Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

Published by TANAWICH SEANGRAM, 2022-07-08 01:18:19

Description: หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2565 ม.ต้น

Search

Read the Text Version

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 193 การประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงคของผเู รยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค หมายถงึ ลกั ษณะท่ีสงั คมตองการใหเ กิดขนึ้ กับผูเรียนในดา น คณุ ธรรม จริยธรรม คาํ นิยม จติ ส านกึ สามารถอยูรว มกบั ผอู ื่นในสังคมไดอยางมีความสุข ท้งั ในฐานะพลเมือง ไทยและพลโลก ในการพฒั นาคณุ ลักษณะอันพึงประสงค สามารถกระทำไดโดยนำพฤติกรรมบงชี้ หรือ พฤติกรรมทีแ่ สดงออกของคุณลักษณะแตละดา นท่วี ิเคราะหไว บูรณาการในการจัดกจิ กรรมการเรียนรูของกลุม สาระการเรยี นร๎ตู างๆ ในกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น โครงการพเิ ศษตางๆ ที่สถานศึกษาจดั ทำข้ึน รวมท้งั สอดแทรกในกิจวัตรประจำวันของสถานศกึ ษา เชน การเขาแถวซอ้ื อาหารกลางวนั เปน ตน ในการ ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ใหมีการประเมนิ เปนระยะๆ เพ่ือใหมีการส่งั สม และการพฒั นาอยาง ตอเน่ือง โดยเฉพาะการนำไปใชในชีวิตประจำวนั และสรุปประเมินผลเมื่อจบปส ุดทายของแตล ะระดับ การศึกษา ๑. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข องผเู รียนโรงเรียนทบั โพธ์พิ ัฒนวิทย ประกอบดว ย ๑) รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ  ๒) ซ่อื สตั ยส จุ รติ ๓) มีวินยั ๔) ใฝเ รยี นรู ๕) อยอู ยางพอเพยี ง ๖) มงุ มน่ั ในการทำงาน ๗) รักความเปนไทย ๘) มีจติ สาธารณะ ๒. โรงเรยี นแตงตัง้ คณะกรรมการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข องผเู รียน ๓. โรงเรยี นมอบหมายใหค รปู ระจำชั้นหรือครผู ูสอนดำเนินการประเมนิ คุณลกั ษณะ อนั พึงประสงคค วบคไู ปกับกระบวนการเรยี นการสอน เปนระยะอยา งตอเนอื่ ง โดยใชเ คร่ืองมือประเมนิ ที่โรงเรียนกำหนด และนำผลการประเมินไปใชป รบั ปรงุ พัฒนาผเู รียนอยา งตอเน่ืองตลอดชัน้ ป ๔. คณะกรรมการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข องผูเรยี น นำผลการประเมนิ ของครปู ระจำช้ันหรือครผู ูสอนทกุ คน มาสรุปผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงคของผเู รียนในแตล ะชั้น ป ตามเกณฑท ี่โรงเรยี นกำหนด และนำผลการประเมินไปใชปรบั ปรงุ พัฒนาคณุ ลักษณะผูเรียนอยา ง ตอเนื่อง ตลอดจนจบหลักสตู ร ๕. คณะกรรมการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนดำเนินการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคของผเู รียน ในปสุดทายของการศึกษาภาคบังคบั และการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ๖. ในการสรปุ ผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงครวมทุกคุณลักษณะเพื่อการ เล่ือนชั้นและจบการศึกษา กำหนดเกณฑก ารตดั สินเปน ๔ ระดับ ไดแก ๓ ๒ ๑ ๐ และความหมายของแตล ะระดบั ดงั น้ี

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 194 ๓ หมายถึง ดเี ยีย่ ม ผูเ รยี นปฏบิ ตั ิตนตามคุณลักษณะจนเปน นสิ ยั และนำไปใชใน ชีวติ ประจำวนั เพือ่ ประโยชนสุขของตนเองและสงั คม ๒ หมายถึง ดี ผเู รยี นมีคณุ ลกั ษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ เพื่อใหเปนการ ยอมรบั ของสงั คม ๑ หมายถึง ผาน ผูเรยี นรบั รแู ละปฏบิ ตั ิตามกฎเกณฑแ ละเงื่อนไขทส่ี ถานศึกษา กำหนด 0 หมายถงึ ไมผ า น ผเู รยี นรบั รแู ละปฏิบัตไิ ดไ มครบตามกฎเกณฑและเงอ่ื นไข ที่สถานศึกษากำหนด คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข องโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวิทย ขอ ท่ี ตวั ชว้ี ัด 1. รักชาติ ศาสน กษตั รยิ  1. เปนพลเมอื งดีของชาติ 2. ซอ่ื สัตยส จุ ริต 2. ธำรงไวซ ง่ึ ความเปนชาติไทย 3. มวี ินยั 3. ศรทั ธา ยึดมั่น ปฏิบัติตนตามหลักศาสนา 4. ใฝเ รยี นร๎ู 4. เคารพเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ  1. ประพฤตติ รงตามความเปน จรงิ ตอตนเอง ทง้ั ทางกาย วาจา ใจ 5. อยูอยางพอเพียง 2. ประพฤติตรงตามความเปน จริงตอผอู ื่น ทั้งทางกาย วาจา ใจ 6. มงุ มัน่ ในการทำงาน 1.ปฏิบัติตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บขอบังคับของครอบครัว โรงเรยี น 7. รักความเปน ไทย และสังคม 1. ตง้ั ใจ เพยี รพยายามในการเรียน และเขารวมกิจกรรมการเรียนรู 8. มจี ิตสาธารณะ 2. แสวงหาความรูจากแหลงเรียนรตู างๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น ดวยการเลือกใชสื่ออยางเหมาะสม สรปุ เปน องคความรู และสามารถ นำไปใชในชีวิตประจำวันได 1. ดำเนินชีวติ อยางพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มคี ุณธรรม 2. มภี ูมคิ ุมกนั ในตวั ท่ีดี ปรับตัวเพอื่ อยูในสงั คมไดอ ยางมคี วามสุข 1. ต้ังใจและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิหนาที่การงาน 2. ท างานดว ยความเพียรพยาม อดทนเพื่อใหงานสำเร็จตาม เปาหมาย 1. ภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย และมี ความกตัญูกตเวที 2. เหน็ คณุ คาํ และใชภาษาไทยในการสอ่ื สารไดอยางถูกตองเหมาะสม 3. อนรุ กั ษสบื ทอดภูมิปญญาไทย 1. ชวยเหลือผูอืน่ ดวยความเตม็ ใจโดยไมหวงั ผลตอบแทน 2. เขารวมกจิ กรรมท่เี ปน ประโยชนต อโรงเรียน ชมุ ชน สงั คม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 195 การประเมนิ ความสามารถในการอาน คดิ วิเคราะห และเขยี นส่ือความของผเู รียน 1. ขอบเขตและตัวชวี้ ดั ความสามารถในการอา น คิดวิเคราะหแ ละเขียน ขอบเขตการประเมิน (ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๑ – ๓) การอานจากสอ่ื ส่งิ พิมพและส่ืออิเล็กทรอนิกสท่ใี หขอ มูลสารสนเทศ ขอ คิด ความรู เกี่ยวกับสังคมและสง่ิ แวดลอมที่เอื้อใหผ ูอานนำไปคิด วเิ คราะห วิจารณ สรปุ แนวคดิ คุณคา ทีไ่ ด นำไป ประยุกตใ ชดวยวจิ ารณญาณ และถา ยทอดเปน ขอ เขียนเชงิ สรา งสรรคห รือรายงานดวยภาษาท่ถี ูกตอง เหมาะสม เชน อา นหนงั สือพิมพ วารสาร หนงั สือเรยี น บทความ สนุ ทรพจน คำแนะนำ คำเตือน แผนภมู ิ ตาราง แผนท่ี ขอบเขตการประเมิน (ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี ๔ – ๖) การอา นจากส่อื สิง่ พิมพและส่อื อเิ ล็กทรอนิกสท่ีใหขอมลู สารสนเทศ ความรู ประสบการณ แนวคดิ ทฤษฎี รวมทงั้ ความงดงามทางภาษาที่เอื้อใหผ ูอาน วเิ คราะห วิพากษ วิจารณ แสดง ความคดิ เห็นโตแ ยง หรือสนบั สนุน ทำนาย คาดการณ ตลอดจนประยุกตใ ชในการตัดสนิ ใจ แกปญ หา และ ถายทอดเปนขอเขียนเชงิ สรางสรรค รายงาน บทความทางวชิ าการอยางถูกตองตามหลักวิชา เชน อา นบทความวิชาการ วรรณกรรมประเภทตาง ๆ ๒. โรงเรยี นแตง ตงั้ คณะกรรมการประเมินความสามารถในการอา น คดิ วิเคราะห และเขยี นของผูเรยี น ๓. คณะกรรมการประเมนิ ความสามารถในการอาน คิดวเิ คราะห และเขยี นของผูเรยี น ในแตละช้ันป โดยใชเคร่อื งมอื ประเมนิ ทโ่ี รงเรียนกำหนด และนำผลการประเมนิ ไปใชปรบั ปรุงพฒั นา ผเู รยี นอยา งตอเน่ือง ๔. คณะกรรมการประเมินความสามารถในการอา น คิดวิเคราะห และเขียนของผเู รียน ดำเนินการประเมินความสามารถในการอาน คดิ วเิ คราะห และเขียนของผเู รยี นในปส ดุ ทา ยของการศกึ ษา ภาคบังคบั และการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ๕. การประเมินการอาน คดิ วิเคราะห และเขียนใหผลการประเมินเปนผานและไมผ าน กรณี ท่ีผา นใหระดับผลการประเมนิ เปน ๓, ๒, ๑, ๐ และความหมายของแตละระดับดังน้ี ๓ หมายถึง ดีเย่ียม ผเู รียนมผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอาน คิด วิเคราะหแ ละเขียนท่ีมีคณุ ภาพดเี ลศิ อยูเสมอ ๒ หมายถงึ ดี ผเู รยี นมีคณุ ลักษณะในการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ เพ่ือใหเ ปน การยอมรบั ของสังคม ๑ หมายถงึ ผาน ผูเ รยี นมีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอาน คดิ วิเคราะห และ เขียน ที่มคี ุณภาพเปนท่ียอมรบั แตยังมี ขอบกพรองบางประการ ๐ หมายถงึ ไมผาน ผูเรยี นรบั รแู ละปฏิบตั ิไดไ มครบตามกฎเกณฑและเงอ่ื นไข ทีโ่ รงเรียนกำหนด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 196 การประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น ๑. การประเมินสมรรถนะสำคัญของผเู รยี นโรงเรยี นทบั โพธิพ์ ัฒนวิทย ประกอบดวย ๑) ความสามารถในการส่ือสาร ๒) ความสามารถในการคดิ ๓) ความสามารถในการแกป ญหา ๔) ความสามารถในการใชทักษะ ๕) ความสามารถในการใชเทคโนโลยี ๒. โรงเรียนแตง ต้ังคณะกรรมการประเมินสมรรถนะสำคัญของผูเรยี นมอบหมายใหค รู ประจำชัน้ หรือครูผูสอนทำการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น ๓. คณะกรรมการปะเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี นในแตล ะชัน้ ป โดยใชเครอ่ื งมอื ประเมนิ ทโ่ี รงเรยี นกำหนด และนำผลการประเมินไปใชปรับปรงุ และพฒั นาผเู รยี นอยางตอเนือ่ ง ๔. คณะกรรมการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น ดำเนนิ การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ ของผูเรียนในปสุดทายของการศกึ ษาภาคบงั คับและการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ๕. ในการสรปุ ผลการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี นรวมทุกสมรรถนะเพื่อการ เลอ่ื นช้นั และจบการศกึ ษา กำหนดเกณฑก ารตดั สนิ เปน ๔ ระดบั ไดแก ๓ ๒ ๑ ๐ และความหมายของแตล ะระดบั ดงั น้ี ๓ หมายถงึ ดีเยีย่ ม ผูเ รียนปฏบิ ตั ิตนตามสมรรถนะจนเปน นสิ ยั และนำไปใชใ น ชวี ิตประจำวันเพ่ือประโยชนสขุ ของตนเองและสังคม โดย พิจารณาจากผลการประเมนิ ระดับดเี ย่ียม จำนวน ๓-๕ สมรรถนะ และไมม สี มรรถนะใดไดผ ลการประเมนิ ต่ำกวาระดับดี ๒ หมายถึง ดี ผูเ รยี นมสี มรรถนะในการตามกฎเกณฑ เพื่อใหเปน การ ๑ หมายถึง ยอมรบั ของสงั คม 0 หมายถึง ผา น ผเู รยี นรบั รูและปฏบิ ัติตามกฎเกณฑแ ละเงื่อนไขท่สี ถานศกึ ษา กำหนด ไมผา น ผเู รยี นรบั รูแ ละปฏบิ ตั ิไดไมครบตามกฎเกณฑและเงอื่ นไข ท่สี ถานศึกษากำหนด การตดั สินผลการเรียนและการเปล่ียนผลการเรียน การตดั สินผลการเรียน ปฏบิ ตั ดิ ังนี้ ๑. พจิ ารณาตดั สินผลการเรยี นเปน รายวชิ า โดยประเมินผลเปน รายภาคเรียน ๒. พจิ ารณาตดั สนิ วา ผเู รยี นไดผ ลการเรยี น เฉพาะรายวิชาท่ผี ูเ รียนสอบไดร ะดบั ผลการเรยี น ๑-๔ เทา นนั้ ๓. ผูเรยี นทไ่ี ดร ะดับผลการเรียน “๐” โรงเรยี นจดั ใหม ีการสอนซอ มเสริมในตวั ชี้วดั และ ผลการเรยี นรทู ่ีไมผา น แลวจึงใหสอบแกต ัว จนกวาจะไดระดับผลการเรียน “๑”

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 197 การเปลี่ยนผลการเรียน ๑. การเปลีย่ นผลการเรยี น “๐” ผูส อนจะตอ งทำการสอนซอมเสรมิ ในมาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ดั ทผี่ ูเรยี นสอบไมผา นกอน แลว จึงให ผเู รยี นสอบแกตัวไดไมเกนิ ๒ ครง้ั ถา ผูเ รียนไมดำเนนิ การสอบแกตวั ตามระยะเวลาที่สถานศกึ ษากำหนด ใหอยู ในดลุ ยพินจิ ของสถานศึกษาท่ีจะพิจารณาขยายเวลาออกไปอกี ๑ ภาคเรยี น ทั้งน้ตี อ งดำเนินการใหเ สรจ็ ส้นิ ภายในปการศึกษาน้นั ถาสอบแกต ัว ๒ คร้งั แลว ยงั ไดร ะดบั ผลการเรยี น “๐” อีก ใหส ถานศกึ ษาแตงตั้ง คณะกรรมการดำเนินการเกย่ี วกับการเปลยี่ นผลการเรียนของผเู รยี น โดยปฏบิ ตั ิ ดังน้ี ๑) ถา เปนรายวชิ าพนื้ ฐาน ใหเรยี นซ้ำรายวิชานั้น ๒) ถา เปนรายวชิ าเพมิ่ เติม ใหเ รียนซ้ำหรือเปล่ยี นรายวิชาเรียนใหม ทง้ั น้ใี หอยใู น ดลุ ยพนิ จิ ของสถานศึกษาในกรณีท่เี ปลี่ยนรายวชิ าเรียนใหม ใหหมายเหตุในระเบียนแสดงผล การเรยี นวาเรียนแทนรายวิชาใด ๒. การเปล่ียนผลการเรยี น “ร” การเปล่ียนผลการเรยี น “ร” ใหดำเนนิ การดังน้ี ใหผูเรยี นดำเนนิ การแกไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผูเรยี นแกไขปญหาเสรจ็ แลว ใหไ ดระดบั ผลการเรยี นตามปกติ (ตง้ั แต ๐ - ๔)ถา ผเู รยี นไมดำเนนิ การแกไข “ร” ใหผสู อนนำขอ มูลท่ีมอี ยตู ัดสนิ ผลการเรียน ยกเวน มีเหตุสุดวิสยั ใหอยูในดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาทจี่ ะขยายเวลาการแก “ร” ออกไปอกี ไมเกนิ ๑ ภาคเรียน ท้งั น้ีตอ งดำเนนิ การใหเ สร็จสนิ้ ภายในปการศกึ ษานั้น เมื่อพนกำหนดน้แี ลว หากผลการเรยี น เปน “๐” ใหดำเนนิ แกไ ขตามหลักเกณฑ ๓. การเปลย่ี นผลการเรียน “มส” การเปลยี่ นผลการเรียน “มส” มี ๒ กรณี ดงั นี้ ๑) กรณีผูเรียนไดผลการเรยี น “มส” เพราะมเี วลาเรยี นไมถึงรอ ยละ ๘๐ แตไมนอยกวารอ ยละ ๖๐ ของเวลาเรียนทงั้ หมด ใหสถานศึกษาจดั ใหเรียนเพิ่มเตมิ โดยใชช่วั โมงสอนซอ มเสรมิ หรอื ใชเวลาวาง หรอื ใช วันหยดุ หรอื มอบหมายงานใหท ำ จนมีเวลาเรียนครบตามท่กี ำหนดไวสำหรบั รายวิชาน้นั แลว จงึ ใหวดั ผลปลายภาคเปนกรณพี เิ ศษผลการแก “มส ” ใหไ ดร ะดับผลการเรยี นไมเ กิน “๑” การแก “มส” กรณนี ี้ใหก ระทำใหเสรจ็ สนิ้ ภายในปก ารศกึ ษานั้น ถาผูเรยี นไมม าดำเนนิ การแก “มส” ตามระยะเวลาทกี่ ำหนด ไวน ใ้ี หเ รยี นซ้ำ ยกเวน มีเหตุสดุ วสิ ัย ใหอยูใ นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาที่จะขยายเวลาการแก “มส” ออกไปอีก ไมเกนิ ๑ ภาคเรียน แตเม่อื พนกำหนดน้ีแลว ใหป ฏิบตั ิดังนี้ (๑) ถาเปนรายวิชาพนื้ ฐาน ใหเรียนซ้ำรายวิชาน้นั (๒) ถาเปน รายวิชาเพิ่มเตมิ ใหอยใู นดุลยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา ใหเรียนซำ้ หรือเปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม ๒) กรณผี ูเ รียนไดผลการเรยี น “มส” และมีเวลาเรียนนอยกวารอ ยละ ๖๐ ของเวลาเรยี นทง้ั หมด ใหสถานศึกษาดำเนนิ การดงั น้ี (๑) ถา เปน รายวิชาพื้นฐานใหเ รยี นซำ้ รายวิชานัน้ (๒) ถา เปน รายวิชาเพิ่มเติมใหอยใู นดุลยพินจิ ของสถานศึกษา ใหเ รียนซ้ำ หรอื เปล่ียนรายวิชาเรยี นใหม

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 198 ในกรณที เ่ี ปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม ใหหมายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวาเรยี นแทน รายวชิ าใด การเรยี นซำ้ รายวิชา หากผเู รยี นไดร ับการสอนซอ มเสรมิ และสอบแกตวั ๒ ครง้ั แลว ไม เกณฑการประเมนิ ใหเรียนซำ้ รายวชิ านั้น ทั้งนใ้ี หอ ยใู นดลุ ยพินจิ ของสถานศึกษาในการจัดใหเรยี นซ้ำในชว งใด ชวงหน่ึงทส่ี ถานศกึ ษาเหน็ วา เหมาะสม เชน พักกลางวนั วันหยดุ ชัว่ โมงวา งหลงั เลิกเรยี นหรือภาคฤดรู อ น ในกรณภี าคเรียนท่ี ๒ หากผูเรยี นยงั มผี ลการเรียน “๐” “ร” “มส” ใหดำเนนิ การใหเสรจ็ สิน้ กอ นเปดเรยี นป การศึกษาถดั ไปใหสถานศึกษาเปด การเรยี นการสอนในภาคฤดรู อนเพ่ือแกไขผลการเรยี นของผูเรยี นได ๔. การเปลยี่ นผลการเรียน “มผ” หลักสตู รโรงเรียนทบั โพธิพ์ ฒั นวิทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๓ ตามหลักสตู รแกนกลาง การศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๕๗) กำหนดใหผูเ รียนเขา รวมกจิ กรรม พัฒนาผเู รียน ๓ กจิ กรรม คอื ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี โดยผูเ รยี นเลอื กเรียนอยา ง ใดอยางหน่ึง ๑ กจิ กรรมและเลอื กเขา รวมกิจกรรมชุมนมุ หรือชมรมอีก ๑ กิจกรรม ๓. กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน ในกรณที ่ีผูเรยี นไดผ ลการเรยี น “มผ” สถานศึกษาตองจัดซอมเสรมิ ใหผ เู รยี นทำ กจิ กรรมในสวนทผี่ ูเรียนไมไดเขารวมหรือไมไดทำจนครบถวน แลว จึงเปลยี่ นผลการเรยี นจาก “มผ” เปน “ผ” ได ทัง้ น้ดี ำเนินการใหเ สร็จส้ินภายในภาคเรยี นนน้ั ๆ ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ัยใหอยูในดุลยพินจิ ของสถานศกึ ษาทีจ่ ะ พจิ ารณาขยายเวลาออกไปอีกไมเ กนิ ๑ ภาคเรยี น แตต องดำเนินการใหเ สรจ็ สนิ้ ภายในปการศกึ ษานัน้ การเลื่อนชน้ั และการอนุมัตกิ ารจบหลักสูตร การเลอื่ นชนั้ การพิจารณาเล่ือนชนั้ ถาผูเรยี นมีขอ บกพรองเพียงเล็กนอยและสถานศกึ ษาพจิ ารณาเห็นวา สามารถพฒั นาและสอนซอ มเสรมิ ไดใหอยใู นดลุ พินจิ ของสถานศึกษาทจี่ ะผอนผนั ใหเล่อื นชัน้ ไดเม่ือสน้ิ ป การศึกษาผเู รียนจะไดร บั การเลือ่ นชัน้ เมือ่ มีคณุ สมบตั ติ ามเกณฑ ดงั ตอไปน้ี ๑. รายวชิ าพน้ื ฐานและรายวิชาเพิม่ เติม ไดร บั การตัดสินผลการเรยี น ผา นตามเกณฑทสี่ ถานศึกษากำหนด ๒. ผูเรียนตองไดรบั การประเมินและมีผลการประเมินผา นตามเกณฑท ่ี สถานศึกษากำหนด ในการอา น คดิ วิเคราะห และเขยี น คณุ ลักษณะ อนั พึงประสงค สมรรถนะสำคัญของผเู รยี นและกิจกรรมพฒั นาผูเรยี น ๓. ระดบั ผลการเรียนเฉลีย่ ในปก ารศกึ ษานนั้ ควรไดไ มตำ่ กวา ๑.๐๐ ท้งั น้รี ายวชิ าใดทไี่ มผา นเกณฑการประเมนิ ผูส อนตองซอมเสรมิ ผเู รยี น ใหไ ดร บั การแกไ ขในภาคเรียนถดั ไป

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 199 การเรียนซำ้ ชนั้ ถา ผเู รยี นทีม่ ผี ลการประเมนิ รายวิชาอยใู นระดบั ไมผ านจำนวนมาก และมีแนวโนมวา จะเปน ปญหาตอการเรยี นในระดับชั้นท่สี ูงขนึ้ สถานศึกษาตองแตง ตั้งคณะกรรมการพิจารณาใหเ รียนซ้ำชัน้ ได ทงั้ นใี้ หคำนงึ ถงึ วุฒิภาวะและความรคู วามสามารถของผูเ รยี นเปนสำคัญ การเรียนซ้ำช้นั มี ๒ ลักษณะ คือ ๑) ผเู รียนมีระดบั ผลการเรยี นเฉลี่ยในปก ารศึกษานั้นตำ่ กวา ๑.๐๐ และมีแนวโนม วา จะเปน ปญหาตอการเรียนในระดับชัน้ ท่สี งู ขึน้ ๒) ผเู รียนมผี ลการเรยี น ๐, ร, มส เกนิ คร่งึ หน่งึ ของรายวชิ าท่ีลงทะเบยี นเรียนใน ปก ารศกึ ษาน้ัน ท้ังน้ี หากเกิดลกั ษณะใดลักษณะหน่งึ หรอื ทง้ั ๒ ลกั ษณะ สถานศึกษาตอ งแตงต้ัง คณะกรรมการพจิ ารณา หากเห็นวา ไมม เี หตผุ ลอันสมควรกใ็ หซ ้ำชน้ั โดยยกเลกิ ผลการเรียนเดมิ และ ใหใชผ ลการเรยี นใหมแทน หากพจิ ารณาแลวไมต อ งเรยี นซ้ำชั้น ใหอ ยูในดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา ในการแกไ ขผลการเรยี น การอนุมัติการจบหลักสตู รการศกึ ษาภาคบงั คับ ๑) ผูเรียนเรียนรายวิชาพน้ื ฐานและเพ่ิมเตมิ ไมเ กิน ๘๑ หนวยกิต โดยเปน รายวิชาพ้ืนฐาน ๖๖ หนวยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเติมตามทส่ี ถานศึกษากำหนด ๒) ผูเรียนตองไดห นวยกิตตลอดหลกั สูตรไมนอ ยกวา ๗๗ หนวยกิต โดยเปน รายวิชา พื้นฐาน ๖๖ หนว ยกิต และรายวิชาเพม่ิ เติมไมน อยกวา ๑๑ หนวยกิต ๓) ผเู รียนมีผลการประเมินการอาน คดิ วิเคราะหและเขียน ในระดบั ผา นเกณฑการ ประเมนิ ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด ๔) ผูเ รียนมผี ลการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี นในระดบั ผา นเกณฑก ารประเมิน ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด ๕) ผเู รียนเขารวมกจิ กรรมพฒั นาผูเ รียนและมีผลการประเมนิ ผานเกณฑก ารประเมินตามท่ี สถานศึกษากำหนด การอนมุ ัติการจบหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ๑) ผเู รียนเรียนรายวิชาพนื้ ฐานและเพ่ิมเตมิ ไมนอยกวา ๘๑ หนว ยกิต โดยเปนรายวชิ า พนื้ ฐาน ๔๑ หนวยกิต และรายวิชาเพ่ิมเตมิ ตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด ๒) ผเู รียนตองไดห นว ยกิตตลอดหลกั สูตรไมนอยกวา ๗๗ หนวยกิต โดยเปนรายวชิ าพ้นื ฐาน ๔๑ หนวยกติ และรายวชิ าเพ่มิ เติมไมนอยกวา ๓๖ หนว ยกิต ๓) ผูเรียนมีผลการประเมนิ การอาน คดิ วิเคราะหและเขยี นในระดับผานเกณฑก ารประเมนิ ตามท่สี ถานศึกษากำหนด ๔) ผูเ รียนมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคใ นระดบั ผานเกณฑก ารประเมนิ ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด ๕) ผเู รียนมีผลการประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี นในระดับผา นเกณฑการประเมิน ตามทสี่ ถานศึกษากำหนด

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 200 ๖) ผเู รยี นเขา รว มกิจกรรมพฒั นาผเู รียนและมผี ลการประเมนิ ผา นเกณฑก ารประเมนิ ตามท่ี สถานศกึ ษากำหนด ผอู ำนวยการโรงเรียนเปนผูอนุมตั ผิ ลการเรยี นและการจบหลักสูตรการศึกษา เอกสารหลักฐานการศกึ ษา เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา เปนเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ขอมูลและสารสนเทศที่เกีย่ วขอ ง กบั พฒั นาการของผเู รียนในดา นตา ง ๆ แบง ออกเปน ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) เปนเอกสารแสดงผลการเรียนและรบั รองผลการเรยี น ของผูเรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอาน คิดวิเคราะหและเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงคของสถานศกึ ษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ รียน สถานศึกษาบันทึกขอ มูลและออกเอกสาร นี้ใหผเู รียนเปน รายบุคคล เมือ่ ผเู รยี นจบการศึกษาภาคบังคับ (ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๓) และผูเรยี นจบการศึกษา ขั้นพ้นื ฐาน หรอื เมอ่ื ลาออกจากสถานศกึ ษาในทกุ กรณี ๑.๒ ประกาศนียบัตร (ปพ.๒) เปนเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศกั ดิแ์ ละสิทธ์ิของผู จบการศึกษา ทีส่ ถานศึกษาใหไวแ กผ จู บการศกึ ษาภาคบงั คับ และผจู บการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ๑.๓ แบบรายงานผูสำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เปนเอกสารอนุมตั ิการจบหลักสูตรโดยบันทึก รายชอ่ื และขอมูลของผจู บการศกึ ษาภาคบังคับ (ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓) และผเู รยี นจบการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน ๒. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่สี ถานศึกษากำหนด เปนเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทกึ พัฒนาการ ผลการเรยี นรู และขอ มูลสำคัญ เกี่ยวกับ ผเู รยี น ดังนี้ ๒.๑ แบบแสดงผลการพฒั นาคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (ปพ.๔) เปนเอกสารรายงาน พัฒนาการ ดานคณุ ลกั ษณะของผูเรียนทีเ่ กยี่ วกบั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คานยิ มและคณุ ลกั ษณะอนั ถึงประสงค ท่สี ถานศกึ ษากำหนดขน้ึ เพอ่ื พัฒนาผูเรยี นเปน พเิ ศษ เพ่ือการแกปญหาหรือสรางเอกลักษณใหผเู รียนตาม วิสยั ทัศนของสถานศกึ ษา เปนการรายงานผลการประเมนิ ทีแ่ สดงถึงสภาพ หรอื ระดบั คณุ ธรรม จริยธรรม คา นิยมอนั พึงประสงค ของผูเรียนในแตล ะชว งชั้น สถานศึกษาตองจดั ทำเอกสารนใ้ี หผเู รยี นทุกคน ควบคกู บั ระเบียนแสดงผลการเรียนของผูเรยี นเพ่อื นำไปใชเปน หลกั ฐานแสดงคณุ ลักษณะของผเู รียนเพื่อประกอบในการ สมคั รศกึ ษาตอหรอื สมัครทำงาน ๒.๒ แบบบันทกึ ผลการเรียนประจำวิชา (ปพ.๕) เปนเอกสารสำหรบั ผูสอนใชบันทึกเวลา เรยี นขอ มูลผลการวัดและประเมนิ ผลการเรียนและขอ มูลการพัฒนาคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข องผเู รยี นแตละ คนท่เี รยี นในหองหรือกลุมเดียวกัน เพ่อื ใชเ ปน ขอมลู ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ปรับปรุง แกไข สง เสรมิ และตัดสนิ ผลการเรยี นของผเู รียน รวมทง้ั ใชเ ปนหลักฐานสำหรบั ตรวจสอบ ยนื ยนั สภาพการเรียน การมีสว นรว มในกจิ กรรมตา งๆ และผลสัมฤทธขิ์ องผเู รยี นแตล ะคน ๒.๓ แบบรายงานประจำตัวนกั เรียน (ปพ.๖) เปนเอกสารสำหรับบนั ทกึ ขอ มลู เก่ยี วกับผล การเรียน พฒั นาการในดานตา งๆ และขอมลู อ่ืนๆ ของผูเรยี น

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพิ์ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 201 ๒.๔ ใบรับรองผลการศึกษา (ปพ.๗) เปนเอกสารท่สี ถานศึกษาออกใหผเู รยี นเปน การเฉพาะกิจ เพื่อรับรองสถานภาพทางการศึกษาของผูเรียน เปนการชั่วคราว ทั้งกรณีผูเรียนยังไมสำเร็จการศึกษาและ สำเรจ็ การศกึ ษาแลว ๒.๕ ระเบียนสะสม (ปพ.๘) เปน เอกสารสำหรับบนั ทึกขอมูลเก่ียวกบั พฒั นาการและ ผลงานดานตางๆ ของผูเรยี นทง้ั ทีส่ ถานศกึ ษาและที่บา น เพือ่ ประโยชนใ นการแนะแนวผเู รยี นในทุกดานๆ การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผูเรียนในกรณีตางๆไดแก การยายสถานศึกษา การเปล่ียนรูปแบบการศึกษา การยายหลักสูตร การออกกลางคนั และขอกลับเขา รับการศึกษาตอ การศึกษา จากตางประเทศและขอเขาศึกษาตอในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทยี บโอนความรู ทกั ษะ ประสบการณ จากแหลงการเรียนรูอน่ื ๆ เชน สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบันการฝก อบรมอาชพี การจดั การศกึ ษา โดยครอบครวั การเทยี บโอนผลการเรยี นควรดำเนินการในชวงกอนเปด ภาคเรยี นแรก หรอื ตนภาคเรยี นแรกท่ี สถานศกึ ษารับผูขอเทียบโอนเปนผเู รยี น ทง้ั นี้ ผูเ รยี นที่ไดร ับการเทยี บโอนผลการเรยี นตองศกึ ษาตอเนื่องใน สถานศกึ ษาทร่ี บั เทียบโอนอยางนอย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาท่รี บั ผเู รยี นจากการเทียบโอนควรกำหนด รายวชิ า/จำนวนหนว ยกิตทีจ่ ะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได ดังน้ี ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่น ๆ ที่ใหขอมูลแสดงความรู ความสามารถของ ผูเรียน ๒. พิจารณาจากความรู ความสามารถของผูเรียนโดยการทดสอบดวยวิธีการตาง ๆ ทั้งภาคความรู และภาคปฏบิ ัติ ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัติในสภาพจรงิ 11.การบรหิ ารจดั การหลกั สูตรสถานศกึ ษา การบรหิ ารจดั การหลักสูตรสถานศกึ ษา บริหารโดยใหทุกฝา ยทเ่ี ก่ยี วของกับการจัดการศกึ ษามี สวนรวมคิด รวมทำทุกขั้นตอน โดยไดด ำเนินการตามลำดับขัน้ ดังน้ี การบรหิ ารจดั การหลักสตู รสถานศึกษา บรหิ ารโดยใหท ุกฝา ยทีเ่ กี่ยวของกับการจดั การศกึ ษามี สวนรวมคิด รวมทำทกุ ขัน้ ตอน โดยไดดำเนินการตามลำดับขั้นดังนี้ 1. การเตรียมความพรอ มในดานบคุ ลากร และขอมลู สารสนเทศ 1.1 สรางความตระหนักแกคณะครูในโรงเรยี นและผูเกย่ี วของดว ยวิธกี ารตา งๆ เชน การ ประชุมสรา งความเขาใจการจัดทำหลักสตู รทั้งในโรงเรยี น รวมประชมุ ประจำเดอื นหมูบานในเขตบริการ การ ประชาสมั พนั ธทางศนู ยกระจายขา วสาร จดั ทำเอกสารเผยแพร เปน ตน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรงุ 2565) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 202 1.2 เสนอแตงต้ังคณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและงานวิชาการในโรงเรยี นตามระเบยี บ กระทรวงศึกษาธกิ ารวาดวยคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและงานวชิ าการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2544 1.3 พิจารณาแตง ตัง้ คณะอนุกรรมการรบั ผิดชอบแตละกลุม สาระการเรียนรู เพอ่ื จดั ทำ สาระการเรยี นรูท่ีไดร บั มอบหมาย 1.4 พัฒนาบคุ ลากรในโรงเรียนทุกคน โดยการศกึ ษาเอกสาร การสง เขา ประชุมอบรมการ จดั ทำสาระหลกั สตู รการศึกษาข้ันพนื้ ฐานที่กรมวิชาการจดั ขน้ึ ตามกลุมสาระทมี่ ีความถนัด 1.5 ออกแบบสอบถามขอมลู ชาวบา นในเขตบริการของโรงเรยี นเพื่อทราบขอ มูลพื้นฐานที่ จำเปน และความตองการพฒั นาการศกึ ษา 2. การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา 2.1 จัดบคุ ลากรเขาประชุมอบรมการบริหารจัดการหลกั สตู ร การจัดทำสาระหลักสูตรตาม ความถนัดของแตละบุคคล 2.2 ผทู ่ีเขาประชุมนำความรูทีไ่ ดรบั มาขยายผลใหบุคลากรในโรงเรยี นไดร บั ทราบ และ สรา งความเขาใจทกุ คร้งั 2.3 ประชุมผทู เี่ กีย่ วของกบั การจดั การศึกษาของโรงเรยี น ไดแก คณะครู กรรมการ สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตัวแทนผปู กครอง ตวั แทนองคก รปกครองทอ งถ่ิน ตัวแทนชุมชน เพอื่ วิเคราะห จดุ เดน จดุ ดอยของโรงเรียน ระดมความคดิ ชวยกันจัดทำวิสัยทศั น ภารกจิ จดุ มุงหมาย คุณลักษณะที่พงึ ประสงค โครงสรา งกจิ กรรมพัฒนาผูเรียน สดั สว นเวลาเรยี น 2.4 จัดทำหลกั สตู รสถานศึกษา ตามกรอบที่ไดชวยกันกำหนด ไดแก วิสัยทศั น จดุ หมาย คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค สมรรถนะของผูเรียน โครงสรางสดั สว นเวลาเรยี น กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น คำอธิบาย รายวชิ า การจดั การเรยี นรู การวัดและประเมินผล 2.5 จดั ทำหนว ยการเรียนรู และแผนการจดั การเรียนรู ของแตล ะสาระการเรยี นรู 3. การนำหลกั สตู รไปใช ทำความเขาใจกับคณะครใู นโรงเรยี นในเร่ืองการจัดกจิ กรรมท่เี นนผูเรยี นเปน สำคญั การใช สอื่ การเรยี นรูท ่ีหลากหลาย การสรา งบรรยากาศในโรงเรียนใหรม ร่ืนสวยงาม เออ้ื ตอการเรยี นรู รวมวางแผน การแนะแนวนักเรียนทงั้ ในดานการศกึ ษาตอ การประกอบอาชพี และปญหาดาน อ่นื ๆ 4. การกำกับ ติดตาม และประเมนิ ผล ไดว างแผนการนิเทศติดตามไวเปน ระยะเพอ่ื ใหก ารบริหารจัดการหลักสูตรสถานศกึ ษาเปน ไป ตามทิศทางและเปา หมายทีว่ างไวอยางแทจ รงิ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์ิพัฒนวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรับปรุง พ.ศ 2560) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน หนา 203 ภาคผนวก

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรับปรงุ 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 204 บรรณานกุ รม คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน, สำนักงาน. ตัวชวี้ ัดกลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตรตาม หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พชมุ นุมสหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. . ตัวช้วี ัดกลุมสาระการเรียนรภู าษาไทยตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551.กรุงเทพฯ : โรงพิมพช ุมนุมสหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย จำกดั , 2551. .ตัวช้ีวัดกลุมสาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา ขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พชุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. . ตัวชี้วัดกลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรต ามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพชมุ นุมสหกรณก ารเกษตร แหงประเทศไทย จำกัด, 2551. .ตวั ชีว้ ัดกลมุ สาระการเรียนรูศ ลิ ปะตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช มุ นมุ สหกรณก ารเกษตร แหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. . ตวั ช้วี ัดสาระการเรยี นรแู กนกลางกลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม. กรงุ เทพ : โรงพิมพช ุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. .ตวั ชี้วดั กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษาตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พชมุ นุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. .(รา ง) เอกสารประกอบหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 แนวทางการบริหารจัดการหลกั สตู ร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพชุมนมุ สหกรณก ารเกษตร แหงประเทศไทย จำกัด, 2551. .(ราง) เอกสารประกอบหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนร.ู กรุงเทพฯ : โรงพมิ พช มุ นมุ สหกรณ การเกษตรแหงประเทศไทย จำกดั , 2551. . หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช มุ นุมสหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช ุมนมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย จำกัด, 2551. . หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช 2544. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพคุรสุ ภาลาดพราว, 2544. . เอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรยี นร.ู กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช มุ นุมสหกรณ การเกษตรแหงประเทศไทย จำกดั , 2551.

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย (ฉบับปรบั ปรงุ 2565) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ 2560) ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 205 บรรณานุกรม (ตอ) ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรแ๎ู กนกลางกลมุ สาระคณิตศาสตร (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู ร แกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ : โรงพิมพช มุ นุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกัด ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรูแกนกลางกลมุ สาระวทิ ยาศาสตร (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ : โรงพิมพช มุ นุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกัด ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรยี นรูแกนกลางสาระภมู ิศาสตร (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) กลุมสาระการเรยี นรู สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ : โรงพมิ พชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำกัด

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทบั โพธิ์พฒั นวทิ ย (ฉบับปรับปรุง 2565) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 206 คำสง่ั โรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวิทย ท่ี 21 /2565 เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการจัดทำหลกั สตู รโรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวิทย พทุ ธศกั ราช 2565 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั รุง พ.ศ.2560) ................................................................... เพอ่ื ใหการดำเนนิ การจดั การศึกษาดำเนิน ใหสอดคลอ งกับหลักสตู รแกนกลางขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551(ฉบับปรบั รุง พ.ศ.2560) และพระราชบัญญัติการศกึ ษา พุทธศักราช 2542 เปน ไปดวยความ เรยี บรอยและมปี ระสิทธิภาพ โรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย จงึ แตง ตง้ั คณะกรรมการดำเนนิ งานดังตอ ไปน้ี 1. คณะกรรมการทปี่ รกึ ษา 1.1 นางจันทรดี จอยสระคู ประธานกรรมการสถานศึกษา ประธานกรรมการ 1.2 นายเดน วเิ ศษวงษา ผูทรงคณุ วุฒิ รองประธานกรรมการ 1.3 นางหนูพิชย พิหูสตู ร กรรมการสถานศกึ ษา กรรมการ 1.4 พระครพู ิศาลปญญารตั กรรมการสถานศกึ ษา กรรมการ 1.5 นายสาคร เพชรหงษ กรรมการสถานศกึ ษา กรรมการ 1.6 นายบุญสนิ ทีภูงา กรรมการสถานศึกษา กรรมการ 1.7 นางอภญิ ญา กองแกว กรรมการสถานศึกษา กรรมการ 1.8 นายสรุ ีย บญุ อินทร ผูแทนองคกรชมุ ชน กรรมการ 1.9 นางสุภาพร เกสรพุด ผูแทนผปู กครอง กรรมการ 1.10 นายชนะชยั ปราบหนองบวั ผูแ ทนคณะกรรมการนักเรียน กรรมการ 1.11 นางจุฬาภรณ บุญศรี ผอู ำนวยการโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย กรรมการและเลขานกุ าร 1.12 นางโฉมยง พรมโส ครู กรรมการและผูช ว ยเลขานุการ มีหนา ท่ี ใหค ำปรกึ ษา แนะนำและสง เสรมิ สนบั สนนุ อำนวยการดำเนนิ งานในการจดั ทำหลกั สตู รใหดำเนนิ ไป ดว ยความเรียบรอย 2. คณะกรรมการบริหารหลักสตู รสถานศึกษา 1. นางจุฬาภรณ บญุ ศรี ผูอำนวยการโรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย ประธานกรรมการ รอบรรจุ รองผูอำนวยการฝายวชิ าการ รองประธานกรรมการ ๒. นางสาวศศกิ านต ศรศรี หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย กรรมการ ๓. นางวภิ ารภณ วเิ ศษวงษา หวั หนา กลุม สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร กรรมการ ๔. นางสาวลำจวน สีงาม หัวหนากลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี กรรมการ ๕. นายวรี เดช มะแพทย หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรสู ังคมศึกษาฯ กรรมการ ๖. นางพัชรนนั ท แพงยา หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี กรรมการ ๗. นางธัญนันท ละอองศรี หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรศู ิลปะ กรรมการ ๘. นายชัยณรงค แสงอทุ ัย หวั หนากลมุ สาระการเรียนรสู ุขศึกษาพลศึกษา กรรมการ

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย (ฉบบั ปรบั ปรุง 2565) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ 2560) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน หนา 207 ๙. นางสาวอรวรรยา ศรวี งษา หวั หนากลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ กรรมการ ๑๐. นางวิภาภรณ วิเศษวงษา หัวหนางานแนะแนว กรรมการ 11. นายอนุชา ยอดงาม หัวหนางานวัดและประเมินผล กรรมการ 12. นายอนชุ า ยอดงาม หวั หนา กิจกรรมพฒั นาผเู รยี น กรรมการ 13. นายธนวชิ ญ แสงราม หัวหนาพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษาฯ กรรมการ ๑4. นายธนวชิ ญ แสงราม หัวหนางานวชิ าการ กรรมการและเลขานุการ มีหนาที่ ดำเนนิ การวางแผนในการจดั ทำหลกั สูตรสถานศึกษาใหด ำเนนิ ไปดว ยความเรยี บรอ ย 3. คณะกรรมการดำเนนิ งาน 3.1 กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย 3.1.1 นางสาวศศิกานต ศรศรี ครู หัวหนา 3.2. กลุมสาระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร 3.2.1 นางวภิ าภรณ วเิ ศษวงษา ครู หัวหนา 3.2.2 นางโฉมยง คนงาม ครู ผชู ว ย 3.3 กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร 3.3.1 นางสาวลำจวน สงี าม ครู หัวหนา 3.3.2 นายธนวิชญ แสงราม ครู ผชู ว ย 3.3.3 นายทรัพยทวี โพธพิ์ นั ธ ครู ผชู ว ย 3.3.4 นายอนชุ า ยอดงาม ครู ผชู วย 3.4 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คม ศาสนาและวฒั นธรรม 3.4.1 นายวีรเดช มะแพทย ครู หัวหนา 3.4.2 นายสรุ วฒั ิ พันคลัง พเ่ี ล้ยี งฯ ผชู ว ย 3.5. กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี 3.5.1 นางพัชรนันท แพงยา ครู หัวหนา 3.6 กลมุ สาระการเรยี นรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา 3.6.1 นายชยั ณรงค แสงอุทัย ครู หัวหนา 3.7 กลมุ สารการเรยี นรศู ลิ ปะ ดนตรี นาฎศลิ ป 3.7.1 นางธญั นนั ท ละอองศรี ครู หัวหนา 3.8 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ 3.8.1 นางสาวอรวรรยา ศรวี งษา ครู หัวหนา หนา ท่ี จดั ทำหลกั สตู รแตละกลมุ สาระการเรยี นรูข องสถานศกึ ษาใหด ำเนินไปดวยความเรยี บรอ ย ใหผ ทู ไ่ี ดรบั การแตง ตง้ั ปฏิบัตหิ นาทโ่ี ดยเตม็ ความสามารถ เพอื่ ใหเ กิดผลดีตอ ทางราชการ ส่งั ณ วนั ท่ี 3 เดอื น มีนาคม พ.ศ. 2565 ( นางจฬุ าภรณ บญุ ศรี) ผอู ำนวยการโรงเรียนทบั โพธพ์ิ ัฒนวิทย