นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 3. ตารางแสดงคะแนนสอบวิชาเคมีของนกั เรียน 40 คน เปน็ ดังนี้ ขน้ั สอน คะแนนสอบ จ�านวนนักเรียน (คน) รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) 11 - 20 3 21 - 30 6 1. ครูใหนักเรียนทํากิจกรรม Class Discussion 31 - 40 11 41 - 50 18 ในหนงั สือเรยี น หนา 42-43 แลวถามคําถาม 51 - 60 2 นักเรยี น ดังน้ี • จากขอ 1. ตารางแสดงจํานวนช่ัวโมงของ ฝึกทำ�ต่อ แบบฝึกทกั ษะ 2.2 ก ขอ้ 1-3 หนา้ 49-50 การอานหนังสือในแตละวันของนักเรียน จาก Class Discussion ขอ้ 1. จะเห็นวา่ ตารางแจกแจงความถเี่ ป็นขอ้ มูลแบบไม่จดั กล่มุ 30 คน เปนการแจกแจงความถี่ของขอมูล ซึ่งสามารถสร้างฮสิ โทแกรมโดยกา� หนดใหต้ วั เลข 1, 2, 3 และ 4 แทนจุดกงึ่ กลางของรูปสี่เหลี่ยม แบบใด มุมฉาก และสรา้ งรปู สเี่ หลยี่ มมุมฉากโดยให้แต่ละรปู มีความสงู เท่ากบั ความถ ี่ 8, 12, 6 และ 4 (แนวตอบ การแจกแจงความถ่ีของขอมูล ตามล�าดับ จากข้อมูลในตารางข้างต้น สร้างฮิสโทแกรมแสดงจ�านวนช่ัวโมงของการอ่านหนังสือ แบบไมจ ัดกลมุ ) ในแต่ละวนั ของนกั เรยี น 30 คน ได้ ดงั นี้ • จากขอ 2. ตารางแสดงจาํ นวนชว่ั โมงเฉลี่ย ของการอานหนังสอื ในของนกั เรียน 30 คน f (จา� นวนนักเรยี น) ในเวลา 1 สปั ดาห เปน การแจกแจงความถี่ ของขอมูลแบบใด 14 x (จ�านวนชวั่ โมง) (แนวตอบ การแจกแจงความถี่ของขอมูล 12 แบบจัดกลุม) 10 • จากขอ 3. ตารางแสดงคะแนนสอบวชิ าเคมี 8 ของนกั เรยี น 40 คน เปน การแจกแจงความถ่ี 6 ของขอ มลู แบบใด 4 (แนวตอบ การแจกแจงความถ่ีของขอมูล 2 แบบจดั กลมุ ) 0 1234 2. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ จากกจิ กรรม Class จาก Class Discussion ขอ้ 2. จะเหน็ วา่ ตารางแจกแจงความถเี่ ปน็ ขอ้ มลู แบบจดั กลมุ่ ทมี่ คี า่ Discussion สงั เกตเปน็ คา่ ตอ่ เนอ่ื ง ซงึ่ สามารถสรา้ งฮสิ โทแกรมโดยใหค้ วามกวา้ งของแตล่ ะรปู เทา่ กบั ความกวา้ ง 3. ครใู หน ักเรียนทาํ แบบฝกทกั ษะ 2.2 ก ขอ 1. ของแตล่ ะอนั ตรภาคชนั้ จากขอ้ มลู ในตารางขา้ งตน้ สรา้ งฮสิ โทแกรมแสดงจา� นวนชว่ั โมงเฉลย่ี ของ การอ่านหนังสอื ของนักเรยี น 30 คน ในเวลา 1 สปั ดาห ์ ได้ ดงั นี้ ในหนงั สือเรียน หนา 49 เพ่อื ตรวจสอบความ เขาใจของนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียน รว มกนั เฉลยคําตอบทถี่ ูกตอ ง การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอื้ งตน้ (1) 43 กจิ กรรม สรางเสริม เกร็ดแนะครู ครูใหน ักเรียนจบั คู แลวปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนตอ ไปน้ี ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ จาก Class Discussion ขอ 1. วา เมอ่ื นาํ ความถข่ี องขอ มลู • หาขอมลู ที่นําเสนอดวยฮสิ โทแกรมมาคูละ 1 ชุด พรอมระบุ แหลง ทม่ี าของขอมลู แบบไมจัดกลุมในตารางมาเขียนฮิสโทแกรม จะทําใหเห็นวาขอมูลน้ันมีการ • นําเสนอขอมูลหนาช้ันเรียน โดยใชโปรแกรม Microsoft กระจายอยางชัดเจน และเมือ่ พจิ ารณาจากกราฟ จะไดว า กราฟแทง ที่ 2 จะมี PowerPoint หรอื โปรแกรมนาํ เสนออ่ืนๆ ความสูงมากท่ีสุด นั่นคือ ในแตละวันนักเรียนสวนใหญอานหนังสือเปนเวลา 2 ช่วั โมง หมายเหตุ ครคู วรใหน ักเรยี นเกง และนกั เรยี นออ นจบั คกู ัน T51
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน f (จำ� นวนนกั เรียน) รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) 10 9 4. อธิบายความหมายขอบลางและขอบบนจาก 8 กรอบ ATTENTION ในหนังสอื เรียน หนา 44 7 6 5. ครถู ามคาํ ถามเกย่ี วกบั กจิ กรรม Class Discussion 5 4 ขอ 3. ในหนงั สอื เรยี น หนา 42-43 เพอ่ื ตรวจสอบ 3 ความเขาใจของนกั เรยี น ดงั น้ี 2 1 อนั ตรภาคชั้น ความถสี่ ะสม 11 - 20 3 0 5 8 11 14 17 20 x (จ�ำนวนช่ัวโมง) 21 - 30 6 31 - 40 11 จาก Class Discussion ขอ้ 3. จะเหน็ วา่ ตารางแจกแจงความถเ่ี ปน็ ขอ้ มลู แบบจดั กลมุ่ ทม่ี คี า่ 41 - 50 18 51 - 60 2 • คา ทมี่ ากทส่ี ดุ ของอนั ตรภาคชน้ั 11 - 20 มคี า สังเกตเป็นค่าไม่ต่อเน่ือง ซ่ึงสามารถสร้างฮิสโทแกรมโดยจะต้องให้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแต่ละรูป เรียงติดกนั จงึ จา� เป็นต้องหาขอบลา่ งและขอบบนของแต่ละอันตรภาคชนั้ ก่อน แล้วใหร้ ปู สเ่ี หลยี่ ม เปน เทา ใด มุมฉากแต่ละรูปมีความกว้างเท่ากับผลต่างของขอบล่างกับขอบบน จากข้อมูลในตารางข้างต้น (แนวตอบ 20) • คา ทนี่ อ ยทสี่ ดุ ของอนั ตรภาคชน้ั 21 - 30 มคี า สามารถหาขอบลา่ งและขอบบนของอันตรภาคชนั้ ได้ ดังน้ี ATTENTION เปนเทา ใด อออออัันนนัันัน ตตตตตรรรรร ภภภภภาาาาา คคคคค ชชชชช้ั้นันนนั้้ัั้น 4532111111 ----- 4653200000 มมมมมมมมมมีขขขีีีขีขขีีีขขีขขี ออออออออออบบบบบบบบบบบบบบบลลลลล่่า่า่าา่านนนนนงงงงงเเเเเเเเเเทททททททททท่่่า่าา่าาาา่่า่า่่ากกกกกกกกกกบัับับับับบบับััับับ 64215543230000100000 ++++++++++2222222222 63223554411111111011 ========== 42635542310000000000..........5555555555 • ขอบลา่ ง (lower boundary) (แนวตอบ 21) คอื คา่ ก่งึ กลางระหวา่ งคา่ ที่ • ขอบลา งของอนั ตรภาคชน้ั 11 - 20 มคี า เปน นอ้ ยทส่ี ดุ ของอนั ตรภาคชน้ั เทาใด นั้นกับค่าที่มากที่สุดของ (แนวตอบ 10 +2 11 = 10.5) อันตรภาคชั้นก่อนหน้าและ เปน็ อนั ตรภาคชน้ั ของขอ้ มลู • ขอบบนของอันตรภาคชัน้ 11 - 20 มคี า เปน ท่ีมีคา่ นอ้ ยกว่า เทาใด • ข อบบน (upper boundary) (แนวตอบ 20 +2 21 = 20.5) คือ คา่ กึง่ กลางระหวา่ งค่าท่ี มากท่ีสุดของอันตรภาคชั้น น้ันกับค่าที่น้อยที่สุดของ อันตรภาคช้ันถัดไปท่ีอยู่ ตดิ กนั และเปน็ อนั ตรภาคชนั้ ของขอ้ มลู ทม่ี ีคา่ มากกวา่ 44 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั กจิ กรรม Class Discussion ขอ 2.-3. วา การสรา ง ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถ ทางคณิตศาสตร (ออ น ปานกลาง และเกง) ใหอยกู ลุมเดยี วกัน ฮิสโทแกรมของขอมูลแบบจัดกลุม ในกรณีขอมูลมีคาสังเกตเปนคาตอเน่ือง จากนนั้ ใหแ ตล ะกลมุ รว มกนั สบื คน ทางอนิ เทอรเ นต็ เกยี่ วกบั การหา นักเรียนสามารถสรางฮิสโทแกรมโดยใหความกวางของรูปสี่เหลี่ยมแตละแทง ขอบลาง ขอบบน และการสรางฮิสโทแกรมของขอมูลที่ไมเปน เทา กบั ความกวา งของแตล ะอนั ตรภาคชน้ั แตใ นกรณที ค่ี า สงั เกตเปน คา ไมต อ เนอื่ ง จํานวนเต็ม แลวออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน โดยใชโปรแกรม จาํ เปนตอ งหาขอบลา งและขอบบนของขอ มลู เพือ่ ใหขอ มลู มีความตอเน่ืองกนั Microsoft PowerPoint หรือโปรแกรมนําเสนออ่ืนๆ T52
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 11 20 21 30 31 40 41 50 51 60 ขน้ั สอน 20 +2 21 = 20.5 30 +2 31 = 30.5 40 +2 41 = 40.5 50 +2 51 = 50.5 รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) เรียก 20.5 วา่ ขอบบนของอนั ตรภาคชนั้ 11 - 20 หรอื ขอบล่างของอันตรภาคชัน้ 21 - 30 6. ครูเขียนความสัมพันธระหวางขอบลางและ เรียก 30.5 ว่า ขอบบนของอนั ตรภาคชน้ั 21 - 30 หรือขอบล่างของอนั ตรภาคชั้น 31 - 40 ขอบบนของขอ มลู เพอ่ื แสดงความตอ เนอ่ื งของ ขอ มลู ดงั รปู ในหนังสอื เรยี น หนา 45 จากขอ้ มลู ข้างต้น สร้างตารางแจกแจงความถีแ่ ละฮสิ โทแกรมแสดงขอบลา่ งและขอบบนของ แตล่ ะอันตรภาคชั้นได ้ ดงั น้ี 7. ครูใหนกั เรยี นทําแบบฝกทกั ษะ 2.2 ก ขอ 2. ในหนังสือเรียน หนา 49-50 เพื่อตรวจสอบ คะแนนสอบ ขอบล่ำง-ขอบบน จ�ำนวนนกั เรียน ความเขาใจของนักเรียน จากน้ันครูและ 11 - 20 10.5 - 20.5 3 นักเรยี นรว มกันเฉลยคาํ ตอบท่ีถกู ตอ ง 21 - 30 20.5 - 30.5 6 31 - 40 30.5 - 40.5 11 8. ครูเขียนตารางแจกแจงความถี่ของขอมูลใน 41 - 50 40.5 - 50.5 18 หนังสือเรียน หนา 45 ซึ่งแสดงคะแนนสอบ 51 - 60 50.5 - 60.5 2 ขอบลาง ขอบบน และความถ่ีบนกระดาน จากนั้นครูสุมนักเรียน 5 คน ออกมาเขียน f (จำ� นวนนักเรยี น) ฮิสโทแกรมท่ีสอดคลองกับขอมูลดังกลาว 20 โดย 1 คน เขยี นขอ มลู 1 แทง และใหค วามกวา ง 18 แตละแทงเทากับผลตางของขอบลางกับ 16 ขอบบน โดยครูและนักเรียนท่ีเหลือรวมกัน 14 ตรวจสอบความถูกตอ ง 12 10 9. ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ วา จากฮิสโทแกรมดงั กลาว 8 ตัวเลขท่ีอยูบนแกนนอนจะแสดงขอบลางและ 6 ขอบบน ซ่ึงเปนคาตอเน่ืองกันในแตละชั้น 4 สวนตัวเลขบนแกนตั้งจะแสดงความถ่ีของ 2 ขอ มลู 0 10.5 20.5 30.5 40.5 50.5 60.5 x (คะแนนสอบ) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 45 ขอ สอบเนน การคิด ตารางแสดงสว นสูง (เซนตเิ มตร) ของนักเรยี นกลมุ หนง่ึ เปนดังนี้ (เฉลยคําตอบ เนอ่ื งจากขอบลา ง คอื คา กงึ่ กลางระหวางคาที่ นอ ยทส่ี ดุ ของอนั ตรภาคชนั้ นนั้ กบั คา ทมี่ ากทสี่ ดุ ของอนั ตรภาคชนั้ สว นสูง (เซนติเมตร) จํานวนนกั เรยี น (คน) กอนหนา และขอบบน คือ คาก่ึงกลางระหวางคาที่มากท่ีสุด 139.5 - 144.4 3 ของอันตรภาคชั้นน้ันกับคาท่ีนอยที่สุดของอันตรภาคชั้นถัดไป 144.5 - 149.4 11 ซง่ึ จะหาขอบบนและขอบลางของขอมูลได ดงั นี้ 149.5 - 154.4 25 154.5 - 159.4 9 (เซสนวตนเิ สมงูตร) ขอบบน-ขอบลาง จํานว(นคนนัก)เรียน 159.5 - 164.4 7 139.5 - 144.4 139.45 - 144.45 3 144.5 - 149.4 144.45 - 149.45 11 ใหหาขอบบนและขอบลางของขอมูลชดุ นี้ 149.5 - 154.4 149.45 - 154.45 25 154.5 - 159.4 154.45 - 159.45 9 159.5 - 164.4 159.45 - 164.45 7 ) T53
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน จากการแจกแจงความถ่ดี ังกลา่ ว สามารถหาจุดก่งึ กลางช้ันของขอ้ มลู แตล่ ะชัน้ ได้ ดังน้ี รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) คะแนนสอบ ขอบล่ำง-ขอบบน จดุ กึ่งกลำงช้นั จำ� นวนนักเรยี น 11 - 20 10.5 - 20.5 10.5 +2 20.5 = 15.5 3 10. ครูใหนักเรียนหาคากึ่งกลางระหวางขอบบน 21 - 30 20.5 - 30.5 20.5 +2 30.5 = 25.5 6 และขอบลา งของสองอนั ตรภาคชั้นแรก ดังนี้ 31 - 40 30.5 - 40.5 30.5 +2 40.5 = 35.5 11 • คากึ่งกลางระหวางขอบลางและขอบบน 41 - 50 40.5 - 50.5 40.5 +2 50.5 = 45.5 18 ของอันตรภาคชั้น 11 - 20 51 - 60 50.5 - 60.5 50.5 +2 60.5 = 55.5 2 (แนวตอบ 10.5 +2 20.5 = 15.5) • คากึ่งกลางระหวางขอบลางและขอบบน จากตารางข้างต้น ถ้าเขียนแสดงจุดก่ึงกลางชั้นของข้อมูลในแต่ละอันตรภาคช้ันท่ีปลายด้าน ของอนั ตรภาคช้ัน 21 - 30 บนของรูปสเี่ หลย่ี มมุมฉากของฮสิ โทแกรม แลว้ ลากเสน้ ตรงเชอื่ มระหว่างจุดก่งึ กลางท่ีปลายดา้ น (แนวตอบ 20.5 +2 30.5 = 25.5) บนของรูปสี่เหล่ียมมุมฉากทุกรูป โดยปลายทั้งสองจะต้องสัมผัสกับแกนนอน จะท�าให้เกิดเป็น รปู หลายเหลยี่ มขนึ้ และเรยี กรปู หลายเหลย่ี มนว้ี า่ รปู หลำยเหลย่ี มของควำมถ ี่ (frequency polygon) 11. จากนั้นครูอธิบายวา คากึ่งกลางระหวาง ดงั รูป ขอบลา งและขอบบนจะเรยี กวา จดุ กง่ึ กลางชน้ั ซ่ึงถาเขียนจุดก่ึงกลางช้ันของขอมูลในแตละ f (จ�ำนวนนกั เรยี น) อันตรภาคชั้นท่ีปลายดานบนของรูปสี่เหลี่ยม มุมฉากของฮิสโทแกรม แลวลากเสนตรง 20 ATTENTION เชื่อมระหวางจุดก่ึงกลางที่ปลายดานบนของ 18 จดุ กงึ่ กลางชนั้ คอื คา่ กงึ่ กลาง รูปส่ีเหลี่ยมมุมฉากทุกรูป โดยปลายท้ังสอง 16 ระหวา่ งขอบบนกับขอบลา่ ง จะตองสัมผัสกับแกนนอน จะทําใหเกิด 14 รปู หลายเหล่ียมขึน้ เรียกรูปหลายเหล่ยี มนี้วา รปู หลายเหล่ียมของความถี่ 12 10 8 6 4 2 0 5.5 15.5 25.5 35.5 45.5 55.5 65.5 x (คะแนนสอบ) จากรปู หลายเหล่ยี มของความถ ี่ ถา้ ปรบั เสน้ ของรูปหลายเหล่ียมของความถ่ีใหเ้ รียบข้ึน โดย การปรับจะต้องให้พ้ืนที่ภายใต้เส้นโค้งท่ีปรับใหม่มีขนาดใกล้เคียงกับพื้นท่ีของรูปหลายเหลี่ยม ของความถี ่ ซ่งึ จะเรยี กรูปน้ีวา่ เส้นโค้งควำมถ่ี (frequency curve) ดังรปู 46 ขอ สอบเนน การคดิ (เฉลยคําตอบ เน่ืองจากผลตางระหวางจุดก่ึงกลางของแตละ อนั ตรภาคชน้ั เทา กบั 5 จะไดว า ความกวา งของแตล ะอนั ตรภาคชนั้ ตารางแจกแจงความถแี่ สดงขอมูล เปน ดังน้ี เทา กบั 5 ดงั นนั้ จะเขยี นตารางแจกแจงความถขี่ องขอ มลู ได ดงั น้ี ขอมูล ความถ่ี จุดก่งึ กลางช้นั A-B 5 7 ขอ มลู ความถี่ จุดกึ่งกลางช้นั C-D 8 12 5-9 5 7 10 - 14 8 12 E - F 11 17 15 - 19 11 17 20 - 24 22 G-H 6 22 6 ขอบลา งและขอบบนของอันตรภาคช้ัน E - F เปนเทาใด ดังน้ัน อันตรภาคชนั้ E - F คือ 15 - 19 ซึง่ มีขอบลางและขอบบน ของอนั ตรภาคชั้นนเี้ ทา กบั 14.5 และ 19.5 ตามลาํ ดบั ) T54
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ f (จำ� นวนนกั เรียน) ขน้ั สอน 20 รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) 18 16 12. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา จากรปู หลายเหลย่ี มของ 14 ความถ่ี ถา มกี ารปรบั เสน ของรปู หลายเหลยี่ ม 12 ของความถใ่ี หเรยี บขึ้น โดยมเี ง่อื นไขวา พน้ื ที่ 10 ภายใตเ สน โคง ทป่ี รบั ใหมม ขี นาดใกลเ คยี งกบั 8 พนื้ ทข่ี องรปู หลายเหลย่ี ม เรยี กรปู นวี้ า เสน โคง 6 ความถ่ี ซงึ่ จะสอดคลอ งกบั รปู ในหนงั สอื เรยี น 4 หนา 47 2 13. ครอู ธบิ ายวา การนาํ เสนอขอ มลู ดว ยฮสิ โทแกรม 0 5.5 15.5 25.5 35.5 45.5 55.5 65.5 x (คะแนนสอบ) จะเปนขอมูลเชิงปริมาณ สวนขอมูลเชิง คุณภาพเราจะสามารถนําเสนอขอมูลชุดนั้น จากการนา� เสนอขอ้ มลู ทกี่ ลา่ วมาแลว้ การแจกแจงความถโี่ ดยใชฮ้ สิ โทแกรมของขอ้ มลู จะเปน็ ไดโ ดยใชแผนภมู แิ ทง ขอ้ มูลเชงิ ปริมาณ ซึง่ ในกรณที ่ีเปน็ ข้อมลู เชงิ คณุ ภาพ สามารถน�าเสนอข้อมลู โดยใช้แผนภมู ิแทง่ (bar chart) ได้ เช่น 14. ครูใหนักเรียนศึกษาตารางแสดงมูลคาสินคา สงออกของสินคา 5 กลุม ในหนังสือเรียน ตำรำงแสดงมูลค่ำสนิ คำ้ สง่ ออกของสินค้ำ 5 กลมุ่ จ�ำแนกตำมสินค้ำ พ.ศ. 2560 หนา 47 แลว ถามคาํ ถามนกั เรยี น ดงั น้ี • สินคาสงออกประเภทใดท่ีมีมูลคาสินคา สนิ คำ้ ส่งออก มูลคำ่ สนิ ค้ำ (ล้ำนบำท) มากที่สุดและนอยทีส่ ดุ เอมัญ็ดมพณลาแี สลตะ1เกิ ครือ่ งประดับ 435,399 (แนวตอบ สินคา สง ออกมูลคา มากทส่ี ุดและ ผลติ ภัณฑย์ าง 292,812 นอยท่ีสุด คือ รถยนต อุปกรณและสวน รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 346,885 ประกอบ และเมด็ พลาสติก ตามลาํ ดบั ) เคร่อื งคอมพิวเตอร์ อปุ กรณ์และส่วนประกอบ 914,389 • ใหเ รยี งลาํ ดบั สนิ คา สง ออกตามมลู คา สนิ คา 625,122 จากนอ ยทส่ี ุดไปมากทสี่ ดุ (แนวตอบ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑยาง ทมี่ า : สา� นกั งานปลดั กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอม พวิ เตอร อปุ กรณแ ละสว นประกอบ รถยนต อุปกรณและสวนประกอบ) ท่ีมา : คลังภาพ อจท. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอื้ งตน้ (1) 47 กิจกรรม 21st Century Skills นักเรียนควรรู ใหนักเรยี นปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนตอ ไปนี้ 1 เม็ดพลาสติก มีบทบาทสําคัญตอการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเปน • ใหนกั เรียนแบงกลมุ กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถทาง อยางมาก โดยเปนอุตสาหกรรมที่กอใหเกิดการเพิ่มมูลคาและพัฒนาตอไปยัง คณิตศาสตรข องนกั เรียน (ออน ปานกลาง และเกง) อตุ สาหกรรมตอ เนอื่ งอกี หลายประเภท เชน อตุ สาหกรรมผลติ ภณั ฑจ ากพลาสตกิ • ใหแ ตล ะกลมุ รว มกนั สบื คน ทางอนิ เทอรเ นต็ เกยี่ วกบั ขอ มลู เชงิ อตุ สาหกรรมชนิ้ สว นยานยนต คณุ ภาพมาขอ มลู กลมุ ละ 1 ชดุ พรอ มระบแุ หลง ทม่ี าของขอ มลู • นาํ ขอ มูลทีห่ าไดมาเขียนแผนภูมิแทง โดยใชโปรแกรม Microsoft Excel • สงตัวแทนออกมานาํ เสนอหนา ชนั้ เรียน T55
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน จากตารางข้างตน้ สามารถเขยี นเป็นแผนภูมแิ ท่งได ้ ดังน้ี รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) มลู คำ่ สินค้ำ (ลำ้ นบำท) 15. ครอู ธบิ ายวา จากตารางดงั กลา ว ถา นาํ ขอ มลู 1,000,000 914,389 มาเขียนแผนภูมิแทง ดังรูป ในหนังสือเรียน 625,122 หนา 48 ซึ่งจะสามารถวเิ คราะหและสรุปผล 800,000 ของขอมูลชุดนี้จากแผนภูมิแทงไดงายกวา รถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ การอานคา จากตาราง 600,000 435,399 346,885 อปุ กรณ์และ อปุ กรณแ์ ละ 400,000 สว่ นประกอบ ส่วนประกอบ 16. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน 200,000 292,812 ผลติ ภัณฑ์ คละความสามารถทางคณิตศาสตร (ออน ยาง ปานกลาง และเกง ) ใหอยกู ลมุ เดยี วกนั แลว 0 อญั มณีและ เมด็ พลาสติก สินค้ำสง่ ออก ทาํ กิจกรรม Performance Task ในหนงั สอื เครื่องประดับ เรียน หนา 48 โดยใหเวลาแตละกลุมเก็บ Performance Task รวบรวมและบนั ทกึ ขอ มลู เปน เวลา 10-15 นาที ซงึ่ แตล ะกลมุ อาจเกบ็ ขอ มลู จากเพอ่ื นบางคน 1. ใ ห้นักเรียนเก็บรวบรวมข้อมูลความยาวรอบเอว (น้ิว) ของเพื่อนร่วมช้ันเรียน โดยใช ้ หรอื ทกุ คนกไ็ ด แลว นาํ ขอ มลู ทไ่ี ดส รา งตาราง สายวัด แจกแจงความถ่ีและสรางฮิสโทแกรมดวย โปรแกรม Microsoft Excel หรือโปรแกรม 2. บันทึกขอ้ มลู ทร่ี วบรวมไดล้ งในสมดุ หรอื กระดาษ A4 อ่ืนๆ จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมออกมา 3. ส ร้างตารางแจกแจงความถ่ี โดยก�าหนดให้อันตรภาคแต่ละชั้นมีความกว้างเท่ากัน และ นําเสนอขอ มูลหนาช้นั เรียน โดยใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint จ�านวนอันตรภาคชัน้ มากกว่าหรือเท่ากบั 5 ชั้น 17. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุป 4. สร้างฮิสโทแกรมจากตารางแจกแจงความถ่ี เก่ียวกับกจิ กรรมทไี่ ดร บั 5. อธบิ ายหรือแปลความหมายของขอ้ มลู ท่ีเก็บรวบรวมได้ 6. น�าเสนอขอ้ มูลหน้าชัน้ เรยี น ทม่ี า : คลังภาพ อจท. 48 เฉลย Performance Task กจิ กรรม สรา งเสริม นักเรียนสามารถตอบไดหลากหลายข้ึนอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน ครูใหนักเรยี นปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนตอไปนี้ เนื่องจากคําตอบของกิจกรรม Performance Task ข้ึนอยูกับขอมูลท่ีนักเรียน • ใหน ักเรยี นแบง กลมุ ชาย 1 กลมุ และหญงิ 1 กลมุ จากนน้ั ให แตล ะกลมุ สบื คน ขอ มลู เกยี่ วกบั ขนาดรอบเอวมาตรฐาน (นวิ้ ) เก็บรวบรวมได • จากนั้นแตละกลมุ นําขอ มลู ทั้ง 2 กลมุ มาเขียนฮิสโทแกรม โดยใชโปรแกรม Microsoft Excel หรือโปรแกรมอน่ื ๆ T56
นาํ สอน สรุป ประเมนิ แบบฝกึ ทักษะ 2.2 ก ขนั้ สอน ระดบั พน้ื ฐาน ลงมอื ทาํ (Doing) 1. ต ำรำงแสดงจ�ำนวนพัดลมท่ีขำยได้ในแต่ละวันจำกร้ำนขำยเครื่องใช้ไฟฟำแห่งหน่ึง ในช่วง 1. ครูใหน กั เรยี นทาํ แบบฝก ทักษะ 2.2 ก ขอ 3. เวลำหน่ึง เปน็ ดงั นี้ ในหนงั สอื เรยี น หนา 50 เพอ่ื ตรวจสอบความ เขาใจของนักเรียน จากน้ันครูสุมนักเรียน จ�ำนวนพดั ลม (ตวั ) จ�ำนวนวัน 3-4 คน ออกมาเฉลยวธิ คี ดิ บนกระดาน โดยครู 0 ≤ x < 5 2 และนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับคําตอบ 5 ≤ x < 10 7 ในแตละขอจนไดข อสรปุ ท่ีถกู ตอ ง 10 ≤ x < 15 11 15 ≤ x < 20 6 2. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 2.2 A ในแบบฝก หดั 20 ≤ x < 25 3 เปนการบา น 25 ≤ x < 30 1 ขนั้ สรปุ 1) รา้ นขายเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา แหง่ น ี้ เกบ็ ขอ้ มลู จา� นวนพดั ลมทขี่ ายไดใ้ นแตล่ ะวนั เปน็ ระยะเวลา เทา่ ใด ครูถามคําถามเพ่ือสรุปความรูรวบยอดของ 2) รา้ นขายเครื่องใชไ้ ฟฟาแห่งน้ี ขายพัดลมในแตล่ ะวนั ได้นอ้ ยกวา่ 20 ตัว มีทง้ั หมดกี่วนั นกั เรียน ดังน้ี 3จ )ำ กสกรำ้ารงสฮำ� ิสรวโทจยแอกดรมซอแ้ื สสนิดงคจำ้ �าอนอวนนไลพ1นัดข์ลอมงทขี่ ายไดจ้ ากตารางทก่ี �าหนดให้ 2. พนกั งำนกลมุ่ หนง่ึ จำ� นวน 30 คน ในชว่ ง • ฮสิ โทแกรมคอื อะไร (แนวตอบ ฮิสโทแกรม คือ แผนภาพรูป เวลำ 1 สัปดำหท์ ่ผี ่ำนมำ เปน็ ดังน้ี สี่ เ ห ลี่ ย ม มุ ม ฉ า ก ท่ี ว า ง เ รี ย ง ติ ด กั น บ น แกนนอน (แกน X) สว นแกนตัง้ (แกน Y) จะแสดงความถ่ี และพื้นท่ีของรูปสี่เหล่ียม มุมฉากแตละรูปจะแทนความถ่ีของแตละ อันตรภาคชั้น โดยพื้นท่ีของรูปสี่เหล่ียม มุมฉากเปนสัดสวนกับความถี่ของคาใน ชวงที่แสดงดวยความกวางของรูปสี่เหล่ียม มมุ ฉากนนั้ ) ที่มา : คลงั ภาพ อจท. ยอดซอื้ สนิ คำ้ ออนไลน ์ (บำท) ของพนักงำน 30 คน 150 750 900 417 850 990 550 400 399 680 199 249 350 999 470 300 750 880 490 700 510 650 340 600 499 990 300 285 150 480 การวเิ คราะหข อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 49 กิจกรรม ทา ทาย นักเรียนควรรู ใหน กั เรยี นเขยี นตารางแจกแจงความถจี่ ากฮสิ โทแกรมทก่ี าํ หนด 1 สินคาออนไลน เปนสินคาท่ีขายทางอินเทอรเน็ต หรืออีคอมเมิรซ ใหตอ ไปน้ี (E-Commerce) หรือพาณิชยอเิ ล็กทรอนกิ ส ซึ่งหมายถึงการดาํ เนนิ การซือ้ ขาย สนิ คาและบริการดว ยสือ่ อิเล็กทรอนกิ สผานเครือขา ยอินเทอรเ นต็ f (ความถ่ี) 14 12 10 8 6 4 2 0 50.5 60.5 70.5 80.5 90.5 x (ขอ มูล) T57
นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สรปุ 1) ค่าสังเกตท่ตี ่า� ท่สี ดุ เปน็ เท่าใด 2) ค่าสงั เกตทสี่ งู ทสี่ ดุ เป็นเท่าใด • ความกวางของรูปสี่เหล่ียมมุมฉากแตละรูป 3) ส ร้างตารางแจกแจงความถีแ่ สดงยอดซื้อสนิ คา้ ออนไลน์ของพนักงานทงั้ 30 คน โดยให้ ของฮิสโทแกรมมีความสัมพันธกับขอบบน และขอบลา งอยางไร แต่ละอนั ตรภาคชัน้ มคี วามกว้างเทา่ กนั และกา� หนดอนั ตรภาคชั้นแรกเป็น 100 - 199 (แนวตอบ ความกวา งของแตล ะอนั ตรภาคชนั้ 4) สรา้ งฮสิ โทแกรมจากตารางในขอ้ 3) มีคาเทากับผลตางของขอบบนกับขอบลาง ของแตล ะอันตรภาคชน้ั ) ร ะดับกลาง • จุดกึ่งกลางชัน้ คอื อะไร 3. จากการตรวจวัดระดับน�้าตาลในเลือดของ (แนวตอบ คาก่งึ กลางระหวา งขอบบนและ พนักงานบริษัทกลุ่มหนึ่ง จ�านวน 50 คน ขอบลาง ซึ่งหาไดจ าก ขอบบน +2ขอบลาง) โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องงดอาหารและ เครื่องด่ืมอื่นนอกเหนือจากน�้าเป็นเวลา • ถาตองการนําเสนอขอมูลเชิงคุณภาพ อย่างน้อย 8 ช่วั โมง พบว่า ระดบั นา�้ ตาล สามารถนําเสนอดวยฮิสโทแกรมไดหรือไม ในเลือดของพนกั งานแตล่ ะคน เป็นดังน้ี เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ ไมไ ด เพราะขอมลู ทน่ี ําเสนอดวย ทีม่ า : คลังภาพ อจท. ฮสิ โทแกรมตอ งเปน ขอ มลู เชงิ ปรมิ าณเทา นน้ั ซ่ึงถาเปนขอมูลเชิงคุณภาพจะตองนําเสนอ ระดับนา�้ ตาลในเลอื ด (มิลลิกรมั ต่อเดซิลติ ร) ของพนักงานบรษิ ัท 50 คน ดวยแผนภูมิแทง) 85 92 103 79 112 160 95 88 104 81 117 76 127 155 84 71 100 93 180 99 ขน้ั ประเมนิ 120 116 86 80 103 130 90 77 94 124 73 104 95 101 104 118 79 81 130 115 1. ครูตรวจแบบฝกทักษะ 2.2 ก 92 83 96 79 106 103 112 104 83 92 2. ครูตรวจ Exercise 2.2 A 1) ส รา้ งตารางแจกแจงความถี่ท่ีมอี ันตรภาคชน้ั 66 - 80, 81 - 95, 96 - 110, 111 - 125, 3. ครปู ระเมินการนําเสนอผลงาน 4. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล 126 - 140, 141 - 155, 156 - 170 และ 171 - 185 5. ครสู งั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ 2) สร้างฮิสโทแกรมและรูปหลายเหลย่ี มของความถจี่ ากตารางแจกแจงความถใี่ นข้อ 1) 6. ครสู ังเกตความมวี นิ ัย ใฝเ รยี นรู 3) ถ้าระดบั น้า� ตาลในเลอื ดทมี่ ากกวา่ หรอื เทา่ กับ 126 มลิ ลิกรัมตอ่ เดซิลิตร จะอยู่ในเกณฑ์ มงุ มัน่ ในการทํางาน เป็นโรคเบาหวาน อยากทราบว่า พนักงานกลุ่มน้ีจะอยู่ในเกณฑ์เป็นโรคเบาหวานก่ีคน และคิดเปน็ ร้อยละเทา่ ใดของจ�านวนพนักงานท้งั หมด 50 แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม สรา งเสรมิ ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล จากแบบฝก ครใู หนักเรียนจบั คู แลวปฏบิ ตั ติ ามข้ันตอนตอไปน้ี ทักษะ 2.2 ก โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลจากแบบประเมินของ • ใหสืบคนขอมูลเกี่ยวกับเกณฑของระดับนํ้าตาลในเลือด แผนการจัดการเรียนรใู นหนวยการเรียนรทู ี่ 2 ซึ่งประกอบดวยเกณฑปกติ เกณฑเสี่ยงตอการเกิดโรค เบาหวาน และเกณฑเ ปน โรคเบาหวาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล • ใชข อมลู จากแบบฝกทกั ษะ 2.2 ก ขอ 3. แลว พิจารณาวา พนักงานกลุมน้ีอยูในเกณฑปกติกี่คน และคิดเปนรอยละ คาชแี้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องทตี่ รงกับ เทาใดของจํานวนพนักงานทั้งหมด เม่ือทําเสร็จแลวใหนํา ระดบั คะแนน สง ครเู พ่ือตรวจสอบความถูกตอง ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน หมายเหตุ ครูควรใหน ักเรยี นเกงและนักเรียนออ นจบั คกู ัน 4321 1 การแสดงความคิดเหน็ 2 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ืน่ 3 การทางานตามหนา้ ท่ีทไ่ี ด้รับมอบหมาย 4 ความมนี ้าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครัง้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรงุ T58
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ 2. แผนภาพตน้ -ใบ (Stem and leaf plot) ขน้ั นาํ (Concept Based Teaching) จากหัวข้อฮิสโทแกรมที่ผ่านมา การแจกแจงความถี่และฮิสโทแกรมท่ีมีข้อมูลแบบจัดกลุ่ม การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge) จะเป็นการแสดงความถี่ของข้อมูลที่มีอยู่เป็นช่วง ๆ เท่านั้น ซึ่งจะบอกได้ว่าข้อมูลในแต่ละกลุ่ม มีมากหรือน้อยเพียงใด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าข้อมูลนั้นมีค่าสังเกตใดบ้าง ดังน้ัน ถ้าต้องการ 1. ครูอธิบายวา การแจกแจงความถี่โดยใช ทราบข้อมูลแต่ละกลุ่มว่ามีค่าสังเกตใดบ้าง อาจจะใช้แผนภาพต้น-ใบ เพ่ือแสดงการแจกแจง แผนภาพตน -ใบ เปน การแสดงความถี่ที่แสดง ความถ่ีและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นไปพร้อมกัน ซึ่งนักเรียนเคยศึกษาเก่ียวกับการสร้างแผนภาพ คาสังเกตของขอมูลแตละกลุม เพ่ือแสดง ต้น-ใบ ในระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นมาแล้ว ในหัวข้อน้ีจะทบทวนการสร้างแผนภาพต้น-ใบ การแจกแจงความถ่ีและวิเคราะหขอมูลไป และศกึ ษาเกยี่ วกบั การน�าความรู้เกย่ี วกบั แผนภาพต้น-ใบ ไปใช้ ดงั น้ี พรอ มกนั คะแนนสอบวชิ าภาษาไทยของนักเรยี น 24 คน ซงึ่ มีคะแนนเต็ม 50 คะแนน เปน็ ดงั นี้ 2. ครทู บทวนการสรา งแผนภาพตน -ใบ ของขอ มลู 38 29 40 31 39 42 25 37 ชุดหนึ่งที่เปน ตวั เลขสองหลกั ดงั นี้ 15 32 27 39 19 35 22 40 33 25 43 35 30 45 22 36 34 40 31 16 18 35 20 37 19 23 43 21 • เขียนตัวเลขในหลักสิบเปน “ตน” จาก 23 39 41 27 35 42 38 28 ตัวอยางนจี้ ะไดเลขหนงึ่ หลักอยซู า ยมอื • นาํ เลขในหลกั หนว ยทเ่ี หลอื ของขอ มลู แตล ะ จากข้อมูลขา้ งตน้ จะเหน็ วา่ คะแนนสอบท้ังหมดเป็นจา� นวนทีม่ สี องหลัก โดยม ี 2, 3 และ 4 คาสงั เกตมาเขยี นลงในชอง “ใบ” เป็นเลขโดดในหลกั สบิ จึงแบ่งกลุม่ ข้อมูลเปน็ 3 กล่มุ ตามเลขโดดในหลักสบิ ดงั นี้ • เรียงลาํ ดับขอ มูลจากนอ ยไปมาก กลมุ่ ท ี่ 1 คะแนนสอบตงั้ แต่ 20 ถงึ 29 คะแนน ไดแ้ ก ่ 29 25 22 23 27 28 ตน ใบ กลุ่มท ี่ 2 ค ะแนนสอบตั้งแต่ 30 ถึง 39 คะแนน ได้แก ่ 3 8 31 39 37 35 30 36 1 56899 2 012357 34 39 35 38 3 1235579 กลุม่ ที ่ 3 คะแนนสอบต้ังแต่ 40 ถึง 49 คะแนน ได้แก ่ 40 42 43 45 40 41 42 4 03 จากนั้นอธิบายเพิ่มเติมวา กรณีท่ีขอมูลมี นา� ขอ้ มลู ทงั้ 3 กลมุ่ มาเขยี นเปน็ แผนภาพตน้ -ใบ โดยใชเ้ ลขโดดในหลกั สบิ มาสรา้ งเปน็ ลา� ตน้ จาํ นวนมากกวา สองหลกั เชน ขอ มลู ทม่ี จี าํ นวน (stem) และใช้เลขโดดในหลักหนว่ ยมาสร้างเป็นใบ (leaf) ได ้ ดงั น้ี สามหลักแผนภาพตน-ใบ จะนําเสนอขอมูล โดยใหสองหลักแรกเปนตนและหลักหนวย ต้น ใบ เปนใบ ยกตัวอยางขอมูล 168 จะเขียน 16 2 9 5 2 3 7 8 เปน “ตน ” และ 8 เปน “ใบ” 3 8 1 9 7 5 0 6 4 9 5 8 4 0 2 3 5 0 1 2 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 51 กิจกรรม สรา งเสริม เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถ ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับแผนภาพตน-ใบวา การเขียนแผนภาพตน-ใบ ทางคณติ ศาสตร (ออ น ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลมุ เดยี วกัน จะตัดเลขในหลักขวาออกกอน แลวนําหลักที่เหลือมาเรียงไวเปน “ตน” ใน จากนั้นใหแตละกลมุ รว มกันสืบคน ทางอินเทอรเนต็ เกีย่ วกบั ขอมลู แนวตง้ั จากนน้ั นาํ เลขทต่ี ดั ออกมาเขยี นตอ ทา ยในบรรทดั เดยี วกนั ซง่ึ จะเรยี กวา ท่ีนําเสนอดวยแผนภาพตน-ใบ มากลุมละ 1 ชุด พรอมระบุ “ใบ” และควรเรียงลําดับจากนอยไปมาก เพื่อใหเปนระเบียบและสะดวกตอ แหลงท่ีมาของขอมูล แลวออกมานําเสนอหนาช้ันเรียน โดยใช การวเิ คราะหข อ มูล โปรแกรม Microsoft PowerPoint หรอื โปรแกรมนําเสนออืน่ ๆ T59
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน เม่อื เรียงขอ้ มูลจากนอ้ ยไปมาก จะได้แผนภาพต้น-ใบ ดังน้ี รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) ตน้ ใบ 1. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาตวั อยา งท่ี 1 ในหนงั สอื เรยี น 2 2 3 5 7 8 9 หนา 52 จากน้นั ครถู ามคาํ ถามเพม่ิ เติม ดังน้ี 3 0 1 4 5 5 6 7 8 8 9 9 • จํานวนไขไกที่เก็บไดที่มีจํานวนนอยสุด 4 0 0 1 2 2 3 5 อยใู นชว งใด (แนวตอบ 70-79 กรมั ) จากแผนภาพตน้ -ใบ จะสามารถบอกรายละเอียดของข้อมลู ได้ เชน่ • จํานวนไขไกที่มีนํ้าหนักมากกวา 50 กรัม 1) ในช่วง 30 - 39 มีจ�านวนขอ้ มูลมากทสี่ ดุ หรอื กลา่ วได้วา่ นักเรยี นสว่ นใหญ่มีคะแนนสอบ มกี ฟี่ อง และคดิ เปน รอ ยละเทา ใดของจาํ นวน ไขไกท ั้งหมด อยู่ในช่วง 30 - 39 คะแนน (แนวตอบ 19 ฟอง คิดเปน รอยละ 76 ของ 2) คะแนนสอบต่า� สดุ คอื 22 คะแนน และคะแนนสอบสงู สุด คอื 45 คะแนน นั่นคือ นกั เรยี น จาํ นวนไขไกท้ังหมด) • จํานวนไขไกที่มีนํ้าหนักนอยกวา 55 กรัม ที่มคี ะแนนสอบสงู สดุ จะมคี ะแนนมากกว่านกั เรยี นที่มคี ะแนนสอบต�่าสุดเทา่ กับ 45 - 22 มกี ฟี่ อง และคดิ เปน รอ ยละเทา ใดของจาํ นวน = 23 คะแนน ไขไกทัง้ หมด 3) นกั เรยี นทีส่ อบไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 40 คะแนนข้ึนไป มจี า� นวนทั้งหมด 7 คน (แนวตอบ 10 ฟอง คดิ เปนรอ ยละ 40 ของ จํานวนไขไ กท้ังหมด) ตวั อย่างที่ 1 1 ข้อมลู ต่อไปน้ีแสดงน้ำ� หนกั (กรัม) ของไข่ไก่ แต่ละฟองท่เี ก็บได้ เป็นดังน้ี 62 50 49 71 46 76 69 58 51 48 63 47 74 46 51 55 53 65 63 54 ทีม่ า : คลงั ภาพ อจท. 58 56 67 68 55 จำกขอ้ มลู ข้ำงต้น ให้สร้ำงแผนภำพต้น-ใบ และตอบคำ� ถำมต่อไปน้ี 1) น้�ำหนกั ทม่ี ำกที่สดุ และนอ้ ยทสี่ ุดของไข่ไก่ทีเ่ ก็บไดเ้ ปน็ เท่ำใด 2) จำ� นวนไข่ไกท่ ีเ่ กบ็ ไดส้ ว่ นใหญอ่ ยใู่ นช่วงใดมำกท่สี ุด 3) ถำ้ ไขไ่ กท่ มี่ นี ำ้� หนกั ตอ่ ฟองตง้ั แต่ 70 กรมั ขนึ้ ไป จะเปน็ ไขไ่ กข่ นำดเบอร์ 0 อยำกทรำบวำ่ ไข่ไกข่ นำดเบอร์ 0 ท่ีเกบ็ ได้มจี �ำนวนเท่ำใด และคดิ เปน็ ร้อยละเท่ำใดของจำ� นวนไข่ไก่ ทง้ั หมด 52 นักเรียนควรรู กจิ กรรม ทา ทาย 1 ไขไก จะมีขนาดตา งๆ กนั ไปข้ึนอยูกบั นํา้ หนกั ตอ 1 ฟอง ดังน้ี จากขอมูลในตัวอยางท่ี 1 ถานําไขไกท่ีเก็บไดทั้งหมดมาขาย ไขเบอร 0 คอื ไขย กั ษจ มั โบท ่มี ีนา้ํ หนักขน้ั ตํา่ ตอ ฟอง 70 กรมั ขนึ้ ไป โดยกาํ หนดราคาไขไ กข นาดตา งๆ ไว ดังนี้ ไขเบอร 1 คือ ไขใหญพเิ ศษทีม่ นี าํ้ หนักขั้นต่ําตอฟอง 65-69 กรมั ไขเบอร 2 คือ ไขใ หญทมี่ นี ํ้าหนกั ข้ันต่าํ ตอฟอง 60-64 กรัม ขนาดไขไก ราคาตอ ฟอง (บาท) ไขเบอร 3 คือ ไขก ลางทม่ี นี า้ํ หนกั ขนั้ ตํา่ ตอ ฟอง 55-59 กรมั เบอร 0 3.20 ไขเ บอร 4 คอื ไขเ ล็กทม่ี ีนาํ้ หนักขั้นตาํ่ ตอฟอง 50-54 กรัม เบอร 1 2.80 ไขเ บอร 5 คือ ไขจิ๋วทีม่ ีน้ําหนักข้ันตา่ํ ตอฟอง 45-49 กรัม เบอร 2 2.70 เบอร 3 2.60 ทมี่ า : https://www.greenery.org/articles/g101-egg/ เบอร 4 2.50 เบอร 5 2.30 T60 อยากทราบวา จะขายไดเงนิ ทงั้ หมดเทาใด
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ วิธที ำ� จ ากขอ้ มลู ขา้ งตน้ จะเหน็ วา่ นา้� หนกั ของไขไ่ กแ่ ตล่ ะฟองทเี่ กบ็ ไดท้ งั้ หมดเปน็ จา� นวนทม่ี ี ขน้ั สอน สองหลกั โดยม ี 4, 5, 6 และ 7 เปน็ เลขโดดในหลักสบิ จึงแบง่ กลุ่มขอ้ มลู เป็น 4 กลุ่ม ตามเลขโดดในหลักสิบ ดังน้ี รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) กลุ่มที่ 1 น้�าหนักของไขไ่ กต่ ้งั แต่ 40 ถงึ 49 กรัม ไดแ้ ก ่ 49 46 48 47 46 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่ไดจาก กลุ่มท่ ี 2 น า�้ หนักของไข่ไกต่ ง้ั แต ่ 50 ถงึ 59 กรมั ได้แก่ 5 0 58 51 51 55 ตวั อยา งที่ 1 53 54 58 56 55 3. ครูใหนักเรียนจับคูทํา “ลองทําดู” ในหนังสือ กล่มุ ท่ ี 3 นา้� หนกั ของไขไ่ กต่ ง้ั แต่ 60 ถงึ 69 กรมั ได้แก่ 6 2 69 63 65 63 เรียน หนา 53 จากนน้ั ใหนกั เรยี นรว มกนั เฉลย คําตอบ โดยครูตรวจสอบความถูกตองและ 67 68 อธบิ ายเพมิ่ เตมิ กลุม่ ที ่ 4 นา�้ หนักของไข่ไก่ตงั้ แต ่ 70 ถึง 79 กรัม ได้แก ่ 71 76 74 เม่อื เรยี งขอ้ มูลจากน้อยไปมาก จะเขยี นเปน็ แผนภาพต้น-ใบ ดงั นี้ 4. ครใู หนักเรียนทําแบบฝก ทกั ษะ 2.2 ข ขอ 1. ในหนังสอื เรยี น หนา 58 เพ่อื ตรวจสอบความ ตน้ ใบ เขาใจของนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียน 4 6 6 7 8 9 รวมกันเฉลยคําตอบทีถ่ ูกตอง 5 0 1 1 3 4 5 5 6 8 8 6 2 3 3 5 7 8 9 5. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 2.2 B ในแบบฝก หดั 7 1 4 6 เปน การบา น 1) ไข่ไก่ทีม่ นี า�้ หนักมากทีส่ ุด คือ 76 กรัม และไข่ไกท่ ่มี ีน้า� หนกั นอ้ ยท่สี ดุ คือ 46 กรัม 2) จ�านวนไข่ไก่ท่เี กบ็ ไดส้ ่วนใหญอ่ ยใู่ นช่วง 50 - 59 กรัม 3) ไขไ่ ก่ขนาดเบอร ์ 0 มีท้ังหมด 3 ฟอง ซึง่ คิดเป็นร้อยละ 12 ของจ�านวนไข่ไก่ที่เกบ็ ได้ท้งั หมด ลองทําดู ข้อมลู ต่อไปน้ีแสดงขอ้ มูลอายุ (ปี) ของผปู้ ่วย ทมี่ ารบั การรกั ษาทคี่ ลนิ กิ แหง่ หนงึ่ ในชว่ งเวลา 1 วันทีผ่ า่ นมา เป็นดงั น้ี 41 55 20 18 30 37 12 56 63 14 30 42 21 42 23 15 58 31 24 25 15 63 42 33 34 35 45 17 46 25 46 26 ที่มา : คลังภาพ อจท. 28 39 27 28 29 34 26 18 การวเิ คราะหข อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 53 กจิ กรรม สรา งเสริม ส่ือ Digital ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน คละความสามารถทาง ครอู าจใหนกั เรียนสืบคน ความรเู พมิ่ เติมเกีย่ วกับแผนภาพตน -ใบ คณติ ศาสตร (ออ น ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลมุ เดยี วกนั จากนนั้ ผาน www.youtube.com โดยใชคําสบื คน ดังนี้ ใหแ ตล ะกลมุ เขยี นแผนภาพตน -ใบ จากขอ มูลที่กําหนดให ดงั นี้ • แผนภาพตน-ใบ 29 33 16 47 40 25 27 38 • การสรางและอานแผนภาพตน-ใบ 31 27 44 17 36 12 48 49 19 36 47 25 42 15 10 23 • Stem and Leaf Plots เชน https://www.youtube.com/watch?v=Z5JAOTPCn7A T61
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน จากข้อมูลข้างตน้ ให้สรา้ งแผนภาพตน้ -ใบ และตอบคา� ถามตอ่ ไปนี้ 1) อายทุ ีม่ ากที่สุดและน้อยทีส่ ุดของผปู้ ว่ ยเปน็ เท่าใด รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) 2) อายุของผู้ป่วยสว่ นใหญ่อยูใ่ นช่วงใดมากที่สดุ 3) ผ ปู้ ่วยที่มอี ายทุ อี่ ยใู่ นช่วง 50 - 69 ป ี มจี า� นวนเทา่ ใด 6. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 2 ใน และคิดเป็นร้อยละเทา่ ใดของจ�านวนผปู้ ว่ ยทัง้ หมด ฝึกทำ�ต่อ หนงั สอื เรยี น หนา 54 แลว ตอบคาํ ถามทงั้ 4 ขอ โดยไมดูเฉลยคําตอบ จากนั้นครูและนักเรียน แบบฝึกทักษะ 2.2 ข รวมกนั อภปิ รายคาํ ตอบของตัวอยางนี้ ข้อ 1 หนา้ 58 7. ครถู ามคําถามเพิ่มเตมิ จากตวั อยางที่ 2 ดงั นี้ ในกรณีท่ขี อ้ มูลมีจา� นวนมากกว่าสองหลกั เชน่ ขอ้ มลู ที่มีจ�านวนสามหลัก แผนภาพต้น-ใบ • นกั เรยี นทมี่ สี ว นสงู นอ ยกวา 150 เซนตเิ มตร มีก่คี น จะนา� เสนอขอ้ มูลโดยให้สองหลกั แรกเป็นตน้ และหลักหนว่ ยเป็นใบ ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้ (แนวตอบ 9 คน) • นักเรียนที่มีสวนสูงอยูในชวง 170 - 179 ตวั อยา่ งท่ี 2 เซนติเมตร มีจํานวนนอยกวาหรือมากกวา นักเรียนท่ีมีความสูงอยูในชวง 140 - 149 จำกแผนภำพต้น-ใบ แสดงข้อมูลส่วนสูงของ เซนตเิ มตร อยเู ทาใด นกั เรียนหญิงทม่ี ีอำย ุ 18 ป ี กล่มุ หน่ึง เปน็ ดังนี้ (แนวตอบ นักเรียนที่มีสวนสูงอยูในชวง 170 - 179 เซนติเมตร มีอยู 3 คน และ ส่วนสูงของนักเรยี น (เซนติเมตร) นักเรียนที่มีความสูงอยูในชวง 140 - 149 เซนติเมตร มีอยู 9 คน ดังนั้น นักเรียน ต้น ใบ ท่ีมสี ว นสูงอยูในชวง 170 - 179 เซนตเิ มตร มีจํานวนนอยกวานักเรียนท่ีมีสวนสูงอยู 14 5 6 6 7 7 7 8 9 9 ที่มา : คลงั ภาพ อจท. ในชวง 140 - 149 เซนตเิ มตร อยู 6 คน) 15 0 1 1 3 4 5 5 6 7 8 16 1 2 3 3 5 7 8 9 17 3 5 5 1) ผลต่ำงของส่วนสูงท่มี ำกทีส่ ุดและนอ้ ยที่สุดเป็นเทำ่ ใด 2) สว่ นสงู ของนกั เรยี นสว่ นใหญ่อยู่ในชว่ งใดมำกที่สดุ 3) ถ ้ำส่วนสูงมำตรฐำนของเพศหญิงทีม่ อี ำย ุ 18 ปี จะอยใู่ นช่วง 150 - 167 เซนตเิ มตร อยำกทรำบวำ่ นกั เรยี นหญงิ กลมุ่ นม้ี สี ว่ นสงู อยใู่ นเกณฑม์ ำตรฐำนกค่ี น และคดิ เปน็ รอ้ ยละ เทำ่ ใดของจ�ำนวนนักเรียนทงั้ หมด ตอบ 1) ส ่วนสงู ของนักเรยี นท่ีมากที่สดุ คือ 175 เซนตเิ มตร และสว่ นสงู ของนักเรยี นท ี่ น้อยท่สี ดุ คอื 145 เซนติเมตร ดังนัน้ ผลต่างของสว่ นสงู เทา่ กับ 175 - 145 = 30 เซนติเมตร 2) นกั เรียนส่วนใหญ่มสี ว่ นสงู อยูใ่ นชว่ ง 150 - 159 เซนติเมตร 3) นักเรยี นหญิงท่ีมีสว่ นสงู อยใู่ นเกณฑม์ าตรฐานมที ั้งหมด 16 คน ซึ่งคิดเปน็ ร้อยละ 53.33 ของจ�านวนนกั เรยี นท้ังหมด 54 ขอ สอบเนน การคิด (เฉลยคาํ ตอบ ขอ 1. ไมถ กู ตอ ง เน่อื งจากขอ มูลทมี่ ีคา สงู สุดเทา กบั 57 และ แผนภาพตน -ใบ แสดงขอ มูลชดุ หนงึ่ เปนดังน้ี 2 0134 ขอมูลที่มีคาตํ่าสุดเทากับ 20 ดังน้ัน ผลตางระหวาง 3 145779 ขอมูลทมี่ คี าสงู สดุ กบั คาต่ําสุดเทากับ 57 - 20 = 37 4 02235689 ขอ 2. ไมถ กู ตอง เนอ่ื งจากขอ มลู สวนใหญอ ยใู นชว ง 40 - 49 5 37 ขอ 3. ถูกตอง เน่อื งจากจาํ นวนขอมลู ทีม่ คี า มากกวา 40 มอี ยู 9 จํานวน ซึ่งคิดเปนรอยละ 45 ของจํานวนขอมูล ขอความตอ ไปน้ขี อใดถกู ตอ ง (ตอบไดมากกวา 1 ขอ ) ท้งั หมด 1. ผลตางระหวา งขอ มลู ท่มี ีคา สงู สุดกบั คา ตํา่ สดุ ดงั นน้ั ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูกตองเพียงขอ เดยี ว) เทา กบั 39 2. ขอมลู สวนใหญอ ยูในชว ง 50 - 59 3. จํานวนขอ มูลท่ีมีคามากกวา 40 คิดเปน รอ ยละ 45 ของจาํ นวนขอ มูลท้งั หมด T62
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ลองทาํ ดู ขน้ั สอน จากแผนภาพต้น-ใบ แสดงข้อมูลคะแนนสอบ รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) ทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของ นักเรยี นระดับมธั ยมศกึ ษาปที ่ ี 6 ห้องหนง่ึ ซ่งึ 8. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ เปน 2 กลมุ (ชาย-หญงิ ) มีคะแนนเต็ม 200 คะแนน เป็นดังน้ี แลว ทาํ กิจกรรมสํารวจความสงู ดงั น้ี • ใหสํารวจสว นสงู (เซนตเิ มตร) ในกลุมของ ทม่ี า : คลงั ภาพ อจท. ตนเอง แลวบันทึกขอมูลดิบลงในกระดาษ A4 หรอื สมดุ คะแนนสอบของนักเรียน • นําขอมูลท่ีรวบรวมไดของแตละกลุมมา เขยี นแผนภาพตน -ใบ ตน้ ใบ • ใหพิจารณาวา ในแตละกลุมมีนักเรียนท่ี อยูใ นเกณฑมาตรฐานก่ีคน โดยกาํ หนดให 12 1 3 3 SOPLRVOIBNLGETMIP สว นสงู มาตรฐานของเพศหญงิ ทมี่ อี ายุ 18 ป จากแผนภาพต้น-ใบ ของ จะอยูในชวง 150 - 167 เซนติเมตร และ 13 ข้อมูลชุดนี้ จะเห็นว่า ไม่มี สว นสงู มาตรฐานของเพศชายทม่ี อี ายุ 18 ป 14 8 9 9 9 หลกั หนว่ ยปรากฏในกลมุ่ ของ จะอยใู นชว ง 161 - 180 เซนตเิ มตร ใหแ ตล ะ 15 0 0 1 2 5 5 7 8 8 8 ล�าตน้ ที่ 13 และ 18 แสดงวา่ กลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอขอมูลหนา 16 1 1 3 4 4 4 5 5 6 6 7 9 9 ไม่มีนักเรียนคนใดท่ีสอบได้ ชน้ั เรียน 17 0 2 คะแนนอย่ใู นชว่ ง 130 - 139 18 และ 180 - 189 คะแนน 9. ครูใหนกั เรยี นทํา “ลองทาํ ดู” ในหนังสือเรยี น ตามล�าดับ หนา 55 เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น 19 0 3 4 จากนนั้ ใหน กั เรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ โดยครู ตรวจสอบความถูกตองและอธิบายเพมิ่ เติม 1) จ�านวนนักเรยี นท้ังหมดเท่ากับเท่าใด 10. ครใู หนักเรยี นทาํ แบบฝกทักษะ 2.2 ข ขอ 2. 2) ผลตา่ งของคะแนนสงู สดุ และต�า่ สุดเปน็ เท่าใด ในหนังสือเรียน หนา 55 เพ่อื ตรวจสอบความ เขาใจของนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียน 3) คะแนนของนักเรียนส่วนใหญอ่ ยใู่ นชว่ งใดมากท่สี ุด รวมกันเฉลยคาํ ตอบที่ถกู ตอ ง 4) นกั เรยี นทไ่ี ดค้ ะแนนอยูใ่ นชว่ ง 140 - 159 คะแนน มกี คี่ น 11. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 2.2 B ในแบบฝก หดั เปน การบา น 5) น กั เรยี นทไี่ ดค้ ะแนนมากกวา่ 169 คะแนน มกี คี่ น และคดิ เปน็ ฝึกทำ�ต่อ รอ้ ยละเท่าใดของจ�านวนนักเรียนทง้ั หมด แบบฝึกทักษะ 2.2 ข ขอ้ 2, 4 หน้า 59-60 จากตัวอยา่ งท่กี ล่าวมาขา้ งต้น จะเปน็ การนา� เสนอขอ้ มูลของแผนภาพตน้ -ใบ เพียงชุดเดียว เท่านนั้ นอกจากน้ี นกั เรียนสามารถน�าข้อมลู ทมี่ จี �านวน 2 ชดุ มาน�าเสนอขอ้ มลู พรอ้ มกันและ เปรียบเทยี บกนั ได้ ดังน้ี การวเิ คราะหข อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 55 แผนภาพตน -ใบ แสดงสว นสงู (เซนตเิ มตร) ของนกั เรยี นกลมุ หนง่ึ เปน ดงั น้ี ขอสอบเนน การคิด 14 7 7 8 9 15 0 2 3 5 8 9 (เฉลยคําตอบ 16 1 4 5 7 8 ขอ 1. จากแผนภาพ จะเหน็ วา นกั เรยี นกลุมนม้ี จี ํานวน 17 3 6 6 18 0 2 ทง้ั หมด 20 คน ขอ 2. นักเรียนท่ีมีสวนสูงต้ังแต 160 เซนติเมตรขึ้นไป 1. นักเรยี นกลุมน้ีมจี าํ นวนทั้งหมดเทาใด 2. อตั ราสว นระหวา งจํานวนนกั เรียนท่ีมสี วนสงู ตง้ั แต 160 เซนติเมตร มจี าํ นวนทง้ั หมด 10 คน ดงั นน้ั อตั ราสว นระหวา ง จํานวนนักเรียนท่ีมสี ว นสูงตั้งแต 160 เซนตเิ มตร ขน้ึ ไป กบั จาํ นวนนกั เรียนทงั้ หมดเปนเทาใด ขึน้ ไป กบั จาํ นวนนักเรียนทง้ั หมดเทากับ 10 : 20 3. ถา มนี ักเรียนเพ่มิ ข้ึนมาอีก 5 คน ซ่งึ มีสว นสูงเทา กบั 163, 167, 169, หรอื 1 : 2 ขอ 3. ถามีนักเรียนเพิ่มขึ้นมาอีก 5 คน แลวจะไดวา 170 และ 181 เซนติเมตร แลวนักเรยี นสวนใหญจ ะมีสวนสูงอยูใน นักเรียนสวนใหญมีสวนสูงอยูในชวง 160 - 169 ชวงใด เซนติเมตร) T63
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน คะแนนสอบวชิ าคณติ ศาสตรข์ องนักเรยี น 2 ห้อง ซ่งึ มีคะแนนเต็ม 100 คะแนน เปน็ ดงั น้ี รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) ห้องที ่ 1 47 53 86 74 65 89 48 62 79 80 หอ้ งท่ี 2 83 78 69 82 77 12. ครูทบทวนความรูเก่ียวกับแผนภาพตน-ใบ 40 72 42 53 47 50 49 51 43 47 ทีแ่ สดงขอ มลู จํานวนสองหลกั และสามหลัก 52 61 55 49 58 13. ครูอธิบายวา จากตัวอยางที่ 1-2 จะเห็นวา จากคะแนนสอบทั้ง 2 ห้อง สามารถน�าเสนอขอ้ มลู พร้อมกนั โดยใชแ้ ผนภาพต้น-ใบ ดังนี้ เปนการนําเสนอขอมูลของแผนภาพตน-ใบ 1. เขยี นสว่ นท่เี ปน็ ตน้ รว่ มกัน เพียงชุดเดียวเทานั้น ซึ่งนักเรียนสามารถนํา ขอมูลสองชุดมาเปรียบเทียบพรอมกันได ตน้ โดยใชล าํ ตนรว มกนั 4 14. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางที่ 3 ใน 5 หนงั สอื เรยี น หนา 57 แลว ตอบคาํ ถามทงั้ 4 ขอ 6 โดยไมด เู ฉลยคาํ ตอบ จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี น 7 รว มกนั อภปิ รายคําตอบของตัวอยา งท่ี 3 8 2. เขียนส่วนที่เปน็ ใบจากข้อมูลทัง้ 2 ชดุ ดังนี้ ใบ (หอ้ งท ่ี 1) ตน้ ใบ (ห้องที ่ 2) 8 7 4 0 2 3 7 7 9 9 3 5 0 1 2 3 5 8 9 5 2 6 1 9 8 7 4 7 2 9 6 3 2 0 8 จากแผนภาพต้น-ใบ จะสามารถบอกรายละเอยี ดข้อมูลบางอยา่ งได้ เชน่ 1) คะแนนตา�่ สุดของนักเรียนห้องท ่ี 1 และ 2 คอื 47 และ 40 คะแนน ตามลา� ดับ 2) คะแนนสูงสดุ ของนักเรียนหอ้ งที ่ 1 และ 2 คือ 89 และ 72 คะแนน ตามล�าดับ 3) เ มอื่ พจิ ารณาจากแผนภาพคะแนนเฉลยี่ ของนกั เรยี นหอ้ งท ี่ 1 นา่ จะสงู กวา่ หอ้ งท ่ี 2 เน่ืองจากคะแนนสว่ นใหญ่ของห้องท ่ี 1 สงู กวา่ คะแนนส่วนใหญข่ องห้องท ่ี 2 56 บูรณาการอาเซียน กิจกรรม ทา ทาย การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน เรอื่ ง การเปรยี บเทยี บขอ มลู 2 ชดุ โดยใช ครใู หน กั เรยี นปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนตอ ไปน้ี แผนภาพตน -ใบ ครสู ามารถเชอ่ื มโยงบรู ณาการความรกู บั ประเทศในกลมุ อาเซยี น • ใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 2 กลุม โดยแบงเปนกลุม ได เชน อาจใหนักเรียนสืบคนขอมูลในกลุมประเทศอาเซียนมา 2 ประเทศ นักเรยี นชายและนกั เรยี นหญงิ ทเี่ ปน ขอ มลู ประเภทเดยี วกนั แลว นาํ เสนอโดยใชแ ผนภาพตน -ใบทมี่ ลี าํ ตน รว มกนั • ใหแตละกลุมบันทึกนํ้าหนักของสมาชิกในกลุม (กิโลกรัม) เพอ่ื เปรียบเทยี บขอมูลทงั้ 2 ชุด ลงในกระดาษ A4 จากน้ันนําขอมูลที่ไดมาเขียนแผนภาพ ตน-ใบ ของกลมุ ตนเอง • ใหแ ตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมาเขยี นแผนภาพตน -ใบ โดยใช ลําตนรวมกันบนกระดาน โดยครูตรวจสอบความถูกตอง T64
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ตวั อยา่ งท่ี 3 ขน้ั สอน จำกแผนภำพตน้ -ใบ แสดงขอ้ มลู จำ� นวนชำไขม่ กุ รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) ทข่ี ำยไดใ้ นแต่ละวันระหวำ่ ง 2 สำขำ คอื สำขำ สยำมสแควรแ์ ละสำขำบำงลำ� พู ในชว่ งเวลำ 15 วนั 15. ครถู ามคําถามเพ่ิมเติมจากตวั อยางท่ี 3 ดงั น้ี ที่ผ่ำนมำ เป็นดงั นี้ • จากแผนภาพตน -ใบ เปน การนาํ เสนอขอ มลู กีช่ ุด จำ� นวนชำไข่ม1ุกทข่ี ำทยมี่ ไาด:้ คลังภาพ อจท. (แนวตอบ 2 ชดุ คอื จาํ นวนชาไขม กุ ทข่ี ายได ในแตละวันของสาขาสยามสแควรและ (แกว้ ) สาขาบางลาํ พู) • จํานวนชาไขมุกท่ขี ายไดมากที่สุดตอวนั ใน ใบ (สาขาสยามสแควร)์ ตน้ ใบ (สาขาบางล�าพู) แตละสาขาเปนเทา ใด 9 8 4 0 3 4 4 (แนวตอบ สาขาสยามสแควรข ายไดม ากทส่ี ดุ 5 2 0 5 1 3 3 5 5 6 6 7 คอื 83 แกว ตอ วัน และสาขาบางลําพขู าย ไดม ากทีส่ ุด คอื 70 แกว ตอ วนั ) 8 7 4 4 6 2 3 • ถาพิจารณาจากแผนภาพตน-ใบ นักเรียน 9 9 8 8 6 7 0 คดิ วา สาขาใดทข่ี ายชาไขม กุ ไดม ากกวา กนั โดยไมต องคํานวณ 38 (แนวตอบ สาขาสยามสแควร เพราะสาขา สยามสแควรส ว นใหญข ายไดใ นชว ง 70 - 79 1) จำ� นวนชำไขม่ ุกทีข่ ำยได้ในแต่ละสำขำส่วนใหญ่อยใู่ นชว่ งใด แกว แตสาขาบางลําพูสวนใหญขายได 2) จ�ำนวนชำไข่มกุ ทั้งหมดทข่ี ำยไดใ้ นแตล่ ะสำขำเปน็ เทำ่ ใด 50 - 59 แกว ) 3) ในช่วงเวลำ 15 วนั ทีผ่ ่ำนมำ สำขำใดท่มี ยี อดขำยชำไขม่ ุกมำกกว่ำกนั และมำกกว่ำอยู่ 16. จากกิจกรรมสํารวจความสูง ครูใหนักเรียน เท่ำใด แตละกลุมนําขอมูลที่รวบรวมไดมาเขียนเปน 4) สำขำใดท่ีมียอดขำยในบำงวันที่มำกกว่ำ 70 แก้ว ขำยได้จ�ำนวนกี่แก้ว และคิดเป็น แผนภาพตน-ใบ โดยใชลําตนรวมกัน โดย ครูสุมนักเรียนของแตละกลุมออกมาชวยกัน รอ้ ยละเท่ำใดของจำ� นวนท่ีขำยไดท้ ง้ั หมด เขยี นแผนภาพดงั กลา วบนกระดาน จากนน้ั ครู และนกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายและเปรยี บเทยี บ ตอบ 1) สาขาสยามสแควรส์ ว่ นใหญข่ ายไดใ้ นชว่ ง 70 - 79 แกว้ และสาขาบางลา� พสู ว่ นใหญ่ ขอมูลทั้ง 2 กลุม จนสรุปความรูที่ไดจาก ขายได้ในชว่ ง 50 - 59 แกว้ กจิ กรรม 2) สาขาสยามสแควร์ขายได้ 990 แก้ว และสาขาบางล�าพูขายได้ 802 แก้ว 3) สาขาสยามสแควรม์ ยี อดขายมากกวา่ และมากกว่าอยู่ 990 - 802 = 188 แกว้ 4) สาขาสยามสแควร์มียอดขายในบางวันท่ีมากกว่า 70 แก้ว มีจ�านวน 473 แก้ว และคิดเปน็ รอ้ ยละ 47.78 ของจา� นวนทข่ี ายไดท้ ัง้ หมด การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 57 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู แผนภาพตน -ใบ แสดงคะแนนสอบของนกั เรียน 2 กลมุ เปน ดังนี้ 1 ชาไขมุก มีตนกําเนิดมาจากประเทศไตหวัน ณ รานชาชุนฉุยถัง ซ่ึงเปน รานชาตนตําหรับของชาไขมุกไตหวัน โดยไขมุกทํามาจากแปงมันสําปะหลัง ใบ (กลมุ ท่ี 1) ตน ใบ (กลมุ ท่ี 2) ตม กับนาํ้ เช่อื มหรอื นํา้ ผึ้ง 98 1 678 T65 85320 2 11457 511 3 02 นกั เรยี นกลุม ใดไดผลรวมของคะแนนสอบมากกวากนั (เฉลยคําตอบ ผลรวมของคะแนนสอบกลุม ท่ี 1 เทา กับ 18 + 19 + 20 + 22 + 23 + 25 + 28 + 31 + 31 + 35 = 252 คะแนน และผลรวมของคะแนนสอบกลมุ ท่ี 2 เทา กับ 16 + 17 + 18 + 21 + 21 + 24 + 25 + 27 + 30 + 32 = 231 คะแนน ดงั นน้ั นกั เรยี นกลุม ที่ 1 ไดผ ลรวมของคะแนนสอบมากกวา )
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ลองทําดู รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) จากแผนภาพต้น-ใบ แสดงข้อมูลผลสอบของ นักเรียนกลุ่มหน่ึง มีคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ 17. ครูใหนักเรยี นทํา “ลองทาํ ด”ู ในหนังสือเรยี น และวิชาภาษาไทย ซึง่ แต่ละวชิ ามีคะแนนเตม็ 100 หนา 58 เพือ่ ตรวจสอบความเขา ใจ จากน้ัน คะแนน เป็นดังน้ี ใหนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบ โดยครู ตรวจสอบความถกู ตองและอธบิ ายเพ่มิ เติม ท่ีมา : คลงั ภาพ อจท. 18. ครูใหนักเรียนจับคูทําแบบฝกทักษะ 2.2 ข คะแนนสอบในแตล่ ะวิชา ขอ 3. ในหนังสือเรียน หนา 59-60 เพ่ือ ใบ (วิชาคณิตศาสตร์) ต้น ใบ (วชิ าภาษาไทย) ตรวจสอบความเขา ใจ จากนนั้ ครสู ุม นกั เรยี น 4 คู ออกมาเฉลยวิธคี ดิ หนา ชัน้ เรยี น โดยครู 8 8 6 5 3 5 2 2 3 4 5 ตรวจสอบความถกู ตองและอธิบายเพม่ิ เตมิ 9 7 7 5 3 2 1 6 0 1 1 7 6 4 2 2 0 7 3 4 6 6 7 8 9 9 1 0 0 8 2 2 5 1) คะแนนสอบแต่ละวิชาสว่ นใหญอ่ ยู่ในช่วงใด 2) ผลต่างของคะแนนสงู สดุ และต�่าสุดของคะแนนสอบแต่ละวิชาเปน็ เท่าใด 3) นกั เรียนท่ีไดค้ ะแนนสอบในแต่ละวชิ ามากกวา่ 75 คะแนน ฝึกทำ�ต่อ มกี ีค่ น และคดิ เป็นรอ้ ยละเท่าใดของจ�านวนนักเรยี นท้ังหมด แบบฝกึ ทกั ษะ 2.2 ข ข้อ 3 หน้า 59 แบบฝกึ ทักษะ 2.2 ข ร ะดบั พ้ืนฐาน 1. ข อ้ มลู ตอ่ ไปน้แี สดงน�้ำหนัก (กโิ ลกรมั ) ของนกั เรยี นกลมุ่ หน่งึ เป็นดังน้ี 42 35 52 62 75 37 45 54 58 65 60 57 38 46 59 71 48 59 62 43 51 45 62 57 54 58 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสรมิ กอ นทีจ่ ะทาํ แบบฝกทกั ษะ 2.2 ข ครูควรทบทวนความรูเก่ยี วกับการสราง ครูใหนกั เรยี นจบั คู แลว เติมชอ งวา งใหสมบูรณ แผนภาพตน -ใบ การอาน และการแปลความหมาย ครูอาจยกตวั อยา งเพิ่มเตมิ ขอ มูลตอไปนแี้ สดงแผนภาพตน-ใบ ซ่ึงมีเง่อื นไข ดังนี้ แลวถาม-ตอบนักเรียน เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของนักเรียน พรอมท้ังเปด โอกาสใหน ักเรียนซักถามเม่ือเกิดขอสงสัย • ขอ มูลแตล ะตวั ไมซ ํา้ กนั • ขอ มลู ท่ีมีคา มากท่สี ุด คอื 48 และขอมลู ทมี่ ีคา นอ ยทส่ี ดุ คือ T66 12 1 ___ 3 5 7 8 2 1 4 ___ 6 9 3 0 2 3 5 ___ 7 4 5 ___ หมายเหตุ ครคู วรใหน กั เรียนเกง และนักเรียนออ นจบั คกู ัน
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ จากข้อมลู ข้างต้น ให้สรา้ งแผนภาพตน้ -ใบ และตอบคา� ถามตอ่ ไปน้ี ขนั้ สอน 1) จ�านวนนักเรียนทง้ั หมดเทา่ กับเทา่ ใด 2) ผลตา่ งของน�้าหนกั ทม่ี ากท่สี ุดและนอ้ ยที่สดุ เป็นเทา่ ใด รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) 3) น้า� หนักของนกั เรียนสว่ นใหญอ่ ยใู่ นช่วงใดมากทสี่ ุด 2. จำกแผนภำพตน้ -ใบ แสดงขอ้ มลู เวลำทน่ี กั เรียนใชใ้ นกำรท�ำแบบทดสอบวชิ ำเคมี เป็นดังนี้ 19. ครใู หนกั เรียนแบง กลมุ กลุมละ 3-4 คน คละ ความสามารถทางคณติ ศาสตร (ออ น ปานกลาง เวลำท่ใี ชท้ ำ� แบบทดสอบ (นำท)ี และเกง) ใหอ ยูก ลุมเดยี วกนั แลว ทาํ กจิ กรรม จบั เวลาพิมพสมั ผสั ตอไปนี้ ตน้ ใบ • ใหแตละกลุมพิมพสัมผัสภาษาไทย โดย 8 8 9 ทดสอบกับเครื่องคอมพิวเตอรในเวลา 1 9 4 7 7 8 นาที แลวบันทกึ ลงในสมดุ 10 0 2 3 5 5 6 8 • เมอื่ ทกุ กลมุ ทาํ เสรจ็ แลว ใหน าํ ขอ มลู ทกุ กลมุ 11 1 1 2 4 5 5 6 7 9 มารวมกนั แลว เขยี นแผนภาพตน -ใบ โดยใช 12 2 3 5 ลําตนรว มกัน ซ่งึ จะแบง ขอมลู เปน 2 กลุม คือ เวลาท่ีใชพิมพสัมผัสของนักเรียนชาย 1) นกั เรียนส่วนใหญใ่ ช้เวลาท�าแบบทดสอบอยใู่ นชว่ งใด และนักเรียนหญิง 2) นกั เรยี นทใ่ี ชเ้ วลาทา� แบบทดสอบนอ้ ยกว่า 100 นาที มกี ีค่ น 3) จา� นวนนกั เรยี นทใ่ี ชเ้ วลาทา� แบบทดสอบในชว่ งตา�่ สดุ มมี ากหรอื นอ้ ยกวา่ จา� นวนนกั เรยี น 20. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุป ความรูทไ่ี ดจากกจิ กรรม ทใ่ี ชเ้ วลาท�าแบบทดสอบในช่วงสงู สดุ ระดบั กลาง 1 3. จำกแผนภำพตน้ -ใบ แสดงข้อมลู จำ� นวนคำ� ที่พมิ พไ์ ด้ โดยทดสอบกำรพิมพ์สัมผัสภำษำไทย และภำษำอังกฤษของพนกั งำนกลมุ่ หน่ึง ในเวลำ 1 นำที เป็นดังน้ี จำ� นวนคำ� ทีพ่ มิ พไ์ ด้ (คำ� ตอ่ นำที) ใบ (ภาษาไทย) ตน้ ใบ (ภาษาองั กฤษ) 8 7 2 8 8 7 6 2 0 3 1 3 6 7 5 1 4 2 3 5 8 9 54 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 59 กจิ กรรม สรางเสริม นักเรียนควรรู ครใู หนกั เรยี นแบง กลมุ กลุม ละ 10 คน คละความสามารถทาง 1 การพิมพส มั ผัส หมายถึง การใชนิ้วมอื ท้ัง 10 น้วิ พิมพดดี โดยไมม องแปน คณติ ศาสตร (ออ น ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลมุ เดยี วกนั จากนนั้ ใชน วิ้ กอย นิ้วนาง นว้ิ กลาง และนวิ้ ชี้ ทั้งมือซาย และมือขวา วางบนแปนพิมพ ใหแตละกลุมทดสอบการพิมพสัมผัสภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สว นนวิ้ หวั แมม อื ใชเ คาะคานวรรค และสายตามองทแ่ี บบพมิ พ ขอ ความทต่ี อ งการ ในเวลา 1 นาที แลวนําขอมูลทั้ง 2 ชุด มาเขียนเปรียบเทียบ พิมพ หรือจอภาพ (คอมพวิ เตอร) โดยใชแ ผนภาพตน -ใบ จากนนั้ สง ตวั แทนกลมุ ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรียน ท่มี า : http://www.rtc.ac.th/www_km/03/037/013_2-2554.pdf T67
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน 1) จ�านวนคา� ทพ่ี มิ พ์ไดใ้ นแตล่ ะภาษาสว่ นใหญ่อยใู่ นชว่ งใด 2) ผลตา่ งของจ�านวนคา� ท่พี ิมพไ์ ด้มากทสี่ ดุ และน้อยทีส่ ดุ ในแต่ละภาษาเป็นเทา่ ใด ลงมอื ทาํ (Doing) 3) พนักงานท่ีพิมพ์สมั ผสั ภาษาอังกฤษไดม้ ากกว่า 40 คา� ตอ่ นาที มีทง้ั หมดกี่เปอรเ์ ซ็นต์ 4) พนักงานทพ่ี ิมพส์ ัมผัสภาษาไทยไดม้ ากกวา่ 35 ค�าต่อนาที มที งั้ หมดกี่เปอรเ์ ซน็ ต์ 1. ครูใหนักเรียนจับคูทําแบบฝกทักษะ 2.2 ข ขอ 4. ในหนังสอื เรยี น หนา 60-61 จากนน้ั ร ะดับท้าทาย ครูและนกั เรียนรว มกนั เฉลยคําตอบท่ีถูกตอง 4. จ ำกแผนภำพต้น-ใบ แสดงข้อมูลค1่ำควำม 2. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 2.2 B ในแบบฝก หดั เข้มข้นของแกสคำร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เปน การบาน เฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อเน่ือง ของเมืองต่ำง ๆ ท่ีส่มุ ตรวจ เป็นดงั นี้ 3. ครูอธิบายเกี่ยวกับกรอบ Information วา คา ppm ยอมาจาก part per million คือ ท่ีมา : คลังภาพ อจท. หนึ่งสวนในลานสวน ซึ่งเปนหนวยวัดความ ควำมเขม้ ขน้ เฉลีย่ ของแกสคำร์บอนมอนอกไซด ์ (ppm) เขมขนของสารท่ีระบุวา มีปริมาณตัวละลาย กส่ี ว นท่ลี ะลายอยูในสารละลายลานสว น โดย ต้น ใบ สวนใหญมักพบเก่ียวกับเร่ืองสิ่งแวดลอมใน 1 3 6 9 งานอุตสาหกรรมหรือตามหนวยงานตางๆ 2 0 1 4 5 INFORMATION เชน การวัดคามลพิษทางอากาศ ซงึ่ หมายถึง 3 2 3 5 5 7 8 ppm หรอื หนง่ึ สว่ นในลา้ นสว่ น สว นของปรมิ าณแกส พษิ ในปรมิ าณของอากาศ 4 0 1 1 3 5 5 8 9 เป็นหน่วยวัดความเข้มข้น ลานสวน หรือปริมาณของตัวถูกละลายใน 5 2 4 4 5 6 ของสารท่รี ะบวุ ่ามีปริมาณตัว สารละลายลานสวน 6 3 5 8 9 ละลายก่ีส่วนที่ละลายอยู่ใน 7 0 0 1 สารละลายล้านสว่ น 8 3 3 4 9 2 3 5 6 โดย 1 ∣ 3 แทน 1.3 ppm 1) จา� นวนเมืองท้งั หมดที่สุ่มตรวจเท่ากบั เทา่ ใด 2) ความเข้มขน้ ของแกสคาร์บอนมอนอกไซด์ท่ีตรวจพบส่วนใหญอ่ ย่ใู นชว่ งใด 3) ผลต่างของความเขม้ ขน้ มากทสี่ ดุ และน้อยทสี่ ดุ เป็นเท่าใด 4) เ มอื งท่ตี รวจพบความเข้มขน้ ของแกสคารบ์ อนมอนอกไซด์มากกว่า 4.5 ppm มจี า� นวน เทา่ ใด และคิดเป็นกีเ่ ปอรเ์ ซน็ ตข์ องจ�านวนเมืองทั้งหมดท่ีสมุ่ ตรวจ 60 นักเรียนควรรู กิจกรรม 21st Century Skills 1 แกสคารบอนมอนอกไซด เปนแกสหลักของมลพิษในอากาศเกิดจากการ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-5 คน คละความสามารถ เผาไหมท ไ่ี มส มบรู ณข องธาตคุ ารบ อนในการเผาขยะ เผาไหมเ ครอื่ งยนต โรงงาน ทางคณิตศาสตร (ออน ปานกลาง และเกง) ใหอยูกลุมเดียวกัน อุตสาหกรรม หากเราหายใจเอาแกส คารบ อนมอนอกไซดเ ขาไปมากๆ จะทาํ ให แลวรวมกันสืบคนจากอินเทอรเน็ตในหัวขอ “ความเขมขนเฉล่ีย ออนเพลยี หนามดื หายใจไมออก อาจหมดสติถงึ กบั เสียชีวิตได ของแกส คารบ อนมอนอกไซดใ นบริเวณทส่ี นใจ” มากลุมละ 1 เรื่อง พรอ มระบุแหลงท่ีมา จากน้ันใหน ักเรยี นแตล ะกลุม ออกมานําเสนอ หนาช้ันเรียน โดยใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint หรือ โปรแกรมนาํ เสนออืน่ ๆ T68
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ใช้ข้อมูลต่อไปนตี้ อบค�ำถำมขอ้ 5)-6) ขนั้ สอน กา� หนดเกณฑ์ของดัชนีคณุ ภาพอากาศของประเทศไทย เป็นดังนี้ ลงมอื ทาํ (Doing) คำ่ ควำมเข้มข้นคำรบ์ อนมอนอกไซด ์ (ppm) ควำมหมำย 0 - 4.4 คุณภาพอากาศดมี าก 4. ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนทาํ Self-Check หลงั จบ 4.5 - 6.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 การวิเคราะหขอมูล 6.5 - 9.0 คณุ ภาพอากาศดี เบื้องตน (1) เพ่ือเปนการตรวจสอบความ 9.1 - 30.0 ปานกลาง เขาใจของตนเอง ในกรณีที่มีขอใดขอหน่ึง ทม่ี ผี ลเปน ควรปรบั ปรงุ ครคู วรกลบั ไปทบทวน 30.1 ข้ึนไป เริ่มมผี ลกระทบต่อสขุ ภาพ ความรเู รอ่ื งนน้ั ๆ เพอ่ื ใหน กั เรยี นมคี วามเขา ใจ มีผลกระทบตอ่ สุขภาพ มากยง่ิ ข้นึ ทมี่ า : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสยี ง กรมควบคมุ มลพิษ 5. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาสรปุ แนวคดิ หลกั ของหนว ย การเรียนรูท่ี 2 การวิเคราะหขอมูลเบ้ืองตน 5) เมืองท่ีมีคุณภาพอากาศดีมากมีจ�านวนเท่าใด และคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของจ�านวนเมือง (1) เมื่อศกึ ษาเสรจ็ แลวครแู ละนกั เรียนรวมกนั ทง้ั หมดท่ีส่มุ ตรวจ อภิปรายความรูท่ไี ดท ั้งหนว ยการเรยี นรูน้ี 6) เมอื งทเ่ี รมิ่ มผี ลกระทบตอ่ สขุ ภาพมจี า� นวนเทา่ ใด และคดิ เปน็ กเ่ี ปอรเ์ ซน็ ตข์ องจา� นวนเมอื ง ทงั้ หมดทสี่ มุ่ ตรวจ 3 Self-Check หลงั จำกเรยี นจบหนว่ ยแลว้ ใหน้ กั เรยี นบอกสญั ลกั ษณท์ ต่ี รงกับระดบั ควำมสำมำรถของตนเอง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ 1. นา� เสนอข้อมูลในรูปตารางแจกแจงความถี่ของขอ้ มูล แบบไม่จดั กลมุ่ และขอ้ มลู แบบจัดกลุ่มได้ 2. นา� เสนอข้อมลู ในรูปตารางแจกแจงความถสี่ ะสม ตาราง แจกแจงความถสี่ มั พทั ธ์ และตารางแจกแจงความถสี่ ะสม สัมพัทธไ์ ด้ 3. วิเคราะหแ์ ละนา� เสนอขอ้ มูลโดยใช้ฮสิ โทแกรมได้ 4. อ่าน แปลความหมาย และวเิ คราะหข์ ้อมลู จากแผนภาพ ต้น-ใบได้ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอื้ งตน้ (1) 61 กจิ กรรม สรางเสริม ครูใหนักเรียนจับคูรวมกันสืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ต เพื่อ ตรวจสอบวาคุณภาพอากาศบริเวณท่ีอยูอาศัยของนักเรียนมีคา ความเขมขนของคารบอนมอนอกไซดอยูเทาใด จากน้ันใหแปล ความหมายของคุณภาพอากาศ โดยใชตารางจากหนังสือเรียน หนา 61 หมายเหตุ ครูควรใหน ักเรยี นเกง และนักเรยี นออ นจบั คูกัน T69
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน สรปุ แนวคดิ หลกั ลงมอื ทาํ (Doing) วเิ คราะหข อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 6. ครใู หนักเรยี นแบง กลุม กลุมละ 4-5 คน คละ 1. การแจกแจงความถ่ี เปน็ วธิ กี ารทางสถติ ทิ ใ่ี ชเ้ รยี งลา� ดบั ขอ้ มลู ตามความมากนอ้ ย ตามความสามารถทางคณิตศาสตร (ออน ของขอ้ มลู และจัดข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นพวกหรือหมวดหมู่ในรูปตาราง ปานกลาง และเกง ) ใหอ ยกู ลุม เดียวกัน แลว ทํากิจกรรมตอ ไปนี้ หรอื แผนภาพ • ใหแตละกลุมยกตัวอยางขอมูลท่ีมีการ แจกแจงความถี่ในรูปตารางซ่ึงเปนการ การแจกแจงความถข่ี อง เป็นการแจกแจงความถี่ของข้อมูลท่ีมีค่าสังเกตจ�านวน แจกแจงความถี่ของขอมูลแบบจัดกลุม ขอ้ มลู แบบไมจ ดั กลมุ ไมม่ าก และค่าสงู สดุ ตา่ งจากค่าต�า่ สดุ ไม่มาก ประกอบดว ยอนั ตรภาคชน้ั ของขอ มลู ความถี่ ความถี่สะสม ความถีส่ ัมพัทธ ความถี่สะสม การแจกแจงความถข่ี อง เป็นการแจกแจงความถี่ของข้อมูลท่ีมีค่าสังเกตจ�านวน สัมพัทธ รอยละของความถี่สัมพัทธ และ ขอ้ มลู แบบจดั กลมุ มาก จงึ ตอ้ งจดั ระเบยี บขอ้ มลู ใหม ่ เพอ่ื งา่ ยตอ่ การวเิ คราะห์ รอ ยละของความถี่สะสมสัมพัทธ • ใหแตล ะกลุมยกตัวอยางขอ มลู การแจกแจง ขอ้ มูลและสรปุ ผล ความถโ่ี ดยใชก ราฟ อาจเปน ขอ มลู ทน่ี าํ เสนอ ดว ยฮสิ โทแกรมหรอื แผนภาพตน -ใบอยา งใด การแจกแจงความถส่ี ะสม ความถสี่ ะสมของคา่ ทเี่ ปน็ ไปไดห้ รอื ของอนั ตรภาคชน้ั ใด อยา งหนงึ่ คอื ผลรวมของความถีข่ องคา่ น้นั หรือของอนั ตรภาคชั้น นน้ั กบั ความถขี่ องคา่ หรอื ของอนั ตรภาคชน้ั ทม่ี ชี ว่ งขอ้ มลู 7. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายและสรปุ ความรู ต�่ากว่าทง้ั หมด ทไี่ ดจ ากกจิ กรรม การแจกแจงความถี่ ความถ่ีสัมพัทธ์ของค่าท่ีเป็นไปได้หรือของอันตรภาค สมั พทั ธ ช้ันใด คือ อัตราสว่ นระหวา่ งความถขี่ องคา่ น้ันหรอื ของ อันตรภาคช้ันน้ันกับผลรวมของความถ่ีท้ังหมด ดังน้ัน ผลรวมของความถสี่ มั พทั ธข์ องทกุ ๆ คา่ ทเี่ ปน็ ไปไดห้ รอื ของ ทุกอนั ตรภาคชนั้ จะต้องมีคา่ เท่ากับ 1 หรือ 100% เสมอ การแจกแจงความถส่ี ะสม ความถส่ี ะสมสมั พทั ธข์ องอนั ตรภาคชนั้ ใด คอื อตั ราสว่ น สมั พทั ธ ระหวา่ งความถสี่ ะสมของคา่ นนั้ หรอื ของอนั ตรภาคชนั้ นน้ั กบั ผลรวมของความถที่ ง้ั หมด ซงึ่ อาจจะอยใู่ นรปู ทศนยิ ม เศษสว่ น หรือร้อยละ 62 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสรมิ ครูทบทวนความรูหนวยการเรียนรูที่ 2 โดยใหนักเรียนศึกษาจากสรุป ครใู หนักเรยี นจับคู แลว ปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนตอไปน้ี • ใหยกตัวอยางท่ีสอดคลองกับการแจกแจงความถี่ของขอมูล แนวคิดหลกั หนา 62-63 แลว เขียนเปน Mind Mapping ลงในสมุด พรอ มทงั้ แบบไมจัดกลุมและขอ มูลแบบจดั กลุม มาอยางละ 1 ชุด • บอกความแตกตางระหวางการแจกแจงความถี่ของขอมูล ยกตวั อยา งประกอบมาอยา งนอ ยหวั ขอ ละ 1 ขอ จากนนั้ ครอู าจตรวจสอบความรู แบบไมจดั กลุมและขอมลู แบบจัดกลุม ของนกั เรยี น โดยใหท าํ แบบทดสอบหลงั เรยี นเพอื่ ประเมนิ ความเขา ใจของเนอ้ื หา หนวยการเรยี นรูน ี้ หมายเหตุ ครูควรใหน กั เรียนเกงและนักเรยี นออนจับคูก ัน T70
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 2. การแจกแจงความถ่ี แสดงการแจกแจงความถี่ของข้อมูล ซ่ึงจะท�าให้เห็น ขนั้ สรปุ โดยใชก้ ราฟ การกระจายของขอ้ มลู ไดช้ ดั เจน 1. ครูใหนักเรียนทบทวนความรูหนวยการเรียนรู ฮสิ โทแกรม เปน็ แผนภาพรปู สเี่ หลย่ี มมมุ ฉากทวี่ างเรยี งตดิ กนั บนแกนนอน (แกน X) ท่ี 2 การวิเคราะหขอมูลเบ้ืองตน (1) โดย สว่ นแกนตง้ั (แกน Y) จะแสดงความถ ี่ และพน้ื ทข่ี องรปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก ศึกษาจากส่ือ PowerPoint เรื่อง การวเิ คราะห แตล่ ะรปู จะแทนความถขี่ องแตล่ ะอนั ตรภาคชนั้ โดยพนื้ ทข่ี องรปู สเี่ หลย่ี ม ขอมูลเบ้ืองตน (1) จากนั้นใหนักเรียนเขียน มมุ ฉากเปน็ สดั สว่ นกบั ความถข่ี องคา่ ในชว่ งทแ่ี สดงดว้ ยความกวา้ งของ ผังมโนทศั น เพื่อใหเกิดความคดิ รวบยอดของ แท่งส่เี หลีย่ มมมุ ฉากนัน้ ทั้งหนวยการเรียนรูท่ี 2 การวิเคราะหขอมูล เบ้อื งตน (1) รูปหลำยเหล่ยี มของควำมถี่ เปน็ รปู หลายเหลยี่ มทเ่ี กดิ จากการลากเสน้ เชอื่ มระหวา่ งจดุ กงึ่ กลางทป่ี ลายดา้ นบน 2. ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี นเพอ่ื สรปุ ความรใู นหนว ย ของรปู ส่ีเหลยี่ มมมุ ฉากทกุ รูป โดยปลายทั้งสองจะตอ้ งสมั ผสั กบั แกนนอน การเรยี นรทู ่ี 2 การวเิ คราะหข อ มลู เบอ้ื งตน (1) ดงั น้ี เส้นโค้งควำมถี่ เป็นเส้นโค้งท่ีเกิดจากการปรับเส้นของรูปหลายเหล่ียมของความถ่ีให้เรียบขึ้น • การแจกแจงความถขี่ องขอ มลู มคี วามสาํ คญั โดยการปรับจะต้องให้พื้นท่ีภายใต้เส้นโค้งที่ปรับใหม่มีขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่ของ อยา งไร รปู หลายเหล่ยี มของความถ่ี (แนวตอบ ใชในการจัดระเบียบของขอมูล ใหเปนกลุมหรอื หมวดหมู เพื่อความสะดวก แผนภาพตน้ -ใบ เปน็ การนา� เสนอข้อมลู เชิงปริมาณ เพื่อแสดงการแจกแจงความถ่ี ในการวิเคราะหข อมูลและสรุปผล) และวิเคราะหข์ ้อมลู เบอื้ งต้น • การแจกแจงความถข่ี องขอ มลู แบบไมจ ดั กลมุ เหมาะกบั ขอมูลแบบใด (แนวตอบ ขอมูลทีม่ คี า สงั เกตจาํ นวนไมมาก และคา สงั เกตสงู สดุ ตา งจากคา สงั เกตตา่ํ สดุ ไมม าก) • การแจกแจงความถ่ีของขอมูลแบบจัดกลุม เหมาะกับขอมลู แบบใด (แนวตอบ ขอมลู ทีม่ ีคา สงั เกตจาํ นวนมาก) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอ้ื งตน้ (1) 63 กจิ กรรม สรางเสริม สอื่ Digital ครูใหนักเรียนจับคู แลว ปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนตอไปน้ี ครูอาจใหน ักเรยี นสืบคน ความรเู พม่ิ เติมผานทาง www.youtube.com • ใหยกตัวอยางของขอมูลฮิสโทแกรมและแผนภาพตน-ใบ โดยใชคาํ สืบคน ดงั นี้ มาอยางละ 1 ชดุ • บอกความแตกตางระหวางการแจกแจงความถี่โดยใชกราฟ • การแจกแจงความถโ่ี ดยใชกราฟ ระหวา งฮสิ โทแกรมและแผนภาพตน -ใบ • ฮสิ โทแกรม • แผนภาพตน -ใบ หมายเหตุ ครูควรใหนกั เรียนเกงและนักเรียนออนจับคูก นั เชน https://www.youtube.com/watch?v=hZfsHBmAdfE T71
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สรปุ แบบฝกึ ทกั ษะประจาำ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 • ความถี่สะสมของอันตรภาคช้ันสุดทายกับ คำ� ชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นตอบคำ� ถำมตอ่ ไปน้ี จํานวนขอมูลท้ังหมดมีความสัมพันธกัน 1. ขอ้ มูลชดุ หนึ่งน�าเสนอเป็นตารางแจกแจงความถ่ไี ด้ ดังนี้ อยา งไร (แนวตอบ ความถ่ีสะสมของอันตรภาคชั้น อนั ตรภำคชัน้ ควำมถี่ ควำมถ่สี ะสม ควำมถสี่ ัมพัทธ์ สุดทา ยมีคาเทา กบั จาํ นวนขอ มลู ทง้ั หมด) 0 - 9 4 • ผลรวมของความถ่ีสัมพัทธของทุกๆ คาที่ เปนไปได หรือของทุกอนั ตรภาคช้นั จะตอ ง 10 - 19 6 10 0.15 มีคาเทา ใด (แนวตอบ 1 หรือ 100%) 20 - 29 10 20 • รอยละของความถ่ีสะสมสัมพัทธหาได 30 - 39 12 32 อยางไร (แนวตอบ ความถสี่ ะสมสัมพัทธ × 100) 40 - 49 8 0.2 • ถาขอมูลแจกแจงความถี่แบบจัดกลุมและ 1) จากตารางแจกแจงความถข่ี ้างต้น ใหเ้ ตมิ ค�าตอบลงในชอ่ งว่างให้สมบรู ณ์ เรยี งขอ มลู จากนอ ยไปมาก นกั เรยี นสามารถ 2) ข้อมลู ชว่ งใดทม่ี ีความถีม่ ากทสี่ ดุ และช่วงใดทม่ี คี วามถ่นี ้อยที่สุด หาขอบลา งกบั ขอบบนไดอยางไร 3) ข ้อมูลท่ีมีค่าต้ังแต่ 20 ขึ้นไป มีก่ีจ�านวน และคิดเป็นร้อยละเท่าใดของจ�านวนข้อมูล (แนวตอบ ขอบลา ง คอื คากึ่งกลางระหวา ง คาที่นอยท่ีสุดของอันตรภาคชั้นนั้นกับคาท่ี ท้ังหมด มากท่ีสุดของอันตรภาคชั้นกอนหนาและ 4) ขอ้ มลู ทอี่ ยใู่ นชว่ ง 10 - 39 มกี จ่ี า� นวน และคดิ เปน็ รอ้ ยละเทา่ ใดของจา� นวนขอ้ มลู ทงั้ หมด เปนอันตรภาคช้ันของขอมูลที่มีคานอยกวา 5) ถา้ ขอ้ มูลชดุ นีม้ ีค่าสงั เกตเพ่มิ ขน้ึ อกี 5 คา่ คอื 17, 21, 23, 28 และ 45 อยากทราบวา่ ขอบบน คอื คา กง่ึ กลางระหวา งคา ทมี่ ากทสี่ ดุ ขอ้ มลู ช่วงใดท่ีมีความถม่ี ากทส่ี ุด ของอันตรภาคชั้นนั้นกับคาท่ีนอยท่ีสุดของ อันตรภาคช้ันถัดไปที่อยูติดกันและเปน 2. ใ นการสา� รวจอายุของพนกั งานบรษิ ทั แหง่ หนงึ่ เปน็ ดงั น้ี อันตรภาคชั้นของขอ มลู ทม่ี ีคามากกวา ) อำย ุ (ปี) ควำมถ่ี (คน) ควำมถสี่ ัมพทั ธ์ 20 - 29 62 x 30 - 39 0.15 40 - 49 29 50 - 59 30 60 - 69 34 ให้หาค่า x จากตารางแจกแจงความถส่ี ัมพัทธ์ แลว้ เตมิ คา� ตอบลงในช่องว่างใหส้ มบูรณ์ 64 ขอ สอบเนน การคิด (เฉลยคาํ ตอบ เนือ่ งจากขอมลู อนั ตรภาคชนั้ แรก มคี วามถ่ี = 3 และความถ่ีสัมพทั ธ = 0.15 ขอมลู ชุดหนึ่งนาํ เสนอเปน ตารางแจกแจงความถี่ได ดงั นี้ ขอ มลู ความถ่ี ความถ่สี มั พนั ธ จะได จาํ นวนขอมลู ทั้งหมด = 0.315 = 20 1-5 3 0.15 นนั่ คือ Z = 20 - (3 + 5 + 8) = 4 6 - 10 225800 11 - 15 5 X X = = 0.25 16 - 20 Y = = 0.4 8 Y Z 1 ใหหา 4X + 5Y + Z ดงั นั้น 4X + 5Y + Z = 4(0.25) + 5(0.4) + Z =1+2+4 = 7) T72
นาํ สอน สรุป ประเมนิ 3. จากการส่มุ ตรวจระดับไขมันในเลือดของพนกั งานบริษัทกลุ่มหนง่ึ จ�านวน 32 คน เป็นดงั น้ี ขนั้ สรปุ ระดับไขมันในเลือด (มิลลิกรมั ตอ่ เดซลิ ิตร) ของพนกั งำนบริษทั 32 คน • ความกวางของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากแตละรูป 120 132 153 179 212 180 245 189 ของฮิสโทแกรมมีความสัมพันธกับขอบบน 234 199 156 182 137 160 223 245 และขอบลา งอยางไร 241 190 144 166 132 160 199 158 (แนวตอบ ความกวา งของแตล ะอนั ตรภาคชน้ั 205 147 186 172 163 154 168 181 มีคาเทากับผลตางของขอบบนกับขอบลาง 1) สร้างตารางแจกแจงความถ่ีท่ีมีอันตรภาคช้ัน 120 - 139, 140 - 159, 160 - 179, ของแตล ะอนั ตรภาคชนั้ ) 180 - 199, 200 - 219, 220 - 239 และ 240 - 259 • จุดก่ึงกลางชนั้ คอื อะไร 2) ถ า้ ระดบั ไขมนั ในเลอื ดนอ้ ยกวา่ 200 มลิ ลกิ รมั ตอ่ เดซลิ ติ ร จะอยใู่ นระดบั ปกต ิ ระดบั ไขมนั (แนวตอบ คาก่งึ กลางระหวา งขอบบนและ ในเลอื ดในชว่ ง 200 - 239 มลิ ลกิ รมั ตอ่ เดซลิ ติ ร จะอยใู่ นระดบั สงู ปานกลาง และระดบั ไขมนั 3. ครขูใอหบนลักา เงรียซนง่ึ ทหาําไแดบจ บาฝกกขทอักบษบะนป+ร2ะขจอําบหลนางว)ย ในเลอื ดตงั้ แต ่ 240 มลิ ลกิ รมั ตอ่ เดซลิ ติ รขน้ึ ไป จะอยใู่ นระดบั สงู อยากทราบวา่ พนกั งาน การเรียนรทู ่ี 2 เพ่อื ตรวจสอบความเขาใจเปน บริษัทกลุ่มนี้มีระดับไขมันในเลือดที่อยู่ในระดับปกติ ระดับสูงปานกลาง และระดับสูง รายบุคคล แลวครูสุมนักเรียนออกมาเฉลย กล่มุ ละกี่คน และคดิ เปน็ รอ้ ยละเท่าใดของจ�านวนพนกั งานทัง้ หมด วิธีคิดหนาชั้นเรียน จากน้ันครูและนักเรียน 4. แผนภาพต้น-ใบ ของข้อมลู ชดุ หน่งึ เปน็ ดงั นี้ รวมกันอภิปรายคําตอบท่ีไดจนสรุปความรู ท่ีถกู ตอ ง 2 1 2 2 3 2 4 4 4 5 7 ขนั้ ประเมนิ 4 1 3 3 5 5 6 6 5 1. ครตู รวจแบบฝกทักษะ 2.2 ข 6 0 0 4 9 2. ครูตรวจ Exercise 2.2 B 3. ครูตรวจแบบฝกทักษะประจําหนว ยการเรยี นรู พิจารณาข้อความต่อไปนวี้ ่าถกู ตอ้ งหรอื ไม ่ เพราะเหตใุ ด 1) ขอ้ มลู ชุดน้มี ีทั้งหมด 69 จา� นวน ที่ 2 2) ข้อมูลท่มี ีความถมี่ ากท่ีสุดอยู่ในช่วง 40 - 49 คิดเปน็ รอ้ ยละ 36 ของจ�านวนข้อมูล 4. ครูตรวจผงั มโนทัศนห นวยการเรยี นรทู ่ี 2 5. ครูประเมนิ การนําเสนอผลงาน ทั้งหมด 6. ครูสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล 3) ข้อมลู ท่ีมคี ่าต่า� กวา่ 39 คดิ เปน็ ร้อยละ 45 ของจ�านวนข้อมลู ทง้ั หมด 7. ครูสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ 8. ครสู งั เกตความมีวินัย ใฝเรียนรู มุงมนั่ ในการทํางาน การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เบอื้ งตน้ (1) 65 กิจกรรม สรางเสริม แนวทางการวัดและประเมินผล ครูใหน กั เรียนจบั คู แลวปฏบิ ตั ติ ามข้นั ตอนตอ ไปน้ี ครูสามารถวัดและประเมินพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล จากแบบฝก • จากแบบฝก ทักษะประจาํ หนว ยการเรียนรูท ่ี 2 ขอ 4. ถา เพ่ิม ทักษะประจําหนวยการเรียนรู 2 ในขั้นสรุป โดยศึกษาเกณฑการวัดและ ขอ มลู 50, 52, 55, 57 และ 59 ใหห าวาขอ มลู ชุดนีม้ ที ั้งหมด ประเมินผลจากแบบประเมินของแผนการจดั การเรียนรใู นหนวยการเรยี นรูท ่ี 2 กีจ่ าํ นวน และขอมลู ทีม่ ีคาตํ่ากวา 50 คิดเปนรอ ยละเทา ใด ของจาํ นวนขอมลู ทง้ั หมด โดยทาํ ลงในกระดาษ A4 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล • นําเสนอวิธีคิดหนา ชนั้ เรยี น คาช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั หมายเหตุ ครคู วรใหน ักเรยี นเกงและนกั เรยี นออ นจับคูก ัน ระดบั คะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 4321 1 การแสดงความคิดเหน็ 2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื 3 การทางานตามหนา้ ที่ท่ีได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอื่ ...................................................ผ้ปู ระเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครง้ั เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ตา่ กว่า 10 ปรับปรงุ T73
Chapter Overview แผนการจัด สื่อที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ การเรยี นรู้ - หนังสอื เรยี น อนั พึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 รายวชิ าพื้นฐาน คา่ เฉล่ีย คณติ ศาสตร์ ม.6 1. ห าค่าเฉลย่ี เลขคณิต Concept - ตรวจใบงานท่ี 3.1 - ทักษะการสงั เกต 1. มวี นิ ยั เลขคณิต - แ บบฝึกหัด ของขอ้ มูลท่ีไม่ได้ Based - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ - ทกั ษะการตีความ 2. ใฝเ่ รยี นร ู้ แจกแจงความถี่ ข้อมูล Teaching 3.1 ก - ทกั ษะการให้ 3. มุ่งมัน่ 5 รายวชิ าพนื้ ฐาน ท่ีแจกแจงความถ่ีแลว้ - ตรวจ Exercise 3.1 A เหตผุ ล ในการทำ� งาน คณติ ศาสตร์ ม.6 ค่าเฉลย่ี เลขคณิตถว่ ง - การน�ำเสนอผลงาน - ทักษะกระบวน ชว่ั โมง - ใบงานที่ 3.1 นำ�้ หนกั และค่าเฉลย่ี - สงั เกตพฤตกิ รรม การคดิ แกป้ ัญหา - QR Code เลขคณติ รวมได้ (K) การทำ� งานรายบุคคล - ทกั ษะการนำ� แผนฯ ท่ี 2 - สงั เกตพฤติกรรม ความร้ไู ปใช้ มัธยฐาน - หนังสือเรยี น 2. เขียนขัน้ ตอนวิธีการ การทำ� งานกลุม่ รายวชิ าพ้นื ฐาน แกโ้ จทย์ปญั หาเกยี่ วกับ - สังเกตความมวี ินัย 5 คณิตศาสตร์ ม.6 คา่ เฉล่ียเลขคณติ ได้ ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่นั - แบบฝกึ หดั ถูกตอ้ ง (P) ในการท�ำงาน ชว่ั โมง รายวิชาพนื้ ฐาน 3. นำ� ความรเู้ กยี่ วกบั คณติ ศาสตร์ ม.6 ค่าเฉลย่ี เลขคณติ ไปใช้ - ใบงานท่ี 3.2 ในชีวิตจริงได้ (A) 1. หามธั ยฐานของขอ้ มูล Concept - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - ทกั ษะการสังเกต 1. มีวินยั ได้ (K) Based - ตรวจแบบฝกึ ทักษะ - ทักษะการตคี วาม 2. ใฝเ่ รียนร ู้ 3.1 ข - ทกั ษะการให้ 3. มงุ่ มน่ั 2. เขียนขั้นตอนวธิ กี าร Teaching - ตรวจ Exercise 3.1 B เหตผุ ล ในการทำ� งาน แก้โจทยป์ ญั หาเกีย่ วกบั - การน�ำเสนอผลงาน - ทักษะกระบวน มธั ยฐานได้ถูกตอ้ ง (P) - สังเกตพฤติกรรม การคิดแกป้ ัญหา การทำ� งานรายบุคคล - ทกั ษะการนำ� 3. นำ� ความรู้เกย่ี วกบั - สงั เกตพฤติกรรม ความรูไ้ ปใช้ มธั ยฐานไปใช้ การทำ� งานกลุม่ ในชวี ติ จรงิ ได้ (A) - สังเกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่นั ในการท�ำงาน T74
แผนการจดั สื่อท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทกั ษะที่ได้ คณุ ลักษณะ การเรียนรู้ - ห นงั สอื เรียน อันพงึ ประสงค์ แผนฯ ท่ี 3 รายวิชาพนื้ ฐาน ฐานนิยม คณติ ศาสตร์ ม.6 1. ห าฐานนยิ มของข้อมลู Concept - ตรวจใบงานท่ี 3.3 - ทกั ษะการสงั เกต 1. มวี นิ ยั - แ บบฝกึ หัด ได้ (K) Based - ตรวจแบบฝึกทักษะ - ทักษะการตีความ 2. ใฝ่เรยี นรู ้ 5 3.1 ค - ทกั ษะการให้ 3. มุ่งม่นั รายวิชาพื้นฐาน 2. เขียนข้นั ตอนวิธกี าร Teaching - ตรวจ Exercise 3.1 C เหตผุ ล ในการทำ� งาน ชวั่ โมง คณติ ศาสตร์ ม.6 แก้โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับ - การน�ำเสนอผลงาน - ทักษะกระบวน - ใบงานที่ 3.3 ฐานนิยมไดถ้ กู ต้อง (P) - สังเกตพฤตกิ รรม การคดิ แก้ปัญหา 3. น ำ� ความรเู้ กี่ยวกบั การทำ� งานรายบุคคล - ทกั ษะการนำ� - สังเกตพฤติกรรม ความรู้ไปใช้ ฐานนิยมไปใช้ การทำ� งานกลุ่ม ในชีวติ จรงิ ได้ (A) - สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการท�ำงาน แผนฯ ท่ี 4 - ห นงั สือเรียน 1. เปรียบเทยี บและ Concept - ตรวจใบงานท่ี 3.4 - ทกั ษะการสังเกต 1. มวี ินยั ขอ้ สงั เกต รายวชิ าพื้นฐาน บอกความแตกตา่ ง Based - ตรวจแบบฝึกทักษะ - ทักษะการตคี วาม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ และหลักเกณฑ์ คณติ ศาสตร์ ม.6 ของค่ากลางชนิดตา่ ง ๆ Teaching 3.1 ง - ทักษะการให้ 3. มงุ่ ม่ัน ที่ส�ำคญั ในการ - ใบงานที่ 3.4 ท่ีเหมาะสมกบั ข้อมลู ได้ - ก ารน�ำเสนอผลงาน เหตุผล ในการทำ� งาน ใชค้ ่ากลาง (K) - สังเกตพฤตกิ รรม - ทักษะการนำ� ชนิดต่าง ๆ ความร้ไู ปใช้ 2. เลอื กใชค้ า่ กลาง การท�ำงานรายบคุ คล 4 ท่เี หมาะสมกบั ข้อมลู - สังเกตพฤติกรรม ทก่ี ำ� หนดไดถ้ ูกตอ้ ง (P) ช่วั โมง 3. นำ� ความรู้เก่ียวกับ การท�ำงานกลมุ่ การเลอื กใช้ค่ากลาง - สังเกตความมวี ินยั ชนดิ ต่าง ๆ ไปใช้ ในชีวิตจรงิ ได้ (A) ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่ัน ในการท�ำงาน T75
แผนการจดั สอ่ื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คุณลกั ษณะ การเรียนรู้ อนั พึงประสงค์ แผนฯ ที่ 5 - หนงั สอื เรียน 1. หาเปอรเ์ ซน็ ไทล์ Concept - ตรวจแบบฝึกทักษะ 3.2 - ทกั ษะการสงั เกต 1. มวี ินยั การวดั ตำ� แหนง่ ท่ี รายวิชาพ้นื ฐาน ณ ตำ� แหนง่ ตา่ ง ๆ Based - ตรวจ Exercise 3.2 - ทักษะการตคี วาม 2. ใฝเ่ รยี นร ู้ ของขอ้ มลู คณติ ศาสตร์ ม.6 ของขอ้ มูลได้ (K) Teaching - การน�ำเสนอผลงาน - ทกั ษะการให้ 3. มงุ่ ม่ัน 2. เขยี นข้นั ตอนวิธีการ 5 - แบบฝกึ หัด แกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกบั - สงั เกตพฤติกรรม เหตุผล ในการทำ� งาน รายวิชาพื้นฐาน เปอร์เซ็นไทล์ได้ถูกต้อง การทำ� งานรายบุคคล - ทักษะกระบวน คณิตศาสตร์ ม.6 (P) - สงั เกตพฤติกรรม การคิดแก้ปญั หา ชวั่ โมง 3. นำ� ความรเู้ กี่ยวกบั การทำ� งานกลมุ่ - ทกั ษะการนำ� เปอร์เซน็ ไทล์ไปใช้ ในชวี ติ จรงิ ได้ (A) - สังเกตความมีวนิ ัย ความรู้ไปใช้ ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่น ในการทำ� งาน แผนฯ ที่ 6 - หนังสือเรียน 1. หาพิสัยของขอ้ มลู Concept - ตรวจแบบฝกึ ทักษะ - ทกั ษะการสงั เกต 1. มวี นิ ยั พสิ ัย รายวิชาพ้นื ฐาน ทีไ่ มไ่ ด้มีการแจกแจง Based 3.3 ก - ทกั ษะการตีความ 2. ใฝเ่ รียนร ู้ คณติ ศาสตร์ ม.6 ความถี่ และขอ้ มลู Teaching - ตรวจ Exercise 3.3 A - ทกั ษะการให้ 3. ม่งุ ม่นั 4 - แ บบฝกึ หัด ที่มกี ารแจกแจง - การน�ำเสนอผลงาน เหตุผล ในการทำ� งาน ความถีโ่ ดยแบ่งเปน็ - สงั เกตพฤติกรรม - ทักษะกระบวน ช่วั โมง รายวชิ าพนื้ ฐาน อนั ตรภาคช้ันได้ (K) การทำ� งานรายบคุ คล การคิดแก้ปญั หา คณติ ศาสตร์ ม.6 2. เขียนขัน้ ตอนวิธกี าร - สงั เกตพฤติกรรม - ทกั ษะการนำ� แกโ้ จทยป์ ญั หาเก่ียวกับ การทำ� งานกล่มุ ความรู้ไปใช้ พิสยั ไดถ้ กู ตอ้ ง (P) - สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ มน่ั 3. นำ� ความรเู้ กี่ยวกบั พสิ ยั ในการท�ำงาน ไปใช้ในชีวติ จรงิ ได้ (A) T76
แผนการจดั สอ่ื ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ การเรียนรู้ - หนงั สือเรียน อันพงึ ประสงค์ แผนฯ ที่ 7 รายวิชาพื้นฐาน สว่ นเบ่ียงเบน คณิตศาสตร์ ม.6 1. หาสว่ นเบี่ยงเบน Concept - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ - ทักษะการสังเกต 1. มีวนิ ัย มาตรฐาน - แ บบฝกึ หดั มาตรฐานของข้อมลู Based 3.3 ข - ทักษะการตคี วาม 2. ใฝ่เรยี นร ู้ ตัวอยา่ งและข้อมูล Teaching - ตรวจ Exercise 3.3 B - ทกั ษะการให้ 3. ม่งุ มั่น 4 รายวชิ าพน้ื ฐาน ประชากรได้ (K) - การน�ำเสนอผลงาน เหตุผล ในการทำ� งาน คณติ ศาสตร์ ม.6 - สังเกตพฤติกรรม - ทักษะกระบวน ชั่วโมง 2. เขียนขนั้ ตอนวิธกี าร การทำ� งานรายบุคคล การคิดแกป้ ญั หา แกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั - สงั เกตพฤติกรรม - ทกั ษะการนำ� สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน การทำ� งานกลุ่ม ความรไู้ ปใช้ ไดถ้ กู ตอ้ ง (P) - สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ัน 3. น�ำความรเู้ กยี่ วกับ ในการท�ำงาน ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ไปใชใ้ นชีวิตจรงิ ได้ (A) T77
แผนการจัด ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ การเรียนรู้ - ห นงั สือเรียน อนั พึงประสงค์ แผนฯ ท่ี 8 รายวชิ าพ้นื ฐาน ความแปรปรวน คณติ ศาสตร์ ม.6 1. หาความแปรปรวน Concept - ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ - ทกั ษะการสงั เกต 1. มวี ินัย - แบบฝึกหัด ของข้อมลู ตัวอยา่ ง Based 3.3 ค - ทกั ษะการตคี วาม 2. ใฝ่เรยี นร้ ู 3 และขอ้ มลู ประชากรได้ Teaching - ตรวจ Exercise 3.3 C - ทักษะการให้ 3. มงุ่ ม่นั รายวิชาพน้ื ฐาน (K) - การน�ำเสนอผลงาน เหตุผล ในการทำ� งาน ช่วั โมง คณติ ศาสตร์ ม.6 2. เขียนขน้ั ตอนวิธีการ - สงั เกตพฤติกรรม - ทักษะกระบวน แกโ้ จทย์ปญั หาเกีย่ วกบั การทำ� งานรายบุคคล การคิดแก้ปญั หา ความแปรปรวนได้ - สังเกตพฤตกิ รรม - ทกั ษะการนำ� ถูกตอ้ ง (P) การทำ� งานกล่มุ ความรไู้ ปใช้ 3. นำ� ความรู้เกีย่ วกับ - สังเกตความมีวินยั ความแปรปรวนไปใช้ ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่น ในชวี ิตจริงได้ (A) ในการทำ� งาน T78
แผนการจดั ส่อื ที่ใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ การเรยี นรู้ - หนังสอื เรียน อนั พงึ ประสงค์ แผนฯ ที่ 9 รายวิชาพ้นื ฐาน ความสมั พนั ธ์ คณิตศาสตร์ ม.6 1. อ ธิบายความสัมพนั ธ์ Concept - ตรวจแบบฝึกทักษะ - ทักษะการสังเกต 1. มีวินัย ระหวา่ งการ - แบบฝึกหดั ระหวา่ งการแจกแจง Based 3.3 ง - ทักษะการตีความ 2. ใฝ่เรยี นรู้ แจกแจงความถ่ี ความถ่ี ค่ากลาง และ Teaching - ตรวจ Exercise 3.3 D - ทักษะการให้ 3. มงุ่ มนั่ คา่ กลาง และ รายวิชาพืน้ ฐาน ค่าการกระจายของ - ตรวจแบบฝึกทกั ษะ เหตผุ ล ในการทำ� งาน ค่าการกระจาย คณติ ศาสตร์ ม.6 ข้อมลู ได้ (K) ประจ�ำหนว่ ยการเรียนรู้ - ทกั ษะกระบวน ของขอ้ มลู - PowerPoint ที่ 3 การคดิ แกป้ ญั หา 2. อา่ นและแปล - ตรวจผงั มโนทศั น์ - ทักษะการนำ� 5 ความหมายข้อมูล หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 ความรูไ้ ปใช้ ท่นี �ำเสนอดว้ ยแผนภาพ การวิเคราะหข์ อ้ มูล ชว่ั โมง กลอ่ งได้ (K) เบื้องตน้ (2) 3. วเิ คราะหข์ อ้ มลู จาก - การนำ� เสนอผลงาน แผนภาพกล่อง - สังเกตพฤติกรรม ท่ีกำ� หนดได้ (K) การทำ� งานรายบุคคล - สงั เกตพฤตกิ รรม 4. ใช้ความรู้ ทกั ษะ และ การทำ� งานกลุ่ม กระบวนการทาง - สงั เกตความมีวินยั คณิตศาสตร์ในการแก้ ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มัน่ ปัญหาไดอ้ ย่างถกู ต้อง ในการท�ำงาน (P) 5. น�ำความรูเ้ กีย่ วกับ ความความสมั พนั ธ์ ระหว่างการแจกแจง ความถี่ คา่ กลาง และ ค่าการกระจายของ ข้อมลู ไปใช้ในชวี ติ จริง ได้ (A) T79
นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ นาํ (Concept Based Teaching) การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge) 1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียน โดยให นักเรียนดูภาพหนาหนวยการเรียนรูท่ี 3 ใน หนงั สอื เรยี น หนา 66-67 แลว รว มกนั สนทนาใน ชั้นเรียนเก่ียวกับอุณหภูมิเฉล่ียในเขตกรุงเทพ มหานครและปริมณฑลวา อุณหภูมิเฉล่ียใน เดือนกรกฎาคมและตุลาคมมีคาเทากัน ซึ่ง อาจยังไมสามารถสรุปไดวาตลอดท้ังเดือน อุณหภูมิทั้ง 2 เดือนนี้มีคาเทากัน นอกจาก อุณหภูมิเฉลี่ยซ่ึงเปนคากลางของขอมูลแลว นักเรียนสามารถใชการวัดการกระจาย เชน สว นเบยี่ งเบนมาตรฐาน เพอ่ื อธบิ ายวา อณุ หภมู ิ ตลอดทั้งเดือนมีการกระจายตัวของขอมูล อยางไร ทมี่ า : คลังภาพ อจท. เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสริมสรางคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค การเรียนการสอนของหนวยการเรียนรูที่ 3 เร่ือง การวิเคราะหขอมูล ครคู วรปลกู ฝง ใหน กั เรยี นมรี ะเบยี บวนิ ยั ปฏบิ ตั ติ นตามขอ ตกลง เบอ้ื งตน (2) ครคู วรเลอื กใชว ธิ กี ารถาม-ตอบ และยกตวั อยา งสถานการณใ กลต วั กฎเกณฑ ระเบยี บ ไมล ะเมดิ สทิ ธขิ องผอู นื่ เชน ใหน กั เรยี นนง่ั ประจาํ ที่ หรอื สถานการณใ นชวี ติ ประจาํ วนั ของนกั เรยี นเปน กรณศี กึ ษา จนเกดิ เปน ความรู ของตนเองและไมสงเสียงดัง ใหนักเรียนแตงกายมาโรงเรียนให ความเขา ใจ และนําความรูที่ไดไปประยุกตใ ชใ นชวี ิตประจาํ วัน ถูกระเบียบ เขาเรียนตรงตอเวลา และใหนักเรียนสงงานตรงตาม เวลาทคี่ รูกาํ หนด T80
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ขน้ั นาํ (Concept Based Teaching) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การใชค้ วามรเู้ ดมิ ฯ (Prior Knowledge) เบอื้ งตน้ (2) 2. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางการใชสวนเบี่ยงเบน ปในรปมิ ณี พฑ.ลศ1 .อ 2ณุ 5ห6ภ2มู เิเฉขลตยี่ กใรนุงเดเทอื พนกมรหกาฎนาคคมรแแลละะ มาตรฐานท่ีพบเหน็ ในชีวิตจริง เดอื นตลุ าคม มคี า่ เทา่ กนั อยทู่ ี่29.5 C� ซง่ึ อาจยงั (แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบไดห ลากหลาย ไมส่ ามารถสรปุ ไดว้ า่ อณุ หภมู ติ ลอดทงั้ เดอื นใน ตามความรูพื้นฐาน เชน การคํานวณเกรด สองเดอื นนม้ี คี า่ เท่ากัน นอกจากอุณหภูมิเฉลี่ย เฉล่ียในมหาวิทยาลัยอาจมีบางวิชาที่ใชสวน ซงึ่ เปน็ คา่ กลางของขอ้ มลู แลว้ นกั เรยี นสามารถ เบ่ียงเบนมาตรฐานในการตัดเกรด) ใชก้ ารวดั การกระจาย เพอื่ จะอธบิ ายวา่ อณุ หภมู ิ ตลอดทั้งเดือนมีการกระจายตัวของข้อมูล 3. ครูกลาววา ถานําอุณหภูมิในแตละวันมาหา อย่างไร เพื่อท�าให้เกิดความเข้าใจท่ีดีย่ิงข้ึน สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จะทําใหทราบการ ซึ่งในหน่วยการเรียนรู้นี้ นักเรียนจะได้ศึกษา กระจายของขอมูลได ซ่ึงนักเรียนจะไดศึกษา การวดั การกระจายของขอ้ มลู ในทางสถติ ิ ไดแ้ ก ่ ในหนว ยการเรยี นรูท ี่ 3 พิสยั และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน หมายเหตุ ครูอาจใหนักเรียนทําแบบทดสอบ พน้ื ฐานกอนเรียน โดยสแกน QR Code ใน ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา หนงั สอื เรยี น หนา 67 ตวั ชี้วดั • เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิตใิ นการนา� เสนอขอ้ มูล และ แปลความหมายของค่าสถิติเพ่อื ประกอบการตดั สินใจ (ค 3.1 ม.6/1) สาระการเรียนรแู้ กนกลาง Recall • ตา� แหนง่ ท่ีของข้อมูล • คา่ กลาง (ฐานนยิ ม มัธยฐาน ค่าเฉลีย่ เลขคณติ ) • ค ่าการกระจาย (พสิ ัย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน) • การแปลความหมายของค่าสถิติ กิจกรรม 21st Century Skills นักเรียนควรรู ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-5 คน คละความสามารถ 1 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบดว ยเขตการปกครอง 6 จังหวดั ทางคณิตศาสตร (ออน ปานกลาง และเกง) ใหอยูกลุมเดียวกัน ไดแ ก กรงุ เทพมหานคร นครปฐม นนทบรุ ี ปทมุ ธานี สมทุ รปราการ และสมทุ รสาคร จากน้ันรวมกันสืบคนจากอินเทอรเน็ตในหัวขอ “การกระจายของ ซง่ึ ครอบคลมุ พนื้ ทกี่ วา 7 พนั ตารางกโิ ลเมตร มปี ระชากรทมี่ ภี มู ลิ าํ เนาจดทะเบยี น ขอ มลู โดยใชสวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน” มากลมุ ละ 1 เร่ือง จากนั้น ตามหลกั ฐานทะเบยี นราษฎรรวมกนั ประมาณ 10.6 ลา นคน และไมไ ดจ ดทะเบยี น ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ออกมานาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น โดยใชโ ปรแกรม อกี จาํ นวนมาก กรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑลนบั วา เปน เขตเศรษฐกจิ ทม่ี คี วาม Microsoft PowerPoint หรอื โปรแกรมนาํ เสนออนื่ ๆ ตามทนี่ กั เรยี น เจรญิ ทีส่ ุด และเปนศนู ยก ลางการปกครอง การบริหารราชการ ถนดั T81
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน 3.1 การวดั คา กลางของขอ มลู รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) การหาคา กลางของขอ มลู เปน การหาตวั แทนของขอ มลู ในการสรปุ ผลและตคี วามหมายเกย่ี วกบั ขอ มลู นน้ั ๆ การหาคา กลางของขอ มลู มดี ว ยกนั หลายวธิ ขี น้ึ อยกู บั ลกั ษณะของขอ มลู และวตั ถปุ ระสงค 1. ครอู ธบิ ายวา คา เฉลยี่ เลขคณติ เปน คา ทไ่ี ดจ าก ของผใู ชข อ มลู คากลางทเี่ ปนตัวแทนของขอมูลที่นยิ มใชมี 3 ชนดิ คอื คา เฉลย่ี เลขคณิต มธั ยฐาน การเฉล่ียของขอมูลท้งั หมด ขอ มูลทีเ่ หมาะสม และฐานนยิ ม ท่ีนํามาหาคาเฉลี่ยเลขคณิตตองเปนขอมูลท่ี ไมม คี า สงั เกตคา ใดคา หนงึ่ หรอื หลายๆ คา ทสี่ งู 1. คา เฉลยี่ เลขคณติ (Arithmetic mean) หรือต่าํ กวา คาสังเกตอนื่ อยา งผิดปกติ คาเฉลี่ยเลขคณิต เปนคาที่ไดจากการเฉล่ียของขอมูลท้ังหมด ขอมูลที่เหมาะสมที่นํามาหา 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา คาเฉลี่ยเลขคณิตของ คาเฉลี่ยเลขคณิตจะเปนขอมูลที่ไมมีคาสังเกตคาใดคาหนึ่งหรือหลาย ๆ คา ที่สูงหรือตํ่ากวา ขอ มลู ทไ่ี มไ ดแ จกแจงความถ่ี สามารถคาํ นวณ คาสังเกตอน่ื อยางผิดปกติ ไดจากผลหารของผลบวกของขอมูลท้ังหมด กับจํานวนขอมูลท้ังหมด ซึ่งแบงเปนขอมูล 1) การหาคาเฉลี่ยเลขคณติ ของขอ มลู ทไ่ี มไดแ จกแจงความถ่ี ประชากรและขอ มลู ตวั อยา ง โดยจะใชส ญั ลกั ษณ ขอ มลู ทไ่ี มไ ดแ จกแจงความถ่ี สามารถคาํ นวณคา เฉลย่ี เลขคณติ ไดจ ากผลหารของผลบวก ในการคาํ นวณแตกตา งกนั ของขอมูลทงั้ หมดกบั จาํ นวนขอมลู ทั้งหมด 3. ครูใหนักเรียนศึกษาการหาคาเฉล่ียเลขคณิต ถา ให x1, x2, x3, …, xN เปนขอมูลของประชากร และ N เปน จํานวนจากประชากร จะได ของขอมูลที่ไมไดแจกแจงความถ่ีและกรอบ คาเฉลยี่ เลขคณติ ของประชากร คือ μ = x1 + x2 + xN3 + … + xN ATTENTION ในหนงั สือเรียน หนา 68 หรือ μ = Σi=NN1xi 4. •ครทใขู ชุกยส ๆาญั ยคลคกัวา าษจมณาจก าiΣ=Nก1ixก=iรแอ1ทบนถกAึงาTรiTEบ=NวTNกIขOซอN่งึงนขดอกั งั มเนรลู ียี้ นxi ถา ให x1, x2, x3, …, xn เปน ขอ มูลของตัวอยาง และ n เปนจํานวนจากตวั อยาง จะได อาจเคยเห็นสญั ลกั ษณน ้ีในเร่ือง ลาํ ดับและ คาเฉลี่ยเลขคณติ ของตวั อยาง คอื x = x1 + x2 + xn3 + … + xn อนุกรม หรอื x = Σi=nn1xi • สัญลักษณ μ อานวา “มวิ ” ซึ่งในทางสถติ ิ หมายถึง คาเฉลี่ยเลขคณิตของประชากร แตในทางฟสิกส μ หมายถึง สัมประสิทธิ์ ความเสยี ดทานของวัตถุ ATTENTION 1. เสปญั น ลอกั ักษษณรก Σiร=Nีก1xตiวั ใพชมิแ พทในหกญาร บเรวียกกขวอา ม“ูลซขกิ อมงาข”อแมลลู ะอxาiนทวุกา ๆ“ผคลาบจวากก” i=1 ถงึ i = N ซึ่งสัญลักษณ Σ หรอื “summation” 2. สญั ลักษณ μ อานวา “มิว” และ x อานวา “เอ็กซ บาร” 3. ในกรณที ี่โจทยไ มไดร ะบวุ าเปน ขอมลู ตัวอยางใหใ ชส ูตรของขอ มูลประชากร 68 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสริม ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการวัดคากลางของขอมูลวา นอกจากคาเฉล่ีย ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน คละความสามารถ เลขคณติ ทกี่ ลา วในเนอื้ หาแลว ยงั มคี า เฉลยี่ อนื่ ๆ เชน คา เฉลยี่ ฮารม อนกิ ใชส าํ หรบั ทางคณิตศาสตร (ออ น ปานกลาง และเกง) ใหอยูกลมุ เดยี วกัน หาอัตราเฉล่ียหรือใชสําหรับเฉลี่ยขอมูล คาเฉลี่ยเรขาคณิต ใชสําหรับขอมูล จากนั้นใหนักเรียนชวยกันหาคาเฉล่ียเลขคณิตของคะแนนสอบ ทมี่ ีคามากๆ ของสมาชิกในกลุม เมื่อทําเสร็จแลวใหนําสงครูเพ่ือตรวจสอบ ความถูกตอง T82
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ตวั อย่างที่ 1 ขนั้ สอน คะแนนสอบวชิ ำควำมถนัดท่ัวไป (General Aptitude Test หรือ GAT) ทท่ี ดสอบควำมสำมำรถ รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) ในกำรอำ่ น คดิ และวเิ ครำะหข์ องนกั เรยี นกลมุ่ หนง่ึ ทเ่ี ลอื กมำเปน็ ตวั อยำ่ งจำ� นวน 10 คน เปน็ ดงั นี้ 5. ครูเขียนโจทยข องตวั อยางท่ี 1 ในหนังสอื เรียน 110 116 120 107 145 หนา 69 บนกระดาน แลว ถามคําถามนักเรียน 132 108 131 150 138 ดงั น้ี • จากตัวอยางที่ 1 ขอมูลที่กําหนดใหเปน ใหห้ ำคะแนนเฉล่ียของนกั เรียนกลุม่ น้ี ขอ มูลตวั อยางหรอื ขอมลู ประชากร (แนวตอบ ขอมูลตวั อยาง) วิธีท�ำ คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนกลุ่มน้ี • ใชส ตู รใดในการคาํ นวณหาคา เฉลย่ี เลขคณติ x = Σi1=1010xi 6. คร(คูอแอื ธนิวบxตาอ=ยบจiΣ=nคา1nxกาiเก)ฉรลอ่ยี บเลขAคTTณEติNขTIอOงตNัวอวยาา งจาก = 110 + 116 + 120 + 107 + 145 1+0 132 + 108 + 131 + 150 + 138 ตวั อยา งที่ 1 คา เฉลย่ี เลขคณติ ของขอ มลู ทห่ี าได = 112507 เทากับ 125.7 ซึ่งไมไดเ ปน คา ทอ่ี ยใู นชดุ ขอมลู = 125.7 ดังนั้น คาเฉลี่ยที่หาไดอาจไมใชคาใดคาหนึ่ง ดงั นนั้ คะแนนเฉลย่ี ของนกั เรียนกลมุ่ นี ้ คือ 125.7 คะแนน ของขอ มลู ชุดนั้น และคา เฉล่ียท่นี ํามาคํานวณ จะใชไ ดกบั ขอ มูลเชิงปรมิ าณเทานั้น ลองทาํ ดู 7. ครูใหนักเรียนทํา “ลองทําดู” ในหนังสือเรียน น้�าหนกั (กิโลกรัม) ของพนักงานกลุ่มหนึ่งท่เี ลอื กมาเปน็ ตวั อยา่ งจ�านวน 12 คน เปน็ ดังน้ี หนา 69 เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น 86 53 61 48 55 70 8. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง การหาคาเฉลี่ย เลขคณิตของขอมูลที่ไมไดแจกแจงความถี่ 44 66 72 82 59 60 ฝึกทำ�ต่อ โดยใชโปรแกรม Microsoft Excel 2016 โดย ให้หานา้� หนกั เฉล่ยี ของพนกั งานกลุ่มนี้ การสแกน QR Code เมอื่ ศกึ ษาเสร็จแลว ให แบบฝกึ ทักษะ 3.1 ก ตรวจสอบคําตอบของ “ลองทําดู” โดยใช ข้อ 1-2 หนา้ 81 โปรแกรม Microsoft Excel 2016 จากนั้นครู ตรวจสอบความถูกตองของการใชโปรแกรม ATTENTION และคาํ ตอบของ “ลองทําดู” 1. คา่ เฉลย่ี ทห่ี าได ้ อาจจะไมใ่ ชค่ า่ ใดคา่ หนง่ึ ของขอ้ มลู ชดุ นนั้ เชน่ จากตวั อยา่ งท ่ี 1 คา่ เฉลย่ี ทหี่ าไดเ้ ทา่ กบั 125.7 ซึง่ ไม่ได้เป็นค่าใดค่าหนึ่งของข้อมูลชดุ นั้น 2. คา่ เฉลยี่ ที่คา� นวณได้ใช้กับขอ้ มลู ท่ีเป็นเชงิ ปรมิ าณเท่านน้ั เช่น น�้าหนกั คะแนนสอบ อายุ คกาวราหมาถคี่ โา ดเฉยลใชี่ยโเลปขรแคกณริตมขMองicขrอoมsoูลfทt่ไีEมxcไ ดeแl 2จ0ก1แ6จง การวิเคราะหข้อมูลเบ้ืองต้น (2) 69 กจิ กรรม สรางเสรมิ ส่อื Digital ใหนักเรยี นเติมตวั เลขลงในชอ งวางใหสมบูรณ โดยใชเ คร่อื ง ครเู ปด สอื่ การเรยี นรู เรอื่ ง การหาคา เฉลย่ี เลขคณติ ของขอ มลู ทไ่ี มไ ดแ จกแจง คิดเลขในการคํานวณ ความถี่ โดยใชโปรแกรม Microsoft Excel 2016 ในหนังสอื เรยี น หนา 69 โดย การสแกน QR Code ขอมลู คาเฉลย่ี เลขคณิต 1) 5, 12, 4, 16, 8 2) 1.5, 1.8, 3.2, 2.7, 3.8 3) 8.35, 5.55, 6.75, 3.05, 4.50 T83
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน ตวั อยา่ งท่ี 2 รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) นทตี อ้ งกำรทรำบขอ้ มลู เงนิ ออมในแตล่ ะเดอื นของนกั เรยี นกลมุ่ หนง่ึ ทเี่ ลอื กมำเปน็ ตวั อยำ่ งจำ� นวน 5 คน ดังนี้ 300, 350, 430, 320 และ 380 บำท ถ้ำมนี กั เรียนเพ่มิ ข้ึนอกี 1 คน จะท�ำให้ 9. ครูใหนักเรียนจับคูศึกษาตัวอยางท่ี 2 และ ค่ำเฉลีย่ ของเงินออมของนักเรียนทง้ั 6 คน เปน็ 400 บำท ให้หำเงนิ ออมของนกั เรียนคนที่ 6 ตวั อยา งที่ 3 ในหนงั สอื เรยี น หนา 70-71 แลว ครอู ธบิ ายวธิ ที าํ แตล ะขอ อยา งละเอยี ดอกี ครงั้ วธิ ที ำ� ให ้ n = 6 และ x = 400 จาก x = Σi=n1nxi 10. ครใู หน กั เรยี นแตล ะคทู าํ “ลองทาํ ด”ู ในหนงั สอื 400 = Σi=616xi เรียน หนา 70-71 แลวครูสุมนักเรียน 2 คู จะได้ Σi=61xi = 400 × 6 ออกมาแสดงวิธีทําบนกระดาน จากน้ันครู และนักเรยี นรว มกนั เฉลยคาํ ตอบ “ลองทาํ ด”ู = 2400 ดังนน้ั ผลรวมของเงินออมของนกั เรียนทงั้ 6 คน เทา่ กบั 2400 บาท 11. ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบฝก ทกั ษะ 3.1 ก ขอ 1.-3. จะได้ เงินออมของนักเรยี นคนท ่ี 6 เทา่ กับ และขอ 7.-9. เปนรายบคุ คล ในหนังสอื เรียน 2400 - (300 + 350 + 430 + 320 + 380) = 2400 - 1780 = 620 หนา 81-82 เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของ ดังนัน้ เงินออมของนกั เรยี นคนท่ ี 6 เทา่ กับ 620 บาท นักเรยี น ลองทําดู 12. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 3.1 A ในแบบฝก หดั เปนการบาน 13. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั สรปุ ความรทู ีไ่ ด เก่ียวกับการหาคาเฉล่ียเลขคณิตของขอมูล ท่ไี มแจกแจงความถี่ คะแนนสอบวิชาภาษาไทยของนักเรียนกลุ่มหน่ึงทเ่ี ลอื กมาเปน็ ตัวอยา่ งจา� นวน 8 คน ดงั น้ี 57, 62, 49, 55, 60, 51, 74 และ 68 คะแนน ถ้ามีคะแนนสอบของนกั เรียนเพิ่มอกี 2 คน ซึ่งทั้ง 2 คน ได้คะแนนสอบเท่ากัน จะท�าให้ค่าเฉล่ียของนักเรียน ฝึกทำ�ต่อ ท้งั 10 คน เป็น 61 คะแนน ให้หาคะแนนสอบของนักเรียนท้งั 2 คน แบบฝึกทักษะ 3.1 ก ขอ้ 3, 7, 9 หนา้ 81-82 ตัวอย่างท่ี 3 ข้อมลู ตัวอยำ่ งชุดหนง่ึ มคี ำ่ เฉลย่ี เลขคณิตเปน็ 17 ถ้ำมีข้อมูลเพ่มิ อกี 1 ตวั คือ 35 จะท�ำให้ ค่ำเฉลีย่ เลขคณิตกลำยเปน็ 19 ให้หำจ�ำนวนขอ้ มลู เดิม วธิ ที �ำ จจใหาะไจ้กด�า ้นวนข้อΣxiม=n1เ1ูลดx7มิ เi ดิม===ม ี 1ΣΣiin==nn711nn xxnตiiวั และ xเดิม = 17 70 ขอสอบเนน การคดิ ขอมลู ตัวอยางชุดหนง่ึ เรียงจากนอ ยไปมาก เปนดงั น้ี 45, 58, 60, 65, 72, x, 94 และ y ถาคาเฉล่ยี เลขคณิต ของขอ มลู ชดุ นเี้ ทา กบั 72 และผลตา งระหวา งขอ มลู ทม่ี คี า มากทสี่ ดุ กบั ขอ มลู ทมี่ คี า นอ ยทส่ี ดุ เปน 55 ใหห า 2x + 3y (เฉลยคาํ ตอบ เนือ่ งจาก x = iΣ=n1nxi จะได 72 = 45 + 58 + 60 + 658+ 72 + x + 94 + y ดังนั้น 2x + 3y = 2(82) + 3(100) = 164 + 300 576 = 394 + x + y = 464) x + y = 182 ..... ➀ และ y - 45 = 55 y = 100 นาํ y = 100 ไปแทนสมการ ➀ จะได x = 182 - 100 = 82 T84
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ เน่อื งจากมีขอ้ มูลเพ่ิมอกี 1 ตวั คือ 35 ขน้ั สอน จะได้ ผลบวกของข้อมูลท้งั หมด 17n + 35 รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) จ า� นวนข้อมูลท้งั หมด n + 1 ตัว และ xใหม ่ = 19 xใหม ่ = nnΣi=+1+1xi1 14. ครูใหน กั เรยี นทํากิจกรรม Investigation ใน 19 = 17nn ++ 135 หนงั สอื เรยี น หนา 71 เกยี่ วกบั การหาคา เฉลย่ี เลขคณิตของขอมูลที่แจกแจงความถี่แลว 19(n + 1) = 17n + 35 จากนนั้ ครถู ามคาํ ถามนกั เรยี น ดงั นี้ • จากขอ มลู ในขอ 1. จดั ขอ มลู ทม่ี คี า เหมอื นกนั 19n + 19 = 17n + 35 ใหอยกู ลมุ เดยี วกันไดอยา งไร 2n = 16 (แนวตอบ 4, 4, 4, 4, 4, 7, 7, 8, 8, 8) • เมื่อจัดขอมูลที่มีคาเหมือนกันใหอยูกลุม n = 8 เดียวกนั แลว ใหเ ขียนขอ มูลในรปู ผลบวก (แนวตอบ (4 + 4 + 4 + 4 + 4) + (7 + 7) ดังน้ัน จ�านวนข้อมูลเดิมมี 8 ตัว + (8 + 8 + 8) = 5(4) + 2(7) + 3(8)) • เม่ือเขียนขอมูลในรูปผลบวกแลว ใหหา ลองทําดู คาเฉลย่ี เลขคณิตของขอ มูล (แนวตอบ ขอ้ มูลตัวอยา่ งชุดหน่ึงมีค่าเฉลี่ยเลขคณิตเปน็ 28 ถ้าตัดข้อมูลออกไป ฝึกทำ�ต่อ (4 + 4 + 4 + 4 + 4) +10(7 + 7) + (8 + 8 + 8) 1 ตัว คอื 40 จะท�าให้ค่าเฉล่ียเลขคณติ กลายเป็น 26 ให้หาจา� นวน แบบฝึกทักษะ 3.1 ก = 5(4) + 21(07) + 3(8) = 5.8) ขอ้ มูลเดิม ข้อ 8 หน้า 82 จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันอภิปราย 2) กำรหำค่ำเฉลย่ี เลขคณิตของข้อมูลทแี่ จกแจงควำมถี่แลว้ เก่ียวกับกิจกรรม Investigation จนสรุป Investigation ความรไู ดว า ถา ให f1, f2, f3, ..., fk เปน ความถ่ี ของคา สงั เกต x1, x2, x3, ..., xk ตามลาํ ดับ ใหน้ ักเรียนตอบคำ� ถำมต่อไปนี้ และ n เปนจาํ นวนคา สงั เกตท้ังหมด จะได 1. หาค่าเฉล่ียเลขคณิตของข้อมลู ตัวอยา่ ง 4, 8, 7, 8, 4, 8, 4, 4, 4 และ 7 โดยใชส้ ตู ร x = Σi =nn1xi คา เฉลีย่ เลขคณิต คือ x = iΣ=k1nfixi 2. หาคา่ เฉลี่ยเลขคณติ จากขอ้ 1. โดยจัดข้อมูลทซ่ี �้ากนั อยใู่ นกลมุ่ เดียวกนั การวิเคราะหข้อมูลเบื้องต้น (2) 71 เฉลย Investigation 1. x = iΣ=n1nxi = 4+ 8 + 7 + 8 + 4 1+0 8 + 4 + 4 + 4 + 7 = 5108 = 5.8 ดังนน้ั คา เฉล่ยี เลขคณิตของขอมูลชดุ นเี้ ทา กับ 5.8 2. x = iΣ=n1nxi 4 +4 + 4 + 4) + 7) + (8 + 8 = (4 + + 21(07) + 3(8) +10(7 + 8) = 5(4) = 1580 = 5.8 ดังนั้น คาเฉลย่ี เลขคณิตของขอ มูลชุดนเ้ี ทา กับ 5.8 T85
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน จ ะได ้ x จ=า ก4 +In v8e s+t ig7a +tio 8n +ข ้อ4 1+10 .8 จ+ะ เ4ห ็น+ว ่า4 +ส า4ม า+ร ถ7ห =า ค15่า80เฉ =ล ี่ย5เ.ล8ข คแณละิตจไาดก้จขา้อก 2x. ส=า มΣi1=า101ร0xถi จดั กลมุ่ ของขอ้ มลู ทซ่ี า�้ กนั ใหอ้ ยใู่ นกลมุ่ เดยี วกนั ได ้ คอื 4, 4, 4, 4, 4, 7, 7, 8, 8 และ 8 แลว้ หาคา่ เฉลย่ี รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) เลขคณติ จะได ้ x = (4 + 4 + 4 + 4 + 4) +1 0(7 + 7) + (8 + 8 + 8) = 5(4) + 21(07) + 3(8) = 5.8 โดยท่ ี ค่าสงั เกต 4 มีความถ่เี ท่ากบั 5 15. ครูอธิบายจากกรอบ ATTENTION ในหนงั สอื ค่าสงั เกต 7 มีความถี่เทา่ กับ 2 เรียน หนา 72 วา ขอมูลระดับประชากร ค่าสังเกต 8 มคี วามถ่เี ท่ากับ 3 และขอมูลระดับตัวอยางมีวิธีการหาคาเฉลี่ย จถะ้าไใ ดห ้้ คคคค่าา่า่า่ เสสสฉงงัังั ลเเเ่ยีกกกเตตตล ข784ค แแแณทททิตนนน ดดดคว้ว้้วือยยย x xxx =213 แแแf1ลลลxะะะ1fคคค 1+ ววว+ าาาf มมม2fx2ถถถ 2่ ีี ่ี่+ 352+ f แแแ3f3ทททxนนน3 ดดดเ้้ววว้มยยย่ือ ffff1231 + f2 + f3 = n เลขคณติ เหมอื นกนั เพยี งแตต า งกนั ทส่ี ญั ลกั ษณ ในการใชแทนคา เฉลย่ี เลขคณติ จาก μ เปน x และ N เปน n 16. ครใู หน กั เรยี นศึกษาตวั อยางท่ี 4 ในหนังสือ ในกรณที ัว่ ไป ถ้าให้ f1, f2, f3, ..., fk เปน็ ความถ่ขี องค่าสังเกต x1, x2, x3, ..., xk เรียน หนา 72-73 แลวถามคําถามนักเรียน ตามลา� ดบั และ n เป็นจ�านวนคา่ สงั เกตทัง้ หมด จะได้ ATTENTION ดงั นี้ • จากตัวอยางท่ี 4 ขอมูลที่กําหนดใหมีการ ค่ำเฉล่ยี เลขคณิต คอื x = Σfi=1k1xf1ixf+i1 +f2xf22 + ff33x+3 + ... + fkxk ถ้าข้อมูลเป็นระดับประชากร แจงแจกความถข่ี องขอมลู หรือไม = Σi=k1 fi หรือ + ... + fk การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตยัง (แนวตอบ ขอ มูลมีการแจกแจงความถ)่ี ใช้สูตรเหมือนกับขอ้ มลู ระดับ • ใชส ตู รใดในการคาํ นวณหาคา เฉลย่ี เลขคณติ ตัวอย่าง แต่เปล่ียนจาก x (แนวตอบ คาเฉล่ียเลขคณิตของตวั อยาง เป็น μ และ n เป็น N คอื x = iΣ=k1nfixi) Σi=k1nfixi ตัวอย่างที่ 4 ตำรำงแสดงคะแนนสอบของนกั เรยี นกลมุ่ หนงึ่ ทเ่ี ลอื กมำเปน็ ตวั อยำ่ ง ใหห้ ำคำ่ เฉลยี่ เลขคณติ ของ คะแนนสอบของนกั เรยี นกลุ่มนี้ คะแนนสอบ (xi) ควำมถ่ี (fi) 15 6 16 8 17 13 18 10 19 5 72 20 3 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรางเสริม ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ เกี่ยวกับกิจกรรม Investigation หนา 71 วา จากขอมลู ครใู หน กั เรียนปฏิบตั ิตามข้ันตอนตอไปนี้ • จากตัวอยา งท่ี 4 ถา มีขอมูลคะแนนสอบของนกั เรียน 5 คน ในกจิ กรรม สามารถเขยี นใหอ ยใู นรปู ตารางแจกแจงความถไี่ ด ดังนี้ เพม่ิ ขน้ึ มา เปนดังน้ี 20 18 16 19 18 ขอ มูล ความถี่ ใหคํานวณคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลชุดใหม พรอมแสดง 45 การคํานวณลงในกระดาษ A4 เมื่อทําเสร็จแลวใหนําสงครู 72 เพ่ือตรวจสอบความถกู ตอง 83 T86
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ วิธีท�ำ คะแนนสอบ (xi) ควำมถ่ี (fi) fixi ขนั้ สอน 15 6 (6)(15) = 90 16 8 (8)(16) = 128 รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) 17 13 (13)(17) = 221 18 10 (10)(18) = 180 17. ครใู หนกั เรยี นทาํ “ลองทาํ ด”ู ในหนังสือเรียน 19 5 (5)(19) = 95 หนา 73 เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของ 20 3 (3)(20) = 60 นกั เรยี น Σi=61 fi = 45 Σi=61fixi = 774 รวม 18. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง การหาคาเฉลี่ย เลขคณติ ของขอ มลู ท่แี จกแจงความถี่ โดยใช จาก x = Σi=6Σi=161fifxi i เมือ่ Σi=61fi = 45 และ Σi=61fixi = 774 โปรแกรม Microsoft Excel 2016 โดยการ จะได้ x = 74754 = 17.2 สแกน QR Code เมื่อศึกษาเสร็จแลวให ดังน้ัน ค่าเฉลยี่ เลขคณิตของคะแนนสอบของนกั เรียนกลุ่มน้เี ทา่ กบั 17.2 คะแนน ตรวจสอบคําตอบของ “ลองทําดู” โดยใช โปรแกรม Microsoft Excel 2016 จากนนั้ ครู ลองทาํ ดู ตรวจสอบความถูกตองของการใชโปรแกรม และคาํ ตอบของ “ลองทําดู” ตารางแสดงจ�านวนวันลาพักร้อนของพนักงานบริษัทกลุ่มหนึ่งที่เลือกมาเป็นตัวอย่างใน 1 ปี ที่ผ่านมา ให้หาคา่ เฉล่ยี เลขคณิตของจา� นวนวนั ลาพกั รอ้ นของพนกั งานบริษทั กลุม่ น้ี 19. ครูใหนักเรียนทําแบบฝก ทักษะ 3.1 ก ขอ 4. ในหนังสือเรียน หนา 81 เพอ่ื ตรวจสอบความ จ�ำนวนวันลำพักร้อน (xi) ควำมถ่ี (fi) เขาใจของนักเรียน จากนั้นครูและนักเรียน 0 3 รวมกันเฉลยคําตอบท่ีได โดยครูตรวจสอบ 1 10 ความถกู ตองและอธบิ ายเพิม่ เติม 2 7 3 11 20. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 3.1 A ในแบบฝก หดั 4 15 เปนการบาน 5 19 6 27 21. ครูและนกั เรยี นรว มกนั สรุปความรูทไี่ ด 7 20 เกี่ยวกับการหาคาเฉล่ียเลขคณิตของขอมูล 8 13 ทแี่ จกแจงความถี่ ฝึกทำ�ต่อ แบบฝกึ ทกั ษะ 3.1 ก ข้อ 4 หนา้ 81 กโดายรใหชาโ คปราแเฉกลรี่ยมเลMขicคroณsิตofขtอEงxขcอeมl 2ูล0ท1่ีแ6จกแจงความถี่ การวิเคราะหข้อมูลเบ้ืองต้น (2) 73 กิจกรรม สรา งเสรมิ สอ่ื Digital ครูใหนักเรียนในหองชวยกันบันทึกวันลาปวยใน 1 สัปดาห ครูเปดส่ือการเรียนรู เร่ือง การหาคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลที่แจกแจง ทผ่ี านมา ลงในตารางตอไปน้ี ความถ่ี โดยใชโ ปรแกรม Microsoft Excel 2016 ในหนังสอื เรียน หนา 73 โดย การสแกน QR Code จาํ นวนวันลาปว ย (วัน) ความถี่ 0 T87 1 2 3 4 5 6 7 จากน้นั ใหค ํานวณหาคาเฉลีย่ เลขคณติ ของขอมูลดงั กลาว
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน การหาคา่ เฉลยี่ เลขคณติ ในกรณที มี่ กี ารแจกแจงความถใี่ นรปู ตารางทมี่ กี ารแจกแจงความถี่ ของข้อมูลแบบจัดกลุ่ม จะใช้จุดก่ึงกลางของอันตรภาคชั้นเป็นตัวแทนของค่าสังเกตของแต่ละ รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) อนั ตรภาคช้ัน ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี 22. ครูกลาววา การหาคาเฉล่ียเลขคณิตในกรณี ตัวอยา่ งที่ 5 ที่มีการแจกแจงความถ่ีในรูปตารางที่มีการ แจกแจงความถขี่ องขอ มลู แบบจดั กลมุ ซง่ึ จะมี จำ� นวนชวั่ โมงกำรใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ของพนกั งำนทเี่ ลอื กมำเปน็ ตวั อยำ่ งจำ� นวน 100 คน ในชว่ งเวลำ ขอ มลู เปน อนั ตรภาคชนั้ และจะใชจ ดุ กงึ่ กลาง 1 สัปดำห์ ที่ผ่ำนมำ มกี ำรแจกแจงควำมถี่ เป็นดงั นี้ ของอันตรภาคช้ันเปนตัวแทนของคาสังเกต ของแตละอนั ตรภาคชน้ั จ�ำนวนชั่วโมง จำ� นวนพนกั งำน (คน) 1 - 5 8 23. ครูยกตวั อยา งที่ 5 ในหนงั สือเรียน หนา 74 6 - 10 11 จากนนั้ เขยี นตารางแจกแจงความถบ่ี นกระดาน 11 - 15 14 แลว ถามคาํ ถามนักเรยี น ดงั น้ี 16 - 20 27 • จากอันตรภาคชั้นท่ี 1 นักเรียนหาจุด 21 - 25 21 กึง่ กลางชั้นไดอ ยา งไร 26 - 30 19 (แนวตอบ 0.5 +2 5.5 = 3) • จากอันตรภาคช้ันท่ี 1 หาผลคูณระหวาง ให้หำค่ำเฉล่ยี เลขคณิตของจำ� นวนช่วั โมงกำรใช้อนิ เทอร์เน็ตของพนกั งำนกลมุ่ นี้ จุดกง่ึ กลางกบั ความถีไ่ ดเ ปน เทา ใด (แนวตอบ x1 = 3 และ f1 = 8 วธิ ที �ำ จำ� นวนชวั่ โมง จุดกึง่ กลำง (xi) ควำมถ่ี (fi) fixi จะได f1x1 = (8)(3) = 24) 1 - 5 3 8 24 24. ครใู หน กั เรยี นจบั คชู ว ยกนั หาคา xi, fi และ fi fi xi 6 - 10 8 11 88 ของขอ มลู ในอนั ตรภาคชนั้ ท่ี 2-6 เมอ่ื เสรจ็ แลว ใหน กั เรยี นตรวจสอบกบั วธิ ที าํ ในหนงั สอื เรยี น 11 - 15 13 14 182 โดยครตู รวจสอบความถูกตอง 16 - 20 18 27 486 21 - 25 23 21 483 26 - 30 28 19 532 Σi=61 fi = 100 Σi=61 fixi = 1795 จาก x = Σi=6Σi=16 1f ifxi i จะได้ x = 1170905 = 17.95 ดงั นน้ั จา� นวนชวั่ โมงเฉลย่ี ในการใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ของพนกั งานกลมุ่ นเ้ี ทา่ กบั 17.95 ชว่ั โมง 74 ขอสอบเนน การคดิ แนว O-NET (เฉลยคาํ ตอบ คะแนนสอบวชิ าคณติ ศาสตรข องนกั เรยี นทเ่ี ลอื กมา เปนตวั อยางกลมุ หนงึ่ เปนดังนี้ คะแนนสอบ จุดก่งึ กลาง (xi) ความถ่ี (fi) f i xi คะแนนสอบ จํานวนนักเรยี น (คน) 30 - 39 34.5 6 207 30 - 39 6 40 - 49 44.5 12 534 40 - 49 12 50 - 59 54.5 20 1090 50 - 59 20 60 - 69 64.5 8 516 60 - 69 8 70 - 79 74.5 4 298 70 - 79 4 5 5 fi = 50 fi xi = 2645 iΣ=1 iΣ=1 คาเฉลย่ี ของคะแนนสอบของนักเรยี นกลุมนี้ จาก x = iΣ=kiΣ=1k1fifxi i = 256405 = 52.9 เปน เทาใด T88 ดงั นั้น คา เฉลย่ี ของคะแนนสอบของนักเรยี นกลมุ นี้ เทา กบั 52.9 คะแนน)
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) ลองทําดู 1 25. ครใู หนกั เรียนทํา “ลองทาํ ด”ู ในหนังสือเรยี น หนา 75 เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของ จากการสํารวจรายไดตอเดือนของครัวเรือนของหมูบานแหงหนึ่งที่เลือกมาเปนตัวอยาง นกั เรยี น จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั เฉลย จาํ นวน 80 ครัวเรอื น ในชว งเวลา 1 เดือน ทีผ่ า นมา มีการแจกแจงความถี่ เปน ดังนี้ คําตอบ “ลองทําด”ู เงนิ เดือน (บาท) จํานวนครวั เรือน 26. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา การหาคา เฉลยี่ เลขคณติ 10,001 - 20,000 3 ของขอ มลู ทแ่ี จกแจงความถ่ี โดยขอ มลู จดั กลมุ 20,001 - 30,000 9 เปนอันตรภาคชั้น สามารถคํานวณไดอีก 30,001 - 40,000 17 วธิ หี นงึ่ เรยี กวา วธิ ที อนคา ซง่ึ คาํ นวณงา ยกวา 40,001 - 50,000 25 วิธีทก่ี ลา วมาแลว 50,001 - 60,000 12 27. ครูอธิบายวิธีการหาคาเฉล่ียเลขคณิตโดยวิธี 60,001 - 70,000 14 การทอนคา โดยใชขอมูลจากตัวอยางท่ี 5 ฝึกทําต่อ ใหหาคาเฉล่ยี เลขคณิตของรายไดตอเดอื นของครวั เรอื นกลุมน้ี ซ่ึงมี 3 ข้นั ตอน ดงั นี้ แบบฝก ทักษะ 3.1 ก ขอ 5 หนา 82 ขั้นตอนท่ี 1 กําหนด A ใหเปนจุดกึ่งกลาง จากตวั อยางที่ 5 สามารถหาคา เฉล่ียเลขคณติ ไดอีกวธิ หี น่ึง โดยใชวธิ ที อนคาซ่งึ จะทาํ ให ของอันตรภาคชั้นใดก็ได แตท่ีนิยมใชจะ งา ยตอการคาํ นวณ มีข้นั ตอนดงั น้ี กําหนดใหเปนจุดก่ึงกลางของอันตรภาคช้ัน ที่มีความถี่มากที่สุด จะไดวา อันตรภาคชั้น ขน้ั ตอนที่ 1 กาํ หนด A ใหเ ปน จดุ กงึ่ กลางของอนั ตรภาคชนั้ ใดกไ็ ด แตท น่ี ยิ มใชจ ะกาํ หนด 16 - 20 มีความถี่มากที่สุด คือ 27 ดังน้ัน ใหเปนจดุ กง่ึ กลางของอันตรภาคชน้ั ทมี่ ีความถ่มี ากทีส่ ุด จ15ุด.ก5่ึง+2กล20า.ง5ข=อง1อ8ันนต่ันรภคือาคAช้ัน= 16 - 20 คือ 18 จํานวนชั่วโมง จาํ นวนพนกั งาน (คน) 1-5 8 ขน้ั ตอนที่ 2 หาคาแตกตาง (di) ระหวางจดุ 6 - 10 11 ก่ึงกลางของแตล ะอนั ตรภาคช้ัน xi กบั คา A 11 - 15 14 ขนั้ ตอนที่ 3 หาคา ffi idi แลว หาคา เฉลย่ี เลขคณติ 16 - 20 27 โดยใชส ตู ร 21 - 25 21 26 - 30 19 x = A + iΣ=kiΣ=1k1fifdi i จากตาราง จะไดว า อนั ตรภาคชนั้ 16-20 มคี วามถม่ี ากทสี่ ดุ และมจี ดุ กง่ึ กลาง จากนั้นครูใหนักเรียนเปรียบเทียบวา การหา ของช้นั 16 - 20 เทา กับ 15.5 +2 20.5 = 18 คา เฉลยี่ เลขคณติ ทงั้ 2 วธิ นี ี้ ใหผ ลลพั ธเ ทา กนั ดงั นัน้ A = 18 หรอื ไม การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน (2) 75 กิจกรรม ทาทาย นักเรียนควรรู ใหนกั เรียนปฏิบัติตามขน้ั ตอนตอ ไปนี้ 1 ครวั เรือน (household) หมายถึง หนวยการอยอู าศัยของบคุ คลหรือกลมุ • ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน คละความสามารถทาง บุคคลท่ีอาจมีหรือไมมีความสัมพันธอยางหน่ึงอยางใดตอกัน ครัวเรือนหน่ึง คณติ ศาสตรของนักเรยี น (ออน ปานกลาง และเกง) อาจมสี มาชกิ เพยี งคนเดยี วหรอื หลายคนกไ็ ด ซงึ่ แบง ได 2 ประเภท คอื ครวั เรอื น • ใหแตละกลุมรวมกันสืบคนทางอินเทอรเน็ตเก่ียวกับขอมูล สว นบุคคลและครัวเรอื นกลุม ทมี่ กี ารแบง อนั ตรภาคชนั้ มากลมุ ละ 1 ชดุ พรอ มระบทุ มี่ าของ ขอ มูล • นาํ ขอ มลู ทห่ี าไดม าคาํ นวณหาคา เฉลย่ี เลขคณติ ลงในกระดาษ A4 • สงตวั แทนออกมานําเสนอหนาชัน้ เรยี น T89
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน ขน้ั ตอนท่ี 2 ห กับาคคา่่า แAต กเมต่ือ่า งd i (=d ix) i ร- ะAหว่างจุดกึ่งกลางของแต่ละอันตรภาคช้ัน (xi) รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) อนั ตรภำคชั้น จดุ กึง่ กลำง (xi) ควำมถี่ (fi) 3d i- =18x i =- -A15 1 - 5 3 8 28. ครูใหนักเรียนแบงกลุม 5 กลุม คละความ 6 - 10 8 11 8 - 18 = -10 สามารถทางคณิตศาสตร (ออน ปานกลาง 11 - 15 13 14 13 - 18 = -5 และเกง ) ใหอ ยกู ลมุ เดยี วกัน แลว หาคาเฉล่ยี 16 - 20 18 (A) 27 18 - 18 = 0 เลขคณิต โดยใชขอมูลจากตัวอยางท่ี 5 ซ่ึง 21 - 25 23 21 23 - 18 = 5 จะกาํ หนดใหค า A อยใู นแตละอนั ตรภาคช้นั 26 - 30 28 19 28 - 18 = 10 ทแ่ี ตกตา งกัน ดังน้ี • กลุมท่ี 1 กาํ หนดคา A อยูใ นช้ันที่ 1 ข้นั ตอนท่ี 3 หาค่า fidi ควำมถี่ (fi) di fidi • กลุมท่ี 2 กาํ หนดคา A อยใู นชั้นท่ี 2 8 -15 (8)(-15) = -120 • กลมุ ท่ี 3 กาํ หนดคา A อยใู นชัน้ ท่ี 3 อันตรภำคช้ัน จุดกึ่งกลำง (xi) 11 -10 (11)(-10) = -110 • กลมุ ท่ี 5 กาํ หนดคา A อยใู นช้นั ที่ 5 1 - 5 3 14 -5 (14)(-5) = -70 • กลุมท่ี 6 กาํ หนดคา A อยูในช้นั ท่ี 6 6 - 10 8 27 0 (27)(0) = 0 เมื่อทําเสร็จแลวใหแตละกลุมเปรียบเทียบวา 11 - 15 13 21 5 (21)(5) = 105 คาเฉลี่ยเลขคณิตท่ีคํานวณไดมีคาเทากัน 16 - 20 18 (A) 19 10 (19)(10) = 190 หรอื ไม และมคี า เทา กับคาเฉลย่ี เลขคณติ เมือ่ 21 - 25 23 กาํ หนดให A เปน จดุ กงึ่ กลางของอนั ตรภาคชน้ั 26 - 30 28 Σi=61 fi = 100 Σi=61 fidi = -5 ของขอมลู ทมี่ ีความถ่มี ากทส่ี ุดหรอื ไม รวม 29. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับ กจิ กรรมและสรปุ วา การกาํ หนดคา A เปน จดุ หาค่าเฉลยี่ เลขคณติ ไดจ้ าก กงึ่ กลางของอนั ตรภาคชนั้ จะทาํ ใหไ ดค า เฉลย่ี เลขคณิตเทากันทุกชั้น ซึ่งไมจําเปนตอง x = A + Σi=Σki=1k 1f ifdi i กําหนดจุดกึ่งกลางของอันตรภาคช้ันของ ขอ มลู ทมี่ คี วามถมี่ ากทสี่ ดุ เพยี งแตเ ปน ทนี่ ยิ ม จะได ้ x = A + Σi=6Σi=16 1f ifdi i เพราะคํานวณงายกวา = 18 + (1-050) = 17.95 ดังนนั้ จ�านวนช่วั โมงเฉล่ียในการใชอ้ ินเทอร์เนต็ ของพนกั งานกลุ่มนี้เท่ากบั 17.95 ชั่วโมง 76 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการหาคาเฉล่ียเลขคณิตวา ในหนังสือบางเลม ขอมูลตัวอยางชดุ หน่งึ มกี ารแจกแจงความถ่ี เปน ดังนี้ อาจเรยี กวิธีทอนคา วา “สตู รลดทอน” ซ่ึงอาจมสี ตู รและวธิ กี ารหาที่แตกตา งกนั ขอมูล ความถี่ 10 - 19 3 20 - 29 6 30 - 39 11 40 - 49 9 50 - 59 1 คาํ นวณคาเฉลี่ยเลขคณติ โดยใชว ธิ ีการทอนคา T90
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ 3) คา่ เฉล่ยี เลขคณติ ถว่ งน้า� หนัก (Weight arithmetic mean) ขนั้ สอน ถา้ ขอ้ มูลชุดหน่งึ มีค่าสงั เกตแต่ละคา่ มีความสา� คญั หรือนา้� หนกั ไม่เทา่ กัน การหาคา่ เฉล่ยี เลขคณิตธรรมดาอาจท�าให้ผลลัพธ์ท่ีได้คลาดเคล่ือนไปจากความเป็นจริง ดังนั้น จะต้องใช้วิธีหา รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) ค่าเฉลี่ยแบบถ่วงนา้� หนักในการหาผลลพั ธ ์ เชน่ การคา� นวณหาเกรดเฉล่ยี ของวชิ าเรยี น 5 วชิ า ซึ่งแต่ละวิชามีหน่วยกิตไม่เท่ากัน การหาคะแนนสอบเฉล่ียที่มี 3 ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนมีน�้าหนัก 30. ครูอธิบายเกี่ยวกับการหาคาเฉลี่ยเลขคณิต ไมเ่ ท่ากนั ถวงนา้ํ หนกั โดยถามคาํ ถามนักเรียน ดังนี้ ถา้ ให ้ w1, w2, w3, ..., wn เปน็ ความสา� คัญหรอื ถว่ งน�า้ หนักของค่าสังเกต x1, x2, x3, ..., • ในภาคการศกึ ษาน้ี นกั เรยี นคดิ วา แตล ะวชิ า xn ตามลา� ดับ เมอ่ื n เป็นจ�านวนจากตัวอย่าง จะได้ มีหนวยกิตเทา กนั หรอื ไม (แนวตอบ ไมเ ทา กนั บางวชิ ามี 0.5 หนว ยกติ ค่าเฉลีย่ เลขคณิตถว่ งนา�้ หนกั คอื x = wΣi=Σni=11n 1xw w1wixi +i1 +w2wx22 + ww33x+3 + ... +wnwnxn บางวิชามี 1 หนวยกิต บางวิชามี 1.5 = + ... + หนว ยกติ ) • ขอสอบบางชุดมีการกําหนดเกณฑน้ําหนัก ตวั อยา่ งที่ 6 ของคะแนน เชน ในการสอบแขงขันวิชา หนึง่ ประกอบดว ย 4 สวน ซ่ึงแตละสว นมี นิราเรียนอย่ใู นระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี ่ 6 มีผลการเรยี นในรายวชิ าพ้ืนฐาน 5 วชิ า ในภาคเรยี น นํ้าหนกั คะแนน 20% 25% 25% และ 30% ที่ผ่านมา เปน็ ดังน้ี ตามลาํ ดบั นกั เรยี นคดิ วา ขอ สอบแตล ะสว น ที่มีน้ําหนักคะแนนตางกันมีความสําคัญ ชื่อวชิ า หนว่ ยกติ เกรด ของคะแนนเทากันหรอื ไม ภาษาไทย 5 1 3 (แนวตอบ ไมเ ทากัน เพราะน้ําหนักคะแนน คณิตศาสตร์ 5 1 4 ที่มีเปอรเซ็นตนอยกวา จะมีความสําคัญ สงั คมศึกษา 5 1 3.5 นอยกวาน้ําหนักคะแนนที่ใหเปอรเซ็นต ประวัตศิ าสตร ์ 5 0.5 4 มากกวา) สขุ ศกึ ษา 4 0.5 3 31. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายและ เงื่อนไขของคาเฉล่ียเลขคณิตถวงน้ําหนัก พรอ มทัง้ สูตรในการคาํ นวณ ให้หาเกรดเฉล่ยี ทง้ั 5 วชิ า ของนริ า วิธีท�า ค่าสงั เกตมี 5 คา่ คอื x1 = 3, x2 = 4, x3 = 3.5, x4 = 4 และ x5 = 3 ความสา� คัญของแตล่ ะวิชา คือ w1 = 1, w2 = 1, w3 = 1, w4 = 0.5 และ w5 = 0.5 การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น (2) 77 ผลการสอบบางวิชาในภาคการศึกษาท่ี 1 ของนักเรยี น ขอ สอบเนน การคดิ คนหน่ึง เปนดงั น้ี (เฉลยคําตอบ คา สงั เกตมี 3 คา คือ x1 = 4, x2 = 3.5 และ x3 = 3.0 วิชา หนว ยกิต เกรด ความสาํ คญั ของแตละวิชา คือ w1 = 1.5, w2 = 1.0 และ w3 = 2.0 คณิตศาสตร 1.5 4.0 ภาษาไทย 1.0 3.5 จะไดเกรดเฉลี่ยท้ัง 3 วชิ า ภาษาอังกฤษ 2.0 3.0 = iΣ=niΣ=1n1wwixi i = (1.5)(4.0)1+.5(1+.01).(03.+5)2+.0(2.0)(3.0) ใหห าเกรดเฉลี่ยท้งั 3 วิชา ของนักเรยี นคนนี้ = 145..55 1. 3.34 ≈ 3.44 2. 3.44 3. 3.45 นน่ั คอื เกรดเฉล่ียทั้ง 3 วชิ า ของนกั เรียนคนนีป้ ระมาณ 3.44 4. 3.54 ดงั นนั้ คําตอบ คือ ขอ 2.) T91
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน เกรดเฉลยี่ ทงั้ 5 วชิ า ของนิรา = Σi=nΣi=1n1wwixi i รแู้ ละเขา้ ใจ (Knowing and Understanding) = (1)(3) + (1)(14 )+ +1 (1+) (13 .+5 ) 0+.5 ( 0+. 50).(54) + (0.5)(3) 32. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางท่ี 6 ในหนังสือ = 144 เรยี น หนา 77 จากนัน้ ครูถามคาํ ถามเพม่ิ เติม ดงั นี้ = 3.5 • ถา นริ าไดเ กรดวชิ าประวตั ศิ าสตร 5 เทา กบั 3 และเกรดวิชาสุขศึกษา 4 เทากับ 4 ดงั น้นั เกรดเฉลย่ี ทัง้ 5 วิชา ของนริ าเท่ากับ 3.5 อยากทราบวา เกรดเฉลยี่ ทง้ั 5 วชิ าของนริ า จะเทา กบั 3.5 เทา เดมิ หรอื ไม เพราะเหตใุ ด ตละอวงันทตาํ อ้ ดงูการสอบแขง่ ขันเพอ่ื เปน็ พนักงานราชการ1 โดยขอ้ สอบชุดหนึ่งมที ้ังหมด 4 สว่ น (แนวตอบ เทาเดิม เพราะเกรดวิชา แต่ละสว่ นมีคะแนนเต็ม 50 คะแนน ซึ่งตะวนั สอบไดค้ ะแนน เป็นดังน้ี ประวัตศิ าสตร 5 และเกรดวชิ าสุขศึกษา 4 มีหนวยกิตเทา กัน ซึง่ มีความสาํ คญั เทา กนั สว่ น วิชำ คะแนนท่สี อบได้ นำ�้ หนักของคะแนนสอบ จงึ ทาํ ใหเ กรดเฉลยี่ ท้ัง 5 วชิ า เทากบั 3.5 1 ความสามารถทั่วไป 37 40% เทา เดิม) 2 ภาษาไทย 41 20% 33. ครูใหน ักเรยี นทาํ “ลองทาํ ด”ู ในหนังสอื เรยี น หนา 78 เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของ 3 ภาษาองั กฤษ 33 25% นกั เรียน จากน้ันครแู ละนักเรยี นรว มกนั เฉลย คําตอบ “ลองทําด”ู 4 คอมพิวเตอร์ 38 15% 34. ครอู ธบิ ายจากกรอบ ATTENTION ในหนงั สือ ใหห้ าคะแนนเฉลยี่ ทต่ี ะวนั สอบได้ ฝึกทำ�ต่อ เรยี น หนา 78 เกย่ี วกบั สมบตั คิ า เฉลย่ี เลขคณติ บางประการ แบบฝึกทักษะ 3.1 ก ข้อ 6, 14-15 หน้า 82-83 ATTENTION ค่าเฉลยี่ เลขคณติ มีสมบัตบิ างประการ ดังน้ี 1. ค่าเฉล่ียของข้อมูลชุดใดชุดหนึ่ง จะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าค่าสังเกตท่ีน้อยที่สุดและไม่มากกว่าค่าสังเกต ทีม่ ากที่สดุ นั่นคอื xmin ≤ μ ≤ xmax และ xmin ≤ x ≤ xmax เมือ่ xmax เป็นคา่ สังเกตทมี่ ากที่สุด และ xmin เป็นคา่ สังเกตทน่ี ้อยที่สุด 2. ถ ้า Yi = aXi + b, i = 1, 2, 3, ..., n และ a, b เปน็ คา่ คงตัว แล้ว Y = aX + b เมอ่ื X แทนคา่ เฉล่ยี เลขคณติ ของข้อมูล x1, x2, x3, ..., xn และ Y แทนคา่ เฉล่ียเลขคณิตของขอ้ มลู y1, y2, y3, ..., yn 78 นักเรียนควรรู กจิ กรรม สรางเสริม 1 พนักงานราชการ หมายถึง บุคคลซึ่งไดรับการจา งตามสญั ญาจาง โดยได ครใู หนักเรยี นปฏบิ ัติตามขนั้ ตอนตอ ไปน้ี รบั คา ตอบแทนจากงบประมาณของสว นราชการ เพอื่ เปน พนกั งานของรฐั ในการ • ใหน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน คละความสามารถทาง ปฏิบตั งิ านใหก ับสวนราชการน้ัน คณิตศาสตรของนกั เรียน (ออน ปานกลาง และเกง ) • ใหแ ตล ะกลมุ สบื คน ขอ มลู เกย่ี วกบั สมบตั ขิ องคา เฉลยี่ เลขคณติ เพมิ่ เติมนอกเหนือจากในกรอบ ATTENTION • สงตัวแทนออกมานําเสนอหนาช้ันเรียน โดยใชโปรแกรม Microsoft PowerPoint หรอื โปรแกรมอน่ื ๆ ทน่ี ักเรยี นถนัด T92
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ตัวอยา งที่ 7 ขน้ั สอน รา้ นคา้ แหง่ หนง่ึ ขายสนิ คา้ ไดก้ า� ไรจา� นวนหนง่ึ ซง่ึ มคี วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกา� ไร (y) กบั ราคาทนุ (x) รแู ละเขา ใจ (Knowing and Understanding) ของสินค้า พบว่า เปน็ ไปตามสมการ y = 20 + 0.5x ถา้ ราคาทนุ ของสนิ ค้า 6 ชิน้ คอื 100, 129, 124, 95, 104 และ 120 บาท ใหห้ าคา่ เฉลย่ี เลขคณิตของก�าไรของสินค้า 6 ชน้ิ นี้ 35. ครยู กตัวอยางท่ี 7 ในหนังสือเรียน หนา 79 บนกระดาน และอธบิ ายใหส อดคลอ งกบั สมบตั ิ วิธที า� หาคา่ เฉลี่ยเลขคณิตของราคาทนุ + 120 ของคาเฉลี่ยเลขคณิต จากนั้นใหนักเรียนทํา 100 + 129 + 124 6+ 95 + 104 “ลองทําดู” เพื่อตรวจสอบความเขาใจของ จะได้ x = 112 นักเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตองและ = อธิบายเพิ่มเตมิ จาก y = 20 + 0.5x จะได้ y = 20 + 0.5x 36. ครูใหน ักเรยี นทาํ แบบฝก ทักษะ 3.1 ก ขอ 6. y = 20 + 0.5(112) และขอ 12.-13. ในหนังสือเรยี น หนา 82-83 y = 20 + 56 เพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น จากนน้ั = 76 ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั เฉลยคาํ ตอบ ดังนั้น ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของกา� ไรของสินคา้ 6 ชิน้ นี้ เท่ากบั 76 บาท 37. ครใู หน กั เรยี นทาํ Exercise 3.1 A ในแบบฝก หดั ลองทําดู เปนการบาน อณุ หภมู สิ งู สดุ ของกรงุ เทพมหานคร พ.ศ. 2551-2560 ในแตล่ ะปเ ปน็ 38.1, 39.4, 39.7, 39.2, 38. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่ได 40.0, 40.1, 39.1, 39.8, 39.9 และ 39.1 องศาเซลเซยี ส ซง่ึ มีความสัมพนั ธระหวา่ งอุณหภมู ิ เก่ียวกับการหาคา เฉลยี่ เลขคณติ ถวงนา้ํ หนัก ทตหานมี่ มว่ีหยสนอมว่ งกยศาเาปรฟน็ า�Fอเรงนศ=ไาฮฟ59ตา (เ�CรF� น)+ไกฮบั ต3อ2ณุ หใหภ้หมู าหิ คน่าว่ เยฉอลงี่ยศเาลเขซคลณเซิตยี ขสอ(งC� อ)ุณเปหน็ ภไูมปิ ฝกทําตอ 39. ครกู ลา ววา การหาคา เฉลย่ี เลขคณติ ของขอ มลู หลายๆ ชดุ ทหี่ าคา เฉลย่ี ไวแ ลว หากตอ งการ แบบฝก ทกั ษะ 3.1 ก หาคาเฉล่ียเลขคณิตของขอมูลทั้งหมด ขอ 12-13 หนา 83 สามารถหาไดโดยใชคาเฉล่ียเลขคณิตรวม คํานวณไดจากสูตร 4) คา่ เฉล่ียเลขคณิตรวม (Combined arithmetic mean) x = iΣ=kΣi1=kn1nixi i การหาคา่ เฉลยี่ เลขคณติ ของขอ้ มลู หลาย ๆ ชดุ ทห่ี าคา่ เฉลย่ี ไวแ้ ลว้ หากตอ้ งการหาคา่ เฉลย่ี เลขคณิตของข้อมูลทง้ั หมด สามารถหาไดโ้ ดยใช้ค่าเฉล่ยี เลขคณติ รวม ถา้ ให้ x1, x2, x3, ..., xk เป็นค่าเฉลี่ยเลขคณิตของขอ้ มูลชดุ ท่ี 1, 2, 3, ..., k และ n1, n2, n3, ..., nk เป็นจา� นวนค่าสังเกตในข้อมูลชุดที่ 1, 2, 3, ..., k ตามลา� ดับ จะได้ ค า่ เฉล่ียเลขคณติ รวม == nΣi=Σki1=1kx1n1nixn i+i1 +n 2nx22 ++ nn33 x+3 +.. .. .+. +n knkxk การวิเคราะหข้อมูลเบ้ืองต้น (2) 79 ขอ สอบเนน การคิด คา เฉลย่ี เลขคณติ ของอายขุ องพนกั งานกลมุ หนง่ึ ทเ่ี ลอื กมาเปน ตวั อยา งเทา กบั 37 ป ถา คา เฉลย่ี เลขคณติ ของอายพุ นกั งานหญงิ เทา กบั 42 ป และคา เฉลยี่ เลขคณติ ของอายุพนกั งานชายเทา กับ 35 ป ใหหาอัตราสว นระหวางจาํ นวนพนกั งานชายตอจํานวนพนกั งานหญงิ 1. 1 : 5 2. 5 : 1 3. 2 : 5 4. 5 : 2 (เฉลยคาํ ตอบ ให xรวม = 37, xชาย = 35, xหญิง = 42 2nชาย = 5nหญิง และจํานวนพนกั งานชายแทนดว ย nชาย nnหชญายิง = 52 จํานวนพนักงานหญงิ แทนดว ย nหญงิ น่นั คอื อัตราสว นระหวา งจํานวนพนักงานชายตอ พนกั งานหญงิ เทากับ 5 : 2 xรวม = nชาย nxชชาายย ++ nnหหญญงิิง xหญงิ ดงั นน้ั คําตอบ คอื ขอ 4.) 37 = nชาย n(3ช5าย) ++ nnหหญญิงิง (42) 37nชาย + 37nหญิง = 35nชาย + 42nหญิง T93
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170