหนา้ ทอ่ี นามยั ประเภท จำนวน ทำงานอิสระ/ราชการ สดั สว่ นตอ่ ประชากร สถาบนั การศกึ ษา / การอบรมวิชาชีพ จำนวนนักศกึ ษา ๓) ส่งิ อำนวยความสะดวกในด้านอนามยั - โรงพยาบาล คลินิก จำนวนเตียง อตั ราคา่ บรกิ าร อุปกรณ์ - สถานที่สำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว เช่น สถานที่พักฟืน้ จำนวน ชนิด อุปกรณ์ จำนวน เจา้ หน้าที่ การใช้ ราคา - เคร่อื งอำนวยความสะดวกอืน่ ๆ ๔) องคก์ ารและโครงการอนามยั - องค์การ / โครงการของรัฐ เช่น สำนักงานสาธารณสุข สถานีอนามัย ศูนย์วิชาการต่างๆ โปรแกรม กจิ กรรมที่จัด - สถานบริการสขุ ภาพอ่นื ๆ เช่น กาชาด มลู นิธิตา่ งๆ - องคก์ ารอาสาสมคั ร จำนวน ชนิด โครงสรา้ ง กจิ กรรม - โครงการอ่นื ๆ เชน่ โครงการอาชีวอนามยั ๘.๓.๕.๒ องค์ประกอบทม่ี ีสว่ นเกยี่ วขอ้ งกับอนามยั ชมุ ชน โดยทางออ้ ม ได้แกข่ อ้ มูลดังน้ี ๑) พ้ืนฐานและความเป็นมาของชมุ ชน - ประวัตขิ องท้องถิ่น - อากาศ และภูมิประเทศ - การเดนิ ทาง พาหนะ คูม่ ือการฝกึ ปฏิบัตโิ ครงการฝกึ ปฏิบตั ิงานภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๓๗ - ภาวะส่ิงแวดล้อมในชุมชน ๒) ประชากรในชุมชน - จำนวนประชากรท้งั หมด อายุ เพศ เช้ือชาติ - ลกั ษณะอืน่ ๆ ของประชากร เช่น สถติ ชิ ีพต่างๆ การกระจาย ๓) การตดิ ตอ่ สือ่ สารและการคมนาคม - หนงั สือพมิ พ์ - วทิ ยุ โทรทศั น์ - หอกระจายข่าว และวิธีการสอื่ สารอน่ื ๆ - ถนน ทางรถไฟ ๔) เศรษฐกิจของชุมชน - โครงสรา้ งทางเศรษฐกิจของชุมชน - อาชีพของประชาชน รายได้ - ดัชนีแสดงสถานภาพทางเศรษฐกิจ ๕) การปกครอง กฎหมาย - การปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ โครงสรา้ งการบรหิ ารและหนา้ ท่ี - เจา้ หนา้ ท่ี - งบประมาณ และการเก็บภาษีอากร - การเลือกตั้ง - อาชญากรรมและการใชก้ ฎหมาย และบรรทัดฐานทางสงั คม ๖) การวางแผนงานของชุมชน - ชนิดของแผนงาน - คณะกรรมการวางแผนงานและวิธีวางแผน - การวางแผนร่วมกับบุคคลอื่น ๗) บ้านเรือน - สภาพการตง้ั บ้านเรอื น - สภาพบ้านและบริเวณ ๘) การศกึ ษา - โครงสร้างการบริหาร จำนวนครู นกั เรียน - การสอนและการร่วมมือของครู นักเรียน - บรกิ ารพเิ ศษ การศึกษาผู้ใหญห่ รอื นอกระบบ - ห้องสมดุ /ทอ่ี า่ นหนังสอื และพิพิธภณั ฑ์ ๙) การสันทนาการ แบบตา่ งๆ สาธารณะ กลุ่มบคุ คล - การสันทนาการแบบการค้า คู่มือการฝึกปฏบิ ัตโิ ครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชพี ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๓๘ - กจิ กรรมท่เี กยี่ วข้องกับวัด หรือศาสนกจิ อืน่ ๆ ๑๐) กจิ กรรมทางศาสนา - จำนวน ชนิดของวัด พระภิกษุ - กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับวัด หรอื ศาสนกิจอ่นื ๆ ๑๑) กิจกรรมทางดา้ นสวัสดิการ - การประกนั สงั คม - สถานสงเคราะห์ ๑๒) สมาคมและองค์กรอ่ืนๆ ท้ังประเภท และกิจกรรม ๑๓) การก่อตั้งองคก์ รของชุมชน - องค์การ หนา้ ท่ี ๑๔) โครงสร้างทางสังคม วฒั นธรรม - ประเพณี ความเชือ่ คา่ นิยม บทบาทต่อภาวะสุขภาพและการเจ็บป่วย - แนวความคดิ เกี่ยวกับการอนามัย – การเจ็บปว่ ย และการรกั ษาพยาบาล ๑๕) สง่ิ แวดล้อมทางสงั คม - ความผกู พันทางสงั คม - การจัดระเบียบสังคม คุณภาพของการจดั ระเบียบสังคม - ชนกลุ่มย่อย / ชนกลุม่ น้อยในสังคม ๘.๓.๕.๓ หลกั และขอ้ คำนึงในการรวบรวมข้อมลู ๑) ควรกำหนดวตั ถุประสงคข์ องการศึกษาข้อมลู ใหแ้ จ่มชัด ๒) พิจารณาดูว่าในวัตถุประสงค์แต่ละข้อ จะต้องใช้ข้อมูลชนิดใดมาเป็นหลักในการ วเิ คราะห์ และจะได้ข้อมูลเหลา่ น้ันมาจากทใี่ ด ๓) ข้อมูลแตล่ ะชนิดท่ีต้องการเน้นจะใชเ้ ครื่องมือชนิดใดเปน็ หลักในการรวบรวมเพ่ือให้ได้ ขอ้ มูลครบถว้ น สอดคลอ้ งกับกำลังงาน เวลาและงบประมาณ ซงึ่ จะตอ้ งพจิ ารณาดงั น้ี ๑. วิธีการนั้นจะตอ้ งแมน่ ยำ เทยี่ งตรง สามารถวัดในสิง่ ท่ีตอ้ งการวดั ได้ ๒. วิธกี ารนน้ั ทกุ คนใช้แล้วจะไดผ้ ลเหมือนกันคือ มีลกั ษณะเป็นปรนัย ๓. วิธกี ารน้ันจะต้องมลี กั ษณะเฉพาะเจาะจง ชี้ให้เห็นสถานการณ์ได้ ๔) ตอ้ งคำนงึ ถึงวิธีการรวบรวมข้อมูลนนั้ เชน่ ขั้นตอนในการดำเนินงาน ๕) ข้อมูลที่รวบรวมมานั้นควรเปลี่ยนเป็นตัวเลขได้ เพราะข้อมูลที่เป็นตัวเลขสามารถ จัดทำเปน็ หมวดหมู่ วิเคราะห์ได้ง่ายกวา่ ขอ้ มลู ทเี่ ป็นข้อความ ๘.๓.๕.๔ การจดั การขอ้ มูล ข้อมูลที่รวบรวมได้จะต้องมีการจัดการอย่างมีระบบ เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา การอ้างอิงในการ ค้นคว้าหาความจริงตา่ งๆ การจดั การขอ้ มูลประกอบด้วย ๑) การวิเคราะหข์ ้อมลู (Analysis of data) คู่มอื การฝกึ ปฏบิ ัติโครงการฝกึ ปฏบิ ัติงานภาคสนามชุดวชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๓๙ ๒)การแปลผล (Interpretation) ๓)การสรุปผล (Conclusion) ๔)การนำเสนอขอ้ มลู (Presentation of data) ๑) การวิเคราะหข์ อ้ มลู (Analysis of data) หมายถึง การนำขอ้ มูลหรอื ตัวเลขที่รวบรวมได้มาจัดให้ เป็นระเบียบ แล้วทำการคำนวณหาค่าต่างๆ ตามหลักสถิติเพื่อพิจารณาความหมาย ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินงาน ดังนี้ ๑. ตรวจสอบความสมบรู ณ์ของข้อมลู ทกุ ชดุ จากเคร่อื งมือที่รวบรวมมา ๒. จดั หรือแยกขอ้ มลู ใหเ้ ป็นหมวดหมสู่ อดคล้องกับความมงุ่ หมายของการศกึ ษานนั้ เช่น - หมวดประชากร จำแนกตามจำนวน เพศ อายุ - หมวดสุขภาพ เชน่ อตั ราป่วย อัตราเกิด อตั ราตาย สภาวะโภชนาการ ฯลฯ - หมวดอนามยั ส่ิงแวดล้อม เชน่ จำนวนสว้ ม น้ำดื่มนำ้ ใช้ การกำจัดขยะมูลฝอย ฯลฯ - หมวดความรู้ เจตคติ และการปฏบิ ัตติ นในเรอื่ งสุขภาพ ๓. แจกแจงข้อมูลออกเป็นกลุ่มตัวแปรอิสระที่จะศึกษา ทำได้ง่ายๆ โดยการขีดนับลงใน ตารางวิเคราะห์ที่เตรียมไว้ หรือถ้าข้อมลู มจี ำนวนมากอาจใช้เครื่องสมองกล ๔. วเิ คราะห์และเสนอข้อมูลเปน็ ตอนๆ ไปใหค้ รอบคลุมวตั ถุประสงคท์ ่ตี ง้ั ไว้ ๕. คำนวณค่าสถิติของข้อมูลเพื่อสะดวกในการแปลผลและนำเสนอต่อไป ค่าสถิติท่ี นยิ มใช้ ได้แก่ - การแจกแจงความถ่ี - การหาคุณสมบตั ทิ ่ีเป็นตวั แทนเชน่ ค่าเฉลยี่ มัธยฐาน ฐานนิยม - การหาคา่ ความเบยี่ งเบนมาตรฐาน - การหาความสมั พนั ธ์ - การทดสอบความแตกตา่ งของค่าสถติ ติ า่ งๆ ๖. นำเสนอผลการวิเคราะห์ที่ไดใ้ ห้ชดั เจน เข้าใจง่าย นยิ มเสนอในรปู แบบตาราง บทความ ก่งึ ตาราง หรอื ภาพ ๒) การแปลผล (Interpretation) หมายถึง การลงความเหน็ หรือการตัดสินใจเกยี่ วกบั ขอ้ มลู ที่ได้มา ซง่ึ นบั เป็นงานทส่ี ำคญั ท่ีสดุ สำหรับงานสถติ ิ จะต้องพิจารณาถึง ๑. ตัวเลขหรือค่าสถติ ิต่างๆ นนั้ แสดงถึงอะไร มีความหมายอยา่ งไร ๒. แปลผลวิเคราะหน์ ้ันให้แจม่ ชัด เขา้ ใจง่าย ๓. แปลผลให้อยูใ่ นขอบเขตของขอ้ มลู และความมุ่งหมาย ๔. ผลทไ่ี ด้มาเกย่ี วข้องกบั ส่ิงใด ๓) การสรุปผล (Conclusion) เป็นการสรุปที่ได้จาการวิเคราะห์ข้อมูล การคำนวณค่าสถิติโดย พิจารณาจากเหตุผลตา่ งๆ ประกอบด้วย จะตอ้ งคำนึงถึง คู่มือการฝึกปฏบิ ัตโิ ครงการฝึกปฏิบัติงานภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๐ ๑. การสรุปอยา่ งสมเหตุสมผล อยา่ สรุปเรว็ เกนิ ไปหรอื งา่ ยเกินไปโดยปราศจากหลักฐาน ๒. สรุปจากผลทไ่ี ด้ของข้อมูลภายในขอบเขตของการศึกษาเร่ืองนั้น ๓. แยกความคิดเหน็ ส่วนตวั ออกจากากรสรุปผลนน้ั ๔) การนำเสนอขอ้ มลู (Presentation of data) หมายถึง การนำเอาข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการรวบรวมมา แสดง เพ่อื ให้เหน็ และเข้าใจไดง้ า่ ย การนำเสนอขอ้ มลู มีดังนี้ ๑. การนำเสนอในรูปบทความ เป็นการนำเสนอธรรมดาและง่ายที่สุด มีลักษณะเป็น บทความส้นั ๆ ปนไปกับตัวเลข เหมาะสำหรับข้อมูลท่มี รี ายการจำนวนน้อย ๒. การนำเสนอในลักษณะกึ่งบทความกึ่งตาราง เป็นการเสนอด้วยบทความกับตัวเลขที่ จัดเปน็ หมวดหมู่ มจี ำนวนไม่มากนัก และไม่ตอ้ งทำเปน็ ตาราง ๓. การนำเสนอในรปู ตาราง เปน็ การนำข้อมูลทม่ี ีหลายๆ รายการมาแสดงไว้ใหเ้ ป็นตาราง ตามแนวนอน เพื่อความเปน็ ระเบียบ สนั้ กะทัดรดั ดูเข้าใจงา่ ย และสะดวกในการเปรยี บเทยี บ ๔. การนำเสนอในรูปภาพ และแผนภูมิ เป็นวิธีทีแสดงปริมาณ หรือความสัมพันธ์ร่วมกัน ของขอ้ มลู เพอื่ จงู ใจให้ผ้อู า่ นสนใจ และเห็นสง่ิ ต้องการเสนอไดม้ ากและรวดเร็ว มวี ธิ ีการหลายแบบ เช่น - กราฟเสน้ - แผนภมู แิ ทง่ แผนภมู กิ ง แผนภูมภิ าพ - แผนภมู ิแยกส่วนประกอบ - รูปภาพ รูปเจดีย์ ฯลฯ ๘.๔ การระบุปัญหาอนามยั ชุมชน เมื่อเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และทำการวเิ คราะห์เรียบร้อยแลว้ ต้องนำผลการวิเคราะห์นั้นมาพจิ ารณาว่าส่ิงใดเป็น ปญั หาท่ีจะต้องแกไ้ ข ดงั นั้นจึงจำเปน็ ต้องมกี าระบุปัญหาอนามยั ชมุ ชน ปัญหา คือส่งิ ทีค่ าดหวงั แล้วไมเ่ ป็นไปตามความคาดหวงั ก่อใหเ้ กิดภาวะคบั ขอ้ งใจและวติ กกังวล ปัญหา = (สงิ่ ทีค่ วรจะเป็น – สงิ่ ทเ่ี ป็นอย)ู่ x ความวติ กกังวลหรือความร้สู กึ ทต่ี ้องการแกไ้ ข ปัญหาสาธารณสุข หมายถึง สิ่งที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม อาจเป็นที่มองเห็นชัดเจน เช่น การเจ็บป่วย หรือสิ่งที่มีผลทางอ้อม เช่น ภาวะทุพโภชนาการทำให้มีภูมิต้านทานน้อย เป็นผลให้เจบ็ ป่วยได้งา่ ย หรือสถานบริการสาธารณสขุ ไม่เพยี งพอ ทำใหป้ ระชาชนไมส่ ามารถรับบรกิ ารด้านสุขภาพได้ ๘.๔.๑ การวินิจฉัยชุมชน เป็นการประเมินสถานการณ์ด้านอนามัยของชุมชน ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบ หนึง่ ของสถานการณท์ างสังคม ดงั นั้นการระบุปัญหาอนามยั จึงมีลกั ษณะดังน้ี ๘.๔.๑.๑ ปัญหาเกยี่ วกบั โรค (Disease) ที่เป็นสาเหตุของการเจบ็ ป่วย ความพิการ การตาย ๘.๔.๑.๒ ปัญหาเกี่ยวกับภาวะที่เป็นอันตรายตอ่ สุขภาพ (Health risk condition) เช่น พฤตกิ รรม อนามยั การสขุ าภบิ าลส่งิ แวดล้อม ฯลฯ ๘.๔.๑.๓ ปญั หาเกีย่ วกบั การบรหิ ารงานและการบรกิ ารสาธารณสุข เชน่ ความพอใจของประชาชน ตอ่ สถานบรกิ าร คู่มอื การฝึกปฏิบัตโิ ครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๔๑ ๘.๔.๒ องคป์ ระกอบที่ใชเ้ ป็นแนวทางในการวินจิ ฉัยชุมชน การวนิ จิ ฉัยชมุ ชนควรจะพิจารณาถงึ สิ่งต่อไปน้ี ๘.๔.๒.๑ สภาวะอนามัยชุมชน (The health status of the community) ซึ่งจะได้จากการ ประเมินปัจจัย ๒ ประการคอื ๑) ปัจจัยด้านประชากร ควรศึกษาเกีย่ วกับ ๑. ลักษณะประชากรได้แก่ อายุ เพศ เช้ือชาติ ศาสนา อาชีพ ฯลฯ การกระจายและการขยายตวั ของประชากร การเคลอ่ื นยา้ ย ตลอดจนความสัมพนั ธร์ ะหว่าง อัตราเกดิ อตั ราตาย ๒. รูปแบบของการเกิดโรคจากบุคคล และสภาวะทางสังคมที่อาจเป็นปัจจัยทำ ให้เกิดโรค เช่น อาชีพ การปฏิบัติในดา้ นความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ขนบธรรมเนียม ประเพณี ฯลฯ ๓. แนวโน้มเกี่ยวกับการตายในชุมชน ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมอนามยั ความพร้อมของสถานบริการ ตลอดจนแสดงให้เห็นว่าชุมชนนั้นมีโครงสร้างทางสังคมเป็น อย่างไร ๔. การเฝา้ ระวงั โรค ในชมุ ชนมหี รือไม่ มีอย่างไร ๕. แบบแผนการใช้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข เช่น ความนิยมใช้ บริการสาธารณสุขของรัฐ การปฏิบัติตนเมื่อเจ็บป่วย การซื้อยารับประทานเอง การใช้ยา แก้ปวด การคลอด ฯลฯ ๒) ปัจจัยด้านส่ิงแวดลอ้ ม ๑. สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ๒. สงิ่ แวดล้อมทางชีวภาพ ๓. สิง่ แวดลอ้ มทางเศรษฐกจิ และสังคม ๔. สิ่งแวดลอ้ มทางเคมี ๘.๔.๒.๒ ความสามารถของชุมชนในด้านอนามัย (The health capacity of the community) พิจารณาจากความสามารถของชุมชนในการจัดการกับปัญหาสุขภาพและความต้องการด้านอนามัยของตนเอง เช่น การนำเอาทรัพยากรท่ีมอี ยู่มาใช้ ฐานะเศรษฐกจิ ของชมุ ชน วดั ไดจ้ ากรายไดเ้ ฉลย่ี ของครอบครัว อัตราการมงี านทำ ระดบั การศึกษาของประชาชน การศึกษาจะชว่ ยให้บคุ คลมีความสามารถที่จะเผชิญปญั หาตา่ งๆ ไดด้ ี แหล่งประโยชน์หรือทรัพยากรของชมุ ชน อาจเป็นบุคคล หน่วยงาน หรือสถาบันทั้งที่อยู่ในวิชาชพี เดียวกัน หรอื วชิ าชีพขา้ งเคยี ง หรือต่างวิชาชพี สภาพการคมนาคมและการส่อื สารของชมุ ชน ๘.๔.๒.๓ ศักยภาพในการดำเนินงานอนามัยของชุมชน (The health action potentialies of the community) ชุมชนแต่ละแห่งย่อมมีแบบแผนการดำเนินงานอนามัยแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ คมู่ อื การฝกึ ปฏบิ ัตโิ ครงการฝกึ ปฏบิ ัตงิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๒ บุคลากรเมื่อเปรียบเทียบกับงานด้านอื่นๆ นโยบายและแผนงาน ตลอดจนพฤติกรรมด้านต่างๆ ของกลุ่มชนใน ชมุ ชนนน้ั ๆ แบบแผนความคิดและพฤติกรรมของแต่ละชุมชน มีผลต่อการวินิจฉัยชุมชนมาก เพราะจะเป็น ดรรชนีบอกให้ทราบถึงวิถีทางที่ชุมชนจะเลอื กปฏิบัติด้านอนามัย การประเมินแบบแผนความคิดและพฤติกรรมของ ชมุ ชน อาจทำไดโ้ ดยประเมนิ ทศั นคตขิ องประชาชนตอ่ สขุ ภาพของเขา นอกจากนี้สิ่งที่เกี่ยวข้องกับศักยภาพของชุมชน ได้แก่ นโยบายและแผนงานของหน่วยงานซึ่ง เก่ยี วข้องกับการเมอื งอีกด้วย ปัญหาอปุ สรรคทเี กดิ เน่ืองจากธรรมชาติ เช่น บางชมุ ชนตอ้ งประสบปัญหาอุทกภยั วาตภยั จะทำให้ ศักยภาพของชุมชนในด้านอนามัยลดน้อยลง เพราะว่าประชาชนไม่มีเวลาคิด หรือร่วมใจกันให้เกิดศักยภาพในการ ดำเนินงานอนามยั ชมุ ชนไดอ้ ย่างเตม็ ทเ่ี พราะต้องใช้เวลาให้หมดไปในเร่ืองความปลอดภัยและการเอาตัวรอด ๘.๔.๓ การจัดลำดบั ความสำคญั ของปัญหา (Priority setting) เนื่องจากปัญหาสาธารณสุขมีมากมาย แต่ทรัพยากรและวิธีการแก้ไขมีจำกัด การพิจารณาแก้ไขปัญหาใด ก่อนหลัง ให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน ดังนั้นจึงเป็นจะต้องพิจารณาจัดลำดบั ความสำคัญของปญั หา โดยพิจารณาถึงความสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายสอดคล้องกับเวลา ทรัพยากร ตลอดจนวิธีการที่มีอยู่ เพ่ือ ประโยชน์ในการวางแผนปฏิบัติงานในชุมชน หรือเพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของ ประชาชน หรือตามความจำเปน็ รีบดว่ นของปัญหานนั้ ๓.๔.๓.๑ เกณฑ์ในการพิจารณาจดั ลำดับความสำคญั ของปญั หามีหลายวิธี แต่ท่นี ิยมใชก้ นั มีดงั น้ี ๑) วิธีท่ี ๑ เป็นวิธีของ จอห์น เจ.แฮนลอน (John J. Hanlon) ซึง่ มี ๒ วิธคี ือ ๑. Basic Priority Setting (B.P.S.) = (A + B ) C ๓ ๒. Overall Priority Setting (O.P.S) = (A + B) C x D ๓ A หมายถึง ขนาดของปัญหา ซึ่งคำนวณได้จากจำนวนประชากรที่ได้รับปัญหาโดยตรง หรือ ถกู กระทบกระเทอื นโดยปัญหา การคดิ คะแนนอยใู่ นระหวา่ ง ๐ – ๑๐ ซึ่งคำนวณได้จาก ก. อัตราของประชากรที่ได้รบั ปัญหาต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน เหมาะสำหรบั เมืองเล็ก ทีม่ ปี ระชากรไมม่ าก การให้คะแนนคิดได้ ดงั น้ี อตั ราผมู้ ปี ัญหาต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน คะแนน ๕๐,๐๐๐ คนหรอื มากกวา่ ๑๐ ๕,๐๐๐ – ๔๙,๙๙๙ ๘ ๕๐๐ – ๔,๙๙๙ ๖ ๕๐ – ๔๙๙ ๔ คู่มือการฝึกปฏบิ ัติโครงการฝกึ ปฏบิ ัติงานภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๓ ๕ – ๔๙ ๒ ๐.๕ – ๔ ๐ ข. ถา้ เป็นชมุ ชนใหญ่มีประชากรมาก คิดคะแนนจากจำนวนประชากรทม่ี ีปญั หา ดงั นี้ จำนวนประชากรทีม่ ปี ัญหา คะแนน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือมากกว่า ๑๐ ๑๐๐,๐๐๐ – ๙๙๙,๙๙๙ ๘ ๑๐,๐๐๐ – ๙๙,๙๙๙ ๖ ๑,๐๐๐ – ๙,๙๙๙ ๔ ๑๐๐ – ๙๙๙ ๒ ต่ำกวา่ ๑๐๐ ๐ B หมายถงึ ความรนุ แรงของปัญหา ซงึ่ จะต้องพิจารณาดังน้ี ก. ความรบี ดว่ นของปัญหาทมี่ ีตอ่ ชุมชน ข. ความรุนแรงของปญั หาที่เกดิ ขน้ึ เชน่ อัตราการเกิดโรคอัตราตาย ฯลฯ ค. การสญู เสียทางเศรษฐกจิ ท่มี ีต่อบคุ คลและชุมชน ง. ความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมของประชากรที่มีต่อปัญหานั้น ประชากรเห็น ความสำคัญของปญั หามีส่วนร่วมในการแกป้ ัญหา การคิดคะแนนแต่ละองค์ประกอบอยู่ในระหว่าง ๑ – ๑๐ แต่ในกรณีที่คิดรวมกันได้เกิน ๒๐ คะแนน ให้ใช้คา่ ๒๐ คะแนน ไปแทนคา่ ของ B ไมเ่ กนิ ๒๐ คะแนน C หมายถงึ ความสามารถในแก้ปัญหานนั้ ซ่งึ ต้องศึกษาทุกด้านไปพร้อมๆ กนั การประเมิน ทำได้ค่อนข้างยาก ต้องสร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ จึงจะทำให้การให้คะแนนได้ผลเที่ยงตรง ค่าของ คะแนนอยู่ในระหวา่ ง ๑ – ๑๐ D หมายถึง กลุ่มปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงในการแก้ปัญหา แต่จะช่วยชี้ให้เห็นว่าการ แกไ้ ขปัญหาจะดำเนนิ ไปได้ในขณะนั้นหรือไม่ ได้แก่ ก. ความเหมาะสม ข. กำลังเงนิ ค. การยอมรับของประชาชน ง. แหล่งประโยชนใ์ นชมุ ชน จ. ความเป็นไปได้ทางกฎหมาย การคิดคะแนนแต่ละปัจจัย มีค่าเท่ากับ ๐ หรือ ๑ ดังนั้นถ้าค่าของ D = ๐ เมื่อแทนค่าใน สูตรจะทำให้โครงการนนั้ ไมส่ ามารถดำเนนิ ไปได้ เมื่อแทนค่าของทุกปัญหาที่พบในชุมชนแลว้ นำคะแนนที่ได้มาเรียงตามลำดับของคะแนน ที่คดิ ไดป้ ัญหาท่มี ีคะแนนมากทส่ี ุด นำมาวางแผนเพือ่ แกป้ ัญหาตามลำดับของคะแนน คู่มือการฝึกปฏิบตั โิ ครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๔๔ ๒) วิธีท่ี ๒ เปน็ การใหส้ มาชิกในกลุ่ม หรอื ทมี สขุ ภาพเปน็ ผ้ตู ัดสิน ทง้ั นีส้ มาชกิ ทกุ คนจะต้อง มคี วามรู้ในปญั หาต่างๆ เป็นอยา่ งดี วิธีการ เมื่อได้ปัญหาต่างๆ มาแล้ว ให้สมาชิกทุกคนอภิปรายปัญหาเหล่านั้นโดยละเอียด ว่ามีความสำคัญต่อชุมชนมากน้อยเพียงใด มีผลดี ผลเสีย ในการดำเนินการแก้ปัญหานั้นอย่างไร ตลอดจน ความสามารถหรอื ความเป็นไปไดใ้ นการแกป้ ญั หานนั้ ในระยะเวลาที่กำหนดและทรัพยากรทมี่ ีอยู่ - แจกบตั รออกเสยี งทส่ี รา้ งขนึ้ แกส้ มาชกิ ทม่ี สี ิทธอิ อกเสียง - ให้สมาชิกออกเสียงเลือกปัญหาที่เห็นว่าสำคัญมากที่สุด เรียงลำดับจากมากไปน้อย กรอกลงในบตั รออกเสียง - ส่งบัตรออกเสียให้กับประธานกลุ่ม เพื่อรวบรวมคะแนน นำคะแนนรวมมาแสดงให้ สมาชกิ ทุกคนทราบว่า ปัญหาใดมีคะแนนสงู สดุ เรยี งตามลำดับ๑๔๔ วิธีนี้เหมาะสำหรับสมาชิกผู้พิจารณามีความรู้ความเข้าใจในปัญหาอย่างเดียวกัน เป็นวิธีที่ เป็นประชาธปิ ไตย ท่ีให้ทุกคนมีสทิ ธิออกเสียง แตอ่ าจมีอคตจิ ากการใช้เฉพาะประสบการณใ์ นการตดั สนิ ใจ ตวั อยา่ งบตั รออกเสียง ช่อื ผอู้ อกเสยี ง....................................................... คะแนน ......................... ปญั หาทีส่ ำคญั คอื ......................... ๑. ...................................................................................... ......................... ๒ ...................................................................................... ......................... ๓ ...................................................................................... ......................... ๔ ...................................................................................... ๕. ...................................................................................... ๓) วิธีที่ ๓ เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก เพราะมีองค์ประกอบในการพิจารณาและคำนวณ ออกมาเปน็ คะแนนที่ตดั สนิ ไดง้ ่าย ไม่ซับซอ้ น ซง่ึ มีองคป์ ระกอบทีจ่ ะต้องนำมาพจิ ารณาดังน้ี ๑. ขนาดของปัญหา (Size of problem) หมายความว่า ประชาชนในชุมชนนี้ป่วยด้วย โรคหรือมีสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้เกิดโรค ภายในระยะเวลา ๑ ปี หรือในระยะเวลาที่กำหนดเป็นจำนวนเท่าใด มาก หรือนอ้ ย เปน็ โรคตดิ ต่อหรือไม่ บคุ คลอืน่ เส่ียงตอ่ การเปน็ โรคนี้หรอื ไม่ การใหค้ ะแนนคดิ ดงั นี้ คู่มอื การฝึกปฏิบัติโครงการฝึกปฏิบตั งิ านภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๔๕ ร้อยละของการป่วย คะแนน ไมม่ ีเลย ๐ ๑ – ๒๕ ๑ ๒๖ – ๕๐ ๒ ๕๑ – ๗๕ ๓ ๗๖ – ๑๐๐ ๔ ๒. ความรุนแรงของปัญหา (Severity of problem) หมายถึง อัตราการตายหรือทุพพล ภาพจากปัญหานั้น เกิดผลเสียหายแก่ครอบครัว ชุมชน หรือประเทศชาติในด้านเศรษฐกิจ ความมากน้อยของความ รุนแรง (Degree of Disability) ระยะเวลาที่ได้รับทุกขเวทนา ระยะเวลาที่โรคคุกคาม ระยะเวลาท่ีไม่สามารถ ปฏิบัติงานได้ ผลสะท้อนจากสิง่ แวดล้อม การเสย่ี งตอ่ การเกิดโรค การใหค้ ะแนนคิดดงั น้ี รอ้ ยละของความรนุ แรงของปัญหา คะแนน ไม่มเี ลย ๐ ๑ – ๒๕ ๑ ๒๖ – ๕๐ ๒ ๕๑ – ๗๕ ๓ ๗๖ – ๑๐๐ ๔ ๓. ความยากง่ายในการแกป้ ญั หา (Feasibility) พจิ ารณาถึง ความเป็นไปไดท้ างวิชาการ สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ สามารถผลิตยา หรือวคั ซีนป้องกัน ได้หรือไม่ เช่น การแก้ปญั หาโรคมะเรง็ กบั โปลโิ อ โรคใดสามารถแกไ้ ขได้ เทคโนโลยีที่มีอยู่ สามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหาได้ทันเวลาหรือไม่ สามารถบรรลุ วตั ถปุ ระสงค์ไดห้ รอื ไม่ ด้านบริหาร มีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการปฏิบัติงานหรือไม่ เครื่องมือเครื่องใช้ในการ ดำเนินงานเพียงพอหรือไม่ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือสนับสนุน ในด้านกำลงั คน วัสดอุ ุปกรณ์ตา่ งๆ หรือไม่ ด้านเวลา มีเวลาท่ใี ชใ้ นการปฏบิ ัติการเพื่อแก้ไขปัญหาหรือไม่ สามารถป้องกันและควบคุม ไดห้ รือไม่ ด้านกฎหมาย การแก้ปัญหานี้ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ หรือมีกฎหมายข้อใดสนับสนุนบ้าง นโยบายของรัฐ นโยบายการสาธารณสุข ดา้ นศาสนา ศลี ธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ทัศนคติ ความเชื่อตา่ งๆ คู่มือการฝกึ ปฏิบัติโครงการฝึกปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๖ ความสนใจจากสังคม การเมือง ผู้มีอำนาจ ผู้บริหาร นักการเมืองมีความคิดเห็น มีความ ตระหนกั ตอ่ ปญั หานัน้ มากเพียงใด การให้คะแนนคิดดังนี้ ความยากงา่ ยในการแกป้ ญั หา คะแนน ไม่มที างทำได้เลย ๐ ยากมาก ๑ ยาก ๒ งา่ ย ๓ ง่ายมาก ๔ ๔. ปฏิกิริยาของชุมชนต่อปัญหาหรือความร่วมมือของชุมชน (Community concern) หมายความว่า ประชาชนนเี้ ห็นว่าปัญหาน้สี ำคัญหรือไม่ มีความวิตก หว่ งใย ความตระหนัก การยอมรับหรือต้องการ ให้แก้ไขโดยรีบด่วนหรือไม่ การร่วมมือในการแก้ปัญหาจากชุมชน ปฏิกิริยาของชุมชนต่อปัญหานี้อาจได้มาจาการ สังเกต การสัมภาษณป์ ระชาชนในชมุ ชน การใหค้ ะแนนคิดดงั นี้ ร้อยละของประชาชนท่ตี อ้ งการแก้ไข คะแนน ไมม่ ีเลย ๐ ๑ – ๒๕ ๑ ๒๖ – ๕๐ ๒ ๕๑ – ๗๕ ๓ ๗๖ – ๑๐๐ ๔ ๘.๔.๔ วิธีเรียงลำดับความสำคัญของปัญหา ให้คะแนนปัญหาต่างๆ ตามองค์ประกอบทั้ง ๔ ประการ ข้างต้น โดยรวมคะแนนท่ไี ดท้ ้งั หมด การรวมคะแนนทำได้ ๒ วธิ คี อื ๘.๔.๔.๑ วิธีบวก คือนำคะแนนที่ได้มาบวกกัน และเปรียบเทียบผลคะแนนรวมที่ได้รับ วิธีนี้มี ข้อเสียคอื คะแนนที่ได้อาจมีจำนวนใกล้เคียงกนั มาก ทำใหเ้ ห็นความแตกต่างของแต่ละปญั หาไม่ชดั เจน แต่มีข้อดีคือ ผลรวมของคะแนนไม่มโี อกาสเป็นศนู ย์ ๘.๔.๔.๒ วิธีคูณ คือ การนำเอาคะแนนที่ได้ของแต่ละองค์ประกอบในแต่ละปัญหามาคูณกันแล้ว เปรียบเทียบผลคะแนนรวมที่ได้รับ การใช้วิธีคูณมีข้อดีคือ ทำให้มองเห็นความแตกต่างของคะแนนรวมได้ชัดเจน แต่ ผลเสียก็คือ ผลลัพธ์ของการคูณอาจจะได้ศูนย์ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เป็นปัญหา แต่หมายความว่าปัญหานี้อาจ แก้ไขได้ยาก ดังนั้นการให้คะแนนองค์ประกอบใดเป็นศูนย์ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ เพราะการให้คะแนน ศูนย์จะทำใหผ้ ลลพั ธ์ของปญั หานนั้ อยู่ในอนั ดบั สดุ ทา้ ย ตัวอยา่ งการลำดับความสำคัญของปัญหา คมู่ อื การฝึกปฏบิ ตั ิโครงการฝึกปฏบิ ัตงิ านภาคสนามชุดวิชาโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๗ ปัญหา องค์ประกอบ / คะแนน คะแนน คะแนน ขนาดของ ความ ความ ปฏกิ ริ ิยา รวมบวก รวมคูณ ปญั หา รนุ แรง ยากงา่ ย ของชมุ ชน ๑. โรคท้องรว่ ง ๔ ๔ ๔ ๔ ๑๖ ๒๕๖ ๒. พยาธปิ ากขอ ๒ ๒๒๑ ๗๘ ๓. อบุ ตั ิเหตุ ๓ ๓ ๒ ๑ ๙ ๑๘ ๔. การปฏบิ ตั ิตนของสตรี ๔ ๓๒ ๑ ๑๐ ๒๔ ในขณะตงั้ ครรภแ์ ละการ คลอดไม่ถูกต้อง ๕. การกำจัดอจุ จาระไม่ ๔ ๒๑ ๑ ๘๘ ถกู ต้อง หมายเหตุ : จากตวั อยา่ งของปัญหาเราจะไดป้ ัญหาอันดับหนง่ึ ที่ตอ้ งวางแผนโครงการแก้ไขคือโรคท้องรว่ ง ๘.๕ การวเิ คราะหป์ ญั หาสาธารณสขุ (การทำ KAP - SURVEY และการโยงใยปญั หา) เมื่อได้ปัญหาสาธารณสุขของชุมชนที่ต้องการทำการแก้ไขให้ลุล่วงไป สิ่งที่นักสาธารณสุขควรดำเนินการ ก่อนการวางแผนแก้ไขคือ การวิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุขนัน้ ๆ ว่ามีเกิดจากสาเหตุใดบ้าง และมีปัจจัยมีอิทธิพล หรือเป็นสาเหตทุ ำให้เกิดปัญหานั้น เพือ่ จะได้วางแผนแก้ไขให้ตรงกบั สาเหตุ ของปญั หาจริง การเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมานั้นต้องมีสาเหตุที่ทำให้เกิด ซึ่งเมื่อเทียบกับหลั กอริยสัจ ๔ ของ พระพทุ ธศาสนา คือ ทุกข์ (ปญั หา) - คือสิ่งที่ไม่ต้องการ เป็นความลำบาก ไม่สบายทั้งกายใจและสังคม หรือ เกดิ ปัญหาขึน้ นน่ั เอง สมหุ ทัย - คือการพิจารณาว่าปัญหา หรือทุกข์นั้นเกิดมาด้วยสาเหตุใดบ้าง เปรยี บเหมอื นการวิเคราะห์วา่ ผลทเ่ี กดิ นัน้ มาจากสาเหตุใดบ้าง นโิ รธ - เป้าหมายที่กำหนดขึ้นว่าจะดำเนินการจนสามารถแก้ไขปัญหานั้นให้ สำเร็จมากน้อยเพยี งใด ในระยะเวลาหรอื ชว่ งเวลาใด มรรค - ทางเลือกวิธีต่าง ๆ ที่นำมากระทำเพื่อการบรรลุเป้าหมายในการ แก้ไขปัญหาน้ันให้ได้ ฉะนั้น ในการวิเคราะห์ปัญหาจึงเปรียบเสมอื นสมุหทัยที่ต้องทำให้ละเอียด (ข้อมูลที่เชื่อถือได้) เพื่อความ เขา้ ใจในสาเหตตุ า่ ง ๆ ที่มีจริงและจะนำมาดำเนนิ การแกไ้ ขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงต่อไป ในกระบวนการการวเิ คราะห์ปญั หาสาธารณสุขนั้น เราอาจใช้หลักวิทยาการระบาด คือ องค์ประกอบของ การเกดิ โรค หรือปัญหาสาธารณสุขของชุมชนเกิดจากปัจจัย Host, Agentและ Environment ซ่ึงการจะแยกแยะ แต่ละปจั จัยของท้ัง ๓ องคป์ ระกอบน้สี ่งิ ที่นยิ มทำด้านหนง่ึ คือ การทำ KAP - Survey ซ่ึงเปน็ การวิเคราะห์ปัจจัย ทางด้าน Host ของปัญหาน้นั คู่มือการฝึกปฏิบัตโิ ครงการฝึกปฏิบตั งิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๘ ๘.๕.๑ การสรา้ งและการวเิ คราะห์ KAP – Survey KAP – Survey เป็นแบบสอบถาม หรือเครื่องมือที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษาพฤติกรรมสุขภาพทั้ง (Knowledge) ทศั นคติ (Attitude) และปฏิบัติ (Practise) ของประชาชนในชุมชน ๘.๕.๑.๑ หลักการสรา้ งขอ้ คำถาม ๑) การต้งั คำถาม ต้องถามเพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ มูลตามวตั ถปุ ระสงค์ ๒) คำถามควรจะสนั้ ชัดเจน ไม่สองแงส่ องมมุ เชน่ ถกู ต้อง : โรคมาลาเรียเกิดจากอะไร ? ไมถ่ ูกตอ้ ง : โรคมาลาเรยี มีวิธปี อ้ งกันและรักษาอยา่ งไร ? ๓) จำนวนคำถามไมม่ ากจนเกนิ ไป แตค่ รอบคลุมเนื้อหา ๔) เรยี งลำดับคำถามใหเ้ น้อื หามคี วามตอ่ เน่อื งกัน ๘.๕.๑.๒ ในการสรา้ งแบบสอบถาม ๑) กำหนดปัญหาสาธารณสขุ และวตั ถุประสงค์ท่ีใชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ีใหช้ ัด ๒) คน้ ควา้ หาความรหู้ รอื ทฤษฎเี กีย่ วกบั โรค หรอื ปญั หาสาธารณสุขที่พบนัน้ ๓) กำหนดประเดน็ ต่าง ๆ หรอื หวั ข้อท่ีต้องการจะศกึ ษาว่าตอ้ งการทราบข้อมูลอะไรบา้ ง ๔) สร้างกรอบแนวคิด (Conceptual Framework) ท่ใี ช้ในการศกึ ษา ๕) สร้างข้อคำถามตามหลักการสร้างดังกล่าวข้างต้นและต้องสอดคล้องกรอบแนวคิดทุก ประเดน็ และครอบคลุมเน้อื หาตัวอย่างเชน่ กรอบแนวคดิ ท่ีใช้ในการศึกษาเรื่องโรคอจุ าระร่วง ตัวอย่างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคอจุ จาระร่วง ก่อนเกดิ โรค หลงั เกดิ โรค ๑. สาเหตุ ๑. อนั ตราย ๒. อาการ ๒. การประเมินภาวะขาดนำ้ ๓. การตดิ ตอ่ ๓. การรักษาเบ้ืองต้น ๔. การปอ้ งกัน ๓.๑ การให้อาหารเหลวมากข้ึน ๔.๑ การล้างมอื ด้วยสบู่ก่อนรบั ประทานอาหาร ๓.๒ การให้ผงนำ้ ตาลเกลอื แร่ ๔.๒ การเลีย้ งทารกดว้ ยนมมารดา ๔.๓ การล้างขวดนมให้สะอาดแลว้ คว่ำให้แหง้ ๔.๔ การอนุ่ อาหารก่อนรับประทานและ รับประทาน อาหารทีส่ ะอาดปลอดภยั ๔.๕ การดื่มนำ้ สะอาด ๔.๖ การกำจัดขยะมูลฝอยโดยการเผาและฝัง ๔.๗ การถ่ายอุจจาระลงในส้วม หรือขุดหลุม จากถา่ ยเสรจ็ คมู่ อื การฝึกปฏิบัตโิ ครงการฝึกปฏิบตั ิงานภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๔๙ ตวั อย่างแบบสอบถามด้านความรู้ ๑. โรคอจุ จาระรว่ งมีสาเหตเุ กดิ จากอะไร ? ( ) ๑. เกดิ จากนำ้ และอาหารไม่สะดวกปนเปอื้ นกับเชือ้ โรค ( ) ๒. กนิ อาหารแสลง / ของเปรี้ยว ( ) ๓. เกิดจากการกระทำของภูตผปี ีศาจ / ของเปรี้ยว ( ) ๔. ไม่ทราบ ๒. โรคอุจจาระรว่ งมอี าการอยา่ งไร ? ( ) ๑. ถ่ายเป็นน้ำเหลว ๆ มีสเี หลือง ๒ ครั้ง ไมม่ ีมูกเลอื ด ( ) ๒. ปวดท้อง จกุ เสยี ดแนน่ ออ่ นเพลยี ( ) ๓. ถา่ ยเหลวกว่าปกติต้ังแต่ ๓ ครั้งขนึ้ ไป หรือถ่ายเป็นมูกเลอื ด ๑ คร้ัง ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๓. โรคอจุ จาระรว่ งมลี กั ษณะการเกิดไดอ้ ย่างไร ? ( ) ๑. อาจมอี าการไข้ ไอ อาเจยี น นำมาก่อน ( ) ๒. จะเกดิ อาการขึน้ ทันทที นั ใด ( ) ๓. เกดิ ข้นึ ทนั ทีทนั ใด หรอื อาจเป็นเรื้อรงั อย่นู านหลายสปั ดาห์ ( ) ๔. ไม่ทราบ ๔. โรคอุจจาระรว่ งสามารถตดิ ต่อกนั ได้อยา่ งไร ( ) ๑. เกดิ จากการกนิ อยูใ่ กลช้ ิดกัน ( ) ๒. เกดิ จากการกนิ อาหาร หรอื นำ้ ทมี่ ีเช้ือโรคเขา้ ไป ( ) ๓. เกดิ จากการไอ จาม รดหน้ากัน ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๕. สัตวท์ ่นี ำเชอ้ื โรคอุจจาระรว่ งมาส่คู นได้แก่ ( ) ๑. หมดั เหบ็ เหา ( ) ๒. แมลงวนั แมงสาบ หนู ( ) ๓. ยุง เหลือบ ไร ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๖. เชอื้ โรคอุจจาระร่วงจะออกจากร่างกายผ้ปู ว่ ยได้โดยทางใด ( ) ๑. ทางอุจจาระ อาเจยี น ( ) ๒. ทางเลือด ( ) ๓. ทางปัสสาวะ ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๗. กอ่ นเกนิ อาหาร เพอื่ ให้กนิ อาหารทีส่ ะอาดและปลอดภยั ควรทำอย่างไร ? ( ) ๑. ล้างมอื ฟอกสบู่ใหส้ ะอาดทกุ ครั้ง คู่มือการฝึกปฏบิ ตั ิโครงการฝกึ ปฏบิ ัติงานภาคสนามชุดวชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๕๐ ( ) ๒. ล้างด้วยน้ำธรรมดา ( ) ๓. ไมจ่ ำเปน็ ต้องล้าง ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๘. ภายหลังจากถา่ ยอจุ จาระควรทำอย่างไร ? ( ) ๑. ลา้ งมอื ฟอกให้สะอาดทุกครัง้ ( ) ๒. ล้างด้วยน้ำธรรมดา ( ) ๓. ไมจ่ ำเป็นต้องล้าง ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๙. ในเดก็ อายุตำ่ กว่า ๒ ปี มารดาควรใหน้ มอะไรแกเ่ ด็ก เพ่อื ไมใ่ ห้เดก็ เปน็ โรคอจุ จาระร่วง ( ) ๑. นมแม่ ( ) ๒. นมข้นหวาน ( ) ๓. นมผง ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๑๐. มารดาของเด็กอายตุ ่ำกว่า ๒ ปี หากจำเปน็ ต้องเป็นต้องเลี้ยงเดก็ ดว้ ยนมผงธรรมดาควรทำความสะอาดขวด นมอยา่ งไร ? ( ) ๑. ล้างดว้ ยสบู่หรอื ผงซกั ฟอกคว่ำไวใ้ หแ้ หง้ แลว้ นำไปลวกด้วยน้ำร้อน ( ) ๒. ล้างด้วยนำ้ ธรรมดา คว่ำใหแ้ หง้ ( ) ๓. ลา้ งดว้ ยน้ำเกลอื ( ) ๔. ไมท่ ราบ ๖.๕.๑.๓ การสร้างแบบทดสอบทัศนคติ ๑) ทำความเขา้ ใจวา่ “ทัศนคติ” วา่ เปน็ องค์ประกอบของความเชอ่ื ความร้สู ึก และความตงั้ ใจ ๒) ศกึ ษาความรเู้ รื่องโรคจากตำรา และศึกษาความร้สู ึกนึกคิดของประชาชน จาก กลุ่มเป้าหมายเพ่ือนำข้อความเหล่านัน้ มาสรา้ งแบบทดสอบ ๓) สร้างข้อคำถามที่บอกให้ทราบถึงลักษณะที่แสดงถึงความเชื่อ ความรู้สึก และความ พร้อมทจ่ี ะพฤติกรรม ขอ้ ความแตล่ ะข้อจะมขี อ้ ให้เลือกตอบ “เหน็ ดว้ ย”“ไม่เหน็ ดว้ ย”“เฉย ๆ” ๔) การสรา้ งข้อคำถามแบบทดสอบทัศนคติตามแนวความคดิ ของ Likert ๑. อย่าให้มขี อ้ ความทีก่ ล่าวถงึ ความเป็นจริง ๒. เลี่ยงคำว่า “เสมอ”“ไมม่ ”ี “ไม่เคย” ๓. หลกี เล่ียงการใช้คำถามนำ ๔. หลีกเลย่ี งการใชป้ ระโยคปฏเิ สธซอ้ นปฏิเสธ ๕. หลีกเลีย่ งการใชป้ ระโยคท่ีสามารถแปลไดม้ ากกว่าหน่งึ ๖. คำถามหน่งึ คำถามตอ้ งการเพียงเร่ืองเดยี ว ๗. คำถามท่ีถามตอ้ งแนใ่ จว่าผู้ตอบ มคี วามรู้ในเร่ืองนน้ั คมู่ ือการฝกึ ปฏบิ ัติโครงการฝกึ ปฏิบตั งิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๑ ๘. พยายามตดั ขอ้ ท่มี ีแนวโน้มว่าทกุ คนจะตอบเหมือนกันหมด ๙. ใชป้ ระโยคงา่ ย ๆ ชดั เจน และส้นั ไม่ควรเกนิ ๒๐ คำ ๑๐. คำถามที่ระบุถึงด้านที่ดีและด้ามไม่ดีของสิ่งที่จะวัดมีจำนวนพอ ๆ กันรวม ๒๐ - ๒๕ ข้อ และใหค้ รอบคลุมเน้อื หาท่สี ำคญั ตวั อย่าง ทัศนคตเิ กย่ี วกับพฤติกรรมป้องกนั โรคอุจจาระร่วงในเด็ก ๐ - ๔ ปี ข้อความ เหน็ ดว้ ย เฉย ๆ ไม่เหน็ หมายเหตุ (๓) (๒) ด้วย (๑) ๑. การเตาะท้องในเด็ก เปน็ ธรรมชาติของเดก็ ทกุ คน / ๒. ลูกท่านมโี อกาสทอ้ งเดินได้ หากเด็กขา้ งบา้ นหรือ คนใน / บ้านเปน็ ๓. ท้องเดินในเด็กในเด็กเกิดจากการกินอาหาร หรือ นมท่ี / มีเชือ้ โรค ๔. ใคร ๆ กเ็ ป็นทอ้ งเดนิ ไดไ้ ม่นา่ กลวั เลย / ๕. จากชามหรือขวดนมเด็ก ล้างด้วยน้ำจากบ่อขุดก็ / สะอาดพอ ๖. เป็นการยุ่งยากที่ต้องล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง ก่อน ป้อน / อาหารบตุ ร ๗. การถา่ ยตามทุ่ง สะดวกและประหยัดเงนิ / ตวั อยา่ งแบบสอบถามหมวดปฏิบตั ิ ๑. ท่านป้อนอาหารบุตรโดยวิธีใด ก. ป้อนด้วยซ้อน ข. ป้อนด้วยมอื ค. ปอ้ นด้วยมือหรอื ชอ้ น ๒. ปกตทิ ่านไปถา่ ยที่ใด ก. ถา่ ยในส้วม ข. ถา่ ยในส้วมหลุม ค. ถา่ ยตามปา่ ง. ถา่ ยตามปา่ โดยขุดหลมุ แล้วกลบ ๓. บ้านของท่านกำจดั ขยะโดยวธิ ใี ด ก. เผา ข. ฝงั ค. ทงิ้ ไว้ตามใตถ้ นุ บา้ น ง. ท้ิงในป่าข้างบ้าน ค่มู ือการฝกึ ปฏิบัติโครงการฝกึ ปฏิบตั งิ านภาคสนามชดุ วิชาโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๒ ๘.๕.๑.๔ การวเิ คราะห์ KAP Servey ๑) ตรวจให้คะแนนในแบบสำเร็จโดยแยกทีละหมวด เช่น หมวดความรู้ ทัศนคติ และ การปฏิบัติ ๒) ตดั Curve เพ่อื แบ่งระดบั คะแนนความรู้ ทศั นคติ และการปฏิบตั ิ โดยแบ่งระดับดังนี้ เช่น ถา้ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ดังนี้ ต่ำกวา่ ๖๐% = ระดบั ตำ่ = ๐ - ๕ คะแนน ๖๐ - ๗๙% = ๖ - ๗ คะแนน ๘๐% ขนึ้ ไป = ระดับปานกลาง = ๘ -๑๐ คะแนน ระดบั สูง = ๓) ทำตารางแสดงจำนวนรอ้ ยละของระดบั ความรู้ ดังตาราง ระดับความรู้ จำนวน % ต่ำ (๐ - ๕ คะแนน) ๒ ๒๐ กลาง (๖ - ๗ คะแนน) ๕ ๕๐ สงู (๘ - ๑๐ คะแนน) ๓ ๓๐ รวม ๑๐ ๑๐๐ ในการพิจารณาระดับคะแนน สงู กลาง ตำ่ นนั้ ข้ึนอยู่กับคะแนนเต็มในแตล่ ะหมวด ๔) ทำการวิเคราะห์รายขอ้ ในส่วนของหมวดความรใู้ หน้ ำคำถามในแตล่ ะข้อมา แจกแจง ดวู า่ มีคนตอบถกู กค่ี น คนตอบไมถ่ ูกกี่คนจะคิดจำนวนรอ้ ยละไวด้ ว้ ย ดงั ตาราง วิเคราะหร์ ายข้อหมวดความรู้ ข้อความ ถูก ไม่ถูก จำนวน % จำนวน % ๑. สาเหตขุ องโรคอุจจาระรว่ ง ๔ ๔๐ ๖ ๖๐ ๒. อาการของโรคอจุ จาระรว่ ง ๖ ๖๐ ๔ ๔๐ ๕) ในกรณีของทัศนคติ ให้คะแนนดังน้ี คะแนนที่ได้ การใหค้ ะแนนข้อความ ทาง + ทาง - ๓๑ - เหน็ ด้วย ๒๒ - เฉย ๆ ๑๓ - ไม่เหน็ ด้วย คมู่ ือการฝึกปฏิบัติโครงการฝึกปฏบิ ตั งิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๓ ข้อความ ระดับคะแนน การให้คะแนน ๓๒๑ ๑คะแนน ๓ คะแนน ๑. การเตาะท้องในเดก็ เปน็ ธรรมชาติของเดก็ ทุกคน / ........................ ๒. ลูกทา่ นมโี อกาสทอ้ งเดินไดห้ ากคนในบ้านเป็น / “ “ ๑๐. ......................................................................... รวมทงั้ หมด = ๓๐ คะแนน การแบง่ ระดบั คะแนนทัศนคติ จะแบ่งเช่นเดยี วกันกับการแบ่งระดับคะแนนความรู้ คือ ตำ่ = ตำ่ กว่า ๖๐% ปานกลาง = ๖๐ - ๗๙% สงู = ๘๐% ขึน้ ไป การทำตารางแสดงจำนวนและรอ้ ยละของระดบั คะแนน ทศั นคติ เชน่ เดียวกับตาราง ข้อที่ ๓ ดงั กลา่ ว ๖) การวิเคราะหร์ ายข้อของหมวดทัศนคติ วเิ คราะห์รายข้อโดยหาค่า x และ S.D. จากสตู ร x = ∑fx n เมอ่ื x = คะแนนเฉลี่ยเลขคณิต x = คะแนนดิบ f = ความถี่ n = จำนวนคนทั้งหมด สว่ น S.D. หาไดจ้ ากสตู ร S.D. = ∑fx๒ - ∑fx๒ เม่อื S.D. = nn F= x= สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน n= ความถี่ คะแนนดบิ จำนวนคนท้ังหมด คมู่ ือการฝึกปฏบิ ัติโครงการฝกึ ปฏิบตั ิงานภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๕๔ ตวั อย่างการคำนวณ คะแนนเต็ม x๒ f fx f x๒ ข้อที่ ๑. (X) ๓ ๙ ๒๕ ๗๕ ๒๒๕ ๒ ๔ ๒๐ ๔๐ ๘๐ ๑ ๑๕๕ ๒ รวม ๕๐ ๑๒๐ ๓๑๐ เพราะฉะนัน้ x = Efx = ๑๒๐ = ๒.๔คะแนน n ๕๐ S.D. = Efx๒ - Efx๒ = ๓๑๐ - ๑๒๐ x ๒ ๕๐๕๐ nn = ๐.๖๖ คะแนน เพราะฉะนนั้ ในขอ้ ๑ ผลการวเิ คราะห์จะได้ x= ๒.๔ คะแนน S.D. = ๐.๖๖คะแนน ตาราง ตารางวิเคราะห์คะแนนทศั นคติรายขอ้ ข้อความ x S.D. ๑. การสร้างส้วมเป็นการสน้ิ เปลือง ๒.๔ ๐.๖๖ ๒. การสร้างส้วมชว่ ยปอ้ งกนั โรคทอ้ งรว่ งได้ ๒.๑ ๐.๘ ๑๐. ................................................................. .......... หมายเหตุ เม่อื คะแนนเต็มในแตล่ ะขอ้ = ๓ คะแนน การแปลความหมาย ๑. ถา้ คะแนนเฉลยี่ ทัศนคติ x อยูร่ ะหว่างคา่ ๐ – ๗ คะแนน หมายถงึ ทัศนคตอิ ยู่ในระดบั ตำ่ ๑.๗ – ๒.๓ คะแนน หมายถงึ ทศั นคตอิ ยู่ในระดบั ปานกลาง ๒.๔ – ๓.๐ คะแนน หมายถงึ ทัศนคตอิ ยใู่ นระดบั สงู ๒. ถ้าสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) มีคะแนนอยรู่ ะหว่าง ๐ – ๐.๗๕ คะแนน หมายถงึ คนสว่ นใหญใ่ นกลล่มุ ที่ศึกษามคี วามสอดคล้องกัน มากกว่า ๐.๗๕ คะแนนขึ้นไป หมายถึง มีคนบางส่วนในกลุ่มมีความคิดเห็นแตกต่างไปจากคน กลุ่มใหญ่ ในกรณีที่พบว่าคะแนนเฉลี่ย ทัศนคติ (x) อยู่ในระดับต่ำ หรือปานกลางค่อนข้างต่ำที่นักศึกษา ต้องสนใจเป็นพิเศษ เพ่อื จะหาวิธีการเปลีย่ นแปลงทศั นคติท่ีไม่ถกู ตอ้ งของชาวบ้านกลุ่มน้ี คมู่ ือการฝกึ ปฏบิ ตั ิโครงการฝึกปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๕ สำหรับคา่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานในข้อใดท่มี ีค่าสงู สุด ถ้าเป็นไปไดน้ ักศึกษาควรทราบรายละเอียด ของประชากรในกลุ่มที่ศึกษา คนใดที่มีความคิดเห็นไม่ถูกต้อง หรือหาวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสม ในการแก้ไขที่ทัศนคติ ตอ่ ไป ส่วนการพิจารณาสาเหตุของปัญหาในด้าน Agent ให้เราพิจารณาถึงปัจจัยด้านชนิด,ปริมาณ , ความร้ายแรง , การดื้อยา , ความสามารถในการแพร่กระจาย และความคงทนต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน และอื่น ๆ ของ Agent ท่ที ำให้เกดิ ปัญหา และปัจจัยที่เป็นสาเหตุของปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อม ให้พิจารณาถงึ ลกั ษณะที่ตั้งการกระจายตัว , สภาพการคมนาคม , การเข้าถึงบริการ , สภาพเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีในชุมชนอันเป็น เหตุเกี่ยวข้องทำให้ Host หรือ Agent ไปทำให้เกิดปัญหาสาธารณสุขนั้น ๆ ขึ้นมาได้ อาจพิจารณาสถานที่ , เวลาท่เี กดิ ปญั หานัน้ ๆ ด้วยก็จะทำให้ทราบสาเหตุต่าง ๆ ได้ละเอียดมากขึ้น ซ่ึงอาจมขี ้อมูลยืนยันวา่ มีสาเหตุนี้จาก ตารางวิเคราะห์ขอ้ มลู หรอื รวบรวมเพิ่มเตมิ จากแบบสอบถามก็ได้ ในการวิเคราะห์ปัญหาว่าปัญหาสาธารณสุขเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ โดยอาศัยหลักการวิทยาการ ระบาดน้นั เราสามารถนำไปสร้างเปน็ โยงใยสาเหตุของปญั หา (Web of causation) เพื่อช้ใี หเ้ หน็ ชัดเจนมากย่ิงข้ึน ว่าอะไรเป็นสาเหตุอะไรเป็นเป็นผลที่เกิดจากสาเหตุนั้น ทำให้เห็นวิธีการที่จะนำมาดำเนินการแก้ ไขปัญหาให้ตรง สาเหตุและได้ผลมากย่ิงข้ึน ตวั อยา่ งการวเิ คราะหป์ ัญหาโรคท้องรว่ งไดส้ าเหตทุ ีท่ ำให้เกิดดังนี้ ๑. บุคคล / โฮสท์ เชน่ พฤตกิ รรมการบรโิ ภคไมถ่ กู สุขอนามัย ได้แก่ - ไม่ล้างมอื ก่อนกินอาหาร ไม่ลา้ งมอื หลังใช้ส้วม - ไม่ล้างผัก ผลไม้ - กนิ อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารที่ค้างคนื - ใช้นำ้ ทไี่ มผ่ ่านการปรับปรุงคณุ ภาพน้ำ - ผปู้ ่วยพบทุกชว่ งอายุ และพบมากในเด็กอายุต่ำกวา่ ๕ ปี - รา่ งกายอ่อนแอ เพราะเจ็บปว่ ยบอ่ ย - ไมร่ ักษาให้หายขาด เม่อื เปน็ โรค - อพยพยา้ ยถ่ินมา - ฐานะยากจน - ไม่ใช้และไม่มีสว้ มทีถ่ กู สขุ ลักษณะ - ไม่รแู้ ละไมม่ สี ว้ มที่ถูกสุขลกั ษณะ ๒. สงิ่ แวดล้อม เชน่ เวลา - ฤดูร้อนโรคนี้พบมากในทุกกลุ่มอายุ พบมีอันตรายสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ฤดูหนาว โรคนพี้ บมากในเด็กอายุ ๐ – ๔ ปี สถานที่ - บา้ นบริเวณใกล้เคยี งลำคลอง พบมผี ปู้ ว่ ยมาก คมู่ ือการฝกึ ปฏิบัตโิ ครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๖ - มบี รเิ วณที่ไมม่ ีการกำจัดขยะมลู ฝอย มูลสัตวเ์ ป็นบรเิ วณเกือบหมบู่ ้าน ฯลฯ - ไมม่ กี ารกำจดั นำ้ เสยี และไม่มกี ารกำจดั ขยะ + มลู สัตว์ส่งกลิน่ เหมน็ ท้ังหมู่บา้ น - มีปา่ ละเมาะด้านทิศเหนือซ่งึ อยูใ่ กล้คลอง ๓. เชอ้ื โรค / เอเจนต์ เชน่ - แมลงวันและสัตวน์ ำโรคสามารถแพรก่ ระจายไดด้ ี ไดแ้ ก่ แมลงวัน แมงสาบ - ไม่มยี ารกั ษาในหมูบ่ า้ น - อาหารท่ีเก็บคา้ งคืนมีเช้อื โรคปนเปื้อน จากการวิเคราะห์สาเหตุต่าง ๆ นั้นทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นในการดำเนินการแก้ไขปัญหา ตามสาเหตุที่พบ ตลอดจนสามารถตั้งเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง ส่วนสาเหตุอื่นที่ไม่มีตัวเลข หรือข้อมูล ยืนยัน อาจตดั ท้ิงไป ไมต่ อ้ งนำมาแกไ้ ขปัญหา การโยงใยสาเหตขุ องปัญหานน้ั เราสามารถแสดงให้เห็นไดช้ ัดเจน ดงั น้ี สง่ิ แวดลอ้ ม ตัวอย่าง การโยงใยสาเหตุของปัญหา “โรคทอ้ งร่วง” - ฤดรู ้อน เช้ือโรค / เอเจนต์ - ไม่มกี ารปรับปรงุ คณุ ภาพนำ้ - แหล่งนำ้ ทีไ่ มถ่ ูกสขุ ลักษณะ - แมลงวันชุกชมุ โรคอุจจาระรว่ ง - เลย้ี งสัตว์ ไม่มกี ารกำจัดมูลสตั ว์ - ไมม่ กี ารป้องกันกำจดั แมลงวนั - ไมม่ กี ารกำจัดขยะมลู ฝอย - เชอื้ โรคแพร่กระจาย บคุ คล / โฮสท์ - ฯลฯ - ฯลฯ - ไมร่ ู้ – ไมต่ ระหนกั - ไม่รักษาให้ถูกตอ้ ง - ไม่ล้างมอื -ไมล่ า้ งผกั ผลไมก้ ่อนกนิ - พฤติกรรมการกินไมถ่ ูกต้อง - มพี ฤตกิ รรมการถา่ ยไมถ่ ูกต้อง - ไมถ่ า่ ยในส้วม - ฯลฯ คู่มือการฝึกปฏบิ ตั โิ ครงการฝึกปฏิบตั ิงานภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๗ หรอื จะอธิบายการวิเคราะห์ใน ตารางวิเคราะห์ปญั หา ดงั ตอ่ ไปนี้ ปัญหา การวเิ คราะห์ แนวทางและกลวิธใี น โครงการทจ่ี ะดำเนนิ การ สาธารณสุข (สาเหตุและข้อมูลสนบั สนุน) การแก้ปัญหา แก้ไข ขอ้ มลู ทวั่ ไป โรคท้องรว่ ง - หมู่บ้านมีประชากร ๔๕๖ - รณรงค์ใหป้ รบั ปรุง - โครงการน้ำใสพอใช้ คน ๗๖ หลงั คาเรือนตง้ั สง่ิ แวดลอ้ มลำคลองให้ ตลอดปี บา้ นเรอื นอยู่ริมคลองซ่งึ ชาวบ้าน สะอาดไม่ใหส้ ตั วเ์ ลีย้ ง - ขุดลอกคลอง นำมาใช้จะ แห้งในฤดแู ลง้ และ ลงได้ - สร้างถังเกบ็ น้ำฝน บางปีจะไมเ่ พยี งพอ - จดั หาภาชนะเกบ็ - จัดหาภาชนะเกบ็ นำ้ น้ำฝน ต่มุ หมุนเวยี น - ขุดลอกคลอง บุคคล (Host) - ให้ความรู้ ทำให้ - โครงการ ORS เพ่ือ - พฤติกรรมกินไม่ถูก ตระหนักถึงโรค ชีวติ พิชิตท้องรว่ ง สุขลกั ษณะเช่น กินผกั โดยไม่ลา้ ง ทอ้ งร่วงและการดูแล - อบรมแม่บา้ น ก่อนและไมร่ ู้ ไมต่ ระหนักทำไม ปอ้ งกันตนทง้ั - ให้สุขศกึ ษา ต้องทำ พฤติกรรมการบรโิ ภค - ฐานะยากจน และอาหาร - มกี ารอพยพย้ายถน่ิ มาจากท่ี อน่ื - ไมใ่ ช้สว้ ม และมกั รักษาโรคให้ - โครงการสว้ ม หายขาด หมุนเวียน - ให้มคี วามร้แู ละ ร่วมกันจัดสร้างส้วม ราคาถูก - ให้บรกิ ารยาและดแู ล เมอ่ื เจบ็ ปว่ ยได้ทนั ที Agent - พบเชือ้ S.aureasและ E.coli - ใหค้ วามรูแ้ กแ่ มบ่ ้านใน -ใหส้ ขุ ศกึ ษาเพ่ือสุภาพ ดอ้ื ยา การเลีย้ งดูและรักษาผู้ - เฝา้ ระวังโรคอุจจาระ - ไมม่ ียาตา้ นจลุ ชพี รกั ษา เจบ็ ปว่ ย ร่วง - จัดตัง้ หรอื ปรบั ปรงุ - จดั ตั้งกองทุนยา กองทุนยาเพ่ือหายามา บรกิ าร คู่มือการฝึกปฏิบัตโิ ครงการฝึกปฏิบัติงานภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๕๘ ปญั หา การวิเคราะห์ แนวทางและกลวธิ ีใน โครงการทจี่ ะดำเนนิ การ สาธารณสขุ (สาเหตแุ ละข้อมลู สนับสนุน) การแก้ปัญหา แกไ้ ข - ให้มกี ารปรบั ปรงุ คุณภาพน้ำท่ีนำมา บรโิ ภค สง่ิ แวดล้อม - จัดหาสารส้ม เวลา - สร้างถงั กรอง - เดือนพย. – ม.ค. และ ม.ี ค. – เม.ย. มีเด็ก และผูใ้ หญ่ท้องร่วง หมุนเวยี น สิง่ แวดลอ้ มและสถานที่ - หมู่บ้านไกลจากสถานีอนามยั ไม่มีกองทนุ ยา - พบผูป้ ่วยมากในกลุ่มบา้ นท่ี ต้งั อยู่ใกลล้ ำคลองเพราะใช้นำ้ จากลำคลอง ๓.๖ สรปุ ขน้ั ตอนในการวิเคราะห์ปัญหาสาธารณสุข ๓.๖.๑ทบทวนธรรมชาติในการการเกิดโรค หรือปัญหาตามปัจจัย Host AGENT & ENVIRONMENT และตามตัวแปรด้านบุคคล เวลา สถานที่ ความรู้เรื่องระยะฟักตัว การติดต่อแพร่เชื้อ อาการ ของโรคและมาตรการต่าง ๆ ที่ใชค้ วบคมุ ปอ้ งกัน และรักษา ๓.๖.๒ สร้าง โยงใยสาเหตุแห่งปัญหา (Web of Cuasation) จากข้อมูลที่มี และจากความรู้ เกี่ยวกับโรคที่เป็นไป โดยโยงด้วยลูกศรตามหลักผลย่อมเกิดจากเหตุ ซึ่งต้นลูกศรจะเป็นเหตุ และปลายลูกศรจะ เปน็ ผล และเหตุหนงึ่ อาจทำใหเ้ กิดผลอย่างเดียว หรือเกิดผลหลายอยา่ ง หรอื ผลอย่างเดยี วอาจเกิดจากหลายสาเหตุ กไ็ ด้ (เปน็ ทงั้ เหตโุ ดยตรง และเหตโุ ดยอ้อม) ๓.๖.๓ พิสูจน์ว่าสาเหตุต่าง ๆ นั้นทำให้เกิดผลคือปัญหาสาธารณสุขจริงโดยนำข้อมูลที่มีอยู่ และ ข้อมูลจากผล KAP – Survey มาสนบั สนนุ อา้ งอิงตามสภาพท่พี บจรงิ หรอื หามาได้ ๓.๖.๔ โยงใยทีแ่ สดงถึงสาเหตทุ แ่ี ท้จริงของปัญหา ๓.๖.๕ พิจารณาขอ้ มลู ประชากรท่อี ยใู่ นภาวะเสี่ยงตอ่ โรค / ปญั หา และขอ้ มูลสนับสนนุ อน่ื ๆ ในการจะนำไปกำหนดเปา้ หมายวัตถปุ ระสงคข์ องแผนและโครงการทจี่ ะดำเนินการต่อไป คู่มือการฝึกปฏิบัตโิ ครงการฝกึ ปฏบิ ตั งิ านภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๕๙ ๓.๗ การวางแผนและแก้ไขปัญหาสาธารณสุข จากขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมลู จนได้ปัญหาพร้อมการวิเคราะหป์ ัญหาสาธารณสขุ น้นั พอสรุปเปน็ ขัน้ ตอนได้ดงั นี้ สรปุ ผลการดำเนินการ การเก็บข้อมูล การรวบรวมข้อมลู ประเมนิ ผล การวิเคราะหข์ อ้ มูล การดำเนินการตามแผน เปรยี บเทยี บเกณฑ์ / ดัชนี / มาตรฐาน การวางแผน / โครงการ ไดป้ ัญหาต่าง ๆ วเิ คราะหป์ ญั หา KAP – Survey จดั ลำดบั ความสำคญั ของปญั หา หลังจากการวิเคราะห์ปัญหาแล้วขั้นตอนต่อไปคือ การวางแผนเพื่อดำเนินการลดหรือกำจัดสาเหตุของ ปัญหาให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง โดยวิธีการพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งพฤติกรรม และสิ่งแวดล้ อมให้ดีขึ้นซึ่ง ทางด้านสาธารณสุขใช้วิธีการรักษาพยาบาลควบคุมกำจัดส่งเสริมสุขภาพป้องกัน และการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ฟ้ืนฟบู ำบดั เป็นหลักใหญ่ ๓.๗.๑ขอ้ ควรคดิ ในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาเพอื่ วางแผนดำเนนิ งานแกไ้ ข ๓.๗.๑.๑ ปัญหาที่มีความสำคัญมากและง่ายต่อการวางแผนแก้ไข เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขด้วย กลวิธปี กติหรอื ดำเนนิ การตามปกตไิ ด้ ๓.๗.๑.๒ ปัญหาที่มีความสำคัญน้อยแต่แก้ไขได้ง่าย เหมาะที่จะใช้เป็นโครงการสาธิตให้เห็น ความสำเรจ็ ได้ในระยะเวลาสน้ั ๆ ๓.๗.๑.๓ ปัญหาที่มีความสำคัญมากแต่มีความสลับซับซ้อนในการแก้ไขปัญหาและต้องอาศัย นวัตกรรมใหม่ในการดำเนินงาน เป็นปัญหาทีท่ ้าทายให้ดำเนินการ และการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาเป็นหัวใจของ การจดั ทำโครงการ การดำเนนิ การ และประเมนิ ผลโครงการ ๓.๗.๑.๔ ปัญหาที่มีความสำคัญน้อยและแก้ไขได้ยาก เป็นปัญหาที่ควรได้รับการพิจารณาเป็น อนั ดบั สดุ ท้าย คมู่ ือการฝกึ ปฏิบัติโครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๖๐ ๓.๗.๒ การวางแผนงาน /โครงการเพือ่ แก้ไขปญั หาอนามัยชมุ ชน เม่ือทราบปัญหาของชมุ ชนและนำมาจัดลำดบั ความสำคญั ของปัญหาเรยี บร้อยแล้วการที่จะแก้ปัญหาอนามัย ชุมชนด้านใดนั้น จะต้องมีการวางแผนงาน เพื่อให้การจัดบริการหรือกิจกรรมนั้นเป็นไปอย่างมีระบบสอดคล้องกับ นโยบาย เป้าหมาย ทรัพยากรและเวลาตลอดจนสามารถประเมินผลการปฏิบัตงิ านได้อย่างมีประสิทธภิ าพ การวางแผนงานมคี วามหมายท่ีชัดเจนอยู่แล้วในตัวเอง นักบริหารหลายท่านได้ให้คำกำจดั ความแตกต่างกัน ไปตามความเห็นของแต่ละบุคคล พอสรุปไดว้ ่า การวางแผนงานหมายถึง การเตรียมกำหนดการไว้ล่วงหน้าถึงเรื่องที่จะกระทำในอนาคต โดยกำหนด แนวทางและวิธีการที่จะทำให้เรื่องที่คิดสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายของ หน่วยงาน ต้องใชข้ ้อมลู สถิติ ข้อเท็จจริง หลกั ฐานตา่ งๆ ท่ีมอี ยมู่ าประกอบการพจิ ารณาวางแผนนัน้ ๓.๗.๓ ความสำคญั ของการวางแผน ๓.๗.๓.๑ การวางแผนที่ถูกต้องสมบูรณ์ จะช่วยให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบว่างานจะมุ่งไปในทางใดช่วยให้งานดำเนินไปอย่างรวดเรว็ และมีประสิทธภิ าพ ๓.๗.๓.๒ การมีแผนงานที่ดีทำให้หน่วยงานอื่นเข้าใจวัตถุประสงค์ขององค์การได้ดีขึ้น ป้องกันการ ทำงานแบบเดาสมุ่ ๓.๗.๓.๓ การวางแผนช่วยให้เกิดการทำงานเป็นกลุ่ม เป็นเครื่องมือในการประสานงานที่ดี ซึ่งเป็น การสนองความตอ้ งการดา้ นการบรหิ ารในสมัยปัจจุบนั ๓.๗.๓.๔ ชว่ ยใหส้ ามารถใชก้ ำลังคน เงนิ วัสดุ ทรัพยากร และเวลาทมี่ ีอย่ใู หเ้ กิดประโยชน์มากทีส่ ดุ ๓.๗.๓.๕ การวางแผนชว่ ยในการควบคุมและประเมนิ ผลงานได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ๓.๗.๓.๖ ขจัดอุปสรรคในการดำเนินงาน ช่วยให้ทราบความเคลื่อนไหวในการปฏิบัติงาน และ คาดคะเนอปุ สรรคที่อาจจะเกิดขน้ึ ช่วยใหม้ ีเวลาแก้ไขหรือหลีกเล่ยี งอุปสรรคนน้ั ๓.๗.๓ แผน ๓.๗.๓.๑ ผลทไี่ ดจ้ ากการวางแผน คือ แผน แผนงาน และโครงการ มีความหมายตอ่ เนือ่ งกันดังนี้ ๑) “แผน”(Plan) คือ เอกสารที่ระบุอย่างชัดเจนว่า จะให้ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร มีขั้นตอนดำเนินการอะไร อย่างไรบ้าง มีการประสานงานอย่างไร และใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง เท่าไร จึงจะ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายท่ตี อ้ งการ ๒) “แผน” ในความหมายที่ใช้กันอยู่จะหมายถึง เอกสารซึ่งแสดงถึงสิ่งที่จะดำเนินการใน อนาคต ซึง่ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ (เพอ่ื ให้เกิดผลอะไร) นโยบาย (แนวทางการดำเนินงาน) เป้าหมาย (จะทำเทา่ ไร ให้เกดิ คุณภาพอย่างไร) วงเงิน (จะใชง้ บประมาณเท่าไร) มาตรการ (วิธีการท่ีจะทำใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์) คมู่ อื การฝึกปฏิบตั โิ ครงการฝกึ ปฏิบตั งิ านภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๖๑ ๓) “แผนงาน”(Program) คอื กลมุ่ โครงการท่ีเก่ยี วข้องและประสานกันตั้งแต่ ๒ โครงการ ขึน้ ไปมีการดำเนินงานท่สี อดคลอ้ งสมั พันธก์ ันในอันท่ีดจี ะบรรลุวตั ถุประสงค์และเป้าหมายทต่ี ้องการ ๔) “โครงการ”(Project) คอื กจิ กรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างที่มีความสัมพันธ์ กนั ซ่งึ ได้กำหนดข้ึนเป็นการเฉพาะที่แตกตา่ งจากงานประจำ โดยมกี ารจัดกิจกรรมรวมกันเป็นลำดบั ข้ันตอน ก่อน-หลัง มจี ดุ เร่มิ ต้นและสิ้นสดุ ที่ชัดเจนแนน่ อน เพื่อมุง่ ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคภ์ ายในกำหนดเวลา และทรพั ยากรทก่ี ำหนดไว้ ผลประโยชน์ท่เี กดิ ขน้ึ จาการบรรลุความสำเร็จของแต่ละโครงการ จะมสี ว่ นชว่ ยให้บรรลวุ ัตถุประสงค์ท่ีสูงข้ึน ไปอีกระดับหนึ่ง คือ ระดับแผนงาน ความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันระหว่างแผน แผนงาน โครงการและกิจกรรมหรืองาน แสดงไวด้ งั นี้ ภาพแสดงความสัมพนั ธข์ องแผน แผนงาน โครงการ และงาน แผน(Plan) แผนงาน(Program) แผนงาน(Program) โครงการ(Project) โครงการ(Project) กิจกรรม กิจกรรม กจิ กรรม กิจกรรม กิจกรรม (Activity) (Activity) (Activity) (Activity) (Activity) หรืองาน หรืองาน หรอื งาน หรอื งาน หรอื งาน (Job) (Job) (Job) (Job) (Job) จะเห็นว่าโครงการประกอบด้วย กิจกรรมหลายกิจกรรม และกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้อาจ กระทำในรปู แบบตา่ งๆ กัน เช่น การฝึกอบรมเจา้ หนา้ ท่ี การใช้ปัจจัยดำเนนิ การต่างๆ เช่น งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สนับสนุน การอบรมเจา้ หน้าท่ีให้บริการด้านเทคนิคเฉพาะ เปน็ ต้น ดงั น้นั โครงการจึงหมายถึงกิจกรรมหรืองานท่ีมิใช่ งานประจำ ลกั ษณะของโครงการจะต้องมรี ะยะเวลาเร่ิมต้นและส้นิ สุดท่แี นน่ อน โดยกำหนดระยะเวลาท่ีแน่นอนของ โครงการไว้ เช่น กำหนดระยะเวลาแลว้ เสรจ็ ภายในเวลา ๔๐ วัน หรือกำหนดไว้ต้งั แต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ เป็นต้นไป การเกดิ โครงการหรอื การจัดทำเปน็ โครงการ อาจทำได้ ๒ ลักษณะ คอื ๑. ถ่ายทอดจากแผน หรือเกิดจากมีแผน(หรือแผนหลัก)๑๖๑ อยู่แล้ว เช่น แผนงาน โภชนาการที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาสาธารณสุขของชาติ หรือที่บรรจุไว้ในแผนพัฒนาชนบทได้จัดทำขึ้นมาจาก ปัญหาทุพโภชนาการในชมุ ชน โดยมีสาเหตุเนื่องมาจากประชาชนขาดความรูใ้ นเรื่องการบริโภคอาหาร การมีอาหาร บริโภคไม่เพียงพอ การมีโรคพยาธิชุกชุม ฯลฯ จึงได้จัดทำแผนโภชนาการเป็นแผนงานขึ้นไว้รองรับการแก้ปัญหา คมู่ อื การฝกึ ปฏิบัตโิ ครงการฝกึ ปฏบิ ัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๖๒ โภชนาการ และเมื่อพิจารณาถึงสาเหตุของปัญหานี้แล้ว จึงสามารถจัดทำเป็นโครงการต่างๆ ได้ เช่น โครงการ โภชนศึกษา โครงการอาหารเสริม โครงการป้องกันโรคหนองพยาธิ เปน็ ต้น ๒. โครงการอาจจัดทำขึ้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หรือเกิดจากความจำเป็น โดยมิได้มีแผนมาก่อน เป็นการวางแผนโครงการเพื่อแก้ปัญหา เช่น เกิดมีการระบาดของโรคไข้เลือดออก จงึ ทำโครงการปอ้ งกนั ไข้เลอื ดออกข้ึนมา เปน็ ตน้ ๓.๗.๓.๒ ประเภทของแผน ทุกหนว่ ยงานจะมหี น้าทเ่ี กยี่ วข้องกับการจดั ทำแผนงานโครงการมากบ้างน้อยบา้ งตามภารกิจหน้าที่ แผนงานดงั กล่าวจะเรียกชือ่ แตกต่างกนั ไป ขึน้ อย่กู บั การแบง่ ประเภทของแผน เชน่ การแบง่ ประเภทของแผนโดยใชร้ ะยะเวลาเป็นเครอ่ื งกำหนด ไดแ้ ก่ ๑) แผนระยะสั้น มักมีช่วงระยะเวลากำหนดไว้ไม่เกิน ๒ ปี อาจเป็น ๑ สัปดาห์ก็ได้ อาจ กระทำในรูปแผนงาน หรือโครงการ ซึ่งมีกิจกรรมไม่ซับซ้อนมากนัก เช่น แผนปฏิบัติงานประจำปี โครงการอบรม อาสาสมัครสาธารณสขุ ในเขตเมือง โครงการสขุ าภิบาลสิง่ แวดลอ้ ม เปน็ ตน้ ๒) แผนระยะกลาง หมายถึง แผนที่มีช่วงระยะเวลาระหว่าง ๓ – ๕ ปี ส่วนใหญ่มักจะ เป็นแผนที่มกี จิ กรรมตอ่ เน่อื งกบั แผนระยะส้ัน เพียงแต่ผูว้ างแผนต้องการขยายระยะเวลาใหย้ าวนานกวา่ แผนระยะส้ัน เทา่ น้นั เชน่ โครงการจัดหานำ้ สะอาดในชนบท และโครงการโภชนาการในแผนพฒั นาสาธารณสขุ ของชาติ เป็นต้น ๓) แผนระยะยาว หมายถึง แผนที่มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่า ๕ ปี โดยมากมักจะเป็น ระยะ ๕ ปี หรือมีระยะยาวนานกว่านี้ อาจเป็นแผนระยะเวลา ๑๐ ปี หรือ ๑๕ ปีก็ได้ แผนระยะยาวจะต้องสัมพันธ์ กับแผนระยะสั้นและแผนระยะกลางด้วย แผนระยะยาวที่สำคัญได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมี ระยะเวลา ๕ ปี เปน็ ต้น นอกจากนี้ อาจแบ่งประเภทของแผนออกเป็นรูปแบบการวางแผนต่างๆ ได้อีกมาก เช่น การวางแผนงานบริหาร (Administrative planning) การวางแผนงาน (Program planning) การวางแผนปฏิบัติการ (Managerial planning) การวางแผนดำเนินงาน (Operational planning) การวางแผนกลยุทธ์หรือกลวิธี (Strategic planning) ๓.๗.๓.๓ ปัจจัยสำหรบั การวางแผน การวางแผนงานเพื่อแก้ปัญหาอนามัยของชุมชนให้มีประสิทธิภาพ ย่อมขึ้นอยู่กับความพร้อมของ ข้อมลู ความรู้และประสบการณข์ องผวู้ างแผน ดงั นัน้ กอ่ นวางแผนงานควรได้คำนึงถึงปจั จัยสำคัญบางประการไดด้ งั นี้ ๑) ความจำเป็นและความสำคัญของปัญหาอนามัยที่จะต้องนำมาวางแผน ต้องรู้ว่า วางแผนเน่อื งจากอะไร มคี วามสำคญั เพยี งใด และทำแลว้ มผี ลต่อส่งิ ใดหรอื ใครบา้ ง ๒) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องมีอย่างพอเพียง และควรได้ศึกษาถึง สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมทีเก่ียวข้อง ๓) วิธีการต่างๆ ที่จะนำมาใช้และกำหนดลงในแผนงาน จะใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสม วิธีใด ควรจะเป็นวิธีหลัก วิธีใดควรจะเป็นวิธีรองลงมา หรือเป็นวิธีเลือกตลอดจนถึงวิธีการตรวจสอบ ควบคุม และการ ประเมนิ ผลงานดว้ ย คู่มอื การฝกึ ปฏิบตั ิโครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๖๓ ๔) ทรัพยากรต่างๆ ที่ใช้ในการวางแผน ทั้งในแง่กำลังคน เงิน วัสดุ อุปกรณ์ เหมาะสม เพียงพอท่ีจะนำมาใช้ดำเนินการ ๕) หน่วยงานใดบ้างที่จะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการวางแผน และการปฏิบัติตามแผน ควรให้ มีสว่ นรว่ มวางแผนด้วย เพื่อความรว่ มมือในการดำเนนิ งาน ๖) การวางแผนเป็นการกำหนดกิจกรรมที่จะปฏิบัติในอนาคต ผู้วางแผนควรคำนึงถึง อุปสรรคหรืออิทธิพลบางอย่าง ที่อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลง เช่น ภาวะเศรษฐกิจ สังคม และความต้องการของ ชุมชน เปน็ ตน้ ๗) รปู แบบของแผนงานควรใชร้ ปู แบบใดหรอื เป็นแผนระดบั ใด เชน่ การเขียนแผนงานยอ่ ย หรือโครงการ (Sub plan or Project plan) ควรให้สอดคล้องกับแผนงานหรือแผนแม่บท (Master plan) และต้อง ใหส้ อดคลอ้ งกบั ปญั หาและความตอ้ งการของชุมชน ๓.๗.๓.๔กระบวนการวางแผนงานด้านอนามยั ชุมชน ขน้ั ตอนในการวางแผนงานมีดงั น้ี ๑) กำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของงานให้ชัดเจนแน่นอนและสอดคล้องกับ นโยบายของประเทศ ๒) วเิ คราะหท์ รัพยากรตา่ งๆ ท่มี อี ยู่ ๓) กำหนดแผนงานตามลำดับความสำคญั ของปัญหาเปน็ ขน้ั ตอน ๔) ทดสอบแผนงานที่กำหนดข้นึ ๕) นำแผนงานไปใช้ ๖) ประเมนิ ผลงาน ๑) ขั้นที่ ๑ การกำหนดวัตถุประสงค์ จะต้องชัดเจน วัตถุประสงค์เป็นส่วนหนึ่งของการ วางแผนท่ีสำคญั มาก ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำเนินงาน เพราะวัตถปุ ระสงค์จะบอกข้ันตอนและความคาดหวังที่จะให้งาน สำเร็จในลกั ษณะใด เวลาไหน นอกจากนว้ี ัตถปุ ระสงค์ยังเปน็ พ้ืนฐานในการประเมนิ ผลอีกดว้ ย ซึ่งมีหลักสำคัญดงั นี้ ๑. จะตอ้ งทบทวนให้ละเอยี ดวา่ ๑.๑ จะทำอะไร(What) ๑.๒ทำไม่จึงต้องทำ (Why) ๑.๓ ทำทีไ่ หน (Where) ๑.๔ทำเมอ่ื ใด (When) ๑.๕ใครเปน็ ผทู้ ำและทำกบั ใคร (Who and Whom) ๑.๖จะทำอยา่ งไร (How) เมื่อใดคำตอบแล้วจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนหรือโครงการทุกชนิด ทุกประเภท โดยเฉพาะคำถามทวี่ ่า “จะทำอะไรและทำไมจงึ ต้องทำ” จะช่วยใหท้ ราบวตั ถุประสงคท์ กี่ ำหนดขึน้ ๒. การกำหนดวัตถุประสงคต์ อ้ งใหส้ อดคลอ้ งกับสิ่งต่อไปน้ี ๒.๑ นโยบายของรัฐ องคก์ ารและคำส่งั ต่างๆ คมู่ อื การฝกึ ปฏบิ ตั โิ ครงการฝึกปฏิบตั งิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๖๔ ๒.๒ กฎหมายและระเบยี บข้อบงั คบั ที่เกยี่ วข้อง ๒.๓ ข้อคิดเห็นที่ส่วนราชการนั้นเห็นว่าควรกำหนดขึ้น เพื่อผลงานของส่วน ราชการ หรอื เพ่ือผลงานตามแผนพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ๓. วัตถปุ ระสงค์ควรมีลักษณะดงั นี้ ๓.๑ ชดั เจน เข้าใจง่ายมลี กั ษณะเฉพาะ ๓.๒ สามารถปฏบิ ัตไิ ด้ ๓.๓ เหมาะสมกบั ระยะเวลาท่ีมอี ยู่ ๓.๔ สอดคล้องและสนับสนุนวัตถุประสงค์หรือนโยบายของหน่วยงานและ นโยบายของรัฐ ๒) ขั้นที่ ๒ การวิเคราะห์ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ (Available resource) หมายถึง การ พจิ ารณาทรัพยากรทุกชนดิ ท่จี ะต้องใช้ในการดำเนนิ งาน มีหลกั เกณฑ์ดงั น้ี ๑. รวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ ทีจ่ ะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผน และเพ่อื ใหส้ ามารถปฏิบัติงาน ได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ๒. วเิ คราะห์ขอ้ มูลทไี่ ดม้ าในประการทสี่ ำคัญๆ คือ ๒.๑ ดา้ นปริมาณและคุณภาพ ๒.๒ จำนวนเจา้ หนา้ ที่มีความร้คู วามชำนาญด้านใดบ้าง มีจำนวนเพียงพอหรือไม่ ถา้ ไม่พอจะหาไดจ้ ากทใี่ ด ๒.๓ จะใชง้ บประมาณเทา่ ใด หาไดอ้ ยา่ งไร ๒.๔ วสั ดุทีจ่ ะใช้มีอะไรบ้าง มีอยู่แล้วเท่าใด จะเพมิ่ ไดอ้ ย่างไร ๒.๕ สถานที่ เชน่ ท่ดี นิ อาคาร สำนกั งาน มหี รอื ไม่ ๒.๖ ระยะเวลาสำหรับการปฏบิ ตั ิงานนานเทา่ ไร ยืดหยุ่นได้หรอื ไม่ เพยี งใด ๒.๗ นโยบายและวตั ถปุ ระสงค์ของหน่วยงานเกีย่ วกบั เรอื่ งทจ่ี ะทำมอี ยู่อย่างไร ๒.๘ กฎหมายและระเบียบแบบแผนในเรื่องนนั้ มอี ยา่ งไร ๒.๙ เมอ่ื ปฏิบัตติ ามแผนแล้วมปี ญั หาหรืออปุ สรรคจะมีวธิ แี กไ้ ขอยา่ งไร ๒.๑๐ ถ้ามีหลายแผนหลายโครงการต้องวเิ คราะห์ความสำคัญของแผนงานแต่ละ อย่างดว้ ย ๓) ขั้นที่ ๓ กำหนดแผนงาน การวางแผนงานจะต้องยึดหลักการทำงานให้บรรลุ วตั ถุประสงค์ ซง่ึ ต้องพจิ ารณาจาก ๑. เปา้ หมายหรอื วตั ถุประสงคม์ ีอย่างไร ๒. จะตอ้ งทำอย่างไรและทำอะไรบ้างจงึ จะบรรลุวัตถปุ ระสงค์น้นั ๓. กำหนดระยะเวลาเรม่ิ ต้นและสนิ้ สุดการทำงาน ๔. วางแผนงานตามลำดับข้นั ความสำคญั ของปญั หา ๕. ลงมอื วางแผน กำหนดวิธีดำเนินการ ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ผู้รบั ผดิ ชอบ คมู่ ือการฝกึ ปฏบิ ัตโิ ครงการฝกึ ปฏิบตั งิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๖๕ ๖. กำหนดวิธี และระยะเวลาที่จะประเมินผล ตลอดจนวิธีแก้ไขอุปสรรคที่คาดว่าจะ เกดิ ข้ึน ๔) ขั้นที่ ๔ ทดสอบแผนงานที่กำหนดขึ้น (Pre-test) นำแผนงานที่กำหนดไว้ไปทดลองใช้ ในชุมชนทมี่ ลี กั ษณะคล้ายกนั เพ่อื หาขอ้ บกพรอ่ งแล้วนำมาปรัปปรงุ แก้ไขใหเ้ รียบรอ้ ยสมบูรณ์ก่อนนำไปใช้ ๕) ขนั้ ท่ี ๕ นำแผนไปใช้ (Implementation) ก่อนนำไปใชต้ ้องพิจารณา ๑. มกี ารสง่ั ใหท้ ราบโดยทัว่ กนั ว่าจะใชแ้ ผนงานใด ๒. มีการชีแ้ จง ทำความเขา้ ใจในแผน ๓. จัดพิมพ์แผนงานท่ีจะใช้ขึ้นให้เพียงพอ เพื่อให้ผู้เก่ียวข้องทราบโดยทั่วกันและสามารถ ปฏบิ ัติตามแผนได้ถูกตอ้ ง ๔. ดำเนินการตามแผนทก่ี ำหนดไว้ ตามลำดบั ความสำคัญของงานท่ีจะทำเปน็ ข้ันตอน ๖) ขั้นที่ ๖ ประเมินผลงานเป็นระยะๆ ตามที่กำหนดไว้ ถ้ามีข้อบกพร่องต้องหาทางแก้ไข โดยเร็วลกั ษณะของแผนงานทีด่ ี แผนงานท่ดี ีควรจะมลี ักษณะดังตอ่ ไปนค้ี ือ ๑. จะต้องมวี ัตถุประสงคท์ แี นน่ อนชัดเจนและเข้าใจง่าย ๒. มลี กั ษณะเปน็ การใชท้ รพั ยากรตา่ งๆ ได้แก่ คน เงนิ วัสดุ เพ่อื ให้บรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ ๓. จะต้องมีกำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานตามแผนที่แน่นอน เช่น ๑ ปี , ๓ ปี และ ๕ ปี เปน็ ตน้ ๔. มีลักษณะเป็นข้อกำหนดเทคนิคการบริหาร ฉะนั้นแผนงานจำเป็นต้องมีข้อกำหนด เก่ียวกบั การมอบหมายงาน การรายงาน การควบคุมงาน และการประเมนิ ผลงาน ๕. จะต้องมีลักษณะยืดหยุ่น (Flexible) และง่ายต่อการปรับปรุงแก้ไขรวมทั้งจะต้องมี ระเบียบ วิธีการแกไ้ ขปัญหาทอี่ าจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ๖. ถ้าเป็นแผนใหญ่ที่มีโครงการรวมอยู่ในแผนเดียวกัน จำเป็นต้องจัดให้มีเทคนิควิธีการ ประสานงานอยดู่ ้วย ๗. จะต้องเป็นแผนที่สามารถปฏิบัติได้ รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบาย หรือวัตถุประสงค์ ของหนว่ ยงานในระดับสูงขน้ึ ไป ๓.๗.๓.๕ ปัญหาในการวางแผน เนื่องจากการวางแผนงานหรือโครงการเป็นเรื่องที่กำหนดแนว ปฏบิ ัตแิ ละหวังผลในอนาคต การวางแผนจึงมักมีอุปสรรคหรอื ปญั หาเกิดขนึ้ เสมอ ปญั หาส่วนมากเนื่องจาก ๑) มักจะมีการวางแผนที่ไม่เรียบร้อย เพราะกำหนดวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน ไม่ทราบหรือ ไมไ่ ด้คน้ หาขอ้ มลู ใหเ้ พยี งพอ ๒) วิเคราะหข์ อ้ มลู หรอื ไดข้ ้อมลู มาผดิ ๓) ปฏบิ ัติงานไมถ่ กู ตอ้ งตามระเบียบท่วี างไว้ ๔) ขาดความร้หู รอื ไมส่ ามารถหาผแู้ นะนำได้ ๕) เหตกุ ารณ์เปล่ียนแปลงไปโดยไม่คาดถึง คมู่ อื การฝกึ ปฏิบตั โิ ครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๖๖ ๖) แผนงานไม่มีความยืดหยุ่น ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันท่วงทีในกรณีที่มีปัญหา เกดิ ข้ึน ๓.๗.๔ การทำโครงการเพอื่ แก้ไขปัญหา การเขียนโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัย อาจแตกต่างกันไปตามลักษณะของหน่วยงานและ โครงการ ซงึ่ โดยทวั่ ไปจะครอบคลุมหัวขอ้ ตา่ งๆ ดงั น้ี ๓.๗.๔.๑ ชื่อโครงการ ......................... (เปน็ โครงการท่จี ัดทำข้นึ เพื่อแก้ปญั หา) ๓.๗.๔.๒ หลักการและเหตุผล ............ (ระบุถึงความสำคัญความเป็นมาของโครงการโดยมีข้อมูล สนับสนุนประกอบ) ๓.๗.๔.๓ วัตถุประสงค์ ..................... (ระบุถึงสิ่งที่โครงการต้องการให้เกิดขึ้นในปริมาณและ ระยะเวลาทีก่ ำหนด) ๓.๗.๔.๔ เป้าหมาย .......................... (ระบุถึงสิ่งทีโ่ ครงการจะให้มีขึ้นในปรมิ าณที่แน่นอน ชัดเจน และระยะเวลาทกี่ ำหนด โดยสอดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์) ๓.๗.๔.๕ วิธีดำเนินงาน .................... (กิจกรรมที่สัมพันธส์ อดคล้องซ่ึงกันและกัน ซึ่งคาดว่าเมือ่ ได้ ดำเนนิ การแล้วจะสง่ ผลให้บรรลุเปา้ หมายทก่ี ำหนด) ๓.๗.๔.๖ ระยะเวลาดำเนินการ ……… (ระบุระยะเวลาดำเนนิ การแนวทางเลือกลงสถานท่ี) ๓.๗.๔.๗ ทรัพยากร .......................... (ระบุถงึ การใช้งบประมาณ วัสดอุ ุปกรณ์ และกำลังคน) ๓.๗.๔.๘ ผู้รับผิดชอบโครงการ ......... (ระบชุ อ่ื นามสกุล และตำแหนง่ ) ๓.๗.๔.๙ การประเมินผล................... (ระบุถงึ แนวทางหรือเกณฑ์ทจ่ี ะชี้ให้ทราบถึงความสำเร็จของ โครงการ ๓.๗.๔.๑๐ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ ......... (เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าถ้าจัด โครงการนี้ เสรจ็ แล้วจะเกดิ อะไรขนึ้ บ้าง) สำหรับรายละเอยี ดของหวั ข้อตา่ งๆ ของโครงการมีดงั นี้ ๓.๗.๔.๑ ชอื่ โครงการ เป็นการระบุงานหรือโครงการที่จะทำ ชื่อโครงการจะต้องมีความชัดเจนเหมาะสม และ เฉพาะเจาะจงเป็นที่เข้าใจแก่ผู้นำโครงการไปใช้หรอื ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ ชื่อโครงการจะบอกให้ทราบว่าจะ กระทำสิ่งใดโครงการที่เสนอขึ้นนั้นเพ่ือทำอะไร โดยปกติชื่อโครงการจะแสดงหรือบอกชัดในลักษณะดังนี้ คือ แสดง ลกั ษณะเฉพาะของโครงการ เชน่ - แสดงลักษณะงานท่ตี อ้ งปฏิบัติ โครงการอาหารกลางวนั โครงการมมุ หนังสอื - แสดงลักษณะเฉพาะของโครงการ โครงการการประเมินผลการดำเนินงานของนกั ศกึ ษาเพ่ือพัฒนาหมบู่ า้ น คูม่ อื การฝึกปฏบิ ตั ิโครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๖๗ ๓.๗.๔.๒ หลกั การและเหตุผล เป็นส่วนที่แสดงถงึ ปญั หาความจำเปน็ หรือความเป็นไปทีจ่ ะต้องมโี ครงการในการปฏิบัติงานข้นึ โดย จะตอ้ งระบุถงึ ปัญหา เหตผุ ล และข้อสนับสนุนให้ปรากฏชัดเจน นอกจากนน้ั อาจต้องแสดงใหเ้ ห็นว่าโครงการที่เขียน ขนึ้ นส้ี อดคล้องกบั แผน หรือนโยบายหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องกับโครงการที่กำหนดขึ้นซง่ึ ผูเ้ ขียนโครงการจะต้องพยายาม หาเหตุผล หลักการ และทฤษฏีต่างๆ สนับสนุนโครงการอย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้ผู้มีหน้าที่อนุมัติให้การสนับสนุน และอนุมตั ิใหโ้ ครงการทนี่ ำเสนอไปดำเนินการได้ ๓.๗.๔.๓ วัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย เป็นเครื่องชี้แนวทางในการดำเนินของโครงการ วัตถุประสงค์จะเป็นข้อความที่แสดงถึงความ ต้องการที่จะกระทำสิ่งให้ปรากฏผลขึ้นเป็นข้อความที่ชัดเจนไม่คลุมเครือ และสามารถประเมินผลและวัดผลได้ โครงการหนึง่ ๆ อาจมวี ตั ถุประสงคม์ ากกวา่ ๑ ขอ้ ก็ได้และวัตถปุ ระสงค์อาจจำแนกไดเ้ ป็น ๒ ลักษณะคือ วัตถปุ ระสงค์ ทั่วไปและวัตถุประสงค์เฉพาะ วัตถุประสงค์ทั่วไปมักเป็นข้อความกวา้ งๆ ส่วนวัตถุประสงค์เฉพาะจะเป็นข้อความที่มี ความเฉพาะเจาะจง โดยระบุปริมาณและคุณภาพของการดำเนินงานที่ต้องการให้เกิดขึ้น วัตถุประสงค์เฉพาะจะต้อง มีความสอดคล้องสัมพันธก์ ับวัตถุประสงค์ทั่วไปเป็นการแสดงถึงความต้องการหรือทิศทางในการปฏิบัติงานที่ระบุทั้ง ในเชิงปรมิ าณ เชงิ คุณภาพ และลกั ษณะเฉพาะของผลงานโดยมรี ะยะเวลาทชี่ ดั เจนเปน็ ตวั กำกบั ในการปฏิบัตงิ านน้นั การเขียนวัตถุประสงค์ควรจะต้องคำนึงถึงลักษณะ ๕ ประการ หรือจะต้องกำหนดด้วย “ความฉลาด”(SMART) คอื S = Sensible : วัตถปุ ระสงคท์ ี่ดีต้องมคี วามไปไดใ้ นการดำเนนิ การโครงการ M = Measure : วัตถุประสงค์ทด่ี จี ะตอ้ งสามารถวดั และประเมินผลได้ A= Attainable : วัตถุประสงค์ที่ดีต้องระบุสิ่งต้องการดำเนินงานอย่างชัดเจนและ เฉพาะเจาะจงมากที่สุด R = Reasonable : วัตถุประสงคท์ ี่ดตี อ้ งมคี วามเป็นเหตุเป็นผลในการปฏบิ ัตงิ าน T = Time : วตั ถปุ ระสงคท์ ่ีดีต้องมีขอบเขตเวลาท่แี น่นอนในการปฏิบตั ิงาน ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า วัตถุประสงค์เป็นทิศทางในการดำเนินงานของโครงการส่วนเป้าหมายเป็น รายละเอียดของการดำเนนิ งานตามโครงการน้ัน โดยมจี ุดสุดทา้ ยคอื ความสำเร็จของโครงการทม่ี ีปริมาณและคุณภาพ อนั เหมาะสมภายใต้ทรพั ยากรและเวลาที่กำหนดไวใ้ ห้ การเขยี นวัตถปุ ระสงค์ของโครงการมลี ักษณะเปน็ วัตถปุ ระสงค์เชงิ ปฏิบัตกิ ารทชี่ ัดเจนและเข้าใจง่าย ฉะนัน้ การเขยี นวตั ถุประสงค์จงึ ควรใช้คำที่แสดงถึงความต้งั ใจหรือจุดมุ่งหมายของการดำเนนิ การโครงการ เชน่ คำว่า พรรณนา อธิบาย กล่าวถึง เลือกสรรระบุ สร้างเสริม ประเมินผลลำดับแยกแยะ กำหนดรูปแบบ แจกแจงกำหนด รปู แบบ ตวั อยา่ งการเขยี นวตั ถปุ ระสงค์โครงการ เพ่อื ใหส้ ามารถอธบิ ายถึงคุณภาพทางการศึกษาได้ เพ่อื ให้สามารถระบุข้ันตอนในการดำเนนิ งานโครงการได้ เพื่อใหส้ ามารถจำแนกแยกแยะข้อดีและข้อเสียของการดำเนินงานได้ คูม่ ือการฝึกปฏบิ ตั ิโครงการฝึกปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๖๘ ๓.๗.๔.๔ วธิ ดี ำเนินการ เป็นงานหรือภารกิจท่ตี ้องปฏิบตั ิใหบ้ รรลุวัตถุประสงคข์ องโครงการวธิ ีการดำเนินงานมักจำแนกเป็น กิจกรรมย่อยหลายกิจกรรม โดยจะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนกระบวนการว่ามีกิจกรรมใดที่จะต้องทำ เมื่อใด ผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบและจำเป็นอย่างไร โดยปกติวิธีดำเนินการจะมีปฏิบัติงาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแผนภูมิแท่ง ควบคูก่ ันไป รวมทง้ั แสดงใหท้ ราบถึงระยะเวลาท่ตี ้องใช้ในการดำเนินงานของกิจกรรมนน้ั ๆ ๓.๗.๔.๕ ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ เป็นการระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนกระทั่งถึงเวลาเสร็จสิ้นโครงการว่าใช้เวลาทั้งหมด เทา่ ใด โดยมักแสดงให้เหน็ ว่าเวลาท่ใี ชเ้ ร่มิ ตั้งแต่วนั เดือน ปีอะไร และจะเสร็จสน้ิ ในวัน เดือน ปอี ะไร ถ้าโครงการเป็น โครงการระยะยาวและมีหลายขั้นตอนกต็ ้องแสดงช่วงเวลาในแคล่ ะขน้ั ตอนนั้นด้วย ทงั้ น้เี พอ่ื ใช้ประกอบการพิจารณา เพื่ออนมุ ัตโิ ครงการ ระยะเวลานม้ี ักจะตอ่ จากวิธกี ารดำเนินงาน ๓.๗.๔.๖ งบประมาณและทรัพยากรทีต่ ้องใช้ เปน็ การระบถุ งึ จำนวนงาน บุคคล วสั ดุครภุ ัณฑแ์ ละปัจจยั อื่นๆ ทีจ่ ำเป็นตอ่ การดำเนนิ โครงการ การ กำหนดงบประมาณและทรัพยากรในการดำเนินงานผวู้ างแผนโครงการควรต้องคำนึงถงึ หลักสำคัญ ๔ ประการในการ จัดทำโครงการ หลกั การในการจัดทำดังกล่าว ได้แก่ ๑) ความประหยัด (Economy) การเสนองบประมาณเป็นไปด้วยความประหยัดหมายถึง การใชท้ นุ หรือทรพั ยากรทกุ ชนดิ ตามสมควร แตผ่ ลของการดำเนนิ โครงการเปน็ ไปดว้ ยดแี ละมีคุณภาพ ๒) ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) โครงการทุกโครงการจะต้องมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับ และทุกคนทีความพึงพอใจในผลงานที่เกดิ ขนึ้ ๓) ความมีประสิทธิผล (Effectiveness) โครงการทุกโครงการจะต้องดำเนินงานเป็นไป ตามวัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทก่ี ำหนดไว้ ๔) ความยุติธรรม (Equity) การจัดสรรทรัพยากรทุกชนิดหรือการใช้จ่ายทรพั ยากรจะต้อง เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด การ ระบุยอดเงินงบประมาณและจำนวนทรัพยากรอื่นๆ ที่ต้องใช้ควรจะต้องระบุที่มาด้วย เช่น จากงบประมาณจากการ ช่วยเหลือจากการบริจาคจากหน่วยงานหรือองค์การเอกชนหรืออื่นๆ เป็นต้น นอกจากนั้นยังจะต้องแจงออกเป็น รายละเอียดในการใช้อยา่ งชดั เจนอีกด้วย ซึง่ จะช่วยให้การพจิ ารณาสนับสนนุ และอนมุ ตั ิโครงการเปน็ ไปดว้ ยดี ๓.๗.๔.๗ ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ เป็นการระบเุ พื่อให้ทราบว่า หนว่ ยงานใดหรอื บุคคลใดหรือกลุ่มใดเป็นผูร้ ับผิดชอบในการเสนอและ ดำเนินงานโครงการ เพี่อใหผ้ ้พู ิจารณาสามารถตรวจสอบได้อย่างแนช่ ัดว่า โครงการท่ีจดั ทำขนึ้ เปน็ งานในหน้าท่ีความ รบั ผดิ ชอบและเปน็ ภารกจิ ของหน่วยงานหรอื ของบุคคลผู้นัน้ จรงิ หรือไม่ และผรู้ ับผดิ ชอบโครงการมีประสบการณ์และ คุณสมบัติท่ีเหมาะสมและนา่ เช่ือถือมากน้อยเพียงใด ๓.๗.๔.๘ การประเมนิ ผลโครงการ ส่วนนี้เป็นการแสดงถึงการติดตาม การควบคุมการกำกับและประเมินผลโครงการ โดยจะแสดงให้ ทราบว่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติสนับสนุนแล้วจะมีวิธีการในการควบคุมอย่างไร เพื่อให้โครงการบรรลุถึง คมู่ อื การฝกึ ปฏิบัติโครงการฝกึ ปฏบิ ัติงานภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชพี ปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๖๙ วัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพการประเมินโครงการจะต้องระบุบุคคลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการและจะตอ้ งระบุวธิ หี รือเคร่ืองมือทีใ่ ช้ประเมินไวด้ ว้ ย การประเมินจะบอกระยะเวลาในการประเมนิ ด้วย ๓.๗.๔.๙ ผลประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั ส่วนนี้แสดงถึงผลประโยชน์ที่พึงจะได้จากความสำเร็จของโครงการเมื่อโครงการได้สิ้นสุดลงซึ่งจะ หมายถึงผลกระทบในทางที่ดีที่คาดว่าจะเกิดขึ้นโดยตรงและโดยอ้อม นอกจากนี้จะระบุไว้ชัดเจนว่าใครจะได้รับ ประโยชน์และผลกระทบนั้นในลักษณะอย่างไรทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพโดยสรุปเขียนโครงการจะต้องมีเนื้อหา สาระท่ีละเอยี ดชัดเจน เฉพาะเจาะจงโดยรปู แบบของโครงกรจะสามารถตอบคำถามดังต่อไปน้ีไดก้ ลา่ วคือ ๑) โครงการอะไร หมายถงึ โครงการ ๒) ทำไมต่ อ้ งทำโครงการน้ี หมายถึง หลกั การและเหตผุ ล ๓) ทำเพื่ออะไร หมายถงึ วัตถุประสงค์ ๔) ทำในปริมาณเทา่ ใด หมายถึง เปา้ หมาย ๕) ทำอย่างไร หมายถึง วิธดี ำเนนิ การ ๖) ทำเมื่อใดและนานแคไ่ หน หมายถงึ ระยะเวลาดำเนนิ การ ๗) ใชท้ รพั ยากรอะไร เท่าใด และได้จากที่ไหน หมายถงึ งบประมาณและ ทรัพยากรอ่นื ๆ ๘) ใครทำ หมายถึง ผู้รับผดิ ชอบโครงการ ๙) ตอ้ งทำกับใคร หมายถงึ หน่วยงานหรอื บุคคลที่ให้การ สนบั สนุน ๑๐) ทำได้บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์และเปา้ หมายหรอื ไม่ หมายถึง การประเมนิ ผล ๑๑) มีปัญหาอปุ สรรคหรือไม่ หมายถึง ขอ้ เสนอแนะ โครงการทุกโครงการหากผู้เขียนโครงการสามารถตอบคำถามทุกคำถามดังกล่าวได้ทั้งหมดอาจถือ ได้ว่าเป็นการเขียนโครงการที่มีความสมบูรณ์แบบและหากการตอบคำถามเป็นไปด้วยความมีเหตุผลและมีหลักการ ย่อมถือได้ว่าโครงการที่เขียนนั้นเป็นโครงการที่นอกจากจะได้รับการพิจารณาอนุมัติโดยง่ายแล้ว ผลของการ ดำเนนิ งานมักจะมปี ระสิทธิภาพด้วย ๓.๗.๔.๑๐ การประเมนิ โครงการท่เี ขยี นข้ึน หลักการเขียนโครงการเสร็จแล้ว ควรมีการประเมินโครงการหรือตรวจสอบความถูกต้องของ โครงการท่เี ขยี นเสยี ก่อนท่จี ะดำเนินการตามโครงการต่อไป โดยมีข้นั ตอนการตรวจสอบ ดงั น้ี ๑) การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหา ผูป้ ระเมินตอ้ งตรวจสอบว่า หวั ขอ้ ท่ีควรจะมีใน โครงการมอี ยู่ครบถ้วนหรอื ไม่ ๒) การตรวจสอบความชัดเจนรายละเอียดแต่ละหัวข้อชัดเจน ว่ามีความชัดเจนเพียง พอท่จี ะใช้ในการปฏบิ ตั หิ รือไม่ คมู่ อื การฝกึ ปฏบิ ตั โิ ครงการฝึกปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏิบัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๗๐ ๓) การตรวจสอบความสอดคลอ้ งและความต่อเนื่องจากหัวข้อหนึ่งไปยังอีกหวั ข้อหนึง่ ควร สอดคล้องมีความสำคัญมาก หากขาดความสอดคล้องต่อเนื่องอาจทำให้การดำเนินโครงการไม่เป็นไปใน ทศิ ทางที่คาดหวงั ในการตรวจสอบทั้ง ๓ ขั้นตอนผู้ประเมินอาจจัดทำเป็นแบบฟอร์มในการตรวจสอบ เพื่อ ความสะดวกในการดำเนนิ การ ตวั อย่างแบบฟอร์มท่กี ลา่ วถึงไดแ้ ก่แบบฟอร์มดงั ต่อไปนี้ แบบฟอร์มที่ ๑ ตารางที่ ๑ การตรวจสอบความสมบรู ณ์ของเนอื้ หา หัวข้อทีค่ วรจะมีในแผนงาน หวั ข้อทปี่ รากฏใน รายละเอียดในการ หมายเหตุ แผนงาน (ม/ี ไมม่ )ี ปฏบิ ัติ (เพยี งพอ/ไม่ เพียงพอ / ไมม่ ี) ๑. ช่อื โครงการ ๒. หลกั การและเหตผุ ล ๓. วัตถุประสงค์ ๔. กลมุ่ เปา้ หมาย ๕. เป้าหมาย ๖. วิธีการดำเนินงานหรือแผนงาน ย่อย หรอื กจิ กรรมย่อย ๗. บคุ คลหรอื หน่วยงานทร่ี ับผดิ ชอบ ๘. งบประมาณ ๙. สถานทด่ี ำเนินการ ๑๐. การติดตามและประเมินโครงการ ๑๑. ผลประโยชน์ทีค่ าดว่าจะไดร้ บั คมู่ อื การฝกึ ปฏิบัตโิ ครงการฝึกปฏิบตั ิงานภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๗๑ แบบฟอรม์ ที่ ๒ ตารางท่ี ๒ การตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างสว่ นประกอบ ความสอดคล้องระหว่างส่วนประกอบ สอดคล้อง ไมส่ อดคล้อง ขาดราย หมายเหตุ ของโครงการ ละเอียด ๑. ช่ือโครงการกบั หลกั การและเหตผุ ล ๒. หลักการและเหตุผลกับเหตุ ประสงค์ ๓. วตั ถปุ ระสงคก์ บั เป้าหมาย ๔. วัตถุประสงค์กับกิจกรรมในการ ดำเนินงาน ๕. กิจกรรมในการดำเนินงานกับการ ตดิ ตามและประเมนิ ผล ๖. กจิ กรรมฯกบั งบประมาณท่ใี ช้ ๗. กจิ กรรมฯกบั ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั การตรวจสอบโครงการก่อนเริ่มดำเนินการตามโครงการ เป็นการพิจารณารายละเอียดและความ ถูกต้องของโครงการก่อนเริ่มลงมือปฏิบัติงาน แต่ถ้าผู้ประเมินเข้าประเมินโครงการเมื่อโครงการดำเนินการไปแล้ว หรือเมื่อโครงการสิ้นสุดลง ก็ยังต้องตรวจสอบโครงการก่อนที่จะเริ่มประเมินโครงการ เพราะความผิดพลาดในการ ดำเนนิ โครงการอาจจะเกดิ จากตัวแผนโครงการขาดรายละเอยี ดหรือไมช่ ัดเจนเพยี งพอในการนำไปปฏบิ ตั ิกไ็ ด้ ๓.๗.๔.๑๑ สรปุ โครงการเป็นแผนงานย่อยที่จัดเป็นแผนปฏิบัติการ และถูกจัดทำขึ้นมาในลักษณะที่เป็นรูปธรรมมี ความชัดเจนในระดับที่สามารถนำไปเปน็ แนวทางในการปฏบิ ัติได้ มีลักษณะที่สำคัญคือ เป็นแผนงานที่มกี ารกำหนด จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแผนงาน ประกอบด้วยกิจกรรมย่อยๆ ที่พึ่งพิงและสอดคล้องกันภายใต้วัตถุประสงค์ เดียวกัน มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ ภายใต้เงื่อนไขภายนอกและภายในองค์กร มีการระบุเป้าหมายสุดท้าย ของโครงการ และมสี ถานทต่ี งั้ ของโครงการ อาจจะเป็นแหง่ เดียวหรอื หลายแห่ง กไ็ ด้ การเขียนโครงการ เร่มิ ตน้ จากการกำหนดกรอบความคิดเก่ยี วกับนโยบายและแผนจากน้ันหาข้อมูล มาประกอบการจัดทำโครงการ โดยตอ้ งเป็นข้อมลู ทีท่ นั สมยั มีความแม่นยำ ส้นั และได้ใจความ มีความเกยี่ วเนื่องและ สมบูรณ์ เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะนำมาเขียนโครงการซึ่งมีหัวข้อชื่อโครงการ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมายของโครงการ วิธีดำเนินงานหรือแผนงานย่อยหรือกิจกรรมย่อย บุคคลหรือหน่วยงานท่ี รับผิดชอบ งบประมาณ สถานที่ดำเนินการ การติดตามและการประเมินโครงการ ตลอดจนผลประโยชน์ที่คาดว่าจะ ไดร้ ับ คู่มือการฝึกปฏบิ ัติโครงการฝกึ ปฏิบตั งิ านภาคสนามชุดวิชาโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชพี ปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๗๒ ๓.๗.๕ ผังควบคมุ กำกับโครงการ เป็นตารางกำหนดกิจกรรม ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบกิจกรรมของโครงการที่วางไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการ นำไปสู่การควบคุมกับกิจกรรมที่ควรดำเนินไว้ ฉะนั้นในการจัดทำควรระบุกิจกรรมจากโครงการโดยละเอียดว่า กิจกรรมนนั้ ๆ จะทำในช่วงเวลาใดใครเป็นผู้รบั ผิดชอบ ตวั อยา่ ง ผังควบคุมกำกบั โครงการรณรงคค์ วบคุมป้องกนั โรคระบบทางเดินอาหารบ้านเขาสมอแคลง กจิ กรรม ม.ิ ย. ระยะเวลาดำเนินการ ก.ย. ผรู้ ับผิดชอบ ดำเนินการ ๓ ๔๑ ก.ค. ส.ค. ๑๒ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓๔ ๑. ปรกึ ษา @@ สนธิ กำหนดรปู แบบ แนวทางดำเนนิ กิจกรรม ๒. ประสานงาน @ สนธิ คปสอ. สอ. ๓. ประชมุ @ อำพล ชาวบ้านเพื่อ ช้แี จงและสาธติ การทำครัวและ @ @ อำพล ปรบั ปรงุ บอ่ นำ้ ๔. ทำสญั ญากู้ @ อำพล เงินและจัดหา และผญบ อุปกรณ์ ๕. รณรงค์สรา้ ง @# ## ## ## ## ## # ## ## สนธิ สว้ ม # # # # # # # @ # ๖.รณรงคจ์ ัดครัว @# ## @# ## # อำพล และปรบั ปรุงบ่อ ## น้ำ ๗. จัดอบรมกลุม่ @@ สนธิ แม่บ้าน ๘. ใหส้ ขุ ศึกษา @ @ @ @ @ @ @ @ @ @ @ @ ผญบ.อำพล เสียงตามสาย ๙. ฯลฯ คู่มือการฝกึ ปฏิบตั โิ ครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๗๓ ๓.๗.๖ แผนปฏบิ ัตกิ ารประจำเดือน ตามแผนปฏิบัติการหรือผังกำกับโครงการ ซึ่งมีหลายโครงการที่ได้วางไว้ว่าจะทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย และมลี ำดับระยะเวลาในการปฏิบตั แิ ตกต่างกนั อาจมีหลายกจิ กรรมทจ่ี ำเป็นตอ้ งดำเนินพร้อมกบั บางกจิ กรรมอาจไม่ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมอื่น หรือบางกิจกรรมมีความเร่งด่วนที่ต้องลงมือทำก่อนเพราะมีเหตุปัจจัยต่างๆ มาบังคับ เช่น ชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายไม่อยู่ในช่วงเวลานั้นหรือน้ำท่วมในช่วงนั้นจึงจำเป็นที่นักศึกษาต้องจัดลำดับกิจกรรมใน โครงการต่างๆ ให้มคี วามสอดคล้องเหมาะสมและเปน็ ไปได้มากท่สี ดุ ซึง่ ต้องมีการพิจารณากจิ กรรมต่างๆ ซึง่ มีข้อเสนอแนะดังน้ี ๓.๗.๖.๑ โครงการที่ต้องการสัมฤทธิ์ด้านคุณภาพ ควรจัดดำเนินการตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพื่อจะได้มี การติดตามดูผลที่ทำไปว่าได้ผลหรือไม่ ต้องการมีย้ำ เสริม เพิ่ม แก้ไข หรือจำเป็นต้องมีความถี่ในกิจกรรมนัน้ ๆ เพ่ือ เนน้ หรือต้องนำผลของกจิ กรรมนน้ั ๆ ไปช้ีนำใหช้ มุ ชนเห็นผลจรงิ จงึ เกดิ การยอมรับหรือปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมได้ เช่น กจิ กรรมในโครงการบ้านตัวอย่างด้านสุขาภบิ าล โครงการแก้ไขภาวะทุพโภชนาการเด็ก ๐ – ๔ ปี กิจกรรมการให้สุข ศึกษาดา้ นสขุ ภาพอนามยั การทำและการใชถ้ งั ขยะและเตาเผาขยะ เป็นต้น ๓.๗.๖.๒ โครงการที่ชาวบ้านต้องการและมีความกำจัดเฉพาะกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่ม และ สภาพการณ์อ่ืนๆ ทำใหม้ คี วามจำเป็นต้องทำก่อน เช่น ฤดฝู นกับการทำถังเก็บน้ำฝน ต่มุ นำ้ รว้ั กินได้ หรือการทำส้วม ก่อนที่ชาวบ้านกลุ่มนั้นจะต้องย้ายไปอยู่นาเพื่อเพาะปลูกหรือเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือทำกิจกรรมนั้นๆ แล้วจะทำให้ ชาวบ้านเช่ือถือ ศรัทธา เช่นทำถังกรองน้ำกำจัดสนมิ ให้ชาวบ้านเห็นจริงไดว้ ่าน้ำเปลี่ยนสีจากขุ่นแดงมาเป็นใสได้จรงิ หรือเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดตัวต้นทุน ให้กิจกรรมอื่นดำเนินตามมาได้โดยสะดวก เช่น จัดงานหาเงินเป็นกองทุนทำ กิจกรรมตา่ ง ๆงเป็นต้น แผนปฏบิ ตั กิ ารประจำเดือนท่ีดีควรมสี ว่ นประกอบดงั นค้ี อื - กิจกรรมปฏิบัติต่างๆ โดยระบุในรายละเอียด ตามลำดับ ข้นั ตอน ซ่ึงนำมาจัดลำดบั ร่วมกัน - วันเวลาที่จะดำเนินการ อาจเป็นช่วงระยะเวลา โดยกำหนดให้มีความเหมาะสมกับกิจกรรมนั้น เปา้ หมายท่ีต้องการ - หมายเหตุ เปน็ สว่ นที่มีไว้เพอ่ื ระบผุ ูร้ ับผิดชอบ และสถานท่ดี ำเนินกจิ กรรมน้ันๆ หรือมีไว้เพ่ือการ ปรับหรือเปล่ียนแปลงทอี่ าจมีในขน้ั ปฏิบัติจริง ข้อดีของการวางแผนปฏิบัติการประจำเดือน หรือผังกำกับโครงการก็ตามจะทำให้ทีมงานรวมทั้ง ผเู้ กี่ยวขอ้ งอ่ืนๆ เช่น ครูพ่ีเลี้ยง เจา้ หน้าทสี่ ถานีอนามยั สาธารณสขุ อำเภอ คณะกรรมการหมูบ่ า้ น ไดท้ ราบว่าเราจะมี ทมี งานจะทำอะไรเม่ือไร เพอื่ สามารถนำข้อมูลน้ีไปใช้ประโยชน์ในการประสานกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้แต่ผลดีที่เห็น อย่างชัดเจน คือทำให้นักศึกษาบริหารเวลาที่มีอยู่ และบริหารงานหรือกิจกรรม พร้อมทั้งเพื่อนร่วมทีม ให้เกิด ประสทิ ธภิ าพอนั นำมาซ่งึ ความสำเร็จในการแกไ้ ขปัญหาของการฝึกงาน ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี การวางแผนปฏิบัติการประจำเดอื น ในการฝกึ งาน ใหน้ ักศึกษาหรือทีมงานทำ ๒ ชว่ งคือ - ก่อนเข้าหมู่บ้านที่รับผิดชอบ โดยทำแผนปฏิบัติการประจำเดือน เป็นระยะเวลาประมาณ ๑ เดอื น แรก โดยมกี จิ กรรมตามท่ไี ด้รบั การปฐมนเิ ทศจากทางวทิ ยาลัยและจงั หวัดพืน้ ทีฝ่ ึก คมู่ ือการฝกึ ปฏิบัติโครงการฝกึ ปฏบิ ัติงานภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๗๔ - เม่ือวางแผนโครงการแก้ไขปัญหาทงั้ หมดในหมู่บา้ น จนสิ้นสดุ การฝึกงานมีกิจกรรมต่างๆ ตามท่ี ระบุไว้ในโครงการ/ ผังกำกับโครงการทั้งหมดและกิจกรรมทักษะที่กำหนดให้ฝึก (แต่ยังไม่มีในโครงการใดๆ) และ กจิ กรรมท่ีนกั ศกึ ษา / ครูพี่เลยี้ ง , ชมุ ชนตอ้ งการทำ เมื่อมีการวางแผนการปฏบิ ัติการแล้ว นักศึกษาจำเป็นอยา่ งยิ่งท่ีต้องนำเสนอแผนปฏิบัติการน้ีต่อครู พี่เลี้ยง วิทยาลัยฯ / ผู้นิเทศและอาจต้องนำเสนอต่อชุมชนด้วย เพื่อมีการปรับแก้หรือรับทราบ อันจักได้นำสู่การ ปฏิบัตติ ามแผนต่อไป ตัวอยา่ ง แผนปฏบิ ัติการประจำเดือน ........................... ณ หมบู่ ้าน............ หมู่ที่ ............ ต. .....................อ. ........................ .. จ. .......................... กจิ กรรมท่ีปฏิบัติ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ วันที่ ๓๑ ผู้รับผิดชอบ ๘ ๙ ๑๐ - สำรวจตาม แบบสำรวจ - รวบรวมขอ้ มูล ท่ีสำรวจจาก รพช. สอ. - เตรียมสถานที่ นำเสนอข้อมูล - เขียนกราฟ แผนภมู จิ าก ข้อมูลที่มี - นัดประชมุ ชาวบา้ น - ปฏบิ ัตงิ านที่ สอ. ฯลฯ ๓.๗.๗ การเขียนแผนแบบตาราง การเขียนแผนแบบตารางเป็นการสรุปงานทั้งหมดเพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกคนสามารถเข้าใจแผนงานในเวลา อันรวดเร็ว ๓.๗.๗.๑ แผนแม่บท (Master Plan) ในรูปแบบหนึง่ อาจแบ่งเป็น ๖ หัวข้อ หรือ ๖ ชอ่ งตารางคือ หัวขอ้ ในช่องที่ ๑ คมู่ ือการฝึกปฏิบตั โิ ครงการฝกึ ปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชุดวิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๗๕ คือ ปัญหาสาธารณสขุ และการวิเคราะหป์ ญั หา คือ วัตถุประสงค์ คอื กจิ กรรมแกป้ ัญหา คอื ทรพั ยากร คอื ผู้รบั ผิดชอบ คอื การประเมิน ตวั อย่างการเขียนแผนแบบตาราง แผนการฝึกประสบการณว์ ิชาชพี สขุ ศกึ ษา ภาควชิ าสุขศกึ ษา คณะพลศึกษา มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ปญั หาสา วตั ถุประสงค์ กิจกรรมแก้ปัญหา ทรัพยากร ผู้รบั ผดิ ชอบ การ ธารณ ประเมินผล สขุ และการ วิเคราะห์ ปัญหา นิสติ หลกั สูตร ให้นสิ ิตสามารถ แบ่งกิจกรรมเป็น ๑. นสิ ิต ภาควิชาสุข ประเมินผล วท.บ. ๑. วนิ จิ ฉยั งานเพอื่ แผนงานย่อยระยะ จำนวน .... ศึกษา คณะ การ สาขาวชิ าสขุ วางแผนแก้ปัญหา สั้น ๓แผน คอื คน พ ล ศ ึ ก ษ า ดำเนนิ งานสุข ศกึ ษาที่เรียน สขุ ภาพของประชาชนได้ ๑. การดำเนินงานสุข ๒. ภาควชิ า มหาวิทยาลั ศึกษาของ ภาคทฤษฏจี บ ๒. ปฏิบัตงิ านในสถาน ศกึ ษาในชุมชน สขุ ศกึ ษา ยศรีนครินท นสิ ติ ใน แลว้ ยังขาด บรกิ ารสาธารณสขุ ได้ ๒. การดำเนินงาน ๓. รวโิ รฒ แผนงานย่อย ประสบการณ์ ๓. จดั กิจกรรมและ สขุ ศกึ ษาในโรงเรยี น ศนู ยบ์ รกิ าร ทงั้ ๓ สาขา ตรงสำหรับ ดำเนินงานสขุ ศึกษาใน ๓. การดำเนินงานสขุ สาธารณสขุ ท่ี ตามแบบ การเตรยี มตวั ชมุ ชนและโรงเรยี น ศกึ ษาในสถานบริการ ......... ประเมินผล เป็น ๔. ทำงานรว่ มกันเปน็ สาธารณสุข ๔. หนว่ ยงาน ของภาควชิ าฯ นกั วชิ าการสุข กลมุ่ (ทีม)และทำงาน ท่ีเกย่ี วข้อง ศกึ ษาในสาย ร่วมกับบุคคลอ่นื ได้ ๕. หนว่ ยงาน งาน ๕. ประเมนิ ผลงานที่ได้ เอกชนและ สาธารณสขุ ดำเนนิ ไปแล้วได้ บุคคลทใี่ ห้ การสนับสนนุ คู่มอื การฝกึ ปฏบิ ัตโิ ครงการฝึกปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๗๖ ๓.๗.๗.๒ แผนงานย่อย (Sub – plan) ได้บอกรายละเอียดมากขึ้น แบ่งเป็น ๘ หัวข้อ ( ๘ ช่อง ตาราง) คอื ๑) ปญั หาสาธารณสุขและการวเิ คราะห์ปญั หา ๒) วตั ถปุ ระสงค์ ๓) เป้าหมาย ๔) กลวธิ ีในการแก้ไขปัญหา ๕) ทรพั ยากร ๖) ผรู้ ับผิดชอบโครงการ ๗) ปัญหาอปุ สรรคท่ีอาจพบ ๘) การประเมนิ ผล ตวั อยา่ ง ปัญหา วัตถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย กลวธิ ีในการ ทรพั ยากร ผูร้ บั ผิด ปัญหาอปุ สรรค การ สาธารณสุข แกป้ ัญหา ชอบ ที่อาจพบ ประ และการ โครงการ เมินผล วิเคราะห์ ปญั หา วเิ คราะห์ เพือ่ ให้ ๑. ชุมชน ใหบ้ ริการสขุ - - นิสิต -ประชาชน ขอ้ มลู จาก ประชาชน สะอาดขน้ึ ศึกษาเก่ียวกบั เจ้าหน้าที่ หลักสตู ร วยั ทำงานส่วนใหญ่ แบบสำรว สามารถ ๒. ลด ๑. ความรูเ้ รอ่ื ง ศนู ย์บริกา วท.บ. ทำงานกลางคืนและ ของ ปอ้ งกันตน ปัญหาโรค ความสะอาด รสาธารณ สาขาวิชา จะพักผ่อนในเวลา ภาควชิ าสุข ให้พ้นจาก ท้องร่วงใน และการป้องกัน สุขท่ี .... สขุ ศึกษา กลางวันทำให้หา ศึกษาและ โรคท้องรว่ ง ชุมชน โรคทอ้ งร่วง(ดู - ฝา่ ย จำนวน โอกาสใหส้ ุขศึกษา ขอ้ มูลที่มอี ยู่ และอยู่ใน โครงการชุมชน รกั ษา ..... คน ไดย้ าก ในชุมชน สภาพแวด สะอาด ความ -ประชาชนจำนวน ...... พบ ลอ้ มท่ีดีขึ้น ปราศจากโรค สะอาดเขต มากอยู่บา้ นเชา่ ไม่ ปัญหา ทอ้ งรว่ ง) ....... สนใจรกั ษาความ สำคญั คือ ๒. ทำความ - คณะ สะอาด ๑. ปัญหา สะอาดชมุ ชน กรรม - ขยะมีจำนวน ขยะมลู ฝอย (ดโู ครงการ การ ชุมชน มาก ๒. ปัญหา พัฒนา -อาสา - ซอยมีจำนวนมาก โรคทอ้ งรว่ ง สุขาภบิ าล สมคั รใน - ซอยเลก็ รถขยะ ส่ิงแวดล้อม ชมุ ชน คนั ใหญ่เข้าไม่ถงึ ชมุ ชน) - นสิ ิต ฯ ชุมชน คู่มือการฝึกปฏิบัติโครงการฝึกปฏิบตั ิงานภาคสนามชุดวชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๗๗ นอกจากนี้บางหน่วยงานอาจเขียนตารางแบบ LOG FRAME หรือแบบอื่น แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะ เปรียบเทียบกับองค์ประกอบของแผนงานที่กล่าวข้างต้น ส่วนนี้คือนโยบาย (Policy) ของแผนงาน และแต่ละ แผนงานจะต้องนำไปขยายหรือจัดทำโครงการหรือกิจกรรมซึ่งอยู่ในองค์ประกอบส่วนที่เรียกว่าแนวทางปฏิบัติ (procedure) อย่างน้อยแผนละ ๒ โครงการ และแต่ละโครงการที่จัดทำภายใต้แผนเดียวกัน จะต้องมีความสัมพันธ์ กนั เช่อื มโยง สนับสนนุ และตอ่ เน่อื งกนั เพอ่ื ทำใหแ้ ผนงานนนั้ บรรลตุ ามเปา้ หมายทีว่ างไว้ การเขียนแบบตารางแบบ Logical Framework หรือ Log – Frame หรือการจัดแผนโครงการ แบบเหตผุ ลสมั พนั ธ์ เป็นการสรปุ สาระสำคัญของแผนหรือโครงการใหม้ ีเนื้อหาอยู่ในช่องตารางแนวนอน ๔ ช่อง และ แนวตั้ง ๔ ช่อง โดยทุกแนวมีความสัมพันธ์กับ ทำให้เกิดตารางสรุปรวม ๑๖ ช่องในหน้าเดียว/ ๑ แผนฯ Log – Frame เกิดจากการคิดค้นของบริษัท Practical Concept Incorporated (P.C.I.) ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพ่ือ แก้ไขจุดอ่อนของการเขียนแผนงานโครงการแบบดั้งเดิมซึ่งใช้คำบรรยายและมีจำนวนหลายหน้า ต้องใช้เวลาในการ สรปุ เนือ้ หาไมส่ ะดวกในการพิจารณาอนมุ ตั ิหรอื ขอความช่วยเหลือ ตวั อยา่ งรูปแบบของ Log Frame คำสรุป ดชั นีวดั ความสำเรจ็ แหล่งข้อมลู / เงอ่ื นไขสำคัญหรือ วิธตี รวจสอบ ขอ้ ตกลงเบอื้ งต้น (A๑)วตั ถุประสงค์ของ (B๑) เคร่ืองวัด (C๑) แหล่ง เพื่อ (D) คำนึงถงึ ผลของ แผนหรอื แผนงาน ความสำเรจ็ ของ ตรวจสอบความสำเร็จ โครงการ หรือแผน (Goal) ของเป้าหมาย หรอื แผนงานที่เกดิ ขึน้ เปา้ หมาย (C๒) แหล่งเพื่อ ในระยะยาว (A๒) วตั ถปุ ระสงคห์ รือ (B๒) เมื่อโครงการส้นิ สุด ตรวจสอบความสำเร็จ (D๒) ฐานคติทส่ี ำคญั ที่ จดุ มุ่งหมายของ ลงมีเงอื่ นไขอะไรบา้ ง ที่ จะก่อให้เกิดการบรรลุ ของโครงการ วตั ถุประสงค์ของแผน โครงการ (Purpose) จะชใ้ี ห้เหน็ ว่าสำเรจ็ ตาม หรือแผนงาน (Goal) จุดมงุ่ หมาย (C๓) แหล่งเพื่อ (D๓) ฐานคติทสี่ ำคญั ที่ ตรวจสอบแผลงาน จะก่อใหเ้ กิดการบรรลุ (A๓) ผลงาน (Output) (B๓) ขนาดของผลงานท่ี จะได้จากโครงการ ซ่ึงจะ (C๔) แหลง่ เพ่ือ จุดมงุ่ หมายของ ทำให้ผลงานสำเร็จตาม ตรวจสอบงบประมาณ โครงการ (Purpose) จุดมุ่งหมายทวี่ างไว้ (D๔) ฐานคติที่สำคัญที่ และการใชจ้ ่าย จะก่อให้เกดิ ความ (A๔) กิจกรรมและ (B๔) คา่ ใชจ้ า่ ยที่จะใช้ไป บรรลถุ ึงผลสำเรจ็ ใน ทรพั ยากร (Input) ในแต่ละกจิ กรรมหรือ การกระทำให้ไดผ้ ลงาน ระดบั ความพยายามใน (Output) การให้ได้มาซ่ึงผลงาน ของโครงการ คู่มือการฝึกปฏบิ ตั ิโครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๗๘ ตัวอย่างการเขียนแผนงานสรา้ งภูมคิ ุ้มกันโรคของ อำเภอ.......................... จังหวดั ................................. คำสรปุ ดัชนีวัดความสำเร็จ แหล่งข้อมูล/ เง่ือนไขสำคญั หรือข้อตกลง วธิ ตี รวจสอบ เบอ้ื งต้น เปา้ ประสงค์ อัตราป่วยด้วยโรคคอตีบ อัตราปว่ ยในเดก็ อายุ - การฉดี วัคซนี ทำให้อตั ราป่วย (Goal) อัตรา บาดทะยัก โปลโิ อ หัด ในเด็กอายุ ๐ -๕ ปี จากขอ้ มูล ลดลง ปว่ ยด้วยโรคท่ี ต่ำกว่า ๕ ปี ลดลง ๕๐%ในเวลา การรายงานทาง - บริการสุขศึกษาท่ีให้แก่ ปอ้ งกนั ได้ดว้ ย ๓ ปี ระบาดวิทยา ผปู้ กครองทำให้เขามีความร้มู ี วัคซีนลดลง เจตคติทดี่ ีต่อการป้องกันโรค และปฏบิ ัติตนถูกตอ้ งใหน้ ำเด็ก มารับบรกิ าร วัตถุประสงค์ (P) - เด็กอายุ ๐-๑ ปี ร้อยละ๑๐๐ จำนวนการไดร้ บั เดก็ ไดร้ ับวัคซนี ครบชุดเด็กมี เด็กอายุ ๐ – ๑ ไดร้ ับภูมิคุ้มกนั โรคครบถว้ นใน วคั ซนี ของเด็กอายุ ร่างกายปกติ ปี มภี ูมิคุ้มกันโรค เวลา ๑ ปี ๐ – ๑ ปี วัคซนี มีคุณภาพดี - ผปู้ กครองเด็กไดร้ ับบริการสขุ ศกึ ษา ผลของโครงการ - สถานีอนามัยทุกแหง่ ในอำเภอ - จำนวนสถานที่ - งบประมาณเพยี งพอ (O) รวมทง้ั รพช.มบี รกิ ารเสรมิ สร้าง ใหบ้ ริการ - วคั ซนี เพียงพอ มบี ริการฉดี ภูมคิ ุ้มกนั โรค - ชนิดของวคั ซนี ที่ - เจา้ หนา้ ทีร่ ับผิดชอบสูง วคั ซนี เดก็ มารบั - หน่วยบรกิ ารเคล่ือนที่ ๑ หน่วย ได้รับจำนวนเดก็ - ผปู้ กครองเด็กใหค้ วาม บริการฉดี วคั ซีน ให้บริการแกห่ มบู่ ้านทห่ี า่ งไกล ท่มี ารับบริการ ร่วมมอื - เด็กกลุ่มเปา้ หมายมารบั บริการท่ี หน่วยบริการสาธารณสุข กจิ กรรม - ผรู้ บั ผดิ ชอบระดบั อำเภอจาก - จำนวนเจ้าหน้าที่ - ความร่วมมือของเจา้ หนา้ ท่ี ทรัพยากร อำเภอออกไปอบรม และอาสาสมัครที่ และการสนับสนุนของ - ฝกึ อบรม - อบรม อสม. ได้รบั การอบรม อาสาสมคั ร เจ้าหน้าท่ี - จดั บริการสขุ ศึกษาแกก่ ลุม่ - จำวนแมบ่ า้ นที่เขา้ - การสนบั สนุนเก่ียวกบั - ให้บรกิ ารสขุ แมบ่ ้าน รับการอบรม และ งบประมาณการฝึกอบรมการ ศึกษา - ใหบ้ รกิ ารวัคซนี ในสถานบริการ รับบรกิ ารสขุ ศึกษา จัดองค์กรชมุ ชนและ - เบิกจา่ ยวคั ซีน สาธารณสุขสัปดาหล์ ะ ๒ วัน และ - จำนวนเด็กทมี่ ารบั ยานพาหนะ - ให้บริการดว้ ย ในชุมชนเดอื นละ ๒ ครง้ั การฉดี วัคซนี - การสนับสนุนทางด้านวัคซนี วคั ซีนทมี่ ี อย่างเพยี งพอและสม่ำเสมอ คุณภาพ คู่มอื การฝึกปฏิบตั ิโครงการฝกึ ปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวิชาชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๗๙ ๓.๗.๘ การดำเนนิ งานตามแผน การดำเนินงานตามแผน เป็นการนำแผนโครงการที่กำหนดไว้มาปฏิบัติต่อชุมชนหรือปฏิบัติร่วมกับชุมชน เพื่อแกไ้ ขปญั หาอนามัยชุมชน ในข้นั น้นี ักศกึ ษา ควรจะได้กระตุ้นให้ชุมชนหรือประชาชนมีส่วนรว่ มและนำทรัพยากร ที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์มากที่สุด รวมทั้งสอน แนะนำให้ประชาชนปฏิบตั ิได้ด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถ พ่ึงพาตนเองได้ การดำเนนิ งานควรเป็นไปตามแผนปฏิบตั งิ านที่กำหนดไว้ในโครงการ ๓.๗.๙การประเมินผลงาน (Evaluation) การประเมินผล เป็นเครื่องมือหรือกลไกทีจ่ ะวดั ความสำเรจ็ หรือความล้มเหลวของงาน การประเมินผลเปน็ กระบวนการต่อเนื่องที่จะช่วยปรับปรุงการปฏิบัติงาน ชี้นำการปรับปรุงวิธีดำเนินงาน เพื่อให้แผนงานมีผลต่อการ แก้ปัญหาและบรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล การประเมินผลเป็นการพิจารณา คุณคา่ ของผลงานทไ่ี ด้รับ เปน็ การเปรียบเทยี บผลงานทีเ่ กดิ ขนึ้ กับวตั ถุประสงคท์ ีต่ ั้งได้ การประเมินผลจึงเป็นวิธีการที่ใช้ปฏิบัติกันทั่วไปในกิจการทุกประเภท เพื่อจะค้นหาความจริง หรือ สถานการณ์ที่เป็นจริงของการดำเนินงานว่า กิจการนั้นได้ดำเนินไปตามเป้าหมายหรือแผนงานหรือไม่ ในการ ดำเนินงานไปตามขั้นตอนต่างๆ ของแผนงานนั้น ผู้ดำเนินงานอาจรู้สึกว่ากิจการน้ันลุล่วงได้ตามวัตถุประสงค์ของ ขั้นตอนต่างๆตามแผนการดำเนินงาน แต่ในสถานการณ์ที่แท้จริงของกิจการนี้อาจแตกต่างจากความรู้สึกก็ได้ ดังน้ี เพื่อให้ทราบแน่ว่าสถานการณ์ที่เป็นจริงของกิจการนั้นเป็นอย่างไร การดำเนินงานนั้นได้สำเร็จตามเป้าหมายท่ี กำหนดไว้หรือไม่ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานนี้และในแผนงานเองอาจจะแบ่งเป็นหลาย ขั้นตอน ซ่งึ แต่ละขั้นตอนอาจมีเปา้ หมายย่อยๆ ที่เป็นส่วนประกอบหรือสนับสนุนเป้าหมายหลัก ถ้าการดำเนินงานไม่ สามารถบรรลุเป้าหมายย่อยตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนงานนั้น จะทำให้การบรรลุเป้าหมายหลักไม่ลุล่วงไป ด้วยดี ด้วยเหตุนี้การประเมินผลการดำเนินงานจึงอาจทำในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินงานก็ได้ เพื่อที่จะได้หา ทางแก้ไขวธิ ีการดำเนินงานในแตล่ ะข้ันตอนของการดำเนินงานก็ได้ เพอ่ื ท่ีจะได้หาทางแกไ้ ขวิธีการดำเนินงานในแต่ละ ขั้นตอนเสยี กอ่ น นอกจากนี้การประเมินผลยังใช้เป็นเครื่องมือเปรียบเทียบว่าวิธีการที่ใช้ในการดำเนินงานขั้นตอนต่างๆนี้มี วธิ ีการใดจะเป็นวธิ กี ารท่เี หมาะสม และบรรลเุ ปา้ หมายหลกั โดยรวมเร็วและประหยัดที่สุดด้วย การประเมินผลในกระบวนการดำเนินงานในชุมชน หรอื ในกระบวนการพัฒนาสาธารณสขุ มีความมุ่งหมายท่ี จะทำการปรับปรุงแผนงาน และชี้นำการจัดสรรทรัพยากรคนและงบประมาณในขณะปฏิบัติงานหรือในระยะต่อไป การประเมินผลไมค่ วรจะได้รับการพิจารณานำไปปฏิบตั ิเพื่อการย้อนหลังถึงความบกพร่องต่างๆ ถ้าสิ่งประเมินจะไม่ สง่ ผลถึงการปรับปรุงงานปัจจุบันหรอื อนาคต ๓.๗.๙.๑ ประโยชนข์ องการประเมินผล ๑) ทำใหท้ ราบว่าการทำงานได้ก้าวหน้า หรอื ปฏิบตั ิไปตามเป้าหมายหรือไม่เพ่ือประโยชน์ ในการวางแผนข้ันตอ่ ไป ๒) สามารถคำนวณการใช้ทรพั ยากรในอนาคตได้ ๓) การประเมินผลจะช่วยสนับสนนุ การขยายโครงการ ๔) เพื่อเปรียบเทยี บประสิทธภิ าพของวิธีการปฏิบัตติ า่ งๆ ในการทจ่ี ะให้บรรลุเปา้ หมาย คู่มอื การฝกึ ปฏบิ ัตโิ ครงการฝกึ ปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๘๐ ๕. ช่วยประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหนา้ ท่ี และเป็นแนวทางในการเลื่อนขั้น ๓.๗.๙.๒ ขน้ั ตอนการประเมินผล กระบวนการประเมินผลมีข้นั ตอนดงั นี้ ๑) ขั้นที่ ๑ กำหนดสิ่งที่จะประเมิน ว่าเป็นผลงานอะไร ของหน่วยงานใด ใครรับผิดชอบ การประเมินและขอบเขตของการประเมินในแตล่ ะคร้ัง แต่ละโครงการมขี ้อจำกัดอะไรบา้ ง ๒) ขั้นที่ ๒ กำหนดวิธีที่จะใช้ในการประเมินให้ชัดเจนว่าจะใช้วิธีใด ควรมีการทดสอบ เครอื่ งมอื ก่อนใช้ ๓) ขั้นที่ ๓ พิจารณาเรื่องข้อมูลที่จะนำมาใช้ในการประเมิน ว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้าง มี เพียงพอหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไม่ แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นเหมาะสมทั้งด้านปริมาณและ คุณภาพหรือไม่ และถ้าข้อมลู ไมเ่ พยี งพอ มีข้อโต้แย้ง จะมกี ารหาขอ้ มลู เพิม่ เตมิ ด้วยวธิ ีใด ๔) ข้นั ท่ี ๔ กำหนดระยะเวลาทีจ่ ะดำเนินการประเมินผล เป็นระยะๆใหช้ ดั เจน ๕) ขั้นที่ ๕ กำหนดบุคลากรผู้ประเมินหรือผู้รับผิดชอบ ในกรณีเป็นการประเมินผล หนว่ ยงานท่อี ยใู่ นบงั คับบญั ชา ๖) ขั้นที่ ๖ ดำเนินการประเมิน ในด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความเพียงพอ ความ เหมาะสมและผลข้างเคยี งท่ีเกดิ ข้นึ ๗) ขนั้ ที่ ๗ สรปุ ประเด็นผลการประเมินทีไ่ ด้รับ และเสนอเพ่ือการปฏิบัตติ ่อไป ๓.๗.๙.๓ การประเมินผลจะกระทำอย่างละเอยี ดถถ่ี ้วน หรอื วดั อยา่ งหน่ึงอยา่ งใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของ การประเมินผลนัน้ ๆ ในการประเมินผลควรพจิ ารณาถึงลักษณะของการจดั โครงการนน้ั ๆ คือ ๑) การวัดประสิทธิภาพ (Evaluation of efficiency) ได้แก่ การพิจารณาค่าใช้จ่าย หรือ ทรัพยากรต่างๆ ที่ใช้ในการดำเนินงานตามโครงการนั้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและบรรลุตาม วัตถุประสงค์ของโครงการว่า มีความสมดุลกับผลทีไ่ ด้รบั หรอื ไม่ หรือกล่าวอย่างสั้นๆ ว่าคุ้มค่าหรือไม่ อาจ เรียกวา่ Cost-effectiveness หรือ Cost benefit ratio ๒) การวดั ประสทิ ธผิ ล (Evaluation of effectiveness) คอื การพจิ ารณาว่ากิจกรรมและ บริการต่างๆ ที่ดำเนินไปตามแผนนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงไร หรือไม่ ภายในระยะเวลาที่ กำหนดไว้ ๓) การวัดความเพียงพอ (Evaluation of adequacy) หมายถึง การพจิ ารณาว่า โครงการ น้นั ไดแ้ ก้ปญั หาไปมากหรือน้อย หรือบริการน้ันครอบคลุมประชากรมากน้อยเพียงไร (บอกจำนวนประชากร ท่ไี ด้รบั บรกิ าร) เปน็ ไปตามวัตถุประสงคห์ รอื ไม่ รวมทงั้ พจิ ารณาวา่ วตั ถุประสงค์เพยี งพอหรอื ยัง ๔) การวัดความเหมาะสม (Evaluation of appropriateness) เป็นการพิจารณาในแง่ ความสำคญั ความจำเป็น และการเปน็ ที่ยอมรับของประชาชน ๕) การวัดผลข้างเคียง (Evaluation of side-effect) เป็นการพิจารณาผลดีผลเสียของ แผน นอกเหนือจากวตั ถุประสงคใ์ นการวดั ใหม้ โี ครงการนัน้ ๆ คูม่ อื การฝกึ ปฏบิ ตั ิโครงการฝกึ ปฏิบตั งิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวิชาชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๘๑ ๓.๗.๙.๔ การประเมนิ ผลโครงการใน ๕ หัวข้อท่กี ลา่ ว ต้องพจิ ารณาถงึ ๑) ปัญหาสาธารณสุขนั้นได้รับการแก้ไขมากน้อยเพียงใด จากบริการพยาบาลที่ให้ซึ่งเป็น การพจิ ารณาความเพยี งพอ ๒) การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นการพิจารณา ประสิทธผิ ลของโครงการ ๓) เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซึ่งประมวลจาก เวลาที่ใช้ในการให้บริการ ราคา วัสดุและ งบประมาณกับจำนวนประชากรที่รับบริการหรือผลของโครงการน้ัน ซึ่งเป็นการพิจารณาประสิทธิภาพของ โครงการ ๔.) จากการดำเนินการมีสิ่งใดทีแ่ สดงวา่ เราได้กำหนดวตั ถปุ ระสงค์หรอื เลือกกิจกรรมเป็น อย่างดีจนทำให้การดำเนนิ งานบรรลเุ ป้าหมายของแผนงานสาธารณสุข ซึ่งเป็นการพิจารณาความเหมาะสม ของโครงการ การประเมินผลควรกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการประเมินผล บริการ จะต้องกำหนดวิธีเก็บรวบรวม เป็นรายเดือน รายปี เพื่อสะดวกในการเปรียบเทียบกับเป้าหมายท่ี กำหนดไว้ เอกสารอา้ งองิ กองระบาดวิทยา สำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ . คู่มอื การดำเนินงานทางระบาดวิทยา. พิมพ์ครงั้ ท่ี ๑. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พอ์ งคก์ ารรบั ส่งสนิ คา้ และพัสดุภณั ฑ์. ๒๕๔๒. กองระบาดวิทยา สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ . นยิ ามโรคตดิ เช้อื ประเทศไทย ๒๕๔๔. พิมพค์ ร้งั ท่ี ๑. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพอ์ งคก์ ารรบั สง่ สนิ คา้ และพสั ดุภัณฑ์. ๒๕๔๔. สอบถามขอ้ มลู เพม่ิ เติมไดท้ ่ี สำนักระบาดวิทยา โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๐ ๑๗๒๓โทรสาร ๐ ๒๕๙๐ ๑๗๘๔ คู่มือวชิ าการ การฝึกปฏบิ ตั งิ านภาคสนามรว่ ม. (๒๕๔๔). วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร จังหวัดพิษณโุ ลก คณาจารยว์ ทิ ยาลยั พยาบาล. (๒๕๓๔) การพยาบาลอนามัยชุมชน. (พมิ พ์ครั้งท่ี ๓). กรงุ เทพฯ พฒั นา มูลพฤกษ์. (๒๕๔๑) อนามยั ส่ิงแวดลอ้ ม. (พมิ พค์ รัง้ ที่ ๒). กรุงเทพฯ: หจก.เอน็ .เอส.แอล.พริ้นต้ิง มานี ชไู ทย. (๒๕๓๔). สขุ ศึกษาในชมุ ชน . ภาควชิ าสุขศึกษา คณะพลสึกษา มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ สวุ ิมล ตริ กานนั ท.์ (๒๕๔๓). การประเมนิ โครงการ:แนวทางสู่การปฏบิ ตั ิ. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พแ์ หจ่ ุฬาลงกรณ์ อนันต์ ศรีโสภา. (๒๕๓๗) หลกั การวิจยั เบอ้ื งตน้ . (พมิ พค์ ร้ังท่๓ี ).กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ อนกุ ูล พมุ่ คำ. (๒๕๓๗). คมู่ อื ฝกึ ปฏิบัตงิ าน ภาคสนาม ๒(ป.๒๒๐๒) พิมพ์ครง้ั ท่ี๑. วทิ ยาลัยการสาธารณสุขสริ นิ ธร จังหวดั พิษณุโลก คู่มอื การฝึกปฏบิ ตั ิโครงการฝกึ ปฏิบัตงิ านภาคสนามชดุ วชิ าโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
๑๘๒ ๙. คำถามท้ายบท ๙.๑ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู เพอ่ื นำมาประกอบการวเิ คราะหส์ ถานการณท์ างสขุ ภาพของชุมชน ๑. ข้อมลู ทีใ่ ชป้ ระกอบการจัดทำแผนเพื่อวิเคราะหส์ ถานการณ์สุขภาพของชมุ ชนใน ๔ มิติ ตำบลใช้ขอ้ มูลมิติ ใดบ้าง (ตอบได้หลายขอ้ ) ๑. มิตทิ างกาย เชน่ ข้อมูลป่วยตาย / การเจ็บป่วย ๑๐อันดับแรกของพืน้ ที่ ฯลฯ ๒. มิตทิ างใจ เชน่ ภาวะเครียด ซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ฯลฯ ๓. มิติทางสังคม เช่นความแตกแยกครอบครัว ปัญหาขยะ สิ่งแวดล้อม การติดสารเสพติด อบายมุข เหล้า บุหรี่ ฯลฯ ๔. มิติทางปัญญา เช่นการรู้เท่าทันพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการกิน ออกกำลังกายการ พักผอ่ น และ การประกอบอาชพี ๗.๒แหล่งข้อมูล ทนี่ ำมาใช้วเิ คราะหข์ ้อมูลสุขภาพเพอ่ื กำหนดประเดน็ ปัญหาของพนื้ ที่ (ตอบได้หลายข้อ) ๑. ข้อมูลหมบู่ า้ น ๒. ข้อมลู สุขภาพ จากอสม. ๓. ข้อมลู สขุ ภาพระดับสถานบริการสาธารณสุข ๔. ขอ้ มูล กชช. ๒ค. ๕. ข้อมูล จปฐ. ๖. ขอ้ มูลจาก อปท. ๗. ขอ้ มลู จากเวทีประชาคมในหมู่บา้ น / ตำบล ๙.๓ วิธีการท่ีทำใหเ้ กิดการมีส่วนรว่ มในการจดั ทำแผนสขุ ภาพชุมชนใชร้ ปู แบบวธิ กี ารใดบ้าง (เลอื กได้หลายขอ้ ) ๑. มีการสร้างการรบั ร้ขู องชุมชน โดยมกี ารเผยแพร่ข้อมูลโดยใชส้ อ่ื หรอื ช่องทางต่าง ๆ ไดแ้ ก่หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วทิ ยชุ ุมชน บอร์ดประกาศ เอกสาร ผ่านบุคคลทเี่ ป็นผนู้ ำ ๒. มีการจัดเวทปี ระชาคม / แลกเปลี่ยนหารอื กัน เพือ่ ใหภ้ าคีเครือข่ายตา่ งๆในชุมชนเข้ามามสี ่วนร่วมในการ จดั ทำแผนสขุ ภาพชุมชน ๓. มกี ารประชุมเพือ่ วเิ คราะห์ปัญหาสขุ ภาพรว่ มกนั ในชมุ ชน ๙.๔ ในการจดั ทำแผนชมุ ชนไดว้ เิ คราะหท์ นุ ทางสงั คมท่สี ามารถนำมาสนบั สนนุ การพฒั นาสุขภาพชุมชน ๑. ทรพั ยากรธรรมชาตทิ เ่ี อื้อต่อการพัฒนาสุขภาพ ๒. กลมุ่ คนต่างๆทีส่ ามารถนำมารว่ มเปน็ ภาคีเครอื ขา่ ย ๓. ความเข้มแข็งของวัฒนธรรม ประเพณี คา่ นิยมทีม่ ผี ลตอ่ สขุ ภาพเพ่อื นำมาใช้กำหนดมาตรการทางสังคม ๔. ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินของชมุ ชน ๕. ปราชญ์ชาวบา้ น หรือบคุ คลตน้ แบบ รว่ มกนั ขับเคล่อื นการพฒั นาสขุ ภาพ ๙.๕ แนวทางการจัดลำดบั ความสำคญั ของปญั หา การจัดลำดับความสำคญั ของปญั หา องค์การอนามยั โลกใช้ ๔ องค์ประกอบ สำหรบั พิจารณา คู่มือการฝกึ ปฏิบัติโครงการฝึกปฏิบัติงานภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉนิ การแพทย์ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
๑๘๓ ๑.เทคโนโลยีในการแก้ปัญหา : ได้แก่ มีวิธีการที่ได้ผลในการลดปัญหา, บุคคลและเงินพร้อมที่จะนำไปใช้ หรือไม,่ ผูป้ ฏิบตั ทิ ั่วไปใชเ้ ปน็ เพยี งใด, แก้ปัญหาได้หลายดา้ นหรอื ไม่ ๒.ขนาดของปัญหา :ได้แก่ความชุกของการป่วยตาย,ความรุนแรงของโรค,การแพร่กระจาย,การขาดแคลน ผบู้ ริการ ๓.การยอมรบั ของสงั คม :ได้แก่ ความสำคญั ตอ่ พนื้ ท่ีและการยอมรบั ของชุมชน,ผลกระทบติอกลุ่มคน,ปัญหา ของกลุ่มและพื้นที่ ๔.ความเป็นไปได้ในการสนับสนุน และความสนใจของหัวหน้า :ได้แก่ ความสอดคล้องกับแผนและนโยบาย ของประเทศและพ้ืนที่ ความเป็นไปได้ในการสนบั สนุน ประเด็นทตี่ อ้ งทำ กำหนดปัญหาทต่ี ้องแก้ไข สิ่งทค่ี าดว่าจะเกิด ๑.การทบทวนขอ้ มูล รายละเอยี ดของงาน -ตารางวิเคราะหท์ ี่ สมบรู ณ์ ๒.การวเิ คราะห์ปัญหา -สำรวจขอ้ มูลที่บกพร่องหรอื ขาดหายไปหรือที่ต้องการ -รายการข้อมลู ท่ี เพิม่ เติม เพิ่มขึ้น ๓. รปู แบบการเก็บ -กำหนดหัวข้อที่ควรเพ่มิ เตมิ และดำเนินการจดั ทำ -แผนภมู ิโยงใยปัญหา รวบรวมข้อมูล (web of causation) ภาคสนาม /เพ่มิ เตมิ -วเิ คราะหส์ าเหตทุ ้ังทางตรงและทางออ้ มอีกทัง้ ปจั จัยอ่นื ๆที่ - ข้อมูลเพิ่มเติม ๔. การกำหนดปัญหา เก่ยี วข้องทั้งหลาย ใหค้ รอบคลุมและตามสภาพในแต่ละพืน้ ที่ และขอบเขตของ -เขยี นแผนภูมิโยงใยปัญหา(web of causation) - ตารางแหล่งขอ้ มูล ปัญหา - เลอื กตวั ชี้วัดทจี่ ำเป็นและสำคัญ - เคร่อื งมือเกบ็ ขอ้ มูล - พิจารณาแหล่งข้อมูล ทัง้ ท่มี ีอยู่เดมิ และจะเก็บเพ่มิ เติม - ตารางนำเสนอข้อมลู ๕. การแจกแจง - ออกแบบเครื่องมือ เชน่ แบบสำรวจ แบบสอบถาม แบบ (Dummy Table) แนวคิด และกลวิธี สัมภาษณ์รวมทง้ั ออกแบบตารางนำเสนอข้อมลู นัน้ ๆ - ตารางข้อมูลปัญหา แกป้ ญั หา (Dummy Table) - แผนภูมิปญั หาข้นั - เขียนสรปุ ปญั หาใหช้ ดั เจน ในเชงิ พรรณนา และเชงิ ปริมาณ สุดทา้ ย - สรุปปัญหา สาเหตุ - ทบทวนแผนภูมปัญหาเลือกตวั แปรทเ่ี ป็นสาเหตุสำคัญของ และปัจจยั ท่เี กีย่ วข้อง ปญั หาโดยพจิ ารณาตวั แปรท่ีมีความเปน็ ไปได้ในการแกป้ ัญหา -แนวคดิ กลวิธกี าร - รวบรวมแนวคิด กลวธิ ีการแกป้ ัญหา ว่าจะทำอะไร เพอื่ แก้ปัญหา แกป้ ญั หาแลว้ นำมาเรียงลำดับกลวิธี โดยใชห้ ลกั การดังนี้ -เป็นวธิ ีลดปญั หาทเ่ี กดิ ขึ้นได้ คมู่ ือการฝกึ ปฏบิ ตั โิ ครงการฝกึ ปฏบิ ตั ิงานภาคสนามชดุ วิชาโครงการพฒั นาทกั ษะวชิ าชีพปฏบิ ัตกิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๘๔ ประเด็นทต่ี ้องทำ กำหนดปัญหาท่ตี ้องแกไ้ ข สงิ่ ท่คี าดว่าจะเกิด รายละเอยี ดของงาน ๖. การกำหนด -วัตถุประสงคแ์ ละ วัตถุประสงค์ และ -ตอบสนองต่อนโยบาย เป้าหมาย เป้าหมาย -ส่งเสรมิ การมีสว่ นร่วมของประชาชน -เปน็ กลวิธีทส่ี ามารถดำเนนิ การได้ ในเวลาทก่ี ำหนด และ -แนวทางแกป้ ญั หา/ ๗. การกำหนด งบประมาณท่มี ีอยู่ กิจกรรม แนวทาง / กิจกรรม -เปน็ แนวทางใหมท่ ่ีตา่ งจากทางปฏบิ ัติเป็นประจำ -ผู้รับผดิ ชอบแต่ละ การแก้ปัญหา - ทบทวนนโยบายท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั ปัญหา กิจกรรม - เลือกตัวช้ีวัดปัญหาทเี่ หมาะสม กำหนดระดับปัญหาที่ -รปู แบบการ สอดคลอ้ งกบั นโยบาย และข้อมูลและวางแผนระยะยาวเพอ่ื ประเมนิ ผล แกป้ ญั หาอย่างต่อเน่ือง หรือเปน็ ระยะ -ความสำเร็จของงาน - พิจารณากลวิธี หรือการให้บริการเรง่ ดว่ น ทีม่ ปี ระสทิ ธผิ ล -ผลงาน เพือ่ กำหนดเป้าต่างๆ -กำหนดกิจกรรมท่สี อดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงคแ์ ต่ละข้อ -กำหนดผ้รู ับผิดชอบแต่ละกจิ กรรม ๘.การประเมนิ ผล -คัดเลอื กตวั ช้วี ดั ทีม่ ีความเหมาะสมกบั กจิ กรรม/ การ แก้ปัญหา - ให้ความหมายตัวช้ีวดั - กำหนดเวลา และวิธีการประเมินผล ๙.การเตรียมโครงการ -เขยี นโครงการอย่างละเอยี ดจากสรปุ หัวข้อตา่ งๆ(หลักการ- แก้ปญั หา วิธกี ารประเมิน) -นำเสนอโครงการ ข้อควรพจิ ารณาเพิม่ เตมิ โดยทั่วไปการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาข้อควรคำนึงเสมอในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา สาธารณสุขคือปัญหาสำหรับใครและต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นได้แก่ผู้ป่วยครอบครัวชุมชนและการบริการ สาธารณสขุ ดว้ ยทุกครั้งกอ่ นตดั สินใจวางแผนแก้ปัญหาซึง่ สำรวจและจดั ลำดับความสำคญั แล้วเช่นกรณีจัดลำดับแลว้ ปัญหานั้นขาดความสนใจหรือร่วมมือจากชุมชนทำให้ดำเนินโครงการได้ยากก็อาจต้องมีการจูงใจหรือให้ความรู้ต่อ ชุมชนเพิ่มเติมว่าทำไมเป็นปัญหาและต้องรับการแก้ไขหรืออาจเปลี่ยนไปเลือกปัญหาที่ลำดับความสำคัญรองลงมา ตอ่ ไป ๑. ขนาดของปญั หาไดแ้ ก่ ๑. อุบตั กิ ารณ์ (Incidence) จำนวนผู้ป่วยใหมท่ เ่ี กดิ ขึน้ ในช่วงเวลาหนึง่ คมู่ อื การฝกึ ปฏิบตั โิ ครงการฝึกปฏบิ ตั งิ านภาคสนามชดุ วิชาโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชพี ปฏบิ ตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓
๑๘๕ ๒. ความชกุ (Prevalence) จำนวนผู้ป่วยใหม่และเก่าท่จี ุดเวลาหน่ึง ๓. อัตราป่วย (Morbidity rate) และผลท่ีเกิดต่อปญั หาอืน่ ๒.ความรนุ แรงหรือผลกระทบของปัญหาได้แก่ ๑. อัตราตาย (Mortality rate) ๒. ความพิการ (Disability) ๓.ความยากงา่ ยในการแกไ้ ขปญั หาได้แก่ ๑. รกั ษาได้ (Treatability) ๒. ปอ้ งกนั ได้ (Preventability) ๔.ค่าใช้จา่ ยหรอื การสญู เสยี ทางเศรษฐกิจไดแ้ ก่ ๑. การสญู เสยี ความสามารถในการทำงานหรอื ผลติ (Productivity loss) ๒. ค่าใช้จ่ายจากความเจบ็ ป่วย (Cost incurred from illness) ๓. ทรพั ยากรและเทคโนโลยีที่ใชด้ ำเนินการแกป้ ัญหา ๙.๖ คำถามสำหรับอาจารยใ์ นการนิเทศงาน สำหรับกระบวนการวินิจฉยั ชุมชน ๑. ขั้นตอนหลกั ของการวินิจฉัยชุมชนมอี ะไรบ้าง (ให้นักศึกษานำเสนอหนา้ ห้องเรยี นต่อหนา้ ผูเ้ ก่ยี วข้อง) - เลอื กเขตพนื้ ทีทีส่ นใจเบอ้ื งต้น - การเตรียมตัวเพือ่ หาข้อมลู - หาข้อมูลทม่ี อี ยูเ่ ดิม (secondary data) - วิเคราะห์จดั กลุ่มปญั หาและวางแนวทางในการวนิ ิจฉัยชุมชน - การทดสอบแบบสอบถาม - การเตรยี มตัวเพ่อื ออกสำรวจชุมชน - การสำรวจชมุ ชนและบนั ทึกขอ้ มลู - การลงขอ้ มูลการวิเคราะหข์ อ้ มูลและแปลความข้อมูล - การเรยี งลำดบั ปัญหา - การคัดเลือกปญั หาและจดั ทำโครงการเพอ่ื แก้ปญั หา ๒. การเตรยี มตวั เพือ่ หาขอ้ มลู ทีม่ อี ยเู่ ดิม (secondary data) ตอ้ งทำอะไรบ้าง ๒.๑. วัตถุประสงค์ -. เพอื่ ใหม้ คี วามเขา้ ใจต่อกระบวนการทำงานก่อนและเมื่อออกคน้ หาข้อมูลของชมุ ชนท่ีมอี ยูเ่ ดิม -. มีการวางแผนและทำงานเป็นทีม -. มีการเตรียมหัวข้อท่ีจะค้นหาแบ่งงานและวิธกี ารคน้ หาข้อมูล/การบันทึกข้อมลู ๒.๒. กิจกรรมสำคญั /การเรียนรู้ -. กจิ กรรมกล่มุ ยอ่ ย - ใชเ้ อกสารอา้ งอิงทีอ่ าจารย์แนะนำในการทำกจิ กรรม ๒.๓. การประเมินผล ค่มู ือการฝึกปฏบิ ตั โิ ครงการฝึกปฏิบัติงานภาคสนามชุดวชิ าโครงการพัฒนาทกั ษะวชิ าชีพปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินการแพทย์ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215