Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

Published by TANAWICH SEANGRAM, 2022-07-08 01:18:19

Description: หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

Search

Read the Text Version

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 143 คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม กลุม สาระการเรยี นรูก ารงานอาชีพ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 144 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ า การแปรรปู อาหาร รหัสวชิ า ง20202 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 - 3 จำนวน 0.5 หนวยกติ เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน ศึกษาความหมาย ความสาํ คัญ ประโยชนหลกั การ วิธกี าร ขน้ั ตอน กระบวนการทาํ งาน การจัดการ การประเมินผล ปรบั ปรุง และ พฒั นาการถนอมอาหาร มีทักษะกระบวนการทํางาน รวมกบั ผูอื่น อยางมี ประสทิ ธภิ าพและปลอดภัยในการปฏิบตั ิงาน ออกแบบ และสรางผลิตภณั ฑใช เทคโนโลยคี น หา ขอมลู สารสนเทศ เลือกใชเทคโนโลยีไดอยางเหมาะสม รจู กั รบั ผิดชอบ ซ่ือสัตย รอบคอบ ประณีตสะอาด เป นระเบียบในการทํางาน มีเจตคติที่ดีตองานใชทรัพยากรอยางคุม คา ถูก วธิ ี และ ประหยัด ปฏิบตั กิ ารถนอม อาหารตามฤดกู าลของทองถ่ิน ใชกรรมวธิ ตี ามภูมปิ ญญาทองถิ่น เชน ตากแหง รมควัน หมกั ดอง ใชอุณหภูมสิ ูง ใชสารเคมปี รงุ แตง อาหาร นาํ เทคโนโลยีสรางสรรค ปรบั ปรุง และพัฒนา เหมาะสมกับงาน โดยคํานงึ ถงึ ความคุ มคา ประสทิ ธิภาพ วัฒนธรรม สงิ่ แวดลอม และสงั คม ลงมือผลติ ชนิ้ งาน และปรับปรุงการทํางาน นําเสนอ ผลงาน และแนวทางในการประกอบ อาชีพ เพ่ือใหทาํ งานไดถูกตอง ประหยัด ปลอดภัย ทาํ งานรวมกับผูอ ่ืนได มีทักษะ เจตคตทิ ่ดี ตี อการ ถนอม อาหาร เหน็ คุณคาของการเปนผูผ ลิตมากกวาผบู ริโภค และนาํ ชน้ิ งานไปใชประโยชนได ผลการเรยี นรู 1. บอกประวัติความเปนมา ความหมายความสาํ คัญ ประโยชนของการแปรรปู อาหารได 2. บอกสาเหตุท่ีทาํ ใหเกดิ การเนา เสยี ของอาหารไดถูกตอง 3. บอกหลกั การแปรปู อาหารไดถูกตอง 4. รแู ละเขาใจวิธีการแปรรปู อาหารดวยการกาํ จัดหรอื ยับย้ังการเจริญ เติบโตของ เชอ้ื จุลินทรียใน อาหารไดถูกตอ ง 5. เขาใจวิธีการและขน้ั ตอนการแปรรปู อาหารไดถกู ตอ ง 6. ใชเ ก็บ ซอมแซม ดดั แปลง บํารงุ รักษาเคร่อื งมือเคร่อื งใชในการทาํ การแปรรปู อาหาร 7. ทาํ การแปรรปู อาหารไดตามแผนและขัน้ ตอนที่กําหนดประเมนิ ผล และแกปญหาระหวาง การ ทาํ งาน 8. ใชพ ลงั งาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมในการแปรรูปอาหารไดอ ยางประหยดั 9. มคี วามคิดท่ดี แี ละมีประโยชนตอการแปรรูปอาหาร 10. เต็มใจทาํ งานตามบทบาทหนาที่ มีความรบั ผิดชอบ ประณีต รอบคอบ ขยนั ซ่อื สตั ย ประหยัด และอดออม 11. หาความรูเ กย่ี วกบั การถนอมอาหารจากแหลงความรูตา งๆ ได

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 145 คำอธิบายรายวชิ า กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี รายวิชา อาหารพ้นื เมือง รหัสวชิ า ง20203 เวลา 20 ชวั่ โมง/ภาคเรียน ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1 - 3 จำนวน 0.5 หนว ยกติ ศึกษา วิเคราะห จำแนก ความหมายและประเภทของอาหารพื้นเมืองอีสานชนิดตาง ๆ อธิบาย หลักการสุขาภิบาลอาหาร จำแนกเทคนิคการประกอบอาหารพืน้ เมอื ง พรอมท้ังบอกหลักการเลือกซื้ออาหาร สด อาหารแหง อุปกรณ เครื่องใชในการประกอบอาหารพื้นเมือง และสามารถประกอบอาหารพืน้ เมือง อีสานประเภทตา ง ๆ ทำบัญชรี ายรบั -รายจาย พรอมทง้ั ประเมินผลได โดยใชกระบวนการปฏบิ ตั ิ นำเสนอ คนหา ทำงานเปนทีม วิเคราะหปญหาในการประกอบอาหาร พื้นเมือง แลวนำเสนอผลงานและจัดจาํ หนายได เพอ่ื ใหมที ักษะในการประกอบอาหารและใหมปี ระสบการณใ นอาชีพท่ีถนดั และสนใจ มีเจตคติท่ีดีตอ อาชีพทีส่ ุจริต มีคุณธรรม จริยธรรมและคานิยม มีความใฝรูใฝเรียน มีความขยัน อดทน รับผิดชอบและ ซื่อสตั ย มีความมุงม่ันในการทำงาน ใชพลงั งานอยางคมุ คาและยง่ั ยืน ผลการเรียนรู 1. เขาใจความหมาย ความสำคญั และประโยชนของอาหารพื้นเมอื งอีสาน 2. อธิบายวิธกี ารประกอบอาหารที่ถกู หลกั อนามัยได ๓. หาความรูเกีย่ วกับการสขุ าภบิ าลอาหารจากแหลง ความรตู าง ๆ ได 4. เขา ใจความหมาย ความสำคัญ และประโยชนเกีย่ วกับเทคนิคการประกอบอาหารพื้นเมือง 5. เขาใจความหมาย ความสำคญั และประโยชน เก่ียวกับหลกั การเลือกซื้ออาหารสดและอาหารแหง ได 6. การวางแผนเตรยี มวสั ดุ เคร่ืองใชในการทาํ อาหารพน้ื เมอื งแตละชนิด และการบรรจเุ ก็บรกั ษา 7. ปฏิบัติการทำอาหารไดตามแผนและขั้นตอนที่กำหนด ประเมินผล และแกปญหาระหวางการ ทำงาน 8. รแู ละเขาใจในการกาํ หนดราคา การคาํ นวณคาใชจายใหเหมาะสมกบั ตนทนุ การทาํ บญั ชีรายรบั - รายจาย

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 146 คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ สาระการเรยี นรกู ารงานอาชพี รายวิชา งานใบตอง รหัสวชิ า ง20204 เวลา 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1 - 3 จำนวน 0.5 หนวยกิต ศกึ ษาประวตั คิ วามเปนมา คุณคาของงานใบตอง และโอกาสการใชงานใบตอง ประเภท และวสั ดุท่ี นาํ มาใชท ํางานใบตอง การออกแบบประดษิ ฐงานใบตองแบบตาง ๆ การเลอื กและการเก็บ รกั ษาใบตอง การใช และรกั ษาเคร่อื งมืออปุ กรณ ปฏบิ ัติงานเตรยี มวัสดุ– อปุ กรณ ในการเย็บใบตองแบบตาง ๆ เชน หอขนม และ อาหาร กระทงใสขนมและอาหาร การพบั กลีบใบตอง การเยบ็ ถาดใบตอง กระทงดอกไม พานพุม บายศรี ภาชนะใบตอง ฯลฯ นําหลักเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชในการปฏบิ ตั งิ าน คํานวณคาใชจาย กําหนดราคาหรอื คา บรกิ ารจัดจําหนาย จดบันทกึ การปฏบิ ัติงาน ทําบญั ชรี ายรับ-รายจาย และประเมินผล มีคณุ ธรรม มี ความ รบั ผดิ ชอบ ตรงตอเวลา ขยนั อดทน มีทกั ษะในการทํางานรว มกับผูอนื่ ผลการเรยี นรู 1. เพ่ือใหมีความรูประวัติความเปนมา คุณคาและโอกาสในการใชงานใบตอง 2. เพือ่ ใหความรูเ กยี่ วกับการเลอื กใชและเก็บรักษาวัสดุ-อุปกรณในงานใบตอง 3. เพ่ือใหมีความรูและทกั ษะในการออกแบบวางแผนปฏิบัติงานใบตองไดถกู ตองตอน ขัน้ ตอน กระบวนการทํางาน 4. ปฏิบัติงานตามขั้นตอนทว่ี างแผนไวอยางสวยงามไมนอยกวา 8 ช้ินงาน 5. คาํ นวณงบประมาณ วิธีคิดคาแรง การกําหนดราคาขาย ทําบัญชรี บั -จาย ไดโ ดยยึด หลักเศรษฐกิจ พอเพียง 6. มีความคดิ สรางสรรค สามารถทํางานรว มกับผูอื่นได มคี ุณธรรมในการทํางาน ปรบั ปรุงงานใหดี ข้นึ อยูเ สมอ 7. สามารถสรุปและประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน จดบนั ทกึ การปฏบิ ตั ิงานไดถูกตอ งตาม ขั้นตอน และ นําผลการประเมนิ ผลไปใชปรับปรงุ งานและตนเองได

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 147 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ า เกษตรทฤษฎีใหม รหสั วชิ า ง20205 กลุมสาระการเรียนรกู ารงานอาชพี ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 - 3 จำนวน 0.5 หนวยกติ เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ศกึ ษา สืบคนขอ มูลและปฏิบัตเิ กยี่ วกบั ความหมาย ความสำคญั และประเภทของอาชีพ ความหมาย ความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม ความรเู บื้องตนเกยี่ วกับการเกษตร หลักการ แนวทางของ เกษตรทฤษฎีใหมตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียง การปลกู พชื ตามแนวทางของเกษตรทฤษฎใี หม การอนุรกั ษด นิ และน้ำเพ่ือการเกษตร วธิ ีการและข้นั ตอนการขยายพนั ธุพชื การปลูกไมผ ลในทองถนิ่ บางชนิด การปลูก ยางพารา การปลูกพชื ผักในทอ งถ่ิน การปลกู ไมดอกไมป ระดบั การทำปยุ หมัก การเล้ียงสัตวในทอ งถิน่ การรักษาและปอ งกันโรคที่เกี่ยวกบั สตั วบ างชนิดในทองถ่ิน โดยใชก ระบวนการกลมุ กระบวนการแกป ญหา กระบวนการสบื เสาะแสวงหาความรเู ดิม การ สำรวจตรวจสอบ การสืบคนขอ มูลใหม นำมาอภปิ รายสรปุ ปรับปรุง แกไข ยอมรับความคดิ เห็นและผลงาน ของผูอน่ื โดยใหน กั เรยี นไดฝ กฝนกระบวนการปฏิบตั จิ รงิ ในการเรียนเกษตรทฤษฎใี หม กกกกกกกมเี จตคตทิ ดี่ ีในการจัดการ ทำงานอยา งเปน ระบบ ทำงานรว มกับผอู ่นื ได เห็นคุณคา ของอาชพี สจุ ริต มีความคิดสรา งสรรค มีคุณธรรม จริยธรรม ดา นความรับผดิ ชอบ ขยัน ซ่ือสัตย ประหยดั อดออม อดทนและมีความกระตือรือรน ในการทำงาน รูจักประยุกตใ ชเ ทคโนโลยี ใชพลังงานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ สง่ิ แวดลอ มอยางคมุ คาและถูกวิธี ตามวิถีปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรยี นรู 1. สืบคนขอมูล อธิบาย ความหมาย ความสำคัญ วิเคราะหเกี่ยวกบั อาชีพ แนวทางของเกษตรทฤษฎีใหมต ามแนวเศรษฐกิจพอเพยี งได 2. นักเรยี นมีความรคู วามเขาใจในหลักการ อธิบายความหมาย ความสำคญั ประโยชน ในการ ปลูกขาวตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม เพ่ือเปน แนวทางในการประกอบอาชพี ได 3. นกั เรียนมีความรคู วามเขาใจ ตระหนักถึงคุณคา ประโยชนและความสำคัญของการอนรุ ักษดิน และนำ้ เพื่อการเกษตร 4. นักเรียนมีความรูค วามเขาใจเกีย่ วกบั ความหมาย ความสำคัญ วธิ ีการและขั้นตอนของการ ขยายพันธุพืชแบบไมอาศยั เพศ มคี วามต้งั ใจ เอาใจใสและทำงานจนสำเรจ็ อยางมคี วามสขุ มี กิจนสิ ยั ในการทำงานดว ยความประณตี รอบคอบ ปลอดภัยและสะอาดมีความรับผดิ ชอบ ขยัน ซอื่ สัตย ประหยัด อดออม อดทนและปฏบิ ัตงิ านตามข้ันตอนได 5. นักเรยี นสบื คน ขอมลู อธิบายเก่ียวกบั หลักการ ขั้นตอน วธิ กี ารปลูกไมผ ลไมยนื ตน บางชนดิ ใน ทอ งถนิ่ และสามารถนำความรูและประสบการณจ ากการเรยี นรไู ปใชในชีวติ ประจำวันได 6. นักเรยี นมคี วามรูความเขาใจ อธิบายความหมาย ความสำคญั ขัน้ ตอนการปลูกการดูแลรกั ษา การเกบ็ เก่ียวผลผลติ ของพชื ผกั และไมดอกบางชนดิ ในทองถ่นิ ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหมไ ด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 148 7. นักเรียนมคี วามรคู วามเขาใจอธบิ ายความหมาย ความสำคัญ ประโยชน วธิ กี าร และขัน้ ตอน ของการทำน้ำหมกั ชีวภาพ ปุยหมักโดยใชสารตวั เรง พด.1 ประโยชนข องปยุ หมัก การใชจุลนิ ทรยี อ เี อม็ และ สามารถทำงานตามขนั้ ตอนได 8. นกั เรยี นมีความรคู วามเขา ใจ อธิบายความหมาย ความสำคัญ ประโยชนข องการเลี้ยงสัตว และตระหนักถึงความจำเปนของการรักษาและปองกนั โรคท่ีเก่ยี วกบั สตั วบ างชนิดในทองถิ่นและเผยแพร ความรูทไี่ ดร ับสูชุมชนไดในทองถนิ่ บางชนดิ ได

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 149 กลมุ สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 150 โครงสรา งรายวิชา กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน วชิ าพื้นฐาน อ21101 ภาษาอังกฤษ1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ อ21102 ภาษาองั กฤษ2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต อ22101 ภาษาอังกฤษ3 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต อ22102 ภาษาองั กฤษ4 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต อ23101 ภาษาอังกฤษ5 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกติ อ23102 ภาษาองั กฤษ6 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนว ยกิต

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 151 คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 152 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ าภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ21101 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาค เรยี น เขาใจคำสั่ง คำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจงงายๆ ที่ฟงและอานในการทำอาหารและเครื่องดื่ม การ ประดิษฐ การใชยา/สลากยา การบอกทิศทาง ปายประกาศตางๆ หรือการใชอ ุปกรณ อานออกเสยี งขอความ นิทานและบทรอยกรอง(Poem)สั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน พัฒนาทักษะการใชพจนานุกรม เลือก/ระบุ ตีความประโยคและขอความ ตีความ/ถายโอนขอมูลใหสัมพันธกับสื่อที่ไมใชความเรียง (non-text information) เกีย่ วกับตนเอง ครอบครวั อาหารและเครื่องดื่ม การซื้อขาย สุขภาพ และลมฟา อากาศ ระบุ หัวขอเรื่อง(topic) ใจความสำคัญ (maim idea) และตอบคำถามจากการฟงและการอานบทสนทนา นิทาน เร่ืองส้นั และสื่อประเภทตางๆ(authentic texts) สนทนาแลกเปลี่ยนขอมูล ในการสื่อสารระหวางบุคคลเกี่ยวกบั ตนเอง กิจกรรมและสถานการณตางๆ ในชีวิตประจำวัน ไดแก การทักทาย กลาวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย พูดแทรกอยางสุภาพ พูดชักชวนได เหมาะสมตามมารยาททางสังคม ใชคำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจงตามสถานการณตางๆ พูดและเขียนแสดง ความตองการ ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณตางๆ อยาง เหมาะสม พูดและเขียนโดยใชศ ัพท สำนวน ประโยค และขอความทีใ่ ชใ นการขอและใหขอมูล และแสดงความ คิดเห็นเกีย่ วกับเรื่องที่ฟงหรืออานอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความรูสึกและความคิดเห็นของตนเอง เก่ยี วกบั เรอ่ื งตา งๆใกลตวั กิจกรรมตา งๆพรอ มทง้ั ใชเ หตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบอยางเหมาะสม พดู และเขียนบรรยาย เก่ยี วกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวนั ประสบการณแ ละส่งิ แวดลอมใกลตวั พดู /เขยี นสรปุ ใจความสำคัญ/แกน สาระ (theme) ที่ไดจากการวิเคราะหเรื่อง/เหตุการณที่อยูมนความสนใจของสังคม พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เกย่ี วกบั กจิ กรรมตางๆพรอ มท้ังใชเหตุผลสั้นๆประกอบใกลต วั ใชภาษา น้ำเสียง และกริยาทาทางในการสนทนาดวยความสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถบรรยายเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเปน อยูและประเพณีของ เจาของภาษา รวมทั้งเขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เขาใจความเหมือนและ ความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตางๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับตาม โครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตา งระหวา งเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิตความเปนอยูของเจาของภาษากับของไทย ใชภาษาอังกฤษในการคนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจรงิ ทีเ่ กี่ยวกับกลุมสาระการเรียนรอู ื่น จากแหลงเรียนรู และนำเสนอดวยการ พูด/การเขียน ใชทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองที่เกิดขึ้นใน หอ งเรยี น สถานศึกษาและชุมชน ตลอดทั้งใชภ าษาอังกฤษในการสืบคน/คนควา ความรู/ขอมูลตางๆจากสื่อ และแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชนและคุณคาของการ เรยี นรูภ าษาองั กฤษ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ต1.2ม.1/1 ต1.2ม.1/2 ต1.1ม.1/1 ต1.1ม.1/2 ต1.1ม.1/3 ต1.1ม.1/4

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 153 ต1.2ม.1/3 ต1.2ม.1/4 ต1.2ม.1/5 ต1.3ม.1/1 ต1.3ม.1/2 ต1.3ม.1/3 ต2.1ม.1/1 ต2.1ม.1/2 ต2.1ม.1/3 ต2.2ม.1/1 ต2.2ม.1/2 ต3.1ม.1/1 ต4.1ม.1/1 ต4.2ม.1/1 ต4.2ม.1/2 รวม 21 ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 154 คำอธบิ ายรายวิชา รายวิชาภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ21102 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น เขาใจคำสั่ง คำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจงงายๆ ท่ีฟงและอานในการทำอาหารและเคร่ืองดื่ม การ ประดิษฐ การใชยา/สลากยา การบอกทิศทาง ปายประกาศตางๆ หรือการใชอปุ กรณ อานออกเสียงขอความ นิทานและบทรอยกรอง(Poem)สั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน พัฒนาทักษะการใชพจนานุกรม เลือก/ระบุ ตีความประโยคและขอความ ตีความ/ถายโอนขอมูลใหสัมพันธกับสื่อที่ไมใชความเรียง (non-text information) เกี่ยวกับการศึกษา อาชีพ การเดินทางทองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี ระบหุ วั ขอเรือ่ ง(topic) ใจความสำคัญ (maim idea) และตอบคำถามจากการฟง และการอาน บทสนทนา นิทานเร่อื งสัน้ และสื่อประเภทตา งๆ(authentic texts) สนทนาแลกเปลี่ยนขอมลู ในการสื่อสารระหวางบุคคลเก่ียวกบั ตนเอง กิจกรรมและสถานการณตา งๆ ในชีวิตประจำวัน ไดแก การทักทาย กลาวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย พูดแทรกอยางสุภาพ พูดชักชวนได เหมาะสมตามมารยาททางสังคม ใชคำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจงตามสถานการณตางๆ พูดและเขียนแสดง ความตองการ ขอความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือในสถานการณตางๆ อยาง เหมาะสม พูดและเขยี นโดยใชศัพท สำนวน ประโยค และขอความท่ใี ชใ นการขอและใหขอมูล และแสดงความ คิดเห็นเกีย่ วกับเรื่องท่ีฟงหรืออานอยา งเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความรูสึกและความคิดเห็นของตนเอง เกีย่ วกับเร่อื งตางๆใกลต ัว กจิ กรรมตา งๆพรอ มท้งั ใชเหตผุ ลสน้ั ๆ ประกอบอยา งเหมาะสม พดู และเขียนบรรยาย เกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจำวนั ประสบการณและสง่ิ แวดลอมใกลตัว พูด/เขยี นสรปุ ใจความสำคัญ/แกน สาระ (theme) ที่ไดจากการวิเคราะหเร่ือง/เหตุการณที่อยูมนความสนใจของสังคม พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เก่ียวกับกจิ กรรมตางๆพรอ มทง้ั ใชเหตผุ ลสัน้ ๆประกอบใกลตวั ใชภาษา น้ำเสียง และกริยาทาทางในการสนทนาดวยความสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจา ของภาษา สามารถบรรยายเกี่ยวกับเทศกาล วนั สำคญั ชีวิตความเปน อยูแ ละประเพณีของ เจาของภาษา รวมทั้งเขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เขาใจความเหมือนและ ความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิดตางๆ การใชเครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับตาม โครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตางระหวางเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิตความเปนอยูของเจาของภาษากับของไทย ใชภาษาอังกฤษในการคนควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจริงทีเ่ กี่ยวกับกลุมสาระการเรียนรอู ืน่ จากแหลง เรียนรู และนำเสนอดวยการ พูด/การเขียน ใชทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองที่เกิดขึ้นใน หองเรียน สถานศึกษาและชุมชน ตลอดทั้งใชภ าษาอังกฤษในการสืบคน/คนควา ความรู/ขอมูลตางๆจากส่ือ และแหลงการเรียนรูตา งๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชนและคุณคาของการ เรยี นรภู าษาอังกฤษ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ต1.2ม.1/1 ต1.2ม.1/2 ต1.1ม.1/1 ต1.1ม.1/2 ต1.1ม.1/3 ต1.1ม.1/4 ต1.3ม.1/2 ต1.3ม.1/3 ต1.2ม.1/3 ต1.2ม.1/4 ต1.2ม.1/5 ต1.3ม.1/1

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 155 ต2.1ม.1/1 ต2.1ม.1/2 ต2.1ม.1/3 ต2.2ม.1/1 ต2.2ม.1/2 ต3.1ม.1/1 ต4.1ม.1/1 ต4.2ม.1/1 ต4.2ม.1/2 รวม 21 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 156 คำอธิบายรายวิชา รายวิชาภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22101 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาค เรยี น เขา ใจ คำขอรอง คำแนะนำ คำช้แี จงและคำอธิบายงายๆ ที่ฟง และอานในการทำอาหารและเครื่องด่ืม การประดิษฐ การใชยา/สลากยา การบอกทิศทาง ปายประกาศตางๆ หรือการใชอุปกรณ อานออกเสียง ขอความ ขาว ประกาศ นิทานและบทรอยกรอง(Poem)สั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน พัฒนาทักษะการใช พจนานุกรม ระบุ/เขียนประโยคและขอ ความ ตีความ/ถายโอนขอมลู ใหส ัมพันธกับส่ือที่ไมใชความเรียง (non- text information) เก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดลอม พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ อาหารและเครื่องดื่ม เวลาวาง และนันทนาการ การซื้อขาย สุขภาพ และ สวัสดิการ และลมฟา อากาศจาการอาน เลือกหัวขอเรื่อง(topic) ใจความสำคัญ (maim idea) บอก รายละเอียดสนับสนนุ (supporting detail )และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟงและอาน พรอมท้ังใช เหตุผลและตวั อยา งงา ยๆประกอบ ไดแ ก บทสนทนา นิทานเรือ่ งส้นั และส่อื ประเภทตางๆ(authentic texts) สนทนาแลกเปลี่ยนขอมูล ในการสื่อสารระหวางบุคคลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องตางๆใกลตัวและ สถานการณตางๆในชีวิตประจำวัน ไดแก การทกั ทาย กลาวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย พดู แทรกอยา งสุภาพ พูดชักชวนไดเหมาะสมตามมารยาททางสังคม ใชคำขอรอง ใหคำแนะนำ คำชี้แจงและคำอธิบายตาม สถานการณตางๆ พูดและเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให ความชวยเหลือในสถานการณต างๆ อยา งเหมาะสม พูดและเขียนโดยใชศพั ท สำนวน ประโยค และขอความ เพ่ือขอและใหขอมลู บรรยายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงหรอื อานอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดง ความรูสกึ และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆ กิจกรรมและประสบการณ พรอมทั้งใชเหตุผลสั้นๆ ประกอบอยางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและขาว/ เหตุการณที่อยูในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ แกนสาระ (theme) หัวขอเรื่อง (topic)ที่ไดจากการวิเคราะหเรื่อง/ขาว/เหตุการณท่ีอยูมนความสนใจของสังคม พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เกีย่ วกบั กิจกรรมตา งๆพรอ มทั้งใชเหตุผลสนั้ ๆประกอบ ใชภาษา น้ำเสียง และกริยาทาทางในการสนทนาดวยความสุภาพเหมาะสมตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจาของภาษา สามารถอธิบายเกี่ยวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเปนอยูและประเพณีของ เจา ของภาษา รวมทัง้ เขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทยี บและอธิบาย ความเหมือน และความแตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตางๆ และการลำดบั ตามโครงสรา งประโยค ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย เปรียบเทียบอธิบายความเหมือน ความแตกตางระหวา งชีวติ ความเปนอยู และ วัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย ใชภาษาอังกฤษในการคน ควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจริงท่ี เกี่ยวกับกลุมสาระการเรียนรูอื่น จากแหลงเรียนรู และนำเสนอดวยการพูด/การเขียน ใชภาษาอังกฤษใน สถานการณจริง/สถานการณจ ำลองที่เกดิ ข้ึนในหองเรยี น สถานศึกษาและชมุ ชน ตลอดทั้งใชภาษาอังกฤษใน การสืบคน /คน ควา รวบรวมและสรุปความรแู ละขอมูลตางๆจากสื่อและแหลงการเรียนรตู างๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชพี รวมทง้ั เผยแพร/ประชาสัมพันธ ขอ มูลขาวสารของโรงเรียนเปน ภาษาอังกฤษ มีเจตคติที่ดี เหน็ ประโยชนแ ละคณุ คา ของการเรยี นรภู าษาอังกฤษ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 157 มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ต1.1ม.2/3 ต1.1ม.2/4 ต1.2ม.2/1 ต1.2ม.2/2 ต1.1ม.2/1 ต1.1ม.2/2 ต1.2ม.2/5 ต1.3ม.2/1 ต1.3ม.2/2 ต1.3ม.2/3 ต1.2ม.2/3 ต1.2ม.2/4 ต2.1ม.2/1 ต2.1ม.2/2 ต2.1ม.2/3 ต2.2ม.2/1 ต2.2ม.2/2 ต3.1ม.2/1 ต4.1ม.2/1 ต4.2ม.2/1 ต4.2 ม.2/2 รวม 21 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 158 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวิชาภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ22102 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ช่วั โมง/ภาคเรียน เขาใจ คำขอรอ ง คำแนะนำ คำชแี้ จงและคำอธิบายงา ยๆ ทฟี่ งและอานในการทำอาหารและเคร่ืองด่ืม การประดิษฐ การใชยา/สลากยา การบอกทิศทาง และการใชอุปกรณ อานออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ นิทานและบทรอยกรอง(Poem)สั้นๆ ถูกตองตามหลักการอาน พัฒนาทักษะการใชพจนานุกรม ระบุ/เขียน ประโยคและขอความ ตีความ/ถายโอนขอมูลใหสัมพันธกับสื่อที่ไมใชความเรียง (non-text information) เกี่ยวกับการศึกษาและอาชีพ การเดินทางทองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี อบครัว โรงเรยี น สง่ิ แวดลอม พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวตั รประจำวนั ประสบการณ อาหารและเคร่ืองดื่ม เวลาวา ง และนันทนาการ การซ้อื ขาย สขุ ภาพ และสวัสดิการ และลมฟา อากาศจาการ อาน เลือกหัวขอเร่ือง(topic) ใจความสำคญั (maim idea) บอกรายละเอียดสนบั สนนุ (supporting detail ) และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและอาน พรอมทั้งใชเหตุผลและตัวอยางงายๆประกอบ ไดแก บท สนทนา นทิ านเรื่องสนั้ และสื่อประเภทตา งๆ(authentic texts) สนทนาแลกเปลี่ยนขอมูล ในการสื่อสารระหวางบุคคลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องตางๆใกลตัวและ สถานการณตา งๆในชีวิตประจำวัน ไดแก การทกั ทาย กลาวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย พูดแทรกอยางสุภาพ พูดชักชวนไดเหมาะสมตามมารยาททางสังคม ใชคำขอรอง ใหคำแนะนำ คำช้ีแจงและคำอธิบายตาม สถานการณตางๆ พูดและเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให ความชวยเหลือในสถานการณตางๆ อยา งเหมาะสม พูดและเขียนโดยใชศพั ท สำนวน ประโยค และขอความ เพื่อขอและใหขอมูล บรรยายแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟงหรืออานอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดง ความรูสึกและความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆ กิจกรรมและประสบการณ พรอ มทั้งใชเหตุผลสั้นๆ ประกอบอยางเหมาะสม พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและขาว/ เหตุการณที่อยูในความสนใจของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ แกนสาระ (theme) หัวขอเรื่อง (topic)ที่ไดจากการวิเคราะหเรื่อง/ขาว/เหตุการณท่ีอยูมนความสนใจของสังคม พูด/เขียนแสดงความคิดเห็น เกีย่ วกบั กจิ กรรมตางๆพรอมท้ังใชเ หตุผลส้ันๆประกอบ ใชภาษา น้ำเสียง และกริยาทาทางในการสนทนาเหมาะกับบุคคลตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของเจา ของภาษา สามารถอธบิ ายเกยี่ วกบั เทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเปน อยูและประเพณขี องเจาของภาษา รวมทั้งเขา รว ม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรยี บเทยี บและอธิบายความเหมือน และ ความแตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตา งๆ และการลำดับตามโครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน และความแตกตางระหวางชีวิตความเปนอยู และ วัฒนธรรมของเจา ของภาษากับของไทย ใชภาษาอังกฤษในการคน ควา รวบรวม และสรุปขอมูล/ขอเท็จจริงท่ี เกี่ยวกับกลุมสาระการเรียนรูอื่นจากแหลงเรียนรู และนำเสนอดวยการพูด/การเขียน ใชภาษาอังกฤษใน สถานการณจริง/สถานการณจ ำลองที่เกิดข้ึนในหองเรียน สถานศึกษาและชุมชน ตลอดทัง้ ใชภาษาอังกฤษใน การสบื คน/คนควา รวบรวมและสรุปความรูและขอมูลตางๆจากสื่อ และแหลงการเรียนรูตางๆ ในการศึกษา ตอ และประกอบอาชีพ รวมทงั้ เผยแพร/ ประชาสัมพันธ ขอมลู ขา วสารของโรงเรยี นเปนภาษาอังกฤษ มีเจตคติ ที่ดี เห็นประโยชนและคณุ คา ของการเรยี นรูภ าษาอังกฤษ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 159 มาตรฐาน/ตัวชีว้ ดั ต1.1ม.2/3 ต1.1ม.2/4 ต1.2ม.2/1 ต1.2ม.2/2 ต1.1ม.2/1 ต1.1ม.2/2 ต1.2ม.2/5 ต1.3ม.2/1 ต1.3ม.2/2 ต1.3ม.2/3 ต1.2ม.2/3 ต1.2ม.2/4 ต2.1ม.2/3 ต2.2ม.2/1 ต2.2ม.2/2 ต3.1ม.2/1 ต2.1ม.2/1 ต2.1ม.2/2 ต4.2 ม.2/2 ต4.1ม.2/1 ต4.2ม.2/1 รวม 21 ตัวชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 160 คำอธิบายรายวชิ า รายวิชาภาษาองั กฤษ รหัสวิชา อ23101 กลุมสาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรียน เขาใจ คำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจงและคำอธิบายที่ฟงและอานในการประดิษฐ การบอกทิศทาง ปายประกาศตางๆและการใชอุปกรณ อานออกเสียงขอความ ขาว โฆษณา และบทรอยกรอง(Poem)สั้นๆ ถูกตอ งตามหลักการอา น พัฒนาทกั ษะการใชพจนานุกรม ระบุ ตีความ/ถา ยโอนขอ มลู และส่ือที่ไมใชความเรียง (non-text information)รูปแบบตางๆ ใหสัมพันธกับประโยคและขอความเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น ส่ิงแวดลอม อาหารเคร่ืองด่ืม เวลาวาง และนนั ทนาการ การซื้อขาย สุขภาพ และสวัสดิการ ลมฟา อากาศ เลือก/ระบุหัวเรื่อง ใจความสำคัญ (maim idea) บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail ) และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟงและอาน จากสอ่ื สิ่งพิมพและส่ืออิเล็กทรอนิกสประเภทตางๆพรอ มทงั้ ใหเหตผุ ลและตัวอยา งงายๆประกอบ สนทนาและเขียนโตต อบขอมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องตางๆใกลตัว สถานการณ ขาว เรื่องทีอ่ ยูในความ สนใจของสังคมไดตอเนือ่ งเหมาะสมในการสือ่ สารระหวางบุคคลในชีวิตประจำวัน ไดแก การทักทาย กลาวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย พูดแทรกอยางสุภาพ พูดชักชวนไดเหมาะสมตามมารยาททางสังคม ใชคำขอรอง ให คำแนะนำ คำชี้แจงและคำอธิบายอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความ ชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหความชว ยเหลือในสถานการณตางๆ อยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดง ความรูสกึ และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆกิจกรรม ประสบการณและขาว/เหตุการณ เองและ ประเด็นตา งๆที่อยูมนความสนใจของสังคมพรอมทั้งใหเหตุผลประกอบอยางเหมาะสม พดู และเขยี นบรรยาย เกยี่ วกับตนเอง/ ประสบการณและขา ว/เหตุการณ/เร่ือง/ประเดน็ ตางๆท่ีอยูใ นความสนใจของสังคม พูดและ เขยี นสรปุ ใจความสำคัญ แกนสาระ (theme) หัวขอเร่ือง (topic)ทไี่ ดจากการวิเคราะหเรื่อง/ขา ว/เหตุการณที่ อยูม นความสนใจของสังคม ใชภาษา น้ำเสยี ง และกริยาทาทางในการสนทนาเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและ วฒั นธรรมของเจาของภาษา สามารถอธบิ ายเกี่ยวกบั ชีวิตความเปนอยแู ละประเพณขี องเจา ของภาษา รวมทั้ง เขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน และความ แตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตา งๆ และการลำดับตามโครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษและ ภาษาไทย เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือน และความแตกตางระหวา งชีวิตความเปน อยู และวฒั นธรรม ของเจาของภาษากับของไทย และนำไปใชไดอยางเหมาะสม ใชภาษาอังกฤษในการคน ควา รวบรวม และสรุป ขอมูล/ขอเท็จจริงที่เก่ียวกับกลุม สาระการเรียนรูอื่นจากแหลงเรียนรู และนำเสนอดว ยการพดู /การเขียน ใช ภาษาอังกฤษในสถานการณจรงิ /สถานการณจำลองที่เกิดขึน้ ในหองเรยี น สถานศึกษาและชุมชนและสังคม ใช ภาษาอังกฤษในการสืบคน/คน ควา รวบรวมและสรปุ ความรู/ขอ มูลตางๆ ในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพ รวมทั้งเผยแพร/ประชาสัมพันธ ขอมูลขาวสารของโรงเรียน ชุมชนและทองถ่ินเปนภาษาองั กฤษ มีเจตคติที่ดี เหน็ ประโยชนและคณุ คา ของการเรยี นรูภาษาอังกฤษ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ต1.1ม.3/1 ต1.1ม.3/2 ต1.1ม.3/3 ต1.1ม.3/4 ต1.2ม.3/1 ต1.2ม.3/2 ต1.2ม.3/3 ต1.2ม.3/4 ต1.2ม.3/5 ต1.3ม.3/1 ต1.3ม.3/2 ต1.3ม.3/3

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 161 ต2.1ม.3/1 ต2.1ม.3/2 ต2.1ม.33 ต2.2ม.3/1 ต2.2ม.3/2 ต3.1ม.3/1 ต4.1ม.3/1 ต4.2ม.3/1 ต4.2 ม.3/2 รวม 21 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 162 คำอธิบายรายวิชา รายวิชาภาษาองั กฤษ รหัสวิชา อ23102 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ช่วั โมง/ภาคเรียน เขาใจ คำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจงและคำอธิบายที่ฟงและอานในการประดิษฐ การบอกทิศทาง ปายประกาศตางๆและการใชอุปกรณ อานออกเสียงขอความ ขาว โฆษณา และบทรอยกรอง(Poem)สั้นๆ ถูกตอ งตามหลักการอา น พัฒนาทกั ษะการใชพจนานุกรม ระบุ ตีความ/ถา ยโอนขอ มลู และส่ือที่ไมใ ชความเรียง (non-text information)รปู แบบตางๆ ใหสัมพันธกับประโยคและขอความเกี่ยวกับการศกึ ษาและอาชีพ การ เดินทางทองเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษาและวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี เลือก/ระบุหัวเรื่อง ใจความ สำคญั รายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail )และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั เร่ืองที่ฟงและอาน จากสอื่ ส่งิ พมิ พแ ละสือ่ อิเล็กทรอนิกสป ระเภทตา งๆพรอ มท้ังใหเ หตผุ ลและตัวอยางงา ยๆประกอบ สนทนาและเขยี นโตตอบ ขอ มลู เกีย่ วกบั ตนเอง เรอ่ื งตา งๆใกลตัว สถานการณ ขาว เรื่องท่ีอยูในความ สนใจของสังคมไดตอเนือ่ งเหมาะสมในการสื่อสารระหวางบุคคลในชีวิตประจำวัน ไดแก การทักทาย กลาวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย พูดแทรกอยา งสุภาพ พูดชักชวนไดเหมาะสมตามมารยาททางสังคม ใชคำขอรอ ง ให คำแนะนำ คำชี้แจงและคำอธิบายอยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความ ชวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหความชว ยเหลือในสถานการณตางๆ อยางเหมาะสม พูดและเขียนแสดง ความรูสกึ และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องตางๆกจิ กรรม ประสบการณและขาว/เหตกุ ารณ เรื่องและ ประเด็นตา งๆท่ีอยูในความสนใจของสังคมพรอมทั้งใหเหตุผลประกอบอยางเหมาะสม พูดและเขยี นบรรยาย เก่ียวกับตนเอง/ ประสบการณและขาว/เหตุการณ/เร่ือง/ประเด็นตา งๆท่ีอยูในความสนใจของสังคม พูดและ เขียนสรปุ ใจความสำคัญ แกน สาระ (theme) หัวขอ เรือ่ ง (topic)ที่ไดจ ากการวิเคราะหเร่อื ง/ขาว/เหตุการณท่ี อยูในความสนใจของสงั คม ใชภาษา น้ำเสยี ง และกรยิ าทาทางในการสนทนาเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของเจา ของภาษา สามารถอธบิ ายเก่ียวกบั ชีวิตความเปนอยูและประเพณีของเจาของภาษา รวมท้ัง เขารวม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือน และความ แตกตางระหวา งการออกเสียงประโยคชนิดตางๆ และการลำดับตามโครงสรางประโยคของภาษาอังกฤษและ ภาษาไทย เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือน และความแตกตางระหวางชีวิตความเปน อยู และวัฒนธรรม ของเจาของภาษากับของไทย และนำไปใชไดอยา งเหมาะสม ใชภาษาอังกฤษในการคน ควา รวบรวม และสรปุ ขอมลู /ขอเท็จจริงที่เกี่ยวกับกลุม สาระการเรียนรูอื่นจากแหลงเรียนรู และนำเสนอดว ยการพูด/การเขียน ใช ภาษาอังกฤษในสถานการณจริง/สถานการณจำลองที่เกิดขึ้นในหองเรียน สถานศึกษาชุมชนและสังคม ใช ภาษาอังกฤษในการสืบคน/คนควา รวบรวมและสรปุ ความรู/ขอมูลตางๆ ในการศึกษาตอและประกอบอาชีพ รวมทั้งเผยแพร/ประชาสัมพันธ ขอมลู ขาวสารของโรงเรยี น ชุมชนและทองถิ่นเปน ภาษาอังกฤษ มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชนและคณุ คา ของการเรียนรภู าษาอังกฤษ มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั ต1.2ม.3/1 ต1.2ม.3/2 ต1.1ม.3/1 ต1.1ม.3/2 ต1.1ม.3/3 ต1.1ม.3/4 ต1.3ม.3/2 ต1.3ม.3/3 ต1.2ม.3/3 ต1.2ม.3/4 ต1.2ม.3/5 ต1.3ม.3/1

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 163 ต2.1ม.3/1 ต2.1ม.3/2 ต2.1ม.33 ต2.2ม.3/1 ต2.2ม.3/2 ต3.1ม.3/1 ต4.1ม.3/1 ต4.2ม.3/1 ต4.2 ม.3/2 รวม 21 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 164 กจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 165 กิจกรรมพฒั นาผูเรยี น กิจกรรมพัฒนาผูเรียน เปนกิจกรรมที่มุงใหผูเรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอยาง รอบดานเพื่อความเปนมนุษยที่สมบูรณ ทั้งรางกาย สติปญญา อารมณ และสังคม เสริมสรางใหเปน ผูมีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝงและสรางจติ สำนึกของการทำประโยชนเพื่อสงั คม สามารถ จัดการตนเองได และอยรู วมกบั ผอู ืน่ ในสังคมอยางมีความสขุ โรงเรียนทับโพธพ์ิ ฒั นวิทย จัดกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น แบงเปน 3 ลักษณะดงั น้ี 1. กิจกรรมแนะแนว เปนกิจกรรมที่สงเสริมและพัฒนานักเรียนใหสอดคลองกับความสามารถ ความถนดั และความสนใจ โดยคำนึงถึงความแตกตางระหวา งบุคคล ดวยกระบวนการทางจิตวิทยา การแนะ แนว ใหสอดคลองครอบคลมุ ดานการศึกษา อาชีพสว นตวั และสงั คม กิจกรรมสำคญั ในการพัฒนาไดแก กิจกรรม การรูจ ัก เขา ใจ เห็นคณุ คา ในตนเองและผอู น่ื การปรับตัวและดำรงชวี ิต การแสวงหาและใชขอมูลสารสนเทศ การตดั สินใจและแกปญหา ผเู รียนทกุ คนตองเขารว มกจิ กรรมแนะแนว 20 ชว่ั โมงตอ ภาคเรียน แนวการจดั กจิ กรรมแนะแนว 1. โรงเรยี นจดั กจิ กรรมแนะแนว โดยใหผูเ รยี นไดศ ึกษาเก่ยี วกบั การคน พบ ตัวเอง ตามความถนัด ความสนใจ และรับความรู คำแนะนำจากครูผูสอนหรือ ท้ังนี้คำนึงถึงวุฒิภาวะและ ความแตกตา งระหวางบคุ คล 2. กำหนดผลการเรียนรู คณุ ลักษณะ และความสามารถในการเขา รวมกจิ กรรม และออกแบบแผนการดำเนินกจิ กรรมแนะแนวใหสอดคลองกบั ผลการเรยี นรูดังกลาว 3. จัดกจิ กรรมใหมคี วามสอดคลองกบั ผลการเรยี นรูอ ยา งหลากหลาย นา สนใจ โดยเนนเวลาการเขา รวมกิจกรรม พฤติกรรมการปฏิบตั ิและผลงานของผเู รยี น 4. การทำแบบประเมนิ ดานสติปญญาและอารมณ เนน การเรียนรูระหวาง การพัฒนาโรงเรยี นกับชมุ ชน เชน การเยี่ยมบานผูเรียน กจิ กรรมโฮมรูม การใหความชว ยเหลือผูเรียน อยางเปน ระบบ 2. กิจกรรมนักเรียน เปนกิจกรรมท่ีสงเสริมและพัฒนาผูเ รียนใหมรี ะเบียบวนิ ัย ความเปนผูนำ ผู ตามท่ีดี ความรับผดิ ชอบ การทำงานรวมกัน การรูจักแกปญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมเี หตุผล การชวยเหลือแบง ปนกัน การประนีประนอม โดยจดั ใหส อดคลอ งกับความสามารถความถนดั และความสนใจ ของผูเ รียน ไดปฏิบตั ิดวยตนเองในทุกขั้นตอน ไดแก การศกึ ษาวิเคราะห วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมิน และปรับปรุงการทำงาน เนนการทำงานเปนกลุมตามความเหมาะสม และสอดคลองกับวุฒิภาวะของผูเรียน ความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และทอ งถน่ิ กิจกรรมนกั เรยี นประกอบดวย 2.1 กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ผเู รยี นทกุ คนตอ งเขารว มกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี 20 ชัว่ โมงตอ ภาคเรียน แนวการจัดกิจกรรมกจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 166 1. โรงเรยี นจดั กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี โดยสงเสรมิ และพัฒนาผูเรียน ใหมีระเบียบวินัย ความเปนผูนำ ผูตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทำงานรว มกัน การรูจ ักแกปญหา การ ตัดสนิ ใจท่เี หมาะสม ความมีเหตุผล การชวยเหลือแบงปน กนั ทง้ั นคี้ ำนงึ ถึงวุฒภิ าวะและ ความ แตกตา งระหวา งบุคคล 2. กำหนดผลการเรยี นรู คุณลักษณะและความสามารถในการเขารว ม กิจกรรม และออกแบบแผนการดำเนินกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ใหส อดคลองกับผลการเรยี นรดู งั กลา ว 3. จัดกิจกรรมใหมีความสอดคลองกับผลการเรียนรอู ยางหลากหลาย นาสนใจ โดยเนนเวลาการเขารว มกิจกรรม พฤติกรรมการปฏิบตั ิและผลงานของผเู รยี น 2.2 กจิ กรรมชุมนมุ ผูเรยี นทกุ คนตองเขารวมกิจกรรมชมุ ชน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2 จำนวน 10 ชั่วโมงตอภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 15 ช่ัวโมงตอ ภาคเรยี น และ ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 20 ช่วั โมงตอ ภาคเรยี น แนวการจดั กิจกรรมชุมนมุ 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมชุมนุมโดยเนนถึงความแตกตางระหวางบุคคล ผูเรียน สามารถเลือกเรียนชุมนุมคนละ 1 กิจกรรม ไดตามศักยภาพ ความถนัด และความสนใจของผูเรียน กิจกรรมชุมนุม ไดแก ภาษาไทย คณิตศาสตร คณิตศาสตรป ระยุกต คอมพิวเตอร เกษตร วิทยาศาสตร สิ่งประดิษฐวิทยาศาสตร หองสมุดวิทยาศาสตร Smart English ภาษาอังกฤษ จิตอาสา ตะกรอ แฮนดบ อล สังคมสิ่งแวดลอ ม พระพุทธศาสนาแนะแนว ดนตรี 2. กำหนดผลการเรียนรู คุณลักษณะและความสามารถในการเขา รวมกิจกรรม และออกแบบแผนการดำเนนิ กิจกรรมใหส อดคลองกับผลการเรียนรู ดงั กลาว 3. จดั กิจกรรมใหมคี วามสอดคลอ งกับผลการเรียนรอู ยางหลากหลาย นาสนใจ โดยเนน เวลาการเขา รวมกิจกรรม พฤติกรรมการปฏิบตั แิ ละผลงานของผเู รยี น 3. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน เปนกิจกรรมทสี่ ง เสรมิ และพฒั นาผูเรยี นให ผูเรียนไดทำประโยชนตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความ รับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตอสงั คม มจี ิตใจมุงทำประโยชนตอครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญ ไดแกกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน กิจกรรมสรางสรรคสังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสาน ศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม(สวดมนตเ ย็นทกุ วันศุกรสุดสปั ดาหและน่ังสมาธิกอ นข้ึนเรียนทุกเทยี่ งวัน) กิจกรรม พัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสงั คม ผูเ รียนทกุ คนตองเขารว มกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-2 จำนวน 10 ชั่วโมงตอภาคเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 5 ชว่ั โมงตอภาคเรยี น

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 167 แนวการจดั กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน 1. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนใหผูเรียนไดเลือกเรียนตามความสนใจ และ กิจกรรมท่ีโรงเรยี นไดกำหนดข้ึน โดยสอดแทรกหรือบูรณาการใน กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมแนะแนว หรือในกลุมสาระการเรียนรู 8กลุมสาระ 2. ผูเรยี นสามารถทำกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนน อกเหนอื เวลาเรียนกไ็ ด โดยจัดทำเปน โครงการท่ีจะชวยเหลือพัฒนาหรือจิตอาสารว มกับชมุ ชน 4.กำหนดผลการเรียนรู คุณลักษณะและความสามารถในการเขารวมกจิ กรรม และ ออกแบบแผนการดำเนนิ กจิ กรรมใหสอดคลองกบั ผลการเรยี นรูดังกลาว 5.IS3 การนำเสนอองคความรไู ปใชในการบริหารสังคม {Social Service Activity} มุง ใหผูเรียนนำองคความรู/ประยุกตใชองคความรูไปสูการปฏิบัติ หรือนำไปใชใหเกิดประโยชนต อสังคม เกิด บริการสาธารณะ{Public Service} แนวทางการประเมินผลกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น 1. ผูเรียนตองเขารวมกิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียน โดยมีเวลาเขา รวม กิจกรรมไมนอ ยกวารอยละ 80 ของแตล ะกิจกรรม และปฏิบัติกิจกรรมดงั กลาวตามแนวทาง การ จัดกิจกรรม จึงจะผา นการประเมินกิจกรรมแนะแนว และกจิ กรรมนกั เรยี น 2. ผูเรยี นตอ งเขา รวมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน โดยมีเวลาเขารว ม กิจกรรม 45 ช่ัวโมงตลอดปการศกึ ษา 3. ครผู ูสอนหรอื ครูผรู บั ผิดชอบ ประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รียน จากการปฏิบัติ กจิ กรรมและผลงานของผูเรียนดวยวิธกี ารสังเกตพฤติกรรม การสัมภาษณ และประเมินดวยวธิ กี ารที่ หลากหลายและใชก ารประเมินตามสภาพจริง

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 168 คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู รียน รหสั วิชา ก21901 วิชา แนะแนว 1 งานแนะแนว ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ช่วั โมง / สัปดาห ศึกษา ฝกทักษะกระบวนการในสาระตอ ไปนี้ ศึกษาโครงสรางหลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนตน และเกณฑ การจบหลักสูตร เรยี นรูและเขาใจงานบรกิ ารแนะ แนวของโรงเรยี น การใชบริการแนะแนว สำรวจ ทำความ รจู ักกับเพ่อื นรว มชน้ั ครผู สู อนในแตล ะกลุมสาระ หนวยงานตางๆของโรงเรยี น การสำรวจขอมูลนักเรียนใหม รายบคุ คล เรียนรูถึงความสำคัญของการบรหิ ารเวลา คณุ ธรรมพืน้ ฐานในการดำเนินชวี ติ มารยาททางสังคม การปรับตัวในฐานะนักเรียนใหม เรยี นรทู ่จี ะเขาใจยอมรบั ตนเองและผูอ่ืน โดยจัดประสบการณก ารเรยี นรูโดย ใชกระบวนการกลมุ โดยกำหนดรปู แบบและจำนวนสมาชกิ กลุมให เหมาะสมกับลักษณะและวตั ถปุ ระสงคข อง กิจกรรม การใชสถานการณจำลอง บทบาทสมมตุ ิ เพ่อื พฒั นาทกั ษะการ ทำงาน กระบวนการคิดวิเคราะห การ คิดอยางสรางสรรค และการสื่อสารปฏิสัมพนั ธ เพื่อมุงใหนักเรียนเกิดการเรยี นรู รจู กั เขาใน รักและเห็นคณุ คาํ ในตนเองและผอู ืน่ สามารถวางแผนการ เรียน อาชีพ รวมทัง้ การดำเนนิ ชวี ิตและสังคม สามารถปรบั ตัวไดอยาง เหมาะสม และอยูรว มกับผูอื่นไดอ ยางมี ความสุข ผลการเรยี นรู 1. สามารถเรียนรูและเขาใจงานบรกิ ารแนะแนวของโรงเรยี น 2. สามารถเรยี นรูคณุ ธรรมในการดำเนนิ ชวี ิต 3. สามารถเรยี นรูท่จี ะเขาใจยอมรับตนเองและผูอนื่ รวม 3 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 169 คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน รหัสวิชา ก21905 วชิ า แนะแนว 2 งานแนะแนว ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห ศึกษา ฝก ทกั ษะกระบวนการในสาระตอไปนี้ แลกเปลย่ี นเรยี นรูประสบการณในการรวมกจิ กรรม สงเสรมิ ลกั ษณะจติ สาธารณะในตน เรียนรูวิธกี ารสราง กจิ นิสยั ท่ดี ใี นการเรยี น กจิ นสิ ัยที่ดใี นการทำงานเปนทีม การใชกระบวนการกลมุ ในการทำงาน วิธีการคิดเพื่อแกไข ปญ หา เรยี นรูวธิ กี ารแสวงหาขอมลู สนเทศทางการ ศกึ ษา อาชพี ตามความสนใจ การพฒั นาความคดิ สรางสรรค การเรียนรูลักษณะอาชีพเบื้องตน ศึกษาและ สำรวจปญหาของนักเรียนทงั้ 5 ดาน โดยจดั ประสบการณการเรยี นรูโดยใชกระบวนการกลุม โดยกำหนด รปู แบบและจำนวนสมาชกิ กลุมให เหมาะสมกับลกั ษณะและวัตถปุ ระสงคของกจิ กรรม การใชสถานการณ จำลอง บทบาทสมมุติ เพ่ือพัฒนาทักษะการ ทำงาน กระบวนการคดิ วิเคราะห การคิดอยางสรางสรรคแ ละการ สือ่ สารปฏิสัมพันธ เพื่อมุงใหน ักเรียนเกิดการเรยี นรู รจู ัก เขาใน รกั และเห็นคณุ คาในตนเองและผูอ่นื สามารถ วางแผนการ เรยี น อาชพี รวมทั้งการดำเนินชวี ิตและสังคม สามารถปรับตัวไดอยางเหมาะสม และอยูรว มกบั ผูอน่ื ไดอ ยางมี ความสขุ ผลการเรียนรู 1. สามารถทำงานเปน ทมี และใชกระบวนการกลมุ ในการทำงาน 2. สามารถหาขอมูลสนเทศทางการศึกษา อาชีพ ท่ตี นเองสนใจ 3. สามารถปรับตวั ไดอยางเหมาะสม และอยูรว มกับผูอ่นื ไดอ ยางมีความสขุ รวม 3 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 170 คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู รยี น รหสั วชิ า ก22909 วชิ า แนะแนว 3 งานแนะแนว ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ชัว่ โมง / สัปดาห ศกึ ษา ฝก ทักษะกระบวนการในสาระตอ ไปน้ี ศึกษาและแลกเปลีย่ นการเรยี นรูเกีย่ วกบั ความสามารถ ความถนัดและความสนใจเฉพาะตน คิดวิเคราะห เพื่อเตรยี มความพรอมในการเลือกวิชาเอกในระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย สรางแนวปฏบิ ัติและวธิ กี ารเรยี น อยางมปี ระสทิ ธิภาพ เรยี นรูการสรา งวินยั ในตนเอง การแสดงความคดิ วิพากษว ิจารณเชิงสรางสรรค จัดประสบการณการเรยี นรูโดยใชกระบวนการกลมุ โดย กำหนดรูปแบบจำนวนสมชกิ กลุมใหเหมาะสมกับ ลักษณะและวตั ถุประสงคข องกจิ กรรม การใชสถานการณ จำลอง บทบาทสมมุติ เพ่อื พัฒนาทักษะการทำงาน กระบวนการคิดวิเคราะห การคดิ อยางสรางสรรคและการ สื่อสารปฏิสมั พนั ธ เพื่อมุงใหน ักเรียนเกดิ การเรยี นรู รจู ัก เขาใน รกั และเห็นคณุ คาํ ในตนเองและผูอนื่ สามารถ วางแผนการ เรยี น อาชพี รวมทง้ั การดำเนินชีวิตและสังคม สามารถปรบั ตวั ไดอยางเหมาะสม และอยูรว มกบั ผูอ่นื ไดอ ยางมี ความสุข ผลการเรียนรู 1. สามารถเลือกแผนการเรยี นทีจ่ ะศึกษาตอในระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 2. สามารถแสดงความคิดวพิ ากษวิจารณเ ชิงสรางสรรค 3. สามารถเลอื กอาชีพทีเ่ หมาะสมกับตนเองได รวม 3 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 171 คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน รหัสวชิ า ก22913 วิชา แนะแนว 4 งานแนะแนว ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห ศึกษา ฝกทกั ษะกระบวนการในสาระตอไปน้ี เรียนรทู กั ษะการคดิ อยางมีระบบ หลกั การสราง มนษุ ยสัมพนั ธ บทบาทของสมาชกิ กลุมท่มี ตี อการทำงาน เปน ทมี อยางมีประสิทธิภาพ ทักษะการฟงเพ่ือการ สอ่ื สาร สำรวจความสนใจในอาชพี สำรวจและแสวงหาขอมูล ทางอาชีพดวยเทคโนโลยีสารสนเทศ ศกึ ษา พฒั นาการของวัยรุน โทษและภัยของสิง่ เสพติด เทคนคิ การปฏิเสธ เทคนคิ การเสรมิ สรางบุคลิกภาพ จัด ประสบการณก ารเรยี นรูโดยใชก ระบวนการกลุม โดยกำหนดรปู แบบจำนวนสมชิกกลุมใหเหมาะสมกบั ลกั ษณะและวตั ถปุ ระสงคของกิจกรรม การใชสถานการณจำลอง บทบาทสมมุติ เพื่อพฒั นาทกั ษะการทำงาน กระบวนการคดิ วิเคราะห การคดิ อยํางสรางสรรคและการส่อื สารปฏสิ มั พนั ธ เพ่ือมุงใหน ักเรยี นเกดิ การเรยี นรู รจู ัก เขาใน รักและเหน็ คุณคําในตนเองและผูอนื่ สามารถวางแผนการ เรยี น อาชพี รวมท้ังการดำเนินชวี ิตและ สังคม สามารถปรับตัวไดอยางเหมาะสม และอยูรว มกับผูอ่ืนไดอ ยางมี ความสุข ผลการเรยี นรู 1. สามารถแสวงหาขอมูลทางอาชพี ดวยเทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. สามารถทราบพัฒนาการของวัยรุน และการปรบั ตัวกับเพศตรงขาม 3. สามารถศกึ ษาโทษและภัยของส่งิ เสพตดิ รวม 3 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 172 คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น รหสั วิชา ก23917 วชิ า แนะแนว 5 งานแนะแนว ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห ศึกษา ฝกทกั ษะกระบวนการในสาระตอ ไปนี้ ศึกษาและวิเคราะหเพื่อใหเกิดการตระหนกั รูในตนเร่ือง ความถนดั ความสนใจ ความสามารถทางวิชาการ ศักยภาพพิเศษเฉพาะดาน การสรางจุดมุงหมายทาง การศกึ ษาเพอ่ื อาชพี องคประกอบในการตัดสนิ ใจเลือกอาชีพ การสมั ภาษณบ ุคคลในอาชพี ทน่ี ักเรยี นสนใจ การใชเทคโนโลยเี พ่ือสบื คนขอมูลสารสนเทศทางการศกึ ษาและอาชีพ ทศั นคติและคาํ นยิ มทเ่ี หมาะสมทาง อาชพี ทักษะการคิดและการตัดสนิ ใจแกปญหา การพัฒนาจิตสำนึกเพื่อสงั คม จัดประสบการณการเรยี นรูโดยใช กระบวนการกลมุ โดยกำหนดรปู แบบจำนวนสมชิกกลุมใหเหมาะสมกับ ลักษณะและวตั ถุประสงคของกจิ กรรม การใชสถานการณจ ำลอง บทบาทสมมุติ เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน กระบวนการคิดวิเคราะห การคดิ อยาง สรางสรรคแ ละการส่อื สารปฏิสัมพันธ เพื่อมุงใหน ักเรยี นเกิดการเรยี นรู รจู กั เขาใจ รักและเห็นคุณคาในตนเอง และผูอืน่ สามารถวางแผนการ เรยี น อาชพี รวมทั้งการดำเนินชีวิตและสงั คม สามารถปรบั ตัวไดอยาง เหมาะสม และอยูรว มกับผูอ่ืนไดอ ยางมี ความสุข ผลการเรียนรู 1. สามารถตระหนักรูความถนดั ความสนใจ ความสามารถทางวิชาการ และศกั ยภาพพิเศษ เฉพาะดาน ของตนเอง 2. สามารถสัมภาษณบ คุ คลในอาชีพทนี่ ักเรียนสนใจ 3. สามารถปรับตวั ไดอยางเหมาะสม และอยูรว มกบั ผูอืน่ ไดอยางมีความสุข รวม 3 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 173 คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผูเรียน รหัสวชิ า ก23921วิชา แนะแนว 6 งานแนะแนว ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 1 ชั่วโมง / สัปดาห ศกึ ษา ฝกทักษะกระบวนการในสาระตอไปนี้ แลกเปลยี่ นเรียนรูขอ มลู สารสนเทศทางอาชีพ การ วางแผนเลอื กวชิ าเอกใหสอดคลอ งกับศักยภาพเฉพาะ ตน การประเมนิ และการรับรูระดับสตปิ ญญา ระดบั ความฉลาดทางอารมณ ความรูเรื่องการพัฒนาความฉลาดทาง อารมณ การเสริมสรางวุฒิภาวะทางอารมณ ความรูและการพัฒนาทักษะชวี ิต ทักษะการส่อื สาร การลด ความเครยี ดและความขดั แยงใจ การปองกันและ การลดภาวะเสียงในวัยรุน การศกึ ษาโครงสรางหลกั สตู รระดับ มธั ยมศึกษาตอนปลาย การสมั ภาษณนักเรยี น ระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลายวชิ าเอกตางๆทนี่ ักเรยี นสนใจ คุณลกั ษณะที่พึงประสงคข องเยาวชนรุนใหม การ พฒั นาความคดิ เชิงบวก จดั ประสบการณการเรียนรูโดยใชกระบวนการกลุม โดยกำหนดรปู แบบจำนวนสมาชิก กลมุ ใหเหมาะสมกบั ลกั ษณะและวัตถปุ ระสงคข องกจิ กรรม การใชสถานการณจำลอง บทบาทสมมุติ เพ่ือ พัฒนาทักษะการทำงาน กระบวนการคดิ วิเคราะห การคดิ อยางสรางสรรคแ ละการสื่อสารปฏิสมั พนั ธ เพอ่ื มุง ใหนักเรยี นเกิดการเรยี นรู รู๎จัก เขาใน รักและเหน็ คุณคำในตนเองและผูอืน่ สามารถวางแผนการ เรียน อาชพี รวมทงั้ การดำเนนิ ชวี ิตและสงั คม สามารถปรับตวั ไดอยางเหมาะสม และอยูรว มกับผูอ่นื ไดอยางมี ความสขุ ผลการเรียนรู 1. สามารถการวางแผนเลอื กแผนการเรยี นใหสอดคลอ งกบั ศักยภาพเฉพาะตน 2. สามารถพัฒนาความฉลาดทางอารมณ การเสริมสรางวฒุ ิภาวะทางอารมณ ความรูและ การพฒั นา ทักษะชวี ติ 3. สามารถทราบโครงสรางหลกั สตู รระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 174 คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น รหัสวชิ า ก21902 วิชาลูกเสือ-เนตรนารสี ามัญรนุ ใหญ กิจกรรมนักเรียน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 1 ชัว่ โมง / สัปดาห เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการลกู เสือและจัดกิจกรรม โดยใหศกึ ษาวเิ คราะหวางแผน ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามฐานโดยเนนระบบหมู สรุปผลการปฏิบัติกจิ กรรม ปด การประชุมกองศกึ ษาเครื่องหมาย ลูกเสือ โลก (สอบไดภายใน 6 เดือน) ในเรื่อง ความรูทว่ั ไปเกีย่ วกับกิจกรรมของคณะลูกเสือและบทบาทของ ลูกเสอื ระเบยี บแถวเรือ่ งการฝกบคุ คลทามือเปลา ทา ไมงา ม การฝก เปน หมูและกอง การฝก สัญญาณมือ ยอมรับและ ปฏบิ ัตติ ามคำปฏญิ าณ กฎ และคตพิ จนของลูกเสือสามัญรุนใหญ ความรทู ว่ั ไปเก่ยี วกับการอยูคาย พักแรม เชน การ กางเตน็ ท การร้ือเตน็ ท การเกบ็ และระวงั รกั ษาเตน็ ท การบรรจสุ ิ่งของลงในเคร่อื งหลังให เรียบรอ ย การเลือก สถานทีจ่ ุดไฟ การทำเช้อื เพลงิ การจุดไมขดี การกอไฟ การประกอบอาหาร การศึกษา เกี่ยวกับแผนท่แี ละ เขม็ ทศิ รูความหมายและชนดิ ของแผนท่ี การอานแผนท่ี ความหมายสวนประกอบของเข็ม ทิศ การหาทิศ การผูก เงอ่ื นระดบั ลูกเสือสามัญรุนใหญ เง่ือนและการผกู แนน การรูวิธปี ฏิบัตเิ ก่ยี วกบั การปฐม พยาบาล ความปลอดภัย ใน การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมบุกเบิก การผจญภัย และการเดนิ ทางไกล การศกึ ษาและสอบ วชิ าพิเศษ ผลการเรียนรู 1. บอกความหมาย ความสำคัญ และชนดิ ของแผนที่ สามารถอานแผนท่ี และบอกประโยชนข องแผน ทีไ่ ด 2. บอกความหมาย สวนประกอบของเขม็ ทิศ สามารถใชเขม็ ทิศแบบซลิ วาทำแผนทโี่ ดยสงั เขป และใช สังเกตทิศจากสิง่ แวดลอมได 3. บอกประโยชนของเชอื กทมี่ ีตอกจิ กรรมลูกเสือ และสามารถ ผกู เง่อื นประเภทตางๆ ได 4. บอกความหมาย ความสำคัญ หลักท่วั ไปของการปฐมพยาบาล ความรูท่จี ำเปน บางประการสำหรบั การปฐม พยาบาล และประโยชนของการปฐมพยาบาลได 5. บอกความหมาย ความสำคญั และ ลักษณะของกิจกรรมการบุกเบิกและการผจญภัย สามารถใช อุปกรณในการบุกเบิกและการผจญภยั ได สรุปสาเหตขุ องความไมปลอดภัย และบอกแนวทางการรกั ษาความ ปลอดภยั ทเี่ กดิ จากการบุกเบิกและการผจญภัยได 6. บอกความสำคญั วตั ถุประสงค หลักการ และข้นั ตอนของการเดินทางไกลและการอยูคายพักแรม บอกลักษณะของการจัดต้ังคํายพกั แรม และอธบิ ายถงึ การรักษาความปลอดภัยในการเดนิ ทางไกลและการอยู คําย พกั แรมได 7. มีเวลาเรียนและรวมกิจกรรมไมนอ ยกวารอยละ 80 ของเวลาทง้ั หมด 8. ผา นการทดสอบวิชาพเิ ศษภาคปฏบิ ัติตามทีโ่ รงเรยี นกำหนด 9. ชว ยเหลือผูอ่นื ชมุ ชน ชาตบิ านเมือง และสังคมโลก รวม 9 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 175 คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผเู รยี น รหัสวชิ า ก21906 วชิ าลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุนใหญ กิจกรรมนักเรยี น ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ชั่วโมง / สปั ดาห เปด ประชุมกอง ดำเนนิ การตามกระบวนการลกู เสือและจัดกิจกรรม โดยใหศกึ ษาวเิ คราะหวางแผน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามฐานโดยเนนระบบหมู สรุปผลการปฏบิ ัติกิจกรรม ปดการประชมุ กองศกึ ษาเครื่องหมาย ลกู เสอื โลก (สอบไดภายใน 6 เดอื น) ในเร่ือง ความรูท่วั ไปเก่ียวกับกิจกรรมของคณะลูกเสอื และบทบาทของ ลูกเสือ ระเบยี บแถวเร่ืองการฝกบคุ คลทามอื เปลา ทา ไมง า ม การฝก เปน หมูํและกอง การฝกสัญญาณมือ ยอมรบั และ ปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคตพิ จนของลูกเสอื สามัญรุนใหญ ความรทู ่วั ไปเกีย่ วกบั การอยูคาย พักแรม เชน การ กางเต็นท การรอ้ื เต็นท การเกบ็ และระวังรกั ษาเตน็ ท การบรรจุส่งิ ของลงในเครอ่ื งหลงั ให เรียบรอ ย การเลือก สถานท่จี ุดไฟ การท าเชื้อเพลงิ การจุดไมขีด การกอไฟ การประกอบอาหาร การศึกษา เกีย่ วกับแผนที่และ เขม็ ทศิ รู๎ความหมายและชนดิ ของแผนที่ การอานแผนท่ี ความหมายสวนประกอบของเขม็ ทศิ การหาทิศ การผูก เงอ่ื นระดับลูกเสือสามญั รุนใหญ เง่ือนและการผูกแนน การรูวธิ ปี ฏิบตั เิ กย่ี วกับการปฐม พยาบาล ความปลอดภัย ใน การปฏิบตั ิกิจกรรมบุกเบิก การผจญภัย และการเดนิ ทางไกล การศึกษาและสอบ วิชาพเิ ศษ ผลการเรยี นรู 1. บอกความหมาย ความสำคัญ และชนิดของแผนที่ สามารถอานแผนท่ี และบอกประโยชนข องแผน ทไี่ ด 2. บอกความหมาย สวนประกอบของเข็มทิศ สามารถใชเข็มทิศแบบซิลวาทำแผนทโี่ ดยสงั เขป และใช สงั เกตทิศ จากสงิ่ แวดลอมได 3. บอกประโยชนของเชือกทีม่ ตี อกจิ กรรมลูกเสือ และสามารถ ผูกเงือ่ นประเภทตางๆ ได 4. บอกความหมาย ความสำคัญ หลกั ท่วั ไปของการปฐมพยาบาล ความรท๎ู ่ีจำเปนบางประการสำหรับ การปฐมพยาบาล และประโยชนข องการปฐมพยาบาลได 5. บอกความหมาย ความสำคัญ และ ลกั ษณะของกิจกรรมการบุกเบิกและการผจญภยั สามารถใช อปุ กรณในการบุกเบกิ และการผจญภยั ได สรปุ สาเหตุของความไมปลอดภยั และบอกแนวทางการรกั ษาความ ปลอดภยั ทเ่ี กิดจากการบุกเบิกและการผจญภัยได 6. บอกความสำคัญ วัตถุประสงค หลกั การ และขน้ั ตอนของการเดินทางไกลและการอยูคายพักแรม บอกลกั ษณะของการจดั ต้งั คํายพกั แรม และอธิบายถงึ การรักษาความปลอดภยั ในการเดินทางไกลและการอยู คา ย พักแรมได 7. มีเวลาเรยี นและรวมกิจกรรมไมนอ ยกวารอยละ 80 ของเวลาทั้งหมด 8. ผา นการทดสอบวิชาพเิ ศษภาคปฏบิ ัตติ ามท่โี รงเรยี นกำหนด 9. ชว ยเหลอื ผูอ่ืน ชมุ ชน ชาตบิ านเมอื ง และสังคมโลก รวม 9 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 176 คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น รหสั วชิ า ก22910 วชิ าลูกเสือ-เนตรนารสี ามญั รุนใหญ กิจกรรมนกั เรยี น ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ชว่ั โมง / สปั ดาห ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมที่กอใหเกิดคณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะตามคติพจน คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ปฏิบัติ เร่อื งระเบยี บแถวและสวนสนาม มีทักษะในการเดินทางไกล อยูคา ยพักแรม การเดินทางสำรวจ และการ บกุ เบิก พฒั นาสมรรถภาพทางกาย ปฏิบตั ิศาสนกจิ พิธีกรรมทางศาสนา กิจกรรมในครอบครัวสนองคุณผูมี พระคุณ ตอบแทนพระคณุ ของสถานศึกษา ครูอาจารย ชวยเพือ่ นและชักจงู ใหปฏบิ ัตคิ นเปน คนดี มี ความสมั พันธอนั ดกี ับลกู เสอื ในประเทศและตางประเทศ ตระหนักในปญ หาเก่ยี วกบั ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมของชมุ ชน รูมรดกของภมู ปิ ญ ญาไทยของทองถ่ินในดา นคุณคาและคณุ ประโยชน ปฏิบัตวิ ชิ าพิเศษ ลกู เสอื สามัญรุนใหญจ นเกดิ ทกั ษะผานเกณฑอยางนอ ย 3 วิชา ผลการเรยี นรู 1. บอกความหมาย ความสำคญั และชนิดของแผนท่ี สามารถอานแผนท่ี และบอกประโยชนของแผน ทไ่ี ด 2. บอกความหมาย สวนประกอบของเข็มทิศ สามารถใชเขม็ ทศิ ทำแผนท่โี ดยสงั เขป และใชสังเกตทิศ จาก สง่ิ แวดลอมได 3. บอกประโยชนของเชอื กท่มี ตี อกิจกรรมลกู เสือ และสามารถ ผกู เง่ือนประเภทตางๆ ได 4. บอกความหมาย ความสำคัญ หลกั ทวั่ ไปของการปฐมพยาบาล ความรูทจ่ี ำเปนบางประการสำหรบั การ ปฐม พยาบาล และประโยชนของการปฐมพยาบาลได 5. บอกความหมาย ความสำคัญ และ ลกั ษณะของกจิ กรรมการบกุ เบิกและการผจญภัย สามารถใช อปุ กรณ ในการบุกเบิกและการผจญภัยได 6. สรปุ สาเหตุของความไมปลอดภัย และบอกแนวทางการรกั ษาความปลอดภัยทีเ่ กดิ จากการบุกเบิกและ การ ผจญภยั ได 7. บอกความสำคัญ วัตถุประสงค หลักการ และขั้นตอนของการเดนิ ทางไกลและการอยูคายพักแรม บอก ลกั ษณะของการจัดต้งั คายพักแรม และอธิบายถงึ การรกั ษาความปลอดภัยในการเดนิ ทางไกลและการอยูคา ย พกั แรมได 8. มเี วลาเรยี นและรวมกจิ กรรมไมนอยกวารอยละ 80 ของเวลาทั้งหมด 9. ผา นการทดสอบวชิ าพเิ ศษภาคปฏบิ ตั ิตามท่โี รงเรียนกำหนด 10. ชว ยเหลอื ผูอน่ื ชมุ ชน ชาตบิ านเมือง และสังคมโลก รวม 10 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 177 คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน รหสั วิชา ก22914 วชิ าลกู เสือ-เนตรนารีสามัญรนุ ใหญ กจิ กรรมนักเรยี น ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 1 ชัว่ โมง / สัปดาห ปฏบิ ัติกิจกรรมที่กอใหเกดิ คณุ ธรรม คณุ ลักษณะตามคติพจน คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ ปฏิบัติ เรือ่ งระเบยี บแถวและสวนสนาม มที ักษะในการเดนิ ทางไกล อยูคา ยพักแรม การเดนิ ทางสำรวจ และการ บุกเบิก พัฒนาสมรรถภาพทางกาย ปฏบิ ัตศิ าสนกิจพธิ ีกรรมทางศาสนา กิจกรรมในครอบครวั สนองคุณผ๎ูมี พระคุณ ตอบแทนพระคุณของสถานศึกษา ครอู าจารย ชวยเพอ่ื นและชักจงู ใหปฏิบัติคนเปน คนดี มี ความสัมพนั ธอนั ดีกบั ลกู เสือในประเทศและตางประเทศ ตระหนักในปญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมของชมุ ชน รูมรดกของภูมปิ ญญาไทยของทองถิ่นในดา นคุณคําและคณุ ประโยชน ปฏบิ ตั วิ ิชาพเิ ศษ ลูกเสือสามญั รุนใหญจ นเกิดทกั ษะผานเกณฑอยางนอ ย 3 วิชา ผลการเรียนรู 1. อธบิ าย หลกั สำคญั ในพระพทุ ธศาสนา สามารถกลาว ศีล 5 ศลี 8 อาราธนาธรรมอาราธนาพระ ปรติ ร ได 2. อธบิ าย ความหมาย ความสำคัญ หลกั การของการบริการ และระบุกจิ กรรมเก่ียวกับการพฒั นา ชมุ ชน และอธิบายวธิ ีการบริการชุมชนตามกฎของลกู เสอื ได 3. บอกความหมาย และความสำคัญของการปฐมพยาบาล อธบิ ายหลักในการปฐมพยาบาล และ ปฏบิ ัติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลอาการปวยประเภทตา งๆในบทเรียนได 4. บอกประโยชนข องเชือกท่มี ีตอกิจกรรมลกู เสือ และสามารถ ผกู เงื่อนประเภทตางๆ ได 5. บอกความหมาย ความสำคญั หลักท่ัวไปของการปฐมพยาบาล ความรูท่ีจำเปนบางประการสำหรบั การปฐม พยาบาล และประโยชนของการปฐมพยาบาลได 6. บอกความหมาย ความสำคญั และ ลกั ษณะของกจิ กรรมการบกุ เบิกและการผจญภัย สามารถใช อปุ กรณในการบุกเบกิ และการผจญภัยได 7. บอกความหมาย สวนประกอบของเขม็ ทิศ สามารถใชเข็มทิศแบบซิลวาทำแผนที่โดยสงั เขป และใช สงั เกตทศิ จากสิ่งแวดลอมได 8. มเี วลาเรยี นและรวมกจิ กรรมไมนอยกวารอยละ 80 ของเวลาทง้ั หมด 9. เขารวมกจิ กรรมคาํ ยพักแรมเพื่อทดสอบวิชาพิเศษภาคปฏิบัติ 10. บอกความสำคัญ วัตถุประสงค หลักการ และขนั้ ตอนของการเดินทางไกลและการอยูคายพักแรม บอกลักษณะของการจดั ตั้งคายพักแรม และอธิบายถงึ การรักษาความปลอดภัยในการเดินทางไกลและการอยู คา ย พกั แรมได รวม 10 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 178 คำอธิบายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น รหสั วชิ า ก23918 วิชาลกู เสือ-เนตรนารสี ามัญรนุ ใหญ กิจกรรมนักเรียน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ช่ัวโมง / สัปดาห เปดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการลูกเสือและจัดกิจกรรม โดยใหศกึ ษา วเิ คราะหวางแผน ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามฐานโดยเนนระบบหมู สรปุ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปดการประชุมกองศึกษาเคร่ืองหมาย ลูกเสอื หลวง (สอบไดภายใน 6 เดือน) ในเรือ่ ง การจัดทำโครงการเดินทางสำรวจ ดวยยานพาหนะ ระยะทาง 50-70 กิโลเมตร คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื กบั หลกั ธรรมทางศาสนา กฎหมายและระเบยี บเก่ียวกับการ เลือกตง้ั กำนนั ผูใหญบ าน สมาชิกเทศบาล สมาชิกสภาจังหวดั และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร การปกครอง แบบประชาธิปไตยทม่ี ี พระมหากษตั รยิ เปน ประมุขและบทบาทของพรรคการเมอื ง การดำเนนิ งานขององคก าร สหประชาชาตแิ ละ นโยบายของรัฐบาลไทย บทบาทหนาทก่ี รรมการกองลกู เสอื สามัญรุนใหญหรอื กรรมการ ของโรงเรียน การบริหาร รํางกาย กฬี าประเภทบุคคลและประเภททีม เลือกกิจกรรมทีส่ นใจ เปนพเิ ศษ 1 อยําง จากหมวดท่ีใชกำลงั กายเปน สวนใหญ เลอื กกจิ กรรมที่สนใจเปน พเิ ศษ 1 อยาง จากหมวดวทิ ยาการ หลกั คำสอนท่สี ำคัญทางศาสนา การอภิปรายหลักธรรมทางศาสนา การดำเนินงานของกองลกู เสือสำรอง การ ดำเนินงานของกองลูกเสอื สามัญ การ พฒั นาสง่ิ แวดลอมของทองถนิ่ และหนวยงานตา งๆ การจัดทำโครงการ อนรุ ักษทรพั ยากรธรรมชาติ การจดั ทำ โครงการแสดงงานศิลปะในท่ีสาธารณะ เครือ่ งหมายสายยงยศ เครื่องหมายลกู เสือหลวง และสอบวิชาพิเศษ ผลการเรยี นรู 1. อธบิ ายความหมาย จุดมุงหมาย ประโยชน วธิ กี ารดำเนนิ การ และเทคนคิ ของการโตวาที ได 2. อธบิ ายประวตั คิ วามเปนมา หลกั สตู รของลูกเสือสำรอง และอธิบายหลักการของขบวนการของ ลกู เสอื ได 3. ทอ งคำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื และอธิบายได 4. เลือกกจิ กรรมกลางแจงท่ีเหมาะสม และปฏิบตั ติ ามหลักการและระเบยี บแถวในระดับลกู เสือตรไี ด 5. ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การแสดงออกทางศิลปะ 6. อธบิ ายหลกั ธรรมของศาสนา บอกความสอดคล๎องของคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื กับหลักธรรม ของศาสนา สามารถบอกแนวทางการนำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือไปใชแกปญหาสงั คมได 7. ชว ยเหลอื ผูอน่ื ชุมชน ชาติบานเมอื ง และสงั คมโลก 8. มเี วลาเรียนและรวมกิจกรรมไมนอยกวารอยละ 80 ของเวลาทั้งหมด 9. เขารวมกิจกรรมคา ยพักแรมเพ่ือทดสอบวิชาพิเศษภาคปฏิบัติ รวม 9 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 179 คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น รหสั วิชา ก23922วชิ าลกู เสือ-เนตรนารีสามัญรนุ ใหญ กิจกรรมนกั เรียน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 1 ชว่ั โมง / สัปดาห เปดประชมุ กอง ดำเนนิ การตามกระบวนการลกู เสือและจัดกิจกรรม โดยใหศกึ ษา วิเคราะหว างแผน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามฐานโดยเนนระบบหมู สรปุ ผลการปฏิบตั ิกิจกรรม ปด การประชมุ กองศกึ ษาเคร่ืองหมาย ลกู เสอื หลวง (สอบไดภายใน 6 เดือน) ในเรอื่ ง การจัดทำโครงการเดนิ ทางสำรวจ ดวยยานพาหนะ ระยะทาง 50-70 กิโลเมตร คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื กบั หลกั ธรรมทางศาสนา กฎหมายและระเบียบเกย่ี วกับการ เลอื กตงั้ กำนนั ผูใหญบ าน สมาชกิ เทศบาล สมาชิกสภาจังหวดั และสมาชิกสภาผูแทนราษฎร การปกครอง แบบประชาธิปไตยท่มี ี พระมหากษัตรยิ เปน ประมุขและบทบาทของพรรคการเมอื ง การดำเนนิ งานขององคก าร สหประชาชาตแิ ละ นโยบายของรัฐบาลไทย บทบาทหนาทีก่ รรมการกองลกู เสือสามญั รุนใหญหรอื กรรมการ ของโรงเรียน การบรหิ าร รํางกาย กฬี าประเภทบุคคลและประเภททีม เลือกกจิ กรรมท่สี นใจ เปน พเิ ศษ 1 อยําง จากหมวดท่ใี ชกำลังกายเปน สวนใหญ เลือกกิจกรรมทีส่ นใจเปนพเิ ศษ 1 อยาง จากหมวดวิทยาการ หลักคำสอนที่สำคญั ทางศาสนา การ อภิปรายหลักธรรมทางศาสนา การดำเนินงานของกองลูกเสอื สำรอง การ ดำเนนิ งานของกองลกู เสอื สามัญ การ พัฒนาส่ิงแวดลอมของทองถ่นิ และหนวยงานตา งๆ การจดั ทำโครงการ อนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติ การจดั ทำ โครงการแสดงงานศิลปะในทสี่ าธารณะ เครื่องหมายสายยงยศ เคร่ืองหมายลูกเสอื หลวง และสอบวชิ าพิเศษ ผลการเรยี นรู 1. อธบิ ายความหมาย จุดมุงหมาย ประโยชน วธิ กี ารดำเนินการ และเทคนิคของการโตวาที ได 2. อธบิ ายประวัตคิ วามเปนมา หลักสตู รของลูกเสอื สำรอง และอธิบายหลักการของขบวนการของ ลกู เสือ ได 3. อธบิ าย การอนรุ กั ษธ รรมชาตไิ ด 4. เลือกกิจกรรมกลางแจงท่เี หมาะสม และปฏิบตั ติ ามหลักการและระเบยี บแถวในระดบั ลูกเสอื ตรีได ได 5. ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การแสดงออกทางศิลปะ 6. อธบิ ายกิจกรรมการบุกเบกิ และการผจญภัย สามารถใชอปุ กรณในการบกุ เบกิ และการผจญภัยได สรปุ สาเหตขุ องความไมปลอดภัย และบอกแนวทางการรักษาความปลอดภัยทเี่ กิดจากการบุกเบิกและการ ผจญภัยได 7. อธบิ ายหลักธรรมของศาสนา บอกความสอดคลองของคำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื กับหลักธรรม ของศาสนา สามารถบอกแนวทางการนำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือไปใชแกปญหาสังคมได 8. ชว ยเหลือผูอน่ื ชมุ ชน ชาตบิ านเมือง และสงั คมโลก 9. มีเวลาเรยี นและรวมกจิ กรรมไมนอ ยกวารอยละ 80 ของเวลาทั้งหมด 10. เขา รวมกจิ กรรมคาํ ยพกั แรมเพ่ือทดสอบวิชาพเิ ศษภาคปฏบิ ัติ รวม 10 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 180 กจิ กรรมเพือ่ สังคม และสาธารณะประโยชน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 181 คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผูเรยี น รหัสวชิ า ก21904 วชิ า กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน 1 กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 10 ชั่วโมง ฝกปฏิบัตกิ จิ กรรมดวยความสมคั รใจผานกิจกรรมทีห่ ลากหลายฝก การทำงานที่สอดคลองกับชวี ติ จริง ตลอดจนสะทอนความรูทกั ษะและประสบการณสำรวจและใชขอมูลประกอบการวางแผนอยางเปน ระบบ เนน ทักษะการคิดวิเคราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบรกิ ารดานตา งๆทเ่ี ปนประโยชนตอตนเองและสวนรวม เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอ้ืออาทรความเปนพลเมอื งดีและความรบั ผิดชอบตอ ตนเองครอบครวั และสังคมคิด ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนในลกั ษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรับผิดชอบตอสงั คม ตาม แนวทางวิถีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชมุ ชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคต ามความถนัดและความสนใจ ใน ลักษณะอาสาสมคั รพฒั นาศักยภาพตนเองในการจดั กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไดอยางมี ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค มจี ิต สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนและสามารถประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได ผลการเรียนรู 1.บำเพ็ญตนใหเปน ประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ 2.ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมคั ร 3.สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมีประสทิ ธภิ าพ 4.ปฏิบตั ิกิจการเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนจนเกดิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ตามคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 5.สามารถประยุกตใ ชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 182 คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผูเรยี น รหัสวชิ า ก21908 วชิ า กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน 2 กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 10 ช่ัวโมง ฝกปฏิบัตกิ จิ กรรมดวยความสมคั รใจผานกิจกรรมทีห่ ลากหลายฝก การทำงานที่สอดคลองกับชวี ิตจริง ตลอดจนสะทอนความรูทกั ษะและประสบการณสำรวจและใชขอมูลประกอบการวางแผนอยางเปน ระบบ เนน ทักษะการคิดวิเคราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบรกิ ารดานตา งๆทเ่ี ปนประโยชนต อตนเองและสวนรวม เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอ้ืออาทรความเปนพลเมอื งดีและความรบั ผิดชอบตอ ตนเองครอบครวั และสังคมคิด ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนในลกั ษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพื่อแสดงความรบั ผิดชอบตอสังคม ตาม แนวทางวิถีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชมุ ชนสงั คมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอยางสรางสรรคต ามความถนัดและความสนใจ ใน ลักษณะอาสาสมคั รพฒั นาศักยภาพตนเองในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกิดคุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค มีจิต สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกดิ ประโยชนและสามารถประยกุ ตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได ผลการเรียนรู 1.บำเพ็ญตนใหเปน ประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ 2.ออกแบบการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมคั ร 3.สามารถพัฒนาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมีประสิทธิภาพ 4.ปฏิบตั ิกิจการเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนจนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรม ตามคณุ ลักษณะอนั พึง ประสงค 5.สามารถประยุกตใ ชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 183 คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน รหัสวชิ า ก22912วิชา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 3 กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 10 ชั่วโมง ฝกปฏิบตั ิกจิ กรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝกการทำงานที่สอดคลองกับชวี ติ จริง ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปน ระบบ เนน ทักษะการคิดวเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆที่เปน ประโยชนตอตนเองและสวนรวม เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอตนเองครอบครวั และสังคมคิด ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ นลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรับผิดชอบตอสงั คม ตาม แนวทางวิถีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจดั กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน ลักษณะอาสาสมคั รพัฒนาศักยภาพตนเองในการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนไดอยางมี ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค มจี ิต สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนแ ละสามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได ผลการเรยี นรู 1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ 2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร 3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมีประสทิ ธภิ าพ 4.ปฏบิ ตั ิกจิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ตามคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 5.สามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 184 คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน รหัสวชิ า ก22916วิชา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 4 กจิ กรรมพฒั นาผูเ รียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 10 ช่ัวโมง ฝกปฏิบตั ิกจิ กรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝกการทำงานที่สอดคลองกับชวี ิตจริง ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปน ระบบ เนน ทักษะการคิดวเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆที่เปน ประโยชนต อตนเองและสวนรวม เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอตนเองครอบครวั และสังคมคิด ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ นลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรบั ผิดชอบตอสังคม ตาม แนวทางวิถีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสงั คมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจดั กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน ลักษณะอาสาสมคั รพัฒนาศักยภาพตนเองในการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค มีจิต สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนแ ละสามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได ผลการเรยี นรู 1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ 2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคต ามความถนดั และความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร 3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมปี ระสิทธิภาพ 4.ปฏบิ ตั ิกจิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ตามคณุ ลักษณะอนั พึง ประสงค 5.สามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 185 คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน รหัสวชิ า ก23920วิชา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 5 กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 10 ช่ัวโมง ฝกปฏิบตั ิกจิ กรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝกการทำงานท่ีสอดคลองกับชวี ิตจริง ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปน ระบบ เนน ทักษะการคิดวเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆที่เปน ประโยชนต อตนเองและสวนรวม เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอตนเองครอบครวั และสังคมคิด ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ นลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรบั ผิดชอบตอสังคม ตาม แนวทางวิถีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจดั กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน ลักษณะอาสาสมคั รพัฒนาศักยภาพตนเองในการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค มีจิต สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนแ ละสามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได ผลการเรยี นรู 1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ 2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนดั และความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร 3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมปี ระสิทธิภาพ 4.ปฏบิ ตั ิกจิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ตามคุณลักษณะอนั พึง ประสงค 5.สามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 186 คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู รียน รหัสวชิ า ก23924วิชา กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน 6 กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 10 ช่ัวโมง ฝกปฏิบตั ิกจิ กรรมดวยความสมัครใจผานกจิ กรรมทห่ี ลากหลายฝกการทำงานท่ีสอดคลองกับชวี ิตจริง ตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณส ำรวจและใชขอมลู ประกอบการวางแผนอยางเปน ระบบ เนน ทักษะการคิดวเิ คราะหและใชความคดิ สรางสรรคการบริการดานตา งๆที่เปน ประโยชนต อตนเองและสวนรวม เสรมิ สรางความมนี ้ำใจเอื้ออาทรความเปน พลเมืองดีและความรบั ผิดชอบตอตนเองครอบครวั และสังคมคิด ออกแบบกิจกรรมบำเพญ็ ประโยชนใ นลักษณะอาสาสมคั รจิตอาสาเพ่ือแสดงความรบั ผิดชอบตอสังคม ตาม แนวทางวิถีชวี ิตเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อใหผูเรยี นบำเพญ็ ตนใหเปนประโยชนตอครอบครวั โรงเรยี นชุมชนสังคมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจดั กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนัดและความสนใจ ใน ลักษณะอาสาสมคั รพัฒนาศักยภาพตนเองในการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมี ประสทิ ธิภาพ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน จนเกดิ คุณธรรมจรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค มีจิต สาธารณะ และใชเวลาวางใหเกิดประโยชนแ ละสามารถประยุกตใชหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได ผลการเรยี นรู 1.บำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคมและประเทศชาติ 2.ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนอ ยางสรางสรรคตามความถนดั และความ สนใจ ในลักษณะอาสาสมัคร 3.สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ ดอยางมปี ระสิทธิภาพ 4.ปฏบิ ตั ิกจิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ นเกิดคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ตามคุณลักษณะอนั พึง ประสงค 5.สามารถประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได รวม 5 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 187 กระบวนการจัดการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 188 8. การจดั การเรียนรู การจัดการเรียนรูเ ปนกระบวนการสำคัญในการนำหลกั สูตรสูการปฏบิ ัติ หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียน ทบั โพธิ์พัฒนวิทย เปนหลักสูตรท่ีมีมาตรฐานการเรียนรู สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงคของ ผูเรียน เปนเปาหมายสำหรบั พัฒนาเดก็ และเยาวชน ในการพัฒนาผเู รียนใหมีคุณสมบัตติ ามเปาหมายหลักสตู ร ผสู อนพยายามคัดสรรกระบวนการเรยี นรู จัดการเรยี นรโู ดยชว ยใหผ เู รียนเรียนรผู านสาระที่กำหนดไวในหลักสูตร ๘ กลมุ สาระการเรียนรู รวมทง้ั ปลูกฝง เสริมสรางคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค พัฒนาทกั ษะตางๆ อันเปนสมรรถนะสำคัญใหผเู รียนบรรลตุ ามเปา หมาย ๑. หลกั การจดั การเรยี นรู การจดั การเรียนรูเ พ่อื ใหผูเรยี นมคี วามรูความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอนั พึงประสงคตามท่ีกำหนดไวในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน โดยยดึ หลกั วา ผูเรยี นมคี วามสำคญั ท่สี ุด เชื่อวาทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได ยดึ ประโยชนท่ีเกดิ กบั ผเู รียนกระบวนการจัดการเรียนรูตอ งสง เสริมใหผูเ รียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศักยภาพ คำนึงถงึ ความแตกตา งระหวางบุคคลและพฒั นาการทางสมอง เนนใหความสำคัญท้งั ความรู และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรยี นรู การจัดการเรียนรูท่ีเนนผูเรียนเปนสำคญั ผูเรียนจะตองอาศัยกระบวนการเรียนรูที่หลากหลาย เปนเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสูเปาหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรูที่จำเปนสำหรับผูเรียน อาทิ กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ กระบวนการสรางความรู กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณและแกปญหา กระบวนการเรียนรู จากประสบการณจริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรูการเรียนรูของตนเอ3ง2 กระบวนการพฒั นาลักษณะนสิ ัย กระบวนการเหลานีเ้ ปนแนวทางในการจัดการเรียนรูท่ีผูเ รียนควรไดรับการฝก ฝน พัฒนา เพราะ จะสามารถชว ยใหผเู รียนเกิดการเรียนรูไดดี บรรลเุ ปา หมายของหลักสตู ร ดงั น้ัน ผูสอนจึงจำเปนตองศึกษาทำ ความเขาใจในกระบวนการเรียนรูตาง ๆ เพื่อใหสามารถเลือกใชในการจัดกระบวนการเรียนรูไดอยางมี ประสทิ ธภิ าพ ๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู ผูส อนตอ งศกึ ษาหลกั สตู รสถานศึกษาใหเขาใจถึงมาตรฐานการเรียนรู ตัวชว้ี ดั สมรรถนะสำคัญ ของผูเ รียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค และสาระการเรียนรูที่เหมาะสมกับผูเรยี น แลวจึงพิจารณาออกแบบ การจัดการเรียนรูโดยเลือกใชวิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหลงเรยี นรู การวัดและประเมินผล เพื่อให ผเู รียนไดพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลตุ ามเปาหมายท่ีกำหนด ๔. บทบาทของผสู อนและผเู รียน การจัดการเรยี นรูเ พือ่ ใหผูเรียนมีคณุ ภาพตามเปาหมายของหลักสูตร ทั้งผูสอนและผูเ รยี นควรมี บทบาท ดังน้ี

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 189 ๔.๑ บทบาทของผสู อน ๑) ศึกษาวิเคราะหผูเรียนเปนรายบุคคล แลวนำขอมูลมาใชในการวางแผนการจัด การเรียนรู ทท่ี า ทายความสามารถของผูเรียน ๒) กำหนดเปา หมายทีต่ องการใหเ กิดขึน้ กับผูเ รยี น ดานความรูและทักษะกระบวนการ ทเ่ี ปนความคิดรวบยอด หลกั การ และความสมั พันธ รวมทัง้ คุณลักษณะอนั พึงประสงค ๓) ออกแบบการเรียนรแู ละจัดการเรยี นรูท่ีตอบสนองความแตกตา งระหวางบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพ่ือนำผูเรยี นไปสเู ปาหมาย ๔) จัดบรรยากาศท่เี ออ้ื ตอการเรียนรู และดแู ลชว ยเหลอื ผูเรยี นใหเ กดิ การเรยี นรู ๕) จัดเตรยี มและเลือกใชสื่อใหเหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปญ ญาทอ งถ่ิน เทคโนโลยีทเ่ี หมาะสมมาประยกุ ตใชในการจัดการเรยี นการสอน ๖) ประเมินความกาวหนา ของผูเรยี นดว ยวิธีการทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ ของวชิ าและระดับพฒั นาการของผูเรยี น ๗) วิเคราะหผลการประเมินมาใชในการซอมเสริมและพัฒนาผูเรียน รวมทั้งปรับปรุง การจัดการเรยี นการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผเู รยี น ๑) กำหนดเปาหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรยี นรขู องตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู เขา ถงึ แหลง การเรียนรู วเิ คราะห สังเคราะหขอความรู ตัง้ คำถาม คดิ หาคำตอบ หรือหาแนวทางแกปญหาดว ยวธิ ีการตา ง ๆ ๒) ลงมอื ปฏิบัตจิ รงิ สรุปสิง่ ท่ีไดเรยี นรูดวยตนเอง และนำความรูไปประยุกตใชใน สถานการณตาง ๆ ๓) มีปฏิสัมพันธ ทำงาน ทำกจิ กรรมรว มกบั กลุมและครู ๔) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนรูของตนเองอยางตอ เนือ่ ง 1. ส่อื และแหลงเรยี นรู สื่อการเรยี นรู สื่อการเรียนรูเปนเครื่องมือสงเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู ใหผูเรียนเขาถึงความรู ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรไดอยางมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรูมี หลากหลายประเภท ท้ังสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ สื่อเทคโนโลยี และเครือขาย การเรียนรูตางๆ ที่มีใน ทองถิ่น การเลือกใชส่ือควรเลือกใหมีความเหมาะสมกบั ระดับพฒั นาการ และลลี าการเรียนรูท ่หี ลากหลายของ ผเู รยี น การจัดหาสอื่ การเรยี นรู ผูเรยี นและผสู อนสามารถจดั ทำและพัฒนาขึน้ เอง หรอื ปรบั ปรุงเลือกใชอยาง มีคณุ ภาพจากส่อื ตา งๆ ทีม่ อี ยูร อบตวั เพ่อื นำมาใชป ระกอบในการจัดการเรยี นรูท่ีสามารถสงเสริมและสื่อสารให ผูเรียนเกิดการเรียนรู โดยสถานศึกษาควรจัดใหมีอยางพอเพียง เพื่อพัฒนาใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยาง แทจริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หนวยงานทเี่ กี่ยวของและผูมีหนาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควร ดำเนินการดงั นี้

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 190 ๑. จัดใหมีแหลงการเรียนรู ศูนยสื่อการเรียนรู ระบบสารสนเทศการเรียนรู และเครือขาย การเรียนรูที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาคนควาและการแลกเปลี่ยน ประสบการณการเรียนรู ระหวา งสถานศึกษา ทอ งถนิ่ ชมุ ชน สงั คมโลก ๒. จัดทำและจดั หาส่อื การเรียนรสู ำหรับการศึกษาคนควาของผูเรียน เสรมิ ความรูใหผูส อน รวมทั้ง จดั หาสง่ิ ทม่ี ีอยใู นทองถิ่นมาประยุกตใ ชเปนสอื่ การเรียนรู ๓. เลอื กและใชส ื่อการเรียนรูท่ีมีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ งกับวิธีการ เรียนรู ธรรมชาติของสาระการเรียนรู และความแตกตางระหวางบคุ คลของผูเรยี น ๔. ประเมนิ คณุ ภาพของส่อื การเรยี นรทู ่เี ลือกใชอ ยางเปนระบบ ๕. ศึกษาคนควา วจิ ยั เพ่อื พฒั นาสือ่ การเรยี นรใู หสอดคลอ งกบั กระบวนการเรยี นรูของผูเรียน ๖. จัดใหมีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใชสื่อ การเรยี นรเู ปน ระยะๆ และสมำ่ เสมอ ในการจดั ทำ การเลือกใช และการประเมินคุณภาพส่ือการเรยี นรทู ีใ่ ชใ นสถานศกึ ษา ควรคำนงึ ถงึ หลักการสำคญั ของสอื่ การเรยี นรู เชน ความสอดคลอ งกับหลักสูตร วัตถปุ ระสงคก ารเรียนรู การออกแบบ กจิ กรรมการเรยี นรู การจดั ประสบการณใหผเู รียน เน้อื หามคี วามถูกตอ งและทนั สมยั ไมกระทบความม่ันคง ของชาติ ไมขัดตอศลี ธรรม มกี ารใชภาษาท่ีถูกตอง รปู แบบการนำเสนอท่ีเขา ใจงา ย และนา สนใจ 2. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู หลกั การในการวัดและประเมนิ ผลการเรียน การวดั และประเมินผลการเรียน ประกอบดว ย ๑. การวดั และประเมินผลระดับช้ันเรียน ประกอบดว ย การวดั และประเมนิ ผลเพื่อปรับปรุง พฒั นาผูเรียน การวัดและประเมนิ ผลเพ่ือตดั สินผลการเรยี น ๒. การประเมินผลระดับสถานศึกษา ประกอบดวย การประเมินผลการเขารว มกจิ กรรม พฒั นาผูเรียน การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคข องผเู รยี น และการประเมนิ ความสามารถ ในการอาน คิดวเิ คราะห และเขียนสอ่ื ความของผูเ รยี น ๓. การประเมินผลระดับชาติ เปน การประเมนิ คุณภาพระดบั ชาตใิ นกลมุ สาระการเรียนรูท ่ี สำคัญท้ัง ๘ กลุมสาระ ไดแ ก ภาษาไทย คณติ ศาสตร วิทยาศาสตร สังคมศกึ ษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ภาษาอังกฤษ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ศลิ ปะ และการงานอาชพี และเทคโนโลยี และนำผลจาก การประเมนิ ไปใชในการพัฒนาคณุ ภาพผูเรียน และคณุ ภาพการจดั การศึกษาของโรงเรยี น การวัดและประเมินผลการเรยี น เปน ไปตามหลกั การตอไปนี้ ๑. โรงเรยี นมีหนา ทใี่ นการวัดและประเมนิ ผลการเรยี น โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการสถานศกึ ษา และเปด โอกาสใหทกุ ฝา ยท่เี ก่ยี วของมสี ว นรว มในการวดั และประเมินผล ๒. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี น เปนไปอยางสอดคลอง ครอบคลุมมาตรฐาน/ตวั ช้ีวัดผล การเรยี นรู ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ๓. การวดั และประเมินผลการเรยี นระดับชัน้ เรียน เปน สว นหนึ่งของกระบวนการจัดการ เรยี นการสอน เพื่อตรวจสอบความกา วหนา ของผเู รยี น ดำเนินการประเมนิ ดวยวธิ ีการทห่ี ลากหลาย สอดคลอง

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 191 และเหมาะสมกบั สาระการเรียนรแู ละกระบวนการเรยี นรขู องผูเรยี น โดยประเมินความประพฤติ พฤติกรรม การเรียน การรวมกจิ กรรม และผลงานจากโครงงานและแฟมสะสมงานทส่ี อดคลองกับธรรมชาติวิชาและ ระดบั ชน้ั ของผเู รยี น ๔. มกี ารประเมินความสามารถของผเู รียน ในการอาน คิดวิเคราะห และเขียนใน แตล ะภาคเรียน ๕. มกี ารประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข องผเู รยี นในแตละภาคเรยี น ๖. มกี ารประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู รียนในแตล ะภาคเรยี น ๗. มกี ารจัดใหผเู รยี นไดร ับการประเมินคณุ ภาพระดบั ชาติ และนำผลการจาก การประเมนิ ไปใชใ นการพัฒนาคุณภาพการจัดการศกึ ษาของโรงเรียน ๘. เปด โอกาสใหผเู รยี นตรวจสอบผลการประเมนิ ผลการเรยี นได วธิ ีการวัดและประเมนิ ผลการเรยี น การวดั และประเมินผลเพอื่ ปรบั ปรงุ พัฒนาผูเรยี น ปฏิบตั ดิ งั นี้ ๑ แจง ใหผ ูเรยี นทราบตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู วธิ ีการวัดและประเมินผลการเรยี น เกณฑการ ผา นแตล ะตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู และเกณฑข้ันตาํ่ ของการผานรายวชิ า กอนสอนรายวิชาน้นั ๆ ๒ ผลการเรยี นรูจะตอ งครอบคลมุ ความรู ทักษะกระบวนการ คณุ ธรรม และคา นยิ ม อันพึงประสงค ๓ ประเมนิ ผลกอ นเรยี นเพื่อตรวจสอบความรพู น้ื ฐานของผูเรยี น ๔ วัดและประเมนิ ผลระหวา งการเรยี นการสอนแตล ะหนวยอยางสมํ่าเสมอ เพื่อใหได ขอ มูลมาปรบั ปรุงการสอนใหสอดคลองกบั ความตอ งการของผเู รียนโดยเนนการประเมนิ ตามสภาพจริง หลัง การประเมิน ตอ งแจงผลการประเมนิ ใหผเู รียนทราบ เพื่อผูเ รียนจะไดพ ฒั นาตนเองไปสเู ปาหมายทก่ี ำหนด การวดั และประเมนิ ผลระหวา งเรยี น ประกอบดว ย ๔.๑ วัดและประเมนิ ผลระหวางการเรียนการสอนแตละหนวย โดยให ครูผสู อนเปน ผกู ำหนดผลการเรียนรแู ละเปน ผูประเมิน ผูเรยี น เพื่อน บิดา มารดา และผปู กครองมีสวนรว ม ในการประเมิน ๔.๒ วัดและประเมินผลกลางภาคเรยี นอยา งนอย ๑ ครั้งโดยครผู ูส อนเปน ผู กำหนดตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู ๕ วัดและประเมินผลคะแนนระหวางภาคเรียนรวมกบั คะแนนปลายภาคเรยี น เพ่ือตรวจสอบความสำเรจ็ ของผูเ รียน โดยวดั ใหครอบคลมุ ความรู ทกั ษะกระบวนการ คณุ ธรรม คา นยิ มอันพึงประสงคแ ละสมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น ๖ กำหนดสดั สว นคะแนน ระหวางเรยี น : กลางภาค : ปลายภาคเรียน ดงั น้คี อื รายวิชาในกลุมสาระภาษาไทย คณิตศาสตร วิทยาศาสตร สงั คมศกึ ษาฯ และภาษาตางประเทศ กำหนดใหใชสัดสวน ๕๐ : ๒๐ : ๓๐ สวนรายวิชาในกลุมสาระสุขศกึ ษาและพลศึกษา ศิลปะ และการ งานอาชพี และเทคโนโลยี กำหนดใหใ ชสัดสวน ๖๐ : ๒๐ : ๒๐ ตัดสนิ ผลการเรียน โดยนำคะแนนระหวางภาคเรียนรวมกับคะแนนปลายภาค แลว นำ มาเปลี่ยนระดบั ผลการเรยี น

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 192 ใชต ัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแตล ะรายวชิ า ดงั น้ี ๑. ใหใ ชตวั เลขแสดงระดับผลการเรียนในแตรายวิชา ดังตอไปนี้ ๔ หมายถึง มีผลการเรยี นดีเยยี่ ม มีคะแนนระหวาง ๘๐-๑๐๐ ๓.๕ หมายถงึ มีผลการเรยี นดีมาก มีคะแนนระหวาง ๗๕-๗๙ ๓ หมายถงึ มผี ลการเรยี นดี มคี ะแนนระหวาง ๗๐- ๗๔ ๒.๕ หมายถงึ มผี ลการเรยี นคอ นขางดี มคี ะแนนระหวาง ๖๕- ๖๙ ๒ หมายถึง มผี ลการเรยี นปานกลาง มีคะแนนระหวาง ๖๐- ๖๔ ๑.๕ หมายถึง มผี ลการเรยี นพอใช มคี ะแนนระหวาง ๕๕- ๕๙ ๑ หมายถึง มีผลการเรยี นผา นเกณฑขน้ั ต่ํา มีคะแนนระหวา ง ๕๐-๕๔ ๐ หมายถึง มผี ลการเรยี นต่ํากวา เกณฑ มีคะแนนระหวา ง ๐-๔๙ ๒. ใหใ ชตวั อกั ษรแสดงผลการเรยี นท่ีมเี งอื่ นไขในแตล ะรายวิชา ดังนี้ มส หมายถึง ไมม สี ิทธิเ์ ขารับการประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น ร หมายถึง รอการตดั สนิ หรือยงั ตัดสินไมได ๓. กรณีทีผ่ ูเ รยี นมผี ลการเรยี น “๐” , “ร” หรอื “มส” ใหดำเนนิ การซอมเสรมิ ปรับปรงุ แกไขผเู รียนใหเ สรจ็ สนิ้ ในภาคเรียนตอไป การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น จะตองพิจารณาทงั้ เวลาการเขา รวมกจิ กรรม การปฏบิ ัติ กิจกรรม และผลงานของผูเรยี นตามเกณฑทีส่ ถานศกึ ษากำหนดและใหผ ลการประเมินเปนผา นและไมผาน กิจกรรมพัฒนาผูเรยี น มี ๓ ลักษณะ คือ ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรยี น ซึ่งประกอบดว ย (๑) กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี (๒) กิจกรรมชุมนุม หรอื ชมรม ๓) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ใหใชต วั อกั ษรแสดงผลการประเมิน ดงั น้ี “ผ” หมายถงึ ผเู รยี นมเี วลาเขารวมกิจกรรมพฒั นาผเู รยี น ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและมีผลงาน ตามเกณฑตามท่ีสถานศึกษากำหนด “มผ” หมายถงึ ผูเรยี นมเี วลาเขา รวมกิจกรรมพัฒนาผูเรยี น ปฏบิ ตั ิกิจกรรม แตมผี ลงาน ไมเปนไปตามเกณฑต ามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด ในกรณที ผ่ี เู รียนไดผลการเรยี น “มผ” ครผู ูสอนตองจัดซอมเสรมิ ใหผ เู รยี นทำกิจกรรม ในสวนท่ีผูเรยี นไมไดเขารวมหรอื ไมไดท ำจนครบถวน แลว จงึ เปลีย่ นผลการเรยี นจาก “มผ” เปน “ผ” ได ทั้งนี้ ดำเนนิ การใหเสรจ็ สน้ิ ภายในปก ารศกึ ษาน้นั ยกเวนมเี หตุสดุ วิสยั ใหอยูในดลุ ยพินิจของสถานศกึ ษา การประเมนิ การเขา รวมกจิ กรรมพัฒนาผเู รยี นเปน รายภาค ครทู ปี่ รึกษากิจกรรมเปนผู ประเมนิ การเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน