อยา่ งไร ศกั ดศิ ์ รคี วามเป็นมนุษยก์ ไ็ มค่ วรถูกทาํ ใหห้ ายไป สงิ่ น้จี ะกอบกูข้ น้ึ มาไดอ้ ยา่ งไรเมอ่ื ตอ้ งกลบั มาพูดถงึ เรอ่ื งสทิ ธมิ นุษยชนทไ่ี มเ่ คยเกดิ ขน้ึ สกั ทใี นสงั คมไทยซง่ึ ยงั เชอ่ื ในกฎแหง่ กรรม ทาํ ดไี ดด้ ี ทาํ ชวั่ ไดช้ วั่ ธรรมชนะ อธรรม ซง่ึ เป็นโลกขาวดาํ มากทงั้ ทจ่ี รงิ มแี ต่เพยี งในนทิ านอสี ป เราไมเ่ คยทาํ ความเขา้ ใจสงั คมรอบดา้ นทซ่ี บั ซอ้ น เราเช่อื ตามคาํ สอนว่าคนผดิ ตอ้ งไดร้ บั โทษอยา่ งสาสม อยา่ ทําใหค้ นชวั่ ลอยนวลเพราะจะทาํ ใหค้ นดเี ดอื ดรอ้ น คน ชวั่ ตอ้ งถูกประหารใหต้ ายตกไปตามกนั หากวาทกรรมสามสข่ี อ้ ความน้ีไมถ่ กู นําออกไปจากสงั คมไทย กไ็ มต่ อ้ ง พดู ถงึ การปฏริ ปู คกุ ปฏริ ปู กฎหมาย หรอื ปฏริ ปู อะไรกต็ าม สงั คมไทยจะเป็นรฐั ฆราวาสไดไ้ หม จะดงึ ความงาม ในความเป็นมนุษยใ์ หเ้ กดิ ขน้ึ ไดห้ รอื ไหม ------ ------------ สบื เน่อื งจากการประกาศสงครามยาเสพตดิ และการใชอ้ าญาเฟ้อต่อการกระทําผดิ ฐานเสพ/ครอบครอง เพ่อื เสพสารเสพตดิ จนนําไปส่สู ถานการณ์คนลน้ คกุ และสรา้ งความสญู เสยี ทรพั ยากรทงั้ ทางเศรษฐกจิ สงั คม และ วฒั นธรรมมาสู่ประเทศไทยอกี หลายประการ โดยความสญู เสยี ดงั กลา่ วนนั้ เกดิ จากความเขา้ ใจคลาดเคลอ่ื นทม่ี ี ต่อยาบา้ ยาเสพตดิ ทอ่ี ยใู่ นฐานะ “ปิศาจเชงิ วาทกรรม” ทค่ี รอบงาํ สงั คมมาหลายสบิ ปี จนความหวาดกลวั ต่อพษิ ภยั ของยาบา้ อย่างคลาดเคล่อื นต่อความเป็นจรงิ ไดต้ ดั โอกาสผเู้ สพหรอื กระทงั่ ผคู้ า้ รายยอ่ ย ไมใ่ หม้ โี อกาสกลบั สู่ สงั คมไปมชี วี ติ ปรกตดิ งั เช่นผคู้ นทงั้ ปวง ทงั้ ยงั เป็นการเหยยี บย่าํ ผคู้ นเหล่านนั้ อย่างซ้าํ ซาก ความพยายาม สะทอ้ นสถานการณ์และความพยายามในการแกป้ ัญหาผตู้ อ้ งขงั ลน้ คุกของโครงการกําลงั ใจและภาคเี ครอื ข่ายมี ส่วนช่วยสรา้ งการเปลย่ี นแปลงสาํ คญั ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ จากการผ่านกฎหมายพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ (ฉบบั ท่ี 6) พ.ศ. 2560 ซง่ึ เป็นการแกไ้ ขเน้อื หาบางสว่ นของพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 โดยการ เปลย่ี นแปลงดงั กลา่ วนนั้ จะมสี ว่ นอยา่ งมากในการคนื ความยตุ ธิ รรมใหก้ บั ผตู้ อ้ งหาในคดยี าเสพตดิ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 51 / 152
บทท่ี 2 สื่อสารนโยบายและแนวปฏิบตั ิระดบั สากลต่อการลดทอนความเป็ น อาญาและคนล้นคกุ แก่ศาลและบุคลากรยตุ ิธรรม ตอบวตั ถุประสงคท์ ่ี เพอ่ื แสวงหาแนวทางในการแกป้ ัญหาคนลน้ เรอื นจาํ ในมติ ติ ่างๆ กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2558 กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2559 กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2560 กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2561 การประชุมเรอ่ื ง การประชมุ วชิ าการ การประชุมวชิ าการเรอ่ื ง การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร ครบรอบ 9 ปี ทศิ ทางของนโยบาย สรา้ งองคค์ วามรเู้ ท่าทนั ทบทวนสถานการณ์ โครงการกําลงั ใจ ยาเสพตดิ โลกภายหลงั ต่อพลวตั การควบคมุ UNGASS กบั ยาเสพตดิ ครงั้ ท่ี 1 บทเรยี น รวบรวมขอ้ เสนอ 18-19 ธนั วาคม 2558 การพจิ ารณาทบทวน 5-6 มกราคม 2560 การดแู ลผใู้ ชส้ ารเสพตดิ กฎหมายและการตคี วาม การประชุมเพ่อื เปิด ทถ่ี ูกคมุ ขงั ของไทยเกย่ี วกบั รายงานประจาํ ปีของ 27 พฤศจกิ ายน 2561 ยาเสพตดิ คณะกรรมการยาเสพตดิ สากลวา่ ดว้ ยนโยบาย การประชมุ การบาํ บดั 15-16 มถิ ุนายน 2559 ดา้ นยาเสพตดิ (Global ทางจติ สงั คมสาํ หรบั Commission on Drug ผมู้ ปี ัญหาสารเสพตดิ ในระบบยตุ ธิ รรมและ Policy) ฉบบั ท่ี 6 5 เมษายน 2560 การกํากบั ดแู ล ในชนั้ ปลอ่ ยตวั ชวั่ คราว 15-16 พฤศจกิ ายน 2561 โครงการกาํ ลงั ใจ รว่ มกบั ศูนยว์ ชิ าการสารเสพตดิ ภาคเหนือ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ดาํ เนนิ กจิ กรรม ส่อื สารนโยบายและแนวปฏบิ ตั ริ ะดบั สากลต่อการลดทอนความเป็นอาญาและคนลน้ คุกแก่ศาลและบุคลากร ยตุ ธิ รรม เพ่อื แสวงหาแนวทางในการแกป้ ัญหาคนลน้ เรอื นจาํ ในมติ ติ ่างๆ โดยเป็นการดําเนินกจิ กรรมทต่ี ่อเน่ือง จากปี พ.ศ. 2558-2561 ใน 6 การประชุม การประชมุ เชงิ วชิ าการ การประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร ดงั ความสรุป โดยสงั เขปต่อไปน้ี ในช่วงระยะเวลาหลายปีผ่านมาน้ี หน่วยงานดา้ นยาเสพตดิ ระหว่างประเทศและหลายประเทศต่างได้ ทบทวนถงึ ผลกระทบจากนโยบายควบคุมยาเสพตดิ (Side Effects of War on Drugs) ภายใตอ้ ุดมการณ์ของ โลกทป่ี ลอดยาเสพตดิ (Drug Free World) ทไ่ี มม่ ที างเป็นจรงิ ได้ จากการมงุ่ เน้นการปราบปรามและการพง่ึ พา กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาส่งผลรา้ ยมากกวา่ การป้องกนั และการใหค้ วามสาํ คญั ต่อมติ ดิ า้ นสขุ ภาพพน้ื ฐาน ดา้ นสงั คม ดา้ นเศรษฐกจิ ดา้ นทรพั ยากรมนุษย์ จงึ เกดิ กระแสของการปรบั เปลย่ี นมมุ มองและแนวทางต่อการ จดั การปัญหายาเสพตดิ ทม่ี งุ่ สนู่ โยบายยาเสพตดิ ทม่ี มี นุษยธรรมบนฐานคดิ ของศกั ดศิ ์ รคี วามเป็นมนุษยท์ ใ่ี ห้ ความสาํ คญั สามดา้ นคอื การสาธารณสุข การพฒั นา และความมนั่ คงของมนุษย์ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 52 / 152
การเปลี่ยนแปลงส่นู โยบายยาเสพติดที่มีมนุษยธรรมในนานาประเทศ จากการประชมุ วชิ าการครบรอบ 9 ปีโครงการกําลงั ใจ วนั ท่ี 18-19 ธนั วาคม 2558 100 ปีของระบบควบคุมสารเสพตดิ ระหวา่ งประเทศ และกวา่ 50 ปีของการประกาศสงครามยาเสพตดิ ท่ี ดาํ เนินกนั ทวั่ โลก สาํ นกั งานสหประชาชาตวิ ่าดว้ ยยาเสพตดิ และอาชญากรรม (UNODC) ยอมรบั ถงึ “ผลกระทบ ในทางลบทไ่ี มเ่ จตนาใหเ้ กดิ ขน้ึ ” ซง่ึ มคี วามรา้ ยแรงในหลายกรณีจากสงครามยาเสพตดิ ตน้ ทนุ ทต่ี อ้ งเสยี ไป ดงั กล่าวมไิ ดเ้ กดิ จากเหตุของการใชย้ าเสพตดิ เอง แต่เกดิ จากการเลอื กแนวทางแกป้ ัญหาทเ่ี น้นการบงั คบั ใช้ กฎหมายเพ่อื การลงโทษเป็นหลกั ซง่ึ โดยธรรมชาตขิ องตวั กฎหมายเองทาํ ใหก้ ารควบคมุ การคา้ ยาเสพตดิ อยใู่ น มอื ขององคก์ รอาชญากรรมและการกําหนดใหผ้ ตู้ ดิ ยาเสพตดิ จาํ นวนมากเป็นผกู้ ระทําผดิ อาญา กระบวนการ ดงั กลา่ วจงึ (1) บ่อนทาํ ลายการพฒั นาและความมนั่ คงระหว่างประเทศทงั้ สรา้ งความขดั แยง้ ใหม้ ากขน้ึ (2) บงั คบั ใชก้ ฎหมายในพน้ื ทห่ี น่ึงมกั สง่ ผลใหเ้ กดิ การเบย่ี งเบนปัญหาไปยงั อกี พน้ื ทห่ี น่ึง (3) กดดนั ต่อตลาดของสารชนิด หน่งึ กลบั กลายเป็นส่งเสรมิ การใชส้ ารอกี ชนดิ หน่งึ โดยไมไ่ ดต้ งั้ ใจ (4) สรา้ งตลาดมดื ทม่ี คี วามรนุ แรงและทาํ กําไร งาม (5) ก่อใหเ้ กดิ อาชญากรรมและเพมิ่ จาํ นวนอาชญากร (6) ใชร้ ะบบงานยตุ ธิ รรมทางอาญากบั ผใู้ ชย้ าเสพตดิ ซง่ึ มกั มาจากกลุ่มทส่ี งั คมไมส่ นใจ ในหลายกรณเี ป็นการเพม่ิ ความไมส่ าํ คญั แก่พวกเขา และลดความสามารถใน การเสนอการบาํ บดั แก่ผูท้ ต่ี อ้ งการมากทส่ี ดุ (7) ทําใหเ้ กดิ รอยมลทนิ และการเลอื กปฏบิ ตั ิ (8) เน้นบงั คบั ใช้ กฎหมายอาจเป็นการดงึ ทรพั ยากรออกจากการรบั มอื กบั ปัญหาดา้ นสุขภาพ กลายเป็นปัญหาสุขภาพสาธารณะ ในทา้ ยทส่ี ุด (9) เป็นอนั ตรายต่อสาธารณสุข ทาํ ใหเ้ กดิ การกระจายโรคและทาํ ใหเ้ กดิ การเสยี ชวี ติ (10) บอ่ น ทาํ ลายสทิ ธมิ นุษยชน (11) เป็นสาเหตุการทาํ ลายป่าและมลพษิ และ (12) เสยี เงนิ อยา่ งมากมายมหาศาลไปกบั การบงั คบั ใชก้ ฎหมายทไ่ี มส่ มั ฤทธผิ ์ ล รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 53 / 152
ดว้ ยความลม้ เหลวของนโยบายยาเสพตดิ เดมิ ทาํ ให้ UNODC และนานาประเทศสมาชกิ ไดร้ เิ รมิ่ การ เปลย่ี นแปลงนโยบายยาเสพตดิ ไปส่กู ารมงุ่ เน้นเรอ่ื งสุขภาพ การพฒั นา การสรา้ งสนั ตภิ าพ และสทิ ธมิ นุษยชน การปฏริ ปู เพอ่ื ลดทอนความเป็นอาชญากรรมในคดสี ารเสพตดิ ของผมู้ คี วามเปราะบางมากสุดทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ทงั้ ให้ ผลคุม้ คา่ แก่การลงทนุ ประกอบดว้ ยมาตรการจดั ประเภทของสารเสพตดิ ทอ่ี อกฤทธไิ ์ มร่ นุ แรงเสยี ใหม่ ยกเลกิ การลงโทษทางอาญาทไ่ี มไ่ ดส้ ดั สว่ น ลดการคุมขงั พฒั นาการลงโทษทางเลอื กแทนเรอื นจาํ ใหค้ วามสาํ คญั กบั การเขา้ ถงึ ยารกั ษาโรคทจ่ี าํ เป็น ลดอนั ตรายจากสารเสพตดิ บาํ บดั รกั ษาผพู้ ง่ึ พงิ สารเสพตดิ เปลย่ี นทรพั ยากร จากการใหบ้ รกิ ารภาคสมคั รใจเชงิ ประจกั ษส์ าํ หรบั ผตู้ อ้ งการ ฯลฯ สาํ หรบั ประเทศไทย นบั ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2539 ซง่ึ “ยามา้ ” ถูกเปลย่ี นชอ่ื เป็น “ยาบา้ ” ในช่วงประกาศ สงครามยาเสพตดิ ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2547 ทผ่ี ่านมามกี ารปฏบิ ตั ริ บั มอื ต่อยาเสพตดิ ดว้ ยการปราบอยา่ งเดด็ ขาด จน เกดิ balloon effect โดยพบว่าปรมิ าณยาบา้ ไมไ่ ดล้ ดลง จาํ นวนคดแี ละจาํ นวนนกั โทษไมล่ ดลง ปีทผ่ี ่านมามคี ดี เขา้ สกู่ ารพจิ ารณาของศาลยตุ ธิ รรม 1,260,000 เรอ่ื ง ใชผ้ พู้ พิ ากษา 4,500 คนเทา่ ทม่ี อี ยู่ ในจาํ นวนน้ี 750,000 คดเี ป็นคดอี าญาและกวา่ ครง่ึ หน่ึงของคดเี หลา่ นนั้ เป็นคดยี าเสพตดิ องคก์ รทด่ี แู ลเรอ่ื งยาเสพตดิ ทงั้ หมดใน กระบวนการยตุ ธิ รรม ส่วนหน่ึงไมว่ ่าจะอํานาจนิตบิ ญั ญตั ิ บรหิ าร หรอื ตุลาการ แมแ้ ต่สงั คมเองกต็ าม ทงั้ หมดต่าง มสี ว่ นรว่ มผลกั ดนั ใหป้ ัญหายาเสพตดิ มมี ากขน้ึ แทนทจ่ี ะช่วยลดปัญหายาเสพตดิ ซง่ึ เป็นทท่ี ราบกนั ดถี งึ สาเหตุ ใหญ่ของปัญหาการคา้ ยาเสพตดิ คอื ความยากจน ดว้ ยความไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ของคนในสงั คม โดยเฉพาะคน ยากจนทเ่ี ขา้ ไมถ่ งึ การศกึ ษายอ่ มส่งผลต่อทางเลอื กและโอกาสการทํางาน หากคนยากจนตอ้ งการหนีไปจาก ความยากจนกง็ า่ ยทจ่ี ะส่วู งจรการคา้ ยาเสพตดิ เพอ่ื กระโดดออกจากความจนไปส่คู วามรวยอยา่ งรวดเรว็ จาํ นวน นกั โทษเดด็ ขาดคดยี าเสพตดิ ซง่ึ สว่ นมากคอื ยาบา้ มจี าํ นวนเทยี บเคยี งไดก้ บั จาํ นวนนกั โทษคดอี ่นื ๆ นกั โทษ 80% เป็นนกั โทษคดยี าเสพตดิ มากจนเกดิ ภาวะนกั โทษลน้ คุก กรมราชทณั ฑต์ อ้ งใชง้ บประมาณมากถงึ 52.28% ซง่ึ เป็นงบกระทรวงยตุ ธิ รรมไปกบั การดแู ลนกั โทษในเรอื นจาํ เป็นการใชง้ บประมาณมากกว่าหน่วยงานอ่นื ๆ ใน กระทรวงยตุ ธิ รรม จนตอ้ งทบทวนว่าการปราบปรามอย่างเดด็ ขาดรุนแรงนนั้ ถูกตอ้ งหรอื ยงั หรอื ตอ้ งการ/ตอ้ งมี วธิ ใี หมใ่ นการพจิ ารณาเชงิ อาญาต่อยาเสพตดิ ทแ่ี ยกระหวา่ งผผู้ ลติ ผคู้ า้ ผเู้ สพ กวา่ 20 ปีของนโยบายของฝ่ายการเมอื งต่อเรอ่ื งเหล่าน้ี มสี ง่ิ ประจกั ษ์ชดั มากขน้ึ เป็นคาํ ถามวา่ (1) นโยบายและการแกป้ ัญหายาเสพตดิ ของไทยนนั้ แกป้ ัญหาไดจ้ รงิ ไหม (2) การปราบปรามการผลติ การคา้ การ จาํ หน่าย การเสพอย่างหนกั แลว้ ปัญหายาเสพตดิ ลดลงไหม (3) กระบวนการพสิ ูจน์ความผดิ ในคดยี าเสพตดิ ดี พอ ถกู ตอ้ ง เหมาะสมแลว้ หรอื ยงั (4) กระบวนการเอาคนเขา้ คุก ลดปลอ่ ยผตู้ อ้ งโทษในคดยี าเสพตดิ นัน้ มี ประสทิ ธภิ าพแคไ่ หน เป็นไปตามปรชั ญาราชทณั ฑว์ า่ ดว้ ยการคนื คนดสี สู่ งั คมนนั้ จรงิ หรอื ผลของการจบั กุมคุม ขงั ลงโทษคดเี กย่ี วกบั ยาเสพตดิ น้ี ถา้ ดจู ากปรมิ าณเงนิ งบประมาณมากมายมหาศาลทใ่ี ชไ้ ปนบั แต่เรม่ิ นโยบาย ปราบปรามยาเสพตดิ น้ี คุม้ ค่าจรงิ หรอื ปราบปรามไดจ้ รงิ หรอื หากแต่นําไปสคู่ าํ ถามอ่นื ๆ อกี มากมาย ซง่ึ สรปุ ได้ ถงึ ความไรป้ ระสทิ ธภิ าพของทงั้ นโยบายและไรผ้ ลตอบแทนโดยสน้ิ เชงิ ก่อผลทต่ี ามมาทงั้ ในทางเศรษฐกจิ และ สงั คมหลายเรอ่ื งกระทบต่อวถิ ชี วี ติ ของคนในประเทศโดยรวม ทงั้ ปัญหาสุขภาพอนามยั ยาเสพตดิ กบั การก่อการ รา้ ย การเลอื กปฏบิ ตั ติ ่อผตู้ อ้ งหาคดยี าเสพตดิ สทิ ธพิ ลเมอื งและการเมอื ง ศลี ธรรมจรรยา ปัญหาทางการเมอื ง ทงั้ ยงั มมุ มองและความรสู้ กึ ของคนในสงั คมตตี ราต่อผมู้ ปี ัญหายาเสพตดิ ทม่ี องแต่จดุ ด่างพรอ้ ยของผตู้ อ้ งคดยี า เสพตดิ ว่าเป็นอาชญากร รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 54 / 152
การแก้ปัญหายาเสพติดกบั การพฒั นาอย่างยงั่ ยืน (SDGs) หลงั ปี ค.ศ. 2015 โดย Mr. Jeremy Douglas, UNODC for Southeast Asia and the Pacific และ Ms. Ann Fordham, Executive Director of IDPC จากการประชุมวชิ าการครบรอบ 9 ปีโครงการกําลงั ใจ วนั ท่ี 18-19 ธนั วาคม 2558 สบื เน่อื งจากการประชุมและการถกอภปิ รายในหลายเวทรี ะดบั โลก รวมถงึ การเตรยี มการประชุม UNGASS ในปี 2016 เพ่อื มงุ่ สเู่ ป้าหมายการ พฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื SGDs โดยตอบเป้าหมาย 4 ดา้ นคอื เป้าหมายท่ี 1, 2, 3, 16 องคก์ ารสหประชาชาตมิ บี ทบาทใหก้ ารสนบั สนุนแก่ประเทศสมาชกิ เพ่อื ใหบ้ รรลุ SDGs ไดแ้ ก่ แสวงหาขอ้ มลู /หลกั ฐานและองคค์ วามรทู้ ่ี เกย่ี วกบั เรอ่ื งยาเสพตดิ จากการศกึ ษาและงานวจิ ยั ใหแ้ ก่ประเทศสมาชกิ เช่น ประเมนิ สถานการณ์ยาเสพตดิ ในภมู ภิ าค ปลกู และปรมิ าณฝิ่นในพน้ื ท่ี Mr. Jeremy Douglas สามเหลย่ี มทองคาํ จบั กุมเฮโรอนิ และเมตแอมเฟตามนี ในเอเชยี ตะวนั ออก UNODC for Southeast เฉยี งใต้ ใหก้ ารสนบั สนุนกจิ กรรมและโปรแกรมต่างๆ ในภมู ภิ าคเอเชยี Asia and the Pacific ตะวนั ออกเฉียงใตซ้ ง่ึ ยงั คงเผชญิ กบั ปัญหายาเสพตดิ อย่างต่อเน่ือง UNODC and the SDGs - the seven most relevant SDGs for UNODC (based on UNODC Annual Report 2014; published in: UNODC Evaluation Handbook, p. 25) รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 55 / 152
ในปี ค.ศ. 2015 สหประชาชาตไิ ดป้ ระกาศเป้าหมายเพอ่ื การ พฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื (SDGs) โดยมเี ป้าหมายหลกั 17 ประการ และ เป้าหมายรอง 169 ประการ ซง่ึ ตอ้ งการใหบ้ รรลใุ นปี ค.ศ. 2030 แต่ ปัจจบุ นั ยงั ไมม่ กี ารพดู คุยมากนกั เกย่ี วกบั ประเดน็ ปัญหาเรอ่ื งยาเสพ ตดิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั SDGs เป้าหมายดงั กลา่ วจะไมส่ ามารถบรรลุได้ หากไม่มกี ารพดู ถงึ ประเดน็ เรอ่ื งยาเสพตดิ โดยเป้าหมาย SDGs ท่ี สอดคลอ้ งกบั เรอ่ื งยาเสพตดิ มที งั้ หมด 7 เป้าหมาย ไดแ้ ก่ เป้าหมาย ท่ี 1, 2, 3, 5, 15, 16, 17 Ms. Ann Fordham Executive Director of IDPC ขอยกตวั อยา่ ง 4 เป้าหมาย ไดแ้ ก่ SDGs เป้าหมายท่ี 1 การหยดุ ความยากจนทกุ รปู แบบในทุก พื้นท่ี ซง่ึ คนสว่ นใหญ่ทเ่ี ขา้ ไปเก่ยี วขอ้ งกบั การคา้ ยาเสพตดิ มกั เป็นคนยากจน ซง่ึ ทา้ ยทส่ี ดุ จะถกู จบั และถูก ลงโทษ และการเขา้ ไปปราบปรามพชื เสพตดิ จะส่งผลกระทบต่อการใชช้ วี ติ ของเกษตรกรทย่ี ากไร้ SDGs เป้าหมายที่ 3 การสร้างสขุ ภาพที่ดี เป้าหมายยอ่ ย ไดแ้ ก่ เป้าหมายยอ่ ย 3.3 การลดการตดิ เชอ้ื เอดส์ ซง่ึ อุปสรรคทพ่ี บคอื การทาํ ใหเ้ ป็นอาชญากรนนั้ เป็นอุปสรรคต่อการใหบ้ รกิ ารสาธารณสุขแก่ผใู้ ชย้ าและวธิ คี ดิ เกย่ี วกบั การลดอนั ตรายจากการใชย้ ายงั ไมเ่ ป็นทย่ี อมรบั อกี ทงั้ ยงั ขาดงบประมาณสนบั สนุน เป้าหมายยอ่ ย 3.5 การใหค้ วามสาํ คญั กบั การป้องกนั และการบาํ บดั ซง่ึ ปัญหาทพ่ี บในประเทศไทยคอื การขาดการบาํ บดั ทต่ี งั้ อยบู่ น หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ และการใชม้ าตรการบงั คบั บาํ บดั ซง่ึ แทจ้ รงิ แลว้ ไมใ่ ช่ผใู้ ชย้ าทุกคนทต่ี อ้ งการการบาํ บดั เป้าหมายยอ่ ย 3.8 การใหบ้ รกิ ารสาธารณสุขทค่ี รอบคลมุ โดยปัญหาทพ่ี บคอื การใชเ้ งนิ จาํ นวนมากไปกบั การ บงั คบั ใชก้ ฎหมายในเรอ่ื งยาเสพตดิ ทาํ ใหไ้ มม่ งี บประมาณทใ่ี ชใ้ นการสาธารณสุขและการพฒั นา และความ ยากลาํ บากในการเขา้ ถงึ ยาแกป้ วดทม่ี กี ารควบคุม SDGs เป้าหมายท่ี 5 การสรา้ งความเท่าเทียมและการ เพิ่มศกั ยภาพให้แก่ผหู้ ญิงและเดก็ โดยส่วนใหญ่ผหู้ ญงิ จะไดร้ บั ผลกระทบจากมาตรการการควบคมุ ยาเสพตดิ และในปัจจบุ นั ผหู้ ญงิ ทต่ี อ้ งโทษในคดยี าเสพตดิ ในทณั ฑสถานเพมิ่ จาํ นวนสงู ขน้ึ ทวั่ โลก ผตู้ อ้ งขงั หญงิ สว่ นใหญ่ เป็นคนยากจนและเป็นแมห่ รอื ผปู้ กครองของเดก็ อกี ทงั้ ผหู้ ญงิ ทใ่ี ชย้ าเสพตดิ นนั้ จะไดร้ บั การตราบาปจากสงั คม มากกวา่ ผชู้ ายซง่ึ ทาํ ใหพ้ วกเธอไมไ่ ปใชบ้ รกิ ารสาธารณสขุ SDGs เป้าหมายท่ี 16 การสร้างสนั ติภาพและการ สร้างสงั คมแห่งการมสี ่วนร่วม และการเข้าถงึ กระบวนการยตุ ิธรรมของทกุ คน ซง่ึ ปัญหาอุปสรรคทพ่ี บคอื การใชว้ ธิ กี ารทางการทหารในการแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ นนั้ มกั นําไปสคู่ วามรนุ แรงและความไม่มนั่ คง ดงั เหน็ ได้ จากตวั อยา่ งของประเทศละตนิ อเมรกิ าและเมก็ ซโิ ก นอกจากน้ผี ลประโยชน์มหาศาลทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ ยา เสพตดิ ยงั นําไปสกู่ ารคอรปั ชนั่ การละเมดิ สทิ ธมิ นุษยชนโดยอา้ งการควบคมุ ยาเสพตดิ ยงั เป็นเรอ่ื งทไ่ี มไ่ ดร้ บั การพดู ถงึ มากนกั และอตั ราโทษทไ่ี มเ่ หมาะสมในคดยี าเสพตดิ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 56 / 152
ทิศทางของนโยบายยาเสพติดโลกภายหลงั การประชมุ UNGASS โดย Ms. Ann Fordham, Executive Director International Drug Policy Consortium จากการประชมุ เรอ่ื ง ทศิ ทางนโยบายยาเสพตดิ โลกภายหลงั การประชมุ UNGASS (2016) กบั การทบทวนกฎหมายและการตคี วามของไทยเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ วนั ท่ี 15-16 มถิ ุนายน 2559 หน่วยงานความรว่ มมอื ดา้ นนโยบายยาเสพติดระหวา่ งประเทศ หรอื IDPC สง่ เสรมิ การหารอื กนั ใน เรอ่ื งการควบคุมยาเสพตดิ และเป็นผผู้ ลกั ดนั การปฏริ ปู กฎหมายยาเสพตดิ ในการประชุม UNGASS 2016 มี รฐั บาลหลายประเทศเรยี กรอ้ งใหม้ กี ารขบั เคล่อื นนโยบายยาเสพตดิ ไปขา้ งหน้าเพราะไมส่ ามารถรรี อไดอ้ กี ต่อไป โดยองคก์ ารสหประชาชาตจิ ะตอ้ งเป็นผนู้ ํามาตรการต่างๆ ทจ่ี ะเป็นกรอบใหมๆ่ ในการยบั ยงั้ การไหลเวยี นของ ยาเสพตดิ และแนวทางการจดั การความแออดั ในเรอื นจาํ IDPC อยากใหป้ ระเทศสมาชกิ เปิดเผยถงึ ความ ลม้ เหลวและอุปสรรคต่อการแกป้ ัญหายาเสพตดิ ต่อเวทโี ลกใหม้ ากขน้ึ และขอใหภ้ าคประชาสงั คมไดม้ สี ่วนรว่ ม ดว้ ย ประเดน็ ของ UNGASS คงจะเป็นเรอ่ื งทต่ี อ้ งหารอื กนั ระยะยาวในสหประชาชาติ จงึ ขอใหส้ มาชกิ ตดิ ตาม การดําเนินงานอยา่ งต่อเน่ือง อยา่ งไรกต็ าม มาตรการลดอนั ตรายจากยาเสพตดิ พสิ จู น์แลว้ ว่าเป็นมาตรการท่ี ไดผ้ ล ประเทศทเ่ี ขา้ รว่ มประชมุ UNGASS ส่วนใหญ่เหน็ ดว้ ยกบั มาตรการน้ี และยงั มกี ารพดู ถงึ การยกเลกิ โทษ ประหารในคดยี าเสพตดิ แต่กย็ งั ไมไ่ ดข้ อ้ สรปุ ทช่ี ดั เจน นอกจากนนั้ ยงั มกี ารพูดถงึ ความลม้ เหลวของสงครามยา เสพตดิ และมคี วามจาํ เป็นจะตอ้ งผลกั ดนั ใหม้ สี งั คมทป่ี ลอดยาเสพตดิ หรอื เป็นโลกทป่ี ราศจากยาเสพตดิ ต่อไป IDPC เสนอขอ (ask) ใน 5 ประเดน็ ก่อน UNGASS 2016 ไดแ้ ก่ (1) ใหม้ กี ารอภปิ รายอยา่ งเปิดเผยและ มสี ่วนรว่ มจากทุกภาคส่วน … ไมไ่ ดเ้ กดิ ขน้ึ เตม็ ทอ่ี ย่างทค่ี าดหวงั ไว้ (2) ใหม้ กี ารปรบั วตั ถุประสงคข์ องนโยบาย ยาเสพตดิ เสยี ใหม่ …. ยงั คงมกี ารคงไวข้ องเป้าหมาย “สงั คมทป่ี ลอดการใชย้ าในทางทผ่ี ดิ ” การเน้นปราบปราม ลดความตอ้ งการใชย้ า และรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ ดจู ะไมเ่ ขม้ ขน้ เหมอื นเดมิ (เพราะเสยี งแตกกนั มาก) แต่มกี าร พดู ถงึ การคาํ นงึ ถงึ สทิ ธมิ นุษยชนและการเขา้ ถงึ การบรกิ ารทางการแพทยเ์ พมิ่ ขน้ึ (3) ใหม้ กี ารสนบั สนุนการ ทดลองปรบั เปลย่ี นนโยบายและการคน้ หานวตั กรรมดา้ นนโยบาย …. ไมม่ กี ารใหร้ ายละเอยี ดใดๆ ในเรอ่ื งน้ีใน เอกสารสรปุ outcome document (4) ใหม้ กี ารยกเลกิ โทษอาญา (end criminalization) …. 22 ประเทศเหน็ ดว้ ย รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 57 / 152
10 ประเทศคดั คา้ น ไมม่ ขี อ้ สรปุ (5) ใหม้ กี ารกาํ หนดนโยบายดา้ นการลดอนั ตราย (harm reduction) …. 30 ประเทศสนบั สนุน 2 ประเทศคดั คา้ น ยงั ไม่มกี ารกาํ หนดตามทข่ี อ จงึ ชดั เจนวา่ ฉนั ทามตเิ รอ่ื ง Drug-free world ไดห้ ายไปแลว้ แทนทด่ี ว้ ยทศิ ทางของนโยบายทห่ี ลากหลาย ผลการศึกษาการประเมินประโยชน์ของการลดทอนความเป็นอาชญากรรม 5 ประเทศในยโุ รป โดย Mr. Pascal Tanguay, Independent Consultant and Ozone Foundation Board และ นายวรี ะพนั ธ์ งามมี กรรมการและเลขานุการมลู นิธโิ อโซน จากการประชุมเรอ่ื ง สรา้ งองคค์ วามรเู้ ท่าทนั ต่อพลวตั การควบคุมยาเสพตดิ ครงั้ ท่ี 1 วนั ท่ี 5-6 มกราคม 2560 การประเมนิ ประโยชน์ของการลดทอนความเป็นอาชญากรรมจากหลกั ฐานและบทเรยี นจาก 5 ประเทศ ในยโุ รปเพ่อื การแกป้ ัญหายาเสพตดิ ในประเทศไทยอยา่ งยงั่ ยนื ไดแ้ ก่ สาธารณรฐั เชก็ เยอรมนั เนเธอรแ์ ลนด์ โปรตุเกส และสวติ เซอรแ์ ลนด์ โดยสรปุ สาระสาํ คญั ไดด้ งั น้ี แรงจงู ใจทท่ี าํ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลง แรงจงู ใจทท่ี ําใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงทศิ ทางนโยบายเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ใน 5 ประเทศดงั กลา่ วขา้ งตน้ นนั้ มหี ลากหลาย แต่สามารถมองเหน็ ประเดน็ หลกั ทส่ี าํ คญั รว่ มกนั ดงั น้ี ประเดน็ ดา้ นสาธารณสุข การใชก้ ระบวน การยตุ ธิ รรมทางอาญาทาํ ใหเ้ กดิ ผลกระทบเชงิ ลบต่อแนวทางทางดา้ นสาธารณสุข เช่น เยอรมนั โปรตุเกส และ สวติ เซอรแ์ ลนด์ ทท่ี บทวนแนวนโยบายเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ เน่อื งจากการแพรร่ ะบาดของเชอ้ื เอชไอวแี ละไวรสั ตบั อกั เสบ รวมทงั้ การเสยี ชวี ติ จาํ นวนมากทเ่ี กย่ี วเน่ืองกบั การใชย้ าเสพตดิ ประเดน็ ดา้ นสงั คม สาธารณชนมคี วาม รบั รทู้ ถ่ี ูกตอ้ งมากขน้ึ เกย่ี วกบั ปัญหาการใชย้ าเสพตดิ เนเธอรแ์ ลนดเ์ ป็นประเทศแรกในยโุ รปทร่ี เิ รมิ่ การลดทอน ความเป็นอาชญากรรมของการใชแ้ ละครอบครองยาเสพตดิ โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ลดขนาดและอํานาจควบคุม ของตลาดมดื รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 58 / 152
หลกั การพน้ื ฐานและรปู แบบ การลดทอนความเป็นอาชญากรรมของการใชแ้ ละครอบครองยาเสพตดิ ดงั กลา่ ว ดาํ เนินไปในทศิ ทาง ของการหนั มาใชก้ ารใหโ้ อกาส บาํ บดั ฟ้ืนฟู หรอื ลดอนั ตรายจากการใชย้ า โดยมแี นวคดิ ทางสาธารณสุขและสทิ ธิ มนุษยชนเป็นพน้ื ฐาน มากกวา่ จะยนื ยนั ว่าการใชแ้ ละครอบครองยาเสพตดิ เป็นความผดิ ชวั่ รา้ ยทต่ี อ้ งกําจดั ให้ หมดไปดว้ ยความรนุ แรงของกฎหมายอาญา หน่วยงานทม่ี หี น้าทบ่ี งั คบั ใชก้ ฎหมายในสาธารณรฐั เชก็ เยอรมนี เนเธอรแ์ ลนด์ และโปรตุเกส สามารถหนั เหคดอี อกไปจากกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา หรอื กค็ อื สามารถใช้ ดุลพนิ ิจไดเ้ ตม็ ทโ่ี ดยไมต่ อ้ งผ่านคาํ พพิ ากษาของศาล ไมว่ า่ จะเป็นการยกฟ้องคดที เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ พจิ ารณาใหร้ อลงอาญา หรอื กระทําการอ่นื ใด เช่น กรณขี องโปรตุเกส ผตู้ อ้ งทถ่ี ูกจบั กุมในกรณีของการ ครอบครองและใชแ้ ต่ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั อาชญากรรม กจ็ ะไมถ่ ูกนําตวั ไปขน้ึ ศาล แต่ถกู สง่ ตวั ไปยงั คณะกรรมาธกิ าร ป้องกนั ยาเสพตดิ แทน หรอื กรณขี องสาธารณรฐั เชก็ และเนเธอรแ์ ลนดท์ ย่ี ดึ หลกั ว่าจะใชก้ ฎหมายอาญาเป็นสงิ่ สุดทา้ ย ขณะทเ่ี ยอรมนั และสวติ เซอรแ์ ลนดก์ ส็ นบั สนุนการมสี ว่ นรว่ มของผใู้ ชย้ าเสพตดิ และภาคประชาสงั คม ประเดน็ สาํ คญั ทต่ี อ้ งกลา่ วถงึ อยา่ งยง่ิ กค็ อื นอกจากจะยดึ เอาสทิ ธมิ นุษยชนและแนวทางดา้ นสาธารณสุข เป็นหลกั พน้ื ฐานมากกว่ากระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาแลว้ การดาํ เนินนโยบายยาเสพตดิ ในประเทศเหล่าน้ยี งั เป็นไปอยา่ งยดึ ถอื ขอ้ มลู หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์จากผเู้ ชย่ี วชาญ โดยมกี ารศกึ ษา จดั ทาํ รายงาน รวมทงั้ มกี าร ประเมนิ ผลอยา่ งเป็นระบบ อยา่ งไรกด็ ี สามารถสรุปรปู แบบการดาํ เนนิ นโยบายยาเสพตดิ ของทงั้ 5 ประเทศได้ ดงั น้ี (1) มกี ารปรบั เปลย่ี นดา้ นอํานาจการควบคุมและความเป็นผนู้ ําในการตดั สนิ ใจทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การพฒั นา การดาํ เนินการ ประสานงาน ตดิ ตาม และประเมนิ ผลนโยบายยาเสพตดิ จากกระทรวงยตุ ธิ รรมมาเป็นกระทรวง สาธารณสุข (2) มกี ารปฏริ ปู แกไ้ ข ยกรา่ ง ทงั้ กฎหมายใหมแ่ ละกฎหมายเดมิ จาํ นวนมาก เพ่อื นําไปสกู่ ารลดทอน ความเป็นอาชญากรรม (3) ในสาธารณรฐั เชก็ และสวติ เซอรแ์ ลนด์ มผี เู้ ชย่ี วชาญทางการแพทยร์ ว่ มกบั ภาค ประชาสงั คมเป็นผกู้ ระตุ้นใหเ้ กดิ ความพยายามจนในทส่ี ุดกน็ ําไปส่กู ารปฏริ ปู นโยบายยาเสพตดิ นอกจาก สาธารณรฐั เชก็ แลว้ ทกุ ประเทศมเี ครอื ขา่ ยของผใู้ ชย้ าเสพตดิ อยา่ งเป็นทางการในระดบั ชาตซิ ง่ึ บรหิ ารงานโดย ผใู้ ชย้ าเสพตดิ โดยเป็นผดู้ าํ เนินการและมสี ว่ นในการพฒั นาและดาํ เนินงานตามนโยบายยาเสพตดิ (4) สาธารณรฐั เชก็ เยอรมนั และสวติ เซอรแ์ ลนด์ มกี ารจดั ตงั้ หน่วยงานภาครฐั ขน้ึ ใหมเ่ พอ่ื พฒั นานโยบายดา้ นยา เสพตดิ สว่ นโปรตุเกสนนั้ กด็ งั ไดก้ ล่าวแลว้ ว่ามกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมาธกิ ารป้องกนั ยาเสพตดิ เพ่อื ทดแทนศาล ยตุ ธิ รรมทางอาญาในคดคี รอบครองยาเสพตดิ ทผ่ี ดิ กฎหมาย ขณะทเ่ี นเธอรแ์ ลนดน์ นั้ มกี ารเปิดรา้ นกาแฟทข่ี าย ยาเสพตดิ ไม่รนุ แรงอยา่ งถกู กฎหมาย (5) ภาคประชาสงั คมมสี ่วนรว่ มกบั การดาํ เนนิ นโยบายของรฐั อย่าง สม่าํ เสมอ (6) นอกจากสวติ เซอรแ์ ลนด์ ทกุ ประเทศมกี ารรายงานประจาํ ปีไปยงั ศูนยต์ ดิ ตามตรวจสอบปัญหายา เสพตดิ และการตดิ ยาเสพตดิ แห่งยโุ รป (European Monitoring Center for Drugs and Drug Addiction, EMCDDA) EMCCDA ก่อตงั้ ในปี ค.ศ. 1993 เป็นหน่วยงานเฝ้าระวงั ยาเสพตดิ ระดบั ภมู ภิ าค ทาํ หน้าทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู ประเดน็ การควบคมุ ยาเสพตดิ ในทุกดา้ นทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ทาํ ใหม้ ขี อ้ มลู เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ และการดําเนินงานดา้ น นโยบายยาเสพตดิ ทน่ี ่าเช่อื ถอื ยทุ ธศาสตร์ 4 เสาหลกั (Four Pillars) ยทุ ธศาสตร์ 4 หลกั ดา้ นนโยบายยาเสพตดิ นนั้ เรมิ่ ใชค้ รงั้ แรกในทวปี ยโุ รปยคุ ค.ศ. 1990 โดยมหี ลกั พน้ื ฐาน 4 ประการ คอื (1) การป้องกนั -- Prevention) การป้องกนั ในโรงเรยี นเป็นหวั ใจสาํ คญั ของทงั้ 5 ประเทศ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 59 / 152
เพราะหากดําเนินการอยา่ งไมร่ ะมดั ระวงั กอ็ าจใหผ้ ลเป็นการสนับสนุนใหเ้ กดิ การใชย้ าเสพตดิ แทน (2) การลด อนั ตรายจากการใชย้ า -- Harm Reduction รฐั บาลในทงั้ 5 ประเทศสนบั สนุนนโยบายอยา่ งเป็นทางการใหก้ บั การลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ โดยส่วนใหญ่มกั จะเป็นการจดั สรรงบประมาณใหก้ บั ภาคประชาสงั คมเพ่อื เขา้ ถงึ กลมุ่ ผูร้ บั บรกิ าร รวมถงึ ใหบ้ รกิ ารและช่วยเหลอื เพ่อื สามารถเขา้ สรู่ ะบบบาํ บดั ยาเสพตดิ และเขา้ สรู่ ะบบ ดแู ลสุขภาพแหง่ ชาติ (3) การบาํ บดั รกั ษา -- Treatment ทงั้ 5 ประเทศ จดั ใหม้ บี รกิ ารทม่ี ่งุ เน้นใหผ้ ูร้ บั บรกิ ารเป็น ศนู ยก์ ลาง รวมทงั้ ใหค้ วามเคารพดา้ นสทิ ธมิ นุษยชนและสขุ ภาพขนั้ พน้ื ฐานของผรู้ บั บรกิ าร อน่ึง วตั ถุประสงค์ หลกั ของการบาํ บดั รกั ษานนั้ ไมใ่ ช่การเลกิ ใชย้ าเสพตดิ เพยี งอยา่ งเดยี ว คอื สามารถจดั การกบั ความจาํ เป็นตอ้ ง พง่ึ พายาเสพตดิ ของตนได้ และ (4) การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย -- Enforcement เป็นขนั้ ตอนสุดทา้ ยทจ่ี ะเลอื กใช้ ผลจากการลดทอนความเป็นอาชญากรรมของการใชแ้ ละครอบครองยาเสพตดิ ดา้ นปรมิ าณการใชย้ าเสพตดิ หลงั จากมกี ารลดทอนความเป็นอาชญากรรมของการใชแ้ ละครอบ ครอง ยาเสพตดิ ปรมิ าณการใชย้ าเสพตดิ ในหลายประเทศเพม่ิ ขน้ึ ในชว่ งเวลาหน่ึง แต่หลงั จากนัน้ กล็ ดลงไปอยใู่ น ระดบั ทต่ี ่าํ กวา่ ประเทศทย่ี งั ใชก้ ารปราบปรามดว้ ยกฎหมาย และในขณะเดยี วกนั การเพม่ิ ขน้ึ ดงั กลา่ วในชว่ งแรก นนั้ กเ็ กดิ ขน้ึ ในประเทศทไ่ี มไ่ ดม้ กี ารลดทอนความเป็นอาชญากรรมของการใชแ้ ละครอบครองยาเสพตดิ ดว้ ย แต่ อยา่ งไรกด็ ี ไม่มหี ลกั ฐานทบ่ี ่งชว้ี า่ การลดทอนความเป็นอาชญากรรมของการใชแ้ ละครอบครองยาเสพตดิ รวมทงั้ การใหบ้ รกิ ารดา้ นยาเสพตดิ เชน่ การบาํ บดั ดว้ ยการจ่ายเฮโรอนี เป็นสารทดแทน หรอื การแจกจา่ ยอุปกรณ์ทใ่ี ช้ ในการเสพอยา่ งเขม็ ฉดี ยาและกระบอกฉดี จะสนับสนุนใหเ้ กดิ เกดิ ผใู้ ชย้ าหน้าใหม่ รวมทงั้ ไมพ่ บว่าเป็นเหตุใหม้ ี การก่ออาชญากรรมเพมิ่ ขน้ึ ดงั ทม่ี กั หวาดกลวั กนั ในสว่ นของงบประมาณดาํ เนนิ การ งบประมาณหลกั ยงั คงใชไ้ ป กบั การดําเนินการทางกฎหมาย แต่รฐั บาลของแต่ละประเทศกย็ งั ไดจ้ ดั สรรงบประมาณส่วนใหญ่ไวส้ าํ หรบั การ ป้องกนั การลดอนั ตรายจากการใชย้ า และการบําบดั รกั ษาดว้ ย ตอ้ งทาํ อยา่ งไรกบั ประเทศไทย ในขณะทห่ี ลายประเทศตามการศกึ ษานนั้ ไดร้ เิ รม่ิ แนวทางการลดทอนความเป็นอาชญากรรมของการ ครอบครองและใชย้ าเสพตดิ ไปแลว้ รวมถงึ ยงั พจิ ารณามาตรการต่างๆ ทจ่ี ะทาํ ใหก้ ารใชย้ าเสพตดิ นัน้ เป็น อนั ตรายน้อยลงต่อตวั ผใู้ ชร้ วมทงั้ ไมเ่ ป็นพษิ ภยั ต่อสงั คมซง่ึ ทงั้ หมดใหผ้ ลดใี นการแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ มากกว่า การใชม้ าตรการทางกฎหมายทร่ี ุนแรง โดยกระบวนการทงั้ หมดนนั้ เกดิ ขน้ึ จากการคาํ นงึ ถงึ สทิ ธดิ า้ นสาธารณสขุ และมนุษยชนเป็นหลกั คดิ ถงึ การแก้ปัญหาอยา่ ง “รวมทุกคนเขา้ ดว้ ยกนั ” มากกว่าจะ “กดี กนั ใครออกไป” ใน ฐานะความชวั่ รา้ ยทต่ี อ้ งถกู กําจดั แต่ประเทศไทยของเรานนั้ กลบั ยงั อยบู่ นวธิ คี ดิ แบบทผ่ี ลกั ใหป้ ัญหาการใชย้ า เสพตดิ เป็นเรอ่ื งสว่ นบุคคล คอื เป็นการ “เลอื กดเี ลอื กชวั่ ” ดว้ ยสามญั สาํ นึกของบคุ คลใดบุคคลหน่งึ ไมไ่ ด้ พจิ ารณาอย่างเป็นระบบถงึ ปัจจยั แวดลอ้ มอ่นื ๆ ทอ่ี าจสง่ ผลหรอื กระทงั่ บงั คบั ใหใ้ ครสกั คนตอ้ งหนั หน้าเขา้ หายา เสพตดิ ในทางใดทางหน่ึง ดงั นนั้ สง่ิ ทห่ี น่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ความพยายามเปลย่ี นแปลงทศิ ทางการดาํ เนิน นโยบายยาเสพตดิ ใหเ้ ป็นไปในทางท่ี “ศวิ ไิ ลซ”์ จะตอ้ งทาํ เป็นอนั ดบั แรก หรอื มคี วามสาํ คญั ทส่ี ุด โดยจะตอ้ งทาํ ไปพรอ้ มๆ กบั การมองหาความเป็นไปไดใ้ นการนําเอาแนวปฏบิ ตั ทิ ด่ี ที ส่ี ดุ ในประเทศอ่นื ๆ มาปรบั ใชก้ บั ประเทศ ไทย กค็ งไมพ่ น้ เป็นเรอ่ื งการเรง่ ผลติ ความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ โดยจะตอ้ งเรง่ นําเสนอหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ทงั้ ในเรอ่ื งเกย่ี วกบั พษิ ภยั ของยาเสพตดิ วา่ แทจ้ รงิ แลว้ ดว้ ยการยนื ยนั ทางวทิ ยาศาสตรน์ นั้ ความกลวั ท่ี สงั คมมตี ่อยาเสพตดิ กําลงั อยใู่ นสถานะทถ่ี กู ตอ้ งหรอื ผดิ พลาดอยา่ งไร รวมทงั้ ตอ้ งเรง่ เสนอหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 60 / 152
วา่ หากมกี ารเปลย่ี นแปลงนโยบายยาเสพตดิ ไปในทางอยา่ งทพ่ี ยายามกนั อยนู่ นั้ จะเกดิ ผลดตี ่อสงั คมในภาพรวม อยา่ งไร เป็นประโยชน์อย่างไรในทางเศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื ง สภาพแบบทเ่ี ราเป็นในทุกวนั น้ี สงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ คอื การ “ปิดพน้ื ท”่ี ไมใ่ หผ้ ทู้ ใ่ี ชย้ าเสพตดิ สามารถเขา้ รบั บรกิ ารต่างๆ ทางสุขภาพไดอ้ ยา่ งมศี กั ดศิ ์ รดี ุจเดยี วกบั การเจบ็ ป่วยแบบอ่นื ๆ การปิดพน้ื ทแ่ี บบน้ีจะยง่ิ ผลกั ใหผ้ ทู้ ่ี เรม่ิ ใชย้ าเสพตดิ ตอ้ งถลาํ ลกึ ไปสกู่ ารตดิ ยา และผทู้ จ่ี าํ เป็นตอ้ งพง่ึ พายาเสพตดิ อยแู่ ลว้ กต็ อ้ งเผชญิ กบั ความเสย่ี ง ทางสุขภาพเน่อื งจากไมไ่ ดร้ บั ความรเู้ รอ่ื งการใชย้ าทถ่ี กู ตอ้ ง เหลา่ น้ลี ว้ นเป็นภยั ต่อเพอ่ื นรว่ มสงั คมของเราเอง และยอ่ มยอ้ นมาเป็นภยั แก่ตวั เราและสงั คมในทส่ี ดุ และทงั้ หมดน้เี กดิ ขน้ึ กเ็ พราะว่า นอกจากเราไมม่ คี วามรู้ เพยี งพอจะอยรู่ ว่ มกบั สง่ิ ทเ่ี รากลวั แลว้ เรายงั ไมร่ ดู้ ว้ ยซ้าํ วา่ ทเ่ี รากลวั ๆ กนั นนั้ ถูกต้องตามหลกั วทิ ยาศาสตรแ์ ค่ ไหนอกี ต่างหาก และดา้ นรา้ ยทส่ี ุดของความหวาดกลวั น้ีกค็ อื เรากาํ ลงั ปล่อยปละละเลย หรอื กระทงั่ สนับสนุน ให้ เกดิ การละเมดิ สทิ ธมิ นุษยชนไปทกุ วนั โดยไมร่ ตู้ วั International Perspectives in Prison Health โดย Mr. Barry Zack, Prison Health Expert, University of California, San Francisco (UCSF) การประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร ทบทวนสถานการณ์ บทเรยี น รวบรวมขอ้ เสนอการดแู ลผใู้ ชส้ ารเสพตดิ ทถ่ี กู คุมขงั วนั ท่ี 27 พฤศจกิ ายน 2561 Mr. Barry Zack เป็นผเู้ ชย่ี วชาญและมปี ระสบการณ์ทาํ งานเกย่ี วกบั การนําระบบบรกิ ารสาธารณสุขเขา้ ไปในเรอื นจาํ เพอ่ื ใหเ้ กดิ การดแู ลสุขภาพในเรอื นจาํ ซง่ึ ต่อเน่อื งส่กู ารดแู ลสขุ ภาพในระบบสาธารณสุขชมุ ชน เพ่อื ใหม้ นั่ ใจว่าเมอ่ื ผตู้ อ้ งขงั ทอ่ี ยใู่ นเรอื นจาํ มกี ารเจบ็ ป่วย อาทิ วณั โรค เอชไอวี ความดนั เป็นตน้ ผตู้ อ้ งขงั จะ ไดร้ บั การดแู ลรกั ษา และสาํ คญั ทส่ี ดุ คอื เมอ่ื ผตู้ อ้ งขงั ไดร้ บั การปล่อยตวั ออกจากเรอื นจาํ ไปแลว้ จะยงั คงไดร้ บั การ รกั ษาอยา่ งต่อเน่ืองโดยไมแ่ พรเ่ ชอ้ื โรคต่อไปในชุมชน จากประสบการณ์กว่า 10 ปีทาํ งานรว่ มกบั โรงพยาบาล ศนู ยเ์ ชยี งรายและเรอื นจาํ จงั หวดั เชยี งราย พบว่าประเทศไทยมรี ปู แบบการดแู ลสุขภาพในเรอื นจาํ ทย่ี อดเยย่ี ม โดยหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ขิ องโรงพยาบาลอาํ เภอและโรงพยาบาลจงั หวดั ทช่ี ่วยสนบั สนุนการดําเนินงาน Health Prisons and Health Communities: How Prison Health Issues Affects Us All ขอ้ มลู งานวจิ ยั และรายงานทางวชิ าการเก่ยี วกบั การสาํ รวจการแพรร่ ะบาดของเอชไอวแี ละความครอบคลุมของระบบบรกิ าร สาธารณสุขในปี ค.ศ. 2014 ทวั่ โลก พบว่ามผี ตู้ อ้ งขงั กว่า 10.2 ลา้ นคน 3.8% มเี ชอ้ื เอชไอวี 15.1% มเี ชอ้ื ไวรสั ตบั อกั เสบซี 4.8% มเี ชอ้ื ไวรสั ตบั อกั เสบบชี นิดเรอ้ื รงั 2.8% มเี ชอ้ื วณั โรค ซง่ึ การตดิ เชอ้ื เหลา่ น้เี ป็นผลกระทบท่ี เกดิ ขน้ึ ในกลุ่มตวั แทนของผใู้ ชส้ ารเสพตดิ ดว้ ยวธิ ฉี ีดและกลมุ่ ชายรกั ชาย ขอ้ มลู แสดงว่าการแพร่ระบาดของเชอ้ื ในเรอื นจาํ สงู กว่าขา้ งนอกเสมอ ผตู้ อ้ งขงั จาํ นวนมากเขา้ -ออกเรอื นจาํ เป็นเรอ่ื งปกตแิ ละนําพาเชอ้ื โรคออกไปสู่ ชุมชนภายนอกเรอื นจาํ ไดโ้ ดยงา่ ยเชน่ กนั ในเรอื นจาํ ทม่ี เี ขตพน้ื ทต่ี ดิ ต่อกบั ประเทศเพอ่ื นบา้ น เช่น จงั หวดั เชยี งราย พบว่ามกี ารเคลอ่ื นยา้ ยของกล่มุ คนทห่ี ลากหลายทงั้ คนไทย ชาวเขา ชาตพิ นั ธุ์ และคนต่างชาติ เช่นเดยี วกบั การเคล่อื นยา้ ยของยาเสพตดิ ผา่ นทางชายแดนดงั ข่าวการจบั กุมยาเสพตดิ ครงั้ ใหญ่ในพน้ื ทบ่ี รเิ วณ น้ีอยเู่ ป็นประจาํ และอยา่ งทเ่ี ราทราบกนั ดวี ่าประเทศไทยผตู้ อ้ งขงั ส่วนใหญ่กว่า 50% จาํ คกุ ดว้ ยคดยี าเสพตดิ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 61 / 152
ขอ้ มลู ทส่ี าํ คญั ของประเทศไทยพบว่า ผตู้ อ้ งขงั จาํ นวนมากรวู้ า่ ตวั เองตดิ เชอ้ื เอชไอวคี รงั้ แรกเมอ่ื เขา้ มา อยใู่ นเรอื นจาํ (>660 รายในปี 2016) และมจี าํ นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากวณั โรคและวณั โรครว่ มกบั เอชไอวสี งู มาก การ ใหบ้ รกิ ารสารทดแทน (OST) ในเรอื นจาํ มจี านวนน้อยมาก ขณะทข่ี อ้ มลู สถานการณ์สุขภาพในกลมุ่ ผตู้ อ้ งขงั ใน ประเทศสหรฐั อเมรกิ าพบว่า งบประมาณการรกั ษา HIV/AIDS คดิ เป็น 2.5 เท่าของอตั ราคา่ รกั ษาพยาบาลของ ประเทศ พบการตดิ เชอ้ื โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ โรคตบั อกั เสบ และวณั โรค มอี ตั ราทส่ี งู ขน้ึ อยา่ งมนี ยั สาํ คญั และพบการเจบ็ ป่วยทางจติ 45-64% ความผดิ ปกตขิ องการใชส้ ารเสพตดิ สงู ถงึ 75% และมภี าวการณ์เจบ็ ป่วย เรอ้ื รงั อ่นื ๆ เช่น ความดนั โลหติ สงู และเบาหวาน สงู ขน้ึ อยา่ งมาก แต่ในประเทศไทยกลบั ไมพ่ บรายงานเกย่ี วกบั การเจบ็ ป่วยทางจติ ซง่ึ แตกต่างจากในต่างประเทศทม่ี กั จะพบรายงานสถานการณ์ความเจบ็ ป่วยทางจติ ในกลุ่ม ผทู้ ถ่ี กู คมุ ขงั จาํ นวนมาก Break into Prison: What Can Public Health Do in Prison โครงการ START ซง่ึ นํารอ่ งดําเนนิ การ โดยหน่วยงานทไ่ี มใ่ ชภ่ าครฐั (NGOs) ในหลายประเทศ ไดแ้ ก่ สหรฐั อเมรกิ า รสั เซยี ยเู ครน คาซคั สถาน เฮติ เคนยา อฟั รกิ าใต้ ไตห้ วนั เวยี ดนาม เป็นการดาํ เนินงานเชงิ รกุ เขา้ ไปทาํ งานดา้ นสาธารณสุขในเรอื นจาํ ทจ่ี ะตอ้ ง ใหค้ วามสาํ คญั ในประเดน็ เอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมทแ่ี ตกต่างกนั ความมนั่ คงและปลอดภยั ทต่ี อ้ งมาเป็นอนั ดบั แรก รวมไปถงึ นโยบายและขนั้ ตอนการดาํ เนินงาน การรกั ษาความลบั ประเดน็ จรยิ ธรรม ความไมเ่ ชอ่ื มโยง ระหว่างกระบวนการยตุ ธิ รรมกบั ระบบสาธารณสขุ ซง่ึ เมอ่ื พจิ ารณาถงึ การทาํ งานดา้ นการป้องกนั วณั โรคและเอช ไอวใี นเรอื นจาํ ส่วนใหญ่เป็นการใหข้ อ้ มลู ความรเู้ กย่ี วกบั วณั โรคและเอชไอวี และเสรมิ สรา้ งทกั ษะเกย่ี วกบั การ ป้องกนั ผ่านรปู แบบต่างๆ ไดแ้ ก่ เพ่อื นชว่ ยเพ่อื น (peer based) โดยภาคประชาสงั คม บรกิ ารดา้ นการศกึ ษาโดย คลนิ ิกชมุ ชน บรกิ ารดา้ นการแพทยโ์ ดยโรงพยาบาล และบรกิ ารดา้ นการดแู ลโดยองคก์ รดา้ นศาสนา นอกจากน้ี ในส่วนของการตรวจคดั กรองวณั โรค เอชไอวี และโรคอ่นื ๆ มนี โยบายและแนวปฏบิ ตั ขิ น้ึ อยกู่ บั การบงั คบั หรอื สมคั รใจ ระยะเวลาการกกั ขงั และเวลารอการปลอ่ ยตวั เป้าหมายเชงิ พฤตกิ รรมเสย่ี ง ประเภทการกระทําผดิ การ ใหค้ าํ ปรกึ ษาก่อน/หลงั การเช่อื มโยงกบั โปรแกรมการป้องกนั อ่นื ๆ ตลอดจนเช่อื มโยงกบั ผใู้ หบ้ รกิ าร รกั ษาพยาบาลในชุมชน (PCU Clinics) หลงั จากพน้ โทษ มกี ารดแู ลทางการแพทยไ์ รพ้ รมแดน มรี ะบบเวช ระเบยี น มบี รกิ ารสนบั สนุนเพมิ่ เตมิ มผี ูจ้ ดั การคดบี รกิ ารสนบั สนุนทางสงั คม มกี ารเขา้ ถงึ ผใู้ หบ้ รกิ ารการรกั ษา อ่นื ๆ เช่น บรกิ ารทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ผใู้ ชส้ ารเสพตดิ หรอื บรกิ ารดา้ นสขุ ภาพจติ เป็นตน้ ทงั้ น้ปี ัจจยั ทน่ี ําไปส่คู วามสา เรจ็ ของโครงการ START คอื เป็นโปรแกรมระยะสนั้ หลายๆ ส่วนทท่ี าํ งานแบบตวั ต่อตวั กบั บคุ คลทท่ี าํ หน้าทเ่ี ป็น “สะพาน” สาํ หรบั ผูร้ บั บรกิ ารทใ่ี กลพ้ น้ โทษหรอื ไดร้ บั การปล่อยตวั แบบคุมประพฤตกิ ลบั ไปส่ชู มุ ชนซง่ึ ตอ้ งเรมิ่ ต้น ดาํ เนินการ ก่อน ทจ่ี ะปล่อยตวั และรกั ษาใหค้ งอยใู่ นชุมชนหลงั จากปล่อยตวั แลว้ โดยจะดาํ เนินการลว่ งหน้า 2 เดอื นก่อนปลอ่ ยตวั และตดิ ตามดแู ลต่อไปอกี 3 เดอื นหลงั ปลอ่ ยตวั ทงั้ น้ี โครงการ START ไมไ่ ดเ้ ขา้ มาแทนท่ี ระบบการดแู ลอยา่ งครบวงจรในระยะยาว ความทา้ ทายทพ่ี บไดแ้ ก่ ส่วนใหญ่คนทอ่ี อกจากเรอื นจาํ จะสนใจแต่ว่าออกมาแลว้ จะไปอยทู่ ไ่ี หนหาก ครอบครวั ไมต่ อ้ นรบั เขาจะใชช้ วี ติ หลงั ออกจากเรอื นจาํ อยา่ งไร เรอ่ื งของสุขภาพอาจไมใ่ ช่ประเดน็ สาํ คญั ดงั นนั้ เราจะทําอยา่ งไรเมอ่ื เขาออกจากเรอื นจาํ ไปแลว้ ทจ่ี ะทําใหเ้ ขายงั คงอยใู่ นระบบการดแู ลรกั ษาอยา่ งต่อเน่อื ง วนั ท่ี ผคู้ นสว่ นใหญ่ในเรอื นจาํ กลบั สชู่ ุมชนพรอ้ มกบั ภาวะเรอ้ื รงั จะดแู ลความปลอดภยั สาธารณะอยา่ งไร รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 62 / 152
อน่งึ ในประเดน็ Prison Health นนั้ ไมไ่ ดห้ มายถงึ เฉพาะนกั โทษหรอื ผตู้ อ้ งขงั เท่านัน้ แต่ยงั หมาย รวมถงึ ทกุ คนทเ่ี ขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งในเรอื นจาํ ซง่ึ ประเทศไทยยงั ไมไ่ ดใ้ หค้ วามสาํ คญั ดา้ นสุขภาพน้กี บั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน หรอื ผมู้ สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในเรอื นจาํ ในเรอื นจาํ จงั หวดั เชยี งราย สาํ หรบั ผตู้ อ้ งขงั และผเู้ กย่ี วขอ้ ง เช่น ผเู้ ขา้ เยย่ี ม ผตู้ อ้ งขงั หรอื บคุ ลากรทพ่ี บเชอ้ื วณั โรคจะไดร้ บั สทิ ธเิ พอ่ื ตรวจโรคก่อนและไดร้ บั การดแู ลอยา่ งต่อเน่อื งซง่ึ เป็น ความรว่ มมอื ทด่ี รี ะหว่างเรอื นจาํ กบั โรงพยาบาล สาธารณสขุ ทาํ อะไรไดบ้ า้ งในเรอื นจาํ ตามแนวคดิ ทว่ี ่า public health = public safety / public safety = public health คนในเรอื นจาํ มนี ้อยกว่าแต่ก่อปัญหามากกวา่ คนใน เครอื ขา่ ย (เครอื ขา่ ยยาเสพตดิ และเครอื ขา่ ยเพศสมั พนั ธ์ -- drug using network and sexual/heterosexual networks) ทอ่ี ยภู่ ายในชุมชนสงั คม ในเรอื นจาํ มสี องวฒั นธรรมทไ่ี มเ่ หมอื นกนั ระหวา่ ง public health and prison health โดยประเดน็ สําคญั สาํ หรบั เรอื นจาํ คาํ ว่า “ความปลอดภยั – safety” หมายถงึ custody come first in prison ซง่ึ มคี วามหมาย แตกต่างจากคาํ วา่ “ความปลอดภยั – safety” ในมมุ มองของสาธารณสุข ดงั นนั้ ตอ้ งผสานวฒั นธรรมทแ่ี ตกต่าง ใหเ้ ป็นพนั ธกจิ เดยี วกนั เพ่อื ทาํ งานรว่ มกนั ใหไ้ ด้ ทงั้ ยงั มปี ระเดน็ การตตี รา (stigma) ซง่ึ มอี ยจู่ รงิ และเป็นอกี หน่งึ อุปสรรคในการแกไ้ ขปัญหา แนวทางใหม่สู่การลดทอนความเป็ นอาชญากรรมทางคดียาเสพติ ด โดย Madame Ruth Dreifuss, President of Global Commission on Drug Policy จากการประชมุ เพ่อื เปิดรายงานประจาํ ปีของคณะกรรมการยาเสพตดิ สากลวา่ ดว้ ยนโยบายดา้ น ยาเสพตดิ (Global Commission on Drug Policy) ฉบบั ท่ี 6 วนั ท่ี 5 เมษายน 2560 รายงานประจาํ ปีฉบบั ท่ี 6 ภายใตช้ อ่ื การขบั เคล่อื นการปฏริ ปู นโยบายยาเสพตดิ : แนวทางใหมส่ ่กู าร ลดทอนความเป็นอาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ (Advancing Drug Policy Reform: A New Approach to รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 63 / 152
Decriminalization) เพ่อื รว่ มกนั หาทางออกอยา่ งสรา้ งสรรคใ์ นการแกป้ ัญหายาเสพตดิ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและ ยงั่ ยนื รวมทงั้ ปรบั ปรุงนโยบายยาเสพตดิ ใหเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหาของประเทศไทย รายงานประจาํ ปีของคณะกรรมาธกิ ารสากลว่าดว้ ยนโยบายยาเสพตดิ Global Commission on Drug Policy ฉบบั ท่ี 646 ในชอ่ื “การขบั เคล่อื นการปฏริ ปู นโยบายยาเสพตดิ : แนวทางใหมส่ กู่ ารลดทอนความเป็น อาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ (Advancing Drug Policy Reform: A New Approach To Decriminalization) ประกอบดว้ ย 6 บท ดงั ต่อไปน้ี บทท่ี 1 เป็นเรอ่ื ง ความลม้ เหลวของกฎหมายหา้ มสงิ่ เสพตดิ กลา่ วถงึ การใชว้ ธิ ี ลงโทษในความผดิ คดยี าเสพตดิ ความลม้ เหลวในตวั ของมนั เอง การบ่อนทาํ ลายสทิ ธคิ วามเป็นส่วนตวั การบ่อน ทาํ ลายหลกั นิตธิ รรม การละเมนิ สทิ ธมิ นุษยชนภายใตร้ ะบบการควบคมุ ยาเสพตดิ ระหวา่ งประเทศ กฎหมายยา เสพตดิ ทใ่ี ชม้ าตรการลงโทษและวกิ ฤตทิ างการสาธารณสุข กฎหมายยาเสพตดิ ทใ่ี ชม้ าตรการลงโทษและ ผลกระทบต่อความแออดั ของเรอื นจาํ กฎหมายยาเสพตดิ ในฐานะเป็นเครอ่ื งมอื ของการควบคุมทางสงั คม ความ เสยี หายของการมปี ระวตั อิ าชญากรรม การยตุ กิ ารกําหนดใหก้ ารมยี าเสพตดิ ไวใ้ นครอบครองและการเสพยาเสพ ตดิ เป็นอาชญากรรม บทท่ี 2 เป็นเรอ่ื ง ประโยชน์ของการลดทอนความเป็นอาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ ซง่ึ มี การดําเนินการอยา่ งดี กลา่ วถงึ การลดทอนความเป็นอาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ ความไมเ่ ขา้ ใจและการ ดาํ เนินการทไ่ี ม่ดี การลดทอนความเป็นอาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ กบั การสาธารณสขุ ทด่ี ขี นั้ การลดทอน ความเป็นอาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ กบั การประหยดั ตน้ ทุนและผลลพั ธท์ างสงั คมทด่ี ขี น้ึ นอกจากตน้ แบบท่ี มอี ยู่ ทาํ ไมการเสพยาเสพตดิ และการมยี าเสพตดิ ไวใ้ นครอบครองจงึ ไมค่ วรถูกลงโทษ บทท่ี 3 เป็นเรอ่ื ง เหนอื การครอบครอง ทางเลอื กแทนการลงโทษผเู้ กย่ี วขอ้ งในระดบั ล่างของการคา้ ยาเสพตดิ กล่าวถงึ อุปทานทาง สงั คมและผเู้ สพ-ผคู้ า้ ผขู้ นยาเสพตดิ ผเู้ พาะปลกู และผลกระทบเชงิ ลบของการกวาดลา้ งอยา่ งเขม้ งวด บทท่ี 4 เป็นเรอ่ื ง การควบคุมตลาดยาเสพตดิ ขนั้ ตอนต่อไปทส่ี มเหตุสมผล บทท่ี 5 เป็นขอ้ เสนอแนะ และบทท่ี 6 คาํ ยนื ยนั จากประสบการณ์ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 64 / 152
สาระสําคญั ของรายงานฉบบั ท่ี 6 มจี ดุ เน้นในบทท่ี 2 ประโยชน์ของการลดทอนความเป็นอาชญากรรม ทางคดยี าเสพตดิ ซง่ึ มกี ารดาํ เนนิ การอยา่ งดี และบทท่ี 3 ทางเลอื กแทนการลงโทษผเู้ กย่ี วขอ้ งในระดบั ล่างของ การคา้ ยาเสพตดิ อนั เก่ยี วขอ้ งกบั การบงั คบั ใชก้ ฎหมายซง่ึ เป็นเพยี งหน่ึงในยุทธศาสตรค์ วบคมุ ปัญหายาเสพตดิ สากลอนั ดบั ท่ี 4 อาจเป็นเพราะสถานการณ์ความเสยี หายรา้ ยแรงในปัจจบุ นั จากกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา และการลงโทษต่อผเู้ ขา้ มาเกย่ี วขอ้ งทอ่ี าจพจิ ารณาไดเ้ ป็น 2 ดา้ นคอื (1) ฝ่ายผเู้ สพ โดยปัจจบุ นั นโยบายทาง กฎหมายค่อยๆ ผอ่ นคลายลงโดยคาํ นึงถงึ ความเป็นจรงิ ตามธรรมชาตขิ องมนุษยท์ ม่ี ตี ่อผใู้ ชย้ าเสพตดิ ในฐานะ “ผเู้ สพ” หรอื กรณขี อง “ผตู้ ดิ ” ทม่ี สี ภาพเป็น “ผปู้ ่วย” ซง่ึ ตอ้ งปฏบิ ตั ดิ ว้ ยการบาํ บดั รกั ษาทางการแพทย์ มใิ ชใ้ น ฐานะของ “อาชญากร” ตามกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา และ (2) ฝ่ายผคู้ า้ ไดแ้ ก่ บุคคลต่างๆ ในกระบวนการ คา้ ยาเสพตดิ หรอื องคก์ รอาชญากรรมทแ่ี สวงประโยชน์ในเชงิ ทรพั ยส์ นิ จากฝ่ายผเู้ สพหรอื ผตู้ ดิ ซง่ึ มสี ภาวะ อ่อนแอเป็นผปู้ ่วยทงั้ ทางรา่ งกายและจติ ใจยง่ิ กวา่ โดยสรุป ในรายงานการขบั เคลอ่ื นการปฏริ ปู นโยบายยาเสพตดิ : แนวทางใหมส่ ่กู ารลดทอนความเป็น อาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ คณะกรรมาธกิ ารฯ ไดม้ ขี อ้ เสนอแนะแก่ผวู้ างแนวนโยบาย 5 ประการ ดงั น้ี (1) รฐั ตอ้ งยกเลกิ โทษประหารชวี ติ สาํ หรบั ทุกความผดิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ (2) รฐั ตอ้ งยตุ กิ ารลงโทษทงั้ ทางแพง่ และอาญาสาํ หรบั การมยี าเสพตดิ ไวใ้ นครอบครองเพอ่ื ใชเ้ ป็นการส่วนตวั และการเพาะปลกู ยาเสพตดิ เพ่อื บรโิ ภค ส่วนตวั ผคู้ นทวั่ โลกหลายลา้ นคนใชย้ าเสพตดิ และใชโ้ ดยไมไ่ ดก้ ่อใหเ้ กดิ อนั ตรายแก่ผอู้ ่นื การกําหนดใหผ้ ใู้ ชย้ า เสพตดิ มคี วามผดิ ทางอาญาเป็นวธิ กี ารทไ่ี มม่ ปี ระสทิ ธผิ ล เป็นอนั ตราย และบอ่ นทาํ ลายหลกั ของศกั ดศิ ์ รคี วาม เป็นมนุษยแ์ ละหลกั นติ ธิ รรม (3) รฐั ตอ้ งดาํ เนนิ มาตรการทางเลอื กแทนการลงโทษ เชน่ การเบย่ี งเบนจาก ระบบงานยตุ ธิ รรมทางอาญาสาํ หรบั ผกู้ ระทาํ ความผดิ ระดบั ลา่ งทไ่ี มไ่ ดใ้ ชค้ วามรุนแรงทงั้ หมดในการคา้ ยาเสพ ตดิ เช่น ผมู้ สี ว่ นรว่ มในการจดั หายาเสพตดิ ในทางสงั คม ผขู้ นยาเสพตดิ ผเู้ สพ-ผคู้ า้ และผเู้ พาะปลกู พชื ผดิ กฎหมาย รฐั ตอ้ งตระหนกั วา่ ผคู้ นจาํ นวนหน่งึ มสี ว่ นรว่ มในการกระทาํ เหล่าน้เี ป็นเพราะความดอ้ ยโอกาสทาง เศรษฐกจิ และดําเนนิ มาตรการทางเลอื กทส่ี นบั สนุนมาตรฐานสทิ ธมิ นุษยชนระหว่างประเทศแทนการกําหนดให้ เป็นอาชญากรรม (4) ประเทศสมาชกิ องคก์ ารสหประชาชาติ (UN) ตอ้ งเพกิ ถอนการลงโทษสาํ หรบั การมยี าเสพ ตดิ ในครอบครองดงั ขอ้ ผกู มดั ตามสนธสิ ญั ญาภายใตร้ ะบบการควบคุมยาเสพตดิ ระหว่างประเทศ (5) รฐั ตอ้ ง ศกึ ษาแมแ่ บบการควบคุมยาเสพตดิ ผดิ กฎหมายทกุ ประเภทและยอมรบั ว่าสงิ่ น้ีจะเป็นขนั้ ตอนต่อไปทส่ี มเหตุผล ในการปฏริ ปู นโยบายยาเสพตดิ หลงั จากการลดทอนความเป็นอาชญากรรมทางคดยี าเสพตดิ Madame Ruth Dreifuss ยงั ถ่ายทอดประสบการณ์การใชน้ โยบายยาเสพตดิ ในประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ ซง่ึ ไมใ่ ชก้ ารปราบปรามอยา่ งรนุ แรง แต่ใชแ้ นวทาง Harm Reduction โดยนโยบายยาเสพตดิ ทใ่ี ชก้ นั มาตลอด 50 ปีซง่ึ มลี กั ษณะของการยบั ยงั้ หา้ มปรามและการใชก้ ระบวนการลงโทษลงทณั ฑท์ กุ คนทเ่ี ขา้ ไปเก่ยี วขอ้ งกบั ยา เสพตดิ นนั้ เป็นแนวนโยบายทก่ี ่อผลลพั ธอ์ นั เลวรา้ ยดว้ ยเหตุผลวา่ นโยบายในลกั ษณะทผ่ี า่ นมานนั้ นํามาทงั้ การ แพรร่ ะบาดของเชอ้ื เอชไอวแี ละโรคเอดสซ์ ง่ึ เป็นสง่ิ ทส่ี วติ เซอรแ์ ลนดต์ อ้ งเผชญิ อยา่ งรนุ แรงในยคุ ทศวรรษ 1980 โดยทย่ี งั ไม่มยี าตา้ นไวรสั เอชไอวี การแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั เอชไอวเี กย่ี วขอ้ งกบั การใชเ้ ฮโรอนี อยา่ งชดั เจน รวมถงึ โรคไวรสั ตบั อกั เสบซี ทงั้ เป็นแนวนโยบายทผ่ี ลกั ผใู้ ชย้ าเสพตดิ ออกไปอยทู่ ช่ี ายขอบของสงั คม ออกไป จากโอกาสทางเศรษฐกจิ ครอบครวั แตกแยก และในบางสว่ นของโลกนนั้ ความโหดรา้ ยขององคก์ รอาชญากรรม ทค่ี วบคมุ การผลติ และซอ้ื ขายยาเสพตดิ นนั้ ไดท้ าํ ใหผ้ คู้ นนบั หมน่ื ตอ้ งเสยี ชวี ติ ไปในสงครามยาเสพตดิ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 65 / 152
ผลลพั ธข์ องนโยบายและแนวทางทร่ี ุนแรงต่อยาเสพตดิ ดงั แสดงขา้ งต้นจงึ นําไปส่จู ดุ เปลย่ี นของแนว ทางการจดั การกบั ยาเสพตดิ จากในทศั นะเชงิ อาชญากรรมมาเป็นมมุ มองทางสขุ ภาพ ซง่ึ มมุ มองทางสขุ ภาพใน ความหมายน้ีคอื การเปิดโอกาสใหผ้ ใู้ ชย้ าเสพตดิ สามารถเขา้ รบั การบาํ บดั รกั ษาโดยสมคั รใจ ไมใ่ ช่ใชก้ ารบงั คบั และใชม้ าตรการลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ เพอ่ื ชว่ ยใหผ้ ทู้ ใ่ี ชย้ าเสพตดิ สามารถรกั ษาสุขภาพ ชวี ติ รวมทงั้ สง่ิ แวดลอ้ มของตวั เองไวไ้ ด้ แมจ้ ะยงั ใชย้ าเสพตดิ กต็ าม การเปลย่ี นแปลงน้เี รมิ่ ตน้ ไดเ้ พราะรฐั บาล สวติ เซอรแ์ ลนดเ์ ลง็ เหน็ วา่ ประชากรกําลงั อยใู่ นสถานการณ์ทเ่ี ลวรา้ ยอนั เน่อื งมาจากการดําเนินนโยบายยาเสพ ตดิ ทผ่ี ดิ พลาด จนนําไปสกู่ ารอภปิ รายในระดบั นานาชาตทิ แ่ี สดงใหเ้ หน็ วา่ ฉนั ทามตเิ รอ่ื งการแกป้ ัญหายาเสพตดิ ดว้ ยการหา้ มปรามทถ่ี อื รว่ มกนั มากวา่ 20 ปีนนั้ ไมเ่ ป็นทย่ี อมรบั ของคนส่วนใหญ่อกี ต่อไปแลว้ จงึ จาํ เป็นตอ้ งให้ ประเทศต่างๆ ชว่ ยกนั หาแนวทางแกไ้ ขปัญหาใหมๆ่ ทอ่ี ยบู่ นฐานของสาธารณสขุ สทิ ธมิ นุษยชน 4 เสาหลกั หรอื Four Pillars Drug Strategy ประกอบดว้ ย การลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ (Harm Reduction) การป้องการ การใชย้ าเสพตดิ (Prevention) การบําบดั รกั ษา (Treatment) และการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย (Enforcement) รวมถงึ การปกป้องประชากรของตนเองแลว้ ใชป้ ระสบการณ์ทแ่ี ต่ละประเทศมมี าสรา้ งเป็นฉนั ทามตใิ หมข่ องโลก ประชาชนชาวสวสิ นนั้ มคี วามกลวั ต่อการแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั เอชไอวเี ป็นอนั มาก ทงั้ ยงั ตระหนกั ถงึ ปัญหาของยาเสพตดิ จากการทค่ี รงั้ หน่ึงประเทศสวติ เซอรแ์ ลนดไ์ ดเ้ คยทดลองใชก้ ารแกป้ ัญหายาเสพตดิ ดว้ ย การเปิดพน้ื ทเ่ี สรที อ่ี นุญาตใหด้ าํ เนินการต่างๆ เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ไมว่ ่าจะเป็นการขาย การซอ้ื การเสพ ไดโ้ ดย ทจ่ี ะไมถ่ ูกดาํ เนนิ คดตี ามกฎหมายหากกระทําไปในพน้ื ทเ่ี สรดี งั กลา่ ว การดาํ เนินนโยบายครงั้ นนั้ ทาํ ใหป้ ระชาชน ของสวติ เซอรแ์ ลนดไ์ ดม้ องเหน็ ความรนุ แรงของปัญหายาเสพตดิ เป็นประจกั ษแ์ ก่ตาตวั เอง ไมว่ า่ จะสภาพของ คนทเ่ี สพยาเกนิ ขนาดจนเสยี ชวี ติ ลงทข่ี า้ งถนน สุขภาวะทเ่ี ลวรา้ ย หรอื กระทงั่ คนทถ่ี กู เอารดั เอาเปรยี บและตก เป็นทาสของผคู้ า้ ยาเสพตดิ และสงิ่ เหล่าน้ีน่ีเองทท่ี าํ ใหส้ าธารณชนรสู้ กึ ชอ็ กและสน้ิ หวงั กบั ปัญหายาเสพตดิ นนั่ ทาํ ใหเ้ มอ่ื มกี ารเสนอแนวทางใหมใ่ นการแกป้ ัญหา หรอื กค็ อื แนวทางของการลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ แทนทจ่ี ะเป็นการปราบปรามเดด็ ขาดเพอ่ื กาํ จดั ใหห้ มดไป สาธารณชนจงึ มคี วามเหน็ ไปในลกั ษณะทว่ี า่ ถงึ เวลาท่ี จะทดลองแนวทางใหมแ่ ลว้ คอื การควบคมุ ดแู ลอยา่ งเป็นวทิ ยาศาสตร์ ประชาชนชาวสวสิ สามารถไดร้ บั ขอ้ มลู หลกั ฐานจากการวจิ ยั ทางการสวติ เซอรแ์ ลนดไ์ ดท้ าํ การวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตรเ์ กย่ี วกบั การจา่ ยเฮโรอนี ตามใบสงั่ ของแพทยเ์ ป็นเวลา 5 ปี โดยผขู้ อรบั เฮโรอนี จะตอ้ งตอบคาํ ถามมากมายภายใตก้ ารควบคุมของผเู้ ชย่ี วชาญ ใน ทส่ี ดุ สวติ เซอรแ์ ลนดก์ เ็ ผยแพรร่ ายงานทางวทิ ยาศาสตรอ์ อกสสู่ าธารณะและสามารถบอกกบั สาธารณชนไดว้ ่า แนวทางของการลดความรุนแรงจากการใชย้ าเสพตดิ น้เี ป็นสงิ่ ทด่ี ี ผใู้ ชย้ าไมใ่ ช่อาชญากรอกี ต่อไป ไมต่ อ้ งก่อ อาชญากรรมเพ่อื หาเงนิ มาซอ้ื ยา สขุ ภาพโดยรวมดขี น้ึ และยงั ไดเ้ ป็นส่วนหน่งึ ของสงั คม ปัจจยั สคู่ วามสาํ เรจ็ ของการเปลย่ี นแนวทางนโยบายยาเสพตดิ มาเน้นการลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพ ตดิ แทนการควบคมุ ปราบปรามและพยายามกําจดั ใหห้ มดสน้ิ คอื การมองดคู วามจรงิ วา่ แนวทางการแกป้ ัญหาท่ี ทาํ กนั มาหลายทศวรรษนัน้ ไมไ่ ดต้ งั้ อยบู่ นแนวคดิ ทางวทิ ยาศาสตร์ เรามองแต่เพยี งวา่ ยาเสพตดิ เป็นสงิ่ ไมด่ แี ลว้ กเ็ ลยบอกวา่ เราตอ้ งไม่ยงุ่ กบั มนั และนัน่ เป็นความลม้ เหลว และในส่วนของอุปสรรคกค็ อื ผคู้ นยงั เชอ่ื ว่าคนทต่ี ดิ ยาเสพตดิ นัน้ เป็นคนเลว และเราตอ้ งเปลย่ี นแปลงภาพนนั้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 66 / 152
บทเรยี นจากการปรบั เปลย่ี นนโยบายเพอ่ื แกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ จากการปราบปรามรุนแรงเป็นการลด อนั ตราย ไดแ้ ก่ การยอมรบั ความจรงิ วา่ แนวทางการลงโทษทร่ี นุ แรงนนั้ ใชก้ ารไมไ่ ดผ้ ล การคน้ หาแนวทางใหม่ท่ี ใชม้ มุ มองทางสาธารณสขุ และยดึ หลกั สทิ ธมิ นุษยชน การแกไ้ ขทศั นคตติ ่อผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ เป็นคนเลว การสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจทถ่ี ูกตอ้ งทงั้ เรอ่ื งการตดั สนิ ใจใชย้ าเสพตดิ และเรอ่ื งผลทางเภสชั วทิ ยาทย่ี าเสพตดิ กระทําต่อผใู้ ช้ การไมก่ ดี กนั ผใู้ ชย้ าเสพตดิ ออกไปจากสงั คม แต่หาทางใหเ้ ขากลบั เขา้ มาอยรู่ ว่ มกบั สงั คมได้ การ นําแนวทางแกไ้ ขแบบใหมภ่ ายใตห้ ลกั การของการลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ มาใช้ และตอ้ งมกี ารเผยแพร่ ขอ้ มลู ทม่ี หี ลกั ฐานทางวทิ ยาศาสตรอ์ นั น่าเช่อื ถอื ได้ รวมทงั้ ผลการวจิ ยั ทไ่ี ดจ้ ากการตดิ ตามการใชแ้ นวทางใหม่ นนั้ ออกส่สู งั คมใหร้ บั รโู้ ดยทวั่ กนั เพ่อื ใหส้ งั คมไดร้ บั รถู้ งึ ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของการเปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขน้ึ ศาลยาเสพติด สหรฐั อเมริกา – ตวั อย่างการเบยี่ งเบนโทษจาํ คกุ เพื่อลดคนล้นคกุ โดย ผพู้ พิ ากษา Desiree Bruce-Lyle ศาลชนั้ ตน้ เมอื งซานดเิ อโก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า จากการประชมุ การบาํ บดั ทางจติ สงั คมสาํ หรบั ผมู้ ปี ัญหาสารเสพตดิ ในระบบยตุ ธิ รรมและการกํากบั ดแู ลในชนั้ ปล่อยตวั ชวั่ คราว วนั ท่ี 15-16 พฤศจกิ ายน 2561 ดว้ ยนโยบายเบย่ี งเบนโทษจาํ คุกเพอ่ื ลดคนลน้ คุกทาํ ใหห้ น่วยงานระดบั นโยบาย ตลอดจนหน่วยงานท่ี เกย่ี วขอ้ งในกระบวนการยตุ ธิ รรมต่างมองหากลยทุ ธใ์ หมบ่ นหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษท์ จ่ี ะสรา้ งมาตรการทางเลอื ก อ่นื แทนการลงโทษจาํ คกุ ซง่ึ แนวคดิ “ศาลยาเสพตดิ ” หรอื “Drug Court” ถูกยกขน้ึ มาพจิ ารณาและทาํ การศกึ ษา โดยผพู้ พิ ากษาหลากหลายองคค์ ณะ ในฐานะทศ่ี าลยาเสพตดิ เป็นหน่งึ มาตรการทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพในการยดึ โยง ผกู้ ระทําความผดิ ในคดเี สพยาเสพตดิ เขา้ ส่กู ารบาํ บดั รกั ษาและคนื ส่สู ขุ ภาวะได้ จากศาลยาเสพตดิ (Drug Court) พฒั นาไปสศู่ าลเชงิ รว่ มมอื (Collaborative Court) ซง่ึ มคี ณะทาํ งานครอบคลมุ ทงั้ ฝ่าย กฎหมาย ฝ่ายบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ฝ่ายบําบดั รกั ษา ไดแ้ ก่ ผู้ พพิ ากษา อยั การ ทนายจาํ เลย เจา้ หน้าทค่ี ุมประพฤติ ตํารวจ บคุ ลากรดา้ นสุขภาพจติ บคุ ลากรจากหน่วยงานจดั หางาน บทบาทหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบตลอดจนการตดั สนิ ใจต่างๆ ของ คณะทาํ งานจะอยบู่ นขอ้ ตกลงการทํางานรว่ มกนั ของหลากหลาย หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง โดยวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ เป้าหมายของ ผพู้ พิ ากษา Desiree Bruce-Lyle โปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในระบบศาลเป็นสงิ่ สาํ คญั ศาลชนั้ ตน้ เมอื งซานดเิ อโก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า เพอ่ื ดงึ ทงั้ ความเขา้ ใจและความรว่ มมอื ของคณะทาํ งานเขา้ ไวเ้ ป็น หน่ึงเดยี วกนั วสิ ยั ทศั น์ของ Collaborative Court คอื ส่งเสรมิ สนบั สนุนความรบั ผดิ ชอบ ศกั ดศิ ์ รี ความเป็นอสิ ระไม่ พง่ึ พงิ และการพฒั นาตนเองของผกู้ ระทําความผดิ ทม่ี ปี ัญหายาเสพตดิ ดว้ ยการกํากบั ดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ และดว้ ย การบําบดั รกั ษาจากสหวชิ าชพี ตามระยะซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ/ความจาํ เป็นของทงั้ ผกู้ ระทําผดิ และของ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 67 / 152
ชมุ ชน พนั ธกจิ ของ Collaborative Court คอื การลดการกระทําผดิ ซ้ําและป้องกนั ความปลอดภยั ของสงั คมดว้ ย การใชป้ ระโยชน์จากทรพั ยากรทม่ี อี ยใู่ นชุมชนและบรกิ ารต่างๆ ทม่ี ใี หแ้ ก่ผกู้ ระทาํ ความผดิ ทเ่ี ป็นประชากร เป้าหมายของโปรแกรม ขณะทเ่ี ป้าหมายของ Collaborative Court คอื ลดพฤตกิ รรมเชงิ อาชญากรรม ใช้ ประโยชน์จากแนวปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ และรวบรวมขอ้ มลู ความกา้ วหน้าของผกู้ ระทาํ ผดิ ทเ่ี ขา้ รว่ ม โปรแกรมตลอดจนความสําเรจ็ ของโปรแกรม การรเิ รมิ่ Collaborative Court มอี งคป์ ระกอบ 7 ขอ้ ทต่ี อ้ งพจิ ารณา ไดแ้ ก่ (1) การสรา้ งคณะทาํ งานทม่ี ี การกําหนดบทบาทหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน (2) กําหนดวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ เป้าหมาย และ วตั ถุประสงคข์ องโปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในระบบศาล (3) ระบุประชากรเป้าหมายของโปรแกรม (4) กาํ หนดเกณฑใ์ นการคดั คด/ี ผกู้ ระทาํ ความผดิ เขา้ รว่ มโปรแกรม รวมถงึ เกณฑค์ ดที ไ่ี มเ่ ขา้ ข่ายไมส่ ามารถเขา้ รว่ มโปรแกรมได้ โดยตดั สนิ ใจบนขอ้ มลู นําเขา้ จากคณะทาํ งานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (5) ระบกุ ระบวนการเขา้ ส่โู ปรแกรม (6) ระบวุ ธิ ขี นั้ ตอนการดาํ เนินโปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในระบบศาล และ (7) ออกแบบบทลงโทษ รางวลั ขอ้ ตกลงในการยตุ ิ ตลอดจนการสาํ เรจ็ โปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในระบบศาล การกําหนดประชากรเป้าหมายของโปรแกรมบําบดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในระบบศาลจาํ เป็นตอ้ ง พจิ ารณาถงึ ประเภทของสารเสพตดิ ทผ่ี กู้ ระทําความผดิ ตดิ /พง่ึ พงิ ระดบั ของสุขภาพกายและจติ เพศชาย/หญงิ / ทางเลอื ก ความเสย่ี ง ความตอ้ งการ ประวตั อิ าชญากรรม การมที อ่ี ยอู่ าศยั การมงี านทาํ ระดบั การศกึ ษา ความ รว่ มมอื กบั ครอบครวั รวมถงึ อุปสรรคปัญหาต่างๆ ทม่ี ตี ่อการเขา้ ถงึ หรอื รบั การบาํ บดั /การดแู ลทางจติ สงั คม ในขณะทก่ี ารคดั คด/ี ผกู้ ระทําความผดิ เขา้ โปรแกรมนนั้ จาํ เป็นตอ้ งตดั สนิ ใจระหวา่ งรบั เขา้ โปรแกรมทงั้ หมด หรอื กําหนดเกณฑค์ ดั เขา้ ตวั อยา่ ง มถี น่ิ ทอ่ี ยตู่ ามกฎหมาย มคี วามตงั้ ใจเปลย่ี นแปลงตนเอง มปี ระวตั กิ ารกระทาํ ความผดิ และความผดิ ในปัจจบุ นั เป็นสมาชกิ เครอื ขา่ ยอาชญากรรม เป็นผคู้ า้ หรอื ผใู้ ชส้ ารเสพตดิ มพี ฤตกิ รรม วางเพลงิ มคี ดที างเพศ มปี ระวตั หิ ลบหนคี ดี มปี ัญหาสขุ ภาพจติ รนุ แรง เป็นตน้ กระบวนการเขา้ ส่โู ปรแกรมตอ้ งกําหนดเงอ่ื นไขการกํากบั ดแู ลทงั้ ก่อนและหลงั คาํ พพิ ากษา พจิ ารณาถงึ ความเกย่ี วเน่อื งกบั การตอ้ งโทษจาํ คกุ ประเมนิ ความตอ้ งการของผกู้ ระทาํ ผดิ ทงั้ ในระยะควบคมุ ตวั และระยะ ปล่อยตวั รวมถงึ ประเมนิ ซา้ํ เป็นระยะ โดยผทู้ ําหน้าทค่ี ดั กรองผกู้ ระทาํ ผดิ เขา้ โปรแกรมตอ้ งพจิ ารณาในประเดน็ ความปลอดภยั ของชุมชนสงั คมรว่ มดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม Collaborative Court มกี ารทาํ สญั ญากบั ผกู้ ระทําผดิ ท่ี เขา้ รว่ มโปรแกรม การพจิ ารณาใชบ้ ทลงโทษและรางวลั จงู ใจเป็นวธิ กี ระตุน้ การเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรม บทลงโทษมอี าทิ ตรวจการใชส้ ารเสพตดิ สม่าํ เสมอ เขยี นเลา่ เรอ่ื งการเปลย่ี นความคดิ และพฤตกิ รรมของตนเอง ทาํ งานบรกิ าร สาธารณะ ถกู กาํ หนดเวลาออกนอกทอ่ี ยอู่ าศยั ถูกเพมิ่ ระดบั การดแู ล จาํ คกุ ระยะสนั้ ๆ ขณะทร่ี างวลั จงู ใจ ไดแ้ ก่ ไดร้ บั คาํ ชมเชย ไดข้ ยายเวลาออกนอกทอ่ี ยอู่ าศยั ไดบ้ ตั รกาํ นลั /บตั รผา่ นรว่ มกจิ กรรม ไดร้ บั อนุญาตใหเ้ ดนิ ทาง ท่องเทย่ี ว เป็นตน้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 68 / 152
หากโปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในระบบศาลถูกออกแบบไวเ้ ป็นระยะ กจ็ ะตอ้ งมเี ป้าหมาย สาํ คญั ประจาํ แต่ละระยะเพอ่ื การเรยี นรแู้ ละเพ่อื ประเมนิ การเปลย่ี นแปลงทางพฤตกิ รรมของผกู้ ระทาํ ผดิ ทเ่ี ขา้ รว่ ม โปรแกรม อาทิ เป้าหมายสาํ หรบั ระยะท่ี 1 คอื การเขา้ รว่ มการประชุม การใหค้ าํ ปรกึ ษา ลดละเลกิ การใชส้ ารเสพ ตดิ และมผี ดู้ แู ลใหก้ ําลงั ใจ/ใหค้ วามช่วยเหลอื เป้าหมายระยะท่ี 2 คอื ยงั คงลดละเลกิ การใชส้ ารเสพตดิ หางาน ทาํ หรอื ทาํ งานทม่ี อี ยอู่ ยา่ งเป็นปกติ เป้าหมายระยะท่ี 3 คอื เขา้ ส่แู ผนป้องกนั การกลบั ไปเสพตดิ /กระทาํ ความผดิ ซา้ํ เป้าหมายระยะท่ี 4 คอื เขา้ สกู่ ารดแู ลหลงั การบาํ บดั ซง่ึ ผกู้ ระทาํ ผดิ ยงั คงตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามเป้าหมายในระยะท่ี 1- 3 ต่อไป และเป็นบุคคลตน้ แบบทําหน้าทเ่ี ป็นผดู้ แู ลใหก้ ําลงั ใจ/ใหค้ วามช่วยเหลอื แก่ผกู้ ระทาํ ผดิ ใหมท่ เ่ี ขา้ รว่ ม โปรแกรมต่อไป กรอบบริการทางจิตสงั คมท่ีมปี ระสิทธิภาพในมาตรการเบ่ียงเบนโทษจาํ คกุ เพ่ือลดคนล้นคกุ โดย Sharon Salazar ทนายความ สาํ นกั ทนายความสาธารณะ เมอื งซานดเิ อโก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า จากการประชุมการบาํ บดั ทางจติ สงั คมสาํ หรบั ผมู้ ปี ัญหาสารเสพตดิ ในระบบยตุ ธิ รรมและการกํากบั ดแู ล ในชนั้ ปล่อยตวั ชวั่ คราว วนั ท่ี 15-16 พฤศจกิ ายน 2561 Sharon Salazar ทนายความ ศาลอาญาแบบดงั้ เดมิ จะไมใ่ หค้ วามสาํ คญั กบั สาํ นกั ทนายความสาธารณะ ความผดิ ไมร่ นุ แรงของผกู้ ระทาํ ผดิ ทม่ี ปี ัญหาสารเสพตดิ เมอื งซานดเิ อโก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า แต่ศาลยาเสพตดิ จะใหค้ วามสาํ คญั กบั กระบวนการบาํ บดั ฟ้ืนฟูผกู้ ระทาํ ผดิ จากการใช/้ ตดิ สารเสพตดิ ซง่ึ จะส่งผลดี ต่อผกู้ ระทาํ ผดิ เองรวมถงึ ความปลอดภยั ของชุมชนสงั คม อกี ดว้ ย พนั ธกจิ ของศาลยาเสพตดิ มสี องดา้ น ดา้ นหน่ึง คอื การพฒั นาชวี ติ ของผกู้ ระทาํ ผดิ ทเ่ี ป็นผลจากการใช/้ ตดิ สารเสพตดิ อกี ดา้ นหน่งึ คอื การเพม่ิ ความปลอดภยั ของชมุ ชนสงั คมดว้ ยการลดจาํ นวนและความถข่ี อง อาชญากรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สารเสพตดิ พนั ธกจิ ทงั้ สองดา้ นนําไปสกู่ ารชว่ ยเหลอื ผกู้ ระทําผดิ ทเ่ี ขา้ รว่ มโปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คม ในศาลยาเสพตดิ เพอ่ื ดาํ เนนิ ไปส่ชู วี ติ ทไ่ี มพ่ ง่ึ พงิ สารเสพตดิ และสามารถใชช้ วี ติ อยา่ งมคี ณุ ภาพมปี ระสทิ ธผิ ล ต่อไปได้ โดยเครอ่ื งมอื ดาํ เนินงานของศาลยาเสพตดิ ประกอบดว้ ย การบงั คบั บาํ บดั การกํากบั ดแู ลอยา่ งเขม้ งวด จากศาล การลงโทษ การทุ่มเทและความรขู้ องสมาชกิ ในคณะทํางานเชงิ ประสาน คณะทาํ งานในศาลยตุ ธิ รรมควรประกอบดว้ ย ผพู้ พิ ากษา หรอื ขา้ ราชการตุลาการ เจา้ หน้าทศ่ี าล เจา้ พนกั งานยดึ ทรพั ย์ ผปู้ ระสานงานโปรแกรม อยั การ ทนายจาํ เลย ตวั แทนผใู้ หก้ ารบําบดั รกั ษา เจา้ หน้าทค่ี ุม ประพฤติ เจา้ หน้าทก่ี ํากบั ดแู ลในชุมชน และเจา้ หน้าทต่ี าํ รวจ หมายเหตุ เมอ่ื จะตอ้ งเลอื กสมาชกิ คณะทํางาน ให้ เลอื กผทู้ ม่ี ลี กั ษณะเป็น “ผทู้ าํ งานเชงิ ประสานความรว่ มมอื ” ทงั้ น้ี ขอ้ มลู จากการศกึ ษาวจิ ยั พบว่าผกู้ ระทาํ ผดิ มี แนวโน้มจะเขา้ รว่ มโปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คมในศาลยาเสพตดิ มากกว่าเมอ่ื ทนายจาํ เลยสรา้ งความ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 69 / 152
มนั่ ใจวา่ ผกู้ ระทาํ ผดิ /จาํ เลยจะยงั ไดร้ บั การปกป้องตามสทิ ธขิ องรฐั ธรรมนูญ ไดร้ บั ความเป็นธรรม ไดร้ บั แผน บาํ บดั และบรกิ ารทส่ี อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ/ความสนใจของตนเอง ความรสู้ กึ ของผกู้ ระทําผดิ ว่าตนเองไดร้ บั ความยตุ ธิ รรมจะใหผ้ ลลพั ธท์ ด่ี ใี นการเขา้ รว่ มโปรแกรม เหลา่ น้จี งึ เป็นเหตุผลทค่ี ณะทาํ งานในศาลยาเสพตดิ จาํ เป็นตอ้ งมที นายจาํ เลยรว่ มอยดู่ ว้ ย ทนายจาํ เลยดาํ เนินบทบาททงั้ ดา้ นอาญาและดา้ นประสานเพ่อื บาํ บดั /บรกิ ารทางจติ สงั คมใหก้ บั ผกู้ ระทาํ ผดิ สมรรถภาพหลกั ของทนายจาํ เลยในการทาํ งานกบั ศาลยาเสพตดิ ไดแ้ ก่ รว่ มมอื อยา่ งเตม็ ทใ่ี นการทํางานกบั คณะทาํ งานของศาลยาเสพตดิ มงุ่ มนั่ อยา่ งเตม็ ทก่ี บั โปรแกรมและพนั ธกจิ ของศาลยาเสพตดิ เพอ่ื ความสาํ เรจ็ ใน การเปลย่ี นพฤตกิ รรมของผกู้ ระทําผดิ เอง รกั ษาสมั พนั ธภาพและความเชอ่ื ใจระหว่างทนายกบั ผกู้ ระทาํ ผดิ ไวใ้ ห้ มนั่ คง ผกู พนั ผกู้ ระทาํ ผดิ ไวก้ บั กจิ กรรมนอกศาลในชุมชนต่างๆ ใหข้ อ้ มลู แก่ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งถงึ การมอี ย่ขู องศาลยา เสพตดิ และโปรแกรมบาํ บดั และบรกิ ารทางจติ สงั คม รวมถงึ เขา้ รว่ มในการอบรมเพม่ิ เตมิ ความรอู้ ยา่ งต่อเน่ืองซง่ึ จดั ขน้ึ โดยหน่วยงาน อาทิ สมาคมระดบั ชาตขิ องบุคลากรศาลยาเสพตดิ สมาคมบคุ ลากรศาลยาเสพตดิ ของรฐั แคลฟิ อรเ์ นีย ฝ่ายบรกิ ารสุขภาพและมนุษยข์ องเมอื ง สถาบนั กฎหมาย สถาบนั วจิ ยั ดา้ นการเสพตดิ และสถาบนั ศาลยาเสพตดิ แหง่ ชาติ เป็นตน้ การบาํ บดั รกั ษาผมู้ ปี ัญหาสารเสพติดในกระบวนการยตุ ิธรรม โดย จติ แพทย์ Igor Koutsenok มหาวทิ ยาลยั แคลฟิ อรเ์ นีย ซานดเิ อโก ประเทศสหรฐั อเมรกิ า จากการประชมุ การบาํ บดั ทางจติ สงั คมสาํ หรบั ผมู้ ปี ัญหาสารเสพตดิ ในระบบยตุ ธิ รรมและการกํากบั ดแู ล ในชนั้ ปล่อยตวั ชวั่ คราว วนั ท่ี 15-16 พฤศจกิ ายน 2561 สถานการณ์คนลน้ คุกและผตู้ อ้ งขงั ทม่ี ปี ัญหายาเสพตดิ เป็นปัญหาทพ่ี บเหน็ ในหลายสงั คมรวมถงึ ประเทศสหรฐั อเมรกิ าและไทย การแทรกแซงเพอ่ื บาํ บดั รกั ษาผตู้ อ้ งขงั น้ไี มใ่ ช่เพยี งเป้าหมายทจ่ี ะลดละเลกิ การ ใช/้ เสพสารเสพตดิ เท่านัน้ ยงั มเี ป้าหมายเพอ่ื การมงี านทําและการฟ้ืนฟูสุขภาพดว้ ย เป้าหมายทส่ี าํ คญั ทส่ี ุดคอื การปกป้องความปลอดภยั ของสงั คมจากการ ลดการกระทําผดิ ซ้ํา การสรา้ ง ‘Sober Criminals’ อนั เป็นผลจากการบําบดั จงึ ไมใ่ ชผ่ ลลพั ธท์ ด่ี ขี องโปรแกรมการลงโทษทางอาญาแต่เพยี งอยา่ งเดยี วไม่ สามารถปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมทด่ี ที างสงั คมได้ ทงั้ น้ี ผกู้ ระทําผดิ ทม่ี คี วามเสย่ี ง ต่าํ ซง่ึ โดยมากเป็นเดก็ และเยาวชนถกู นําไปจาํ คุกรวมกบั ผกู้ ระทาํ ผดิ ทม่ี คี วาม เสย่ี งสงู ในทส่ี ุดกจ็ ะกลายเป็นผทู้ ม่ี คี วามเสย่ี งสงู ตามไปดว้ ย หรอื กล่าวอกี นยั หน่งึ ระบบทําลายผกู้ ระทาํ ผดิ ใหเ้ ลวรา้ ยลง แต่ผลจากการศกึ ษาวจิ ยั ยนื ยนั ว่า การบําบดั ทเ่ี หมาะสมช่วยลดการกระทาํ ผดิ ซ้ําไดส้ งู กวา่ การลงโทษทางอาญา จติ แพทย์ Igor Koutsenok อยา่ งมนี ยั สําคญั UCLA San Diego รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 70 / 152
การบําบดั ผตู้ อ้ งขงั /ผกู้ ระทําความผดิ ทม่ี ปี ัญหาสารเสพตดิ สามารถดาํ เนินการไดต้ งั้ แต่ตน้ ทางจนถงึ ปลายทางของกระบวนการยตุ ธิ รรม กลา่ วคอื ใหก้ ารบําบดั ตงั้ แต่ระยะเบย่ี งเบนคดี ระยะคมุ ประพฤติ ระยะ ดาํ เนินคดใี นศาลยาเสพตดิ ระยะลงโทษ/ปลอ่ ยตวั ชวั่ คราว จนถงึ ระยะจาํ คุก โดยแต่ระยะมตี น้ ทุนดาํ เนินงาน แตกต่างกนั แต่การบาํ บดั ในระยะเบย่ี งเบนคดตี งั้ แต่ตน้ ทางใชง้ บประมาณต่ําทส่ี ดุ และงบประมาณจะเพม่ิ สงู ขน้ึ ในแต่ละระยะและสงู สดุ ในระยะจาํ คุก ซง่ึ สวนทางกบั ความกงั วลดา้ นความปลอดภยั ของสงั คมทพ่ี บว่ากงั วล สงู สุดในระยะตน้ ทางเบย่ี งเบนคดี และลดลงตามระยะจนถงึ กงั วลน้อยทส่ี ุดเมอ่ื ผกู้ ระทําผดิ ถูกสง่ เขา้ คกุ แต่จะ เกดิ อะไรขน้ึ หากเราส่งผกู้ ระทาํ ความผดิ ทุกคนเขา้ คุกใหห้ มด หรอื ทเ่ี รยี กวา่ ใชอ้ าญาเฟ้อ สถติ บิ อกวา่ การพง่ึ พา การลงโทษทางอาญาทม่ี ากเกนิ ไป คนเขา้ คุกมากเกนิ ไป กลบั เพม่ิ สถติ กิ ารกระทําผดิ ซา้ํ ถกู จบั ดาํ เนินคดซี า้ํ ถกู ส่งเขา้ คกุ ซ้าํ รวมถงึ อตั ราการกลบั ไปใชส้ ารเสพตดิ ซ้าํ กส็ งู มากถงึ รอ้ ยละ 95 อกี ดว้ ย ในทางกลบั กนั หากเราให้ การบําบดั ผกู้ ระทําความผดิ ทม่ี ปี ัญหายาเสพตดิ ทุกคน สถติ พิ บอตั ราการออกจากโปรแกรมบาํ บดั ก่อนสน้ิ สุด ระยะเวลาทก่ี าํ หนดสงู ถงึ รอ้ ยละ 60 ใน 3 เดอื น รอ้ ยละ 70 ใน 2-6 เดอื น และรอ้ ยละ 90 ใน 12 เดอื น ดงั นนั้ เราจงึ ตอ้ งแยกประเดน็ พจิ ารณาออกจากกนั ระหวา่ งการกระทาํ ผดิ อาชญากรรมกบั การใช/้ ตดิ สาร เสพตดิ โดยมมี มุ มองต่อการใช/้ ตดิ สารเสพตดิ วา่ เป็นโรคเป็นปัญหาสขุ ภาพซง่ึ ตอ้ งการการบําบดั รกั ษา และมี มมุ มองต่อการกระทําผดิ อาชญากรรมว่าเป็นปัญหาความปลอดภยั ของสงั คมเป็นพฤตกิ รรมผดิ กฎหมายซง่ึ ตอ้ งการกาํ กบั ดแู ละลงโทษตามกฎหมาย จงึ มคี ําถาม 4 ขอ้ ทจ่ี ะตอ้ งหาคาํ ตอบก่อนดาํ เนนิ โปรแกรมบาํ บดั และ บรกิ ารทางจติ สงั คม ไดแ้ ก่ (1) จะบาํ บดั ใคร พจิ ารณาทห่ี ลกั ของความเสย่ี ง มงุ่ เป้าหมายทผ่ี กู้ ระทําผดิ ทม่ี คี วาม เสย่ี งสงู (2) จะบาํ บดั อะไร พจิ ารณาทห่ี ลกั ของความตอ้ งการ มงุ่ เป้าหมายทป่ี ัจจยั ก่อพฤตกิ รรมอาชญากรรม ซง่ึ หมายรวมถงึ การใชส้ ารเสพตดิ ดว้ ย (3) จะบาํ บดั อย่างไร พจิ ารณาทห่ี ลกั การบาํ บดั รกั ษา มงุ่ ใชว้ ธิ กี ารเปลย่ี น แปลงพฤตกิ รรม และ (4) จะบาํ บดั ใหด้ ไี ดอ้ ย่างไร พจิ ารณาทห่ี ลกั ความซ่อื ตรง มงุ่ ปฏบิ ตั โิ ปรแกรมตามทไ่ี ด้ ออกแบบไว้ โดยพจิ ารณาเปรยี บเทยี บความเสย่ี งและความตอ้ งการของผกู้ ระทาํ ผดิ ทค่ี วรไดร้ บั การบาํ บดั ดงั น้ี ความตอ้ งการสงู ความเสย่ี งสงู ความเสย่ี งต่าํ ความตอ้ งการต่ํา ใหก้ ารบาํ บดั ใหห้ ลกั รบั ผดิ ชอบในการกระทาํ ใหก้ ารป้องกนั ใหก้ ารบําบดั ใหห้ ลกั รบั ผดิ ชอบในการกระทาํ การบําบดั ตอ้ งมลี กั ษณะธรรมชาตเิ ชงิ พฤตกิ รรม โดยใชร้ างวลั และบทลงโทษอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ให้ การฝึกอบรม ฝึกปฏบิ ตั ิ ซกั ซอ้ ม สรา้ งทางเลอื กทางสงั คม แนะนํา ใหค้ าํ ปรกึ ษาในสงิ่ ทถ่ี ูกทค่ี วรกระทาํ ส่งเสรมิ สนบั สนุนสงิ่ ทค่ี วรทาํ ใหแ้ ก่ผูก้ ระทําผดิ และไม่รรี อทจ่ี ะป้อนขอ้ มลู กลบั แก่ผกู้ ระทําผดิ เมอ่ื จาํ เป็น กระบวนการ บาํ บดั จงึ ตอ้ งการองคป์ ระกอบจาํ นวนมากทงั้ เชงิ การแพทย์ สขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ การพฒั นาบคุ คล การมี อาชพี การศกึ ษา การเงนิ การมที อ่ี ยอู่ าศยั การเดนิ ทาง การส่งเสรมิ ครอบครวั การดแู ลบตุ ร การใหค้ าํ แนะนํา ดา้ นกฎหมายและอาชญากรรม การตรวจและป้องกนั ความเสย่ี งเชอ้ื เอชไอว/ี เอดสจ์ ากการใชส้ ารเสพตดิ ซง่ึ จาํ เป็นตอ้ งออกแบบแผนการบาํ บดั รกั ษาเฉพาะแต่ละบุคคล เรมิ่ ตงั้ แต่การคดั กรองเขา้ โปรแกรมบาํ บดั การให้ คาํ ปรกึ ษารายบคุ คล การใหค้ าํ ปรกึ ษาแบบกลุ่ม การรกั ษาดว้ ยยา การเขา้ กลมุ่ เพอ่ื นชว่ ยเพ่อื น การตรวจ ปัสสาวะหาสารเสพตดิ การประชมุ ครอบครวั การจดั การกรณี การดแู ลต่อเน่อื ง เป็นตน้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 71 / 152
------ ------------ นานาประเทศต่างปรบั ระบบคดิ ใหมเ่ พอ่ื รบั มอื กบั ปัญหายาเสพตดิ จากทเ่ี คยประกาศสงครามยาเสพตดิ มาแลว้ กวา่ สามสบิ ปีแต่ไมไ่ ดผ้ ล จงึ เปลย่ี นทศิ ทางไปส่กู ารลดทอนความเป็นอาชญากรรม และใหค้ วามสาํ คญั กบั มติ ดิ า้ นสุขภาพและเภสชั ศาสตรท์ ม่ี ตี ่อสขุ ภาพ จงึ จาํ เป็นและถงึ เวลาแลว้ ทส่ี งั คมไทยตอ้ งเป็นสงั คมฐานความรู้ เพ่อื สรา้ งระบบความปลอดภยั ทจ่ี ะลดอนั ตรายทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ เพราะโลกทป่ี ลอดยาเสพตดิ ไมม่ อี ย่จู รงิ ดว้ ยเหตุ ทว่ี ่าสารเคมที ไ่ี ดจ้ ากพชื หรอื การสงั เคราะหอ์ นั มอี ทิ ธพิ ลต่ออารมณ์ การรบั รู้ และพฤตกิ รรมของมนุษยท์ งั้ ประเภทกด-กล่อม-กระตุน้ -หลอนประสาทกด็ ี หรอื เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลก์ ด็ ี ต่างมคี ุณและโทษตวั ขอ้ หา้ มของ สงั คมไมอ่ าจเอาชนะธรรมชาตขิ องมนุษยใ์ นการแสวงหาประโยชน์จากดา้ นดขี องสงิ่ เหลา่ น้ี ยาเสพตดิ จงึ ถูก บรโิ ภคเสมอ แต่หากมกี ารถ่ายทอดองคค์ วามรยู้ าเสพตดิ ทถ่ี กู ตอ้ งเป็นวทิ ยาศาสตรเ์ สยี ใหมก่ น็ ่าเช่อื วา่ จะเกดิ ความเขา้ ใจต่อผเู้ สพ/ผตู้ ดิ อยา่ งถกู ตอ้ ง รเู้ ท่าทนั ในยาเสพตดิ มที กั ษะทางสงั คมเพ่อื ป้องกนั หรอื ลดอนั ตราย และ การเสพตดิ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาทม่ี ากเกนิ ไปของสงั คมกจ็ ะไดร้ บั การแกไ้ ขไปดว้ ย รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 72 / 152
บทที่ 3 ส่ือสารองคค์ วามร้ดู ้านการเสพติด (สารเสพติดและพฤติกรรม) แก่ศาลและบคุ ลากรยตุ ิธรรม ตอบวตั ถุประสงคท์ ่ี เพ่อื ศกึ ษาถงึ สาเหตุในดา้ นต่างๆ ไดแ้ ก่ การเสพตดิ การใชก้ ฎหมายทม่ี าก เกนิ ไปในการสง่ คนเขา้ เรอื นจาํ ทม่ี ากเกนิ ไป ตอบวตั ถุประสงคท์ ่ี เพอ่ื แสวงหาแนวทางในการแกป้ ัญหาคนลน้ เรอื นจาํ ในมติ ติ ่างๆ กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2558 กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2559 กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2560 กจิ กรรมในปี พ.ศ. 2561 ----- การประชมุ วชิ าการเรอ่ื ง การประชุมเรอ่ื ง การสมั มนาเชงิ วชิ าการ ทศิ ทางของนโยบายยา สรา้ งองคค์ วามรเู้ ท่าทนั เรอ่ื ง การเสพตดิ ยอ้ นอดตี สอู่ นาคต : เสพตดิ โลกภายหลงั ต่อพลวตั การควบคมุ ปัญหาและทางออก UNGASS ยาเสพตดิ ครงั้ ท่ี 1 [Back to the Future of กบั การพจิ ารณาทบทวน 5-6 มกราคม 2560 Addiction: Problems กฎหมายและการตคี วาม การประชมุ เรอ่ื ง and Solutions] ของไทยเกย่ี วกบั การป้องกนั ปัญหา 9-10 สงิ หาคม 2561 ยาเสพตดิ ยาเสพตดิ 15-16 มถิ ุนายน 2559 11 กรกฎาคม 2560 ___________________ การประชมุ เรอ่ื ง การประชมุ เรอ่ื ง การจดั การเรยี นการสอน ส่อื สารความรยู้ าเสพตดิ เรอ่ื งสารเสพตดิ ในระดบั ส่สู งั คม มหาวทิ ยาลยั ของ 28 ธนั วาคม 2559 ประเทศไทย 7 มกราคม 2560 โครงการกําลงั ใจ รว่ มกบั ศนู ยว์ ชิ าการสารเสพตดิ ภาคเหนือ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ดาํ เนินกจิ กรรม สอ่ื สารองคค์ วามรดู้ า้ นการเสพตดิ (สารเสพตดิ และพฤตกิ รรม) แก่ศาล บุคลากรยตุ ธิ รรม บคุ ลากรสาธารณสุข และภาคเี ครอื ขา่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพ่อื ศกึ ษาถงึ สาเหตุในดา้ นต่างๆ ไดแ้ ก่ การเสพตดิ การใชก้ ฎหมายทม่ี ากเกนิ ไป ในการส่งคนเขา้ เรอื นจาํ ทม่ี ากเกนิ ไป และเพ่อื แสวงหาแนวทางในการแกป้ ัญหาคนลน้ เรอื นจาํ ในมติ ติ ่างๆ โดย เป็นการดาํ เนินกจิ กรรมทต่ี ่อเน่ืองจากปี พ.ศ. 2558-2561 ใน 6 การประชมุ การประชมุ เชงิ วชิ าการ การสมั มนา เชงิ วชิ าการ ดงั ความสรปุ โดยสงั เขปต่อไปน้ี กฎหมายไทยไดก้ ําหนดใหก้ ารกระทําทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษและวตั ถุออกฤทธเิ ์ป็นความผดิ อาญา จดุ ทส่ี าํ คญั คอื ใน พ.ศ. 2539 นายเสนาะ เทยี นทอง รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ ในขณะนัน้ ได้ เสนอใหเ้ ปลย่ี นช่อื ยามา้ เป็น “ยาบา้ ” ดว้ ยเหตุผลวา่ เพอ่ื ใหส้ งั คมไมเ่ กดิ ความเขา้ ใจผดิ ว่าเสพแลว้ จะมกี ําลงั วงั ชา เหมอื นมา้ แต่คอื เสพแลว้ จะมพี ษิ ภยั ทาํ ใหข้ าดสติ สงั คมจะไดเ้ กดิ ความรสู้ กึ รงั เกยี จจนน่าจะช่วยลดจาํ นวนผเู้ สพ ลงได้ นอกจากน้ี ยงั มกี ารเปลย่ี นสถานะของยาบา้ มาเป็นยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 1 เพอ่ื ใหม้ บี ทลงโทษท่ี รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 73 / 152
รนุ แรงขน้ึ เหลา่ น้ีไดท้ ําใหภ้ าพลกั ษณ์ของยาบา้ เลวรา้ ยยง่ิ ขน้ึ จนทาํ ใหค้ วามรสู้ กึ ของสงั คมต่อยาเสพตดิ ชนิดน้ี เป็นไปในแนวทางหวาดกลวั อยา่ งรนุ แรงดว้ ยเหน็ วา่ เป็นภยั อยา่ งรา้ ยกาจ และทาํ ใหม้ องว่าใครกต็ ามทเ่ี ขา้ มา เกย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ ชนดิ น้ีเป็นความชวั่ รา้ ยอนั ใหอ้ ภยั มไิ ด้ (Zero Tolerance) น่คี อื กระบวนการทย่ี าบา้ กลายเป็น “วาทกรรม” ดว้ ยการกําหนดชอ่ื เรยี กความหมายทางสงั คม โครงสรา้ งโทษ รวมทงั้ มกี ารปราบปราม และเสนอขา่ วการจบั กุมอยา่ งต่อเน่ือง ซง่ึ เหลา่ น้ไี ดท้ าํ ใหย้ าบา้ กลายเป็นวาทกรรมความชวั่ รา้ ยในสงั คมตลอดมา ผลกระทบจากการยกระดบั ความรนุ แรงของเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดอนั ตรายต่อ สงั คมไทย พบวา่ กระบวนการทย่ี าบา้ กลายเป็น “วาทกรรม” ทาํ ใหผ้ เู้ สพกลายเป็นคนรา้ ยทงั้ ทางกฎหมายและ ทางสงั คม และจากนโยบายดงั กลา่ วในปี 2539 จนถงึ ปัจจบุ นั ไดพ้ สิ จู น์ใหเ้ หน็ ถงึ ความเป็นรปู ธรรมของวาทกรรม จากนโยบายรฐั ทป่ี รากฏในรปู ของ “คนลน้ คุก” ดงั รายละเอยี ดในบทท่ี 1 แสดงสถติ ปิ ระเทศไทยมผี ตู้ อ้ งขงั มาก ทส่ี ุดในกลมุ่ ประเทศอาเซยี น เป็นอนั ดบั 3 ในเอเชยี รองจากจนี และอนิ เดยี และมากเป็นอนั ดบั ท่ี 6 ของโลก และ มจี าํ นวนผตู้ อ้ งขงั เกนิ ศกั ยภาพของเรอื นจาํ 145 แห่งทวั่ ประเทศกว่า 2 เทา่ กว่ารอ้ ยละ 70 เป็นคดยี าเสพตดิ และกว่ารอ้ ยละ 90 ของผถู้ ูกจบั กุมคมุ ขงั คดยี าเสพตดิ เกย่ี วขอ้ งกบั เมทแอมเฟตามนี ซง่ึ เป็นสารกระตุน้ ชนดิ หน่ึง ในกลุม่ แอมเฟตามนี (Amphetamine-type Stimulants, ATS) ดงั นนั้ จงึ อาจกล่าวไดว้ า่ เพราะสงั คมไทยพง่ึ พา กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาโดยอาศยั เรอื นจาํ /ทณั ฑสถานเป็นคาํ ตอบสดุ ทา้ ย หรอื เป็นเครอ่ื งมอื ตอบโตก้ าร แพรร่ ะบาดของ (เมท) แอมเฟตามนี มากเกนิ ไป (Overreliance on Incarceration for ATS Offences) จนอาจ เรยี กไดว้ า่ “เสพตดิ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาหรอื การลงโทษ” (Addicted to Crime Justice or Punishment) โดยมกี ารใชเ้ รอื นจาํ /ทณั ฑสถานอยา่ งไมม่ ปี ระสทิ ธผิ ล ทิศทางของนโยบายยาเสพติดในปัจจบุ นั ที่เปลี่ยนแปลงไปสู่การลดทอนความเป็นอาชญากรรม จากปัญหาคนลน้ เรอื นจาํ ตามทก่ี ลา่ วขา้ งตน้ และองคก์ ารสหประชาชาตเิ องกต็ อ้ งปรบั ระบบคดิ ใหมเ่ พ่อื รบั มอื กบั ปัญหาน้ีดว้ ยแนวทางทแ่ี ตกต่างไปจากเดมิ เพราะ 30-40 ปีทผ่ี า่ นมา องคก์ ารสหประชาชาตเิ คย ประกาศสงครามยาเสพตดิ มาแลว้ แต่ไมไ่ ดผ้ ล การประชุม UNGASS 2016 ทาํ ใหท้ ศิ ทางของโลกเปลย่ี นแปลง ไปในทางตรงขา้ มและใหค้ วามสาํ คญั กบั มติ ดิ า้ นสขุ ภาพมากขน้ึ 45 จงึ ทาํ ใหก้ ระทรวงยตุ ธิ รรมโดยการนําของพล เอกไพบลู ย์ คมุ้ ฉายา ไดม้ แี นวคดิ ใหท้ บทวนการจดั ประเภทของสารกระตุน้ ในกล่มุ แอมเฟตามนี เสยี ใหม่ โดย คาํ นงึ ถงึ ภยนั ตราย (Harm) ไมว่ ่าจะเป็นภยนั ตรายต่อตนเอง (Harm to self) หรอื ภยนั ตรายต่อผอู้ ่นื หรอื สงั คม (Harm to Others or Society) รวมทงั้ ตอ้ งมองว่าการแกป้ ัญหาผตู้ อ้ งขงั ลน้ เรอื นจาํ /ทณั ฑสถานอนั มสี าเหตุมา จากคดยี าเสพตดิ ไมส่ ามารถมงุ่ เน้นไปเฉพาะเพยี งบางมติ ไิ ด้ เชน่ บางหน่วยงานอาจใหค้ วามสาํ คญั เฉพาะมติ ิ เศรษฐกจิ ทม่ี งุ่ ทาํ ลายผลกําไรของฝ่ายผคู้ า้ กข็ าดมติ สิ งั คม มติ กิ ารแพทยแ์ ละสาธารณสุข บางหน่วยงานอาจให้ ความสาํ คญั เฉพาะมติ กิ ฎหมายและการบงั คบั ใชท้ ม่ี งุ่ การลงโทษทไ่ี ดส้ ดั ส่วน รวมทงั้ การใชม้ าตรการอ่นื แทนการ ลงโทษจาํ คุกกข็ าดมติ สิ งั คม มติ กิ ารแพทยแ์ ละสาธารณสุข และมติ เิ ศรษฐกจิ การปฏริ ปู หรอื แกป้ ัญหาเพยี งมติ ใิ ดมติ หิ น่ึงมอิ าจสมั ฤทธผิ ์ ลไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื แต่มคี วามจาํ เป็นอยา่ งยงิ่ ท่ี ทุกภาคสว่ นของสงั คมจะไดร้ ว่ มกนั ศกึ ษาและตรวจสอบโดยคาํ นึงถงึ ผลกระทบในทุกมติ ขิ อง (เมท) แอมเฟตามนี เทา่ ทเ่ี ป็นไปไดไ้ มว่ า่ จะเป็นในดา้ นเภสชั ศาสตรท์ ม่ี ตี ่อสขุ ภาพ (Pharmacology) สงั คม เศรษฐกจิ และการใช้ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาในการจดั การต่อปัญหาดงั กลา่ วได้ รวมทงั้ ถงึ เวลาแลว้ ทม่ี คี วามจาํ เป็นตอ้ งสรา้ ง ระบบความปลอดภยั (Safety Valve) เพอ่ื ขจดั หรอื ลดอนั ตรายทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ไดแ้ ก่ มนุษยท์ ุกคนในสงั คมและท่ี รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 74 / 152
สาํ คญั ประเทศชาตสิ ่วนรวมไมค่ วรฝากความหวงั การแกป้ ัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ ไวย้ งั หน่วยงานหรอื บุคลากรกลุ่มใดกลมุ่ หน่ึงแต่ฝ่ายเดยี ว และเพ่อื ใหส้ งั คมไทยเป็นสงั คมฐานความรู้ (Knowledge-based Society) เพราะโลกทป่ี ลอด ยาเสพตดิ (Drug-free World) นนั้ ไมม่ อี ยจู่ รงิ ดว้ ยเหตุทว่ี า่ สารเคมที ไ่ี ดจ้ ากพชื หรอื การสงั เคราะหอ์ นั มอี ทิ ธพิ ล ต่ออารมณ์ การรบั รู้ และพฤตกิ รรมของมนุษยป์ ระเภทกดประสาท เช่น ฝ่ิน มอรฟ์ ีน เฮโรอนิ ยากล่อมประสาท ยานอนหลบั สารระเหย หรอื เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลก์ ด็ ี ประเภทกระตุน้ ประสาท เชน่ สารกระตุน้ ในกลุ่มแอมเฟตา มนี ใบกระท่อม นิโคตนิ ในยาสบู คาเฟอนี ในกาแฟ หรอื โคเคนกด็ ี และประเภทหลอนประสาท หรอื เพอ่ื ผ่อน คลาย เชน่ กญั ชากด็ ี ต่างมคี ุณและโทษตวั ขอ้ หา้ มของสงั คมไมอ่ าจเอาชนะธรรมชาตขิ องมนุษยใ์ นการแสวงหา ประโยชน์จากดา้ นดขี องสง่ิ เหล่าน้ี และขณะเดยี วกนั กม็ อิ าจกําจดั ความโลภของมนุษยไ์ ด้ ตลาดยาเสพตดิ จงึ ไม่ ยดื หยุ่นไปกบั ราคา ยาเสพตดิ จะถกู บรโิ ภคเสมอไมว่ า่ จะมรี าคาเท่าใด ดงั นนั้ ผลทไ่ี ดค้ อื การกระตุน้ ใหม้ กี ารผลติ ยาเสพตดิ มากขน้ึ และการเขา้ มาของผคู้ า้ มากขน้ึ ยาเสพตดิ จงึ มอี ยอู่ ย่างแพรห่ ลาย การหา้ มจงึ ก่อใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์ทฤษฎี “การบบี ของลกู โป่ง” (Balloon Effect) ทงั้ ในฝ่ายผใู้ ชท้ ม่ี งุ่ แสวงประโยชน์ของฤทธกิ ์ ด ประสาท กระตุน้ ประสาท หลอนประสาท หรอื เพอ่ื ผอ่ นคลายจากสารเหล่าน้ี ในขณะทฝ่ี ่ายผคู้ า้ กม็ งุ่ แสวงหา ประโยชน์เชงิ ทรพั ยส์ นิ จากสารเหลา่ น้ี ดงั ตวั อยา่ ง (เมท) แอมเฟตามนี ซง่ึ แพร่ระบาดขน้ึ จากการลดลงของเฮโร อนิ และเมอ่ื ถกู ปราบปรามอยา่ งหนกั (เมท) แอมเฟตามนี กก็ ลบั มาระบาดหนกั ขน้ึ กว่าเดมิ ไมเ่ พยี งเขา้ มาจาก แหล่งผลติ ประเทศเพอ่ื นบา้ น แต่ยงั หลงั่ ไหลมาจากทุกสารทศิ ทวั่ โลก และไมเ่ วน้ แมก้ ระทงั่ สารทถ่ี ูกกฎหมาย เชน่ ยาแกป้ วด หรอื ยาตามใบสงั่ แพทยก์ ย็ งั ถูกใชใ้ นทางทผ่ี ดิ จนทําใหเ้ กดิ การตดิ ไดเ้ ชน่ กนั หากขาดการควบคุม อยา่ งเหมาะสม โครงการกาํ ลงั ใจม่งุ เน้นการพฒั นาองคค์ วามรดู้ ้านยาเสพติดเพื่อรองรบั การดาํ เนินงานตาม นโยบายลดทอนความเป็นอาชญากรรม สอดคลอ้ งกบั ประกาศของกระทรวงสาธารณสขุ วนั ท่ี 30 กนั ยายน 2559 ว่าดว้ ยกรอบแนวทางและมาตรการดา้ นสาธารณสุขอยา่ งสรา้ งสรรค์ โดยยดึ หลกั “ผเู้ สพคอื ผปู้ ่วย” ดงั น้ี (1) ส่งเสรมิ และป้องกนั ไมใ่ หเ้ สพสารเสพตดิ (2) บาํ บดั รกั ษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพ (3) ลดอนั ตราย ดงั นนั้ องค์ ความรยู้ าเสพตดิ ในฐานะทกั ษะสงั คมเพ่อื ป้องกนั และลดอนั ตรายจากยาเสพตดิ ทห่ี ่างหายไปจากแวดวงวชิ าการ ไทยมากกวา่ สองทศวรรษจงึ มคี วามสําคญั ทส่ี ดุ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การควบคุมเพ่อื ขจดั หรอื ลดอนั ตรายจากสาร กระตุน้ ในกลุ่มแอมเฟตามนี ไมว่ ่าจะเป็นภยนั ตรายต่อตนเอง หรอื ภยนั ตรายต่อผอู้ ่นื หรอื สงั คม สอดคลอ้ งกบั ความรทู้ างวทิ ยาศาสตรเ์ พอ่ื สนบั สนุนใหส้ งั คมสามารถขบั เคล่อื นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาไปไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง มปี ระสทิ ธภิ าพ46,47,48,49,50,51 กระแสทุนนิยมและการสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกจิ ของประเทศมกั มากบั ความเหล่อื มลา้ํ เศรษฐกจิ ทย่ี งิ่ เตบิ โตทาํ ใหส้ งั คมยง่ิ มปี ัญหา กระแสทุนนยิ มและการสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกจิ มกั ควบค่มู ากบั ความ เหล่อื มล้าํ ทางสงั คม การสรา้ งความรบั รเู้ กย่ี วกบั การเสพตดิ จงึ เป็นสงิ่ จาํ เป็น เพราะภาวะการเสพตดิ ไมไ่ ดจ้ าํ กดั แคย่ าเสพตดิ เพยี งอยา่ งเดยี ว แต่มกี ารเสพตดิ หลายประเภท เชน่ เสพตดิ การพนนั เสพตดิ ของแบรนดเ์ นม เสพ ตดิ การเลน่ เกม เสพตดิ ความรนุ แรง เป็นตน้ ทงั้ ศาสนาและปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งจะเป็นหนทางทใ่ี ช้ แกป้ ัญหา เพราะปรชั ญาน้ีสอนใหค้ นรจู้ กั คดิ รจู้ กั วางแผน และรจู้ กั คาํ ว่าพอเพยี ง ซง่ึ จะทาํ ใหค้ นในสงั คมมคี วาม ตระหนกั รแู้ ละรเู้ ท่าทนั ต่อการเปลย่ี นแปลงของสงั คมโลก ตลอดจนการป้องกนั ปัญหาต่างๆ ทม่ี าจากการเสพตดิ และการใชร้ ะบบเศรษฐกจิ ทุนนยิ มแบบสุดโต่ง รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 75 / 152
หากมกี ารถ่ายทอดองคค์ วามรยู้ าเสพตดิ ทถ่ี ูกตอ้ งเป็นวทิ ยาศาสตรเ์ สยี ใหมก่ น็ ่าเชอ่ื ว่าจะเกดิ ความ เขา้ ใจต่อผเู้ สพผตู้ ดิ อยา่ งถูกตอ้ ง รเู้ ทา่ ทนั ในองคค์ วามรยู้ าเสพตดิ ลดทอนการนํากระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา มาใชม้ ากเกนิ ไป การเสพตดิ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาทม่ี ากเกนิ ไปของสงั คมกจ็ ะไดร้ บั การแกไ้ ขไปดว้ ย ดงั นนั้ สง่ิ ทค่ี วรดาํ เนินการต่อเน่ืองคอื การสรา้ งองคค์ วามรใู้ หมเ่ กย่ี วกบั ยาเสพตดิ และทกั ษะทางสงั คมเพ่อื ป้องกนั และลดอนั ตรายเกย่ี วกบั สารกระตุน้ ในกลุ่มแอมเฟตามนี และเพอ่ื สนับสนุนการลดทอนความเป็น อาชญากรรม ตลอดจนนําการสรา้ งองคค์ วามรใู้ หมเ่ กย่ี วกบั ยาเสพตดิ ไปทดลองปรบั ใชใ้ นชมุ ชนทก่ี าํ หนดขน้ึ Methamphetamine: Fact VS. Fiction and Lessons from the Crack Hysteria โดย Professor Dr. Carl L. Hart, Columbia University, USA จากการประชมุ เรอ่ื ง ทศิ ทางนโยบายยาเสพตดิ โลกภายหลงั การประชมุ UNGASS (2016) กบั การทบทวนกฎหมายและการตคี วามของไทยเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ วนั ท่ี 15-16 มถิ ุนายน 2559 Dr. Carl L. Hart นักวิจยั ด้านยาเสพติด มหาวิทยาลยั โคลมั เบีย ประเทศสหรฐั อเมริกา กว่า 25 ปีทศ่ี กึ ษาดา้ นยาเสพตดิ เพราะตอ้ งการแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ ทส่ี ะทอ้ นความเป็นวทิ ยาศาสตร์ ทงั้ โคเคน เมทแอมเฟตามนี และยาเสพตดิ อ่นื ๆ พบว่าเรายงั ไมส่ ามารถแกป้ ัญหายาเสพตดิ ได้ แต่ไดเ้ รยี นรวู้ า่ ถ้า หากคนส่วนใหญ่ทใ่ี ชย้ าเสพตดิ ไมไ่ ดต้ ดิ ทางเลอื กลดการใชย้ าเสพตดิ จงึ เป็นทางทน่ี ่าสนใจเพราะจะสามารถลด ปัญหายาเสพตดิ ได้ เมอ่ื เราคดิ ถงึ การตดิ ยาเสพตดิ กพ็ บว่าอาจมสี าเหตุหลายประการและผตู้ ดิ ยาเสพตดิ อาจมี อาการป่วยทางกายภาพและจติ เวชรว่ มดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม การตดิ ยาจากหลายสาเหตุน้เี ราอาจควบคุมได้ ถา้ เราพยายามทาํ งานและประเมนิ ถงึ สาเหตุทท่ี าํ ใหต้ ดิ ยาไมใ่ ชม่ องแต่ตวั ยาเสพตดิ บทเรยี นหน่งึ ทางวทิ ยาศาสตร์ เกย่ี วกบั เมทแอมเฟตามนี ในสหรฐั อเมรกิ าคอื นกั ศกึ ษามกี ารใชเ้ พอ่ื ใหอ้ ่านหนงั สอื ไดท้ น และแพทยใ์ ชเ้ พ่อื การ รกั ษาผปู้ ่วยโรคสมาธสิ นั้ และโรคอว้ นเพราะไดร้ บั อนุมตั จิ ากองคก์ ารอาหารและยา เราจงึ ใชเ้ มทแอมเฟตามนี มา ตงั้ แต่สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 จนถงึ ปัจจบุ นั เป็นบทเรยี นทถ่ี กเถยี งกนั ทางวทิ ยาศาสตรเ์ พราะมขี อ้ กงั วลวา่ เมทแอม เฟตามนี ก่อใหส้ มองเกดิ ความเสยี หาย จงึ ไมม่ กี ารอนุมตั ใิ หใ้ ชไ้ ด้ และควรมกี ารทบทวนเรอ่ื งของการแพทย์ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 76 / 152
เกย่ี วกบั เมทแอมเฟตามนี เมอ่ื เรายอ้ นกลบั ไปในปี 1986 สหรฐั อเมรกิ า crack cocaine ถอื เป็นปัญหาทใ่ี หญ่ทส่ี ุด เหมอื นเมทแอมเฟตามนี ทเ่ี ป็นปัญหาใหญ่ทส่ี ุดของประเทศไทย crack cocaine อนั ตรายเลวรา้ ยมากโดยมกี าร ทาํ กฎหมายรแุ รงมากกว่ายาเสพตดิ อ่นื คนทถ่ี กู จบั โดยมี crack cocaine เลก็ น้อยถูกจองจาํ 5 ปีเป็นอยา่ งต่ํา ผเู้ สพยาเสพตดิ ส่วนใหญ่ราวรอ้ ยละ 90 ไมม่ ปี ัญหา ผเู้ สพบางคนมคี วามสามารถถงึ ระดบั ประธานาธบิ ดี ของสหรฐั อเมรกิ า มเี พยี งประมาณรอ้ ยละ 10 ทก่ี ารเสพตดิ สง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่นื ซง่ึ โดยสว่ นใหญ่จะมี ปัจจยั ทางสงั คมเป็นสว่ นประกอบสาํ คญั ของปัญหาดว้ ย การวจิ ยั พบว่า การเสพเมทแอมเฟตามนี ในระดบั ท่ี เหมาะสมกลบั ช่วยเสรมิ การทาํ งานของสมองและร่างกายได้ การเสพเมทแอมเฟตามนี ทซ่ี อ้ื หานอกการควบคุม และการเสพผดิ วธิ นี ําไปสกู่ ารเส่อื มโทรมของรา่ งกายและกระตุน้ ใหเ้ กดิ อาการทางสมองจากการขาดอาหารและ ขาดการนอนหลบั ใหเ้ พยี งพอ ขอ้ พงึ กงั วลต่อภาวะเสพตดิ (Addiction) ตวั ยาเสพตดิ ไมใ่ ชป่ ัญหา ผใู้ ชย้ าเสพตดิ 80-90% ไมม่ ปี ัญหา ปัญหาคอื ภาวะผดิ ปกตทิ างจติ และความบกพรอ่ งทางสมอง ปัญหาคอื การใชค้ วามรนุ แรง สงิ่ ทส่ี าํ คญั สาํ หรบั ผทู้ ม่ี ปี ัญหายาเสพตดิ ควรใหแ้ น่ใจว่าผใู้ ชย้ า เสพตดิ ยงั คงนอนหลบั ได้ กนิ ได้ และเขา้ รว่ มในสงั คมได้ ทางออกของปัญหาการเสพตดิ ควรดาํ เนนิ การดงั น้ี (1) Attractive alternatives decrease drug use. การมที างเลอื กทจ่ี งู ใจไดห้ ลากหลายสามารถลดการใชย้ าเสพตดิ ลงได้ มหี ลกั ฐานจากงานวจิ ยั ทงั้ ในสตั วท์ ดลอง และในมนุษย์ บุคคลทม่ี ที างเลอื กในการใชช้ วี ติ จาํ กดั จะหมกมนุ่ กบั สง่ิ เสพตดิ เพ่อื พาตนเองไปใหพ้ น้ จาก สถานการณ์ความทุกข์ แมจ้ ะชว่ ยใหพ้ น้ ทุกขไ์ ดเ้ พยี งระยะเวลาอนั สนั้ เมอ่ื มที างเลอื กทด่ี ขี น้ึ จะสามารถลดการ เสพสง่ิ เสพตดิ ลงไดเ้ อง (2) Ensure basic needs are met: housing, employment, etc. การป้องกนั แกไ้ ขปัญหา ยาเสพตดิ ควรใหค้ วามสาํ คญั กบั การตอบสนองความต้องการพน้ื ฐานของคนในสงั คมใหเ้ พยี งพอ อาทิ การมที อ่ี ยู่ อาศยั ทด่ี ี ในสภาพแวดลอ้ มทด่ี ี การจา้ งงาน การมงี านทาํ สภาพสงั คมและเศรษฐกจิ เป็นตน้ และ (3) Change the legal status: decriminalization versus legalization. ควรลดทอนความเป็นอาชญากรรมลง หรอื ทาํ ใหถ้ ูก กฎหมายอย่างเหมาะสม ตวั อยา่ ง โปรตุเกสโมเดลทล่ี ดความเป็นอาชญากรรมในผเู้ สพยาเสพตดิ ลงและเพม่ิ ประเดน็ สุขภาพ ทาํ ใหป้ ัญหาสุขภาพลดลง อาชญากรรมลดลง และประชาชนใหก้ ารสนบั สนุน ขณะทใ่ี น สหรฐั อเมรกิ ารอ้ ยละ 80 ของคนทถ่ี กู จบั กุมเป็นคนผวิ ดาํ และยากจน ต่อมามกี ารเสนอใหป้ ระธานาธบิ ดสี มยั นัน้ แกไ้ ขกฎหมายกําหนดบทลงโทษใหร้ นุ แรงเท่ากบั ยาเสพตดิ ชนิดอ่นื ๆ สหรฐั อเมรกิ าเป็นผนู้ ําดา้ นการจองจาํ โดย มนี กั โทษทงั้ หมด 2.2 ลา้ นคน คนผวิ ดําเป็นหน่งึ ในสามของผถู้ ูกจบั เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ทงั้ หมด เป็นสถติ ทิ น่ี ่า สะพรงึ กลวั เมอ่ื มกี ฎหมายเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ทไ่ี มเ่ หมาะสม และสหรฐั อเมรกิ ากม็ นี ักโทษหญงิ ทส่ี งู ทส่ี ดุ ในโลกซง่ึ ไมใ่ ช่สงิ่ ทน่ี ่าภาคภมู ใิ จเลย สว่ นประเทศไทยกว่ารอ้ ยละ 80 ของนกั โทษหญงิ เกย่ี วขอ้ งกบั แอมเฟตามนี จงึ น่าจะ คดิ ไดว้ ่าเราจะเปลย่ี นแปลงนโยบายและกฎหมายยาเสพตดิ ใหเ้ หมาะสมอยา่ งไร รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 77 / 152
Australia’s Experience of Methamphetamine Control โดย Dr. Alex Wodak, President of the Australian Drug Law Reform Foundation จากการประชมุ เรอ่ื ง ทศิ ทางนโยบายยาเสพตดิ โลกภายหลงั การประชุม UNGASS (2016) กบั การทบทวนกฎหมายและการตคี วามของไทยเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ วนั ท่ี 15-16 มถิ ุนายน 2559 ไมว่ ่าทไ่ี หนในโลกจะพบว่าผเู้ กย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ มกั จะเป็นคนยากจนและอยใู่ นชุมชน ไมม่ กี ารศกึ ษา ไมม่ บี า้ นอยู่ สาํ หรบั ประเทศออสเตรเลยี มกี ารดําเนินนโยบายลดอนั ตรายจากยาเสพตดิ โดยลดอุปทานและอุป สงคข์ องยาเสพตดิ ดว้ ยการรณรงคแ์ ละใหก้ ารศกึ ษา แอลกอฮอลเ์ ป็นปัญหาสารเสพตดิ อนั ดบั หน่งึ ของประเทศ ออสเตรเลยี เมทแอมเฟตามนี เป็นปัญหายาเสพตดิ ทส่ี าํ คญั เป็นอนั ดบั สองรองจากกญั ชา เมทแอมเฟตามนี ทใ่ี ช้ ในทางทผ่ี ดิ กฎหมายมกี ารใชใ้ นขนาดทส่ี ูงและส่งผลกระทบมาก ทศิ ทางการแกไ้ ขปัญหาของรฐั บาลออสเตรเลยี คอื ใหค้ วามรเู้ รอ่ื งยาเสพตดิ ทถ่ี ูกตอ้ งแก่ประชาชน เพมิ่ งบประมาณดา้ นการบาํ บดั รกั ษา สนบั สนุนใหเ้ ขา้ รบั การบําบดั แต่เน่ินๆ และอนุญาตใหม้ กี ารวจิ ยั การใชย้ า กระตุน้ ในกลุ่มเดยี วกนั มาใชใ้ นการบาํ บดั รกั ษาผมู้ ปี ัญหายาเสพตดิ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 78 / 152
จาก Speed ถึง ยาบ้า ในมุมมองของผแู้ ปล โดย อาจารยพ์ งษศ์ กั ดิ ์กาญจนาคพนั ธุ์ จากการประชมุ เรอ่ื ง ทศิ ทางนโยบายยาเสพตดิ โลกภายหลงั การประชุม UNGASS (2016) กบั การทบทวนกฎหมายและการตคี วามของไทยเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ วนั ท่ี 15-16 มถิ ุนายน 2559 วา่ ดว้ ยเรอ่ื งของสปีด หลายชวี ติ ของแอมเฟตามนี แปลจาก On Speed: The Many Lives of Amphetamine เขยี นโดย Assist. Prof. Nicolas Rasmussen, University of New South Wales, Australia นําเสนอเน้อื หาในหนงั สอื เกย่ี วกบั เมทแอมเฟตามนี ตงั้ แต่ การเรมิ่ สงั เคราะหม์ าใชป้ ระโยชน์ดา้ นต่างๆ ในอดตี จนถงึ ปัญหา ยาบา้ ในปัจจบุ นั โดยวนั ท่ี 3 มถิ ุนายน ค.ศ. 1929 กอรด์ อน อลั เลส นกั เคมหี นุ่มวยั 27 ปี ฉีดสารทร่ี จู้ กั กนั ในวนั น้วี ่า แอมเฟตามนี ใหก้ บั ตวั เองเป็นการทดสอบครงั้ แรกในมนุษย์ พบว่ายากระตุน้ ประสาททาํ ใหเ้ กดิ ความเคลม้ิ สขุ อลั เลสพยายามหายารกั ษาโรคหดื เพอ่ื แขง่ ขนั กบั ยาเอฟีดรนี ทแ่ี พรห่ ลายในขณะนนั้ โดยจดลขิ สทิ ธแิ ์ อมเฟตามนี ซลั เฟต และแอมเฟตามนี ไฮโดรคลอไรด์ ในปี ค.ศ. 1932 และหา เงนิ ทนุ สนบั สนุนจากบรษิ ทั สมธิ ไคลน์ และเฟรนช์ (SKF) จาํ หน่ายยาชอ่ื เบนซดี รนี ซลั เฟท ในสงครามโลก ทงั้ เยอรมนั สหรฐั ฯ และองั กฤษ ต่างใชเ้ มทแอมเฟตามนี ผลทต่ี ามมา SKF ผลติ ยาเบนซดี รนี 1 ลา้ นเมด็ ต่อวนั ในปี ค.ศ. 1945 และผลติ ยาทงั้ หมด 750 ลา้ นเมด็ เมอ่ื สน้ิ ปี ค.ศ. 1945 ซง่ึ พอเพยี งสําหรบั คนอเมรกิ นั 1 ลา้ นคนทจ่ี ะ รบั ประทาน 2 เมด็ ต่อวนั ยาเบนซดี รนี เรม่ิ เป็นทน่ี ยิ มของสงั คมอเมรกิ นั ในลกั ษณะของยากระตุน้ ประสาททเ่ี รยี ก กว่ายา “เปบ พลิ ” (pep pill) หรอื ยาขยนั (pepper-upper) ยาเบนซดี รนี กลายเป็นองคป์ ระกอบทส่ี ําคญั ยง่ิ ของ ความคดิ สรา้ งสรรค์ แจค๊ เครแู อค เขยี น “บนถนนแหง่ การเดนิ ทาง” ไมถ่ งึ 3 สปั ดาหข์ ณะทเ่ี มาเบนเซดรนี อยู่ แอมเฟตามนี ไดร้ บั อนุมตั ใิ หเ้ ป็นยาควบคมุ น้ําหนกั อยา่ งเป็นทางการในปลายทศวรรษท่ี 1940 ในไมช่ า้ แอมเฟตามนี ไดร้ บั การสงั่ ใหค้ นไขในหลากหลายโรคตงั้ แต่โรคอว้ นถงึ โรคซมึ เศรา้ ปลายทศวรรษท่ี 1960 ชาว อเมรกิ นั 5 ลา้ นคนใชย้ าแอมเฟตามนี ภายใตก้ ารดแู ลของแพทย์ และอกี 2-3 ลา้ นคนใชย้ าดงั กล่าวเพ่อื ความ สนุกสนาน ผทู้ ส่ี งั่ ยาเหล่าน้ีมากทส่ี ดุ กลบั ไมใ่ ช่จติ แพทย์ แต่เป็นแพทยเ์ วชปฏบิ ตั ทิ วั่ ไปและผใู้ หบ้ รกิ าร สาธารณสุขพน้ื ฐานอ่นื ๆ การใชแ้ อมเฟตามนี ขยายตวั และแพรก่ ระจายในทศวรรษท่ี 1960 แมแ้ ต่ผนู้ ําประเทศ อยา่ งประธานาธบิ ดจี อหน์ เอฟ เคนเนด้ี ยงั เป็นผใู้ ชแ้ อมเฟตามนี อย่างหนกั ในเดอื นพฤศจกิ ายน ค.ศ. 2001 มี การบนั ทกึ ว่ามผี บู้ รโิ ภคยาเสพตดิ จาํ นวน 2.65 ลา้ นคนในราชอาณาจกั ร ซง่ึ ในจาํ นวนน้ีคาดว่ารอ้ ยละ 94 เคยใช้ เมทแอมเฟตามนี อยา่ งน้อยหน่ึงครงั้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 79 / 152
รฐั บาลไทยไดห้ า้ มการใชแ้ อมเฟตามนี ทกุ ชนิดในปี ค.ศ. 1996 รวมถงึ ชนิดทใ่ี ชเ้ พอ่ื วตั ถุประสงคท์ าง การแพทยด์ ว้ ย รฐั บาลของประเทศอ่นื ๆ ไดด้ ําเนินมาตรการหลายมาตรการเชน่ กนั ส่วนใหญ่ไมร่ นุ แรงเท่าไทย ทาํ ไมตอ้ งเป็นเมทแอมเฟตามนี เพราะเมทแอมเฟตามนี มคี ุณสมบตั เิ ป็นทงั้ ยารกั ษาโรคและเป็นยาเสพตดิ เมท แอมเฟตามนี หาไดง้ ่ายกว่าในตลาดผดิ กฎหมายเน่อื งจากสงั เคราะหไ์ ดง้ ่ายกว่า การคน้ หาทางอนิ เตอรเ์ น็ตทําให้ ผใู้ ชพ้ บสตู ร ‘วธิ กี ารผลติ เมท’ หลายสบิ สตู รไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ภายในเวลาไมก่ น่ี าที เมทแอมเฟตามนี สามารถผลติ ไดอ้ ยา่ งงา่ ยดายจากผลติ ภณั ฑท์ ห่ี าไดท้ วั่ ไปไมก่ ่ชี นิด ส่วนประกอบทส่ี าํ คญั ทส่ี ุดคอื ยาแกห้ วดั ทห่ี าซอ้ื ไดโ้ ดยไม่ ตอ้ งมใี บสงั่ แพทย์ ชนิดซโู ดอเี ฟดนี จงึ ถกู นําไปใชใ้ นทางทผ่ี ดิ บ่อยทส่ี ุด การปราบปรามไดผ้ ลเพยี งใด จาํ นวน นกั โทษเพมิ่ ขน้ึ มากมาย ยาเสพตดิ ไมไ่ ดล้ ดลง สงั คมไมไ่ ดป้ ลอดภยั แนวทางการส่ือสารและให้ความรดู้ ้านยาเสพติดแก่สงั คมรว่ มกบั สสส. โดย สาํ นกั สนบั สนุนการควบคุมปัจจยั เสย่ี งหลกั สสส. จากการประชุม “ส่อื สารความรยู้ าเสพตดิ สสู่ งั คม” วนั ท่ี 28 ธนั วาคม 2559 ผอู้ ํานวยการ สาํ นกั สนับสนุนการควบคมุ ปัจจยั เสย่ี งหลกั สสส. กล่าวถงึ 4 ระยะของการส่อื สารสงั คม ประกอบดว้ ย (1) Policy consensus (2) Content to communicate policy (3) Production of message and knowledge products (4) Dissemination through mass and social medias สาํ หรบั กลุ่ม semi-mass อกี ทงั้ สสส. ยงั ใชช้ ่องทางส่อื สารเฉพาะสาํ หรบั niche audience เช่น การสมั มนา เวทแี ลกเปลย่ี นทางวชิ าการ Story telling รว่ มไปกบั Social marketing อยา่ งไรกต็ าม สงิ่ สาํ คญั และเรง่ ดว่ นในการใหค้ วามรดู้ า้ นยาเสพตดิ แก่สงั คม ในขณะน้ีน่าจะเป็นการคดั เลอื กเน้ือหา (content) ใหเ้ หมาะสมกบั ผูร้ บั ขอ้ มลู แต่ละกลุ่มซง่ึ มหี ลากหลายและ เรง่ ดว่ นแตกต่างกนั โดยกลุ่มทต่ี อ้ งสอ่ื สารอย่างเรง่ ด่วนคอื ผพู้ พิ ากษา ผกู้ ําหนดนโยบาย ผอู้ อกกฎหมาย กลมุ่ ท่ี ตอ้ งสอ่ื สารระยะยาวคอื ผปู้ ฏบิ ตั ติ ามนโยบาย ผบู้ งั คบั ใชก้ ฎหมาย ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ ง และภาคประชาชน/สงั คมทวั่ ไป โดยเฉพาะต่อภาคประชาชน/สงั คมทวั่ ไปตอ้ งส่อื สารออกไปในแนวทาง Smart Drug Control ยา้ํ วา่ ไมไ่ ด้ สนบั สนุนการใชย้ าเสพตดิ เพ่อื ป้องกนั ไมใ่ หส้ งั คมเกดิ ความระแวง รวมถงึ องคก์ รทเ่ี ป็น Focal Point ดา้ นวชิ าการ สารเสพตดิ ซง่ึ ทป่ี ระชุมมคี าํ ตอบอยา่ งหลากหลาย อาทิ สาํ นกั ยทุ ธศาสตร์ สาํ นกั งาน ป.ป.ส. รวมถงึ หน่วยงาน วชิ าการภายในกรม/กระทรวงต่างๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งทงั้ ทางดา้ นการแพทย์ กฎหมาย นโยบาย ในกระทรวงยตุ ธิ รรม กระทรวงสาธารณสขุ ภาควชิ าการจากหลากมหาวทิ ยาลยั ภาคเี ครอื ข่ายวชิ าการสารเสพตดิ โครงการกาํ ลงั ใจ และ/หรอื ฯลฯ สรปุ ไดว้ ่าไมอ่ าจมอี งคก์ รใดองคก์ รเดยี วทเ่ี ป็นศูนยก์ ลางดา้ นวชิ าการสารเสพตดิ หากแต่ตอ้ ง รว่ มมอื กนั รวมไปถงึ ขยายเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื ออกไปใหก้ วา้ งกว่าเดมิ ในลกั ษณะพหภุ าคี เป็น Multiple Stakeholders สรปุ แนวทางในการส่อื สารสงั คม ดงั น้ี (1) ตอ้ งมที มี ดา้ นวชิ าการทาํ งาน เพราะเน้อื หาทางวชิ าการในมติ ิ ต่างๆ ต่อยาเสพตดิ นนั้ สาํ คญั และจาํ เป็นมากในการใหค้ วามรแู้ ก่สงั คม ในเบอ้ื งตน้ ควรเป็นความรว่ มมอื ของสาม หน่วยงานคอื สาํ นกั งาน ป.ป.ส. รว่ มกบั เครอื ขา่ ยวชิ าการ (วชิ าการอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งและวชิ าการสารเสพตดิ ) รว่ มกบั โครงการกําลงั ใจ (2) ตอ้ งมเี จา้ ภาพหลกั ทเ่ี ป็น Formal Authority และดงึ หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งเขา้ มาตงั้ โจทยค์ าํ ถามต่อยาเสพตดิ แลว้ ทมี ดา้ นวชิ าการคน้ หาคาํ ตอบ หรอื แสวงหา evidence ต่อโจทยน์ นั้ ๆ เพอ่ื ตอบแก่ สงั คมไปดว้ ย (3) สรา้ งสารและผลติ สอ่ื ในประเดน็ ยาเสพตดิ ทม่ี คี วามชดั เจนแลว้ จากการตอบโจทยท์ ม่ี าจาก รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 80 / 152
หน่วย งานทเ่ี กย่ี วขอ้ งในขอ้ ท่ี 2 และแสวงหา Evidence โดยทมี วชิ าการ และคดั เลอื กช่องทางทเ่ี หมาะสมกบั ประเภทของสารและผรู้ บั สาร ทงั้ Mass, Semi-mass, Social Media, Niche/ Specific Group เชน่ ใชว้ ธิ เี สวนา กบั ผกู้ าํ หนดนโยบาย (4) ส่อื สารเพ่อื สรา้ งความรแู้ ละความเขา้ ใจแก่สงั คม รวมถงึ สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มจากสงั คม ซง่ึ ขนั้ ตอนขา้ งตน้ เป็นการทาํ งานในลกั ษณะสามเหลย่ี มเขยอ้ื นภเู ขา ไดแ้ ก่ การสรา้ งความรู้ (Knowledge) การ นําความรไู้ ปเคล่อื นไหวสงั คม (Social Movement/Mobilization) เพอ่ื สอ่ื สารใหส้ งั คมเขา้ มามสี ว่ นรว่ ม และการ ดาํ เนินการทางการเมอื ง (Political Link) เพอ่ื เคลอ่ื นในเชงิ ระบบ เชงิ กตกิ าสงั คม กฎหมาย หรอื เชงิ โครงสรา้ ง การสร้างองคค์ วามรยู้ าเสพติด โดย Prof. Dr. Carl Hart จากการประชุมเรอ่ื ง สรา้ งองคค์ วามรเู้ ท่าทนั ต่อพลวตั การควบคมุ ยาเสพตดิ ครงั้ ท่ี 1 วนั ท่ี 5-6 มกราคม 2560 Dr. Carl Hart ศาสตราจารยด์ า้ นจติ เวชและจติ วทิ ยา มหาวทิ ยาลยั โคลมั เบยี ประเทศสหรฐั อเมรกิ าและหนงั สอื ของเขา ทช่ี อ่ื High Price มเี น้อื หาเกย่ี วกบั พษิ ภยั ของเมทแอมเฟตามนี ซง่ึ เป็นสว่ นประกอบหลกั ของยาบา้ ซง่ึ เขยี นขน้ึ เพอ่ื พยายามแกไ้ ข ความใจผดิ ต่างๆ ทม่ี ตี ่อยาเสพตดิ และผใู้ ชย้ าเสพตดิ เพ่อื ผทู้ ใ่ี ชย้ า เสพตดิ จะไดร้ บั การปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นธรรมทงั้ ทางกฎหมายและทาง สงั คม หนงั สอื เรมิ่ ตน้ ดว้ ยสมมตฐิ านว่าการด่มื หนกั ในช่วงวนั หยดุ สดุ สปั ดาหเ์ ป็นการผ่อนคลายความตงึ เครยี ดจากความโดดเดย่ี ว ทางสงั คมวฒั นธรรม (Social and Cultural Isolation) และตงั้ คาํ ถามอย่างต่อเน่ืองไปเป็นลาํ ดบั ทาํ ใหเ้ หน็ วา่ สุราหรอื ส่ิงเสพติด ไมใ่ ช่สาเหตทุ ี่แท้จริงของความรนุ แรงในครอบครวั สาเหตทุ ี่ แท้จริงคือการเหยียดผิวอย่างเป็นระบบท่ีทาํ ให้คนผิวสีต้อง แบกรบั ความตึงเครียดทางสงั คมวฒั นธรรมไว้ตลอดเวลา สรุ าคือตวั กระต้นุ ที่ทาํ ให้ความตึงเครียดเหล่านัน้ ระเบิดออกมาเป็นความรนุ แรง ยงิ่ ไปกว่านัน้ คนจาํ นวนมากทด่ี ม่ื สุรากไ็ ม่ใชท่ ุกคนทด่ี ่มื สรุ าแลว้ จะก่อความรุนแรงขน้ึ ดงั นนั้ การด่มื สรุ ากไ็ ม่จาํ เป็นตอ้ ง ก่อใหเ้ กดิ ความรนุ แรงเสมอไป ถา้ ลองยอ้ นกลบั มามองในประเทศไทย กรณขี องยาบา้ ทเ่ี รามกั เหน็ ภาพข่าวคน เสพยาบา้ แลว้ มอี าการคุม้ คลงั่ ทาํ รา้ ยตนเองและผอู้ ่นื คาํ ถามทน่ี ่าสนใจกค็ อื แทนทเ่ี ราจะสรุปทนั ทวี ่า “เสพ ยาบ้า=ค้มุ คลงั่ ” เราไดเ้ คยตงั้ คาํ ถามหรอื สบื สาวไปถงึ ปมู หลงั ของผทู้ ใ่ี ชย้ าบา้ ในกรณเี หลา่ นัน้ ไหมว่า มอี ะไร เป็นปัจจยั ประกอบ หรอื เป็นสาเหตุตน้ ทางทแ่ี ทจ้ รงิ ทท่ี าํ ใหเ้ ขาตอ้ งใชย้ าบา้ ไปจนถงึ ระดบั ทท่ี ําใหเ้ กดิ อาการ ประสาทหลอนแบบนนั้ ทอ่ี ยากชวนคดิ คอื เราเคยตงั้ คาํ ถามไหมวา่ ทาํ ไมเขาเสพจนหลอน เพราะจรงิ ๆ แลว้ แม้ การเสพยาบา้ จะทาํ ใหป้ ระสาทหลอนได้ แต่กไ็ มไ่ ดห้ มายความว่าการเสพยาบา้ จะทําใหป้ ระสาทหลอนแน่ๆ เน่ืองจากขน้ึ อยกู่ บั หลายปัจจยั ทงั้ ปรมิ าณทเ่ี สพ เสพรว่ มกบั ยาเสพตดิ ชนิดอ่นื ดว้ ยหรอื ไม่ สภาวะทางจติ ดงั้ เดมิ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 81 / 152
ก่อนเสพเป็นเช่นไร แลว้ เสพเขา้ ไปเป็นปรมิ าณเท่าไหรภ่ ายในเวลาเท่าใด มนั มรี ะยะทางระหวา่ ง “ยาบา้ ” กบั “อาการประสาทหลอน” อยพู่ อสมควร ไมใ่ ช่เสพเขา้ ไปปบุ ปับกป็ ระสาทหลอนทนั ที เพราะถา้ ทนั ควนั ทนั ด่วน แบบนนั้ จรงิ และถา้ เสพยาบา้ แลว้ มแี ต่จะตอ้ งคุม้ คลงั่ เท่านนั้ เมอ่ื พจิ ารณาจากขอ้ มลู ของสาํ นกั งาน ป.ป.ส. ทร่ี ะบุ ว่าคนไทยเกอื บสองลา้ นคนตอ้ งใชย้ าบา้ ประมาณ 3-4 พนั ลา้ นเมด็ ต่อปี ตอนน้ี เรากค็ งไดเ้ หน็ คนเกอื บ 2 ลา้ นคน นนั้ คุม้ คลงั่ อยตู่ ามทอ้ งถนนเตม็ บา้ นเตม็ เมอื งแลว้ น่ีเป็นปัญหาประการหน่ึงของการใชเ้ หตุผลแบบ “อุปนยั ” (Induction) คอื สงิ่ ทเ่ี ราพบบอ่ ยๆ นนั้ ไมไ่ ด้ หมายความว่าเป็นขอ้ มลู ทเ่ี พยี งพอจะสรา้ งขอ้ สรปุ ทแ่ี ทจ้ รงิ ของเรอ่ื งนนั้ ๆ และยงั เป็นปัญหาในเรอ่ื งของการใช้ ตรรกะ ทค่ี นมกั เผลอไผลเขา้ ใจไปว่า “สงิ่ ทม่ี คี วามสมั พนั ธเ์ กย่ี วขอ้ งกนั ” (Relation) นนั้ คอื “สง่ิ ทเ่ี ป็นเหตุผลของ กนั และกนั ” (Causation) ซง่ึ จรงิ ๆ แลว้ ไมจ่ าํ เป็น ดงั เช่นในกรณีของคนทเ่ี สพยาบา้ จนคุม้ คลงั่ การเสพยาบา้ กบั ความคมุ้ คลงั่ มคี วามสมั พนั ธก์ นั แน่นอน แต่เราไมส่ ามารถสรปุ ไดท้ นั ทวี ่าเพยี งเสพยาบา้ เขา้ ไปแลว้ อยา่ งไรกต็ อ้ ง คุม้ คลงั่ การจะสรปุ เช่นนัน้ ไมส่ ามารถทาํ ไดผ้ า่ นการนงั่ ดผู ่านส่อื แต่คอื ตอ้ งผ่านการทดลอง ศกึ ษา คน้ ควา้ วจิ ยั อยา่ งเป็นระบบ หลายคนอาจเถยี งว่า ทผ่ี ่านมากม็ ผี ลการศกึ ษาทดลองตงั้ มากมายทบ่ี ่งชว้ี ่าการเสพยาบา้ หรอื การใชเ้ มท แอมเฟตามนี นัน้ เป็นอนั ตรายอยา่ งแน่นอน ในกรณเี ชน่ น้ี Dr. Cart Hart กไ็ ดศ้ กึ ษาและทาํ การทดลองวจิ ยั จนได้ ขอ้ สงั เกตไวห้ ลายประการในหนงั สอื High Price ซง่ึ จะขอยกตวั อยา่ งบางขอ้ ไวด้ งั ต่อไปน้ี สงิ่ ทห่ี น่ึงทม่ี กั ใชใ้ นการนําเสนอผลรา้ ยของแอมเฟตามนี กค็ อื การนําภาพสแกนสมองของผใู้ ชย้ ามา เทยี บกบั คนปรกติ ซง่ึ Dr. Cart Hart ตงั้ ขอ้ สงั เกตว่ามกี ารถ่ายภาพสมองของผทู้ ดลองทงั้ สองกลุ่ม เพยี งครงั้ เดยี ว ไมม่ กี ารเปรยี บเทยี บแบบก่อนใชแ้ ละหลงั ใชใ้ นกล่มุ ผใู้ ช้ ผทู้ ไ่ี มใ่ ชเ้ มทแอมเฟตามนี นนั้ มกี ารศกึ ษาสงู กวา่ ผทู้ ใ่ี ชซ้ ง่ึ เป็นทย่ี อมรบั กนั มานานแลว้ ว่าผทู้ ม่ี กี ารศกึ ษาสงู กวา่ จะมสี มรรถภาพ ดา้ นความจาํ ดกี วา่ ไมม่ ขี อ้ มลู การเปรยี บผลทดสอบดา้ นความทรงจาํ และการรคู้ ดิ ระหว่างกลมุ่ ผทู้ ใ่ี ช้ และไมใ่ ชเ่ มทแอมเฟตามนี ซง่ึ ทงั้ หมดน้ีทาํ ใหเ้ ป็นการยากทจ่ี ะสรปุ ไดว้ ่าการใชเ้ มทแอมเฟตามนี ทาํ ใหส้ มองเส่อื มสมรรถภาพ ในการทดลองกบั ผทู้ ใ่ี ชเ้ มทแอมเฟตามนี เป็นประจาํ หากไมไ่ ดร้ บั เมทแอมเฟตามนี ผเู้ ขา้ รบั การ ทดลองจะนอนหลบั ประมาณ 8 ชวั่ โมงในเวลากลางคนื ในขณะทห่ี ากไดร้ บั เมทแอมเฟตามนี ปรมิ าณ 50 มลิ ลกิ รมั (ปรมิ าณสงู สุดทใ่ี ชใ้ นการทดลองกบั มนุษย)์ ผเู้ ขา้ รบั การทดลองจะนอนหลบั ประมาณ 6 ชวั่ โมง ซง่ึ เวลาอนั แตกต่างกนั เพยี ง 6 ชวั่ โมงน้หี มายความว่า การเสพเมทแอมเฟตามนี ไมจ่ าํ เป็น จะตอ้ งทาํ ใหเ้ กดิ การอดหลบั อดนอนเป็นเวลานาน จนส่งผลใหเ้ กดิ การคมุ้ คลงั่ ได้ ในการทดลองทใ่ี หผ้ เู้ ขา้ รบั การทดลองซง่ึ เป็นผทู้ ใ่ี ชเ้ มทแอมเฟตามนี เป็นประจาํ ดงั กลา่ วเลอื กระหว่าง เมทแอมเฟตามนี 50 มลิ ลกิ รมั กบั เงนิ จาํ นวนหน่งึ Dr. Cart Hart พบวา่ เมอ่ื เพมิ่ เงนิ ไปจนถงึ 20 ดอลลาร์ ผเู้ ขา้ รบั การทดลองจะหนั มาเลอื กเงนิ แทนเมทแอมเฟตามนี ซง่ึ นนั่ หมายความวา่ แมจ้ ะใช้ เมทแอมเฟตามนี เป็นประจาํ แต่ความสามารถในการคดิ อยา่ งเป็นเหตุและผลกย็ งั คงอยู่ ขอ้ มลู ใหมท่ น่ี ําเสนอโดย Dr. Cart Hart ช่างแตกต่างจากความรคู้ วามเขา้ ใจทม่ี อี ยเู่ ดมิ จนตอ้ งทบทวน ตวั เอง และยงิ่ ไปกวา่ นนั้ ในเชงิ ของการใชค้ วามคดิ กบั สง่ิ ต่างๆ เพอ่ื ตดั สนิ ใจว่าเราจะเช่อื อยา่ งไร ดงั นนั้ แนวทาง รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 82 / 152
เหลา่ น้มี ปี ระโยชน์และจาํ เป็นอยา่ งมากในการสรา้ งองคค์ วามรใู้ หแ้ ก่สงั คมเพอ่ื ลดอนั ตรายจากยาเสพตดิ ซ่ึง อนั ตรายท่ีว่านี้ กไ็ ม่ใช่แค่จากการใช้ยาเสพติด แต่ยงั รวมถงึ อนั ตรายจากทศั นคติที่มีต่อยาเสพติด อนั จะส่งผลต่อแนวนโยบายการจดั การด้วย เพราะทผ่ี ่านมานนั้ ประเทศไทยมคี วามเขม้ ขน้ ในเรอ่ื งของการใช้ กฎหมายลงโทษอยา่ งเดด็ ขาดและรนุ แรงดว้ ยชุดความเขา้ ใจหน่ึงทเ่ี รามตี ่อยาเสพตดิ ในขณะทข่ี อ้ สงั เกตจาก หนงั สอื High Price นนั้ กําลงั บอกเราวา่ สงิ่ ทเ่ี ราเช่อื กนั จนสนบั สนุนความเดด็ ขาดรนุ แรงทางกฎหมายทผ่ี า่ นมา จรงิ ๆ แลว้ เราอาจจะเช่อื แบบผดิ ๆ หรอื อยา่ งน้อยคอื ไม่ไดพ้ จิ ารณาปัจจยั ต่างๆ อยา่ งครบถว้ น มาโดยตลอดกไ็ ด้ Dr. Cart Hart อธบิ ายถงึ Drug Prevention เราตอ้ งรกู้ ่อนจะป้องกนั อะไร ยาเสพตดิ ทุกชนดิ หรอื ไม่ หรอื รวมไปถงึ แอลกอฮอลด์ ว้ ยหรอื ไม่ หรอื จะป้องกนั การใชย้ าเสพตดิ เกนิ ขนาด ซง่ึ เราตอ้ งตอบคาํ ถามใหไ้ ดว้ า่ อะไรกนั แน่ทเ่ี ราจะป้องกนั สาํ หรบั ผมการป้องกนั อนั ตรายทเ่ี กดิ จากการใชย้ าเสพตดิ เราไมม่ ที างป้องกนั การใช้ ยาเสพตดิ ทุกประเภทได้ แต่เราป้องกนั การใชย้ าเสพตดิ เกนิ ขนาดได้ หากเรามองการป้องกนั ยาเสพตดิ Drug Prevention คอื การหา้ มใชย้ าเสพตดิ ทุกชนดิ ผมคดิ วา่ ยงั จะไมใ่ ชแ้ นวทางทถ่ี กู ตอ้ ง สว่ น Drug Education คอื การใหข้ อ้ มลู ทม่ี อี ยอู่ ย่างถกู ตอ้ ง เหมาะสมกบั สาธารณะชน ตอ้ งมหี ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ชดั เจน โดยคนทใ่ี หข้ อ้ มลู เชงิ วทิ ยาศาสตรไ์ ดเ้ หมาะสม เชน่ บุคลากรดา้ นสาธารณสุข เป็นตน้ ยาเสพตดิ ไมไ่ ดด้ ที งั้ หมด และกไ็ มไ่ ดเ้ ลว ทงั้ หมด ไมไ่ ดข้ าวหรอื ดาํ หากเราไปถามคนปกติ มองโคเคนอยา่ งไร เขากว็ า่ ไมด่ ี แต่หากไปถามเภสชั กร จะ บอกวา่ โคเคนแกเ้ จบ็ ปวดได้ กม็ ขี อ้ ดี เชน่ เดยี วกบั เมทแอมเฟตามนี ทางการแพทยร์ กั ษาอาการสมาธสิ นั้ จงึ เป็น ยา หรอื เฮโรอนี แกป้ วด รกั ษาอาการทอ้ งรว่ งได้ ดงั นนั้ อกี มมุ มอง ยาเสพตดิ มองเป็นยากไ็ ด้ การใชย้ าเสพตดิ (Drugs Use) ไมใ่ ชก่ ารใชย้ าเกนิ ขนาด (Drug Abuse) การใชย้ าเสพตดิ ไมใ่ ช่จะตดิ ยา เสมอไป ไมใ่ ช่ขย้ี า ซง่ึ ผใู้ ชย้ าเสพตดิ สว่ นใหญ่รอ้ ยละ 75-90 ไมไ่ ดม้ ปี ัญหา หรอื ทําใหเ้ กดิ ปัญหาทางสงั คม เขาจงึ ไมไ่ ดป้ ่วย ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งนําตวั ไปรกั ษา หรอื ตอ้ งจบั เขา้ คุก เปรยี บเทยี บปัญหายาเสพตดิ กบั การขบั รถ ขบั รถมี ขอ้ เสยี อาจเกดิ อนั ตรายได้ แต่กม็ ปี ระโยชน์พาเราไปไหนต่อไหนได้ ดงั นนั้ สงั คมตอ้ งยอมรบั เช่นเดยี วกบั ยาเสพ ตดิ กม็ มี มุ ดี มมุ มดื มมุ สว่าง แมจ้ ะทําผดิ กฎหมายมคี วามผดิ แต่ตอ้ งไมใ่ ช่การลงโทษรนุ แรง Decriminalization Laws (ลดโทษทางอาญา) ไมใ่ ช่ตอ้ งสง่ เขา้ คกุ ทุกราย ซง่ึ มตี วั อยา่ งใหเ้ หน็ การจดั การปัญหายาเสพตดิ ทป่ี ระเทศ โปรตุเกส และสเปน หรอื ในสหรฐั มี 8 รฐั แลว้ ทส่ี ามารถใชก้ ญั ชาไดอ้ ย่างถูกกฎหมาย การขบั รถไมอ่ ยากใหเ้ กดิ อนั ตรายกค็ าดเขม็ ขดั นิรภยั กําหนดอายผุ ขู้ บั ข่ี กาํ หนดอตั ราความเรว็ เช่นเดยี วกบั ยาเสพตดิ อนั ดบั แรก เรา ต้องยอมรบั ความจริง อย่าโลกสวย เพราะความจริงผคู้ นใช้ยาเสพติดมานานแล้ว ไม่มที างท่ียาเสพติด วนั นี้เราต้องกลบั มาคิดจะทาํ อย่างไรให้ผใู้ ช้ยาเสพติดใช้ยาได้อย่าง จะถกู กาํ จดั พ้นจากโลกใบนี้ ปลอดภยั เช่น ในสเปน สามารถนํายาเสพตดิ ไปตรวจสอบสารประกอบในยาเสพตดิ ได้ เพ่อื รปู้ รมิ าณทป่ี ลอดภยั เมอ่ื เราหา้ มผใู้ ชย้ าเสพตดิ ไมไ่ ด้ เราสามารถจาํ กดั ความเสย่ี งจากการใชย้ าเสพตดิ ได้ หรอื แมแ้ ต่ความเสย่ี งจาก การใชเ้ ขม็ ฉดี ยารว่ มกนั เรากส็ ามารถกาํ หนดสถานทใ่ี ชย้ าเสพตดิ ใหเ้ ป็นกจิ จะลกั ษณะได้ เราจงึ ควรใชค้ วามรู้ ทางวทิ ยาศาสตรเ์ ขา้ มาช่วยใหค้ วามรกู้ บั คน เพ่อื ใหค้ นใชย้ าเสพตดิ อย่างปลอดภยั การบําบดั รกั ษาผใู้ ชย้ าเสพตดิ ทวั่ โลกในวนั น้ีกแ็ ยพ่ อกนั แมแ้ ต่ในสหรฐั ฯ กไ็ มไ่ ดด้ กี วา่ ทอ่ี ่นื ประเทศไทย หากเปรยี บเทยี บกบั สหรฐั อเมรกิ าถอื ว่าทาํ ดกี ว่า ซง่ึ การบาํ บดั รกั ษาผตู้ ดิ ยาเสพตดิ ขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ปัญหา รายบคุ คล เพราะผใู้ ชส้ ารเสพตดิ มาจากหลายสาเหตุ แต่พอเขา้ โครงการบาํ บดั รกั ษากลบั กลายเป็นตดั เสอ้ื โหล รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 83 / 152
ใชก้ บั ทุกคน ซง่ึ ไมใ่ ช่ โมเดลวธิ กี ารทเ่ี รากาํ หนดขน้ึ มาเป็นแคแ่ นวทาง การบาํ บดั รกั ษาตอ้ งใชง้ บประมาณ ตอ้ งมี วธิ กี ารประเมนิ รายบุคคลเพอ่ื กําหนดวธิ กี ารรกั ษาทเ่ี หมาะสม เช่น ผใู้ ชเ้ มทแอมเฟตามนี อาจใชเ้ พราะเหตุผลท่ี ต่างกนั อาจเกดิ อาการซมึ เศรา้ ตอ้ งการกระตุน้ เราจงึ จาํ เป็นตอ้ งหาสาเหตุของผใู้ ชย้ าใหไ้ ดก้ ่อนว่าคอื อะไร หรอื บางคนใชเ้ มทแอมเฟตามนี แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาํ วนั อยากทํากจิ กรรมไดม้ ากขน้ึ ฉะนนั้ การบาํ บดั รกั ษา จงึ ตอ้ งแกไ้ ขเป็นเรอ่ื งๆ ไมใ่ ช่โปรแกรมเดยี วใชก้ บั ทกุ คน ก่อนตงั้ คาํ ถามทง้ิ ทา้ ยวา่ หากคนในครอบครวั ตดิ เมทแอม เฟตามนี จะตอ้ งส่งไปทไ่ี หนเพอ่ื รกั ษา คาํ ตอบคอื ไมม่ ี พรอ้ มยกตวั อยา่ งการสอนเรอ่ื งเมทแอมเฟตามนี กบั เยาวชนของสหรฐั ฯจะสอนใหเ้ ดก็ ๆ วยั รนุ่ ว่า การเสพเมทแอมเฟตามนี ทาํ ใหป้ อดถกู ทาํ ลาย นําไปส่กู ารเส่อื ม โทรมของรา่ งกายและกระตุน้ ใหเ้ กดิ อาการทางสมองจากการขาดอาหารและขาดการนอนหลบั อย่างเพยี ง เมอื งไทยเคยมสี งครามยาเสพตดิ มกี ารฆา่ ตดั ตอน เราพบว่า ยง่ิ จบั มาก นกั โทษยงิ่ ลน้ คุก มากเป็นอนั ดบั 6 ของ โลก มนี กั โทษหญงิ สงู สดุ ตดิ อนั ดบั โลก 80% นกั โทษหญงิ ตอ้ งขงั คดยี าเสพตดิ หากยงั มองยาเสพตดิ แกป้ ัญหา โดยใชก้ ฎหมาย คกุ กจ็ ะลน้ คนเขา้ ไปอยใู่ นคุกโดยไมจ่ าํ เป็น การพฒั นาหลกั สตู รการดแู ลผมู้ ีปัญหายาเสพติด/การเสพติดในโรงเรยี นแพทย์ จากการประชุม “การจดั การเรยี นการสอนเรอ่ื งสารเสพตดิ ในระดบั มหาวทิ ยาลยั ของประเทศไทย” วนั ท่ี 7 มกราคม 2560 แพทยสภาไดก้ าํ หนดเกณฑค์ วามรคู้ วามสามารถของแพทยท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การดแู ลปัญหาสารเสพตดิ ไว้ แลว้ แต่ประเดน็ การดแู ลปัญหาไดก้ ระจายแทรกอยใู่ นหมวดต่างๆ ตามระบบอวยั วะของรา่ งกาย เช่น โรคทเ่ี กดิ จากการใชส้ ุราและสารเสพตดิ ทางกายและทางจติ ใจ ซง่ึ ยงั ไมเ่ คยถกู จดั เรยี งใหเ้ ป็นระบบการดแู ลปัญหายาเสพ ตดิ ทต่ี อ้ งดแู ลอยา่ งครบวงจรโดยยดึ ชุมชนเป็นฐานของการดแู ล ดงั นนั้ สถาบนั การศกึ ษาทท่ี าํ การผลติ แพทย์ ทวั่ ไป แพทยเ์ วชศาสตร์ ครอบครวั และจติ แพทย์ จงึ ต้องพจิ ารณาหลกั สตู รการเรยี นการสอนและการฝึกอบรม เพอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพทางดา้ นทกั ษะทางคลนิ กิ และการทาํ งานรว่ มกบั ครอบครวั และชุมชนใหก้ บั นกั ศกึ ษาแพทย์ และแพทยเ์ ฉพาะทางทจ่ี ะสาํ เรจ็ ไปทาํ งานแกไ้ ขปัญหาสารเสพตดิ เกณฑค์ วามสามารถทางการแพทยท์ เ่ี กย่ี วกบั การดแู ลปัญหาสารเสพตดิ จากแพทยสภาไทย ส่วนมาก เน้นการดแู ลรกั ษาปัญหาสุขภาพทเ่ี กดิ จากการใชส้ ารเสพตดิ ระดบั บคุ คล สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู รการเรยี นการ สอนทโ่ี รงเรยี นแพทยจ์ ดั ขน้ึ ซง่ึ หากจะตอบสนองแนวทางการดแู ลปัญหาสารเสพตดิ อยา่ งครบวงจรทย่ี ดึ ชุมชน เป็นฐานของการดแู ล ควรพจิ ารณาหลกั สตู รเพอ่ื เพมิ่ ความสามารถเรอ่ื งการทาํ งานรว่ มกบั ครอบครวั และชุมชน รวมถงึ มติ ขิ องการดแู ลโดยเฉพาะส่วนสรา้ งเสรมิ ป้องกนั และการเยยี วยาฟ้ืนฟู ผเู้ ขา้ รว่ มประชุมยงั มคี วาม ตอ้ งการหลกั สตู รกลางทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั สารเสพตดิ หรอื อาจสอดแทรก รว่ มกบั กระบวนวชิ าทกั ษะการใชช้ วี ติ ทวั่ ไป (General Education) เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาในมหาวทิ ยาลยั ไดเ้ ขา้ ใจเรอ่ื งสารเสพตดิ และมที กั ษะในการป้องกนั การใช้ สารเสพตดิ รวมถงึ มขี อ้ เสนอแนะดงั น้ี (1) ควรมกี ารสอนทจ่ี ะสอดแทรกเน้อื หาทางดา้ นสารเสพตดิ ในแง่มุมเชงิ สงั คมเพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษาซง่ึ เป็นเยาวชนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ โดยเฉพาะพษิ ภยั และผลกระทบต่อสงั คมภาพรวม เช่น ปัญหาเดก็ และสตรี ความรนุ แรงในครอบครวั อาชญากรรม ความมนั่ คงทางเศรษฐกจิ สงั คม และประเทศ เป็นตน้ (2) ควรสรา้ งความตระหนกั ในปัญหาสารเสพตดิ และสอดแทรกประเดน็ การเรยี นการสอนในทกุ ระดบั การศกึ ษาตงั้ แต่ประถม มธั ยม และอุดมศกึ ษาทม่ี คี วามสอดคลอ้ งกนั (3) ควรสรา้ งหรอื จดั ประสบการณ์การ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 84 / 152
เรยี นรขู้ องนกั ศกึ ษาแพทย์ ควรเสรมิ ใหน้ กั ศกึ ษาทฝ่ี ึกปฏบิ ตั งิ านในชนั้ ปีท่ี 6 (Extern) สามารถผสมผสาน (Integrate) ความรใู้ นการดูแลผปู้ ่วยอยา่ งเป็นองคร์ วมได้ (4) ควรพจิ ารณาถงึ แนวทางการดแู ลปัญหาสารเสพ ตดิ อยา่ งครบวงจรโดยใชช้ ุมชนเป็นฐาน (Community-based Treatment) และความชดั เจนของบทบาทในแต่ละ วชิ าชพี ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง (5) ควรทาํ ขอ้ มลู การประเมนิ ความจาํ เป็น/ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ (Learning Need) ใน แพทยท์ วั่ ไปและแพทยใ์ ชท้ ุนทท่ี าํ งานระดบั ปฐมภมู จิ ะช่วยชแ้ี นะหวั ขอ้ ทส่ี าํ คญั ในการปรบั เปลย่ี นเพมิ่ เตมิ (6) ควรวเิ คราะหห์ ลกั สตู รและวางแผนการสอนรว่ มกนั ระหวา่ งภาควชิ า นอกจากลดความซา้ํ ซอ้ นลงแลว้ ยงั สามารถ ทาํ ใหเ้ กดิ ความสอดคลอ้ งและความต่อเน่ืองของระบบการดแู ลปัญหาสารเสพตดิ จงึ ควรมกี ารวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร การสอนทงั้ ในภายในและต่างสถาบนั เพ่อื ใหม้ กี ารการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ รวมถงึ แบ่งปันวธิ ี การสอนและส่อื การ สอนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพระหว่างสถาบนั จะช่วยลดระยะเวลาและสรา้ งมาตรฐานการสอนใหใ้ กลเ้ คยี งกนั มากขน้ึ การสร้างองคค์ วามรดู้ ้านยาเสพติดกบั เครือข่ายภาคีวิชาการและชมุ ชน จากการประชุม “การป้องกนั ปัญหายาเสพตดิ ” วนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2560 ศาสตรด์ า้ นการป้องกนั สารเสพตดิ ในช่วง 20 ปีทผ่ี ่านมา มคี วามก้าวหน้าไปอย่างมาก สง่ ผลใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านและผกู้ าํ หนด นโยบายดา้ นการป้องกนั สารเสพตดิ มคี วามเขา้ ใจมากขน้ึ ว่า อะไรทาํ ใหค้ นมคี วามเสย่ี งทจ่ี ะเรม่ิ ใชส้ ารเสพตดิ ปัจจยั เสย่ี ง (Risk Factor) ทงั้ ในระดบั บุคคลและระดบั สงิ่ แวดลอ้ ม โดยมี หลกั ฐานแสดงวา่ ปัจจยั เสย่ี งทม่ี ผี ลมากทส่ี ุด ไดแ้ ก่ ปัจจยั ทาง กายภาพ บุคลกิ ภาพพน้ื ฐาน ปัญหาสุขภาพจติ การถูกละเลย หรอื ทารณุ กรรมในครอบครวั ขาดความผกู พนั กบั โรงเรยี นและ ชมุ ชน และการเตบิ โตในชุมชนทย่ี ากจนหรอื ดอ้ ยโอกาส ในทางตรงกนั ขา้ ม ความอยดู่ มี สี ขุ ทงั้ จติ ใจและอารมณ์ ความเขม้ แขง็ ของบคุ คลและสงั คม ความผกู พนั ทแ่ี น่นแฟ้นกบั พอ่ แมท่ ด่ี แู ลเอาใจใสแ่ ละเลย้ี งดอู ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ความผกู พนั กบั โรงเรยี นและชุมชนทม่ี กี าร จดั ทรพั ยากรและโครงสรา้ งทด่ี ี ลว้ นเป็นปัจจยั ทส่ี ่ง ผลใหบ้ คุ คลนนั้ เสย่ี งน้อยลงทจ่ี ะใชส้ ารเสพตดิ หรอื มี พฤตกิ รรมเสย่ี งอ่นื ปัจจยั ปกป้อง (Protective Factors) หรอื ทเ่ี รยี กว่ามตี น้ ทุนดี การป้องกนั เป็นองคป์ ระกอบหลกั หน่ึงในการจดั การปัญหาสารเสพตดิ ซง่ึ มที งั้ ศาสตรท์ างการแพทย์ ทาง สงั คม และทางพฤตกิ รรม การป้องกนั มหี ลากหลายรปู แบบ อาทิ การป้องกนั ดว้ ยระบบสุขภาพทเ่ี น้นการป้องกนั การเรม่ิ ใชส้ ารเสพตดิ และการป้องกนั การนําไปส่พู ฤตกิ รรมเสพตดิ ยงั มกี ารป้องกนั อ่นื ๆ เช่น การป้องกนั ผลท่ี ตามมาทางสุขภาพหรอื สงั คมจากการใชส้ ารเสพตดิ การบาํ บดั ดแู ลรกั ษาสารเสพตดิ หรอื การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย เป็นตน้ โดยระบบการป้องกนั ทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ลทงั้ ระดบั พน้ื ทแ่ี ละระดบั ประเทศจะตอ้ งถกู มดั รวมและบูรณาการ ตามบรบิ ทของระบบทย่ี ดึ หลกั สุขภาพเป็นหลกั และสมดุล ตอบสนองตามปัญหาสารเสพตดิ การบงั คบั ใช้ กฎหมาย การลดการคา้ สารเสพตดิ การบาํ บดั รกั ษาภาวะเสพตดิ และการป้องกนั ผลทต่ี ามมาทางสุขภาพและ สงั คม เช่น การตดิ เชอ้ื HIV การเสพยาเกนิ ขนาด เป็นตน้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 85 / 152
วตั ถุประสงคห์ ลกั ของการป้องกนั สารเสพตดิ คอื ช่วยใหค้ นทุกกล่มุ วยั โดยเฉพาะเยาวชน หลกี เลย่ี ง หรอื ชะลอการใชส้ ารเสพตดิ ครงั้ แรกออกไป หรอื หากเรมิ่ เสพแลว้ ใหป้ ้องกนั การดาํ เนนิ ไปส่กู ารเสพตดิ อยา่ งไรก็ ตาม เป้าหมายทวั่ ไปในการป้องกนั สารเสพตดิ กนิ ความกวา้ งกว่าน้ี นนั่ คอื ทาํ ใหเ้ ดก็ และเยาวชนมสี ุขภาพทด่ี แี ละ มพี ฒั นาการปลอดภยั เพอ่ื เสรมิ ความสามารถและศกั ยภาพในฐานะสมาชกิ ทจ่ี ะรว่ มสรา้ งชุมชนและสงั คมของตน การป้องกนั สารเสพตดิ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพจะนํามาซง่ึ ความผกู พนั ทด่ี ขี องเดก็ เยาวชน ผใู้ หญ่ กบั ครอบครวั โรงเรยี น ทท่ี ํางาน และชุมชนของตน ศาสตรด์ า้ นการป้องกนั ในช่วง 20 ปีทผ่ี า่ นมามคี วามก้าวหน้าไปอยา่ งมาก ส่งผลใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านและผู้ กําหนดนโยบายดา้ นการป้องกนั สารเสพตดิ มคี วามเขา้ ใจมากขน้ึ ว่าอะไรทาํ ใหค้ นมคี วามเสย่ี งทจ่ี ะเรม่ิ ใชส้ ารเสพ ตดิ ปัจจยั เสย่ี ง Risk Factor ทงั้ ในระดบั บุคคลและระดบั สง่ิ แวดลอ้ ม โดยมหี ลกั ฐานแสดงวา่ ปัจจยั เสย่ี งทม่ี ผี ล มากทส่ี ุด ไดแ้ ก่ ปัจจยั ทางกายภาพ บคุ ลกิ ภาพพน้ื ฐาน ปัญหาสขุ ภาพจติ การถูกละเลยหรอื ทารณุ กรรมใน ครอบครวั ขาดความผกู พนั กบั โรงเรยี นและชุมชน และการเตบิ โตในชมุ ชนทย่ี ากจนหรอื ดอ้ ยโอกาส ในทาง ตรงกนั ขา้ ม ความอยดู่ มี สี ขุ ทงั้ จติ ใจและอารมณ์ ความเขม้ แขง็ ของบุคคลและสงั คม ความผกู พนั ทแ่ี น่นแฟ้นกบั พอ่ แมท่ ด่ี แู ลเอาใจใสแ่ ละเลย้ี งดอู ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ความผกู พนั กบั โรงเรยี นและชุมชนทม่ี กี ารจดั ทรพั ยากร และโครงสรา้ งทด่ี ี ลว้ นเป็นปัจจยั ทส่ี ง่ ผลใหบ้ ุคคลนนั้ เสย่ี งน้อยลงทจ่ี ะใชส้ ารเสพตดิ หรอื มพี ฤตกิ รรมเสย่ี งอ่นื ๆ ปัจจยั ปกป้อง Protective Factors หรอื ทเ่ี รยี กวา่ มตี น้ ทุนดี แต่ปัจจยั เสย่ี งทก่ี ล่าวมานัน้ สว่ นใหญ่ไมส่ ามารถควบคมุ ไดแ้ ละยงั สมั พนั ธก์ บั พฤตกิ รรมเสย่ี งและปัญหา สุขภาพมากมาย เช่น การออกโรงเรยี นกลางคนั พฤตกิ รรมกา้ วรา้ ว เกเร รนุ แรง พฤตกิ รรมเสย่ี งทางเพศสมั พนั ธ์ ภาวะซมึ เศรา้ และฆา่ ตวั ตาย จงึ ไมน่ ่าแปลกใจทศ่ี าสตรด์ า้ นการป้องกนั จะแสดงใหเ้ หน็ ว่ามหี ลายมาตรการและ นโยบายป้องกนั สารเสพตดิ ทส่ี ามารถป้องกนั พฤตกิ รรมเสย่ี งอ่นื ๆ ไดด้ ว้ ย จากงานวจิ ยั พบว่ามบี างปัจจยั ทท่ี าํ ใหค้ นเสย่ี ง (หรอื ในทางกลบั กนั มภี ูมคิ ุม้ กนั ) ทจ่ี ะเรมิ่ ใชส้ ารเสพตดิ ครงั้ แรกแตกต่างกนั ตามชว่ งอายุ มหี ลกั ฐานแสดงปัจจยั เสย่ี งและปัจจยั ปกป้องสําหรบั ชว่ งวยั ทารก วยั เดก็ วยั รนุ่ ตอนตน้ โดยเฉพาะทเ่ี กย่ี วกบั การเลย้ี งดขู องพอ่ แมห่ รอื ความผกู พนั กบั โรงเรยี น แต่ในชว่ งวยั หลงั จากนนั้ แลว้ โรงเรยี น สถานทท่ี าํ งาน สถานบนั เทงิ สอ่ื ลว้ นมคี วามเสย่ี งต่อบคุ คลแต่ละคนทจ่ี ะสารเสพตดิ หรอื มี พฤตกิ รรมเสย่ี งอ่นื ๆ ไดม้ ากน้อยต่างกนั นอกจากน้ี เยาวชนดอ้ ยโอกาสในชุมชนยากจนทไ่ี มไ่ ดร้ บั หรอื แทบจะ ไมไ่ ดร้ บั การดแู ลจากครอบครวั และไมส่ ามารถเขา้ ส่กู ารศกึ ษาในโรงเรยี นได้ หรอื เดก็ ผคู้ น หรอื ชมุ ชนทถ่ี กู ทาํ ลายโดยสงครามหรอื ภยั พบิ ตั ธิ รรมชาตถิ อื เป็นปัจจยั เสย่ี งทส่ี าํ คญั มาก โดยสรปุ การป้องกนั สารเสพตดิ เป็น ส่วนหน่งึ ทบ่ี รู ณาการเขา้ กบั ความพยายามทจ่ี ะชว่ ยใหเ้ ดก็ และเยาวชนมคี วามเสย่ี งน้อยลงและมคี วามเขม้ แขง็ ทางใจมากขน้ึ เป็นการชว่ ยใหส้ งั คมเขา้ ใจสาเหตุของการใชส้ ารเสพตดิ และป้องกนั ทจ่ี ุดเรม่ิ ตน้ ของปัญหา แนวคิดและแนวปฏิบตั ิการป้องกนั สารเสพติดในระดบั สากล52 แต่เดมิ กจิ กรรมการป้องกนั สารเสพ ตดิ มเี พยี งการแจกแผ่นพบั เพอ่ื เตอื นเยาวชนใหร้ บั รถู้ งึ อนั ตรายจากสารเสพตดิ ซง่ึ แทบจะไม่มผี ลหรอื มผี ลน้อย มากต่อการเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรม ดว้ ยองคค์ วามใหมใ่ นปัจจบุ นั จงึ ทาํ ใหใ้ ชว้ ธิ กี ารทเ่ี ปลย่ี นไป กลยทุ ธใ์ นการ ป้องกนั สารเสพตดิ ตามหลกั วชิ าการนัน้ เน้นการทาํ งานกบั ครอบครวั โรงเรยี น และชุมชน เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจวา่ เดก็ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 86 / 152
และเยาวชนโดยเฉพาะกลุ่มเสย่ี งและยากจนจะสามารถเตบิ โตอยา่ งมสี ขุ ภาพทด่ี ี อยอู่ ยา่ งปลอดภยั จนเป็น ผใู้ หญ่และเขา้ ส่วู ยั ชราได้ คา่ ใชจ้ ่ายในการป้องกนั ทุกหน่งึ เหรยี ญสหรฐั จะสามารถช่วยประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยดา้ น สุขภาพ สงั คม และอาชญากรรมในอนาคตไดอ้ ยา่ งน้อยสบิ เท่า โปรแกรมการป้องกนั (Prevention Program) ตอ้ งคาํ นงึ ถงึ การเสรมิ สรา้ งปัจจยั ปกป้อง/ป้องกนั (Protective Factors) และเปลย่ี นหรอื ลดปัจจยั เสย่ี ง (Risk Factors) โดยปัจจยั เสย่ี ง เชน่ การเลย้ี งดไู มเ่ หมาะสม บา้ นทส่ี บั สนวุ่นวาย ขาดความผกู พนั และใกลช้ ดิ จากพอ่ แมห่ รอื ผดู้ แู ล ผดู้ แู ลใชส้ ารเสพตดิ ป่วยทางจติ หรอื มี พฤตกิ รรมเกย่ี วขอ้ งกบั อาชญากรรม ทศั นคติ พฤตกิ รรมทเ่ี บย่ี งเบน พฤตกิ รรมกา้ วรา้ วและควบคมุ ตนเองไดไ้ ม่ ดี ทกั ษะทางสงั คมต่ํา การถกู เพ่อื นปฏเิ สธจากกลุ่ม การแยกตวั การคบเพ่อื นเกเร การมปี ัญหาการเรยี น การ เขา้ ถงึ สารเสพตดิ ความเขา้ ใจผดิ ถงึ การยอมรบั พฤตกิ รรมการใชส้ ารเสพตดิ ในโรงเรยี น ในกลุ่มเพ่อื น หรอื ใน ชุมชน สาํ หรบั ปัจจยั ปกป้อง/ป้องกนั เช่น การสนับสนุนของผปู้ กครองโดยความเสย่ี งทจ่ี ะกลายเป็นผเู้ สพตดิ สมั พนั ธก์ บั จาํ นวนและชนิดของปัจจยั เสย่ี งและปัจจยั ปกป้อง ทงั้ น้ี แต่ละปัจจยั มอี ทิ ธพิ ลทส่ี าํ คญั ต่างกนั ในแต่ละ ช่วงอายุ เชน่ ปัจจยั เสย่ี งในครอบครวั มผี ลกระทบต่อกล่มุ เดก็ เลก็ ในขณะทก่ี ารมเี พ่อื นทใ่ี ชส้ ารเสพตดิ เป็นปัจจยั เสย่ี งทม่ี อี ทิ ธพิ ลมากในวยั รุน่ ดงั นนั้ โปรแกรมป้องกนั จงึ (1) ควรจดั การปัจจยั เสย่ี งตงั้ แต่ระยะแรก ซง่ึ มกั ใหผ้ ลดกี วา่ การจดั การ ภายหลงั โดยเปลย่ี นเสน้ ทางชวี ติ เดก็ ใหเ้ บนออกจากปัญหาและมงุ่ ไปทพ่ี ฤตกิ รรมเชงิ บวกแทน (2) ควร ออกแบบใหต้ รงกบั ความเสย่ี งเฉพาะตามลกั ษณะประชากรกล่มุ เป้าหมาย เชน่ อายุ เพศ เชอ้ื ชาติ วฒั นธรรม และสงิ่ แวดลอ้ มของแต่ละบคุ คลเพ่อื เพมิ่ ประสทิ ธผิ ลของโปรแกรม (3) ควรครอบคลุมการใชส้ ารเสพตดิ ทุกวธิ ี ไม่ วา่ จะใชช้ นิดเดยี วกนั หรอื ใชห้ ลายชนดิ รว่ มกนั รวมทงั้ การใชส้ ารเสพตดิ ทถ่ี ูกกฎหมายก่อนวยั อนั ควร เช่น บุหร่ี สุรา การใชส้ ารเสพตดิ ทผ่ี ดิ กฎหมาย การใชย้ าหรอื สารเสพตดิ ทไ่ี มเ่ หมาะสม การใชย้ าตามใบสงั่ แพทย์ หรอื การ ใชย้ าทซ่ี อ้ื เองกต็ าม (4) ควรเน้นชนิดของสารเสพตดิ ทเ่ี ป็นปัญหาในชุมชนนนั้ ๆ และ (5) ควรเน้นปัจจยั เสย่ี งท่ี ปรบั เปลย่ี นไดแ้ ละเสรมิ ความเขม้ แขง็ ปัจจยั ปกป้องทเ่ี ฉพาะเจาะจง ผนู้ ําชุมชนสามารถเรมิ่ ประเมนิ ความพรอ้ มของชุมชนโดยการสมั ภาษณ์ผใู้ หข้ อ้ มลู ทส่ี าํ คญั ในชุมชน เพ่อื จดั กลุม่ คนจากชุมชนทจ่ี ะรว่ มพฒั นาแผนป้องกนั ของชมุ ชน ประสานทรพั ยากรและกจิ กรรม และสนบั สนุน งานป้องกนั ทอ่ี งิ หลกั ฐานวจิ ยั ในทกุ ภาคส่วนของชุมชน รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 87 / 152
โปรแกรมป้องกนั มหี ลากหลายรปู แบบ สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุม่ โปรแกรม ดงั น้ี โปรแกรมครอบครวั โปรแกรมโรงเรยี น โปรแกรมชุมชน ดงั ตารางสรปุ ต่อไปน้ี โปรแกรมครอบครวั โปรแกรมโรงเรยี น โปรแกรมชมุ ชน Family Program School Program Community Program ความผกู พนั ในครอบครวั เป็นราก สามารถดําเนินการไดต้ งั้ แต่ก่อน ฐานทส่ี าํ คญั ของความสมั พนั ธ์ วยั เรยี นโดยเน้นจดั การกบั ปัจจยั ระหวา่ งพอ่ แมล่ กู สามารถเสรมิ เสย่ี ง สาํ หรบั เดก็ นกั เรยี นประถม ใหเ้ ขม้ แขง็ ไดด้ ว้ ยการฝึกทกั ษะ ควรมเี ป้าหมายเสรมิ การเรยี นรู้ พ่อแมใ่ นการช่วยเหลอื ลกู การ ทงั้ ดา้ นวชิ าการ สงั คม อารมณ์ ส่อื สารระหว่างพ่อแมล่ กู การผกู โดยเน้นปัจจยั เสย่ี งต่อการใชส้ าร สมั พนั ธก์ บั ลกู การฝึกวนิ ยั ท่ี เสพตดิ ระบบการศกึ ษาควร พอประมาณอย่างสม่าํ เสมอ มงุ่ เน้นพฒั นาทกั ษะต่อไปน้ี การ ชมุ ชนเขา้ ถงึ ประชากรในสถานทท่ี ่ี เพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามกฎของ ควบคุมตนเอง การตระหนกั รู้ หลากหลาย เช่น โรงเรยี น สโมสร ครอบครวั การยกยอ่ งชมเชยใน อารมณ์ การสอ่ื สาร การ องคก์ ร สมาคม หรอื ส่อื ควรจดั พฤตกิ รรมทด่ี ี การใหค้ วามรแู้ ละ แกป้ ัญหาทางสงั คม การเรยี นรู้ โปรแกรมการป้องกนั ใหเ้ หมาะสม ขอ้ มลู เกย่ี วกบั สารเสพตดิ และ โดยเฉพาะทกั ษะการอ่าน สาํ หรบั กบั ความตอ้ งการ บรรทดั ฐาน ความ การเฝ้าสงั เกตตดิ ตาม เดก็ นกั เรยี นมธั ยมตน้ และมธั ยม แตกต่างทางวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ ปลาย ควรเพม่ิ ขดี ความสามารถ ผสมผสานตงั้ แต่สองโปรแกรมขน้ึ ไป ดา้ นวชิ าการและดา้ นสงั คมดว้ ย ครอบคลุมทงั้ กลุ่มยงั ไมเ่ สย่ี งและ ทกั ษะต่อไปน้ี สรา้ งนสิ ยั การเรยี น กลมุ่ เสย่ี ง โดยเฉพาะกลุ่มทอ่ี ยู่ สนบั สนุนดา้ นการเรยี น การ ในชว่ งรอยต่อทส่ี าํ คญั ซง่ึ พบวา่ มี สอ่ื สาร ความสมั พนั ธก์ บั เพ่อื น ประโยชน์และไมเ่ กดิ การตตี ราต่อ การพง่ึ พาตนเอง การกลา้ กลุม่ เป้าหมาย ทงั้ ยงั ชว่ ยเสรมิ แสดงออก การต่อตา้ นการใชส้ าร ความสมั พนั ธร์ ะหว่างโรงเรยี นกบั เสพตดิ เสรมิ สรา้ งทศั นคติ ชมุ ชนใหใ้ กลช้ ดิ ยงิ่ ขน้ึ โปรแกรม ต่อตา้ นสารเสพตดิ และการเสรมิ ชมุ ชนจะมปี ระสทิ ธผิ ลสงู สุด เมอ่ื มี ความมงุ่ มนั่ ในคาํ สญั ญาต่อตวั เอง การนําเสนอสาระ เน้อื หา และ วา่ จะต่อตา้ นการใชส้ ารเสพตดิ วธิ กี ารต่อชุมชนอยา่ งต่อเน่ืองและ ครอบคลมุ ในแต่ละหน่วยงาน ปัจจยั เสย่ี งและปัจจยั ปกป้อง/ป้องกนั ถอื เป็นเป้าหมายพน้ื ฐานของโปรแกรมป้องกนั ทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ลใน บรบิ ทครอบครวั โรงเรยี น และชมุ ชน โดยทวั่ ไปโปรแกรมป้องกนั ออกแบบมาเพ่อื ใหเ้ ขา้ ถงึ เป้าหมายประชากร กลมุ่ เฉพาะในบรบิ ทนนั้ ๆ เช่น เขา้ ถงึ เดก็ ทโ่ี รงเรยี นผ่านทางกจิ กรรมนันทนาการหรอื กจิ กรรมหลงั เลกิ เรยี น อยา่ งไรกต็ าม ในระยะหลงั มโี ปรแกรมทม่ี กี ลุ่มเป้าหมายเฉพาะในหลากหลายบรบิ ท เช่น การจดั โปรแกรม ครอบครวั ในโรงเรยี นหรอื ทว่ี ดั เป้าหมายของโปรแกรมเหลา่ น้คี อื การสรา้ งหรอื เสรมิ ความเขม้ แขง็ ใหก้ บั ปัจจยั ปกป้อง/ป้องกนั และปรบั เปลย่ี นหรอื ลดปัจจยั เสย่ี งในวยั รนุ่ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 88 / 152
โปรแกรมป้องกนั สามารถจดั กลุ่มตามลกั ษณะผเู้ ขา้ รว่ มหรอื ระดบั มาตรการทอ่ี อกแบบ ไดแ้ ก่ (1) โปรแกรมทวั่ ไป Universal programs สาํ หรบั ประชาชนทวั่ ไป เช่น นกั เรยี นทกุ คนในโรงเรยี น (2) โปรแกรม รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 89 / 152
เฉพาะกลุ่ม Selective programs มเี ป้าหมายทก่ี ลมุ่ เสย่ี งหรอื กล่มุ เฉพาะ เช่น ลกู ของผเู้ สพตดิ หรอื เดก็ ทเ่ี รยี น อ่อน และ (3) โปรแกรมเจาะจง Indicated programs สาํ หรบั ผทู้ ใ่ี ชส้ ารเสพตดิ แลว้ โปรแกรมป้องกนั ควรเป็นงาน ระยะยาวทม่ี วี ธิ กี ารดาํ เนินการซ้าํ ๆ เช่น โปรแกรมกระตุน้ เสรมิ เพอ่ื หนุนเสรมิ ตามเป้าหมายเดมิ ผลการวจิ ยั พบว่าประโยชน์ของโปรแกรมป้องกนั ในมธั ยมตน้ จะลดลงหากไมม่ โี ปรแกรมตดิ ตามในมธั ยมปลาย รายงานมาตรฐานสากลระดบั โลกดา้ นการป้องกนั ยาเสพตดิ (International Standards on Drug Use Prevention) จากสํานกั งานป้องกนั ยาเสพตดิ และปราบปรามอาชญากรรมแหง่ สหประชาชาติ (UNODC) ไดส้ รปุ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษท์ ม่ี ใี นปัจจบุ นั ถงึ มาตรการและนโยบายทพ่ี บว่ามผี ลในเชงิ ป้องกนั พรอ้ มแสดงรายละเอยี ด องคป์ ระกอบหลกั และลกั ษณะสาํ คญั ของระบบการป้องกนั สารเสพตดิ ระดบั ประเทศทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล กล่าวโดย สรปุ ไดว้ า่ ในครอบครวั การป้องกนั ในวยั เรยี นและวยั ร่นุ ตอนตน้ ดว้ ยโปรแกรม Universal และ Selective เชน่ อบรมทกั ษะการเลย้ี งดขู องพอ่ แมใ่ หผ้ ลดที ส่ี ุด ขณะทก่ี ารป้องกนั ตงั้ แต่ทารกในครรภแ์ ละหลงั คลอดทงั้ การเยย่ี ม ทารกและมาตรการสาํ หรบั หญงิ ตงั้ ครรภท์ ม่ี ปี ัญหาสารเสพตดิ ใหผ้ ลรองลงมา ในโรงเรยี น การป้องกนั ทใ่ี หผ้ ลดี ทส่ี ดุ คอื โปรแกรม Selective สาํ หรบั วยั เดก็ เลก็ ดว้ ยการใหก้ ารศกึ ษาเดก็ ปฐมวยั รองลงมาคอื โปรแกรม Universal สาํ หรบั วยั เรยี นดว้ ยการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มในชนั้ เรยี น รว่ มกบั นโยบายคงใหเ้ ดก็ อยใู่ นระบบการศกึ ษา และโปรแกรม Universal และ Selective ในวยั รนุ่ ตอนตน้ และวยั ร่นุ ดว้ ยการอบรมเพอ่ื ป้องกนั โดยองิ ทกั ษะ บคุ คล ทกั ษะสงั คม และอทิ ธพิ ลทางสงั คม ขณะทโ่ี ปรแกรม Universal วา่ ดว้ ยนโยบายและวฒั นธรรมของ โรงเรยี นใหผ้ ลต่ํา ในชมุ ชน การป้องกนั ดว้ ยโปรแกรม Universal สาํ หรบั ทงั้ วยั ร่นุ ตอนตน้ วยั รนุ่ และวยั ทาํ งาน ใหผ้ ลดที ส่ี ุดโดยเฉพาะบหุ รแ่ี ละแอลกอฮอล์ รองลงมาคอื โปรแกรม Universal และ Selective ในทุกช่วงวยั ผ่าน กจิ กรรมสรา้ งสรรคร์ ว่ มกนั โดยชุมชน รว่ มกบั โปรแกรม Universal สาํ หรบั วยั รนุ่ และวยั ทาํ งานทใ่ี ชเ้ วลาในสถาน บนั เทงิ ขณะทก่ี ารรณรงคผ์ ่านส่อื และระบบพเ่ี ลย้ี งใหผ้ ลต่าํ ในทท่ี าํ งาน/สถานประกอบการ การป้องกนั สามารถ ทาํ ไดผ้ ลดที งั้ โปรแกรม Universal, Selective และ Indicated ในวยั รนุ่ และวยั ทาํ งาน ในสถานบรกิ ารสขุ ภาพ การ ป้องกนั ทใ่ี หผ้ ลดที ส่ี ดุ คอื โปรแกรม Indicated ทงั้ ในวยั รุ่นตอนตน้ วยั รนุ่ และวยั ทาํ งานดว้ ยการบาํ บดั แบบสนั้ แนวคิดและแนวปฏิบตั ิการป้องกนั สารเสพติดในประเทศไทย การขบั เคลอ่ื นกระบวนการเพอ่ื สรา้ ง ภมู คิ ุม้ กนั (การป้องกนั ) ยาเสพตดิ ในประเทศไทยดาํ เนินการอยา่ งต่อเน่อื งนานหลายสบิ ปี หน่ึงในผลงานทโ่ี ดด เดน่ เป็นทร่ี จู้ กั และยอมรบั กนั อยา่ งกวา้ งขวางในสงั คมไทยคอื กระบวนการสรา้ งเสรมิ ตน้ ทนุ ชวี ติ (Life Assets Positive Development Approach) ในปี 2549 โดย รศ.นพ.สุรยิ เดว ทรปี าตี และคณะ ในนามเดก็ พลสั ภายใต้ การสนับสนุนจากสาํ นกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) ดว้ ยความรว่ มมอื จากหลากหลาย องคก์ ร ดว้ ยแนวคดิ หลกั 3 ประการเพอ่ื การสรา้ งเสรมิ ตน้ ทุนชวี ติ ผา่ นรปู แบบกจิ กรรมสรา้ งสรรคท์ งั้ ในครอบครวั โรงเรยี น/สถานศกึ ษา ชุมชน เพอ่ื ไปส่เู ป้าหมายการพฒั นาศกั ยภาพดา้ นทกั ษะรคู้ ดิ (Cognitive Development) และจติ สาํ นกึ ทด่ี ตี ่อตนเองและสงั คม (Positive Mindfulness) ของเดก็ และเยาวชนไทย โดยใน 2 แนวคิดแรก จะก่อให้เกิดการปลกู ฝังจิตสาํ นึกที่ดีต่อตนเองและสงั คม และอีก 1 แนวคิดที่จะก่อให้เกิดการทาํ งาน เป็นระบบและสร้างการมีส่วนร่วม คิดวิเคราะห์ พฒั นา สรา้ งเสริม ลงมือทาํ ประเมินผล และถอด บทเรยี น ทงั้ นี้ กระบวนการสรา้ งเสรมิ ตน้ ทนุ ชวี ติ ยงั ไดพ้ ฒั นาเครอ่ื งมอื ประเมนิ ตน้ ทุนชวี ติ การมที กั ษะรคู้ ดิ และ จติ สาํ นกึ ทด่ี ตี ่อสงั คมแวดลอ้ มทต่ี นอาศยั อยกู่ จ็ ะเกดิ เป็นพลงั สงั คม (I have) ซง่ึ มี 4 พลงั ยอ่ ย ไดแ้ ก่ พลงั ครอบครวั พลงั สรา้ งปัญญา พลงั ชุมชน พลงั เพ่อื นและกจิ กรรม รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 90 / 152
5 พลงั สาํ คญั ในการสรา้ งตน้ ทนุ ชวี ติ ไดแ้ ก่ พลงั ตวั ตน เป็นการรวมพลงั บวกภายในตวั เอง ประกอบดว้ ย การมองเหน็ คณุ คา่ และศรทั ธาในตนเอง การเช่อื มนั่ ในตนเองและทกั ษะชวี ติ พลงั ครอบครวั เป็นพลงั ความรกั ความอบอุ่น ความเอาใจใส่ ความปลอดภยั ภายในบา้ นรวมทงั้ การปลกู ฝังวนิ ยั และเป็นแบบอยา่ งทด่ี ใี นการใช้ ชวี ติ มกี ารใหค้ วามช่วยเหลอื พลงั สรา้ งปัญญา เป็นพลงั ความมุ่งมนั่ ในการเพมิ่ ปัญญา การไดร้ บั การสนบั สนุน และสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ กระบวนการเรยี นรทู้ งั้ ในและนอกระบบการศกึ ษา รวมทงั้ ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ พลงั เพอ่ื นและ กจิ กรรม เป็นพลงั ในการทาํ กจิ กรรมกบั กลุ่มเพอ่ื ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสงั คม รวมทงั้ การสรา้ งวนิ ยั ในกลมุ่ เพอ่ื น กจิ กรรมต่างๆ ออกกําลงั กาย สนั ทนาการนอกหลกั สตู ร พลงั ชุมชน เป็นพลงั ของกลมุ่ ชนทอ่ี าศยั อยรู่ ว่ มกนั ดว้ ย ความเออ้ื อาทร มคี วามเขา้ ใจ มมี ติ รไมตรี มวี นิ ยั และเป็นแบบอยา่ งทด่ี ี จติ อาสา ความอบอุ่นปลอดภยั และมี กจิ กรรมรว่ มกนั ในชุมชน Executive Functions (EF) ทกั ษะสมองเพื่อชีวิตท่ีสาํ เรจ็ คอื กระบวนการในสมองสว่ นหน้าของ มนุษยท์ กุ คนทใ่ี ชใ้ นการคดิ รสู้ กึ และกาํ หนดการกระทาํ ซง่ึ ไดร้ บั การฝึกฝนพฒั นาจนเป็นทกั ษะสมอง ทําให้ “คดิ เป็น ทาํ เป็น เรยี นรเู้ ป็น แกป้ ัญหาเป็น อยกู่ บั คนอ่นื เป็น และมคี วามสุขเป็น” ซง่ึ เป็นทกั ษะทม่ี คี วามสําคญั ยง่ิ ยวด ทงั้ ต่อความสาํ เรจ็ ในการเรยี น การทาํ งานอาชพี การเหน็ คุณคา่ ในตนเอง และการสรา้ งสมั พนั ธภาพกบั คนอ่นื ๆ ต่อไปตลอดชวี ติ EFs เกย่ี วขอ้ งกบั ความสําเรจ็ เน่อื งจากทาํ ใหเ้ ดก็ มคี วามคดิ ยดื หย่นุ ปรบั ความคดิ และ พฤตกิ รรมเพอ่ื ใหท้ าํ งานสาํ เรจ็ รจู้ กั ยบั ยงั้ ควบคุมอารมณ์และพฤตกิ รรมใหแ้ สดงออกอยา่ งเหมาะสม เป็นท่ี ยอมรบั ของสงั คม รจู้ กั คาดการณ์ผลของการกระทาํ วา่ ทาํ ไปแลว้ จะเกดิ สงิ่ ใดตามมา รจู้ กั เลอื กว่าตอ้ งทาํ สง่ิ ใดจงึ จะประสบความสาํ เรจ็ ในการเรยี นและการทาํ งาน รจู้ กั เลอื กทจ่ี ะไม่ทาํ ในสง่ิ ทจ่ี ะลม้ เหลวหรอื เสยี ใจในภายหลงั ทาํ ใหเ้ ดก็ ไมท่ าํ ผดิ ซ้าํ รจู้ กั ทบทวนสง่ิ ทท่ี าํ ผดิ ไปแลว้ นํามาปรบั ปรงุ ใหด้ ขี น้ึ ในครงั้ ต่อไป ช่วยใหเ้ ดก็ ไมย่ อ่ ทอ้ ต่อ อุปสรรค รจู้ กั เปลย่ี นวกิ ฤตใิ หเ้ ป็นโอกาส ลม้ แลว้ ลกุ ได้ สรปุ ความสาํ คญั ของ EFs ไดว้ ่า EFs สมั พนั ธก์ บั ความ พรอ้ มทางการเรยี นของเดก็ มากกวา่ IQ การอ่านและการคาํ นวณ EFs สาํ คญั ต่อความสาํ เรจ็ ดา้ นการเรยี นในทุก ระดบั ชนั้ ตงั้ แต่อนุบาล ประถม มธั ยม จนถงึ มหาวทิ ยาลยั EFs สาํ คญั ต่อความสาํ เรจ็ ในการทํางานและการมี ชวี ติ ครอบครวั ทร่ี าบร่นื บคุ คลไมไ่ ดเ้ กดิ มาพรอ้ มกบั ทกั ษะ EFs แต่เราเกดิ มาพรอ้ มกบั “ศกั ยภาพ” ทจ่ี ะพฒั นาทกั ษะเหล่าน้ี แต่ จะพฒั นาไดแ้ ค่ไหน อยา่ งไร ขน้ึ อยกู่ บั ประสบการณ์ตงั้ แต่ช่วงวยั ทารก จนถงึ วยั เดก็ และต่อไปยงั วยั รนุ่ EFs เป็นทกั ษะทต่ี อ้ งฝึกฝนและพฒั นาอยา่ งต่อเน่ืองเป็นลาํ ดบั ขนั้ ตอน เรยี นรผู้ ่านประสบการณ์จรงิ ทห่ี ลากหลาย ไมไ่ ดเ้ กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ งานวจิ ยั จาํ นวนไมน่ ้อยชว้ี ่า EFs เรมิ่ พฒั นาขน้ึ ในเวลาไมน่ านหลงั ปฏสิ นธิ โดย ในชว่ งวยั 3-6 ปีจะเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสทส่ี าํ คญั ทส่ี ุดของการเตบิ โตอย่างมากของทกั ษะ EFs และจะเตบิ โต ต่อไปจนถงึ วยั รุน่ และวยั ผใู้ หญ่ตอนตน้ แต่ในอตั ราทไ่ี มเ่ ทา่ กบั การเตบิ โตในชว่ ง 3-5 ปี หลงั จากนัน้ จงึ ลดการ เตบิ โตลง ดงั นนั้ ในชว่ งวยั 3-6 ปี ถา้ เดก็ ไมไ่ ดร้ บั การฝึกฝนทค่ี วรได้ ไมว่ า่ จากสมั พนั ธภาพกบั ผใู้ หญ่ จาก สภาพแวดลอ้ ม หรอื สภาพแวดลอ้ มกลบั กลายเป็นตวั สรา้ งปัญหา เป็นพษิ ต่อเดก็ เช่น ถกู ละเลย ถูกทอดทง้ิ ถกู ละเมดิ หรอื ถกู ใชค้ วามรนุ แรง การพฒั นาทกั ษะ EFs กอ็ าจจะชา้ หรอื บกพรอ่ งเสยี หายไป กระทบต่อโครงสรา้ ง การทาํ งานของสมองและการพฒั นา EFs ในสมองต่อไปดว้ ย ช่วงเวลา 3-6 ปีน้ีจงึ มคี วามสาํ คญั มากในการฝึกฝน ทกั ษะดา้ น EFs ช่วงเวลาน้ีจงึ เป็นการสรา้ งทรพั ยากรมนุษยท์ ม่ี คี ุณคา่ ยง่ิ ต่อสงั คม เป็นการลงทุนทค่ี ุม้ ค่า มากกว่าการมาตามแกไ้ ขปัญหาในภายหลงั รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 91 / 152
EF มอี งคป์ ระกอบ 9 ดา้ น จดั เป็น 3 กลมุ่ ทกั ษะ (3x3) ประกอบดว้ ย กลุ่มทกั ษะพน้ื ฐาน กลุ่มทกั ษะกํากบั ตนเอง และกล่มุ ทกั ษะปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี กลุ่มทกั ษะพน้ื ฐาน กลุม่ ทกั ษะกาํ กบั ตนเอง กลุม่ ทกั ษะปฏบิ ตั ิ (1) Working Memory (4) Focus Attention (7) Initiating ความจาํ ทน่ี ํามาใชง้ าน หรอื ความสามารถในการใส่ใจจดจอ่ อยู่ ความสามารถในการรเิ รมิ่ และลง ความสามารถในการเกบ็ ประมวล กบั สง่ิ ทท่ี ําอยา่ งต่อเน่ืองใน มอื ทาํ กลา้ คดิ กลา้ ทาํ โดยไมผ่ ดั และดงึ ขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ ในคลงั สมองออก ชว่ งเวลาหน่งึ ๆ โดยไมว่ อกแวก วนั ประกนั พรงุ่ มาใชต้ ามสถานการณ์ทต่ี อ้ งการ (2) Inhibitory Control (5) Emotional Control (8) Planning and Organizing ความสามารถในการยงั้ คดิ ความสามารถในการควบคมุ การวางแผนและการดาํ เนินการ ไตรต่ รอง ควบคุมแรงอยาก หยดุ จดั การอารมณ์ใหอ้ ยใู่ นระดบั ท่ี ตงั้ แต่ตงั้ เป้าหมาย มองภาพรวม คดิ ก่อนทจ่ี ะทาํ หรอื พดู เหมาะสม ไมใ่ หร้ บกวนผอู้ ่นื ไม่ จดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั จดั ระบบ โกรธเกรย้ี วฉุนเฉยี ว หงดุ หงดิ งา่ ย จนถงึ ดําเนินการและประเมนิ ผล (3) Shifting/Cognitive Flexibility (6) Self-Monitoring (9) Goal-Directed Persistence ความสามารถในการยดื หยนุ่ พลกิ การประเมนิ ตนเอง รวมถงึ สะทอ้ น ความพากเพยี รใหบ้ รรลุเป้าหมาย แพลง ปรบั ตวั เป็นจดุ ตงั้ ตน้ ของ ผลการทาํ งานเพ่อื หาจดุ บกพรอ่ ง มงุ่ มนั่ ฝ่าฟันอุปสรรค และลม้ แลว้ การคดิ นอกกรอบ คดิ สรา้ งสรรค์ แลว้ แกไ้ ขพฒั นาใหด้ ขี น้ึ ลุกได้ ทกั ษะเหล่าน้ีตอ้ งไดร้ บั การฝึกฝนอยา่ งต่อเน่อื งสม่าํ เสมอในชวี ติ ประจาํ วนั ทงั้ ทบ่ี า้ นและทโ่ี รงเรยี น เพ่อื ใหเ้ กดิ การ “ฝังชปิ ” เป็นโครงสรา้ งในสมองของเดก็ โดยเฉพาะในวยั 3-6 ปี ซง่ึ เมอ่ื ฝังตวั แลว้ กจ็ ะคงอยเู่ ป็น นสิ ยั หรอื คุณสมบตั ขิ องบคุ คลไปตลอดชวี ติ การส่งเสรมิ EFs ในเดก็ ชว่ ยใหเ้ ดก็ ประสบความสําเรจ็ ในการเรยี น การทํางาน มภี มู คิ ุม้ กนั ต่อปัจจยั ดา้ นลบต่างๆ เชน่ ยาเสพตดิ การพนนั เดก็ กลุม่ เสย่ี งยง่ิ ตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั ชว่ งเวลาวกิ ฤตใิ นการฝึก EFs คอื เดก็ วยั ก่อนเรยี นและเดก็ วยั เรยี นจะเป็นพน้ื ฐานสําคญั ในการสอนทกั ษะ EFs ในเดก็ วยั รนุ่ ต่อไป หากปพู น้ื ฐานไมด่ จี ะสอนยากมากเมอ่ื เดก็ เขา้ ส่วู ยั รนุ่ โดยพอ่ แม่ ครู และผทู้ าํ งานเกย่ี วกบั เดก็ ควรปรบั วธิ กี ารเลย้ี งดแู ละวธิ กี ารจดั การเรยี นการสอนใหต้ อบสนองต่อการพฒั นา EFs ของเดก็ เดก็ ทไ่ี มไ่ ดร้ บั การฝึกฝนใชง้ านสมองส่วนหน้า ไมไ่ ดฝ้ ึกฝนทกั ษะ EFs จะเกดิ อะไรขน้ึ เน่ืองจากสมอง สว่ นหน้าสดุ มบี ทบาทต่อการชะลอความตอ้ งการ/ความอยาก เดก็ ทไ่ี ดร้ บั การฝึกคดิ ดว้ ยสมองสว่ นหน้าสุดจะรจู้ กั อดใจ รจู้ กั ชะลอความอยาก/ความตอ้ งการในตอนน้เี พ่อื ความสาํ เรจ็ ทเ่ี ป็นเป้าหมายระยะยาวในอนาคต ชว่ งเวลา วกิ ฤตขิ องการพฒั นา EFs คอื วยั เดก็ เลก็ เพราะพฒั นาการของสมองส่วนหน้าใชเ้ วลายาวนานกวา่ สมองสว่ น อ่นื ๆ ดงั นนั้ EFs จงึ ใชเ้ วลายาวนานในการพฒั นาตงั้ แต่ขวบปีแรกจนเขา้ ส่วู ยั ผใู้ หญ่ การใชท้ กั ษะ EFs เป็นสงิ่ ท่ี ยาก ตอ้ งฝึกฝน ค่อยเป็นคอ่ ยไป พฒั นาอยา่ งต่อเน่อื งเป็นลาํ ดบั ขนั้ ตอน เรยี นรผู้ ่านประสบการณ์จรงิ ท่ี หลากหลาย ไมไ่ ดเ้ กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ ช่วงเวลาวกิ ฤตใิ นการฝึกฝนทกั ษะดา้ น EFs คอื วยั เดก็ เลก็ มี ความสาํ คญั มาก เป็นการสรา้ งทรพั ยากรมนุษยท์ ม่ี คี ุณค่าต่อสงั คม เป็นการลงทนุ ทค่ี ุม้ คา่ มากกวา่ การมาตาม แกไ้ ขปัญหาภายหลงั เมอ่ื เดก็ เจออุปสรรค ทกั ษะ EFs จะช่วยใหเ้ ดก็ ปรบั ตวั และฟ้ืนตวั ไดห้ ลงั จากพบเหตุการณ์ วกิ ฤติ ลกุ ขน้ึ สตู้ ่อ ชว่ ยใหผ้ า่ นพน้ ปัญหาอุปสรรคไปได้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 92 / 152
EFs เกย่ี วขอ้ งกบั ยาเสพตดิ อยา่ งไร ความบกพรอ่ งของ EFs เป็นสาเหตุของการตดิ สารเสพตดิ การศกึ ษาจากภาพถ่ายสมองและอาการทางคลนิ ิก แสดงใหเ้ หน็ วา่ มคี วามบกพรอ่ งในการทาํ งานของสมองสว่ น หน้าในผทู้ ต่ี ดิ ยาเสพตดิ สมองส่วนหน้าทาํ หน้าทย่ี บั ยงั้ การเขา้ หายาเสพตดิ โดยควบคมุ ความคดิ และการกระทาํ (Cognitive Control) ยบั ยงั้ ไมใ่ หต้ อบสนองออกไปตามความตอ้ งการ รจู้ กั คดิ ว่าสง่ิ ไหนไมด่ ี ยบั ยงั้ ไมท่ าํ ในสง่ิ ท่ี ไมไ่ ด้ ความบกพรอ่ งในการทํางานของสมองส่วนหน้าทําใหไ้ มส่ ามารถยบั ยงั้ ความคดิ และการกระทําซง่ึ เกย่ี ว ขอ้ งกบั ทกุ ขนั้ ตอนของการตดิ ยาเสพตดิ ตงั้ แต่ทาํ ใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นสถานการณ์เสย่ี ง ทดลองใชย้ า ใชซ้ า้ํ จนตดิ รวมทงั้ การกลบั ไปใชใ้ หม่ ความบกพรอ่ งของ EFs ในเดก็ เลก็ มกั จะไมห่ ายไปเองแต่กลบั จะชดั เจนมากขน้ึ เรอ่ื ยๆ เมอ่ื เดก็ โตขน้ึ โดยความบกพรอ่ งของ EFs ในเดก็ เลก็ จะเป็นตวั ทาํ นายปัญหาพฤตกิ รรรมเมอ่ื เดก็ โตขน้ึ ไดแ้ ก่ การตดิ ยาเสพตดิ ความประพฤตผิ ดิ ปกติ สมาธสิ นั้ ซมึ เศรา้ โรคยา้ํ คดิ ย้าํ ทาํ และโรคจติ เภท เพราะสมอง ส่วนหน้าทาํ ใหบ้ คุ คลยงั้ คดิ ไมห่ นุ หนั พลนั แลน่ รจู้ กั คาดการณ์ผลของการกระทํา ปัจจยั ทางสมองทเ่ี กย่ี วกบั การ ตดิ ยาเสพตดิ เน่อื งมาจากสมองส่วนหน้า (เบรก) ทํางานน้อยลง ขณะทส่ี มองส่วนแสดงออกตามความอยาก ทาํ งานเพมิ่ ขน้ึ ทําใหข้ าดความยบั ยงั้ ชงั่ ใจ หุนหนั พลนั แล่น ตดั สนิ ใจกลา้ เสย่ี ง ทาํ โดยไมค่ าํ นงึ ผลทจ่ี ะตามมา การทาํ งานของสมองสว่ นหน้าทม่ี ากน้อยต่างกนั ทาํ ใหแ้ ต่ละคนมคี วามเสย่ี งในการเขา้ หาและใชย้ าเสพตดิ ไม่ เทา่ กนั การสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ มที กั ษะ EFs ทด่ี ตี ามวยั จงึ ชว่ ยลดปัญหาพฤตกิ รรม ลดปัญหาความขดั แยง้ ใน ครอบครวั ปัญหาการเรยี น ปัญหาสงั คม เช่น พฤตกิ รรมกา้ วรา้ วรุนแรง ตดิ การพนัน ตดิ ยาเสพตดิ ช่วยพฒั นา ประเทศของเราอยา่ งยงั่ ยนื การสร้างทกั ษะสงั คมเพ่ือลดอนั ตรายจากยาเสพติดกบั เครือข่ายภาคีวิชาการและชุมชน จากการประชมุ เรอ่ื ง การลดอนั ตราย (Harm Reduction) วนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2560 การลดอนั ตราย หรอื Harm Reduction คอื นโยบายหรอื มาตรการสาธารณะทม่ี วี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ลด อนั ตราย หรอื ความสญู เสยี ทเ่ี กดิ จากการใชส้ ารเสพตดิ ในผใู้ ชส้ ารเสพตดิ ทย่ี งั ไมต่ อ้ งการจะเลกิ ใชส้ าร หรอื ไม่ สามารถจะเลกิ ใชไ้ ด้ การพฒั นานโยบายและมาตรการในดา้ นการลดอนั ตรายมจี ุดเรม่ิ ตน้ มาจากการคน้ พบว่า การใชเ้ ขม็ ฉีดยารว่ มกนั ของผฉู้ ดี สารเสพตดิ เป็นตน้ เหตุของการแพรเ่ ชอ้ื เอชไอวหี รอื เอดส์ และความสญู เสยี ทาง สาธารณสุขทเ่ี กดิ จากการตดิ เชอ้ื และป่วยเป็นโรคเอชไอวหี รอื เอดสม์ มี ลู คา่ มากกวา่ ความสญู เสยี ทเ่ี กดิ จากการ ใชส้ ารเสพตดิ จากขอ้ คน้ พบน้ีทําใหน้ กั วชิ าการและนกั นโยบายทางสาธารณสุขมองเหน็ ความสาํ คญั ของการลด อนั ตราย และกําหนดเป้าหมายของนโยบายเพอ่ื ลดอนั ตรายหรอื ความสญู เสยี ทส่ี มั พนั ธก์ บั การฉีดสารเสพตดิ เสยี ใหมเ่ ป็นลาํ ดบั ขนั้ แทนทจ่ี ะเป็นการวางเป้าหมายใหผ้ ตู้ ดิ สารเสพตดิ เลกิ ใชส้ าร ซง่ึ เป็นเป้าหมายทท่ี าํ สําเรจ็ ไดย้ ากในความเป็นจรงิ เปลย่ี นมาเป็นการลดอุบตั กิ ารณ์ของการใชเ้ ขม็ ฉดี ยารว่ มกนั ลดอุบตั กิ ารณ์ของการฉดี สารเสพตดิ และลดการใชส้ ารเสพตดิ ทไ่ี มป่ ลอดภยั แทน ประเทศไทยมดี าํ เนินการเกย่ี วกบั การลดอนั ตรายจากยาเสพตดิ มาเกอื บสามสบิ ปีแลว้ เรมิ่ ในปี พ.ศ. 2533 ในรปู แบบงานวจิ ยั โดยสาํ นกั งานป้องกนั และบาํ บดั ยาเสพตดิ สาํ นกั อนามยั กรงุ เทพมหานคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 หลงั จากการประชุมเอดสค์ รงั้ ท่ี 15 ทก่ี รงุ เทพมหานคร ประเทศไทยกไ็ ดด้ าํ เนนิ งานดา้ นการลด อนั ตรายอยา่ งจรงิ จงั มากขน้ึ โดยไดร้ บั การสนบั สนุนจากกองทุนโลก (Global Fund) ถงึ 9 รอบ ซง่ึ ช่วยใหก้ าร ดาํ เนินงานของสาธารณสุข องคก์ รเอกชน (NGOs) และเครอื ขา่ ยทาํ งานอยา่ งต่อเน่ือง ในปี พ.ศ. 2551-2552 รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 93 / 152
สาํ นกั งาน ป.ป.ส. ไดต้ งั้ คณะทาํ งานดา้ นพฒั นานโยบายลดอนั ตรายซง่ึ ประกอบดว้ ยทกุ ภาคส่วน เช่น หน่วยงาน ของสาธารณสุข ตํารวจ อยั การ นกั วชิ าการ รวมทงั้ ภาคประชาสงั คม เชน่ เครอื ขา่ ยผตู้ ดิ เชอ้ื ฯ ทําใหม้ กี าร ผลกั ดนั นโยบายการลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ อยา่ งเป็นรปู ธรรมขน้ึ จนกระทงั่ ในปี พ.ศ. 2557 ไดม้ กี าร ประกาศแนวทางการดาํ เนินงานลดอนั ตรายจากการใชย้ าเสพตดิ ในกลุ่มผใู้ ชย้ าเสพตดิ ดว้ ยวธิ กี ารฉดี ภายใต้ คาํ สงั่ ศูนยอ์ ํานวยการพลงั แผ่นดนิ เอาชนะยาเสพตดิ แห่งชาติ เพอ่ื ใหบ้ รกิ ารดา้ นการลดอนั ตรายจากการใชย้ า เสพตดิ แบบรอบดา้ นภายใต้ 10 ชดุ บรกิ าร ไดแ้ ก่ การใหค้ วามรเู้ พ่อื สรา้ งความเขา้ ใจ ความตระหนกั และการ ประเมนิ ความเสย่ี งของตนเอง รวมถงึ การฝึกทกั ษะการป้องกนั การตดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละยาเสพตดิ หรอื IEC การ บาํ บดั รกั ษายาเสพตดิ โดยใชเ้ มทาโดนทดแทนระยะยาว การสนบั สนุนใหใ้ ชเ้ ขม็ และอุปกรณ์ทฉ่ี ดี ทส่ี ะอาด การ แจกถุงยางอนามยั การใหค้ าํ ปรกึ ษา และตรวจการตดิ เชอ้ื เอชไอวโี ดยสมคั รใจ และสง่ ต่อรบั บรกิ ารดแู ลรกั ษา หรอื VCT การตรวจและรกั ษาโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ การป้องกนั วนิ ิจฉยั และรกั ษาวณั โรค กจิ กรรมกลุม่ เพอ่ื นชว่ ยเพ่อื น การใหบ้ รกิ ารรกั ษาดา้ นจติ เวชและการใหค้ าํ ปรกึ ษาแนะนําเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ และการ บาํ บดั รกั ษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพรวมถงึ กจิ กรรมกลบั ส่สู งั คมและการป้องกนั การเสพตดิ ซ้าํ มาตรฐานโปรแกรมการให้ความรเู้ พ่ือลดผลกระทบจากยาเสพติดในระดบั สากล ประกอบดว้ ยส่ี เสาหลกั ในการบรหิ ารจดั การโดยมงุ่ กลมุ่ เป้าหมายทแ่ี ตกต่างกนั ไดแ้ ก่ เสาหลกั ท่ี 1 การป้องกนั การใชย้ า มงุ่ ท่ี เยาวชนหรอื คนทอ่ี าจใชส้ ารเสพตดิ เสาหลกั ท่ี 2 การลดอนั ตรายจากการใชย้ า มงุ่ ทผ่ี ใู้ ชย้ าและผตู้ ดิ ยาเสพตดิ เสาหลกั ท่ี 3 การบําบดั รกั ษา มงุ่ ทผ่ี ตู้ ดิ ยา และเสาหลกั ท่ี 4 การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย มงุ่ ทก่ี ลุม่ เครอื ขา่ ยธุรกจิ คา้ ยา เสพตดิ และเครอื ขา่ ยอาชญากร ในเสาหลกั ท่ี 1 การป้องกนั (Prevention) หมายถงึ ป้องกนั ผเู้ สพรายใหม่ ป้องกนั ผลกระทบจากการใชส้ ารเสพตดิ (Harm Prevention) ป้องการการเสพตดิ (Addiction Prevention) ป้องกนั การกลบั มาเสพซ้าํ (Relapse Prevention) และป้องกนั การกลบั มาเสพตดิ ซ้าํ ซ้ํา การป้องกนั มเี ป้าหมาย คอื การใหค้ วามรู้ กล่าวคอื ใหม้ แี ละเขา้ ใจถงึ ขอ้ เทจ็ จรงิ ทถ่ี ูกตอ้ งอยา่ งรอบดา้ น (Physio Bio and Socio Logical) การป้องกนั และทางเลอื กการจดั การเมอ่ื เกดิ ผลกระทบทไ่ี มพ่ งึ ประสงคท์ งั้ ก่อนและหลงั การมเี พศสมั พนั ธ์ บน พน้ื ฐานเช่อื มนั่ และส่งเสรมิ ใหต้ ดั สนิ ใจดว้ ยตวั เองบนพน้ื ฐานของการมขี อ้ มลู ขอ้ เทจ็ จรงิ อยา่ งรอบดา้ น (ไมใ่ ชค่ ดิ แทนหรอื เป็นการหา้ มหรอื ขม่ ขใู่ หก้ ลวั ) และส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ความรบั ผดิ ชอบจากผลกระทบทเ่ี กดิ จากการตดั สนิ ใจ ของตนเอง อน่ึง การใชส้ ารเสพตดิ มผี ลกระทบ และผลกระทบของการใชส้ ารเสพตดิ นนั้ มใิ ช่มสี าเหตุจากตวั ยาท่ี มกั กล่าวถงึ กนั เพยี งอยา่ งเดยี ว แต่ยงั มปี ัจจยั ทม่ี สี ว่ นทาํ ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่างๆ ทค่ี วรนํามาพจิ ารณาประกอบ ไดแ้ ก่ ผลกระทบจากตวั ยาทใ่ี ช้ ผลกระทบจากสภาพแวดลอ้ ม และผลกระทบจากตวั ผใู้ ชย้ า การให้ความรเู้ พ่ือลดผลกระทบจากยาเสพติดของกรมสขุ ภาพจิต กรมสขุ ภาพจติ รบั ผดิ ชอบงาน ดา้ นการส่งเสรมิ ป้องกนั ปัญหาสุขภาพจติ บาํ บดั รกั ษาผมู้ ปี ัญหายาเสพตดิ และใหค้ วามรเู้ พอ่ื ลดอนั ตรายจากยา เสพตดิ ขณะทห่ี น่วยงานเจา้ ภาพดา้ น Harm Reduction คอื กรมการแพทย์ โดยการลดอนั ตรายจากการใชย้ า เสพตดิ มหี ลกั การคอื การช่วยใหผ้ ตู้ ดิ ยาเสพตดิ สามารถดาํ รงชวี ติ อยไู่ ดโ้ ดยยงั คงใชย้ าเสพตดิ หรอื สารทดแทน ในขณะทย่ี งั ไมส่ ามารถหยดุ ใชย้ าเสพตดิ ไดท้ นั ที เพอ่ื ป้องกนั อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ กบั ตวั ผเู้ สพ ครอบคลุมต่อไปน้ี (1) Social Reduction โดยมนี โยบายหรอื กฎหมายควบคมุ ยาเสพตดิ ทม่ี ผี ลโดยตรงต่อผใู้ ชแ้ ละผเู้ กย่ี วขอ้ ง เช่น ครอบครวั มภี าคเี ครอื ขา่ ย เชน่ อปท. กลาโหม มหาดไทย เป็นตน้ และมกี ฎหมายและการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย การ ใชก้ ระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาเป็นเครอ่ื งมอื ควบคุม (2) Restraint แบ่งเป็นสองระยะคอื ระยะ Acute ในช่วง รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 94 / 152
ทม่ี อี าการ Intoxication/Withdrawal/Aggression/Psychotic ทเ่ี กดิ จากการใชส้ ารเสพตดิ กรณี Medical Restraint ใหย้ า Benzodiazepine: Diazepam 15 mg IV slowly push ใหย้ า Antipsychotib drug: Haloperidal 5-10 mg IM ซง่ึ ตอ้ งมที มี แพทยแ์ ละพยาบาลทด่ี แู ลเพอ่ื พจิ ารณาการใหย้ าในผปู้ ่วยกลมุ่ ดงั กลา่ ว กรณี Physical Restraint การเขา้ ควบคุมผปู้ ่วยเพ่อื ป้องกนั การเกดิ อนั ตรายทอ่ี าจเกดิ กบั ตนเองและผอู้ ่นื ซง่ึ ตอ้ งมที มี จติ เวช ฉุกเฉนิ ใหก้ ารดแู ล และในระยะ Maintenance มปี ระเมนิ การใชย้ าตามสภาพปัญหาและโรครว่ มทางจติ เวชของ ผปู้ ่วยแต่ละราย กรณี Psychotic: Antipsychotic, Mood Stabilization กรณี Mood: Antidepressant, TCA, Mood Stabilization กรณี Withdrawal Symptom: Benzodiazepine และ (3) Close Follow-up ตดิ ตามอยา่ ง ใกลช้ ดิ อยา่ งน้อยเป็นเวลาหน่งึ ปี ผ่าน Psychosocial Intervention เช่น โปรแกรมจติ สงั คมบาํ บดั และ Special Clinic เชน่ คลนิ ิกจติ เวชและสารเสพตดิ Addiction is Speaking, but the World Has Not Been Listening โดย Prof. Emeritus Bruce K. Alexander, Simon Fraser University, Canada จากการสมั มนาเชงิ วชิ าการเรอ่ื ง “การเสพตดิ ยอ้ นอดตี สอู่ นาคต : ปัญหาและทางออก” [Back to the Future of Addiction: Problems and Solutions] ในวนั ท่ี 9-10 สงิ หาคม 2561 จากการทาํ งานดา้ นยาเสพตดิ มากว่า 50 ปี ทร่ี ฐั แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา จนไดบ้ ทเรยี นสอนเรา สอนสงั คมวา่ ไม่มีทางเอาชนะการเสพติดได้ ในอดตี แคนาดามปี ัญหาคนตดิ สรุ า ซง่ึ ถอื ไดว้ ่าเป็นสถานการณ์ท่ี เลวรา้ ยมาก ทงั้ ปัญหาการฆา่ ฟันกนั ซง่ึ ทาํ ลายทงั้ ผใู้ หญ่และเดก็ ต่อมามกี ารประกาศสงครามกบั สุรา รฐั บาล ออกเป็นนโยบายหา้ มจาํ หน่ายสุรา กระทงั่ ทําใหส้ ุราเป็นเรอ่ื งถูกกฎหมาย หาซอ้ื ได้ แต่ยงั หา้ มจาํ หน่ายใหเ้ ดก็ และหา้ มจาํ หน่ายวนั อาทติ ย์ จากนนั้ ปัญหาการตดิ สุราลดน้อยลง แต่กถ็ อื วา่ ทาํ มาไดเ้ พยี งครง่ึ ทาง เพราะ ปัจจบุ นั แคนาดายงั มคี นตดิ สรุ าจาํ นวนมาก มากกว่าการตดิ ยาเสพตดิ ประเภทอ่นื ขณะทภ่ี าพการทาํ สงครามกบั ยาเสพตดิ ในอดตี มที งั้ การใช้ โทษจาํ คกุ ตลอดชวี ติ กบั นกั คา้ ยา หรอื แมก้ ระทงั่ การปราบปรามของ เจา้ หน้าทต่ี ํารวจทก่ี ระทํารุนแรงต่อผตู้ ดิ ยาเสพตดิ และนักคา้ ยาเสพ ตดิ โดยระหว่างปี ค.ศ. 1970 ถงึ ค.ศ. 2000 แคนาดาเคยทดลองนําผู้ ตดิ ยาเสพตดิ มาบาํ บดั ซง่ึ ถอื เป็นการเปลย่ี นแปลงครงั้ ใหญ่ของ ประเทศ แต่วนั น้ีเรอื นจาํ ทม่ี ลรฐั แวนคเู วอรป์ ิดตวั ลงแลว้ ภาพตาํ รวจ ทบุ ตี เมอื งทม่ี คี นตดิ ยาเสพตดิ ไมม่ แี ลว้ สงั คมสงบสขุ หากให้ เปรยี บเทยี บกเ็ หมอื นเปลย่ี นจากกลางคนื เป็นกลางวนั เรยี กไดว้ ่า สถานการณ์ดขี น้ึ อยา่ งผดิ หูผดิ ตา ทงั้ น้ี ปัญหาการเสพตดิ ไมส่ ามารถ แกไ้ ดง้ า่ ยๆ หรอื ทาํ ไดใ้ นเวลาอนั รวดเรว็ แต่ตอ้ งทาํ ซ้าํ ๆ ลองผดิ ลอง Bruce K. Alexander, Prof. Emeritus ถกู ใชค้ วามอดทนและมเี มตตากบั ผใู้ ชย้ าเสพตดิ Simon Fraser University, Canada รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 95 / 152
สาํ หรบั ประเทศไทย Prof. Bruce Alexander เช่อื ว่าการแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ อาจตอ้ งใชเ้ วลาไมต่ ่าํ กวา่ 30 ปี จงึ จะเป็นแบบทม่ี ลรฐั แวนคเู วอร์ โดยแคนาดาแกป้ ัญหายาเสพตดิ ใชเ้ วลาหลายพนั ลา้ นชวั่ โมง ระดม แพทย์ นกั วทิ ยาศาสตรม์ าแกป้ ัญหา ใชท้ กุ ตําราหมดแลว้ ยงั ทาํ ไดแ้ ค่มลรฐั แวนคเู วอร์ เราสรา้ งคกุ ขนาดใหญ่ ขน้ึ มาบําบดั ผตู้ ดิ ยาโดยเฉพาะ แต่กพ็ บอตั ราการกระทาํ ผดิ ซา้ํ สงู มาก เรามคี า่ ยบาํ บดั เปิดมาได้ 15 ปี พบอตั รา การใชย้ าเสพตดิ ซ้าํ สงู มาก และแมจ้ ะใชก้ ฎหมาย กค็ วบคุมไดแ้ ค่ระดบั หน่ึงเทา่ นนั้ ปัญหากย็ งั คงอยู่ ระบบน้ีจงึ ใชไ้ มไ่ ดก้ บั แคนนาดา แต่ไม่ไดห้ มายความว่า ใชไ้ มไ่ ดก้ บั ประเทศไทย แมใ้ นวนั น้ีแคนาดาไมม่ สี งครามยาเสพคดิ อกี แลว้ เพราะเรามงุ่ เน้นการรกั ษา ลดอนั ตรายจากการใชย้ า เสพตดิ เป็นหลกั อยา่ งมลรฐั แวนคเู วอร์ (ไมท่ ุกแหง่ ในแคนนาดา) อนุญาตใหใ้ ชก้ ญั ชาเพ่อื ประโยชน์ทาง การแพทยเ์ ป็นหลกั นอกจากน้ี บทเรยี นทแ่ี คนาดาคน้ พบเชน่ รฐั สภาของแคนาดาไดผ้ ่านกฎหมายทอ่ี นุญาตให้ ใชก้ ญั ชาเพอ่ื นันทนาการไดอ้ ยา่ งถูกกฎหมายทวั่ ประเทศนนั้ ถอื ว่าแคนาดาทาํ ใหก้ ญั ชาถกู กฎหมายเรว็ เกนิ ไป พรอ้ มกบั มองวา่ การทาํ ใหถ้ ูกกฎหมายเป็นกระบวนการทซ่ี บั ซอ้ น เป็นเรอ่ื งละเอยี ดอ่อน อ่อนไหว ดงั นนั้ ตอ้ งทาํ ความเขา้ ใจกบั ทุกคนในสงั คมก่อน มเิ ช่นนนั้ จะเกดิ กระแสคดั คา้ นและต่อตา้ นได้ หรอื อยา่ งนโยบายทําใหส้ ุราถกู กฎหมาย จาํ หน่ายไดถ้ กู กฎหมายกน็ ่ากลวั มาก แคนาดาใชเ้ วลา 40 ปี เรมิ่ ทดลองเป็นบางรฐั ก่อน จากนัน้ ค่อยๆ ขยายไปตามรฐั ต่างๆ จนพบวา่ สุราถกู กฎหมายใหผ้ ลลพั ธท์ ด่ี กี วา่ ผลเสยี ในอนาคตแคนาดาจะทาํ ใหย้ าโอปิ ออยด์ (Opioid) ซง่ึ เป็นยาระงบั ความเจบ็ ปวดถกู กฎหมาย จาํ หน่ายไดต้ ามรา้ นคา้ หลงั จากพบมกี ารใชย้ าตวั น้ี แลว้ เสยี ชวี ติ กวา่ 1,200 รายต่อปี” ปัญหาการเสพตดิ หรอื พฤตกิ รรมการเสพตดิ (Behavioral Addictions) ในโลกสมยั ใหม่ ทบ่ี ่อนทาํ ลาย มนุษยชาติ ถอื วา่ มพี ลงั มคี วามรุนแรงมาก แมจ้ ะไมเ่ ท่ากบั ปัญหาภาวะโลกรอ้ น หรอื การใชอ้ าวธุ เขน่ ฆา่ ทาํ ลาย ลา้ งกนั แต่น่าเป็นหว่ ง โดยเฉพาะเยาวชนของทกุ ประเทศ ทกุ ครอบครวั เพราะการเสพตดิ สมยั ใหมเ่ กดิ จากการ ทาํ พฤตกิ รรมเดมิ ซ้ําซาก เชน่ การเสพตดิ เกม ตดิ การพนนั ตดิ โซเซยี ลมเี ดยี ทค่ี นทาํ พฤตกิ รรมไม่รตู้ วั เมอ่ื เสพ ตดิ สง่ิ เหลา่ น้แี ลว้ จะทําใหช้ วี ติ เขาครง่ึ หน่ึงหายไปจากครอบครวั ทาํ ใหช้ วี ติ เสยี ไป และไมม่ ที างกลบั มาใชช้ วี ติ ปกตไิ ดเ้ หมอื นเดมิ โลกสมยั ใหมต่ ดิ ตามเราทุกคน มปี ัญหาการเสพตดิ มากมาย น่าสะพรงึ กลวั เพราะโลกสมยั ใหม่มคี วาม ยอ้ นแยง้ อกี ดา้ นควบคุมความเป็นปัจเจกชน ควบคุมมนุษย์ แต่กใ็ หอ้ สิ รภาพไปพรอ้ มกนั โลกยคุ ใหมไ่ รร้ าก ไร้ ฐาน (Dislocation) ระบบทางสงั คมแตกสลายลง มงี านวจิ ยั ของสหรฐั อเมรกิ าทส่ี าํ รวจเดก็ ทงั้ ทม่ี าจากครอบครวั ร่าํ รวย ฐานะปานกลาง และครอบครวั ทย่ี ากจน พบเดก็ มปี ัญหาทางจติ และปัญหาการเสพตดิ ความรสู้ กึ กงั วล แย่ ไมพ่ อใจ คนรสู้ กึ ไรร้ าก ไรฐ้ านเช่นน้ี จะนํามาสปู่ ัญหาการฆ่าตวั ตายเพม่ิ ขน้ึ ได้ พรอ้ มตงั้ คาํ ถามว่า เราจะอยรู่ อด ในโลกสมยั ใหมไ่ ดอ้ ยา่ งไร รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 96 / 152
สดุ แรงต้าน การเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีและธรุ กิจที่ทาํ ให้เราเสพติด โดย ดร. ดวงตา ปาวา จากการสมั มนาเชงิ วชิ าการเรอ่ื ง “การเสพตดิ ยอ้ นอดตี ส่อู นาคต : ปัญหาและทางออก” [Back to the Future of Addiction: Problems and Solutions] ในวนั ท่ี 9-10 สงิ หาคม 2561 เมอ่ื 47 ปีมาแลว้ ในปี ค.ศ. 1971 ในชว่ งสงครามเวยี ดนามซง่ึ มที งั้ ช่วงเวลาทท่ี าํ การรบและชว่ งเวลาวา่ ง รอการรบครงั้ ต่อไป ชว่ งเวลาวา่ งเหล่าน้ที าํ ใหเ้ กดิ ความเบอ่ื หน่ายและไมใ่ ชท่ กุ คนทเ่ี ลอื กทาํ กจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ สุขภาพหรอื กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ สงครามเวยี ดนามเกดิ ใกลบ้ รเิ วณสามเหลย่ี มทองคาํ ซง่ึ ในขณะนนั้ สามารถ เขา้ ถงึ เฮโรอนิ ไดโ้ ดยง่ายในราคาทไ่ี มแ่ พง ทหารทเ่ี ขา้ รว่ มรบในสงครามเวยี ดนามหลายคนเรม่ิ ใชเ้ ฮโรอนิ ใน ช่วงเวลาแห่งความเบ่อื หน่าย หน่งึ ในสามของจาํ นวนทหารใชย้ าเสพตดิ และรอ้ ยละ 19 ตดิ ยาเสพตดิ หรอื ราว 100,000 คนซง่ึ สรา้ งความกงั วลใหก้ บั รฐั บาลอเมรกิ นั เป็นอย่างมากหากทหารตดิ ยาเสพตดิ เหลา่ นนั้ เดนิ ทาง กลบั บา้ นเมอ่ื สน้ิ สุดสงคราม รฐั บาลอเมรกิ นั จงึ ไดร้ ะดมความคดิ เพ่อื หาทางแกไ้ ข ปัญหาและตดิ ตามพฤตกิ รรมของทหารทเ่ี ดนิ ทางกลบั จากการ รบทเ่ี วยี ดนาม เมอ่ื อยใู่ นสภาพแวดลอ้ มของบา้ นในสงั คม อเมรกิ นั กพ็ บว่ามเี พยี งรอ้ ยละ 5 เทา่ นนั้ ทก่ี ลบั ไปเสพซา้ํ การ ทดลองก่อนหน้าน้กี วา่ ทศวรรษกย็ นื ยนั ผลของการเลกิ เสพ จากการเปลย่ี นสภาพแวดลอ้ มเชน่ เดยี วกนั แต่วา่ ดว้ ย สภาพแวดลอ้ มบางอยา่ งทท่ี าํ ใหไ้ ปใชย้ าเสพตดิ หรอื มี พฤตกิ รรมเสพตดิ บางอยา่ ง ดงั นนั้ ในสภาพแวดลอ้ มท่ี ดร. ดวงตา ปาวา เหมาะสม เราทกุ คนกก็ ลายเป็นคนเสพตดิ ได้ นอกเหนอื จากยาเสพตดิ แลว้ ยงั มกี ารเสพตดิ พฤตกิ รรมหรอื Behavioral Addiction ซง่ึ มคี วามคลา้ ยคลงึ อยา่ งมากกบั การเสพตดิ ยาหรอื สารเสพตดิ ซง่ึ ถูกเรง่ ใหม้ ากขน้ึ จากความตอ้ งการพน้ื ฐานของมนุษยใ์ นปัจจบุ นั เชน่ การผกู พนั กบั สงั คม การสนบั สนุนจากสงั คม และแรงกระตุ้นในจติ ใจ การเสพตดิ พฤตกิ รรมหมายถงึ หลาย สง่ิ หลายอยา่ ง อาทิ การตดิ โทรศพั ทม์ อื ถอื อนิ เตอรเ์ น็ต สอ่ื สงั คมออนไลน์ เกม การพนนั การซอ้ื ของ การทาํ งาน เป็นตน้ โดยการเสพตดิ พฤตกิ รรมเป็นสงิ่ รนุ แรงเพราะมนั ซ่อนตวั อยใู่ นตวั ของเราอยา่ งแนบเนียนมากซง่ึ หาก มองจากภายนอกกไ็ มอ่ าจรบั รถู้ งึ อาการเสพตดิ พฤตกิ รรมน้ไี ดเ้ ลย แต่เจา้ ตวั อาจเป็นทกุ ขอ์ ยา่ งมากอยกู่ ไ็ ด้ ใน ปัจจบุ นั เรามคี วามเขา้ ใจในสารเสพตดิ และสง่ิ เสพตดิ มากขน้ึ ขณะทผ่ี ลติ ภณั ฑต์ ่างๆ กถ็ กู ออกแบบมากระตุน้ เรง่ เรา้ ใหเ้ ราเสพตดิ กนั มากขน้ึ และมากขน้ึ อยา่ งทไ่ี มอ่ าจรไู้ ดเ้ ลยว่าจะลดลงไดอ้ ยา่ งไร แต่สงิ่ หน่งึ ทเ่ี ราไดเ้ รยี นรคู้ อื การเสพตดิ และอทิ ธพิ ลของการเสพตดิ นัน้ ไดเ้ ขา้ มาสเู่ ราเพ่อื ช่วยบาํ บดั ความเหงา ช่วยลดความรสู้ กึ เหนิ ห่างและ คลายทุกขใ์ หก้ บั เราได้ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 97 / 152
การเสพติดพฤติกรรมในมมุ มองทางการแพทย์ โดย ศ.ดร.พญ.สาวติ รี อษั ณางคก์ รชยั ศนู ยว์ จิ ยั ปัญหาสุรา สสส. จากการสมั มนาเชงิ วชิ าการเรอ่ื ง “การเสพตดิ ยอ้ นอดตี ส่อู นาคต : ปัญหาและทางออก” [Back to the Future of Addiction: Problems and Solutions] ในวนั ท่ี 9-10 สงิ หาคม 2561 การเสพตดิ (Addictions) เป็นภาวะความผดิ ปกตทิ างจติ ใจและชวี วทิ ยา (Acquired Psychobiological Disorders) ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากพฤตกิ รรมการเรยี นรแู้ ละสมั พนั ธก์ บั ปัจจยั ชกั นําหลายดา้ น อา้ งตามแนวคดิ ของ Edwards และ Gross ในปี ค.ศ. 1977 ว่าดว้ ย The Concept of the Dependence Syndrome หมายถงึ กลุ่ม อาการซง่ึ ประกอบดว้ ยความตอ้ งการอย่างรุนแรงทจ่ี ะด่มื แอลกอฮอล์ หมกมนุ่ อยกู่ บั การด่มื และบางครงั้ กม็ ี อาการถอนสุราเกดิ ขน้ึ องคก์ ารอนามยั โลกกาํ หนดเกณฑก์ ารจาํ แนกโรคสากล หรอื International Classification of Diseases (WHO-ICD-10) กาํ หนดใหต้ อ้ งมี อยา่ งน้อยสามในหกขอ้ ต่อไปน้ีเกดิ ขน้ึ ซ้ําๆ จงึ ถอื วา่ มอี าการเสพตดิ ไดแ้ ก่ มี ความบกพรอ่ งในการควบคุมการใชส้ าร มคี วามตอ้ งการอยากใชส้ ารอยา่ ง รนุ แรง หมกมนุ่ อยกู่ บั การใชส้ าร (ใหค้ วามสาํ คญั กบั การใชส้ ารมากกว่า กจิ กรรมอ่นื ) มภี าวะดอ้ื ต่อฤทธขิ ์ องสารนัน้ มอี าการถอนยาเกดิ ขน้ึ หาก หยดุ ใชส้ าร หรอื อาการถอนยาดขี น้ึ เมอ่ื กลบั ไปใชส้ ารนนั้ และยงั คงใชส้ าร ต่อไปแมว้ า่ จะมอี นั ตรายเกดิ ขน้ึ แลว้ โดยสมองจะเกดิ การเรยี นรแู้ ละปรบั ศ.ดร.พญ.สาวติ รี อษั ณางคก์ รชยั เปลย่ี นวงจรในสมองทงั้ หมด ทงั้ วงจรการใหร้ างวลั การต่นื ตวั การหลบั การ ศนู ยว์ จิ ยั ปัญหาสุรา สสส. ต่นื การควบคมุ พฤตกิ รรม ทาํ ใหส้ มองเสยี สมดลุ และปรบั ตวั ใหม่ อยากใช้ สารเสพตดิ อยากทําพฤตกิ รรมนัน้ ซ้าํ ๆ ในทส่ี ุดกม็ ผี ลเสยี ตามมาหลายดา้ น เกณฑก์ ารจาํ แนกโรคสากลฉบบั ท่ี 11 ซง่ึ เป็นฉบบั ล่าสุดในปี ค.ศ. 2018 ไดก้ าํ หนดการตดิ พฤตกิ รรม อยา่ งเชน่ การตดิ พนนั เมอ่ื ก่อนน้ีไมถ่ อื วา่ เป็นการเสพตดิ แต่ถอื เป็นความผดิ ปกตทิ างพฤตกิ รรมในการควบคุม Impulse หรอื การผลกั ดนั ต่อมามกี ารวจิ ยั มากขน้ึ และพบวา่ การเสพตดิ การพนนั มลี กั ษณะเดยี วกบั การเสพตดิ สารเสพตดิ ดงั นนั้ DS-5 ซง่ึ เป็นระบบการวนิ จิ ฉัยโรคของสมาคมจติ แพทยอ์ เมรกิ นั ไดน้ ําโรคตดิ เกมและโรคตดิ พนนั เขา้ มาอยใู่ นกลุ่มเดยี วกบั อาการโรคตดิ ยาเสพตดิ เชน่ เดยี วกบั ICD-11 โดยกลุ่มโรค Substance Disorders ประกอบดว้ ยสองกลุ่มโรค ไดแ้ ก่ ภาวะผดิ ปกตจิ ากการใชส้ ารเสพตดิ หรอื Disorders due to substance use และภาวะผดิ ปกตจิ ากพฤตกิ รรมเสพตดิ หรอื Disorders due to addictive behaviors ดงั ภาพต่อไปน้ี รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 98 / 152
ภาวะผดิ ปกตจิ ากการใชส้ ารเสพตดิ ยงั แบ่งออกเป็นสองกลมุ่ ยอ่ ยคอื ผดิ ปกตจิ ากระดบั การใชม้ ากขน้ึ จน เสย่ี งอนั ตราย และสดุ ทา้ ยเป็นภาวะพง่ึ พงิ หรอื ตดิ กบั ผดิ ปกตทิ เ่ี กดิ จากตวั ยา เช่น ทาํ ใหเ้ กดิ อาการเมา อาการ ถอนพษิ อาการทางกาย ทางจติ และทางประสาท โดย ICD-11 แบ่งออกเป็นตดิ พนันและตดิ เกม ดงั ภาพต่อไปน้ี รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 99 / 152
การเลน่ เกมอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Gaming) และการเล่นพนนั (Gambling) หมายถงึ กจิ กรรมออนไลน์ทท่ี าํ ให้ เกดิ ความเพลดิ เพลนิ และเป็นทน่ี ิยมในปัจจบุ นั ไดแ้ ก่ Online หรอื video games, Social media, Smartphone apps, Electronic gambling (slot machines, poker machines) และ Internet (online) betting โดย Online หรอื video games ยงั แบ่งยอ่ ยไดเ้ ป็น เกมเล่นหลายคน หรอื Massively multiplayer online role-playing games (MMORPGs) เกมเล่นหลายคนยอดนยิ มไดแ้ ก่ World of Warcraft, Battlefield, Call of Duty, Guild Wars 2, Star Wars: The Old Republic, WildStar และ Kings of Glory ส่วนใหญ่จะมผี เู้ ลน่ 3-8 คนต่อทมี และเกมเลน่ คนเดยี ว หรอื single player role-playing games (RPGs), ส่วนใหญ่เป็นการยงิ ต่อสกู้ นั (ผเู้ ลน่ เป็นคนยงิ ) ขณะท่ี Social media แบ่งยอ่ ยเป็น social networking apps เชน่ Facebook และ social transmission apps เชน่ Twitter หรอื YouTube (“broadcast your life”) การแยกระหว่าง “การเล่นเกม” กบั “การเลน่ พนนั ” อาจจะไมค่ ่อยชดั เจนและแยกไดย้ ากในปัจจบุ นั โดย Gaming disorder as an addiction ประกอบดว้ ย ลกั ษณะทเ่ี หมอื นกบั การตดิ สารเสพตดิ ลกั ษณะทค่ี ่ขู นานกบั การตดิ สารเสพตดิ และลกั ษณะทแ่ี ตกต่าง โดยลกั ษณะทเ่ี หมอื นกบั การตดิ สารเสพตดิ ไดแ้ ก่ ควบคมุ การเลน่ เกม ไมไ่ ด้ โดยเฉพาะเกมออนไลน์ การเลน่ เกมเป็นสงิ่ ทส่ี าํ คญั ทส่ี ดุ ในชวี ติ เป็นจดุ ศูนยก์ ลางของชวี ติ ของคนๆ นัน้ ยงั คงเลน่ ต่อไปแมจ้ ะมผี ลกระทบทางลบเกดิ ขน้ึ แลว้ ลกั ษณะทค่ี ขู่ นานกบั การตดิ สารเสพตดิ ไดแ้ ก่ มคี วาม ตอ้ งการทจ่ี ะเล่นเกมเพม่ิ ขน้ึ เรอ่ื ยๆ ใชเ้ วลาเลน่ นานขน้ึ และเลน่ เกมทท่ี า้ ทายขน้ึ เรอ่ื ยๆ (Tolerance) หงดุ หงดิ อารมณ์เสยี กระวนกระวาย กา้ วรา้ ว เวลาตอ้ งหยดุ เล่นเกมกะทนั หนั (Withdrawal) และลกั ษณะทแ่ี ตกต่าง ไดแ้ ก่ การฝังตวั อยใู่ นโลกเสมอื นจรงิ ของเกม (Immersion into the virtual world of the game) หากเปรยี บเทยี บลกั ษณะสาํ คญั ของ draft ICD-11 Gaming Disorder กบั Gambling Disorder และ Substance Dependence สามารถแสดงดงั ตารางต่อไปน้ี Draft ICD-11 อธบิ ายภาวะผดิ ปกตจิ ากพฤตกิ รรมเสพตดิ หรอื Disorders due to addictive behaviors (BlockL2-6C9) กล่าววา่ ความผดิ ปกตดิ า้ นพฤตกิ รรมเสพตดิ เป็นกลุ่มอาการทเ่ี ป็นทร่ี จู้ กั และมคี วามสาํ คญั ทาง คลนิ ิก รบกวนหรอื มผี ลต่อความสามารถในการทาํ หน้าทข่ี องบุคคล โดยเป็นพฤตกิ รรมทไ่ี ดร้ บั การตอบแทนซา้ํ ๆ มากกวา่ เป็นการเสพตดิ ทเ่ี กดิ จากสารเสพตดิ ความผดิ ปกตขิ องพฤตกิ รรมเสพตดิ น้ี ประกอบดว้ ย Gambling Disorder และ Gaming Disorder ซง่ึ หมายรวมถงึ ทงั้ พฤตกิ รรมเชอ่ื มต่อและไมเ่ ช่อื มต่ออนิ เตอรเ์ น็ต (online และ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ โครงการ การสรา้ งองคค์ วามรเู้ พอ่ื หาแนวทางการลดผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาํ พ.ศ. 2562 100 / 152
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152