คู่มือสมรรถนะพยาบาล โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ฝ่ายการพยาบาล มกราคม 2564
สารบัญ เรอ่ื ง หน้า สมรรถนะพยาบาล 1 Competency Model Framework 3 Core Competency (CC) 4 CC 1. การส่งั สมความเช่ียวชาญในงาน 5 CC 2. คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 6 CC 3. การมงุ่ ผลสมั ฤทธิ์ 7 CC 4. การทางานเป็นทีม 8 Functional Competency (FC) 9 FC 1. จิตสานกึ การใหบ้ รกิ าร 10 FC 2. การแกไ้ ขปัญหาและการตดั สนิ ใจ 11 FC 3. การสรา้ งและรกั ษาสมั พนั ธภาพ 12 FC 4. การบรหิ ารจดั การทางการพยาบาล 13 Managerial Competency (MC) 14 MC 1. ความเป็นผนู้ า 15 MC 2. วิสยั ทศั น์ 16 MC 3. ศกั ยภาพเพอื่ นาการปรบั เปลย่ี น 17 MC 4. การควบคมุ ตวั เอง 18 MC 5. การพฒั นาศกั ยภาพคน 19 Technical Competency (TC) 20 TC 1. การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารทมี่ ารบั การตรวจรกั ษา(OPD) 21 TC.1.1 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารที่มารบั การตรวจรกั ษาโรคกระดกู และขอ้ 22 TC.1.2 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารทม่ี ารบั การตรวจรกั ษาโรคทางศลั ยศาสตร์ 23 TC.1.3 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่ีมารบั การตรวจรกั ษาโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด 24 TC.1.4 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารที่มารบั การตรวจสวนหวั ใจและหลอดเลอื ด 25 TC.1.5 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาโรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั ทางอายรุ ศาสตร์ 26 TC1.6 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารทม่ี ารบั การตรวจรกั ษาโรคทางสตู ินรเี วชศาสตร์ 27 TC1.7 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารที่มารบั การตรวจรกั ษาโรคทางหู คอ จมกู 28 TC1.8 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาโรคมะเรง็ ดว้ ยเคมีบาบดั 29 TC1.9 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาโรคเดก็ 30 TC1.10 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาโรคท่วั ไป 31 TC 2. การดแู ลผปู้ ่ วยอบุ ตั เิ หตแุ ละฉกุ เฉิน (ER) 32 TC2.1 การคดั แยกผใู้ ชร้ บั บรกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาทางอบุ ตั เิ หตแุ ละฉกุ เฉิน 33 TC2.2 การดแู ลผใู้ ชร้ บั บรกิ ารบาดเจ็บหลายระบบทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาทางอบุ ตั ิเหตแุ ละฉกุ เฉิน 34
สารบัญ เรื่อง หน้า TC 2. การดแู ลผปู้ ่ วยอบุ ตั ิเหตแุ ละฉกุ เฉิน (ER) TC2.3 การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่เี ขา้ รบั การตรวจรกั ษาระบบ Fast Track (STEMI, acute stroke) 35 TC 3. การดแู ลผปู้ ่ วยผา่ ตดั 36 TC 3.1 การดแู ลผปู้ ่ วยทม่ี ารบั การผา่ ตดั 37 TC 4. การดแู ลผปู้ ่ วยทางวิสญั ญี 38 TC 4.1 การดแู ลผปู้ ่ วยท่ไี ดร้ บั ยาระงบั ความรูส้ กึ 39 TC 5. การดแู ลผปู้ ่ วยกมุ ารเวชศาสตร์ 41 TC 5.1 การดแู ลทารกแรกเกิด 42 TC 5.2 การดแู ลผปู้ ่ วยเดก็ 43 TC 6. การดแู ลผปู้ ่ วยสตู ินรเี วชศาสตร์ 44 TC 6.1 การดแู ลผคู้ ลอดและทารกแรกเกิด 45 TC 7. การดแู ลผปู้ ่ วยระยะวิกฤต 46 TC7.1 การดแู ลผปู้ ่ วยระยะวิกฤต 47 TC 8. การดแู ลผปู้ ่ วยศลั ยศาสตร์ 48 TC 8.1 การดแู ลผปู้ ่ วยศลั ยกรรมระบบทางเดินอาหาร ตบั และทางเดินนา้ ดี 49 TC 8.2 การดแู ลผปู้ ่ วยศลั ยกรรมประสาทและไขสนั หลงั 50 TC 8.3 การดแู ลผปู้ ่ วยศลั ยกรรมศีรษะ คอ และเตา้ นม 51 TC 8.4 การดแู ลผปู้ ่ วยศลั ยกรรมตกแตง่ 52 TC 9. การดแู ลผปู้ ่ วยออรโ์ ธปิดิกส์ 53 TC 9.1 การดแู ลผปู้ ่ วยศลั ยกรรมกระดกู และขอ้ 54 TC 10. การดแู ลผปู้ ่ วยอายรุ ศาสตร์ 55 TC10.1 การดแู ลผปู้ ่ วยอายรุ กรรมโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด 56 TC10.2 การดแู ลผปู้ ่ วยอายรุ กรรมโรคหลอดเลอื ดสมอง 57 TC10.3 การดแู ลผปู้ ่ วยอายรุ กรรมระบบทางเดินหายใจ 58
รายชือ่ คณะผู้จัดทา คมู่ ือสมรรถนะพยาบาล โรงพยาบาลศนู ยก์ ารแพทย์ มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ ้าหลวง ๑. นางสาวประชิด ศราธพนั ธุ์ หวั หนา้ ฝ่ายการพยาบาล ประธาน ๒. นางสาวโจธิกา เบญ็ ชา nurse educator รองประธาน . ๓. นางสาวพรทิพยภ์ า ตรที ิพยศาสตร์ พยาบาลวชิ าชีพหนว่ ยตรวจรกั ษาท่วั ไป คณะทางาน ๔. นางณภทั ร พากดุ เรอื พยาบาลวชิ าชีพหนว่ ยตรวจสขุ ภาพ คณะทางาน ๕. นางสาวนยี ช์ ยา สธุ าธรรม พยาบาลวิชาชีพหนว่ ยตรวจสขุ ภาพจิต คณะทางาน ๖. นางสาวศิรวิ รรณ รน่ื บนั เทงิ successor หวั หนา้ หนว่ ยตรวจ หู คอ จมกู คณะทางาน ๗. นางสาวหนงึ่ ฤทยั คานอ้ ย พยาบาลวชิ าชีพหนว่ ยตรวจตา คณะทางาน ๘. นางสาวอมั ราวดี อิ่นแกว้ พยาบาลวชิ าชีพหนว่ ยตรวจโรคสตู นิ รเี วชศาสตร์ คณะทางาน ๙. นางสาวอมั พกิ า วงศบ์ ญุ มา พยาบาลวชิ าชีพหออภบิ าลทารกแรกเกิด คณะทางาน ๑o. นางสาวพมิ ลภสั ศ์ พานิชกระจ่าง หวั หนา้ งานการพยาบาลศลั ยศาสตรแ์ ละออรโ์ ธปิดิกส์ คณะทางาน ๑๑. นางปณุ ยนชุ จ๋มี ะลิ หวั หนา้ หนว่ ยตรวจศลั ยศาสตร์ คณะทางาน ๑๒. นางศศญิ ดา จนั ทนธ์ วชั หวั หนา้ หนว่ ยตรวจออรโ์ ธปิดิกส์ คณะทางาน ๑๓. นางสาวเมขลา เขอื่ นเพชร หวั หนา้ หนว่ ยตรวจหวั ใจและหลอดเลอื ด คณะทางาน ๑๔. นางสาวนจิ ชติ า คณุ ธรรม successor หวั หนา้ หนว่ ยสวนหวั ใจและหลอดเลอื ด คณะทางาน ๑๕. นายพษิ ณุ ศรมี าลา พยาบาลวิชาชีพหนว่ ยตรวจอายรุ ศาสตร์ คณะทางาน ๑๖. นางสาวกนั ยารตั น์ ยอดมลู ดี หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยสามญั 7 B คณะทางาน ๑๗. นางสาวกนกพร แซล่ อ้ หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยพเิ ศษ 10 B คณะทางาน ๑๘. นางสาวจิราภรณ์ คาตา หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยพเิ ศษ 10 A คณะทางาน ๑๙. นางสาวเกศินี วิมลวรรธนะสาร พยาบาลวชิ าชีพงานการพยาบาลวสิ ญั ญี คณะทางาน ๒o. นายธนนท์ ไชยา พยาบาลวชิ าชีพงานการพยาบาลผา่ ตดั คณะทางาน ๒๑. นางสาวสทุ ธิพนั ธ์ ปัญญากาศ พยาบาลวชิ าชีพหอผปู้ ่ วยวิกฤต CCU คณะทางาน ๒๒. นางสาวญารวี จนั ธิมา พยาบาลวชิ าชีพงานการพยาบาลอบุ ตั ิเหตแุ ละฉกุ เฉิน คณะทางาน ๒๓. นางสาววชั ราภรณ์ อญั ชลไี พบลู ย์ successor หวั หนา้ หนว่ ยตรวจเคมีบาบดั เลขานกุ าร ๒๔. นางสาวกญั ญาภคั คาฟู successor หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยสามญั 9A ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร
1 สมรรถนะพยาบาล สมรรถนะพยาบาล หมายถงึ คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรมทเี่ ป็นผลมาจากความรู้ทกั ษะ ความสามารถ และคณุ ลกั ษณะ อ่นื ๆที่ทาใหพ้ ยาบาลสามารถสรา้ งผลงานไดโ้ ดดเดน่ ในองคก์ ร ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศนู ยก์ ารแพทย์ มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง กาหนดประเภทสมรรถนะออกเป็น 4 ประเภท ไดแ้ ก่ สมรรถนะหลกั สมรรถนะประจาสายงานพยาบาล สมรรถนะดา้ นการบรหิ าร และสมรรถนะเชิงเทคนิคทางการพยาบาล สมรรถนะหลัก(Core Competency) หมายถึง คณุ ลกั ษณะเชิงพฤติกรรมท่กี าหนดเป็นคณุ ลกั ษณะรว่ มของพนกั งาน โรงพยาบาลศนู ยก์ ารแพทยฯ์ เพอ่ื เป็นการหลอ่ หลอมคา่ นยิ มและพฤติกรรมที่พงึ ประสงคร์ ว่ มกนั สมรรถนะหลกั โรงพยาบาลศนู ย์ การแพทยฯ์ ประกอบดว้ ย 1. การส่งั สมความเชี่ยวชาญในงาน (CC.1) 2. คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม (CC.2) 3. การมงุ่ ผลสมั ฤทธิ์ (CC.3) 4. การทางานเป็นทมี (CC.4) สมรรถนะประจาสายงานพยาบาล(Functional Competency) หมายถงึ คณุ ลกั ษณะเชิงพฤตกิ รรมทกี่ าหนดเฉพาะ สาหรบั สายงานพยาบาล เพือ่ สนบั สนนุ และสง่ เสรมิ ใหพ้ ยาบาลในสายงาน มีพฤติกรรมทเี่ หมาะสมแกก่ ารปฏิบตั งิ าน ใหส้ ามารถ ปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ที ร่ี บั ผดิ ชอบไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และมีประสทิ ธิภาพสงู สดุ สมรรถนะประจาสายงานพยาบาล ประกอบดว้ ย 1. จิตสานกึ การใหบ้ รกิ าร (FC.1) 2. การแกไ้ ขปัญหาและการตดั สนิ ใจ (FC.2) 3. การสรา้ งและรกั ษาสมั พนั ธภาพ (FC.3) 4. การบรหิ ารจดั การทางการพยาบาล (FC.4) สมรรถนะดา้ นการบรหิ าร(Managerial Competency) หมายถงึ คณุ ลกั ษณะของ พยาบาลทด่ี ารงตาแหนง่ ดา้ นการ บรหิ ารการพยาบาลจาเป็นตอ้ งมี ซงึ่ สมรรถนะประเภทนี้ จะสะทอ้ นถึงความคาดหวงั ขององคก์ รท่ีมตี อ่ ผบู้ รหิ ารการพยาบาล ระดบั ตา่ งๆ นอกเหนอื จากสมรรถนะหลกั และสมรรถนะประจาสายงานพยาบาล หรอื ใชเ้ ป็นแนวทางในการพฒั นาความกา้ วหนา้ ในสายอาชีพ เพื่อใหส้ ามารถปฏบิ ตั ิงานประสบความสาเรจ็ สมรรถนะดา้ นการบรหิ าร ประกอบดว้ ย 1. ความเป็นผนู้ า (MC.1) 2. วสิ ยั ทศั น์ (MC.2) 3. ศกั ยภาพเพือ่ นาการปรบั เปลย่ี น (MC.3) 4. การควบคมุ ตนเอง (MC.4) 5. การพฒั นาศกั ยภาพ (MC.5)
2 สมรรถนะเชิงเทคนิคทางการพยาบาล(Technical Competency) หมายถงึ ทกั ษะดา้ นการพยาบาลทจี่ าเป็นในการ นาไปปฏบิ ตั งิ านใหบ้ รรลผุ ลสาเรจ็ โดยจะแตกตา่ งกนั ตามลกั ษณะงาน สามารถจาแนกได้ 2 ยอ่ ย ไดแ้ ก่สมรรถนะเชิงเทคนิคหลกั (Core technical competency) และสมรรถนะเชงิ เทคนคิ เฉพาะ(Specific technical competency) แนวทางการแบ่งระดบั ความชานาญการ(Proficiency Level) ระดบั คานิยาม 1 Basic รู้ เขา้ ใจ กฎระเบยี บ ขนั้ ตอนการทางาน 2 Doing เขา้ ใจและอธิบายการทางาน วิเคราะห์ สรุป วางแผนปฏบิ ตั งิ านได้ 3 Developing ออกแบบ พฒั นา ปรบั ปรุงงานได้ 4 Advance บรหิ ารจดั ระบบงาน ใหค้ าปรกึ ษา เสนอแนะแนวทางได้ 5 Expert เช่อื มโยงบรู ณาการความรูส้ กู่ ารปฏบิ ตั ิ สรา้ งองคค์ วามรูใ้ หม่ การกาหนดคา่ ความคาดหวงั ตามตาแหน่งงาน (Competency Mapping) CC = Core Competency, FC = Functional Competency, TC = Technical Competency, MC = Managerial Competency พยาบาลปฏบิ ตั ิการ ระดบั สมรรถนะ CC FC TC MC 1. พยาบาลจบใหม(่ Novice) 111 - 2. พยาบาลเรม่ิ ปฏิบตั ใิ หม(่ Beginner) 111 - 3. พยาบาลผมู้ ีความสามารถ(Competent) 122 - 4. พยาบาลผคู้ ลอ่ งงาน(Proficient) หรอื หวั หนา้ เวร(Charge Nurse) 1331 5. พยาบาลผชู้ านาญการ(Expert) 1442 ผบู้ รหิ ารการพยาบาล ระดบั สมรรถนะ CC FC TC MC 1. หวั หนา้ หอผปู้ ่วย 2442 2. หวั หนา้ งานการพยาบาล 3543 3. ผชู้ ว่ ยหวั หนา้ ฝ่ายการพยาบาล 3544 4. หวั หนา้ ฝ่ายการพยาบาล 4545
Vision Competency Mo Mission Strategies Competency M Core Value Core Competency Managerial Comp Individual Functional Compe Development Plan Technical compete (IDP) ประเมินสมรร ความรู้ โดยใชแ้ บบทดส Training & Training ทกั ษะ โดยใหท้ ดลองป Roadmap คณุ ลกั ษณะ โดยการสงั ประเมินผลการปฏิบตั ิง ประเมินเพ่ือเข้าส่ตู าแ
3 odel Framework Model Competency Dictionary y Competency Names & Definitions petency Proficiency Level etency Behavioral Indicators ency รถนะ Competency Mapping สอบความรู้ หวั หนา้ ฝ่ายการพยาบาล ปฏบิ ตั ิ ผชู้ ว่ ยหวั หนา้ ฝ่ายการพยาบาล งเกตพฤตกิ รรม หวั หนา้ งานการพยาบาล งานประจาปี Nurse Educator หวั หนา้ หอผปู้ ่ วย/หนว่ ยงาน แหน่งบริหาร พยาบาลหวั หนา้ เวร Charge Nurse พยาบาลผมู้ ีความสามารถ Competent พยาบาลเรม่ิ ปฎิบตั งิ านใหม่ Novice/Beginner
4 MFU-MCH Core Competency สมรรถนะหลัก
5 CC1: การส่ังสมความชานาญในงาน คาจากัดความ: ความสนใจใฝ่รู้ ส่งั สมความรูค้ วามสามารถของตน ในการปฏบิ ตั ิงาน ดว้ ยการศกึ ษาคน้ ควา้ และพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง จน สามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ ชิงวิชาการและเทคโนโลยตี า่ งๆเขา้ กบั การปฏบิ ตั งิ านและเกิดผลสมั ฤทธิ์ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 แสดงความสนใจและตดิ ตามความรูใ้ หมๆ่ ในสาขาอาชีพของตนหรอื ท่ีเก่ียวขอ้ ง 2 ศกึ ษาหาความรู้ สนใจเทคโนโลยแี ละองคค์ วามรูใ้ หมๆ่ ในสาขาอาชีพของตน 3 พฒั นาความรูค้ วามสามารถของตนใหด้ ยี ง่ิ ขนึ้ 4 ตดิ ตามเทคโนโลยี และความรูใ้ หมอ่ ยเู่ สมอ ดว้ ยการสบื คน้ ขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ งๆทจี่ ะเป็นประโยชนต์ อ่ การ 5 ปฏิบตั งิ าน แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และมคี วามรูใ้ นวิชาการและเทคโนโลยใี หม่ๆในสาขาอาชีพของตน รอบรูใ้ นเทคโนโลยี หรอื องคค์ วามรูใ้ หมๆ่ ในสาขาอาชีพของตน รบั รูถ้ งึ แนวโนม้ วทิ ยาการที่ทนั สมยั และเก่ียวขอ้ งกบั งานของตนอยา่ งตอ่ เน่ือง แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และสามารถนาความรู้ วิทยาการ หรอื เทคโนโลยีใหมๆ่ มาปรบั ใชก้ บั การปฏิบตั ิงาน สามารถนาวชิ าการ ความรู้ หรอื เทคโนโลยีใหมๆ่ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปฏบิ ตั ิงานได้ สามารถแกไ้ ขปัญหาที่อาจเกิดจากการนาเทคโนโลยใี หมม่ าใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และศกึ ษาพฒั นาตนเองใหม้ ีความรู้ ความเชีย่ วชาญในงานมากขนึ้ ทงั้ ในเชงิ ลกึ และเชงิ กวา้ ง อยา่ งตอ่ เนื่อง มีความรูค้ วามเชีย่ วชาญในเรอื่ งท่มี ีลกั ษณะเป็น สหวิทยาการ และสามารถนาความรูไ้ ปปรบั ใชไ้ ดอ้ ยา่ ง กวา้ งขวาง สามารถนาความรูเ้ ชิงบรู ณาการของตนไปใชใ้ นการสรา้ งวสิ ยั ทศั น์ เพ่อื การปฏบิ ตั งิ านในอนาคต แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และสนบั สนนุ การทางานของคนในองคก์ ร เนน้ ความเช่ียวชาญในวทิ ยาการดา้ นตา่ งๆ สนบั สนนุ ใหเ้ กิดบรรยากาศแหง่ การพฒั นาความเชย่ี วชาญในองคก์ ร ดว้ ยการจดั สรรทรพั ยากร เครอ่ื งมือ อปุ กรณท์ ีเ่ ออื้ ตอ่ การพฒั นา
6 CC2: ยดึ ม่นั ในคุณธรรมและจริยธรรม คาจากดั ความ: การดารงตนและประพฤติปฏิบตั อิ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมทงั้ ตามกฎหมาย คณุ ธรรม จรรยาบรรณแหง่ วชิ าชีพ เพ่ือรกั ษาศกั ดศิ์ รแี หง่ วิชาชพี ระดับความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 1 มีความสจุ รติ 2 3 ปฏบิ ตั ิหนา้ ทีด่ ว้ ยความสจุ รติ ไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิ ถกู ตอ้ งตามกฎหมาย และระเบยี บวินยั ของมหาวทิ ยาลยั แสดงความคิดเหน็ ตามหลกั วชิ าชพี อยา่ งสจุ รติ 4 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และมสี จั จะเชื่อถือได้ รกั ษาคาพดู มีสจั จะ และเชอ่ื ถือได้ 5 แสดงใหป้ รากฎถึงความมจี ติ สานึกในความเป็นพนกั งานมหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และยดึ ม่นั ในหลกั การ ยดึ ม่นั ในหลกั การ จรรยาบรรณแหง่ วิชาชีพ ไมเ่ บีย่ งเบนดว้ ยดว้ ยอคตหิ รอื ผลประโยชน์ กลา้ รบั ผิดและ รบั ผิดชอบ เสยี สละความสขุ สว่ นตน เพื่อใหเ้ กิดประโยชนแ์ กอ่ งคก์ ร/มหาวิทยาลยั แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และยืนหยดั เพ่ือความถกู ตอ้ ง ยืนหยดั เพ่อื ความถกู ตอ้ ง โดยมงุ่ พทิ กั ษผ์ ลประโยชนข์ ององคก์ ร/มหาวิทยาลยั แมต้ กอยใู่ นสถานการณท์ อ่ี าจ ยากลาบาก กลา้ ตดั สินใจ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี ว้ ยความถกู ตอ้ งเป็นธรรม แมอ้ าจก่อใหเ้ กิดความไมพ่ งึ พอใจใหแ้ กผ่ เู้ สยี ประโยชน์ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และอทุ ศิ ตนเพอื่ ความยตุ ธิ รรม ยนื หยดั พิทกั ษผ์ ลประโยชนแ์ ละชื่อเสยี งขององคก์ ร/มหาวทิ ยาลยั แมใ้ นสถานการณท์ ่ีอาจตอ่ ความม่นั คงใน ตาแหน่งหนา้ ที่การงาน หรอื อาจเสย่ี งภยั ตอ่ ชีวติ
7 CC3 : การมุง่ ผลสมั ฤทธ์ิ คาจากดั ความ: ความม่งุ ม่นั ทจี่ ะปฏิบตั ิหนา้ ทีใ่ หด้ ี หรอื ใหเ้ กินมาตรฐานที่มีอยู่ โดยมาตรฐานอาจเป็นผลการปฏบิ ตั งิ านของตนเอง หรอื เกณฑว์ ดั ผลสมั ฤทธิ์ทอ่ี งคก์ รกาหนดขึน้ อกี ทงั้ ยงั หมายรวมถงึ การสรา้ งสรรคพ์ ฒั นาผลงาน หรอื กระบวนการปฏบิ ตั ิงานตามเปา้ หมายที่ยาก และทา้ ทาย ชนิดที่อาจไมเ่ คยมผี ใู้ ดสามารถกระทาไดม้ ากอ่ น ระดับความสามารถ พฤติกรรมบ่งชี้ 1 แสดงความพยายามในการทางานใหด้ ี 2 พยายามทางานในหนา้ ทใี่ หถ้ กู ตอ้ ง 3 4 พยายามปฏบิ ตั ิงานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ตามกาหนดเวลา 5 มานะ อดทน ขยนั หม่นั เพียรในการทางาน แสดงออกวา่ ตอ้ งการทางานใหด้ ีขนึ้ แสดงความเห็นในเชิงปรบั ปรุงพฒั นา เม่ือเห็นความสญู เปลา่ หรอื หยอ่ น ประสิทธิภาพในงาน แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และสามารถทางานไดผ้ ลงานตามเปา้ หมายที่วางไว้ กาหนดมาตรฐาน เปา้ หมายในการทางานเพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลงานท่ีดี ตดิ ตามแลประเมนิ ผลงานของตน โดยเทยี บเคียงกบั เกณฑม์ าตรฐาน ทางานไดต้ ามเปา้ หมายทีผ่ บู้ งั คบั บญั ชากาหนด หรอื เป้าหมายของหนว่ ยงานที่รบั ผิดชอบ มคี วามละเอียดรอบคอบ เอาใจใส่ ตรวจตราความถกู ตอ้ งเพื่อใหไ้ ดง้ านทีม่ ีคณุ ภาพ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และสามารถปรบั ปรุงวธิ ีการทางาน เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลงานท่มี ีประสิทธิภาพมากยงิ่ ขนึ้ ปรบั ปรุงวธิ ีการทางานใหด้ ขี นึ้ เรว็ ขนึ้ มคี ณุ ภาพดีขนึ้ หรอื ทาใหผ้ รู้ บั บรกิ ารพงึ พอใจมากขนึ้ เสนอ หรอื ทดลองวิธีการทางานแบบใหมท่ คี่ าดวา่ จะทาใหง้ านมปี ระสทิ ธิภาพมากขนึ้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และสามารถกาหนดเป้าหมาย รวมทงั้ พฒั นางานเพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลงานท่ีโดดเดน่ หรอื แตกตา่ ง อยา่ งมีนยั สาคญั กาหนดเปา้ หมายทที่ า้ ทายและเป็นไปไดย้ าก เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลงานทด่ี กี วา่ เดิมอยา่ งเห็นไดช้ ดั พฒั นาระบบ ขนั้ ตอน วธิ ีการทางาน เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลงานที่โดดเดน่ หรอื แตกตา่ งไมเ่ คยมผี ใู้ ดทาไดม้ าก่อน แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และกลา้ ตดั สนิ ใจ แมว้ า่ การตดั สินใจนนั้ จะมคี วามเส่ียง เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ป้าหมายของหน่วยงาน หรอื องคก์ ร ตดั สินใจได้ โดยมกี ารคานวณผลไดผ้ ลเสียอยา่ งชดั เจน และดาเนินการ เพ่อื ใหอ้ งคก์ รไดป้ ระโยชนส์ งู สดุ บรหิ ารจดั การและทมุ่ เทเวลา ตลอดจนทรพั ยากรเพ่ือใหไ้ ดป้ ระโยชนส์ งู สดุ ตอ่ ภารกิจของหนว่ ยงาน ตามที่ วางแผนไว้
8 CC4 : การทางานเป็ นทมี คาจากัดความ: ความตงั้ ใจท่จี ะทางานรว่ มกบั ผอู้ ่ืน เป็นสว่ นหน่งึ ของทมี หนว่ ยงาน หรอื โรงพยาบาล โดยผปู้ ฏิบตั มิ ฐี านะเป็นสมาชิก ไม่ จาเป็นตอ้ งมีฐานะหวั หนา้ ทีม รวมทงั้ ความสามารถในการสรา้ งและรกั ษาสมั พนั ธภาพกบั สมาชิกในทีม ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบ่งชี้ 1 ทาหนา้ ทีข่ องตนในทมี ใหส้ าเรจ็ 2 สนบั สนนุ การตดั สนิ ใจของทีม และทางานในสว่ นทตี่ นไดร้ บั มอบหมาย 3 รายงานใหส้ มาชกิ ทราบความคบื หนา้ ของการการดาเนินงานของตนในทีม 4 ใหข้ อ้ มลู ที่เป็นประโยชนต์ อ่ การทางานของทมี 5 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และใหค้ วามรว่ มมอื ในการทางานกบั เพือ่ นรว่ มงาน สรา้ งความสมั พนั ธ์ เขา้ กบั ผอู้ นื่ ในกลมุ่ ไดด้ ี ใหค้ วามรว่ มมือกบั ผอู้ ื่นในทีมดว้ ยดี กลา่ วถงึ เพือ่ นรว่ มงานในเชงิ สรา้ งสรรค์ และแสดงความเช่ือม่นั ในศกั ยภาพของเพ่ือนรว่ มทีมทงั้ ตอ่ หนา้ และ ลบั หลงั แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และประสานความรว่ มมือของสมาชกิ ในทมี รบั ฟังความคิดเห็นของสมาชิกในทีม และเต็มใจเรยี นรูจ้ ากผูอ้ นื่ ตดั สินใจ หรอื วางแผนงานรว่ มกนั ในทมี จากความคิดเหน็ ของเพอื่ นรว่ มทมี ประสานและสง่ เสรมิ สมั พนั ธภาพอนั ดใี นทีม เพอื่ สนบั สนนุ การทางานรว่ มกนั ใหม้ ีประสิทธิภาพยงิ่ ขนึ้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และสนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื เพือ่ นรว่ มทีม เพื่อใหง้ านประสบความสาเรจ็ ยกยอ่ ง ใหก้ าลงั ใจเพ่ือนรว่ มทมี อยา่ งจรงิ ใจ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เกือ้ กลู แกเ่ พ่อื นรว่ มทีม แมไ้ มม่ กี ารรอ้ งขอ รกั ษามติ รภาพอนั ดีกบั เพ่ือนรว่ มทมี เพอ่ื ชว่ ยเหลือกนั ในวาระตา่ งๆใหง้ านสาเรจ็ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และสามารถนาทมี ใหป้ ฏบิ ตั ภิ ารกิจใหไ้ ดผ้ ลสาเรจ็ เสรมิ สรา้ งความสามคั คใี นทีม โดยไมค่ านงึ ความชอบหรอื ไมช่ อบสว่ นตน คลีค่ ลาย หรอื แกไ้ ขขอ้ ขดั แยง้ ทเี่ กิดขนึ้ ในทีม ประสานสมั พนั ธ์ สรา้ งขวญั กาลงั ใจของทมี เพื่อปฏิบตั ิภารกิจขององคก์ รใหบ้ รรลผุ ล
9 MFU-MCH Functional Competency สมรรถนะประจาสายงานพยาบาล
10 FC 1 : จิตสานึกการให้บรกิ าร(Service Mind) คาจากดั ความ : ความตงั้ ใจและความพยายามในการใหบ้ รกิ าร ตอ่ ผรู้ บั บรกิ าร หรอื หน่วยงานอนื่ ๆท่ีเก่ียวขอ้ ง ระดับความสามารถ พฤติกรรมบ่งชี้ 1. สามารถใหบ้ รกิ ารทผ่ี รู้ บั บรกิ ารตอ้ งการไดด้ ว้ ยความเตม็ ใจ ใหบ้ รกิ ารท่เี ป็นมิตรและสภุ าพ 2. ใหข้ อ้ มลู ข่าวสารทถี่ กู ตอ้ ง ชดั เจนแกผ่ รู้ บั บรกิ าร แจง้ ใหผ้ รู้ บั บรกิ ารทราบความคืบหนา้ ในการบรกิ าร หรอื ขนั้ ตอนการบรกิ ารทใ่ี หบ้ รกิ ารอยู่ 3. ประสานงานภายในหนว่ ยงาน และหนว่ ยงานอน่ื ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง เพ่ือใหผ้ รู้ บั บรกิ ารไดร้ บั บรกิ ารท่ตี อ่ เนื่องและรวดเรว็ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และชว่ ยแกป้ ัญหาใหแ้ ก่ผรู้ บั บรกิ าร 4. รบั เป็นธรุ ะ ชว่ ยแกป้ ัญหาหรอื หาแนวทางแกไ้ ขปัญหาท่เี กิดขนึ้ แกผ่ รู้ บั บรกิ ารอยา่ งรวดเรว็ ไมบ่ า่ ยเบ่ียง ไมแ้ กต้ วั หรอื 5. ปัดภาระ ดแู ลใหผ้ รู้ บั บรกิ ารไดร้ บั ความพงึ พอใจ และนาขอ้ ขดั แยง้ ใดๆในการบรกิ ารไปพฒั นาการบรกิ ารใหด้ ียิ่งขนึ้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และใหบ้ รกิ ารท่ีเกินความคาดหวงั แมต้ อ้ งใชเ้ วลาหรอื ความพยายามเป็นอยา่ งมาก ใหเ้ วลาแกผ่ รู้ บั บรกิ ารเป็นพิเศษ เพื่อชว่ ยแกป้ ัญหาใหแ้ กผ่ รู้ บั บรกิ าร ใหข้ อ้ มลู คาแนะนาแกผ่ รู้ บั บรกิ าร แมว้ า่ ผรู้ บั บรกิ ารไมไ่ ดถ้ าม นาเสนอวธิ ีการในการใหบ้ รกิ าร ทผ่ี รู้ บั บรกิ ารจะไดร้ บั ประโยชนส์ งู สดุ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และเขา้ ใจ และใหบ้ รกิ ารทต่ี รงตามความตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ ของผรู้ บั บรกิ ารได้ เขา้ ใจ หรอื พยายามทาความเขา้ ใจดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ เพ่อื ใหบ้ รกิ ารไดต้ รงความตอ้ งการท่แี ทจ้ รงิ ของผรู้ บั บรกิ าร ใหค้ าแนะนาทเ่ี ป็นประโยชนแ์ ก่ผรู้ บั บรกิ าร เพอื่ ตอบสนองความจาเป็น หรอื ความตอ้ งการทแ่ี ทจ้ รงิ ของผรู้ บั บรกิ าร แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และใหบ้ รกิ ารทีเ่ ป็นประโยชนอ์ ยา่ งแทจ้ รงิ ใหแ้ ก่ผรู้ บั บรกิ าร คดิ ถงึ ประโยชนข์ องผรู้ บั บรกิ ารในระยะยาว และพรอ้ มทจี่ ะเปลยี่ นวธิ ี หรอื ขนั้ ตอนการใหบ้ รกิ ารเพือ่ ประโยชนส์ งู สดุ ของผรู้ บั บรกิ าร เป็นทป่ี รกึ ษาทีม่ ีสว่ นชว่ ยในการตดั สินใจทผ่ี รู้ บั บรกิ ารไวว้ างใจ สามารถใหค้ วามเหน็ ที่แตกตา่ งจากวธิ ีการ หรอื ขนั้ ตอนทีผ่ รู้ บั บรกิ ารตอ้ งการ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความจาเป็น ปัญหา โอกาส เพอ่ื ประโยชนอ์ ยา่ งแทจ้ ริงของผรู้ บั บรกิ าร
11 FC 2 : การแกไ้ ขปัญหาและการตัดสนิ ใจ คาจากดั ความ : การระบแุ ละวิเคราะหส์ าเหตขุ องปัญหา รวมทงั้ หาแนวทางเลอื ก และพจิ ารณาตดั สนิ ใจเลือกแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาท่ี เหมาะสมและมปี ระสทิ ธิภาพ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1. สามารถแกไ้ ขปัญหาในงานประจาของหนว่ ยงานได้ รู้ เขา้ ใจวิธีการ และแนวทางในการแกป้ ัญหาทเ่ี กิดขนึ้ จากการทางานประจาวนั ที่ไมย่ งุ่ ยาก 2. ตดั สินใจตามวธิ ีการและขนั้ ตอนที่กาหนด แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และวิเคราะหต์ ดั สนิ ใจแกไ้ ขปัญหาโดยใชข้ อ้ มลู ทีม่ อี ยู่ 3. พยายามหาแนวทางแกไ้ ขปัญหาดว้ ยตวั เอง ซงึ่ อาจมกี ารปรกึ ษาบคุ คลอืน่ ทเี่ กี่ยวขอ้ งบา้ ง ตดั สินใจโดยอาศยั ขอ้ มลู ที่มอี ยู่ 4. แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และศกึ ษาขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ งๆ เพ่ือชว่ ยในการวางแผนแกไ้ ขปัญหาและมีเหตผุ ลรองรบั เขา้ ใจปัญหาและหาแนวทางแกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดขนึ้ ไดด้ ว้ ยตนเอง 5. ตดั สนิ ใจโดยใชข้ อ้ มลู ภายนอกและมีเหตผุ ลรองรบั แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และผสมผสานความคดิ จากทีมหรอื สหสาขาวชิ าชพี เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาอยา่ งเป็นระบบ กระตนุ้ ใหบ้ คุ ลากรในทีมมีสว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหา วเิ คราะหข์ อ้ ดี ขอ้ เสียและแนวทางเลอื กได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และบรู ณาการความรู้ ความเชีย่ วชาญในเชงิ วิชาชพี เพื่อแกไ้ ข ป้องกนั ปัญหาทมี ีความซบั ซอ้ น ขององคก์ รไดอ้ ยา่ งย่งั ยนื สามารถคาดการณแ์ ละแยกแยะปัญหาที่เกิดขนึ้ จากการปฏบิ ตั งิ าน ซงึ่ อาจมีผลกระทบตอ่ การบรรลเุ ปา้ หมายและ ความสาเรจ็ ขององคก์ ร กาหนดแนวทางเลอื กในการแกไ้ ขปัญหาเชิงกลยทุ ธ์ และหาแนวทางเลอื กทด่ี ที ี่สดุ ในการแกป้ ัญหา ตดั สินใจภายใตส้ ถาณการณแ์ ละขอ้ จากดั ได้
12 FC 3: การสรา้ งและรกั ษาสัมพันธภาพ คาจากดั ความ : สรา้ งหรอื รกั ษาสมั พนั ธภาพฉนั มติ ร เพอื่ ความสมั พนั ธท์ ี่ดีระหวา่ งผใู้ หแ้ ละผรู้ บั บรกิ าร หรอื ผเู้ ก่ียวขอ้ งกบั งาน ระดับความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 1. สรา้ งหรอื รกั ษาการติดตอ่ กบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารหรอื ผทู้ เี่ กี่ยวขอ้ งกบั งาน โดยใหข้ อ้ มลู ทเ่ี ป็นประโยชน์ หรอื ใชว้ ธิ ีการติดตอ่ หรอื การ 2. ประสานงานท่ดี กี บั ผทู้ ตี่ อ้ งเกี่ยวขอ้ ง แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 3. สรา้ งหรอื รกั ษาความสมั พนั ธท์ ดี่ กี บั ผใู้ ชบ้ รกิ ารอยา่ งใกลช้ ิด เสรมิ สรา้ งมติ รภาพกบั เพื่อนรว่ มงาน และผอู้ ่นื อยา่ งม่นั คงและตอ่ เนื่อง 4. แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และสรา้ งหรอื รกั ษาการติดตอ่ สมั พนั ธท์ างสงั คม เขา้ รว่ มกิจกรรมของหนว่ ยงานทกุ ครงั้ เพอื่ ประโยชนใ์ นการสรา้ งสมั พนั ธภาพทดี่ ี 5. รเิ รม่ิ กิจกรรม เพื่อใหม้ กี ารตดิ ตอ่ สมั พนั ธท์ างสงั คมกบั ผทู้ ตี่ อ้ งเก่ียวขอ้ งกบั งานในวงกวา้ ง แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และสรา้ งหรอื รกั ษาความสมั พนั ธฉ์ นั มติ ร สรา้ งวิธีการตดิ ตอ่ กบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารและผเู้ ก่ียวขอ้ งกบั งาน โดยมีลกั ษณะเป็นความสมั พนั ธใ์ นทางสว่ นตวั มากขนึ้ สรา้ งมติ รภาพกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารและผเู้ ก่ียวขอ้ งกบั งาน โดยมลี กั ษณะเป็นความสมั พนั ธใ์ นทางสว่ นตวั มากขนึ้ รกั ษาสมั พนั ธภาพกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารและผเู้ ก่ียวขอ้ งกบั งาน โดยมีลกั ษณะเป็นความสมั พนั ธใ์ นทางสว่ นตวั มากขนึ้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และรกั ษาความสมั พนั ธฉ์ ันมิตรในระยะยาว สรา้ งวธิ ีตดิ ตอ่ และสรา้ งมิตรภาพกบั ผทู้ เ่ี ก่ียวขอ้ งกบั งานอยา่ งตอ่ เนื่อง รกั ษาสมั พนั ธภาพ และสนบั สนนุ มิตรภาพกบั ผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งกบั งานอยา่ งตอ่ เน่ือง
13 FC4: การจดั การทางการพยาบาล คาจากดั ความ : มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจและทกั ษะการบรหิ ารจดั การ สามารถวางแผน มอบหมาย จดั การงาน และติดตามประเมนิ ผลใหเ้ กิด ประสิทธิภาพในองคก์ ร สอดคลอ้ งกบั นโยบาย กลยทุ ธ์ เป้าหมาย และการเปลยี่ นแปลง ภายใตท้ รพั ยากรที่มอี ยู่ ระดบั ความสามารถ พฤติกรรมบ่งชี้ 1 มีความรูเ้ ก่ียวกบั ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของหนว่ ยงาน วิชาชีพและปฎบิ ตั งิ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมายอยา่ งถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ติ าม กฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ทีก่ าหนดไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ิงานท่ไี ดร้ บั มอบหมายไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น ทนั เวลา ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื ยาและเวชภณั ฑใ์ หเ้ กิดประโยชนแ์ ละคมุ้ คา่ ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และความเรยี บรอ้ ยของผลงานก่อนสง่ มอบงาน 2 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และลาดบั ความสาคญั หรอื ความเรง่ ดว่ นของงานและจดั การงานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม จดั ลาดบั ความสาคญั วางแผนและจดั การงานทรี่ บั ผิดชอบไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ และทรพั ยากรใหเ้ กิด ประสทิ ธิภาพสงู สดุ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งในงานของผอู้ ื่น ใหเ้ ป็นไปตามกฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และวธิ ีการทก่ี าหนดไว้ วางตนใหเ้ ป็นแบบอยา่ งในการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งถกู ตอ้ ง ตามกฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั และวิธีการที่กาหนด 3 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และวางแผนจดั การงาน/เชือ่ มโยงงานทีมคี วามซบั ซอ้ นเพื่อใหบ้ รรลตุ ามแผนท่กี าหนดไวไ้ ด้ บรหิ ารจดั การกาลงั คนใหเ้ พยี งพอตอ่ การปฏิบตั ิงาน รวมทงั้ มอบหมายและกระจายงานไดเ้ หมาะสมกบั ความสามารถของบคุ ลากร นิเทศ กากบั ดแู ล การปฏบิ ตั งิ าน และตดิ ตามประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานไดอ้ ยา่ งเหมาะสม รบั และถา่ ยทอดแผนงาน นโยบาย หรอื คาส่งั ไปสผู่ ปู้ ฏบิ ตั ิไดอ้ ยา่ งครบถว้ น ชดั เจน บรหิ ารจดั การวสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ ยาและเวชภณั ฑ์ ใหม้ อี ยา่ งเพยี งพอ และพรอ้ มใช้ 4 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และสามารถคาดการณล์ ว่ งหนา้ เกี่ยวกบั งาน เตรยี มทางเลอื กสาหรบั ปอ้ งกนั แกไ้ ขปัญหา หรอื กาหนดแนวปฎบิ ตั ิทด่ี เี พือ่ ใหง้ านมปี ระสทิ ธิภาพสงู สดุ สอน แนะนาและจงู ใจใหบ้ คุ ลากรปฏบิ ตั ิงานตามแผนงาน/แนวทางทกี่ าหนดไว้ บรหิ ารจดั การความเสีย่ งในการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งเป็นระบบ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ กิดนวตั กรรม/แนวปฏิบตั ิที่ดี (Best Practices) และนามาใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน วเิ คราะหค์ วามจาเป็นและวางแผนการใชท้ รพั ยากรใหค้ มุ้ คา่ และเกิดประโยชนส์ งู สดุ 5 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และบรู ณาการแนวคดิ ที่ดีมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการบรหิ ารจดั การงานใหม้ ีประสทิ ธิภาพ นาแนวคดิ การบรหิ ารจดั การทด่ี มี าประยกุ ตใ์ ชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพงาน รว่ มกาหนดแผนกลยทุ ธ์ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรข์ องโรงพยาบาล และองคก์ ร วางแผนเชิงรุกที่ทนั กบั การเปล่ียนแปลงทางสงั คม เศรษฐกิจ การเมอื งและเทคโนโลยีสารสนเทศ นาแนวคิดหลกั ธรรมาภบิ าล (Good governance) มาใชใ้ นการบรหิ ารองคก์ ร
14 MFU-MCH Managerial Competency สมรรถนะด้านการบริหาร
15 MC1: ความเป็ นผู้นา (Leadership) คาจากัดความ: ความสามารถ หรอื ความตงั้ ใจท่ีจะรบั บทเป็นผนู้ าของกลมุ่ กาหนดทิศทาง เปา้ หมาย วธิ ีการทางาน ใหท้ ีมปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ ง ราบรนื่ เต็มประสิทธิภาพและบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข์ ององคก์ ร ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 ดาเนินการประชมุ ไดด้ แี ละคอยแจง้ ขา่ วสารความเป็นไปโดยตลอด 2 ดาเนินการประชมุ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บวาระ วตั ถปุ ระสงค์ และเวลา ตลอดจนมอบหมายงานใหแ้ ก่ บคุ ลากรในกลมุ่ ได้ 3 4 แจง้ ข่าวสารใหผ้ ทู้ ีจ่ ะไดร้ บั ผลกระทบจากการตดั สนิ ใจรบั ทราบอยเู่ สมอ แมไ้ มไ่ ดถ้ กู กาหนดใหต้ อ้ งกระทา 5 อธิบายเหตผุ ลในการตดั สินใจใหผ้ เู้ ก่ียวขอ้ งทราบ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และเป็นผนู้ าในการทางานของกลมุ่ และใชอ้ านาจอยา่ งยตุ ิธรรม สง่ เสรมิ และกระทาการเพ่ือใหก้ ลมุ่ ปฏิบตั ิหนา้ ทไ่ี ดอ้ ยา่ งเต็มประสิทธิภาพ กาหนดเปา้ หมาย ทศิ ทางท่ชี ดั เจน จดั กลมุ่ งานและเลอื กคนใหเ้ หมาะกบั งานหรอื กาหนดวธิ ีการทจ่ี ะทาให้ กลมุ่ ทางานไดด้ ขี นึ้ รบั ฟังความคิดเห็นของผอู้ ่ืน สรา้ งขวญั และกาลงั ใจในการปฏบิ ตั ิงาน ปฏิบตั ิตอ่ สมาชิกในทีมดว้ ยความยตุ ิธรรม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และใหก้ ารดแู ลชว่ ยเหลือทมี งาน เป็นทปี่ รกึ ษาและชว่ ยเหลอื ทมี งาน ปกป้องทีมงานและช่อื เสียงขององคก์ ร จดั หาบคุ ลากร ทรพั ยากร หรอื ขอ้ มลู ทส่ี าคญั มาใหท้ มี งาน แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และประพฤติตนสมกบั เป็นผนู้ า กาหนดธรรมเนียมปฏบิ ตั ิประจากลมุ่ และประพฤตติ นอยใู่ นกรอบของธรรมเนียมปฏบิ ตั นิ นั้ ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งทด่ี ี ยดึ หลกั ธรรมาภิบาลในการปกครองผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และนาทมี ใหก้ า้ วไปสพู่ นั ธกิจระยะยาวขององคก์ ร สามารถรวมใจคนและสรา้ งแรงบนั ดาลใจใหท้ ีมงานเกิดความม่นั ใจในการปฏบิ ตั ิภารกิจใหส้ าเรจ็ ลลุ ว่ ง เลง็ เห็นการเปล่ยี นแปลงในอนาคต และมีวิสยั ทศั นใ์ นการสรา้ งกลยทุ ธเ์ พื่อรบั มอื กบั การเปล่ยี นแปลง
16 MC2: วิสัยทศั น์ (Visioning) คาจากัดความ: ความสามารถในการกาหนดทศิ ทาง ภารกิจ และเป้าหมายการทางานทช่ี ดั เจน สามารถสรา้ งความรว่ มมอื รว่ มใจเพื่อใหภ้ ารกิจ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ ระดบั ความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 1 รูจ้ กั และเขา้ ใจวสิ ยั ทศั นข์ ององคก์ ร 2 รู้ เขา้ ใจและสามารถอธิบายใหผ้ อู้ ืน่ เขา้ ใจไดว้ า่ งานท่ีทาอยนู่ นั้ เกี่ยวขอ้ งหรอื ตอบสนองตอ่ วสิ ยั ทศั นข์ อง องคก์ รอยา่ งไร 3 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และชว่ ยทาใหผ้ อู้ นื่ รูแ้ ละเขา้ ใจวิสยั ทศั นข์ ององคก์ ร 4 อธิบายใหผ้ อู้ ื่นรูแ้ ละเขา้ ใจวิสยั ทศั นแ์ ละเป้าหมายการทางานของหน่วยงานภายใตภ้ าพรวมขององคก์ ร 5 แลกเปล่ียนขอ้ มลู รวมถงึ รบั ฟังความคดิ เห็นของผอู้ น่ื เพื่อประกอบการกาหนดวิสยั ทศั น์ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และสรา้ งแรงจงู ใจใหผ้ อู้ น่ื เต็มใจทีจ่ ะปฏบิ ตั ติ ามวิสยั ทศั น์ โนม้ นา้ วใหส้ มาชิกในทมี เกิดความเต็มใจและกระตือรอื รน้ ที่จะปฏิบตั หิ นา้ ทเ่ี พอื่ ตอบสนองตอ่ วิสยั ทศั น์ ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาแกส่ มาชกิ ในทมี ถงึ แนวทางในการทางาน โดยยดึ ถือวสิ ยั ทศั นแ์ ละเป้าหมายขององคเ์ ป็น สาคญั แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และกาหนดนโยบายใหส้ อดคลอ้ งกบั วสิ ยั ทศั นข์ ององคก์ ร รเิ รมิ่ และกาหนดนโยบายใหมๆ่ เพ่อื ตอบสนองตอ่ การนาวสิ ยั ทศั นไ์ ปสคู่ วามสาเรจ็ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และกาหนดวสิ ยั ทศั นข์ ององคก์ รใหส้ อดคลอ้ งกบั วสิ ยั ทศั นม์ หาวทิ ยาลยั กาหนดวสิ ยั ทศั น์ เป้าหมายและทิศทางในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ขององคก์ ร เพื่อใหบ้ รรลวุ สิ ยั ทศั นข์ องโรงพยาบาล และวสิ ยั ทศั นม์ หาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง คาดการณไ์ ดว้ า่ องคก์ รจะไดร้ บั ผลกระทบอยา่ งไร จากการเปล่ยี นแปลงทงั้ ภายในและภายนอก
17 MC3: ศกั ยภาพเพอ่ื นาการปรับเปล่ียน (Change Leadership) คาจากัดความ: ความสามารถในการกระตนุ้ หรอื ผลกั ดนั หนว่ ยงานไปสกู่ ารปรบั เปลย่ี นทเ่ี ป็นประโยชน์ รวมถงึ การส่ือสารใหผ้ อู้ ืน่ รบั รู้ เขา้ ใจและ ดาเนินการใหก้ ารปรบั เปลี่ยนนนั้ เกิดขนึ้ จรงิ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 เห็นความจาเป็นของการปรบั เปล่ียน 2 เหน็ ความจาเป็นของการปรบั เปลยี่ น และปรบั พฤตกิ รรมหรอื แผนการทางานใหส้ อดคลอ้ งกบั การ เปลีย่ นแปลงนนั้ 3 เขา้ ใจและยอมรบั ถงึ ความจาเป็นของการปรบั เปลี่ยน และเรยี นรูเ้ พ่ือใหส้ ามารถปรบั ตวั รบั การเปล่ยี นแปลง 4 นนั้ ได้ 5 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และสามารถทาใหผ้ อู้ ืน่ เขา้ ใจการปรบั เปล่ยี นทจ่ี ะเกิดขนึ้ ชว่ ยเหลือใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจถึงความจาเป็นและประโยชนข์ องการเปล่ยี นแปลงนนั้ สนบั สนนุ ความพยายามในการปรบั เปลยี่ นองคก์ ร พรอ้ มทงั้ เสนอแนะวธิ ีและการมีสว่ นรว่ มในการ ปรบั เปลี่ยนดงั กลา่ ว แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และกระตนุ้ สรา้ งแรงจงู ใจใหผ้ อู้ ่นื เห็นความสาคญั ของการปรบั เปลยี่ น กระตนุ้ และสรา้ งแรงจงู ใจใหผ้ อู้ นื่ เหน็ ความสาคญั ของการปรบั เปลี่ยน เพือ่ ใหเ้ กิดความรว่ มแรงรว่ มใจ เปรยี บเทียบใหเ้ หน็ วา่ ส่ิงที่ปฏบิ ตั อิ ยใู่ นปัจจบุ นั กบั สิง่ ทีจ่ ะเปลีย่ นแปลงนนั้ แตกตา่ งกนั ในสาระสาคญั อยา่ งไร สรา้ งความเขา้ ใจใหเ้ กิดขนึ้ แก่ผทู้ ี่ยงั ไมย่ อมรบั การเปล่ยี นแปลงนนั้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และวางแผนทด่ี เี พื่อรบั การปรบั เปลี่ยนในองคก์ ร วางแผนอยา่ งเป็นระบบ และชใี้ หเ้ ห็นประโยชนข์ องการปรบั เปล่ยี น เตรยี มแผน และตดิ ตามการบรหิ ารการเปลี่ยนแปลงอยา่ งสม่าเสมอ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และผลกั ดนั ใหเ้ กิดการปรบั เปลยี่ นอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ผลกั ดนั ใหก้ ารปรบั เปลี่ยน สามารถดาเนินไปไดอ้ ยา่ งราบรน่ื และประสบความสาเรจ็ สรา้ งขวญั กาลงั ใจ และความเชื่อม่นั ในการขบั เคล่อื นใหเ้ กิดการปรบั เปลย่ี นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
18 MC4: การควบคุมตนเอง (Self-Control ) คาจากัดความ : ความสามารถในการควบคมุ อารมณ์ และพฤตกิ รรมในสถานการณท์ อ่ี าจจะถกู ย่วั ยุ หรอื เผชิญหนา้ กบั ความไมเ่ ป็นมติ ร หรอื ตอ้ ง ทางานภายใตส้ ภาวะกดดนั รวมถึงความอดทนอดกลนั้ เมอื่ อยใู่ นสถานการณท์ ่ีกอ่ ความเครยี ดอยา่ งตอ่ เน่ือง ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 ไมแ่ สดงพฤตกิ รรมทไ่ี มเ่ หมาะสม 2 3 ไมแ่ สดงพฤติกรรมทไ่ี มส่ ภุ าพ หรอื ไมเ่ หมาะสมในทกุ สถานการณ์ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1และควบคมุ อารมณใ์ นแตล่ ะสถานการณไ์ ดเ้ ป็นอยา่ งดี 4 รูเ้ ทา่ ทนั อารมณข์ องตนเอง และควบคมุ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยอาจหลกี เลยี่ งจากสถานการณท์ ่เี สี่ยงตอ่ การ 5 เกิดความรุนแรงขนึ้ หรอื อาจเปลย่ี นหวั ขอ้ สนทนา หรอื หยดุ พกั ช่วั คราวเพ่อื สงบสติอารมณ์ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และสามารถใชถ้ อ้ ยทวี าจา หรอื ปฏิบตั งิ านตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งสงบ แมจ้ ะอยใู่ นภาวะทถี่ กู ย่วั ยุ รูส้ กึ ไดถ้ งึ ความรุนแรงทางอารมณใ์ นระหวา่ งสนทนา หรอื การปฏบิ ตั ิงาน เชน่ ความโกรธ ความผิดหวงั หรอื ความกดดนั แตไ่ มแ่ สดงออกแมจ้ ะถกู ย่วั ยุ โดยยงั คงสามารปฏบิ ตั ิงานตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งสงบ สามารถเลือกใชว้ ิธีการแสดงออกที่เหมาะสม เพอื่ ไมใ่ หเ้ กิดผลในเชงิ ลบทงั้ ตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และจดั การความเครยี ดไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ สามารถจดั การกบั ความเครยี ด หรอื ผลท่ีอาจเกิดขนึ้ จากภาวะกดดนั ทางอารมณไ์ ดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ ีการเฉพาะตน หรอื วางแผนลว่ งหนา้ เพอ่ื จดั การกบั ความเครยี ดและความกดดนั ทางอารมณท์ ่ี คาดหมายไวว้ า่ จะเกิดขนึ้ บรหิ ารจดั การอารมณไ์ ดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ เพอื่ ลดความเครยี ดของตนเองหรอื ผรู้ ว่ มงาน แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และเอาชนะอารมณด์ ว้ ยความเขา้ ใจ ระงบั อารมณร์ ุนแรงดว้ ยการพยายามทาความเขา้ ใจและแกไ้ ขทต่ี น้ เหตขุ องปัญหา รวมทงั้ บรบิ ทและปัจจยั แวดลอ้ มตา่ งๆ ในสถานการณท์ ่ตี งึ เครยี ดมากก็ยงั สามารถควบคมุ อารมณข์ องตนเองได้ รวมถงึ ทาใหค้ นอืน่ ๆมีอารมณท์ ี่ สงบลงได้
19 MC5 : การพัฒนาศกั ยภาพคน คาจากัดความ: ความตงั้ ใจทจ่ี ะสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ หรอื การพฒั นาผอู้ น่ื ในระยะยาว จนถงึ ระดบั ท่เี ช่อื ม่นั วา่ จะสามารถมอบหมายหนา้ ท่คี วาม รบั ผิดชอบใหผ้ นู้ นั้ มีอสิ ระทจ่ี ะตดั สนิ ใจในการปฏิบตั หิ นา้ ทขี่ องตนได้ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบ่งชี้ 1 สอนงานหรอื ใหค้ าแนะนาเกี่ยวกบั วธิ ีปฏิบตั งิ าน 2 3 สอนงานดว้ ยการใหค้ าแนะนาอยา่ งละเอียด หรอื ดว้ ยการสาธิตวธิ ีปฏิบตั ิงาน ชแี้ นะแหลง่ ขอ้ มลู หรอื แหลง่ ทรพั ยากรอ่นื ๆ เพอ่ื ใชใ้ นการพฒั นาการปฏบิ ตั ิงาน 4 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และตงั้ ใจทพ่ี ฒั นาผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาใหม้ ีศกั ยภาพ สามารถใหค้ าปรกึ ษาชีแ้ นะแนวทางในการพฒั นา หรอื สง่ เสรมิ ขอ้ ดแี ละปรบั ปรุงขอ้ ดอ้ ยใหล้ ดลง 5 ใหโ้ อกาสผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาไดแ้ สดงศกั ยภาพ เพือ่ สรา้ งความม่นั ใจในการปฏิบตั ิงาน แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และวางแผนเพือ่ ใหโ้ อกาสผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาแสดงความสามารถในการทางาน วางแผนในการพฒั นาผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาทงั้ ในระยะสนั้ และระยะยาว มอบหมายงานท่ีเหมาะสม รวมทงั้ ใหโ้ อกาสผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาทจี่ ะไดร้ บั การฝึกอบรม หรอื พฒั นาอยา่ ง สมา่ เสมอ เพือ่ สนบั สนนุ การเรยี นรู้ มอบหมายหนา้ ทคี่ วามรบั ผิดชอบในระดบั ตดั สินใจใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาเป็นบางเรอื่ งเพ่ือใหม้ ีโอกาสรเิ รม่ิ สงิ่ ใหมๆ่ หรอื บรหิ ารจดั การดว้ ยตนเอง แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และสามารถชว่ ยแกไ้ ขปัญหาท่เี ป็นอปุ สรรคตอ่ การพฒั นาศกั ยภาพของผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา สามารถปรบั เปล่ยี นทศั นคตเิ ดิมที่เป็นปัจจยั ขดั ขวางการพฒั นาศกั ยภาพของผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา สามารถเขา้ ใจถงึ สาเหตแุ หง่ พฤตกิ รรมของแตล่ ะบคุ คล เพ่อื นามาเป็นปัจจยั ในการพฒั นาศกั ยภาพของ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และทาใหอ้ งคก์ รมรี ะบบการสอนงานและการมอบหมายหนา้ ท่คี วามรบั ผิดชอบ สรา้ งและสนบั สนนุ ใหม้ ีการสอนงาน และมกี ารมอบหมายหนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบอยา่ งเป็นระบบในองคก์ ร สรา้ งและสนบั สนนุ ใหม้ ีวฒั นธรรมแหง่ การเรยี นรูอ้ ยา่ งตอ่ เนื่องในองคก์ ร
20 MFU-MCH Technical Competency สมรรถนะเชงิ เทคนิคทางการพยาบาล
21 OPD Technical Competency
22 TC. 1.1 การดแู ลผู้ใชบ้ รกิ ารทมี่ ารับการตรวจรกั ษาโรคกระดูกและขอ้ คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่ีมารบั การตรวจรกั ษาโรคกระดกู และขอ้ ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ เหมาะสมได้ ระดบั ความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) ที่เก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การคดั กรอง (screening) การพนั ผา้ ฉีดยา เจาะเลอื ด ทาแผล ตดั ไหม การเตรยี มอปุ กรณแ์ ละการชว่ ยเหลือแพทย์ เขา้ เฝือก 3 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคทพ่ี บบอ่ ย ไดแ้ ก่ Osteoarthritis knee, low back 4 pain, arthritis, spondylolisthesis, carpal ganglion, rotator cuff syndromes, meniscus tear, trigger finger หรอื 5 อนั ดบั โรคแรกของหน่วยงาน เป็นตน้ 5 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลือเบือ้ งตน้ ได้ เชน่ Denosumab, , Morphine, Pethidine, Tramadol, Ketorolac, Sodium hyarulonate, Ibandronate 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลอื แพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การฉีดยาเขา้ ขอ้ (Intra-articular injection), การเจาะขอ้ เขา่ (Knee- arthrocentesis), การเขา้ เฝือก (On cast/slab) และ Gypney strap เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และ 1.สามารถประเมนิ ปัญหา คิดตดั สินใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ เลือดดาเพ่อื เตรยี มใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลอื ดดา การจดั ทา่ เพอื่ เตรยี มตรวจหรอื ทาหตั ถการ เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจก่อนผา่ ตดั และสง่ ตรวจพเิ ศษได้ 3.สามารถแปลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มอ่ื พบความผิดปกติได้ เชน่ Electrolyte, BS, CBC, Cr, Coagulogram เป็นตน้ 4.สามารถส่อื สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทีมสหสาขาท่เี กี่ยวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรนื่ 5.สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแกผ่ มู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1 สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพอ่ื ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพอื่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากทมี สหสาขาท่ีเกี่ยวขอ้ ง 2. สามารถประเมินอาการนาก่อนภาวะวกิ ฤต (MEWS) ในผปู้ ่ วยโรคกระดกู และขอ้ เชน่ ภาวะความดนั ในชอ่ งกลา้ มเนือ้ สงู (compartment syndrome) การติดเชอื้ ในขอ้ เทียมหลงั ผ่าตดั ภาวะลิ่มเลอื ดอดุ ตนั ในหลอดเลอื ดดาสว่ นลกึ (deep vein thrombosis) ภาวะความดนั โลหติ สงู 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่จี ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทส่ี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ ภาวะขอ้ ตดิ (joint stiffness), กระดกู ผิดรูป(malunion), การติดเชอื้ ในขอ้ หลงั ผา่ ตดั 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผมู้ ารบั กาตรวจรกั ษาโรคกระดกู และขอ้ ได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผปู้ ่วยโรคระบบกระดกู และขอ้
23 TC.1.2 การดูแลผู้ใชบ้ รกิ ารทม่ี ารบั การตรวจรักษาโรคทางศัลยศาสตร์ คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาโรคศลั ยศาสตร์ ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูท้ ่ี เหมาะสมได้ ระดบั ความสามารถ พฤติกรรมบ่งชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏบิ ตั ิงาน (Work Instruction) ทเ่ี กี่ยวขอ้ งในการปฏิบตั งิ านไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การคดั กรอง (screening), การทาแผล, การตดั ไหม, การประเมินระดบั ความรูส้ กึ ตวั , การใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลอื ด ดา, การฉีดยา, การใสส่ ายสวนปัสสาวะ, การใสส่ าย NG tube เป็นตน้ 3 2.สามารถดแู ลผปู้ ่ วยท่ีมีแผลผา่ ตดั แผลสายระบายและแผล ostomy ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพีเ่ ลยี้ งได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 4 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคทพ่ี บบอ่ ย เชน่ hemorrhagic stroke, brain tumor, 5 colorectal cancer, breast cancer, abdominal aortic aneurysm, gall stone, appendicitis, hernia, hemorrhoid, diabetic foot หรือ 5 อนั ดบั โรคแรกของหน่วยงาน เป็นตน้ 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคียงไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลอื เบือ้ งตน้ ได้ เชน่ Zometa, Triamcinolone, ยาชาเฉพาะที่ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลือแพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ Fine needle aspiration (FNA), Core needle biopsy, Per rectum and proctoscope ligation, Hemorrhoid ligation, Negative pressure wound therapy, Bio plasma, Ankle Brachial index (ABI) เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมนิ ปัญหา คิดตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ ทางหลอดเลือดดาเพ่อื ใหย้ าหรอื สารนา้ การจดั ทา่ เพอ่ื ใหก้ ารพยาบาล. เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจก่อนผา่ ตดั และสง่ ตรวจพิเศษได้ 3.สามารถแปลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ ม่ือพบความผิดปกตไิ ด้ เชน่ CBC, Coagulogram, Creatinine, Electrolyte, Blood sugar เป็นตน้ 4.สามารถสือ่ สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทมี สหสาขาท่ีเก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 5.สามารถเป็นที่ปรกึ ษาแก่ผมู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพือ่ ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพือ่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทีมสหสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ ง 2. สามารถประเมินอาการนากอ่ นภาวะวกิ ฤต (MEWS) ในผปู้ ่ วยโรคศลั ยศาสตร์ เชน่ การตดิ เชือ้ ทีแ่ ผลผ่าตดั (Surgical site infection), shock, skin/flap necrosis 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาทีจ่ ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทส่ี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ ผปู้ ่ วยที่มีแบบแผนการขบั ถ่ายเปล่ียนแปลง ผปู้ ่ วยที่มีการเปลยี่ นแปลงภาพลกั ษณ์ เป็นตน้ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผูม้ ารบั กาตรวจรกั ษาโรคทางศลั ยศาสตรไ์ ด้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผปู้ ่วยโรคศลั ยศาสตรไ์ ด้
24 TC.1.3 การดูแลผใู้ ชบ้ รกิ ารทม่ี ารับการตรวจรักษาโรคหวั ใจและหลอดเลือด คาจากัดความ: การมคี วามรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่ีมารบั การตรวจรกั ษาโรคหวั ใจและหลอดเลือด ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ช้ ความรูเ้ หมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ที่เก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ ทักษะการพยาบาลเบือ้ งตน้ เช่น การคัดกรอง (screening) เจาะเลือด ใหน้ า้ เกลือ ทาแผล การใหย้ า การวัด สญั ญาณชีพ การทาหถั การการพิเศษเกี่ยวกับหวั ใจและหลอดเลอื ด เช่น การตรวจ E.C.G , Holter, ABP, A.B.I , เตรยี ม 3 ผปู้ ่ วยทาหตั ถการ Echo, EST และ TTT แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 4 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคท่พี บบอ่ ย ไดแ้ ก่ CAD, 5 Atrial fibrillation and atrial flutter, PVC , DCM, Mitral valve insufficiency หรอื 5 อนั ดบั โรคแรกของหนว่ ยงาน เป็นตน้ 2.สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลือเบือ้ งตน้ ได้ เชน่ กลมุ่ Anticoagulant, NOAC, Antiplatelet , ACEI, ARB, ARNI, BB, MRA และ Diuretic drug เป็นตน้ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลือแพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยก่อนและหลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การตรวจ Exercise Stress Test ,การตรวจ Dobutamine Echocardiography, การตรวจ Trans Esophageal Echocardiography และการตรวจ Tilt Table Test เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา คดิ ตดั สินใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การให้ ออกซเิ จนผปู้ ่ วยกรณีผปู้ ่ วย SpO2 < 90 % ,การจดั ทา่ ผปู้ ่ วยกรณีเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นขณะทาหตั ถการพิเศษ และสามารถ ชว่ ยฟื้นชวี ิตและการเตรยี มความพรอ้ มเมื่อเกิดภาวะฉกุ เฉินได้ เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจก่อนและหลงั ตรวจพิเศษได้ 3.สามารถแปลตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มอ่ื พบความผิดปกติได้ เชน่ Troponin T, Troponin-I, CKMB, CPK, NT- pro BNP, PT, PTT, INR, Electrolyte, CBC, BUN, Cr และ TFT เป็นตน้ 4.สามารถสื่อสารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทมี สหสาขาที่เกี่ยวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 5.สามารถเป็นท่ปี รกึ ษาแกผ่ มู้ ปี ระสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1 สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพื่อใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพอื่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทมี สหสาขาทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 2. สามารถคดั กรองผปู้ ่ วยโดยใช้ ESI และประเมินอาการนาก่อนภาวะวิกฤต (MEWS) ในผปู้ ่วยโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด เชน่ ผปู้ ่ วย Coronary artery disease ที่มอี าการ Chest pain , ผปู้ ่ วย Atrial fibrillation and atrial flutter และ SVT ท่มี ี อาการใจส่นั และ Dilated cardiomyopathy และ Heart failure ที่มีอาการหนื่อย 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่ีจะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทส่ี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารใน ผปู้ ่ วยแตล่ ะรายได้ เชน่ ผปู้ ่ วย Coronary artery disease หลงั หตั ถการ PCI และผปู้ ่ วยภาวะ HFrEF 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผมู้ ารบั การตรวจรกั ษาโรคหวั ใจและหลอดเลอื ดได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผปู้ ่วยโรคหวั ใจและหลอดเลือด
25 TC.1.4 การดูแลผู้ใชบ้ ริการทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาในการทาหตั ถการตรวจสวนหวั ใจและหลอดเลือด คาจากดั ความ: การมคี วามรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารทม่ี ารบั การทาหตั ถการตรวจสวนหวั ใจ ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ เหมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 1 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ที่เก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การทาหตั ถการตรวจสวนหวั ใจและหลอดเลือด การทาหตั ถการฝังเครอื่ งกระตุน้ หวั ใจชนิดถาวร การดแู ลผปู้ ่ วยที่ใส่ สายรดั ขอ้ มือหา้ มเลือด 3 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 1. สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคทีพ่ บบอ่ ย ไดแ้ ก่ NSTEMI, STEMI, DCM, CAD, HF หรอื 4 5 อนั ดบั โรคแรกของหนว่ ยงาน เป็นตน้ 5 2. สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคียงไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลือเบือ้ งตน้ ได้ เชน่ Heparin, Adenosine, Atropine, NTG, Eptifibatide, Morphine, Contrast media เป็นตน้ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลือแพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การทาหตั ถการตรวจสวนหวั ใจและหลอดเลอื ด การทาหตั ถการฝัง เครอ่ื งกระตนุ้ หวั ใจชนิดถาวร การดแู ลผปู้ ่ วยท่ีใสส่ ายรดั ขอ้ มือหา้ มเลอื ด เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และ 1. สามารถประเมินปัญหา คิดตดั สินใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏิบตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ เลอื ดดาเพอื่ เตรยี มใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา การจดั ทา่ เพ่ือเตรยี มตรวจหรอื ทาหตั ถการ การกดหา้ มเลือด เป็นตน้ 2. สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจกอ่ นทาหตั ถการตรวจสวนหวั ใจได้ 3. สามารถแปลตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มอื่ พบความผิดปกตไิ ด้ เชน่ Electrolyte, CBC, BUN, Cr, PT, INR, Anti-HIV เป็นตน้ 4. สามารถส่อื สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทมี สหสาขาที่เก่ียวข้องไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 5. สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแกผ่ มู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพือ่ ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพอ่ื ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากทีมสหสาขาทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 2. สามารถประเมินอาการนากอ่ นภาวะวกิ ฤต (MEWS) ในผปู้ ่ วยโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด เชน่ ภาวะหวั ใจเตน้ ผิดจงั หวะ ภาวะความดนั โลหติ ต่า ภาวะแพย้ า ภาวะ Hypoglycemia เป็นตน้ 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาทจี่ ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลท่ีสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ ภาวะไตวายจากสารทบึ รงั สี, Heart failure, Bleeding, ภาวะหวั ใจเตน้ ผิดจงั หวะ, แพย้ า เป็นตน้ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผมู้ ารบั กาตรวจรกั ษาโรคหวั ใจและหลอดเลอื ดขอ้ ได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผูป้ ่วยโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด
26 TC 1.5 การดแู ลผูใ้ ช้บริการทมี่ ารับการตรวจรกั ษาโรคไม่ตดิ ตอ่ เรอื้ รัง (NCD) ในหน่วยตรวจอายุรศาสตร์ คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาทางอายรุ ศาสตรต์ ลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ เหมาะสมได้ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ที่เก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การคดั กรอง (screening) การฉีดยา การเจาะเลือด การใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา การเตรยี มอปุ กรณแ์ ละการ ชว่ ยเหลอื แพทยใ์ นการทาหตั ถการเชน่ FNA, Bone marrow, On DLC 3 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคท่ีพบบอ่ ย ไดแ้ ก่ DM, HT, DLP, CKD, Hypothyroidism 4 Hyperthyroidism, Hepatitis, Rheumatoid, SLE หรอื 5 อนั ดบั โรคแรกของหนว่ ยงาน เป็นตน้ 5 2. สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลอื เบือ้ งตน้ ได้ เชน่ ยาลดความดนั โลหติ ยาลดระดบั นา้ ตาลในเลือด 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลอื แพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยก่อน หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ FNA, Bone marrow, On DLC. เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และ 1.สามารถประเมนิ ปัญหา คิดตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ เลอื ดดาเพ่ือเตรยี มใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา การจดั ทา่ เพอ่ื เตรยี มตรวจหรอื ทาหตั ถการ การประเมนิ ผปู้ ่ วยภาวะ นา้ ตาลในเลือดสงู /ตา่ การประเมนิ ภาวะความดนั โลหติ สงู /ต่า. เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจกอ่ นผา่ ตดั และสง่ ตรวจพเิ ศษได้ 3.สามารถแปลตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มอ่ื พบความผิดปกติได้ เชน่ CBC, BUN, Creatinine, Electrolyte, Ca, P, HBsAg, HBsAb, TSH, Free T3, Free T4, Lipid Profile เป็นตน้ 4.สามารถสอื่ สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทีมสหสาขาท่ีเกี่ยวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรนื่ 5.สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแก่ผมู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพือ่ ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพื่อใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากทมี สหสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ ง 2. สามารถประเมนิ อาการนาก่อนภาวะวกิ ฤต (MEWS) ในผปู้ ่ วยโรค DM HT เชน่ Hyper/Hypotension, Hyper/Hypoglycemia 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่ีจะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทส่ี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ การควบคมุ ความดนั โลหติ การควบคมุ ระดบั นา้ ตาลในเลอื ด การชะลอความเสอ่ื มของไต 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผมู้ ารบั กาตรวจรกั ษาโรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอื้ รงั ได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผปู้ ่วยโรคทางอายรุ ศาสตร์
27 TC.1.6 : การดแู ลผู้ใช้บรกิ ารท่มี ารับการตรวจรกั ษา หน่วยตรวจสตู ินรเี วชศาตร์ คาจากดั ความ : การมีความรู้ ความสามารถในการดแู ลใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่วยทางนรเี วชวิทยา และการดแู ลหญิงตงั้ แตใ่ นระยะตงั้ ครรภ์ คลอดและหลงั คลอดแบบองคร์ วม ระดบั สมรรถนะ พฤติกรรมบ่งชี้ 1 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาล และวธิ ีปฏบิ ตั ิงาน ท่ีเกี่ยวขอ้ งในการปฏบิ ตั งิ านไดถ้ กู ตอ้ ง เชน่ การตรวจครรภ,์ การ monitor 2 NST 3 1. สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคทพี่ บบอ่ ย เชน่ Endometriosis , Abnormal uterine bleeding, Polycystic ovarian syndrome เป็นตน้ 4 2. สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ าและอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลือผรู้ บั บรกิ ารเบอื้ งตน้ ได้ 5 3. สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจและ เตรยี มอปุ กรณเ์ ครอื่ งมือทางการแพทย์ ชว่ ยเหลอื แพทย์ ตรวจ และใหก้ ารพยาบาล ผปู้ ่วยก่อนและหลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การตรวจคดั กรองมะเรง็ ปากมดลกู การตรวจอลั ตราซาวด์ และ การตรวจพิเศษทางนรเี วชอ่ืนๆ เชน่ colposcope การตรวจพเิ ศษทางรงั สขี องทอ่ นาไข่และโพรงมดลกู (HSG) เป็นตน้ 1. สามารถประเมนิ ปัญหา คิดตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆ ในการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การดแู ล ผรู้ บั บรกิ ารเบอื้ งตน้ ท่ีเกิดภาวะแทรกซอ้ นหลงั การทาหตั ถการทางนรเี วช เชน่ การเกิด syncope, การประเมิน/แกไ้ ขกรณีผลตรวจ NST non-reactive เป็นตน้ 2. สามารถวางแผนและใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่วยกลมุ่ โรคตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 3. สามารถอธิบายและประเมนิ อาการผิดปกติ หรอื ภาวะแทรกซอ้ น ของกลมุ่ โรคตา่ งๆ ได้ เชน่ (active) abnormal uterine bleeding, severe dysmenorrhea pain score ≥8 (Teheran, Pinerous, Pulido & Guatibonza, 2018), Preterm uterine contraction, PIH, Eclampsia, PPH เป็นตน้ 4. สามารถแปลผลทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร และสามารถแปลผล Non stress test (NST) ได้ และใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ ม่ือ พบความผิดปกติ เชน่ การรายงานผลคา่ วิกฤตทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร, การรายงานเมอื่ พบทารกอยใู่ นภาวะเครยี ด (fetal distress) เป็นตน้ 5. สามารถสื่อสารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทีมสหสาขาทเ่ี กี่ยวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 6. สามารถอธิบาย สอน/สาธิตการฝึกปฏิบตั ผิ ปู้ ่ วยและครอบครวั ใหส้ ามารถดแู ลชว่ ยเหลือตนเองได้ เชน่ การนบั ลกู ดิน้ การ เตรยี มเลยี้ งลกู ดว้ ยนมแม่ การสงั เกตอาการผิดปกติท่ตี อ้ งมาพบแพทยก์ อ่ นนดั 7. สามารถคดั กรองภาวะเสยี่ งของหญิงตงั้ ครรภท์ กุ รายได้ และสามารถคดั กรองผปู้ ่ วยไดถ้ กู ตอ้ ง เหมาะสมและรวดเรว็ ตาม ความเรง่ ดว่ น (ESI) 8. สามารถเป็นที่ปรกึ ษาแก่ผมู้ ปี ระสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลได้ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพอ่ื ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วม เหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ าร หญิงตงั้ ครรภแ์ ละมารดาหลงั คลอดแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพือ่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากทมี สหสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ ง เชน่ งาน โภชนาการ งานแพทยบ์ รู ณาการ/เวชศาตรฟ์ ื้นฟู งานการพยาบาลจติ เวชศาตร์ เป็นตน้ 2. สามารถประเมินอาการนาก่อนภาวะวกิ ฤติ Early warning sign และใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที เชน่ (active) abnormal uterine bleeding, severe dysmenorrhea pain score ≥8, PIH เป็นตน้ 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่จี ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทสี่ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะใน รายได้ เชน่ การดแู ลตนเองหลงั ผ่าตดั มดลกู / รงั ไข่ 2. สามารถนาองคค์ วามรู/้ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษใ์ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผน การดแู ลผปู้ ่ วยได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั ิการพยาบาลเฉพาะโรค ไดแ้ ก่ abnormal uterine bleeding
28 TC.1.7 : การดูแลผใู้ ช้บริการทม่ี ารับการตรวจรักษาหู คอ จมกู คาจากดั ความ: การมคี วามรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาหู คอ จมกู ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสม ได้ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) ท่ีเก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การคดั กรอง (screening) การวดั สญั ญาณชพี Triage จดั โซนดแู ลเฝา้ ระวงั ขณะรอตรวจ ทาแผล ตดั ไหม การเตรยี ม อุปกรณแ์ ละการช่วยเหลือแพทยท์ าหัตถการต่างๆ เช่น I&D Removed สิ่งแปลกปลอมเขา้ หู คอ จมกู ส่องกลอ้ งโดย 3 nasal endoscope/ FOL เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 4 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคที่พบบอ่ ย ไดแ้ ก่ Allergic Rhinitis , Chronic otitis media 5 , Thyroid nodule , Hearing loss , Sinusitis 2 สามารถใหก้ ารชว่ ยเหลือเบือ้ งตน้ ในผปู้ ่ วยทม่ี ภี าวะฉกุ เฉินทางหู คอ จมกู ได้ เชน่ ประเมินอาการทอ่ี าจเกิดภาวะฉกุ เฉิน จากส่ิงแปลกปลอมอดุ ตนั ขณะรอตรวจ และสามารถรายงานสง่ิ ผิดปกติได้ ตอ้ งสง่ ERดว่ นหรอื ไม่ เชน่ มีภาวะอดุ กนั้ ทางเดินหายใจสว่ นตน้ 3. สามารถเตรยี มความพรอ้ มแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลอื แพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ นหลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การชว่ ยเหลอื แพทยท์ าหตั ถการตา่ งๆ เชน่ I&D Removed สิ่ง แปลกปลอมเขา้ หู คอ จมกู สอ่ งกลอ้ งโดย nasal endoscope/ FOL เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา คดิ ตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ เลือดดาเพ่ือเตรยี มใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลอื ดดา การจดั ทา่ เพอื่ เตรยี มตรวจหรอื ทาหตั ถการ เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจก่อนผา่ ตดั และสง่ ตรวจพิเศษได้ 3.สามารถจดั ลาดบั การตรวจเพ่อื ใหผ้ ปู้ ่ วยที่มภี าวะฉกุ เฉินทางหู คอ จมกู ไดร้ บั การตรวจตามลาดบั อยา่ งเหมาะสม และรวดเรว็ 4.สามารถส่อื สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทมี สหสาขาที่เกี่ยวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรนื่ 5.สามารถเป็นที่ปรกึ ษาแกผ่ มู้ ปี ระสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพอื่ ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพือ่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทีมสหสาขาทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 2. สามารถประเมินอาการนากอ่ นภาวะวกิ ฤต (MEWS) ในผปู้ ่ วยโรคหู คอ จมกู เชน่ ภาวะอดุ กนั้ ทางเดนิ หายใจสว่ นตน้ 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่ีจะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลท่สี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ ความไมพ่ งึ พอใจในบรกิ าร ผรู้ บั บรกิ ารไมเ่ ขา้ ใจแผนการรกั ษาของแพทย์ ความจาเป็นสง่ ตอ่ รกั ษารพ.อื่น 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผมู้ ารบั การบรกิ าร 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั ิการพยาบาลเฉพาะโรค/ในผปู้ ่ วยโรคหู คอ จมกู เชน่ Allergic Rhinitis , Chronic otitis media , Thyroid nodule , Hearing loss , Sinusitis
29 TC.1.8: การดแู ลผใู้ ชบ้ รกิ ารทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาโรคมะเร็งดว้ ยเคมบี าบดั คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาโรคมะเรง็ ทไ่ี ดร้ บั การรกั ษาดว้ ยยาเคมีบาบดั และโรคทาง โลหติ วทิ ยา ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤติกรรมบ่งชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) ท่ีเก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ไดแ้ ก่ 2 การคดั กรอง (screening) การเจาะเลือด การบรหิ ารยา การใหส้ ่วนประกอบของเลือด การป้องกนั และจัดการเม่ือเกิดภาวะ extravasation การเตรยี มอปุ กรณแ์ ละการช่วยเหลือแพทยใ์ นการเจาะไขกระดกู 3 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคท่พี บบ่อย เช่น top 5 disease ทางมะเรง็ วทิ ยา และโลหิตวทิ ยา 4 ไดแ้ ก่ CA breast, CA colon, CA lung, Multiple myeloma, NHL, Anemia, MDS, thalassemia และ thrombocytopenia 5 เป็นตน้ 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า ลาดบั การใหย้ าเคมีบาบดั อาการแพย้ า ผลขา้ งเคียง และการสงั เกตอาการขา้ งเคียงขณะ ไดร้ บั ยาเคมบี าบดั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มผใู้ ชบ้ รกิ ารก่อน ระหว่างและหลงั ไดร้ บั ยาเคมบี าบดั อธิบายคาแนะนาการปฏบิ ตั ติ วั ก่อนและหลงั การไดร้ บั ยาเคมบี าบดั ได้ 4.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ช่วยเหลอื แพทยท์ าหตั ถการการเจาะไข กระดกู (Bone marrow biopsy) และใหก้ ารพยาบาล ผปู้ ่ วยก่อน หลงั ทาหตั ถการได้ 5. สามารถเตรยี มอปุ กรณเ์ ม่อื เกดิ ยาเคมีบาบดั หก ตก ร่วั ไหลไดถ้ กู ตอ้ ง 6. สามารถอธิบายวิธีการปอ้ งกนั และจดั การเม่อื เกดิ ภาวะ extravasation ได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา คดิ ตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ ่างๆในการปฏิบตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เช่น การเปิดเสน้ เลอื ดดาเพ่อื เตรยี มใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลอื ดดา การจัดทา่ เพ่อื เตรยี มตรวจหรอื ทาหตั ถการ เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจก่อนการสง่ ตรวจพเิ ศษได้ 3.สามารถสงั เกตอาการผิดปกติ ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ทาหตั ถการ และการแปลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/ รายงานแพทยเ์ ม่อื พบความผิดปกตไิ ด้ 4. สามารถแยกประเภทความเส่ียง เฝา้ ระวงั และประเมนิ อาการขา้ งเคยี งของยาเคมบี าบดั แต่ละชนดิ ได้ 5. สามารถจดั การเม่อื เกดิ ยาเคมบี าบดั หก ตก ร่วั ไหล/ extravasation ไดถ้ กู ตอ้ ง 6.สามารถส่อื สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทีมสหสาขาท่เี ก่ยี วขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 7.สามารถเป็นท่ปี รกึ ษาแกผ่ มู้ ปี ระสบการณน์ อ้ ยกว่าในการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพ่อื ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ย่างครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพ่ือใหไ้ ดร้ บั การช่วยเหลอื จากทมี สหสาขาท่เี ก่ยี วขอ้ ง เช่น สญู เสยี ภาพลกั ษณ์ มภี าวะ ทพุ โภชนาการ เป็นตน้ 2. สามารถประเมนิ อาการนาก่อนภาวะวกิ ฤต (MEWS) ไดแ้ ก่ ภาวะภมู ไิ วเกิน (Hypersensitivity), ภาวะเม็ดเลอื ดขาวต่าและ มไี ขใ้ นผปู้ ่ วยมะเรง็ ท่ไี ดร้ บั ยาเคมบี าบดั (Febrile neutropenia) ภาวะแทรกซอ้ นขณะไดร้ บั ส่วนประกอบของเลือด เป็นตน้ 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ย่างรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่จี ะเกิดขนึ้ วางแผนการจดั การอาการรบกวนและป้องกนั ภาวะแทรกซอ้ น เช่น myelosuppression (neutropenia-anemia, Fatigue), nausea vomiting, diarrhea, anorexia เป็นตน้ 2. สามารถนาความรูใ้ หม่มาบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เช่น จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวิจยั มาใชใ้ น การสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผปู้ ่ วยท่ไี ดร้ บั ยาเคมีบาบดั และโรคทางโลหิตวิทยา 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั ิการพยาบาลเฉพาะโรค/กล่มุ ผปู้ ่ วยมะเรง็ ท่ไี ดร้ บั ยาเคมีบาบดั และโลหิตวิทยา
30 TC.1.9 : การดูแลผใู้ ช้บริการท่มี ารับการตรวจรกั ษาโรคเดก็ คาจากดั ความ : การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่วยเดก็ อายแุ รกเกิดถงึ อายุ 15 ปีตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูใ้ หเ้ หมาะสมได้ ระดบั สมรรถนะ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาล และวิธีปฏบิ ตั ิงาน ที่เกี่ยวขอ้ งในการปฏบิ ตั ิงานไดถ้ กู ตอ้ ง เชน่ การเชด็ ตวั ลดไข,้ การ 2 พน่ ยาขยายหลอดลมผ่านละอองฝอย แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 3 1. สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคท่พี บบอ่ ย เชน่ Gastroenteritis , Pneumonia , Asthma , Allergic Rhinitis , Febrile Convulsion , HFMD เป็นตน้ 4 2. สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ าหรอื วคั ซนี ตามวยั อาการแพย้ า/วคั ซีน และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และให้ 5 การชว่ ยเหลอื เบือ้ งตน้ ได้ 3. สามารถเตรยี มความพรอ้ มแกผ่ ใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณเ์ ครอื่ งทางการแพทย์ ชว่ ยเหลือ แพทยต์ รวจ และใหก้ ารพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การพน่ ยาขยายหลอดลมผ่านละอองฝอย การเจาะ เลอื ด การใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลอื ดดา แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1. สามารถประเมินปัญหา คดิ ตดั สินใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ ชกั จาก ไข้ แพย้ า/อาหารซา้ ผปู้ ่วยเด็กมอี าการเปลยี่ นแปลงขณะรอตรวจ 2. สามารถวางแผนและใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่วยกลมุ่ โรคตา่ งๆ ได้ ตลอดจนสามารถบรหิ ารจดั การวคั ซีนเด็กได้ 3. สามารถอธิบายและประเมินอาการผิดปกติ หรอื ภาวะแทรกซอ้ น ของกลมุ่ โรคตา่ งๆได้ เชน่ ชกั จากไข้ ภาวะขาดนา้ 4. สามารถแปลผลทางหอ้ งปฏิบตั ิการได้ และใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มือ่ พบความผิดปกตไิ ด้ เชน่ CBC MCB UA หรอื ผล Culture เป็นตน้ 5. สามารถส่ือสารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทมี สหสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 6. สามารถอธิบาย สอน/สาธิตการฝึกปฏิบตั ผิ ปู้ ่ วยและครอบครวั ใหส้ ามารถดแู ลชว่ ยเหลอื ตนเองได้ เชน่ การเชด็ ตวั ลดไข้ การดแู ลผปู้ ่วยเด็ถา่ ยเหลว การป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ หรอื การสงั เกตอาการผิดปกติท่ีตอ้ งมาพบแพทย์ 7. สามารถคดั กรองพฒั นาการและสง่ เสรมิ พฒั นาการเดก็ ใหเ้ หมาะสมตามวยั ได้ 8. สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแกผ่ มู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพือ่ ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพอื่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทีมสหสาขาท่เี กี่ยวขอ้ ง เชน่ Anaphylaxis การ สง่ เสรมิ สขุ ภาพเดก็ เป็นตน้ 2. สามารถประเมนิ อาการนากอ่ นภาวะวกิ ฤติ Early warning sign และใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที เชน่ ภาวะชกั จากไข้ ภาวะขาดนา้ เป็นตน้ 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาทจี่ ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทสี่ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผู้ใชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ การปอ้ งกนั การเกิด Anaphylaxis ในผปู้ ่ วยภมู ิแพ้ การจดั การไขเ้ พื่อป้องกนั ภาวะชกั จากไขส้ งู 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค ไดแ้ ก่ Febrile Convulsion
31 TC.1.10: การดูแลผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี ารับการตรวจรกั ษาโรคท่วั ไป คาจากัดความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชบ้ รกิ ารทมี่ ารบั การตรวจรกั ษาท่วั ไป ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ที่เกี่ยวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การคดั กรอง (screening) การวดั สญั ญาณชีพ การทาและแปลผล EKG, การคดั แยก (Triage), การจดั โซนดแู ล เฝา้ ระวงั ขณะรอตรวจ การฉีดยา การเจาะเลอื ด การเจาะ DTX การทาแผล และการตดั ไหม 3 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคทีพ่ บบอ่ ย ไดแ้ ก่ HT, DM, DLP, Dyspepsia หรอื 5 4 อนั ดบั โรคแรกของหนว่ ยงาน เป็นตน้ 5 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลือเบือ้ งตน้ ได้ เชน่ Adrenaline, Morphine, Pethidine, tramadol, ketorolac, regular insulin และวคั ซีนตา่ งๆ (Influenza, dT, MMR, Eric test, Speeda, Pneumococcal , Hepatitis B ) เป็นตน้ 3. สามารถแปลผล EKG พนื้ ฐานและสามารถรายงานสิ่งผิดปกติในกลมุ่ ผปู้ ่วยสาคญั ทต่ี อ้ งเฝา้ ระวงั ได้ เชน่ อาการ เรง่ ดว่ นทต่ี อ้ งสง่ ตอ่ หนว่ ยอบุ ตั ิเหตแุ ละฉกุ เฉิน อาการเจบ็ อก ในกลมุ่ ผปู้ ่วย STEMI, อาการสาคญั ในกลมุ่ ผปู้ ่ วย stroke และ sepsis เป็นตน้ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จติ ใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลอื แพทยท์ าหตั ถการ และ ใหก้ ารพยาบาล ผปู้ ่วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การตรวจภายใน, I&D, ultrasound เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา คิดตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ หลอดเลือดดาเพื่อเตรยี มใหส้ ารนา้ การจดั ทา่ เพื่อเตรยี มตรวจหรอื ทาหตั ถการ เป็นตน้ 2.สามารถเตรยี มความพรอ้ มของผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจก่อนสง่ ตรวจพเิ ศษได้ 3.สามารถแปลตรวจEKG และผลทางหอ้ งปฏิบตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มอื่ พบความผิดปกติได้ เชน่ Electrolyte, BS, CBC, Cr เป็นตน้ 4.สามารถสอ่ื สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทีมสหสาขาท่เี ก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรนื่ 5.สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแกผ่ มู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพ่ือใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพ่อื ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากทีมสหสาขาทีเ่ ก่ียวขอ้ ง เชน่ การสง่ ตอ่ รพ อื่น 2. สามารถประเมินอาการนากอ่ นภาวะวิกฤต (MEWS) ในผปู้ ่ วยโรคท่วั ไป เชน่ chest pain ภาวะความดนั โลหติ สงู 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาทีจ่ ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทสี่ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ ความไมพ่ งึ พอใจในบรกิ าร ผรู้ บั บรกิ ารไมเ่ ขา้ ใจแผนการรกั ษาของแพทย์ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มาใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผมู้ ารบั การบรกิ าร 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั ิการพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผปู้ ่ วยโรคเรอื้ รงั ไดแ้ ก่ HT DM DLP Dyspepsia
32 ER Technical Competency
33 TC.2.1 การคดั แยกผ้ใู ช้รับบริการทม่ี ารบั การตรวจรักษาทางอุบตั ิเหตุและฉุกเฉิน คาจากัดความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาล คดั แยกผใู้ ชร้ บั บรกิ าร ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) ที่เกี่ยวขอ้ งในการปฏิบัติงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การซกั ประวตั ิและตรวจรา่ งกาย การเช็ดตวั ลดไข้ การทาแผล การใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา การเจาะ DTX การ ประคบเยน็ /รอ้ น การหา้ มเลอื ด การดามกระดกู ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพ่เี ลยี้ งไดถ้ กู ตอ้ ง 3 2.มคี วามรูเ้ กี่ยวกบั อาการและการประเมนิ ภาวะคกุ คามชวี ติ ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพเ่ี ลยี้ งได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 4 1.สามารถอธิบายระบบดชั นคี วามฉกุ เฉินและความรุนแรงของ Emergency Severity index ESI ไดถ้ กู ตอ้ ง 5 2 สามารถอธิบายเกี่ยวกบั การจดั ลาดบั ความเรง่ ดว่ นของการกั ษา และใหก้ ารชว่ ยเหลอื ปฐมพยาบาลท่จี าเป็นขณะขณะรอ ตรวจไดถ้ กู ตอ้ ง เชน่ การเช็ดตวั ลดไข้ การหา้ มเลอื ด การดามกระดกู เป็นตน้ 3.สามารอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลอื เบือ้ งตน้ ได้ เชน่ ยาที่ใชใ้ นการชว่ ยชวี ิตขนั้ สงู ยาในกลมุ่ Fast tract (Acute stroke, STEMI, septic shock) ยาลดไข้ เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมนิ ปัญหา คดิ ตดั สินใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การจดั ทา่ และเปิดทางเดินหายใจ การใหอ้ อกซเิ จน การเปิดเสน้ หลอดเลือดดา การฟื้นคนื ชพี เป็นตน้ 2.สามารถประเมิน คน้ หาภาวะทม่ี ีความเสีย่ งสงู /การบาดเจ็บรุนแรง/กลมุ่ อาการ Fast tract ตา่ งๆ (Acute stroke, STEMI, septic shock) ที่ตอ้ งไดร้ บั การรกั ษาภาวะเรง่ ดว่ นไดถ้ กู ตอ้ ง 3.สามารถเฝา้ ระวงั และประเมนิ ซา้ ตามลาดบั ความเรง่ ดว่ นของผรู้ บั บรกิ ารอยา่ งถกู ตอ้ ง 4.สามารถแปลผลตรวจEKG , ผลตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มื่อพบความผิดปกตไิ ด้ เชน่ CBC, BUN, Cr, Electrolyte, PT,PTT, INR, LFT, ABG, Lactate, troponin T, pro bnp, เป็นตน้ 5.สามารถสอ่ื สารขอ้ มลู ผปู้ ่ วยและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทมี สหสาขาที่เกี่ยวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 6.สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแกผ่ มู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพอ่ื ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานสง่ ตอ่ เพ่อื ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทมี สหสาขาทเี่ กี่ยวขอ้ ง 2. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาทจ่ี ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทสี่ อดคลอ้ งกบั ความเรง่ ดว่ นของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะใน รายได้ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการคดั แยกผรู้ บั บรกิ ารท่มี ารบั การตรวจรกั ษาได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมเ่ ก่ียวกบั การคดั แยกผรู้ บั บรกิ ารได้
34 TC.2.2 การดแู ลผู้ใช้รบั บรกิ ารบาดเจบ็ หลายระบบทม่ี ารบั การตรวจรกั ษาทางอุบัตเิ หตุและฉุกเฉิน คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผใู้ ชร้ บั บรกิ ารบาดเจ็บหลายระบบ ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ท่ีเก่ียวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ไดแ้ ก่ การให้ 2 สารนา้ ทางหลอดเลือดอย่างรวดเร็ว การใหเ้ ลือด การหา้ มเลือด การดามกระดกู การจัดท่าและเคล่ือนยา้ ยผปู้ ่ วย การประเมิน Glasgow coma scale การใหอ้ อกซเิ จน การเตรยี มผปู้ ่ วยก่อนผ่าตดั ฉกุ เฉิน ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพ่เี ลยี้ งได้ 3 2.สามารถใชอ้ ปุ กรณป์ อ้ งกนั การบาดเจ็บของกระดกู คอและไขสนั หลงั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพ่เี ลยี้ งได้ 3.มคี วามรูเ้ ก่ยี วกบั การประเมินผบู้ าดเจ็บตามแนวปฏิบตั ิการช่วยชีวิตผไู้ ดร้ บั บาดเจ็บขนั้ สงู (Advanced Trauma life support; ATLS) 4 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 5 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการและ แนวทางการรกั ษาภาวะ life threatening injuries ท่ีพบในผปู้ ่ วยท่มี ีการบาดเจ็บหลายระบบ ไดแ้ ก่ respiratory failure, tension pneumothorax, open pneumothorax, massive hemothorax, cardiac tamponade, , hypovolemic shock เป็นตน้ 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคียงไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง และใหก้ ารช่วยเหลอื เบอื้ งตน้ ได้ เช่น เป็นตน้ 3.สามารประเมนิ ผบู้ าดเจ็บตามแนวปฏบิ ตั กิ ารช่วยชีวติ ผไู้ ดร้ บั บาดเจ็บขนั้ สงู (Advanced Trauma life support; ATLS) ไดถ้ กู ตอ้ ง 4.สามารถใชอ้ ปุ กรณป์ ้องกนั การบาดเจ็บของกระดกู คอและไขสนั หลงั ไดถ้ กู ตอ้ ง 5.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ช่วยเหลือแพทยท์ าหตั ถการ และใหก้ ารพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เช่น การใส่ทอ่ ช่วยหายใจ การใสส่ ายระบายทรวงอก การเปิดเสน้ เลือดทางหลอดเลอื ดดาใหญ่ การทา close reduction เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา คดิ ตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ ่างๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เช่น การจดั ทา่ และเปิด ทางเดินหายใจ การใหอ้ อกซเิ จน การเปิดเสน้ หลอดเลือดดา การฟื้นคืนชีพ เป็นตน้ 2.สามารถอธิบายและประเมนิ อาการนาก่อนภาวะวิกฤต (MEWS) life threatening injuries ใน ผปู้ ่ วยบาดเจ็บหลายระบบไดอ้ ย่าง ทนั ท่วงที เช่น acute respiratory failure, hypovolemic shock ,tension pneumothorax, open pneumothorax, massive hemothorax, cardiac tamponade, cardiac arrest เป็นตน้ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจในการผา่ ตดั ฉกุ เฉินไดภ้ ายใน 30 นาทีหลงั ไดร้ บั คาส่งั การรกั ษา 4.สามารถแปลผล EKG และผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ ม่อื พบความผดิ ปกติได้ เช่น CBC, BUN, Cr, Electrolyte, PT,PTT, INR, LFT, ABG เป็นตน้ 5.สามารถส่อื สารขอ้ มลู ผปู้ ่ วยและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทมี สหสาขาท่ีเก่ยี วขอ้ งไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและราบรน่ื 6.สามารถเป็นท่ปี รกึ ษาแกผ่ มู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกว่าในการปฏิบตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1 สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพ่อื ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแต่ ละรายหรอื ประสานงานเพ่อื ใหไ้ ดร้ บั การช่วยเหลือจากทมี สหสาขาท่เี ก่ียวขอ้ ง เช่น. ผปู้ ่ วยท่มี ปี ัญหาเก่ยี วกบั สิทธิการรกั ษา ผปู้ ่ วยไร้ ญาติ เป็นตน้ 2. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ย่างรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่จี ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลท่สี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแต่ละในรายได้ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เช่น จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์หรอื ผลงานวิจยั มาใชใ้ นการ สรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผปู้ ่ วยบาดเจ็บหลายระบบได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั กิ ารพยาบาลเฉพาะโรค/กล่มุ ผปู้ ่ วยบาดเจ็บหลายระบบได้
35 TC.2.3 การดูแลผู้ใชบ้ รกิ ารทเ่ี ขา้ รับการตรวจรักษาระบบ Fast Track (STEMI, acute stroke ) คาจากดั ความ: การมคี วามรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาล ผปู้ ่ วยFast Track (STEMI, acute stroke) ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูท้ ่ี เหมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ที่เกี่ยวขอ้ งในการปฏิบัติงานไดอ้ ย่างถูกต้อง 2 ไดแ้ ก่ การประเมินระดบั ความรูส้ กึ ตวั การใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา การตรวจคลื่นไฟฟา้ หวั ใจ การใหอ้ อกซิเจน การ เช็ดตวั ลดไข้ ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพ่ีเลยี้ งไดถ้ กู ตอ้ ง 3 2.มคี วามรูเ้ ก่ียวกบั อาการและการประเมนิ chest pain checklist , BEFAST ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพี่เลยี้ งได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 4 1.สามารถอธิบายสามารถอธิบายพยาธิสรรี ภาพอาการและแนวทางการรกั ษาผปู้ ่ วย Fast Track STEMI, acute stroke 5 ไดถ้ กู ตอ้ ง 2 สามารอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคียงไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลือเบือ้ งตน้ ได้ เชน่ ยากลมุ่ fibrinolysis agent , ยาควบคมุ ความดนั โลหติ , ยากนั ชกั เป็นตน้ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มผปู้ ่ วยทงั้ ทางดา้ นรา่ งกาย และจิตใจในการทาหตั ถการ/สง่ ตรวจพิเศษได้ เชน่ การทา CAG/PCI เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา คิดตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏบิ ตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การจดั ทา่ และเปิดทางเดินหายใจ การใหอ้ อกซิเจน การเปิดเสน้ หลอดเลือดดา การฟื้นคืนชพี เป็นตน้ 2. สามารถอธิบายและประเมินอาการผิดปกตหิ รอื ภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆในกลมุ่ ผปู้ ่ วย Fast tract STEMI, acute stroke ได้ เชน่ cardiac arrhythmia, cardiogenic shock, heart failure, cardiac arrest, respiratory failure, seizure, hydrocephalus, cerebral edema เป็นตน้ 3.สามารถแปลผลตรวจEKG , ผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ ม่อื พบความผิดปกติได้ เชน่ CBC, BUN, Cr, Electrolyte, PT,PTT, INR, LFT, ABG, troponin T, pro bnp, เป็นตน้ 4.สามารถสือ่ สารขอ้ มลู ผปู้ ่ วยและประสานงานสง่ ตอ่ กบั หนว่ ยงานหรอื ทีมสหสาขาท่เี ก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 5.สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแก่ผมู้ ปี ระสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั กิ ารพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพอ่ื ใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานสง่ ตอ่ เพ่ือใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทมี สหสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ ง 2. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่จี ะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลที่สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะใน รายได้ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผปู้ ่ วยกลมุ่ Fast tract ได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมเ่ กี่ยวกบั การพยาบาลผปู้ ่ วยกลมุ่ Fast tract ได้
36 OR Technical Competency
37 TC.3.1: การดูแลผปู้ ่ วยทม่ี ารับการผา่ ตดั คาจากดั ความ : การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่วยที่มารบั การผ่าตดั ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูท้ ี่เหมาะสมได้ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาล และวธิ ีปฏิบตั ิงาน (work instruction) ท่ีเก่ยี วขอ้ งในการปฏิบตั ิงานได้ 2 อย่างถกู ตอ้ ง ไดแ้ ก่ การทาความสะอาดหอ้ งผา่ ตดั การลา้ งมือสวมเสอื้ และถงุ มอื ปลอดเชือ้ การป้องกนั การผา่ ตดั ผดิ คน ผดิ ตาแหน่งและผดิ ประเภทการผ่าตดั การจดั ท่า การป้องกนั เคร่อื งมือ/ผา้ ซบั โลหิตตกคา้ งในผปู้ ่ วยผา่ ตดั การป้องกนั 3 อนั ตรายจากการใชเ้ คร่อื งจีไ้ ฟฟ้าและเครอ่ื งมอื ผา่ ตดั การเก็บส่งิ สง่ ตรวจ การจดั การขยะมลู ฝอย การเคล่อื นยา้ ยผปู้ ่ วย และ การบนั ทกึ ทางการพยาบาลโดยใชร้ ูปแบบ Focus charting ภายใตก้ ารนิเทศ กากบั และติดตาม โดยหวั หนา้ ทมี หรือ 4 พยาบาลพ่เี ลีย้ ง 5 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 1 และ 1.สามารถอธิบายขนั้ ตอนและเทคนิคเฉพาะในการบรกิ ารผา่ ตดั ตลอดจนส่งเคร่อื งมือ (scrub nurse) และอานวยการ (circulating nurse) ในการผ่าตดั ท่ไี มซ่ บั ซอ้ นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 2.สามารถประเมินสภาพผปู้ ่ วยกอ่ น- หลงั ผา่ ตดั ท่ไี ม่ซบั ซอ้ นทงั้ ดา้ นรา่ งกาย และจิตใจ ตลอดจนเตรยี มจาหน่ายจากหอ้ ง ผา่ ตดั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3.สามารถบนั ทกึ อาการ อาการแสดง การเปล่ยี นแปลง ภาวะแทรกซอ้ น และการพยาบาลขณะผ่าตดั ไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น 4.สามารถจดั ลาดบั การผ่าตดั ตามเกณฑท์ ่กี าหนดไว้ 5.สามารถเตรยี มและใชอ้ ปุ กรณ์ เวชภณั ฑท์ ่ใี ชใ้ นการผ่าตดั ท่ไี ม่ซบั ซอ้ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 6.สามารถประเมิน และใหก้ ารพยาบาลเบือ้ งตน้ เม่อื ผรู้ บั บรกิ ารผ่าตดั เกิดภาวะวิกฤตและฉกุ เฉิน แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถอธิบายขนั้ ตอนและเทคนคิ เฉพาะในการบรกิ ารผ่าตดั ตลอดจนสง่ เครอ่ื งมอื (scrub nurse) และอานวยการ (circulating nurse) ในการผ่าตดั ใหญ่/ซบั ซอ้ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 2.ประเมนิ สภาพผปู้ ่ วยกอ่ น- หลงั ผ่าตดั ใหญ่/ซบั ซอ้ นทงั้ ดา้ นรา่ งกาย และจิตใจ ตลอดจนเตรยี มจาหน่ายจากหอ้ งผ่าตดั และส่งต่อการดแู ลไดอ้ ย่างตอ่ เน่อื ง 3.สามารถบรหิ ารจดั การในการจดั ลาดบั การผา่ ตดั การเล่อื นการผา่ ตดั การเปล่ยี นหอ้ งผา่ ตดั ในกรณีมกี ารผา่ ตดั ฉกุ เฉิน 4.สามารถเตรยี มและใชอ้ ปุ กรณเ์ วชภณั ฑท์ ่ใี ชใ้ นการผา่ ตดั ใหญ่/ซบั ซอ้ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 5.สามารถประเมนิ รายงานแพทยแ์ ละตดั สินใจในการใหก้ ารพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเองเม่อื เม่ือผรู้ บั บรกิ ารผ่าตดั เกิดภาวะ วกิ ฤตและฉกุ เฉิน 6.สามารถนเิ ทศงานและเป็นท่ปี รกึ ษาแกผ่ ทู้ ่มี ปี ระสบการณน์ อ้ ยกว่า เช่น การเตรยี มเครอ่ื งมอื การประเมินสภาพผปู้ ่ วย แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 3 และ 1.สามารถคาดการณภ์ าวะวิกฤตและฉกุ เฉินและวางแผนในการดแู ลผรู้ บั บรกิ ารผา่ ตดั ท่มี คี วามเส่ยี งสงู แต่ละรายแบบองค์ รวม โดยเป็นหวั หนา้ ทมี หรอื ประสานงานใหไ้ ดร้ บั ความช่วยเหลือจากหน่วยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งไดค้ รบถว้ น 2.สามารถนิเทศ กากบั ตดิ ตาม และประเมินผลการปฏิบตั งิ านของเจา้ หนา้ ท่รี ะดบั รองในการตรวจเย่ยี มผทู้ ่มี ารบั บรกิ าร ผา่ ตดั การประเมินสภาพกอ่ นและหลงั ผ่าตดั การส่งเครอ่ื งมอื (scrub nurse) การอานวยการผ่าตดั (circulating nurse) และการเตรยี มจาหนา่ ยก่อนออกจากหอ้ งผา่ ตดั ในผรู้ บั บรกิ ารผา่ ตดั ท่มี ีภาวะวกิ ฤตและฉกุ เฉินได้ 3.สามารถจดั ลาดบั การผา่ ตดั ท่มี ภี าวะวิกฤตและฉกุ เฉินไดเ้ หมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณก์ ารเกิดภาวะวิกฤต และฉกุ เฉินในผทู้ ่มี ารบั บรกิ ารผ่าตดั ไดล้ ่วงหนา้ วางแผนใหก้ ารดแู ลช่วยเหลือ และป้องกนั การเกิดภาวะวิกฤตและฉกุ เฉินไดเ้ หมาะสม 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผทู้ ่มี ารบั บรกิ ารผา่ ตดั ได้ เช่น จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ หรอื ผลงานวิจยั มาใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผทู้ ่มี ารบั บรกิ ารผ่าตดั 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หม่หรอื นวตั กรรมในการผา่ ตดั ยืดอายกุ ารใชง้ านของอปุ กรณ์ และประหยดั งบประมาณ
38 Anesthesia Technical Competency
39 TC4.1 : การพยาบาลผู้ป่ วยทไ่ี ด้รับยาระงบั ความรู้สกึ คาจากัดความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วยกอ่ น ระหวา่ ง และหลงั ไดร้ บั ยาระงบั ความรูส้ กึ ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูไ้ ด้ อยา่ งเหมาะสม ระดบั ความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ท่ีเกี่ยวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ไดแ้ ก่การประเมินสภาพผูป้ ่ วยก่อนไดร้ บั ยาระงับความรูส้ ึก การจัดท่า การดูแลทางเดินหายใจ การบริหารยาระงับ ความรูส้ ึก การนาสลบ (Induction) การรักษาภาวะสลบ (Maintenance) การฟื้นจากภาวะสลบ (Recovery or emergence) และ การประเมินและจาหน่าย ผปู้ ่ วยออกจาก PACU การจดั การความปวด ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพี่ เลยี้ งไดถ้ กู ตอ้ ง 2. สามารถเตรียมอปุ กรณต์ ่างๆ เช่น เครื่องดมยาสลบ เครื่องเฝ้าระวัง เครื่องใหส้ ารนา้ ทางหลอดเลือดดา อปุ กรณ์ ออกซิเจน เครอื่ งใหค้ วามอบอนุ่ แกร่ า่ งกายเพอื่ พรอ้ มใชง้ าน ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพเี่ ลยี้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3. รายงานผปู้ ่ วยในการเตรียมความพรอ้ มก่อนใหก้ ารระงบั ความรูส้ กึ และประสานทีมวิสญั ญีและทีมผ่าตดั ภายใตก้ าร กากบั ตดิ ตามไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 2 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 1.สามารถประเมินกายวภิ าคและเตรยี มความพรอ้ มผปู้ ่ วยทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจ รวมถึงการตรวจสอบความพรอ้ มอ่ืนๆ ก่อนใหก้ ารระงบั ความรูส้ กึ เชน่ ผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร การจองเลอื ด การจอง ICU ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งครบถว้ น 2.สามารถใหข้ อ้ มลู แกผ่ ปู้ ่ วยและญาติเก่ียวกบั ภาวะแทรกซอ้ น การปฎบิ ตั ติ นกอ่ นและหลงั การระงบั ความรูส้ กึ ไดด้ ว้ ย ตนเองอยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 3.ซกั ประวตั ิ ประเมินสภาพรา่ งกายและจติ ใจของผปู้ ่วย ประเมินทางหายใจและคน้ หาความเสยี่ งที่อาจจะเกิดขนึ้ ของ ผปู้ ่ วยก่อนไดร้ บั การระงบั ความรูส้ กึ และบนั ทกึ ทางการพยาบาลวสิ ญั ญีไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ครบถว้ น 4. สามารถบรหิ ารยาระงบั ความรูส้ กึ และยาอ่ืนๆที่ใชร้ ะหวา่ งระงบั ความรูส้ กึ แบบตา่ งๆ โดยอธิบายกลไกการออกฤทธิ์ อาการขา้ งเคยี ง อาการแพย้ า ขอ้ หา้ มใช้ และคานวณปรมิ าณยาไดด้ ว้ ยตนเองอยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 6.สามารถปฏบิ ตั กิ ารนาสลบ การรกั ษาภาวะสลบ และการฟื้นจากภาวะสลบในการระงบั ความรูส้ กึ แบบท่วั รา่ งกายไดด้ ว้ ย ตนเองอยา่ งถกู ตอ้ งครบถว้ น 7.สามารถประเมนิ ความพรอ้ มของผปู้ ่ วยในการถอดทอ่ ชว่ ยหายใจออกตามเกณฑแ์ ละปฎบิ ตั ิไดด้ ว้ ยตนเองอยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 8.สามารถประเมินสภาพผปู้ ่วยหลงั การระงบั ความรูส้ กึ แรกรบั เขา้ หอ้ งพกั ฟื้นและจาหนา่ ยผปู้ ่วยออกจาก PACU ตา มกณฑไ์ ดด้ ว้ ยตนเองอยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 9.สามารถเป็นทีมปฏิบตั ิการชว่ ยชีวติ ขนั้ สงู และแกป้ ัญหาวกิ ฤติภายในขอบเขตหนา้ ที่ไดด้ ว้ ยตนเอง รายงานวิสญั ญีแพทย์ หรอื แพทยท์ ี่ทาหตั ถการทราบอยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถว้ น 10. สามารถรวบรวมและบนั ทกึ สภาวะของผปู้ ่ วย ขอ้ มลู ระงบั ความรูส้ กึ และการผ่าตดั ปัญหาตา่ งๆและการพยาบาลท่ใี ห้ ทงั้ ในหอ้ งผ่าตดั และหอ้ งพกั ฟื้น สง่ ตอ่ ขอ้ มลู แกพ่ ยาบาลหอผปู้ ่วยอยา่ งถกู ตอ้ งครบถว้ น 3 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหา ตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆทวี่ ิกฤตและฉกุ เฉินในทางวสิ ญั ญีโดยปฏบิ ตั ิการพยาบาล ไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การจดั ทา่ การเปิดทางเดนิ หายใจ การเปิดเสน้ ทางหลอดเลือดดาเพอ่ื ใหส้ ารนา้ หรอื ยา การชว่ ยชวี ิตขนั้ สงู เป็นตน้ 2.สามารถประเมิน คน้ หาความเสย่ี ง วางแผน ปอ้ งกนั และใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่วยกอ่ น ระหวา่ ง และหลงั ไดร้ บั ยาระงบั ความรูส้ กึ ไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ืองจนเป็นแบบอยา่ งและปฏบิ ตั บิ ทบาทเป็นพีเ่ ลยี้ งได้
40 ระดบั ความสามารถ พฤติกรรมบง่ ชี้ 3.สามารถอธิบาย ประเมนิ อาการผิดปกติหรอื ภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆระหวา่ งและภายหลงั ไดร้ บั ยาระงบั ความรูส้ กึ ได้ เชน่ 3 ภาวะ hypoxia, bradycardia, hypotension, hypertension, การหลดุ ของสายระบายหรอื สายใหส้ ารนา้ หรอื สาย invasive หรอื วงจรดมยาสลบ และประเมนิ การสญู เสยี เลอื ด เป็นตน้ สามารถปฏิบตั ิการพยาบาลแกไ้ ขไดด้ ว้ ยตนเองอยา่ ง ถกู ตอ้ ง 4.สามารถแปลผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการและใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ มือ่ พบความผิดปกตไิ ด้ 5.สามารถสื่อสารขอ้ มลู ผปู้ ่ วยและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทมี สหสาขาท่ีเก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรนื่ 4 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพื่อใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารท่มี คี วามเสยี่ งสงู แตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพอ่ื ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลอื จากทีมสหสาขาท่ีเก่ียวขอ้ ง 2. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและสามารถแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม 5 แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1 .รว่ มพฒั นาแนวปฏิบตั ิหรอื มาตรฐานการใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ ตามหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ประเมนิ ผลและปรบั ปรุงแนว ปฏิบตั ิ/มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ใหเ้ ป็นปัจจบุ นั อยเู่ สมอ 2 .วางแผนและดาเนินการเพือ่ พฒนาและฟื้นฟคู วามรู้ ทศั นคติ และทกั ษะในการใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ ตามขอบเขตหรอื ขอ้ ตกลงกบั แพทย์ 3.เป็นทปี่ รกึ ษาหรอื ใหค้ าปรกึ ษาแก่บคุ ลากรทางการพยาบาล และ ญาติ ในการใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ ยาระงบั ปวด
41 Pediatric Technical Competency
42 TC.5.1: การดแู ลทารกแรกเกดิ คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลทารกแรกเกิด ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสมได้ ระดับความสามารถ พฤตกิ รรมบง่ ชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบตั ิงาน (Work Instruction) ท่ีเกี่ยวขอ้ งในการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การรบั ใหมท่ ารกแรกเกิดในหน่วยงาน การดแู ลสะดือทารกแรกเกิด การเลีย้ งลกุ ดว้ ยนมแม่ การฉีดวคั ซีนในทารก แรกเกิด ภายใตก้ ารดแู ลของพยาบาลพี่เลยี้ งได้ 3 แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการ แนวทางการรกั ษาในโรคทพี่ บบอ่ ยเชน่ ภาวะ Hypothermia, ภาวะ 4 Hypoglycemia, Hyperbilirubinemia, TTNB หรอื 5 อนั ดบั โรคแรกของหนว่ ยงาน เป็นตน้ 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคยี งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และใหก้ ารชว่ ยเหลอื เบือ้ งตน้ ได้ 5 เชน่ Terramycin ointment, Vitamin K, BCG vaccine, HBV vaccine, Ampicillin, Gentamycin เป็นตน้ 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรยี มอปุ กรณ์ ชว่ ยเหลือแพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยก่อน หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ การจดั ทา่ และใหอ้ อกซิเจน การดแู ลทางเดนิ หายใจทารกใหโ้ ลง่ การ ชว่ ยเหลือแพทยใ์ นการใส่ Umbilical Vein Catheterization & Umbilical Artery Catheterization, การเตรยี มทารกก่อน ใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจ เป็นตน้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 2 และ 1. สามารถประเมินปัญหา คิดตดั สนิ ใจจดั การกบั สถานการณต์ า่ งๆในการปฏิบตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเปิด เสน้ ทางหลอดเลือดดาเพือ่ ใหส้ ารนา้ การฟื้นคืนชพี ในทารก เป็นตน้ 2. สามารถประเมินอาการผิดปกตขิ องทารกแรกเกิด ผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทีผ่ ิดปกติ เชน่ HCT, MB, Blood sugar, CBC เป็นตน้ โดยใหก้ ารพยาบาล หรอื รายงานแพทยไ์ ดท้ นั ทว่ งที 3.สามารถอธิบายและประเมนิ อาการผดิ ปกติหรอื ภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆของทารกแรกเกิดได้ เชน่ ภาวะ Hypothermia, ภาวะ Hypoglycemia, TTNB, RD, RDS เป็นตน้ 4. สามารถสือ่ สารขอ้ มลู ผใู้ ชบ้ รกิ ารและประสานงานกบั หน่วยงานหรอื ทมี สหสาขาทเี่ ก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรน่ื 5. สามารถเป็นทป่ี รกึ ษาแก่ผมู้ ปี ระสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพ่ือใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะรายหรอื ประสานงานเพอื่ ใหไ้ ดร้ บั การชว่ ยเหลือจากทีมสหสาขาทเ่ี ก่ียวขอ้ ง เชน่ การประสานงานกบั สห สาขาในการดแู ลทารก การสง่ ตอ่ ทารกไปยงั โรงพยาบาลในเครอื ขา่ ย การรบั รกั ษาตอ่ ทารกจากโรงพยาบาลในเครอื ข่าย เป็นตน้ 2. สามารถประเมินอาการนากอ่ นภาวะวกิ ฤต (Early warning sign) ทารกแรกเกิด และใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที เชน่ ภาวะ Hypothermia, ภาวะ Hypoglycemia, TTNB, RD, RDS เป็นตน้ 3. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาท่ีจะเกิดขนึ้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลทส่ี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ ารแตล่ ะ ในรายได้ เชน่ ทารกพกิ ารแตก่ าเนิด มารดาทม่ี ีปัญหาทางดา้ นเศรษกิจ เป็นตน้ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชิงประจกั ษห์ รอื ผลงานวจิ ยั มา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลทารกแรกเกิดได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลเฉพาะทารกแรกเกิดได้
43 TC 5.2 : การดูแลผู้ป่ วยเด็ก คาจากดั ความ: การมีความรูแ้ ละสามารถใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วยเด็ก อายุ 28 วนั – 15 ปี ตลอดจนสามารถประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ หมาะสมได้ ระดบั ความสามารถ พฤตกิ รรมบ่งชี้ 1 1.สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลและวิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) ท่ีเกี่ยวขอ้ งในการปฏิบัติงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง 2 ไดแ้ ก่ การเช็ตตัวลดไข้ การใหอ้ อกซิเจน การพ่นยาขยายหลอดลมผ่านละอองฝอย การบริหารยา small dose การ ประเมินภาวะขาดนา้ การประเมินพฒั นาการตามชว่ งวยั การเคาะปอดดดู เสมหะ 3 2. สามารถใชแ้ บบประเมิน Modify Pediatric Early warning ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 1 และ 4 1.สามารถอธิบายพยาธิสภาพ อาการและ แนวทางการรกั ษาที่พบบ่อยในหน่วยงาน ไดแ้ ก่ Acute Bronchitis, Acute 5 Gastroenteritis, Pneumonia, Febrile convulsion และ Asthma 2 สามารถอธิบายเหตผุ ลในการใหย้ า อาการแพย้ า และอาการขา้ งเคียงไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง และใหก้ ารช่วยเหลอื เบือ้ งตน้ ได้ เชน่ กลมุ่ Bronchodilators, Hydrocortisone, Morphine 3.สามารถเตรยี มความพรอ้ มแก่ผใู้ ชบ้ รกิ ารทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจและ เตรียมอปุ กรณ์ ช่วยเหลือแพทยท์ าหตั ถการ และให้ การพยาบาล ผปู้ ่ วยกอ่ น หลงั ทาหตั ถการได้ เชน่ เจาะหลงั (Lumbar puncture) แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 2 และ 1.สามารถประเมินปัญหาคิดตดั สินใจจดั การกับสถานการณต์ ่างๆในการปฏิบตั ิการพยาบาลไดด้ ว้ ยตนเอง เช่น การเปิด เสน้ ทางเลือดดาเพื่อเตรียมใหส้ ารนา้ ในภาวะ Severe dehydrate การจดั การภาวะไขส้ งู การจัดการภาวะหาย ใจหอบ เหน่ือยในเดก็ 2.สามารถวางแผนและใหก้ ารพยาบาลผปู้ ่ วยเด็กในกลมุ่ เส่ียงได้ เช่น ชกั ซา้ จากไขส้ งู severe dehydrate จาก Diarrhea และ ARDS ในกลมุ่ โรคระบบทางเดินหายใจ 3.สามารถอธิบายและประเมินอาการผิดปกติหรือภาวะแทรกซอ้ นต่างๆในผูป้ ่ วยเด็กได้ เช่น ชกั ซา้ , Dehydrate และ ARDS 4.สามารถแปลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และใหก้ ารพยาบาล/รายงานแพทยเ์ ม่ือพบความผิดปกติได้ เช่น CBC Electrolyte UA 5.สามารถส่อื สารขอ้ มลู ผปู้ ่ วยและประสานงานกบั หนว่ ยงานหรอื ทมี สหสาขาทเ่ี ก่ียวขอ้ งไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและราบรนื่ 6.สามารอธิบาย สอน/สาธิต ฝึกปฏิบตั ผิ ปู้ ่ วยและครอบครวั ใหส้ ามารถชว่ ยเหลือตนเองได้ เชน่ การเช็ดตวั ลดไข้ การใชย้ า พน่ สดู แบบ Metered Dose Inhaler 7.สามารถเป็นท่ีปรกึ ษาแก่ผมู้ ีประสบการณน์ อ้ ยกวา่ ในการปฏิบตั ิการพยาบาลได้ แสดงสมรรถนะระดบั ที่ 3 และ 1. สามารถใชก้ ระบวนการพยาบาลในการวางแผนเพ่ือใหก้ ารพยาบาลไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ แบบองคร์ วมและเหมาะสมกบั ผูใ้ ชบ้ ริการแต่ละรายหรือประสานงานเพื่อใหไ้ ดร้ บั การช่วยเหลือจากทีมสหสาขาที่เกี่ยวขอ้ ง เช่น ผูป้ ่ วยเด็กโรคเรือ้ รงั (Thalassemia,HIV,DM) ผปู้ ่ วยเด็กท่ีมีความซบั ซอ้ น/รุนแรง ของโรค (Kawasaki disease) ผปู้ ่ วยเดก็ ทม่ี ีปัญหาทางเศรษ ฐานะและสญั ชาตทิ ี่ไมม่ สี ทิ ธิ์การรกั ษา 2. สามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาและแกไ้ ขไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ เหมาะสม แสดงสมรรถนะระดบั ท่ี 4 และ 1. สามารถคาดการณป์ ัญหาที่จะเกิดขึน้ และวางแผนใหก้ ารพยาบาลท่ีสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของผปู้ ่ วยแต่ละใน รายได้ เชน่ .ผปู้ ่ วยเด็กที่มีภาวะชกั ซา้ จากไขส้ งู severe dehydrate จาก Diarrhea ARDS ในกลมุ่ โรคระบบทางเดนิ หายใจ 2. สามารถนาความรูใ้ หมม่ าบรู ณาการในการวางแผนการดแู ลผปู้ ่ วยได้ เชน่ จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษห์ รอื ผลงานวิจัยมา ใชใ้ นการสรา้ งหรอื ปรบั ปรุงแนวทางการพยาบาลผปู้ ่ วยเด็กได้ 3. สามารถสรา้ งองคค์ วามรูใ้ หมใ่ นการปฏิบตั ิการพยาบาลเฉพาะโรค/กลมุ่ ผปู้ ่ วยเดก็
44 LR Technical Competency
Search