Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

Published by TANAWICH SEANGRAM, 2022-07-08 01:18:19

Description: หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

Search

Read the Text Version

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 43 คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน รายวชิ าคณิตศาสตรพ ื้นฐาน 5 รหัสวิชา ค23101 กลมุ สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ ศกึ ษา วิเคราะห อธิบาย ฝก ทักษะการแกปญหาในสาระตอ ไปนี้ อสมการเชิงเสนตวั แปรเดียวอสมการเชิงเสนตวั แปรเดยี วการแกอ สมการเชงิ เสนตัวแปรเดยี ว การนำ ความรเู กีย่ วกบั การแกอสมการเชงิ เสนตัวแปรเดียวไปใชใ นการแกป ญหา การแยกตวั ประกอบของพหุนามการแยกตัวประกอบของพหุนามดกี รสี ูงกวาสอง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว สมการกำลังสองตวั แปรเดียว การแกสมการกำลงั สองตวั แปรเดยี ว การนำความรเู กี่ยวกับการแกสมการกำลังสองตัวแปรเดยี วไปใชใ นการแกป ญ หา ความคลายรปู สามเหล่ียมทีค่ ลายกัน การนำความรเู กย่ี วกับความคลายไปใชในการแกป ญหา ฟงกชนั กำลังสองกราฟของฟงกช ันกำลงั สอง การนำความรเู กย่ี วกับฟงกชนั กำลังสองไปใชในการ แกปญหา สถิติ ขอมูลและการวิเคราะหขอมลู ไดแ ก แผนภาพกลอ ง การแปลความหมายผลลพั ธ การนำสถติ ิไปใชในชีวติ จรงิ โดยนำความรู ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรที่หลากหลายมาใชในการแกปญหาในสถานการณ ตางๆไดอยางเหมาะสม มีเหตุผลประกอบในการตัดสินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและ สัญลักษณทางคณิตศาสตรในการสื่อสาร สื่อความหมาย และนำเสนอไดอยางถูกตองชัดเจน เชือ่ มโยงความรู ตางๆในคณิตศาสตรและนำความรูทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรไปเชื่อมโยงกับศาสตรอื่นๆ และมี ความคดิ ริเริ่มสรางสรรค เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยางมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบมี วิจารณญาณ มคี วามเชื่อม่ันในตนเอง มีความซื่อสตั ยสจุ ริตมวี ินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน รักความเปน ไทย มจี ิตสาธารณะ พรอ มทง้ั ตระหนกั ในคุณคา และมเี จตคติท่ดี ีตอคณติ ศาสตร รหัสและตวั ช้วี ดั ค1.2 ม.3/1, ม.3/2 ค1.3 ม.3/1, ม.3/2 ค2.2 ม.3/1 ค3.1 ม.3/1 รวมท้งั หมด 6 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 44 คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ าคณติ ศาสตรพ ้นื ฐาน 6 รหสั วิชา ค23102 กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 1.5 หนว ยกติ เวลา 60 ชั่วโมง ศกึ ษา วเิ คราะห อธิบาย ฝก ทักษะการแกป ญ หาในสาระตอ ไปนี้ ระบบสมการระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การแกระบบสมการเชิงเสนสองตัวแปร การนำความรู เก่ียวกับการแกระบบสมการเชิงเสน สองตวั แปรไปใชใ นการแกปญหา วงกลมวงกลม คอรด และเสน สมั ผัส ทฤษฎบี ทเก่ียวกบั วงกลม พื้นที่ผิวการหาพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลมการนำความรูเกี่ยวกับพื้นที่ผิวของพีระมดิ กรวย และทรงกลมไปใชในการแกป ญหา ปริมาตรการหาปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลมการนำความรูเกี่ยวกับปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลมไปใชในการแกป ญหา ความนาจะเปนเหตุการณจากการทดลองสุม ความนาจะเปน การนำความรูเกี่ยวกับความนาจะ เปนไปใชใ นชวี ิตจรงิ อัตราสวนตรีโกณมิติอตั ราสว นตรีโกณมิตกิ ารนำคาอัตราสว นตรีโกณมิตขิ องมุม 30 องศา 45 องศา และ 60 องศา ไปใชใ นการแกป ญหา โดยนำความรู ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตรทห่ี ลากหลายมาใชใ นการแกปญ หาในสถานการณ ตางๆไดอยา งเหมาะสม มเี หตผุ ลประกอบในการตดั สินใจ และสรุปผลไดอยางเหมาะสม ใชภาษาและ สญั ลกั ษณทางคณติ ศาสตรในการสือ่ สาร สื่อความหมาย และนำเสนอไดอยา งถูกตอ งชดั เจน เชือ่ มโยงความรู ตา งๆในคณติ ศาสตรและนำความรูท ักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร ไปเช่ือมโยงกับศาสตรอ่ืนๆและมีความคิดริเริ่มสรา งสรรค เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค สามารถทำงานอยางมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผิดชอบมี วิจารณญาณ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความซื่อสตั ยสุจริตมีวินัย ใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน รักความเปน ไทย มีจติ สาธารณะ พรอ มทัง้ ตระหนกั ในคุณคา และมเี จตคติท่ดี ตี อคณติ ศาสตร รหัสและตัวชี้วดั ค1.3 ม.3/3 ค2.1 ม.3/1, ม.3/2 ค2.2 ม.3/2,ม.3/3 ค3.2 ม.3/1 รวมท้ังหมด 6 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 45 คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม กลุม สาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 46 คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ รายวิชาคณิตศาสตรเพิ่มเติม 1 รหัสวชิ า ค21201 กลุมสาระการเรียนรคู ณติ ศาสตร ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ชว่ั โมง ศึกษา ฝกทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปนี้ การประยุกต 1รูปเรขาคณิต จำนวนนับความยาวของดานของรูปสามเหลี่ยมจุดขางใน และจดุ ขาง นอกประกอบภาพจากรูปเรขาคณิตท่กี ำหนดใหเปน รปู ตาง ๆ จำนวนและตัวเลขระบบตัวเลขโรมัน การประยุกตเกี่ยวกับจำนวนเต็มและเลขยกกำลัง การคิด คำนวณโจทยปญหา การประยุกตเ กี่ยวกับจำนวนเต็มและเลขยกกำลัง การคิดคำนวณ โจทยปญหารสรา ง การแบงสวน ของเสนตรง การสรางมุมขนาดตาง ๆ การสรา งรปู สามเหล่ียมและรปู ส่เี หล่ียมดา นขนาน โดยการจัดประสบการณ หรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตรแ ละนำประสบการณดา นความรูความคดิ ทักษะกระบวนการ ท่ไี ด ไปใชในการเรียนรูส ิง่ ตา ง ๆ และใชชวี ิตประจำวนั อยางสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คณุ คา และมีเจตคติที่ดีตอ คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปน ระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบมีวจิ ารณญาณ และ มีความเช่ือมั่นในตนเอง การวัดและการประเมินผล ใชวิธีหลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเน้ือหาและ ทักษะท่ตี องการวัด ผลการเรียนรู 1. ใชความรูเกี่ยวกับรูปเรขาคณิต จำนวนนับ รอยละในชีวิตประจำวัน ปญหาชวนคิดและ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรแ กป ญหาตาง ๆ ได 2. อา นและเขียนตัวเลขโรมันได 3. ใชค วามรูเก่ียวกบั จำนวนเตม็ และเลขยกกำลงั ในการแกปญ หาได 4. ใชก ารสรางพื้นฐานสรา งมุมขนาดตาง ๆ ได 5. สรางรปู สามเหลี่ยมและสเี่ หลยี่ มพรอ มท้ังใหเ หตุผลได รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 47 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม รายวชิ าคณติ ศาสตรเพมิ่ เติม 2 รหสั วิชา ค21202 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.0 หนว ยกิต เวลา 40 ชวั่ โมง ศึกษา ฝกทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปน้ี การเตรยี มความพรอ มในการใหเ หตผุ ล ขอความคาดการณ ประโยคเงื่อนไข บทกลับของ ประโยคเงอ่ื นไข การใหเ หตุผล พหุนาม เอกนาม การบวกและการลบเอกนาม พหุนาม การบวกและการลบพหนุ าม การคูณพหุ นาม การหารพหุนาม การประยุกต 2 แบบรปู ของจำนวน ขา ยงาน การประยุกตของเศษสว นและทศนิยม โดยการจัดประสบการณ หรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตผุ ล การสื่อความหมายทางคณติ ศาสตรและนำประสบการณด า นความรูความคดิ ทักษะกระบวนการ ที่ได ไปใชใ นการเรียนรสู งิ่ ตา ง ๆ และใชชวี ิตประจำวนั อยางสรางสรรค รวมท้งั เห็นคุณคา และมีเจตคตทิ ่ีดตี อ คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบมวี ิจารณญาณ และ มีความเช่ือม่ันในตนเอง การวัดและการประเมินผล ใชวิธีหลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ ทักษะที่ตองการวดั ผลการเรยี นรู 1. สงั เกต ใหขอ ความคาดการณ และใหเ หตผุ ลทางคณติ ศาสตรอ ยางงายได 2. หาผลบวกและผลลบของเอกนามและพหนุ ามได 3. หาผลคูณและผลหารของพหนุ ามอยางงายได 4. ใชค วามรแู ละทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรแกป ญหาตา ง ๆ ได 5. ตระหนกั ถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบทีไ่ ด รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 48 คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ รายวิชาคณิตศาสตรเ พิ่มเติม 3 รหัสวชิ า ค22203 กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หนวยกิต เวลา 40 ชั่วโมง ศึกษา ฝก ทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอไปนี้ สมบัติของเลขยกกำลัง การดำเนนิ การของเลขยกกำลงั สมบัติอนื่ ๆ ของเลขยกกำลัง พหุนามและเศษสว นของพหุนาม ทบทวนพหนุ าม การคูณพหุนาม การหารพหนุ ามเศษสว นของพหุ นาม การคณู และการหารเศษสว นของพหนุ าม การบวกและการลบเศษสว นของพหนุ าม การประยุกตเกี่ยวกบั อัตราสวนและรอยละ การประยุกตเกี่ยวกับอตั ราสวน การประยกุ ตเกี่ยวกบั รอยละ การประยุกตเ กยี่ วกบั อตั ราสว นและรอยละ การประยุกตของการแปลงทางเรขาคณติ การประยุกตของการเลื่อนขนาน การประยุกตของการ สะทอ น การประยุกตของการหมุน เทสเซลเลชนั โดยการจัดประสบการณ หรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏบิ ตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตรแ ละนำประสบการณดา นความรูความคดิ ทักษะกระบวนการ ที่ได ไปใชในการเรียนรูสิง่ ตาง ๆ และใชชวี ิตประจำวันอยางสรา งสรรค รวมท้งั เห็นคณุ คา และมีเจตคตทิ ่ีดีตอ คณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบมวี ิจารณญาณ และ มีความเชอื่ มน่ั ในตนเอง การวัดและการประเมินผล ใชวิธีหลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเน้ือหาและ ทักษะที่ตองการวดั ผลการเรยี นรู 1. คณู และหารจำนวนที่เขียนอยูในรปู เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลงั เปน จำนวนเตม็ โดยใชบ ทนยิ ามและ สมบัตขิ องเลขยกกำลงั และนำไปใชใ นการแกป ญหาได 2. คำนวณและใชเลขยกกำลังในการเขยี นแสดงจำนวนทมี่ ีคานอ ยๆ หรอื มีคามากๆ ในรูปสญั กรณ- วิทยาศาสตรได 3. ตระหนักถงึ ความสมเหตสุ มผลของคำตอบทไี่ ด 4. บวก ลบ คณู หาร พหนุ ามได 5. บวก ลบ คณู หาร เศษสวนของพหุนามที่พหนุ ามมีดีกรไี มเกนิ หนึง่ ได 6. ใชความรเู กีย่ วกบั อตั ราสว น สดั สว น และรอ ยละ แกปญหาหรือสถานการณตาง ๆได 7. ใชความรูเกีย่ วกับการเลื่อนขนาน การสะทอน และการหมนุ ในการสรางสรรคงานศลิ ปะหรือ ออกแบบ รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 49 คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม รายชิ าคณิตศาสตรเ พม่ิ เติม 4 รหัสวชิ า ค22204 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ช่วั โมง ศกึ ษา ฝกทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปน้ี การแยกตัวประกอบของพหุนามดกี รีสอง การแยกตวั ประกอบโดยใชสมบัตกิ ารแจกแจงการแยกตัว ประกอบของพหุนามดกี รีสองตัวแปรเดียวการแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรีสองที่เปน กำลังสองสมบรู ณก าร แยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รสี องที่เปน ผลตา งของกำลังสอง สมการกำลังสองตัวแปรเดียว การแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียว โจทยปญหาเกี่ยวกับสมการ กำลงั สองตวั แปรเดยี ว การแปรผัน การแปรผันตรง การแปรผกผนั การแปรผันเก่ียวเน่ือง โดยการจัดประสบการณ หรือสรางสถานการณในชีวติ ประจำวันท่ีใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตรแ ละนำประสบการณด านความรูความคดิ ทักษะกระบวนการ ท่ีได ไปใชในการเรียนรูส ิ่งตาง ๆ และใชช วี ิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทัง้ เหน็ คณุ คา และมีเจตคติท่ีดีตอ คณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปน ระบบระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบมีวิจารณญาณ และ มีความเช่ือม่ันในตนเอง การวัดและการประเมินผล ใชวิธีหลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเน้ือหาและ ทกั ษะท่ีตองการวดั ผลการเรียนรู 1. แยกตัวประกอบของพหุนามดกี รีสองโดยใชสมบัตกิ ารแจกแจงได 2. แยกตวั ประกอบของพหุนามดีกรีสองท่ีอยใู นรปู ax2 + bx + c เม่ือ a, b, c เปนคา คงตวั และ a ≠ 0 ได 3. แยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรสี องท่ีอยใู นรูปกำลงั สองสมบูรณไ ด 4. แยกตัวประกอบของพหนุ ามดกี รีสองที่อยใู นรูปผลตา งของกำลังสองได 5. แกสมการกำลงั สองตัวแปรเดียวโดยใชก ารแยกตวั ประกอบได 6. แกโ จทยป ญ หาเกยี่ วกับสมการกำลังสองตวั แปรเดยี วโดยใชการแยกตัวประกอบได 7. เขียนสมการแสดงการแปรผนั ระหวางปริมาณตา ง ๆ ทแ่ี ปรผันตอ กนั ได 8. แกปญหาหรอื สถานการณทก่ี ำหนดโดยใชค วามรูเกีย่ วกับการแปรผนั ได 9. ตระหนกั ถงึ ความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได รวมท้งั หมด 9 ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 50 คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม รายวิชาคณิตศาสตรเ พิ่มเติม 5 รหสั วชิ า ค23205 กลมุ สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.0 หนว ยกิต เวลา 40 ชวั่ โมง ศึกษา ฝกทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปนี้ กรณฑทีส่ อง สมบัติของ เม่อื การดำเนนิ การของจำนวนจรงิ ซ่งึ เก่ยี วกับกรณฑท่ีสอง การนำไปใช การแยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองที่เปนผลตา งของกำลัง สอง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยวิธที ำเปนกำลังสองสมบูรณ การแยกตัวประกอบของพหุ นามดีกรสี งู กวาสองท่มี สี ัมประสิทธ์ิเปนจำนวนเต็ม การแยกตวั ประกอบของพหุนามทีม่ สี ัมประสิทธ์ิเปนจำนวน เตม็ โดยใชท ฤษฎเี ศษเหลือ สมการกำลังสองการแกสมการกำลังสองตัวแปรเดียวโดยใชส ูตร การแกโจทยปญ หาเกี่ยวกับสมการ กำลังสองตวั แปรเดยี ว พาราโบลา สมการพาราโบลา กราฟของพาราโบลาทอี่ ยูในรปู y = ax2+bx +c เม่อื a  0 โดยการจัดประสบการณ หรือสรางสถานการณในชีวติ ประจำวันท่ีใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏิบตั จิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกป ญ หา การ ใหเ หตุผล การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตรแ ละนำประสบการณดา นความรูความคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ีได ไปใชในการเรียนรูสิ่งตางๆ และใชชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคา และมีเจตคติที่ดีตอ คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปน ระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบมีวิจารณญาณ และมี ความเช่ือมั่นในตนเอง เพื่อใหม คี วามสามารถในการใชภ าษาและสัญลักษณทางคณติ ศาสตรในการสือ่ สาร การส่อื ความหมาย การนำเสนอเชอ่ื มโยง ความรตู า งๆ ทางคณิตศาสตร กับศาสตรอ ื่นๆ นำความรูไ ปใชใ นชีวติ ประจำวันมีความคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค เหน็ คณุ คาและเจตคตทิ ี่ดีตอคณติ ศาสตร ทำงานอยา งรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบมีคณุ ธรรมที่ เหมาะสม ผลการเรียนรู 1. บวก ลบ คณู และหารจำนวนจรงิ ซง่ึ เก่ียวกับกรณฑท่ีสองทก่ี ำหนดใหและนำไปใชแ กป ญหาได 2. แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองโดยวธิ ีทำเปนกำลังสองสมบูรณได 3. แยกตวั ประกอบของพหนุ ามดกี รีสองทมี่ สี ัมประสิทธ์ิเปนจำนวนเตม็ ได 4. แยกตัวประกอบของพหนุ ามดีกรีสูงทีม่ ีสมั ประสิทธิ์เปน จำนวนเต็มโดยใชทฤษฎีเศษเหลือได 5. แกส มการกำลังสองตัวแปรเดียวได 6. แกโจทยป ญหาเกย่ี วกบั สมการกำลังสองตวั แปรเดยี วได 7. เขยี นกราฟพาราโบลาท่ีกำหนดใหไ ด 8. บอกลกั ษณะของกราฟพาราโบลาท่ีกำหนดใหได รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 51 คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม รายวชิ าคณติ ศาสตรเ พิ่มเติม 6 รหสั วิชา ค23206 กลุมสาระการเรียนรคู ณิตศาสตร ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.0 หนว ยกติ เวลา 40 ชั่วโมง ศึกษา ฝก ทักษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปนี้ การใชเหตุผลเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยม ความรูพื้นฐานเกี่ยวกับการใหเหตุผลทาง เรขาคณติ ทฤษฎีบทเกี่ยวกบั รูปสามเหลี่ยมและรปู สามเหล่ียม การสราง ระบบสมการ ระบบสมการที่ประกอบดวยสมการเชิงเสนและสมการดีกรีสอง ระบบสมการท่ี ประกอบดว ยสมการดกี รีสองท้ังสองสมการ เศษสวนของพหุนาม เศษสวนของพหุนาม การดำเนินการของเศษสวนของพหุนาม การแก สมการเศษสวนของพหุนาม โจทยปญหาเก่ียวกบั เศษสวนของพหุนาม โดยการจัดประสบการณ หรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรียนไดศึกษาคนควา โดยการปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทกั ษะ / กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญ หา การใหเหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตรและนำประสบการณด า นความรูความคดิ ทักษะกระบวนการ ทไี่ ด ไปใชใ นการเรียนรูส ิง่ ตา งๆ และใชชวี ติ ประจำวันอยางสรา งสรรค รวมท้ังเหน็ คณุ คา และมีเจตคตทิ ่ีดตี อ คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปน ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบมีวจิ ารณญาณ และ มคี วามเช่ือมัน่ ในตนเอง เพ่ือใหม คี วามสามารถในการใชภาษาและสัญลักษณทางคณติ ศาสตรในการสอ่ื สาร การสอ่ื ความหมาย การนำเสนอเชือ่ มโยง ความรูตางๆ ทางคณติ ศาสตร กบั ศาสตรอ ่ืนๆ นำความรูไปใชในชวี ติ ประจำวันมีความคดิ รเิ ร่มิ สรา งสรรค เหน็ คณุ คาและเจตคตทิ ีด่ ตี อคณติ ศาสตร ทำงานอยา งรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบมีคณุ ธรรมท่ี เหมาะสม ผลการเรียนรู 1. ใชสมบตั ิเก่ยี วกับรปู สามเหลยี่ มและส่ีเหลย่ี มในการใหเหตผุ ลได 2. สรา งและใหเหตผุ ลเกีย่ วกับการสรางที่กำหนดใหได 3. แกร ะบบสมการสองตวั แปรท่สี มการมีดีกรไี มเกนิ สองท่ีกำหนดใหไ ด 4. แกโ จทยปญหาเกยี่ วกบั ระบบสมการสองตัวแปรทีม่ ีสมการมดี ีกรไี มเกนิ สองท่กี ำหนดใหได 5. ตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบที่ได 6. บวก ลบ คณู และหารเศษสว นของพหนุ ามได 7. แกส มการเศษสว นของพหุนามได 8. แกป ญหาเกย่ี วกับเศษสว นของพหุนามได รวมท้งั หมด 8 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 52 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 53 โครงสรา งรายวิชาพ้นื ฐานและเพมิ่ เติม กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน รายวิชาพ้นื ฐาน ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร ๑ จำนวน ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ ) ว 21103 การออกแบบเทคโนโลยี 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห (0.๕ หนว ยกิต) ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาศาสตร ๒ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกติ ) ว 21104 วิทยาการคำนวณ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห (0.๕ หนว ยกิต) ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร ๓ จำนวน ๓ ชัว่ โมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกิต) ว 22103 การออกแบบเทคโนโลยี 2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห (0.๕ หนวยกติ ) ว ๒๒๑๐๒ วิทยาศาสตร ๔ จำนวน ๓ ชัว่ โมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกิต) ว 22104 วิทยาการคำนวณ 2 จำนวน 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห (0.๕ หนว ยกติ ) ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร ๕ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกิต) ว 23103 การออกแบบเทคโนโลยี 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สปั ดาห (0.๕ หนวยกติ ) ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตร ๖ จำนวน ๓ ชว่ั โมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกิต) ว 23103 วิทยาการคำนวณ 3 จำนวน 1 ช่วั โมง/สปั ดาห (0.๕ หนวยกิต) รายวชิ าวิทยาศาสตรเพิม่ เติม ว ๒0๒๐๑ โครงงานวิทยาศาสตร๑ จำนวน 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห (0.5 หนว ยกิต) ว ๒0๒๐๒ สนกุ กบั วิทยาศาสตร จำนวน 1 ชว่ั โมง/สัปดาห (0.5 หนว ยกติ ) ว ๒0๒๐3 สารเคมีกบั ชีวิต จำนวน 1 ชวั่ โมง/สัปดาห (0.5 หนวยกติ ) ว ๒0๒๐4 วทิ ยาศาสตรก ับพชื สมุนไพร จำนวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห (0.5 หนวยกิต) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รายวชิ าพน้ื ฐาน ว ๓๑๑๐๑ ฟสิกสพน้ื ฐาน 1 จำนวน 2 ชัว่ โมง/สัปดาห (1.๐ หนวยกติ ) ว ๓๑๑๐2 ฟสิกสพ ื้นฐาน 2 จำนวน 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห (1.๐ หนวยกติ ) ว ๓2๑๐1 เคมพี ื้นฐาน 1 จำนวน 2 ชัว่ โมง/สัปดาห (1.๐ หนวยกิต) ว ๓2๑๐2 ชวี วิทยาพ้ืนฐาน 1 จำนวน 2 ชว่ั โมง/สัปดาห (1.๐ หนวยกิต) ว ๓3๑๐1 ชวี วิทยาพ้ืนฐาน 1 จำนวน 2 ชัว่ โมง/สัปดาห (1.๐ หนว ยกิต) ว ๓3161 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สปั ดาห (๑.๐ หนว ยกติ ) รายวชิ าวิทยาศาสตรเพม่ิ เติม จำนวน ๔ ชว่ั โมง/สัปดาห (๒.๐ หนว ยกิต) ว ๓1๒๐๑ ฟสกิ สเ พ่มิ เติม ๑ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกิต) ว ๓1๒๒๑ เคมีเพ่ิมเติม ๑ จำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกติ ) ว ๓1๒๔๑ ชวี วิทยาเพิ่มเตมิ ๑ จำนวน 3 ช่วั โมง/สปั ดาห (1.5 หนว ยกติ ) ว ๓1๒๐๒ ฟสกิ สเพ่มิ เติม ๒ จำนวน ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนว ยกติ ) ว ๓1๒๒๒ เคมีเพมิ่ เติม ๒

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 54 ว ๓1๒๔๒ ชีววิทยาเพมิ่ เติม ๒ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ ) ว ๓2๒๐๓ ฟสกิ สเ พม่ิ เติม ๓ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห (1.5 หนวยกติ ) ว ๓2๒๒๓ เคมีเพิ่มเติม ๓ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ ) ว ๓2๒๔๓ ชวี วทิ ยาเพิ่มเติม ๓ จำนวน ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนว ยกิต) ว ๓2๒๐๔ ฟสกิ สเพิ่มเติม ๔ จำนวน 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห (1.5 หนวยกิต) ว ๓2๒๒๔ เคมีเพิ่มเติม ๔ จำนวน ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห (๑.๕ หนวยกติ ) ว ๓2๒๔๔ ชวี วทิ ยาเพม่ิ เตมิ ๔ จำนวน ๓ ช่ัวโมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกิต) ว ๓3๒๐๕ ฟสิกสเพิ่มเติม ๕ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห (1.5 หนวยกิต) ว ๓3๒๒๕ เคมีเพ่มิ เติม ๕ จำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกิต) ว ๓3๒๔๕ ชีววิทยาเพ่ิมเตมิ ๕ จำนวน ๓ ชัว่ โมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกิต) ว ๓3๒๐6 ฟสิกสเ พ่มิ เติม 6 จำนวน 3 ช่วั โมง/สปั ดาห (1.5 หนว ยกิต) ว ๓3๒๒6 เคมีเพิ่มเติม6 จำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห (๑.๕ หนว ยกิต) ว ๓3๒๔6 ชวี วิทยาเพ่มิ เติม6 จำนวน ๓ ช่วั โมง/สัปดาห (๑.๕ หนวยกติ หมายเหตุ รายวิชาเพิม่ เตมิ สารมารถเลือกเรยี นไดท ุกภาคเรยี นทุกชัน้ เรียนขน้ึ อยกู ับความสนใจ ความตองการ ของผูเรยี นและความพรอ มของสถานศึกษาและสามารถเปดเพม่ิ เติมจากทีร่ ะบุไวในโครงสรา งไดหากเปนความ ตอ งการของผูเรยี นชุมชน หรอื ตามสภาพความจำเปน ของสถานศึกษาจำเปนของสถานศึกษา แตต อ งนำเสนอ เพอ่ื ขออนมุ ัติใชก อ น

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 55 คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 56 คําอธิบายรายวชิ า รายวิชา วิทยาศาสตร1 รหสั วชิ า ว21101 กลมุ สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ศึกษา วิเคราะหความหมายของวิทยาศาสตร กระบวนการทางวิทยาศาสตร ลักษณะสําคัญของ นักวทิ ยาศาสตร เครอ่ื งมือและอุปกรณวิทยาศาสตร ผลของวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี การใชกลอ งจลุ ทรรศน เซลลของสง่ิ มีชวี ิต การลาํ เลยี งสารเขาและออกจากเซลล การลาํ เลียงน้ำและธาตุอาหารของพชื การสงั เคราะห ดวยแสง การสืบพันธุและการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืช ความกา วหนาของเทคโนโลยีชีวภาพ เกี่ยวกบั พืช ท้ังนี้โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรูการสํารวจตรวจสอบ การสืบคน ขอ มูลและการอภปิ รายเพ่ือใหเกิดความรูความคิดความเขาใจ สามารถส่ือสารส่งิ ท่เี รยี นรูมีความสามารถในการ ตดั สนิ ใจ นําความรูไ ปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั มจี ิตวทิ ยาศาสตรจริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม รหัสตัวช้ีวัด ว 1.2 ม. 1/1,ม. 1/2,ม. 1/3,ม. 1/4,ม. 1/5,ม. 1/6,ม. 1/7,ม. 1/8,ม. 1/9,ม. 1/10,ม. 1/11, ม. 1/12,ม. 1/13,ม. 1/14,ม. 1/15,ม. 1/16,ม. 1/17,ม. 1/18 รวมท้ังหมด 18 ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 57 คาํ อธบิ ายรายวิชา รายวชิ า วิทยาศาสตร2 รหัสวิชา ว21102 กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น ศกึ ษาสถานะของสาร ปจจัยทม่ี ีผลตอการเปลย่ี นสถานะ ผลของความรอนทม่ี ตี อ การเปลี่ยนแปลงของ สาร การถายโอนพลงั งานความรอน การจดั กลุมสารตามลักษณะเน้ือสารและขนาดของอนภุ าคการละลายของ สารในตัวทําละลาย ความเขมขนของสารละลาย พลงั งานกับการละลายของสาร ปจจัยที่มีผลตอการละลาย สมบัติของสารละลายกรดและสารละลายเบส pH ของสารละลายกรดและเบส กรดและเบสในชีวิตประจําวัน ศึกษา วิเคราะห ชั้นบรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตยตอบรรยากาศ อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ความชื้นอากาศ ลม เมฆ ฝน พายฟุ าคะนอง พายุหมุนเขตรอ น มรสุม การพยากรณอากาศ เอลนีโญ ลานีญา การเปลี่ยนแปลงอุณหภมู ิอากาศของโลก มลพิษทางอากาศ การบอกตาํ แหนงและการเปลี่ยนตําแหนงของวัตถุ ปริมาณเวกเตอรและปริมาณสเกลาร อัตราเรว็ และความเรว็ ของวัตถุ ท้ังนโี้ ดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบ การสืบคน ขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มี จิตวทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม รหสั ตัวชี้วดั ว 2.1 ม. 1/1,ม. 1/2,ม. 1/3,ม. 1/4,ม. 1/5,ม. 1/6,ม. 1/7,ม. 1/8,ม. 1/9,ม. 1/10 ว 2.2 ม. 1/1

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 58 คำอธิบายรายวชิ า รายวิชา วทิ ยาศาสตร 3 รหสั วิชา ว 22101 กลุม สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและ เทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชัว่ โมง/ภาคเรียน ศึกษา วิเคราะห อวัยวะและหนาทีข่ องอวยั วะท่ีเก่ียวของในระบบหายใจ กลไกการหายใจเขาและ ออกโดยใชแบบจำลอง กระบวนการแลกเปลี่ยนแกส ความสำคัญของระบบหายใจ หนาที่ของอวัยวะใน ระบบขับถายในการกำจัดของเสียทางไต ความสำคัญของระบบขับถายในการกำจดั ของเสียทางไต บรรยาย โครงสรางและหนาทข่ี องหัวใจ หลอดเลือดและเลือด การทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดโดยใชแบบจำลอง ออกแบบการทดลองและทดลองในการเปรียบเทียบอัตราการเตนของหัวใจ ขณะปกติและหลังทำกิจกรรม ความสำคัญของระบบหมุนเวยี นเลือด อวัยวะและหนา ท่ีของอวัยวะในระบบประสาทสวนกลางในการควบคุม การทำงานตางๆ ของรา งกาย ความสำคัญของระบบประสาท หนาทีข่ องอวัยวะในระบบสบื พนั ธุของเพศชาย และหญงิ ผลของฮอรโมนเพศชายและเพศหญิง การเปล่ยี นแปลงของรา งกายเม่ือเขาสวู ัยหนุม สาว การตกไข การมีประจำเดอื นการปฏิสนธิ และการพฒั นาของไซโกต วธิ ีการคมุ กำเนิด ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนดิ ของตัวทำละลายอณุ หภูมิที่ มีตอสภาพละลายไดของสาร ผลของความดันที่มีตอสภาพละลายไดของสารระบุปริมาณตัวละลายใน สารละลาย ในหนวยความเขมขน เปน รอยละ ปรมิ าตรตอ ปริมาตร มวลตอ มวลและมวลตอปรมิ าตร การนำ ความรูเรื่องความเขมขนของสารไปใช อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง การตกผลึก การกล่ัน อยางงาย โครมาโทกราฟแบบกระดาษ การสกัดดวยตัวทำละลาย แยกสารโดยการระเหยแหง การตกผลกึ การกลั่นอยางงา ย โครมาโทกราฟแ บบกระดาษ การสกัดดว ยตัวทำละลาย นำวิธีการแยกสารไปใชแกปญหา ในชีวิตประจำวันโดยบูรณาการวิทยาศาสตร คณิตศาสตร เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร แนวโนม เทคโนโลยีทจ่ี ะเกิดขึ้น ออกแบบวิธีการแกปญหาภายใตทรัพยากรที่มีอยู ใชค วามรูและทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ เครือ่ งมือ กลไก ไฟฟา และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ พ่ือแกปญ หาหรอื พัฒนางานไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย โดยใชก ารสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะการ เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหาการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม รหัสตวั ช้ีวัด ว 1.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม. 2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ม.2/16 ม.2/17 ว 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 รวมท้ังหมด 23 ตัวชี้วัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 59 คำอธิบายรายวชิ า รายวิชา วทิ ยาศาสตร 4 รหสั วิชา ว 22102 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น พยากรณการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เปนผลของแรงลัพธที่เกิดจากแรงหลายแรงท่ีกระทำตอวัตถุในแนว เดียวกัน เขียนแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธท ีเ่ กิดจากแรงหลายแรงท่ีกระทำตอ วัตถุในแนวเดยี วกัน แรงที่ กระทำตอวัตถุในของเหลว แรงเสียดทานและแรงอื่น ๆ ที่กระทำตอวัตถุ แรงเสียดทานและแรงอื่น ๆ ท่ี กระทำตอวัตถุ ออกแบบการทดลองและทดลองปจจัยทีม่ ผี ลตอความดันของของเหลว ปจจัยที่มีผลตอขนาด ของแรงเสียดทาน โมเมนตของแรง เมื่อวัตถุอยูในสภาพสมดุลตอการหมุน และคำนวณโดยใชสมการ วิเคราะหแรงพยุงและการจม การลอยของวัตถุในของเหลว อธิบายแรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน ประโยชนของความรูเรื่องแรงเสียดทานโดยวิเคราะหสถานการณปญ หาและเสนอแนะวิธีการลดหรือเพิ่มแรง เสียดทาน ที่เปนประโยชนตอการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เปรียบเทียบแหลงของสนามแมเหล็ก สนามไฟฟา และสนามโนม ถวง และทิศทางของแรงทีก่ ระทำตอวตั ถุที่อยใู นแตล ะสนามจากขอมูลที่รวบรวมได เขียนแผนภาพแสดงแรงแมเหล็ก แรงไฟฟา และแรงโนมถว งทีก่ ระทำตอวัตถุ วิเคราะหความสัมพันธระหวาง ขนาดของแรงแมเ หล็ก แรงไฟฟา และแรงโนมถว งที่กระทำตอวัตถุที่อยูในสนามน้ัน ๆ กบั ระยะหางจากแหลง ของสนามถึงวตั ถุจากขอมูลท่ีรวบรวมได อธิบายและคำนวณอัตราเร็วและความเร็วของการเคลื่อนที่ของวัตถุ เขียนแผนภาพแสดงการกระจัด และความเร็ว วิเคราะหสถานการณและคำนวณเกี่ยวกับงานและกำลังที่เกิดจากแรงที่กระทำตอวัตถุจาก ขอมลู ทีร่ วบรวมได หลักการทำงานของเครื่องกลอยางงายจากขอมูลที่รวบรวมได ความรูของเคร่ืองกลอยาง งาย ออกแบบและทดลองปจจัยท่ีมีผลตอพลังงานจลน และพลงั งานศักยโนมถวง แปลความหมายขอมลู และ อธิบายการเปลีย่ นพลงั งานระหวา งพลังงานศกั ยโ นมถวงและพลังงานจลนของวตั ถุโดยพลังงานกลของวัตถุมีคา คงตัว วิเคราะหสถานการณและอธิบายการเปลีย่ นและการถายโอนพลังงานโดยใชกฎการอนรุ ักษพลังงาน เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบตั ิ และการใชป ระโยชน รวมทั้งอธบิ ายผลกระทบจากการใชเชื้อเพลิงซากดกึ ดำบรรพ ผลจากการใชเชื้อเพลิงซากดกึ ดำบรรพ โดยนำเสนอแนวทางการใชเชื้อเพลงิ ซากดึกดำบรรพเปรียบเทียบขอ ดีและขอจำกดั ของพลงั งานทดแทนแตละ ประเภทจากการรวบรวมขอมูลและนำเสนอแนวทางการใชพลงั งานทดแทนทเี่ หมาะสมในทอ งถิน่ สรางแบบจำลองท่ีอธิบายโครงสรางภายในโลกตามองคประกอบทางเคมีอธิบายกระบวนการผุพังอยู กบั ที่ การกรอน และการสะสมตัวของตะกอนจากแบบจำลองรวมท้ังยกตัวอยา งผลของกระบวนการดังกลาวท่ี ทำใหผ วิ โลกเกดิ การเปลี่ยนแปลง ลกั ษณะของชั้นหนาตดั ดนิ และกระบวนการเกดิ ดิน จากแบบจำลอง รวมทั้ง ระบุปจจัยที่ทำใหดินมีลักษณะและสมบัติแตกตางกนั ตรวจวัดสมบัติบางประการของดิน โดยใชเครื่องมือท่ี เหมาะสมและนำเสนอแนวทางการใชประโยชนดนิ จากขอมลู สมบัติของดิน อธิบายปจ จัยและกระบวนการเกิด แหลงน้ำผิวดินและแหลงน้ำใตดิน จากแบบจำลอง สรางแบบจำลองที่อธิบายการใชน้ำ และนำเสนอแนว ทางการใชอยางยั่งยืนในทองถิ่นของตนเอง สรางแบบจำลองที่อธิบายกระบวนการเกิดและผลกระทบของนำ้ ทว ม การกดั เซาะชายฝง ดนิ ถลม หลุมยบุ แผนดินทรดุ โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทกั ษะการเรยี นรูใน ศตวรรษที่ 21 การสบื คนขอมลู และการอภปิ รายเพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความเขา ใจ สามารถสือ่ สารสิ่งท่ี

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 60 เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญ หาการนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มทีเ่ หมาะสม รหัสตัวชี้วดั ว 2.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม. 2/11 ม.2/12 ม.2/13 ม.2/14 ม.2/15 ว 2.3 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ว 3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 รวมทั้งหมด 31 ตัวชีว้ ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 61 คำอธิบายรายวชิ า รายวชิ า การออกแบบเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว22103 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น ศึกษาสาเหตุหรือปจจัยที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณแนวโนมเทคโนโลยีใน อนาคต เลือกใชเทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอม ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จำเปนเพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาในชุมชน หรือทองถิ่นในดานพลังงาน สิ่งแวดลอม การเกษตรและอาหาร และสรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการโดยใช กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ ในการแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัยโดยอาศัยกระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) กระบวนการเรยี นรูการสืบเสาะหาความรู (Inquiry) 5Es และการเรยี นรแู บบใชโ ครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพือ่ เนนใหผูเรียนไดล งมือปฏิบัติ ฝก ทกั ษะการคิดเผชิญสถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนำเสนอผา นการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะ ในการวเิ คราะหโจทยปญหา เพอื่ ใหผูเรยี นมคี วามรูความเขาใจปจ จัยท่ีทำใหเกิดการเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยี สามารถแกปญหาในชุมชนหรือ ทองถิ่น สรางชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการ รวมทั้งเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือในการแกปญหาไดอยางถกู ตอง เหมาะสม และปลอดภัย มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคา นยิ มในการใชว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยอี ยางสรางสรรค รหัสตัวช้วี ดั ว. 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.2/1 คาดการณแ นวโนมเทคโนโลยที ี่จะเกิดข้นึ โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปจ จยั ท่สี ง ผลตอการเปล่ียนแปลง ของเทคโนโลยี และวิเคราะหเปรยี บเทยี บ ตัดสนิ ใจเลือกใชเ ทคโนโลยโี ดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่เี กดิ ข้ึนตอชีวติ สังคม และสิ่งแวดลอ ม ม.2/2 ระบุปญหาหรือความตองการในชุมชนหรือทอ งถิ่น สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหขอมูลและ แนวคดิ ที่เกี่ยวของกับปญ หา ม.2/3 ออกแบบวิธีการแกป ญ หา โดยวิเคราะห เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกขอมูลทีจ่ ำเปน ภายใตเง่ือนไข และทรัพยากรที่มีอยู นำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจ วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการ แกป ญ หาอยางเปนขั้นตอน ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปญหาหรือขอบกพรองทเี่ กดิ ข้ึน ภายใตกรอบเง่อื นไขพรอมทั้งหาแนว ทางการปรับปรงุ แกไ ข และนำเสนอผลการแกป ญ หา ม.2/5 ใชค วามรู และทกั ษะเก่ียวกับวัสดุ อปุ กรณเ คร่ืองมือ กลไก ไฟฟา และอิเลก็ ทรอนิกสเพื่อแกปญหาหรือ พัฒนางานไดอ ยางถูกตอ งเหมาะสม และปลอดภัย รวมท้งั หมด 5 ตวั ชีว้ ดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 62 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ 2 รหัสวชิ า ว22104 กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาคเรียน ศกึ ษาแนวคดิ เชิงคำนวณ การแกปญหาโดยใชแ นวคดิ เชิงคำนวณ การเขียนโปรแกรมท่ีมกี ารใชตรรกะและ ฟงกชัน องคประกอบและหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร เทคโนโลยีสื่อสาร แนวทางการปฏิบัติเมื่อพบ เนื้อหาทีไ่ มเหมาะสม การใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางมีความรับผิดชอบ วิธีการสรางและกำหนดสิทธิความเปน เจาของผลงาน โดยอาศยั กระบวนการเรียนรโู ดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) กระบวนการเรียนรู การสืบเสาะหาความรู (Inquiry) 5Es และการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพื่อ เนนใหผูเรยี นไดล งมือปฏิบัติ ฝก ทกั ษะการคิดเผชิญสถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการ เรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน เพ่อื ใหเ กดิ ทกั ษะ ความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวิเคราะห โจทยปญ หา เพื่อใหผูเ รียนไดลงมอื ปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณก ารแกปญหา นำแนวคิดเชิงคำนวณไป ประยุกตใชในการเขียนโปรแกรมหรือการแกปญหาในชีวิตจริง สรางและกำหนดสิทธิ์การใชขอมูล ตระหนักถึง ผลกระทบในการเผยแพรขอมลู รหสั ตัวชี้วัด ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 1. ออกแบบอลั กอริทึมทีใ่ ชแนวคดิ เชิงคำนวณในการแกปญ หา หรอื การทางานทพี่ บในชวี ิตจริง 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ใี ชต รรกะและฟง กช ันในการ แกป ญหา 3. อภิปรายองคประกอบและหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อ ประยุกตใ ชงานหรอื แกป ญ หาเบ้อื งตน 4. ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภยั มีความรับผิดชอบ สรา งและแสดงสิทธใ์ิ นการเผยแพรผลงาน รวมทั้งหมด 4 ตัวช้ีวดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 63 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ า วิทยาศาสตร 5 รหสั วชิ า ว 23105 ลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.5 หนว ยกิต เวลา 60 ชว่ั โมง / ภาคเรียน ศกึ ษา คน ควา วิเคราะห ความสัมพนั ธใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบการสังเกตการสืบคนขอมูล การทดลอง การอภิปรายสรุป เพื่อใหเกิดความรูความคิด ความเขาใจสื่อสารสิ่งทีเ่ รียนรูมีความสามารถในการตัดสินใจ นำความรูไปใชในชีวิตประจำวันความสัมพันธ ระหวาง ยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม โดยใชแบบจำลอง การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากการผสมโดย พิจารณาลักษณะเดียวที่แอลลีลเดนขมแอลลีลดอยอยางสมบูรณ การเกิดจีโนไทปและฟโนไทปของลูกและ คำนวณอัตราสว นจากจีโนไทปและฟโนไทปของรุนลูก ความแตกตางของการแบงเซลลแบบไมโทซิสและไมโอ ซิส การเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซมอาจทำใหเกิดโรคทางพันธุกรรม พรอมทั้งยกตัวอยางโรคทาง พันธกุ รรม ประโยชนของความรูเร่ืองโรคทางพันธุกรรม โดยรูวากอนแตงงานควรปรกึ ษาแพทยเพื่อตรวจและ วินิจฉัยภาวะเสี่ยงของลูกที่อาจเกิดโรคทางพันธุกรรม การใชประโยชนจากส่ิงมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และ ผลกระทบทอ่ี าจมีตอมนุษยและส่ิงแวดลอมโดยใชขอมูลที่รวบรวมได ประโยชนและผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัด แปรพนั ธุกรรมทอ่ี าจมตี อมนษุ ยแ ละสงิ่ แวดลอ มโดยการเผยแพรค วามรูท่ไี ดจากการโตแ ยงทางวทิ ยาศาสตรก าร เกิดคลื่นและสวนประกอบของคลื่น คลื่นแมเหล็กไฟฟาและสเปกตรัมคลื่นแมเหล็กไฟฟา ประโยชนและ อันตรายจากคลื่นแมเ หล็กไฟฟา อันตรายจากคลน่ื แมเ หลก็ ไฟฟาในชีวิตประจำวัน กฎการสะทอนของแสง การ เคลื่อนที่ของแสง การเกิดภาพจากกระจกเงา การหักเหของแสงเมื่อผานตัวกลางโปรงใสที่แตกตางกัน การ กระจายแสงของแสงขาวเมื่อผานปริซมึ การเคลื่อนที่ของแสงแสดงการเกิดภาพจากเลนสบ าง ปรากฏการณที่ เกยี่ วกับแสงและการทำงานของทัศนอุปกรณ การเคลอ่ื นทขี่ องแสง การเกดิ ภาพของทัศนอุปกรณและเลนสตา ความสวางที่มีตอดวงตา การวดั ความสวางของแสง คุณคาของความรูเ รื่อง ความสวางของแสงที่มตี อดวงตา โดยวิเคราะหส ถานการณปญ หาและเสนอแนะการจัดความสวางใหเหมาะสมในการทำกิจกรรมตางๆการโคจร ของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตยดวยแรงโนมถวง การเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย การ เกิดขางขึ้น ขางแรม การเปลี่ยนแปลงเวลาการขึ้นและตกของดวงจันทร และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง การใช ประโยชนข องเทคโนโลยอี วกาศ ความกาวหนาของโครงการสำรวจอวกาศ โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทักษะการ เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคา นิยมที่เหมาะสม รหัสตัวชี้วดั มาตรฐาน ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11 มาตรฐาน ว 2.3 ม.3/11 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18 ม.3/19 ม.3/20 ม.3/21 มาตรฐาน ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 รวมท้ังหมด 25 ตัวช้วี ดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 64 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ า วทิ ยาศาสตร 6 รหสั วชิ า ว 23106 กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชั่วโมง / ภาคเรยี น ศึกษา คน ควา วิเคราะห ความสัมพนั ธใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบการสังเกตการสืบคนขอมูล การทดลอง การอภิปรายสรุป เพื่อใหเกิดความรูความคิด ความเขาใจสื่อสารสงิ่ ทเ่ี รียนรูมีความสามารถในการตดั สินใจ นำความรูไ ปใชในชีวิตประจำวัน ปฏิกิริยาเคมีและวัสดุในชีวิตประจำวัน ไฟฟา และ ระบบนิเวศตางๆ ในทองถิ่น ความสัมพันธของ องคประกอบภายในระบบนิเวศ การถา ยทอดพลังงานของงมชี วี ติ ในรปู ของโซอาหารและสายใยอาหาร วัฎจักร น้ำ วัฎจักรคารบอน ความสำคัญที่มีตอ ระบบนิเวศปจจัยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรใน ระบบนิเวศปญ หาสิง่ แวดลอม ทรพั ยากรธรรมชาติในทองถนิ่ และเสนอแนวทางในการแกไ ขปญ หาแนวทางการ รักษาสมดุลของระบบนิเวศ การใชทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปญหา ส่ิงแวดลอ มและเสนอแนวทางการแกปญหา มสี ว นรว มในการดูแลและอนรุ กั ษส งิ่ แวดลอ มในทองถิน่ อยา งย่ังยืน โดยใชก ารสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทกั ษะการ เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอ มูลและการอภิปราย เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม รหัสตัวช้ีวดั มาตรฐาน ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 มาตรฐาน ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 มาตรฐาน ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 รวมท้ังหมด 23 ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 65 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา การออกแบบเทคโนโลยี 3 รหสั วิชา ว23103 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หนว ยกติ เวลา 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน ศึกษาและวิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และความสัมพันธข องเทคโนโลยี กับศาสตรอื่น ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะหสถานการณเพื่อสรุปกรอบของปญหา เปรียบเทียบและเลือกขอมูลที่จำเปนโดยคำนึงถงึ ทรัพยสินทางปญญา เพื่อออกแบบวิธีการแกปญหาในงานอาชีพ ดานการเกษตร อาหาร พลังงานและขนสง โดยใชกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม รวมทั้งเลอื กใชวัสดุ อุปกรณ เครอ่ื งมอื ในการแกป ญ หาไดอยางถกู ตอ ง เหมาะสม และปลอดภัย โดยอาศัยกระบวนการเรียนรูโดยใชปญหา เปนฐาน (Problem – based Learning) กระบวนการเรียนรกู ารสืบเสาะหาความรู (Inquiry) 5Es และการเรยี นรู แบบใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิดเผชิญ สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน เพอ่ื ใหเ กิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวเิ คราะหโ จทยป ญหา เพ่อื ใหผูเรยี นมคี วามรูความเขาใจวเิ คราะหสาเหตหุ รอื ปจจยั ที่ทำใหเกิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี ประยุกตใช ความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะหสถานการณเพื่อสรุปกรอบของปญหา เปรียบเทียบและเลือกขอมูลท่ี จำเปนโดยคำนึงถึงทรัพยสินทางปญญา ออกแบบวิธีการแกปญหาในงานอาชีพดานการเกษตร อาหาร พลังงาน และขนสง มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคานิยมในการใชว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยา งสรา งสรรค รหัสตวั ช้ีวัด ว. 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3/1 วิเคราะหสาเหตุ หรือปจจัยท่ีสง ผลตอ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความสัมพันธของเทคโนโลยี กบั ศาสตรอ ื่นโดยเฉพาะวทิ ยาศาสตรหรอื คณติ ศาสตรเ พอื่ เปนแนวทางการแกปญหาหรอื พัฒนางาน ม.3/2 ระบุปญหาหรือความตองการของชุมชนหรือทองถิ่น เพื่อพัฒนางานอาชีพ สรุปกรอบของปญหา รวบรวม วิเคราะหข อ มูลและแนวคดิ ทเี่ ก่ยี วของกับปญหา โดยคำนึงถึงความถกู ตองดา นทรัพยสินทางปญญา ม.3/3 ออกแบบวิธีการแกป ญหา โดยวเิ คราะหเปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกขอมูลที่จำเปนภายใตเงื่อนไข และทรัพยากรที่มีอยู นำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจดวยเทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย วางแผน ขน้ั ตอนการทำงานและดำเนินการแกปญหาอยา งเปน ขัน้ ตอน ม.3/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะหและใหเ หตผุ ลของปญหาหรือขอบกพรอ งที่เกิดขึ้นภายใตกรอบเงื่อนไข พรอ มทัง้ หาแนวทางการปรับปรุงแกไข และนำเสนอผลการแกป ญ หา ม.3/5 ใชค วามรูแ ละทกั ษะเกี่ยวกับวสั ดุอุปกรณเ คร่อื งมือ กลไก ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกสใ หถูกตอ งกับลักษณะ ของงาน และปลอดภัยเพ่อื แกปญหาหรอื พฒั นางาน รวมท้ังหมด 5 ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 66 คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ 3 รหสั วิชา ว23104 กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนว ยกิต เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน ศึกษาขั้นตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาแอป พลิเคชัน ขอมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การประมวลผลขอมูล การสรางทางเลือกและประเมินผล ซอฟตแวรหรือ บริการบนอินเทอรเ น็ตท่ีใชในการจัดการขอมูล การประเมินการความนาเชื่อถือของขอมูล การสืบคน หาแหลงตน ตอของขอมูล เหตผุ ลววิ ตั ิ ผลกระทบจากขาวสารทีผ่ ดิ พลาด การรเู ทา ทันสื่อ กฎหมายท่เี กี่ยวกบั คอมพวิ เตอร การ ใชล ขิ สิทธิ์ของผูอื่นโดยชอบธรรม โดยอาศัยกระบวนการเรียนรโู ดยใชปญ หาเปนฐาน (Problem – based Learning) กระบวนการเรยี นรู การสืบเสาะหาความรู (Inquiry) 5Es และการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพ่ือ เนนใหผูเรยี นไดลงมือปฏิบัติ ฝก ทกั ษะการคิดเผชญิ สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการ เรยี นรู และนำเสนอผา นการทำกจิ กรรมโครงงาน เพอื่ ใหเ กดิ ทกั ษะ ความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวิเคราะห โจทยปญ หา เพ่อื ใหผ ูเรยี นไดล งมือปฏบิ ัติ ฝก ทกั ษะการคดิ เผชิญสถานการณก ารแกปญ หา รวบรวมขอ มลู ปฐมภูมิหรอื ทุตยิ ภูมิ ประมวลผล สรางทางเลือก และนำเสนอการตัดสนิ ใจไดอ ยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ออกแบบและเขียนโปรแกรม เพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชาอนื่ อยา งสรางสรรค ใชงานเทคโนโลยสี ารสนเทศ อยางรูเทาทัน และมคี วามรับผดิ ชอบตอ สงั คม รหสั ตวั ชวี้ ัด ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 1. พฒั นาแอปพลเิ คชนั ท่มี กี ารบรู ณาการกบั วิชาอนื่ อยางสรา งสรรค 2. รวบรวมขอมูล ประมวลผล ประเมินผล นาเสนอขอมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงคโดยใช ซอฟตแ วรห รือบริการบนอินเทอรเนต็ ที่หลากหลาย 3. ประเมินความนาเช่ือถอื ของขอมูล วิเคราะหส ื่อและผลกระทบจากการใหขาวสารท่ีผดิ เพื่อการใชงาน อยางรเู ทา ทนั 4. ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัยและมีความรบั ผดิ ชอบตอ สังคม ปฏบิ ัตติ ามกฎหมายเก่ยี วกับ คอมพวิ เตอร ใชลขิ สทิ ธขิ์ องผูอนื่ โดยชอบธรรม รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้ีวดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 67 คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม กลุม สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 68 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ า คอมพิวเตอรป ระยกุ ต รหัสวชิ า ว 20201 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรียน ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกบั พื้นฐาน การใชงานโปรแกรม Microsoft Word , Microsoft PowerPoint, Microsoft Excel การเร่มิ ตน ใชงานโปรแกรมสำเร็จรูป การเรียกใชงานโปรแกรม สวนประกอบของหนาจอใน โปรแกรม การใชเมนูและแถบเครื่องมือ การเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรและปรับขนาด การใชเครื่องมือวาดภาพ ตกแตงเอกสาร การกำหนดลักษณะการเปลี่ยนภาพ การกำหนดลักษณะการแสดงของวัตถุ การจัดการแถว คอลมั น และเซลล การใชสูตรคำนวณเบือ้ งตน และการประยุกตเพ่อื ใชงาน โดยใชกระบวนการเรียนรู ศึกษาคน ควา กระบวนการคดิ วิเคราะห กระบวนการกลุม ฝกปฏิบัติสราง งานตามรูปแบบที่กำหนด มีทักษะดานการอาน ทักษะดานการเขียน ทักษะดานการคดิ คำนวณ ทักษะการคดิ อยางมีวิจารญาณและทกั ษะในการแกป ญหา เพอื่ ใหไดรปู แบบตามทต่ี อ งการ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจในการสรางสรรคผลงานทางดานเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งทักษะ แหง ศตวรรษที่ 21 ในดา นการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการคดิ และการแกปญหา และเกดิ เจตคตทิ ่ีดที ำให สามารถใชค อมพิวเตอรใ นทางสรา งสรรคไ ด ผลการเรียนรู 1. บอกช่อื และหนาทข่ี องเคร่ืองมือ และคำสง่ั ตา งๆ ในโปรแกรมประมวลคำ (Word) 2. สามารถใชโปรแกรมประมวลคำได (Word)สามารถสรา งชิน้ งานจากโปรแกรมประมวลคำ (Word) ไดอยา งสรา งสรรค 3. บอกชื่อและหนาที่ของเครื่องมอื และคำส่ังตาง ๆ ในโปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint) 4. สามารถใชโ ปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint) ไดสามารถสรางช้ินงานจากโปรแกรมนำเสนองาน (PowerPoint) ไดอ ยางสรางสรรค 5. สามารถใชโปรแกรมตารางงานได (Excel)สามารถสรา งช้ินงานดว ยโปรแกรมตารางงาน (Excel) ไดอยา งมีความคดิ สรางสรรคไ ด รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 69 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ า การเขียนโปรแกรมภาษาโลโก รหสั วิชา ว 20201 กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 0.5 หนวยกติ เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรียน ศึกษาหลักการและวิธีแกปญหา กระบวนการแกปญหา การจำลองความคิดเปนขอความ และการ จำลองความคิดเปนผังงาน การคิด วเิ คราะห และวางแผนการทำงาน การติดตัง้ โปรแกรม MSWLogo ประวัติ ความเปน มา การเขา สโู ปรแกรมโลโก และการเลิกใชง าน สว นประกอบ หนา ตางโปรแกรมโลโก คำสง่ั พื้นฐานใน การประมวลผล เชน คำส่ังเตา พิมพข อความ คำสงั่ เตา วาดรปู คำสง่ั เตากำหนดสี คำส่งั เตาสุม คำสงั่ เตาทำซ้ำ หรือเรียกซ้ำ การบันทึกภาพ คำสั่งสราง และแกไขกระบวนความ รวมไปถึงการบันทึก มีทักษะในการเขียน โปรแกรมเบ้ืองตน และสามารถนำไปประยุกตสรา งงานใหมไ ด โดยใชกระบวนการเรียนรู ศึกษาคนควา กระบวนการคิด วิเคราะห กระบวนการกลุม ฝกปฏิบัตสิ ราง งานตามรูปแบบที่กำหนด มีทักษะดานการอาน ทักษะดานการเขียน ทักษะดานการคิดคำนวณ ทักษะการคิด อยางมีวิจารญาณและทักษะในการแกป ญหา เพือ่ ใหไ ดรูปแบบตามที่ตอ งการ เพื่อใหมีความรู ความเขาใจ ความสำคัญของหลักการโปรแกรมเบ้ืองตนได เขียนลำดับ การทำงานโดย ใชภ าษาคอมพวิ เตอรพ ื้นฐานได นกั เรียนมีเจตคตทิ ด่ี ีในการเรยี นเขยี นโปรแกรม อยางสรา งสรรค ผลการเรยี นรู 1. บอกความสำคัญของหลักการโปรแกรมเบื้องตน ออกแบบอัลกอริทึมทีเ่ พื่อแกปญ หาตามเงอ่ื นไขท่ี กำหนดได 2. อธิบายวธิ กี ารเรียกใชงานโปรแกรม MSW Logo 3. เขยี นโปรแกรมโดยใชค ำส่ังพื้นฐานเพ่ือสรา งงานได 4. ประยุกตใชคำส่งั พ้นื ฐานการเขยี นโปรแกรม เพื่อสรา งสรรคงานได รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 70 คำอธิบายรายวชิ า รายวิชา การสรางภาพเคล่อื นไหว 2 มติ ิ รหสั วิชา ว 20203 กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หนว ยกติ เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรียน ศึกษาการสรา งงานแอนเิ มชัน่ ดว ยโปรแกรม Adobe Animate CC การวาดรปู และการลงสี การจดั การ ออบเจ็กต การใชส ี การสรา งขอความ ซมิ บอลและอนิ สแตนซ การนำเขาภาพกราฟกจากภายนอก เขา ใจพ้ืนฐาน การสรา งงานแอนิเมช่ัน การสรางงานแอนิเมช่ัน มูฟวีค่ ลปิ และปุมกด การทำงานกับไฟลเ สยี ง เทคนิคการตกแตง ออบเจ็กต กำหนดใหช ิ้นงานโตต อบกับผใู ชได การเผยแพรช น้ิ งานท่ีสรางสรรค โดยใหผูเ รียนฝกปฏิบัติการใชเครือ่ งมือดวยโปรแกรม Adobe Animate CC การวาดรปู และการลงสี การจัดการ ออบเจ็กต การใชสี การสรางขอความ ซิมบอลและอินสแตนซ การนำเขาภาพกราฟกจากภายนอก การสรางงานแอนิเมชั่น มูฟวี่คลิปและปุมกด การทำงานกับไฟลเสียง เทคนิคการตกแตงออบเจ็กต กำหนดให ชิน้ งานโตตอบกบั ผูใชไ ด การเผยแพรชิน้ งานท่ีสรางสรรค เพื่อใหผูเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู มีความคิดริเริ่มสรางสรรค และประสบการณในการนำ เทคโนโลยีมาประยุกตใช มีทักษะในการทำงานรวมกับผูอื่น สามารถตัดสินใจและแกป ญหาในการทำงาน มี คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา นยิ มท่ดี ีตองาน และเหน็ แนวทางในการประกอบอาชพี สุจริต ผลการเรยี นรู 1. อธิบายความหมายของแอนิเมช่นั และโปรแกรมสรา งภาพเคลอื่ นไหว 2 มิติ และบอกประโยชนของ โปรแกรม Adobe Animate CC ได 2. สามารถสรางภาพเคลื่อนไหว 2 มติ ิ แบบ Frame by Frame และแบบ Tween ได 3. สามารถใชงาน time line และ layer รวมท้งั สรา ง Symbol และ instance ได 4. สรางชิ้นงานโดยใช Bone Tool และ Mask Layer ได 5. สามารถใชงาน สามารถเขียน action script ของโปรแกรมสรางภาพเคลอื่ นไหว 2 มติ ิได 6. สามารถสรางช้นิ งานโดยใชโ ปรแกรมสรา งภาพเคล่ือนไหว 2 มติ ไิ ด รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 71 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ าการเขยี นโปรแกรมโดย Scratchรหสั วิชา ว 20204 กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หนว ยกติ เวลา 20 ชัว่ โมง / ภาคเรียน ศกึ ษาความหมาย แนวคดิ และสว นประกอบของโปรแกรม Scratch การสรา งพื้นหลังและตวั ละคร การใส เสยี ง การเขยี นผังความคิด การเขียนสตอร่ีบอรด การสรา งนทิ าน อธิบายการกระจายสารและรับสาร รวมทัง้ ศกึ ษา บทบาทจากสครปิ ต สรา งเสน ตรง มุม และทศิ ทาง ทำงานแบบวนซ้ำ สรางเกมแบบสรางสรรคและสามารถโตตอบ ได โดยใชกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อสรรคสรางผลงาน กระบวนการคิดวิเคราะห คิดสรางสรรค เพ่ือ ออกแบบโครงงาน กระบวนการกลุมเพือ่ ใหเกิดองคความรู ความเขาใจ กระบวนการปฏิบัตเิ พื่อเสริมสรางความคิด กระบวนการสอนแบบบูรณาการเพ่อื นำความรูทางวชิ าการดานตาง ๆ กระบวนการสอนแบบโครงงานเพื่อใหสรา ง โครงงานตามหลักการสรา งโครงงาน เพ่ือมุงเนนใหเกิดสมรรถนะหลกั คือมคี วามสามารถในสอื่ สาร ความสามารถในการ คิด ความสามารถใน การแกป ญ หา มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี มีทกั ษะในการทำงาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและ การศกึ ษาตอ ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอ ยางพอเพียง มุงมั่นใน การทำงานที่ไดรับมอบหมาย รักความเปนไทย สบื ทอดวฒั นธรรมอันดีงาม มีจิตสาธารณะ มีน้ำใจ เสยี สละ ชวยเหลอื ผอู ่นื สังคม และประเทศชาติ ผลการเรียนรู 1. ออกแบบอลั กอริทมึ ที่ใชแ นวคิดเชิงนามธรรมเพื่อแกปญหาหรืออธบิ ายการทำงานท่ีพบในชีวิตจริง 2. เขียนโปรแกรมผานกระบวนการบล็อคโปรแกรม (Code Blocks)ที่ใชตรรกะและฟงกชันในการ แกป ญ หา 3. เขียนโปรแกรมผานกระบวนการบลอ็ คโปรแกรม (Code Blocks)เพ่อื แสดงผลในรปู แบบตาง ๆได 4. ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภยั มคี วามรบั ผดิ ชอบสรางและแสดงสิทธิใ์ นการเผยแพรผลงาน รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 72 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ า โครงงานคอมพิวเตอร รหสั วิชา ว 20205 กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชว่ั โมง / ภาคเรียน ศึกษา หลักการทำโครงงานเบื้องตนที่มีการใชเทคโนโลยี วางแผนการดำเนินการเขียนเปนเคาโครง ของโครงงาน เพือ่ เปน แนวทางในการออกแบบโครงงานและทำโครงงานคอมพวิ เตอรที่มีการใชเ ทคโนโลยีตาม หลักการทำโครงงานและวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางดานเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิง่ แวดลอ มเทคโนโลยี การวิเคราะหสถานการณปญหา เงื่อนไขและกรอบของปญ หา ดำเนินการ สืบคน รวบรวมขอ มูล ความรูจากศาสตรตาง ๆ ที่เกี่ยวของ วิเคราะห เปรียบเทียบ และตัดสินใจใหไดแนว ทางการแกปญหาที่เหมาะสมเพ่ือนำไปสูการออกแบบแนวทางการแกปญหา การทดสอบและประเมินผล การ ตรวจสอบ แกปญหา ขอบกพรอง และดำเนินการปรับปรุง การนำเสนอผลงานเปนการถายทอดแนวคิด กระบวนการทำงานและชิ้นงานหรือวิธีการที่ได ซึ่งสามารถทำไดหลายวิธี การเขียนรายงาน การทำแผน นำเสนอผลงาน การจดั นิทรรศการ การนำเสนอผา นสือ่ ออนไลนโ ดยอาศยั กระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปน ฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรูแ บบใชโครงงานเปนฐาน(Project-based Learning) เพ่ือ เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทกั ษะการคิด เผชิญสถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรูตรวจสอบ การเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน เพื่อใหเกิดทกั ษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะในการ วเิ คราะหโ จทยป ญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิงคำนวณมาประยุกตใชใ นการสรางโครงงานไดเพื่อใหผูเรียน สามารถใชค วามรทู างดานวิทยาการคอมพวิ เตอร สอื่ ดิจทิ ัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร เพื่อรวบรวมขอมลู ในชีวิตจริงจากแหลงตาง ๆ และความรูจากศาสตรอืน่ มาประยกุ ตใช สรางความรู ใหม เขาใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลตอการดำเนินชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใชอยาง ปลอดภัย มีจริยธรรม ตลอดจนนำความรคู วามเขาใจในวชิ าวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใหเกิดประโยชน ตอสังคมและการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกปญหา และการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเปนผูที่มีจิตวิทยาศาสตร มี คุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีอยางสรางสรรค ผลการเรยี นรู 1. อธบิ ายหลกั การทำโครงงานเบอ้ื งตนที่มกี ารใชเ ทคโนโลยีได 2. สามารถคิดหัวขอ โครงงาน โดยการศกึ ษาจากตวั อยางโครงงานคอมพวิ เตอร 3. สามารถเขยี นเคา โครงของโครงงานไดอ ยางถูกตอ ง 4. สามารถทำโครงงานไดสมบูรณตามที่ออกแบบไว และมีการรายงานความคืบหนาของงานอยา ง ตอ เนือ่ ง 5. สามารถนำเสนอโครงงานไดอยางสรา งสรรค รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 73 คำอธิบายรายวชิ า รายวชิ า การเขยี นโปรแกรมภาษาซี รหัสวชิ า ว 20206 กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 0.5 หนวยกติ เวลา 20 ชั่วโมง / ภาคเรยี น ศกึ ษาหลักการเขียนโปรแกรมเบ้ืองตน พนื้ ฐานในการเขยี นโปรแกรมโดยเลือกภาษาใดภาษาหนึ่งในการ เขยี น การเขียนผังลำดบั งาน (Flowchart) แนวคดิ และหลักการโปรแกรมโครงสรางโปรแกรม ตัวแปร การลำดับ คำสั่ง การตรวจสอบเงื่อนไข การควบคุมโปรแกรม คำสั่งแสดงผล รับขอมูล วิธีการสรางชิ้นงานดวย คอมพิวเตอร การใชงานการโปรแกรมขนั้ สงู ในฟง กชั่นตางๆ เชอ่ื มโยงประยุกตเ ขา กบั การเขยี นโปรแกรมอื่นๆ โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรูโ ดยใชป ญ หาเปนฐาน (Problem–based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนได ลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรูตรวจสอบการเรียนรู และ นำเสนอผานการทำกิจกรรมหนาช้นั เรยี น เพอ่ื ใหเกิดทักษะ ความรู ความเขา ใจ และทกั ษะในการวิเคราะหโจทย ปญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิงคำนวณมาประยุกตใชในชีวิตประจำวันไดเ พื่อใหผูเรียนสามารถใชความรู ทางดา นวิทยาการคอมพวิ เตอร ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร เพอื่ รวบรวมขอมูลในชวี ติ จรงิ จากแหลง ตาง ๆ และความรจู ากศาสตรอ่นื มาประยุกตใช สรา งความรูใหม เขา ใจการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยีท่ีมีผลตอการดำเนินชวี ิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใชอยา งปลอดภัย มี จรยิ ธรรม ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใหเ กิดประโยชนตอสังคมและ การดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการแกป ญหาและการจัดการ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเปนผทู ่มี จี ิตวิทยาศาสตร มีคณุ ธรรม จริยธรรม และ คานิยมในการใชวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยอี ยา งสรางสรรค ผลการเรยี นรู 1. สามารถคิดแกปญหาและลำดับขั้นตอนในการแกปญ หาจากโจทยท ่ีกำหนดได 2. สามารถใชซอฟตแวรใ นการเขยี นโปรแกรมไดอยา งถูกตอง 3. รแู ละเขาใจคำสัง่ ตางๆท่ีใชใ นการเขยี นโปรแกรม 4. สามารถนำคำสั่งไปใชใ นการเขยี นโปรแกรม เพ่อื สัง่ ใหค อมพิวเตอรท ำงานตามท่กี ำหนดได 5. สามารถสรา งชน้ิ งานจากการประยกุ ตใชคำสัง่ ตางๆ ในการเขยี นโปรแกรมไดอยางสรางสรรค รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 74 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา วทิ ยาศาสตรเ พิม่ เติม 1 รหสั วิชา ว 23201 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 0.5 หนว ยกติ เวลา 20 ช่วั โมง / ภาคเรียน ศกึ ษา คน ควา วเิ คราะห ความสัมพนั ธใ ชกระบวนการทางวิทยาศาสตรกระบวนการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบการสังเกตการสืบคนขอมูล การทดลอง การอภิปรายสรุป เพื่อใหเกิดความรูความคิด ความเขา ใจสือ่ สารส่ิงที่เรียนรมู คี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ นำความรไู ปใชในชีวิตประจำวัน ลักษณะและองคป ระกอบท่ีสำคัญของเซลลสง่ิ มชี ีวิต ความสัมพันธของการทำงานของระบบตาง ๆ ใน รา งกายมนุษย การดำรงชีวิตของพืช การตอบสนองตอสิง่ เราของสง่ิ มีชีวิต การถายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงของยีนหรือโครโมโซมและตัวอยางโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ประโยชน และผลกระทบของสิง่ มีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ปฏิสัมพันธขององคป ระกอบของ ระบบนิเวศ และการถายทอดพลังงาน แรงลัพธและผลของแรงลัพธที่กระทำตอวัตถุ โมเมนตของแรง แรงท่ี ปรากฏ ในชวี ิตประจำวันสนามของแรง ความสัมพันธระหวางงาน พลังงานจลน พลังงานศักย กฎการอนุรักษ พลังงาน การถายโอนพลังงานสมดุลความรอน ความสมั พันธระหวางปรมิ าณทางไฟฟา หลกั การตอวงจรไฟฟา ในบาน พลังงานไฟฟา และหลักการเบื้องตนของวงจรอิเล็กทรอนิกส สมบัติของธาตุ สารละลาย สารบริสุทธ์ิ สารผสม หลักการแยก สาร การเปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบของการเปลี่ยนสถานะ การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีการโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตย การเกิดฤดู การเคล่ือนทีป่ รากฏของดวง อาทิตย การเกิดขางขึ้นขางแรม การขึ้นและตกของดวงจันทร การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ประโยชนของเทคโนโลยี อวกาศ โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะการ เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม ผลการเรยี นรู 1. เปรยี บเทยี บรปู รา งลกั ษณะและโครงสรางของเซลลพ ชื และเซลลส ัตว รวมทัง้ บรรยายหนา ที่ของผนัง เซลลเ ย่อื หุมเซลลไซโทพลาซึม นิวเคลยี ส แวควิ โอลไมโทคอนเดรยี และคลอโรพลาสต 2. อธิบายความสัมพันธร ะหวา งรปู รา งกับการทำหนาท่ีของเซลล 3. สบื คน อธิบายเขาใจกระบวนการและความสำคัญของการถายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมสาร พันธกุ รรม การเปลีย่ นแปลงทางพนั ธกุ รรมทีม่ ผี ลตอสิง่ มีชวี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและ วิวัฒนาการของส่ิงมชี วี ิต รวมทัง้ นำความรูไปใชประโยชน 4. อธิบายสมบตั ิของสสาร องคป ระกอบของสสาร ความสมั พันธร ะหวางสมบัตขิ องสสารกับโครงสรา ง และแรงยึดเหนย่ี วระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี 5. อธิบาย นำเสนอ ธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจำวัน ผลของแรงทก่ี ระทำตอวัตถุ ลักษณะการเคลอื่ นท่ี แบบตาง ๆ ของวัตถุ รวมทัง้ นำความรไู ปใชป ระโยชน

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 75 6. อธิบายองคป ระกอบและความสัมพนั ธข องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณีพิบตั ภิ ัย กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟา อากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมทงั้ ผลตอส่ิงมีชวี ติ และสง่ิ แวดลอม รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 76 กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษาและวฒั นธรรม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 77 โครงสรางรายวชิ าพื้นฐานและเพ่ิมเติม กลุมสาระการเรยี นรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน รายวิชาพน้ื ฐาน ชอ่ื รายวิชา จำนวนช่วั โมง ช่วั โมง/สัปดาห หนวยกิต รหัสวิชา สังคมศึกษา ๑ ๖๐ ๓ ๑.๕ ส ๒๑๑๐๑ ประวัตศิ าสตร ๑ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส ๒๑๑๖๑ สังคมศกึ ษา ๒ ๖๐ ๓ ๑.๕ ส ๒๑๑๐๓ ประวัติศาสตร ๒ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส ๒๑๑๖๒ สังคมศึกษา ๓ ๖๐ ๓ ๑.๕ ส ๒๒๑๐๑ ประวตั ิศาสตร ๓ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส ๒๒๑๖๓ สงั คมศึกษา ๔ ๖๐ ๓ ๑.๕ ส ๒๒๑๐๓ ประวัติศาสตร ๔ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส ๒๒๑๖๔ สงั คมศกึ ษา ๕ ๖๐ ๓ ๑.๕ ส ๒๓๑๐๑ ประวัติศาสตร ๕ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส ๒๓๑๖๕ สังคมศึกษา ๖ ๖๐ ๓ ๑.๕ ส ๒๓๑๐๓ ประวตั ศิ าสตร ๖ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส ๒๓๑๖๖ รายวชิ าเพิ่มเติม อาเซียน ๑ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส๒๒๒๘๑ อาเซยี น ๒ ๒๐ ๑ ๐.๕ ส๒๒๒๘๒ หนาท่พี ลเมอื ง1 20 1 0.5 ส20241 หนาท่พี ลเมอื ง2 20 1 0.5 ส20242

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 78 คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 79 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ าสังคมศกึ ษา 1 รหัสวิชา ส 21101 กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.5 หนวยกิต ศกึ ษาคน ความลู เหตุการเกิดศาสนาและประวตั คิ วามเปนมาเกย่ี วกับพุทธประวตั ิหลกั ธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื การนำหลักธรรมคำสอนไปปฏบิ ัติในการพัฒนาตนเองและการอยู รวมกันอยา งสันติสุข เปนผกู ระทำความดี มคี านยิ มท่ีดีงาม พัฒนาตนเองอยูเ สมอ รวมทงั้ บำเพญ็ ประโยชนตอ สงั คมและสว นรวมการดำเนินชีวติ ระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปจจบุ นั การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท รงเปนประมุข ลักษณะและความสำคญั การเปนพลเมอื งดี ความแตกตาง และความหลากหลายทางวัฒนธรรม คานิยม ความเช่ือ ปลกู ฝงคา นยิ มดา นประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ  ทรงเปนประมขุ สิทธิ หนาที่ เสรภี าพการดำเนินชีวิตอยางสนั ตสิ ุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก โดยกระบวนการสืบคน กระบวนการกลมุ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการสรา งความคดิ รวม ยอด กระบวนการฝกปฏบิ ตั ิ กระบวนการแกป ญ หากระบวนการเชงิ เหตุผลกระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการขัดเกลาทางสงั คม เพ่อื เหน็ คณุ คาและความสำคัญของศาสนาเกิดความศรัทธาและสำนึกในความสำคญั ของ พระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาตติ ระหนักถึงความสำคญั ของวันสำคัญทางศาสนามสี ำนึกในความ เปนไทย เปน ศาสนิกชนที่ดี รูจ ักตนเอง เขาใจชวี ติ ปรบั ปรุงตนเองอยูเสมอ เห็นคุณคา ของการบรหิ ารจติ มี ความคดิ รวบยอดเก่ยี วกบั การทำความดี มสี ำนกึ วาตนเปน สว นหน่งึ ของสงั คม มีความรับผิดชอบตลอดจนเห็น คุณคาของภาษาในคัมภีรท ี่ใชในศาสนาท่ตี นนบั ถอื รว มอนรุ ักษวัฒนธรรมไทยคานยิ ม ความเช่อื ปลูกฝง คานยิ ม ดานประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยทรงเปน ประมุข สทิ ธิ หนา ท่ี เสรีภาพการดำเนินชวี ิตอยา งสันตสิ ุขใน สังคมไทยและสงั คมโลก และเพ่อื การอยรู ว มกบั ไดอ ยา งมสี ันตสิ ุข รหัสตัวชี้วัด ส 1.1 ม.1/2 ส 1.1 ม.1/3 ส 1.1 ม.1/4 ส 1.2 ม.1/5 ส 1.1 ม.1/1 ส 1.1 ม.1/6 ส 1.1 ม.1/7 ส 1.1 ม.1/8 ส 1.1 ม.1/5 ส 1.1 ม.1/10 ส 1.1 ม.1/11 ส 1.1 ม.1/9 ส 1.2 ม.1/2 ส 1.2 ม.1/3 ส 1.2 ม.1/4 ส 1.2 ม.1/1 ส 2.1 ม.1/2 ส 2.1 ม.1/3 ส 2.1 ม.1/4 ส 2.1 ม.1/1 ส 2.2 ม.1/2 ส 2.2 ม.1/3 ส 2.2 ม.1/1 รวม 23 รหสั ตัวชี้วดั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 80 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ าประวตั ิศาสตร 1รหสั วชิ า ส 21161 กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง/ภาคเรียน จำนวน 0.5 หนว ยกติ ศึกษาความหมาย และความสำคัญของการนบั เวลา และการนบั ชว งเวลาทางประวัตศิ าสตร ศึกษา การเทียบศักราชในระบบตางๆ ศกึ ษาขนั้ ตอนวิธีทางประวัตศิ าสตรอยางงา ย ลกั ษณะ ประเภท และ แหลงทม่ี าของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไทย ศกึ ษาคนควาประวัตศิ าสตร ศกึ ษาเหตกุ ารณทางประวัติศาสตรเร่ืองราวของประวตั ศิ าสตรไทยที่มอี ยูในทอ งถ่นิ ตนเองในสมยั ใดก็ได (สมัยกอนประวัติศาสตรส มยั กอนสุโขทัย สมัยสโุ ขทยั สมยั อยุธยาสมยั ธนบุรี สมัยรัตนโกสินทร ) และ เหตุการณส ำคัญในสมยั สโุ ขทัย พฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมอื งของประเทศตางๆในภูมภิ าคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต โดยกระบวนการสรางความคิดรวบยอด กระบวนการแกปญหา กระบวนการกลุม กระบวนการ ทำงาน กระบวนการสบื คน กระบวนการคดิ วิเคราะห รวบรวมขอ มลู และจัดระบบขอมูลอยา งเปน ระบบดว ย วิธกี ารทางประวัติศาสตร กระบวนการสบื คน หาเทคโนโลยสี มยั ใหม เพ่อื ใหม คี วามคดิ ริเริ่มสรา งสรรค มเี หตผุ ล รกั ประเทศชาติ รกั ทอ งถ่นิ ตระหนักถึง ความสำคัญของเหตุการณทางประวัตศิ าสตร รูเ ทาทันสถานการณ ภูมิใจในความเปนไทย ตระหนกั ถึง ความสำคัญของวัฒนธรรม อนุรกั ษวัฒนธรรมไทย สำนกึ วาตนเปนสว นหนึง่ ของธรรมชาติ รูจักตัวเอง เขา ใจชีวติ ปรบั ปรุงตนเองอยเู สมอง มคี วามคิดรวบยอดเกีย่ วกบั พฒั นาการของเศรษฐกจิ การเมอื งการ ปกครอง สงั คม ศลิ ปวัฒนธรรมของไทย ศรทั ธาและเทดิ ทนู ในบุคคลสำคญั ของไทยและตางประเทศ รหสั ตวั ชี้วดั ส 4.1 ม.1/1 ส 4.1 ม.1/2 ส 4.1 ม.1/3 ส 4.2 ม.1/1 รวม 4 รหัสตวั ชี้วัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 81 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวิชาสังคมศึกษา 2 รหัสวชิ า ส 21102 กลุมสาระการเรียนรูส ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ชวั่ โมง/ภาคเรียน ศึกษาความหมาย ความสำคัญของเศรษฐศาสตรเกย่ี วกบั การผลิต การแจกจาย และการบรโิ ภคสินคา และบริการ การบรหิ ารจัดการทรพั ยากรทม่ี ีอยูอยางจำกดั อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ การดำรงชีวิตอยา งมีดุลยภาพ และการนำหลักเศรษฐกจิ พอเพียงไปใชในชีวิตประจำวัน และลักษณะของโลกทางกายภาพ ลกั ษณะทาง กายภาพ แหลงทรพั ยากร และภูมอิ ากาศของประเทศไทย และภูมิภาคตาง ๆ ของโลก การใชแผนที่และ เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร ความสมั พันธกนั ของสิ่งตา ง ๆ ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธของมนษุ ยกับ สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ และส่งิ ที่มนุษยสรางขน้ึ การนำเสนอขอมลู ภมู ิสารสนเทศ การอนุรกั ษ สิ่งแวดลอมเพ่อื การพฒั นาท่ยี ่ังยนื โดยกระบวนการกลุม กระบวนการทำงาน กระบวนการแกปญ หา กระบวนการจัดการ กระบวนการ สืบคน กระบวนการพัฒนาคานยิ ม กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการทางจรยิ ธรรม กระบวนการสราง ความคดิ รวบยอด กระบวนการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณ เพ่อื มวี ิจารณญาณเกีย่ วกับการตดั สินใจเลอื กใชทรพั ยากรเพ่ือการผลติ คำนึงถึงตนทุน และ ผลประโยชนท ี่จะไดรบั อยางคมุ คา และมีคณุ ธรรม มเี หตุผล รเู ทาทันสถานการณ ตระหนักและเห็นคณุ คา ของการนำทรัพยากรทางเศรษฐศาสตรม าใชในการผลติ สนิ คา และบริการอยางมปี ระสิทธิภาพการบรโิ ภคดว ย ปญ ญาตามวถิ ีชวี ิตไทยและตระหนกั ถึงความสำคญั ของลักษณะกายภาพที่มตี อระบบการดำเนินชีวติ ของมนุษย มีสำนึกวา ตนเปน สว นหน่ึงของธรรมชาติ มเี หตุผล มีนิสยั รกั การอาน รักการคน ควา เหน็ คณุ คา ของแผนที่ ชนดิ ตา งๆ เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตรแ ละเทคโนโลยสี มยั ใหมและเชือ่ มโยงไปสูชวี ติ ประจำวัน รหสั ตวั ช้ีวัด ส3.1ม.1/2 ส3.1ม.1/3 ส3.2ม.1/4 ส3.1ม.1/1 ส3.2ม.1/2 ส3.2ม.1/3 ส5.2ม.1/4 ส3.2ม.1/1 ส5.1ม.1/2 ส5.1ม.1/3 ส5.1ม.1/1 ส5.2ม.1/2 ส5.2ม.1/3 ส5.2ม.1/1 รวม 14 รหสั ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 82 คำอธบิ ายรายวิชา รายวิชาประวตั ิศาสตร 2 รหัสวิชา ส 21162 กลุมสาระการเรยี นรูส งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชัว่ โมง/ภาคเรียน ศึกษาคนควา เรื่องราวทางประวัตศิ าสตรสมัยกอนสุโขทยั ในดนิ แดนไทย รัฐโบราณในดินแดนไทย เชน ศรวี ิชัยตามพรลิงค ทวารวดี ลา นนา นครศรีธรรมราช สพุ รรณภูมิ เปนตน ความสำคญั ของแหลง อารยธรรมใน ภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต แหลง มรดกโลกในประเทศตา ง ๆของเอเชียตะวันออกเฉยี งใต อทิ ธพิ ลของ อารยธรรมโบราณในดนิ แดนไทยท่ีมีตอพฒั นาการของสงั คมไทยในปจจุบนั การสถาปนาอาณาจกั รสุโขทยั พฒั นาการของอาณาจกั รสโุ ขทยั ดานการเมืองการปกครอง เศรษฐกจิ สังคม และความสัมพันธร ะหวางประเทศ วฒั นธรรมสมัยสุโขทยั เชน ภาษาไทย วรรณกรรม ประเพณีสำคัญ ศลิ ปกรรมไทยภูมิปญญาไทยในสมยั สุโขทยั เชน การชลประทานเครื่องสังคมโลกและความเสอ่ื มของอาณาจักรสโุ ขทัย โดยกระบวนการสรางความคิดรวบยอด กระบวนการแกป ญหา กระบวนการกลุม กระบวนการ ทำงาน กระบวนการสบื คน กระบวนการคดิ วเิ คราะห รวบรวมขอ มูลและจัดระบบขอมูลอยา งเปน ระบบดวย วิธีการทางประวัติศาสตร กระบวนการสืบคน หาเทคโนโลยีสมัยใหม เพื่อใหม คี วามคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค มเี หตผุ ล รกั ประเทศชาติ รกั ทอ งถนิ่ ตระหนักถงึ ความสำคัญของเหตุการณทางประวัติศาสตร รูเ ทา ทนั สถานการณ ภมู ใิ จในความเปนไทย ตระหนักถึง ความสำคัญของวฒั นธรรม อนรุ กั ษว ัฒนธรรมไทย สำนึกวาตนเปน สว นหนึ่งของธรรมชาติ รจู ักตัวเอง เขาใจชีวติ ปรบั ปรงุ ตนเองอยเู สมอง มคี วามคดิ รวบยอดเก่ียวกบั พฒั นาการของเศรษฐกิจ การเมอื งการ ปกครอง สงั คม ศลิ ปวัฒนธรรมของไทย ศรทั ธาและเทิดทูนในบุคคลสำคัญของไทยและตา งประเทศ รหสั ตัวช้ีวัด ส 4.2 ม.1/2 ส 4.3 ม.1/1 ส 4.3 ม.1/2 ส 4.3 ม.1/3

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 83 คำอธบิ ายรายวิชา รายวชิ าสังคมศึกษา 3 รหัสวชิ า ส22101 กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.5 หนว ยกติ เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน ศึกษาการเผยแผพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนับถือสปู ระเทศเพอื่ นบานท่ีชวยเสริมสรา งความ เขา ใจอันดรี ะหวางกนั เห็นความสำคัญของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาที่ตนนับถือ กับการพัฒนาชุมชนและ การจดั ระเบียบสังคม ในฐานะท่เี ปนรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณแ ละมรดกของชาติ นำขอคิดทไี่ ดจาก พทุ ธประวัตหิ รือประวัตศิ าสดาของศาสนาทีต่ นนับถอื ประวัตสิ าวก ชาดก เรอ่ื งเลา และศาสนกิ ชนตวั อยา ง ตามที่กำหนดมาเปน แบบอยา ง การปฏิบตั ติ นในการดำเนนิ ชวี ิต ศกึ ษาโครงสรางของพระไตรปฎ ก หรือ คมั ภีร ธรรมคณุ และขอ ธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาทีต่ นนับถือ ตามที่กำหนด นำไปพฒั นา แกปญหาของชุมชนและสังคม พัฒนาจิตเพ่ือการเรียนรูแ ละดำเนนิ ชวี ิต ดว ยวิธคี ดิ แบบโยนิโส มนสกิ ารคือ วธิ คี ดิ แบบอบุ ายปลุกเรา คณุ ธรรม และวิธีคดิ แบบอรรถธรรมสัมพันธ หรือการพัฒนาจิต สวดมนต แผเมตตา บรหิ ารจิตและเจริญปญ ญาดว ยอานาปานสติ ปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมทางศาสนาทต่ี นนับถือ เพื่อ การดำรงตนอยา งเหมาะสมในกระแสความเปลยี่ นแปลงของโลก และการอยรู ว มกันอยางสนั ตสิ ขุ นำคำสอนท่ี เกีย่ วเนือ่ งกับวันสำคัญทางศาสนา ปฏบิ ัตติ นอยา งเหมาะสมตอบคุ คลตาง ๆ มีมรรยาทของความเปนศาสนกิ ชนทีด่ ี อธิบายความแตกตางของศาสนพิธี พิธีกรรมตามแนวปฏิบตั ขิ องศาสนาอื่นๆ เพ่ือนำไปสูการยอมรับ และความเขาใจซึ่งกนั และกนั ปฏิบตั ิตนตามกฎหมายที่เกี่ยวขอ งกับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และ ประเทศชาติ เหน็ คณุ คา ในการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรภี าพ หนาที่ในฐานะพลเมืองดี ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย วิเคราะหบทบาท ความสำคัญ และความสัมพันธข องสถาบันทางสังคม บอกความ คลา ยคลงึ และความแตกตางของวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของประเทศในภูมภิ าคเอเชีย เพื่อนำไปสคู วาม เขาใจอันดีระหวางกัน ศึกษากระบวนการในการตรากฎหมาย วิเคราะหข อมูล ขา วสารทางการเมืองการ ปกครองทีม่ ีผลกระทบตอสงั คมไทย สมัยปจจุบนั โดยใชก ระบวนการสืบเสาะหาความรู สืบคนขอมลู ปฏิบตั จิ รงิ สรุป รายงาน เพอื่ พัฒนา ทกั ษะกระบวนการคดิ วเิ คราะห การแกปญหา การใหเหตผุ ล การส่อื ความหมายทางสังคม และนำ ประสบการณด า นความรู ความคดิ ทกั ษะ กระบวนการทไ่ี ดไปใชใ นการเรยี นรสู ่งิ ตาง ๆ และนำไปใชใ น ชีวิตประจำวันอยา งสรางสรรค เพอื่ ตระหนกั ถึงความสำคัญ เหน็ คณุ คา และมีเจตคติท่ดี ตี อ วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนา และ วฒั นธรรม เปนพลเมืองดี มีความรับผดิ ชอบ มีความรู ทักษะ คุณธรรม คานยิ มทเี่ หมาะสม พฒั นาตนเองอยู เสมอรวมทง้ั บำเพ็ญประโยชนตอสังคมและสวนรวม ดำรงชวี ิตอยใู นสงั คมอยา งมคี วามสุข รหัสตวั ช้ีวัด ส 1.1 ม.2/1 ส 1.1 ม.2/2 ส 1.1 ม.2/3 ส 1.1 ม.2/4 ส 1.1 ม.2/5 ส 1.1 ม.2/6 ส 1.1 ม.2/7 ส 1.1 ม.2/8 ส 1.1 ม.2/9 ส 1.1 ม.2/10 ส 1.1 ม.2/11 ส 1.2 ม.2/1 ส 1.2 ม.2/2 ส 1.2 ม.2/3 ส 1.2 ม.2/4 ส 1.2 ม.2/5 ส 2.1 ม.2/1 ส 2.1 ม.2/2 ส 2.1 ม.2/3 ส 2.1 ม.2/4 ส 2.2 ม.2/1 ส 2.2 ม.2/2 รวม 22 รหสั ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 84 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ าประวัติศาสตร 3 รหัสวิชา ส22163 กลุม สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หนว ยกิต เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น ประเมนิ ความนาเชอื่ ถือของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรใ นลักษณะตาง ๆ วิเคราะหความแตกตาง ระหวางความจริงกบั ขอเท็จจรงิ ของเหตุการณทางประวัติศาสตร เห็นความสำคัญของการตีความหลักฐานทาง ประวัตศิ าสตรท นี่ า เช่ือถือ อธบิ ายพัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกิจและการเมืองของภูมภิ าคเอเชยี และระบุ ความสำคญั ของแหลง อารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชยี โดยใชก ระบวนการสืบเสาะหาความรู สืบคนขอมูล ปฏบิ ัติจรงิ สรปุ รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะ กระบวนการคดิ วิเคราะห การแกป ญหา การใหเหตุผล การสือ่ ความหมายทางสงั คม และนำประสบการณ ดา นความรู ความคดิ ทักษะ กระบวนการที่ไดไ ปใชในการเรยี นรูสง่ิ ตาง ๆ และนำไปใชใ นชวี ติ ประจำวนั อยางสรางสรรค เพื่อตระหนักถึงความสำคญั เห็นคณุ คา และมเี จตคติทีด่ ตี อวชิ าประวัตศิ าสตร มีจิตสำนึกในความ รกั ชาติ เหน็ คุณคา ของความเสยี สละ และความสมคั สมานสามัคคขี องบรรพบรุ ุษไทย ในการสรางชาติ นำ คุณธรรมจริยธรรมเปนหลกั ในการดำเนนิ ชวี ติ เปนพลเมืองดี มคี วามรับผดิ ชอบ มคี วามรู มคี ณุ ธรรม จริยธรรม คา นิยมทเ่ี หมาะสม พัฒนาตนเองอยูเสมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชนตอสงั คมและสว นรวม ดำรงชวี ิตอยูในสงั คมอยา งมคี วามสขุ รหัสตวั ช้ีวัด ส 4.1 ม.2/2 ส 4.1 ม.2/3 ส 4.2 ม.2/2 ส 4.1 ม.2/1 ส 4.2 ม.2/1 รวม 5 รหัสตัวชีว้ ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 85 คำอธบิ ายรายวิชา รายวิชาสังคมศกึ ษา 4 รหัสวชิ า ส22102 กลุมสาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกติ เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น วิเคราะหการใชเ ครือ่ งมอื ทางภูมิศาสตรใ นการรวบรวม การนำเสนอขอมูลเกี่ยวกบั ลักษณะทาง กายภาพและสังคมของทวปี ยุโรปและแอฟริกา และความสัมพนั ธระหวา งลกั ษณะทางกายภาพและสังคม วเิ คราะหการกอเกดิ สิง่ แวดลอมใหมทางสังคม อนั เปนผลจากการเปลยี่ นแปลงทางธรรมชาตแิ ละทางสังคม ระบแุ นวทางการอนุรักษทรพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอม ในทวีปยุโรปและแอฟรกิ า สำรวจ อภิปราย ประเด็นปญ หาเก่ียวกับสง่ิ แวดลอมที่เกดิ ขน้ึ เหตุและผลกระทบทปี่ ระเทศไทยไดรบั จากการเปล่ยี นแปลงของ สิง่ แวดลอมในทวีปยุโรป และแอฟรกิ า ศกึ ษาปจ จัยท่ีมีผลตอ การลงทุน การออม การผลติ สนิ คา และ บรกิ าร และปจจัย ท่มี ีอทิ ธิพลตอการผลติ สนิ คา และบริการ เสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตในทองถิ่น ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และแนวทางการคมุ ครองสิทธขิ องตนเองในฐานะผูบ รโิ ภค อภิปรายระบบ เศรษฐกิจแบบตา งๆยกตวั อยา งที่สะทอนใหเ ห็นการพึง่ พาอาศยั กัน และการแขงขันกันทางเศรษฐกิจใน ภูมภิ าคเอเชยี วิเคราะหก ารกระจายของทรพั ยากรในโลก ที่สง ผลตอ ความสมั พนั ธ ทางเศรษฐกจิ ระหวาง ประเทศ การแขง ขันทางการคา ในประเทศ และตางประเทศ สง ผลตอ คุณภาพสนิ คา ปริมาณการผลิต และ ราคาสนิ คา โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู สบื คนขอมูล ปฏิบัตจิ ริง สรปุ รายงาน เพอื่ พัฒนาทักษะ กระบวนการคดิ วเิ คราะห การแกป ญหา การใหเ หตุผล การส่อื ความหมายทางสงั คม และนำประสบการณ ดานความรู ความคดิ ทักษะ กระบวนการท่ีไดไ ปใชในการเรยี นรูสง่ิ ตาง ๆ และนำไปใชใ นชวี ิตประจำวัน อยางสรา งสรรค เพื่อตระหนักถงึ ความสำคญั เหน็ คณุ คา และมีเจตคตทิ ีด่ ตี อวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เปนพลเมอื งดี มคี วามรับผดิ ชอบ มีความรู ทกั ษะ คณุ ธรรม คานิยมท่ีเหมาะสม พัฒนาตนเองอยเู สมอ รวมทง้ั บำเพ็ญประโยชนตอสังคมและสว นรวม ดำรงชวี ิตอยูในสงั คมอยา งมคี วามสุข รหัสตัวช้ีวัด ส 3.1 ม.2/1 ส 3.1 ม.2/2 ส 3.1 ม.2/3 ส 3.1 ม.2/4 ส 3.2 ม.2/1 ส 3.2 ม.2/2 ส 3.2 ม.2/3 ส 3.2 ม.2/4 ส 5.1 ม.2/1 ส 5.1 ม.2/2 ส 5.2 ม.2/1 ส 5.2 ม.2/2 ส 5.2 ม.2/3 ส 5.2 ม.2/4 รวม 14 รหัสตัวชี้วัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 86 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ าประวัติศาสตร 4 รหัสวิชา ส22164 กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หนว ยกติ เวลา 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน วเิ คราะหพ ฒั นาการของอาณาจักรอยุธยา ธนบรุ ใี นดา นตา งๆ ปจ จยั ท่สี ง ผลตอความม่ันคงและความ เจริญรุงเรืองของอาณาจกั รอยธุ ยา ระบภุ ูมปิ ญ ญาและวัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยาและธนบุรี และอิทธิพลของ ภูมิปญ ญาดังกลาว ตอ การพัฒนาชาตไิ ทยในยุคตอ มา โดยใชกระบวนการสืบเสาะหาความรู สบื คนขอมลู ปฏิบตั จิ ริง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะ กระบวนการคดิ วิเคราะห การแกป ญหา การใหเหตผุ ล การส่อื ความหมายทางสงั คม และนำประสบการณ ดา นความรู ความคิด ทักษะ กระบวนการที่ไดไ ปใชในการเรยี นรสู ิ่งตา ง ๆ และนำไปใชในชวี ติ ประจำวัน อยางสรา งสรรค เพื่อตระหนักถึงความสำคัญ เห็นคุณคา และมีเจตคติทีด่ ีตอวิชาประวัติศาสตร มีจิตสำนึกในความ รักชาติ เห็นคุณคาของความเสียสละ และความสมัครสมานสามัคคีของบรรพบุรุษไทย ในการสรางชาติ นำ คุณธรรมจริยธรรมเปนหลักในการดำเนินชีวิต เปนพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู มีคุณธรรม จริยธรรม คานิยมที่เหมาะสม พัฒนาตนเองอยูเสมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชนตอสังคมและสวนรวม ดำรงชวี ิตอยูในสังคมอยา งมีความสขุ รหสั ตัวช้ีวดั ส 4.3 ม.2/1 ส 4.3 ม.2/2 ส 4.4 ม.2/3 รวม 3 รหสั ตวั ชวี้ ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 87 คำอธิบายรายวชิ า รายวชิ าสงั คมศกึ ษา 5 รหัสวิชา ส23101 กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน ศึกษา วิเคราะห สาระสำคัญรูและเขาใจความหมายความสำคัญ สรางความคิดรวบยอดนำภูมิ ปญญาทองถิ่นสภาพปญหาชีวิต สภาพแวดลอมในชุมชนและสังคมเขามาเปนสวนหนึ่งของ การเรียนรู เพือ่ ใหม ีความรูความเขาใจตระหนักและเหน็ คณุ คา เก่ยี วกับประวัติและความสำคญั ของพระพุทธศาสนา เรื่อง ประชาธิปไตย ในพระพุทธศาสนากบั หลักวิทยาศาสตร การคิดตามนัยแหง พระพุทธศาสนาและการคิดแบบ วทิ ยาศาสตร พระพุทธศาสนาเนนการฝกหัดอบรมตน การพึง่ ตนเองและการมุงอสิ รภาพ พทุ ธประวัติ พุทธ สาวก พทุ ธสาวกิ า ชาดกและศาสนิกชนตัวอยาง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาในกรอบอริยสัจ 4 หรอื หลัก คำสอนของศาสนาที่ตนนบั ถือ เห็นคุณคาและความสำคัญของการสังคายนาพระไตรปฏก เชื่อมั่นตอผลของ การทำความดีความชั่ว สามารถวิเคราะหสถานการณทต่ี อ งเผชิญและตดั สินใจเลือกดำเนินการหรือปฏิบัติตน ไดอยางมีเหตุผลถูกตองตามหลักธรรมจริยธรรม เกี่ยวขอคดิ และแบบอยางการดำเนนิ ชีวิต จากประวัติสาวก เรื่องเลา และศาสนิกชนตัวอยางตามที่กำหนด อธบิ ายหนาที่และบาบาทของสาวก และปฏิบัติตนตอบุคคล ตางๆ ตามหลักศาสนาตามท่ีกำหนด ปฏิบัติหนาที่ของศาสนิกชนที่ดี ในศาสนพิธี พิธีกรรม อธิบายประวตั ิ วันสำคญั ทางศาสนา การแสดงตนเปน พุทธมามกะหรอื แสดงตนเปนศาสนิกชน การศึกษาแนวทาง การธำรง รกั ษาศาสนาตามศาสนาทตี่ นนบั ถอื ศกึ ษาลักษณะการกระทำความผิดทางอาญาและโทษ ลักษณะการกระทำความผิดทางแพงและความ รับผิดทางแพง ตัวอยางการกระทำความผิดทางอาญา เชน ความผดิ เกี่ยวกับทรัพย ตัวอยางการกระทำ ความผิดทางแพง เชน การทำผิดสัญญา การทำละเมดิ ความหมายและความสำคญั ของสิทธิมนุษยชน การ มีสวนรวมคุมครองสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยตามวาระและโอกาสที่เหมาะสม ความสำคัญของวฒั นธรรมไทย ภมู ิปญญาไทยและวัฒนธรรมสากล การอนรุ ักษวัฒนธรรมไทยและภูมิปญญา ไทยท่ีเหมาะสม การเลือกรับวัฒนธรรมสากลที่เหมาะสม ปจ จัยทีก่ อ ใหเ กดิ ความขัดแยง เชน การเมืองการ ปกครอง เศรษฐกิจ สงั คม ความเชื่อ สาเหตุปญ หาทางสังคม เชน ปญ หาสิ่งแวดลอม ปญหายาเสพติด ปญหาการทุจริต ปญหาอาชญากรรม แนวทางความรวมมือในการลดความขัดแยงและการสรางความ สมานฉันท ปจจัยที่สง เสริมการดำรงชวี ิตใหมีความสุข เชน การอยูร วมกันอยางมีขันติธรรม หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เห็นคุณคาในตนเอง รูจักมองโลกในแงดี สรางทกั ษะทางอารมณ รูจักบริโภคดวย ปญ ญา เลือก รับ – ปฏิเสธขาว ปรับปรงุ ตนเองและ สิง่ ตาง ๆ ใหดีขึ้นอยูเสมอ อธิบายระบอบการปกครอง แบบตางๆ เชน การปกครองระบอบเผด็จการ การปกครองระบอบประชาธิปไตย วิเคราะหค วามแตกตาง ความคลายคลึง การปกครองของไทยกับประเทศเพื่อนบานอื่นๆ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในมาตราตางๆ ที่เกี่ยวของกับการเลือกตั้งการมีสวนรวม และการตรวจสอบการใชอำนาจรัฐ บทบาทของรัฐบาลในการ บริหารราชการแผน ดินความจำเปนในการมีรฐั บาลตามระบอบประชาธิปไตย ปญหา และผลกระทบท่ีเปน อปุ สรรคตอ การพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย และแนวทางแกไ ข โดยใชกระบวนการศึกษาคนควา การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล ปฏิบัติจริง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดวิเคราะห การแกปญหา การใชเหตุผล การสื่อความหมายทางสงั คม และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะ กระบวนการทไี่ ดไปใชในการ

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 88 เรียนรูสิ่งตางๆ และใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคาและ มีเจตคติที่ดีตอ พระพุทธศาสนา และหนาที่พลเมือง สามารถทำงานอยางมีระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความ รบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชอ่ื มั่นในตนเอง เพ่ือใหรูจักคิดอยางมเี หตุผล ยึดมั่นในหลกั การพึ่งตนเอง ตระหนกั ถึงความสำคัญเห็นคุณคาและมี เจตคติท่ีดตี อ พระพทุ ธศาสนา และหนา ที่พลเมือง มีคณุ ธรรมจริยธรรมเปนหลักใน การ ดำเนินชีวิต สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี วิจารณญาณและมคี วามเชื่อมัน่ ในตนเอง รหสั ตวั ชีว้ ดั ส 1.1 ม.3/1 ส 1.1 ม.3/2 ส 1.1 ม.3/3 ส 1.1 ม.3/4 ส 1.1 ม.3/5 ส 1.1 ม.3/6 ส 1.1 ม.3/7 ส 1.1 ม.3/8 ส 1.1 ม.3/9 ส 1.1 ม.3/10 ส 1.2 ม.3/1 ส 1.2 ม.3/2 ส 1.2 ม.3/3 ส 1.2 ม.3/4 ส 1.2 ม. 3/5 ส 1.2 ม.3/6 ส 1.2 ม. 3/7 ส 2.1 ม.3/1 ส 2.1 ม. 3/2 ส 2.1 ม.3/3 ส 2.1 ม.3/4 ส 2.1 ม. 3/5 ส 2.2 ม.3/1 ส 2.2 ม.3/2 ส 2.2 ม.3/3 ส 2.2 ม.3/4 รวม 26 รหสั ตัวชี้วัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 89 คำอธบิ ายรายวิชา รายวิชาประวัติศาสตร 5 รหัสวชิ า ส23165 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาคเรยี น ศกึ ษาวเิ คราะหข้นั ตอนวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร ศึกษาเหตุการณสำคญั ทางประวตั ศิ าสตรท ่เี กิดขึ้นใน ทองถิ่นตนเอง นำวิธีการทางประวตั ิศาสตรมาใชในการศกึ ษาเรื่องราวที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครวั และ ทอ งถนิ่ ของตน วิเคราะหเ หตุการณสำคญั สมัยรัตนโกสินทร โดยใชว ิธกี ารทางประวัติศาสตร ศึกษาที่ตั้งและ สภาพภมู ิศาสตร ภูมิภาคตา ง ๆ ของโลก ที่มีผลตอพัฒนาการของ อารยธรรมตะวันตกที่มีผลตอพัฒนาการ เปล่ยี นแปลงของสงั คมโลก ความรว มมือและความขดั แยง ในครสิ ตศ ตวรรษท่ี 20 เชน สงครามโลกครั้งท่ี 1 ครง้ั ท่ี 2 สงครามเย็น องคการความรว มมอื ระหวางประเทศ อธิบายวเิ คราะหการสถาปนากรุงเทพมหานคร เปน ราชธานี ปจจัยที่สง ผลตอความมนั่ คงและความเจรญิ รงุ เรืองของไทย บทบาทของพระมหากษัตริยไทยใน ราชวงศจกั รี และสรา งสรรคความเจรญิ และความมั่นคงของชาติ โดยใชกระบวนการศึกษาคนควา การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล ปฏิบัติจริง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดวิเคราะห การแกปญหา การใชเหตุผล การส่ือความหมายทางสังคม และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทักษะ กระบวนการท่ไี ดไปใชในการ เรียนรูสิ่งตางๆ และใชในชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคาและมีเจตคตทิ ่ีดีตอประวัติศาสตร สามารถทำงานอยางมีระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมคี วามเชื่อม่นั ในตนเอง เพ่ือใหรูจักคิดอยางมเี หตุผล ยึดม่ันในหลกั การพึ่งตนเอง ตระหนักถึงความสำคัญเห็นคุณคาและมี เจตคติที่ดีตอประวัตศิ าสตร มีคุณธรรมจริยธรรมเปน หลกั ในการดำเนินชวี ิต สามารถทำงานอยางเปนระบบ ระเบยี บ มคี วามรอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชือ่ มนั่ ในตนเอง รหสั ตัวชี้วัด ส 4.1 ม. 3/1 ส 4.1 ม. 3/2 ส 4.2 ม. 3/1 ส 4.2 ม. 3/2 รวม 4 รหัสตัวชี้วดั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 90 คำอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ าสังคมศกึ ษา 6 รหัสวิชา ส23103 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 1.5 หนวยกิต เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน ศึกษาอธิบาย และวิเคราะหกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ การมีสวนรวมในการแกไขปญหาและ พัฒนาทองถิ่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ อธิบายบทบาทหนาที่ของรัฐบาลในระบบ เศรษฐกิจแสดงความเห็นตอนโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐทีม่ ตี อ บุคคล กลุมคนและประเทศชาติ อภิปรายบทบาทความสำคัญของการรวมกลุมทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ ผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงิน เฟอ เงินฝด ผลเสียจากการวางงานและแนวทางแกปญหา สาเหตุ และวิธีการกีดกันทางการคาในการคา ระหวางประเทศ ศึกษาอธิบายการใชเครื่องมือทางภูมิศาสตร ในการรวบรวมวิเคราะห และนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับ ลักษณะและความสัมพันธทางกายภาพสังคม ของทวปี อเมริกาเหนือและอเมริกาใต วิเคราะหการกอเกิด สิ่งแวดลอมใหมทางสังคม อันเปนผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและทางสังคม ระบุแนวทางการ อนุรกั ษท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม สำรวจอภิปรายประเดน็ ปญ หาเกี่ยวกับส่ิงแวดลอ ม วิเคราะหเหตุ และผลกระทบ ตอ เนอื่ งจากการเปลีย่ นแปลงของสิ่งแวดลอ มในทวปี อเมรกิ าเหนือและอเมริกาใต โดยใชกระบวนการศึกษาคนควา การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล ปฏิบัติจริง สรุป รายงาน เพอ่ื พฒั นาทักษะกระบวนการในการคดิ วิเคราะห การแกปญหา การใชเ หตผุ ล การสอื่ ความหมาย ทางสังคม และนำประสบการณดานความรู ความคิดทักษะ กระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิง่ ตางๆ และใชในชีวิตประจำวันอยา งสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอ เศรษฐศาสตร และภูมิศาสตร สามารถทำงานอยางมีระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง เพื่อใหรูจักคิดอยางมีเหตุผล ยึดม่ันในหลกั การพึ่งตนเอง ตระหนกั ถึงความสำคัญเห็นคุณคาและมี เจตคตทิ ดี่ ตี อ เศรษฐศาสตร และภูมิศาสตร มีคุณธรรมจริยธรรมเปน หลกั ในการดำเนนิ ชีวิต สามารถทำงาน อยางเปน ระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและมคี วามเชือ่ มั่นในตนเอง รหสั ตัวชวี้ ัด ส 3.1 ม.3/2 ส 3.1 ม.3/3 ส 3.2 ม.3/1 ส 3.1 ม.3/1 ส 3.2 ม.3/3 ส 3.2 ม.3/4 ส 3.2 ม.3/5 ส 3.2 ม.3/2 ส 5.1 ม.3/1 ส 5.1 ม.3/2 ส 5.2 ม.3/1 ส 3.2 ม.3/6 ส 5.2 ม.3/3 ส 5.2 ม.3/4 ส 5.2 ม.3/2 รวม 15 รหสั ตัวช้วี ัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 91 คำอธิบายรายวิชา รายวชิ าประวตั ศิ าสตร 6 รหสั วชิ า ส23166 กลุม สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 0.5 หนว ยกติ เวลา 20 ชั่วโมง/ภาคเรยี น การพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทรดานการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจและ ความสัมพันธระหวางประเทศตามชวงสมันตาง ๆ เหตุการณสำคัญตอการพัฒนาชาติไทย เชน การทำ สนธิสญั ญาเบาวร ิ่งในสมัยรัชกาลท่ี 4 การปฏริ ูปประเทศในสมัยรัชการที่ 5 การเขารวมสงครามโลกคร้ังที่ 1 และครั้งที่ 2 โดยวิเคราะหสาเหตปุ จจยั และผลของเหตุการณต าง ๆ วิเคราะหภ ูมิปญญาและวัฒนธรรมไทย สมันรตั นโกสินทรที่มีอทิ ธิพลตอการพฒั นาชาติไทย โดยเฉพาะสมเด็จพระเจา อยูหัวและสมเด็จพระราชินนี าถ วิเคราะหบทบาทของไทยตัง้ แตเ ปล่ยี นแปลงการปกครองจนถงึ ปจจบุ ันในสงั คมโลก โดยใชกระบวนการศึกษาคนควา การสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล ปฏิบัติจริง สรุป รายงาน เพอ่ื พัฒนาทกั ษะกระบวนการในการคิดวิเคราะห การแกปญ หา การใชเ หตผุ ล การสื่อความหมาย ทางสังคม และนำประสบการณดานความรู ความคิดทักษะ กระบวนการที่ไดไปใชในการเรียนรูสิง่ ตางๆ และใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมท้ังเห็นคุณคาและมีเจตคติที่ดตี อประวัตศิ าสตร สามารถทำงาน อยางมีระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมีความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง เพ่ือใหรูจักคิดอยางมีเหตุผล ยึดม่ันในหลักการพึ่งตนเอง ตระหนกั ถึงความสำคัญเห็นคุณคาและมี เจตคติทีด่ ีตอประวัติศาสตร มีคุณธรรมจริยธรรมเปน หลกั ในการดำเนนิ ชีวิต สามารถทำงานอยางเปนระบบ ระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณและมีความเชอื่ มนั่ ในตนเอง รหสั ตวั ช้ีวดั ส 4.3 ม. 3/3 ส 4.3 ม. 3/4 ส 4.3 ม. 3/1 ส 4.3 ม. 3/2 รวม 4 รหัสตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 92 คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม